The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ ๑ บทละครพูด เรื่อง เห็นแก่ลูก ม.๓

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phitchanan.thai, 2020-05-18 08:42:06

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ ๑ ม.๓

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ ๑ บทละครพูด เรื่อง เห็นแก่ลูก ม.๓

๙๘

ใบกิจกรรมเรื่อง การเขยี นยอ่ ความ
ใหน้ ักเรียนอ่านบทความท่กี าหนด แลว้ เขยี นยอ่ ความตามรปู แบบใหถ้ ูกตอ้ ง

การนอนหลับ
สาระนา่ รขู้ องการนอนหลบั แพทย์ศริ ิราชแนะทา่ นอนที่ทาใหห้ ลับสบาย ตื่นขน้ึ มาสดช่นื “นอนตะแคง
ขวา” ช่วยใหห้ วั ใจเตน้ สะดวก บรรเทาอาการปวดหลัง สว่ นผู้ถนัดนอนตะแคงซ้าย อาจทาใหเ้ กิดลมจกุ เสียด
ทล่ี ิน้ ปี่ และกอดหมอนข้างพร้อมพาดขา ป้องกันขาชาจากการนอนทบั เป็นเวลานาน
นพ.ชนินทร์ ลีวานนั ท์ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ศริ ริ าชพยาบาล กล่าวว่า การพักผอ่ น
ทด่ี ที ี่สดุ คือ การนอนหลบั มนุษย์ใช้เวลาเพอื่ นอนหลบั ถึง ๑ ใน ๓ ของอายุขัย ขณะนอนหลับท่านอนเปน็ สง่ิ
สาคัญทีจ่ ะส่งผลใหผ้ นู้ อนหลบั สนทิ ตลอดคืน และตนื่ นอนดว้ ยความสดชนื่ ไมร่ ู้สึกปวดเมื่อย ซง่ึ โดยปกติ
คนทวั่ ไป คนเรานิยมนอนหงาย เพราะเป็นทา่ นอนมาตรฐาน การนอนหงายท่ีเหมาะสมน้ัน ควรใช้หมอนต่าและ
ตน้ คอควรอย่ใู นแนวเดียวกนั กับลาตัว เพื่อไม่ใหป้ วดคอ อย่างไรก็ตาม ทา่ นอนหงายไมเ่ หมาะกับผูป้ ่วยโรคปอด
และโรคหวั ใจ เพราะกลา้ มเนือ้ กระบังลมจะกดทับปอดทาให้หายใจไมส่ ะดวก ส่งผลทาใหก้ ารทางานของหวั ใจ
ลาบากย่งิ ขึ้น นอกจากน้ี ผู้มอี าการปวดหลังการนอนหงายในทา่ ราบจะทาใหอ้ าการปวดรนุ แรงขน้ึ ด้วย
นพ.ชนนิ ทร์ กลา่ ววา่ สาหรบั ท่านอนทดี่ ที สี่ ุด เม่ือเทียบกับท่านอนอื่น ๆ คือ ทา่ นอนตะแคงขวา เพราะ
จะช่วยให้หวั ใจเต้นสะดวก และอาหารจากกระเพาะจะถกู บีบลงลาไสเ้ ล็กไดด้ ี ทง้ั ยังชว่ ยบรรเทาอาการปวดหลงั
ไดเ้ ปน็ อยา่ งดอี ีกดว้ ย ส่วนท่านอนตะแคงซา้ ยซ่งึ จะช่วยลดอาการปวดหลงั ได้ แต่ควรกอดหมอนข้าง และพาดขา
ไว้เพื่อป้องกนั อาการชาที่ขาซ้ายจากการนอนทบั เปน็ เวลานาน
อย่างไรกต็ าม ท่านอนตะแคงซ้ายอาจทาให้เกดิ ลมจุกเสียดบรเิ วณล้นิ ป่ี เนือ่ งจากอาหารท่ยี ังยอ่ ยไมห่ มด
ในช่วงกอ่ นเข้านอนค่ังค้างในกระเพาะอาหาร ส่วนทา่ นอนควา่ เปน็ ทา่ ท่ีทาใหห้ ายใจติดขัด ทัง้ ยงั ทาให้ปวดต้นคอ
เพราะต้องเงยหนา้ มาทางด้านหลงั หรือบิดหมนุ ไปขา้ งใดข้างหนงึ่ เป็นเวลานาน ดังนัน้ ถา้ จาเปน็ ตอ้ งนอนคว่าจึง
ควรใชห้ มอนรองใตท้ รวงอก เพอื่ ป้องกนั อาการปวดเม่อื ยตน้ คอ สขุ ภาพดี…คุณเอง เปน็ ผูก้ าหนด

ทีม่ า : บทความมติชน ตอนท่ี ๓ ประจาวันอาทติ ย์ท่ี ๕ ตุลาคม ๒๕๔๖
โดย รศ. ดร.ประไพศรี ศริ ิจักรวาล

สถาบนั วจิ ยั โภชนาการ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล

๙๙

๖. ให้นกั เรยี นและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดงั นี้
• การยอ่ ความเปน็ สง่ิ ที่จาเป็นสาหรบั การศกึ ษาหาความรู้ เพราะการย่อความเป็นการชว่ ย

สรุปใจความสาคญั ของส่งิ ท่ไี ด้ฟัง ไดอ้ า่ น เพอื่ ใหจ้ ดจาสาระต่าง ๆ ไดแ้ มน่ ยา หรอื เพือ่ นาเรอ่ื งทบ่ี นั ทกึ ไวน้ ัน้ ไปใช้
ในโอกาสต่าง ๆ

๑๐๐

การจดั บรรยากาศเชิงบวก

ใหน้ ักเรียนได้แสดงความคิดเห็นเก่ยี วกบั ประโยชน์ของการเขยี นย่อความ ทาให้นักเรยี นเหน็ คณุ คา่
แลว้ นาไปประยุกตใ์ ชใ้ นการพฒั นาทกั ษะการอ่าน

ส่ือการเรียนรู้

๑. เร่อื งส้นั รางวลั ซีไรต์
๒. ใบกิจกรรม

การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

๑. วธิ กี ารวัดและประเมินผล
สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม

๒. เครอื่ งมือ
แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม

๓. เกณฑก์ ารประเมิน
การประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรม
ผา่ นตัง้ แต่ ๒ รายการ ถอื วา่ ผ่าน
ผา่ น ๑ รายการ ถอื วา่ ไม่ผ่าน

กจิ กรรมเสนอแนะ

ใหน้ กั เรียนแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ ๕ คน จดั ทาคูม่ อื การเขียนยอ่ ความ เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการ
เรยี นรู้เก็บไวท้ ่มี มุ หนงั สอื ของห้องเรยี น

๑๐๑

ความเห็นหรอื ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ กลุ่มบรหิ ารวชิ าการ

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ................................................หวั หน้ากล่มุ บริหารวชิ าการ
(นางพรพริ ณุ แจ้งใจ)

ความเหน็ หรอื ขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ผู้บริหารสถานศึกษา
(นางลัดดา ผาพันธ์)

๑๐๒

บนั ทกึ หลังการสอน

ผลการจดั การเรยี นการสอน
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
ปัญหา/อปุ สรรค
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

แนวทางแกไ้ ข
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

ลงชื่อ__________________ (ผู้บันทึก)
(นางพิชชานันท์ แสนแกว้ )

๑๐๓

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๑๒

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๑ บทละครพดู เรือ่ ง เห็นแก่ลูก เรอื่ ง การเขยี นย่อความ

กลุ่มสาระ การเรยี นรู้ภาษาไทย รายวชิ า ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา ๑ ช่ัวโมง สอนโดย นางพชิ ชานนั ท์ แสนแกว้

มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่อื นาไปใชต้ ดั สนิ ใจแก้ปญั หาใน
การดาเนินชวี ิต และมีนิสัยรกั การอ่าน

ตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ม. ๓/๔ อ่านเรอื่ งต่าง ๆ แล้วเขยี นกรอบแนวคดิ ผงั ความคดิ บันทกึ ยอ่ ความ และรายงาน

มาตรฐานการเรียนรู้ ใชก้ ระบวนการเขยี นเขยี นสอ่ื สาร เขยี นเรียงความ และเขยี นเร่อื งราว
มาตรฐาน ท ๒.๑ ในรูปแบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศ และรายงานการศึกษาคน้ คว้า
อย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตวั ชวี้ ัด
ท ๒.๑ ม. ๓/๔ เขยี นย่อความ
ท ๒.๑ ม. ๓/๑๐ มมี ารยาทในการเขียน

จดุ ประสงค์การเรยี นรสู้ ตู่ ัวชี้วัด
๑. อธิบายหลกั การเขยี นยอ่ ความ (K)

๒. เขยี นยอ่ ความตามรปู แบบ (P)
๓. เห็นประโยชนข์ องการเขยี นย่อความและมีมารยาทในการเขยี น (A)

สาระสาคัญ
การยอ่ ความเป็นส่ิงทจี่ าเป็นสาหรับการศึกษาหาความรู้ เพราะการยอ่ ความเป็นการช่วยสรุปใจความ

สาคญั ของส่งิ ทีไ่ ด้ฟัง ไดอ้ า่ น เพ่ือใหจ้ ดจาสาระต่าง ๆ ได้แม่นยา หรอื เพือ่ นาเร่ืองทบี่ นั ทกึ ไวน้ น้ั ไปใช้ในโอกาสตา่ ง ๆ

สาระการเรียนรู้
การเขียนย่อความ

สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
- ทกั ษะการอ่าน

- ทกั ษะการเขยี น
- ทักษะการฟัง การดู และการพูด

๒. ความสามารถในการคิด
- การจาแนก

๑๐๔

- การสังเคราะห์
- การสรุปความรู้

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ใฝเ่ รียนรู้

ตัวชี้วดั ท่ี ๔.๒ แสวงหาความรจู้ ากแหลง่ เรยี นรตู้ ่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
ดว้ ยการเลอื กใช้สอ่ื อยา่ งเหมาะสม บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ สรปุ เปน็
องคค์ วามรู้ สามารถนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้

ช้นิ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน รอ่ งรอยแสดงความร)ู้
ใบงานเรอ่ื ง การเขียนยอ่ ความ

คาถามท้าทาย
ใจความ กบั พลความ มลี ักษณะแตกตา่ งกันอยา่ งไร

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
๑. ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดังน้ี

• ใจความ กับ พลความ มีลกั ษณะแตกต่างกนั อยา่ งไร
๒. ใหน้ กั เรียนและครรู ่วมกนั ทบทวนความรู้เรื่อง การเขยี นย่อความ แลว้ ครซู กั ถามความเข้าใจ
ของนักเรยี นเป็นรายบุคคล

๓. ให้นกั เรียนฝึกการเขยี นยอ่ ความ โดยเลอื กขา่ วทนี่ ักเรียนสนใจคนละ ๑ ข่าว แลว้ นามาเขยี นยอ่
ความตามรูปแบบ ครูเลือกนักเรยี น ๓-๕ คน ออกมานาเสนอผลงานหน้าชน้ั เรียน ให้นกั เรียนและครูร่วมกัน

ตรวจสอบความถูกต้อง
๔. ให้นกั เรียนอ่านบทดอกสร้อย เรอ่ื ง ความอดทน

อดเอ๋ยอดทน ต้องไมบ่ น่ หลบเลีย่ งเก่ียงงานหนัก
ความเหนด็ เหนอื่ ยจะหายไปเมอื่ ไดพ้ ัก แล้วเราจะรู้จักทางานเปน็

หากเดก็ ไทยอดทนกันถ้วนหน้า ชาติไทยจะพัฒนาทนั ตาเห็น
ความอดทนแก้ปัญหาคราลาเคญ็ พน้ ยากเข็ญเพราะทุกคนอดทนเอย

จงจติ นมิ มานนรเทพ

จากนั้นจับคู่ ยอ่ บทดอกสร้อยเรอื่ ง ความอดทน และนาเสนอหน้าชนั้ เรยี น

๕. ใหน้ ักเรยี นทาใบงานที่ ๖ เรือ่ ง การเขยี นยอ่ ความ แล้วรวบรวมผลงานส่งใหค้ รูตรวจ
๖. ให้นักเรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้

• การย่อความเป็นส่ิงท่ีจาเป็นสาหรบั การศกึ ษาหาความรู้ เพราะการยอ่ ความเปน็ การชว่ ยสรุป
ใจความสาคัญของสิง่ ทไี่ ด้ฟงั ได้อ่าน เพ่ือให้จดจาสาระตา่ ง ๆ ได้แม่นยา หรือเพ่ือนาเร่ืองที่บันทกึ ไวน้ ้นั ไปใชใ้ น
โอกาสตา่ ง ๆ

๑๐๕

การจัดบรรยากาศเชิงบวก
ให้นกั เรยี นฝึกการเขยี นยอ่ ความ โดยเลือกข่าวท่ีนักเรยี นสนใจคนละ ๑ ขา่ ว แล้วนามาเขียนย่อความ

ทาให้นักเรียนมีอสิ ระในการเลอื กทางานตามความสนใจของตนเอง สง่ ผลให้นักเรียนมคี วามสุขในการทางาน

ส่อื การเรยี นรู้
๑. ข่าว
๒. บทดอกสร้อย
๓. ใบงาน

การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

๑. วิธกี ารวดั และประเมินผล
๑.๑ สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม

๑.๒ ตรวจใบงานที่ ๖
๒. เคร่ืองมอื

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม

๓. เกณฑ์การประเมนิ
การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ผ่านต้งั แต่ ๒ รายการ ถอื ว่า ผา่ น
ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน

การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)

การประเมินใบงานน้ใี ห้ผูส้ อนพจิ ารณาจากเกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)

เร่อื ง การเขียนย่อความ

ระดับคะแนน

๔๓๒๑

เกณฑ์การประเมิน

การเขยี นย่อความ เขยี นรปู แบบ เขียนรปู แบบการ เขียนรูปแบบการ เขยี นย่อความ

การเขียนย่อความ เขียนย่อความได้ เขยี นยอ่ ความได้ ถูกต้องตาม

ไดถ้ ูกต้อง สรปุ ถกู ตอ้ ง สรุป ถกู ตอ้ ง สรปุ รูปแบบ แต่เปน็

ใจความสาคัญ ใจความสาคญั จาก ใจความสาคญั การคดั ลอก

จากเรื่องได้ เรื่องไดค้ รบถ้วน จากเรอ่ื งได้ ขอ้ ความมาทง้ั หมด

ครบถว้ นชดั เจน โดยใชภ้ าษาของ ครบถ้วนแต่

โดยใชภ้ าษาของ ผยู้ ่อความเองเป็น ขอ้ ความทนี่ ามา

ผ้ยู ่อความเอง ส่วนใหญ่ ย่อความเปน็

ลายมือสวยงาม ข้อความจากการ

เปน็ ระเบียบ นาเร่ืองทีย่ อ่ มา

ตดั ตอ่ กันโดยใช้

คาเช่ือม

๑๐๖

ความเห็นหรือขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ บริหารวิชาการ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ................................................หวั หนา้ กลุม่ บริหารวิชาการ
(นางพรพริ ุณ แจ้งใจ)

ความเหน็ หรือข้อเสนอแนะของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................ผู้บริหารสถานศึกษา
(นางลดั ดา ผาพันธ์)

๑๐๗

บนั ทึกหลงั การสอน

ผลการจดั การเรยี นการสอน
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
ปญั หา/อปุ สรรค
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

แนวทางแก้ไข
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

ลงชอ่ื __________________ (ผบู้ ันทกึ )
(นางพชิ ชานนั ท์ แสนแก้ว)

๑๐๘

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๓

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๑ บทละครพดู เรอื่ ง เห็นแก่ลูก

เรือ่ ง รายงานวชิ าการ วิจารณญาณในการค้นคว้า

กลุ่มสาระ การเรยี นรู้ภาษาไทย รายวชิ า ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา ๑ ชัว่ โมง สอนโดย นางพชิ ชานันท์ แสนแก้ว

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นสอ่ื สาร เขียนเรียงความ และเขียนเรอ่ื งราว

ในรปู แบบตา่ ง ๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาคน้ คว้า
อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ตัวชี้วัด
ท ๒.๑ ม. ๓/๙ เขียนรายงานการศกึ ษาค้นควา้ และโครงงาน
ท ๒.๑ ม. ๓/๑๐ มมี ารยาทในการเขยี น

จุดประสงค์การเรียนรู้สตู่ ัวชี้วดั
๑. อธิบายหลักการเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคน้ คว้า (K)
๒. เขยี นเคา้ โครงรายงาน (P)
๓. เหน็ ประโยชน์ของการเขียนเค้าโครงรายงาน (A)

สาระสาคญั
การเขยี นรายงานจากการศึกษาค้นควา้ เปน็ การเขยี นนาเสนอผลงานอันได้มาจากการศึกษาค้นคว้าเพื่อ

สง่ เสริมให้ผู้เรียนรจู้ กั แสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง เป็นการเขยี นทีจ่ ะตอ้ งเรียบเรียงข้อมลู เปน็ อย่างดี นาเสนอด้วย
ภาษาเขียนท่ีเขา้ ใจงา่ ย และมีรูปแบบถกู ต้อง มกี ารอา้ งอิงแหลง่ ข้อมลู ไวใ้ นบรรณานุกรมอย่างครบถ้วน

สาระการเรยี นรู้
การเขียนรายงานจากการศึกษาค้นควา้

สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
- ทกั ษะการอา่ น
- ทกั ษะการเขยี น
- ทักษะการฟัง การดู และการพดู
๒. ความสามารถในการคิด
- การจาแนก
- การใหเ้ หตผุ ล
- การวิเคราะห์
- การสงั เคราะห์

๑๐๙

- การประยกุ ต/์ การปรับปรงุ
- การสรปุ ความรู้
- การประเมนิ ค่า
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ใฝ่เรยี นรู้
ตัวช้ีวัดที่ ๔.๒ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรยี นร้ตู า่ ง ๆ ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
ด้วยการเลอื กใช้สื่ออยา่ งเหมาะสม บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ สรปุ เป็น
องคค์ วามรู้ สามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้

ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความรู้)
-

คาถามท้าทาย
การวางเค้าโครงในการเขยี นรายงานมีความสาคัญหรือไม่ อย่างไร

การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดังนี้
• การวางเคา้ โครงในการเขียนรายงานมคี วามสาคัญหรือไม่ อย่างไร
๒. ครนู านกั เรียนสนทนาเก่ยี วกับการเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้ วา่ นักเรยี นมีขัน้ ตอนในการ

ดาเนนิ งานอยา่ งไร พบปญั หาและอุปสรรคในการดาเนินงานหรือไม่ และนกั เรียนแกไ้ ขปัญหาอยา่ งไร
๓. ให้นักเรียนศึกษาความรเู้ รื่อง การเขียนรายงานจากการศกึ ษาค้นควา้ จากน้ันใหน้ ักเรียน

รว่ มกันสรุปความเข้าใจดว้ ยการตอบคาถาม ดังนี้
• การเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคน้ คว้ามปี ระโยชน์อย่างไร (กระตือรอื รน้ ในการแสวงหา

ความรู้จากแหล่งการเรียนรตู้ า่ ง ๆ ได้รบั ความรูเ้ พ่ิมขน้ึ ไดเ้ ผยแพรค่ วามรแู้ ก่ผอู้ นื่ )
• การเลือกเร่อื งที่จะเขยี นรายงานมหี ลกั เกณฑอ์ ยา่ งไร (๑. เลอื กเรื่องทส่ี นใจ ๒. เลอื กเรอื่ งที่

มีประสบการณ์หรอื มีความถนัด ๓. เลอื กเร่ืองทก่ี าลังเป็นทีส่ นใจในขณะน้ัน ๔. เลอื กเรอื่ งที่เป็นประโยชน์
ตอ่ ผ้อู ่านและสงั คม ๕. เลอื กเรือ่ งทแ่ี ปลกใหมท่ ย่ี งั ไมค่ ่อยมผี ู้นามาเขียนอยา่ งแพร่หลาย)

• เค้าโครงรายงาน คืออะไร (การกาหนดหวั ข้ออยา่ งครา่ ว ๆ เป็นการวางแผนการศึกษา
หรอื กาหนดทิศทางในการคน้ คว้า ใหเ้ หน็ ขอบเขตท่ีชดั เจน ทาใหก้ ารศึกษาเป็นไปอย่างมรี ะบบ)

• ส่วนประกอบของการเขียนรายงานมีอะไรบ้าง (ปกนอก คานา สารบญั เนอื้ เรื่อง
บรรณานุกรม)

๔. ครนู าตวั อยา่ งการเขียนรายงานมาให้นักเรยี นศึกษา และสนทนาแลกเปลีย่ นความคิดเหน็ เกีย่ วกับ
การเขียนรายงาน

๕. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ ๕ คน ฝึกเขยี นเค้าโครงรายงาน ในหัวข้อ “คณุ ธรรมจากบทละครพดู
เร่ือง เห็นแก่ลูก”

๖. ใหน้ ักเรยี นและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี
• การเขยี นรายงานจากการศึกษาค้นคว้า เป็นการเขียนนาเสนอผลงานอันได้มาจากการศกึ ษา

ค้นคว้าเพอื่ ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนรจู้ กั แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เป็นการเขียนทจี่ ะตอ้ งเรียบเรียงข้อมลู เปน็ อย่างดี

๑๑๐

นาเสนอดว้ ยภาษาเขยี นท่ีเขา้ ใจง่าย และมีรูปแบบถูกตอ้ ง มกี ารอา้ งองิ แหล่งข้อมูลไวใ้ นบรรณานกุ รมอย่าง
ครบถว้ น
การจดั บรรยากาศเชิงบวก

ให้นักเรยี นมโี อกาสแบ่งกล่มุ ในการเขยี นเค้าโครงรายงานอยา่ งอิสระ ทาใหน้ กั เรียนมีความสขุ และ
สนุกสนานในการทางานกลุ่มรว่ มกบั เพือ่ นสนิทของตนเอง

ส่อื การเรียนรู้
ตวั อย่างรายงาน

การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
๑. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
๑.๑ สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
๑.๒ สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
๒. เครื่องมอื
๒.๑ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
๒.๒ แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ
๓. เกณฑก์ ารประเมิน
๓.๑ การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถอื ว่า ผา่ น
ผา่ น ๑ รายการ ถอื วา่ ไม่ผ่าน
๓.๒ การประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ
คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก
คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี
คะแนน ๕ - ๖ ระดับ พอใช้
คะแนน ๐ - ๔ ระดบั ควรปรบั ปรุง

๑๑๑

ความเห็นหรือขอ้ เสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มบรหิ ารวิชาการ

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ................................................หัวหน้ากลุ่มบริหารวิชาการ
(นางพรพริ ณุ แจง้ ใจ)

ความเหน็ หรือข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ผู้บรหิ ารสถานศึกษา
(นางลัดดา ผาพนั ธ์)

๑๑๒

บันทึกหลงั การสอน

ผลการจดั การเรียนการสอน
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
ปัญหา/อปุ สรรค
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

แนวทางแก้ไข
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

ลงชอ่ื __________________ (ผู้บันทกึ )
(นางพิชชานันท์ แสนแก้ว)

๑๑๓

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๑๔

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ บทละครพดู เร่ือง เห็นแก่ลกู

เรื่อง การเขยี นรายงานจากการศึกษาคน้ คว้า

กล่มุ สาระ การเรยี นรู้ภาษาไทย รายวิชา ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๑ ชั่วโมง สอนโดย นางพชิ ชานันท์ แสนแกว้

มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วดั

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นสอื่ สาร เขยี นเรยี งความ และเขยี นเรื่องราว

ในรปู แบบต่าง ๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศ และรายงานการศกึ ษาคน้ คว้า
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
ตวั ชวี้ ดั
ท ๒.๑ ม. ๓/๙ เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าและโครงงาน
ท ๒.๑ ม. ๓/๑๐ มีมารยาทในการเขยี น

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรสู้ ตู่ วั ชว้ี ดั

๑. อธบิ ายหลักการเขียนรายงานจากการศึกษาคน้ คว้า (K)
๒. เขยี นรายงานจากการศกึ ษาคน้ คว้า (P)
๓. เหน็ ประโยชน์ของการเขียนรายงานจากการศกึ ษาค้นคว้าและมีมารยาทในการเขียน (A)

สาระสาคญั

การเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้ เปน็ การเขียนนาเสนอผลงานอันได้มาจากการศึกษาค้นควา้
เพอื่ ส่งเสรมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นรจู้ กั แสวงหาความรดู้ ้วยตนเอง เป็นการเขยี นทีจ่ ะตอ้ งเรียบเรยี งข้อมูลเป็นอย่างดี นาเสนอ
ดว้ ยภาษาเขียนทเ่ี ขา้ ใจงา่ ย และมรี ูปแบบถูกต้อง มกี ารอา้ งองิ แหล่งข้อมูลไวใ้ นบรรณานุกรมอยา่ งครบถ้วน

สาระการเรยี นรู้

การเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคน้ คว้า

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

๑. ความสามารถในการส่ือสาร
- ทักษะการอ่าน
- ทกั ษะการเขียน
- ทกั ษะการฟงั การดู และการพดู

๒. ความสามารถในการคดิ
- การจาแนก
- การใหเ้ หตผุ ล
- การวเิ คราะห์
- การสงั เคราะห์

๑๑๔

- การประยุกต/์ การปรบั ปรงุ
- การสรุปความรู้
- การประเมินค่า
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ใฝเ่ รยี นรู้
ตัวชี้วัดท่ี ๔.๒ แสวงหาความร้จู ากแหล่งเรยี นรู้ตา่ ง ๆ ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรียน

ด้วยการเลอื กใช้สอ่ื อยา่ งเหมาะสม บันทกึ ความรู้ วิเคราะห์ สรปุ เปน็
องคค์ วามรู้ สามารถนาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้

ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน รอ่ งรอยแสดงความร)ู้

เคา้ โครงรายงาน

คาถามทา้ ทาย

ผู้เขยี นรายงานควรมคี ุณสมบัตอิ ยา่ งไร

การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

๑. ให้นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถามทา้ ทาย ดงั นี้
• ผู้เขียนรายงานควรมคี ณุ สมบัตอิ ย่างไร

๒. ให้นักเรียนทบทวนความรเู้ ร่อื ง การเขียนรายงานจากการศกึ ษาค้นคว้า ครซู กั ถามความเข้าใจ
ของนักเรียนเปน็ รายบคุ คล

๓. ใหน้ ักเรียนทาแบบฝึกหัดเร่อื ง การเขยี นรายงานจากการศกึ ษาค้นคว้า จากนั้นครูเฉลยคาตอบ
และอธิบายเพิ่มเติม

๑๑๕

แบบฝกึ หดั เรอื่ ง การเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคน้ คว้า คาตอบ
ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบท่ีถกู ตอ้ ง แลว้ ระบายวงกลมตวั เลอื กในชอ่ งคาตอบใหเ้ ตม็ วง ๑ ๒๓๔

๑. ข้อใดให้คาจากดั ความของคาว่า “รายงาน” ได้ชดั เจนที่สุด คาตอบ
๑ เป็นการรวบรวมข้อมลู ๑ ๒๓๔
๒ เป็นการบนั ทึกเรื่องราวทไี่ ดอ้ ่านมา
คาตอบ
๓ เปน็ การนาเสนอขอ้ มูลทีไ่ ดฟ้ ังมา ๑ ๒๓๔
๔ เป็นการนาเสนอข้อมูลทไี่ ด้รวบรวมมาในรูปแบบต่าง ๆ
คาตอบ
๒. จดุ มงุ่ หมายของการเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคน้ คว้าคือขอ้ ใด ๑ ๒๓๔
๑ ให้มีนิสยั รกั การอา่ น
๒ ใหม้ ีทักษะในการค้นคว้ารวบรวม คาตอบ
๑ ๒๓๔
๓ ให้รจู้ ักเรียบเรียงส่ิงทไี่ ดค้ น้ คว้า
๔ ใหร้ จู้ ักรวบรวม เรยี บเรยี ง ความรู้ ความคดิ แล้วนาเสนออย่างเปน็ ระบบ

๓. รายงานมอี งคป์ ระกอบตามข้อใด
๑ ปกนอก สารบญั คานา เนอ้ื เรื่อง สรปุ
๒ ปกนอก คานา สารบัญ เน้อื เรอื่ ง บรรณานกุ รม

๓ คานา บรรณานุกรม สารบัญภาพ เน้ือเรอื่ ง
๔ คานา สารบัญภาพ เนื้อเรื่อง

๔. ลาดับขัน้ ตอนของการเขยี นรายงานท่ีถูกต้อง ก่อนท่ีจะเรียบเรยี งเนอื้ หาคอื ข้อใด
๑ ตั้งช่อื เรื่อง ค้นคว้าข้อมูล เขยี นเค้าโครงรายงาน
๒ ค้นควา้ ข้อมูล ตงั้ ชอื่ เรือ่ ง เขียนเค้าโครงรายงาน

๓ ต้งั ชอื่ เร่อื ง เขยี นเค้าโครงรายงาน ค้นควา้ ข้อมูล
๔ คน้ ควา้ ข้อมูล เขยี นเคา้ โครงรายงาน ตง้ั ช่ือเรื่อง

๕. คดั ลอกขอ้ ความสนั้ ๆ เฉพาะบางตอนมาใช้ประกอบการเขยี นรายงานต้องปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ใดจึงจะ
ไม่ผิดกฎหมาย
๑ ไมต่ ้องขออนุญาต ไมต่ ้องอา้ งชื่อผูแ้ ตง่

๒ ต้องขออนุญาตเจา้ ของลิขสิทธ์ิเป็นลายลักษณ์อกั ษรทกุ ครั้ง
๓ ไมต่ ้องขออนญุ าต แตต่ ้องทาเชิงอรรถ หรือแสดงให้ปรากฏวา่ ได้คัดลอกมาจากแหล่งใด

๔ ถา้ เจา้ ของลิขสิทธ์เป็นคนไทยต้องขออนุญาต ถา้ เปน็ ชาวต่างประเทศไม่ตอ้ งขออนุญาต

๑๑๖

เฉลยแบบฝกึ หดั เรอ่ื ง การเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้ คาตอบ
๑๒๓๔
ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบทีถ่ กู ตอ้ ง แลว้ ระบายวงกลมตวั เลอื กในชอ่ งคาตอบให้เตม็ วง
๑. ข้อใดให้คาจากัดความของคาวา่ “รายงาน” ได้ชดั เจนที่สุด คาตอบ
๑ ๒ ๓ ๔๔
๑ เป็นการรวบรวมขอ้ มลู
คาตอบ
๒ เปน็ การบันทกึ เร่ืองราวท่ไี ดอ้ ่านมา ๑๒๓๔
๓ เป็นการนาเสนอข้อมลู ที่ได้ฟังมา
คาตอบ
๔ เปน็ การนาเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมมาในรูปแบบต่าง ๆ ๑ ๒ ๓๓ ๔
๒. จดุ มุง่ หมายของการเขียนรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้ คอื ขอ้ ใด
คาตอบ
๑ ให้มนี สิ ยั รกั การอา่ น ๑ ๒ ๓๓ ๔

๒ ใหม้ ที ักษะในการค้นคว้ารวบรวม
๓ ให้รู้จกั เรียบเรยี งสิง่ ทีไ่ ดค้ ้นคว้า

๔ ใหร้ ู้จักรวบรวม เรยี บเรยี ง ความรู้ ความคดิ แล้วนาเสนออยา่ งเปน็ ระบบ
๓. รายงานมอี งค์ประกอบตามขอ้ ใด

๑ ปกนอก สารบญั คานา เนอื้ เรือ่ ง สรุป

๒ ปกนอก คานา สารบัญ เนอ้ื เร่อื ง บรรณานกุ รม
๓ คานา บรรณานกุ รม สารบัญภาพ เน้อื เร่อื ง

๔ คานา สารบญั ภาพ เนอ้ื เร่ือง
๔. ลาดับข้ันตอนของการเขียนรายงานทถ่ี กู ต้อง ก่อนทีจ่ ะเรยี บเรียงเน้อื หาคือขอ้ ใด

๑ ตง้ั ชื่อเร่อื ง คน้ ควา้ ข้อมูล เขยี นเคา้ โครงรายงาน

๒ ค้นควา้ ข้อมูล ตงั้ ชื่อเรื่อง เขยี นเค้าโครงรายงาน
๓ ตั้งชอื่ เรื่อง เขียนเคา้ โครงรายงาน ค้นควา้ ข้อมูล

๔ ค้นคว้าข้อมูล เขยี นเค้าโครงรายงาน ตง้ั ชอ่ื เรือ่ ง
๕. คัดลอกขอ้ ความสั้น ๆ เฉพาะบางตอนมาใช้ประกอบการเขยี นรายงานตอ้ งปฏบิ ตั ิตามขอ้ ใดจึงจะ

ไม่ผิดกฎหมาย

๑ ไม่ตอ้ งขออนุญาต ไม่ต้องอา้ งชอ่ื ผูแ้ ตง่
๒ ตอ้ งขออนุญาตเจา้ ของลิขสิทธิเ์ ป็นลายลักษณ์อักษรทุกคร้ัง

๓ ไม่ต้องขออนุญาต แตต่ อ้ งทาเชิงอรรถ หรอื แสดงใหป้ รากฏวา่ ได้คัดลอกมาจากแหลง่ ใด
๔ ถ้าเจ้าของลขิ สิทธ์เปน็ คนไทยตอ้ งขออนญุ าต ถ้าเป็นชาวตา่ งประเทศไม่ตอ้ งขออนญุ าต

๑๑๗

๔. ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ออกมานาเสนอเค้าโครงรายงานหน้าช้นั เรยี น ครแู ละนักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบ
ความถูกต้องและความสมบรู ณ์ของเค้าโครง พร้อมทงั้ ช่วยกนั เสนอความคิดเห็นแก้ไขให้เคา้ โครงรายงานของทุก
กล่มุ สมบรู ณ์

๕. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ ฝกึ เขยี นคานารายงานแล้วออกมานาเสนอครูและนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบ
และแกไ้ ขใหส้ มบูรณ์

๖. ให้นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ฝึกเขยี นบรรณานุกรมจากหนงั สือท่คี รเู ตรยี มไว้ แลกเปลีย่ นผลงานกนั
ตรวจสอบ ครูช่วยแนะนาและอธิบายเพม่ิ เติม

๗. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุม่ นาเค้าโครงรายงานท่ีแกไ้ ขเรยี บรอ้ ยแล้วไปจัดทารายงานวิชาการในหวั ขอ้
“คุณธรรมจากบทละครพูดเรอ่ื ง เหน็ แก่ลกู ” เป็นชิน้ งานท่ี ๓ โดยให้นกั เรยี นดาเนินกจิ กรรมตามขั้นตอนการ
เขียนรายงาน ศึกษาคุณธรรมจากเรื่องอยา่ งละเอียดโดยวิเคราะหจ์ ากพฤตกิ รรมของตวั ละคร เชือ่ มโยงความรกู้ ับ
วชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

๖. ให้นกั เรียนและครรู ว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั นี้
• การเขียนรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้ เป็นการเขยี นนาเสนอผลงานอนั ไดม้ าจากการศึกษา

คน้ ควา้ เพ่อื ส่งเสรมิ ให้ผเู้ รียนรู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เป็นการเขียนที่จะตอ้ งเรยี บเรียงขอ้ มูลเป็นอย่างดี
นาเสนอด้วยภาษาเขียนท่ีเขา้ ใจงา่ ย และมีรูปแบบถกู ตอ้ ง มกี ารอา้ งองิ แหล่งข้อมูลไว้ในบรรณานกุ รมอย่างครบถว้ น

การจดั บรรยากาศเชิงบวก

ใหน้ ักเรียนไดน้ าเสนอเค้าโครงรายงาน และรับฟังคาวิจารณ์เพอ่ื นาไปปรับปรุงแก้ไขผลงานให้ดียง่ิ ขึ้น

ส่ือการเรียนรู้

๑. แบบฝกึ หดั
๒. เคา้ โครงรายงาน

การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

๑. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล
๑.๑ สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
๑.๒ สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่

๑.๓ ตรวจผลงานของนักเรยี น
๒. เครอ่ื งมอื

๒.๑ แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
๒.๒ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
๓. เกณฑก์ ารประเมนิ
๓.๑ การประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรม

ผา่ นต้งั แต่ ๒ รายการ ถอื ว่า ผ่าน
ผ่าน ๑ รายการ ถอื วา่ ไมผ่ า่ น
๓.๒ การประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุม่
คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก
คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี
คะแนน ๕ - ๖ ระดบั พอใช้
คะแนน ๐ - ๔ ระดับ ควรปรับปรุง

๑๑๘

ความเหน็ หรือข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กลุม่ บริหารวิชาการ

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ................................................หัวหน้ากลุม่ บริหารวิชาการ
(นางพรพริ ณุ แจ้งใจ)

ความเห็นหรือข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา
(นางลดั ดา ผาพนั ธ์)

๑๑๙

บันทกึ หลงั การสอน

ผลการจดั การเรยี นการสอน
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
ปัญหา/อุปสรรค
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

แนวทางแกไ้ ข
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

ลงชอื่ __________________ (ผบู้ ันทึก)
(นางพิชชานันท์ แสนแกว้ )

๑๒๐

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๑๕

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ บทละครพูด เร่ือง เห็นแกล่ ูก เรอ่ื ง การนาเสนอรายงาน

กลมุ่ สาระ การเรยี นรู้ภาษาไทย รายวชิ า ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลา ๑ ชว่ั โมง สอนโดย นางพิชชานันท์ แสนแกว้

มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชี้วดั

มาตรฐานการเรยี นรู้ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสอ่ื สาร เขยี นเรยี งความ และเขียนเรือ่ งราว
มาตรฐาน ท ๒.๑ ในรปู แบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศกึ ษาค้นคว้า
อย่างมปี ระสิทธิภาพ
ตัวชีว้ ัด
ท ๒.๑ ม. ๓/๙ เขยี นรายงานการศึกษาค้นคว้าและโครงงาน
ท ๒.๑ ม. ๓/๑๐ มีมารยาทในการเขยี น

จุดประสงคก์ ารเรยี นรูส้ ู่ตัวชว้ี ดั

๑. อธบิ ายประโยชน์ของการเขียนรายงานจากการศกึ ษาค้นคว้า (K)
๒. นาเสนอรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้ (P)
๓. เหน็ ประโยชน์ของการเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคน้ คว้าและมมี ารยาทในการเขียน (A)

สาระสาคัญ

การเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้ เปน็ การเขยี นนาเสนอผลงานอันได้มาจากการศกึ ษาค้นคว้า
เพ่ือส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นร้จู กั แสวงหาความร้ดู ว้ ยตนเอง เป็นการเขยี นท่ีจะต้องเรียบเรียงข้อมูลเป็นอย่างดี นาเสนอ
ด้วยภาษาเขยี นทีเ่ ข้าใจงา่ ย และมรี ูปแบบถูกตอ้ ง มีการอา้ งองิ แหลง่ ข้อมลู ไว้ในบรรณานกุ รมอยา่ งครบถ้วน

สาระการเรยี นรู้

การเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า

สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น

๑. ความสามารถในการส่อื สาร
- ทักษะการเขยี น
- ทกั ษะการฟงั การดู และการพดู

๒. ความสามารถในการคิด
- การจาแนก
- การให้เหตุผล
- การวเิ คราะห์

- การสงั เคราะห์
- การจดั ระบบความคดิ เป็นแผนภาพ
- การประยกุ ต/์ การปรับปรุง

๑๒๑

- การสรปุ ความรู้
- การประเมินค่า
๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ใฝเ่ รียนรู้
ตวั ชว้ี ดั ที่ ๔.๒ แสวงหาความร้จู ากแหลง่ เรียนรตู้ า่ ง ๆ ทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรียน

ด้วยการเลอื กใช้สอื่ อย่างเหมาะสม บนั ทึกความรู้ วเิ คราะห์ สรุปเป็น
องคค์ วามรู้ สามารถนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้

ชนิ้ งานหรือภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความร)ู้

ชนิ้ งานเร่อื ง การเขียนรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้

คาถามท้าทาย

ในการทารายงานนกั เรยี นค้นควา้ ข้อมูลจากแหลง่ ใดบา้ ง เพราะเหตุใดจงึ เลอื กแหล่งนัน้ ๆ

การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

๑. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ าถามท้าทาย ดงั น้ี
• ในการทารายงานนกั เรยี นค้นควา้ ข้อมลู จากแหลง่ ใดบา้ ง เพราะเหตุใดจงึ เลือกแหลง่ น้ัน ๆ

๒. ใหน้ กั เรยี นและครรู ว่ มกนั ทบทวนความรเู้ รือ่ ง การเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า โดยยกตวั อยา่ ง
จากการนาเสนอเมอ่ื ช่วั โมงทีแ่ ล้ว ใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั ชี้ประเดน็ ท่บี กพรอ่ ง ให้บอกวิธีการหรอื แนวทางในการแกไ้ ข

๓. ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอรายงานจากการศกึ ษาค้นควา้ หัวขอ้ “คุณธรรมจากบทละคร
พูดเรื่อง เหน็ แกล่ กู ” ใหน้ กั เรียนจดบนั ทกึ การนาเสนอแลว้ ร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับความถกู ตอ้ ง และ
ความสมบรู ณ์ของรายงาน

๔. ใหน้ ักเรยี นฝกึ ตง้ั คาถามหลงั จากท่ฟี ังการพดู รายงานของแต่ละกลุ่ม แลว้ รวบรวมรายงานของทกุ กลุ่ม
สง่ ใหค้ รูตรวจ

๕. ให้นกั เรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดงั นี้
• การเขียนรายงานจากการศกึ ษาค้นคว้า เปน็ การเขียนนาเสนอผลงานอันไดม้ าจากการศกึ ษา

คน้ ควา้ เพ่อื ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จกั แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เปน็ การเขียนที่จะตอ้ งเรยี บเรยี งขอ้ มลู เป็นอย่างดี
นาเสนอด้วยภาษาเขยี นที่เขา้ ใจง่าย และมรี ูปแบบถูกต้อง มกี ารอ้างองิ แหลง่ ข้อมูลไวใ้ นบรรณานุกรมอย่างครบถว้ น

การจดั บรรยากาศเชิงบวก

ให้นักเรียนได้นาเสนอรายงานทีไ่ ดจ้ ากการศกึ ษาค้นคว้า และรบั ฟงั คาวิจารณ์เพื่อนาไปปรบั ปรุงแกไ้ ข
ผลงานครั้งต่อไปให้ดยี ิ่งข้ึน

สือ่ การเรียนรู้

สอ่ื ประกอบการนาเสนอรายงาน

๑๒๒

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

๑. วธิ ีการวดั และประเมินผล

๑.๑ สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม

๑.๒ สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม

๑.๓ ตรวจชิ้นงานที่ ๓

๒. เคร่อื งมอื

๒.๑ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม

๒.๒ แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม

๓. เกณฑ์การประเมนิ

๓.๑ การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม

ผ่านตง้ั แต่ ๒ รายการ ถอื วา่ ผ่าน

ผา่ น ๑ รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น

๓.๒ การประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่

คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก

คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี

คะแนน ๕ - ๖ ระดับ พอใช้

คะแนน ๐ - ๔ ระดบั ควรปรับปรงุ

การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)

การประเมนิ ช้ินงานนใ้ี ห้ผสู้ อนพจิ ารณาจากเกณฑ์การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)

เรอื่ ง การเขยี นรายงานจากการศึกษาค้นควา้

ระดบั คะแนน ๔ ๓๒๑

เกณฑ์การประเมนิ

การเขยี นรายงาน มีสว่ นประกอบของ มสี ่วนประกอบ มสี ว่ นประกอบ มสี ว่ นประกอบ

จากการศกึ ษา รายงานครบถ้วน ของรายงานครบถ้วน ของรายงานครบถ้วน ของรายงานครบถ้วน

คน้ ควา้ นาเสนอข้อมูล นาเสนอขอ้ มลู นาเสนอขอ้ มลู นาเสนอขอ้ มูล

ละเอียด ชดั เจน ละเอยี ด ชัดเจน ไม่ละเอยี ดมากนัก ยงั ไม่ละเอียด

และหลากหลาย และหลากหลาย แต่กเ็ ชอ่ื มโยง มขี ้อมลู บางสว่ น

ทกุ ขอ้ มูลเชอ่ื มโยง ทกุ ข้อมลู เชอื่ มโยง สมั พนั ธ์กับหวั ข้อ ไม่สมั พันธ์

สมั พนั ธก์ ับหวั ขอ้ สมั พันธก์ บั หวั ข้อ และเรียบเรยี ง กับหวั ขอ้

เรยี บเรียงเนอ้ื หา เรยี บเรยี งเน้ือหา เนอ้ื หาตามลาดบั การเรยี บเรยี งเนื้อหา

ตามลาดับและต่อเน่ืองกนั ตามลาดบั การจัดวาง ส่วนการจดั วาง และการจดั วาง

ดีจัดรูปแบบการนาเสนอ หัวข้อชัดเจน หัวข้อยงั สับสน หวั ข้อยังสับสน

น่าสนใจเรียงลาดับหวั ขอ้ ทาให้เข้าใจง่าย เล็กน้อย และมี มีภาพประกอบ

ชัดเจน เข้าใจงา่ ยมี และเป็นระเบียบ ภาพประกอบ เพียงเลก็ น้อย

ภาพประกอบ มภี าพประกอบ พอสมควร

สวยงาม และ หลายภาพ ช่วย

อยใู่ นตาแหน่งท่ี เพมิ่ ความน่าสนใจ

เหมาะสมทกุ ภาพ

๑๒๓

ใบงาน เร่ือง การเขยี นรายงานจากการศกึ ษาค้นคว้า

วันที่ ______ เดอื น ___________________ พ.ศ. _________ ได้__________
คะแนน
ชอื่ ___________________________________ ชนั้ ____________ เลขที่
________ คะแนนเตม็ ๑๐

คะแนน
ให้นกั เรียนเขยี นรายงานวิชาการในหัวข้อ “คุณธรรมจากบทละครพดู เรอื่ ง เห็นแกล่ ูก” โดยให้นักเรยี น

ดาเนนิ กจิ กรรมตามข้นั ตอนการเขยี นรายงาน ศึกษาคณุ ธรรมจากเร่อื งอย่างละเอยี ดโดยวิเคราะห์จาก

พฤตกิ รรมของตวั ละคร เชื่อมโยงความรู้กบั วิชาสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................................................

๑๒๔

ความเห็นหรอื ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กล่มุ บรหิ ารวิชาการ

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ................................................หวั หน้ากลุ่มบริหารวิชาการ
(นางพรพริ ุณ แจ้งใจ)

ความเห็นหรอื ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ............................................ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
(นางลัดดา ผาพันธ์)

๑๒๕

บนั ทกึ หลังการสอน

ผลการจดั การเรยี นการสอน
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
ปญั หา/อปุ สรรค
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

แนวทางแก้ไข
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

ลงชือ่ __________________ (ผู้บันทึก)
(นางพิชชานนั ท์ แสนแกว้ )

๑๒๖

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๑๖

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๑ บทละครพดู เร่อื ง เห็นแก่ลูก เรือ่ ง ยอวาทวี จสี รา้ งสรรค์

กลมุ่ สาระ การเรยี นรู้ภาษาไทย รายวิชา ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา ๑ ชัว่ โมง สอนโดย นางพิชชานนั ท์ แสนแกว้

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชีว้ ดั

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดอู ย่างมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ

และความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
ตัวช้ีวัด
ท ๓.๑ ม. ๓/๔ พดู ในโอกาสตา่ ง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์
ท ๓.๑ ม. ๓/๖ มีมารยาทในการฟงั การดู และการพูด

จุดประสงคก์ ารเรียนรูส้ ่ตู วั ช้ีวัด

๑. อธิบายลักษณะและข้อปฏิบัติในการพดู ยอวาที (K)
๒. พดู ยอวาทีในหวั ข้อทก่ี าหนด (P)
๓. มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด (A)

สาระสาคัญ

การพดู ยอวาทีเปน็ การพดู ท่ีตอ้ งใช้เหตุผลเป็นเกณฑต์ ัดสิน ผู้พดู ตอ้ งหาข้อมลู และเตรียมตวั มาอยา่ งดี
จงึ จะสามารถพดู ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

สาระการเรยี นรู้

การพูดยอวาที

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น

๑. ความสามารถในการส่อื สาร
- ทกั ษะการอ่าน
- ทกั ษะการฟงั การดู และการพดู

๒. ความสามารถในการคิด
- การให้เหตุผล
- การวิเคราะห์
- การสังเคราะห์
- การประยกุ ต/์ การปรบั ปรงุ
- การสรปุ ความรู้
- การประเมินคา่

๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

๑๒๗

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

รกั ความเปน็ ไทย
ตวั ชวี้ ัดที่ ๗.๒ เหน็ คณุ ค่าและใชภ้ าษาไทยในการสอื่ สารได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม

ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความร้)ู
-

คาถามทา้ ทาย

การพูดยอวาทสี ามารถพดู ในโอกาสใดได้บ้าง

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

๑. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั สนทนาเกยี่ วกับรปู แบบของการพดู ยอวาที ลองสนั นิษฐานว่ามีรูปแบบอยา่ งไร
๒. ให้นกั เรยี นศกึ ษาความรู้เรอื่ ง การพดู ยอวาที แลว้ ให้นกั เรียนรว่ มกันตอบคาถามเพอ่ื แสดง
ความเขา้ ใจ ดงั น้ี

• การพูดยอวาทมี ีลกั ษณะอยา่ งไร (เปน็ การพูดโดยแบ่งกลุ่มเป็นสองกล่มุ ร่วมกนั สนับสนุน
หัวขอ้ เรือ่ งหรือญตั ติท่ีกาหนดด้วยจดุ ประสงค์ท่ีเปน็ อยา่ งเดยี วกนั )

• หัวขอ้ เรือ่ งหรือญัตติทนี่ ามาพดู ควรมีลกั ษณะอย่างไร (ควรเปน็ เรื่องทต่ี ้องการแสดงความคิด
เก่ียวกบั เร่ืองท่ีเปน็ ปัญหาในสังคมว่าควรแก้ไขอย่างไร หรือเรื่องทค่ี นส่วนใหญ่มีความรสู้ ึกคลอ้ ยตามมไิ ด้เกดิ

ความขดั แย้ง)
• ผ้พู ดู ยอวาทคี วรมบี คุ ลิกภาพในการพูดอย่างไร (มใี บหน้าผอ่ งใส มีทา่ ทางทส่ี ภุ าพ มีความคดิ

ริเรม่ิ สรา้ งสรรค์ มีปฏิภาณไหวพรบิ ในการแกไ้ ขปญั หาเฉพาะหนา้ และรู้จกั ควบคมุ อารมณ)์

๓. ครูนาวีดทิ ศั นต์ วั อยา่ งการพูดยอวาทมี าเปิดให้นักเรียนดู จากนัน้ ให้นักเรยี นสนทนาแลกเปล่ียน
ความคดิ เหน็ เก่ียวกบั ข้อควรปฏิบตั แิ ละขอ้ ควรระวงั ของการพูดยอวาที

๔. ครขู ออาสาสมัครนกั เรียน ๖ คน ให้พูดยอวาทใี นญัตตงิ า่ ย ๆ และใกลต้ ัวนกั เรยี น เช่น วธิ กี ารผูก
มิตรที่ดแี ละง่ายที่สดุ คือการย้มิ โดยแบ่งนกั เรยี นออกเป็นกลมุ่ ละ ๓ คน ใหน้ กั เรียนชมการพดู ยอวาทีแลว้ จด
บันทกึ เม่อื ผูพ้ ูดยอวาทพี ดู จบทุกคนแลว้ ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั การพูดยอวาที บอกขอ้ ดี
และขอ้ ด้อยทพ่ี บใหช้ ดั เจน

๕. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกล่มุ กลมุ่ ละ ๓-๔ คน เตรียมตัวพดู ยอวาทใี นญตั ติวา่ “ความซือ่ สัตย์ : คุณสมบัติ

ของคนดี” โดยเชือ่ มโยงข้อคิดจากบทละครพดู เรื่อง เห็นแก่ลูก ทสี่ ะท้อนผ่านตวั ละคร “นายลา้ ” ให้นักเรียน
แสดงความคิดเหน็ ถงึ โทษของการทุจรติ ท้ังกาย วาจา ใจ และช้ีใหเ้ ห็นถงึ ประโยชน์ของความซือ่ สตั ย์ทมี่ ตี ่อตนเอง
ต่อประเทศ และตอ่ โลก สอดแทรกเหตุผลทม่ี นี า้ หนัก ตลอดจนเลือกใชค้ าท่เี หมาะสมในการพดู

ต่อทปี่ ระชมุ ชน กาหนดใหน้ กั เรยี นพดู ในชั่วโมงถดั ไป
๖. ให้นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี

• การพดู ยอวาทีเปน็ การพูดท่ตี ้องใช้เหตุผลเปน็ เกณฑต์ ัดสิน ผูพ้ ูดตอ้ งหาขอ้ มลู และเตรยี มตัวมา
อย่างดจี งึ จะสามารถพูดได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

๗. ให้นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดงั นี้

• การพูดยอวาทีสามารถพดู ในโอกาสใดได้บา้ ง

๑๒๘

การจัดบรรยากาศเชิงบวก

ให้นกั เรยี นได้ดูวีดิทศั นก์ ารพดู ยอวาทีทาให้นกั เรียนเหน็ ตวั อยา่ งอยา่ งชัดเจน และสามารถนาไป
ประยกุ ต์ใชก้ ับการพดู ยอวาทีของตนเองได้

สือ่ การเรยี นรู้

วดี ิทัศนก์ ารพูดยอวาที

การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

๑. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
๑.๑ สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
๑.๒ สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่

๒. เคร่อื งมือ
๒.๑ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม
๒.๒ แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ

๓. เกณฑ์การประเมิน
๓.๑ การประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม
ผา่ นตง้ั แต่ ๒ รายการ ถอื ว่า ผา่ น
ผา่ น ๑ รายการ ถอื วา่ ไม่ผ่าน
๓.๒ การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก
คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี
คะแนน ๕ - ๖ ระดบั พอใช้
คะแนน ๐ - ๔ ระดับ ควรปรับปรงุ

กจิ กรรมเสนอแนะ

ใหน้ ักเรียนแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละ ๔ คนจับฉลากญัตตใิ นการพูดยอวาทตี ามทก่ี าหนดเพียง ๑ หวั ขอ้ ดังน้ี
• รวมใจ พลงั ไทย สามัคคี
• จงั หวัดของฉนั เป็นเมอื งน่าอยู่

๑๒๙

ความเหน็ หรือขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กล่มุ บริหารวิชาการ

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ................................................หวั หนา้ กลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
(นางพรพริ ุณ แจง้ ใจ)

ความเห็นหรือข้อเสนอแนะของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ............................................ผบู้ ริหารสถานศึกษา
(นางลดั ดา ผาพันธ์)

๑๓๐

บันทกึ หลังการสอน

ผลการจดั การเรยี นการสอน
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
ปัญหา/อุปสรรค
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

แนวทางแก้ไข
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

ลงช่อื __________________ (ผู้บนั ทกึ )
(นางพชิ ชานันท์ แสนแกว้ )

๑๓๑

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑๗

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๑ บทละครพดู เรื่อง เห็นแกล่ ูก เรอ่ื ง การพูดยอวาที

กลุ่มสาระ การเรยี นรภู้ าษาไทย รายวชิ า ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ เวลา ๑ ชว่ั โมง สอนโดย นางพชิ ชานนั ท์ แสนแกว้

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชี้วดั

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดอู ย่างมวี ิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด

และความรู้สกึ ในโอกาสต่าง ๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
ตวั ชีว้ ัด
ท ๓.๑ ม. ๓/๔ พูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถปุ ระสงค์
ท ๓.๑ ม. ๓/๖ มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด

จุดประสงคก์ ารเรียนร้สู ตู่ ัวช้วี ัด

๑. อธิบายลักษณะและข้อปฏิบัตใิ นการพดู ยอวาที (K)
๒. พูดยอวาทีในหวั ข้อทก่ี าหนด (P)
๓. มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพดู (A)

สาระสาคัญ

การพูดยอวาทีเป็นการพดู ที่ต้องใช้เหตุผลเป็นเกณฑต์ ดั สนิ ผูพ้ ูดต้องหาขอ้ มูลและเตรียมตวั มาอยา่ งดี
จึงจะสามารถพดู ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

สาระการเรยี นรู้

การพดู ยอวาที

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

๑. ความสามารถในการส่อื สาร
- ทักษะการฟัง การดู และการพดู

๒. ความสามารถในการคดิ
- การใหเ้ หตผุ ล
- การวิเคราะห์
- การสงั เคราะห์
- การประยุกต/์ การปรับปรุง
- การสรุปความรู้
- การประเมนิ ค่า

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

๑๓๒

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ซอื่ สตั ย์สุจรติ
ตัวชว้ี ัดท่ี ๒.๑ ประพฤตติ รงตามความเป็นจริงต่อตนเองทัง้ กาย วาจา ใจ
ตัวช้ีวดั ที่ ๒.๒ ประพฤตติ รงตามความเปน็ จรงิ ตอ่ ผอู้ น่ื ท้ังกาย วาจา ใจ

ช้ินงานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน รอ่ งรอยแสดงความรู้)

การพดู ยอวาที

คาถามทา้ ทาย

การพูดยอวาทใี ห้ประโยชนต์ ่อผูพ้ ดู ผูฟ้ ัง และส่วนรวมอย่างไรบา้ ง เพราะเหตุใด

การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

๑. ให้นกั เรียนและครรู ว่ มกันทบทวนความรู้เรอ่ื ง การพดู ยอวาที ครูซักถามความเขา้ ใจนกั เรียน
เป็นรายบคุ คล

๒. ให้นักเรยี นจัดกจิ กรรมพดู ยอวาทีในญตั ตวิ า่ “ความซือ่ สตั ย์ : คณุ สมบตั ิของคนดี” โดยครจู ับฉลาก
รอบละ ๒ กลุม่ ใชเ้ วลาในการพดู กลมุ่ ละ ๕-๗ นาที

๓. ให้นักเรียนสังเกตการณ์และจดบนั ทึกการพูดยอวาที แล้วร่วมกันลงคะแนนตดั สินวา่ กลุ่มใดพดู
ยอวาทีได้ดที ีส่ ุด

๔. ให้นกั เรียนและครรู ว่ มกันสรปุ เนอ้ื หาท่ไี ดจ้ ากการพดู ยอวาที เพ่อื ใหน้ ักเรยี นนาไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิต
จริง

๕. ให้นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดังน้ี
• การพูดยอวาทีเป็นการพูดท่ีต้องใช้เหตุผลเป็นเกณฑ์ตัดสิน ผู้พูดต้องหาข้อมูลและเตรียมตัวมา

อยา่ งดจี งึ จะสามารถพดู ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
๖. ให้นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คาถามทา้ ทาย ดงั น้ี
• การพูดยอวาทีให้ประโยชนต์ ่อผูพ้ ดู ผ้ฟู งั และส่วนรวมอย่างไรบา้ ง เพราะเหตใุ ด

การจดั บรรยากาศเชิงบวก

ใหน้ ักเรยี นได้พูดแสดงความคดิ เหน็ อย่างอสิ ระ ฝึกการยอมรบั ความคดิ ของผอู้ ื่น สามารถประเมินการพดู
ของตนเองและผ้อู น่ื ตามหลกั เกณฑแ์ ละเปน็ ธรรม

ส่ือการเรยี นรู้

-

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

๑. วธิ กี ารวัดและประเมินผล
๑.๑ สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเข้ารว่ มกจิ กรรม
๑.๒ สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม

๒. เครือ่ งมอื
๒.๑ แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรม
๒.๒ แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม

๑๓๓

๓. เกณฑก์ ารประเมิน
๓.๑ การประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม

ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผา่ น
ผา่ น ๑ รายการ ถอื วา่ ไม่ผา่ น
๓.๒ การประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ

คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก
คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี

คะแนน ๕ - ๖ ระดบั พอใช้
คะแนน ๐ - ๔ ระดบั ควรปรบั ปรงุ

การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)

การประเมินกจิ กรรมนใ้ี ห้ผู้สอนพิจารณาจากเกณฑก์ ารประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)

เร่ือง การพูดยอวาที

ระดบั คะแนน ๔๓๒๑

เกณฑ์การประเมนิ

การพูดยอวาที ยอวาทีตามญตั ติ ยอวาทีตามญัตติ ยอวาทีตามญตั ติ ยอวาทไี ด้

ทก่ี าหนด ท่กี าหนด ทก่ี าหนด แต่ยังไม่ตรงประเดน็

ได้ตรงประเดน็ ได้ตรงประเดน็ ได้ตรงประเดน็ ตามญัตติทีก่ าหนด

แสดงความคิดเห็น แสดงความคิดเห็นได้ แสดงความคิดเห็นได้ มีการแสดง

ชดั เจน มเี หตุผล ดีมเี หตผุ ลและข้อมลู แต่ยงั ความคดิ เหน็

และขอ้ มลู สนบั สนุน ไม่มเี หตุผลทด่ี พี อ แตไ่ ม่มเี หตุผล

ทีน่ ่าเชือ่ ถือ และมีขอ้ มูล และขอ้ มูลสนบั สนุน

มาสนับสนุน สนบั สนนุ

เพียงเล็กน้อย

๑๓๔

ความเห็นหรือข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กล่มุ บริหารวิชาการ

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ................................................หวั หน้ากลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
(นางพรพริ ุณ แจ้งใจ)

ความเหน็ หรือข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
(นางลดั ดา ผาพนั ธ์)

๑๓๕

บนั ทึกหลงั การสอน

ผลการจดั การเรยี นการสอน
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
ปญั หา/อปุ สรรค
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

แนวทางแก้ไข
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

ลงชื่อ__________________ (ผูบ้ นั ทกึ )
(นางพชิ ชานนั ท์ แสนแกว้ )

๑๓๖

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๑๘

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑ บทละครพูด เรือ่ ง เห็นแก่ลูก เร่ือง ประโยคซบั ซ้อน ไวยากรณน์ ่ารู้

กล่มุ สาระ การเรยี นรู้ภาษาไทย รายวชิ า ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา ๑๖ ชัว่ โมง สอนโดย นางพชิ ชานันท์ แสนแกว้

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชีว้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา และ
พลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ

ตัวช้วี ัด วเิ คราะห์โครงสรา้ งประโยคซับซอ้ น
ท ๔.๑ ม. ๓/๒

จุดประสงค์การเรยี นรูส้ ู่ตวั ชวี้ ดั

๑. อธบิ ายลกั ษณะของประโยคซบั ซอ้ น (K)
๒. วเิ คราะห์โครงสร้างของประโยคซับซ้อน (P)
๓. ตระหนกั ในคุณค่าของการใช้ภาษาให้ถูกตอ้ ง (A)

สาระสาคญั

ประโยคซับซ้อน เกิดจากประโยคและส่วนขยายมาเรียบเรยี งเขา้ ดว้ ยกนั ถ้าผ้อู ่านหรอื ผูฟ้ งั สามารถ
วิเคราะหโ์ ครงสร้างในประโยคได้ กจ็ ะเขา้ ใจใจความของประโยคซบั ซอ้ นอย่างชดั เจน

สาระการเรยี นรู้

ประโยคซบั ซ้อน

สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น

๑. ความสามารถในการสื่อสาร
- ทักษะการอา่ น

- ทักษะการเขยี น
- ทักษะการฟงั การดู และการพูด
๒. ความสามารถในการคิด

- การจาแนก
- การวิเคราะห์

- การจดั ระบบความคิดเป็นแผนภาพ
- การสรปุ ความรู้
๓. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

๑๓๗

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

รกั ความเปน็ ไทย
ตวั ชีว้ ัดท่ี ๗.๒ เห็นคณุ ค่าและใช้ภาษาไทยในการส่ือสารไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

ช้ินงานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความร)ู้

ใบงานเรอื่ ง การวเิ คราะหป์ ระโยคซบั ซอ้ น

คาถามท้าทาย

จากข้อความทีก่ ลา่ ววา่ “คาและกลมุ่ คาสามารถส่ือความหมายและกระต้นุ ความรูส้ กึ ไดก้ จ็ ริง แต่คาจะ
แสดงความคิดและอารมณไ์ ดอ้ ย่างแจ่มชดั ก็ต่อเม่ือประกอบกันเป็นประโยคทด่ี ีในการส่อื ความ คอื ถูกไวยากรณ์
กะทัดรดั และชดั เจน” นกั เรยี นเหน็ ด้วยกบั ข้อความนห้ี รือไม่ อย่างไร

การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

๑. ให้นกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดงั น้ี
• จากขอ้ ความที่กลา่ ววา่ “คาและกลมุ่ คาสามารถสอื่ ความหมายและกระตุ้นความร้สู กึ ได้ก็จริง

แตค่ าจะแสดงความคิดและอารมณไ์ ดอ้ ย่างแจ่มชัดกต็ อ่ เมือ่ ประกอบกันเป็นประโยคทดี่ ีในการสอื่ ความ
คอื ถูกไวยากรณ์ กะทัดรดั และชดั เจน” นักเรียนเหน็ ดว้ ยกบั ข้อความนห้ี รือไม่ อย่างไร

๒. ใหน้ กั เรยี นอ่านประโยคตอ่ ไปน้ี
• พอ่ ปลูกต้นไม้
• แม่ปลูกตน้ ไม้
• พี่ดูโทรทัศน์
• ฉนั ดโู ทรทัศน์

ใหน้ ักเรยี นแสดงความคิดเห็นวา่ หากประโยคเหล่านเ้ี ป็นเหตกุ ารณท์ เี่ กิดขนึ้ ในเวลาเดียวกันจะเรยี บเรยี ง
ใหมใ่ หก้ ระชับไดอ้ ยา่ งไร

๓. ใหน้ ักเรียนศกึ ษาความร้เู รื่อง ประโยคซบั ซ้อน จากน้ันครูถามนักเรยี นเพือ่ สรปุ ความเข้าใจ ดงั น้ี
• ประโยคความเดียวทซี่ ับซอ้ นหมายถงึ อะไร (ประโยคความเดียวที่มกี ลมุ่ คามาขยายประธาน

หรอื ภาคแสดง)
• ประโยคความเดยี วทม่ี คี วามซับซอ้ นในภาคประธาน มลี กั ษณะอย่างไร จงยกตวั อย่าง (มีคา

และกลุม่ คาขยายประธานหรือประธานขน้ึ ตน้ ดว้ ยคาว่า “การ” หรือ “ความ” ตามด้วยสว่ นขยาย
เช่น ความขยันหมน่ั เพยี รอย่างย่ิงยวดเป็นผลใหถ้ งึ จดุ หมายปลายทาง)

• ประโยคความเดียวทีซ่ ับซ้อนในภาคแสดง มีลักษณะอยา่ งไร จงยกตวั อยา่ ง (มีคากริยาหลาย
คาหรือมคี ากรยิ าเปน็ สว่ นขยายอยูห่ ลายแห่ง เช่น คนป่ากลุม่ น้นั ตา่ งกระโดดโลดเต้นรา่ ยราและรอ้ งเพลง
ไปตามจังหวะกลอง)

• ประโยคความรวมทซ่ี ับซ้อน มลี กั ษณะอย่างไร จงยกตวั อย่าง (๑. ประโยคความรวมท่ีมี
สว่ นย่อยเป็นประโยคความรวมดว้ ยกนั เชน่ ลงุ และปา้ ไปตลาดนัดแต่ลูกและหลานไปเทย่ี วห้างสรรพสนิ คา้
๒.ประโยคความรวมท่ีมีสว่ นยอ่ ยเปน็ ประโยคความซอ้ น เชน่ นอ้ งชอบให้แมร่ ้องเพลงกล่อมเดก็ แต่พีช่ อบ
ใหแ้ ม่ร้องเพลงลูกทุ่ง ๓. ประโยคความรวมที่ซับซอ้ นซง่ึ มีส่วนย่อยเปน็ ประโยคซับซ้อน เชน่ ที่
สวนสาธารณะมีการจัดงานแสดงพรรณไมใ้ นทุกวนั เสาร์ ดังน้ัน เม่อื คุณพอ่ มีเวลาวา่ งคณุ พ่อมกั พาคณุ แมไ่ ป
เลอื กซ้ือพรรณไม)้

๑๓๘

• ประโยคความซ้อนท่ซี ับซ้อน มลี กั ษณะอย่างไร จงยกตัวอย่าง (๑. ประโยคความซ้อนทีม่ ี
ประโยคหลกั หรอื ประโยคยอ่ ยท่มี คี าหรอื กล่มุ คามาขยาย เช่น ฉันชอบคบเพ่ือนท่มี นี า้ ใจเอื้อเฟอื้ เผื่อแผ่แก่ทกุ
คน ๒. ประโยคความซอ้ นทม่ี สี ่วนยอ่ ยเป็นประโยคความรวม เช่น ฉันเหน็ นอ้ งกาลังนอนและพกี่ าลังเดนิ
เลน่
๓. ประโยคความซ้อนทมี่ ีส่วนยอ่ ยเปน็ ประโยคความซ้อน เชน่ ฉนั ตงั้ ใจเรยี นเพอ่ื ใหต้ นเองมีงานท่ีดีทาใน
อนาคต ซงึ่ จะทาใหส้ ามารถเลย้ี งดูครอบครวั ได้)

๔. ให้นักเรยี นแบ่งกลุม่ เปน็ กลมุ่ ใหญ่ ๓ กลุ่ม สรปุ ความรู้เรือ่ ง ประโยคซบั ซ้อน ตามหัวข้อทจ่ี ับฉลาก
ได้ ดงั น้ี

• ประโยคความเดยี วที่ซับซ้อน
• ประโยคความรวมที่ซบั ซ้อน
• ประโยคความซอ้ นที่ซับซ้อน
พรอ้ มทงั้ ยกตัวอย่างเพ่ือแสดงการวิเคราะหล์ ักษณะของประโยคซบั ซอ้ นชนิดนนั้ ให้เหน็ อยา่ งชัดเจน
ครูตรวจสอบความถูกตอ้ งพร้อมทงั้ อธิบายเพ่มิ เติม
๕. ใหน้ ักเรยี นทาใบงานที่ ๗ เร่ือง การวิเคราะห์ประโยคซบั ซ้อน แล้วรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
๖. ใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรมขยายประสบการณ์การเรียนรู้ โดยเขียนเปรยี บเทียบโครงสร้างประโยคใน
ภาษาไทยและภาษาอังกฤษตามหัวข้อทกี่ าหนด และเขียนเปรยี บเทียบไวยากรณข์ องภาษาไทยและไวยากรณ์
ของภาษาองั กฤษวา่ เหมอื นและแตกตา่ งกนั ในประเดน็ ใดบ้าง
๗. ให้นกั เรียนและครูรว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้
• ประโยคซบั ซ้อน เกิดจากประโยคและสว่ นขยายมาเรียบเรยี งเข้าด้วยกัน ถา้ ผู้อา่ นหรอื ผู้ฟงั
สามารถวิเคราะห์โครงสรา้ งในประโยคได้ ก็จะเขา้ ใจใจความของประโยคซับซ้อนอย่างชดั เจน

การจดั บรรยากาศเชงิ บวก

ใหน้ กั เรยี นได้วิเคราะห์ประโยคเปรียบเทยี บกบั ประโยคในภาษาองั กฤษ ทาใหเ้ ข้าใจโครงสร้างของ
ประโยคทง้ั ๒ ภาษาเป็นการเรียนร้แู บบบรู ณาการ

ส่ือการเรยี นรู้

๑. แถบประโยค
๒. ใบงาน

การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

๑. วธิ กี ารวดั และประเมินผล
๑.๑ สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเข้ารว่ มกิจกรรม
๑.๒ สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่

๑.๓ ตรวจใบงานท่ี ๗
๒. เครอ่ื งมอื

๒.๑ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
๒.๒ แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่
๓. เกณฑ์การประเมนิ
๓.๑ การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม

ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือวา่ ผ่าน

๑๓๙

ผา่ น ๑ รายการ ถอื ว่า ไม่ผา่ น
๓..๒ การประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ

คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก
คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี
คะแนน ๕ - ๖ ระดับ พอใช้

คะแนน ๐ - ๔ ระดบั ควรปรับปรงุ

การประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)

การประเมินใบงานนีใ้ ห้ผู้สอนพิจารณาจากเกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เรื่อง การวเิ คราะหป์ ระโยคซับซอ้ น

ระดับคะแนน

๔๓๒๑

เกณฑ์การประเมนิ วิเคราะห์ประโยค วเิ คราะหป์ ระโยค วเิ คราะห์ประโยค วิเคราะห์ประโยค
ซบั ซอ้ นไดถ้ ูกต้อง
การวิเคราะห์ ซบั ซอ้ นไดถ้ ูกต้อง ซับซ้อนได้ถูกตอ้ ง ซับซ้อนได้ถกู ต้อง บางประโยคนอกนน้ั
ประโยคซับซอ้ น ทุกประโยคด้วย ทุกประโยค มีการขอ หลายประโยค ต้อง
มผี ู้แนะนาทั้งหมด
ตนเอง และสามารถ คาแนะนาจาก นอกนัน้ ตอ้ ง
แนะนาผอู้ ืน่ ได้ ผู้อ่ืนเล็กนอ้ ย ใหผ้ ู้อืน่ แนะนา

มากพอสมควร

๑๔๐

ความเห็นหรอื ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มบริหารวชิ าการ

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ................................................หัวหนา้ กล่มุ บริหารวชิ าการ
(นางพรพริ ณุ แจ้งใจ)

ความเห็นหรือขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ผบู้ ริหารสถานศึกษา
(นางลดั ดา ผาพันธ์)

๑๔๑

บนั ทึกหลงั การสอน

ผลการจดั การเรยี นการสอน
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
ปญั หา/อปุ สรรค
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

แนวทางแก้ไข
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

ลงชื่อ__________________ (ผ้บู ันทึก)
(นางพชิ ชานันท์ แสนแก้ว)

๑๔๒

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๑๙

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑ บทละครพดู เรือ่ ง เห็นแกล่ ูก เรอ่ื ง เลือกใช้คาศัพทต์ ามระดับภาษา

กลุ่มสาระ การเรยี นรู้ภาษาไทย รายวชิ า ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ เวลา ๑ ช่วั โมง สอนโดย นางพิชชานันท์ แสนแกว้

มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษา
และพลังของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัตขิ องชาติ
ตวั ช้วี ัด
ท ๔.๑ ม. ๓/๓ วเิ คราะหร์ ะดบั ภาษา

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้สู่ตัวช้วี ัด

๑. อธบิ ายลักษณะของระดับภาษา (K)

๒. วเิ คราะหร์ ะดับภาษา (P)
๓. ตระหนกั ในคุณคา่ ของการใชภ้ าษาให้ถูกตอ้ ง เหมาะสมกับโอกาส กาลเทศะและบคุ คล (A)

สาระสาคัญ

ความรเู้ ก่ียวกับระดับภาษาชว่ ยให้สามารถพดู และเขียนภาษาไทยไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสมกบั สัมพันธภาพ
ของบุคคล โอกาสและกาลเทศะ ทาให้การส่ือสารเกดิ สัมฤทธิผล

สาระการเรยี นรู้

ระดับภาษา

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น

๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
- ทักษะการอ่าน
- ทักษะการฟัง การดู และการพดู

๒. ความสามารถในการคดิ
- การจาแนก
- การให้เหตผุ ล
- การวเิ คราะห์
- การสรปุ ความรู้
- การประเมนิ ค่า

๓. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

๑๔๓

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

รกั ความเป็นไทย
ตัวชว้ี ดั ท่ี ๗.๒ เห็นคณุ ค่าและใช้ภาษาไทยในการสื่อสารไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม

ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความร)ู้

-

คาถามท้าทาย

การใชภ้ าษาไม่เหมาะสมกับสมั พนั ธภาพของบุคคล โอกาส และกาลเทศะจะกอ่ ใหเ้ กดิ ผลเสยี อย่างไร

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

๑. ให้นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ าถามท้าทาย ดงั น้ี
• การใชภ้ าษาไม่เหมาะสมกับสัมพนั ธภาพของบคุ คล โอกาส และกาลเทศะจะกอ่ ใหเ้ กิด

ผลเสยี อยา่ งไร
๒. ใหน้ ักเรียนอา่ นประโยคตอ่ ไปนี้
• พลเมืองทุกคนมีหนา้ ที่ช่วยกันอนุรักษศ์ ิลปวัตถุ
• ทราบไหมคะวา่ สตรอว์เบอร์รี คือ ผลไม้เพ่อื สุขภาพอยา่ งแทจ้ ริง
• พวกเธอลองไปเท่ียวดอยอา่ งขางสักคร้ังสิ แลว้ จะติดใจ
• วนั หยดุ ไปไหนก็มีแตค่ นเตม็ ไปหมด เซง็ เป็นบา้ เลย
ให้นกั เรียนแสดงความคิดเหน็ ว่าประโยคเหล่าน้ีควรใชใ้ นโอกาสใด ใชส้ นทนากับใคร ซกั ถาม

นกั เรยี นวา่ สงั เกตเหน็ ความแตกตา่ งของประโยคเหล่าน้ีหรือไม่ อยา่ งไร
๓. ให้นักเรียนศึกษาความรู้เรือ่ ง ระดับภาษา จากนน้ั ครูถามนักเรียนเพือ่ สรุปความเขา้ ใจ ดังน้ี
• ระดบั ภาษาหมายถึงอะไร (รูปแบบการใชภ้ าษาทีม่ ีความลดหลน่ั ของถอ้ ยคาตามโอกาส

กาลเทศะและความสมั พันธ์ระหว่างบุคคล )
• ภาษาแบ่งออกเป็นกีร่ ะดบั อะไรบา้ ง (๕ ระดบั ได้แก่ ภาษาระดบั พธิ กี าร ภาษาระดับ

ทางการ ภาษาระดับก่งึ ทางการ ภาษาระดบั สนทนา และภาษาระดับกันเอง)
• ภาษาระดับทางการมลี ักษณะอยา่ งไร (เป็นภาษาท่ีมแี บบแผนถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ์

เนน้ การสือ่ สารให้ได้ผลตามจดุ ประสงค์ อาจมีการใชศ้ พั ท์เฉพาะหรอื ศพั ท์ทางวชิ าการ)
• ภาษาระดบั กันเองมลี กั ษณะอย่างไร (เปน็ ภาษาท่ใี ช้สอื่ สารกับบุคคลทสี่ นทิ สนมกนั )
• ในโอกาสทมี่ กี ารกล่าวถวายราชสดุดคี วรใชภ้ าษาระดับใด (ภาษาระดบั พิธกี าร)
• การเขียนเว็บบอรด์ ในอนิ เทอร์เนต็ ควรใชภ้ าษาระดบั ใด (ภาษาระดบั สนทนา)
• การบนั ทึกรายงานการประชมุ ควรเขียนโดยใชภ้ าษาระดบั ใด (ภาษาระดับทางการ)
• ข่าวและบทความในหนังสือพิมพ์ควรใชภ้ าษาระดบั ใด (ภาษาระดับกึ่งทางการ)

๔. ให้นักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ ๕ คน ครแู สดงแถบประโยคที่ใชภ้ าษาระดับต่าง ๆ ใหน้ กั เรยี นแข่งขนั
กันตอบวา่ ประโยคท่แี สดงใชภ้ าษาระดบั ใด กลุ่มใดตอบไดม้ ากท่ีสดุ เป็นผู้ชนะ

๕.ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกันคน้ หาประโยคหรือข้อความท่ีใช้ภาษาระดับต่าง ๆ จากหนงั สือเรยี นแล้ว
สง่ ตวั แทนนาเสนอหน้าชน้ั เรียน ใหน้ กั เรยี นและครูรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

๖. ให้นกั เรียนและครรู ่วมกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี

๑๔๔

• ความรเู้ ก่ยี วกบั ระดบั ภาษาชว่ ยให้สามารถพดู และเขียนภาษาไทยได้ถกู ตอ้ งเหมาะสมกับ
สมั พนั ธภาพของบคุ คล โอกาสและกาลเทศะ ทาใหก้ ารส่อื สารเกดิ สมั ฤทธิผล

การจัดบรรยากาศเชงิ บวก

ให้นักเรียนไดแ้ ขง่ ขนั กนั ตอบคาถาม เป็นการสร้างบรรยากาศกระตือรือรน้ ในช้นั เรยี น

สื่อการเรียนรู้

แถบประโยค

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

๑. วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล
๑.๑ สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
๑.๒ สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม

๒. เคร่อื งมือ
๒.๑ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
๒.๒ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่

๓. เกณฑ์การประเมิน
๓.๑ การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม
ผ่านต้งั แต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน
ผา่ น ๑ รายการ ถอื ว่า ไม่ผา่ น
๓.๒ การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ
คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก
คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี
คะแนน ๕ - ๖ ระดบั พอใช้
คะแนน ๐ - ๔ ระดบั ควรปรับปรุง

๑๔๕

ความเหน็ หรอื ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลุม่ บริหารวิชาการ

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ................................................หัวหนา้ กลมุ่ บริหารวชิ าการ
(นางพรพริ ุณ แจ้งใจ)

ความเหน็ หรือขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................ผบู้ ริหารสถานศึกษา
(นางลัดดา ผาพนั ธ์)

๑๔๖

บนั ทึกหลงั การสอน

ผลการจดั การเรียนการสอน
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
ปัญหา/อุปสรรค
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

แนวทางแก้ไข
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________

ลงชือ่ __________________ (ผู้บันทกึ )
(นางพิชชานันท์ แสนแก้ว)

๑๔๗

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๐

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๑ บทละครพดู เรอื่ ง เห็นแก่ลกู เร่ือง ระดบั ภาษา

กลมุ่ สาระ การเรยี นร้ภู าษาไทย รายวิชา ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา ๑ ชัว่ โมง สอนโดย นางพิชชานนั ท์ แสนแกว้

มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้ีวัด

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและ
พลงั ของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ

ตัวชี้วัด วเิ คราะหร์ ะดับภาษา
ท ๔.๑ ม. ๓/๓

จุดประสงคก์ ารเรียนรสู้ ตู่ ัวช้วี ัด

๑. อธบิ ายลกั ษณะของระดบั ภาษา (K)
๒. วเิ คราะหร์ ะดับภาษา (P)
๓. ตระหนกั ในคุณค่าของการใช้ภาษาให้ถูกต้อง เหมาะสมกับโอกาส กาลเทศะและบคุ คล (A)

สาระสาคญั

ความร้เู กยี่ วกบั ระดบั ภาษาชว่ ยให้สามารถพดู และเขียนภาษาไทยไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสมกบั สัมพนั ธภาพ
ของบคุ คล โอกาสและกาลเทศะ ทาใหก้ ารส่ือสารเกดิ สมั ฤทธิผล

สาระการเรยี นรู้

ระดบั ภาษา

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

๑. ความสามารถในการสือ่ สาร

- ทกั ษะการอา่ น
- ทักษะการเขียน

- ทักษะการฟงั การดู และการพดู
๒. ความสามารถในการคดิ

- การจาแนก

- การใหเ้ หตุผล
- การวิเคราะห์

- การสังเคราะห์
- การจัดระบบความคดิ เป็นแผนภาพ
- การประยกุ ต์/การปรบั ปรุง


Click to View FlipBook Version