1
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนที่ 2/2562
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน
พทุ ธศักราช 2551
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอเมอื งตราด
สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดตราด
1
แผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี 1
หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
สาระการเรียนรู้ ความรูพ้ น้ื ฐาน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ า ภาษาองั กฤษเพอ่ื ชีวติ และสงั คม ( รหสั รายวชิ า พต 31001 ) เวลา 3 ชว่ั โมง
เร่ือง การออกเสียงภาษาองั กฤษท่ีถกู ตอ้ ง
1.สาระสาคญั
น้าํ เสียง เป็นการแสดงออกถึงความรูส้ ึกในการสนทนา ผูเ้ รียนตอ้ งเรียนรู้ถึงการออกเสียงตน้ คํา ท้าย
คาํ การออกเสียงหนกั เบา การออกเสียงสูง ต่าํ การออกเสียงเชื่อมโยง การใช้คํา วลี และรูปประโยคได้
แสดงความดใี จ พอใจ ไมพ่ อใจ แสดงความปรารถนาดี ความตอ้ งการ ความชว่ ยเหลือ รวมท้ังการตอบรับ
ปฏเิ สธ ตามโอกาสและสถานท่ีตา่ งๆ ซ่งึ ผเู้ รียนตอ้ งฝึกออกเสียงให้ถูกต้องตามหลักภาษา วฒั นธรรม และ
กาลเทศะของเจา้ ของภาษา เพ่อื การสนทนาท่ถี กู ตอ้ ง
2. ผลการเรยี นร้ทู ี่คาดหวัง
2.1ออกเสียงพยญั ชนะ คาํ การออกเสียงเชื่อมโยง การออกเสียง หนกั เบา สูง ตา่ํ ได้
2.2ใชน้ ้าํ เสียงในการแสดงความรูส้ ึก และตคี วามจากน้าํ เสียงของผูพ้ ดู ได้
2.3พดู แสดงความปรารถนาในโอกาสตา่ งๆได้
3. เนอื้ หา
3.1 การออกเสียงพยญั ชนะตน้ คาํ –ทา้ ยคาํ และการออกเสียงทา้ ยคาํ ท่ีถูกตอ้ ง
3.2. การออกเสียงหนัก-เบา (Stress)
3.3. การออกเสียงตามระดบั เสียงสูง-ตา่ํ (Intonation)
3.4. การออกเสียงเชอ่ื มโยง (Linking Sound)
4. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
4.1 สะอาด : ผลงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย มคี วามสะอาดและเป็นระเบียบ
4.2 สุภาพ : แสดงกริ ิยาทา่ ทางสุภาพ ออ่ นนอ้ มถอ่ มตนตอ่ ผอู้ ่นื ดว้ ยความมนั่ ใจในตนเอง
4.4 ขยนั : รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ การทาํ งานดว้ ยความตง้ั ใจมคี วามเพยี รพยายามกระตือรือรน้
4.5 ซือ่ สตั ย์ : ไมค่ ดั ลอกหรือนาํ ผลงานของผอู้ ่นื มาเป็นของตนเอง
5. การจดั กระบวนการเรยี นรู้
5.1 ข้นั ท่ี 1 นาํ เขา้ สูบ่ ทเรียน
2
ครูผสู้ อนพดู ทกั ทายผเู้ รียนถึง การออกเสียง คําศพั ท์ การอา่ นออกเสียงทา้ ยคํา วิธีการออกเสียง
หนัก-เบา การออกเสียงสูง-ต่าํ ของประโยคให้ถูกตอ้ งการใชค้ าํ วลี และประโยคท่ีมีน้ําเสียงแสดงความรู้สึก
ระหวา่ งการสนทนา
5.2 ขน้ั ที่ 2 การจดั กระบวนการเรียนรู้
1. ผเู้ รียนศึกษาจากใบความรูก้ ารออกเสียงภาษาองั กฤษเกยี่ วกบั การออกเสียงพยญั ชนะตน้ คาํ –ทา้ ย
คาํ การออกเสียงหนกั -เบา (Stress) การออกเสียงตามระดบั เสียงสูง-ต่าํ (Intonation) การออกเสียงเชื่อมโยง
(Linking Sound)
2 ครูผสู้ อนให้ผเู้ รียน ฟัง ดู การออกเสียง วดี ที ศั น์บทสนทนา
3. ผเู้ รียนฝึกการออกเสียงตามบตั รคาํ พยางคท์ มี่ กี ารเน้นเสียงหนัก-เบา ออกเสียงสูง-ตา่ํ ของ
ประโยคลกั ษณะตา่ ง ๆ การออกเสียงเชือ่ มโยงระหวา่ งคาํ
4. ผเู้ รียนทาํ ใบงาน
5.3 ข้นั ท่ี 3 สรุป
1.. ผเู้ รียนและครูรว่ มกนั สรุปเนื้อหาการออกเสียง และสําเนียงในการพดู ประโยคภาษาองั กฤษ
2. ครูเฉลยใบงาน และมอบหมาย กรต.
6. ส่ือการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน/สื่อส่ิงพิมพ์
2. อินเตอร์เน็ต
3. ใบความรู้ที่ 1 เรื่องการการออกเสียงภาษาองั กฤษ
4. ใบงานที่ 1
7. แหล่งเรยี นรู้
7.1 ส่ือส่ิงพมิ พ์
7.2 ห้องสมดุ ประชาชน
7.3 รายการ ETV
7.4 Internet
3
8. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่ืองมอื
- ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลงั เรียน
จดุ เนน้ - ตรวจใบงาน - ใบงาน
ดา้ นความรู้ (K) -สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งาน - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน
- การคิดวเิ คราะห์ รายบคุ คล รายบุคคล
-สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งาน -แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน
ดา้ นทกั ษะ (P) รายบุคคล รายบคุ คล
- พฤติกรรมการปฏิบตั ิกจิ กรรม
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
- เป็นคนดีมคี ณุ ธรรม
ลงช่อื ...................................................ครูผสู้ อน
(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ที่............... เดือน ...............พ.ศ................
9. บันทกึ กจิ กรรมข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
10. บนั ทึกข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ....................................................ผอู้ นุมตั ิการสอน
(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ท่ี............... เดอื น ...............พ.ศ................
4
ใบความรู้ที่ 1 เร่อื งการออกเสียงภาษาอังกฤษ
การจะพดู ภาษาใดน้นั ตอ้ งเริ่มตน้ ดว้ ยการออกเสียงให้ถูกต้องกอ่ นแลว้ จึงหัดพดู เป็ นประโยค เรา
เรียนภาษาองั กฤษมาเป็นเวลานานแตไ่ มไ่ ดเ้ รียนเพอ่ื การพดู เราเรียนเกย่ี วกบั การออกเสียงก็เพียงเพื่อให้รู้จกั
ภาษาองั กฤษและกไ็ ดเ้ รียนกนั มาโดยถูกต้องเป็นบางส่วนเทา่ น้นั เราจะมาเร่ิมตน้ การออกเสียงอกั ษร 26 ตวั
ให้ถกู ตอ้ ง ดงั น้ี
A, a ปกติเราจะออกเสียงวา่ เอ การออกเสียงท่ีถูกตอ้ ง ออกเสียงวา่ เอ+อิ เพ่ือไมใ่ ห้ยุง่ ยากตอ่ การ
ออกเสียงใหท้ าํ ดงั น้ีคือ เหยยี ดริมฝีปากออกใหก้ วา้ ง ออกเสียง เอ แล้วเลื่อนขากรรไกรพร้อมกบั ลิ้นสูงข้ึน
เพ่อื ออกเสียง อิ คาํ ใด ๆ ท่ีมอี กั ษร a อยูด่ ว้ ยแลว้ อา่ นออกเสียงอยา่ งที่กลา่ ว เชน่ คําวา่ day, way, cake ออก
เสียง เอ เทา่ น้ันฝร่งั กเ็ ขา้ ใจแตไ่ มไ่ ดเ้ ป็นเสียง ท่ีเขาออกเสียงกนั
B, b ออกเสียง บี ออกเสียงสระ อี โดยเหยยี ดริมฝีปากออกกวา้ งกวา่ เสียง อี ของไทย
C, c ออกเสียง ซี ออกเสียงสระ อี โดยเหยียดริมฝีปากออกเชน่ กนั
D, d ออกเสียง ดี ออกเสียงสระ อี โดยเหยียดริมฝีปากออกเชน่ กนั
E, e ออกเสียง อี ออกเสียงสระ อี โดยเหยียดริมฝีปากออกเชน่ กนั
F, f ออกเสียงวา่ เอฟ โดยตอนทา้ ยออกเสียง ฟ โดยใหไ้ ดย้ นิ เสียงลมเสียดสีระหวา่ งฟันบนกบั ริม
ฝีปากลา่ ง สว่ นมากคนไทยจะไมอ่ อกเสียงพยญั ชนะทา้ ยคาํ
G, g เราออกเสียงวา่ จี โดยออกเสียง จ แบบภาษาไทย ถ้าหากจะออกเสียงให้ถูกตอ้ งแลว้ ต้อง
ดดั แปลงจากเสียง จ ภาษาไทยให้เป็นเสียงทฝ่ี รัง่ เขาออกกนั ดงั น้ีคือ ใหห้ ่อริมฝี ปากเข้ามาเล็กน้อยและทาํ ริม
ฝีปากให้ยืน่ ออกไปขา้ งหนา้ เลก็ น้อยแลว้ ออกเสียง จ ให้แรงกวา่ การออกเสียง จ ของไทยแล้วจึงออกเสียง อี
โดยเหยยี ดริมฝีปากออก
H, h ปกตเิ ราออกเสียงวา่ เอช ออกเสียง a ดงั ทก่ี ลา่ วไปแลว้ คือ เอ+อิ แลว้ ออกเสียง ช เสียงตอนทา้ ย
ตอ้ งออกเสียง ช ใหช้ ดั เจนแตต่ อ้ งดดั แปลงเสียง ช แบบไทย ๆ เป็ นเสียง ch ของฝรั่งคือทําเชน่ เดียวกนั กบั
ลกั ษณะการออกเสียง g โดยหอ่ ริมฝีปากนิดหนอ่ ยและทาํ ริมฝีปากใหย้ ืน่ ออกไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วจึงออก
เสียง ช ออกมาใหค้ อ่ นขา้ งแรง เพ่ือให้งา่ ยตอ่ การออกเสียงใหท้ าํ อยา่ งออกเสียง a แบบที่กลา่ วไปแลว้ และหอ่
ปากเขา้ มาเล็กน้อยและให้ยน่ื ออกไปเลก็ นอ้ งแลว้ ออกเสียง ช แรง ๆ มบี างคน ออกเสียงวา่ เฮช จะวา่ ผิดก็ไม ่
เชิงเพราะชาว Irish ซ่งึ พดู ภาษาองั กฤษเหมอื นกนั ออกเสียงแบบน้ัน เพยี งแตไ่ มเ่ป็นทีน่ ิยมของคนทว่ั ไป
I, i ปกติเราจะออกเสียงวา่ ไอ ตอ้ งแกไ้ ขโดยออกเสียงวา่ อาย แบบออกเสียง eye คาํ ตา่ ง ๆ ทีเ่ ราเคย
ออกเสียงวา่ ไอ ใหเ้ ปลีย่ นเป็นออกเสียง อาย แทน บางคร้งั เสียง อาย น้ีกส็ ้นั จนฟังแลว้ เหมอื นเสียง ไอ เสียง
จะส้นั หรือยาวเอาไวเ้รียนกนั ทีหลงั ซ่งึ ข้ึนกบั พยญั ชนะทต่ี ามมา ถา้ ออกเสียง I โดด ๆ กเ็ ป็นเสียง อาย ไม ่
ส้นั ความจริงแลว้ เสียง ไอ ของฝร่งั ไมม่ ี มแี ตเ่สียง อาย ยาวหรือส้ัน ตวั อยา่ งการออกเสียงน้ีไดแ้ ก ่ bicycle,
side, direct เสียง อายจะส้ันในคาํ ท่ีมเี สียงพยญั ชนะเสียงหนกั ตามเชน่ คาํ วา่ bite, kite, light, life พยญั ชนะ
เสียงหนกั มอี ะไรบา้ งแลว้ จะกลา่ วในภายหลงั
5
J, j ออกเสียงวา่ เจ+อิ การออกเสียงตวั จ ให้ออกเสียงแบบทก่ี ลา่ วตอนออกเสียง จ ของตวั g ( อยา่
ลมื เหยียดริมฝีปากออกทนั ทีเมอื่ ออกเสียง จ เสร็จเพอื่ ออกเสียง เอ และ อิ ตามมา)
K, k ออกเสียงวา่ เค+อิ เสียง ค ของฝร่ังไมเ่หมอื น ค ของไทย ออกเสียง ค ของฝรงั่ โดยยกโคนลิน้
ข้ึนไปให้ยนั กบั เพดาน ปลายล้นิ อยูต่ า่ํ จะแนใ่ จวา่ โคนลน้ิ ยนั เพดานแลว้ โดยทดลองยกโคนล้ินข้ึนไปแล้ว
พยายามอดั ลมข้นึ มา ถา้ ลมออกทางปากไมไ่ ดก้ แ็ สดงวา่ โคนลิ้นยนั เพดานแลว้ เมอื่ ลมโดนอดั ข้ึนมาแลว้ ให้
ลดลิน้ ลงแลว้ ออกเสียง ค กจ็ ะเป็นเสียง k ของฝรั่ง ( ขณะออกเสียงริมฝีปากเหยยี ดออกตลอดเวลา )
L, l ปกตอิ อกเสียงกนั วา่ แอล ให้เปล่ียนเป็นออกเสียง เอล โดยริมฝีปากเหยยี ดออกมากกวา่ เอ ของ
ไทยซ่งึ ทาํ ใหฟ้ ังแลว้ คลา้ ยเสียงสระ แอ
M, m ออกเสียงวา่ เอ็ม ตอนทา้ ยทอ่ี อกเสียง ม ให้เมม้ ริมฝีปากใหแ้ นน่
N, n ออกเสียงวา่ เอ็น ตอนทา้ ยทอี่ อกเสียง น ให้กดปลายล้นิ เขา้ กบั แนวปุ่มเหงือกหลงั ฟันบนให้
แนน่
O, o ออกเสียงกนั วา่ โอ เสียงน้ีชาวองั กฤษออกอยา่ งหน่ึง ชาวอเมริกนั ออกอกี อยา่ งหน่ึง ชาวองั กฤษ
จะออกเสียงเป็นสระประสมโดยออกเสียง เออ+อุ อา้ ปากเล็กนอ้ ย อยา่ เกร็งริมฝีปากและล้ินแลว้ ออกเสียง
เออ หอ่ ริมฝีปากและใหร้ ิมฝีปากยน่ื ออกไปแลว้ ออกเสียง อุ สว่ นอเมริกนั จะออกเสียง โอ+อุ โดยหอ่ ริมฝีปาก
และให้ริมฝีปากยืน่ ออกแลว้ ออกเสียง โอ ตอ่ ดว้ ยเสียง อุ โดยทสี่ ว่ นหลงั ของลน้ิ เลื่อนข้ึนเลก็ นอ้ ย อยา่ ออก
เสียง โอ เฉย ๆ
P, p ออกเสียงวา่ พี เมม้ ริมฝีปากใหแ้ นน่ แลว้ อดั ลมข้ึนมากอ่ นแลว้ จึงเปิดปาก
Q, q ออกเสียงวา่ คิว ตวั ค ออกเสียงให้เหมอื นกบั ทีอ่ อกเสียงตัว ค ของ k
R, r ออกเสียง อา ถา้ เป็น r ทป่ี ระกอบเป็นคาํ ให้มว้ นปลายล้นิ ไปทางดา้ นหลงั อยา่ ใหป้ ลายลนิ้ ติด
เพดาน ล้ินจะไมร่ วั เหมอื น ร ของภาษาไทย
S, s ออกเสียงวา่ เอส ใหม้ เี สียงลมพน่ ออกตอนทา้ ยดว้ ย
T, t ออกเสียงวา่ ที พน่ ลมออกเสียง ท ให้แรงกวา่ ท ของไทย
U, u ออกเสียงวา่ ยู
V, v ออกเสียงวา่ วี แต่ว ของไทยไมใ่ ชเ่สียง V ของฝร่งั ให้ออกเสียงโดยนําริมฝีปากลา่ งเขา้ ไปใต้
ฟันบนแลว้ เปลง่ เสียงใหเ้ สียงกอ้ งออกจากลาํ คอ
W, w ใหอ้ อกสียงวา่ ดบั๊ เบลิ ยู โดยออกเสียงหนักที่ ดบ๊ั และออกเสียงเบาและเร็วที่ เบลิ ยู อยา่ ออก
เสียง ยู ยาวและหนกั เหมอื นทอี่ อกเสียงกนั พยางคแ์ รกออกเสียงหนักและเสียงจะสูงและยาวกวา่ สองพยางค์
ตอ่ ไป
X , x ออกเสียงวา่ เอคซ ตอนทา้ ยให้มเี สียงลมเสียดสีระหวา่ งลิ้นกบั เพดานชว่ งฟันบนด้วย
Y, y ออกเสียงวา่ วาย
6
Z, z ออกเสียงวา่ เเซด แบบชาวองั กฤษ ชาวอเมริกนั ออกเสียงวา่ ซี เสียงน้ีไมม่ ใี นภาษาไทย ตอ้ ง
ออกเสียงโดยใหก้ อ้ งจากลาํ คอเป็นเสียงบ่งึ จากลาํ คอ เอามอื แตะทคี่ อหอยแลว้ ออกเสียง ถา้ รูส้ ึกวา่ ท่ีกลอ่ ง
เสียงสั่นกใ็ ชไ้ ด้ ภาษาองั กฤษใชอ้ กั ษรละตินเป็นอกั ษรหลกั ในการเขียน และการสะกดคาํ หลายคาํ จะไมต่ รง
กบั การอา่ นออกเสียง ซ่งึ ทาํ ให้ภาษาองั กฤษเป็นภาษาทยี่ ากภาษาหน่ึงในการเรียน
เสียงอา่ น และ ตวั อกั ษรสะกด
Only the consonant letters are pronounced in a relatively regular way:
IPA ตัวอกั ษรทแี่ สดงเสียงอ่าน สาเนียงเฉพาะ
pp
bb
t t, th (บางครง้ั ) thyme, Thames
dd
k c (+ a, o, u, พยญั ชนะ) , k, ck, ch, qu (บางคร้ัง) conquer,
kh (ศัพท์จากภาษาอ่ืน)
g g, gh, gu (+ a, e, i) , gue (คาลงทา้ ย)
mm
nn
ŋ n (ก่อน g หรอื k และบางคร้ัง c) , ng
7
f f, ph, gh (คาลงทา้ ย) laugh, rough
vV
IPA ตวั อกั ษรที่แสดงเสียงอ่าน สาเนยี งเฉพาะ
θ
th (ไม่มีการกาหนดแนช่ ดั ว่าคาใดออกเสยี งใด
ð
s s, c (+ e, i, y) , sc (+ e, i, y)
z z, s, ss (บางครง้ั ) possess, dessert, ขึน้ ตน้ ด้วย x xylophone
sh, sch, ti portion, ci suspicion; si/ssi tension, mission;
ʃ ch (เฉพาะคารากศัพท์จากภาษาฝรัง่ เศส) ; บางครงั้ s sugar
si division, zh (ศัพทจ์ ากภาษาอื่น) , z azure, su pleasure, g
ʒ (เฉพาะคารากศพั ทจ์ ากภาษาฝรัง่ เศส) (+e, i, y) genre
x kh, ch, h (ศพั ทจ์ ากภาษาอนื่ ) บางคร้งั ch loch (ภาษาอังกฤษ
สกอตแลนด์, ภาษาอังกฤษเวลส์)
h h (คาขึน้ ตน้ )
ch, tch บางครงั้ tu future, culture; t (+ u, ue, eu) tune,
tʃ Tuesday, Teutonic
8
j, g (+ e, i, y) , dg (+ e, i, consonant) badge, judg (e)
dʒ ment d (+ u, ue, ew) dune, due, dew
IPA ตัวอักษรท่ีแสดงเสยี งอ่าน สาเนยี งเฉพาะ
ɹ r, wr (คาข้นึ ต้น) wrangle
j y (ขึน้ ต้นหรือ ลอ้ มดว้ ยสระ) ภาษาอังกฤษสกอตแลนด์ และองั กฤษ
ll ไอรแ์ ลนด์
ww
ʍ wh
เสียงสูงตา่
ภาษาองั กฤษเป็นภาษาในลกั ษณะ ภาษา intonation ซ่ึงหมายถงึ การใชเ้ สียงสูงต่าํ ข้นึ อยูก่ บั ประโยคที่
ใช้ตา่ งกบั ภาษาไทยท่ใี ชว้ รรณยกุ ต์เป็นตวั กาํ กบั ของเสียงสูงต่าํ ประโยคในรูปแบบตา่ งกนั จะใชเ้ สียงสูงต่าํ
แตกตา่ งกนั เชน่ ประโยคแสดงความตกใจ ประโยคคาํ ถาม ประโยคสนทนา
การข้นึ เสียงสูง และลงเสียงต่าํ ยงั คงสามารถบอกไดถ้ งึ ความหมายของประโยค ตวั อยา่ งเชน่
When do you want to be paid? (คณุ ตอ้ งการชาํ ระเงินเมอื่ ไร) เรียนภาษาองั กฤษ
การเน้นเสียงในคา
ภาษาองั กฤษเป็นภาษาในลกั ษณะ ภาษา stress-timed ซ่งึ จะมกี ารเนน้ เสียงทีค่ าํ คาํ หน่ึงโดยการเน้น
ใหเ้ สียงดงั ข้นึ หรือเสียงสูงข้ึน ในดิกชนั นารี จะนิยมเขยี นเคร่ืองหมาย อะพอสทรอฟี ( ˈ ) ไวด้ า้ นหนา้ (เชน่
9
IPA หรือ พจนานุกรมOxfordl,) หรือเขยี นไวด้ า้ นหลงั (พจนานุกรมเวบ็ สเตอร์) โดยทวั่ ไป คาํ ศพั ท์
ภาษาองั กฤษท่มี ี 2 พยางค์ สามารถกลา่ วไดว้ า่ ถา้ เนน้ เสียงทพี่ ยางค์แรก คาํ น้ันสว่ นใหญจ่ ะเป็น คาํ นาม หรือ
คาํ คณุ ศพั ท์ และถา้ เนน้ เสียงทีพ่ ยางคท์ ่ี 2 คาํ น้ันสว่ นใหญจ่ ะเป็น คาํ กริยา
การเน้นเสียงในประโยค
การเนน้ เสียงในประโยคใชใ้ นการบอกความสาํ คญั ของประโยค โดยประโยคทว่ั ไปจะเนน้ เสียงท่ี
คาํ หลกั ทมี่ คี วามหมายเฉพาะ โดยจะไมเ่นน้ เสียงที่ คาํ สรรพนาม และกริยาชว่ ย
ประโยคทว่ั ไป
That | was | the | best | thing | you | could | have | done!
จะเห็นไดว้ า่ มกี ารเน้นเสียงที่คาํ วา่ "best" และ "done" โดยคาํ อน่ื ท่ีเหลอื จะไมม่ กี าการเนน้ เสียง แตอ่ ยา่ งไรก็
ตามเมอื่ ตอ้ งการเนน้ ท่ีคาํ ใดคาํ หน่ึงโดยเฉพาะการเน้นเสียงจะเปลีย่ นไป เชน่
John hadn't stolen that money. (จอห์นไมไ่ ดข้ โมยเงินไป)
จะเนน้ เสียงไดห้ ลายแบบ เพอ่ื แสดงหลายความหมายโดยนยั ของประโยค เชน่
John hadn't stolen that money. (... คนอืน่ เป็นคนขโมย)
John hadn't stolen that money. (... คณุ บอกวา่ เขาทาํ แตเ่ขาไมไ่ ดท้ าํ )
John hadn't stolen that money. (... ไดร้ ับเงิน แตไ่ มไ่ ดข้ โมย)
John hadn't stolen that money. (... จอห์นขโมยเงินของคนอน่ื )
John hadn't stolen that money. (... จอห์นขโมยอยา่ งอืน่ )
การเน้นเสียง แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามเมอื่ ตอ้ งการเนน้ ท่คี าํ ใดคาํ หน่ึงโดยเฉพาะการเนน้ เสียงจะเปลย่ี นไป เชน่
John hadn't stolen that money. (จอห์นไมไ่ ดข้ โมยเงินไป)
ความร้เู กีย่ วกบั การออกเสียง
ลกั ษณะสาํ คญั ของการออกเสียงแยกออกเป็นดงั น้ี
1. หน่วยเสียง (Phonemes)
หมายถงึ เสียงตา่ ง ๆ ในแตล่ ะภาษาแมว้ ธิ ีการออกเสียงของแตล่ ะคนจะแตกตา่ งกนั อยูบ่ า้ งแตก่ ส็ ามารถ
แยกแยะไดว้ า่ แตล่ ะเสียงน้นั เปลง่ ออกมาอยา่ งไร ในดา้ นความหมายการออกเสียงอยา่ งหน่ึงสามารถเปลี่ยน
ความหมายของคาํ ๆ น้ันได้ โดยเหตุน้ีจึงทาํ ให้มจี าํ นวนหนว่ ยเสียงหน่ึงสําหรับภาษาหน่ึงโดยเฉพาะ
หนว่ ยเสียงแบง่ ออกไดส้ องประเภทคือ เสียงสระ (vowel sounds) และเสียงพยญั ชนะ(consonant
sounds) แตเ่สียงเหลา่ น้ี เมอื่ ถอดเสียงออกมาในรูปตวั อกั ษรอาจจะไมต่ รงรูปสระและรูปพยญั ชนะท่ผี เู้ รียน
คนุ้ เคยในระบบตวั อกั ษรเสมอไป เสียงสระทกุ เสียงจะเป็นเสียงกอ้ งและอาจเป็นสระเดย่ี วหรือสระประสม
ซ่งึ เกดิ จากการเริ่มออกเสียงด้วยเสียงสระหน่ึงและจบลงดว้ ยสระอีกอยา่ งหน่ึงสระประสมเชน่ น้ี เรียกวา่ สระ
ประสมสองเสียง (diphthongs) นอกจากน้นั ยงั มสี ระประสมสามเสียง (trip thongs) ซ่งึ หมายถึงเสียงท่ีเกดิ ข้ึน
จากการออกเสียงสระ 3 เสียงตอ่ เน่ืองกนั เสียงสระเดยี่ วอาจเป็นสระเสียงส้นั หรืออาจเป็นสระเสียงยาวกไ็ ด้
10
(รายละเอยี ดเกย่ี วกบั การออกเสียงสระจะไมไ่ ดอ้ ธิบายในชดุ ฝึกชดุ น้ีเน่ืองจากต้องการเนน้ เฉพาะเสียง
พยญั ชนะเทา่ น้นั )
เสียงพยญั ชนะอาจเป็ นเสียงกอ้ งหรือไมก่ อ้ ง ซ่งึ สามารถจบั เสียงพยญั ชนะเป็นคตู่ ามที่ออกเสียง
เหมอื นกนั ทุกอยา่ งยกเวน้ การสัน่ ของเสน้ เสียงเทา่ น้ันที่ตา่ งกนั สว่ นสําคญั ท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั การออกเสียงคือ
ศรี ษะและคอ ในกลอ่ งเสียงของมนุษย์จะมแี ผน่ เอน็ บางๆ 2 เส้นโยงจากสว่ นหนา้ ไปสว่ นหลงั เรียกวา่ เสน้
เสียง ซ่งึ สามารถเปิดและปิดไดใ้ นระหวา่ งการหายใจปกตแิ ละในการออกเสียงไมก่ อ้ งหรือเสียงอโฆษะ
(unvoiced) เสน้ เสียงท้งั สองน้ีจะเปิด เมอ่ื ขอบเสน้ เสียงท้งั สองมาอยชู่ ิดกนั ลมท่แี ทรกผา่ นระหวา่ งเส้นเสียง
จะทาํ ให้เส้นเสียงท้งั สองน้ีปิด สว่ นผลทีเ่ กดิ ข้นึ คือเสียงกอ้ งหรือเสียงโฆษะ(voicing)ระดับสูงตา่ํ (pitch) จะ
ควบคมุ โดยกลา้ มเน้ือซ่งึ ทาํ ให้เสน้ เสียงหยอ่ นและยืดออกเพือ่ ใหเ้ สียงต่าํ และทาํ ใหเ้ ส้นเสียงหดตึงเพ่อื ให้
เสียงสูง
คนเราพดู โดยใชร้ ิมฝีปาก ล้นิ ฟัน เพดานออ่ นและเพดานแขง็ รวมทง้ั แนวป่มุ เหงือกดว้ ยชอ่ งจมกู จะ
เขา้ มามบี ทบาทเพือ่ ออกเสียงบางเสียง และการเคลอื่ นไหวของกรามสว่ นลา่ งก็มคี วามสําคญั เชน่ กนั การ
ออกเสียงจะเกดิ ข้นึ เมอ่ื กระแสลมถกู กกั ถกู จดั รูป ถูกจาํ กดั หรือถกู เปล่ียนแนว
การออกเสียงพยญั ชนะจะเริ่มตน้ เมอ่ื ลมออกจากปอดผา่ นหลอดลมมายงั เส้นเสียงมากระทบกบั
อวยั วะสว่ นที่ทาํ ให้เสียงเปลยี่ นแปลงไปตามที่ตอ้ งการเรียกวา่ ฐาน และ กรณ์
ฐาน คืออวยั วะทเี่ คลื่อนไหวไดน้ อ้ ยหรือเคล่อื นไหวไมไ่ ด้ ไดแ้ ก ่
1. ริมฝีปากบน
2. ฟันบน
3. ป่มุ เหงือก
4. บริเวณถดั จากป่มุ เหงือก
5. เพดานแข็ง
6. เพดานออ่ น
7. ล้ินไก ่
8. ชอ่ งอาหารสว่ นตน้
9. คอหอย
กรณ์ คอื อวยั วะสว่ นท่ีเคลอ่ื นไหวได้ ไดแ้ ก ่
1. ริมฝีปากลา่ ง
2. ปลายลน้ิ
3. สว่ นหนา้ ของลน้ิ
4. สว่ นหลงั ของลิน้
เสียงพยญั ชนะในภาษาองั กฤษอาจจาํ แนกได้ ดงั ตอ่ ไปน้ี
11
1. จาํ แนกตามตาํ แหนง่ เกดิ เสียง (points of articulation)
2. จาํ แนกตามลกั ษณะการออกเสียง (manners of articulation)
3. จาํ แนกตามการสนั่ หรือไมส่ น่ั ของเสน้ เสียง (voicing)
1. จาแนกตามตาแหน่งเกิดเสียง (points of articulation)
ริมฝีปากบน ฟันบน ป่มุ เหงือก เพดานแขง็ และเพดานออ่ น ริมฝีปากลา่ งและลน้ิ (โดยเฉพาะปลาย
ลิ้น) ซ่งึ เป็นอวยั วะภายในชอ่ งปากทีเ่ คล่ือนไหวได้มากทสี่ ุดและเป็นอวยั วะสาํ คญั อวยั วะหน่ึงท่ีทาํ ใหเ้ สียงมี
คณุ สมบตั ิตา่ ง ๆ อาจแบง่ ประเภทไดด้ งั น้ีคอื
1.1 เสียงจากริมฝีปาก (bilabial sounds) ไดแ้ ก ่เสียงพยญั ชนะ /p/, /b/, /m/ และ /w/
1.2 เสียงท่เี กดิ จากริมฝีปากกบั ฟัน (labio-dental sounds) ไดแ้ กเ่สียงพยญั ชนะ /f/ และ /v/
1.3 เสียงล้ินระหวา่ งฟัน (interdental sounds) ไดแ้ ก ่เสียงพยญั ชนะ และ
1.4 เสียงจากป่มุ เหงือก (alveolar sounds) ไดแ้ กเ่สียงพยญั ชนะ /t/, /d/, /s/, /z/, /l/, /n/
และ /r/
1.5 เสียงจากหลงั ป่มุ เหงือก (post-alveolar sounds) ไดแ้ กเ่สียงพยญั ชนะ
1.6 เสียงจากเพดานแขง็ ไดแ้ ก ่เสียงพยญั ชนะ /j/
1.7 เสียงจากเพดานออ่ น ไดแ้ กเ่สียงพยญั ชนะ
1.8 เสียงจากชอ่ งระหวา่ งเสน้ เสียง (glottal sound) ไดแ้ กเ่สียงพยญั ชนะ /h/
2. จาแนกตามลักษณะการออกเสียง (manners of articulation)
การจาํ แนกเสียงพยญั ชนะตามลกั ษณะการออกเสียง แบง่ ไดต้ ามประเภทตา่ ง ๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี
2.1 เสียงระเบิด (plosive sounds) เกดิ จากการท่ีฐานกรณป์ ิดสนิท เพดานออ่ นจะยกข้นึ แตะผนังคอ
ทาํ ใหก้ ระแสลมทีอ่ อกมาจากปอดผา่ นเขา้ ไปในชอ่ งจมกู ไมไ่ ดจ้ งึ ผา่ นเขา้ ไปในชอ่ งปากและมาถูกกกั ไวช้ ่วั
ขณะหน่ึงแลว้ จึงถูกปลอ่ ยออกมาอยา่ งรวดเร็วพรอ้ มกบั การปลอ่ ยฐานกรณ์ออกมาโดยเร็ว ทาํ ใหเ้ กดิ เป็นเสียง
พยญั ชนะระเบิด ซ่งึ ไดแ้ ก ่เสียงพยญั ชนะ /p/, /b/, /t/, /d/, /k/ และ /g/ เสียงพยญั ชนะระเบดิ น้ี บางคร้งั จะ
เรียกวา่ เสียงกกั (stop sounds) เนื่องจากในการออกเสียงพยญั ชนะประเภทน้ีกระแสลมท่อี อกมาจากปอดจะ
มาถกู กกั อยูช่ ว่ั ครูก่ อ่ นทจ่ี ะระเบิดออกมา
2.2 เสียงกกั เสียดแทรก (affricate sounds) เกดิ จากการท่ฐี านกรณ์ปิดสนิท เชน่ เดยี วกบั เสียงระเบิด
หรือเสียงกกั แตก่ ระแสลมซ่ึงถูกกกั เอาไวเ้พยี งชว่ั ครูน่ ้ันจะคอ่ ยๆ ถูกปลอ่ ยออกมาทางปากพร้อมกบั การ
ปลอ่ ยฐานกรณอ์ ยา่ งชา้ ๆ ทาํ ใหเ้ กดิ เป็นเสียงพยญั ชนะกกั เสียดแทรกซ่งึ ไดแ้ กเ่สียงพยัญชนะ
2.3 เสียงนาสิก (nasal sounds) เกดิ จากการทีฐ่ านกรณป์ ิดสนิท เชน่ เดียวกบั เสียงระเบดิ และเสียงกกั
เสียดแทรก แตเ่นื่องจากเพดานออ่ นลดระดบั ลงกระแสลมจากปอดจงึ ผา่ นเขา้ ไปในชอ่ งจมกู และปลอ่ ย
12
ออกมาทางรูจมกู พร้อมกบั การปลอ่ ยฐานกรณ์ เกดิ เป็นเสียงนาสิกซ่งึ ได้แกเ่สียงพยญั ชนะ
2.4 เสียงเสียดแทรก (fricative sounds) เกดิ จากการท่ีฐานกรณ์อยชู่ ดิ กนั มาก กระแสลมจากปอดผา่ น
ออกไมส่ ะดวกตอ้ งเสียดแทรกผา่ นชอ่ งแคบๆ ออกมาทางปากทาํ ให้เกดิ เสียงพยญั ชนะเสียดแทรก ซ่งึ ไดแ้ ก ่
เสียงพยญั ชนะ
2.5 เสียงขา้ งล้ิน (lateral sound) เกดิ จากการทป่ี ลายล้ินสมั ผสั กบั ปุ่มเหงือกในขณะเดยี วกนั เพดาน
ออ่ นจะเคล่อื นข้ึนเพอ่ื กนั ไมใ่ หก้ ระแสลมจากปอดผา่ นเขา้ ไปในชอ่ งจมกู และเนื่องจากดา้ นขา้ งของลนิ้ มไิ ด้
สัมผสั กนั สว่ นใดกระแสลมจึงผา่ นออกมาทางดา้ นขา้ งของลน้ิ โดยเกิดการกกั ของลมเพยี งบางส่วนเทา่ น้นั คือ
บริเวณป่มุ เหงือก เสียงพยญั ชนะขา้ งล้ินไดแ้ กเ่สียงพยญั ชนะ /h/
3. จาแนกตามการสั่นหรอื ไม่สั่นของเส้นเสียง(voicing)
เสียงพยญั ชนะในภาษาองั กฤษท้งั ท่เี ป็นเสียงกอ้ ง(voiced sounds)และท่ีเป็นเสียงไมก่ อ้ ง(voiceless sounds
ในการออกเสียงกอ้ งกระแสลมจากปอดผา่ นเสน้ เสียงซ่ึงอยชู่ ดิ กนั ทาํ ใหเ้ ส้นเสียงสนั่ สว่ นการออกเสียงไม ่
กอ้ งกระแสลมจากปอดผา่ นเส้นเสียงซ่งึ เปิดกวา้ งทาํ ใหเ้ ส้นเสียงไมส่ ัน่
4. การออกเสียงพยัญชนะภาษาองั กฤษ
การฝึกออกเสียงพยญั ชนะในภาษาองั กฤษ หากผเู้ รียนรู้จกั ตวั อกั ษรแทนเสียง (The Phonetics
Alphabet) หรือ สทั อกั ษร จะทาํ ให้รู้จกั หนว่ ยเสียงที่แตกตา่ งกนั ในพจนานุกรม (Dictionary) มกี ารแสดงการ
ออกเสียงคาํ ตา่ งๆ ดว้ ยสัญลกั ษณแ์ ทนเสียงหากผเู้ รียนสามารถอา่ นสัญลกั ษณเ์ หลา่ น้ีไดก้ ็จะสามารถรับรู้ได้
วา่ คาํ เหลา่ น้นั ออกเสียงอยา่ งไรโดยไมต่ อ้ งไดย้ ินมากอ่ นเลย
(อา้ งอิงจากหนงั สือ "การออกเสียงสระและเสียงพยญั ชนะภาษาองั กฤษ โดย ปรารมภ์รตั น์ โชตกิ เสถยี ร)
ขอ้ ดีของตวั อกั ษรแทนเสียงคอื สัญลักษณท์ ใ่ี ชแ้ ทนเสียงแตล่ ะตวั จะแทนเสี ยงเพียงเสียงเดยี วและ
ตวั อกั ษรแทนเสียงในภาษาองั กฤษสว่ นใหญจ่ ะใชอ้ กั ษรสากล IPA (The International Phonetic Alphabet)
สําหรบั ชดุ ฝึกการออกเสียงพยญั ชนะชดุ น้ีจะใชส้ ทั อกั ษรจาก Oxford River Books English-Thai Dictionary
13
ใบงานท่ี 1 เร่อื ง การออกเสียงภาษาองั กฤษทถ่ี กู ต้อง
Mother อา่ นวา่ ...........................................................
January อา่ นวา่ ............................................................
Occupation อา่ นวา่ ............................................................
Nationality อา่ นวา่ ............................................................
University อา่ นวา่ ............................................................
Collect อา่ นวา่ ............................................................
Social อา่ นวา่ ............................................................
Economic อา่ นวา่ ............................................................
Development อา่ นวา่ ............................................................
Buddhism อา่ นวา่ ............................................................
14
เฉลย ใบงานท่ี 1 เรอื่ ง การออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง
Mother อา่ นวา่ มาเธอะ
January อา่ นวา่ แจนยวั รี
Occupation อา่ นวา่ ออ็ คคิวเปชนั่
Nationality อา่ นวา่ แนเฌอแนลิทิ
University อา่ นวา่ ยูนิเฝอร์ซิที
Collect อา่ นวา่ เคอเล็อค
Social อา่ นวา่ โซเชยี ล
Economic อา่ นวา่ อีเคอนอมิค
Development อา่ นวา่ ดิเวะเลิพเมินท์
Buddhist อา่ นวา่ บุดิซท์
15
ใบงานท่ี 2
Word Stress and Intonations การเนน้ เสียงคาํ และประโยค
การเนน้ เสียงคาํ
A. ฝึกออกเสียงโดยเน้นพยางค์ที่ลงเสียงหนักให้ถกู ตอ้ ง
1. 'province 11. pro'nounce
2. 'office 12. pre'sent(Verb)
3. 'language 13. ac'tivity
4. com'municate 14. di'vision
5. ex'pression 15. be'gin
6. 'lesson 16. in'vite
7. 'patient 17. 'daily
8. 'evening 18. under'stand
9. 'introduce 19. 'problem
10. enter'tain 20. 'accent
16
เฉลย ใบงานที่ 2 เรื่อง ฝึกออกเสียงโดยเนน้ พยางคท์ ี่ลงเสยี งหนักใหถ้ ูกตอ้ ง
1. 'province อา่ นวา่ พรอวนิ ซ์
2. 'office อา่ นวา่ ออฟิซ
3. 'language อา่ นวา่ แลงกว์ ิจ
4. com'municate อา่ นวา่ เคอมยูนิเคท
5. ex'pression อา่ นวา่ อิคซเประเฌนิ
6. 'lesson อา่ นวา่ เละเซิน
7. 'patient อา่ นวา่ เพเฌินซ์
8. 'evening อา่ นวา่ อฟี นิ่ง
9. 'introduce อา่ นวา่ อนิ เทรอดยูซ
10. enter'tain อา่ นวา่ เอน็ เทอเทน
11. pro'nounce อา่ นวา่ เพรอเนานซ์
12. pre'sent(Verb) อา่ นวา่ พริเซ็นท์
13. ac'tivity อา่ นวา่ แอคทิวิทิ
14. di'vision อา่ นวา่ ดิวิเฌิน
15. be'gin อา่ นวา่ บีกิน
16. in'vite อา่ นวา่ อนิ ไวท
17. 'daily อา่ นวา่ เดลิ
18. under'stand อา่ นวา่ อนั เดอซแตนด์
19. 'problem อา่ นวา่ พรอเบลิม
20. 'accent อา่ นวา่ แอคเซินท์
17
แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ 2
หลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
สาระการเรียนรู้ ความรู้พ้นื ฐาน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ า ภาษาองั กฤษเพอ่ื ชีวติ และสังคม ( รหัสรายวชิ า พต 31001 ) เวลา 3 ชวั่ โมง
เร่ือง การใชพ้ จนานุกรม (Dictionary)
1.สาระสาคญั
การหาความหมาย การคน้ หาคาํ ศพั ท์ และการออกเสียง การวเิ คราะห์ การสังเกตคาํ ที่รากศัพท์ จาก
พจนานุกรม Dictionary คาํ ศพั ท์ การอา่ นป้ ายประกาศ สญั ลกั ษณ์ คาํ แนะนํา คาํ เตือนตา่ งๆ
2. ผลการเรียนร้ทู ี่คาดหวัง
2.1 คน้ หาความหมายคาํ ศพั ท์จากพจนานุกรมคาํ ศพั ท์ (Dictionary)ได้
2.2 วเิ คราะห์คาํ ศพั ทจ์ ากรากศพั ทไ์ ด้
3. เนอ้ื หา
3.1 การใชพ้ จนานุกรม
3.2. การวเิ คราะห์ศพั ท์ รากศพั ท์ อปุ สรรค ปัจจยั
4. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
4.1 สะอาด : ผลงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย มคี วามสะอาดและเป็นระเบยี บ
4.2 สุภาพ : แสดงกริ ิยาทา่ ทางสุภาพ ออ่ นน้อมถอ่ มตนตอ่ ผอู้ ืน่ ดว้ ยความมน่ั ใจในตนเอง
4.3 ขยนั : รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ การทาํ งานดว้ ยความต้งั ใจมคี วามเพียรพยายามกระตอื รือร้น
4.4 ซื่อสตั ย์ : ไมค่ ดั ลอกหรือนาํ ผลงานของผอู้ ื่นมาเป็นของตนเอง
5. การจัดกระบวนการเรยี นรู้
5.1 ข้นั ที่ 1 นําเขา้ สูบ่ ทเรียน
1.1ครูผู้สอนสอบถามผู้เรี ยน วา่ “ถา้ เราตอ้ งการรู้ความห มาย คาํ อา่ นของ คาํ ศัพ ท์
ภาษาองั กฤษ ผเู้ รียนจะตอ้ งทาํ อยา่ งไร” ให้ตอบเป็นรายบุคคล
1.2 ครูและผเู้ รียนรว่ มกนั สร้างความเขา้ ใจวธิ ีการใชพ้ จนานุกรมภาษาองั กฤษ
1.3 ครูและผเู้ รียนรว่ มกนั วางแผนการเรียนรู้
5.2 ข้นั ที่ 2 การจดั กระบวนการเรียนรู้
18
2.1. ครูผสู้ อนอธิบายหลกั การใชพ้ จนานุกรมภาษาองั กฤษ การหาคําศัพท์ตามตวั อักษร ตวั
ยอ่ ในพจนานุกรม ภาษาองั กฤษ คาํ อา่ น ความหมาย พร้อมกบั แจก เอกสารใบความรู้การใชพ้ จนานุกรม
ภาษาองั กฤษ
2.2 ให้ผเู้ รียนแบง่ กลมุ่ แขง่ ขนั ทาํ ใบงานเร่ือง คาํ ศพั ท์ 10 คาํ โดยกาํ หนดเวลา 5 นาที
2.3. ผเู้ รียนนําความรู้ไปใชไ้ ดใ้ นสถานที่ตา่ ง ๆ หรือแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วตา่ ง ๆ ได้
2.4 ครูผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนคน้ ควา้ คาํ ศพั ทท์ ี่ใชต้ ามสถานทสี่ ําคญั ตา่ ง ๆ พรอ้ มกบั ให้บนั ทกึ
คาํ ศพั ท์ และบอกความหมายของคาํ ศพั ท์น้นั อยา่ งนอ้ ย 10 คาํ ศพั ท์
2.5. ผเู้ รียนทาํ ใบงาน 1-3
5.3 ข้นั ท่ี 3 สรุป
3.1. ผเู้ รียนและครูผสู้ อนรว่ มกนั สรุปเน้ือหาการใชพ้ จนานุกรม
3.2. ครูผสู้ อนและผเู้ รียนประเมนิ ผลจากแบบสังเกตใบงาน
3.3. ครูผู้สอนเฉลยใบงาน พ ร้อมกบั สรุปวา่ ผูเ้ รียนมคี วามเข้าใจมากน้อยเพียงใด ห า
แนวทางแกไ้ ขรว่ มกนั
6. ส่ือการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน/สื่อสิ่งพมิ พ์
2. อนิ เตอร์เน็ต
3. ใบความรู้ท่ี 1 เร่ืองการใชพ้ จนานุกรม (Dictionary)
4. ใบงานท่ี 1-4
7. แหล่งเรยี นรู้
7.1 สื่อส่ิงพมิ พ์
7.2 ห้องสมดุ ประชาชน
7.3 Internet
19
8. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่ืองมอื
- ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลงั เรียน
จดุ เน้น - ตรวจใบงาน - ใบงาน
ดา้ นความรู้ (K) -สงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน - แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน
- การคดิ วเิ คราะห์ รายบคุ คล รายบุคคล
-สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งาน -แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งาน
ดา้ นทกั ษะ (P) รายบุคคล รายบคุ คล
- พฤตกิ รรมการปฏิบตั ิกจิ กรรม
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
- เป็นคนดีมคี ณุ ธรรม
ลงชอื่ ...................................................ครูผสู้ อน
(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ท่ี............... เดอื น ...............พ.ศ................
9. บนั ทึกกิจกรรมข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
10. บันทึกข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศึกษา
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ....................................................ผอู้ นุมตั ิการสอน
(.................................................)
ตําแหนง่ .......................................................
วนั ท่ี............... เดือน ...............พ.ศ................
20
ใบความรู้
การใชพ้ จนานุกรมในการอา่ นภาษาองั กฤษ สว่ นมากเร่ืองท่ีนักศึกษาอา่ นมกั จะมีคาํ ท่ีนักศึกษาไม ่
เคยรู้จกั มากอ่ นเลยปะปนอยดู่ ว้ ย ตามปรกตนิ ักศึกษาไมจ่ าํ เป็นตอ้ งเขา้ ใจคาํ ทุกๆ คาํ ในยอ่ หน้าใดยอ่ หน้าหน่ึง
เพ่ือท่จี ะเขา้ ใจส่ิงท่ผี เู้ ขยี นเขียนในยอ่ หนา้ น้ันอยา่ งไรกต็ าม คําบางคาํ ท่ีสําคญั มาก หากไมท่ ราบความหมาย
ของคาํ น้ัน เมอ่ื อยใู่ นเน้ือความแลว้ นักศึกษากอ็ าจพลาดใจความสําคญั ของเรื่องราวหรือเข้าใจเรื่องราวน้ันผิด
ไป วธิ ีหน่ึงทจ่ี ะหาความหมายของคาํ ทเ่ี ขา้ ใจกค็ อื ดูในพจนานุกรม เราเห็นวา่ นักศึกษาจําเป็ นต้องรู้วิธีใช้
พจนานุกรมอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ดงั น้นั เพือ่ ชว่ ยให้นิสิตเสริมสรา้ งทกั ษะน้ี จึงมภี าคการใช้พจนานุกรมน้ีข้ึน
ซ่งึ จะสาธิตวิธีใช้พจนานุกรมฉบับ Oxford Advanced Learner’s Dictionary of Current English (OALDCE)
เหตทุ ีเ่ ลือกพจนานุกรมเลม่ น้ี ก็เพราะเป็ นพจนานุกรมที่จดั ทาํ ข้ึนสําหรับนักเรียนตา่ งประเทศที่เรียน
ภาษาองั กฤษโดยเฉพาะ ระหวา่ งทีเ่ รียนวชิ าภาษาองั กฤษพื้นฐานน้ี นักศึกษาจําเป็ นต้องใ ช้ OALDCE และ
โปรดนําพจนานุกรมฉบบั ดงั กลา่ วติดตวั มาดว้ ยเมอื่ เขา้ เรียน
Alphabetical Order:
ตวั อกั ษรภาษาองั กฤษมี 26 ตวั โดยเรียงกนั ตามลําดบั อกั ษร (alphabetical order) คาํ ในพจนานุกรมจะเรียง
กนั ตามลาํ ดบั ตวั อกั ษร ยกตวั อยา่ งเชน่ bird ant rat fish eagle cat
Alphabetical order ของคาํ เหลา่ น้ีคอื
ant
bird
cat
eagle
fish
rat
Quizzes
Guide Words :
ตอนบนสุดของพจนานุกรมแตล่ ะหนา้ จะมคี าํ 2 คาํ พมิ พอ์ ยูค่ าํ ท้งั สองน้ี เรียกวา่ Guide
word ตวั Guide word ชว่ ยให้ทา่ นหาคาํ ศพั ทใ์ นพจนานุกรมไดเ้ ร็วข้ึน
Headword
a) ขอ้ มลู เกยี่ วกบั headword ประกอบดว้ ย
1. การออกเสียงของคาํ น้ันๆ ( Pronunciation)
2.หน้าท่ีทางไวยากรณ์หรือประเภทของคาํ (Part of Speech)
3. คาํ จาํ กดั ความ (Meaning)
21
อยา่ งนอ้ ยทส่ี ุดพจนานุกรมสว่ นมาก จะใหข้ อ้ มลู ดงั กลา่ วสาํ หรับ headword แตล่ ะคาํ
b) entry ท่ีให้เป็นตวั อยา่ งน้ี มขี อ้ มลู อนื่ รวมอยดู่ ้วยคอื
1.วลีทเ่ี ป็นสาํ นวน (Idiomatic Expression)
2. คาํ อ่นื ๆ ท่เี กย่ี วขอ้ งกบั headword
3. ตวั อยา่ งการใชค้ าํ (Example)
c) พจนานุกรมฉบบั น้ีใชต้ วั พิมพ์ (Type) ชนิดตา่ งๆ กนั เพอื่ ให้ทา่ นหาขอ้ มลู ตา่ งๆ ในแตล่ ะ entry
ไดง้ า่ ยข้นึ ตวั พิมพ์เหลา่ น้ีไดแ้ ก ่
1. ตวั พิมพห์ นา (Bold Type) สําหรบั headword และคาํ อ่นื ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ซ่งึ มคี าํ จาํ กดั ความ
อยใู่ น entry
2. ตวั พมิ พธ์ รรมดา (Regular Type) สาํ หรบั คาํ จาํ กดั ความ (Meaning)
3. ตวั พิมพเ์ อนหนา (Bold Italic Type) สาํ หรบั วลที เี่ ป็นสํานวน
4. ตวั พิมพเ์ อน (Italic Type) สําหรบั ตวั อยา่ งการใชค้ าํ
Abbreviation (abbrs.)
ตามพจนานุกรม OALDCE คาํ abbriviation หมายถึง shortend form, esp. of a word โปรดสังเกต
คาํ esp. ในคาํ จาํ กดั ความ คําน้ียอ่ มาจาก especially abbriviation (abbrs.) คือ คํายอ่ ท่ีใช้ในพจนานุกรมเพ่ือ
ประหยดั เนื้อที่
Definition คอื การบอกความหมายของคาํ ท่เี ราตอ้ งการหา ถือวา่ เป็นสว่ นทสี่ าํ คญั ปัญหามากท่สี ุด ใน
การใหค้ าํ จาํ กดั ความ
22
ใบงานท่ี 1 เรือ่ ง คาศพั ท์
คาํ ช้แี จง จงหาความหมายของคาํ ศพั ท์ในพจนานุกรมดงั ตอ่ ไปน้ี
1. secretary ความหมาย………………………………………………………………
2. benefit ความหมาย………………………………………………………………
3. measure ความหมาย………………………………………………………………
4. Turn on ความหมาย……………………………………………………………..
5. graduate ความหมาย………………………………………………………………
6. tradition ความหมาย………………………………………………………………
7. custom ความหมาย…………………………………………………………………
8. belief ความหมาย………………………………………………………………
9. foreigner ความหมาย………………………………………………………………
10. Money ความหมาย………………………………………………………………
23
ใบงานที่ 2
เขียนความหมายของคาทขี่ ดี เส้นใต้
There are some people who seem to be more creative than others. This is beacause they enjoy
and value creativity. As a result they spend more time trying to be creative. They build up confidence
in their creative abilities. Doing this makes them more creative. It is a positive feedback system.
Some people seem more curious than others. Some people seem to enjoy creativity and new
ideas more than others.
คาํ ศพั ท์ หน้าทขี่ องคาํ ความหมาย
creative
creativity
value
as a result
build up
confidence
abilities
positive
system
curious
24
ใบงานท่ี 3 หาคาศัพท์จากสถานทต่ี ่าง ๆ
คาชแ้ี จง จงหาความหมายของคาํ ศพั ท์ในพจนานุกรมดงั ตอ่ ไปน้ี
1.…………………..….…. คาํ อา่ น..............................................................
ความหมาย…………………………………………………
2.…………………..….…. คาํ อา่ น..............................................................
ความหมาย…………………………………………………
3.…………………..….…. คาํ อา่ น..............................................................
ความหมาย…………………………………………………
4.…………………..….…. คาํ อา่ น..............................................................
ความหมาย…………………………………………………
5.…………………..….…. คาํ อา่ น..............................................................
ความหมาย…………………………………………………
6.…………………..….…. คาํ อา่ น..............................................................
ความหมาย…………………………………………………
7.…………………..….…. คาํ อา่ น..............................................................
ความหมาย…………………………………………………
8.…………………..….…. คาํ อา่ น..............................................................
ความหมาย…………………………………………………
9.…………………..….…. คาํ อา่ น..............................................................
ความหมาย…………………………………………………
10…………………..….…. คาํ อา่ น..............................................................
ความหมาย…………………………………………………
25
ใบงานที่ 4
จงเรียงคาํ ศพั ทเ์ หลา่ น้ีใหถ้ ูกต้องตามหลกั ในพจนานุกรม
bill meaning extra glass democracy
carport glad egg media law
early soil boy gloom
responsibility
12345
6 7 8 9 10
11 12 13 14 15
26
เฉลย ใบงานท่ี 1 เรื่อง คาศพั ท์
คาช้ีแจง จงหาความหมายของคาศพั ท์ในพจนานกุ รมดังต่อไปน้ี
1. secretary ความหมาย เลขานุการ
2. benefit ความหมาย ไดร้ บั ประโยชน์
3. measure ความหมาย การวดั
4. turn on ความหมาย เปิด
5. graduate ความหมาย เรียนจบ
6. tradition ความหมาย ประเพณี
7. custom ความหมาย กจิ วตั ร ขนบธรรมเนียม
8. belief ความหมาย ความเชอื่
9. foreigner ความหมาย คนตา่ งชาติ
10. money ความหมาย เงิน
27
ใบงานที่ 2
เขียนความหมายของคาทข่ี ีดเส้นใต้
There are some people who seem to be more creative than others. This is beacause they enjoy
and value creativity. As a result they spend more time trying to be creative. They build up confidence
in their creative abilities. Doing this makes them more creative. It is a positive feedback system.
Some people seem more curious than others. Some people seem to enjoy creativity and new
ideas more than others.
คาํ ศพั ท์ หน้าทข่ี องคาํ ความหมาย
creative adj. ซ่งึ เกดิ จากความคิดสรา้ งสรรค์
creativity n ความสามารถในการสรา้ งสรรค์
value v ให้ความสาํ คญั
as a result conj. ดงั ท่ี เน่ืองแต่ผลของมนั คือ
build up v สร้าง เพิ่ม
confidence n ความเช่ือถือ ความไวว้ างใจ
abilities n ความสามารถ
positive adj. แนน่ อน เช่ือถอื ได้
system n ระบบ
curious adj. ซ่งึ อยากรู้อยากเห็น
28
เฉลย ใบงานที่ 3 หาคาศัพท์จากสถานทีต่ ่าง ๆ
คาชี้แจง จงหาความหมายของคาศพั ท์ในพจนานกุ รมดงั ต่อไปนี้
1. university คาํ อา่ น ยูนิเวอซิท ความหมาย มหาวทิ ยาลยั
ความหมาย โรงพยาบาล
2. hospital คาํ อา่ น ฮอซปิเทลิ ความหมาย อทุ ยานแหง่ ชาติ
ความหมาย ประเทศ
3. national park คาํ อา่ น แนเฌอเนิล พาร์ค ความหมาย หมบู่ า้ นในชนบท
ความหมาย จงั หวดั
4. country คาํ อา่ น คนั ท์รี ความหมาย ที่ทาํ การไปรษณยี ์
ความหมาย กาํ หนดอาณาเขต เขต
5. village คาํ อา่ น วลิ จิ ความหมาย อยา่ งระมดั ระวงั
ความหมาย อุณหภมู ิ
6. province คาํ อา่ น พรอวนิ ซ์
7. post office คาํ อา่ น โพซท์ ออฟฟิซ
8. district คาํ อา่ น ดิซต์ริคท์
9. careful คาํ อา่ น เคเออะฟุล
10 . temperature คาํ อา่ น เทม็ เพอรเชอ
29
เฉลยใบงานท่ี 4
จงเรียงคาศัพท์เหล่านใี้ ห้ถกู ต้องตามหลกั ในพจนานกุ รม
1234 5
early
bill buy carport democracy 10
gloom
6789 15
soil
egg extra glad glass
11 12 13 14
law meaning media responsibility
30
แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ 3
หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
สาระการเรียนรู้ ความรู้พน้ื ฐาน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ า ภาษาองั กฤษเพ่ือชวี ติ และสังคม ( รหสั รายวชิ า พต 31001 ) เวลา 3 ชว่ั โมง
เร่ือง การพดู สนทนาทางโทรศพั ท์
1.สาระสาคญั
ปัจจุบนั การติดตอ่ ส่ือสารทางโทรศพั ทม์ กี ารใชก้ นั อยา่ งกวา้ งขวาง ดังน้ันมารยาทการใชโ้ ทรศัพท์
ในการตดิ ตอ่ กบั เพอื่ น ญาติ หรือสอบถามขอ้ มลู จาํ เป็นตอ้ งใชส้ ํานวนภาษาที่เหมาะสม ถูกตอ้ ง จะประสบ
ความสําเร็จตามเป้ าหมายของการสื่อสารในเรื่องที่ตอ้ งการ
2. ผลการเรยี นร้ทู คี่ าดหวัง
2.1 ใชส้ ํานวนภาษาทเี่ หมาะสมในการพดู โตต้ อบทางโทรศพั ท์กบั เพ่อื น ญาติพนี่ อ้ งและผู้
คนุ้ เคยได้
2.2 ใชโ้ ทรศพั ท์ในการสอบถามขอ้ มูลตา่ งๆได้
2.3 ใชโ้ ทรศพั ทใ์ นการสอบถาม หรือใหข้ อ้ มลู ท่เี กย่ี วกบั งานอาชีพได้
3. เนอ้ื หา
3.1 การตดิ ตอ่ ทางโทรศพั ทก์ บั ผูค้ นุ้ เคย
3.2. การตดิ ตอ่ ทางโทรศพั ทเ์ พื่อสอบถามขอ้ มลู ตา่ งๆ
3.3 การติดตอ่ ทางโทรศพั ทเ์ พื่อการประกอบอาชพี
4. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
4.1 สะอาด : ผลงานที่ไดร้ ับมอบหมาย มคี วามสะอาดและเป็นระเบียบ
4.2 สุภาพ : แสดงกริ ิยาทา่ ทางสุภาพ ออ่ นนอ้ มถอ่ มตนตอ่ ผูอ้ น่ื ดว้ ยความมนั่ ใจในตนเอง
4.3 ขยนั : รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ การทาํ งานดว้ ยความตง้ั ใจมคี วามเพียรพยายามกระตอื รือร้น
4.4 ซอื่ สตั ย์ : ไมค่ ดั ลอกหรือนาํ ผลงานของผอู้ นื่ มาเป็นของตนเอง
5. การจดั กระบวนการเรียนรู้
5.1 ข้นั ที่ 1 นาํ เขา้ สูบ่ ทเรียน
31
1.1 ครูผสู้ อนพดู ทกั ทายผูเ้ รียนและถามผู้เรียนวา่ ใน ชีวิตประจําวนั การพูดส่ือสารทาง
โทรศพั ท์มคี วามสําคญั อยา่ งไร
1.2 ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั สร้างความเขา้ ใจการพดู สนทนาทางโทรศพั ท์
1.3 ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มวางแผนการเรียนรู้
5.2 ข้นั ท่ี 2 การจดั กระบวนการเรียนรู้
2.1. ครูผสู้ อนยกตวั อยา่ งประโยคท่ใี ชส้ นทนาทางโทรศพั ท์
2.3 ผเู้ รียนศึกษาใบความรู้เกยี่ วการสนทนาทางโทรศพั ท์
2.4 ผเู้ รียนจบั คฝู่ ึกสนทนาทางโทรศพั ท์
2.5 ครูผสู้ อนสงั เกตผเู้ รียนในการฝึกสนทนาทางโทรศพั ท์
2.6 ให้ผเู้ รียนทาํ ใบงาน
5.3 ขน้ั ท่ี 3 สรุป
3.1. ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั สรุป ทบทวน เกย่ี วกบั เนื้อหา
3.2 ครูให้ผเู้ รียนไปศกึ ษาเพิ่มเติมเกีย่ วกบั บทสนทนาการแสดงความรู้ตา่ งๆ จากแหลง่
เรียนรู้ เชน่ ห้องสมดุ อนิ เทอร์เน็ต ฯลฯครูผสู้ อนและผเู้ รียนประเมนิ ผลจากแบบสงั เกตใบงาน
3.3. ครู ผูส้ อน เฉลยใ บง าน พร้อมกบั สรุ ปวา่ ผู้เ รียนมีความเ ขา้ ใจมากน้อยเ พียงใ ด
หาแนวทางแกไ้ ขรว่ มกนั
6. สื่อการเรยี นรู้
6.1. หนงั สือเรียน/ส่ือสิ่งพมิ พ์
6.2. อนิ เตอร์เน็ต
6.3. ใบความรู้ เรื่องการพดู โทรศพั ท์
6.4. ใบงานที่ 1
7. แหล่งเรียนรู้
7.1 สื่อสิ่งพิมพ์
7.2 หอ้ งสมดุ ประชาชน
7.3 Internet
32
8. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่ืองมอื
- ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลงั เรียน
จุดเน้น - ตรวจใบงาน - ใบงาน
ดา้ นความรู้ (K) -สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งาน - แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งาน
- การคิดวเิ คราะห์ รายบคุ คล รายบคุ คล
ดา้ นทกั ษะ (P) -สังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน -แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งาน
- พฤติกรรมการปฏิบตั ิกจิ กรรม รายบคุ คล รายบคุ คล
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
- เป็นคนดมี คี ณุ ธรรม
ลงชือ่ ...................................................ครูผสู้ อน
(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ที่............... เดือน ...............พ.ศ................
9. บนั ทึกกจิ กรรมข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
10. บนั ทกึ ข้อเสนอแนะของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ....................................................ผอู้ นุมตั ิการสอน
(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ที่............... เดือน ...............พ.ศ................
33
ใบความรู้ เรอื่ งการพดู สนทนาทางโทรศัพท์
การรูจ้ กั ประโยคตา่ งๆทีใ่ ชใ้ นการสนทนาโตต้ อบหรือติดตอ่ สื่อสารทางโทรศพั ท์เป็นทกั ษะเบ้ืองตน้
ทีส่ ําคญั สาํ หรบั การนําไปประยุกต์ใชใ้ นการประกอบอาชีพและการดาํ เนินชีวติ ประจาํ วนั ตวั อยา่ งประโยคที่
ใชใ้ นการสนทนาในสถานการณ์ตา่ งๆ เชน่
Introductions เร่ิมการสนทนาทางโทรศพั ทด์ ว้ ยการแนะนาํ ตวั เอง เชน่
"Hello, this is Louis Barker.
ถา้ ผทู้ ่ีโทรเขา้ มาไมไ่ ดแ้ นะนาํ ตวั เขา เราสามารถใชป้ ระโยคคาํ ถามวา่
"May I ask who's calling, please?"
Asking for someone / Making a request
ประโยคทีใ่ ชใ้ นการถามหาคนที่ตอ้ งการพดู ดว้ ย เชน่
"May I speak to Alax Johnson, please?"
หรือถา้ มเี บอร์ตอ่ แตไ่ มท่ ราบชอ่ื ของเจา้ ของเบอร์น้นั ควรพดู วา่
"Could I have extension number 635?"
ถา้ โทรเพอ่ื จุดประสงคช์ ดั เจนไมไ่ ดอ้ ยากคยุ กบั ใครเป็นการเจาะจง ควรบอกวตั ถปุ ระสงค์ของการโทร เชน่
"I’m calling to make a reservation."
ถือสายรอหรือโอนสาย "Please hold" เป็นภาษาทางโทรศพั ท์ทห่ี มายถงึ "รอสกั ครู"่
ถา้ transferred (โอนสาย) ไปที่เบอร์ตอ่ อ่ืน เรามกั จะไดย้ นิ การบอกกลา่ ววา่ "Connecting your call..." หรือ
"Please hold, I'll transfer you." แตถ่ า้ ตดิ ตอ่ ทางธุรกจิ ในชว่ งเวลาทีย่ งุ่ ๆ เราอาจไดย้ ินเพยี งคาํ บอกส้นั ๆ ให้ถอื
สายรอวา่ "Hello, please hold!" กอ่ นท่ีโอปะเรเตอร์จะตดั ไปรับสายอนื่
ฝากขอ้ ความ ประโยคท่ถี ามวา่ จะฝากขอ้ ความไวห้ รือไม ่ เชน่ "Would you like to leave a message?"
และประโยคท่ใี ชบ้ อกวา่ จะฝากขอ้ ความไว้ เชน่ "May I leave a message?"
และถา้ ตอ้ งการให้ตดิ ตอ่ กลบั กอ็ าจฝากเบอร์โทรศพั ท์ของเราไว้ ซ่งึ พดู วา่ call back number
ขอใหอ้ กี ฝ่ายพดู ชา้ ลง
ในกรณีทีฟ่ ังไมเ่ขา้ ใจหรือฟังไมท่ นั สามารถบอกให้อีกฝ่ายพดู ชา้ ลง โดยใชป้ ระโยค เชน่
Could you please speak slowly?
หรืออาจขอใหอ้ กี ฝ่ายรูว้ า่ เราไมเ่กง่ ภาษาองั กฤษ อาจใชค้ าํ วา่
34
"My English isn't very strong, could you please speak slowly?"
สิ่งทสี่ าํ คญั ในการพดู โทรศพั ทค์ อื การใชค้ าํ และน้าํ เสียงท่สี ุภาพเรียบร้อย เมอื่ ตอ้ งการขอร้องใหใ้ คร
ทาํ อะไรให้ ควรใชค้ าํ ตอ่ ไปน้ีในประโยคดว้ ย ไมว่ า่ จะเป็น 'Could you' และ 'Please' และอยา่ ลมื จบการ
สนทนาดว้ ยคาํ วา่ 'Thank you' และ 'Goodbye'!
ตวั อยา่ งบทสนทนา
การพดู โทรศพั ท์ ( Talking on the phone )
Roi : Hello. This is 043-851249. Roi, speaking. May I help you ?
สวสั ดคี รบั ท่นี ี่หมายเลข 043-851249 รอยพดู ครบั ใหช้ ว่ ยอะไรครบั
Tom : May I speak to Nida, please? Is she in ?
ขอสายคณุ นิดาดว้ ยครับไมท่ ราบวา่ อยไู่ หม
Roi : Yes, hold the line a moment, please. I’ll see if she’s in
ครับ กรุณาถือสายรอสักครู่ ผมจะดูกอ่ นวา่ เขาอยไู่ หม (ครูห่ น่ึงตอ่ มา รอยจงึ พดู ตอ่ )
Oh, she is now talking to someone on another phone
ออ้ เขากาํ ลงั พดู อยอู่ กี เครื่องหน่ึงครบั
Would you like to tell her to call you back ?
จะให้ผมบอกเขาโทรกลบั ไหมครับ
Tom : No. Thank you. I’ll call again in a while
ไมล่ ะครับ ขอบคณุ ผมจะโทรกลบั เองอกี สักครู่
Roi : Would you wish to leave a message for her ?
คณุ จะสงั่ อะไรถึงหลอ่ นไหมครับ
Who shall I say have call ?
จะให้ผมเรียนเขาวา่ ใครโทรฯ มาครบั
Tom : Tell her that I’m Tom, her old friend.
บอกเขาดว้ ยวา่ ผมทอมเป็นเพื่อนเกา่
Roi : I will. Bye.
แลว้ ผมจะบอกให้นะครับ สวสั ดคี รับ
35
ใบงานท่ี 1 การพดู โทรศพั ท์
ให้นักศึกษานาํ คาํ พดู ทางโทรศพั ท์ ระหวา่ ง Bob และ Suda ตอ่ ไปน้ี เรียงใหเ้ ป็นการสนทนาท่ีถูกตอ้ ง
Suda Catering, May I help you?
Yes, That’s fine. Thank you very much. What kind of pary is it ?
No problem. I see. What do you like us to prepare?
Can you deliver the food to my house? It’s welcoming party for ten people.
I am having a party on Friday evening. Yes, but I will deliver it at 7 p.m. Is that Okay?
Could you prepare some food for me?
I’d like some sea food and some dessert.
Suda : ………………………………………………………………………………..
Bob : ………………………………………………………………………………..
Suda : ………………………………………………………………………………..
Bob : ………………………………………………………………………………..
Suda : ……………………………………………………………………………….
Bob : ……………………………………………………………………………….
Suda : ……………………………………………………………………………….
Bob : ……………………………………………………………………………….
Suda : ……………………………………………………………………………….
Bob : ……………………………………………………………………………….
36
เฉลยใบงานที่ 1 การพดู โทรศพั ท์
ใหน้ กั ศึกษานาํ คาํ พดู ทางโทรศพั ท์ ระหวา่ ง Bob และ Suda ตอ่ ไปน้ี เรียงใหเ้ ป็นการสนทนาทีถ่ ูกตอ้ ง
Suda : Suda Catering, May I help you ?
Bob : I am having a party on Friday evening. Could you prepare some food for me ?
Suda : What kind of party is it ?
Bob : It’s welcoming party for ten people.
Suda : I see. What do you like us to prepare ?
Bob : I’d like some sea food and some dessert.
Suda : No problem.
Bob : Can you deliver the food to my house ?
Suda : Yes, but I will deliver it at 7 p.m. Is that Okay ?
Bob : Yes, That’s fine. Thank you very much.
37
ใบงานท่ี 2
ให้ผ้เู รยี นหาความหมายของคาในตารางข้างล่างนี้
คา/ข้อความ ความหมาย
Quality Catering ชื่อบริษทั Quality สง่ อาหารงานเล้ยี ง
Prepare some food (2)
Dinner party (3)
Main course (4)
dessert (5)
Some don’t eat meat (6)
Selections of sea food (7)
mushroom (8)
pepper (9)
Chocolate cake (10)
deliver (11)
ศึกษาบทสนทนา
Linda : Quality Catering. Can I help you?
Tom : Yes, you can, I am having a party on Friday night. Could you prepare some food for me?
Linda : Certainly. What kind of party is it?
Tom : It’s dinner party for eight people.
Linda : I see. What do you like us to prepare?
Tom : Could you make a main course and a dessert ?
Linda : No problem. Can you tell me what kind of food your guests like?
Tom : Well, most of them like fish, but some don’t eat meat.
Linda : I could prepare selections of sea food with mushroom and pepper.
Tom : That sounds great! Can you make some chocolate cakes for dessert?
Linda : Of course, I can.
Tom : Can you deliver the food to my house?
Linda : Yes. But I can’t deliver until 7 p.m. Is that Okay?
Tom : Yes. That’s fine. Thank you very much.
38
ใบงานที่ 2
ให้ผ้เู รยี นหาความหมายของคาในตารางข้างล่างนี้
คา/ข้อความ ความหมาย
Quality Catering ชือ่ บริษทั Quality สง่ อาหารงานเล้ยี ง
Prepare some food
Dinner party จดั อาหาร
Main course งานเล้ยี งอาหารเย็น
dessert อาหารจานหลกั
Some don’t eat meat
Selections of sea food ขนมหวาน
mushroom บางคนไมร่ ับประทานเนื้อสัตว์
pepper อาหารทะเลหลากหลายชนิดให้เลอื ก
Chocolate cake
deliver เห็ดชนิดตา่ งๆ
พริกไทย
เคก้ รสช็อคโกแล็ต
จดั สง่ อาหารถึงที่
39
แบบทดสอบ
1. BOY: Hello, this is 375-1717.
BEE : _______________
BOY : Yes, speaking.
a. Can Tim speak, please?
b. May I speak to Boy, please?
c. Will Tim speak English?
d. Should Tim and I speak?
2. Cat: ______________________
Nina: It is Nina Jaidee.
a. Who's speaking, please?
b. Is that Nina Jaidee?
c. Are you Nina Jaidee?
d. Do you know Nina Jaidee?
3. ประโยคใดเหมาะสมสาํ หรับการบอกใหผ้ ูท้ ่ีโทรศพั ท์เขา้ มาถือสายรอ
a. Please get the phone.
b. Please take a minute.
c. Wait for me, please.
d. Please hold the line.
4. ในการรับฝากขอ้ ความประโยคใดทใ่ี ชแ้ ทน "Can I take a message?"
a. Can I tell her a message?
b. Will you leave a message?
c. May you take my message?
d. Do you know the message?
5. "nine-five-four-oh-double two-six" คอื คาํ อา่ นหมายเลขโทรศพั ทใ์ นข้อใด
a. 954-0026
b. 954-0266
c. 954-0226
d. 950-4226
40
เฉลยคาตอบ แบบทดสอบ
ข้อ คาตอบ
1b
2a
3d
4c
5c
41
แผนการจัดการเรยี นรู้ ท่ี 4
หลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
สาระการเรียนรู้ ความรู้พนื้ ฐาน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ า ภาษาองั กฤษเพ่อื ชวี ติ และสงั คม ( รหสั รายวชิ า พต 31001 ) เวลา 3 ชว่ั โมง
เร่ือง การแสดงความรู้สึก
1.สาระสาคญั
น้ําเสียง เป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกในการสนทนา ผเู้ รียนตอ้ งเรียนรูถ้ งึ การออกเสียงตน้ คาํ
ทา้ ยคาํ การออกเสียงหนัก เบา การออกเสียงสูง ตา่ํ การออกเสียงเช่อื มโยง การใชค้ าํ วลี และรูปประโยคได้
แสดงความดใี จ พอใจ ไมพ่ อใจ แสดงความปรารถนาดี ความตอ้ งการ ความชว่ ยเหลอื รวมท้งั การตอบรับ
ปฏเิ สธ ตามโอกาสและสถานท่ีตา่ งๆ ซ่งึ ผเู้ รียนตอ้ งฝึกออกเสียงใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั ภาษา วฒั นธรรม และ
กาลเทศะของเจา้ ของภาษา เพื่อการสนทนาท่ีถกู ตอ้ ง
2. ผลการเรยี นร้ทู ี่คาดหวงั
พดู แสดงความปรารถนาในโอกาสตา่ งๆได้
3. เนอ้ื หา
3.1 การพดู แสดงความรู้สึก ดใี จ-เสียใจ
3.2. การแสดงความพอใจ / ไมพ่ อใจ
3.3 การแสดงความปรารถนา / เห็นใจ และการตอบรับ
ปฏิบตั กิ ารให3้ค.4วามกชาวร่ ยแเสหดลงอื คว/าบมรติกอ้ างรการ / การเสนอความชว่ ยเหลอื / บริการ รวมทง้ั การตอบรับ /
4. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
4.1 สะอาด : ผลงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย มคี วามสะอาดและเป็นระเบยี บ
4.2 สุภาพ : แสดงกริ ิยาทา่ ทางสุภาพ ออ่ นนอ้ มถอ่ มตนตอ่ ผอู้ ืน่ ดว้ ยความมน่ั ใจในตนเอง
4.3 ขยนั : รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ การทาํ งานดว้ ยความต้งั ใจมคี วามเพยี รพยายามกระตอื รือร้น
4.4 ซอ่ื สตั ย์ : ไมค่ ดั ลอกหรือนาํ ผลงานของผอู้ น่ื มาเป็นของตนเอง
5. การจดั กระบวนการเรยี นรู้
5.1 ขน้ั ท่ี 1 นําเขา้ สูบ่ ทเรียน
1.1 ครูผูส้ อนเลา่ สภาพปัญห าเหตุการณ์ท่ีเ กิดข้ึนกบั ตนเอง ในการซ้ือขายสินค้ากบั
ชาวตา่ งชาติ เมอื่ เกดิ ปัญหาในการติดตอ่ สื่อสาร
42
1.2 ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั สรา้ งความเขา้ ใจการพดู แสดงความรู้สึกตา่ งๆ
1.3 ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มวางแผนการเรียนรู้
5.2 ข้นั ท่ี 2 การจดั กระบวนการเรียนรู้
2.1. ครูผสู้ อนให้ใบความรูเ้ กยี่ วกบั ประโยคการแสดงความรู้สึกตา่ ง ๆ
2.2. ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั ฝึกอา่ นบทสนทนาเกยี่ วกบั การแสดงความรูส้ ึกตา่ ง ๆ
2.3 ผเู้ รียนจบั คฝู่ ึกสนทนาเกยี่ วกบั การแสดงความรูส้ ึกตา่ ง ๆ
2.5 ครูผสู้ อนสงั เกตผเู้ รียนในการฝึกสนทนา
2.6 ใหผ้ เู้ รียนทาํ ใบงาน
5.3 ข้นั ที่ 3 สรุป
3.1. ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั สรุป ทบทวน เกยี่ วกบั เนื้อหา
3.2 ครูใหผ้ เู้ รียนไปศึกษาเพิ่มเติมเกีย่ วกบั บทสนทนาการแสดงความรู้ตา่ งๆ จากแหลง่
เรียนรู้ เชน่ ห้องสมดุ อินเทอร์เน็ต ฯลฯครูผสู้ อนและผเู้ รียนประเมนิ ผลจากแบบสังเกตใบงาน
3.3. ครูผูส้ อนเฉลยใบงาน พ ร้อมกบั สรุปวา่ ผูเ้ รียนมคี วามเข้าใจมากน้อยเพียงใด ห า
แนวทางแกไ้ ขรว่ มกนั
6. สื่อการเรยี นรู้
6.1. หนังสือเรียน/สื่อสิ่งพิมพ์
6.2. อนิ เตอร์เน็ต
6.3. ใบความรู้ที่ 1 เรื่องคาํ วลี ประโยคการแสดงความรูส้ ึกตา่ ง ๆ
6.4. ใบงานท่ี 1
7. แหล่งเรียนรู้
7.1 ส่ือส่ิงพมิ พ์
7.2 หอ้ งสมดุ ประชาชน
7.3 Internet
43
8. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่ืองมอื
- ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลงั เรียน
จุดเนน้ - ตรวจใบงาน - ใบงาน
ดา้ นความรู้ (K) -สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งาน - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน
- การคดิ วเิ คราะห์ รายบคุ คล รายบคุ คล
-สังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน -แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน
ดา้ นทกั ษะ (P) รายบุคคล รายบคุ คล
- พฤตกิ รรมการปฏิบตั ิกจิ กรรม
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
- เป็นคนดมี คี ณุ ธรรม
ลงชอื่ ...................................................ครูผสู้ อน
(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ที่............... เดือน ...............พ.ศ................
9. บนั ทึกกจิ กรรมข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
10. บันทกึ ข้อเสนอแนะของผ้บู ริหารสถานศกึ ษา
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ....................................................ผอู้ นุมตั ิการสอน
(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ที่............... เดือน ...............พ.ศ................
44
ใบความร้เู รอ่ื ง คา วลี ประโยคการแสดงความร้สู ึกต่าง ๆ
1. การกลา่ วแสดงความเห็นใจ สาํ นวนทใ่ี ชก้ ลา่ วแสดงความเห็นใจในขา่ วร้าย เชน่ เรื่องการตาย หรือเรื่องไมด่ ี
ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี
- I’m very sorry to hear that……………………..
(อาม เวริ ซอริ ทู เฮีย แดท................................) ฉนั เสียใจดว้ ยนะที่ไดย้ นิ วา่ ..................................
- I was very sorry to hear of …………………….
(ไอ วอซ เวริ ซอริ ทู เฮีย เอิฟ) ฉนั เสียใจดว้ ยนะท่ีไดย้ ินวา่ ..................................
- Please accept my sincere sympathy.
(พลสี แอคเซฟ มาย ซินเซอร์ ซิมพาททิ) ไมม่ คี าํ ไทยตรง หมายถึงวา่ ขอแสดงความเสียใจดว้ ยจริงๆ
- How unfortunate ! (ฮาว อนั ฟอร์จูเนท) ชา่ งโชครา้ ยอะไรอยา่ งน้ี
- What a pity ! (วอท อะ พิททิ ) ชา่ งนา่ สงสาร
- What a shame ! (วอท อะ เชม) ชา่ งนา่ ละอาย
การตอบรบั การแสดงความเห็นใจน้ันมกั จะพดู วา่
- Thank you for your concern
(แธงค์กว่ิ ฟอร์ ยวั ร์ คนั เซิน) ขอบคณุ สําหรบั ความห่วงใยของคณุ
- Thank you . I appreciate it .
(แธงคก์ ว่ิ ไอ แอพพรีชิเอท อิท) ขอบคณุ คะ่ ดฉิ ันซาบซ้ึงในน้ําใจของคณุ หรือกลา่ วเพยี งส้ัน ๆ วา่
- Thanks. (แธงค์ส) ขอบคณุ
2. การเห็นดว้ ย (Agreements) รูปประโยคท่ใี ชแ้ สดงการเห็นดว้ ยมีดงั น้ี
A : Do you agree with me?
(ดู ยู อะกรี วธิ ม?ี ) คณุ เห็นดว้ ยกบั ผมไหมครับ
B: Yes, I do. (เยส, ไอ ดู) เห็นดว้ ยครับ
C: I agree with you. (ไอ อะกรี วธิ ยู) ผมเห็นดว้ ยกบั คณุ ครับ
O.K. That could be the best solution for us. (โอเค. แดท คดู บี เดอะ เบสท์ โซลชู นั ฟอร์ อซั )
ครบั นัน่ อาจจะเป็นทางแกป้ ัญหาทดี่ ที ีส่ ุดสําหรับเรา
I am glad that we share the same point of view.
(ไอ แอม แกลด แดท วี แชร์ เดอะ เซม พอยท์ ออฟว ววิ ) ผมดีใจท่ีเรามมี มุ มองเหมอื นกนั
I have no reason to disagree. (ไอ แฮฟว โน รีซนั ทู ดสิ อะกรี) ผมไมม่ เี หตุผลที่จะไมเ่ห็นดว้ ยครับ
I belive that it is the best way to solve it.
(ไอ บลี ฟี ว แดท อิท อซิ เดอะ เบสท์ เวย์ ทู โซลฟว อิท) ผมเชื่อวา่ มนั เป็นทางแกป้ ัญหาท่ีดีที่สุด
45
Your idea is really creative.
(ยวั ร์ ไอเดีย อซิ เรียลลี ครีเอทีฟ) ความคิดเห็นของคณุ สรา้ งสรรค์มาก
3. การไมเ่ห็นดว้ ย (Disagreements) รูปประโยคทีใ่ ชแ้ สดงการไมเ่ห็นดว้ ยมดี งั น้ี
Do you agree with me?
(ดู ยู อะกรี วธิ ม?ี ) คณุ เห็นดว้ ยกบั ผมไหมครับ
No, I don't.
(โน, ไอ โดนท.์ ) ไมเ่ห็นดว้ ยครับ
I am sorry. I disagree with you.
(ไอ แอม ซอรี. ไอ ดิสอะกรี วธิ ยู.) ขอโทษนะครบั ผมไมเ่ห็นดว้ ยกบั คุณ
I can't agree anymore.
(ไอ แคนท์ อะกรี เอนีมอร์. ) ผมไมส่ ามารถเห็นดว้ ยได้อีกตอ่ ไปแล้ว)
I am afraid I can't agree with you.
(ไอ แอม อะเฟรด ไอ แคนท์ อะกรี วธิ ย.ู ) ผมเกรงวา่ จะไมส่ ามารถเห็นดว้ ยกบั คณุ ได้
We have opposite views on this.
(วี แฮฟว ออพโพสิท ววิ ซ์ ออน ดิส.) เรามมี มุ มองตรงขา้ มกนั ในเรื่องน้ี
I don't mean to argue, but I think you had better think again.
(ไอ โดนท์ มนี ทู อาร์กวิ , บทั ไอ ธิงค์ ยู แฮด เบทเทอะ ธิงค์ อะเกน)
ผมไมอ่ ยากจะเถียง แตผ่ มคิดวา่ คณุ นา่ จะคิดใหมน่ ะครับ
4. การกลา่ วชมเชย เมอื่ ตอ้ งการกลา่ วชมเชย จะใชส้ าํ นวนตอ่ ไปน้ี
- I like your hair. (ไอ ไลท์ ยวั ร์ แฮร์) ฉนั ชอบทรงผมของคณุ
- I really like your hair. (ไอ เรียวลิ่ ไลท์ ยวั ร์ แฮร์) ฉันชอบทรงผมของคณุ จริง ๆ
- What a nice dress ! (วอท อะ ไนส้ เดรส) ชดุ ชา่ งสวยจริง ๆ
- You look wonderful. (ยู ลคุ ค์ วนั เดอร์ฟุล) คณุ ดดู อี ยา่ งนา่ พศิ วงจงั
-That’s a lovely shirt. (แธทส์ สะลฟั ลิ เชิ๊ตท์) เสื้อเช้ติ น่นั นา่ รักจงั
การตอบรับการกลา่ วชมเชย อาจพดู ไดด้ งั น้ี
- Thank you very much. (แธงค์กว่ิ เวริ มชั ) ขอบคณุ มาก
- It’s kind of you to say so. (อทิ ส คาย ออ๊ ฟ ยู ทู เซ โซ)
ไมม่ คี าํ แปลตรง ๆ เหมอื นกบั ขอบคณุ แลว้ แตว่ า่ ชมเรื่องอะไร
46
ใบงานท่ี 1 เรือ่ ง คา วลี ประโยคการแสดงความร้สู ึกต่างๆ
คาํ ช้แี จง ใหผ้ เู้ รียนจบั คฝู่ ึกอา่ นบทสนทนาดงั ตอ่ ไปน้ี
ตวั อยา่ งท่ี 1
A : I really like your sweater . (ไอ รีอลั ลิ่ ไลท์ ยวั ร์ สเวท็ เทอร์) ฉันชอบเส้ือกนั หนาวของคณุ จงั
B : Thanks. (แธงคส์ ) ขอบคณุ
ตวั อยา่ งที่ 2
A : This soup tastes good. (ธิส ซปุ เทส กดึ ) ซปุ น้ีรสชาติอรอ่ ยจงั
B: I made it myself. (ไอ เมด อิท ไมเซล็ ท)์ ฉันทาํ ดว้ ยตวั ฉนั เอง
A: You’re a wonderful cook . (ยวั ร์ อะ วนั เดอฟลุ ค๊กุ ) คณุ ชา่ งเป็นแมค่ รวั ทีเ่ ลศิ จริง ๆ
B: It’s kind of you to say so. (อทิ ส์คาย อ๊อฟ ยู ทู เซ โซ ) ขอบคณุ ทช่ี อบ
47
ใบงานท่ี 2
At the convenience store
Mr. A : Hello! What can I do for you?
Mr. B : Hi! I’m looking for some soft drink.
Mr. A : Sure. What kind do you prefer?
Mr. B : I want a bottle of mineral water and two cans of orange juice.
Mr. A : You can find them on shelves over there at the very far corner on your left.
Mr. B : Thanks.
ศพั ท์ท่คี วรทราบ (Word studies)
คาํ ศพั ท์ หน้าที่ของคาํ ความหมาย
Convenience store n. ร้านสะดวกซ้ือ
Soft – drink n. เคร่ืองด่ืมทไี่ มม่ แี อลกอฮอล์
Mineral water n. น้าํ แร่
juice n. น้ําผลไม้
Answer these questions
1. What does Mr. B want to buy ?
……………………………………………………………….........................................
2. Where can Mr. B buy the soft drink ?
………………………………………………………………………………………….
3. Who is Mr. A ?
……………………………………………………………………………….................
48
เฉลยใบงานที่ 2
Answer these questions
1. Mr. B wants to buy some soft drink.
2. The things he wants are on the shelves at the very far corner on the left hand side.
3. Mr.A is the seller.
49
ใบงานท่ี 3
At a restaurant
Aree : May I see the menu , please ?
Waiter : Here you are , miss.
Aree : I’ll have fried chicken and rice.
Waiter : We have it , miss. I’ll bring you right now. Can I get you anything to drink.
Aree : I’ll have some coffee , please.
Waiter : Okay. Would you like some sugar and milk ?
Aree : I’d like my coffee black.
Waiter : Okay. One black coffee.
Aree : Thank you .
Fill the blanks with the suitable words.
1. A : What………… I do for you , sir ?
B : A table for five, please, near the window.
a. shall
b. will
c. can
2. A : May I see the ……………., please ?
B : Here you are.
a. menu
b. dish
c. food
3. A : What would you like to drink ?
B : ……………………………..
a. White bread
b. A piece of cake
c. Orange juice
4. A : I would like to have some ……………before dinner.
B : Yes, sir. We have vegetable soup , salad and dessert.
a. appetizers
b. drink