บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ โรงเรยี นพนมศกึ ษา
ท่ี พิเศษ/2564 วนั ท่ี 4 พฤศจิกายน 2564
เรื่อง ขออนมุ ัตใิ ชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้
เรยี น ผอู้ าํ นวยการโรงเรยี นพนมศึกษา
สงิ่ ทแี่ นบมาด้วย แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาประวัตืศาสตร์ไทย 5 รหสั วิชา ส 23104 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ิ 3
เนอื่ งด้วย ขา้ พเจา้ นายพลนิวฒั น์ โรจนว์ เิ ชียรรัตน์ ตาํ แหนง่ ครู โรงเรยี นพนมศึกษา ไดร้ ับ
มอบหมายใหป้ ฏบิ ตั หิ น้าท่ีการสอนตามคําสั่งท่ี 113-2564 เร่อื งมอบหมายงานสอน ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา
2654 ซึ่งทางกลุ่มบริหารงานวชิ าการไดม้ อบหมายให้ครูทกุ คน จัดทาํ แผนการจดั การเรยี นรู้อยา่ งนอ้ ยคนละ 1
รายวิชานน้ั ข้าพเจ้าไดป้ ฏบิ ัติงานสายการสอนประจาํ กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรมไดจ้ ดั ทํา
แผนการจดั การเรยี นรู้ ในรายวิชา รายวิชาประวัตืศาสตร์ไทย 5 รหสั วชิ า ส 23104 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ิ่ 3
บัดนี้ ข้าพเจ้าได้ดําเนินการจัดทําแผนการจัดการเรียนรู้เป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว จึงขออนุมัติใช้แผนการจัดการ
เรียนรูด้ งั กลา่ ว เพ่อื ใช้ในการจัดการเรียนการสอนในชน้ั เรียน ใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพสงู สดุ ต่อไป
จึงเรียนมาเพ่อื โปรดพจิ ารณาอนุมัติ
ลงช่อื
(นายพลนวิ ัฒน์ โรจน์วเิ ชียรรตั น์)
ครู คศ.1
ลงช่อื ลงชื่อ
(นายธีระศกั ด์ิ ยอดมณยี ์) (นางณฐั ิญา คาโส)
หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม หวั หนา้ กลมุ่ บริหารงานวิชาการ
ความคิดเหน็ ผู้อาํ นวยการ
อนมุ ตั ิ
ไม่อนมุ ตั ิ .................................................................................................................................
ลงชื่อ
(นางผกา สามารถ)
ผู้อาํ นวยการโรงเรยี นพนมศึกษา
........../......../...........
แผนการจัดการเรยี นรู้
รายวชิ าประวตั ศิ าสตร์ 5 รหัสวชิ า ส 23104
ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาช้ันปที ี่ 3 จํานวน 20 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
จาํ นวน 0.5 หน่วยกติ
กําหนดการใช้แผนจดั การเรยี นรู้
รายการตรวจสอบและกล่นั กรอง การใชแ้ ผนจัดการเรียนรู้
ความคิดเหน็ ความคดิ เหน็
..................................................................................... .....................................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
ลงช่อื ลงชื่อ
(นายธีระศักด์ิ ยอดมณยี ์) (นางสาวณฐั ญิ า คาโส)
หวั หน้าวิชาการ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษาฯ
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชือ่
(นางผกา สามารถ)
ผ้อู ํานวยการโรงเรยี นพนมศึกษา
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 คําอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ า ประวตั ศิ าสตร์
กลุ่มสาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เวลา 20 ช่ัวโมง/ภาคเรียน
ศึกษา วิเคราะห์ เรื่องราวเหตุการณ์สําคัญทางประวัติศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผลตามวิธีการทางประวัติศาสตร์
ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาเร่ืองราวต่างๆ ท่ีตนสนใจ พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ในด้านต่างๆ
ปัจจัยท่ีส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ บทบาทของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์
จักรีในการสร้างสรรค์ความเจริญและความมั่นคงของชาติ พัฒนาการของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ทางด้านการเมืองการ
ปกครอง สังคม เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตามช่วงสมัยต่างๆ เหตุการณ์สําคัญสมัยรัตนโกสินทร์ที่มี
ผลต่อการพัฒนาชาติไทย โดยวิเคราะห์สาเหตุ ปัจจัย และผลของเหตุการณ์ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัย
รัตนโกสินทร์ และอิทธิพลต่อการพัฒนาชาติไทย และบทบาทของไทยในสมัยประชาธิปไตย พัฒนาการทางสังคม
เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมิภาคต่างๆ ในโลกโดยสังเขป ผลของการเปล่ียนแปลงที่นําไปสู่ความร่วมมือ และความ
ขัดแยง้ ในคริสตศ์ ตวรรษท่ี 20 ตลอดจนความพยายาม ในการขจดั ปญั หาความขัดแย้ง
โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการทางสังคม กระบวนการ
ปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการนําวิธีการ
ทางประวัติศาสตร์มาใช้ศึกษาเร่ืองราวที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ท้องถ่ินของตนเอง และประวัติศาสตร์สมัย
รัตนโกสินทร์ ตลอดจนพัฒนาการในภูมิภาคต่างๆ ของโลก เกิดความรักความภาคภูมิใจ ในความเป็นไทย ตระหนัก
ถึงความสําคัญของการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคต่างๆ ของโลกและผลกระทบท่ีเกิดขึ้นจากความเปล่ียนแปลงดังกล่าว มี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันใน
การทํางาน รกั ความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ สามารถดาํ เนินชวี ิตอยรู่ ว่ มกันไดอ้ ยา่ งสันตสิ ุข
ตวั ช้ีวัด
ส 4.1 ม.3/1 ม.3/2
ส 4.2 ม.3/1 ม.3/2
ส 4.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4
รวม 8 ตัวช้วี ัด
ภาคเรียนที่ 2 โครงสร้างรายวิชา วชิ าประวัตศิ าสตร์ ม.3 เวลา 20 ชว่ั โมง
ลาํ ดับ ช่ือหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสาํ คัญ เวลา นํา้ หนัก
ที่ เรยี นรู้/ตวั ช้วี ัด (ชัว่ โมง) คะแนน
1 พฒั นาการทาง ส 4.3 ม.3/1 พฒั นาการของไทยในสมัยประชาธิปไตย 4
ประวัติศาสตรไ์ ทยสมยั ม.3/2 ในด้านตา่ งๆ ทําให้ ราชธานมี ี
ประชาธปิ ไตย ม.3/4 ความมนั่ คงและเจริญร่งุ เรอื ง และสง่ ผล
ต่อความม่ันคงและ ความ
เจริญรุ่งเรอื งมาจนถงึ ปัจจบุ ัน
2 การสรา้ งสรรคภ์ มู ิ ส 4.3 ม.3/3 ภูมปิ ัญญาและวัฒนธรรมไทยสมยั 2
ปัญญาและวัฒนธรรม รตั นโกสนิ ทร์มอี ทิ ธิพลต่อการพฒั นาชาติ
ไทยสมัยรัตนโกสนิ ทร์ ไทย ทําให้คนไทยเกดิ ความภาคภมู ิใจ
เห็นคณุ คา่ และช่วยกนั อนรุ ักษไ์ ว้
3 ภมู ภิ าคของโลกกับ ส 4.2 ม.3/1 ปัจจัยทางภูมศิ าสตร์มอี ิทธพิ ลตอ่ 8
พฒั นาการทาง พัฒนาการทางสงั คม เศรษฐกิจ และ
ประวตั ิศาสตร์ การเมืองของภมู ภิ าคต่างๆ ของโลก
นอกจากนัน้ อทิ ธิพลของอารยธรรม
ตะวันตกยังมีผลสาํ คญั ต่อพฒั นาการทาง
ประวตั ิศาสตร์
4 ความขัดแยง้ และความ ส 4.2 ม.3/2 โลกในศตวรรษท่ี 20 มนุษยม์ ีชวี ิต 6
รว่ มมอื ของโลกใน ความเปน็ อยู่ท่ดี ขี น้ึ แต่ก็มคี วาม ขดั แยง้
คริสตศ์ ตวรรษท่ี 20 ถึง กันมากขึน้ ทาํ ให้มนุษย์หาหนทางรว่ มมอื
ปัจจุบัน ขจดั ความขดั แย้ง โดยการจดั ตง้ั
องค์การความร่วมมอื ตา่ งๆ ข้ึน เพื่อให้
มนษุ ย์ทกุ คนบนโลกอย่รู ว่ มกันไดอ้ ย่าง
สงบสุข
รวม 20
ภาคเรียนท่ี 2 โครงสร้างแผนฯ วิชาประวตั ิศาสตร์ ม.3 เวลา 20 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัด วิธีสอน/กระบวนการจัดการ ทกั ษะการคดิ เวลา
การเรยี นรู้ เรยี นรู้
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 4 (ชั่วโมง)
พัฒนาการทาง
ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย 3. พฒั นาการดา้ น - วิธสี อนโดยการจดั การเรียนรู้ 1. ทกั ษะการรวบรวม 1
สมยั ประชาธปิ ไตย เศรษฐกิจ แบบร่วมมอื : เทคนิคการตอ่ ข้อมลู
เร่ืองราว (Jigsaw)
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 และสังคม 2. ทกั ษะการวิเคราะห์
การสรา้ งสรรค์ 3. ทักษะการสรา้ งความรู้
ภมู ิปญั ญาและ 4. ทกั ษะการสรุปลงความเหน็
วัฒนธรรมไทย
สมัยรตั นโกสินทร์ 4. พฒั นาการดา้ น - วธิ ีสอนแบบกระบวนการ 1. ทกั ษะการรวบรวม 1
ความสัมพันธ์ กลมุ่ สัมพนั ธ์ ขอ้ มลู
ระหว่างประเทศ 2. ทักษะการวิเคราะห์
และบทบาทของไทย 3. ทักษะการสรา้ งความรู้
สมยั ประชาธิปไตย 4. ทักษะการสรุปลงความเหน็
ต่อสังคมโลก
5. ไทยกับการเขา้ รว่ ม - วิธีสอนด้วยบทเรยี นสาํ เรจ็ รูป 1. ทกั ษะการรวบรวม 1
สงครามโลกครัง้ ท่ี 2 ขอ้ มูล
2. ทกั ษะการวิเคราะห์
3. ทักษะการสรา้ งความรู้
4. ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็
6. บทบาทของ - วธิ ีสอนแบบกระบวนการ 1. ทกั ษะการรวบรวม 1
พระมหากษัตริยไ์ ทย กลมุ่ สัมพันธ์ ขอ้ มลู
สมัยประชาธปิ ไตย
2. ทักษะการวิเคราะห์
3. ทกั ษะการสร้างความรู้
4. ทกั ษะการสรุปลงความเหน็
1. การสรา้ งสรรค์ - วิธีสอนแบบโครงงาน 1. ทักษะการรวบรวม 1
ภูมปิ ัญญาและ ข้อมลู
วฒั นธรรมไทย
สมัยรัตนโกสินทร์ 2. ทกั ษะการวเิ คราะห์
3. ทักษะการสร้างความรู้
4. ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็
2. การสบื ค้น - วิธีสอนแบบโครงงาน 1. ทกั ษะการรวบรวม 1
ภูมิปญั ญาและ ขอ้ มลู
วฒั นธรรมไทย
สมยั รตั นโกสินทร์ 2. ทกั ษะการวิเคราะห์
3. ทกั ษะการสรา้ งความรู้
4. ทักษะการสรุปลงความเห็น
หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัด วธิ สี อน/กระบวนการจดั การ ทกั ษะการคดิ เวลา
การเรียนรู้ เรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 6 (ชัว่ โมง)
ภมู ภิ าคของโลกกับ 1. พฒั นาการทาง - วิธสี อนแบบโมเดลซปิ ปา 1. ทักษะการสาํ รวจ 1
พฒั นาการทาง ประวตั ิศาสตร์ของ (CIPPA Model) ค้นหา
ประวัติศาสตร์ ทวปี ยุโรป 1
2. ทักษะการรวบรวมข้อมูล
2. การสรา้ งสรรค์ 3. ทกั ษะการวเิ คราะห์ 1
ผลงานดา้ นตา่ งๆ
ของทวีปยุโรป - วธิ ีสอนแบบโมเดลซปิ ปา 1. ทกั ษะการสาํ รวจ
(CIPPA Model) ค้นหา
3. อิทธพิ ลของ
ทวีปยุโรปท่ีมีต่อ 2. ทักษะการรวบรวมขอ้ มูล
สงั คมโลก 3. ทักษะการวิเคราะห์
4. พฒั นาการทาง - วิธสี อนแบบกระบวนการ 1. ทกั ษะการวิเคราะห์
ประวตั ศิ าสตรข์ อง กลมุ่ สมั พันธ์ 2. ทักษะการสร้างความรู้
ทวีปอเมรกิ าเหนอื
- วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 1. ทกั ษะการวิเคราะห์ 1
5. พัฒนาการทาง (Inquiry Method : 5E) 2. ทักษะการสร้างความรู้ 1
ประวัติศาสตร์ของ 3. ทักษะการสรปุ ลงความเห็น
ทวปี อเมรกิ าใต้ - วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 1
(Inquiry Method : 5E) 1. ทกั ษะการรวบรวม 1
6. พฒั นาการทาง ข้อมลู
ประวตั ิศาสตรข์ อง - วธิ ีสอนแบบกระบวนการ
ทวีปแอฟริกา กลมุ่ สัมพนั ธ์ 2. ทกั ษะการวิเคราะห์
3. ทักษะการสรา้ งความรู้
7. พัฒนาการทาง - วธิ สี อนแบบเทคนิคผังกราฟิก 1. ทกั ษะการวิเคราะห์
ประวตั ิศาสตร์ของ 2. ทักษะการสร้างความรู้
ทวปี ออสเตรเลีย 3. ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น
และโอเชียเนีย
1. ทักษะการวเิ คราะห์
8. ตามรอยอารยธรรม 2. ทักษะการสรปุ ลงความเหน็
ตะวันตกรอบโลก
- วธิ สี อนแบบกระบวนการ 1. ทักษะการรวบรวม 1
กลุ่มสัมพนั ธ์ ข้อมลู
2. ทักษะการวเิ คราะห์
3. ทกั ษะการสร้างความรู้
4. ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น
หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั วธิ ีสอน/กระบวนการจดั การ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรยี นรู้ เรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 7 (ชว่ั โมง)
ความขดั แย้งและ 1. สงครามโลกครัง้ ท่ี 1 - วิธสี อนแบบ SQ3R 1. ทักษะการรวบรวม 1
ความรว่ มมอื และสงครามโลก ข้อมลู
ของโลกใน ครั้งท่ี 2 1
ครสิ ต์ศตวรรษท่ี 20 2. ทักษะการวิเคราะห์
ถึงปัจจุบนั 3. ทักษะการสรา้ งความรู้ 1
2. ผลกระทบของ - วิธีสอนแบบ SQ3R 1. ทักษะการรวบรวม
สงครามโลกครงั้ ท่ี 1 ข้อมลู
และสงครามโลก
คร้ังที่ 2 2. ทักษะการวเิ คราะห์
3. ทักษะการสร้างความรู้
3. สาเหตกุ ารเกิด - วิธีสอนโดยใช้เทคนิคพยากรณ์ 1. ทกั ษะการวเิ คราะห์
สงครามเย็น 2. ทกั ษะการสร้างความรู้
4. ผลกระทบของ - วิธีสอนโดยใช้เทคนิคพยากรณ์ 1. ทกั ษะการวเิ คราะห์ 1
สงครามเยน็ - วิธีสอนแบบโมเดลซปิ ปา 2. ทักษะการสรา้ งความรู้ 1
5. องคก์ ารความ (CIPPA Model) 1. ทกั ษะการรวบรวม 1
ร่วมมือระหวา่ ง ขอ้ มลู
- วิธสี อนแบบโมเดลซิปปา 20
ประเทศ (CIPPA Model) 2. ทักษะการวิเคราะห์
3. ทักษะการสร้างความรู้
6. บทบาทสาํ คัญของ รวม 4. ทักษะการสรปุ ลงความเหน็
องคก์ ารความ 1. ทักษะการรวบรวม
ร่วมมือระหวา่ ง
ขอ้ มูล
ประเทศ 2. ทักษะการวิเคราะห์
3. ทักษะการสร้างความรู้
4. ทักษะการสรปุ ลงความเห็น
แบบวเิ คราะห์ผูเ้ รียนรายบุคคล
1. ชือ่ – สกลุ …………………………………………………วนั /เดือน/ปเี กดิ ………………อายุ……..ปี
2. ผลการเรียนในปกี ารศึกษาทผี่ า่ นมา ระดบั ช้ัน……... เกรดเฉลยี่ รวม……... เกรดวิชา...................ได.้ .......
3. ขอ้ มลู ดา้ นสขุ ภาพ น้ําหนกั ………..กก. ส่วนสูง…………ซม. โรคประจําตัว………………………………
4. ปัจจุบันพักอาศัยอยู่กบั ………….………ซ่งึ เป็นผปู้ กครอง ชือ่ – สกลุ ……………………………………………………
5. บ้านเลขที่…………..หมทู่ …ี่ …..ตาํ บล............................. อาํ เภอ..........................จงั หวัด .............................
ผลการประเมิน
ดา้ น รายการวเิ คราะห์ผเู้ รียน ดี ปาน ปรับ สรปุ ผล การปรับปรงุ แก้ไข
ท่ี กลาง ปรุง
การ
(3) (2) (1) ประเมิน
1 ดา้ นความรู้ ความสามารถ …… …… …… ………………………………………
และ ประสบการณ์ ………………………………………
1) ความรู้พื้นฐาน ………………………………………
………………………………………
2) ความสามารถในการแก้ปัญหา …… …… ……
3) ความสนใจ / สมาธใิ นการเรียน …… …… ……
2 ความพรอ้ มด้านสตปิ ญั ญา ……. ……. ……. ………………………………………
1) ความคิดริเร่ิม สร้างสรรค์ ……. ……. ……. ………………………………………
2) ความมเี หตุผล ………………………………………
3) ความสามารถในการเรยี นรู้ ……. ……. …….
3 ความพร้อมด้านพฤตกิ รรม ………………………………………
………………………………………
1) กลา้ แสดงออก ……. ……. …… ………………………………………
2) การควบคมุ อารมณ์ ……. ……. …… ………………………………………
………………………………………
3) ความมงุ่ ม่นั ขยันหมั่นเพียร ……. ……. …… ………………………………………
4 ความพร้อมด้านร่างกาย จิตใจ ………………………………………
………………………………………
1) สุขภาพร่างกายสมบูรณ์ ……… ……. ……. ………………………………………
2) การเจริญเติบโตสมวยั ……… ……. ……
3) มีสุขภาพจิตดี ……. ……
5 ความพรอ้ มด้านสงั คม
1) การปรบั ตวั เข้ากบั ผู้อ่ืน …… …… ……
2) การช่วยเหลือ เสยี สละ แบ่งปนั …… …… ……
3) มีระเบยี บวินัย เคารพกฎ กติกา …… …… ……
แบบสรุปผลการวเิ คราะห์ผเู้ รยี น
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
โรงเรยี นพนมศกึ ษา
ด้าน รายการวเิ คราะห์ ดี ปานกลาง ปรบั ปรงุ หมาย
ที่ ผเู้ รียน เหตุ
1 ด้านความรู้ ความสามารถ จาํ นวน รอ้ ยละ จาํ นวน ร้อยละ จาํ นวน ร้อยละ
และ ประสบการณ์ทางภาษา
1) ความร้พู ้ืนฐาน
2) ความสามารถในการแก้ปญั หา
3) ความสนใจ /สมาธิในการเรยี น
2 ความพร้อมด้านสตปิ ัญญา
1) ความคดิ ริเร่มิ สรา้ งสรรค์
2) ความมเี หตผุ ล
3) ความสามารถในการเรียนรู้
3 ความพรอ้ มดา้ นพฤตกิ รรม
1) กล้าแสดงออก
2) การควบคมุ อารมณ์
3) ความมงุ่ มน่ั ขยนั หมั่นเพยี ร
4 ความพร้อมด้านรา่ งกาย จิตใจ
1) สขุ ภาพร่างกายสมบูรณ์
2) การเจริญเติบโตสมวยั
3) มีสขุ ภาพจติ ดี
5 ความพรอ้ มดา้ นสงั คม
1) การปรบั ตวั เข้ากบั ผู้อืน่
2) การช่วยเหลอื เสยี สละแบง่ ปนั
3) มีระเบียบวนิ ัย เคารพกฎ กติกา
ลงชื่อ ครผู ้สู อน
(...................................................)
แบบสรปุ การวิเคราะห์ผ้เู รยี นรายบคุ คล
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3/1 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
โรงเรยี นพนมศกึ ษา
เลขท่ี ชอ่ื - สกลุ ระดบั ผลการวเิ คราะห์
เกง่ ปานกลาง ปรบั ปรุง
1 เด็กชายกฤตณฐั แก้วเจริญ
2 เดก็ ชายกฤติเดช ดวงเกิด
3 เด็กชายจักรภัทร ฤทธิกลุ
4 เด็กชายฑติ ยพล ชูเพอ่ื น
5 เดก็ ชายณฐั พงศ์ สงเคราะห์
6 เด็กชายรัฐวุฒิ กล้าหาญ
7 นายเดชอนันต์ ชูแฉล้ม
8 นายธนาธปิ กายะพันธ์
9 เด็กชายพงศกร สายรน่ื
10 เดก็ ชายพงษภทั ร ศรีพงค์
11 เดก็ ชายพลากร กฎไทยสงค์
12 เดก็ ชายภทั รพงศ์ สม้ เมอื ง
13 นายภาคภมู ิ ดวงแกว้ วิเศษ
14 เดก็ ชายรฐั ภมู ิ คงใหญ่
15 เดก็ ชายสุทธภิ ทั ร ทองดอนยอด
16 เด็กชายอนศุ กั ดิ์ สงั ข์ทอง
17 เด็กชายอษั ฎาวุธ ปล้องนิราศ
18 นางสาวกมลวลั ย์ สุขนิตย์
19 เด็กหญิงกรวกิ าร์ เขียมวชั ระ
20 เด็กหญงิ ขนษิ ฐา แกน่ สาร
21 เด็กหญิงจนั ทมิ าพร เจริญพร
22 เดก็ หญงิ ชญาณี บัวบาน
23 เดก็ หญิงชนสิ รา เพทบุรี
24 เดก็ หญงิ ณัฐกานต์ ศรีรกั ษา
25 เด็กหญงิ ธนญั ญา ศรรี กั ษา
26 เดก็ หญงิ นิชาภทั ร ชูนุ้ย
แบบสรปุ การวเิ คราะห์ผูเ้ รียนรายบคุ คล
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3/1 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
โรงเรียนพนมศกึ ษา
เลขท่ี ชอ่ื - สกุล ระดับผลการวิเคราะห์
เกง่ ปานกลาง ปรบั ปรุง
27 นางสาวพชั ราวดี รักบรรจง
28 เดก็ หญงิ พิมพ์พสิ ชา จตั ตามาศ
29 นางสาวสชุ านาถ ดษิ ฐอาย
30 เด็กหญิงสภุ าวดี ทองสัมฤทธิ์
31 เดก็ หญิงแสงดาว วิโรจน์
32 เด็กหญิงหรญั ญา บญุ ลกึ
33 นางสาวอารยา จนิ ตพัฒน
ลงชื่อ ครูผ้สู อน
(นายพลนวิ ฒั น์ โรจน์วิเชียรรตั น)์
แบบสรุปการวิเคราะห์ผเู้ รียนรายบคุ คล
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 3/2 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
โรงเรยี นพนมศึกษา
เลขที่ ช่อื - สกุล ระดับผลการวิเคราะห์
เกง่ ปานกลาง ปรับปรงุ
1 เดก็ ชายกณั ฑอ์ เนก สารพิ ฒั น์
2 นายขจรยศ วรภูมิ
3 เดก็ ชายขจรยศ เหล่ารอด
4 นายจริ วฒั น์ อกั ษรทิพย์
5 นายเจตพล สุขอุ่น
6 นายฐติ ิวัฒน์ นํ้าพุ
7 เดก็ ชายณรงค์ศักด์ิ รกั สุข
8 เด็กชายธนวฒั น์ บญุ ปล้อง
9 เด็กชายนิพนธ์ ประหารภาพ
10 เดก็ ชายปณวฒั น์ ทศราช
11 นายพงศกร ทองดอนยอด
12 เด็กชายพชั รพล เสนาะกรรณ์
13 นายยุทธพงค์ ช่างพูด
14 นายรัชตพงษ์ มากมูล
15 นายวรากรณ์ ฉมิ บ้านดอน
16 นายวริทธิ์ ขลบิ ตรแี กว้
17 นายศักดช์ิ ัย สุขอุ่น
18 เดก็ ชายศิวกร แก้วคง
19 นายศุภณัฐ ทิพย์เดช
20 นายสิรภัทร สุวรรณรงั ษี
21 นายอภชิ าติ มีเพญ็
22 เดก็ ชายอาทิตย์ ปานปรเิ ยศ
23 นางสาวกญั ญาณฐั บญุ ช่วย
24 เด็กหญงิ กุลปรยิ า ทัดดอกไม้
25 เดก็ หญงิ เกวลนิ ยวนกะเปา
แบบสรปุ การวเิ คราะห์ผู้เรียนรายบคุ คล
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2563
โรงเรียนพนมศึกษา
เลขท่ี ชือ่ - สกุล ระดับผลการวิเคราะห์
เกง่ ปานกลาง ปรับปรงุ
26 นางสาวจตพุ ร กลบั ศรี
27 เดก็ หญิงฐติ มิ า นกขุ้ม
28 เดก็ หญิงธนัชพร คงสะอาด
29 เดก็ หญิงนันทกิ านต์ ศรวี ารนิ ทร์
30 เดก็ หญิงบวรรัตน์ สมเพ็ชร
31 นางสาวภัทรนันท์ ศรชนะ
32 นางสาวสตุ าภทั ร พลขนั
33 เดก็ หญงิ สภุ ัสสร แซต่ ัน
34 นางสาวสุภาวดี นาภรณ์
35 นางสาวอรปรียา อดุ มศรี
ลงชอื่ ครูผ้สู อน
(นายพลนวิ ฒั น์ โรจน์วเิ ชยี รรัตน)์
แบบสรุปการวเิ คราะหผ์ ้เู รียนรายบคุ คล
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3/3 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
โรงเรยี นพนมศึกษา
เลขที่ ชือ่ - สกุล ระดับผลการวเิ คราะห์
เกง่ ปานกลาง ปรบั ปรงุ
1 เดก็ ชายกฤษฎา หนดู ว้ ง
2 นายกิตติภพ เวชรินทร์
3 เดก็ ชายเจษฎาภรณ์ สมคลองศก
4 เดก็ ชายชัยณรงค์ กุมลา
5 เดก็ ชายชยั วัฒน์ มีด้วง
6 เด็กชายณฐั ศกั ด์ิ จันทรล์ เี ลด็
7 นายตรังค เรืองศรี
8 นายทศพร จินดาวงคื
9 เด็กชายธนภทั ร ชาญบาํ รงุ
10 เดก็ ชายธีรศกั ด์ิ วงั ฉาย
11 เด็กชายบัณฑติ บวั แก้ว
12 นายปวริศร์ ชชู าติ
13 เด็กชายภาณุภกั ดิ์ พ่ึงผล
14 เดก็ ชายภูวิศ สิงห์ศรดี า
15 นายรกั ษก์ วี จันทรเ์ มอื ง
16 เด็กชายศตายุ ชูคงคา
17 นายสทิ ธิเดช ทบั แกว้
18 นายสุทธินันท์ ศรสี วสั ด์ิ
19 เด็กชายอนนั ศักด์ิ ภูมิพิทกั ษ์
20 นายอนพุ งศ์ พัฒนะ
21 นางสาวกลั ยา วงศส์ บุ รรณ
22 เด็กหญงิ ชญานศิ ทิมเทศ
23 เดฏ็ หญิงฐานติ า ช่วยศรี
24 นางสาวฐิติมา กลุ ทอง
25 นางสาวณัฐณชิ า รกั กะเปา
แบบสรุปการวเิ คราะห์ผเู้ รียนรายบุคคล
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3/3 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
โรงเรยี นพนมศึกษา
เลขที่ ชื่อ - สกุล ระดบั ผลการวิเคราะห์
เกง่ ปานกลาง ปรับปรงุ
26 นางสาวณัฐนนั แถนสมบัติ
27 นางสาวธนิดา วิจิตร
28 นางสาวปิยาพัตร หนมู ี
29 เดก็ หญงิ พิชญาภา มากแก้ว
30 เดก็ หญงิ ศิรภสั สร คงเพชร
31 นางสาวศริ ริ ัตน์ นรกั ษบ์ รรจง
32 เด็กหญงิ ศิริวรรณ ร่มเมือง
33 นางสาวโสรญา สดุ เส้ง
34 นางสาวอมรรัตน์ มากดํา
ลงช่อื ครผู สู้ อน
(นายพลนวิ ฒั น์ โรจนว์ เิ ชียรรัตน)์
แบบสรุปการวิเคราะหผ์ ูเ้ รียนรายบคุ คล
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3/4 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
โรงเรยี นพนมศกึ ษา
เลขที่ ชือ่ - สกลุ ระดับผลการวิเคราะห์
เก่ง ปานกลาง ปรบั ปรุง
1 เดก็ ชายจตุพร มมี าก
2 เดก็ ชายชลัมพล สงสุข
3 เด็กชายณัฐพล พนั พิจติ ร์
4 เด็กชายธนภูมิ รกั เหล็ก
5 นายพุฒเิ มธ แก้วผง
6 เดก็ ชายภคั พล หมานเหตุ
7 นายภรู ณิ ัฐ อ้นเขาวงศ์
8 นายอภิวัฒน์ รตั นชัย
9 เด็กหญิงกัลยารัตน์ ศรนี ้ยุ
10 เดก็ หญงิ กาญจนาวรรณ ทิมรตั น์
11 นางสาวจารกุ ญั ญ์ วิเชยี ร
12 นางสาวชนกิ านต์ เบญ็ จรตั น์
13 เด็กหญงิ ชลดิ า สาคร
14 นางสาวโชตมิ า แสงทองยอ้ ย
15 เด็กหญงิ ญารนิ ทร์ดา เชย่ี วหมอน
16 เด็กหญงิ ณฏั ฐณชิ า จนั ทรส์ งั ข์
17 เด็กหญงิ ดาราณี บูรพา
18 เดก็ หญิงธัญรดี โสภาคย์
19 เด็กหญงิ นภาพร นุ้ยยอ่ ง
20 เดก็ หญงิ นลินทิพย์ วชั นะ
21 เด็กหญิงปณติ ตรา สดุ เส้ง
22 นางสาวพรนภสั แสตมป์
23 นางสาวพรพชร พันธสุ์ ิน
24 นางสาวพทั ธธ์ ีรา ทวี
25 เด็กหญงิ พมิ พอ์ ักษพิ ร วนะกรรม
แบบสรุปการวิเคราะห์ผู้เรยี นรายบุคคล
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4/4 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
โรงเรียนพนมศึกษา
เลขท่ี ช่อื - สกลุ ระดบั ผลการวิเคราะห์
เก่ง ปานกลาง ปรับปรงุ
26 เดก็ หญงิ พิมพศิ า เพชรา
27 นางสาวฟ้าใส นชุ ทรัพย์
28 เดก็ หญิงรุ่งนภา เหลก็ เนตร
29 เดก็ หญงิ วชริ ญา นวลขาว
30 นางสาววรรณพร ธาระมนต์
31 นางสาววราภรณ์ พนู จันทร์
32 เดก็ หญิงสนธยิ า สุปนั ตี
33 เดก็ หญิงสิรยากร สมคดิ
34 นางสาวสิรกิ ลั ยา ชาตรีทบั
35 นางสาวสิริชนก ช่วยผล
36 เด็กหญงิ สิริมา นวลละออง
37 นางสาวโสภติ นภา วรรณเตม็
38 เด็กหญิงอภญิ ญา อินธิดา
39 นางสาวอลสิ า ศิริ
40 เด็กหญิงอัญชิสา ปรีชา
41 เดก็ หญิงอาลษิ า ทองวิเศษ
ลงชื่อ ครผู ู้สอน
(นายพลนวิ ฒั น์ โรจน์วิเชียรรัตน)์
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 1
สาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ รหสั วชิ า ส 23104
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เร่อื งท่ี 3 พัฒนาการดา้ นเศรษฐกจิ และสังคม เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง
ครผู ้สู อน นายพลนิวฒั น์ โรจน์วิเชยี รรัตน์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 4.3 เขา้ ใจความเปน็ มาของชาตไิ ทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มคี วามรกั ความภูมใิ จและธํารงความเปน็
ไทย
2.สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด
พฒั นาการดา้ นเศรษฐกจิ และสงั คมของไทยในสมัยประชาธปิ ไตย ส่งผลต่อความม่ันคงและความเจริญรุ่งเรืองของ
ไทย
3.ตวั ชีว้ ัด/จุดประสงค์การเรียนรู้
ตวั ชว้ี ดั
ส 4.3 ม.3/1 วเิ คราะห์พฒั นาการของไทยสมยั รตั นโกสินทร์ในดา้ นต่างๆ
ม.3/2 วิเคราะหป์ ัจจัยทีส่ ่งผลตอ่ ความมน่ั คงและความเจรญิ รุง่ เรอื งของไทยสมยั รัตนโกสินทร์
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) วเิ คราะห์พัฒนาการด้านเศรษฐกิจของไทยสมัยประชาธปิ ไตยได้
2) วิเคราะหพ์ ฒั นาการดา้ นสังคมของไทยสมยั ประชาธิปไตยได้
4.สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
- พัฒนาการของไทยในสมยั รัตนโกสนิ ทรท์ างด้านสงั คมและเศรษฐกิจตามช่วงสมัยตา่ งๆ
สาระการเรียนรทู้ อ้ งถนิ่
(พจิ ารณาตามหลักสตู รสถานศกึ ษา)
5.สมรรถนะสําคัญของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการรวบรวมขอ้ มลู
2) ทักษะการวิเคราะห์
3) ทักษะการสร้างความรู้
4) ทกั ษะการสรุปลงความเหน็
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
6.คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 2. ใฝ่เรียนรู้
1. มวี ินัย 4. มคี วามรบั ผดิ ชอบ
3. มุง่ มน่ั ในการทาํ งาน
7.กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นํา
1. ครูนาํ บัตรคาํ ขวญั ทางเศรษฐกจิ ยคุ จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม มาติดใหน้ กั เรยี นดบู นกระดาน
หนา้ ชนั้ เรียน ดังนี้
ไทยทํา ไทยใช้ ไทยเจรญิ
2. ครใู หน้ ักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับคาํ ขวัญดังกลา่ ว แลว้ ครูและนักเรยี นช่วยกนั สรุปความหมาย
ของคาํ ขวัญ และลกั ษณะของเศรษฐกจิ ยคุ จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม
3. นกั เรยี นตอบคําถามกระตุ้นความคดิ
นกั เรยี นคดิ ว่า เศรษฐกจิ มคี วามสําคญั ต่อการพัฒนาประเทศอย่างไรบ้าง
(พจิ ารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินิจของครูผสู้ อน)
ขั้นสอน
4. ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ กาํ หนดหมายเลขประจาํ ตัว 1-4 ตามลําดับ เรยี กกลุ่มนว้ี ่า กลุ่มบ้าน แล้วให้
นกั เรยี นที่มหี มายเลขเดยี วกนั มารวมกันเป็นกลุ่มใหม่ เรียกกลมุ่ นว้ี ่า กลุ่มผ้เู ชย่ี วชาญ
- หมายเลข 1 ศกึ ษาความร้เู ร่อื ง สภาพทางเศรษฐกจิ ไทยแบบทนุ นยิ มโดยรฐั
- หมายเลข 2 ศกึ ษาความรู้เรื่อง สภาพทางเศรษฐกิจไทยภายใตแ้ ผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคม
แห่งชาติ ก่อนเหตกุ ารณ์ 14 ตลุ าคม 2516
- หมายเลข 3 ศึกษาความรเู้ รอื่ ง สภาพทางเศรษฐกิจไทยภายใตแ้ ผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คม
แห่งชาติ หลงั เหตกุ ารณ์ 14 ตุลาคม 2516 จนถงึ ปัจจุบนั
- หมายเลข 4 ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง พัฒนาการดา้ นสงั คม
แลว้ บนั ทึกความรู้ท่ีได้ลงในแบบบนั ทึกการอ่าน
5. นกั เรยี นกลมุ่ ผู้เชยี่ วชาญกลบั เขา้ สูก่ ลุ่มบ้าน นาํ ความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศึกษามาเล่าให้เพอื่ นฟงั ผลดั กันซกั ถามข้อ
สงสยั และผลดั กันอธบิ ายจนทกุ คนมคี วามเขา้ ใจชัดเจน
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมานําเสนอผลการศกึ ษาหน้าช้ันเรียน ครูและเพ่ือนนกั เรียนตรวจสอบ
ความถกู ต้องและใหข้ อ้ เสนอแนะ
7. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตุ้นความคิด ข้อ 1-3
1) ถ้านักเรยี นเปน็ รัฐบาล แตไ่ มส่ ามารถแก้ปัญหาเศรษฐกจิ ได้ นักเรยี นจะทาํ อยา่ งไร
(พิจารณาตามคําตอบของนกั เรยี น โดยให้อยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครูผ้สู อน)
2) ปจั จัยใดที่เป็นอปุ สรรคต่อการพฒั นาเศรษฐกจิ ของไทยสมัยประชาธิปไตย
(พิจารณาตามคาํ ตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน)
3) พัฒนาการด้านสังคมไทยสมัยประชาธปิ ไตย มีลกั ษณะเป็นอยา่ งไร
(พิจารณาตามคาํ ตอบของนักเรยี น โดยให้อยูใ่ นดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน)
ขั้นสรปุ
8. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกันสรุปความรู้เรือ่ ง พัฒนาการด้านเศรษฐกิจและสงั คมสมัยประชาธิปไตย
8.การวดั และประเมนิ ผล
วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์
ตรวจแบบบันทกึ การอ่าน แบบบันทึกการอ่าน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
ประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน แบบประเมนิ การนําเสนอผลงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่าน
แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางาน เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบุคคล รายบคุ คล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ่ เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกล่มุ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
สงั เกตความมีวินยั ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มั่นในการ เกณฑ์
ทํางาน และมีความรบั ผดิ ชอบ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
9.สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
สอื่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี น ประวัติศาสตร์ ม.3
2) หนงั สือค้นคว้าเพม่ิ เตมิ
(1) คณะกรรมการชาํ ระประวตั ศิ าสตร์ไทย, สาํ นักนายกรัฐมนตรี. (2525). ประวตั ิศาสตร์
กรุงรตั นโกสินทร์ เล่ม 3 พ.ศ. 2547-ปัจจบุ ัน. กรงุ เทพมหานคร : คณะกรรมการชาํ ระ
ประวัตศิ าสตร์ไทย สํานกั นายกรัฐมนตร.ี
(2) ชาญวทิ ย์ เกษตรศริ ิ. (2551). ประวัติการเมืองไทย พ.ศ. 2475-2500. กรงุ เทพมหานคร :
มูลนิธโิ ครงการตําราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์.
(3) ปิยนาถ บนุ นาค. (2550). ประวัตศิ าสตร์ไทยสมัยใหม่ (ตั้งแตก่ ารทาํ สนธิสัญญาเบาวร์ ิงถึง
“เหตกุ ารณ์ 14 ตลุ าคม พ.ศ. 2516”). กรงุ เทพมหานคร : โครงการเผยแพรผ่ ลงานวิชาการ
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
3) บตั รคาํ ขวญั
แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องสมดุ
2) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
- https://sites.google.com/site/indeximg/1
10. การบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (2 เงอื่ นไข 3 ห่วง)
หลกั ความพอประมาณ ใชเ้ วลาวา่ งในการศึกษา คน้ คว้าหาความรูท้ ํางานเหมาะสม
หลกั มีเหตผุ ล กบั เวลา ความคุ้มคา่ ในอปุ กรณ์การเรยี น
หลกั สรา้ งภมู ิคุ้มกนั ในตัวท่ีดี การอธบิ ายโดยการใชห้ ลกั การทางสงั คม
เงอ่ื นไขความรู้ ความมีนํา้ ใจ ความรับผิดชอบ การทํางานเป็นหม่คู ณะ
เงอื่ นไขคุรธรรม การวางแผนในการทาํ งาน
อธิบายความหมายและความสาํ คญั ของการเปลย่ี นแปลง
การปกครอง
มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ ซอื่ สตั ย์ มงุ่ มั่นในการทํางาน
การบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3 หว่ ง ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงือ่ นไข
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
เศรษฐกิจ สังคม สงิ่ แวดล้อม วฒั นธรรม
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2
สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาประวัตศิ าสตร์ รหสั วิชา ส 23104
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 เรือ่ งท่ี 4 พฒั นาการด้านความสมั พันธร์ ะหว่างประเทศและบทบาทของไทยสมยั
ประชาธปิ ไตยตอ่ สังคมโลก เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง
ครผู ้สู อน นายพลนวิ ฒั น์ โรจน์วิเชยี รรัตน์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.3 เข้าใจความเปน็ มาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาไทย มีความรกั ความภมู ิใจและธาํ รงความเป็น
ไทย
2.สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
พัฒนาการดา้ นความสัมพนั ธ์ระหวา่ งประเทศของไทยในสมัยประชาธิปไตยมีปจั จยั ทส่ี ง่ ผลตอ่ ความมนั่ คงและความ
เจรญิ ร่งุ เรอื งของไทย
3.ตวั ช้วี ัด/จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ตวั ชว้ี ดั
ส 4.3 ม.3/1 วเิ คราะหพ์ ัฒนาการของไทยสมัยรตั นโกสนิ ทรใ์ นดา้ นต่างๆ
ม.3/2 วเิ คราะห์ปจั จัยทส่ี ง่ ผลตอ่ ความม่ันคงและความเจริญรุง่ เรืองของไทยสมยั รตั นโกสินทร์
ม.3/4 วิเคราะหบ์ ทบาทของไทยในสมยั ประชาธิปไตย
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- วเิ คราะห์พัฒนาการดา้ นความสมั พนั ธ์ระหว่างประเทศของไทยสมัยประชาธปิ ไตยได้
4.สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง
1) พัฒนาการของไทยในสมัยรัตนโกสนิ ทร์ทางดา้ นความสมั พนั ธร์ ะหว่างประเทศตามชว่ งสมัยตา่ งๆ
2) บทบาทของไทยตง้ั แตเ่ ปลีย่ นแปลงการปกครองถงึ ปัจจบุ ันในสังคมโลก
สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่นิ
(พจิ ารณาตามหลักสตู รสถานศกึ ษา)
5.สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มูล
2) ทักษะการวเิ คราะห์
3) ทกั ษะการสรา้ งความรู้
4) ทกั ษะการสรุปลงความเห็น
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
6.คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มั่นในการทํางาน
4. มีความรบั ผิดชอบ
7.กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นํา
1. ครูให้นกั เรียนอ่านคําประกาศของจอมพล ป. พบิ ลู สงคราม ในการใหญ้ ป่ี นุ่ เดนิ ทางผา่ นไทยไปยงั พม่าหรอื ให้
นักเรยี นดภู าพยนตร์เรื่อง ยวุ ชนทหาร เปิดเทอมไปรบ
2. ครใู หน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ ถา้ นกั เรียนอย่ใู นเหตกุ ารณ์ดังกล่าว นกั เรยี นจะทาํ อยา่ งไร
ขั้นสอน
3. ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ (กลมุ่ เดมิ ) ร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ รอื่ ง พัฒนาการด้านความสัมพันธร์ ะหว่างประเทศ
และบทบาทของไทยสมัยประชาธปิ ไตยต่อสงั คมโลก จากหนงั สอื เรียน และหนงั สือค้นควา้ เพิ่มเติม แลว้
บันทกึ ความรทู้ ไี่ ดล้ งในแบบบันทึกการอ่าน
4. นักเรยี นแต่ละกลุม่ ชว่ ยกนั ทาํ ใบงานที่ 4.3 เรื่อง ความสมั พันธ์ระหวา่ งประเทศ เสร็จแล้วช่วยกันตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง หากมขี อ้ บกพร่องให้ช่วยกันแกไ้ ขและเพ่ิมเตมิ ใหส้ มบูรณ์ จากนั้นนําสง่ ครู
5. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตนุ้ ความคิด
ความสัมพนั ธ์ระหว่างไทยกับต่างประเทศในสมยั สงครามโลกคร้งั ท่ี 2 เปน็ อยา่ งไร
(พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินิจของครผู ู้สอน)
ขัน้ สรปุ
6. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั สรปุ ความร้เู รื่อง พัฒนาการดา้ นความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศ และบทบาทของ
ไทยสมัยประชาธปิ ไตยตอ่ สังคมโลก
7. นกั เรยี นทําใบงานที่ 4.4 เร่อื ง การสรปุ ความสมั พันธร์ ะหว่างประเทศ และใบงานท่ี 4.5 เรื่อง การสรุป
บทบาทของไทยสมัยประชาธปิ ไตยต่อสังคมโลก เสร็จแล้วนําสง่ ครู
8. นักเรียนตอบคาํ ถามกระตุ้นความคิด
ความสัมพันธร์ ะหวา่ งไทยกับต่างประเทศในสมยั ประชาธิปไตย มลี กั ษณะเปน็ อย่างไร
(พจิ ารณาตามคําตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู ูส้ อน)
9. ตวั แทนของแต่ละกลุ่มออกมานาํ เสนอใบงานท่ี 4.4 -4.5 จากนน้ั ครแู ละนักเรยี นชว่ ยกันเฉลยคาํ ตอบ ในใบ
งาน
8.การวดั และประเมนิ ผล
วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 4.3 ใบงานท่ี 4.3 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 4.4 ใบงานที่ 4.4 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 4.5 ใบงานท่ี 4.5 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบบันทกึ การอา่ น แบบบนั ทกึ การอา่ น ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ่
สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ มัน่ ในการ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกล่มุ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
ทํางาน และมีความรบั ผิดชอบ เกณฑ์
แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
9.สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
ส่ือการเรยี นรู้
1) หนังสือเรียน ประวตั ศิ าสตร์ ม.3
2) หนังสอื ค้นควา้ เพม่ิ เติม
(1) คณะกรรมการชาํ ระประวัตศิ าสตร์ไทย, สํานกั นายกรัฐมนตรี. (2525). ประวัตศิ าสตร์
กรงุ รตั นโกสินทร์ เลม่ 3 พ.ศ. 2547-ปจั จุบนั . กรงุ เทพมหานคร : คณะกรรมการชาํ ระ
ประวัตศิ าสตรไ์ ทย สํานักนายกรัฐมนตร.ี
(2) ชาญวทิ ย์ เกษตรศิริ. (2551). ประวตั ิการเมอื งไทย พ.ศ. 2475-2500. กรุงเทพมหานคร :
มูลนิธิโครงการตาํ ราสงั คมศาสตร์และมนุษยศาสตร์.
(3) ปยิ นาถ บุนนาค. (2550). ประวตั ิศาสตรไ์ ทยสมัยใหม่ (ตัง้ แตก่ ารทาํ สนธิสัญญาเบาวร์ ิงถงึ
“เหตกุ ารณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516”). กรุงเทพมหานคร : โครงการเผยแพร่ผลงานวชิ าการ
คณะอักษรศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
3) ประกาศของจอมพล ป. พบิ ลู สงคราม หรอื ภาพยนตร์เรื่อง ยวุ ชนทหาร เปิดเทอมไปรบ
4) ใบงานที่ 4.3 เร่อื ง ความสมั พนั ธร์ ะหว่างประเทศ
5) ใบงานท่ี 4.4 เรอ่ื ง การสรปุ ความสมั พันธร์ ะหว่างประเทศ
6) ใบงานที่ 4.5 เรือ่ ง การสรปุ บทบาทของไทยสมัยประชาธปิ ไตยตอ่ สังคมโลก
แหลง่ การเรียนรู้
—
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3
สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ รหัสวชิ า ส 23104
ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องที่ 5 ไทยกับการเข้ารว่ มสงครามโลกคร้ังที่ 2 เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง
ครูผ้สู อน นายพลนวิ ฒั น์ โรจน์วเิ ชียรรัตน์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาตไิ ทย วัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาไทย มีความรัก ความภมู ิใจและธํารงความเปน็
ไทย
2.สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด
การเข้ารว่ มสงครามโลกครงั้ ท่ี 2 ของไทยมีสาเหตหุ ลายประการ และส่งผลต่อการพัฒนาของไทยในสมัย
ประชาธปิ ไตย
3.ตัวชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ตัวช้วี ัด
ส 4.3 ม.3/1 วิเคราะหพ์ ัฒนาการของไทยสมยั รตั นโกสินทร์ในด้านตา่ งๆ
ม.3/2 วเิ คราะหป์ จั จยั ทสี่ ง่ ผลต่อความมนั่ คงและความเจริญร่งุ เรืองของไทยสมยั รตั นโกสินทร์
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ระบุเหตุผลที่ไทยเขา้ ร่วมสงครามโลกคร้งั ที่ 2 ได้
2) สรุปผลทีไ่ ทยได้รบั จากการเข้ารว่ มสงครามโลกครัง้ ที่ 2 ได้
4.สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- เหตกุ ารณส์ ําคัญสมยั รตั นโกสนิ ทรท์ ม่ี ีผลตอ่ การพัฒนาชาตไิ ทย เชน่ การเขา้ รว่ มสงครามโลก
ครั้งท่ี 2 โดยวเิ คราะห์สาเหตุ ปจั จยั และผลของเหตุการณ์ต่างๆ
สาระการเรียนรูท้ ้องถน่ิ
(พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา
5.สมรรถนะสําคญั ของผู้เรยี น
ความสามารถในการสอ่ื สาร
ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการรวบรวมขอ้ มูล
2) ทกั ษะการวเิ คราะห์
3) ทักษะการสรา้ งความรู้
4) ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต 2. ใฝเ่ รยี นรู้
6.คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ มีความรบั ผิดชอบ
1. มวี ินัย
3. มุ่งม่นั ในการทํางาน 4.
7.กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนาํ
1. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ้ ความคดิ
นอกจากการทาํ สงครามเพื่อปกปอ้ งประเทศในสมัยกรุงศรีอยุธยา และกรงุ ธนบรุ ีแลว้
ไทยยังเขา้ รว่ มสงครามใดอกี บา้ ง
(พิจารณาตามคาํ ตอบของนกั เรียน โดยให้อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)
2. ครูใหน้ ักเรยี นทาํ แบบทดสอบก่อนเรียนบทเรยี นสําเร็จรปู เรื่อง ไทยกับการเข้าร่วมสงครามโลก
ครง้ั ที่ 2 เพอื่ ประเมนิ ความรูเ้ ดมิ ของนกั เรยี น
3. ครแู จง้ จดุ ประสงค์การเรยี นร้ใู ห้นกั เรยี นทราบ แล้วครูอธิบายให้นักเรยี นเขา้ ใจวธิ กี ารเรียนดว้ ยบทเรียน
สาํ เรจ็ รูป โดยใหน้ กั เรียนปฏบิ ตั ติ ามคําส่งั ในบทเรยี นสําเรจ็ รูปอยา่ งเคร่งครัด
ข้ันสอน
4. ครูใหน้ ักเรียนดูวีดิทัศน์ เรื่อง ขบวนการเสรไี ทย แล้วใหน้ กั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็
5. นกั เรียนตอบคําถามกระตุ้นความคิด
เพราะเหตใุ ด ไทยจึงเขา้ รว่ มสงครามโลกครั้งที่ 2
(พิจารณาตามคําตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพินิจของครูผสู้ อน)
6. ครูแจกบทเรียนสําเร็จรูปให้นักเรียน คนละ 1 ชดุ แลว้ ครเู น้นย้ําให้นักเรียนปฏบิ ตั ติ ามคําส่งั ในบทเรยี น
สาํ เรจ็ รปู อยา่ งเคร่งครัด
7. นักเรยี นแตล่ ะคนศกึ ษาความรู้และตอบคาํ ถามในบทเรยี นสําเร็จรปู (ครกู าํ หนดเวลาประมาณ 30 นาที หรอื
ตามความเหมาะสม)
8. ครูสมุ่ เรยี กนกั เรยี นออกมาตอบคําถามจากบทเรยี นสาํ เรจ็ รปู ในแต่ละกรอบ แล้วครูและนักเรยี นชว่ ยกนั
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขั้นสรปุ
9. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรเู้ รอื่ ง ไทยกบั การเขา้ ร่วมสงครามโลกครง้ั ท่ี 2
10. นักเรียนตอบคาํ ถามกระตนุ้ ความคิด
การเข้าร่วมสงครามโลกครงั้ ที่ 2 สง่ ผลอย่างไรกบั ประเทศไทยบ้าง
(พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน)
11. นกั เรียนทําแบบทดสอบหลงั เรียนบทเรียนสาํ เร็จรูป เรือ่ ง ไทยกบั การเข้ารว่ มสงครามโลกครงั้ ที่ 2 โดยให้
นักเรยี นตรวจสอบความถกู ตอ้ ง แล้วครปู ระเมินผลการเรียนของนักเรียน
12. นักเรียนตอบคาํ ถามกระตนุ้ ความคิด
ถ้าเกดิ สงครามขน้ึ ในอนาคต นักเรียนคดิ ว่า ไทยควรเข้ารว่ มสงครามหรือไม่ เพราะเหตุใด
(พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนักเรียน โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินิจของครผู ู้สอน)
8.การวดั และประเมินผล เครอื่ งมอื เกณฑ์
วิธกี าร
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่าน
สงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบุคคล รายบุคคล เกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ ม่งุ มน่ั ในการ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่าน
ทาํ งาน และมีความรับผดิ ชอบ เกณฑ์
9.สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
ส่อื การเรียนรู้
1) วดี ิทศั นเ์ รอ่ื ง ขบวนการเสรีไทย
2) บทเรียนสาํ เรจ็ รูป เรอ่ื ง ไทยกบั การเข้าร่วมสงครามโลกคร้งั ที่ 2
3) แบบทดสอบกอ่ นเรียน - หลงั เรยี น เรื่อง ไทยกบั การเขา้ รว่ มสงครามโลกคร้งั ที่ 2
แหล่งการเรยี นรู้
—
เอกสารประกอบการสอน
บทเรยี นสําเรจ็ รูป เร่ือง ไทยกับการเข้าร่วมสงครามโลกครัง้ ท่ี 2
คาํ ช้แี จง
1. ใหน้ ักเรยี นอา่ นและศกึ ษาทําความเขา้ ใจเนอ้ื หาในแตล่ ะกรอบตามลําดบั หา้ มศกึ ษาข้ามกรอบเป็นอนั
ขาด
2. ตอบคาํ ถามแตล่ ะกรอบลงในกระดาษทค่ี รูแจกให้ โดยหา้ มดเู ฉลยคาํ ตอบหรอื ลอกคาํ ตอบของเพื่อน
3. เมอื่ นกั เรียนตอบคาํ ถามเสร็จแล้วให้ดูเฉลยในตอนท้ายของแต่ละกรอบ
แบบทดสอบก่อนเรยี น - หลังเรียน บทเรยี นสาํ เร็จรูป
คําช้แี จง ให้นกั เรียนตอบคําถามตอ่ ไปนี้
1. ไทยประกาศสงครามกับอินโดจนี ฝร่ังเศสดว้ ยสาเหตเุ รอ่ื งใด
2. สงครามอินโดจนี ยตุ ิลงจากการไกลเ่ กลีย่ ของประเทศใด
3. ผลประโยชน์ท่ีไทยได้จากสงครามอินโดจีนคอื อะไร
4. ญปี่ นุ่ ผลกั ดนั ใหไ้ ทยเปล่ียนนโยบายเป็นกลางมาเปน็ ร่วมมอื กบั ญีป่ นุ่ และประกาศสงครามกบั สหรัฐอเมริกา
และองั กฤษ โดยดําเนนิ การอยา่ งไร
5. ผลจากการทไ่ี ทยเปน็ กลางในสงครามมหาเอเชยี บรู พาคอื อะไร
6. ขบวนการเสรไี ทยตงั้ ขึ้นเพอื่ อะไร
7. การที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษให้การรบั รองขบวนการเสรีไทยเกดิ ผลดตี ่อไทยอย่างไร
8. การออกประกาศสนั ติภาพของนายปรดี ี พนมยงค์ เกิดผลดีอยา่ งไร
9. ประเทศมหาอาํ นาจทีร่ บั รองไทยให้เขา้ เปน็ สมาชกิ องค์การสหประชาชาติ ไดแ้ กป่ ระเทศใดบา้ ง
10. การเขา้ ร่วมสงครามโลกครงั้ ที่ 2 ของไทย แม้วา่ ไมใ่ ช่ผแู้ พ้สงครามแตม่ กี ารดาํ เนนิ การอยา่ งไร
แบบทดสอบก่อนเรียน - หลงั เรียน บทเรียนสําเรจ็ รูป เฉลย
คําช้แี จง ใหน้ ักเรียนตอบคาํ ถามตอ่ ไปนี้
1. ไทยประกาศสงครามกบั อนิ โดจนี ฝรั่งเศสดว้ ยสาเหตุเรือ่ งใด
การขอปักปันเขตแดน
2. สงครามอินโดจีนยตุ ิลงจากการไกล่เกล่ยี ของประเทศใด
ญป่ี ุ่น
3. ผลประโยชนท์ ี่ไทยได้จากสงครามอินโดจนี คืออะไร
ได้ดินแดนบางส่วนคนื จากฝรง่ั เศส
4. ญ่ปี ุน่ ผลักดันใหไ้ ทยเปล่ยี นนโยบายเปน็ กลางมาเป็นรว่ มมอื กับญ่ีปุ่นและประกาศสงครามกบั สหรัฐอเมรกิ า
และอังกฤษ โดยดําเนินการอย่างไร
แจ้งการขอเดนิ ทัพผ่านไทยเพอ่ื โจมตดี ินแดนของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ
5. ผลจากการที่ไทยเปน็ กลางในสงครามมหาเอเชียบูรพาคืออะไร
ญป่ี ุน่ ยกพลขนึ้ มาตามจดุ ต่างๆ ของไทย และถูกไทยต่อตา้ นอย่างหนัก
6. ขบวนการเสรไี ทยตง้ั ข้นึ เพ่ืออะไร
ต่อตา้ นการรุกรานของญี่ปุน่
7. การทีส่ หรัฐอเมรกิ าและอังกฤษใหก้ ารรับรองขบวนการเสรไี ทยเกิดผลดตี อ่ ไทยอยา่ งไร
ไทยไม่ตอ้ งตกเป็นผแู้ พ้สงครามอยา่ งญป่ี ุ่น
8. การออกประกาศสนั ตภิ าพของนายปรดี ี พนมยงค์ เกิดผลดีอย่างไร
การประกาศสงครามของไทยตอ่ สมั พนั ธมิตรเปน็ โมฆะ
9. ประเทศมหาอาํ นาจที่รับรองไทยใหเ้ ข้าเปน็ สมาชิกองคก์ ารสหประชาชาติ ไดแ้ กป่ ระเทศใดบา้ ง
สหรัฐอเมรกิ า องั กฤษ ฝรัง่ เศส โซเวียต และจีน
10. การเขา้ รว่ มสงครามโลกครั้งที่ 2 ของไทย แมว้ ่าไม่ใชผ่ ู้แพส้ งครามแตม่ ีการดําเนินการอยา่ งไร
มขี อ้ แลกเปลย่ี นใหย้ อมรับข้อตกลงของสมั พนั ธมติ ร
เน้อื หากรอบที่ 1
ประเทศไทยในสมยั ประชาธิปไตยเผชิญหน้ากับเหตกุ ารณ์สาํ คญั ๆ หลายเรอ่ื ง แตม่ ีผลต่อพัฒนาการทาง
ประวตั ิศาสตรข์ องไทยในดา้ นตา่ งๆ มากท่สี ุด คือ สงครามโลกคร้งั ที่ 2 ที่ทาํ ใหร้ ฐั บาลต้องใชก้ ศุ โลบายหลาย
อย่างในการเข้ารว่ มสงครามโลกคร้ังท่ี 2
สงครามโลกครง้ั ท่ี 2 เกิดข้นึ ระหว่างประเทศมหาอาํ นาจ 2 ฝ่าย คือ ฝา่ ยอักษะ ไดแ้ ก่ เยอรมนี อติ าลี
และญ่ปี นุ่ กับฝ่ายสมั พนั ธมติ ร ไดแ้ ก่ สหรัฐอเมรกิ า อังกฤษ ฝรง่ั เศส สหภาพโซเวยี ต และจีน รวมทง้ั ประเทศไทย
คาํ ถามประจํากรอบท่ี 1
ในสงครามโลกครงั้ ที่ 2 ประเทศต่างๆ ในโลก แบ่งเป็น 2 กล่มุ ใหญ่ ไทยจดั อยใู่ นฝ่ายใด
เฉลยคําถามประจาํ กรอบท่ี 1
ในสงครามโลกครง้ั ท่ี 2 ประเทศต่างๆ ในโลก แบ่งเป็น 2 กลมุ่ ใหญ่ ไทยจัดอยใู่ นฝา่ ยใด
สัมพันธมิตร
เน้อื หากรอบที่ 2
กอ่ นเกดิ สงครามโลกคร้ังที่ 2 ไทยเกดิ กรณีพิพาทกับฝร่งั เศส เนอ่ื งจากฝรัง่ เศสไม่ตกลงปกั ปันเขตแดน
ระหว่างไทยกับอนิ โดจนี ฝร่งั เศสเสียใหม่ และฝร่งั เศสยงั คงละเมดิ พรมแดนไทย ไทยจึงประกาศสงครามกบั อินโด
จนี ฝรัง่ เศส เรยี กว่า สงครามอินโดจนี ญี่ปุน่ ซ่ึงเป็นมหาอาํ นาจในขณะนัน้ เข้ามาไกล่เกลีย่ ฝร่งั เศสยอมคืนดินแดน
บางสว่ นท่เี สียไปในสมัย ร.5 (พ.ศ. 2446)
คาํ ถามประจํากรอบท่ี 2
สงครามอินโดจีน เกดิ ข้ึนก่อนหรอื หลังสงครามโลกครั้งท่ี 2
เฉลยคําถามประจาํ กรอบท่ี 2
สงครามอนิ โดจนี เกิดขน้ึ กอ่ นหรือหลงั สงครามโลกครง้ั ที่ 2
หลงั สงครามโลกครงั้ ท่ี 2
เนอ้ื หากรอบที่ 3
ไทยเข้าร่วมสงครามโลกคร้ังท่ี 2 เม่อื ญ่ปี ุ่นยกพลขึน้ มา และขอเดินทพั ผา่ นไทย เพ่อื ไปโจมตอี าณานิคม
ขององั กฤษ จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม นายกรัฐมนตรี จาํ เป็นต้องยินยอมให้ญี่ป่นุ ผา่ น เนอ่ื งจากไม่ไดร้ บั ความ
ช่วยเหลอื จากอังกฤษ
คําถามประจาํ กรอบที่ 3
สถานการณ์ที่บังคบั ให้ไทยต้องเข้าร่วมในสงครามโลกคร้งั ท่ี 2 คือเรื่องใด
เฉลยคําถามประจาํ กรอบท่ี 3
สถานการณท์ ีบ่ งั คบั ให้ไทยต้องเข้ารว่ มในสงครามโลกครัง้ ที่ 2 คือเรือ่ งใด
ญีป่ ่นุ ขอเดนิ ทพั ผ่านไทยไปอาณานคิ มขององั กฤษ ในพม่า อินเดีย และมลายู
เนอ้ื หากรอบท่ี 4
การยนิ ยอมใหญ้ ีป่ นุ่ เดนิ ทพั ผ่านไทยทาํ ให้ไทยตอ้ งประกาศสงครามกับฝา่ ยสมั พันธมติ ร แตม่ ีคนไทย
บางส่วน ไมเ่ ห็นดว้ ย จึงตง้ั กลุ่มต่อตา้ นขึ้น เรียกว่า ขบวนการเสรไี ทย โดยร่วมมือกับฝ่ายสมั พันธมิตร
คาํ ถามประจํากรอบท่ี 4
ในขณะทร่ี ัฐบาลไทย สมยั จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม ประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพนั ธมิตร แต่มีคนไทยบางกล่มุ
ไม่เห็นด้วย จึงรวมตวั กันจัดตั้งหนว่ ยงานใด
เฉลยคําถามประจาํ กรอบที่ 4
ในขณะท่ีรฐั บาลไทย สมัยจอมพล ป. พิบลู สงคราม ประกาศสงครามกับฝา่ ยสัมพนั ธมติ ร แตม่ ีคนไทยบางกลุม่
ไมเ่ ห็นด้วย จึงรวมตวั กนั จดั ตงั้ หน่วยงานใด
ขบวนการเสรไี ทย
เนอ้ื หากรอบท่ี 5
ขบวนการเสรไี ทย ตอ่ ตา้ นญ่ีป่นุ เกดิ ข้ึนทง้ั ในประเทศและต่างประเทศ แบง่ เป็น 3 กลมุ่
1) ในประเทศไทยมนี ายปรีดี พนมยงค์ เป็นหวั หน้า
2) ในประเทศสหรัฐอเมริกา มี ม.ร.ว.เสนยี ์ ปราโมช อคั รราชทตู ไทยประจํากรุงวอชิงตนั ซี.ดี. เปน็ แกนนาํ
3) ในประเทศองั กฤษ มี ม.จ.ศภุ สวัสดวิ์ งศ์สนทิ สวัสดวิ ตั น์ เป็นผู้นําคนสาํ คัญ
คาํ ถามประจํากรอบท่ี 5
จดุ ประสงคใ์ นการจดั ตั้งขบวนการเสรไี ทยคืออะไร
เฉลยคําถามประจาํ กรอบท่ี 5
จดุ ประสงค์ในการจดั ตัง้ ขบวนการเสรไี ทยคอื อะไร
ต่อต้านญปี่ ุ่น
เนื้อหากรอบท่ี 6
เมือ่ ญ่ปี ุน่ ยอมแพ้ฝา่ ยสมั พันธมิตรไทยจงึ ประกาศสนั ติภาพ ถือว่าการประกาศสงครามกบั ฝา่ ยสัมพนั ธมิตร
ของรัฐบาลเป็นโมฆะ สหรัฐอเมริกาและองั กฤษยอมรับการประกาศสนั ตภิ าพของไทย
คาํ ถามประจาํ กรอบที่ 6
ไทยประกาศสงครามกบั ฝา่ ยสัมพันธมติ ร แต่เมอ่ื ญปี่ ุ่นแพ้สงคราม ทาํ ไมไทยไม่อยใู่ นฐานะผแู้ พ้สงคราม และ
ไดร้ ับการ
ยอมรับจากฝ่ายสมั พันธมิตร
เฉลยคําถามประจํากรอบที่ 6
ไทยประกาศสงครามกบั ฝ่ายสมั พนั ธมิตร แต่เมอื่ ญ่ีป่นุ แพ้สงคราม ทําไมไทยไมอ่ ยใู่ นฐานะผ้แู พส้ งคราม และ
ไดร้ ับการ
ยอมรบั จากฝา่ ยสมั พนั ธมติ ร
ไทยออกประกาศสนั ติภาพ จึงถอื วา่ การประกาศสงครามของไทยตอ่ สหรัฐอเมรกิ าและอังกฤษเป็นโมฆะ
สหรฐั อเมริกาใหก้ ารสนบั สนุนและยอมรับการประกาศสันตภิ าพของไทย
เนอื้ หากรอบที่ 7
สหรฐั อเมริการับรองการประกาศอิสรภาพของไทยเปน็ ประเทศแรก และช่วยไทยเจรจากบั องั กฤษ ไทยจึง
ฟน้ื ฟูความสมั พนั ธ์กับชาติมหาอาํ นาจทเี่ หลือ คือ ฝร่งั เศส จีน และสหภาพโซเวยี ตเป็นผลสาํ เร็จ ซง่ึ ทัง้ 5
ประเทศใหก้ ารรับรองไทยในการเขา้ เปน็ สมาชิกองคก์ ารสหประชาชาติ ลําดบั ที่ 55
คําถามประจํากรอบท่ี 7
ประเทศมหาอาํ นาจท่ีรบั รองไทยให้เข้าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาตคิ ือประเทศใดบา้ ง
เฉลยคาํ ถามประจํากรอบท่ี 7
ประเทศมหาอํานาจทรี่ บั รองไทยใหเ้ ข้าเปน็ สมาชกิ องค์การสหประชาชาติคือประเทศใดบา้ ง
สหรฐั อเมริกา องั กฤษ ฝรง่ั เศส จีน และสหภาพโซเวียต
เนอ้ื หากรอบท่ี 8
ผลของการเขา้ รว่ มสงครามโลกครง้ั ที่ 2 ของไทยในคร้งั น้ี แมจ้ ะรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติไวไ้ ด้
และไดร้ ับการยอมรับเข้าเปน็ สมาชิกองคก์ ารสหประชาชาติ แตไ่ ทยยังเสียหายจากสงครามท้ังดา้ นชีวติ ของทหาร-
พลเรือน ทรัพยส์ ินเงนิ ทอง ตลอดจนต้องปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลงที่ไทยทํากับฝา่ ยสัมพันธมิตรเพอื่ แลกกับอาํ นาจ
อธปิ ไตยของไทย โดยเฉพาะต้องจ่ายข้าวสาร 1.5 ล้านตนั ให้อังกฤษ ในขณะท่ีไทยเองก็ขาดแคลนข้าวเชน่ กัน
คาํ ถามประจาํ กรอบท่ี 8
ไทยได้ประโยชน์ใดบ้างในการเข้ารว่ มสงครามโลกครั้งท่ี 2
เฉลยคําถามประจาํ กรอบที่ 8
ไทยได้ประโยชน์ใดบ้างในการเข้าร่วมสงครามโลกคร้ังที่ 2
รกั ษาเอกราชและอธปิ ไตย เขา้ เปน็ สมาชกิ สหประชาชาติ
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 4
สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าประวัติศาสตร์ รหสั วชิ า ส 23104
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 เรอ่ื งที่ 6 บทบาทของพระมหากษัตรยิ ไ์ ทยสมัยประชาธปิ ไตย เวลาเรียน 1 ชั่วโมง
ครูผู้สอน นายพลนิวฒั น์ โรจน์วิเชียรรัตน์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.3 เขา้ ใจความเปน็ มาของชาติไทย วฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาไทย มคี วามรัก ความภมู ิใจและธาํ รงความเปน็
ไทย
2.สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
พระมหากษัตริยไ์ ทยในสมยั ประชาธิปไตยมบี ทบาทสําคัญ ซึ่งสง่ ผลต่อความมน่ั คงและความเจรญิ ร่งุ เรืองของไทย
3.ตวั ชี้วัด/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ตัวชี้วัด
ส 4.3 ม.3/1 วเิ คราะหพ์ ฒั นาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ในด้านต่างๆ
ม.3/2 วเิ คราะห์ปจั จัยที่ส่งผลตอ่ ความม่ันคงและความเจริญรุ่งเรืองของไทยสมยั รัตนโกสนิ ทร์
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) อธบิ ายพระราชกรณียกจิ ท่สี ําคัญของพระมหากษตั รยิ ไ์ ทยสมัยประชาธิปไตยได้
2) วเิ คราะห์บทบาทของพระมหากษตั ริยไ์ ทยสมยั ประชาธิปไตยได้
4.สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- บทบาทของพระมหากษัตริยใ์ นราชวงศ์จกั รใี นการสร้างสรรคค์ วามเจริญและความมนั่ คงของชาติ
สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)
5.สมรรถนะสําคัญของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการรวบรวมข้อมูล
2) ทกั ษะการวิเคราะห์
3) ทักษะการสรา้ งความรู้
4) ทกั ษะการสรุปลงความเห็น
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
6.คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 2. มวี นิ ยั 3. ใฝเ่ รียนรู้
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 5. มีความรบั ผิดชอบ
4. มุ่งมัน่ ในการทํางาน
7.กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนํา
1. ครูใหน้ กั เรยี นดูภาพพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล พระอัฐมรามาธบิ ดินทร (รัชกาลที่ 8)
และพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช (รชั กาลท่ี 9) แลว้ ครใู หน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความ
คิดเหน็ เก่ยี วกับพระราชกรณยี กิจที่สาํ คัญของทัง้ 2 พระองค์
ขั้นสอน
2. ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดมิ ) ร่วมกนั ศึกษาความรูเ้ รอ่ื ง บทบาทของพระมหากษัตรยิ ไ์ ทยในราชวงศ์
จักรีต่อความมน่ั คงและความเจรญิ ร่งุ เรอื งของชาติไทย จาก หนังสอื เรียน หนังสือค้นควา้ เพ่ิมเติม หอ้ งสมุด
และแหล่งข้อมลู สารสนเทศ แล้วบนั ทึกความรูท้ ี่ไดล้ งในแบบบันทกึ การอา่ น
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มผลัดกนั อภิปรายความรู้ทไ่ี ด้จากการศกึ ษาในประเด็นตอ่ ไปน้ี
1) พระราชประวัติ
2) พระราชกรณยี กิจ
4. นกั เรยี นตอบคําถามกระตุ้นความคดิ
พระราชกรณียกจิ ทส่ี ําคญั ของรัชกาลท่ี 8 และรชั กาลท่ี 9ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรียน โดยให้อยใู่ นดุลยพินิจของครูผ้สู อน)
ขน้ั สรุป
5. นักเรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันสรปุ ความรู้เรอ่ื ง บทบาทของพระมหากษัตรยิ ์ไทยในราชวงศจ์ ักรตี อ่ ความม่ันคง
และความเจริญร่งุ เรืองของชาติไทย
6. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกันทาํ ใบงานที่ 4.6 เรือ่ ง พระราชกรณียกิจท่สี าํ คัญ เสร็จแล้วนาํ สง่ ครู
7. นกั เรยี นตอบคําถามกระตนุ้ ความคิด ขอ้ 1-2
1) พระมหากษตั รยิ ไ์ ทยสมยั ประชาธปิ ไตยมีบทบาทอย่างไรในการสร้างความมัน่ คง
และความเจรญิ ร่งุ เรอื งของชาติ
(พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนักเรียน โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินิจของครูผสู้ อน)
2) พระราชดาํ รขิ องพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเกยี่ วกับ “ทฤษฎีใหม”่ จะเกิด
ประโยชนก์ บั ใครมากทีส่ ุด
(พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผสู้ อน)
8. นกั เรยี นทุกคนทาํ แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4
ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มชว่ ยกันทํารายงาน เรื่อง พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ไทย
สมัยประชาธปิ ไตย โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ ตามท่กี าํ หนด ดังน้ี
1) การวเิ คราะห์พฒั นาการของไทยสมัยประชาธปิ ไตยในด้านต่างๆ
2) การวเิ คราะหป์ จั จยั ท่สี ง่ ผลต่อความมน่ั คงและความเจริญรุง่ เรืองของไทยสมัยประชาธปิ ไตย
3) การวิเคราะหบ์ ทบาทของพระมหากษตั ริย์ไทยสมยั ประชาธิปไตย
8.การวดั และประเมินผล
วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์
ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 4.6 ใบงานที่ 4.6 ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบบันทกึ การอา่ น แบบบนั ทึกการอา่ น ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน แบบประเมนิ การนําเสนอผลงาน
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกล่มุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มวี ินยั ใฝ่ แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการทํางาน และมคี วามรบั ผดิ ชอบ
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 แบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4
ตรวจรายงาน เรื่อง พฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์ แบบประเมินรายงาน เรื่อง พฒั นาการทาง
ไทยสมัยประชาธปิ ไตย ประวตั ิศาสตรไ์ ทยสมัยประชาธิปไตย
9.สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน ประวตั ิศาสตร์ ม.3
2) หนงั สอื คน้ คว้าเพ่ิมเติม
(1) คณะกรรมการชําระประวตั ศิ าสตรไ์ ทย, สาํ นักนายกรัฐมนตรี. (2525). ประวตั ศิ าสตร์
กรงุ รัตนโกสินทร์ เล่ม 3 พ.ศ. 2547-ปัจจุบนั . กรงุ เทพมหานคร : คณะกรรมการชําระ
ประวตั ิศาสตร์ไทย สาํ นักนายกรฐั มนตร.ี
(2) ชาญวทิ ย์ เกษตรศิริ. (2551). ประวัตกิ ารเมอื งไทย พ.ศ. 2475-2500. กรุงเทพมหานคร :
มูลนธิ โิ ครงการตําราสังคมศาสตร์และมนษุ ยศาสตร์.
(3) ปิยนาถ บนุ นาค. (2550). ประวตั ิศาสตรไ์ ทยสมยั ใหม่ (ตง้ั แตก่ ารทาํ สนธสิ ัญญาเบาว์รงิ ถึง
“เหตกุ ารณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516”). กรงุ เทพมหานคร : โครงการเผยแพร่ผลงานวชิ าการ
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย.
3) บัตรภาพ
4) ใบงานท่ี 4.6 เร่ือง พระราชกรณียกิจทสี่ ําคญั
แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) แหล่งข้อมลู สารสนเทศ
- http://th.wikipedia.org/wiki/พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหดิ ล_
พระอัฐมรามาธบิ ดินทร
- http://th.wikipedia.org/.../พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช
ช่ื อ ก ลุ่ ม . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ช้ั น . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ส ม า ชิ ก 1 . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 2 . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
3..........................................................4..........................................................
5..........................................................6..........................................................
การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมินรายงาน เร่อื ง พฒั นาการทางประวัติศาสตรไ์ ทยสมัยประชาธปิ ไตย
ลาํ ดับที่ รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
1 การวิเคราะห์พฒั นาการของไทยสมยั ประชาธิปไตยใน 32
2 ดา้ นต่างๆ
3 การวเิ คราะห์ปจั จยั ท่สี ่งผลตอ่ ความม่ันคงและความ
เจริญรุง่ เรอื งของไทยสมยั ประชาธิปไตย
การวเิ คราะห์บทบาทของพระมหากษตั ริย์ไทย สมยั
ประชาธิปไตย
รวม
ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ดีมาก = 4 คะแนน
ดี = 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช้ = 2 คะแนน
ปรบั ปรุง = 1 คะแนน 11 - 12 ดมี าก
9 - 10 ดี
6 - 8 พอใช้
ต่าํ กวา่ 6 ปรบั ปรงุ
บตั รภาพ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช
พระอัฐมรามาธบิ ดินทร (รัชกาลท่ี 8) (รชั กาลที่ 9)
การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ รายงาน เรอ่ื ง พฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์ไทยสมัยประชาธปิ ไตย
รายการประเมิน ดมี าก (4) คาํ อธบิ ายระดบั คณุ ภาพ / ระดบั คะแนน ปรบั ปรงุ (1)
ดี (3) พอใช้ (2)
1. การวิเคราะห์ วเิ คราะหพ์ ัฒนาการของ วเิ คราะห์พฒั นาการของ วิเคราะหพ์ ฒั นาการของ วเิ คราะหพ์ ัฒนาการของ
พัฒนาการของไทย ไทยสมัยประชาธิปไตยใน ไทยสมยั ประชาธปิ ไตยใน ไทยสมยั ประชาธปิ ไตยใน ไทยสมัยประชาธิปไตยใน
สมยั ประชาธปิ ไตย ดา้ นต่างๆ ได้ถูกต้อง ดา้ นตา่ งๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง ดา้ นตา่ งๆ ได้ถูกต้อง ดา้ นตา่ งๆ ได้ถกู ตอ้ ง
ในด้านตา่ งๆ ชดั เจนท้งั 4 ดา้ น ชดั เจน 3 ด้าน ชัดเจน 2 ด้าน ชดั เจน 1 ด้าน
2. การวิเคราะห์ปจั จยั วเิ คราะหป์ จั จัยทสี่ ง่ ผลต่อ วเิ คราะหป์ ัจจยั ท่ีสง่ ผลต่อ วเิ คราะห์ปจั จัยทส่ี ง่ ผลตอ่ วิเคราะห์ปัจจยั ทสี่ ่งผลต่อ
ทสี่ ่งผลตอ่ ความ ความมน่ั คงและความ ความม่ันคงและความ ความมั่นคงและความ ความม่นั คงและความ
มัน่ คงและความ เจริญรุ่งเรืองของไทยสมัย เจรญิ ร่งุ เรืองของไทยสมยั เจรญิ รุ่งเรอื งของไทยสมยั เจริญรงุ่ เรืองของไทยสมัย
เจรญิ รุ่งเรืองของ ประชาธิปไตยไดถ้ ูกตอ้ ง ประชาธปิ ไตยได้ถกู ตอ้ ง ประชาธปิ ไตยได้ถกู ต้อง ประชาธปิ ไตยไดถ้ ูกตอ้ ง
ไทยสมยั ชดั เจน 4-5 ชดั เจน 3 ชดั เจน 2 ชดั เจน 1
ประชาธปิ ไตย ประเดน็ ประเด็น ประเด็น ประเดน็
3. การวเิ คราะห์ วิเคราะห์บทบาทของ วิเคราะห์บทบาทของ วิเคราะห์บทบาทของ วเิ คราะห์บทบาทของ
บทบาทของ พระมหากษตั ริย์ไทยสมยั พระมหากษตั ริยไ์ ทยสมยั พระมหากษตั ริยไ์ ทยสมยั พระมหากษตั ริยไ์ ทยสมยั
พระมหากษตั รยิ ์ไทย ประชาธปิ ไตยในการ ประชาธปิ ไตยในการ ประชาธปิ ไตยในการ ประชาธปิ ไตยในการ
สมัยประชาธิปไตย สร้างสรรค์ความเจรญิ สรา้ งสรรค์ความเจรญิ สรา้ งสรรค์ความเจรญิ สร้างสรรคค์ วามเจริญ
และความมนั่ คงของชาติ และความมนั่ คงของชาติ และความม่นั คงของชาติ และความมั่นคงของชาติ
ไดถ้ กู ตอ้ ง ละเอยี ด ได้ถูกตอ้ ง ชดั เจนเป็น ไดถ้ กู ต้อง ชดั เจนเปน็ ได้ถูกต้อง แตไ่ ม่
ชัดเจน ส่วนใหญ่ บางสว่ น ชัดเจน
ช่วงคะแนน 11 - 12 เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 6-8 ต่ํากว่า 6
ระดับคณุ ภาพ ดีมาก พอใช้ ปรบั ปรงุ
9 - 10
ดี