The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ ๓ บทพากย์เอราวัณ ม.๓

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phitchanan.thai, 2020-05-18 08:54:06

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ ๓ ม.๓

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ ๓ บทพากย์เอราวัณ ม.๓

แผนการจดั การเรยี นรู้

รายวชิ า ท23101 ภาษาไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 256๓
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๓
เรื่อง บทพากย์เอราวัณ

นางพิชชานันท์ แสนแก้ว

ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ

กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

โรงเรียนโคกโพธ์ไิ ชยศกึ ษา อาเภอโคกโพธไิ์ ชย จังหวดั ขอนแก่น
สานักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต ๒๕

คานา

แผนการจัดการเรยี นรู้เลม่ นีจ้ ัดทาข้นึ เพ่ือเป็นแนวทางการจดั การเรียนรู้ รายวชิ า ท๒๓๑๐๑
ภาษาไทย ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓ กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย โดยสอดคล้องกบั สาระการเรียนรแู้ ละ
มาตรฐานการเรยี นร้ชู ่วงชน้ั ท่ี ๓ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

ได้รวบรวม หลักการ จดุ หมาย หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย ความสาคญั ของ
ภาษาไทย ธรรมชาติของภาษาไทย คุณภาพผเู้ รียน และไดจ้ ดั ทาตารางวเิ คราะหจ์ ดุ หมาย สาระและมาตรฐาน
การเรยี นรู้ คาอธิบาย รายวชิ า หนว่ ยการเรยี นรู้ กาหนดการสอนรายช่วั โมง จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้และการ
วดั ผลประเมินผล และแผนการจัดการเรียนร้รู ายชวั่ โมงเพื่อใชเ้ ป็นแนวการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน
ประจาภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓ ตอ่ ไป

พชิ ชานนั ท์ แสนแก้ว

สารบญั

หนา้
คานา ก
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑ ................................................................................................................. ๑
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒ ................................................................................................................. ๙
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๓ ................................................................................................................. ๑๘
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔ ................................................................................................................. ๒๓
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๕ ................................................................................................................. ๓๒
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๖ ................................................................................................................. ๓๗
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๗ ................................................................................................................. ๔๓
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๘ ................................................................................................................. ๔๙
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๙ ................................................................................................................. ๕๕
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๑๐ ............................................................................................................... ๖๑
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๑๑ ............................................................................................................... ๖๖
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ ๑๒ ............................................................................................................... ๗๓
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๑๓ ................................................................................................................ ๗๘
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๑๔ ................................................................................................................ ๘๓
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๑๕ ................................................................................................................ ๘๘
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๑๖ ................................................................................................................ ๙๔
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๑๗ ................................................................................................................ ๙๙
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๑๘ ................................................................................................................ ๑๐๔
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๑๙ ................................................................................................................ ๑๑๑
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒๐ ................................................................................................................ ๑๑๗
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๑ ................................................................................................................ ๑๒๒
ภาคผนวก .................................................................................................................................... ๑๒๘



แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๑

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๓ บทพากย์เอราวัณ เร่ือง คาศพั ท์นา่ รู้ นาส่คู วามเข้าใจ

กล่มุ สาระ การเรยี นรภู้ าษาไทย รายวชิ า ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๑ ชั่วโมง สอนโดย นางพิชชานนั ท์ แสนแก้ว

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคิดเพือ่ นาไปใชต้ ัดสินใจ แกป้ ญั หา
ในการดาเนินชวี ิต และมีนสิ ยั รักการอา่ น

ตัวชว้ี ัด
ท ๑.๑ ม. ๓/๒ ระบคุ วามแตกต่างของคาท่ีมีความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัย
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา

และพลังของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัตขิ องชาติ
ตัวชวี้ ัด
ท ๔.๑ ม. ๓/๕ อธบิ ายความหมายคาศัพท์ทางวชิ าการและวชิ าชีพ

จดุ ประสงค์การเรียนรสู้ ู่ตวั ชีว้ ดั

๑. อธบิ ายความหมายของคาศพั ท์ในบทพากย์เอราวัณ (K)
๒. อธิบายความหมายของคาศัพท์ทางวิชาการและวิชาชีพ (K)
๓. คน้ หาคาศพั ทต์ ามหมวดหมู่ที่กาหนด (P)
๔. เหน็ ความสาคัญของการเข้าใจความหมายของคาศัพทเ์ พ่ือจะนาไปใชใ้ นการอ่านวรรณคดี (A)

สาระสาคัญ

การเข้าใจความหมายของคาศัพท์จะทาให้อ่านออกเสียงได้ถกู ตอ้ งและยงั สามารถเข้าใจเรือ่ งทอ่ี ่าน

สาระการเรยี นรู้

๑. คาศัพท์ในบทพากย์เอราวัณ
๒. คาศพั ท์ทางวิชาการและวิชาชีพ

สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น

๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
- ทักษะการอ่าน
- ทกั ษะการเขยี น
- ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู

๒. ความสามารถในการคดิ
- การจาแนก
- การวิเคราะห์
- การสงั เคราะห์



- การสรปุ ความรู้

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

ใฝ่เรยี นรู้
ตัวชว้ี ดั ที่ ๔.๑ ต้ังใจ เพียรพยายามในการเรยี นและเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้

ช้ินงานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความร้)ู

ใบงานเร่ือง คาศพั ท์ทางวชิ าการ
๑. ใบงานเรือ่ ง คาศัพท์ทางวชิ าชีพ

คาถามท้าทาย

นักเรยี นชอบวรรณคดีเร่ือง รามเกยี รต์ิ ตอนใดบา้ ง

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

๑. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ าถามทา้ ทาย ดังน้ี
• นักเรียนชอบวรรณคดเี รอื่ ง รามเกียรติ์ ตอนใดบ้าง

๒. ใหน้ ักเรียนศึกษาบทนาเรอื่ งและที่มาของบทพากยเ์ อราวณั จากน้นั ครถู ามนกั เรยี นเพอ่ื สรปุ
ความเขา้ ใจ ดงั น้ี

• บทพากย์เอราวัณเปน็ บทพระราชนิพนธ์ของใคร (พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หล้านภาลยั )
• บทพากย์เอราวัณเป็นตอนหน่ึงของวรรณคดีเร่ืองใด และแต่งข้ึนเพื่อจุดประสงค์ใด (เร่ือง
รามเกยี รติ์ แตง่ เพ่ือใชส้ าหรับแสดงหนงั ใหญแ่ ละโขน)
• บทพากย์เอราวัณแตง่ ดว้ ยคาประพันธ์ใด และมีจานวนก่ีบท (กาพย์ฉบัง ๑๖ จานวน ๔๐ บท)

• บทพากย์เอราวัณมีการบรรยายเรื่องต้ังแต่ตอนใด (ตอนอินทรชิตแปลงกายเป็นพระ
อนิ ทรจ์ นถึงอนิ ทรชิตแผลงศรไปต้องพระลักษมณ์)

๓. ครูอธิบายเพ่ิมเติม จากนั้นให้นักเรียนสรุปสาระสาคัญจากบทนาเร่ืองและที่มาของบทพากย์
เอราวณั ๔. ใหน้ ักเรียนศึกษาคาศพั ทจ์ ากบทพากย์เอราวณั แล้วแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ ๕ คน ทากิจกรรม “ปริศนา
อักษรไขว้” โดยให้นกั เรียนหาคาศัพท์จากบทพากยเ์ อราวณั ทีม่ ีความหมายตรงกับที่กาหนดไว้ในแนวนอนและ
แนวตง้ั แล้วรว่ มกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง



กจิ กรรมปริศนาอักษรไขว้

ใหน้ ักเรยี นเติมคาศัพทล์ งในปรศิ นาอกั ษรไขวใ้ หส้ อดคล้องกบั ความหมายทก่ี าหนดทงั้ แนวนอนและแนวตั้ง

๑กุ ญ ช ร๑๒ ค น ธ ร๒ ๑๓ ๑๔ ร พ์

๓ค รุ ฑ า ทร

บ๑๕ ๔พ สุ ธ า ณี ธ๑๗
น า๕ ๑๖ ร า ย ณ์

าร แ๑๘ ๖บ ว ร

ค ๗พ ร ห ม๑๙ า ส ต ร์ ณิ

ต า ร ๘ช นั ก น

ศ๒๐ ๙โ ต ม ร ท

จ๑๐ ั ตุ ร ง ค์ ลี อ๑๑ ม ริ น ท ร์

แนวนอน
๑. ชา้ ง
๒. ชาวสวรรคพ์ วกหนึ่ง มีความชานาญในวชิ าดนตรีและขับร้อง

๓. พาหนะของพระนารายณ์
๔. แผน่ ดนิ

๕. ชอ่ื หนึ่งของพระวิษณุ ซึ่งเปน็ เทพเจ้าองคห์ นง่ึ ของศาสนาพราหมณ์
๖. ประเสรฐิ
๗. ชอื่ ศรทพี่ ระอศิ วรประทานใหร้ ณพักตรห์ รอื อินทรชติ

๘. เคร่ืองผูกคอชา้ งทาดว้ ยเชือกเปน็ ปมหรือหว่ งหอ้ ยพาดลงมา
๙. อาวธุ สาหรบั ซัด หอกซดั

๑๐. พล ๔ เหล่า มชี า้ ง มา้ รถ ราบ (พลเดนิ เท้า)
๑๑. พระอนิ ทร์



แนวต้ัง
๑๒. ชอ่ื เรียกทศกณั ฐ์
๑๓. ตะบอง
๑๔. แผ่นดิน
๑๕. ภเู ขา
๑๖. งใู หญ่มีหงอน เปน็ สัตวใ์ นนยิ าย
๑๗. ผ้เู ปน็ ใหญใ่ นแผ่นดิน
๑๘. เครอ่ื งดนตรใี นจาพวกเคร่ืองเปา่ ทาดว้ ยโลหะ มีปากบาน
๑๙. สารถขี องพระอนิ ทร์ ซึ่งมาขับรถทรงใหพ้ ระราม
๒๐. อาวธุ ชนดิ หน่ึง ประกอบดว้ ยคนั สาหรบั ยิง

๕. ให้นักเรียนศึกษาความรู้เร่ือง คาศัพท์ทางวิชาการ ครูอธิบายเพ่ิมเติมแล้วยกตัวอย่างประกอบ
เพอ่ื ให้นักเรยี นเข้าใจไดอ้ ย่างชดั เจน

๖. ใหน้ ักเรยี นทาใบงานท่ี ๓๖ เรอื่ ง คาศัพทท์ างวชิ าการ แล้วรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
๗. ให้นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง คาศัพท์ทางวิชาชีพ ครูอธิบายเพิ่มเติมแล้วยกตัวอย่างประกอบ
เพื่อใหน้ ักเรียนเข้าใจไดอ้ ย่างชดั เจน
๘. ให้นักเรยี นทาใบงาน เรอ่ื ง คาศพั ทท์ างวชิ าชพี แลว้ รว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง
๙. ใหน้ ักเรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี

• การเขา้ ใจความหมายของคาศพั ท์จะทาใหอ้ ่านออกเสียงได้ถูกต้องและยงั สามารถเขา้ ใจ
เรอ่ื งทอ่ี ่าน

การจดั บรรยากาศเชงิ บวก

ใหน้ ักเรยี นไดแ้ บง่ กลุ่มแขง่ ขันกนั เพ่อื สร้างความสนุกสนานเพลดิ เพลนิ ในการเรยี น นกั เรียนจะได้เกดิ
ความกระตือรอื ร้นในการเรยี นและใหค้ วามร่วมมอื ในการทากจิ กรรมกลุม่

สอ่ื การเรยี นรู้

๑. ตารางปรศิ นาอักษรไขว้
๒. ใบงาน

การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

๑. วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล
๑.๑ สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
๑.๒ สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
๑.๓ ตรวจใบงานท่ี ๓๖ และ ๓๗

๒. เครื่องมอื
๒.๑ แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
๒.๒ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ



๓. เกณฑ์การประเมิน
๓.๑ การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม

ผา่ นต้งั แต่ ๒ รายการ ถอื ว่า ผ่าน
ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน

๓.๒ การประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก
คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี

คะแนน ๕ - ๖ ระดับ พอใช้
คะแนน ๐ - ๔ ระดบั ควรปรับปรงุ

การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)

การประเมนิ ใบงานน้ีให้ผู้สอนพิจารณาจากเกณฑ์การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)

เรอื่ ง คาศัพท์ทางวชิ าการ

ระดับคะแนน ๔๓๒๑

เกณฑ์การประเมนิ

คาศัพท์ทางวชิ าการ รวบรวมคาได้ รวบรวมคาได้ รวบรวมคาได้ รวบรวมคาได้

ถกู ตอ้ งตามท่ี ถกู ต้องตามท่ี ถูกต้องตามท่ี ถูกตอ้ งตามท่ี

กาหนดทุกคา กาหนดทกุ คา กาหนดทุกคา กาหนดทกุ คา

อธิบายความหมาย อธิบายความหมาย อธิบายความหมาย อธิบายความหมาย

ของคาได้ถกู ต้อง ของคาได้ถกู ต้อง ของคาบางคา ของคาบางคา

ทงั้ หมด ทง้ั หมด ไม่ถูกตอ้ ง ไม่ถูกตอ้ ง

เขียนสะกดคา เขียนสะกดคาบางคา เขยี นสะกดคาบางคา เขียนสะกดคา

ได้ถูกต้อง ไมถ่ กู ตอ้ ง ไมถ่ ูกต้อง ไม่ถกู ต้องหลายคา

เรือ่ ง คาศพั ท์ทางวชิ าชีพ

ระดับคะแนน ๑
๔๓ ๒
รวบรวมคาได้
เกณฑ์การประเมนิ ถกู ตอ้ งตามท่ี
กาหนดทกุ คา
คาศัพท์ทางวชิ าชพี รวบรวมคาได้ รวบรวมคาได้ รวบรวมคาได้ อธบิ ายความหมาย
ของคาบางคา
ถูกต้องตามท่ี ถกู ตอ้ งตามท่ี ถกู ตอ้ งตามท่ี ไม่ถูกต้อง
เขียนสะกดคา
กาหนดทุกคา กาหนดทุกคา กาหนดทุกคา ไม่ถกู ต้องหลายคา

อธบิ ายความหมาย อธิบายความหมาย อธบิ ายความหมาย

ของคาได้ถูกต้อง ของคาได้ถูกต้อง ของคาบางคา

ทั้งหมด เขียนสะกด ทงั้ หมด เขียนสะกด ไมถ่ กู ตอ้ ง

คาไดถ้ กู ต้อง คาบางคาไมถ่ ูกตอ้ ง เขียนสะกด

คาบางคาไม่ถกู ตอ้ ง



กจิ กรรมเสนอแนะ

ให้นกั เรยี นแบ่งกล่มุ ช่วยกันนาคาศัพทใ์ นบทพากย์เอราวณั มาจัดทารูปเลม่ พจนานกุ รมคาศพั ท์
เรอ่ื ง บทพากย์เอราวณั โดยออกแบบรูปเล่มพจนานกุ รมไดอ้ ย่างอิสระ



ความเห็นหรอื ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กล่มุ บริหารวิชาการ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ................................................หวั หน้ากลุ่มบริหารวิชาการ
(นางพรพริ ุณ แจ้งใจ)

ความเห็นหรอื ข้อเสนอแนะของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ผูบ้ ริหารสถานศึกษา
(นางลัดดา ผาพนั ธ์)



บนั ทึกหลงั การสอน

ผลการจัดการเรียนการสอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญั หา/อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

แนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ __________________ (ผ้บู นั ทึก)
(นางพชิ ชานนั ท์ แสนแก้ว)



แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ ๓ บทพากย์เอราวณั เรอ่ื ง หลากความหมาย หลายคาศัพท์

กลุ่มสาระ การเรยี นรู้ภาษาไทย รายวชิ า ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา ๑ ชั่วโมง สอนโดย นางพชิ ชานนั ท์ แสนแกว้

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่อื นาไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปัญหา

ในการดาเนินชีวิต และมีนสิ ยั รกั การอ่าน

ตัวช้ีวัด

ท ๑.๑ ม. ๓/๒ ระบุความแตกต่างของคาท่มี ีความหมายโดยตรงและความหมายโดยนยั

จดุ ประสงค์การเรยี นร้สู ู่ตัวช้วี ัด

๑. บอกความหมายของคาศัพท์ในบทพากยเ์ อราวัณ (K)
๒. คน้ หาคาศัพทท์ ี่มีความหมายเหมอื นกัน (P)
๓. ค้นหาคาศัพท์ตามหมวดหมูท่ กี่ าหนด (P)
๔. เห็นความสาคัญของการเข้าใจความหมายของคาศพั ทเ์ พื่อจะนาไปใชใ้ นการอา่ นวรรณคดี (A)

สาระสาคญั

การเข้าใจความหมายของคาศัพท์จะทาให้อ่านออกเสียงไดถ้ กู ต้องและยังสามารถเข้าใจเรอ่ื งท่อี า่ น

สาระการเรยี นรู้

คาศพั ท์ในบทพากยเ์ อราวณั

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ทกั ษะการอ่าน
- ทกั ษะการเขยี น
- ทกั ษะการฟัง การดู และการพูด

๒. ความสามารถในการคดิ
- การจาแนก
- การวิเคราะห์
- การสังเคราะห์
- การสรปุ ความรู้

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

ใฝเ่ รียนรู้
ตัวช้วี ัดท่ี ๔.๑ ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรยี นและเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้

๑๐

ชน้ิ งานหรือภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความร)ู้

ใบกจิ กรรมเรอื่ ง คาไวพจน์

คาถามท้าทาย

คาไวพจน์มปี ระโยชน์อย่างไร

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

๑. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดังนี้
• คาไวพจนม์ ปี ระโยชนอ์ ย่างไร

๒. ให้นกั เรยี นศกึ ษาใบความรู้ เร่ือง คาไวพจน์ จากน้ันให้นักเรียนลองสารวจหาคาไวพจน์จากบท
พากย์เอราวัณ คนละ ๑ คา จากน้ันนามาเขียนบนกระดานให้นักเรียนและครูช่วยกันตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง

๑๑

ใบความรู้ เร่อื ง คาไวพจน์

ความหมายของคาไวพจน์

คาไวพจน์ คอื คาทมี่ ีความหมายเหมือนกนั แต่ใช้ในบรบิ ทตา่ ง ๆ กัน บางครั้งคาไวพจน์ก็มชี ื่อเรียก

ไปตามความเข้าใจวา่ เปน็ “การหลากคา” “คาพอ้ งความหมาย” หรอื “คาพ้องความ”

หลกั การใช้คาไวพจน์

๑. คาไวพจน์เป็นคาท่มี ีความหมายเหมือนกนั จงึ สามารถเลอื กใช้คาแทนกนั เพอื่ ไม่ให้เกิด

ความซา้ ซาก เช่น

ลิง กบี่ วานร พานรนิ ทร์ วานเรศ

นก ปักษี ปกั ษิน สกุณา วหิ ค

๒. คาไวพจน์มักใชใ้ นการแตง่ คาประพันธ์ ซง่ึ เปน็ การสรรคามาใช้อยา่ งหลากหลาย ทาให้เกดิ

ความไพเราะมากยิง่ ขน้ึ และเพอ่ื ให้สมั ผัสคลอ้ งจองถกู ตอ้ งตามลกั ษณะบงั คบั ของคาประพันธ์

ตัวอย่างคาไวพจน์ พระอาทติ ย์ ภูเขา
ทินกร กุหนุง
พระจนั ทร์ ทิพากร ครี ี
โทษากร สุริยนั นครนิ ทร์
นศิ ากร รพิ บรรพต
บหุ ลัน รวิ พนม
ราไพ
พิธุ สรุ ิยะ ภู
มาส สุรโิ ย ศขิ ร
รชนกี ร อาภากร ศิขรนิ
วิธู สรุ ิยน เสลา
โสม นคั
อินทุ
อเี ก้ิง

๓. ครูและนักเรียนร่วมกันอธิบายประโยชน์ของคาไวพจน์ จากน้ันครูถามนักเรียนเพ่ือสรุปความ
เข้าใจดงั น้ี

• คาไวพจน์ คืออะไร (คาที่มีความหมายเหมือนกัน แต่ใช้ในบริบทต่าง ๆ กัน บางคร้ังคา

ไวพจนก์ ม็ ีชือ่ เรียกไปตามความเข้าใจวา่ เปน็ “การหลากคา” “คาพอ้ งความหมาย” หรอื “คาพ้องความ”)
• คาไวพจน์มีประโยชน์อย่างไร (ประโยชน์ในการแต่งคาประพันธ์ เพ่ือให้สัมผัสคล้องจอง

ไพเราะ และถูกต้องตามลักษณะบงั คับของคาประพันธ์ เชน่
“พระสุริยงลงลับพยบั ฝน ดูมวั มนมดื มิดทุกทศิ า”
นิราศภูเขาทอง : สุนทรภู่

ใชค้ าว่า “พระสรุ ยิ ง” แทนคาวา่ “พระอาทติ ย์” เพือ่ ใหค้ รบจานวนคาในวรรคและมีความไพเราะ เพราะ
“สุริยง” สมั ผัสกบั คาว่า “ลง” ในวรรคเดยี วกัน)

๑๒

๔. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕ คน ทากิจกรรมเรื่อง เกมซ่อนคา โดยให้หาคาที่เป็นช่ือของตัว
ละครท่ปี รากฏในบทพากยเ์ อราวัณ จากตารางเกมซ่อนคาให้ได้มากที่สุด เม่ือหมดเวลาครูกับนักเรียนร่วมกัน
เฉลยคาตอบ

๑๓

เกมซ่อนคา

๕. ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ช่วยกนั หาคาศพั ท์จากบทพากย์เอราวัณตามหมวดหมทู่ ่กี าหนด ดงั นี้
๕.๑ เคร่อื งประดับ

๕.๒ พืช
๕.๓ พระอนิ ทร์

๕.๔ สตั ว์
๕.๕ อาวุธ
แลว้ ร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

๖. ให้นักเรียนทาใบกจิ กรรมเรอื่ ง คาไวพจน์ แล้วรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง

๑๔

ใบกจิ กรรมเร่อื ง คาไวพจน์

ให้นกั เรียนหาคาไวพจน์ จากบทพากยเ์ อราวัณ ทีม่ ีความหมายตรงกบั คาที่กาหนด

๑. ชา้ ง : .

๒. มา้ : .

๓. พระอินทร์ : .

๔. แผน่ ดิน : .

๕. ดอกไม้ : .

๗. ใหน้ ักเรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
• การเขา้ ใจความหมายของคาศัพท์จะทาให้อ่านออกเสียงได้ถูกต้องและยังสามารถเข้าใจเรื่องที่

อ่าน

การจัดบรรยากาศเชิงบวก

ให้นกั เรยี นได้ทากิจกรรมทหี่ ลากหลาย เพอ่ื ให้นกั เรียนเกดิ ความสนุกสนาน เพลดิ เพลนิ และมีความ
กระตือรือร้นในการเรยี น

สอื่ การเรยี นรู้

๑. ใบความรู้เร่ือง คาไวพจน์
๒. เกมซ่อนคา
๓. ใบกิจกรรม

การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

๑. วธิ ีการวดั และประเมินผล
๑.๑ สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
๑.๒ สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
๑.๓ ตรวจผลงานของนกั เรยี น

๒. เครอื่ งมอื
๒.๑ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรม

๑๕

๒.๒ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุม่
๓. เกณฑ์การประเมิน

๓.๑ การประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม
ผ่านตัง้ แต่ ๒ รายการ ถอื ว่า ผ่าน
ผา่ น ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน

๓.๒ การประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ
คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก
คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี
คะแนน ๕ - ๖ ระดบั พอใช้
คะแนน ๐ - ๔ ระดับ ควรปรับปรุง

กจิ กรรมเสนอแนะ

ใหน้ กั เรียนแบ่งกลมุ่ จดั ทารายงานรวบรวมคาไวพจน์จากวรรณคดีเร่ืองตา่ ง ๆ

๑๖

ความเห็นหรอื ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ กลมุ่ บรหิ ารวิชาการ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ................................................หวั หน้ากลุ่มบริหารวิชาการ
(นางพรพริ ุณ แจ้งใจ)

ความเหน็ หรือข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
(นางลดั ดา ผาพันธ์)

๑๗

บนั ทึกหลงั การสอน

ผลการจัดการเรียนการสอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ปัญหา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

แนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื __________________ (ผู้บนั ทึก)
(นางพิชชานนั ท์ แสนแกว้ )

๑๘

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๓

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๓ บทพากย์เอราวณั เร่ือง เสนาะเสียง สาเนียงร้อยกรอง

กลุ่มสาระ การเรยี นร้ภู าษาไทย รายวชิ า ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ เวลา ๑ ชั่วโมง สอนโดย นางพชิ ชานนั ท์ แสนแกว้

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคิดเพ่ือนาไปใชต้ ัดสินใจ แกป้ ญั หา
ในการดาเนนิ ชีวติ และมีนสิ ัยรกั การอ่าน

ตวั ชว้ี ัด
ท ๑.๑ ม. ๓/๑ อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถกู ตอ้ งและเหมาะสมกับเรอ่ื งทอ่ี า่ น
ท ๑.๑ ม. ๓/๑๐ มีมารยาทในการอา่ น

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้สู่ตวั ชว้ี ัด

๑. อธิบายหลักการอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรอง (K)
๒. อา่ นออกเสยี งกาพย์ฉบงั ๑๖ (P)
๓. เหน็ ความสาคัญของการอา่ นออกเสียงบทร้อยกรองและมมี ารยาทในการอ่าน (A)

สาระสาคัญ

การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองเปน็ การสอ่ื สารโดยการใช้เสียงถา่ ยทอดอารมณค์ วามรสู้ ึกไปยงั ผฟู้ งั
และยังเปน็ การอนรุ กั ษ์วฒั นธรรมทางภาษาอย่างหนึง่ ของไทยท่เี ยาวชนไทยควรรกั ษาให้คงอยตู่ ่อไป

สาระการเรยี นรู้

การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทกาพย์ฉบัง ๑๖

สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน

๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
- ทักษะการอา่ น
- ทกั ษะการฟงั การดู และการพูด

๒. ความสามารถในการคดิ
- การสังเคราะห์
- การประยกุ ต/์ การปรบั ปรุง
- การสรปุ ความรู้
- การประเมินคา่

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

รักความเปน็ ไทย
ตวั ชี้วดั ท่ี ๗.๓ อนุรกั ษ์และสืบทอดภูมปิ ัญญาไทย

๑๙

ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความรู้)

การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรอง

คาถามท้าทาย

เหตุใดจงึ ต้องศึกษาเรื่องการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

๑. ให้นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามทา้ ทาย ดังน้ี
• เหตุใดจงึ ตอ้ งศกึ ษาเรอ่ื งการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง

๒. ครูแสดงแผนผังของกาพย์ฉบัง ๑๖ ให้นักเรียนศึกษาฉันทลักษณ์ และการโยงสัมผัส ครูซักถาม
ความเข้าใจนักเรียนโดยเรยี กถามเปน็ รายบุคคล

๓. ให้นักเรียนศึกษาความรู้เร่ือง การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองประเภทกาพย์ฉบัง ๑๖ ครูอธิบาย
เพิ่มเติมและอา่ นออกเสียงหรอื เปิดแถบบันทกึ เสียงใหน้ กั เรยี นฟัง แล้วฝึกอา่ นตาม

๔. ให้นักเรียนแต่ละคนฝึกแบ่งจังหวะการอ่านกาพย์ฉบัง ๑๖ ในบทพากย์เอราวัณ บทที่ครูกาหนด
โดยใช้เครอ่ื งหมาย / แล้วอา่ นออกเสยี งเป็นทานองเสนาะ จากน้นั หาคาสมั ผัสนอกและสมั ผัสใน พรอ้ มทง้ั
สรุปความเปน็ ร้อยแกว้

๕. ใหน้ ักเรียนแบ่งกล่มุ ร่วมกันฝึกซ้อมอ่านออกเสียงบทพากย์เอราวัณ โดยแบ่งเนื้อเรื่องเป็นตอน ๆ
ผลัดเปลี่ยนกนั วิจารณ์การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองของเพอื่ น

๖. ครูจดั การประกวดอ่านกาพย์ฉบัง ๑๖ เร่ือง บทพากย์เอราวัณ เป็นรายบุคคล เพื่อหานักเรียนที่
อา่ นได้ถกู ต้องและไพเราะท่ีสุด

๗. ใหน้ ักเรยี นและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
• การอ่านออกเสยี งบทร้อยกรองเป็นการส่ือสารโดยการใช้เสียงถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกไปยัง

ผู้ฟังและยงั เปน็ การอนุรักษว์ ฒั นธรรมทางภาษาอย่างหน่ึงของไทยทเี่ ยาวชนไทยควรรักษาใหค้ งอยู่ต่อไป

การจัดบรรยากาศเชิงบวก

ให้นกั เรียนไดฝ้ กึ ความกล้าแสดงออกในการอ่านออกเสียงหนา้ ช้นั เรียนเป็นรายบคุ คล โดยคณุ ครู
เสริมแรงด้วยคาพูดท่เี ปน็ ข้อแนะนาในการอ่านและคาพดู ท่ีให้กาลังใจแก่นักเรยี นทกุ คน

สื่อการเรียนรู้

๑. แผนผงั กาพย์ฉบัง ๑๖
๒. แถบบันทึกเสยี ง

การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

๑. วิธีการวัดและประเมนิ ผล
๑.๑ สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
๑.๒ สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่

๒๐

๒. เคร่อื งมือ
๒.๑ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม

๒.๒ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุม่
๓. เกณฑก์ ารประเมิน

๓.๑ การประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม
ผา่ นตงั้ แต่ ๒ รายการ ถอื วา่ ผา่ น
ผา่ น ๑ รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น

๓.๒ การประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ
คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก

คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี
คะแนน ๕ - ๖ ระดับ พอใช้
คะแนน ๐ - ๔ ระดับ ควรปรับปรงุ

การประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)

การประเมินกิจกรรมนีใ้ ห้ผู้สอนพิจารณาจากเกณฑ์การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรื่อง การอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยกรอง

ระดบั คะแนน

๔๓๒๑

เกณฑ์การประเมนิ

การอา่ นออกเสียงบท อา่ นออกเสียงได้ อ่านออกเสยี งได้ อ่านออกเสียงได้ อา่ นออกเสยี งได้

รอ้ ยกรอง ไพเราะตาม ไพเราะตาม ไพเราะตาม ตามทว่ งทานอง

ทว่ งทานอง ถกู ต้อง ท่วงทานอง ถกู ต้อง ทว่ งทานอง ถกู ตอ้ ง การออกเสยี งบางคา

ชัดเจนตามอกั ขรวิธี ชดั เจนตามอกั ขรวิธี ชดั เจนตามอกั ขรวิธี ไมช่ ดั เจน

นา้ เสยี งแสดง นา้ เสียงใน แตย่ งั ขาดน้าเสยี งใน ขาดน้าเสียงใน

อารมณไ์ ด้เหมาะสม การแสดงอารมณ์ การแสดงอารมณ์ การแสดงอารมณ์

กับเนอ้ื หา ต้องปรบั ปรุง

เลก็ น้อย

กจิ กรรมเสนอแนะ

ใหน้ กั เรยี นค้นควา้ หาวรรณคดีไทยเรอื่ งอน่ื ๆ ท่ีแต่งดว้ ยกาพยฉ์ บงั ๑๖ จากนน้ั นามาฝึกอ่านออกเสยี ง
ร่วมกับเพือ่ น ๆ

๒๑

ความเห็นหรอื ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ บริหารวชิ าการ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ................................................หัวหนา้ กลุ่มบรหิ ารวิชาการ
(นางพรพริ ุณ แจ้งใจ)

ความเหน็ หรือข้อเสนอแนะของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ผู้บริหารสถานศึกษา
(นางลัดดา ผาพนั ธ์)

๒๒

บนั ทึกหลังการสอน

ผลการจัดการเรยี นการสอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปัญหา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

แนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ__________________ (ผ้บู ันทกึ )
(นางพิชชานันท์ แสนแกว้ )

๒๓

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๔

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๓ บทพากย์เอราวัณ เรื่อง อา่ นจับใจความ สอื่ ความเขา้ ใจ

กลุ่มสาระ การเรยี นรูภ้ าษาไทย รายวิชา ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา ๑ ช่วั โมง สอนโดย นางพิชชานนั ท์ แสนแก้ว

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคดิ เพ่ือนาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปัญหา
ในการดาเนนิ ชวี ิต และมีนิสยั รกั การอ่าน

ตวั ชว้ี ัด
ท ๑.๑ ม. ๓/๓ ระบใุ จความสาคัญและรายละเอยี ดของขอ้ มลู ที่สนบั สนนุ จากเร่อื งท่ีอา่ น
ท ๑.๑ ม. ๓/๔ อา่ นเร่อื งต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บนั ทกึ ย่อความ และรายงาน
ท ๑.๑ ม. ๓/๕ วิเคราะห์ วิจารณ์ และประเมนิ เรื่องทอี่ ่านโดยใช้กลวิธกี ารเปรียบเทยี บ

เพอ่ื ให้ผ้อู า่ นเข้าใจไดด้ ีขน้ึ
ท ๑.๑ ม. ๓/๖ ประเมนิ ความถูกตอ้ งของข้อมูลที่ใช้สนบั สนุนในเรอื่ งท่ีอา่ น
ท ๑.๑ ม. ๓/๗ วิจารณ์ความสมเหตุสมผล การลาดบั ความ และความเปน็ ไปไดข้ องเรื่อง
ท ๑.๑ ม. ๓/๘ วิเคราะห์เพ่ือแสดงความคิดเหน็ โต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องทีอ่ า่ น
ท ๑.๑ ม. ๓/๙ ตีความและประเมินคุณคา่ แนวคดิ ที่ได้จากงานเขยี นอยา่ งหลากหลาย

เพื่อนาไปใชแ้ กป้ ญั หาในชีวิต
ท ๑.๑ ม. ๓/๑๐ มมี ารยาทในการอา่ น

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรสู้ ่ตู ัวชี้วดั

๑. อธบิ ายหลกั การอ่านจับใจความจากเรื่องทีอ่ ่าน (K)
๒. จบั ใจความและอธิบายรายละเอยี ดจากเร่อื งท่ีอ่าน (P)
๓. เห็นความสาคัญของการอา่ นจบั ใจความและมีมารยาทในการอ่าน (A)

สาระสาคัญ

การอ่านเพ่ือจบั ใจความสาคญั เปน็ พ้ืนฐานที่จาเป็นในการศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนใหเ้ กดิ ความ
ชานาญจนสามารถจับใจความสาคญั ในงานเขียนทุกประเภท

สาระการเรยี นรู้

การอ่านจับใจความ

สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น

๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
- ทกั ษะการอา่ น
- ทักษะการเขียน

๒๔

- ทักษะการฟัง การดู และการพดู
๒. ความสามารถในการคิด

- การใหเ้ หตผุ ล
- การวิเคราะห์
- การสังเคราะห์
- การจัดระบบความคดิ เป็นแผนภาพ
- การประยุกต/์ การปรบั ปรงุ
- การสรปุ ความรู้
- การประเมินคา่
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ใฝ่เรยี นรู้
ตัวชว้ี ัดท่ี ๔.๒ แสวงหาความรู้จากแหลง่ เรียนรตู้ า่ ง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรยี นดว้ ยการ

เลอื กใชส้ ่อื อย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็น องคค์ วามรู้ สามารถ
นาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้

ชน้ิ งานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความร้)ู

ใบกิจกรรมเรอื่ ง การอ่านจบั ใจความ

คาถามทา้ ทาย

การอา่ นหนงั สือแล้วไมเ่ ข้าใจ เกิดจากสาเหตุใดบ้าง

การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

๑. ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามทา้ ทาย ดังน้ี
• การอา่ นหนังสือแล้วไมเ่ ข้าใจ เกิดจากสาเหตุใดบ้าง

๒. ครนู านกั เรียนสนทนาเกี่ยวกับการอ่านจับใจความ ซักถามนักเรียนว่ามีวิธีอ่านหนังสือหรือส่ือต่าง
ๆ ให้เข้าใจชัดเจน และถูกต้องอย่างไร และเปิดโอกาสให้นักเรียนท่ีชอบอ่านหนังสือบอกเคล็ดลับที่ทาให้อ่าน
หนงั สือเร็ว เขา้ ใจ และจดจาไดง้ ่ายแกเ่ พ่อื นนกั เรยี นทม่ี ปี ัญหาด้านการอา่ น

๓. ใหน้ ักเรยี นศึกษาใบความรู้เรอ่ื ง การอ่านจับใจความ แล้วให้นักเรียนจับคู่ และช่วยกันสรุปความรู้
เปน็ แผนภาพความคดิ เพอ่ื ใหเ้ ข้าใจไดอ้ ย่างชัดเจน

๒๕

ใบความรู้ เรอ่ื ง การอ่านจับใจความ

ความหมายของการอ่านจับใจความสาคญั
การอ่านจับใจความสาคัญ คือ การอ่านเพื่อเก็บสาระสาคัญของเรื่องท่ีอ่าน เช่น เก็บจุดมุ่งหมาย

สาคัญ
ของเรอ่ื ง เกบ็ เนอื้ เร่ืองทีส่ าคญั เก็บความรู้หรือข้อมูลทีน่ า่ สนใจ ตลอดจนแนวคิดหรือทรรศนะของผู้เขยี น

ใจความสาคัญ หมายถึง ใจความสาคัญและเด่นที่สุดในย่อหน้า เป็นแก่นของย่อหน้าที่สามารถ
ครอบคลุมเนื้อความของประโยคอื่น ๆ ในย่อหนา้ น้ัน หรอื เปน็ ประโยคทส่ี ามารถเป็นหัวเร่ืองของย่อหน้าน้ัน
ได้
ลักษณะของใจความสาคญั

ใจความสาคัญมลี กั ษณะดังนี้
๑. ใจความสาคัญเป็นข้อความที่ทาหน้าท่ีคลุมใจความของข้อความอ่ืน ๆ ในตอนนั้น ๆ ได้หมด
ข้อความนอกนัน้ เปน็ เพียงรายละเอียดหรือสว่ นขยายใจความสาคัญเทา่ น้ัน
๒. ใจความสาคญั ของข้อความหนง่ึ ๆ หรอื ยอ่ หนา้ หนึ่ง ๆ ส่วนมากจะมเี พียงประเดน็ เดียว
๓. ใจความสาคัญสว่ นมากมลี ักษณะเปน็ ประโยค อาจจะเป็นประโยคเดยี วหรอื ประโยคซอ้ นก็ได้
แตใ่ นบางกรณีใจความสาคัญไม่ปรากฏเปน็ ประโยค เป็นเพยี งใจความทแ่ี ฝงอยูใ่ นข้อความตอนน้นั ๆ
๔. ใจความสาคัญทมี่ ีลกั ษณะเปน็ ประโยคส่วนมากจะปรากฏอยู่ต้นขอ้ ความ
การพิจารณาใจความสาคัญ
ใจความสาคญั จะปรากฏอยใู่ นตาแหนง่ ของข้อความดงั ตอ่ ไปน้ี
๑. ใจความสาคญั ทีป่ รากฏอยู่ในแต่ละย่อหน้า ดงั นี้

๑.๑ ใจความสาคญั อยใู่ นตาแหน่งต้นของยอ่ หนา้ และมรี ายละเอยี ดวางอยูใ่ นตาแหน่งถัดไป
๑.๒ ใจความสาคญั อยู่ในตาแหนง่ ท้ายของยอ่ หนา้
๑.๓ ใจความสาคัญอยูใ่ นตาแหนง่ ตน้ และทา้ ยยอ่ หนา้ มีรายละเอียดอย่ตู รงกลาง
๑.๔ ใจความสาคัญอยูใ่ นตาแหนง่ กลางย่อหนา้ มีรายละเอยี ดอยู่ตอนต้นกับตอนทา้ ย
๒. อ่านจบั ใจความสาคญั ทปี่ รากฏรวมอยูใ่ นหลาย ๆ ยอ่ หน้า การอ่านเพือ่ จบั ใจความสาคัญแบบนี้
มหี ลกั สาคัญของการปฏิบตั ิตามลาดับข้ันตอนดังนี้
๒.๑ อ่านอย่างครา่ ว ๆ พอเขา้ ใจ
๒.๒ อา่ นให้ละเอยี ด
๒.๓ อา่ นแลว้ ถามตัวเองวา่ เรือ่ งนม้ี ใี คร ทาอะไร ท่ไี หน เมอื่ ไร อย่างไร ทาไม
อน่ึง การตั้งคาถามไม่จาเป็นต้องเหมือนกันท้ังหมด อาจจะต้องเปลี่ยนไปตามเง่ือนไขของงานเขียน
เช่น เรอ่ื งอะไร ใครเป็นผูเ้ ขียน ใจความสาคญั ว่าอยา่ งไร
๓. รวบรวมคาตอบจากข้อ ๒.๓ มาเรียบเรียงให้สละสลวย และมีความเหมาะสมตามลาดับ
ความสาคญั ของเนื้อความ

หลกั การอา่ นเพื่อจบั ใจความสาคัญ
๑. อา่ นจากบนลงล่างแทนการอ่านจากซ้ายไปขวาทลี ะตวั

๒๖

๒. อย่าอ่านทุกตวั อกั ษร เพราะจะทาให้อ่านชา้
๓. ฝกึ กวาดสายตา เพื่อให้อ่านไดท้ ลี ะประโยค ๆ ซงึ่ จะชว่ ยใหอ้ า่ นไดร้ วดเรว็
๔. พยายามเก็บความของแต่ละตอน เมื่ออ่านจบตอนหนึ่งแล้ว โดยรู้จักแยกใจความสาคัญและ
ใจความ
ทีน่ ามาประกอบในแต่ละข้อความออกจากกันใหไ้ ด้
๕. ขณะท่ีอ่านตอ้ งนกึ ไวเ้ สมอว่าเร่ืองทกี่ าลังอา่ นอย่นู น้ั เป็นเร่อื งอะไร มจี ุดมงุ่ หมายเพ่ืออะไร เม่ืออ่าน
จบแล้วจะไดต้ อบปญั หาที่ต้ังไว้ได้
๖. พยายามให้ความสนใจในสงิ่ ที่ต้องการเพียงอย่างเดียว เมือ่ ต้องการจะอ่านเพอ่ื ตอบปญั หา
หรือจบั ใจความก็ไม่ควรพะวงอยกู่ ับเร่อื งหลักภาษาหรอื เรอื่ งราวอ่นื ๆ ท่ีไมอ่ ยใู่ นความตอ้ งการ
๗. อย่าอ่านซา้ เพราะจะทาใหเ้ สยี เวลา ในบางครัง้ เราอาจจะได้ทราบความหมายจากประโยคถัดไปได้
๘. ฝกึ อ่านอยา่ งสมา่ เสมอ อ่านหนงั สอื หลาย ๆ ประเภท เพื่อให้เกดิ ความชานาญ

ในการอ่านใด ๆ ก็ตาม จุดมุ่งหมายเพื่อจับใจความสาคัญของข้อความท่ีได้อ่าน ดังน้ัน ถ้ารู้จักสังเกต
ประโยคท่ีเป็นใจความสาคญั ของขอ้ ความแต่ละขอ้ ความ และรู้จักแยกใจความหลกั ออกจากใจความรองได้
ก็จะทาให้เราเขา้ ใจในสง่ิ ทอี่ า่ นไดอ้ ย่างถกู ต้องและรวดเร็ว

๔. ใหน้ ักเรียนอ่านข้อความท่ี ๑

รถม้านบั เป็นเอกลักษณอ์ ยา่ งหนึง่ ของเมืองลาปาง มคี ร้งั แรกเมื่อ
พ.ศ. ๒๔๕๘ โดยอพยพมาจากพระนครหลวง หลงั จากที่เกิดมีรถยนต์วิ่งกันขวักไขว่ การใชร้ ถมา้
ในปัจจบุ นั ของนครลาปาง ส่วนใหญ่ใชเ้ ปน็ พาหนะนานกั ท่องเทย่ี วชมรอบเมอื งกับรถรับจ้าง และผู้
ขบั ข่เี องก็ตอ้ งมีใบอนญุ าตขับขด่ี ว้ ย ส่วนม้าต้องใช้วัสดุสดี าเปน็ ท่กี าบงั ตาทง้ั สองขา้ ง เพอ่ื ไม่ใหม้ ้า
มองเห็นสิง่ รอบข้างให้มองเห็นเพยี งทอ้ งถนนเท่าน้นั

อรจิราส์ คมนาคม

แลว้ ชว่ ยกนั ระดมความคิดในประเด็นต่อไปนี้
• ใจความสาคัญของเร่อื งคอื อะไร (รถมา้ เป็นเอกลักษณ์ของเมืองลาปาง มีคร้ังแรกเมื่อ พ.ศ.

๒๔๕๘ อพยพมาจากพระนครหลวง การใช้รถม้าในปัจจุบันของนครลาปาง ส่วนใหญ่ใช้เป็นพาหนะนา
นักทอ่ งเทยี่ วชมรอบเมอื งกบั รถรบั จา้ ง และผู้ขับขี่ก็ต้องมใี บอนญุ าตขับขด่ี ว้ ย)

• รายละเอยี ดของเรื่องเปน็ อยา่ งไร (รถม้านับเป็นเอกลักษณ์อยา่ งหนง่ึ ของเมืองลาปาง มีครั้ง
แรกเม่ือ พ.ศ. ๒๔๕๘ โดยอพยพมาจากพระนครหลวง หลังจากที่เกิดมีรถยนต์ว่ิงกันขวักไขว่, ส่วนม้าต้อง
ใชว้ สั ดุสีดาเปน็ ท่กี าบงั ตาทง้ั สองข้าง เพ่อื ไม่ใหม้ า้ มองเหน็ ส่งิ รอบขา้ ง ให้มองเห็นเพยี งทอ้ งถนนเทา่ น้ัน)

๕. ใหน้ กั เรยี นอ่านข้อความท่ี ๒

ดอกไม้ไฟ คือ วัตถุสาหรบั จดุ ในงานตา่ ง ๆ อาจทาดว้ ยกระดาษ ไมอ้ อ้ หรอื ไมไ้ ผ่ ดอกไม้
ไฟเหลา่ นเี้ มอ่ื จุดไฟแลว้ จะพ่นไฟออกมาในลกั ษณะตา่ ง ๆ กนั บ้างกอ็ ยกู่ ับท่ี บา้ งก็เคล่อื นทมี่ ี
สีสนั สวยงาม บา้ งกม็ ีเสยี งดังมาก เชื่อกันวา่ ประเพณจี ดุ ดอกไม้ไฟน้มี ีมาตง้ั แต่สมยั สุโขทัย
เป็นเมอื งหลวงของไทย

กนั ตินนั ท์ ลสี ี

๒๗

แลว้ ช่วยกันระดมความคดิ ในประเด็นต่อไปนี้
• ใจความสาคัญของเร่ืองคืออะไร (ดอกไม้ไฟ คือ วัตถุสาหรับจุดในงานต่าง ๆ อาจทาด้วย

กระดาษไมอ้ ้อหรือไมไ้ ผ่ เช่ือกันวา่ ประเพณจี ดุ ดอกไมไ้ ฟน้ีมีมาต้ังแต่สมยั สโุ ขทยั เป็นเมืองหลวงของไทย)
• รายละเอยี ดของเร่ืองเป็นอยา่ งไร (ดอกไม้ไฟเหลา่ นเ้ี มือ่ จุดไฟแล้วจะพ่นไฟออกมาในลกั ษณะ

ต่าง ๆ กัน บ้างกอ็ ยู่กับที่ บา้ งก็เคลื่อนที่มีสีสนั สวยงาม บา้ งก็มเี สยี งดังมาก)
๖. ครเู ฉลยคาตอบพร้อมท้งั อธิบายเพิ่มเตมิ
๗. ใหน้ ักเรียนทาใบกจิ กรรมเรื่อง การอา่ นจับใจความ แลว้ รว่ มกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง

๒๘

ใบกิจกรรม เร่อื ง การอ่านจบั ใจความ

ใหน้ ักเรยี นอ่านขอ้ ความตอ่ ไป แลว้ บอกใจความสาคัญและรายละเอยี ดของเร่อื งใหถ้ ูกต้อง

โปรตนี เปน็ สารอาหารที่มีความสาคัญตอ่ การเจรญิ เติบโต โดยเฉพาะในระยะตั้งครรภค์ วามต้องการ
ของโปรตนี จะเพ่ิมข้นึ นอกจากน้ี ระยะการให้นมบุตรความต้องการโปรตีนก็เพ่ิมขน้ึ ดว้ ย ขณะเดยี วกนั เด็กที่อยู่
ในวัยที่กาลังเจริญเติบโตจะมีความตอ้ งการโปรตีนมากกวา่ ผใู้ หญ่ ดังนนั้ อาหารที่มีโปรตนี สูงจึงเป็นอาหารท่ี
ควรไดร้ บั
อาหารที่มีโปรตนี สูง เช่น ไข่ นม ถ่วั เหลอื ง เนื้อสัตวต์ า่ ง ๆ เปน็ ต้น เน้ือไก่ เน้อื เปด็ ปลาทู เนื้อวัวไมต่ ิดมัน
จะมโี ปรตีนประมาณ ๒๐ ตอ่ ๑๐๐ กรมั ของอาหาร สว่ นไข่จะมีโปรตีนประมาณ ๑๓ กรัม ต่อ ๑๐๐ กรัมของ
อาหาร และถ่ัวเหลืองเปน็ พชื ท่ีมโี ปรตนี สงู ถึงรอ้ ยละ ๓๔

การกินอาหารทมี่ โี ปรตีนสูง โดยเฉพาะคนทอ่ี ยู่ในประเทศทีพ่ ฒั นาแล้ว พบว่าไดร้ ับโปรตนี ปรมิ าณ
สงู กว่าคนในประเทศท่ีกาลังพฒั นา ซ่ึงคนสว่ นใหญจ่ ะขาดอาหาร การได้รบั โปรตนี สูงเกนิ ไปไมม่ ีประโยชน์
ตรงกันขา้ มจะเพิ่มความเสี่ยง เชน่ อาจเปน็ โรคอ้วน เนือ่ งจากอาหารทีม่ ีโปรตีนสงู มกั จะเป็นเนื้อสตั ว์ตดิ มัน ถ้า
เปน็ เด็กหรอื ทารก รา่ งกายไมส่ ามารถทีจ่ ะปรับตัวกับปรมิ าณโปรตนี สูง ๆ ทีก่ นิ เขา้ ไป

การกนิ อาหารทมี่ โี ปรตีนสงู จะทาให้กนิ อาหารอ่นื ไดน้ ้อยลง โอกาสท่ีจะทาใหเ้ กิดการขาดสารอาหาร
ชนิดอ่นื เปน็ ไปได้สูง และการกินอาหารที่มโี ปรตีนสูงทาใหร้ า่ งกายต้องกินแคลเซียมสูงดว้ ยเพราะทาใหร้ ่างกาย
เพม่ิ การกาจดั แคลเซียมออกจากร่างกาย ดงั นั้น การกินอาหารจึงควรมโี ปรตนี ในปริมาณทพี่ อเหมาะ

(ขวญั เรอื น ปกั ษ์แรก เดือนสงิ หาคม ๒๕๔๖)

๑. ใจความสาคญั คือ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๒. รายละเอียดของเรือ่ ง คอื
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

๒๙

เฉลยใบกจิ กรรม เรือ่ ง การอา่ นจบั ใจความ

๑.ใจความสาคัญ คือ โปรตีนเปน็ สารอาหารที่มีความสาคญั ต่อร่างกาย แต่ควรรับประทานอาหารที่มี
โปรตีนแต่พอดี

๒. รายละเอยี ดของเรือ่ ง คือ โปรตนี เป็นสารอาหารทม่ี ีความสาคญั ต่อการเจริญเติบโต ผู้ตง้ั ครรภ์
ผู้ใหน้ มบตุ รและเดก็ จงึ ต้องการโปรตีนมาก อาหารท่มี ีโปรตีนสูง ได้แก่ เน้อื สัตว์ต่าง ๆ ไข่ นม ถวั่ เหลือง ผทู้ ี่อยู่
ในประเทศทพ่ี ัฒนาแล้วจะไดร้ บั โปรตีนสูงกวา่ ผูท้ ี่อย่ใู นประเทศกาลังพฒั นา แตก่ ารรับโปรตีนมากเกนิ ไปอาจ
กอ่ ให้เกดิ ผลเสีย เพราะทาให้รบั ประทานอาหารอื่นไดน้ ้อยลง อาจจะทาใหเ้ กดิ การขาดสารอาหาร และทาให้
ต้องรบั ประทานแคลเซยี มสูงด้วย เพราะทาให้รา่ งกายเพ่มิ การกาจัดแคลเซียม ดังนนั้ จึงควรรับประทานอาหาร
ทม่ี โี ปรตีนในปริมาณทพี่ อเหมาะ

๘. ให้นกั เรียนและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี
• การอา่ นเพื่อจับใจความสาคญั เปน็ พืน้ ฐานทจี่ าเป็นในการศกึ ษาหาความรู้ จึงควรฝกึ ฝนให้

เกิดความชานาญจนสามารถจบั ใจความสาคญั ในงานเขียนทกุ ประเภท

การจดั บรรยากาศเชิงบวก

ให้นักเรยี นไดจ้ บั คกู่ ันทางานตามความสมคั รใจ ทาใหน้ ักเรยี นมคี วามสขุ และสนุกสนานในการทา
กจิ กรรมรว่ มกัน

สื่อการเรียนรู้

๑. ใบความรู้ เรอ่ื ง การอ่านจบั ใจความ
๒. แถบข้อความ
๓. ใบกจิ กรรม

การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

๑. วธิ กี ารวัดและประเมินผล
๑.๑ สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงานของนกั เรยี น

๒. เคร่อื งมือ
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม

๓. เกณฑ์การประเมิน
การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ผ่านตัง้ แต่ ๒ รายการ ถอื ว่า ผา่ น
ผ่าน ๑ รายการ ถอื ว่า ไม่ผ่าน

๓๐

ความเห็นหรือข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ................................................หวั หนา้ กลมุ่ บริหารวชิ าการ
(นางพรพริ ุณ แจง้ ใจ)

ความเหน็ หรอื ขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ............................................ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
(นางลดั ดา ผาพนั ธ์)

๓๑

บันทึกหลังการสอน

ผลการจดั การเรยี นการสอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ปญั หา/อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

แนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ __________________ (ผู้บนั ทึก)
(นางพชิ ชานันท์ แสนแก้ว)

๓๒

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๕

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๓ บทพากยเ์ อราวัณ เรอ่ื ง ภูมิปญั ญาสร้างสรรคใ์ นวรรณคดี

กลมุ่ สาระ การเรยี นร้ภู าษาไทย รายวชิ า ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓ เวลา ๑ ชั่วโมง สอนโดย นางพิชชานนั ท์ แสนแก้ว

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละความคิดเพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แก้ปัญหา
ในการดาเนินชวี ติ และมนี สิ ยั รกั การอา่ น

ตวั ชว้ี ัด
ท ๑.๑ ม. ๓/๓ ระบุใจความสาคญั และรายละเอียดของขอ้ มลู ท่ีสนบั สนนุ จากเรือ่ งทอ่ี า่ น
ท ๑.๑ ม. ๓/๔ อ่านเร่อื งต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และรายงาน
ท ๑.๑ ม. ๓/๕ วิเคราะห์ วจิ ารณ์ และประเมินเรอ่ื งที่อ่านโดยใชก้ ลวธิ ีการเปรียบเทยี บเพือ่ ใหผ้ ู้อ่าน

เข้าใจไดด้ ขี ้นึ
ท ๑.๑ ม. ๓/๖ ประเมนิ ความถูกต้องของข้อมลู ทใี่ ช้สนับสนุนในเร่ืองทีอ่ า่ น
ท ๑.๑ ม. ๓/๗ วจิ ารณค์ วามสมเหตุสมผล การลาดบั ความ และความเปน็ ไปได้ของเรอ่ื ง
ท ๑.๑ ม. ๓/๘ วเิ คราะห์เพอื่ แสดงความคิดเห็นโตแ้ ย้งเกยี่ วกบั เร่ืองทีอ่ ่าน
ท ๑.๑ ม. ๓/๙ ตีความและประเมินคุณคา่ แนวคิดท่ไี ดจ้ ากงานเขยี นอย่างหลากหลายเพอ่ื นาไปใช้

แกป้ ญั หาในชีวิต
ท ๑.๑ ม. ๓/๑๐ มมี ารยาทในการอา่ น

จุดประสงค์การเรยี นรสู้ ูต่ ัวชวี้ ัด

๑. อธิบายหลักการอา่ นจับใจความจากเรอื่ งทอี่ ่าน (K)
๒. วเิ คราะห์องค์ประกอบของบทพากย์เอราวณั (P)
๓. เห็นความสาคญั ของการอ่านจบั ใจความและมมี ารยาทในการอา่ น (A)

สาระสาคญั

การอ่านเพ่ือจับใจความสาคัญ เป็นพ้ืนฐานทจี่ าเป็นในการศกึ ษาหาความรู้ จึงควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความ
ชานาญจนสามารถจับใจความสาคัญในงานเขยี นทุกประเภท

สาระการเรยี นรู้

การอา่ นจบั ใจความ

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

๑. ความสามารถในการสื่อสาร
- ทกั ษะการอา่ น
- ทกั ษะการเขยี น
- ทักษะการฟงั การดู และการพดู

๓๓

๒. ความสามารถในการคดิ
- การใหเ้ หตุผล
- การวเิ คราะห์
- การสงั เคราะห์
- การประยุกต์/การปรบั ปรงุ
- การสรุปความรู้
- การประเมินค่า

๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ใฝ่เรียนรู้
ตัวชว้ี ัดที่ ๔.๒ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนร้ตู า่ ง ๆ ท้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น ดว้ ยการ

เลอื กใช้สื่ออย่างเหมาะสม บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ สรปุ เปน็ องค์ความรู้ สามารถ
นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้

ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความร)ู้

ใบงานเรอื่ ง การวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบของบทพากย์เอราวัณ

คาถามทา้ ทาย

เพราะเหตใุ ดนักเรียนจงึ ต้องศึกษาเกย่ี วกับหลักการอ่านจับใจความสาคัญ

การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ให้นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดงั นี้
• เพราะเหตใุ ดนกั เรียนจงึ ต้องศึกษาเกย่ี วกบั หลักการอ่านจับใจความสาคัญ

๒. ครแู ละนกั เรียนสนทนาเรื่องหลกั การอา่ นจับใจความสาคญั เพ่ือเป็นการทบทวนความร้จู ากชว่ั โมง
ที่แล้ว ครซู กั ถามความเข้าใจนกั เรียนโดยสมุ่ เปน็ รายบุคคล

๓. ให้นักเรียนทาใบงานท่ี ๓๒ เรื่อง การวิเคราะห์องค์ประกอบของบทพากย์เอราวัณ แล้วรวบรวม
ผลงานสง่ ใหค้ รูตรวจ

๔. ใหน้ ักเรยี นศึกษาลักษณะของช้างเอราวณั จากการอา่ นคาประพนั ธใ์ นบทพากยเ์ อราวณั จากน้ัน
วาดภาพช้างเอราวัณตามจินตนาการท่ไี ด้จากการอา่ น แลว้ ระบายสใี หส้ วยงาม

๕. ใหน้ ักเรยี นนาเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรียน นาผลงานท่ดี ีเดน่ ติดแสดงทีป่ า้ ยนิเทศผลงานนกั เรยี น
๖. ให้นักเรียนแข่งขันกนั คานวณจานวนของงา สระโบกขรณี ดอกบัวและเทพธิดาบนชา้ งเอราวัณ โดย
แสดงวธิ คี านวณตามหลกั คณติ ศาสตร์ให้ถูกต้องและเข้าใจงา่ ย
๗. ให้นักเรียนและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้

• การอา่ นเพอ่ื จบั ใจความสาคญั เปน็ พ้นื ฐานทีจ่ าเป็นในการศกึ ษาหาความรู้ จงึ ควรฝึกฝนให้
เกิดความชานาญจนสามารถจบั ใจความสาคัญในงานเขยี นทกุ ประเภท

๓๔

การจดั บรรยากาศเชิงบวก

ใหน้ ักเรียนได้นาผลงานของตนเองติดบนปา้ ยนเิ ทศ ทาให้นกั เรยี นเกดิ ความภาคภมู ิใจในผลงานของตน

สือ่ การเรียนรู้

๑. อุปกรณว์ าดภาพระบายสี
๒. ใบงาน

การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

๑. วธิ กี ารวดั และประเมินผล
๑.๑ สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจใบงานท่ี ๓๒

๒. เคร่อื งมอื
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรม

๓. เกณฑ์การประเมนิ
การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
ผา่ นตั้งแต่ ๒ รายการ ถอื ว่า ผา่ น
ผา่ น ๑ รายการ ถอื ว่า ไมผ่ า่ น

การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)

การประเมินใบงานน้ใี ห้ผู้สอนพิจารณาจากเกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เร่ือง การวเิ คราะห์องคป์ ระกอบของบทพากยเ์ อราวณั

ระดบั คะแนน
๔๓๒๑
เกณฑ์การประเมนิ

การวเิ คราะห์ วิเคราะห์โครงเรอื่ ง วิเคราะห์โครงเรือ่ ง วเิ คราะหโ์ ครงเรอื่ ง วเิ คราะห์ฉากได้

องค์ประกอบของ ฉาก และแกน่ เรือ่ ง ฉาก และแกน่ เรอ่ื ง และฉากได้ถกู ตอ้ ง ถูกตอ้ งแต่ยงั วิเคราะห์

บทพากยเ์ อราวณั ได้ถกู ตอ้ ง ไดถ้ ูกตอ้ ง แตย่ ังวเิ คราะห์ โครงเรอื่ งไมช่ ัดเจน

วิเคราะห์ตวั ละคร วิเคราะห์ตวั ละคร แกน่ เรื่องไมต่ รงนกั และวิเคราะห์

ทกุ ตัวได้ละเอียด ทกุ ตัวไดถ้ กู ต้อง การวิเคราะห์ตวั ละคร แกน่ เร่ืองไมไ่ ด้

ทุกแงม่ ุม ยกตัวอย่าง ยกตัวอยา่ ง ทกุ ตัวถกู ต้อง การวิเคราะห์

ประกอบชดั เจน ประกอบชดั เจน ยกตัวอย่างประกอบ ตวั ละครทุกตัวถกู ต้อง

แต่วเิ คราะห์เฉพาะ ชัดเจนและวเิ คราะห์ แตว่ ิเคราะห์

ลักษณะนิสยั ท่ีเด่นชัด เฉพาะลักษณะนิสยั เพียงส้นั ๆ และ

เทา่ น้ัน ทีเ่ ด่นชัดเท่าน้ัน มีการยกตัวอยา่ ง

ประกอบการวิเคราะห์

ตัวละครเพยี งบางตวั

๓๕

ความเหน็ หรือข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ บริหารวชิ าการ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงช่อื ................................................หัวหน้ากลุ่มบริหารวชิ าการ
(นางพรพริ ุณ แจ้งใจ)

ความเหน็ หรือข้อเสนอแนะของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
(นางลัดดา ผาพนั ธ์)

๓๖

บันทกึ หลงั การสอน

ผลการจัดการเรยี นการสอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ปัญหา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

แนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ__________________ (ผู้บันทกึ )
(นางพิชชานนั ท์ แสนแก้ว)

๓๗

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ๖

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๓ บทพากย์เอราวัณ เร่อื ง แสดงความคดิ เห็นอยา่ งสร้างสรรค์

กลมุ่ สาระ การเรยี นรู้ภาษาไทย รายวิชา ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา ๑ ชว่ั โมง สอนโดย นางพิชชานันท์ แสนแกว้

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคิดเพอ่ื นาไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปัญหา
ในการดาเนนิ ชวี ติ และมีนิสยั รกั การอ่าน

ตัวช้วี ัด
ท ๑.๑ ม. ๓/๓ ระบใุ จความสาคญั และรายละเอียดของข้อมลู ท่ีสนบั สนนุ จากเรอื่ งทอี่ า่ น
ท ๑.๑ ม. ๓/๔ อา่ นเรอ่ื งต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผงั ความคิด บนั ทกึ ย่อความ และรายงาน
ท ๑.๑ ม. ๓/๕ วิเคราะห์ วจิ ารณ์ และประเมินเรือ่ งที่อ่านโดยใช้กลวธิ กี ารเปรยี บเทียบ

เพ่อื ใหผ้ อู้ ่านเข้าใจได้ดีขึน้
ท ๑.๑ ม. ๓/๖ ประเมนิ ความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู ท่ีใช้สนบั สนุนในเรอื่ งทีอ่ า่ น
ท ๑.๑ ม. ๓/๗ วจิ ารณค์ วามสมเหตุสมผล การลาดับความ และความเปน็ ไปได้ของเร่ือง
ท ๑.๑ ม. ๓/๘ วเิ คราะห์เพอ่ื แสดงความคิดเห็นโต้แยง้ เก่ียวกบั เร่ืองท่อี า่ น
ท ๑.๑ ม. ๓/๙ ตคี วามและประเมนิ คณุ คา่ แนวคดิ ท่ีได้จากงานเขียนอยา่ งหลากหลาย

เพื่อนาไปใชแ้ กป้ ัญหาในชวี ิต
ท ๑.๑ ม. ๓/๑๐ มมี ารยาทในการอ่าน

จุดประสงคก์ ารเรียนรสู้ ตู่ ัวชี้วัด

๑. อธบิ ายหลกั การอา่ นจบั ใจความจากเรื่องทีอ่ ่าน (K)
๒. จับใจความและอธบิ ายรายละเอียดจากเรอ่ื งทอ่ี ่าน (P)
๓. วิเคราะห์เนื้อหาและแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับเรือ่ งทอี่ า่ น (P)
๔. เหน็ ความสาคัญของการอา่ นจบั ใจความและมมี ารยาทในการอ่าน (A)

สาระสาคญั

การอา่ นเพ่ือจบั ใจความสาคญั เป็นพ้ืนฐานทจ่ี าเป็นในการศกึ ษาหาความรู้ จงึ ควรฝึกฝนใหเ้ กดิ ความ
ชานาญจนสามารถจับใจความสาคญั ในงานเขยี นทุกประเภท

สาระการเรยี นรู้

การอา่ นจบั ใจความ

๓๘

สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน

๑. ความสามารถในการส่อื สาร
- ทกั ษะการอ่าน
- ทกั ษะการเขียน
- ทกั ษะการฟัง การดู และการพูด

๒. ความสามารถในการคิด
- การจาแนก
- การใหเ้ หตผุ ล
- การวิเคราะห์
- การสงั เคราะห์
- การประยุกต์/การปรบั ปรงุ
- การสรุปความรู้
- การประเมนิ ค่า

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ใฝเ่ รยี นรู้
ตวั ชี้วัดท่ี ๔.๒ แสวงหาความร้จู ากแหล่งเรยี นรตู้ ่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ด้วยการ

เลือกใช้สื่ออยา่ งเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้สามารถ
นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้

ช้นิ งานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความร)ู้

ใบงานเร่ือง การแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั บทพากย์เอราวณั

คาถามท้าทาย

อะไรคอื สิ่งสาคญั ในการแสดงความคดิ เหน็

การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

๑. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถามทา้ ทาย ดงั น้ี
• อะไรคือส่งิ สาคญั ในการแสดงความคิดเหน็

๒. ให้นักเรียนทบทวนความร้เู ร่ืองการจับใจความ และให้นักเรียนอภิปรายเก่ียวกับประโยชน์ของการ
อา่ นจบั ใจความ

๓. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ ๕ คน จบั ฉลากเลอื กบทพากย์เอราวณั กลมุ่ ละ ๕ บท นามา
ถอดคาประพันธ์เป็นร้อยแก้ว ออกมาอ่านให้เพ่ือนฟังหน้าชั้นเรียน พร้อมท้ังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
เน้อื หาในบทท่ตี นถอดคาประพนั ธ์ ครคู อยแนะนาเพ่อื ใหข้ ้อมูลสมบูรณม์ ากขึน้

๓๙

๔. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม แสดงบทบาทสมมุติบทพากย์เอราวัณ โดยแต่ละกลุ่ม
จะต้องเขยี นบทสนทนาขน้ึ เอง เสรจ็ แล้วครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปผลการแสดงละคร และบอกข้อคิดที่ได้รับ
จาก การแสดงละคร

๕. ให้นักเรียนทาใบงานท่ี ๓๓ เรื่อง การแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับบทพากย์เอราวัณ แล้วรวบรวม
ผลงานสง่ ใหค้ รูตรวจ

๖. ให้นกั เรยี นและครรู ่วมกันสรุปความรู้ ดังน้ี
• การอ่านเพ่ือจับใจความสาคัญ เป็นพื้นฐานที่จาเป็นในการศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้

เกดิ ความชานาญจนสามารถจับใจความสาคญั ในงานเขยี นทกุ ประเภท

การจดั บรรยากาศเชงิ บวก

ใหน้ กั เรียนไดแ้ บ่งกล่มุ แสดงบทบาทสมมตุ ิตามความสมัครใจ นกั เรียนจะไดร้ ว่ มกันทางานด้วยความ
เต็มใจ ตัง้ ใจและมีความสนกุ สนานทไ่ี ดท้ างานรว่ มกับเพื่อน ๆ

สอื่ การเรยี นรู้

๑. ฉลาก
๒. ใบงาน

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

๑. วธิ ีการวดั และประเมินผล
๑.๑ สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเข้ารว่ มกจิ กรรม
๑.๒ สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
๑.๓ ตรวจใบงาน

๒. เครอ่ื งมือ
๒.๑ แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม
๒.๒ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ

๓. เกณฑก์ ารประเมนิ
๓.๑ การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม
ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถอื ว่า ผ่าน
ผา่ น ๑ รายการ ถอื วา่ ไม่ผา่ น
๓.๒ การประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุม่
คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก
คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี
คะแนน ๕ - ๖ ระดบั พอใช้
คะแนน ๐ - ๔ ระดบั ควรปรบั ปรงุ

๔๐

การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)

การประเมนิ ใบงานน้ีให้ผู้สอนพจิ ารณาจากเกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรอ่ื ง การแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับบทพากยเ์ อราวณั

ระดับคะแนน

๔๓ ๒๑

เกณฑ์การประเมนิ เขียนแสดงความรู้ เขยี นแสดงความรู้
การแสดงความ เขียนแสดงความรู้ เขียนแสดงความรู้ ความคดิ เห็นได้ตรง ความคิดเห็นได้ตรง
ประเดน็ เช่ือมโยงถงึ ประเด็น แตย่ ังไม่
คิดเหน็ เก่ยี วกับ ความคิดเหน็ ได้ ความคิดเหน็ ได้ ส่วนรวม มีเหตผุ ล เชอื่ มโยงถึงสว่ นรวม
ประกอบพอสมควร แสดงเหตุผลส้นั ๆ
บทพากยเ์ อราวณั น่าสนใจ เปน็ น่าสนใจ เป็น การใชภ้ าษา และต้องปรับปรุง
ไม่กระชับ การใชภ้ าษา
ประโยชนต์ อ่ ประโยชนต์ อ่

ส่วนรวมและมี สว่ นรวมและมี

เหตผุ ลทน่ี า่ เช่อื ถอื เหตุผลประกอบ

ใช้ภาษากระชบั ชัดเจน ใชภ้ าษาไดด้ ี

สอ่ื ความหมายชดั เจน

๔๑

ความเหน็ หรือขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ กลมุ่ บริหารวชิ าการ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงช่อื ................................................หวั หน้ากล่มุ บริหารวิชาการ
(นางพรพริ ณุ แจง้ ใจ)

ความเห็นหรอื ขอ้ เสนอแนะของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ............................................ผ้บู ริหารสถานศึกษา
(นางลดั ดา ผาพันธ์)

๔๒

บันทกึ หลงั การสอน

ผลการจัดการเรียนการสอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ปัญหา/อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

แนวทางแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ __________________ (ผูบ้ นั ทึก)
(นางพิชชานันท์ แสนแก้ว)

๔๓

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๗

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๓ บทพากย์เอราวัณ เร่ือง คุณค่าไทยในบทพากย์โขน

กลุ่มสาระ การเรยี นรู้ภาษาไทย รายวชิ า ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา ๑ ชว่ั โมง สอนโดย นางพิชชานนั ท์ แสนแกว้

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ ค่า

และนามาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ จริง

ตัวชว้ี ัด

ท ๕.๑ ม. ๓/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถน่ิ ในระดับทีย่ ากยง่ิ ขน้ึ

ท ๕.๑ ม. ๓/๒ วิเคราะห์วิถไี ทยและคุณคา่ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรมทีอ่ า่ น

ท ๕.๑ ม. ๓/๓ สรุปความรแู้ ละขอ้ คิดจากการอา่ นเพ่อื นาไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ จรงิ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้สู ูต่ ัวชีว้ ัด

๑. อธิบายแนวทางในการอ่านตีความและประเมินคุณคา่ แนวคิดจากการอ่าน (K)
๒. วเิ คราะหค์ ณุ ค่าของบทพากย์โขนของไทย (P)
๓. สังเคราะห์ความรูแ้ ละขอ้ คดิ จากบทพากย์เอราวัณ (P)
๔. เหน็ ความสาคัญและคณุ คา่ ของบทพากยโ์ ขน (A)

สาระสาคัญ

การอ่านตคี วามและประเมนิ คณุ ค่าจากเรือ่ งท่ีอ่านจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเนอ้ื หาของเร่อื งทีอ่ ่าน
อยา่ งลึกซ้ึง และสามารถนาแนวคิดทไี่ ด้จากการอา่ นไปใช้ในการดาเนินชวี ิต

สาระการเรยี นรู้

๑. คณุ ค่าของบทพากยโ์ ขน
๒. ความรู้และขอ้ คดิ ท่ไี ด้จากการอา่ นบทพากยเ์ อราวณั

สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ทักษะการอ่าน
- ทกั ษะการเขียน
- ทักษะการฟงั การดู และการพดู

๒. ความสามารถในการคดิ
- การจาแนก
- การให้เหตผุ ล
- การวเิ คราะห์
- การสังเคราะห์
- การประยกุ ต์/การปรับปรุง

๔๔

- การสรุปความรู้
- การประเมินคา่
๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ใฝ่เรยี นรู้
ตวั ช้ีวดั ท่ี ๔.๒ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรยี นร้ตู า่ ง ๆ ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น ดว้ ยการ

เลอื กใช้ส่อื อย่างเหมาะสม บันทกึ ความรู้ วิเคราะห์ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้
สามารถนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้

ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความรู้)

๑. ใบงานเรอื่ ง การวเิ คราะห์คุณค่าของบทพากย์โขน
๒. ใบงานเร่ือง การสรุปความรูแ้ ละข้อคิดจากการอา่ นบทพากย์เอราวณั

คาถามทา้ ทาย

หนงั สอื ที่นักเรยี นประทบั ใจท่ีสดุ คอื หนงั สอื เรือ่ งอะไร เพราะเหตุใด

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

๑. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ าถามท้าทาย ดงั น้ี
• หนงั สอื ท่ีนกั เรียนประทบั ใจท่ีสดุ คอื หนังสือเรื่องอะไร เพราะเหตใุ ด

๒. ให้นักเรียนศึกษาแนวทางในการอ่านตีความและประเมินคุณค่าแนวคิดจากการอ่าน แล้วร่วมกัน
สนทนาในประเดน็ ตอ่ ไปนี้

• ขั้นตอนแรกของการอ่านตคี วามและประเมินคุณค่าแนวคิดจากการอ่านน้ันทาอย่างไร (อ่าน
ข้อความทั้งหมดใหจ้ บก่อน เพอื่ ทาความเขา้ ใจเนือ้ ความโดยรวมของเรื่อง)

• การตคี วามเร่อื งท่อี ่านควรเรมิ่ ต้นอย่างไร (เร่ิมจากการตีความคาศัพท์ สานวน ประโยค
จากเร่ืองที่อ่านว่ามีความหมายโดยตรง ความหมายโดยนัยอะไรบ้าง และตีความแนวคิดหลักท่ีผู้เขียน
ตอ้ งการนาเสนอ)

• การประเมินคุณค่าของงานเขียน สามารถประเมินในด้านใดได้บ้าง (ด้านเน้ือหา ด้าน
วรรณศิลป์ ดา้ นสังคมและวัฒนธรรม)

๓. ให้นักเรียนทาใบงานเร่ือง การวิเคราะห์คุณค่าของบทพากย์โขน แล้วร่วมกันตรวจสอบความ
ถูกต้อง

๔. ครูนาวีดิทัศน์การแสดงโขน เรื่อง รามเกียรต์ิ ตอนใดตอนหน่ึงมาเปิดให้นักเรียนดู จากน้ันให้
นักเรยี นอภิปรายถึงคุณค่าของบทพากย์โขนของไทย ว่าแสดงให้เห็นถึงความเป็นไทยอย่างไร และนาเสนอ
วิธกี ารอนรุ กั ษ์บทพากยโ์ ขนของไทย

๕. ใหน้ กั เรยี นทาใบงาน เรื่อง การสรุปความร้แู ละขอ้ คดิ จากการอ่านบทพากยเ์ อราวัณ
แล้วรวบรวมผลงานสง่ ให้ครูตรวจ

๖. ใหน้ ักเรยี นและครูรว่ มกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
• การอา่ นตคี วามและประเมินคณุ ค่าจากเรอื่ งทอ่ี ่านจะชว่ ยใหผ้ ูอ้ า่ นเข้าใจเนอ้ื หาของเรื่องที่

อา่ นอย่างลกึ ซงึ้ และสามารถนาแนวคดิ ที่ได้จากการอา่ นไปใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ

๔๕

การจัดบรรยากาศเชิงบวก

ให้นกั เรยี นชมวีดทิ ศั นก์ ารแสดงโขน ทาให้นกั เรียนเกดิ ความประทบั ใจในคุณคา่ ของมรดกทาง
วัฒนธรรมของไทย และช่วยปลกู จติ สานกึ ความเป็นไทยให้แก่นกั เรยี น

ส่ือการเรียนรู้

๑. วีดทิ ศั น์การแสดงโขน
๒. ใบงาน

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

๑. วิธกี ารวดั และประเมินผล
๑.๑ สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
๑.๒ ตรวจใบงาน

๒. เครอื่ งมือ
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรม

๓. เกณฑ์การประเมิน
การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
ผ่านตงั้ แต่ ๒ รายการ ถือวา่ ผา่ น
ผา่ น ๑ รายการ ถอื ว่า ไม่ผ่าน

การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)

การประเมนิ ใบงานนใ้ี หผ้ สู้ อนพจิ ารณาจากเกณฑ์การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)

เรอื่ ง การวิเคราะหค์ ุณค่าของบทพากยโ์ ขน

ระดบั คะแนน ๔๓๒๑

เกณฑ์การประเมนิ วิเคราะหค์ ุณค่า วเิ คราะห์คุณค่า วเิ คราะหค์ ุณค่า
การวเิ คราะห์คณุ ค่า วเิ คราะหค์ ุณคา่

ของบทพากยโ์ ขน ของบทพากย์โขน ของบทพากย์โขน ของบทพากยโ์ ขน ของบทพากย์โขน

ทง้ั ๓ ด้านไดล้ ะเอียด ทง้ั ๓ ดา้ น ได้ละเอียด ทัง้ ๓ ดา้ นได้หลาย ทงั้ ๓ ดา้ นเฉพาะ

ทกุ ประเดน็ อธิบาย ชัดเจน มกี าร ประเดน็ มีการ ประเดน็ ท่ีเด่นชัด

ชัดเจน มกี าร ยกตัวอย่างประกอบ ยกตวั อยา่ งบา้ ง แต่ และอธบิ ายส้ัน ๆ

ยกตวั อย่างประกอบ แตม่ องขา้ ม อธิบายไม่ละเอยี ด ไม่ยกตวั อยา่ งประกอบ

บางประเดน็

๔๖

เรื่อง การสรุปความรูแ้ ละข้อคิดจากการอา่ นบทพากยเ์ อราวัณ

ระดับคะแนน

๔๓๒๑

เกณฑ์การประเมนิ

การสรปุ ความรูแ้ ละ สรปุ ความรแู้ ละ สรปุ ความรแู้ ละ สรุปความรู้และ สรุปความรแู้ ละ

ขอ้ คดิ จากการอ่าน ข้อคดิ ได้หลากหลาย ข้อคิดไดห้ ลากหลาย ข้อคดิ ได้ถกู ตอ้ งใน ขอ้ คดิ ไดถ้ ูกตอ้ งใน

บทพากย์เอราวณั ประเด็น เสนอ ประเด็น เสนอ บางประเดน็ บางประเดน็

แนวทางในการนา แนวทางในการนา เสนอแนวทางในการ เสนอแนวทางในการ

ข้อคดิ ไปประยกุ ต์ใช้ ข้อคดิ ไปประยกุ ตใ์ ช้ นาข้อคดิ ไป นาขอ้ คิดไป

ในชวี ิตจรงิ ได้อยา่ ง ในชวี ิตจรงิ ไดอ้ ยา่ ง ประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ

ชดั เจนทกุ ขอ้ ชดั เจนเป็นส่วนใหญ่ จริงได้เปน็ บางข้อ จรงิ ยังทาไดไ้ ม่

ชัดเจน

ความรู้เพ่มิ เติมสาหรับครู

บทพากย์โขน
เนอ่ื งจากการแสดงโขนจะตอ้ งสวมหัวโขนปิดหน้า จึงต้องมผี รู้ อ้ งและเจรจาแทนผูแ้ สดง บทพากยโ์ ขน
เป็นคาประพันธป์ ระเภทกาพย์ มที ง้ั กาพย์ยานี และกาพย์ฉบัง เมอ่ื พากย์จบไปบทหนึง่ กจ็ ะตตี ะโพนรบั และ
กลองทัดตีตาม แลว้ ลูกคู่ร้องรบั ด้วยคาว่า “เพย้ ” พรอ้ ม ๆ กัน บทพากย์โขนแบง่ เป็น ๕ ประเภท คอื

๑. พากยเ์ มืองหรือพากยพ์ ลับพลา ใชพ้ ากยต์ อนผ้แู สดงออกท้องพระโรงหรอื ออกพลบั พลา
๒. พากย์รถ พากยร์ ถนีจ้ ะรวมถงึ การพากย์ชา้ ง และพากยม์ า้ ดว้ ย ใช้ในกรณที ่ผี ู้แสดงออกรบ
อาจจะ
ทรงรถ ทรงมา้ หรือทรงชา้ งก็ได้
๓. พากย์ชมดง ใชใ้ นโอกาสชมนกชมไม้ โดยใช้เพลงชมดงใน มเี ครอ่ื งดนตรี คือ ตะโพน และฉิ่ง
ประกอบจงั หวะ
๔. พากย์โอ้ ใชใ้ นโอกาสท่ีผูแ้ สดงเศรา้ โศก ครา่ ครวญ รอ้ งไหด้ ว้ ยความเสียใจ การพากยโ์ อจ้ ะ
แตกต่างกบั การพากย์แบบอ่นื เนือ่ งจากจะมีดนตรรี บั กอ่ นทล่ี ูกคู่จะร้องรบั ด้วยคาว่า “เพย้ ”
๕. พากย์บรรยาย และพากยเ์ บ็ดเตลด็ เปน็ การพากยเ์ พ่อื แสดงการสนทนา หรอื เล่าเรื่อง ซ่ึงไม่จัด
อยใู่ นประเภทของการพากย์ท่ีได้กลา่ วมาแล้ว

๔๗

ความเหน็ หรอื ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กล่มุ บริหารวชิ าการ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ................................................หัวหน้ากลุ่มบรหิ ารวิชาการ
(นางพรพริ ุณ แจ้งใจ)

ความเห็นหรอื ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ผู้บริหารสถานศกึ ษา
(นางลดั ดา ผาพนั ธ์)


Click to View FlipBook Version