แบบทดสอบกอ่ นเรียน
คาํ ชแี้ จง ใหน้ ักเรียนเลือกคาํ ตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. ข้อใดไมใ่ ชส่ าเหตุของการปฏิวัติ 2475 6. สภาพสังคมไทยสมยั ประชาธปิ ไตยตรงกับลกั ษณะข้อใดมาก
ก. เกิดความขดั แยง้ ภายในราชสาํ นกั ทีส่ ดุ
ข. เศรษฐกจิ ตกตา่ํ หลังสงครามโลกคร้ังท่ี 2 ก. ทหารมีอาํ นาจสงู สดุ
ค. ความขัดแย้งระหวา่ งรชั กาลที่ 7 กบั คณะราษฎร ข. ประชาชนมีอาํ นาจสูงสดุ
ง. การเผยแพร่แนวความคดิ ประชาธิปไตย ค. ขา้ ราชการมอี ํานาจสงู สุด
กับชาตติ ะวนั ตก ง. ธรุ กิจการเมืองของข้าราชการและนักธรุ กจิ
2. เพราะเหตุใด บา้ นเมอื งจึงยังไม่สงบภายหลังจากการ 7. ประเทศที่ผลกั ดนั ให้ไทยต้องเขา้ ร่วมในสงครามโลก
เปลย่ี นแปลงการปกครอง 2475 ครง้ั ท่ี 2 คือประเทศใด
ก. เกดิ จลาจล 12 ม.ค. 2476 ก. ฝรง่ั เศส ญ่ปี ุ่น
ข. เกดิ การปฏวิ ัติ 24 มิ.ย. 2475 ข. ญป่ี ่นุ อังกฤษ
ค. เกิดรฐั ประหาร 20 มิ.ย. 2476 ค. องั กฤษ ฝร่งั เศส
ง. เกดิ กบฏบวรเดช 10 ต.ค. 2476 ง. สหรฐั อเมริกา ญ่ปี ่นุ
3. รัฐบาลกบั คณะราษฎร เกิดความขดั แย้งกนั หลังปฏิวตั ิ2475 8. ก่อนเกิดสงครามโลกครง้ั ท่ี 2 เกดิ ความขดั แยง้ ระหว่างไทย
มาจากสาเหตุใด กับอนิ โดจนี ฝร่ังเศสในเรอ่ื งใด
ก. การงดใช้รัฐธรรมนญู บางมาตรา ก. การขอปกั ปันเขตแดน
ข. รัฐบาลไม่รองรับการปฏิวัตขิ องคณะราษฎร ข. การแยง่ ชิงอิทธพิ ลในลาว
ค. ความขัดแย้งในเค้าโครงเศรษฐกิจ ค. การรุกลาํ้ ตามเขตชายแดน
ของหลวงประดิษฐม์ นธู รรม ง. การขอดินแดนลาวและเขมรคนื
ง. ความพยายามในการคนื อาํ นาจให้พระมหากษัตรยิ ์
อีกคร้งั ของรัฐสภา 9. จดุ มงุ่ หมายของขบวนการเสรีไทย คืออะไร
ก. ตอ่ ตา้ นญ่ปี ุน่
4. ขอ้ ใดอธบิ ายการเมืองในสมัยประชาธิปไตยได้ถูกตอ้ ง ข. รว่ มมอื กับญป่ี ุ่น
ก. นานาชาตไิ ม่ยอมรบั รฐั บาลใหม่ ค. ตอ่ ตา้ นสัมพันธมิตร
ข. รัฐบาลเปลย่ี นแปลงด้วยการครบวาระ ง. รว่ มมอื กบั ฝ่ายอักษะ
ค. ประชาชนประท้วงจนรัฐบาลต้องลาออก
ง. การเปลีย่ นแปลงทางการเมืองมาจากทหาร 10. ข้อใดไมใ่ ชพ่ ระราชกรณยี กจิ ของรชั กาลที่ 8 ที่มีผลต่อความ
มัน่ คงของชาติ
5. เศรษฐกจิ ของประเทศไทยมีการเปลยี่ นแปลงเดน่ ชดั ก. การประกาศสงครามกบั กมั พชู าคดปี ราสาทพระวหิ าร
ในเร่ืองใด ข. องค์ประธานในพธิ กี ารรับรองการยอมจํานนของญ่ีปนุ่ ใน
ก. พยายามรวมกล่มุ ทางเศรษฐกิจ ไทย
ข. ทําตามนโยบายของสหรัฐอเมริกา ค. การเสด็จประพาสสาํ เพ็งลดความขดั แย้ง
ค. ประสานความรว่ มมอื กับประเทศจีน ระหว่างคนไทยกับคนจนี
ง. เปลี่ยนแปลงตามแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ง. องค์ประธานในพิธีสวนสนามของกาํ ลงั เสรีไทย
และทหารในพนั ธมิตร
11. ขอ้ ใดเปน็ โรงเรียนสาํ หรบั บตุ รหลานของคนไขโ้ รคเรอื้ น 14. ข้อใดไม่ใชบ่ ทบาทของไทยในสังคมโลก
ก. โรงเรยี นจติ รลดา ก. NAM
ข. โรงเรียนพระดาบส ข. WTO
ค. โรงเรียนมหรรณพาราม ค. NATO
ง. โรงเรียนราชประชาสมาสัย ง. AFTA
12. พระราชกรณยี กิจดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มของรัชกาลที่ 9 15. การร่วมมอื ทางเศรษฐกิจท่ีสําคญั ที่สดุ ในภมู ภิ าคเอเชยี ใตท้ ่ี
เน้นเรอ่ื งใดมากท่สี ุด ไทยมีบทบาทเปน็ ผูร้ เิ ริม่ คือข้อใด
ก. โครงการแกม้ ลงิ ก. ADB
ข. โครงการบําบัดน้ํา ข. AFTA
ค. พระราชดํารทิ ฤษฎีใหม่ ค. ASEAN
ง. การจัดการทรัพยากรน้ํา ง. SEATO
13. เมือ่ ไทยเข้าเป็นสมาชกิ ขององคก์ ารสหประชาชาตแิ ล้ว
ได้แสดงบทบาทในฐานะสมาชิกของสังคมโลกอย่างไร
ก. เขา้ รว่ มรบในสงครามเกาหลี
ข. ช่วยเหลอื ผลู้ ภี้ ยั จากเวยี ดนาม
ค. เป็นสมาชกิ ของคณะมนตรีความมัน่ คง
ง. เข้าเป็นสมาชกิ SEATO ตอ่ ตา้ นคอมมิวนสิ ต์
แบบทดสอบหลังเรยี น
คําชแ้ี จง ให้นักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. ขอ้ ใดอธบิ ายการเมอื งในสมยั ประชาธปิ ไตยไดถ้ กู ตอ้ ง 6. ก่อนเกดิ สงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดความขัดแยง้ ระหวา่ งไทย
ก. การเปลย่ี นแปลงทางการเมอื งมาจากทหาร กบั อินโดจีนฝรง่ั เศสในเรื่องใด
ข. ประชาชนประทว้ งจนรัฐบาลตอ้ งลาออก ก. การขอดนิ แดนลาวและเขมรคนื
ค. รัฐบาลเปลย่ี นแปลงดว้ ยการครบวาระ ข. การรุกลา้ํ ตามเขตชายแดน
ง. นานาชาตไิ ม่ยอมรบั รัฐบาลใหม่ ค. การแย่งชงิ อิทธพิ ลในลาว
ง. การขอปักปนั เขตแดน
2. สภาพสงั คมไทยสมยั ประชาธปิ ไตยตรงกับลกั ษณะข้อใดมาก
ท่ีสดุ 7. รัฐบาลกับคณะราษฎร เกิดความขดั แย้งกันหลังปฏิวัติ2475
ก. ธุรกจิ การเมืองของข้าราชการและนกั ธรุ กิจ มาจากสาเหตุใด
ข. ข้าราชการมีอํานาจสูงสุด ก. ความพยายามในการคนื อํานาจใหพ้ ระมหากษตั ริย์
ค. ประชาชนมอี ํานาจสูงสุด อีกครงั้ ของรัฐสภา
ง. ทหารมอี ํานาจสูงสดุ ข. ความขดั แยง้ ในเคา้ โครงเศรษฐกจิ
ของหลวงประดษิ ฐ์มนธู รรม
3. การรว่ มมือทางเศรษฐกิจทส่ี ําคัญทีส่ ุดในภมู ภิ าคเอเชยี ใตท้ ี่ ค. รัฐบาลไมร่ องรับการปฏวิ ัติของคณะราษฎร
ไทยมีบทบาทเปน็ ผรู้ เิ ริม่ คอื ขอ้ ใด ง. การงดใช้รฐั ธรรมนญู บางมาตรา
ก. SEATO
ข. ASEAN 8. เม่ือไทยเข้าเปน็ สมาชิกขององค์การสหประชาชาตแิ ลว้
ค. AFTA ไดแ้ สดงบทบาทในฐานะสมาชิกของสังคมโลกอยา่ งไร
ง. ADB ก. เขา้ เปน็ สมาชิก SEATO ต่อต้านคอมมิวนิสต์
ข. เป็นสมาชกิ ของคณะมนตรคี วามมัน่ คง
4. เศรษฐกิจของประเทศไทยมกี ารเปล่ียนแปลงเด่นชัด ใน ค. ช่วยเหลอื ผูล้ ภี้ ัยจากเวียดนาม
เรื่องใด ง. เขา้ รว่ มรบในสงครามเกาหลี
ก. เปล่ยี นแปลงตามแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ
ข. ประสานความร่วมมอื กบั ประเทศจีน 9. ประเทศท่ผี ลักดันให้ไทยต้องเขา้ รว่ มในสงครามโลก
ค. ทําตามนโยบายของสหรัฐอเมริกา ครัง้ ท่ี 2 คอื ประเทศใด
ง. พยายามรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจ ก. สหรฐั อเมรกิ า ญ่ีปนุ่
ข. องั กฤษ ฝร่งั เศส
5. ข้อใดไมใ่ ช่สาเหตขุ องการปฏวิ ัติ 2475 ค. ญีป่ นุ่ องั กฤษ
ก. การเผยแพรแ่ นวความคิดประชาธปิ ไตย ง. ฝรงั่ เศส ญป่ี นุ่
กับชาติตะวนั ตก
ข. ความขดั แยง้ ระหว่างรัชกาลที่ 7 กับคณะราษฎร 10. เพราะเหตุใด บา้ นเมอื งจึงยงั ไมส่ งบภายหลังจากการ
ค. เศรษฐกจิ ตกต่าํ หลงั สงครามโลกคร้ังที่ 2 เปลย่ี นแปลงการปกครอง 2475
ง. เกิดความขดั แยง้ ภายในราชสํานัก ก. เกดิ กบฏบวรเดช 10 ต.ค. 2476
ข. เกดิ รัฐประหาร 20 มิ.ย. 2476
ค. เกดิ การปฏิวัติ 24 มิ.ย. 2475
ง. เกิดจลาจล 12 ม.ค. 2476
11. พระราชกรณยี กิจดา้ นสง่ิ แวดล้อมของรชั กาลที่ 9 14. ขอ้ ใดไม่ใช่พระราชกรณียกจิ ของรัชกาลที่ 8 ทีม่ ผี ลตอ่ ความ
เน้นเรื่องใดมากทสี่ ุด ม่ันคงของชาติ
ก. การจัดการทรพั ยากรนาํ้ ก. องค์ประธานในพธิ ีสวนสนามของกาํ ลงั เสรไี ทย
ข. พระราชดาํ ริทฤษฎีใหม่ และทหารในพันธมิตร
ค. โครงการบําบัดนา้ํ ข. การเสดจ็ ประพาสสําเพง็ ลดความขัดแยง้
ง. โครงการแก้มลิง ระหวา่ งคนไทยกบั คนจนี
ค. องคป์ ระธานในพิธกี ารรบั รองการยอมจํานนของญปี่ นุ่ ใน
12. ขอ้ ใดไมใ่ ช่บทบาทของไทยในสังคมโลก ไทย
ก. NATO ง. การประกาศสงครามกับกัมพชู าคดีปราสาทพระวิหาร
ข. AFTA
ค. WTO 15. จุดมุง่ หมายของขบวนการเสรไี ทย คืออะไร
ง. NAM ก. ร่วมมือกบั ฝ่ายอกั ษะ
ข. ต่อตา้ นสัมพันธมิตร
13. ข้อใดเป็นโรงเรียนสาํ หรับบตุ รหลานของคนไข้โรคเรื้อน ค. รว่ มมือกบั ญป่ี ุ่น
ก. โรงเรยี นราชประชาสมาสยั ง. ตอ่ ต้านญี่ปนุ่
ข. โรงเรยี นมหรรณพาราม
ค. โรงเรียนพระดาบส
ง. โรงเรยี นจติ รลดา
เฉลยกอ่ นเรียน
1. ก 2. ง 3. ค 4. ง 5. ง 6. ง 7. ก 8. ก 9. ก 10. ก
11. ง 12. ง 13. ก 14. ข 15. ค
เฉลยหลงั เรยี น
1. ก 2. ก 3. ข 4. ก 5. ง 6. ง 7. ข 8. ง 9. ง 10. ก
11. ก 12. ค 13. ก 14. ง 15. ง
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 5
สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ รหัสวิชา ส 23104
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 เรอ่ื งท่ี 1 การสร้างสรรค์ภูมปิ ัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์
เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง
ครผู สู้ อน นายพลนวิ ฒั น์ โรจนว์ ิเชยี รรตั น์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.3 เข้าใจความเปน็ มาของชาตไิ ทย วัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาไทย มีความรกั ความภูมใิ จและธาํ รงความเป็น
ไทย
2.สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด
ภมู ปิ ญั ญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสนิ ทรม์ ีอิทธพิ ลตอ่ การพัฒนาชาติไทย ทําให้คนไทยเกิดความภาคภูมใิ จ
เห็นคุณค่า และช่วยกันอนุรักษไ์ ว้
3.ตวั ช้วี ัด/จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ตวั ชีว้ ัด
ส 4.3 ม.3/3 วเิ คราะหภ์ ูมปิ ัญญาและวฒั นธรรมไทยสมยั รตั นโกสนิ ทร์ และอทิ ธิพลตอ่ การพฒั นาชาติไทย
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) อธิบายความหมายของภมู ิปัญญาและวัฒนธรรมไทยได้
2) สรุปปจั จยั พน้ื ฐานทีม่ อี ิทธพิ ลตอ่ การสรา้ งสรรคภ์ มู ิปัญญาและวฒั นธรรมไทยได้
3) ยกตวั อยา่ งบคุ คลและผลงานในการสร้างสรรคภ์ ูมิปญั ญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสนิ ทรไ์ ด้
4.สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
- ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยในสมัยรตั นโกสนิ ทรท์ ่มี อี ิทธิพลตอ่ การพฒั นาชาติไทยจนถงึ ปจั จุบัน
โดยเฉพาะพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช มหติ ลาธิเบศรรามาธบิ ดี จักรี-
นฤบดนิ ทร สยามินทราธริ าช บรมนาถบพติ ร และสมเดจ็ พระนางเจา้ สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
สาระการเรยี นรูท้ ้องถิ่น
(พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา)
5.สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รยี น 2) ทักษะการวิเคราะห์
ความสามารถในการสอื่ สาร 4) ทกั ษะการสรุปลงความเหน็
ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการรวบรวมข้อมลู
3) ทักษะการสร้างความรู้
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
6.คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มน่ั ในการทํางาน
1. มวี ินยั
7.กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันนํา
1. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 5
ข้ันสอน
2. ครูแบ่งนกั เรยี นเปน็ กลุม่ กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คือเกง่ ปานกลางคอ่ นข้างเกง่
ปานกลางคอ่ นขา้ งอ่อน และออ่ น
3. ครูนําภาพตัวอยา่ งภูมปิ ญั ญาไทยและภมู ปิ ัญญาตา่ งชาติ มาใหน้ ักเรียนดู แลว้ ให้นกั เรยี นวเิ คราะหภ์ าพ และ
ตอบคาํ ถามตอ่ ไปนี้
- ภาพใดเป็นภาพเกย่ี วกบั ภูมิปัญญาไทย
- ภาพใดเป็นภาพเกย่ี วกบั ภมู ปิ ญั ญาตา่ งชาติ
- นักเรยี นทราบไดอ้ ยา่ งไรว่า ภาพดังกล่าวเปน็ ภาพเก่ยี วกับภูมิปัญญาไทย
4. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระต้นุ ความคิด
นักเรียนคิดว่า เอกลกั ษณ์ของภูมิปัญญาไทย คืออะไร
(พิจารณาตามคาํ ตอบของนักเรยี น โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครผู สู้ อน)
5. ครูให้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกันศึกษาความรูเ้ ร่ือง ความหมายของภมู ปิ ัญญาและวฒั นธรรมไทย และ
ปัจจยั พนื้ ฐานทีม่ อี ิทธิพลต่อการสรา้ งสรรค์ภูมปิ ญั ญาและวฒั นธรรมไทย จากหนงั สือเรยี น หนังสือคน้ คว้า
เพิ่มเติม ห้องสมุด และแหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ แลว้ ชว่ ยกันทาํ ใบงานท่ี 5.1 เรอ่ื ง ภูมปิ ญั ญาและวัฒนธรรม
ไทย เสรจ็ แลว้ นาํ ส่งครู
6. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรปุ ความรเู้ รอ่ื ง ความหมายของภูมิปญั ญาและวัฒนธรรมไทย และปัจจัย พน้ื ฐานทม่ี ี
อทิ ธิพลตอ่ การสรา้ งสรรค์ภูมิปญั ญาและวฒั นธรรมไทย
7. นักเรียนตอบคําถามกระตุ้นความคิด
ถา้ นักเรียนจะทําโครงงาน ภูมิปัญญาในการแก้ปัญหาสงิ่ แวดล้อม ควรเริม่ ตน้ อย่างไร
(ควรเลือกหวั ขอ้ หรือประเดน็ ปญั หาท่ีต้องการศกึ ษาร่วมกนั )
8. ครูอธบิ ายข้นั ตอนการทาํ โครงงานใหน้ ักเรยี นฟงั อยา่ งคร่าวๆ
ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสํารวจความสนใจของสมาชิกในกลมุ่ เกี่ยวกบั ภมู ปิ ญั ญาหรอื
วฒั นธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทรท์ ่ีมอี ทิ ธิพลตอ่ การพฒั นาชาตไิ ทย จากน้ันเลือก ภมู ปิ ัญญามา 1
เรอื่ ง เพอ่ื ศกึ ษาและทําโครงงานรว่ มกัน เรือ่ ง ภมู ปิ ญั ญาหรือวฒั นธรรมไทย สมัยรัตนโกสนิ ทร์ที่มี
อิทธิพลต่อการพัฒนาชาติไทย โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่กําหนด ดังน้ี
1) การเขยี นโครงงาน 2) การดาํ เนินงานตามโครงงาน
3) การบนั ทกึ ขอ้ มลู และหลักฐานประกอบ 4) การเขียนรายงานโครงงาน
9. ครใู ห้นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ศึกษาความรู้เรือ่ ง ตัวอยา่ งบุคคลสาํ คญั ในการสรา้ งสรรคภ์ ูมิปัญญา และ
วฒั นธรรมไทย จากหนังสือเรยี น หนงั สอื ค้นควา้ เพ่มิ เตมิ หอ้ งสมุด และแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ แล้วนาํ ความรู้ทีไ่ ด้
จากการศกึ ษามาบันทึกลงในแบบบันทึกการอ่าน แลว้ รว่ มกนั สรปุ สาระสําคัญ
10. นักเรยี นตอบคําถามกระตุ้นความคดิ
นักเรียนคดิ วา่ ถ้าไม่มบี ุคคลเหล่านชี้ ่วยกันอนุรกั ษ์ภูมิปญั ญาและวฒั นธรรมไทยจะเกิดผลอยา่ งไร
(พจิ ารณาตามคําตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ย่ใู นดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน)
11. ครูแจกใบความรู้เรอื่ ง ตัวอย่างการเขียนโครงงาน ให้นกั เรียนกลมุ่ ละ 1 ชุด แล้วใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกัน
ศกึ ษาความรจู้ ากใบความรู้ ผลดั กนั ซกั ถามหากมีขอ้ สงสัย และผลัดกันอธบิ ายจนทุกคนมีความเขา้ ใจชดั เจน
จากน้นั ครูอธบิ ายความรเู้ กยี่ วกบั การทาํ โครงงานเพ่มิ เติมใหน้ กั เรียนฟงั เพือ่ ให้นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ
มากยิง่ ขนึ้
12. ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกันกําหนดจดุ มุง่ หมายในการทําโครงงาน
13. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเก่ียวกบั ขนั้ ตอนการทําโครงงานภมู ปิ ญั ญาในการแก้ปญั หาสิ่งแวดลอ้ ม และ
ศึกษาความรเู้ รื่อง ตัวอย่างการสร้างสรรคภ์ ูมปิ ัญญาและวัฒนธรรมไทยสมยั รัตนโกสินทร์ จากหนงั สอื
เรียน หนังสือค้นคว้าเพ่ิมเตมิ ห้องสมุด และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ แล้วรว่ มกันอภปิ รายแลกเปล่ียนความ
คิดเห็น เพ่ือใชเ้ ปน็ แนวทางในการทําโครงงานของกลุม่ ตนเอง
14. นักเรียนแต่ละกลุม่ ร่วมกนั วางแผนการทําโครงงานตามจดุ ม่งุ หมายท่ีกําหนด แล้วเขยี นเค้าโครงของโครงงาน
ใหม้ ีองค์ประกอบครบถ้วน ตามตัวอยา่ งทีไ่ ดศ้ กึ ษาจากใบความร้เู รอื่ ง ตัวอยา่ งการเขียนโครงงาน ลงในใบ
งานท่ี 5.2 เรอื่ ง การเขียนโครงงาน (นอกเวลาเรียน) เสร็จแลว้ ตรวจสอบความถกู ต้อง แลว้ นาํ ส่งครตู รวจ
*.
ข้ันสรุป
1.ครเู ปิดโอกาสให้นกั เรยี นสกั ถามข้อสงสยั
2.ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรปุ องค์ความรู้
8.การวดั และประเมนิ ผล
วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ์
(ประเมนิ ตามสภาพจริง)
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 5 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 5 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 5.1 ใบงานที่ 5.1 ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 5.2 ใบงานที่ 5.2 ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบบันทึกการอ่าน แบบบนั ทึกการอ่าน
ประเมนิ การนําเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน
สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกล่มุ
สังเกตความมวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ มั่นในการทํางาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
9.สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
ส่อื การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรียน ประวัตศิ าสตร์ ม.3
2) หนังสือค้นควา้ เพิ่มเติม
(1) ศลิ ปากร, กรม. (2550). พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวกับมรดกของแผน่ ดิน. กรงุ เทพมหานคร :
อมรนิ ทร์พร้นิ ติ้งแอนด์พบั ลิชชง่ิ .
(2) ศลิ ปากร, กรม. (2547). แม่ของแผน่ ดนิ ...ผูส้ านสมบตั ศิ ิลปแ์ ผ่นดินสยาม. กรงุ เทพมหานคร :
อมรินทรพ์ ริน้ ติง้ แอนดพ์ บั ลชิ ช่ิง.
3) ใบความรู้ เรื่อง ตวั อย่างการเขียนโครงงาน
4) บตั รภาพ
5) ใบงานที่ 5.1 เรอ่ื ง ภูมปิ ญั ญาและวัฒนธรรมไทย
6) ใบงานที่ 5.2 เรอ่ื ง การเขียนโครงงาน
แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมุด
2) แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
- http://www.prapayneethai.com/th/culture
- http://th.wikipedia.org/wiki/หมวดหมู่ : วัฒนธรรมไทย
- http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content...
ใบความรู้
ตัวอยา่ งการเขียนโครงงาน
1. ชอ่ื โครงงาน สบื สานภมู ิปญั ญา “รักษ์ผ้าไทยพมุ เรยี ง”
2. หลกั การและเหตผุ ล
ตําบลพุมเรียงเป็นแหลง่ ทอผ้าทม่ี ชี ่อื เสยี ง ซ่งึ มีประวัตคิ วามเป็นมาท่ีแสดงถงึ ภูมปิ ญั ญาบรรพบุรษุ ทส่ี งั่ สม และ
พฒั นาความรู้และประสบการณ์ จนทําให้กลายเปน็ แหล่งผลิตผา้ ไทยที่มีความสวยงาม ประณีต คณุ ภาพดี เปน็
เอกลักษณ์ของความเปน็ ไทย จึงมีความจําเป็นท่คี นรุ่นหลงั จะไดร้ ่วมมือกนั อนุรกั ษ์ พฒั นา และเผยแพร่ผา้ ไทย
พมุ เรยี งให้เป็นทรี่ ู้จักกันอย่างกว้างขวาง ทงั้ ในหมู่ชาวไทยและชาวต่างชาติ อันจัดไดว้ ่าเป็นการรว่ มมือกันสืบสาน
ภูมิปญั ญาไทย
3. วตั ถุประสงค์
1. เพ่ือศกึ ษาประวัตคิ วามเปน็ มาของการทอผ้าไทยในตาํ บลพมุ เรียง
2. เพื่อมสี ว่ นร่วมในการอนรุ ักษแ์ ละเผยแพรผ่ ลงานผา้ ไทยพมุ เรยี ง
4. ผู้รบั ผิดชอบ 2. เด็กชายเมธี จนั ทรเ์ ดชา
1. เดก็ หญิงนนั ทกิ า ตนั จพรผล
5. ที่ปรึกษาโครงงาน
อาจารย์สุคนธ์ สนิ ธพานนท์
6. แหลง่ ความรู้
1. หนังสือในหอ้ งสมุดของโรงเรยี นและหอ้ งสมุดประชาชน
2. สถานท่ปี ระกอบการ
3. ผอู้ าวุโสในท้องถิ่น ฯลฯ
7. สถานท่ดี ําเนนิ งาน
1. แหล่งทอผา้ บรเิ วณตําบลพมุ เรยี ง
2. โรงเรยี นศึกษาวิทยา
8. ระยะเวลาดาํ เนนิ การ
7 พฤศจิกายน พ.ศ. ..... - 16 มกราคม พ.ศ. .....
9. งบประมาณ
500 บาท
10. วิธดี ําเนนิ การ
1. ศึกษาและสอบถามข้อมลู เบ้อื งตน้ เกีย่ วกับภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ ในตําบลพมุ เรยี งจากผูอ้ าวโุ ส กาํ นัน ผู้ใหญบ่ า้ น
ในท้องถน่ิ ตาํ บลพมุ เรยี ง
2. ขอคําแนะนําจากอาจารยท์ ี่ปรึกษาโครงงาน และอาจารย์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย การงานอาชีพและ
เทคโนโลยี ศิลปะ ฯลฯ
3. เขยี นโครงงาน สืบสานภมู ปิ ญั ญา “รกั ษผ์ า้ ไทยพมุ เรยี ง”
4. แบง่ หนา้ ทค่ี วามรับผดิ ชอบในกล่มุ เพอ่ื ปฏบิ ตั ิงาน
5. เตรยี มวสั ดุ อปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื สําหรับปฏบิ ัติงาน
6. ปฏบิ ัตงิ านตามโครงงาน
7. สรุปผลการสืบค้นข้อมลู
8. ร่วมมอื กันวิเคราะห์หาแนวทางในการอนรุ กั ษแ์ ละเผยแพร่ภูมปิ ญั ญาผ้าไทยพุมเรยี ง
9. ดําเนินงานร่วมกนั ในการอนรุ ักษ์และเผยแพรภ่ ูมปิ ญั ญาผา้ ไทยพมุ เรยี ง
10. ประเมนิ ผลและสรปุ ผลโครงงาน
11. รายงานผลการดาํ เนนิ งานตามโครงงาน
ข้นั ตอนการปฏบิ ตั ิ
วัน เดอื น ปี รายการปฏบิ ัติ สถานที่ ผรู้ ับผดิ ชอบ หมายเหตุ
7 พ.ย. 1. ศกึ ษาและสอบถามขอ้ มูลเกี่ยวกบั ชอ่ื บคุ คลทีม่ ี บ้านกํานนั หวั หน้ากลุ่มและ
พ.ศ. ............ ผใู้ หญ่บา้ น นักเรยี นกลมุ่ ท่ี 1
13 พ.ย. ความร้เู รื่องผา้ ไทยพมุ เรียง ผูป้ ระกอบการและ ผู้อาวุโสในทอ้ งถิ่น ม.3/1
พ.ศ. ............. แหลง่ ผลิตผ้าไทยพมุ เรยี งจากกํานัน พุมเรยี ง หวั หน้ากลมุ่ และ
ผูใ้ หญ่บ้าน และผอู้ าวโุ สในท้องถนิ่ พมุ เรียง ห้องพกั ครู กลมุ่ นักเรียนกลุ่มที่ 1
16-22 พ.ย. 2. ขอคาํ แนะนําจากอาจารยท์ ่ีปรกึ ษาโครงงาน สาระการเรยี นรู้ ม.3/1
พ.ศ. ............. สังคมศกึ ษา หวั หน้ากล่มุ และ
23 พ.ย. 3. เขยี นโครงงาน สบื สานภูมิปัญญา ศาสนา และ นักเรียนกลมุ่ ท่ี 1
พ.ศ. ............. “รกั ษ์ผา้ ไทยพุมเรยี ง” เพอ่ื ขออนมุ ัติการจดั ทาํ วฒั นธรรม ม.3/1
โครงงาน โดยปรึกษาอาจารยก์ ลมุ่ สาระการ หอ้ งพักครูกล่มุ หวั หน้ากลมุ่
เรยี นรู้ภาษาไทยเกีย่ วกบั วธิ กี ารเขียนโครงงาน สาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ด.ช.ชูกานต์
4. แบ่งหนา้ ทีร่ บั ผดิ ชอบในการสืบคน้ ห้องเรยี น ม.3/1 ด.ญ.นันทกิ า
ภมู ิปัญญาผา้ ไทยพุมเรยี งในหัวขอ้ ด.ช.เมธี
ประวตั คิ วามเป็นมา บ้านเลขที่ ด.ญ.ตุก๊ ตา
เคร่ืองมอื สาํ คัญในการทอผ้า ด.ญ.นกน้อย
วัตถุดิบ ด.ช.ทวศี ักด์ิ
ขั้นตอนการทอผา้ ด.ช.วิเลิศ
แหลง่ จําหน่ายผา้ ไทยพมุ เรยี ง
บุคคลสาํ คญั ที่เปน็ ผู้นาํ ในการทอผ้าไทย
พุมเรียงในปัจจุบนั
บุคคลท่ใี ห้ข้อมูลในการไปสัมภาษณ์
มีดังน้ี
1. นายแอซะ
2. นายอบั ดุล บา้ นเลขที่
3. นายสําเรงิ บ้านเลขท่ี
วัน เดือน ปี รายการปฏิบตั ิ สถานท่ี ผู้รบั ผิดชอบ หมายเหตุ
23 พ.ย. 5. เตรยี มวสั ดุ อปุ กรณ์ เคร่อื งมือสาํ หรบั ห้องเรยี น ม.3/1 กล่มุ 1 ม.3/1
พ.ศ. ............. ปฏบิ ัติงาน ตาํ บลพมุ เรยี ง กลุม่ 1 ม.3/1
หอ้ งเรยี น ม.3/1 หวั หน้ากลุ่มและ
28 พ.ย.-10 ธ.ค. 6. ปฏิบัติงานสบื ค้นภูมปิ ัญญาผา้ ไทยพมุ เรยี ง สมาชิกกลุม่ 1 ทกุ
พ.ศ. .............. คน
11 ธ.ค. 7. สรุปผลการสืบคน้ ขอ้ มูล หวั หน้ากลมุ่ และ
พ.ศ. ............. สมาชิกกลุ่ม 1 ทกุ
คน
15 ธ.ค. 8. รว่ มมอื กนั วเิ คราะห์หาแนวทางในการอนุรักษ์ ห้องเรยี น ม.3/1 หัวหน้ากลุ่มและ
พ.ศ. ............. และเผยแพรภ่ มู ปิ ัญญาผา้ ไทยพุมเรยี ง สมาชกิ กลมุ่ 1 ทุก
คน
16-25 ธ.ค. 9. ดําเนินงานรว่ มกันในการอนรุ กั ษ์และเผยแพร่ หอ้ งเรยี น ม.3/1 หัวหน้ากล่มุ และ
พ.ศ. ............. ภมู ปิ ญั ญาผ้าไทยพมุ เรยี งตามวธิ ีการท่ีสมาชิก หอ้ งเรียน ม.3/1 สมาชิกกลุ่ม 1 ทกุ
28-29 ธ.ค. รว่ มกันเสนอความคดิ เหน็ และเก็บรวบรวม คน
พ.ศ. ............. ผลงานเพื่อจดั นิทรรศการ
ด.ช.ชกู านต์
10. ประเมนิ ผลและสรปุ ผลการดาํ เนนิ งาน ด.ญ.นนั ทิกา
ตามโครงการ เขยี นรายงานโครงงาน ด.ช.สาํ เรจ็
ด.ญ.ตกุ๊ ตา
29 ธ.ค.- 11. จัดนิทรรศการแสดงผลงานอันเกิดจากการ ด.ญ.นกน้อย
16 ม.ค. สืบค้นภมู ปิ ญั ญาผ้าไทยพุมเรยี ง การอนุรกั ษ์ ด.ช.ทวีศักดิ์
พ.ศ. ............. และเผยแพร่ภมู ิปัญญาผ้าไทยพุมเรียง ใน ด.ช.วเิ ลิศ
หรอื ในชว่ งเวลาที่ วันสําคญั ทีโ่ รงเรยี นจดั กิจกรรม คือ วนั เด็ก วนั ด.ช.ชูกานต์
เหมาะสม ครู วนั แสดงนิทรรศการวิชาการของโรงเรียน ด.ช.อชั ฌา
โดยแบ่งหน้าทคี่ วามรับผดิ ชอบ ดังน้ี ด.ช.อาสา
1) ฝ่ายเอกสาร สจู ิบัตร
2) ฝ่ายตกแต่งสถานที่
3) ฝา่ ยจัดปา้ ยนิทรรศการ
4) ฝ่ายตอ้ นรับ
5) ฝ่ายนาํ เสนอ/บรรยาย/แนะนาํ
ฯลฯ
11. เคร่ืองมอื /เครอ่ื งใช้
1. เทปบันทึกเสยี ง
2. กล้องถา่ ยรูป
3. กระดาษ ดนิ สอ ปากกา ยางลบ สโี ปสเตอร์ กระดาษโปสเตอร์
4. ตวั อย่างผ้าไทยชนิดตา่ งๆ ด้าย เขม็
5. ป้ายนทิ รรศการ
12.ผลทค่ี าดว่าจะได้รบั
1. ไดร้ ับความรเู้ ก่ียวกบั ประวตั คิ วามเปน็ มาของผ้าไทยพุมเรียง ข้ันตอนการผลติ และบุคคลสําคญั ท่ีเปน็ ภูมิ
ปัญญา ท้องถน่ิ
2. มีส่วนร่วมในการอนุรกั ษผ์ า้ ไทยพุมเรียงดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ ตลอดจนนําไปเผยแพร่ใหบ้ คุ คลนอกทอ้ งถิน่ ไดร้ ู้จัก
ลงชอ่ื หัวหน้ากลุ่มผเู้ สนอโครงการ
(ด.ญ.นันทิกา ตนั จพรผล)
1 พฤศจกิ ายน พ.ศ.
ข้อเสนอแนะของอาจารย์ที่ปรกึ ษา
การออกไปสัมภาษณบ์ คุ คลซ่ึงเป็นภูมิปัญญา หรือผ้ผู ลติ ผา้ ไทยพมุ เรยี ง ควรตดิ ตอ่ กบั บคุ คลดังกลา่ ว
ล่วงหน้า โดยกาํ หนดวนั เวลา สถานท่ใี ห้ชดั เจน และคาํ นงึ ถงึ ความพรอ้ มของแต่ละฝา่ ย เตรยี มหวั ข้อ
สัมภาษณ์ เมอื่ ได้ผลแลว้ ควรนาํ มาสรปุ รว่ มกัน เพ่ือหาแนวทางการอนุรกั ษแ์ ละเผยแพร่ดว้ ยวธิ ีการ
เหมาะสม การเดนิ ทางไปควรคาํ นึงถงึ ความปลอดภยั ด้วย สมาชิกทุกคนควรมีสว่ นรว่ มในการ
อนรุ กั ษ์ผา้ ไทยพมุ เรียง
ลงช่อื
(นางสุคนธ์ สนิ ธพานนท์)
อาจารย์ท่ปี รึกษาโครงงาน
2 พฤศจกิ ายน พ.ศ. …………...
บตั รภาพ
ภาพการแกะสลกั หินฤาษีดัดตน ภาพจิตรกรรมฝาผนัง
ภาพการทอผ้า ภาพเครื่องตรวจวดั แผน่ ดนิ ไหว
ภาพเครื่องบอกทิศ ภาพการทํามมั ม่ี
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 6
สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาประวตั ศิ าสตร์ รหสั วิชา ส 23104
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 5 เร่ืองที่ 2 การสบื ค้นภมู ปิ ัญญาและวัฒนธรรมไทยสมยั รตั นโกสนิ ทร์ เวลาเรียน 1 ช่วั โมง
ครผู ูส้ อน นายพลนิวัฒน์ โรจน์วิเชยี รรตั น์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.3 เขา้ ใจความเปน็ มาของชาตไิ ทย วัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาไทย มีความรกั ความภมู ิใจและธาํ รงความเปน็
ไทย
2.สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
การสืบคน้ ภูมปิ ญั ญาและวฒั นธรรมไทยสมัยรัตนโกสนิ ทร์ ย่อมทาํ ให้เกดิ ความภาคภูมิใจ เห็นคุณคา่ และ
ช่วยกนั อนรุ กั ษไ์ ว้
3.ตัวช้ีวดั /จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ตัวชว้ี ดั
ส 4.3 ม.3/3 วิเคราะหภ์ มู ปิ ัญญาและวฒั นธรรมไทยสมัยรตั นโกสนิ ทร์ และอิทธพิ ลตอ่ การพัฒนาชาติไทย
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- สืบคน้ ภมู ิปญั ญาในทอ้ งถนิ่ ของตนได้
4.สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
- ภมู ปิ ัญญาและวฒั นธรรมไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ที่มีอทิ ธพิ ลต่อการพฒั นาชาตไิ ทยจนถึงปัจจบุ นั
โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธบิ ดี จักรี-
นฤบดินทร สยามนิ ทราธริ าช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจา้ สิริกิต์ิ พระบรมราชินนี าถ
สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่ิน
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)
5.สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 2) ทกั ษะการวิเคราะห์
ความสามารถในการสื่อสาร 4) ทกั ษะการสรุปลงความเหน็
ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการรวบรวมขอ้ มลู
3) ทักษะการสรา้ งความรู้
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
6.คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินัย 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มงุ่ มั่นในการทาํ งาน
7.กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาํ
1. ครูให้นกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายเกี่ยวกบั ภมู ปิ ัญญาไทยและวฒั นธรรมไทย เพื่อทบทวนความรู้
ขนั้ สอน
2. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สบื ค้นขอ้ มลู ในการทาํ โครงงานเรอ่ื ง ภูมิปัญญาหรือวัฒนธรรมไทยสมัย
รตั นโกสินทร์ท่มี อี ทิ ธิพลต่อการพัฒนาชาติไทยตามแผนงานท่ไี ด้กําหนดไว้ โดยครเู ปน็ ผสู้ งั เกต ติดตาม และ
คอยให้คาํ แนะนาํ ให้นักเรยี นบนั ทึกผลในการทําโครงงานอยา่ งเปน็ ระบบ
3. ครูสุ่มเรยี กนกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมานาํ เสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรยี น โดยครแู ละเพ่อื นนักเรยี นรว่ มกนั
ประเมินผลงานลงในแบบประเมินโครงงานและใหข้ ้อเสนอแนะ
4. ครแู นะนําใหน้ ักเรยี นนําขอ้ เสนอแนะไปปรบั ปรุงผลงานของตนเองเพ่ือให้ผลงานดยี ิง่ ขึน้
5. นกั เรยี นตอบคําถามกระตุ้นความคดิ
นักเรียนคิดวา่ การทาํ โครงงานไดป้ ระโยชนอ์ ย่างไรบา้ ง
(ทําให้มที กั ษะในการแกป้ ัญหา รจู้ ักวธิ แี สวงหาขอ้ มูล ฝึกกระบวนการกลมุ่ สมั พันธ์ มคี วามคดิ สร้างสรรค์
ฝึกความเปน็ ประชาธิปไตย และมคี ุณลักษณะในการทํางานทด่ี ี)
6. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การสร้างสรรค์ภมู ปิ ัญญาและวัฒนธรรมไทยสมยั รัตนโกสินทร์
7. นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ออกมานําเสนอผลงานโครงงาน เร่ือง ภูมปิ ัญญาหรือวัฒนธรรมไทยสมัยรตั นโกสินทรท์ มี่ ี
อทิ ธพิ ลต่อการพฒั นาชาติไทย หน้าชั้นเรียน โดยให้ครอบคลุมประเดน็ ตอ่ ไปนี้
1) การเขยี นโครงงาน
2) การดําเนนิ งานตามโครงงาน
3) การบันทึกขอ้ มูลและหลักฐานประกอบ
4) การเขยี นรายงานโครงงาน
8. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ถงึ ผลสาํ เรจ็ และข้อบกพรอ่ งของการทาํ โครงงาน เพือ่ เป็นแนวทางในการ
พฒั นาการทํางานในโอกาสตอ่ ไป
9. ครแู ละนกั เรียนชว่ ยกนั คดั เลอื กผลงานที่ดที ี่สุด นาํ มาจัดป้ายนิเทศแสดงผลงานของนกั เรียน
10. นักเรียนตอบคาํ ถามกระตนุ้ ความคิด
นกั เรียนคดิ วา่ นกั เรียนจะมสี ว่ นช่วยในการอนรุ ักษภ์ ูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยไดอ้ ยา่ งไรบ้าง
(พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ นดุลยพินจิ ของครผู ู้สอน)
11. นกั เรียนทําใบงานท่ี 5.3 เร่อื ง สถาบนั พระมหากษตั ริย์กับการอนรุ กั ษ์ภมู ิปัญญาเพ่ือพฒั นา ชาติ
ไทย เป็นการบ้าน เสรจ็ แลว้ นําส่งครูผ้สู อน
12. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5
ขัน้ สรุป
1.ครูเปดิ โอกาสให้นกั เรียนสักถามขอ้ สงสยั
2.ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรปุ องคค์ วามรู้
8.การวัดและประเมนิ ผล
วิธกี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 5.3 ใบงานที่ 5.3 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการนาํ เสนอผลงาน แบบประเมินการนาํ เสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สงั เกตความมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งม่ันในการ แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น
ทาํ งาน เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ท่ี 5 ที่ 5
ตรวจโครงงาน เรอ่ื ง ภูมปิ ญั ญาหรือวฒั นธรรม แบบประเมินโครงงาน เร่ือง ภูมปิ ญั ญา ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น
ไทยสมยั รตั นโกสนิ ทรท์ มี่ ีอทิ ธิพลตอ่ การ หรอื วฒั นธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทรท์ ม่ี ี เกณฑ์
พัฒนาชาติไทย อทิ ธพิ ลตอ่ การพฒั นาชาตไิ ทย
9.สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
ส่ือการเรียนรู้
- ใบงานที่ 5.3 เรอ่ื ง สถาบนั พระมหากษัตริยก์ บั การอนุรกั ษ์ภูมิปญั ญาเพ่อื พฒั นาชาติไทย
แหลง่ การเรยี นรู้
—
ช่ื อ ก ลุ่ ม . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ช้ั น . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ส ม า ชิ ก 1 . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 2 . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
3..........................................................4..........................................................
5..........................................................6..........................................................
การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมินโครงงาน เรอ่ื ง ภมู ิปญั ญาหรอื วฒั นธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์
ที่มีอิทธพิ ลตอ่ การพฒั นาชาติไทย
ลําดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
432
1 การเขยี นโครงงาน
2 การดําเนินงานตามโครงงาน
3 การบันทึกข้อมลู และหลกั ฐานประกอบ
4 การเขยี นรายงานโครงงาน
รวม
ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ดีมาก = 4 คะแนน
ดี = 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช้ = 2 คะแนน
ปรบั ปรุง = 1 คะแนน 14 - 16 ดมี าก
11 - 13 ดี
8 - 10 พอใช้
ต่าํ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ
เอกสารประกอบการสอน
แบบประเมนิ โครงงาน
คาํ ชีแ้ จง : แบบประเมนิ โครงงานนี้สามารถให้ทุกคนมีส่วนในการประเมนิ โครงงาน คือ สมาชกิ ทกุ คนในกลมุ่
เพ่ือนนักเรียนกลุม่ อน่ื อาจารยท์ ่ปี รกึ ษา
ลําดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
1 เขยี นโครงงานถกู ต้องชัดเจน 4321
2 เลือกข้อมลู และแหล่งเรยี นรู้ได้เหมาะสม
3 มีการแบง่ หน้าทคี่ วามรับผิดชอบชดั เจน
4 มีการวางแผนอยา่ งเป็นระบบ
5 มคี วามคิดริเรมิ่ สร้างสรรค์
6 มกี ารดาํ เนนิ งานตามแผนและรายงานผลตามกาํ หนดเวลา
7 มีการประเมนิ ผลและปรับปรุงการทํางาน
8 สรุปผลการดาํ เนินงานไดต้ รงตามวัตถปุ ระสงค์
9 นําเสนอผลงานได้ครบถว้ น สื่อความหมายชดั เจน
10 มีรปู แบบการนําเสนอผลงานของโครงงานน่าสนใจ
รวม
ลงชอ่ื .................................................... ผู้ประเมนิ
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมไดต้ รงตามเปา้ หมายทุกประการ เป็นแบบอย่างได้ ให้ 4 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมได้ตรงตามเป้าหมายทกุ ประการ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมไดต้ รงตามเป้าหมายเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมได้ตรงตามเปา้ หมายเป็นบางหวั ขอ้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
หมายเหตุ ปรบั ปรุงรายการประเมินและเกณฑก์ ารประเมนิ 36 - 40 ดมี าก
ตามความเหมาะสม 29 - 35 ดี
20 - 28
พอใช้
ต่าํ กวา่ 20 ปรบั ปรงุ
การประเมนิ ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ โครงงาน เรือ่ ง ภูมิปัญญาหรอื วัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสนิ ทร์
ทมี่ ีอทิ ธพิ ลต่อการพฒั นาชาตไิ ทย
รายการประเมนิ ดมี าก (4) คาํ อธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน ปรับปรงุ (1)
ดี (3) พอใช้ (2)
1. การเขยี นโครงงาน 1.ช่ือโครงงานแสดงถงึ 1.ชื่อโครงงานแสดงถงึ 1.ชือ่ โครงงานไมแ่ สดงถงึ 1.ชือ่ โครงงานไม่แสดงถงึ
ความคดิ ริเร่ิม ความคดิ รเิ ริ่ม ความคิดรเิ ริ่ม ความคิดริเร่ิม
สร้างสรรค์ สร้างสรรค์ สร้างสรรค์ สร้างสรรค์
2.มวี ัตถปุ ระสงคช์ ัดเจน 2.มวี ัตถุประสงคช์ ัดเจน 2.มีวัตถุประสงค์ค่อนขา้ ง 2.มวี ัตถุประสงค์ ไม่
แสดงถึงความเข้าใจภมู ิ แสดงถึงความเขา้ ใจภูมิ ชัดเจน แสดงถึงความ ชดั เจน แสดงถึงความ
ปัญญาหรือวัฒนธรรม ปญั ญาหรือวฒั นธรรม เข้าใจภมู ปิ ญั ญาหรอื ไม่เข้าใจ ภมู ิ
ไทยสมยั รัตนโกสนิ ทรท์ ่ี ไทยสมัยรตั นโกสนิ ทร์ที่ วัฒนธรรมไทยสมยั ปญั ญาหรือวฒั นธรรม
มีอทิ ธพิ ลต่อการพัฒนา มีอทิ ธิพลต่อการพัฒนา รัตนโกสินทรท์ มี่ ี ไทยสมยั รัตนโกสินทร์ที่
ชาตไิ ทย ชาติไทย อิทธพิ ลตอ่ การพัฒนา มอี ทิ ธิพลตอ่ การพัฒนา
3.เขียนองคป์ ระกอบของ 3.เขยี นองค์ประกอบของ ชาตไิ ทย ชาตไิ ทย
โครงงานครบถว้ น โครงงาน เกือบ 3.เขียนองคป์ ระกอบของ 3.เขียนองคป์ ระกอบของ
ครบถ้วน โครงงาน เกือบ โครงงาน ไม่
ครบถ้วน ครบถว้ น
2. การดําเนนิ งานตาม มกี ารดําเนนิ งานตามที่ มกี ารดาํ เนินงานตามท่ี มกี ารดาํ เนินงานตามท่ี มกี ารดําเนินงานตามที่
โครงงาน กาํ หนดไว้ตามแผนใน กาํ หนดไว้ตามแผนใน กําหนดไวต้ ามแผนใน กาํ หนดไวต้ ามแผนใน
โครงงานทุกระยะเวลา โครงงานทุกระยะเวลา โครงงานไดบ้ างระยะเวลา โครงงานได้บางระยะเวลา
และประเมินผลระหว่าง และประเมินผล และประเมนิ ผลโครงงาน แตไ่ ม่มกี ารประเมินผล
การดําเนนิ งานและ เมอ่ื เสร็จส้ินโครงงาน ใหเ้ หน็ ในภาพรวม โครงงาน
เม่อื เสร็จส้ินโครงงาน ได้ผลสรุปชดั เจน
ไดผ้ ลสรุปชดั เจน
3. การบันทกึ ข้อมูลและ มกี ารบนั ทกึ ข้อมูลผลการ มีการบนั ทึกขอ้ มลู ผลการ มกี ารบันทกึ ขอ้ มูลผลการ มีการบนั ทกึ ข้อมลู ผลการ
หลกั ฐานประกอบ ดําเนนิ งานตรงตาม ดาํ เนนิ งานตรงตาม ดําเนินงานตรงตาม ดําเนนิ งานไมต่ รงตาม
วัตถปุ ระสงค์ มหี ลกั ฐาน วตั ถปุ ระสงค์ มีหลกั ฐาน วตั ถปุ ระสงค์ มหี ลกั ฐาน วตั ถปุ ระสงค์ มี
ประกอบการดาํ เนินงาน ประกอบการดําเนนิ งาน ประกอบการดําเนนิ งาน หลกั ฐานประกอบ การ
ตามโครงงาน ทุก ตามโครงงานเปน็ ส่วน ตามโครงงาน ดาํ เนนิ งานตามโครงงาน
ข้นั ตอน ใหญเ่ กอื บทุกขั้นตอน บางขัน้ ตอน บางข้นั ตอน
รายการประเมนิ คําอธิบายระดบั คุณภาพ / ระดบั คะแนน
4. การเขียนรายงาน
ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
โครงงาน
เขยี นรายงานโครงงาน เขยี นรายงานโครงงาน เขียนรายงานโครงงาน เขียนรายงานโครงงานไม่
ครบตามหัวข้อทกี่ ําหนด ครบตามหวั ขอ้ ที่กาํ หนด ครบตามหวั ขอ้ ท่ีกาํ หนด ครบตามหัวขอ้ ท่ีกําหนด
ทกุ ประเดน็ มกี าร ทกุ ประเด็น มีการ ทุกประเด็น มกี าร และไมม่ กี ารวิเคราะหภ์ ูมิ
วิเคราะห์ภูมิปญั ญาหรอื วเิ คราะหภ์ ูมปิ ัญญาหรอื วิเคราะหภ์ ูมิปัญญาหรอื ปญั ญาหรือวฒั นธรรม
วัฒนธรรมไทยสมัย วัฒนธรรมไทยสมัย วัฒนธรรมไทยสมัย ไทยสมยั รัตนโกสินทรท์ มี่ ี
รตั นโกสินทร์ทีม่ อี ิทธพิ ล รัตนโกสนิ ทรท์ ม่ี อี ิทธพิ ล รัตนโกสนิ ทรท์ ี่มอี ทิ ธพิ ล อทิ ธพิ ลต่อการพัฒนาชาติ
ต่อการพัฒนาชาติไทยได้ ตอ่ การพัฒนาชาติไทยได้ ต่อการพัฒนาชาตไิ ทยได้ ไทย
อย่างมีเหตุผล ถูกตอ้ ง อย่างมเี หตุผล ถูกต้อง อย่างมเี หตุผล ถูกต้อง
สมบรู ณ์ เปน็ สว่ นใหญ่ เป็นบางส่วน
ช่วงคะแนน 14 - 16 เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ 8 - 10 ตํ่ากวา่ 8
ระดับคุณภาพ ดมี าก พอใช้ ปรบั ปรงุ
11 - 13
ดี
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
คําชแี้ จง ให้นกั เรียนเลือกคําตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. ขอ้ ใดไม่ใช่ความหมายของภมู ปิ ัญญาไทย 6. ข้อใดคือขอ้ ดขี องการนําภมู ปิ ัญญาไทยมาใชใ้ น
ก. ความร้ทู ส่ี ะสมกันมาตั้งแต่บรรพบุรษุ ชีวติ ประจําวนั
ข. ความรู้ ความสามารถ ความเชื่อของมนษุ ย์ ก. ลดการใช้เครอ่ื งปรับอากาศ
ค. ความสามารถในการแก้ไขปญั หาของมนุษย์ ข. ลดการนําเข้ายาจากต่างประเทศ
ง. การเอาชนะสงิ่ แวดล้อมหรอื ส่งิ เหนือธรรมชาติ ค. ลดค่าใชจ้ ่ายในการรกั ษาพยาบาล
ง. สามารถทํานายการเกดิ ภยั ธรรมชาติลว่ งหนา้
2. ข้อใดเปน็ ภูมิปัญญาไทยทเ่ี กดิ จากลกั ษณะภมู ศิ าสตร์ ได้อย่างแมน่ ยาํ
ก. การทาํ บญุ ในวนั เข้าพรรษา
ข. การทําปลารา้ ทจ่ี ังหวัดมหาสารคาม 7. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ภมู ิปญั ญาทีม่ ีพนื้ ฐานจากการเกษตร
ค. การแห่เทียนพรรษาทีจ่ ังหวดั อบุ ลราชธานี ก. การใชแ้ ห อวนเปน็ เคร่อื งมือจับปลา
ง. การสร้างบ้านเรือนไทยยกพน้ื สงู ทจ่ี ังหวัด ข. การใชเ้ กวยี นขนส่งผลผลติ ทางการเกษตร
พระนครศรีอยุธยา ค. การเลอื กใชป้ ยุ๋ วิทยาศาสตร์เพือ่ เพ่ิมผลผลติ
ง. การนาํ พืชผกั พ้ืนบ้านมาเป็นสมนุ ไพรรักษาโรค
3. ขอ้ ใดเป็นปัจจัยท่มี ีผลตอ่ การพฒั นาภูมปิ ญั ญา
ในแต่ละท้องถิ่นใหแ้ ตกตา่ งกนั 8. เพราะเหตุใด ในการก่อสรา้ งบ้านเรอื นไทยสว่ นใหญ่
ก. การเลย้ี งดู จงึ นยิ มใชห้ ลังคาเป็นรูปจว่ั
ข. ส่ิงกอ่ สรา้ ง ก. เพ่อื ความสวยงาม
ค. สภาพแวดล้อม ข. ความสงู ของหลังคาทาํ ใหไ้ มม่ นี ้าํ ขัง
ง. จาํ นวนประชากร ค. ความสูงของหลังคาช่วยคลายความร้อน
ง. ความสงู ช่วยสะทอ้ นความรอ้ นกระจายออกไป
4. ภมู ิปัญญาในอดตี มีความสมั พนั ธ์กับสงั คมไทยในปจั จบุ นั
อย่างไร 9. การกระทาํ ใดทแ่ี สดงถงึ การเห็นคุณคา่ ทางภมู ิปัญญาไทยและ
ก. ประชาชนมฐี านะยากจนลง เป็นการชว่ ยอนุรกั ษภ์ ูมปิ ญั ญาไทย
ข. ประชาชนหันมาใชภ้ มู ิปัญญาไทยมากข้นึ ก. นาํ ภมู ิปัญญาไทยท่มี อี ยมู่ าศึกษาและพัฒนา
ค. ทาํ ใหป้ ระเทศไทยมีเทคโนโลยีพื้นบ้านราคาถูก ข. อุดหนุนสินคา้ ทีเ่ กิดจากภมู ิปญั ญาของคนไทย
ง. ดงึ ดูดให้ชาวตา่ งชาติเขา้ มาเท่ยี วเมอื งไทยมากขน้ึ ค. เก็บรกั ษาภมู ิปญั ญาไทยทมี่ ีอยู่ไว้อย่างดไี ม่มีผอู้ ืน่ รู้
ง. เผยแพร่ภมู ิปญั ญาให้คนในชมุ ชนนําไปใชป้ ระโยชน์
5. ข้อใดไมใ่ ช่ภูมิปญั ญาของไทย
ก. การนวดแผนไทย 10. วฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทยเกิดขน้ึ เพราะมีจุดประสงค์
ข. การสร้างบ้านสองชั้น หลายประการ ยกเวน้ ด้านใด
ค. การทาํ เครอ่ื งดื่มนา้ํ สมนุ ไพร ก. ทําใหส้ งั คมสงบสขุ
ง. การนาํ สมุนไพรมาทํายารกั ษาโรค ข. ทาํ ให้ผู้คนมีความสุข
ค. ทาํ ให้การประกอบอาชีพคล่องตวั
ง. ทําให้ความสมั พนั ธ์กับต่างประเทศดขี ึ้น
11. ถ้านักเรยี นต้องการศึกษาความรู้เกยี่ วกับการแพทย์ แผน 14. ข้อใดกล่าวถงึ ภูมิปญั ญาในการหาสียอ้ มผา้ ท่ีมาจากธรรมชาติ
ไทย นักเรยี นควรไปทีใ่ ด ไม่ถกู ต้อง
ก. พิพธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ ก. ครั่งใหส้ แี ดง
ข. วัดพระศรรี ตั นศาสดาราม ข. อัญชันใหส้ ีม่วง
ค. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ค. ขมน้ิ ชนั ให้สีเหลอื ง
ง. วัดพระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม ง. เปลือกมังคดุ ให้สคี ราม
12. รูปแบบของงานเครือ่ งไม้จําหลัก มหี ลายลักษณะ 15. ขอ้ ใดไมใ่ ชผ่ ลงานของพระยาอนุมานราชธน
ยกเวน้ ขอ้ ใด (เสฐยี รโกเศศ)
ก. โต๊ะลายรดนํ้า ก. นิรุกติศาสตร์
ข. ตูเ้ ก็บพระไตรปิฎก ข. ชัว่ ฟา้ ดินสลาย
ค. บานประตพู ระอโุ บสถ ค. กามนติ วาสิฏฐี
ง. ธรรมาสนน์ งั่ เทศนาของพระสงฆ์ ง. ชีวิตชาวไทยสมัยกอ่ นและการศกึ ษาเร่ือง
13. ผลงานสร้างสรรค์ภูมปิ ญั ญาในพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรม ประเพณไี ทย
หาภูมิพลอดลุ ยเดช ซ่ึงช่วยแกไ้ ขปญั หานํา้ เน่ามชี ือ่ ว่าอะไร
ก. กงั หนั ลม
ข. คลองส่งนาํ้ แก้มลิง
ค. กังหันน้ําชัยพฒั นา
ง. คลองชลประทานแกม้ ลงิ
แบบทดสอบหลงั เรียน
คาํ ชแี้ จง ให้นกั เรยี นเลือกคําตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. ข้อใดไม่ใช่ภูมปิ ัญญาของไทย 6. ภมู ปิ ัญญาในอดีตมีความสมั พันธก์ ับสังคมไทยในปัจจบุ ัน
ก. การนําสมุนไพรมาทาํ ยารกั ษาโรค อยา่ งไร
ข. การทําเครอื่ งดมื่ นํา้ สมนุ ไพร ก. ดึงดดู ใหช้ าวต่างชาตเิ ขา้ มาเทย่ี วเมอื งไทยมากข้นึ
ค. การสร้างบา้ นสองช้นั ข. ทําใหป้ ระเทศไทยมเี ทคโนโลยีพืน้ บา้ นราคาถกู
ง. การนวดแผนไทย ค. ประชาชนหันมาใช้ภมู ปิ ัญญาไทยมากขน้ึ
ง. ประชาชนมีฐานะยากจนลง
2. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ความหมายของภูมิปญั ญาไทย
ก. การเอาชนะส่ิงแวดล้อมหรอื ส่ิงเหนือธรรมชาติ 7. การกระทาํ ใดท่ีแสดงถงึ การเหน็ คุณค่าทางภมู ปิ ัญญาไทยและ
ข. ความสามารถในการแกไ้ ขปัญหาของมนุษย์ เปน็ การช่วยอนุรักษ์ภมู ปิ ญั ญาไทย
ค. ความรู้ ความสามารถ ความเชอ่ื ของมนุษย์ ก. เผยแพร่ภูมิปญั ญาใหค้ นในชุมชนนาํ ไปใช้ประโยชน์
ง. ความรทู้ ส่ี ะสมกนั มาต้งั แตบ่ รรพบุรุษ ข. เกบ็ รกั ษาภมู ิปัญญาไทยทม่ี อี ยู่ไว้อย่างดีไม่มผี อู้ ่นื รู้
ค. อุดหนนุ สินค้าท่ีเกดิ จากภูมิปญั ญาของคนไทย
3. ข้อใดกล่าวถึงภูมิปัญญาในการหาสยี อ้ มผ้าทม่ี าจากธรรมชาติ ง. นําภูมิปญั ญาไทยทีม่ ีอยมู่ าศึกษาและพัฒนา
ไม่ถูกต้อง
ก. เปลือกมังคดุ ใหส้ ีคราม 8. ผลงานสร้างสรรค์ภมู ปิ ัญญาในพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรม
ข. ขม้นิ ชนั ให้สีเหลอื ง หาภูมพิ ลอดลุ ยเดช ซ่งึ ชว่ ยแก้ไขปัญหาน้าํ เนา่ มีชอ่ื ว่าอะไร
ค. อญั ชันให้สมี ว่ ง ก. คลองชลประทานแกม้ ลงิ
ง. ครัง่ ใหส้ แี ดง ข. กังหนั นา้ํ ชัยพฒั นา
ค. คลองสง่ นาํ้ แก้มลิง
4. ข้อใดคือขอ้ ดีของการนาํ ภูมิปญั ญาไทยมาใชใ้ น ง. กงั หนั ลม
ชีวิตประจาํ วัน
ก. สามารถทํานายการเกิดภยั ธรรมชาติล่วงหน้า 9. ข้อใดเปน็ ปจั จัยทีม่ ีผลต่อการพฒั นาภมู ิปัญญา
ไดอ้ ยา่ งแมน่ ยํา ในแต่ละทอ้ งถ่นิ ใหแ้ ตกตา่ งกัน
ข. ลดคา่ ใชจ้ ่ายในการรกั ษาพยาบาล ก. จํานวนประชากร
ค. ลดการนาํ เข้ายาจากต่างประเทศ ข. สภาพแวดลอ้ ม
ง. ลดการใชเ้ ครื่องปรบั อากาศ ค. ส่ิงก่อสร้าง
ง. การเล้ียงดู
5. ขอ้ ใดเป็นภูมิปญั ญาไทยทเ่ี กิดจากลกั ษณะภูมศิ าสตร์
ก. การสร้างบ้านเรอื นไทยยกพนื้ สงู ทีจ่ งั หวดั 10. ข้อใดไม่ใช่ภมู ปิ ัญญาทมี่ พี ื้นฐานจากการเกษตร
พระนครศรีอยุธยา ก. การนาํ พืชผกั พน้ื บา้ นมาเปน็ สมุนไพรรกั ษาโรค
ข. การแห่เทยี นพรรษาทจ่ี งั หวดั อบุ ลราชธานี ข. การเลอื กใชป้ ยุ๋ วิทยาศาสตร์เพ่อื เพมิ่ ผลผลติ
ค. การทําปลาร้าที่จังหวัดมหาสารคาม ค. การใชเ้ กวยี นขนสง่ ผลผลิตทางการเกษตร
ง. การทําบุญในวันเข้าพรรษา ง. การใชแ้ ห อวนเป็นเคร่อื งมือจบั ปลา
11. รปู แบบของงานเครอ่ื งไม้จาํ หลกั มีหลายลกั ษณะ 14. ขอ้ ใดไม่ใช่ผลงานของพระยาอนมุ านราชธน
ยกเว้นขอ้ ใด (เสฐียรโกเศศ)
ก. ธรรมาสน์นง่ั เทศนาของพระสงฆ์ ก. ชีวิตชาวไทยสมยั กอ่ นและการศึกษาเร่อื ง
ข. บานประตพู ระอุโบสถ ประเพณีไทย
ค. ตูเ้ ก็บพระไตรปิฎก ข. กามนิต วาสฏิ ฐี
ง. โตะ๊ ลายรดน้าํ ค. ชว่ั ฟ้าดินสลาย
ง. นิรุกติศาสตร์
12. วัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญาไทยเกิดข้นึ เพราะมีจดุ ประสงค์
หลายประการ ยกเวน้ ดา้ นใด 15. ถ้านักเรียนต้องการศกึ ษาความรเู้ กย่ี วกับการแพทย์ แผน
ก. ทาํ ให้ความสัมพันธ์กบั ตา่ งประเทศดขี ้นึ ไทย นกั เรยี นควรไปทใี่ ด
ข. ทาํ ให้การประกอบอาชีพคลอ่ งตัว ก. วัดพระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม
ค. ทําให้ผคู้ นมคี วามสุข ข. อทุ ยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
ง. ทําให้สังคมสงบสขุ ค. วดั พระศรรี ตั นศาสดาราม
ง. พิพิธภัณฑสถานแหง่ ชาติ
13. เพราะเหตุใด ในการกอ่ สร้างบ้านเรอื นไทยสว่ นใหญ่
จึงนิยมใช้หลงั คาเป็นรูปจ่ัว
ก. ความสงู ช่วยสะท้อนความร้อนกระจายออกไป
ข. ความสูงของหลังคาช่วยคลายความร้อน
ค. ความสูงของหลงั คาทําให้ไม่มนี ํา้ ขัง
ง. เพ่ือความสวยงาม
เฉลยก่อนเรียน
1. ง 2. ง 3. ค 4. ง 5. ข 6. ค 7. ค 8. ข 9. ก 10. ค
11. ง 12. ก 13. ค 14. ง 15. ข
เฉลยหลังเรยี น
1. ค 2. ก 3. ก 4. ข 5. ก 6. ก 7. ง 8. ข 9. ข 10. ข
11. ง 12. ข 13. ค 14. ค 15. ก
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 7
สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าประวัติศาสตร์ รหสั วิชา ส 23104
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6 เร่ืองท่ี 1 พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์ของทวีปยโุ รป เวลาเรยี น 1 ชัว่ โมง
ครูผู้สอน นายพลนิวฒั น์ โรจน์วิเชยี รรตั น์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 4.2 เขา้ ใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดตี จนถึงปัจจุบนั ในดา้ นความสมั พันธ์และการเปลย่ี นแปลงของ
เหตกุ ารณอ์ ย่างตอ่ เนื่อง ตระหนกั ถึงความสาํ คญั และสามารถ วิเคราะหผ์ ลกระทบทเ่ี กดิ ขึ้น
2.สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด
ท่ีตั้ง และสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตรข์ องทวปี ยุโรปส่งผลตอ่ พัฒนาการทางสังคม เศรษฐกจิ และการเมอื งของ
ทวีปยโุ รป
3.ตวั ช้ีวดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ตวั ชีว้ ดั
ส 4.2 ม.3/1 อธบิ ายพฒั นาการทางสงั คม เศรษฐกิจ และการเมืองของภมู ิภาคต่างๆ ในโลกโดยสงั เขป
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- อธิบายความสําคัญของทต่ี ้ังและสภาพทางภมู ิศาสตร์ของทวีปยุโรปได้
4.สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
1) ที่ต้ังและสภาพทางภมู ศิ าสตรข์ องภมู ิภาคต่างๆ ของโลก (ยกเวน้ เอเชยี ) ท่มี ีผลตอ่ พฒั นาการโดยสังเขป
2) พัฒนาการทางประวตั ศิ าสตร์ สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของภมู ภิ าคตา่ งๆ ของโลก
(ยกเวน้ เอเชยี ) โดยสังเขป
สาระการเรยี นรู้ท้องถน่ิ
(พิจารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา)
5.สมรรถนะสําคัญของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการสํารวจค้นหา
2) ทักษะการรวบรวมข้อมลู
3) ทักษะการวิเคราะห์
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6.คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. ม่งุ มน่ั ในการทํางาน
7.กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาํ
1. นักเรยี นทําแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6
ขั้นสอน
2. ครูให้นกั เรียนดูแผนท่โี ลก และบัตรภาพแสดงลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของทวีปยโุ รป
3. ครใู หน้ กั เรียนเลอื กภาพท่สี นใจ แลว้ เล่าความรู้เกยี่ วกบั ภาพทเ่ี ลอื กให้เพือ่ นฟัง โดยใชแ้ ผนที่โลกประกอบ
4. นักเรยี นชว่ ยกันสรุปความสาํ คัญของท่ีตงั้ และสภาพทางภูมศิ าสตร์ของทวีปยโุ รปในรปู แผนผังความคดิ
5. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1-2
1) ถา้ นักเรยี นต้องการหาทําเลทต่ี ้งั เพ่อื สรา้ งท่อี ย่อู าศยั นักเรยี นจะเลอื กภมู ิประเทศแบบใด
(ท่รี าบลมุ่ เพราะสะดวกในการคมนาคม หากตดิ แมน่ า้ํ หรอื ทะเลก็จะสะดวกในการมนี า้ํ ไว้ใช้ในการ
อปุ โภคบรโิ ภค)
2) นกั เรยี นคดิ ว่า ทาํ เลที่ตั้งมผี ลตอ่ วิถกี ารดาํ เนินชีวิตของมนษุ ยอ์ ยา่ งไร
(พิจารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยให้อยู่ในดลุ ยพินิจของครผู สู้ อน)
6. ครูแบง่ นกั เรยี นเปน็ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ คอื เกง่ ปานกลางค่อนขา้ งเก่ง ปานกลาง
คอ่ นข้างอ่อน และอ่อน เรยี กกลุม่ นี้ว่า กล่มุ บา้ น แลว้ ใหน้ กั เรยี นจบั สลากหัวข้อทีจ่ ะต้องศกึ ษาเก่ียวกับ
พัฒนาการของทวีปยุโรป ดงั น้ี
1) ทตี่ ั้งและสภาพภมู ศิ าสตรท์ ีม่ ผี ลต่อพฒั นาการของทวปี
2) พัฒนาการดา้ นการเมอื งการปกครอง
3) พฒั นาการดา้ นเศรษฐกิจ
4) พฒั นาการดา้ นสังคมและศลิ ปวฒั นธรรม
7. นักเรยี นทจ่ี บั สลากได้หัวขอ้ เดยี วกันไปรวมกันเป็นกลุม่ ใหม่เรยี กกลมุ่ นว้ี ่า กลุ่มผเู้ ช่ียวชาญ แลว้ ใหน้ กั เรียน
กลุ่มผ้เู ช่ยี วชาญรว่ มกันศึกษาความรตู้ ามหวั ข้อท่จี บั สลากได้ จากนัน้ ชว่ ยกันตอบคําถามใน ใบงานท่ี 6.1-
6.4
8. นักเรยี นตอบคําถามกระตุ้นความคิด ข้อ 1-2
1) นกั เรยี นสนใจประวตั ิศาสตร์ยโุ รปในเร่ืองใด เพราะเหตุใด
(พิจารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
2) นกั เรียนคดิ ว่า เรอ่ื งราวทางประวัตศิ าสตร์ของแตล่ ะประเทศมีผลตอ่ พฒั นาการความเจริญในดา้ น
ตา่ งๆ อยา่ งไร (ระบุมาเพยี ง 1 ดา้ น)
(พิจารณาตามคาํ ตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินิจของครูผ้สู อน)
9. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ศกึ ษาความรู้เพม่ิ เตมิ จากสือ่ ทคี่ รูเตรียมไว้ให้ เช่น วารสารทวีปยโุ รป
วดี ิทศั นเ์ ก่ียวกับทวปี ยโุ รป ห้องสมุดหรอื แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ แลว้ บันทกึ ความรทู้ ี่ไดจ้ ากการศกึ ษาลงในแบบบนั ทกึ
การอา่ น
10. นกั เรียนแต่ละกล่มุ ช่วยกันตรวจสอบความถูกตอ้ งของคาํ ตอบในใบงานที่ 6.1-6.4 หากผดิ พลาดหรือ
บกพรอ่ งใหแ้ ก้ไขและเตมิ เตม็ ให้สมบูรณ์
11. นักเรียนตอบคาํ ถามกระต้นุ ความคดิ
นักเรียนคิดว่า ประวตั ศิ าสตร์ยโุ รปยุคใดน่าสนใจทีส่ ุด เพราะเหตใุ ด
(พิจารณาตามคําตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินิจของครผู สู้ อน)
12. นกั เรยี นกลมุ่ ผเู้ ช่ียวชาญกลบั เขา้ สู่กลมุ่ บา้ น นาํ ความร้ทู ี่ได้ศกึ ษามาเลา่ ให้เพือ่ นในกลมุ่ บา้ นฟงั
13. นกั เรียนแต่ละคนในกลุ่มผลัดกนั ซักถามหากมขี ้อสงสยั และอภปิ รายรว่ มกันจนทกุ คนมคี วามเขา้ ใจชัดเจน
14. นกั เรยี นตอบคําถามกระต้นุ ความคิด
เพราะเหตุใด ทวปี ยุโรปในยุคกลางจงึ ไดช้ อ่ื วา่ “ยุคมดื ”
(พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
ขัน้ สรุป
15. นักเรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั สรปุ ความรแู้ ตล่ ะหัวขอ้ ทีไ่ ด้ศึกษามา โดยครคู อยแนะนําเพ่ิมเตมิ
8.การวัดและประเมินผล
วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ (ประเมินตามสภาพจริง)
ที่ 6 ที่ 6
ตรวจใบงานที่ 6.1 ใบงานท่ี 6.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 6.2 ใบงานที่ 6.2 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 6.3 ใบงานท่ี 6.3 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 6.4 ใบงานที่ 6.4 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบบันทึกการอ่าน แบบบันทกึ การอ่าน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สังเกตความมีวินยั ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ ม่ันในการ แบบประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
ทาํ งาน เกณฑ์
9.ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
สื่อการเรียนรู้
1) หนังสือเรยี น ประวัตศิ าสตร์ ม.3
2) หนงั สอื คน้ ควา้ เพม่ิ เตมิ
(1) กระมล ทองธรรมชาติ และคณะ. (2545). โลกของเรา. กรงุ เทพมหานคร : อักษรเจริญทัศน์.
(2) วมิ ลพรรณ ภทั โรดม. (2540). ยุโรปหลงั สงครามโลกคร้ังท่ี 2. กรงุ เทพมหานคร :
ศกั ดิ์โสภาการพมิ พ์.
(3) William, Roger. (2540). ทวปี ยุโรป. (พวงนลิ คาํ ปังสุ์ ผูแ้ ปล). กรงุ เทพมหานคร : หน้าตา่ ง สู่
โลกกว้าง.
3) วารสารทอ่ งเทยี่ วทวปี ยุโรป หนงั สอื พมิ พ์
4) วดี ทิ ัศนเ์ กย่ี วกบั ทวีปยโุ รป
5) แผนทโ่ี ลก
6) บตั รภาพ
7) ใบงานที่ 6.1 เรื่อง ท่ีตัง้ และสภาพทางภูมศิ าสตรท์ ม่ี ีผลต่อพฒั นาการของทวีปยโุ รป
8) ใบงานท่ี 6.2 เร่อื ง พฒั นาการดา้ นการเมอื งการปกครอง
9) ใบงานที่ 6.3 เรื่อง พัฒนาการดา้ นเศรษฐกจิ
10) ใบงานท่ี 6.4 เรื่อง พัฒนาการด้านสงั คมและศิลปวัฒนธรรม
แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
- http://th.wikipedia.org/wiki/ทวปี ยโุ รป
- http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?...
- http://www.thaigoodview.com/library/.../europe_topography.html
บตั รภาพ
ภาพอทุ ยานแห่งชาติฟยอร์ดแลนด์ ภาพอ่าวบสิ เคย์
ภาพธารนาํ้ แข็งฟรานซโ์ จเซฟ ภาพแมน่ ํ้าไรน์
ภาพยอดเขามงบลอ็ ง ภาพชายฝั่งทะเลของทวปี ยโุ รป
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 8
สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าประวตั ศิ าสตร์ รหสั วชิ า ส 23104
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องที่ 2 การสรา้ งสรรค์ผลงานดา้ นตา่ งๆ ของทวีปยโุ รป เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง
ครผู ู้สอน นายพลนวิ ัฒน์ โรจน์วิเชียรรัตน์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 4.2 เข้าใจพฒั นาการของมนษุ ยชาตจิ ากอดตี จนถึงปจั จบุ ัน ในดา้ นความสมั พนั ธแ์ ละการเปลย่ี นแปลงของ
เหตกุ ารณอ์ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง ตระหนกั ถึงความสําคญั และสามารถ วเิ คราะห์ผลกระทบทเี่ กดิ ข้นึ
2.สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
การสร้างสรรคผ์ ลงานในดา้ นต่างๆ ของทวีปยุโรปส่งผลต่อพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกจิ และการเมืองของทวปี
ยุโรป
3.ตวั ชว้ี ัด/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ตัวชี้วัด
ส 4.2 ม.3/1 อธิบายพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกจิ และการเมอื งของภมู ิภาคตา่ งๆ ในโลกโดยสงั เขป
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- สรุปพฒั นาการด้านต่างๆ ของทวีปยโุ รปได้
4.สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1) ท่ีตง้ั และสภาพทางภมู ิศาสตร์ของภูมิภาคตา่ งๆ ของโลก (ยกเวน้ เอเชยี ) ทม่ี ีผลตอ่ พัฒนาการโดยสงั เขป
2) พฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์ สงั คม เศรษฐกิจ และการเมืองของภมู ภิ าคตา่ งๆ ของโลก
(ยกเว้นเอเชยี ) โดยสงั เขป
สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน
(พิจารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)
5.สมรรถนะสาํ คัญของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการสอื่ สาร
ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการสาํ รวจคน้ หา
2) ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มลู
3) ทักษะการวิเคราะห์
ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6.คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. ม่งุ มั่นในการทาํ งาน
7.กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นํา
1. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันทบทวนความรเู้ ก่ยี วกับพฒั นาการทางประวัตศิ าสตรข์ องทวีปยุโรป
ขน้ั สอน
2. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั ทําใบงานท่ี 6.5 เร่อื ง การสรุปพฒั นาการและการสรา้ งสรรคด์ ้านต่างๆ ของ
ทวปี ยโุ รป
3. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตนุ้ ความคิด
นกั เรยี นพบอิทธิพลของอารยธรรมตะวนั ตกในสังคมไทยได้ในลักษณะใด และสถานท่ีใดบ้าง
(ในรูปแบบสถาปัตยกรรม ทั้งแบบตะวันตกและแบบผสมผสานกับสถาปัตยกรรมไทยโดยเฉพาะใน
กรงุ เทพมหานคร บรเิ วณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ถนนราชดําเนนิ จังหวดั พระนครศรีอยธุ ยา จังหวัด
ลพบุรี เป็นตน้ )
4. นกั เรียนแต่ละกลุ่มออกมานําเสนอคาํ ตอบในใบงานท่ี 6.5 หน้าช้ันเรยี น ครูคอยอธบิ ายเพม่ิ เติม
และสรปุ ประเดน็ ที่นกั เรียนนําเสนอ
5. นักเรียนตอบคาํ ถามกระตนุ้ ความคดิ
นักเรียนยกตวั อยา่ งสถาปตั ยกรรมในประเทศไทยท่ไี ด้รบั อิทธพิ ลจากอารยธรรมตะวันตก พร้อม
อธิบายให้ชดั เจน
(วดั นเิ วศนธ์ รรมประวตั ิ จังหวัดพระนครศรีอยธุ ยาเปน็ ศลิ ปะแบบกอทิกของยุโรปสมยั กลางที่แสดงความ
ศรัทธาต่อศาสนาคริสต์)
6. นักเรยี นนาํ ผลงานในใบงานท่ี 6.5 มาจดั ปา้ ยนเิ ทศหน้าชนั้ เรยี น เพอ่ื แสดงผลงานของนักเรียน
7. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตุ้นความคดิ
พัฒนาการทางประวตั ิศาสตร์ สงั คม เศรษฐกิจ และการเมอื งของทวีปยุโรปมผี ลต่อพัฒนาการของ
โลกในสมัยต่อมาอย่างไร
(เพราะในชว่ งคริสตศ์ ตวรรษที่ 16-19 ศูนย์กลางความเจริญของโลกอยใู่ นทวปี ยุโรป)
ขัน้ สรปุ
8. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปความรู้เรือ่ ง พัฒนาการทางประวตั ิศาสตร์ของทวีปยโุ รป แล้วครชู ้แี นะใหน้ กั เรียน
นาํ ความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการศกึ ษาต่อไปในอนาคต
8.การวัดและประเมนิ ผล
วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 6.5 ใบงานท่ี 6.5 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่าน
ประเมินการนาํ เสนอผลงาน แบบประเมินการนาํ เสนอผลงาน เกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
สงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม่ เกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่ันในการ แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ เกณฑ์
ทํางาน
9.สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
สือ่ การเรยี นรู้
- ใบงานท่ี 6.5 เรอ่ื ง การสรุปพฒั นาการและการสร้างสรรค์ด้านตา่ งๆ ของทวปี ยุโรป
แหล่งการเรยี นรู้
—
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 12 รหสั วชิ า ส 23104
สาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาประวัติศาสตร์
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 6 เร่อื งที่ 6 พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตรข์ องทวปี แอฟริกา เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง
ครผู ูส้ อน นายพลนิวฒั น์ โรจนว์ ิเชียรรตั น์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 4.2 เขา้ ใจพัฒนาการของมนษุ ยชาตจิ ากอดตี จนถึงปัจจุบนั ในด้านความสมั พนั ธแ์ ละการเปล่ยี นแปลงของ
เหตกุ ารณ์อยา่ งต่อเน่อื ง ตระหนกั ถึงความสําคญั และสามารถ วิเคราะหผ์ ลกระทบที่เกดิ ขึ้น
2.สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด
ทตี่ ้ังและสภาพแวดลอ้ มทางภมู ศิ าสตร์ของทวปี แอฟรกิ าสง่ ผลตอ่ พฒั นาการทางสังคม เศรษฐกิจ
และการเมืองของทวีปแอฟรกิ า
3.ตัวชี้วดั /จุดประสงค์การเรียนรู้
ตวั ชี้วัด
ส 4.2 ม.3/1 อธิบายพฒั นาการทางสังคม เศรษฐกจิ และการเมืองของภูมิภาคต่างๆ ในโลกโดยสังเขป
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) อธบิ ายความสาํ คัญของทต่ี ั้งและสภาพทางภมู ศิ าสตร์ของทวีปแอฟรกิ าท่มี ีผลต่อพฒั นาการโดยสงั เขปได้
2) สรุปพัฒนาการทางประวตั ิศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของทวปี แอฟรกิ าโดยสงั เขปได้
3) วิเคราะห์อิทธพิ ลของทวีปแอฟรกิ าต่อสังคมโลกได้
4.สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
1) ทีต่ ้ังและสภาพทางภูมิศาสตร์ของภูมภิ าคตา่ งๆ ของโลก (ยกเวน้ เอเชีย) ทีม่ ผี ลต่อพัฒนาการ โดยสงั เขป
2) พฒั นาการทางประวัติศาสตร์ สงั คม เศรษฐกจิ และการเมืองของภูมภิ าคต่างๆ ของโลก
(ยกเวน้ เอเชีย) โดยสงั เขป
3) อทิ ธิพลของอารยธรรมตะวนั ตกที่มีผลต่อพฒั นาการและการเปลยี่ นแปลงของสงั คมโลกโดยสงั เขป
สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิน่
(พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา)
5.สมรรถนะสําคัญของผเู้ รยี น
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการวิเคราะห์ 2) ทักษะการสรา้ งความรู้ 3) ทักษะการสรุปลงความเหน็
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6.คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มุง่ ม่นั ในการทํางาน
1. มวี ินยั
7.กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นํา
1. ครูให้นักเรยี นดภู าพเกีย่ วกับทวีปแอฟริกา แลว้ ให้นักเรยี นแสดงความคดิ เห็นวา่ เพราะเหตุใด
ทวีปแอฟริกาจงึ มคี วามลา้ หลงั กวา่ ทวปี อ่นื
ขน้ั สอน
2. ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ (กล่มุ เดมิ ) กาํ หนดหมายเลขประจาํ ตัว 1-4 ตามลาํ ดบั เรียกกลุ่มนี้ว่า กลมุ่ บ้าน
แล้วให้นักเรยี นทม่ี ีหมายเลขเดยี วกนั ไปรวมกนั เป็นกลมุ่ ใหม่ เรยี กกลมุ่ นว้ี า่ กลมุ่ ผู้เช่ยี วชาญ
3. นกั เรยี นกลุ่มผ้เู ชี่ยวชาญแต่ละกลมุ่ รว่ มกันศกึ ษาความรู้เรอ่ื ง ทวีปแอฟรกิ า จากหนังสือเรียน หนังสือค้นควา้
เพมิ่ เตมิ ห้องสมุด และแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ ในหัวข้อต่อไปนี้
- กลมุ่ หมายเลข 1 ศกึ ษาความรูเ้ รอ่ื ง ทตี่ ั้งและสภาพภมู ิศาสตร์ทมี่ ผี ลตอ่ พฒั นาการของทวปี
- กลมุ่ หมายเลข 2 ศึกษาความรู้เรือ่ ง พฒั นาการด้านการเมอื งการปกครอง
- กลุ่มหมายเลข 3 ศกึ ษาความรู้เรื่อง พฒั นาการดา้ นเศรษฐกิจ
- กลมุ่ หมายเลข 4 ศึกษาความรู้เรอ่ื ง พฒั นาการดา้ นสังคมและศิลปวฒั นธรรม และอิทธิพลของ
ทวีปแอฟริกาตอ่ สงั คมโลก
แล้วบนั ทกึ ความรทู้ ไ่ี ดล้ งในแบบบนั ทกึ การอา่ น
4. นักเรียนกลุ่มผู้เชย่ี วชาญร่วมกันอภิปรายในประเด็นทีศ่ กึ ษาจนทกุ คนมีความเขา้ ใจชัดเจน แล้วช่วยกันตอบ
คําถามกระตนุ้ ความคิด
พื้นทบ่ี รเิ วณใดในทวีปแอฟริกาท่ชี าวยโุ รปเลือกไปใช้ชีวิต โดยไม่ตอ้ งปรบั ตวั มากนัก
(ชายฝง่ั ทะเลเมดิเตอร์เรเนยี นทางตอนเหนอื )
5. นกั เรยี นกลุม่ ผูเ้ ชย่ี วชาญกลบั เขา้ สูก่ ล่มุ บ้าน ผลดั กนั อธิบายความรทู้ ไี่ ดศ้ ึกษามา พร้อมทั้งเปดิ โอกาสใหเ้ พื่อน
ได้ซกั ถามหากมขี อ้ สงสยั
6. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั ทาํ ใบงานท่ี 6.9 เรอ่ื ง พัฒนาการทางประวัติศาสตรข์ องทวีปแอฟริกา เม่อื ทาํ
เสร็จแล้วใหแ้ ตล่ ะกลุ่มออกมานําเสนอคําตอบในใบงานหนา้ ชน้ั เรียน ครูและเพ่อื นนกั เรียนชว่ ยกนั ตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
7. นักเรยี นตอบคําถามกระตนุ้ ความคดิ
ปัจจัยใดทย่ี โุ รปให้ความสนใจทวปี แอฟรกิ า ทัง้ ๆ ท่มี ีความลา้ หลังในสายตาของชาวยุโรป
(มที รัพยากรธรรมชาตอิ ดุ มสมบูรณ์ เช่น นํา้ มนั เพชร ทองคํา เปน็ ตน้ )
ขนั้ สรุป
8. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรุปความรู้เกี่ยวกับทวีปแอฟริกา
8.การวัดและประเมนิ ผล
วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 6.9 ใบงานท่ี 6.9 ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทึกการอา่ น แบบบันทึกการอ่าน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการนาํ เสนอผลงาน แบบประเมินการนาํ เสนอผลงาน
สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุ่ม
สังเกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมั่นในการทาํ งาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
9.ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
สอ่ื การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี น ประวตั ศิ าสตร์ ม.3
2) หนังสอื ค้นควา้ เพิม่ เตมิ
- กระมล ทองธรรมชาติ และคณะ. (2545). โลกของเรา. กรงุ เทพมหานคร : อกั ษรเจรญิ ทัศน์.
3) แผนที่โลก
4) แผนทท่ี วปี แอฟรกิ า
5) บัตรภาพ
6) ใบงานท่ี 6.9 เรือ่ ง พัฒนาการทางประวตั ศิ าสตร์ของทวปี แอฟรกิ า
แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
- ttp://th.wikipedia.org/wiki/ทวปี แอฟริกา
บตั รภาพ
ภาพการใชอ้ ฐู ในการเดินทาง ภาพเทอื กเขาคลิ ิมันจาโร
ภาพชนเผา่ ในทวปี แอฟริกา ภาพกษตั ริย์ของชนเผา่ ในทวปี แอฟริกา
ภาพความยากจนของคนในทวีปแอฟริกา ภาพความเชื่อในพระเจา้ ของชนเผา่ ในทวปี แอฟรกิ า
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 13 รหสั วิชา ส 23104
สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาประวัตศิ าสตร์
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 เร่ืองท่ี 7 พัฒนาการทางประวตั ศิ าสตร์ของทวีปออสเตรเลยี และโอเชียเนียเวลาเรยี น 1
ชัว่ โมง
ครูผ้สู อน นายพลนวิ ฒั น์ โรจน์วิเชยี รรัตน์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 4.2 เข้าใจพฒั นาการของมนษุ ยชาตจิ ากอดีตจนถึงปัจจบุ นั ในดา้ นความสมั พนั ธแ์ ละการเปลีย่ นแปลงของ
เหตกุ ารณอ์ ย่างต่อเนอื่ ง ตระหนักถึงความสาํ คญั และสามารถ วเิ คราะห์ผลกระทบทเ่ี กดิ ขนึ้
2.สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
ออสเตรเลียมที ีต่ ัง้ ทางภูมิศาสตรแ์ ยกออกมาจากทวปี อื่นๆ ทาํ ให้มพี ฒั นาการทางประวตั ิศาสตร์ สังคม เศรษฐกจิ
และการเมอื งเป็นเอกลกั ษณเ์ ฉพาะตัว แต่เมื่อมอี ารยธรรมจากภายนอกเขา้ มากส็ ามารถนํามาปรับเปลี่ยนเข้ากบั วิถชี วี ติ
ของตนได้
3.ตัวชว้ี ัด/จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ตัวช้วี ดั
ส 4.2 ม.3/1 อธิบายพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกจิ และการเมืองของภมู ิภาคต่างๆ ในโลกโดยสังเขป
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธบิ ายความสาํ คญั ของทต่ี ัง้ และสภาพทางภูมศิ าสตรข์ องทวปี ออสเตรเลยี และโอเชียเนียท่ีมผี ลตอ่
พฒั นาการโดยสงั เขปได้
2) สรุปพัฒนาการทางประวตั ิศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของทวปี ออสเตรเลยี และโอเชียเนีย
โดยสังเขปได้
3) วเิ คราะหอ์ ทิ ธพิ ลของทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนียตอ่ สงั คมโลกได้
4.สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1) ทีต่ ง้ั และสภาพทางภมู ศิ าสตรข์ องภูมิภาคตา่ งๆ ของโลก (ยกเวน้ เอเชีย) ทม่ี ผี ลต่อพัฒนาการ โดยสังเขป
2) พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์ สงั คม เศรษฐกจิ และการเมืองของภูมภิ าคต่างๆ ของโลก
(ยกเว้นเอเชีย) โดยสังเขป
3) อิทธพิ ลของอารยธรรมตะวนั ตกท่ีมีผลต่อพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของสงั คมโลกโดยสังเขป
สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน
(พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา)
5.สมรรถนะสําคัญของผูเ้ รียน
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการสรุปลงความเหน็
ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6.คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมน่ั ในการทํางาน
7.กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นาํ
1. ครูให้นกั เรียนดูภาพสัตวใ์ นทวีปออสเตรเลยี และโอเชยี เนีย แล้วใหน้ ักเรียนวิเคราะห์ว่า สตั ว์ในภาพเกี่ยวขอ้ ง
กบั ทวีปออสเตรเลียอยา่ งไร โดยใหน้ ักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ จากคาํ ถามต่อไปน้ี
- เพราะเหตใุ ด ทวปี ออสเตรเลยี จงึ มสี ตั ว์ท่แี ตกต่างจากทวีปอืน่
ข้นั สอน
2. ครูแจกภาพตอ่ (Jigsaw) แสดงแผนท่ีกายภาพของทวปี ออสเตรเลยี และโอเชียเนยี พร้อมอปุ กรณใ์ นการทํา
กจิ กรรม ไดแ้ ก่ กระดานลกู ฟกู (Future board) กาว ให้นักเรยี นกลุ่มละ 1 ชดุ
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกันตอ่ ภาพตอ่ (Jigsaw) เสรจ็ แล้วครูตรวจสอบความถูกต้องกอ่ นที่นกั เรียน จะ
ทากาวภาพต่อ (Jigsaw)
4. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ชว่ ยกันพจิ ารณาท่ตี งั้ และสภาพทางภมู ศิ าสตรข์ องทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนยี
จากภาพต่อ (Jigsaw) แลว้ สรุปความร้ทู ่ไี ด้บนกระดานในรูปผังกราฟิก
5. ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่ม (กลมุ่ เดิม) แบ่งหน้าทีก่ นั ศกึ ษาความรูเ้ กย่ี วกับทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนีย จาก
หนงั สือเรยี น หนงั สอื ค้นควา้ เพ่ิมเตมิ ห้องสมดุ และแหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ ในหัวข้อต่อไปน้ี
1) ทตี่ ้งั และสภาพทางภูมิศาสตรท์ มี่ ผี ลต่อพฒั นาการของทวีป
2) พฒั นาการและการสรา้ งสรรคด์ ้านตา่ งๆ
3) อิทธพิ ลของทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนยี ต่อสังคมโลก
แลว้ บันทกึ ความรทู้ ไ่ี ดล้ งในแบบบนั ทึกการอา่ น
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มนาํ ความรู้ทไ่ี ด้มาถา่ ยทอดใหเ้ พ่ือนในกลมุ่ ฟงั แลว้ ผลดั กันซักถามและอภปิ ราย ขอ้
สงสยั จนทุกคนมคี วามเขา้ ใจชดั เจน
7. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกันทําใบงานท่ี 6.10 เรอื่ ง พัฒนาการทางประวตั ิศาสตร์ของทวีปออสเตรเลียและ
โอเชยี เนยี เม่อื ทําเสร็จแล้วให้สมาชิกแตล่ ะกลุม่ ผลดั กันตรวจคาํ ตอบในใบงาน ตามแนวเฉลยทคี่ รูแจกใหแ้ ละ
ชว่ ยกันอธบิ ายขอ้ สงสยั ให้สมาชิกในกลมุ่ ฟงั
8. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระตุ้นความคดิ ขอ้ 1-2
1) การท่ลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศของทวีปออสเตรเลยี มีลกั ษณะเป็นเกาะส่งผลดแี ละผลเสีย
ตอ่ ทวปี อยา่ งไร
(ข้อดี คอื ไม่มีปัญหาพรมแดนกับประเทศใด แตม่ ขี ้อเสยี คือ รักษาความมน่ั คงของประเทศได้ยาก
เนือ่ งจากเปน็ เกาะ ผรู้ กุ รานสามารถเขา้ มาได้ทุกทศิ ทาง)
2) นักเรียนเชื่อหรือไม่วา่ ออสเตรเลยี มีแกะมากกวา่ ประชากร
(เชอ่ื เพราะลักษณะภูมปิ ระเทศและลักษณะภมู ิอากาศของทวีปออสเตรเลียเป็นทุง่ หญา้ กว้างขวาง
อากาศอบอนุ่ จึงเหมาะสมในการเลีย้ งแกะ ประกอบกบั ประชากรที่เป็นคนมจี าํ นวนน้อย)
ขนั้ สรุป
9. นักเรียนชว่ ยกนั สรุปพฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์ สังคม เศรษฐกจิ และการเมืองของทวปี ออสเตรเลียและโอ
เชยี เนยี ลงในสมุดด้วยคําพูดของตนเองในรูปผังกราฟกิ แบบก้างปลา
8.การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 6.10 ใบงานที่ 6.10 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
ตรวจแบบบันทึกการอ่าน แบบบนั ทึกการอ่าน เกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ่ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุ่ม เกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น
สงั เกตความมีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุง่ มน่ั ในการ แบบประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ เกณฑ์
ทํางาน
9.สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี น ประวตั ศิ าสตร์ ม.3
2) หนังสอื ค้นควา้ เพิม่ เติม
(1) อกั ษร-ฟลิ ปิ . (2553). World Atlas 1. พมิ พ์ครัง้ ที่ 17. กรงุ เทพมหานคร : อักษรเจรญิ ทศั น์.
(2) อักษร-ฟิลปิ . (2553). World Atlas 2. พมิ พ์ครงั้ ท่ี 21. กรงุ เทพมหานคร : อกั ษรเจริญทัศน์.
3) ภาพตอ่ (Jigsaw) แสดงแผนท่ีกายภาพของทวปี ออสเตรเลียและโอเชยี เนีย
4) อปุ กรณใ์ นการทํากิจกรรม ได้แก่ กระดานพลาสติกลูกฟูก (Future board) กาว
5) บัตรภาพ
6) ใบงานที่ 6.10 เร่อื ง พฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์ของทวีปออสเตรเลยี และโอเชียเนีย
แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องสมุด
2) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
- http://th.wikipedia.org/wiki/ทวปี ออสเตรเลยี
- http://th.wikipedia.org/wiki/โอเชียเนยี
บตั รภาพ
ภาพหมีโคลา่ ภาพจิงโจ้
ภาพแกะ ภาพชูการไ์ กรเดอร์
ภาพโอพอสซัม ภาพวอมแบท
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 14 รหัสวชิ า ส 23104
สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าประวัตศิ าสตร์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 6 เรือ่ งท่ี 8 ตามรอยอารยธรรมตะวนั ตกรอบโลก เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง
ครผู ู้สอน นายพลนิวฒั น์ โรจน์วิเชียรรัตน์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.2 เข้าใจพฒั นาการของมนุษยชาตจิ ากอดตี จนถงึ ปจั จุบัน ในด้านความสัมพนั ธ์และการเปลี่ยนแปลงของ
เหตกุ ารณอ์ ยา่ งตอ่ เนือ่ ง ตระหนกั ถึงความสาํ คญั และสามารถ วเิ คราะหผ์ ลกระทบท่ีเกิดขึน้
2.สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด
อารยธรรมตะวนั ตกแพรห่ ลายไปท่ัวโลกสง่ ผลใหเ้ กดิ พฒั นาการและการเปลย่ี นแปลงในดา้ นตา่ งๆ ของ สงั คมโลก
3.ตวั ชี้วัด/จุดประสงค์การเรยี นรู้
ตวั ช้วี ดั
ส 4.2 ม.3/1 อธิบายพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมอื งของภูมภิ าคตา่ งๆ ในโลกโดยสงั เขป
จุดประสงค์การเรยี นรู้
- วิเคราะหอ์ ิทธพิ ลอารยธรรมตะวันตกในภูมิภาคต่างๆ ของโลกได้
4.สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- อทิ ธิพลของอารยธรรมตะวันตกท่มี ผี ลต่อพัฒนาการและการเปลย่ี นแปลงทางสงั คมโลกโดยสังเขป
สาระการเรยี นร้ทู ้องถิ่น 2) ทกั ษะการวเิ คราะห์
(พิจารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา) 4) ทกั ษะการสรุปลงความเห็น
5.สมรรถนะสําคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการสอื่ สาร
ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการรวบรวมขอ้ มูล
3) ทักษะการสร้างความรู้
ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6.คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี นิ ัย 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มุ่งม่ันในการทาํ งาน
7.กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันนาํ
1. ครูใหน้ กั เรียนแต่ละกลุม่ (กลุ่มเดิม) เลือกภาพอารยธรรมตะวันตก กลุ่มละ 3-5 ภาพ (ครเู ตรยี มภาพให้
นกั เรยี นหลายๆ ภาพ)
2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกับภาพทเ่ี ลอื กวา่ เป็นอารยธรรมตะวันตกในสมัยใด
3. นกั เรียนตอบคําถามกระตุ้นความคดิ
นักเรียนใช้อะไรเปน็ เกณฑ์ในการตัดสินวา่ ภาพที่นกั เรียนเลอื กเป็นอารยธรรมตะวันตก ในสมัยใด
(พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินิจของครผู สู้ อน)
ขน้ั สอน
4. นกั เรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกนั ศึกษาความรูเ้ ร่อื ง อทิ ธพิ ลของอารยธรรมตะวนั ตกตอ่ พัฒนาการและการ
เปลย่ี นแปลงของสังคมโลก จากหนังสือคน้ ควา้ เพมิ่ เติม หอ้ งสมดุ และแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
แล้วบันทึกความรทู้ ีไ่ ด้ลงในแบบบนั ทึกการอ่าน
5. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกันอภปิ รายความรู้ทีไ่ ด้จากการศึกษา
6. นักเรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั แลกเปลีย่ นความคิดเหน็ ผลดั กันซกั ถามหากมขี ้อสงสัย และผลดั กันอธบิ ายจนทกุ
คนมคี วามเข้าใจชดั เจน แลว้ สรปุ ความเข้าใจโดยเขียนแผนผงั ความคดิ ลงในใบงานท่ี 6.11 เรื่อง อทิ ธิพล
ของอารยธรรมตะวันตกตอ่ พัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก เม่อื ทาํ เสร็จแลว้ ให้ตัวแทนของ
แตล่ ะกลุม่ ออกมานําเสนอคาํ ตอบหน้าชัน้ เรียน
7. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตนุ้ ความคิด
นักเรียนคิดวา่ อารยธรรมตะวนั ตกมอี ิทธิพลต่อการพัฒนาและการเปลีย่ นแปลงของ สงั คมโลก
อยา่ งไร
(พิจารณาตามคําตอบของนกั เรียน โดยให้อยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู ูส้ อน)
8. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นําภาพอารยธรรมตะวนั ตกที่ครูแจกให้ มาจําแนกกลมุ่ แสดงอทิ ธพิ ลของอารยธรรม
ตะวันตก พร้อมอธิบายประกอบ
9. ครูและนกั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอทิ ธพิ ลของอารยธรรมตะวนั ตกต่อพฒั นาการและการ
เปลี่ยนแปลงของสงั คม
10. นักเรียนทาํ แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6
ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทาํ หนังสือเล่มเล็ก เรอ่ื ง ภูมภิ าคของโลกกับพัฒนาการทาง
ประวตั ิศาสตร์ โดยใหค้ รอบคลมุ ประเด็นตามทกี่ าํ หนด ดงั นี้
1) การอธิบายทต่ี ้ังและสภาพทางภมู ศิ าสตร์ของภูมิภาคตา่ งๆ ของโลกทีม่ ีผลต่อพฒั นาการ
2) การอธิบายพัฒนาการทางการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรมของภูมิภาค
ต่างๆ ของโลก
3) การวิเคราะห์อทิ ธพิ ลของอารยธรรมตะวันตกที่มีผลตอ่ พฒั นาการและการเปล่ียนแปลงของสงั คมโลก
ขนั้ สรุป
1.ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนสกั ถามข้อสงสัย
2.ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปองค์ความรู้
8.การวดั และประเมนิ ผล
วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์
รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 6.11 ใบงานที่ 6.11 ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทึกการอ่าน แบบบนั ทึกการอา่ น ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการนาํ เสนอผลงาน แบบประเมินการนําเสนอผลงาน รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ่
สังเกตความมีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมั่นในการทาํ งาน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 6 แบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 6
ตรวจหนังสือเล่มเลก็ เรอ่ื ง ภูมภิ าคของโลกกบั แบบประเมนิ หนังสอื เล่มเลก็ เรื่อง
พฒั นาการทางประวตั ิศาสตร์ ภมู ภิ าคของโลกกับพัฒนาการทาง
ประวัติศาสตร์
9.สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื ค้นคว้าเพ่ิมเตมิ
(1) กระมล ทองธรรมชาติ และคณะ. (2545). โลกของเรา. กรุงเทพมหานคร : อกั ษรเจริญทศั น์.
(2) วิมลพรรณ ภทั โรดม. (2540). ยุโรปหลังสงครามโลกครัง้ ที่ 2. กรงุ เทพมหานคร :
ศักดโิ์ สภาการพิมพ์.
(3) William, Roger. (2540). ทวีปยุโรป. (พวงนิล คาํ ปังส์ุ ผูแ้ ปล). กรงุ เทพมหานคร : หน้าตา่ ง สู่
โลกกว้าง.
2) บัตรภาพ
3) ใบงานที่ 6.11 เรอ่ื ง อิทธิพลของอารยธรรมตะวันตกตอ่ พัฒนาการและการเปล่ยี นแปลง
ของสังคมโลก
แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมุด
2) แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
- http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?...
- http://www.thaigoodview.com/library/.../europe_topography.html
ช่ื อ ก ลุ่ ม . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ชั้ น . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ส ม า ชิ ก 1 . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 2 . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
3..........................................................4..........................................................
5..........................................................6..........................................................
การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมินหนังสือเลม่ เลก็ เร่อื ง ภูมิภาคของโลกกบั พฒั นาการทางประวัติศาสตร์
ลาํ ดับที่ รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 การอธบิ ายที่ตั้งและสภาพทางภมู ศิ าสตร์ของภมู ิภาค
ต่างๆ ของโลกทม่ี ีผลต่อพฒั นาการ
การอธิบายพัฒนาการทางการเมืองการปกครอง
2 เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของภมู ิภาคตา่ งๆ ของ
โลก
3 การวเิ คราะห์อิทธิพลของอารยธรรมตะวันตกท่ีมีผลตอ่
พัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก
รวม
ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ดีมาก = 4 คะแนน
ดี = 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช้ = 2 คะแนน
ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน 11 - 12 ดมี าก
9 - 10 ดี
6 - 8 พอใช้
ต่าํ กวา่ 6 ปรบั ปรงุ
บตั รภาพ
ภาพวิหารอโครโปลสิ ภาพโคลอสเซียม
ภาพพระราชวังแวร์ซายส์ ภาพประตชู ยั ฝรงั่ เศส