The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by piyanat.so, 2021-03-17 22:11:22

LISREL Workshop_Manual_18-19March2021

LISREL Workshop_Manual_18-19March2021

43

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

44

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

45

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

46

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

47

วาดภาพโมเดลการวดั
กรณตี ัวแปรภายนอกแฝง

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

48
กรณตี ัวแปรภายในแฝง

เมื่อลากเสน เรยี บรอ ยแลว ใหด ําเนนิ การตอ ไปดังนี้

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

49

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

50

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

51

การปรบั โมเดล

คําส่งั เพิ่มเตมิ ในการปรับโมเดล
!Set error covariance of A and B free
!Set error covariance of C and B free
!Set error covariance of C and A free
Path Diagram
LISREL OUTPUT: ME=ML RS EF SS SE TV FS SC ND=3 MI
End of Problem RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

52

คา ทน่ี าํ มาปรบั โมเดล ดูจาก

Modification Indices THETA – EPS
Modification Indices THETA – DELTA – EPS
Modification Indices THETA – DELTA

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

53

บทที่ 3

การวเิ คราะหโ มเดลความสัมพนั ธเชิงสาเหตุ Full Model

การวิเคราะหโมเดลความสมั พันธเ ชงิ สาเหตุ Full Model

(ทมี่ า: ดร.วันวิสาข ทิมมานพ, 2561)

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

54

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

55

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

56

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

57

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

58

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

59

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

60

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

61

ในกรณี ปรับโมเดลใหป รบั คาํ สั่ง Syntax ดงั นี้
!Set error covariance of C and A free
Path Diagram
LISREL OUTPUT: ME=ML RS EF SS SE TV FS SC ND=3 MI AD=OFF
End of Problem

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

62

กรณี Full Model ทม่ี ตี ัวแปรแฝง 4 ตวั แปร
มขี นั้ ตอนในการใชคําสง่ั เหมือนกัน

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

Link for copy Raw Data for Workshop 63
File ขอ มูลสาํ หรบั ฝกวเิ คราะหขอ มลู
Link of Folder
CFA Practice

CFA Extend

Syntax สําหรับปรบั โมเดล

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

64
Full Model_Basic
Full Model_Model1
Full Model_Model2

RASC_Lampong Klomkul_17 March 2021

บทที่ 4
ตัวอยางการแปลผล CFA และ SCFA

ตัวอยา งการแปลผล CFA

การตรวจสอบความตรงเชิงโครงสรา ง
ในการตรวจสอบความตรงเชิงโครงสรางของขอมูลท่ีได ผูวิจัยไดใชวิธีตรวจสอบความตรง

เชิงโครงสราง (construct validity) โดยการวิเคราะหสหสัมพันธระหวางตัวแปรใหไดเมทริกซ
สัมประสิทธิ์สหสัมพันธระหวางตัวแปรในแตละองคประกอบ โดยมีวัตถุประสงคเ พื่อตรวจสอบวาเมท
ริกซสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธแตกตางจากศูนยหรือไม ถาสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธในเมทริกซใด ไมมี
ความสัมพันธกัน หรือมีความสัมพันธกันนอย แสดงวาเมทริกซน้ันไมมีองคประกอบรวมกัน และไม
จําเปนในการนําเมทริกซสัมประสิทธิ์สหสัมพันธไปวิเคราะหองคประกอบ สําหรับคาสถิติท่ีใชในการ
ทดสอบสมมติฐาน คือ คาสถิติ Bartlett’s Test of Sphericity และคาดัชนีไกเซอร เมเยอร – ออลคิน
(Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy = KMO) ซ่ึงคา KMO ควรจะมีคาเขา
ใกลหนึ่ง ถามีคานอย แสดงวาความสัมพันธระหวางตัวแปรมีนอย และไมเหมาะท่ีจะวิเคราะห
องคประกอบ (นงลักษณ วิรัชชัย, 2542) รายละเอียดเกณฑคาดัชนี KMO มีดังนี้ (Bollen, 1989
cited in Hair et al., 1998)

คา ดชั นี Kaiser-Meyer-Olkin (KMO) ระดบั ความเหมาะสม
KMO > .90 ดมี าก
ดี
.80 < KMO < .89 ปานกลาง
.70 < KMO < .79 นอย
.60 < KMO < .69 นอยมาก
.50 < KMO < .59 ไมเ หมาะสมและไมส ามารถ
KMO < .50 ยอมรับได

ในการตรวจสอบความตรงเชิงโครงสรางและการวิเคราะหเพ่ือตรวจสอบความตรงของโมเดล
แบบมีตัวแปรสงผานดวยโปรแกรม LISREL จําเปนตองมีการเตรียมเมทริกซสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ
ระหวางตวั แปรของแตละองคประกอบ และในการแปลความหมายของคาสมั ประสิทธส์ิ หสัมพนั ธส ําหรับ
การวิจัยคร้ังนี้ใชการแปลความหมายของขนาดความสัมพันธ ดังตอไปน้ี (Hinkle; Wiersma and Jurs,
2003: 109 อา งถงึ ใน อวยพร เรืองตระกลู , 2553: 218)

66

ขนาดความสมั พนั ธ ความหมาย
0.0 – 0.3 มคี วามสมั พันธกนั ตาํ่ มาก
0.3 – 0.5 มคี วามสมั พนั ธกันตาํ่
0.5 – 0.7 มีความสัมพนั ธก นั ปานกลาง
0.7 – 0.9 มคี วามสมั พันธก ันสูง
0.9 – 1.0 มีความสมั พันธกันสงู มาก
เม่ือไดเมทริกซสัมประสิทธิ์สหสัมพันธระหวางตัวแปรแตละองคประกอบ จากนั้นผูวิจัยได
นํามาวิเคราะหเพ่ือเปนการตรวจสอบองคประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis:
CFA) ดวยโปรแกรมลิสเรล (Jöreskog & Sörbom, 2004) โดยใชแบบสอบถามท่ีไดจากการเก็บ
รวบรวมขอมลู จากกลมุ ตัวอยาง จํานวน 120 คน แสดงผลการวเิ คราะหไดดงั ตอไปน้ี

1. ความตรงเชิงโครงสรา งขององคป ระกอบการจดั การเรยี นรขู ามวฒั นธรรมอาเซียน
ผลการวิเคราะหความสัมพันธระหวางตัวแปรโดยใชคาสหสัมพันธแบบเพียรสัน พบวา ตัวแปร
ท่ีบงช้ีองคประกอบการจัดการเรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซียน มีคาสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธตั้งแต .643 ถึง
.864 อยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ทุกคู ลักษณะความสัมพันธระหวางตัวแปรเปนความสัมพันธ
ทางบวกต้ังแตขนาดปานกลางถึงขนาดสูง ตัวแปรที่มีความสัมพันธสูงท่ีสุดคือ เรียนรูผาน
กระบวนการวิจัย (LEARN3) กับรูจักอาเซียนดวยนวัตกรรม (LEARN4) และตัวแปรท่ีมีความสัมพันธกัน
ต่ําสุดคือ มุงเนนการอยูรวมกันอยางสันติ (LEARN1) กับประเมินผลตามสภาพจริง (LEARN5) เมื่อ
พิจารณาคา Bartlett's Test of Sphericity มีคาเทากับ 742.260 (p = .000) แสดงวา เมทริกซ
สหสัมพันธระหวางตัวแปรแตกตางจากเมทริกซเอกลักษณอยางมีนัยสําคัญ และคาดัชนีไกเซอร –
ไมเยอร – ออลคิน (Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy) มีคาเทากับ .885 แสดง
วา ตัวแปรสังเกตไดของขอมูลมีความสัมพันธกันมากพอท่ีจะนําไปวิเคราะหองคประกอบได ดังแสดงใน
ตารางท่ี 3.5
ตารางที่ 3.5 คาเฉลี่ย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธ์ิสหสัมพันธแบบเพียรสันระหวางตัวแปรใน
องคป ระกอบการจดั การเรยี นรูขา มวฒั นธรรมอาเซยี น
ตวั แปร LEARN1 LEARN2 LEARN3 LEARN4 LEARN5 LEARN6
LEARN1 1.000
LEARN2 0.799** 1.000
LEARN3 0.683** 0.806** 1.000
LEARN4 0.686** 0.759** 0.864** 1.000
LEARN5 0.643** 0.723** 0.791** 0.804** 1.000
LEARN6 0.656** 0.739** 0.792** 0.861** 0.848** 1.000
MEAN 4.303 4.233 4.169 4.189 4.192 4.133
SD 0.671 0.738 0.784 0.739 0.691 0.729
Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy = .885
Bartlett's Test of Sphericity = 742.26, df = 15, p = .000
หมายเหต:ุ **p < .01; n = 120; ระดบั การใหคะแนน 5 ระดับ

67

ผลการวิเคราะหองคประกอบยืนยันตามโมเดลการวัดองคประกอบการจัดการเรียนรูขาม
วัฒนธรรมอาเซียน (LEARNASE) พบวา โมเดลมีความสอดคลองกลมกลืนกับขอมูลเชิงประจักษดี
พิจารณาไดจากคาไค – สแควร (χ2=8.54, df=6, p=.20) ซ่ึงแตกตางจากศูนยอยางไมมีนัยสําคัญ
คาดัชนีวัดระดับความกลมกลืน (GFI) มีคาเทากับ .98 คาดัชนีวัดระดับความกลมกลืนที่ปรับแกแลว
(AGFI) มีคาเทากับ .92 และคาดัชนีรากของกําลังสองเฉล่ียของสวนที่เหลือ (RMR) มีคาเทากับ .011
แสดงวา โมเดลมคี วามสอดคลอ งกับขอ มูลเชงิ ประจักษ

คานํ้าหนักองคประกอบของตัวแปรท้ังหมดมีคาเปนบวก มีขนาดต้ังแต .76 ถึง .95 และมี
นัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ทุกตัว ตัวแปรท่ีมีนํ้าหนักความสําคัญมากที่สุด คือ เรียนรูผาน
กระบวนการวิจัย (LEARN3) มีคาน้ําหนักองคประกอบ เทากับ .95 และมีความแปรผันรวมกับการ
จัดการเรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซียน รอยละ 90.00 รองลงมาคือ รูจักอาเซียนดวยนวัตกรรม (LEARN4)
ประเมินผลตามสภาพจริง (LEARN5) และคุณภาพของส่ือการเรียนรู (LEARN6) มีคานํ้าหนัก
องคประกอบ เทากับ .94, .88 และ .88 ตามลําดับ มีความแปรผันรวมกับการจัดการเรียนรูขาม
วัฒนธรรมอาเซียน รอยละ 89.00, 77.00 และ 77.00 ตามลําดับ และตัวแปรที่มีน้ําหนักความสําคัญ
นอยท่ีสดุ คอื มงุ เนนการอยรู ว มกนั อยา งสันติ (LEARN1) มีคา นํ้าหนกั องคป ระกอบ เทากับ .78 และมี
ความแปรผันรวมกับการจัดการเรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซียน รอยละ 60.00 แสดงใหเห็นวาตัวแปร
เหลาน้ีเปนตัวแปรท่ีสําคัญของการจัดการเรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซียน ดังแสดงในตารางที่ 3.6 และ
ภาพท่ี 3.2

ตารางที่ 3.6 ผลการวิเคราะหองคประกอบเชิงยนื ยันของโมเดลการวดั องคป ระกอบการจัดการเรยี นรูข า ม
วัฒนธรรมอาเซยี น

ตัวแปร นํา้ หนักองคประกอบ t R2 สปส.คะแนน
beta b(SE) องคป ระกอบ
LEARN1 0.78 1.13(0.11) 9.97** 0.60
LEARN2 0.86 3.24(0.28) 11.70** 0.74 0.02
LEARN3 0.95 3.57(0.26) 13.80** 0.90 0.03
LEARN4 0.94 3.54(0.26) 13.62** 0.89 0.10
LEARN5 0.88 0.71(0.06) 12.06** 0.77 0.09
LEARN6 0.88 3.30(0.27) 12.05** 0.77 0.19
0.00

χ2 = 8.54, df = 6, p = .20, GFI = 0.98, AGFI = 0.92, RMR = .011
หมายเหตุ: **p < .01

68

ภาพท่ี 3.2 ผลการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยันโมเดลการวัดการจัดการเรียนรูขามวัฒนธรรม
อาเซยี น
2. ความตรงเชงิ โครงสรา งขององคป ระกอบของการเรยี นรูข า มวัฒนธรรม
ผลการวิเคราะหความสัมพันธระหวางตัวแปรโดยใชคาสหสัมพันธแบบเพียรสัน พบวา ตัวแปร

ท่ีบงชี้องคประกอบของการเรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซียน (COMASE) มีคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธตั้งแต
.755 ถึง .894 อยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ทุกคู ลักษณะความสัมพันธระหวางตัวแปรเปน
ความสัมพันธทางบวกขนาดสูงทุกคู ตัวแปรท่ีมีความสัมพันธสูงที่สุดคือ แบบแผนในการปฏิบัติตน
(COM1) กับหลักปฏิบัติในการอยูรวมกัน (COM2) และตัวแปรที่มีความสัมพันธกันต่ําสุดคือ แบบแผนใน
การปฏิบัติตน (COM1) กับการนับถือนิกายทางพระพุทธศาสนา (COM3) เมื่อพิจารณาคา Bartlett's
Test of Sphericity มีคาเทากับ 343.383 (p = .000) แสดงวา เมทริกซสหสัมพันธระหวางตัวแปร
แตกตางจากเมทริกซเอกลักษณอยางมีนัยสําคัญ และคาดัชนีไกเซอร – ไมเยอร – ออลคิน (Kaiser-
Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy) มีคาเทากับ .696 แสดงวา ตัวแปรสังเกตไดของ
ขอ มูลมคี วามสัมพนั ธกันมากพอทจ่ี ะนาํ ไปวเิ คราะหองคป ระกอบได ดังแสดงในตารางที่ 3.7

69

ตารางท่ี 3.7 คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธ์ิสหสัมพันธแบบเพียรสันระหวางตัวแปรใน
องคป ระกอบของการเรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซียน

ตวั แปร COM1 COM2 COM3
COM1 1.000 1.000
COM2 0.894** 1.000 4.383
COM3 0.755** 0.856** 0.753
MEAN 4.475 4.363
SD 0.637 0.696
Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy = .696
Bartlett's Test of Sphericity = 343.383, df = 3, p = .000
หมายเหตุ: **p < .01; n = 120; ระดบั การใหคะแนน 5 ระดับ

ผลการวิเคราะหองคประกอบยืนยันตามโมเดลการวัดองคประกอบของการเรียนรูขาม
วัฒนธรรมอาเซียน (COMASE) พบวา โมเดลมีความสอดคลองกลมกลืนกับขอมูลเชิงประจักษดี
พิจารณาไดจ ากคา ไค – สแควร (χ2=1.25, df=1, p=.26) ซึง่ แตกตา งจากศนู ยอยา งไมมีนยั สําคญั คา
ดัชนีวัดระดับความกลมกลืน (GFI) มีคาเทากับ .99 คาดัชนีวัดระดับความกลมกลืนท่ีปรับแกแลว
(AGFI) มีคาเทากับ .96 และคาดัชนีรากของกําลังสองเฉลี่ยของสวนท่ีเหลือ (RMR) มีคาเทากับ .025
แสดงวา โมเดลมีความสอดคลอ งกบั ขอมลู เชงิ ประจกั ษ

คาน้ําหนักองคประกอบของตัวแปรท้ังหมดมีคาเปนบวก มีขนาดตั้งแต .84 ถึง .97 และมี
นัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ทุกตัว ตัวแปรท่ีมีน้ําหนักความสําคัญมากที่สุด คือ หลักปฏิบัติในการ
อยูรวมกัน (COM2) มีคาน้ําหนักองคประกอบ เทากับ .97 และมีความแปรผันรวมกับการเรียนรูขาม
วัฒนธรรมอาเซียนรอยละ 94.00 รองลงมาคือ แบบแผนในการปฏิบัติตน (COM1) มีคาน้ําหนัก
องคประกอบ เทา กบั .92 มีความแปรผนั รว มกับการเรียนรูขามวฒั นธรรมอาเซยี นรอยละ 85.00 และ
ตัวแปรที่มีนํ้าหนักความสําคัญนอยที่สุด คือ การนับถือนิกายทางพระพุทธศาสนา (COM3) มีคา
น้ําหนักองคประกอบ เทา กับ .84 และมคี วามแปรผนั รว มกบั การเรยี นรขู า มวฒั นธรรมอาเซียน รอ ยละ
71.00 แสดงใหเห็นวาตัวแปรเหลานี้เปนตัวแปรที่สําคัญขององคประกอบการเรียนรูขามวัฒนธรรม
อาเซียน ดงั แสดงในตารางท่ี 3.8 และภาพที่ 3.3

70

ตารางท่ี 3.8 ผลการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยันของโมเดลการวัดองคประกอบของการเรียนรูขาม
วฒั นธรรมอาเซียน

ตวั แปร นาํ้ หนักองคประกอบ t R2 สปส.คะแนน
beta b(SE) องคป ระกอบ
COM1 0.92 0.79 0.85
COM2 0.97 0.91 0.94 0.31
COM3 0.84 0.89 0.71 0.78
0.00

χ2 = 1.25, df = 1, p = .26, GFI = .99, AGFI = .96, RMR = .025
หมายเหตุ: **p < .01

ภาพที่ 3.3 ผลการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยันโมเดลการวัดองคประกอบของการเรียนรูขาม
วัฒนธรรมอาเซยี น
3. ความตรงเชิงโครงสรา งขององคประกอบกระบวนการเรียนรขู า มวฒั นธรรมอาเซียน
ผลการวิเคราะหความสัมพันธระหวางตัวแปรโดยใชคาสหสัมพันธแบบเพียรสัน พบวา ตัวแปร

ทีบ่ งช้ีองคประกอบกระบวนการเรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซยี น (PROASE) มีคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ
ตั้งแต .745 ถึง .888 อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทุกคู ลักษณะความสัมพันธระหวาง
ตัวแปรเปนความสัมพันธทางบวกขนาดสูงทุกคู ตัวแปรท่ีมีความสัมพันธสูงท่ีสุดคือ เขาใจพฤติกรรม
ของนิสิตชาติ (PRO4) กับปรับกระบวนทัศนในเร่ืองวัฒนธรรม (PRO5) และตัวแปรท่ีมีความสัมพันธ
กันต่ําสุดคือ เปดใจรับวัฒนธรรมใหม (PRO1) กับปรับกระบวนทัศนในเรื่องวัฒนธรรม (PRO5) เมื่อ
พิจารณาคา Bartlett's Test of Sphericity มีคาเทากับ 733.008 (p=.000) แสดงวา เมทริกซสห
สัมพันธระหวางตัวแปรแตกตางจากเมทริกซเอกลักษณอยางมีนัยสําคัญ และคาดัชนีไกเซอร – ไมเยอร
– ออลคิน (Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy) มีคาเทากับ .884 แสดงวา
ตัวแปรสังเกตไดของขอมูลมีความสัมพันธกันมากพอท่ีจะนําไปวิเคราะหองคประกอบได ดังแสดงใน
ตารางที่ 3.9

71

ตารางท่ี 3.9 คาเฉลี่ย สว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน สมั ประสทิ ธิ์สหสมั พนั ธแ บบเพียรสันระหวา งตัวแปรใน
องคประกอบกระบวนการเรียนรูข า มวฒั นธรรมอาเซียน

ตวั แปร PRO1 PRO2 PRO3 PRO4 PRO5
PRO1 1.000 1.000
PRO2 0.864** 1.000 4.247
PRO3 0.845** 0.878** 1.000 0.743
PRO4 0.768** 0.756** 0.877** 1.000
PRO5 0.745** 0.805** 0.860** 0.888**
MEAN 4.139 4.167 4.233 4.228
SD 0.792 0.742 0.749 0.747
Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy = .884
Bartlett's Test of Sphericity = 733.008, df = 10, p = .000
หมายเหต:ุ **p < .01; n = 120; ระดับการใหค ะแนน 5 ระดบั

ผลการวิเคราะหองคประกอบยืนยันตามโมเดลการวัดองคประกอบกระบวนการเรียนรู
ขามวัฒนธรรมอาเซียน (PROASE) พบวา โมเดลมีความสอดคลองกลมกลืนกับขอมูลเชิงประจักษดี
พิจารณาไดจากคาไค – สแควร (χ2=4.48, df=3, p=.21) ซ่ึงแตกตางจากศูนยอยางไมมีนัยสําคัญ
คาดัชนีวัดระดับความกลมกลืน (GFI) มีคาเทากับ .99 คาดัชนีวัดระดับความกลมกลืนที่ปรับแกแลว
(AGFI) มีคาเทากับ .93 และคาดัชนีรากของกําลังสองเฉล่ียของสวนท่ีเหลือ (RMR) มีคาเทากับ .026
แสดงวา โมเดลมีความสอดคลอ งกับขอมูลเชิงประจักษ

คานํ้าหนักองคประกอบของตัวแปรท้ังหมดมีคาเปนบวก มีขนาดตั้งแต .81 ถึง .95 และมี
นัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ทุกตัว ตัวแปรท่ีมีนํ้าหนักความสําคัญมากที่สุด คือ ปรับกระบวนทัศน
ในเรื่องวัฒนธรรม (PRO5) และเปดใจรับวัฒนธรรมใหม (PRO1) มีคานํ้าหนักองคประกอบ เทากับ
.95 และมีความแปรผันรวมกับกระบวนการเรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซียนรอยละ 90.00 และ 89.00
รองลงมาคือ ปรับอารมณใหเขากับสถานการณ (PRO3) มีคาน้ําหนักองคประกอบ เทากับ .90 มี
ความแปรผันรวมกับกระบวนการเรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซียนรอยละ 81.00 ตามลําดับ และตัวแปร
ท่ีมีนํ้าหนักความสําคัญนอยท่ีสุด คือ เตรียมใจเรียนรูส่ิงที่แตกตาง (PRO2)และเขาใจพฤติกรรมของ
นิสิตชาติ (PRO4) มีคานํ้าหนักองคประกอบ เทากับ .81 และมีความแปรผันรวมกับกระบวนการ
เรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซยี นรอ ยละ 66.00 และ 65.00 ตามลําดับ แสดงใหเห็นวาตัวแปรเหลานี้เปน
ตัวแปรที่สําคัญขององคประกอบกระบวนการเรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซียน ดังแสดงในตารางท่ี 3.10 และ
ภาพท่ี 3.4

72

ตารางท่ี 3.10 ผลการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยันของโมเดลการวัดองคประกอบกระบวนการเรียนรู
ขา มวฒั นธรรมอาเซียน

ตัวแปร นํา้ หนักองคป ระกอบ t R2 สปส.คะแนน
beta b(SE) องคป ระกอบ
PRO1 0.95 1.00 0.89
PRO2 0.81 0.99(.05) 19.35** 0.66 0.17
PRO3 0.90 1.03(0.06) 18.21** 0.81 0.20
PRO4 0.81 1.04(0.06) 16.71** 0.65 0.09
PRO5 0.95 1.01(0.07) 15.00** 0.90 0.37
0.14

χ2 = 4.48, df = 3, p = .21, GFI = .99, AGFI = .93, RMR = .026
หมายเหตุ: **p < .01

ภาพท่ี 3.4 ผลการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยันโมเดลการวัดกระบวนการเรียนรูขามวัฒนธรรม
อาเซยี น

73

4. ความตรงเชิงโครงสรางขององคประกอบกิจกรรมเพ่ือการเรียนรขู า มวัฒนธรรม
ผลการวิเคราะหความสัมพันธระหวางตัวแปรโดยใชคาสหสัมพันธแบบเพียรสัน พบวา ตัวแปร
ที่บงชี้องคประกอบปจจัยคุณลักษณะนักวิจัย มีคาสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธต้ังแต .914 ถึง .942 อยางมี
นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทุกคู ลักษณะความสัมพันธระหวางตัวแปรเปนความสัมพันธทางบวกขนาด
สูงมากทุกคู ตัวแปรที่มีความสัมพันธสูงที่สุดคือ สาธิตกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม (ACT2) กับเรียนรูแบบ
การรวมมือรวมพลัง (ACT3) และตัวแปรที่มีความสัมพันธกันตํ่าสุดคือ แลกเปลี่ยนเรียนรูจาก
ประสบการณตน (ACT1) กับเรียนรูแบบการรวมมือรวมพลัง (ACT3) เมื่อพิจารณาคา Bartlett's Test
of Sphericity มีคาเทากับ 503.111 (p=.000) แสดงวา เมทริกซสหสัมพันธระหวางตัวแปรแตกตาง
จากเมทริกซเอกลักษณอยางมีนัยสําคัญ และคาดัชนีไกเซอร – ไมเยอร – ออลคิน (Kaiser-Meyer-
Olkin Measure of Sampling Adequacy) มีคาเทากับ .779 แสดงวา ตัวแปรสังเกตไดของขอมูลมี
ความสมั พันธกนั มากพอท่ีจะนาํ ไปวิเคราะหอ งคป ระกอบได ดงั แสดงในตารางท่ี 3.11

ตารางที่ 3.11 คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธ์ิสหสัมพันธแบบเพียรสันระหวางตัวแปรใน
องคป ระกอบของกจิ กรรมเพอื่ การเรียนรูข า มวฒั นธรรม

ตัวแปร ACT1 ACT2 ACT3
ACT1 1.000 1.000
ACT2 0.930** 1.000 4.212
ACT3 0.914** 0.942** 0.752
MEAN 4.158 4.185
SD 0.754 0.746
Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy = .779
Bartlett's Test of Sphericity = 503.111, df = 3, p = .000
หมายเหตุ: **p < .01; n = 120; ระดับการใหค ะแนน 5 ระดบั

ผลการวิเคราะหองคประกอบยืนยันตามโมเดลการวัดกิจกรรมเพื่อการเรียนรูขาม
วัฒนธรรม (ACTASE) พบวา โมเดลมีความสอดคลองกลมกลืนกับขอมูลเชิงประจักษดี พิจารณาได
จากคาไค – สแควร (χ2 =1.45, df=1, p=.23) ซึ่งแตกตางจากศูนยอยางไมมีนัยสําคัญ คาดัชนีวัด
ระดับความกลมกลืน (GFI) มีคาเทา กับ .99 คา ดชั นีวดั ระดบั ความกลมกลืนทปี่ รับแกแลว (AGFI) มีคา
เทากับ .95 และคาดัชนีรากของกําลังสองเฉล่ียของสวนที่เหลือ (RMR) มีคาเทากับ .016 แสดงวา
โมเดลมคี วามสอดคลอ งกบั ขอมูลเชิงประจกั ษ

คานํ้าหนักองคประกอบของตัวแปรท้ังหมดมีคาเปนบวก มีขนาดตั้งแต .94 ถึง .97 และมี
นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทุกตัว ตัวแปรที่มีนํ้าหนักความสําคัญมากท่ีสุด คือ สาธิตกิจกรรมเชิง
วัฒนธรรม (ACT2) และเรียนรูแบบการรวมมือรวมพลัง (ACT3) มีคานํ้าหนักองคประกอบ เทากับ
.97 และมีความแปรผันรวมกับกิจกรรมเพ่ือการเรียนรูขามวัฒนธรรม รอยละ 94.00 และตัวแปรที่มี
นํ้าหนักความสําคัญนอยที่สุด คือ แลกเปล่ียนเรียนรูจากประสบการณตน (ACT1) มีคาน้ําหนัก

74

องคประกอบ เทากับ .94 และมีความแปรผันรวมกับกิจกรรมเพื่อการเรียนรูขามวัฒนธรรมรอยละ
89.00 แสดงใหเห็นวาตัวแปรเหลาน้ีเปน ตัวแปรท่ีสําคัญขององคประกอบกิจกรรมเพื่อการเรียนรูขาม
วัฒนธรรมดงั แสดงในตารางท่ี 3.12 และภาพท่ี 3.5

ตารางท่ี 3.12 ผลการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยันของโมเดลการวัดองคประกอบของกิจกรรมเพื่อ
การเรียนรูขามวฒั นธรรม

ตัวแปร นาํ้ หนักองคประกอบ t R2 สปส.คะแนน
beta b(SE) องคประกอบ
ACT1 0.94 0.81 0.89
ACT2 0.97 0.79 0.94 0.21
ACT3 0.97 0.81 0.94 0.44
0.56

χ2 = 1.45, df = 1, p = .23, GFI = .99, AGFI = .95, RMR = .016
หมายเหตุ: **p < .01

ภาพท่ี 3.5 ผลการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยันโมเดลการวัดองคประกอบของกิจกรรมเพ่ือการ
เรียนรูขา มวัฒนธรรม

75

5. ความตรงเชงิ โครงสรางขององคป ระกอบการอยูร วมกนั อยา งมีความสขุ
ผลการวิเคราะหความสัมพันธระหวางตัวแปรโดยใชคาสหสัมพันธแบบเพียรสัน พบวา ตัวแปร
ท่ีบงชี้องคประกอบการอยูรวมกัน อยางมีความสุขมีคาสัมประสิทธ์สิ หสัมพันธตั้งแต .800 ถงึ .919 อยาง
มีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ทุกคู ลักษณะความสัมพันธระหวางตัวแปรเปนความสัมพันธทางบวก
ตั้งแตขนาดสูงถึงขนาดสูงมาก ตัวแปรที่มีความสัมพันธสูงท่ีสุดคือ ปฏิบัติตามกฎเกณฑของหมูคณะ
(HAPLIV5) กับเคารพและรับฟงความคิดเห็นของผูอื่น (HAPLIV6) และตัวแปรท่ีมีความสัมพันธกันต่ําสุด
คอื ชว ยเหลือและเอ้อื เฟอ (HAPLIV1) กบั ปฏิบัติตามกฎเกณฑของหมคู ณะ (HAPLIV5) เมอ่ื พิจารณาคา
Bartlett's Test of Sphericity มีคาเทากับ 1103.945 (p = .000) แสดงวา เมทริกซสหสัมพันธ
ระหวางตัวแปรแตกตางจากเมทริกซเอกลักษณอยางมีนัยสําคัญ และคาดัชนีไกเซอร – ไมเยอร – ออลคิน
(Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy) มีคาเทากับ .907 แสดงวา ตัวแปรสังเกต
ไดข องขอมูลมคี วามสัมพนั ธก นั มากพอท่ีจะนาํ ไปวเิ คราะหองคป ระกอบได ดงั แสดงในตารางที่ 3.13

ตารางท่ี 3.13 คาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธ์ิสหสัมพันธแบบเพียรสันระหวางตัวแปรใน
องคป ระกอบการอยูร ว มกันอยางมีความสขุ

ตวั แปร HAPLIV1 HAPLIV2 HAPLIV3 HAPLIV4 HAPLIV5 HAPLIV6
HAPLIV1 1.000 1.000 1.000
HAPLIV2 0.940** 1.000 0.919** 4.294
HAPLIV3 0.865** 0.890** 1.000 4.294 0.710
HAPLIV4 0.835** 0.889** 0.885** 1.000 0.713
HAPLIV5 0.800** 0.856** 0.871** 0.893**
HAPLIV6 0.830** 0.866** 0.881** 0.896**
MEAN 4.286 4.258 4.306 4.278
SD 0.689 0.725 0.719 0.692
Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy = .907
Bartlett's Test of Sphericity = 1103.945, df = 15, p = .000
หมายเหต:ุ **p < .01; n = 120; ระดับการใหคะแนน 5 ระดับ

ผลการวิเคราะหองคประกอบยืนยันตามโมเดลการวัดองคประกอบการอยูรวมกัน อยางมี
ความสุข (HAPLIVE) พบวา โมเดลมีความสอดคลองกลมกลนื กับขอมลู เชิงประจักษดี พิจารณาไดจาก
คาไค – สแควร (χ2=6.34, df=15, p=.39) ซึ่งแตกตางจากศูนยอยางไมมีนัยสําคัญ คาดัชนีวัดระดับ
ความกลมกลืน (GFI) มีคาเทากับ .98 คาดัชนีวัดระดับความกลมกลืนท่ีปรับแกแลว (AGFI) มีคาเทากับ
.94 และคาดัชนีรากของกําลังสองเฉล่ียของสวนที่เหลือ (RMR) มีคาเทากับ .024 แสดงวา โมเดลมี
ความสอดคลองกับขอมลู เชิงประจักษ

คาน้ําหนักองคประกอบของตัวแปรท้ังหมดมีคาเปนบวก มีขนาดตั้งแต .89 ถึง .99 และมี
นยั สําคัญทางสถิติท่ีระดบั .01 ทกุ ตัว ตัวแปรที่มีน้ําหนักความสําคัญมากที่สุด แบงปนสิ่งของใหแกกัน

76

(HAPLIV4) มีคาน้ําหนักองคประกอบ เทากับ .99 และมีความแปรผันรวมกับการอยูรวมกัน อยางมี
ความสุข รอยละ 98.00 รองลงมาคือ คิดดีตอกัน (HAPLIV3) และเคารพและรับฟงความคิดเห็นของ
ผูอ่ืน (HAPLIV6) มีคานํ้าหนักองคประกอบ เทากับ .96 มีความแปรผันรวมกับการอยูรวมกัน อยางมี
ความสุข รอยละ 93.00 และ 92.00 ตามลําดับ และตัวแปรที่มีน้ําหนักความสําคัญนอยที่สุด คือ
ชวยเหลือและเอื้อเฟอ (HAPLIV1) มีคานํ้าหนักองคประกอบ เทากับ .89 และมีความแปรผันรวมกับ
การอยูรวมกัน อยางมีความสุข รอยละ 79.00 แสดงใหเห็นวาตัวแปรเหลาน้ีเปนตัวแปรท่ีสําคัญของ
องคประกอบการอยูรวมกนั อยา งมีความสขุ ดงั แสดงในตารางท่ี 3.14 และภาพท่ี 3.6

ตารางที่ 3.14 ผลการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยันของโมเดลการวัดองคประกอบการอยูรวมกันอยาง
มคี วามสขุ

ตัวแปร นา้ํ หนกั องคป ระกอบ t R2 สปส.คะแนน
beta b(SE) องคประกอบ
HAPLIV1 0.89 1(0.08) 12.45** 0.79
HAPLIV2 0.93 3.5(0.26) 13.45** 0.87 0.00
HAPLIV3 0.96 3.62(0.25) 14.27** 0.93 0.00
HAPLIV4 0.99 3.72(0.25) 15.04** 0.98 0.10
HAPLIV5 0.94 3.52(0.26) 13.60** 0.88 0.18
HAPLIV6 0.96 1.14(0.08) 14.25** 0.92 0.00
-0.01

χ2 = 6.34, df = 15, p = 0.39, GFI = 0.98, AGFI = 0.94, RMR = 0.024
หมายเหตุ: **p < .01

ภาพท่ี 3.6 ผลการวเิ คราะหอ งคป ระกอบเชิงยืนยันโมเดลการวดั การอยูรวมกันอยางมีความสขุ

77

ตัวอยางการแปลผล SCFA

การตรวจสอบความตรงเชงิ โครงสราง
ในการตรวจสอบความตรงเชิงโครงสรางของขอมูลที่ได ผูวิจัยไดใชวิธีตรวจสอบความตรง

เชิงโครงสราง (construct validity) โดยการวิเคราะหสหสัมพันธระหวางตัวแปรใหไดเมทริกซ
สมั ประสิทธิ์สหสัมพันธระหวา งตัวแปรในแตละองคประกอบ โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือตรวจสอบวาเมท
ริกซสัมประสิทธิ์สหสัมพันธแตกตางจากศูนยหรือไม ถาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธในเมทริกซใด ไมมี
ความสัมพันธกัน หรือมีความสัมพันธกันนอย แสดงวาเมทริกซน้ันไมมีองคประกอบรวมกัน และไม
จําเปนในการนําเมทริกซสัมประสิทธิ์สหสัมพันธไปวิเคราะหองคประกอบ สําหรับคาสถิติที่ใชในการ
ทดสอบสมมติฐาน คือ คาสถิติ Bartlett’s Test of Sphericity และคาดัชนีไกเซอร เมเยอร – ออลคิน
(Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy = KMO) ซึ่งคา KMO ควรจะมีคาเขา
ใกลหนึ่ง ถามีคานอย แสดงวาความสัมพันธระหวางตัวแปรมีนอย และไมเหมาะท่ีจะวิเคราะห
องคประกอบ (นงลักษณ วิรัชชัย, 2542) รายละเอียดเกณฑคาดัชนี KMO มีดังนี้ (Bollen, 1989
cited in Hair et al., 1998)

คาดชั นี Kaiser-Meyer-Olkin (KMO) ระดบั ความเหมาะสม
KMO > .90 ดมี าก
ดี
.80 < KMO < .89 ปานกลาง
.70 < KMO < .79 นอ ย
.60 < KMO < .69 นอยมาก
.50 < KMO < .59 ไมเ หมาะสมและไมส ามารถ
KMO < .50 ยอมรับได

ในการตรวจสอบความตรงเชิงโครงสรางและการวิเคราะหเพื่อตรวจสอบความตรงของโมเดล
แบบมีตัวแปรสงผานดวยโปรแกรม LISREL จําเปนตองมีการเตรียมเมทริกซสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ
ระหวางตวั แปรของแตละองคประกอบ และในการแปลความหมายของคาสมั ประสทิ ธส์ิ หสัมพันธสําหรับ
การวิจัยครั้งน้ีใชการแปลความหมายของขนาดความสัมพันธ ดังตอไปนี้ (Hinkle; Wiersma and Jurs,
2003: 109 อางถึงใน อวยพร เรืองตระกูล, 2553: 218)

ขนาดความสัมพนั ธ ความหมาย
0.0 – 0.3 มีความสมั พนั ธก ันต่ํามาก
0.3 – 0.5 มีความสัมพนั ธก ันตาํ่
0.5 – 0.7 มคี วามสมั พนั ธก ันปานกลาง
0.7 – 0.9 มีความสมั พนั ธกนั สูง
0.9 – 1.0 มคี วามสมั พนั ธก นั สูงมาก

78
เมื่อไดเมทริกซสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธระหวางตัวแปรแตละองคประกอบ จากน้ันผูวิจัยได

นํามาวิเคราะหเพ่ือเปนการตรวจสอบองคประกอบเชิงยืนยันอันดับที่สอง (Second Order
Confirmatory Factor Analysis) ดวยโปรแกรมลิสเรล (Jöreskog & Sörbom, 2004) โดยใช
แบบสอบถามท่ีไดจากการเก็บรวบรวมขอมูลจากกลุมตัวอยาง จํานวน 120 คน ซึ่งจะไดแสดงผลการ
วิเคราะหตอไป และในการนําเสนอผลการวิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณเกี่ยวกับโมเดลการวัดสุขภาวะ
เชิงพุทธนั้น เพ่ือใหการนําเสนอผลการวิเคราะหขอมูลมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผูวิจัยไดกําหนด
สญั ลักษณและอกั ษรยอ ทใี่ ชแ ทนตวั แปรตา งๆ ดังตอ ไปนี้

1. สัญลักษณท ่ีใชใ นการวิจยั
1.1 สญั ลักษณท ใี่ ชแ ทนคาสถิติ
Χ หมายถงึ คา เฉลยี่ เลขคณิต (Mean)
S.D. หมายถึง คา สวนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (Coefficient of Variation)
Max หมายถงึ คาสงู สดุ (Maximum)
Min หมายถงึ คา ตาํ่ สดุ (Minimum)
C.V. หมายถึง คา สัมประสิทธ์กิ ารกระจาย ของตัวแปร
Sk หมายถงึ คา ความเบ (Skewness)
Ku หมายถงึ คาความโดง (Kurtosis)
χ2 หมายถึง ดชั นีตรวจสอบความกลมกลนื ประเภทคาสถติ ไิ ค-สแควร
df หมายถึง องศาอิสระ (Degree of freedom)
p หมายถึง ระดบั นัยสาํ คญั (Significant)
R หมายถึง คา สมั ประสิทธิส์ หสัมพนั ธพ หคุ ณู
R2 หมายถึง สัมประสทิ ธ์ิการทาํ นาย (Coefficient of determination)
GFI หมายถงึ ดัชนีวดั ระดับความกลมกลืน (Goodness of fit index)
AGFI หมายถึง ดัชนวี ัดระดับความกลมกลนื ที่ปรับแกแลว (Adjusted
goodness of fit index)
RMR หมายถงึ คา ดชั นีรากของกําลังสองเฉลีย่ ของสวนที่เหลอื (Root
mean squared residual)

1.2 สญั ลกั ษณท่ีใชแ ทนตัวแปรแฝง
BWB หมายถึง สุขภาวะเชิงพทุ ธ
PHYWB หมายถงึ สขุ ภาวะทางกาย
SOCWB หมายถึง สขุ ภาวะทางสงั คม
MINWB หมายถงึ สขุ ภาวะทางจิตใจ
WISWB หมายถึง สุขภาวะทางปญญา

1.3 สัญลกั ษณที่ใชแ ทนตัวแปรสังเกตได
PHY หมายถึง ดานสขุ ภาพรา งกาย
FAC หมายถึง ดา นการใชปจจัยส่ี อปุ กรณแ ละเทคโนโลยี

79

ENV หมายถงึ ดานสิ่งแวดลอ ม
INT หมายถงึ ดานการปฏสิ มั พนั ธ
DUT หมายถงึ ดานการตระหนักในหนาที่
DIS หมายถึง ดานวนิ ัย
QUA หมายถงึ ดา นคุณภาพจิต
CAP หมายถงึ ดานสมรรถภาพจติ
HEA หมายถงึ ดา นสุขภาพจิต
PRA หมายถงึ ดานการปฏิบตั ติ อความรู
LEV หมายถงึ ดา นระดบั ความรู
แสดงรายละเอยี ดผลการวิเคราะหขอมลู ไดดังนี้
1. ผลการวเิ คราะหค า สถิตเิ บอื้ งตน ของตัวแปรสงั เกตไดใ นโมเดล
ผลการวเิ คราะหคาสถิติพืน้ ฐานของตวั แปรท่ีใชในโมเดล มีตวั บงชีท้ ้งั หมด 11 ตัวแปร ท่ใี ช
วัดตัวแปรแฝง 4 ตัวแปร คือ 1) สุขภาวะทางกาย (PHYWB) 2) สุขภาวะทางสังคม (SOCWB) 3) สุข
ภาวะทางจิตใจ (MINWB) และ 4) สุขภาวะทางปญญา (WISWB) มีจุดมุงหมายเพื่อศึกษาลักษณะการ
กระจายและการแจกแจงของตวั แปรสังเกตไดแตละตวั คาสถิตทิ ใี่ ช ไดแก คาเฉล่ีย ( Χ ) สวนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน (S.D.) คะแนนตํ่าสุด (Min) คะแนนสูงสุด (Max) สัมประสิทธิ์การกระจาย (C.V.) คาความ
เบ (Sk) และคา ความโดง (Ku) โดยแยกวเิ คราะหผลแตล ะตวั แปรดงั ตอ ไปน้ี
เมื่อพิจารณาดานสุขภาวะทางกาย (PHYWB) พบวา โดยภาพรวมสุขภาวะทางกายอยูใน
ระดับมาก ( Χ =3.78) ซึ่งเมื่อพิจารณาเปนรายดานพบวา ดานสิ่งแวดลอมมีคาเฉลี่ยสูงสุด ( Χ =3.89)
รองลงมาคือ ดานการใชปจจัยส่ี อุปกรณและเทคโนโลยี ( Χ =3.82) และดานสุขภาพรางกาย ( Χ =
3.63) ตามลําดับ เมื่อพิจารณาคาสัมประสิทธิ์การกระจาย (C.V.) ของตัวแปร พบวา ตวั แปรมีการกระจาย
ไมตางกันมาก โดยมีคาอยูระหวางรอยละ 17.67 – 21.77 เม่ือพิจารณาคาความเบ (Sk) ของตัวแปร
พบวา ตัวแปรทุกตัวมีการแจกแจงในลักษณะเบซาย (คาความเบเปนลบ) แสดงวา ขอมูลของตัวแปร
ทุกตัวสูงกวาคาเฉลี่ย เม่ือพิจารณาคาความโดง (Ku) พบวา ตัวแปรดานส่ิงแวดลอมมีโคงการแจกแจง
ของขอมูลในลักษณะสูงโดงกวาโคงปกติ (คาความโดงมากกวา 0) แสดงวาตัวแปรดานส่ิงแวดลอมมี
การกระจายของขอมูลนอย ในขณะท่ีตัวแปรดานการใชปจจัยสี่ อุปกรณและเทคโนโลยี และดาน
สุขภาพรางกาย มีโคงการแจกแจงของขอมูลในลักษณะต่ํากวาโคงปกติ (คาความโดงนอยกวา 0)
แสดงวามีการกระจายของขอ มูลมาก
เม่ือพิจารณาดานสุขภาวะทางสังคม (SOCWB) พบวา โดยภาพรวมสุขภาวะทางสังคมอยู
ในระดับมาก ( Χ =3.94) ซง่ึ เม่อื พจิ ารณาเปน รายดา นพบวา ดานการปฏิสมั พนั ธม ีคา เฉล่ยี สูงท่สี ดุ ( Χ =
3.99) รองลงมาคือ ดานวินัย ( Χ =3.93) และดานการตระหนักในหนาที่ ( Χ =3.90) ตามลําดับ เมื่อ
พิจารณาคาสัมประสิทธิ์การกระจาย (C.V.) ของตัวแปร พบวา ตัวแปรมีการกระจายไมตางกันมาก
โดยมีคา อยรู ะหวา งรอ ยละ 17.35 – 21.01 เม่อื พิจารณาคาความเบ (Sk) ของตัวแปร พบวา ตวั แปรทุก
ตัวมีการแจกแจงในลักษณะเบซาย (คาความเบเปนลบ) แสดงวา ขอมูลของตัวแปรทุกตัวสูงกวาคาเฉลี่ย
เม่ือพิจารณาคาความโดง (Ku) พบวา ตัวแปรดานการปฏิสัมพันธมีโคงการแจกแจงของขอมูลใน
ลักษณะสูงโดงกวาโคงปกติ (คาความโดงมากกวา 0) แสดงวาตัวแปรดานส่ิงแวดลอมมีการกระจาย

80

ของขอมูลนอ ย ในขณะที่ตัวแปรดา นวนิ ัย และดานการตระหนักในหนาท่ี มีโคง การแจกแจงของขอมูล
ในลกั ษณะตํา่ กวาโคง ปกติ (คาความโดงนอ ยกวา 0) แสดงวามกี ารกระจายของขอ มลู มาก

เมื่อพิจารณาสุขภาวะทางจิตใจ (MINWB) พบวา โดยภาพรวมสุขภาวะทางจิตใจอยูใน
ระดับมาก ( Χ =4.26) ซ่ึงเมื่อพิจารณาเปนรายดานพบวา ดานคุณภาพจิตมีคาเฉลี่ยสูงที่สุด ( Χ =
4.34) รองลงมาคือ ดานสุขภาพจิต ( Χ =4.29) และดานสมรรถภาพจิต ( Χ =4.16) ตามลําดับ เม่ือ
พิจารณาคาสัมประสิทธิ์การกระจาย (C.V.) ของตัวแปร พบวา ตัวแปรมีการกระจายไมตางกันมาก
โดยมีคาอยูระหวางรอยละ 13.06 – 16.30 เมื่อพิจารณาคาความเบ (Sk) ของตัวแปร พบวา ตัวแปร
ทุกตัวมีการแจกแจงในลักษณะเบซาย (คาความเบเปนลบ) แสดงวา ขอมูลของตัวแปรทุกตัวสูงกวา
คาเฉล่ีย เมื่อพิจารณาคาความโดง (Ku) พบวา ตัวแปรทุกตัวมีโคงการแจกแจงของขอมูลในลักษณะสูงโดง
กวา โคงปกติ (คาความโดงมากกวา 0) แสดงวา ตัวแปรทกุ ตัวมีการกระจายของขอ มูลนอ ย

เมื่อพิจารณาสุขภาวะทางปญญา (WISWB) พบวา โดยภาพรวมสุขภาวะทางปญญาอยูใน
ระดับมาก ( Χ =4.13) ซึ่งเม่ือพิจารณาเปนรายดานพบวา ตัวแปรดานระดับความรูมีคาเฉล่ียสูงที่สุด
( Χ =4.22) รองลงมาคือ ดานการปฏิบัติตอความรู ( Χ = 4.03) เม่ือพิจารณาคาสัมประสิทธ์ิการ
กระจาย (C.V.) ของตัวแปร พบวา ตัวแปรมีการกระจายไมตางกันมาก โดยมีคาอยูระหวางรอยละ
15.28 – 20.02 เมื่อพิจารณาคาความเบ (Sk) ของตัวแปร พบวา ตัวแปรทุกตัวมีการแจกแจงใน
ลักษณะเบซาย (คาความเบเปนลบ) แสดงวา ขอมูลของตัวแปรทุกตัวสูงกวาคาเฉลี่ย เม่ือพิจารณาคา
ความโดง (Ku) พบวา ตัวแปรดานระดับความรูมีโคงการแจกแจงของขอมูลในลักษณะสูงโดงกวาโคง
ปกติ (คาความโดงมากกวา 0) แสดงวา ตัวแปรดานสิ่งแวดลอมมีการกระจายของขอมลู นอย ในขณะท่ี
ตัวแปรดานการปฏิบัติตอความรูมีโคงการแจกแจงของขอมูลในลักษณะต่ํากวาโคงปกติ (คาความโดง
นอ ยกวา 0) แสดงวา มกี ารกระจายของขอ มูลมาก
ตารางที่ 1 คา สถติ ิเบ้อื งตน ของตัวแปรสงั เกตไดในโมเดลการวัดสุขภาวะเชิงพุทธ (N = 120)

ตัวแปร Χ ระดับ S.D. Min Max C.V. Sk Ku
PHYWB 3.78 มาก 0.62 1.85 5.00 16.30 -0.26 0.15
PHY 3.63 มาก 0.79 1.40 5.00 21.77 -0.06 -0.46
FAC 3.82 มาก 0.68 2.25 5.00 17.74 -0.32 -0.26
ENV 3.89 มาก 0.69 1.50 5.00 17.67 -0.85 1.34
SOCWB 3.94 มาก 0.66 1.67 5.00 16.72 -0.50 0.31
INT 3.99 มาก 0.69 1.00 5.00 17.35 -0.95 2.12
DUT 3.90 มาก 0.82 1.75 5.00 21.01 -0.55 -0.33
DIS 3.93 มาก 0.72 1.75 5.00 18.45 -0.55 -0.09
MINWB 4.26 มาก 0.53 2.00 5.00 12.33 -0.99 2.40
QUA 4.34 มาก 0.59 2.00 5.00 13.48 -1.21 2.71
CAP 4.16 มาก 0.68 2.00 5.00 16.30 -0.58 0.06
HEA 4.29 มาก 0.56 2.00 5.00 13.06 -1.10 2.33
WISWB 4.13 มาก 0.64 2.25 5.00 15.54 -0.57 0.09
PRA 4.03 มาก 0.81 1.75 5.00 20.02 -0.62 -0.12
LEV 4.22 มาก 0.65 2.00 5.00 15.28 -0.85 0.64

81

2. ผลการวิเคราะหค วามตรงเชิงโครงสรา งของสขุ ภาวะเชงิ พุทธ
ผลการวิเคราะหความสัมพันธร ะหวางตัวแปรโดยใชคาสหสัมพันธแบบเพียรสัน พบวา ตัว

แปร ท่ีบงชี้องคประกอบสุขภาวะเชิงพุทธ (BWB) มีคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธตั้งแต .356 ถึง .732
อยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ทุกคู ลักษณะความสัมพันธระหวางตัวแปรเปนความสัมพันธ
ทางบวกขนาดตํ่าถึงขนาดสูง ตัวแปรที่มีความสัมพันธสูงท่ีสุดคือ ดานการปฏิบัติตอความรู (PRA) กับ
ดานการตระหนักในหนาที่ (DUT) และตัวแปรท่ีมีความสัมพันธกันตํ่าสุดคือ ดานระดับความรู (LEV)
กบั ดานการใชปจจัยส่ี อุปกรณและเทคโนโลยี (FAC) เมื่อพิจารณาคา Bartlett's Test of Sphericity
มีคาเทากับ 820.842 (p = .000) แสดงวา เมทริกซสหสัมพันธระหวางตัวแปรแตกตางจากเมทริกซ
เอกลักษณอยางมีนัยสําคัญ และคาดัชนีไกเซอร – ไมเยอร – ออลคิน (Kaiser-Meyer-Olkin
Measure of Sampling Adequacy) มีคาเทากับ .930 แสดงวา ตัวแปรสังเกตไดของขอมูลมี
ความสมั พันธก ันมากพอท่จี ะนาํ ไปวเิ คราะหองคป ระกอบได ดังแสดงในตารางท่ี 2

ตารางท่ี 2 คาเฉล่ีย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธแบบเพียรสันระหวางตัวแปรใน
องคประกอบสขุ ภาวะเชิงพุทธ

ตวั แปร PHY FAC ENV INT DUT DIS QUA CAP HEA PRA LEV
PHY 1.000
FAC .579** 1.000
ENV .644** .579** 1.000
INT .508** .474** .530** 1.000
DUT .606** .556** .589** .671** 1.000
DIS .646** .595** .620** .597** .731** 1.000
QUA .460** .379** .422** .575** .634** .591** 1.000
CAP .425** .432** .380** .510** .442** .511** .553** 1.000
HEA .507** .432** .445** .533** .576** .563** .668** .653** 1.000
PRA .577** .515** .537** .630** .732** .613** .501** .414** .584** 1.000
LEV .429** .356** .405** .571** .569** .594** .601** .574** .606** .553** 1.000
Mean 3.628 3.804 3.886 3.982 3.899 3.924 4.337 4.159 4.291 4.037 4.217
SD 0.787 0.695 0.685 0.691 0.816 0.724 0.583 0.675 0.559 0.805 0.644
Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy = .930
Bartlett's Test of Sphericity = 820.842, df = 55, p = .000
หมายเหตุ: **p < .01; n = 120; ระดับการใหค ะแนน 5 ระดับ

82
ผลการวิเคราะหองคประกอบยืนยันอันดับท่ีสองของโมเดลการวัดสุขภาวะเชิงพุทธ

(BWB) พบวา โมเดลมีความสอดคลองกลมกลืนกับขอมูลเชิงประจักษดี พิจารณาไดจากคาไค –
สแควร (χ2=38.80, df=27, p=.066) ซ่ึงแตกตางจากศูนยอยางไมมีนัยสําคัญ คาดัชนีวัดระดับความ
กลมกลืน (GFI) มีคาเทากับ .944 คาดัชนีวัดระดับความกลมกลืนท่ีปรับแกแลว (AGFI) มีคาเทากับ
.864 และคาดัชนีรากของกําลังสองเฉลี่ยของสวนท่ีเหลือ (RMR) มีคาเทากับ .042 แสดงวา โมเดลมี
ความสอดคลอ งกบั ขอ มูลเชงิ ประจกั ษ

เมื่อพิจารณาผลการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยันอันดับท่ีหน่ึง ซึ่งเปนการวิเคราะห
โมเดลที่แสดงใหเห็นความสัมพันธระหวางองคประกอบสุขภาวะทางกาย (PHYWB) สุขภาวะทาง
สังคม (SOCWB) สุขภาวะทางจิตใจ (MINWB) และสขุ ภาวะทางปญญา (WISWB) กับตัวแปรสังเกตได
ซ่ึงเปนตัวแปรบงช้ีขององคประกอบ 4 องคประกอบของสุขภาวะเชิงพุทธ พบวา คาน้ําหนัก
องคประกอบในรูปคะแนนมาตรฐานของตัวบงชี้มีคาเปนบวกท้ังหมด และมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ
.01 โดยมคี า อยูร ะหวาง .81 - .99

ผลการวิเคราะหขอมูลในองคประกอบสุขภาวะทางกาย (PHYWB) พบวา ตัวบงช้ีทุกตัวมี
คา น้ําหนักองคประกอบที่มีนัยสําคัญทางสถติ ิที่ระดับ .01 โดยตัวบงชี้ท่ีมีนํ้าหนักความสําคัญมากที่สุด
คอื ดา นสงิ่ แวดลอ ม (ENV) ซงึ่ มีคา นา้ํ หนกั องคประกอบเทากับ 0.86 รองลงมา คือ ดานการใชปจจัยสี่
อุปกรณและเทคโนโลยี (FAC) และดานสุขภาพรางกาย (PHY) ซึ่งมีคานํ้าหนักองคประกอบเทากับ
0.82 และ 0.65 ตามลําดับ โดยสัดสวนความแปรปรวนท่ีอธบิ ายไดดวยองคประกอบสุขภาวะทางกาย
มคี าประมาณรอยละ 43.00 ถงึ รอ ยละ 75.00

ผลการวิเคราะหขอมูลในองคประกอบสุขภาวะทางสังคม (SOCWB) พบวา ตัวบงชี้ทุกตัว
มีคาน้ําหนักองคประกอบที่มีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 โดยตัวบงชี้ท่ีมีน้ําหนักความสําคัญมาก
ท่ีสุด คือ ดานวินัย (DIS) ซึ่งมีคานํ้าหนักองคประกอบเทากับ 0.90 รองลงมา คือ ดานการตระหนักใน
หนาที่ (DUT) และดานการปฏิสัมพันธ (INT) ซ่ึงมีคานํ้าหนักองคประกอบเทากับ 0.84 และ 0.56
ตามลําดับ โดยสัดสวนความแปรปรวนที่อธิบายไดดวยองคประกอบสุขภาวะทางสังคมมีคาประมาณ
รอ ยละ 32.00 ถึงรอ ยละ 81.00

ผลการวเิ คราะหขอมูลในองคประกอบสุขภาวะทางจติ ใจ (MINWB) พบวา ตัวบงช้ีทุกตัวมี
คานํ้าหนักองคประกอบท่ีมีนัยสําคัญทางสถติ ิที่ระดับ .01 โดยตัวบงช้ีท่ีมีน้ําหนักความสําคัญมากที่สุด
คือ ดานสุขภาพจิต (HEA) ซึ่งมีคานํ้าหนักองคประกอบเทากับ 0.88 รองลงมา คือ ดานคุณภาพจิต
(QUA) และดานสมรรถภาพจิต(CAP) ซึ่งมีคานํ้าหนักองคประกอบเทากับ 0.76 และ 0.75 ตามลําดับ
โดยสัดสวนความแปรปรวนท่ีอธิบายไดดวยองคประกอบสุขภาวะทางจิตใจมีคาประมาณรอยละ
56.00 ถงึ รอยละ 77.00

ผลการวิเคราะหขอมูลในองคประกอบสุขภาวะทางปญญา (WISWB) พบวา ตวั บงชี้ทุกตัว
มีคาน้ําหนักองคประกอบที่มีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 โดยตัวบงช้ีท่ีมีน้ําหนักความสําคัญมาก
ที่สุด คือ ดานการปฏิบัติตอความรู (PRA) ซ่ึงมีคาน้ําหนักองคประกอบเทากับ 0.77 รองลงมา คือ
ดานระดับความรู (LEV) ซึ่งมีคานํ้าหนักองคประกอบเทากับ 0.75 โดยสัดสวนความแปรปรวนที่
อธิบายไดด ว ยองคป ระกอบสุขภาวะทางปญ ญามีคา ประมาณรอยละ 56.00 ถึงรอ ยละ 59.00

83

สําหรับผลการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยันอันดับท่ีสอง ซ่ึงเปนการวิเคราะหโมเดลท่ี
แสดงใหเห็นความสัมพันธระหวางองคประกอบสุขภาวะเชิงพุทธ (BWB) ซึ่งเปนองคประกอบอันดับที่
สองกับสุขภาวะทางกาย (PHYWB) สุขภาวะทางสังคม (SOCWB) สุขภาวะทางจิตใจ (MINWB) และ
สุขภาวะทางปญญา (WISWB) ซ่ึงเปนองคประกอบอันดับที่หน่ึง พบวา คาน้ําหนักองคประกอบในรูป
คะแนนมาตรฐานของทั้ง 4 องคประกอบมีคาเปนบวกท้ังหมด และมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01
โดยองคประกอบมีคานํ้าหนักความสําคัญมากที่สุดในการบงช้ีถึงสุขภาวะเชิงพุทธคือ สุขภาวะทาง
ปญญา ซ่ึงมีคานํ้าหนักองคประกอบเทากับ 0.99 รองลงมาคือ สุขภาวะทางสังคม ซึ่งมีคาน้ําหนัก
องคประกอบเทากับ 0.97 สวนองคประกอบดานสุขภาวะทางกายเปนองคประกอบท่ีมีคาน้ําหนัก
ความสําคัญนอยที่สุด ซึ่งมีคาน้ําหนักองคประกอบเทากับ 0.81 โดยองคประกอบดานสุขภาวะทาง
ปญญา สุขภาวะทางสังคม สุขภาวะทางจิตใจ และสุขภาวะทางกาย มีความแปรปรวนรวมกันกับสุข
ภาวะเชงิ พุทธประมาณรอ ยละ 99.00, 97.00, 87.00 และ 81.00 ตามลําดบั

เม่ือพิจารณาคาความเที่ยงของตัวแปรสงั เกตได พบวา ตัวแปรสงั เกตไดมีคาความเที่ยงอยู
ระหวาง .315 ถึง .813 โดยตัวแปรท่ีมีคาความเท่ียงสูงสุด คือ ดานวินัย (DIS) มีคาความเท่ียงเทากับ
.813 รองลงมาคือ ดานสุขภาพจิต (HEA) มีคาความเท่ียงเทากับ .775 และตัวแปรที่มีคาความเที่ยง
ต่าํ สดุ คือ ดานการปฏิสัมพันธ (INT) มีคาความเที่ยงเทากับ .315 ในภาพรวมคาความเท่ียงของตัวแปร
สังเกตไดสวนมากมีคาปานกลางถึงสูง และเม่ือพิจารณาเมทริกซสหสัมพันธระหวางตัวแปรแฝง
พบวา คาพิสัยสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธระหวางตัวแปรแฝงมีคาอยูในชวง .706 ถึง .995 โดยตัวแปรทุก
คูมีความสัมพันธแบบมีทิศทางเดียวกัน (คาความสัมพันธเปนบวก) ตัวแปรท่ีมีคาสัมประสิทธิ์
สหสัมพันธมากท่ีสุด คือ สุขภาวะเชิงพุทธ (BWB) และสุขภาวะทางปญญา (WISWB) โดยมีคา
สัมประสิทธิ์สหสัมพันธเทากับ .995 มีความสัมพันธในระดับสูงมาก แสดงวา เมื่อสุขภาวะเชิงพุทธ
เพ่ิมมากขึ้น สุขภาวะทางปญญาก็เพ่ิมมากข้ึนดวย และตัวแปรที่มีคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธรองลงมา
คือ สุขภาวะเชิงพุทธ (BWB) และสุขภาวะทางสังคม (SOCWB) โดยมีคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธเทากับ
.968 และมคี วามสมั พนั ธในระดับสงู มาก

แสดงผลการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยันอันดับที่หน่ึงและอันดับที่สองของโมเดลการ
วดั สขุ ภาวะเชิงพทุ ธ ดังแสดงในตารางท่ี 3
ตารางท่ี 3 ผลการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยันอันดับท่ีสองของโมเดลการวัดสุขภาวะเชิงพุทธ

ตวั แปร นํ้าหนักองคป ระกอบ t R2 สปส.คะแนน
beta b(SE) 6.18** องคประกอบ
การวเิ คราะหอ งคป ระกอบอันดบั ที่หนงึ่ 6.31**
องคประกอบดา นสุขภาวะทางกาย (PHYWB)
PHY 0.65 0.49 0.43 0.05
FAC 0.82 1.09(0.18) 0.67 0.31
ENV 0.86 1.99(0.32) 0.75 0.22

84

ตัวแปร น้าํ หนักองคป ระกอบ t R2 สปส.คะแนน
beta b(SE) องคป ระกอบ
องคประกอบดา นสขุ ภาวะทางสงั คม (SOCWB)
INT 0.56 0.39 0.32 0.33
DUT 0.84 1.26(0.18) 7.22** 0.71 -0.02
DIS 0.90 3.39(0.57) 5.89** 0.81 0.16
องคประกอบดา นสขุ ภาวะทางจิตใจ (MINWB)
QUA 0.76 2.57 0.57 0.09
CAP 0.75 1.34(0.16) 8.38** 0.56 0.07
HEA 0.88 2.03(0.21) 9.48** 0.77 0.20
องคประกอบดา นสขุ ภาวะทางปญ ญา (MINWB)
PRA 0.77 1.77 0.59 0.09
LEV 0.75 2.82(0.33) 8.60** 0.56 0.04
การวเิ คราะหอ งคป ระกอบอนั ดับทสี่ อง
ตัวบง ชี้สขุ ภาวะเชิงพุทธ
สขุ ภาวะทางกาย (PHYWB) 0.81 0.81(0.14) 5.86** 0.66
สขุ ภาวะทางสังคม(SOCWB) 0.97 0.97(0.16) 6.07** 0.94
สขุ ภาวะทางจิตใจ (MINWB) 0.87 0.87(0.11) 8.05** 0.76
สุขภาวะทางปญญา (WISWB) 0.99 0.99(0.10) 9.61** 0.99

χ2 = 38.80, df = 27, p = .066, GFI = .944, AGFI = .864, RMR = .042, RMSEA = .060
ตัวแปร PHY FAC ENV INT DUT DIS
ความเท่ยี ง .429 .674 .745 .315 .712 .813
ตวั แปร QUA CAP HEA PRA LEV
ความเที่ยง .572 .563 .775 .591 .564
เมทริกซสหสัมพนั ธร ะหวางตัวแปรแฝง
ตวั แปรแฝง PHYWB SOCWB MINWB WISWB BWB
PHYWB 1.000
SOCWB 0.785 1.000
MINWB 0.706 0.843 1.000
WISWB 0.806 0.963 0.866 1.000
BWB 0.811 0.968 0.871 0.995 1.000
หมายเหตุ: ตัวเลขในวงเลบ็ คอื คาความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน, **p < .01

85

สุขภาพรา งกาย .57

สุขภาวะทาง .65 การใชป จ จยั ส่ี .33
กาย .82 อุปกรณและเทคโนโลยี

.86 ส่งิ แวดลอม .26

.81 .56 การปฏิสมั พันธ .68

สขุ ภาวะทาง .84 การตระหนกั ในหนา ท่ี .29
สงั คม
.90
สขุ ภาวะเชงิ .97 วนิ ัย .19
พุทธ
1.00

.87 .76 คุณภาพจิต .43
สขุ ภาวะทาง
จิตใจ .75 สมรรถภาพจิต .44

.99 .88

สขุ ภาพจิต .23

สุขภาวะทาง .77 การปฏบิ ัตติ อ ความรู .41
ปญ ญา
.75 ระดับความรู .44

χ2 =38.80, df=27, P-value=0.066, RMSEA=0.060
ภาพที่ 3. ผลการวเิ คราะหอ งคป ระกอบเชงิ ยนื ยันอนั ดับท่ีสองของโมเดลการวดั สขุ ภาวะเชงิ พุทธ

(กมลาศ ภูวชนาธิพงศ และคณะ, 2562)

86
ผลการวิเคราะหอ งคป ระกอบเชงิ ยืนยันอนั ดับทส่ี องของโมเดลการวดั สขุ ภาวะเชิงพุทธ
จากการวเิ คราะหดวยโปรแกรม LISREL

87

บทที่ 5
ผลการวิเคราะหข อ มูล

การวิจัยครั้งน้ีมีวัตถุประสงค 1) เพ่ือศึกษาการเรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซียนในกลุม
ประเทศ CLMV จากกรณีศึกษาท่ีเปนแบบอยางท่ีดี 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรูขาม
วัฒนธรรมอาเซียนในกลุมประเทศ CLMV สําหรับนิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และ
3) เพื่อประเมินคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซียนในกลุมประเทศ CLMV
สําหรับนิสติ มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั คณะผูวจิ ยั ไดแบงประเด็นในการนําเสนอผลการ
วิเคราะหขอมูลเปน 4 ตอน ประกอบดวย ตอนท่ี 1 ผลการศึกษากรณีศึกษาท่ีเปนแบบอยางท่ีดีในการ
เรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซียนในกลุมประเทศ CLMV ตอนท่ี 2 ผลการวิเคราะหเพื่อพัฒนาและ
ตรวจสอบรูปแบบการจัดการเรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซียนในกลุมประเทศ CLMV ตอนท่ี 3 ผลการ
ทดลองใชรูปแบบการจัดการเรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซียนในกลุมประเทศ CLMV สําหรับนิสิต
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และตอนที่ 4 การประเมินคุณภาพของรูปแบบการจัดการ
เรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซียนของนิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยดวยการตรวจสอบ
ความตรงของโมเดลความสัมพันธเชิงสาเหตุที่พัฒนาข้ึนและผลการวิเคราะหอิทธิพลทางตรงและทางออม
ระหวางตวั แปรในโมเดล แสดงรายละเอยี ดผลการวิเคราะหขอมูลของแตล ะตอนไดดังน้ี

ในคมู ือเลมนจี้ ะไดน ําเสนอไวเพียงผลการวิเคราะหและการแปลผล LISREL เทาน้นั
โดยยงั คงเลขของตารางและแผนภาพใหเ หมอื นในเลม รายงานการวจิ ยั ฉบับสมบูรณ

Confirm ตวั แปรที่ไดจาก
กรอบแนวคดิ ในการวิจัย

มุงเนนการอยูร ว มกนั อยางสันติ Confirm ตวั แปรที่ไดจ าก กระบวน
คนุ เคยกับวฒั นธรรมอาเซียน กรอบแนวคดิ ในการวิจยั เรยี นร
เรยี นรูผ านกระบวนการวิจยั วฒั นธรรม
รูจกั อาเซียนดวยนวัตกรรม การจดั การเรยี นรู
ประเมินผลตามสภาพจรงิ ขามวฒั นธรรม

อาเซียน

คุณภาพของสอ่ื การเรียนรู

องคประกอบ
ของการเรยี นรู
ขามวฒั นธรรม

Confirm ตัวแปรทไี่ ดจาก แบบแผนในการปฏ
การศกึ ษาภาคสนามดวยการ หลักปฏิบัตใิ นการอ
สมั ภาษณเชิงลึก การสังเกต
การนบั ถือนิกาย
และการสนทนากลมุ พระพทุ ธศาสน

ภาพท่ี 4.34 รูปแบบการจดั การเรยี นรูขามวฒั นธรรมอาเซียนในกลุมประเทศ C

57 88

เปดใจรับวัฒนธรรมใหม ชว ยเหลือและเอ้ือเฟอ
ตอ ผอู น่ื
เตรียมใจเรียนรสู ่ิงที่แตกตา ง
ปรบั อารมณใ หเขากบั สถานการณ พดู จาสภุ าพและมเี หตผุ ล
เขาใจพฤตกิ รรมของนิสติ ชาตอิ นื่
ปรับกระบวนทศั นในเร่ืองวัฒนธรรม คิดดีตอ กัน
แบง ปนส่ิงของใหแ กก นั
นการ Confirm ตวั แปรท่ไี ดจ าก
รูขา ม กรอบแนวคดิ ในการวิจยั ปฏิบตั ิตามกฎเกณฑของ
มอาเซียน หมูคณะ
การอยูรว มกัน
อยางมีความสุข เคารพและรบั ฟงความ
คิดเหน็ ของผอู ื่น
กจิ กรรม Confirm ตัวแปรท่ไี ด
เพอื่ การเรียนรู จากการสนทนากลมุ
ขา มวัฒนธรรม และการจดั กิจกรรมเชงิ

ปฏิบตั ิการ

ฏบิ ัตติ น แลกเปลี่ยนเรียนรจู ากประสบการณต น
อยรู ว มกนั สาธิตกจิ กรรมเชงิ วัฒนธรรม

ยทาง เรยี นรูแบบการรวมมือรวมพลงั
สนา (Collaboration)

CLMV สาํ หรบั นิสิตมหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั (ฉบับประเมินคณุ ภาพ)

89
ตอนท่ี 4 การประเมินคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซียนของนิสิต
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ดวยการตรวจสอบความตรงของโมเดลความสัมพันธเชิง
สาเหตทุ พี่ ฒั นาขน้ึ และผลการวิเคราะหอ ทิ ธิพลทางตรงและทางออมระหวา งตัวแปรในโมเดล

ในการนําเสนอผลการวิเคราะหขอมูลในตอนที่ 4 นี้ เปนการนําเสนอผลการวิเคราะห
ขอมูลเชิงปริมาณ ดังนั้น เพื่อใหการนําเสนอผลการวิเคราะหขอมูลมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผูวิจัยได
กําหนดสญั ลกั ษณและอักษรยอท่ีใชแ ทนตัวแปรตา งๆ ดงั ตอไปนี้

4.1 สัญลกั ษณที่ใชในการวจิ ยั
4.1.1 สัญลกั ษณท่ใี ชแ ทนคา สถติ ิ
Χ หมายถงึ คาเฉลีย่ เลขคณติ (Mean)
S.D. หมายถึง คา สว นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Coefficient of Variation)
Max หมายถึง คาสงู สุด (Maximum)
Min หมายถงึ คาต่ําสดุ (Minimum)
Sk หมายถึง คา ความเบ (Skewness)
Ku หมายถงึ คา ความโดง (Kurtosis)
χ2 หมายถึง ดัชนีตรวจสอบความกลมกลนื ประเภทคาสถติ ิไค-สแควร
df หมายถงึ องศาอสิ ระ (Degree of freedom)
p หมายถงึ ระดบั นัยสําคญั (Significant)
TE หมายถงึ ขนาดอิทธพิ ลรวม (Total effect)
IE หมายถึง ขนาดอิทธพิ ลทางออ ม (Indirect effect)
DE หมายถงึ ขนาดอิทธิพลทางตรง (Direct effect)
R หมายถงึ คา สมั ประสิทธส์ิ หสมั พันธพ หคุ ณู
R2 หมายถงึ สมั ประสิทธ์กิ ารทํานาย (Coefficient of determination)
GFI หมายถงึ ดัชนวี ดั ระดบั ความกลมกลืน (Goodness of fit index)
AGFI หมายถึง ดชั นวี ดั ระดับความกลมกลืนทปี่ รับแกแลว (Adjusted
goodness of fit index)
RMR หมายถึง คา ดัชนีรากของกําลังสองเฉลย่ี ของสว นที่เหลือ (Root
mean squared residual)

4.1.2 สญั ลักษณทีใ่ ชแ ทนตวั แปรแฝง
LEARNASE หมายถึง การจัดการเรยี นรขู า มวัฒนธรรมอาเซียน
COMASE หมายถึง องคป ระกอบของการเรยี นรขู ามวัฒนธรรม
PROASE หมายถงึ กระบวนการเรียนรูขามวัฒนธรรมอาเซยี น
ACTASE หมายถึง กจิ กรรมเพอ่ื การเรยี นรขู ามวัฒนธรรม
HAPLIVE หมายถงึ การอยรู วมกัน อยา งมคี วามสุข

90

4.1.3 สญั ลกั ษณทใ่ี ชแทนตวั แปรสังเกตได
LEARN1 หมายถงึ มงุ เนนการอยูรว มกนั อยา งสนั ติ
LEARN2 หมายถึง คนุ เคยกับวัฒนธรรมอาเซียน
LEARN3 หมายถงึ เรียนรูผานกระบวนการวิจัย
LEARN4 หมายถงึ รจู กั อาเซียนดว ยนวัตกรรม
LEARN5 หมายถงึ ประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ
LEARN6 หมายถงึ คณุ ภาพของสือ่ การเรยี นรู
COM1 หมายถงึ แบบแผนในการปฏิบัตติ น
COM2 หมายถึง หลกั ปฏิบัตใิ นการอยรู ว มกนั
COM3 หมายถึง การนบั ถอื นกิ ายทางพระพุทธศาสนา
PRO1 หมายถงึ เปด ใจรับวัฒนธรรมใหม
PRO2 หมายถึง เตรยี มใจเรยี นรสู ิ่งทแ่ี ตกตา ง
PRO3 หมายถงึ ปรบั อารมณใ หเขา กบั สถานการณ
PRO4 หมายถงึ เขาใจพฤติกรรมของนิสติ ชาติอื่น
PRO5 หมายถึง ปรบั กระบวนทัศนใ นเร่อื งวฒั นธรรม
ACT1 หมายถงึ แลกเปลีย่ นเรยี นรูจ ากประสบการณต น
ACT2 หมายถงึ สาธติ กิจกรรมเชงิ วัฒนธรรม
ACT3 หมายถึง เรยี นรแู บบการรว มมอื รวมพลัง
HAPLIV1 หมายถงึ ชว ยเหลือและเออ้ื เฟอ ตอผูอ่นื
HAPLIV2 หมายถึง พดู จาสภุ าพและมเี หตผุ ล
HAPLIV3 หมายถงึ คิดดตี อ กนั
HAPLIV4 หมายถึง แบง ปนสง่ิ ของใหแ กกัน
HAPLIV5 หมายถึง ปฏบิ ตั ิตามกฎเกณฑของหมคู ณะ
HAPLIV6 หมายถงึ เคารพและรับฟงความคิดเห็นของผูอื่น

4.2 ผลการวเิ คราะหคา สถติ พิ ้ืนฐานขอ มลู ท่ัวไปของกลุมตัวอยางท่ใี ชใ นการวจิ ัย
ผลการวิเคราะหคาสถิติพ้ืนฐานของขอมูลท่ัวไปของผูตอบแบบสอบถาม พบวา ผูตอบ
แบบสอบถามโดยสวนใหญเปนบรรพชิต คิดเปนรอยละ 68.90 และเม่ือพิจารณาชวงอายุ พบวา ชวง
อายุ 21 – 30 ป คิดเปนรอยละ 49.80 รองลงมา เปนชวงอายุ 41 ปข้ึนไป และตํ่ากวา 20 ป คิดเปน
รอยละ 18.10 และ 17.50 ตามลําดบั กาํ ลงั ศึกษาชั้นปท ี่ 1 มากที่สดุ คิดเปนรอยละ 35.30 รองลงมา
กําลังศึกษาช้ันปที่ 4 คิดเปนรอยละ 32.50 สวนมากศึกษาคณะสังคมศาสตร คิดเปนรอยละ 41.60
รองลงมา ศกึ ษาอยคู ณะครศุ าสตร คดิ เปนรอ ยละ 30.90 และศกึ ษาในสวนของวิทยาเขตมากทสี่ ุด คิด
เปนรอยละ 39.60 รองลงมาคือศึกษาอยูที่สวนกลาง (มจร วังนอย) คิดเปนรอยละ 33.20 ดังแสดงได
ในตารางท่ี 4.3

91

ตารางที่ 4.3 ขอ มูลท่วั ไปของผูตอบแบบสอบถาม จํานวน รอ ยละ

ขอ มลู ท่วั ไป 393 68.90
1. เพศ 88 15.40
89 15.60
นิสติ บรรพชิต 570 100.00
นิสติ ชาย
นิสิตหญงิ 100 17.50
รวม 284 49.80
2. อายุ 83 14.60
ต่าํ กวา 20 ป 103 18.10
21 – 30 ป 570 100.00
31 – 40 ป
41 ปขน้ึ ไป 201 35.30
รวม 111 19.50
3. ระดับชน้ั ปท ่กี ําลังศกึ ษา 73 12.80
ชั้นปที่ 1 185 32.50
ชนั้ ปท ี่ 2 570 100.00
ช้ันปที่ 3
ช้ันปท่ี 4 76 13.30
รวม 237 41.60
4. คณะทีส่ ังกดั 176 30.90
คณะพทุ ธศาสตร 81 14.20
คณะสังคมศาสตร 570 100.00
คณะครศุ าสตร
คณะมนุษยศาสตร 189 33.20
รวม 226 39.60
5. สถานท่ศี ึกษา 151 26.50
สว นกลาง (มจร วังนอย) 4 0.70
วทิ ยาเขต 570 100.00
วิทยาลยั สงฆ
หอ งเรียนหรอื หนว ยวิทยบรกิ าร
รวม


Click to View FlipBook Version
Previous Book
ทดลองสอบสังคม 1 ปีการศึกษา 61
Next Book
การปฏิบัติงานเดือนกุมภาพันธ์ 64 เ