47
วิธีบูชาทำอย่างไร วิธีบูชาก็เข้ากลางของกลาง ๆๆๆ นิ่งเข้าไปทีเดียว เข้าไปกลางของกลางๆ ถูกส่วน
เจอดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ เข้าไปถูกส่วนเจอกายมนุษย์ละเอียด เข้ากลางมนุษย์ละเอียดถูกส่วนถูก
ส่วน เจอดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ละเอียด เข้ากลางของกลาง ๆ ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์
ละเอียดก็ถึงกายพรหม เขา้ กลางกายพรหมถูกสว่ นเห็นดวงธรรม เข้ากลางของดวงธรรม พอถกู ส่วนเข้าเท่าน้ัน
กถ็ งึ กายอรูปพรหม ไปตลอด 18 กาย กายมนุษย์ กายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม ธรรมกายโคตรภู โสดา
สกทิ าคา อนาคา อรหัต ทั้งหยาบ ทงั้ ละเอยี ด ถา้ ทำอยา่ งนีจ้ งึ จะถูกท่ีพระพทุ ธเจา้ สอนเอาไว้ พระพุทธเจ้าสอน
ทีเดียว ถ้าจะบูชาท่านละก็การบูชาที่เลิศต้องปฏิบัติบูชา ไม่ใช่เอาแต่เที่ยวกราบ ๆ ไหว้ ๆ ยังไม่พอ เอาธูป
เทียนของหอมมาต้ังไว้ยังไม่พอ บชู าพ่อบชู าแมเ่ หมือนกนั นั่งกราบ น่งั ไหวย้ ังไม่พอ ต้องทำตัวใหเ้ ป็นลกู ทีด่ ีด้วย
ครบู าอาจารยก์ ็เหมือนกนั นงั่ กราบน่ังไหว้ยงั ไม่พอ ต้องเอาความรขู้ องท่านมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เป็นประโยชน์
อย่างไร หยาบ ๆ ก็มาบำรุงพุทธศาสนาทีเดียว บำรุงพุทธศาสนาให้เจริญทีเดียว จะได้เป็นที่พ่ึงต่อไป ครู
อาจารย์ก็ทำอย่างน้ี ไม่ใช่อย่างสมัยน้ี พอจบการศึกษาก็เก็บเงินไว้เอาไปซื้อเหล้าเลี้ยงครูบาอาจารย์ อย่างน้ัน
ไมไ่ ช่บชู าอาจารย์ อย่างน้นั ดึงอาจารย์ให้ลงนรกแล้ว นน่ั เขาเรียกว่าศิษย์ล้างครู ชวนเขามาทำไม่ดี อย่างนั้นไม่
เอา จีเ้ ข้ากลางของกลาง ๆๆ นิ่งเขา้ ไปทเี ดียว ตัง้ ใจให้ดนี ะ ตอนนี้เปน็ ปฏบิ ตั ิบูชาแล้ว
ปฏิบัติบูชาเบื้องต้นเขาทำอย่างนี้ เริ่มจากบริจาคทำทานไม่ลดละทีเดียว มีมากทำมาก มีน้อยทำน้อย
ทำตามกำลงั นน่ั แหละ เหน็ สง่ิ ใคควรทำกท็ ำสิ่งงนัน้ ตัดความตระหนี่ทิง้ เสียทเี ดียว ปฏิบัติบูชาเบอื้ งต้น สูงข้ึนไป
อกี ทำทานอย่างเดียวยงั ไพ่อ ทำสงู หนกั ข้ึนไปอีก คราวนถี้ ือศีล ถอื ศีลเปน็ อย่างไร ถอื ศีลขา้ งนอกก็รับเอาศีล 5
ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 มาถือกัน ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 เขาถือกันข้างนอก ศีล 227 นั่นเขาไปถือกันอยู่ที่วัด เป็น
พระไปทเี ดยี ว ศีลนะ่ หน้าตาหวั ตีนเป็นอยา่ งไร อยากจะรู้วา่ ศีลหน้าตาเนอื้ ตวั หัวตนี มนั เป็นอย่างไร ก็จ้ีเข้ากลาง
ของกลาง ๆๆๆ นิง่ ไปทีเดียว พอถงึ ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ ดวงปฐมมรรคนัน้ ล่ะ กจ็ ี้เขา้ กลางของกลาง
ๆๆๆ นิง่ พอถกู ส่วนดวงปฐมมรรคจะเห็นตรงกลางจดุ ใส ใสเปน็ แกว้ ใสเกนิ ใส โปรง่ ทีเดียว เขา้ ไปตรงกลางนั้น
นั่นแหละ เล็กเท่าปลายเข็มทีเดียว ประตูตรงใจเราเข้าไปนั่น เข้ากลางของกลาง ๆๆๆ พอถูกส่วนเข้าเท่านั้น
ดวงปฐมมรรค ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์นั่นแหละ พอถูกส่วนเข้าก็ขยายขึ้นทีเดียว ขยายไปมีดวงใหม่
ลอยขึ้นมาแทนที่ใสสว่างทีเดียว อย่างเล็กเท่าดวงดาวในท้องฟ้า อย่างใหญ่เท่าดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ใสกว่า
ดวงปฐมมรรค ใสกว่าดวงธรรมท่ีทำใหเ้ ปน็ กายมนุษย์ ใสทีเดียว ใสในใส ใสทีเดียว ใสไม่มีขอบเขต ใสเป็นแกว้
นนั่ แหละดวงศีลละ
การถือศลี น่ะขา้ งนอกหยาบ ๆ เขาไปรับไปขอศลี จากพระมาทีเดยี ว ไปขอพระมาถือศลี ได้ละก็ จะเป็น
ดวงใสลอยขึ้นมา เรามาปฏิบตั ิธรรมในครั้งนี้ เราถือธุดงค์เราถือศลี 8 กัน ตั้งใจสมาทานศลี 8 ข้างนอกเท่านั้น
ข้างในเกิดเป็นดวงใส อยู่ที่ศูนย์กลางกายศลี เป็นอย่างนี้ เนื้อตัวหัวตนี ของศีลเป็นอย่างน้ี เป็นดวงใส ให้ถือศีล
48
ให้ทำเช่นนี้ไม่ใช่ไปถือพระไตรปิฎก ถือคัมภีร์ การถือศีลต้องประคองดวงศีลในนิ่ง ตั้งใจถือ 5 ข้อไม่ให้เลอะ 8
ขอ้ ไม่ใหเ้ กิน 10 ขอ้ ไมใ่ ห้เป้อื น ประคองใหเ้ ปน็ ดวงใสทีเดียว
พอถงึ ดวงศลี แล้วทำอยา่ งไร บชู าพระพทุ ธเจ้า บชู าพอ่ แมค่ รูอาจารย์ บูชาด้วยศลี
พอถงึ ดวงศีลแล้วใหเ้ ข้ากลางของกลาง ๆ ตอ่ ไปอกี จเี้ ขา้ กลางของกลาง ๆๆ นงิ่ เขา้ ไปกลางดวงศลี พอ
ถูกส่วนเข้าเท่านั้นที่กลางดวงศีลมีจุดใส ใสกว่าทุกส่วนของดวงศีล เข้าไปกลางของกลาง ๆๆ พอถูกส่วนเข้า
เทา่ นั้นดวงศีลขยายออกทีเดียว มดี วงใหม่เกิดข้นึ เรียกว่า ดวงสมาธิ หลบั ตานง่ั ฝกึ สมาธิ กำหนดศูนย์กลางกาย
ได้ ก็ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆๆ อย่างหยาบ ๆ ก็ภาวนาสัมมาอะระหัง ข้างนอก แต่ข้างในบุญกุศลรวมตัวกัน
เป็นดวงใสอยู่ในดวงศีลเรียก ดวงสมาธิ ข้างนอกทำสมาธิ ข้างในมีดวงสมาธิเกิดแล้ว ให้รู้อย่างนี้คือหน้าตาหวั
ตีนดวงสมาธิเป็นอย่างนี้ เป็นดวงใสอยู่ที่ศูนย์กลางกายกลางดวงศีล ถ้าถึงดวงศีลแล้วดวงสมาธิหาให้เจอ โดย
เขา้ กลางดวงศลี เจอดวงสมาธิใสหนกั เข้าไปอีก ใสในใส ๆ ใสเกนิ ใส ใสเป็นแก้วทเี ดียว ปฏิบัตบิ ชู าทำอยา่ งนี้ พอ
เจอดวงศีลดวงสมาธิแล้วก็ยังไม่พอ ทำต่อไปอีก ทำอย่างไรทำโดยเข้ากลางของกลาง ๆๆ กลางดวงสมาธิ จะ
เหน็ จดุ ใส ใสนงิ่ ใสสว่าง สวา่ งจนมีรศั มีตรงกลางดวงสมาธิ พอถกู ส่วนมีดวงใหม่เกิดขน้ึ ใสสว่างกวา่ ดวงอาทิตย์
ดวงอาทิตยร์ อ้ ยดวงพนั ดวงรวมกันก็ยังไมเ่ ทียบเทา่ เรียกว่า ดวงปญั ญา มนษุ ย์จะเฉลยี วฉลาดก็ด้วยดวงปัญญา
ใครที่เซ่อ ๆ ซ่า ๆ นั่นดวงปัญญาเท่าหางอึ่ง เท่าปลายเข็ม ถ้าใครมีดวงปัญญาใหญ่นั้นฉลาดทีเดียว รู้โลก รู้
ตลอดหมดทีเดียว ดวงปัญญาดีอย่างนี้ จะถึงดวงปัญญาต้องผ่านดวงคีล ดวงสมาธินะ ไม่ผ่านละก็เข้าไม่ได้
ทเี ดียว
พอถึงดวงปัญญาเข้ากลางดวงปัญญา พอถูกส่วนเท่านั้นดวงปัญญาสว่างทีเดียว สว่างกว่าดวงอาทิตย์
พระพุทธองค์จึงได้กล่าวเอาไว้ว่า นัตถิ ปัญญา สมาอาภา แสงสว่างใกจะยิ่งกว่าแสงสว่างแห่งดวงปัญญาไม่มี
ดวงอาทิตย์ก็ยังสว่างไม่เท่า ปัญญาสวา่ งนัก รแู้ จ้งแทงตลอดก็ด้วยดวงน้ี จะฉลาดเฉลยี วก็ด้วยดวงนี้ เราปฏิบัติ
บูชาต่อไปโดยการจี้เข้ากลางต่อไป บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บิดามารดา ครอู าจารย์ ตอ่ ไป โดยการจ้ี
เข้ากลางดวงปัญญา ดวงปัญญาขยายใหญ่ขึ้น ตรงกลางมดี วงใหมล่ อยขึน้ มาแทนที่ ใสสว่างขึ้นไปหนักกวา่ ดวง
ปญั ญาสวา่ งในสว่าง ๆ ใสในใส ลอยขน้ึ มา เรียกดวงวิมุตติ ดวงวมิ ุตติน้ที ำความหลดุ ความพ้น จะพน้ โลกได้ต้อง
ผา่ นดวงวิมตุ ติ พน้ ทกุ ขโ์ ศกโรคภัย โดยเข้าไปอยใู่ นดวงวิมุตติ พอถงึ ดวงวมิ ตุ ตินที้ กุ ขโ์ ศกโรคภยั เจ็บไข้ได้ป่วยก็
จะหายไป
เข้ากลางของกลาง ๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียด ๆๆ เข้าไปกลางของกลางถูกส่วนเขา้ เท่านัน้ กลางดวง
วิมุตติมีจุดใสเป็นทางเดินของพระอรหัต อรหันต์ ทางนี้คือมัชฌิมาปฏิปทา คือทางสายกลาง จี้เข้ากลางของ
กลาง ๆ ดวงวิมุตติถูกส่วนเข้าเท่านั้นถึงดวงวิมุตติญาณทัสสนะ เอาจิตของเราจี้ เข้ากลางของกลาง ๆๆ ดวง
วิมุตติญาณทัสสนะพอถูกส่วนเข้าเท่านั้น เห็นกายมนุษย์ละเอียดชัดทีเดียว เมื่อก่อนนี้พอถึงดวงปฐมมรรคก็
ผา่ นไปถึงกายมนุษยล์ ะเอยี ด แต่ทนี ี้เราค่อย ๆ เข้ากลางเหน็ เปน็ ช้ัน ๆ มาทีเดียว เหน็ ต้ังแต่ดวงปฐมมรรค ข้าง
49
ในมีดวงศีล เข้ากลางดวงศีลมีดวงสมาธิ กลางดวงสมาธิมีดวงปัญญา กลางดวงปัญญามีดวงวิมุตติ กลางดวง
วิมตุ ติมีดวงวมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ กลางดวงวิมุตตญิ าณทสั สนะพอถกู สว่ นจึงไดเ้ ห็นกายมนษุ ย์ละเอียดหรือกายมา
เกิดไปเกิดเข้ามาเป็นชั้น ๆ บางคนฝึกธรรมะครั้งแรก ๆ เห็นดวงปฐมมรรคผ่านพรวด เข้ากายมนุษย์ละเอียด
เลย อุปมาไปเชียงใหม่ถ้าเดินไปละก็ ผ่านกี่จังหวัดรู้ทีเดียว ผ่านสระบุรี อยุธยา นครสวรรค์ ปากน้ำโพ ถึง
เชียงใหมท่ ีเดยี ว ถา้ ขี่จรวดพอออกจากกรุงเทพฯ กถ็ งึ เชียงใหม่ จำไมไ่ ด้วา่ ผา่ นอะไรไปได้
ก็ได้ชี้แจงละเอียดเป็นชั้น ๆๆ เป็นทางทีเดียว อย่างนี้เป็นวิธีปฏบิ ัติบูชาตามพระพุทธศาสนา ล้างเท้า
ลา้ งมือ ใหน้ ะ่ ยงั ยงั ไมเ่ ข้าศาสนา เปน็ เหมอื นกันแตเ่ ป็นเปลอื ก ถ้าจะใหถ้ ึงแก่นต้องปฏิบตั ิเชน่ นี้
จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียด ๆๆ เข้ากลางกายมนุษย์ละเอียดมีดวงธรรมที่ทำให้
เป็นกายมนุษย์ละเอียด กลางดวงธรรมก็มีดวงศีลดวงสมาธิดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ
เหมือนกัน แต่ว่าประณีตกว่า มีศีลที่มั่นคงกว่า มีสมาธิที่มั่นคงกว่า มีปัญญาที่เฉลียวฉลาดกว่า ถ้าไม่เฉลียว
ฉลาดกวา่ ก็ไม่เป็นบัณฑติ ในตัวดอก เขาเฉลียวฉลาดกว่าเขาจึงได้เตือนให้ทำสมาธิ อยา่ ด้อื เขามีปัญญาเขาเป็น
บณั ฑติ ในตวั ให้คบเข้าไว้
เข้ากลางดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะของกายมนุษย์ละเอียด พอ
ถูกส่วนเข้ามาถึงกายทิพย์ กลางของกลาง ๆ จี้เข้ากลางของกลางนิ่งไปทีเดียวพอถูกส่วนเข้าถึงกายทิพย์เป็น
การเท่ยี วไปได้ตลอด สวรรค์ 6 ชั้นก็ไปไดต้ ลอด พ่อแม่ ป่ยู ่า ตายาย ตายไปแล้วไปอยูส่ วรรค์ชั้นไหนก็ตามไปดู
ได้ ตายไปแลว้ กไ็ ปเยี่ยมได้ รักษากายทพิ ย์ไว้ให้ดี การปฏิบัติบูชาคืออย่างน้ี ปู่ย่าตายายตายไปกีโ่ กฏกิ ก่ี ปั กต็ าม
ไปเย่ยี มได้ ถงึ จะตกนรกก็ตามไปดู ไปช่วยเหลอื ได้
จีเ้ ขา้ กลางของกลาง ๆ ตอ่ ไปทเี ดยี ว ปฏบิ ัตบิ ชู าต่อไป เขา้ ไปกลางกายทิพย์ ผา่ นดวงธรรมท่ีทำให้เป็น
กายทิพย์ เข้าดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะของกายทิพย์ ถึงกายทิพย์
ละเอียดเข้าไปกลางกายทิพย์ละเอียด กลางของกลาง ๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียด ๆๆ ใสละเอียด ๆๆ พอถูก
ส่วนถึงดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายทิพย์จะเอียด เข้าไปกลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายทิพย์ละเอียด ถึงดวงศีล
ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวมิ ุตติ ดวงวมิ ุตติญาณทัสสนะ
เข้าไปถึงดวงศีลของกายทิพย์ ก็ทำศีลของเราให้เคร่งให้ชัด ให้ระงับไว้ให้มากเหมือนเทวดาเขารักษา
รักษาให้มั่น นอกจากรักษาศีลมั่นเขาไม่โกรธกัน ถ้าโกรธกันละก็ผิดศีล ต้องมาเกิดเป็นมนุษย์ พลาดท่าพลาด
ทางได้ ไม่แน่นะเทวดา ธรรมดาเทวดาเข้าไม่โกรธกัน จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆ ๆ รักษาศีลให้ดีอย่างเทวดาเขา
รักษาทีเดียวทุกข้อทีเดียว ศีล 5 ศีล 8 รักษาให้มั่นเหมือนเทวดาเขารักษา จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆ อย่างน้ี
เรียกปฏบิ ัติบูชา บชู าบิดามารดา ครบู าอาจารย์ พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้เขา้ กลางอยา่ งนี้ เข้าไปกลาง
ของกลางกายทิพย์เป็นการบูชาเทวดา ทำให้ได้เหมือนเทวดาเขาทำ มีศีลมั่น มีทานมั่นไม่คลอนแคลน
50
หริ โิ อตตปั ปะใหม้ ่นั บชู าเทวดาเขาทำอยา่ งนี้ ไมใ่ ช่ตง้ั ศาลพระภูมิ ตัง้ ศาลพระภมู ใิ หเ้ ทวดาอยไู่ มใ่ ชเ่ สียแล้ว มาร
มาอยู่เต็ม ถอนศาลพระภูมเิ สยี เอาไปทำฟืนหุงข้าวละก็ดี เข้ากลางของกลาง ขณะน้ีเรากำลงั บูชาเทวดากันอยู่
นะ ปฏิบัติบูชาโดยเข้ากลางของกลางดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะของ
เทวดาหรือกายทพิ ย์
จี้เข้ากลางของกลาง ๆ ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะของกายทิพย์ละเอียด ถูกส่วนเข้าเท่านั้นมี
กายใหม่เกิดขน้ึ โปร่งบางใสเขา้ ไปทีเดียว เรียกวา่ กายพรหม พอถงึ กายพรหมกต็ อ้ งบชู าพระพรหม บูชาอยา่ งไร
ไปฆา่ สัตว์บูชายัญเขาหรือ เอาขา้ วเอาน้ำไปป้อนเขา้ หรือ..ไม่ใช่ เขามีอาหารทิพย์กิน จะทำอยา่ งไรจึงเรียกบูชา
พระพรหม ปฏิบัติบูชาด้วยศีลปัญญาสมาธิ เข้ากลางของกลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายพรหม พอถูกส่วนถึง
ดวงศีลเขา้ กลางดวงศีลถงึ ดวงสมาธิ เขา้ กลางดวงสมาธิถงึ ดวงปัญญา เข้ากลางดวงปัญญาถงึ ดวงวิมตุ ติเข้ากลาง
ดวงวมิ ุตตถิ ึงดวงวมิ ุตตญิ าณทสั สนะ บูชาไปถกู สว่ นถึงกายพรหมละเอียด
จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆ บูชาพระพรหมทำอย่างนี้ไม่ใช่ตั้งศาลที่เอราวัณน่ะไม่ใช่ เปรตมาอยู่ทั้งน้ัน
หน้าโรงแรมเอราวัณน่ะ บางคนไม่อย่างนั้นบูชาต้นมะม่วง ต้นมะขาม ต้นโต ๆ นั่นมารทั้งนั้นไม่ใช่พระพรหม
ตอ้ งรื้อมาทำฟนื ไปบชู ามันทำไม ถา้ จะบชู าพระพรหมต้องทำอย่างนี้ เขา้ กลางของกลาง ๆๆ ศีลของพระพรหม
เขามากกวา่ เทวดา เทวดาเขามีอยา่ งมากก็ศลี 5 ถ้าศลี ขาดกไ็ ปเกดิ ทเี ดยี ว พรหมเขาเกง่ กวา่ เทวดา เขาถือศลี 8
ศีล 10 ถ้าจะบูชาพระพรหมเขาทำอย่างน้ี เข้ากลางของกลาง ๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียด ๆๆ เข้าดวงศีล ดวง
ปญั ญา ดวงวมิ ตุ ติ ดวงวมิ ุตตญิ าณทสั สนะกลางของกลาง ๆๆ ผา่ นเข้าไปทเี ดยี ว บูชาพระพรหมทำอย่างน้ี เป็น
การบูชาอย่างละเอียด ถ้าอย่างหยาบ ๆ ก็ถือศีล 8 ศีล 10 ศีล 8 นี่แหละเป็นพรหมจรรย์ ธรรมจริยา เป็น
พรหมทเี ดยี ว เท่าน้ียังไม่พอท่านมีพรหมวิหารสี่ ที่ปยู่ า่ ตายายเราบูชาพระพรหมนัก เพราะท่านมีพรหมวิหารส่ี
คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ทำให้ได้มั่น เมื่อออกจากสมาธิทำการงานใดก็ตามตั้งใจมั่นทีเดียว เจริญ
เมตตา กรุณา มทุ ิตา อุเบกขา ทำใหไ้ ดอ้ ย่างทา่ น ถา้ ทำอยา่ งน้ีได้เป็นพรหมทั้งนอกท้ังในกายทีเดียว ขา้ งในเป็น
กายพรหมใส ข้างนอกก็เป็นพรหมทั้ง ๆ ที่เดินอยู่บนดินอย่างนี้ จะบูชาพระพรหมเราทำอย่างนี้ ไม่ต้องไปต้ัง
ศาล
เข้ากลางของกลาง ๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียด ๆๆ เข้ากลางพอถูกส่วนดวงวิมุตติญาณทัสสนะของ
กายพรหมขยายออกไปทีเดียว มีกายใหม่เกิดขึ้น เรียกว่ากายอรูปพรหม ใสกว่า ประณีตกว่ากายพรหม ทำไม
ถึงดีกว่า เพราะอรูปพรหมถือศีล 10 ครบทีเดียว ไม่คลอนแคลน อรูปพรหมเขามั่นในศีล สมาธิ ปัญญา ควร
บชู า บชู าอยา่ งไร โดยเมตตา กรณุ า มุทติ า อุเบกขา ทำให้มั่น ศลี 8 ยังไมพ่ อ ตอ้ งศีล 10 อรปู พรหมเขาดีอย่าง
น้ีควรบูชาเขา มงคลข้อท่ี 3 ของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างน้ี บชู าพ่อแม่ป้อนข้าวป้อนน้ำให้ยังไม่พอ ต้องเข้ากลาง
ของกลางไปทีเดยี ว บูชาเทวดาไปต้ังศาลพระภูมใิ ห้ ยังใชไ้ มไ่ ด้ ต้องเขา้ กลางของกลางทำให้ถกู ส่วน บูชาพรหม
ก็เข้ากลางของกลางตัว บูชาอรูปพรหมก็ต้องเข้ากลาง แล้วก็ทำอย่างที่อรูปพรหมเขาทำกัน บูชาอย่างนี้บูชา
51
มนุษย์ บชู าทพิ ย์ บชู าพรหม บชู าอรูปพรหม เขาทำอยา่ งนี้ แล้วบูชาพระพุทธ บูชาพระธรรม บชู าพระสงฆ์ เขา
ทำอย่างไร
ก็เข้ากลางของกลาง ๆๆ อรูปพรหม เมื่อถูกส่วนธรรมกายเกิดขึ้น ธรรมกายเป็นพุทธรัตน บูชา
ธรรมกายก็เปน็ บชู าพุทธรตั นะ จะบูชาพุทธรัตนะต้องเข้าให้ถึงธรรมกาย ถ้าเข้าไม่ถงึ ธรรมกายก็บชู าไม่ได้ ต้อง
เข้ากลางของกลาง ๆๆ ธรรมกาย เป็นการบูชาพุทธรัตนะ พอถูกส่วนก็ถึงดวงธรรมที่ทำให้ เป็นธรรมกาย ถึง
พระธรรมเปน็ ดวงกลมใส ศูนย์กลางเท่าหน้าตักธรรมกาย เขา้ ไปกลางดวงธรรมถงึ ดวงศลี เข้ากลางดวงศลี กลาง
ของกลาง ๆๆ พอถูกส่วนถึงดวงสมาธิ เข้ากลางดวงสมาธิพอถูกส่วนเห็นดวงวิมุตติ เข้ากลางดวงวิมุตติถึงดวง
วิมุตติญาณทัสสนะพระธรรมเป็นอย่างนี้ อยู่กลางธรรมกาย บูชาพระธรรมก็เข้ากลางธรรมกาย น้อมลงไปที่
ศูนย์กลางกายธรรมกาย จะบูชาพระธรรมตอ้ งบูชาใหถ้ กู อย่างน้ี ไมใ่ ช่ไปนัง่ กราบน่งั ไหว้ตพู้ ระไตรปฎิ ก น้อมเข้า
ไปกลางดวงวมิ ุตติญาณทัสสนะกลางของกลาง ๆๆ ดบั หยาบไปหาละเอียด ๆๆ พอถกู สว่ นถึงธรรมกายละเอียด
เป็นธรรมกายโคตรภูละเอียดหน้าตักเกือบ 5 วา สูงเกือบ 5 วา ใสเป็นแก้ว เป็นสังฆรัตนะ เข้ากลางของกลาง
ๆๆ ดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกายละเอียด พอถูกส่วนเข้ากลางดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวง
วิมุตติญาณทัสสนะ เดินตามทางสายกลางนี้ไป พอถูกส่วนธรรมกายหน้าตัก 5 วา สูง 5 วา เกิดขึ้น เรียก
ธรรมกายพระโสดา เปน็ สงั ฆรตั นะตวั จรงิ ถกู ตอ้ งรอ่ งรอยพระพทุ ธศาสนาไมเ่ ลอะเทอะเปรอะเป้ือน
พอถึงธรรมกายพระโสดาแลว้ ทำอย่างไรต่อไป กลางกายสงั ฆรัตนะพระโสดาก็มีดวงธรรม ดวงศลี ดวง
สมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะเข้ากลางไปทีเดียว ผ่านกายพระโสดาละเอียด เข้ากลาง
ต่อไปถึงกายพระสกิทาคามี อนาคามี ครบ 18 กายทเี ดยี ว ทง้ั หยาบท้ังละเอียด เขา้ ถงึ พระนพิ ทานทีเดียว
บูชาบุคคลที่ควรบูชาทำอย่างนี้ บูชาพ่อ บูชาแม่ ปฏิบัติให้ดีศีลไม่ให้ขาด กตัญญูไม่ให้ขาด ศีลเป็น
อย่างไรรู้แล้ว ปัญญาเป็นอย่างไรรู้แล้ว ศีลเป็นดวง ๆ เนื้อตัวหัวตีนไม่มี เป็นดวงใสทีเดียว บูชาอาจารย์ก็
เหมอื นกนั ไม่ใชเ่ อาเหล้าไปบูชานะ ถ้าบูชาได้อย่างนี้ บูชากลางของกลาง ๆ ไป ถ้าครูบาอาจารยต์ ายไป ไปอยู่ที่
ไหนตามไปได้นะ ถ้าข้ึนสวรรคไ์ ปเปน็ เทวดา กเ็ อาธรรมกายไปโปรดไดน้ ะ มธี รรมกายดอี ยา่ งนี้
จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียด ๆๆ ใสละเอียด ๆๆ อย่าถอนออกมา ถอนไม่ได้นะ
เข้าไปตามทางสายกลางนี่ เปน็ การปฏบิ ตั บิ ูชาถูกต้องร่องรอยพระพุทธศาสนา บชู าพ่อบชู าแม่ บูชาครูอาจารย์
บูชาพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ เขาทำอย่างนี้ ให้เข้ากลางไปทีเดียว ถ้าไม่เข้ากลางไม่ใช่แล้ว บูชาอะไรก็ไม่รู้
แล้ว ไม่ใชบ่ ูชาพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์แลว้ บชู าเทวดากต็ ้องเขา้ กลาง ไม่ว่าบูชามนุษย์กเ็ หมือนกัน
ทนี ี้กต็ ั้งใจทเี ดยี ว ตั้งใจโดยเอาใจมาตั้งไว้ท่ีศูนย์กลางกาย ประคองเอาไว้ ประคองใจวา่ สัมมาอะระหัง
ๆๆ น่ิง ไม่เอยี งซ้าย ไมเ่ อียงขวา ซา้ ยขวาหนา้ หลังไม่เข้า เข้ากลางไปเลยทีเดียว ไปทางสายกลาง ทะลุกลางไป
เลยนะ เข้ากลางของกลาง ๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียด ๆๆ ใสละเอียด ๆๆ ๆ ประคองใจให้ดี ตั้งใจทำความ
52
เพียร ประคองใจใหม้ น่ั เสยี งอะไรมารบกวน ดดู มาไว้ที่ศนู ยก์ ลางกาย ดดู ใหม้ ันหมด ละลายใหม้ ันหมด เหมือน
โยนหินทิ้งไปในมหาสมุทร ไม่มีเหลือให้เหน็ อยู่เลย
จี้เขา้ กลางของกลาง ๆๆ นงั่ บรกิ รรมภาวนา สมั มาอะระหัง ๆๆ บรกิ รรมนมิ ิตพร้อมกันให้ เหน็ เปน็ ดวง
แก้วใส กลางกายน่งิ สัมมาอะระหงั ๆๆ เอาจติ ปกั จดหยุดน่ิง สมั มาอะระหงั ๆๆ เอาจิตปกั จดุ หยดุ น่ิง สัมมาอะ
ระหงั ๆๆ ปกั จติ จดน่ิงไม่ยอมถอน เรากำลังปฏิบัตบิ ชู า อยา่ ถอนทีเดียว บูชาพ่อ บชู าแม่ บูชาครูอาจารย์ บูชา
เทวดา บูชาพรหม อรูปพรหม บูธาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บูชาเป็นแล้ว จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆ ๆ ดับ
หยาบไปหาละเอียด ๆๆ ใสละเอียด ๆๆ ใสหนกั เข้าไป
53
54
1. สมาธปิ ระกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
ประการที่หนึ่ง จิตต้องหยุด จิตจะหยุดต้องมีศีลเสียก่อน ถ้าไม่มีศีลจิตไม่หยุค ผิดศีลข้อใดข้อหนึ่งจิต
ไม่หยุด ข้อปาณาติปาติก็ดี ข้ออทินนาก็ดี ข้อกาลโภชนาก็ดี พอรักษาศีลจิตจึงหยุด จิตหยุดที่ไหน ก็หยุดที่
ศูนย์กลางกาย เม่ือจติ หยุดใจสะอาด กายสะอาด วาจาสะอาด เพราะฉะนั้น จิตจงึ สะอาด จิตหยุดน่ิง
ประการที่สอง จิตต้องสะอาด จิตก็ไม่ขุ่นมัว จิตไม่ขุ่นมัว จิตก็ไว มันไวนักทีเดียว เพราะว่ามันไวนัก
บอกให้สำรวมตาให้ดีทีเดียว ถา้ ไปเหน็ อะไรเข้ามันติดทเี ดียวเหมือนผ้าขาวพอไปติดอะไรป๊ับก็เปื้อนทีเดียว มัน
ไวนกั อะไรไม่ควรดูอยา่ ไปดู อะไรไมค่ วรฟังอย่าไปฟงั เพลงบางเพลงเราฟงั ก็ธรรมดา แตพ่ อจิตเปน็ สมาธิมันจำ
ติดทีเดียว เสยี งกอ้ งหเู ปน็ เร่อื งแปลก ให้ระวงั ทีเดียว
ประการที่สาม จิตไว เหมือนมี atomic bomb อยู่ในบ้านมันก็ดี แต่ถ้ามันระเบิดตูมออกมา เราตาย
กอ่ น ต้องระวัง
2. รัตนะ
ในพุทธศาสนา พระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ เป็นรัตนตรัย คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ แต่
รตั นะทีเ่ รารยู้ งั เปน็ เปลือกอยู่
พุทธรัตนะที่เป็นเปลือกอยู่ในโบสถ์ที่เป็นกระพี้อยู่ใต้โคนโพธิ์ 2,500 ปีมานี้ ยังเป็นเปลือก เป็นกระพ้ี
ไม่ใชแ่ ก่น ตอ้ งธรรมกายในพระสิทธตั ถะ พระพทุ ธชนิ ราช พระพทุ ธชินสหี ์ พระแก้วมรกต หลวงพอ่ วัดอะไรต่อ
วัดอะไร แลว้ กไ็ ม่ใชพ่ ระสทิ ธัตถะ
ธรรมรตั นะ เปลอื กอยูใ่ นตพู้ ระไตรปฎิ ก อันน้นั ไม่ใช่รตั นะ เป็นหนงั สือปลวกกนิ หมด คำพูดที่ออกจาก
ปากพระสิทธัตถะ เมื่อ 2,500 ปีแล้วนั้นก็ไม่ใช่ธรรมรัตนะ เป็นกระพี้ของธรรมรัตนะ พูดแล้วก็สลายไปกลาง
อากาศ ถ้าแก่นของธรรมรตั นะเปน็ ดวงใสอยู่ศูนย์กลางกาย พระสิทธัตถะพอบรรลุถึงธรรมกาย ก็เอาญาณตัวรู้
คือดวงปัญญาของพระองค์สอดส่องเจอเหตุ คือพระธรรมแล้วเอาออกมาพูด ที่พระองค์พูดออกไปไม่ใช่แก่น
เป็นกระพ้ี เจอแก่นแล้ว เอากระพี้ออกมาพูด
สังฆรัตนะ ที่เห็นเดินบิณฑบาตทุกเช้า ๆ ไม่ใช่แก่นของสังฆรตั นะ เป็นแต่เพียงเปลอื กไม่ใช่กระพี้ด้วย
แล้วกระพี้ของสังฆรัตนะ พระโมคลา พระสารีบุตร พระอรหันต์ทั้งหลายท่านตายไปนานแล้ว เผาหมดแล้ว
นิพพานไปหมดแลว้ เหลือแต่พระธาตุ แก่นของสังฆรตั นะคือธรรมภายในธรรมกาย ขอให้ทำความเข้าใจเอาไว้
ทีเดยี ว
การท่เี ราจะเข้าใหถ้ ึงรตั นะทง้ั สามได้มีทางเดียว เราต้องทำใจให้หยดุ ให้น่ิง ถา้ จิตให้หยุดให้นิ่งได้เมื่อไร
ถึงตลอดหมดพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ เราจะพบตัวของเราเป็นพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะไป
55
ด้วย ที่เขาไปวัดไปวา ที่ตอนเช้าสวดมนต์ ทำวัตรเช้าทำวัตรเย็นนัน้ ยังไมถ่ ึง เป็นเพียงขอรตั นะเป็นที่พึ่ง ขอศีล
เท่านั้น พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ เป็นแต่เพียงการขอศีล จะถึงศีลต้องถึงดวง
ศีลในตัว ตราบใดที่ธรรมภายไม่เกิดขึ้นในตัว พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ยังไม่ถึง ถ้าจะให้ถึงตัวต้อง
ประคองจิตให้มั่นทเี ดียว รกั ษาจิตให้หยุดมน่ั ท่ศี ูนยก์ ลาง ดังท่ีพระพุทธองค์ตรสั กับภิกษรุ ูปหนง่ึ ช่ือสุตันปิฏภิกษุ
พระศาสดาตรัสว่า ภิกษุถ้าเธอจะสามารถรักษาไว้ได้เพียงสิ่งเดียวเท่านั้น ติดจากการรักษาสิ่งอื่นนั้นไม่มี เป็น
พระต้องรักษาศีล 227 ข้อ พระธรรมอีก 48,000 พระธรรมขันธ์ สุตันปิฏภิกษุบอกว่ามันเยอะแยะจะรักษาได้
อย่างไร จะท่องก็ยังไม่หมด พระพุทธองค์ทรงบอกให้รักษาเพียงสิ่งหนึ่งแล้วสิ่งอื่นก็จะรักษาได้ ภิกษุถามว่า
รกั ษาอะไรพระเจ้าข้า พระพุทธเจ้าทรงตอบว่าใหร้ ักษาจิตดวงเดยี วได้ไหม ภิกษตุ อบวา่ ไดพ้ ระเจ้าข้า พระพุทธ
องค์จึงตรัสเป็นคาถาว่า ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิตที่เห็นได้แสนยาก ละเอียดยิ่งนัก มักจะเป็นอารมณ์ตามความ
ใคร่ ที่ว่าจิตที่ผู้คุ้มครองได้ย่อมให้คุณอนันต์ พิจารณาให้ดีนะคาถาบทนี้ ใครว่าจิตเห็นไม่ได้ พระพุทธองค์ทรง
บอกว่าเห็นได้ แต่มันยากสักหน่อย จึงต้องรักษาไว้ให้ดี ผู้มีปัญญาตอ้ งรักษาจิตที่มันเห็นยากไว้ให้ดี ประการท่ี
สองแยกออกมาได้วา่ จติ ท่คี ุ้มครองดีแลว้ ย่อมใหป้ ระโยชน์มาก จิตท่คี ุ้มครองดีแลว้ คอื จิตที่หยุด ให้รู้ลักษณะ
จติ ไวท้ เี ดยี ววา่ ประการทหี่ นง่ึ เหน็ ยาก ประการท่สี องเมอื่ จิตหยุดได้ จะเกิดความสุขมาก
เนื้อความรายละเอียดในบทที่ 2 นี้ ให้ไปอ่านเอา แต่สรุปได้สั้น ๆ ว่า แก่นของพระพุทธคือธรรมกาย
แก่นของพระธรรมคือดวงธรรมทีท่ ำใหเ้ ป็นธรรมกาย แก่นของพระสงฆ์คือธรรมกายในธรรมกาย และการที่จะ
เข้าถึงรัตนะทั้งสามได้มีทางเดียว คือ การรักษาให้จิตหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกาย ถ้าหยุดได้เมื่อไรก็เห็นจิตของตวั
ทเี ดียว ใหร้ ู้ไว้อยา่ งน้ี เอาละใหท้ ำสมาธิต่อไปได้
ทีนี้ทุกคนก็ตั้งใจ เอาใจของเราไปตั้งนิ่งที่ศูนย์กลางกาย เอาใจของเราที่เดี๋ยวก็ไปโรงเรียน เดี๋ยวก็ไป
บ้าน ไปที่ทำงาน มาตั้งไว้ที่แก่นกายคือที่ศูนย์กลางตัวตั้งมั่น ตั้งให้นิ่ง ค่อย ๆ ประคองว่า สัมมาอะระหัง ๆ
ประคองเหมือนเวลาเราตักน้ำเต็มแก้วแล้วเดิน ถ้าเดินเร็ว ๆ น้ำมันจะออกจะหมด ทางโลกเวลาเขาจะไปไหน
เขาไปเรว็ ๆ ทางธรรมเขาต้องไปช้า ๆ ค่อย ๆ ประคอง ถ้าจติ หยดุ แล้วจะไปไหนก็ไปได้ ทางธรรมต่างจากทาง
โลกอย่างนี้ ทางโลกจะไปไหนต้องรีบต้องเร่งแข่งกับเวลา ทางธรรมไม่ใช่อย่างนั้นจะไปสวรรค์ ไปพรหม อรูป
พรหม นิพพานก็ดี ต้องหยุด ถา้ หยดุ ละก็จะไปไดเ้ รว็ ดี ประคองเอาไว้ท่ศี ูนย์กลางกายให้ได้
ภาวนาว่า สัมมาอะระหัง ๆๆ เอาจติ ปักจดหยุดนิ่งไม่เอียงซา้ ย เอียงขวา ไม่เอียงหน้า ไมห่ งายหลัง เรา
จะเดินตามทางสายกลาง ซึ่งอยู่ในตัวของเรา จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆ นั่งประคองจิตเข้ากลางนิ่ง กลางของ
กลาง ๆ ดับหยาบไปหาละเอียด เห็นนิมิตเป็นดวงใสที่ศูนย์กลางกาย อย่างเล็กเท่าปลายเข็ม อย่างใหญ่เท่า
แก้วตาดำของเรา ต้องนึกให้ใส ถ้านึกมืดดำละก็ เดี๋ยวก็จะหลับไป จิตเรามันใสมีพลานุภาพนัก จิตปักนิ่งเข้า
กลางนิ่งลงไป ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆๆ อย่าถอยหลัง อย่าถอยหลัง ถ้าถอยหลังไม่เข้านิพพาน จิตปักนิ่ง
ภาวนาสมั มาอะระหัง ๆๆ กลางของกลาง ๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียด ๆๆ ใสละเอียด ๆๆ ม่นั อธิษฐานรวมกาย
56
ทั้ง 18 กาย ปักจิตหยุดนิ่ง ซ้อนเข้าเป็นชั้น ๆ กายมนุษย์ ทิพย์ พรหม อรูปพรหม อรหัตซ้อนเป็นชั้น ๆ ปักจิต
หยดุ นง่ิ อธิษฐานรวมกายรวมใจ เสร็จก็สัมมาอะระหงั น่งิ ทเี ดยี ว
บูชาบคุ คลทีค่ วรบูชาเป็นมงคลชีวิตได้บอกมาแล้วเมื่อเช้า การบชู าด้วยการปฏบิ ัติบูชา บุคคลตัวอย่าง
ในสมัยพุทธกาลก็มี เป็นพระรูปหนึ่งชื่อท่านปุสสะ ท่านบวชเป็นพระในสมัยพุทธกาล พอทราบข่าวว่าอีกสี่
เดือนพระพุทธเจ้าจะปรินิพพาน พระพุทธองค์ทรงปลงสังขารว่าอีก 4 เดือนจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน พอ
ชาวบ้านรู้ก็ร้องไห้ พระภิกษุก็ร้องไห้ ยกเว้นพระอรหันต์ท่านหมดกิเลสแล้ว ท่านไม่ร้องไห้ นอกนั้นร้องไห้กัน
หมด มีพระภิกษุรูปหนึ่งคือท่านปุสสะ ท่านเป็นพระภิกษุธรรมดายังไม่บรรจุอรหันต์ พอทราบข่าวว่าอีก 4
เดือนพระพุทธเจ้าจะปรินิพพาน ท่านก็หลบมุมทีเดียว เพื่อนฝูงไม่เอาเรื่องด้วย หลบเพื่อนฝูง หลบหน้าเพื่อน
ฝูงไปเดนิ จงกรมอยา่ งท่ีพวกเรากำลังทำ ทา่ นต้งั ใจทำสมาธิมน่ั สมั มาอะระหัง ๆๆ ใครจะไปเย่ียมพระสัมมาสัม
พุทธเจ้าทา่ นก็ไมไ่ ปเยี่ยม ไหน ๆ พระพุทธเจา้ จะนิพพานก็นพิ พานไป ท่านตง้ั ใจทำสมาธไิ ป
ใคร ๆ ก็ว่าท่านปุสสะใจดำ เป็นเรื่องโจษจันกันทีเดียว ว่าท่านปุสสะนี่ใจดำนัก อีก 4 เดือน
พระพทุ ธเจ้าจะปรนิ ิพพานแล้ว ไปเย่ียมก็ไม่ไปเยี่ยม ไมร่ อ้ งไห้ พทุ ธองค์จงึ เรียกมาถามวา่ ข่าวลือกันให้แซดไป
หมดว่า ปุสสะ เธอไม่ร้องไห้เลยหรือ ใช่พระเจ้าข้า รับหน้าตาซื่อทีเดียว ทำไมจึงไม่ร้องไห้ ท่านปุสสะตอบ
ทีเดียวว่า ขา้ พเจ้าไม่ร้องไห้ เพราะคิดถึงคณุ พระพทุ ธเจา้ เลยไมร่ ้องไห้ เพราะคดิ ถึงคณุ ทพ่ี ระพทุ ธเจ้าสัง่ สอนมา
ให้ทำดี เป็นคุณมากนักไม่รู้จะเอาอะไรบูชา ก็เอาปฏิบัติบูชาแทนโดยไปเดินจงกรม ทำสมาธิ พระพุทธเจ้าจึง
ทรงสรรเสริญว่า ปุสสะลูกเราทำถูกแล้ว ตถาคตจะนิพพานใครก็ช่วยไม่ได้ดอก เป็นธรรมดาอยู่เองเมื่อสั่งสอน
สรรพสัตว์เสร็จก็ต้องเข้านิพพาน จะมามัวร้องไห้กันอยู่ทำไม ปฏิบัติบูชาอย่างนี้ทีเดียว พระพุทธองค์ทรง
สรรเสรญิ ทีเดียว ใครร้องไหก้ ็โดนเทศน์ไมใ่ ห้ร้องไห้ ไล่ไปปฏบิ ตั ิธรรม ปรากฏว่าอีกไมช่ า้ นานก่อนพระพุทธองค์
จะเสดจ็ สูน่ ิพพาน พระภกิ ษปุ สุ สะกส็ ำเร็จอรหนั ต์อีกองคห์ น่ึง บูชาผูท้ ่คี วรบูชาน่ีดีทเี ดียว บชู าพระพทุ ธเจา้ เขา
ทำกนั มาแลว้ ทำอยา่ งท่ีพวกเรากำลงั ทำ ตง้ั ใจทำ
มงคลชวี ิต ประการที่ 4 : อย่ใู นถน่ิ ทเี่ หมาะสม
มงคล 3 ประการแรกไดผ้ า่ นมาแล้ว ไมค่ บคนพาล ใหค้ นบัณฑิต บชู าผทู้ ค่ี วรบูชา มีคุณอนันต์ ต่อไปน้ี
จะกลา่ วถงึ มงคลขอ้ ที่ 4
มงคลข้อท่ี 4 ตอ้ งอยใู่ นประเทศทส่ี มควรจึงจะเปน็ มงคล ประเทศอะไรจงึ เป็นประเทศสมควร ประเทศ
ไทย ประเทศจีน ประเทศอเมริกา หรอื ประเทศรัสเซีย จงึ จะเปน็ ประเทศทเ่ี จริญ ประเทศทีส่ มควร ถ้าเป็นทาง
โลกประเทศที่สมควร คือ อเมริกาเพราะเจริญมาก บางคนก็บอกจีนแดง บางคนก็บอกรัสเซีย ในสายตา
ชาวโลกเป็นอย่างนั้น ถึงอเมริกาเป็นประเทศที่สมควรก็ไม่ใช่จะทั้งประเทศ เฉพาะกลาง ๆ ทางเมืองหลวง
57
เท่านั้นท่ีเจริญ ไปอยู่ประเทศอะไรก็ตามที่สมควร คือ เมืองหลวง เมืองไทยก็กรุงเทพฯ เจริญนัก คนเยอะ
ทเี ดยี ว ทาง ๆ ประเทศเจรญิ นัก เช่น วอชงิ ตันในอเมริกา ลอนดอนในองั กฤษ ปักก่งิ ในจนี แดง มอสโกในรสั เซีย
ทางธรรมะ เราเกดิ ในเมอื งไทยดีแล้ว เพราะพระพุทธศาสนากำลังเจริญนักในเมืองไทยท่ีไหนสูไ้ ม่ได้ เม่ือ 2,500
ปกี ่อนนน้ั ทไ่ี หนก็ส้อู ินเดยี ไม่ได้ทางพุทธศาสนา แตเ่ ด๋ียวนีป้ ระเทศสมควรคือไทย อนิ เดยี ถ้าเด๋ียวนี้ไปถามพุทธ
ศาสนาเขาก็ไม่มีใครรู้จักแล้ว เมืองไทยตื่นเช้าใส่บาตร ฟังเทศน์ ถือศีลในวันพระ เมืองไทยดีอย่างนี้ แต่ก็เป็น
แต่ดีภายนอก เอาในตัวประเทที่เจริญในตัวอยู่ที่ไหน ประเทศนอกตัวมีที่เจริญอยู่ตอนกลางประเทศ ถ้า
ประเทศในตัวก็ต้องกลาง ๆ อีก เหมือนที่กลางกายเหนือสะดือสองนิ้ว จะปลูกจะฝังธรรมดีนักเจริญทีเดียว
ธรรมะงอกงามนัก
รู้อย่างนี้เราก็นึกน้อมหยิบเส้นด้ายมา 2 เส้น ขึงให้ตึงจากหน้าทะลุหลัง ซ้ายทะลุขวา ตัดกันที่กลาง
กาย เป็นประเทศทีส่ มควร เกิดเมอื งไทยถา้ อยู่นอกกรุงเทพฯ ไม่ค่อยไดเ้ รยี นไม่ค่อยเจริญ ไม่ได้รอู้ ะไร ถ้าในตัว
ก็เหมือนกัน ถ้าหลุดจากศูนย์กลางกายละก็โง่ทีเดียว ไม่รู้ทางไปของพระอรหัตอรหันต์ ตั้งนิ่งเข้ากลางกาย
กลางของกลาง ๆๆ ประคองใจตั้งน่ิงที่ศูนย์กลางกาย อันเป็นประเทศที่สมควร ภาวนา สัมมาอะระหัง ๆๆ
หว่านพืชหวังผลอะไรที่ศูนย์กลางกายดีนัก ตั้งนิมิตให้ใสใสเป็นเพชรลูกที่เจียรนัยแล้ว อย่าให้ใหญ่นัก ถ้าใหญ่
นักมักตั้งไม่ไหว ขนาดแก้วตาดำกำลังดี เล็กนัก เล็กว่าปลายเข็มก็กำหนดยาก ต้องบีบหัวตาติดนิสัย ไม่ดี ถ้า
ใหญ่เกินไปก็บีบหัวตาอีกเหมือนกัน เอากำลังพอดี ๆๆ ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆๆ หมั่นเพียรหมั่นรดน้ำพรวน
ดินดี ๆ ที่ศูนย์กลางกาย โดยมีศีล ภาวนาไม่เล็ก ตั้งให้มั่น รดน้ำพรวนดินด้วยวิธีนี้ไม่ช้าธรรมะก็ชัด ภาวนา
สัมมาอะระหัง ๆๆ ทำกายทำใจให้ฟูเหมือนดนิ ที่พรวนเอาไว้ หน้านี้ใกล้หนา้ ฝน ชาวนาเขาพรวนดนิ ไถดนิ ให้ฟู
แลว้ ท่ีกลางกายเราเป็นประเทศท่สี มควร เรากท็ ำให้ฟูทเี ดยี ว พรวนใหฟ้ ใู หใ้ จเรากายเบา เดีย๋ วก็จติ หยุดนง่ิ อย่า
ไปเกรง็ นะ เกรง็ แขน เกร็งขา เกร็งตัว เหมอื นดนิ ดานแข็ง ถา้ กไ็ ม่ขนึ้ จะเอาให้ดีทำใหเ้ บาเหมือนปุยนุ่น เข้าไป
กลางของกลาง ๆๆ เข้าไปกลางของกลาง ๆๆ เข้าไปกลางประเทศอันสมควร พรวนให้ดี ไถให้ดี ไถอะไรคราด
อะไร ไถความง่วงออก คราดความลงั เลสงสัยออกให้หมด เอาให้มั่น จับให้มั่น ไม่ต้องลังเลสงสัย ใช่ไม่ใช่กต็ าม
เราก็เอาจิตปักนงิ่ ลงไปทเี ดียว ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆ นง่ิ ถา้ น่งิ ถกู ส่วนเห็นเปน็ ดวงลอยขน้ึ มาสว่าง แต่อย่าไป
เพ่งมนั แรงนะ มันอาย หายไปเลย ภาวนาประคองใจสมั มาอะระหัง ๆๆ ทำการใจใหฟ้ ู อยา่ ใหห้ ดหู่ คร้ึมฟา้ คร้ึม
ฝน ตั้งนิมิติให้ดี ถ้าทำกายทำใจให้ฟูอย่างนี้ละก็ ธรรมะมีเท่าไรก็ซึมเข้าไปหมดแทรกเข้าไปหมด เข้าไปที่
ศูนย์กลางกาย ประเทศท่ีสมควร ถ้าเกร็งแขน เกร็งขาเหมือนดินดาน ฝนตกเท่าไรก็ไม่ซึมเข้า เข้ากลางของ
กลาง ๆๆ ดับหยาบไปหาละเอยี ด
พอถูกส่วนดวงธรรมลอยขึ้นมา เป็นดวงธรรมที่ทำให้เป็นเป็นมนุษย์ ไม่มีดวงธรรมดวงนี้ตายไปนาน
แล้ว ดวงธรรมดวงนี้มาจากไหน ดวงธรรมดวงนี้เราได้จากการทำบุญถือศีลมานานเป็นโกฏิเป็นกัป เมื่อดวงนี้
ขึ้นมาเกาะไว้รักษาไว้ทีเดียว เหมือนเกาะขอนไม้กลางทะเล เกาะตายไม่ปล่อย เป็นประเทศที่สมควร จี้เข้า
58
กลางนิ่ง ไม่ถอน กลางของกลาง ๆๆ นิ่ง ถ้านิ่งถูกส่วนสว่างโล่ง เห็นจุดศูนย์กลางดวงใสเท่าปลายเข็ม ถ้าเห็น
จุดศนู ยก์ ลาง เอาไถคราดพรวนเขา้ ไปทีเดยี ว ขดุ ลงไปเขา้ กลางของกลาง ๆ ถกู ส่วนเหมอื นมีอะไรมาดดู เหมอื น
ดินทพี่ รวนดแี ล้ว เอานิว้ กด กถ็ ูกดดู ซมึ ลงไปดที ีเดยี วไมห่ ายไปไหน ทำกายใจของเราให้ฟูเหมือนดินที่พรวนแล้ว
เหมือนประเทศท่ีพรวนแลว้ ธรรมะมีเทา่ ไหร่ก็ซมึ เข้าไปหมด ไม่สูญเปล่าเหมือนหวั คนั นา
เข้ากลางถูกส่วนมีดวงศีลลอยขึ้นมา ข้างนอกถือศีลระวังไม่ให้เสียทั้งปากทั้งกาย แต่ข้างในดวงศีล
เกิดขึ้นแล้วใส เข้ากลางของกลาง ๆๆ เข้าเมืองหลวงของศีลไดถ้ ูกส่วนเข้าเท่าน้ันถึงสมาธิเป็นดวงใสลอยขึ้นมา
เข้าประเทศสมควรอย่างน้จี ึงเจริญ เขา้ กลางของกลาง ๆๆ นิ่ง
เข้ากลางดวงสมาธิถูกสว่ นถึงดวงปัญญาลอยข้ึนมาใสแจว๋ ใสสว่างกวา่ ดวงอาทิตย์ พระพุทธองค์ถึงกับ
ถงึ กบั ตรัสอทุ านว่า นตั ถิ ปญั ญา สมาอาภา แสงสวา่ งใดจะเทา่ กบั ดวงปญั ญาไม่มี
กลางของดวงปัญญาถูกส่วน ถึงดวงวิมุตติ เข้ากลางดวงวิมุตติถูกสว่ นถึงดวงวิมตุ ติญาณทัสสนะ กลาง
ของกลางดวงวิมุตติญาณทัสสนะถึงกายมนุษยล์ ะเอียด หน้าขาเนื้อตัวหัวตีนเหมือนเราทุกอย่าง เราใส่เสื้อขาว
มันก็ใส่เสื้อขาว เราใส่กางเกงดำ มันก็ใส่กางเกงดำด้วย แต่โปร่งกว่าเบากว่า ใสกว่า ใสเกินใส เจ้าหมอนี่มัน
อาศัยในประเทศที่สมควรเป็นจึงเจริญนัก กายเนื้อเรายังอาศัยในประ เทศที่ไม่สมควร ยังไม่ดีนัก น้อมจิตของ
กายมนษุ ย์ละเอียดเข้าไปในประเทศท่ีสมควรคือกลางของกายมนุษย์ละเอียด จเี้ ข้ากลางถูกสว่ นเห็นเป็นดวงใส
ลอยขึ้นมาอีกเรียกดวงธรรมหรือพระธรรม เข้ากลางดวงธรรมถูกส่วนถึงดวงศีล กลางดวงศีลถึงดวงปัญญา
กลางดวงปัญญาถึงดวงวิมุตติ กลางดวงวิมุตติถึงดวงวิมุตติญาณทสั สนะ กลางดวงวมิ ุตติญาณทัสสนะเข้ากลาง
ประเทศถูกส่วน กายใหม่เกิดขึ้นสว่างโล่งโปรง่ ใสกว่า หน้าตาเหมือนกัน แต่แต่งตัวไม่เหมือนกันเครื่องประดบั
เป็นทพิ ย์ ไม่ไดเ้ ป็นเสอื้ ผ้าอย่างไร เกดิ จากอำนาจบุญ เขา้ ไปกลางของกลาง อำนาจบญุ ทำให้เครื่องประดับของ
กายทพิ ย์ เป็นทพิ ย์ไป
จี้เข้ากลางของกลาง ๆ นิ่งเข้าไปกลางกายทิพย์ เป็นที่สมควร กายทิพย์อยู่ในประเทศสมควรของกาย
มนุษยล์ ะเอียดจึงได้ใส เขา้ กลางกายหนักเข้าไปอกี เข้ากลางนิง่ ถูกส่วนถึงดวงธรรมท่ีทำใหเ้ ปน็ กายทิพย์ จ้ีเข้า
กลางกายทิพย์หนักทีเดียว พระพุทธเจ้า พระอรหัต อรหันต์ ทุก ๆ พระองค์ก็เข้าไปในประเทศที่สมควร คือ
ทางสายนี้ ประเทศริม ๆ ไม่เจริญ เข้ากลางตลอดไปอย่างน้ีดงั แกม่ นษุ ย์ ทิพย์ พรหม อรูปพรหม โคตรภู โสดา
สกิทาคา อรหตั เขา้ น่งิ เข้าไปประเทศสมควรอยู่ทางกลาง ทางโลกทางธรรมเหมอื นกัน
จ้ีเข้านงิ่ อยา่ งท้งิ ศนู ยน์ ะ ถา้ ทง้ั ศูนย์ละก็เอาดีไม่ได้ กรุงเทพฯ มคี นจบปรญิ ญากนั เยอะมีมหาวิทยาลัย
4 - 5 แห่งในกรงุ เทพฯ ธรรมะเหมอื นกนั จะเอาปรญิ ญาจะเป็นบัณฑิตทางธรรมก็เข้ากลางนิ่ง เขา้ ไป เข้ากลาง
ของกลาง ๆๆ ดบั หยาบไปหาละเอียด ๆ ใสละเอียด ๆๆ ใสหนักเขา้ ไปภาวนาสัมมาอะระหัง ๆๆ ไม่เลกิ ถ้าเลิก
ก็แพ้เขา แพ้เหมือนอะไร เหมือนไทยถูกไล่จนจะตกทะเลเดี๋ยวนี้ไม่ถอยแล้ว เดี๋ยวตกอ่าวไทยไป ตั้งหลักสู้แล้ว
59
เราก็เหมอื นกันถ้าถอยอีกทีละกไ็ ม่ได้เจอธรรมะแลว้ หนมุ่ ๆ ไมเ่ อาจะเอาเม่ือแก่ไม่ได้แลว้ ถ้าเจอประเทศกลาง
แล้ว อย่าถอยนะ ถ้าถอยละก็แพ้ทีเดียว ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆๆ ทำกายทำใจของเราให้ฟูเบาเหมือนปุยนุ่น
ไม่เกร็งแขน เกร็งขา ประคองน้อมเอาใจของเรามาไว้กลางปุยนุ่น เหมือนเอาปุยนุ่นเบา ๆ มาห่อเพชรใส ๆ
ตั้งใจให้นิ่ง ประเทศสมควรเป็นอย่างนี้ ถ้าทำได้อย่างนี้เจริญนัก ตลอดสิบแปดกายเห็นหมดทีเดียว เห็น 18
กายไปได้ตลอดหมดภพสาม นพิ พาน โลกันต์ ไปเท่ยี วได้หมด จ้ีเข้ากลางของกลาง ๆๆ ดบั หยาบไปหาละเอียด
ๆๆ หนกั เข้าไปอย่าถอยนะ ภาวนาสมั มาอะระหัง ๆๆ จ้ีนิ่งเขา้ ไป
บัดนี้เรารู้แล้วว่าประเทศที่สมควรเป็นอย่างไร ทางโลกก็อยู่กลาง ๆ ประเทศริม ๆ เช่นชายแดน
ผกู้ ่อการรา้ ยมนั เยอะ กลางประเทศเจริญนัก เปน็ ประเทศอนั สมควรตัวเราก็เหมือนกัน ถ้าเอาจติ ไปไว้ตามแขน
ตามขา ตามหน้า ตามตัว เหมือนชายแดนอันตรายนัก ไม่สมควร ต้องอยู่ในเมืองหลวง คือศูนย์กลางกาย เรา
มองอะไรมองให้ซึ้ง กรุงเทพฯ สำคัญนัก เพราะอยู่กลางประเทศ ไอ้ชายแดนไม่สมควร คอมมิวนิสต์มันเยอะ
ผูก้ ่อการรา้ ยมนั เยอะ เป็นประเทศไม่สมควร อยแู่ ล้วไมเ่ ป็นสุข อยแู่ ล้วไมเ่ จริญ กายเน้อื ของเราก็เหมอื นกัน เอา
จิตไปไว้รมิ ๆ ตัวกวนมนั เยอะ เด๋ยี วมนั ก่อกเิ ลสข้ึนทนไม่ไหว เด๋ยี วจะเปน็ อนื่ ๆ ไป กายโคตรภู โสดา สกิทาคา
อรหัตกเ็ หมอื นกัน จะไปถึงไหนไปอย่กู ลางประ เทศน้นั ทเี ดยี ว
ตั้งใจจี้เข้ากลางของกลาง ๆ วันนี้เอาเพียงแค่นี้ ตั้งใจถือศีลให้ดีนะทั้งมดทั้งปลวกมันเยอะที เดียว
ตอนน้ีระวังรกั ษาศีลใหด้ ี เอาละพกั ได้ ขอให้ได้มรรคผลนพิ านได้ดวงตาเหน็ ธรรมกันทกุ คน โมทนาสาธุ
60
มงคลชวี ติ ประการที่ 5 : มบี ญุ วาสนามาก่อน
พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่าบุคคลจะเจริญได้ต้องสะสมบุญมาแต่อดีตชาติ คนเราจะดีได้ต้องมีบุญเก่ามา
หนุน ส่วนมากไม่คอยเชื่อกัน เราก็ดูทีเดียว เข้ากลางดวงปฐมมรรค เข้ากลางของกลาง ๆๆ พอถูกส่วนดวง
ปฐมมรรคขยายใหญ่ มีดวงใหม่เกดิ ขึน้ เรียกวา่ ดวงศีล ทีถ่ ือศลี มากี่โกฏก่ีกปั ชาติก็สะสมกันมา บางคนดวงศีลโต
เท่าลูกปิงปอง บางคนเท่าตะกร้อ บางคนเท่าฟุตบอล พระพุทธองค์กว่าจะสะสมได้เก็บสะสมเป็นอสงไขย ๆ
ชาติ พวกเราเหมอื นกนั ชาติก่อนต้องเคยถือศลี ชาตนิ ี้จึงได้มาถือศีล พวกทอี่ ยใู่ นโรงเหลา้ โรงยาไปเรยี กมันมาถือ
มนั ไม่มาหรอกแถมมนั จะว่าเราบา้ ด้วย
เราเอาจิตจ้ี เข้ากลางของกลาง ๆๆ น่ิงลงไป เหน็ ดวงศลี เกาะตายทเี ดียวไม่ปล่อย เหมือนคนข้ามฟาก
เกาะเรือเกาะแพแน่นทีเดียว ไม่ยอมปล่อย พอถึงฝั่งแล้วจึงปล่อย เข้ากลางของกลาง ๆๆ เอาจิตปักนิ่งกลาง
ดวงศีล เหมือนกลางเรือ จี้เข้ากลางของกลาง ๆ รวมใจเท่าปลายเข็ม พอถูกส่วนดวงศีลขยายใหญ่ขึ้นเห็นดวง
ใหม่ลอยขึ้นมา ใสหนกั ข้นึ เรียกวา่ ดวงสมาธิ
ดวงสมาธิก็เหมือนกัน กว่าจะได้เท่านี้สะสมกันมาเป็นโกฏิเป็นกัปชาติทีเดียว ทั้งของเก่าและของใหม่
รวมกันจึงจะได้ดวงเทา่ นี้ สร้างใหม่เข้าไปใสหนัก ชาติหน้าจะได้ดวงใหญ่กว่านีอ้ ีก สมาธิจะได้แก่กลา้ เข้าฌาน
สมาบตั พิ ักเดยี วทเี ดยี ว
จี้เขา้ กลางของกลาง ๆๆ นง่ิ เขา้ ไปกลางดวงสมาธิ จเ้ี ขา้ กลางของกลาง ๆๆ น่ิง ถกู ส่วนเหน็ ทางใส เป็น
ทางสายกลางเข้าไปกลางทางใส พอถกู ส่วนดวงสมาธขิ ยายมดี วงใสละเอียด สวา่ งหนักขน้ึ สว่างกวา่ ดวงอาทิตย์
10 ดวงรวมกัน เรยี กวา่ ดวงปัญญา
ดวงปัญญาเป็นดวงใสทีเดียว ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ จากท้องพ่อท้องแม่แล้วได้ดวงปัญญาขึ้นมา ต้องสะสม
ปัญญาบารมีมาแต่ชาติก่อน ถ้าดวงปัญญาใครเล็กเท่าเล่าเรียนเขียนอ่านไม่ค่อยออก ถา้ ดวงปัญญาใครใหญ่ละ
ก็เห็นอะไรก็จำได้ บุญสะสมไว้มากดวงปัญญาใหญ่คิดอะไรก็ออก ถ้ากินเหล้าเข้าไป ดวงปัญญาก็มือตื้อ คิด
อะไรไม่ออกต้องเจรญิ สมาธิ เข้ากลางของกลาง ๆๆ กลางดวงปัญญาพอถกู ส่วน เห็นเป็นทาง เอาจิตมองจะเห็น
ดวงปญั ญาขยายออกไป มดี วงใหม่ลอยขึ้นมาถงึ ดวงวิมุตติ
เมื่อถึงดวงวิมุตติ ความปวด ความเมื่อย ความทุกข์ก็หลุดออกไปทีเดียว วิมุตติแปลว่าหลุดพ้น จี้เข้า
กลางของกลางๆ ดวงวมิ ตุ ติ ประคองจติ ใหด้ ี เขา้ กลางดวงวมิ ตุ ตถิ กู ส่วนเหน็ เป็นทางโลง่ ตรงไปนพิ พาน เปน็ ทาง
สายกลาง เข้ากลางนิ่งพอถูกส่วนถึงดวงวิมุตติญาณทัสสนะ เป็นดวงใสขนาดเดียวกับดวงศีล แต่ใสกว่าโปร่ง
กว่า
61
ดวงวิมุตติญาณทัสสนะก็สะสมบุญมาหลายชาติ ต้องสะสมเพิ่มเข้าไป เมื่อไรสะสมได้เต็มที่
เสน้ ผ่าศนู ย์กลางไดค้ ืบเป็นพระอรหนั ต์ทีเดียว ถา้ เส้นผ่าศูนยก์ ลางของใครยงั ไม่ถงึ คืบเป็นพระอรหันต์ไม่ได้ ทั้ง
ดวงปฐมมรรค ดวงศลี ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมตุ ติ ดวงวิมตุ ติญาณทัสสนะคืบของใครกข็ องมัน
จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆ นิ่ง กลางดวงวิมุตติญาณทัสสนะ พอถูกส่วนเห็นกายใหม่ลอยขึ้นมา หน้าตา
เหมือนเราตัวใสเป็นแก้ว เห็นเท่านั้นจำได้ว่าเลยเห็นเวลาฝัน พอตื่นไม่รู้ว่าไปไหนแล้ว กายฝันหรือกายมนุษย์
ละเอียดอยู่ซ้อนในดวงธรรม มนุษย์ทั่วไปเวลาจะฝันก็นอนหลับเสียก่อน กายฝันออกไปเห็นอะไรก็เอามา
รายงานเป็นฝันหลับ เรามีกายฝันเวลาเป็นสมาธิไม่ต้องให้หลับ จะใช้ให้ไปไหนก็ไปได้ ใช้ให้ไปดูกรุงเทพฯ
เด๋ียวเดยี วก็กลับมาบอกได้ ไปได้ถงึ อเมริกาเหมือนกัน ชวั่ ลัดน้วิ มือเดียวก็กลับมารายงานได้ฝันว่าไปเห็นไอ้โน่น
ไอน้ ้ีมาชัดทเี ดยี ว เวลาน่งั สมาธกิ ็ฝนั ไดน้ ะฝันกับตืน่ ๆ ทีเดยี ว
น้อมเอากายมนุษยล์ ะเอยี ดซง่ึ น่งั หนั หน้าขดั สมาธไิ ปทางเดยี วกบั เรา สงั่ เขาใหท้ ำสมาธใิ หเ้ อาใจของเรา
ไปตั้งที่ศูนย์กลางกายของเราให้นิ่งทีเดียว จดเข้ากลางของกลาง ๆๆ นิ่ง ดับหยาบไปหาละเอียด ๆๆ ใสหนัก
พอถูกส่วนกายมนุษย์ละเอียดใสของคนปฏิบัติธรรมะใสเป็นแก้วทีเดียว เพราะสะสมบุญมาหลายชาติ พวกข้ี
เหล้า เมายา เกะกะเลอะเทอะ กายมนุษย์ละเอียดไม่ใส ดำตื้อทีเดียว หน้าตาภายนอกก็ดูไม่ได้ทีเดียว ขี้เหล้า
เมายาไปทเี ดยี ว เราไม่ใช่อย่างนั้นเราสะสมบญุ มามาก
เข้ากลางของกลาง ๆๆ จิตปักนิ่ง เอาจิตของกายมนุษย์ละเอียดปักเข้าไปกลางดวงธรรมที่ทำให้เป็น
กายมนุษย์ละเอียด เห็นชัดใสหนักเข้าไป ใสในใส ๆ ชัดทีเดียว จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆ ดวงธรรมที่ทำให้เป็น
กายมนุษย์ละเอียด พอถูกส่วนถึงดวงศีล เข้ากลางดวงศีลถูกส่วนถึงดวงสมาธิ กลางดวงสมาธิถูกส่วนถึงดวง
ปัญญา กลางดวงปัญญาถึงดวงวิมุตติ กลางดวงวิมุตติถึงดวงวิมุตติญาณทัสสนะ ตามให้ทันนะจี้กลางเรื่อย
ทีเดียว กลางของกลาง ๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียด ๆๆ ใสละเอียด ๆๆ เข้ากลางดวงวิมุตติญาณทัสสนะ ถูก
สว่ นเหน็ กายใหม่เกดิ ข้ึน หนา้ ตาเหมือนกายมนุษย์ละเอียด กายมนษุ ยล์ ะเอียดของเราแต่งตวั เหมือนเรา แต่ถึง
กายที่สามคือ กายทิพย์ แต่งตัวไม่เหมือนเราแล้ว ประดับประดาเสียสวยเลย เพราะไปเอาของทิพย์มา ของ
ทิพยม์ าจากบุญทีส่ ะสมไวห้ ลายชาตทิ ีเดยี ว ตั้งแต่อดีตชาตจิ นถงึ ชาติน้ี กายทิพย์จงึ ได้สวยนกั
น้อมเอากายทิพย์มาซ้อนไว้ที่ศูนย์กลางกายเรา จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆ พอถูกส่วนขยายใหญ่กวา่ ตัว
ของเรา กายทิพย์เกิดจากการที่เราถือศีล มีหิริโอตตัปปะ ทั้งกลัวต่อบาปและละอายต่อบาป ผลของการเกรง
กลวั บาปทำให้กายทิพย์เกิดข้ึน สะสมกันหลายชาติ อย่ดู ี ๆ ไม่ได้มีเอง พวกขเี้ หล้าเมายาไม่มีกายทิพย์ มีแต่ตัว
อะไรก็ไมร่ ู้
จเี้ ข้ากลางของกลาง ๆๆ กายทิพย์ พอถกู สว่ นเห็นดวงธรรมท่ที ำใหเ้ ป็นกายทิพย์เกิดข้ึน เอาใจของกาย
ทิพย์น้อมเข้ากลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายทิพย์เข้ากลางของกลางนิ่ง พอถูกส่วนถึงดวงศีล กลางดวงศีลถึง
62
ดวงสมาธิ กลางดวงสมาธิถึงดวงปัญญา กลางดวงปัญญาถึงดวงวิมุตติ กลางดวงวิมุตติถึงดวงวิมุตติญาณทัส
สนะ กลางดวงวิมตุ ติญาณทสั สนะพอถกู ส่วนถึงกายทิพยล์ ะเอยี ด
กายทิพย์ละเอียดเหมือนกายทิพย์หยาบ แต่โปร่งกว่า เบากว่า ใสกว่า โล่งกว่า รัศมีสว่างโล่งทีเดียว
อยากจะรู้ว่าใครมีบุญมากกว่าใครก็ดูท่ีกายทพิ ย์ รัศมีของกายทิพย์โครทำบญุ มากกวา่ มีหิริโอตตัปปะมากกว่า
มีศีลมากกว่า รัศมีของกายทิพย์จะสว่างโล่งทีเดียว ถ้าใครมีทานน้อย ศีลน้อย หิริโอตตัปปะน้อย กายทิพย์
รบิ หรเ่ี ป็นตะเกียง จะดบั มิดับแหลแ่ ลว้
จี้เข้ากลางของกลาง ๆ กายทิพย์ละเอียด กายทิพย์ละเอียดยึดเอาไว้ก่อนอย่าเพิ่งปล่อย โดยรักษาศีล
หริ โิ อตตปั ปะ ถา้ ไมร่ ักษาศลี ละก็กายทิพย์จตุ ิทเี ดียว จเ้ี ข้ากลางของกลาง ๆ นิ่ง ข้างในรกั ษาศลี ขา้ งนอกก็รักษา
ศลี นง่ิ รกั ษาใจกนั ทีเดยี ว เข้ากลางถกู สว่ นถงึ ดวงธรรมท่ีทำให้เปน็ กายทิพย์
เข้ากลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายทิพย์ ทะลุ ดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติ
ญาณทัสสนะ พอถูกส่วนเห็นทางใสเหมือนทางลาดปูด้วยแก้ว ทางสายกลางเป็นอย่างนั้นไม่ขรุขระเป็นถนน
ลกู รัง
เขา้ กลางของกลาง ๆๆ ๆ ดบั หยาบไปหาละเอียด ๆๆ ใสละเอยี ด ๆๆ พอถูกส่วนมกี ายใหม่เกิดขึ้น กาย
ใหมใ่ สสวา่ ง โปรง่ ทีเดียว ใสเป็นแก้ว เรยี กกายพรหม ทเ่ี รยี กวา่ พระพรหมอยู่ในตัวน่ีเอง จะทำตัวให้เป็นพรหม
ก็ต้องทำในตัว จี้เข้ากลางนิ่ง กายพรหมเกิดจากทานศีลหิริโอตตัปปะ ทาน สมาธิ พรหมวิหาร 4 คือ เมตตา
กรณุ า มุทิตา อุเบกขาใหม้ ่นั จะให้กายพรหมเกิดในตัวไมย่ าก ทำทานถือศีลทำสมาธิ ถ้าไมม่ ีสมาธกิ ายพรหมไม่
เกิด ยิ่งมีสมาธมิ ่ันกายพรหมรศั มสี วา่ งใส กายพรหมจะเกิดตอ้ งทำมาหลายชาติ อย่าท้งิ ถา้ ทง้ิ ละก็ขาดทุน
เอาจิตปักนิ่งที่ศูนย์กลางกาย จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆ พอถูกส่วนเข้าถึงดวงธรรมที่ทำให้ เป็นกาย
พรหม เขา้ กลางของกลาง ๆ ดวงธรรมทที่ ำใหเ้ ปน็ กายพรหม พอถูกสว่ นเหน็ ดวงศลี สวา่ งใสแจว๋ ทเี ดียว ศีลของ
พรหมเขามีมาก ถือมั่นกว่าเทวดา ดวงศีลใสกว่า เพราะเขาไม่บริโภคกาม ศีล 8 ถือมั่น เทวดาถือแค่ศีล 5
พรหมจโลกา อพรหมจรยิ า ถือศีล 8 อุโบสถศลี
เข้ากลางของกลางๆ นิ่งเข้าไปกลางดวงศีล พอถูกส่วน ถึงดวงสมาธิ กลางดวงสมาธิถูกส่วน ถึงดวง
ปัญญา กลางดวงปัญญาถูกส่วนถึงดวงวิมุตติ กลางดวงวิมุตติถูกส่วนถึงดวงวิมุตติญาณทัศนะ กลางดวงวิมุตติ
ญาณทศั นะถูกสว่ นกายใหม่เกดิ ข้นึ
กายใหม่ใสเปน็ แก้ว กายพรหมละเอียดใสเป็นแก้ว ท่ีเรยี กวา่ พระพรหมเขาถือศีล 8 เขาไม่บริโภคกาม
ถา้ กายเนอ้ื เป็นชาย กายพรหมกเ็ ปน็ ชาย ถา้ กายเนือ้ เป็นผหู้ ญิง กายพรหมก็เป็นชาย เพราะกามในอดีตชาติต้น
ชาตจิ รงิ ๆ เปน็ ชาย กายเน้อื จริงๆ เปน็ หญงิ มนุษย์มาติดที่กายเนือ้ พอเขา้ กลางถูกส่วนเท่าน้ันเป็นผู้ชายหมด
63
จี้เข้ากลางของกลางๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียดๆๆ ใสละเอียดๆๆ พอถูกส่วนถึงดวงธรรมที่ทำให้เป็น
กายพรหมละเอียด ถึงดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัศนะ พอถูกส่วนมีกายใหม่
เกดิ ขน้ึ กายนีเ้ รียกว่าอรูปพรหม
อรูปพรหมไม่ใช่พรหมไม่มีรูป แต่เป็นพรหมไม่ติดในรูป เหมือนอมนุษย์เหมือนกัน อมนุษย์ หมู หมา
กา ไก่ ยักษ์ มาร เทวดา เปน็ อมนษุ ย์ ไมใ่ ช่มนุษย์ ให้เข้าใจตามน้ี
จิตจี้เข้ากลางของกลาง ๆๆ นิ่ง ถูกส่วน กายอรูปพรหมขยายใหญ่ตามส่วนกายใสแก้ว ใส โปร่ง โล่ง
ประณีต หน้าตาเหมือนพรหม แต่ใสกว่า กว่าจะได้อรูปพรหมต้องใช้บุญเก่าหลายชาติ ชาตินี้สะสมให้หนักขึ้น
หม่ันทำสมาธิแต่ชาตินี้ทีเดียวชาติหน้าจะได้ใสแจ๋วทีเดียว ขาติก่อนทำมาน้อย ชาตินี้จึงลำบาก ไม่ต้องห่วงว่า
ชาติน้จี ะไมบ่ รรลุอรหนั ต์ ให้หม่นั ทำสมาธิมั่นทเี ดยี ว ไมช่ ้ามรรคผลนิพพานไมไ่ ปไหน
เข้าไปกลางกายอรปู พรหมถูกสว่ น ถงึ ดวงธรรมทท่ี ำใหเ้ ป็นกายอรปู พรหม เขา้ กลางดวงนั้นถูกสว่ น ถึง
ดวงศลี ดวงสมาธิ ดวงปญั ญา ดวงวิมตุ ติ ดวงวิมุตตญิ าณทศั นะ เขา้ กลางดวงวิมตั ิญาณทศั นะพอถูกส่วนถึงกาย
ใหม่เกิดขึ้น เป็นกายอรูปพรหมละเอียด พระพุทธเจ้าของเราท่านถึงกายอรูปพรหมละเอียดต้ังแต่ทา่ นยังเรียน
อยู่กับอาฬารดาบสและอทุ กดาบส อาฬารดาบสอทุ กดาบสผเู้ ป็นอาจารย์เขา้ ใจผิดคิดวา่ เป็นนิพพาน พระสิทธัต
ถะปญั ญาท่านมากนัก ไม่เช่ือ คดิ ว่าทด่ี ีกวา่ น้ี ประณีตกวา่ ยังมีอีก นิพพานตอ้ งประณีต ก็เลยออกค้นหาธรรมะ
เอง คน้ อยู่ 6 ปี วันเพ็ญกลางเดอื นหกขน้ึ 15 ค่ำ วิสาขบชู า จากกายพรหมละเอยี ดกเ็ ข้ากลางของกลางๆๆ ดับ
หยาบไปหาละเอียด เข้าไปกลางอรปู พรหม ถกู สว่ นถึงดวงธรรม กลางดวงธรรมถูกสว่ นถงึ ดวงศีล กลางดวงศีล
ถูกส่วนถึงดวงสมาธิ กลางดวงสมาธถิ งึ ดวงปัญญา กลางดวงปญั ญาถกู สว่ นถึงดวงวมิ ตุ ติ กลางดวงวมิ ตุ ติถูกส่วน
ถึงดวงวมิ ุตตญิ าณทศั นะ กลางดวงวิมุตตญิ าณทัศนะถูกสว่ นถงึ ธรรมกาย
พอถงึ ธรรมกายเข้าเทา่ น้ัน เปน็ พระพุทธเจ้า สะสมบญุ มามากจึงไดเ้ ปน็ ธรรมกาย พระพทุ ธเจ้าของเรา
กว่าท่านจะถึงธรรมกายต้องสะสมสร้างบุญ 4 อสงไขยกับแสนกัป จึงได้บรรลุธรรมกายไม่เช่นนั้นไม่บรรลุเป็น
อรหันต์ เป็นพระพทุ ธเจ้า
เอาจิตจี้นิ่งเข้ากลางของกลางๆ ธรรมกาย ธรรมกายเป็นพระปฏิมา ใสเป็นแก้ว นั่งสมาธิหันหน้าไป
ทางเดียวกับเรา เกตุเป็นดอกบัวตูมใสเป็นแก้ว รัศมีสีใสสว่าง สว่างกว่าทิพย์ กว่าพรหม กว่าอรูปพรหม กว่า
เทวดา กวา่ อืน่ ๆ หมดทีเดียว จเี้ ขา้ กลางของกลางธรรมกาย ย่งิ เอาจติ จนี้ ่งิ เข้าไปเท่าไรย่งิ สว่างเท่านัน้ สว่างเท่า
ดวงอาทติ ย์ 10 ดวง 20 ดวง 1000 ดวง หลบั ตาอยนู่ ีห่ ละเหมอื นมดี วงอาทติ ยพ์ ันดวง รัศมธี รรมกายสวา่ งอย่าง
น้ี ดังน้นั วันที่พระพทุ ธเจา้ ตรสั รบู้ รรลธุ รรมกายจงึ ไดส้ ว่างไปหมดท้งั ภายนอกและภายใน สว่างถึงนพิ พาน สวา่ ง
จนกระทั่งสัตวน์ รกมีเท่าไรๆ ก็เห็นแสงสวา่ งหมด ธรรมดาแสงอาทติ ยส์ ่องไม่ถงึ นอก เพราะอยู่ลึกมาก แต่รัศมี
64
ของธรรมกายของพระพุทธเจ้าจะตรัสรู้สว่างจนนรกสี่ขุมๆ มองเห็นธรรมกายหมด ปรารถนาจะเข้านิพพาน
ดว้ ยทเี ดียว แม้แต่มดปลวกสัตว์เดรัจฉาน สตั วน์ รก เหน็ ธรรมกายเป็นปรารถนาจะเข้านิพพานดว้ ย
พวกเราก็ตั้งใจทำ จิตเข้ากลางของกลางๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียดๆๆ ใสละเอียดๆๆๆ นิ่งเข้าไป พอ
ถูกส่วนเข้าถึงดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกาย เป็นดวงใสใส เป็นแก้วสว่าง อย่างนี้จึงเรียกว่าธรรมรัตนะ ธรรม
รตั นะเป็นอย่างนี้ไมใ่ ชพ่ ระไตรปฎิ ก ไม่ใชค่ ัมภรี ์
เข้ากลางของกลางๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียดๆๆ ใสละเอียดๆๆ เข้ากลางดวงธรรมถูกส่วนถึงดวงศีล
ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัศนะ พอถูกส่วนธรรมกายอีกองค์หนึ่งโผล่ขึ้นมา หน้าตัก
หยอ่ น 5 สูงเกือบ 5 วาไมถ่ ึงดี เรยี กธรรมกายโคตรภู มาถึงธรรมกายนไ่ี ดเ้ ทา้ นึงเหยียบนิพพานเทา้ หนึ่งเหยียบ
โลกได้ ตั้งจิตจะไปธรรมกาย ประมาทไม่ได้เข้ากลางของกลางๆๆ นึกน้อมรวมไปตามเสียงอาตมาให้ดี พอถูก
ส่วนเข้าไปธรรมกายละเอียดถึงดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกายละเอียด ถึงดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวง
วิมตุ ติ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทศั นะ พอถูกสว่ นหนักเข้าถงึ ธรรมกายพระโสดา
ธรรมกายพระโสดาสูง 5 วา หน้าตักกว้าง 5 วา เกศเป็นดอกบัวตูมใสเป็นแก้ว นั่งบนฌานสมาบัติที่
เรียกว่าฌานสมาบัติเป็นแผ่นรองรับ หน้าตักธรรมกายแค่ไหนแผ่นฌานสมาบัติก็กว้างเท่านั้น หน้าคืบหน่ึง
รองรับกันอยู่ จี้เข้ากลางของกลางๆๆ ธรรมกายพระโสดา จะเป็นพระโสดาได้ นั่งนอนยืนเดนิ จะต้องทำให้เป็น
ธรรมกายพระโสดา กว้าง 5 วา สูง 5 วา นั่งนอนยืนเดินให้เห็นหมดตลอด 24 ชั่วโมง จะเป็นพระโสดาไม่ต้อง
ให้ใครตัดสิน รู้ตัวเอง ถ้าเห็นบ้างไม่เหน็ บา้ งไม่ได้เป็น เมื่อถึงธรรมกายพระโสดาละได้ 3 อย่าง ละสักกายทิฏฐิ
ถือการเป็นตัวเป็นตัว แต่ก่อนใครมาจับหัวถูกเนื้อต้องตัวก็โกรธนัก ถือว่าตัวกูของกู พอถึงธรรมกายละก็รู้ว่า
กายเนอื้ ไมใ่ ชต่ วั กขู องกู สักกายทิฏฐิหลดุ ไปทเี ดียว
ละศลี ...ศีลบอกศาสนาไม่เอาแล้ว ฆ่าแพะ ฆา่ สัตว์ บูชายญั ไม่เอาแล้ว เพราะเรารู้แลว้ ถึงธรรมกายแล้ว
เห็นแล้วว่าธรรมะเป็นอย่างไร ดวงศีลเป็นอย่างไร เป็นดวงใสอยู่กลางกายถือให้มั่น ไม่ใช่นั่งไหว้ศาลพระภูมิ
ต้นไม้ ตน้ โพธิ์ ศีลใหม้ น่ั โดยเขา้ กลางของกลางๆๆ จ้ีเข้าไป
หมดความลังเลสงสัยในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เพราะถึงเนื้อถึงหนังในพระพุทธ พระธรรม
พระสงฆ์แล้ว ธรรมกายมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อยู่ในตัวแล้ว พอถึงธรรมกายก็หมดความลังเลสงสัย
กว่าจะถึงธรรมกายพระโสดาสร้างบุญเป็นอสงไขยๆ ชาติทีเดียว บุญใหม่ในชาตินี้รวมกับบุญเก่าในชาติที่แล้ว
รวมกันเป็นบุญเก่าในชาติหน้า ช่วยส่งเสริมให้ก้าวหน้าริบทีเดียว ตั้งใจเข้ากลางของกลางๆๆ ดับหยาบไปหา
ละเอียดๆๆ ใสละเอียด ธรรมกายสงู 5 วา หนา้ ตกั กว้าง 5 วา ใสชดั ทเี ดยี ว เกศดอกบวั ตมู
ดวงธรรมที่ทำให้เป็นพระธรรมกายพระโสดา ดวงธรรมใหญ่เท่าหน้าตักใหญ่นะไม่เล็กนะ ดวงธรรมท่ี
ทำให้กายมนุษย์ ทิพย์ พรหม อรูปพรหม ไม่ใหญ่นะ เป็นดวงเล็กอย่างมากก็คืบหนึ่ง ดวงธรรมของพระโสดา
65
เส้นผา่ ศนู ย์กลางกวา้ ง 5 วา ปญั ญาของพระโสดา ลกึ ซึง้ นัก มนษุ ยเ์ ทียบไม่ติดทีเดียว จี้เข้ากลางดวงธรรมที่ทำ
ใหเ้ ปน็ พระโสดา ถูกส่วนถงึ ดวงศลี กลางดวงศีลถกู ส่วนถึงดวงสมาธิ กลางดวงสมาธิถกู สว่ นถงึ ดวงปัญญา กลาง
ดวงปญั ญาถูกสว่ นถึงดวงวิมุตติ กลางดวงวมิ ุตตถิ ูกส่วนถึงดวงวิมตุ ติญาณทัศนะ พอถกู ส่วนธรรมกายพระโสดา
ละเอียดเกิดข้ึน กว้าง 5 วา สงู 5 วา เหมอื นกนั แต่โปรง่ กวา่ บางกวา่ ใสกวา่
ธรรมกายพระโสดาหยาบเรียก โสดาปฏิมรรค ธรรมกายพระโสดาละเอียดเรียก โสดาปฏิผล
ตามลำดบั ตำราเปน็ เพยี งตัวหนงั สือ ไมใ่ ชเ่ ห็นจริงๆ ตามตำรบั ตำราเก่ยี วกนั ป่นปที้ เี ดยี วเพราะไม่เหน็ สรุปแล้ว
ไม่รู้ว่าพระโสดาเป็นอย่างไร ต้องเข้ากลางของพระโสดาละเอียดกลางของกลางๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียดๆๆ
พอถูกส่วนถึงดวงธรรมที่ทำให้เป็นพระโสดาละเอียด เข้ากลางดวงธรรมถึงดวงศีล กลางดวงศีลถึงดวงสมาธิ
กลางดวงสมาธิถึงดวงปัญญา กลางดวงปัญญาถึงดงวิมุตติ กลางดวงวิมุตติถึงดวงวิมุตติญาณทัศนะ จี้เข้ากลาง
ของกลางๆๆ ดวงวิมุตตญิ าณทศั นะมีธรรมกายใหมเ่ กิดขน้ึ
ธรรมกายพระสกิทาคา หน้าตักกว้าง 10 วา สูง 10 วา ใหญ่ขึ้นเป็น 2 เท่า ทำไมจึงถึงธรรมกายพระ
สกิทาคาได้ เอาญาณสอดดูก็เห็นว่ากิเลสหมดเป็นชั้นๆ เหมือนงูลอกคราบ พิจารณากายเนื้อไม่ติดกายเน้ือ
พระโสดาไม่ตดิ กายเน้อื แตต่ ดิ กายทิพย์อยู่ แตถ่ ้าละความสวยงามกิเลสของกายทิพยไ์ ด้กเ็ ป็นพระสกิทาคา
จี้เข้ากลางของกลางๆๆ นิ่งเข้าไป ดับหยาบไปหาละเอียด พอถูกส่วนถึงดวงธรรมที่ทำให้เป็นพระ
สกิทาคาละเอียด ดวงธรรมโตเท่าหน้าตัก เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 วา สว่างโล่งทีเดียวจี้เข้าไปกลางดวงธรรมถึง
ดวงศีล จี้กลางดวงศีลถึงดวงสมาธิ จี้กลางดวงสมาธิถึงดวงปัญญา จี้กลางดวงปัญญาถึงดวงวิมุตติ จี้กลางดวง
วิมุตติถึงดวงวิมุตติญาณทัศนะ เข้ากลางของกลาง ถูกส่วนถึงกายพระสกิทาคาละเอียด เข้ากลางพระสกิทาคา
ละเอียด เข้ากลางพระสกิทาคาละเอียดถูกส่วนจนถึงดวงวิมุตติญาณทัศนะ เข้ากลางดวงวิมุตติญาณทัศนะถูก
ส่วนถงึ พระนาคามี
ธรรมกายพระอนาคามี หนา้ ตักกวา้ ง 15 วา สูง 15 วา อย่างกบั ภเู ขา จ้ีเขา้ กลางของกลาง ถูกส่วนก็รู้
ทีเดียวว่าถึงพระอนาคามีได้เพราะใช้กายสกิทาคามี พิจารณาย้อนไปย้อนมาทั้งโอ้โลมปฏิโลมเรียบร้อย ละ
กิเลสของกายทิพย์ได้ ละกเิ ลสของกายพรหม ไมต่ อ้ งในรปู ฌานเทา่ น้ัน อนุสยั ทน่ี อนนิ่งอยูก่ ็หายไป ถึงกายพระ
อนาคามที ีเดียว ละไปเปน็ ชน้ั ๆ กลางของกลางๆๆ
จี้เข้ากลางพระอนาคามี เข้าไปกลางดวงศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัศนะ พอถูกส่วน กาย
พระอนาคามีพิจารณาไม่ติดในรูปฌาน ละกิเลสอรูปพรหมได้เท่านั้น ถึงกายอรหันต์ หน้าตักกว้าง 20 วา สูง
20 วา เกศดอกบัวตูม
พอถึงกายอรหัตเข้าไปกลางกายอรหัต ถึงกายอรหตั ละเอียด อายตนะนพิ พาน ดงึ ดูดเข้าไปถึงนิพพาน
เข้านิพพานเข้าอยางนี้ เข้าทั้งเป็นอย่างนี้ เอาธรรมกายเข้า กายเนื้อเอาเข้าไม่ได้ พระพุทธเจ้าของเราท่าน
66
นิพพานแลว้ ก็เอาธรรมกายเขา้ กายเนื้อทีเ่ หลือจึงเอาเผา เหลือพระบรมสารีริกธาตุไว้ คืนวนั เพ็ญกลางเดือนหก
ตอนตรสั รทู้ ่านเอาธรรมกายเข้านิพพานต้งั แต่ยังเป็นๆ แลว้ ตอนท่านบรรลุธรรมกายพระอรหันต์ ครั้นพอถึงวัน
สดุ ท้ายคอื วันปรนิ ิพพาน ธรรมกายทา่ นก็เข้านพิ พานจริงๆ ไม่ย้อนกลับออกมา ให้เขา้ ใจตามนี้
จี้เข้ากลางของกลางๆ นิ่ง ทำบุญมาอดีตสะสมบุญไว้อย่างนี้ ทาน ศีล ภาวนา เจริญให้ดี การมาอยู่
ธุดงค์กันนี้ ก็มาเจริญทาน ศีล ภาวนากัน ให้ตั้งใจไว้ให้ดีนะ อย่าเห็นแก่หลับ อย่าแก่นอน อย่าเห็นแก่คุยกัน
บญุ ใหม่นีจ้ ะส่งให้ท่านได้ดีในวนั พรุง่ น้เี ป็นต้นไป เกดิ ไปชาตหิ นา้ ชาตโิ น้นยังไม่เข้าพระนิพพานก็ต้องใช้บุญตาม
สง่ ไปถงึ เขา้ ถงึ พระนิพพานเมอ่ื ใดกต็ ้องอาศัยบุญหลอ่ เลยี้ ง
เขา้ กลางของกลางๆๆ ดบั หยาบไปหาละเอียดๆๆ ใสละเอียดๆๆ การสะสมบุญมาดีแล้ว ดอี ย่างนี้ การ
ท่เี ราฝกึ กนั อยา่ งน้ี บางคนมาฝกึ กันวันสองวนั กถ็ ึงธรรมกายแลว้ บางคนฝึกเปน็ เดือนเปน็ ปีกย็ งั ไม่เหน็ เพราะใน
อดีตสะสมมาไมเ่ หมือนกัน ไมเ่ ฉพาะทางธรรมเทา่ นน้ั ทางโลกก็เหมอื นกนั บางคนเกิดมาเปน็ ลูกเศรษฐี ลูกพระ
ยา ลกู พระมหากษตั รยิ ์ มที รพั ย์สมบัตนิ อนคอยท่า เพราอดีตชาตสิ ร้างบญุ ไว้ดี ใหร้ ูเ้ ป็นทางอยา่ งนที้ ีเดยี ว ท่ีเกดิ
เป็นลกู คนจน เพราะชาติก่อนน้ัน ทานก็ไม่เอา ศลี ก็ไม่เอา สมาธิไมเ่ อา อะไรก็ไมเ่ อาสกั อยา่ ง จึงได้เปน็ อย่างน้ี
พอเราร้พู ิจารณาอยา่ งนี้ กแ็ ผ่เมตตาไปทีเดยี ว เขา้ กลางของกลางๆ นกึ น้อมรวมใจทั้ง 18 กาย นึกน้อม
รวมที่ศูนย์กลางกาย นึกน้อมรวมนิ่ง แผ่เมตตาไปทีเดียว แผ่เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา แผ่ให้สรรพสัตว์
ทั้งหลาย นึกน้อมแผ่เมตตาไม่ใช่แค่สัตว์สี่เท้า สองเท้า สัตว์เท้ามากเท้าน้อยเท่านั้นนะ มนุษย์ก็แผ่ให้เขาด้วย
เพราะมนษุ ย์ก็เป็นสตั วเ์ หมือนกัน แผใ่ ห้เทวดา พรหม อรปู พรหม แผใ่ ห้ตลอดหมด ทีว่ า่ แผใ่ หส้ ตั ว์ท้ังหลาย แผ่
อย่างนี้ ที่ว่าสัตว์นรก เปรต อสุรกาย แผ่ให้หมดเหมือนกัน สัตว์เดรัจฉาน แผ่ให้ไปด้วย เข้ากลางของกลางๆๆ
นงิ่ นกึ น้อมแผเ่ มตตา จีเ้ ขา้ กลางถูกสว่ นบุญถงึ หมด สรรพสตั ว์ท้งั หลายไดร้ บั บญุ หมดจะสดช่นื แจม่ ใสข้ึนมา นึก
น้อมแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลายอย่าเบียดเบียนซึ่งกันและกัน ให้เขาเป็นสุขเป็นสุขเถิด เราก็นึกน้อมแบ่ง
บุญสมาธิให้เขา บุญที่ได้จากการนั่งสมาธิครั้งน้ีมากมายนักทีเดยี ว แบ่งบุญให้เขาอย่ารบกวนเรา ถ้าไม่รบกวน
เรา ดูแลรักษาเรา จะแบง่ บุญใหม้ ากกวา่ น้ี
ใหเ้ ขาตงั้ ใจเหมือนกับเรา เรามาที่น่ีมาถือศีล 8 บอกเทวดาซง่ึ ปกติเขาถือศีล 5 ให้เขาถือศีล 8 เหมือน
เรา เข้ากลางของกลางๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียดๆ ใสละเอียดๆ หนักเข้าไป ทำบุญเก่ามาเป็นอย่างนี้ เราจึง
ได้มานั่งธรรมะอย่างนี้ ถ้าบุญเก่าไม่มีก็ไม่มีทางได้มาน่ังอยา่ งน้ี ถ้าได้ทำบุญเก่าไว้ในอดีตไว้ดีละก็ป่านนี้ไมเ่ ป็น
โจร หรอื เกิดในเมืองไทยเมืองพุทธศาสนา แทนทจี่ ะได้เขา้ วัดเข้าวาทำบุญ แต่โนน่ ไปเปน็ ชาวประมงจับปลาฆ่า
ปลา ไปอยโู่ รงฆา่ สตั ว์ หากุ้งหาปปู ลาจับมาฆ่า กนิ เหล้าเมายา ท้ัง ๆ ท่ีเกดิ ในพุทธศาสนา แตเ่ พราะทำบุญน้อย
พวกเราทำบุญมาเหลือหลายแล้วทำบุญมามากจึงได้มานั่งอย่างนี้ เมื่อมาถึงทน่ี ่ีก็มาถึงศูนย์บุญแล้ว ถึงได้ตั้งชื่อ
ท่นี ่วี า่ ศูนย์พุทธจักรปฏบิ ัติธรรม ไม่ช้าการก่อสรา้ งจะเสร็จ ใหต้ ง้ั ใจปฏิบตั นิ ะ
67
จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียดๆ ใสละเอียดๆ หนักเข้าไป ประคองกายใจให้ดี กาย
เนื้อประคองให้ตั้งตรง อย่าให้โค้งงอ ถ้าหลังคอหลังงอชาตินี้ เกิดอีกกี่ชาติๆ ก็หลังงออยู่อย่างนี้ กายพรหมดูซิ
กลางของกลางๆๆ ลงไป กายพรหมเขาตั้งตรงทีเดียว ทำกายเนื้อของเราให้ตั้งตรงเหมือนกายพรหม แก้ไข
ตั้งแต่ชาตินี้ถือว่าชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายที่ต้องแก้ไข จี้เข้ากลางของกลางๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียดๆ ใส
ละเอียดๆ นิ่งทเี ดียว ต้งั ใจใหด้ ี รู้แล้วว่าตง้ั ใจทำอย่างไร เอาใจไปไวท้ ศ่ี ูนย์กลางกาย แล้วประคองน่งิ ทีเดียว
ทำสมาธิต้องประกอบด้วยสองอย่าง หนึ่งตั้งใจ สองต้องประคองใจ ตั้งที่ศูนย์กลางกายแล้วก็ประคอง
ภาวนาสัมมาอะระหังๆๆ ความง่วงเหงาซึมเซาไม่เหลือ สว่างโล่ง เวลากลับไปทำสมาธิส่วนตัว เข้ากลางของ
กลางๆๆ ให้นั่ง ภาวนาสัมมาอะระหังๆๆ เรารู้ว่าที่เรามาทำสมาธิเพราะอาศัยบุญเก่าที่เราสร้างมาดีทุกอย่าง
แล้ว ที่เราเดินไปไม่ว่าจะกา้ วไปทางไหนก็ตาม เคยฝงั กระดูกเรามาแล้วทั้งนน้ั ในเมอื งทเี่ ราไม่เคยไป ความจริง
ได้ไปมาแล้ว เอากระดูกมาฝังไม่รู้จักเท่าไรแล้ว เมืองอเมริกา เมืองรัสเซียที่ว่าไม่เคยไป เคยไปมาแล้ว กระดูก
ถมเป็นภเู ขา แต่เราจำไมไ่ ด้ ตอ้ งอาศยั บุญเกา่
น้อมเอาจติ ปักน่งิ ทศ่ี ูนย์กลางกาย อธษิ ฐานเรียกบญุ เก่าทที่ ำมาดีแล้ว สบิ ชาติ ร้อยชาติ หมน่ื ชาติ แสน
ชาติก็ดี นกึ นอ้ มเอาบญุ ที่เราทำไวด้ ีแลว้ ตั้งแต่หมน่ื ชาติแสนชาตจิ นถงึ ปัจจบุ ัน เอาแตท่ ่ีดๆี ขอให้มาช่วยกันช่วย
ให้เรามีดวงตาเหน็ ธรรม ถึงมรรคผลนิพพานในการปัจจบุ ันนี้ ให้หมั่นนึก ถ้าจิตนิ่งเมือ่ ไรนึกเรื่องบุญเก่าทีเดียว
นึกมาช่วยใหห้ มด บุญเกา่ ของเรามมี ากนัก แต่ยงั ตามมาไมห่ มด ตอ้ งหมนั่ ตดิ ตามมา บุญเกา่ มมี ากแต่ยังตามมา
ไม่ถึงเพราะบางชาติก็ทำดี บางชาตกิ ็ทำทง้ั ดีทงั้ ช่ัว อยา่ ว่าแต่ชาติหนึ่งๆ เลย แม้แตว่ ันๆ หนง่ึ น้เี ชา้ จรดเย็น บาง
วนั กท็ ำความดตี อนเช้าก็ทำบุญทำทาน ตอนสายตีลกู ทะเลาะเมยี ยงุ่ ไปหมดแลว้ วนั เดียวมที ัง้ บญุ ท้งั บาปสร้าง
ปนกัน มันคลุมเครือกัน ไม่ได้กลับมาเอาความชั่ว ความดีมันปนกันเหมือนน้ำมันดิบ ต้องกลั่นเอามา ได้น้ำมัน
ใสแจว๋ ไอ้กากทเ่ี หลอื ไม่ตอ้ งไปนึกถึงมัน ไมเ่ อาทเี ดยี ว
เพราะฉะนั้นจติ เราให้ตั้งม่นั ท้งิ ที่ศนู ย์กลางกายเหมือนเราต้ังโรงสกัดในตัว ไมใ่ ชโ่ รงสกัดน้ำมัน แต่เป็น
โรงสกัดบุญ เอาจิตจี้นิ่งเข้ากลางของกลางๆ น้อมอธิษฐานทีเดียว ความดีบุญในอดีตมีเท่าไรๆ มารวมกันให้
หมด จะกลั่นเอาออกมา นึกน้อมเรียกบุญบารมีทั้ง 30 ทัศ ทั้งบุญเก่าบุญใหม่มาช่วยให้ดวงตาเห็นธรรม ถึง
มรรคผลนพิ พาน นกึ น้อมทีเดยี วรวมบญุ ไดท้ ้ัง 18 กาย จะเกดิ ขึน้ ได้เพราะบุญท้ังหลายมาชว่ ยกนั เฉพาะบุญใน
ชาตินี้ไม่พอ ต้องน้อมเข้ากลางของกลางๆๆ จี้กลั่นเอาบุญเก่ามาช่วยนึกย้อนถอยหลังไปทีเดียว ตั้งแต่เช้าจรด
วันนี้ ตั้งแต่เมื่อวานจรดเดี๋ยวนี้ เป็นเดือนเป็นปีถอยหลังไปทีเดียว ระลึกย้อนไปอย่างนี้ ที่เป็นบุญนึกน้อมมา
กล่ันให้ใสที่ศูนยก์ ลางกาย บุญที่ทำมาแตเ่ ดก็ ก่อนเกดิ ทช่ี าติหมืน่ ชาติ แสนชาติ อสงไขยชาติ
เวลากลัน่ โรงงานกล่นั นำ้ มันเขาต้องตั้งเคร่ืองกล่นั ใหแ้ ขง็ แรง ถ้าเครื่องไมด่ ีเดยี๋ วพงั หมดใชไ้ ม่ได้ เราจะ
กลั่นบุญก็เหมือนกัน ต้องแต่งให้เป็น เอาเครื่องมาไว้ตรงกลาง กลางของกลางๆๆ นิ่งทีเดียว ไม่เอียงซ้าย เอียง
ขวา โงกหน้า หงายหลังนะ ไอ้ที่นั่งงอก่องอขิง แก้สันดานเดิมให้ดีทีเดียว ตั้งกายให้ตรงนิ่ง กลางของกลางๆๆ
68
ดับหยาบไปหาละเอียด ตั้งเครื่องให้นิ่งอธิษฐานให้ใส บุญที่ข้าพเจ้าได้เคยทำทั้งทานทั้งศีลมีเท่าไรกลั่นมาให้
หมดทีเดยี ว บญุ ทเี่ คยไดเ้ จริญมาเทา่ ไหร่ทัง้ ศีลและสมาธิเรียกมาให้หมด จเี้ ข้ากลางของกลางๆๆ เรียกบญุ บารมี
30 ทศั ทานบารมี วริ ิยบารมี ขนั ติบารมี เอามาให้หมดทีเดียว
นึกน้อมเรียกเอาบุญทานบารมี 30 ทัศ ทานบารมี ศีลบารมี เนกขัมมะบารมี ปัญญาบารมี วิริยบารมี
ขันติบารมี สัจจะบารมี อธิษฐานบารมี เมตตาบารมี อุเบกขาบารมี 10 บารมี ทั้งอุปบารมีและอนุบารมี รวม
เป็น 30 บารมี 30 ทัศ สร้างไว้เท่าไรขอให้มาช่วยข้าพเจ้าเถิด ตั้งโรงกลั่นทีเดียว กลางของกลางๆๆ น่ิง
เครอ่ื งยนตจ์ ะว่งิ ดีต้องต้ังลกู ดิ่งใหด้ ี เพลาครบ ธรรมะเหมือนกันจะกลนั่ กต็ ้องต้งั กายให้ตรง เดนิ เครื่องหมุนขวา
จี้เข้ากลางของกลางๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียดๆ ใสละเอียดๆ บีบคั้นเอาน้ำมัน เหมือนเราได้น้ำมันทะลัก
ออกมา เราค้นั บุญออกมาเข้ากลางของกลางๆ ดับหยาบไปหาละเอยี ดๆ ใสละเอยี ด หนักไปทเี ดียว ไมต่ ้องถอย
จี้เข้ากลางของกลางๆๆ บุญเก่าเราก็กลั่นแล้ว บุญใหม่ก็ออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องไปกลั่นทำให้ใส โดย
อธิษฐานกลั่นกาย กลั่นวาจา กลั่นใจ อธิษฐานให้เป็นกรด เป็นอัสนียธาตุ เป็นกรดกัดกินละลายร่างกายของ
ข้าพเจ้า กายเนื้อ กายทิพย์ กายพรหม อรูปพรหม ให้กาย วาจา ใจ ของจ้าพเจ้าใสสะอาด เป็นทองคำ
ธรรมชาติ ฝา่ ยบุญคาบปราบลว้ นทเี ดยี ว บาปไมเ่ อา นึกนอ้ มอธษิ ฐานกล่ันกาย สุดหยาบ สดุ ละเอียดใหใ้ ส ของ
สกปรกลามกอะไรมากระทบละก็ ขอให้มันกัดกินละลายไปจนถึงท่ีมาให้หมดทีเดียว กัดกินละลายถังทีม่ า ใคร
ด่าให้มันละลายกลับไปถึงคนนั้น ใครทำไม่ดีก็เหมือนกัน อธิษฐานกลั่นกายให้ใสเปน็ แก้วให้สมกับตัวเราเป็นที่
รองรับพุทธรัตนะ สงั ฆรตั นะ ธรรมรตั นะ
จี้เข้ากลางของกลางๆๆ นิ่ง ตั้งกายให้ตรง กลั่นบุญเสียตอนนี้ ชาติต่อไปจะได้ไมต่ ้องเสยี เวลากลัน่ บญุ
กนั อีก จ้นี งั่ เข้ากลางของกลางๆ น่งิ เข้าไปประคองใจสมั มาอะระหงั ๆ เอาจิตปักตรกึ หยดุ นง่ิ ไม่เอนซ้าย เอนขวา
โงกหน้า หงายหลัง จี้เข้ากลางนิ่ง ภาวนา สัมมาอะระหัง นิ่งลงไปอย่าถอน เราสร้างบุญใหมว่ ันนีเ้ พ่ือจะได้เป็น
บญุ เก่าในวันขา้ งหนา้ ให้ได้ใสทเี ดียว ภาวนาไมย่ อมเลกิ สัมมาอะระหัง นง่ิ เขา้ ไป
ท่านมหากัสสปะมีลูกศิษย์ 2-3 คน คอยปฏิบัติอุปัฏฐาก ท่านตักเตือนไม่ให้เกะกะเกเร ไม่ให้ดื้อ พอ
พระกสั สปะเผลอเท่านนั้ มนั เอาไฟเผาศาลาทีเดยี ว ไฟเผากุฏิทเี ดียวไม่เหลอื หลอ พระมหากัสสปะกลบั มาเหลือ
แต่เสา เรื่องถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านก็ประชุมสงฆ์ทีเดียว ท่านระลึกชาติไปดู ท่านเห็นอาศัยฌาน
ธรรมกาย ศิษยล์ ้างครูคนน้ีไม่ใช่ด้ือว่ายากแต่ชาตนิ ้ี เมื่อชาตกิ อ่ นเกิดเปน็ ลิงอาศัยอยู่ต้นไมเ้ ดียวกับนกขม้ิน นก
ขมิ้นรู้จักทำรังอยู่บนยอดไม้ ลิงไม่รู้จักทำรัง พอฝนตกนกขมิ้นเข้าไปอยูในรังของตนก็ไม่เปียก เจ้าลิงไม่มีรังจะ
อยู่ เปียกหมด เจ้านกขมิ้นก็เตือนวา่ เห็นไหมเจ้าลงิ ข้าก็คอยเตือนให้เจ้าสร้างรังอยู่ หน้าตาเจา้ ก็เหมือนมนษุ ย์
มีมือมีตีนเหมือนกัน ควรจะสร้างบ้านสร้างเรือนอยู่อย่างมนุษย์บ้างซี เตือนเท่านี้ไอ้ลิงไม่พอใจทีเดียว ตะกาย
ข้ึนยอดไม้ได้ละกห็ กั กงิ่ ท่ีมีรังนัน้ ทิง้ เลย
69
นกขมิ้นพอสิ้นชาตินั้น ทำบุญทิ้งเวรทิ้งกรรมบำเพ็ญเพียรหนักเขา้ ได้เป็นพระมหากัสสปะ สังฆนายก
องค์แรกของพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้านิพพานท่านเป็นสังฆนายกแล้ว เจ้าลิงตัวนั้นเป็นลูกศิษย์มันติด
สนั ดานมาแตช่ าติกอ่ นๆ
เรามาสถานที่นี้ เรามาตั้งใจบำเพ็ญเพียร ถ้าชาตินี้ยังเกะกะ ยังคุย ยังไม่เป็นเรื่องเป็นราวอยู่ ให้รีบ
แก้ไข มิเช่นนั้นชาติต่อไปๆ อายเขาทีเดียว ขนาดมาอยู่อย่างนี้เรื่องคุยไม่เอา เวลาตั้งธรรมตั้งกายตรงเหมือน
กายพรหม ต่อไปชาติหน้าๆ ไปฟังพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปเทศน์แล้วไปนั่งโงกเงก อายเขานะ ตั้งใจเสียใหม่ ถ้า
เมอ่ื ยก็พลกิ ขาน่งั งอกอ่ งอขิงนน่ั ขอทานไมใ่ ช่ผ้ปู ฏิบัติธรรม ทำตัวใหส้ มกับเป็นธรรมชาติ
อีกอย่างเวลากินข้าว ตามเม็ดข้าวไปทีเดียว หิวตรงไหน อิ่มตรงไหนเม็ข้าวไปทางไหน ตามไปได้ละก็
นั่นเป็นศูนย์กลางกาย เราเคยดูหนังกันแล้วเวลาพระเอกถูกขังจะแหกคุกหนี ต้อรอให้ผู้ร้ายมนั เข้าไปก่อน มัน
เขา้ เอาอาหารไปให้บ้าง เอาอุปกรณ์อะไรไปให้บ้าง พอไดท้ ีพระเอกล็อคคอแผลงฤทธนิ์ ั่นเป็นหนงั ดูมาเยอะแล้ว
ทางโลกเป็นอย่างไร ทางธรรมเป็นอย่างน้ัน เวลาเราหิว ตัวหิวออกมาจากกลางกาย พอเรากินข้าวเราตามเม็ด
ข้าว ข้าวเหมือนผู้คุม พอข้าวเข้าไปจากทางตัวอิม่ ก็ออกมารับทีเดียว จับให้มันเปน็ พระเอกล็อคคอไว้ให้ได้ อ่ิม
ตรงไหนหวิ ตรงไหน ตรงนนั้ ศนู ย์กลางกาย ถา้ อ่ิมตอื้ แลว้ หาไม่เจอ พระเอกไม่รอให้ผ้คู ุมออกมาพ้นมือ พอผู้คุม
เข้าได้ท่าก็ล็อคคอหนักเลย ธรรมะอย่างไรทางโลกอย่างนั้น ตั้งใจไว้ให้ดี เวลากินข้าวตั้งใจตามเม็ดข้าวเข้าไป
จับตรงน้ี แล้วจะหาจุดศูนย์กลางได้ง่าย ทำให้ดูแล้ว เวลาพระจะฉันขา้ ว ท่านหลับตากอ่ น ประคองใจมั่น แล้ว
ค่อยตามเม็ข้าว เราก็ต้องเอาอย่างนั้น ไปหาศูนย์กลางกายกายตั้งใจแก้ไข อธิษฐานตั้งใจแก้ไขความดื้อ ความ
ว่ายากอย่าได้เกิดแต่ข้าพเจ้าทีเดียว ถ้าชาตินี้ยังดื้อ ยังว่ายากยังประมาทละก็ เหมือนลิงกับนกขมิ้นคู่นั้น จอง
ล้างจองผลาญต้ังแต่ยังเป็นลิงเปน็ นก จนเป็นพระดว้ ยกนั ทัง้ คู่
เอาละวันนพี้ กั ได้ ใหไ้ ดด้ วงตาเห็นธรรม ใหส้ ำเร็จมรรคผลนพิ พานด้วยกนั ทกุ คน
70
71
มงคลชีวติ ประการที่ 6 : ต้ังตนชอบ
มงคลชีวติ คาถาที่ 5 ทำบุญมาดแี ลว้ แตช่ าติปางก่อน อธิบายมาแล้ว
มงคลชีวิตคาถาที่ 6 ตงั้ ตนไว้ในท่ีชอบ ตั้งใจฟังให้ดี ทีอ่ น่ื เขาอธิบายกันแต่ในแนวปริยัติ วิชาธรรมกาย
เท่าน้ันจงึ แสดงได้ในแนวปฏบิ ตั ิจะชแี้ สดงได้ตอ้ งเหน็ เองรเู้ อง ตง้ั ใจอยา่ งไรบอกแลว้ ตง้ั ใจคดิ ต้งั จฟัง ตงั้ ใจทำ
ตั้งตนไวใ้ นที่ชอบ เป็นมงคลชวี ิตอันสงู สุด ไม่ว่าคฤหสั ถ์ หรือบรรพชิต ตั้งตนในที่ชอบได้ดีทีเดียว เป็น
จุดมงคล
กอ่ นอื่นตอ้ งรวู้ ่าตนคืออะไร ตนคือตวั เราทน่ี ั่งอยู่นี่มีเนื้อมีตวั มหี ัวมีตีนมกี ายมีใจ เข้ากลางของกลางถึง
กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรม กายธรรมก็เป็นตนเหมือนกัน แต่ตนเป็นชั้น ๆ เข้าไป
เมอื่ มีหลายช้ันตอ้ งรู้จักต้ัง ตงั้ ไม่ถูกกเ็ ลอะทีเดียว
ภาวนา สัมมาอะระหังๆ น่งิ ทเี ดยี ว ประคองใจให้น่ิง ทางโลกตง้ั ต้นไว้ในท่ชี อบเป็นนักเรียนก็ขยันหมั่น
เรียนหนังสือ ศรัทธาเคารพในพ่อแม่ เป็นแคน่ ักเรยี น ถ้าเปน็ ผูใ้ หญ่เปน็ หวั หน้าแล้วต้ังตนโดยประการแรก ต้อง
มีศรัทธา เชื่อในความดี ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ถ้าไม่ตั้งอย่างนี้เป็นผู้ใหญ่ไม่ได้ ต้องเชื่อในกฎแห่งกรรม ต่อมา
ตอ้ งมศี ีลสะกดให้แนน่ เข้าไปอีก อยอู่ ยา่ งฆราวาสก็มีศลี 5 ภาวนาสมั มาอะระหังๆๆ นิง่ เข้าไปนะ ฆราวาสต้องมี
ศลี มาค้ำ
สิ่งที่มาค้ำศีลคือทาน ตระหนี่ขี้เหนียวไม่ได้ ถ้าไม่มีศีลละก็ทรัพย์สมบัติใครก็อยากได้แล้ว คู่ยังตัวเมีย
ใครกอ็ ยากได้ เจอเนอ้ื ก็น้ำลายสออยากกนิ ปาณาตบิ าตขึ้นแลว้ เอาทานคำ้ ศลี ศีลคำ้ ศรัทธา กว่าจะเอาทานมา
ค้ำศีลได้ กว่าจะรู้ว่าของที่มีอยู่ไม่ใช่ของกูก็ยาก มีที่นาเป็นร้อยๆ พันๆ ไร่ แต่ไปโกงเขามา ฉ้อเขามา กินไม่ได้
นอนไม่หลับเหมือนลูกหมาได้มะพร้าวมาทั้งเปลือก กินไม่ได้ ติดเปลือกอยูน่ ั่น ต้องมีทานไม่ตระหนี่ ฟังบัณฑติ
การฟังโดยเรียนเป็นพหูสูต บัณฑิตอยู่ไหนไปฟังทีเดียว แล้วจะเกิดปัญญา มีศรัทธายึดมั่น ไล่กันเป็นวงจร
ศรัทธาในกฎแห่งกรรม ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชัว่ เอาศีลมาค้ำศรัทธา เอาทานมาค้ำศีล ถ้าไม่ได้สดับตรับฟังใครเขา
ทำอะไรกนั ท่ีไหน เวลามานั่งธรรมะอาจารย์แก้ไขใหใ้ ครบา้ งให้ฟังไว้ เผือ่ ตรงกบั ของเราจะได้แก้ไข ตะแคงหูฟัง
แลว้ จะเกดิ ปญั ญา
ทางธรรมก็เหมือนกัน จะมาปฏบิ ตั ธิ รรมกนั ท่นี ่ีต้องมีศรัทธามาก่อนแล้ว ศรัทธาเป็นพระธรรมอยู่ในตัว
แม้จะไม่เห็นอะไร ประคองนิ่งด้วยศรทั ธาสัมมาอะระหังๆๆ แล้วตั้งนิมิตใหช้ ัด เป็นดวงใส ขนาดแว่นตาดำของ
เรา ถา้ ยังหานิมติ หาศูนย์กลางกายไม่เจอก็นึกน้อมเอาเส้นด้ายมา 2 เสน้ ตดั กันตรงกลางเป็นดวงใส พระธรรมี
จริงอยา่ งน้ี
72
ในสมัยพทุ ธกาลมีผู้หญิงคนหน่ึงเป็นนางพราหมณี นับถือพระพุทธเจ้านัก ศรัทธามากทีเดียว แต่ยังไม่
เอา ยังออกนอกลู่นอกรอย เมียเคารพนักไม่ว่าจะทำอะไรตกอกตกใจ ลื่นหกล้ม จะไปไหนมาไหนก็สัมมาอะ
ระหัง นึกถึงพระพุทธองค์อยู่ทีเดียว ไม่สัมมาอะระหังก็นโมตัสสะ... ว่าไป ยังได้ยินเข้าก็โกรธนัก บังคับเมียให้
เลกิ เมยี ไมย่ อม เพราะศรัทธาในพระพุทธพระธรรมพระสงฆน์ ั่น มีอยวู่ นั หนึ่ง ยงั ไม่เชญิ ชีเปลือยมาแล้วเชิญมา
500 คน ยังสั่งเมีย ถ้าอุทานนโม หรือสัมมาอะระหังเมื่อไรจะฆ่าทิ้ง เสียแต่เมียศรัทธาพระพุทธ พระธรรม
พระสงฆ์นกั เมยี บอกวา่ ฆา่ เป็นฆา่ พอถึงวันเลย้ี งเมยี ลืน่ หกลม้ ก็อทุ านสัมมาอะระหัง นโม...ไปทเี ดียว ปริพาชก
ที่มาในวันนั้นได้ยินบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ต่อหน้าตนก็โกรธบุกขึ้นไปจากบ้าน ยังจะตีเมียตาย แต่
เมียไม่กลัว ยังโกรธไปหาพระพุทธเจ้าว่าสอนเมียของตนอย่างไร พระพุทธเจ้าเทศน์ทีเดียวเป็นพระอริยบุคคล
ไปทเี ดยี ว เลกิ นับถือชเี ปลอื ย
เราไปดทู ีเดยี วว่านางพราหมณแี กไปเจออะไรดี อยากรู้กเ็ ข้ากลางของกลางๆๆ นงิ่ เข้าไปเอาจิตน้อมไป
ทกี่ ลางกายภาวนาสัมมาอะระหัง นง่ิ พอถูกสว่ นเหน็ ดวงธรรมใสลอยข้นึ มา พอถูกส่วนถึงดวงศลี นางพราหมณี
เห็นดวงศีลอันนี้จึงมีศรัทธามั่น เชื่อทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว ดวงศีลจึงได้สุกใสนัก นางพราหมณีเห็นดังนั้นก็เข้า
กลางของกลางๆ นงิ่
เบือ้ งแรกของนางพราหมณมี ีศรัทธายึดมัน่ แลว้ จึงเหน็ ดวงศีล นางก็เอาตัวของนางที่เรียกว่าตนเอาเข้า
ไปอยใู่ นดวงศีล เอาเนือ้ ตัวหัวตนี ที่เรยี กว่าตน ตงั้ เขา้ ไปกลางดวงศลี เขา้ กลางของกลางๆๆ ดวงศีลถึงดวงสมาธิ
กลางดวงสมาธถิ ึงดวงปญั ญา กลางดวงปญั ญาถึงดวงวิมุตติ กลางดวงวิมตุ ติถงึ ดวงวิมุตติญาณทัศนะ กลางดวง
ญาณทัศนะพอถูกส่วนถึงกายมนุษย์ละเอียด จี้เข้ากลางกายมนุษย์ละเอียดถูกส่วน ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกาย
มนุษย์ละเอียดลอยขึ้นมา เอากายมนุษย์ละเอียดซึ่งเป็นตนเหมือนกันเอาไปตั้งกลางดวงธรรม กลางของ
กลางๆๆ น่ิงลงไป ศรัทธาม่ันทีเดียว เขา้ กลางปฏบิ ัติบูชาไปทีเดียว ปฏิบัตถิ กู ส่วนเขาไปถึงดวงศลี เขา้ กลางดวง
ศลี กลางของกลางๆ นิง่ ถกู ส่วนถงึ ดวงสมาธิ ตัง้ มน่ั เอากายมนุษยล์ ะเอียดตั้งม่ันในดวงสมาธิ กลางของกลางๆ
ถูกส่วนถึงดวงปัญญา เอากายมนุษย์ละเอียดตั้งมั่นในดวงปัญญา เข้ากลางของกลางๆๆ ดับหยาบไปหา
ละเอยี ดๆๆ ใสละเอยี ด กลางดวงปญั ญาถึงดวงวิมุตติ กลางดวงวิมุตติถึงดวงวิมุตติญาณทัศนะ กลางดวงวิมุตติ
ญาณทัศนะพอถูกส่วนถงึ กายทิพย์
พอถึงกายทิพย์จี้กลางกายทิพย์ เอากายทิพย์ตั้งไว้ที่ชอบ คือศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายทิพย์
ประคองไว้ให้นิ่งพอถูกส่วนถึงดวงศีล เข้ากลางดวงศีล ถึงดวงสมาธิ กลางดวงสมาธิถึงดวงปัญญา กลางดวง
ปญั ญาถงึ ดวงวิมตุ ติ เข้าดวงวมิ ตุ ติถึงดวงวมิ ุตตญิ าณทศั นะ กลางดวงวมิ ุตตญิ าณทัศนะถงึ กายทิพยล์ ะเอยี ด
กายทิพย์ละเอียก็ต้องตั้งไว้ดี มิฉะนั้นศีลขาด ศรัทธาหลุดหมด เป็นเทวดาเป็นทิพย์ยังไม่หมดกิเลส มี
แตศ่ ีล เข้าไปกลางของกลางๆ ดบั หยาบไปหาละเอียด ใสละเอยี ดๆ เอากายทิพย์ตังนิ่งไว้กลางดวงธรรม พอต้ัง
73
ถูกส่วนเข้ากลางรุดหน้าไปเรื่อย เข้าไปลกางดวงศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัศนะ ถึงพรหม อรูป
พรหม เขา้ ไปหมดทเี ดยี ว
เข้ากลางของกลางๆ นิ่งไป ทัง้ มนุษย์ ทัง้ ทิพย์ ทั้งพรหม อรูปพรหม ศรัทธาเชือ่ ว่าทำดีได้ดี ศรัทธาว่ามี
ศีลดี สมาธิดี ปัญญาดี แต่ปัญญาของมนุษย์ ทิพย์ พรหม อรูปพรหมยังเป็นปัญญาไมจ่ ริง กิเลสยังหุ้มอยู่ ถ้าถึง
แค่นี้ เมื่อยคลานไม่ยอมยังตายชีวิตให้เพราะไปเจออะไรดีมาแล้ว ตามเข้าไปดูกลางของกลางๆ นิ่งพอถูกลาง
อรูปพรหมถูกส่วนเจอธรรมกาย เมื่อตามมาถึงธรรมกายนี้เอง ศรัทธาถึงได้ไม่ง่อนแง่นไม่คลอนแคลน พอถึง
ธรรมกายกม็ ่ันทเี ดียว ยงั เอาอโี ตม้ าขูก่ ็ไม่กลวั อัดธรรมกายเป็นท่ีพ่ึงทเี่ กาะ
ธรรมกายต้องตั้งในท่ีชอบ ตั้งที่ศูนย์กลางกาย กลางของกลางๆ นิ่งทีเดียว พอถูกส่วนกลางดวงธรรม
ถงึ ดวงศลี กลางดวงศีลถึงดวงสมาธิ กลางดวงสมาธถิ ึงดวงปัญญา กลางดวงปญั ญาถงึ ดวงวมิ ตุ ติ กลางดวงวิมุตติ
ถงึ ดวงวิมตุ ตญิ าณทศั นะ กลางดวงวิมุตตญิ าณทศั นะ เจอธรรมกายอกี เหมอื นกัน
ธรรมกายหน้าตกั หย่อน 5 วา สงู เกอื บ 5 วา ใสเปน็ แกว้ เกศเป็นดอกบัวตูม เป็นพระปฏิมากรนั่งอยู่ใน
ดวงธรรม เหมือนมีแก้วใสครอบอยู่ ใสจนมีรัศมีจี้เข้ากลางของกลางๆ นิ่ง นิ่งให้ถูกส่วน ถึงธรรมกายพระโสดา
สูง 5 วา หน้าตกั กว้าง 5 วา นางพราหมณีถงึ นี่ ไม่กลัวยังไม่กลัวตาย เพราะมาถึงธรรมกายพระโสดา สักกายะ
ทิฐิหลุดไปหมดทีเดียว ความถือว่ากายเนื้อตัวของหมด อีโต้มาขู่ไม่ได้กลัว เป็นพระโสดาไม่คลอนไม่แคลนศีล
มนั่ มดปลวกไมย่ อมฆ่า
จเี้ ขา้ กลางของกลางๆ นิง่ กลางดวงศลี ถงึ ดวงสมาธิ กลางดวงสมาธิถึงดวงปัญญา กลางดวงปัญญาถึง
ดวงวิมุตติ กลางดวงวิมุตติถึงดวงวมิ ุตติญาณทศั นะ กลางดวงวิมุตติญาณทัศนะ พอถูกส่วนธรรมกายพระโสดา
ละเอยี ดเกิดขน้ึ ในหนักขึ้นไป ธรรมกายพระโสดาก็ตอ้ งต้ังให้ชอบ กลางดวงธรรมที่ทำใหเ้ ป็นธรรมกาย
จี้เข้ากลางของกลางๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียด ใสละเอียดๆ กายธรรมพระโสดาละเอียด ตั้งในดวง
ธรรมน่งิ ปฏบิ ตั บิ ชู ากลางดวงธรรมถึงดวงศีล กลางดวงศีลถงึ ดวงสมาธิ กลางดวงสมาธิถึงดวงปัญญา กลางดวง
ปัญญาถึงดวงวิมุตติ กลางดวงวิมุตติถึงดวงวิมุตติญาณทัศนะ กลางดวงวิมุตติญาณทัศนะพอถูกส่วนถึง
ธรรมกายพระสกิทาคา ธรรมกายพระสกิทาคาหน้าตักกว้าง 10 วา สูง 10 วา เกศดอกบัวตูม ดอกใสเป็นแก้ว
เลยทีเดียว ธรรมกายพระสกิทาคากต็ ้องตั้งใหช้ อบ ตง้ั ไว้ในดวงธรรมสกิทาคา อนาคา อรหัต เหมือนกนั ตอ้ งต้ัง
ในท่ชี อบคอื ในดวงธรรม
ตั้งเข้ากลางของกลางๆ นิ่ง ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดานะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราก็เหมือนกัน มีคนไป
ถามท่านว่าท่านเคารพใคร ท่านว่าทานไม่ได้เคารพใคร ท่านเคารพพระธรรม เคารพอย่างไร เคารพเข้ากลาง
ดวงธรรม เอาธรรมกายของทา่ นไปต้ังไวใ้ นดวงธรรม
74
เราเป็นมนุษย์ยังไม่หมดกิเลสต้องหมั่นทำตามที่พระพุทธองค์ทำ เข้าถึงดวงธรมก็ตั้งไว้กลางดวงธรรม
เอากายทุกกายตั้งไว้กลางดวงธรรม ตั้งนิ่งๆ เข้ากลางของกลางๆ ดับหยาบไปหาละเอียดๆ ใสละเอียด ใสหนัก
เข้าไปตลอด 18 กาย มนุษย์ ทิพย์ พรหม อรูปพรหม โสดา สกิทาคา อรหัต หยาบละเอียด รวม 18 กาย ต้อง
ตง้ั นง่ิ กลางดวงธรรม
เข้ากลางของกลางๆ ดับหยาบไปหาละเอียดๆ ใสละเอียดๆ ตั้งตนไว้ชอบเป็นอย่างนี้ คราวนี้เรามา
ปฏิบัติธรรม ตั้งตนไว้ชอบ ตั้งตนไว้ที่ศูนย์กลางกาย ภาวนาสัมมาอะระหังๆ เอาจิตจดหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกาย
เอาตนของเราท่ีวา่ หนักๆ นแ่ี หละ เอาไปตง้ั ท่ีศูนยก์ ลางกาย ภาวนาสัมมาอะระหงั ๆ ถา้ ต้ังมนั่ อยา่ งนี้ ศรัทธาไม่
คลอนแคลน ศีลใสเป็นแก้ว มีทรัพย์สินเงินทองเมื่อใดก็พร้อมที่จะทำทานทีเดียว เอาจาคะเป็นทานค้ำไว้
ภาวนาสัมมาอะระหังๆๆ นิ่ง ตั้งใจให้ดี ตั้งใจนที่ศูนย์กลางกาย ตั้งตนก็เหมือนกัน ตั้งไว้ชอบที่ศูนย์กลางกาย
ภาวนาสมั มาอะระหังๆ เอจิตนกั เขา้ กลางไมเ่ อนเอียง ภาวนาสัมมาอะระหงั ๆๆ
75
มงคลชีวติ ประการที่ 7 : เป็นพหูสูต
บัดนี้เรามีศีล 8 แล้ว ต้งั ต้นไวใ้ นที่ชอบไม่ให้คลอนแคลน ภาวนาสมั มาอะระหัง ๆๆ ให้ม่ัน อย่าไปคาย
ศีลทิง้ ศีลเหมอื นแกว้ กายสิทธิ์ ต้องรกั ไว้ให้ดี สัตว์ถา้ รักษาศลี ไม่ชา้ กลายเปน็ คน หมู หมา กา ไก่ ถา้ รกั ษาศีลได้
ก็กลายเป็นคนได้ ภายในไม่กี่ชาติ บางทีเป็น 1 ชาติ 2 ชาติ 3 ชาติ ต้องรักษาศีลให้มั่นทีเดียว คนเหมือนกัน
รักษาให้มัน่ ได้กลายเป็นเทวดา ถ้าคนทำลายศีล คายศีลทิ้งก็กลายเป็นสตั ว์ไดเ้ หมือนกัน อย่าคิดว่าตัวเก่ง อย่า
ประมาท ตอ้ งตั้งตนไว้ในทช่ี อบ ตั้งไวก้ ลางของกลาง ๆๆ นง่ิ ๆ ดับหยาบไปหาละเอยี ด ๆ ใสละเอยี ด ๆ ใสหนัก
เข้าไป เกิดเป็นคนต้องเอาตนไปตั้งไว้ในที่ชอบ คือ ตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกายตั้งในศีล ถ้าเอาไปตั้งไว้ที่อื่น ศีลขาด
อาจกลายเป็นหมู หมา กา ไกไ่ ด้ จากเป็นคนทำใหเ้ ป็นเทวดา พรหม อรปู พรหม ไลข่ น้ึ มาจนถึงพระนพิ พาน
ทำให้ใสนะแล้วก็ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆๆ ตั้งให้มั่น ถ้าตั้งมั่นอย่างนี้พระนิพพานไม่ไกล ภาวนา
สัมมาอะระหัง ๆ หยุดตรึกนิ่ง ตั้งตนไว้ในดวงธรรมอย่างนี้เป็นมงคลสูงสุด ตั้งเข้ากลางของกลาง ๆๆ น่ิง
ยกระดับจิตของเราให้ขึ้นมาจากมนุษย์เป็นเทวดา พรหม อรูปพรหม ธรรมกายโสดา สกิทาคา อนาคา อรหัต
ยกจากมนุษย์ให้เป็นธรรมกาย ให้เป็นธรรมกายทั้งข้างนอกและข้างใน ข้างในเป็นธรรมกายแล้ว เอากายของ
เรากลั่นให้หนัก อธิษฐานหนักขึ้นไป ศีลถือให้มั่น สมาธิให้มั่น ปัญญาให้มั่น ทำความดีหนักขึ้นไป ศีล สมาธิ
ปัญญาของเราถ้าถือให้มั่นกลั่นกายเนื้อของเราให้เป็นธรรมกายได้ ถ้ากลั่นกายเนื้อเป็นธรรมกายได้ก็เป็นพุทธ
รัตนะทั้งข้างนอกและข้างใน มาปฏิบัติธรรมมีเวลาไม่มากนักกลั่นให้ใสทีเดียว กายข้างในเป็นธรรมกายแล้ว
กลั่นกายข้างนอกให้ได้ด้วย ตั้งใจมั่นถ้ากลั่นได้ทั้งข้างนอกข้างใน เป็นการตั้งตนไว้ในที่ชอบ ภาวนา สัมมาอะ
ระหัง ๆ เอาจิตปักจดนิ่งไม่เอียงซ้าย เอนขวา ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆ นิ่งทีเดียว ตั้งตนไว้ให้ดีทีเดียว ไม่ออก
นอกลนู่ อกทาง ต้งั ใจไวใ้ หด้ ี ต้ังใจให้มน่ั ที่ศนู ยก์ ลางกาย พอตั้งมั่นก็รวมใจน่งิ
หยุดในหยุด ๆ กลางของหยุดในหยุด ตรึกในตรึก ๆ กลางของตรึกในตรึก ตรึกลงไปในดวงธรรมที่ทำ
ให้เปน็ พระปัจเจกพทุ ธเจา้ หยาบละเอียดตัวเราทัง้ 18 กาย
ตรึกในตรึก ๆ กลางของตรึกในตรึก หยุดในหยุด ๆ กลางของหยุดในหยุด หยุดลงไปในดวงธรรมที่ทำ
ให้เปน็ พระปัจเจกพุทธเจ้า หยาบละเอียดตวั เราท้ัง 18 กาย หยุดนิ่งทัง้ 18 กาย ไมเ่ อนซา้ ย เอยี งขวา โงกหน้า
หงายหลงั พอถงึ ตรงนีเ้ ดินฌาน
เวลาดูหนังสือ ตาเราก็ดูไป แต่ความรู้มีเท่าไหร่ เอามาเก็บไว้ในพุงในท้องเราได้หมด เวลาทำงานก็
เหมือนกัน ใจเราตั้งใจที่ศูนย์กลางกาย มือทำไป เอางานทั้งหมดมาตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกาย นิ่ง ภาวนาสัมมาอะ
ระหัง ๆ
เคยเล่าให้ฟังแล้วอุบาสิกาทองสุข ผู้เป็นอาจารย์ของอาจารย์อาตมาอีกทหี น่ึง นั่งฝึกธรรมะเท่าไหร่ ๆ
ก็ไม่ได้ 4-5 ปี แล้วก็ยังไม่ได้ ในวัดปากน้ำทีเดียว ไปอาสาเอากระโถนพระมาขดั พระฉันเพลเสร็จแลว้ กเ็ อามา
76
ขัด พระมี 400 กว่ารูป กระโถนเป็นร้อย ๆ ท่านเอาไปรวมกันที่ท่าน้ำเป็นรอ้ ย ๆ เวลาท่านขัด ก็ไม่เหมือนคน
อื่นเขาขัดกัน เวลาท่านขัดใจไม่ได้อยู่ที่กระโถน ท่านเอาใจของท่านไว้ที่กลางกาย นึกขัดจิตของตนเอง ท่านจึง
ไดเ้ ห็นธรรมะ
เราก็เอาอย่างนั้น จิตหยุดนิ่ง ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆ ประคองใจให้มั่นให้ใสให้ตรงเนื้อตรงกายน่ิง
ทเี ดยี ว
วนั นีอ้ าตมาจะแสดงธรรมตอ่ ไปในเรอื่ งพหูสูต
ผู้เปน็ พหูสูตจะนำมาซึ่งความเจรญิ อันสูงสดุ เปน็ มงคลอันสงู สดุ
พหูสูตเป็นผู้ที่รู้มาก เห็นมาก ทำมาก จะรู้มากอย่างเดียว ไม่ได้ทำด้วยก็ไม่ได้ ต้องรู้มาก ๆ ทำมาก ๆ
จงึ เป็นพหูสตู
มีตัวอย่าง พวกเรามาปฏิบัติธรรม หัดเดินจงกรม ชักเริ่มรู้ว่าเวลาเราเดิน เราต้องประคองใจเราไว้ท่ี
ศูนย์กลางกาย นิมิตเราต้องตั้งให้มั่นที่ศนู ย์กลางกาย จิตของเราก็ต้องตั้งใหม้ ั่นด้วย เท้าจะเดินก็เดินไป เอาจิต
ตั้งมั่นที่ศูนย์กลางกาย เดินไป ประคองใจไว้ให้มั่น ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆๆ ค่อย ๆ เดินยกส้นขึ้นมา แล้วยก
เท้ากา้ วออกไป ถา้ ปลายเท้าจดดินกเ็ หยียบลงไป อยา่ น้อยตอ้ งมี 5 จังหวะ
คือ จงั หวะท่ี 1 ยกส้นเทา้
“ 2 ยกเทา้
“ 3 ยา่ งเท้าออกไป
“ 4 ปลายเทา้ เหยียบดนิ
“ 5 สน้ เทา้ จดลงไป
เดินจงกรมมี 5 จังหวะ เดินช้า ๆ ถ้าเดินเร็วจิตที่ประคองที่กลางกายจะออกไปหมด ถ้ารู้อย่างนี้เป็น
พหูสูตแล้ว เป็นพหูสูตจากการเดนิ จงกรม แลว้ ไดอ้ ะไรข้ึนมา เขากน้ั ทางทเี่ ดินจงกรมไว้ 20 เมตร เป็นอย่างส้ัน
ปรบั ท่ีให้ดีใหเ้ ตียน เวลาเดินประคองใจนิง่ ตัง้ นมิ ติ ทีศ่ ูนย์กลางกาย ภาวนาสมั มาอะระหงั ๆ เวลาเดินแรก ๆ ก็
ตง้ั ใจดี พอเดินไป 2-3 เมตร สัมมาอะระหงั กห็ ายไป นิมิตก็หายไปไม่รูว้ ่าหายไปตั้งแตเ่ ม่ือไร ไม่รูเ้ อาอีกทีเมื่อถึง
20 เมตรแล้ว เปน็ อยา่ งนที้ กุ คน เปน็ มากเปน็ น้อยแล้วแต่ เราสังเกตได้อย่างนี้ว่า ขนาดเดนิ จงกรมระยะทาง 20
เมตร จติ ของเราไม่สามารถจะตั้งมั่นได้
เราก็เอาปัญญาของเราพิจารณาดูว่า เมื่อเรายังเป็นนิสิตในมหาวิทยาลัย เรามองดูผู้ใหญ่ ดู
มหาวิทยาลัยรู้สึกไมพ่ อใจคนนัน้ ปกครองไมด่ ี คนนี้คอรัปช่ันบ้าง เราคิดจะปรับปรุงประเทศให้ดี ถ้าฉันไปนอก
77
ไปนากลบั มาจะไม่คอรัปช่ันจะทำอย่างโน้นอย่างน้ี นึกทีเดยี ว ไม่เฉพาะเราท่คี ิดอย่างนี้ พวกท่ีเขากำลังกินบ้าน
กินเมืองเกะ ๆ กะ ๆ แต่ก่อนเข้าก็คิดอย่างนี้ เขาเคยคิดอย่างเรามาก่อน เคยคิดจะปรับปรุงเมืองไทยมาก่อน
เหมือนกันแต่พอไปนอกกลับมา เริ่มทำงานจริง ๆ จัง ๆ เท่านั้น ตั้งใจจริงได้ไม่กี่วัน ตัวสินบน ตัวเสมียนหน้า
งาม ๆ กไ็ ปเสยี แล้ว โกงเสียแลว้ ทำงานเปน็ สิบ ๆ ปกี ็ไปเสียแล้ว อย่าไปโทษเขา ตวั เราขนาดเดนิ จงกรมแค่ 20
เมตร ได้ 5 เมตร เทา่ น้นั ใจยังออกไม่ไดเ้ ลย ถ้าเราดา่ เขาอีกหน่อยเป็นเหมอื นเขาเหมือนกนั
เดินจงกรมของเราให้มั่น 20 เมตร เดินให้มั่น จิตตั้งที่ศูนย์กลางกายให้มัน่ ชาติหน้าถ้าเป็นพระก็บวช
ไม่สึก ถา้ เปน็ ฆราวาสกไ็ มโ่ กงใคร ไม่คอรัปชน่ั ถ้าทุกคนเป็นอยา่ งนีป้ ระเทศไทยก็เจริญ ถ้าอยากใหป้ ระเทศไทย
เจริญกท็ ำอย่างนี้ หดั เสยี ต้งั แต่เด๋ยี วน้โี ดยการประคองใจนิ่งเวลาเดินจงกรม ภาวนา สัมมาอะระหัง ๆ นง่ิ ทีเดยี ว
ประคองใจนิ่ง เท้าเดินไปส่วนใจให้หยุด ลูกตาทอดไปไกลเกินวา แต่อย่าก้มหน้า ถ้าก้มหัวห้มหูละก็ขอทาน ข้ี
ข้าเขาเราไม่ใช่อย่างนั้น เราเป็นทายาทพุทธองค์จะไปไหนมาไหนเดินจงกรม ต้องให้คอตั้งบนบ่า ถ้าไม่ตั้งก็
เมื่อยคอ ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆ เอาจิตปักหยุดน่ิงตรงไปไม่เอนซ้าย เอียงขวา โงกหน้า หงายหลัง นิ่ง ระวัง
จะเดินเดินช้า ๆ เดินเหมือนช้างเดนิ ช้างตัวหนักเป็นตัน ๆ แต่เวลาเดนิ เดินเบา เวลาเดนิ จงกรมเหมือนกัน เท้า
กา้ วไป น้ำหนกั ท้ิงไว้เท้าหลังเทา้ หนา้ เหยยี บไวเ้ ตม็ ที่แล้วจึงค่อยเอาน้ำหนกั ลง เดนิ จงกรมเขาทำอย่างนี้ กษตั ริย์
เดินผู้ดีเดิน เขาเดินอย่างนี้ ถ้ายังเดินกระทืบส้นปัง ๆ นั่นขี้ข้าเดิน ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆ ประคองใจเดินจง
กลมไม่ให้จิตทะลักไปไหน ถ้าวันนี้ทำได้ 20 เมตร พรุ่งนี้ทำได้อีก 25 เมตร ฝึกกำลังใจให้ก้าวไป ข้างในก็
สัมมาอะระหัง ๆ นิ่ง ถ้าเป็นพหูสูตทำมาก รู้มาก เห็นมาก คืออย่างนี้ ธรรมะก็ได้ ไม่ช้าธรรมกายก็เห็น พระ
ธรรมก็เกิดขนึ้ เกิดพุทธรัตนะ ธรรมรตั นะ สงั ฆรัตนะ เกดิ ในตวั ในทางธรรม
ทางโลกก็เหมือนกัน ออกไปทำงาน กายมั่น ประพฤติทำตัวให้มั่น ทำประเทศชาติให้ก้าวหน้ามั่น
ทเี ดยี ว
พหูสูตดอี ยา่ งนี้ ทางโลกทางธรรมดีหมด การทำงานไม่เหมือนกับการเดนิ จงกรม ระยะการทำงานต่าง
กับระยะทางจงกรม เดินจงกรม 20 – 30 นาทีก็ถึงทาง 20 – 30 เมตรที่กำหนดเอาไว้ เวลาทำงาน จบ
มหาวิทยาลัยอายุ 25 ปี เป็นอย่างมาก มีระยะทางทำงานอีก 55 ปี ก็ปลอดเกษียณ ช่วงมันยาวกว่ากันจึงตอ้ ง
ฝึกหนัก ประคองใจให้มั่น ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆ ยิ่งระยะทางเดินจงกรมยืดออกไปทุกวัน ถ้าวันนี้เดินไปได้
10 ก้าว จติ มนั เคลอ่ื นไม่เปน็ ประคองใจใหน้ งิ่ วนั หลงั เดินเปน็ กิโลเมตรจิตไมห่ ยดุ ไปไหน
ก่อนจะทำอย่างนั้นได้ ต้องใช้เวลา ไม่ใช่ประเดีย๋ วประด๋าวมนั จะเหนื่อยเสียก่อน ที่จะเหนื่อยเสยี ก่อน
ทำอย่างไร ปู่ย่าตายายสอนนัก ให้ตั้งจิตอธิษฐานมั่นว่าถ้าทำไม่ได้เท่านี้ไปเลิก อาตมาบอกตั้งแต่ต้นว่าเมื่อ
อาตมาหัดนั่งธรรมะใหม่ ๆ นั่งได้ 20-25 นาทีเท่านั้น ท่านอาจารย์ก็ให้ตั้งสัจจะ นั่งไม่ได้ 30 นาทีไม่ลุก ทีแรก
ๆ ไมเ่ คยมนั ปวดเม่ือยเน้ือจะหลดุ ทีเดียว จะลกึ ขนึ้ จะผิดสจั จะบอกอาจารย์และต้ังสจั จะกับตวั เองแล้ว ถ้าไม่ได้
30 นาทีไมย่ อมเลกิ สัจจะมนั คั้นเอาไวเ้ อาจารย์ก็ยดื ไปอกี คราวนใ้ี ห้ได้ 35 นาที ต้งั สัจจะไวถ้ า้ ไม่ได้ 35 นาทีไม่
78
ลุก หนักเข้า ๆ เปน็ ชั่วโมงอยู่ได้จติ นิ่ง อาจารย์รมู้ าก เห็นมากสอนทีเดียว สอนเอาสจั จะมาค้ำความเป็นพหูสูต
ความรู้มาก เหน็ มากเอาไว้ ถ้ารูม้ าก เห็นมาก ไม่มีสจั จะเสยี คนมาแล้ว
การทำสัจจะเขาตั้งอธิษฐาน เอาจิตจดหยดุ น่ิงที่ศูนย์กลางกาย ภาวนานิ่งสัมมาอะระหัง ๆ นิ่งมั่นแลว้
ตั้งสัจจะกับตัวเอง ตั้งสัจจะแล้วต้องทำให้ได้ด้วย มิฉะนั้นติดไปทุกชาติ พระพุทธเจ้าของเราท่านหัดตั้งสัจจะ
อธิษฐานอยู่เสมอ เวลาจะทำอะไร เช่น ทำขันติบารมีระยะที่ท่านออกบวช ท่านบำเพ็ญขันติบารมี ท่าน
อธิษฐานว่ามดจะไต่ไรจะตอมก็จะไม่ขอลุกจากที่ ท่านอธิษฐานทีเดียว จะทำจิตให้หยุด เป็นเวลาเท่านั้นเท่าน้ี
วัน จาก 1 วัน เป็น 2 วันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ท่านทรงบอกไว้ว่าบางวันมดคลานจากหูซ้ายทะลุหูขวา บางวันเด็ก
เลยี้ งววั เลย้ี งควายเอาไม้มาแยงหทู ่านตอนทา่ นนอนอยู่ แต่ท่านมสี ัจจะค้ำอยู่ เอาสัจจะคำ้ ความเป็นพหสู ตู ท่าน
ไม่ยอมเกะกะไม่ยอมลึกขึ้น มดเข้าหูเข้าไป เด็กแหย่หูแหย่ไป ท่านก็นิ่งเพราะท่านทำอย่างนั้นทีเดียว ตามท่ี
ท่านต้ังสัจจะอธิษฐานมาจนจนวนั จะตรัสรู้ พอรบั ขา้ วมธปุ ายาสแลว้ กท็ รงอธิษฐานวา่ ถงึ เนือ้ หนังมังสาจะผุจะ
กร่อนจะผุยผง ถ้าไม่ได้เห็นธรรมะจะไม่ยอมลุกขึ้น จะขอยอมตายอยู่ที่นี่ แล้วท่านชนะจริง ๆ บรรลุเป็น
พระพทุ ธเจา้ คืนนน้ั ไดส้ ัจจะเอามาคำ้ ความเป็นพหสู ูต
พวกเราเรยี นกันมามาก จะจบได้เป็นบณั ฑติ อย่วู นั สองวนั แล้ว ใหม้ สี ัจจะมาค้ำเอาไวป้ ฏิบตั ธิ รรม ต้ังใจ
อยู่ 7 วัน ก็อยู่ให้ครบ ไม่ให้เสียสัจจะ ถ้าเสียก็จะเสียไปทุกชาติ ถ้าอย่างนี้ตัวก็ไม่เจรญิ ชาติก็ไม่เจริญ ภาวนา
สัมมาอะระหัง ๆๆ เอาจิตปักนิ่งที่กลางกาย ประคองให้ใสในใส ๆ ชัดในชัด ๆ ให้ใสชัดเป็นแก้ว แล้วทำ
ความรู้สึกกายใจเราให้เบา ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆ นิ่ง ๆ รู้มากเห็นมากดีอย่างนี้ แล้วต้องทำด้วย ต้องเอา
สจั จะมาค้ำ ต้ังใจมาปฏิบตั ธิ รรมแล้วไม่พูดไม่คยุ กัน ถ้าพูดคยุ กนั เดีย๋ วกช็ วนกันเลกิ ไม่ทำ จะรักษาสัจจะเหมือน
ไก่กกไข่ของตนเอง กกนิ่งสัมมาอะระหัง ๆ พอจิตปักจดหยุดนิ่ง เราตั้งใจกันมาอยา่ งดี แล้วจะถือศีล 8 14 วนั
ไม่นานเกินไป ต้งั ใจเอาใหม้ ั่นให้ใสเปน็ แก้ว เราไมส่ ามารถจะถือได้ตลอดชีวติ ถือได้คนื สองคืนก็ต้องให้ดี ตั้งมั่น
ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆ ให้นิง่ พอนงิ่ ถกู ส่วนดวงธรรมลอยขึ้นมาที่ศูนย์กลางกาย ดวงปฐมมรรคเกิดเป็นดวงใส
ลอยขึ้นทีศ่ ูนย์กลางกาย ถือศีลดีอย่างนี้ ดวงศีลใสสวา่ งเราเห็นทีเดียว พหูสูตทางโลกยงั ไมค่ ่อยเทา่ ไหร่ ถ้าเป็น
พหูสตู างธรรมเปน็ ดวงศีลลอยใสสวา่ งท่ีกลางกาย ธรรมะทางโลกนกึ วา่ ศลี เป็นตัวหนังสอื ในทางปฏิบัติเห็นเป็น
ดวงใส ลอยขนึ้ มา พหสู ูตเป็นอย่างนี้ พอถึงดวงศลี ใจเราก็ม่นั เจริญทีเดียว มน่ั เหมือน....ไม่สะเทือนด้วยแรงลม
แรงนำ้
ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆๆ จี้นิ่งเข้ากลางของดวงศีล จี้เข้ากลางของกลาง ๆ นิ่งเข้าไป พอเรามีศีลน่ิง
มั่นในศีล กายเนื้อของเราก็เริ่มเป็นสมาธิไม่วอกแวก ข้างในก็เกิดเป็นดวงใสขึ้นมาอีก เป็นดวงสมาธิ ผ่านจาก
ดวงศลี กเ็ ปน็ ดวงสมาธิ
เข้ากลางของกลาง ๆ ดวงสมาธินิ่ง ประคองใจที่ศูนย์กลางกายให้มั่นให้นิ่งที่ศูนย์กลางกาย กลางดวง
สมาธิ รักษาให้มั่นนิ่ง ๆ เหมือนเอาเข็มจดผ้าที่ขึงไว้ตึง ๆ แล้วทำให้ทำกายให้ใสให้เบา ทำความรู้สึกเหมือน
79
เพชรถูกห่อด้วยสำลี น่ิงลงไปกลางของกลาง ๆ ดวงสมาธิจี้นิ่งลงไป พอถูกส่วนเกิดดวงใส เข้านอกปัญญาเกิด
สว่างไสว ทำกายเบาใจเบาหนักเข้าไป มีอะไรมากระทบเรารู้ ข้างในก็มีเกิดเป็นดวงปัญญาใสลอยที่ศูนย์กลาง
กายใสสวา่ งหนักข้นึ เขา้ ไปกลางของกลาง ๆ ดวงปัญญานเ่ี ปน็ พหูสูต เขา้ ทเี ดยี วจ้นี ่ิงเข้ากลางของกลาง ๆ ดวง
ปัญญา ตงั้ ใจให้ดี
เข้ากลางของกลาง ๆ ดวงปัญญาถึงดวงวิมุตติ กลางดวงวิมุตติถึงดวงวิมุตติญาณทัศนะ กลางดวง
วิมุตติญาณทัศนะพอถูกส่วนเห็นกายมนุษย์ละเอียดเกิดขึ้น หรือเรียกว่ากายฝัน เราก็เป็นพหูสูตขึ้นมาอีกขั้น
หนึ่ง มนุษย์ธรรมดา เข้าไม่เห็นกายฝัน แต่เราเห็นแล้ว เป็นพหูสูตรู้ว่ากายเราไม่ได้มีกายเดียว แต่มีกายซ้อน
กาย นึกน้อมเอาจิตปักนิง่ เข้ากลางกายฝัน กลางของกลาง ๆๆ นง่ิ พอจติ ปกั น่งิ ถูกสว่ น ถงึ ดวงธรรมท่ีทำให้เป็น
กายมนุษย์ละเอียดใส เขา้ กลางของกลาง ๆๆ ดวงธรรมถึงดวงศีล ถือศลี เป็นสจั จะมั่น กลางดวงศลี ถงึ ดวงสมาธิ
กลางดวงสมาธถิ ึงดวงวมิ ุตติ กลางดวงวิมตุ ตถิ ึงดวงวิมตุ ตญิ าณทัศนะ เขา้ กลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทัศนะพอถูกส่วน
ถงึ กายทพิ ย์ ที่เปน็ เทวดาเปน็ อยา่ งนี้ กายน้ีไปไดต้ ลอดสวรรค์ 6 ชน้ั เปน็ พหสู ตู มาถึงกายนเ้ี ร่อื งสวรรค์ 6 ช้ันรู้
หมด
ภาวนาน่ิง จ้ีเขา้ กลางกายทพิ ย์ ถกู สว่ นถึงดวงศีล กลางดวงศีลถูกสว่ นเห็นดวงสมาธิ กลางดวงสมาธิถูก
ส่วนถึงดวงปัญญา กลางดวงปัญญาถูกส่วนถึงดวงวิมุตติ กลางดวงวิมุตติถูกส่วนถึงดวงวิมุตติญาณทัศนะ เข้า
กลางของกลางดวงวมิ ตุ ตญิ าณทัศนะพอถูกส่วนถึงกายทพิ ย์ละเอียด
ค่อย ๆ จนี้ ง่ิ เขา้ กลางของกลาง ๆ กายทพิ ย์ละเอยี ด พอถึงตรงนีต้ ั้งใจให้หนกั ปยู่ า่ ตายายไปก่ีโกฏิกี่กัป
ตามไปดูได้ ทั้งอยู่บนสวรรค์ก็ตามไปได้ เข้ากลางของกลางกายทิพขถ์ ูกส่วนถงึ ดวงธรรมกลางดวงธรรมถูกส่วน
ถึงดวงศีล กลางดวงศีลถูกส่วนถึงดวงวิมุตติ กลางดวงวิมุตติถูกส่วนถึงดวงวิมุตติญาณทัศนะ กลางดวงวิมุตติ
ญาณทศั นะถกู สว่ นถงึ กายพรหม จี้น่งิ ประคองให้มั่น
เมอ่ื ถงึ กายพรหมเป็นพหสู ตู ขน้ึ มาอีกข้ันหนงึ่ รมู้ าก เหน็ ได้มาก ทำมาก ปฏิบตั ไิ ด้มาก ๆ พรหม 16 ชั้น
รหู้ มด ท่ีว่าพระพรหมเป็นผูส้ ร้างโลกเปน็ ผู้กำหนดส่ิงตา่ ง ๆ เราวา่ ว่าไมจ่ รงิ เพราะได้ไปเห็นมาแล้ว พรหมก็ต้อง
มีเกิดมีแก่มีตายเหมือนกัน แต่นานหน่อยเท่านั้น เราไม่เชื่อพรหมลิขิตอีกต่อไป เราต่างหากที่ลิขิตตัวเอง พวก
พรหมก็หลงคิดว่าตวั เองสร้าง
จี้เข้ากลางของกลาง ๆ ดับหยาบไปหาละเอียด ๆ ใสละเอียด ๆ เข้ากลางกายพรหม ก็ถึงดวงศีล ศีล
ของพรหมใสนัก อย่างน้อยก็ศีล 8 กลางดวงศีลถูกส่วนถึงดวงสมาธิ ดวงสมาธิของพรหมใสแจ๋ว เพราะเขาได้
นาน กลางของกลาง ๆ ดับหยาบไปหาละเอียด ๆ เรายังหยาบอยู่ก็นกึ ให้ละเอียดตามไปด้วย นึกให้ใสเป็นแกว้
โปร่ง ใสตามกายพรหมขา้ งใน จี้เข้ากลางดวงสมาธิถงึ ดวงปัญญากลางดวงปัญญาถึงดวงวิมุตติ กลางดวงวมิ ุตติ
ถึงดวงวมิ ตุ ตญิ าณทศั นะ กลางดวงวมิ ุตตญิ าณทศั นะถงึ กายพรหมละเอยี ด
80
จี้เข้ากลางพรหมละเอยี ด ถูกส่วนผ่านดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทศั นะ
พอถูกสว่ นถงึ กายอรปู พรหม
เมอ่ื ถงึ กายอรูปพรหมเปน็ พหสู ูตอกี ขน้ั หน่ึง ร้วู า่ อรปู พรหมเขาไม่ติดในรปู แต่เขายังหลงว่าเขาสร้างโลก
เอากายรูปพรหมไปดูกายพรหมก็รูท้ ่ีเดยี ววา่ กายพรหมเขาหลงคิดวา่ เขาสร้างโลก มองเห็นชดั ใส จี้เข้ากลางของ
กลาง ๆ กายอรูปพรหม พระพุทธองค์ของเราไปเรียนกับอาฬารดาบสและอุทกดาบสถึงกายอรูปพรหม
พระองค์ไม่เชื่อว่าถึงที่สุดแล้ว ทรงรู้ว่าอรูปพรหมไม่ได้สร้างโลก แต่ก็ไม่ทรงรู้ว่าใครสร้าง พระสิทธัตถะอยากรู้
ต่อว่าใครสร้างโลก สร้างกิเลสในตัวมนุษย์ ก็จี้เข้ากลางของกลาง ๆ กายอรูปพรหม ทั้งหยาบทั้งละเอียดผ่าน
หมดถงึ กายธรรมกาย พุทธองค์ก็รู้ทเี ดยี วทง้ั รู้ ทงั้ เหน็ วา่ ใครและยงั ร้วู ธิ ีละกิเลส พระพุทธองค์บอกมนุษย์ว่าใคร
สร้างกิเลสและวิธีชำระกิเลส แต่ไม่บอกว่าใครสร้างโลก ถ้าอยากรู้ก็ทำให้ถึงธรรมกายแล้วจะรู้และเห็นเอง ที่
พระพทุ ธองค์ไม่บอกมนุษย์เพราะรู้ไปไมเ่ กิดประโยชน์
จี้เข้ากลางธรรมกาย ธรรมเป็นคล้ายพระปฏิมากร นั่งสมาธิอยู่บนฌาน องค์ใสเป็นแก้วเกศดอกบัวตูม
จี้เข้ากลางของกลาง ๆ นิ่ง พอถึงธรรมกายพ้นหลุดภพสาม มองดูโลกมนุษย์เหมือนสัตว์ติดคุก มองสวรรค์ก็
เหมือนสัตว์ติดคุกแต่เป็นคุกชั้นบาง ๆ มองดูพรหม อรูปพรหมทั้งหมดก็เป็นคุกกักขังสัตว์ทั้งนั้น ธรรมกายไม่
เอาจติ ก็มุง่ เข้านพิ พานจ้ีเขา้ กลางของกลางธรรมกายโสดา สกิทาคา อนาคา อรหตั เข้านพิ พาน
พอถงึ ธรรมกาย เปน็ พหูสูตชน้ั เยย่ี ม ไมต่ ้องกลับมาอกี ไมย่ อมกลบั มาภพสามอกี เปน็ พหูสูตคิดอย่างน้ี
พวกเรามาปฏิบตั ิธรรมเอาจิตจดหยดุ นิง่ ที่กลางกาย ภาวนา สัมมาอะระหัง ๆ เอาจิตปกั นง่ิ นึกนอ้ มเห็นดวงนิมิต
ให้ใสใสเปน็ แกว้ ประคองให้มัน่ จ้ีเข้ากลาง เรียนมามากแลว้ ให้เดินทางสายกลาง ทางสายกลางอยใู่ นตวั เรา พอ
ถงึ ดวงธรรมแลว้ ก็จ้เี ข้ากลางไมย่ อมถอนทเี ดียว
จี้เข้ากลางถูกส่วนรู้มัชฌิมาปฏิปทา จี้เข้ากลางของกลาง ๆ ดับหยาบไปหาละเอียด ๆ ที่รู้แล้วเห็น
แล้วแต่ยังไม่ชัด ให้เอาสัจจะมาค้ำ เวลานั่งธรรมะก็ตั้งสัจจะกับตัวเองจะนั่งให้นานเท่าใด เ วลาเดินจงกรมก็
เช่นกัน ตั้งใจอธษิ ฐานวา่ ถ้าเดินจงกรมตลอดทาง 20 เมตรแล้วจิตยังวอกแวก ก็จะเดินไปอย่างน้นั จนกว่าจิตจะ
หยุด ตัง้ ใจม่นั อย่างนไ้ี ด้ เดย๋ี วเดียวจิตจะไมไ่ ปไหน สัจจะดอี ย่างนี้ ฝกึ เอาไวไ้ ปค้ำความเปน็ พหูสตู
จเี้ ข้ากลางของกลาง ๆ เราตง้ั ใจแล้ว เรามาปฏิบตั ิธรรมเป็นธรรมทายาทร่นุ หนึง่ มีเวลา 14 วันก็อยู่ให้
ครบ เป็นตายอย่างไรก็อยู่ให้ครบ ตั้งสัจจะให้มั่น ด้วยสัจจะวาจาของข้าพเจ้า ที่ได้บำเพ็ญมาดีแลว้ ในอดีตชาติ
ไมว่ า่ จะกีแ่ สนชาติ ทั้งท่ที ำในปจั จบุ ันและในอนาคต ขอใหข้ า้ พเจ้าเป็นธรรมะใหช้ ัด ให้เหน็ ในวันนี้เด๋ียวน้ีให้ชัด
ทีเดียว เดี๋ยวเวลาเลิกสมาธแิ ล้วจะไปเดินจงกรม ก่อนเดินให้อธิษฐานให้ดี ระยะทาง 20 เมตรหรือระยะช่วงที่
ข้าพเข้ากำหนดไว้ว่าจะเดินจงกรม ถ้าจิตของข้าพเจ้าหลุดจากสัมมาอะระหังเมื่อไรข้าพเจ้าจะเดินไม่ยอมเลิก
เลยทเี ดียว จะขอทำจนกระทงั่ ได้สมั มาอะระหังตลอดทางเดนิ พออธิษฐานเสรจ็ กอ็ ธิษฐานกำกบั ดว้ ยสจั จะวาจา
81
ท่ขี ้าพเจา้ ต้ังใจไวน้ ี้ขอให้ข้าพเจา้ เห็นธรรมะไดช้ ัดทเี ดียว เอาสจั จะค้ำทกุ กา้ วท่ีย่าง นึกใหเ้ หน็ ดวงธรรมใหเ้ กิดให้
ชัดเห็นไม่เห็นช่างมันก่อน นึกให้ชัดเหมือนเส้นที่ต่อกันเหมือนภาพยนต์เป็นภาพ ๆ เอาจิตของเราปักตรึกจด
น่ิง ไม่เอยี งซา้ ย เอนขวา หน้าหลัง จี้เข้ากลางของกลาง
บัดนี้ได้ยินเรอ่ื งราวทไ่ี มเ่ คยรู้มาก่อนเปน็ พหูสูตทีเดยี ว แต่เปน็ เพยี งรู้ ยังไม่ไดป้ ฏบิ ตั ิตามได้ ถ้าตั้งใจทำ
ให้ดเี หน็ ไม่เห็นตามตลอด ก็เปน็ พหสู ูตในทางปฏิบตั ิ เหน็ ทัง้ ภพสามนิพพาน โลกันต์ ตัง้ ใจนงิ่ สัมมาอะระหัง ๆ
นึกนอ้ มอธิษฐาน อา้ งสจั จะวาจาทข่ี ้าพเจา้ มาปฏิบตั ธิ รรมคร้ังน้ี ตงั้ ใจมาอยา่ งดี ดว้ ยสจั จะอันนีข้ อให้ข้าพเจ้าได้
เห็นธรรมในบดั น้ี
เอาละพักได้ ไปตั้งใจเดินจงกรมกันให้ดี พอเดินเสร็จก็กลับมานั่งประคองใจใหม้ ั่นกอ่ นเดินตั้งสจั จะว่า
จะเดินแต่ละช่วงเป็นระยะเท่าใด ถ้าแรกๆ เดินไม่ถึง 20 เมตร ไม่เป็นไรพักได้ โมทนาสาธุ ให้ได้สำเร็จธรรมะ
ด้วยกนั ทุกคน
82
83
มงคลชีวติ ประการที่ 8 -10 : มศี ลิ ปะ มวี ินยั มีวาจาสภุ าษิต
นึกน้อมเอาจิตปักที่ศูนย์กลางกาย เรียกบุญ บุญมาจากนิพพาน จะถือศีลก็ดี ทำทานก็ดี ทำสมาธิก็ดี
บุญเกิดไหลมาจากพระนิพพาน ถ้าเอาจิตจี้ไม่ถูกส่วนก็ไหลมาน้อยหน่อย ถ้าเอาจิตจี้ถูกส่วน บุญไหลมาหล่อ
เล้ียงเราเตม็ เป่ยี มเตม็ ที่
จอ้ี ย่างไร จี้เข้ากลางของกลาง ๆ กลางกาย เหมอื นนายช่างขดุ บ่อน้ำบาดาล เขาขดุ เขา้ กลางของกลาง
ๆ น่ิง ถา้ ตรงไหนขุดตื้นก็ได้นำ้ น้อย ขดุ ตรงกลางก็ได้มากหน่อย ถา้ ขดุ ลงไปลึกในลึก ๆ เข้าไปละก็น้ำเป็นทะเล
ธรรมก็เหมือนกัน ถา้ จ้เี ขา้ ลกึ ลงไปบุญเป็นทะเลทีเดียว เม่อื ร้อู ย่างนี้แลว้ กเ็ อาจิตจดนิ่งที่กลางกาย นึกเข้ากลาง
ของกลาง ๆ อธิษฐานเรียกบุญบารมี ทั้ง 30 ทัศ ที่ทำมาดีแล้วทั้งร้อยชาติ สิบชาติ หมื่นชาติ แสนชาติ ก็ดี
ตัง้ แต่เลก็ แต่น้อย ปัจจุบันและที่จะทำต่อไป นึกน้อมให้บุญเหล่านั้นมาชว่ ย ใหข้ ้าพเจ้าได้ดวงตาเห็นธรรม อย่า
ให้กิเลสต่าง ๆ มาปิดมาบังตา ขอให้เห็นธรรมะชดั นัก เรียกบุญมาให้หมด เกิดมากี่ชาติทำดีมากีช่ าติก็เรียกมา
ให้หมด
ตวั เราไมใ่ ชอ่ ายุ 20-30 ปี อย่างท่เี ห็นกนั อยู่น่ี อายเุ ปน็ กัป ๆ ทเี ดยี ว บุญก็ทำไวเ้ ยอะ บาปก็ทำไว้เยอะ
บางชาติทำแต่บุญ บางชาติทำแต่บาป บางชาติเอาทั้งบุญทั้งบาป ก็นึกน้อมเอาแต่บุญ บาปไม่เอา นึกน้อม
อธิษฐานเรียกบุญบารมีท้ัง 30 ทศั ใหข้ ้าพเจ้าไดด้ วงตาเหน็ ธรรม ได้บรรลมุ รรคผลนิพพานในกาลปัจจบุ ันนี้
เข้ากลางของกลาง จิตปักเข้ากลางกาย เหมือนนายช่างเจาะน้ำบาดาล เขาเจาะลงกลางของกลาง ๆ
ดิน พอถูกส่วนน้ำพุ่งขึ้นมายังกับน้ำทะเล จี้เข้ากลางของกลาง ๆ ประคองใจ เราให้มั่น ประคองด้วยสัมมาอะ
ระหัง ๆ หย่าไปบีบหัวตัว อย่าไปเกร็งหน้าท้อง ทำบุญไว้เท่าไรขอให้มาช่วยข้าพเจ้าจิตตั้งมั่นไม่เอียงซ้ายเอน
ขวา เข้ากลางดวงนิมิตใส ใสในใส ๆ มีแสงสว่างเหมือนพระอาทิตย์ตอนขึ้นตอนตก สว่างเย็น ๆ ภาวนา
ประคองใจว่าสัมมาอะระหัง ๆ ทำกายทำใจของเราให้เยือกเย็น ลมพัดผ่านมาเย็นอย่างไรให้เย็นอย่างนั้น แต่
อยา่ ไปตามลม ปกั มั่นไม่เอนไปตามแรงลม ปกั เขา้ กลางนงิ่ ภาวนาสมั มาอะระหงั ๆ
เราทำสมาธิมาหลายวัน รู้หลักการทำสมาธิว่าทำอย่างไรแล้ว ก็ตั้งใจประคองให้มั่น สัมมาอะระหัง ๆ
เวลากำหนดนมิ ิตเป็นดวงกลมแล้วต้องให้ใสด้วย ถ้านึกให้สว่างเฉย ๆ กไ็ ม่เห็นดวงไม่เห็นรปู ถา้ นึกแตร่ ูปเฉย ๆ
ก็ไม่เหน็ แสงสวา่ ง ตอ้ งนึกทง้ั สองอย่างพร้อม ๆ กนั ภาวนาสมั มาอะระหัง ๆ นกึ ใหเ้ ห็นดวงแกว้ ใสสวา่ ง ภาวนา
สัมมาอะระหัง ๆ ถ้าเสียงอะไรมากระทบนึกให้ได้ยินที่ศูนย์กลางกายดูเข้าไป เสียงเหล่านั้นจะหมดไป เสียง
รบกวนต่าง ๆ เม่อื เอาจิตช้ีเข้ากลางกายกห็ ายหมดทีเดียว ทัง้ รูป เสยี ง กลนิ่ รส ในเวลาเดยี วกันถ้าต้องการจะ
จำอะไรก็นึกดูดเข้าไป ปักเข้ากลาง นิ่ง สัมมาอะระหัง ๆ จิตอย่าให้ลอย มีแต่รุดหน้า ถ้าถอยหลังก็แพ้ ภาวนา
สมั มาอะระหัง ๆ
84
วนั น้จี ะอธิบายมงคลชีวติ ข้อที่ 8 ในแนวปฏบิ ตั ิ เพราะเราปฏบิ ัติธรรมกนั
มงคลชีวติ บทที่ 8 เกิดเป็นคนต้องมีศลิ ปะ
มงคลชวี ติ บทท่ี 9 เกดิ เป็นคนตอ้ งมวี ินัย
มงคลชวี ติ บทที่ 10 มวี าจาสุภาษิต
ทงั้ สามมงคลจะกล่าวรวมกนั เพราะมเี น้ือหาอนั เดียวสนบั สนุนกนั ในแงก่ ารปฏิบตั ิ
คาถาบทที่ 8 เกิดเป็นคนต้องมีศิลปะ สมัยนี้คำว่าศิลปะใช้กันเลอะไปหมดจะผสมเหล้ากินก็ต้องมี
ศิลปะ ระบำปกี ศ็ ลิ ปะ วาดรปู เลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปกว็ ่าศลิ ปะอย่างนนั้ จริง ๆ ไม่ใช่ศิลปะ เป็นศิลเปรอะ
ศิลปะคือสิ่งที่ทำให้ดีให้งาม ศิลปะในการปฏิบัติธรรม เวลาเราทำสมาธิเราต้องมีศีล พอรับศีล 8
สมาทานธดุ งค์จากอาจารย์มาแล้ว เวลาจะทำสมาธิต้องมีศลิ ปะศีล 8 ของเรารกั ษาม่ันก็จริง แต่ยงั ไม่พอ ต้องมี
ศลิ ป์ ในการประคองหู จมกู ลน้ิ กาย ใจ ของอะไรไม่ควรดูก็อย่าไปดู สเี ขยี วสแี ดง อยา่ ไปดมู นั ติดตา ถ้าเราฝึก
สมาธิเราต้องมีศิลป์ในการมอง ของสวยงามมักติดตา เดี๋ยวจะเห็นเป็นฉาก ๆ ขึ้นมาอย่าไปดู ประคองจิตนิ่งที่
กลางกาย ภาวนาสมั มาอะระหัง
หูก็เหมือนกันไดย้ ินเสียงเพลงเสยี งอะไร เรากว็ ่าฟังไปอย่างนน้ั ใจไมไ่ ด้คิดอะไร แต่พอเวลามาฝกึ สมาธิ
จิตเรมิ่ จะหยดุ เสยี งเพลงมันขนึ้ มาทีเดยี ว บางทีมันไปถงึ ปาก อา้ ปากร้องไปทีเดยี ว เพราะไมม่ ศี ิลปะ ถา้ มีศลิ ปะ
รู้จักประคองหู ประคองตา ของพวกนี้ไม่เกิด บางคนไม่อย่างนั้น ตั้งจิตนิ่งภาวนาสัมมาอะระหัง ๆ พอจิตน่ิง
เท่านั้นกลิ่นอะไรต่ออะไรก็ลอยขึ้นมา นี่เหมือนกับพวกนี้ชอบเดินผ่านครัว เวลาทำสมาธิกลิ่นออกมาระวัง
ทีเดียว ถึงไม่ให้ผ่านไปทางครัว เวลาทำสมาธิไม่มีศิลปะ ตาเวลามองอย่าให้เกินวา ตามองเกินวาไปเห็น อะไร
เด๋ยี วกย็ ุ่งทเี ดียว หเู หมือนกนั อย่างไปตะแคงฟังอะไร เดีย๋ วกโ็ ผล่ขน้ึ มาท่ีศนู ย์กลางกาย เสียงเขาด่าทอกันไม่เอา
ประคองนง่ิ ใจใหม้ ั่น เพือ่ นฝูงกอ็ ย่าไปฟัง ตา่ งคนต่างไม่รทู้ ั้งน้ัน ถ้าไปฟงั ละกย็ ุ่งกัน จบั ต้นชนปลายไม่ถูก น่ีเป็น
ศลิ ปอ์ ีกอนั หนง่ึ อาหารทีก่ นิ กต็ ้องมศี ลิ ป์ในการกิน ถา้ เรามีศิลปใ์ นการกนิ ขา้ วตอนเช้ากห็ วิ ตอนเพลก็หิว
ถ้ามีศิลป์ตามข้าวเข้าไปทีเดียว ตามข้าวคำแรกเข้าไป ถ้าข้าวไปหยุดตรงไหน ตรงนั้นเป็นศูนย์กลาง
กาย จำให้ม่นั วนั หลงั จะไดห้ าศูนย์กลางกายไดง้ ่าย
ถ้าเสียงอะไรมากระทบหู เชน่ เสียงเครื่องบนิ ถา้ เอาหูไปฟังละก็เปน้ ผู้ไม่มศี ิลปะ ถา้ มีศิลปะก็เอาจิตนิ่ง
ไปที่ศนู ย์กลางกาย เสยี งเหลา่ น้นั ก็จะหายหมด เสียงหมู หมา กา กา กัดกนั กเ็ หมือนกนั เอาจิตปักนิ่งเดี๋ยวหาย
หมด
85
เอาจติ จน้ี ิ่ง ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆ ศิลป์ทางหลู ะก็ไดย้ นิ เสยี งอะไรก็ดเู ข้าไปที่ศูนยก์ ลางกาย ถา้ มศี ิลป์
ทางกายเวลานั่งทำสมาธใิ ห้ถูกส่วนก็ไมเ่ ม่ือย ถา้ ตวั เม่อื ยเกิดก็ตามมองไปดู มนั เมือ่ ย ๆ ที่ไหน ไอท้ ่วี ่าเมื่อยท่ีหัว
เขา่ ท่ีกน้ ไมจ่ ริง ไอ้ที่เมอ่ื ยมนั เม่อื ยทศ่ี นู ย์กลางกาย จับมาดใู ห้ได้ว่าหน้าตาเน้อื ตวั หวั ตีนมันเป็นอยา่ งไร
เอาจิตจดนิ่ง ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆ เข้าเวลาจะรับอรุณ ดวงอาทิตย์ขึ้น เอาตามองนิ่ง พอจำได้
เหลือบต่ำนิดหนึ่ง ทำความรู้สึกว่าตัวของเรากายของเราประดุจว่าใหญ่เหมือนโลก ทำให้เวิ้งว้างว่างเปล่าที่
กลางกาย มีดวงธรรมเหมอื นดวงอาทติ ย์ลอยข้นึ มา ถา้ ทำอยา่ งนไ้ี ดไ้ ม่ช้าก็เหน็ ธรรมะ ตัง้ ใจดี ๆ ภาวนาสัมมาอะ
ระหัง ๆ
ศิลปะทางจมูก ไดก้ ลนิ่ อะไร ท้งั หอมทั้งเหมน็ ก็หนี อยา่ ไปสู้ ร้แู ลว้ แพ้ ภาวนานง่ิ สมั มาอะระหงั ๆ หนี
ได้หนีเลย ถ้าหนีไม่ได้ละก็ต้องปักจิตให้มั่น มิฉะนั้นเวลาไปนั่งทำสมาธิเมื่อใดกลิ่นจะออกมา ระวังให้ดี ภาวนา
สมั มาอะระหงั ๆ
สำรวจให้มัน่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ตอ้ งสำรวมให้มนั่ อย่างนี้ แตก่ ย็ งั ไมพ่ อเวลานอนก็ต้องมีศิลปะอีก
เหมือนกัน ถ้าไม่มีศิลปะสมาธิไม่เกิด นอนตะแคงขวาอย่าเอามือมาหนุน เดี๋ยวเหน็บชาขึ้น นอนคว่ำไม่ดี นอน
ตะแคงซ้ายไม่ดี นอนตะแคงซ้ายเป็นท่านอนของผู้บริโภคกาม อย่าไปนอนอย่างนั้น ถ้านอนตะแคงขวาไม่
ชำนาญใหฝ้ กึ ไปนอนหงายก่อนกไ็ ด้ วธิ ีนอนหงายท่ดี ี เอาเทา้ ขวาทบั เทา้ ซา้ ย ไขว้กนั ในกระณีนอนตะแคงขวาไม่
เป็น พอเท้าขาทับเท้าซ้ายจะเกิดความรู้สึกเป็นเส้นตรงลากผ่านจากแสกหน้าผ่านดวงผ่านหว่างอก ผ่านมา
ศูนย์กลางกายเป็นแนวเส้นตรง อย่างนี้เป็นศิลปะทำให้กำหนดศูนย์กลางกายง่าย เพราะเรามีเส้นตรง ถ้านอน
ถ่างขาละก็ไม่เกิด ไม่เป็นศิลปะ ไม่เกิดสมาธิ แต่วิธีการนอนที่ดีที่สุดคือการนอนตะแคงขวา เมื่อเห็นเส้นตรงท่ี
ผ่านมายงั ศนู ยก์ ลางกายกก็ ระดิกจิต น่งิ ภาวนา สมั มาอะระหงั ๆ ทำอย่างน้จี ะหาศนู ยก์ ลางกายงา่ ย
ต้องฝึกทั้งการหลับการตื่น เวลาจะหลับนึกอธิษฐานว่าภายใน 5 นาที ให้กับข้าพเจ้าหลับภายใน 10
นาที ให้ข้าพเจ้าหลับ อย่างนี้เป็นศิลปะการนอน ฝึกให้เป็น การตื่นก็เหมือนกันอธิษฐานนึกให้มั่นทีเดียวว่าตี
สามสส่ี บิ หา้ ใหต้ ่นื ขน้ึ มา ถ้าตืน่ ข้ึนมาตีสี่ตหี า้ แสดงวา่ อธิษบานเบาไปแล้ว อธิษฐานใหม่ ถ้าต่ืนข้ึนมาตีสองตีหน่ึง
ปกั จิตแรงไป อธิษฐานใหม่ นอนต้องมีศิลปะ หดั ใหเ้ ปน็ ภาวนาประคองใจวา่ สมั มาอะระหงั ๆ ใหน้ ิ่ง
เวลานั่งมีศิลปะนั่งกายตรง เวลานอนมีศลิ ปะรู้จักกำหนดตัวเอง เวลายืนก็เหมือนกันกายของเราให้ต้งั
ตรงเหมือนพระพุทธรูป อย่าก้มคอ ตาทอดไปไม่เกินวา แต่ไม่ก้มคอ ถ้าก้มคอไม่ใช่นักปฏิบัติธรรมแล้ว ไม่เอา
ยนื นง่ิ บริกรรม กายตงั้ ตรง
การเดินก็เหมือนกัน เวลาทำธรรมะ เวลาเดินจงกรม ก้าวอย่าให้ยาวนัก สั้นนัก เท้าหน้าเท้าหลังห่าง
กันไมเ่ กนิ คืบ เปน็ ศลิ ปะ ใหป้ ฏบิ ัตใิ หด้ ี ไม่ช้าธรรมะเกดิ
86
มงคลข้อท่ี 9 พึงมวี นิ ยั วินัยคอื ศีลทส่ี มาทานไวด้ แี ลว้ รกั ษาใหด้ ี เวลาอยกู่ บั ดนิ กินกับทรายอย่างน้ี มด
มันกวน ถา้ เราปกั จิตเผลอไผลไปละกเ็ ด๋ยี วขยมี้ ดตายไปแล้ว ระวงั ให้ดี กำหนดจิตเวลานอน เวลาเดนิ ให้ดวี ินัยก็
ดี กำหนดจิต เวลาพดู ต้องกำหนดใหด้ ี ถ้าพดู มากโกหกมาก โกหกมากศลี ขาดไปอีกแลว้ พูดมากโกหกมาก พูด
นอ้ ยโกหกนอ้ ย มาอย่อู ย่างนตี้ ้องพยายามรกั ษาให้ดี ไมพ่ ูดกนั ถ้ามีศิลปะอย่างน้ี วินัยเยี่ยมทีเดยี ว
ภาวนาประคองใจ สัมมาอะระหัง ๆ สัมมาอะระหังคืออะไร สัมมาอะระหังวิเศษนักทีเดียว ไปพระ
นิพพานไดก้ ็ดว้ ยสัมมาอะระหัง พระพุทธองคบ์ อกวา่ เป็นวาจาภาษติ
ถา้ มีวาจาภาษิต นเ่ี ป็นมงคลท่ี 10 ไม่ช้าธรรมะไปไดไ้ กล สัมมาอะระหงั ประคองใจมัน่ ไมช่ ้านิพพานไม่
ไกล
สามส่วนต้องประคองให้มั่น วินัยคือศีลหนึ่ง ศีลของธุดงค์รู้แล้วถึงเวลาต้องไปรับอรุณถึงเวลาต้องอยู่
โคนไม้ ถึงเวลาต้องกินอาหาร มีกข้ี อ้ จำให้มั่น ศีล 8 รักษาให้ม่ัน เป็นวนิ ัย บวกกับวาจาภาษิตว่าสัมมาอะระหัง
ๆ ประคองใจมั่น ประคองถูกส่วนศิลปะถกู ส่วนสว่ นดวงลอยเห็นข้างในที่ศูนย์กลางกายใสสวา่ งตอ้ งมีศิลปะอีก
มองนิ่ง อย่างมองทั้งดวงจิตไม่แรง ถ้ามองนิ่งตรงกลางจิตแรงนัก เหมือนเล่นแว่นขยาย ถ้าแสงสว่างน้อย เผา
กระดาษมนั ไม่ตดิ ไฟ ถ้าแสงเปน็ จดุ เล็ก ๆ เผากระดาษติด
พอเห็นดวงธรรมท่ีทำใหเ้ ป็นกายมนุษย์ลอยขึน้ รวมจิตเล็กนิดหน่งึ เท่าปลายเข็มจดนิง่ จะเห็นเป็นทาง
ใสทะลุเข้าไป เป็นทางมรรคผลนิพพาน เป็นทางสายกลาง ที่พระพุทธเจา้ พระอรหตั อรหันต์ไป เมื่อเรารูเ้ ช่นน้ี
เข้ากลางของกลาง ๆ น่งิ กลางดวงธรรมจ้ีเข้ากลางของกลาง ๆๆ ดวงธรรม พอถูกส่วนถึงดวงศลี คือ วินัยท่ีถือ
ข้างนอกคือ ศีล 8 ข้างในเกิดเป็นดวงศีลใส ข้างนอกข้างในใหต้ รงกัน มีวินัยดี มีศิลปะดี มีศิลปะข้างนอกดี ถูก
ส่วนกส็ ง่ ผลใหด้ วงศีลขา้ งในดี พอถึงดวงศีลจเี้ ข้ากลางของกลาง ๆ ดวงศลี จะเห็นทางใสของดวงศลี ถ้าจ้ที ้งั ดวง
ไม่เห็นต้องจี้ที่กลางดวงศีล ต้องมีศิลปะเข้าไปข้างนี้อย่างมีศิลป์เข้าไปทั้งตัว น้อมเข้าไป เข้ากลางนิ่ง เมื่อเข้า
กลางดวงศีลสัมมาอะระหัง ไม่ต้องภาวนาแล้ว สัมมาอะระหังเป็นวาจาภาษิตแต่มาถึงขั้นนี้หยุดไว้ก่อน เอา
วาจาภาษิตอันอื่นมาใช้แทน คือ คำกลางของกลาง ๆ เป็นวาจาภาษิต ให้รู้สับเปลี่ยนนี่ก็เป็นศิลปะอีกอันหน่ึง
เข้ากลางของกลาง ๆๆ กระดิกจิตเข้ากลางของกลาง ๆ น้อมลงไปทั้งตัว พอถูกส่วนถึงดวงสมาธิ พอถึงดวง
สมาธิ ดวงสมาธิและดวงศีลเท่านั้น แต่ดวงสมาธิสว่างกว่าใสกว่าดวงศีล มองเข้ากลางดวงสมาธิจะเห็นจุดใส
เป็นทางเข้าไป เป็นทางใสทะลุเข้าไป ใช้วาจาภาษิตของเราเข้ากลางดวงสมาธิพอถูกส่วนถึงดวงปัญญา เข้า
กลางดวงปัญญาถูกส่วนถงึ ดวงวิมุตติ กลางดวงวมิ ตุ ตถิ กู สว่ นถงึ ดวงวิมตุ ตญิ าณทศั นะ
กลางของกลาง ๆ ดวงวิมตุ ตญิ าณทัศนะพอถูกส่วนถึงกายมนุษย์ละเอียด หนา้ ตาเหมือนกับเรา พอถึง
ใหม่ ๆ เจ้าน้ียงั ด้ืออย่เู หมือนกนั ยงั ไม่คอ่ ยเปน็ อะไร บางทอี อกไปอยู่ขา้ งนอก บางทเี ห็นยืน บางทีเห็นนอนบ้าง
ยังใชไ้ มไ่ ด้ ต้องมศี ลิ ปะนกึ น้อมกายมนุษย์ละเอยี ดมาน่ังสมาธิภายในตวั ของเรา นึกนอ้ มใหก้ ายละเอียดนั่งสมาธิ
87
หันหนา้ มาทางเดียวกับเรา เอาจติ ของกายมนุษยล์ ะเอียดจ้ีน่ิงศูนย์กลางกาย พอถูกส่วนกายมนุษย์ละเอียดจาก
ที่เห็นเท่าหัวนิ้วมือ เท่ากำปั้นเหมือนตุ๊กตา พอถูกส่วนขยายเท่าตัวของเรา เห็นชัดเจน รู้ว่าได้เห็นมาแลว้ ตอน
ฝัน เป็นศิลปะ ใช้วาจาภาษิตว่ากลางของกลาง ๆ ตามพระพุทธเจ้า พระอรหัต อรหันต์ เข้าตามทางสายกลาง
จะใช้ภาษาบาลีว่ามัชฌิมาปฏิปทาก็ได้ แต่ไม่เอาใช้ภาษาเรา นี่ว่ากลางของกลาง ๆ นิ่งเข้าไปทีเดียว ถูกส่วน
เขา้ ถึงดวงธรรมทท่ี ำให้เป็นกายมนุษยล์ ะเอยี ด
กลางของกลาง ๆ ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ละเอียด จี้เข้ากลางถูกส่วนถึงดวงวินัย คือ ดวงศีล
กลางของกลางดวงศีล ถึงดวงสมาธซิ งึ่ เป็นอันเดียวกับวาจาภาษิต จก้ี ลางดวงสมาธิพอถูกสว่ นถึงดวงปัญญาคือ
ศิลปะเข้ากลางดวงปัญญาพอถูกส่วนเจอดวงวิมุตติ เข้ากลางดวงวิมุตติถูกส่วนถึงดวงวิมุตติญาณทัศนะ กลาง
ดวงวมิ ุตติญาณทศั นะถกู ส่วนเหน็ กายใหม่เกิดขึ้นมาเรยี กกายทพิ ย์
กายทิพย์ก็เหมือนกัน เหน็ ทีแรกกย็ ังไม่ค่อยรู้อะไร กายนีย้ งั ไมค่ ่อยเชื่อง เห็นชัดบ้างไม่ชัดบ้าง บางทีก็
ยืน บางทีก็นอนตะแคงซ้าย ตะแคงขวาทีเดียว ต้องมีศิลปะนึกน้อมจีน้ ิง่ ให้กายทิพย์นั่งขัดสมาธิหันหนา้ ไปทาง
เดยี วกับเรา
เข้ากลางกายทิพย์ ถึงกายทิพย์ละเอียด เข้ากลางกายทิพย์ละเอียด จากดวงธรรมดวงศีล ดวงสมาธิ
ดวงปัญญา ดวงวมิ ตุ ติ ดวงวมิ ุตติญาณทศั นะ ถึงกายพรหม
พอถึงกายพรหมกต็ ้องมีศิลปะ นกึ นอ้ มให้นิ่งขัดสมาธิ หันหนา้ ออกไปทางเดยี วกับเรา ใช้ศิลปะมองเข้า
กลางกายพรหม มองน่ิง รูท้ เี ดียววา่ กายพรหมไม่มเี พศ เป็นเพศคล้ายชายถ้าไม่ถึงกายพรหมไม่รู้ทีเดียว ถ้าเป็น
ผหู้ ญงิ ท่ีกายเนื้อ กายพรอ้ มก็เป็นคล้ายชาย ถา้ ไม่มศี ิลปะก็เห็นไมช่ ดั
มองเข้าไปกลางของกลาง ๆ ดบั หยาบไปหาละเอียด ๆ ใสละเอียด ๆ เขา้ ไปกลางกายพรหมพอถูกส่วน
ถึงดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายพรหม เข้ากลางดวงธรรมถึงดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติ
ญาณทัศนะ กลางของกลาง ๆ ดวงวมิ ตุ ตญิ าณทศั นะ ถงึ กายพรหมละเอยี ด
ผ่านกายพรหมละเอียดและดวงธรรมพอถูกส่วนผ่านอรูปพรหม อรูปพรหมละเอียดต้องมีศิลปะถึงจะ
เหน็ ชัดมิฉะนนั้ เดินนอกมรรคผลนพิ พานไมเ่ กิด ต้องเดนิ ในถกู สว่ นธรรมกายเกดิ ขน้ึ
พอถึงธรรมกายต้องมีศิลปะเหมือนกัน ฝึกใหม่ ๆ เห็นทีแรก ๆ ไม่ใช่ธรรมกายเป็นพระธรรมดาเห็นที
ละองค์ ต้องฝึกให้ชำนาญรู้จักมีศิลปะเลือกเอาองค์ที่อยู่ตรงกลาง ที่เห็นเกศเป็นเปลวเพลิงบ้าง หันหน้าส่วน
ทางเราบ้าง นอนไสยาสบ้าง องค์พระนั่งอยู่บนเท่นบ้าง อันนั้นไม่ใช่ธรรมกาย อย่าเพิ่งไปหลง นั่งเป็นเพียง
ปฏิมากรหลอก ๆ อยู่ให้เอาจิตปักเข้าไปตรงกลางให้ถูกส่วนองค์พระที่เห็นอยู่ขยายออก ระเบิดออก มี
ธรรมกายลอยขึ้นมาแทนที่ ธรรมกายองค์ใสเป็นแก้ สว่างเหมือนพระพุทธรูป แต่เกศเป็นดวงบัวตูมใส องค์ใส
88
นง่ั อยบู่ นฌานไม่ใช่แท่น ฌานเปน็ แผน่ ใสรองนั่งหัดรู้จักสงั เกตอนั ไหนเป็นธรรมกาย อันไหนเป็นของปลอมเป็น
ศลิ ปะอีกอันหน่ึง
จี้นิ่งเข้ากลางของกลาง ๆ ปักจิตนิ่งกลางธรรมกาย ถูกส่วนถึงดวงธรรมถูกส่วนถึงดวงศีล ดวงธรรม
ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวมิ ุตตญิ าณทัศนะ
เขา้ กลางของกลาง ๆ ดวงวิมตุ ตญิ าณทัศนะ ถึงธรรมกายละเอยี ด หน้าตกั หย่อน 5 วา สูงหยอ่ น 5 วา
ถึงพุทธรัตนะ ถ้ากลางของกลาง ๆ ดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกาย เป็นธรรมรัตนะ กลางของกลางดวงธรรมที่
ทำให้เป็นธรรมกายถึงดวงศีลคือดวงวินัย เส้นผ่านศูนย์กลางเท่าหน้าตักเกือบ 5 วา ใสเป็นแก้ว เข้ากลางดวง
ศีลถูกส่วนถึงดวงสมาธิ กลางดวงสมาธิถูกส่วนถึงดวงปัญญา กลางดวงปัญญาถูกส่วนถึงดวงวิมุตติ กลางดวง
วิมุตติถูกส่วนถึงดวงวิมุตติญาณทัศนะ กลางดวงวิมุตติญาณทัศนะถูกส่วนถึงธรรมกายพระโสดา ที่เรียกว่าถูก
สว่ นถกู อยา่ งไร ก็น้อมเอาพุทธรัตนะคอื ธรรมกายทเี่ ห็นพจิ ารณาธรรมตรวจอรยิ สัจที่ในกายมนุษย์ พอพิจารณา
เห็นอริยสัจสี่ในกายมนุษย์เรียบร้อยแล้ว เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ความไม่เทียง ความไม่แน่นอนของมนุษย์
แล้วธรรมกายตกศนู ย์ ถงึ ธรรมกายองคใ์ หม่ เป็นศิลปะอกี อยา่ งหนึ่ง
พอถึงธรรมกายพระโสดา หน้าตักกว้าง 5 วา สูง 5 วา นึกน้อมเอาธรรมกายพระโสดา พิจารณา
อรยิ สจั สใ่ี นกายทิพย์ ทกุ ข์ สมทุ ัย นิโรธ มรรค พิจารณาลักษณ์ไตรลักษณ์ของกายทิพย์ พอพิจารณาถูกส่วนละ
กิเลสตกศูนย์ถงึ ธรรมกายพระสกิทาคา เปน็ ศลิ ปอ์ ีกหนึ่ง
ธรรมกายพระสกิทาคาหน้าตักกว้าง 10 วา สูง 10 วา น้อมธรรมกายพระสกิทาคาพิจารณา ทุกข์
สมุทัย นิโรธ มรรค ในกายอรูปพรหม ถูกส่วนละกิเลสในกายรูปพรหมได้ ตกศูนย์มีธรรมกายพระอนาคามี
พิจารณาทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ในกานรูปพรหม พอเห็นอริยสัจสี่ในกายอรูปพรหม ธรรมกายตกศูนย์ ถึง
ธรรมกายพระอรหัต หน้าตักกว้าง 20 วา หมดจด หมดกิเลส สู่พระนิพพาน เป็นศิลปะชั้นเลิศ ที่อื่นไม่มีสอน
นอกจากวิชชาธรรมกายวัดปากน้ำ
ศิลปะจะก้าวหน้าไปได้ต้องมีศีลคือวินยั ค้ำไว้ มีวาจาภาษิต สัมมาอะระหังประคองมิเช่นนั้นศิลปะไม่
รอด ก็ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆ ประคองใจให้นิ่งทำธรรมะให้เกิดตั้งใจให้ได้ อย่าได้กลับไปมือเปล่า อย่างน้อย
ท่ีสดุ เอาดวงปฐมมรรคกลบั บ้านก็ยังดี
แต่ใจจริงแล้วอาตมาอยากให้เอาธรรมกายกลับบ้านด้วยทุกคน จึงจะเอาตัวรอด เพราะฉะนั้นตั้งแต่
วันนี้กลับไปห้ามพูดห้ามคุย รับปากเป็นสัจจะไว้นะ ระหว่างธรรมทายาทด้วยกัน จะไม่พูดกัน แล้วเราจะ
กลับมาพดู กันอกี ทใี นคืนวนั ทส่ี าม ทเ่ี ป็นเชน่ นีเ้ พราะระยะน้ีพวกเราทุกคนจิตกำลังจะตกศูนย์ด้วยกันทั้งนั้น จับ
ดวงธรรมได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ติด ๆ ดับ ๆ เห็นองค์พระเดี๋ยวก็อยู่เดี๋ยวก็หาย เห็นปฐมมรรค เดี๋ยวเดียว เดี๋ยวก็
หาย เด๋ียวกม็ า กำลงั เขา้ ด้ายเขา้ เข็ม จะแพจ้ ะชนะก็ตรงนี้ แล้วจะเอาอะไรมาช่วย เอาศลี เอาวินัยมาช่วยถ้าพูด
89
มากเดี๋ยวมีโกหกศีลขาด ถ้าศีลไม่มั่นธรรมไม่เกิด ให้ตั้งใจทีเดียว อาตมามั่นใจว่าถ้าพวกเราตั้งใจทำกันจริง ๆ
อย่าชา้ ตอ้ งเหน็ ธรรมในวนั ที่สาม คงไดป้ ฐมมรรคกันทกุ คน อาจได้ 18 กายกนั ทุกคน
ถา้ ทำจรงิ ของน้ีมจี รงิ ทไ่ี ม่เจอของจริงเพราะพวกเราทำไมจ่ ริง เราตงั้ ใจมาแล้ว เราเปน็ ทหารทางธรรม
ไม่ใช่ทหารเกณฑ์ เป็นทหารอาสาสมัคร อย่าให้ตกม้าตายเสียก่อน ทหารเลวหาง่ายเป็นแสน เป็นล้านก็หาได้
ขุนพลหายาก ทมี่ าฝกึ นฝ่ี กึ เป็นขุนพล ไมใ่ ชฝ่ ึกเปน็ ทหารเลว ต้งั ใจให้ดีอาตมาสอนใหม้ ิใช่หวงั เพอื่ ใคร เพื่อธรรม
ทายาท เพ่อื ประเทศชาติ หรอื เพ่ือใครแต่เพอื่ ตวั ของอาตมาเอง อาตมาหวงั จะเอาบญุ เอาทั้งนนั้ จะเคี่ยวจะเข็ญ
กเ็ อาทั้งนนั้ ถ้าใครมีปัญหาข้องใจกต็ รงมาหาอาตมาไดบ้ ุญทเี ดียวไมต่ ้องเกรงใจ
ตั้งใจสัมมาอะระหัง ๆ ให้มั่น ศีลต้องมั่น วาจาภาษิตตอ้ งมั่น มีศิลปะในการรักษาตา หู จมูก ลิ้น กาย
ใจ ให้ดี ถา้ ทำไดอ้ ยา่ งน้ี มีศลิ ปะอยา่ งน้ี วาจาภาษติ อย่างนว้ี นิ ัยอยา่ งน้ี มรรคผลนิพพานอยู่ไม่ไกล
วันน้ขี ออวยชัยให้พร ใหท้ ุกคนที่มาทนี่ ี่ให้ได้ดวงตาเห็นธรรมถึงมรรคผลนิพพานด้วยกนั ทุกคน โมทนา
สาธุ ขอให้สมความปรารถนาด้วยกันทกุ คน
90
91
การอธิษฐานเรยี กบญุ
ประการที่หนึ่ง ให้นึกอธิษฐานน้อมเรียกบุญที่เป็นทานที่เคยให้ธรรมะเป็นทานให้อภัยผู้อื่นเป็นทาน
น้อมอธิษฐานเรยี กบญุ เหล่านน้ั มาใหม้ าช่วยเรา ขอให้เราไดด้ วงตาเห็นธรรม ใหถ้ งึ มรรคผลนพิ พาน
ประการที่สอง ให้นึกน้อมถึงศีลบารมี เคยมีศีลมาเท่าใดกน็ ึกน้อมมาตัง้ แตเ่ ร่ิมวัฏสงสาร เริ่มเวียนวา่ ย
ตายเกดิ ในอดีต ปัจจบุ นั และอนาคต เคยถือศลี มาเท่าไร ใหน้ กึ นอ้ มขอใหเ้ อาศีลบารมีใหม้ าสง่ ผลตามช่วยเหลือ
ขณะปฏิบตั ิธรรมให้ไดด้ วงตาถึงธรรม
แล้วก็นึกน้อมเรียกเนกขัมมบารมี การถือธุดงค์ การออกบวช กี่ชาติ ๆ น้อมมาให้หมด เคยถือศีล ไม่
ว่านอกศาสนา ในศาสนาเปน็ ฤษี ชีไพร ถือศลี มามากน้อยเท่าไร ออกบวชมามากน้อยเทา่ ใด ก็นึกน้อมอธิษฐาน
เรียกบารมีเหลา่ นั้นมา ในปจั จุบันกเ็ ปน็ การออกบวชอย่างหน่ึงแต่เปน็ การออกบวชย่อย ๆ มาถือธุดงค์เป็นการ
ออกบวชยอ่ ย ๆ นกึ น้อมบญุ ทีเ่ ป็นเนกขัมมบารมีให้มาช่วย ให้เราไดด้ วงตาบารมี เนกขมั มบารมีคือสมาธิ
นึกน้อมเข้ากลางของกลาง ๆ เรียกบารมีที่ 4 คือ ปัญญาบารมี เคยบำเพ็ญปัญญามาเท่าใด ๆ ตั้งแต่
เวียนว่ายตายเกิดกี่ร้อยชาติพันชาติกี่กัปต่อกี่กัป บำเพ็ญสร้างสมอบรมปัญญามาเคยเล่าเรียนทั้งทางโลกทาง
ธรรม ขออำนาจแห่งปัญญาบารมี โดยใช้ปญั ญาใหเ้ ป็นประโยชน์ มาช่วยให้ข้าพเจา้ ได้ดวงตาเห็นธรรม มีศิลปะ
ในการประคองใจเข้ากลางได้ถูกส่วน
นึกน้อมเรียกวิริยบารมี ความเพียรที่ได้ทำมากี่ชาติ ๆ ที่ผ่านมา ทำความเพียรในการถือศีล สมาธิ
ภาวนา นึกน้อมมา ขอให้มาส่งเสริมให้ข้าพเจ้ามีจิตใจมั่นคงไม่ท้อถอยให้ได้ดวงตาเห็นธรรม มีศิลปะในการ
ประคองใจเขา้ กลางได้ถูกสว่ น
นึกน้อมเรียกวิริยบารมี ความเพียรที่ได้ทำมากี่ชาติ ๆ ที่ผ่านมา ทำความเพียรในการถือศีล สมาธิ
ภาวนา นึกน้อมมา ขอให้มาส่งเสริมให้ข้าพเจ้ามีจิตใจมั่งคงไม่ท้อถอยให้ได้ดวงตาเห็นธรรม นึกน้อมอธิษฐาน
เรียกวิริยบารมที ่ไี ด้เคยทำมาแล้ว ทำมากนอ้ ยเท่าใดน้อมอธษิ ฐานมาหมด
นึกน้อมเข้ากลางของกลาง ๆ เวลามาปฏิบัติธรรม ความเพียรอย่างเดียวไม่พอ ต้องมี 7 ความอดทน
คอื ขันติบารมี ถา้ ใครมขี นั ติบารมีอดทานนัก ขันไม่แตกทเี ดยี ว
นึกน้อมอธิษฐานเรียกขันติบารมี ความอดทน ทนอดทนอยาก ทนรอ้ นทนหนาว ทนโรคภัยไข้เจ๊บ ทน
ความง่วงเหงาชีทเชา อุปมาเหมือนพรหมรัดเข้าอยู่นอกร่วมไม้ชายคา นึกน้อมอาราธนาขันติบารมีมาช่วย
สง่ เสรมิ ให้ข้าพเจ้าทนได้จี้เข้ากลางของกลาง ๆ น่ิง
92
เวลาบำเพ็ญเพียร ขันติอย่างเดียวไม่พอต้องมีสัจจะมาค้ำ สัจจะตั้งไว้ไม่ครบเดือนครบปี ไม่กลับบ้าน
บวชไม่ครบพรรษาไม่สึก บวชตลอดชีวติ ไม่สึก ตอ้ งตัง้ สจั จะไวเ้ รามาน่ังสมาธิไม่ได้ครบชัว่ โมงสอบช่ัวโมงไม่เลิก
แล้วทำได้อย่างน้เี รียกว่า สจั จะ
นอ้ มอธษิ ฐานเรียกสัจจะบารมีมาช่วย ให้ยึดมั่นในสัจจะตามเดิม ใหอ้ ยูเ่ ป็นธรรมทายาทตลอดธรรมได้
ตลอดสัจจะบำเพ็ญมาเท่าไรนึกน้อมให้มาช่วยมิให้ถอยหลัง ค้ำเหมือนหอกปักหลัง ถ้าถอยถึงท้อง ถ้ามีสัจจะ
บารมีเปน็ หอกปักหลงั ค้ำไว้ ถอยหลังไมม่ ี มีแตร่ ดุ หนา้
เขา้ กลางของกลาง ๆ อธษิ ฐานเรยี กอธษิ ฐานบารมี เคยเรียกมาเท่าไรกเ็ รียกมาให้หมด บุญท่ีเคยทำมา
ทำทานบารมี ศีลบารมี เนกขัมมบารมี ปัญญาบารมี วิริยบารมี ขันติบารมี สัจจบารมี เคยอธิษฐานมาเท่าใดก็
เรียกมาให้หมด แล้วอธิษฐานซ้ำหนักเข้าไปทีเดียวว่าข้าพเจ้าเป็นตายอย่างไรจะขอปฏิบัติธรรมให้ถึงที่สุด
ทีเดียว ไม่ถึงธรรมะ ไม่เลิกรา จะขอสู้จนถึงสิ้นลมหายใจ ชาตินี้สิ้นลมหายใจยังไม่สำเร็จจะขอทำต่อทีเดียวใน
ชาติหน้า อธิษฐานตั้งใจให้ดีว่าสาธุบุญบารมีที่ทำมาดีแล้วตัง้ แตก่ ี่โกฏกี่กปั ขอให้สง่ เสริมให้ข้าพเจ้าบรสิ ุทธ์กิ าย
วาจา ใจ จนถึงเข้านิพพาน ไม่ให้ข้าพเจ้าไปเลอะเทอะไปเปรอะเปื้อนที่ไหน ไม่ไปนอกลู่นอกทาง นอกศาสนา
เกิดชาติใดขอให้ได้เกิดในพุทธศาสนา ปฏิบัติธรรมไม่หวั่นไหวอะไรทีเดียว ใครขวางหน้าเสือช้างขวางไม่ยอม
จะไปหาพระพุทธองค์ให้ได้ อธิษฐานทับไปทีเดียวจะเกิดกี่ชาติ ๆ ก็ขอให้ใจหมายนิพพานเป็นที่มั่น ออกจาก
ท้องแม่ใหเ้ หน็ ดวงปฐมมรรค ธรรมกาย เหน็ ใหช้ ดั นกึ น้อมอธิษฐาน ต้งั เข็มใหด้ ี
ที่เรามาถือธุดงค์ในคราวนี้ ศีล 8 ก็ถือ ธุดงค์ก็ถือ แล้วยังอะไรอย่างอื่นอีกเยอะแยะ นึกน้อมอธิษฐาน
วา่
ท่เี ราไดต้ ั้งใจมาดแี ล้ว ขอใหบ้ ญุ เหล่านี้ส่งข้าพเจ้าส่งเหมือนจรวดให้ข้าพเจา้ ม่ันในพระพุทธ พระธรรม
พระสงฆ์ ไม่คลอนแคลน ศรัทธาในพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สงั ฆรตั นะมั่น ยดึ เอานิพพานเป็นอารมณ์ ต้องทำให้
ไดต้ ั้งแตว่ นั นไ้ี ป
อธิษฐานเรยี กบุญบารมีเสร็จ กน็ ึกแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ท้งั หลายให้อยู่เยน็ เป็นสุข อย่าเบียดเบียนกัน
ให้ช่วยเหลือเจือจุนกัน ให้รักใคร่กลมเกลียวกันเหมือนแม่รักลูก แม่รักลูกในไส้อย่างใดก็ขอให้สรรพสัตว์
ทั้งหลายรักกันอย่างนั้น แล้วเราก็นึกน้อมอธิษฐานเรียกบุญที่เราเคยอธิษฐานเช่นนี้ให้สรรพสัตว์ทั้งหลายมี
ความสุขนึกน้อมมาทเี ดียวกี่ชาติ ๆ ก็ตามที่เคยแผเ่ มตตาอยา่ งนี้ ไม่ว่าเป็นคน สัตว์ มาร ยักษ์ พรหมนิยมเรียก
เมตตาบารมี มาให้ข้าพเจ้าได้เห็นธรรมะ ให้อยู่เย็นเป็นสุข ไม่ให้มีอะไรมาเบียดเบียน ตามที่เราเคยหวังดีต่อ
สรรพสตั ว์ทงั้ หลาย ในการปฏิบตั ิธรรมครั้งน้ีอย่าให้มีอะไรมาเบียดเบียน พวกเลอื ดคล้ินยุง มด ขอให้อยู่ไกล ๆ
อย่ามารบกวน ฝนฟา้ อากาศอยา่ ไดผ้ ดิ อาเพศ
93
น้อมอธิษฐานเรียกเมตตาบารมีให้มาช่วย แล้วนึกน้อมอธิษฐานทับอีกว่าตามที่ข้าพเจ้าเคยมีเมตตา
บารมี ตอ่ ไปในอนาคต แม้ข้าพเจ้าจะไปอยู่ถนิ่ ฐานใดขอให้อยู่เยน็ เปน็ สุข ปฏิบตั ธิ รรมไดค้ ล่อง ถ้าบวชเป็นสงฆ์
ให้มีทั้งอารามอยู่อย่างสงบ อย่าให้มีใครเบียดเบียน ถ้าเกิดเป็นชาวบ้านก็ขอให้ได้ดี สิ่งที่ไม่ดีไม่งาม อย่าให้
ขา้ พเจา้ ได้ไปเจอะไปเจอ ไปถงึ ไหนให้เหมือนมีดวงประทีปส่องสว่าง ไปท่มี ดื ขอให้สว่าง ไปท่ีสว่างก็ขอให้สว่าง
ขนึ้ ไป
จี้เข้ากลางของกลาง ๆ นิ่ง จี้ถูกส่วนเข้าศูนย์บุญ นึกน้อมเรียกบุญที่เป็นอุเบกขาบารมีของบางอย่าง
เหลือกำลังเราแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ต้องวางอุเบกขา เสือช้างมันจะสู้กันไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องวางอุเบกขา
ความที่วางอุเบกขาทำใจเป็นกลาง ช่วยเราไม่ให้จิตหม่นหมองเมื่อเห็นใครที่เราช่วยไม่ได้แล้ว ความวางเฉย
อย่างนี้เป็นสมาธิ เคยทำอย่างนี้มากี่ชาติให้มาช่วยข้าพเจ้า ขณะนี้ข้าพเจ้ากำลังปฏิบัติธรรมอยู่ ขอให้ช่วย
ข้าพเจ้าให้มีใจเป็นอุเบกขา เสียงนก เสียงกาขณะนี้ข้าพเจ้ากำลังปฏิบัติธรรมอยู่ ขอให้ช่วยข้าพเจ้าให้มีใจมัน
เป็นอุเบกขา เสียงนก เสียงกา ไม่มีอะไรมารบกวนขอให้อยา่ ให้เกิดความรำคาญ ไม่ให้ใจเกิดความสัน่ สะเทือน
ใหเ้ กิดสมาธมิ นั่
พอนกึ น้อมเรียกบญุ บารมีทั้ง 30 ทัศ กเ็ อาจิตปักน่ิงเขา้ กลางของกลาง ๆ ทำให้ใหเ้ ยือกเยน็ เหมอื นสาย
ลมทพี่ ัดผา่ น ให้เย็นเหมอื นอาบน้ำมาใหม่ ๆ ให้สว่างว่างโลง่ โปร่งท้ังกายและใจ ภาวนานง่ิ ดวงนิมิตข้างในก็ใส
ข้างนอกข้างในให้ใสหมด ถ้าสัมมาอะระหังเฉยๆ ก็สว่างโล่งไปหมด หาศูนย์กลางกายไม่เจอ ต้องหาดวงนิมิต
ด้วย ถ้าตั้งดวงนิมิตเป็นดวงแก้วก็ให้เห็นเป็นดวงใส ถ้าตั้งนิมิตเป็นองค์พระก็ต้องนึกทีเดียวเวลานึกต้องนึกถึง
ความสวา่ งด้วย นึกตัง้ แตอ่ งค์พระเหลือดวงนิมิต จะเหน็ ไมใ่ สไม่สว่างจ้ีน่ิงสัมมาอะระหัง ๆ ประคองจิตให้นิ่ง จ้ี
นิ่งไปที่ศูนย์กลางกาย ให้จิตไปรวมนิดเดียวเท่าปลายเข็มชนวนปืน ปักแน่นลงไป กระบอกปืนเวลาเขาจะยิ่งที่
เป้าประคองนิ่งทีเดียว ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆ จิตจดหยุดนิ่งท่ีกลางกาย ไม่เอียงซ้าย เอนขวา โงกหน้า หงาย
หลงั ภาวนาสมั มาอะระหงั จติ จ้นี ง่ิ ทำกายใจใหเ้ ยอื กเย็น ถา้ ร้สู ึกหงุดหงิด ฟ้งุ ซ่านรำคาญก็ใหเ้ ข้ากลางระลึกถึง
พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้มาช่วย เราตง้ั ใจปฏิบัตธิ รรม ภาวนาน่ิงสัมมาอะระหงั
มงคลชีวติ ประการท่ี 11-13 : บำรุงบดิ ามารดา เล้ียงดูบุตร สงเคราะหภ์ รรยา
เราเร่ิมปฏบิ ัตธิ รรมมาตั้งแต่วันที่ 26 บัดนว้ี นั ทีห่ นึง่ ส่วนหนงึ่ ของเรา 2 คน ไดธ้ รรมกายแล้ว ได้บรรลุ
ธรรมกายเบื้องตน้ แล้ว ถ้าเราตงั้ ใจอยา่ งเพื่อนเราก็ได้ทีเดียว ใหต้ ้งั ใจเอาอย่างเพื่อนให้ได้ เพ่ือนเราเจอของจริง
แล้ว เจอพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ถูกตัวจริงแล้ว เราก็มาพร้อมกับเขาต้องเอาให้ได้บ้าง จะเอาให้ได้
บ้าง ไม่ใชไ่ ปวง่ิ แขง่ กัน แข่งกันต้องทำใหใ้ จหยุด จิตให้หยดุ นิ่ง เพอื่ นของเราสองคนได้พสิ ูจนแ์ ลว้ วา่ ธรรมะมีจริง
เขามาตั้งใจปฏบิ ัติจริง ๆ จงึ ไดไ้ มพ่ ูดไม่คุยกัน เราต้องมาปฏิบตั ิจรงิ ๆ อยา่ งเขา วนั นต้ี ง้ั ใจทเี ดียว หาศูนย์กลาง
94
กายมาเจอบา้ งไม่เจอบ้างมาหลายวนั แล้ว วันนี้ตัง้ ใจปฏิบตั ิให้นง่ิ สมั มาอะระหัง ๆ วนั นี้อาตมาจะกล่าวถึงบทที่
11 ตอ่ ไป คราวท่แี ลว้ กลา่ วมาแล้ว 10 บท
คาถาบทที่ 11 ให้เล้ยี งดูบดิ ามารดา
คาถาบทที่ 12 ให้เลีย้ งดูบตุ รให้ดี
คาถาบทที่ 13 ให้เลี้ยงดูภรรยาให้ดี
สามคาถารวมเป็นอันเดียวกันในการเทศนา ตั้งใจฟังโดยเอาใจของเรารวมนิ่งเป็นจุดเดียวกัน ท่ี
ศนู ย์กลางกาย รวมอยา่ งเขม็ ชนวน ปักไปที่กลางกาย เหมอื นเขม็ ชนวนปกั ไปท่กี ลางลูกกระสุน ปักให้นิ่งอย่าให้
คลอน เวลาเขาเล็งจะยิง่ เขาประคองปืนมั่นไม่ใหส้ ัน่ ถ้าประคองลำกล้องสั่งก็ย่ิงเป้าผิด ใจก็เหมือนกัน ไกลปืน
เขม็ ชนวนเปน็ ดวงธรรมท่ีกลางกาย เอาจิตปกั เข้ากลางดวงธรรม แลว้ ประคองอย่าให้ส่ัน ประคองด้วยสัมมาอะ
ระหัง ๆ นิ่ง ๆ เลี้ยงดูบิดามารดา บุตร ภรรยาให้ดีเหล่านี้เป็นมงคลชีวิต พ่อแม่เลี้ยงเราให้โตมาไม่ใช่ออกจาก
กระบอกไม้ไผ่ มานั่งทำธรรมที่นี่ได้ ถ้าพ่อแม่ไม่ได้เจือจุนมาก็ไม่ได้มานั่งธรรมที่นี่ดอก ที่โตจนป่านนี้ อายุ 20
กวา่ แล้ว พอ่ แมย่ งั เล้ยี งดอู ยเู่ ลย พอ่ แมด่ อี ยา่ งนี้ ถ้าพอ่ สัตว์ แมส่ ตั ว์ เมื่อลูกอดนมก็ปลอ่ ยท้ิง แตพ่ ่อแมค่ น เลี้ยง
ดูจริง ๆ อายุ 20 กว่าแล้วยังเลี้ยงอยู่เลย ตั้งใจน้อมจิตตามไปกลางของกลาง ระลึกย้อนไปดูตั้งแต่บัดนี้จนถึง
กอ่ นเกดิ เป็นกายปฏสิ นธิวิญญาณ ต้งั กายให้ตรง ไมง่ ่วงหลงซึมเศรา้
เอาจติ จ้ที ศ่ี ูนย์กลางกาย นกึ นอ้ มผทู้ ่ไี ด้ธรรมแล้วสองคนตง้ั ใจใหด้ ี น้อมเอาธรรมกายน้อมระลึกถอยไป
ดู พวกที่ยังไม่ได้ธรรมกายก็น้อมตามเขาไป ที่ยังไม่เห็นธรรมกายเพราะเรายังน้อมไปไม่ถึง ไม่ใช่ไม่มี มีอยู่ท่ี
กลางกายทุกคน เหมือนน้ำอยู่ใต้ดิน ต้องขุดไปจึงเจอน้ำ บนดินแห้งยากทเี ดยี ว ถ้าไม่ขุดเข้าไปอย่างไรโดยการ
น้อมเข้าไปกลางของกลาง ๆ จิตจี้เข้าถูกส่วนระลึกย้อน ปัจจุบันเรามานั่งอยู่ได้ที่นี้เพราะพ่อแม่อุปการะส่งมา
นึกมองย้อนไปที่ศูนย์กลางกาย ระลึกย้อนไปดูรู้ว่าไม่แต่เฉพาะตอนนี้เท่านั้น พ่อแม่เลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเรามา
ตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก ลำบากยากเข็ญอย่างไรก็ไม่ฟัง มีข้าวก้อน อาหารก้อน ท่านหิวอย่างไรก็ป้อนเราก่อน
มฉิ ะนน้ั ก็แหกปากร้อง ท่านตัง้ ใจเล้ียงดูเรามาดี ระลกึ ยอ้ นไปทีละวัน ๆ ระลึกยอ้ นดวู า่ พ่อแม่ทำอะไรให้เราบ้าง
เห็นชัดทีเดียว เสื้อผ้าที่สวมใส่ อาหารที่กิน การเรียนก็พ่อแม่ให้ เห็นเป็นทางทีเดียว ทั้งเนื้อทั้งตัวพ่อแม่ให้มา
ทั้งนั้น จำแนวทางไว้ทีเดียว ระลึกย้อนไปดูตั้งแต่เล็กแต่น้อย พ่อแม่ทำให้เราทั้งนั้นเลย นี่เป็นพ่อแม่ชาติไทย
เขาจึงทำให้อย่างนี้ พ่อแม่ชาติอ่ืนกไ็ ม่ทำอย่างนี้ ถ้าคลอดลูกโตสักหน่อยฝากโรงพยาบาลให้รัฐบาลเลีย้ ง ทำไม
ท่านยังเลี้ยงอยู่ เพราะท่านมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง ที่ยงั หาศูนย์กลางกายไม่เจอ นึกน้อมตาม
เสียงอาตมาไปเดี๋ยวเจอเอง ตั้งใจนี้เข้ากลางของกลาง ๆ ระลึกย้อนไปดูตั้งแต่อยู่ในท้องพ่อท้องแม่คนปัจจุบัน
หลาย ๆ ชาตเิ ขากนิ ยารีดลกู มาทเี ดยี ว เราโชคดีนะที่ไมเ่ กดิ เปน็ คนพ่อแม่ไม่ได้รดี ลูก มิฉะนั้นกต็ ายเสียต้ังแต่อยู่
ในท้อง พ่อแม่ไทยดีอย่างนี้ เพราะท่านมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง พอรู้ว่าเรามาเกิดท่านนี้ตั้งใจ
95
ทีเดียว ครรภ์ของท่านไมใ่ ห้กระทบกระเทือน ถ้าปล่อยไม่ประคองดี ๆ กระทบกระเทือนบา้ ง ป่านนี้พิการแขน
ขาเบี้ยว ไม่แข็งแรงเหมือนเดี๋ยวน้นี กึ ถึงคุณทา่ น
จี้เข้ากลางระลึกเข้าไปดู เจอความจริงอยู่อย่าง เป็นธรรมะชัด ตอนเป็นทารกอยู่ในครรภ์ เป็นทารก
นอนคุดคู้ จิตของมนั ไปจดอย่กู ลางกาย ตรงดวงธรรม ทารกจึงไม่ต้องหายใจไม่ตาย พอมนั โตข้นึ มามนั ไม่เอาจิต
ไปจดอยู่ที่กลางกายตลอด ออกมาก็ต้องหายใจฟืด ๆ ฟาด ๆ จนถึงปัจจุบัน ถ้าจิตจดกลางดวงธรรมนิ่ง มันไม่
ต้องหายใจ เป็นสมาธินิ่งแม้จะอยู่ในท้อง ลำบากเท่าใด คุดคู้เท่าใดก็พอทนได้ เมื่อคลอดออกมาเอาไปอยู่ใน
หอ้ งแคบสักหน่อย ก็ชกั ทนไม่ได้ เพราะจิตไม่ได้ไปจดอยู่ที่กลางดวงธรรม ตงั้ ใจให้ดจี ติ จดอยู่กลางดวงธรรมมัน
เหมือนทารกอยใู่ นครรภ์
จเ้ี ขา้ กลางของกลาง ๆ ดูหนกั เข้าไปอกี ทำไมบางคนตายในครรภ์ ท่ีตายเพราะพ่อแม่ไม่ได้ถนอมกินยา
รีดลูกบ้าง เปรี้ยวหวานเค็มมันกินไม่เลือก เที่ยวไปเรื่อยเห็นแก่ความสนุกสนาน เจ้าทารกข้างในกระเทือนจิต
ไม่ได้จดกลางดวงธรรม จิตไม่หยุดต้องหายใจ น้ำเข้าจมูกเข้าปอดตาย เห็นว่าเรารอดปากเหยี่ยวปากกามาได้
เพราะพ่อแม่ ถา้ ทา่ นไมส่ งสาร เราข้ึนรถลงเรือทัศนาจรไปเรอ่ื ย ป่านี้ก็ไมไ่ ดม้ านง่ั อย่างนี้
มองเขา้ กลางของกลาง ๆ ให้ม่ัน จนี้ ง่ิ ทศี่ นู ย์กลางกาย ระลึกยอ้ นไปอีก ทำไมเราไม่ไปเกิดกับพ่อแม่อ่ืน
เพราะเรามีบุญมีกรรมชนิดเดยี วกับพ่อแม่ เรามีบุญกรรมมาคล้าย ๆ กัน จึงได้เข้าพวกกันได้ เข้ามาเกิดทีเดียว
กรรมพันธุ์เป็นอย่างนี้ไม่ใช่โครโมโซม ไม่ใช่ยีน ไม่ใช่ RNA DNA พ่อแม่มีบุญบาปมีกรรมอย่างนี้ เรามีอย่าง
เดยี วกันจึงถกู ดูดมาเข้าท้องทา่ น
จีเ้ ขา้ กลางของกลาง ๆ นิ่ง ดับหยาบไปหาละเอยี ด ๆ ใสละเอียด ๆ หนัก เรากม็ ีบญุ ไว้มากดีทเี ดยี ว จึง
ไดม้ าอย่อู ย่างนี้ เรามกี รรมใกลเ้ คยี งพอ่ แม่ ทา่ นมีกรรมมาดีเราจงึ มาอยกู่ ับทา่ น มเิ ช่นนนั้ โดยบีบหัวตายไปแลว้
จ้ีนง่ิ เขา้ กลางของกลาง ๆ น่ิง มองยอ้ นหลับไปดูทศ่ี นู ย์กลางกาย พ่อแม่มีกรรมอยา่ งไร เรากม็ ใี กล้เคียง
กนั ดพู ่อแมเ่ ราท่านมีข้อบกพร่องอะไร เตรียมตวั ไว้ เราตอ่ ไปจะมีคล้าย ๆ กนั รีบแก้ไขเสียงแต่ต้นมือ ส่วนที่ดี
ของท่านเราเจริญรอยตามเกบ็ ให้ม่ันรักษาไว้เป็นสมบัติติดตัว ตง้ั ใจ ทา่ นมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่
พึ่ง เราก็เอาอย่าง ข้อไม่ดีของท่านคือท่านยังไม่เห็นพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในตัว เราต้องเอาให้ดีกว่า
ทา่ น เอาใหเ้ หน็ ใหไ้ ด้ ทำพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ ใหเ้ กดิ ในตัว
จี้เข้ากลางของกลาง ๆ นิ่ง เราหมั่นระลึกย้อนไปดูก่อนนอกครรภ์ ก่อนมาสู่ท้องพ่อท้องแม่ เจ้ากาย
มนษุ ย์ละเอยี ดเป็นตัวนำมา เบ้ืองต้นระลกึ ให้ชำนาญก่อน พอ่ แม่เปน็ เบ้าหลอมของเรา กอ่ นเกดิ พอ่ แพ้ท้องก่อน
แล้วกแ็ มแ่ พท้ ้องเสรจ็ แล้วจึงเป็นเรา
เอาจิตจี้นิ่งเข้ากลาง เราเห็นแล้วรอดปากเหยี่ยวปากกามาได้ เพราะพ่อแม่เราดีเหลือหลาย ท่านไว้
ชวี ิตเราเหมือนไก่กินแมลงในปากแลว้ ยังคายออก แล้วท่านยังประคองเลีย้ งเรา สอนใหร้ ู้จักพระพทุ ธ พระธรรม
96
พระสงฆ์ ในฐานะที่เราเป็นบุตร โตขึ้นมีลูกยังมเี มียกต็ ้องเลี้ยงให้ดี เลี้ยงอย่างพ่อแม่เลี้ยงเรามา ให้ลูกเค้า เมีย
ผวั ยดึ เอาพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆเ์ ป็นทต่ี ั้ง
จี้เข้ากลางของกลาง ๆ ดับหยาบไปหาละเอียด ๆ ใสละเอียด เราจะตอบแทนคุณพ่อแม่อย่างไร ป้อน
ข้าวป้อนน้ำท่านก็ยังไม่พอ บวชให้ท่านก็ยังไม่พอ ให้ความสะดวกสบายก็ยังไม่พอ จะให้พอต้องนำท่านเข้ามา
ให้ถือศีลปฏิบัติธรรม ท่านมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งแล้ว แต่ยังไม่ถึงพระพุทธ พระธรรม
พระสงฆ์เปน็ ท่ีพ่ึง เราตอ้ งน้อมหาอบุ ายให้ทา่ นได้ธรรมกายเปน็ ที่พ่ึง ก่อนหาวธิ นี ้นั ได้เราต้องทำให้ก่อนโดยการ
เอาจิตจเ้ี ข้ากลางของกลาง ๆ พอถูกส่วนดวงปฐมมรรคลอยข้ึนมาใส เอาจิตจีเ้ ข้ากลางน่ิง พอถูกส่วนถึงดวงศีล
กลางดวงศีลถึงดวงสมาธิ กลางดวงสมาธิถึงดวงปัญญา กลางดวงปัญญาถึงดวงวิมุตติ กลางดวงวิมุตติถึงดวง
วมิ ตุ ตญิ าณทัศนะ
กลางดวงวมิ ุตติญาณทัศนะพอถูกส่วน ถึงกายมนุษยล์ ะเอียด เข้ากลางกายมนุษย์ละเอียดถึงกายทพิ ย์
พรหม อรูปพรหม กายธรรม โสดา สถิทาคา อรหัต ทำให้ตัวธรรมกาย ถึงธรรมเราแทนคุณพ่อแม่ได้สาสม เข้า
กลางธรรมกาย พอธรรมกายเกดิ ข้ึนพ่อแม่ปู่ย่าตายายไปสอนธรรมะท่าน คนอื่นที่เขาไมไ่ ดธ้ รรมกาย เขาคิดถงึ
พ่อแมไ่ ปวดั ไปเผาทา่ นแล้วกร็ ้องไห้กันโฮ ๆ เผาเสรจ็ กลับบา้ น คนตายตายไป คนอยูก่ ็อย่ไู ป ต่างคนต่างอยู่ตัด
กันทีเดยี ว เหมอื นปล่อยลอยแพไป พ่อแม่ไปสวรรค์ ไปนรกก็ไม่รูไ้ ด้ แต่เดาไปลม ๆ แลง้ ๆ วา่ ท่านไปดี
เอาธรรมกายจี้เข้ากลางของกลาง ๆ ถูกส่วน ตามท่านไปดูได้ว่าท่านไปไหน ถ้าท่านตกนรกจะทำ
อย่างไร เรานึกน้อมอาราธนาธรรมกาย พอธรรมกายไปถึงนรก ไฟนรกดับหมดไปฉุดพ่อแม่ขึ้นทีเดียว พ่อแม่
เห็นเรากก็ ราบ แต่ไมใ่ ชก่ ราบเรา กราบธรรมกายในตัวเรา เราแทนคุณท่านได้ อาศัยธรรมกายให้ศีลทา่ น พอ่ แม่
รบั ศลี จิตกต็ กในบญุ จิตเกาะเรือ่ งบญุ ทางศลี ภาวนาท่ีทำไว้ ระลกึ ได้ เกดิ ใหมจ่ ากนรกเป็นเทวดา มธี รรมกายดี
อย่างนี้พ่อแม่ตกนรกช่วยได้ เอามาเสวยผลบุญก่อน สอนให้ท่านมีโอกาสทำดีต่อไป ตั้งใจเข้ากลางได้เมื่อไร
ความช่วั กต็ ามมายงั ไม่ทนั มีโอกาส หมดเวรหมดกรรมได้ เหมือนพระโมคคัลลาก็ถูกโจรทุบตาย ไม่เล้ียงดูพ่อแม่
ทุบตพี อ่ แม่นรกกินหวั ทเี ดยี ว
จี้เข้ากลางของกลาง ๆ พ่อแม่ไปสวรรค์แล้วก็ไปสอนท่านทำสมาธิหนักขึ้นไปอีกบุญของท่านก็
เหลอื หลายเกิดมาอกี ไม่ก่ชี าตเิ ข้ากลางถูกสว่ น กไ็ ปนิพพาน มธี รรมกายดอี ยา่ งนี้ ตัง้ ใจทำธรรมกายให้เกดิ
จี้เข้ากลางของกลาง ๆ ดับหยาบไปหาละเอียด ๆ ใสละเอียด ๆ ตั้งใจนิ่ง ถ้าเรามีลูกเราจะเลี้ยงดูลูก
อย่างไร ในสมัยพุทธกาลมีพ่อคนหนึ่งเลี้ยงลูกไม่ดี ทำตัวอย่างไม่ดีให้ลูกดูเอารองตอกใส่อาหารไว้ให้พ่อแม่กิน
เหมือนหมู่เหมอื นหมา พอลูกายุ 6-7 ขวบ เริ่มมขี องเล่น วันหนงึ่ ลกู เอาของเล่นไปวัดขนาดรางอาหารท่ีปู่ย่ากิน
พ่อมาเห็นถามลูกว่าทำอะไร จะเอาไว้เลี้ยงหมูเ่ ลี้ยงหมาหรือ ลูกบอก เปล่า เก็บเอาไว้ใหพ้ ่อ เมื่อพ่อแก่แล้วจะ
ได้ทำอย่างนี้บา้ ง ต้องรบี ทำไว้ตอนนี้ เดยี๋ วนานไปแลว้ จะจำขนาดไม่ได้ ตอ้ งรบี วัดเอาไว้