The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ไทย 5 (ม.3 ภาคเรีย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chaimath2514, 2021-11-10 01:49:54

ประวัติศาสตร์ไทย 5 ม.3

แผนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ไทย 5 (ม.3 ภาคเรีย

ภาพมหาวหิ ารโนเทรอดาม ภาพรูปแกะสลกั เดวดิ

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมินหนงั สือเลม่ เลก็ เร่ือง ภูมภิ าคของโลกกบั พฒั นาการทางประวตั ิศาสตร์

รายการประเมนิ ดมี าก (4) คาํ อธิบายระดับคุณภาพ / ระดบั คะแนน ปรับปรุง (1)
ดี (3) พอใช้ (2)

1. การอธบิ ายท่ตี งั้ และ อธิบายท่ีตั้งและสภาพ อธบิ ายที่ต้ังและสภาพ อธบิ ายทต่ี ง้ั และสภาพ อธิบายทีต่ ้งั และสภาพ
สภาพทางภูมศิ าสตร์ ทางภูมศิ าสตร์ของ ทางภมู ิศาสตร์ของ ทางภูมศิ าสตร์ของ ทางภมู ิศาสตร์ของ
ของภูมภิ าคต่างๆ ภมู ิภาคตา่ งๆ ของโลก ท่ี ภูมภิ าคต่างๆ ของโลก ท่ี ภูมิภาคต่างๆ ของโลก ท่ี ภูมภิ าคตา่ งๆ ของโลก ที่
ของโลกทีม่ ีผลตอ่ มผี ลตอ่ พฒั นาการได้ มผี ลต่อพัฒนาการได้ มผี ลต่อพฒั นาการได้ มีผลต่อพัฒนาการได้
พฒั นาการ ถกู ตอ้ ง ละเอยี ด ชดั เจน ถูกตอ้ ง ชัดเจน ถูกต้อง ชัดเจน ถกู ต้องเปน็ สว่ นนอ้ ย แต่
เป็นสว่ นใหญ่ เป็นส่วนน้อย ไม่ชดั เจน

2. การอธบิ าย อธิบายพฒั นาการทาง อธิบายพัฒนาการทาง อธบิ ายพัฒนาการทาง อธิบายพัฒนาการทาง
พัฒนาการทาง การเมืองการปกครอง การเมืองการปกครอง การเมอื งการปกครอง การเมืองการปกครอง
การเมืองการ เศรษฐกจิ สงั คม และ เศรษฐกิจ สงั คม และ เศรษฐกจิ สงั คม และ เศรษฐกิจ สงั คม และ
ปกครอง เศรษฐกจิ วฒั นธรรมของภูมิภาค วัฒนธรรมของภูมิภาค วัฒนธรรมของภมู ภิ าค วัฒนธรรมของภมู ภิ าค
สังคม และ ตา่ งๆ ของโลกไดถ้ กู ตอ้ ง ตา่ งๆ ของโลกได้ถูกต้อง ตา่ งๆ ของโลกไดถ้ กู ตอ้ ง ต่างๆ ของโลกได้ถกู ตอ้ ง
วฒั นธรรมของ ชัดเจน ทัง้ 4 ชัดเจน 3 ชดั เจน 2 ชัดเจน 1
ภมู ภิ าคตา่ งๆ ของ ประเดน็ ประเด็น ประเดน็ ประเดน็
โลก

3. การวเิ คราะห์ วเิ คราะห์อทิ ธพิ ลของอา วเิ คราะห์อิทธพิ ลของอา วิเคราะห์อิทธพิ ลของอา วเิ คราะห์อิทธิพลของอา
อิทธพิ ลของ อา รยธรรมตะวนั ตกที่มีผล รยธรรมตะวันตกท่ีมีผล รยธรรมตะวันตกทม่ี ผี ล รยธรรมตะวันตกที่มีผล
รยธรรมตะวนั ตกทม่ี ี ต่อพฒั นาการและการ ตอ่ พฒั นาการและการ ตอ่ พัฒนาการและการ ตอ่ พัฒนาการและการ
ผล ตอ่ พัฒนาการ เปล่ียนแปลงของสังคม เปล่ียนแปลงของสงั คม เปลยี่ นแปลงของสังคม เปลี่ยนแปลงของสงั คม
และการ โลกได้ถกู ต้อง ละเอียด โลกได้ถกู ตอ้ ง ชัดเจนเป็น โลกได้ถูกตอ้ ง ชดั เจนเปน็ โลกไดถ้ กู ต้อง เป็นสว่ น
เปลีย่ นแปลงของ ชัดเจน ส่วนใหญ่ ส่วนน้อย นอ้ ย แต่ไมช่ ดั เจน
สงั คมโลก

ชว่ งคะแนน 11 - 12 เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ 6-8 ต่ํากว่า 6
ระดบั คณุ ภาพ ดมี าก พอใช้ ปรบั ปรงุ
9 - 10
ดี

แบบทดสอบกอ่ นเรียน

คาํ ช้ีแจง ให้นกั เรียนเลือกคําตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. อาณาเขตดา้ นตะวันตกของทวปี ยโุ รป คือขอ้ ใด 7. การทท่ี วีปอเมรกิ าเหนอื เปน็ ทรี่ วมผ้อู พยพจากแหล่งต่างๆ
ก. ทะเลเมดิเตอรเ์ รเนยี น เกิดการหลอ่ หลอมใหเ้ กดิ สง่ิ ใด
ข. มหาสมุทรแอตแลนตกิ ก. สทิ ธพิ เิ ศษในการเข้ารว่ มการปกครอง
ค. มหาสมทุ รอารก์ ติก ข. ความเสมอภาคเท่าเทียมกนั ทางสังคม
ง. ทะเลแดง ค. ความเชื่อมัน่ ศรทั ธาในพระเจา้
ง. รกั เสรภี าพในการเดนิ ทาง
2. เสน้ ทางใดท่ีนําอารยธรรมตะวนั ตกแพร่หลายไปยังทวปี
อเมรกิ าเหนือ 8. ขอ้ ใดเปน็ ประวตั ศิ าสตรข์ องทวปี อเมริกาเหนือ
ก. ช่องแคบเบรงิ ก. ระบบศักดินา
ข. มหาสมทุ รแปซิฟิก ข. นโยบายเหยยี ดผิว
ค. มหาสมุทรอาร์กติก ค. อารยธรรมมายาและแอชเตค
ง. มหาสมุทรแอตแลนตกิ ง. ดินแดนประชาธปิ ไตยแหง่ แรกของโลก

3. ขอ้ ใดคอื อารยธรรมตะวันตก 9. ปัจจัยท่ีทําใหแ้ อฟรกิ าพัฒนาชา้ กว่าทวีปอืน่
ก. พรี ะมดิ มหี ลายประการ ยกเว้นข้อใด
ข. อักษรภาพ ก. ไมน่ ับถอื ศาสนาคริสต์
ค. กฎหมายฮัมมรู าบี ข. มพี ื้นท่ีสว่ นใหญ่เป็นทะเลทราย
ง. สถาปัตยกรรมหัวเสา ค. ใชป้ ระโยชน์จากแมน่ ํา้ ไดน้ ้อยท้ังท่ีสายยาว
ง. มีชายฝงั่ ทะเลเวา้ แหว่งน้อยไม่เหมาะในการจอดเรือ
4. ขอ้ มลู ประวัติศาสตร์ยุโรปในยุคกลางขอ้ ใดไม่ถูกตอ้ ง
ก. สงครามครูเสด 10. แหล่งอารยธรรมโบราณในทวปี อเมริกาใต้คืออะไร
ข. การปกครองในระบบฟิวดลั ก. พีระมดิ
ค. อาณาจักรโรมนั ถกู พวกเตริ ก์ รกุ ราน ข. เอาท์แบค
ง. ศาสนาครสิ ตเ์ ขา้ มามีอทิ ธิพลในการดําเนนิ ชวี ติ ค. เมอื งมาชปู กิ ชู
ง. โบสถ์หินสกัดท่ีลาลเี บลา
5. อิทธิพลของอารยธรรมตะวันตกเรมิ่ มีความสําคญั
จากเหตกุ ารณใ์ ด 11. ชนเผ่าเร่รอ่ นในทะเลทรายคาลาฮารี คือขอ้ ใด
ก. สงครามครเู สด ก. ปกิ มี
ข. กษตั รยิ ์ที่ชาญฉลาด ข. วาตซู ี
ค. การปฏิวตั ใิ นฝรัง่ เศส ค. บุชเมน
ง. การคน้ พบและการสาํ รวจโลก ง. เบอร์เบอร์

6. ยุโรปก้าวขน้ึ มาเปน็ ผนู้ าํ โลกในศตวรรษที่ 17-18
จากการปฏิวัติครงั้ สําคัญ ยกเวน้ ข้อใด
ก. การปฏวิ ตั ริ ุง่ โรจนข์ องอังกฤษ
ข. การปฏวิ ตั วิ ทิ ยาศาสตร์
ค. การปฏิวัติอตุ สาหกรรม
ง. การปฏวิ ตั ิฝร่ังเศส

12. การเรยี กร้องเอกราชจากชาวผวิ ขาวในทวีปแอฟรกิ า 14. ลักษณะภมู ปิ ระเทศและภมู อิ ากาศของออสเตรเลียเหมาะสม
ในประเทศใด ทีท่ าํ ให้ชาวแอฟริกนั ต่นื ตัวในการปกครอง ในการประกอบอาชพี ใด
ตนเอง ก. ทาํ อุตสาหกรรมหนกั
ก. ซูดาน ข. ทาํ อุตสาหกรรมป่าไม้
ข. อยี ปิ ต์ ค. ทําเกษตรกรรมแบบผสม
ค. ยูกันดา ง. เลี้ยงสตั ว์ในฟารม์ ขนาดใหญ่
ง. แอฟริกา
15. ชนพน้ื เมอื งเดิมของออสเตรเลยี คือกล่มุ ใด
13. ประเทศเดยี วในทวปี อเมรกิ าใต้ที่ไมไ่ ด้รับอทิ ธิพล ก. แอบอริจินี
จากสเปน คอื ขอ้ ใด ข. เอสกโิ ม
ก. เปรู ค. เมสติโซ
ข. บราซิล ง. อนิ คา
ค. เวเนซุเอลา
ง. อาร์เจนตินา

แบบทดสอบหลังเรียน

คาํ ช้ีแจง ใหน้ กั เรียนเลือกคําตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. ขอ้ ใดเป็นประวตั ศิ าสตร์ของทวีปอเมรกิ าเหนือ 7. ประเทศเดียวในทวีปอเมรกิ าใตท้ ่ีไมไ่ ดร้ บั อิทธพิ ล
ก. ดนิ แดนประชาธปิ ไตยแห่งแรกของโลก จากสเปน คอื ข้อใด
ข. อารยธรรมมายาและแอชเตค ก. อาร์เจนตินา
ค. นโยบายเหยยี ดผิว ข. เวเนซเุ อลา
ง. ระบบศักดนิ า ค. บราซลิ
ง. เปรู
2. แหล่งอารยธรรมโบราณในทวปี อเมรกิ าใตค้ อื อะไร
ก. โบสถห์ นิ สกัดทลี่ าลีเบลา 8. อาณาเขตด้านตะวันตกของทวปี ยุโรป คอื ขอ้ ใด
ข. เมอื งมาชูปกิ ชู ก. ทะเลแดง
ค. เอาท์แบค ข. มหาสมทุ รอารก์ ตกิ
ง. พรี ะมดิ ค. มหาสมุทรแอตแลนติก
ง. ทะเลเมดเิ ตอรเ์ รเนยี น
3. ยุโรปก้าวขน้ึ มาเปน็ ผนู้ าํ โลกในศตวรรษท่ี 17-18
จากการปฏวิ ตั ิครงั้ สาํ คญั ยกเว้นขอ้ ใด 9. การที่ทวีปอเมรกิ าเหนอื เป็นท่รี วมผอู้ พยพจากแหล่งต่างๆ
ก. การปฏวิ ัติฝร่งั เศส เกิดการหล่อหลอมใหเ้ กิดสิง่ ใด
ข. การปฏิวัตวิ ทิ ยาศาสตร์ ก. รักเสรภี าพในการเดินทาง
ค. การปฏวิ ตั อิ ุตสาหกรรม ข. ความเชื่อมนั่ ศรทั ธาในพระเจา้
ง. การปฏวิ ัติรุ่งโรจน์ขององั กฤษ ค. สทิ ธพิ เิ ศษในการเข้ารว่ มการปกครอง
ง. ความเสมอภาคเทา่ เทียมกนั ทางสังคม
4. เส้นทางใดท่ีนาํ อารยธรรมตะวนั ตกแพร่หลายไปยังทวีป
อเมรกิ าเหนือ 10. อิทธิพลของอารยธรรมตะวนั ตกเรม่ิ มคี วามสําคัญ
ก. มหาสมทุ รแอตแลนตกิ จากเหตุการณ์ใด
ข. มหาสมุทรอารก์ ตกิ ก. การคน้ พบและการสาํ รวจโลก
ค. มหาสมุทรแปซฟิ กิ ข. การปฏวิ ตั ิในฝร่ังเศส
ง. ช่องแคบเบรงิ ค. กษตั รยิ ท์ ช่ี าญฉลาด
ง. สงครามครเู สด
5. ปจั จยั ทท่ี าํ ให้แอฟรกิ าพัฒนาชา้ กวา่ ทวปี อนื่
มหี ลายประการ ยกเวน้ ข้อใด 11. ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศและภมู ิอากาศของออสเตรเลยี เหมาะสม
ก. มชี ายฝง่ั ทะเลเวา้ แหวง่ น้อยไม่เหมาะในการจอดเรอื ในการประกอบอาชพี ใด
ข. ใช้ประโยชน์จากแม่นาํ้ ไดน้ ้อยทัง้ ที่สายยาว ก. เลยี้ งสัตว์ในฟาร์มขนาดใหญ่
ค. มีพ้ืนที่ส่วนใหญเ่ ปน็ ทะเลทราย ข. ทาํ เกษตรกรรมแบบผสม
ง. ไม่นับถอื ศาสนาคริสต์ ค. ทาํ อุตสาหกรรมปา่ ไม้
ง. ทาํ อตุ สาหกรรมหนัก
6. ขอ้ มลู ประวตั ศิ าสตร์ยโุ รปในยคุ กลางข้อใดไมถ่ ูกต้อง
ก. ศาสนาครสิ ตเ์ ขา้ มามอี ทิ ธิพลในการดาํ เนนิ ชีวติ
ข. อาณาจักรโรมันถูกพวกเติรก์ รกุ ราน
ค. การปกครองในระบบฟวิ ดัล
ง. สงครามครูเสด

12. ขอ้ ใดคืออารยธรรมตะวนั ตก 14. ชนพืน้ เมืองเดมิ ของออสเตรเลีย คอื กลมุ่ ใด
ก. พรี ะมดิ ก. แอบอริจินี
ข. อักษรภาพ ข. เมสติโซ
ค. กฎหมายฮัมมูราบี ค. เอสกโิ ม
ง. สถาปตั ยกรรมหัวเสา ง. อินคา

13. ชนเผ่าเรร่ อ่ นในทะเลทรายคาลาฮารี คือข้อใด 15. การเรยี กร้องเอกราชจากชาวผวิ ขาวในทวปี แอฟริกา
ก. เบอร์เบอร์ ในประเทศใด ที่ทําใหช้ าวแอฟรกิ ันต่ืนตัวในการปกครอง
ข. บุชเมน ตนเอง
ค. วาตซู ี ก. แอฟริกา
ง. ปิกมี ข. ยูกนั ดา
ค. อียิปต์
ง. ซดู าน

เฉลยก่อนเรียน
1. ข 2. ง 3. ง 4. ค 5. ง 6. ก 7. ข 8. ค 9. ก 10. ค
11. ค 12. ง 13. ข 14. ง 15. ก

เฉลยหลังเรยี น
1. ข 2. ข 3. ง 4. ก 5. ง 6. ข 7. ค 8. ค 9. ง 10. ก
11. ก 12. ง 13. ข 14. ก 15. ก

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 15 รหสั วชิ า ส 23104
สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาประวัตศิ าสตร์
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 7 เรื่องที่ 1 สงครามโลกคร้งั ท่ี 1 และสงครามโลกครง้ั ที่ 2
เวลาเรียน 1 ช่ัวโมง
ครผู ู้สอน นายพลนวิ ัฒน์ โรจนซ์ ิเชียรรัตน์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 4.2 เขา้ ใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดตี จนถงึ ปจั จุบัน ในดา้ นความสัมพนั ธ์และการเปลี่ยนแปลงของ
เหตกุ ารณอ์ ย่างต่อเน่ือง ตระหนกั ถึงความสาํ คญั และสามารถ วิเคราะห์ผลกระทบทีเ่ กดิ ข้ึน
2.สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด

สงครามโลกครั้งท่ี 1 และสงครามโลกคร้งั ท่ี 2 เกดิ ขน้ึ จากความขัดแย้งและการแข่งขนั กันของมนษุ ยชาติ จนทําให้
เกดิ เปน็ สงครามทมี่ ีผลกระทบต่อโลกอยา่ งกวา้ งขวาง

3.ตัวช้วี ดั /จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ตวั ช้ีวัด
ส 4.2ม.3/2 วิเคราะหผ์ ลของการเปลีย่ นแปลงท่นี าํ ไปส่คู วามรว่ มมอื และความขัดแย้งในคริสตศ์ ตวรรษที่ 20
ตลอดจนความพยายามในการขจัดปัญหาความขัดแย้ง
จุดประสงค์การเรยี นรู้
- ระบุสาเหตุของสงครามโลกคร้งั ที่ 1 และสงครามโลกคร้งั ที่ 2 ได้

4.สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
- ความร่วมมือและความขดั แย้งในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เชน่ สงครามโลกคร้ังท่ี 1 สงครามโลกคร้ังท่ี 2
สาระการเรยี นรูท้ ้องถน่ิ
(พจิ ารณาตามหลักสตู รสถานศกึ ษา)

5.สมรรถนะสําคญั ของผูเ้ รียน
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการรวบรวมขอ้ มูล
2) ทักษะการวเิ คราะห์
3) ทักษะการสร้างความรู้
ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6.คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. มีวนิ ยั 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. ม่งุ ม่นั ในการทาํ งาน

7.กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นาํ

1. นักเรียนทาํ แบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 7
ขน้ั สอน

2. ครูแจกชนิ้ ส่วนภาพตอ่ (Jigsaw) แสดงสภาพเมืองฮิโระชิมะหรือเมืองนะงะซะกทิ ่ไี ดร้ บั ผลกระทบจาก
สงครามโลกครัง้ ที่ 2 ใหน้ กั เรียนคนละ 1 ส่วน แลว้ ใหน้ กั เรียนชว่ ยกันตอ่ ภาพต่อ (Jigsaw) เป็นภาพ

3. ครูสนทนาเก่ยี วกบั ภาพท่ีนกั เรียนช่วยกนั ตอ่ แลว้ ซกั ถามนกั เรยี นว่า นักเรียนมคี วามร้สู ึกอย่างไรกับภาพนั้น
4. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตนุ้ ความคดิ

 นกั เรียนคิดวา่ อะไรเป็นสาเหตหุ ลกั ที่ทาํ ให้เกดิ สงคราม
(พจิ ารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินิจของครผู สู้ อน)

5. ครอู ธบิ ายขั้นตอนการทํากิจกรรม SQ3R ใหน้ ักเรียนฟัง หากนักเรยี นมีขอ้ สงสยั ครอู ธบิ ายเพิม่ เตมิ จน
นกั เรียนมีความเข้าใจชัดเจน

6. ครูแบ่งนกั เรียนเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน คละกันตามความสามารถ แลว้ ใหน้ กั เรยี นกําหนดหมายเลข
ประจาํ ตวั ใหส้ มาชิกแต่ละคน เปน็ หมายเลข 1-5 ตามลําดับ จากนัน้ ใหน้ กั เรียนแตล่ ะหมายเลขศึกษาความรู้
เรือ่ ง สงครามโลกครง้ั ท่ี 1 และสงครามโลกครั้งท่ี 2 ตามประเดน็ ทีก่ าํ หนดให้ ดังน้ี
- หมายเลข 1 ศกึ ษาความรูเ้ ร่ือง ชนวนของสงคราม
- หมายเลข 2 ศกึ ษาความรู้เรื่อง สาเหตขุ องสงคราม
- หมายเลข 3 ศกึ ษาความร้เู รื่อง การรบในสงคราม
- หมายเลข 4 ศกึ ษาความรเู้ รือ่ ง ความหายนะของสงคราม
- หมายเลข 5 ศกึ ษาความรู้เร่อื ง ผลของสงคราม
โดยให้นกั เรียนศึกษาความรตู้ ามประเดน็ ทไี่ ดร้ บั จากหนงั สือเรยี นอย่างครา่ วๆ เพ่อื หาจดุ สําคัญ ของ
เรื่อง

7. เมอ่ื นักเรยี นศกึ ษาความรู้ตามประเดน็ ทไี่ ด้รบั มอบหมายอย่างครา่ วๆ แลว้ สรปุ สาเหตกุ ารเกิดสงครามโลกครั้ง
ท่ี 1 และสงครามโลกครง้ั ที่ 2 และเขียนลงในกระดาษ A4 ท่คี รูแจกให้

ข้ันสรปุ
1.ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนสักถามขอ้ สงสัย
2.ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปองค์ความรู้

8.การวดั และประเมนิ ผล เคร่อื งมอื เกณฑ์
แบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 7 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
วิธกี าร แบบบันทึกการอ่าน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 7 แบบประเมนิ การนําเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบบันทกึ การอา่ น
ประเมินการนาํ เสนอผลงาน

สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกล่มุ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมัน่ ในการทาํ งาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

9.ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี น ประวตั ิศาสตร์ ม.3
2) หนงั สอื คน้ ควา้ เพิม่ เติม
(1) ปรชี า ศรวี าลยั . (2543). สงครามโลกคร้ังท่ี 2. กรงุ เทพมหานคร : โอเดยี นสโตร์.
(2) วมิ ลวรรณ ภทั โรดม. (2540). ยโุ รปหลงั สงครามครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : ศักดิโสภา การ
พมิ พ์.
3) ภาพตอ่ (Jigsaw) แสดงสภาพเมอื งฮิโระชมิ ะ หรอื เมอื งนะงะซะกิทีไ่ ดร้ บั ผลกระทบจากสงครามโลก

ครัง้ ที่ 2
แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องสมุด
2) แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://www.wikipedia.org/wiki/สงครามโลกคร้งั ที่ 1
- http://www.wikipedia.org/wiki/สงครามโลกคร้งั ท่ี 2
- http://www.war-world.com/สงครามโลกครั้งที่ 1
- http://www.bbcpoint.ob.tc/2551m4/world war 1-2.doc

ภาพต่อ 

ภาพเมอื งฮิโระชิมะ
ภาพเมอื งนะงะซะกิ

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 16
สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาประวัตศิ าสตร์ รหัสวิชา ส 23104
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 7 เรอื่ งท่ี 2 ผลกระทบของสงครามโลก คร้งั ท่ี 1 และสงครามโลกคร้ังท่ี 2เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง
ครูผู้สอน นายพลนิวัฒน์ โรจนว์ เิ ชยี รรตั น์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.2 เขา้ ใจพัฒนาการของมนษุ ยชาตจิ ากอดตี จนถึงปัจจุบนั ในด้านความสัมพนั ธ์และการเปล่ยี นแปลงของ
เหตุการณอ์ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง ตระหนักถงึ ความสําคญั และสามารถ วิเคราะหผ์ ลกระทบท่เี กดิ ขนึ้
2.สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด

การเกิดสงครามโลกคร้ังที่ 1 และสงครามโลกครัง้ ที่ 2 ทาํ ให้มีการสูญเสียชีวติ และทรพั ย์สินจํานวนมหาศาล มี
ผลกระทบต่อมนุษยชาตอิ ย่างกว้างขวาง

3.ตัวชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

ตัวช้วี ดั
ส 4.2ม.3/2 วิเคราะหผ์ ลของการเปล่ยี นแปลงท่นี ําไปสู่ความร่วมมอื และความขดั แยง้ ในคริสตศ์ ตวรรษ
ท่ี 20
ตลอดจนความพยายามในการขจัดปัญหาความขัดแยง้
จุดประสงค์การเรียนรู้
1) อธิบายเหตกุ ารณเ์ ก่ียวกบั การเกิดสงครามโลกคร้ังท่ี 1 และสงครามโลกครงั้ ท่ี 2 ได้
2) วเิ คราะหผ์ ลกระทบของสงครามโลกครัง้ ที่ 1 และสงครามโลกครั้งที่ 2 ทมี่ ีตอ่ มนษุ ยชาตไิ ด้
4.สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง
- ความร่วมมือและความขัดแย้งในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เชน่ สงครามโลกคร้ังที่ 1 สงครามโลกคร้ังท่ี 2
สาระการเรียนรทู้ ้องถิ่น
(พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา)
5.สมรรถนะสาํ คญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มูล 2) ทักษะการวเิ คราะห์
3) ทกั ษะการสรา้ งความรู้
ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6.คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มงุ่ มน่ั ในการทํางาน
7.กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นํา

1.ครแู ละนักเรียนทบทวนความรูเ้ ดมิ
ข้นั สอน
1. ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละคนศกึ ษาความรูต้ ามประเดน็ ท่ีไดร้ ับอีกครั้ง โดยใหน้ กั เรียนศึกษาอย่างละเอยี ด จากใบ
ความรูเ้ รอ่ื ง สงครามโลกครั้งท่ี 1 และสงครามโลกครั้งท่ี 2 และหนงั สือเรียน หากนกั เรียน เห็นวา่ เนอ้ื หา
ท่ีไดศ้ ึกษาอยา่ งละเอียดมีประเด็นใดนา่ สนใจ และยังไม่ไดต้ งั้ คําถามเก่ียวกับประเด็นนน้ั ๆ ให้นักเรียนตง้ั
คาํ ถามเพ่ิมเติม
2. ครสู ุ่มนักเรียนออกมานาํ เสนอผลการสรุปสาเหตุการเกิดสงครามโลกครงั้ ที่ 1 และสงครามโลกครงั้ ท่ี 2 ที่
นกั เรยี นสรุปไว้ในชั่วโมงทีแ่ ล้ว หนา้ ช้นั เรยี น
3. นักเรยี นตอบคําถามกระต้นุ ความคดิ ขอ้ 1-3
1) นักเรยี นคิดวา่ สาเหตุของการเกิดสงครามโลกครง้ั ที่ 1 และสงครามโลกคร้งั ที่ 2 เหมอื นหรอื แตกตา่ ง
กันอย่างไร
(พิจารณาตามคําตอบของนกั เรียน โดยให้อยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู ูส้ อน)
2) เพราะเหตใุ ด สงครามโลกคร้ังที่ 2 จงึ มพี ื้นทก่ี ารทําสงครามขยายไปทว่ั โลก
(เพราะประเทศคสู่ งครามต่างพยายามหาพนั ธมติ รมาสนับสนุนการทําสงคราม โดยการใช้วธิ ตี ่างๆ เชน่
การทําสนธิสัญญา การแบง่ ผลประโยชนร์ ว่ มกัน เปน็ ต้น)

3) ถ้านักเรยี นเป็นผ้นู าํ ประเทศคูส่ งครามในสมยั สงครามโลกครัง้ ท่ี 1 และสงครามโลกครงั้ ท่ี 2 นกั เรยี น
จะแกไ้ ขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศด้วยการทําสงครามหรอื ไม่
เพราะเหตใุ ด
(พิจารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ ิจของครูผ้สู อน)
4. ครูให้นกั เรยี นทบทวนคําตอบจากคําถามของตนเองวา่ ถูกต้องสมบรู ณ์แล้วหรือยัง ถ้ายังให้แก้ไข
เตมิ เตม็ จนไดค้ ําตอบท่ีสมบูรณ์

5. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ทบทวนความรใู้ นประเด็นที่ศึกษามาเลา่ ให้เพอ่ื นในกลุ่มฟงั ผลัดกันอภปิ ราย
แลกเปล่ยี นความรู้จนทกุ คนมคี วามเข้าใจชัดเจน
6. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ช่วยกนั วิเคราะห์ตามประเด็นทกี่ ําหนดใหใ้ นใบงานท่ี 7.1 เรอ่ื ง สงครามโลก
คร้งั ท่ี 1 และสงครามโลกคร้ังที่ 2 เสร็จแลว้ ส่งตัวแทนกลุม่ ออกมานาํ เสนอผลงานในใบงาน
หน้าชนั้ เรียน ครแู ละเพ่ือนกลมุ่ อื่นชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้อง

7. ครูและนักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็นถงึ ผลกระทบของสงครามที่มีตอ่ มนุษย์โลก
8. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ ความรเู้ รอื่ ง สงครามโลกครงั้ ที่ 1 และสงครามโลกครั้งท่ี 2
9. นักเรียนตอบคําถามกระตุ้นความคดิ
 นกั เรียนคดิ ว่า ในอนาคตจะมีโอกาสเกิดสงครามโลกขึ้นอกี หรือไม่ เพราะเหตใุ ด
(พจิ ารณาตามคําตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินจิ ของครูผู้สอน)

ขั้นสรปุ
10. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ถึงผลกระทบของสงครามโลกครง้ั ท่ี 1 และสงครามโลกครง้ั ที่ 2 ที่มตี อ่ มนุษยชาติ โดย
ครชู ่วยแนะนําเพ่ิมเตมิ
8.การวดั และประเมินผล

วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์

ตรวจใบงานท่ี 7.1 ใบงานที่ 7.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน แบบประเมนิ การนําเสนอผลงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่าน
รายบุคคล เกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกล่มุ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์

สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ มั่นในการ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น
ทํางาน เกณฑ์

9.สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
สือ่ การเรียนรู้
1) ใบความรเู้ รอ่ื ง สงครามโลกคร้งั ที่ 1 และสงครามโลกครง้ั ท่ี 2
2) ใบงานท่ี 7.1 เรื่อง สงครามโลกครัง้ ที่ 1 และสงครามโลกครั้งที่ 2
แหล่งการเรยี นรู้


ใบความรู้

สงครามโลกครัง้ ที่ 1 และสงครามโลกครง้ั ท่ี 2

หวั ข้อสําคญั สงครามโลกคร้ังท่ี 1 สงครามโลกครั้งที่ 2
1. สาเหตขุ องสงคราม 1. ปญั หาลทั ธิชาตนิ ิยม 1. ความล้มเหลวขององค์กรสันนิบาตชาติ
2. ปญั หาลัทธจิ กั รวรรดินิยม 2. การเติบโตของลัทธนิ ิยมทหาร
2. วิกฤตการณ์สําคัญ 3. การแขง่ ขันด้านแสนยานุภาพ 3. ความแตกต่างทางอดุ มการณ์
ก่อนสงคราม
(ลัทธนิ ิยมทหาร) ทางการเมอื ง
3. ชนวนสงคราม 4. การขยายตวั ของพันธมิตรทางทหาร 4. การแขง่ ขันทางเศรษฐกิจ
4. การทาํ สงคราม 5. ความไมเ่ ป็นธรรมของสนธิสญั ญา
- กลมุ่ ไตรภาคี
(เยอรมนี ออสเตรีย-ฮงั การี อิตาลี) แวรซ์ ายส์ และสนธสิ ัญญาสันติภาพ
ฉบับอืน่ ๆ
- กลุ่มพนั ธมิตรสามเส้า 1. เยอรมนลี ะเมดิ สนธสิ ัญญาแวร์ซายส์
(อังกฤษ รัสเซีย ฝรั่งเศส) 2. อติ าลีบกุ เอธิโอเปยี
3. สงครามกลางเมืองในสเปน
ความไม่สงบในคาบสมุทรบอลข่าน 4. เยอรมนีรวมออสเตรยี
5. เยอรมนรี วมเชโกสโลวะเกีย
การลอบปลงพระชนมอ์ าร์ชดกุ๊ ฟรานซสิ 6. อิตาลยี ึดแอลเบเนีย
เฟอรด์ ินานด์ (Archduke Francis 7. เยอรมนบี กุ โปแลนด์
Ferdinad) มกุฎราชกุมารแหง่ จกั รวรรดิ เยอรมนบี กุ โปแลนด์
ออสเตรยี -ฮังการี ขณะเสดจ็ เยอื นกรุง
ซาราเยโว (Sarajevo) เมืองหลวงของแคว้น สงครามเกดิ ขน้ึ ท่วั โลก
บอสเนยี 1. เยอรมนบี ุกประเทศต่างๆ ในทวปี ยุโรป
กลมุ่ ประเทศมหาอํานาจกลางทําสงคราม
กับฝา่ ยสมั พันธมิตรในดนิ แดนทวีปยโุ รป แบบสายฟ้าแลบ
2. เยอรมนีบกุ ทวปี แอฟรกิ า
3. ญีป่ ุ่นบุกแมนจูเรีย จนี อินโดจีน
4. สงครามสหรฐั อเมรกิ า-ญ่ปี ุ่น ใน

มหาสมุทรแปซิฟิก

หัวขอ้ สาํ คญั สงครามโลกครงั้ ท่ี 1 สงครามโลกครัง้ ท่ี 2
5. ผลสาํ คัญของสงคราม ฝา่ ยสัมพันธมิตรชนะสงคราม ฝา่ ยพนั ธมิตรเปน็ ฝา่ ยชนะ เยอรมนี
ประกาศนโยบาย 14 ข้อของ อติ าลี และญป่ี ุน่ ยอมแพต้ ามลําดับ
6. การทําสญั ญาสนั ติภาพ ประธานาธิบดวี ดู โรว์
7. หลงั สงคราม วิลสัน เปน็ หลักการยตุ สิ งคราม และมี มกี ารทาํ สญั ญาสันตภิ าพทก่ี รงุ
การจัดตั้งองค์การสนั นิบาตชาติ (The ลอนดอน
League of Nations) 1. เกิดองคก์ ารสหประชาชาติ
มีการทําสนธิสญั ญาแวรซ์ ายส์ 2. เกดิ ประเทศเอกราชใหม่
(Treaty of Versailles) และ 3. มีการแบง่ แยกประเทศเยอรมนี
สนธสิ ญั ญาสนั ตภิ าพฉบบั อื่นๆ
เกิดองคก์ ารสนั นิบาตชาติ แต่ เกาหลี และเวยี ดนาม
สหรัฐอเมริกาไม่เขา้ รว่ มเป็นสมาชิก 4. เกิดสงครามเย็น
และขาดกองกาํ ลงั เปน็ ของตนเอง 5. เกิดกลุม่ ประเทศทไ่ี ม่ฝักใฝ่ฝา่ ยใด
6. เกิดปัญหาพรมแดน ผลประโยชน์

ทางเศรษฐกจิ และเชอ้ื ชาติ
7. แขง่ ขันกนั สะสมแสนยานุภาพ

อาวุธ
8. การเหยยี ดผิวในแอฟรกิ าใต้

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 17
สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาประวัติศาสตร์ รหัสวิชา ส 23104
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 7 เร่อื งที่ 3 สาเหตุการเกิดสงครามเย็น เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง
ครูผ้สู อน นายพลนวิ ฒั น์ โรจนว์ ิเชียรรัตน์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 4.2 เขา้ ใจพฒั นาการของมนุษยชาติจากอดตี จนถงึ ปจั จบุ ัน ในด้านความสมั พนั ธแ์ ละการเปลีย่ นแปลงของ
เหตุการณอ์ ยา่ งตอ่ เน่ือง ตระหนักถึงความสาํ คญั และสามารถ วิเคราะหผ์ ลกระทบทเ่ี กิดขึ้น
2.สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด

การเกดิ สงครามเย็นภายหลงั สงครามโลกครงั้ ท่ี 2 มสี าเหตุมาจากความขดั แย้งของชาตมิ หาอาํ นาจ

3.ตวั ช้วี ัด/จุดประสงค์การเรยี นรู้
ตวั ชว้ี ดั
ส 4.2ม.3/2 วเิ คราะหผ์ ลของการเปลี่ยนแปลงทน่ี ําไปสู่ความร่วมมือ และความขดั แยง้ ในคริสตศ์ ตวรรษที่ 20
ตลอดจนความพยายามในการขจัดปญั หาความขดั แยง้
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- ระบสุ าเหตขุ องการเกิดสงครามเยน็ ได้

4.สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- ความรว่ มมือและความขดั แยง้ ในครสิ ต์ศตวรรษที่ 20 เชน่ สงครามเยน็
สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่ิน
(พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา)

5.สมรรถนะสาํ คญั ของผู้เรยี น
ความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการสร้างความรู้
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6.คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวินยั

2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งม่นั ในการทาํ งาน
7.กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนํา

1. ครูใหน้ กั เรียนดูภาพยนตร์เรื่อง Pearl Harbor (ครูเลือกเฉพาะตอนที่เกีย่ วกบั สงครามเวียดนาม)
แล้วใหน้ ักเรียนตอบคําถามต่อไปนี้
- นักเรยี นคดิ ว่า สงครามทป่ี รากฏในภาพยนตรเ์ รือ่ งนี้ คือสงครามใดและชนวนของสงครามคอื อะไร

2. ครใู หน้ ักเรียนแสดงความคดิ เหน็ อย่างหลากหลายเก่ยี วกับเนือ้ หาจากภาพยนตร์เรือ่ ง Pearl Harbor
3. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระตุ้นความคดิ

 นักเรียนคิดวา่ ความขัดแย้งจาํ เป็นต้องใชก้ าํ ลังหรืออาวุธในการแก้ไขปญั หาหรอื ไม่
เพราะเหตใุ ด
(พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนักเรียน โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินิจของครผู ูส้ อน)

ขน้ั สอน
4. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่ม (กล่มุ เดมิ ) ศกึ ษาความร้เู รอ่ื ง สงครามเย็น ตามหัวขอ้ ที่กาํ หนดให้ ดังน้ี
- หมายเลข 1 ศกึ ษาความรู้เรอ่ื ง หลักการทรูแมน
- หมายเลข 2 ศึกษาความรู้เร่ือง วกิ ฤตการณ์สงครามเย็น
- หมายเลข 3 ศกึ ษาความรูเ้ ร่อื ง การผอ่ นคลายความตงึ เครียด
- หมายเลข 4 ศกึ ษาความรู้เรอื่ ง การส้ินสุดของสงครามเยน็
- หมายเลข 5 ศกึ ษาความรู้เรอ่ื ง นโยบายของประเทศอภมิ หาอาํ นาจหลังสงครามเยน็
5. นกั เรยี นศกึ ษาความรู้ จากหนังสือเรยี น หนังสอื คน้ คว้าเพมิ่ เตมิ ห้องสมดุ และแหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ และ
ศึกษาความรู้เพ่ิมเตมิ จากใบความรู้เรอื่ ง สงครามเยน็ แลว้ นําความรู้ที่ได้จากการศึกษาบันทึกลงใน แบบบันทึกการ
อ่าน
6. นกั เรยี นแต่ละคนเขียนแผนผงั ความคดิ สรปุ สาเหตุของการเกิดสงครามเย็น เสรจ็ แลว้ ครูสุ่มนักเรียนออกมา
นาํ เสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรยี น ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง

ขน้ั สรปุ
1.ครูเปดิ โอกาสให้นักเรยี นสกั ถามข้อสงสัย

2.ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรุปองค์ความรู้
8.การวดั และประเมนิ ผล

วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบบันทึกการอ่าน แบบบันทึกการอ่าน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการนาํ เสนอผลงาน แบบประเมนิ การนําเสนอผลงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบุคคล

สังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม่ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ่

สังเกตความมวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่นั ในการทาํ งาน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

9.ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี น ประวตั ศิ าสตร์ ม.3
2) หนงั สอื ค้นควา้ เพิม่ เติม
(1) วมิ ลวรรณ ภทั โรดม. (2540). ยุโรปหลังสงครามครง้ั ที่ 2. กรงุ เทพมหานคร : ศักดโิ สภา การ
พิมพ์.
(2) สัญชัย สุวงั บุตร. (2540). ยุโรปสามทศวรรษหลังสงคราม 1945-1975. กรงุ เทพมหานคร : โรง
พมิ พม์ หาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์.
3) ใบความรเู้ รือ่ ง สงครามเยน็
4) ภาพยนตร์เรอื่ ง Pearl Harbor
แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) แหล่งข้อมลู สารสนเทศ
- http://www.wikipedia.org/wiki/สงครามเยน็

ใบความรู้
สงครามเยน็
1. ความหมายของสงครามเย็น
สงครามเย็น หมายถงึ สภาพความขดั แย้งในอดุ มการณท์ างการเมอื งระหวา่ งชาตมิ หาอํานาจของโลก 2 ชาติ คือ
สหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวยี ต ซึ่งเกิดข้ึนภายหลงั สงครามโลกคร้ังท่ี 2 (คริสตศ์ ักราช 1945) และสิ้นสดุ ลงภายหลัง
การล่มสลายของสหภาพโซเวียต เมือ่ ปีครสิ ตศ์ กั ราช 1991 รวมเวลา 45 ปี
2. สาเหตุของสงครามเย็น
เนือ่ งจากสงครามครง้ั น้ตี ่อส้กู นั โดยใช้จติ วทิ ยาไมไ่ ดใ้ ช้กําลังเข้าโจมตี สว่ นสาเหตสุ าํ คญั ทที่ ําให้เกิดสงครามเย็นนนั้
คอื เกิดดลุ แหง่ ความหวาดกลัว หมายถงึ ชาติมหาอํานาจท้งั สองต่างหวาดกลวั อาวธุ ร้ายแรง และความหายนะจากภยั
สงครามระหว่างชาตทิ ้งั สองทีอ่ าจเกดิ ขนึ้ ในอนาคต
3. ความขัดแย้งของชาติมหาอํานาจในยุคสงครามเยน็
1) ช่วงเวลาที่โลกเข้าสยู่ ุคสงครามเย็น (ครสิ ต์ศักราช 1945-1991) ประเทศสว่ นใหญ่ในโลกถกู แบ่งเป็น 2 คา่ ย คือ
- คา่ ยเสรปี ระชาธิปไตยนาํ โดยสหรัฐอเมริกา
- คา่ ยคอมมิวนสิ ตน์ ําโดยสหภาพโซเวียต
2) เม่ือเกดิ ปญั หาความขัดแย้งถึงข้ันต้องทาํ สงครามตอ่ กนั ประเทศเล็กๆ เหลา่ นีจ้ ะได้รบั ความช่วยเหลือสนบั สนุน
ทางด้านเศรษฐกจิ และกาํ ลงั อาวุธจากชาติมหาอาํ นาจ
4. ความขัดแย้งและสงครามตัวแทนในภมู ภิ าคเอเชีย
สงครามตวั แทนน้นั ปรากฏอย่างเด่นชดั โดยเฉพาะในเขตเอเชยี ได้แก่ จนี เกาหลี และเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้
ไดแ้ ก่ เวียดนาม สงครามตัวแทนในจีน เรม่ิ ต้นขน้ึ หลงั จาก ดร. ซนุ ยดั เซน ทาํ การปฏวิ ตั ิล้มลา้ งการปกครองของ
ราชวงศแ์ มนจู ในช่วงเวลาดังกลา่ วจนี ตอ้ งเผชญิ ปญั หาทางเศรษฐกิจอยา่ งหนัก ดร. ซนุ ยัด เซน จงึ รับความชว่ ยเหลือ
ทางการเงินจากสหภาพโซเวียตและยนิ ยอมใหม้ ีการจัดตัง้ พรรคคอมมิวนิสตจ์ ีนขน้ึ โดยมี เหมา เจ๋อ ตง เป็นผูน้ ําพรรค
ต่อมา เจียง ไค เชค็ ได้ดํารงตาํ แหน่งผ้นู าํ ประชาธิปไตยจีนแทน ดร. ซนุ ยัด เซน และเกดิ ความขัดแย้งกบั
เหมา เจ๋อ ตง ท่ีต้องการเปลีย่ นแปลงการปกครองของจนี เขา้ สสู่ ังคมนิยม สงครามตวั แทนจึงปะทขุ ึน้ โดยสหภาพ
โซเวยี ต สนับสนนุ เหมา เจ๋อ ตง ส่วนสหรฐั อเมรกิ าสนบั สนนุ เจียง ไค เช็ค ปรากฏว่าเหมา เจ๋อ ตง ชนะประเทศจนี
จึงเปลีย่ นระบบการปกครองเปน็ คอมมิวนิสต์ภายใต้ชือ่ สาธารณรฐั ประชาชนจนี (People Republic of China) ในปี
ครสิ ต์ศักราช 1949 สว่ นฝา่ ยเจยี ง ไค เชค็ ต้องอพยพไปตัง้ ถน่ิ ฐานยังเกาะไตห้ วนั และจดั ต้ังรัฐบาลจีนคณะชาติ
ปกครองไตห้ วันในระบอบประชาธปิ ไตย
สงครามตวั แทนในเกาหลี เกดิ ขึน้ จากการทีฝ่ ่ายพนั ธมิตรแบ่งแยกเกาหลีออกเปน็ 2 ส่วน หลังสงครามโลก
คร้ังที่ 2 ยุติ โดยเหนือเส้นขนานท่ี 38 ใหส้ หภาพโซเวียตเป็นฝ่ายดูแล สว่ นท่อี ยูใ่ ตเ้ ส้นขนานท่ี 38 สหรฐั อเมริกา
เปน็ ฝา่ ยดแู ล สหภาพโซเวียตถือวา่ เส้นขนานที่ 38 เป็นเส้นแบ่งทางการเมืองและต้องการให้เปน็ คอมมวิ นิสต์ แต่
สหรฐั อเมรกิ าต้องการใหท้ ัง้ สองสว่ นรวมเปน็ ประเทศเดียว และมกี ารเจรจาตกลงกันถงึ 2 ปี แตไ่ มป่ ระสบผลสําเรจ็
สหรัฐอเมรกิ าจึงยื่นขอ้ เสนอต่อองคก์ ารสหประชาชาตเิ พ่ือสถาปนาเอกราชของเกาหลี แตส่ หภาพโซเวยี ตไมย่ นิ ยอม
สหรัฐอเมรกิ าจึงสถาปนาใตเ้ ส้นขนานที่ 38 เป็นสาธารณรัฐเกาหลี (Korea Republic) ปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตย

ในขณะท่ีสหภาพโซเวียตก็สถาปนาเขตเหนอื เส้นขนานที่ 38 ขนึ้ เป็นสาธารณรัฐประชาธปิ ไตยประชาชนเกาหลี
(Korea People Democratic Republic) ปกครองแบบสังคมนิยม ตอ่ มาในวนั ท่ี 25 มิถนุ ายน ครสิ ต์ศกั ราช 1950
ทหารของเกาหลเี หนือภายใตก้ ารสนับสนนุ ของสหภาพโซเวยี ตไดย้ กทัพขา้ มเสน้ ขนานท่ี 38 เข้ายดึ กรุงโซล
เมอื งหลวงของเกาหลใี ต้และมงุ่ ยดึ เกาหลใี ต้ทั้งหมด สหประชาชาติไดเ้ รียกประชุมคณะมนตรคี วามมน่ั คงและได้ผ่าน
มติ ให้ขับไล่เกาหลเี หนอื ออกไปจากเกาหลใี ต้ โดยสหภาพโซเวยี ตไม่ไดใ้ ช้สิทธิยับยงั้ (VETO) เนอ่ื งจากไม่อยู่ในท่ี
ประชมุ กองกําลงั ของสหประชาชาติ นาํ โดยสหรฐั อเมริกาภายใต้การบังคบั บัญชาของพลเอกแมคอารเ์ ธอร์ (Mac
Arthur) จึงยกพลขึน้ บกที่เมอื งอนิ ชอนใกลก้ รุงโซลรกุ ตอบโตเ้ กาหลเี หนือ สงครามดําเนนิ ไปถงึ จนครสิ ตศ์ กั ราช
1953 ไม่มี ฝ่ายใดแพ้ชนะจึงมีการเจรจาสงบศกึ ทเี่ มืองปันมนุ จอม เกาหลจี ึงยงั ถูกแบง่ แยกมาจนกระท่งั ปจั จบุ ัน
และเป็นเพียงประเทศเดยี วในโลกทย่ี งั ถูกแบง่ สองสว่ นโดยไมม่ กี ารรวมชาติ

สงครามตัวแทนในเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ท่โี ดยเด่นท่สี ดุ คือ กรณีของเวียดนาม ซง่ึ เร่มิ ตน้ เม่อื ขบวนการ เวี
ยดมินห์ภายใตก้ ารนาํ ของ โฮจิมนิ ห์ โดยมี โว เหงยี น เกยี บ เปน็ ผู้บัญชาการรบสามารถเอาชนะกองทพั ของฝร่งั เศสที่
เมืองเดยี นเบยี นฟู และขับไล่อิทธิพลของฝร่ังเศสออกจากเวียดนามได้ ต่อมาได้มกี ารประชมุ สันติภาพที่เจนวิ า
ประเทศสวติ เซอร์แลนด์ ในการตกลงครงั้ นัน้ ได้มขี อ้ สรุปให้แบ่งเวยี ดนามออกเปน็ สองส่วน โดยเหนือเส้นขนานท่ี
17 ใหเ้ ป็นเวยี ดนามเหนือภายใต้ช่ือ สาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนเวียดนามปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ส่วนใต้
เสน้ ขนานท่ี 17 ใหเ้ ปน็ เวียดนามใตใ้ ช้ชื่อวา่ สาธารณรฐั เวียดนาม ปกครองแบบประชาธปิ ไตย โดยกําหนดใหม้ ีการ
เลอื กต้งั ท่วั ไป เพอ่ื รวมประเทศภายใน 1 ปี แตไ่ มป่ ระสบผลสาํ เรจ็ ขบวนการคอมมวิ นสิ ต์เวียดนามเหนือท่มี สี หภาพ
โซเวยี ตหนุนหลังได้ยกทพั เพื่อบุกเวยี ดนามใตแ้ ละจะสถาปนาเวียดนามให้เป็นคอมมิวนิสต์ทงั้ ประเทศ สหรัฐอเมริกาจงึ
ไดเ้ ข้าสนับสนุนเวยี ดนามใต้ โดยจัดตง้ั องค์การสนธสิ ัญญาป้องกันรว่ มกนั แหง่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East
Asia Treaty Organization : SEATO) เพอ่ื ต้านคอมมวิ นสิ ตแ์ ละสง่ ทหารเขา้ ช่วยเหลอื เวยี ดนามใต้ สงคราม
เวียดนามกนิ ระยะเวลายาวนานหลายปี และตอ้ งยตุ ิลงเน่อื งจากสหรัฐอเมริกาถูกแรงกดดันจากประชาชน
ภายในประเทศและนานาชาติให้ถอนทหารออกจากสงครามเวียดนาม และปลอ่ ยใหเ้ วียดนามใตเ้ ผชญิ การรุกรานของ
เวยี ดนามเหนือตามลาํ พงั ซง่ึ ในท่สี ุดก็พา่ ยแพ้ใหก้ บั เวยี ดนามเหนอื เวียดนามจึงสามารถรวมประเทศเป็นหนึ่งเดยี ว
ภายใต้การปกครองแบบสังคมนิยมตง้ั แตป่ ี ครสิ ต์ศักราช 1975 เป็นต้นมา
5. การส้ินสดุ สงครามเย็น

เหตุการณท์ ี่เปน็ นับว่าเป็นสญั ลักษณข์ องการส้ินสุดของ “สงครามเย็น” คอื การทาํ ลายกําแพงเบอร์ลิน ในปี
คริสต์ศักราช 1989 และการรวมประเทศเยอรมนีทัง้ สองเขา้ เปน็ ประเทศเดียวกัน ในปคี รสิ ตศ์ ักราช 1990 การท่ี
ทั้งสองฝา่ ย โดยเฉพาะอย่างยงิ่ การลดหยอ่ นทา่ ที และเงื่อนไขของฝา่ ยรัสเซยี ยอมให้ประเทศเยอรมนี ซ่ึงเป็น
จุดสาํ คัญของความขดั แย้งในยโุ รป กลบั มารวมกันไดย้ อ่ มแสดงใหเ้ หน็ ถึงความเข้าใจและมีไมตรีตอ่ กนั ทกี่ ลบั คนื มาอีก

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 18
สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าประวัติศาสตร์ รหัสวิชา ส 23104
ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 7 เรือ่ งท่ี 4 ผลกระทบของสงครามเยน็ เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง
ครูผู้สอน นายพลนวิ ัฒน์ โรจน์วเิ ชยี รรตั น์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 4.2 เขา้ ใจพฒั นาการของมนษุ ยชาตจิ ากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในดา้ นความสมั พนั ธแ์ ละการเปลยี่ นแปลงของ
เหตกุ ารณอ์ ย่างตอ่ เนื่อง ตระหนักถึงความสําคัญและสามารถ วเิ คราะหผ์ ลกระทบทีเ่ กดิ ขนึ้
2.สาระสําคญั /ความคิดรวบยอด

การเกิดสงครามเยน็ ส่งผลกระทบต่อการดําเนนิ ชีวิตในด้านต่างๆ ของมนษุ ยชาติ

3.ตวั ชว้ี ดั /จุดประสงค์การเรยี นรู้

ตัวชว้ี ดั
ส 4.2ม.3/2 วเิ คราะห์ผลของการเปลย่ี นแปลงทีน่ าํ ไปสคู่ วามร่วมมอื และความขดั แย้งใน
ครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 20
ตลอดจนความพยายามในการขจดั ปญั หาความขดั แยง้
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธบิ ายสถานการณข์ องสงครามเยน็ ได้
2) วเิ คราะหผ์ ลกระทบของสงครามเยน็ ทมี่ ีต่อมนุษยชาตไิ ด้
4.สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
- ความรว่ มมือและความขัดแย้งในครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 20 เช่น สงครามเยน็
สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่
(พิจารณาตามหลักสตู รสถานศกึ ษา)
5.สมรรถนะสาํ คัญของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการวเิ คราะห์
2) ทักษะการสรา้ งความรู้
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6.คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. มีวนิ ัย 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มงุ่ ม่ันในการทํางาน
7.กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนาํ
1.ครแู ละนกั เรยี นทบทวนความรู้เดิม
ขนั้ สอน
1. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาํ ความรู้ทไี่ ดจ้ ากการศกึ ษาเก่ียวกับสงครามเยน็ มาเล่าใหเ้ พ่ือนฟงั เรยี งตามลําดับ
หมายเลข 1-5 โดยใหน้ ักเรียนผลัดกันซกั ถามหากมีขอ้ สงสัย และผลัดกนั อธบิ ายจนทุกคนมคี วามเข้าใจ
ชัดเจน จากนน้ั รว่ มกนั สรุปสาระสาํ คญั
2. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ช่วยกนั ทาํ ใบงานท่ี 7.2 เรื่อง สงครามเยน็ เมือ่ ทาํ เสร็จแล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกัน
ตรวจสอบความถูกตอ้ งและเติมคําตอบในใบงานให้สมบรู ณ์ จากน้นั นาํ ส่งครูตรวจ
3. นักเรยี นตอบคําถามกระตนุ้ ความคิด ข้อ 1-2
1) สงครามเยน็ มีลักษณะอยา่ งไร
(เปน็ ความขดั แย้งทางการเมอื งระหว่างชาติมหาอาํ นาจของโลก 2 ชาติ คือ สหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเ
วียต ซ่งึ เกดิ ขึน้ หลงั สงครามโลกคร้งั ท่ี 2 และสิ้นสุดลงภายหลังการลม่ สลายของสหภาพโซเวียต เมอ่ื ปี
ครสิ ตศ์ กั ราช 1991)
2) สงครามเย็นมีความแตกตา่ งจากสงครามโลกครั้งท่ี 1 และสงครามโลกครง้ั ท่ี 2 หรอื ไม่ อย่างไร
(แตกต่างกัน เพราะสงครามเย็นเปน็ สงครามเฉพาะพ้นื ที่ ส่วนสงครามโลกครั้งท่ี 1 และสงครามโลกคร้ัง
ท่ี 2 กินพื้นที่เปน็ วงกวา้ งส่งผลกระทบและความเดือดรอ้ นเสียหายไปทัว่ โลก)
4. ครูอธบิ ายเทคนิคการพยากรณ์การสรา้ งภาพอนาคต (Scenario Technique) ใหน้ กั เรยี นฟัง พร้อมเปิด
โอกาสให้นักเรียนซักถามหากมีข้อสงสัย แล้วครอู ธบิ ายเพิม่ เติมใหน้ กั เรยี นฟังจนทกุ คนมีความเขา้ ใจชดั เจน
ขั้นสรุป
5. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ ความรูเ้ รือ่ ง สงครามเยน็
6. นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ช่วยกันทําใบงานที่ 7.3 เรื่อง ภาพพยากรณ์ : สงครามและความโหดรา้ ย เม่ือทาํ เสร็จ
แลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมานําเสนอคาํ ตอบในใบงาน
7. นักเรียนตอบคําถามกระตุ้นความคดิ
 นกั เรยี นคดิ ว่า ในอนาคตจะมีโอกาสเกิดสงครามเย็นขึ้นอกี ไม่ เพราะเหตใุ ด
(พจิ ารณาตามคําตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ นดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน)
8. ครแู ละนักเรียนร่วมกันพยากรณ์แนวโน้มของเหตกุ ารณ์ท่ีจะเกิดข้ึนต่อไปในอนาคต

8.การวดั และประเมินผล

วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 7.2 ใบงานท่ี 7.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 7.3 ใบงานที่ 7.3 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
ประเมินการนาํ เสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน เกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่าน
สังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ่ เกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมนั่ ในการ แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ เกณฑ์
ทาํ งาน

9.สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
สื่อการเรยี นรู้
1) ใบงานท่ี 7.2 เรือ่ ง สงครามเยน็
2) ใบงานที่ 7.3 เร่ือง ภาพพยากรณ์ : สงครามและความโหดร้าย
แหล่งการเรียนรู้


แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 19
สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาประวัตศิ าสตร์ รหัสวิชา ส 23104
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 7 เร่ืองที่ 5 องค์การความร่วมมอื ระหวา่ งประเทศ เวลาเรียน 1 ช่ัวโมง
ครูผู้สอน นายพลนวิ ฒั น์ โรจนว์ เิ ชยี รรัตน์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 4.2 เขา้ ใจพัฒนาการของมนุษยชาตจิ ากอดตี จนถงึ ปัจจุบัน ในด้านความสัมพนั ธแ์ ละการเปล่ยี นแปลงของ
เหตุการณอ์ ยา่ งต่อเนอ่ื ง ตระหนกั ถึงความสาํ คัญและสามารถ วิเคราะห์ผลกระทบทีเ่ กดิ ขึน้
2.สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด

องค์การระหว่างประเทศมบี ทบาทสาํ คัญในการป้องกัน และแกไ้ ขปญั หาความขดั แย้งตา่ งๆ ท่เี กดิ ขึน้ ในโลก

3.ตัวช้ีวดั /จุดประสงค์การเรียนรู้
ตวั ชวี้ ดั
ส 4.2 ม.3/2วิเคราะห์ผลของการเปลยี่ นแปลงท่ีนําไปสู่ความรว่ มมอื และความขัดแยง้ ในครสิ ต์ศตวรรษท่ี 20
ตลอดจนความพยายามในการขจดั ปญั หาความขัดแย้ง
จุดประสงค์การเรียนรู้
- อธิบายบทบาทขององคก์ ารความร่วมมอื ระหวา่ งประเทศในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้

4.สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- ความรว่ มมอื และความขัดแยง้ ในครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 20 เชน่ องคก์ ารความรว่ มมือระหว่างประเทศ
สาระการเรยี นรู้ท้องถน่ิ
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศึกษา)

5.สมรรถนะสําคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการสือ่ สาร
ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการรวบรวมข้อมลู
2) ทกั ษะการวิเคราะห์
3) ทักษะการสร้างความรู้
4) ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6.คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มงุ่ มั่นในการทาํ งาน
1. มวี ินัย

7.กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนํา

1. ครใู หน้ กั เรยี นดูภาพปราสาทพระวหิ าร และขา่ วเกยี่ วกบั ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพชู า แลว้ ให้
นกั เรียนตอบคาํ ถาม เพื่อทบทวนความรู้เดมิ ของนกั เรียน ดงั นี้
- ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กมั พชู า เกดิ ขน้ึ จากสาเหตุใด
- ปญั หาความขดั แยง้ บริเวณชายแดนไทย-กัมพชู า ควรแกไ้ ขโดยใช้วธิ ีใด

2. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ้ ความคดิ
 ความขดั แยง้ ระหวา่ งประเทศส่วนใหญ่มักเกดิ จากสาเหตุใด
(พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน)

ขน้ั สอน
3. ครูให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ (กล่มุ เดิม) ทม่ี หี มายเลขประจําตวั 1-5 เรียกกลมุ่ นว้ี ่า กลุม่ บ้าน แลว้ ให้
นักเรยี นทม่ี ีหมายเลขเดียวกันไปรวมกันเปน็ กลุ่มใหม่ เรยี กกลุ่มนี้ว่า กลุ่มผู้เช่ยี วชาญ
4. นักเรยี นกลุ่มผูเ้ ช่ียวชาญร่วมกันศกึ ษาความร้เู รอื่ ง ความรว่ มมือในคริสตศ์ ตวรรษที่ 20 จนถงึ ปัจจบุ นั จาก
หนงั สือเรยี น หอ้ งสมุด และแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ ตามหัวขอ้ ที่กําหนดให้ ดังนี้
- หมายเลข 1 ศึกษาความรู้เรื่อง องคก์ ารสหประชาชาติ
- หมายเลข 2 ศกึ ษาความรเู้ รื่อง สหภาพยโุ รป
- หมายเลข 3 ศึกษาความรู้เรือ่ ง องคก์ ารการค้าโลก
- หมายเลข 4 ศกึ ษาความรเู้ ร่ือง สมาคมประชาชาติแห่งเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้หรืออาเซยี น
- หมายเลข 5 ศึกษาความรู้เรอื่ ง องคก์ ารอ่นื ๆ
แล้วบนั ทึกความรูท้ ไี่ ดล้ งในแบบบนั ทกึ การอ่าน
5. นกั เรียนกลมุ่ ผ้เู ชยี่ วชาญร่วมกนั สรุปความรเู้ กี่ยวกบั เรื่องทศ่ี ึกษาในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
- ประวัตคิ วามเปน็ มา -การทาํ งาน - ผลการดาํ เนนิ งาน
6. นกั เรียนกลุ่มผเู้ ชี่ยวชาญช่วยกันทาํ ใบงานที่ 7.4 เรอ่ื ง องค์การความร่วมมือระหวา่ งประเทศ เสรจ็
แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง แก้ไขและเตมิ เต็มคําตอบให้สมบูรณ์
7. นกั เรยี นกลมุ่ ผู้เช่ยี วชาญกลบั เข้าสู่กล่มุ บา้ น นาํ ความรทู้ ่ไี ด้จากการศึกษาและทาํ ใบงานที่ 7.4 มาเลา่ ใหเ้ พือ่ น
ในกลุ่มบา้ นฟงั ผลดั กันซกั ถามข้อสงสยั และผลดั กนั อธบิ ายจนทกุ คนมคี วามเข้าใจชดั เจน
8. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตนุ้ ความคิด ขอ้ 1-2
1) นกั เรียนคิดวา่ องค์การความรว่ มมอื ระหว่างประเทศแต่ละองคก์ ารมจี ุดประสงคเ์ หมอื น หรือ
แตกตา่ งกันอย่างไร
(พิจารณาตามคําตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพินจิ ของครผู สู้ อน)
2) นกั เรยี นคดิ วา่ ทุกประเทศจาํ เปน็ ตอ้ งเข้ารว่ มองคก์ ารความร่วมมอื ระหว่างประเทศหรือไม่ เพราะเหตุ
ใด
(พจิ ารณาตามคําตอบของนักเรยี น โดยให้อยู่ในดลุ ยพินจิ ของครูผูส้ อน)

ข้นั สรุป
1.ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นสักถามข้อสงสยั
2.ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ องคค์ วามรู้

8.การวัดและประเมินผล

วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 7.4 ใบงานที่ 7.4 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น
ตรวจแบบบันทกึ การอ่าน แบบบนั ทกึ การอ่าน เกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
ประเมินการนาํ เสนอผลงาน แบบประเมินการนําเสนอผลงาน เกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น
สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลุ่ม เกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน
สังเกตความมวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ ม่ันในการ แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ เกณฑ์
ทาํ งาน

9.สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
ส่ือการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี น ประวัตศิ าสตร์ ม.3
2) บัตรภาพ
3) ใบงานที่ 7.4 เรอ่ื ง องคก์ ารความร่วมมือระหว่างประเทศ
แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องสมุด
2) แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://www.wikipedia.org/wiki/องคก์ รระหวา่ งประเทศ
- http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content

บตั รภาพ



ภาพปราสาทพระวิหาร ภาพทหารกมั พูชา

ภาพการถอนทหารในกรณพี ิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ภาพความเสยี หายจากการปะทะของไทย-กัมพูชา

ภาพกองกําลังผาเมอื ง ภาพการตรวจคนเขา้ เมอื งท่ดี ่านชา่ งจอม

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 20 รหัสวิชา ส 23104
สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาประวตั ศิ าสตร์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 7 เรือ่ งท่ี 6 บทบาทสําคญั ขององคก์ าร ความร่วมมอื ระหว่างประเทศ เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง
ครผู ูส้ อน นายพลนิวฒั น์ โรจนว์ เิ ชียรรัตน์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.2 เขา้ ใจพฒั นาการของมนุษยชาตจิ ากอดตี จนถึงปัจจบุ นั ในด้านความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของ
เหตุการณ์อย่างต่อเนือ่ ง ตระหนกั ถงึ ความสาํ คญั และสามารถ วิเคราะหผ์ ลกระทบทเ่ี กิดขนึ้
2.สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด

องค์การระหว่างประเทศมบี ทบาทสาํ คญั ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งตา่ งๆ ทเ่ี กิดขน้ึ ในโลก

3.ตัวช้วี ัด/จุดประสงค์การเรียนรู้

ตวั ชีว้ ัด
ส 4.2ม.3/2 วิเคราะห์ผลของการเปลย่ี นแปลงท่นี าํ ไปสู่ความรว่ มมอื และความขดั แย้งในครสิ ตศ์ ตวรรษ
ท่ี 20
ตลอดจนความพยายามในการขจดั ปญั หาความขัดแยง้
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- วเิ คราะห์บทบาทขององคก์ ารความร่วมมอื ระหว่างประเทศในการแกไ้ ขปญั หาความขัดแยง้ ได้
4.สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง
- ความรว่ มมือและความขัดแยง้ ในครสิ ต์ศตวรรษที่ 20 เชน่ องคก์ ารความร่วมมอื ระหวา่ งประเทศ
สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิ่น
(พจิ ารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา)
5.สมรรถนะสาํ คัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการสือ่ สาร
ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการรวบรวมข้อมลู
2) ทกั ษะการวิเคราะห์
3) ทกั ษะการสรา้ งความรู้
4) ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6.คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มงุ่ ม่ันในการทํางาน
1. มวี ินยั

7.กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาํ

1. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันทบทวนความร้เู ร่ือง ความรว่ มมือในคริสตศ์ ตวรรษท่ี 20 จนถงึ ปัจจุบนั
2. ครูอธิบายเพิม่ เติมให้นักเรยี นเข้าใจวา่ องค์การความรว่ มมอื ระหว่างประเทศมีอยมู่ ากมาย นอกเหนือจากท่ี

นักเรียนเรยี น เชน่ กองทนุ การเงนิ ระหว่างประเทศ (IMF), องคก์ รอนามัยโลก (WHO) เปน็ ตน้ ซงึ่ แต่ละ
องค์กรเปน็ การสรา้ งความร่วมมือระหวา่ งประเทศในดา้ นที่แตกต่างกนั ออกไป
ขน้ั สอน
3. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกันทาํ ใบงานที่ 7.5 เร่อื ง บทบาทสําคญั ขององคก์ ารความรว่ มมือระหวา่ งประเทศ
กบั การแกไ้ ขปัญหาความขัดแยง้ ท่เี กดิ ข้นึ ในโลก
4. ตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมานําเสนอคําตอบในใบงานท่ี 7.5 หนา้ ชัน้ เรียน ครแู ละเพ่ือนนกั เรียนรว่ มกัน
แสดงความคดิ เห็นและให้ข้อเสนอแนะ
5. นกั เรยี นตอบคําถามกระตุน้ ความคดิ
 ประเทศไทยมีบทบาทในองค์การระหวา่ งประเทศองคก์ ารใดบา้ ง แตล่ ะองคก์ ารมบี ทบาทอย่างไร

(องคก์ ารการค้าโลก, สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใตห้ รอื อาเซยี น)
6. ครูใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับแนวโนม้ ความรว่ มมือขององคก์ ารความร่วมมือระหวา่ ง

ประเทศในอนาคต
7. ครูแนะนําใหน้ กั เรียนนาํ ความรูท้ ี่ไดจ้ ากการศกึ ษาไปประยุกต์ใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ต่อไปในอนาคต
8. นักเรยี นทําแบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 7
 ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทาํ รายงาน เร่ือง บทบาทขององคก์ ารระหวา่ ง ประเทศในการ

แก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึน้ ในโลก โดยใหค้ รอบคลุมประเด็นตามท่ีกาํ หนด ดังนี้
1) การระบุปัจจยั ทีท่ าํ ให้เกิดความขัดแยง้ ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ถึงปจั จบุ นั
2) การวิเคราะหผ์ ลทเ่ี กิดจากความขัดแยง้ ในคริสตศ์ ตวรรษท่ี 20 ถงึ ปจั จบุ นั
3) การระบุปจั จัยที่ทาํ ใหม้ ีการสถาปนาองค์การความร่วมมอื ระหวา่ งประเทศ
4) การวเิ คราะหบ์ ทบาทขององคก์ ารระหว่างประเทศ
5) การอธิบายผลการดําเนินงานขององคก์ ารระหวา่ งประเทศ

ขนั้ สรุป
1.ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นสักถามข้อสงสัย
2.ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรุปองคค์ วามรู้

8.การวัดและประเมินผล

วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์

ตรวจใบงานท่ี 7.5 ใบงานที่ 7.5 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ประเมนิ การนําเสนอผลงาน แบบประเมินการนาํ เสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ่ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์

สงั เกตความมีวินยั ใฝ่เรียนรู้ และม่งุ มน่ั ในการ แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
ทํางาน เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรียนรู้ แบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ท่ี 7 ที่ 7

ตรวจรายงาน เรือ่ ง บทบาทขององค์การ แบบประเมินรายงาน เรอื่ ง บทบาทของ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น
ระหวา่ งประเทศในการแกไ้ ขปัญหาความ องคก์ ารระหว่างประเทศในการแก้ไข เกณฑ์
ขัดแยง้ ที่เกดิ ขนึ้ ในโลก ปญั หาความขดั แย้งทเี่ กดิ ข้ึนในโลก

9.ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
สื่อการเรียนรู้
- ใบงานที่ 7.5 เรือ่ ง บทบาทสาํ คัญขององคก์ ารระหวา่ งประเทศกบั การแกไ้ ขปัญหาความขดั แย้ง

ที่เกดิ ข้ึนในโลก
แหล่งการเรียนรู้


ชื่ อ ก ลุ่ ม . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ชั้ น . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ส ม า ชิ ก 1 . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 2 . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

3..........................................................4..........................................................
5..........................................................6..........................................................

การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ รายงาน เร่อื ง บทบาทขององค์การระหว่างประเทศในการแกไ้ ขปัญหาความขัดแย้งทเ่ี กดิ ขน้ึ ในโลก

ลาํ ดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
4321

1 การระบุปจั จยั ทท่ี าํ ใหเ้ กิดความขดั แยง้ ใน
ครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 20 ถงึ ปจั จบุ นั
การวเิ คราะห์ผลที่เกิดจากความขัดแย้งใน
2 คริสต์ศตวรรษที่ 20 ถึงปัจจุบัน

3 การระบปุ ัจจัยทที่ ําให้มีการสถาปนาองคก์ าร
ความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศ
4 การวิเคราะห์บทบาทขององคก์ ารระหว่างประเทศ

5 การอธิบายผลการดาํ เนนิ งานขององค์การระหวา่ ง
ประเทศ

รวม

ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ดมี าก = 4 คะแนน
ดี = 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช้ = 2 คะแนน
ปรับปรงุ = 1 คะแนน 18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

การประเมนิ ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ รายงาน เรื่อง บทบาทขององค์การระหว่างประเทศ

ในการแกไ้ ขปญั หาความขัดแยง้ ท่เี กิดขึ้นในโลก

รายการประเมนิ ดมี าก (4) คาํ อธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน ปรับปรงุ (1)
ดี (3) พอใช้ (2)

1. การระบุปัจจยั ระบุปัจจยั ที่ทําให้เกดิ ระบปุ ัจจัยท่ีทาํ ให้เกิด ระบุปจั จัยท่ที าํ ใหเ้ กดิ ระบุปจั จยั ท่ที าํ ให้เกดิ
ทีท่ ําใหเ้ กดิ ความขัดแยง้ ใน ความขดั แยง้ ใน ความขัดแย้งใน ความขัดแยง้ ใน
ความขดั แยง้ คริสต์ศตวรรษที่ 20 ถงึ คริสต์ศตวรรษที่ 20 ถึง คริสตศ์ ตวรรษที่ 20 ถึง ครสิ ต์ศตวรรษที่ 20
ในคริสตศ์ ตวรรษที่ ปจั จุบันได้ถูกตอ้ ง ชดั เจน ปัจจบุ นั ไดถ้ กู ตอ้ ง ชดั เจน ปจั จุบนั ได้ถกู ตอ้ ง ชัดเจน ถงึ ปจั จบุ นั ได้ถูกต้อง
20 ถงึ ปจั จุบนั ทุกประเดน็ เป็นสว่ นใหญ่ เป็นส่วนนอ้ ย เพยี งส่วนน้อย และไม่
ชัดเจน

2. การวิเคราะห์ วเิ คราะห์ผลทีเ่ กดิ จาก วิเคราะหผ์ ลที่เกิดจาก วิเคราะห์ผลท่เี กดิ จาก วิเคราะหผ์ ลทเี่ กดิ จาก
ผลท่เี กิดจาก ความขัดแยง้ ใน ความขัดแยง้ ใน ความขดั แยง้ ใน ความขัดแย้งใน
ความขดั แยง้ ครสิ ต์ศตวรรษที่ 20 คริสต์ศตวรรษท่ี 20 คริสต์ศตวรรษท่ี 20 ถึง คริสต์ศตวรรษท่ี 20 ถึง
ในคริสต์ศตวรรษที่ ถึงปัจจุบนั ไดถ้ ูกต้อง ถงึ ปัจจบุ นั ได้ถูกตอ้ ง ปัจจบุ ันไดถ้ ูกต้อง ชัดเจน ปัจจบุ นั ได้ถูกต้อง เพยี ง
20 ถึงปัจจบุ ัน ชัดเจนทกุ ประเดน็ ชดั เจนเป็นสว่ นใหญ่ เป็นสว่ นนอ้ ย สว่ นน้อย และไม่ชัดเจน

3. การระบปุ จั จัย ระบปุ จั จัยท่ีทาํ ให้มีการ ระบุปัจจัยทีท่ าํ ใหม้ ีการ ระบุปจั จัยทท่ี าํ ใหม้ กี าร ระบปุ ัจจยั ที่ทําให้มกี าร
ท่ที ําให้มกี าร สถาปนาองค์การความ สถาปนาองคก์ ารความ สถาปนาองคก์ ารความ สถาปนาองค์การความ
สถาปนาองค์การ รว่ มมอื ระหวา่ งประเทศ ร่วมมอื ระหวา่ งประเทศ รว่ มมอื ระหวา่ งประเทศ ร่วมมอื ระหวา่ งประเทศ
ความร่วมมอื ไดถ้ กู ต้องชดั เจน ทกุ ไดถ้ ูกต้องชดั เจน เปน็ ไดถ้ ูกตอ้ งชัดเจน เป็น ได้ถกู ต้องเพยี งสว่ นนอ้ ย
ระหวา่ งประเทศ ประเดน็ สว่ นใหญ่ สว่ นน้อย และไมช่ ัดเจน

4. การวิเคราะห์ วเิ คราะหบ์ ทบาทของ วเิ คราะห์บทบาทของ วิเคราะห์บทบาทของ วเิ คราะห์บทบาทของ
บทบาทขององคก์ าร องค์การระหว่างประเทศ องคก์ ารระหว่างประเทศ องคก์ ารระหว่างประเทศ องคก์ ารระหวา่ งประเทศ
ระหวา่ งประเทศ ไดถ้ กู ตอ้ งชดั เจน ได้ถกู ตอ้ งชัดเจน ไดถ้ กู ต้องชัดเจน ได้ถกู ตอ้ งชดั เจน
4 ประเด็นข้ึนไป 3 ประเดน็ 2 ประเด็น 1 ประเด็น

5. การอธิบายผล การ อธบิ ายผลการดําเนินงาน อธิบายผลการดาํ เนนิ งาน อธิบายผลการดําเนนิ งาน อธิบายผลการดาํ เนินงาน
ดําเนนิ งานของ ขององค์การระหวา่ ง ขององคก์ ารระหวา่ ง ขององค์การระหว่าง ขององคก์ ารระหว่าง
องคก์ ารระหว่าง ประเทศไดถ้ ูกต้องชัดเจน ประเทศได้ถกู ตอ้ งชดั เจน ประเทศไดถ้ กู ต้องชัดเจน ประเทศไดถ้ กู ต้องชัดเจน
ประเทศ 4 ประเดน็ ขน้ึ ไป 3 ประเด็น 2 ประเด็น 1 ประเด็น

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน 18 - 20 14 - 17 10 - 13 ตา่ํ กว่า 10
ระดบั คณุ ภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง

แบบทดสอบก่อนเรยี น

คําชแ้ี จง ให้นกั เรียนเลือกคาํ ตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว

1. สงครามเยน็ คืออะไร 5. สงครามเกาหลี และสงครามเวยี ดนามมคี วามสําคญั อย่างไร
ก. สงครามระหว่างศาสนา ก. เป็นสงครามต่อสูก้ บั จักรวรรดินยิ มสมยั ใหม่
ข. สงครามด้านอดุ มการณค์ วามคดิ ข. เปน็ สงครามทีส่ หรัฐอเมริกาประสบความเสยี หาย มาก
ค. สงครามระหวา่ งชาตติ ะวนั ตกและชาติตะวนั ออก ทสี่ ดุ
ง. สงครามระหวา่ งทหารกับประชาชนท่ีรักประชาธปิ ไตย ค. เปน็ สงครามสกัดก้ันการขยายตัวของลัทธคิ อมมวิ นสิ ต์
จากประเทศจีน
2. ขอ้ ใดเปน็ สาเหตสุ ําคญั ทสี่ ุดของความขัดแยง้ ระหวา่ งประเทศ ง. เปน็ สงครามตัวแทนของสหรฐั อเมริกาและ
ในยุคสงครามเย็น สหภาพโซเวยี ตในสงครามเย็น
ก. การแย่งชงิ ทรพั ยากร
ข. การแย่งชิงความเป็นใหญ่ 6. ข้อใดเป็นสาเหตสุ ําคัญทาํ ใหเ้ กดิ สงครามเกาหลี
ค. ความแตกตา่ งทางวัฒนธรรม ก. เกาหลเี หนือยดึ ม่ันในอุดมการณ์คอมมวิ นสิ ต์ ตอ้ งการให้
ง. ความแตกต่างในอุดมการณ์ทางการเมอื ง เกาหลีใต้มารวมเป็นชาติเดยี วกัน
ข. คาบสมุทรเกาหลมี ีความขดั แยง้ ทางเช้ือชาตริ ุนแรง
3. ภาวะสงครามเยน็ ภายหลงั สงครามโลกครง้ั ท่ี 2 ส้ินสดุ ลง ค. ไดร้ บั บทเรียนมาจากสงครามเวยี ดนาม
เพราะเหตุใด ง. สหรัฐอเมรกิ ายุยงใหเ้ กดิ สงคราม
ก. สหภาพโซเวยี ตล่มสลาย
ข. การรวมชาตขิ องชาวเยอรมัน 7. สงครามเย็นมผี ลต่อทวปี เอเชยี อยา่ งไร
ค. มฮี าอิล กอรบ์ าชอฟหมดอาํ นาจในโซเวยี ต ก. ทาํ ใหเ้ กดิ วกิ ฤตเศรษฐกิจต้มยาํ กุง้ ในประเทศไทย
ง. ประธานาธิบดบี ลิ คลนิ ตนั ไดร้ บั การเลอื กตง้ั ข. ทําให้ชาตมิ หาอํานาจใหค้ วามสําคญั กบั ทวปี เอเชีย
เป็นประธานาธิบดีของสหรฐั อเมริกา มากข้ึน
ค. ทาํ ใหส้ หรัฐอเมรกิ าและสหภาพโซเวยี ตท่มุ กําลังเงนิ เข้า
4. การประกาศนโยบายทางเศรษฐกิจกลาสนอสต์- มาพัฒนาประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชียเพ่มิ ข้นึ
เปเรสตรอยกา (Glasnost-Perestroika) ของประธานาธิบดีมี ง. ทาํ ให้เกดิ สงครามในหลายประเทศ เชน่ สงครามเกาหลี
ฮาอลิ กอร์บาชอฟ แหง่ สหภาพ สงครามเวยี ดนาม สงครามอริ กั สงครามอหิ ร่าน
โซเวียตมีจดุ มุ่งหมายอย่างไร
ก. การปฏิวัตอิ ตุ สาหกรรมยุคใหม่ 8. เม่อื สหภาพโซเวยี ตล่มสลายในครสิ ต์ศกั ราช 1991 องคก์ าร
ข. การปฏริ ูปสังคมให้มเี สรีภาพมากขนึ้ สหประชาชาตไิ ด้เสนอให้ประเทศใดเข้ามา ทาํ หน้าที่
ค. การปรบั ปรุงมาตรฐานการดําเนนิ ชีวติ ของประชาชนให้ สมาชิกถาวรในคณะมนตรคี วามมน่ั คง แห่ง
สงู ข้นึ สหประชาชาติแทน
ง. การยกเลกิ อุดมการณค์ อมมวิ นสิ ตข์ องคารล์ มากซ์ และเล ก. ประเทศจีน
นนิ ข. ประเทศญ่ีปนุ่
ค. ประเทศรัสเซยี
ง. ประเทศเยอรมนี

9. สงครามเย็นมคี วามคลคี่ ลายลงได้ โดยไมม่ ีการ 13. เหตุการณใ์ นขอ้ ใด ถอื วา่ เป็นสัญลักษณ์บง่ บอกการสนิ้ สุดของ
เผชิญหนา้ กัน เน่ืองจากสาเหตใุ ด สงครามเย็น
ก. สหประชาชาติส่งเสริมการใช้พลงั งาน ก. การยตุ ิสงครามเวียดนามใน คริสตศ์ กั ราช 1975
ข. การส่งกองกําลังสหประชาชาตไิ ปช่วยคเู วตทําสงครามกบั ข. การทําลายกําแพงเบอร์ลินในเดือนพฤศจิกายน
อิรกั ครสิ ตศ์ กั ราช 1989
ค. สหประชาชาตมิ ุ่งแกไ้ ขปญั หาความอดอยากในประเทศ ค. การลม่ สลายของสหภาพโซเวยี ตในเดือนธนั วาคม
กําลงั พัฒนา ครสิ ตศ์ กั ราช 1991
ง. เกิดความรว่ มมือทางเศรษฐกิจในประเทศทีม่ ี ง. การลม่ สลายของระบอบคอมมวิ นิสต์ในยุโรปในช่วง
ความแตกตา่ งทางการเมอื งและเศรษฐกจิ คริสต์ศักราช 1989-1991
10. ข้อใดไมใ่ ช่สาเหตขุ องปญั หาความขัดแยง้ ระหวา่ งประเทศ ใน 14. ข้อใดไมใ่ ช่สาเหตุของสงครามโลกครั้งท่ี 1 (คริสต์ศักราช
โลกปัจจุบัน 1914-1918)
ก. ความแตกตา่ งระหวา่ งชาตพิ ันธ์ุ ก. การเผยแพร่ลัทธชิ าตินิยม
ข. ความขัดแย้งเนือ่ งมาจากความแตกตา่ งทางศาสนา ข. การแขง่ ขนั แสวงหาอาณานคิ ม
ค. การเข้าแทรกแซงประเทศอ่ืน เพอื่ ผลประโยชนท์ าง ค. การเผยแพรอ่ ดุ มการณ์ลัทธิคอมมิวนสิ ต์
เศรษฐกิจ ง. ความขัดแยง้ ทางการเมืองในคาบสมุทรบอลขา่ น
ง. ความต้องการครอบครองดนิ แดนทีม่ ที รพั ยากรนาํ้ มันของ 15. เหตุการณต์ อ่ ไปน้ี แสดงถงึ ความล้มเหลวขององคก์ รสนั นิบาต
ชาติมหาอาํ นาจ ชาติ ซึ่งเป็นสาเหตุทาํ ใหเ้ กิดสงครามโลกครง้ั ท่ี 2
11. วิกฤตการณ์ใดไม่ใช่ความขดั แยง้ ทเี่ กิดจากความแตกตา่ งด้าน (ครสิ ต์ศักราช 1939-1945) ยกเว้นข้อใด
อุดมการณท์ างการเมอื ง ก. ญป่ี ุน่ รุกรานแมนจเู รยี ของจนี คริสต์ศกั ราช 1931
ก. สงครามเกาหลี ข. อติ าลียดึ ครองเอธิโอเปยี คริสต์ศกั ราช 1935
ข. สงครามในบอสเนยี ค. เยอรมนียึดครองแควน้ ไรนแ์ ลนด์ ครสิ ต์ศกั ราช 1936
ค. วิกฤตการณ์ในควิ บา ง. ฝร่งั เศสผนวกออสเตรีย ครสิ ตศ์ กั ราช 1938
ง. การปดิ ลอ้ มกรงุ เบอร์ลิน
12. ประเทศใดทีไ่ ม่ได้เปน็ ภาคีสนธิสัญญามิตรภาพและความ
รว่ มมือแหง่ เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ (TAC)
ก. ประเทศเมยี นมา
ข. ประเทศไตห้ วนั
ค. ประเทศเวียดนาม
ง. ประเทศอินโดนเี ซยี

แบบทดสอบหลงั เรียน

คําชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคําตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว

1. เหตกุ ารณ์ต่อไปนี้ แสดงถงึ ความล้มเหลวขององค์กรสนั นิบาต 6. ข้อใดไม่ใชส่ าเหตุของปัญหาความขดั แย้งระหว่างประเทศใน
ชาติ ซงึ่ เปน็ สาเหตุทําให้เกิดสงครามโลกครง้ั ท่ี 2 โลกปัจจบุ นั
(คริสต์ศกั ราช 1939-1945) ยกเว้นขอ้ ใด ก. ความตอ้ งการครอบครองดินแดนท่ีมีทรพั ยากรนํา้ มันของ
ก. เยอรมนยี ดึ ครองแควน้ ไรน์แลนด์ คริสตศ์ กั ราช 1936 ชาติมหาอาํ นาจ
ข. ญปี่ นุ่ รกุ รานแมนจูเรียของจีน ครสิ ตศ์ กั ราช 1931 ข. การเขา้ แทรกแซงประเทศอื่น เพ่ือผลประโยชนท์ าง
ค. ฝรัง่ เศสผนวกออสเตรยี คริสต์ศกั ราช 1938 เศรษฐกจิ
ง. อติ าลียดึ ครองเอธิโอเปีย ครสิ ตศ์ กั ราช 1935 ค. ความขัดแยง้ เนอ่ื งมาจากความแตกต่างทางศาสนา
ง. ความแตกตา่ งระหว่างชาติพนั ธ์ุ
2. ขอ้ ใดไมใ่ ชส่ าเหตขุ องสงครามโลกคร้งั ท่ี 1 (คริสตศ์ กั ราช 7. สงครามเยน็ มคี วามคล่คี ลายลงได้ โดยไม่มีการ
1914-1918) เผชญิ หนา้ กนั เน่ืองจากสาเหตุใด
ก. ความขดั แยง้ ทางการเมืองในคาบสมุทรบอลข่าน ก. เกดิ ความรว่ มมือทางเศรษฐกิจในประเทศทมี่ ี
ข. การเผยแพร่อดุ มการณล์ ัทธิคอมมวิ นสิ ต์ ความแตกตา่ งทางการเมอื งและเศรษฐกจิ
ค. การแขง่ ขันแสวงหาอาณานคิ ม ข. สหประชาชาติมุง่ แกไ้ ขปัญหาความอดอยากในประเทศ
ง. การเผยแพร่ลัทธิชาตนิ ยิ ม กาํ ลังพัฒนา
ค. การส่งกองกาํ ลงั สหประชาชาตไิ ปช่วยคเู วตทําสงครามกบั
3. เหตกุ ารณใ์ นข้อใด ถือว่าเปน็ สญั ลกั ษณบ์ ่งบอกการสิ้นสุดของ อิรัก
สงครามเย็น ง. สหประชาชาตสิ ่งเสรมิ การใชพ้ ลังงาน
ก. การล่มสลายของระบอบคอมมวิ นสิ ต์ในยโุ รปในชว่ ง 8. เม่ือสหภาพโซเวยี ตล่มสลายในครสิ ตศ์ กั ราช 1991 องค์การ
คริสตศ์ กั ราช 1989-1991 สหประชาชาตไิ ด้เสนอใหป้ ระเทศใดเข้ามา ทําหนา้ ที่
ข. การลม่ สลายของสหภาพโซเวยี ตในเดือนธนั วาคม สมาชิกถาวรในคณะมนตรคี วามม่นั คง แหง่
คริสต์ศักราช 1991 สหประชาชาตแิ ทน
ค. การทาํ ลายกําแพงเบอร์ลนิ ในเดือนพฤศจกิ ายน ก. ประเทศเยอรมนี
คริสต์ศักราช 1989 ข. ประเทศรัสเซยี
ง. การยุตสิ งครามเวียดนามใน คริสต์ศกั ราช 1975 ค. ประเทศญี่ปุน่
ง. ประเทศจนี
4. ประเทศใดท่ีไม่ไดเ้ ปน็ ภาคสี นธิสญั ญามิตรภาพและความ 9. สงครามเย็นมผี ลต่อทวีปเอเชยี อยา่ งไร
รว่ มมอื ในเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ (TAC) ก. ทาํ ให้สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวยี ตทุ่มกาํ ลงั เงินเข้า
ก. ประเทศอนิ โดนเี ซยี ข. ประเทศเวยี ดนาม มาพฒั นาประเทศต่างๆ ในทวปี เอเชยี เพิ่มขึ้น
ค. ประเทศไต้หวัน ง. ประเทศเมียนมา ข. ทาํ ให้เกิดสงครามในหลายประเทศ เชน่ สงครามเกาหลี
สงครามเวียดนาม สงครามอริ ัก สงครามอิหร่าน
5. วิกฤตการณใ์ ดไมใ่ ชค่ วามขัดแย้งท่ีเกดิ จากความแตกต่างดา้ น ค. ทําใหช้ าตมิ หาอาํ นาจให้ความสาํ คัญกับทวีปเอเชยี
อดุ มการณท์ างการเมือง มากข้นึ
ก. การปิดลอ้ มกรุงเบอร์ลิน ง. ทําให้เกิดวกิ ฤตเศรษฐกจิ ตม้ ยํากุง้ ในประเทศไทย
ข. วิกฤตการณใ์ นควิ บา
ค. สงครามในบอสเนยี
ง. สงครามเกาหลี

10. ข้อใดเปน็ สาเหตุสาํ คัญทาํ ใหเ้ กดิ สงครามเกาหลี 13. ภาวะสงครามเยน็ ภายหลังสงครามโลกคร้ังที่ 2 สนิ้ สดุ ลง
ก. เกาหลีเหนอื ยดึ มั่นในอดุ มการณค์ อมมิวนสิ ต์ ตอ้ งการให้ เพราะเหตุใด
เกาหลีใต้มารวมเป็นชาตเิ ดียวกนั ก. ประธานาธบิ ดีบิล คลินตันไดร้ บั การเลือกตง้ั
ข. คาบสมุทรเกาหลมี คี วามขัดแยง้ ทางเชือ้ ชาตริ ุนแรง เปน็ ประธานาธบิ ดีของสหรัฐอเมริกา
ค. ได้รบั บทเรยี นมาจากสงครามเวียดนาม ข. มีฮาอลิ กอรบ์ าชอฟหมดอาํ นาจในโซเวียต
ง. สหรฐั อเมรกิ ายุยงใหเ้ กิดสงคราม ค. การรวมชาติของชาวเยอรมัน
11. สงครามเกาหลี และสงครามเวียดนามมคี วามสาํ คัญอยา่ งไร ง. สหภาพโซเวียตลม่ สลาย
ก. เปน็ สงครามสกดั กัน้ การขยายตวั ของลัทธิคอมมวิ นสิ ต์ 14. ข้อใดเป็นสาเหตสุ ําคญั ท่ีสดุ ของความขัดแยง้ ระหว่างประเทศ
จากประเทศจนี ในยุคสงครามเยน็
ข. เปน็ สงครามตัวแทนของสหรฐั อเมริกาและ ก. ความแตกตา่ งในอุดมการณ์ทางการเมือง
สหภาพโซเวียตในสงครามเย็น ข. ความแตกต่างทางวฒั นธรรม
ค. เป็นสงครามท่สี หรัฐอเมรกิ าประสบความเสยี หาย มาก ค. การแยง่ ชงิ ความเปน็ ใหญ่
ทีส่ ุด ง. การแยง่ ชงิ ทรัพยากร
ง. เปน็ สงครามต่อสกู้ ับจักรวรรดินิยมสมัยใหม่ 15. สงครามเย็น คอื อะไร
12. การประกาศนโยบายทางเศรษฐกจิ กลาสนอสต์- ก. สงครามระหว่างทหารกับประชาชนทีร่ กั ประชาธิปไตย
เปเรสตรอยกา (Glasnost-Perestroika) ของประธานาธบิ ดมี ี ข. สงครามระหว่างชาติตะวันตกและชาตติ ะวันออก
ฮาอิล กอร์บาชอฟ แหง่ สหภาพ ค. สงครามดา้ นอดุ มการณ์ความคดิ
โซเวยี ตมีจดุ มุ่งหมายอยา่ งไร ง. สงครามระหวา่ งศาสนา
ก. การปรับปรงุ มาตรฐานการดาํ เนนิ ชีวติ ของประชาชนให้
สงู ข้นึ
ข. การยกเลิกอุดมการณ์คอมมวิ นสิ ตข์ องคารล์ มากซ์ และเล
นนิ
ค. การปฏิรูปสังคมใหม้ เี สรีภาพมากขน้ึ
ง. การปฏิวัติอตุ สาหกรรมยคุ ใหม่

เฉลยก่อนเรียน
1. ข 2. ง 3. ก 4. ข 5. ง 6. ก 7. ง 8. ค 9. ง 10. ก
11. ข 12. ข 13. ค 14. ค 15. ข

เฉลยหลังเรยี น
1. ง 2. ข 3. ข 4. ค 5. ค 6. ง 7. ก 8. ข 9. ข 10. ก
11. ข 12. ค 13. ง 14. ก 15. ค


Click to View FlipBook Version