100
- Vocational Certificate (Voc. Cert.) ประกาศนียบตั รวชิ าชพี (ปวช.)
- Diploma / High vocational Certificate (Dip. / High Voc. Cert.) ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ
ช้นั สูง (ปวส.)
- Bachelor of Science (B. Sc.) ปริญญาตรีทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์
- Bachelor of Engineering (B.Eng.) ปริญญาตรีทางดา้ นวศิ วกรรมศาสตร์
- Bachelor of Industrial Technology (B.Ind.Tech.)ปริญญาตรีดา้ นอุตสาหกรรมศาสตร์
- Bachelor of Accountancy (B.Acct.) ปริญญาตรีดา้ นบญั ชี
- Bachelor of Business Administration (B.BA.) ปริญญาตรีดา้ นบริหารธุรกจิ
หลงั คณุ วฒุ กิ ารศกึ ษาควรท่จี ะใสส่ าขาวชิ าทส่ี ําเร็จการศึกษาโดยเติมคาํ วา่ in หรืออยใู่ นวงเลบ็ และ
ตามดว้ ยสาขาวชิ า เชน่
- Auto Mechanics ชา่ งยนต์
- Machine Shop Mechanics ชา่ งกลโรงงาน
- Mechanical Technology ชา่ งยนต์
- Electrical Engineering วศิ วกรรมไฟฟ้ า
- Building Construction ชา่ งกอ่ สร้าง
- Mechanical Engineering วศิ วกรรมเครื่องกล
- Civil Construction ชา่ งกอ่ สร้าง / ชา่ งโยธา
- Electronics Engineering วศิ วกรรมอเิ ล็กทรอนิกส์
- Electrical Power Technology ชา่ งไฟฟ้ ากาํ ลงั
- Civil Engineer วศิ วกรรมโยธา
- Architectural Drawing ชา่ งเขยี นแบบสถาปัตยกรรม
- Surveying ชา่ งสาํ รวจ
- Electronics Technology ชา่ งอเิ ลก็ ทรอนิกส์
- Accounting การบญั ชี
- Marketing การตลาด
- Finance and Banking การเงินและการธนาคาร
- Human Resource Management การจดั การทรพั ยากรมนุษย์
- Business English ภาษาองั กฤษธุรกจิ
- Computer Science วทิ ยาการคอมพวิ เตอร์
- Industrial Engineering วศิ วกรรมอุตสาหกรรม
ตวั อยา่ ง
Voc.Cert. in Auto Mechanics
101
Diploma in Electronics Technology
B.Eng. in Electronics Engineering / Electrical Engineering
** หมายเหตุ ถา้ ชอ่ งสาํ หรับกรอกการศกึ ษาเวน้ ประเภทของโรงเรียนไวใ้ หผ้ ู้สมคั รเติมขอ้ ความเองผูส้ มคั ร
ควรทีจ่ ะเขยี นการศึกษาสูงสุดท่ีตนเองไดร้ ับกอ่ น และเขียนการศึกษายอ้ นหลงั ไปอกี ระดบั หรือสองระดบั ก็
เป็นการเพียงพอ สว่ นใบสมคั รที่ไดก้ าํ หนดระดับการศึกษาไวใ้ นใบสมคั รแลว้ ผสู้ มคั รกต็ อ้ งเขียนรายการ
ตามท่ใี บสมคั รกาํ หนดไวเ้ชน่
ในบางคร้งั มกี ารระบุวา่ ตอ้ งเขยี นสถานที่ต้งั (Location) ของสถาบนั การศึกษาดว้ ยซ่งึ หมายถงึ ชอ่ื
จงั หวดั ทส่ี ถาบนั น้นั ๆ ต้งั อยู่ เชน่ Phuket Technical College, Phuket
4. การกรอกความสามารถพเิ ศษ (Language Proficiency)
ความสามารถพิเศษจะแบง่ กลุม่ ใหญ่ ๆได้ 2 ลกั ษณะ คือ
4.1 ความสามารถทางภาษา (Language Proficiency)
ภาษาตา่ งประเทศที่ใชก้ รอกขอ้ มลู ไดแ้ ก ่
- English ภาษาองั กฤษ
- Japanese ภาษาญ่ปี ่นุ
- Chinese ภาษาจนี ควรจะระบุดว้ ยวา่ เป็น Taechiew ภาษาจนี แตจ้ วิ๋
- Mandarin ภาษาจีนกลาง
- Cantonese ภาษาจนี กวางตงุ้
วธิ ีระบุความสามารถทางภาษาจะมดี า้ นตา่ ง ๆ เชน่ Speaking, Reading, Writing, Understanding
ผกู้ รอกมวี ธิ ีการกรอกโดยเติมศพั ท์ดงั น้ี
4.2 ความสามารถดา้ นอน่ื ๆ (Career Qualifications)
ความสามารถที่จะเป็นการเพิม่ คณุ สมบัติของเราเพอื่ ประโยชน์ในการสมคั รงาน เชน่ ดา้ นกฬี า
หรือดา้ นอาชีพ เชน่
102
- Computer repair and knowledge of software
ซอ่ มคอมพิวเตอร์และมีความรู้เรื่องซอฟต์แวร์
- Knowledge of setting up computer networks
มคี วามรูใ้ นการติดตง้ั ขา่ ยงานคอมพิวเตอร์
- Knowledge of CAD and computer systems
มคี วามรู้ในการออกแบบโดยใชค้ อมพิวเตอร์ชว่ ย
- Able to write program with BASIC, C language
สามารถเขียนโปรแกรมภาษาเบสิ คและภาษาซี
- Machine design or equipment making
การออกแบบเครื่องจกั รกลหรือการสร้างอุปกรณ์
- Mechanical engineering design
การออกแบบทางวศิ วกรรมเคร่ืองกล
- Knowledge in switchboard design on manufacture and wiring works
มคี วามรูด้ า้ นการออกแบบแผงสวติ ซเ์ พือ่ การผลิต และงานเดนิ สายไฟฟ้ า
- Practical ability to operate PC and other OA equipment
มคี วามสามารถเชิงปฏิบตั ิในการใชเ้ คร่ืองคอมพิวเตอร์สว่ นบคุ คล และอุปกรณส์ าํ นกั งานอตั โนมตั ิ
- Ability in troubleshooting, modification and maintenance for electronics measurement equipments
มคี วามสามารถในการตรวจซอ่ ม การดดั แปลง และการบาํ รุงรกั ษาอปุ กรณ์การวดั ทางอิเล็กทรอนิกส์
- Working knowledge of computers using spreadsheets and data bases.
มคี วามรูท้ างคอมพวิ เตอร์ สามารถใชแ้ ผน่ ตารางทาํ การและฐานขอ้ มลู
- Goodknowledge of PC hardware and software, especially spreadsheets wordprocessor,databases, LAN
communication and graphics
มคี วามรู้อยา่ งดดี า้ นฮาร์ดแวร์ และซอฟตแ์ วร์ของคอมพวิ เตอร์สว่ นบคุ คล โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งเร่ืองแผน่ ตาราง
ทาํ การ เคร่ืองประมวลคาํ ฐานขอ้ มลู การส่ือสารขา่ ยงานบริเวณเฉพาะทแี่ ละกราฟิ กส์
- Production planning, material supply or executing production lines process
การวางแผนการผลิต การจดั หาวสั ดุ หรือการดาํ เนินการขบวนการสายการผลิต
- The capability to prepare and review full-scale tenders
มคี วามสามารถในการเตรียมการ และวเิ คราะห์การประมลู ราคาโครงการขนาดใหญ่
5. ประสบการณ์การทาํ งาน (Experience)
ในใบสมคั รงานทุกบริษทั จะมชี อ่ งประสบการณ์การทาํ งานไวเ้พ่อื จะไดร้ ู้วา่ ผู้สมคั รน้ันเคย
ผา่ นงานอะไรมาบา้ ง การกรอกประสบการณก์ เ็ หมอื นกบั การกรอกประวตั ิการศึกษาคอื ให้กรอกการทาํ งาน
103
ลา่ สุด กอ่ นแลว้ คอ่ ยยอ้ นหลงั ลงไปจนถึงการทาํ งานคร้ังแรก สาํ หรบั การกรอกประวตั กิ ารทาํ งานมกั มี
รายละเอียดดงั น้ี
5.1 ตาํ แหนง่ ทท่ี าํ งาน (Position) เชน่
- Technician นายชา่ งเทคนิค
- Foreman หวั หน้าควบคมุ งาน
- Junior Foreman หัวหนา้ ควบคมุ งาน (ผชู้ ว่ ย)
- Senior Foreman หวั หนา้ ควบคมุ งาน (ระดบั สูง)
- Supervisor ผคู้ วบคมุ งาน
- Assistant Supervisor ผชู้ ว่ ยผคู้ วบคมุ งาน
- Engineer วศิ วกร
- Assistant Engineer ผชู้ ว่ ยวศิ วกร
- Inspector ผตู้ รวจสอบ
- Manager ผจู้ ดั การ
5.2 เหตผุ ลท่ลี าออก (Reason for Leaving) เชน่
- No Progress
- Limited career opportunity ไมม่ คี วามกา้ วหนา้ ในอาชพี
- Company Discontinued บริษทั เลิกกจิ การ
- Unsuitable Position ตาํ แหนง่ ไมเ่หมาะสม
- Contract Terminated ส้ินสุดสัญญา
- Further Study
- To get higher education เพอื่ ศกึ ษาตอ่
- Continue Education
- Military Service เพอื่ เขา้ เป็นทหาร
- Needed Better Job ตอ้ งการงานทดี่ กี วา่
- Company Loss บริษทั ขาดทุน
- Company Reduced Manpower บริษทั ลดพนกั งาน
- Temporary Employ เป็นงานชว่ั คราว
5.3 สถานท่ีทาํ งาน (Work Place) เชน่
- Electricity Generating Autority of Thailand (EGAT) การไฟฟ้ าฝ่ายผลติ แหง่ ประเทศไทย
- Thailand Tobacco Monopoly โรงงานยาสูบ
- Metropolitan Water Works Authority การประปานครหลวง
104
6. เรื่องเบด็ เตลด็ (Miscellaneous) ผกู้ รอกตอ้ งกรอกในหัวขอ้ ดงั น้ี
6.1 ตาํ แหนง่ ที่สมคั ร ใหก้ รอกตามประกาศทีร่ ับสมคั รโดยใหต้ รงตามคณุ วฒุ แิ ละข้อกาํ หนดของ
ตาํ แหนง่ น้นั ๆ
6.2 เงินเดอื น การกรอกเงินเดือนควรกรอกเป็นชว่ งเพื่อใหน้ ายจา้ งมีทางเลือกท่ีจะพิจารณา เชน่
9,000 - 10,000 บาท การกรอกเงินเดือนไมค่ วรใหต้ า่ํ หรือสูงเกนิ ไป ในกรณที ีผ่ สู้ มคั รไม ่ ตอ้ งการจะ กรอก
จาํ นวนเงิน อาจจะกรอกขอ้ ความอยา่ งอืน่ ได้ เชน่ Negotiable เงินเดอื นแลว้ แตจ่ ะตกลง
Is up to your consideration เงินเดอื นแลว้ แตจ่ ะพิจารณา
ตวั อยา่ ง. Salary required
00500 – 00000 א/ month.
בSalary Negotiable
6.3 คาํ ถามเกยี่ วกบั การกระทาํ ความผดิ มดี งั น้ี
- Have you ever been arrested, คณุ เคยถูกจบั กมุ หรือไม ่
- taken into custody, เคยถูกคมุ ขงั
- held for investigation, เคยถกู สอบสวน
- the offence charged? ถูกกลา่ วหาวา่ กระทาํ ความผิด
- Do not give minor traffic ไมต่ อ้ งกลา่ วถึงการฝ่าฝืนกฎจราจร
- violations เล็กนอ้ ย
6.4 คาํ ถามเกยี่ วกบั การถือครองใบอนุญาตตา่ ง ๆ เชน่
- Driving Licence / Driver’ s License ใบอนุญาตขบั ข่ีรถยนต์
- Auditing Licence ใบอนุญาตการตรวจสอบบญั ชี
105
- Registered Engineering Licence ใบประกอบอาชพี วศิ วกร
- Certified Professional Auditor ใบประกอบอาชพี ผตู้ รวจสอบบญั ชี
- Teaching Licence ใบประกอบวชิ าชีพครู
ตวั อยา่ ง
- Do you hold any licence? If yes, what?
Yes, Registered Engineering Licence
6.5 คาํ ถามเกย่ี วกบั การเริ่มเขา้ ทาํ งาน
When will you be available to start work?
I will be available / on Sept. 1 / anytime you wish.
7. การเขียนผรู้ บั รอง (Reference)
ควรทีจ่ ะเขยี นอยา่ งนอ้ ย 2 คน หรือตามจาํ นวนทรี่ ะบุไวใ้ นใบสมคั ร ซ่งึ ในใบ
สมคั รงานมกั จะระบวุ า่ ผรู้ ับรองตอ้ งไมใ่ ชญ่ าติ (Relatives) กบั ผสู้ มคั ร การเขยี น ชือ่ – สกลุ ผรู้ บั รองน้ันตอ้ ง
มคี าํ นําหน้านามเสมอ ในกรณผี รู้ บั รองมยี ศทางทหาร / ตาํ รวจ หรือตาํ แหนง่ ทางราชการ บริหาร/ การเมอื ง
หรือตาํ แหนง่ ทางวชิ าการ (ผศ. Asst. prof. รศ. Assoc. Prof. ศ. Prof) ควรทีจ่ ะเขียนดว้ ยเพ่อื ความนา่ เชอ่ื ถอื
ตวั อยา่ ง
References - Teacher, professional and business people, who have known you for
more than five years. Do not use names of relatives.
106
APPLICATION FOR EMPLOYMENT
ใบสมคั รงาน
กรอกข้อมูลดว้ ยตวั ทา่ นเอง
(To be completed in own handwriting)
ชอื่ : …………………………………………………………………………………………….………
Name
ตาํ แหนง่ ท่ีตอ้ งการ 1 .…………………….…….……………… เงินเดือน ……………….... บาท / เดอื น
Position Applied for2 ……………………………………………Salary ……………….... Bath / month
Personal information (ประวตั ิส่วนตวั )
ทีอ่ ยปู่ ัจจุบนั เลขท่ี …………….. หมทู่ ่ี ……..….ถนน ............…………….... ตาํ บล/แขวง ………………
Present address Moo Road District
อาํ เภอ/เขต ………………………จงั หวดั ...…………...........…...รหสั ไปรษณีย์ ………………………..
Amphur Province Post code
โทรศพั ท์ ………........………..............เพจเจอร์ ...............……...........……มอื ถือ.......................................
Tel. Pager Mobile
อีเมล์ .………………………………………………………………
E-mail
อาศยั กบั ครอบครัว บา้ นตวั เอง บา้ นเชา่ หอพกั
Living with parent Own home Hired house Hiredflat / Hostel
วนั เดอื น ปีเกดิ ................…………...................อายุ ……................... ปี เชอ้ื ชาติ ………………...............
Date of birth Age Yrs. Race
สญั ชาติ ……………………………..................ศาสนา …………………………………………
Nationality Religion
บตั รประชาชนเลขท่ี..............…................................บตั รหมดอายุ ...……………........................
Identity card no. Expiration date
สว่ นสูง ............................ซม. น้าํ หนกั ....................กก.
Height cm. Weight kgs.
ภาวะทางทหาร ไดร้ บั การยกเวน้ ปลดเป็ นทหารกองหนุน ยงั ไมไ่ ดร้ ับการเกณฑ์
Military status Exempted Served Not yet served
สถานภาพ 107 หมา้ ย แยกกนั
Marital status Widowed Separated
เพศ โสด แตง่ งาน
Sex Single Married
ชาย หญงิ
Male Female
Family Information (ประวัตคิ รอบครัว)
บิดา ชอื่ -สกลุ ................................................................อายุ ........... ปี อาชพี .........................................
Father’s name-surname Age Yrs. Occupation
มารดา ชื่อ-สกลุ ..............................................................อายุ ........... ปี อาชพี ......................................
Mother’s name-surname Age Yrs. Occupation
ชือ่ ภรรยา/สามี ….………………………สถานทที่ าํ งาน ……………….………ตาํ แหนง่ ……………….…
Name of wife / Husband Working Place Position
มบี ุตร …………. คน
Number of children
มพี น่ี อ้ ง (รวมผสู้ มคั ร) ............. คน ชาย ............. คน หญงิ .............คน เป็นบตุ รคนท่ี ...............
Number of Members in the family Male Female You’re the child of the family
ชอื่ อายุ (ปี) อาชพี
Name Age Occupation
ระดบั การศกึ ษา สถาบนั การศึกษา สาขาวชิ า ต้งั แต่ ถึง
Educational Level Institution Major From To
มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
High school
ปวช.
Vocational
ปวท. / ปวส.
Diploma
ปริญญาตรี
108
Bachelor degree ระยะเวลา ตาํ แหนง่ งาน ลกั ษณะงาน คา่ จา้ ง เหตุท่อี อก
สูงกวา่ ปริญญาตรี
Post-Graduate Time Position Job description Salary Reasons of
อ่ืนๆ
Others
สถานทที่ าํ งาน
Company
เริ่ม ถึง resignation
From To
ภาษา พดู (Speaking) เขียน (Writing) อา่ น (Reading)
Language ดี ปาน พอใช้ ดี ปาน พอใช้ ดี ปาน พอใช้
Good กลาง Poor Good กลาง Poor Good กลาง Poor
ภาษาไทย
(Thai) Fair Fair Fair
ภาษาองั กฤษ
(English)
ภาษาญปี่ ่นุ
(Japan)
109
อ่นื ๆ
(Other)
พิมพด์ ีด : ไมไ่ ด้ ได้ ไทย ............ คาํ /นาที องั กฤษ............ คาํ /นาที
Typing No Yes Thai Words/Minute English Words/Minute
คอมพวิ เตอร์ : ไมไ่ ด้ ได้ ระบุ
Computer No Yes (Please Mention)
…………………………………………………………………………………
ขบั รถยนต์ : ไมไ่ ด้ ได้ ใบขบั ขีเ่ ลขท่ี
Driving No Yes Driving License No.
…………………………………………………………..
ความสามารถในการใชเ้ คร่ืองใชส้ ํานกั งาน
Office Machine
……………………………………………………………………………………………………………………………
………………..
งานอดิเรก : ระบุ
Hobbies Please Mention
………………………………………………………………………………………...................................
กฬี าท่ชี อบ : ระบุ
Favorite Sport Please Mention
………………………………………………………………………………………...............................
ความรู้พเิ ศษ : ระบุ
Special knowledge Please Mention
…………………………………………………………………………………………………………..
อืน่ ๆ : ระบุ
Others Please Mention ………………………………………………………………………………………....................
สามารถไปปฏิบตั งิ านตา่ งจงั หวดั ไมไ่ ด้ ได้ อนื่ ๆ ระบุ …..............................................
I can work up Country No Yes Others (Please Mention)
กรณฉี กุ เฉินบคุ คลที่ติดตอ่ ได้ แจง้ ชือ่ -นามสกลุ …….................................. เกย่ี วขอ้ งกบั ผสู้ มคั ร....................
Person to be notified in case of emergency Related to the applicant as
ที่อยู่ ........................................................................................................โทร. ..................................…...
Address Tel.
ทราบขา่ วการรับสมคั รจาก .............................................................................................................................
110
Sources of job information
ทา่ นเคยป่วยหนกั และเป็นโรคติดตอ่ ร้ายแรงมากอ่ นหรือไม?่ เคย ไมเ่คย
Have you ever been seriously or contracted with contagious disease? Yes No
ถา้ เคยโปรดระบชุ ือ่ โรค ..................................................................................................................................
If yes, explain fully
ทา่ นเคยสมคั รงานกบั บริษัทฯ น้ีมากอ่ นหรือไม ่ เคย ไมเ่คย ถา้ เคยเมอ่ื ไร?............
Have you ever applied for employment with us before? Yes No If yes, When?
เขยี นชอ่ื ญาติ / เพ่อื น ทที่ าํ งานอยใู่ นบริษทั ฯ ซ่งึ ทา่ นรู้จกั ดี...............................................................................
Give the name of relatives / friends , working with us known to you
เขยี นช่ือ ทอ่ี ยู่ โทรศพั ท์ และอาชพี ของผทู้ ี่อา้ งถงึ 2 คน (ซ่งึ ไมใ่ ชญ่ าติ หรือนางจา้ งเดมิ ) ท่ีรู้จกั คนุ้ เคยตวั ทา่ น
ดี
List name, address, telephone and occupation of 2 references (Other than relatives or former employers)
who know you
............................................................................................................................. .............................................
............................................................................................................................. .......................................... ...
กรุณาแนะนาํ ตวั ทา่ นเอง เพ่ือใหบ้ ริษทั รู้จกั ตวั ทา่ นดีข้ึน
Please provide any further information about yourself which will allow our company to know you better
............................................................................................................................. .............................................
............................................................................................................................. .............................................
ขา้ พเจา้ ขอรับรองวา่ ขอ้ ความดงั กลา่ วท้งั หมดในใบสมคั รน้ีเป็นความจริงทุกประการ หลงั จากบริษทั จา้ งเขา้
มาทาํ งานแลว้ ปรากฏวา่ ขอ้ ความในใบสมคั รงานเอกสารทนี่ าํ มาแสดง หรือรายละเอยี ดทใ่ี ห้ไวไ้ มเ่ป็นความ
จริง บริษทั ฯ มสี ิทธ์ิที่จะเลิกจา้ งขา้ พเจา้ ได้โดยไมต่ อ้ งจา่ ยเงินชดเชยหรือคา่ เสียหายใดๆ ท้งั ส้ิน
I certify all statement given in this application form is true if any is found to be untrue after engagement.
The Company has right to terminate my employment without any compensation or severance pay what
soever.
……………………………………..
ลายมอื ชือ่ ผสู้ มคั ร
(Applicants signature)
การพจิ ารณาว่าจ้าง
ตาํ แหนง่ ………………………แผนก…………………………เงินเดือน …………………… ตอ่ เดือน
111
Position Department Salary Baht/ month
วนั ที่เริ่มงาน …………..………….…. คา่ ใชจ้ า่ ยพเิ ศษ ……………..……….
Starting date Allowances
…………………………… ………………………
ฝ่ายทรัพยากรบคุ คล ผอู้ นุมตั ิ
Human resource department Authorized signature
…………./………./………. ………./………../………
……………………….
ลายเซ็นผสู้ มคั รงาน
Signature of Applicant
………../………./……..
112
แผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี 11
หลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
สาระการเรียนรู้ ความรูพ้ ้นื ฐาน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ า ภาษาองั กฤษเพือ่ ชวี ติ และสงั คม ( รหสั รายวชิ า พต 31001 ) เวลา 3 ชว่ั โมง
เร่ือง โครงสร้างประโยคภาษาองั กฤษ (ไวยากรณ์)
1.สาระสาคญั
ปัจจบุ นั การตดิ ตอ่ สมคั รงานตา่ งๆตอ้ งสังเกตเรียนรู้จากการโฆษณารับสมคั รงาน ซ่งึ ผเู้ รียนจะตอ้ ง
เรียนรู้ถึงโครงสรา้ งของการโฆษณา คาํ ศพั ทส์ าํ นวนทน่ี ิยมใชใ้ นการโฆษณา เชน่ qualification, salary,
graduation, age, photo,apply for, application, benefits, etc. การเขียนประวตั ิสว่ นตวั และการเขียนจดหมาย
สมคั รงานทาง e - mail
2. ผลการเรยี นร้ทู ่คี าดหวัง
เปรียบเทยี บความแตกตา่ งระหวา่ งวฒั นธรรมองั กฤษกบั วฒั นธรรมไทย
3. เนื้อหา
3.1 การเปรียบเทยี บโครงสร้างภาษาไทยกบั ภาษาองั กฤษ
3.2 โครงสรา้ งของประโยคตา่ งๆ
-ประโยคความเดียว (Simple Sentence)
-ประโยคความรวม (Compound Sentence)
-ประโยคความซอ้ น (Complex Sentence)
-ประโยคความผสม (Compound - Complex Sentence )
-การใช้Transitive/ intransitive / auxiliary verbs
-Tense ตา่ งๆ
-ลกั ษณะของประโยคคาํ ถาม
-ประโยคเง่ือนไข
-การใชส้ นั ธาน (Conjunction) และบุพบท (Preposition)
4. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4.1 สะอาด : ผลงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย มคี วามสะอาดและเป็นระเบียบ
4.2 สุภาพ : แสดงกริ ิยาทา่ ทางสุภาพ ออ่ นน้อมถอ่ มตนตอ่ ผูอ้ ื่นดว้ ยความมน่ั ใจในตนเอง
4.3 ขยนั : รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ การทาํ งานดว้ ยความตง้ั ใจ มคี วามเพียรพยายามกระตือรือรน้
4.4 ซื่อสตั ย์ : ไมค่ ดั ลอกหรือนาํ ผลงานของผอู้ ื่นมาเป็นของตนเอง
5. การจัดกระบวนการเรยี นรู้
5.1 ขน้ั ท่ี 1 นาํ เขา้ สูบ่ ทเรียน
113
1.1 ครูผสู้ อนยกตวั อยา่ งประโยค 12 ประโยคในลกั ษณะตา่ งๆ
1.2 ให้ผเู้ รียนทาํ ความเขา้ ใจประโยค 12 ประโยคในลกั ษณะตา่ งๆ
5.2 ขน้ั ท่ี 2 การจดั กระบวนการเรียนรู้
2.1 ครูผสู้ อนใหใ้ บความรู้เรื่องโครงสร้างประโยคภาษาองั กฤษ
2.2. ครูผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนแบง่ กลมุ่ วเิ คราะห์ประโยคตา่ งๆวา่ เป็นประโยคแบบใด
2.3 ครูผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนทาํ แบบฝึกหดั เร่ืองโครงสร้างของประโยคภาษาองั กฤษ
2.4 ครูผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนอา่ น บทความ ขา่ วสาร และวเิ คราะห์ประโยคในการอา่ น วา่ เป็น
เหตุการณใ์ นอดีต ปัจจุบนั และอนาคตได้
5.3 ข้นั ที่ 3 สรุป
3.1. ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั สรุป ทบทวน เกย่ี วกบั เน้ือหา
3.2 ครูผสู้ อนประเมนิ ความรู้ ความเขา้ ใจจากใบงาน
6. สื่อการเรียนรู้
6.1 หนงั สือเรียน/ส่ือส่ิงพมิ พ์
6.2 Internet
6.3 ใบความรู้เร่ือง โครงสรา้ งประโยคภาษาองั กฤษ(สอนเสริม)
6.4 ใบงานที่ 1
7. แหล่งเรียนรู้
7.1 สื่อสิ่งพิมพ์
7.2 หอ้ งสมดุ ประชาชน
7.3 Internet
114
8. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่ืองมอื
- ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลงั เรียน
จุดเนน้ - ตรวจใบงาน - ใบงาน
ดา้ นความรู้ (K) -สังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน - แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน
- การคดิ วเิ คราะห์ รายบคุ คล รายบุคคล
-สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งาน -แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน
ดา้ นทกั ษะ (P) รายบคุ คล รายบคุ คล
- พฤตกิ รรมการปฏิบตั ิกจิ กรรม
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
- เป็นคนดีมคี ณุ ธรรม
ลงชื่อ...................................................ครูผสู้ อน
(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ท่ี............... เดือน ...............พ.ศ................
9. บันทึกกจิ กรรมข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
10. บันทึกข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………..
ลงชือ่ ....................................................ผอู้ นุมตั ิการสอน
(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ท่ี............... เดอื น ...............พ.ศ................
115
ใบความร้เู ร่อื งที่ 1 โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ(สอนเสรมิ )
ประโยค คือสว่ นทสี่ าํ คญั ที่สุดในโครงสร้างไวยากรณภ์ าษาองั กฤษ เพราะในชีวติ ประจาํ วนั เรามกั
พดู ออกมาเป็นประโยค เพือ่ ส่ือสารให้ผอู้ ่ืนเขา้ ใจ แตป่ ระโยคน้นั ประกอบข้นึ ด้วยคาํ ตา่ งๆ ดงั น้ันถา้ เราจะเริ่ม
ศึกษาวธิ ีการแตง่ ประโยค เราจึงตอ้ งเริ่มตน้ ศึกษาจากคาํ กอ่ น
Words
ชนิดของคาในภาษาอังกฤษมี 8 ชนดิ ด้วยกนั คือ
1. Nouns (คานาม)
เชน่ God, man, John, American, friend, star, stone, air, mile, beauty ใชเ้ รียกคน สัตว์ สิ่งของ
แนวคิด นามธรรม และความเชือ่
2. Pronouns (คาสรรพนาม)
เชน่ I, you, he, she, my, your, his, that, who, what, which, one, some ใชเ้ รียกแทนคาํ นาม จะไดไ้ ม ่
ตอ้ งเอย่ นามน้นั ซ้าํ อีก
ตัวอย่าง: He is a doctor.
John works at the hospital.
Kate is my friend. I know her well.
A book is on the desk. The book which is on the desk is about history.
The children are playing outside. Some of them are crying.
3. Adjectives (คาคุณศัพท์)
ใชข้ ยาย noun กบั pronoun เพื่อบรรยายใหเ้ ห็นลกั ษณะของ noun กบั pronoun ชดั เจนย่ิงข้นึ แบง่
ออกเป็น adjective สําหรบั บอกลกั ษณะ บอกปริมาณ และบอกจาํ นวน
- Qualifier Adjectives หรือคาํ คณุ ศพั ท์ทใ่ี ชบ้ อกลกั ษณะ เชน่ beautiful, healthy, kind, poor, fast,
dry, black
ตัวอย่าง:
Noun Adj. + Noun Adj. + Adj. + Noun
An apple A red apple A crisp, red apple
A girl A tall girl A beautiful, tall girl
116
- Quantifier Adjectives หรอื คาคุณศัพทท์ ใี่ ช้บอกปรมิ าณ เช่น many, much, few, little
ตวั อย่าง: Noun Adj. + Noun
An apple Many apples
money A little money
- Numeral Adjectives หรือคาคุณศัพท์ใช้บอกจานวนนับลาดบั ท่ี เช่น one, two, three, first, second
ตวั อย่าง: Noun Adj. + Noun
A house Two houses
Floor First floor
4. Verbs (คากริยา)
เชน่ go, take, fight, speak, sleep, wait ใชแ้ สดงกริยาอาการตา่ งๆ เป็นสว่ นสําคญั ในภาคแสดงของ
ประโยค นอกจากน้ี คาํ กริยายงั แบง่ ไดเ้ ป็น กริยาแท้ และกริยาไมแ่ ท้
- Finite Verbs กริยาแทห้ รือคาํ กริยาที่สามารถผนั ตามประธานและรูปกาลได้
- Non-finite Verbs (Verbals) กริยาไมแ่ ท้ ไมส่ ามารถเปลย่ี นรูปได้
ตวั อย่าง: verb "be" มีกริยาในรปู ต่างๆ ดังน้ี
Finite Form Am, is, are, was, were
Non-finite Form Infinitive = to be
Present Participle = being
Past Participle = been
Gerund = being
5. Adverbs (คาวเิ ศษณ)์
เชน่ well, fast, long, gently, recently, again, yesterday, soon, rather, perhaps, not
ใชข้ ยาย verb, adverb, adjective, preposition, conjunction, phrase, sentence เพือ่ เพิ่มความหมายใหก้ บั ส่ิงที่
ถูกขยาย
ตัวอย่าง: 117 He walks fast.
ขยาย verb
ขยาย adverb He walks. The dog grows very quickly.
ขยาย adjective The dog grows quickly.
ขยาย preposition It is hot today. It is surprisingly hot today.
ขยาย conjunction My cat sits beside me.
She will come though it is late. My cat sits right beside me.
She will come even though
ขยาย phrase The hotel is on the top of it is late.
ขยาย sentence the mountain.
The hotel is nearly on the top of
The bus leaves at 10 p.m. the mountain.
However, the bus leaves at
10 p.m.
6. Prepositions (คาบพุ บท)
เชน่ at, in, into, of, for ใชเ้ ช่อื มกริยากบั สว่ นตา่ งๆ ของประโยค เพอ่ื บอกเวลา สถานที่ และทิศทาง ทาํ ให้
ประโยคสมบรู ณ์
ตวั อยา่ ง: He is in the pool.
In There is a mark on your shirt.
On He always arrives late at school.
At A woman is standing against the door.
Against I sleep up to 8 hours a day.
Up to
7. Conjunctions (คาสันธาน)
เชน่ and, but, or, nor, that, if, because ใชเ้ ช่ือมคาํ หรือประโยค มที ้งั conjunction แบบคลอ้ ยตาม ขดั แยง้
และเป็ นเหตุเป็ นผล
ตวั อย่าง: 118
And
But Thais eat with a spoon and fork.
Or BMW is beautiful but expensive.
Neither...nor Would you like coffee or tea?
Because Neither I nor she speaks Spanish.
Tim passed the exam because he studied hard.
8. Interjections (คาอุทาน)
เชน่ oh, alas, hurrah ใชแ้ สดงความรูส้ ึกหรืออารมณ์ตา่ งๆ
ตวั อย่าง: Well! That’s expensive.
Well Oh! That’s great.
Oh
ในภาษาองั กฤษคาํ หน่ึงคาํ อาจจะเป็นไดม้ ากกวา่ หน่ึงชนิด แตเ่มอื่ ใชใ้ นบริบทหน่ึงๆ แลว้ คาํ ๆ น้นั
จะทาํ หนา้ ท่ไี ดแ้ คเ่พียงอยา่ งเดยี ว เชน่ อาจจะเป็น verb หรือ noun หรือ อาจเป็น adverb หรือ preposition ก็
ได้ ตวั อยา่ งเชน่
Look: Look at that. (Look = verb)
Let me have a look at that. (look = noun)
Walk: He walked all the way here. (walked = verb)
He is taking a walk. (walk = noun)
In: Is John in? (in = adverb)
In the house. (In = preposition)
Up: He climbed up. (up = adverb)
Climb up the wall. (up = preposition)
After: He looked before and after. (after = adverb)
His dog trotted after him (after = preposition)
After we had left... (After = conjunction)
119
โครงสร้างประโยคภาษาองั กฤษ Sentence (ประโยค) หมายถึง หนว่ ยความคดิ หรือขอ้ ความที่มคี วามสมบรู ณท์ ง้ั ใน
เร่ืองของไวยากรณ์และความหมายท่ีมนุษยใ์ ชใ้ นการส่ือสาร
ประโยคจะตอ้ งประกอบด้วยอยา่ งนอ้ ย 2 สว่ น ดงั น้ี
ประธาน + กริยา + (สว่ นเติมเตม็ ที่จะทาํ ให้ประโยคสมบูรณ์)
Subject + Verb + (complement)
สว่ นทอ่ี ยใู่ นวงเลบ็ อาจจะมหี รือไมม่ กี ไ็ ด้ ถา้ ประโยคสมบูรณแ์ ลว้ ไมต่ ้องมกี ไ็ ด้
Subject (ประธาน) คือ ผกู้ ระทาํ หรือ ผแู้ สดง คาํ ท่จี ะมาทาํ หนา้ ท่ปี ระธานของประโยค ไดแ้ ก ่คาํ นาม(Noun)
เชน่ the boy, the cat ,the book , Wanit etc. หรือ คาํ สรรพนาม(Pronoun) เชน่ I, You,
We, They, He, She, It เป็นตน้
Verb (กริยา) คอื อาการท่ปี ระธานแสดงออกมา เชน่ นั่ง (sit) นอน ( sleep ) เดนิ ( walk ) Verb to be
( is, am, are ท้งั 3 ตวั แปลวา่ เป็น อยู่คือ ) เป็นตน้
Complement (สว่ นเตมิ เต็ม) คือ สว่ นท่ไี ปทาํ ใหป้ ระโยคสมบูรณ์ซ่งึ อาจจะเป็นกรรม (object)
Object (กรรม) คอื ผถู้ ูกกระทาํ หรือ สว่ นขยายประโยคกไ็ ด้ เชน่
The student studies English at school. นกั เรียนเรียนหนังสือที่โรงเรียน
The children are at school. นักเรียนอยทู่ ีโ่ รงเรียน
Subject Verb สว่ น English เป็น Object
และ at school เป็นสว่ นเติมเตม็ ขยายประโยค
ประโยคภาษาองั กฤษ มรี ูปแบบการใชแ้ ตกตา่ งกนั ไปตามกาลเวลา ซ่งึ
ภาษาองั กฤษ
เรียกวา่ Tense มี 12 รูปแบบ ดงั น้ี
อนาคต ปัจจบุ นั อดตี
Future Present Past
1. Simple Future Tense 120 1. Simple Past Tense
2. Future Continuous Tense 2. Past Continuous Tense
3. Future Perfect Tense 1. Simple Present Tense 3. Past Perfect Tense
4. Future Perfect Continuous 2. Present Continuous Tense 4. Past Perfect Continuous
Tense 3. Present Perfect Tense Tense
4. Present Perfect Continuous
Tense
เรามารู้จกั ประโยคกนั เถอะ Which one is a sentence?
1. A strong athlete from the Olympics.
2. They are in the classroom.
3. The birds sing beautifully.
4. I have breakfast at seven o’clock.
5. A big dinner in a well-known restaurant in Bangkok.
ข้อ 2 , 3 และ 4 เป็นประโยค สว่ น ข้อ 1 และ ข้อ 5
เป็นไดแ้ คว่ ลเี ทา่ น้นั เพราะ วลี (phrase) คือขอ้ ความทีไ่ มส่ มบรู ณ์
ประโยค (Sentence) หมายถงึ หนว่ ยความคดิ หรือขอ้ ความที่มี
ความสมบรู ณ์ทง้ั ในเรื่องของไวยากรณ์ และความหมายที่มนุษยใ์ ช้
ส่ือสารกนั
ประโยคโดยทวั่ ๆ ไปตอ้ งประกอบไปด้วยอยา่ งนอ้ ย 2 สว่ น ดงั น้ี
ประธาน + กริยา + (สว่ นเตมิ เต็ม)
Subject + verb + (Complement)
หมายเหตุ สว่ นท่ีอยใู่ นวงเลบ็ เป็นสว่ นท่ีไปชว่ ยใหป้ ระโยคสมบูรณ์ยง่ิ ข้นึ ถา้ ประโยคสมบูรณ์แลว้ อาจจะไมม่ กี ็ได้
1. ประธาน (Subject) คือ ผกู้ ระทาํ หรือผแู้ สดง คาํ ทีม่ กั ใชเ้ ป็นประธานของประโยค ไดแ้ ก ่
คาํ นาม (Noun) และคาํ สรรพนาม (Pronoun) เชน่
- คาํ นาม (Noun) คอื คาํ ท่ใี ชเ้ รียกแทนชื่อคน สตั ว์ สิ่งของ เชน่ a man, the girl, a dog, the chair
เป็ นตน้
- คาํ สรรพนาม (pronoun) คอื คาํ ที่ใชแ้ ทนคาํ นาม ซ่งึ มี 7 ตวั ทีใ่ ชท้ าํ หน้าที่เป็นประธานของประโยค
คอื I You We They He She It เป็นตน้
121
2. กรยิ า (Verb) คอื คาํ ท่ีใชแ้ สดงถงึ การกระทาํ หรือ การถูกกระทาํ ของประธาน เชน่ eat (กนิ ), study
(เรียนหนงั สือ),sit (นงั่ ) เป็นตน้
3. ส่วนเติมเต็ม (Complement) คือ สว่ นท่ีทาํ ให้ประโยคสมบรู ณ์ ซ่งึ อาจจะเป็นกรรม (Object) คือ ผถู้ ูกกระทาํ
หรือ สว่ นขยายประโยคกไ็ ด้
Present Simple Tense
ซงึ่ มกั จะเรยี กกันว่า
Simple Present Tense
Simple แปลวา่ งา่ ย ๆ ธรรมดา
Present แปลวา่ ปัจจุบนั
Tense แปลวา่ กาล = เวลา
ดงั น้นั โครงสร้างของประโยค Simple Present Tense จึงเป็นรูปประโยคแบบงา่ ย ๆ ธรรมดาๆ
ไมย่ งุ่ ยากซบั ซอ้ นเพื่อใชบ้ อกหรือแสดงเหตกุ ารณ์ทเ่ี กดิ ข้ึนจริงในปัจจุบนั และกระทาํ อยเู่ป็นประจาํ สมา่ํ เสมอ
เป็ นนิ สัย
122
โครงสร้างของ
Present Continuous Tense
รูปประโยคบอกเล่า ใน Present Continuous Tense มดี งั น้ี
Subject + is / am / are + Verb 1 เติม ing
ประธาน + is / am / are + ตามดว้ ยกริยาชอ่ งที่ 1 ซ่งึ เตมิ ing
ตัวอย่าง (Example)
I am working.
doing homework.
He, She, It
The child is playing tennis.
The student reading in the library.
writing some letters.
We, They , You
The children are
The students
Present Continuous Tese
หรือ
Present Progressive Tense
Present แปลว่า ปัจจบุ นั
Continuous แปลว่า ดาํ เนินตอ่ ไป/ตอ่ เนื่อง/ไมข่ าดระยะ
Tense แปลว่า กาล = เวลา
Progressive แปลว่า การดาํ เนินตอ่ ไป/ความกา้ วหนา้
ดังน้นั สรุปไดว้ า่ เราใช้Present Continuous Tense หรือ Present ProgressiveTense
เพือ่ แสดงใหเ้ ห็นถงึ การกระทาํ ทก่ี าํ ลงั เกดิ ข้นึ ในปัจจุบนั หรือกาํ ลงั กระทาํ อยู่ หรือ เหตุการณ์ที่
ดาํ เนิน ตอ่ เน่ืองกนั ไป
ทบทวนโครงสร้างประโยค 123
รปู ประโยค บอกเล่า is
Subject + am + Verb1- ing + ………
are
รปู ประโยค ปฏเิ สธ is
Subject + am + not + Verb1- ing + ………
are
รูปประโยค คาถาม Is
Am + Subject + not + Verb1- ing + ………
Are
คาตอบ is.
Yes, + subject + am.
are.
is.
No, + subject + am + not.
are
คาถาม Wh + (is /am / are) + subject + Verb1- ing + ….. ?
คาตอบ Subject + (is /am / are) + Verb1- ing + ……
ประธาน will base form
She will go
หรือ ประธาน be + going to base form
She is going to go
124
ตวั อยา่ งลกั ษณะประโยค (Example)
ประโยคบอกเลา่ ประโยคคาํ ถาม ประโยคปฏเิ สธ
I (will/shall) work (Shall / Will) I work? I (shall/will) not work.
You will work Will you work? You won't work.
He, She,It will work Will he, she,it work? He, She,It won't work.
We (will/shall) work (Shall / will) we work? We (shall/will) not work.
Theywill work Will they work? Theywon't work.
Exercise 1 : ใชค้ าํ ในวงเลบ็ ทาํ ประโยคตอ่ ไปน้ีใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั ของ PresentContinuous Tense.
1. I am studying English now. (not)
2. They are taking five science classes this semester.(How many)
3. We are going to Phu kra dueng next Friday. (Where)
4. They are getting married next year.(Yes)
5. She is leaving tomorrow. (No)
6. The seagull is flying in the sky. (Where)
7. Mary is talking on the phone. (What)
8. David is majoring in English. (Yes)
9. Latdawanis doing well in her English class.(not)
10. My friends are driving their cars to work now. (Why)
125
Exercise 2 : Fill in the blanks with will or to be going to.
1. A : Why are you holding a piece of paper?
B : I (write) ………. a letter to my friends backhome in Texas.
2. A : I'm about to fall asleep.I needto wake up!
B : I (get) ………. you a cupof coffee. Thatwill wake you up.
3. A : I can't hearthe television!
B : I (turn) ………. it up so that you canhearit.
4. We are so excitedabout our trip next month to France.We (visit) ………. Paris.
5. Sarah(come) ………. to the party. Oliver (be) ………. there as well.
6. Ted : It is so hot in here!
Sarah: I (turn) ………. the air-conditioning on.
7. I think she (be) ………. the next President of the United States.
8. After I graduate,I (attend) ………. medical school and become a doctor.
I have wantedto be a doctor all my life.
9. A : Excuse me. I needto talk to someone about our hotel room. I am afraid it is simply too
small for four people.
B : That man at the service counter (help) ………. you.
10. As soon as the weatherclears up, we (walk) ………. down
to the beachand go swimming.
126
1. I am not studying English now.
2. How many science classes are theyare taking this semester?
3. Where are we going next Friday?
4. Are they getting married next year? Yes,they are.
5. Is she leaving tomorrow? No, she is not.
6. Where is the seagull flying?
7. What is Mary doing?
8. Is David majoring in English? Yes,he is.
9. Laddawanis not doing well in her English class.
10. Why are your friends driving their cars?
127
1. A : Why are you holding a piece of paper?
B : I am going to write a letter to my friends back home in Texas.
2. A : I'm about to fall asleep.I needto wake up!
B : I will get you a cupof coffee. Thatwill wake you up.
3. A : I can't hearthe television!
B : I will turn it up so that you canhearit.
4. We are so excitedabout our trip next month to France.
We are going to visit Paris.
5. Sarahis going to come to the party. Oliver is going to be
there as well.
6. Ted : It is so hot in here!
Sarah: I will turn the air-conditioning on.
7. I think she is going to be the next President of the United States.
8. After I graduate,I am going to attend medical school and become
a doctor. I have wantedto be a doctor all my life.
9. A : Excuse me. I needto talk to someone about our hotel room.
I am afraid it is simply too small for four people.
B : Thatman at the service counter will help you.
10. As soon as the weatherclears up, we are going to walk down to
the beachand go swimming.
128
แผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี 12
หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
สาระการเรียนรู้ ความรู้พืน้ ฐาน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวชิ า ภาษาองั กฤษเพอื่ ชวี ติ และสังคม ( รหสั รายวชิ า พต 31001 ) เวลา 3 ชว่ั โมง
เร่ือง การพาดหวั ขา่ ว (News & News headline)
1.สาระสาคัญ
การรับรูข้ อ้ มลู ขา่ วสาร ดว้ ยการรู้จกั ประเภท องค์ประกอบและโครงสรา้ งของขา่ ว เขา้ ใจการใชค้ าํ
วลี สํานวน ท่ีมกั พบในขา่ ว รวมทง้ั ประโยคที่ซบั ซอ้ นในสถานการณต์ า่ งๆ
2. ผลการเรยี นร้ทู ่คี าดหวัง
2.1 เขา้ ใจและใชป้ ระโยคที่ซบั ซอ้ นในสถานการณ์ตา่ งๆ
2.2 ใช้Tense ทย่ี งุ่ ยากและซบั ซอ้ น
2.3 ศกึ ษาคน้ ควา้ ความรูแ้ ละขอ้ มลู จากส่ือหนังสือพิมพ์
2.4 แลกเปลีย่ นขอ้ มลู ขา่ วสารความรูอ้ ยา่ งเป็นทางการ
2.5 สืบคน้ ขอ้ มลู ในดา้ นตา่ งๆจาก Internet
3. เนอ้ื หา
3.1 เสียง คาํ ศพั ท์ วลี สาํ นวน ที่มกั ใชบ้ อ่ ยๆในขา่ ว
3.2 องคป์ ระกอบของขา่ ว ประกอบดว้ ย Headline, Sub headline, Lead และ Detail
3.3 ประเภทของขา่ ว เชน่ ขา่ วการเมอื ง ขา่ วการศึกษา ขา่ วกฬี า ขา่ วสงั คม ขา่ วเศรษฐกจิ เป็นตน้
3.4 โครงสรา้ งของการเขียนพาดหวั ขา่ ว (News Headline)
4. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4.1 สะอาด : ผลงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย มคี วามสะอาดและเป็นระเบยี บ
4.2 สุภาพ : แสดงกริ ิยาทา่ ทางสุภาพ ออ่ นนอ้ มถอ่ มตนตอ่ ผอู้ ืน่ ดว้ ยความมน่ั ใจในตนเอง
4.3 ขยนั : รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ การทาํ งานดว้ ยความตง้ั ใจ มคี วามเพยี รพยายามกระตือรือร้น
4.4 ซ่ือสัตย์ : ไมค่ ดั ลอกหรือนําผลงานของผอู้ ่นื มาเป็นของตนเอง
5. การจัดกระบวนการเรียนรู้
5.1 ขน้ั ท่ี 1 นําเขา้ สูบ่ ทเรียน
1.1 ครูผสู้ อนนําตวั อยา่ งขา่ วในหนงั สือพมิ พ์เกย่ี วกบั การพาดหัวขา่ วให้ผูเ้ รียนอา่ น
1.2 ครูผสู้ อนและผเู้ รียนทาํ ความเขา้ ใจเรื่องคําศพั ท์ วลี สํานวน ประโยคทใี่ ชใ้ นพาดหัวขา่ ว
5.2 ขน้ั ท่ี 2 การจดั กระบวนการเรียนรู้
2.1 ครูผสู้ อนอธิบาย ใบความรู้เกย่ี วกบั คาํ ศพั ท์วลี สาํ นวน ประโยคท่ใี ชใ้ นพาดหวั ขา่ ว
129
2.2. ครูผสู้ อนแบง่ กลมุ่ ให้ผเู้ รียน ฝึกเขียนพาดหัวขา่ ว โดยใชค้ าํ ศพั ท์ วลี สาํ นวน ประโยคท่ี
เกยี่ วขอ้ ง
2.3 ครูผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนรว่ มวเิ คราะห์ประโยคที่แตล่ ะกลุม่ เขยี นพาดหัวขา่ ว
5.3 ขน้ั ที่ 3 สรุป
3.1. ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั สรุป ทบทวน เกย่ี วกบั เน้ือหา
3.2 ครูผสู้ อนประเมนิ ความรู้ ความเขา้ ใจจากการฝึกเขยี นพาดหัวขา่ ว
3.3 ครูผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนศกึ ษาคน้ ควา้ วลี ประโยคตวั อยา่ งการพาดหัวขา่ วพรอ้ มแปล
ความหมายเพมิ่ เติม
6. ส่ือการเรยี นรู้
6.1 หนังสือเรียน/สื่อส่ิงพิมพ์
6.2 Internet
6.3 ใบความรูเ้ ร่ือง การพาดหัวขา่ ว
6. 4 ใบงาน
7. แหล่งเรียนรู้
7.1 สื่อสิ่งพมิ พ์
7.2 ห้องสมดุ ประชาชน
7.3 Internet
8. การวัดและประเมนิ ผล
จุดเนน้ วธิ ีการ เครื่องมอื
ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลงั เรียน
- การคิดวเิ คราะห์ - ตรวจใบงาน - ใบงาน
-สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งาน - แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งาน
ดา้ นทกั ษะ (P) รายบคุ คล รายบุคคล
- พฤติกรรมการปฏิบตั ิกจิ กรรม -สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน -แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน
รายบคุ คล รายบคุ คล
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
- เป็นคนดีมคี ณุ ธรรม
ลงชอื่ ...................................................ครูผสู้ อน
(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ท่ี............... เดือน ...............พ.ศ................
130
9. บนั ทกึ กิจกรรมข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
10. บันทึกข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ....................................................ผอู้ นุมตั ิการสอน
(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ท่ี............... เดอื น ...............พ.ศ................
131
ใบความรู้ เร่ือง การเขียนพาดหัวข่าว
ในการเขยี นขา่ ว การพาดหวั ขา่ วหนงั สือพมิ พภ์ าษาองั กฤษ จะมวี ธิ ีการเขยี น Grammar แบบแปลก ๆ เชน่
- Premier to visit Vietnam (ไมม่ กี ริยาแทข้ องประโยคเลย ?)
- Volunteer, rangers killed in ambush
(อาสาสมคั รกบั เจา้ หนา้ ทป่ี ่ าไม้ ไปฆา่ ใครในเหตุการณ์ลอบยิง ?)
- Car crashed kills
( 2 ตวั อยา่ งน้ีเหตุการณเ์ กดิ แลว้ แตก่ ริยายงั ใชร้ ูปปัจจบุ นั ) ฯลฯ
การเขียนพาดหัวขา่ วแบบท่วั ไปมี 5 ลกั ษณะใหญ่ ๆ ดงั น้ี
(Sentence Structure of News Headline)
1. S + v1
อยา่ งแรกจะเป็นเหตกุ ารณ์ท่ีประโยคเต็มเป็น S+v2 ธรรมดา (Past Simple)
: Suvarnabhumi fire kills 1 worker
มาจากประโยค Suvarnabhumi fire killed 1 worker.
2. S + to infinitive
อยา่ งท่สี องน้ีจะเป็นเหตกุ ารณ์ท่ีประโยคจริงกลา่ วถึงอนาคต (Future)
: PM to visit Japan
มาจากประโยค Prime Minister is going to visit Japan.
3. S + v3
อยา่ งทีส่ ามจะใชเ้ พื่อบอกวา่ ประธานถูกกระทาํ (Passive)
: 3 cops killed in the series of fatal attacks
มาจากประโยค 3 cops were killed in the series of fatal attacks.
4. S + v.ing
อยา่ งทส่ี ่ีใชเ้ พื่อแสดงวา่ เป็นการกระตอ่ เน่ือง (Continuous)
: 10 missing in flash flood
มาจากประโยค 10 people is still missing in the flash flood.
5. S + to be v3
อยา่ งที่ห้าจะบอกวา่ ประธานจะถูกกระทาํ ในอนาคต (Passive - Future)
: Abducted American to be released soon
มาจากประโยค An abducted American will be released soon.
ลกั ษณะของประโยค มสี ามแบบ (Types of News Headline)
1. มรี ูปประโยคบอกเลา่ ธรรมดา กลา่ วถึงเน้ือหา แบบเดยี วกบั ประโยคตวั อยา่ งดา้ นบน ทว่ั ไป
2. มรี ูปประโยคเป็นคาํ ถาม
132
- Police allowed jailbreak?
3.มรี ูปประโยคท่เี กดิ จากการคดั ลอกคาํ พดู
- Lee: US bases vital for Asian security
4.ในขา่ วภาษาองั กฤษ มกั จะใชต้ วั ยอ่ เชน่
PM – Prime Minister MPs – Members of Parliament
KR – Khmer Rouge Govt. – Government
องค์ประกอบของข่าว
ขา่ วจากหนงั สือพิมพ์ มอี งค์ประกอบทีส่ ําคญั 3 สว่ น คอื
1. พาดหัวขา่ ว (Headline)
2. ขา่ วนํา (Lead)
3. เน้ือขา่ ว (Details)
ประเภทของข่าว มหี ลากหลายประเภท เช่น
1. ขา่ วการเมอื ง (Political News)
2. ขา่ วการศกึ ษา (Education News)
3. ขา่ วเศรษฐกจิ (Economy News)
4. ขา่ วสงั คม (Social News)
5. ขา่ วสิ่งแวดลอ้ ม (Environmental News)
6. ขา่ วศลิ ปวฒั นธรรม (Culture News)
7. ขา่ วกฬี า (Sport News)
133
แผนการจัดการเรยี นรู้ ท่ี 13
หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
สาระการเรียนรู้ ความรูพ้ ้นื ฐาน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวชิ า ภาษาองั กฤษเพื่อชีวติ และสงั คม ( รหัสรายวชิ า พต 31001 ) เวลา 3 ชวั่ โมง
เร่ือง สํานวนสุภาษิต คาํ พงั เพย
1.สาระสาคัญ
การเขา้ ใจวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา เป็นเร่ืองจาํ เป็นสําหรบั สภาวะในปัจจบุ นั ของยุคโลกาภิวตั น์
ทม่ี กี ารตดิ ตอ่ ส่ือสารอยา่ งสะดวกและรวดเร็ว นักศึกษาจาํ เป็นตอ้ งศกึ ษา คาํ ศพั ท์ สาํ นวน โครงสร้างภาษาและ
วฒั นธรรมทีถ่ กู ตอ้ ง และเหมาะสมกบั เจา้ ของภาษาและสามารถแสดงความคดิ เห็นตอ่ วฒั นธรรมความเป็ นอยู่
ของเจา้ ของภาษาได้
2. ผลการเรยี นร้ทู ี่คาดหวัง
เปรียบเทยี บสาํ นวน คาํ พงั เพย สุภาษติ บทกลอนภาษาไทยและภาษาองั กฤษ
3. เนือ้ หา
เปรียบเทียบ สํานวน คาํ พงั เพย สุภาษิต บทกลอนภาษาไทยและภาษาองั กฤษ
4. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
4.1 สะอาด : ผลงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย มคี วามสะอาดและเป็นระเบยี บ
4.2 สุภาพ : แสดงกริ ิยาทา่ ทางสุภาพ ออ่ นน้อมถอ่ มตนตอ่ ผอู้ ่ืนดว้ ยความมน่ั ใจในตนเอง
4.3 ขยนั : รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ การทาํ งานดว้ ยความต้งั ใจ มคี วามเพียรพยายามกระตอื รือร้น
4.4 ซ่ือสตั ย์ : ไมค่ ดั ลอกหรือนําผลงานของผอู้ ื่นมาเป็นของตนเอง
5. การจดั กระบวนการเรยี นรู้
5.1 ขน้ั ที่ 1 นาํ เขา้ สูบ่ ทเรียน
1.1 ครูผสู้ อนนาํ ภาพสาํ นวน สุภาษติ คาํ พงั เพย มาใหผ้ เู้ รียนดูและยกตวั อยา่ งเปรียบเทียบกบั
ภาษาองั กฤษ
1.2 ครูผสู้ อนและผเู้ รียนทาํ ความเขา้ ใจเรื่องสํานวน สุภาษติ คาํ พงั เพย ภาษาไทย เปรียบเทยี บกบั
ภาษาองั กฤษ
5.2 ขน้ั ที่ 2 การจดั กระบวนการเรียนรู้
2.1 ครูผสู้ อนให้ใบความรู้เกยี่ วกบั สาํ นวน สุภาษิต คาํ พงั เพย
2.2. ครูผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนแบง่ กลมุ่ และใหแ้ ปลความหมาย สาํ นวน สุภาษติ คาํ พงั เพย ตามใบงาน
พร้อมนําเสนอ
2.3 ผเู้ รียนทาํ แบบฝึกหดั เรื่องสาํ นวน สุภาษิต คาํ พงั เพย
5.3 ขน้ั ท่ี 3 สรุป
สะสมงาน 134
แบบฝึ กหัด
3.1. ครูผูส้ อนให้ผเู้ รียนศกึ ษาเพม่ิ เติมเกยี่ วกบั สาํ นวน สุภาษติ คาํ พงั เพย เกบ็ สะสมในแฟ้ ม
3.2 ครูผสู้ อนประเมนิ ความรู้ จากกระบวนการปฏิบตั งิ านและการนาํ เสนอโดยใช้
3.3 ผเู้ รียนนาํ ความรู้ทีไ่ ดไ้ ปอา่ นประโยคสาํ นวน สุภาษิต คาํ พงั เพยได้
6. ส่ือการเรียนรู้
6.1. หนังสือเรียน/สื่อส่ิงพิมพ์
6.2. Internet
6.3. ใบความรูเ้ รื่อง สํานวน สุภาษิต
6 4. ใบงาน เรื่องสาํ นวน สุภาษิต
7. แหล่งเรยี นรู้
7.1 สื่อสิ่งพมิ พ์
7.2 ห้องสมดุ ประชาชน
7.3 Internet
8. การวัดและประเมนิ ผล
จุดเน้น วธิ ีการ เคร่ืองมอื
ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลงั เรียน
- การคิดวเิ คราะห์ - ตรวจใบงาน - ใบงาน
-สงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน - แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งาน
ดา้ นทกั ษะ (P) รายบคุ คล รายบุคคล
- พฤตกิ รรมการปฏิบตั ิกจิ กรรม -สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน -แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน
รายบคุ คล รายบุคคล
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
- เป็นคนดีมคี ณุ ธรรม
ลงชอื่ ...................................................ครูผสู้ อน
(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ที่............... เดือน ...............พ.ศ................
135
9. บนั ทกึ กิจกรรมข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
10. บันทึกข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ....................................................ผอู้ นุมตั ิการสอน
(.................................................)
ตาํ แหนง่ .......................................................
วนั ท่ี............... เดือน ...............พ.ศ................
ใบความรู้ สานวน คาพงั เพย สุภาษิต
136
รักววั ให้ผูก รักลูกให้ตี
IF YOU LOVE A COW, TIM IT UP; IF YOU LOVE YOUR CHILD, BEAT HIM
[SPARE THE ROD, SPOIL THE CHILD]
ความหมาย รักสิ่งใดกต็ อ้ งระวงั ส่ิงน้ันใหด้ ี อยา่ ปลอ่ ยตามใจ มฉิ ะน้ันจะตอ้ งเสียใจภายหลงั
ธรรมปฏบิ ัติ
บิดามารดาพงึ ปฏบิ ตั ิตอ่ บุตรธิดาตรงกบั ขอ้ ทว่ี า่ "ห้ามไมใ่ ห้ทาํ ความชวั่ " หน้าที่ของบดิ ามารดาพงึ ปฏิบตั ติ อ่
บตุ รธิดา 1 ประการ ไดแ้ ก ่
1. หา้ มไมใ่ ห้ทาํ ชวั่
2. ให้ต้งั อยใู่ นความดี
3. ใหศ้ ึกษาศลิ ปวทิ ยา
4. หาสามภี รรยาทส่ี มควรให้
5. มอบทรัพย์ให้ในเวลาท่ีสมควร
ปิ ดทองหลงั พระ
137
TO APPLY GOLD LEAF TO THE BACK OF A BUDDHA IMAGE[TO DO GOOD BY STEALTH]
ความหมาย ทาํ ความดแี ตไ่ มไ่ ด้รบั การยกยอ่ ง เพราะไมม่ ใี ครเห็นคณุ คา่
ธรรมปฏบิ ัติ
ผปู้ ฏิบตั เิ ชน่ น้ี ชอ่ื วา่ "อธิปไตย ๓" ขอ้ ที่วา่ "ธรรมาธิปไตย" ความมธี รรมเป็นใหญ่ ถือธรรมเป็นใหญ่
การกระทาํ ดว้ ยปรารถนาความถูกต้องเป็นจริง สมควรตามธรรม เป็นประมาณ
น้าร้อนปลาเป็ น น้าเยน็ ปลาตาย
IN HOT WATER THE FISHLIVES; IN COLD WATER THE FISH DIES
[FLIES ARE EASIER CAUGHT WITH HONEY THAN WITH VINEGAR]
ความหมาย
คาํ พดู ทต่ี รงไปตรงมาแบบขวานผา่ ซาก อาจจะไมถ่ ูกใจผฟู้ ัง แตไ่ มเ่ป็นพษิ เป็นภยั สว่ นคาํ พดู ทีไ่ พเราะ
ออ่ นหวานซ่งึ ถกู ใจผฟู้ ัง แตอ่ าจเป็นภยั ได้
ธรรมปฏบิ ตั ิ
ผทู้ ่มี พี ฤตกิ รรมดงั กลา่ วแล้ว อนุโลมเขา้ ใน "อธิษฐานธรรม" ขอ้ ทว่ี า่ "สัจจะ" ความจริง คือการดาํ รง
มนั่ ในความจริงท่รี ู้ชดั ดว้ ยปัญญา เร่ิมแตจ่ ริงวาจา จนถงึ ปรมตั ถสจั จะ
138
สุภาษิตและคาพังเพยไทยพร้อมคาแปลเป็ นภาษาอังกฤษ
English translation of Thai proverbs and sayings
กระดไี่ ด้น้า
Like a " trichopodus leeri" fish in new water.
เกลือจิ้มเกลือ
Dipping salt in salt-dip.
แกงจดื จึงร้คู ณุ เกลือ
We only appreciate the worth of salt when the soup is tasteless.
แกว่งเทา้ หาเสี้ยน
Wagging one’s foot for a splinter.
หาเหาใส่ หวั
Looking for lice to put on your head.
ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง
A chicken is beautiful because of its feathers; people are beautiful because they are dressed up.
Fine feathers make fine birds.
ไก่ได้พลอย
A chicken acquires a precious stone.
ตาบอดได้แว่น
A blind man acquires a pair of eyeglasses.
น้วิ ด้วนได้แหวน
A man without fingers acquires a ring.
ย่นื แก้วให้วานร
To hand over a gem to a monkey.
สีซอให้ควายฟัง
To play a fiddle to a water buffalo.
หวั ล้านได้หวี
A bald man acquires a comb.
ขายผ้าเอาหน้ารอด
Sell the cloth to save one's face.
ข้างนอกขรุขระข้างในต๊ะต๊งิ โหน่ง ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง
The exterior is rough, the interior is smooth; The exterior glitters, the interior is hollow.
139
ผ้าขีร้ ้ิวห่อทอง
The rag that wraps up gold.
ข่ีช้างจบั ตก๊ั แตน
To ride an elephant to catch a grasshopper.
ขใ้ี หม่หมาหอม
The dog finds new stool sweet-smelling.
ขวานผ่าซาก
To split hard wood with an axe.
เข้าเมืองตาหลิ่วให้หล่ิวตาตาม
When you are in Rome, do as the Romans do.
คมในฝกั
To be sharp inside the scabbard.
เสือซ่อนเล็บ
The tiger hiding its claws.
งมเข็มในมหาสมทุ ร
To dive for a needle in the ocean.
เงียบเป็นเป่ าสาก
To be as quiet as blowing on a pestle.
จับได้คาหนังคาเขา
To catch somebody with the hide and horns.
ชักหน้าไม่ถงึ หลัง
Pulling the front but failing to reach the back.
ช้าๆได้พร้าเล่ มงาม
Slowly, slowly, you will get a fine knife.
ช้าเป็นการ นานเป็นคุณ
Slowness is achievement; a long time is an advantage.
Haste makes waste.
140
ช้างตายท้งั ตวั เอาใบบวั มาปิด
To cover one whole dead elephant with a lotus leave.
What is done by night appears by day.
ชาวนากับงูเห่า
The farmer and the cobra.
ทาคุณบูชาโทษ
To do a good deed in homage of a good return.
เลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้
To raise tiger cubs and baby crocodiles.
ชบุ มอื เปิบ
To dip one’s hand and eat.
เชื้อไม่ทงิ้ แถว
A descendant does not leave his lineage.
ลูกไม้ย่อมหล่ นไม่ไกลต้น
A fruit naturally drops not far from the tree.
ใบงาน เร่ืองคาพังเพย สุภาษติ
141
คาชี้แจง ใหบ้ อกความหมายคาํ คาํ พงั เพย สุภาษิต ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. A fruit naturally drops not far from the tree.
ความหมาย………………………………………………………………………………………………..
2. To ride an elephant to catch a grasshopper.
ความหมาย………………………………………………………………………………………………..
3. To dive for a needle in the ocean.
ความหมาย………………………………………………………………………………………………..
4. To be sharp inside the scabbard.
ความหมาย………………………………………………………………………………………………..
5. A bald man acquires a comb.
ความหมาย………………………………………………………………………………………………..
6. A blind man acquires a pair of eyeglasses.
ความหมาย………………………………………………………………………………………………..
7. A chicken is beautiful because of its feathers; people are beautiful because they are dressed up.
ความหมาย………………………………………………………………………………………………..
8. A descendant does not leave his lineage.
ความหมาย………………………………………………………………………………………………..
9. To do a good deed in homage of a good return.
ความหมาย………………………………………………………………………………………………..
10. Like a " trichopodus leeri" fish in new water.
ความหมาย………………………………………………………………………………………………..
142
แบบทดสอบเรื่อง สานวน คาพงั เพย สุภาษติ
Choose the best answer. จงเลือกคาํ ตอบที่ถูกท่ีสุด
1. รูปน้ีควรใชส้ ุภาษิตใด
a. Time is money.
b. First come, first served.
c. Little things mean a lot
d. Blood is thicker than water.
2. รูปน้ีควรใชส้ ุภาษิตใด
a. History repeats itself.
b. Little things mean a lot
c. Laughter is the best medicine.
d. Kill two birds with one stone.
3.รูปน้ีควรใชส้ ุภาษิตใด
a. History repeats itself.
b. Little things mean a lot
c. Blood is thicker than water.
d. Laughter is the best medicine.
4.Every rule has its exception.หมายความวา่ อะไร…………………………………………………………...
5. Knowledge is power. หมายความวา่ อยา่ งไร?...............................................................................................
143
เฉลย แบบทดสอบเรอื่ ง สานวน คาพงั เพย สุภาษิต
1. b. First come, first served.
2. d. Kill two birds with one stone.
3. c. Blood is thicker than water.
4. กฏทกุ ขอ้ มขี อ้ ยกเวน้
5. ความรู้คืออาํ นาจ
144
เฉลย ใบงาน เรือ่ งคาพังเพย สุภาษิต
คาชี้แจง ให้บอกความหมายคาํ คาํ พงั เพย สุภาษิต ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. A fruit naturally drops not far from the tree.
ความหมาย ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น
2. To ride an elephant to catch a grasshopper.
ความหมาย ข่ชี ้างจับตั๊กแตน
3. To dive for a needle in the ocean.
ความหมาย งมเข็มในมหาสมทุ ร
4. To be sharp inside the scabbard.
ความหมาย คมในฟัก
5. A bald man acquires a comb.
ความหมาย หวั ล้านได้หวี
6. A blind man acquires a pair of eyeglasses.
ความหมาย ตาบอดได้แว่น
7. A chicken is beautiful because of its feathers; people are beautiful because they are dressed up.
ความหมาย ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง
8. A descendant does not leave his lineage.
ความหมาย เชอื้ ไม่ทงิ้ แถว
9. To do a good deed in homage of a good return.
ความหมาย ทาคณุ บูชาโทษ
10. Like a " trichopodus leeri" fish in new water.
ความหมาย กระดไี่ ด้น้า
145