ความสุข
ในความหลากหลาย
ทางวัฒนธรรม
สุภัค มหาวรากร
นิธิอร พรอ�าไพสกุล
วิพุธ โสภวงศ์
หนังสืออ่านเพิ่มเติมวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง
โครงการวิจัยเรื่อง ความสุขของการอยู่ร่วมกัน
ท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรมในสังคมไทย
ผ่านวรรณกรรมเยาวชน
ภายใต้ชุดโครงการวิจัยรังสรรค์สันติสุขให้แผ่นดิน
ศูนย์พหุวัฒนธรรมศึกษาและนวัตกรรมทางสังคม
สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สนับสนุนโดย มูลนิธิส�านักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
2561
ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม
สุภัค มหาวรากร
นิธิอร พรอ�าไพสกุล
วิพุธ โสภวงศ์
ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ
ISBN 978-616-296-185-4 National Library of Thailand Cataloging in Publication Data
ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาหนังสือ สุภัค มหาวรากร. นิธิอร พรอ�าไพสกุล. วิพุธ โสภวงศ์
ศ.ดร.กุสุมา รักษมณี
ผศ.ดร.พิสิทธิ์ กอบบุญ ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม.-- กรุงเทพฯ : คณะมนุษยศาสตร์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2562.
ผศ.รพินทร คงสมบูรณ์
128 หน้า.
1.พหุวัฒนธรรมนิยม. 2.วรรณกรรมกับสังคม. I. นิธิอร พรอาไพสกุล, ผู้แต่งร่วม.
�
II. วิพุธ โสภวงศ์, ผู้แต่งร่วม. III. ชื่อเรื่อง.
306
ภาพประกอบ เสรี มณีนิล ISBN 978-616-296-185-4
ปีที่พิมพ์ พ.ศ.2562
จ�านวนพิมพ์ 500 เล่ม
พิมพ์ที่
สันติศิริการพิมพ์
1316 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 57 บางพลัด กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ 0-2424-3975 โทรสาร 0-2881-9849
นายสันติพงษ์ กาลอรุณ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา
ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม
สุภัค มหาวรากร
นิธิอร พรอ�าไพสกุล
วิพุธ โสภวงศ์
ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ
ISBN 978-616-296-185-4 National Library of Thailand Cataloging in Publication Data
ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาหนังสือ สุภัค มหาวรากร. นิธิอร พรอ�าไพสกุล. วิพุธ โสภวงศ์
ศ.ดร.กุสุมา รักษมณี
ผศ.ดร.พิสิทธิ์ กอบบุญ ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม.-- กรุงเทพฯ : คณะมนุษยศาสตร์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2562.
ผศ.รพินทร คงสมบูรณ์
128 หน้า.
1.พหุวัฒนธรรมนิยม. 2.วรรณกรรมกับสังคม. I. นิธิอร พรอาไพสกุล, ผู้แต่งร่วม.
�
II. วิพุธ โสภวงศ์, ผู้แต่งร่วม. III. ชื่อเรื่อง.
306
ภาพประกอบ เสรี มณีนิล ISBN 978-616-296-185-4
ปีที่พิมพ์ พ.ศ.2562
จ�านวนพิมพ์ 500 เล่ม
พิมพ์ที่
สันติศิริการพิมพ์
1316 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 57 บางพลัด กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ 0-2424-3975 โทรสาร 0-2881-9849
นายสันติพงษ์ กาลอรุณ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา
ค�าน�า ตอนที่ 1 แนะน�าการอ่านวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง กล่าวถึง
ื
ื
ื
ภาพรวม และแนะนาวิธีการอ่านนวนิยาย 3 เร่องทีละเล่ม เพ่อเป็นพ้นฐาน
�
็
่
“ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม” เปนหนังสืออาน ให้ผู้อ่านเข้าใจองค์ประกอบของวรรณกรรมเยาวชน ได้แก่ แก่นเรื่องหรือ
ประกอบวรรณกรรมเยาวชนจากโครงการวิจัยเรื่อง “ความสุขของการอยู่ แนวคิด การดาเนินเร่อง ตัวละคร บทสนทนา และฉาก และแสดงลักษณะ
ื
�
ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมในสังคมไทย เด่นของวรรณกรรมเยาวชนทั้ง 3 เรื่อง
ผ่านวรรณกรรมเยาวชน (ปีท่ 1)” ในชุดโครงการ “รังสรรค์สันติสุขให้ ตอนที่ 2 การวิเคราะห์วรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง เป็นการ
ี
แผ่นดิน” ประจาปี พ.ศ. 2559 โดยมีแนวคิดว่าสังคมไทยเป็นสังคม เพิ่มรายละเอียดความรู้ต่างๆ โดยแบ่งเป็นหมวด ได้แก่ บ้านเมืองของเรา
�
พหุวัฒนธรรมท่อยู่ร่วมกันโดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจ พระมหากษัตริย์ของเรา เพลงรักของเรา การศึกษาและศาสนาของเรา
ี
ื
ของประชาชนชาวไทย ทรงเป็นผู้รังสรรค์ความสุขในสังคมไทยบนพ้นฐาน และการละเล่นของเรา เพื่อสรุปให้เห็นความหลากหลายในการอยู่ร่วมกัน
ความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเน้นวัฒนธรรมของชาวไทยพุทธและ ในสังคมไทยพุทธและไทยมุสลิม
ื
ชาวไทยมุสลิม ลักษณะดังกล่าวปรากฏในวรรณกรรมเยาวชนไทย 3 เร่อง ตอนที่ 4 การประเมินความรู้จากการอ่านวรรณกรรมเยาวชน
ได้แก่ ปอเนาะที่รัก รางวัลนวนิยายเยาวชนชนะเลิศประจ�าปี 2524 จาก 3 เร่อง เพ่อประเมินผลการเรียนรู้ในด้านต่างๆ และมีกิจกรรมส่งเสริมการ
ื
ื
�
ิ
สานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาต อาณาจักรแห่งหัวใจ รางวัล เรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ
�
รองชนะเลิศประเภทนวนิยายประจาปี 2551 จากโครงการประกวด ผูวิจัยขอขอบคุณ ศ.ดร.กุสุมา รักษมณี ผศ.ดร.พิสิทธ์ กอบบุญ
้
ิ
ี
วรรณกรรมเยาวชนรางวัล “แว่นแก้ว” และแว้งท่รัก เป็นวรรณกรรม และ ผศ.รพินทร คงสมบูรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาหนังสือ ท่กรุณาแก้ไข
ี
เยาวชนที่ส�านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คัดเลือก ให้ข้อเสนอแนะและเพ่มเติมความรู้ต่างๆ ทาให้หนังสือเล่มน้ถูกต้องและ
ี
ิ
�
ให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา สาระการเรียนรู้ภาษาไทย “ความสุขในความ สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ื
หลากหลายทางวัฒนธรรม” ถ่ายทอดเน้อหาการวิเคราะห์มุมมองความสุข ผู้วิจัยหวังว่าหนังสืออ่านประกอบวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง
ของการอยู่ร่วมกันในสังคมไทย ได้แก่ วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ทัศนคติ ใน นี้จะชวยสงเสริมใหเกิดความเขาใจและเกิดการเรียนรูความหลากหลายใน
่
่
้
้
้
�
สังคมไทยพุทธกับไทยมุสลิมในรูปแบบต่างๆ เพ่อนาไปสู่การเรียนรู้และ การอยู่ร่วมกันในสังคมไทยพุทธและไทยมุสลิม เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่าง
ื
�
ื
เข้าใจกันในด้านศาสนา คติความเช่อ และการดารงชีวิต อันจะเป็น สันติสุขในสังคมไทย
ประโยชน์ต่อการอยู่ร่วมกันด้วยการเคารพและให้เกียรติซ่งกันและกันใน
ึ
่
ั
สงคมไทยทมความหลากหลายทางวฒนธรรม เนอหาแบ่งเป็น 4 ตอน สุภัค มหาวรากร
ี
ื
้
ี
ั
ได้แก่ นิธิอร พรอ�าไพสกุล
วิพุธ โสภวงศ์
ค�าน�า ตอนที่ 1 แนะน�าการอ่านวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง กล่าวถึง
ื
ื
ื
ภาพรวม และแนะนาวิธีการอ่านนวนิยาย 3 เร่องทีละเล่ม เพ่อเป็นพ้นฐาน
�
็
่
“ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม” เปนหนังสืออาน ให้ผู้อ่านเข้าใจองค์ประกอบของวรรณกรรมเยาวชน ได้แก่ แก่นเรื่องหรือ
ประกอบวรรณกรรมเยาวชนจากโครงการวิจัยเรื่อง “ความสุขของการอยู่ แนวคิด การดาเนินเร่อง ตัวละคร บทสนทนา และฉาก และแสดงลักษณะ
ื
�
ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมในสังคมไทย เด่นของวรรณกรรมเยาวชนทั้ง 3 เรื่อง
ผ่านวรรณกรรมเยาวชน (ปีท่ 1)” ในชุดโครงการ “รังสรรค์สันติสุขให้ ตอนที่ 2 การวิเคราะห์วรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง เป็นการ
ี
แผ่นดิน” ประจาปี พ.ศ. 2559 โดยมีแนวคิดว่าสังคมไทยเป็นสังคม เพิ่มรายละเอียดความรู้ต่างๆ โดยแบ่งเป็นหมวด ได้แก่ บ้านเมืองของเรา
�
พหุวัฒนธรรมท่อยู่ร่วมกันโดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจ พระมหากษัตริย์ของเรา เพลงรักของเรา การศึกษาและศาสนาของเรา
ี
ื
ของประชาชนชาวไทย ทรงเป็นผู้รังสรรค์ความสุขในสังคมไทยบนพ้นฐาน และการละเล่นของเรา เพื่อสรุปให้เห็นความหลากหลายในการอยู่ร่วมกัน
ความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเน้นวัฒนธรรมของชาวไทยพุทธและ ในสังคมไทยพุทธและไทยมุสลิม
ื
ชาวไทยมุสลิม ลักษณะดังกล่าวปรากฏในวรรณกรรมเยาวชนไทย 3 เร่อง ตอนที่ 4 การประเมินความรู้จากการอ่านวรรณกรรมเยาวชน
ได้แก่ ปอเนาะที่รัก รางวัลนวนิยายเยาวชนชนะเลิศประจ�าปี 2524 จาก 3 เร่อง เพ่อประเมินผลการเรียนรู้ในด้านต่างๆ และมีกิจกรรมส่งเสริมการ
ื
ื
�
ิ
สานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาต อาณาจักรแห่งหัวใจ รางวัล เรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ
�
รองชนะเลิศประเภทนวนิยายประจาปี 2551 จากโครงการประกวด ผูวิจัยขอขอบคุณ ศ.ดร.กุสุมา รักษมณี ผศ.ดร.พิสิทธ์ กอบบุญ
้
ิ
ี
วรรณกรรมเยาวชนรางวัล “แว่นแก้ว” และแว้งท่รัก เป็นวรรณกรรม และ ผศ.รพินทร คงสมบูรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาหนังสือ ท่กรุณาแก้ไข
ี
เยาวชนที่ส�านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คัดเลือก ให้ข้อเสนอแนะและเพ่มเติมความรู้ต่างๆ ทาให้หนังสือเล่มน้ถูกต้องและ
ี
ิ
�
ให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา สาระการเรียนรู้ภาษาไทย “ความสุขในความ สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ื
หลากหลายทางวัฒนธรรม” ถ่ายทอดเน้อหาการวิเคราะห์มุมมองความสุข ผู้วิจัยหวังว่าหนังสืออ่านประกอบวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง
ของการอยู่ร่วมกันในสังคมไทย ได้แก่ วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ทัศนคติ ใน นี้จะชวยสงเสริมใหเกิดความเขาใจและเกิดการเรียนรูความหลากหลายใน
่
่
้
้
้
�
สังคมไทยพุทธกับไทยมุสลิมในรูปแบบต่างๆ เพ่อนาไปสู่การเรียนรู้และ การอยู่ร่วมกันในสังคมไทยพุทธและไทยมุสลิม เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่าง
ื
�
ื
เข้าใจกันในด้านศาสนา คติความเช่อ และการดารงชีวิต อันจะเป็น สันติสุขในสังคมไทย
ประโยชน์ต่อการอยู่ร่วมกันด้วยการเคารพและให้เกียรติซ่งกันและกันใน
ึ
่
ั
สงคมไทยทมความหลากหลายทางวฒนธรรม เนอหาแบ่งเป็น 4 ตอน สุภัค มหาวรากร
ี
ื
้
ี
ั
ได้แก่ นิธิอร พรอ�าไพสกุล
วิพุธ โสภวงศ์
สารบัญ
ตอนที่ 1
ตอนที่ 1
แนะน�าการอ่านวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง 7 แนะน�าการอ่านวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง
ตอนที่ 2
ิ
ื
ี
วิเคราะห์วรรณกรรมเยาวชนเรื่องปอเนาะที่รัก อาณาจักรแห่งหัวใจ 11 หนังสืออ่านเพ่มเติมวรรณกรรมเยาวชน 3 เร่องน้ แบ่งเป็น
และ แว้งที่รัก 4 ตอน ได้แก่
ตอนที่ 1 แนะน�าการอ่านวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง
ตอนที่ 3 ตอนท 2 วิเคราะห์วรรณกรรมเยาวชนเร่องปอเนาะท่รัก
ี
ื
ี
่
ความรู้เพิ่มเติมในวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง 69 อาณาจักรแห่งหัวใจ และแว้งที่รัก
ตอนที่ 4 ตอนที่ 3 ความรู้เพิ่มเติมในวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง
่
ี
การประเมินความรู้จากการอ่านวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง 99 ตอนท 4 แบบประเมินความรู้จากการอ่านวรรณกรรมเยาวชน
เฉลยการประเมินความรู้จากการอ่านวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง 112 3 เรื่อง
วรรณกรรมเยาวชน 3 เร่อง ใช้หลักการแต่งและการวิเคราะห์
ื
เหมือนนวนิยาย ได้แก่
1. แก่นเรื่อง หรือแนวคิดส�าคัญของเรื่อง
2. การด�าเนินเรื่อง เหตุการณ์ในเรื่อง ประเด็นความขัดแย้ง
3. ตัวละคร ได้แก่ ลักษณะ พฤติกรรม นิสัยของตัวละคร
4. บทสนทนา คือคาพูดของตัวละคร จะทาให้รู้ถึงลักษณะนิสัย
�
�
ของตัวละคร
ื
5. ฉาก หมายถึงสถานท่ท่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ช่วงเวลาของเร่อง
ี
ี
วรรณกรรมเยาวชนทั้ง 3 เรื่องมีลักษณะแตกต่างกันจึงมีวิธี
การอ่านแต่ละเล่ม โดยมีจุดหมายส�าคัญคือการแสดงถึงการอยู่ร่วมกัน
อย่างมีสันติสุข แม้จะมีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม ดังน ้ ี
สารบัญ
ตอนที่ 1
ตอนที่ 1
แนะน�าการอ่านวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง 7 แนะน�าการอ่านวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง
ตอนที่ 2
ิ
ื
ี
วิเคราะห์วรรณกรรมเยาวชนเรื่องปอเนาะที่รัก อาณาจักรแห่งหัวใจ 11 หนังสืออ่านเพ่มเติมวรรณกรรมเยาวชน 3 เร่องน้ แบ่งเป็น
และ แว้งที่รัก 4 ตอน ได้แก่
ตอนที่ 1 แนะน�าการอ่านวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง
ตอนที่ 3 ตอนท 2 วิเคราะห์วรรณกรรมเยาวชนเร่องปอเนาะท่รัก
ี
ื
ี
่
ความรู้เพิ่มเติมในวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง 69 อาณาจักรแห่งหัวใจ และแว้งที่รัก
ตอนที่ 4 ตอนที่ 3 ความรู้เพิ่มเติมในวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง
่
ี
การประเมินความรู้จากการอ่านวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง 99 ตอนท 4 แบบประเมินความรู้จากการอ่านวรรณกรรมเยาวชน
เฉลยการประเมินความรู้จากการอ่านวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง 112 3 เรื่อง
วรรณกรรมเยาวชน 3 เร่อง ใช้หลักการแต่งและการวิเคราะห์
ื
เหมือนนวนิยาย ได้แก่
1. แก่นเรื่อง หรือแนวคิดส�าคัญของเรื่อง
2. การด�าเนินเรื่อง เหตุการณ์ในเรื่อง ประเด็นความขัดแย้ง
3. ตัวละคร ได้แก่ ลักษณะ พฤติกรรม นิสัยของตัวละคร
4. บทสนทนา คือคาพูดของตัวละคร จะทาให้รู้ถึงลักษณะนิสัย
�
�
ของตัวละคร
ื
5. ฉาก หมายถึงสถานท่ท่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ช่วงเวลาของเร่อง
ี
ี
วรรณกรรมเยาวชนทั้ง 3 เรื่องมีลักษณะแตกต่างกันจึงมีวิธี
การอ่านแต่ละเล่ม โดยมีจุดหมายส�าคัญคือการแสดงถึงการอยู่ร่วมกัน
อย่างมีสันติสุข แม้จะมีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม ดังน ้ ี
8 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 9
วิธีการอ่านวรรณกรรมเยาวชนเรื่องปอเนาะที่รัก วิธีการอ่านวรรณกรรมเยาวชนเรื่องอาณาจักรแห่งหัวใจ
่
ิ
ั
ื
ื
่
�
ื
่
ื
้
ี
�
ั
ี
“ปอเนาะท่รัก” แบ่งเน้อหาเป็น 13 บท ควรเร่มต้นจากการอ่าน เร่องนดาเนินเรองต้งแต่ต้นจนจบโดยไมมีชอบทกากบ ผ้อ่านจึง
ู
ั
ื
เนื้อเรื่องแล้วจึงวิเคราะห์ชื่อบททั้ง 13 บททีละบท ผู้อ่านจะรู้ว่าในบทนั้นๆ ต้องอ่านเน้อหาท้งหมดให้เข้าใจซ่งอาจจะต้องใช้สมาธิมากกว่าการอ่าน
ึ
มีสาระเก่ยวกับอะไร สรุปช่อของบทได้ว่าหมายถึงอะไร ต่อจากน้นจึง ปอเนาะท่รัก เม่อเข้าใจเน้อหาแล้วจึงวิเคราะห์สาระสาคัญของเร่อง
ื
ื
ื
ี
�
ี
ื
ั
�
เป็นการวิเคราะห์แก่นเร่องหรือแนวคิดสาคัญของเร่อง แนะนาตัวละคร แนะนาตัวละคร ความสาคัญของบทสนทนา และความสาคัญของฉาก
�
ื
ื
�
�
�
�
ความสาคญของบทสนทนา และความสาคญของฉาก แล้วทบทวนความ แล้วทบทวนความรู้ความเข้าใจด้วยตนเอง
�
ั
ั
เข้าใจด้วยตนเองโดยอาจย้อนอ่านในบทที่เข้าใจได้ง่าย
8 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 9
วิธีการอ่านวรรณกรรมเยาวชนเรื่องปอเนาะที่รัก วิธีการอ่านวรรณกรรมเยาวชนเรื่องอาณาจักรแห่งหัวใจ
่
ิ
ั
ื
ื
่
�
ื
่
ื
้
ี
�
ั
ี
“ปอเนาะท่รัก” แบ่งเน้อหาเป็น 13 บท ควรเร่มต้นจากการอ่าน เร่องนดาเนินเรองต้งแต่ต้นจนจบโดยไมมีชอบทกากบ ผ้อ่านจึง
ู
ั
ื
เนื้อเรื่องแล้วจึงวิเคราะห์ชื่อบททั้ง 13 บททีละบท ผู้อ่านจะรู้ว่าในบทนั้นๆ ต้องอ่านเน้อหาท้งหมดให้เข้าใจซ่งอาจจะต้องใช้สมาธิมากกว่าการอ่าน
ึ
มีสาระเก่ยวกับอะไร สรุปช่อของบทได้ว่าหมายถึงอะไร ต่อจากน้นจึง ปอเนาะท่รัก เม่อเข้าใจเน้อหาแล้วจึงวิเคราะห์สาระสาคัญของเร่อง
ื
ื
ื
ี
�
ี
ื
ั
�
เป็นการวิเคราะห์แก่นเร่องหรือแนวคิดสาคัญของเร่อง แนะนาตัวละคร แนะนาตัวละคร ความสาคัญของบทสนทนา และความสาคัญของฉาก
�
ื
ื
�
�
�
�
ความสาคญของบทสนทนา และความสาคญของฉาก แล้วทบทวนความ แล้วทบทวนความรู้ความเข้าใจด้วยตนเอง
�
ั
ั
เข้าใจด้วยตนเองโดยอาจย้อนอ่านในบทที่เข้าใจได้ง่าย
10 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม
วิธีการอ่านวรรณกรรมเยาวชนเรื่องแว้งที่รัก
ื
ึ
ื
ี
ื
เร่องแว้งท่รักเป็นเร่องเล่าชีวิตของเด็กหญิงคนหน่งเน้อเร่อง
ื
ั
ึ
ิ
�
ั
แบ่งเป็นตอนส้นๆ โดยมีช่อบทแนะนาว่าบทน้นจะกล่าวถึงส่งใด ซ่งล้วน ตอนที่ 2
ื
แสดงถึงความรักความผูกพันที่มีต่อบ้านเกิด ผู้อ่านต้องอ่านเนื้อหาทั้งหมด วิเคราะห์วรรณกรรมเยาวชนเรื่องปอเนาะ
แล้วศึกษาว่าแต่ละตอนกล่าวถึงอะไร วิเคราะห์สาระสาคัญของเร่อง
�
ื
ตัวละคร บทสนทนา และฉาก แล้วจึงทบทวนด้วยตนเองอีกครั้ง ที่รัก อาณาจักรแห่งหัวใจ และ แว้งที่รัก
ปอเนาะที่รัก
�
ี
ปอเนาะท่รักเป็นนวนิยายเยาวชนชนะเลิศประจาปี พ.ศ. 2524
์
ิ
จากสานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ผู้เขียนคือ ณรงค์ฤทธ
�
ศักดารณรงค์ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2490 ที่จังหวัดอุดรธานี จบการศึกษาระดับ
ปริญญาโท สาขาวิชาภาษาไทย (วรรณคดี) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
10 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม
วิธีการอ่านวรรณกรรมเยาวชนเรื่องแว้งที่รัก
ื
ึ
ื
ี
ื
เร่องแว้งท่รักเป็นเร่องเล่าชีวิตของเด็กหญิงคนหน่งเน้อเร่อง
ื
ั
ึ
ิ
�
ั
แบ่งเป็นตอนส้นๆ โดยมีช่อบทแนะนาว่าบทน้นจะกล่าวถึงส่งใด ซ่งล้วน ตอนที่ 2
ื
แสดงถึงความรักความผูกพันที่มีต่อบ้านเกิด ผู้อ่านต้องอ่านเนื้อหาทั้งหมด วิเคราะห์วรรณกรรมเยาวชนเรื่องปอเนาะ
แล้วศึกษาว่าแต่ละตอนกล่าวถึงอะไร วิเคราะห์สาระสาคัญของเร่อง
�
ื
ตัวละคร บทสนทนา และฉาก แล้วจึงทบทวนด้วยตนเองอีกครั้ง ที่รัก อาณาจักรแห่งหัวใจ และ แว้งที่รัก
ปอเนาะที่รัก
�
ี
ปอเนาะท่รักเป็นนวนิยายเยาวชนชนะเลิศประจาปี พ.ศ. 2524
์
ิ
จากสานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ผู้เขียนคือ ณรงค์ฤทธ
�
ศักดารณรงค์ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2490 ที่จังหวัดอุดรธานี จบการศึกษาระดับ
ปริญญาโท สาขาวิชาภาษาไทย (วรรณคดี) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
12 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 13
ี
ึ
ี
พ.ศ. 2537 เป็นข้าราชการครู ส�านักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน คนใหม่ท่มาจะเป็นผู้ถือศาสนาพุทธคนหน่ง ครูช้แจงว่าไม่ควรแยกพุทธกับ
ี
�
กระทรวงศึกษาธิการ ทาหน้าท่สอนภาษาไทยอยู่ในปอเนาะท่จังหวัด มุสลิม ขอให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ฮาซันเป็นมุสลิมและเกิดเป็นคนไทย เขา
ี
ปัตตานี และปฏิบัติงานท่ศูนย์อานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศรัทธาค�าสอนของท่านนบีมูฮัมมัดที่ว่า “เกิดในดินแดนใดจงรักดินแดนนั้น
ี
�
(ศอบต) ยะลา และเป็นอาจารย์โรงเรียนวังไกลกังวลในพระบรมราชูปถัมภ์ เหมือนรักศาสนา” ช่วงหนึ่งครูชวนให้ร้องเพลง นักเรียนส่วนหนึ่งไม่ยอม
หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร้องโดยให้เหตุผลว่าบาป แต่ฮาซันไม่เห็นด้วย เพราะขึ้นอยู่กับว่าเพลงที่
ร้องน้นมุ่งเจตนาไปทางใด มะยากีหัวหน้าห้องประกาศไม่ยอมเรียนอ้างว่า
ั
เนื้อเรื่อง ภาษาไทยไม่ใช่ภาษาของตน ว่ารัฐบาลส่งครูมาล้างสมองและกดข่ภาษา
ี
หลังจากฮาซันเรียนจบระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนประชาบาล และวัฒนธรรม ครูพยายามอธิบายอย่างใจเย็น ฮาซันไม่เห็นด้วยกับมะยาก ี
เขาอยากจะเรียนต่อท่โรงเรียนประจาจังหวัดเหมือนเพื่อนๆ แต่พ่อบอกว่า แต่ก็กลัว ไม่กล้าโต้แย้ง ฮาซันคิดถึงเพ่อนๆ โรงเรียนเก่าท่ไปเรียนต่อ
�
ี
ื
ี
ไม่มีเงิน เขาจึงต้องไปเรียนที่ปอเนาะ เมื่อเข้าเรียน ฮาซันมีปัญหาอึดอัดใจ โรงเรียนประจ�าจังหวัด ทุกคนมีอิสระแสดงความคิดเห็น เพื่อนชายหญิง
่
ั
ู
้
ั
ึ
ี
ั
้
่
หลายอยาง ชวงเชาเรยนศาสนา ฮาซนอานอกษรยาวไมได และรสกสบสน คุยกันได้ แต่พ่อให้เขามาเรียนปอเนาะเพราะความจน
่
้
่
ี
เพราะต้องอ่านจากขวาไปซ้าย สมุดเร่มเขียนจากทางด้านหลัง เขาพูด ครูใหม่อีกคนช่ออับดุลการิม เขาเสนอให้ยกฉากก้นห้องระหว่าง
ั
ื
ิ
ื
ึ
่
ภาษามลายูท้องถ่นได้ แต่ถ้าถามครูเป็นภาษาไทยทุกคนจะมองเหมือนเป็น ชายหญิงออก เป็นข้อตกลงทีเขาปรกษากบครูอนๆ ในโรงเรยนแล้ว แต่
ั
่
ิ
ี
�
ื
ความผิด เพ่อนๆ ไม่พอใจ ประธานนักเรียนลงโทษตบตีตามอาเภอใจทาให้ มะยากีไม่ยอม อ้างว่าเป็นโรงเรียนมุสลิม ครูอธิบายว่าครูก็เป็นมุสลิมและ
�
ฮาซันไม่มีความสุข ภาคบ่ายเรียนวิชาสามัญต่างๆ เช่น เลขคณิต ภาษา ถ้าเป็นปอเนาะ หอพักก็ควรแยกชายหญิง แต่ถ้าเป็นห้องเรียนก็ไม่จ�าเป็น
ึ
ู
้
ี
ไทย ฮาซันเข้าไปในห้องเรียน มีเพื่อนผู้หญิงชื่อรอกีเยาะห์นั่งอยู่ ยังไม่มี ต้องแยก และจะทาให้ห้องเรียนดกว้างขน ครเคยเรยนปอเนาะมาก่อน
�
ู
ใครมา รอกีเยาะห์ช่วยอธิบายเลขคณิตให้ฮาซัน ครูมาเห็นเข้าก็ดุว่าอย่าง แล้วไปเรียนต่อจนจบปริญญาจากซาอุดิอาระเบีย มะยากีโต้ว่าครูท�าลาย
รุนแรงโทษฐานที่นั่งกันอยู่ 2 คน ห้องเรียนมีฉากกั้นแบ่งครึ่งแยกนักเรียน ประเพณีและวัฒนธรรม ครูชี้แจงว่าไม่ใช่ประเพณี นักเรียนต้องแยกให้ถูก
ั
�
ี
ชายหญิงเป็นแต่ละฝ่าย ตรงท่ฮาซันน่งผนังห้องเป็นรอยโหว่ นักเรียนหญิง ว่าอะไรเป็นประเพณีและอะไรเป็นความรู้สึก ข้อสาคัญคืออะไรเป็นความ
ั
ทาไม้บรรทัดตกเขาเก็บส่งให้ทางช่องโหว่ ครูดุว่าอย่างรุนแรงทาให้เขานึก ถูกต้อง ถึงกระน้นนักเรียนก็ยังไม่ยอม เขายืนยันว่าเขาไม่ใช่คนไทยแต่เป็น
�
�
เปรียบเทียบกับโรงเรียนประชาบาลที่เคยเรียน ฮาซันไม่มีความสุข วิชาที่ มุสลิม ครูอธิบายว่ามุสลิมเป็นช่อของคนนับถือศาสนาอิสลาม อยู่ใน
ื
จะเรียนมีไม่ครบเพราะครูสอนไม่พอ นักเรียนไม่มีระเบียบ มีเรื่องอะไรก็ ประเทศใดก็เป็นคนประเทศนั้น
�
ตัดสินกันด้วยก�าลัง ในปอเนาะไม่จากัดอายุผู้เรียน มะยากีเป็นลูกของโต๊ะอิหม่าม
โรงเรียนมีครูใหม่มา 2 คน คนแรกสอนภาษาไทยชื่อทรงพล เขาอายุ 20 ปี ซึ่งมากกว่าเด็กอื่นๆ วันรุ่งขึ้นหลังเคารพธงชาตินักเรียนไม่
ั
ี
มหาเทพ นักเรียนถามว่าครูถือศาสนาอะไรเพราะรู้ว่าครูสอนภาษาไทย ยอมเข้าห้องเรียนแม้ครูจะส่ง มะยากียืนปลุกระดมว่าครูจะเปล่ยนแปลง
12 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 13
ี
ี
พ.ศ. 2537 เป็นข้าราชการครู ส�านักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน คนใหม่ท่มาจะเป็นผู้ถือศาสนาพุทธคนหน่ง ครูช้แจงว่าไม่ควรแยกพุทธกับ
ึ
�
ี
กระทรวงศึกษาธิการ ทาหน้าท่สอนภาษาไทยอยู่ในปอเนาะท่จังหวัด มุสลิม ขอให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ฮาซันเป็นมุสลิมและเกิดเป็นคนไทย เขา
ี
�
ี
ปัตตานี และปฏิบัติงานท่ศูนย์อานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศรัทธาค�าสอนของท่านนบีมูฮัมมัดที่ว่า “เกิดในดินแดนใดจงรักดินแดนนั้น
(ศอบต) ยะลา และเป็นอาจารย์โรงเรียนวังไกลกังวลในพระบรมราชูปถัมภ์ เหมือนรักศาสนา” ช่วงหนึ่งครูชวนให้ร้องเพลง นักเรียนส่วนหนึ่งไม่ยอม
หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร้องโดยให้เหตุผลว่าบาป แต่ฮาซันไม่เห็นด้วย เพราะขึ้นอยู่กับว่าเพลงที่
ั
ร้องน้นมุ่งเจตนาไปทางใด มะยากีหัวหน้าห้องประกาศไม่ยอมเรียนอ้างว่า
เนื้อเรื่อง ภาษาไทยไม่ใช่ภาษาของตน ว่ารัฐบาลส่งครูมาล้างสมองและกดข่ภาษา
ี
หลังจากฮาซันเรียนจบระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนประชาบาล และวัฒนธรรม ครูพยายามอธิบายอย่างใจเย็น ฮาซันไม่เห็นด้วยกับมะยาก ี
ี
�
ี
เขาอยากจะเรียนต่อท่โรงเรียนประจาจังหวัดเหมือนเพื่อนๆ แต่พ่อบอกว่า แต่ก็กลัว ไม่กล้าโต้แย้ง ฮาซันคิดถึงเพ่อนๆ โรงเรียนเก่าท่ไปเรียนต่อ
ื
ไม่มีเงิน เขาจึงต้องไปเรียนที่ปอเนาะ เมื่อเข้าเรียน ฮาซันมีปัญหาอึดอัดใจ โรงเรียนประจ�าจังหวัด ทุกคนมีอิสระแสดงความคิดเห็น เพื่อนชายหญิง
ี
ั
ั
ี
่
้
ึ
ู
หลายอยาง ชวงเชาเรยนศาสนา ฮาซนอานอกษรยาวไมได และรสกสบสน คุยกันได้ แต่พ่อให้เขามาเรียนปอเนาะเพราะความจน
ั
้
่
่
่
้
ั
ื
เพราะต้องอ่านจากขวาไปซ้าย สมุดเร่มเขียนจากทางด้านหลัง เขาพูด ครูใหม่อีกคนช่ออับดุลการิม เขาเสนอให้ยกฉากก้นห้องระหว่าง
ิ
ี
ภาษามลายูท้องถ่นได้ แต่ถ้าถามครูเป็นภาษาไทยทุกคนจะมองเหมือนเป็น ชายหญิงออก เป็นข้อตกลงทีเขาปรกษากบครูอนๆ ในโรงเรยนแล้ว แต่
่
ึ
ั
ิ
่
ื
�
ความผิด เพ่อนๆ ไม่พอใจ ประธานนักเรียนลงโทษตบตีตามอาเภอใจทาให้ มะยากีไม่ยอม อ้างว่าเป็นโรงเรียนมุสลิม ครูอธิบายว่าครูก็เป็นมุสลิมและ
ื
�
ฮาซันไม่มีความสุข ภาคบ่ายเรียนวิชาสามัญต่างๆ เช่น เลขคณิต ภาษา ถ้าเป็นปอเนาะ หอพักก็ควรแยกชายหญิง แต่ถ้าเป็นห้องเรียนก็ไม่จ�าเป็น
ู
้
ู
ไทย ฮาซันเข้าไปในห้องเรียน มีเพื่อนผู้หญิงชื่อรอกีเยาะห์นั่งอยู่ ยังไม่มี ต้องแยก และจะทาให้ห้องเรียนดกว้างขน ครเคยเรยนปอเนาะมาก่อน
ึ
ี
�
ใครมา รอกีเยาะห์ช่วยอธิบายเลขคณิตให้ฮาซัน ครูมาเห็นเข้าก็ดุว่าอย่าง แล้วไปเรียนต่อจนจบปริญญาจากซาอุดิอาระเบีย มะยากีโต้ว่าครูท�าลาย
รุนแรงโทษฐานที่นั่งกันอยู่ 2 คน ห้องเรียนมีฉากกั้นแบ่งครึ่งแยกนักเรียน ประเพณีและวัฒนธรรม ครูชี้แจงว่าไม่ใช่ประเพณี นักเรียนต้องแยกให้ถูก
ชายหญิงเป็นแต่ละฝ่าย ตรงท่ฮาซันน่งผนังห้องเป็นรอยโหว่ นักเรียนหญิง ว่าอะไรเป็นประเพณีและอะไรเป็นความรู้สึก ข้อสาคัญคืออะไรเป็นความ
ี
�
ั
�
�
ทาไม้บรรทัดตกเขาเก็บส่งให้ทางช่องโหว่ ครูดุว่าอย่างรุนแรงทาให้เขานึก ถูกต้อง ถึงกระน้นนักเรียนก็ยังไม่ยอม เขายืนยันว่าเขาไม่ใช่คนไทยแต่เป็น
ั
ื
เปรียบเทียบกับโรงเรียนประชาบาลที่เคยเรียน ฮาซันไม่มีความสุข วิชาที่ มุสลิม ครูอธิบายว่ามุสลิมเป็นช่อของคนนับถือศาสนาอิสลาม อยู่ใน
จะเรียนมีไม่ครบเพราะครูสอนไม่พอ นักเรียนไม่มีระเบียบ มีเรื่องอะไรก็ ประเทศใดก็เป็นคนประเทศนั้น
ตัดสินกันด้วยก�าลัง ในปอเนาะไม่จากัดอายุผู้เรียน มะยากีเป็นลูกของโต๊ะอิหม่าม
�
โรงเรียนมีครูใหม่มา 2 คน คนแรกสอนภาษาไทยชื่อทรงพล เขาอายุ 20 ปี ซึ่งมากกว่าเด็กอื่นๆ วันรุ่งขึ้นหลังเคารพธงชาตินักเรียนไม่
ี
มหาเทพ นักเรียนถามว่าครูถือศาสนาอะไรเพราะรู้ว่าครูสอนภาษาไทย ยอมเข้าห้องเรียนแม้ครูจะส่ง มะยากียืนปลุกระดมว่าครูจะเปล่ยนแปลง
ั
14 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 15
ประเพณีและศาสนา ครูต้องยกฉากกั้นห้องไปไว้ที่เดิมจึงจะยอมเข้าเรียน
ครูปรึกษากันแล้วเห็นว่าน่าจะปล่อยให้อภิปรายกันต่อไป มะยากีและ
ี
ึ
มะลีเป็งผลัดกันข้นอภิปรายบนฐานเสาธง ครูใหญ่โกรธมากท่นักเรียนไม่
ึ
เช่อฟังแต่ครูทรงพลเตือนให้ใจเย็น ย่งสายแดดร้อนมากข้นและก็ไม่มีอะไร
ิ
ื
จะพูดอีก พวกที่ประท้วงเริ่มอ่อนล้าในที่สุดการอภิปรายก็จบลง
�
วันต่อมาทุกคนช่วยกันทาความสะอาดจัดสถานท่ด้วยการ
ี
ื
ประดับตกแต่งให้สวยงามเพ่อต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
และคณะ ฮาซันได้รับมอบหมายให้อ่านข้อความต้อนรับ เขาพยายามซ้อม
�
�
อ่านจนคล่องทาให้ครูทรงพลชม แต่ฮาซันก็ไม่เข้าใจบางคาและบาง
ข้อความ เช่น วิเทโศบาย ครรลองแห่งกุศโลบาย นักเรียนต้งคาถาม
�
ั
�
ครูทรงพลหลายข้อ เช่น ทาไมคนนับถือศาสนาพุทธกินหมู ทาไมพ่อแม่ไหว้
�
ลูกชายตัวเองที่เพียงแต่โกนหัวห่มผ้าสีเหลืองเท่านั้น ครูอธิบายทุกข้อ
ื
ฮาซันและรอกีเยาะห์ลาครูกลับบ้าน ฮาซันบอกเพ่อนว่าเขาจะ
ี
ไม่กลับไปปอเนาะอีกแล้ว เขานึกถึงวันท่ไปช่วยพ่อแบกกระสอบเกลือ เพ่อน
ื
ิ
ื
่
ถามว่าเขาไมได้ไปละหมาดทมัสยดหรอ ฮาซนบอกว่าเขาละหมาดกลางแดด
ั
่
ี
�
ั
เขารู้ว่าพระผู้เป็นเจ้าอยู่กับเขาในกลางแดดน้น เขารู้ว่าเขาทาอะไรและ โรงเรียนปอเนาะจัดพิธีแจกรางวัลเรียนดีแก่นักเรียน รอกีเยาะห์
คนจนจะไม่มีเวลาไปละหมาดท่มัสยิด ดังน้นเขาจะเลิกเรียนและไปช่วยพ่อ ได้รับคัดเลือกให้ไปเรียนต่อที่วิทยาลัยครูเพื่อกลับมาสอนที่ปอเนาะ
ั
ี
ทานาเกลือ ฮาซันนึกถึงวันท่ไปเรียนปอเนาะตอนแรกๆ เขาถูกห้ามไม่ให้พูด ฮาซันนึกเสียดายท่ออกจากปอเนาะ เพราะถ้าเรียนเขาคงจะได้
�
ี
ี
ี
ภาษาไทย เขาเคยได้รับรางวัลร้องเพลงชาติและเพลงปลุกใจท่จังหวัด เขา รับคัดเลือกไปเรียนต่อ รอกีเยาะห์มาหาและบอกว่าจะไม่ไปเรียนแต่จะมา
�
ื
�
ภาคภูมิใจมาก แต่เม่อนาถ้วยรางวัลกลับปอเนาะก็ถูกเพ่อนและครูรุมตาหน ิ ทานาเกลือด้วย ฮาซันเกล้ยกล่อมให้รอกีเยาะห์ไปเรียนเพ่อจะได้กลับมา
ื
ื
�
ี
การนาช่อเสียงมาสู่โรงเรียนทาให้เขากลายเป็นคนไม่พึงปรารถนา ถูกเยาะเย้ย ปรับปรุงปอเนาะ เขาช้แจงว่าเพราะปอเนาะเป็นส่วนหน่งของประเทศชาต
�
ื
�
ึ
ี
ิ
ถากถาง ถ้วยรางวัลถูกนาไปเก็บในตู้ ไม่มีใครแสดงความยินดี เขารู้สึก รอกีเยาะห์เสริมว่าปอเนาะเป็นชีวิตและความรักแผ่นดินของฮาซันด้วย
�
ี
ิ
่
ี
กดดนจนไม่อยากเรยนทปอเนาะอีกต่อไป เดมเข้าเรยนเพราะพ่อบอกว่า รอกีเยาะห์ยอมรับการไปเรียนเป็นครู ซ่งทาให้ฮาซันสุขใจอย่างย่งท
ี
ั
�
ี
่
ิ
ึ
ื
ื
ไม่มีเงินส่งไปเรียนโรงเรียนอ่น แต่เม่อเรียนปอเนาะก็ถูกทวงค่าเรียนจน เกลี้ยกล่อมให้เพื่อนไปเรียนเพื่อกลับมาพัฒนา “ปอเนาะที่รัก”
พ่อต้องไปกู้เงิน ตามหลักของมุสลิมการกู้ยืมห้ามคิดดอกเบี้ย แต่เจ้าหนี้ก็
หักเงินประกันหนี้สูญร้อยละ 5 บาทซึ่งก็คือดอกเบี้ยนั่นเอง
14 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 15
ประเพณีและศาสนา ครูต้องยกฉากกั้นห้องไปไว้ที่เดิมจึงจะยอมเข้าเรียน
ครูปรึกษากันแล้วเห็นว่าน่าจะปล่อยให้อภิปรายกันต่อไป มะยากีและ
ี
ึ
มะลีเป็งผลัดกันข้นอภิปรายบนฐานเสาธง ครูใหญ่โกรธมากท่นักเรียนไม่
ึ
เช่อฟังแต่ครูทรงพลเตือนให้ใจเย็น ย่งสายแดดร้อนมากข้นและก็ไม่มีอะไร
ิ
ื
จะพูดอีก พวกที่ประท้วงเริ่มอ่อนล้าในที่สุดการอภิปรายก็จบลง
�
วันต่อมาทุกคนช่วยกันทาความสะอาดจัดสถานท่ด้วยการ
ี
ื
ประดับตกแต่งให้สวยงามเพ่อต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
และคณะ ฮาซันได้รับมอบหมายให้อ่านข้อความต้อนรับ เขาพยายามซ้อม
�
�
อ่านจนคล่องทาให้ครูทรงพลชม แต่ฮาซันก็ไม่เข้าใจบางคาและบาง
ข้อความ เช่น วิเทโศบาย ครรลองแห่งกุศโลบาย นักเรียนต้งคาถาม
�
ั
�
ครูทรงพลหลายข้อ เช่น ทาไมคนนับถือศาสนาพุทธกินหมู ทาไมพ่อแม่ไหว้
�
ลูกชายตัวเองที่เพียงแต่โกนหัวห่มผ้าสีเหลืองเท่านั้น ครูอธิบายทุกข้อ
ื
ฮาซันและรอกีเยาะห์ลาครูกลับบ้าน ฮาซันบอกเพ่อนว่าเขาจะ
ี
ไม่กลับไปปอเนาะอีกแล้ว เขานึกถึงวันท่ไปช่วยพ่อแบกกระสอบเกลือ เพ่อน
ื
ิ
ื
่
ถามว่าเขาไมได้ไปละหมาดทมัสยดหรอ ฮาซนบอกว่าเขาละหมาดกลางแดด
ั
่
ี
�
ั
เขารู้ว่าพระผู้เป็นเจ้าอยู่กับเขาในกลางแดดน้น เขารู้ว่าเขาทาอะไรและ โรงเรียนปอเนาะจัดพิธีแจกรางวัลเรียนดีแก่นักเรียน รอกีเยาะห์
คนจนจะไม่มีเวลาไปละหมาดท่มัสยิด ดังน้นเขาจะเลิกเรียนและไปช่วยพ่อ ได้รับคัดเลือกให้ไปเรียนต่อที่วิทยาลัยครูเพื่อกลับมาสอนที่ปอเนาะ
ั
ี
ทานาเกลือ ฮาซันนึกถึงวันท่ไปเรียนปอเนาะตอนแรกๆ เขาถูกห้ามไม่ให้พูด ฮาซันนึกเสียดายท่ออกจากปอเนาะ เพราะถ้าเรียนเขาคงจะได้
�
ี
ี
ี
ภาษาไทย เขาเคยได้รับรางวัลร้องเพลงชาติและเพลงปลุกใจท่จังหวัด เขา รับคัดเลือกไปเรียนต่อ รอกีเยาะห์มาหาและบอกว่าจะไม่ไปเรียนแต่จะมา
�
ื
�
ภาคภูมิใจมาก แต่เม่อนาถ้วยรางวัลกลับปอเนาะก็ถูกเพ่อนและครูรุมตาหน ิ ทานาเกลือด้วย ฮาซันเกล้ยกล่อมให้รอกีเยาะห์ไปเรียนเพ่อจะได้กลับมา
ื
ื
�
ี
การนาช่อเสียงมาสู่โรงเรียนทาให้เขากลายเป็นคนไม่พึงปรารถนา ถูกเยาะเย้ย ปรับปรุงปอเนาะ เขาช้แจงว่าเพราะปอเนาะเป็นส่วนหน่งของประเทศชาต
�
ื
�
ึ
ี
ิ
ถากถาง ถ้วยรางวัลถูกนาไปเก็บในตู้ ไม่มีใครแสดงความยินดี เขารู้สึก รอกีเยาะห์เสริมว่าปอเนาะเป็นชีวิตและความรักแผ่นดินของฮาซันด้วย
�
ี
ิ
่
ี
กดดนจนไม่อยากเรยนทปอเนาะอีกต่อไป เดมเข้าเรยนเพราะพ่อบอกว่า รอกีเยาะห์ยอมรับการไปเรียนเป็นครู ซ่งทาให้ฮาซันสุขใจอย่างย่งท
ี
ั
�
ี
่
ิ
ึ
ื
ื
ไม่มีเงินส่งไปเรียนโรงเรียนอ่น แต่เม่อเรียนปอเนาะก็ถูกทวงค่าเรียนจน เกลี้ยกล่อมให้เพื่อนไปเรียนเพื่อกลับมาพัฒนา “ปอเนาะที่รัก”
พ่อต้องไปกู้เงิน ตามหลักของมุสลิมการกู้ยืมห้ามคิดดอกเบี้ย แต่เจ้าหนี้ก็
หักเงินประกันหนี้สูญร้อยละ 5 บาทซึ่งก็คือดอกเบี้ยนั่นเอง
16 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 17
ความหมายของชื่อบท ครูใหม่อีกคนหน่งคือครูอับดุลการิม เป็นชาวมุสลิม มีความรู้เร่องศาสนา
ื
ึ
อิสลามเป็นอย่างดี มีเหตุผล ครูใหม่ 2 คนนี้เป็นคนดี แม้ต่างศาสนากัน แต่
บทที่ 1 “ชีวิตใหม่” ร่วมมือกันสอนนักเรียนให้เป็นคนดี
“ชีวิตใหม่” คือชีวิตของฮาซันท่พบประสบการณ์ใหม่ในโรงเรียน
ี
ึ
ิ
ี
ใหม่ท่ปอเนาะ ซ่งต่างจากประสบการณ์เดิมอย่างส้นเชิง ทาให้ฮาซันอึดอัด บทที่ 4 “ความขัดแย้ง”
�
ี
คับข้องใจ “ความขัดแย้ง” หมายถึงความขัดแย้งท่เกิดจากนักเรียนปอเนาะ
ี
ี
ท่บอกเล่ากันต่อๆ มาว่าครูท่รัฐบาลส่งมาช่วยสอนจะมาล้างสมอง จะ
บทที่ 2 “บทเรียนครั้งแรก” ทาลายวัฒนธรรมและภาษาของพวกตนด้วยการให้เรียนภาษาไทย และ
�
ื
้
“บทเรียนครังแรก” ช่อบทนมีความหมายได้ท้งบทเรยนจริงๆ ท ี ่ ประเด็นขัดแย้งอีกข้อคือการรังเกียจคนนับถือศาสนาพุทธโดยเฉพาะคร
ี
ี
ั
้
ู
ี
ี
ฮาซันได้เรียนและบทเรียนท่ได้รับในการเรียนท่ปอเนาะ ฮาซันเกิดปัญหา เพราะหลงคิดด้วยอคติว่าครูจะมาทาลายความคิดความเช่อของตน
�
ื
ื
เม่อศึกษาวิชาศาสนา เพราะขาดความรู้ในการเขียนอ่านอักษรยาวี ครูผู้สอน มะยากีเป็นตัวละครที่แสดงลักษณะนิสัย ความคิด ความเชื่ออย่างชัดแจ้ง
ไม่สนใจภูมิหลังของนักเรียน ไม่แก้ปัญหาแต่ตัดปัญหาด้วยการดุด่า ดังปรากฏในคาพูดของเขาทุกตอนท่เต็มไปด้วยอคติ รับฟังคาบอกเล่าผิดๆ
�
�
ี
�
บทเรียนท่ฮาซันได้รับคือการใช้อานาจของประธานนักเรียน ต่อมาโดยปราศจากการศกษาความถกต้อง ขาดการไตร่ตรอง มะยาก ี
ี
ู
ึ
ใช้ก�าลังลงโทษฮาซันตามอ�าเภอใจ ซึ่งไม่ใช่กฎของปอเนาะ เพราะรอกีเยาะห์ ก้าวร้าว ไม่เคารพครู ทั้งยังดูหมิ่นและเชื่อมั่นว่าตนไม่ใช่คนไทย มีอคติต่อ
ู
ั
และเพ่อนจะรวมตัวกนต่อส้ แต่ฮาซันไม่ต้องการให้เร่องบานปลายต่อไปอีกจึง คนที่นับถือศาสนาพุทธ เขายืนยันแต่ว่านักเรียนปอเนาะต้องเรียนศาสนา
ื
ื
ไม่คิดจะต่อสู้กับประธานนักเรียน ซึ่งรอกีเยาะห์เห็นว่าเป็นความขลาดเขลา เท่านั้น
บทที่ 3 “ครูคนใหม่” บทที่ 5 “รอยร้าวในดวงใจ”
“ครูคนใหม่” ปอเนาะมีครูคนใหม่ 2 คนซึ่งรัฐบาลส่งมาช่วยสอน “รอยร้าวในดวงใจ” หมายถึงความคิดเก่ยวกับการเรียนท ่ ี
ี
ี
ในบทน้คือครูทรงพลเป็นไทยพุทธและครูอับดุลการิมเป็นชาวมุสลิม ครูทรงพล ปอเนาะที่ท�าให้ฮาซันไม่สบายใจ และหนักใจหลายประการท�าให้ความคิด
ึ
เตรียมตัวอย่างดี รู้ว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไรกับนักเรียนในปอเนาะ ซ่งส่วนหน่ง ของเขาสับสนและเกิดความรู้สึกไม่อยากเรียนที่ปอเนาะมากขึ้น
ึ
ยึดม่นถือม่นกับความเข้าใจผิดๆ บิดเบือนไปจากคาสอนของศาสดา ครูทรงพล
�
ั
ั
บุคลิกดีแต่งกายเรียบร้อย มีวิธีพูดที่ให้เกียรตินักเรียน ไม่ท�าตัวเป็นครูข่มขู่ บทที่ 6 “การเปลี่ยนแปลง”
ี
ั
ี
นักเรียน พยายามโน้มน้าวใจให้นักเรียนและครูมีความเข้าใจท่ดีต่อกัน ใน “การเปล่ยนแปลง” คือการยกฉากก้นห้องเรียนระหว่างชายหญิง
ี
ื
ประเด็นเร่องการนับถือศาสนาท่นักเรียนถาม เขาก็ตอบให้เข้าใจว่าไม่ควร ออกไปเพราะไม่ผิดหลักศาสนา ทั้งนี้คณะครูได้ปรึกษาตกลงกันแล้ว ในบทนี้
ั
ื
แยกกันด้วยเร่องศาสนา แต่ควรอยู่ร่วมกันอย่างสันติไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด หมายถึงการเลิกปิดก้นมุมมอง การไม่แบ่งแยกชายหญิง แต่เป็นการอยู่
ร่วมกันโดยไม่แบ่งฝ่าย เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม
16 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 17
ความหมายของชื่อบท ครูใหม่อีกคนหน่งคือครูอับดุลการิม เป็นชาวมุสลิม มีความรู้เร่องศาสนา
ื
ึ
อิสลามเป็นอย่างดี มีเหตุผล ครูใหม่ 2 คนนี้เป็นคนดี แม้ต่างศาสนากัน แต่
บทที่ 1 “ชีวิตใหม่” ร่วมมือกันสอนนักเรียนให้เป็นคนดี
“ชีวิตใหม่” คือชีวิตของฮาซันท่พบประสบการณ์ใหม่ในโรงเรียน
ี
ึ
ิ
ี
ใหม่ท่ปอเนาะ ซ่งต่างจากประสบการณ์เดิมอย่างส้นเชิง ทาให้ฮาซันอึดอัด บทที่ 4 “ความขัดแย้ง”
�
ี
คับข้องใจ “ความขัดแย้ง” หมายถึงความขัดแย้งท่เกิดจากนักเรียนปอเนาะ
ี
ี
ท่บอกเล่ากันต่อๆ มาว่าครูท่รัฐบาลส่งมาช่วยสอนจะมาล้างสมอง จะ
บทที่ 2 “บทเรียนครั้งแรก” ทาลายวัฒนธรรมและภาษาของพวกตนด้วยการให้เรียนภาษาไทย และ
�
ื
้
“บทเรียนครังแรก” ช่อบทนมีความหมายได้ท้งบทเรยนจริงๆ ท ี ่ ประเด็นขัดแย้งอีกข้อคือการรังเกียจคนนับถือศาสนาพุทธโดยเฉพาะคร
ี
ี
ั
้
ู
ี
ี
ฮาซันได้เรียนและบทเรียนท่ได้รับในการเรียนท่ปอเนาะ ฮาซันเกิดปัญหา เพราะหลงคิดด้วยอคติว่าครูจะมาทาลายความคิดความเช่อของตน
�
ื
ื
เม่อศึกษาวิชาศาสนา เพราะขาดความรู้ในการเขียนอ่านอักษรยาวี ครูผู้สอน มะยากีเป็นตัวละครที่แสดงลักษณะนิสัย ความคิด ความเชื่ออย่างชัดแจ้ง
ไม่สนใจภูมิหลังของนักเรียน ไม่แก้ปัญหาแต่ตัดปัญหาด้วยการดุด่า ดังปรากฏในคาพูดของเขาทุกตอนท่เต็มไปด้วยอคติ รับฟังคาบอกเล่าผิดๆ
�
�
ี
�
บทเรียนท่ฮาซันได้รับคือการใช้อานาจของประธานนักเรียน ต่อมาโดยปราศจากการศกษาความถกต้อง ขาดการไตร่ตรอง มะยาก ี
ี
ู
ึ
ใช้ก�าลังลงโทษฮาซันตามอ�าเภอใจ ซึ่งไม่ใช่กฎของปอเนาะ เพราะรอกีเยาะห์ ก้าวร้าว ไม่เคารพครู ทั้งยังดูหมิ่นและเชื่อมั่นว่าตนไม่ใช่คนไทย มีอคติต่อ
ู
ั
และเพ่อนจะรวมตัวกนต่อส้ แต่ฮาซันไม่ต้องการให้เร่องบานปลายต่อไปอีกจึง คนที่นับถือศาสนาพุทธ เขายืนยันแต่ว่านักเรียนปอเนาะต้องเรียนศาสนา
ื
ื
ไม่คิดจะต่อสู้กับประธานนักเรียน ซึ่งรอกีเยาะห์เห็นว่าเป็นความขลาดเขลา เท่านั้น
บทที่ 3 “ครูคนใหม่” บทที่ 5 “รอยร้าวในดวงใจ”
“ครูคนใหม่” ปอเนาะมีครูคนใหม่ 2 คนซึ่งรัฐบาลส่งมาช่วยสอน “รอยร้าวในดวงใจ” หมายถึงความคิดเก่ยวกับการเรียนท ่ ี
ี
ี
ในบทน้คือครูทรงพลเป็นไทยพุทธและครูอับดุลการิมเป็นชาวมุสลิม ครูทรงพล ปอเนาะที่ท�าให้ฮาซันไม่สบายใจ และหนักใจหลายประการท�าให้ความคิด
ึ
เตรียมตัวอย่างดี รู้ว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไรกับนักเรียนในปอเนาะ ซ่งส่วนหน่ง ของเขาสับสนและเกิดความรู้สึกไม่อยากเรียนที่ปอเนาะมากขึ้น
ึ
ยึดม่นถือม่นกับความเข้าใจผิดๆ บิดเบือนไปจากคาสอนของศาสดา ครูทรงพล
�
ั
ั
บุคลิกดีแต่งกายเรียบร้อย มีวิธีพูดที่ให้เกียรตินักเรียน ไม่ท�าตัวเป็นครูข่มขู่ บทที่ 6 “การเปลี่ยนแปลง”
ี
ั
ี
นักเรียน พยายามโน้มน้าวใจให้นักเรียนและครูมีความเข้าใจท่ดีต่อกัน ใน “การเปล่ยนแปลง” คือการยกฉากก้นห้องเรียนระหว่างชายหญิง
ี
ื
ประเด็นเร่องการนับถือศาสนาท่นักเรียนถาม เขาก็ตอบให้เข้าใจว่าไม่ควร ออกไปเพราะไม่ผิดหลักศาสนา ทั้งนี้คณะครูได้ปรึกษาตกลงกันแล้ว ในบทนี้
ั
ื
แยกกันด้วยเร่องศาสนา แต่ควรอยู่ร่วมกันอย่างสันติไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด หมายถึงการเลิกปิดก้นมุมมอง การไม่แบ่งแยกชายหญิง แต่เป็นการอยู่
ร่วมกันโดยไม่แบ่งฝ่าย เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม
18 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 19
บทที่ 7 “เสรีภาพแห่งการแสวงหา” บทที่ 10 “ความทรงจ�ากับความมืดที่มาเยือน”
ี
�
ี
ื
“เสรีภาพแห่งการแสวงหา” หมายถึงการท่มะยากีและพวกร่วมกัน “ความทรงจากับความมืดท่มาเยือน” เม่อพักเหน่อยฮาซันจะ
ื
ื
ั
ี
ื
ี
�
ปลุกระดมต่อต้านครูเร่องการยกฉากก้นให้กลับไปเหมือนเดิม พวกน้เข้าใจ ระลึกถึงความทรงจาท่ปอเนาะแม้จะพบกับความขมข่นบางประการ แต่
ว่าการปลุกระดมด่าว่าครเป็นสทธิเสรีภาพของตน นักเรียนส่วนหน่งต้องการ เขาก็เร่มคิดและแยกแยะได้ว่าการมีโรงเรียนปอเนาะเป็นส่งท่ดีมีประโยชน์
ิ
ู
ิ
ึ
ิ
ี
�
ี
ี
เรียน ไม่ต้องการประท้วง การประท้วงจึงล้มเหลว ยิ่งกว่านั้นฝ่ายประท้วง หากผู้คนท่ดาเนินงานและนักเรียนไม่ว่ารุ่นเก่ารุ่นใหม่จะมีทัศนคติท่ถูกต้อง
ี
ั
ื
ยังไม่เข้าใจเร่องสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง ท้งท่ต้องการและพยายามแสวงหา ปอเนาะจะเป็นโรงเรียนท่มีประโยชน์แก่ท้องถ่นได้มาก เขาจึงอยากให้เพ่อน
ื
ิ
ี
บทที่ 8 “การรอคอยที่ว่างเปล่า” น�าสิ่งที่ได้พบเห็นมาท�าประโยชน์ให้ปอเนาะ
“การรอคอยท่ว่างเปล่า” ช่อบทน้หมายถึงทางโรงเรียนปอเนาะ บทที่ 11 “เรื่องราวจากโลกกว้าง”
ี
ื
ี
ี
ื
ื
เตรียมต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและคณะ การเตรียม “เร่องราวจากโลกกว้าง” ช่อบทน้หมายถึงตัวละครในเร่องได้รับ
ื
ต้อนรับเป็นไปอย่างแข็งขัน ทุกคนทั้งครูและนักเรียนร่วมใจกันเตรียมงาน ประสบการณ์ใหม่ๆ รอกีเยาะห์ได้ประสบการณ์ตรงจากการไปทัศนศึกษา
ี
อย่างเต็มความสามารถ แต่รัฐมนตรีไม่ได้มาตามนัด ทุกสิ่งที่เตรียมไว้จึง ท่อีสาน ฮาซันได้รับรู้จากการบอกเล่าของรอกีเยาะห์ ประสบการณ์ใหม่
�
ต้องล้มเลิก นั่นคือการรอคอยที่ว่างเปล่า ทาให้ผู้ได้รับมีความรู้ความคิดกว้างขวางข้น ไม่คิดแคบๆ ตามประสบการณ์
ึ
�
ี
บทที่ 9 “ถนนที่ถูกบังคับให้เดิน” เดิม แสดงถึงความสาเร็จของทางการท่จัดทัศนศึกษาให้แก่เยาวชนในเขต
“ถนนที่ถูกบังคับให้เดิน” ชื่อบทหมายถึงถนนแห่งความยากจน จังหวัดชายแดนภาคใต้
ี
ท่คนจนจะต้องทนทางานหนักอย่างลาบากโดยไม่มีทางเลือก การดาเนิน
�
�
�
ชีวิตจึงเป็นเสมือนหน่งถูกบังคับให้เดินไปบนถนนท่เต็มไปด้วยความ
ี
ึ
ยากล�าบากนี้
ตอนท้ายบทผู้เขียนขยายความช่อบทไว้ดังน้ “ในความมืด
ื
ี
พร่ามัว บนถนนยังมีแสงสว่างจากไฟหน้ารถที่วิ่งไปมาส่องทาง ความมืด
แห่งชีวิตใครเล่าจะส่องทางให้แม้มันมิได้เป็นความมืดของรัตติกาลท่ดึกด่น
ื
ี
แต่เป็นความมืดท่มองไม่เห็นอะไรตลอดเส้นทางอันยาวไกล ไม่มีใครอยาก
ี
ี
�
ี
เดินบนถนนสายน้ แต่บางคนหลบล้หนีไม่พ้น จึงจาเป็นต้องทนก้าวเดิน
ต่อไป”
18 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 19
บทที่ 7 “เสรีภาพแห่งการแสวงหา” บทที่ 10 “ความทรงจ�ากับความมืดที่มาเยือน”
ี
�
ี
ื
“เสรีภาพแห่งการแสวงหา” หมายถึงการท่มะยากีและพวกร่วมกัน “ความทรงจากับความมืดท่มาเยือน” เม่อพักเหน่อยฮาซันจะ
ื
ื
ั
ี
ื
ี
�
ปลุกระดมต่อต้านครูเร่องการยกฉากก้นให้กลับไปเหมือนเดิม พวกน้เข้าใจ ระลึกถึงความทรงจาท่ปอเนาะแม้จะพบกับความขมข่นบางประการ แต่
ว่าการปลุกระดมด่าว่าครเป็นสทธิเสรีภาพของตน นักเรียนส่วนหน่งต้องการ เขาก็เร่มคิดและแยกแยะได้ว่าการมีโรงเรียนปอเนาะเป็นส่งท่ดีมีประโยชน์
ิ
ู
ิ
ึ
ิ
ี
�
ี
ี
เรียน ไม่ต้องการประท้วง การประท้วงจึงล้มเหลว ยิ่งกว่านั้นฝ่ายประท้วง หากผู้คนท่ดาเนินงานและนักเรียนไม่ว่ารุ่นเก่ารุ่นใหม่จะมีทัศนคติท่ถูกต้อง
ี
ั
ื
ยังไม่เข้าใจเร่องสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง ท้งท่ต้องการและพยายามแสวงหา ปอเนาะจะเป็นโรงเรียนท่มีประโยชน์แก่ท้องถ่นได้มาก เขาจึงอยากให้เพ่อน
ื
ิ
ี
บทที่ 8 “การรอคอยที่ว่างเปล่า” น�าสิ่งที่ได้พบเห็นมาท�าประโยชน์ให้ปอเนาะ
“การรอคอยท่ว่างเปล่า” ช่อบทน้หมายถึงทางโรงเรียนปอเนาะ บทที่ 11 “เรื่องราวจากโลกกว้าง”
ี
ื
ี
ี
ื
ื
เตรียมต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและคณะ การเตรียม “เร่องราวจากโลกกว้าง” ช่อบทน้หมายถึงตัวละครในเร่องได้รับ
ื
ต้อนรับเป็นไปอย่างแข็งขัน ทุกคนทั้งครูและนักเรียนร่วมใจกันเตรียมงาน ประสบการณ์ใหม่ๆ รอกีเยาะห์ได้ประสบการณ์ตรงจากการไปทัศนศึกษา
ี
อย่างเต็มความสามารถ แต่รัฐมนตรีไม่ได้มาตามนัด ทุกสิ่งที่เตรียมไว้จึง ท่อีสาน ฮาซันได้รับรู้จากการบอกเล่าของรอกีเยาะห์ ประสบการณ์ใหม่
�
ต้องล้มเลิก นั่นคือการรอคอยที่ว่างเปล่า ทาให้ผู้ได้รับมีความรู้ความคิดกว้างขวางข้น ไม่คิดแคบๆ ตามประสบการณ์
ึ
�
ี
บทที่ 9 “ถนนที่ถูกบังคับให้เดิน” เดิม แสดงถึงความสาเร็จของทางการท่จัดทัศนศึกษาให้แก่เยาวชนในเขต
“ถนนที่ถูกบังคับให้เดิน” ชื่อบทหมายถึงถนนแห่งความยากจน จังหวัดชายแดนภาคใต้
ี
ท่คนจนจะต้องทนทางานหนักอย่างลาบากโดยไม่มีทางเลือก การดาเนิน
�
�
�
ชีวิตจึงเป็นเสมือนหน่งถูกบังคับให้เดินไปบนถนนท่เต็มไปด้วยความ
ี
ึ
ยากล�าบากนี้
ตอนท้ายบทผู้เขียนขยายความช่อบทไว้ดังน้ “ในความมืด
ื
ี
พร่ามัว บนถนนยังมีแสงสว่างจากไฟหน้ารถที่วิ่งไปมาส่องทาง ความมืด
แห่งชีวิตใครเล่าจะส่องทางให้แม้มันมิได้เป็นความมืดของรัตติกาลท่ดึกด่น
ื
ี
แต่เป็นความมืดท่มองไม่เห็นอะไรตลอดเส้นทางอันยาวไกล ไม่มีใครอยาก
ี
ี
�
ี
เดินบนถนนสายน้ แต่บางคนหลบล้หนีไม่พ้น จึงจาเป็นต้องทนก้าวเดิน
ต่อไป”
20 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 21
ื
ี
ี
บทที่ 12 “ปิดฉากความฝัน” เร่องน้ยังให้ข้อคิดท่น่าสนใจเก่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง
ี
ึ
ิ
“ปิดฉากความฝัน” ความฝันก็คือการเรียนจบในปอเนาะและ เด็กกับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะครูซ่งเป็นผู้ปลูกฝังและอบรมเยาวชนของชาต
้
ึ
ั
ิ
้
ู
ั
ั
ี
โอกาสที่จะได้ศึกษาต่อ ตัวละครได้รับความส�าเร็จตามความฝัน บทนี้จึง ผ้ประพนธ์ชชดว่าความแตกต่างของช่องว่างระหว่างวยเกดขนได้ง่าย
ั
ได้ชื่อว่า “ปิดฉากความฝัน” ถ้าผู้ใหญ่ขาดเหตุผลไม่พยายามเข้าใจธรรมชาติของเด็ก จนกระท่งไม่
สามารถสื่อความเข้าใจกับเด็กได้
บทที่ 13 “ปอเนาะที่รัก”
ี
ิ
ี
ื
ี
“ปอเนาะท่รัก” นวนิยายเร่องน้เม่อเร่มเร่องฮาซันไม่ชอบปอเนาะ แม้ปอเนาะท่รักจะเป็นวรรณกรรมเยาวชนแต่ก็เหมาะแก่ผู้ใหญ่
ื
ื
ี
ึ
ี
และไม่เป็นสุขเม่อต้องไปเรียนท่ปอเนาะ วันเวลาผ่านไปในแต่ละวันของเขา ด้วย เพราะจะช่วยให้เข้าใจเด็กและเห็นปัญหาท่อาจจะเกิดข้น โดยเฉพาะ
ื
มีแต่ความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจและช�้าใจในบางคราว แต่เมื่อเขาเลิกเรียน ความรู้สึกเบื่อหน่ายหรือความรู้สึกอยากขบถ เนื่องจากเกิดความรู้สึกอึดอัด
ื
ื
ั
ี
มาทานาเกลอ ได้มเวลาคดประกอบกบได้รับรู้ถึงประสบการณ์ไป คับข้องใจ และยังแฝงแนวคิดเร่องการยอมรับความแตกต่างทางเช้อชาติและ
�
ื
ิ
ี
ี
�
ทัศนศึกษาของรอกีเยาะห์ ทาให้เขาตระหนักว่าปอเนาะไม่ใช่สถานท่ท่ม ี ศาสนา การให้เกียรติและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
ปัญหาหรือไร้คุณค่า แต่ปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นจากการคิดผิด หลงผิดของ แนะน�าตัวละคร
บางคนที่มีความเชื่อผิดๆ สะสมกันตลอดมา หากผู้ที่อยู่ในปอเนาะมีความ
เข้าใจที่ถูกต้อง ไม่หลงผิดไปในเรื่องไร้สาระตามความเชื่อเก่าๆ ที่บอกกัน ฮาซัน
ั
มา ปอเนาะก็จะเป็นสถานศึกษาท่เป็นประโยชน์และให้คุณค่าแก่คนใน ฮาซันเป็นเด็กชายมุสลิม เรียนจบช้นประถมศึกษาจากโรงเรียน
ี
ี
ึ
พื้นถิ่นได้อย่างมาก ประชาบาล ต้องมาศึกษาต่อท่ปอเนาะ ซ่งเป็นโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนา
ปัญหาต่างๆ ในปอเนาะเป็นปัญหาท่แก้ไขได้ ถ้าผู้ท่มีส่วน อิสลามเพราะครอบครัวยากจน ฮาซันเป็นคนมีเหตุผล เข้าใจศาสนาอย่าง
ี
ี
ั
ี
เก่ยวข้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง เขาจึงสนับสนุนให้รอกีเยาะห์ไป ถูกต้อง ไม่มีอคติ ฉลาด รู้จักไตร่ตรองและกล่นกรองความรู้ความคิดต่างๆ
�
ื
เรียนต่อเพ่อจะได้กลับมาพัฒนาปอเนาะ เขารู้ถึงคุณค่าของปอเนาะจึง ได้ ฮาซันมีประสบการณ์หลายประการในปอเนาะทาให้รู้สึกอึดอัดเพราะ
�
ื
ั
ื
ื
ี
เห็นว่าปอเนาะน้นเป็นปอเนาะท่รัก อันเป็นช่อบทสุดท้ายและเป็นช่อเร่องด้วย ไม่มีอิสระในการแสดงความคิดเห็น เม่อเห็นพ่อทางานหนักทุกวันจึงคิด
ื
�
ลาออกจากปอเนาะมาช่วยพ่อทานาเกลือ ฮาซันได้ประสบการณ์จาก
แก่นเรื่อง / แนวคิด จดหมายของรอกีเยาะหจึงมีความรูและความคิดกว้างขวางขึ้น เมื่อรอกีเยาะห ์
์
้
ทุกคนมีหน้าที่ของตนเอง ทุกคนจึงมีความส�าคัญ ไม่ว่าจะเป็น ไม่คิดจะเรียนต่อ ฮาซันจึงเกลี้ยกล่อมให้รอกีเยาะห์ไปเรียนต่อเพื่อกลับมา
ึ
ครู นักเรียน หรือชาวบ้าน ซ่งล้วนมีความสาคัญต่อสังคมและประเทศชาต ิ พัฒนาปอเนาะต่อไป อย่างไรก็ตาม ฮาซันก็ยังมีธรรมชาติของความเป็น
�
ึ
ี
สาระของเรองชีให้เหนถงความสมพนธ์ระหว่างเยาวชนกบสงคม ม่งให้ เด็ก คือความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจ จึงเป็นเด็กท่ไม่เป็นผู้ใหญ่เกินตัว ซ่ง
ุ
ั
ั
่
็
ึ
ั
้
ื
ั
เยาวชนเล็งเห็นและส�านึกถึงความส�าคัญของตนที่มีต่อสังคม ท�าให้วรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้สมจริงยิ่งขึ้น
20 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 21
ื
ี
ี
บทที่ 12 “ปิดฉากความฝัน” เร่องน้ยังให้ข้อคิดท่น่าสนใจเก่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง
ี
ึ
ิ
“ปิดฉากความฝัน” ความฝันก็คือการเรียนจบในปอเนาะและ เด็กกับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะครูซ่งเป็นผู้ปลูกฝังและอบรมเยาวชนของชาต
้
ึ
ั
ิ
้
ู
ั
ั
ี
โอกาสที่จะได้ศึกษาต่อ ตัวละครได้รับความส�าเร็จตามความฝัน บทนี้จึง ผ้ประพนธ์ชชดว่าความแตกต่างของช่องว่างระหว่างวยเกดขนได้ง่าย
ั
ได้ชื่อว่า “ปิดฉากความฝัน” ถ้าผู้ใหญ่ขาดเหตุผลไม่พยายามเข้าใจธรรมชาติของเด็ก จนกระท่งไม่
สามารถสื่อความเข้าใจกับเด็กได้
บทที่ 13 “ปอเนาะที่รัก”
ี
ิ
ี
ื
ี
“ปอเนาะท่รัก” นวนิยายเร่องน้เม่อเร่มเร่องฮาซันไม่ชอบปอเนาะ แม้ปอเนาะท่รักจะเป็นวรรณกรรมเยาวชนแต่ก็เหมาะแก่ผู้ใหญ่
ื
ื
ี
ึ
ี
และไม่เป็นสุขเม่อต้องไปเรียนท่ปอเนาะ วันเวลาผ่านไปในแต่ละวันของเขา ด้วย เพราะจะช่วยให้เข้าใจเด็กและเห็นปัญหาท่อาจจะเกิดข้น โดยเฉพาะ
ื
มีแต่ความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจและช�้าใจในบางคราว แต่เมื่อเขาเลิกเรียน ความรู้สึกเบื่อหน่ายหรือความรู้สึกอยากขบถ เนื่องจากเกิดความรู้สึกอึดอัด
ื
ื
ั
ี
มาทานาเกลอ ได้มเวลาคดประกอบกบได้รับรู้ถึงประสบการณ์ไป คับข้องใจ และยังแฝงแนวคิดเร่องการยอมรับความแตกต่างทางเช้อชาติและ
�
ื
ิ
ี
ี
�
ทัศนศึกษาของรอกีเยาะห์ ทาให้เขาตระหนักว่าปอเนาะไม่ใช่สถานท่ท่ม ี ศาสนา การให้เกียรติและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
ปัญหาหรือไร้คุณค่า แต่ปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นจากการคิดผิด หลงผิดของ แนะน�าตัวละคร
บางคนที่มีความเชื่อผิดๆ สะสมกันตลอดมา หากผู้ที่อยู่ในปอเนาะมีความ
เข้าใจที่ถูกต้อง ไม่หลงผิดไปในเรื่องไร้สาระตามความเชื่อเก่าๆ ที่บอกกัน ฮาซัน
ั
มา ปอเนาะก็จะเป็นสถานศึกษาท่เป็นประโยชน์และให้คุณค่าแก่คนใน ฮาซันเป็นเด็กชายมุสลิม เรียนจบช้นประถมศึกษาจากโรงเรียน
ี
ี
ึ
พื้นถิ่นได้อย่างมาก ประชาบาล ต้องมาศึกษาต่อท่ปอเนาะ ซ่งเป็นโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนา
ปัญหาต่างๆ ในปอเนาะเป็นปัญหาท่แก้ไขได้ ถ้าผู้ท่มีส่วน อิสลามเพราะครอบครัวยากจน ฮาซันเป็นคนมีเหตุผล เข้าใจศาสนาอย่าง
ี
ี
ั
ี
เก่ยวข้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง เขาจึงสนับสนุนให้รอกีเยาะห์ไป ถูกต้อง ไม่มีอคติ ฉลาด รู้จักไตร่ตรองและกล่นกรองความรู้ความคิดต่างๆ
�
ื
เรียนต่อเพ่อจะได้กลับมาพัฒนาปอเนาะ เขารู้ถึงคุณค่าของปอเนาะจึง ได้ ฮาซันมีประสบการณ์หลายประการในปอเนาะทาให้รู้สึกอึดอัดเพราะ
�
ื
ั
ื
ื
ี
เห็นว่าปอเนาะน้นเป็นปอเนาะท่รัก อันเป็นช่อบทสุดท้ายและเป็นช่อเร่องด้วย ไม่มีอิสระในการแสดงความคิดเห็น เม่อเห็นพ่อทางานหนักทุกวันจึงคิด
ื
�
ลาออกจากปอเนาะมาช่วยพ่อทานาเกลือ ฮาซันได้ประสบการณ์จาก
แก่นเรื่อง / แนวคิด จดหมายของรอกีเยาะหจึงมีความรูและความคิดกว้างขวางขึ้น เมื่อรอกีเยาะห ์
์
้
ทุกคนมีหน้าที่ของตนเอง ทุกคนจึงมีความส�าคัญ ไม่ว่าจะเป็น ไม่คิดจะเรียนต่อ ฮาซันจึงเกลี้ยกล่อมให้รอกีเยาะห์ไปเรียนต่อเพื่อกลับมา
ึ
ครู นักเรียน หรือชาวบ้าน ซ่งล้วนมีความสาคัญต่อสังคมและประเทศชาต ิ พัฒนาปอเนาะต่อไป อย่างไรก็ตาม ฮาซันก็ยังมีธรรมชาติของความเป็น
�
ึ
ี
สาระของเรองชีให้เหนถงความสมพนธ์ระหว่างเยาวชนกบสงคม ม่งให้ เด็ก คือความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจ จึงเป็นเด็กท่ไม่เป็นผู้ใหญ่เกินตัว ซ่ง
ุ
ั
ั
่
็
ึ
ั
้
ื
ั
เยาวชนเล็งเห็นและส�านึกถึงความส�าคัญของตนที่มีต่อสังคม ท�าให้วรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้สมจริงยิ่งขึ้น
22 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 23
ิ
ื
ั
ี
ิ
ั
รอกีเยาะห์ ไม่ว่าครูท่มาจะนับถือศาสนาอะไรก็จะถูกมะยากีดูหม่นท้งส้น มะยากีเช่อม่น
รอกีเยาะห์เป็นเด็กหญิงมุสลิมท่มีเหตุผล มีความคิดและยินด ี ในค�าบอกเล่าของรุ่นพี่ที่เรียนปอเนาะมาก่อน
ี
ู้
ิ
ี
ี
เรยนรู้ส่งใหม่ๆ ด้วยการไตร่ตรองและเช่อมโยงเปรียบเทยบความรเดิมกับ ครูทรงพล
ื
ี
ความรู้ใหม่ ดังจะเห็นได้จากจดหมายท่เขียนถึงฮาซันเล่าถึงการไป ครูทรงพล มหาเทพ เป็นครูท่ใจเย็น ให้สิทธินักเรียนในการ
ี
ทัศนศึกษาที่ภาคอีสาน เป็นเพื่อนที่มีน�้าใจเมื่อเห็นฮาซันไม่เข้าใจเลขก็ยินดี ออกความคิดเห็น และพยายามทาความเข้าใจนักเรียน แม้เขาจะไม่
�
ี
่
ี
็
ั
ิ
�
ี
ุ
ู
อธบายให้ รอกเยาะห์เป็นเดกทมเหตผล ร้จกใช้ความคดทาความเข้าใจ สามารถเปล่ยนความคิดของมะยากีได้แต่นักเรยนส่วนใหญ่กเข้าใจและ
ิ
ี
ี
็
ค�าอธิบายของครู แม้จะต่างจากที่เคยรู้มา รอกีเยาะห์ก็รู้จักคิดจึงได้ความรู้ พอใจที่จะเรียน
�
ี
ี
ื
ความเข้าใจท่ถูกต้อง คาพูดของรอกีเยาะห์ท่พยายามช้แจงให้เพ่อนเลิก
ี
อคติเร่องศาสนาแสดงว่า รอกีเยาะห์ศึกษาศาสนาของตนอย่างเข้าใจจึง ครูอับดุลการิม
ื
ี
ื
ได้อ้างอิงค�าสอนของศาสดาให้เพื่อนฟังได้ ครูอับดุลการิม เป็นชาวมุสลิม เป็นครูท่มีความรู้เร่องศาสนา
อิสลามอย่างถูกต้อง เขาเรียนจบท่ปอเนาะแล้วได้ทุนไปเรียนต่อระดับ
ี
ครูรอนิง ปริญญาตรีที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย เขาพยายามชี้แจงการเปลี่ยนแปลง
ี
เป็นครูท่เข้มงวดตามระเบียบประเพณีท่เช่อกันต่อๆ มาโดยไม่ ให้นักเรียนฟังด้วยเหตุผล แต่ไม่สาเร็จ เพราะมะยากีไม่ฟังเหตุผลใดๆ
ื
ี
�
ศึกษาให้ถ่องแท้ว่าผิดจริงหรือไม่ ดังท่ดุฮาซันอย่างรุนแรงถึง 2 คร้งใน นอกจากเหตุผลที่ตนเองเชื่อ ข้อคิดที่ครูอับดุลการิมบอกให้มะยากีไปคิดก็
ั
ี
ึ
่
้
ื
ี
ั
วนเดยวโดยไม่ถามสาเหตุ แต่โดยเนอแท้เป็นคนทอ่อนโยนคนหนง ดงท ่ ี คือ ครูไม่สามารถจะสอนหรือชี้แจงเรื่องใดๆ ให้มะยากีได้ เพราะมะยากี
ั
ี
่
อธิบายอย่างอ่อนโยนเมื่อคิดว่าฮาซันท�าผิด ดื้อดึงอยู่กับความเชื่อและความคิดของตนเองเท่านั้น
ื
ี
มะลีเป็ง ตัวละครในเร่องแสดงภาพของคนในสังคมท่มีความคิด ความเช่อ
ื
ึ
ึ
ี
มะลีเป็งประธานนักเรียน เป็นคนหนึ่งที่รับความเชื่อต่อเนื่องกัน เก่ยวกับชาวมุสลิมและศาสนาอิสลามซ่งแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ซ่งยังคงเป็น
ื
มาผิดๆ และความเชื่อนั้นไม่เกี่ยวกับศาสนาเลย เป็นคนชอบใช้อ�านาจตาม ปัญหาต่อเน่องจนถึงปัจจุบัน ภาพดังกล่าวปรากฏในวรรณกรรมเยาวชนใน
�
ี
�
อาเภอใจโดยไร้ความคิดท่ถูกต้อง สาคัญผิดว่าเป็นประธานนักเรียนแล้วจะ รูปแบบที่เรียบง่ายและ “จริงจัง” น้อยกว่าวรรณกรรมผู้ใหญ่
ท�าอะไรก็ได้ ดังที่ตบหน้าฮาซันเมื่อตอบค�าถามไม่ได้
ความส�าคัญของบทสนทนา
มะยากี
�
นักเรียนอีกคนหนึ่งที่แสดงความเชื่ออย่างผิดๆ ว่า ครูไทยพุทธ คาพูดหรือบทสนทนาของตัวละครแสดงลักษณะนิสัยของ
�
จะสอนนักเรียนปอเนาะไม่ได้ มะยากีใช้ค�าพูดที่ขาดความเคารพครู มีแต่ ตัวละครอย่างชัดแจ้ง เช่นคาพูดของครูทรงพลและครูอับดุลการิมแสดงถึง
่
ู
ี
�
ู
่
ั
ิ
ี
ู
่
ี
ิ
ถ้อยคาทลบหล่ดหมนเพราะมอคตต่อครทรฐบาลส่งมาช่วยสอน ฉะนน ความใจเย็น มีวุฒิภาวะ รู้วิธีแก้ปัญหาการปลุกระดมประท้วงของนักเรียน
้
ั
22 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 23
ิ
ื
ั
ี
ิ
ั
รอกีเยาะห์ ไม่ว่าครูท่มาจะนับถือศาสนาอะไรก็จะถูกมะยากีดูหม่นท้งส้น มะยากีเช่อม่น
รอกีเยาะห์เป็นเด็กหญิงมุสลิมท่มีเหตุผล มีความคิดและยินด ี ในค�าบอกเล่าของรุ่นพี่ที่เรียนปอเนาะมาก่อน
ี
ู้
ิ
ี
ี
เรยนรู้ส่งใหม่ๆ ด้วยการไตร่ตรองและเช่อมโยงเปรียบเทยบความรเดิมกับ ครูทรงพล
ื
ี
ความรู้ใหม่ ดังจะเห็นได้จากจดหมายท่เขียนถึงฮาซันเล่าถึงการไป ครูทรงพล มหาเทพ เป็นครูท่ใจเย็น ให้สิทธินักเรียนในการ
ี
ทัศนศึกษาที่ภาคอีสาน เป็นเพื่อนที่มีน�้าใจเมื่อเห็นฮาซันไม่เข้าใจเลขก็ยินดี ออกความคิดเห็น และพยายามทาความเข้าใจนักเรียน แม้เขาจะไม่
�
ี
่
ี
็
ั
ิ
�
ี
ุ
ู
อธบายให้ รอกเยาะห์เป็นเดกทมเหตผล ร้จกใช้ความคดทาความเข้าใจ สามารถเปล่ยนความคิดของมะยากีได้แต่นักเรยนส่วนใหญ่กเข้าใจและ
ิ
ี
ี
็
ค�าอธิบายของครู แม้จะต่างจากที่เคยรู้มา รอกีเยาะห์ก็รู้จักคิดจึงได้ความรู้ พอใจที่จะเรียน
�
ี
ี
ื
ความเข้าใจท่ถูกต้อง คาพูดของรอกีเยาะห์ท่พยายามช้แจงให้เพ่อนเลิก
ี
อคติเร่องศาสนาแสดงว่า รอกีเยาะห์ศึกษาศาสนาของตนอย่างเข้าใจจึง ครูอับดุลการิม
ื
ี
ื
ได้อ้างอิงค�าสอนของศาสดาให้เพื่อนฟังได้ ครูอับดุลการิม เป็นชาวมุสลิม เป็นครูท่มีความรู้เร่องศาสนา
อิสลามอย่างถูกต้อง เขาเรียนจบท่ปอเนาะแล้วได้ทุนไปเรียนต่อระดับ
ี
ครูรอนิง ปริญญาตรีที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย เขาพยายามชี้แจงการเปลี่ยนแปลง
ี
เป็นครูท่เข้มงวดตามระเบียบประเพณีท่เช่อกันต่อๆ มาโดยไม่ ให้นักเรียนฟังด้วยเหตุผล แต่ไม่สาเร็จ เพราะมะยากีไม่ฟังเหตุผลใดๆ
ื
ี
�
ศึกษาให้ถ่องแท้ว่าผิดจริงหรือไม่ ดังท่ดุฮาซันอย่างรุนแรงถึง 2 คร้งใน นอกจากเหตุผลที่ตนเองเชื่อ ข้อคิดที่ครูอับดุลการิมบอกให้มะยากีไปคิดก็
ั
ี
ึ
่
้
ื
ี
ั
วนเดยวโดยไม่ถามสาเหตุ แต่โดยเนอแท้เป็นคนทอ่อนโยนคนหนง ดงท ่ ี คือ ครูไม่สามารถจะสอนหรือชี้แจงเรื่องใดๆ ให้มะยากีได้ เพราะมะยากี
ั
ี
่
อธิบายอย่างอ่อนโยนเมื่อคิดว่าฮาซันท�าผิด ดื้อดึงอยู่กับความเชื่อและความคิดของตนเองเท่านั้น
ื
ี
มะลีเป็ง ตัวละครในเร่องแสดงภาพของคนในสังคมท่มีความคิด ความเช่อ
ื
ึ
ึ
ี
มะลีเป็งประธานนักเรียน เป็นคนหนึ่งที่รับความเชื่อต่อเนื่องกัน เก่ยวกับชาวมุสลิมและศาสนาอิสลามซ่งแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ซ่งยังคงเป็น
ื
มาผิดๆ และความเชื่อนั้นไม่เกี่ยวกับศาสนาเลย เป็นคนชอบใช้อ�านาจตาม ปัญหาต่อเน่องจนถึงปัจจุบัน ภาพดังกล่าวปรากฏในวรรณกรรมเยาวชนใน
�
ี
�
อาเภอใจโดยไร้ความคิดท่ถูกต้อง สาคัญผิดว่าเป็นประธานนักเรียนแล้วจะ รูปแบบที่เรียบง่ายและ “จริงจัง” น้อยกว่าวรรณกรรมผู้ใหญ่
ท�าอะไรก็ได้ ดังที่ตบหน้าฮาซันเมื่อตอบค�าถามไม่ได้
ความส�าคัญของบทสนทนา
มะยากี
�
นักเรียนอีกคนหนึ่งที่แสดงความเชื่ออย่างผิดๆ ว่า ครูไทยพุทธ คาพูดหรือบทสนทนาของตัวละครแสดงลักษณะนิสัยของ
�
จะสอนนักเรียนปอเนาะไม่ได้ มะยากีใช้ค�าพูดที่ขาดความเคารพครู มีแต่ ตัวละครอย่างชัดแจ้ง เช่นคาพูดของครูทรงพลและครูอับดุลการิมแสดงถึง
่
ู
ี
�
ู
่
ั
ิ
ี
ู
่
ี
ิ
ถ้อยคาทลบหล่ดหมนเพราะมอคตต่อครทรฐบาลส่งมาช่วยสอน ฉะนน ความใจเย็น มีวุฒิภาวะ รู้วิธีแก้ปัญหาการปลุกระดมประท้วงของนักเรียน
้
ั
24 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 25
�
�
ี
คาพูดของครูรอนิงแสดงถึงลักษณะของคนท่ใช้อานาจเป็นใหญ่อยู่เสมอ มุ่ง กินเนื้อหมู เพราะเนื้อหมูเป็นอาหารชนิดหนึ่ง ถ้าเราน�ามาปรุงเป็นอาหาร
ิ
ื
ี
จะใช้วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ โดยไม่นึกถึงผลที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว บางครั้งก็ จะหมดกล่นคาว เน้อหมูมีโปรตีนท่เป็นประโยชน์มาก คุณค่าทางด้าน
ื
ั
ื
ไร้เหตุผล เช่น เม่อครูท้งสองเตือนให้ใจเย็น ไม่วู่วาม ครูใหญ่ก็กล่าวหาคร ู อาหารมีมากด้วย อาหารท่ทาจากเน้อหมูมีหลายชนิดไม่ใช่เฉพาะคนท ่ ี
ี
�
�
ั
ั
ท้งสองว่าเป็นพวกเด็ก คาพูดของครูรอนิงท่ใช้อารมณ์ว่าครูหนุ่มท้งสองว่า นับถือศาสนาพุทธเท่านั้นที่กินเนื้อหมู ศาสนาอื่นๆ ก็มีอยู่มาก” รอกีเยาะห์
ี
ั
“คุณสองคนเป็นพวกเดียวกับเด็กรึ” แสดงถึงความเป็นคนไร้เหตุผล ยึดม่น ยังถามอีกว่า “ทาไมพ่อแม่ในศาสนาพุทธจึงกราบไหว้ลูกชายตัวเองเพียง
�
ั
่
ถือม่นกับความคิดของตนเองเช่นเดียวกับความคิดของเด็กกลุ่มประท้วง แตโกนหัว หมผาเหลือง” ครูทรงพลตอบค�าถามอยางใจเย็น “คนที่โกนผม
่
่
้
ึ
ุ
ิ
้
ื
ื
้
ี
ู
่
ครูรอนิงจะยั้งปากไว้ไม่ได้แต่เมื่อได้รับการเตือนสติก็ยังคิดได้ หมผาเหลองคอพระภกษหมายถงผประเสรฐ ดารงตนอยในสภาพทแตกตาง
่
่
�
่
ู
ิ
�
คาพดของมะยากีและมะลีเป็งเป็นไปในลกษณะเดียวกนคือม ี จากบุคคลธรรมดา...การอุปสมบทในพระพุทธศาสนาต้องผ่านข้นตอน
ั
ู
ั
ั
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องศาสนาและโรงเรียนปอเนาะ มีอคติดูหมิ่นคน ของพิธีกรรม ไม่ใช่สักแต่โกนผมห่มผ้าเหลืองอย่างท่เธอเข้าใจ พ่อแม่กราบไหว้
ี
์
ศาสนาอื่น ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ตนเชื่อโดยไม่ศึกษาความรู้ที่ถูกต้อง ลูกชายของตนเป็นการกราบไหว้ผู้ทรงศีล มีแต่ได้บุญกุศล...” รอกีเยาะหเป็น
�
คาพูดของครูทรงพลแสดงให้เห็นว่าเป็นคนใจเย็น ไม่วู่วาม พร้อม เด็กมีเหตุผล รู้จักรับฟังและคิดตาม ฉะนั้นแม้จะเคยมีความเชื่ออย่างผิดๆ
ี
ี
ท่จะเผชิญกับสถานการณ์เฉพาะหน้าและเป็นคนใจกว้างพร้อมท่จะรับฟัง ตามท่ได้รับฟังมา เม่อครูอธิบายด้วยเหตุผล รอกีเยาะห์ก็เข้าใจ เธอจึงบอก
ื
ี
ความคิดเห็นของผู้อื่นแม้จะคิดต่างกัน เขาเข้าใจสถานการณ์และรู้วิธีการ ครูว่า “ขอบคุณมากครู คาพูดของครูทาให้เข้าใจศาสนาพุทธดีข้น มองเห็น
ึ
�
�
ี
�
ี
ั
ั
ิ
็
ี
้
ั
ี
ทจะตอบโตอยางสนต ดงเหนไดจากการทครทรงพลเขามาทกทายนกเรยน อะไรหลายอย่างท่น่าสนใจ” คาถามของรอกีเยาะห์แสดงความอยากรู้
่
่
้
ู
ั
้
่
ื
ุ
ว่า “ผมมาอย่กบพวกเราทกคน ขอให้ถอว่าเราเป็นเพอนร่วมงานกนใน อยากเห็นของคนต่างศาสนาผสมกับความเชื่อผิดๆ
่
ื
ั
ั
ู
ี
โรงเรียน มีปัญหาอะไรจะได้ร่วมกันแก้ไข ในการเรียนการสอนเราจะ คาตอบของครูทรงพลแสดงให้เห็นถึงความเป็นครูท่มีวุฒิภาวะสูง
�
ื
ื
ปรึกษากันเพ่อศึกษาบทเรียนของเรา” เม่อนักเรียนถามว่าครูนับถือศาสนา ยินดีอธิบายชี้แจงข้อสงสัยให้นักเรียนเข้าใจ แม้ว่าผู้ถามนั้นจะเป็นคนต่าง
ั
�
ิ
�
อะไร ครูก็ตอบว่า “ส�าหรับศาสนา ไม่อยากบอกว่าครูนับถือศาสนาอะไร ศาสนา และครูทรงพลก็ใจเย็นไม่รู้สึกว่าคาถามน้นเป็นการดูหม่น เขาทาให้
แต่อยากจะพูดว่าเราไม่แยกพุทธหรือมุสลิม เราคือมนุษยชาติ ไม่ม ี ความไม่รู้กลายเป็นความรู้ที่ถูกต้อง
ู
ิ
ู
ประโยชน์อะไรท่เราจะแยกกันว่าเป็นพุทธหรือมุสลิม...เราจะอยู่กันอย่าง บทสนทนาของฮาซนแสดงถงความเป็นคนร้คด ร้จกใช้เหตผล
ึ
ี
ุ
ั
ั
สันติ นักเรียนท่รัก ไม่มีประโยชน์อะไรท่เราจะแยกกันว่าเป็นพุทธหรือมุสลิม พิจารณาเหตุการณ์และสิ่งแวดล้อมรอบตัว เป็นคนกตัญญูรู้คุณ จึงตัดสินใจ
ี
ี
�
เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงไม่ได้เป็นเช่นนี้ ไม่ว่าพุทธหรืออิสลาม” เลิกเรียนมาช่วยพ่อทานาเกลือ แม้จะรู้ว่าเป็นงานหนักแต่เขาก็ยินดีจะทา
�
ื
�
ื
ั
รอกีเยาะห์ถามว่าทาไมคนไทยพุทธจึงกินหมู เม่อครูทรงพลย้อน และยึดม่นในศาสนาอย่างแน่วแน่ ดังตัวอย่างเม่อครูทรงพลเข้ามาสอนพบ
�
ั
�
ื
ถามว่าทาไมเธอไม่กินบ้าง รอกีเยาะห์ส่นหัวแสยะปากทาท่าทางขยะแขยง ว่านักเรียนเงียบผิดปกติจึงเสนอให้ร่วมกันร้องเพลงเพ่อสร้างบรรยากาศ
แล้วบอกว่า “หมูสกปรกเหม็นคาวน่ารังเกียจ” ครูทรงพลอธิบายว่า “คน ของความเป็นกันเอง แต่มะยากีหัวหน้าช้นยืนยันว่า “เพลงร้องไม่ได้
ั
�
ื
�
บาปนะครู” คาพูดน้ทาให้ครูทรงพลงง และเม่อมะยากีขยายความว่า “เรา
ี
24 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 25
�
�
ี
คาพูดของครูรอนิงแสดงถึงลักษณะของคนท่ใช้อานาจเป็นใหญ่อยู่เสมอ มุ่ง กินเนื้อหมู เพราะเนื้อหมูเป็นอาหารชนิดหนึ่ง ถ้าเราน�ามาปรุงเป็นอาหาร
ิ
ื
ี
จะใช้วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ โดยไม่นึกถึงผลที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว บางครั้งก็ จะหมดกล่นคาว เน้อหมูมีโปรตีนท่เป็นประโยชน์มาก คุณค่าทางด้าน
ื
ั
ื
ไร้เหตุผล เช่น เม่อครูท้งสองเตือนให้ใจเย็น ไม่วู่วาม ครูใหญ่ก็กล่าวหาคร ู อาหารมีมากด้วย อาหารท่ทาจากเน้อหมูมีหลายชนิดไม่ใช่เฉพาะคนท ่ ี
ี
�
�
ั
ั
ท้งสองว่าเป็นพวกเด็ก คาพูดของครูรอนิงท่ใช้อารมณ์ว่าครูหนุ่มท้งสองว่า นับถือศาสนาพุทธเท่านั้นที่กินเนื้อหมู ศาสนาอื่นๆ ก็มีอยู่มาก” รอกีเยาะห์
ี
ั
“คุณสองคนเป็นพวกเดียวกับเด็กรึ” แสดงถึงความเป็นคนไร้เหตุผล ยึดม่น ยังถามอีกว่า “ทาไมพ่อแม่ในศาสนาพุทธจึงกราบไหว้ลูกชายตัวเองเพียง
�
ั
่
ถือม่นกับความคิดของตนเองเช่นเดียวกับความคิดของเด็กกลุ่มประท้วง แตโกนหัว หมผาเหลือง” ครูทรงพลตอบค�าถามอยางใจเย็น “คนที่โกนผม
่
่
้
ึ
ุ
ิ
้
ื
ื
้
ี
ู
่
ครูรอนิงจะยั้งปากไว้ไม่ได้แต่เมื่อได้รับการเตือนสติก็ยังคิดได้ หมผาเหลองคอพระภกษหมายถงผประเสรฐ ดารงตนอยในสภาพทแตกตาง
่
่
�
่
ู
ิ
�
คาพดของมะยากีและมะลีเป็งเป็นไปในลกษณะเดียวกนคือม ี จากบุคคลธรรมดา...การอุปสมบทในพระพุทธศาสนาต้องผ่านข้นตอน
ั
ู
ั
ั
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องศาสนาและโรงเรียนปอเนาะ มีอคติดูหมิ่นคน ของพิธีกรรม ไม่ใช่สักแต่โกนผมห่มผ้าเหลืองอย่างท่เธอเข้าใจ พ่อแม่กราบไหว้
ี
์
ศาสนาอื่น ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ตนเชื่อโดยไม่ศึกษาความรู้ที่ถูกต้อง ลูกชายของตนเป็นการกราบไหว้ผู้ทรงศีล มีแต่ได้บุญกุศล...” รอกีเยาะหเป็น
�
คาพูดของครูทรงพลแสดงให้เห็นว่าเป็นคนใจเย็น ไม่วู่วาม พร้อม เด็กมีเหตุผล รู้จักรับฟังและคิดตาม ฉะนั้นแม้จะเคยมีความเชื่ออย่างผิดๆ
ี
ี
ท่จะเผชิญกับสถานการณ์เฉพาะหน้าและเป็นคนใจกว้างพร้อมท่จะรับฟัง ตามท่ได้รับฟังมา เม่อครูอธิบายด้วยเหตุผล รอกีเยาะห์ก็เข้าใจ เธอจึงบอก
ื
ี
ความคิดเห็นของผู้อื่นแม้จะคิดต่างกัน เขาเข้าใจสถานการณ์และรู้วิธีการ ครูว่า “ขอบคุณมากครู คาพูดของครูทาให้เข้าใจศาสนาพุทธดีข้น มองเห็น
ึ
�
�
ี
�
ี
ั
ั
ิ
็
ี
้
ั
ี
ทจะตอบโตอยางสนต ดงเหนไดจากการทครทรงพลเขามาทกทายนกเรยน อะไรหลายอย่างท่น่าสนใจ” คาถามของรอกีเยาะห์แสดงความอยากรู้
่
่
้
ู
ั
้
่
ื
ุ
ว่า “ผมมาอย่กบพวกเราทกคน ขอให้ถอว่าเราเป็นเพอนร่วมงานกนใน อยากเห็นของคนต่างศาสนาผสมกับความเชื่อผิดๆ
่
ื
ั
ั
ู
ี
โรงเรียน มีปัญหาอะไรจะได้ร่วมกันแก้ไข ในการเรียนการสอนเราจะ คาตอบของครูทรงพลแสดงให้เห็นถึงความเป็นครูท่มีวุฒิภาวะสูง
�
ื
ื
ปรึกษากันเพ่อศึกษาบทเรียนของเรา” เม่อนักเรียนถามว่าครูนับถือศาสนา ยินดีอธิบายชี้แจงข้อสงสัยให้นักเรียนเข้าใจ แม้ว่าผู้ถามนั้นจะเป็นคนต่าง
ั
�
ิ
�
อะไร ครูก็ตอบว่า “ส�าหรับศาสนา ไม่อยากบอกว่าครูนับถือศาสนาอะไร ศาสนา และครูทรงพลก็ใจเย็นไม่รู้สึกว่าคาถามน้นเป็นการดูหม่น เขาทาให้
แต่อยากจะพูดว่าเราไม่แยกพุทธหรือมุสลิม เราคือมนุษยชาติ ไม่ม ี ความไม่รู้กลายเป็นความรู้ที่ถูกต้อง
ู
ิ
ู
ประโยชน์อะไรท่เราจะแยกกันว่าเป็นพุทธหรือมุสลิม...เราจะอยู่กันอย่าง บทสนทนาของฮาซนแสดงถงความเป็นคนร้คด ร้จกใช้เหตผล
ึ
ี
ุ
ั
ั
สันติ นักเรียนท่รัก ไม่มีประโยชน์อะไรท่เราจะแยกกันว่าเป็นพุทธหรือมุสลิม พิจารณาเหตุการณ์และสิ่งแวดล้อมรอบตัว เป็นคนกตัญญูรู้คุณ จึงตัดสินใจ
ี
ี
�
เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงไม่ได้เป็นเช่นนี้ ไม่ว่าพุทธหรืออิสลาม” เลิกเรียนมาช่วยพ่อทานาเกลือ แม้จะรู้ว่าเป็นงานหนักแต่เขาก็ยินดีจะทา
�
ื
�
ื
ั
รอกีเยาะห์ถามว่าทาไมคนไทยพุทธจึงกินหมู เม่อครูทรงพลย้อน และยึดม่นในศาสนาอย่างแน่วแน่ ดังตัวอย่างเม่อครูทรงพลเข้ามาสอนพบ
�
ั
�
ื
ถามว่าทาไมเธอไม่กินบ้าง รอกีเยาะห์ส่นหัวแสยะปากทาท่าทางขยะแขยง ว่านักเรียนเงียบผิดปกติจึงเสนอให้ร่วมกันร้องเพลงเพ่อสร้างบรรยากาศ
แล้วบอกว่า “หมูสกปรกเหม็นคาวน่ารังเกียจ” ครูทรงพลอธิบายว่า “คน ของความเป็นกันเอง แต่มะยากีหัวหน้าช้นยืนยันว่า “เพลงร้องไม่ได้
ั
�
ื
�
บาปนะครู” คาพูดน้ทาให้ครูทรงพลงง และเม่อมะยากีขยายความว่า “เรา
ี
26 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 27
ื
�
เป็นนักเรียนศาสนา การร้องเพลงไม่เหมาะสม” ครูทรงพลจึงกล่าวคาขอโทษ ฮาซันเงยหน้ามองดูเพดานห้องเรียน ข่อไม้ผุๆ โยงไปมา
ื
ด้วยความสุภาพ แต่ฮาซันโต้แย้งว่า “การร้องเพลงไม่เป็นบาป มันอยู่ตรง ไม่ค่อยเป็นระเบียบ อาคารเรียนหลังเดียว พ้นลาด
ี
ี
ท่ว่าเพลงท่เราร้องมุ่งเจตนาไปทางไหน ถ้าร้องเพลงเพ่อให้เกิดความ คอนกรีต แถมยังเพดานต�่า ร้อนอ้าวอบเหงื่อไคล เขาวาง
ื
สามัคคีแก่หมู่คณะ การร้องเพลงอย่างนี้เป็นของดี ถ้าร้องเพลงเพื่อความ สมุดเรียนลงบนโต๊ะ แล้วเดินแหวะอกเส้อออกจากห้อง
ื
ี
ื
รื่นรมย์ ท�าให้ใจลุ่มหลง เพียงแต่คิดจะร้องเท่านั้นก็ไม่สมควร” สภาพโรงเรียนเงียบเหงา ผีเส้อบินตอมดอกไม้ท่บริเวณ
ี
หน้าเสาธงเป็นฝูงๆ นกเอ้ยงส่งเสียงร้องเรียกหาคู่อยู่บน
ฉากส�าคัญ
่
ยอดมะพราว แววเพลงอาซาน ผานเครองขยายเสียง กงวาน
้
่
ั
ื
่
ฉากคือสถานที่และเวลาในเรื่อง นวนิยายเรื่องนี้มีฉากส�าคัญคือ ลั่น โรงละหมาดในปอเนาะเพิ่งเงียบลง นักเรียนชายหญิง
ี
ึ
โรงเรียนปอเนาะ จังหวัดนราธิวาส ซ่งเป็นสถานท่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ โดย เดินทยอยกันมาเป็นกลุ่มๆ พวกเขาเพ่งละหมาดตอนเท่ยง
1
ิ
ี
ฉากปอเนาะในเรื่องนี้ตรงกับปอเนาะหลัง พ.ศ.2504 ซึ่งนักเรียนต้องเรียน เสร็จแล้วรีบแต่งตัวมาเรียนภาควิชาสามัญในตอนบ่าย
ทั้งวิชาสามัญและศาสนา หลังจากเรียนภาควิชาศาสนาในตอนเช้า
ี
�
�
ื
ี
่
ี
ปอเนาะเป็นสถานท่สาคัญท่ทาให้เห็นความเช่อและกลุ่มท (ปอเนาะที่รัก หน้า 10)
ั
ื
ื
ี
ั
ู
ิ
สบเน่องกนมา โดยไม่มีผ้ช้แนะหรออธบายแนวทางท่ถกต้อง ปอเนาะยง ฉากส�าคัญอีกฉากหนึ่งคือนาเกลือ ฉากนาเกลือแสดงถึงความ
ี
ื
ู
ี
�
ื
ทาให้เห็นมิตรภาพท่สวยงามของเพ่อนคือฮาซันกับรอกีเยาะห์ ทาให้ฮาซัน ยากจนของครอบครัวฮาซัน ท�าให้ฮาซันได้เรียนรู้ว่าทุกคนมีหน้าที่ของตน
�
ตระหนักถึงความส�าคัญของปอเนาะ
ซึ่งต้องท�าให้ดีที่สุด เพราะทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและประเทศชาติ
ฮาซันใส่เสื้อแขนสั้นสีขาว กางเกงขายาวสีด�า หัวซึ่ง ฮาซนเอากระบอกตวงตักเกลือบรรจุกระสอบ เสร็จแล้ว
ั
โกนโล้นเตียนใส่ ซอเก๊าะ ก�ามะหยี่สีน�้าตาลเข้ม รองเท้า ลากไปวางตรงพ้นโล่งท่จัดเตรียมไว้ กระสอบแล้วกระสอบ
2
ี
ื
�
ผ้าใบสีดาขาดปรุตรงหัวทาให้เห็นน้วเท้าผลุบโผล่ตาม เล่าท่เขาบรรจุ หลังจากน้นเขาเดินมาเอาเชือกร้อยกับ
ิ
�
ั
ี
จังหวะก้าวเดิน เขาหอบหนังสือพะรุงพะรังเดินเข้าไปใน เข็มสอยเย็บปากถุงให้มิดชิดอย่างชานาญ เพียงครู่เดียว
�
ื
ี
้
่
ื
้
ิ
้
หองเรยน เศษกระดาษทงกลาดเกลอน ทรายเลอะพนหอง ทุกสิ่งเป็นอันเรียบร้อย
้
กระดานด�ายังมีตัวหนังสือภาษายาวี เต็มพรืด เขานั่งลงที่
3
ึ
ั
โต๊ะหน้าช้นเรียน สังกะสีมุงหลังคาถูกลมพัดเสียงดังแต็กๆ แม้จะรวดเร็วแต่ก็สายจนตะวันจ้าแสงร้อนแรงข้น
ี
ื
ใบหน้าจึงอาบเหง่อท่ผุดหยดออกมา เขาตวัดชายผ้าคาดเอว
ั
ื
ข้นเช็ดหน้าจนแห้งหมาด แล้วเดินไปน่งพักเหน่อยพิง
ึ
1 ดูค�าอธิบาย “ปอเนาะ” หน้า 90
ึ
2 คือหมวกแขก มี 2 ชนิด ได้แก่ กปิเยาะห์ หมายถึง หมวกท่มีลักษณะคร่งวงกลม และ กระสอบเกลือซึ่งเรียงรายอยู่
ี
ซอเก๊าะ หมายถึงหมวกที่มีลักษณะคล้ายหมวกหนีบ ไม่มีปีก
3 ในที่นี้หมายถึงภาษามลายูซึ่งเขียนด้วยอักษรยาวี
26 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 27
�
ื
เป็นนักเรียนศาสนา การร้องเพลงไม่เหมาะสม” ครูทรงพลจึงกล่าวคาขอโทษ ฮาซันเงยหน้ามองดูเพดานห้องเรียน ข่อไม้ผุๆ โยงไปมา
ื
ด้วยความสุภาพ แต่ฮาซันโต้แย้งว่า “การร้องเพลงไม่เป็นบาป มันอยู่ตรง ไม่ค่อยเป็นระเบียบ อาคารเรียนหลังเดียว พ้นลาด
ี
ื
ี
ท่ว่าเพลงท่เราร้องมุ่งเจตนาไปทางไหน ถ้าร้องเพลงเพ่อให้เกิดความ คอนกรีต แถมยังเพดานต�่า ร้อนอ้าวอบเหงื่อไคล เขาวาง
ื
สามัคคีแก่หมู่คณะ การร้องเพลงอย่างนี้เป็นของดี ถ้าร้องเพลงเพื่อความ สมุดเรียนลงบนโต๊ะ แล้วเดินแหวะอกเส้อออกจากห้อง
รื่นรมย์ ท�าให้ใจลุ่มหลง เพียงแต่คิดจะร้องเท่านั้นก็ไม่สมควร” สภาพโรงเรียนเงียบเหงา ผีเส้อบินตอมดอกไม้ท่บริเวณ
ื
ี
หน้าเสาธงเป็นฝูงๆ นกเอ้ยงส่งเสียงร้องเรียกหาคู่อยู่บน
ี
ฉากส�าคัญ
่
ั
ยอดมะพราว แววเพลงอาซาน ผานเครองขยายเสียง กงวาน
้
่
่
ื
ฉากคือสถานที่และเวลาในเรื่อง นวนิยายเรื่องนี้มีฉากส�าคัญคือ ลั่น โรงละหมาดในปอเนาะเพิ่งเงียบลง นักเรียนชายหญิง
โรงเรียนปอเนาะ จังหวัดนราธิวาส ซ่งเป็นสถานท่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ โดย เดินทยอยกันมาเป็นกลุ่มๆ พวกเขาเพ่งละหมาดตอนเท่ยง
ึ
1
ี
ี
ิ
ฉากปอเนาะในเรื่องนี้ตรงกับปอเนาะหลัง พ.ศ.2504 ซึ่งนักเรียนต้องเรียน เสร็จแล้วรีบแต่งตัวมาเรียนภาควิชาสามัญในตอนบ่าย
ทั้งวิชาสามัญและศาสนา หลังจากเรียนภาควิชาศาสนาในตอนเช้า
�
ี
ื
�
ปอเนาะเป็นสถานท่สาคัญท่ทาให้เห็นความเช่อและกลุ่มท ี ่ (ปอเนาะที่รัก หน้า 10)
ี
ั
ั
ิ
ื
สบเน่องกนมา โดยไม่มีผ้ช้แนะหรออธบายแนวทางท่ถกต้อง ปอเนาะยง ฉากส�าคัญอีกฉากหนึ่งคือนาเกลือ ฉากนาเกลือแสดงถึงความ
ื
ู
ี
ื
ี
ู
ี
�
ทาให้เห็นมิตรภาพท่สวยงามของเพ่อนคือฮาซันกับรอกีเยาะห์ ทาให้ฮาซัน ยากจนของครอบครัวฮาซัน ท�าให้ฮาซันได้เรียนรู้ว่าทุกคนมีหน้าที่ของตน
ื
�
ตระหนักถึงความส�าคัญของปอเนาะ
ซึ่งต้องท�าให้ดีที่สุด เพราะทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและประเทศชาติ
ฮาซันใส่เสื้อแขนสั้นสีขาว กางเกงขายาวสีด�า หัวซึ่ง ฮาซนเอากระบอกตวงตักเกลือบรรจุกระสอบ เสร็จแล้ว
ั
2
โกนโล้นเตียนใส่ ซอเก๊าะ ก�ามะหยี่สีน�้าตาลเข้ม รองเท้า ลากไปวางตรงพ้นโล่งท่จัดเตรียมไว้ กระสอบแล้วกระสอบ
ื
ี
ผ้าใบสีดาขาดปรุตรงหัวทาให้เห็นน้วเท้าผลุบโผล่ตาม เล่าท่เขาบรรจุ หลังจากน้นเขาเดินมาเอาเชือกร้อยกับ
ิ
�
�
ั
ี
จังหวะก้าวเดิน เขาหอบหนังสือพะรุงพะรังเดินเข้าไปใน เข็มสอยเย็บปากถุงให้มิดชิดอย่างชานาญ เพียงครู่เดียว
�
ิ
้
ื
้
ี
้
้
ื
หองเรยน เศษกระดาษทงกลาดเกลอน ทรายเลอะพนหอง ทุกสิ่งเป็นอันเรียบร้อย
่
กระดานด�ายังมีตัวหนังสือภาษายาวี เต็มพรืด เขานั่งลงที่
3
ึ
โต๊ะหน้าช้นเรียน สังกะสีมุงหลังคาถูกลมพัดเสียงดังแต็กๆ แม้จะรวดเร็วแต่ก็สายจนตะวันจ้าแสงร้อนแรงข้น
ั
ใบหน้าจึงอาบเหง่อท่ผุดหยดออกมา เขาตวัดชายผ้าคาดเอว
ื
ี
ั
ื
ึ
ข้นเช็ดหน้าจนแห้งหมาด แล้วเดินไปน่งพักเหน่อยพิง
1 ดูค�าอธิบาย “ปอเนาะ” หน้า 90
ึ
2 คือหมวกแขก มี 2 ชนิด ได้แก่ กปิเยาะห์ หมายถึง หมวกท่มีลักษณะคร่งวงกลม และ กระสอบเกลือซึ่งเรียงรายอยู่
ี
ซอเก๊าะ หมายถึงหมวกที่มีลักษณะคล้ายหมวกหนีบ ไม่มีปีก
3 ในที่นี้หมายถึงภาษามลายูซึ่งเขียนด้วยอักษรยาวี
28 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 29
�
้
กังหันรอกวิดนาต้องลมหมุนเป็นวงกลม เขาหยีตา อีสาน ทุกชีวิตแม้ประสบความล�าบากยากเข็ญกลับทรหด
ั
ื
�
ื
ี
มองอย่างช่นชม มนเป็นเพ่อนคู่ทุกข์คู่ยากท่ทาให้เขาสามารถ สู้อย่างกล้าหาญ เลือดรักชาติอีสานเข้มข้น ใครหนอว่า
มีเกลือบรรจุกระสอบได้ ลีลาหมุนของมันในยามลมพัด อีสานจน แต่เราว่าอีสานคือมหาเศรษฐีแห่งความอดทน
ไม่ผิดอะไรกับลีลาชีวิตของเขามากนัก วันรุ่งขึ้นพวกเราเข้าถึงกรุงเทพฯ โดยปลอดภัย
(ปอเนาะที่รัก หน้า 132)
ฮาซันจ๊ะ เราเช่อว่าเธอต้องสู้ชีวิตอีกต่อไป อย่าพราบ่น
่
�
ื
เลยว่าเกิดมาจน อีสานทั้งภาคยากจนยิ่งกว่าเธอ พวกเขา
ค�าคมจากเรื่องปอเนาะที่รัก
�
ิ
ไม่เคยคราครวญ พวกเรายังมีอยู่มีกินอ่มหนาสบาย ไม่
�
่
ื
ครูรอนิงพูดกับครูใหญ่ ตอนท่มะลีเป็งอภิปรายปลุกระดมเพ่อนๆ ข้เกียจเสียอย่างเดียวไม่อดตายแน่ อย่าน้อยใจในวาสนา
ี
ี
ิ
ึ
ี
ั
“อย่าคิดอย่างน้นเลยครับ ส่งท่เกิดข้นและมีปัญหา เลยนะ เพราะยังมีอีสานเป็นจ�านวนมากยากไร้ยิ่งกว่าเธอ
ถ้าเราพยายามแก้ไขด้วยความเข้าใจ มันจะสงบและยุต ิ (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 119 - 120)
เสมอ”
(ปอเนาะที่รัก, 2537 : 73) ชายชราที่ท�านาในจังหวัดร้อยเอ็ด พูดกับรอกีเยาะห์
ิ
พ่อเฒ่าหัวเราะเอ๊กอ๊ากเดินส่นหัวไปคว้าจอบ “ลูกคิด
ั
ี
ฮาซันพูดกับรอกีเยาะห์ ตอนท่รอกีเยาะห์ได้รับคัดเลือกให้ไป ว่าฝนเทียมช่วยให้อีสานทานาได้ละซี บ่มีผู้ได๋ช่วยได้ดอก
�
ทัศนศึกษาที่กรุงเทพฯ
นอกจากฝนกับคน อีสานต้องทนต่อไป ดูเด็กพวกน้น...”
ั
“ปล่อยให้เราอยู่กับนาเกลือต่อไปเถอะ ทางการ พ่อเฒ่าบุ้ยหน้าไปยังกลุ่มเด็กๆ ท่ยืนมุงดูคนรถเปล่ยนยาง
ี
ี
คัดเลือกเธอดีแล้ว จงไปน�าเอาความรู้สิ่งใหม่ๆ กลับมาให้ ล้อรถ “พวกมันตัวเล็กๆ ควายมันก็เลี้ยง โรงเรียนมันก็ไป
ปอเนาะ หน้าที่ของเราแตกต่างกัน เธอไปเพื่อกลับมาขจัด ขืนรอความช่วยเหลือจากหลวง ป่านน้คนอีสานหมดแนว
ี
สิ่งที่ไม่เจริญ เราอยู่กับนาเกลือเพื่อขจัดความหิว ไปเถอะ นานแล้ว”
รอกีเยาะห์ แล้วค่อยกลับมาเล่าให้เราฟัง” เธองงกับคาว่าหมดแนว แต่ก็พูดคุยกับพ่อเฒ่าต่อไปอีก
�
(ปอเนาะที่รัก, 2537 : 109)
“ไม่คิดจะไปอยู่ที่อื่นบ้างหรือคะ?”
้
่
้
้
ู
่
่
้
รอกีเยาะห์เขียนจดหมายถึงฮาซัน “ไปอยไส?” พอเฒาเงือดงางดามจอบคางเอาไว “อย ู ่
ี
อีสานท่รัก ลาก่อน แม้จะเป็นดินแดนแห่งความ ที่นี่ท�านาดีแล้ว บ่ยอมแพ้มันซะอย่าง แห้งแล้งปานได๋กะ
�
�
ี
ี
แห้งแล้ง มิตรภาพและความมีนาใจมิได้เหือดแห้งไปจาก อยู่ได้ ลูกเอ๋ย ทานาถึงสิลาบาก พ่อภูมิใจท่ได้ปลูกข้าวเล้ยง
้
�
28 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 29
�
้
กังหันรอกวิดนาต้องลมหมุนเป็นวงกลม เขาหยีตา อีสาน ทุกชีวิตแม้ประสบความล�าบากยากเข็ญกลับทรหด
ั
ื
�
ื
ี
มองอย่างช่นชม มนเป็นเพ่อนคู่ทุกข์คู่ยากท่ทาให้เขาสามารถ สู้อย่างกล้าหาญ เลือดรักชาติอีสานเข้มข้น ใครหนอว่า
มีเกลือบรรจุกระสอบได้ ลีลาหมุนของมันในยามลมพัด อีสานจน แต่เราว่าอีสานคือมหาเศรษฐีแห่งความอดทน
ไม่ผิดอะไรกับลีลาชีวิตของเขามากนัก วันรุ่งขึ้นพวกเราเข้าถึงกรุงเทพฯ โดยปลอดภัย
(ปอเนาะที่รัก หน้า 132)
ฮาซันจ๊ะ เราเช่อว่าเธอต้องสู้ชีวิตอีกต่อไป อย่าพราบ่น
่
�
ื
เลยว่าเกิดมาจน อีสานทั้งภาคยากจนยิ่งกว่าเธอ พวกเขา
ค�าคมจากเรื่องปอเนาะที่รัก
�
ิ
ไม่เคยคราครวญ พวกเรายังมีอยู่มีกินอ่มหนาสบาย ไม่
�
่
ื
ครูรอนิงพูดกับครูใหญ่ ตอนท่มะลีเป็งอภิปรายปลุกระดมเพ่อนๆ ข้เกียจเสียอย่างเดียวไม่อดตายแน่ อย่าน้อยใจในวาสนา
ี
ี
ิ
ึ
ี
ั
“อย่าคิดอย่างน้นเลยครับ ส่งท่เกิดข้นและมีปัญหา เลยนะ เพราะยังมีอีสานเป็นจ�านวนมากยากไร้ยิ่งกว่าเธอ
ถ้าเราพยายามแก้ไขด้วยความเข้าใจ มันจะสงบและยุต ิ (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 119 - 120)
เสมอ”
(ปอเนาะที่รัก, 2537 : 73) ชายชราที่ท�านาในจังหวัดร้อยเอ็ด พูดกับรอกีเยาะห์
ิ
พ่อเฒ่าหัวเราะเอ๊กอ๊ากเดินส่นหัวไปคว้าจอบ “ลูกคิด
ั
ี
ฮาซันพูดกับรอกีเยาะห์ ตอนท่รอกีเยาะห์ได้รับคัดเลือกให้ไป ว่าฝนเทียมช่วยให้อีสานทานาได้ละซี บ่มีผู้ได๋ช่วยได้ดอก
�
ทัศนศึกษาที่กรุงเทพฯ
นอกจากฝนกับคน อีสานต้องทนต่อไป ดูเด็กพวกน้น...”
ั
“ปล่อยให้เราอยู่กับนาเกลือต่อไปเถอะ ทางการ พ่อเฒ่าบุ้ยหน้าไปยังกลุ่มเด็กๆ ท่ยืนมุงดูคนรถเปล่ยนยาง
ี
ี
คัดเลือกเธอดีแล้ว จงไปน�าเอาความรู้สิ่งใหม่ๆ กลับมาให้ ล้อรถ “พวกมันตัวเล็กๆ ควายมันก็เลี้ยง โรงเรียนมันก็ไป
ปอเนาะ หน้าที่ของเราแตกต่างกัน เธอไปเพื่อกลับมาขจัด ขืนรอความช่วยเหลือจากหลวง ป่านน้คนอีสานหมดแนว
ี
สิ่งที่ไม่เจริญ เราอยู่กับนาเกลือเพื่อขจัดความหิว ไปเถอะ นานแล้ว”
รอกีเยาะห์ แล้วค่อยกลับมาเล่าให้เราฟัง” เธองงกับคาว่าหมดแนว แต่ก็พูดคุยกับพ่อเฒ่าต่อไปอีก
�
(ปอเนาะที่รัก, 2537 : 109)
“ไม่คิดจะไปอยู่ที่อื่นบ้างหรือคะ?”
้
่
้
้
ู
่
่
้
รอกีเยาะห์เขียนจดหมายถึงฮาซัน “ไปอยไส?” พอเฒาเงือดงางดามจอบคางเอาไว “อย ู ่
ี
อีสานท่รัก ลาก่อน แม้จะเป็นดินแดนแห่งความ ที่นี่ท�านาดีแล้ว บ่ยอมแพ้มันซะอย่าง แห้งแล้งปานได๋กะ
�
�
ี
ี
แห้งแล้ง มิตรภาพและความมีนาใจมิได้เหือดแห้งไปจาก อยู่ได้ ลูกเอ๋ย ทานาถึงสิลาบาก พ่อภูมิใจท่ได้ปลูกข้าวเล้ยง
้
�
30 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 31
คน ถึงเขาสิกินข้าวท่เฮาปลูกจนอ้วนจนพีแล้วมากดข่ข่มเหง ได้เรียนรู้ ได้ฝัน สู่ความสงบดีงามด้วยความสัมพันธ์อย่าง
ี
ี
ิ
เฮา สู้บ่หนีไผสิท�าไม เออ...ว่าแต่ลูกค�านางเถอะไปไสมา ถูกต้องตามธรรมชาติของทุกส่งทุกอย่างรอบตัว ได้พบ
บ่ฮ้อนหรือไง ใส่เสื้อผ้าปกหัวปกตัว?” สภาวะจิตที่เป็นสุขกับเพื่อนๆ ในเรื่องราว การเข้าถึงด้วย
�
(ปอเนาะที่รัก, 2537 : 125 - 127) จิตของเด็กเป็นการเร่มต้นของกระบวนการศึกษาท่สาคัญ
ิ
ี
แว้งที่รัก ที่สุดในการที่คนพัฒนาสู่ความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์
(แว้งที่รัก, 2554 : 5)
แว้งที่รัก เป็นบทประพันธ์ของ “ชบาบาน” ซึ่งเป็นนามปากกา
ของ ผศ.ดร.ขวัญดี อัตวาวุฒิชัย นวนิยายเรื่องนี้เป็นวรรณกรรมเยาวชน เร่องราวท่สนุกสนานของเพ่อนๆ ในแต่ละตอน ก่อเกิดวธีคิดและ
ื
ิ
ื
ี
ื
�
ท่สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นพ้นฐาน (สพฐ.) คัดเลือกให้เป็น พนฐานอารมณ์ของเด็กทรบรถงความสวยงามของความแตกตางของผคน
ี
ั
่
ื
ั
้
ู้
ี
ู
ึ
่
้
หนังสืออ่านนอกเวลาของสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โสภณ สุภาพงษ์ ความแตกต่างของสังคม ส่งแวดล้อม ความแตกต่างของวัฒนธรรม
ิ
กล่าวถึงความดีเด่นของนวนิยายเรื่องนี้ไว้ว่า ซ่งเป็นส่วนสาคัญย่งในการมีทัศนะต่อสรรพส่งอย่างถูกต้องและมีความสุข
ิ
ิ
�
ึ
ั
ี
ู
�
ี
ผมรับร้ได้ว่าถ้าเด็กๆ ได้อ่านแว้งท่รกน้จะทาให้สมอง เมื่อเติบโต
ี
ี
ด้านศีลธรรมของเด็กงอกงาม เร่องราวชีวิตของกลุ่ม หนังสือน้เหมาะสมอย่างมากท่จะเป็นแบบเรียนให้เด็กได้อ่าน
ื
ั
ี
ู
่
็
ื
ู
ั
ั
หนูน้อยท่ถูกถ่ายทอดโดยชีวิตผู้เขียนเองอย่างมีชีวิตชีวา ได้แสดงความเหนร่วมกนในห้องเรยนกบคร กบเพอน ขยายผลไปส่การ
ี
จะทาให้เด็กอ่านไปพร้อมกับจินตนาการท่พอกพูนในจิต เรียนรู้ที่หลากหลายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
�
ี
เนื้อเรื่อง
ื
ี
แว้งท่รักเป็นเร่องเล่าประสบการณ์ชีวิตของผู้เขียนในวัยเยาว์
เมื่ออยู่กับพ่อแม่และพี่สาวที่อ�าเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เมื่อ 50 ปีก่อน
เด็กหญิงชื่อ “น้อย” นับถือศาสนาพุทธ พ่อท�างานเป็นสมุห์บัญชี แม่เปิด
ร้านขายของเล็กๆ น้อยๆ เช่น พลู ผัก ผ้า และของช�าจ�าพวกพริกแห้ง
�
�
หอม พริกไทย ชาวอาเภอแว้งส่วนใหญ่เป็นชุมชนมุสลิม ประกอบอาชีพทา
สวนยาง อีกกลุ่มเป็นชาวจีนประกอบอาชีพค้าขาย นับถือศาสนาพุทธและ
้
็
ั
่
ั
ื
ศาสนาอสลาม ชาวไทยนบถอศาสนาพทธมจานวนไมมากนกเปนขาราชการ
ิ
ี
�
ุ
ผู้เขียนซึ่งในเรื่องใช้ชื่อว่า “น้อย” มีเพื่อนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม น้อยจึงพูด
ู
ื
ั
ภาษามลายูได้คล่อง ชาวแว้งท้งหลายส่อสารกันด้วยภาษามลาย
30 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 31
คน ถึงเขาสิกินข้าวท่เฮาปลูกจนอ้วนจนพีแล้วมากดข่ข่มเหง ได้เรียนรู้ ได้ฝัน สู่ความสงบดีงามด้วยความสัมพันธ์อย่าง
ี
ี
ิ
เฮา สู้บ่หนีไผสิท�าไม เออ...ว่าแต่ลูกค�านางเถอะไปไสมา ถูกต้องตามธรรมชาติของทุกส่งทุกอย่างรอบตัว ได้พบ
บ่ฮ้อนหรือไง ใส่เสื้อผ้าปกหัวปกตัว?” สภาวะจิตที่เป็นสุขกับเพื่อนๆ ในเรื่องราว การเข้าถึงด้วย
�
(ปอเนาะที่รัก, 2537 : 125 - 127) จิตของเด็กเป็นการเร่มต้นของกระบวนการศึกษาท่สาคัญ
ิ
ี
แว้งที่รัก ที่สุดในการที่คนพัฒนาสู่ความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์
(แว้งที่รัก, 2554 : 5)
แว้งที่รัก เป็นบทประพันธ์ของ “ชบาบาน” ซึ่งเป็นนามปากกา
ของ ผศ.ดร.ขวัญดี อัตวาวุฒิชัย นวนิยายเรื่องนี้เป็นวรรณกรรมเยาวชน เร่องราวท่สนุกสนานของเพ่อนๆ ในแต่ละตอน ก่อเกิดวธีคิดและ
ื
ิ
ื
ี
ื
ี
�
ท่สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นพ้นฐาน (สพฐ.) คัดเลือกให้เป็น พนฐานอารมณ์ของเด็กทรบรถงความสวยงามของความแตกตางของผคน
ั
ั
่
ี
้
ื
่
ู้
ึ
ู
้
หนังสืออ่านนอกเวลาของสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โสภณ สุภาพงษ์ ความแตกต่างของสังคม ส่งแวดล้อม ความแตกต่างของวัฒนธรรม
ิ
กล่าวถึงความดีเด่นของนวนิยายเรื่องนี้ไว้ว่า ซ่งเป็นส่วนสาคัญย่งในการมีทัศนะต่อสรรพส่งอย่างถูกต้องและมีความสุข
�
ึ
ิ
ิ
�
ี
ี
ู
ผมรับร้ได้ว่าถ้าเด็กๆ ได้อ่านแว้งท่รกน้จะทาให้สมอง เมื่อเติบโต
ั
ี
ี
ด้านศีลธรรมของเด็กงอกงาม เร่องราวชีวิตของกลุ่ม หนังสือน้เหมาะสมอย่างมากท่จะเป็นแบบเรียนให้เด็กได้อ่าน
ื
ั
ู
ี
ู
่
ั
ื
ั
็
ี
หนูน้อยท่ถูกถ่ายทอดโดยชีวิตผู้เขียนเองอย่างมีชีวิตชีวา ได้แสดงความเหนร่วมกนในห้องเรยนกบคร กบเพอน ขยายผลไปส่การ
�
ี
จะทาให้เด็กอ่านไปพร้อมกับจินตนาการท่พอกพูนในจิต เรียนรู้ที่หลากหลายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เนื้อเรื่อง
แว้งท่รักเป็นเร่องเล่าประสบการณ์ชีวิตของผู้เขียนในวัยเยาว์
ี
ื
เมื่ออยู่กับพ่อแม่และพี่สาวที่อ�าเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เมื่อ 50 ปีก่อน
เด็กหญิงชื่อ “น้อย” นับถือศาสนาพุทธ พ่อท�างานเป็นสมุห์บัญชี แม่เปิด
ร้านขายของเล็กๆ น้อยๆ เช่น พลู ผัก ผ้า และของช�าจ�าพวกพริกแห้ง
หอม พริกไทย ชาวอาเภอแว้งส่วนใหญ่เป็นชุมชนมุสลิม ประกอบอาชีพทา
�
�
สวนยาง อีกกลุ่มเป็นชาวจีนประกอบอาชีพค้าขาย นับถือศาสนาพุทธและ
ั
้
ศาสนาอสลาม ชาวไทยนบถอศาสนาพทธมจานวนไมมากนกเปนขาราชการ
็
ุ
ี
ิ
ั
ื
่
�
ผู้เขียนซึ่งในเรื่องใช้ชื่อว่า “น้อย” มีเพื่อนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม น้อยจึงพูด
ู
ภาษามลายูได้คล่อง ชาวแว้งท้งหลายส่อสารกันด้วยภาษามลาย
ั
ื
32 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 33
น้อยจะพูดภาษาไทยที่บ้านและพูดกับครูที่โรงเรียนเท่านั้น ไทยภาคใต้ เด็กๆ ชอบไปโรงเรียน เพราะได้เพื่อน ได้เล่นสนุก คิดเลขเป็น
�
ครอบครัวของน้อยสนิทกับคนมุสลิมในอาเภอแว้ง คบหากัน อ่านหนังสือไทยออก
่
่
ิ
�
ิ
ี
ี
ั
ี
ั
ี
อย่างสนทใจ เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ทาสงใดให้เป็นทรงเกยจของคนใน ครูท่สอนในโรงเรียนประชาบาลน้มีท้งครูไทยมุสลิมและครูไทย
�
ั
ึ
�
ื
ศาสนาอ่น คร้งหน่งพ่อแม่ของน้อยมีธุระจาเป็นต้องไปต่างเมือง และไม่ พุทธ ครูก็ร่วมใจกันทางานไม่แบ่งแยกเร่องศาสนาและไม่เข้าข้างเด็ก
ื
ั
สะดวกท่จะพาลูกสาวท้ง 2 คนไปด้วย แม่ของน้อยจึงขอให้เพ่อนมุสลิมมา เพียงเพราะว่านับถือศาสนาเดียวกัน ดังจะเห็นได้จากกรณีตัวอย่าง
ี
ื
อยู่เป็นเพ่อนลูกสาวท่ยังเด็กอยู่มาก เพ่อนมุสลิมก็รับช่วยด้วยความเต็มใจ ดังต่อไปนี้
ื
ี
ื
พาหลานมาอยู่ด้วย ท�าให้เด็กๆ ได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน ตอนกลางคืน วันหน่งน้อยทะเลาะกับเพ่อนมุสลิมช่อบีเด๊าะห์ เพราะต่างก ็
ึ
ื
ื
เมื่อคนมุสลิมท�าละหมาด น้อยก็ชวนพี่สาวสวดมนต์ อยากจะได้ดอกจ�าปูนป่าที่มีอยู่เพียงดอกเดียวไปให้ครู ต่างคนต่างอ้างว่า
แว้งมีโรงเรียนประชาบาลสอนระดับประถมศึกษา ครูใหญ่ดูแล ตนเห็นก่อนและเป็นเจ้าของ ทั้ง 2 คนกอดต้นจ�าปูนไว้แน่นเพื่อไม่ให้อีกคน
ึ
ี
อย่างเข้มงวดมาก ท�าให้เด็กโรงเรียนนี้หลายคนสอบเรียนต่อมัธยมศึกษา ปีนข้นไปเก็บดอกไม้ เพ่อนต้องจับแยก ต่อมาเด็กกลุ่มน้มาเล่นมอญซ่อนผ้า
ื
ได้ทุนของรัฐบาล ผู้ปกครองจึงพอใจมาก คนมุสลิมก็อยากให้ลูกไปเรียน ต่อ น้อยใช้ผ้าตีบีเด๊าะห์ตามเกมการเล่น แต่บีเด๊าะห์เข้าใจว่าน้อยแกล้ง
ื
ี
เพราะเห็นข้อดีว่าจะท�าให้ลูกฉลาดกว่าตัวเองที่อ่านเขียนไม่ได้ เขาพอใจที่ เด็กสองคนทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนในท่สุดเลยไปถึงเร่องศาสนา
ี
�
ื
�
ได้รู้ว่าหนังสือท่ลูกเรียนก็มีแต่เร่องสอนให้ทาความดี “แล้วครูไม่ได้ห้ามไป บีเด๊าะห์ตาหนิพระภิกษุว่ามาขอทาน แต่โต๊ะหะยีไม่เคยขอ ตนมีพระเจ้าแต่
สุเหร่า ไม่ได้ห้ามเรื่องพูดภาษามลายู ไม่ได้ห้ามเรื่องหัดอ่านกุรุแอ (คัมภีร์ น้อยไม่มี น้อยโกรธมากเถียงว่าพระไม่ได้มาขอทาน โต๊ะหะยีทาไมมีเมียได้
�
อัลกุรอาน)” ใช้ชื่อมุสลิมอย่างเดิมได้ จะขอใช้ชื่อไทยในโรงเรียนครูก็ตั้งให้ ตนมีพระพุทธเจ้า เพื่อนๆ เริ่มแบ่งพวกกันโดยไม่ได้ตั้งใจ เด็กไทยพุทธซึ่ง
เด็กๆ ได้ใช้ชื่อไทยเป็นชื่อทางการกันหลายคน เด็กมุสลิมเรียนไม่นานก็พูด มีจานวนไม่มากพากันมายืนข้างหลังน้อย ส่วนเด็กมุสลิมจานวนมากก็ยืน
�
�
ไทยได้ทุกคน กลายเป็นเด็กเก่งเพราะพูดได้ท้งภาษาไทยกลางและภาษา หลังบีเด๊าะห์ น้อยกับบีเด๊าะห์นัดไปต่อสู้กันท่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่าข้าง
ี
ั
โรงเรียน พอดีครูมนัสซึ่งเป็นมุสลิมและครูสุภาซึ่งเป็นไทยพุทธได้ยินเสียง
เด็กทะเลาะกัน บีเด๊าะห์อ้างว่าพระเจ้าอัลเลาะห์จะช่วยตน น้อยก็ว่า
ั
พระพุทธเจ้าจะช่วยตนเหมือนกัน ครูมนัสเรียกท้งสองคนมาดุและส่งให้
ั
ั
เลิกทะเลาะกัน แล้วบอกว่าท้งพระอัลเลาะห์ และพระพุทธเจ้าจะไม่ช่วย
4
เด็กผู้หญิงท่ทะเลาะกัน เพราะท้งสองพระองค์สอนให้เป็นคนดี ครูบอกว่า
ั
ี
4 แว้งที่รัก ใช้ค�าว่า “อัลเลาะห์” หมายถึง อัลลอฮฺ มาจากภาษามาเลย์หรือบาฮาซา ค�าว่า
“Allah” มีความหมายว่าพระเป็นเจ้า พระนามของพระผู้เป็นเจ้าแห่งชาวมุสลิม ใช้ใน
จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย
32 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 33
น้อยจะพูดภาษาไทยที่บ้านและพูดกับครูที่โรงเรียนเท่านั้น ไทยภาคใต้ เด็กๆ ชอบไปโรงเรียน เพราะได้เพื่อน ได้เล่นสนุก คิดเลขเป็น
�
ครอบครัวของน้อยสนิทกับคนมุสลิมในอาเภอแว้ง คบหากัน อ่านหนังสือไทยออก
่
่
ิ
�
ิ
ี
ี
ั
ี
ั
ี
อย่างสนทใจ เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ทาสงใดให้เป็นทรงเกยจของคนใน ครูท่สอนในโรงเรียนประชาบาลน้มีท้งครูไทยมุสลิมและครูไทย
�
ั
ึ
�
ื
ศาสนาอ่น คร้งหน่งพ่อแม่ของน้อยมีธุระจาเป็นต้องไปต่างเมือง และไม่ พุทธ ครูก็ร่วมใจกันทางานไม่แบ่งแยกเร่องศาสนาและไม่เข้าข้างเด็ก
ื
ั
สะดวกท่จะพาลูกสาวท้ง 2 คนไปด้วย แม่ของน้อยจึงขอให้เพ่อนมุสลิมมา เพียงเพราะว่านับถือศาสนาเดียวกัน ดังจะเห็นได้จากกรณีตัวอย่าง
ี
ื
อยู่เป็นเพ่อนลูกสาวท่ยังเด็กอยู่มาก เพ่อนมุสลิมก็รับช่วยด้วยความเต็มใจ ดังต่อไปนี้
ื
ี
ื
พาหลานมาอยู่ด้วย ท�าให้เด็กๆ ได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน ตอนกลางคืน วันหน่งน้อยทะเลาะกับเพ่อนมุสลิมช่อบีเด๊าะห์ เพราะต่างก ็
ึ
ื
ื
เมื่อคนมุสลิมท�าละหมาด น้อยก็ชวนพี่สาวสวดมนต์ อยากจะได้ดอกจ�าปูนป่าที่มีอยู่เพียงดอกเดียวไปให้ครู ต่างคนต่างอ้างว่า
แว้งมีโรงเรียนประชาบาลสอนระดับประถมศึกษา ครูใหญ่ดูแล ตนเห็นก่อนและเป็นเจ้าของ ทั้ง 2 คนกอดต้นจ�าปูนไว้แน่นเพื่อไม่ให้อีกคน
ึ
ี
อย่างเข้มงวดมาก ท�าให้เด็กโรงเรียนนี้หลายคนสอบเรียนต่อมัธยมศึกษา ปีนข้นไปเก็บดอกไม้ เพ่อนต้องจับแยก ต่อมาเด็กกลุ่มน้มาเล่นมอญซ่อนผ้า
ื
ได้ทุนของรัฐบาล ผู้ปกครองจึงพอใจมาก คนมุสลิมก็อยากให้ลูกไปเรียน ต่อ น้อยใช้ผ้าตีบีเด๊าะห์ตามเกมการเล่น แต่บีเด๊าะห์เข้าใจว่าน้อยแกล้ง
ื
ี
เพราะเห็นข้อดีว่าจะท�าให้ลูกฉลาดกว่าตัวเองที่อ่านเขียนไม่ได้ เขาพอใจที่ เด็กสองคนทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนในท่สุดเลยไปถึงเร่องศาสนา
ี
�
ื
�
ได้รู้ว่าหนังสือท่ลูกเรียนก็มีแต่เร่องสอนให้ทาความดี “แล้วครูไม่ได้ห้ามไป บีเด๊าะห์ตาหนิพระภิกษุว่ามาขอทาน แต่โต๊ะหะยีไม่เคยขอ ตนมีพระเจ้าแต่
สุเหร่า ไม่ได้ห้ามเรื่องพูดภาษามลายู ไม่ได้ห้ามเรื่องหัดอ่านกุรุแอ (คัมภีร์ น้อยไม่มี น้อยโกรธมากเถียงว่าพระไม่ได้มาขอทาน โต๊ะหะยีทาไมมีเมียได้
�
อัลกุรอาน)” ใช้ชื่อมุสลิมอย่างเดิมได้ จะขอใช้ชื่อไทยในโรงเรียนครูก็ตั้งให้ ตนมีพระพุทธเจ้า เพื่อนๆ เริ่มแบ่งพวกกันโดยไม่ได้ตั้งใจ เด็กไทยพุทธซึ่ง
เด็กๆ ได้ใช้ชื่อไทยเป็นชื่อทางการกันหลายคน เด็กมุสลิมเรียนไม่นานก็พูด มีจานวนไม่มากพากันมายืนข้างหลังน้อย ส่วนเด็กมุสลิมจานวนมากก็ยืน
�
�
ไทยได้ทุกคน กลายเป็นเด็กเก่งเพราะพูดได้ท้งภาษาไทยกลางและภาษา หลังบีเด๊าะห์ น้อยกับบีเด๊าะห์นัดไปต่อสู้กันท่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่าข้าง
ี
ั
โรงเรียน พอดีครูมนัสซึ่งเป็นมุสลิมและครูสุภาซึ่งเป็นไทยพุทธได้ยินเสียง
เด็กทะเลาะกัน บีเด๊าะห์อ้างว่าพระเจ้าอัลเลาะห์จะช่วยตน น้อยก็ว่า
ั
พระพุทธเจ้าจะช่วยตนเหมือนกัน ครูมนัสเรียกท้งสองคนมาดุและส่งให้
ั
ั
เลิกทะเลาะกัน แล้วบอกว่าท้งพระอัลเลาะห์ และพระพุทธเจ้าจะไม่ช่วย
4
เด็กผู้หญิงท่ทะเลาะกัน เพราะท้งสองพระองค์สอนให้เป็นคนดี ครูบอกว่า
ั
ี
4 แว้งที่รัก ใช้ค�าว่า “อัลเลาะห์” หมายถึง อัลลอฮฺ มาจากภาษามาเลย์หรือบาฮาซา ค�าว่า
“Allah” มีความหมายว่าพระเป็นเจ้า พระนามของพระผู้เป็นเจ้าแห่งชาวมุสลิม ใช้ใน
จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย
34 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 35
ี
ั
คราวน้จะไม่ลงโทษ แต่ห้ามทะเลาะกันอีก แล้วสอนให้รู้ว่าประการแรกท้ง แว้ง ต้นสาคูใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้น ใบน�ามาท�าเป็นตับใช้มุงหลังคาได้ท�านอง
สองคนต้องรักกันเพราะเป็นคนไทยด้วยกัน ร้องเพลงชาติเพลงเดียวกัน เดียวกับตับจาก ใบสาคูใหญ่กว่าใบจากจึงท�าเป็นตับได้ดี ล�าต้นสาคูขูดมา
ี
เคารพพระเจ้าอยู่หัวพระองค์เดียวกัน ประการท่ 2 ชาวพุทธทักกันว่า เป็นอาหารของเป็ดได้ เนื้อในของต้นสาคูใช้ท�าแป้งสาคู ใช้ท�าอาหารได้
ี
ิ
ึ
ี
�
สวัสดี คาทักของมุสลิมก็มีความหมายให้เกิดความสงบสันติแก่ผู้ถูกทัก ซ่ง แว้งท่รักให้ความรู้เก่ยวกับวิถีชีวิตของคนในท้องถ่นสามจังหวัด
ี
�
ี
ิ
ึ
ก็มีความหมายทานองเดียวกัน ประการท่ 3 ท้งพระอัลเลาะห์และ ชายแดนภาคใต้ ซ่งผูกพันอยู่กับธรรมชาติและส่งแวดล้อมท่เรียบง่าย
ั
ี
ั
พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้เด็กทะเลาะกัน นอกจากน้ท้งสองคนยังเข้าใจ จึงสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบร่มเย็น แม้จะมีความเชื่อ ความศรัทธา และมี
ผิดเก่ยวกับศาสนาของแต่ละฝ่าย การเดินบิณฑบาตของพระสงฆ์ไม่ใช่การ วัฒนธรรมต่างกันบ้าง แต่ก็เป็นเพื่อนกันได้และสามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วย
ี
ขอทาน และโต๊ะหะยีไม่ใช่พระของมุสลิม ครูมนัสปรึกษากับครูสุภาว่าจะ ความเข้าใจอันดีต่อกัน
ต้องช่วยกันสอนเรื่องศาสนาและศีลธรรมให้เด็กๆ เข้าใจ
ครูสุภาซักไซ้ถึงสาเหตุท่ทะเลาะกันได้ความว่า ต่างคนต่างอยาก สรุปเนื้อหาแต่ละตอน
ี
�
ิ
ื
�
ั
ี
ได้ดอกจาปูนมาให้ครู เม่อครูถามว่าดอกจาปูนอยู่ท่ไหน เด็กท้งสองจึงเพ่ง
นึกได้ว่าตนมัวแต่ทะเลาะกันอยู่ ครูจึงสอนว่าการทะเลาะกันน้นไม่เกิด นวนิยายเรื่องนี้แบ่งเนื้อหาเป็นตอน มีชื่อก�ากับแต่ละตอนดังนี้
ั
ั
ประโยชน์อะไรเลย น้อยกับบีเด๊าะห์ขออนุญาตไปเก็บดอกไม้ ท้งสองคน ตอนที่ 1 พ่อจ๋า แม่จ๋า (1) และ (2)
ช่วยกันท�ากรวยอย่างสวยงามใส่ดอกจ�าปูนมาให้ครู พร้อมกับขอโทษและ ครอบครัวของน้อย มีพ่อ แม่ พี่แมะ และน้อย แม่สอนให้น้อย
ู
ี
สัญญาว่าจะไม่ทะเลาะกันอีก พ่อสอนน้อยว่าในแต่ละประเทศอาจมีคน กับพ่แมะช่วยแม่ท�างานเล็กๆ น้อยๆ เช่น แกะและเรียงลูกเนียง เรียงใบพล
ึ
หลายเผ่าพันธุ์ นับถือศาสนาต่างกัน มีวัฒนธรรมและอาชีพต่างกัน เป็นต้น วันหน่งพ่อต้องเดินทางไปจังหวัดสงขลาด่วนเพราะย่าป่วยจึงไม่ได้
ื
ี
ข้อส�าคัญทุกคนต้องอยู่ร่วมกันด้วยความสามัคคี ทุกคนก็จะมีความสุข ลาน้อย น้อยเป็นห่วงพ่อเกรงว่าจะเป็นอันตราย แม่ต้องไปซ้อผักท่ลูโบ๊ะดาแล
ี
ื
เร่องแว้งท่รักทาให้เห็นถึงบรรยากาศของการอยู่ร่วมกันของ จึงฝากน้อยและพี่แมะไว้กับโต๊ะ (ยาย) ตาบอด การไม่มีพ่อกับแม่อยู่ด้วย
�
คนท่ต่างเผ่าพันธุ์ต่างศาสนาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ในเร่องมีคาภาษา ท�าให้น้อยรู้สึกว้าเหว่ แต่พี่แมะก็ปลอบใจน้อย
ี
�
ื
มลายูปนอยู่ แต่ผู้เขียนจะแปลไว้ให้เข้าใจ บางคาก็จะมีคาอธิบายไว้ใน ตอนที่ 2 มามุ
�
�
เชิงอรรถทาให้ผู้อ่านได้ความรู้เพ่มเติม เป็นต้นว่าค�า “ซูงา” เป็นภาษามลาย ู เพ่อนใหม่ของน้อย เป็นกาพร้า อย่กบโต๊ะแช (ตา) และโต๊ะ
ิ
�
ั
ู
ื
�
ท้องถิ่น ภาษามลายูกลางออกเสียง “ซูไง” คนไทยมาเขียนว่า “สุไหง” ใช้ (ยาย) บ้านติดกับบ้านสวนของน้อย มามุกับน้อยเรียนรู้ซ่งกันและกัน เพราะ
ึ
เป็นชื่อสถานที่ เช่น สุไหงปาตี แปลว่า คลองข้าวเปลือก มามุพูดภาษาไทยไม่ได้เลย แต่น้อยพูดภาษามลายูได้ น้อยมีความสุขที่ได้
นอกจากนี้ยังมีการเล่าถึงภูมิประเทศและพืชพันธุ์ในท้องถิ่น ซึ่งมี เป็นเพื่อนกับมามุ
ิ
ประโยชน์มาก เป็นการเพ่มความรู้รอบตัวแก่ผู้อ่าน ดังเช่นต้นสาคูท่มีมากใน
ี
34 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 35
ี
ั
คราวน้จะไม่ลงโทษ แต่ห้ามทะเลาะกันอีก แล้วสอนให้รู้ว่าประการแรกท้ง แว้ง ต้นสาคูใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้น ใบน�ามาท�าเป็นตับใช้มุงหลังคาได้ท�านอง
สองคนต้องรักกันเพราะเป็นคนไทยด้วยกัน ร้องเพลงชาติเพลงเดียวกัน เดียวกับตับจาก ใบสาคูใหญ่กว่าใบจากจึงท�าเป็นตับได้ดี ล�าต้นสาคูขูดมา
ี
เคารพพระเจ้าอยู่หัวพระองค์เดียวกัน ประการท่ 2 ชาวพุทธทักกันว่า เป็นอาหารของเป็ดได้ เนื้อในของต้นสาคูใช้ท�าแป้งสาคู ใช้ท�าอาหารได้
ี
ิ
ึ
ี
�
สวัสดี คาทักของมุสลิมก็มีความหมายให้เกิดความสงบสันติแก่ผู้ถูกทัก ซ่ง แว้งท่รักให้ความรู้เก่ยวกับวิถีชีวิตของคนในท้องถ่นสามจังหวัด
ี
�
ี
ิ
ึ
ก็มีความหมายทานองเดียวกัน ประการท่ 3 ท้งพระอัลเลาะห์และ ชายแดนภาคใต้ ซ่งผูกพันอยู่กับธรรมชาติและส่งแวดล้อมท่เรียบง่าย
ั
ี
ั
พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้เด็กทะเลาะกัน นอกจากน้ท้งสองคนยังเข้าใจ จึงสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบร่มเย็น แม้จะมีความเชื่อ ความศรัทธา และมี
ผิดเก่ยวกับศาสนาของแต่ละฝ่าย การเดินบิณฑบาตของพระสงฆ์ไม่ใช่การ วัฒนธรรมต่างกันบ้าง แต่ก็เป็นเพื่อนกันได้และสามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วย
ี
ขอทาน และโต๊ะหะยีไม่ใช่พระของมุสลิม ครูมนัสปรึกษากับครูสุภาว่าจะ ความเข้าใจอันดีต่อกัน
ต้องช่วยกันสอนเรื่องศาสนาและศีลธรรมให้เด็กๆ เข้าใจ
ี
ครูสุภาซักไซ้ถึงสาเหตุท่ทะเลาะกันได้ความว่า ต่างคนต่างอยาก สรุปเนื้อหาแต่ละตอน
�
ิ
ื
�
ั
ี
ได้ดอกจาปูนมาให้ครู เม่อครูถามว่าดอกจาปูนอยู่ท่ไหน เด็กท้งสองจึงเพ่ง
นึกได้ว่าตนมัวแต่ทะเลาะกันอยู่ ครูจึงสอนว่าการทะเลาะกันน้นไม่เกิด นวนิยายเรื่องนี้แบ่งเนื้อหาเป็นตอน มีชื่อก�ากับแต่ละตอนดังนี้
ั
ั
ประโยชน์อะไรเลย น้อยกับบีเด๊าะห์ขออนุญาตไปเก็บดอกไม้ ท้งสองคน ตอนที่ 1 พ่อจ๋า แม่จ๋า (1) และ (2)
ช่วยกันท�ากรวยอย่างสวยงามใส่ดอกจ�าปูนมาให้ครู พร้อมกับขอโทษและ ครอบครัวของน้อย มีพ่อ แม่ พี่แมะ และน้อย แม่สอนให้น้อย
ู
ี
สัญญาว่าจะไม่ทะเลาะกันอีก พ่อสอนน้อยว่าในแต่ละประเทศอาจมีคน กับพ่แมะช่วยแม่ท�างานเล็กๆ น้อยๆ เช่น แกะและเรียงลูกเนียง เรียงใบพล
ึ
หลายเผ่าพันธุ์ นับถือศาสนาต่างกัน มีวัฒนธรรมและอาชีพต่างกัน เป็นต้น วันหน่งพ่อต้องเดินทางไปจังหวัดสงขลาด่วนเพราะย่าป่วยจึงไม่ได้
ื
ี
ข้อส�าคัญทุกคนต้องอยู่ร่วมกันด้วยความสามัคคี ทุกคนก็จะมีความสุข ลาน้อย น้อยเป็นห่วงพ่อเกรงว่าจะเป็นอันตราย แม่ต้องไปซ้อผักท่ลูโบ๊ะดาแล
ี
ื
เร่องแว้งท่รักทาให้เห็นถึงบรรยากาศของการอยู่ร่วมกันของ จึงฝากน้อยและพี่แมะไว้กับโต๊ะ (ยาย) ตาบอด การไม่มีพ่อกับแม่อยู่ด้วย
�
คนท่ต่างเผ่าพันธุ์ต่างศาสนาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ในเร่องมีคาภาษา ท�าให้น้อยรู้สึกว้าเหว่ แต่พี่แมะก็ปลอบใจน้อย
ี
�
ื
มลายูปนอยู่ แต่ผู้เขียนจะแปลไว้ให้เข้าใจ บางคาก็จะมีคาอธิบายไว้ใน ตอนที่ 2 มามุ
�
�
เชิงอรรถทาให้ผู้อ่านได้ความรู้เพ่มเติม เป็นต้นว่าค�า “ซูงา” เป็นภาษามลาย ู เพ่อนใหม่ของน้อย เป็นกาพร้า อย่กบโต๊ะแช (ตา) และโต๊ะ
ิ
�
ั
ู
ื
�
ท้องถิ่น ภาษามลายูกลางออกเสียง “ซูไง” คนไทยมาเขียนว่า “สุไหง” ใช้ (ยาย) บ้านติดกับบ้านสวนของน้อย มามุกับน้อยเรียนรู้ซ่งกันและกัน เพราะ
ึ
เป็นชื่อสถานที่ เช่น สุไหงปาตี แปลว่า คลองข้าวเปลือก มามุพูดภาษาไทยไม่ได้เลย แต่น้อยพูดภาษามลายูได้ น้อยมีความสุขที่ได้
นอกจากนี้ยังมีการเล่าถึงภูมิประเทศและพืชพันธุ์ในท้องถิ่น ซึ่งมี เป็นเพื่อนกับมามุ
ิ
ประโยชน์มาก เป็นการเพ่มความรู้รอบตัวแก่ผู้อ่าน ดังเช่นต้นสาคูท่มีมากใน
ี
36 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 37
ั
ผ้าขาว น้อยเห็นเหง่อเม็ดใหญ่ค่อยๆ ซึมออกมาเต็มหน้าผากหล่นสิน
ื
ื
ื
ี
�
ื
จนเส้อผ้าชุ่มไปด้วยเหง่อ จึงนึกถึงท่แม่เรียก “ดอกเหง่อ” และคาว่า
“อาบเหงื่อต่างน�้า”
ความสนุกร่นเริงของคนแว้งข้นอยู่กับราคายาง เพราะกว่าจะ
ึ
ื
ได้ยางแต่ละวันไม่ง่าย ต้องไม่กลัวเหนื่อย และท�าประจ�าจนแรงอยู่ตัว
ตอนที่ 5 ฮารีรายอ ฮารีกายอ
ฮารีรายอ หรือ ฮารีกายอ เป็นวันเฉลิมฉลองของชาวมุสลิมที่
ี
�
�
ได้ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน เป็นวันสาคัญท่ทุกคนในอาเภอแว้งรอคอย
เพราะจะได้เฉลิมฉลอง ทุกคนจะได้ใส่เสื้อผ้าใหม่ และแต่งตัวสวยงาม
ตอนที่ 6 สมัครสมาน
�
อาเภอแว้งมีชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมอยู่ร่วมกันเหมือน
ตอนที่ 3 โรงเรียนสันโดษ : ดอกไม้ให้ครู
ึ
ื
ื
ี
ู
�
ั
โรงเรยนของน้อยเป็นโรงเรยนประชาบาล ตงอย่อาเภอแว้ง ญาติสนิท ต่างพ่งพาอาศัยและเอ้อเฟื้อเผ่อแผ่กัน แม้ว่าจะต่างศาสนา ต่าง
้
ี
ื
ี
ุ
บนเนินเต้ยๆ เป็นอาคารไม้ ไม่ทาสี ช้นล่างยาวเท่าตัวโรงเรียน โล่ง ความเช่อ แสดงให้เห็นความสมัครสมานในชุมชนท่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสข
ี
ั
พื้นยกสูง ลาดซีเมนต์ นักเรียนใช้ชั้นล่างเป็นที่เล่นเวลาพักเที่ยง ที่โรงเรียนมี ตอนที่ 7 สามัคคี
เสียงระฆังบอกสัญญาณเข้าเรียนและเลิกเรียน นักเรียนมีเวรกลุ่มหาดอกไม้ น้อย พี่แมะ สแลแม และมามุตามหาเป็ดที่หลงเล้า เพื่อจะได้
ปักแจกันของโต๊ะครูประจ�าชั้น ส่วนใหญ่ใช้ดอกฟอร์เกตมีนอตสีม่วงเล็กๆ ไปดูซ้อมฟุตบอล ทั้ง 4 คนพบเป็ดอยู่ในปากจระเข้ จึงช่วยกันตะโกนไล่
ั
ั
้
จระเข้ จนจระเข้ยอมปล่อยเป็ดออกจากปาก หลงจากน้นทงหมดไปด
ู
ั
ตอนที่ 4 ดอกเหงื่อ (1) และ (2)
คนไทยพุทธ คนไทยมุสลิม และคนจีนในอ�าเภอแว้ง ยึดอาชีพ การซ้อมฟุตบอล มะตียย์สรุปเรียงความเรื่องความสามัคคีของทุกคนจาก
หลักต่างกัน 3 อย่าง คือท�าสวนยาง รับราชการ และค้าขาย มีเพียง เหตุการณ์จระเข้ และการฝึกซ้อมฟุตบอล
ี
ั
ี
ครอบครัวของหล่นสิน เพ่อนโรงเรียนเดียวกับน้อยท่มีอาชีพไม่เหมือนคนจน ตอนที่ 8 ยางพารา
ื
่
ั
้
ั
อื่นๆ คือรับจ้างซักรีดเสื้อผ้า น้อยอยากรู้ว่าท�าไมเสื้อผ้าเขาถึงต่างจากคนอื่น ฤดรอนชาวสวนยางจะตดยางไดทกวนเพราะฝนไมตก สามารถ
ุ
ู
้
เมื่อเห็นหลั่นสินอยู่ข้างบ่อน�้าหลังบ้าน ก�าลังซักเสื้อผ้ารับจ้าง จึงชวนหลั่นสิน ตากแผ่นยางจนแห้งแล้วมาขายในอาเภอ พวกท่รับซ้อยางเกือบทุกร้านเป็น
ี
ื
�
คุยเรื่องการท�างานซักผ้ารีดผ้า หลั่นสินท�างานหนัก ต้องตักน�้าจากบ่อมา คนจีน ยางจากอาเภอแว้งจะส่งไปท่สุไหงโกลก จากน้นส่งต่อไปขายท ่ ี
�
ั
ี
ื
ื
�
ซักผ้า แช่ผ้า แปรงเส้อกางเกง แยกเส้อขาวไปต้มกับฟองสบู่ ใส่โซดาทาให้ หาดใหญ่ และจากหาดใหญ่ส่งไปขายที่อเมริกา
36 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 37
ั
ผ้าขาว น้อยเห็นเหง่อเม็ดใหญ่ค่อยๆ ซึมออกมาเต็มหน้าผากหล่นสิน
ื
ื
ื
ี
�
ื
จนเส้อผ้าชุ่มไปด้วยเหง่อ จึงนึกถึงท่แม่เรียก “ดอกเหง่อ” และคาว่า
“อาบเหงื่อต่างน�้า”
ความสนุกร่นเริงของคนแว้งข้นอยู่กับราคายาง เพราะกว่าจะ
ึ
ื
ได้ยางแต่ละวันไม่ง่าย ต้องไม่กลัวเหนื่อย และท�าประจ�าจนแรงอยู่ตัว
ตอนที่ 5 ฮารีรายอ ฮารีกายอ
ฮารีรายอ หรือ ฮารีกายอ เป็นวันเฉลิมฉลองของชาวมุสลิมที่
ี
�
�
ได้ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน เป็นวันสาคัญท่ทุกคนในอาเภอแว้งรอคอย
เพราะจะได้เฉลิมฉลอง ทุกคนจะได้ใส่เสื้อผ้าใหม่ และแต่งตัวสวยงาม
ตอนที่ 6 สมัครสมาน
�
อาเภอแว้งมีชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมอยู่ร่วมกันเหมือน
ตอนที่ 3 โรงเรียนสันโดษ : ดอกไม้ให้ครู
ึ
ื
ื
ี
ู
�
ั
โรงเรยนของน้อยเป็นโรงเรยนประชาบาล ตงอย่อาเภอแว้ง ญาติสนิท ต่างพ่งพาอาศัยและเอ้อเฟื้อเผ่อแผ่กัน แม้ว่าจะต่างศาสนา ต่าง
้
ี
ื
ี
ุ
บนเนินเต้ยๆ เป็นอาคารไม้ ไม่ทาสี ช้นล่างยาวเท่าตัวโรงเรียน โล่ง ความเช่อ แสดงให้เห็นความสมัครสมานในชุมชนท่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสข
ี
ั
พื้นยกสูง ลาดซีเมนต์ นักเรียนใช้ชั้นล่างเป็นที่เล่นเวลาพักเที่ยง ที่โรงเรียนมี ตอนที่ 7 สามัคคี
เสียงระฆังบอกสัญญาณเข้าเรียนและเลิกเรียน นักเรียนมีเวรกลุ่มหาดอกไม้ น้อย พี่แมะ สแลแม และมามุตามหาเป็ดที่หลงเล้า เพื่อจะได้
ปักแจกันของโต๊ะครูประจ�าชั้น ส่วนใหญ่ใช้ดอกฟอร์เกตมีนอตสีม่วงเล็กๆ ไปดูซ้อมฟุตบอล ทั้ง 4 คนพบเป็ดอยู่ในปากจระเข้ จึงช่วยกันตะโกนไล่
ั
ั
้
จระเข้ จนจระเข้ยอมปล่อยเป็ดออกจากปาก หลงจากน้นทงหมดไปด
ู
ั
ตอนที่ 4 ดอกเหงื่อ (1) และ (2)
คนไทยพุทธ คนไทยมุสลิม และคนจีนในอ�าเภอแว้ง ยึดอาชีพ การซ้อมฟุตบอล มะตียย์สรุปเรียงความเรื่องความสามัคคีของทุกคนจาก
หลักต่างกัน 3 อย่าง คือท�าสวนยาง รับราชการ และค้าขาย มีเพียง เหตุการณ์จระเข้ และการฝึกซ้อมฟุตบอล
ี
ั
ี
ครอบครัวของหล่นสิน เพ่อนโรงเรียนเดียวกับน้อยท่มีอาชีพไม่เหมือนคนจน ตอนที่ 8 ยางพารา
ื
่
ั
้
ั
อื่นๆ คือรับจ้างซักรีดเสื้อผ้า น้อยอยากรู้ว่าท�าไมเสื้อผ้าเขาถึงต่างจากคนอื่น ฤดรอนชาวสวนยางจะตดยางไดทกวนเพราะฝนไมตก สามารถ
ุ
ู
้
เมื่อเห็นหลั่นสินอยู่ข้างบ่อน�้าหลังบ้าน ก�าลังซักเสื้อผ้ารับจ้าง จึงชวนหลั่นสิน ตากแผ่นยางจนแห้งแล้วมาขายในอาเภอ พวกท่รับซ้อยางเกือบทุกร้านเป็น
ี
ื
�
คุยเรื่องการท�างานซักผ้ารีดผ้า หลั่นสินท�างานหนัก ต้องตักน�้าจากบ่อมา คนจีน ยางจากอาเภอแว้งจะส่งไปท่สุไหงโกลก จากน้นส่งต่อไปขายท ่ ี
�
ั
ี
ื
ื
�
ซักผ้า แช่ผ้า แปรงเส้อกางเกง แยกเส้อขาวไปต้มกับฟองสบู่ ใส่โซดาทาให้ หาดใหญ่ และจากหาดใหญ่ส่งไปขายที่อเมริกา
38 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 39
ตอนที่ 9 สามเฒ่า : หมอผีผู้วิเศษ พูดภาษาไทยไม่ได้ คนมุสลิมจะไปนั่งดื่มน�้าชากาแฟกันที่อื่น โดยเฉพาะที่
โต๊ะแซซาอิด (ปู่ซาอิด) เป็น 1 ใน 3 คนที่เป็น “ผู้วิเศษ” ใน ร้านของอาลี แชอาลีเป็นกลิงค์ รูปร่างเล็กแกร็น ผิวด�า ร้านของอาลีมีข้าว
อ�าเภอแว้ง ได้แก่ โต๊ะอุมา เป๊าะเต๊ะห์ และโต๊ะแซซาอิด ทั้งหมดมีความรู้ เหนียวมูนกับแกงไก่ขายทุกวัน และหน้าร้านมีโรตีทอดขายด้วย
�
ทางไสยศาสตร์ รู้เวทมนตร์คาถา คนในอาเภอแว้งบอกว่าโต๊ะแซซาอิดเป็น ตอนที่ 12 สังคมสันโดษ
หมอผี บ้านอยู่ฝั่งเดียวกับบ้านของน้อย บ้านของโต๊ะแซซาอิดเป็นแบบ เดกหญงไทยพทธและเดกหญงไทยมสลมในอาเภอแว้งมความ
ิ
ุ
ี
�
ิ
ิ
็
็
ุ
มลายูพื้นบ้านทั่วไป ฐานะไม่ดี น้อยกลัวโต๊ะแซซาอิดมาก เพราะเป็นชาย แตกต่างหลายอย่าง ได้แก่ การใช้ภาษา หน้าตา การแต่งกาย ทรงผม
แก่ ผิวด�า หนังเหี่ยวย่น รูปร่างผอมเหลือแค่หนังหุ้มกระดูก หลังงอ จมูก ผู้หญิงมุสลิมมีวิธีทาผมหลายทรง มีข้นตอนการดูแลผมโดยใช้นามัน
้
ั
�
�
ั
�
ั
ึ
โด่งงุ้มเป็นสันแหลม นัยน์ตาท้งสองข้างดาโต ตากลวงโบ๋ คร้งหน่ง มะพร้าว รากและเปลือกสะบ้า มะพร้าวมีประโยชน์สารพัด ชาวบ้านปลูก
�
ก้างปลาติดคอน้อย ทาอย่างไรก็ไม่หาย จึงขอร้องให้แม่พาไปหาโต๊ะแซซาอิด มะพร้าวเกือบทุกครอบครัว น้อยช่วยแชและโต๊ะขูดใยและขนมะพร้าวออก
�
โต๊ะแซซาอิดล้วงพ้นลาคอ ก้างปลาก็หลุดออกมา นอกจากน้นโต๊ะแซซาอิด จากลูกมะพร้าว จนสุดท้ายได้ส่วนผสมของขนมกอและกับแป้งสาค ู
ั
ยังช่วยครอบครัวน้อยไม่ให้เป็นไข้ทรพิษด้วย เมื่อขนมเสร็จ น้อยกับมามุได้รับขนมเป็นรางวัลไปรับประทานอย่างสุขใจ
ตอนที่ 10 สามเฒ่า : ช่างท�าตะเกียง ใต้ต้นมังคุด
“ตูแกแกเจ๊าะ” ชายชราเชื้อสายจีน เป็นช่างท�าตะเกียงขาง่อย ตอนที่ 13 เพียงแผกแตกต่าง
รูปร่างผอม หลังโง้งงุ้ม แก้มตอบลึก ไม่ค่อยสวมเสื้อ นุ่งแต่กางเกงขาสั้น นักเรียนโรงเรียนประชาบาลอาเภอแว้งมีความแตกต่างกัน ม ี
�
สีฟ้ามีเชือกรูดที่เอว สวมแว่นติดตาตลอดเวลา เวลาหาบตะเกียงขายจะ เด็กมลายู (มุสลิม) หรือเด็กสิแย (สยาม,พุทธ) แต่เม่อมาเรียนด้วยกันแล้ว
ื
เดินง่อยกะโผลกกะเผลก บ้านช่างขาง่อยอยู่ใกล้โรงเรียนประชาบาลอาเภอ ทุกคนเรียนรู้ซ่งกันและกัน ท้งด้านภาษา และศาสนา เพราะครูสอนให้
�
ั
ึ
ู
ิ
�
แว้ง แต่อยู่รมถนนด้านใน น้อยเคยไปดช่างขาง่อยทาตะเกียง น้อยกับ ทุกคนเป็นเด็กดี ประพฤติตนตามค�าสอนในศาสนาของตน
ึ
ี
พ่ศักด์ไปเก็บหมากท่ต้นหมาก หลังบ้านปลัดสว่าง ซ่งอยู่ติดกับบ้านช่าง
ี
ิ
้
่
ี
ี
่
ี
่
ขางอย นอยมองไมเหนเคยวทพศกดโยนลงมา เพราะใบไมปกคลม เทาขวา ตอนที่ 14 ย่อมไม่ร้างสามัคคี
้
็
่
ุ
ิ
้
ั
์
ั
จึงเหยียบเคียวนิ้วเกือบขาด ไม่มีใครอยู่แถวนั้น ในที่สุดช่างขาง่อยเป็นคน น้อยและบีเด๊าะห์นักเรียนมุสลิมช้น ป.2 ทะเลาะกันด้วยเหตุแย่ง
ึ
ั
ื
�
ช่วยชีวิตน้อย ดอกจาปูนซ่งมีดอกเดียว ท้งสองทะเลาะกันอย่างรุนแรง เร่องความแตกต่าง
ั
ี
ื
ของศาสนาอ่น ครูมนัสและครูสภาห้ามและไต่ถามเหตุท่ทะเลาะกน
ุ
ตอนที่ 11 สามเฒ่า : กลิงค์ขายกาแฟ แล้วห้ามไม่ให้ทะเลาะกันอีก เพราะอยู่โรงเรียนเดียวกัน ร้องเพลงชาต ิ
ี
�
อาเภอแว้งมีร้านกาแฟท่พ่อชอบ คือร้านของโกฟุกเป็นคนจีน เดียวกัน มีพระเจ้าอยู่หัวองค์เดียวกัน และช้ให้เห็นข้อเสียของการไม่
ี
ร้านโกฟุกเป็นที่รวมของข้าราชการอ�าเภอแว้ง ไม่มีลูกค้าที่เป็นแขก เพราะ สามัคคี ทั้งสองจึงคืนดีกัน
38 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 39
ตอนที่ 9 สามเฒ่า : หมอผีผู้วิเศษ พูดภาษาไทยไม่ได้ คนมุสลิมจะไปนั่งดื่มน�้าชากาแฟกันที่อื่น โดยเฉพาะที่
โต๊ะแซซาอิด (ปู่ซาอิด) เป็น 1 ใน 3 คนที่เป็น “ผู้วิเศษ” ใน ร้านของอาลี แชอาลีเป็นกลิงค์ รูปร่างเล็กแกร็น ผิวด�า ร้านของอาลีมีข้าว
อ�าเภอแว้ง ได้แก่ โต๊ะอุมา เป๊าะเต๊ะห์ และโต๊ะแซซาอิด ทั้งหมดมีความรู้ เหนียวมูนกับแกงไก่ขายทุกวัน และหน้าร้านมีโรตีทอดขายด้วย
�
ทางไสยศาสตร์ รู้เวทมนตร์คาถา คนในอาเภอแว้งบอกว่าโต๊ะแซซาอิดเป็น ตอนที่ 12 สังคมสันโดษ
หมอผี บ้านอยู่ฝั่งเดียวกับบ้านของน้อย บ้านของโต๊ะแซซาอิดเป็นแบบ เดกหญงไทยพทธและเดกหญงไทยมสลมในอาเภอแว้งมความ
ิ
ุ
ี
�
ิ
ิ
็
็
ุ
มลายูพื้นบ้านทั่วไป ฐานะไม่ดี น้อยกลัวโต๊ะแซซาอิดมาก เพราะเป็นชาย แตกต่างหลายอย่าง ได้แก่ การใช้ภาษา หน้าตา การแต่งกาย ทรงผม
แก่ ผิวด�า หนังเหี่ยวย่น รูปร่างผอมเหลือแค่หนังหุ้มกระดูก หลังงอ จมูก ผู้หญิงมุสลิมมีวิธีทาผมหลายทรง มีข้นตอนการดูแลผมโดยใช้นามัน
้
ั
�
�
�
ึ
ั
โด่งงุ้มเป็นสันแหลม นัยน์ตาท้งสองข้างดาโต ตากลวงโบ๋ คร้งหน่ง มะพร้าว รากและเปลือกสะบ้า มะพร้าวมีประโยชน์สารพัด ชาวบ้านปลูก
ั
�
ก้างปลาติดคอน้อย ทาอย่างไรก็ไม่หาย จึงขอร้องให้แม่พาไปหาโต๊ะแซซาอิด มะพร้าวเกือบทุกครอบครัว น้อยช่วยแชและโต๊ะขูดใยและขนมะพร้าวออก
ั
�
โต๊ะแซซาอิดล้วงพ้นลาคอ ก้างปลาก็หลุดออกมา นอกจากน้นโต๊ะแซซาอิด จากลูกมะพร้าว จนสุดท้ายได้ส่วนผสมของขนมกอและกับแป้งสาค
ู
ยังช่วยครอบครัวน้อยไม่ให้เป็นไข้ทรพิษด้วย เมื่อขนมเสร็จ น้อยกับมามุได้รับขนมเป็นรางวัลไปรับประทานอย่างสุขใจ
ตอนที่ 10 สามเฒ่า : ช่างท�าตะเกียง ใต้ต้นมังคุด
“ตูแกแกเจ๊าะ” ชายชราเชื้อสายจีน เป็นช่างท�าตะเกียงขาง่อย ตอนที่ 13 เพียงแผกแตกต่าง
รูปร่างผอม หลังโง้งงุ้ม แก้มตอบลึก ไม่ค่อยสวมเสื้อ นุ่งแต่กางเกงขาสั้น นักเรียนโรงเรียนประชาบาลอาเภอแว้งมีความแตกต่างกัน ม ี
�
สีฟ้ามีเชือกรูดที่เอว สวมแว่นติดตาตลอดเวลา เวลาหาบตะเกียงขายจะ เด็กมลายู (มุสลิม) หรือเด็กสิแย (สยาม,พุทธ) แต่เม่อมาเรียนด้วยกันแล้ว
ื
เดินง่อยกะโผลกกะเผลก บ้านช่างขาง่อยอยู่ใกล้โรงเรียนประชาบาลอาเภอ ทุกคนเรียนรู้ซ่งกันและกัน ท้งด้านภาษา และศาสนา เพราะครูสอนให้
�
ึ
ั
ิ
�
แว้ง แต่อยู่รมถนนด้านใน น้อยเคยไปดช่างขาง่อยทาตะเกียง น้อยกับ ทุกคนเป็นเด็กดี ประพฤติตนตามค�าสอนในศาสนาของตน
ู
ึ
ี
พ่ศักด์ไปเก็บหมากท่ต้นหมาก หลังบ้านปลัดสว่าง ซ่งอยู่ติดกับบ้านช่าง
ี
ิ
้
่
ี
ี
่
ี
่
ขางอย นอยมองไมเหนเคยวทพศกดโยนลงมา เพราะใบไมปกคลม เทาขวา ตอนที่ 14 ย่อมไม่ร้างสามัคคี
้
็
่
ิ
ุ
้
ั
์
ั
จึงเหยียบเคียวนิ้วเกือบขาด ไม่มีใครอยู่แถวนั้น ในที่สุดช่างขาง่อยเป็นคน น้อยและบีเด๊าะห์นักเรียนมุสลิมช้น ป.2 ทะเลาะกันด้วยเหตุแย่ง
ื
�
ั
ึ
ช่วยชีวิตน้อย ดอกจาปูนซ่งมีดอกเดียว ท้งสองทะเลาะกันอย่างรุนแรง เร่องความแตกต่าง
ี
ั
ุ
ของศาสนาอ่น ครูมนัสและครูสภาห้ามและไต่ถามเหตุท่ทะเลาะกน
ื
ตอนที่ 11 สามเฒ่า : กลิงค์ขายกาแฟ แล้วห้ามไม่ให้ทะเลาะกันอีก เพราะอยู่โรงเรียนเดียวกัน ร้องเพลงชาต ิ
�
ี
อาเภอแว้งมีร้านกาแฟท่พ่อชอบ คือร้านของโกฟุกเป็นคนจีน เดียวกัน มีพระเจ้าอยู่หัวองค์เดียวกัน และช้ให้เห็นข้อเสียของการไม่
ี
ร้านโกฟุกเป็นที่รวมของข้าราชการอ�าเภอแว้ง ไม่มีลูกค้าที่เป็นแขก เพราะ สามัคคี ทั้งสองจึงคืนดีกัน
40 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 41
ตอนทื่ 15 แผลงฤทธิ์ คนมุสลิม น้อยเป็นเด็กร่าเริงแจ่มใส มองโลกในแง่ดี เป็นคนช่างสังเกตและ
น้อยเป็นห่วงพ่อเพราะทุกครั้งที่มีงานเลี้ยง พ่อจะดื่มเหล้าเมา กล้าคิดกล้าถาม
ึ
�
�
ี
วันหน่งน้อยตามหาพ่อหลายแห่งไม่พบ จนกระท่งไปท่ท่ทาการอาเภอ น้อย น้อยเพ่งนึกข้นได้ตามประสาเด็กว่า มามุเป็นมุสลิม
ั
ี
ึ
ิ
พบพ่อ นายอ�าเภอ ปลัดทุกคน ลุงขิ ลุงว่อน นั่งล้อมวงบนพื้นห้องโถงใหญ่ เป็นแขก คนมุสลิมเขามักไม่ไว้ใจคนที่เป็นพุทธ เขาว่าเป็น
ี
้
้
ั
่
้
่
่
่
่
กาลงกินเลยง ดวยความเป็นหวงพ่อ อยากพาพอกลับบานกอนทพอจะเมา ออแฆสิแย (คนสยาม) ไม่ใช่ ออแฆมลายู (คนมลายู)
�
ี
เดินตกคลอง น้อยจึงแผลงฤทธ์ด้วยการเดินไปกระทืบเท้าตรงกลางวงแล้ว เหมือนพวกเขา เขารังเกียจมากที่สุดก็คือ การที่คนสยาม
ิ
หยุดยืนนิ่งอึดใจ ผู้ใหญ่พากันหัวเราะ และพ่อจ�าต้องบอกลาทุกคน มาแกบาบี (กินหมู) น้อยไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย ไม่เคยคิดว่า
ี
ั
ตอนที่ 16 เพิ่งรู้ก�าเนิด มามุแตกต่างกับตนด้วยเหตุน้ เพราะต้งแต่เกิดมาเธอไม่
ี
น้อยรู้ความเป็นมาของแว้งว่า เดิมอาเภอแว้งเป็นท่ราบใน เคยกินหมู ที่อ�าเภอแว้งไม่มีใครเลี้ยงหมู ไม่มีใครขายหมู
�
อุ้งภูเขาสูง เป็นเทือกเขาใหญ่ก้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยและ พ่อกับแม่ต้องการให้คนแขกทุกคนคบหาด้วยอย่างสนิทใจ
ั
ื
ี
ี
ื
�
สหพันธรัฐมลายู หรือทิวเขาสันกาลาคีรี อาเภอแว้งอุดมสมบูรณ์ด้วย จึงไม่เคยมีอาหารอะไรท่เข้าเน้อหมูในบ้านหลังน้ เพ่อนบ้าน
ี
้
ั
�
พชพนธ์นานาชนิด มีแหล่งนา มีลาคลอง ท่เรยกว่าคลองแว้ง ไหลลงแม่นา มุสลิมจะเข้าไปในบ้านตลอดถึงครัวอยู่เสมอ ท่มานอนค้าง
ื
ุ
ี
ี
�
�
้
สุไหงโกลกแล้วออกทะเลตากใบ ช่อแว้งมาจาก “โต๊ะเวง” หัวหน้าฝ่ายกบฎ ก็มี ครอบครัวของน้อยจึงอยู่กันอย่างสบาย น้อยมีโต๊ะแช
ื
เมื่อครั้งการรบระหว่างไทยกับปัตตานี น้อยมีความสุขกับความรู้ใหม่เรื่อง โต๊ะ (ปู่ตา ย่ายาย) เป๊าะจิ๊ เมาะจิ๊ (อา น้า) อะแบ กะนิ
ก�าเนิดถิ่นของตน (พี่ชาย พี่สาว) อะเด๊ะ (น้อง) ตลอดจน ซาเฮง (สหาย)
ที่เป็นมุสลิมเยอะแยะไปหมด ซึ่งเป็นการดีมาก
แก่นเรื่อง / แนวคิด (แว้งที่รัก, 2554 : 53 - 55)
มนุษย์ที่มีความแตกต่างกันด้านศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม
ประเพณี สามารถดาเนินชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข หากทุกคนม ี พ่อ พ่อเป็นคนจังหวัดสงขลา แต่มารับราชการเป็นสมุห์บัญชี
�
ความรักและความเอื้ออาทรต่อกัน อยู่ใน อ.แว้ง โดยปลูกบ้านอยู่ท่าฝั่งคลอง ส่วนหนึ่งใช้เป็นที่ขายของให้กับ
คนในชุมชน พ่อมีลูกสาว 2 คน คือ แมะกับน้อย พ่อเป็นหัวหน้าครอบครัว
แนะน�าตัวละคร
ั
ท่ดี ดูแลเอาใจใส่และอบรมส่งสอนลูกสาว 2 คนอย่างใกล้ชิด ลูกสาว
ี
น้อย น้อยเป็นเด็กหญิงชาวไทยพุทธ พ่อเป็นสมุห์บัญชี แม่เปิด ทั้งสองคนเป็นเด็กมองโลกในแง่ดีและฉลาด เพราะพ่อมักอธิบายสิ่งต่างๆ
ึ
�
ร้านขายของชาอยู่ในชุมชน อ.แว้ง น้อยเรียนในโรงเรียนประชาบาลซ่งม ี ให้ลกฟังโดยไม่หงดหงด แม้จะเป็นเรองยากแต่อธบายได้เข้าใจง่าย
ิ
ุ
ู
ิ
ื
่
เด็กชาวไทยมุสลิมเรียนด้วย ครอบครัวของน้อยอยู่อย่างสงบสุขท่ามกลาง ดังตัวอย่าง
40 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 41
ตอนทื่ 15 แผลงฤทธิ์ คนมุสลิม น้อยเป็นเด็กร่าเริงแจ่มใส มองโลกในแง่ดี เป็นคนช่างสังเกตและ
น้อยเป็นห่วงพ่อเพราะทุกครั้งที่มีงานเลี้ยง พ่อจะดื่มเหล้าเมา กล้าคิดกล้าถาม
ึ
�
�
ี
วันหน่งน้อยตามหาพ่อหลายแห่งไม่พบ จนกระท่งไปท่ท่ทาการอาเภอ น้อย น้อยเพ่งนึกข้นได้ตามประสาเด็กว่า มามุเป็นมุสลิม
ั
ี
ึ
ิ
พบพ่อ นายอ�าเภอ ปลัดทุกคน ลุงขิ ลุงว่อน นั่งล้อมวงบนพื้นห้องโถงใหญ่ เป็นแขก คนมุสลิมเขามักไม่ไว้ใจคนที่เป็นพุทธ เขาว่าเป็น
ี
้
้
ั
่
้
่
่
่
่
กาลงกินเลยง ดวยความเป็นหวงพ่อ อยากพาพอกลับบานกอนทพอจะเมา ออแฆสิแย (คนสยาม) ไม่ใช่ ออแฆมลายู (คนมลายู)
�
ี
เดินตกคลอง น้อยจึงแผลงฤทธ์ด้วยการเดินไปกระทืบเท้าตรงกลางวงแล้ว เหมือนพวกเขา เขารังเกียจมากที่สุดก็คือ การที่คนสยาม
ิ
หยุดยืนนิ่งอึดใจ ผู้ใหญ่พากันหัวเราะ และพ่อจ�าต้องบอกลาทุกคน มาแกบาบี (กินหมู) น้อยไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย ไม่เคยคิดว่า
ี
ั
ตอนที่ 16 เพิ่งรู้ก�าเนิด มามุแตกต่างกับตนด้วยเหตุน้ เพราะต้งแต่เกิดมาเธอไม่
ี
น้อยรู้ความเป็นมาของแว้งว่า เดิมอาเภอแว้งเป็นท่ราบใน เคยกินหมู ที่อ�าเภอแว้งไม่มีใครเลี้ยงหมู ไม่มีใครขายหมู
�
อุ้งภูเขาสูง เป็นเทือกเขาใหญ่ก้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยและ พ่อกับแม่ต้องการให้คนแขกทุกคนคบหาด้วยอย่างสนิทใจ
ั
ื
ี
ี
ื
�
สหพันธรัฐมลายู หรือทิวเขาสันกาลาคีรี อาเภอแว้งอุดมสมบูรณ์ด้วย จึงไม่เคยมีอาหารอะไรท่เข้าเน้อหมูในบ้านหลังน้ เพ่อนบ้าน
ี
้
ั
�
พชพนธ์นานาชนิด มีแหล่งนา มีลาคลอง ท่เรยกว่าคลองแว้ง ไหลลงแม่นา มุสลิมจะเข้าไปในบ้านตลอดถึงครัวอยู่เสมอ ท่มานอนค้าง
ื
ุ
ี
ี
�
�
้
สุไหงโกลกแล้วออกทะเลตากใบ ช่อแว้งมาจาก “โต๊ะเวง” หัวหน้าฝ่ายกบฎ ก็มี ครอบครัวของน้อยจึงอยู่กันอย่างสบาย น้อยมีโต๊ะแช
ื
เมื่อครั้งการรบระหว่างไทยกับปัตตานี น้อยมีความสุขกับความรู้ใหม่เรื่อง โต๊ะ (ปู่ตา ย่ายาย) เป๊าะจิ๊ เมาะจิ๊ (อา น้า) อะแบ กะนิ
ก�าเนิดถิ่นของตน (พี่ชาย พี่สาว) อะเด๊ะ (น้อง) ตลอดจน ซาเฮง (สหาย)
ที่เป็นมุสลิมเยอะแยะไปหมด ซึ่งเป็นการดีมาก
แก่นเรื่อง / แนวคิด (แว้งที่รัก, 2554 : 53 - 55)
มนุษย์ที่มีความแตกต่างกันด้านศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม
ประเพณี สามารถดาเนินชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข หากทุกคนม ี พ่อ พ่อเป็นคนจังหวัดสงขลา แต่มารับราชการเป็นสมุห์บัญชี
�
ความรักและความเอื้ออาทรต่อกัน อยู่ใน อ.แว้ง โดยปลูกบ้านอยู่ท่าฝั่งคลอง ส่วนหนึ่งใช้เป็นที่ขายของให้กับ
คนในชุมชน พ่อมีลูกสาว 2 คน คือ แมะกับน้อย พ่อเป็นหัวหน้าครอบครัว
แนะน�าตัวละคร
ั
ท่ดี ดูแลเอาใจใส่และอบรมส่งสอนลูกสาว 2 คนอย่างใกล้ชิด ลูกสาว
ี
น้อย น้อยเป็นเด็กหญิงชาวไทยพุทธ พ่อเป็นสมุห์บัญชี แม่เปิด ทั้งสองคนเป็นเด็กมองโลกในแง่ดีและฉลาด เพราะพ่อมักอธิบายสิ่งต่างๆ
ึ
�
ร้านขายของชาอยู่ในชุมชน อ.แว้ง น้อยเรียนในโรงเรียนประชาบาลซ่งม ี ให้ลกฟังโดยไม่หงดหงด แม้จะเป็นเรองยากแต่อธบายได้เข้าใจง่าย
ิ
ุ
ู
ิ
ื
่
เด็กชาวไทยมุสลิมเรียนด้วย ครอบครัวของน้อยอยู่อย่างสงบสุขท่ามกลาง ดังตัวอย่าง
42 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 43
“เสียงที่ดังอู้อี้นั้นดังมาจากไหนคะพ่อ?” น้อยถาม “สิงคโปร์ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย น้อยเรียนจากวิชา
ื
“เขาส่งเสียงเป็นคล่นในอากาศมาจากเมืองสิงคโปร์ ภูมิศาสตร์แล้วใช่ไหม?”
เป็นคลื่นที่เรามองไม่เห็นหรอกน้อย” น้อยพยักหน้าตอบพ่อว่า “ทราบค่ะพ่อ แขกเขาก็บอก
พ่อบอก น้อยว่าสิงคโปร์เป็นปูเลา (เกาะ) แต่เรียกว่า สุไหงปุรอ”
ั
�
้
้
้
็
ั
้
่
้
“แลวทาไมพวกเถาแกเตกเขาตองฟงดวยคะ? บานเรา “น่นแหละน้อย ถูกแล้ว ยางจากแว้ง เขาส่งไปท ี ่
ี
ก็ซื้อยาง พ่อไม่เห็นต้องฟังวิทยุเลย” น้อยยังสงสัย สุไหงโก - ลก จากโก - ลกเขาส่งไปขายท่หาดใหญ่ จาก
หาดใหญ่เขาถึงจะส่งไปขายให้อเมริกา” พ่ออธิบายเป็น
“บ้านเราค้าขายขนาดเล็กหากเทียบกับร้านเถ้าแก่เต็ก
�
อย่างมากเราก็ขนไปขายท่สุไหงโก - ลก เราเลยไม่จาเป็น ทอดๆ ให้ลูกทั้งสองฟัง
ี
ี
ต้องรับฟังราคายางในโลก คนท่เขาค้าใหญ่ๆ เขาต้องคอย “แล้วจากหาดใหญ่เขาเอาไปเมืองอเมริกาอย่างไร
็
ั
ิ
ตามข่าว แล้วกไม่มีการตามข่าวไหนจะเรวเท่ากบวทย ุ คะ?” น้อยยังสงสัย เพราะเคยทราบแต่ว่าเวลาพ่อหรือแม่
็
ประเทศสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางของตลาดยางของโลก พวก ไปเยี่ยมยายที่สงขลาต้องลงรถไฟที่หาดใหญ่ก่อน
ี
ี
เขามีส่วนในการก�าหนดราคายาง” พ่อพยายามอธิบายให้ “ท่หาดใหญ่มีโรงงานขนาดใหญ่ท่เขาจะคัดยาง
น้อยเข้าใจอย่างง่ายๆ “เผื่อยางที่สิงคโปร์ราคาลงแล้วไป รมยางอีกคร้ง แล้วจึงส่งไปลงเรือสินค้านอกฝั่งสงขลา”
ั
รับซื้อของแขกแพงๆ เวลาเอาไปขาย ก็จะขาดทุน” พ่ออธิบายลูกอย่างชัดเจน
ี
“เถ้าแก่เต็กเขาต้องเอายางไปขายท่สิงคโปร์หรือคะ (แว้งที่รัก, 2554 : 142 - 144)
พ่อ?” น้อยถาม เธอรู้จักชื่อสิงคโปร์เพราะเป็นชื่อเดียวกับ
�
ที่ที่พี่แมะได้รถยนต์คันเล็กและชุดว่ายน�้าเป็นของขวัญ แม่ แม่เป็นชาวไทยพุทธ สมัยก่อนไม่มีโรงเรียนสาหรับ
เด็กผู้หญิงแม่จึงไม่ได้เรียนหนังสือ แต่ครอบครัวจ้างครูมาสอนหนังสือที่บ้าน
“ไม่ใช่หรอกน้อย สิงคโปร์ไม่ได้อยู่ในเมืองไทยหรอกนะ
ั
ี
ั
ู
อย่างมากเถ้าแก่เต็กก็เอาไปขายท่สุไหงโก - ลกน่เอง” พ่อว่า แม่เป็นคนมระเบียบ สนใจศึกษาหาความร้ด้วยตนเอง มีอธยาศัยดีดงจะเห็น
ี
ี
ได้ว่า ชาวบ้านจะแวะมาคุยและกินหมากกับแม่แทบทุกคน แม่สนิทสนมกับ
ุ
็
ี
“ทสไหงโก - ลกเขากต้องซอจากเถ้าแก่เตกแล้วส่งไป แขกในอาเภอทุกคน และมีลูกบุญธรรมมากมาย มีความคิดสร้างสรรค์ และ
่
็
้
ื
�
ขายที่สิงคโปร์ ใช่ไหมคะ?” น้อยซักพ่อต่อ
ขยันค้าขาย แม่อบรมลูกโดยใช้วิธีปฏิบัติให้ดู ดังเช่นตอนสอนลูกมัดใบพลู
“ก็ยังไม่ใช่อีกนั่นแหละลูก ช่างซักนะน้อยน่ะ พ่อพูด ก่อนมัดเป็นก�า แม่ให้ลูกๆ นับจ�านวนใบให้ถูกต้องด้วย
แล้วจะเข้าใจหรือเปล่าก็ไม่รู้” แต่พอเห็นหน้าน้อย พ่อก็รู้ ทุกเรียง ขาดไม่ได้แม้แต่ใบเดียวเพราะจะเท่ากับโกงคนซื้อ
ว่าลูกอยากทราบจริงๆ จึงอธิบายว่า
42 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 43
“เสียงที่ดังอู้อี้นั้นดังมาจากไหนคะพ่อ?” น้อยถาม “สิงคโปร์ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย น้อยเรียนจากวิชา
ื
“เขาส่งเสียงเป็นคล่นในอากาศมาจากเมืองสิงคโปร์ ภูมิศาสตร์แล้วใช่ไหม?”
เป็นคลื่นที่เรามองไม่เห็นหรอกน้อย” น้อยพยักหน้าตอบพ่อว่า “ทราบค่ะพ่อ แขกเขาก็บอก
พ่อบอก น้อยว่าสิงคโปร์เป็นปูเลา (เกาะ) แต่เรียกว่า สุไหงปุรอ”
ั
�
้
้
้
็
ั
้
่
้
“แลวทาไมพวกเถาแกเตกเขาตองฟงดวยคะ? บานเรา “น่นแหละน้อย ถูกแล้ว ยางจากแว้ง เขาส่งไปท ี ่
ี
ก็ซื้อยาง พ่อไม่เห็นต้องฟังวิทยุเลย” น้อยยังสงสัย สุไหงโก - ลก จากโก - ลกเขาส่งไปขายท่หาดใหญ่ จาก
หาดใหญ่เขาถึงจะส่งไปขายให้อเมริกา” พ่ออธิบายเป็น
“บ้านเราค้าขายขนาดเล็กหากเทียบกับร้านเถ้าแก่เต็ก
�
อย่างมากเราก็ขนไปขายท่สุไหงโก - ลก เราเลยไม่จาเป็น ทอดๆ ให้ลูกทั้งสองฟัง
ี
ี
ต้องรับฟังราคายางในโลก คนท่เขาค้าใหญ่ๆ เขาต้องคอย “แล้วจากหาดใหญ่เขาเอาไปเมืองอเมริกาอย่างไร
็
ั
ิ
ตามข่าว แล้วกไม่มีการตามข่าวไหนจะเรวเท่ากบวทย ุ คะ?” น้อยยังสงสัย เพราะเคยทราบแต่ว่าเวลาพ่อหรือแม่
็
ประเทศสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางของตลาดยางของโลก พวก ไปเยี่ยมยายที่สงขลาต้องลงรถไฟที่หาดใหญ่ก่อน
ี
ี
เขามีส่วนในการก�าหนดราคายาง” พ่อพยายามอธิบายให้ “ท่หาดใหญ่มีโรงงานขนาดใหญ่ท่เขาจะคัดยาง
น้อยเข้าใจอย่างง่ายๆ “เผื่อยางที่สิงคโปร์ราคาลงแล้วไป รมยางอีกคร้ง แล้วจึงส่งไปลงเรือสินค้านอกฝั่งสงขลา”
ั
รับซื้อของแขกแพงๆ เวลาเอาไปขาย ก็จะขาดทุน” พ่ออธิบายลูกอย่างชัดเจน
ี
“เถ้าแก่เต็กเขาต้องเอายางไปขายท่สิงคโปร์หรือคะ (แว้งที่รัก, 2554 : 142 - 144)
พ่อ?” น้อยถาม เธอรู้จักชื่อสิงคโปร์เพราะเป็นชื่อเดียวกับ
�
ที่ที่พี่แมะได้รถยนต์คันเล็กและชุดว่ายน�้าเป็นของขวัญ แม่ แม่เป็นชาวไทยพุทธ สมัยก่อนไม่มีโรงเรียนสาหรับ
เด็กผู้หญิงแม่จึงไม่ได้เรียนหนังสือ แต่ครอบครัวจ้างครูมาสอนหนังสือที่บ้าน
“ไม่ใช่หรอกน้อย สิงคโปร์ไม่ได้อยู่ในเมืองไทยหรอกนะ
ั
ี
ั
ู
อย่างมากเถ้าแก่เต็กก็เอาไปขายท่สุไหงโก - ลกน่เอง” พ่อว่า แม่เป็นคนมระเบียบ สนใจศึกษาหาความร้ด้วยตนเอง มีอธยาศัยดีดงจะเห็น
ี
ี
ได้ว่า ชาวบ้านจะแวะมาคุยและกินหมากกับแม่แทบทุกคน แม่สนิทสนมกับ
ุ
็
ี
“ทสไหงโก - ลกเขากต้องซอจากเถ้าแก่เตกแล้วส่งไป แขกในอาเภอทุกคน และมีลูกบุญธรรมมากมาย มีความคิดสร้างสรรค์ และ
่
็
้
ื
�
ขายที่สิงคโปร์ ใช่ไหมคะ?” น้อยซักพ่อต่อ
ขยันค้าขาย แม่อบรมลูกโดยใช้วิธีปฏิบัติให้ดู ดังเช่นตอนสอนลูกมัดใบพลู
“ก็ยังไม่ใช่อีกนั่นแหละลูก ช่างซักนะน้อยน่ะ พ่อพูด ก่อนมัดเป็นก�า แม่ให้ลูกๆ นับจ�านวนใบให้ถูกต้องด้วย
แล้วจะเข้าใจหรือเปล่าก็ไม่รู้” แต่พอเห็นหน้าน้อย พ่อก็รู้ ทุกเรียง ขาดไม่ได้แม้แต่ใบเดียวเพราะจะเท่ากับโกงคนซื้อ
ว่าลูกอยากทราบจริงๆ จึงอธิบายว่า
44 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 45
แม่ว่าเป็นบาป การนับจ�านวนใบ ตอนแรกที่หัดท�า น้อยนับ ความส�าคัญของบทสนทนา
พลูทีละใบและมักจะขล๊อง เสมอ ต้องนับแล้วนับใหม่อยู่ บทสนทนาในวรรณกรรมเยาวชนเร่อง แว้งท่รัก มลักษณะ
5
ี
ี
ื
ี
บ่อยๆ เพราะตาลายบ้าง เผลอคุยกับพ่แมะจนลืมไปเสียบ้าง
ส�าคัญคือการให้ความรู้ โดยมีลักษณะคล้ายสารคดี บทสนทนาในเรื่องจึง
น้อยนับหนึ่ง สอง สาม สี่ ... ไปเรื่อยโดยแม่ไม่ได้ เป็นการอธิบายความรู้ต่างๆ อย่างสั้นและง่าย ดังนี้
ั
สังเกตจนกระท่งมารู้สึกว่าลูกคนเล็กทางานช้าผิดปรกต ิ การอธิบายเร่องการนับถือศาสนาพุทธและศาสนาอิสลาม จาก
�
ื
แม่จึงสอนวิธนับพลูอย่างฉลาดและรวดเร็วถูกต้องให้น้อย บทสนทนาของครูมนัสกับครูสุภา
ี
เสียใหม่
ั
“ครูเข้าใจแล้ว ฟังให้ดีนะท้งสองคน คราวน้เธอจะไม่
ี
ี
ึ
ี
“ดูน่ น้อย” แม่จับก้านใบพลูเข้าสองก้าน “น่หน่งคู่ ถูกทาโทษ” ครูมนัสพูด ท้งบีเด๊าะห์และน้อยหน้าช่นข้นอย่าง
�
ื
ั
ึ
มีกี่ใบลูก?” เห็นได้ชัด ครูมนัสอธิบายต่อ “ต่อไปน้ห้ามเด็ดขาดไม่ให้
ี
เม่อน้อยตอบว่ามีสอง แม่จึงนับต่อไปทีละคู่จนหมด ทะเลาะกันอีก เธอเป็นเด็กไทยท้งคู่ เรียนโรงเรียนเดียวกัน
ื
ั
1 แบะ ได้มา 10 คู่ ร้องเพลงชาติเพลงเดียวกัน ทาความเคารพพระเจ้าอยู่หัว
�
“น้อยเข้าใจไหม ถ้านับก้านพลูทีละคู่ น้อยก็จะนับแค่ องค์เดียวกัน เธอต้องรักกัน นี่ข้อที่ 1 ข้อที่ 2 น้อย เวลา
�
10 เท่านั้น 10 คู่ ก็เท่ากับ 20 ใบ เร็วด้วย ไม่ลายตาด้วย” คนไทยทักทายกันเธอกล่าวคาว่า สวัสดีใช่ไหม?” น้อย
ี
ั
่
ั
�
ี
้
“แล้วถ้าน้อยนับทีละสามก้าน หรือส่ก้านเลยได้ไหม รบคาเบาๆ “สวัสดี แปลว่า เธอขอให้คนทเธอทักนนมความ
ี
คะแม่?” น้อยถาม ดีงาม ความสงบ และความเจริญ บีเด๊าะห์เธอก็เหมือนกัน
�
เวลาคนไทยมุสลิมประสานมือทักทายกันก็ทาด้วยใจ
แม่ยังไม่ตอบว่าดีหรือไม่ดี แต่บอกว่า
�
บริสุทธ์ใช่ไหม คาทักทายของมุสลิมก็แปลเหมือนกันว่า
ิ
“เอ้า น้อยลองนับดูเองสิลูก” ขอความสงบสันติจงมีแด่ท่าน แล้วน่เหมือนกันไหม
ี
น้อยลงมอนับทีละสามก้าน เธอพบว่ามนไม่ลงตัว คอ ตอบครูซิทั้งสองคน”
ั
ื
ื
นับไปได้แค่หกก็เหลืออีกสองก้าน เป็นอันว่า ใช้ไม่ได้
(แว้งที่รัก, 2554 : 18 - 20) “เหมือนกันค่ะ” เด็กทั้งสองตอบพร้อมกัน
“ข้อที่ 3 ฟังให้ดีนะ” ครูมนัสพูดต่อ “ทั้งพระอัลเลาะห์
และพระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้เด็กต่อยกัน ถ้าท่านสอน
ี
5 ผู้เขียนวรรณกรรมเยาวชนเรื่องน้อธิบายว่า เสียงวรรณยุกต์ของคาน้ไม่สามารถเขียน เธอจะทักทายกันแบบที่ว่าหรือ ถ้าเธอต่อยกัน ท่านจะไม่
ี
�
ให้ตรงได้เพราะไม่มีในภาคกลาง ผู้เขียนจ�าเป็นต้องใช้วรรณยุกต์ตรีกับอักษรสูงในทุกที่ ช่วยพวกเธอหรอก จะบอกให้ ไม่ต้องขอท่าน อีกอย่างหน่ง
ึ
ื
เพ่อให้ทราบว่าเป็นเสียงในภาษาใต้ แปลว่า สับสนหรือปนเปกันเพราะความงงหรือลืม
44 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 45
แม่ว่าเป็นบาป การนับจ�านวนใบ ตอนแรกที่หัดท�า น้อยนับ ความส�าคัญของบทสนทนา
พลูทีละใบและมักจะขล๊อง เสมอ ต้องนับแล้วนับใหม่อยู่ บทสนทนาในวรรณกรรมเยาวชนเร่อง แว้งท่รัก มลักษณะ
5
ี
ี
ื
ี
บ่อยๆ เพราะตาลายบ้าง เผลอคุยกับพ่แมะจนลืมไปเสียบ้าง
ส�าคัญคือการให้ความรู้ โดยมีลักษณะคล้ายสารคดี บทสนทนาในเรื่องจึง
น้อยนับหนึ่ง สอง สาม สี่ ... ไปเรื่อยโดยแม่ไม่ได้ เป็นการอธิบายความรู้ต่างๆ อย่างสั้นและง่าย ดังนี้
ั
สังเกตจนกระท่งมารู้สึกว่าลูกคนเล็กทางานช้าผิดปรกต ิ การอธิบายเร่องการนับถือศาสนาพุทธและศาสนาอิสลาม จาก
�
ื
แม่จึงสอนวิธนับพลูอย่างฉลาดและรวดเร็วถูกต้องให้น้อย บทสนทนาของครูมนัสกับครูสุภา
ี
เสียใหม่
ั
“ครูเข้าใจแล้ว ฟังให้ดีนะท้งสองคน คราวน้เธอจะไม่
ี
ี
ึ
ี
“ดูน่ น้อย” แม่จับก้านใบพลูเข้าสองก้าน “น่หน่งคู่ ถูกทาโทษ” ครูมนัสพูด ท้งบีเด๊าะห์และน้อยหน้าช่นข้นอย่าง
�
ื
ั
ึ
มีกี่ใบลูก?” เห็นได้ชัด ครูมนัสอธิบายต่อ “ต่อไปน้ห้ามเด็ดขาดไม่ให้
ี
เม่อน้อยตอบว่ามีสอง แม่จึงนับต่อไปทีละคู่จนหมด ทะเลาะกันอีก เธอเป็นเด็กไทยท้งคู่ เรียนโรงเรียนเดียวกัน
ื
ั
1 แบะ ได้มา 10 คู่ ร้องเพลงชาติเพลงเดียวกัน ทาความเคารพพระเจ้าอยู่หัว
�
“น้อยเข้าใจไหม ถ้านับก้านพลูทีละคู่ น้อยก็จะนับแค่ องค์เดียวกัน เธอต้องรักกัน นี่ข้อที่ 1 ข้อที่ 2 น้อย เวลา
�
10 เท่านั้น 10 คู่ ก็เท่ากับ 20 ใบ เร็วด้วย ไม่ลายตาด้วย” คนไทยทักทายกันเธอกล่าวคาว่า สวัสดีใช่ไหม?” น้อย
ี
ั
่
ั
�
ี
้
“แล้วถ้าน้อยนับทีละสามก้าน หรือส่ก้านเลยได้ไหม รบคาเบาๆ “สวัสดี แปลว่า เธอขอให้คนทเธอทักนนมความ
ี
คะแม่?” น้อยถาม ดีงาม ความสงบ และความเจริญ บีเด๊าะห์เธอก็เหมือนกัน
�
เวลาคนไทยมุสลิมประสานมือทักทายกันก็ทาด้วยใจ
แม่ยังไม่ตอบว่าดีหรือไม่ดี แต่บอกว่า
�
บริสุทธ์ใช่ไหม คาทักทายของมุสลิมก็แปลเหมือนกันว่า
ิ
“เอ้า น้อยลองนับดูเองสิลูก” ขอความสงบสันติจงมีแด่ท่าน แล้วน่เหมือนกันไหม
ี
น้อยลงมอนับทีละสามก้าน เธอพบว่ามนไม่ลงตัว คอ ตอบครูซิทั้งสองคน”
ั
ื
ื
นับไปได้แค่หกก็เหลืออีกสองก้าน เป็นอันว่า ใช้ไม่ได้
(แว้งที่รัก, 2554 : 18 - 20) “เหมือนกันค่ะ” เด็กทั้งสองตอบพร้อมกัน
“ข้อที่ 3 ฟังให้ดีนะ” ครูมนัสพูดต่อ “ทั้งพระอัลเลาะห์
และพระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้เด็กต่อยกัน ถ้าท่านสอน
ี
5 ผู้เขียนวรรณกรรมเยาวชนเรื่องน้อธิบายว่า เสียงวรรณยุกต์ของคาน้ไม่สามารถเขียน เธอจะทักทายกันแบบที่ว่าหรือ ถ้าเธอต่อยกัน ท่านจะไม่
ี
�
ให้ตรงได้เพราะไม่มีในภาคกลาง ผู้เขียนจ�าเป็นต้องใช้วรรณยุกต์ตรีกับอักษรสูงในทุกที่ ช่วยพวกเธอหรอก จะบอกให้ ไม่ต้องขอท่าน อีกอย่างหน่ง
ึ
ื
เพ่อให้ทราบว่าเป็นเสียงในภาษาใต้ แปลว่า สับสนหรือปนเปกันเพราะความงงหรือลืม
46 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 47
เธอท้งสองคนเข้าใจศาสนาผิด บีเดาะห์ การบิณฑบาต ถามต่อและพ่แมะก็ร่วมถามด้วยว่า “จริงด้วยค่ะ ท้ง
ี
ั
ั
ของพระสงฆ์ในศาสนาพุทธไม่ใช่การขอทาน เธอเข้าใจผิด เปาะกึเด๊าะห์เมาะกึเด๊าะห์ พูดเสียงแปลกจริงๆ ด้วยค่ะ
ื
้
ิ
่
ั
ิ
้
็
้
ิ
็
ี
�
อยางสนเชง นอยกเหมอนกน เธอเขาใจผดวาโตะหะยเปน ทาไมคะ?” คราวน้แม่ช่วยตอบแทนพ่อได้เพราะแม่รู้จักกับ
ี
๊
่
้
ึ
พระของศาสนามุสลิม อย่าได้พูดทับถมศาสนาของกันและ เมาะกเด๊าะห์ด “ข้อนแม่ตอบได้ แม่เคยคยกบแกเรองน ี ้
ั
ี
ุ
ื
ี
่
กันอีกอย่างเด็ดขาด เธอต้องดูว่าศาสนาสอนให้พวกเธอ แกบอกว่าแกพูดมลายูชัดนั่นแหละ แต่เป็นส�าเนียงทางรัฐ
ี
ื
ึ
ั
ั
ทาดีท้งน้น เอาเถอะ เกิดเร่องอย่างน้ข้นก็ดีเหมือนกัน กึเด๊าะห์เขา ทางนี้ว่า อัยย์ ทางโน้นว่า อัยเยอร์ มันก็ต่าง
�
นะครับ คุณครูสุภา…” ครูมนัสหันไปพูดกับครูสุภา “เห็น ไปแบบภาษาไทยเราน่นแหละลูก ภาษาเดียวกันแต่เสียง
ั
ท่าพวกเราท่เป็นครูจะต้องช่วยสอนเร่องศาสนาและ ต่างกัน ไม่แปลกอะไรหรอก”
ี
ื
ศีลธรรมให้เด็กๆ ของเราเข้าใจกันและกันให้มากเสียแล้ว “แล้วที่น้อยถามว่าท�าไมเขาถึงเอาค�าว่า น�้า ไปเป็น
ละครับ ผมว่า คุณครูเห็นด้วยไหม?” ค�าว่าคลองก็ไม่แปลกอย่างที่แม่ว่าเหมือนกัน พ่อเคยอ่าน
�
้
ี
“ดีที่สุดเลยค่ะ” ครูสุภาตอบ “เราต้องช่วยกันเน้นให้ พบว่าทางภาคเหนือของเราเขาก็เรียกแควส่สายของแม่นา
เขาเข้าใจว่า ในประเทศไทยมีคนหลายเช้อชาติ หลาย เจ้าพระยาว่า น�้าปิง น�้าวัง น�้ายม น�้าน่าน บางทีก็เรียกว่า
ื
ศาสนา แต่เราเป็นคนไทยด้วยกัน อยู่กันได้อย่างสงบแบบ แม่ปิงด้วยซา เป็นเร่องของภาษา อีกหน่อยลูกโตข้น
ื
ึ
�
้
ที่แว้งนี่แหละ คุณครูมนัสพูดแล้วขอให้ดิฉันพูดกับทั้งสอง ได้เรียนได้อ่านมากขึ้นก็จะเข้าใจ” พ่ออธิบาย
คนน่บ้าง” ครูสุภาหันมาทางน้อยและบีเด๊าะห์ ถามว่า (แว้งที่รัก, 2554 : 37 - 38)
ี
ี
“ไหนบอกครูตามตรงซิว่า ตอนเท่ยงเธอไปไหนกันมา
ก่อนจะมาเล่นอีมอญซ่อนผ้าแล้วทะเลาะกัน เอ้า ตอบซิ”
(แว้งที่รัก, 2554 : 244 - 245) ฉากส�าคัญ
ผู้เขียนระบุไว้ในปกหนังสือว่า “วันวานของเด็กไทยพุทธ
�
�
ี
บทสนทนาต่อไปน้ทาให้ผู้อ่านได้เรียนรู้ภาษามลายู การ ท่ามกลางผองเพ่อนมุสลิมในอาเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ดินแดนท่อบอวล
ี
ื
ออกเสียงค�าที่แตกต่างกัน การออกเสียงเรียกชื่อคลองที่แตกต่างกัน ด้วยความรักและความเอ้ออาทรของคนต่างศาสนา” ดังน้นเหตุการณ์ใน
ื
ั
“แล้วท�าไมเขาเรียกคลองว่า อัยเยอร์ คะ ท�าไมเขา เรื่องจึงเกิดขึ้นที่อ�าเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีคนนับถือ
ุ
ี
�
ไม่เรียกซูงาหรือซูไหงคะ? สมานว่าคาว่า อัยเยอร์ ก็เหมือน ศาสนาพุทธและศาสนาอิสลามอยู่ร่วมกันอย่างมความสข บรรยากาศใน
ี
�
กับคาว่าอัยย์ ท่เราเรียกนาท่แว้ง เขาว่าให้น้อยลองไป เรื่องสงบ ร่มรื่น สะอาด บริสุทธิ์
ี
�
้
พูดกับเมาะกึเด๊าะห์ดูแกก็จะว่าอัยเยอร์เหมือนกัน” น้อย
46 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 47
เธอท้งสองคนเข้าใจศาสนาผิด บีเดาะห์ การบิณฑบาต ถามต่อและพ่แมะก็ร่วมถามด้วยว่า “จริงด้วยค่ะ ท้ง
ี
ั
ั
ของพระสงฆ์ในศาสนาพุทธไม่ใช่การขอทาน เธอเข้าใจผิด เปาะกึเด๊าะห์เมาะกึเด๊าะห์ พูดเสียงแปลกจริงๆ ด้วยค่ะ
ื
้
ิ
่
ั
ิ
้
็
้
ิ
็
ี
�
อยางสนเชง นอยกเหมอนกน เธอเขาใจผดวาโตะหะยเปน ทาไมคะ?” คราวน้แม่ช่วยตอบแทนพ่อได้เพราะแม่รู้จักกับ
ี
๊
่
้
ึ
พระของศาสนามุสลิม อย่าได้พูดทับถมศาสนาของกันและ เมาะกเด๊าะห์ด “ข้อนแม่ตอบได้ แม่เคยคยกบแกเรองน ี ้
ั
ี
ุ
ื
ี
่
กันอีกอย่างเด็ดขาด เธอต้องดูว่าศาสนาสอนให้พวกเธอ แกบอกว่าแกพูดมลายูชัดนั่นแหละ แต่เป็นส�าเนียงทางรัฐ
ี
ื
ึ
ั
ั
ทาดีท้งน้น เอาเถอะ เกิดเร่องอย่างน้ข้นก็ดีเหมือนกัน กึเด๊าะห์เขา ทางนี้ว่า อัยย์ ทางโน้นว่า อัยเยอร์ มันก็ต่าง
�
นะครับ คุณครูสุภา…” ครูมนัสหันไปพูดกับครูสุภา “เห็น ไปแบบภาษาไทยเราน่นแหละลูก ภาษาเดียวกันแต่เสียง
ั
ท่าพวกเราท่เป็นครูจะต้องช่วยสอนเร่องศาสนาและ ต่างกัน ไม่แปลกอะไรหรอก”
ี
ื
ศีลธรรมให้เด็กๆ ของเราเข้าใจกันและกันให้มากเสียแล้ว “แล้วที่น้อยถามว่าท�าไมเขาถึงเอาค�าว่า น�้า ไปเป็น
ละครับ ผมว่า คุณครูเห็นด้วยไหม?” ค�าว่าคลองก็ไม่แปลกอย่างที่แม่ว่าเหมือนกัน พ่อเคยอ่าน
�
้
ี
“ดีที่สุดเลยค่ะ” ครูสุภาตอบ “เราต้องช่วยกันเน้นให้ พบว่าทางภาคเหนือของเราเขาก็เรียกแควส่สายของแม่นา
เขาเข้าใจว่า ในประเทศไทยมีคนหลายเช้อชาติ หลาย เจ้าพระยาว่า น�้าปิง น�้าวัง น�้ายม น�้าน่าน บางทีก็เรียกว่า
ื
ศาสนา แต่เราเป็นคนไทยด้วยกัน อยู่กันได้อย่างสงบแบบ แม่ปิงด้วยซา เป็นเร่องของภาษา อีกหน่อยลูกโตข้น
ื
ึ
�
้
ที่แว้งนี่แหละ คุณครูมนัสพูดแล้วขอให้ดิฉันพูดกับทั้งสอง ได้เรียนได้อ่านมากขึ้นก็จะเข้าใจ” พ่ออธิบาย
คนน่บ้าง” ครูสุภาหันมาทางน้อยและบีเด๊าะห์ ถามว่า (แว้งที่รัก, 2554 : 37 - 38)
ี
ี
“ไหนบอกครูตามตรงซิว่า ตอนเท่ยงเธอไปไหนกันมา
ก่อนจะมาเล่นอีมอญซ่อนผ้าแล้วทะเลาะกัน เอ้า ตอบซิ”
(แว้งที่รัก, 2554 : 244 - 245) ฉากส�าคัญ
ผู้เขียนระบุไว้ในปกหนังสือว่า “วันวานของเด็กไทยพุทธ
�
�
ี
บทสนทนาต่อไปน้ทาให้ผู้อ่านได้เรียนรู้ภาษามลายู การ ท่ามกลางผองเพ่อนมุสลิมในอาเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ดินแดนท่อบอวล
ี
ื
ออกเสียงค�าที่แตกต่างกัน การออกเสียงเรียกชื่อคลองที่แตกต่างกัน ด้วยความรักและความเอ้ออาทรของคนต่างศาสนา” ดังน้นเหตุการณ์ใน
ื
ั
“แล้วท�าไมเขาเรียกคลองว่า อัยเยอร์ คะ ท�าไมเขา เรื่องจึงเกิดขึ้นที่อ�าเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีคนนับถือ
ุ
ี
�
ไม่เรียกซูงาหรือซูไหงคะ? สมานว่าคาว่า อัยเยอร์ ก็เหมือน ศาสนาพุทธและศาสนาอิสลามอยู่ร่วมกันอย่างมความสข บรรยากาศใน
ี
�
กับคาว่าอัยย์ ท่เราเรียกนาท่แว้ง เขาว่าให้น้อยลองไป เรื่องสงบ ร่มรื่น สะอาด บริสุทธิ์
ี
�
้
พูดกับเมาะกึเด๊าะห์ดูแกก็จะว่าอัยเยอร์เหมือนกัน” น้อย
48 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 49
บ้านของน้อยอยู่คนละฝั่งคลองกับตลาดและท่ว่าการ ค�าคมจากเรื่องแว้งที่รัก
ี
อ�าเภอ ใครๆ เขาเรียกกันเป็นภาษามลายูท้องถิ่นว่า อุเมาะห์ พ่อตอบคาถามน้อยเร่องท่ชาวบ้านทางานหนักโดยไม่รู้สึก
�
ี
�
ื
เละซือมือแฆ แปลว่าบ้านท่าฝั่งคลอง เป็นบ้านเดียวโดดๆ เหน็ดเหนื่อย
ถ้าใครจะไปหาพ่อหรือแม่ก็ต้องข้ามคลองแว้งไปก่อน
�
ั
คลองน้มีตล่งสูงชัน ชาวบ้านตัดทางเป็นช่องพอเดินได้ ก่อนหลับไปคืนน้น เธอถามพ่อข้ามห้องไปว่า ทาไม
ี
ิ
�
ิ
ื
ิ
ี
้
�
คนเดียวลงไปยังท้องคลอง แล้วเดินลุยนาใสกริบเหมือน คนท่บ้านเป๊าะจ๊เมาะจ๊ถึงทางานอย่างไม่เหน็ดเหน่อยแบบ
ี
ตาต๊กแตนข้ามไปอีกฝั่ง ก่อนท่จะปีนทางลาดข้นไปอีกด้าน นั้นทั้งๆ ที่เขาควรจะเหนื่อยที่สุดแล้ว
ั
ึ
่
ี
ั
ี
ั
ั
้
จากนนยงต้องเดินผ่านดงมะพร้าวกบดงละไมทไม่มบ้านคน “งานใดที่ท�าประจ�าจนถนัด แรงจะอยู่ตัว เวลาท�าจะ
ื
�
�
เลย จนทะลุออกท้องนาจึงจะถึงบ้านของน้อย ไม่รู้สึกเหน่อยนัก น้อยกับมามุไม่ได้ทาประจา จึงยังไม่ถนัด
(แว้งที่รัก, 2554 : 37 - 38) แรงยังไม่อยู่ตัว” พ่อตอบก่อนที่น้อยจะผล็อยหลับไป
(แว้งที่รัก, 2554 : 97)
ผู้คนในอาเภอแว้งต่างศาสนา ต่างประเพณีและวัฒนธรรม
�
�
ี
แต่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เพราะต่างยอมรับในความแตกต่างนั้น พ่อและแม่พาน้อยไปกราบลาช่างทาตะเกียงท่เคยช่วยชีวิตน้อย
พ่อสอนให้น้อยจดจ�าพระคุณของช่างท�าตะเกียง
ิ
ู
ี
้
ั
ี
ภาพพระสงฆ์ทงสองรปครองจวรสเหลอง เดน
ื
ื
�
�
�
บิณฑบาตไปตามห้องแถวบ้านพักตารวจ บ้านพัก “จาไว้ น้อย คนอ่นในอาเภออาจจะมองว่าเขาเป็น
�
่
�
ข้าราชการอาเภอ แล้วเดินผ่านตลาดมาท่บ้านท่าฝั่งคลอง เพียงช่างขาง่อยผู้ยากจน หาเช้ากินคา แต่สาหรับลูก
ี
�
ี
�
�
ึ
ี
น้น เป็นภาพท่แปลกตามากสาหรับคนในตลาด ซ่งส่วนใหญ่ ช่างทาตะเกียงไม่ใช่เป็นเพียงผู้ช่วยเหลือในยามท่ลูกได้รับ
ั
เป็นมุสลิม พวกเขามองตามบ้าง ถามกันบ้าง แต่ไม่มีใคร บาดเจ็บและกลัวเท่านั้นนะ เขายังมีพระคุณอย่างอื่นด้วย
ี
มาใส่บาตร เพราะเขาเป็นมุสลิม และพระภิกษุก็ทราบด ี เขาเป็นตะเกียงท่ส่องสว่างให้ลูกได้อ่านได้เขียนมาตลอด
ู
้
ี
ั
ึ
็
ี
�
จึงเพียงแต่เดินผ่านไปอย่างส�ารวม 4 ปี เขาจงมส่วนในความสาเรจของลกในวนนและใน
ั
ี
ุ
�
(แว้งที่รัก, 2554 : 239) วันหน้าด้วย คนท่รู้สานึกในพระคุณของผู้มีคณเท่าน้นท ี ่
จัดว่าเป็นคนดี”
(แว้งที่รัก, 2554 : 179)