The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นสพป.พย.1ปีการศึกษา2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phayaonum1, 2021-10-05 04:49:28

กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นสพป.พย.1ปีการศึกษา2564

กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นสพป.พย.1ปีการศึกษา2564

๙๗

มำตรฐำนท่ี 3 มสี ขุ ภำพจิตดแี ละมคี วำมสขุ

ตวั บ่งชี้ สภำพทีพ่ ึงประสงค์ สำระกำรเรียนรู้ทอ้ งถ่นิ
อายุ 3-4 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี

3.1 3.1.1 3.1.1 3.1.1 - รู้จกั ประเพณีและวัฒนธรรม

แสดงออกทาง แสดงอารมณ์ แสดงอารมณ์ แสดงอารมณ์ ท้องถิน่

อารมณ์ได้อย่าง ความรสู้ กึ ความรู้สกึ ได้ตาม ความรู้สกึ - ประเพณตี านเข้า (ข้าว) ใหม่

เหมาะสม ไดเ้ หมาะสมกับ สถานการณ์ ได้สอดคลอ้ งกับ - ประเพณี(ปี๋ใหมเ่ มือง)/

บางสถานการณ์ สถานการณ์ สงกรานต์

อย่างเหมาะสม - ประเพณีย่ีเป็ง /ลอยกระทง

- ประเพณี(ตานก๋วยสลาก)

- การแห่ควั ตาน

- การทาบอกไฟ

- การสขู่ วญั ต่าง ๆ

- ประเพณีแปดเปง็

(ไหวพ้ ระเจ้าตนหลวง)

- การสืบชะตาคน ,ป่า, แมน่ า้

- การสง่ เคราะห์

- การกอ่ เจดยี ์ทราย

- งานประเพณีไหว้พระธาตุ

และพระพุทธรูปสาคัญ

3.2 3.2.1 3.2.1 3.2.1 - สนทนาเรอ่ื งราวเก่ยี วกบั

มีความรู้สกึ ที่ดี กลา้ พูด กล้าพดู กลา้ พูด ประเพณแี ละวัฒนธรรมท้องถิ่น

ตอ่ ตนเองและ กลา้ แสดงออก กลา้ แสดงออก กลา้ แสดงออก เช่น ตานก๋วยสลาก ยี่เปง็ ดาหวั ปี

ผู้อน่ื อยา่ งเหมาะสมกบั อยา่ งเหมาะสม ใหม่เมือง

บางสถานการณ์ ตามสถานการณ์

3.2.2 3.2.2 3.2.2 - สนทนาเรอ่ื งราวเก่ยี วกับ

แสดงความพอใจ แสดงความพอใจ แสดงความ ประเพณีและวฒั นธรรมท้องถิ่น

ในผลงานตนเอง ในผลงาน พอใจในผลงาน เชน่ ตานกว๋ ยสลาก ยเ่ี ป็ง

และความสามารถ และ ดาหวั ปีใหม่เมือง

ของตนเอง ความสามารถ

ของตนเอง

และผอู้ น่ื

๙๘

มำตรฐำนท่ี 4 ช่นื ชมและแสดงออกทำงศิลปะ ดนตรี และกำรเคลอ่ื นไหว

ตวั บ่งช้ี อำยุ 3-4 ปี สภำพท่ีพงึ ประสงค์ สำระกำรเรยี นรทู้ ้องถิ่น
อำยุ 4-5 ปี อำยุ 5-6 ปี

4.1 4.1.1 4.1.1 4.1.1 -ประเพณีและวฒั นธรรม

สนใจมคี วามสุข สนใจมีความสขุ สนใจมีความสขุ สนใจมีความสขุ ท้องถิน่ การประดับตุง โคม

และแสดงออก และแสดงออก และแสดงออก และแสดงออกผา่ นงาน ผ้าลายทอพ้ืนเมือง

ผ่านงานศิลปะ ผา่ นงานศลิ ปะ ผา่ นงานศลิ ปะ ศลิ ปะ เครอื่ งจักสาน เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา

ดนตรีและการ - แสดงออกดว้ ยการร้องเพลง

เคลือ่ นไหว ประจาจงั หวดั พะเยา

( กว๊านพะเยา )

- แสดงออกดว้ ยการเลน่

การละเล่นพน้ื บ้านในพะเยา

( การเลน่ ไลจ่ บั )

- แสดงออกดว้ ยการฟอ้ นรา

ประจาพะเยา (ฟอ้ นเลบ็ )

4.1.2 4.1.2 4.1.2 เพลงพื้นบ้านประจาทอ้ งถนิ่

สนใจมีความสุข สนใจมีความสุข สนใจมีความสขุ เชน่ เพลงซอ เพลงจ๊อย

และแสดงออก และแสดงออก และแสดงออกผา่ น เพลงกล่อมเด็ก เพลงสอย

ผ่านเสียงเพลง ผา่ นเสยี งเพลง เสียงเพลงดนตรี เพลงพน้ื บา้ น ละครพ้ืนบา้ น

ดนตรี ดนตรี การฟ้อนพืน้ บ้าน ดนตรี

พน้ื เมือง

4.1.3 4.1.3 4.1.3 เพลงพืน้ บา้ นประจาทอ้ งถิ่น

สนใจมคี วามสขุ สนใจมีความสขุ สนใจมคี วามสุข เชน่ ดนตรพี ื้นเมอื ง เพลงซอ

และแสดง และแสดง และแสดงท่าทาง/ เพลงจ๊อย เพลงกล่อมเด็ก

ทา่ ทาง/ ท่าทาง/ เคลื่อนไหวประกอบ เพลงสอย เพลงพน้ื บ้าน

เคล่ือนไหว เคลอ่ื นไหว เพลงจังหวะและดนตรี ละครพนื้ บ้าน การฟ้อนเลบ็

ประกอบเพลง ประกอบเพลง ฟอ้ นดาบ ฟ้อนเจงิ การตีกลอง

จังหวะ จงั หวะ สะบดั ชัย การละเล่นพืน้ เมอื ง

และดนตรี และดนตรี

๙๙

มำตรฐำนที่ 5 มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และมจี ติ ใจทด่ี ีงำม

ตัวบง่ ชี้ สภำพท่ีพึงประสงค์ สำระกำรเรียนรทู้ อ้ งถ่ิน
- อาชีพในท้องถิน่
อำยุ 3-4 ปี อำยุ 4-5 ปี อำยุ 5-6 ปี
- สตั วเ์ ลย้ี งในท้องถ่นิ
5.1 5.1.1 5.1.1 5.1.1

ซ่ือสตั ย์สจุ รติ บอกหรือชีไ้ ด้ว่า ขออนญุ าต ขออนญุ าต

สิ่งใดเปน็ หรอื รอคอย หรอื รอคอย

ของตน เมื่อต้องการ เม่อื ต้องการสงิ่ ของ

และส่งิ ใด สิ่งของของผู้อนื่ ของผู้อ่นื ดว้ ยตนเอง

เป็นของผู้อนื่ เมื่อมผี ูช้ ี้แนะ

5.2 5.2.1 5.2.1 5.2.1

มีความเมตตา แสดงความรกั แสดงความรัก แสดงความรักเพ่ือน

กรุณา มีน้าใจ เพ่ือน เพือ่ น และเมตตาสตั ว์เล้ียง

และช่วยเหลอื และเมตตา และเมตตา

แบง่ ปัน สัตวเ์ ล้ียง สตั วเ์ ลี้ยง

5.2.2 5.2.2 5.2.2

แบ่งปนั ผ้อู ื่นได้ ช่วยเหลอื ชว่ ยเหลอื และแบง่ ปัน

เมอื่ มผี ชู้ ีแ้ นะ และแบ่งปัน ผู้อน่ื ไดด้ ้วยตนเอง

ผู้อ่ืนได้

เมือ่ มผี ชู้ ้ีแนะ

5.3 5.3.1 5.3.1 5.3.1

มีความ แสดงสีหน้าหรอื แสดงสหี นา้ หรือ แสดงสีหน้า

เห็นอกเหน็ ใจ ทา่ ทางรบั รู้ ท่าทางรับรู้ และท่าทางรบั รู้

ผู้อืน่ ความรูส้ กึ ผู้อ่ืน ความรสู้ กึ ผู้อน่ื ความรสู้ ึกผอู้ ื่น

อย่างสอดคล้อง

กบั สถานการณ์

5.4 5.4.1 5.4.1 5.4.1

มีความ ทางานท่ีไดร้ บั ทางานที่ได้รับ ทางานท่ีได้รับ

รบั ผิดชอบ มอบหมาย มอบหมาย มอบหมายสาเร็จ

จนสาเร็จ จนสาเร็จ ดว้ ยตนเอง

เมือ่ มี เมอ่ื มผี ู้ชี้แนะ

ผชู้ ว่ ยเหลือ

๑๐๐

มำตรฐำนท่ี 6 มที กั ษะชีวิตและปฏบิ ัตติ นตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ตัวบ่งช้ี สภำพทพี่ งึ ประสงค์ สำระกำรเรยี นรูท้ ้องถน่ิ

อำยุ 3-4 ปี อำยุ 4-5 ปี อำยุ 5-6 ปี

6.1 6.1.1 6.1.1 6.1.1 - การแต่งกายชดุ พื้นเมือง

ชว่ ยเหลอื แต่งตัวโดย แต่งตวั แต่งตัวด้วยตนเองได้ ประจาท้องถิน่ เชน่

ตนเองในการ มีผู้ชว่ ยเหลอื ด้วยตนเอง อย่างคล่องแคลว่ ชุดหม้อห้อม

ปฏบิ ัติกิจวตั ร ชุดไทลอ้ื ชุดพ้ืนบ้านอสี าน

ประจาวัน 61.2 6.1.2 6.1.2 - อาหารพ้ืนเมืองในทอ้ งถิ่น

รับประทาน รบั ประทาน รบั ประทานอาหาร เชน่ แกงฮงั เล น้าพรกิ อ่อง

อาหาร อาหาร ดว้ ยตนเองอย่างถูกวธิ ี นา้ พรกิ หนุ่ม น้าพรงิ นา้ ปู๋

ด้วยตนเอง ด้วยตนเอง น้าเงย้ี ว แอ๊บอ่องอ่อ ถว่ั เนา่

6.1.3 6.1.3 6.1.3

ใช้ห้องนา้ ใชห้ ้องน้า ใช้และทาความสะอาด

ห้องส้วม ห้องสว้ ม หลงั ใชห้ ้องน้าห้องส้วม

โดยมผี ชู้ ่วยเหลือ ด้วยตนเอง ด้วยตนเอง

6.2 6.2.1 6.2.1 6.2.1

มวี นิ ยั ในตนเอง เกบ็ ของเลน่ เกบ็ ของเล่น เกบ็ ของเล่นของใช้

ของใช้เข้าที่ ของใชเ้ ข้าท่ี เขา้ ที่อยา่ งเรียบร้อย

เมื่อมีผู้ช้แี นะ ด้วยตนเอง ดว้ ยตนเอง

6.2.2 6.2.2 6.2.2

เขา้ แถว เขา้ แถว เข้าแถวตามลาดบั

ตามลาดบั ตามลาดบั ก่อนหลังได้ดว้ ยตนเอง

กอ่ นหลงั กอ่ นหลัง

ได้เมื่อมผี ้ชู ีแ้ นะ ได้ด้วยตนเอง

6.3 6.3.1 6.3.1 6.3.1 - การเรียนรกู้ ารใชข้ องใช้

ประหยัด ใช้ส่ิงของ ใชส้ ง่ิ ของ ใชส้ ่งิ ของเครือ่ งใช้ เครอื่ งใช้ท่ีทาจากไม้ไผ่

และพอเพียง เคร่ืองใช้ เครื่องใช้อยา่ ง อย่างประหยดั (ตะกรา้ สาน ฯลฯ)
อย่างประหยัด ประหยัด และพอเพยี ง
และพอเพียง และพอเพยี ง ดว้ ยตนเอง การประดิษฐข์ องใช้
เม่อื ผูช้ ้ีแนะ เม่อื ผชู้ แี้ นะ จากผักตบชวา

๑๐๑

มำตรฐำนท่ี 7 รักธรรมชำติ สง่ิ แวดล้อม วัฒนธรรม และควำมเปน็ ไทย

ตวั บ่งชี้ สภำพท่ีพึงประสงค์ สำระกำรเรียนรทู้ อ้ งถน่ิ

อำยุ 3-4 ปี อำยุ 4-5 ปี อำยุ 5-6 ปี - ป่าชมุ ชน ลานา้ เหมอื ง
แหลง่ ธรรมชาตใิ นท้องถิ่น
7.1 7.1.1 7.1.1 7.1.1 - ร้จู ักตน้ ไมป้ ระจาจงั หวดั
พะเยา
ดแู ลรักษา มีส่วนรว่ มดูแล มสี ว่ นรว่ มดแู ล ดูแลรกั ษาธรรมชาติ - เรยี นรวู้ ิธีการปลกู ต้นไม้
ประจาจังหวัดพะเยาดูแลรักษา
ธรรมชาติ รกั ษาธรรมชาติ รกั ษาธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ต้นไม้
- การจดั การขยะในท้องถน่ิ
และสิ่งแวดลอ้ ม และสง่ิ แวดล้อม และสง่ิ แวดลอ้ ม ด้วยตนเอง เชน่ การทาปยุ๋ หมัก
การประดิษฐ์ของใช้
เม่ือมผี ชู้ ีแ้ นะ เม่อื มผี ้ชู ้ีแนะ จากเศษวัสดุ
- ประเพณีและวฒั นธรรม
7.1.2 7.1.2 7.1.2 ทอ้ งถน่ิ การกล่าวคาทักทาย
ท้งิ ขยะได้ถูกท่ี ทงิ้ ขยะได้ถูกที่ ทิง้ ขยะได้ถูกท่ี ดว้ ยภาษาพื้นเมือง
- เรียนร้กู ารแตง่ กายประจา
7.2 7.2.1 7.2.1 7.2.1 จงั หวดั พะเยา
มมี ารยาทตาม ปฏิบตั ติ นตาม ปฏิบัตติ นตาม ปฏบิ ตั ติ นตาม (ชุดพ้นื เมืองตามท้องถิ่น)
วฒั นธรรมไทย มารยาทไทยได้ มารยาทไทยได้ มารยาทไทยได้ - ประเพณีทอ้ งถ่นิ สลากภัต
และรักความ เมอื่ มผี ู้ช้ีแนะ ด้วยตนเอง ตามกาลเทศะ ย่เี ปง็ ลอยโคม แห่เทียน
เปน็ ไทย เขา้ พรรษา
-
7.2.2 7.2.2 7.2.2
-
กลา่ วคาขอบคุณ กล่าวคาขอบคุณ กลา่ วคาขอบคุณ

และขอโทษ และขอโทษ และขอโทษ

เมื่อมผี ู้ช้แี นะ ดว้ ยตนเอง ดว้ ยตนเอง

7.2.3 7.2.3 7.2.3

หยดุ ยนื เมอื่ ได้ ยนื ตรงเมอ่ื ได้ยิน ยนื ตรงและรว่ มร้อง

ยนิ เพลงชาตไิ ทย เพลงชาติไทย เพลงชาตไิ ทย

และเพลง และเพลง และเพลงสรรเสริญ

สรรเสรญิ สรรเสรญิ พระบารมี

พระบารมี พระบารมี

๑๐๒

มำตรฐำนท่ี 8 อยู่ร่วมกบั ผอู้ ื่นไดอ้ ย่ำงมีควำมสุขและปฏิบัติตนเปน็ สมำชกิ ทดี่ ีของสงั คมในระบบ

ประชำธิปไตยอนั มพี ระมหำกษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ

ตัวบง่ ชี้ สภำพท่ีพึงประสงค์ สำระกำรเรียนรู้ท้องถ่นิ

อำยุ 3-4 ปี อำยุ 4-5 ปี อำยุ 5-6 ปี

8.1 8.1.1 8.1.1 8.1.1 - การละเล่นพน้ื บ้านในแตล่ ะ

ยอมรับความ เล่นและทา เลน่ และทา เลน่ และทากิจกรรม ท้องถนิ่ เชน่ เตย ต่ีจับ

เหมอื นและ กจิ กรรมร่วม กิจกรรมร่วม รว่ มกับเด็กท่ี เปา่ ยาง ซโิ กงเกง

ความแตกต่าง กับเด็กท่แี ตกตา่ ง กับเด็กทแี่ ตกตา่ ง แตกตา่ งไปจากตน

ระหว่างบคุ คล ไปจากตน ไปจากตน

8.2 8.2.1 8.2.1 8.2.1 - การละเลน่ พื้นบา้ นในแตล่ ะ

มีปฏิสัมพนั ธ์ เลน่ ร่วมกบั เพื่อน เลน่ หรือทางาน เล่นหรอื ทางาน ท้องถ่ิน เช่น เตย ต่ีจบั

ท่ีดกี บั ผู้อืน่ ร่วมกบั เพ่ือน รว่ มมือกบั เพ่ือน เป่ายาง ซโิ กงเกง

เปน็ กลมุ่ อยา่ งมเี ป้าหมาย

8.2.2 8.2.2 8.2.2 - ประเพณีและวัฒนธรรม

ยิ้มหรอื ทักทาย ยมิ้ ทักทายหรอื ย้มิ ทกั ทาย ทอ้ งถิ่นการกล่าวคาทักทาย

ผูใ้ หญ่และบคุ คล พูดคุยกบั ผใู้ หญ่ และพูดคุยกบั ผู้ใหญ่ ด้วยภาษาพนื้ เมือง ภาษาถน่ิ

ท่คี ้นุ เคยเม่อื มีผู้ และบคุ คล และบุคคลทคี่ ุ้นเคย

ชแี้ นะ ทีค่ ุ้นเคย ไดเ้ หมาะสม

ไดด้ ้วยตนเอง กบั สถานการณ์

8.3 8.3.1 8.3.1 8.3.1 - ประเพณสี าคัญในท้องถนิ่

ปฏบิ ัตติ น ปฏิบัติตาม มสี ่วนร่วมสรา้ ง มสี ว่ นร่วมสรา้ ง เชน่ สืบชะตา ตานกว๋ ยสลาก

เบื้องตน้ ในการ ข้อตกลง ขอ้ ตกลง ขอ้ ตกลง ยี่เปง็ ดาหวั ปีใหม่เมือง

เป็นสมาชกิ ทีด่ ี เมอื่ มผี ชู้ แ้ี นะ และปฏบิ ัติตาม และปฏิบัติตาม แหค่ วั ตาน

ของสงั คม ขอ้ ตกลง ข้อตกลงด้วยตนเอง

เมือ่ มผี ชู้ แ้ี นะ

8.3.2 8.3.2 8.3.2 - ประเพณีสาคัญในท้องถนิ่

ปฏบิ ตั ติ นเป็นผนู้ า ปฏบิ ตั ิตนเป็นผนู้ า ปฏบิ ัตติ นเป็นผู้นา เช่น สืบชะตา ตานก๋วยสลาก

และผู้ตาม และผตู้ ามไดด้ ว้ ย และผ้ตู ามได้ ยี่เปง็ ดาหวั ปใี หมเ่ มือง

เมือ่ มผี ูช้ ้แี นะ ตนเอง เหมาะสมกับ แหค่ วั ตาน

สถานการณ์

8.3.3 8.3.3 8.3.3

ยอมรับการ ประนีประนอม ประนีประนอม

ประนปี ระนอม แกไ้ ขปญั หา แก้ไขปัญหา

แก้ไขปัญหา โดยปราศจาก โดยปราศจาก

เมือ่ มีผชู้ ้ีแนะ การใช้ความรุนแรง ความรุนแรง

เมือ่ มีผู้ชแี้ นะ ดว้ ยตนเอง

๑๐๓

มำตรฐำนที่ 9 ใชภ้ ำษำสอ่ื สำรได้เหมำะสมกับวยั

ตวั บ่งชี้ สภำพทพ่ี งึ ประสงค์ สำระกำรเรียนรู้ทอ้ งถนิ่

อำยุ 3-4 ปี อำยุ 4-5 ปี อำยุ ๕๖ ปี-

9.1 9.1.1 9.1.1 9.1.1 - ใชภ้ าษาพื้นเมืองส่ือสารกนั ได้

สนทนาโตต้ อบ ฟังผ้อู ื่นพดู จน ฟงั ผู้อนื่ ฟงั ผู้อื่นพูดจนจบ ( ฮกู้ าเมอื ง )

และเล่าเรื่อง จบและพดู พูดจนจบ และสนทนาโตต้ อบ - ความเป็นมาของท้องถิน่ จังหวัด

ให้ผูอ้ ่ืนเขา้ ใจ โตต้ อบ และสนทนา อยา่ งต่อเนอ่ื งเช่อื มโยง พะเยา

เก่ียวกบั โตต้ อบ กบั เรอื่ งทฟ่ี งั - คาขวญั จังหวัดพะเยา

เร่ืองที่ฟงั สอดคลอ้ ง - สถานท่ีสาคัญจังหวัดพะเยา

กับเรอื่ งท่ฟี งั - บคุ คลสาคัญจังหวัดพะเยา

- ภูมิปญั ญาท้องถนิ่

- อาชีพในท้องถนิ่

- สุภาษติ สานวนพืน้ เมอื ง

- ฟังนิทานพื้นบา้ น

9.1.2 9.1.2 9.1.2 - ความเป็นมาของท้องถนิ่

เล่าเรอื่ งด้วย เล่าเรื่อง เล่าเปน็ เรื่องราว จังหวัดพะเยา นิทานพืน้ บ้าน

ประโยคส้ันๆ เป็นประโยค ต่อเน่ืองได้

อย่างต่อเน่ือง

9.2 9.2.1 9.2.1 9.2.1 - ภาษาทอ้ งถ่นิ เชน่

อ่าน เขยี นภาพ อา่ นภาพ อา่ นภาพ อ่านภาพสญั ลักษณ์ ภาษาลา้ นนา

และสญั ลักษณ์ และพดู สัญลักษณ์ คาดว้ ยการชห้ี รือกวาด ภาษาชนเผ่า ภาษาท้องถนิ่

ได้ ขอ้ ความ คา พร้อมทั้งชี้ ตามองจดุ เรม่ิ ต้น

ด้วยภาษา หรอื กวาดตา และจดุ จบของ

ของตน มองข้อความ ข้อความ

ตามบรรทดั

9.2.2 9.2.2 9.2.2

เขียน เขยี น เขยี นช่ือของตนเอง

ขีดเขี่ย คล้ายตวั อักษร ตามแบบเขยี น

อย่างมีทศิ ทาง ข้อความด้วยวิธี

ทค่ี ดิ ขน้ึ เอง

๑๐๔

มำตรฐำนที่ 10 มีควำมสำมำรถในกำรคดิ ทเี่ ป็นพน้ื ฐำนในกำรเรียนรู้

ตวั บง่ ช้ี สภำพที่พงึ ประสงค์ สำระกำรเรียนรู้ท้องถ่ิน
อำยุ 3-4 ปี อำยุ 4-5 ปี อำยุ 5-6 ปี

10.1 101.1 10.1.1 10.1.1 - ความเปน็ มาของท้องถิ่นจงั หวดั

มีความสามารถ บอกลกั ษณะ บอกลักษณะ บอกลกั ษณะ พะเยา ความเปน็ มาของท้องถิ่น

ในการ ของสิ่งต่าง ๆ และ สว่ นประกอบ นิทานพ้ืนบ้าน

คิดรวบยอด จากการสังเกต ส่วนประกอบ การ

โดยใช้ ของสงิ่ ต่าง ๆ เปลยี่ นแปลง

ประสาทสมั ผสั จากการสังเกต หรือ

โดยใช้ ความสมั พนั ธ์

ประสาทสมั ผสั ของส่ิงตา่ ง ๆ

จากการสังเกต

โดยใช้

ประสาทสัมผสั

10.1.2 10.1.2 10.1.2 - การละเลน่ พืน้ บา้ น เช่น ดดี ลูกแกว้

จบั คูห่ รือ จบั คู่ จบั คูแ่ ละ เปา่ หนังยาง

เปรยี บเทียบ และเปรยี บเทยี บ เปรียบเทยี บ

สิง่ ต่าง ๆ โดยใช้ ความแตกตา่ ง ความแตกต่าง

ลักษณะหรือ หรือความเหมือน และความ

หนา้ ท่กี ารใช้ ของสิ่งต่าง ๆ เหมือนของสง่ิ

งานเพียง โดยใช้ลักษณะ ตา่ ง ๆ โดยใช้

ลักษณะเดียว ทส่ี ังเกตพบเพยี ง ลักษณะทส่ี ังเกต

ลักษณะเดียว พบสอง

ลักษณะขนึ้ ไป

10.1.3 10.1.3 10.1.3 - การละเลน่ พนื้ บ้าน เช่น เลน่ ขายคัว

คัดแยกส่ิงต่าง ๆ จาแนกและจัด จาแนกและจัด

ตามลกั ษณะ กลมุ่ ส่ิงตา่ ง ๆโดย กล่มุ ส่ิงต่าง ๆ

หรอื หนา้ ท่ี ใช้อย่างนอ้ ย โดยใช้ตั้งแต่

การใชง้ าน หนง่ึ ลักษณะ สองลกั ษณะขนึ้

เปน็ เกณฑ์ ไปเป็นเกณฑ์

10.1.4 10.1.4 101.4 - เหตุการณส์ าคญั ในทอ้ งถิน่

เรียงลาดบั เรียงลาดบั เรียงลาดบั นทิ านพืน้ บา้ น

สิง่ ของหรือ สิ่งของหรือ สิ่งของและ

เหตุการณ์อย่าง เหตกุ ารณ์อย่าง เหตุการณ์อยา่ ง

น้อย ๓ ลาดบั น้อย ๔ ลาดบั น้อย ๕ ลาดบั

๑๐๕

มำตรฐำนที่ 11 มีจนิ ตนำกำรและควำมคิดสรำ้ งสรรค์

ตัวบง่ ช้ี สภำพที่พึงประสงค์ สำระกำรเรยี นร้ทู อ้ งถ่นิ
อำยุ 3-4 ปี อำยุ 4-5 ปี อำยุ 5-6 ปี - การประดิษฐข์ องเลน่ ของใชจ้ ากเศษ
วัสดุ เช่น การประดิษฐ์ตุง การประดิษฐ์
11.1 11.1.1 11.1.1 11.1.1 โคมลอย ลายปูนปน้ั เช่น
บนั ไดพญานาค ซุ้มประตวู ัด
ทางานศลิ ปะ สร้างผลงาน สรา้ งผลงาน สร้างผลงาน จิตกรรมฝาผนงั วดั ต่าง ๆ
ลวดลายผา้ ทอพ้นื เมือง
ตามจนิ ตนาการ ศลิ ปะเพอ่ื ศิลปะเพื่อ ศลิ ปะเพ่ือ
- ดนตรพี ้นื เมอื ง เพลงพน้ื เมือง
และความคิด สอ่ื สารความคิด ส่อื สารความคิด สือ่ สารความคิด

สร้างสรรค์ ความรสู้ กึ ของ ความรสู้ กึ ของ ความรู้สึกของ

ตนเอง ตนเองโดย ตนเองโดย

มกี ารดัดแปลง มีการดดั แปลง

และแปลกใหม่ แปลกใหม่

จากเดมิ หรือมี จากเดมิ และมี

รายละเอียด รายละเอยี ด

เพ่มิ ขึ้น เพม่ิ ขน้ึ

11.2 11.2.1 11.2.1 11.2.1

แสดงทา่ ทาง/ เคลื่อนไหว เคลอื่ นไหว เคล่อื นไหว

เคล่อื นไหวตาม ทา่ ทางเพ่ือ ท่าทางเพอื่ ทา่ ทางเพอ่ื

จนิ ตนาการ สอื่ สารความคดิ สอ่ื สารความคิด ส่ือสารความคดิ

อยา่ งสร้างสรรค์ ความรสู้ ึกของ ความรู้สกึ ของ ความรู้สึกของ

ตนเอง ตนเองอยา่ ง ตนเองอย่าง

หลากหลาย หลากหลาย

หรอื แปลกใหม่ และแปลกใหม่

๑๐๖

มำตรฐำนที่ 12 มเี จตคตทิ ี่ดีตอ่ กำรเรยี นรู้ และมคี วำมสำมำรถในกำรแสวงหำควำมรไู้ ด้เหมำะสมกบั วยั

ตวั บง่ ช้ี สภำพที่พงึ ประสงค์ สำระกำรเรียนรู้ทอ้ งถน่ิ
อำยุ 3-4 ปี อำยุ 4-5 ปี อำยุ 5-6 ปี

12.1 12.1.1 12.1.1 12.1.1 - ตานานเมืองพะเยา

มีเจตคตทิ ่ีดี สนใจฟงั หรอื สนใจซักถาม สนใจหยบิ ตานานทอ้ งถิ่น

ตอ่ การเรยี นรู้ อ่านหนงั สือ เก่ยี วกับ หนังสอื มาอา่ น นิทานพนื้ บ้าน

ด้วยตนเอง สญั ลักษณ์หรือ และเขยี นส่ือ

ตัวหนังสอื ความคดิ

ทพี่ บเห็น ด้วยตนเอง

เป็นประจา

อย่างต่อเนื่อง

12.1.2 12.1.2 12.1.2 -

กระตือรือร้น กระตือรือร้น กระตือรอื ร้น

ในการเขา้ ร่วม ในการเขา้ ร่วม ในการรว่ ม

กิจกรรม กจิ กรรม กจิ กรรมต้ังแต่

ตนจนจบ

12.2 12.2.1 12.2.1 12.2.1 - ตานานเมอื งพะเยา

มคี วามสามารถ ค้นหาคาตอบ คน้ หาคาตอบ คน้ หาคาตอบ ตานานทอ้ งถนิ่ นทิ านพ้นื บ้าน

ในการแสวงหา ของข้อสงสัย ของข้อสงสยั ของข้อสงสยั

ความรู้ ตา่ ง ๆ ตา่ ง ๆ ตา่ ง ๆ

ตามวิธีการ ตามวธิ กี าร โดยใช้วธิ กี าร

ที่มผี ูช้ ้ีแนะ ของตนเอง ทหี่ ลากหลาย

ด้วยตนเอง

12.2.2ใช้ 12.2.2ใช้ 12.2.2 - ตานานเมืองพะเยา

ประโยคคาถาม ประโยคคาถาม ใชป้ ระโยค ตานานทอ้ งถิ่นนทิ านพน้ื บา้ น

คาถามวา่ คาถามวา่ คาถามวา่

“ใคร” “ท่ีไหน” “เมอื่ ไหร่”

“อะไร” “ทาไม” “อยา่ งไร”

ในการค้นหา ในการค้นหา ในการคน้ หา

คาตอบ คาตอบ คาตอบ

๑๐๗

ส่วนท่ี 4
กำรประเมนิ คณุ ภำพผูเ้ รียนระดับท้องถ่นิ
การประเมินคุณภาพสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น นับเป็นภารกิจสาคัญในการวัดและประเมินผลให้
สอดคลอ้ งและครอบคลมุ กับตวั ชี้วัด/ผลการเรยี นรู้ (ดา้ นความรู้ทักษะ และคุณลักษณะ) และธรรมชาติของ
เนื้อหาสาระ เพ่ือให้ผลการประเมินชัดเจนมีความเป็นไปได้และเหมาะสมกับศักยภาพผู้เรียนโดยเฉพาะ
วัดและประเมินควบคู่ไปกับการจัดการเรียนรู้ตามสภาพจริงให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและนา ผลการประเมิน
มาวิเคราะหซ์ อ่ มเสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียนโดยมีหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช
2551 เปน็ แนวทางกาหนดกรอบ การประเมินคุณภาพ

แนวทำงกำรวดั และประเมนิ ผล
กำรประเมนิ ผลก่อนเรยี น
การประเมินผลก่อนเรียน เป็นหน้าท่ีของครูผู้สอนในแต่ละวิชาทุกกลุ่มสาระที่ต้องประเมิน

โดยมี จุดมุ่งหมายเพ่ือตรวจสอบสารสนเทศ ของผู้เรียนในเบื้องต้นสาหรับการนาไปใช้จัดกระบวนการ
เรยี นรู้

กำรประเมนิ ระหว่ำงเรยี น
การประเมินระหว่างเรียนเป็นการประเมินเพื่อมุ่งตรวจสอบพัฒนาการของผู้เรียนว่าบรรลุ

ตามผลการ เรยี นรทู้ ค่ี าดหวงั ในการสอนตามแผนการสอนที่ครไู วว้ างแผนไวห้ รือไม่ ท้งั น้สี ารสนเทศทไ่ี ด้จาก
การประเมินนาไปสู่ การปรับปรงุ แกไ้ ข ขอ้ บกพร่องของผ้เู รียน และส่งเสรมิ ผูเ้ รียนที่มีความรู้ ความสามารถ
ให้เกิดพฒั นาการสงู สดุ ตาม ศกั ยภาพ ได้แก่

กำรประเมินด้วยกำรสื่อสำรส่วนบุคคล ได้แก่
1. การถามตอบระหว่างทากิจกรรมการเรยี นรู้
2. การสนทนาพบปะพูดคุยกับผูเ้ รียน
3. การสนทนาพบปะพดู คุยกับผูเ้ รียนกบั ผ้เู กยี่ วข้องกับผูเ้ รียน
4. การสอบปากเปล่าเพ่ือประเมินความรู้
5. การอา่ นบันทกึ เหตกุ ารณต์ ่าง ๆ ของผเู้ รียน
6. การตรวจแบบฝกึ หัดและการบ้านพร้อมให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผเู้ รยี น

กำรประเมินจำกกำรปฏิบตั ิ (Performance Assessment)
เปน็ วิธกี ารประเมินทผ่ี ้สู อนมอบหมายงานหรอื กจิ กรรมใหผ้ ้เู รียนทาเพื่อให้ได้ข้อมูสารสนเทศ

ว่าผ้เู รียนเกดิ การเรยี นร้มู ากน้อยเพียงใด การประเมนิ การปฏบิ ตั ิ ผสู้ อนตอ้ งตระเตรียมสิ่งสาคัญ 2 ประการ
คอื

1. ภาระงานหรอื กจิ กรรมท่จี ะใหผ้ ู้เรยี นปฏิบัติ (Tasks)
2. เกณฑก์ ารให้คะแนน (Rubrics)

๑๐๘

กำรประเมินสภำพจรงิ (Authentic Assessment)
การประเมินสภาพจริงเป็นการประเมินจากการปฏิบัติอย่างหน่ึงเพียงแต่งานหรือกิจกรรม ที่

ผเู้ รียนได้ ปฏิบัตจิ ะเปน็ งานหรือสถานการณ์ที่เปน็ จริง (Real life) หรือใกลเ้ คยี งกับชีวิตจริง ดงั นัน้ งานหรือ
สถานการณ์จึงมีส่ิงจาเป็นท่ีซับซ้อน (Complexity) และเป็นองค์รวม (Holistic) มากกว่างานปฏิบัติท่ัวไป
วิธีการประเมินตามสภาพจริงไม่มีความแตกต่างจากการประเมินปฏิบัติ (Performance Assessment)
เพียงแต่อาจมีความยุ่งยากในการประเมินมากกว่า เนอ่ื งจากเป็นสถานการณ์จรงิ หรือต้องจัดสถานการณ์ให้
ใกล้จริงและเกิดประโยชน์กับผู้เรียน ซ่ึงจะ ทาให้ทราบความสามารถท่ีแท้จริง ว่ามีจุดเด่นและข้อบกพร่อง
ในเรือ่ งใด อนั จะนาไปสู่การแก้ไขทต่ี รงประเด็นท่สี ุด

กำรประเมินดว้ ยแฟ้มดว้ ยสะสมงำน (Portfolio Assessment)
การประเมินด้วยแฟ้มสะสมงานเป็นวิธีการประเมินท่ีช่วยส่งเสริมให้การประเมินตามสภาพ

จริงมี ความเป็นไปได้มากขึ้น โดยการให้ผูเ้ รียนไดเ้ ก็บรวบรวม (Collect) ผลงานจากการปฏบิ ัติจริงมีความ
เป็นไปได้มากขึ้น โดยการให้ผู้เรียนหรือในชีวิตจริงท่ีเก่ียวข้องกับการเรียนรู้ตามสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ
มาจัดแสดงอย่างเป็นระบบ (Organized) ทั้งน้ี โดยมีจุดประสงค์เพื่อสะท้อนให้เห็น (Reflect)
ความพยายาม เจตคติ แรงจูงใจ พัฒนาการและความสัมฤทธ์ิผล (Achievement) ของการเรียนรู้ตามสิ่ง
ที่มุ่งหวังจะให้แฟ้มสะสมงานน้ัน สะท้อนออกมาซ่ึงผู้สอน สามารถประเมินจากแฟ้มสะสมงานแทน
การประเมนิ จากการปฏิบตั ิจรงิ ก็ได้

กำรประเมนิ หลงั เรยี น
เป็นการประเมินเพื่อสรุปผลการเรียนเป็นการประเมินเพ่ือมุ่งตรวจสอบความสา เร็จ

ของผู้เรียนเม่ือผ่านการเรียนรู้ในช่วงเวลาหน่ึงเพื่อตรวจสอบว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามผลการเรียน
ที่คาดหวังหรือไม่ เมื่อนาไปเปรียบเทียบกับผลการประเมินก่อนเรยี นแล้วผเู้ รยี นเกิดพัฒนาการข้ึนมากนอ้ ย
เพียงใดทาให้สามารถประเมินได้ว่า ผู้เรียนมีศักยภาพในการเรียนรู้เพียงใดและกิจกรรมการเรียนรู้
มีประสิทธิภาพในการพัฒนาผู้เรียนเพียงใด ข้อมูลจากการประเมินภายหลังการเรียนสามารถนาไปใช้
ประโยชนไ์ ด้มากมาย ไดแ้ ก่

1. ปรับปรุง แกไ้ ข ซ่อมเสริมผลการเรียนร้ทู ่ีคาดหวังหรอื จดุ ประสงค์ของการเรียน
2. ปรับปรุง แกไ้ ขวิธกี ารเรียนใหม้ ีประสทิ ธภิ าพย่งิ ข้ึน
3. ปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียน การประเมินผลการเรียนสามารถใช้
วิธีการและเคร่ืองมือการประเมินได้อย่างหลากหลายให้สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง /ตัวชี้วัด
เนื้อหาสาระ กิจกรรมและช่วงเวลาในการประเมินเพ่ือให้การประเมินผลการเรียน ดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้อง
สัมพนั ธแ์ ละสนับสนุนการเรียนการสอน

๑๐๙

รูปแบบกำรประเมนิ คณุ ภำพ
กำรประเมนิ ระดบั สถำนศึกษำ
1. การประเมนิ ในช้นั เรยี น
การประเมินคุณภาพนักเรียนตามสาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน (กรอบหลักสูตรเขตพ้ืนที่

การศึกษา ประถมศึกษาพะเยา เขต 1) และตามจุดเน้นคุณภาพนักเรียนด้านสมรรถนะสาคัญ และ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของผู้เรียนทุกวิชา ทุกช้ันเรียน โดยใช้วธิ กี าร/เครื่องมือวัดและประเมินผลอยา่ ง
หลากหลายควบคู่ไปกับการเรยี นการสอน

2. การประเมนิ ในระดบั สถานศกึ ษา
การประเมินคุณภาพนักเรียนตามสาระการเรยี นรู้ท้องถนิ่ (กรอบหลักสูตรเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาพะเยา เขต 1) และตามจุดเน้นคุณภาพนักเรียนด้านสมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ ของผู้เรียน สถานศกึ ษาพจิ ารณาถงึ การประเมนิ ในภาพรวม เพื่อตดั สนิ ผลการพฒั นาผเู้ รียนเมื่อจบ
ภาคเรียนหรือปีการศึกษา โดยใช้เคร่ืองวัดและประเมินผลเป็นแบบทดสอบภาคความรู้หรือภาคปฏิบัติ
ตามทีส่ ถานศึกษากาหนด

กำรประเมนิ ระดับเขตพื้นทีก่ ำรศึกษำ
การประเมินคุณภาพระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขต

พื้นที่การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูล
พื้นฐานในการ พัฒน า คุณภ า พการ ศึกษา ของเขต พ้ืน ที่การ ศึกษา ตา มภา ระคว ามรับ ผิ ดช อบส า ม า ร ถ
ดาเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสัมฤทธ์ิของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดทาและดาเนินการโดยเขต
พื้นท่ีการศึกษาหรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัดในการจัดสอบ นอกจากน้ียังได้จากการ
ตรวจสอบทบทวนขอ้ มูลจากการประเมินระดับสถานศกึ ษาในเขตพ้ืนที่การศึกษา นอกจากนนั้ ภารกจิ สาคัญ
ของเขตพ้ืนท่ีการศึกษา/ท้องถ่ินในการบริหาร จัดการหลักสูตรระดับท้องถิ่น ยังต้องกาหนดให้มีการ
ประเมนิ คณุ ภาพผเู้ รยี นระดับทอ้ งถ่ินและรายงานผลคุณภาพ ของผู้เรยี น

การประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับท้องถิ่นเป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการ
เรียนรู้ ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานรวมถึงเปา้ หมาย/จดุ เนน้ ของท้องถ่ินตามท่ีกาหนดไว้ใน
กรอบหลักสตู รระดบั ท้องถ่ิน เพอ่ื ใช้เป็นข้อมลู พนื้ ฐานในการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาสามารถ ดาเนนิ การ
โดยการประเมิน ผลสัมฤทธ์ิของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานหรือเคร่ืองมือท่ีจัดทาและดาเนินการโดยเขต
พ้ืนทีก่ ารศกึ ษาหรือด้วยความรว่ มมอื กบั สถานศึกษาในการดาเนนิ การจัดสอบ ได้แก่

1. กาหนดแผนงาน การวางแผนงานและกาหนดสิ่งที่ต้องการประเมินรวมทั้งกลุ่มเป้าหมาย
ท่ีจะประเมินเครื่องมือที่ใช้และช่วงระยะเวลาในการประเมินอย่างชัดเจนโดย กาหนดไว้ชัดเจนในกรอบ
หลักสูตรระดบั ท้องถิน่ เพ่ือแจง้ ใหโ้ รงเรียนภายในเขตพน้ื ทท่ี ราบข้อมลู ดังกลา่ วลว่ งหน้าเพื่อเตรียมพร้อมใน
การรบั การประเมิน

2. พัฒนาคลังข้อสอบจัดทาคลังข้อสอบมาตรฐานเพ่ือใช้ในการทดสอบซึ่งข้อสอบดังกล่าว
ควรมกี ารวจิ ัยเพ่อื พฒั นาและปรบั ปรุงเปน็ ระยะเพ่ือ ใหไ้ ดข้ อ้ สอบทม่ี ีคุณภาพเที่ยงตรงและเช่ือถือได้

3. ใช้ผลการประเมินในการพัฒนาผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สาคัญ
สาหรับกาหนดนโยบาย วางแผนงาน และกาหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในเขตพ้ืนท่ี
ข้อมูลดังกล่าวเป็นประโยชน์อย่างย่ิงในการท่ีเขตพ้ืนที่จะวางแนวทางในการช่วยเหลือครู โดยเฉพาะอย่าง
ย่ิงในโรงเรยี นท่ีมผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนตา่

๑๑๐

แนวทำงในกำรวดั และประเมินผลผู้เรยี นตำมกรอบหลกั สูตรระดับท้องถิ่น
สำนกั งำนเขตพ้นื ทกี่ ำรศึกษำประถมศึกษำพะเยำ เขต 1

ตวั ชีว้ ดั /เปำ้ หมำย/ หวั ข้อเรอื่ ง/ วิธกี ำรวัดและ เครอื่ งมือกำรวดั
จุดเนน้ เนอ้ื หำสำระ ประเมนิ ผล และประเมินผล

1. มีความรู้เกี่ยวกบั - ประวัตคิ วาม ทดสอบ แบบทดสอบ
ประวตั ิศาสตร์ เป็นมา - วดั ความรู้ ความเขา้ ใจ 1. แบบปรนยั ชนิด 4
และเร่ืองราว - ประวัตศิ าสตร์ และวิเคราะหเ์ ขยี นเรยี งความ ตวั เลือก และหรือ เติม
ของชุมชนท้องถ่นิ เมืองพะเยา - ให้นักเรยี นสบื คน้ คา
- คาขวัญ แล้วจัดทารายงาน 2. แบบอัตนัย เขยี น
- สถานทตี่ ง้ั แบบเรียงความ เรียงความ เรอ่ื ง ชมุ ชน
- อาณาเขต ฯลฯ ของฉนั หรืออ่ืน ๆแบบ
ตรวจเรยี งความ
3. ตรวจดคู วาม
เรียบร้อย
ความถูกต้อง
และครอบคลุม
ของเนื้อหา
4. ตรวจความถูกต้อง
ของขนั้ ตอนการเขียน
เรยี งความ
5. ตรวจการอ้างองิ
ถงึ แหล่งทม่ี าของข้อมูล
ฯลฯ

๑๑๑

ตัวชวี้ ดั /เปำ้ หมำย/ หวั ข้อเรื่อง/ วธิ ีกำรวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื กำรวัด
จุดเน้น เน้อื หำสำระ และประเมนิ ผล
1. ทดสอบ
2. ผ้เู รยี นมคี ุณธรรม 1. ภูมิอากาศ วดั ความรู้ ความเขา้ ใจ 1. แบบทดสอบ
จริยธรรม อนุรกั ษ์ 2. ภมู ิประเทศ และการคดิ วเิ คราะห์ - แบบปรนยั ชนดิ 4
ธรรมชาติ 3. สงั คมจังหวัด 2. อภปิ รายและเขยี นรายงาน ตวั เลอื ก และหรือ เติม
และสง่ิ แวดลอ้ ม พะเยา สรุปการอภปิ ราย คน้ คว้า คา
น้อมนาหลกั ปรัชญา - ประชากร สมั ภาษณ์แลว้ วิเคราะห์ - แบบอตั นยั เขยี น
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง ชาตพิ ันธ์ุ จากน้ันนามาอภิปราย เรียงความ เร่อื ง คนใน
สู่การปฏิบัติ - เชอ้ื ชาติ ในช้ันเรียนพรอ้ มทัง้ เขยี น ชุมชนบา้ นฉนั หรอื อ่ืน ๆ
- ศาสนา รายงานสรปุ ผลการอภิปราย แบบสังเกต
- อาชพี ฯลฯ 2. การมสี ่วนรว่ ม
ในการอภิปราย
3. การอภปิ ราย
ในประเด็นที่กาหนด
4. มแี นวการคดิ แบบคิด
วิเคราะห์ คดิ อย่างมี
วิจารณญาณ
5. ร่วมอภิปรายอยา่ งมี
วินัยและปฏบิ ตั ติ าม
หนา้ ที่ในการร่วมภิปราย
แบบตรวจการเขียน
รายงานสรปุ
6. ตรวจความถูกตอ้ ง
ของเน้ือหาและเนอ้ื
ความรทู้ ่ีสรุป
2. ตรวจวธิ กี ารเขยี น
ฯลฯ

๑๑๒

ตัวชวี้ ัด/เป้ำหมำย/ หัวข้อเร่อื งเนื้อหำ/ วธิ ีกำรวัดและประเมินผล เคร่อื งมือกำรวัด
จุดเนน้ สำระ และประเมินผล
1. สอบถามและรายงาน
3. มคี วามสานึกรกั 1. ขนบธรรมเนยี ม การเข้าร่วมกิจกรรม 1. แบบสอบถาม
และภมู ิใจในบ้านเกดิ ประเพณี 2. จดั บอร์ดนทิ รรศการ/เข้า การเขา้ รว่ มกิจกรรม
เมอื งนอนของตนเอง และวัฒนธรรม รว่ มกิจกรรมเกยี่ วกบั วัฒนธรรม 2. แบบสังเกตการณ์
ของชุมชน และประเพณีของชมุ ชน แล้ว มีสว่ นร่วมในการทากจิ กรรม
4. มีสมรรถนะและ 2. บคุ คลสาคัญ เขียนขน้ั ตอนดาเนนิ 3. การเขยี นรายงาน
คุณลักษณะอันพึง ในชุมชนและหรอื กจิ กรรมน้นั ๆ การเข้าร่วมกจิ กรรม
ประสงค์ ปราชญ์ทอ้ งถ่ิน นาภาพเหตุการณ์ 4. แบบประเมินผลการ
และข้ันตอนการดาเนนิ จัดบอร์ดนทิ รรศการ/
1. สถานทส่ี าคัญของ กิจกรรมมาจดั บอรด์ / ความถูกต้องของเน้อื หา
ชมุ ชน นิทรรศการ ความรู้ขนั้ ตอนในการดาเนนิ
- โบราณสถาน 3. เขยี นรายงานและจดั กิจกรรม
- โบราณวตั ถุ ป้ายนเิ ทศแนะนาบุคคลสาคัญ 5. องค์ประกอบในการ
- ศาสนสถาน - คน้ ควา้ และวิเคราะหว์ ิถีการ จัดบอร์ดนทิ รรศการแบบ/
ฯลฯ ดารงชีวติ คณุ ธรรมจริยธรรม ตรวจรายงานและการจัด
ของบุคคลหรือปราชญ์ท้องถน่ิ ป้ายนิเทศ
- เขียนรายงาน 6. ตรวจความถกู ตอ้ ง
และจัดปา้ ยนิเทศ ครอบคลุมของเนอ้ื หา
ฯลฯ 7. ตรวจความถูกตอ้ ง
ขนั้ ตอนการเขยี นรายงาน
- เขยี นรายงาน จัดปา้ ย 8. ตรวจการอา้ งอิงถงึ
นิทรรศการ ทาแผ่นพบั แหล่งที่มาของข้อมูล ฯลฯ
ประชาสัมพนั ธ์ การสื่อสาร
- สืบค้น ค้นคว้าความสาคัญ แบบตรวจเรียงความ
ความเปน็ มาของโบราณสถาน 1. ตรวจดคู วามเรยี บรอ้ ย
ศาสนสถาน หรอื สถานท่รี าชการ ความถกู ตอ้ งและ
ทตี่ งั้ อยู่ในชุมชน ครอบคลุมของเนือ้ หา
ฯลฯ 2. ตรวจความถกู ต้องของ
ขัน้ ตอนการเขียนเรยี งความ
3. องค์ประกอบในการจัด
บอรด์ นิทรรศการฯลฯ

๑๑๓

ตวั ชวี้ ดั /เปำ้ หมำย/ หัวข้อเรอื่ งเนอื้ หำ/ วธิ ีกำรวดั และประเมินผล เครื่องมอื กำรวดั

จุดเนน้ สำระ และประเมนิ ผล

1. ความเรียบร้อยถกู ต้อง

ของเน้ือหาความรู้

2. ขน้ั ตอนในการดาเนนิ

กจิ กรรม

3. องคป์ ระกอบในการจดั

แบบสารวจแผน่ พับ

ประชาสัมพนั ธ์

4. ลักษณะการออกแบบ

5. องคป์ ระกอบศิลป์

6. ประโยชนท์ ไี่ ด้รับ

5. ทักษะในการอา่ น ภมู ิปัญญาท้องถ่นิ เขยี นเรียงความ แบบตรวจเรียงความ

เขยี น คิด วิเคราะห์และ - สภาพปญั หาในการ 1. ตรวจดูความเรียบรอ้ ย

แกป้ ญั หาเปน็ ดารงตนตามวถิ ีทางสังคมและ ความถูกตอ้ งและครอบคลุม

สังเคราะห์ แนวทางในการนา ของเนื้อหา

ภมู ิปัญญาท้องถนิ่ มาแก้ไข 2. ตรวจความถกู ตอ้ งของ

ปญั หา ข้นั ตอนการเขียนเรยี งความ

ฯลฯ 3. ตรวจการอา้ งอิงถงึ

แหล่งทีม่ าของข้อมูล

6. สามารถพฒั นา อาชีพในท้องถ่นิ จัดทาโครงงานฝึกอาชีพตามภูมิ รายงานโครงงาน พจิ ารณา

ทกั ษะชีวิต ทกั ษะ ปญั ญาท้องถนิ่ 1. ความเป็นมา

อาชพี สังคม ชุมชนสู่ - ทาโครงงานแลว้ จดั 2. วัตถุประสงค์

ศตวรรษที่ 21 นิทรรศการแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ 3. วธิ กี ารศึกษาค้นควา้ /

ฯลฯ แสวงหาขอ้ มลู

4. การวเิ คราะห์ข้อมูล

5. การสรปุ ผลการศึกษา

แบบประเมินผลการจัด

นิทรรศการ พจิ ารณา

6. ความถูกตอ้ งของเนื้อหา

ความรู้

7. ขั้นตอนในการดาเนนิ

กิจกรรม

หมำยเหตุ วิธีการวัดและประเมินผลมีหลากหลายวิธี สามารถออกแบบการประเมินเป็นการทดสอบ

การสังเกต การสัมภาษณ์การประเมินชิ้นงานภาระงาน ตามความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์และ/

เปา้ หมายของการวดั และประเมนิ ผลในครัง้ นนั้ ๆ

๑๑๔

ส่วนท่ี 5
กำรนำกรอบหลักสูตรระดับท้องถ่นิ สู่กำรพัฒนำหลกั สตู รสถำนศึกษำ

สานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาพะเยา เขต 1 จดั ทากรอบหลกั สูตรท้องถนิ่ เพ่อื ให้ สถานศึกษา
นาไปใช้ในการพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษาดังนี้

1. ศกึ ษากรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น แล้วนาสว่ นท่ี 3 ไปวเิ คราะห์ใหส้ อดคล้องกับหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 เพอื่ กาหนดวสิ ัยทศั น์ เปา้ หมายจดุ เน้นของสถานศึกษา

2. วเิ คราะห์มาตรฐานและตวั ช้วี ัดของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช
2551 เพ่อื จดั ทาคาอธบิ ายรายวชิ า โครงสรา้ งรายวิชา และหนว่ ยการเรยี นรู้

3. นากรอบหลักสูตรระดับท้องถนิ่ ส่กู ารพัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษาโดยเลือกใช้แนวทางดังน้ี
- สอดแทรกในรายวิชาพ้ืนฐาน
- จดั เป็นรายวิชาเพิ่มเติม
- จัดเป็นกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
- จัดกจิ กรรมและบรรยากาศสง่ เสริมการเรียนรตู้ ามกรอบหลักสตู รระดบั ท้องถ่ิน

4. วดั และประเมนิ ผลตามระเบียบว่าดว้ ยการวดั และประเมินผลของสถานศกึ ษา และให้
สอดคลอ้ งกบั แนวทางการวัดและประเมินผลตามกรอบหลักสตู รระดบั ท้องถิ่น

วิธีกำรนำกรอบหลักสตู รระดับท้องถ่ินไปใช้
1. การนาเป้าหมาย/จุดเน้นไปใช้ สถานศึกษาควรศึกษาเป้าหมาย/จุดเน้นด้านคุณภาพของ

ผู้เรียน ตามที่กาหนดให้มคี วามชดั เจนเพ่ือนาไปกาหนดทิศทางในการพฒั นาผ้เู รียน โดยอาจนาไปกาหนดไว้
เปน็ ยทุ ธศาสตร์ของการพฒั นาในแผนปฏบิ ตั กิ ารประจาปี

2. สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน ซ่ึงเป็นกรอบสาระท่ีเก่ียวข้องกับการเรียนรู้ในชุมชน ท้องถ่ินของ
จังหวัดพะเยา ซ่งึ ได้กาหนดเป็นประเด็นกวา้ ง ๆ ไว้ครผู สู้ อนสามารถนาไปใชเ้ ป็นแนวทางเกี่ยวกบั ท้องถ่ินได้
เช่น ประวัติความเป็นมาของจังหวัดพะเยา สภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ สังคม วิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม
ประเพณี หรอื เหตกุ ารณ์สาคัญ ๆ ในชุมชน ซึ่งสามารถดาเนินการได้ 2 ลกั ษณะ คือ

2.1 การสอนสอดแทรกเข้าไปในรายวชิ าพื้นฐานทงั้ 8 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ โดยศึกษาจากคา
สาคัญจากมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดรายปี/ช่วงชั้น ท่ีมีความเกี่ยวข้อง สัมพันธ์กับการเรียนรู้ในท้องถิ่น
ซ่ึงได้วเิ คราะหม์ าตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชวี้ ดั รายป/ี ชว่ งชั้น ในส่วนทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับชมุ ชนและท้องถ่นิ ไวใ้ หแ้ ลว้

2.2 การกาหนดเป็นรายวิชาเพ่ิมเติม ซึ่งสถานศึกษาเห็นว่ามีสิ่งสาคัญที่ต้องการปลูกฝังและ
ให้นักเรียนเรียนรู้เก่ียวกับท้องถ่ินเป็นการเฉพาะ และเป็นจุดเน้นของสถานศึกษา เช่น รายวิชาเพ่ิมเติม
เกยี่ วกับการ จักสานผกั ตบชวาหมวก ตะกรา้ กระเปา๋ ปลาส้ม นา้ ปู กลว้ ยฉาบ การปัน้ เซรามคิ

3. ในการจัดการเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกับหลักสูตรระดับท้องถ่ินน้ี ครูผู้สอน ควรศึกษามาตรฐาน
การเรียนรู้ ตัวชี้วัดรายปี/ช่วงชั้น ที่เก่ียวข้องกับชุมชน/ท้องถิ่น และนาไปออกแบบหน่วยการเรียนรู้
อิงมาตรฐาน จัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ ซ่ึงควรให้นักเรียนมีประสบการณ์ตรงกับการเรียนรู้ เช่น
การนาไปแหล่งเรยี นรู้ การเรยี นรูจ้ ากภมู ปิ ญั ญา

๑๑๕

4. การนาเสนอ การวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัดรายปี/ช่วงช้ัน ท้ัง 8 กลุ่มสาระ
การเรียนรู้ต่อไปน้ี ครูสามารถนาไปใช้เป็นแนวทางในการนาไปออกแบบหน่วยการเรียนรู้ได้ โดยได้
เสนอแนะสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นไว้ ซึ่งเป็นการนาเสนอทั้งในด้านส่ิงที่ควรเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และ
ภูมิปัญญาท้องถ่ินของจังหวัดพะเยา โดยครูสามารถปรับใช้ได้ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบท
ของโรงเรยี น ชุมชน ตาบลหรืออาเภอท่ีนกั เรียนอาศยั อยู่

กำรดำเนินงำนระดับสถำนศกึ ษำ
สถานศึกษาเป็นหน่วยงานระดับปฏบิ ัติการท่ีจะต้องนากรอบสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นที่สานักงาน

เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้จัดทาไปสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นของ
ตนเอง เกิดความรัก ความผูกพัน และมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่น สถานศึกษาจึงต้องนากรอบสาระ
การเรียนรู้ท้องถ่ิน มาจัดทารายละเอียดของเน้ือหาองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับท้องถิ่นให้เหมาะสมกับบริบท
ของสถานศกึ ษาและสภาพของชมุ ชนน้นั ๆ

แนวทำงกำรดำเนินงำน
1) ควรดาเนินงานในรปู คณะกรรมการระดับสถานศกึ ษา
2) วิเคราะห์กรอบสาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่ ท่ีสานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษากาหนดไว้
3) วิเคราะหห์ ลกั สตู รสถานศึกษา
4) ศึกษา/วิเคราะห์ขอ้ มูลสารสนเทศของสถานศึกษาและชุมชน

ท้งั น้ี สถานศึกษาใดทีข่ าดความพรอ้ มและยังมิไดจ้ ัดทารายละเอียดสาระการเรียนร้ทู ้องถน่ิ
อาจพิจารณาเลือกใช้รายละเอียดข้อมูลองค์ความรู้ตามกรอบสาระการเรียนรู้ท้องถ่ินที่สานักงานพ้ืนท่ี
การศึกษารวบรวมไว้ หรือพิจารณาเลือกใช้ข้อมูลสาระการเ รียนรู้ท้องถ่ินของสถานศึกษาอ่ืน ๆ
ในชุมชนเดียวกันจัดการเรียนการสอน การนาสาระการเรียนรู้ท้องถ่ินไปจัดประสบการณ์การเรียนรู้
ให้ผู้เรียนน้ัน สถานศึกษาหรือครูผู้สอนสามารถนารายละเอียดสาระการเรียนรู้ท้องถ่ินไปวางแผน
จัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เก่ียวกับท้องถ่ินของตนเองในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้บรรลุ
มาตรฐานการเรียนรู้ท่ีกาหนดไว้ ตามโครงสร้างของหลักสูตรท่ีสถานศึกษากาหนด โดยครูผู้สอนสามารถ
ดาเนินการได้หลายลักษณะ เช่น จัดทารายวิชาเพ่ิมเติม ปรับกิจกรรมการเรียนการสอนหรือจัดกิจกรรม
เสริมหรือบูรณาการในรายวิชาต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนมีประสบการณ์การเรียนรู้เกี่ยวกับท้องถ่ินของตนเอง
ตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กาหนดไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้และระดับชั้นนั้น ๆ ทั้งน้ีในการจัดกิจกรรม
การเรยี นรู้ ครผู ้สู อนอาจเชิญวิทยากร/ภมู ิปญั ญาท้องถิ่น หรือพานักเรยี นออกไปเรยี นรสู้ ภาพจริงในท้องถ่ิน
กจ็ ะทาให้การเรยี นรมู้ ีความหมายตอ่ ผเู้ รยี นมากยง่ิ ขึน้

อนึง่ การจดั ประสบการณ์การเรยี นรูเ้ ก่ียวกบั ทอ้ งถนิ่ น้ี ครูผสู้ อนอาจพัฒนาส่ือ สง่ิ พิมพ์หรือจัดทา
ส่ือประกอบการเรียนรู้อ่ืน ๆ ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าหรือเรียนรู้ด้วยตนเองด้วยก็ได้ และเม่ือดาเนินการ
จัดกิจกรรมการเรียนรู้เสรจ็ แล้ว ครูผู้สอนควรประเมินคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละประเมนิ
สาระการเรียนรู้ท้องถ่ินของสถานศึกษา รวมทั้งควรปรับปรุงและพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ให้มีความ
เหมาะสมและเป็นปัจจุบนั อย่เู สมอ

๑๑๖

ภาคผนวก

๑๑๗

บรรณำนกุ รม

กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2553). หลักสตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขั้นพ้ืนฐำน พทุ ธศกั รำช 2551.
(พิมพค์ รั้งท่ี 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนมุ สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากดั .

สานักวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา. (2553). แนวทำงกำรจดั กจิ กรรมพฒั นำผ้เู รยี น
ตำมหลกั สตู รแกนกลำง กำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศกั รำช 2551. (พมิ พค์ รง้ั ท่ี 2). กรุงเทพฯ:
โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย จากัด.
. (2553). แนวทำงกำรบรหิ ำรจัดกำรหลักสตู ร ตำมหลักสตู รแกนกลำง
กำรศกึ ษำข้นั พน้ื ฐำน พทุ ธศกั รำช 2551. (พมิ พ์ครงั้ ที่ 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์
การเกษตร แห่งประเทศไทย จากัด.
. (2554). เพื่อนคคู่ ดิ มติ รคคู่ รู แนวทำงกำรจัดกำรเรียนรู้ประวัตศิ ำสตร์.

กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากดั .
. (2557). แนวปฏบิ ัติกำรวัดผล และประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ ตำมหลกั สูตร แกนกลำง

กำรศกึ ษำขน้ั พ้นื ฐำน พุทธศกั รำช 2551. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชมุ นุมสหกรณ์
การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากดั .

. (2553). แนวทำงกำรจดั ทำกรอบหลกั สูตรระดบั ท้องถ่ิน ตำมหลกั สตู ร แกนกลำง
กำรศึกษำข้นั พน้ื ฐำน พทุ ธศกั รำช 2551. (พมิ พ์คร้งั ที่ 2). กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์ชมุ นุมสหกรณ์

๑๑๘

๑๑๙

๑๒๐

๑๒๑

๑๒๒

๑๒๓


Click to View FlipBook Version