The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ตราด หนองเสม็ด, 2021-04-20 23:52:30

english-ปลาย

english-ปลาย

c. menu 50

1. c เฉลยใบงานที่ 3
2. a
3. c
4. a

51

แผนการจัดการเรยี นรู้ ท่ี 5

หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551

สาระการเรียนรู้ ความรูพ้ ้ืนฐาน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย

รายวชิ า ภาษาองั กฤษเพือ่ ชวี ติ และสังคม ( รหัสรายวชิ า พต 31001 ) เวลา 3 ชว่ั โมง
เรื่อง เครื่องหมาย สญั ลกั ษณ์ ป้ ายประกาศ

1.สาระสาคญั

การหาความหมาย การคน้ หาคาํ ศพั ท์ และการออกเสียง การวเิ คราะห์ การสงั เกตคาํ ทรี่ ากศพั ท์ จาก

พจนานุกรม Dictionary คาํ ศพั ท์ การอา่ นป้ ายประกาศ สัญลกั ษณ์ คาํ แนะนาํ คาํ เตอื นตา่ งๆ

2. ผลการเรยี นร้ทู ี่คาดหวงั

เขา้ ใจความหมายของป้ ายประกาศ สญั ลกั ษณ์ คาํ แนะนาํ และคาํ เตอื นได้

3. เนื้อหา

3.1 สญั ลกั ษณ์ และป้ ายประกาศตา่ งๆ

3.2. สลากยา และคมู่ อื การใชอ้ ุปกรณต์ า่ งๆ

3.3 คาํ แนะนาํ และคาํ เตอื นตา่ งๆ

4 คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

4.1 สะอาด : ผลงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย มคี วามสะอาดและเป็นระเบยี บ
4.2 สุภาพ : แสดงกริ ิยาทา่ ทางสุภาพ ออ่ นนอ้ มถอ่ มตนตอ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความมนั่ ใจในตนเอง

4.3 ขยนั : รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ การทาํ งานดว้ ยความต้งั ใจมคี วามเพยี รพยายามกระตือรือร้น
4.4 ซ่อื สัตย์ : ไมค่ ดั ลอกหรือนําผลงานของผอู้ ่ืนมาเป็นของตนเอง

5. การจดั กระบวนการเรียนรู้

5.1 ข้นั ท่ี 1 นาํ เขา้ สูบ่ ทเรียน
1.1 ครูผู้สอนนําภาพตัวอยา่ ง สัญลกั ษณ์ ป้ ายประกาศ คําอธิบายฉลากและคมู่ อื การใ ช้
อุปกรณ์ตา่ งๆ มาให้ผเู้ รียนดู
1.2 ครูผสู้ อนและผเู้ รียนสรา้ งความเขา้ ใจในเรื่องการดูป้ ายสัญลกั ษณ์ ป้ ายประกาศ คําอธิบาย
ฉลากและคมู่ อื การใชอ้ ปุ กรณ์ตา่ งๆ โดยการแลกเปลีย่ นเรียนรู้
1.3 ครูและผเู้ รียนรว่ มกนั วางแผนการเรียนรู้

5.2 ขน้ั ท่ี 2 การจดั กระบวนการเรียนรู้

52

2.1. ครูผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนแบง่ กลมุ่ ทาํ งาน โดยให้ศกึ ษาคน้ ควา้ หัวขอ้ ดงั น้ี
2.1.1 เคร่ืองหมายจราจร
2.1.2 สญั ลกั ษณ์และป้ ายประกาศตา่ ง ๆ
2.1.3 ฉลากยา และคมู่ อื การใชอ้ ุปกรณ์

จากแหลง่ การเรียนรู้ เชน่ ห้องสมดุ อนิ เทอร์เน็ต ฯลฯ โดยให้ผเู้ รียนจดั ทาํ เป็น รูปเลม่ รายงาน และ
ให้ ยกตวั อยา่ งนําเสนอกลมุ่ ละ 2 นาที

2.2. ครูผสู้ อนให้ผเู้ รียนทาํ แบบทดสอบ เร่ือง เคร่ืองหมายจราจร สัญลกั ษณ์ ป้ ายประกาศ
ตา่ ง ๆ ฉลากยา และคมู่ อื ป้ าย ประกาศตา่ ง ๆ
5.3 ข้นั ที่ 3 สรุป

3.1. ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั สรุป ทบทวน เกย่ี วกบั เนื้อหา
3.2 ครูใหผ้ เู้ รียนไปศึกษาเพ่ิมเติมเกยี่ วกบั บทสนทนาการแสดงความรู้ตา่ งๆ จากแหลง่
เรียนรู้ เชน่ หอ้ งสมดุ อินเทอร์เน็ต ฯลฯครูผสู้ อนและผเู้ รียนประเมนิ ผลจากแบบสงั เกตใบงาน
3.3. ครูผูส้ อนเฉลยใบงาน พ ร้อมกบั สรุปวา่ ผูเ้ รียนมีความเขา้ ใจมากน้อยเพียงใด ห า
แนวทางแกไ้ ขรว่ มกนั
3.1 ผเู้ รียนนาํ ความรูไ้ ปปฏบิ ตั ิ เชน่ การปฏบิ ตั ติ ามกฎ

จราจรคาํ แนะนําช้แี จงในการรบั ประทานยาได้ เป็นตน้
3.1 ใหผ้ เู้ รียนนาํ ตวั อยา่ งที่พบในชีวติ ประจาํ วนั มาบนั ทกึ

ไวเ้ป็นแฟ้ มสะสมงาน
ขน้ั ที่ 4 การประเมนิ ผลการเรียนรู้
4.1 ครูและผเู้ รียนนาํ แฟ้ มสะสมงานและผลงานท่ีได้จาก

การปฏบิ ตั ิมานาํ เสนอ
4.2 ครูและผเู้ รียนรว่ มกนั สร้างเกณฑ์การประเมนิ คณุ ภาพการเรียนรู้
4.3 ครู ผเู้ รียน ผูเ้ กยี่ วขอ้ ง รว่ มกนั ประเมนิ พฒั นาการเรียนรู้ ให้เป็ นไปตามเกณฑ์คณุ ภาพ
การเรียนรู้

6. สื่อการเรียนรู้

6.1. หนังสือเรียน/ส่ือส่ิงพมิ พ์
6.2. อินเตอร์เน็ต
6.3. ใบความรู้ท่ี 1 เร่ืองการใชพ้ จนานุกรม (Dictionary)
6.4. ใบงานที่ 1

7. แหล่งเรยี นรู้

7.1. ส่ือสิ่งพิมพ์
7.2. ห้องสมดุ ประชาชน

53

7.3. Internet วธิ ีการ เคร่ืองมอื
- ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลงั เรียน
8. การวดั และประเมนิ ผล - ตรวจใบงาน - ใบงาน
-สงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน - แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน
จุดเน้น รายบุคคล รายบุคคล
ดา้ นความรู้ (K) -สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งาน -แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน
- การคดิ วเิ คราะห์ รายบุคคล รายบุคคล
ดา้ นทกั ษะ (P)
- พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
- เป็นคนดมี คี ณุ ธรรม

ลงชือ่ ...................................................ครูผสู้ อน
(.................................................)

ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ที่............... เดอื น ...............พ.ศ................

9. บนั ทึกกจิ กรรมข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

10. บันทึกข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศึกษา

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….

ลงชือ่ ....................................................ผอู้ นุมตั ิการสอน
(.................................................)

ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ที่............... เดือน ...............พ.ศ................

54

ใบความรเู้ ร่ืองที่ 5 เครื่องหมายหรือสญั ลักษณ์ ( Sign or Symbol )

เคร่อื งหมายหรอื สญั ลักษณ์ คือ ส่งิ ทีบ่ ่งบอกใหร้ ู้ความหมายของสัญลักษณห์ รอื ป้ายประกาศตาม
สถานท่ตี า่ ง ๆ เปน็ การใหข้ อ้ มูลทเ่ี ปน็ สญั ลกั ษณ์ เช่น การหา้ ม การเตอื น การขอความชว่ ยเหลือ ฯลฯ เชน่

No smoking โน สโมค๊ กง้ิ ห้ามสบู บหุ ร่ี

Woman’s lavatory วูแมน อสี ลาวาโทรี่ หอ้ งนา้ หญิง
เครื่องหมายหรือสญั ลกั ษณ์ตามประเภทตา่ ง ๆ

Warning signs ( สญั ลกั ษณก์ ารเตอื น )

55

Packing signs ( สญั ลักษณก์ ารเก็บหรือบรรจุสินค้า )

1. Glass with care ( fragile ). แกลส วชิ แคร์ ( ฟาร์กิล ). ระวงั แก้วแตก
2. Up / this side up. อพั / ดิส ไซด์ อัพ. ยกด้านนข้ี ึ้น
3. Use no hook. ยสู โน ฮคุ . ห้ามใช้ตะขอ
4. Two stack. ทู สแตค็ . วางซ้อนกันได้ 2 ช้ัน
5. Protect from Heat. โปรเท็กซ์ ฟอร์ม ฮที . เกบ็ ไว้ในทรี่ ม่
6. Keep dry. คีฟ ดราย. หา้ มเปยี กน้า.
7. Sling here. สลงิ เฮยี . โซ่อยูบ่ ริเวณน้ี.

56

ปา้ ยสญั ลักษณ์จราจรภาษาไทย
ป้ายสญั ลกั ษณ์จราจรภาษาองั กฤษ Traffic signs

Air port Bar Bike Lane Car Rental
สนามบิน เครอื่ งดม่ื ทางรถจกั รยาน รถเชา่

Cauti on Cliff Ahead Caution Deer Crossing Caution Poison Caution Radiation Area
ระวังหน้าผาขา้ งหน้า ระวงั (กวาง)เดนิ ข้ามถนน ระวังสารพิษ ระวงั สารกัมมนั ตรังสี

Coffee Shop Danger High Voltage Dangerous Bend Dual Carriage Way End
รา้ นกาแฟ ระวังไฟฟา้ แรงสูง อันตรายทางโค้งหกั ศอก สน้ิ สดุ ทางคู่

Dual Carriage Way End of Restriction End of Road Food Services
Ahead เร่ิมต้นทางคู่ สุดเขตจากัดความเรว็ สดุ ทาง ภตั ตาคาร/รา้ นอาหาร

Junction Ahead Junction Ahead 57 Left Turn Split
ทางแยกขา้ งหน้า ทางแยกขา้ งหน้า ทางแยกดา้ นซ้ายข้างหนา้
Lanes Merging Left
ทางร่วมข้างหน้า (ด้านซา้ ย)

Left Winding Road Narrow Bridge Narrow Road Motorcycles & Autos
ทางคดด้านซ้าย สะพานแคบ ทาง / ถนนแคบลง Prohibited

หา้ มรถมอเตอรไ์ ซด์และ
รถยนต์ผา่ น

Turn Left Turn Right Two Way Traffic Weight Limitation
ใหเ้ ลีย้ วซา้ ย ใหเ้ ล้ียวขวา เดนิ รถสวนทางกัน จากัดน้าหนักบรรทุก

No Audible No Bikes No Entry No Parking
ห้ามใชเ้ สียง / กดแตร หา้ มรถจักรยาน หา้ มเข้า หา้ มจอดรถ

No Passing No Pedestrians No Standing and Parking No Turn Left
ห้ามแซง ห้ามเดินข้าม ห้ามหยดุ และหา้ มจอด หา้ มเล้ยี วซ้าย

No Turn Right No U – Turn 58 One Way
ห้ามเลย้ี วขวา หา้ มกลับรถ ให้เดนิ รถทางเดยี ว
One Way Traffic
เดินรถทางเดียว

Pedestrian Crossing Railway Crossing Without Right Tune Split Right Winding Road
ทางคนเดินขา้ ม Gate ทางแยกด้านขวาข้างหนา้ ทางคดทางขวา

ทางรถไฟข้างหน้า
(ไมม่ เี คร่อื งกั้น)

Signal Ahead Slippery Road ระวังถนน Speed Limited Steep Hill Ascent
สญั ญาณไฟข้างหน้า ลื่น (90km/ h) ทางขึ้นลาดชนั
จากดั ความเรว็

ไม่เกนิ 90 กม./ ชม.

Steep Hill Descent Stop Roundabout Ahead วงเวียน Taxi / Bus
ทางลงลาดชนั ให้หยุดรถ ขา้ งหน้า แท๊กซ่ี / รถเมล์

Trucks Prohibited Telephone Services Station Width Limitation
ห้ามรถบรรทกุ เข้า โทรศพั ท์ สถานบี ริการนา้ มนั จากัดความกว้าง

59

ใบงาน เร่อื งเครือ่ งหมาย สัญลกั ษณ์ ปา้ ยประกาศและคาอธบิ าย
คาศัพท์…………………………
คาอ่าน………………..…..……
ความหมาย…………………..

คาศพั ท์………………………….
คาอ่าน………………..…..……
ความหมาย………………….…

คาศพั ท์………………………….
คาอา่ น……………………...……
ความหมาย………………….….

คาศพั ท์………………………….
คาอ่าน……………………...……
ความหมาย………………….….

60

Reading a Label

1. The Kimball was produced by?
a. Kimball Pharmacy
b. Fullerton Ave.
c. Chicago
d.White pine and tar
e.Cough syrub

2. The Kimball is a/an________________.
a.alcohol
b.cocktail
c.medicine
d.beverage

61

e.tea

3. My mother should take the Kimball_________________.
a.one teaspoon
b.one tablespoon
c.every 3 or 4 hours
d.when cough is troublesome
e.in proportion to age

4. This label does not show______________.
a.Expired date
b.Direction
c.Ingredient
d.Manufacturer
e.Brand

5. Where can you buy the Kimball?
a.Cinema
b.Book store
c.Pharmacy
d.Bakery
e.Library

62

เฉลยใบงานท่ี 3

Reading a Label
1. a
2. c
3. a
4. a
5. c

63

แผนการจัดการเรยี นรู้ ท่ี 6

หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

สาระการเรียนรู้ ความรู้พืน้ ฐาน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย

รายวชิ า ภาษาองั กฤษเพื่อชีวติ และสังคม ( รหัสรายวชิ า พต 31001 ) เวลา 3 ชวั่ โมง

เร่ือง การประกอบอาหาร

1.สาระสาคญั

การหาความหมาย การคน้ หาคาํ ศพั ท์ และการออกเสียง การวเิ คราะห์ การสงั เกตคาํ ที่รากศพั ท์ จาก
พจนานุกรม Dictionary คาํ ศพั ท์ การอา่ นป้ ายประกาศ สญั ลกั ษณ์ คาํ แนะนาํ คาํ เตอื นตา่ งๆ

2. ผลการเรียนร้ทู ี่คาดหวงั

อา่ นและทาํ ตามคาํ แนะนาํ ในการใชค้ มู่ อื คาํ แนะนาํ วธิ ีการปรุง ขอ้ ควรระวงั และป้ ายประกาศ

3. เนอ้ื หา

3.1 สัญลกั ษณ์ และป้ ายประกาศตา่ งๆ

3.2. สลากยา และคมู่ อื การใชอ้ ุปกรณ์ตา่ งๆ

3.3 คาํ แนะนาํ และคาํ เตือนตา่ งๆ

4. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
4.3 สะอาด : ผลงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย มคี วามสะอาดและเป็นระเบียบ
4.4 สุภาพ : แสดงกริ ิยาทา่ ทางสุภาพ ออ่ นนอ้ มถอ่ มตนตอ่ ผูอ้ ่ืนดว้ ยความมน่ั ใจในตนเอง

4.3 ขยนั : รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ การทาํ งานดว้ ยความต้งั ใจมคี วามเพยี รพยายามกระตอื รือร้น

4.4 ซ่อื สตั ย์ : ไมค่ ดั ลอกหรือนําผลงานของผอู้ ่ืนมาเป็นของตนเอง

5. การจดั กระบวนการเรยี นรู้

5.1 ขน้ั ที่ 1 นําเขา้ สูบ่ ทเรียน
1.1 ครูผสู้ อนไดแ้ จง้ ให้ผเู้ รียนเตรียมวสั ดุ อุปกรณ์ ในการประกอบอาหารโดยการแบง่ กลุม่
อาหารตามประเภทตา่ งๆมา
1.2 ครูผสู้ อนและผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจในเร่ืองของข้นั ตอน การประกอบอาหาร โดยใช้
คาํ ศพั ท์ภาษาองั กฤษ
1.3 ครูผสู้ อนและผูเ้ รียนรว่ มกนั วางแผนการเรียนรู้

5.2 ข้นั ท่ี 2 การจดั กระบวนการเรียนรู้

64

2.1. ครูผสู้ อนให้ผเู้ รียนศึกษาใบความรู้เก่ยี วกบั คําศัพท์ ความหมายเกี่ยวกบั เคร่ืองปรุง
ข้นั ตอนการประกอบอาหาร

2.2 ครูผสู้ อนนาํ ผเู้ รียนรว่ มกนั ศึกษาคาํ ศพั ท์ พร้อมฝึกอา่ น เขียน คาํ ศพั ท์ เกย่ี วกบั
เครื่องปรุงและขน้ั ตอนการประกอบอาหาร

2.3 ใหผ้ เู้ รียนแตล่ ะกลมุ่ นําเสนอเครื่องปรุง และขน้ั ตอนการประกอบอาหาร เป็น
ภาษาองั กฤษ โดยพดู ศพั ท์ภาษาองั กฤษ เพอื่ สื่อความหมาย
5.3 ขน้ั ท่ี 3 สรุป

3.1. ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั สรุป ทบทวน เกยี่ วกบั เน้ือหา
3.2 ครูผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนเกบ็ รวบรวมบนั ทึกรายละเอียด เอกสารไวใ้ นแฟ้ มสะสมงาน
3.3. ครูผู้สอน และผู้เรียนนําผลการฝึ กปฏิบัติกิจกรรมมาสรุปเ ป็ นอง ค์ความรู้ และ
ประเมนิ ผลจากชนิ้ งานและการปฏิบตั ิ กจิ กรรมแตล่ ะข้นั ตอน

6. ส่ือการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน/ส่ือส่ิงพิมพ์
2. อนิ เตอร์เน็ต
3. ใบความรูเ้ รื่องคาํ ศพั ทท์ ี่เกยี่ วขอ้ งกบั การปรุงอาหาร
4. ใบงานที่ 1

7. แหล่งเรยี นรู้

7.1 ส่ือสิ่งพมิ พ์
7.2 ห้องสมดุ ประชาชน

7.3 Internet

65

8. การวัดและประเมนิ ผล

จดุ เนน้ วธิ ีการ เคร่ืองมอื
ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลงั เรียน
- การคดิ วเิ คราะห์ - ตรวจใบงาน - ใบงาน
ดา้ นทกั ษะ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน - แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน
- พฤตกิ รรมการปฏิบตั ิกจิ กรรม รายบคุ คล รายบุคคล
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A) -สงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน -แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งาน
- เป็นคนดมี คี ณุ ธรรม รายบคุ คล รายบุคคล

ลงชอื่ ...................................................ครูผสู้ อน
(.................................................)

ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ท่ี............... เดือน ...............พ.ศ................

9. บันทกึ กิจกรรมข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

10. บันทกึ ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ....................................................ผอู้ นุมตั ิการสอน
(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ที่............... เดือน ...............พ.ศ................

66

ใบความร้เู รอื่ ง คาศัพท์ท่ีเกย่ี วข้องกบั การปรงุ อาหาร

อาหาร (Food) คาํ ศพั ท์เกย่ี วกบั อาหาร (Food) มดี งั น้ี

Breakfast อา่ นวา่ เบรค เฟิซท แปลวา่ อาหารเชา้

Lunch อา่ นวา่ ลนั ซ แปลวา่ อาหารเทยี่ ง

Dinnner อา่ นวา่ ดนิ เนอร์ แปลวา่ อาหารคา่ํ

Coffee อา่ นวา่ คอฟฟี แปลวา่ กาแฟ

Tea อา่ นวา่ ที แปลวา่ น้าํ ชา

Milk อา่ นวา่ มลิ ค แปลวา่ น้าํ นม

Water อา่ นวา่ วอเทอร์ แปลวา่ น้ ํา

Cream อา่ นวา่ ครีม แปลวา่ นมขม้ ,ครีม

Rice อา่ นวา่ ไรซ แปลวา่ ขา้ ว

Fried Egg อา่ นวา่ ไฟรด์ เอกส์ แปลวา่ ไขด่ าว

Boiled Egg อา่ นวา่ บอยลด์ เอกซ์ แปลวา่ ไขต่ ม้

Ouellette อา่ นวา่ ออม มะลทิ แปลวา่ ไขเ่ จียว

Fish อา่ นวา่ ฟิช แปลวา่ ปลา

Shrimp อา่ นวา่ ชริมพ แปลวา่ กงุ้

Prawn อา่ นวา่ พรอน แปลวา่ กงุ้

Crab อา่ นวา่ แครบ แปลวา่ ปทู ะเล

Pork อา่ นวา่ พอร์ค แปลวา่ เน้ือหมู

Ham อา่ นวา่ แฮม แปลวา่ แฮม (ขาหมเู ค็ม)

Beef อา่ นวา่ บีฟ แปลวา่ เน้ือววั

Chicken อา่ นวา่ ชิค เคนิ แปลวา่ เนื้อไก ่

Cornflakes อา่ นวา่ คอร์น เฟลค แปลวา่ เกลด็ ขา้ วโพด

Soup อา่ นวา่ ซพู แปลวา่ แกงจืด

Fried Rice อา่ นวา่ ไฟรด์ ไรซ แปลวา่ ขา้ วผดั

Curry อา่ นวา่ เคอร์ รี แปลวา่ แกง

Ice Cream อา่ นวา่ ไอซ ครีม แปลวา่ ไอศกรีม

Dessert อา่ นวา่ ดเิ ซิร์ท แปลวา่ ของหวาน

Tarte อา่ นวา่ ทาร์ท แปลวา่ ขนมทาร์ท

Cake อา่ นวา่ เคค แปลวา่ ขนมเคก้

Bread อา่ นวา่ เบรด แปลวา่ ขนมปัง

Noodle อา่ นวา่ นูด เดลิ แปลวา่ กว๋ ยเตยี๋ ว

67

ใบงาน เรื่อง ข้นั ตอนการปรงุ อาหาร

คาํ ช้แี จง ให้ผเู้ รียนฝึก เขยี นคาํ ศพั ท์เกยี่ วกบั เครื่องปรุงและขน้ั ตอนในการปรุงอาหาร

Ingredient :
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
Cooking methods :
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

68

แผนการจัดการเรยี นรู้ ท่ี 7

หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551

สาระการเรียนรู้ ความรูพ้ นื้ ฐาน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

รายวชิ า ภาษาองั กฤษเพ่ือชวี ติ และสังคม ( รหสั รายวชิ า พต 31001 ) เวลา 3 ชว่ั โมง
เรื่อง การพยากรณอ์ ากาศ

1.สาระสาคัญ

การหาความหมาย การคน้ หาคาํ ศพั ท์ และการออกเสียง การวเิ คราะห์ การสังเกตคาํ ทีร่ ากศพั ท์ จาก

พจนานุกรม Dictionary คาํ ศพั ท์ การอา่ นป้ ายประกาศ สญั ลกั ษณ์ คาํ แนะนํา คาํ เตือนตา่ งๆ

2. ผลการเรียนร้ทู ่ีคาดหวงั

2.1 ศึกษาคน้ ควา้ ความรูแ้ ละขอ้ มูลจากส่ือตา่ งๆ เชน่ หนังสือพิมพ์ภาษาองั กฤษและ Website

2.2 แลกเปล่ยี นขอ้ มลู ขา่ วสารความรู้ท้งั อยา่ งเป็นทางการและไมเ่ป็นทางการ

2.3 เขา้ ใจและใชป้ ระโยคที่ซบั ซอ้ นในสถานการณ์ตา่ งๆไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
2.4 สืบคน้ ขอ้ มลู ในดา้ นตา่ งๆจาก Internet

3. เนื้อหา

3.1 บทอา่ น การพยากรณ์อากาศในประเทศและตา่ งประเทศ

3.2. การถาม ตอบคาํ ถามจากบทอา่ นการพยากรณอ์ ากาศ

3.3 การถามและการขอขอ้ มูล (Asking and Giving Information) เสียง คาํ ศพั ท์ วลี สาํ นวนท่ีมกั
ใชบ้ อ่ ยๆในขา่ วพยากรณอ์ ากาศ

3.4 Parts of Speech การทาํ คาํ นามให้เป็น Adjective
3.5 Website ที่เกย่ี วกบั การพยากรณอ์ ากาศ

4. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4.5 สะอาด : ผลงานที่ไดร้ ับมอบหมาย มคี วามสะอาดและเป็นระเบียบ
4.6 สุภาพ : แสดงกริ ิยาทา่ ทางสุภาพ ออ่ นนอ้ มถอ่ มตนตอ่ ผอู้ น่ื ดว้ ยความมน่ั ใจในตนเอง

4.3 ขยนั : รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ การทาํ งานดว้ ยความต้งั ใจมคี วามเพยี รพยายามกระตอื รือร้น
4.4 ซ่ือสตั ย์ : ไมค่ ดั ลอกหรือนําผลงานของผอู้ ่นื มาเป็นของตนเอง

5. การจัดกระบวนการเรียนรู้

5.1 ขน้ั ท่ี 1 นําเขา้ สูบ่ ทเรียน
1.1 ครูผูส้ อนพูดสนทนาเกี่ยวกบั สภาพอากาศปัจจุบนั บทอา่ น การพยากรณ์อากาศ/บท

สนทนาเกย่ี วกบั การพยากรณอ์ ากาศ

69

1.2 ครูผสู้ อนอา่ นพยากรณอ์ ากาศ และถาม-ตอบ คาํ ถามจากบทอา่ นพยากรณ์อากาศ
Website ทเ่ี กยี่ วกบั การพยากรณอ์ ากาศ

ข้นั ที่ 4 การประเมนิ ผลการเรียนรู้
4.1 ครูและผเู้ รียนรว่ มกนั สรุปเน้ือหาท่ไี ดจ้ ากการศึกษา
และประเมนิ ความรู้ ความเขา้ ใจโดยการซกั ถาม และการสงั เกต
5.2 ข้นั ที่ 2 การจดั กระบวนการเรียนรู้
2.1. ครูผสู้ อนให้ผเู้ รียนศกึ ษาใบความรูเ้ กย่ี วกบั ศกึ ษาใบความรู้ การพยากรณ์อากาศ
ศึกษาดวู ดิ ีโอ หรือศกึ ษาบทสนทนาพยากรณ์อากาศ สืบคน้ ขอ้ มลู ทางอินเทอร์เน็ต
2.3 ครูผสู้ อนฝึกพดู สนทนาการถาม-ตอบ จากการอา่ นพยากรณ์ อากาศ ให้ผเู้ รียนแสดง
บทบาทผู้ ประกาศขา่ วพยากรณ์อากาศ
5.3 ข้นั ท่ี 3 สรุป
3.1. ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั สรุป ทบทวน เกย่ี วกบั เน้ือหา
3.2 ครู ผู้สอน และผู้เรียนนําผลการฝึ กปฏิบตั ิกจิ กรรมมาสรุปเป็ นองค์ความรู้ และ
ประเมนิ ผลจากช้ินงานและการปฏบิ ตั ิ กจิ กรรมแตล่ ะข้นั ตอน

6. ส่ือการเรยี นรู้

1. หนงั สือเรียน/สื่อส่ิงพิมพ์
2. อนิ เตอร์เน็ต
3. ใบความรู้เร่ืองคาํ ศพั ท์ท่เี กย่ี วขอ้ งกบั การปรุงอาหาร
4. ใบงานที่ 1

7. แหล่งเรยี นรู้

7.4. ส่ือส่ิงพิมพ์
7.5. หอ้ งสมดุ ประชาชน
7.6. Internet

70

8. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่ืองมอื
- ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลงั เรียน
จดุ เน้น - ตรวจใบงาน - ใบงาน
ดา้ นความรู้ (K) -สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน
- การคิดวเิ คราะห์ รายบคุ คล รายบุคคล
-สังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน -แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน
ดา้ นทกั ษะ (P) รายบุคคล รายบุคคล
- พฤตกิ รรมการปฏิบตั ิกจิ กรรม

ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
- เป็นคนดีมคี ณุ ธรรม

ลงชื่อ...................................................ครูผสู้ อน
(.................................................)

ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ท่ี............... เดือน ...............พ.ศ................

9. บันทึกกจิ กรรมข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

10. บันทกึ ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศึกษา

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ....................................................ผอู้ นุมตั ิการสอน

(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................

วนั ที่............... เดือน ...............พ.ศ................

71

ใบความรู้ เรือ่ ง การพยากรณ์อากาศ
ประโยคที่เกย่ี วขอ้ งกบั การพยากรณ์อากาศและสาํ นวนอนื่ ๆ เกย่ี วกบั ดินฟ้ าอากาศ

- Seems like it is going to rain. (ซีมส์ ไลค้ ์ อทิ อซิ โกอ่งิ ทู เรน) ดเู หมอื นฝนจะตก
- Sunny out. (ซนั น่ี เอา้ ท์) รอ้ น , แดดจดั
- Warm today. (วอร์ม ทเุ ดย่ ์) วนั น้ีอากาศคอ่ นขา้ งรอ้ น
- Chilly. (ชลิ ลี่) หนาวยะเยอื ก
- Rain hard. (เรน ฮา้ ด) ฝนตกหนกั
- Foggy (ฟ้ อกก)ี่ หมอกจดั
- Windy (วนิ ดี่) ลมแรง
- High temperature. (ฮาย เทม เฟลอเชอ่ ร์) อุณหภูมสิ ูง
- Low temperature ( โล เทมเฟลอเชอะ ) อุณหภมู ติ า่ํ
- The sky is clear. (เธอะ สไก อซิ เคลียร์) ทอ้ งฟ้ าโปรง่

ประโยคสนทนาเร่ืองดนิ ฟ้ าอากาศ
บุรุษที่ 1..
Mr. Tom : It’s cool today, isn’t it?
(อทิ ’ส คลู ทูเด, อิสซ่นึ ’ท อิท)
วนั น้ี (อากาศ) หนาวนะครับ
บุรุษที่ 2..
Mr. Peter : You call this cool?
(ยู คอล ดิส คลู )
คณุ วา่ อากาศทีน่ ี่หนาวไหม
I think it’s just plain cold.
(ไอ ทิ้งค์ อทิ ’ส จสั ท์ เพลน โคลด์)
ผมคิดวา่ มนั แคเ่ย็น ๆ

72

ใบงาน 1 เร่อื ง การพยากรณ์อากาศ
คาํ ช้ีแจง ให้ผูเ้ รียนฝึกอา่ นบทสนทนาดงั ตอ่ ไปน้ีพรอ้ มให้จับคนู่ าํ เสนอหน้าช้นั เรียน
Conversation Weather and Temperatures
A : Hello, Jan. How are you?
B : Hello, Mac. I am quite well, and you?
A : So-so. How is the weather there?
B : Oh! It is terribly hot. The temperature has now risen to 39 degrees Celsius.
A : Really? But it is very cold and windy here.
B : I am so jealous.

73

ใบงานที่ 2 เร่อื งการพยากรณ์อากาศ
Look at the picture and answer the questions below.

1. On which day will snow falling in the morning?

a. Thursday b. Friday

c. Saturday d. Sunday

2. On which day will snowfall and windy?

a. Thursday b. Friday

c. Saturday d. Sunday

3. On which day will the storm arrive over night?

a. Thursday b. Friday

c. Saturday d. Sunday

4. On which day may snow falling?

a. Thursday b. Friday

c. Saturday d. Sunday

5. On which day is cooler than other?

a. Thursday b. Friday

c. Saturday d. Monday

74

เฉลยใบงานท่ี 2 เร่ืองการพยากรณ์อากาศ

ขอ้ ท่ี คาํ ตอบ
1b
2d
3a
4c
5d

75

ใบงานท่ี 3 เร่อื งการพยากรณ์อากาศ

1)Translate the vocabulary from the previous exercise into Thai language.

Example: The Rain Jacket = เสื้อกนั ฝน The Umbrella = รม่

a) The Rain = ……………….. b) Tornado = …………… ….

c) Report = …………………. d) Thunder = ……………….

e) Sunshine = ………………. f) Wave = ……………… ….

g) Avalanche = ……….... ….

2) Read the short story and answer the questions after reading.
In middle of the United State of America the climate is very hot, the highest temperature was
50˚C. In the South west of the United State have 2 climates in 1 day, there is Tornado storm
danger. If the plus temperature from opposite crashes with minus temperature that might be
the Tornado. The most Tornado danger state are Misery, Kansas, Texas etc. The size of
Tornado is called in F 1,2,3,4,5 .
A) What is “Tornado”?
……………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………..................................................................................... ….…
B) What will be happen if the climate is changing in hot and cold temperature in a day?
……………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………. …….
C) Do you think that Tornado can be happened in Thailand?
……………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………
D) What is the biggest size of Tornado ?
……………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………

76

เฉลยใบงานที่ 3 เรือ่ งการพยากรณ์อากาศ

1)Translate the vocabulary from the previous exercise into Thai language.

a. ฝน b. ทอรเ์ นโด

c. รายงาน d. ฟ้ าผา่

e. แสงแดด f. คลื่น

g. หิมะถลม่

2) Read the short story and answer the questions after reading.
A. Tornado is a drilling storm, when the plus temperature from opposite crashes

with minus temperature.
B. Tornado storm danger.
C. Yes / No.
D. F 5

77

แผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี 8

หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบ ระดับการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551

สาระการเรียนรู้ ความรูพ้ น้ื ฐาน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

รายวิชา ภาษาองั กฤษเพือ่ ชีวิตและสงั คม ( รหสั รายวชิ า พต 31001 ) เวลา 3 ชว่ั โมง

เรื่อง การเดินทางและตารางเวลา

1.สาระสาคัญ

การเดินทางทอ่ งเทยี่ วผเู้ รียนตอ้ งเรียนรูเ้ รื่องตารางเวลาของยานพาหนะตา่ งๆ ไดแ้ ก ่ Bus, Train,

Airplane, Boat, หรือ Subway จากแผน่ พบั หนงั สือพมิ พ์ หรือ Website ท่ีเกยี่ วขอ้ งการถามหรือใหข้ อ้ มลู

(Asking + giving information) การบอกทศิ ทาง การแลกเปลยี่ นขอ้ มลู ขา่ วสาร การเขียนเลา่ ประสบการณ์

และการวางแผนการทอ่ งเทยี่ วโดยใช้ Present Perfect และ Past Simple

2. ผลการเรยี นร้ทู ค่ี าดหวัง

2.1 ศึกษาคน้ ควา้ ความรู้และขอ้ มูลจากสื่อตา่ งๆ

2.2 สืบคน้ ขอ้ มลู ในดา้ นตา่ งๆจาก Internet และรับสง่ E-mail

2.3 เขา้ ใจและใชป้ ระโยคทซี่ บั ซอ้ นในสถานการณต์ า่ งๆไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
2.4 ใช้Tense ท่ยี งุ่ ยากและซบั ซอ้ นได้

2.5 แลกเปล่ียนขอ้ มลู ขา่ วสารความรู้

3. เนื้อหา

3.1 ตารางเวลาของ Bus, Train, Airplane, Boat, หรือ Subway จากสื่อตา่ งๆ เชน่ แผน่ พบั

หนังสือพิมพ์ หรือ Website ท่ีเกยี่ วขอ้ ง

3.2. การถาม และให้ขอ้ มลู (Asking and Giving Information)

3.3 การบอกทิศทาง (Direction)

3.4 Past Perfect and Past Simple

3.5 การเขยี นเลา่ เร่ืองประสบการณ์จากการทอ่ งเท่ยี ว

3.6 การวางแผนการเดินทางทอ่ งเทยี่ ว

4. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

4.7 สะอาด : ผลงานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย มคี วามสะอาดและเป็นระเบียบ
4.8 สุภาพ : แสดงกริ ิยาทา่ ทางสุภาพ ออ่ นน้อมถอ่ มตนตอ่ ผู้อืน่ ดว้ ยความมนั่ ใจในตนเอง

4.3 ขยนั : รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ การทาํ งานดว้ ยความตง้ั ใจมคี วามเพียรพยายามกระตอื รือรน้
4.4 ซอ่ื สตั ย์ : ไมค่ ดั ลอกหรือนาํ ผลงานของผอู้ ่ืนมาเป็นของตนเอง

78

5. การจดั กระบวนการเรยี นรู้

5.1 ขน้ั ท่ี 1 นําเขา้ สูบ่ ทเรียน
1.1 ครูผสู้ อนยกตวั อยา่ งสถานการณ์ทีส่ ถานีรถไฟมชี าวตา่ งชาติสอบถามขอ้ มลู เกี่ยวกบั
การเดนิ ทาง/ตารางรถไฟจะถามตอบอยา่ งไร
1.2 ครูผสู้ อนและผเู้ รียนทาํ ความเขา้ ใจเร่ืองการใหข้ อ้ มลู เกยี่ วกบั ตารางเวลาเดินทาง
1.3 ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั วางแผนการจดั กจิ กรรม

5.2 ขน้ั ท่ี 2 การจดั กระบวนการเรียนรู้
2.1. ครูผสู้ อนอธิบายบทสนทนาเกี่ยวกบั การสอบถามขอ้ มลู /การเดนิ ทางพรอ้ มกบั

ใหใ้ บความรู้เรื่องประโยคทีใ่ ชใ้ นการถามขอ้ มลู การเดนิ ทาง เวลา และสถานท่ี
2.2 ครูผสู้ อนให้ผเู้ รียนฝึกอา่ นบทสนทนา พรอ้ มกบั นํามาแสดงบทบาทสมมตุ ิหนา้ ชน้ั

เรียน
2.3 ฝึกพดู สนทนา การถาม-ตอบ เกยี่ วกบั การเดินทางคาํ ศพั ทเ์ กย่ี วกบั ทศิ ทาง เวลาระยะทาง

5.3 ข้นั ท่ี 3 สรุป
3.1. ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั สรุป ทบทวน เกย่ี วกบั เน้ือหา
3.2 ครูผสู้ อนประเมนิ ความรู้ ความเขา้ ใจจากการนาํ เสนอหน้าช้นั เรียน การแสดงบทบาท

สมมตุ ิ โดยการซกั ถาม การสังเกต

6. ส่ือการเรยี นรู้

6.1. หนังสือเรียน/ส่ือส่ิงพมิ พ์
6.2. อินเตอร์เน็ต
6.3. ใบความรูเ้ รื่อง การเดินทางและตารางเวลา
6.4. ใบงานท่ี 1-2

7. แหล่งเรยี นรู้

7.1 สื่อส่ิงพมิ พ์
7.2 ห้องสมดุ ประชาชน
7.3 Internet

79

8. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่ืองมอื
- ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลงั เรียน
จดุ เน้น - ตรวจใบงาน - ใบงาน
ดา้ นความรู้ (K) -สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน - แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน
- การคิดวเิ คราะห์ รายบคุ คล รายบุคคล
-สังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน -แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน
ดา้ นทกั ษะ (P) รายบุคคล รายบุคคล
- พฤตกิ รรมการปฏิบตั ิกจิ กรรม

ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
- เป็นคนดมี คี ณุ ธรรม

ลงชื่อ...................................................ครูผสู้ อน
(.................................................)

ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ท่ี............... เดือน ...............พ.ศ................

9. บันทึกกจิ กรรมข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

10. บันทกึ ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศึกษา

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ....................................................ผอู้ นุมตั ิการสอน
(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ที่............... เดอื น ...............พ.ศ................

80

ใบความรู้ เรื่อง การเดนิ ทางและตารางเวลา การเดินทางโดยรถไฟ (By Train)

ประโยคภาษาองั กฤษเกย่ี วกบั การเดนิ ทางโดยรถไฟ (By Train)

I want to buy a ticket for Chiang Mai.
ไอวอนท์ ทู บาย อะ ทิคเคท ฟอร์ เชียงใหม.่
ผมตอ้ งการซือ้ ตวั๋ ไปเชียงใหมค่ รับ
-----------------------------
How much is the one-way ticket?
ฮาว มชั อิซ เดอะ วนั -เวย์ ทคิ เคท?
ตวั๋ เทย่ี วเดยี วราคาเทา่ ไหร่ครับ
-----------------------------
How much is the round-trip ticket?
ฮาว มชั อซิ เดอะ ราวด์-ทริพ ทคิ เคท?
ตวั๋ เท่ียวไป-กลบั ราคาเทา่ ไหรค่ รับ
-----------------------------
Which train goes to Tokyo?
วชิ เทรน โกซ ทู โตเคียว?
รถไฟขบวนไหนไปโตเกยี วครับ
-----------------------------
Does this train go to London?
ดาซ ดิส เทรน โก ทู ลอนดอน?
รถไฟคนั น้ีไปลอนดอนหรือเปลา่ ครบั
-----------------------------
Which platform does the express train to New York stop?
วชิ แพลทฟอร์ม ดาซ ดิ เอคสเพรส เทรน ทู นิว ยอร์ค สต็อพ?
รถดว่ นท่จี ะไปนิวยอร์กอยชู่ านชาลาไหนครบั
-----------------------------
When will the next train leave?
เวน วลิ เดอะ เนคซท์ เทรน ลฟี ว?
รถไฟขบวนตอ่ ไปจะออกกีโ่ มงครับ

81

What time does the train arrive to New York?
วอท ไทม์ ดาซ เดอะ เทรน อะไรฟว ทู นิว ยอร์ก?
รถไฟจะไปถงึ นิวยอร์กเวลาเทา่ ไรครับ
-----------------------------
How long does the train stop here?
ฮาว ลอง ดาซ เดอะ เทรน สตอ็ พ เฮยี ร์?
รถไฟจอดนานเทา่ ไรครบั
-----------------------------
How much is the fare to New York?
ฮาว มชั อซิ เดอะ แฟร์ ทู นิว ยอร์ค?
คา่ โดยสารไปนิวยอร์คเทา่ ไหรค่ รับ
-----------------------------
I want to get off the next station.
ไอ วอนท์ ทู เกท ออฟว เดอะ เนคซท์ สเตเชนิ .
ผมตอ้ งการลงสถานีตอ่ ไปครับ
-----------------------------
How long does it take to get to Tokyo?
ฮาว ลอง ดาซ อทิ เทค ทู เกท ทู โตเคียว?
ไปโตเกยี วใชเ้ วลานานเทา่ ไหรค่ รบั

82

การบอกทาง (Telling Direction )

- Go straight.
( โก สเตรท้ )
ตรงไป
- Keep going straight.
(คพี โกอง่ิ สเตรท้ )
ตรงไปเรื่อย ๆ
- Just go straight on. ....
( จสั ท์ โก สเตร็ท ออน )
ตรงไปเรื่อย ๆ บน./ ยงั ........
- Until you come ( get ) to the lake.
( อนั ทลิ ยู คมั ( เกต็ ) ทู เธอะ เลค )
จนกระทง่ั ถงึ ทะเลสาบ
- The bank is on the left.
( เธอะ แบงค์ อิซ ออน เธอะ เลฟ็ ท )
ธนาคารอยทู่ างซา้ ยมอื
- At the corner.
( แอท เธอะ คอร์เนอ่ ร์ )
ตรงหัวมมุ
- Turn
( เทนิ )
เล้ยี ว
- The first block.
( เธอะ เฟิสท์ บล็อก )
บลอ็ กแรก
- Left.
( เลฟ็ ท์ )
ดา้ นซา้ ย
- right
( ไร้ท์ )
ดา้ นขวา

83

การถามเส้นทางทีเ่ ราต้องการไป

สํานวนท่ีนิยมใชม้ ดี งั ตอ่ ไปน้ี
- Excuse me. Could you tell me . How to get to the post office , please ?
( เอ็กคิวซ มี คดุ ยู เทล มี ฮาว ทู เกท ทู เธอะโพส อ๊อฟฟิซ พลสี )
ขอโทษคะ่ กรุณาบอกฉนั หนอ่ ยไดไ้ หมวา่ จะไปท่ีทาํ การไปรษณีย์ได้อยา่ งไร
หรือประโยคดงั ตอ่ ไปน้ี
- Excuse me . Could you tell me . The way to the post office , please ?
( เอก็ ควิ ซ มี คดุ ยู เทล มี เดอะ เวย์ ทู เดอะ โพส อ๊อฟ ฟิช พลสี )
ขอโทษคะ่ กรุณาบอกทางไปที่ทาํ การไปรษณีย์ฉันหนอ่ ยไดไ้ หม
- Excuse me. Could you give me direction to the post office , please ?
( เอก็ ควิ ซ มี คดุ ยู กฟี มี ไดร เรค ชนั ทู เดอะ โพส อ๊อฟฟิช พลีส )
ขอโทษคะ่ ชว่ ยกรุณาบอกฉันหนอ่ ยวา่ ทางไปท่ีทาํ การไปรษณียไ์ ปทางไหน
- Excuse me. Could you tell me . Where’s the post office, please ?
( เอ็กควิ ซ มี คดุ ยู เทล มี แวร์ส เดอะ โพส ออ๊ ฟฟิช พลีส )
ขอโทษ กรุณาบอกฉันหนอ่ ยทที่ าํ การไปรษณยี ์ไปทางไหน
ในกรณีผถู้ ามเพ่อื ความมน่ั ใจวา่ กาํ ลงั เดนิ ไปตามทิศทางท่ีถูกตอ้ งก็จะใชป้ ระโยคตอ่ ไปน้ี
- Is this the way to the post office ?
( อสิ ดิส เธอะ เวย์ ทู เธอะ โพส ออ๊ ฟฟิช )
ทางน้ีไปทท่ี าํ การไปรษณียใ์ ชไ่ หม ?

84

ใบงานที่ 1 เรือ่ ง การเดนิ ทางและตารางเวลา

คาช้ีแจง ให้ผ้เู รยี นจับค่ฝู ึ กอ่านบทสนทนาเกยี่ วกับสถานทท่ี ่องเทยี่ ว

บทสนทนาเกย่ี วกบั สถานทที่ อ่ งเทย่ี ว
A : How was your trip in Hawaii?
ฮาว วอซ ยวั ร์ ทริพ อนิ ฮาวายอี?
ไปเท่ยี วที่ฮาวายเป็นอยา่ งไรบา้ งครับ
B : It was very impressive.
อทิ วอซ เวรี อมิ เพรสซฟี ว.
มนั นา่ ประทบั ใจมากคะ่
A : What is it about Hawaii that impressed you?
วอท อิซ อิท อะเบาท์ ฮาวายอี แดท อิมเพรสท์ ยู?
คณุ รู้สึกประทบั ใจอะไรทฮ่ี าวายครับ
B : Actually, my entire trip. But the most impressive things were the awesome natural view and fresh air.
Besides, the people's generosity is very impressive and the native food is unique and tasty.
แอคชวั ลี มาย เอนไทเออะ ทริพ. บทั เดอะ โมสท์ อมิ เพรสซีฟว ธิงซ์ เวอ ดิ ออซมั แนชเชอะรอล ววิ แอนด์
เฟรช แอร์. บไี ซดซ์ , เดอะ พีเพิลซ์ เจเนอรัสซติ ี อิซ เวรี อมิ เพรสซีฟว แอนด์ เดอะ เนทีฟว ฟ้ ดู อซิ ยูนิก
แอนด์ เทสตี.
จริงๆ แลว้ กท็ ้งั การเดนิ ทางนะคะ แตท่ ี่ประทบั ใจที่สุดคือทิวทศั น์ธรรมชาติท่ีสวยสุดยอด กบั อากาศท่สี ดชืน่
นอกจากน้ีความอธั ยาศยั ดขี องผคู้ นท่ีน่นั ยงั นา่ ประทบั ใจมาก และอาหารพืน้ เมอื งกเ็ ป็นเอกลกั ษณ์ และอรอ่ ย
ดว้ ยคะ่
A : That sounds great.
แดท ซาวน์ดส เกรท.
ฟังดเู ยย่ี มจริงๆ ครับ

85

ใบงานท่ี 2

ใหผ้ เู้ รียนอา่ นตารางรถไฟตอ่ ไปน้ี แลว้ ตอบคาํ ถามให้ถูกตอ้ ง

Station Time Arr.
Dep.

Sarat Thani 8.00

Chumphorn 12.10 12.00

Prachuap Khiri Khun 02.20 02.10

Hua Hin 03.30 03.20

Petchaburi 04.30 04.20

Ratchaburi 06.10 06.00

Bangkok - 07.40

Dep. เป็นคาํ ยอ่ ของ depart – ออกจาก

Arr. เป็นคาํ ยอ่ ของ arrival – ถงึ

1. What time does the train leave Surat Thani Station ?

…………………………………………………………………………………………………........

2. What is the first station ?

………………………………………………………………………………………………………

3. If you are in Chumphorn province and want to go to Bangkok by this train, What time will you

come to Chumphorn Station ?

………………………………………………………………………………………………………

4. How long does it take to go from Chumphorn to Prachuap Khiri Khun by train ?

………………………………………………………………………………………………………

5. How long does it take to go from Petchaburi to Ratchaburi by train ?

………………………………………………………………………………………………………

86

เฉลยใบงานท่ี 2

1. It leaves Surat Thani Station at 8 o’clock.
2. It’s Surat Thani Station.
3. I will come to this station before 12 o’clock.
4. It takes two hours from Chumporn to Prachuap Khirikhun.
5. It takes one hours and a half from Petchaburi to Ratchaburi.

87

แผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี 9

หลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

สาระการเรียนรู้ ความรูพ้ ื้นฐาน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย

รายวชิ า ภาษาองั กฤษเพ่อื ชวี ติ และสงั คม ( รหสั รายวชิ า พต 31001 ) เวลา 3 ชวั่ โมง
เร่ือง การสื่อสารตามมารยาททางสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

1.สาระสาคัญ

การเขา้ ใจวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา เป็นเร่ืองจาํ เป็นสําหรับสภาวะในปัจจุบนั ของยคุ โลกาภิวตั น์

ท่ีมกี ารตดิ ตอ่ สื่อสารอยา่ งสะดวก และรวดเร็ว จาํ เป็นตอ้ งศกึ ษาคาํ ศพั ท์ สาํ นวน โครงสรา้ งภาษาและ

วฒั นธรรมท่ถี กู ตอ้ ง และเหมาะสมกบั เจา้ ของภาษาและสามารถแสดงความคดิ เห็นตอ่ วฒั นธร รมความเป็นอยู่

ของเจา้ ของภาษาได้

2. ผลการเรยี นร้ทู คี่ าดหวงั

2.1 เขา้ ใจความแตกตา่ งทางวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
2.2 ใชค้ าํ ศพั ท์ และโครงสรา้ งภาษาท่ีถูกตอ้ งเหมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาได้

2.3 เปรียบเทียบความแตกตา่ งระหวา่ งวฒั นธรรมองั กฤษกบั วฒั นธรรมไทยได้

3. เน้ือหา

3.1 การใชภ้ าษาในการสื่อสารไดอ้ ยา่ งตามแบบมารยาททางสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของ
ภาษา

3.2 ความเชือ่ และขนบธรรมเนียมประเพณีของเจา้ ของภาษา
3.3 การเปรียบเทียบโครงสรา้ งภาษาไทยกบั ภาษาองั กฤษ
3.4 การเปรียบเทียบสํานวน คาํ พงั เพย สุภาษิต บทกลอน ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ

4. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

4.1 สะอาด : ผลงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย มคี วามสะอาดและเป็ นระเบียบ
4.2 สุภาพ : แสดงกริ ิยาทา่ ทางสุภาพ ออ่ นนอ้ มถอ่ มตนตอ่ ผอู้ ืน่ ดว้ ยความมนั่ ใจในตนเอง
4.3 ขยนั : รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ การทาํ งานดว้ ยความต้งั ใจ มคี วามเพียรพยายามกระตือรือรน้
4.4 ซอ่ื สตั ย์ : ไมค่ ดั ลอกหรือนาํ ผลงานของผอู้ ่นื มาเป็นของตนเอง

5. การจัดกระบวนการเรียนรู้

5.1 ข้นั ท่ี 1 นําเขา้ สูบ่ ทเรียน
1.1 ครูผสู้ อนทกั ทายผเู้ รียน หลงั จากน้ันทาํ ทา่ ทางภาษาใบ้ พร้อมกบั ถามผเู้ รียนวา่ เคยพบ

ทา่ ทางภาษาใบห้ รือไมอ่ ยา่ งไรและ แลกเปล่ียนประสบการณ์

88

1.2 ครูผสู้ อนและผเู้ รียนทาํ ความเขา้ ใจเร่ืองการใชภ้ าษาในการส่ือสารไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ตามมารยาททางสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

1.3 ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั วางแผนการจัดกจิ กรรม
5.2 ข้นั ท่ี 2 การจดั กระบวนการเรียนรู้

2.1 ครูผสู้ อนใหใ้ บความรูเ้ พื่อให้ผเู้ รียนศกึ ษาเร่ืองการใชภ้ าษาในการสื่อสารไดเ้ หมาะสม
ตามมารยาททางสังคมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

2.2. ครูผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนออกไปทาํ ภาษาใบแ้ ละใหเ้ พ่อื น ๆ ทาย พรอ้ มกบั พดู ศพั ท์
ภาษาองั กฤษ ตามลกั ษณะทา่ ทางภาษาใบ้ และแปลความหมาย

5.3 ขน้ั ท่ี 3 สรุป
3.1. ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั สรุป ทบทวน เกยี่ วกบั เนื้อหา
3.2 ครูผสู้ อนประเมนิ ความรู้ ความเขา้ ใจจากการนําเสนอหนา้ ชน้ั เรียน การแสดงบทบาท

สมมตุ ิ โดยการซกั ถาม การสงั เกต
3.3 ผเู้ รียนนาํ ความรูท้ ี่ไดไ้ ปใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั ตามเทศกาลตา่ งๆ หรือส่ือสารภาษาใบ้

หรือภาษาสัญลกั ษณ์

6. ส่ือการเรยี นรู้

1. หนังสือเรียน/สื่อส่ิงพมิ พ์
2. อินเตอร์เน็ต
3. ใบความรูเ้ รื่อง
4. ใบงานที่ 1-2

7. แหล่งเรียนรู้

7.16 ส่ือสิ่งพิมพ์
7.17 หอ้ งสมดุ ประชาชน
7.18 Internet

89

8. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่ืองมอื
- ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลงั เรียน
จดุ เน้น - ตรวจใบงาน - ใบงาน
ดา้ นความรู้ (K) -สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน - แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งาน
- การคิดวเิ คราะห์ รายบคุ คล รายบุคคล
-สังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน -แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน
ดา้ นทกั ษะ (P) รายบุคคล รายบุคคล
- พฤตกิ รรมการปฏิบตั ิกจิ กรรม

ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
- เป็นคนดมี คี ณุ ธรรม

ลงชื่อ...................................................ครูผสู้ อน
(.................................................)

ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ท่ี............... เดือน ...............พ.ศ................

9. บันทึกกจิ กรรมข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

10. บันทกึ ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ....................................................ผอู้ นุมตั ิการสอน
(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ที่............... เดือน ...............พ.ศ................

90

ใบความร้ทู ่ี1 เร่ืองการส่ือสารตามมารยาททางสังคมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา

- Blow a kiss. (สง่ จบู )

- I love you. (ภาษาใบ)้

- Be quiet. (เงียบ)
- That’s bad. (ยกหัวแมม่ อื ช้ลี งไปที่พนื้ )

- That’s good. (ยกหัวแมม่ อื ช้ีข้นึ )

91

ใบงานท่ี 1

คาชี้แจง ให้ผ้เู รียนแสดงลักษณะท่าทางภาษาใบ้ให้เพอ่ื นแปลความหมายตามภาพประกอบดงั นี้
1.
2.
3.

4.

5.

92

ใบงานท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม

ให้ผเู้ รียนศกึ ษาคาํ ศพั ทภ์ าษาองั กฤษ ทเ่ี กยี่ วกบั วฒั นธรรมองั กฤษ วฒั นธรรมไทย และชาติอื่น ๆ ท่ใี ชใ้ น
ชีวติ ประจาํ วนั และให้เขยี นลงในใบงานน้ี พรอ้ มท้งั แปลความหมาย
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

93

แผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี 10

หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551

สาระการเรียนรู้ ความรูพ้ ้ืนฐาน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

รายวชิ า ภาษาองั กฤษเพ่อื ชวี ติ และสงั คม ( รหสั รายวชิ า พต 31001 ) เวลา 3 ชว่ั โมง

เร่ือง การเขียนประวตั ิ (Resume) เพ่อื การสมคั รงาน

1.สาระสาคัญ

ปัจจบุ นั การตดิ ตอ่ สมคั รงานตา่ งๆตอ้ งสังเกตเรียนรู้จากการโฆษณารบั สมคั รงาน ซ่งึ ผเู้ รียนจะตอ้ ง

เรียนรูถ้ งึ โครงสร้างของการโฆษณา คาํ ศพั ท์สํานวนทน่ี ิยมใชใ้ นการโฆษณา เชน่ qualification, salary,

graduation, age, photo,apply for, application, benefits, etc. การเขยี นประวตั สิ ว่ นตวั และการเขยี นจดหมาย
สมคั รงานทาง e - mail

2. ผลการเรียนร้ทู คี่ าดหวัง

2.1 ผเู้ รียนสามารถศึกษา คน้ ควา้ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั การสมคั รงานจากส่ือตา่ งๆได้

2.2 ผเู้ รียนรู้จกั สืบคน้ ขอ้ มลู จาก Internet และสง่ e-mail สมคั รงานได้
2.3 ผเู้ รียนเขา้ ใจและใชป้ ระโยคซบั ซอ้ นในสถานการณ์ตา่ งๆได้
2.4 ผเู้ รียนสามารถแลกเปล่ียนขา่ วสารอยา่ งเป็นทางการและไมเ่ป็นทางการได้

3. เนื้อหา

3.1 โฆษณาตาํ แหนง่ การรับสมคั รงาน (Job Advertisement) จากหนังสือพมิ พ์ หรือ website ที่
เกย่ี วขอ้ ง

3.2 คาํ ศพั ท์ สํานวน วลี โครงสร้างท่เี กยี่ วขอ้ ง
3.3 การเขยี นประวตั สิ ว่ นตวั ในการสมคั รงาน (Resume of Application) / การสง่ e-mail สมคั ร
งาน

4. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

4.1 สะอาด : ผลงานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย มคี วามสะอาดและเป็นระเบยี บ
4.2 สุภาพ : แสดงกริ ิยาทา่ ทางสุภาพ ออ่ นน้อมถอ่ มตนตอ่ ผอู้ ืน่ ดว้ ยความมน่ั ใจในตนเอง
4.3 ขยนั : รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ การทาํ งานดว้ ยความต้งั ใจ มคี วามเพยี รพยายามกระตอื รือรน้
4.4 ซอื่ สัตย์ : ไมค่ ดั ลอกหรือนําผลงานของผอู้ น่ื มาเป็นของตนเอง

5. การจัดกระบวนการเรียนรู้

5.1 ข้นั ที่ 1 นําเขา้ สูบ่ ทเรียน

94

1.1 ครูผสู้ อนนําตวั อยา่ งโฆษณารับสมคั รงานพร้อมกบั นาํ ตวั อยา่ งแบบฟอร์มการเขียนประวตั ิ
(Resume) เพ่อื สมคั รงานมาให้กบั ผเู้ รียนพร้อมกบั การสมคั รและการสง่ e-mail

1.2 ครูผสู้ อนและผเู้ รียนทาํ ความเขา้ ใจเร่ืองการเขียนประวตั ิ (Resume) เพอ่ื สมคั รงานพรอ้ มกบั
การสมคั รและการสง่ e-mail

5.2 ข้นั ท่ี 2 การจดั กระบวนการเรียนรู้
2.1 ครูผสู้ อนใหใ้ บความรูเ้ กยี่ วกบั คาํ ศพั ท์เกี่ยวกบั การเขียนประวตั พิ ร้อมกบั การแปลความหมาย
2.2. ครูผสู้ อนให้ผเู้ รียนกรอกประวตั ติ วั เองตามแบบฟอร์มการเขยี นประวตั ิเพ่อื การสมคั รงาน
2.3 ครูแจกใบความรู้เรื่องการสมคั รและการสง่ e-mail
5.3 ขน้ั ท่ี 3 สรุป

3.1. ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั สรุป ทบทวน เกย่ี วกบั เนื้อหา
3.2 ครูผสู้ อนประเมนิ ความรู้ ความเขา้ ใจจากการนําเสนอหน้าช้นั เรียน การแสดงบทบาท
สมมตุ ิ โดยการซกั ถาม การสงั เกต
3.3 ผเู้ รียนนาํ ความรูท้ ีไ่ ดไ้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาํ วนั ตามเทศกาลตา่ งๆ หรือสื่อสารภาษาใบ้
หรือภาษาสัญลกั ษณ์

6. ส่ือการเรยี นรู้

1. หนงั สือเรียน/ส่ือส่ิงพมิ พ์
2. อนิ เตอร์เน็ต
3. ใบความรูเ้ ร่ือง
4. ใบงานที่ 1-2

7. แหล่งเรยี นรู้

7.16 สื่อสิ่งพมิ พ์
7.17 หอ้ งสมดุ ประชาชน
7.18 Internet

95

8. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการ เครื่องมอื
- ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลงั เรียน
จุดเน้น - ตรวจใบงาน - ใบงาน
ดา้ นความรู้ (K) -สังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน - แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน
- การคดิ วเิ คราะห์ รายบคุ คล รายบุคคล
-สงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน -แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน
ดา้ นทกั ษะ (P) รายบุคคล รายบคุ คล
- พฤติกรรมการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม

ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
- เป็นคนดีมคี ณุ ธรรม

ลงชื่อ...................................................ครูผสู้ อน
(.................................................)

ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ที่............... เดือน ...............พ.ศ................

9. บันทึกกจิ กรรมข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

10. บนั ทกึ ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ....................................................ผอู้ นุมตั ิการสอน
(.................................................)

ตาํ แหนง่ ........................................
วนั ท่ี............... เดอื น ...............พ.ศ................

96

ใบความร้กู ารเขยี นประวตั ิ Resume สมคั รงาน

ใบสมคั รงานท่ีผสู้ มคั รตอ้ งกรอกตอนท่ีไปสมคั รงานตามบริษัท ห้างรา้ นตา่ ง ๆ น้ัน จะมลี กั ษณะ
ตา่ งๆกนั ในแตล่ ะแหง่ แตโ่ ดยสว่ นรวมแลว้ มกั จะมลี ักษณะทคี่ ลา้ ยคลงึ กนั แทบทกุ แหง่ โดยมรี ายละเอียดการ
กรอกดงั น้ี
1. หลกั การเบื้องตน้ (How to complete an application form)

1.1 ทาํ ความเขา้ ใจกฎเกณฑ์ของใบสมคั ร (Read clear what the procedures are) เชน่ ให้เขียนหรือ
พมิ พ์หรือขอ้ ความตอนใดท่ีตอ้ งเขยี นดว้ ยอกั ษรตวั พิมพ์

1.2 ตอบคาํ ถามในใบสมคั รใหค้ รบถว้ น (Complete all questions) ขอ้ ความใดทไ่ี มต่ อ้ งการกใ็ หท้ าํ
เครื่องหมายหรือใสข่ อ้ ความลงไป

1.3 กรอกใบสมคั รให้ดนู า่ สนใจท่สี ุด (Make it clean, clear,accurate interesting, and well presented)
หมายถงึ เขียนใหส้ ะอาดเรียบร้อยและเลือกเฉพาะประเด็นทน่ี า่ สนใจมากท่สี ุด
1.4 เตรียมคาํ ถามท่ีอาจถูกถามจากการกรอก (Prepare to be questioned about what you filled in) เป็นการ
เตรียมคาํ อธิบายวา่ ส่ิงท่ีเรากรอกลงไปน้นั ถา้ ตอ้ งการคาํ อธิบายเพ่มิ เติมจะอธิบาย เพ่มิ เติมไดอ้ ยา่ งไร
1.5 กรอกใบสมคั รใหเ้ สร็จโดยเร็วและรีบสง่ ทนั ที (Complete and submit an application as soon as
possible).
2. การกรอกประวตั ิสว่ นตวั (Personal Details)
2.1 การเขยี นช่อื เขียนดว้ ยตวั พมิ พใ์ หญท่ ้งั ช่ือ (Name) และนามสกลุ (Last Name / Surname)โดยใสค่ าํ
นาํ หนา้ ชอื่ ดว้ ย เชน่ Mr.,Mrs., Miss.,Ms., บางแหง่ จะให้เขียนท้งั ภาษาไทยและ ภาษาองั กฤษ
ตวั อยา่ ง

Name : Mr. SOMBAT RAKDI (English)
NAME : นายสมบตั ิ รักดี (THAI)
2.2 การเขยี นทอี่ ยู่ (Address) ควรเขียนใหล้ ะเอยี ด การเขียนชือ่ ทางภมู ศิ าสตร์(Geographical name)
น้ันสามารถเขียนทบั ศพั ทไ์ ดเ้ ลย เชน่ Soi (ซอย)13- Thanon (ถนน-แตค่ าํ วา่ ถนนสามารถใชค้ าํ วา่ Road
แทนไดเ้ พราะเป็นท่ยี อมรบั กนั โดยทวั่ ไป) Amphoe / khet (อาํ เภอ / เขต) Changwat (จงั หวดั – จะเขยี น
นาํ หนา้ ช่ือหรือ ไมก่ ไ็ ด้ เพราะชอื่ จงั หวดั ตา่ ง ๆ เป็นท่ีรูจ้ กั กนั ดแี ลว้ ) และอยา่ ลมื ใสร่ หสั ไปรษณีย์
ตวั อยา่ ง
Present Address 622/151 Soi Suan Luang, Charansanitwong Rd., Khet Bangkoknoi, Bangkok 10700
การเขยี นที่อยใู่ นบางคร้ังจะมชี อ่ งสาํ หรบั กรอก 2 ชอ่ งคอื
(1) Home Address / Present Residence(ที่อยบู่ า้ น) หรืออาจใช้ Permanent Address – ทอ่ี ยถู่ าวร คอื ท่ีอยู่
ตามทะเบยี นบา้ น

97

(2) Mailing Address หมายถึงทอี่ ยทู่ ต่ี อ้ งการใหต้ ิดตอ่ ทางไปรษณียก์ รณที ี่สถานท่ีอยเู่ ป็นสถานท่ีเดยี วกนั
ทง้ั สองชอ่ ง ผูส้ มคั รไมจ่ าํ เป็นต้องเขียนขอ้ ความซ้าํ กนั ควร เขียนวา่ As above หรือ Same as above หมายถงึ
ท่ีอยเู่หมอื นกบั สถานที่อยูข่ า้ งตน้
2.3 สถานภาพทางการสมรส (Marital Status) และขอ้ มลู สว่ นตวั อื่น ๆ(Personal Data)

ผสู้ มคั รตอ้ งกาเครื่องหมาย / ลงหนา้ ชอ่ งท่ีเวน้ ไว้
ตวั อยา่ ง
- Single (โสด)
- Married (แตง่ งานแลว้ )
- Widowed (เป็นหมา้ ย)
- Married with no children (แตง่ งานแลว้ แตย่ งั ไมม่ บี ตุ ร)
- Divorced (หยา่ ) Separated (แยกทางกนั )
ในกรณที ่ีแตง่ งานแลว้ จะตอ้ งกรอก
Marriage Cert. No ……………………………….. (หมายเลขใบทะเบียนสมรส)
Issued at …………………………………………. (ออกใหท้ ่อี าํ เภอ หรือเขต)
Dated Issued ……………………………… (วนั เดอื น ปีท่อี อกใบทะเบยี นสมรส )
Spouse ………………………………………… (ช่ือคสู่ มรส)
- Birthdate (วนั เดือน ปีเกดิ ) เชน่ May 1, 1970
- Birthplace / Native Place (สถานทเี่ กดิ ) ใหเ้ ขยี นช่อื จงั หวดั ที่เกดิ เชน่ Pattani
- ID Card No. (เลขประจาํ ตวั บตั รประชาชน) เชน่ 2 9099 00050 11 6
- Issued at (สถานทีอ่ อกบตั ร) เชน่ Amphoe Panare, Pattani
- Date Issued / Dated (วนั ทอ่ี อกบตั ร) เชน่ October 12, 1990
- Expiry date / Valid Until (วนั ทบี่ ตั รหมดอายุ) เชน่ October 11, 1996
- Religion (ศาสนา) เชน่ Buddhism / Islam / Catholic / Protestant
- Taxpayer’s No. (หมายเลขประจาํ ตวั ผเู้ สียภาษี)
- Social Security No. (เลขประจาํ ตวั บตั รประกนั สังคม)
2.4 สถานภาพทางการทหาร (Military Status)
มี 3 สถานภาพคอื
- Serving หมายถงึ การอยใู่ นระหวา่ งรบั ราชการทหาร เชน่ กาํ ลงั อยใู่ นภาวะเป็นทหารเกณฑ์
- Completed หมายถึง ผา่ นการเกณฑท์ หารมาแลว้ โดยการเป็นทหารเกณฑ์
- Exempted หมายถงึ ไดร้ ับการยกเวน้ โดยการเรียน ร.ด.จบหลกั สูตร หรือจบั ฉลากไดใ้ บดาํ หรือรา่ งกาย
ไมไ่ ดข้ นาด หรือกาํ ลงั เป็นนักศึกษา ในบางคร้งั เราตอ้ งบอกเหตุผลของการไดร้ บั การยกเวน้ วา่ เป็นเพราะ
อะไร (With reason) สามารถบอกไดห้ ลายวธิ ี เชน่

98

- Finished Reserved Officers’ Training Corps Course (R.O.T.C.) (สําเร็จหลกั สูตรรกั ษาดินแดน) หรือจะใช้
- Finished Military Service Training of Territorial Defence Course (สําเร็จหลกั สูตรรกั ษาดินแดน
- Reserved Status หรือ Reservist (ทหารกองหนุน)
- Registered Status หรือ Registrant (ทหารกองเกนิ )
- Exempted through Military Drawing Ballot (ผา่ นการเกณฑท์ หาร เพราะจบั ฉลากไดใ้ บดาํ )
- Exempted by Being Undersize (เพราะรา่ งกายไมไ่ ดข้ นาด)
by physical disability (เพราะจดุ บกพรอ่ งของรา่ งกาย)
by being a student (เพราะเป็นนักศึกษา)

ตวั อยา่ ง
If you are eligible for Military Service, state whether serving, completed or exempted
(with reason) …………………………. Exempted with ROTC ………………………………หรือบางคร้ัง
จะมคี าํ ถามกวา้ ง ๆ เรากเ็ ลือกตอบได้ เชน่ State your military service ……………… No Military Service
Obligation …………………(พน้ พนั ธะทางทหาร)

** หมายเหตุ ศพั ทภ์ าษองั กฤษ “การเกณฑ์ทหาร” แบบองั กฤษจะใชว้ า่ Drafting (Drafted) สว่ นแบบ
อเมริกนั จะใชว้ า่ Conscription (Conscripted)
ตวั อยา่ ง
If you are under the military age, indicate when your conscription is die, ………………
(ถา้ คณุ มอี ายุไมถ่ งึ การเกณฑ์ทหาร ใหร้ ะบเุ วลาทีถ่ งึ กาํ หนดตอ้ งเกณฑ์ทหาร)
2.5 สุขภาพ (Health Conditions) สว่ นใหญจ่ ะถามถงึ สุขภาพและโรคประจาํ ตวั หรือการไดร้ ับ
อุบตั เิ หตุวา่ เป็นอยา่ งไร คาํ ศพั ทท์ ่ีถามเกย่ี วกบั โรคภยั ไดแ้ ก ่
- Physical disabilities or defects - ขอ้ บกพรอ่ งทางรา่ งกาย
- Handicap - ความพกิ าร
- Chronic disease - โรคติดตอ่
- Serious mental illness - การเจ็บป่วยทางจิต
- Serious physical illness - การเจบ็ ป่วยทางกาย
- Colour blindness - โรคตาบอดสี
ชอ่ งเกยี่ วกบั สุขภาพเรามกั จะตอบวา่ ไมเ่คยเป็นโรค หรืออาการเจ็บป่วยเพราะฉะน้นั เราจงึ ไมต่ อบโดยวธิ ี
เขยี นวา่ N/A (Not Applicable) หมายถงึ ไมก่ รอกขอ้ ความหรือไมม่ ีขอ้ มลู
ตวั อยา่ ง
Physical disabilities or handicap or chronic disease (e.g. sight, hearing, speech,colour blindness, lameness,
heart)N/A
2.6 รายละเอียดเกยี่ วกบั ครอบครัว (Family Details)

99

ในใบสมคั รจะมรี ายละเอียดเกย่ี วกบั ชือ่ บดิ า-มารดา พ่ี-น้อง และจุดทีส่ ําคญั คือ อาชพี ของแตล่ ะคน คาํ ศพั ทท์ ่ี
ใชก้ รอกในชอ่ งอาชพี (Occupation) มดี งั น้ี
- Civil Servant (Government Official) ขา้ ราชการพลเรือน
- Retired Government Official ขา้ ราชการบาํ นาญ
- Officer รับราชการ (ทหาร – ยศรอ้ ยตรีข้ึนไป)
- Sub Lieutenant รอ้ ยตรี (Sub. Lt.)
- Lieutenant ร้อยโท (Lt.)
- Army Captain ร้อยเอก (Army Capt.)
- Soldier รับราชการ (ทหาร – ยศตา่ํ กวา่ รอ้ ยตรี)
- Sergeant Major First Class จา่ นายสิบเอก (จ.ส.อ.)
- Sergeant Major Second Class จา่ สิบโท (จ.ส.ท. )
- Sergeant Major Third Class จา่ นายสิบตรี (จ.ส.ต.)
- Sergeant สิบเอก (ส.อ.)
- Self-Employed หรือ Own Business ทาํ งานสว่ นตวั
- State Enterprise Employee พนกั งานรัฐวสิ าหกจิ
- Employee ลูกจา้ ง
- Trader คา้ ขาย
ในกรณที ่ีทาํ งานในอาชพี ท่ีมเี กยี รติ หรืออาชีพท่ีใชค้ วามรู้ทางวชิ าการ หรืออาชพี ที่รูจ้ กั กนั กวา้ งขวางใน
สงั คม หรือ ไดร้ บั การยอมรับจากสงั คม(Profession) เราอาจจะใสช่ ่อื อาชพี น้นั ๆ ได้ เชน่ นายแพทย์
(Doctor) ทนายความ (Lawyer) ครู-อาจารย์ (Instructor) วศิ วกร (Engineer) เป็นตน้
3. การกรอกประวตั กิ ารศึกษา (Educational Background)
3.1 ระดบั ประถมศึกษา (Educational Level)

- Primary (ระดบั ประถมศกึ ษา)
- Secondary (ระดบั มธั ยมศึกษา)
- Vocational / Technical (ระดบั อาชวี ะ หรือวชิ าชพี )
- College (ระดบั วทิ ยาลยั )
- University (ระดบั มหาวทิ ยาลยั )
3.2 วฒุ กิ ารศึกษา (Degree / Certificate)
- Certificate, Diploma ประกาศนียบตั ร
- High School Certificate ประกาศนียบตั รมธั ยมศึกษาตอนปลาย
- Certificate of Technical Vocation ประกาศนียบตั รวชิ าชีพเทคนิค (ปวท.)
- Certificate of Vocational Education (Cert. Of Voc.Ed.) ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ(ปวช.) หรือ


Click to View FlipBook Version