42 5.7 นำแบบวัดความพึงพอใจที่หาคุณภาพเรียบร้อยแล้วไปพิมพ์เป็นฉบับจริงเพื่อนำไป เก็บข้อมูลกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างต่อไป การเก็บรวบรวมข้อมูล การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านโน้ตเบื้องต้น เพื่อนำมาสร้างชุดกิจกรรมการ เรียนรู้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผู้วิจัยมีขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ 1. ศึกษาหลักสูตร วิเคราะห์หลักสูตร กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้และสาระการเรียน ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ตามหลักสูตรแกนการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เกี่ยวกับ การอ่านโน้ตเบื้องต้น 2. ศึกษาวิธีสร้างและเขียนแบบทดสอบประเภทเลือกตอบจากหนังสือการวัดผลการศึกษาของ สมนึก ภัททิยธนี (2549, หน้า 202-232) 3. ติดต่อประสานงานกับผู้บริหารโรงเรียนเพื่อขอความร่วมมือในการศึกษาและทดลองใช้ชุด กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านโน้ตเบื้องต้น 4. เลือกนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 5. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านโน้ตเบื้องต้น และประเมินความสอดคล้องเชิง เนื้อหา (IOC) 6. สร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านโน้ตเบื้องต้น และเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เพื่อ ตรวจสอบความถูกต้องและประเมินความเหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญ 7. สร้างและหาคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์คัดเลือกคุณภาพ มีค่า IOC ค่าความยาก ค่าอำนาจจำแนก และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 8. สร้างแบบวัดความพึงพอใจและประเมินความเหมาะสม 9. นำไปใช้จัดกรรมการเรียนรู้โดยการชี้แจงกระบวนการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการ เรียนรู้ เรื่อง การอ่านโน้ตเบื้องต้น เพื่อให้ผู้เรียนปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง 10. ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อนำคะแนนมาวิเคราะห์เป็นคะแนนก่อนเรียน 11. ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านโน้ตเบื้องต้น กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง โดยผู้วิจัยและผู้ช่วยนักวิจัยเป็นผู้ออกแบบการจัด กิจกรรมการเรียนรู้เอง ใช้เวลา 6 ชั่วโมงโดยผู้วิจัยดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านโน้ตเบื้องต้น และแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 6 ชุด/แผน รวม 6 ชั่วโมง โดยระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ครูผู้สอนและผู้ช่วยผู้วิจัยจะทำการ สังเกตพฤติกรรมด้านทักษะการอ่านจับใจความของนักเรียนไปด้วย 12. เมื่อสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทำการทดสอบหลังเรียน (Post-test) กับนักเรียนกลุ่ม เดิมในแต่ละโรงเรียน ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษ แบบประเมินทักษะกาอ่านโน้ต และแบบวัดความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
43 ทางการเรียนวิชาดนตรีศึกษา เป็นเอกสารทั้งสองฉบับเป็นชุดเดียวกันกับที่ใช้ทดสอบก่อนเรียน แบบประเมิน ทักษะการอ่านจับใจความ และแบบวัดความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วัด หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 13. หาประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านโน้ตเบื้องต้น E1/E2 14. นำคะแนนจากการตรวจแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแบบประเมินทักษะ การอ่านโน้ตเบื้องต้น มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีทางสถิติ เพื่อตรวจสอบสมมติฐาน 15. นำแบบวัดความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ มาวิเคราะห์ ข้อมูลโดยวิธีทางสถิติ การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านโน้ตเบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้ดำเนินการการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1. วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านโน้ตเบื้องต้น สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6ตามเกณฑ์ 70/70 ด้วยค่าประสิทธิภาพของกระบวนการ และประสิทธิภาพของ ผลลัพธ์ (E1/E2) 2. วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาดนตรีศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านโน้ตเบื้องต้น ก่อนเรียนและหลังเรียนมาคิดคะแนนเป็นร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) แล้วนำคะแนนมาทดสอบสมมติฐาน โดยใช้สถิติ t-test Dependent Sample (พวงรัตน์ ทวีรัตน์, 2543 : 165-167) 3. วิเคราะห์เปรียบเทียบทักษะการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านโน้ตเบื้องต้น หลังเรียนมาคิดคะแนนเป็นร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) แล้วนำคะแนนมาทดสอบสมมติฐาน โดยใช้สถิติ t-test for One Sample (พวง รัตน์ ทวีรัตน์, 2543 : 165-167) เทียบกับเกณฑ์ที่กำหนด คือ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 4. วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุด กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านโน้ตเบื้องต้น หาคะแนนเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แล้วนำคะแนนการ ประเมินมาเทียบกับเกณฑ์การประเมิน โดยหาค่าเฉลี่ยใช้เกณฑ์การแปลความหมายคะแนนแบบมาตราส่วน ประมาณค่าของลิเคิร์ท (Likert, 1961 อ้างถึงใน บุญชม ศรีสะอาด, 2556 : 103) โดยพิจารณาค่าเฉลี่ย ดังนี้ 4.51–5.00 หมายถึง มีความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด 3.51–4.50 หมายถึง มีความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก 2.51–3.50 หมายถึง มีความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับปานกลาง 1.51–2.50 หมายถึง มีความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับน้อย 1.00–1.50 หมายถึง มีความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับน้อยที่สุด
44 สถิติที่ใช้ในการวิจัย 1. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์หาคุณภาพเครื่องมือ 1.1 การหาค่าความเที่ยงตรง (Validity) ของแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรม การเรียนรู้ เรื่อง การอ่านโน้ตเบื้องต้น ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ การอ่านโน้ตเบื้องต้น แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน แบบประเมินทักษะการอ่านจับใจความ แบบวัดความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ สูตรดัชนีความสอดคล้อง IOC ดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี, 2558 : 220-221) IOC = N R เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับเนื้อหา หรือระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 1.2 การหาค่าความยากและค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบอิงกลุ่ม โดยใช้สูตร ดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี, 2558 : 195) N R p = f Ru Rl r − = เมื่อ P แทน ค่าความยาก R แทน ค่าอำนาจจำแนก R แทน จำนวนผู้ตอบถูกทั้งหมด (Ru+Rl) N แทน จำนวนคนในกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำ (ซึ่งเท่ากับ 2f) f แทน จำนวนคนในกลุ่มสูงหรือกลุ่มต่ำ Ru แทน จำนวนคนในกลุ่มสูงที่ตอบข้อนั้นถูก Rl แทน จำนวนคนในกลุ่มต่ำที่ตอบข้อนั้นถูก 1.3 การหาค่าความเชื่อมั่นแบบทดสอบวัดวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิเคราะห์ค่า ความเชื่อมั่นด้วยสูตร KR-20 ดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี, 2558 : 223) − − − = tt 2 s pq 1 n 1 n KR 20 : r เมื่อ tt r แทนค่า ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ
45 n แทนค่า จำนวนข้อของแบบทดสอบทั้งฉบับ P แทนค่า อัตราส่วนของผู้ตอบถูกในข้อนั้น q แทนค่า อัตราส่วนของผู้ตอบผิดในข้อนั้น S 2 แทนค่า ความแปรปรวนของคะแนนทั้งฉบับ 1.4 การหาค่าอำนาจจำแนก (Discrimination) ของแบบวัดความพึงพอใจที่มีต่อการ จัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า โดยใช้t-test โดยใช้สูตร ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด, 2556 : 96-97) N S S X X t 2 L 2 H H L + − = เมื่อ t แทน อำนาจจำแนก XH แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มสูง XL แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มต่ำ 2 SH แทน ความแปรปรวนของกลุ่มสูง 2 SL แทน ความแปรปรวนของกลุ่มต่ำ N แทน จำนวนคนในกลุ่มสูงหรือกลุ่มต่ำซึ่งมีจำนวนเท่ากัน 1.5 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับของแบบวัดความพึงพอใจและแบบประเมินทักษะการอ่าน โน้ตเบื้องต้น ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า โดยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (α-Coefficient) ตามวิธีของ ครอนบาค (Cronbach) ใช้สูตร ดังนี้ (สมนึก ภัททิยธนี, 2558 : 225-226) − − = 2 2 i S S 1 n 1 n α เมื่อ α แทน ค่าความเชื่อมั่นของแบบวัด/แบบประเมิน n แทน จำนวนข้อของแบบวัด/แบบประเมินทั้งฉบับ 2 Si แทน ความแปรปรวนของคะแนนรายข้อ 2 S แทน ความแปรปรวนของคะแนนทั้งฉบับ 2. สถิติพื้นฐาน ดังนี้ 2.1 ร้อยละ (Percentage) มีสูตรคำนวณ ดังนี้(สมบัติ ท้ายเรือคำ, 2553 : 29) 100 N f p =
46 เมื่อ p แทน ร้อยละ f แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เป็นร้อยละ N แทน จำนวนความถี่ทั้งหมด 2.2 ค่าเฉลี่ย (Mean) มีสูตรคำนวณ ดังนี้(สมบัติ ท้ายเรือคำ, 2553 : 29) N x X = เมื่อ X แทน ค่าเฉลี่ย x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่ม N แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม 2.3 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) มีสูตรคำนวณ ดังนี้ (สมบัติ ท้ายเรือคำ, 2553 :123) ( ) N(N 1) N X X S.D. 2 2 − − = เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด X แทน คะแนนแต่ละตัว N แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม 3. การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพและดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้แบบโคดาย ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านโน้ตเบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3.1 หาค่าประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้(E1/E2) ตามเกณฑ์75/75 การหาค่า E1 และ E2 ใช้สูตร ดังนี้(เผชิญ กิจระการ, 2544 : 49) 100 A N X E1 = เมื่อ E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ x แทน คะแนนรวมของแบบฝึกหัดหรือ แบบทดสอบย่อยทุกชุดรวมกัน A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดทุกชุดรวมกัน N แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมด
47 100 B N x E2 = เมื่อ E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ x แทน คะแนนรวมของแบบแบบทดสอบหลังเรียน B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน N แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 75 ตัวแรก หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดที่ได้จากกิจกรรม กลุ่ม การปฏิบัติการทดลองและการทดสอบย่อยด้วยการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่าน โน้ตเบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งต้องได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 75 75 ตัวหลัง หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดที่ได้จากแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนรู้ตามการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านโน้ต เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งต้องได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 75 3.2 การหาค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้(E.I) ใช้สูตร ดังนี้ (เผชิญ กิจระการ, 2544 : 49) คะแนนรวมจากแบบทดสอบหลังเรียน – คะแนนรวมจากแบบทดสอบก่อนเรียน ผลคูณของคะแนนเต็มกับจำนวนคน – คะแนนรวมจากแบบทดสอบก่อนเรียน 4. สถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐาน 4.1 การเปรียบเทียบทักษะการอ่านจับใจความ หลังเรียนกับเกณฑ์ ใช้สูตรคำนวณหาค่า t-test แบบ One Samples (พวงรัตน์ ทวีรัตน์, 2543 : 165-167) n S X μ t − = เมื่อ t แทน ค่าสถิติที่จะใช้เปรียบเทียบกับค่าวิกฤต เพื่อทราบนัยสำคัญ X แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง n แทน จำนวนคะแนนในแต่ละกลุ่ม S แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน μ แทน ค่าเฉลี่ยของประชากร ดัชนีประสิทธิผล =
48 4.2 การเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาดนตรีศึกษาก่อนเรียนและ หลังเรียน โดยใช้สูตรคำนวณหาค่า t-test แบบ Dependent Samples (บุญชม ศรีสะอาด, 2556 : 68) (N 1) N D ( D) D t 2 2 − − = เมื่อ t แทน ค่าสถิติที่จะใช้เปรียบเทียบกับค่าวิกฤต เพื่อทราบนัยสำคัญ D แทน ความแตกต่างระหว่างคะแนนแต่ละคู่ N แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่างหรือจำนวนคู่ แทน ผลรวม df แทน ความเป็นอิสระมีค่าเท่ากับ N – 1
49 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 2. ลำดับขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลและแปลผลความหมายการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้กำหนดสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ ใช้แทนความหมาย ดังนี้ N แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง ̅แทน คะแนนเฉลี่ย S.D. แทน ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน t แทน ค่าสถิติที่ใช้พิจารณา t-distribution ลำดับขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้ลำดับขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลได้ดังนี้ ตอนที่ 1 วิเคราะห์หาค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้การวิจัยส่งเสริมทักษะการอ่าน โน้ตดนตรีสากลเบื้องต้นโดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของโซตาน โคดาย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียน บ้านหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ตอนที่ 2 วิเคราะห์เปรียบเทียบความสามารถในการเรียนรู้ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนเรื่องการวิจัย ส่งเสริมทักษะการอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้นโดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของโซตาน โคดาย ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ตอนที่ 3 วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนรู้การการอ่านโน้ต ดนตรีสากลเบื้องต้นโดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของโซตาน โคดาย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้าน หนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
50 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้เสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ ตอนที่ 1 ตอนที่ 1 วิเคราะห์หาค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้การวิจัยส่งเสริมทักษะ การอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้นโดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของโซตาน โคดาย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีผลปรากฎดังตารางที่ 2.1 ตารางที่ 2 ผลการวิเคราะห์หาค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้การวิจัยส่งเสริมทักษะ การอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้นโดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของโซตาน โคดาย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี รายการประเมิน จำนวน นักเรียน คะแนนเต็ม คะแนนรวม คะแนน เฉลี่ย ประสิทธิภาพตาม เกณฑ์ 70/70 คะแนนกระบวนการ ระหว่างเรียน (E1 ) 30 60 1494 49.80 83.95 คะแนนวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนหลังเรียน (E2 ) 30 30 641 21.37 81.57 จากตารางที่ 2 พบว่า ดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้การอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้นโดยการใช้ ทฤษฎีการสอนดนตรีของโซตาน โคดาย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีมีประสิทธิภาพ 83.95/81.57 ตอนที่ 2 ตอนที่ 2 วิเคราะห์เปรียบเทียบความสามารถในการเรียนรู้ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน เรื่องการวิจัยส่งเสริมทักษะการอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้นโดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของโซตาน โคดาย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีปรากฎ ดังตารางที่ 3
51 ตารางที่ 3 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบความสามารถในการเรียนรู้การอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้น โดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของโซตาน โคดาย ของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ปรากฎดังตารางที่ 3 การ ทดสอบ n คะแนนเต็ม X S.D. D 2 D t ก่อนเรียน 27 40 22.77 4.59 266 70756 5.08** หลังเรียน 27 40 32.62 1.88 * มีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05, df=29 จากตารางที่ 3 พบว่า นักเรียนดาย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความสามารถในการเรียนรู้การอ่านโน้ต ดนตรีสากลเบื้องต้นหลังเรียน มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.77 คะแนน และ 21.37 คะแนน ตามลำดับ และเมื่อ เปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า นักเรียนมีความสามารถในการการอ่านโน้ตดนตรีสากล เบื้องต้นหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ตอนที่ 3 วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนรู้ทักษะการอ่าน โน้ตดนตรีสากลเบื้องต้นโดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของโซตาน โคดาย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียน บ้านหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ตารางที่ 4 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความพึงพอใจของนักเรียน ลำดับ ด้านที่ต้องวิเคราะห์ X S.D. แปลผล อันดับ ที่ 1 ความถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ของเนื้อหา 4.58 0.51 มากที่สุด 3 2 ความชัดเจนในการอธิบายเนื้อหา 4.25 0.45 มาก 7 3 การเรียบเรียงเนื้อหาที่เข้าใจง่าย 4.42 0.67 มาก 5 4 เนื้อหาสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงงาน 4.33 0.49 มาก 6
52 จากตารางที่ 4 พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ต่อการเรียนรู้ทักษะการอ่านโน้ตดนตรีสากล เบื้องต้นโดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของโซตาน โคดาย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีมีมีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มาก ( X = 4.35, S.D = 0.61) เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจสูงที่สุดคือ การจัดวางองค์ประกอบเหมาะสม ( X = 4.75 S.D = 0.45) รองลงมาคือ มีความชัดเจนของภาพ เสียง หรือตัวอักษร ( X = 4.67 S.D = 0.49) และ ความถูกต้องสมบูรณ์ของเนื้อหา ( X = 4.58, S.D = 0.51) ซึ่งมีความพึงพอใจในระดับ มากที่สุด และข้อที่มี ความพึงพอใจต่ำที่สุด คือ ความน่าสนใจและเทคนิคที่ใช้ในชิ้นงาน ( X = 3.92, S.D = 0.29) ซึ่งมีความพึง พอใจ อยู่ในระดับมาก 5 เนื้อหามีสาระและประโยชน์ สามารถนำไป ประยุกต์ใช้งานได้ ในชีวิตประจำวัน 4.42 0.51 มาก 4 6 มีความชัดเจนของภาพ เสียง หรือตัวอักษร 4.67 0.49 มากที่สุด 2 7 การใช้ภาษาถูกต้องเหมาะสม 4.08 0.29 มาก 8 8 ความน่าสนใจและเทคนิคที่ใช้ในชิ้นงาน 3.92 0.29 มาก 10 9 การดำเนินเรื่องอย่างต่อเนื่องเหมาะสมกับเวลา 4.08 0.29 มาก 8 10 การจัดวางองค์ประกอบเหมาะสม 4.75 0.45 มากที่สุด 1 รวม 4.35 0.61 มาก
53 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยนำเสนอการสรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ดังนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้การอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้นโดยการใช้ทฤษฎีการ สอนดนตรีของโคดาย ชั้นประถมศึกษาปี6 โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้านการอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้นโดยการใช้ทฤษฎี การสอนดนตรีของโคดาย ชั้นประถมศึกษาปี6 โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนหลังการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีวิธีการของ โซตาล โคดาย ชั้น ชั้นประถมศึกษาปี6 โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี สรุปผลการวิจัย การวิจัย เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้นโดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของ โคดาย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 1. กิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้นโดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของโคดาย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ผู้วิจัยได้ดำเนินการให้มี ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 70/70 โดยมีแบ่งเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ทั้งหมด 6 แผน ประกอบด้วยสาระสำคัญ ตัวชี้วัด จุดประสงค์ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้สื่อ/แหล่ง การเรียนรู้และบันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ประสิทธิภาพของกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการอ่านโน้ตดนตรีสากล เบื้องต้นโดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของโคดาย มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.95 / 81.57 ซึ่งมีประสิทธิภาพ สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 70/70 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้านการอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้นโดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของ โคดาย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีพบว่าสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
54 3. ทักษะการเรียนรู้เรื่องการอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้นหลังเรียนโดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรี ของโคดาย สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 4. นักเรียนมีความพึงพอใจสูงที่สุดคือ การจัดวางองค์ประกอบเหมาะสม ( = 4.8 S.D = 0.48) รองลงมาคือ มีความชัดเจนของภาพ เสียง หรือตัวอักษร ( = 4.50 S.D = 0.50) และ ความถูกต้องสมบูรณ์ของ เนื้อหา ( = 4.60, S.D = 0.45) ซึ่งมีความพึงพอใจในระดับ มากที่สุด และข้อที่มีความพึงพอใจต่ำที่สุด คือ ความน่าสนใจและเทคนิคที่ใช้ในชิ้นงาน ( =4.30, S.D = 0.50) ซึ่งมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก อภิปรายผล จากผลการวิจัย สามารถอภิปรายผล ได้ดังนี้ 1. ประสิทธิภาพของผลสัมฤทธิ์ของกิจกรรมการเรียนรู้วิชาดนตรีตามแนวคิดทฤษฎีของโคดายและ ทฤษฎีการสอนดนตรีที่เกี่ยวข้องต่อกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องการอ่านโน้ตดนตรีสากล มีค่าเท่ากับ 83.95 / 81.57 นั่นคือ บทเรียน เรื่อง การอ่านโน้ตดนตรีสากล ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ระหว่างเรียน โดยรวมร้อย ละ 83.95 และผลสัมฤทธิ์หลังเรียน โดยรวมร้อยละ 81.57 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ คือ 70/70 ทั้งนี้ เนื่องจากผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเบื้องต้นและแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง จนได้หลักการในการพัฒนารูปแบบ การสอนที่ชัดเจน ซึ่งเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ ทฤษฎีการสอนดนตรีของโคดาย โดยทำแบบทดสอบ แผนการ จัดการเรียนรู้ และรูปแบบการสอน ได้ผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญ ได้ผ่านการทดลองการใช้รูปแบบ ครบถ้วนทุกกระบวนการ ทำให้รูปแบบการสอนนี้มีองค์ประกอบครบถ้วนสมบูรณ์ รูปแบบการสอนที่ผู้วิจัยได้ พัฒนานี้ เน้นผู้เรียนได้เกิดกระบวนการคิด ทบทวนคำตอบ และนำความคิดที่ได้ใหม่ในจากการทำกิจกรรม มา ตอบคำถามใหม่อีกครั้ง นำมาสู่การสืบเสาะหาความรู้ เกิดความคิดแปลกใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยอินทิรา รอบรู้. (2562). การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการใช้ชุดการสอนการอ่านเขียนโน้ตดนตรีสากลขั้น พื้นฐาน และ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยชุดการสอน สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาช่วงชั้นที่ 2 โรงเรียนอนุบาลทัพทัน มีรูปแบบการวิจัยแบบ One group pretest-posttest ประชากรคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาช่วงชั้นที่ 2 โรงอนุบาลทัพทัน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 289 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยไม่ใช้ความน่าจะเป็น วิธีเลือกแบบเจาะจงจากนักเรียนที่สมัครเข้าชุมนุม ดนตรีสากลตามแผนการออกแบบการเรียนรู้ 5 แผน เป็นระยะเวลา 5 สัปดาห์ ๆ ละ 3 ชั่วโมง ด้วยการสุ่ม ตัวอย่างอย่าง่าย จำนวน 30 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้การอ่านเขียนโน้ตดนตรีสากล ขั้นพื้นฐาน และชุดการสอน 2. ดัชนีประสิทธิผลกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง เรื่องการอ่านโน้ตดนตรีสากล ดัชนีประสิทธิผลของการ จัดการเรียนรู้การอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้นโดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของโคดาย ชั้นประถมศึกษาปีที่
55 6 โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี มีค่าเท่ากับ 0.572043 นั่นคือ นักเรียนมีความก้าวหน้า เพิ่มขั้น คิดเป็นร้อยละ 84.22 เมื่อเรียนที่ได้รับการสอนโดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของโคดาย เนื่องจาก ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเบื้องต้นและแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง จนได้หลักการในการพัฒนารูปแบบการสอน ที่ชัดเจน มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความสามารถ สร้างแบบทดสอบเพื่อวัดความสามารถ ในการคิดเชิง สืบเสาะ แผนการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีของกอร์ดอน ซึ่งเป็นกิจกรรมการเรียนรู้โดยการใช้ทฤษฎีการสอน ดนตรีของโคดาย ร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ โดยทำแบบทดสอบแผนการจัดการเรียนรู้ และรูปแบบการสอน ได้ผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญ ได้ผ่านการทดลองการใช้รูปแบบครบถ้วนทุกกระบวนการ ทำให้รูปแบบ การสอนนี้มีองค์ประกอบครบถ้วนสมบูรณ์ รูปแบบการสอนที่ผู้วิจัยได้พัฒนานี้ เน้นผู้เรียนได้เกิดกระบวนการ คิด ทบทวนคำตอบ และนำความคิดที่ได้ใหม่ในจากการทำกิจกรรม มาตอบคำถามใหม่อีกครั้ง นำมาสู่การคิด สืบเสาะ เกิดความคิดแปลกใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ของ มารียา ปัณณะกิจการ. (2559). (บทคัดย่อ). การพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านโน้ตตามแนวคิดโคดายสำหรับผู้เรียนเปียโน วัยผู้ใหญ่ตอนต้น การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะ การอ่านโน้ตตามแนวคิด โคดายสำหรับผู้เรียนเปียโนในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น และ 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางด้าน ทักษะการอ่านโน้ต ความรู้และเจตคติจากแผนการจัดกิจกรรมด้านทักษะการอ่านโน้ตตามแนวคิดโคดายสา หรับผู้เรียนเปียโนวัยผู้ใหญ่ตอนต้น วิธีดาเนินการวิจัยเป็นการวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ผู้ใหญ่ตอนต้นช่วงอายุระหว่าง 25-30 ปี และไม่มีพื้นฐานด้านดนตรี แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่ม ละ 5 คน วิเคราะห์ข้อมูลจากการทดลองโดยใช้ t-test และการหาขนาดอิทธิพลค่าความแตกต่าง ผลการวิจัย พบว่า 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านโน้ตตามแนวคิดโคดายมี 7 หัวข้อ โดยเน้น พัฒนาทักษะการอ่านโน้ตจากการร้อง และการใช้หลักการสอนผู้ใหญ่ ทาให้การสอนดนตรีมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับลักษณะการเรียนรู้และความต้องการของผู้เรียน 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบ่งเป็น 2.1) กลุ่ม ทดลองมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในภาพรวม สูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กลุ่มทดลองมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านทักษะการอ่านโน้ตและความรู้ความเข้าใจ สูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสาคัญ ทางสถิติ ด้านเจตคติซึ่งแบ่งเป็นค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินความพึงพอใจและค่าเฉลี่ย พฤติกรรมการเรียนพบว่า กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านเจตคติไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมีความพึงพอใจหลังการเรียนการสอนอยู่ในระดับมาก สาหรับด้านพฤติกรรม การเรียนพบว่า กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการเรียนในภาพรวมอยู่ในระดับสูง 3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เรื่อง เรื่องการอ่านโน้ตดนตรีสากล การใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของ โคดาย หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นั่นคือ สอดคล้องกับสมมติฐานการ
56 วิจัยที่ตั้งไว้ ทั้งนี้เนื่องจาก รูปแบบการสอนกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ มีกิจกรรมกลุ่มที่เน้นให้นักเรียน ช่วยกันคิด ตอบคำถาม การคิดเปรียบเทียบ สิ่งที่ศึกษาในแต่ละหัวข้อของแผนการจัดเรียนรู้ ทบทวนคำตอบ และนำความคิดที่ได้ใหม่ในจากการทำกิจกรรม มาตอบคำถามใหม่อีกครั้ง เป็นการคิดริเริ่มแปลกใหม่ ซึ่งผู้วิจัย มีข้อสังเกตว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้น ที่ได้จัดการสอนโดยใช้รูปแบบ ทฤษฎีการสอนดนตรีตามแนวทางของโคดายมีแนวทางเดียวกันกับรูปแบบการสอนกระบวนการคิดอุปนัย ซึ่ง เป็นรูปแบบการสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนใช้กระบวนการคิด ผู้เรียนสรุปหลักการต่างๆ ด้วยตนเอง จากตัวอย่างย่อย ๆ หรือสถานการณ์ที่ให้ในประเด็นของงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จะเห็นด้วยว่ารูปแบบการสอนกระบวนของโคดาย ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดนตรีเรื่อง เรื่องการอ่านโน้ตดนตรีสากล ของนักเรียน ซึ่งสอดคล้องกับ งานวิจัยของ ศรีประภา ไชยนนท์ (2558) ที่ได้ศึกษาผลการเปรียบเทียบความสามารถในการเขียนเชิงสืบเสาะ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังการทดลองใช้รูปแบบการสอนโดยใช้การสอนซินเนคติกส์ร่วมกับ การสอนแบบเรียนปนเล่น เพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียนเชิงสืบเสาะของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5 สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง ส่งเสริมทักษะการอ่านโน้ตดนตรีสากล เบื้องต้นโดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของโคดาย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มาก สอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 4 และ สอดคล้องกับ ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์ (2549) ได้อธิบายเกี่ยวกับความพึงพอใจต่อความพึงพอใจในการเรียน ไว้ว่า เป็นการให้สิ่งเร้าเพื่อให้นักเรียนแสดงพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งต่อไปซึ่งเป็นความ สัมพันธ์ระหว่างสิ่ง เร้ากับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นสิ่งแล้วเป็นสัญญาณให้นักเรียนรู้ว่าควรจะแสดงพฤติกรรม อย่างไรบ้างโดยการ แลกเปลี่ยนเนื้อหา สาระประสบการณ์ ความคิดเห็น ความรู้สึกอารมณ์ ความสนใจ ความพึงพอใจ เจตคติ ค่านิยม ตลอดจนทักษะและความชำนาญระหว่างผู้ส่งและผู้รับโดยมีสถานการณ์ หรือสัญลักษณ์เป็นสื่อการใน การแลกเปลี่ยนดังนั้นกระบวนการเรียนรู้จะต้องมีสื่อที่ดีถ้าเลือกการใช้สื่อ การเรียนรู้ เป็นไปในแนวทางที่ เหมาะสมแล้วความรู้ความเข้าใจการแสวงหาความรู้และความพึงพอใจ จะสะสมเป็นระบบแล้วผลของการของ ผู้เรียนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากการใช้สื่อการเรียนรู้ก็จะทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจและความพึงพอใจ
57 ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ จากการวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้มีข้อเสนอแนะสำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องส่งเสริมทักษะการอ่านโน้ต ดนตรีสากลเบื้องต้น โดยการใช้ทฤษฎีการสอนดนตรีของโคดาย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ดังต่อไปนี้ 1.1 ครูผู้สอนจะต้องศึกษาลำดับขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องอ่านโน้ตดนตรีสากล เบื้องต้นตามทฤษฎีของโซลตาน โคดาย อย่างละเอียดตามลำดับขั้นตอนก่อนนำไปใช้ 1.2 ครูผู้สอนจะต้องแนะนำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของผู้เรียนในการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง อ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้น ทุกขั้นตอนอย่าละเอียด เพื่อให้นักเรียนปฏิบัติได้ ถูกต้องเป็นไปตามเวลาที่กำหนด และเกิดประสิทธิภาพในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 1.3 ครูผู้สอนจะต้องศึกษาเกณฑ์การวัดและประเมินผลสัมฤทธิ์และทักษะการอ่านโน้ตดนตรี สากลเบื้องต้นที่ใช้เป็นแบบประเมินให้มีความเข้าใจ เพื่อที่จะสามารถนำไปใช้ประเมินวัดผลสัมฤทธิ์และทักษะ การอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้นของผู้เรียนได้อย่างถูกต้อง ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป 1. ควรมีการนำทฤษฎีของโซลตาน โคดาย ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับเครื่องดนตรี ชนิดอื่น ๆ เช่น ดนตรีไทย ดนตรีพื้นเมือง 2. ควรมีการศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามทฤษฎีของโซลตาน โคดายเปรียบเทียบกับ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบอื่น ๆ
58 บรรณนานุกรม ค ร ู ฐ น พ ล เ ส น ม ิ ม . ( 2 5 5 9 ) . ทฤษฎ ีด น ต ร ี สา ก ล ส ื บ ค ้ น เ ม ื ่ อ 2 7 ม ี น า ค ม 2 5 6 4 จ า ก https://sites.google.com/site/reiynkhluythexa ทฤษฎีเบื้องต้นเกี่ยวกับดนตรี . (2562) โน้ตดนตรีสากลเบื้องต้น สืบค้นเมื่อ 27 มีนาคม 2564 จาก http://www.krusanti.org/WesternMusic/basicnote.htm ธวัชชัย นาควงษ์. (2547). เพลงแบบโคดาย กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สืบค้นเมื่อ 27 มีนาคม 2564 จาก http://www.cvk.ac.th/download/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B%B8 บุญชม ศรีสะอาด. (2546). การพัฒนาหลักสูตรและการวิจัยเกี่ยวกับหลักสูตร. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาสาน สืบค้น เมื่อ 27 มีนาคม 2564 จาก http://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/53920322/bibliography.pdf พงษ์ลดา ธรรมพิทักษ์กุล (2551) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดนตรีสากลขั้นพื้นฐานของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่2 ที่เรียนโดยการสอนตามทฤษฎีของโคดาย กับที่เรียนแบบดั้งเดิม สืบค้นเมื่อ 27 มีนาคม 2564 จาก https://so02.tcithaijo.org/index.php/EDUCU/article/view/240846/163790 พนัส ต้องการพานิช. (2557) ชุดการสอนโน้ตและการใช้ดนตรีประกอบ สืบค้นเมื่อ 27 มีนาคม 2564 จาก file:///C:/Users/Bccit/Downloads/%E0%B8%A7%E0%B8%B.pdf ภณิดา ชัยปัญญา (2553) การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความพึงพอใจจากการเรียนการสอน สืบค้นเมื่อ 25 มีนาคม 2564 จาก http://www.repository.rmutt.ac.th/dspace/bitstream/123456789/58pdf ศิรธันย์ แสงนิธิไพศาล. (2560) โน้ตดนตรีสากล สืบค้นเมื่อ 27 มีนาคม 2564 จาก http://www.sts.ac.th/0619/%E0%B8% Beatty. (1989). A Comparative Study of a Kodaly-Based Developmental Music Program and a Traditional Public School Music Program at the Kindergarten Level. Master's Thesis, Queen's University.
59 Bonner. (2008). Response to Music : Principles of music Education. London : Routledg and Kegal Payl. Colleen Pinar. (1994). Practice Games for Selected Musical Concepts in a Level Six Kodaly Curriculum Created in HyperCard Stacks. Music Journal, Fort Hays State University. Kiser,W. K. (n.d.) What is Media Education?. Retrieved July 20,2011, from http://www.suite101.com/content/what-is-media-education-a79578 Madsen. (2010). Educational Media : A Competency-based Approach. Ohio : Charles Mexcrill. Tsisserev, A. (1993). An Analysis of the Music Education Methodology of Dmitry Kabalevsky and a Comparison with those of Zoltan Kodaly and Carl Orff. Unpublished master’s thesis, University of Manitoba, Winnipeg, Canada. Unkefer, Robert F. (1992). Music Therapy in treatment of Adult with Mental Disorders: Theoretical Bases and Clinical Intervention. New York: Shimmer Book.
60 ภาคผนวก
61 ภาคผนวก ก แผนการจัดการเรียนรู้
62 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ รายวิชา ดนตรี ชั้น ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้น เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโน้ตดนตรีสากล จำนวนเวลาที่สอน 2 ชั่วโมง ใช้สอน ประถมศึกษาปีที่......... /........ วันที่.....………เดือน........... พ.ศ. 2565 คาบที่…............. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ศ. ๒.๑ ป.๖/๓ อ่าน เขียนโน้ตไทย และโน้ตสากลทํานองง่าย ๆ 1.สาระสำคัญ โน้ตดนตรีมีความสำคัญต่อดนตรีอย่างมาก ตัวโน้ตเปรียบเสมือนภาษาที่ใช้สื่อสารระหว่าง ผู้ประพันธ์และนักดนตรีและโน้ตดนตรียังเป็นสื่อในการเรียนการสอนดนตรีที่สำคัญ ดังนั้นการอ่านโน้ต จึงถือเป็นส่วนสำคัญในการเรียนดนตรี 2.จุดประสงค์การเรียนรู้ - อธิบายและเข้าใจถึงการอ่านโน้ตดนตรีสากลอย่างถูกต้องได้ 3.สาระการเรียนรู้ ประเภทของโน้ตดนตรีสากล กุญแจเสียง ส่วนประกอบของบรรทัด 5 เส้น 4.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสารมีวัฒนธรรมในการใช้ ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรอง เพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและ ความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเอง และสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม ๔.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่างๆไปใช้ใน การดำเนินชีวิตประจำวันการเรียนรู้ด้วยตนเองการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องการทำงานและการอยู่ ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลการจัดการปัญหาและความขัดแย้ง ต่างๆอย่างเหมาะสมการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อมและการรู้จัก หลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น
63 5.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีความมุ่งมั่นในการทำงาน 6.กระบวนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้น เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโน้ตดนตรี สากล ขั้นนำเข้าสู้บทเรียน 1. ครูชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนฟัง เพื่อเป็นแนวทางในการเรียนต่อไป 2. ครูผู้สอนทำการสร้างแรงจูงใจในการทำให้ผู้เรียนสนใจในการเรียน โดยการเล่าถึงความรู้ เบื้องต้นเกี่ยวกับโน้ตดนตรีสากล และให้นักเรียนทำการซักถามถึงข้อสงสัย หลังจากนั้นจึงโยงเข้าสู้ บทเรียน ขั้นสอน(ชั่วโมงที่ 1 ) 1. ครูผู้สอนแจกใบความรู้ที่ 1 และ ใบงานที่ 1 และ 2 เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโน้ตดนตรีสากล เพื่อเป็นสื่อให้นักเรียนสืบค้นและศึกษาประกอบกับการอธิบายของครูผู้สอน 2. ครูผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโน้ตดนตรีสากล ตัวโน้ต (Note) ตัวโน้ต เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้บันทึกแทนระดับเสียง และความยาวของเสียง ส่วนประกอบสำคัญของตัวโน้ต ได้แก่ ส่วนหัวตัวโน้ต และส่วนหางตัวโน้ต ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะโน้ต ต่างๆ ประเภทของโน้ตดนตรีสากล มีหลายลักษณะ ค่าตัวโน้ตลักษณะต่างๆ สามารถเปรียบเทียบค่าความยาว โน้ต และมีชื่อเรียกลักษณะโน้ตต่างๆ ดังนี้ จะเห็นว่าค่าจังหวะนับของโน้ตตัวกลมมากที่สุด ตัวขาว ตัวดำ ตัวเขบ็ต 1 ชั้น ตัวเขบ็ต 2 ชั้นและตัว เขบ็ต 3 ชั้น จะมีค่าลดลงทีละครั้งตามลำดับ เช่น ตัวหยุด (Rest) ตัวหยุด คือ สัญลักษณ์ทางดนตรีที่กำหนดให้เงียบเสียงหรือไม่ให้เล่นในระยะ เวลาตาม ค่าตัวหยุดนั้นๆ ตัวหยุดมีหลายชนิดสอดคล้องกับตัวโน้ตลักษณะต่างๆ ตัวหยุดลักษณะต่างๆ ตามค่าตัวโน้ต กุญแจ (Clef) กุญแจ คือ สัญลักษณ์ทางดนตรีที่บันทึกไว้ที่บรรทัดห้าเส้น เพื่อกำหนดระดับ เสียงโน้ตที่อยู่ในช่องและอยู่บนเส้นของบรรทัดห้าเส้น กุญแจที่ใช้ในปัจจุบันมี 3 แบบ ดังนี้ กุญแจซอล หรือกุญแจ G (G clef) คือ กุญแจที่กำหนดให้โน้ตซอล (G) อยู่บรรทัดเส้นที่ 2 กุญแจชนิดนี้นิยมมากในกลุ่มนักดนตรี นักร้อง ใช้กับเครื่องดนตรีที่นิยมทั่วไป เช่น กีตาร์ ไวโอลิน ทรัมเป็ต ฯลฯ กญแจซอลมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษ คือ เทรเบิลเคลฟ (Treble clef)
64 กุญแจฟา หรือกุญแจ F (F clef) คือ กุญแจที่กำหนดให้โน้ตฟา (F) อยู่บนเส้นที่ 4 กุญแจชนิดนี้นิยมใช้ กับเสียงร้องหรือเครื่องดนตรีที่มีเสียงต่ำ เช่น เชลโล เบส ทรอมโบน ฯลฯกุญแจฟามีชื่อเรียก ภาษาอังกฤษอีกชื่อคือ เบสเคลฟ (Bass clef) กุญแจโดเทเนอร์ (Tenor clef) ใช้บันทึกโน้ตที่เล่นกับเชลโล และบาสซูน กุญแจโด หรือกุญแจ C (C clef) คือ กุญแจที่กำหนดให้เสียงโด (C) อยู่บนเส้นใดก็ได้ของบรรทัดห้าเส้น ให้เป็นเสียงโดกลาง (ชั่วโมงที่ 2 ) กุญแจโดอัลโต (A lot clef) ใช้บันทึกโน้ตที่เล่นกับวิโอลา บรรทัดห้าเส้น (Staff) บรรทัดห้าเส้น (Staff) ประกอบด้วยเส้นตรงขนานกันจำนวน 5 เส้น และช่องบรรทัดจำนวน 4 ช่อง โดยเส้นบรรทัดมีระยะห่างเท่ากัน การนับเส้นหรือบรรทัดห้าเส้นให้นับ ตามลำดับจากล่างไปบนโดยนับเส้นหรือช่องล่างสุดเป็น 1 2 3 4 5 ตามลำดับ ในการบันทึกตัวโน้ตและ สัญลักษณ์ต่างๆ ทางดนตรีสากลจะบันทึกบนบรรทัดห้าเส้นเป็นหลัก เส้นน้อย (Leger Lines) เส้นน้อย คือ เส้นสั้นๆ ที่อยู่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าบรรทัดห้าเส้น มี ระยะห่างเท่ากับบรรทัดห้าเส้นโน้ตที่อยู่ต่ำหรือสูงมากๆ จะต้องอาศัยเส้นน้อยตามลำดับ เช่นโน้ตที่คาบ เส้นจะเรียงลำดับกับโน้ตที่อยู่ในช่องถ้าหากเส้นน้อยมีมากกว่าสามเส้น ควรใช้วิธีการเปลี่ยนกุญแจ ประจำหลักหรือใช้เครื่องหมายคู่แปดช่วย เพื่อให้สะดวกต่อการอ่าน เส้นกันห้อง (Bar line) เส้นกันห้อง คือ เส้นตรงแนวตั้งที่ขีดขวางบรรทัดห้าเส้น เพื่อกั้นแบ่งโน้ตในแต่ละห้อง ให้มีจำนวน จังหวะตามที่เครื่องหมายกำหนดจังหวะกำหนดไว้ ใช้กั้นห้องเพลง ใช้กั้นจบตอนหรือจบท่อนเพลง โดยใช้เส้นกันห้องคู่ (Double Bar Line) ขั้นสรุป 1. นักเรียนทำการสรุป เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโน้ตดนตรีสากล ลงสมุดจดบันทึกและ นำส่งครูผู้สอนในคาบเรียนชั่วโมงถัดไป 2. ครูผู้สอนทำการสังเกตพฤติกรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทางการเรียนของนักเรียน และทำการบันทึกผล สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโน้ตดนตรีสากล 2. ใบงานที่ 1 และ 2 เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโน้ตดนตรีสากล 3. วีดีทัศน์เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโน้ตดนตรีสากล
65 7. การวัดผลและประเมินผล รายการ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การวัด ด้านความรู้ความ เข้าใจ(K) 1.อธิบายและเข้าใจ ถึงการอ่านโน้ตดนตรี สากลอย่างถูกต้อง ประเมินผลงานจาก ใบงานที่ 1 และ 2 - กิจกรรมใบงานที่ 1 และ 2 ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ ๗๐ ด้านทักษะ กระบวนการ (P) 1. ความสามารถใน การสื่อสาร 2. ความสามารถใน การคิด สังเกตพฤติกรรม จากการทำงาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรม รายบุคคล ดีมาก ดี ปานกลาง ควรปรับปรุง ด้านคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ (A) 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีความมุ่งมั่นใน การทำงาน สังเกตพฤติกรรม คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ แบบสังเกตพฤติกรรม คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ผ่าน / ไม่ผ่าน (ผ่าน 9 คะแนน ขึ้นไป)
66 8.บันทึกผลหลังจากการเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ ป. 6/1 ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ป. 6/1 ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ป. 6/1 ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ .................................................................. (นายภูมิเดช มั่นคง) .................../..................../.....................
67 การประเมินความรู้ความเข้าใจ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ดีมาก (4) ดี(3) พอใช้(2) ปรับปรุง (1) 1.กิจกรรมใบงานที่ 1และ2 ทำกิจกรรมใบ งานที่ 1และ2 ถูกต้องจำนวน 9 - 10 คะแนน ทำกิจกรรมใบ งานที่ 1และ2 ถูกต้องจำนวน 7 - 8 คะแนน ทำกิจกรรมใบงาน ที่ 1และ2 ถูกต้อง จำนวน 5 - 6 คะแนน ทำกิจกรรมใบ งานที่ 1และ2 ถูกต้องจำนวน 1 - 4 คะแนน เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนนการทำกิจกรรมใบงาน นักเรียนได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ถือว่าผ่าน
68 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วทำ เครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ที่ ชื่อ-สกุล ความ ตั้งใจใน การ ทำงาน ความ รับผิดช อบ การตรง ต่อเวลา ผลสำเร็ จของ ผลงาน รวม ผลการ ประเมิน 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10 11 12 13 14 15
69 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ปฏิบัติงานหรือแสดงพฤติกรรมอย่าง สม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน 13 – 16 ดีมาก ปฏิบัติงานหรือแสดงพฤติกรรมปานกลาง ให้ 3 คะแนน 9 – 12 ดี ปฏิบัติงานหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 2 คะแนน 5 – 8 พอใช้ ไม่ปฏิบัติงานและนิ่งเฉย ให้ 1 คะแนน ต่ำกว่า 4 ควรปรับปรุง ไม่ปฏิบัติงานและนิ่งเฉย ให้ 1 คะแนน ต่ำกว่า 4 ควรปรับปรุง
70 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียน และนอกเวลาเรียน แล้วทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน เลขที่ ชื่อ – สกุล คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีวินัย รวม (12) ผลการประเมิน (3) ใฝ่เรียนรู้ (3) มุ่งมั่นใน การทำงาน มีจิต (3) สาธารณะ (3) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7 8 9 10 11 12 13 14 15
71 16 17 18 19 20 21 23 24 25 26 27 เกณฑ์การให้คะแนนพฤติกรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับ 3 หมายถึง ดี ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 ขึ้นไป หมายถึง ดี ร้อยละ 70 – 79 หมายถึง พอใช้ ร้อยละ 0 – 69 หมายถึง ปรับปรุง
72 ตัวโน้ต (Note) ตัวโน้ต เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้บันทึกแทนระดับเสียง และความยาวของเสียง ส่วนประกอบสำคัญของตัวโน้ต ได้แก่ ส่วนหัวตัวโน้ต และส่วนหางตัวโน้ต ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะโน้ต ต่างๆ ประเภทของโน้ตดนตรีสากล มีหลายลักษณะ ค่าตัวโน้ตลักษณะต่างๆ สามารถเปรียบเทียบค่า ความยาวโน้ต และมีชื่อเรียกลักษณะโน้ตต่างๆ ดังนี้ ภูมิเปรียบเทียบค่าตัวโน้ต แผนภูมเปรียบเทียบค่าตัวโน้ต ใบความรู้ที่ 1 เรื่องโน้ตดนตรีสากล
73 ตารางเปรียบเทียบค่านับ จะเห็นว่าค่าจังหวะนับของโน้ตตัวกลมมากที่สุด ตัวขาว ตัวดำ ตัวเขบ็ต 1 ชั้น ตัวเขบ็ต 2 ชั้น และตัวเขบ็ต 3 ชั้น จะมีค่าลดลงทีละครั้งตามลำดับ เช่น ตัวหยุด (Rest) ตัวหยุด คือ สัญลักษณ์ทางดนตรีที่กำหนดให้เงียบเสียงหรือไม่ให้เล่นในระยะ เวลาตาม ค่าตัวหยุดนั้นๆ ตัวหยุดมีหลายชนิดสอดคล้องกับตัวโน้ตลักษณะต่างๆ ตัวหยุดลักษณะต่างๆ ตามค่าตัวโน้ต กุญแจ (Clef) กุญแจ คือ สัญลักษณ์ทางดนตรีที่บันทึกไว้ที่บรรทัดห้าเส้น เพื่อกำหนดระดับ เสียงโน้ตที่อยู่ในช่องและอยู่บนเส้นของบรรทัดห้าเส้น กุญแจที่ใช้ในปัจจุบันมี 3 แบบ ดังนี้
74 กุญแจซอล หรือกุญแจ G (G clef) คือ กุญแจที่กำหนดให้โน้ตซอล (G) อยู่บรรทัดเส้นที่ 2 กุญแจชนิดนี้นิยมมากในกลุ่มนักดนตรี นักร้อง ใช้กับเครื่องดนตรีที่นิยมทั่วไป เช่น กีตาร์ ไวโอลิน ทรัมเป็ต ฯลฯ กญแจซอลมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษ คือ เทรเบิลเคลฟ (Treble clef) กุญแจฟา หรือกุญแจ F (F clef) คือ กุญแจที่กำหนดให้โน้ตฟา (F) อยู่บนเส้นที่ 4 กุญแจชนิดนี้ นิยมใช้กับเสียงร้องหรือเครื่องดนตรีที่มีเสียงต่ำ เช่น เชลโล เบส ทรอมโบน ฯลฯกุญแจฟามีชื่อเรียก ภาษาอังกฤษอีกชื่อคือ เบสเคลฟ (Bass clef) กุญแจโดเทเนอร์ (Tenor clef) ใช้บันทึกโน้ตที่เล่นกับเชลโล และบาสซูน กุญแจโด หรือกุญแจ C (C clef) คือ กุญแจที่กำหนดให้เสียงโด (C) อยู่บนเส้นใดก็ได้ของ บรรทัดห้าเส้น ให้เป็นเสียงโดกลาง กุญแจโดอัลโต (A lot clef) ใช้บันทึกโน้ตที่เล่นกับวิโอลา บรรทัดห้าเส้น (Staff) บรรทัดห้าเส้น (Staff) ประกอบด้วยเส้นตรงขนานกันจำนวน 5 เส้น และช่องบรรทัดจำนวน 4 ช่อง โดยเส้นบรรทัดมีระยะห่างเท่ากัน การนับเส้นหรือบรรทัดห้าเส้นให้นับ ตามลำดับจากล่างไปบนโดยนับเส้นหรือช่องล่างสุดเป็น 1 2 3 4 5 ตามลำดับ ในการบันทึกตัวโน้ตและ สัญลักษณ์ต่างๆ ทางดนตรีสากลจะบันทึกบนบรรทัดห้าเส้นเป็นหลัก
75 เส้นน้อย (Leger Lines) เส้นน้อย คือ เส้นสั้นๆ ที่อยู่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าบรรทัดห้าเส้น มี ระยะห่างเท่ากับบรรทัดห้าเส้นโน้ตที่อยู่ต่ำหรือสูงมากๆ จะต้องอาศัยเส้นน้อยตามลำดับ เช่นโน้ตที่คาบ เส้นจะเรียงลำดับกับโน้ตที่อยู่ในช่องถ้าหากเส้นน้อยมีมากกว่าสามเส้น ควรใช้วิธีการเปลี่ยนกุญแจ ประจำหลักหรือใช้เครื่องหมายคู่แปดช่วย เพื่อให้สะดวกต่อการอ่าน เส้นกันห้อง (Bar line) เส้นกันห้อง คือ เส้นตรงแนวตั้งที่ขีดขวางบรรทัดห้าเส้น เพื่อกั้นแบ่งโน้ตในแต่ละห้อง ให้มี จำนวนจังหวะตามที่เครื่องหมายกำหนดจังหวะกำหนดไว้ ใช้กั้นห้องเพลง ใช้กั้นจบตอนหรือจบท่อนเพลง โดยใช้เส้นกันห้องคู่ (Double Bar Line)
76 คำชี้แจง ให้นักเรียนเติมคำในช่องว่างให้ถูกต้อง ชื่อ.....................................................ชั้น..............เลขที่......... ใบงานที่ 1 เรื่อง ทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้น
77 คำชี้แจง ให้นักเรียนเติมคำในช่องว่างให้ถูกต้อง ชื่อ.....................................................ชั้น..............เลขที่........... เฉลยใบงานที่ 1 เรื่อง ทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้น
78 คำชี้แจง ให้นักเรียนเติมคำในช่องว่างให้ถูกต้อง ชื่อ...................................................ชั้น...............เลขที่................. ใบงานที่ 2 เรื่อง ทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้น
79 คำชี้แจง ให้นักเรียนเติมคำในช่องว่างให้ถูกต้อง ชื่อ...................................................ชั้น...............เลขที่................. เฉลยใบงานที่ 2 เรื่อง ทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้น ตัวกลม ตัวขาว ตัวดำ ตัวเขบ็ต 1 ชั้น 1 =yho ตัวเขบ็ต 2 ชั้น ตัวเขบ็ต 3 ชั้น หยุดตัวกลม หยุดตัวขาว หยุดตัวดำ หยุดตัว เขบ็ต 1 ชั้น หยุดตัว เขบ็ต 2 ชั้น หยุดตัว เขบ็ต 3 ชั้น
80 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ รายวิชา ดนตรี ชั้น ป6/1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้น เรื่อง ทักษะและวิธีการ การอ่านโน้ตดนตรีสากล จำนวนเวลาที่สอน 2 ชั่วโมง ใช้สอน ประถมศึกษาปีที่......... /........ วันที่.....………เดือน........... พ.ศ. 2565 คาบที่…............. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ศ. ๒.๑ ป.๖/๓ อ่าน เขียนโน้ตไทย และโน้ตสากลทํานองง่าย ๆ 1.สาระสำคัญ การอ่านโน้ตที่เป็นสัญลักษณ์ดนตรีได้ก็เหมือนกับการพูดภาษาดนตรีได้นั่นเอง พร้อมที่จะ นําไปสู่การเรียนรู้ทางดนตรีที่สูงขึ้น ทำให้เราเข้าใจและรู้ทำนองเพลงที่เราไม่เคยเล่น ไม่เคยได้ยินมา ก่อนได้ โดยอาศัยการอ่านโน้ต ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ทักษะทางด้านดนตรี 2.จุดประสงค์การเรียนรู้ - อธิบายและเข้าใจถึงการอ่านโน้ตดนตรีสากลอย่างถูกต้องได้ 3.สาระการเรียนรู้ วิธีการอ่านโน้ตดนตรีสากลและฝึกทักษะการอ่านโน้ตในบันไดเสียง C major scale 4.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสารมีวัฒนธรรมในการใช้ ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรอง เพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและ ความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเอง และสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม ๔.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่างๆไปใช้ใน การดำเนินชีวิตประจำวันการเรียนรู้ด้วยตนเองการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องการทำงานและการอยู่ ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลการจัดการปัญหาและความขัดแย้ง ต่างๆอย่างเหมาะสมการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อมและการรู้จัก หลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 5.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้
81 2. มีความมุ่งมั่นในการทำงาน 6.กระบวนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การอ่านโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้น เรื่อง ทักษะและวิธีการ การอ่านโน้ต ดนตรีสากล ขั้นนำเข้าสู้บทเรียน 1. ครูชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนฟัง เพื่อเป็นแนวทางในการเรียนต่อไป 2. ครูผู้สอนทำการสร้างแรงจูงใจในการทำให้ผู้เรียนสนใจในการเรียน โดยการเล่าถึงทักษะและวิธีการ การอ่านโน้ตดนตรีสากล และให้นักเรียนทำการซักถามถึงข้อสงสัย หลังจากนั้นจึงโยงเข้าสู้บทเรียน ขั้นสอน(ชั่วโมงที่ 1 ) 1. ครูผู้สอนแจกใบความรู้ที่ 1 และ ใบงานที่ 3 และ 4 เรื่อง ทักษะและวิธีการการอ่านโน้ตดนตรี สากล เพื่อเป็นสื่อให้นักเรียนสืบค้นและศึกษาประกอบกับการอธิบายของครูผู้สอน 2. ครูผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับทักษะและวิธีการการอ่านโน้ตดนตรีสากล ทักษะและวิธีการการอ่านโน้ตดนตรีสากล มีหลักการ อยู่ 5 อย่าง คือ 1. การดูกุญแจเสียง การดูกุญแจเสียงคือการที่เราจะรู้ตำแหน่งของตัวโน้ตในบรรทัด 5 เส้น เพื่อจะทำให้เรารู้ตำแหน่งของตัวโน้ตต่างๆ กุญแจเสียงที่แตกต่างกันก็จะมีตำแหน่งของเสียงบนบรรทัน 5 เส้น ที่แตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน 2. key signature คือกลุ่มของชาร์ปหรือแฟลต (หรือเนเชอรัลในบางกรณี) ที่กำกับบน บรรทัดห้าเส้น เป็นตัวบ่งบอกให้เล่นตัวโน้ตสูงขึ้นหรือต่ำลงครึ่งเสียง (semitone) ตามตำแหน่งที่ กำหนดหากไม่มีเครื่องหมายอื่นอยู่ก่อน แทนที่จะเป็นเสียงตัวโน้ตปกติ การกำหนดบันไดเสียงเช่นนี้จะมี ผลทั้งบรรทัดจนกว่าจะมีการเปลี่ยนคีย์ใหม่ เครื่องหมายตั้งบันไดเสียงมักพบได้ทั่วไปถัดจากกุญแจ ประจำหลักในตำแหน่งเริ่มบรรทัดใหม่ หรือปรากฏที่ส่วนอื่นบนบรรทัด 3. Time Signature คือ ตัวเลขสองตัวที่ดูเหมือนจะขี่คอกันอยู่ในตอนต้นของโน้ตเพลง มี หน้าที่บอกเราว่า ในแต่ละห้องเพลงนั้นจะมีกี่จังหวะ รวมทั้งบอกเราด้วยว่า เพลงนี้ใช้โน้ตอะไรเป็น เกณฑ์ 1 จังหวะ ถ้าเราละเลย ไม่สนใจเครื่องหมายนี้ เราก็คงเล่นเพลงนั้นๆ ไม่เข้ากับที่คนอื่นๆ เล่น แน่นอน (ชั่วโมงที่ 2 ) 4. โน้ต ในทางดนตรี มีความหมายได้สองทาง หมายถึง สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการนำเสนอ ระดับเสียง และความยาวของเสียง หรือหมายถึงตัวเสียงเองที่เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์เหล่านั้น โน้ต ดนตรีแต่ละเสียงจะมีชื่อเรียกประจำของมันเองในแต่ละภาษา เช่น โด-เร-มี-ฟา-ซอล-ลา-ที บางครั้งอาจ เขียนอักษรละติน A ถึง G แทนโน้ตดนตรี 5. เส้นกันห้อง (Bar Line) เส้นกันห้องใช้สำหรับแบ่งบรรทัด 5 เส้นออกเป็นส่วนๆ เท่าๆกัน เพื่อใช้สำหรับกำหนดอัตราจังหวะของดนตรี และแบ่งดนตรีออกเป็นท่อนๆ
82 ประเภทของเส้นกันห้อง (Bar Line) มีดังนี้ เส้นกั้นห้อง (Standard) สำหรับกั้นระหว่างห้อง เส้นกันห้องคู่ (Double) สำหรับกั้นแต่ละท่อนของดนตรี เช่น ท่อน Intro, ท่อนเนื้อร้อง, ท่อนคอรัส เป็นต้น เส้นจบ (End) สำหรับบอกท่อนจบเพลง ฝึกอ่านโน้ต C major scale ครูสอนนักเรียน อ่านโน้ต C major scale โดยการนำนักเรียนอ่านอย่างช้าๆ และเร็วขึ้นตามลำดับ ตามหลักการการอ่านโน้ตดนตรีสากล โดยเริ่มจากโน้ต โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โด และทำการอ่าน ย้อนกลับ จากโน้ต โด ที ลา ซอล ฟา มี เร โด อย่างช้าๆและเร็วขึ้น หลังจากที่เราได้รู้จักหลักการการอ่านโน้ตแล้ว สิ่งต่อมา คือ การที่จะฝึกฝนการอ่านโน้ตดนตรีสากลให้ เกิดความชำนาญและจนเกิดทักษะในการอ่านโน้ตดนตรีสากล และสามารถนำหลักการการอ่านโน้ตไป ต่อยอดในการเสริมทักษะในทางดนตรีที่สูงขึ้นได้ต่อไป ขั้นสรุป 1. นักเรียนทำการสรุป ทักษะและวิธีการ การอ่านโน้ตดนตรีสากลลงสมุดจดบันทึกและนำส่ง ครูผู้สอนในคาบเรียนชั่วโมงถัดไป 2. ครูผู้สอนทำการสังเกตพฤติกรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทางการเรียนของนักเรียน และทำการบันทึกผล สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. ใบความรู้ที่ 2 เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโน้ตดนตรีสากล 2. ใบงานที่ 3 และ 4 เรื่อง ทักษะและวิธีการ การอ่านโน้ตดนตรีสากล 3. วีดีทัศน์เรื่อง ทักษะและวิธีการ การอ่านโน้ตดนตรีสากล
83 7. การวัดผลและประเมินผล รายการ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การวัด ด้านความรู้ความ เข้าใจ(K) 1.อธิบายและเข้าใจ ถึงการอ่านโน้ตดนตรี สากลอย่างถูกต้อง ประเมินผลงานจาก ใบงานที่ 3 และ 4 - กิจกรรมใบงานที่ 3 และ 4 ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ ๗๐ ด้านทักษะ กระบวนการ (P) 1. ความสามารถใน การสื่อสาร 2. ความสามารถใน การคิด สังเกตพฤติกรรม จากการทำงาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรม รายบุคคล ดีมาก ดี ปานกลาง ควรปรับปรุง ด้านคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ (A) 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีความมุ่งมั่นใน การทำงาน สังเกตพฤติกรรม คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ แบบสังเกตพฤติกรรม คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ผ่าน / ไม่ผ่าน (ผ่าน 9 คะแนน ขึ้นไป)
84 8.บันทึกผลหลังจากการเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ ป. 6/1 ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ป. 6/1 ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ป. 6/1 ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ .................................................................. (นายภูมิเดช มั่นคง) .................../..................../.....................
85 การประเมินความรู้ความเข้าใจ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ดีมาก (4) ดี(3) พอใช้(2) ปรับปรุง (1) 1.กิจกรรมใบงานที่ 3 และ 4 ทำกิจกรรมใบ งานที่ 3 และ 4 ถูกต้องจำนวน 9 - 10 คะแนน ทำกิจกรรมใบ งานที่ 3 และ 4 ถูกต้องจำนวน 7 - 8 คะแนน ทำกิจกรรมใบงาน ที่3 และ 4 ถูกต้องจำนวน 5 - 6 คะแนน ทำกิจกรรมใบ งานที่ 3 และ 4 ถูกต้องจำนวน 1 - 4 คะแนน เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนนการทำกิจกรรมใบงาน นักเรียนได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ถือว่าผ่าน
86 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วทำ เครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ที่ ชื่อ-สกุล ความ ตั้งใจใน การ ทำงาน ความ รับผิดช อบ การตรง ต่อเวลา ผลสำเร็ จของ ผลงาน รวม ผลการ ประเมิน 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10 11 12 13 14
87 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ปฏิบัติงานหรือแสดงพฤติกรรมอย่าง สม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน 13 – 16 ดีมาก ปฏิบัติงานหรือแสดงพฤติกรรมปานกลาง ให้ 3 คะแนน 9 – 12 ดี ปฏิบัติงานหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 2 คะแนน 5 – 8 พอใช้ ไม่ปฏิบัติงานและนิ่งเฉย ให้ 1 คะแนน ต่ำกว่า 4 ควรปรับปรุง ไม่ปฏิบัติงานและนิ่งเฉย ให้ 1 คะแนน ต่ำกว่า 4 ควรปรับปรุง
88 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียน และนอกเวลาเรียน แล้วทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน เลขที่ ชื่อ – สกุล คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีวินัย รวม (12) ผลการประเมิน (3) ใฝ่เรียนรู้ (3) มุ่งมั่นใน การทำงาน มีจิต (3) สาธารณะ (3) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7 8 9 10 11 12 13 14 15
89 16 17 18 19 20 21 23 24 25 26 27 เกณฑ์การให้คะแนนพฤติกรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับ 3 หมายถึง ดี ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 ขึ้นไป หมายถึง ดี ร้อยละ 70 – 79 หมายถึง พอใช้ ร้อยละ 0 – 69 หมายถึง ปรับปรุง
90 ทักษะและวิธีการการอ่านโน้ตดนตรีสากล มีหลักการ อยู่ 5 อย่าง คือ 1. การดูกุญแจเสียง การดูกุญแจเสียงคือการที่เราจะรู้ตำแหน่งของตัวโน้ตในบรรทัด 5 เส้น เพื่อจะทำให้เรารู้ตำแหน่งของตัวโน้ตต่างๆ กุญแจเสียงที่แตกต่างกันก็จะมีตำแหน่งของเสียง บนบรรทัน 5 เส้น ที่แตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน 2. key signature คือกลุ่มของชาร์ปหรือแฟลต (หรือเนเชอรัลในบางกรณี) ที่กำกับบน บรรทัดห้าเส้น เป็นตัวบ่งบอกให้เล่นตัวโน้ตสูงขึ้นหรือต่ำลงครึ่งเสียง (semitone) ตามตำแหน่งที่ กำหนดหากไม่มีเครื่องหมายอื่นอยู่ก่อน แทนที่จะเป็นเสียงตัวโน้ตปกติ การกำหนดบันไดเสียงเช่นนี้จะมี ผลทั้งบรรทัดจนกว่าจะมีการเปลี่ยนคีย์ใหม่ เครื่องหมายตั้งบันไดเสียงมักพบได้ทั่วไปถัดจากกุญแจ ประจำหลักในตำแหน่งเริ่มบรรทัดใหม่ หรือปรากฏที่ส่วนอื่นบนบรรทัด ใบความรู้ที่ 2 เรื่อง ทักษะและวิธีการ การอ่านโน้ตดนตรีสากล
91 3. Time Signature คือ ตัวเลขสองตัวที่ดูเหมือนจะขี่คอกันอยู่ในตอนต้นของโน้ตเพลง มี หน้าที่บอกเราว่า ในแต่ละห้องเพลงนั้นจะมีกี่จังหวะ รวมทั้งบอกเราด้วยว่า เพลงนี้ใช้โน้ตอะไรเป็น เกณฑ์ 1 จังหวะ ถ้าเราละเลย ไม่สนใจเครื่องหมายนี้ เราก็คงเล่นเพลงนั้นๆ ไม่เข้ากับที่คนอื่นๆ เล่น แน่นอน 4. โน้ต ในทางดนตรี มีความหมายได้สองทาง หมายถึง สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการนำเสนอ ระดับเสียง และความยาวของเสียง หรือหมายถึงตัวเสียงเองที่เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์เหล่านั้น โน้ต ดนตรีแต่ละเสียงจะมีชื่อเรียกประจำของมันเองในแต่ละภาษา เช่น โด-เร-มี-ฟา-ซอล-ลา-ที บางครั้งอาจ เขียนอักษรละติน A ถึง G แทนโน้ตดนตรี 5. เส้นกันห้อง (Bar Line) เส้นกันห้องใช้สำหรับแบ่งบรรทัด 5 เส้นออกเป็นส่วนๆ เท่าๆกัน เพื่อใช้สำหรับกำหนดอัตราจังหวะของดนตรี และแบ่งดนตรีออกเป็นท่อนๆ ประเภทของเส้นกันห้อง (Bar Line) มีดังนี้ o เส้นกั้นห้อง (Standard) สำหรับกั้นระหว่างห้อง o เส้นกันห้องคู่ (Double) สำหรับกั้นแต่ละท่อนของดนตรี เช่น ท่อน Intro, ท่อนเนื้อร้อง, ท่อนคอรัส เป็นต้น o เส้นจบ (End) สำหรับบอกท่อนจบเพลง