The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นสพป.พย.1ปีการศึกษา2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phayaonum1, 2021-10-05 04:49:28

กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นสพป.พย.1ปีการศึกษา2564

กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นสพป.พย.1ปีการศึกษา2564

1



ประกาศสานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1
เรื่อง ให้ใชก้ รอบหลักสตู รระดับทอ้ งถิ่น สานกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาพะเยา เขต 1

ด้วยกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พทุ ธศักราช 2560) เพอ่ื ให้สอดคล้องกบั การจดั การศึกษาในยุค Thailand 4.0
โดยมีจดุ หมายและมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเปา้ หมายและเป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียน
ให้เป็นคนดี มีปัญญา มี คุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับโลก
พร้อมทั้งปรับกระบวนการพัฒนาหลักสูตรให้มีความสอดคล้องกับเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2) พุทธศักราช 2545 ซ่ึงมุ่งเน้น
การกระจายอานาจทางการศึกษาให้สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา และสถานศึกษาได้มีบทบาทและมี
ส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถ่ิน ให้เป็นไป
ตามแผนการศึกษาชาติ พุทธศักราช 2560-2579 สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา
เขต 1 จึงปรับปรุงกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น ให้เป็นไปที่กระทรวงศึกษาธิการ และสานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานกาหนดเพ่ือใช้เป็นกรอบในการสร้างหลักสูตรสถานศึกษา
ที่สอดคล้องและสนองต่อความต้องการของท้องถิ่น ทั้งน้ี เพ่ือปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ
เก่ียวกับท้องถิ่น เกิดความรักความผูกพัน มีเจตคติที่ดี และ ภาคภูมิใจในถ่ินกาเนิดของตน นาสิ่งดีงาม
ที่มีในท้องถ่ินมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง สังคม และดารงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมได้
อย่างมคี วามสขุ

เพื่อให้กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1
เกิดประโยชน์ต่อสถานศึกษาและผู้เรียนจึงประกาศใช้กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น สานักงานเขตพื้นที่
การศกึ ษาประถมศกึ ษาพะเยา เขต 1 ตัง้ แต่ปกี ารศกึ ษา 2564 เป็นตน้ ไป

ประกาศ ณ วนั ท่ี 26 สิงหาคม พทุ ธศักราช 2564

(นายสวสั ดิ์ แสงขัน)
ผู้อานวยการสานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาพะเยา เขต ๑



คำนำ

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของกระทรวงศึกษาธิการ
กาหนด แนวทางในการบริหารจัดการหลกั สตู ร ไว้ในระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษาวา่ “เขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาเป็น
ตัวกลางในการประสานความร่วมมือกับในโรงเรียนชุมชน ในการร่วมกัน คิด และจัดทากรอบสาระ
การเรียนรู้ท้องถ่ิน เพ่ือให้สถานศึกษาในเขตพ้ืนท่ีใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนใน เรื่อง
ที่เกย่ี วกบั ท้องถ่ินในแง่มุมต่าง ๆ ทง้ั ด้าน เศรษฐกจิ สังคม วฒั นธรรม ฯลฯ เพื่อใหผ้ เู้ รียนได้มโี อกาสเรียนรู้
เร่ืองราวของชุมชนท้องถ่ิน ซ่ึงเป็นสภาพแวดล้อมในชีวิตจริงของตนเอง” ดังน้ัน บทบาทของสานักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาประการหน่ึงคือ การจัดทากรอบหลักสูตรเขตพื้นท่ีการศึกษา ซึ่งเป็นกรอบหลักสูตร
ระดับท้องถ่ินเพ่อื ให้สถานศึกษาใชเ้ ป็นแนวทางในการจัดทา หลกั สตู รสถานศึกษา

ขอขอบคุณผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่ายท่ีเกี่ยวข้อง ทั้งนี้คณะกรรมการจัดทาหลักสูตรในระดับเขต
พ้ืนที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน ผู้ปกครอง ผู้แทนชุมชน ต ล อ ด จ น ผู้ท ร ง คุณ วุฒิ
จากหน่วยงานต่าง ๆ ในระดับท้องถิ่น ซ่ึงช่วยให้ข้อคิดเห็นและให้ความร่วมมือในการจัดทากรอบ
หลักสูตรระดับท้องถิ่น ฉบับน้ี ให้มีความสมบูรณ์และเหมาะสมต่อการจัดการศึกษา หากสถานศึกษา
หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพบข้อบกพร่องหรือต้องการให้ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงให้หลักสูต ร
ระดบั ท้องถ่นิ ฉบับนมี้ ีความสมบูรณย์ ิง่ ข้ึน ทางคณะผู้จัดทาขอขอบคณุ ท่านเป็นอย่างยง่ิ

สานกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาพะเยา เขต 1



สำรบัญ

หนำ้
ประกาศสานกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1.....................................................ก
คานา.......................................................................................................................................... ........ข
ส่วนที่ 1 สว่ นนา

ความเป็นมา................................................. .............................................................1
องคป์ ระกอบของกรอบหลักสูตรระดบั ท้องถ่ิน...........................................................4
นยิ ามศพั ทท์ เ่ี กีย่ วขอ้ งกับหลักสตู ร.............................................................................5
ข้นั ตอนการจัดทากรอบหลักสตู รระดับท้องถิน่ ..........................................................6
ส่วนท่ี 2 เป้าหมายและจุดเน้น
ทศิ ทางการพฒั นาการศกึ ษา......................................................................................8
วสิ ยั ทัศน์....................................................................................................................8
พันธกจิ ..................................................................................................................... .8
เปา้ หมายและจุดเน้น.................................................................................................9
ส่วนท่ี 3 สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่นิ
กรอบสาระการเรียนรทู้ ้องถน่ิ ....................................................................................12
วิเคราะหค์ วามสัมพันธก์ รอบหลักสูตรทอ้ งถ่ินกบั มาตรฐานการเรยี นรู้กลุม่ สาระ......13
สาระการเรยี นรู้ท้องถ่นิ มาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั /...............................................................29
สว่ นที่ 4 การประเมินคุณภาพผเู้ รยี นระดับเขตพื้นทก่ี ารศึกษา......................................................๑07
สว่ นที่ 5 การนากรอบหลักสตู รระดบั ท้องถน่ิ ส่กู ารพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา............................๑14
ภาคผนวก
บรรณานกุ รม .................................................................................................................................๑17
คาส่งั คณะทางาน............................................................................................................... .............๑18



สว่ นที่ 1
บทนำ

ควำมสำคญั และควำมเปน็ มำ

จากการประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 และมาตรฐาน
การเรียนร/ู้ ตวั ชว้ี ดั กลุ่มสาระการเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์
ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 น้ัน กระทรวงศึกษาธิการได้กาหนดแนวทาง
การบริหารจัดการหลักสูตรระดับท้องถิ่น โดยให้สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา/สานักงานเขต
พ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัดอ่ืน ๆ ในระดับท้องถ่ิน มีบทบาทสาคัญ ดังนี้ 1)
การเช่ือมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และความต้องการของท้องถ่ินสู่
การพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา และการจัดการเรยี นการสอนใน ช้นั เรียน 2) ภารกิจหลักในการขับเคล่ือน
การจัดการศึกษาของโรงเรียนให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ และประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาผู้เรียนไปสู่มาตรฐาน
การเรียนรู้ ซ่ึงเป็นเป้าหมายที่กาหนดไว้ร่วมกันในระดับชาติตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
และจะต้องปลูกฝัง ให้ผู้เรียนเป็นสมาชิกที่ดี ของชุมชน มีความรัก ภาคภูมิใจในบ้านเกิดเมืองนอนและ
ท้องถ่ินของตนเอง 3) จัดทากรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น เพ่ือให้สถานศึกษาใช้เป็นแนวทางในการจัดทา
หลักสูตรสถานศึกษา และจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยสอดแทรกเรื่องเกี่ยวกับชุมชนและท้องถ่ิน
ตามที่กาหนดในมาตรฐาน การเรียนรู้และตัวช้ีวดั ทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั ท้องถนิ่ 4) สง่ เสริมสนบั สนนุ และช่วยเหลอื
สถานศึกษาให้จัดทาหลักสูตรสถานศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ 5) พัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาให้มีวิสัยทัศน์
และเป็นผ้นู าวชิ าการ และพัฒนาครูผสู้ อนใหม้ ีความรู้ความเข้าใจในการพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษาและการ
จดั การเรยี นรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ทง้ั น้ี สานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาพะเยาเขต 1 ได้นาแนว
ทางการจัดทาสาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่ิน จากสานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โดยใช้แนวทางการดาเนินงานจัดทาสาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน คือ
การกาหนดเนื้อหาสาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน เพ่ือให้สถานศึกษานาไปใช้จัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้
เกี่ยวกับท้องถิ่นของตนเอง ทั้งในด้านความสาคัญ ประวัติความเป็นมา สภาพภูมิประเทศ ภูมิปัญญา ฯลฯ
ตลอดจนสภาพปัญหาในชุมชนและสังคมนั้น ๆอันจะทาให้ผู้เรียนเกิดความรัก ความผูกพัน มีความ
ภาคภูมิใจในท้องถ่ินของตน ยินดีท่ีจะร่วมสืบสานพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาของท้องถ่ินนั้น ในการดาเนินงาน
ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ตามพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546
กาหนดให้สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีหน้าที่ในการบริหารจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน รวมทั้งมหี นา้ ที่ในการพัฒนางานด้านวิชาการรว่ มกับสถานศึกษา สานักงาน
เขตพื้นที่การศึกษา จึงควรมีหน้าที่จัดทา “กรอบสาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน” ในระดับเขตพื้นที่ เพื่อให้
สถานศึกษานาไปจัดทารายละเอียดของเนื้อหาองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับท้องถิ่นให้เหมาะสมกับสภาพของ
สถานศึกษาและนาไปสู่การปฏิบัติจริง ทั้งนี้ในการจัดทากรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นมีสาระสาคัญเกี่ยวกับ
เป้าหมายจุดเน้นในการพัฒนาสาระการเรียนรู้และการประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับท้องถิ่นเพื่อให้ผู้เรียน
ทุกคนไดร้ ับการเรยี นร้แู ละบรรลผุ ลตามเป้าหมายจดุ เน้น สถานศึกษากาหนดเป้าหมาย จุดเน้นเพิ่มเติมตาม
ความสนใจความต้องการและสภาพของท้องถ่ินชุมชนนั้นให้สอดคล้องเหมาะสมยิ่งข้ึน ตามความสัมพันธ์
เชอ่ื มโยง มาตรฐานการเรียนร้รู ะดบั ชาติ โดยมมี าตรฐานและตัวช้วี ัด เป็นจดุ เน้นของการพฒั นา



กำรบรหิ ำรจัดกำรหลกั สตู รระดบั ท้องถนิ่

การบรหิ ารจดั การหลกั สตู รระดบั ท้องถ่นิ สานกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1
ไดด้ าเนินการตามแนวทางที่สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐานกาหนด คอื

1. การบรหิ ารจดั การหลกั สูตรระดบั ท้องถน่ิ
ในระบบการศึกษาท่ีมีการกระจายอานาจให้ท้องถิ่นและสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนา

หลักสูตรนั้น สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา พะเยา เขต 1 เป็นหน่วยงานท่ีมีบทบาทสาคัญในการเช่ือมโยง
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และความต้องการของท้องถ่ิน สู่การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
และการจัดการเรียนการสอนในช้ันเรียน อีกท้ังเป็นหน่วยงานท่ีมีภารกิจหลักในการขับเคลื่อนการจัด
การศึกษาของโรงเรียนภายใต้การดูแลรับผิดชอบในเขตพื้นท่ี ให้จัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ
และประสิทธิภาพและเพื่อให้บรรลุผลดังกล่าว จึงจัดทากรอบหลักสูตรท้องถิ่น ให้สถานศึกษาในสังกัด
ใช้เปน็ แนวทางในการจดั การเรียนการสอนในเร่ืองเกี่ยวกับชุมชน ท้องถ่ิน โดยดาเนนิ การให้ฝ่ายต่าง ๆ อาทิ
โรงเรียน ผู้ปกครอง ปราชญ์ในท้องถ่ิน นักธุรกิจในชุมชนได้มีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทา เพ่ือให้ได้
แนวคิดมุมมองที่หลากหลาย ครอบคลุมเร่ืองสาคัญท่ีผู้เรียนในท้องถิ่นควรเรียนรู้ และมีความสอดคล้องกบั
สภาพปัญหา และความต้องการของทอ้ งถ่นิ อยา่ งแทจ้ รงิ

นอกจากนั้นสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาพะเยาเขต 1 จะต้องส่งเสริม
สนับสนุนและช่วยเหลือสถานศึกษาในสังกัดให้สามารถจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ
ตลอดจนชว่ ยพัฒนาผู้บริหารสถานศกึ ษาใหม้ ีวิสัยทัศนแ์ ละเป็นผนู้ าทางวชิ าการ พัฒนาครผู สู้ อนให้มีความรู้
ความเข้าใจเก่ียวกับการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา และสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้ชุมชนและผู้ปกครองเกิดความมั่นใจว่าลูกหลานของตนได้รับการศึกษาที่ดี ซ่ึงสานักงานเขตพื้นที่
การศึกษาและหน่วยงานระดับท้องถ่ินจะต้องจัดให้มีระบบการกากับ ดูแล และตรวจสอบคุณภาพการจัด
การศึกษาของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ พร้อมท้ังรายงานข้อมูลย้อนกลับโรงเรียนเพื่อการ
ปรับปรงุ หลกั สูตรการเรยี นการสอนให้ดียง่ิ ขน้ึ

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาพะเยา เขต 1 มีกรอบดาเนินงานตามบทบาทหน้าที่ ดังแสดง
ในแผนภูมิ ดงั นี้



กำรบริหำรจดั กำรหลักสตู รระดับทอ้ งถ่ิน

สำนักงำนเขตพื้นทก่ี ำรศกึ ษำประถมศึกษำพะเยำ เขต ๑

สง่ เสริม/สนบั สนนุ จดั ทำกรอบหลกั สตู รท้องถ่นิ กำกับ/ดแู ล
ระดบั เขตพนื้ ทกี่ ำรศกึ ษำ
-พัฒนาบคุ ลากร คณุ ภำพ
-สนับสนุนงบประมาณ/ คณะกรรมการเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษา -การประกันคุณภาพ
ทรพั ยากร (ก.ต.ป.น.)ให้ความเห็นชอบ การศึกษา
-ดาเนินงานแบบมีสว่ นรว่ ม -การประเมนิ
-เผยแพรค่ วามรู้ด้านวชิ าการ สถานศกึ ษาพัฒนา คณุ ภาพผเู้ รยี น
หลกั สตู รสถานศึกษา
ระดับเขตพน้ื ที่
ใหส้ อดคลอ้ งกับ การศกึ ษา
กรอบหลักสูตรของ -นิเทศติดตามการใช้
เขตพื้นที่การศกึ ษา หลักสูตร
และ สภาพความ -วิจยั ประเมินผล
ตอ้ งการของท้องถิ่น การใช้หลกั สูตร

วจิ ยั และพัฒนาปรบั ปรงุ



องค์ประกอบของกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น

กรอบหลักสูตรเขตพนื้ ท่กี ารศึกษา เปน็ กรอบหลักสตู รระดับท้องถิน่ มีองคป์ ระกอบ 3 องคป์ ระกอบ
ซ่งึ แสดงได้ดงั แผนภาพต่อไปน้ี

เปำ้ หมำย/จุดเนน้

องคป์ ระกอบของกรอบหลักสตู ร
เขตพนื้ ทีกำรศึกษำ

สำระกำรเรยี นรทู้ อ้ งถน่ิ กำรประเมนิ คณุ ภำพ
กำรศึกษำระดับท้องถน่ิ

เป้ำหมำย/จุดเน้น
เขตพื้นที่การศึกษาเป็นหน่วยงานสาคัญท่ีช่วยขับเคลื่อนการจัดการศึกษาของสถานศึกษา

ภายในเขต เพ่ือให้สามารถพัฒนาผู้เรียนให้บรรลคุ ุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และผู้เรียนได้มีโอกาสเรียนรู้ในเรื่องเกี่ยวกับชุมชน ท้องถ่ิน
ในการจัดการศึกษาให้บรรลุผล ดังกล่าว เขตพ้ืนท่ีการศึกษาอาจกาหนดเป้าหมาย/จุดเน้น ที่ต้องการ
ให้เด่นชัดเป็นการเฉพาะ เพ่ือให้สถานศึกษาได้ เล็งเห็นทิศทางในการพัฒนาการศึกษาในท้องถิ่น เช่น
การพัฒนาด้านการออกเขียนได้ การจัดการเรียนการสอนท่ีส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ เป็นต้น เป้าหมาย/
จดุ เน้นน้ันควรกาหนดเป็นทิศทางกว้าง ๆ ไม่ใหเ้ กิดข้อจากดั การเรียนการสอนในระดบั สถานศึกษา

สำระกำรเรียนรู้ท้องถิ่น

สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น เป็นองค์ความรู้ในท้องถิ่นท่ีเขตพ้ืนท่ีการศึกษากาหนดเป็นแนวทาง
ให้แก่ สถานศึกษาในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษา การกา หนดสาระการเรียนรู้ท้องถ่ินน้ัน
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารให้ แนวทางไว้ว่า ควรกาหนดให้ขอบเขตประเดน็ สาคัญเพอื่ ใหค้ รูผสู้ อนใชเ้ ปน็ แนวทาง
ในการจัดใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนรู้ใน เรือ่ งเกีย่ วกับท้องถิน่ เช่น ประวตั คิ วามเป็นมาของท้องถน่ิ สภาพภมู ิอากาศ
ภูมิประเทศ เศรษฐกิจ สังคมวิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถ่ิน สภาพปัญหา
และเหตกุ ารณ์สาคัญในชุมชนและสงั คมนน้ั ๆ รวมทั้ง ขอ้ มลู แนวโน้มการพัฒนาทอ้ งถ่นิ เปน็ ต้น

กำรประเมินคณุ ภำพกำรศึกษำระดับท้องถ่นิ

การประเมินคุณภาพผู้เรียนและการรายงานผลการศึกษาระดับท้องถิ่น เป็นกลไกสาคัญ
ในการควบคุมคุณภาพการศึกษา สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 ได้ทากรอบ
การประเมินคุณภาพผู้เรียนไว้ในส่วนท่ี 4 ของกรอบหลักสูตรระดับท้องถ่ินนี้เพ่ือให้โรงเรียนต่าง ๆ ได้รับ
ทราบข้อมูลว่าเขตพื้นที่การศึกษาจะจัดการประเมินคุณภาพในเน้ือหาใดบ้าง และประเมินเมื่อไร มีเกณฑ์
การประเมินเป็นอย่างไร และโรงเรียนที่มีผลการประเมินไม่ถึงเกณฑ์ที่กาหนดจะต้องดาเนินการอย่างไร
เปน็ ต้น



นิยำมและควำมหมำยคำศัพท์ที่เกยี่ วข้อง

วิสัยทัศน์ (Vision) หมายถึง คาอธิบายเกี่ยวกับความคาดหวังของหน่วยงาน หรือ
สถานศึกษา เพ่ือเป็นทิศทางในการวางแผนจัดการศึกษา ออกแบบหลักสูตร การเรียนการสอน และการ
ดาเนินงานในการพัฒนา คณุ ภาพผเู้ รียนที่สามารถนาไปสู่การปฏิบัตไิ ด้ตามเวลาท่ีกาหนด

พันธกิจ (Mission) หมายถึง ภารกิจ ความรับผิดชอบในการดาเนินงานจัดการศึกษาของ
หน่วยงาน หรอื สถานศกึ ษาเพอ่ื ใหเ้ กดิ มรรคผลตามที่มุ่งหวังไว้ในวิสัยทัศน์

“ท้องถ่ิน”หมายถึง บริเวณสถานที่รวมทั้งสภาพแวดล้อมและสังคมวัฒนธรรมท่ีผู้เรียน
ส่วนมาก มีวิถีชีวิตเก่ียวข้อง คุ้นเคยมาต้ังแต่กาเนิด มีขอบข่ายครอบคลุมทั้งหมู่บ้าน ตาบล อาเภอ จังหวัด
กลมุ่ จงั หวดั และภูมิภาคของท้องถ่นิ นน้ั ๆ

“สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน”หมายถึง รายละเอียดของข้อมูลสารสนเทศรวมทั้งเน้ือหาองค์
ความรู้ ที่เก่ียวกับทอ้ งถ่ินในดา้ นต่าง ๆ เชน่ สภาพภูมปิ ระเทศ ภมู อิ ากาศ ทรัพยากร สิง่ แวดล้อม ประวตั ิความ
เป็นมา สภาพเศรษฐกิจ สังคม การดาเนินชีวิต การประกอบอาชีพ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา
ฯลฯ ตลอดจนสภาพปัญหา และส่ิงที่ควรได้รับการถ่ายทอดพัฒนาในชุมชนและสังคมน้ัน ๆ ที่สถานศึกษา
กาหนดข้ึน เพอื่ จะนาไปใชจ้ ดั ประสบการณใ์ ห้ผูเ้ รียนได้เรยี นรเู้ กย่ี วกบั ทอ้ งถิ่นของตนเอง

“สถานศึกษา”หมายถึง หน่วยงานที่มีหน้าที่นาสาระการเรียนรู้ท้องถ่ินไปจัดประสบการณ์
ให้ผเู้ รยี น ได้เรียนรู้เกี่ยวกับท้องถ่ินของตนเอง

“หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง”หมายถึง หน่วยงานท่ีมีหน้าที่จัดทากรอบสาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน
ซ่งึ อาจ จดั ทากรอบสาระการเรียนรรู้ ่วมกบั สานักงานเขตพื้นท่ี หรอื รว่ มกนั จัดทากลมุ่ สถานศกึ ษา

“ข้อมูลสารสนเทศของท้องถ่ิน”หมายถึงรายละเอียดของข้อมูลสารสนเทศในท้องถ่ิน
ซ่ึงครอบคลุม ท้ังข้อมูลด้านสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ประวัติความเป็นมาสภาพ
เศรษฐกิจ สังคม การดารงชีวิต การประกอบอาชีพ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีภูมิปัญญา ตลอดจนสภาพ
ปัญหาในชมุ ชนและ สงั คมนั้น ๆ

สภาพทางกายภาพ หมายถึง ลักษณะทางธรรมชาติท่ีเป็นส่วนประกอบเปลือกโลกท่ีเป็น
องค์ประกอบทางภูมิศาสตร์ เชน่ ขนาดท่ีตั้ง ภูมิประเทศ ภมู อิ ากาศ พืชพรรณธรรมชาติ

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายถึง สิ่งต่าง ฯ ท่ีอยู่รอบตัวท้ังท่ีเกิดขึ้นเอง
ธรรมชาติเช่น ดินน้า อากาศ แร่ธาตุ ทะเล แม่น้า ฯลฯ และสิ่งที่มนุษย์สร้างข้ึน เช่น คลอง ถนน อาคาร
สถานท่ี ตา่ ง ๆ ต้นไม้ ฯลฯ ความแปรเปลีย่ นของธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อมจะส่งผลตอ่ ระดับคณุ ภาพชีวิตของ
ผู้ใกลช้ ดิ โดยเฉพาะดา้ นลบ ถ้าสง่ิ เหลา่ นถี้ กู ทาลาย หรอื ถูกทาลาย หรอื ถกู กระทาให้เสอ่ื มสภาพลง

ประวัติศาสตร์ หมายถึง เรื่องราว หรือเหตุการณ์สาคัญท่ีเกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
หรือในชุมชน ซ่ึงอาจจะมีการจดบันทึกเก็บไว้ หรือเล่าเป็นเรื่องราวใด ๆ กันมา หรืออาจจะเป็นประสบการณ์
จากผอู้ าวโุ ส หรือปราชญช์ าวบา้ นทีถ่ า่ ยทอดไว้

เศรษฐกจิ หมายถึง รายได้ของประชากรทไ่ี ด้มาจากการประกอบอาชพี ตา่ ง ๆ และมีรายจ่าย
ในการซื้อสินค้า และบริการเพื่อการดารงชีวิต ตลอดรวมท้ังการออม และความม่ังค่ัง หนี้สิน และความ
ขาดแคลนของครัวเรือนและชุมชน



อาชีพ หมายถงึ การทามาหากินทเ่ี กดิ จากกจิ กรรมหรือบริการใด ๆ ท่ีกอ่ ใหเ้ กิดผลผลิต และ
รายได้ท่ีมีความสุจริต หรือไม่ผิดศีลธรรม สมาชิกในชุมชนอาจจะประกอบอาชีพเกษตรกรรม ค้าขาย รับจ้าง
ใหบ้ รกิ าร พนักงานบรษิ ทั /ห้าง/ร้าน หรอื อาชพี ข้าราชการ เป็นต้น

โบราณวัตถุ หมายถึง ส่ิงของโบราณที่เคลื่อนท่ีได้ มีอายุกว่า 100 ปีข้ึนไป และเป็น
ประโยชนใ์ นทางศิลปะประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี เช่น พระพุทธรปู เทวรูป โครงกระดูก ศลิ าจารกึ

โบราณสถาน หมายถึง สิ่งที่เคลอื่ นท่ไี ม่ได้ มอี ายกุ วา่ 100 ปีข้ึนไป และเป็นประโยชนใ์ นทาง
ศิลปะประวตั ิศาสตร์ หรอื โบราณคดี เช่น วดั เจดีย์ วหิ าร กาแพงเมอื ง

วัฒนธรรม และภูมิปัญญา หมายถึง แบบแผน หรือวิถีการดาเนินชีวิตของประชาชน
ในชุมชนท้องถ่ินใดท้องถ่ินหน่ึงที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาเร่ืองราวเหล่านี้จะทาให้สมาชิกของชุมชนยึดโยง
กลมเกลียวเปน็ เอกภาพ กอ่ เกดิ ความสงบ สนั ติ และร่วม พฒั นาชุมชนให้เจรญิ

เหตุกำรณ์สำคัญ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในท้องถ่ินมีความเกี่ยวข้องกับสมาชกิ ของ
ชุมชน อาจ เป็นความเจริญรุ่งเรือง หรือความล้มเหลว อันนามาซ่ึงความเปล่ียนแปลงต่อการดารงชีวติ ของ
คนในทอ้ งถ่ิน เปน็ สว่ นใหญ่

บุคคลสาคัญ หมายถึง บุคคลท่ีถือกาเนิดในท้องถิ่นแล้วไปสร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรือง
ให้แก่ ประเทศชาติในด้านต่าง ๆ หรืออาจเป็นบุคคลท่ีถือกาเนิดจากท้องถิ่นอื่น แล้วมาสร้างสรรค์ความ
เจริญรงุ่ เรือง ใหก้ ับทอ้ งถน่ิ ที่สถานศึกษาตง้ั อยู่ บุคคลสาคัญเหล่านี้ ทั้งทเ่ี สยี ชีวิตไปแล้วหรือยังมชี ีวิตอยถู่ ือเป็น
ตัวอย่างให้ อนชุ นรนุ่ หลังได้ดาเนนิ รอยตาม และได้มีโอกาสร่วมแสดงความกตัญญตู ่อทา่ น

ขั้นตอนกำรจัดทำกรอบหลักสตู รระดับท้องถ่ิน
การกาหนดเนื้อหาสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น เพ่ือให้สถานศึกษานาไปใช้จัดประสบการณ์

ใหผ้ ูเ้ รียนไดเ้ รยี นรู้เกย่ี วกับท้องถิน่ ของตนเอง ทั้งในด้านความสาคญั ประวตั ิความเป็นมา สภาพภูมปิ ระเทศ
ภูมิอากาศ สภาพ เศรษฐกจิ สงั คม การดารงชีวิต การประกอบอาชพี ศิลปะ วฒั นธรรมประเพณี ภมู ปิ ัญญา
ตลอดจนสภาพ ปัญหาในชุมชนและสังคมนั้น ๆ อันจะทาให้ผู้เรียนเกิดความรัก ความผูกพัน มีความ
ภาคภูมิใจในท้องถ่ินของตน ยินดีที่จะร่วมสืบสานพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาของท้องถิ่น สานักงานเขตพ้ืนที่
การศึกษาประถมศึกษาพะเยาเขต 1 ได้ดาเนินการจัดทากรอบหลักสูตรระดับท้องถ่ิน ตามลาดับขั้นตอน
ดังนี้

1. แตง่ ตง้ั คณะกรรมกำร/คณะทำงำน
แต่งต้ังคณะกรรมการ/คณะทางาน ประกอบด้วย ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่

การศกึ ษา ศกึ ษานเิ ทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา ครผู ้สู อน และผู้แทนชุมชน
2. วเิ ครำะห์ สังเครำะห์ ข้อมูลจำกเอกสำรและแหล่งข้อมูลต่ำง ๆ
วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อมูลจากเอกสารและแหล่งข้อมูลต่าง ๆ อาทิ หลักสูตรแกนกลาง

การศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 รวมท้ังศึกษาสภาพ แนวโน้มการเปล่ียนแปลง บริบท
สภาพปญั หา ความตอ้ งการของทอ้ งถิ่น ชมุ ชน ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นของผู้เรียนในพ้นื ท่ี

3. ดำเนนิ กำรจดั ทำกรอบหลกั สูตรระดับท้องถ่นิ
การดาเนินการจัดทากรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นให้มีคุณภาพ มีการวางแผนงานท่ีชัดเจน

เพื่อให้เห็นภาพการทางานตลอดแนว ด้วยกระบวนการทางานแบบมีส่วนร่วม ประกอบด้วยองค์ประกอบ
ที่สาคัญของกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นมีดังน้ี ส่วนที่ 1 ส่วนนา ความเป็นมาและข้ันตอนการดาเนินการ
จัดทากรอบหลักสูตรระดับท้องถ่ิน ส่วนท่ี 2 เป้าหมายและจุดเน้น ส่วนท่ี 3 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น



ส่วนที่ 4 การประเมินคุณภาพผู้เรียน ระดับท้องถิ่น ส่วนท่ี 5 การนากรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นสู่การ
พฒั นาหลักสตู รสถานศึกษา

4. ตรวจสอบกรอบหลกั สตู รระดบั ทอ้ งถ่ิน
การตรวจสอบกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น ได้ดาเนินการโดยคณะกรรมการตรวจสอบ
ที่ไดแ้ ต่งตง้ั จากสานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1
5. นเิ ทศ ตดิ ตำม ประเมนิ ผล กำรจดั กำรเรียนรู้สำระกำรเรยี นรู้ท้องถิน่
การนิเทศ ติดตาม การนากรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น ของสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาพะเยา เขต 1 ไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา และการจัดการเรียนการสอน
ในชน้ั เรียน



ส่วนที่ 2
เปำ้ หมำย/จดุ เน้น

กำรพฒั นำกำรจัดกำรศึกษำสำนักงำนเขตพืน้ ที่กำรศึกษำประถมศกึ ษำพะเยำ เขต 1

ทิศทำงกำรพัฒนำกำรศกึ ษำ
ทิศทางการพัฒนาการศึกษาของสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 มุ่งม่ัน

พฒั นาการจัดการศึกษาขัน้ พน้ื ฐานให้ผูเ้ รยี นเป็นคนดี เกง่ มีสขุ และมคี วามรับผดิ ชอบต่อครอบครัว ชุมชน
สังคม และประเทศชาติ ด้วยการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม บูรณาการการจัดการศึกษาบนพื้นฐานของ
ความรับผิดชอบท่ีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล แนวทางการขับเคล่ือนงานตามนโยบายสานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 ประจาปี
พ.ศ. 2564 – 2565 บรหิ ารจัดการตามแนวนโยบายสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐานโดยยึด
หลักของการพัฒนาที่ย่ังยืน และการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคตและมุ่งสู่
Thailand 4.0 ท่ีสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580 และมีวิสัยทัศน์ สร้างคุณภาพ
ทุนมนุษย์ สู่สังคมอนาคตที่ยั่งยืน (สพฐ.2563) การกาหนดทิศทางการจัดการศึกษา เป็นกระบวนการที่
บุคลากร ทุกฝ่ายต้ังปณิธาน ที่จะพัฒนาการจัดการศึกษาไปสู่ความสาเร็จ โดยร่วมกันตรวจสอบ ทบทวน
กลั่นกรอง สร้างสรรค์ สภาพท่ีพึงประสงค์ เพอื่ การกาหนด วิสยั ทัศน์ พันธกจิ เปา้ ประสงค์ กลยทุ ธ์ จุดเน้น
ใหส้ อดคลอ้ งกบั บทบาท อานาจหนา้ ที่ ดังน้ี

วสิ ยั ทศั น์
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 เปน็ องค์กรชน้ั นาผู้เรยี นมคี ุณภาพตาม

มาตรฐานสากล โดยการบรหิ ารจดั การทีเ่ ป็นเลิศ และมสี ่วนร่วมจากภาคีเครือข่าย

พันธกจิ
1. พัฒนาคณุ ภาพการบริหารจดั การให้เป็นไปตามมาตรฐาน สพท.ท่ีเปน็ ที่ยอมรับ ของทกุ
ภาคสว่ น
2. พัฒนาระบบเทคโนโลยี ระบบสารสนเทศเพื่อการบรหิ ารจัดการและบริการ
3. ส่งเสรมิ การพฒั นาครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม้ ีความเช่ยี วชาญในวิชาชพี
4. พฒั นาหลกั สูตรและระบบประกนั คุณภาพทสี่ อดคลอ้ งกับมาตรฐานสากล
5. พัฒนาศกั ยภาพผู้เรียนให้มคี วามรู้ ทกั ษะวชิ าการทกั ษะวิชาชีพทกั ษะชีวิตคณุ ลกั ษณะใน
ศตวรรษท่ี 21
6. ส่งเสรมิ คุณธรรม จริยธรรม อนรุ ักษธ์ รรมชาติ สงิ่ แวดล้อม ศลิ ปวฒั นธรรมและน้อมนาหลกั
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาสูก่ ารปฏิบตั ขิ องผ้เู รยี น
7. ส่งเสริมการวิจัยเพ่อื พฒั นาคณุ ภาพผ้เู รียนและระบบบริหารจัดการ
8. พัฒนาระบบบริหารจดั การและบริการใหเ้ ป็นที่ยอมรบั ของผู้รบั บริการ
9. สง่ เสรมิ ให้ภาคีเครอื ข่ายมีสว่ นร่วมและรับผิดชอบต่อการจดั การศึกษา



เปำ้ หมำย/จดุ เนน้ ในกำรพฒั นำผู้เรยี นระดับทอ้ งถน่ิ
1. มคี วามรูเ้ กี่ยวกับประวัติศาสตร์และเรอื่ งราวของชมุ ชนท้องถิ่น
2. ผูเ้ รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม อนรุ กั ษธ์ รรมชาติ และส่ิงแวดลอ้ ม นอ้ มนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ
พอเพียงส่กู ารปฏบิ ตั ิ
3. มีความสานึกรักและภมู ิใจในบา้ นเกดิ เมืองนอนของตนเอง
4. มีสมรรถนะและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
5. มีทกั ษะในการอา่ น เขยี น คิด วเิ คราะหแ์ ละแก้ปัญหาเป็น
6. สามารถพฒั นาทักษะชีวติ ทกั ษะอาชีพ สังคม ชุมชนส่ศู ตวรรษที่ 21
7. มีวิสยั ทศั น์ในการทางาน ขยัน เสียสละ อดทน และอดออม

สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 ได้กาหนดทิศทางการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาตามปณิธานที่ว่า “สพป.วิถีใหม่ วิถีคุณภำพ เด็กพะเยำ 1 เป็นเพชรน้ำหนึ่ง” โดยมุ่งหวังให้
นักเรียนเป็นคนดี คนเก่งและมีความสุข ตามเจตนารมณ์ของ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551ให้มีความพร้อมทั้งกาย ใน สติปัญญา โดยมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร
มคี ณุ ลักษณะสจุ รติ โดยเนน้ มวี ินยั ซอื่ สัตย์ อดออม โอบออ้ มอารี มคี วามรบั ผดิ ชอบ พอเพียง จิตสาธารณะ
สานึกรกั สิ่งแวดล้อม รับผดิ ชอบตอ่ สงั คมและผอู้ นื่ และเป็นพลเมืองดีของชาติ และพลเมืองโลกท่ดี ีมีหลักคิด
ที่ถูกต้อง มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูง มีสรรถนะตามหลักสูตรทักษะในศตวรรษ 21 (3R 8C) และ
พหุปัญญา มีสุขภาวะที่ดีมีพัฒนาการตามวัย มีคุณภาพชีวิตท่ีดี รักถ่ินฐานบ้านเกิด มีทักษะพื้นฐานในการ
ดารงชีวิต มีนิสัยรักการเรียนรแู้ ละพัฒนาตนเองอยา่ งต่อเน่ืองตลอดชีวติ สู่การเป็นคนไทยและพลเมืองโลก
ทม่ี ที ักษะการคิด ข้นั สงู เป็นนวัตกร นักคิด ผปู้ ระกอบการ เกษตรกรยุคใหม่ โดยมสี ัมมาชพี ตามความถนัด
ของตนเอง และมีกลยุทธ์ขับเคลอื่ นงานตามนโยบายท่ี มงุ่ พฒั นาองคก์ รใหพ้ รอ้ มบริการ พฒั นาวิชาการเพ่ือ
การเรียนรู้ พัฒนาครูและบุคลากรเพ่ือปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ และพัฒนาคุณภาพสู่มาตรฐานสากล โดย
ได้กาหนดทศิ ทางการพฒั นาดังนี้

๑๐

ดี มีคณุ ธรรม จริยธรรม เนน้ คุณธรรมหลัก ประกอบดว้ ย
1) มคี ุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคต์ ามหลกั สูตร
2) มีคุณลักษณะสุจริต ประกอบด้วย มีวินัย มีความซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบ มีความ

พอเพียง มีจิตสาธารณะ
3) มีสานึกรกั ส่งิ แวดลอ้ ม

เกง่ สมรรถนะ ประกอบดว้ ย
1) ผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรียนสูง : ผลที่เกิดจากกระบวนการเรียนการสอนท่ีจะทาให้นักเรียน

เกิดการเปล่ียนแปลงพฤติกรรม และสามารถวัดได้โดยการแสดงออกมาทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านพุทธิพิสัย ด้าน
จติ พสิ ยั และดา้ นทักษะพิสัย

2) มีสรรถนะตำมหลักสูตร : สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน 5 ข้อ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน มุ่งให้ผู้เรียนเกิด
สมรรถนะสาคัญ 5 ประการ ดงั น้ี

1. ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร
เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด

ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะ
เป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมท้ังการเจรจาต่อรองเพ่ือขจัดและลดปัญหาความขัดแย้ง
ต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการ
สื่อสาร ทม่ี ีประสิทธิภาพโดยคานึงถงึ ผลกระทบท่มี ีต่อตนเองและสงั คม

2. ควำมสำมำรถในกำรคิด
เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์

การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพ่ือการ
ตัดสินใจเกีย่ วกับตน เองและสงั คมได้อยา่ งเหมาะสม

3. ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ญั หำ

เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไข
ปัญหา และมีการตดั สนิ ใจทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพโดยคานงึ ถึงผลกระทบทเ่ี กดิ ขน้ึ ต่อตนเอง สังคมและสิง่ แวดลอ้ ม

4. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทกั ษะชวี ิต
เปน็ ความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ นการดาเนินชวี ิตประจาวนั การ

เรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง การทางาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริม
ความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้
ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเล่ียงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่
สง่ ผลกระทบต่อตนเองและผู้อน่ื

5. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
เปน็ ความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมที ักษะกระบวนการ

ทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การทางาน การแก้ปัญหา
อยา่ งสรา้ งสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

๑๑

3) ทกั ษะในศตวรรษ 21 (3R 8C) ทักษะท่ีจาเป็นในศตวรรษท่ี 21 (21st Century
Skills) ซง่ึ เปน็ ทกั ษะที่เด็กในยุคนต้ี ้องมี โดยประกอบดว้ ย 3R x 8C ดังนี้

- 3R คือ ทักษะด้านความรู้ (Hard Skills)
- 8C คอื ทกั ษะทางอารมณ์ (Soft Skills)
4) พหปุ ัญญำ
“ปญั ญา คือความสามารถที่จะคน้ หาและแกป้ ัญหาและสรา้ งผลผลิตที่มีคณุ ค่าเปน็ ท่ี
ยอมรับในสังคม”

มสี ขุ : กำย – ใจ ประกอบด้วย
1. สขุ ภาพการแข็งแรง
2. ทกั ษะทางอารมณ์
3. ทักษะชีวติ

แนวดาเนนิ การ:นิเทศ กากับ ติดตาม และสง่ เสริมให้กาลังใจ
1. การใชพ้ ้ืนที่เปน็ ฐาน
2. การใชน้ วตั กรรมในการขบั เคลือ่ น

ความคาดหวงั สืบสาน

รกั ษา
พฒั นาตอ่ ยอด

๑๒

สว่ นที่ 3
สำระกำรเรยี นรู้ทอ้ งถ่ิน

สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นจังหวัดพะเยา ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะ หรือกระบวนการเรียนรู้
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ซึ่งกาหนดให้ผู้เรียนทุกคนในสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานทุกโรงเรียน
ในจังหวัดพะเยาได้จัดการเรียนรู้ท้องถ่ินจังหวัดพะเยา ตามศักยภาพของสถา นศึกษาโดยแบ่ง
เป็น ๑๕ เรอื่ ง ดงั น้ี

๑๓

วเิ ครำะห์ควำมสัมพันธ์โครงสรำ้ งกรอบหลักสูตรท้องถิน่ จังหวัดพะเยำกับมำตรฐำนกำรเรยี นรกู้ ลมุ่ สำระ

เร่อื งท่ี สำระกำรเรียนร้ทู ้องถ่ิน กล่มุ สำระฯ/สำระกำรเรยี นรู้ กำรจัดกำรเรยี นรู้
จังหวดั พะเยำ และมำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ระดับช้นั
หลักสูตรแกนกลำงพุทธศักรำช ๒๕๕๑
ประถม ม.ตน้

๑ สภำพทำงกำยภำพ ภำษำไทย

จงั หวัดพะเยำ สำระที่ ๑ การอา่ น มฐ.ท ๑.๑ //
-สภาพภมู ศิ าสตรท์ ตี่ ั้งอาณาเขต สำระที่ ๒ การเขยี น มฐ.ท ๒.๑ //
-สภาพภมู ปิ ระเทศ สำระที่ ๓ การฟงั การดู การพดู มฐ.ท ๓.๑ //
-สภาพภูมอิ ากาศ
-พืชพรรณธรรมชาติ วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี //
สำระท่ี 1 วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ มฐ.ว 1.1 //
สำระท่ี 3 วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ มฐ.ว 2.3

สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 1.4 //

คณิตศำสตร์ / /
สำระท่ี ๑ จานวนและพีชคณติ มฐ.ค ๑.1-๑.3 / /
สำระท่ี ๒ การวัดและเรขาคณติ มฐ.ค ๒.๑-๒.๒ / /
สำระที่ ๓ สถิติและความนา่ จะเปน็ มฐ.ค ๓.๑- 3.2
/ /
สงั คมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
สำระท่ี ๕ ภูมิศาสตร์ มฐ.ส ๕.๑-๕.๒ / /
/ /
กำรงำนอำชีพ
สาระที่ ๑ การดารงชวี ิตและครอบครวั มฐ.ง ๑.๑ / /
สาระที่ 2 การอาชีพ มฐ.ง 1.2 (ป.4-6)
/ /
ศิลปศกึ ษำ / /
สาระที่ ๑ ทัศนศิลป์ มฐ.ศ ๑.๒

ภำษำตำ่ งประเทศ
สาระที่ ๑ ภาษาเพ่อื การส่ือสาร มฐ.ต ๑.๑–๑.๓
สาระที่ ๓ ภาษากบั ความสมั พนั ธ์กับกลุม่ สาระอนื่ มฐ.ต ๓.๑

๑๔

วิเครำะห์ควำมสัมพันธโ์ ครงสร้ำงกรอบหลักสูตรท้องถิน่ จังหวดั พะเยำกับมำตรฐำนกำรเรยี นรูก้ ลมุ่ สำระ

เร่อื งที่ สำระกำรเรียนรทู้ ้องถิ่น กลมุ่ สำระฯ/สำระกำรเรยี นรู้ กำรจดั กำรเรยี นรู้
จังหวดั พะเยำ และมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ระดบั ชั้น
หลกั สูตรแกนกลำงพุทธศักรำช ๒๕๕๑
ประถม ม.ตน้

๒ ประวัตศิ ำสตร์เมืองพะเยำ ปฐมวยั
สำระท่ีควรเรยี นรู้: 2 เรือ่ งราวเกย่ี วกับบุคคล
- เมอื งพะเยายุคก่อน และสถานทแ่ี วดล้อมเดก็ //
ประวตั ิศาสตร์ บ่งชี้ท่ี 9 มฐ.1 สนทนาและเล่าเรอ่ื งให้ผอู้ น่ื เข้าใจ //
- เมืองพะเยายุคประวตั ศิ าสตร์ //
- เมืองพะเยายคุ ปจั จุบัน ภำษำไทย
- ตราประจาจงั หวดั สำระที่ ๑ การอา่ น มฐ.ท ๑.๑ //
- นามเมอื ง สำระท่ี ๒ การเขียน มฐ.ท ๒.๑ //
- คาขวัญประจาจังหวัด สำระที่ ๓ การฟัง การดู การพดู มฐ.ท ๓.๑
- บุคคลสำคญั
คณติ ศำสตร์
- บคุ คลสาคญั ใน สำระที่ ๑ จานวนและพชี คณิต มฐ.ค ๑.1-๑.3
สำระที่ ๒ การวัดและเรขาคณติ มฐ.ค ๒.๑-๒.๒
ประวัตศิ าสตร์
สำระที่ ๓ สถติ ิและความนา่ จะเปน็ มฐ.ค ๓.๑-3.2 //

- บุคคลสาคัญทางศาสนา วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี
- บุคคลสาคญั ท่ีสร้างชอ่ื เสยี ง สำระที่ 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 1.4
/

จังหวดั พะเยา สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม

สำระท่ี 1 ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม มฐ.ส -1.11.2 //

สำระที่ 2 หนา้ ทพ่ี ลเมือง วฒั นธรรม และการดาเนินชวี ิต

ในสงั คม มฐ.ส 2.2–1.2 //

สำระที่ ๔ ประวตั ศิ าสตร์ มฐ.ส 1.4-๔. 3 //

สำระที่ 5 ภมู ศิ าสตร์ มฐ.ส 2.4–1.4 //

ศลิ ปศกึ ษำ

สำระท่ี ๑ ทัศนศลิ ป์ มฐ.ศ ๑.๒ //

กำรงำนอำชีพ / /
สำระที่ ๑ การดารงชวี ติ และครอบครัว มฐ.ง ๑.๑ / /
สำระท่ี 2 การอาชีพ มฐ.ง 1.2 (ป.4-6)
/ /
ภำษำตำ่ งประเทศ / /
สำระท่ี ๑ ภาษาเพือ่ การสือ่ สาร มฐ.ต ๑.๑– ๑.๓
สำระที่ ๓ ภาษากับความสัมพนั ธก์ บั กลุ่มสาระอื่น มฐ.ต 3.1

๑๕

วเิ ครำะหค์ วำมสัมพันธโ์ ครงสร้ำงกรอบหลักสตู รท้องถ่นิ จังหวัดพะเยำกับมำตรฐำนกำรเรียนร้กู ลมุ่ สำระ

เร่อื งท่ี สำระกำรเรียนรูท้ ้องถ่ิน กลุม่ สำระฯ/สำระกำรเรียนรู้ กำรจัดกำรเรียนรู้
จังหวดั พะเยำ และมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ระดบั ชั้น
หลกั สตู รแกนกลำงพุทธศกั รำช ๒๕๕๑
ประถม ม.ต้น

๓ กำรปกครองของจังหวัดพะเยำ ภำษำไทย
สำระท่ี ๑ การอา่ น มฐ.ท ๑.๑ //
- อาณาเขตเมืองพะเยา //
สำระท่ี ๒ การเขียน มฐ.ท ๒.๑ //
สมัยโบราณ สำระท่ี ๓ การฟงั การดู การพดู มฐ.ท ๓.๑
- การเปลย่ี นแปลง //
คณิตศำสตร์ //
การปกครอง เมื่อจัดหัวเมืองเข้าสู่ สำระที่ ๑ จานวนและพชี คณิต มฐ.ค ๑.1-๑.3 //
มณฑลเทศาภบิ าล สำระท่ี ๒ การวัดและเรขาคณติ มฐ.ค ๒.๑-๒.๒

- การจัดรปู แบบการปกครอง สำระท่ี ๓ สถิติและความนา่ จะเปน็ มฐ.ค ๓.๑-3.2

สมัยปัจจบุ นั วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี

- ข้อมลู อาเภอและตาบล สำระที่ 2 วทิ ยาศาตร์กายภาพ มฐ.ว 3.2 //
ในจงั หวดั สำระท่ี 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มฐ.ว 2.3 //
สำระที่ 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 1.4 //

สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 2.4 /

กำรงำนอำชพี

สำระที่ ๑ การดารงชีวิตและครอบครัว มฐ.ง ๑.๑ //

สำระที่ 2 การอาชพี มฐ.ง 1.2 (ป.4-6) //

สังคมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม

สำระท่ี ๓ เศรษฐศาสตรม์ ฐ.ส ๓.๑-๓.๒ //

สำระที่ ๔ ประวตั ศิ าสตร์ มฐ.ส ๔.๑–4.3 //

สำระที่ 5 ภูมิศาสตร์ มฐ.ส ๔.๑–2.4 //

ภำษำตำ่ งประเทศ

สำระที่ ๑ ภาษาเพอ่ื การสอื่ สาร มฐ.ต ๑.๑–๑.๓ //

สำระที่ ๓ ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั กลุม่ สาระอนื่ ๆ //

มฐ.ต ๓.๑

๑๖

วเิ ครำะหค์ วำมสัมพันธโ์ ครงสรำ้ งกรอบหลักสตู รท้องถิน่ จังหวดั พะเยำกบั มำตรฐำนกำรเรยี นรกู้ ลุม่ สำระ

เรือ่ งท่ี สำระกำรเรยี นรทู้ อ้ งถิน่ กล่มุ สำระฯ/สำระกำรเรียนรู้ กำรจัดกำรเรยี นรู้
จังหวดั พะเยำ และมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ระดบั ชั้น
หลกั สตู รแกนกลำงพุทธศักรำช ๒๕๕๑
ประถม ม.ตน้

๔ สงั คมในจงั หวดั พะเยำ ภำษำไทย

- ลักษณะโครงสรา้ งทางสงั คม สำระท่ี ๑ การอ่าน มฐ.ท ๑.๑ / /
ของจงั หวัดพะเยา สำระที่ ๒ การเขียน มฐ.ท ๒.๑ / /
สำระท่ี ๓ การฟัง การดู การพดู มฐ.ท ๓.๑ / /
- ลักษณะทางสังคมของจงั หวัด สำระท่ี ๕ วรรณคดี วรรณกรรม มฐ.ท ๕.๑ / /
พะเยาในอดีต
วทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี / /
- ลักษณะสงั คมชาวพะเยา สำระท่ี 3วทิ ยาศาสตร์โลกและอวกาศ มฐ.ว 2.3 / /
ในปัจจุบัน สำระที่ 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 1.4
- พุทธศาสนากบั ชาวพะเยา สงั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม / /
- พิธีกรรมและความเช่ือ สำระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม วัฒนธรรม มฐ.ส ๑.๑-๑.๒

- การต้งั บา้ นเรือน สำระท่ี ๒ หน้าทพ่ี ลเมอื ง วัฒนธรรม และการดาเนนิ

- ครอบครวั ชวี ติ ในสังคม มฐ.ส ๒.๑- ๒.๒ //
- การนับถือบรรพบุรุษ สำระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์ มฐ.ส ๓.๑-๓.๒ //
- การทางานและการช่วยเหลือ สำระท่ี ๔ ภมู ิศาสตร์ มฐ.ส 2.4-1.4 //
เกอื้ กลู
- การสบื ทอดมรดกทาง สขุ ศึกษำและพลศกึ ษำ //
วฒั นธรรม สำระที่ ๒ ชวี ิตและครอบครัว มฐ.พ ๒.๑
- สภาพปัญหา ศลิ ปศึกษำ //
สำระท่ี ๑ ทัศนศิลป์ มฐ.ศ ๑.๑-๑.๒

กำรงำนอำชพี

สำระท่ี ๑ การดารงชีวติ และครอบครวั มฐ.ง ๑.๑ //

สำระที่ 2 การอาชพี มฐ.ง 1.2 (ป.4-6) //

ภำษำต่ำงประเทศ

สำระท่ี ๑ ภาษาเพอื่ การส่อื สาร มฐ.ต ๑.๑– ๑.๓ //

สำระที่ ๓ ภาษากบั ความสัมพันธก์ บั กลมุ่ สาระอ่ืน ๆ //

มฐ.ต ๓.๑

๑๗

วเิ ครำะหค์ วำมสัมพันธโ์ ครงสร้ำงกรอบหลักสูตรท้องถ่ินจังหวดั พะเยำกบั มำตรฐำนกำรเรยี นรู้กล่มุ สำระ

เรอ่ื งที่ สำระกำรเรียนรทู้ อ้ งถิน่ กล่มุ สำระฯ/สำระกำรเรยี นรู้ กำรจดั กำรเรียนรู้
จงั หวัดพะเยำ และมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ระดบั ชนั้
หลกั สูตรแกนกลำงพุทธศกั รำช ๒๕๕๑
ประถม ม.ตน้

๕ โบรำณสถำน โบรำณวตั ถุ ปฐมวยั
สำระที่ควรเรยี นรู้: 2 เร่อื งราวเกย่ี วกับบุคคล
- วดั ที่สาคญั ในจังหวดั และสถานท่แี วดลอ้ มเดก็ / /
พะเยา เช่น วัดศรีโคมคา มฐ.7 รกั ธรรมชาตสิ ่ิงแวดล้อม วัฒนธรรมและความเปน็ ไทย / /
วดั ตโิ ลกอาราม วัดอนาลโย บ่งชท้ี ี่ 1.7 ดูแลรักษาธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม
ทพิ ยาราม ฯลฯ
- หอวัฒนธรรมนิทัศน์ ภำษำไทย
- ตาหนักกว๊านพะเยา สำระท่ี ๑ การอา่ น มฐ.ท ๑.๑
สำระที่ ๒ การเขยี น มฐ.ท ๒.๑

- พิพิธภัณฑพ์ ะยาว สำระที่ ๓ การฟัง การดู การพดู มฐ.ท ๓.๑ //

ฯลฯ วทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี

สำระท่ี 2 วทิ ยาศาตร์กายภาพ มฐ.ว 3.2 //

สำระที่ 3 วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ มฐ.ว 2.3 //

สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 1.4 //

สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 2.4 /

สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม

สำระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม วฒั นธรรม มฐ.ส ๑.๑-๑.๒ / /

สำระที่ ๒ หนา้ ทพ่ี ลเมือง วฒั นธรรม และการดาเนิน

ชวี ติ ในสงั คม มฐ.ส ๒.๑-๒.๒ //

สำระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์ มฐ.ส ๓.๑-๓.๒ //

สำระที่ ๔ ประวัตศิ าสตร์ มฐ.ส ๔.๑–4.3 //

สำระท่ี ๔ ภูมศิ าสตร์ มฐ.ส ๔.๑–4.2 //

ศลิ ปศกึ ษำ

สำระท่ี ๑ ทัศนศิลป์ มฐ.ศ ๑.๑-๑.๒ //

กำรงำนอำชพี

สำระที่ ๑ การดารงชีวติ และครอบครวั มฐ.ง ๑.๑ //

สำระที่ 2 การอาชพี มฐ.ง 1.2 (ป.4-6) //

ภำษำตำ่ งประเทศ

สำระท่ี ๑ ภาษากบั การส่ือสาร มฐ.ต ๑.๑–๑.๓ //

สำระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธก์ บั กลมุ่ สาระอน่ื มฐ.ต3.1 / /

สำระท่ี ๔ ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับชุมชนและโลก //

มฐ.ต ๔.๑

๑๘

วเิ ครำะหค์ วำมสัมพนั ธ์โครงสร้ำงกรอบหลกั สูตรท้องถ่นิ จังหวัดพะเยำกบั มำตรฐำนกำรเรยี นรู้กลุ่มสำระ

เร่อื งท่ี สำระกำรเรียนรทู้ ้องถน่ิ กลมุ่ สำระฯ/สำระกำรเรยี นรู้ กำรจดั กำรเรียนรู้
จังหวดั พะเยำ และมำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ระดบั ชนั้
หลกั สตู รแกนกลำงพุทธศกั รำช ๒๕๕๑
ประถม ม.ตน้

๖ ประเพณแี ละงำนเทศกำล ปฐมวยั
สำระทีค่ วรเรียนรู้: 2 เร่ืองราวเกยี่ วกับบุคคล
- ประเพณตี านเข้า และสถานทีแ่ วดล้อมเด็ก / /
(ขา้ ว) ใหม่ มฐ.7 รักธรรมชาตสิ ่ิงแวดล้อม วัฒนธรรมและความเปน็ ไทย / /
- ประเพณี (ปี๋ใหม่เมือง)/ บง่ ช้ีท่ี 2.7 มมี ารยาทตามวัฒนธรรมไทยและรกั ความเป็นไทย
สงกรานต์
- ประเพณยี ีเ่ ป็ง / ภำษำไทย
ลอยกระทง สำระที่ ๑ การอา่ น มฐ.ท ๑.๑
สำระท่ี ๒ การเขยี น มฐ.ท ๒.๑

- ประเพณี(ตานก๋วยสลาก) สำระท่ี ๓ การฟงั การดู การพดู มฐ.ท ๓.๑ //

- การแห่คัวตาน สำระท่ี ๕ วรรณคดี วรรณกรรม มฐ.ท ๕.๑ //
- การทาบอกไฟ
- การส่ขู วัญตา่ ง ๆ วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี //
- ประเพณีแปดเปง็ สำระที่ 2 วิทยาศาตรก์ ายภาพ มฐ.ว 3.2 //
(ไหว้พระเจา้ ตนหลวง) สำระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มฐ.ว 2.3 //
- การสบื ชะตาคน ,ป่า, สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 1.4
สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 2.4 /

แม่นา้ คณติ ศำสตร์

สำระที่ ๑ จานวนและพีชคณติ มฐ.ค ๑.1-๑.3 //

- การสงเคราะห์ สำระที่ ๒ การวดั และเรขาคณติ มฐ.ค ๒.๑-๒.๒ / /
- การก่อเจดีย์ทราย สำระที่ ๓ สถิติและความนา่ จะเปน็ มฐ.ค ๓.๑-3.2 / /
- งานประเพณีไหวพ้ ระธาตุ
และพระพุทธรปู สาคัญ สงั คมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม / /
สำระที่ ๑ ศาสนา ศลี ธรรม วฒั นธรรม มฐ.ส ๑.๑-๑.๒
สำระท่ี ๒ หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง วัฒนธรรม และการดาเนนิ ชวี ติ ใน

สังคม มฐ.ส ๒.๑-๒.๒ //

สำระท่ี ๔ ประวัตศิ าสตร์ มฐ.ส ๔.3 //

กำรงำนอำชพี / /
สำระท่ี ๑ การดารงชวี ติ และครอบครวั มฐ.ง ๑.๑ / /
สำระที่ 2 การอาชีพ มฐ.ง 1.2 (ป.4-6)
/ /
สขุ ศึกษำและพลศกึ ษำ
สำระท่ี ๓ การเคล่อื นไหว การออกกาลังกาย กีฬา กฬี าสากล / /
มฐ.พ ๓.๑ -๓.๒ / /
/ /
ศิลปศึกษำ
สำระที่ ๑ ทัศนศลิ ป์ มฐ.ศ ๑.๑-๑.๒ / /
สำระท่ี ๒ ดนตรี มฐ.ศ ๒.๑-๒.๒ / /
สำระที่ ๓ นาฎศลิ ป์ มฐ.ศ ๓.๑-๓.๒ / /

ภำษำตำ่ งประเทศ
สำระท่ี ๑ ภาษากับการสื่อสาร มฐ.ต ๑.๑–๑.๓
สำระท่ี ๓ ภาษากับความสัมพนั ธก์ บั กลุ่มสาระอ่ืน มฐ.ต ๓.๑
สำระที่ ๔ ภาษากับความสัมพนั ธก์ บั ชุมชนและโลก มฐ.ต ๔.๑

๑๙

วเิ ครำะหค์ วำมสัมพนั ธโ์ ครงสรำ้ งกรอบหลกั สูตรท้องถ่ินจังหวดั พะเยำกบั มำตรฐำนกำรเรยี นรกู้ ลมุ่ สำระ

เรื่องท่ี สำระกำรเรียนรทู้ ้องถิ่น กลุ่มสำระฯ/สำระกำรเรียนรู้ กำรจัดกำรเรียนรู้
จงั หวดั พะเยำ และมำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ระดบั ชนั้
หลักสตู รแกนกลำงพุทธศักรำช ๒๕๕๑
ประถม ม.ตน้

๗ เศรษฐกิจของจงั หวดั พะเยำ ปฐมวยั
สำระท่คี วรเรียนรู้: 2 เร่ืองราวเกยี่ วกบั บคุ คล
และอำชีพทส่ี ำคญั และสถานท่แี วดลอ้ มเด็ก //
- การจกั สาน (หวาย ปอ มฐ 6 มที กั ษะชวี ติ และปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ปรัชญาของ
ตอก ผักตบ) เศรษฐกจิ พอเพียง
- การทาขนมพื้นบา้ น เช่น บง่ ชีท้ ่ี 3.6 ประหยดั และพอเพยี ง
ขา้ วควบ
ข้าวแตน๋ ขา้ วแคบ ภำษำไทย
สำระท่ี ๑ การอา่ น มฐ.ท ๑.๑

ข้าวหนกึ งา ขนมปาด สำระที่ ๒ การเขยี น มฐ .ท ๒.๑ //

ขนมจ๊อก ฯลฯ สำระที่ ๓ การฟัง การดู การพดู มฐ.ท ๓.๑ //
- การทาข้าวหลาม
- การทาขา้ วต้มมัด วทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี //
- - การทาสวน เช่น สวนสม้ สำระที่ 1 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ มฐ.ว 1.1 //
สวนแตงโม ลิ้นจี่ สำระท่ี 2 วทิ ยาศาตร์กายภาพ มฐ.ว 3.2 //
สวนผสมผสาน สำระท่ี 3 วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ มฐ.ว 2.3 //
สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 1.4
- การตัดตุง สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 2.4 /

คณติ ศำสตร์

- สินคา้ OTOP จงั หวัดพะเยา สำระท่ี ๑ จานวนและพชี คณติ มฐ.ค ๑.1-๑.3 //
สำระที่ ๒ การวดั และเรขาคณติ มฐ.ค ๒.๑-๒.๒ //
- การทาปลาส้ม สำระท่ี ๓ สถิติและความนา่ จะเปน็ มฐ.ค ๓.๑-3.2 //

สังคมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม

สำระที่ ๒ หนา้ ท่พี ลเมือง วัฒนธรรม และการดาเนินชวี ติ / /

ในสงั คม มฐ.ส ๒.๑-๒.๒

สำระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ มฐ.ส ๓.๑ -๓.๒ //

ศิลปศกึ ษำ

สำระท่ี ๑ ทัศนศิลป์ มฐ.ศ ๑.๑-๑.๒ //

สขุ ศึกษำและพลศกึ ษำ / /
สำระที่ ๒ ชีวิตและครอบครวั มฐ.พ ๒.๑ / /
สำระที่ ๕ ความปลอดภยั ในชีวิต มฐ.พ ๕.๑
/ /
กำรงำนอำชีพ / /
สำระท่ี ๑ การดารงชีวติ และครอบครัว มฐ.ง ๑.๑
สำระท่ี 2 การอาชีพ มฐ.ง 1.2 (ป.4-6) / /
/ /
ภำษำตำ่ งประเทศ / /
สำระท่ี ๑ ภาษากับการสื่อสาร มฐ.ต ๑.๑–๑.๓
สำระท่ี ๓ ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับกลุ่มสาระอื่น มฐ.ต ๓.๑
สำระท่ี ๔ ภาษากับความสมั พันธก์ ับชุมชนและโลก มฐ.ต ๔.๑

๒๐

วเิ ครำะห์ควำมสมั พนั ธ์โครงสร้ำงกรอบหลกั สูตรทอ้ งถ่ินจงั หวดั พะเยำกบั มำตรฐำนกำรเรยี นรู้กลมุ่ สำระ

เร่อื งท่ี สำระกำรเรียนรู้ทอ้ งถิ่น กลุม่ สำระฯ/สำระกำรเรยี นรู้และมำตรฐำนกำร กำรจัดกำรเรยี นรู้
จงั หวดั พะเยำ เรยี นรู้ ระดบั ชัน้

หลกั สูตรแกนกลำงพุทธศกั รำช ๒๕๕๑ ประถม ม.ตน้

๘ วัฒนธรรม ปฐมวัย

- การแต่งกาย สำระที่ควรเรียนรู้: 2 เร่ืองราวเกย่ี วกับบคุ คล / /
- การเกิด และสถานทแ่ี วดลอ้ มเดก็ / /
- การตาย มฐ.7 รกั ธรรมชาติสง่ิ แวดลอ้ ม วัฒนธรรมและความเปน็ ไทย / /
- การบวช งานปอย บ่งชที้ ี่ 2.7 มมี ารยาทตามวฒั นธรรมไทยและรักความเปน็ ไทย
- การประดบั ตุง
- การสูข่ วัญ ภำษำไทย
- การแตง่ งาน สำระที่ ๑ การอ่าน มฐ.ท ๑.๑
สำระท่ี ๒ การเขยี น มฐ.ท ๒.๑
สำระท่ี ๓ การฟงั การดู การพดู มฐ.ท ๓.๑
- อาหารพ้นื บา้ น เชน่ คั่ว สำระท่ี ๕ วรรณคดี วรรณกรรม มฐ.ท ๕๑
//

แค ตาเตา แกงแค วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี

แกงผักอะหยิ อะเหยาะ สำระท่ี 2 วทิ ยาศาตร์กายภาพ มฐ.ว 3.2 //

แกงคัว่ ฯลฯ สำระที่ 3 วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ มฐ.ว 2.3 //
- ตาตา่ ง ๆ นา้ พรกิ นา้ ปู๋ สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 1.4 //
- สา้ มะเขือแจ้ สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 2.4
- ลาบ สา้ จี้น /
- หอ่ น่ึงต่าง ๆ คณติ ศำสตร์
- อาหารในชุมชนอ่ืน ๆ สำระท่ี ๑ จานวนและพีชคณติ มฐ.ค ๑.1-๑.3 //
สำระท่ี ๒ การวัดและเรขาคณติ มฐ.ค ๒.๑-๒.๒ //
สำระท่ี ๓ สถิติและความนา่ จะเปน็ มฐ.ค ๓.๑-3.2 //

สงั คมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม

สำระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม วฒั นธรรม มฐ.ส ๑.๑-๑.๒ //

สำระท่ี ๒ หนา้ ทีพ่ ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนินชวี ิตใน / /

สงั คม มฐ.ส ๒.๑

ศิลปศกึ ษำ

สำระท่ี ๑ ทศั นศิลป์ มฐ.ศ ๑.๑-๑.๒ //

สำระท่ี ๒ ดนตรี มฐ.ศ ๒.๑-๒.๒ //

สำระท่ี ๓ นาฎศลิ ป์ มฐ.ศ ๓.๑-๓.๒ //

สขุ ศกึ ษำและพลศกึ ษำ

สำระท่ี ๒ ชีวติ และครอบครัว มฐ.พ ๒.๑ //

สำระท่ี ๕ ความปลอดภัยในชีวติ มฐ.พ ๕.๑ //

กำรงำนอำชีพ

สำระท่ี ๑ การดารงชีวิตและครอบครวั มฐ.ง ๑.๑ //

สำระที่ 2 การอาชีพ มฐ.ง 1.2 (ป.4-6) //

ภำษำตำ่ งประเทศ

สำระที่ ๑ ภาษากบั การสื่อสาร มฐ.ต ๑.๑–๑.๓ //

สำระท่ี ๓ ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ ับกล่มุ สาระอ่นื มฐ.ต ๓.๑ / /

๒๑

วิเครำะหค์ วำมสมั พันธ์โครงสรำ้ งกรอบหลกั สตู รทอ้ งถ่ินจังหวดั พะเยำกับมำตรฐำนกำรเรยี นรกู้ ลมุ่ สำระ

กลุ่มสำระฯ/สำระกำรเรียนรู้ กำรจดั กำรเรียนรู้

เรอ่ื งท่ี สำระกำรเรียนรูท้ อ้ งถน่ิ และมำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ระดบั ช้นั
จงั หวัดพะเยำ
หลักสตู รแกนกลำงพุทธศักรำช ๒๕๕๑ ประถม ม.ตน้

๙ ประชำกรในจังหวดั พะเยำ ภำษำไทย
สำระที่ ๑ การอา่ น มฐ.ท ๑.๑ //
ชำตพิ นั ธใ์ุ นเมอื งพะเยำ สำระที่ ๒ การเขยี น มฐ.ท ๒.๑ //
- คนเมอื ง สำระท่ี ๓ การฟงั การดู การพดู มฐ.ท ๓.๑ //
- ไทลือ้ สำระที่ ๕ วรรณคดี วรรณกรรม มฐ.ท ๕.๑ //
- มง้
- เมี่ยน วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี //
- พวน สำระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มฐ.ว 1.1 //
- ลาฮู สำระท่ี 2วทิ ยาศาตรก์ ายภาพ มฐ.ว. 3.2 //
สำระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มฐ.ว 2.3
- เขนิ
สำระที่ 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 1.4 //

- ลวั ะ สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 2.4 /

- แจ๊ะ สงั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม / /
- ง้วิ สำระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม วฒั นธรรม มฐ.ส ๑.๑-๑.๒ / /
- ถน่ิ ทอี่ ยูอ่ าศยั สำระท่ี ๒ หน้าทพ่ี ลเมือง วฒั นธรรม มฐ.ส ๒.๑-๒.๒ / /
- การดาเนนิ ชีวติ สำระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ มฐ.ส ๓.๑-๓.๒ / /
สำระที่ ๔ ประวตั ิศาสตร์ มฐ.ส ๔.๑-3.4

สำระที่ ๕ ภูมศิ าสตร์ มฐ.ส ๕.๑-๕.๒

สขุ ศึกษำและพลศกึ ษำ

สำระท่ี ๒ ชีวิตและครอบครัว มฐ.พ ๒.๑ //

สำระท่ี ๕ ความปลอดภยั ในชีวติ มฐ.พ ๕.๑ //

กำรงำนอำชีพ

สำระท่ี ๑ การดารงชีวิตและครอบครวั มฐ.ง ๑.๑ //

สำระที่ 2 การอาชพี มฐ.ง 1.2 (ป.4-6) //

ภำษำตำ่ งประเทศ

สำระที่ ๑ ภำษำกบั กำรสื่อสำร มฐ.ต ๑.๑–๑.๓ //

สำระที่ ๓ ภาษากบั ความสัมพนั ธก์ บั กลุม่ สาระอน่ื

มฐ.ต ๓.๑ //

สำระท่ี ๔ ภาษากบั ความสมั พันธก์ ับชุมชนและโลก

มฐ.ต ๔.๑ //

ศลิ ปศกึ ษำ //
สำระที่ ๑ ทศั นศลิ ป์ มฐ.ศ ๑.๑-๑.๒ //
สำระที่ ๒ ดนตรี มฐ.ศ ๒.๑-๒.๒ //
สำระที่ ๓ นาฎศลิ ป์ มฐ.ศ ๓.๑-๓.๒

๒๒

วเิ ครำะห์ควำมสัมพันธ์โครงสรำ้ งกรอบหลักสตู รท้องถิ่นจังหวดั พะเยำกับมำตรฐำนกำรเรียนร้กู ลุ่มสำระ

กลุม่ สำระฯ/สำระกำรเรยี นรู้ กำรจัดกำรเรยี นรู้

เร่อื งท่ี สำระกำรเรียนรทู้ ้องถ่นิ และมำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ระดับชั้น
จงั หวัดพะเยำ
หลักสตู รแกนกลำงพุทธศกั รำช ๒๕๕๑ ประถม ม.ตน้

๑๐ ดนตรีนำฏศิลป์และกำรละเล่น ภำษำไทย
สำระที่ ๑ การอา่ น มฐ.ท ๑.๑ //
พ้ืนบำ้ น สำระที่ ๒ การเขียน มฐ.ท ๒.๑ //
จัดอยูใ่ นประเภทศิลปะผสม สำระที่ ๓ การฟงั การดู การพดู มฐ.ท ๓.๑ //
ไดแ้ ก่ ละคร การแสดง ไดแ้ ก่ สำระท่ี ๕ วรรณคดี วรรณกรรม มฐ.ท ๕.๑ //
- การราวงมะเกา่
- การฟอ้ นเลบ็ ฟ้อน, ฟ้อนดาบ, วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี //
เจิง ฟอ้ นตบมะผาบ สำระที่ 2 วทิ ยาศาตรก์ ายภาพ มฐ.ว 3.2 //
สำระท่ี 3 วิทยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ มฐ.ว 2.3

- การตีกอ๋ งสะบดั ชัย สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 1.4 //

- การตกี อ๋ งปจู า สำระที่ 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 2.4 / /
- การตีกอ๋ งแอว /
- การเล่นก๊อบแก๊บ คณติ ศำสตร์ / /
- การเล่นไม้โกงกาง สำระท่ี ๑ จานวนและพีชคณติ มฐ.ค ๑.1-๑.3 /
- การเลน่ ตาเตง็ สำระที่ ๒ การวดั และเรขาคณติ มฐ.ค ๒.๑-๒.๒ / /
- ดนตรีพ้นื เมือง สำระท่ี ๓ สถติ ิและความนา่ จะเปน็ มฐ.ค ๓.๑-3.2
/
ฯลฯ สังคมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม
สำระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม วฒั นธรรม มฐ.ส ๑.๑-๑.๒

สำระท่ี ๒ หน้าทีพ่ ลเมืองวัฒนธรรม มฐ.ส ๒.๑-๒.๒ / /

สำระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ มฐ.ส ๓.๑-๓.๒ //

สำระที่ ๔ ประวัตศิ าสตร์ มฐ.ส ๔.๑ //

สขุ ศกึ ษำและพลศกึ ษำ

สำระท่ี ๒ ชีวิตและครอบครัว มฐ.พ ๒.๑ //

สำระที่ ๓ การเคลอ่ื นไหว ออกกาลังกาย

เกมกฬี าไทย กีฬาสากล มฐ.พ ๓.๑-๓.๒ //

สำระที่ ๕ ความปลอดภยั ในชวี ิต มฐ.พ ๕.๑ //

ศิลปศกึ ษำ

สำระที่ ๑ ทัศนศิลป์ มฐ.ศ ๑.๒ //

สำระที่ ๒ ดนตรี มฐ.ศ ๒.๒ //

สำระท่ี ๓ นาฏศลิ ป์ มฐ.ศ ๓.๑ //

กำรงำนอำชีพ

สำระที่ ๑ การดารงชีวติ และครอบครัว มฐ.ง ๑.๑ //

สำระที่ 2 การอาชีพ มฐ.ง 1.2 (ป.4-6) //

ภำษำต่ำงประเทศ

สำระท่ี ๑ ภาษากบั การสอ่ื สาร มฐ.ต ๑.๑–๑.๓ //

สำระท่ี ๓ ภาษากับความสมั พันธก์ บั กลมุ่ สาระอ่ืน ๆ / /

มฐ.ต ๓.๑

สำระที่ ๔ ภาษากับความสมั พนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก //

มฐ.ต ๔.๑

๒๓

วิเครำะห์ควำมสมั พนั ธโ์ ครงสรำ้ งกรอบหลกั สตู รท้องถิ่นจงั หวดั พะเยำกับมำตรฐำนกำรเรยี นร้กู ลมุ่ สำระ

กลมุ่ สำระฯ/สำระกำรเรียนรู้ กำรจดั กำรเรยี นรู้

เร่อื งที่ สำระกำรเรยี นร้ทู อ้ งถ่นิ และมำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ระดับชัน้
จงั หวดั พะเยำ
หลักสูตรแกนกลำงพุทธศกั รำช ๒๕๕๑ ประถม ม.ตน้

11 กำรทอ่ งเที่ยว ปฐมวัย

แหล่งท่องเที่ยวทำงธรรมชำติ สำระทค่ี วรเรียนรู้: 2 เรือ่ งราวเกยี่ วกบั บคุ คล / /
- อุทยานแหง่ ชาติแมป่ มื และสถานที่แวดลอ้ มเดก็
- อุทยานแห่งชาติดอยหลวง มฐ.7 รักธรรมชาติส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรมและความเป็น
- กว๊านพะเยา ไทย
- อุทยายแห่งชาติภูลงั กา บง่ ช้ีที่ 1.7 ดูแลรักษาธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
- หนองเล็งทราย
ภำษำไทย
สำระที่ ๑ การอ่าน มฐ.ท ๑.๑

แหล่งท่องเท่ียวทำงประเพณี สำระท่ี ๒ การเขียน มฐ.ท ๒.๑ //

วฒั นธรรม สำระท่ี ๓ การฟงั การดู การพดู มฐ.ท ๓.๑ //
- หอวัฒนธรรมนิทัศน์
- วัดศรโี คมคา วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี //
- ประเพณแี ข่งเรือยาวพะเยา สำระท่ี 1 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ มฐ.ว 1.1 //
โครงกำรตำมพระรำชดำริ เช่น สำระท่ี 2 วทิ ยาศาตร์กายภาพ มฐ.ว 3.2 //
- พฒั นากวา๊ นพะเยา สำระที่ 3 วิทยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ มฐ.ว 2.3 //
สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 1.4
และหนองเล็งทราย ฯลฯ สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 2.4 /

คณติ ศำสตร์

สำระท่ี ๑ จานวนและพีชคณิต มฐ.ค ๑.1-๑.3 //

สำระที่ ๒ การวัดและเรขาคณติ มฐ.ค ๒.๑-๒.๒ //

สำระที่ ๓ สถติ ิและความนา่ จะเปน็ มฐ.ค ๓.๑-3.2 / /

สงั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม / /
สำระที่ ๑ ศาสนา ศลี ธรรม วัฒนธรรม มฐ.ส ๑.๑-๑.๒ / /
สำระที่ ๒ หน้าท่ีพลเมอื ง วฒั นธรรม มฐ.ส ๒.๑-๒.๒ / /
สำระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ มฐ.ส ๓.๑-๓.๒ / /
สำระที่ ๔ ประวตั ิศาสตร์ มฐ.ส ๔.๑ / /
สำระที่ ๕ ภูมศิ าสตร์ มฐ.ส ๕.๑-๕.๒
/ /
ศลิ ปศึกษำ / /
สำระที่ ๑ ทัศนศิลป์ มฐ.ศ ๑.๒ / /
สำระที่ ๒ ดนตรี มฐ.ศ ๒.๒
สำระที่ ๓ นาฏศลิ ป์ มฐ.ศ ๓.๑ / /

สุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ / /
สำระที่ ๕ ความปลอดภัยในชีวิต มฐ.พ ๕.๑

กำรงำนอำชพี
สำระท่ี ๑ การดารงชีวติ และครอบครวั มฐ.ง ๑.๑

ภำษำต่ำงประเทศ //
สำระที่ ๑ ภาษากบั การสอื่ สาร มฐ.ต ๑.๑–๑.๓

๒๔

วเิ ครำะห์ควำมสัมพันธโ์ ครงสรำ้ งกรอบหลักสตู รทอ้ งถิ่นจังหวดั พะเยำกบั มำตรฐำนกำรเรยี นรู้กลุ่มสำระ

กลุ่มสำระฯ/สำระกำรเรยี นรู้ กำรจดั กำรเรยี นรู้

เรอื่ งท่ี สำระกำรเรียนรู้ทอ้ งถ่ิน และมำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ระดับชัน้
จงั หวดั พะเยำ
หลกั สูตรแกนกลำงพุทธศักรำช ๒๕๕๑ ประถม ม.ตน้

12 ศิลปะ(พุทธศิลป)์ แบง่ ออก ๓ ภำษำไทย //
สำระท่ี ๑ การอา่ น มฐ.ท ๑.๑ //
ประเภท สำระที่ ๒ การเขยี น มฐ.ท ๒.๑ //
๑ จกั ษุศิลป์(ทศั นศลิ ป)์ แบ่ง สำระท่ี ๓ การฟงั การดู การพดู มฐ.ท ๓.๑
๓ ดำ้ นไดแ้ ก่ ดา้ น //
สถาปัตยกรรม ดา้ นจติ กรรม วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี //
และดา้ นประติมากรรม สำระที่ 1 วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ มฐ.ว 1.1 //
๒. จนิ ตศิลป์ ได้แก่ ดนตรี สำระท่ี 2 วิทยาศาตรก์ ายภาพ มฐ.ว 3.2
สำระท่ี 3 วิทยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ มฐ.ว 2.3
วรรณกรรม
สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 1.4 //

๓. ศลิ ปะผสม ได้แก่ ละคร สำระที่ 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 2.4 /

ภาพยนตร์ คณิตศำสตร์

ศิลปะเมอื งพะเยำหรือพทุ ธ สำระที่ ๑ จานวนและพชี คณติ มฐ.ค ๑.1-๑.3 / /
ศิลป์พะเยำ สำระที่ ๒ การวดั และเรขาคณติ มฐ.ค ๒.๑-๒.๒ / /
๑ พุทธศิลปพ์ ะเยำด้ำน สำระที่ ๓ สถติ แิ ละความนา่ จะเปน็ มฐ.ค ๓.๑-3.2 / /

สถำปตั ยกรรม ดา้ นศาสน- สังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม

สถาน แบบลา้ นนา ,แบบไทล้ือ, สำระที่ ๑ ศาสนา ศลี ธรรม วฒั นธรรม มฐ.ส ๑.๑-๑.๒ / /

แบบรว่ มสมัย เช่น เจดีย์ สำระที่ ๒ หน้าท่พี ลเมอื ง วฒั นธรรม มฐ.ส ๒.๑-๒.๒ / /
โบสถ์ วิหาร หอไตร หอกลอง สำระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์ มฐ.ส ๓.๑-๓.๒ / /
กุฎี สำระท่ี ๔ ประวตั ศิ าสตร์ มฐ.ส ๔.๑ / /
- สถาปัตยกรรมด้านส่งิ ปลกู สำระท่ี ๕ ภมู ศิ าสตร์ มฐ.ส ๕.๑-๕.๒ / /
สรา้ ง/ท่อี ยู่อาศยั
หอวัฒนธรรมนิทัศน์ - ศิลปศกึ ษำ / /
สำระท่ี ๑ ทัศนศิลป์ มฐ.ศ ๑.๒ / /
- พพิ ิธภณั ฑ์พยาว วดั ลี สำระท่ี ๒ ดนตรี มฐ.ศ ๒.๒

สำระท่ี ๓ นาฏศลิ ป์ มฐ.ศ ๓.๑ //

- วัดนนั ตาราม เชยี งคา ภำษำไทย

- ประเภทลายปนู ป้นั สำระท่ี ๑ การอ่าน มฐ.ท ๑.๑ //

- บันไดพญานาค สำระที่ ๒ การเขยี น มฐ.ท ๒.๑ //
- ซุ้มประตวู ัดศรีดอนตัน สำระท่ี ๓ การฟงั การดู การพดู มฐ.ท ๓.๑ //
- ประเภทลายโบราณ/ไม้
แกะสลัก สุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ //
สำระที่ ๕ ความปลอดภัยในชีวิต มฐ.พ ๕.๑

- ลวดลายหีบธรรม วดั ศรบี งั วนั

ลายหีบธรรมโบราณพิพธิ ภัณฑ์

วัดโพธาราม

๒๕

วเิ ครำะห์ควำมสมั พันธโ์ ครงสรำ้ งกรอบหลกั สูตรท้องถิ่นจงั หวดั พะเยำกับมำตรฐำนกำรเรยี นรกู้ ลมุ่ สำระ

กลุ่มสำระฯ/สำระกำรเรยี นรู้ กำรจดั กำรเรยี นรู้

เรอ่ื งที่ สำระกำรเรยี นรูท้ ้องถน่ิ และมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ระดบั ชน้ั
จงั หวัดพะเยำ
หลักสตู รแกนกลำงพุทธศกั รำช ๒๕๕๑ ประถม ม.ตน้

(ตอ่ ) ๒ พทุ ธศิลปพ์ ะเยำดำ้ น กำรงำนอำชีพ

12 จติ รกรรม สำระท่ี ๑ การดารงชีวิตและครอบครัว มฐ.ง ๑.๑ //
//
- จติ รกรรมฝาผนัง วัดต่าง ๆ สำระที่ 2 การอาชพี มฐ.ง 1.2 (ป.4-6)
ภำษำตำ่ งประเทศ
- ภาพฝาผนัง
สำระท่ี ๑ ภาษากบั การสือ่ สาร มฐ.ต ๑.๑–๑.๓ //
๓ พุทธศิลปพ์ ะเยำด้ำน
สำระท่ี ๓ ภาษากับความสมั พันธก์ บั กล่มุ สาระอน่ื / /
ประตมิ ำกรรม เชน่ มฐ.ต ๓.๑ / /
- พระเจา้ ทองทิพย์วัดศรี สำระที่ ๔ ภาษากับความสัมพนั ธก์ บั ชมุ ชน และโลก
สพุ รรณ พระเจ้าทองสมั ฤทธ์ิ มฐ.ต ๔.๑

วัดศรีบุญชมุ พระเจา้ องค์ดา

วดั ศรบี ญุ เรอื ง

- พระพุทธรูปแบบพุทธศิลป์

พะเยา

พระพุทธรูปหินทราย วดั ลี

วดั ศรีโคมคา วดั ดงบุญนาค

- สตั ตภัณฑห์ รือเชงิ เทยี น

- พระกรเุ ก่า เชน่

พระยอดขนุ พล

- เครือ่ งจักสาน

- เครอื่ งป้ันดินเผา

- การตเี หล็ก

- การแกะสลักหนิ /ครก

- ลวยลายผ้าทอพ้นื เมือง

๒๖

วิเครำะหค์ วำมสัมพันธ์โครงสร้ำงกรอบหลักสูตรท้องถนิ่ จงั หวัดพะเยำกบั มำตรฐำนกำรเรยี นรกู้ ล่มุ สำระ

กลมุ่ สำระฯ/สำระกำรเรียนรู้ กำรจดั กำรเรยี นรู้

เรอ่ื งท่ี สำระกำรเรยี นร้ทู ้องถนิ่ และมำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ระดับชั้น
จังหวัดพะเยำ
หลกั สูตรแกนกลำงพุทธศักรำช ๒๕๕๑ ประถม ม.ตน้

๑๓ ภำษำและวรรณกรรม ภำษำไทย

จินตศิลป์ ได้แก่ ดนตรี สำระที่ ๑ การอ่าน มฐ.ท ๑.๑ //
แผน่ ศลิ าจารึ -กทพี่ บในจังหวัด สำระที่ ๒ การเขยี น มฐ.ท ๒.๑ //
พะเยา สำระท่ี ๓ การฟัง การดู การพดู มฐ.ท ๓.๑ //
พงศาวดาร ตานาน - สำระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษา มฐ.ท ๔.๑ //
วรรณกรรมพนื้ บา้ น - สำระที่ ๕ วรรณคด/ี วรรณกรรม มฐ.ท ๕.๑ //
- ภาษาท้องถิ่น ภาษาชนเผ่า
วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี //
สำระที่ 2 วิทยาศาตร์กายภาพ มฐ.ว 3.2

- นิทานพืน้ บา้ น สำระท่ี 3 วทิ ยาศาสตร์โลกและอวกาศ มฐ.ว 2.3 //

- ตัว เมือง สำระที่ 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 1.4 //
- สภุ าษิต
- โคลงหรอื กะโลง สำระที่ 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 2.4 /
- ปั๊บธรรมใบลาน
คณิตศำสตร์

สำระท่ี ๓ สถติ แิ ละความนา่ จะเปน็ มฐ.ค ๓.๑-3.2 / /

- เพลงกล่อมเด็ก สังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม / /
- เพลงพ้นื บา้ น สำระที่ ๑ ศาสนา ศลี ธรรม วัฒนธรรม มฐ.ส ๑.๑-๑.๒

ภำษำพดู สำระที่ ๒ หน้าที่พลเมือง วฒั นธรรม มฐ.ส ๒.๑- ๒.๒ / /

- คา่ ว จอ๊ ย ซอ ฯลฯ สำระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ มฐ.ส ๓.๑ -๓.๒ //
- คาสขู่ วญั สำระท่ี ๔ ประวตั ศิ าสตร์ มฐ.ส ๔.๑ //
- สานวนคาเมือง สำระท่ี ๕ ภูมิศาสตร์ มฐ.ส ๕.๑-๕.๒ //
ภำษำเขียน
- ภาษาล้านนา กำรงำนอำชพี //
สำระที่ ๑ การดารงชีวิตและครอบครวั มฐ.ง ๑.๑ //
สำระที่ 2 การอาชพี มฐ.ง 1.2 (ป.4-6)

ศิลปศึกษำ

สำระท่ี ๑ ทศั นศลิ ป์ มฐ.ศ ๑.๒ //

สำระที่ ๒ ดนตรี มฐ.ศ ๒.๒ //

สำระท่ี ๓ นาฏศลิ ป์ มฐ.ศ ๓.๑ //

ภำษำต่ำงประเทศ

สำระท่ี ๑ ภาษากบั การสอ่ื สาร มฐ.ต ๑.๑–๑.๓ //

สำระที่ ๓ ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ ับกลุ่มสาระอน่ื //

มฐ.ต ๓.๑

สำระท่ี ๔ ภาษากับความสมั พนั ธก์ บั ชุมชน และโลก //

มฐ.ต ๔.๑

๒๗

วเิ ครำะห์ควำมสัมพนั ธโ์ ครงสรำ้ งกรอบหลักสูตรท้องถิน่ จังหวดั พะเยำกับมำตรฐำนกำรเรียนร้กู ลมุ่ สำระ

เร่อื งท่ี สำระกำรเรยี นรทู้ ้องถน่ิ กลุ่มสำระฯ/สำระกำรเรยี นรู้และมำตรฐำนกำร กำรจดั กำรเรยี นรู้
จังหวดั พะเยำ เรยี นร้หู ลักสูตรแกนกลำงพทุ ธศักรำช ๒๕๕๑ ระดับชน้ั

ประถม ม.ต้น

๑๔ ภมู ิปัญญำและเทคโนโลยี ภำษำไทย //
สำระท่ี ๑ การอ่าน มฐ.ท ๑.๑ //
ทอ้ งถ่ิน //
สำระที่ ๒ การเขยี น มฐ.ท ๒.๑ //
- ภูมิปญั ญาการจดั การน้า/เหมอื ง สำระที่ ๓ การฟัง การดู พูด มฐ.ท ๓.๑ //
- ฝาย สำระที่ ๔ หลกั การใชภ้ าษา มฐ.ท ๔.๑
ภมู ิปัญญาเพื่อการดารงชีพ สำระท่ี ๕ วรรณคด/ี วรรณกรรม มฐ.ท ๕.๑ //

- เทคโนโลยที อ้ งถน่ิ วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี

- เคร่อื งมือจับสัตว์ สำระที่ 1 วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ มฐ.ว 1.1

- ภมู ิปัญญาในการอนรุ กั ษ์ สำระที่ 2 วิทยาศาตรก์ ายภาพ มฐ.ว 3.2 / /
ธรรมชาติ สำระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มฐ.ว 2.3 / /
และสง่ิ แวดล้อม สำระที่ 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 1.4 / /
- การบวชป่า สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 2.4 /
และ การสบื ชะตาปา่ ไม้ แมน่ ้า /
- ขนุ น้าแม่ปืม คณิตศำสตร์ / /
- สภาพปญั หา สำระท่ี ๑ จานวนและพีชคณติ มฐ.ค ๑.1-๑.3 / /
สำระที่ ๒ การวดั และเรขาคณติ มฐ.ค ๒.๑-๒.๒ /
สำระท่ี ๓ สถิติและความนา่ จะเปน็ มฐ.ค ๓.๑-3.2
- ปราชญ์ชาวบา้ นจังหวดั พะเยา สังคมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม
สำระที่ ๑ ศาสนา ศลี ธรรม วฒั นธรรม มฐ.ส ๑.๑-๑.๒ / /
- ปจั จัย 4 สำระท่ี ๒ หนา้ ท่ีพลเมือง วัฒนธรรม มฐ.ส ๒.๑-๒.๒ / /
- ภูมปิ ญั ญาของเล่น สำระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์ มฐ.ส ๓.๑-๓.๒ / /
และการละเล่นของเดก็ สำระที่ ๔ ประวตั ิศาสตร์ มฐ.ส ๔.๑ / /

สำระที่ ๕ ภูมิศาสตร์ มฐ.ส ๕.๑-๕.๒ //

กำรงำนอำชีพ

สำระที่ ๑ การดารงชีวิตและครอบครวั มฐ.ง ๑.๑ //

สำระที่ 2 การอาชีพ มฐ.ง 1.2 (ป.4-6) //

ศิลปศึกษำ

สำระที่ ๑ ทศั นศิลป์ มฐ.ศ ๑.๒ //

สำระท่ี ๒ ดนตรี มฐ.ศ ๒.๒ //

สำระที่ ๓ นาฏศลิ ป์ มฐ.ศ ๓.๑ //

สุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ

สำระที่ ๒ ชีวิตและครอบครวั มฐ.พ ๒.๑ //

สำระท่ี ๕ ความปลอดภัยในชีวิต มฐ.พ ๕.๑ //

ภำษำต่ำงประเทศ

สำระท่ี ๑ ภาษากับการส่ือสาร มฐ.ต ๑.๑–๑.๓ //

สำระท่ี ๓ ภาษากบั ความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระอนื่ มฐ.ต / /

๓.๑

สำระท่ี ๔ ภาษากบั ความสัมพันธก์ บั ชุมชนและโลก / /

มฐ.ต ๔.๑

๒๘

วิเครำะห์ควำมสัมพันธ์โครงสร้ำงกรอบหลกั สตู รท้องถนิ่ จังหวดั พะเยำกบั มำตรฐำนกำรเรยี นร้กู ลุ่มสำระ

กลุ่มสำระฯ/สำระกำรเรยี นรแู้ ละมำตรฐำนกำร กำรจดั กำรเรียนรู้

เร่อื งท่ี สำระกำรเรยี นรูท้ อ้ งถ่ิน เรยี นรู้ ระดบั ชนั้
จงั หวดั พะเยำ
หลักสตู รแกนกลำงพุทธศักรำช ๒๕๕๑ ประถม ม.ตน้

๑๕ ทรพั ยำกรที่สำคัญในจังหวัด ภำษำไทย
สำระที่ ๑ การอา่ น มฐ.ท ๑.๑ //
พะเยำ สำระท่ี ๒ การเขียน มฐ.ท ๒.๑ //
- ประเภทของ สำระท่ี ๓ การฟัง การดู การพดู มฐ.ท ๓.๑ //
ทรพั ยากรธรรมชาติ
วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
- ทรพั ยากรธรรมชาติท่ีสาคัญ สำระท่ี 1 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ มฐ.ว 1.1 //
ในจังหวดั พะเยา สำระท่ี 3 วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ มฐ.ว 2.3 //
- ทรัพยากร หนิ ดิน แร่ สำระท่ี 4 เทคโนโลยี มฐ.ว 1.4 //
- ทรัพยากรน้า
- ทรพั ยากรป่าไม้ คณิตศำสตร์ //
- ทรัพยากรแรธ่ าตุ สำระที่ ๑ จานวนและพชี คณติ มฐ.ค ๑.1,๑.3 //
สำระที่ ๒ การวัดและเรขาคณติ มฐ.ค ๒.๑-๒.๒
- ทรพั ยากรสตั ว์ปา่
สำระท่ี ๓ สถิตแิ ละความนา่ จะเปน็ มฐ.ค ๓.๑-3.2 / /

- หลักการอนรุ ักษ์ และพัฒนา สังคมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม //
- ทรพั ยากรธรรมชาติ อ่ืน ๆ สำระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์ มฐ.ส ๓.๑ //
- สภาพปัญหา สำระท่ี ๕ ภูมิศาสตร์ มฐ.ส ๕.๑-๕.๒

ศลิ ปศกึ ษำ

สำระที่ ๑ ทศั นศลิ ป์ มฐ.ศ ๑.๑ //

กำรงำนอำชีพ

สำระท่ี ๑ การดารงชวี ติ และครอบครวั มฐ.ง ๑.๑ //

สำระท่ี 2 การอาชีพ มฐ.ง 1.2 (ป.4-6) //

ภำษำตำ่ งประเทศ

สำระที่ ๑ ภาษากบั การสือ่ สาร มฐ.ต ๑.๑–๑.๓ //

สำระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธก์ บั กลมุ่ สาระอืน่ ๆ / /

มฐ.ต ๓.๑

สำระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธก์ ับชมุ ชนและโลก / /

มฐ.ต ๔.๑

๒๙

กำรวิเครำะห์มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวชี้วัด และสำระกำรเรียนรู้แกนกลำง ตำมหลักสูตรกำรศึกษำ
ขน้ั พ้ืนฐำน พทุ ธศกั รำช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศักรำช 2560)

การวิเคราะห์ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพ่ือพิจารณามาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และสาระ
การเรียนรู้แกนกลางในกลุ่มสาระการเรียนรู้ ว่ามีมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด และสาระการเรียนรู้
แกนกลางใด ได้ระบุ ข้อความเกี่ยวข้องกับท้องถ่ินไว้บ้าง ซึ่งเป็นจุดสาคัญที่สถานศึกษาต้องพิจารณา
กาหนดสาระการเรียนรู้ท้องถ่ินสอดแทรก บูรณาการเข้าไป หรือกาหนดเป็นรายวิชาเพ่ิมเติมในการจัดทา
หลักสูตรสถานศึกษา และการจัดการเรียนการสอน ผลจากการวิเคราะห์ สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศึกษาพะเยา เขต 1 ได้พจิ ารณากาหนดสาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิ่นไว้กว้าง ๆ ให้สอดคลอ้ งกับมาตรฐาน
การเรียนรู้ ตัวชี้วัด และสาระการเรียนรู้แกนกลาง รวมถึงหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560
นาหลักสูตรฉบับน้ีไปใช้โดยปรับปรุงให้เหมาะสมกับเด็กและสภาพท้องถิ่น เพื่อเป็นแนวทางให้สถานศึกษา
ไปพิจารณากาหนดสาระการเรียนรู้ท้องถ่ินของสถานศึกษาในเชิงลึกให้มีความสอดคล้อง กับบริบท
การศึกษา และความต้องการของชุมชน ในการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอน
ตอ่ ไป ซ่ึงมีรายละเอยี ดผลการวเิ คราะห์ เป็นรายกลุม่ สาระการเรยี นรู้ ดังนี้

หลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช 2560

สำระทค่ี วรเรียนรู้ : เร่ืองรำวเก่ยี วกับบคุ คลและสถำนท่ีแวดลอ้ มเดก็

มำตรฐำนที่ 6 มที กั ษะชีวติ และปฏิบตั ิตนตำมหลกั ปรชั ญำชองเศรษฐกจิ พอเพียง

ตวั บง่ ชที้ ่ี 6.3 ประหยดั และพอเพยี ง

ปฐมวัย

ตัวบง่ ช้ี ประสบกำรณส์ ำคญั สำระกำรเรียนรทู้ อ้ งถิ่น
หลกั สูตรปฐมวัย

6.3 ประหยดั และพอเพียง -ใชส้ ง่ิ ของเคร่ืองใช้อย่างประหยัด 7.กำรเรียนรเู้ ศรษฐกิจของจงั หวดั

และเพียงพอด้วยตนเอง พะเยำ และอำชพี ท่ีสำคัญ

-การปฏิบัติตนตามแนวทางหลัก -การใช้ของใช้เคร่ืองใชท้ ท่ี ามาจาก

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ไม้ไผ่ ผักตบชวาด้วยวธิ กี ารจกั สาน

-หมูบ่ า้ นเศรษฐกิจพอเพยี งบ้านบวั

-การตดั ตุง ทาโคม

-การทาปลาสม้ สินคา้ สง่ ออก
ของพะเยา

๓๐

สำระที่ควรเรยี นรู้ : เรอื่ งรำวเกี่ยวกับบคุ คลและสถำนที่แวดลอ้ มเดก็

มำตรฐำนท่ี 7 รักธรรมชำติ สิ่งแวดล้อม วฒั นธรรม และควำมเปน็ ไทย

ตวั บง่ ช้ีที่ 7.1 ดูแลรักษำธรรมชำติและส่ิงแวดล้อม

7.2 มมี ำรยำทตำมวัฒนธรรมไทยและรักควำมเปน็ ไทย

ปฐมวัย

ตัวบง่ ช้ี ประสบกำรณส์ ำคญั สำระกำรเรียนรทู้ ้องถน่ิ

หลกั สูตรปฐมวยั

7.1 ดแู ลรักษำธรรมชำติ - ดูแลรักษาธรรมชาติ 5. โบรำณสถำน โบรำณวตั ถุ
และสิ่งแวดล้อม และส่ิงแวดล้อมด้วยตนเอง หอวฒั นธรรมนทิ ัศน์
วดั ศรโี คมคา วัดติโลกอาราม
- การศึกษานอกสถานท่ี
11. กำรท่องเทย่ี วแหล่ง
ท่องเที่ยวทำงธรรมชำติ

กว๊านพะเยา หนองเลง็ ทราย
อทุ ยานแห่งชาติดอยหลวง
อุทยานแห่งชาติแมป่ มื สถานี
เพาะพนั ธปุ์ ลานา้ จดื พะเยา
หมูบ่ า้ นเศรษฐกจิ พอเพยี ง
บา้ นบวั

แหล่งท่องเทยี่ วทางประเพณี
วฒั นธรรม

7.2 มีมำรยำทตำมวัฒนธรรม - การปฏบิ ัตติ นตามวัฒนธรรม 6. ประเพณแี ละงำนเทศกำล
ไทยและรกั ควำมเปน็ ไทย
ทอ้ งถน่ิ ทอ่ี าศยั และประเพณีไทย - ประเพณีและวัฒนธรรมทอ้ งถน่ิ

- การประกอบอาหาร ตานก๋วยสลาก ยี่เป็งลอยโคม

- การเลน่ บทบาทสมมตกิ าร แหเ่ ทียนเข้าพรรษา

ปฏบิ ัตติ นในความเป็นคนไทย - ภาษา การกล่าวคาทักทาย

8. วัฒนธรรม

- การแต่งกาย การนุ่งผ้าซิน้

ของผู้หญงิ ผูช้ ายใส่กางเกงสะดอ

- อาหารของทอ้ งถน่ิ ของตนเอง

- การทาขนมจ๊อก ขา้ วหลาม

๓๑

สำระทค่ี วรเรยี นรู้ : เรื่องรำวเก่ียวกับบุคคลและสถำนที่แวดล้อมเด็ก

มำตรฐำนท่ี 9 กำรใชภ้ ำษำสอ่ื สำรไดเ้ หมำะสมกับวยั

ตัวบ่งชท้ี ่ี 9.1 สนทนำโตต้ อบและเลำ่ เรื่องให้ผู้อน่ื เข้ำใจ

ปฐมวัย

ตวั บ่งช้ี ประสบกำรณส์ ำคญั สำระกำรเรยี นรทู้ อ้ งถน่ิ

หลักสตู รปฐมวยั

9.1 สนทนำโต้ตอบและเลำ่ เร่ือง - การฟังเพลง นิทาน คาคล้องจอง 2. ประวตั ศิ ำสตร์เมืองพะเยำ
ให้ผ้อู นื่ เขำ้ ใจ บทร้อยกรอง หรือเรอื่ งราวต่าง ๆ
- ประเพณีทอ้ งถน่ิ
- การพดู กับผู้อืน่ เก่ียวกับ
ประสบการณ์ของตนเอง หรอื พูด - เล่าประวัตคิ วามเปน็ มาของ
เลา่ เร่อื งราวเกีย่ วกบั ตนเอง ประเพณีท้องถนิ่ ตานกว๋ ยสลาก
ยีเ่ ปง็ ลอยโคม แห่เทียนพรรษา

6. ประเพณแี ละงำนเทศกำล

- ประเพณีและวัฒนธรรมทอ้ งถิ่น
ตานกว๋ ยสลาก ย่ีเป็งลอยโคม
แห่เทียนเขา้ พรรษา

- ภาษา การกล่าวคาทักทาย

หลักสูตรกำรศึกษำขนั้ พ้นื ฐำน

1. กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย

มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ : สำระที่ 1 กำรอำ่ น
มำตรฐำน ท1.1 ใช้กระบวนกำรอำ่ นสรำ้ งควำมรู้ และควำมคดิ เพอ่ื นำไปใช้ตัดสนิ ใจ

แกป้ ญั หำในกำรดำเนนิ ชวี ิต และมีนสิ ยั รกั กำรอ่ำน
ช้ันประถมศกึ ษำปีที่ 3

ตวั ช้ีวัด สำระกำรเรียนร้แู กนกลำง สำระกำรเรยี นรูท้ ้องถิ่น

1. ต้ังคาถามและตอบคาถาม * การอ่านจับใจความจากสื่อต่าง ๆ - นิทาน/เพลงพนื้ บ้านในท้องถิ่น
เชงิ เหตุผลเก่ยี วกับเรือ่ งการอ่าน เช่น - ชีวิตประจาวนั ในทอ้ งถิ่น
2. ลาดับเหตกุ ารณ์ - นทิ านเรอื่ งเกีย่ วกบั ท้องถิ่น
และคาดคะเนเหตุการณ์จากเรอ่ื ง เช่น อาชพี ความเปน็ อยู่
ทอ่ี ่านโดยระบุเหตุผลประกอบ - เรือ่ งเล่าสัน้ ๆ
3. สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คดิ จาก อาหารการกิน งานประเพณี
เร่ืองท่ีอ่านไปใช้ชีวิตประจาวนั - บทเพลงและบทรอ้ ยกรอง
วันสาคญั
- บทเรยี นในกลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ืน่ - ข่าวและเหตกุ ารณ์
- ขา่ วและเหตุการณ์
ในชีวิตประจาวนั
ในชวี ติ ประจาวนั
ในท้องถน่ิ และชุมชน
ในทอ้ งถนิ่ และชุมชน

๓๒

ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ่ี 4

ตัวชว้ี ดั สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง สำระกำรเรียนรูท้ ้องถนิ่

1. อ่านออกบทร้อยแกว้ * การอ่านออกเสียงและการบอก - บทรอ้ งหรอื บทร้อยกรอง
และบทร้อยกรองได้ถูกตอ้ ง พน้ื บ้านในท้องถิ่น
2. อธิบายความหมายของคา ความหมายของบทร้อยแกว้ และ - สภุ าษิต ปริศนาคาทาย

บทรอ้ ยกรองที่ประกอบด้วย
ประโยคและสานวนจากเร่อื งท่ีอ่าน - คาท่ีมี ร ล เป็นพยัญชนะต้น

- คาท่มี พี ยัญชนะควบกลา้

- คาทีม่ อี ักษรนา

- คาประสม

- อักษรย่อและเคร่ืองหมาย

วรรคตอน

- ประโยคทีม่ ีสานวนเปน็ คาพังเพย

สุภาษิต ปรศิ นาคาทาย

และเครื่องหมายวรรคตอน

* การอ่านบทร้อยกรอง
เป็นทานองเสนาะ

ช้ันประถมศึกษำปีที่ 5

ตัวชีว้ ดั สำระกำรเรียนรแู้ กนกลำง สำระกำรเรียนรทู้ ้องถิน่

1. อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้ว * การอา่ นออกเสยี งและการบอก - บทร้องหรือบทรอ้ ยกรอง
และบทร้อยกรองไดถ้ ูกต้อง ความหมายของบทร้อยแกว้ พนื้ บา้ นในท้องถิ่น
2. อธิบายความหมายของคา และบทร้อยกรองทปี่ ระกอบด้วย - เรอื่ งสน้ั ในท้องถิ่น
ประโยคและข้อความท่ีเป็นการ - คาท่มี พี ยัญชนะควบกลา้ - แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คิดเห็น
บรรยาย และการพรรณนา - คาทม่ี ีอักษรนา จากข่าวหรอื เหตุการณ์ในท้องถ่นิ

3. อธบิ ายความหมายโดยนัย - คาทม่ี ีตวั การันต์
จากเรอื่ งทีอ่ า่ นอย่างหลากหลาย - อกั ษรย่อและเครือ่ งหมาย
4. แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คดิ เห็น วรรคตอน
จากเร่อื งท่ีอ่าน - ขอ้ ความที่เป็นการบรรยาย

และพรรณนา

- ขอ้ ความท่ีมคี วามหมายโดยนัย

* การอา่ นบทร้อยกรอง
เป็นทานองเสนาะ

๓๓

ช้นั ประถมศกึ ษำปีที่ 6

ตวั ช้วี ัด สำระกำรเรียนรแู้ กนกลำง สำระกำรเรียนรทู้ ้องถ่ิน

6. อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คาสัง่ - การอา่ นเขยี นเชิงอธบิ าย คาสง่ั - ข้อตกลงในอยู่ร่วมกัน
ขอ้ แนะนา และปฏิบัตติ าม ข้อเสนอแนะ และปฏิบตั ติ าม ในโรงเรียน
- ข้อตกลงในการใช้สถานที่
- การใชพ้ จนานุกรม สาธารณะในชมุ ชน
- การปฏิบตั ติ นในการรว่ มกนั และท้องถ่ิน
ในสังคม
- ขอ้ ตกลงในการอย่รู ว่ มกัน

ในโรงเรียน และการใช้สถานท่ี
สาธารณะในชุมชน และท้องถ่ิน

ชั้นมธั ยมศึกษำปที ี่ 1

ตัวชี้วัด สำระกำรเรยี นร้แู กนกลำง สำระกำรเรียนรู้ท้องถ่นิ

1. จบั ใจความสาคญั จากเร่ือง * การอา่ นจับใจความจากส่ือ ตา่ ง ๆ - การอา่ นจบั ใจความจากข่าว
หรือเหตกุ ารณใ์ นท้องถน่ิ
ทอี่ ่าน เชน่
2.ระบุเหตแุ ละผลและข้อเท็จจริง - เร่อื งเลา่ จากประสบการณ์ - นิทานพ้ืนบ้าน
- นิทานชาดกในท้องถ่ิน
กบั ข้อคดิ เห็นจากเร่ืองท่ีอ่าน - เรือ่ งสั้น

3. ระบุและอธบิ ายคาปรยี บเทยี บ - บทสนทนา

และคาที่มหี ลายความหมาย - นทิ านชาดก

ในบริบทตา่ ง ๆ จากการอ่าน - วรรณคดใี นบทเรียน

4. ตคี วามคายากในเอกสารวิชาการ - งานเขียนเชงิ สรา้ งสรรค์

โดยพจิ ารณาจากบรบิ ท - บทความ

ชน้ั มัธยมศึกษำปที ่ี 2

ตวั ช้วี ัด สำระกำรเรียนรูแ้ กนกลำง สำระกำรเรยี นรทู้ ้องถ่นิ

1. จบั ใจความสาคญั สรุปความ * การอา่ นจบั ใจความจากสื่อตา่ ง ๆ - จบั ใจความสาคญั สรุปความ
เช่น และอธิบายรายละเอียดจาก
และอธบิ ายรายละเอยี ดจากเรื่อง นทิ านทอ้ งถิ่น
- วรรณคดีในบทเรียน - เขยี นผังความคิดเพ่ือแสดง
ทอี่ ่าน - บทความ ความเขา้ ใจในบนั ทึกเหตุการณ์
- บนั ทึกเหตกุ ารณ์ ในชมุ ชนหรือท้องถิ่น
2. อภปิ รายแสดงความคิดเห็น - บทสนทนา
- บทโฆษณา - อภิปรายแสดงความคิดเห็น
และข้อโตแ้ ย้งเกย่ี วกบั เรื่องที่อา่ น - งานเขียนประเภทโนม้ น้าวใจ และข้อโตแ้ ยง้ เก่ยี วกบั เหตกุ ารณ์
- งานเขยี นหรอื บทความแสดง ในชุมชนหรอื ท้องถิน่
3. วเิ คราะหแ์ ละจาแนก ขอ้ เทจ็ จรงิ
- เรื่องราวจากบทเรียนในกลุ่ม
ขอ้ เท็จจรงิ ข้อมลู สนบั สนนุ

และขอ้ คิดเห็นจากบทความทอ่ี ่าน
๖. ระบขุ อ้ สังเกตการชวนเชอื่
การโน้มนา้ ว หรอื ความ
สมเหตสุ มผลของงานเขียน

สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย

และกลมุ่ สาระการเรียนรู้อน่ื

๓๔

ตัวช้ีวัด ชน้ั มัธยมศึกษำปที ี่ 3 สำระกำรเรยี นรทู้ อ้ งถิน่
สำระกำรเรียนร้แู กนกลำง
1. ระบคุ วามแตกตา่ งของคาที่มี - ระบุความแตกตา่ งของคาที่มี
ความหมายโดยตรง * การอา่ นจบั ใจความจากสื่อตา่ ง ๆ ความหมายโดยตรงและ
และความหมายโดยนยั เชน่ ความหมายโดยนยั จากนิทาน
2. ระบใุ จความสาคัญ พ้นื บ้านภาคเหนือ
และรายละเอยี ดของข้อมูล - วรรณคดีในบทเรียน - ระบุใจความสาคัญจากภูมิ
ทสี่ นบั สนนุ จากเร่ืองท่อี า่ น - ขา่ วและเหตกุ ารณส์ าคัญ ปญั ญาท้องถนิ่ ในจังหวดั พะเยา
3. อ่านเร่อื งตา่ ง ๆ แลว้ เขยี น - บทความ - อ่านนิทานพ้ืนบ้านภาคเหนือ
กรอบแนวคดิ ผังความคดิ เขียนกรอบแนวคดิ ผงั ความคิด
บนั ทกึ ย่อความและรายงาน - บนั เทิงคดี บนั ทึก ย่อความและรายงาน
1. วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ - สารคดี - วิจารณค์ วามสมเหตสุ มผล
และประเมินเรื่องทอี่ ่านโดย - สารคดีเชิงประวัติ การลาดบั ความ และความ
ใชก้ ลวิธีการเปรยี บเทียบเพื่อ - ตานาน เปน็ ไปได้ของตานานเมือง
ใหผ้ ้อู ่านเขา้ ใจไดด้ ีขึ้น - งานเขียนเชงิ สร้างสรรค์ พะเยา/ตานานเมืองแมใ่ จ/
5. ประเมินความถูกต้อง - เรอื่ งราวจากบทเรยี น ตานานเมืองภกู ามยาว/ตานาน
ของข้อมลู ท่ีใช้สนับสนนุ ในเรื่อง ในกลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย เมอื งดอกคาใต้
ทอี่ า่ น และกล่มุ สาระการเรียนรู้อ่ืน - การอ่านจบั ใจความจากข่าว
และเหตุการณส์ าคญั ในท้องถิ่น

มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ : สำระที่ ๒ กำรเขยี น

มำตรฐำน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนกำรเขยี นเขยี นส่ือสำร เขยี นเรียงควำม ย่อควำม และเขยี น

เรื่องรำวในรปู แบบต่ำง ๆ เขียนรำยงำนขอ้ มูลสำรสนเทศและรำยงำนกำรศึกษำค้นควำ้ อย่ำง

มีประสทิ ธภิ ำพ

ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ 1

ตัวช้ีวดั สำระกำรเรยี นรูแ้ กนกลำง สำระกำรเรยี นรทู้ ้องถน่ิ

1. เขยี นสือ่ สารดว้ ยคา * การเขยี นสื่อสาร - เขยี นคาคล้องจองจากนิทานพนื้ บ้าน

และประโยคง่ายๆ - คาทใ่ี ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

- คาพน้ื ฐานในบทเรยี น

- คาคลอ้ งจอง

- ประโยคงา่ ย ๆ

๓๕

ช้นั ประถมศึกษำปที ่ี 2

ตัวชี้วดั สำระกำรเรยี นรู้แกนกลำง สำระกำรเรยี นรู้ทอ้ งถนิ่

1. เขยี นเร่อื งส้ันๆ ตาม * การเขยี นเร่ืองส้นั ๆ ตาม - เขยี นเรื่องสั้นๆจากเหตการณ์
จนิ ตนาการ จนิ ตนาการ ในท้องถนิ่ ทนี่ ักเรยี นพบหรือตาม
จินตนาการ

ช้นั ประถมศกึ ษำปีที่ 3

ตวั ชี้วัด สำระกำรเรียนรแู้ กนกลำง สำระกำรเรียนรทู้ ้องถิ่น

1. เขียนบรรยายเกยี่ วกบั ส่งิ ใดสงิ่ * การเขยี นบรรยายเกย่ี วกับ - เขยี นบรรยายเกย่ี วกบั ลกั ษณะของ
คน สตั ว์ ส่ิงของ สถานที่ ในท้องถ่ิน
หนึง่ ไดอ้ ย่างชัดเจน ลกั ษณะของ คน สัตว์ ส่งิ ของ ทีโ่ รงเรยี นต้งั อยู่
- ภูมิปญั ญาทอ้ งถน่ิ ในจังหวดั พะเยา
สถานท่ี

ช้นั ประถมศกึ ษำปที ี่ 4

ตัวชวี้ ัด สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง สำระกำรเรียนรูท้ อ้ งถน่ิ

1. เขยี นแผนภาพโครงเร่ืองและ * การนาแผนภาพโครงเร่อื งและ - เขยี นแผนภาพความคิดจากนิทาน
พื้นบ้าน/ตานานท้องถ่ิน
แผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนา แผนภาพความคดิ ไปพัฒนา - เขยี นรายงานจากการศกึ ษาค้นคว้า
ภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ ในจังหวดั พะเยา
งานเขยี น งานเขียน

2. เขยี นบันทกึ และเขยี นรายงาน * การเขยี นบันทึกและเขยี น

จากการศึกษาคน้ ควา้ รายงานจากการศึกษาคน้ คว้า

ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ 5

ตวั ช้ีวดั สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง สำระกำรเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น

1. เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและ * การนาแผนภาพโครงเร่อื ง - เขียนแผนภาพความคดิ จากนทิ าน
แผนภาพความคิดเพ่ือใชพ้ ฒั นา และแผนภาพความคิดไปพัฒนา พ้ืนบ้าน/ตานานท้องถิ่น
งานเขียน
งานเขียน
2. เขยี นย่อความจากเรอื่ งที่อ่าน * การเขียนย่อความจากสือ่ ต่างๆ - เขียนย่อความจากนทิ านพ้ืนบ้าน/
เชน่ นิทาน ความเรียงประเภท ตานานท้องถิน่ ภูมปิ ญั ญาท้องถนิ่ ใน
ตา่ ง ๆ ประกาศ แจง้ ความ จังหวัดพะเยา
แถลงการณ์ จดหมาย คาสอน
โอวาท คาปราศรยั

ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ 6

ตวั ชว้ี ดั สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง สำระกำรเรียนรู้ทอ้ งถิ่น

1. เขียนแผนภาพโครงเรื่อง * การเขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง - เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและ
แผนภาพความคิดจากภูมปิ ัญญา
และแผนภาพความคดิ เพื่อใช้ และแผนภาพความคดิ
* การเขียนยอ่ ความจากส่อื ต่างๆ ทอ้ งถิน่ ในท้องถิน่ ท่โี รงเรยี นตั้งอยู่
พัฒนางานเขียน
2. เขียนยอ่ ความจากเรือ่ งท่อี ่าน เช่น นทิ าน ความเรียงประเภท - เขยี นยอ่ ความจากบทความภมู ิ
ตา่ งๆ ประกาศ แจง้ ความ ปัญญาท้องถ่นิ ในจังหวดั พะเยา

แถลงการณ์ จดหมาย คาสอน

โอวาท คาปราศรัย สุนทรพจน์

๓๖

ช้ันมธั ยมศึกษำปที ่ี 1

ตวั ชี้วดั สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง สำระกำรเรยี นร้ทู ้องถิ่น

1. เขียนแสดงความคดิ เห็น * การเขียนแสดงความคดิ เห็น - เขียนแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั

เกย่ี วกบั สาระจากสือ่ ที่ไดร้ บั เกย่ี วกบั สาระจากสือ่ ต่าง ๆ เชน่ สาระจากบทความ/ตานาน แหล่ง
2. เขยี นรายงานการศึกษา
ค้นคว้าและโครงงาน - บทความ เรียนร้ใู นชุมชนและท้องถิ่น เช่น

- หนงั สอื อ่านนอกเวลา การทาปลาส้ม การทากล้วยกรอบ

- ขา่ วและเหตุการณ์ประจาวัน ก่องขา้ ว จกั สานผกั ตบชวา การทา

- เหตกุ ารณ์สาคัญต่าง ๆ ครกหนิ ฯลฯ เปน็ ต้น

* การเขยี นรายงาน ไดแ้ ก่ - เขียนรายงานจากการศึกษาค้นควา้

- การเขยี นรายงานจาก บทความ/ตานาน แหลง่ เรยี นรใู้ น
การศึกษาค้นคว้า ชุมชนและทอ้ งถน่ิ
- การเขียนรายงานโครงงาน

ชนั้ มธั ยมศึกษำปที ี่ ๒

ตัวช้วี ดั สำระกำรเรยี นรู้แกนกลำง สำระกำรเรียนรูท้ อ้ งถ่ิน

1. เขยี นรายงานการศึกษา * การเขียนรายงาน ได้แก่ - การเขียนรายงานจากการศึกษา
ค้นคว้าภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่นในท้องถิน่
คน้ คว้า - การเขยี นรายงานจากการศึกษา - การเขียนวเิ คราะห์ วิจารณ์
๒. เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และ
แสดงความรู้ ความคดิ เห็น หรอื คน้ คว้า และแสดงความรู้ ความคดิ เหน็
โตแ้ ยง้ ในเรอื่ งท่ีอ่านอย่างมี - การเขียนรายงานโครงงาน หรอื โตแ้ ยง้ จากส่ือตา่ ง ๆ จากบทความ
เหตผุ ล * การเขียนวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ และ บทเพลงพ้นื บา้ น ภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ ใน
แสดงความรู้ ความคิดเห็น หรอื จงั หวัดพะเยา

โต้แยง้ จากสอื่ ต่างๆ เช่น

- บทความ

- บทเพลง

- หนงั สอื อา่ นนอกเวลา

- สารคดี

- บันเทงิ คดี

ช้นั มธั ยมศึกษำปีท่ี 3

ตวั ช้วี ัด สำระกำรเรยี นรูแ้ กนกลำง สำระกำรเรยี นรูท้ อ้ งถนิ่

1. เขียนชีวประวตั หิ รอื * การเขียนอัตชีวประวตั ิ - เขียนอัตชีวประวตั ิหรือชวี ประวตั ิ
อตั ชวี ประวัติโดยเล่าเหตกุ ารณ์ ของบุคคลสาคัญในท้องถน่ิ ทีโ่ รงเรยี น
ข้อคิดเห็น และทศั นคติในเรื่อง หรือชวี ประวัติ
ตา่ ง ๆ * การเขียนรายงาน ไดแ้ ก่ ต้ังอยู่และในจังหวดั พะเยา
2. เขยี นรายงานการศึกษา - การเขียนรายงานจากการศึกษา - การเขียนรายงานโครงงานจากภูมิ
ค้นคว้า และโครงงาน คน้ คว้า ปัญญาท้องถ่ินในจังหวัดพะเยา

- การเขยี นรายงานโครงงาน

๓๗

มำตรฐำนกำรเรียนรู้ : สำระที่ 3 กำรฟงั / กำรดู /กำรพูด
มำตรฐำน ท 3.1 สำมำรถเลือกฟังและดูอย่ำงมีวิจำรณญำณ และพูดแสดง ควำมรู้
ควำมคดิ และควำมรสู้ ึกในโอกำสต่ำง ๆ อยำ่ งมีวิจำรณญำณ และสร้ำงสรรค์

ชั้นประถมศกึ ษำปีที่ 1

ตวั ชี้วดั สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง สำระกำรเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น

1. ตอบคาถามและเลา่ เร่ืองท่ีฟัง * การจบั ใจความและพูดแสดง - จับใจความและพูดแสดงความ
ความคดิ เหน็ ความรสู้ กึ จากเรื่อง คดิ เห็น ความรู้สึกจากเรอื่ งที่ฟังและดู
และดทู ้ังท่ีเปน็ ความรู้ ที่ฟงั และดู ทัง้ ทเ่ี ป็นความรู้ เช่น นทิ านพ้นื บ้าน เรื่องเล่าท้องถ่ิน
และความบันเทิง

๒. พูดแสดงความคิดเหน็ และ และความบนั เทิง เชน่

ความรู้สกึ จากเรื่องที่ฟังและดู - เร่ืองเลา่ และสารคดีสาหรบั

เด็ก

- นทิ าน

- การต์ นู

- เรอ่ื งขบขนั

ช้นั ประถมศึกษำปที ี่ ๒

ตวั ชีว้ ัด สำระกำรเรยี นรู้แกนกลำง สำระกำรเรียนรู้ทอ้ งถนิ่

๑. เลา่ เรือ่ งทีฟ่ ังและดทู ั้งทเี่ ป็น * การจับใจความและพูดแสดง - จับใจความและพูดแสดงความ
ความคิดเหน็ ความรูส้ กึ จากเรอื่ ง คิดเหน็ ความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู
ความรแู้ ละความบนั เทงิ
๒. บอกสาระสาคัญของเรื่องท่ีฟงั ท่ีฟงั และดู ท้งั ท่เี ป็นความรู้ จากนิทานพนื้ บา้ น ตานานท้องถิ่น
ขา่ วในทอ้ งถิน่
และดู และความบันเทิง เช่น

๓. ตง้ั คาถามและตอบคาถาม - เรอ่ื งเลา่ และสารคดสี าหรบั

เก่ยี วกบั เร่อื งทีฟ่ ังและดู เด็ก

๔. พดู แสดงความคิดเหน็ และ - นทิ าน การ์ตนู และเร่ือง

ความรสู้ กึ จากเรื่องท่ีฟังและดู ขบขนั

- รายการสาหรบั เด็ก

- ขา่ วและเหตุการณ์ประจาวัน

- เพลง

๓๘

ช้ันประถมศึกษำปที ี่ ๓

ตวั ชว้ี ัด สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง สำระกำรเรยี นรู้ท้องถ่ิน

1. เล่ารายละเอยี ดเกีย่ วกบั เรื่อง * การจับใจความและพูดแสดง - ภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ ในท้องถน่ิ

ทีฟ่ งั และดทู งั้ ทเ่ี ป็นความรู้ ความคิดเหน็ และความรู้สึกจาก ที่โรงเรยี นตัง้ อยู่

และความบนั เทิง เร่อื งที่ฟังและดทู ง้ั ท่ีเป็นความรู้ - ภูมปิ ญั ญาท้องถ่ินในจงั หวดั พะเยา

๒. บอกสาระสาคญั จากการฟงั และความบนั เทงิ เช่น

และการดู - เรอื่ งเล่าและสารคดสี าหรบั

๓. ต้ังคาถามและตอบคาถาม เด็ก

เก่ียวกับเรื่องท่ฟี งั และดู - นทิ าน การ์ตนู เรอ่ื งขบขัน

๔. พูดแสดงความคิดเห็น - รายการสาหรับเดก็

และความรู้สึกจากเรื่องท่ีฟงั - ข่าวและเหตกุ ารณ์

และดู ในชวี ติ ประจาวนั

- เพลง

๕. พดู สอ่ื สารไดช้ ดั เจนตรงตาม * การพดู ส่ือสารในชีวติ ประจาวนั - พดู แนะนาสถานทีส่ าคัญหรอื สถานท่ี
ทอ่ งเทย่ี วในทอ้ งถนิ่ ของนักเรียน เชน่
วตั ถุประสงค์ เชน่ วัดในชมุ ชน กวา๊ นพะเยา วดั ศรโี คมคา
- การแนะนาตนเอง เป็นตน้
- การแนะนาสถานท่ีใน

โรงเรยี นและในชมุ ชน

- การแนะนา/เชิญชวนเก่ียวกับ

การปฏบิ ัติตนในดา้ นตา่ ง ๆ เชน่

การรกั ษาความสะอาด

ของรา่ งกาย

- การเลา่ ประสบการณ์ใน

ชีวิตประจาวัน

- การพดู ในโอกาสต่าง ๆ เช่น

การพดู ขอร้อง การพูดทักทาย

การกล่าวขอบคุณและขอโทษ

การพูดปฏเิ สธ และการพดู

ซกั ถาม

๓๙

ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๔

ตวั ช้วี ัด สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง สำระกำรเรยี นรู้ท้องถ่นิ

1. จาแนกข้อเทจ็ จริง * การจาแนกขอ้ เท็จจรงิ - จาแนกขอ้ เทจ็ จริงและข้อคิดเห็นจาก

และข้อคิดเหน็ จากเรอ่ื งท่ีฟัง และข้อคดิ เหน็ จากเร่อื งที่ฟงั เรือ่ งท่ีฟังและดู ในชวี ิตประจาวัน

และดู และดูในชวี ติ ประจาวัน เชน่ ข่าวในทอ้ งถ่นิ นิทานพ้ืนบา้ น

๒. พดู สรปุ ความจากการฟังและดู * การจบั ใจความ และการพูด ตานานพนื้ บ้าน เป็นตน้

๓. พดู แสดงความรู้ ความคิดเห็น แสดงความรู้ ความคิดในเร่อื งที - พดู สรุปความจากการฟังและดู เช่น

และความรสู้ ึกเก่ียวกบั เรื่องที่ฟัง ฟงั และดู จากส่อื ต่าง ๆ เช่น ข่าวในท้องถ่นิ นทิ านพืน้ บา้ น

และดู - เรื่องเล่า ตานานพื้นบ้าน เปน็ ตน้

๔. ตัง้ คาถามและตอบคาถาม - บทความส้นั ๆ

เชิงเหตผุ ลจากเรื่องท่ีฟงั และดู - ขา่ วและเหตุการณ์ประจาวัน

- โฆษณา สื่ออิเล็กทรอนิกส์

ชน้ั ประถมศกึ ษำปีที่ ๕

ตวั ช้ีวดั สำระกำรเรียนรูแ้ กนกลำง สำระกำรเรียนร้ทู อ้ งถ่นิ

1. พูดแสดงความรู้ ความ * การจบั ใจความ และการพูด - ต้งั คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผล

คดิ เหน็ และความรสู้ ึกจากเร่ือง แสดงความรู้ ความคิดในเร่ืองที่ จากเรื่องท่ีฟงั และดู

ท่ฟี งั และดู ฟงั และดู จากส่อื ตา่ ง ๆ เชน่ เช่น นิทาน ตานาน บทความ

1. ต้ังคาถามและตอบคาถาม - เรอ่ื งเลา่ เหตุการณส์ าคัญและภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ

เชงิ เหตผุ ลจากเรื่องท่ีฟงั และดู - บทความ ในท้องถ่ินทีโ่ รงเรยี นตง้ั อยู่

2. วเิ คราะหค์ วามนา่ เชือ่ ถือจาก - ขา่ วและเหตุการณป์ ระจาวัน

เรือ่ ง ท่ีฟงั และดูอย่างมเี หตุผล - โฆษณา

- ส่อื สอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส์

* การวเิ คราะหค์ วามน่าเชื่อถือ

จากเรือ่ งท่ฟี ังและดูใน

ชีวติ ประจาวัน

ชนั้ ประถมศึกษำปีท่ี ๖

ตวั ชี้วดั สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง สำระกำรเรียนรู้ทอ้ งถนิ่

๑. พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจ * การพดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจ - พดู แสดงความรู้ ความเข้าใจ
จดุ ประสงคข์ องเร่ืองที่ฟังและดู ในจุดประสงค์ของเรื่องทฟ่ี งั และดู จุดประสงคข์ องเร่ืองที่ฟังและดู เช่น
นิทาน ตานาน ภูมปิ ญั ญาท้องถนิ่ ใน
๒. ต้ังคาถามและตอบคาถาม จากสอื่ ต่าง ๆ ไดแ้ ก่ ท้องถิ่นทโี่ รงเรียนต้ังอยู่

เชิงเหตุผล จากเรื่องท่ีฟงั และดู - สื่อสงิ่ พมิ พ์ - ตั้งคาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผล

- สอื่ อิเลก็ ทรอนิกส์ จากเรอื่ งท่ฟี ังและดู เช่น ขา่ วใน

ทอ้ งถ่ิน ตานาน บทความ ภูมปิ ญั ญา

ท้องถ่ินในจังหวัดพะเยา

๔๐

ช้นั มัธยมศกึ ษำปีท่ี 1

ตัวชว้ี ัด สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง สำระกำรเรียนรทู้ ้องถิน่

1. พดู สรุปใจความสาคญั * การพูดสรปุ ความ พูดแสดง - เล่าเรอ่ื งยอ่ จากเรือ่ งทฟ่ี ังและดู เชน่

ของเร่ืองท่ีฟังและดู ความรู้ ความคิดอย่างสร้างสรรค์ การทาปลาส้ม การทากล้วยกรอบ

๒. เล่าเรือ่ งยอ่ จากเรื่องที่ฟังและดู จากเรือ่ งที่ฟงั และดู กอ่ งข้าว จักสานผักตบชวา การทา

๓. พดู แสดงความคิดเห็นอย่าง * การพูดประเมินความน่าเชือ่ ถือ ครกหนิ ฯลฯ เป็นต้น

สรา้ งสรรคเ์ กี่ยวกบั เร่ืองท่ีฟังและดู ของส่ือท่ีมีเน้ือหาโน้มนา้ ว

๔. ประเมินความนา่ เชื่อถือของ

ส่อื ทมี่ ีเน้ือหาโน้มน้าวใจ

5. พดู รายงานหรอื ประเด็นท่ี

ศกึ ษาจากการค้นคว้าจากการฟงั * พดู รายงานการศกึ ษาค้นคว้า - ความรูจ้ ากแหลง่ เรียนร้ใู นชุมชน

การดู และการสนทนา จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในชุมชน และท้องถิน่ เช่น การทาปลาส้ม

และทอ้ งถน่ิ ของตน การทากล้วยกรอบ ก่องข้าว จกั สาน

ผกั ตบชวา การทาครกหนิ ฯลฯ

ชน้ั มธั ยมศึกษำปที ่ี ๒

ตวั ช้วี ดั สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง สำระกำรเรียนรทู้ ้องถ่นิ

1. พดู รายงานเร่ืองหรือประเดน็ * การพดู รายงานการศึกษา - พดู รายงานการศกึ ษาค้นคว้าจาก

ท่ศี ึกษาคน้ คว้า คน้ ควา้ จากแหลง่ เรยี นรู้ต่าง ๆ แหลง่ เรยี นร้ภู มู ปิ ญั ญาท้องถ่ิน

และภมู ิปญั ญาท้องถ่ินในจงั หวดั พะเยา

ชั้นมัธยมศกึ ษำปีท่ี 3

ตัวช้วี ัด สำระกำรเรียนรูแ้ กนกลำง สำระกำรเรียนรทู้ ้องถ่นิ

3. พดู รายงานหรือประเด็น * พดู รายงานการศกึ ษาค้นคว้า - พดู รายงานหรอื ประเดน็ ที่
ทศ่ี กึ ษาจากการคน้ คว้าจากการ เกยี่ วกบั ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ ศกึ ษาจากการคน้ คว้าจาก การฟงั
ฟัง การดู และการสนทนา การดู และการสนทนา จากภูมปิ ญั ญา
ทอ้ งถ่ินในท้องถิ่นที่โรงเรียนตั้งอยู่

- ภูมิปญั ญาทอ้ งถิ่นในจังหวดั พะเยา

๔๑

มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ : สำระท่ี 4 หลักกำรใช้ภำษำไทย
มำตรฐำน ท 4.1 เข้ำใจธรรมชำติของภำษำ และหลกั ภำษำไทย กำรเปลย่ี นแปลงของ

ภำษำ และพลังของภำษำ ภูมิปัญญำทำงภำษำ และรักษำภำษำไทยไว้เป็นสมบัติของชำติ

ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ ๑

ตวั ช้ีวดั สำระกำรเรยี นรูแ้ กนกลำง สำระกำรเรยี นรทู้ ้องถ่ิน

1. ต่อคาคลอ้ งจองง่ายๆ * คาคล้องจอง - ตอ่ คาคลอ้ งจองจากบทร้องพ้นื บา้ น

ในท้องถิ่นของนักเรยี น

ชั้นประถมศึกษำปที ี่ ๒

ตวั ชว้ี ัด สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง สำระกำรเรียนร้ทู อ้ งถ่นิ

1. เลือกใชภ้ าษาไทยมาตรฐาน * ภาษาไทยมาตรฐาน - โอกาสในการใช้ภาษาพน้ื เมือง/ภาษา

และภาษาถนิ่ ได้เหมาะสมกับ * ภาษาถนิ่ ทอ้ งถิน่ ของชนกลุ่มน้อยในท้องถ่ินที่

กาลเทศะ เหมาะสม เช่น ภาษาม้ง ฯลฯ

ชัน้ ประถมศึกษำปีท่ี 3

ตวั ช้ีวดั สำระกำรเรยี นรู้แกนกลำง สำระกำรเรยี นร้ทู อ้ งถน่ิ

๑. ใช้พจนานุกรมค้นหา * การใช้พจนานุกรม - ใชพ้ จนานุกรมคน้ หาความหมายของ

ความหมายของคา คาภาษาถิน่

๒. แตง่ คาคลอ้ งจองและคาขวญั * คาคล้องจอง แต่งคาคล้องจองจากนิทานพื้นบ้าน

* คาขวญั

๓. เลอื กใชภ้ าษาไทยและภาษา * ภาษาไทยมาตรฐาน - โอกาสในการใชภ้ าษาพ้นื เมือง/ภาษา

ถิ่นไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ * ภาษาถิน่ ท้องถนิ่ ของชนกลุม่ น้อยในท้องถิน่ ที่

เหมาะสม เชน่ ภาษามง้ ฯลฯ

ชั้นประถมศกึ ษำปที ่ี 4

ตวั ชว้ี ดั สำระกำรเรยี นรูแ้ กนกลำง สำระกำรเรียนรทู้ ้องถนิ่

1. สะกดคาและบอกความหมาย * คาในแม่ ก กา - บอกความหมายของคาภาษาท้องถนิ่

ของคาในบรบิ ทตา่ ง ๆ * มาตราตวั สะกด

* การผันอักษร

* คาเปน็ คาตาย

* คาพ้อง

๒. บอกความหมายของสานวน * สานวนที่เปน็ คาพงั เพยและ - บอกความหมายของสานวนสภุ าษิต

สภุ าษิต ในท้องถนิ่

7. เปรยี บเทยี บภาษาไทย * ภาษาไทยมาตรฐาน - การเปรยี บเทยี บการใชภ้ าษาไทย/

มาตรฐานกบั ภาษาถนิ่ ได้ * ภาษาถ่ิน พน้ื เมือง/ภาษาท้องถ่นิ

๔๒

ตวั ช้ีวัด ชั้นประถมศกึ ษำปที ่ี 5 สำระกำรเรยี นรูท้ ้องถ่ิน
- การเปรยี บเทียบการใชภ้ าษาไทย
3. เปรยี บเทยี บภาษาไทย สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง กบั ภาษาพืน้ เมอื ง/ภาษาท้องถิ่น เชน่
มาตรฐานกับภาษาถนิ่ ภาษามง้ ฯลฯ
* ภาษาไทยมาตรฐาน - แตง่ กาพยย์ านี ๑๑ เรอื่ งเกย่ี วกบั
* ภาษาถ่ิน สถานทที่ ่องเท่ยี วในทอ้ งถ่ิน

๒. แต่งบทร้อยกรอง * กาพยย์ านี ๑๑ สำระกำรเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น
- ใช้คาภาษาพน้ื เมือง/ภาษาถ่ิน
ชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ 6 ในโอกาสตา่ ง ๆ ได้เหมาะสม

ตัวช้วี ัด สำระกำรเรยี นร้แู กนกลำง - แต่ง กลอนสภุ าพ เรื่องเก่ียวกบั
สถานท่ีท่องเที่ยวในท้องถิน่
2. ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ * คาราชาศัพท์ บคุ คลสาคญั ในทอ้ งถน่ิ เป็นต้น
- บอกความหมายของสานวนสุภาษติ
และบุคคล * ระดับภาษา ในทอ้ งถ่ิน

* ภาษาถิน่ สำระกำรเรียนรู้ท้องถ่นิ
- วิเคราะห์ความแตกต่างของภาษาพูด
5. แต่งบทร้อยกรอง * กลอนสภุ าพ และภาษาเขียน ของภาษาถนิ่

6. วเิ คราะหแ์ ละเปรียบเทยี บ * สานวนที่เป็นคาพงั เพย และ
สานวนทเ่ี ปน็ คาพงั เพย และ สภุ าษติ
สุภาษิต
ช้ันมัธยมศกึ ษำปที ี่ 1
ตวั ช้วี ดั สำระกำรเรียนรแู้ กนกลำง
4. วิเคราะหค์ วามแตกต่างของ * ภาษาพดู
ภาษาพูดและภาษาเขียน * ภาษาเขียน

6. จาแนกและใชส้ านวนทีเ่ ป็นคา * สานวนที่เป็นคาพังเพยและ - จาแนกและใช้สานวนท่ีเป็นคาพงั เพย
และสุภาษติ ในท้องถ่นิ ของนักเรียน
พังเพยและสภุ าษติ สภุ าษิต
สำระกำรเรียนรู้ท้องถ่ิน
ช้นั มัธยมศึกษำปที ี่ ๒ - แตง่ กลอนสุภาพ เร่ืองเกีย่ วกับ
ตานานในท้องถ่นิ บุคคลสาคัญ
ตัวชว้ี ดั สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง ในทอ้ งถ่นิ เป็นต้น

3. แตง่ บทร้อยกรอง * กลอนสภุ าพ สำระกำรเรียนรูท้ ้องถิ่น
- แต่ง โคลงสี่สุภาพ เรื่องเกี่ยวกับ
ตวั ช้ีวัด ชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 3 ตานานในท้องถนิ่ บุคคลสาคัญ
6. แต่งบทร้อยกรอง สำระกำรเรยี นรู้แกนกลำง ในท้องถิน่ ภูมิปญั ญาทอ้ งถนิ่
* โคลงสสี่ ภุ าพ ในทอ้ งถนิ่ ท่โี รงเรียนต้งั อยู่ เป็นต้น

๔๓

มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ : สำระที่ 5 วรรณคดี และวรรณกรรม

มำตรฐำน ท 5.1 เข้ำใจและแสดงควำมคิดเห็น วิจำรณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทย

อยำ่ งเหน็ คุณค่ำ และนำมำประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ

ช้ันประถมศกึ ษำปีที่ ๑

ตัวช้วี ัด สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง สำระกำรเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น

1. บอกข้อคิดที่ได้จากการอา่ น * วรรณกรรมรอ้ ยแกว้ และร้อย - บอกข้อคิดท่ีได้จากการอ่านหรอื

หรอื การฟังวรรณกรรมร้อยแก้ว กรองสาหรบั เด็ก เช่น การฟังบทร้องเลน่ ในท้องถน่ิ

และรอ้ ยกรองสาหรับเดก็ - นทิ าน ท่ีโรงเรียน ตัง้ อยู่

- เร่ืองสน้ั ง่ายๆ

- ปริศนาคาทาย

- บทร้องเล่น

- บทอาขยาน

- บทร้อยกรอง

- วรรณคดีและวรรณกรรม

ในบทเรียน

ชนั้ ประถมศึกษำปีท่ี 2

ตัวชว้ี ัด สำระกำรเรยี นรู้แกนกลำง สำระกำรเรียนรู้ท้องถิ่น

2. บทรอ้ งเลน่ สาหรับเด็กใน * บทร้องเล่นทีม่ ีคณุ คา่ - บทร้องเลน่ ในท้องถ่ินที่โรงเรียน

ทอ้ งถิน่ - บทรอ้ งเลน่ ในท้องถิน่ ต้งั อยู่

- บทร้องเลน่ ในการละเล่น

ของเด็กไทย

ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ่ี 3

ตวั ชว้ี ดั สำระกำรเรยี นรู้แกนกลำง สำระกำรเรยี นรทู้ อ้ งถิน่

1. ระบุขอ้ คดิ ทีไ่ ด้จากการ * วรรณคดี วรรณกรรม - นิทานพ้นื บา้ น
อา่ น วรรณกรรม เพ่ือนาไปใช้
ในชีวติ ประจาวัน และเพลงพ้ืนบ้าน - เพลงพ้นื บ้าน
2. รู้จักเพลงพ้นื บ้าน
และเพลง กลอ่ มเดก็ - นิทานหรือเร่ืองในท้องถน่ิ - วรรณกรรม
เพือ่ ปลูกฝงั ตามชุมชน
วฒั นธรรมทอ้ งถิ่น - เรือ่ งส้ันต่าง ๆ ปริศนา คาทาย - ในท้องถ่ินทโ่ี รงเรียนต้งั อยู่
3. แสดงความคิดเหน็
เกย่ี วกบั วรรณคดีท่ีอ่าน - บทร้อยกรอง หรือของจังหวัดพะเยา

- เพลงพื้นบา้ น

- เพลงกล่อมเด็ก

- วรรณกรรม และวรรณคดี

ในบทเรยี น และตามความสนใจ

๔๔

ชนั้ ประถมศกึ ษำปีที่ ๔

ตัวช้วี ดั สำระกำรเรียนรูแ้ กนกลำง สำระกำรเรยี นรทู้ ้องถนิ่

1. ระบุขอ้ คดิ จากนทิ าน * วรรณคดแี ละวรรณกรรม เช่น ๑. ระบขุ ้อคดิ จาก
พืน้ บา้ นหรือนิทานคติธรรม
2. รู้จักเพลงพ้ืนบ้าน - นทิ านพน้ื บ้าน -นิทานพ้ืนบา้ น

- นทิ านคตธิ รรม - นทิ านคติธรรม

- เพลงพน้ื บา้ น - เพลงพืน้ บา้ น

- วรรณคดแี ละวรรณกรรม - วรรณกรรมในทอ้ งถิน่ ท่ีโรงเรียนตงั้ อยู่

ในบทเรียนและตามความสนใจ หรอื ของจงั หวดั พะเยา

* เพลงพนื้ บา้ น ๒. บอกเพลงพื้นบา้ นในทอ้ งถิ่น

ที่โรงเรยี นต้งั อยู่ หรอื ของจงั หวดั พะเยา

ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๕

ตวั ช้วี ดั สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง สำระกำรเรยี นรู้ท้องถน่ิ

๑. สรปุ เรื่องจากวรรณคดีหรือ * วรรณคดแี ละวรรณกรรม เช่น ๑. สรุปเรือ่ งจากวรรณคดีหรือวรรณกรรม

วรรณกรรมที่อา่ น - นทิ านพื้นบา้ น ในท้องถ่นิ ทโ่ี รงเรียนต้ังอยู่ หรือของ

๒. ระบคุ วามรู้และข้อคิดจากการ - นิทานคติธรรม จงั หวัดพะเยาทีอ่ า่ น

อา่ นวรรณคดแี ละวรรณกรรม - เพลงพื้นบา้ น - นทิ านพ้ืนบา้ น

ทสี่ ามารถนาไปใชใ้ นชีวิตจริง - วรรณคดีและวรรณกรรม - นทิ านคติธรรม

๓. อธิบายคุณค่าของ ในบทเรียนและตามความสนใจ - เพลงพน้ื บ้าน

วรรณคดีและวรรณกรรม - วรรณคดแี ละวรรณกรรมในบทเรยี น

และตามความสนใจ

ชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ 6

ตัวชว้ี ดั สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง สำระกำรเรียนรู้ท้องถ่นิ

1. แสดงความคิดเหน็ จาก * วรรณคดแี ละวรรณกรรม เช่น - นทิ านพนื้ บ้าน
วรรณคดหี รอื วรรณกรรมท่ีอ่าน
2. เล่านิทานพ้นื บ้านท้องถนิ่ - นิทานพ้ืนบ้านท้องถนิ่ - บทรอ้ ยกรองพนื้ บ้านในท้องถิ่น
ของ ตนเองและนทิ านพืน้ บ้าน
ของทอ้ งถิน่ อื่น - นิทานคติธรรม
3. อธิบายคณุ ค่าของวรรรณคดี
และวรรณกรรมทอ่ี ่านและนาไป - เพลงพน้ื บา้ น
ประยุกตใ์ ช้ได้ในชีวติ จริง
4. ทอ่ งจาบทอาขยานตามที่ - วรรณคดี และวรรณกรรม
กาหนดและบทรอ้ ยกรอง
ท่ีมีคณุ คา่ ตามสนใจ ในบทเรยี นตามความสนใจ

บทอาขยาน และบทร้อยกรอง

ทีม่ ีคณุ ค่า

- บทอาขยานตามท่ีกาหนด

- บทร้อยกรองตามความสนใจ

๔๕

ช้นั มัธยมศึกษำปีที่ 1

ตวั ชวี้ ัด สำระกำรเรยี นรู้แกนกลำง สำระกำรเรยี นรทู้ อ้ งถ่ิน

1. สรุปเนอ้ื หา วรรณคดี * วรรณคดี และวรรณกรรม - วรรณกรรมในท้องถน่ิ ท่โี รงเรียตงั้ อยู่
และวรรณกรรมที่อา่ น
เกี่ยวกับ
ตวั ชีว้ ัด
1. วิเคราะหว์ ิจารณ์วรรณคดี - ศาสนา/ประเพณี/พธิ ีกรรม/
และวรรณกรรมทอ้ งถิน่ ท่ีอา่ น
พรอ้ มยกเหตุผลประกอบ สภุ าษิต คาสอน/เหตุการณ์

ตวั ชี้วัด ประวตั ิศาสตร์/บันเทิงคดี/

บนั ทกึ การเดนิ ทาง/วรรณกรรม

ทอ้ งถ่นิ

ชัน้ มธั ยมศกึ ษำปีที่ 2

สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง สำระกำรเรยี นรทู้ ้องถ่นิ

* วิเคราะห์คณุ คา่ และข้อคิด - วิเคราะหค์ ุณคา่ วรรณกรรมท้องถิ่น

จากวรรณคดวี รรณกรรม

และวรรณกรรมทอ้ งถิ่น

ชน้ั มธั ยมศึกษำปที ่ี 3

สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง สำระกำรเรียนรทู้ อ้ งถ่นิ

1. สรปุ เน้อื หาวรรณคดี *วรรณคดีวรรณกรรมและ - วรรณกรรมท้องถนิ่ ทโี่ รงเรียนตง้ั อยู่

และวรรณกรรมท้องถิ่น ในระดบั วรรณกรรมท้องถ่นิ เกีย่ วกบั หรือของจังหวดั พะเยา

ใหญ่ยิ่งขน้ึ -ศาสนา/ประเพณ/ี พิธีกรรม/

สภุ าษิต คาสอน/เหตุการณ์

ประวัตศิ าสตร์/บนั เทิงคด/ี บันทึก

การเดินทาง/วรรณกรรมท้องถ่ิน

2. กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้สงั คม ศำสนำ และวัฒนธรรม

มำตรฐำนกำรเรียนรู้ : สำระที่ 1 ศำสนำ ศีลธรรม จรยิ ธรรม

มำตรฐำน ส 1.1 รู้เข้ำใจประวัติควำมเป็นมำ ควำมสำคัญศำสนำ หลักธรรมของ

พระพุทธศำสนำหรือศำสนำท่ีตนนับถือ มีควำมศรัทธำท่ีถูกต้อง ยึดม่ันและปฏิบัติตำมหลักธรรมเพ่ือ

อยู่รว่ มกันอยำ่ งสันติสขุ

ชน้ั มัธยมศกึ ษำปที ่ี 1

ตัวชีว้ ัด สำระกำรเรยี นรู้แกนกลำง สำระกำรเรยี นรทู้ ้องถ่ิน

1. วิเคราะห์การกระทาของ * ตัวอยา่ งบคุ คลในท้องถ่ิน - บุคคลสาคญั ในท้องถ่ิน/

บุคคลท่ี เป็นแบบอย่างด้าน หรอื ประเทศทป่ี ฏิบัติตน ในจังหวดั พะเยา

ศาสนา สัมพันธ์ เป็นแบบอยา่ งดา้ นศาสนา

และนาเสนอแนวทางการ สัมพันธห์ รือ มีผลงานด้าน

ปฏบิ ตั ิ ของตนเอง ศาสนาสมั พนั ธ์

๔๖

มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ : สำระที่ 2 หนำ้ ทพี่ ลเมอื ง วัฒนธรรม และกำรดำเนนิ ชวี ติ ในสงั คม

มำตรฐำน ส 2.1 เข้ำใจและปฏิบัติตนตำมหน้ำท่ีของกำรเป็นพลเมืองดี มีค่ำนิยมที่ดีงำม

และธำรงรกั ษำประเพณีและวฒั นธรรมไทยดำรงชวี ิตอยรู่ ว่ มกันในสังคมและสงั คมโลกอยำ่ งสนั ตสิ ุข

ชน้ั ประถมศกึ ษำปีที่ 3

ตัวชว้ี ัด สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง สำระกำรเรยี นรู้ท้องถน่ิ

1. สรปุ ประโยชนแ์ ละปฏบิ ัติตน * ประเพณีและวฒั นธรรม - ประเพณี/วัฒนธรรมในครอบครวั

ตามประเพณี และวฒั นธรรม ในครอบครวั เชน่ การแสดง ในทอ้ งถิน่ เชน่ ประเพณีทางศาสนา

ในครอบครวั และท้องถนิ่ ความเคารพและการเชือ่ ฟงั

ผใู้ หญก่ ารกระทากิจกรรม

ร่วมกันในครอบครวั

* ประเพณีและวัฒนธรรมใน

ท้องถ่ิน เชน่ การเขา้ รว่ ม

ประเพณที างศาสนา

ประเพณเี ก่ยี วกบั การดาเนิน

ชีวติ ประโยชน์ของการปฏิบัติ

ตนตามประเพณีและวัฒนธรรม

ในครอบครัวและท้องถ่ิน


Click to View FlipBook Version