147
กับเมยี ยังบอกวา่ ไม่ได้ผิดอะไร เมยี บอกว่าท่ีไม่ทำไมไม่เหมือนก่อน ผวั ก็บอกวา่ เดย๋ี วน้ีไปศึกษาธรรมะกับพระ
พุทธองค์ถึงธรรมกายเป็นพระอนาคามีแล้วก็รู้สึกเฉย ๆ เมียก็เลยต่อว่าว่าทำไมไม่บอกกันจะได้ไปปฏิบัติด้วย
เมียกไ็ ปฟงั ธรรมะในวันรุ่งข้ึนได้เปน็ พระอนาคามที ันกัน ฝมี ือใชไ้ ด้ ขออนญุ าตสามีออกบวช ออกบวชได้ไม่กี่วัน
กใ็ ช้ธรรมกายหน้าตกั กว้าง 10 วา สูง 10 วา พจิ ารณาจนไม่ตดิ ในพรหม แล้วเข้าปา่ ไปปฏิบัตไิ ดไ้ ม่ก่ีเดินก็บรรลุ
เปน็ พระอรหนั ต์ ไดด้ ีกว่าผวั อีก คือพระธรรมทินนาเถรี
ต้องลอกกิเลสออกเป็นชั้น ๆ กระเทาะมนุษย์ได้เป็นกายทิพย์ กระเทาะกายทิพย์ได้เป็นกายพรหม
กระเทาะกายพรหมได้เป็นกายอรปู พรหม กะเทาะกายอรปู พรหมไดเ้ ปน็ พระอรหันต์
ยอ้ นมาดพู ระพุทธเจา้ ของเรา ระยะทีไ่ ปอย่กู ับอาฬารดาบส พระพทุ ธองค์ทรงยืนยันว่าถึงกายพรหม
แล้วผา่ นกายมนุษย์ กายทพิ ย์ กายพรหม อยู่กบั อุทกดาบสถงึ อรปู พรหม ได้อรูปฌาณ แล้วก็ติดอยู่เช่นนี้ต้องไป
ค้นอีก 6 ปี จนพระชนมายุ 35 พรรษาถึงธรรมกาย พอใช้ธรรมกายลอกกายมนุษย์ กายทิพย์ กายพรหม กาย
อรูปพรหม ออกไปได้บรรลเุ ป็นพระสมั มาสัมพุทธเจา้
เวลาอาราธนาศีลถือศีลข้างในเกิดดวงศีลใสทีเดียว พอนั่งสมาธิดวงสมาธิก็เกิดใส ข้างนอกทำอะไร
ข้างในจะตรงกนั เหมือนเอาก่ิงไมจ้ ุดไฟจะเกิดความร้อนและแสงสวา่ งตามมา กายเราเกิดดับได้ ตั้งใจถือศีลมา
อย่างดี พอไปผิดศลี กายทพิ ย์ทอี่ ุตส่าหส์ ว่างประคองมาดดี ีกด็ ับไปเหมือนตายไปแล้ว แตก่ ายเปรตกายอสุรกาย
กายสัตว์นรก กายสัตว์เดรัจฉาน ผุดมาแทนที่ ถ้าเกาะบุญความดีก็เกิด ถ้าเกาะบาป ความบาปก็เกิด เมื่อตาย
ไปกายเนื้อเน่าเปื่อยแยกธาตุไป กายมนุษย์ละเอียดก็จะพาไปตามบุญที่สร้างมา ถ้าสร้างบาปไว้พวกกายสัตว์
นรกกายอสรุ กายก็พาไปนรกด้วยเหตนุ ีเ้ วลาชาวบ้านมาถามวา่ คนตายแล้วไปไหน พระพุทธองคจ์ ึงไม่ตอบ ต้อง
ไปดูเองด้วยกายพระอรหนั ต์
สมมุติว่ามีบ้านหรือวังอยู่แหง่ หนึง่ เวลาไปติดตะรางเขาก็ไม่ให้เอาบ้านไปตัง้ ไว้ด้วย เหมือนเวลาตาย
ไปความดีกเ็ คยทำ แต่บางครั้งตอ้ งไปตกนรกเสยี กอ่ น
ให้รู้คร่าว ๆ เป็นแนวในทางปฏบิ ัตวิ า่ ในการเดินทางสายกลางต้องผ่านศีล สมาธิ ปัญญา ลอกกิเลส
มนุษย์ถึงกายมนุษย์ละเอียดที่มีศีลสมาธิปัญญาสำหรับลอกกิเลสเป็นชั้น ๆ ไป พอไปถึงแล้วรู้เองว่ายังมี
Variation ต่าง ๆ อีกพอถึงปฐมมรรคทุกอย่างมันง่ายไปหมด ยากแต่ตอนต้นเหมือน entrance เข้า
มหาวทิ ยาลัย
พิจารณาหยิบเม็ดมะม่วงมาเพาะ งอกเป็นต้น ถ้ามีคนมาถามว่าต้นมะม่วงใชเ่ ม็ดมะม่วงใช่ไหมมันก็
ไม่ใช่ ปัญsาธรรมะอย่าใช้คำว่า Yes หรือ No กับใคร พระพุทธองค์ใช้คำว่าต่อเนื่อง รายละเอียดต้องไปดูเอง
เมอื่ ถงึ ธรรมกาย เพราะพูดแลว้ ตามกันไม่ทนั เรือ่ งเหลา่ น้ีไม่ใช่เรื่องมาเถียงกันต้องฝึกสมาธิ รูเ้ อาเอง เป็นของรู้
เฉพาะตัว โอปนยิโก ต้องน้อมเข้ามาพิจารณาในตัว ธรรมะเป็นอยา่ งนี้ ถ้าธรรมะเอามาตีแผ่ใสก่ ระจาดขายกัน
ได้ ปา่ นนกี้ บ็ รรลุพระอรหันตไ์ ดแ้ ล้ว จะบรรลุพระอรหันต์ไดต้ อ้ ง
1 เดินทางสายกลางเข้ากลาง กลน่ั กายตา่ ง ๆ ดว้ ยศลี สมาธปิ ญั ญาจนถึงพระอรหันต์
148
2 สอนให้ช่วยตนเอง อย่าไปคิดถึงใคร เพราะพึ่งไม่ได้ พระพุทธองค์สอนให้พึ่งตัวเอง วัตถุอื่นไม่ให้
พึ่ง เวลานั่งอาตมาขออย่าได้ไปนั่งพิง คนไทยเสียนิสัยที่เลี้ยงลูกก็จูงมือลูกตั้งแต่เล็กจนโต พอปล่อยก็ล้ม บาง
คนลกู อายุ 30-40-มีลกู แลว้ กย็ งั ชว่ ย พระพทุ ธองค์สอนให้พึ่งตนเอง ช่วยตนเอง เกาะตนเอง มีความหมายมาก
อยา่ งหยาบ ๆ กเ็ ป็นการช่วยโดยไมพ่ ง่ึ ผูอ้ น่ื แตใ่ นทางละเอยี ด การปฏบิ ตั เิ บอื้ งแรกเอากายเนอ้ื พ่ึงถือศีลของเรา
เอง ทำปัญญาของเราเองให้เกิดขึ้น คนอ่นื มาทำแทนไม่ได้ พอศีลสมาธปิ ัญญา ถูกส่วนกเ็ กิดเอง ทำปัญญาของ
เราเองให้เกิดขึ้น คนอื่นมาทำแทนไม่ได้ พอศีลสมาธิปัญญาถูกส่วนก็เกิดกายมนุษย์ละเอียดขึ้น พอถึงกาย
มนุษย์ละเอียดก็ไม่ติดกายเนื้อ พึ่งตนเองเอากายข้างในพิจารณาต่อไป ทำศีลสมาธิปัญญารู้ว่าตนของเราไม่ใช่
กายเน้อื แลว้ เอาตนเบ้อื งหลังฉากที่สอนให้ทำบุญมาพิจารณาศลี สมาธิปญั ญาหนกั เข้า ปรากฏว่าถูกส่วนจะเข้า
ไดถ้ งึ กายทพิ ย์
เรามองต้นไม้ เช่นต้นนนทรีต้นใหญ่ เอาปลายนิ้วชีเ้ ข้าไปเจอสะเก็ดตรงน้ัน ใช่ต้นไหม ใช่เหมือนกนั
แต่ไม่ใช่ตัวจริง ยังถูกควบคุมด้วยเปลือก สะเก็ดข้างนอกเป็นต้นหลอก ๆ พอศึกษาเปลือกก็ไม่ใช่ตัวต้น ไม่มี
กระพ้ีควบคมุ เปลือก พอถึงกระพกี้ ย็ ังมแี ก่นขา้ งในเป็นต้นไม้เอามาใชง้ านได้
กายเน้อื มศี ีลสมาธปิ ญั ญา เปรยี บเหมอื นสะเกด็ ไม้ กายมนษุ ย์ละเอยี ดเปรียบเหมือนเปลือกต้นไม้ พอ
ถึงกายทิพย์ก็รู้ว่ากายมนุษย์ละเอียดถูกกายทิพย์ควบคุม เหมือนเปลือกถูกกระพี้ไม้ควบคุม เมื่อถึงกายทิพย์ก็
พ่ึงกายทิพย์ซง่ึ เป็นคนพจิ ารณาศีล สมาธิ ปัญญา พบว่ากายพรหม Control กายทพิ ยอ์ ีกที ถกู ส่วนถึงกายอรูป
พรหม เขา้ กลางกายยดึ กายอรปู พรหมพิจารณาศีลสมาธิปัญญา หนักเขา้ ไปเจอแก่น เกาะเปน็ เกาะตาย คอื กาย
ธรรม ไม่ต้องกลบั มาเกดิ อยา่ งนอี้ กี
อยา่ งที่เห็นธรี วัฒนภ์ ายนอกน้ีไม่ใช่ธีรวัฒน์ขา้ งในเวลาฝนั ไปไหนมาไหนนน่ั ต่างหาก ท่ีเป็นท่ียึดกายนี้
ฝึกสมาธิหนักเข้า ๆ ข้างนอกข้างในต้องให้ตรงกัน พอถึงกายทิพย์ก็ปรากฏว่ากายมันไม่ใช่แล้ว ยึ ดกายทิพย์
เจริญศีลสมาธปิ ญั ญา โดยอาศยั กายข้างนอกดว้ ย เหมือนตน้ ไม้ยงั อาศยั เปลือก พอถงึ กายทิพย์เอากายทิพย์ฝึก
ศีล สมาธิ ปัญญาหนักเข้าถึงกายพรหม พอถึงกายพรหมกายทั้งหลายที่อยู่ชั้นนอกออกไปก็เป็นเปลือก กายธี
ระวฒั นจ์ ริง ๆ จึงเปน็ กายพรหมพวกศาสนาพราหมณ์มาติดที่พระพรหม บางศาสนาพอฝึกมาถงึ กายทิพย์ ก็คิด
วา่ กายทพิ ย์ถึงที่สดุ แลว้ ไม่มีอีกแลว้ คดิ ว่าเทวดาสร้างโลก พระเจ้าสรา้ งโลก พวกโยคีฝึกหนักเข้าเจอกายพรหม
ก็วา่ พรหมสรา้ งโลก ถ้าเอากายพรหมฝึกสมาธิหนักเข้าถงึ อรูปพรหม ก็วา่ อรูปพรหมสร้างโลก พระพุทธองค์พอ
ถึงกายอรูปพรหมไมเ่ ชื่อว่าสน้ิ สุดแล้วท้ัง ๆ ท่อี าจารย์บอกว่าหมดสิ้นท่ีอาจารย์รู้แล้ว และให้มาช่วยสอนอยู่กับ
อาจารยต์ ่อไป พระพทุ ธองคไ์ มเ่ อา เขา้ ป่าคน้ ควา้ ต่อไป จนถงึ กายธรรม แล้วร้ทู ุกอย่าง
แต่ท่านไม่บอกท่านบอกให้ดูเอาเองจากกายธรรม ผู้ที่เห็นแล้วก็ไม่บอกเพราะเหมือนเราเรียน
เครื่องยนต์ เรียนขบั tractor แล้วเห็นเศษเหลก็ ทีถ่ อดจาก tractor มากองอยู่ ทีแรกไมเ่ ช่อื วา่ เปน็ tractor เป็น
แค่เศษเหล็ก ต่อมาเรียนถึงเรื่องประกอบ tractor ว่าประกอบด้วยเครื่องยนต์ Hydraulic ลูกสูบล้อ กว่าจะ
ศึกษาได้แต่ละชิ้นก็ยาก พอชำนาญก็ถึง step ต่อมาคือ เอาชิ้นส่วนมาประกอบกันเป็น tractor คล่องแคล่ว
ว่องไว Step ที่สามกับ Step ที่หนึ่งก็เห็นว่า Step เป็นเศษเหล็กเหมือนกัน แต่เห็นกันคนละอย่าง พระพุทธ
149
องค์จึงไม่บอกว่าโลกนี้ใครสร้าง มิฉะนั้นพวก Step ที่หนึ่งจะโมเมเขาว่าตนเห็น Step ที่สามแล้ว จึงได้ค้น
Step ทส่ี องให้ได้แลว้ Step ทสี่ ามจะเห็นเองทางศาสนาพุทธเป็นอย่างน้ี จะไมบ่ อกก่อน ตลอดเวลาที่ฝึกสมาธิ
อาตมาจึงไมค่ อ่ ยบอกอะไร พอไปถึงแลว้ จึงคอ่ ยพูดกันเป็นขั้น ๆ ไป ถ้าบอกล่วงหน้ากเ็ ดากันเอง
ที่เขาไปสวรรค์ พรหม อรปู พรหมแบบกสิณน้นั เป็นสมาธแิ บบหน่ึง แต่เป็นสมาธนิ อกกาย ตงั้ เอาดวง
นิมติ ทเ่ี ปน็ วงกลมน้ำ วงกลมดนิ หรอื วงกลมไฟ เอาจติ ไปเพง่ เอาไวก้ ลางดวงนิมติ ร พอจะไดต้ ดิ ตาเห็นเป็นดวง
ก็ทำดวงขยายใหญ่ขึ้น อาศัยดูภาพกอะไรต่าง ๆ จากวงกลมนี้ เรียกว่าเป็นทางโลกีย์ หรือทางนอกตัว สมาธิ
นอกตวั ไปไดไ้ ม่ไกลนัก เพราะการกายไมด่ ี ไปไมถ่ งึ ธรรมกาย พระพุทธองค์บอกว่าเป็นของเด็กเลน่ ให้เอาเข้ามา
ข้างใน เมื่อเอาเข้ามาขา้ งในแลว้ ไดถ้ งึ นพิ พานได้
สรุปแล้วพ่งึ ตวั โดยน่ัง ศลี สมาธิ ปญั ญา อย่างอ่นื พึง่ ไม่ได้ เราจะพึ่งหลวงพีใ่ หม้ าเหน็ ทางไม่ได้ หลวง
พ่ีจะพง่ึ พระพุทธองค์ให้มาเห็นทางไม่ไดเ้ ช่นกัน เราอาศัยตาเน้ือพิจารณาไม่ได้ มเิ ช่นนั้นหมอและสัปเหร่อ ก็ยัง
เป็นคนท่วั ไป ยังไมส่ ำเร็จเปน็ พระอรหนั ตโ์ ดยการศพทกุ วนั ๆ เลย
เมื่อฝึกศีลสมาธิ ปัญญา แล้วเกิดธรรมกาย อาศัยธรรมกาย ธรรมกายพิจารณาธรรมที่พึ่งของเราได้
แตบ่ ทจะตายไม่มีใครพ่ึงใครได้ พอเมียตายก็ไม่กล้านอนในห้องกลวั ผีเมีย เมียกเ็ หมอื นกัน ตอนก่อนรักกันมาก
พอส่งถึงวัดได้เผาเสร็จก็เอานำ้ มนต์ข้าวสารซัด กลัวจะมากวน ลูกก็เหมือนกัน พ่อตายแม่ตายหอ้ งก็ไมเ่ ขา้ แลว้
คดิ จะพ่งึ ผวั เมีย ลูก ก็ไมไ่ ดต้ อ้ งพง่ึ ตวั บางคนคิดว่ามีลกู ดพี ึง่ ไดเ้ มื่อแก่ แต่กพ็ ึ่งไดอ้ ยา่ งหยาบ ๆ บางคนหวังพึ่ง
ลกู ทำบญุ ใหเ้ มื่อตายไปแลว้ ลกู เดี๋ยวนีจ้ ะมีทำบญุ ตักบาตรกี่ครั้ง ตอนนมี้ เี รีย่ วแรงก็ทำไปเองพ่ึงตนเองก่อน ข้ัน
แรกทำทานให้มั่น ศีลกม็ ั่น ตัดความโลกได้อยู่ดี ๆ พ่อแม่เลีย้ งมาได้โต พอจะเลย้ี งพ่อแม่ได้ไปเอาลูกสาวคนอื่น
เขามาเล้ียง โดนหลอกชัด ๆ
3 พระพทุ ธองค์ทรงบอกว่าทุกอย่างให้แกท้ ่ีเหตุ ๆ จะแกท้ ผ่ี ลไม่ได้ ถา้ นิสิตสอบตกก็ต้องดูที่ตัวนิสิต
ก่อนจะไปแก้ที่อาจารย์ก่อนไม่ได้ แล้วค่อยไปแก้ที่อาจารย์ให้อาจารย์เลื่อนคะแนนให้ สาเหตุที่โจรเยอะ ถ้าข้าว
ไมย่ ากหมากแพงโจรก็ไม่มี เหตุเป็นอยา่ งนไี้ ม่ใชไ่ ปเที่ยวไลฆ่ า่ โจร ก็ไมจ่ บกนั
ความทุกขข์ องมนุษย์มาจากไหนแก้เหตขุ องทกุ ข์ไดอ้ ยา่ งไร
ทกุ ข์หยาบ ๆ คอื คอื ความปวดเมื่อย นัง่ ทำสมาธปิ วดมันก็เป็นทุกข์ พอน่ังสมาธิถงึ ธรรมกาย กร็ ้ไู ด้วา่
ที่นั่งแล้วปวดเมื่อยข้างในก็มีเหตุคือมีดวงทุกข์อยู่ ฝึกสมาธิต่อไปอีกแก้เหตุโดยรู้ว่าเกิดเป็นมนุษย์ก็เกิดที่โลก
รากเหง้าของความทุกข์มันมีที่โลภโกรธหลง แก้โลภโดยการให้ทาน แก้โกรธโดยการถือศีล แก้หลงโดยการ
ภาวนาใหเ้ จริญปญั ญา ภาวนาสัมมาอะระหังจนจติ หยดุ เป็นการแก้เหตุท่เี กดิ ของทุกข์เป็นเบื้องตน้ เป็นฆราวาส
กถ็ อื ศีล 5 ศีล 8 แก้หลงโดยการภาวนาจนเกิดปัญญาใชป้ ัญญาพิจารณาต่อไปว่าท่ีเรามาเกิดมีแต่ทุกข์ทั้งน้ันไม่
เฉพาะโลภโกรธหลงเพราะเปน็ ที่ปลายเหตุ ท่ตี ้นเหตคุ อื เพราะเกดิ ถ้าไม่เกดิ ก็ไมม่ โี ลภ โกรธ หลง พอเกิดแล้วก็มี
แก่ เจบ็ ตาย เอาปัญญาแกเ้ กิดแก่เจ็บตาย โดยการปฏิบัตติ ามมรรค 8 ซึง่ เม่ือสรุปกค็ อื ศลี สมาธิ ปัญญา
150
4 ไม่ให้ประมาท ทุกสิ่งไม่เพียงประมาทไม่ได้ ถ้าไม่ให้ประมาทมีวิธีแก้อย่างไร ต้องมีสติสติจะมีได้
ตอ้ งอาศัยสมาธิ สมาธิจะเกิดไดต้ อ้ งมศี ีล ไมใ่ หฟ้ งุ้ ซ่าน
5 ละความชั่ว ทำความดีทำใจให้บริสุทธิ์ ละความชั่วทางกายวาจาด้วยศีล ทำความดีโดยรู้จักทำ
ทานท้งั
อามิสทาน - การให้สิ่งของ
ธรรมทาน – การให้ธรรมะ
อภัยทาน – คอื การมีศีลไม่ถือโทษโกรธใคร
ทำใจให้บริสุทธิโ์ ดยการภาวนา ทำอะไรไม่พ้นศีล สมาธิ ปญั ญา ซึ่งใช้เปน็ เครื่องกล่ันกรองธรรมขันธ์
จะทำอะไรถ้าพ้นศีลสมาธปิ ญั ญาก็เท่ากับพ้นมรรคแปด หรือบางคนสรุปได้วา่ สิง่ ทั้งปวงไมค่ วรยึดมัน่ ถ้ายึดม่นั
ถือมั่นจะเป็นทุกข์ คำสอนของพระองค์ทั้ง 84,000 พระธรรมขันธ์ สรุปได้อย่างเดียวคือสิ่งทั้งปวงไม่ควรไปยดึ
ม่ัน กายเนื้อถา้ ไปยึดม่นั มโี กรธ ตอ่ มาศลี ขาด ยึดมั่นถอื ม่ันในกายทพิ ย์ กายทิพยไ์ มม่ ีสมาธิมีศีลมีทานถ้ายึดมั่น
ในกายทิพยก์ ็ไม่มสี มาธิ พอมาเกดิ เป็นมนษุ ยเ์ ปน็ ไปได้ที่ศลี ขาดได้ ถ้ามนุษยไ์ ปยดึ มัน่ ภายนอก เช่น ลกู เมีย ผัว
มหาวิทยาลยั ประเทศ คอื ขาดและสมาธขิ าด จติ ล่องลอยทัว่ ไป ทงั้ วนั ทำใหไ้ มม่ สี มาธิ ต้องมี 1. ศลี 2. สมาธิ 3.
ปัญญา ให้มนั ไมพ่ น้ ไปได้ ถา้ ไม่มี 3 อย่างนีก้ ็ไมเ่ กดิ ประโยชนแ์ มจ้ ะอา่ นหนังสือเปน็ ตั้ง ๆ แต่ไมม่ ศี ีลกใ็ ชไ้ ม่ได้
การฝึกวิธีอื่นก็เหมือนกับการมาทางเข้าที่ต่างกัน อย่างไรก็ถึงกายธรรมด้วยกัน ทางนี้มีทางเดียว
เรียก 10 กายมรรค แตก่ ารไปเข้าทางนม้ี หี ลายทาง
การปฏิบัติธรรมเบื้องตน้ ตอ้ งมีศลี ถ้าไม่มีศีลไปไม่รอด ไม่เกิดประโยชน์ การศึกษาในมหาวทิ ยาลัยก็
เหมือนกัน จบออกมามีปริญญาตรี ถ้าไม่มีศีลก็ไม่มีอะไรรับรองว่าจะเป็นคนดี ศีลเป็นตัวรับรองของทุกวงการ
เมื่อมีศีลแล้วจะมีสมาธิตามมา ถึงไม่ได้ฝึกสมาธิ แต่ก็เป็นสมาธิอ่อน ๆ เป็นผู้ใหญ่ปกครองคนไม่ได้เพราะไม่มี
ศีล ไม่มีใครไว้ใจใคร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สมัยรุ่นหลวงพี่อยู่ก็ดีมาก พอน้องใหม่เข้ามาไม่ว่าหญิงหรือ
ชาย รนุ่ พ่เี ขาไม่ยุง่ ด้วย เขาแสดงความเฉย พวกน้องปีหน่ึงก็ยงุ่ นัง่ ไปตามเร่ือง รนุ่ พจ่ี ะมายงุ่ ดว้ ยเม่ือน้องข้ึนปี 2
แล้ว ทำน้องเกรงใจรุ่นพี่ แต่เดี๋ยวนี้รุน่ พี่ตัวดี พอน้องใหม่เข้าก็คอยจ้องน้องผูห้ ญิงแล้ว อย่างนี้ไม่มีใครเขาไวใ้ จ
เพราะทำตัวแบบหลวงตา กินไก่วัด ปกครองกันไม่ได้ ทุกระบบประชาธิปไตยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรือ
คอมมิวนสิ ตก์ ็ตาม ถา้ ปกครองกนั แบบไม่มศี ลี ก็ปกครองกันไมไ่ ด้ กป็ กครองกันไม่ได้ไม่มีอะไรเป็นเคร่ืองประกัน
ไมไ่ ดเ้ ลยเวน้ จากศีล ไปถงึ ถ่นิ ไหนก็ตาม ตวั เราเองต้องมศี ีลแมต้ วั เราเองไม่มีศีลแลว้ ใครที่ไหนเขาจะมีผลต่อเรา
ระบบใครฆ่ากูกูต้องฆ่ามันใช้ไม่ได้ ถ้าใช้โลกก็ลุกเป็นไฟไปเมื่อมีศีลสมาธิตามมา ปัญหาที่เกิดขึ้น เห็นตัวอย่าง
แล้ว หลาน 2 คนนัน้ เปน็ เด็กตวั นิดหนงึ่ ถามอะไรเข้าตอนเป็นผใู้ หญ่ได้
ใครเคยถามตัวเองวา่ พระพทุ ธเจา้ สอนให้เราเชือ่ ใคร พระองค์ไม่ใหเ้ ช่ือใคร ท่านใหเ้ ช่ือตนเอง แตต่ น
ก็แบ่งเป็นชน้ั ๆ ตอ่ ไปอกี คือตนในสำนกึ และตนที่แทจ้ ริง เบ้ืองต้นใหเ้ ชือ่ ตนเองเพราะตนก็มคี วามสามารถ ใคร
บอกว่าพระพุทธเจ้าเหาะได้ เทวทัตดำดินได้ ก็ยังเชือ่ ไม่ได้ ไม่รู้รับฟงั ไว้ก่อน แล้วจึงไปค้นดู เบ้ืองแรกมีศีลเป็น
151
ฐาน ถา้ ไม่มศี ีลกย็ งั ไว้ใจตนเองไม่ได้ เขา้ ใกลท้ รพั ยใ์ ครเด๋ียวยุ่ง เมอื่ มีศีลเชือ้ กายเนื้อตนเองได้แลว้ กฝ็ กึ สมาธิ ฝึก
ปัญญา อาศยั ปัญญาของเรามาพจิ ารณาไตร่ตรองตน โดยสมมุติคอื กายเน้อื ยังไว้ใจไม่ได้ เพราะมเี น่าเป่ือย ผุพัง
ตายไป พอมีสมาธิหนักเข้าก็เชื่อคนที่ละเอียดขึ้นคือกายมนุษย์ละเอียด หนัก ๆ เข้าก็ตนที่ละเอียดกว่าคือกาย
ทิพย์ซึ่งยังมีกามคุณกายพรหมซึ่งมีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาดี หนักเข้าก็รู้ว่าพรหมก็ยังหลงอยู่ในรปู ฌาณ
ยังมีความหลงอยู่เชื่อไม่ได้พอไปถึงอรูปพรหม ก็ยังเวียนว่ายตายเกิดอีก ตนอันนี้ก็ยังใช้ไม่ได้ ต้องทำให้ถึง
ธรรมกาย เปน็ ตนจรงิ ในปรมติ ตนแรก ๆ เปน็ ตนเบ้ืองตน้ ใชอ้ าศัยใหพ้ บตนทแ่ี ทจ้ ริง
ฉลาดก็มี 2 อย่างคือฉลาดแบบพระและฉลาดแบบโจร ทุกอย่างจึงแบ่งเป็นสัมมาและมิจฉาประดับ
โจร มีอะไรเหมือนกันบ้าง อันแรกที่อยู่อาศัย โจรอยู่ในป่าถึงคราวต้องหลบต้องซ่อน มีกินก็กิน มีเวลาอดต้อง
อด โอกาสพระมีสองภาพที่ท่ีใกลก้ ัน ในด้านความเป็นอยูว่ ันพระพระสบายวันอื่นจะอดตาย วันพระกินไมห่ มด
วันอื่นไม่ค่อยมีคนตักบาตร โจรนั้นพอวันไหนไปปล้นเขามาได้ก็รวย หลังจากนั้นก็ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ หนีเขา
อด ๆ อยาก ๆ ในด้านที่อยู่พระที่เคร่งจริง ๆ ท่านก็ออกป่าธุดงค์ไปหรือกระต๊อบหลังเดียวท่านก็อยู่ได้ โจรก็
เหมือนกันต้องอยูต่ ามป่า พระกับโจรมีอะไรที่คล้าย ๆ กัน แต่ต่างกันอยู่อย่างเดียวคือทิฏฐิ พระมีความเห็นวา่
ทำดีได้ดี ทำชัว่ ได้ชว่ั โจรเหน็ ว่าทำดีทำชวั่ ตัวกกู ไ็ มเ่ คยเห็นว่าเป็นอย่างไร ตัวบาปเป็นอยา่ งไรไมเ่ ช่ือ ปัญญาโจร
ก็มีเป็นมิจฉาปัญญา ไม่คดิ สรา้ งสรรค์โลก คดิ แตใ่ นทางทำลาย
พระพทุ ธเจา้ ท่านทรงสอนวา่ ตอนเราเปน็ เลก็ ๆ พ่อแมน่ ้นั เราพ่งึ ได้ ท่านสอนใหเ้ รยี น เขยี น อา่ น แต่
พอโตข้นึ บางอย่างพอ่ แมก่ ็ทำไม่ถูกเหมอื นกัน เช่นตกเยน็ กก็ นิ เหล้าให้เราดู พอวนั พระแทนที่จะไปวัดกลับไปตี
ไก่ ครูอาจารย์บางคนก็เชื่อได้บางคนเชื่อไม่ได้ ประเพณีบางอย่างก็ไม่ไหว ใช้ไม่ได้ มีอย่างเดียวคือเชื่อตัวเอง
ตัวก็ต้องระวังอีกทั้ง 2 อย่างคือตัวโดยสมมุตแิ ละตัวเองจริง ๆ ตัวโดยสมมุตอิ ีกไม่กีว่ ันกเ็ ผาไว้ใจไม่ค่อยได้ เช่ือ
ปัญญาของตนเองแต่อยา่ ไปหลง ปัญญาจะเปน็ มาตรฐานไดต้ ้องมีสมาธิกำกับ สมาธิจะเกิดต้องมีศีลครบ ใครท่ี
คิดแต่ในทางทำลายในการฆ่าสัตว์ หลอกลวง กินเหล้า ตราบนั้นสมาธิไม่เกิดตาเนื้อก็ยังถูกหลอกได้ เช่นเวลา
คนเขาผ่าแตงโมเอาไปไว้ไกล ๆ เอาด้านเปลือกให้เราดู เราก็นึกว่าเป็นแตงโมทั้งลูก ขนาดยังลืมตาตาเนื้อยัง
โกหกเราเลย จะเอาอะไร ถ้าหลับตากายทิพย์ตาดกี ว่ากายเนื้อ แต่กย็ ังหลงในกามอยู่ กายพรหมกม็ หี ตู ายาวอัน
หลงในฌาณสมาบตั ิว่าพระพรหมสร้างโลก อรูปพรหมหลงในอรปู ฌาณ เขา้ กลางถูกส่วนถึงธรรมกายก็เชื่อได้ส่ิง
อื่นนอกจากธรรมกาย ถ้าดีเชื่อได้ ก็อย่าไปไว้ใจ มาถือศีลก็เหมือนกันเชื่อว่าสัตว์ไม่กวนแต่อย่าไปไว้ใจ อย่าง
น้อยที่สุดงไู ม่มาไก่กันเรา แต่ถ้าเราเผลอไปเหยียบมนั เขา้ ละก็ อันตรายขนาดตนเองยังไว้ใจไม่ได้จะไปไว้ใจใคร
ถ้าใหเ้ ชือ่ ก็เชือ่ ได้ ตราบใดทยี่ งั ไม่สำรวจพระอรหนั ต์กย็ งั เชื่อไม่ได้
นิทานว่ามีลาโง่ตัวหนึ่งไปถามจ้ิงหรดี ว่าเจ้ากนิ อะไรจึงมีเสยี งไพเราะนักจิง้ หรีดตอบว่าเรากินนำ้ ค้าง
แต่นั้นมาลาโง่กก็ ินนำ้ คา้ งทุกวัน ไม่ช้าตาย เพราะไปเชื่อเขา จิ้งหรดี กไ็ ม่ไดโ้ กหกมนั กนิ นำ้ คา้ งจริง ๆ
152
พระโพธิสัตว์หมายถึงผู้บำเพ็ญเพียรอยู่เพื่อเป็นพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้านับชาติย้อนหลังกลับไป
เรียกพระโพธิสัตว์ สมมตุ ิวา่ ดเิ รกอธิษฐานว่า สาธุ ตอ่ ไปขา้ งหนา้ ขอให้ไดเ้ ปน็ พระพุทธเจ้า ขณะน้ีก็เรียกว่าเป็น
พระโพธสิ ตั ว์ แต่ตง้ั ไดไ้ ม่ไดน้ ้ันเปน็ อีกเร่อื งหนึง่ ทุก ๆ คนต้องเข้าพระนิพพานเหมือนกันแตจ่ ะช้าหรอื เร็ว
คำว่าถามไม่เฉพาะแต่เรื่องเพศหญิงชายเท่านั้น มีวัตถุกามและกิเลสสถาน แม้ไม่ยุ่งกับใคร แต่ติด
เสียงเพลง Stereo อยู่ ยังหลงในรูป รส กลิ่น เสียงอยู่ ผู้ทำหูนมันนั้นเวรกามตามมา พระอานนท์ในอดีตชาติ
นั้นเป็นลูกเศรษฐี ผิดศีลข้อ 3 ไว้เยอะ ชาติต่อมาเวรทำให้ไปเกิดเป็นลิงหลังจากตกนรกมานาน กุศลใน
อดตี ชาติกส็ ่งให้เปน็ ลิงงาม จ่าฝงู เลยอิจฉา กก็ ัดอวัยะวะเพศทั้ง พอพน้ จากชาตลิ ิง เวรกส็ ง่ ให้เป็นวัว แต่บุญทำ
ใหเ้ ปน็ ววั งาม เหมาะสำหรับใชง้ านเขากต็ อน พ้นจากชาติพน้ เวรกรรมยงั ไม่หมดมาเกิดเป็นผ้หู ญงิ
คนที่ตอนแต่เด็กเสียงผิดไป เสียงแหลมเหมือนผู้หญิง เช่นพวกขันทีในวังฮ่องเต้ของจีนสมัยก่อน
Hormones เพศไม่ออกมา
คนมีศีลไมจ่ ำเป็นต้องเปน็ การทำความดี แตเ่ ป็นการเสมอตัว ศีลอยา่ งเดยี วไม่พอ ต้องทำความดีด้วย
พอเป็นหมอก็คิดว่าฉนั ไม่ต้องทำบุญแลว้ ฉนั รักษาคนไข้ต้งั แตเ่ ช้าจดเยน็ เทา่ กับเปน็ การทำบุญแล้ว อันน้ีคิดผิด
หมอจะมาเอาบุญกบั คนใช้ไม่ได้ เสมอตวั แต่ว่าถ้ารับราชการพน้ เวลาแล้วก็ยงั รักษาเขาโดยเมตตาสงสารก็เป็น
การทำบุญ หน้าที่ก็เป็นหน้าท่ี ถ้าไม่ทำตามหน้าที่ก็โดนไล่ออก ถ้าวันไหนขีเ้ กียจ ชักจะเบี้ยวก็ขาดทุน ครูสอน
หนังสือเข้าจดเย็นได้เงินค่าจ้างก็พอ นักเรียนจะฟังก็ฟัง เข้าใจหรือไม่ก็ตาม จะมาเอาบุญคุณกับศิษย์ไม่ได้
เพราะศษิ ย์ก็มองครูเป็นลูกจา้ ง ถ้าไปเจออาจารย์ชนิดเค่ียวเข็ญ เอาอกเอาใจ ตามงาน เป็นอาจารย์ท่ีมีบุญคุณ
มาก หลวงพีถ่ ึงได้เคารพอาจารยป์ ระชุม และอาจารย์หมอ่ มชวนศิ ทไ่ี ด้เค่ียวเขญ็ อาตมาและเวลาเรียนนัก เวลา
เปน็ ศษิ ย์ก็รจู้ ักเคารพครูอาจารยต์ ้องรู้คุณคน แต่สมัยน้ีครอู าจารย์ก็รบั จา้ งเอาถงึ เวลาสอนก็สอนคดิ คา่ สอนแพง
ถา้ เช่นนเี้ ป็นบญุ คุณ พวกชาวนากต็ ะโกนได้วา่ พวกเขามีบญุ คณุ ทำข้าวเสรจ็ คนได้ทวั่ ประเทศ
สมัยพุทธกาลมีพระ 500 รูปเดินธุดงค์ไปบำเพ็ญภาวนา ทำเทวดาที่ป่าเขาไม่กล้าอยู่เหนือหัว ลงมา
อยูท่ ่ีโคนไม้ พระอยู่เปน็ เดือน พวกน้ีกห็ าเรื่องหลอกพระ เพราะตัวเองขน้ึ ไปอยู่ในบนต้นไม้ไม่ได้ พระก็กลับมา
บอกพระพุทธองค์เพราะถูกกวน พระพุทธองค์ก็ให้อาวุธไป อาวุธคือแผ่เมตตาชี้ทางให้เทวดาละมิจฉาทิฏฐิ ให้
บชู าพระรตั นตรัย พอกลบั ไปศลี ม่ัน ทำสมาธิ ทัง้ ผที ง้ั เจา้ ปา่ ทำอะไรไมไ่ ด้
การมาอยู่ที่กลด ทุกคนก็กลัวทั้งนั้นไม่มีใครไม่กลัว ที่มาอยู่ได้เพราะมศี ีล หลวงพี่ก็กลัวเหมอื นกัน มี
วันหนึ่งนั่งอยู่หน้าถ้ำ กำลังทำสมาธิ หลังเย็นวาบเห็นเป็นเงาคน ไม่ยอมลืมตานั่งหลับตามทำสมาธิต่อไป
ขณะนั้นยังเป็นกสิณอยู่ พอนึกถึงความตายหนักเข้า 3-4 วันแรกได้ผลดีจิตไม่เกาะกับบาร์กับเหล้า เพราะจิต
สลด จิตอยู่ในระดับสมาธิดี พอต่อมาหนักเข้าจิตสลดเกนิ กว่าจะทำสมาธิ ตัวหนักเท่าแผ่นดิน ใจเล็กเท่าปลาย
เข็ม สมาธติ อื้ หายใจไม่ออก
153
เราจะถกู หลอกไดเ้ ม่ือจติ เราตกภวังค์ ไมย่ ึดมนั่ ในศีลสมาธิ ถา้ เรามีแรงยาเมด็ ละควรให้เราดูจะแสดง
ได้นานเท่าไรก็ตามใจ เราก็ไม่ต้อง ไม่ห่วง ผู้ใหญ่เคยหลอกเราเรื่องผีสางอย่างนี้เรียกว่าเปิดประเนต สรุปคำ
สอนพระพทุ ธองคด์ ้วยศลี สมาธิปญั ญา
154
155
เรอ่ื งวธิ ีธรรมกาย
ทกุ คนกน็ ึกนอ้ มเอาจติ จดตัง้ ที่ศนู ยก์ ลางกายเหนือสะดือ 2 น้ิว เรากน็ กึ นอ้ มหยิบเสน้ ด้าย 3 เส้น เส้นท่ี
หนึ่งจึงให้ตึงจากเหนือสะดือขึ้นมา 2 นิ้ว ขึงให้ตึงนึกเป็นเส้นด้ายใสจากหน้าทะลุหลัง เส้นที่สองนึกน้อมขึงให้
ตึงจากเอวด้านซา้ ยทะลุด้านขวา เส้นด้ายเส้นที่ 2 ไปติดกันที่ศูนย์กลางกาย เวลาเราทำสมาธิเรากน็ ้อมจิตของ
เราที่ควรจะโลดแล่นออกนอกกาย นึกน้อมให้เข้ามาในกายเรา ตามแนวเส้นด้ายเส้นที่ 3 เส้นด้ายเส้นที่ 3 ถึง
จากกลางกระหม่อมของเราผา่ นเพดานในปากผ่านมาทช่ี ่องคอ ผา่ นเข้าไปตั้งฉากกับจุดตดั เวลาจิตแลบออกไป
ข้างเอก ถ้าเรารู้ตัวว่าจิตของเราแลบออกไปข้างนอก เราก็เหลือบตากลับขึ้นไปข้างบนครั้งหนึ่ง จิตของเราท่ี
แลบออกไปก็จะกลับเข้ามาที่กลางกระหม่อม แลว้ กล็ งผา่ นลงมาตามเพดาน ชอ่ งคอ แลว้ ก็หยดุ ทศ่ี นู ย์กลางกาย
นี้เป็นอุบาลที่จะตะล่อมจิตของ เราให้มาหยุดที่ศูนย์กลางกาย ครั้งใดก็ตามที่เรารู้สึกว่าจิตของเราโลดแล่น
ออกไปข้างนอกให้ เหลือบตาขึ้นข้างบนครั้งหนึ่ง นึกน้องให้จิตเข้าไปข้างในตามฐานต่าง ๆ ที่ว่าเมื่อกี้นี้ จาก
เพดานตาผ่านเข้าไปสู่กลางกระหมอ่ ม ผ่านเข้าลงถงึ เพดานปาก จากเพดานปากผา่ นเข้ามาในช่องคอ จากช่อง
คอมายังศูนย์กลางกาย เราต้องหมั่นทำวิธีนี้ให้ชำนาญทีเดียว อุบายในการผ่านจิตเข้ามาในศูนย์กลางกายนี้
ต้องหมั่นทำ พอเราน้อมจิตไปตั้งที่ศนู ยก์ ลางกายถูกส่วนแล้ว ก็นึกน้อมกาวนา สัมมา อะระหัง ๆๆ กำหนดจิต
ของเราที่ศูนย์กลางกายให้เล็กเท่าปลายเข็มหรือใหญ่ก็ประมาณเท่าแววตาดำ กำหนดจิตอย่าให้นักจะทำให้
รู้สกึ คับทอ้ งเรา
พอจิตจดหยดุ นงิ่ ท่ศี นู ย์กลางกายก็กาวนา สัมมาอะระหงั ๆๆๆ พอจิตของเราหยดุ พอจติ ของ เราเร่ิม
หยุดหยุคที่ศูนย์กลางกายจะมีความรู้สึกว่าลมหายใจ เริ่มอ่อน ลมหายใจเบา ๆ ลมหายใจเริ่มเบาลงตาม
ธรรมดาจติ ของเราชัดส่ายไป ข้างนอก ยิ่งชัดส่ายไปมากเท่าใดก็ย่ิงใช้พลังงานมากเท่านัน้ ใช้พลังงานมาก ก็ยิ่ง
ต้องการอากาศเข้าไปเผาผลาญอาหารในร่างกายให้เป็นพลังงามของเรา คราวนี้พอจิตของเราเริ่มไปจดที่
ศูนย์กลางกาย จิตของเราเข้าที่จิตของเราไม่ฟุ้งซ่านก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้พลงั งานมาก เมื่อพลังงานไม่ต้อง
เผาผลาญมาก อากาศที่ไปเผาผลาญในร่างกายก็ใช้น้อย เมื่ออากาศใช้น้อยลมหายใจเราก็ยิ่งเบาลง ๆ พอจิต
หยุดถูกส่วนเท่านั้น ลมจะหยุดเหมือนไม่ได้หายใจ แต่ความจริงเรายังมีลมละเอียด ๆ หล่อเลี้ยงร่างกาย เราก็
เอาจิตจดนิ่ง พอถูกส่วนเท่านั้นก็ เกิดดวงสว่างลอยมาที่ศูนย์กลางกายอย่าเลิก ดวงดาวบนท้องฟ้าอย่างใหญ่
เท่ากับดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ เป็นดวงสว่างลอย ไปที่ที่ศูนย์กลางกาย ดวงสว่างที่เกิดขึ้น ที่ลอยขึ้นไปก่ี
ศูนย์กลางกายเรียกว่าเป็นดวงธรรมที่ทำให้ เป็น กายมนุษย์ มนุษย์จะกลายเป็นมนษุ ย์ขึ้นมาได้ก็มี ถ้าไม่มีดวง
ธรรมดวงนน้ี ะก็เป็นมนุษย์ ไม่ได้ ดวงธรรมจะเล็กหรือใหญ่ข้ึนกบั บญุ บารมีเติบที่สร้างข้นึ มาจากอดีตเป็นต้นมา
รวมท้ังชาตนิ ้ีดว้ ย เรากเ็ อาจิตจดหยุดน่ึงลงไปท่ีกลางดวงธรรม ดวงธรรมเป็นดวงกลมใสเหมือนเพชรลูกท่ีเจียร
นัยแล้ว เหมือนเพชรลูกใสลอยขึ้นมา ตั้งใจน้อมรับฟังให้ดี น้อมเอาเสียงอาตมานี้เข้าไปไว้ที่ศูนย์กลางกาย
บันทึกไว้ในศูนย์กลางกายไปตลอดชัว่ ชีวิต แม้จะละโลกนี้ไปแล้วเสยี งน้ีก็ยงั จะบันทึกไว้ท่ีศูนย์กลางกาย ต่อไป
156
ในอนาคตภพต่อไปใบถ้าได้ฟังธรรมของพระผู้เป็นเจ้าองค์ใดก็ตาม ถ้าถูกต้องแนว เรื่องที่อาตมาอธิบายนี้ก็จะ
ไปผดุ ขึ้นในอนาคต แลว้ เราก็จะเข้าใจธรรมไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ น่าอัศจรรยย์ ิง่ นัก ให้เราน้อมรับฟงั ตังใจพงั ให้ดี เราก็
เอาจิตปักนิ่งเข้าไปในที่ศูนย์กลางกายจนกระทั่ง เห็นดวงธรรม เป็นดวงใสสว่างดวงธรรมที่เราเอาจิตจดนิ่งท่ี
กลางดวงธรรมพอถูกส่วนดีเท่านั้น จะเป็นที่กลางดวงธรรมเป็นจุดใสเป็นจุดเล็กๆ ประมาณเท่าปลายเข็มตรง
ศูนย์กลางกายของดวงธรรม เป็นที่ไปทีม่ าของพระอรหตั พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ก็ไปตามทางนี้ เราก็น้อมจด
จติ หยุดน่งิ ลงไปทกี่ ลางของกลางๆๆ ของดวงธรรมนพ้ี อถูกสว่ นเท่าน้ัน ดวงธรรมจะขยายออก พอดวงธรรมออก
เราจะเห็นกายลอยขึ้นมาที่ศูนย์กลางกายรูปร่างหน้าตาเหมือนเราทุกอย่างทีเดียว ทีแรกๆจะเห็นกายต่อใหญ่
ประมาณ 1 คืบ ฝ่ามือหนงึ่ บางคนเห็นประมาณศอกหนงึ่ หนา้ ตาเหมอื นเราทุกประการ วา่ งโปร่งโล่งใส ใสเป็น
แกว้ กายนี้เรยี กว่ากายฝนั หรอื กายมนุษย์ ละเอยี ดเวลาทเี่ ราฝนั กายนท้ี อี่ อกไปพอเหน็ อะไรก็มารายงานให้เรา
รู้ พอเราต่นื เราไมร่ ้วู า่ หายไปไหน พอเราจดจิตถกู สว่ นเราเห็น อ้อกายฝนั ของเราอยู่น่ีเอง หนา้ ตาเหมือนเราทุก
อยา่ ง กายฝันนีเ้ วลาไปเกิด มาเกดิ กก็ ายน้ีแหละ ที่นำเรามาเขา้ ห้องพอท้องแมก่ ็กายนี้เหละ ถ้าตายไปเจ้ากายน้ี
ก็จะไปเกิดต่อไป เราเอาจิตจดหยุดนิ่ง มองนงิ่ ๆ เข้าไปท่กี ลายฝนั หนา้ ตา เน้ือตวั เหมือนเราหมด แม้แต่เส้ือผ้า
ที่สรวมใสก็ชุดเดียวกับของเราแต่ใสเป็นแก้ว เอาจิตจดหยุดนิ่งที่กายฝัน พอจิตถูกส่วนเข้าเท่านั้นกายฝันจะ
ขยายใหญ่เท่าตัวเรา เราก็น้อมจิตปักนิ่งที่กลางของกลางๆๆ กายของกายฝัน กายฝันก็มีจิต เอาจิตของกายฝนั
หยุดนิ่งที่กลางของกายฝันพอจิตจดหยุดนิ่ง กลางของกลาง ๆๆๆ จี้เข้ากลางไม่ยอมปล่อย พอถูกส่วนจะเห็น
ดวงใสสว่าง ลอยเข้ามาจากศูนย์กลางกาย ดวงนี้เป็นดวงธรรมที่ทำให้ฝนั กายฝัน หรือกายละเอียด ถ้าไม่มีดวง
ธรรมดวงนี้กายฝันอยู่ไม่ได้สลายไป กายมนุษย์ก็อยู่ไม่ได้เราก็จี้เข้ากลางของกลางๆๆๆ จี้เข้ากลางเท่าไรดวง
ธรรมยงิ่ สว่างหนกั เข้าไปใสสวา่ งโลง่ เข้ากลางเขา้ ไปให้ถูกสว่ นเขา้ ไปเราจะเหน็ จุดใสๆ ประมาณเทา่ ปลายเข็มท่ี
กลางดวงธรรมที่ทำให้เห็นกายฝันกลางของกลางๆๆๆ เราจะเห็นจุดใสๆ ประมาณเท่าปลายเข็มเราก็เอาจิตจด
หยุดนิ่งเข้ากลางจุดนิ่งจะเห็นเป็นทางเข้าไป พอถูกส่วนจะเห็นกายลอดขึ้นมาจากศูนย์กลางด้วยธรรมกายน้ี
ช้อนกันใส เป็นดวงธรรมนั้นละเอียดหนัก เข้าไปอีก เรียกว่ากายทิพย์หรือกายเทวดา หน้าตาเหมือนเราทุก
อย่าง กับกายฝันทุกอย่างจะต่างกันก็ตรงที่ความปราณีตกวามโปร่งความเบา ความใสที่เข้ากลางๆๆๆๆ ของ
กายทพิ ยห์ รอื กายเทวดา จ้นี ิง่ เข้าไปกลางของกลางๆๆๆ ของกายเทวดา หรือกายทิพย์ พอถูกสว่ นกายทพิ ย์ก็จะ
ขยายใหญ่ เท่าตัวเราใสเป็นแก้ว ใส่ในใสๆๆ ว่างโปร่งโล่งใส ใสในใส ๆๆ ใสเป็นแก้วทีเดียวจี้เข้ากลางของ
กลางๆๆๆ เอาจิตของกายทิพย์หรือกายเทวดาจี้นิ่งเข้าไปๆ ที่ศูนย์กลางกายของกายทิพย์จี้นิ่งไปที่ศูนย์กลาง
กายทง้ั หนา้ ทง้ั หลงั ท้ังซ้ายทั้งขวาตรงจุดตัด พอถกู สว่ นเขา้ เท่ากับจะเห็นดวงธรรมลอยขึ้นมาจากศูนย์กลางกาย
ใสสว่างใส่ในใส ๆๆ ใสสว่างจนกระทั่งมีรัศมี ดวงใสที่ลอยขึ้นมา ๆ จากศูนย์กลางกายทพิ ยถ์ ึงดวงธรรมที่ทำให้
เห็นกายทพิ ย์เอาจติ ของกายทิพยป์ ักเข้ากลางของกลาง ๆๆๆๆ หยดุ เข้ากลางของกลาง ๆ ดวงธรรมท่ีทำให้เป็น
กายทิพย์ พอถกู สว่ นเขา้ ดวงธรรมทเี่ ปน็ กายทิพย์ เอาจติ ของกายทิพย์ปักเข้ากลาง ๆๆๆ หยุดเข้ากลางของดวง
ธรรมที่ทำให้เป็นกายทิพย์ พอถูกส่วนดวงธรรมขยายออกมีกายใหม่ลอยขึ้นมาจากศูนย์กลางกายเรียกว่ากาย
157
ทิพยละเอียดกายทิพย์ละเอียด เหมือนกายทิพย์ทุกอย่าง แต่โปร่งกว่าใสกว่า ใสในใส ๆ จนกระทั่งมีรัศมีสว่าง
เรากน็ ้อมเอาจิตของกายทิพย์ละเอียดน้อมจดหยดุ นิ่งท่ีศูนยก์ ลางกายของกายทิพย์ละเอียดจุดน่ิงเหนือสะดือ 2
นิ้ว ทั้งหน้าและหลัง ซ้ายทะลุขวา ทะลุกลาง เอาจิตปักนิ่งที่ศูนย์กลางของกลาง ๆๆๆๆ นิ่งหน้าเข้าไปที่เดียว
พอถูกส่วนเข้า ๆ จะเห็นดวงธรรมที่ทำใหก้ ายทพิ ยล์ ะเอียด จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆ ดวงธรรมทีท่ ำให้เป็นกาย
ทิพย์ละเอียด พอถูกส่วนมีกายใหม่เกิดขึ้น กายใหม่เรียกกายพรหม กายพรหมหน้าตาเนื้อตัวหัวตีน กายทิพย์
ละเอียด แต่โปร่งสว่าง เบากว่าใสกว่า ใส่ในใสเป็นแก้วได้จนรัศมีรุ่งเรืองไม่มีขอบเขตเรียกว่ากายพรหม กาย
พรหมนี้เอาจิตของกายพรหมปักเข้าไปที่ศูนย์กลางกายพรหมปักเข้ากลาง ๆๆๆ พอถูกส่วนจะเห็นดวงธรรมท่ี
ทำให้เปน็ กายพรหม เอาจติ ปักเขา้ กลางของกลาง ๆๆๆ ดวงธรรมทีท่ ำใหเ้ ปน็ กายพรหมพอลกู สว่ นเขา้ เท่านัน้ ๆ
ปักในศูนย์กลางกายพรหม พอถูกส่วนเราก็เห็นดวงธรรมทำให้เป็นกายพรหมละเอียด เอาจิตปักนิ่งเข้าใน
ศูนยก์ ลางกายทที่ ำใหเ้ ปน็ กายพรหมละเอียดพอถูกส่วนเกิดกายขนึ้ มาใหม่อีกกายเรียกกายอรูปพรหม กายอรูป
พรหมไมใ่ ชพ่ รหมไม่มีรูป เปน็ พรหมทมี่ ีรปู แต่เขาไม่ตดิ ในรปู เขาไปติดในสิง่ ทเี่ ป็นอรปู จ้เี ขา้ กลางของกลาง ๆๆ
ของกายอรปู พรหมพอถูกส่วนจะเหน็ ดวงธรรมท่ีทำให้เป็นกายเกิดข้นึ เอาจิตของกายอรูปพรหมปัก เข้าไปกลาง
ของดวงธรรม ปักเข้ากลางของกลาง ๆๆๆๆๆ นิ่งแน่น แนบสนิทเข้าไปพอถูกส่วน จิตปักนิ่งไปที่ศนู ย์กลางกาย
อรูปพรหมพอถูกส่วนก็เห็นดวงธรรมที่ทำให้เป็นรูปพรหมละเอียด จิตปักเข้าไปศูนย์กลางดวงธรรมนั้น พอถูก
ส่วนเขาเห็นกาย เกิดขึ้นมาอีกกายหนึ่งเป็นกายอรูปพรหมละเอียด จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆๆ เอาจิตของกาย
อรูปพรหมละเอียดจดนิ่งเข้าที่ศูนย์กลางกาย พอถูกส่วนขึ้นเห็นดวงธรรมเกิดขึ้น ดวงธรรมที่ทำให้เป็นอรูป
พรหมละเอียด ทุกอย่างกายแต่ละกายก็ดี ทุกอย่างแม้แต่โลกก็ดี ต้องมีดวงธรรม ที่ทำให้เป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ จน
มนุษย์ก็ต้องมีดวงธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์เป็นเทวดา ... เป็นพรหม .... เป็นอรูปพรหม ก็ต้องมีดวงธรรมไม่งั้น
เป็นไม่ได้ ธรรมสำคัญอย่างนี้เอาจิตกายอรูปพรหมจดวิ่งเข้าไปที่ศูนย์กลางดวงธรรม พอถูกส่วนเข้าเท่านั้น มี
กายหนึ่งผุดขึ้นมาอีกแล้ว มีกายผุดขึ้นมาที่ศูนย์กลางกายด้วย พระพุทธรูปธรรมดาที่เคยพบเคยเห็น – กาย
ธรรมหรือธรรมกายคือสิ่งที่เราปรารถนาอยากจะบรรลุนัก ธรรมกายคือกายที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้
บรรลุ พระสิทธัตถะบำเพ็ญเพียรตัว 6 ปีตั้งแต่อายุ 29 ถึงอายุ 35 พอวันเพ็ญกลางเดือน 6 อายุ 35 ได้บรรลุ
กายน้ไี ดบ้ รรลุถึงธรรมกาย จึงตรสั รูเ้ ป็นพระสัมมาสัมพุทธเจา้ ธรรมกายมลี ักษณะเหมือนพระพุทธรูปปฏิมากร
แตใ่ สเป็นแก้วพระสทิ ธตั ถะไดอ้ าศยั ภายธรรมพจิ ารณาธรรมจนกระทัง่ ตรสั รเู้ ปน็ พระสัมมาสมั พุทธเจ้า พอมาถึง
กายธรรมพจิ ารณากลางของกลาง ๆๆๆ ประคองรักษาใหน้ ิ่งให้มนั่ ประคองให้นงิ่ ใหม้ ่ัน นอ้ มรกั ษา กายธรรมไว้
ให้ดี จะยนื จะเดนิ จะน่ัง จะนอน ทุกอิรยิ าบถ จดจิตหยุดนง่ิ ที่ธรรมกาย เกิดเป็นรูปดอกบวั ตมู ใสเปน็ แกว้ ใสทั้ง
องค์ ๆ ใสทั้งเกสใส นงั่ ขัดสมาธิหันหนา้ ไปพอเดยี วกบั เรา เท้าขวาทับเท้าซ้าย มอื ขวาทบั มอื ซ้ายทา่ น่ังธรรมกาย
นั่งอย่างนี้ เวลาเราทำสมาธิจึงได้นั่งเท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ให้นิ้วชี้มือขวาจดหัวแม่มือซ้าย
ธรรมกายท่าอย่างนี้จึงมีสติรอมตัว เราเป็นมนุษย์ก็เลียนแบบธรรมกายนั่ง เท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือ
ซ้าย นิ้วชี้มือขวาจดหัวแม่มือซ้าย มือหยุดนิ่ง ธรรมกายมีดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกาย แต่ธรรมกายนี้ ดวง
158
ธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกายไม่ใช่เล็กเท่าจี้แล้ว ธรรมกายหน้าตักกว้างเท่าใด ดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกายที่
ใหญ่ข้นึ เทา่ นั้น
ธรรมกายหน้าตักกว้างเวลาดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกายมีตักกว้างเวลาดวงธรรมที่ทำให้เป็น
ธรรมกายต่อกับดวงที่ทำให้เป็นเทวดา กายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม อย่างนี้ ดวงธรรมที่ทำใหม่นั้น
อย่างมากก็ไม่เป็นดวงธรรมที่ศูนย์กลางแค่ 1 คืบ ดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกายไม่ใช่อย่างนั้น ดวงธรรมใหญ่
มากขึ้นจึงสามารถคิดเห็นได้ไกลไปทุกทิศทาง กายที่เป็นธรรมกายนี้ที่จะเข้าพระนิพพาน เอาจิตจดหยุดน่ิง
กลางของกลาง ๆๆๆ ของธรรมการนิ่ง ๆ ไม่ยอดถอยทีเดียว ประคองรักษาเอาไว้ให้ดี จิตจดหยดุ น่ิง ผู้ที่ยังเห็น
ธรรมกายเป็นดวงลา่ ง ๆ กภ็ าวนาสัมมาอะระหงั ๆๆๆๆ จิตปักนิง่ ท่ศี ูนยก์ ลางกาย รดุ หน้าไมย่ อมถอยหลังรุดมา
เหมือนนายช่างก่อสร้างบา้ นเขาตอกเสาเข็มยิง่ ตอกเข้าไปได้ลึกเท่าไร เขายิ่งตอกลกึ หนักเขา้ ไป เสาเข็มไม่ต้อง
ถอน การการปฏิบตั ธิ รรมก็เช่นกนั พอจิตปักหยุดนิ่งเขา้ กลางของกลาง ๆๆ ไมต่ ้องถอน ยง่ิ เข้ากลางเท่าใดธรรม
ยิ่งชัดเหมือนเสาเข็มยิ่งปักลึกเท่าใดบ้านยิ่งแน่น บ้านยิ่งมั่นคง ทำนองเดียวกัน จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆๆ คับ
หายละเอยี ด ๆๆ ใสละเอียด ๆๆ ปักจิตหยุดนิง่ ประคองกายประคองใจ ซา้ ยขวาหนา้ หลงั กลางของกลาง ๆๆๆ
รักษาธรรมกายไว้ให้มั่นจะยืนเดิน นั่งนอน ก็น้อมรักษาธรรมกายไว้ ธรรมกายเป็นการที่เข้าพระนิพพาน เป็น
กายประกอบด้วยวัตถุธรรมลว้ น ๆ ทีเดียวไมม่ ีสงิ่ เจอื ปน ไมม่ ีกเิ ลสเจือปน น้อมเขา้ กลางขนาดกลาง ๆๆๆ กลาง
ธรรมกายมีดวงธรรมที่ทำให้ธรรมกายเอาจิตจดหยุดนิ่ง เข้ากลางของกลาง ๆๆๆ ดวงธรรมพอลูกส่วนเข้าจะ
เห็นธรรมกายเกิดขึ้น หน้าตักกว้างเกือบว่าไม่ถึง 5 วา หย่อนลงมาสูงเกือบ 5 วา นั่งขัดสมาธิหันหน้าไปทาง
เดียวกับเราเรียกธรรมกายละเอียด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราเหมือนคืนวันเพ็ญกลางเดือน 6 พอถึง
ธรรมกายละเอียดกน็ ้อมเอาธรรมกายพจิ ารณาธรรมระลึกชาติถอยหลังเริ่ม เร่ิมแตเ่ ดก็ จนโต ต้ังแตก่ ่อนปฏิสนธิ
เข้าทอ้ งพระราชบดิ ามารดา จนกระท่งั คลอด ระลกึ ชาติถอยลงไปตั้งแต่ต้นที่จะมาเกิดระลึกชาติลงไปต้ังแต่ชาติ
2 ชาติ 3–4–100-1000 ชาติ หมืน่ แสนระลึกถอยหลังลงไปประกอบธรรมประกอบบุญ ประกอบกันได้อย่างไร
ระลึกถอยหลังย้อนชาติกลบั ไปดู ตรงกับไปดู ถอยหลังไปเหมือนเทปกรอหน้ากลับไปดูอยา่ งนั้น เราไปเกิดเป็น
อย่างไรบ้าง ทำบุญทำนานอย่างไรหัวจงึ สง่ ผลใหเ้ ป็นอย่างนน้ั ก็ตรวจดูแลว้ มีความชำนาญมากข้นึ เป็นญาณต้น
พอระลึกชาติถอยหลังไปได้เกิดความเบื่อหน่ายหาทางออก มันยังไม่แน่นอนตายแล้วอาจตกนรกหรือเป็น
เทวดากไ็ ด้ เกดิ เปน็ เทวดาแล้วก็ไม่แน่นอนพอหมดบญุ แลว้ เกดิ เป็นมนษุ ย์อาจตกนรกได้ บางพวกไปดูท่ีว่าเคย
เกิดเป็นพรหมไหม อ้าวไปพบว่าเคยเกิดเป็นเป็นพรหมเหมือนกัน พรหมก็ไปดูอรูปพรหมซิ อรูปพรหมก็ต้อง
ตาย ท่านเกิดความเบ่ือหน่ายตอ้ งการจะพ้นจากโลกมนุษย์ นี่คือปรกนัก โลกเทวดาก็ไม่เอา โลกพรหมก็ไม่เอา
โลกของภาพ 3 นี้ ไม่เอาเลย ท่านจะเอานิพพาน ท่านที่เขาจิตจดหยุดนิ่งกลางของกลาง ๆๆๆ พิจารณาธรรม
ดว้ ยธรรมกาย กายเนอ้ื ท่ีพจิ ารณาธรรม ไม่ได้ ตวั ตายเมือ่ พิจารณาธรรมะไดส้ ัปเหล่อในวดั สัปเหล่อในป่าชาน้ัน
เห็นกันทุกวัน คงนั้นเป็นอรหันต์หมด ไม่ได้กายเนื้อพิจารณาธรรมไม่ได้ สัปเหลือเลยไม่บรรลุนิพพาน ไม่ว่า
แต่สัปเหล่อ แพทย์ พยาบาล ก็เหมือนกัน เห็นกันทุกวัน เห็นคนเกิด คนแก่ เจ็บ ตาย อยู่ทุกวันแพทย์และ
159
พยาบาลก็ไม่สำรวจ เป็นพระอรหันต์เพราะยังไม่บรรลุธรรมกาย จะทำให้เป็นพระอรหันต์อรหันต์ไดต้ ้องทำให้
ตัวธรรมกายให้เป็นธรรมกาย จี้เข้ากลางตรงกลาง ๆๆๆ พอผุดองค์ท่านระลึกชาติถอยหลังไปเกิดความเบ่ือ
หน่าย ผิดถูกส่วนเข้าเกิดธรรมกายขึ้นมาองค์ใหญ่ หน้าตัก 5 วาสูง 5 วา เป็นธรรมการของพระโสดาท่านก็
บรรลุพระโสดาบัดนั้น ท่านชอบอาราธนาธรรมกายพระโสดา น้อมอารธนาธรรมกาย พระโสดาพิจารณาธรรม
หนักเข้า จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆๆ ของดวงธรรมที่ทำให้เป็นพระโสดาละเอียดพอถูกส่วนเข้าบรรลุธรรมกาย
อกี องคห์ นา้ ตักกว้าง 10 วา สงู 10 วา่ เปน็ ธรรมการของพระสถิทาคา บรรลธุ รรมกายของพระสถิหาคา ความรู้
มาญาณของท่านความเห็นแก่ไกลหนักเข้าไปนอกจากระลึกชาติตัวเองได้แล้วเพราะระลึกชาติผู้อื่นได้ ชัดเจน
หนักเข้าไปอีก เกิดวิชาขึ้นมาเช่นวิชาที่ 2 คือการเกิดการตายของสัตว์โลก อยากรู้พ่อแม่พี่น้องญาติสนิท มิตร
สหาย เคยเกดิ เป็นอะไรบา้ ง เกดิ รว่ มเป็นร่วมตายกนั มาบ้างหรือเปล่าเห็นหมดทีเดียว พอเหน็ เท่านั้นอ้อชาตินั้น
เคยเป็นบิดาเราอีกชาติเห็นพี่ชายเราเคยฆ่าเคยกันมาบ้างเป็นเพียงน้องชายเราถอยไปอีกชาติเป็นลูกชาติเรา
เวียนว่างตายเกิดไม่รู้จบทีเดียว เกิดความเบื่อหน่ายเข้า ละกิเลสไม่ได้หมด เรียกว่าก็บรรลุถึงกายธรรมที่
ประณตี เขา้ ไปอีก พระสถทิ าคาละเอียดน้อมอารธนาพระสถทิ าคาละเอียดพิจารณาธรรมหลักนี้ จี้เข้ากลางของ
กลาง ๆๆๆ พอถูกส่วนภายธรรมถูกส่วนตกศูนย์เห็นกายธรรมพระสถิหาคาละเอียด จี้เข้ากลางของกลาง ๆๆ
ของกายพระสถิทาคาละเอียดพอถูกสว่ นเกิดธรรมกายขึ้นอีกองค์หนึง่ หน้าตักกว้าง 15 วา สูง 15 วา องค์ใหญ่
มากทเี ดยี ว จ้ีเขา้ กลางของกลาง ๆๆๆ ถึงธรรมกายพระอนาคามี
กเิ ลสตณั หาต่าง ๆ หยุดไปอกี เกือบหมดทีเดียว เกอื บหมดแตย่ ังไม่หมด ถึงพระอนาคามีท้ังหยาบท้ัง
ละเอียดก็ยังไม่หมด พิจารณาชนิดให้แก่กล้าลงไปอีกพระสิทธัตถะก็น้อมอาราธนาพระอนาคามีพิจารณาน้อม
เข้าไปกลางของกลาง ๆๆๆๆ พอถูกส่วนเข้าเท่านั้น ถึงธรรมการพระอรหัต สูง 20 กว้าง 20 วา ธรรมกายพระ
อรหตั นีเ้ ปน็ ธาตสอน ธรรมสอน ไม่มกี เิ ลสเจือปนทั้งสิ้นท่ีเดียว พอบรรจธุ รรมกายพระอรหัตตหน้าตักกว้าง 20
วา สูง 20 วา เกศดอกบัวตูมใสพอถึงกายนี้เท่านั้นอายตนะนิพพานก็ดึงดูดเอากายนีเ้ ข้านิพพานเหมือนคนเรา
พวกขี้เหล้าก็ดึงพวกขี้เหล้าไปกินเหล้าด้วยกัน พวกชอบเที่ยวก็ชวนพวกชอบเที่ยวไปกับมัน พวกชอบไปวัดไป
วากด็ งึ พวกรวมไปวดั ไปวาดึงไปดว้ ยกนั ไปเขา้ วัด โลกกเ็ หมือนกันก็ดงึ พวกตัดโลกไว้ หนา้ ตักกวา้ ง 20 วา สงู 20
วา พระนิพพาน ดึงพวกไปติดโลกดังพวกไม่ถือกิเลสไปนิพพาน ธรรมกายพระอรหัตผูกพระนิพพานดึงดูดไปใน
นิพพานหมดกเิ ลสหมดหนา้ ทตี่ ่อไป ก็เอาจิตจดหยุดน่งิ ทศ่ี นู ย์กลางกาย เรารแู้ จ้งพระพุทธเจ้าต่าง ๆ พระอรหัส
ทั้งหลายท่านไปทางน้ีไปตามทางสายกลางเราผู้เป็นธรรมทายาททั้งหลายก็เดินไปตามนี้ด้วย รู้แล้วว่ามีผลชี้ไป
อย่างดีแล้วเราก็กลางของกลาง ๆๆๆ ไม่ยอมถอยหลัง รุดหน้าเข้าไปเรื่อย ๆๆ ดับหยาบไปหาละเอียด ใส
ละเอียด ๆ ใสหนักใหห้ มั่นทำอย่างนี้รู้จักทำได้อยา่ งน้ีไม่ช้านิพพานไม่ไกลจากตัวเข้าได้ทัง้ ๆ เป็น ๆ ท้ังที่นั่งกัน
อย่างนี้ แต่ต้องให้บรรลุธรรมกายก่อน แต่จะให้จะไปเที่ยวชั้นพรหมก็นึกว่ากายพรหมให้เกิดขึ้นไปเที่ยวได้ไป
ชั้นพรหมทั้ง ๆ ที่นั่งที่นั้นพื้นดินที่คลองสามปีอรูปพรหมไปได้เที่ยวสวรรค์จิตปักเข้ากลางของกลาง ๆๆๆ พอ
กายทิพย์เกิดขึ้นเท่านั้นก็ไม่ได้หมด สวรรค์มีกี่ชั้นไปไว้หมด ธรรมเป็นอย่างนี้ให้หมั่นประคองใจนั่งที่ศูนย์กลาง
160
กาย จะยืนเดินนั่งนอนให้ตั้งใจทำให้ดี เดี๋ยวอาตมาจะชี้แจงแก้ปัญหาให้พวกเราธรรมทายาททุกคนเป็น
รายบุคคลไปทีเดียว ๆ ใครมีปัญหาข้อข้องใจคอยตามอาตมาไว ๆ จะเล่าให้ฟังตั้งแต่ผู้ที่อยู่รถที่ 1 -2-3 ไล่ไป
ตามลำดับ ใครมีปัญหาอะไรว่ามาเลยพวกที่ยังไมถ่ ึงเวรของตัวใหอ้ อกไปเดินจงกรมให้หายเมื่อย เอาละพันกัน
ได้ ไปเดินจงกรมซะ ถ้าใครอยู่เลขที่ท้าย ๆ จะออกไปเดินจงกรมข้างนอกโน่นก็ได้ หรือจะเป็นอยูแ่ ถวนี้เพื่อฟงั
ปัญหาของคนอื่นอย่แู ถวน้ีกไ็ ด้ ประคองใจใหด้ ี มนั่ อยา่ ไปพดู คุยกนั
161
162
สรรพสัตว์ทั้งหลายถ้าเราเกลียดมันเต็มที่ จองเวรมัน เท่ียวไปไล่ฆ่ามนั บาปเต็มตัว ถ้าเราอภัยให้ ใจก็
สบายเป็นบุญ อยทู่ เี่ จตนา หมดจากใจแล้ว ใจเป็นกศุ ลไม่นึกเสยี ดาย แตต่ อ้ งให้ในท่ีสมควร ไม่ไปน่ังถอดเสื้อให้
ยุงมนั กดั เต็มตวั เดยี๋ วจะเปน็ มาเลเรียตายไป
การทำทานตอ้ งรู้จักให้ในสว่ นทส่ี มควร ถา้ ไมส่ มควรท่ีไม่พอดไี ม่ได้ มีร้อยให้ร้อยเราอดลำบากแก่ตัว ก็
ไม่ทำเช่นนี้ มีร้อยให้หนึ่งในสี่ สองในสี่ ในกรณีพ่อแม่ให้ได้เท่าไรเท่ากัน ต้องดูบุคคลเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าจะให้
ทานก็ให้เรื่อยไป พอไปพบที่ดี ๆ จะทำทานก็หมดเงินเสียแล้ว ต้องดูให้ดี ระวังทำบุญแล้วอย่าให้เดอื ดร้อน ใน
กรณีเราตวั คนเดียว เลือดเนือ้ ให้ได้ ไม่ตอ้ งห่วงลูกหว่ งเมีย มีร้อยให้รอ้ ย กโ็ มทนาสาธดุ ว้ ย บวชเป็นพระแล้วจะ
สะสมทุนไว้ทำไม คนเขาให้ร้อยก็ทำบุญหมดร้อยก็ดี แต่ถ้ายังเป็นคนธรรมดาต้องหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
เลย้ี งลกู เล้ียงเมียอยู่ มีร้อยทำบุญร้อยกล็ ำบาก ต้องให้ทำสว่ น
ทำบุญกับผู้มีศีลก็ได้บุญมากตามส่วนไป ทำบุญกับผู้ไม่มีศีลกับสัตวเ์ ดรัจฉาน พระพุทธองค์ก็ทรงบอก
ว่าได้บุญ แม้เทเศษข้าวเศษอาหารไปบนพื้น ตั้งให้มดปลวกกินก็ได้บุญแต่ได้น้อยหน่อย เพราะพวกนี้ไม่มีศีล
เหมือนนาดอนหว่านข้าวขึ้นเหมือนกัน แต่ต้องเป็นข้าวชนิดทนแล้งทนฝน เช่นไปเจอคนยากจนข้นแค้นจริง ๆ
อยากจะชว่ ยเขา แต่ต้องดคู นถา้ เปน็ โจรอ่ิมแลว้ ก็กลบั จะมาปล้นเราอีกกไ็ ม่ได้ การคว้างเู ห่ามากอดไว้กับอกนั้น
อย่าทำ หลวงพอ่ วดั ปากนำ้ มักเตือนว่าทำทานกับโจร มันไม่รู้จักบญุ จักคุณดอก อยา่ ทำ มสี มบตั ยิ กสมบัติให้มัน
หมด มันก็จะเอาลูกเอาเมีย ยกลูกยกเมียให้อีก ก็ยังไม่พอใจ ไม่รู้จักบุญจักคุณจะเอาได้แม้ชีวิตเรา แม้จะยก
ประเทศใหก้ ็ยงั ไม่พอใจ เปน็ โจรจะทำทานต้องมีความฉลาดดูเปน็ ส่วนสัด
จะทำบุญมากนอ้ ยเท่าใด กต็ ้องดตู ามสมควร พระทา่ นไม่อยากได้เต็มทีแล้วยังไปยนื ใหท้ ่าน บญุ ได้ก็ไม่
เตม็ ที่ เพราะตอ้ งยนิ ดที ้ังผู้รบั และผู้ให้
แต่กรณีมีขอทานยากจนมาก ก็สมควรให้ทานเขาเช่นกัน ในกรณที คี่ นยากจนพอ ๆ กนั กว็ ัดจากความ
มีศีล ถ้าให้ผู้มศี ีลก็แน่ใจว่าเมื่อเขาดีขึ้นมาได้ก็จะไม่ไปคดโกงคนอืน่ แต่จะให้พวกเกะกะนักเองหัวไม้ วันหลังมี
กำลงั แลว้ อาจมาเล่นงานเราภายหลังได้
การทำบุญเป็นสิ่งของและทำเป็นเงินต่างกัน อุปมาเตรียมท่ีไว้อย่างดี ทีแรกว่าจะปลกู ข้าว บังเอิญคิด
ว่าข้าวนั้นได้ปลูกมาหลายไร่แล้ว อย่าเลยปลูกข้าวโพดเถิด ถึงเวลาผลิตผลออกมาก็ไม่เท่ากัน เหมือนกันอาจ
ปลูกข้าว 1 ไร่ ออกมาแล้วเป็นข้าว ปลูกข้าวโพดก็ออกมาเป็นข้าวโพด แม้ว่าถ้าราคาผลิตผลจะเท่ากัน แต่
ความจรงิ แล้วผลไมเ่ ท่ากัน อยา่ งเชน่ วนั นี้กนิ ข้าว พรุง่ น้ีกินขา้ วโพดก็ดอี ย่ดู อก
ถาม – ถา้ พระทา่ นได้รบั อาหารจนเต็มแลว้ บริจาคเป็นเงินแทนเพื่อทา่ นไปหาปัจจัยที่ทา่ นต้องการ มีเขาบอกว่า
ต่อไปชาติหน้าจะไมม่ ขี ้าวกนิ มีแตเ่ งนิ แทน
ตอบ - ไมจ่ รงิ ข้ึนกับเจตนาว่าจะทำอยา่ งไร
163
ส่ิงทีจ่ ะเตอื นในการทำทานคือ สมัยพุทธกาลมีบ้านหนง่ึ ตง้ั ใจทำบญุ ทำทานดี สั่งคนใชท้ ุกเช้าให้หุงข้าว
ทำอาหารตักบาตร ตนเองไปตักบ้างไม่ไปบ้าง ส่วนคนใช้ก็ตักบาตรทุกวัน ปรากฏว่าผลบุญที่เกิดนั้นคนใช้ได้
มากกว่า เพราะบญุ จะเกิดนนั้ เกดิ 3 ครง้ั
1. เมื่อคดิ จะทำ 2. เมือ่ ทำ 3. เม่ือระลกึ ถงึ
เจ้าของทานได้หนึ่งในสาม เพราะคิดจะทำบุญแล้วสั่งไป ต่อไปก็ไม่ได้คิดอะไรอีกแล้ว แต่คนใช้พอ
เจ้าของบอกมา ตัวเขาเองก็นึกอยากทำอยู่แล้วแต่ไม่มีโอกาส ลงมือทำเอง ไปตักบาตรกับมือเอง คนใช้ได้ 3
สว่ นเต็มที่ การทำบญุ จงึ วัดด้วยจำนวนเงนิ หรอื อะไรไม่ได้ ต้องตามขนาดของความต้งั ใจ
1. ในครอบครัวหรอื ในหมเู่ พื่อนฝงู นักศึกษาดว้ ยกนั ถา้ คนเห็นขีเ้ หนียวหน่อยเพือ่ นไม่คบ ถ้าทำทานได้
เพอื่ นคบเพอื่ นมาก
2. มีปัญญาความรู้ช่วยเหลอื เพอื่ นฝงู ได้ เพอ่ื นฝูงรัก
3. ใหอ้ ภัยทาน
ทานเหลา่ น้ีเป็นเบื้องตน้ ของศลี ในครอบครัวเบ้ืองต้นทานทำให้มีกตญั ญู ในหมเู่ พือ่ นฝูงก็เช่นกัน ในแง่
ประเทศชาติก็เช่นกัน แต่ทานนั้นต้องเป็นทานบริสุทธิ์ เป็นทานที่ให้ด้วยใจ มี 4 จำพวก ที่ไม่หายใจทั้ง ๆ ที่มี
ชีวิตอยู่
1. ทารกในครรภ์ เพราะจิตไปจดที่ดวงธรรม ที่ศูนย์กลางกาย เมื่อกายละเอียดจะมาเกิดก็เข้าในท้อง
พ่อท้องแม่ตะโกนว่ากูจะทำความดี ๆ เหมือนอย่างพวกเราพอจะสอบไล่ดูหนังสือไม่ทันก็คิดว่าปีหน้าจะดู
หนังสือแต่ตน้ ปี แต่ก็ทำไม่ไดจ้ ริง ๆ สกั ปี ดหู นังสอื ไม่ทนั ทุกปี จนกระทั่งจบมหาวิทยาลัย ทารกนี่ก็เช่นกัน พอ
โตขึ้นหนักเข้า ครบ 10 เดือน เข้าคลอดออกมาก็ลืม ระยะที่อยู่ในครรภ์ไม่ต้องหายใจ ถ้าเวลามารดาไป
สะเทือน จิตเคล่ือนจากศูนยจ์ ำเป็นต้องหายใจ แลว้ นำ้ ก็เขา้ ปอดตาย เม่ือไดธ้ รรมกายกด็ รู ู้เลยทีเดียว ไม่ต้องพูด
กนั มาก
2. ผู้ที่เข้าฌาณสมาบัติ เพราะจิตจดอยู่ในกลางดวงธรรม ถ้าจดน่ิงไม่หายใจเข้าก็กลัวตาย จิตถอนก็
ตอ้ งหายใจใหม่ เลยไมต่ อ้ งถงึ ดวงปฐมมรรคกนั สกั ที
3. พระอรหันตท์ ่ีเข้านโิ รธ ทา่ นเขา้ ลึกกวา่ พวกฤาษีมาก บางทเี ข้านิโรธถึง 3 เดอื น นกกระจอกมาทำรัง
ทีเ่ ครา 2 - 3 เดือน กไ็ ม่รู้สกึ ปลอ่ ยเลย มลี มละเอยี ดแทน เม่อื จติ นง่ิ กับดวงธรรมกไ็ ม่มีความหวิ แต่ถา้ จติ ถอนก็
มีความหิวเกิดขึ้น ถ้าใครทำบุญตอนนั้นถือว่าได้บุญมากนัก ในสมัยพุทธกาลถ้าใครไปเจอฤาษีกำลังเข้าฌาน
สมาบัติอยู่ เจอพระอรหันต์กำลังเข้านิโรธอยู่ เขาก็จะไม่ไปไหน ไปหาของมาเตรียมถวายเพราะได้บุญแรงนัก
เพราะผู้ให้เต็มใจให้ ผู้รับเต็มใจรับ แม้พระราชาจะยกทัพไปตีกันอีกเมืองหนึ่ง ระหว่างทางเจอพระอรหันต์น่ัง
164
นิโรธอยู่ก็เลิกทัพ ทำบุญดีกว่า ได้บุญแรงดีกว่า พระอรหันต์ที่กำลังออกนิโรธใหม่ ๆ จิตสะอาด สมัยหลวงพ่อ
ยังมีชวี ติ อยู่ คนสว่ นมากจ้องจะทำบญุ กับหลวงพ่อ ตอนออกจากเข้าฌานนิโรธ หลวงพ่อท่านต้องเข้าที่ดูบุคคล
ท่ีสมควรจะได้รับบุญกอ้ นนี้ คนมบี ญุ เทา่ น้นั จงึ จะไดบ้ ุญ
ทำไมพระพุทธเจ้าจึงทรงสรรเสริญนางสุชาตากับนายจุนนะ ที่ได้ถวายข้าวมธุปายาสกับอาหารม้ือ
สุดท้าย
เพราะมือ้ ทจี่ ะตรสั รูท้ ่านอดมาหลายวันแลว้
ในสมยั พทุ ธกาลมีพระอรหนั ต์องคห์ นง่ึ เมอ่ื แรกเป็นชาวบา้ นธรรมดาได้ฟังเทศนาจากพระพทุ ธเจ้าก็ได้
เป็นพระอรหันต์ ชื่อ พระพาหิยะ ตามธรรมดาเมื่อพระพุทธองค์เทศนาให้ใครได้บรรลุอรหันต์แล้ว จะตรัสว่า
“เธอจงมาเป็นภิกษุเถิด ธรรมเราตรัสไว้ดีแล้ว เธอจงมาประพฤติธรรมเพื่อถึงที่สุดแห่งธรรมนั้น ” เป็น
เอหภิ กิ ขอุ ุปสัมปทา พอตรสั เชน่ น้แี ลว้ อัฐบริขารต่าง ๆ จะลอยมาจากอากาศมาห่มเป็นพระภิกษุทนั ที พอพระ
พาหิยะบรรลุพระอรหันต์ แต่ยังไม่ได้บวช พระพุทธองค์ระลึกชาติถอยหลังไป ก็ทรงทราบว่าบุคคลผู้นี้ใน
อดีตชาติไมเ่ คยทำบุญด้วยเคร่ืองอัฐบริขารเลย พระพุทธองค์ไม่ได้ตรัสใหเ้ ป็นเอหภิ กิ ขุอปุ สัมปทา เพราะถ้าตรัส
แล้วกจ็ ะไม่มเี คร่ืองอัฐบริขารลอยมา ยังทรงให้ไปหาเครื่องอฐั บริขารมา แตพ่ อไปกลางทางไปถูกวัวบ้าขวิดตาย
เป็นพระอรหันต์แล้วยังไม่พ้นเวรเก่าซึ่งตามมาทัน พระพุทธองค์ตรัสว่าไมไ่ ช่แต่พาหิยะคนเดียว ยังมีเพื่อนของ
พาหิยะอีก 2 คน ที่ต้องถูกวัวขวิดตามทำนองนี้ พระพุทธองค์ทรงเล่าบุพกรรม อดีตชาติทีผ่ ่านมา พระพาหิยะ
กบั เพือ่ นอีก 2 คน เปน็ ลูกเศรษฐเี ปน็ หน่มุ เท่ียวผู้หญงิ โสเภณี แลว้ เสยี ดายเงินท่จี า่ ยไป กลับบบี คอหญิงน้ันตาย
หญงิ นั้นกอ่ นตายก็แคน้ มาก อธษิ ฐานไวใ้ นใจว่า เกดิ กี่ชาติ ๆ ขอให้ได้ฆ่าคนพวกน้ี จองเวร ปรากฏว่าทั้ง 4 คน
คือ โสเภณีหนึง่ กบั บุรษุ อกี 3 คน ได้จองเวรไลฆ่ ่ากนั มาจนนบั ชาติไมถ่ ว้ นแล้ว ชาตสิ ดุ ท้ายนกี้ ย็ งั ไมพ่ น้
โบราณไทยถือว่าเกิดเป็นคนไทย ได้พบพุทธศาสนาแล้วไม่ได้บวชก็เสียชาติเกิด เหมือนสุนัขแทะ
มะพร้าวทั้งเปลือก แทะจนเหงือกหลุดก็ไม่ได้กิน การทำบุญด้วยเครื่องอัฐบริขารนั้น คนไทยโบราณถือนัก
อธิษฐานแล้ว อธิษฐานอีกว่าต่อไปเบื้องหน้าขอให้ข้าพเจ้าได้เป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา แม้ว่าชาติที่ยังไม่พบ
พระพุทธเจ้ากข็ อให้มีเครื่องอฐั บรขิ ารพร้อมมูล มาเดี๋ยวน้ีไม่เอากนั เหน็ คนบวชก็หัวเราะ คนหนุ่มๆ เข้าวัดกว็ ่า
บ้า เก็บไว้แก่แล้วค่อยมาเข้าดีกว่า แต่ที่จริงควรจะคิดว่าเป็นหนุ่มยิ่งมีกำลังอยู่ก็ควรรีบเข้าวัด คนแก่แล้วควร
อย่บู ้าน
โยมก็อธิษฐานว่าบุญทานที่ไดท้ ำไปขอให้ได้ดวงตาเห็นธรรม ได้มรรคผลนิพพานในกาลปัจจุบันนี้ ชาติ
ใดทย่ี ังตอ้ งเวียนวา่ ยอยู่ ก็ใหบ้ ริสทุ ธ์ิกายวาจาใจ
พระเวสสันดรทำทาน ถือศลี ต่อมาทำเนกขัมมะคือออกบวช แลว้ ก็ทำให้เกิดปัญญาต่อไป โดยภาวนา
มีปญั ญากท็ ำความเพียร ขันติ สัจจะ อธิษฐานต่อไปอีกให้ครบ 10 ทัศ ไมใ่ ชใ่ ห้ทำทานอย่างเดียว จึงได้เรียกว่า
165
มหาชาติ เป็นการรวมเอาบารมีท้ังหมดมาให้ครบ ทุกคนตอ้ งเห็นแก่ตวั ในทางทถ่ี ูก ทไี่ ม่ยอมฆ่าสัตว์ เพราะรู้ว่า
เขาจะจองเวร เราฆ่าเขาไม่เป็นไร แต่ถ้าเขาฆ่าเราเราก็เจ็บจึงไม่ฆ่าเขา ที่ไม่ลักทรัพย์เพราะเขาจองเวร ดีไม่ดี
เด๋ียวเขายิงตายไป ต้องรักตัวมาก ทำอะไรก็เพื่อตนเอง ไม่มีใครจะรักเราเท่าตัวเราเอง สมมุติว่าแต่งงานมีเมยี
เขา้ วา่ รักสดุ รัก ถ้าเอาถา่ นไฟไปไวบ้ นหัวเมยี เรา และตวั เราคนละกอ้ น จะเอาถ่านบนหวั ใครออกก่อน ก็ต้องเอา
ของตนเองออกก่อน
1. พระเวสสนั ดรทำทานท้ังลกู ท้ังเมีย
2. ท่านมีปัญญา ทำทานแล้วท่านก็รู้ว่าลูกทำทานไปนั้น จะลำบากก็ลำบากเฉพาะตอนเดินไปจากป่า
เท่านั้น พอไปถงึ เขตเมอื งแล้ว พระเจ้าปแู่ ละพระเจ้ายา่ ก็ต้องมารับหลานไป แคน่ พี้ อทนได้
ถ้าเรามีเงินร้อยล้านบาท เจอขอทานโง่เง่าต้องให้ทานตามส่วนไป ถ้าให้ไปมาก ๆ ก็รักษาเงินไว้ไม่อยู่
ไม่มีปัญญารกั ษา ต้องใหต้ ามสว่ น 5 บาท 10 บาท ถ้าฐานะเรามีเงินเป็นหมื่นให้เขาไดต้ ามส่วนเปน็ ร้อยเป็นพัน
ถ้าเขามี เงินเป็นล้านแต่มีความขัดข้องก็ช่วยเหลือเขาได้บ้างตามส่วน ต้องฉลาดในการทำบุญ ให้ขอทานล้าน
บาทเดยี๋ วก็เป็นลมตายไปได้ หรือทำบญุ ให้โจรซ่ึงไม่มีความพอ ทำสบิ จะเอาร้อย ใหร้ อ้ ยจะเอาหม่ืน ยกบ้านยก
เมืองใหก้ ็ไมพ่ อ ในทส่ี ุดจะเอาชีวิตเราอกี
ในบ้านจะอยู่ด้วยกันได้เพราะมีทานเป็นหลกั มีทานแล้วจึงจะมีศีลได้ เพื่อนฝูงอยู่ด้วยกนั ถ้าไม่มีทาน
ตอ่ กนั เมือ่ เราผิด เขากจ็ ับผิดเรา แตถ่ า้ เรามีทานต่อเขา กพ็ อให้อภัยกนั ได้ ศีลจึงเกิดข้ึนดงั นี้ อภัยทานคือศลี
ถาม - มคี นมายืมเงนิ เราไปซอื้ เหล้ากินจะให้เขาหรอื ไม่
ตอบ - ไม่ให้ เรามีเงินเองเรายังไม่ซื้อเหล้ามากินเลย สุนัขมันถ่ายออกมามันก็กินสิ่งที่มันถ่ายออกมา แต่เหล้า
มนั ไมก่ ิน แล้วเราเปน็ คน สิ่งเหล่านไ้ี มใ่ ชก่ ารใหท้ เี่ ป็นทาน
พระพุทธองค์เวลาสอนคน บางครั้งสอนแบบนุ่มนวล บางครั้งรุนแรง บางครั้งทั้งใช้แบบนิ่มนวลและ
รนุ แรง เมอ่ื เจอคนเช่นนี้ต้องใชแ้ บบรนุ แรง
หลาย ๆ แห่งมักสงสัยและโจมตวี ัดปากนำ้ เพราะเขาไม่เกิดธรรมกาย จงึ ไม่เชอื่ เมอื่ ถามเขาว่าทำไมไม่
เชือ่ ในพระไตรปิฎกก็กล่าวถึง เขาตอบวา่ ถา้ มีเขาปฏิบตั ิสมาธมิ าตงั้ นานแล้ว ก็ควรจะเหน็ บา้ ง
เหมือนอย่างขึ้นรถเมล์ไปวัดปากน้ำก็ต้องขึ้นสาย 66 สายอื่นก็ไปไม่ถึง ถ้าอยากได้ปลาสักตัวแล้วไป
ตะเกียกตะกายเอาบนยอดเขา อยากได้ช้างใสเ่ ครื่องประดาน้ำลงไปงมใต้ทะเล สมัยโบราณมีนิทานเรื่องทกรก
หาไฟ ฤาษีเอาลูกชายไปอยู่ด้วย สมัยนน้ั มีการบชู าไฟ กอ่ กองไฟทง้ั วันทงั้ คนื เพอื่ เผากิเลส ฤาษีไมร่ ู้จะเอาไฟข้าง
166
นอกไปเผากิเลสข้างใน วันหนึ่งฤาษีพอไม่อยู่ไปธุระ สั่งลูกว่าอย่าเผลอไปเล่น ให้ดูไฟอย่าให้ดับ พร้อมทั้งให้มีด
และฟืน พร้อมทั้งไม้สีไฟ พอพ่อไปลูกก็เล่นแล้วไฟดับ ไม่รู้จะทำอย่างไร คว้าอีโต้มาจักไม้เป็นซี่เล็กๆ ไฟก็ไม่
ออก เอาไฟใสค่ รกโขกก็ไม่มีไฟเกิด เหมือนคนปฏิบตั ธิ รรมผิดวิธีก็หาธรรมกายไม่พบ ไปผา่ ไมห้ าไฟไม่มีทางเจอ
ไฟ
ในสมัยพุทธกาลมีนทิ านเตา่ กับปลาเปน็ เพ่ือนกนั เต่าอยไู่ ด้ทงั้ ในนำ้ และบนบก บางวนั เตา่ กข็ ึ้นบก บาง
วนั กล็ งนำ้ ปลาอยู่ได้แตใ่ นน้ำ เมอ่ื เตา่ ข้นึ บกเจออะไรก็ไปเล่าให้ปลาฟังถึงส่ิงดี ๆ บนบก ปลากอ็ ยากขึ้นบกบ้าง
ถามเต่าว่าบนพื้นไหลเร็วเหมือนน้ำที่เราอยู่ไหม เต่าตอบว่าฮึ (เพราะดินไม่ไหล) ปลาก็ถามอีกว่าที่ว่าบนบกมี
ชา้ ง ม้า ชา้ งม้าเปน็ อย่างไรเหมือนกูไหม เต่าตอบว่า ฮึ (เพราะไมร่ ู้จะตอบว่าอย่างไร) ปลาก็ถามอีกว่านกท่ีเคย
เล่าใหฟ้ งั เชน่ นกอินทรยี ์เหมือนปลาดาวไหม เตา่ ตอบวา่ ฮึ ถามกี่คำ ๆ เตา่ ตอบได้อยา่ งเดียววา่ ฮึ ปลาก็นึกวา่
เตา่ โกหก เมื่อกอ่ นมาชวนจะไปบนบก ถามกคี่ ำ ๆ ก็ตอบว่า ฮึ ฮึ ทั้งนน้ั เต่านท่ี า่ จะบ้าเสียแลว้
เราก็เหมอื นกนั ระวงั ของควรตอบกต็ อบ ของไม่ควรตอบก็อย่าไปตอบ เดย๋ี วคนอน่ื จะเข้าใจผดิ เช่นมี
คนมาถามว่า จิตเราเหมือนดวงอาทิตย์ไหม เหมือนดวงจันทร์ไหม เราก็ตอบว่า ฮึ ฮึ ทั้งนั้น คนเขาจะเข้าใจว่า
เรามาเขา้ วดั ตัง้ นาน ถามอะไรก็ตอบได้แค่น้ี ต้องระวงั ให้รู้จัก ถ้าถามมากนักก็ถามเขาว่าอยากรู้จรงิ ๆ หรือ ถ้า
อยากรจู้ รงิ ๆ ให้มานง่ั สัมมาอะระหังกนั ทว่ี ัดปากน้ำ รวบรดั ตดั ความดี
เมื่อพูดถึงธรรมกาย พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ กายในกาย คนอื่นก็ไม่เชื่อ พูดเท่าไรก็ไม่เชื่อ
บอกเขาวา่ อย่างน้อยก็กายฝัน ซึ่งเคยเห็นเวลาฝนั เป็นกายในกาย เขา้ ตอบว่าไม่เชื่อท่ีเห็นเป็นจิตใต้สำนึก ถ้าไล่
ตอบเช่นน้ีไม่จบ
เอามือแหย่ตรงสะเก็ดเปลือกไม้ หรือเปลือกหรือกระพี้ หรือแก่นไมก้ ็เป็นตน้ ไม้เหมอื นกัน ท่เี ขาว่าก็ถูก
เพราะฉะนั้นเวลาจะไปพดู ใหใ้ ครฟงั ก็ให้ร้วู า่ บคุ คลไหนควรพูดอย่างไหน
ทุกสถาบันเกือบทุกคนมักจะคิดเรื่องแก้ผู้อื่นโทษผู้อื่น คิดว่าของตนดีของผู้อื่นไม่ดี เป็นนิสิตก็ว่า
อาจารย์ไม่ดี อาจารย์ก็ว่านิสิตไม่ดี ทั้ง ๆ ที่พอ ๆ กัน เหมือนนิทานที่ว่ามีผู้พิพากษาคนหนึ่ง ย้ายไปอยู่
ต่างจังหวัด ซึ่งพระเถระไม่ค่อยมี พระโดยมากบวช 1-2 พรรษา ก็สึกออกไปทำงาน การศึกษาพระธรรมวินัย
ตา่ ง ๆ ก็ยอ่ หยอ่ นไป ไม่ค่อยสำรวม หนกั เขา้ ก็รุกรานชาวบ้าน ทำใหพ้ ระและชาวบ้านไม่ค่อยถูกกัน บางทีพระ
บวชพรรษาเดียว ชาวบ้านบางคนก็มีความรู้มากกว่าพระ ทำให้ไม่ค่อยเชื่อเรื่องพระ บางครั้งมีการนินทาพระ
สารพัดจะว่า ผู้พิพากษาเห็นว่าชาวบ้านไม่เคารพนับถือพระ พระก็ไม่ทำตัวสำรวมให้ชาวบา้ นนับถือ แล้วจะมี
อะไรเปน็ หลกั ของบ้านเมอื ง ก็คดิ แกไ้ ขท้ังชาวบา้ นและวดั
ผพู้ พิ ากษาคนน้ีฉลาดนักไมว่ า่ พระเลย แกมันไปวดั ถงึ วัดกก็ ราบพระไมว่ า่ จะบวชมาก่ีพรรษาแล้วก็ตาม
จะพดู กับพระก็ยกมือไหว้ท่วมหัว ลกู นอ้ งของผู้พิพากษาก็ทำตาม พระเห็นอย่างนัน้ ก็เร่ิมสำรวม ระมัดระวังตัว
167
มากขึ้น ชาวบ้านก็ไม่กล้า เริ่มสำรวมขึ้น หนัก ๆ เข้า ข้าหลวง นายอำเภอก็พลอยทำตามผู้พิพากษา พวกนี้
สำรวมยงิ่ กว่าพระ พระก็เลยยิง่ ต้องระมดั ระวังและสำรวมยงิ่ ข้นึ ผลสุดท้ายปรากฏวา่ พระก็สำรวมขน้ึ ชาวบ้าน
ก็นับถือพระ เพราะผู้พิพากษาคนนี้ฉลาดนัก ไม่ได้ว่าพระสักคำ บางคนเมื่อเห็นพระไม่สำรวมก็ไม่นับถือ ใส่
รองเทา้ เขา้ วดั จนถึงกฏุ ิ แตผ่ พู้ พิ ากษาคนน้ีพอเข้าเขตวดั ก็ถอดรองเท้า เดินเทา้ เปลา่ ไปกราบพระ เพราะเห็นว่า
เขาสำรวมเช่นนี้ตนเองก็ทำตัวให้สำรวม ชาวบ้านเมื่อเห็นพระสำรวมก็ต้องสำรวม ยกดีตลอดหมด ผู้พิพากษา
ฉลาดไปแก้ท่ตี ัวกอ่ นไม่แก้ท่ีคนอ่นื ไมเ่ หมือนสมัยนีเ้ ห็นคนอื่นคิดก็พูดมาก แตค่ วามผิดของตนเองไม่พดู ถงึ
ต่อไปเบื้องหน้าพวกเราต้องเป็นผู้ใหญ่ด้วยกันทุกคน จะทำอะไรต้องแก้ที่ตัวเองก่อน ไม่ใช่แก้ที่ผู้อ่ืน
กอ่ น บางคนว่าอาจารยโ์ นน้ ไม่ดขี ีเ้ หลา้ ไมเ่ ห็นเก่ยี วกบั เราเลย เร่อื งของอาจารย์ สำคญั ทีเ่ ราอย่าไปขีเ้ หล้าอย่าง
อาจารย์ก็แลว้ กัน เวลาไปทำงานทำการผู้บังคบั บัญชาไม่ดีก็ไมต่ ้องไปว่าเขา เรากไ็ มด่ ีเหมือนกัน อยา่ งน้อยท่ีสุด
ก็ทำตัวเข้ากับเขาไม่ได้ ก็ต้องแก้ที่เรา เขามีลูกมีพ่อมีแม่ให้พ่อแม่เขาไปแก้กัน เราไม่ต้องไปแก้ให้เขา ถ้า
ไม่เช่นนั้นก็ยุ่งกันไปหมด นิสิตบางคนเห็นว่าอธิการทำไม่ถูก จะไปแก้สันดานอธิการ พวกนักศึกษาคิดว่า
บ้านเมืองไม่ดีเพราะนายก จะไปแก้สันดานนายก ไม่คิดถึงความไม่ดีของตนเองที่เรียนตก ๆ หล่น ๆ อันนี้ต้อง
ไปแก้ตวั ให้ดกี อ่ น
พวกเราเวลาปฏิบัติธรรมะ ถ้าวันนี้ทำได้ดี วันพรุ่งนี้ไม่ได้เรื่องละก็ หลวงพี่พูดอยู่เสมอ เตือนอยู่เสมอ
สมัยหลวงพี่สมัยเด็กอยากเรียนวิชาคงกระพันชาตรี เขาให้ไปขุดต้นข่อยโตเท่าหัวเผือก ซึ่งลึกตั้ง 2-3 วา เอา
ตรงปลายรากสดุ เอาเหล้าและวา่ นมาผสมกนั ใสไ่ หไปรอที่ปลายราก เอาข้ผี ึ้งครอบให้ดี เชา้ ๆ สวดอติ ปิ โิ ส 108
เทยี่ ว ทำ 3 เดือน ทำไปๆ ตน้ ขอ่ ยตายก็ใช้ไม่ได้ เพราะไม่ขลงั แลว้ ตอ้ งไปขุดหวั ปลวกซึ่งแข็งกว่าหัวคันนา พอ
ขุดไปได้แขนหนงึ่ รุ่งขนึ้ เช้าไปดปู ลวกมันทำรังใหม่ขึน้ มาอีกศอกหน่งึ ตกลงวันหน่งึ ขุดได้ศอกเดียว ขุด 2 วันได้
2 ศอก เกดิ ปญั ญาเอาน้ำกรอก รงุ่ ข้นึ เช้าปลวกได้น้ำดินเปียก มนั ทำรงั ใหม่สูงกว่าเดิมเป็นวา ถ้าอย่างน้ันหลวง
พี่ก็ยังขุดเอามาได้ แล้วหัวปลวกที่จะมีต้นข่อยขึ้นนั้นเส้นผ่าศูนย์กลางตั้ง 2-3 วา กว่าจะขุดไปถึงรากข่อย
ขา้ งล่างแทบตาย ก็ยังอตุ สา่ ห์ไปขดุ จนได้ ปรากฏวา่ ไม่ต้องไปสวดอติ ิปโิ สทุกวัน หนังก็เหนยี วเพราะความเพียร
ที่ไปขดุ ทกุ วนั ๆ ทำใหม้ สี มาธมิ าก คนโบราณเขาหลอกเก่ง
ตอนหลงั อาตมาฝกึ สมาธิ บางวันฝึกแลว้ สมาธิดีมาก ไปไดล้ ิว่ พรุง่ นีเ้ ชา้ ตน่ื ข้ึนมากว็ า่ ดีหนักทีเดียว แลว้
มะรืนจะได้ท้ัง 18 กาย แตป่ รากฏวา่ ตอนกลางคืนจะนอน ไม่ไดก้ ำหนดจติ ดีเท่าท่ีควร ไปฝันเร่ืองอะไรต่ออะไร
ก็ไม่รู้ เช้าขึ้นมานั่งแต่เช้าจนเกือบเทีย่ ง หงุดหงิดทั้งวัน เกือบจะพาลกลับบ้าน ระดับจิตของคนก็มีขึ้น ๆ ลง ๆ
เหมือนหัวปลวก ถ้าเผลอเอาน้ำไปรดเข้ารุ่งเช้าขึ้นสูงขึ้นอีกวา หลักต่างๆ ก็สอนไว้หมดแล้ว แต่ในการปฏิบัติ
กลับไปบ้านยังจะต้องเจอปญั หาเชน่ น้ีอีก ขอใหร้ ะวงั ถา้ จติ ถอยหยาบก็อยา่ ไปเสยี ใจ เหมือนขุดข่อยขุดวันแรก
ได้แขนหนึ่งก็คิดว่า 3 วันก็จะเสร็จ แต่ทำจริง ๆ เป็นอาทิตย์ยังไม่ถึงโคนข่อยเลย เวลาฝึกสมาธิอยา่ ไปกำหนด
168
ว่าจะเห็นภายใน 3 วัน 7 วัน 20 วัน เอาเป็นเพียงว่าจะตั้งใจทำเอาบุญให้เต็มที่ จะเห็นหรือไม่ก็ช่าง อย่างนี้มี
ทางได้ ตอ้ งระวังทำอะไรอยา่ ทอ้ ถา้ อาตมาท้อกไ็ มไ่ ดม้ านั่งให้เหน็ อย่างนี้
ในสังคมปัจจุบันชอบพูดว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม อาตมาก็เห็นด้วย และสรุปได้ว่าโบราณ
สอนไว้ดีมาก แต่มีอันหนึ่งที่โบราณท่านไม่ได้พูดเอาไว้ แต่เราควรจะดูคือการเข้าเมืองตาบอด จะบอดตาตาม
ไม่ได้ ไม่ว่าจะบอดจริงหรือบอดตาใส เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตามได้ แต่ถ้าเข้าเมืองตาบอดจะไปบอดตา
ตามไม่ได้ ศีลฝึกมาดีแล้วทั้ง 14 วัน อย่าเอาไปพร่าทิ้งเสีย เข้าเมืองตาหลิ่วเขาทำอะไรก็พอทำตามได้บ้าง ถ้า
เขากินเหลา้ กันก็ปลอ่ ยให้เขากินไป แต่ไม่กินด้วย เป็นการเขา้ เมืองตาบอด ชวนไปดูหนังกพ็ อจะหลิว่ ไปดว้ ยได้
ถา้ ชวนไปดูฟรอโชว์ อย่าไปบอดตาด้วย ระวังใหด้ ี แกไ้ ขใหด้ ี
ถาม - อย่างนีเ้ อาอะไรมาวดั วา่ ตาหลิ่วหรอื ตาบอด
ตอบ - ยอ้ นกลบั ไปดทู ีเดียว ดจู ากศีล ถา้ ผิดศลี ผิดธรรม ก็ตาบอด
ถาม - มเี หตุผลอยา่ งไรจึงใชว้ งล้อเป็นสัญลกั ษณ์ของศาสนาเปน็ ธรรมจักร
ตอบ - ขอ้ น้อี าตมาร้ไู ม่จริง สญั ลักษณ์เป็นของทเี่ ราคดิ ขน้ึ เอง ไมไ่ ดอ้ อกมาจากพระโอษฐข์ องพระพุทธ
องค์เอง เรามาตั้งกันเอง อย่าไปยึดมั่นถือเข้าเดี๋ยวจะบ้าตามเขา บางคนไม่รู้ไปนั่งกราบตราเสมาธรรมจักร
ไมไ่ ดป้ ระโยชนอ์ ะไรเลย ต้องดูให้ออกว่าอะไรเป็นเปลอื ก เป็นกระพเี้ ปน็ แก่น
ถาม - วธิ ีทง่ี ่ายท่สี ุดทำอย่างไร คนจงึ จะได้สมาธเิ รว็ ขึ้น
ตอบ - ตอนนอี้ าตมาก็กำลงั คน้ อยู่ แตท่ ี่พบแล้ววธิ นี เ้ี ร็วท่ีสดุ
ถาม – ทำไมไม่เอาการฝึกสมาธไิ ปแทรกกับบทเรียนศีลธรรมของเด็ก ๆ
ตอบ - คนส่วนมากไม่เข้าใจ พอพูดถึงธรรมกาย ก็คิดว่าจะบ้าแล้ว จะไปพาลูกเขาบ้าด้วย เขาไม่เอา
โยมมีลกู กลบั ไปบ้านกไ็ ปสอนลูก ๆ เด็ก ๆ เหน็ เร็วกวา่ ผใู้ หญ่
ศีล ไม่ใช่ข้อห้าม แปลว่า ปกติ ฆ่าสัตว์ไม่ทำ ลักทรัพย์ไม่ทำ ผิดลูกเมียเขาไม่ยุ่ง โกหกไม่เกี่ยวข้อง
เหล้าไม่ใหล้ ่วงผ่านลำคอ วันไหนไปขยีม้ ดสักตัว ไปด่าใคร กินเหล้าเปน็ กระสัยยายังรู้สึกไมค่ ่อยสบายใจเพราะ
ผิดปกติ ปู่ย่าตายายเราเป็นมาอย่างนี้ทำให้ระดบั จิตสูงกว่าสัตว์ แต่บัดนี้คนส่วนมากผิดปกติเสียเคยตัว ไปเจอ
คนมศี ีล 2-3 ข้อ กค็ ิดว่าคนน้ันผิดปกติมีศลี ตงั้ 3 ขอ้ ไปว่าเขา abnormal แล้วตวั เอง normal เมอื่ คนส่วนมาก
เปน็ เชน่ นจ้ี ะไปแกใ้ คร ลกู เมยี ของตนแก้เสียให้ได้ ลกู เมยี ชาวบ้านไม่ต้องไปหว่ งเขา
ถาม - คนธรรมดากินขา้ วเย็น ไม่ผิดศีลในศีล 8 หรอื
169
ตอบ - มนษุ ย์กับสัตว์มีส่ิงเหมอื นกัน 3 ประการ คอื โรคกนิ โรคกาม โรคกลวั ตาย มนุษย์ดีกวา่ สัตว์ท่ีมี
ศีล 5 ยกระดับจิตขึ้นมา พรหมดีกว่ามนุษย์ท่ีเขามีสมาธดิ ีกวา่ เพราะไม่เสพกาม เราก็ยกระดับจิตของเราขึ้นไป
อีกยกตัวให้สูงขึ้น ทำให้ได้อย่างพรหม ถือศีล 8 ด้วย หนักเข้าไปรู้ว่าอรูปพรหมดีกว่านั้น ก็ยกระดับจิตถือศีล
10 ขน้ึ ไปอกี สมาธดิ ขี ้ึนไดถ้ งึ อรปู ฌาน ปรากฏวา่ เก่งกว่าพรหมยังมพี ระสงฆ์ซึง่ ถือศีลถึง 227 ขอ้ กท็ ำให้ได้โดย
บวช คนโบราณเขาหม่ันยกระดับจิตตนเองอย่างน้ี ไม่ทำตัวให้ต่ำ ปกติเป็นขั้น ๆ เห็นอย่างนี้ เข้าใจอย่างนี้
มรรคผลนิพพานไมไ่ กล
ถาม - ศีลขอ้ 3 ในศลี 5 ศีล 8 ต่างกันอย่างไร
ตอบ - ในศีล 5 ข้อ 3 ที่ว่า กาเมสุมิจฉานั้น ลูกเมียผู้อื่นไม่ยุ่งด้วย แต่ในศีล 8 ข้อ เป็น อพรหมจริยา
ลูกเมียใครหรือของตนเองก็ไม่ยุ่ง เพราะฝึกหนักเข้าถึงกายพรหม ก็รู้ว่าทั้งหญิงและชายเมื่อถึงกายพรหมเป็น
ชายทงั้ หมด เม่อื ฝกึ สมาธิมาก ๆ เห็นอะไรก็รไู้ ด้ ร้เู หมอื นทารก รจู้ กั กนิ นมแม่
เวรกาเมทำให้มีผู้หญิงผู้ชาย เกิดเป็นผู้หญิงไม่ใช่ว่าสบายที่เกิดเป็นผู้หญิงเพราะเวรกาเมมันตามมา
ต้องระวังตัวอยา่ ไปผิดศลี กาเม
ถาม – ย้อนหลังดูพระพุทธเจ้าชาติหลัง ๆ ไม่เคยปรากฏเลยว่า พระองค์จะมีเชื้อไปทางฝรั่งหรือจีน
พระพุทธศาสนาเราไมไ่ ดค้ ลมุ ทงั้ โลกหรอื ?
ตอบ - คลุมไปหมด แต่เราต้องรวู้ ่า แตต่ น้ ทง้ั โลกมภี าษาเดยี วกนั แลว้ จึงแยกทหี ลัง
ถาม – ชมพทู วปี เป็นทีท่ พ่ี ระพุทธเจ้าตรสั รู้เท่าน้นั หรือ ?
ตอบ - ในพทุ ธศาสนาชมพทู วีปไม่ได้หมายถึงเฉพาะประเทศอนิ เดีย แต่ครอบคลุมทง้ั โลก องค์หน่ึงเกิด
ทพ่ี ม่า ทีช่ เวดากอง สว่ นใหญ่เกดิ ทีอ่ ินเดีย
ถาม - พระพทุ ธเจา้ และพระอรหนั ตม์ อี ะไรแยกให้ต่างกนั
ตอบ - ผู้ที่บรรลุธรรมกายแล้ว ทำกิเลสให้หมดไปด้วยตัวเองเรียก พุทธเจ้า แต่ผู้ที่บรรลุธรรมกายทำ
กิเลสให้หมดไปแล้ว แต่มีผู้อื่นสอนให้ อย่างนั้นเรียกอนุพุทธเจ้า ผู้ที่จะค้นพบได้เองต้องมีความสามารถอย่าง
เย่ียม
ถาม - สมมุติมีคนหนึ่ง เคยมีเมียหลายคน แล้วอยู่ร่วมกับเมีย พอมาถือศีลแล้วไปอยู่ร่วมกับเมีย
เหลา่ นน้ั อีกผดิ ไหม
ตอบ – แล้วภรรยาคนแรกรู้หรอื เปลา่ ว่ามภี รรยาอ่ืน ๆ อีก
ถาม - ไมท่ ราบครบั
170
ตอบ – อย่างนนั้ ผดิ แน่ ๆ เพราะเปน็ ผ้กู อ่ ตงั้ แต่ตน้
การที่เรามาธุดงค์กนั ในคราวนี้ มีผู้ร่วมทำบุญเอาเงินจบเหนือหัวรว่ มทำบุญกบั เรา เรามาฝึกกันวันน้กี ็
เป็นวนั สดุ ทา้ ยแลว้ เพอ่ื ที่คนที่เขาทำบุญมาจะไมส่ งสัยว่าอาตมาได้เอาเงินน้ันมาทำอะไรบ้าง และเพื่อผู้ทำบุญ
จะไดบ้ ญุ อย่างเต็มทีต่ อ้ ง
1. ทำด้วยความเตม็ ใจ
2. ผู้รับเตม็ ใจรบั
3. ได้เห็นผลของการทำทานนั้น ๆ เช่น จะสร้างโบสถ์ส่งเงนิ ให้กรมศาสนาเขาจะสรา้ งเมือ่ ใดก็ไม่รู้ไม่เหน็
ผล แต่ถา้ ไดเ้ หน็ โบสถส์ ร้างขึน้ มาก็เกิดความชนื่ ใจ ได้บุญเตม็ ที่
พวกเราได้รู้เห็นอะไรที่เป็นข้อธรรมะ อะไรที่ทำให้เราดีขึ้นมา ซึ่งผู้อื่นไม่ค่อยได้รู้ได้เห็นกัน สมควรที่
ท่านเจ้าภาพหรือธรรมทายาทรุน่ หลังควรได้รู้ได้เห็นบ้างก่อนจะมาปฏบิ ัตธิ รรม อยากให้พวกเราเขียนเรื่อง ไม่
ต้องมาก ขนาด 2-3 หน้ากระดาษก็พอ เช่น เรามาฝึกสมาธิครั้งนี้แล้วเรารู้สึกอย่างไร เราเคารพพระมากข้ึน
หรอื เมื่อกอ่ นเราเหน็ พระท่านอาจไมส่ ำรวมนัก เรานึกดูถูกท่าน พอเรามาถอื ศีล 8 เข้า เราระวังนกั ต้ังใจปฏิบัติ
จริงๆ ยังพลาดได้ ถ้า 1 ถึง 2 วันพอรักษาได้ ถ้าเป็น 5 วัน 10 วัน 20 วันไม่ใช่เรือ่ งง่าย ลำบากจริงๆ เช่น เรา
ไมต่ ้ังใจร้องเพลงแต่ไมร่ ้วู ่ามันออกมาจากปากได้อย่างไร มนั ร้องไปเองดื้อ ๆ บางทีเมื่อก่อนเราเห็นพระท่านนิ่ง
เงียบ ๆ เฉย ๆ หรือท่านออกมารับอรุณ ก็คิดว่าพระนี่เสียแรงงานเหลือเกิน วัน ๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย กินแล้ว
นอน นอนแล้วก็มากิน มาบัดนี้เรารู้ว่าการประคองบังคบั ใจนัน้ เหนือ่ ยเหลอื เกิน ชี้ให้เหน็ ทำให้เกิดกุศลทั้งเรา
และผูอ้ า่ น ทำใหเ้ ขาเห็นอะไรดีข้นึ
หรือการมาอยกู่ ลดทำใหเ้ ราร้สู ึกอยา่ งไร ถ้าเมื่อก่อนเราคิดว่าชีวติ น้ีจะอยู่ไม่ได้ถา้ ขาดห้องแอร์ ผ้าน่ิมๆ
ที่นอนสูงๆ คิดว่าถ้าขาดสิ่งเหล่านี้แล้วเราจะไม่มีความสุขเลย แต่พอเรามาอยู่อย่างนี้เข้าจริงๆ ชีวิตใต้โคนไม้
ดว้ ยเสื่อผืนเดียว บางวันนอนกลางคืนนำ้ ท่วมฝนตก แตก่ ็เปน็ ความสขุ ที่ไม่อาจสัมผสั ได้ดว้ ยวธิ ีการใด ๆ ยกเว้น
จะมาอยู่ธุดงค์ทำสมาธิอย่างนี้ เขียนกันคนละแง่คนละมุม ผู้อ่านจะได้เกิดปีติเมื่อเห็นผลงาน อีกอย่างคือเวลา
จะบอกบุญใคร ในปีหน้าก็จะได้ส่งหนังสือไปด้วย เขาได้เห็น ธรรมทายาทรุ่นต่อไปจะได้ไม่ติดขัดเช่นพวกเรา
พวกเรายังตดิ ขัดอกี หลายอยา่ ง เช่น
1. ร่มไม้ เสียดายที่ทำให้ไม่ทัน ที่จริงเวลาอธิบายธรรมะกันไม่ควรมาอยู่ในเต็นท์อย่างนี้ ควรมีร่มไม้
จะได้บรรยากาศที่ดี แต่ปีหน้าจะได้ดีกว่านี้ ถ้าจะเปิดรับนักเรียนและบุคคลทั่วไปด้วย ก็ต้องเตรียมโครงงาน
ล่วงหน้ามาก ใช้ทุนมาก มาครั้งนี้อาตมาตัดสินใจจะเปิดการอบรมอย่างกระทันหัน ส่งจดหมายไปติดต่อที่
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปรากฏว่าเขาสอบไล่เสร็จและปิดเทอมแล้ว ก็ทำให้ขาดประโยชน์ไป หลักสูตรก็ไม่ได้
เตรยี มมาก อะไรไดก้ พ็ ูดไป บางทไี มค่ อ่ ยจะติดตอ่ กัน ถา้ ไดเ้ ตรยี มมาคงจะดีกวา่ นี้ พวกเราคงจะได้ดีกวา่ นี้ แต่ท่ี
พดู ไปแลว้ ก็มสี ง่ิ ดี ๆ หลายอยา่ งทเี ดียว
171
ถาม - ทำไมหลวงพี่จงึ เลือกแต่พวกระดับอุดมศึกษา
ตอบ - ที่จริงแล้วหลวงพี่เคยฝึกให้แตพ่ วกระดับนี้ ตอนอยู่ที่เกษตรก็ฝึกให้พวกนิสิตนักศึกษา แต่พวก
ระดบั ต่ำกวา่ น้ไี ม่เคย จงึ อาจเกิดความผิดพลาดได้ อีกอยา่ งคอื ความอดทน ขนาดพวกเราบางคนยงั หนกี ลบั ถา้
ระดับตำ่ กวา่ นม้ี าเจอคงกลบั บา้ นกนั เสีย 50
ถาม - เคยไปอ่านหนงั สือของเจ้าอาวาสวดั ธาตุทอง เก่ียวกบั วธิ ีฝึกสมาธิ แล้วเราจะไปเผยแพร่ว่าท่ีวัด
ปากนำ้ ก็สอนวธิ ีฝกึ วิธนี ั่งสมาธบิ ้าง
ตอบ - เรายงั ไม่บรรลุพระอรหันต์ ตวั โลภออกไปหมดตัวหรือยงั ออ้ ยงั ตัดโลภโดยทำทานเสีย ตัวโกรธ
ออกไปจากตัวหรือยัง ออ้ ยงั ตอ้ งมองเหน็ ข้างนอกย้อนมาขา้ งใน ทำจนจติ ไม่เกาะขา้ งนอก จิตก็ตกศนู ย์
ถาม - บางแห่งที่สร้างโบสถ์สร้างวัดใหญ่โต ชาวบ้านแถวนั้นยากจน ความเป็นอยู่ไม่ค่อยดีเลย แต่
ตามที่กรมพระยานริศฯ ท่านเขียนไว้ว่า วัดกับบ้านแถวนั้น ควรมีสภาพสอดคล้องกัน เรามาพิจารณาของเรา
เราเอาศาสนาเนื้อแท้กัน คนก็ไม่ค่อยไดส้ นใจกนั
ตอบ - ศาสนาเนื้อแท้คนเขาไม่ค่อยเอา แต่ถ้าแจกของขลังคนก็มากันเต็มหมด ป่านนี้คงมืดฟ้ามัวดิน
เป็นหมอดู หมอยา น้ำมนต์ คนกค็ งมาเต็ม
การตักบาตรจริง ๆ นอกจากตามโวหารที่ได้เคยพูดให้แล้วนั้นมีอะไรอีก เราฝึกธรรมะกันมาหลายวัน
แล้ว เคยถามตัวเองไหมว่าคุณมาจากไหน ก่อนที่เราจะเอาบุญเราต้องรู้ว่าต้นของคุณมาจากไหน จะเอาน้ำก็
ต้องรู้ว่าน้ำอยู่ใต้ดิน ขุดลงไปเอา ขุดครั้งแรก เจอน้ำไม่ช้าก็หมด ถ้าขุดลึกลงไปอีก 20-30 วา น้ำมากกว่าเดิม
ถ้าลึกถึง 100-200 เมตร ก็ใช้ไม่หมด บุญมาจากนิพพาน คนไม่รู้ สมัยก่อนพวกศากยวงศ์องค์หนึ่งถามว่าข้าว
มาจากไหน ก็ตอบว่ามาจากในชาม อีกคนเก่งกว่านั้นบอกว่าข้าวมาจากหม้อในครกที่เขาตำ อีกคนบอกว่าเอา
มาจากยุ้ง ไม่มีใครรู้จริงเพราะไม่เคยทำนา ที่ตอบก็ถูกทั้งนั้นไม่ผิด บุญเหมือนกัน เอามาจากในตัวก็ถูก มีเม่ือ
จิตเปน็ กุศลกถ็ กู บญุ มีศนู ย์เปน็ แหล่งใหญ่อยู่ทน่ี พิ พาน บญุ มาไม่ถึงมนุษย์ เพราะมสี ิง่ ของ 3 อย่าง คอื 1. ความ
โลภ 2. ความโกรธ 3. ความหลง เหมือนน้ำใต้ดินถูกขังอยู่โดยพื้นแผ่นดิน ความโลภ ความโกรธ ความหลง
เหมือนเป็นดินดาน 3 ชนั้ กนั บุญไมใ่ หถ้ ึงใจเรา จะขดุ ดินดานท้ัง 3 ชั้นนีอ้ อกได้อย่างไร โลภกท็ ำทาน ทำสมาธิ
มศี ลี กำจัดความโกรธ กำจดั โมหะ
บุญมาจากนิพพาน มาอย่างไร ในตัวเราผ่าตัดดูไม่เห็นได้ เวลาเราอธิษฐานเรยี กบญุ บุญมาได้อย่างไร
เคยคิดกันบ้างไหม บุญเกิดที่กลางกายแล้วใจไปจดจ่อก็เกิดความชื่นใจ เหมือนอาบน้ำก็เกิดความชื่นใจเม่ือถกู
น้ำ เปน็ ลักษณะของบญุ ถา้ ได้ไปตักบาตร ทแ่ี น่ ๆ คือพระไดฉ้ ัน พระฉันแล้วอ่มิ อ่มิ แล้วตอ่ อายุ ได้ชือ่ วา่ เราให้
172
1. อายุ ถ้าพระฉันอาหารของเราวันนี้ ถ้าไม่มีใครมาให้อีก 7 วันตาย อดน้ำวันเดียวตาย พอให้อาหาร
พระบุญกเ็ กดิ ถงึ 7 วนั เป็นเหตุเป็นผลตามกัน
2. วรรณะ ผิวพรรณสดใสขนึ้
3. สุขะ เกิดความสุข
4. พละ มีกำลงั
5. ปฎิภาณ เม่ืออายุ วรรณะ สุขะ พละ มาถอื ศีลทำสมาธิปัญญาเกดิ ปฏิภาณมีข้ึน เป็นคน ต้องกินจึง
จะอยู่ได้ พระพทุ ธเจ้ายังต้องฉนั เลย
6. ธนสาร ความสามารถในการประกอบอาชพี เพ่อื ยังชวี ติ
เมื่อทำบุญตักบาตรครั้งหนึ่ง ได้ผลออกมาเช่นนี้ เราทำเช่นน้ี มีการให้ทานตัดความโลภออกไป บุญ
จากพระนิพพานก็เกิดที่ศูนย์กลางกายเราทำให้มีผล ให้มีอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ เมื่อเราถือศีลก็
เช่นกัน ข้างนอกข้างในต้องให้ตรงกัน หยาบละเอียดต้องตรงกัน ข้างนอกเป็นเหตุเมื่อระวังตัวไม่ผิดศีล บุญก็
เกดิ ขา้ งในทศ่ี ูนย์กลางกายเปน็ ดวงใสชดั ขา้ งนอกทำทาน บญุ กเ็ กิดข้างในที่ศูนย์กลางกายเปน็ ดวงใส ศูนย์กลาง
กายช่มุ ช่ืน ยิ่งเอาใจไปจดไว้ย่ิงชุม่ ชน่ื เหมือนมีนำ้ ไดอ้ าบน้ำ มีบางคนนำ้ ไหลมากป็ ลอ่ ยให้น้ำหกไป เพราะฉะนั้น
เวลาจะทำบุญให้เอาจติ ไปจดทีศ่ ูนยก์ ลาง
การสร้างบุญในพุทธศาสนาอย่างย่อ ๆ มี 3 อย่าง คือ ทาน ศีล ภาวนา ที่คนฆ่ากันโดยมากฆ่ากัน
เพราะโลภและโกรธ ลักทรัพย์เพราะโลภ ผิดลูกเมียเขาเพราะหลง โกหก ทำให้เขาแตกกันเพราะโกรธ โกหก
เพื่อใหไ้ ด้มาซงึ่ สงิ่ ใดสิง่ หน่ึงเป็นโลภ กนิ เหลา้ เป็นหลง พอเราให้ทาน เรากำจัดโลภ ศลี ดีขน้ึ ถา้ ตดั โลภได้ลดการ
ฆา่ ไปได้คร้งั หน่ึง การลกั ทรพั ยไ์ ม่มี แต่กาเมยังมบี ้าง โกหกลดไปคร่ึงหนง่ึ คนเมอ่ื ไม่คดิ เบยี ดเบียน ศีลเร่ิมมี ถือ
ศีลหนกั ข้นึ ไปเป็นบุญยง่ิ กวา่ ทาน เหมือนขดุ ดินไดน้ ำ้ จากขั้นลึกลงไป นำ้ ขน้ั แรกใช้อาบใชซ้ ักผ้ากไ็ ด้ แต่ยังใช้กิน
ไม่ได้ไม่ค่อยแน่ใจ แต่ถ้าขุดลึกไป 5 10 20 วา เหมือนมีศีลก็ได้บุญมากกว่าทำทาน แต่ถ้าทำสมาธิมีปัญญาฆ่า
ความหลง ทางฝ่ายซึ่งตั้งทัพมีขุนพล 3 ตัว กองหน้ามีโลภ กลางมีโกรธ ทัพหลังเป็นหลง ทางฝ่ายบุญจัดทัพ
เหมือนกัน
ทานกำจดั ความโลภได้ คือ ถา้ เราอยากไดข้ องเขา เรากก็ ำจัดเสียได้โดยเราอยากให้เขา เมื่อให้เขาได้ก็
กำจดั ความโลภ เหมือนความสว่างฆ่าความมืดเป็นการฆ่ากันในตัว แตค่ วามมืดน้ันก็ไม่ได้ไปไหนเสยี ในท่ีมืด ๆ
เอาตะเกียงใส่เข้าไปเร่งไฟให้สว่างขึ้น ก็จะสว่างขึ้น ความมืดยังอยู่ในห้องนั้นหรือไปไหน ความมืดก็ยังอยู่ใน
หอ้ งนั้น แต่ถูกฆา่ ไปเมื่อมีแสง เหมอื นความโลภทีม่ ีอยู่ในตวั เมื่อทำทานความโลภกถ็ ูกฆา่ ไปตอนที่ทำทาน ไม่มี
ฤทธิแ์ สดงออกมา ท้งั ๆ ท่ียังอยูใ่ นตวั
173
ถาม - ตามความเข้าใจของผม เมื่อทำทานมาก ๆ เช่น 10 บาท เมื่อไปเห็นของ 2-3 บาทของคนอื่นก็
ไมอ่ ยากได้ เพราะ 10 บาทเรายังให้ได้ ก็ไมอ่ ยากไดข้ อง 3 บาท
ตอบ - อย่างนี้เป็นเพียงข้างนอก แต่ข้างในมีความมืด 3 ขั้น คือ โลภ โกรธ หลง ก็ต้องฆ่าด้วยความ
สว่าง 3 ขั้น แสงตะเกียงหรี่ ๆ ก็ไม่สามารถขจัดความมืดได้เต็มท่ี เห็นแสงหรี่ ๆ เหมือนหมดน้ำมัน ความมืดก็
ปกคลุมห้องได้อีก ระยะที่สอง ไขตะเกียงขึ้นอีก คือมีศีลขึ้นมา เอามาฆ่าความโกรธ ก็สว่างขึ้นอีก แต่ถ้าหมด
น้ำมันก็มืดอีก พอเจริญภาวนาให้เกิดปัญญาก็ฆ่าความหลง พอจุดตะเกียงให้เต็มที่ก็ไม่มีความมืด แต่ถ้าน้ำมัน
หมดความมดื กเ็ กิดขนึ้ เหมอื นมที าน ศลี ภาวนา กำจดั ความมืด เอานำ้ มนั มาเติมเร่อื ย ๆ ไม่ใหห้ มด
นำ้ มันคอื ความเพียร เพียรในทาน ศลี ภาวนา แมจ้ ะจดุ ตะเกยี งให้เตม็ ท่ีแคไ่ หนก็ไม่สว่างเท่าดวงอาทิตย์
ดวงอาทิตย์ที่ว่าสว่างมากก็ยังมีสิง่ อื่นมาบัง เช่น เมฆหมอก ถ้าจะกำจัดความมืดก็ต้องทำความสว่างให้เกิดข้ึน
ยิ่งกว่าความสว่างของดวงอาทิตย์ มนุษย์สร้างไม่ได้ ก็ฝึกสมาธิหนักขึ้นไปถึงกายมนุษย์ละเอียด ความสว่างก็
มากกว่าดวงอาทิตย์ แต่ดวงอาทิตย์ถ้ามีเมฆมาบังสักพักก็หายไป ถ้าเกิดสุริยุปราคา มีราหูมาอม งั้นก็ยิ่งกว่า
เมฆ กต็ ้องจดุ ตะเกียงใหส้ ว่างย่งิ ข้ึนไปอีก โดยใชก้ ายทพิ ย์ ก็ยงั สวา่ งไม่จริง พอหมดน้ำมันก็หร่ีได้อีก เพราะกาย
ทิพย์ยังติดในกาม น้ำมันที่ใช้ยังเป็นน้ำมันขี้โล้อยู่เหมือนกัน พอถึงกายพรหมเอาน้ำมันจากายพรหมมาจุด
ตะเกยี ง อุปมาก็แคน่ ำ้ มนั โซล่า เอานำ้ มนั ในกายอรปู พรหมมาใช้ อยา่ งมากก็เอา octane เท่านน้ั ตอ้ งไปเอาต้น
น้ำมนั จากธรรมกายมา ได้นำ้ มนั จากนิพพานย่ิงกว่านำ้ มนั เป็น Gas บญุ กิริยาวตั ถุ 3 ประการ มเี ชน่ น้ี
ถาม - คำวา่ บุญกบั บารมีอนั ไหนจะกวา้ งกวา่ กนั
ตอบ - บุญที่ทำกันธรรมดาเป็นบุญ คนเราทำบุญยังมีสิ่งไม่บริสุทธิ์ปนอยู่ เช่น อยากได้สวยรวย เป็น
บุญละเอียด สมมุติได้บุญมาเป็นทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 คืบ เอามากลั่นให้ละเอียดจริง ๆ จะได้เหลือ
เพยี งเส้นผา่ นศนู ย์กลาง 1 น้ิว บญุ มหี ลายพวก บุญทเ่ี กดิ จากการทำทาน บญุ ที่เกดิ จากการถอื ศลี บญุ ทีเ่ กดิ จาก
เนกขัมมะ บุญที่เกิดจากการเจริญสมาธิภาวนามี 10 พวก บุญทั้ง 10 พวกนี้ เมื่อกลั่นหนกั เขา้ ก็เป็นบารมี 10
พวก คล้าย ๆเป็นมาตรา บนเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 คืบ กลั่นเป็นบารมี 1 นิ้ว บารมีเส้นผ่าศูนย์กลางกาย 1 คืบ
กล่ันเปน็ รศั มีเส้นผา่ ศูนยก์ ลางกาย 1 น้ิว คนมบี ุญบารมมี ากก็มีรศั มีมาก คนใหญ่คนโตหนา้ ตา bright มาก เช่น
สมเด็จ ทำบุญไว้ดี รัศมีครอบคลุมทั่วประเทศไทย ไปถึงไหนหน้าตาแจ่มใส ดูแล้วยังอยากดูอีก รัศมีกลั่นหนัก
เข้าเป็นกำลัง กำลังของพระพุทธองค์เท่ากับแสนช้างสาร ธนูคนพันคนน้าวไม่ได้ พระสิทธัตถะน้าวสบาย มี
กำลงั แล้วมฤี ทธ์ิ จากน้นั กม็ ีอำนาจ
ถาม - อย่างเรามาถอื ศีลขณะน้ี ทำไมยังไมม่ กี ำลงั เพ่มิ ข้นึ มา
ตอบ - ของทุกอย่างต้องมีระยะฟักตัวของมัน ปลูกข้าววันนี้พรุ่งนี้เกี่ยวไม่ได้ ต้องอีก 2-3 เดือนคร้ัง
หนา้ ถงึ จะกนิ ได้
174
ถาม - กำลังมีความหมายแค่ไหน
ตอบ - ทั้งหยาบทั้งละเอียด ทีแรกเกิดกำลังใจ ฝึกสมาธิมากขึ้นก็มีกำลังออกมาข้างนอก กำลังใจของ
พระพุทธองค์ ก่อนจะมาตรัสรนู้ ้ีประมาณได้ว่าเท่ากบั หินทขี่ นมาถมในทะเลให้เตม็ กำลงั กายทง้ั อดทง้ั ทน
ถาม - ตอนผมเรม่ิ ทำอานาปานสติ ก็เกิดกำลงั เหมอื นกำลังภายในของจนี ขึ้นเหมือนกนั แปรงสฟี นั ที่ใช้
สีฟนั เป็นแปลงธรรมดาจบั ทีเดียวหัก 3 ทอ่ น ไปหยบิ แกว้ แก้วแตกบาดมือสงสยั ไปถามอาจารย์ อาจารย์ก็บอก
วา่ เกดิ กำลงั ข้นึ เวลาทำอะไรให้ระวังอยา่ ไปใช้ผดิ ๆ เวลาตอ่ ยคนเมื่อก่อนก็ไปแต่มือ เพราะตอนหลังมีสมาธิมือ
กับจิตไปพร้อมกัน เราฆ่าคนเราก็ฆ่าเฉพาะปาก แต่เราฝึกแล้วปากกับใจไปพร้อมกัน จะไปด่าแช่งใครคนนั้นก็
แย่
ตอบ - สมัยหลวงพี่ยังเรียนธนูมือ ถ้าไปใช้กับใครไม่ตายก็คางเหลือง จึงทะนงตัวนัก การเรียนธนูมือ
ต้องหัดต่อย เวลาต่อยต้องให้ติดแล่นไปถึงมือ เวลาเตะก็เอาจิตไปไว้ที่ขาก่อน เวลายกเขาเตะก็ทุ่มไปทั้งตัว
พวกคาราเตก้ ็เหมอื นกนั ถ้าไมม่ ีสมาธกิ ็ทำไมไ่ ด้
ถ้าเราเอาจิตมาไว้ที่ศูนย์กลางกาย ก็ค่อยยังชั่วเพราะไม่คิดเรื่องอื่น ถ้าเอาจิตไปไว้ข้างนอก เช่น ไว้ ที่
ดาบ กค็ ิดแต่จะฆา่ คน ทหารหมนื่ หนึง่ ล้อมอยู่ กวนอูขม่ี า้ ออกไปตดั หัวได้ง่าย ๆ ประมาณเหมือนหยิบผลส้มใน
ลงั เหมอื นจบั ตะพายในไห เปน็ กำลงั ภายใน
เวลาไปไหนเจอคนอายุยืน ก็รู้ทีเดียวว่าพวกนี้ไม่ทำปาณาติบาต โดยเฉลี่ยอายุเฉลี่ยของมนุษย์ขณะนี้
75 ปี
ทีแรกเริ่ม อายุมนุษย์กว่าแสนปี พระพุทธเจ้าองค์แรกมาเกิดเมื่ออายุมนุษย์เหลือเฉลี่ยเท่ากับแสนปี
ถ้านานกว่านี้จะพิจารณาไตรลักษณ์ไม่เห็น เพราะนานกว่าจะตายกัน พูดถึงความตายก็ไม่รู้จัก เวลาผ่านมา
แสนปีอายุมนุษย์กล็ ดลงมารอ้ ยปี สมัยพระพุทธเจ้า พระสมณโคดมอายุมนุษย์เฉล่ีย 100 ปี ตอนนี้เฉลี่ย 75 ปี
การที่คนโบราณมีอายุยาวเช่นนี้ก็เพราะอำนาจทาน ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต คนพวกนี้ไปอยู่ที่ไหนก็อุดมสมบูรณ์ไม่
อดตาย วันหนึ่งเหลาตอกเส้นก็มีกิน สมัยนี้ไม่ไหวทำแทบตายยังติดลบอีก ความอุดมสมบูรณ์เกิดด้วยอำนาจ
ทาน ถ้าคนไม่ทำทานความอุดมก็ไม่มี แม้แต่เอหิภิกขุอุปสัมปทาก็เกิดจากอำนาจทานเช่นกัน ไม่เช่นนั้นไม่มี
สบงจีวร บวชไม่ได้ แม้แต่คำว่าอาหาร พระภิกษุฉันอาหาร พระพุทธองค์ทรงบอกว่าการฉันอาหารของพระ มี
4 ชนดิ ดว้ ยกัน
1. ฉันแบบ แบบขโมย
2. ฉนั แบบ เปน็ หนี้
3. ฉนั แบบ เปน็ ทายาท
4. ฉนั แบบ เปน็ เจา้ ของ
175
ฟังแล้วแปลก ฉันอาหารแบบขโมยคือ แอบอ้างไปกินของเขา เช่นว่าตัวเป็นพระภิกษุถือศีล 227 ข้อ
ไปกนิ อาหารของเขา แต่จรงิ ๆแลว้ ไมใ่ ช่
ฉันแบบอย่างเป็นหนี้ คือ ชาวบ้านให้อาหารพระ เพ่ือให้พระมีเรี่ยวแรงปฏิบัติธรรม คือศีลไม่ให้ขาด
แต่พอท่านฉนั แล้วกถ็ ือศลี หมตู ่อ แทนที่จะปฏบิ ัตธิ รรม ศีลหมคู อื นอน ฉนั แลว้ นอน ฉันอย่างนีเ้ ปน็ หน้เี พราะว่า
ชาวบา้ นทำบุญหวงั ว่าจะไปเรียนธรรมะต่อจากท่านให้ท่านได้มแี รงปฏิบัตธิ รรมก่อน พอถึงเวลาท่านมีแต่ศีลหมู
สอนอะไรไม่ได้
ฉันแบบเป็นทายาทคือ ตามธรรมดามนุษย์มีพ่อมีแม่ ถา้ กนิ ของพ่อแม่ถือว่าไมเ่ ป็นหน้ี พอเป็นพระเข้า
ไมถ่ อื ว่าเป็นลูกพ่อแม่แต่เป็นทายาทของพระพุทธเจา้ เวลาจะฉันอาหารกต็ ั้งใจสำรวม ฉนั เสร็จตั้งหน้าต้ังตาทำ
ความเพยี ร ฉันแบบน้เี ปน็ ฉันแบบทายาทไม่มีหนี้
ฉันแบบเป็นเจ้าของคือ เป็นการฉันอาหารของพระอริยสงฆ์ อาหารที่มาถึงท่านถือว่าเป็นของท่าน
ทำไมจึงเป็นเช่นน้ันเม่ือใดเราฝึกสมาธิไปถงึ ทส่ี ดุ ของเราแล้วเราจะรู้ สมมตุ แิ ถบคลองสาม ชาวบ้านยากจนมาก
พอพระอรหันตม์ าอยูฝ่ นฟา้ จะตกตามฤดูกาล ผลหมากรากไม้ขึน้ มาอดุ มสมบรู ณ์ เพราะฉะนนั้ อาหารทช่ี าวบ้าน
มาถวายไมใ่ ช่ว่าเปน็ ของท่านอย่างเดียวเทา่ นั้น แมอ้ าหารท่ีชาวบ้านใช้กนิ อยู่ก็เป็นของทา่ น
เมื่อไปเจอคนอายุไม่ยืน แต่ไม่เจ็บไม่ป่วย หรือเช่นไปเจอคนอายุ 80 ปี 2 คน คนหนึ่งเป็นหืดอีกคน
แข็งแรงดี เพราะอะไร เพราะเบยี ดเบยี นสัตว์ ใช้สัตว์เกนิ กำลงั เช่น มวี วั 1 คู่ ใช้ลากเกวยี น 1 เกวยี น แต่เราใช้
ลาก 10 เกวียน ควายไถเช้ามืด 9 โมงเช้าก็เลิก บางคนไถถึงเที่ยง เอาปฏักแทงควายให้ทำงาน พวกแทงม้าก็
เป็นโรคนี้ เปน็ โรคเวรรกั ษาไมห่ าย พวกนักว่งิ ลมกรด เช่น ชเี ช็งทดี่ ังเพราะเคยทำบุญมาบา้ ง ทเ่ี ป็นนกั ว่ิงเพราะ
มเี วร นกั มวยกเ็ หมอื นกัน คนท่เี กิดนกึ ขึน้ ไดว้ า่ เปน็ เวรของตนกค็ อ่ ยยงั ชั่ว จะได้ปรับปรงุ ตัว
บางคนเป็นพี่น้องกันหน้าตาเหมือนกัน คนพ่ีหน้าตาผิวพรรณสวย คนน้องเป็นขี้กลากหมายความว่า
อย่างไรเพราะสะสมโทสะไว้มาก
การกลนั่ กายเพอื่ เตอื นตนเองคนจะมีกายสะอาดต้องมีใจสะอาดด้วย มศี ีลสมาธิ อธิษฐานทุกวันก็เตือน
ตวั ทกุ วัน กายวาจาใจสะอาดระดับจิตก็ยก ธรรมดาใจของมนุษย์มักจะไปจดเร่ืองกาม เพราะโลกนี้เป็นกามภพ
พอใจสะอาดมีศีลสมาธิยิ่งถอื ศีล 8 จิตก็ยกจากกาม มองออกเหมือนคนยืนอยู่บนเนิน เห็นคนอยู่รอบๆเหมือน
เห็นนิว้ มอื ตนเอง ดูคนรอบ ๆ ตวั ออกหมด
เราเอาจิตนิ่งที่ศูนย์กลางกาย ภาวนาสัมมาอะระหัง ๆ นิ่งไปทีเดียว ถ้าอยากรู้เรื่องอะไรจะเห็นองค์
พระหรอื ไมก่ ็ตาม กเ็ ข้าสมาธเิ ชน่ นที้ กุ วัน มาน่ังครบชว่ั โมงหรือคร่งึ ชวั่ โมงแลว้ ถา้ อยากรวู้ า่ จะเลือกใครดีในการ
ทำงานก็อธิษฐานว่าบุคคลผูน้ ้ีเปน็ อย่างไรขอให้เรารู้ มีปัญญารู้ขึน้ มา หนักเข้า ๆ มองเห็นคนก็รู้จักจริตของคน
176
สำหรับคนทม่ี องไมเ่ หน็ ธรรมะ แตค่ นทเ่ี หน็ ธรรมะแลว้ ใหเ้ ขาซ้อนธรรมกาย ระลึกชาตถิ อยไปดูถงึ บุญบาปท่ีเขา
สร้างมา พวกเวรกาเม ถ้าตราบใดยังปล่อยตามดวง จะมเี รื่องเสียหายเรอ่ื งสตรผี ิดศีลกาเมก็ตกนรกไป
สมาธิปัญญาเป็นเครื่องกล่ันกรองกายเนื้อของเราให้เป็นธรรมกาย ลักษณะกายเนื้อของพระสิทธัตถะ
เหมือนพระธรรมกายมาก ต่างกันนิดเดียวคือเกศของพระสทิ ธัตถะไม่ได้เปน็ ดอกบัวตูม ธรรมกายเป็นลักษณะ
มาตรฐานของมนุษย์ พวกเราห่างไกลจากลักษณะมาตรฐานเพราะกรรม พระพุทธองค์ทรงบอกว่าลักษณะที่
ไดม้ า เชน่ เทา้ เรียบ อกตงั้ เสยี งดี ได้มาเพราะทำบุญอยา่ งใดไว้ ไมไ่ ดผ้ ดิ ศลี ใดไว้
คนผิวพรรณงามผ่อง เพราะมีศีลไม่โกรธ คนโกรธเก่ง ๆ ผิวเป็นคางคกบางคนถึงแม้จะดำแต่ผิวผ่อง
สวยเนยี น บางคนขาวแตผ่ ิวหยาบเพราะโทสะ คนเวลาโกรธตวั เขยี ว หนา้ เขยี วเป็นพระอินทรต์ าแดงเป็นเพลิง
คนบางคนเพื่อนรุ่นเดียวกัน เรียนมาพอ ๆ กัน ความสามารถพอ ๆ กัน บางคนพวกเกรงใจ บางคน
พวกไมเ่ กรงใจ ท้งั ๆ ฝีมอื ในการทำงานพอ ๆ กนั บางคนเพอื่ นฝงู รกั ใคร่ เกรงใจ ไว้ใจ นับถือว่าเป็นผใู้ หญ่ บาง
คนพอเห็นหน้าก็ไม่อยากรับมาทำงานด้วยกันเลย ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้บกพร่องอย่างไรเลย เพราะอะไร พวกนี้พอคน
ได้ดีอยา่ งมากก็เฉย ๆ ไมไ่ ด้ดีใจไปกับเขาดว้ ย แต่สว่ นมากจะเปน็ พวกตาร้อน อจิ ฉาเขา เวรนีต้ ิดตัวมาต้ังแต่เกิด
ตอ้ งคอยระวังอยา่ ให้เกดิ ถา้ ใครไดด้ ีกโ็ มทนาสาธใุ หเ้ ขาได้ดีข้นึ ไป โมทนาดว้ ยนนั้ กด็ ี ถา้ ใครขี้อจิ ฉากอ็ านุภาพไม่
มี หลวงพ่ีเกิดมาไม่เคยมเี ร่ืองอย่างน้ี เวลามาวดั ฝกึ ธรรมะ ใครไดธ้ รรมกายแล้ว เรายงั ไม่ได้ก็คิดว่าดีแล้วใครได้
กไ็ ดไ้ ป ไปช่วยกันสอนธรรมะต่อไป แตถ่ า้ ไดเ้ องเม่อื ไรก็จะไปชว่ ยสอนดว้ ย สมัยเป็นนกั เรียนจะสอบก็แข่งกันได้
ทีห่ นง่ึ แตถ่ า้ คนอ่นื ได้ก็ดใี จกับเขา ปีหนา้ ค่อยแขง่ กนั ใหม่ ไมเ่ คยคิดจะไปเตะเขาสักที ทำใหต้ ดิ นิสัยอันน้ไี ว้ ใคร
เขาดีกด็ ีใจ ใครไมด่ กี ็วางอุเบกขาเสยี
พี่น้องต่างมารดาของพระพุทธเจ้าชื่อเจา้ ชายนันทะกำลังจะแต่งงาน พระพุทธเจ้าก็ทรงพามาบวชโดย
ไม่รู้ตัว คิดว่าจะถือบาตรมาส่งพระพุทธองค์ ที่บวชเพราะเกรงใจและเคารพมาก บวชแล้วก็ไม่คิดจะทำธรรมะ
พอบิณฑบาตผา่ นวงั ก็ทรงคิดถึงเจ้าหญงิ พระพุทธเจ้าทรงแสดงฤทธ์ิพาขนึ้ ไปบนสวรรค์ ระหว่างทางเหน็ ลิงเพศ
เมีย ลิงแก่ตาฟางหางด้วน พระพุทธองค์ก็ถามว่าหญิงงามที่เธอแต่งงานด้วยกับหญิงงามในสวรรค์ชั้นจาตุมหา
ราชิกานี้เปรียบเทียบกันแล้วเป็นอย่างไร ท่านก็เลยตอบว่าจะเทียบได้กับลิงที่ผ่านมากับเทพี พระพุทธองค์ก็
เลยให้สัญญา ถา้ ทำธรรมะใหเ้ กิดจะหานางพวกเทวดาซึ่งงามกว่าน้ีมาแต่งงานให้ กเ็ ลยเกิดกำลังใจทำสมาธิ คน
อนื่ ทำสมาธเิ พอ่ื หวังมรรคผลนิพพาน แตถ่ ้าท่านทำสมาธิเพ่ือจะได้เมยี คนอื่นกล็ ้อเลียน
พระพุทธองค์ทรงระลึกชาติไปในอดีตโน้นว่า นันทะเกิดเป็นลา ตัวพระพุทธองค์เกิดเป็นนายกอง
เกวียน ลาบรรทุกของไปขาย ไปขายต่างเมือง สมัยนั้นลาพูดได้ พอขายของเสร็จเรียบร้อยลาไม่ยอมกลับ
เจ้าของมองทางว่ามันติดลาตัวเมีย ก็พูดกับลาว่า เจ้าลาถ้ามึงไม่ไปกูจะเอาปฏักแทง ลาก็บอกว่าลองมาแทงก็
จะกระโดดหน้าหลังใหข้ องท่ีบรรทุกพังหมด ลาซึ่งเคยดีมาเมือ่ ตดิ ลาตวั เมียก็เปน็ เชน่ น้ีไป ทา่ นก็เลยบอกวา่ เรา
177
จะให้อาหารน้ำอย่างดีแก่เจ้า ลาตอบว่าเราก็ไม่ปรารถนา จะขออยู่กับนางลาตัวเมียตัวนี้ ท่านก็เลยบอกว่าถ้า
กลบั ไปในเมือง จะหาลาตัวเมยี ซ่ึงมีตวั ขาวหน้าตาดีกว่านีม้ าให้ กไ็ มเ่ อา จะไปหาลาสวยกวา่ น้ีร้อยเท่า หน้าดอก
จมกู แด่น 4 เทา้ ด่าง หางดอกมาให้ พูดหนักเข้าลานกี้ ็ไป
พอกลับมาถึงเมืองก็หลวง นายกองเกวียนบอกว่าต้องมีข้อแม้ว่า ถึงเราจะหานางลามาให้เจ้าได้ แต่
อาหาร เราจะให้เจ้าได้เท่าเดมิ กินข้าวเปลือกวนั ละ 2 ลิตร ก็จะให้เจ้า 2 ลิตรตามเดมิ นางลาที่ว่าสวยน่ัน เจ้า
ตอ้ งหาอาหารมาเลยี้ งเอง ถ้าเจา้ มีลกู ออกมาอีกเจ้าก็ต้องหาเล้ียงเอง เราจะใหอ้ าหารแก่เจ้าเท่าน้ัน ลาก็เลยไม่
เอา ตัง้ หน้าต้ังตาเปน็ ลาตอ่ ไป ต้ังแต่ชาตโิ น้นถึงชาตนิ ้ีก็ตอ้ งหาของมาลอ่ กันเพราะติดสันดานมา
พวกเราโชคดีไม่ต้องมีอะไรมาล่อ เรามาเอาธรรมะจริง ๆ พวกที่มาแล้วกลับไม่ได้กลับแต่ชาตินี้
กลับมาหลายชาตแิ ลว้ กเ็ ลยปล่อยไป แต่พวกนีย้ งั ดจี ะเขา้ วัดตอนแก่ แก่เขา้ ไม่มีอะไรจะพ่งึ กร็ ้วู ่ามีคนเคยปฏิบัติ
ธรรมะกัน จะหาที่พึ่งได้ตอนแก่ พอกระทบเรื่องหนัก ๆ เข้าจะคิดได้ หนีกันมากี่ชาติกี่ชาติมันก็หนี เจอกันมา
เยอะนัก ถ้าไม่เคยเจอกันก็ไม่มา เจอหน้าหลวงพ่ีก็คิดด่าว่าเป็นคนผลลาญชาติ เอาเงินชาติมาตั้งเยอะแยะพอ
เรียนได้ก็บวช ว่าหนีสงั คม พวกนี้ไม่รู้จักศาสนาจริง ถามว่าถือศาสนาอะไร ก็ตอบว่าศาสนาพุทธ พระพุทธเจา้
สอนอะไร ก็ตอบไมไ่ ด้ คดิ ว่าทำศาลพระภมู ิ ปลกุ พระบ้าง พวกนีไ้ มเ่ อาเรอื่ งธรรม
ถา้ ไปเจอคนรำ่ รวย เพราะอะไร เพราะทาน เหน็ คนรวยไมจ่ ำเป็นต้องไปก้มหวั ให้ เพราะเรามีศีล เขามี
แต่ทาน ความรวยไม่ได้เป็นเครื่องป้องกันว่าจะไม่ตกนรก การทำทางต้องฉลาดเลือกแล้วเลือกอีก คนธรรมดา
ทำบุญบาทหนึ่ง อย่างมากก็ได้แค่บาท แต่ผู้มีธรรมทำบุญ 1 บาท ได้อย่างน้อยก็ 18 บาท เพราะมี 18 กาย
บางคนทำบุญ 1 บาท ติดลบ 10 บาท เช่น ไปขูดรีดเงินเขามา พวกเราที่ทำทานอธิษฐานให้ดี ให้หล่อให้สวย
นั้นไมเ่ อา จะไปปีนตน้ งว้ิ กนั ตายเลย
- การปิดทองพระมีบญุ ไหม
- มี จิตใจเราเป็นกุศล แม้จะเป็นแต่เปลือก ๆ ก็ยังมั่นในพระอยู่ ในชาติหน้าๆ พระพุทธองค์พูดถึง
ธรรมกายกช็ ักจะรู้ ๆ ขน้ึ มา เพราะติดนิสัย พวกเราหลอ่ พระนอกตัวมาไม่รู้ก่ีชาติ มาชาตนิ ้มี าหล่อพระในตัวกัน
มันถึงได้ยาก ทางโลกจับอากาศเป็นของแข็งได้น้ำแข็งแห้งเขาก็ว่ายาก เราเอาของที่ยิ่งกว่าอากาศจะมาหล่อ
พระ ตอ้ งทำต้องใช้ความเพยี รมากทีเดียว
การเป็นพระสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญ ไม่ได้เกิดง่ายๆ ปู่ย่าตายายเวลาโกรธกันแช่งกันไม่ให้เจอพระเจอเจ้า
วา่ จะเกดิ อีกก่ชี าติ เราฟังกเ็ ฉยๆ แตเ่ ม่อื ได้มาปฏิบัติธรรมก็จะร้สู ึก ถา้ ไมเ่ จอพระเจอเจ้าจะสรา้ งเวรกรรมอีกไม่
รู้เทา่ ไหร่ แสบนกั
สมัยพทุ ธกาล คนท่ีเลวทสี่ ดุ ของพทุ ธศาสนาคือ หนง่ึ เทวทัต สอง โจร 500 ทีฆ่ ่าพระโมคคลั ลา
178
ถาม - ทำไมพระจบั เงินแล้วตอ้ งอาบัติ
ตอบ - ถา้ ตราบใดยังไม่ถึงธรรมกาย การทำบญุ กย็ ังมีบาปปน พระพุทธองค์ทรงบอกวา่ ถ้าจะรักษามือ
จะเสียนิ้วบ้างก็ช่างมัน จะรักษาชีวิตจะเสียแขนก็ช่างมัน แต่เพื่อรักษาศีลจะเสียชีวิตก็ยอม พระพุทธองค์ทรง
เปิดทางให้ อย่างพระพุทธองค์ทรงละเมตตาบารมีที่จะทำกับเทวทัต แต่ทรงมีอุเบกขาบารมีแทน เสียเมตตา
บารมีไปเยอะ จะชว่ ยก็ช่วยได้ เอาไว้เป็นตวั อย่างใหค้ นอน่ื เขาดู แต่กช็ ว่ ยแล้วเยอะ ถ้าไมใ่ ห้บวชกค็ งจะยิ่งกว่าน้ี
แยะ พระเจา้ สปุ ะพุทธ พระราชบิดาของพระนางพิมพากถ็ ูกธรณสี บู ตาย เพราะแค้นพระพทุ ธองค์ที่ทงิ้ ลูกสาว
คน พระพุทธองคจ์ ะไปโปรดสตั วใ์ หไ้ ดม้ รรคผลนพิ พานก็ขวางทางเสีย ตกนรก พระพุทธองคท์ รงพยากรณ์ว่าอีก
7 วัน จะถูกธรณีสูบ ไม่เชื่อขึ้นไปอยู่บนประสาทชั้นที่ 7 ที่ประตูกันแข็งแรง วันที่ 7 ม้าคู่ใจร้อง นึกจะไปดูม้า
พอนกึ เท่านนั้ ประตูก็เปดิ ออก หหารที่ใหก้ ันตนเอาไวก้ ลบั จับสง่ ให้ถงึ ประตูชนั้ ลา่ งเรว็ ๆ ถงึ พนื้ ดินกถ็ กู ธรณีสูบ
บริเวณอิสาณจะว่าเลยเป็นหลังคาความเจริญของโลกก็ว่าได้ ตึกรามบ้านช่องในสมัยนั้น นครวัดยังสู้
ไม่ได้ เหมอื นเอากระต๊อบไปเปรียบกับพระราชวัง คนยคุ นนั้ พอเจริญถึงที่สุดไปทำเสยี เข้า การจะทำให้ได้อย่าง
นั้นก็ต้องเกณฑ์เขามา ตีเขามา หลอกลวงเขามา ทารุณเขา พอเป็นอย่างนี้หนัก ๆ จนสำเร็จ ก็เหิมใหญ่ ลืมตวั
เหมือนคนในกรุงรัตนโกสินทร์ลืมตัว คนสมัยพ่อแม่อุตส่าห์สร้างวัดวาอาราม คนสมัยนี้ตัดเศียรพระขาย ยังไม่
พอ ซ่องใหญ่ ๆ ก็ตัดหลังวัด เช่น หลังวัดไตรมิตรแถววัดสุทัศ วัตตะเคียน สมัยโน้นก็เชน่ กัน ยิ่งกว่าสมัยนี้ วัด
ปราสาทต่าง ๆ สร้างมากับมือก็ไลพ่ ระออกหมด เอาวัดจริง ๆ มาทำซ่อง ทำบาร์ ทำคลับ คนดีก็มีแตเ่ อาไมอ่ ยู่
ไม่แสดงตัว หลังจากทำลายศาสนาหนกั เข้า บาปที่ก่อไว้มันหนัก แผ่นดินทรุด นั่งในที่เห็นว่าน้ำนั้นล้างไปหมด
ถงึ ไดเ้ กรยี นเป็นทุง่ คนพวกนีไ้ ปเกิดท่ีไหนกย็ ังมเี วรติดไป ทำใหบ้ รเิ วณน้ันแห้งแลง้ เวรที่ติดไป
1. เวรบังคับขา้ ทาส หลอกลวงก็ทำให้เปน็ ดังน้ี คา่ ยนรกที่เกิดตามจงั หวัดชลบุรี ไรอ่ อ้ ย ไรม่ ัน ได้คนมา
จากภาคอิสาณ ภากใต้สวนยางนั้นชาวใต้ไม่ได้ทำเองสักคน พวกมลายูคุมงาน อิสาณเป็นคนงานให้เขาโขกสบั
สวนมะพรา้ วพวกชาวอิสาณก็ทำ ทำแลว้ ก็ถกู โกงถูกหลอกลวงสารพดั เวรทีห่ ลอกลวงเขาในอดตี ตามมา
2. เวรสุราโง่ปัญญาอ่อน คนภาคอิสาณมีข้อเสียคือ ทำงานได้สักหน่อยแทนที่จะเอามากิน เอามาซื้อ
รองเทา้ ใหมค่ ลู่ ่ะ 2 - 3 ร้อย เส้อื ผ้าแต่ละชดุ ก็แจว๋ ๆ เพราะติดนิสยั ขโี้ อ่ วางทา่ เป็นสันดาน ท้ัง ๆ ทีจ่ นจะตา
แต่ทใี่ ดมคี นไมด่ ี ทน่ี นั้ กม็ ีคนดคี นเกง่ อยู่เหมือนกนั แตไ่ ม่แสดงตัว พระท่ีเก่ง ๆ กม็ าจากภาคอิสาณ คน
ดี ๆ สมัยนั้นก็ดีเหมือนในกรุงเทพ ในวงราชการดีทั้งคนดีและคนเลวรวมกัน พอถึงคราวจะเกิดก็ต้องมาเกิด
นักการเมืองดี ๆ มาจากอิสาณเยอะ พระดี ๆ ก็มาจากอิสาณ แต่พวกที่โง่ก็มาจากอิสาณ ป่าไม้ทางเหนือคน
เหนือไม่ได้ทำ ทางจันทบุรีสวนผลไม้คนจันทบุรีเองก็ไม่ได้ทำ พวกอิสาณไปทำ ชาวภาคกลางทำไรท่ ำสวนก็ไม่
ใช้แรงของตน คนอสิ าณเป็นคนทำ คนไม่เข้าใจกฎแห่งกรรมกไ็ มเ่ ข้าใจ
179
ภาคเหนือบ้านเมืองร่มเย็นสวยงามคนใจบุญสุนทาน พูดจาเพราะ แต่ที่เสียอยู่อย่าง เวลาทะเลาะกับ
ผัว ไปอยู่กับผู้ชายอื่น ไปเป็นเมียเขา ทั้ง ๆ ที่เขามีเมียแล้ว ยังก็โมโหไปคว้าเมยี เขามาเปน็ เมียตัว เรื่องกาเมนี้
มั่วไปหมดที่เมืองเหนือ ถ้าใครเป็นนักเที่ยวจริง ๆ จะสังเกตเห็นพาตเนอร์ที่ไหน ๆ ก็มาจากเชียงใหม่ทั้งน้ัน
ท้ังอสิ าณและใต้ กลางไอ้ทรี่ ่มเยน็ เพราะอำนาจทาน ทกุ ภาคสไู้ ม่ได้ แตท่ ำทานแล้วอธษิ ฐานไมเ่ ปน็ ขาดศีลกาเม
อธิษฐานให้สวยให้หล่อ ผู้ชายถ้าผิดศีลกาเมตายไปตกนรก พอมาเกิดอีกก็เป็นผู้หญิงโสเภณีอย่างน้อย 500
ชาติ พ้นเวรน้นั มากเ็ กิดเป็นกระเทย 500 ชาติ พ้นจากเวรกระเทยจึงเป็นผูห้ ญิงดี ๆ 500 ชาติ จงึ เกดิ เป็นผู้ชาย
ใหม่ ถา้ ผดิ ศลี กาเมอีกก็ต้องไสต่ ามวงจรไปอีก พอเข้าใจอย่างนี้ว่าผิดศลี กาเมกนั มาก จงึ มีพาร์ตเนอร์สาวเหนือ
เต็มไปทกุ แห่ง
ภาคใต้ วนั หนึ่งหลวงพี่น่ังรถจากหวั ลำโพงนั่งเข้าที่ไปเร่ือย ๆ สว่างที่สรุ าษฎรธ์ านี นั่งสมาธิต่อไปเร่ือย
ๆ ถึงหาดใหญ่ ธรรมะก็ยังตื้อ สมัยที่ยังเป็นนิสิตมีชาวใต้ที่รักจริง ๆ อยู่ 1 - 2 คน คือพี่สุเทพ เค้ามูล คณะวน
ศาสตร์รุ่น 17 เป็นอาจารย์สอนฟันดาบของอาตมาเอง ทั้งรักและเคารพมาก อีกคนคือพี่โรจน์ ที่ฟันดาบอยู่
นอกนั้นก็ไม่มี คิดแปลกใจตนเอง ขอภัยที่มีความรู้สึกฝังใจว่าชาวใต้มักมีเหลี่ยม เป็นคนใจร้อน ก็แปลกใจตัว
นั่งธรรมะไปเรื่อยก็ไม่รู้ว่าทำไม พอถึงจะลาจิตได้ทีก็รู้ ภาคใต้ 2 ฝ่ังเป็นทะเล อาชีพประมง สะสมเวร
ปาณาติบาตมาหลายชั่วคน การที่คนเราจะไปฆ่าสัตว์หรือฆ่าคนจะต้องมีเหลี่ยมอุบายชั้นเชิงเพาะนิสัยมา มิ
เช่นนั้นอยู่ดี ๆ ก็ไม่มีทางฆ่ากันได้ ความดีของขาวใต้คือมักเกาะกลุ่มกัน ที่เป็นอย่างนี้เพราะเวลาจะไปทำเวร
ปาณาตบิ าตคนเดยี วไมไ่ ด้ต้องเกาะกลุ่มกันไป พวกนี้เคยเกาะกลมุ่ กันอยา่ งหนาแน่นตงั้ แต่สมยั นน้ั คนเดยี๋ วน้ีจึง
มีความรู้สึกรักกันมากเหมือนเป็นเนื้อเป็นหนัง เป็นรสเปรี้ยวในมะนาว รสหวานในน้ำตาล ไม่มีใครจะมาตีให้
แตกได้ ข้อไม่ดีคือกับพวกอื่นก็เล่ห์เหลี่ยมกัน อีกอันคือชาวใต้เป็นคนเลือดร้อน ตามท่ีทำปาณาติบาตเสียเคย
โทสะกลา้ ฉุนเฉยี วจนเคย
ภาคกลาง นั้นสารพัดอย่างรวมหมด ยิ่งคนกรุงเทพฯ อย่าไปไว้ใจ แดนที่พม่าเข้ามาย่ำยีแดนนั้นเป็น
แดนนักเลง เช่น สุพรรณ อ่างทอง สิงห์บุรี ถ้าแดนไหนมีการรบราข้าศึกบ่อย ๆ คนในถิ่นนั้นก็มีนิสัยนักเลง
ลูกท่งุ เมืองสพุ รรณก็รู้อยู่ ลกู ทงุ่ เมืองอยธุ ยาก็ไมย่ ่อย
สมมตุ เิ รามีอาชีพเป็นเภสัชมี saleman ขายยาคน ยาอะไรกไ็ มม่ ีทางชว่ ยคนในดงปาณาตบิ าตได้ ใช้ยา
อะไรก็ต้องเปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ แถบคนภาคเหนือยาอะไรง่าย ๆ เช่น APC ก็รักษาได้หมดทุกโรค ดง
ปาณาติบาตต้องใช้ยาท่แี ก่ขน้ึ ไป ๆ ลกั ษณะดือ้ ยามาเร็ว
พวกเท่ยี ว เทีย่ วหนักเข้า ๆ จติ ตกในกาม จติ ตกในกามมากเข้าธรรมสัญญาทรุดไป ต่ืนเช้าข้ึนมาไม่คิด
ทำความดี คดิ ว่าจะไปเที่ยวทีไ่ หน ตามสัญญาจะต้องไปเกิดเปน็ สตั วน์ รกบ้าง สัตวเ์ ดรัจฉานบา้ งเมอื่ ตายไป
180
ผู้บงการการกระทำมีทั้งบุญและบาปเช็คอยู่ กายมนุษย์หยาบมีกายมนุษย์ละเอียดเป็นตวั เช็คไล่กนั ไป
แตล่ ะกายมบี ุญและบาปเป็นตวั เช็ค ถา้ จติ ใจไปจดเรอื่ งบญุ บญุ ก็เชค็ ถ้าไปจดเรื่องบาปบาปกเ็ ช็ค โดยอาศัยกาย
ต่างๆ เป็นเครื่องมือ เวลาคนจะตาย ความเห็น ความจำ ความคิด ความรู้ จะถอนไปอยู่กับกายมนุษย์ละเอียด
กายหยาบเหมอื นเปลอื กก้งุ ปู ใจเหมือนปเู สฉวน สำคัญทใ่ี จ
พระพทุ ธองคส์ อนมงคล 38 ประการ แต่ก็มสี อนส่งิ ท่เี ปน็ ความชั่ววา่ ไม่ดี สอนให้ถูกจงั หวะที่ควร ไม่ใช่
วา่ เรากำลงั เศร้าโศกกไ็ ปสอนเขาว่ารา่ งกายไม่ดี ไมก่ ว่ี นั กเ็ น่าเปอ่ื ยผพุ ัง เขาจะฆา่ ตวั ตายเอง นน่ั ก็ไมด่ ี
ถ้าเราคิดดีทั้งวัน เรียกว่าไม่ชาดทุน แต่ภาวนาไปด้วยก็ยังคิดถึงเรื่องอกุศล มีอกุศลจิตสอดขึ้นมา สติ
ขาด ต้องสมั มาอะระหงั อยเู่ รือ่ ยใจจึงหยดุ
คนที่ทำความชว่ั มาก ๆ พอจะตายก็จะไปเจอคนช้ีทางดีให้ จะไปจตุ ใิ นทีด่ ีได้ แก่พอหมดบุญกต็ อ้ ง
ใช้เวรต่อไป จากสวรรค์ถงึ จะไดเ้ ปน็ คนก็เป็นคนพิการอายุส้นั
คนทีฆ่ า่ ตวั ตายมโี มหะคอื ความหลง สว่ นมากสร้างเวรปาณาติบาตในอดีต สร้างมากเข้าเหน็ สัตว์ตาย
ไปก็คิดว่าสบายแล้ว จะอยู่ไปเพื่ออะไร คิดเสร็จก็เอามีดสบั คอตวั เองตายไป ตกนรกไป เพราะขณะนั้นอยา่ งไร
จิตกต็ อ้ งไปเกาะเรื่องไม่ดี
สมยั พุทธกาลก็มี บางพวกฝึกสมาธแิ บบที่ดศู พ ก็คิดวา่ ร่างกายไม่ดี เน่าเปื่อยผพุ งั ไปฆา่ ตัวตายเสยี
บางพวกฆ่าตวั เองไมก่ ล้าแต่จา้ งคนอ่ืนไปฆ่า
พระพุทธเจ้าสมัยหนึ่ง เคยคิดแบ่งสมบัติกับน้อง เมื่อพ่อตาย โดนน้องล่อไปในถ้ำเอาหินทับตาย มา
สมัยเป็นพระพุทธเจ้าก็ยงั มีเวรมาทันโดนเทวทตั เอาหินกล้ิงมาจนห้อพระโลหิต
พระโมคคลั ลากก็ ระทำปิตุฆาต ตกนรกเสียลมื
ญ่ีปุน่ มีเวรมาก เปน็ แหล่งปาณาติบาต มี 4 อย่างท่องไวใ้ นใจอย่าไปคิดเดีย๋ วจะบ้า ส่ิงพระพุทธเจา้ บอก
ว่าไม่ใหค้ ดิ แตใ่ หป้ ฏบิ ัตธิ รรมให้เหน็ เอง คือ
1. พทุ ธวิสัยพระพทุ ธเจ้า ทำไมพระพุทธเจา้ ไม่อยู่นาน ๆ โปรดมนษุ ย์
2. ญาณวิสัย ที่เขาว่ามีกายในกาย เข้ากลางไป ทำไมเขาจึงไปเข้าญาณได้ 3 - 5 เดือน หรือทำให้
แผ่นดินไหวได้
3. วิบากกรรม กฎแห่งกรรม ถ้ามัวไปไล่ก็ยุ่ง ทำไมคนจึงมี 2 ขา 2 มือ ทำไมตาจึงอยู่ตรงนี้ ไม่อยู่ใต้
จมูก โลกเกิดอย่างไร
181
ความประทบั ใจ
ธรรมทายาท รนุ่ ท่ี 1
182
หลวงพ่อทตั ตะ ผเู้ ปน็ ครูบาอาจารยข์ องพวกเราทั้งหลาย
ภูมิใจที่ไดเ้ ป็นลกู ศิษยร์ ุ่นแรกของหลวงพอ่
หลวงพี่ได้ไปกราบหลวงพ่อกับเพื่อน ๆ น้อง ๆ เกษตรที่วัดปากน้ำ หลวงพี่เป็นคน
เข้าวัดเขา้ วามาเยอะ แตพ่ อมาเจอหลวงพอ่ ธมั มะ หลวงพ่อทตั ตะ ความรู้สกึ บอกวา่ ใช่เลย น่คี รูบา
อาจารย์ของเรา จากนั้นก็ไปวัดปากน้ำประจำ
หลวงพ่อทัตตะ ท่านบวชเดือนธันวาคม 2514 พอบวชแล้ว หลวงพ่อธัมมะให้จัดอบรม
ธรรมทายาท หลวงพอ่ ทตั ตะของเราก็สดุ ยอด บวชปบุ๊ ก็เริม่ เตรียมอบรมธรรมทายาทเลย จัดอบรม
ธรรมทยาทช่วงเดือน มี.ค. - เม.ย. หลวงพ่ีเองก็เข้าไปช่วยเตรียมงาน ชว่ ยกันชวนเพื่อนๆ ไปอบรม
ท้งั เกษตรฯ จฬุ าฯ มหิดล ธรรมศาสตร์ ประมาณ 60 คน หลวงพ่อทตั ตะยังหนมุ่ อยู่ อายุ 30 เศษๆ
บวชใหม่ ๆ สวดมนต์ยังไม่คล่องเลย คนนำสวดมนต์ยังเป็นหลวงพี่ฐิตะเป็นหลัก เพราะท่านบวช
กอ่ น เวลาให้ศีล ก็ยังเป็นหลวงพี่ฐิตะ แต่หลวงพอ่ ท่านมีวญิ ญาณครูอยู่เต็มเปย่ี ม วิญญาณของการ
แนะนำสั่งสอนคนอ่ืน
สมยั น้นั ยังไม่มีอะไรเลย ทโ่ี ลง่ ๆ ไม่มีสิ่งก่อสรา้ งอะไร มองไปเห็นแต่พยบั แดด นั่งรถบัสกัน
มา 30 – 40 คน ลงจากรถมาเห็นปบุ๊ รถกำลังจะกลับ มี 1-2 คนโบกรถเลย กลบั ดว้ ย ๆ ไม่อยู่แล้ว
ตอนนั้นมีแค่ศาลาหลังแรก กับเรือนป้าหวิน อบรมก็เช่าเต็นท์มากาง เอามาฟางปูพอให้นั่งได้ไม่
แข็งไป ห้องน้ำก็ทำกันเอง ไม่มีประตู ใช้ซาแลนขึง เวลาใครเข้าไป ต้องเอาจีวรพาดไว้เป็น
สัญลักษณ์วา่ มคี นเข้านะ จึงเรยี กวา่ รุ่น ทนทายาด ขนาดที่จะโดนดา่ โดนไล่ก็ไม่ไปไหนแล้ว ผ่านมา
51 ปแี ล้ว เป็นความปล้ืมใจ ภูมิใจ
ธรรมทายาทปลักกลดกันตามคันนา ตื่นมาตี 4 เดินไปเต็นท์อบรม หลวงพ่อท่านมานั่งรอ
อยู่ก่อนแล้ว ไม่เคยมาถึงก่อนท่านสักที ตอนนั้นเรายังเรียกท่านว่าหลวงพี่เผด็จ ท่านแข็งแรง อยู่
กับเราตลอดเวลา ตั้งแต่เช้าจนเข้านอน ท่านมีวิญญาณครู เวลาสอนเหมือนพี่สอนน้อง ไม่เหมือน
หลวงตาทัว่ ไป เวลาท่านสอนแลว้ รู้สึกวา่ สิ่งท่เี ราเจออยู่ ทา่ นผา่ นมาหมดแลว้ เอาประสบการณข์ อง
ทา่ นมาสอนเรา รูจ้ ดุ แข็งจุดออ่ นทุกคน
183
การอบรมถอื ว่าเขม้ ขน้ มาก ได้มาอบรมธรรมทายาทแค่ 15 วัน แตเ่ หมอื นเราได้วัคซีนไปใช้
ทั้งชีวิต ท่านทุม่ เท หลักการของทา่ นแน่น ปลูกฝังให้ภูมิเราแน่น ทาน ศีล ภาวนา ใช้ได้ตลอดชวี ิต
เป็นสัมมาทิฏฐิ วินิจฉัยไม่ผดิ ไมพ่ ลาด นถี่ ือเปน็ โชควาสนาของเราที่ได้มาเจอหลวงพอ่
“หลวงพ่อทัตตชโี ว ผเู้ ป็นครบู าอาจารย์ของพวกเราทงั้ หลาย” นี่เปน็ การประกาศความเป็น
ตัวตนของหลวงพ่อได้ชัดเจน ท่านมีวิญญาณครู เป็นทั้ง “ผู้แนะ” คือให้ความรู้ และ “ผู้นำ” คือ
เป็นต้นแบบในการลงมือทำ เป็นความภาคภูมิใจของพวกเราว่าเราก็ศิษย์มีอาจารย์ อย่างที่หลวง
พ่อย้ำว่า คนเรายากที่จะเอาดีได้ดว้ ยตัวเอง มีคนมากมายที่ดั้นด้นไปทั้งแผ่นดินแต่ก็หาครดู ีไม่เจอ
พวกเราเกดิ มาเจอครดู ีแล้ว ถอื วา่ เป็นโชควาสนา เปน็ บุญลาภของเรา
พระจิรวัฒน์ สนฺติวฑฺฒโน
ธรรมทายาท รนุ่ ท่ี 1
184
กราบแทบเท้าหลวงพ่อ ผูเ้ ป็นยิ่งกว่าพ่อแม่
“ถวายชีวติ ..แดพ่ ระศาสนา”
คือสมญา “ทัตตะฯ” พระพอ่
ประณมกรกม้ กราบพระเกดิ ก่อ
สรา้ งเนอื้ หน่อพทุ ธางกูรมามากมาย
หา้ สบิ พรรษาพาลขิ ติ
เดิมพนั ด้วยชีวิตอีกหลากหลาย
ชบุ ชีวที กุ ชีวาพาใจกาย
รว่ มสบื สายธรรมกายตอ่ ต่อมา
ขยายธรรมไปท่ัวทุกแดนดนิ
ใหเ้ ป็นถิน่ พุทธธรรมบรรเจดิ จ้า
เติมคณุ ธรรมศลี ธรรมทง้ั จรรยา
สรา้ งโลกหล้าสงา่ สม สคุ ตภิ มู ิ
เริ่มต้นดว้ ยชำระถน่ิ ดินแดนพุทธ
เปน็ ธรรมดว้ ยพสิ ทุ ธคิ ณุ คมุ้
ท่วั ผนื ฟา้ มหาสมทุ รสุดครอบคลุม
จรดไตรภมู ภิ พอนันตจ์ กั รวาล
185
ในวาระดถิ มี งคลฤกษ์
ประกาศเกยี รติยศเกริกมเิ พิกผา่ น
ร่วมแผน่ ดินพุทธเป็นหนึ่งตลอดกาล
ป้องภัยพาลหาญกลา้ มาราวี
ท้งั บา้ นวดั โรงเรยี นเพยี รศกึ ษา
รคู้ ุณค่า “หา้ หอ้ ง-ชวี ิต” น้ี
เปน็ พนื้ ฐานความรขู้ องชวี ี
ทันโลกทที่ กุ ขท์ น้ จนเกนิ พอ
แมจ้ กั ทมุ่ ชีวาหาทุกชาติ
มวี นั พลาดมอิ าจพบพระคุณพอ่
พบกันแลว้ ชาตนิ ต้ี ้องดนี ้อ
พลาดอีกก็..ตกขบวนสุดท้ายเลยยย
พระบูลย์สุข ปุณฺณสุโข
ธรรมทายาท ร่นุ ท่ี 1
186
ผรู้ วบรวมตน้ ฉบับ ผศ.ดร. สมสุดา ผู้พัฒน์ นงคราญ บัวเผ่อื น นยชนก มังคละครี ี
ออกแบบปก นวพร แสงมณี ปาณณิพศั โทนทอง
ทีมผจู้ ัดทำ พชรอร ยมะคปุ ต์ พชรอร ยมะคปุ ต์ พรพิมล โชคดีศรสี วสั ดิ์
ภรู ะดา แสนภมู ิ วาสนา ถ้วยทอง
ชลิดา เทียนเงนิ อรฒุ ิญา นามะเสน
นฤมล สมิ มา
ปณุ ยาพร หริ ญั ศรี
พธุ ิตา สุมานนท์
สรุ ตั นา คล้ายอบุ ล
หมายเหตุ : ภาพปกและภาพประกอบเปน็ ภาพในยคุ หลงั เปน็ ภาพธรรมทายาทรุ่นที่ 1 เฉพาะหน้า 5 และ 32
187
188