48 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 49
บ้านของน้อยอยู่คนละฝั่งคลองกับตลาดและท่ว่าการ ค�าคมจากเรื่องแว้งที่รัก
ี
อ�าเภอ ใครๆ เขาเรียกกันเป็นภาษามลายูท้องถิ่นว่า อุเมาะห์ พ่อตอบคาถามน้อยเร่องท่ชาวบ้านทางานหนักโดยไม่รู้สึก
ี
ื
�
�
เละซือมือแฆ แปลว่าบ้านท่าฝั่งคลอง เป็นบ้านเดียวโดดๆ เหน็ดเหนื่อย
ถ้าใครจะไปหาพ่อหรือแม่ก็ต้องข้ามคลองแว้งไปก่อน
ั
�
คลองน้มีตล่งสูงชัน ชาวบ้านตัดทางเป็นช่องพอเดินได้ ก่อนหลับไปคืนน้น เธอถามพ่อข้ามห้องไปว่า ทาไม
ิ
ี
ื
ี
�
ิ
ิ
คนเดียวลงไปยังท้องคลอง แล้วเดินลุยนาใสกริบเหมือน คนท่บ้านเป๊าะจ๊เมาะจ๊ถึงทางานอย่างไม่เหน็ดเหน่อยแบบ
้
�
ึ
ี
ตาต๊กแตนข้ามไปอีกฝั่ง ก่อนท่จะปีนทางลาดข้นไปอีกด้าน นั้นทั้งๆ ที่เขาควรจะเหนื่อยที่สุดแล้ว
ั
ั
ี
ี
่
้
จากนนยงต้องเดินผ่านดงมะพร้าวกบดงละไมทไม่มบ้านคน “งานใดที่ท�าประจ�าจนถนัด แรงจะอยู่ตัว เวลาท�าจะ
ั
ั
ื
�
�
เลย จนทะลุออกท้องนาจึงจะถึงบ้านของน้อย ไม่รู้สึกเหน่อยนัก น้อยกับมามุไม่ได้ทาประจา จึงยังไม่ถนัด
(แว้งที่รัก, 2554 : 37 - 38) แรงยังไม่อยู่ตัว” พ่อตอบก่อนที่น้อยจะผล็อยหลับไป
(แว้งที่รัก, 2554 : 97)
ผู้คนในอาเภอแว้งต่างศาสนา ต่างประเพณีและวัฒนธรรม
�
ี
�
แต่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เพราะต่างยอมรับในความแตกต่างนั้น พ่อและแม่พาน้อยไปกราบลาช่างทาตะเกียงท่เคยช่วยชีวิตน้อย
พ่อสอนให้น้อยจดจ�าพระคุณของช่างท�าตะเกียง
ิ
ภาพพระสงฆ์ทงสองรปครองจวรสเหลอง เดน
ี
ู
้
ั
ี
ื
�
ื
�
บิณฑบาตไปตามห้องแถวบ้านพักตารวจ บ้านพัก “จาไว้ น้อย คนอ่นในอาเภออาจจะมองว่าเขาเป็น
�
่
�
�
�
ี
ข้าราชการอาเภอ แล้วเดินผ่านตลาดมาท่บ้านท่าฝั่งคลอง เพียงช่างขาง่อยผู้ยากจน หาเช้ากินคา แต่สาหรับลูก
�
ี
ึ
ั
�
ี
น้น เป็นภาพท่แปลกตามากสาหรับคนในตลาด ซ่งส่วนใหญ่ ช่างทาตะเกียงไม่ใช่เป็นเพียงผู้ช่วยเหลือในยามท่ลูกได้รับ
เป็นมุสลิม พวกเขามองตามบ้าง ถามกันบ้าง แต่ไม่มีใคร บาดเจ็บและกลัวเท่านั้นนะ เขายังมีพระคุณอย่างอื่นด้วย
ี
มาใส่บาตร เพราะเขาเป็นมุสลิม และพระภิกษุก็ทราบด ี เขาเป็นตะเกียงท่ส่องสว่างให้ลูกได้อ่านได้เขียนมาตลอด
ี
้
ั
ู
ี
ึ
�
็
จึงเพียงแต่เดินผ่านไปอย่างส�ารวม 4 ปี เขาจงมส่วนในความสาเรจของลกในวนนและใน
ั
�
ี
ุ
(แว้งที่รัก, 2554 : 239) วันหน้าด้วย คนท่รู้สานึกในพระคุณของผู้มีคณเท่าน้นท ี ่
จัดว่าเป็นคนดี”
(แว้งที่รัก, 2554 : 179)
50 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 51
�
ี
�
ครูใหญ่ทาโทษเด็กท่ไม่ทาการบ้านมาส่ง ประพนธ์พูดเท็จโดย
อ้างว่าไปสวดมนต์ในวันสวดมนต์ใหญ่ประจ�าสัปดาห์
ั
ก่อนออกจากห้อง คุณครูใหญ่ส่งสอนเสียงเด็ดขาดว่า
�
“จงเป็นเด็กดีในการประพฤติตนตามคาสอนในศาสนา
ุ
ื
จงอย่าพูดเท็จ เพราะทกศาสนาห้ามเหมอนกันหมด จง
ช่วยกันรักษากฎข้อบังคับ กล้าหาญในการรับโทษทัณฑ์เม่อ
ื
�
ทาผิดกฎข้อบังคับ แล้วพวกเธอจะเติบโตเป็นคนดีใน
ื
ภายภาคหน้า ไม่มีความแผกแตกต่างกันในเร่องเหล่าน ี ้
ไม่ว่าเธอจะนับถือศาสนาใดก็ตาม”
(แว้งที่รัก, 2554 : 230)
ื
ี
น้อยถามพ่อเก่ยวกับท่มาของช่ออ�าเภอแว้ง พ่อจึงอธิบายว่าเป็น อาณาจักรแห่งหัวใจ
ี
ี
ื
เร่องในอดีตท่แก้ไขอะไรไม่ได้ แต่อดีตจะช่วยให้เรารู้ว่าปัจจุบันควรทาอะไร อาณาจักรแห่งหัวใจ เป็นวรรณกรรมเยาวชนท่ได้รับรางวัล
�
ี
“ส่งท่ผ่านมาแล้วภาษาไทยเรียกว่าอดีต ฝ่ายปัตตาน ี รองชนะเลิศประเภทนวนิยายประจ�าปี พ.ศ. 2551 จากโครงการประกวด
ี
ิ
มีเหตุผลของเขา ฝ่ายกรุงเทพฯ ก็มีเหตุผลของเขา เหมือน วรรณกรรมเยาวชนรางวัล “แว่นแก้ว” ผู้ประพันธ์คืออัชฌา เพชรรัตน์ ใช้
ี
ี
ื
เวลาน้อยทะเลาะกับเพ่อน แต่ละคนก็ว่าตัวถูก อีกฝ่ายหน่ง นามปากกาว่า “อัชฌาฐิณี” เป็นเร่องเล่าท่เก่ยวกับความคิดและความใฝ่ฝัน
ึ
ื
่
่
ี
ี
่
ี
ั
ี
ี
ผิด ใช่ไหม? แต่คุณครูที่ตัดสินต้องเป็นกลาง ยิ่งเป็นเรื่อง ทอยากให้มีสถานทท่เป็นอาณาจกรแห่งหัวใจ อันเป็นสถานท่ทจะให้คนท ่ ี
ั
้
ในอดีตด้วยแล้ว เราย่งต้องเข้าใจเหตุผลของทงสองฝ่าย นับถือศาสนาต่างกันอยู่ร่วมกันได้โดยปราศจากความขัดแย้ง
ิ
ให้ดีที่สุด เราแก้ไขอดีตไม่ได้หรอกลูก แต่อดีตจะช่วยชี้ให้ เนื้อเรื่อง
�
ี
เรารู้ว่าตอนน้ควรทาอย่างไร และพ่อว่าตอนน้น้อยควร
ี
ื
็
ื
หลับได้แล้วเป็นดีที่สุด” เร่องอาณาจักรแห่งหัวใจเปนเร่องเล่าผ่านมุมมองของ “ยาซีน”
ื
ึ
(แว้งที่รัก, 2554 : 280) ซ่งมีช่อไทยว่าจักรภพ เด็กชายวัยรุ่นครอบครัวมุสลิมในจังหวัดภาคเหนือ
ของไทย พ่อของเขาเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามหลังจากรอดชีวิตจาก
ื
้
ี
ภัยพิบัตินาป่าท่พัดพาคนในครอบครัวสูญหายไปหมด ด้วยความเช่อว่าการ
�
รอดชีวิตจากน�้าป่าเป็นความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้าอัลลอฮ์ พ่อของลุงอาลี
50 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 51
�
�
ี
ครูใหญ่ทาโทษเด็กท่ไม่ทาการบ้านมาส่ง ประพนธ์พูดเท็จโดย
อ้างว่าไปสวดมนต์ในวันสวดมนต์ใหญ่ประจ�าสัปดาห์
ั
ก่อนออกจากห้อง คุณครูใหญ่ส่งสอนเสียงเด็ดขาดว่า
�
“จงเป็นเด็กดีในการประพฤติตนตามคาสอนในศาสนา
ื
ุ
จงอย่าพูดเท็จ เพราะทกศาสนาห้ามเหมอนกันหมด จง
ช่วยกันรักษากฎข้อบังคับ กล้าหาญในการรับโทษทัณฑ์เม่อ
ื
ทาผิดกฎข้อบังคับ แล้วพวกเธอจะเติบโตเป็นคนดีใน
�
้
ี
ื
ภายภาคหน้า ไม่มีความแผกแตกต่างกันในเร่องเหล่าน
ไม่ว่าเธอจะนับถือศาสนาใดก็ตาม”
(แว้งที่รัก, 2554 : 230)
ี
ี
ื
น้อยถามพ่อเก่ยวกับท่มาของช่ออ�าเภอแว้ง พ่อจึงอธิบายว่าเป็น อาณาจักรแห่งหัวใจ
ี
ื
�
เร่องในอดีตท่แก้ไขอะไรไม่ได้ แต่อดีตจะช่วยให้เรารู้ว่าปัจจุบันควรทาอะไร อาณาจักรแห่งหัวใจ เป็นวรรณกรรมเยาวชนท่ได้รับรางวัล
ี
“ส่งท่ผ่านมาแล้วภาษาไทยเรียกว่าอดีต ฝ่ายปัตตาน ี รองชนะเลิศประเภทนวนิยายประจ�าปี พ.ศ. 2551 จากโครงการประกวด
ิ
ี
มีเหตุผลของเขา ฝ่ายกรุงเทพฯ ก็มีเหตุผลของเขา เหมือน วรรณกรรมเยาวชนรางวัล “แว่นแก้ว” ผู้ประพันธ์คืออัชฌา เพชรรัตน์ ใช้
ี
ี
ื
ึ
ื
เวลาน้อยทะเลาะกับเพ่อน แต่ละคนก็ว่าตัวถูก อีกฝ่ายหน่ง นามปากกาว่า “อัชฌาฐิณี” เป็นเร่องเล่าท่เก่ยวกับความคิดและความใฝ่ฝัน
่
่
ี
ี
ั
ี
ี
่
ี
ผิด ใช่ไหม? แต่คุณครูที่ตัดสินต้องเป็นกลาง ยิ่งเป็นเรื่อง ทอยากให้มีสถานทท่เป็นอาณาจกรแห่งหัวใจ อันเป็นสถานท่ทจะให้คนท ่ ี
ในอดีตด้วยแล้ว เราย่งต้องเข้าใจเหตุผลของทงสองฝ่าย นับถือศาสนาต่างกันอยู่ร่วมกันได้โดยปราศจากความขัดแย้ง
ั
้
ิ
ให้ดีที่สุด เราแก้ไขอดีตไม่ได้หรอกลูก แต่อดีตจะช่วยชี้ให้ เนื้อเรื่อง
เรารู้ว่าตอนน้ควรทาอย่างไร และพ่อว่าตอนน้น้อยควร
ี
�
ี
็
ื
ื
หลับได้แล้วเป็นดีที่สุด” เร่องอาณาจักรแห่งหัวใจเปนเร่องเล่าผ่านมุมมองของ “ยาซีน”
ึ
ื
(แว้งที่รัก, 2554 : 280) ซ่งมีช่อไทยว่าจักรภพ เด็กชายวัยรุ่นครอบครัวมุสลิมในจังหวัดภาคเหนือ
ของไทย พ่อของเขาเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามหลังจากรอดชีวิตจาก
ื
ภัยพิบัตินาป่าท่พัดพาคนในครอบครัวสูญหายไปหมด ด้วยความเช่อว่าการ
ี
�
้
รอดชีวิตจากน�้าป่าเป็นความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้าอัลลอฮ์ พ่อของลุงอาลี
52 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 53
ื
�
ั
มีเชื้อสายจีนฮ่อ นับถือศาสนาอิสลามได้ช่วยเลี้ยงดูพ่อของยาซีน ส่วนแม่ รวมท้งมีกิจกรรมมาให้คนในชุมชนเล่นร่วมกัน ผู้นากิจกรรมคนหน่งช่อ
ึ
ิ
ู
็
ี
ั
ื
ื
ของยาซีนมีเช้อสายไทยใหญ่อยู่ในหม่บ้านน้น มีบ้านเลกๆ อยู่เชงดอย สรวุฒิเป็นคนมีอัธยาศัยดีเช่ยวชาญในเร่องศิลปะ เขาเข้ามาช่วยสอนศิลปะ
ี
ื
�
แม่เคยนับถือศาสนาพุทธแต่เปล่ยนมานับถือศาสนาอิสลามเม่อมาแต่งงาน ในโรงเรียนทาให้นักเรียนชอบมาก เพราะเขาให้วาดรูประบายสีตาม
กับพ่อของยาซีน ยาซีนมีพี่สาวชื่อทอรุ้ง ชื่อภาษาอาหรับว่ายามีละ เขามี จินตนาการของแต่ละคน ยาซีนช่นชอบสรวุฒิมาก สรวุฒิเป็นนักมังสวิรัติด้วย
ื
ู
ื
่
ั
ี
่
ี
ั
ี
ี
ื
ี
ี
ั
่
่
ี
ู
้
้
ึ
ื
ั
ี
ั
นองสาวชอเพยงฝน ชอภาษาอาหรบวานสรน เมองทยาซนอยมทงผท่นบถอ วันหน่งยาซีนและทอรุ้งพ่สาวไปบ้านเก่าท่เชิงดอย ได้พบสรวุฒ ิ
้
่
ื
ศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์ เขาได้เห็นความแตกต่างของการปฏิบัติต่อ ถูกท�าร้ายนอนสิ้นสติอยู่ในพงหญ้า ทั้งสองคนจึงช่วยจนฟื้น สรวุฒิเล่าว่า
ศาสนาของคนในแต่ละศาสนา ยาซีนได้รับการสั่งสอนว่าชาวมุสลิมทุกคน มีกลุ่มคนตีศีรษะเขาแล้วชิงจักรยานไป เหตุการณ์น้ทาให้สรวุฒิรู้สึกดีต่อ
ี
�
เป็นนักบวช ทุกคนต้องทาตามคาสอนในพระคัมภีร์อัลกุรฺอาน และต้อง สองพี่น้องมากขึ้น
�
�
ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ครอบครัวของยาซีนอยู่ในชุมชนมุสลิมเล็กๆ ทอรุ้งเรียนคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ท่ามกลางความแตกต่างของสังคม ยาซีนเป็นเด็กช่างสงสัยจึงมักต้งคาถาม ลุงอาลีพยายามจะขอให้ทอรุ้งหรือยามีละแต่งงานกับอนัสลูกชายของตน
�
ั
กับตนเองบ้าง กับคนใกล้ชิดโดยเฉพาะแม่ว่าเหตุใด อะไร อย่างไร ท�าไม แต่ยามีละปฏิเสธและแม่ก็ไม่บังคับจิตใจลูก สรวุฒิต้องกลับกรุงเทพฯ เขา
�
ี
จึงต้องปฏิบัติเช่นน้ คาตอบช้แจงสาหรับยาซีนจึงเป็นการช่วยให้เข้าใจ สนใจทอรุ้งจึงเขียนจดหมายมาหาโดยส่งในช่อของยาซีน เขาแจ้งว่าเขาไม่
ี
�
ื
เหตุผลของวิถีปฏิบัติของมุสลิมที่ต่างกับผู้นับถือศาสนาอื่นๆ ได้อยู่ในสังกัดขององค์กรที่มาเผยแผ่ศาสนานั้นแล้ว
ี
เม่อพ่อเสียชีวิต ครอบครัวของยาซีนก็ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ ยาซีนเรียนวิทยาศาสตร์เก่ยวกับดินฟ้าอากาศ
ื
ซ่งเป็นบ้านของลุงอาลี ให้อยู่โดยไม่คิดค่าเช่า บ้านใหม่ไม่มีบริเวณ เป็น ซงสอนว่าการเปลยนแปลงของโลก เทคโนโลย ี
ึ
ี
่
่
ึ
บ้านเล็กแคบมี 2 ชั้น ชั้นล่างแม่ท�าเป็นร้านขายเสื้อผ้าและของที่ระลึก ชั้น นาสมัย รวมถึงภูมิอากาศแปรปรวนเกิดจากภาวะ
�
ึ
ั
ิ
บนเป็นที่อยู่อาศัย ครอบครัวยาซีนถือว่าลุงอาลีเป็นผู้มีบุญคุณ ลุงอาลีจะ โลกร้อนซ่งในอดีตไม่เคยเป็น ส่งเหล่าน้นล้วนเกิด
คอยเข้มงวดอบรมความประพฤติตามศาสนามาก แต่แม่จะไม่บังคับลูก จากการกระท�าของมนุษย์ ดังนั้นมนุษย์จะต้องช่วย
ั
ื
โดยเฉพาะเร่องการแต่งงาน ซึ่งลุงอาลียืนยันว่าคนท่จะร่วมชีวิตกันต้องเป็น กนลดโลกร้อน แต่ชาวมสลมเชอว่านนคอ
ื
่
ิ
ุ
ี
ื
่
ั
ึ
ิ
มุสลมด้วยกัน ลุงอาลีสอนครอบครัวยาซีนว่า “มุสลิม หมายถึง ผู้นอบน้อม พระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าซ่งบันดาลให้เป็นไป
ื
�
�
�
ิ
ยอมจานนต่อพระเจ้าองค์เดียว คืออัลลอฮ์ คาว่าอิสลามแปลว่าความสันต ทุกคนจะต้องกลัวเกรงและรีบเร่งทาความดีเพ่อจะ
ิ
การนอบน้อมการยอมจานนอย่างส้นเชิงต่อพระผู้เป็นเจ้า” ยาซีนไป ได้กลับไปพบพระผู้เป็นเจ้า
�
ื
่
ึ
ี
โรงเรยนรวมกบเพอนซงนบถอศาสนาอนๆ ทาใหเหนความแตกตางมากขน ยาซีนเป็นเด็กชอบอ่านหนังสือ เขาอ่านหนังสือ
่
่
ั
็
้
่
้
ึ
�
ื
ื
ั
่
ื
ต่อมามีกลุ่มคนมาเผยแผ่ศาสนาอ่นซ่งต่างไปจากศาสนาใน มากจึงมีความรู้หลายอย่าง ทาให้เขามีความคิด
ึ
�
ชุมชน คนกลุ่มนี้มีของมาแจก มีทั้งเสื้อผ้า อาหาร ยารักษาโรค ของเล่น หลากหลาย เขาเริ่มมีความคิดว่า ทุกศาสนาสอน
52 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 53
ื
�
ั
มีเชื้อสายจีนฮ่อ นับถือศาสนาอิสลามได้ช่วยเลี้ยงดูพ่อของยาซีน ส่วนแม่ รวมท้งมีกิจกรรมมาให้คนในชุมชนเล่นร่วมกัน ผู้นากิจกรรมคนหน่งช่อ
ึ
ิ
ู
็
ี
ั
ื
ื
ของยาซีนมีเช้อสายไทยใหญ่อยู่ในหม่บ้านน้น มีบ้านเลกๆ อยู่เชงดอย สรวุฒิเป็นคนมีอัธยาศัยดีเช่ยวชาญในเร่องศิลปะ เขาเข้ามาช่วยสอนศิลปะ
ี
ื
�
แม่เคยนับถือศาสนาพุทธแต่เปล่ยนมานับถือศาสนาอิสลามเม่อมาแต่งงาน ในโรงเรียนทาให้นักเรียนชอบมาก เพราะเขาให้วาดรูประบายสีตาม
กับพ่อของยาซีน ยาซีนมีพี่สาวชื่อทอรุ้ง ชื่อภาษาอาหรับว่ายามีละ เขามี จินตนาการของแต่ละคน ยาซีนช่นชอบสรวุฒิมาก สรวุฒิเป็นนักมังสวิรัติด้วย
ื
ู
ื
่
ั
ี
่
ี
ั
ี
ี
ื
ี
ี
ั
่
่
ี
ู
้
้
ึ
ื
ั
ี
ั
นองสาวชอเพยงฝน ชอภาษาอาหรบวานสรน เมองทยาซนอยมทงผท่นบถอ วันหน่งยาซีนและทอรุ้งพ่สาวไปบ้านเก่าท่เชิงดอย ได้พบสรวุฒ ิ
้
่
ื
ศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์ เขาได้เห็นความแตกต่างของการปฏิบัติต่อ ถูกท�าร้ายนอนสิ้นสติอยู่ในพงหญ้า ทั้งสองคนจึงช่วยจนฟื้น สรวุฒิเล่าว่า
ศาสนาของคนในแต่ละศาสนา ยาซีนได้รับการสั่งสอนว่าชาวมุสลิมทุกคน มีกลุ่มคนตีศีรษะเขาแล้วชิงจักรยานไป เหตุการณ์น้ทาให้สรวุฒิรู้สึกดีต่อ
ี
�
เป็นนักบวช ทุกคนต้องทาตามคาสอนในพระคัมภีร์อัลกุรฺอาน และต้อง สองพี่น้องมากขึ้น
�
�
ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ครอบครัวของยาซีนอยู่ในชุมชนมุสลิมเล็กๆ ทอรุ้งเรียนคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ท่ามกลางความแตกต่างของสังคม ยาซีนเป็นเด็กช่างสงสัยจึงมักต้งคาถาม ลุงอาลีพยายามจะขอให้ทอรุ้งหรือยามีละแต่งงานกับอนัสลูกชายของตน
�
ั
กับตนเองบ้าง กับคนใกล้ชิดโดยเฉพาะแม่ว่าเหตุใด อะไร อย่างไร ท�าไม แต่ยามีละปฏิเสธและแม่ก็ไม่บังคับจิตใจลูก สรวุฒิต้องกลับกรุงเทพฯ เขา
�
ี
จึงต้องปฏิบัติเช่นน้ คาตอบช้แจงสาหรับยาซีนจึงเป็นการช่วยให้เข้าใจ สนใจทอรุ้งจึงเขียนจดหมายมาหาโดยส่งในช่อของยาซีน เขาแจ้งว่าเขาไม่
ี
�
ื
เหตุผลของวิถีปฏิบัติของมุสลิมที่ต่างกับผู้นับถือศาสนาอื่นๆ ได้อยู่ในสังกัดขององค์กรที่มาเผยแผ่ศาสนานั้นแล้ว
ี
เม่อพ่อเสียชีวิต ครอบครัวของยาซีนก็ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ ยาซีนเรียนวิทยาศาสตร์เก่ยวกับดินฟ้าอากาศ
ื
ซ่งเป็นบ้านของลุงอาลี ให้อยู่โดยไม่คิดค่าเช่า บ้านใหม่ไม่มีบริเวณ เป็น ซงสอนว่าการเปลยนแปลงของโลก เทคโนโลย ี
ึ
ี
่
่
ึ
บ้านเล็กแคบมี 2 ชั้น ชั้นล่างแม่ท�าเป็นร้านขายเสื้อผ้าและของที่ระลึก ชั้น นาสมัย รวมถึงภูมิอากาศแปรปรวนเกิดจากภาวะ
�
ึ
ั
ิ
บนเป็นที่อยู่อาศัย ครอบครัวยาซีนถือว่าลุงอาลีเป็นผู้มีบุญคุณ ลุงอาลีจะ โลกร้อนซ่งในอดีตไม่เคยเป็น ส่งเหล่าน้นล้วนเกิด
คอยเข้มงวดอบรมความประพฤติตามศาสนามาก แต่แม่จะไม่บังคับลูก จากการกระท�าของมนุษย์ ดังนั้นมนุษย์จะต้องช่วย
ั
ื
โดยเฉพาะเร่องการแต่งงาน ซึ่งลุงอาลียืนยันว่าคนท่จะร่วมชีวิตกันต้องเป็น กนลดโลกร้อน แต่ชาวมสลมเชอว่านนคอ
ื
่
ิ
ุ
ี
ื
่
ั
ึ
ิ
มุสลมด้วยกัน ลุงอาลีสอนครอบครัวยาซีนว่า “มุสลิม หมายถึง ผู้นอบน้อม พระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าซ่งบันดาลให้เป็นไป
ื
�
�
�
ิ
ยอมจานนต่อพระเจ้าองค์เดียว คืออัลลอฮ์ คาว่าอิสลามแปลว่าความสันต ทุกคนจะต้องกลัวเกรงและรีบเร่งทาความดีเพ่อจะ
ิ
การนอบน้อมการยอมจานนอย่างส้นเชิงต่อพระผู้เป็นเจ้า” ยาซีนไป ได้กลับไปพบพระผู้เป็นเจ้า
�
ื
่
ึ
ี
โรงเรยนรวมกบเพอนซงนบถอศาสนาอนๆ ทาใหเหนความแตกตางมากขน ยาซีนเป็นเด็กชอบอ่านหนังสือ เขาอ่านหนังสือ
่
่
ั
็
้
่
้
ึ
�
ื
ื
ั
่
ื
ต่อมามีกลุ่มคนมาเผยแผ่ศาสนาอ่นซ่งต่างไปจากศาสนาใน มากจึงมีความรู้หลายอย่าง ทาให้เขามีความคิด
ึ
�
ชุมชน คนกลุ่มนี้มีของมาแจก มีทั้งเสื้อผ้า อาหาร ยารักษาโรค ของเล่น หลากหลาย เขาเริ่มมีความคิดว่า ทุกศาสนาสอน
54 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 55
ิ
ึ
่
ี
ั
ี
ให้คนเป็นคนด คนของแต่ละศาสนาต่างต้องยอมรบและให้เกยรตซงกัน ดูแลสวน ทั้ง 2 คนนับถือศาสนาคริสต์ สรวุฒิบอกว่า “การนับถือหรือ
และกัน ยึดม่นในส่งใดไม่เป็นอุปสรรคของการอยู่ร่วมกันท่น่” แม่หายป่วยแล้วกลับ
ี
ั
ิ
ี
ี
ี
ี
ื
้
ี
ู
สรวุฒิกลับมาท่ชุมชนน้อก เขามาเช่าห้องแถวท่อย่เยองๆ กับ ไปนับถือศาสนาพุทธตามเดิม แม่ได้ออกก�าลังกาย ปลูกผัก อยู่ในอากาศ
ั
ื
ั
บ้านของยาซีน เขาต้งใจจะเปิดเป็นร้านขายงานศิลปะและรับสอนศิลปะ ท่ดี ทอรุ้งเรียนจบไปเป็นครู และเม่อสรวุฒิต้งโรงเรียนอนุบาล ทอรุ้งก ็
ี
เขาบอกยาซีนว่าจะสอนศิลปะให้โดยไม่คิดเงิน ยาซีนจึงไปเรียนวาดภาพ ลาออกมาช่วยสอน ท้งสองแต่งงานกันโดยไม่มีอุปสรรคเร่องศาสนา สรวุฒ ิ
ื
ั
ึ
สรวุฒิชอบทอรุ้งมากเขาบอกความรู้สึกของเขาท้งทางตรงและทางอ้อม ให้อิสระแก่ทอรุ้งซ่งยังคงทาละหมาดเหมือนเดิมและใช้ผ้าคลุมผมเวลา
�
ั
ั
ทอรุ้งก็มีความรู้สึกตรงกัน แต่ขัดข้องด้วยเรื่องศาสนาต่างกัน และสรวุฒิ ออกนอกสถานทเสมอ ทง 2 คนมลกแฝดค่หนง ยาซนเสนอให้ตงชอ
ี
่
้
้
ี
ั
่
ื
ู
ี
ู
่
ึ
จะไม่ยอมเปลี่ยนศาสนาเพื่อแต่งงาน สถานที่นี้ว่าอาณาจักรแห่งหัวใจ
ิ
ั
ึ
ยาซีนเป็นเด็กช่างคดช่างถาม บางคร้งเขาเร่มรู้สกอึดอัดกับ ยาซีน แม่ ทอรุ้ง และสรวุฒิ มีความสุขตามอัตภาพใน “อาณาจักร
ิ
่
ี
ั
ิ
ี
ิ
ี
ึ
่
ึ
กรอบชีวิตบางอย่าง เขามักจะฝันบ่อยๆ เห็นสถานท่แห่งหน่ง ซ่งสงบเงียบ แห่งหวใจ” สถานทซงให้อสระเสรตามความคดและการกระท�าภายใน
ึ
ิ
ี
สะอาด และสดชื่น เขาพบคนในชุดขาว ที่บอกว่าให้ยาซีนมาที่อาณาจักร กรอบท่แต่ละคนต่างก็รู้ว่าส่งใดควรหรือไม่ควร เขาอยู่ร่วมกันโดย
�
แห่งหัวใจ ยาซีนไม่เข้าใจว่าสรวุฒินับถือศาสนาใด เพราะดูศรัทธา ปราศจากความขัดแย้ง ยาซีนหรือจักรภพสวดมนต์หรือทาละหมาดด้วย
พระผู้เป็นเจ้าแต่แสดงตนว่าเป็นชาวพุทธ เข้าใจค�าสอนแทบจะทุกศาสนา การยึดมั่นในการท�าความดี
คบได้กับทุกคนแม้จะนับถือสิ่งที่แตกต่างกัน
ต่อมายาซีนป่วยเป็นโรคมาลาเรียอาการหนักมาก สรวุฒิพาไป แก่นเรื่อง / แนวคิด
รักษาที่เชียงใหม่ ระหว่างที่สรวุฒิอยู่เชียงใหม่บ้านเขาถูกวางเพลิง ยาซีน ความแตกต่างของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นความคิด วิถีชีวิต หรือ
ิ
ื
�
่
ี
ี
สงสัยลุงอาลีแต่เป็นความสงสัยท่ปราศจากหลักฐาน ยาซีนหายป่วย กลับ ศาสนา ไม่ใช่ความแตกต่างททาให้เกดความแตกแยก แต่คอความ
็
่
มาบ้านไมนานกป่วยซาด้วยโรคเดมตองไปรักษาตวทเชยงใหมอีก ระหวาง “หลากหลาย” ซึ่งต้องมีความเข้าใจและความเคารพในความแตกต่างของ
่
้
�
ี
่
ี
ิ
้
ั
่
นั้นเกิดน�้าท่วมบ้านยาซีน น�้าป่าพัดพาบ้านไปหมด เพียงฝันหายไปกับน�้า แต่ละคน ซึ่งสามารถท�าให้เป็น “เอกภาพ” ได้
และเสียชีวิต แม่ก็ป่วยหมอบอกว่าเป็นมะเร็งในมดลูก แนะน�าตัวละคร
สรวุฒิพาแม่ไปรักษาที่เชียงใหม่ เขาบอกความในใจของเขากับ
ทอรุ้งและพยายามท�าความเข้าใจชักชวนให้ไปกับเขา โดยบอกว่า “ที่ที่ผม ยาซีน หรือจักรภพ
ิ
�
จะพาคุณไปจะเป็นอาณาจักรของเรา ไม่มีส่งใดมาครอบงาความคิดได้” ชื่อไทยคือ จักรภพ ชื่อยาซีนมีความหมายว่า “หัวใจของคัมภีร์”
ี
ี
ยาซีนได้ยินก็คิดว่าจะเป็นท่ท่เขาพบในฝันหรือไม่ สรวุฒิชวนครอบครัวยาซีน ซูเราะห์ ยาซีน (Surah Yasin) ปรากฏในคัมภีร์อัล-กุรฺอาน สาระส�าคัญ
ี
ไปอยู่บ้านสวนของเขาท่เชียงใหม่ เขามีครอบครัวสามีภรรยาคนเก่าแก่ช่วย กล่าวถึงหลักความเชื่อ การสร้างความเข้มแข็งให้จิตใจผู้ศรัทธา ชื่อยาซีน
จึงมีนัยความหมายถึง ความเข้มแข็ง พ่อกับแม่ของจักรภพเคยนับถือ
54 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 55
ิ
ึ
่
ี
ั
ี
ให้คนเป็นคนด คนของแต่ละศาสนาต่างต้องยอมรบและให้เกยรตซงกัน ดูแลสวน ทั้ง 2 คนนับถือศาสนาคริสต์ สรวุฒิบอกว่า “การนับถือหรือ
และกัน ยึดม่นในส่งใดไม่เป็นอุปสรรคของการอยู่ร่วมกันท่น่” แม่หายป่วยแล้วกลับ
ี
ั
ิ
ี
ี
ี
ี
้
ื
ี
ู
สรวุฒิกลับมาท่ชุมชนน้อก เขามาเช่าห้องแถวท่อย่เยองๆ กับ ไปนับถือศาสนาพุทธตามเดิม แม่ได้ออกก�าลังกาย ปลูกผัก อยู่ในอากาศ
ั
ื
ั
บ้านของยาซีน เขาต้งใจจะเปิดเป็นร้านขายงานศิลปะและรับสอนศิลปะ ท่ดี ทอรุ้งเรียนจบไปเป็นครู และเม่อสรวุฒิต้งโรงเรียนอนุบาล ทอรุ้งก ็
ี
เขาบอกยาซีนว่าจะสอนศิลปะให้โดยไม่คิดเงิน ยาซีนจึงไปเรียนวาดภาพ ลาออกมาช่วยสอน ท้งสองแต่งงานกันโดยไม่มีอุปสรรคเร่องศาสนา สรวุฒ ิ
ื
ั
ึ
สรวุฒิชอบทอรุ้งมากเขาบอกความรู้สึกของเขาท้งทางตรงและทางอ้อม ให้อิสระแก่ทอรุ้งซ่งยังคงทาละหมาดเหมือนเดิมและใช้ผ้าคลุมผมเวลา
�
ั
้
ทอรุ้งก็มีความรู้สึกตรงกัน แต่ขัดข้องด้วยเรื่องศาสนาต่างกัน และสรวุฒิ ออกนอกสถานทเสมอ ทง 2 คนมลกแฝดค่หนง ยาซนเสนอให้ตงชอ
ี
่
ั
้
ี
ั
ื
่
ู
ี
ู
ึ
่
จะไม่ยอมเปลี่ยนศาสนาเพื่อแต่งงาน สถานที่นี้ว่าอาณาจักรแห่งหัวใจ
ิ
ั
ึ
ยาซีนเป็นเด็กช่างคดช่างถาม บางคร้งเขาเร่มรู้สกอึดอัดกับ ยาซีน แม่ ทอรุ้ง และสรวุฒิ มีความสุขตามอัตภาพใน “อาณาจักร
ิ
ี
ี
ั
ิ
ี
ิ
่
ึ
่
ึ
กรอบชีวิตบางอย่าง เขามักจะฝันบ่อยๆ เห็นสถานท่แห่งหน่ง ซ่งสงบเงียบ แห่งหวใจ” สถานทซงให้อสระเสรตามความคดและการกระท�าภายใน
ึ
ิ
ี
สะอาด และสดชื่น เขาพบคนในชุดขาว ที่บอกว่าให้ยาซีนมาที่อาณาจักร กรอบท่แต่ละคนต่างก็รู้ว่าส่งใดควรหรือไม่ควร เขาอยู่ร่วมกันโดย
�
แห่งหัวใจ ยาซีนไม่เข้าใจว่าสรวุฒินับถือศาสนาใด เพราะดูศรัทธา ปราศจากความขัดแย้ง ยาซีนหรือจักรภพสวดมนต์หรือทาละหมาดด้วย
พระผู้เป็นเจ้าแต่แสดงตนว่าเป็นชาวพุทธ เข้าใจค�าสอนแทบจะทุกศาสนา การยึดมั่นในการท�าความดี
คบได้กับทุกคนแม้จะนับถือสิ่งที่แตกต่างกัน
ต่อมายาซีนป่วยเป็นโรคมาลาเรียอาการหนักมาก สรวุฒิพาไป แก่นเรื่อง / แนวคิด
รักษาที่เชียงใหม่ ระหว่างที่สรวุฒิอยู่เชียงใหม่บ้านเขาถูกวางเพลิง ยาซีน ความแตกต่างของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นความคิด วิถีชีวิต หรือ
ิ
ื
�
่
ี
ี
สงสัยลุงอาลีแต่เป็นความสงสัยท่ปราศจากหลักฐาน ยาซีนหายป่วย กลับ ศาสนา ไม่ใช่ความแตกต่างททาให้เกดความแตกแยก แต่คอความ
็
่
มาบ้านไมนานกป่วยซาด้วยโรคเดมตองไปรักษาตวทเชยงใหมอีก ระหวาง “หลากหลาย” ซึ่งต้องมีความเข้าใจและความเคารพในความแตกต่างของ
่
�
้
ี
่
ี
ิ
้
ั
่
นั้นเกิดน�้าท่วมบ้านยาซีน น�้าป่าพัดพาบ้านไปหมด เพียงฝันหายไปกับน�้า แต่ละคน ซึ่งสามารถท�าให้เป็น “เอกภาพ” ได้
และเสียชีวิต แม่ก็ป่วยหมอบอกว่าเป็นมะเร็งในมดลูก แนะน�าตัวละคร
สรวุฒิพาแม่ไปรักษาที่เชียงใหม่ เขาบอกความในใจของเขากับ
ทอรุ้งและพยายามท�าความเข้าใจชักชวนให้ไปกับเขา โดยบอกว่า “ที่ที่ผม ยาซีน หรือจักรภพ
ิ
�
จะพาคุณไปจะเป็นอาณาจักรของเรา ไม่มีส่งใดมาครอบงาความคิดได้” ชื่อไทยคือ จักรภพ ชื่อยาซีนมีความหมายว่า “หัวใจของคัมภีร์”
ี
ี
ยาซีนได้ยินก็คิดว่าจะเป็นท่ท่เขาพบในฝันหรือไม่ สรวุฒิชวนครอบครัวยาซีน ซูเราะห์ ยาซีน (Surah Yasin) ปรากฏในคัมภีร์อัล-กุรฺอาน สาระส�าคัญ
ี
ไปอยู่บ้านสวนของเขาท่เชียงใหม่ เขามีครอบครัวสามีภรรยาคนเก่าแก่ช่วย กล่าวถึงหลักความเชื่อ การสร้างความเข้มแข็งให้จิตใจผู้ศรัทธา ชื่อยาซีน
จึงมีนัยความหมายถึง ความเข้มแข็ง พ่อกับแม่ของจักรภพเคยนับถือ
56 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 57
ี
ี
ื
ื
ศาสนาพุทธ ต่อมาเปล่ยนเป็นศาสนาอิสลาม เขามีพ่สาวช่อยามีละช่อไทย สรวุฒิ
ว่าทอรุ้ง และน้องสาวคือนัสรีนช่อไทยคือเพียงฝัน ยาซีนเป็นเด็กฉลาด สรวุฒิเป็นอาสาสมัครหนุ่มขององค์กรทางศาสนาแห่งหน่ง
ื
ึ
ช่างคิดและช่างถาม ชอบวาดรูป เขามีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนของรัฐ จึง เข้ามาอยู่ในชุมชนเพ่อเผยแพร่ศาสนา สรวุฒิอัธยาศัยดี เช่ยวชาญในเร่อง
ื
ี
ื
ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนาและได้พบผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ ศิลปะจึงมาช่วยสอนวาดรูประบายสีในโรงเรียน นักเรียนชอบสรวุฒิมาก
�
ยามีละ หรือทอรุ้ง โดยเฉพาะยาซีน สรวุฒิถูกทาร้ายจึงต้องกลับกรุงเทพฯ แต่เขียนจดหมาย
ชื่อทอรุ้ง หมายถึงสายรุ้ง 2 สายที่ถักทอเชื่อมกันอย่างงดงาม ถึงยามีละเพราะชอบยามีละ โดยส่งให้ยาซีน แม้สรวุฒิจะชอบยามีละมาก
ี
ื
ในวันท่ทอรุ้งเกิด ส่วนยามีละเป็นภาษาอาหรับแปลว่าดีหรือสวย ยามีละ แต่ไม่ยอมเปล่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม เพราะเช่อว่าทุกศาสนาล้วนสอน
ี
ี
นับถือศาสนาอิสลามและเคร่งศาสนามาก ยามีละเรียนจบชั้นมัธยมศึกษา ให้ทุกคนเป็นคนดี สรวุฒิลาออกจากองค์กรท่มาเผยแผ่ศาสนาและกลับมา
ั
ื
ี
ั
แล้วอยู่บ้านเรียนการบ้านการเรือนและค้าขาย แล้วสมัครเรียนต่อคณะ ท่ชุมชนอีกคร้งโดยขอพบแม่ของยามีละเพ่อแสดงความจริงใจ สรวุฒิม่นคง
ี
ั
ิ
่
ึ
ุ
ั
ี
ี
่
ิ
ศกษาศาสตร์ มหาวทยาลยสโขทยธรรมาธราช ซงเรยนทบ้านได้ ทกวน ต่อความรู้สึกของตนเอง คือความรักท่มีต่อทอรุ้ง โดยติดตามข่าวคราว
ั
ุ
ึ
ี
ั
ื
ื
ื
ุ
่
ตอนเย็นจะไปเรียนพระคัมภีร์และปฏิบัติตามภารกิจทางศาสนาอย่างเคร่งครัด และคอยช่วยเหลอเมอครอบครวของทอร้งเดอดร้อน ความดและความ
ี
ั
�
ั
ยามีละพบสรวุฒิซ่งเป็นสมาชิกขององค์กรหน่งมาเผยแพร่ศาสนา สรวุฒ ิ ม่นคงของสรวุฒิทาให้แม่ตัดสินใจไปอยู่กับสรวุฒิท่เชียงใหม่ สรวุฒิต้ง
ึ
ึ
ี
แสดงท่าทีเปิดเผยว่าชอบยามีละ แม้ยามีละจะชอบสรวุฒิมากเพียงใด แต่ โรงเรียนอนุบาลและได้แต่งงานกับทอรุ้งโดยไม่เปล่ยนศาสนา และไม่
ก็ยังคงปฏิเสธเพราะสรวุฒิไม่ยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ในที่สุด ขัดขวางทอรุ้งซึ่งยังคงนับถือศาสนาอิสลามดังเดิม
ทั้งสองก็แต่งงานกันโดยต่างฝ่ายต่างก็นับถือศาสนาของตน ลุงอาลี
แม่ พ่อของลงอาลมเชอสายจนฮ่อแต่นบถอศาสนาอสลาม ลงอาล ี
ี
ื
ี
ี
้
ื
ิ
ุ
ุ
ั
ื
แม่มีเช้อสายไทยใหญ่ นับถือศาสนาพุทธแต่ต้องเปล่ยนมานับถือ รูปร่างผอม สูง ผิวคล�้า ไม่ค่อยยิ้ม เคร่งครัดศาสนาอิสลาม เป็นฮัจญีที่
ี
ศาสนาอิสลามเมื่อแต่งงานกับพ่อ แม่ต้องเลี้ยงลูก 3 คนตามล�าพังเมื่อพ่อ สมบูรณ์คนแรกในชุมชนแห่งนี้โดยได้เดินทางไปท�าพิธีฮัจญ์ สร้างบ้านหลัง
ั
เสียชีวิต โดยไม่แต่งงานใหม่แม้ลุงอาลีจะขอแม่แต่งงาน แม่เปิดช้นล่างของ ใหม่มีหลายห้องเพื่อเป็นโรงเรียนสอนเด็กๆ ลูกหลานของคนมุสลิม และใช้
ื
ี
ื
ี
บ้านรับเส้อผ้าและของท่ระลึกจากเชียงใหม่มาขาย แม่เป็นคนจิตใจด เป็นสุเหร่าถาวรเพ่อประกอบศาสนพิธีต่างๆ ลุงอาลีเป็นคนเข้มงวดและคอย
ั
แม้จะไม่เห็นด้วยกับความคิดบางอย่างแต่ก็ไม่คัดค้าน รักลูกและให้อิสระกับ อบรมความประพฤติของยาซีนและยามีละ โดยต้งใจจะให้ยามีละเป็นผู้
ลูกทุกคน จึงไม่บังคับยามีละให้แต่งงานกับอนัส และเตือนยามีละให้เข้าใจ สืบทอดศาสนาอิสลามและจะให้แต่งงานกับอนัสลูกชายของตนแต่ยามีละ
สรวุฒิที่ไม่ยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม แม่ป่วยเป็นมะเร็งในมดลูก ปฏิเสธ เมื่อบ้านสรวุฒิถูกวางเพลิง หลายคนสงสัยลุงอาลีแต่ไม่มีหลักฐาน
ี
จึงต้องย้ายไปรักษาตัวอยู่บ้านสวนของสรวุฒิท่เชียงใหม่ และกลับไปนับถือ
ี
ศาสนาพุทธตามเดิม ไปปฏิบัติธรรมท่วัดและร่วมกิจกรรมในวันสาคัญทาง
�
พุทธศาสนา
56 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 57
ี
ี
ื
ื
ศาสนาพุทธ ต่อมาเปล่ยนเป็นศาสนาอิสลาม เขามีพ่สาวช่อยามีละช่อไทย สรวุฒิ
ว่าทอรุ้ง และน้องสาวคือนัสรีนช่อไทยคือเพียงฝัน ยาซีนเป็นเด็กฉลาด สรวุฒิเป็นอาสาสมัครหนุ่มขององค์กรทางศาสนาแห่งหน่ง
ื
ึ
ช่างคิดและช่างถาม ชอบวาดรูป เขามีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนของรัฐ จึง เข้ามาอยู่ในชุมชนเพ่อเผยแพร่ศาสนา สรวุฒิอัธยาศัยดี เช่ยวชาญในเร่อง
ื
ี
ื
ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนาและได้พบผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ ศิลปะจึงมาช่วยสอนวาดรูประบายสีในโรงเรียน นักเรียนชอบสรวุฒิมาก
�
ยามีละ หรือทอรุ้ง โดยเฉพาะยาซีน สรวุฒิถูกทาร้ายจึงต้องกลับกรุงเทพฯ แต่เขียนจดหมาย
ชื่อทอรุ้ง หมายถึงสายรุ้ง 2 สายที่ถักทอเชื่อมกันอย่างงดงาม ถึงยามีละเพราะชอบยามีละ โดยส่งให้ยาซีน แม้สรวุฒิจะชอบยามีละมาก
ี
ื
ในวันท่ทอรุ้งเกิด ส่วนยามีละเป็นภาษาอาหรับแปลว่าดีหรือสวย ยามีละ แต่ไม่ยอมเปล่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม เพราะเช่อว่าทุกศาสนาล้วนสอน
ี
ี
นับถือศาสนาอิสลามและเคร่งศาสนามาก ยามีละเรียนจบชั้นมัธยมศึกษา ให้ทุกคนเป็นคนดี สรวุฒิลาออกจากองค์กรท่มาเผยแผ่ศาสนาและกลับมา
ั
ื
ี
ั
แล้วอยู่บ้านเรียนการบ้านการเรือนและค้าขาย แล้วสมัครเรียนต่อคณะ ท่ชุมชนอีกคร้งโดยขอพบแม่ของยามีละเพ่อแสดงความจริงใจ สรวุฒิม่นคง
ี
ั
ิ
่
ึ
ุ
ั
ี
ี
่
ึ
ิ
ั
ุ
ศกษาศาสตร์ มหาวทยาลยสโขทยธรรมาธราช ซงเรยนทบ้านได้ ทกวน ต่อความรู้สึกของตนเอง คือความรักท่มีต่อทอรุ้ง โดยติดตามข่าวคราว
่
ื
ื
ื
ี
ั
ุ
ตอนเย็นจะไปเรียนพระคัมภีร์และปฏิบัติตามภารกิจทางศาสนาอย่างเคร่งครัด และคอยช่วยเหลอเมอครอบครวของทอร้งเดอดร้อน ความดและความ
ั
ี
�
ั
ยามีละพบสรวุฒิซ่งเป็นสมาชิกขององค์กรหน่งมาเผยแพร่ศาสนา สรวุฒ ิ ม่นคงของสรวุฒิทาให้แม่ตัดสินใจไปอยู่กับสรวุฒิท่เชียงใหม่ สรวุฒิต้ง
ึ
ึ
ี
แสดงท่าทีเปิดเผยว่าชอบยามีละ แม้ยามีละจะชอบสรวุฒิมากเพียงใด แต่ โรงเรียนอนุบาลและได้แต่งงานกับทอรุ้งโดยไม่เปล่ยนศาสนา และไม่
ก็ยังคงปฏิเสธเพราะสรวุฒิไม่ยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ในที่สุด ขัดขวางทอรุ้งซึ่งยังคงนับถือศาสนาอิสลามดังเดิม
ทั้งสองก็แต่งงานกันโดยต่างฝ่ายต่างก็นับถือศาสนาของตน ลุงอาลี
แม่ พ่อของลงอาลมเชอสายจนฮ่อแต่นบถอศาสนาอสลาม ลงอาล ี
ี
ื
้
ุ
ิ
ั
ื
ี
ี
ุ
ี
แม่มีเช้อสายไทยใหญ่ นับถือศาสนาพุทธแต่ต้องเปล่ยนมานับถือ รูปร่างผอม สูง ผิวคล�้า ไม่ค่อยยิ้ม เคร่งครัดศาสนาอิสลาม เป็นฮัจญีที่
ื
ศาสนาอิสลามเมื่อแต่งงานกับพ่อ แม่ต้องเลี้ยงลูก 3 คนตามล�าพังเมื่อพ่อ สมบูรณ์คนแรกในชุมชนแห่งนี้โดยได้เดินทางไปท�าพิธีฮัจญ์ สร้างบ้านหลัง
เสียชีวิต โดยไม่แต่งงานใหม่แม้ลุงอาลีจะขอแม่แต่งงาน แม่เปิดช้นล่างของ ใหม่มีหลายห้องเพื่อเป็นโรงเรียนสอนเด็กๆ ลูกหลานของคนมุสลิม และใช้
ั
ื
บ้านรับเส้อผ้าและของท่ระลึกจากเชียงใหม่มาขาย แม่เป็นคนจิตใจด ี เป็นสุเหร่าถาวรเพ่อประกอบศาสนพิธีต่างๆ ลุงอาลีเป็นคนเข้มงวดและคอย
ี
ื
ั
แม้จะไม่เห็นด้วยกับความคิดบางอย่างแต่ก็ไม่คัดค้าน รักลูกและให้อิสระกับ อบรมความประพฤติของยาซีนและยามีละ โดยต้งใจจะให้ยามีละเป็นผู้
ลูกทุกคน จึงไม่บังคับยามีละให้แต่งงานกับอนัส และเตือนยามีละให้เข้าใจ สืบทอดศาสนาอิสลามและจะให้แต่งงานกับอนัสลูกชายของตนแต่ยามีละ
สรวุฒิที่ไม่ยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม แม่ป่วยเป็นมะเร็งในมดลูก ปฏิเสธ เมื่อบ้านสรวุฒิถูกวางเพลิง หลายคนสงสัยลุงอาลีแต่ไม่มีหลักฐาน
ี
จึงต้องย้ายไปรักษาตัวอยู่บ้านสวนของสรวุฒิท่เชียงใหม่ และกลับไปนับถือ
ี
ศาสนาพุทธตามเดิม ไปปฏิบัติธรรมท่วัดและร่วมกิจกรรมในวันสาคัญทาง
�
พุทธศาสนา
58 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 59
ความส�าคัญของบทสนทนา “แต่ฉันไม่อาจแยกร่างกายกับหัวใจ ฉันคงไม่อาจ
เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่นได้ นอกจากการเป็นมุสลิม”
ยาซีน บทสนทนาแสดงลักษณะนิสัยของยาซีนหรือจักรภพว่า
ี
เป็นคนรักครอบครัว รับผิดชอบหน้าท่ของตนเอง นับถือศาสนาของตน “คุณแคร์สังคมของคุณมากกว่าหัวใจตัวเอง”
และเชื่อมั่นในตนเอง “ฉันยอมรับ เพราะฉันต้องอยู่ที่นี่ ในสังคมที่ฉันโตมา
ั
“ครูบอกว่าลุงจะให้ผมไปเรียนพระคัมภีร์ท่โรงเรียน ต้งแต่เด็ก มีแม่และลุงอาลีเป็นผู้มีพระคุณ กับองค์
ี
ของชาวมุสลิม ผมไม่อยากไป และไม่มีวันยอมไป” พระผู้เป็นเจ้าซึ่งฉันรู้จักดีในนามของอัลลอฮ์ องค์กรที่คุณ
เคยอยู่ต่างจากสังคมของเรา และคุณอาจมีอิสระมากกว่า
“ท�าไมล่ะ”
ที่จะจากมาได้”
“ผมไม่อยากจากแม่ พี่ และน้องไป ที่จริงผมก็ยอม (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 162 - 163)
ิ
ี
�
เรียน ยอมทาตามในส่งท่ครูและลุงอาลีบอกแทบทุกอย่าง
แล้ว ท�าไมต้องให้ผมไปไกลๆ บ้านด้วย”
“ที่ไหนกันคะ ฉันคงไปไหนไม่ได้ ถ้าแม่และน้องไม่ได้
“พวกเขาอาจคิดว่า จักรภพจะกลับมาเป็นผู้นาใน อยู่ด้วย มีหลายสิ่งที่ฉันต้องท�าเพื่อพระผู้เป็นเจ้า มันอาจ
�
อนาคตได้” คล้ายกับความรู้สึกท่คุณเคยทาในองค์กรน้น และฉันเช่อ
�
ี
ื
ั
“แล้วมีใครเคยถามผมบ้างไหมว่า ผมอยากเป็น ว่าด้วยความศรัทธา ฉันคงไม่ถูกขับออกเช่นเดียวกับที่คุณ
หรือเปล่า ผู้นาคืออะไร ผมแค่อยากเป็นคนธรรมดาๆ คนหน่ง ถูกกระท�า”
ึ
�
�
ท่เช่อม่นในพระผู้เป็นเจ้า เป็นคนดีมีคุณธรรม ไม่ทาผิด (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 163)
ี
ั
ื
กฎหมายบ้านเมือง หรือกฎของศาสนาท่ครอบครัวผม
ี
ี
นับถือ การเป็นตัวอย่างท่ดีก็น่าจะนาพาให้คนรุ่นหลัง แม่ เป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเองว่าท�าสิ่งที่ถูกต้องแม้ว่าสิ่งนั้นจะมี
�
ปฏิบัติตามได้ ดีกว่าการสอนสั่งโดยไม่สามารถท�าได้ไม่ใช่ คนไม่เห็นด้วย เช่นการเปล่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม แม่รักลูกและให้
ี
หรือครับพี่วุฒิ” อิสระกับลูกทุกคน โดยจะสอนให้ลูกมีเหตุผล คิดและท�าสิ่งที่ดี
(อาณาจักรแห่งหัวใจ: 128) “ทอรุ้ง แม่เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่า เราไม่ควร
กะเกณฑ์ให้ใครมานับถือหรือยอมตามอย่างเรา แม้แต่
ทอรุ้ง เคร่งครัดในศาสนาอิสลาม ทอรุ้งศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า คนท่เรารัก ลูกคงไม่รู้ว่าก่อนท่แม่จะเปล่ยนศาสนาน้น แม่คิด
ั
ี
ี
ี
จึงยินดีท่จะรักสรวุฒิแต่ไม่แต่งงานเพราะไม่คิดจะเปล่ยนศาสนา อยู่นาน ไม่มีสักคนในครอบครัวของแม่ท่เห็นด้วย ทุกคน
ี
ี
ี
บทสนทนาของทอรุ้งทุกตอนแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด ดังตัวอย่าง
ุ
ื
่
ั
ั
ี
ต่างเคยชนกบความมอสระทจะนบถอพทธ แต่เมอแม่รก
ิ
ิ
ั
ื
่
ี
58 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 59
ความส�าคัญของบทสนทนา “แต่ฉันไม่อาจแยกร่างกายกับหัวใจ ฉันคงไม่อาจ
เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่นได้ นอกจากการเป็นมุสลิม”
ยาซีน บทสนทนาแสดงลักษณะนิสัยของยาซีนหรือจักรภพว่า
ี
เป็นคนรักครอบครัว รับผิดชอบหน้าท่ของตนเอง นับถือศาสนาของตน “คุณแคร์สังคมของคุณมากกว่าหัวใจตัวเอง”
และเชื่อมั่นในตนเอง “ฉันยอมรับ เพราะฉันต้องอยู่ที่นี่ ในสังคมที่ฉันโตมา
ั
“ครูบอกว่าลุงจะให้ผมไปเรียนพระคัมภีร์ท่โรงเรียน ต้งแต่เด็ก มีแม่และลุงอาลีเป็นผู้มีพระคุณ กับองค์
ี
ของชาวมุสลิม ผมไม่อยากไป และไม่มีวันยอมไป” พระผู้เป็นเจ้าซึ่งฉันรู้จักดีในนามของอัลลอฮ์ องค์กรที่คุณ
เคยอยู่ต่างจากสังคมของเรา และคุณอาจมีอิสระมากกว่า
“ท�าไมล่ะ”
ที่จะจากมาได้”
“ผมไม่อยากจากแม่ พี่ และน้องไป ที่จริงผมก็ยอม (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 162 - 163)
ิ
ี
�
เรียน ยอมทาตามในส่งท่ครูและลุงอาลีบอกแทบทุกอย่าง
แล้ว ท�าไมต้องให้ผมไปไกลๆ บ้านด้วย”
“ที่ไหนกันคะ ฉันคงไปไหนไม่ได้ ถ้าแม่และน้องไม่ได้
“พวกเขาอาจคิดว่า จักรภพจะกลับมาเป็นผู้นาใน อยู่ด้วย มีหลายสิ่งที่ฉันต้องท�าเพื่อพระผู้เป็นเจ้า มันอาจ
�
อนาคตได้” คล้ายกับความรู้สึกท่คุณเคยทาในองค์กรน้น และฉันเช่อ
�
ี
ื
ั
“แล้วมีใครเคยถามผมบ้างไหมว่า ผมอยากเป็น ว่าด้วยความศรัทธา ฉันคงไม่ถูกขับออกเช่นเดียวกับที่คุณ
หรือเปล่า ผู้นาคืออะไร ผมแค่อยากเป็นคนธรรมดาๆ คนหน่ง ถูกกระท�า”
ึ
�
�
ท่เช่อม่นในพระผู้เป็นเจ้า เป็นคนดีมีคุณธรรม ไม่ทาผิด (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 163)
ี
ั
ื
กฎหมายบ้านเมือง หรือกฎของศาสนาท่ครอบครัวผม
ี
ี
นับถือ การเป็นตัวอย่างท่ดีก็น่าจะนาพาให้คนรุ่นหลัง แม่ เป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเองว่าท�าสิ่งที่ถูกต้องแม้ว่าสิ่งนั้นจะมี
�
ปฏิบัติตามได้ ดีกว่าการสอนสั่งโดยไม่สามารถท�าได้ไม่ใช่ คนไม่เห็นด้วย เช่นการเปล่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม แม่รักลูกและให้
ี
หรือครับพี่วุฒิ” อิสระกับลูกทุกคน โดยจะสอนให้ลูกมีเหตุผล คิดและท�าสิ่งที่ดี
(อาณาจักรแห่งหัวใจ: 128) “ทอรุ้ง แม่เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่า เราไม่ควร
กะเกณฑ์ให้ใครมานับถือหรือยอมตามอย่างเรา แม้แต่
ทอรุ้ง เคร่งครัดในศาสนาอิสลาม ทอรุ้งศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า คนท่เรารัก ลูกคงไม่รู้ว่าก่อนท่แม่จะเปล่ยนศาสนาน้น แม่คิด
ั
ี
ี
ี
จึงยินดีท่จะรักสรวุฒิแต่ไม่แต่งงานเพราะไม่คิดจะเปล่ยนศาสนา อยู่นาน ไม่มีสักคนในครอบครัวของแม่ท่เห็นด้วย ทุกคน
ี
ี
ี
บทสนทนาของทอรุ้งทุกตอนแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด ดังตัวอย่าง
ุ
ื
่
ั
ั
ี
ต่างเคยชนกบความมอสระทจะนบถอพทธ แต่เมอแม่รก
ิ
ิ
ั
ื
่
ี
60 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 61
พ่อ แม่ก็ยอม แท้ที่จริงแล้ว แม่ยังเชื่อในพระรัตนตรัย คือ “อย่าไปโทษน้องเลย แม่รู้มาตั้งนานแล้วว่าถูกต�าหนิ
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อยู่เสมอ สิ่งเหล่านั้นอยู่ใน อย่างไร เมื่อเป็นมุสลิม แม่ไม่ค่อยเคร่งครัด แค่วางตัวไว้
ี
่
ั
สายเลือด ในจิตวิญญาณ รวมทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งแม่ ในกรอบเท่าททาได้ บางคร้งแม่ก็รู้สึกอึดอัด มันผิดกับหลัก
�
ก็เชื่อว่าท่านมีจริง” ของศาสนาพุทธที่ให้อิสระมากจนเกินไป แต่เมื่อถึงขณะนี้
“แม่ไม่เคยรู้สึกขัดแย้งอะไรเลยหรือคะ” เวลาของแม่เหลือน้อยแล้ว ขอให้แม่ได้ท�าในสิ่งที่แม่อยาก
“ไม่หรอกลูก กรอบของทุกศาสนาที่บัญญัติขึ้น ต่าง ท�าบ้างเถอะนะ”
ต้องการสอนให้คนเป็นคนดี เม่อทุกคนยอมอยู่ในกรอบของ “แล้วรุ้งกับน้องล่ะคะ”
ื
ั
ู
ิ
ื
ึ
่
้
่
้
้
้
ุ
่
ู
ั
ี
่
่
ศีลธรรม สังคมก็จะไม่วุ่นวายแต่เม่อเราเข้าใจส่งสูงสุดหรือ “ขนอยกบตวของลกเองทแมจะไมขอกาวกาย ถารงอย ่ ู
ั
แก่นของหลักการเหล่าน้นแล้ว กรอบต่างๆ จะไม่มีความ ในกรอบนั้นแล้วมีความสุขดี ก็ท�าต่อไป แต่การเปิดใจเรียนรู้
ั
�
่
ื
ั
ื
ั
้
ิ
ั
สาคญใดๆ ท้งสน แม่ไม่อยากให้ลกยึดมนถอม่นจนลม หลักของศาสนาอื่นบ้างก็ไม่ใช่เสียหายอะไรไม่ใช่หรือ”
ู
นึกถึงหัวใจตัวเอง” (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 227)
(อาณาจักรแห่งหัวใจ: 173 - 174)
ฉากส�าคัญ
ื
ี
ี
�
ี
�
�
�
“แม่คิดว่าอยากทาบุญทากุศลอย่างท่เคยทาตอน สถานท่สาคัญในเร่องคือชุมชนท่อยู่บริเวณภาคเหนือของ
ื
ี
ื
ี
่
ื
ุ
สาวๆ เพอเป็นทนหรอเสบยงในโลกหน้าตามหลก ประเทศไทย ในเร่องไม่ระบุช่อเมืองแต่ตามประวัติผู้แต่งอยู่ท่จังหวัด
ื
ั
ิ
ี
ี
ื
พุทธศาสนาบ้าง แม่เองก็ย่อหย่อนเม่อเป็นมุสลิม อาจมีคน แม่ฮ่องสอนและได้พบส่งบันดาลใจมาเขียนเร่องน้ ชุมชนแห่งน้มีความ
ื
ี
ี
ั
้
ตาหนว่าเหตการณ์ทงหมดทเกดขนเป็นเพราะการไม่ หลากหลายทางวัฒนธรรมเพราะเป็นท่อยู่อาศัยของคนท่นับถือศาสนาพุทธ
ุ
ี
ิ
่
ิ
�
ึ
้
�
ศรัทธาอย่างแท้จริงของแม่ก็ได้ แต่สาหรับชาวพุทธ จะยึด ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม ฉาก “อาณาจักรแห่งหัวใจ” มีความ
ื
ึ
ื
�
ที่กฎแห่งกรรม ท�าดีได้ดี ท�าชั่วได้ชั่ว ที่ผ่านมาแม่เชื่อว่า สาคัญในฐานะเป็นฉากและช่อเร่องนวนิยาย ซ่งหมายถึงบ้านสวนของ
ไม่เคยทาส่งเลวร้ายอะไรมากมาย ส่งท่เกิดข้นแม่จึงถือว่า สรวุฒิและหมายถึงประเทศไทยนั่นเอง
ิ
�
ี
ิ
ึ
เป็นกรรมเก่ามากกว่าจะโทษว่าพระผู้เป็นเจ้าลงโทษ” ในเมืองที่เราอยู่ไม่ได้มีศาสนาเดียว ผมเห็นโบสถ์ซึ่ง
“แม่รู้ด้วยหรือคะว่ามีคนพูดแบบนั้น ยาซีน เธอบอก พ่บอกว่าเป็นท่ชุมนุมกันของชาวคริสต์ต้งอยู่ห่างออกไป
ี
ี
ั
แม่งั้นหรือ” จากตวเมอง เมอครงไปขรถจกรยานเทยวเล่นกบเพอนๆ
ื
ั
่
่
ื
้
่
ั
ื
ี
ั
่
ั
ี
“เปล่าครับ” ผมตอบ พวกเขาจะพบปะและสวดพระคัมภีร์ร่วมกันในวันอาทิตย์
ผมเคยสงสัยว่า คัมภีร์ของเขาใช่เล่มเดียวกับของเราหรือ
60 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 61
พ่อ แม่ก็ยอม แท้ที่จริงแล้ว แม่ยังเชื่อในพระรัตนตรัย คือ “อย่าไปโทษน้องเลย แม่รู้มาตั้งนานแล้วว่าถูกต�าหนิ
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อยู่เสมอ สิ่งเหล่านั้นอยู่ใน อย่างไร เมื่อเป็นมุสลิม แม่ไม่ค่อยเคร่งครัด แค่วางตัวไว้
ี
่
ั
สายเลือด ในจิตวิญญาณ รวมทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งแม่ ในกรอบเท่าททาได้ บางคร้งแม่ก็รู้สึกอึดอัด มันผิดกับหลัก
�
ก็เชื่อว่าท่านมีจริง” ของศาสนาพุทธที่ให้อิสระมากจนเกินไป แต่เมื่อถึงขณะนี้
“แม่ไม่เคยรู้สึกขัดแย้งอะไรเลยหรือคะ” เวลาของแม่เหลือน้อยแล้ว ขอให้แม่ได้ท�าในสิ่งที่แม่อยาก
“ไม่หรอกลูก กรอบของทุกศาสนาที่บัญญัติขึ้น ต่าง ท�าบ้างเถอะนะ”
ต้องการสอนให้คนเป็นคนดี เม่อทุกคนยอมอยู่ในกรอบของ “แล้วรุ้งกับน้องล่ะคะ”
ื
ั
ู
ิ
ื
ึ
่
้
่
้
้
้
ุ
่
ู
ั
ี
่
่
ศีลธรรม สังคมก็จะไม่วุ่นวายแต่เม่อเราเข้าใจส่งสูงสุดหรือ “ขนอยกบตวของลกเองทแมจะไมขอกาวกาย ถารงอย ่ ู
ั
แก่นของหลักการเหล่าน้นแล้ว กรอบต่างๆ จะไม่มีความ ในกรอบนั้นแล้วมีความสุขดี ก็ท�าต่อไป แต่การเปิดใจเรียนรู้
ั
�
่
ื
ั
ื
ั
้
ิ
ั
สาคญใดๆ ท้งสน แม่ไม่อยากให้ลกยึดมนถอม่นจนลม หลักของศาสนาอื่นบ้างก็ไม่ใช่เสียหายอะไรไม่ใช่หรือ”
ู
นึกถึงหัวใจตัวเอง” (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 227)
(อาณาจักรแห่งหัวใจ: 173 - 174)
ฉากส�าคัญ
ื
ี
ี
�
ี
�
�
�
“แม่คิดว่าอยากทาบุญทากุศลอย่างท่เคยทาตอน สถานท่สาคัญในเร่องคือชุมชนท่อยู่บริเวณภาคเหนือของ
ื
ี
ื
ี
่
ื
ุ
สาวๆ เพอเป็นทนหรอเสบยงในโลกหน้าตามหลก ประเทศไทย ในเร่องไม่ระบุช่อเมืองแต่ตามประวัติผู้แต่งอยู่ท่จังหวัด
ื
ั
ิ
ี
ี
ื
พุทธศาสนาบ้าง แม่เองก็ย่อหย่อนเม่อเป็นมุสลิม อาจมีคน แม่ฮ่องสอนและได้พบส่งบันดาลใจมาเขียนเร่องน้ ชุมชนแห่งน้มีความ
ื
ี
ี
ั
้
ตาหนว่าเหตการณ์ทงหมดทเกดขนเป็นเพราะการไม่ หลากหลายทางวัฒนธรรมเพราะเป็นท่อยู่อาศัยของคนท่นับถือศาสนาพุทธ
ุ
ี
ิ
่
ิ
�
ึ
้
�
ศรัทธาอย่างแท้จริงของแม่ก็ได้ แต่สาหรับชาวพุทธ จะยึด ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม ฉาก “อาณาจักรแห่งหัวใจ” มีความ
ื
ึ
ื
�
ที่กฎแห่งกรรม ท�าดีได้ดี ท�าชั่วได้ชั่ว ที่ผ่านมาแม่เชื่อว่า สาคัญในฐานะเป็นฉากและช่อเร่องนวนิยาย ซ่งหมายถึงบ้านสวนของ
ไม่เคยทาส่งเลวร้ายอะไรมากมาย ส่งท่เกิดข้นแม่จึงถือว่า สรวุฒิและหมายถึงประเทศไทยนั่นเอง
ิ
�
ี
ิ
ึ
เป็นกรรมเก่ามากกว่าจะโทษว่าพระผู้เป็นเจ้าลงโทษ” ในเมืองที่เราอยู่ไม่ได้มีศาสนาเดียว ผมเห็นโบสถ์ซึ่ง
“แม่รู้ด้วยหรือคะว่ามีคนพูดแบบนั้น ยาซีน เธอบอก พ่บอกว่าเป็นท่ชุมนุมกันของชาวคริสต์ต้งอยู่ห่างออกไป
ี
ี
ั
แม่งั้นหรือ” จากตวเมอง เมอครงไปขรถจกรยานเทยวเล่นกบเพอนๆ
ื
ั
่
่
ื
้
่
ั
ื
ี
ั
่
ั
ี
“เปล่าครับ” ผมตอบ พวกเขาจะพบปะและสวดพระคัมภีร์ร่วมกันในวันอาทิตย์
ผมเคยสงสัยว่า คัมภีร์ของเขาใช่เล่มเดียวกับของเราหรือ
62 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 63
ั
ิ
ุ
ึ
่
็
้
ไม่ พระผู้เป็นเจ้าของเรากับพระเจ้าของพวกเขาเป็นองค์ ฉากสาคญอกฉากหน่งคือบานสวนของสรวฒ ซงเปน “อาณาจกร
ั
�
ึ
ี
เดียวกันหรือเปล่า พี่ยามีละไม่ให้ผมพูดต่อ บอกว่าจะเอา แห่งหัวใจ” เป็นสถานที่ร่มรื่น สดชื่นและบริสุทธิ์ คนต่างศาสนาสามารถ
�
พระผู้เป็นเจ้ามาพูดเล่นไม่ได้ และผมไม่ควรไปถามคนท ่ ี อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ทุกคนเคารพกันและกัน ทาหน้าท่ของตนเอง
ี
นับถือคนละศาสนา ถ้าไม่เข้าใจอย่างไรให้ถามจากคุณครู เป็นอย่างดี มีอิสระเสรีในด้านความคิดและการกระท�าในกรอบที่ทุกคนรู้
้
็
ึ
หรือไม่กลงอาลซ่งเป็นผนาชาวมสลิมในหมบ้าน ท่านจะให ้ บ้านหลังใหม่ของเราในสวน “อาณาจักรแห่งหัวใจ”
ู
ุ
ี
ู่
ุ
�
ค�าตอบได้ดี เร่มมีดอกไม้ข้นมากมายจากการช่วยกันปลูกของแม่
ึ
ิ
ุ
ี
ิ
ี
ั
ผ้หญงของพวกเขา (ชาวครสต์) ไม่ได้เอาผ้าคลม พ่ยามีละ ผม และพ่สรวุฒิ รวมท้งพืชผักสวนครัวท ่ ี
ิ
ู
ศีรษะเหมือนพี่ของผมและครูทั้งสอง ผมไปยืนมองขณะที่ สามารถนามาทาอาหารแทบทุกชนิด นอกจากผักแล้ว เรา
�
�
พวกเขาพบปะสังสรรค์กัน ก็เห็นย้มแย้มแจ่มใสดี ม ี ยังมีไม้ผล เช่น มะม่วง ล�าไย ลิ้นจี่ น้อยหน่า กล้วยอีก
ิ
ี
ั
ี
ี
ึ
ร้องเพลงกันในโบสถ์ด้วย ซ่งผิดกับพวกเราท่คุณครูบอกว่า หลากหลายพันธุ์ รวมท้งพืชผักสมุนไพรท่พ่สรวุฒิปลูกไว้
ไม่ให้ร้องเพลง พระผู้เป็นเจ้าของพวกเราคงไม่ชอบ ท�าให้ กินเป็นยา อย่างขิง ข่า ตะไคร้ ไพล กระชาย และอื่นๆ
ี
ผมอดแปลกใจไม่ได้ ยังมีคนท่นับถือศาสนาแตกต่างกับ อีกหลายชนิด ซึ่งน�ารายได้มาให้อย่างต่อเนื่อง
พวกเราอีกคือชาวพุทธ พวกเขาไปโบสถ์กันในวันพระน�า ลงประจกษ์กับป้าแก้วเป็นคนนาผลผลตจากสวนไป
ั
ุ
�
ิ
ี
อาหารคาวหวานไปให้พระสงฆ์ท่ห่มผ้าสีเหลืองและในตอน ขายท่ตลาด บางคร้งผมกับก้องซ่งอยู่ในวัยไล่เล่ยกันก็ไป
ั
ี
ี
ึ
เช้าๆ ผมเห็นคนยืนคอยใส่อาหาร พร้อมดอกไม้ธูปเทียน ช่วยบ้างในวันท่ไม่ต้องไปโรงเรียน พ่สรวุฒิแบ่งรายได้
ี
ี
ต่อจากน้นก็จะมีการให้พรเป็นภาษาบาลีท่บางคนบอกฟัง ส่วนหน่งให้ท้งครอบครัวของลุงประจักษ์และครอบครัว
ี
ั
ึ
ั
ไม่รู้เรื่อง แต่ก็อิ่มใจที่ได้ท�าเช่นนั้น ของผม สวนเขาเองกยงวาดภาพในเวลาวางเพอนาไปฝาก
�
ื
่
่
็
ั
่
ั
ื
ครูมาเรียมบอกกับเด็กๆ ว่า พวกเราชาวมุสลิมไม่ ขายกับเพ่อนในตัวเมืองเชียงใหม่ รวมท้งช่วยสอนผมกับ
แบ่งแยกระหว่างนักบวชกับคนธรรมดาเช่นชาวพุทธ ชาว ก้องจนเราสองคนสามารถวาดภาพได้ดีขึ้น
มุสลิมทุกคนถือว่าเป็นนักบวช พวกเราต้องท�าตามค�าสอน แม่ของผมมีสุขภาพแข็งแรงจากการได้ออกแรงปลูก
ี
ในพระคัมภีร์อัลกุรอาน การปฏิบัติตามถือเป็นส่งท่จะ ผัก อีกทั้งได้อากาศที่ดีและอาหารธรรมชาติ จึงท�าให้โรค
ิ
ื
ละเลยไม่ได้ เพ่อท่เราทุกคนจะได้กลับไปในดินแดนแห่ง ร้ายอย่างมะเร็งไม่กลับมาอีก พี่ยามีละเรียนจบแล้ว เธอ
ี
พระผู้เป็นเจ้าเม่อวันพิพากษามาถึง มันเป็นข้อแตกต่างท ่ ี ไปเป็นครูในโรงเรียนของผมได้ไม่ถึงปี เมื่อพี่สรวุฒิเตรียม
ื
ี
ทาให้ผมสงสัยเสมอว่า แล้วผู้ท่ไม่ได้นับถือพระผู้เป็นเจ้า จะเปิดโรงเรียนอนุบาลข้นในสวน พ่ยามีละก็ลาออกมาช่วย
�
ี
ึ
อย่างพวกเราเล่า เขาจะได้ไปในที่ใด และต่อมาไม่นานท้งสองก็แต่งงานกัน โดยไม่มีอุปสรรค
ั
(อาณาจักรแห่งหัวใจ: 11)
62 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 63
ั
ิ
ุ
ึ
่
็
้
ไม่ พระผู้เป็นเจ้าของเรากับพระเจ้าของพวกเขาเป็นองค์ ฉากสาคญอกฉากหน่งคือบานสวนของสรวฒ ซงเปน “อาณาจกร
ั
�
ึ
ี
เดียวกันหรือเปล่า พี่ยามีละไม่ให้ผมพูดต่อ บอกว่าจะเอา แห่งหัวใจ” เป็นสถานที่ร่มรื่น สดชื่นและบริสุทธิ์ คนต่างศาสนาสามารถ
�
พระผู้เป็นเจ้ามาพูดเล่นไม่ได้ และผมไม่ควรไปถามคนท ่ ี อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ทุกคนเคารพกันและกัน ทาหน้าท่ของตนเอง
ี
นับถือคนละศาสนา ถ้าไม่เข้าใจอย่างไรให้ถามจากคุณครู เป็นอย่างดี มีอิสระเสรีในด้านความคิดและการกระท�าในกรอบที่ทุกคนรู้
้
็
ึ
หรือไม่กลงอาลซ่งเป็นผนาชาวมสลิมในหมบ้าน ท่านจะให ้ บ้านหลังใหม่ของเราในสวน “อาณาจักรแห่งหัวใจ”
ู
ุ
ี
ู่
ุ
�
ค�าตอบได้ดี เร่มมีดอกไม้ข้นมากมายจากการช่วยกันปลูกของแม่
ึ
ิ
ุ
ี
ิ
ี
ั
ผ้หญงของพวกเขา (ชาวครสต์) ไม่ได้เอาผ้าคลม พ่ยามีละ ผม และพ่สรวุฒิ รวมท้งพืชผักสวนครัวท ่ ี
ิ
ู
ศีรษะเหมือนพี่ของผมและครูทั้งสอง ผมไปยืนมองขณะที่ สามารถนามาทาอาหารแทบทุกชนิด นอกจากผักแล้ว เรา
�
�
พวกเขาพบปะสังสรรค์กัน ก็เห็นย้มแย้มแจ่มใสดี ม ี ยังมีไม้ผล เช่น มะม่วง ล�าไย ลิ้นจี่ น้อยหน่า กล้วยอีก
ิ
ี
ั
ี
ี
ึ
ร้องเพลงกันในโบสถ์ด้วย ซ่งผิดกับพวกเราท่คุณครูบอกว่า หลากหลายพันธุ์ รวมท้งพืชผักสมุนไพรท่พ่สรวุฒิปลูกไว้
ไม่ให้ร้องเพลง พระผู้เป็นเจ้าของพวกเราคงไม่ชอบ ท�าให้ กินเป็นยา อย่างขิง ข่า ตะไคร้ ไพล กระชาย และอื่นๆ
ี
ผมอดแปลกใจไม่ได้ ยังมีคนท่นับถือศาสนาแตกต่างกับ อีกหลายชนิด ซึ่งน�ารายได้มาให้อย่างต่อเนื่อง
พวกเราอีกคือชาวพุทธ พวกเขาไปโบสถ์กันในวันพระน�า ลงประจกษ์กับป้าแก้วเป็นคนนาผลผลตจากสวนไป
ั
ุ
�
ิ
ี
อาหารคาวหวานไปให้พระสงฆ์ท่ห่มผ้าสีเหลืองและในตอน ขายท่ตลาด บางคร้งผมกับก้องซ่งอยู่ในวัยไล่เล่ยกันก็ไป
ั
ี
ี
ึ
เช้าๆ ผมเห็นคนยืนคอยใส่อาหาร พร้อมดอกไม้ธูปเทียน ช่วยบ้างในวันท่ไม่ต้องไปโรงเรียน พ่สรวุฒิแบ่งรายได้
ี
ี
ต่อจากน้นก็จะมีการให้พรเป็นภาษาบาลีท่บางคนบอกฟัง ส่วนหน่งให้ท้งครอบครัวของลุงประจักษ์และครอบครัว
ี
ั
ึ
ั
ไม่รู้เรื่อง แต่ก็อิ่มใจที่ได้ท�าเช่นนั้น ของผม สวนเขาเองกยงวาดภาพในเวลาวางเพอนาไปฝาก
�
ื
่
่
็
ั
่
ั
ื
ครูมาเรียมบอกกับเด็กๆ ว่า พวกเราชาวมุสลิมไม่ ขายกับเพ่อนในตัวเมืองเชียงใหม่ รวมท้งช่วยสอนผมกับ
แบ่งแยกระหว่างนักบวชกับคนธรรมดาเช่นชาวพุทธ ชาว ก้องจนเราสองคนสามารถวาดภาพได้ดีขึ้น
มุสลิมทุกคนถือว่าเป็นนักบวช พวกเราต้องท�าตามค�าสอน แม่ของผมมีสุขภาพแข็งแรงจากการได้ออกแรงปลูก
ี
ในพระคัมภีร์อัลกุรอาน การปฏิบัติตามถือเป็นส่งท่จะ ผัก อีกทั้งได้อากาศที่ดีและอาหารธรรมชาติ จึงท�าให้โรค
ิ
ื
ละเลยไม่ได้ เพ่อท่เราทุกคนจะได้กลับไปในดินแดนแห่ง ร้ายอย่างมะเร็งไม่กลับมาอีก พี่ยามีละเรียนจบแล้ว เธอ
ี
พระผู้เป็นเจ้าเม่อวันพิพากษามาถึง มันเป็นข้อแตกต่างท ่ ี ไปเป็นครูในโรงเรียนของผมได้ไม่ถึงปี เมื่อพี่สรวุฒิเตรียม
ื
ี
ทาให้ผมสงสัยเสมอว่า แล้วผู้ท่ไม่ได้นับถือพระผู้เป็นเจ้า จะเปิดโรงเรียนอนุบาลข้นในสวน พ่ยามีละก็ลาออกมาช่วย
�
ี
ึ
อย่างพวกเราเล่า เขาจะได้ไปในที่ใด และต่อมาไม่นานท้งสองก็แต่งงานกัน โดยไม่มีอุปสรรค
ั
(อาณาจักรแห่งหัวใจ: 11)
64 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 65
ี
่
ุ
ี
ื
้
ั
ิ
็
ู
ึ
ั
ิ
ั
่
เร่องศาสนามาขวางกนอก เพราะพสรวฒให้อสระแก่ สมาธิโดยไม่ต้องนงหลบตา ผมเองกร้สกว่าหลังการ
พี่ยามีละ วาดภาพทุกคร้ง ผมจะน่งและมีความสุขราวกับได้
ิ
ั
เราทุกคนอยู่ใน “อาณาจักรแห่งหัวใจ” ด้วยความสุข ปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่างออกจากใจ
�
ี
และมีเสรีในการทาทุกส่ง ลุงประจักษ์กับป้าแก้วไปโบสถ์ทุก พ่ยามีละยังคงใส่ผ้าคลุมผมในเวลาออกไปข้างนอก
ิ
วันอาทิตย์ ก้องเคยชวนผมไปด้วยเพ่อเรียนรู้และร่วม เสมอ รวมท้งยังทาละหมาดเหมือนเดิม โรงเรียนท่เป็น
ื
ั
ี
�
ั
ร้องเพลงกับพวกเขาในการสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า ผมทาตาม โครงการของท้งสองเป็นรูปเป็นร่างข้น เด็กๆ ท่เข้ามาเรียน
�
ึ
ี
ื
อย่างรู้สึกสนุกสนานโดยไม่คิดแบ่งแยก ในขณะเดียวกัน มีความต่างท้งทางศาสนาและวัฒนธรรม เน่องจากใน
ั
ผมก็สอนก้องให้ท�าละหมาด ซึ่งก้องเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ชุมชนนั้นมีผู้คนต่างเชื้อชาติ ทั้งชาวเขา ชาวเมือง แต่เมื่อ
ี
�
แม่ใส่บาตรทุกเช้าท่หน้าสวน ท่านกรวดนาแผ่เมตตา มาอยู่ร่วมกันก็สามารถกลมกลืนได้อย่างดี
้
ื
ให้พ่อและเพียงฝันเสมอ บอกว่าเพ่อให้ดวงวิญญาณท้ง (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 235 - 237)
ั
ี
สองดวงได้ไปสู่สุคติ แม่เคยไปปฏิบัติธรรมท่วัดใกล้ๆ ปัจจุบันผมและครอบครัวมีความสุขตามอัตภาพอยู่ใน
ื
�
โรงเรียนเม่อมีจัดกิจกรรมในวันสาคัญทางศาสนาพุทธ เม่อ “อาณาจักรแห่งหัวใจ” สถานที่ซึ่งให้อิสรเสรีในด้านความ
ื
�
กลับมาแม่ก็สวดมนต์และน่งสมาธิ ผมเคยทาตามดูบ้าง คิด และการกระทาภายในกรอบท่เราทุกคนต่างก็รู้ว่า
ั
ี
�
ื
จากการเรียนรู้ในโรงเรียนเม่อคุณครูนาพระภิกษุมาสอน ส่งใดควรหรือไม่ควร พวกเราจึงมีความสงบและอยู่
�
ิ
ิ
วิชาพระพุทธศาสนา จึงได้รู้ว่าการน่งหลับตาน่งๆ ช่วงเวลา ร่วมกันโดยปราศจากความขัดแย้ง เม่อมีปัญหาใดๆ เข้ามา
ั
ื
ึ
ี
�
ั
ึ
หน่ง ทาให้จิตใจท่เคยวอกแวกเป็นหน่งเดียวได้ และน่น ก็จะร่วมมือกันแก้ไขให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
�
อาจเป็นอุบายท่ช่วยทาให้เราได้รับความสงบในจิตใจบ้าง (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 237)
ี
ในบางครั้ง
�
ุ
ี
ิ
ิ
ุ
่
้
พสรวฒบอกว่า การปฏบัตธรรมนนควรทาทกขณะ ค�าคมจากเรื่องอาณาจักรแห่งหัวใจ
ั
ิ
จิต ไม่ว่าจะเดิน ยืน นั่ง และนอน ความรู้สึกตัวพร้อมจะ
ี
�
ทาให้คนเราไม่กระทาส่งผิดพลาด คล้ายกับการสารวมท้ง ทอรุ้งถามแม่ว่าคิดอย่างไรถึงเปล่ยนการนับถือศาสนา จาก
�
ิ
�
ั
่
ุ
ี
ั
ื
กาย วาจา และใจ ซงเป็นคาสอนทเหมอนกนแทบทก ศาสนาพุทธเป็นศาสนาอิสลาม
ึ
่
�
ี
ี
�
ิ
ั
�
ศาสนา เขายังบอกอีกว่า การทางานศิลปะก็คือการฝึก “ความรักเป็นส่งเดียวเท่าน้นท่ทาให้แม่เปล่ยนได้ และ
�
ี
สมาธิจิตอย่างหนึ่ง เพราะเวลาที่เราวาดภาพหรือระบาย อีกอย่างท่สาคัญคือ แม่คิดว่าทุกศาสนาต่างสอนให้คนเป็น
ื
�
ึ
ี
�
ิ
สี จิตใจท่จดจ่ออยู่กับส่งใดสิ่งหน่งน่นแหละคือการทา คนดี เขาวางกรอบไว้ให้ก็เพราะอยากให้เราทาตามเพ่อ
ั
64 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 65
ี
่
ุ
ี
ื
้
ั
ิ
็
ู
ึ
ั
ิ
ั
่
เร่องศาสนามาขวางกนอก เพราะพสรวฒให้อสระแก่ สมาธิโดยไม่ต้องนงหลบตา ผมเองกร้สกว่าหลังการ
พี่ยามีละ วาดภาพทุกคร้ง ผมจะน่งและมีความสุขราวกับได้
ิ
ั
เราทุกคนอยู่ใน “อาณาจักรแห่งหัวใจ” ด้วยความสุข ปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่างออกจากใจ
�
ี
และมีเสรีในการทาทุกส่ง ลุงประจักษ์กับป้าแก้วไปโบสถ์ทุก พ่ยามีละยังคงใส่ผ้าคลุมผมในเวลาออกไปข้างนอก
ิ
วันอาทิตย์ ก้องเคยชวนผมไปด้วยเพ่อเรียนรู้และร่วม เสมอ รวมท้งยังทาละหมาดเหมือนเดิม โรงเรียนท่เป็น
ื
ั
ี
�
ั
ร้องเพลงกับพวกเขาในการสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า ผมทาตาม โครงการของท้งสองเป็นรูปเป็นร่างข้น เด็กๆ ท่เข้ามาเรียน
�
ึ
ี
ื
อย่างรู้สึกสนุกสนานโดยไม่คิดแบ่งแยก ในขณะเดียวกัน มีความต่างท้งทางศาสนาและวัฒนธรรม เน่องจากใน
ั
ผมก็สอนก้องให้ท�าละหมาด ซึ่งก้องเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ชุมชนนั้นมีผู้คนต่างเชื้อชาติ ทั้งชาวเขา ชาวเมือง แต่เมื่อ
ี
�
แม่ใส่บาตรทุกเช้าท่หน้าสวน ท่านกรวดนาแผ่เมตตา มาอยู่ร่วมกันก็สามารถกลมกลืนได้อย่างดี
้
ื
ให้พ่อและเพียงฝันเสมอ บอกว่าเพ่อให้ดวงวิญญาณท้ง (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 235 - 237)
ั
ี
สองดวงได้ไปสู่สุคติ แม่เคยไปปฏิบัติธรรมท่วัดใกล้ๆ ปัจจุบันผมและครอบครัวมีความสุขตามอัตภาพอยู่ใน
ื
�
โรงเรียนเม่อมีจัดกิจกรรมในวันสาคัญทางศาสนาพุทธ เม่อ “อาณาจักรแห่งหัวใจ” สถานที่ซึ่งให้อิสรเสรีในด้านความ
ื
�
กลับมาแม่ก็สวดมนต์และน่งสมาธิ ผมเคยทาตามดูบ้าง คิด และการกระทาภายในกรอบท่เราทุกคนต่างก็รู้ว่า
ั
ี
�
ื
จากการเรียนรู้ในโรงเรียนเม่อคุณครูนาพระภิกษุมาสอน ส่งใดควรหรือไม่ควร พวกเราจึงมีความสงบและอยู่
�
ิ
ิ
วิชาพระพุทธศาสนา จึงได้รู้ว่าการน่งหลับตาน่งๆ ช่วงเวลา ร่วมกันโดยปราศจากความขัดแย้ง เม่อมีปัญหาใดๆ เข้ามา
ั
ื
ึ
ี
�
ั
ึ
หน่ง ทาให้จิตใจท่เคยวอกแวกเป็นหน่งเดียวได้ และน่น ก็จะร่วมมือกันแก้ไขให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
�
อาจเป็นอุบายท่ช่วยทาให้เราได้รับความสงบในจิตใจบ้าง (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 237)
ี
ในบางครั้ง
�
ุ
ี
ิ
ิ
ุ
่
้
พสรวฒบอกว่า การปฏบัตธรรมนนควรทาทกขณะ ค�าคมจากเรื่องอาณาจักรแห่งหัวใจ
ั
ิ
จิต ไม่ว่าจะเดิน ยืน นั่ง และนอน ความรู้สึกตัวพร้อมจะ
ี
�
ทาให้คนเราไม่กระทาส่งผิดพลาด คล้ายกับการสารวมท้ง ทอรุ้งถามแม่ว่าคิดอย่างไรถึงเปล่ยนการนับถือศาสนา จาก
�
ิ
�
ั
่
ุ
ี
ั
ื
กาย วาจา และใจ ซงเป็นคาสอนทเหมอนกนแทบทก ศาสนาพุทธเป็นศาสนาอิสลาม
ึ
่
�
ี
ี
�
ิ
ั
�
ศาสนา เขายังบอกอีกว่า การทางานศิลปะก็คือการฝึก “ความรักเป็นส่งเดียวเท่าน้นท่ทาให้แม่เปล่ยนได้ และ
�
ี
สมาธิจิตอย่างหนึ่ง เพราะเวลาที่เราวาดภาพหรือระบาย อีกอย่างท่สาคัญคือ แม่คิดว่าทุกศาสนาต่างสอนให้คนเป็น
ื
�
ึ
ี
�
ิ
สี จิตใจท่จดจ่ออยู่กับส่งใดสิ่งหน่งน่นแหละคือการทา คนดี เขาวางกรอบไว้ให้ก็เพราะอยากให้เราทาตามเพ่อ
ั
66 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 67
ในขณะนั้นเท่าที่ท�าได้คือการเชื่อฟัง ไม่เกเร หรือคบเพื่อน
ที่ไม่ดีอย่างที่หลายๆ คนเริ่มกระท�า เมื่อรู้สึกว่าเริ่มจะโต
ท้งร่างกายและจิตใจท่ต้องการเป็นอิสระจากการบังคับ
ี
ั
ของผู้ใหญ่
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 101)
ยาซีนถามสรวุฒิเรื่องศาสนา สิ่งใดควรท�าและไม่ควรท�า
ี
ื
“ถ้าถามในเร่องท่เราควรยึดม่น พ่คิดว่าคุณธรรมและ
ั
ี
�
คาสอนท่ดีน่นแหละ คือส่งท่เราควรยึดไว้เป็นหลัก
ี
ี
ิ
ั
ี
ิ
ส่วนใหญ่แล้วมนุษย์ทุกคนพยายามแสวงหาส่งยึดเหน่ยว
จิตใจเพื่อไม่ให้เดินออกนอกทาง จึงมีศาสดาและผู้น�าลัทธิ
ี
ต่างๆ เกิดข้นมากมาย รวมท้งสาวกท่ยินดีจะยอมตาม
ึ
ั
ในทุกๆ อย่าง เพียงเพื่อจะให้ตนเองพ้นทุกข์”
ั
ความสุขของคนทุกคน แม่แค่วางตัวลงในกรอบเหล่าน้น (อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 152 - 153)
แล้วท�าตามโดยไม่คิดมาก แม่ก็อยู่ได้อย่างมีความสุข” สรวุฒิสร้างโรงเรียนอนุบาลท่บ้านสวน โดยเน้นการสอนเร่องการ
ี
ื
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 72)
ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติและการอยู่อย่างพอเพียง ท�าให้ยาซีนอยากเป็นครู
ิ
ี
พ่สรวุฒิบอกว่าหากเราต้องการปลูกฝังส่งใด ควร
ี
ยาซีนคิดทบทวนเก่ยวกับหน้าท่ของชาวมุสลิมและชาวพุทธ และ
ี
ิ
ั
ิ
สงสัยว่าความดีคืออะไร เร่มต้นเสียต้งแต่พวกเขายังเป็นเด็กเล็ก คล้ายกับก่งอ่อนๆ
ของต้นไม้ท่เราสามารถดัดให้เป็นไปตามความต้องการได้
ี
ผมพยายามคิดว่า มีสิ่งดีอันใดอีกที่คนเราจะต้องท�า แทนท่จะปล่อยให้พวกเขาเติบโตในสภาพแวดล้อมอ่นท่ต่าง
ี
ี
ื
นอกเหนือจากสิ่งเหล่านั้น อาจเป็นความกตัญญูต่อพ่อแม่
ี
ึ
ี
ี
ของเราซ่งมีพระคุณเล้ยงดูเรามาแต่เล็ก การท่น้องม ี กับปรัชญาการใช้ชีวิตแบบพอเพียงแล้ว ผู้ท่จะปลูกฝัง
ิ
ั
สขภาพไมแขงแรง ตองเขาโรงพยาบาลบอยๆ ทาใหผมได ้ ส่งดีงามให้กับเยาวชน ก็ควรได้ใช้ชีวิตเช่นน้นมาก่อน จึง
ุ
็
่
�
่
้
้
้
จะเข้าใจและท�าหน้าที่ได้ดี
ี
ี
เห็นความยากลาบากของแม่ท่ต้องเล้ยงดูเราถึงสามชีวิต (อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 237)
�
ึ
ิ
ื
ส่งน้ทาให้ผมคิดได้ว่า เม่อโตข้นผมต้องตอบแทนท่าน และ
�
ี
66 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 67
ในขณะนั้นเท่าที่ท�าได้คือการเชื่อฟัง ไม่เกเร หรือคบเพื่อน
ที่ไม่ดีอย่างที่หลายๆ คนเริ่มกระท�า เมื่อรู้สึกว่าเริ่มจะโต
ท้งร่างกายและจิตใจท่ต้องการเป็นอิสระจากการบังคับ
ี
ั
ของผู้ใหญ่
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 101)
ยาซีนถามสรวุฒิเรื่องศาสนา สิ่งใดควรท�าและไม่ควรท�า
ี
ื
“ถ้าถามในเร่องท่เราควรยึดม่น พ่คิดว่าคุณธรรมและ
ั
ี
�
คาสอนท่ดีน่นแหละ คือส่งท่เราควรยึดไว้เป็นหลัก
ี
ี
ิ
ั
ี
ิ
ส่วนใหญ่แล้วมนุษย์ทุกคนพยายามแสวงหาส่งยึดเหน่ยว
จิตใจเพื่อไม่ให้เดินออกนอกทาง จึงมีศาสดาและผู้น�าลัทธิ
ี
ต่างๆ เกิดข้นมากมาย รวมท้งสาวกท่ยินดีจะยอมตาม
ึ
ั
ในทุกๆ อย่าง เพียงเพื่อจะให้ตนเองพ้นทุกข์”
ั
ความสุขของคนทุกคน แม่แค่วางตัวลงในกรอบเหล่าน้น (อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 152 - 153)
แล้วท�าตามโดยไม่คิดมาก แม่ก็อยู่ได้อย่างมีความสุข” สรวุฒิสร้างโรงเรียนอนุบาลท่บ้านสวน โดยเน้นการสอนเร่องการ
ี
ื
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 72)
ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติและการอยู่อย่างพอเพียง ท�าให้ยาซีนอยากเป็นครู
ิ
ี
พ่สรวุฒิบอกว่าหากเราต้องการปลูกฝังส่งใด ควร
ี
ยาซีนคิดทบทวนเก่ยวกับหน้าท่ของชาวมุสลิมและชาวพุทธ และ
ี
ิ
ิ
ั
สงสัยว่าความดีคืออะไร เร่มต้นเสียต้งแต่พวกเขายังเป็นเด็กเล็ก คล้ายกับก่งอ่อนๆ
ของต้นไม้ท่เราสามารถดัดให้เป็นไปตามความต้องการได้
ี
ผมพยายามคิดว่า มีสิ่งดีอันใดอีกที่คนเราจะต้องท�า แทนท่จะปล่อยให้พวกเขาเติบโตในสภาพแวดล้อมอ่นท่ต่าง
ี
ี
ื
นอกเหนือจากสิ่งเหล่านั้น อาจเป็นความกตัญญูต่อพ่อแม่
ี
ึ
ี
ี
ของเราซ่งมีพระคุณเล้ยงดูเรามาแต่เล็ก การท่น้องม ี กับปรัชญาการใช้ชีวิตแบบพอเพียงแล้ว ผู้ท่จะปลูกฝัง
ิ
ั
สขภาพไมแขงแรง ตองเขาโรงพยาบาลบอยๆ ทาใหผมได ้ ส่งดีงามให้กับเยาวชน ก็ควรได้ใช้ชีวิตเช่นน้นมาก่อน จึง
ุ
็
่
�
่
้
้
้
จะเข้าใจและท�าหน้าที่ได้ดี
ี
ี
เห็นความยากลาบากของแม่ท่ต้องเล้ยงดูเราถึงสามชีวิต (อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 237)
�
ึ
ิ
ื
ส่งน้ทาให้ผมคิดได้ว่า เม่อโตข้นผมต้องตอบแทนท่าน และ
�
ี
68 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ั
ี
ยาซีนอยู่ท่บ้านสวนอย่างมีความสุข แม้ในครอบครัวจะมีท้งผู้ท ่ ี
นับถือศาสนาพุทธและศาสนาอิสลาม
�
ผมยังสวดมนต์และทาละหมาดอยู่เสมอมิได้ขาด ทว่า ตอนที่ 3
ทั้งหมดมิใช่เพื่ออ้อนวอนขอสิ่งใด หากเพราะผมตระหนัก ความรู้เพิ่มเติมในวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง
�
ี
ว่าเป็นส่งท่ควรทา การได้เรียนรู้เข้าใจถึงแก่นหรือหัวใจ
ิ
แห่งพระคัมภีร์ ซ่งผมคิดว่าได้พบแล้วในดินแดนท่มีอยู่จริง
ี
ึ
บนโลกใบนี้ โดยไม่ต้องรอให้ตายเพื่อกลับคืนไปสู่พระองค์ บ้านเมืองของเรา
ึ
ี
�
ก็เป็นอีกประการหน่งท่ทาให้ผมยึดม่นในการทาความด ี
�
ั
่
ิ
ี
ี
ิ
่
ุ
ื
และสิงสูงสดคอสัจธรรมอันเป็นความจรงทไม่มใครปฏเสธ เหตุการณ์ในวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่องเกิดขึ้นในประเทศไทย
ได้ การไม่ปล่อยเวลาให้ปราศจากคุณค่า ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ ที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ แว้งที่รักกล่าวถึงอ�าเภอแว้ง จังหวัด
ี
ี
ผมและทุกคนในที่นี้ยึดมั่น นราธิวาส ปอเนาะท่รักอยู่ท่จังหวัดนราธิวาสและมีเหตุการณ์บางตอนเกิด
ขึ้นที่ภาคอีสานจังหวัดอุดรธานี และอาณาจักรแห่งหัวใจ สันนิษฐานว่า
ื
ิ
ี
้
ึ
ั
จนถงวนนผมยังเช่อม่นเสมอว่า ส่งสูงสุดหรอองค์ คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ั
ื
พระผู้เป็นเจ้ามีจริง มิเช่นน้นแล้ว ครอบครัวของผมคงไม่ แว้ง เป็นช่ออาเภอในจังหวัดนราธิวาส มีเน้อท่ประมาณ
ั
�
ื
ื
ี
ี
สามารถค้นพบอาณาจักรแห่งหัวใจท่แท้จริงของแต่ละคนได้ 847.274 ตารางกโลเมตร มีอาณาเขตติดพ้นทต่างๆ ได้แก่ ทศเหนอ
ื
ิ
ิ
ี
่
ื
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 238)
ติดกับสุไหงปาดี และอ�าเภอสุไหงโก - ลก จังหวัดนราธิวาส ทิศใต้และทิศ
ตะวันออก ติดกับรัฐกลันตัน สหพันธรฐมาเลเซีย ทิศตะวันตก ติดกบอาเภอ
ั
ั
�
สุคิริน จังหวัดนราธิวาส
ี
ั
ิ
ื
้
้
อาเภอแวงมประชาชนนบถอศาสนาอสลามประมาณรอยละ 90
�
นับถือศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์ประมาณร้อยละ 10 คนไทยมุสลิมใช้
ภาษามลายูท้องถิ่น คนไทยพุทธใช้ภาษาไทยและภาษาไทยถิ่น อาชีพของ
ประชากรคือเกษตรกรรม รับจ้าง ค้าขาย และเลี้ยงสัตว์
�
ภูมิประเทศของอาเภอแว้งมีลักษณะเป็นทิวเขา ท่ราบเชิงเขา
ี
และเนินเขา มียอดเขาหลายยอดที่ส�าคัญคือ ยอดเขาลีแป เป็นสันปันน�้า
ี
ื
ท่ไหลลงสู่ท่ราบเชิงเขาในพ้นท่ของอาเภอ ทาให้เกิดลาห้วยหลายสาย
ี
�
�
ี
�
68 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ั
ี
ยาซีนอยู่ท่บ้านสวนอย่างมีความสุข แม้ในครอบครัวจะมีท้งผู้ท ่ ี
นับถือศาสนาพุทธและศาสนาอิสลาม
�
ผมยังสวดมนต์และทาละหมาดอยู่เสมอมิได้ขาด ทว่า ตอนที่ 3
ทั้งหมดมิใช่เพื่ออ้อนวอนขอสิ่งใด หากเพราะผมตระหนัก ความรู้เพิ่มเติมในวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง
�
ี
ว่าเป็นส่งท่ควรทา การได้เรียนรู้เข้าใจถึงแก่นหรือหัวใจ
ิ
แห่งพระคัมภีร์ ซ่งผมคิดว่าได้พบแล้วในดินแดนท่มีอยู่จริง
ี
ึ
บนโลกใบนี้ โดยไม่ต้องรอให้ตายเพื่อกลับคืนไปสู่พระองค์ บ้านเมืองของเรา
ึ
ี
�
ก็เป็นอีกประการหน่งท่ทาให้ผมยึดม่นในการทาความด ี
�
ั
่
ิ
ี
ี
ิ
่
ุ
ื
และสิงสูงสดคอสัจธรรมอันเป็นความจรงทไม่มใครปฏเสธ เหตุการณ์ในวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่องเกิดขึ้นในประเทศไทย
ได้ การไม่ปล่อยเวลาให้ปราศจากคุณค่า ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ ที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ แว้งที่รักกล่าวถึงอ�าเภอแว้ง จังหวัด
ี
ี
ผมและทุกคนในที่นี้ยึดมั่น นราธิวาส ปอเนาะท่รักอยู่ท่จังหวัดนราธิวาสและมีเหตุการณ์บางตอนเกิด
ขึ้นที่ภาคอีสานจังหวัดอุดรธานี และอาณาจักรแห่งหัวใจ สันนิษฐานว่า
ื
ิ
ี
้
ึ
ั
จนถงวนนผมยังเช่อม่นเสมอว่า ส่งสูงสุดหรอองค์ คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ั
ื
พระผู้เป็นเจ้ามีจริง มิเช่นน้นแล้ว ครอบครัวของผมคงไม่ แว้ง เป็นช่ออาเภอในจังหวัดนราธิวาส มีเน้อท่ประมาณ
ั
�
ื
ื
ี
ี
สามารถค้นพบอาณาจักรแห่งหัวใจท่แท้จริงของแต่ละคนได้ 847.274 ตารางกโลเมตร มีอาณาเขตติดพ้นทต่างๆ ได้แก่ ทศเหนอ
ื
ิ
ิ
ี
่
ื
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 238)
ติดกับสุไหงปาดี และอ�าเภอสุไหงโก - ลก จังหวัดนราธิวาส ทิศใต้และทิศ
ตะวันออก ติดกับรัฐกลันตัน สหพันธรฐมาเลเซีย ทิศตะวันตก ติดกบอาเภอ
ั
ั
�
สุคิริน จังหวัดนราธิวาส
ี
ั
ิ
ื
้
้
อาเภอแวงมประชาชนนบถอศาสนาอสลามประมาณรอยละ 90
�
นับถือศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์ประมาณร้อยละ 10 คนไทยมุสลิมใช้
ภาษามลายูท้องถิ่น คนไทยพุทธใช้ภาษาไทยและภาษาไทยถิ่น อาชีพของ
ประชากรคือเกษตรกรรม รับจ้าง ค้าขาย และเลี้ยงสัตว์
�
ภูมิประเทศของอาเภอแว้งมีลักษณะเป็นทิวเขา ท่ราบเชิงเขา
ี
และเนินเขา มียอดเขาหลายยอดที่ส�าคัญคือ ยอดเขาลีแป เป็นสันปันน�้า
ี
ื
ท่ไหลลงสู่ท่ราบเชิงเขาในพ้นท่ของอาเภอ ทาให้เกิดลาห้วยหลายสาย
ี
�
�
ี
�
70 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 71
ุ
�
อาเภอแว้งในอ้งภูเขาแห่งน้ ได้สร้างชุมชนท่ท้งคนไทย
ี
ั
ี
พุทธและมุสลิมอยู่รวมกันประหนึ่งญาติสนิท พึ่งพากันได้
อย่างแท้จริงแม้ต่างความเชื่อและศาสนา ผู้คนแบ่งกันกิน
แบ่งกันใช้ไม่หวงแหนเห็นแก่ตัว
(แว้งที่รัก, 2554 : 122)
แว้งท่รักของน้อยท่เล็กนิดเดียว แต่เต็มไปด้วยผู้คน
ี
ี
หลายเผ่าพันธุ์อยู่รวมกันอย่างสงบสุข แบ่งกันด้วยภาษา
เป็นส�าคัญ ตามด้วยศาสนาที่นับถือ การแต่งกาย แล้วก็
อาชีพ คนไทยเป็นข้าราชการ พูดภาษาไทย นับถือศาสนา
พุทธ คนจีนเป็นพ่อค้า พูดภาษาจีน นับถือพุทธปนเจ้า
ึ
�
้
ี
�
้
�
แม่นาสายสาคัญคือแม่นาสุไหงโกลก ซ่งเป็นแม่นาท่แบ่งอาณาเขตพรมแดน กลุ่มใหญ่ที่สุดคือแขก ที่รวมทั้งแขกมลายู แขกเทศ แขก
�
้
�
�
ระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียโดยไหลผ่านอาเภอแว้ง อาเภอ กลิงค์ เป็นเกษตรกรสวนยาง ขายของในตลาด นับถือ
สุไหงโก-ลก อ�าเภอตากใบ แล้วไหลออกอ่าวไทย ศาสนาอิสลาม คิดดูเถิดว่าแว้งมีสีสันและน่าอยู่แค่ไหน!
ภูมิอากาศของอาเภอแว้งมีฝนตกชุก เพราะได้รับอิทธิพลจาก (แว้งที่รัก, 2554 : 184 - 186)
�
ลมมรสุม 2 ด้าน มี 2 ฤดูคือฤดูร้อนและฤดูฝน มีทรัพยากรป่าไม้ที่ส�าคัญ
ึ
ี
ิ
ตามช่อแว้ง ซ่งหมายถึงพันธุ์ไม้ท้องถ่นท่สะท้อนว่าในอดีตอาเภอแว้งเป็น จังหวัดนราธิวาส เป็นจังหวัดหน่งอยู่ในชายแดนภาคใต้ ม ี
ึ
ื
�
ป่าดงพงทึบ จึงอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า สินค้าที่มีชื่อเสียงคือ อาณาเขตทางทิศใต้ติดรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และทิศตะวันออกติด
ี
ใบชา “ชาเจ๊ะเหฺม” ซ่งเป็นหมู่บ้านท่มีช่อเสียงในด้านการผลิตใบชาและเมล็ด อ่าวไทยและประเทศมาเลเซีย สภาพพื้นท่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขา
ี
ื
ึ
กาแฟ ประชากรส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 82 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 17
อ�าเภอแว้งมีวัฒนธรรมพื้นบ้านที่เหนียวแน่น เช่น การแต่งกาย นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 1 นับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอื่นๆ ใช้ภาษา
ื
�
�
ของคนในอ�าเภอแว้ง จะมีทั้งคนไทยมุสลิมและคนไทยพุทธที่อยู่ร่วมกันได้ มลายูพ้นเมืองในชีวิตประจาวันมากกว่าภาษาไทย ประชากรส่วนใหญ่ทา
ั
�
�
้
�
้
อย่างสงบสุข คนไทยมุสลิมจะปฏิบัติตามศาสนบัญญัติ ผู้ชายนิยมสวม อาชีพทางการเกษตร มีแม่นาโก - ลก เป็นแม่นาสาคัญก้นพรมแดนระหว่าง
ื
“เส้อต๋อโละบลางอิ” นุ่งโสร่ง สวม “หมวกกะปิเยาะ” ไปในพิธีต่างๆ ผู้หญิง ประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย แถบทิศตะวันตกเฉียงใต้จดเทือกเขา
สวม “เสื้อปันนง” และ “เสื้อกุรง” ใช้ผ้าคลุมผมสีต่างๆ ในพิธีกรรม สันกาลาคีรี ซึ่งเป็นแนวพรมแดนไทย - มาเลเซีย
70 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 71
ุ
�
อาเภอแว้งในอ้งภูเขาแห่งน้ ได้สร้างชุมชนท่ท้งคนไทย
ี
ั
ี
พุทธและมุสลิมอยู่รวมกันประหนึ่งญาติสนิท พึ่งพากันได้
อย่างแท้จริงแม้ต่างความเชื่อและศาสนา ผู้คนแบ่งกันกิน
แบ่งกันใช้ไม่หวงแหนเห็นแก่ตัว
(แว้งที่รัก, 2554 : 122)
แว้งท่รักของน้อยท่เล็กนิดเดียว แต่เต็มไปด้วยผู้คน
ี
ี
หลายเผ่าพันธุ์อยู่รวมกันอย่างสงบสุข แบ่งกันด้วยภาษา
เป็นส�าคัญ ตามด้วยศาสนาที่นับถือ การแต่งกาย แล้วก็
อาชีพ คนไทยเป็นข้าราชการ พูดภาษาไทย นับถือศาสนา
พุทธ คนจีนเป็นพ่อค้า พูดภาษาจีน นับถือพุทธปนเจ้า
ึ
�
้
ี
�
้
�
แม่นาสายสาคัญคือแม่นาสุไหงโกลก ซ่งเป็นแม่นาท่แบ่งอาณาเขตพรมแดน กลุ่มใหญ่ที่สุดคือแขก ที่รวมทั้งแขกมลายู แขกเทศ แขก
�
้
�
�
ระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียโดยไหลผ่านอาเภอแว้ง อาเภอ กลิงค์ เป็นเกษตรกรสวนยาง ขายของในตลาด นับถือ
สุไหงโก-ลก อ�าเภอตากใบ แล้วไหลออกอ่าวไทย ศาสนาอิสลาม คิดดูเถิดว่าแว้งมีสีสันและน่าอยู่แค่ไหน!
ภูมิอากาศของอาเภอแว้งมีฝนตกชุก เพราะได้รับอิทธิพลจาก (แว้งที่รัก, 2554 : 184 - 186)
�
ลมมรสุม 2 ด้าน มี 2 ฤดูคือฤดูร้อนและฤดูฝน มีทรัพยากรป่าไม้ที่ส�าคัญ
ึ
ี
ิ
ตามช่อแว้ง ซ่งหมายถึงพันธุ์ไม้ท้องถ่นท่สะท้อนว่าในอดีตอาเภอแว้งเป็น จังหวัดนราธิวาส เป็นจังหวัดหน่งอยู่ในชายแดนภาคใต้ ม ี
ึ
ื
�
ป่าดงพงทึบ จึงอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า สินค้าที่มีชื่อเสียงคือ อาณาเขตทางทิศใต้ติดรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และทิศตะวันออกติด
ี
ใบชา “ชาเจ๊ะเหฺม” ซ่งเป็นหมู่บ้านท่มีช่อเสียงในด้านการผลิตใบชาและเมล็ด อ่าวไทยและประเทศมาเลเซีย สภาพพื้นท่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขา
ี
ื
ึ
กาแฟ ประชากรส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 82 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 17
อ�าเภอแว้งมีวัฒนธรรมพื้นบ้านที่เหนียวแน่น เช่น การแต่งกาย นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 1 นับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอื่นๆ ใช้ภาษา
ื
�
�
ของคนในอ�าเภอแว้ง จะมีทั้งคนไทยมุสลิมและคนไทยพุทธที่อยู่ร่วมกันได้ มลายูพ้นเมืองในชีวิตประจาวันมากกว่าภาษาไทย ประชากรส่วนใหญ่ทา
ั
�
�
้
�
้
อย่างสงบสุข คนไทยมุสลิมจะปฏิบัติตามศาสนบัญญัติ ผู้ชายนิยมสวม อาชีพทางการเกษตร มีแม่นาโก - ลก เป็นแม่นาสาคัญก้นพรมแดนระหว่าง
ื
“เส้อต๋อโละบลางอิ” นุ่งโสร่ง สวม “หมวกกะปิเยาะ” ไปในพิธีต่างๆ ผู้หญิง ประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย แถบทิศตะวันตกเฉียงใต้จดเทือกเขา
สวม “เสื้อปันนง” และ “เสื้อกุรง” ใช้ผ้าคลุมผมสีต่างๆ ในพิธีกรรม สันกาลาคีรี ซึ่งเป็นแนวพรมแดนไทย - มาเลเซีย
72 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 73
การละเล่นพื้นเมืองที่น่าสนใจ ได้แก่ เต้นร�า ซัมเป็ง ดีเกฮูลู สิละ หลังเดียว แต่ชาวมุสลิมเหล่านั้นอยู่แบบง่ายๆ มิได้ละทิ้ง
ื
กรือโต๊ะ กรือมานอ เป็นต้น สิ่งที่น่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์คือ เรือกอและ ศาสนกิจแต่อย่างไร พวกเขามาให้การต้อนรับเม่อเราไปถึง
่
ั
ี
ั
ั
ู
ู
ฮาซนพดภาษามลายท้องถน แต่ไม่สามารถอ่านตว จงหวดทเขาอาศยอย่ ไม่มีใครพูดภาษามลายูได้เลย
ั
่
ั
ิ
ู
หนังสือภาษามลายูหรือภาษายาวี ยิ่งต�าราเรียนส่วนมาก ทุกคนพูดภาษาอีสาน และเป็นคนอีสานแท้ ท�าให้คิดได้ว่า
เป็นภาษายาวี มีภาษามลายูบ้างเป็นบางวิชา ยิ่งท�าความ มุสลิมไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆ ต้องเป็นคนที่นั่นไม่มีข้อยกเว้น
ู
็
ย่งยากให้แก่เขาเป็นอย่างมาก แต่กพอจะฟังครอธบาย (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 119)
ุ
ิ
เนื้อหาวิชาได้บ้างเพราะครูพูดภาษามลายูท้องถิ่น ทางภาคอีสานแต่ละจังหวัดท่ผ่านไป สภาพดินฟ้า
ี
ิ
ี
ั
่
ทุกคร้งทเข้าเรียนจึงได้แต่ภาวนาให้ช่วโมงตอนเช้า อากาศแห้งแล้ง ประชาชนยากจนเดือดร้อนย่งกว่าบ้านเรา
ั
ั
็
�
่
ั
ื
ผ่านไปเร็วๆ เพราะท้งครูและนักเรียนไม่พูดภาษาไทย เม่อ แตพวกเขาทรหดอดทนมาก บางคนตากแดดทางานตวเปน
ี
ั
ั
เขาเผลอพูดเป็นภาษาไทยคร้งไร ท้งครูและนักเรียน มัน ไม่เห็นเขาข้บ่นเหมือนคนบ้านเรา ทางการไม่เคยพา
เพื่อนร่วมชั้นจะถลึงตามองเขาอย่างไม่ปรารถนาดี เขาไปเที่ยวไหนๆ ไม่ร้องเรียกใดๆ เคยอยู่กันอย่างไรก็อยู่
(ปอเนาะที่รัก: 24) อย่างนั้น
ื
ี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน เป็นภาคท่มีเน้อท ่ ี (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 117)
มากที่สุดของประเทศไทย มีแม่น�้าโขงเป็นเขตแดนกั้นประเทศลาวทางทิศ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่ในภาคเหนือ ได้รับ
เหนือและทิศตะวันออก ทิศใต้มีเทือกเขาพนมดงรักก้นประเทศกัมพูชา พ้นท ี ่ สมญานามว่า “เมืองสามหมอก” หรือ “เมืองในหมอก” มีพื้นที่ใหญ่เป็น
ื
ั
ส่วนใหญ่เป็นท่ราบสูง เป็นดินปนทรายและลูกรัง ไม่สามารถเก็บกักนาหรือ อันดับ 2 ของภาคเหนือตอนบน ทิศเหนือและทิศตะวันตกอยู่ติดประเทศ
้
�
ี
�
อุ้มนาในฤดูแล้ง จึงเป็นพ้นท่ขาดแคลนนา และไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งนาสาคัญๆ เมียนมา สภาพภูมิประเทศเป็นป่าเขา ประชากรมีจ�านวนน้อยส่วนใหญ่มี
้
ี
ื
�
้
�
�
้
ื
ภูมิอากาศเป็นแบบพ้นเมืองร้อนเฉพาะฤดู คือ มีฝนตกเฉพาะในฤดูฝนสลับ อาชีพทางการเกษตร ประชากรมีหลายเช้อชาติ ชนพ้นเมืองเป็นชาวไท
ื
ื
กับช่วงแห้งแล้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน เป็นฤดูฝนสลับกับฤดูแล้งอย่าง (ไทใหญ่) และลวะ (ละว้า) ปกากะญอ (กะเหรี่ยง) ม้ง (แม้ว) เมี่ยน (เย้า)
ชัดเจน ประชากรแบ่งได้ 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มลาวพุงขาว (ล้านช้าง ลาหู่ (มูเซอ) ลีซู (ลี่ซอ) และผู้อพยพเข้ามาภายหลัง คือ จีนฮ่อ และ
2
เวียงจันทน์) ซึ่งเป็นกลุ่มชนพื้นเมือง กลุ่มคนจีน - ญวน และกลุ่มคนไต คนไทในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา
อีสานมีชาวมุสลิมอยู่บ้าง แต่จ�านวนน้อยมาก ทุกคน บ้านของเราเคยอยู่ใกล้ภูเขา อากาศเย็นสบาย ม ี
�
้
�
1
ประกอบอาชีพตามท่ตนถนัด ไม่ปรากฏมัสยิด ให้เห็นแม้ ลาธารนาใสไหลผ่านหน้าบ้านให้กินและใช้ได้ตลอดปี ม ี
ี
่
2 ชาวจีนที่อพยพมาจากมณฑลยูนนาน มาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย ส่วนใหญอาศัยอยู ่
1 ปัจจุบันมีมัสยิดในบางจังหวัดของภาคอีสาน เช่น จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุบลราชธาน ี
ในจังหวัดเชียงราย ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม
72 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 73
การละเล่นพื้นเมืองที่น่าสนใจ ได้แก่ เต้นร�า ซัมเป็ง ดีเกฮูลู สิละ หลังเดียว แต่ชาวมุสลิมเหล่านั้นอยู่แบบง่ายๆ มิได้ละทิ้ง
ื
กรือโต๊ะ กรือมานอ เป็นต้น สิ่งที่น่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์คือ เรือกอและ ศาสนกิจแต่อย่างไร พวกเขามาให้การต้อนรับเม่อเราไปถึง
่
ั
ี
ั
ั
ู
ู
ฮาซนพดภาษามลายท้องถน แต่ไม่สามารถอ่านตว จงหวดทเขาอาศยอย่ ไม่มีใครพูดภาษามลายูได้เลย
ั
่
ั
ิ
ู
หนังสือภาษามลายูหรือภาษายาวี ยิ่งต�าราเรียนส่วนมาก ทุกคนพูดภาษาอีสาน และเป็นคนอีสานแท้ ท�าให้คิดได้ว่า
เป็นภาษายาวี มีภาษามลายูบ้างเป็นบางวิชา ยิ่งท�าความ มุสลิมไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆ ต้องเป็นคนที่นั่นไม่มีข้อยกเว้น
ู
็
ย่งยากให้แก่เขาเป็นอย่างมาก แต่กพอจะฟังครอธบาย (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 119)
ุ
ิ
เนื้อหาวิชาได้บ้างเพราะครูพูดภาษามลายูท้องถิ่น ทางภาคอีสานแต่ละจังหวัดท่ผ่านไป สภาพดินฟ้า
ี
ิ
ี
ั
่
ทุกคร้งทเข้าเรียนจึงได้แต่ภาวนาให้ช่วโมงตอนเช้า อากาศแห้งแล้ง ประชาชนยากจนเดือดร้อนย่งกว่าบ้านเรา
ั
ั
็
�
่
ั
ื
ผ่านไปเร็วๆ เพราะท้งครูและนักเรียนไม่พูดภาษาไทย เม่อ แตพวกเขาทรหดอดทนมาก บางคนตากแดดทางานตวเปน
ี
ั
ั
เขาเผลอพูดเป็นภาษาไทยคร้งไร ท้งครูและนักเรียน มัน ไม่เห็นเขาข้บ่นเหมือนคนบ้านเรา ทางการไม่เคยพา
เพื่อนร่วมชั้นจะถลึงตามองเขาอย่างไม่ปรารถนาดี เขาไปเที่ยวไหนๆ ไม่ร้องเรียกใดๆ เคยอยู่กันอย่างไรก็อยู่
(ปอเนาะที่รัก: 24) อย่างนั้น
ื
ี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน เป็นภาคท่มีเน้อท ่ ี (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 117)
มากที่สุดของประเทศไทย มีแม่น�้าโขงเป็นเขตแดนกั้นประเทศลาวทางทิศ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่ในภาคเหนือ ได้รับ
เหนือและทิศตะวันออก ทิศใต้มีเทือกเขาพนมดงรักก้นประเทศกัมพูชา พ้นท ี ่ สมญานามว่า “เมืองสามหมอก” หรือ “เมืองในหมอก” มีพื้นที่ใหญ่เป็น
ื
ั
ส่วนใหญ่เป็นท่ราบสูง เป็นดินปนทรายและลูกรัง ไม่สามารถเก็บกักนาหรือ อันดับ 2 ของภาคเหนือตอนบน ทิศเหนือและทิศตะวันตกอยู่ติดประเทศ
้
�
ี
�
อุ้มนาในฤดูแล้ง จึงเป็นพ้นท่ขาดแคลนนา และไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งนาสาคัญๆ เมียนมา สภาพภูมิประเทศเป็นป่าเขา ประชากรมีจ�านวนน้อยส่วนใหญ่มี
้
ี
ื
�
้
�
�
้
ื
ภูมิอากาศเป็นแบบพ้นเมืองร้อนเฉพาะฤดู คือ มีฝนตกเฉพาะในฤดูฝนสลับ อาชีพทางการเกษตร ประชากรมีหลายเช้อชาติ ชนพ้นเมืองเป็นชาวไท
ื
ื
กับช่วงแห้งแล้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน เป็นฤดูฝนสลับกับฤดูแล้งอย่าง (ไทใหญ่) และลวะ (ละว้า) ปกากะญอ (กะเหรี่ยง) ม้ง (แม้ว) เมี่ยน (เย้า)
ชัดเจน ประชากรแบ่งได้ 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มลาวพุงขาว (ล้านช้าง ลาหู่ (มูเซอ) ลีซู (ลี่ซอ) และผู้อพยพเข้ามาภายหลัง คือ จีนฮ่อ และ
2
เวียงจันทน์) ซึ่งเป็นกลุ่มชนพื้นเมือง กลุ่มคนจีน - ญวน และกลุ่มคนไต คนไทในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา
อีสานมีชาวมุสลิมอยู่บ้าง แต่จ�านวนน้อยมาก ทุกคน บ้านของเราเคยอยู่ใกล้ภูเขา อากาศเย็นสบาย ม ี
�
้
�
1
ประกอบอาชีพตามท่ตนถนัด ไม่ปรากฏมัสยิด ให้เห็นแม้ ลาธารนาใสไหลผ่านหน้าบ้านให้กินและใช้ได้ตลอดปี ม ี
ี
่
2 ชาวจีนที่อพยพมาจากมณฑลยูนนาน มาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย ส่วนใหญอาศัยอยู ่
1 ปัจจุบันมีมัสยิดในบางจังหวัดของภาคอีสาน เช่น จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุบลราชธาน ี
ในจังหวัดเชียงราย ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม
74 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 75
ึ
ื
ดอกไม้ข้นอยู่รอบๆ บ้าน เช่น บานไม่รู้โรย บานช่น บานเย็น พระมหากษัตริย์ของเรา
เทียนแก้ว หงอนไก่ทั้งดอกเหลืองดอกแดง ขึ้นเป็นแนวอยู่ สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันสูงสุดของไทยมาแต่โบราณ
ึ
ั
ใกล้ๆ ร้วบ้านท่ตีเป็นระแนงด้วยไม้ไผ่ซ่งพ่อไปตัดมาจากป่า เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทย พระมหากษัตริย์ไทยทรงดูแลประชาชนด้วย
ี
�
ี
ื
เม่อผมจาความได้ ก็เห็นว่าบ้านหลังน้อยท่เราเคย พระมหากรณาธคณและพระบรมราชานภาพ พระราชทานพระบรมราชา-
ุ
ุ
ิ
ุ
อาศัยอยู่มุงด้วยใบตองตึง โครงหลังคาและตัวบ้านเป็น นุญาตให้ชนต่างชาติเข้ามาต้งถ่นฐานประกอบอาชีพ รับราชการและเผยแผ่
ิ
ั
ั
้
้
ไม้เนอแขง ฝาบ้านเป็นไม้ไผ่สานขดแตะในช่วงทกนเป็น ศาสนาได้อย่างเสร ดงเช่นมสลมหรออสลามนกชนได้เข้ามาตงถนฐานใน
ื
ี
่
ั
็
ั
้
ุ
ั
ี
ิ
ื
ิ
ิ
ิ
่
ห้องนอนท้งของพ่อแม่และห้องของเรา ด้านนอกเป็นปีกไม้ ไทยต้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรด
ั
ั
ั
ั
ตทบปิดด้านข้างทงสองด้าน ตรงชานบ้านกนด้วยไม้ไผ่ ให้สร้างสุเหร่าข้นหลายแห่ง และพระราชทานพระราชทรัพย์เป็นค่าใช้จ่าย
้
ี
้
ั
ึ
ื
ี
ื
ผ่าซีกตีเป็นระแนง พ้นบ้านเป็นไม้สักเก่าท่พ่อซ้อต่อมาจาก ในพิธีการทางศาสนาสาคัญ ชาวมุสลิมบางกลุ่มรับราชการมีตาแหน่ง
�
�
เพื่อนบ้านซึ่งย้ายไปอยู่ที่อื่น ส�าคัญในราชส�านัก และกลายเป็นพลเมืองในสังคมไทย ในสมัยรัชกาลที่ 1
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551: 6) มีชาวมุสลิมเข้ารับราชการในราชส�านัก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
ี
ุ
ิ
ิ
่
ี
จฬาโลกมหาราชพระราชทานทดนบรเวณปากคลองมอญฝั่งธนบรให้เป็น
ุ
ลมหนาวเร่มพัดมาตามฤดูกาล แม้จะยังคงมีฝน
ิ
โปรยปรายบ้าง ซงใครๆ ก็บอกว่าเป็นความผิดปกตของ ที่สร้างศาสนสถานและชุมชนเรียกว่า “กุฎีเจ้าเซน” พระบาทสมเด็จพระ
่
ิ
ึ
ู
ั
ุ
ิ
ุ
ุ
ี
่
ธรรมชาติ บางวันตอนเช้าฝนตก พอกลางวันแดดจัด จลจอมเกล้าเจ้าอย่หวทรงพระกรณาโปรดเกล้าฯ ให้มสลมทมาจาก
ครั้นพอค�่าอากาศก็หนาวเย็นจนต้องสวมเสื้อผ้าหนาๆ หมู่เกาะมากัสซาร์หรือที่คนไทยเรียกว่า “มักกะสัน” ไปตั้งถิ่นฐานที่คลอง
แสนแสบ ภายหลังกลายเป็นย่านและต�าบลมักกะสันในปัจจุบัน
นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเข้ามาในเมือง เป็นสัญญาณที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระ
ดีว่าเราจะมีรายได้จากการขายของท่ระลึก แค่เพียงสามส ี ่ มหากรุณาธิคุณต่อมุสลิมในสยามต่อเน่องและสืบทอดมาจากพระมหา
ี
ื
เดือนที่เป็นความหวังของคนในท้องถิ่น ซึ่งยังคงต้องพึ่งพา กษัตริย์ทุกพระองค์ก่อนหน้านั้น ทรงให้ความส�าคัญกับการคัดเลือกผู้ที่จะ
คนนอกพ้นท่ท้งคนไทยและชาวต่างชาติ ผู้โหยหาความเป็น ไปบริหารท้องถ่นภาคใต้ ให้มีคุณสมบัติท่เหมาะสม มีอุดมการณ์และม ี
ี
ื
ั
ิ
ี
ธรรมชาติต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเมืองน้เป็นเมืองน่าอย ู่ ความต้งใจท่ดี ตลอดจนมีความเข้าใจในวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของมุสลิมภาค
ี
ี
ั
ทั้งๆ ที่ผมก็รู้สึกธรรมดาและเฉยๆ แต่เมื่อให้เปรียบเทียบ ใต้ โดยทรงประกาศใช้หลักรัฐประศาสนโยบาย เป็นหลัก 6 ข้อภายใน
ั
กบเชยงใหม่ ผมกยอมรบว่าชอบบ้านของตวเองมากกว่า มณฑลปัตตานีไว้เป็นการเฉพาะ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ลูกเสือ
ั
็
ี
ั
เมืองใหญ่อันพลุกพล่านไปด้วยรถราและผู้คน มณฑลปัตตานีใช้หมวกกลมแบบธรรมเนียมนิยมมุสลิมมลายูปัตตานี
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551: 172 - 173)
74 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 75
ึ
ื
ดอกไม้ข้นอยู่รอบๆ บ้าน เช่น บานไม่รู้โรย บานช่น บานเย็น พระมหากษัตริย์ของเรา
เทียนแก้ว หงอนไก่ทั้งดอกเหลืองดอกแดง ขึ้นเป็นแนวอยู่ สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันสูงสุดของไทยมาแต่โบราณ
ึ
ั
ใกล้ๆ ร้วบ้านท่ตีเป็นระแนงด้วยไม้ไผ่ซ่งพ่อไปตัดมาจากป่า เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทย พระมหากษัตริย์ไทยทรงดูแลประชาชนด้วย
ี
�
ี
ื
เม่อผมจาความได้ ก็เห็นว่าบ้านหลังน้อยท่เราเคย พระมหากรณาธคณและพระบรมราชานภาพ พระราชทานพระบรมราชา-
ุ
ุ
ิ
ุ
อาศัยอยู่มุงด้วยใบตองตึง โครงหลังคาและตัวบ้านเป็น นุญาตให้ชนต่างชาติเข้ามาต้งถ่นฐานประกอบอาชีพ รับราชการและเผยแผ่
ิ
ั
ั
้
้
ไม้เนอแขง ฝาบ้านเป็นไม้ไผ่สานขดแตะในช่วงทกนเป็น ศาสนาได้อย่างเสร ดงเช่นมสลมหรออสลามนกชนได้เข้ามาตงถนฐานใน
ื
ี
่
ั
็
ั
้
ุ
ั
ี
ิ
ื
ิ
ิ
ิ
่
ห้องนอนท้งของพ่อแม่และห้องของเรา ด้านนอกเป็นปีกไม้ ไทยต้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรด
ั
ั
ั
ั
ตทบปิดด้านข้างทงสองด้าน ตรงชานบ้านกนด้วยไม้ไผ่ ให้สร้างสุเหร่าข้นหลายแห่ง และพระราชทานพระราชทรัพย์เป็นค่าใช้จ่าย
้
ี
้
ั
ึ
ื
ี
ื
ผ่าซีกตีเป็นระแนง พ้นบ้านเป็นไม้สักเก่าท่พ่อซ้อต่อมาจาก ในพิธีการทางศาสนาสาคัญ ชาวมุสลิมบางกลุ่มรับราชการมีตาแหน่ง
�
�
เพื่อนบ้านซึ่งย้ายไปอยู่ที่อื่น ส�าคัญในราชส�านัก และกลายเป็นพลเมืองในสังคมไทย ในสมัยรัชกาลที่ 1
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551: 6) มีชาวมุสลิมเข้ารับราชการในราชส�านัก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
ี
ุ
ิ
ิ
่
ี
จฬาโลกมหาราชพระราชทานทดนบรเวณปากคลองมอญฝั่งธนบรให้เป็น
ุ
ลมหนาวเร่มพัดมาตามฤดูกาล แม้จะยังคงมีฝน
ิ
ึ
่
โปรยปรายบ้าง ซงใครๆ ก็บอกว่าเป็นความผิดปกตของ ที่สร้างศาสนสถานและชุมชนเรียกว่า “กุฎีเจ้าเซน” พระบาทสมเด็จพระ
ิ
ุ
ู
ั
ี
ิ
ุ
ุ
่
ธรรมชาติ บางวันตอนเช้าฝนตก พอกลางวันแดดจัด จลจอมเกล้าเจ้าอย่หวทรงพระกรณาโปรดเกล้าฯ ให้มสลมทมาจาก
ครั้นพอค�่าอากาศก็หนาวเย็นจนต้องสวมเสื้อผ้าหนาๆ หมู่เกาะมากัสซาร์หรือที่คนไทยเรียกว่า “มักกะสัน” ไปตั้งถิ่นฐานที่คลอง
แสนแสบ ภายหลังกลายเป็นย่านและต�าบลมักกะสันในปัจจุบัน
นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเข้ามาในเมือง เป็นสัญญาณที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระ
ดีว่าเราจะมีรายได้จากการขายของท่ระลึก แค่เพียงสามส ี ่ มหากรุณาธิคุณต่อมุสลิมในสยามต่อเน่องและสืบทอดมาจากพระมหา
ี
ื
เดือนที่เป็นความหวังของคนในท้องถิ่น ซึ่งยังคงต้องพึ่งพา กษัตริย์ทุกพระองค์ก่อนหน้านั้น ทรงให้ความส�าคัญกับการคัดเลือกผู้ที่จะ
ื
ั
คนนอกพ้นท่ท้งคนไทยและชาวต่างชาติ ผู้โหยหาความเป็น ไปบริหารท้องถ่นภาคใต้ ให้มีคุณสมบัติท่เหมาะสม มีอุดมการณ์และม ี
ี
ิ
ี
ธรรมชาติต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเมืองน้เป็นเมืองน่าอย ู่ ความต้งใจท่ดี ตลอดจนมีความเข้าใจในวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของมุสลิมภาค
ี
ี
ั
ทั้งๆ ที่ผมก็รู้สึกธรรมดาและเฉยๆ แต่เมื่อให้เปรียบเทียบ ใต้ โดยทรงประกาศใช้หลักรัฐประศาสนโยบาย เป็นหลัก 6 ข้อภายใน
ั
กบเชยงใหม่ ผมกยอมรบว่าชอบบ้านของตวเองมากกว่า มณฑลปัตตานีไว้เป็นการเฉพาะ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ลูกเสือ
ั
็
ี
ั
เมืองใหญ่อันพลุกพล่านไปด้วยรถราและผู้คน มณฑลปัตตานีใช้หมวกกลมแบบธรรมเนียมนิยมมุสลิมมลายูปัตตานี
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551: 172 - 173)
76 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 77
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นองค์
�
้
อัครศาสนูปถัมภก ทรงให้การอุปถัมภ์คาจุนศาสนาต่างๆ นอกเหนือจาก
ิ
่
ิ
ั
ุ
ศาสนาพทธ โดยเฉพาะอย่างยงศาสนาอสลาม ท้งในการพระราชทาน
ทรัพย์ส่วนพระองค์ สร้างและบูรณะสถานที่ส�าคัญของแต่ละศาสนา การ
ั
�
พระราชทานพระราชดารสและพระบรมราโชวาทแก่ผแทนศาสนา และการ
ู้
�
ี
เสด็จพระราชดาเนินเย่ยมเยือนศาสนสถานต่างๆ ตลอดจนการเสด็จ
พระราชด�าเนินในการร่วมพิธีส�าคัญทางศาสนา ทรงมีพระราชประสงค์ให้
สร้างพระราชต�าหนักประทับแปรพระราชฐาน คือ พระต�าหนักทักษิณราช
ี
นิเวศ ท่จังหวัดนราธิวาส ในปี พ.ศ. 2516 เพ่อเย่ยมเยียนและพระราชทาน
ี
ื
ความช่วยเหลือราษฎรในพ้นท่ ซ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม เช้อสายมลาย ู
ื
ื
ี
ึ
�
�
ิ
ทรงริเร่มและดาเนินโครงการพระราชดาริ และโครงการอัน
่
เนองมาจากพระราชดารหลายโครงการในพ้นทภาคใต้ตอนล่าง เช่น
ี
�
ิ
ื
่
ื
โครงการพรุบาเจาะ - ไม้แก่น จังหวัดนราธิวาส โครงการชลประทานมูโนะ
ึ
อันเน่องมาจากพระราชดาริ ซ่งได้พระราชทานพระราชดาริเก่ยวกับการ
�
ื
ี
�
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้มีการ ดาเนินงานอย่างต่อเน่อง มาต้งแต่ พ.ศ 2517 - พ.ศ. 2536 โครงการ
ั
ื
�
ออกกฎหมาย “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยศาสนูปถัม ฝ่ายอิสลาม” มีการ นคมสร้างตนเองพฒนาภาคใต้ อาเภอสครน และอาเภอแว้ง จงหวัด
ิ
�
ุ
ิ
ั
ิ
�
ั
ี
แต่งต้งจุฬาราชมนตรีคนแรกท่เป็นมุสลิมนิกายซุนนีย์ในกรุงรัตนโกสินทร์ นราธิวาส ทรงก่อตั้งศูนย์การศึกษาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ
ั
ถือเป็นผู้นาทางศาสนาอิสลามอย่างเป็นทางการ พระบาทสมเด็จ อ�าเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ใน พ.ศ. 2525 ซึ่งประกอบด้วยโครงการ
�
�
พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงมีกาหนดการอย่างเป็นทางการในการ พระราชดาริต่างๆ เช่น โครงการแกล้งดิน โครงการพัฒนาพ้นท่บ้าน
ื
�
ี
ี
เยือนมัสยิดและชุมชนมุสลิมท่มีขนาดใหญ่และประวัติศาสตร์ยาวนานอย่าง โคกอิฐ - โคกใน โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านพรุแฆแฆ
ชุมชนมัสยิดต้นสน จังหวัดชลบุรี ในรัชสมัยน้มีการออกกฎหมาย “พระราช พระบาทสมเดจพระปรมนทรมหาภมพลอดลยเดช พระราชทาน
ี
ุ
็
ิ
ู
ิ
กฤษฎีกาว่าด้วยศาสนูปถัมภ์ ฝ่ายอิสลาม พ.ศ. 2488” เมื่อวันที่ 8 พระราชดาริและพระราชทรัพย์ให้มีการแปลความหมายพระมหาคัมภีร์
�
พฤษภาคม และมีการแต่งตั้งฮัจยีซ�าซุดดีน มุสตาฟา (แช่ม พรหมยงค์) อัลกุรอานเป็นภาษาไทย โดยมีนายต่วน สุวรรณศาสน์ อดีตจุฬาราชมนตร ี
ข้นเป็นจุฬาราชมนตรีเม่อวันท่ 22 กรกฎาคม ในปีเดียวกัน หลังจาก เป็นผู้สนองพระบรมราชโองการ โดยใช้เวลาแปลและเรียบเรียง 2 ปี และ
ึ
ื
ี
ว่างเว้นมาหลังมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 ได้จัดพมพ์พระราชทานไปยังมสยิดทุกแห่งทวราชอาณาจักรไทย พระองค ์
ั
ั
่
ิ
76 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 77
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นองค์
�
้
อัครศาสนูปถัมภก ทรงให้การอุปถัมภ์คาจุนศาสนาต่างๆ นอกเหนือจาก
ิ
่
ิ
ั
ุ
ศาสนาพทธ โดยเฉพาะอย่างยงศาสนาอสลาม ท้งในการพระราชทาน
ทรัพย์ส่วนพระองค์ สร้างและบูรณะสถานที่ส�าคัญของแต่ละศาสนา การ
ั
�
พระราชทานพระราชดารสและพระบรมราโชวาทแก่ผแทนศาสนา และการ
ู้
�
ี
เสด็จพระราชดาเนินเย่ยมเยือนศาสนสถานต่างๆ ตลอดจนการเสด็จ
พระราชด�าเนินในการร่วมพิธีส�าคัญทางศาสนา ทรงมีพระราชประสงค์ให้
สร้างพระราชต�าหนักประทับแปรพระราชฐาน คือ พระต�าหนักทักษิณราช
ี
นิเวศ ท่จังหวัดนราธิวาส ในปี พ.ศ. 2516 เพ่อเย่ยมเยียนและพระราชทาน
ี
ื
ความช่วยเหลือราษฎรในพ้นท่ ซ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม เช้อสายมลาย ู
ื
ื
ี
ึ
�
�
ิ
ทรงริเร่มและดาเนินโครงการพระราชดาริ และโครงการอัน
่
เนองมาจากพระราชดารหลายโครงการในพ้นทภาคใต้ตอนล่าง เช่น
ี
�
ิ
ื
่
ื
โครงการพรุบาเจาะ - ไม้แก่น จังหวัดนราธิวาส โครงการชลประทานมูโนะ
ึ
อันเน่องมาจากพระราชดาริ ซ่งได้พระราชทานพระราชดาริเก่ยวกับการ
�
ื
ี
�
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้มีการ ดาเนินงานอย่างต่อเน่อง มาต้งแต่ พ.ศ 2517 - พ.ศ. 2536 โครงการ
ั
ื
�
ออกกฎหมาย “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยศาสนูปถัม ฝ่ายอิสลาม” มีการ นคมสร้างตนเองพฒนาภาคใต้ อาเภอสครน และอาเภอแว้ง จงหวัด
ิ
�
ุ
ิ
ั
ิ
�
ั
ี
แต่งต้งจุฬาราชมนตรีคนแรกท่เป็นมุสลิมนิกายซุนนีย์ในกรุงรัตนโกสินทร์ นราธิวาส ทรงก่อตั้งศูนย์การศึกษาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ
ั
ถือเป็นผู้นาทางศาสนาอิสลามอย่างเป็นทางการ พระบาทสมเด็จ อ�าเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ใน พ.ศ. 2525 ซึ่งประกอบด้วยโครงการ
�
�
พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงมีกาหนดการอย่างเป็นทางการในการ พระราชดาริต่างๆ เช่น โครงการแกล้งดิน โครงการพัฒนาพ้นท่บ้าน
ื
�
ี
ี
เยือนมัสยิดและชุมชนมุสลิมท่มีขนาดใหญ่และประวัติศาสตร์ยาวนานอย่าง โคกอิฐ - โคกใน โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านพรุแฆแฆ
ชุมชนมัสยิดต้นสน จังหวัดชลบุรี ในรัชสมัยน้มีการออกกฎหมาย “พระราช พระบาทสมเดจพระปรมนทรมหาภมพลอดลยเดช พระราชทาน
ี
ุ
็
ิ
ู
ิ
กฤษฎีกาว่าด้วยศาสนูปถัมภ์ ฝ่ายอิสลาม พ.ศ. 2488” เมื่อวันที่ 8 พระราชดาริและพระราชทรัพย์ให้มีการแปลความหมายพระมหาคัมภีร์
�
พฤษภาคม และมีการแต่งตั้งฮัจยีซ�าซุดดีน มุสตาฟา (แช่ม พรหมยงค์) อัลกุรอานเป็นภาษาไทย โดยมีนายต่วน สุวรรณศาสน์ อดีตจุฬาราชมนตร ี
ข้นเป็นจุฬาราชมนตรีเม่อวันท่ 22 กรกฎาคม ในปีเดียวกัน หลังจาก เป็นผู้สนองพระบรมราชโองการ โดยใช้เวลาแปลและเรียบเรียง 2 ปี และ
ึ
ื
ี
ว่างเว้นมาหลังมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 ได้จัดพมพ์พระราชทานไปยังมสยิดทุกแห่งทวราชอาณาจักรไทย พระองค ์
ั
ั
่
ิ
78 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 79
ี
�
เสด็จเป็นประธานในพิธีเมาลิดกลางเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน พร้อมด้วย น ทาให้เข้าใจอะไรได้หลายอย่าง ท่าทางของพระสงบ
้
ี
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระราชด�าริให้ สารวม อัธยาศัยเป็นเย่ยม แอเสาะยังชมเลยว่าบริเวณ
�
�
้
รัฐบาลจัดสร้างมัสยิดกลางประจ�า 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเสด็จ วัดถากองเพลเป็นสถานท่ต้นไม้เขียวชอุ่มดี เจ้าหน้าท ี ่
ี
ไปเป็นประธานในพิธีเปิดมัสยิดด้วยพระองค์เอง บอกว่าทางวัดรักษาต้นไม้ไว้เป็นพิเศษ ปอเนาะบ้านเรา
วรรณกรรมเยาวชน 3 เร่องแสดงให้เห็นว่าพระมหากษัตริย์ไทย น่าจะท�าอย่างนั้นบ้าง
ื
ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนชาวไทย ดังนี้ (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 118 - 119)
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพไทยไม่ข้นกับ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานช่อจังหวัด
ึ
ื
พม่า นราธิวาส
วันต่อมาคณะของเราไปจังหวัดอุดรธานี ที่จังหวัดนี้
ื
ี
ิ
ี
ี
ี
ี
เราได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เจ้าหน้าท่พาไปเท่ยว “นราธิวาสน่เรารู้แน่ว่าช่อน้รัชกาลท่ 6 เพ่งพระราชทาน
่
ี
้
ี
ั
้
ิ
่
่
์
ี
ั
�
�
อาเภอหนองบัวลาภู ท่น่นมีอนุสาวรีย์ของสมเด็จพระ ให ฉนวาพระองคทานคงทรงไดความคดจากทชาวบ้านเรยก
ิ
ื
นเรศวรมหาราช และพลับพลาท่ประทับของในหลวงใน ว่า บางนรามานานนมกาเลแล้ว ช่อสงขลา ย่งแล้วใหญ่
ี
�
คราวเสด็จไปทรงประกอบพิธีเปิดอนุสาวรีย์ ดูแล้วทาให้ แปลตามเสียงไม่ได้เลยทีเดียว ฉันว่า”
(แว้งที่รัก, 2554 : 118)
ี
ิ
็
คดถึงวรกรรมอนห้าวหาญของสมเดจพระนเรศวรฯ เรา
ั
�
ี
ยังจาคาพูดของครูอับดุลการิมได้อย่างไม่มีวันลืม คร ู พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลทรงเป็นท่เคารพรัก
�
ั
ิ
็
อบดุลการมสอนว่าสมเดจพระนเรศวรฯ ทรงประกาศ ของประชาชน
อิสรภาพไทยไม่ข้นกับพม่า เจ้าหน้าท่ได้อธิบายความเป็น ร้านของโกฟุกติดรูปถ่ายขนาดใหญ่ไว้สองรูป ส่วนร้าน
ึ
ี
�
�
มาให้ฟังอย่างละเอียด ขากลับจากอาเภอหนองบัวลาภู เรา ของแซอาลีมีเพียงรูปเดียว บุคคลในรูปถ่ายร้านโกฟุกเป็น
จึงได้มีโอกาสสังเกตดูว่าเส้นทางท่รถกาลังว่งอยู่น้นอยู่บน บุคคลเดียวกับรูปถ่ายในร้านอาลีคนหน่ง ส่วนอีกคนหน่ง
ี
�
ิ
ึ
ั
ึ
เขาริมขอบเหว ถ้ามองกลับไปด้านหน้าจะเห็นทุ่งนาอยู่ข้าง น้อยไม่รู้จัก
ื
ิ
ล่าง รถว่งช้ามากเน่องจากทางคดโค้งวกวนไปมา ชาวบ้าน นอยรจกบคคลในรปนนดทสุดเพราะทบานนอยกม พอ
็
ี
้
ั
่
ี
้
่
ี
้
ู
ั
ุ
้
่
้
ี
ู
เรียกเขาลูกนี้ว่าภูพาน มีพื้นที่ยาวไกลสลับซับซ้อน ภูพาน ติดไว้สูงกว่ารูปอ่นๆ ท้งหมด เธอถูกสอนให้รักเคารพเทิดทูน
ั
ื
มีชื่อพอๆ กับเขาบูโดบ้านเรา ระหว่างทางเจ้าหน้าที่ได้พา บุคคลในภาพนั้นไว้อย่างสูงสุด และถ้าถูกใครถาม น้อยจะ
ึ
�
ี
�
ี
เราแวะเท่ยววัดถากองเพลซ่งเป็นวัดท่อยู่จาพรรษาของ ตอบได้ทนทว่า นนคอ พระบาทสมเดจพระเจ้าอย่หว
้
ู
ั
ั
่
ั
ี
็
ื
ื
ั
พระธุดงค์ช่อดัง คือหลวงปู่ขาว ชาวบ้านแถบน้นเคารพ อานันทมหิดล
นับถือท่านมาก เราได้มีโอกาสพูดคุยกับพระบางองค์ที่วัด (แว้งที่รัก, 2554 : 190 - 191)
78 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 79
ี
�
เสด็จเป็นประธานในพิธีเมาลิดกลางเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน พร้อมด้วย น ทาให้เข้าใจอะไรได้หลายอย่าง ท่าทางของพระสงบ
้
ี
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระราชด�าริให้ สารวม อัธยาศัยเป็นเย่ยม แอเสาะยังชมเลยว่าบริเวณ
�
�
้
รัฐบาลจัดสร้างมัสยิดกลางประจ�า 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเสด็จ วัดถากองเพลเป็นสถานท่ต้นไม้เขียวชอุ่มดี เจ้าหน้าท ี ่
ี
ไปเป็นประธานในพิธีเปิดมัสยิดด้วยพระองค์เอง บอกว่าทางวัดรักษาต้นไม้ไว้เป็นพิเศษ ปอเนาะบ้านเรา
วรรณกรรมเยาวชน 3 เร่องแสดงให้เห็นว่าพระมหากษัตริย์ไทย น่าจะท�าอย่างนั้นบ้าง
ื
ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนชาวไทย ดังนี้ (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 118 - 119)
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพไทยไม่ข้นกับ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานช่อจังหวัด
ึ
ื
พม่า นราธิวาส
วันต่อมาคณะของเราไปจังหวัดอุดรธานี ที่จังหวัดนี้
ื
ี
ิ
ี
ี
ี
ี
เราได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เจ้าหน้าท่พาไปเท่ยว “นราธิวาสน่เรารู้แน่ว่าช่อน้รัชกาลท่ 6 เพ่งพระราชทาน
่
ี
้
ี
ั
้
ิ
่
่
์
ี
ั
�
�
อาเภอหนองบัวลาภู ท่น่นมีอนุสาวรีย์ของสมเด็จพระ ให ฉนวาพระองคทานคงทรงไดความคดจากทชาวบ้านเรยก
ิ
ื
นเรศวรมหาราช และพลับพลาท่ประทับของในหลวงใน ว่า บางนรามานานนมกาเลแล้ว ช่อสงขลา ย่งแล้วใหญ่
ี
�
คราวเสด็จไปทรงประกอบพิธีเปิดอนุสาวรีย์ ดูแล้วทาให้ แปลตามเสียงไม่ได้เลยทีเดียว ฉันว่า”
(แว้งที่รัก, 2554 : 118)
ี
ิ
็
คดถึงวรกรรมอนห้าวหาญของสมเดจพระนเรศวรฯ เรา
ั
�
ี
ยังจาคาพูดของครูอับดุลการิมได้อย่างไม่มีวันลืม คร ู พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลทรงเป็นท่เคารพรัก
�
ั
ิ
็
อบดุลการมสอนว่าสมเดจพระนเรศวรฯ ทรงประกาศ ของประชาชน
อิสรภาพไทยไม่ข้นกับพม่า เจ้าหน้าท่ได้อธิบายความเป็น ร้านของโกฟุกติดรูปถ่ายขนาดใหญ่ไว้สองรูป ส่วนร้าน
ึ
ี
�
�
มาให้ฟังอย่างละเอียด ขากลับจากอาเภอหนองบัวลาภู เรา ของแซอาลีมีเพียงรูปเดียว บุคคลในรูปถ่ายร้านโกฟุกเป็น
จึงได้มีโอกาสสังเกตดูว่าเส้นทางท่รถกาลังว่งอยู่น้นอยู่บน บุคคลเดียวกับรูปถ่ายในร้านอาลีคนหน่ง ส่วนอีกคนหน่ง
ี
�
ิ
ึ
ั
ึ
เขาริมขอบเหว ถ้ามองกลับไปด้านหน้าจะเห็นทุ่งนาอยู่ข้าง น้อยไม่รู้จัก
ื
ิ
ล่าง รถว่งช้ามากเน่องจากทางคดโค้งวกวนไปมา ชาวบ้าน นอยรจกบคคลในรปนนดทสุดเพราะทบานนอยกม พอ
็
ี
้
ั
่
ี
้
่
ี
้
ู
ั
ุ
้
่
้
ี
ู
เรียกเขาลูกนี้ว่าภูพาน มีพื้นที่ยาวไกลสลับซับซ้อน ภูพาน ติดไว้สูงกว่ารูปอ่นๆ ท้งหมด เธอถูกสอนให้รักเคารพเทิดทูน
ั
ื
มีชื่อพอๆ กับเขาบูโดบ้านเรา ระหว่างทางเจ้าหน้าที่ได้พา บุคคลในภาพนั้นไว้อย่างสูงสุด และถ้าถูกใครถาม น้อยจะ
ึ
�
ี
�
ี
เราแวะเท่ยววัดถากองเพลซ่งเป็นวัดท่อยู่จาพรรษาของ ตอบได้ทนทว่า นนคอ พระบาทสมเดจพระเจ้าอย่หว
้
ู
ั
ั
่
ั
ี
็
ื
ื
ั
พระธุดงค์ช่อดัง คือหลวงปู่ขาว ชาวบ้านแถบน้นเคารพ อานันทมหิดล
นับถือท่านมาก เราได้มีโอกาสพูดคุยกับพระบางองค์ที่วัด (แว้งที่รัก, 2554 : 190 - 191)
80 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 81
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลสวรรคต พ่อพูดเสร็จก็หันมาทางเด็กๆ บอกความจริงว่า
ี
ิ
น้อยเห็นพ่อยืนน่งเฉยเหมือนอยากจะพูด แต่พูดไม่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราท่น้อยอยากเห็น
�
ออกนาตาของพ่อไหลลงมาเป็นทาง แม่ลุกเดินออกมาท ่ ี พระองค์จริงนั้น ท่านเสด็จสวรรคตเสียแล้วลูก น้อยจะไม่
้
ชานหน้าบ้านจับแขนพ่อเขย่าเหมือนจะให้รู้สึกตัว “อะไร ได้เห็นท่านอีกไม่ว่าเมื่อไร น้อยต้องเข้าใจนะ สวรรคตคือ
พ่อ บอกซิ อะไร ท�าไมพ่อถึง…” ไปสู่สวรรค์แล้ว น้อยเข้าใจไหม?”
(แว้งที่รัก, 2554 : 193 - 194)
“แม่…” พ่อพูดได้แค่นั้นก็ชะงัก พูดต่อไม่ได้ หันไป
ทางพระบรมฉายาลักษณ์แล้วสะอ้นออกมาดังๆ “แม่ เพลงรักของเรา
ื
ในหลวงท่านสิ้นเสียแล้ว” แม่ทรุดฮวบลงข้างพ่อ สะอื้น
่
�
ี
ึ
ุ
วรรณกรรมเยาวชน 3 เรองกลาวถงบทเพลงปลกใจ ซงมคารอง
่
ึ
่
ื
้
น้อย มามุ และพ่แมะขยับไปรวมกันอยู่เป็นกระจุก
ี
ไม่กล้าเข้าใกล้พ่อแม่ แต่เริ่มต้นร้องไห้ตามผู้ใหญ่ ท�านองเพื่อถ่ายทอดความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ในอันที่
ึ
จะกระตุ้นปลุกเร้าให้เกิดความสามัคคี ปรองดองเป็นอันหน่งอันเดียว
ื
นานมากกว่าพ่อจะหยุดสะอ้นและบอกแม่ว่า “เรารู้ ปรากฏหลายเพลง ดังนี้
ช้ากว่าเขาในตลาด ฉันผิดสังเกตแล้วเพราะตลาดเงียบไป รักกันไว้เถิด เป็นเพลงปลุกใจท่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระ
ี
หมด แต่ยังไม่ได้คิดอะไร พอไปถึงร้านอาลี ไม่มีใครสักคน ราชดาริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ชนะ
�
�
ั
้
เห็นแต่อาลีน่งนาตาคลออยู่ เลยเข้าไปถามว่าเป็นอะไร คน การประกวดบทเพลงปลุกใจ เมื่อปี พ.ศ. 2514 ผู้ประพันธ์คือ นายนคร
ไปไหนหมด อาลีไม่ขายกาแฟหรือ แค่นั้นแหละแม่ อาลีชี้ ถนอมทรัพย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาดนตรีสากล ประจ�าปี พ.ศ. 2554
ไปที่พระบรมฉายาลักษณ์ที่แกนั่งจ้องอยู่ บอกว่า ‘อัลเลาะห์ สยามานุสสติ เป็นคาโคลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ
�
ลา รายากีตอ ตะเดาะเดาะห์ แทเว ปาฆีนึงลา ราด ิ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ณ พระต�าหนักจิตรลดา
โอฆอยะ (พระผู้เป็นเจ้าช่วยด้วยเถิด พระเจ้าอยู่หัวของ รโหฐานเมื่อวันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2461 และได้พระราชทานแก่
เราส้นเสียแล้ว เม่อเช้าน่เอง วิทยุประกาศ) ’ แม่…ฉันเผ่น ทหารอาสาสมัยสงครามโลกคร้งท่ 1 ต่อมาได้มีการนาโคลงน้มาแต่ง
ิ
ี
ื
ั
ี
�
ี
ไปบ้านนายอ�าเภอทันที ใจยังไม่เชื่อที่อาลีบอก ใครจะเชื่อ เป็นเพลงปลุกใจ ซึ่งประพันธ์ท�านองโดย นารถ ถาวรบุตร
พระองค์ท่านยังอ่อนเยาว์อยู่แท้ๆ แต่ทุกอย่างก็เป็น เพลงชาติ เดิมมีช่อว่า “สรรเสริญพระบารม” ต่อมาพระเจน
ื
ี
�
้
ิ
ความจรง วทยุบ้านนายอาเภอประกาศอย่างนนจรง ดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ได้ประพันธ์ทานองโดยไม่มีเน้อเร่อง ตามดาร ิ
ิ
ิ
ั
ื
�
ื
�
นายอาเภอน่งงงอยู่จนเด๋ยวน้ ไม่น่าเลยแม่ ไม่น่าเลย
�
ั
ี
ี
ี
�
ั
เรายังพูดถึงกันอยู่เมื่อไม่กี่วันนี้เอง” ของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรในสมัยน้นได้ให้ทดลองทา
ั
�
ไว้เท่าน้น ยังไม่ได้ใช้เป็นเพลงชาติอย่างเป็นทางการ คาประพันธ์ทานอง
�
80 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 81
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลสวรรคต พ่อพูดเสร็จก็หันมาทางเด็กๆ บอกความจริงว่า
ี
ิ
น้อยเห็นพ่อยืนน่งเฉยเหมือนอยากจะพูด แต่พูดไม่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราท่น้อยอยากเห็น
้
ออกนาตาของพ่อไหลลงมาเป็นทาง แม่ลุกเดินออกมาท ี ่ พระองค์จริงนั้น ท่านเสด็จสวรรคตเสียแล้วลูก น้อยจะไม่
�
ชานหน้าบ้านจับแขนพ่อเขย่าเหมือนจะให้รู้สึกตัว “อะไร ได้เห็นท่านอีกไม่ว่าเมื่อไร น้อยต้องเข้าใจนะ สวรรคตคือ
พ่อ บอกซิ อะไร ท�าไมพ่อถึง…” ไปสู่สวรรค์แล้ว น้อยเข้าใจไหม?”
(แว้งที่รัก, 2554 : 193 - 194)
“แม่…” พ่อพูดได้แค่นั้นก็ชะงัก พูดต่อไม่ได้ หันไป
ทางพระบรมฉายาลักษณ์แล้วสะอ้นออกมาดังๆ “แม่ เพลงรักของเรา
ื
ในหลวงท่านสิ้นเสียแล้ว” แม่ทรุดฮวบลงข้างพ่อ สะอื้น
่
�
ี
ึ
ุ
วรรณกรรมเยาวชน 3 เรองกลาวถงบทเพลงปลกใจ ซงมคารอง
่
ึ
่
ื
้
น้อย มามุ และพ่แมะขยับไปรวมกันอยู่เป็นกระจุก
ี
ไม่กล้าเข้าใกล้พ่อแม่ แต่เริ่มต้นร้องไห้ตามผู้ใหญ่ ท�านองเพื่อถ่ายทอดความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ในอันที่
ึ
จะกระตุ้นปลุกเร้าให้เกิดความสามัคคี ปรองดองเป็นอันหน่งอันเดียว
ื
นานมากกว่าพ่อจะหยุดสะอ้นและบอกแม่ว่า “เรารู้ ปรากฏหลายเพลง ดังนี้
ช้ากว่าเขาในตลาด ฉันผิดสังเกตแล้วเพราะตลาดเงียบไป รักกันไว้เถิด เป็นเพลงปลุกใจท่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระ
ี
หมด แต่ยังไม่ได้คิดอะไร พอไปถึงร้านอาลี ไม่มีใครสักคน ราชดาริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ชนะ
�
�
ั
้
เห็นแต่อาลีน่งนาตาคลออยู่ เลยเข้าไปถามว่าเป็นอะไร คน การประกวดบทเพลงปลุกใจ เมื่อปี พ.ศ. 2514 ผู้ประพันธ์คือ นายนคร
ไปไหนหมด อาลีไม่ขายกาแฟหรือ แค่นั้นแหละแม่ อาลีชี้ ถนอมทรัพย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาดนตรีสากล ประจ�าปี พ.ศ. 2554
ไปที่พระบรมฉายาลักษณ์ที่แกนั่งจ้องอยู่ บอกว่า ‘อัลเลาะห์ สยามานุสสติ เป็นคาโคลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ
�
ลา รายากีตอ ตะเดาะเดาะห์ แทเว ปาฆีนึงลา ราด ิ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ณ พระต�าหนักจิตรลดา
โอฆอยะ (พระผู้เป็นเจ้าช่วยด้วยเถิด พระเจ้าอยู่หัวของ รโหฐานเมื่อวันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2461 และได้พระราชทานแก่
เราส้นเสียแล้ว เม่อเช้าน่เอง วิทยุประกาศ) ’ แม่…ฉันเผ่น ทหารอาสาสมัยสงครามโลกคร้งท่ 1 ต่อมาได้มีการนาโคลงน้มาแต่ง
ิ
ี
ื
ั
ี
�
ี
ไปบ้านนายอ�าเภอทันที ใจยังไม่เชื่อที่อาลีบอก ใครจะเชื่อ เป็นเพลงปลุกใจ ซึ่งประพันธ์ท�านองโดย นารถ ถาวรบุตร
พระองค์ท่านยังอ่อนเยาว์อยู่แท้ๆ แต่ทุกอย่างก็เป็น เพลงชาติ เดิมมีช่อว่า “สรรเสริญพระบารม” ต่อมาพระเจน
ื
ี
�
้
ิ
ความจรง วทยุบ้านนายอาเภอประกาศอย่างนนจรง ดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ได้ประพันธ์ทานองโดยไม่มีเน้อเร่อง ตามดาร ิ
ิ
ิ
ั
ื
�
ื
�
นายอาเภอน่งงงอยู่จนเด๋ยวน้ ไม่น่าเลยแม่ ไม่น่าเลย
�
ั
ี
ี
ี
�
ั
เรายังพูดถึงกันอยู่เมื่อไม่กี่วันนี้เอง” ของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรในสมัยน้นได้ให้ทดลองทา
ั
�
ไว้เท่าน้น ยังไม่ได้ใช้เป็นเพลงชาติอย่างเป็นทางการ คาประพันธ์ทานอง
�
82 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 83
ี
ั
ของพระเจนดุริยางค์ได้ถูกรับรองให้เป็นเพลงชาติสืบแต่น้นมา ส่วน เพลงสดุดีมหาราชา เป็นเพลงท่คณะรัฐบาลมีมติให้เป็น
เนื้อร้องในขณะนั้นเป็นของขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) และ 1 ใน 6 เพลงส�าคัญของแผ่นดิน เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2546
�
ี
มหาฉันท์ ขาวิไล ต่อมาประเทศสยามได้เปล่ยนนามเป็นประเทศไทย ประพันธ์ค�าร้องและท�านองร่วมกันโดยชาลี อินทรวิจิตร สมาน กาญจนะผลิน
ื
ผู้ประพันธ์เน้อร้องคือ พันเอกหลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) และสุรัฐ พุกกะเวส เพื่อประกอบภาพยนตร์เรื่อง “ลมหนาว” ใช้ขับร้อง
ได้มีการแก้ไขเนื้อร้องขึ้นใหม่ ดังปรากฏอยู่ทุกวันนี้ หลังการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและมีการจุดเทียนชัยถวาย
เพลงชาติฉบับร่างลายมือของพระเจนดุริยางค์ เขียนขึ้นที่ห้อง พระพร เพลงนี้เป็นเพลงที่ปรากฏในปอเนาะที่รัก เมื่อคณะนักเรียนที่
ั
ื
�
ิ
์
ี
่
่
ั
ั
ทางานสวนมสกวน เมอวนจนทรท 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 เวลาประมาณ ไปรับทุนร่วมกันร้องเพลง
08.00 นาฬิกา นายประศาสน์ วาทยะกร บุตรของพระเจนดุริยางค์ เป็น เมื่อไปถึงกรุงเทพฯ ที่สถานีรถไฟหัวล�าโพง ทางการ
ผู้เก็บรักษาไว้ จัดให้มีพิธีต้อนรับ มีคนมากมายมามอบพวงมาลัยให้
ั
ิ
ั
เพลงชาตปรากฏในข้อบงคบของกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการ เจ้าหน้าท่จัดรถบัสมารับถึงหกคัน นาพวกเราไปยังท่พัก
ี
�
ี
เคารพ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2523 มาตรา 3 การบรรเลงเพลงเคารพ กล่าว ก่อนจะออกจากหัวลาโพง พวกเราร่วมกันร้องเพลง รักกัน
�
ื
คือ เพลงชาติ เป็นเพลงเคารพด้วยเคร่องบรรเลงด้วยแตรวง ซ่งการ ไว้เถิด ยิ่งร้องเพลงก็ยิ่งคิดถึงเธอ เพราะเธอเคยร้องเพลงนี้
ึ
บรรเลงเพลงเคารพมีวิธีบรรเลง 2 วิธี คือ จนชนะเลิศมาแล้วท่จังหวัดของเรา นอกจากน้นยังร้อง
ี
ั
1. วิธีบรรเลงเพลงเคารพของเครื่องบรรเลงประจ�าแถว เพลง สดุดีมหาราชา และ สดุดีมหาราชิน ด้วย บรรยากาศ
ี
ื
ี
�
2. วิธีบรรเลงเพลงเคารพของเคร่องบรรเลงท่มิได้ประจาแถว ดื่มด�่าฉันมิตรหาที่เปรียบมิได้ ทั้งตื่นเต้นทั้งตื้นตัน ป่านนี้
ื
ื
ั
การบรรเลงเพลงเคารพท้ง 2 วิธีจะกระทาเฉพาะเม่อเคร่องบรรเลงอยู่กับ ถ้าเธอไม่ลาออกเสียก่อน คงได้รับการคัดเลือกไปในครั้งนี้
�
ที่ และเฉพาะในพิธีเกียรติยศ ด้วย ตลอดเส้นทางท่น่งรถไปยังท่พัก เราสังเกตเห็น
ี
ั
ี
การใช้เพลงชาติ กรุงเทพฯ มีรถแน่นติดกันยาวพรืดผู้คนมากมาย มากกว่า
1. การบรรเลงเพลงชาติหรือประกอบคาร้องด้วย หรืออย่างใด งานฉลองฮารีรายอบ้านเราหลายเท่า
�
อย่างหนึ่ง (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 112 - 113)
�
2. การทาความเคารพทุกคนจะต้องยืนตรงเม่อได้ยินเพลงชาต นักเรียนร่วมร้องเพลง “รักกันไว้เถิด” ก่อนจากกัน
ื
ิ
เช่น ในที่ชุมนุมชนแสดงกลางแจ้ง การจัดกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น ตอนกลับกรุงเทพฯ ไม่มีการแวะท่ใดอีก รถว่ง
ิ
ี
ี
3. ในกรณีท่ได้ยินเสียงเพลงชาติ หรือในกรณีอยู่ในอาคารหรือ รวดเดียวถึงกรุงเทพฯ บรรยากาศตอนอ�าลากัน ต่างฝ่าย
ี
�
ยานพาหนะท่ไม่สามารถยืนแสดงทาความเคารพได้ ให้แสดงความเคารพ ต่างอาลัย แว่วเสียงเพลง รักกันไว้เถิด สนั่นกึกก้องซ่าน
โดยหยุดนิ่งในอาการส�ารวมจนกว่าเสียงเพลงชาติจะสิ้นสุดลง
82 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 83
ี
ั
ของพระเจนดุริยางค์ได้ถูกรับรองให้เป็นเพลงชาติสืบแต่น้นมา ส่วน เพลงสดุดีมหาราชา เป็นเพลงท่คณะรัฐบาลมีมติให้เป็น
เนื้อร้องในขณะนั้นเป็นของขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) และ 1 ใน 6 เพลงส�าคัญของแผ่นดิน เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2546
�
ี
มหาฉันท์ ขาวิไล ต่อมาประเทศสยามได้เปล่ยนนามเป็นประเทศไทย ประพันธ์ค�าร้องและท�านองร่วมกันโดยชาลี อินทรวิจิตร สมาน กาญจนะผลิน
ื
ผู้ประพันธ์เน้อร้องคือ พันเอกหลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) และสุรัฐ พุกกะเวส เพื่อประกอบภาพยนตร์เรื่อง “ลมหนาว” ใช้ขับร้อง
ได้มีการแก้ไขเนื้อร้องขึ้นใหม่ ดังปรากฏอยู่ทุกวันนี้ หลังการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและมีการจุดเทียนชัยถวาย
เพลงชาติฉบับร่างลายมือของพระเจนดุริยางค์ เขียนขึ้นที่ห้อง พระพร เพลงนี้เป็นเพลงที่ปรากฏในปอเนาะที่รัก เมื่อคณะนักเรียนที่
ั
ื
�
ิ
์
ี
่
่
ั
ั
ทางานสวนมสกวน เมอวนจนทรท 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 เวลาประมาณ ไปรับทุนร่วมกันร้องเพลง
08.00 นาฬิกา นายประศาสน์ วาทยะกร บุตรของพระเจนดุริยางค์ เป็น เมื่อไปถึงกรุงเทพฯ ที่สถานีรถไฟหัวล�าโพง ทางการ
ผู้เก็บรักษาไว้ จัดให้มีพิธีต้อนรับ มีคนมากมายมามอบพวงมาลัยให้
ั
ิ
ั
เพลงชาตปรากฏในข้อบงคบของกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการ เจ้าหน้าท่จัดรถบัสมารับถึงหกคัน นาพวกเราไปยังท่พัก
ี
�
ี
เคารพ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2523 มาตรา 3 การบรรเลงเพลงเคารพ กล่าว ก่อนจะออกจากหัวลาโพง พวกเราร่วมกันร้องเพลง รักกัน
�
ื
คือ เพลงชาติ เป็นเพลงเคารพด้วยเคร่องบรรเลงด้วยแตรวง ซ่งการ ไว้เถิด ยิ่งร้องเพลงก็ยิ่งคิดถึงเธอ เพราะเธอเคยร้องเพลงนี้
ึ
บรรเลงเพลงเคารพมีวิธีบรรเลง 2 วิธี คือ จนชนะเลิศมาแล้วท่จังหวัดของเรา นอกจากน้นยังร้อง
ี
ั
1. วิธีบรรเลงเพลงเคารพของเครื่องบรรเลงประจ�าแถว เพลง สดุดีมหาราชา และ สดุดีมหาราชิน ด้วย บรรยากาศ
ี
ื
ี
�
2. วิธีบรรเลงเพลงเคารพของเคร่องบรรเลงท่มิได้ประจาแถว ดื่มด�่าฉันมิตรหาที่เปรียบมิได้ ทั้งตื่นเต้นทั้งตื้นตัน ป่านนี้
ื
ื
ั
การบรรเลงเพลงเคารพท้ง 2 วิธีจะกระทาเฉพาะเม่อเคร่องบรรเลงอยู่กับ ถ้าเธอไม่ลาออกเสียก่อน คงได้รับการคัดเลือกไปในครั้งนี้
�
ที่ และเฉพาะในพิธีเกียรติยศ ด้วย ตลอดเส้นทางท่น่งรถไปยังท่พัก เราสังเกตเห็น
ี
ั
ี
การใช้เพลงชาติ กรุงเทพฯ มีรถแน่นติดกันยาวพรืดผู้คนมากมาย มากกว่า
1. การบรรเลงเพลงชาติหรือประกอบคาร้องด้วย หรืออย่างใด งานฉลองฮารีรายอบ้านเราหลายเท่า
�
อย่างหนึ่ง (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 112 - 113)
�
2. การทาความเคารพทุกคนจะต้องยืนตรงเม่อได้ยินเพลงชาต นักเรียนร่วมร้องเพลง “รักกันไว้เถิด” ก่อนจากกัน
ื
ิ
เช่น ในที่ชุมนุมชนแสดงกลางแจ้ง การจัดกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น ตอนกลับกรุงเทพฯ ไม่มีการแวะท่ใดอีก รถว่ง
ิ
ี
ี
3. ในกรณีท่ได้ยินเสียงเพลงชาติ หรือในกรณีอยู่ในอาคารหรือ รวดเดียวถึงกรุงเทพฯ บรรยากาศตอนอ�าลากัน ต่างฝ่าย
ี
�
ยานพาหนะท่ไม่สามารถยืนแสดงทาความเคารพได้ ให้แสดงความเคารพ ต่างอาลัย แว่วเสียงเพลง รักกันไว้เถิด สนั่นกึกก้องซ่าน
โดยหยุดนิ่งในอาการส�ารวมจนกว่าเสียงเพลงชาติจะสิ้นสุดลง
84 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 85
เข้าไปในความรู้สึกของแต่ละคนจนไม่สามารถจะบรรยายได้
ไม่ทราบเหมือนกันว่าน�้าตาไหลอาบแก้มตั้งแต่เมื่อไร
(ปอเนาะที่รัก, 2537 : 119)
เพลงสยามานุสสติ
พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6
๏ หากสยามยังอยู่ยั้ง ยืนยง
เพลงรักกันไว้เถิด เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย
ค�าร้อง / ท�านอง นคร ถนอมทรัพย์ หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ ได้ฤา
เราก็เหมือนมอดม้วย หมดสิ้นสกุลไทย ฯ
รักกันไว้เถิดเราเกิดร่วมแดนไทย ๏ ใครรานใครรุกด้าว แดนไทย
จะเกิดภาคไหนๆ ก็ไทยด้วยกัน ไทยรบจนสุดใจ ขาดดิ้น
เชื้อสายประเพณีไม่มีขีดขั้น เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล ยอมสละ สิ้นแล
เกิดใต้ธงไทยนั้นปวงชนทุกคนคือไทย เสียชีพไป่เสียสิ้น ชื่อก้องเกียรติงาม ฯ
ท้องถิ่นแหลมทองเหมือนท้องของแม่
เกิดถิ่นเดียวกันแท้เหมือนแม่เดียวกันใช่ไหม
ยามฉันมองตาคุณอบอุ่นดวงใจ
เห็นสายเลือดไทยในสายตาบอกสายสัมพันธ์
ทะเลแสนงามในน�้ามีปลา
พืชพันธุ์ดื่นดาษตาไร่นารวงทองไสว
สินทรัพย์มีเกลื่อนกล่นบรรพชนให้ไว้
เราลูกหลานไทยจงร่วมใจรักษาให้มั่น
84 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 85
เข้าไปในความรู้สึกของแต่ละคนจนไม่สามารถจะบรรยายได้
ไม่ทราบเหมือนกันว่าน�้าตาไหลอาบแก้มตั้งแต่เมื่อไร
(ปอเนาะที่รัก, 2537 : 119)
เพลงสยามานุสสติ
พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6
๏ หากสยามยังอยู่ยั้ง ยืนยง
เพลงรักกันไว้เถิด เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย
ค�าร้อง / ท�านอง นคร ถนอมทรัพย์ หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ ได้ฤา
เราก็เหมือนมอดม้วย หมดสิ้นสกุลไทย ฯ
รักกันไว้เถิดเราเกิดร่วมแดนไทย ๏ ใครรานใครรุกด้าว แดนไทย
จะเกิดภาคไหนๆ ก็ไทยด้วยกัน ไทยรบจนสุดใจ ขาดดิ้น
เชื้อสายประเพณีไม่มีขีดขั้น เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล ยอมสละ สิ้นแล
เกิดใต้ธงไทยนั้นปวงชนทุกคนคือไทย เสียชีพไป่เสียสิ้น ชื่อก้องเกียรติงาม ฯ
ท้องถิ่นแหลมทองเหมือนท้องของแม่
เกิดถิ่นเดียวกันแท้เหมือนแม่เดียวกันใช่ไหม
ยามฉันมองตาคุณอบอุ่นดวงใจ
เห็นสายเลือดไทยในสายตาบอกสายสัมพันธ์
ทะเลแสนงามในน�้ามีปลา
พืชพันธุ์ดื่นดาษตาไร่นารวงทองไสว
สินทรัพย์มีเกลื่อนกล่นบรรพชนให้ไว้
เราลูกหลานไทยจงร่วมใจรักษาให้มั่น
86 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 87
เพลงชาติ เพลงสดุดีมหาราชา
ค�าร้อง: พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ค�าร้อง: ชาลี อินทรวิจิตร/ สุรัฐ พุกกะเวส
ท�านอง : พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ท�านอง: สมาน กาญจนะผลิน
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ขอเดชะองค์พระประมุขภูมิพล
เป็นประชารัฐไผทของไทยทุกส่วน มิ่งขวัญปวงชนประชาชาติไทย
อยู่ด�ารงคงไว้ได้ทั้งมวล มหาราชขัตติยภูวไนย
ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี ดุจร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงประชา
ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด ขอเดชะองค์สมเด็จพระราชินี
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่ คู่บุญบารมีจักรีเกริกฟ้า
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาราชา
เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัย ชโย ข้าพระพุทธเจ้าขอสดุดี
อ่าองค์พระสยมบรมราชันขวัญหล้า
เปล่งบุญญาสมสง่าบารมี
ผองข้าพระพุทธเจ้า
น้อมเกล้าขออัญชุลี
สดุดีมหาราชา สดุดีมหาราชินี
(ซ�้า)
86 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 87
เพลงชาติ เพลงสดุดีมหาราชา
ค�าร้อง: พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ค�าร้อง: ชาลี อินทรวิจิตร/ สุรัฐ พุกกะเวส
ท�านอง : พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ท�านอง: สมาน กาญจนะผลิน
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ขอเดชะองค์พระประมุขภูมิพล
เป็นประชารัฐไผทของไทยทุกส่วน มิ่งขวัญปวงชนประชาชาติไทย
อยู่ด�ารงคงไว้ได้ทั้งมวล มหาราชขัตติยภูวไนย
ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี ดุจร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงประชา
ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด ขอเดชะองค์สมเด็จพระราชินี
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่ คู่บุญบารมีจักรีเกริกฟ้า
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาราชา
เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัย ชโย ข้าพระพุทธเจ้าขอสดุดี
อ่าองค์พระสยมบรมราชันขวัญหล้า
เปล่งบุญญาสมสง่าบารมี
ผองข้าพระพุทธเจ้า
น้อมเกล้าขออัญชุลี
สดุดีมหาราชา สดุดีมหาราชินี
(ซ�้า)
88 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 89
็
์
่
็
๊
้
การศึกษาและศาสนา ตามชื่อโตะครู เชน ปอเนาะฮะยีเดร เปนตน โตะครูอาจเปนคนตั้งปอเนาะ
๊
ปอเนาะ เป็นค�าที่มาจากภาษามลายูว่า “ปนโดะ” (Pondok) หรือประชาชนบริจาคก็ได้ เมื่อตั้งขึ้นแล้วจะประกาศให้ประชาชนในต�าบล
หมายถึง กระท่อม มีความหมายเช่นนี้เพราะนักเรียนปลูกที่อยู่อาศัยแบบ นั้นทราบ ประชาชนจะช่วยถางป่าและปรับพื้นที่เพื่อปลูกสร้างบ้านโต๊ะครู
กระท่อมรวมกันในบริเวณเดียวกัน โดยใช้ที่ดินของโต๊ะครู หากมีกระท่อม ที่ปอเนาะจะสอนวิชาการศาสนาอิสลาม สอนเป็นภาษามลายูและอาหรับ
ื
ั
มากแสดงว่าปอเนาะน้นมีช่อเสียงดี โต๊ะครูเป็นผู้มีความรู้ทางภาษาอิสลาม สอนภาคการศรัทธา (รูกนอิมาน) ภาคปฏิบัติ (รูกนอิสลาม) ภาคจริยธรรม
ี
มีความประพฤติดี มีศีลธรรม เคร่งครัดในการปฏิบัติศาสนกิจจนเป็นท่นิยม (อัฆลาค) ภาคประวัติ (ตาริม) ภาคมรดกและครอบครัว (ฟารออิฏ) คัมภีร์
ี
ยกย่องของชาวบ้านในท้องถิ่นนั้น อัลกุรอาน และเป็นท่นมัสการพระผู้เป็นเจ้าด้วย ผู้ปกครองจะส่งบุตรหลาน
ปอเนาะเป็นโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม เกิดในประเทศอียิปต์ มาเรียนโดยสร้างกระท่อมใกล้ๆ
ี
แล้วแพร่หลายเข้ามาทางประเทศมาเลเซีย จากน้นจึงเข้าสู่ภาคใต้ของ โรงเรียนปอเนาะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ นักเรียนท่อยู่ใน
ั
ประเทศไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเร่มท่จังหวัดปัตตานีแล้วขยายไป ปอเนาะจะต้องท�าอาหารรับประทานเอง ชายและหญิงแยกกันอยู่แยกกัน
ี
ิ
�
ยังสังคมชาวไทยมุสลิมในภาคใต้ การจัดตั้งปอเนาะจะเรียกตามชื่อต�าบล เรียน การเรียนการสอนในปอเนาะเดิมไม่มีหลักสูตร ไม่มีกาหนดเวลาเรียน
หรือหมู่บ้าน เช่น ปอเนาะกาตอง อ�าเภอยะหา จังหวัดยะลา หรือเรียก แน่นอน จะเรียนตามแต่โต๊ะครู ไม่มีก�าหนดว่าจบการศึกษาเมื่อใด โต๊ะครู
จึงท�าหน้าที่เปนทั้งเจ้าของ ครูใหญ่ ผูจัดการ และผู้สอน มีรายได้จากการ
็
้
ี
บรจาคของประชนเรยกว่า “ซอดากอ์ฮ” (Sedakah) และ “ซะกาด”
3
ิ
�
4
(Zakat) และรายได้จากการทาสวน ท�านา โดยมีนักเรียนปอเนาะช่วย
ออกแรง
ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 คณะกรรมการที่ปรึกษาในส่วนภูมิภาค
ของภาคศึกษา 2 (เขตการศึกษา 2) พิจารณาเห็นว่าการจัดการศึกษาใน
รูปแบบของปอเนาะไม่เหมาะกับสภาพปัจจุบัน จึงหาทางส่งเสริมให้จัดใน
รูปแบบโรงเรียน ให้มีหลักสูตร มีห้องเรียน มีโต๊ะนั่ง มีกระดานด�า มีเวลา
เรียนที่แน่นอน ต้องเรียน 9 ปีจบ โดยแบ่งชั้นเรียนเป็น 3 ตอน ดังน ี้
3 ซอดากอฮ์ คือ เงินท�าทานที่ไม่ได้บังคับตามบัญญัติทางศาสนาว่าต้องจ่ายเท่าไร
ิ
่
ื
4 ซะกาต คอ การทาใหบรสทธเจรญงอกงาม หมายถึง เงินหรอสงของทาทาน เปนเงน
ิ
็
้
�
ื
ิ
์
ิ
ุ
ิ
�
ี
ี
บังคับท่ต้องจ่ายตามบัญญัติของศาสนาว่าทุกปีต้องจ่าย 2.5 % จากทรัพย์สินท่ม ี
�
ครอบครองเกินจานวนท่ศาสนากาหนดไว้ โดยบริจาคให้แก่ผู้มีสิทธิรับบริจาคตาม
�
ี
อัตราที่ก�าหนด เช่น ให้คนยากจน คนขัดสน คนมีหนี้สิน เป็นต้น
88 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 89
็
์
่
็
๊
้
การศึกษาและศาสนา ตามชื่อโตะครู เชน ปอเนาะฮะยีเดร เปนตน โตะครูอาจเปนคนตั้งปอเนาะ
๊
ปอเนาะ เป็นค�าที่มาจากภาษามลายูว่า “ปนโดะ” (Pondok) หรือประชาชนบริจาคก็ได้ เมื่อตั้งขึ้นแล้วจะประกาศให้ประชาชนในต�าบล
หมายถึง กระท่อม มีความหมายเช่นนี้เพราะนักเรียนปลูกที่อยู่อาศัยแบบ นั้นทราบ ประชาชนจะช่วยถางป่าและปรับพื้นที่เพื่อปลูกสร้างบ้านโต๊ะครู
กระท่อมรวมกันในบริเวณเดียวกัน โดยใช้ที่ดินของโต๊ะครู หากมีกระท่อม ที่ปอเนาะจะสอนวิชาการศาสนาอิสลาม สอนเป็นภาษามลายูและอาหรับ
ื
ั
มากแสดงว่าปอเนาะน้นมีช่อเสียงดี โต๊ะครูเป็นผู้มีความรู้ทางภาษาอิสลาม สอนภาคการศรัทธา (รูกนอิมาน) ภาคปฏิบัติ (รูกนอิสลาม) ภาคจริยธรรม
ี
มีความประพฤติดี มีศีลธรรม เคร่งครัดในการปฏิบัติศาสนกิจจนเป็นท่นิยม (อัฆลาค) ภาคประวัติ (ตาริม) ภาคมรดกและครอบครัว (ฟารออิฏ) คัมภีร์
ี
ยกย่องของชาวบ้านในท้องถิ่นนั้น อัลกุรอาน และเป็นท่นมัสการพระผู้เป็นเจ้าด้วย ผู้ปกครองจะส่งบุตรหลาน
ปอเนาะเป็นโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม เกิดในประเทศอียิปต์ มาเรียนโดยสร้างกระท่อมใกล้ๆ
ี
แล้วแพร่หลายเข้ามาทางประเทศมาเลเซีย จากน้นจึงเข้าสู่ภาคใต้ของ โรงเรียนปอเนาะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ นักเรียนท่อยู่ใน
ั
ประเทศไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเร่มท่จังหวัดปัตตานีแล้วขยายไป ปอเนาะจะต้องท�าอาหารรับประทานเอง ชายและหญิงแยกกันอยู่แยกกัน
ี
ิ
�
ยังสังคมชาวไทยมุสลิมในภาคใต้ การจัดตั้งปอเนาะจะเรียกตามชื่อต�าบล เรียน การเรียนการสอนในปอเนาะเดิมไม่มีหลักสูตร ไม่มีกาหนดเวลาเรียน
หรือหมู่บ้าน เช่น ปอเนาะกาตอง อ�าเภอยะหา จังหวัดยะลา หรือเรียก แน่นอน จะเรียนตามแต่โต๊ะครู ไม่มีก�าหนดว่าจบการศึกษาเมื่อใด โต๊ะครู
จึงท�าหน้าที่เปนทั้งเจ้าของ ครูใหญ่ ผูจัดการ และผู้สอน มีรายได้จากการ
็
้
ี
บรจาคของประชนเรยกว่า “ซอดากอ์ฮ” (Sedakah) และ “ซะกาด”
3
ิ
�
4
(Zakat) และรายได้จากการทาสวน ท�านา โดยมีนักเรียนปอเนาะช่วย
ออกแรง
ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 คณะกรรมการที่ปรึกษาในส่วนภูมิภาค
ของภาคศึกษา 2 (เขตการศึกษา 2) พิจารณาเห็นว่าการจัดการศึกษาใน
รูปแบบของปอเนาะไม่เหมาะกับสภาพปัจจุบัน จึงหาทางส่งเสริมให้จัดใน
รูปแบบโรงเรียน ให้มีหลักสูตร มีห้องเรียน มีโต๊ะนั่ง มีกระดานด�า มีเวลา
เรียนที่แน่นอน ต้องเรียน 9 ปีจบ โดยแบ่งชั้นเรียนเป็น 3 ตอน ดังน ี้
3 ซอดากอฮ์ คือ เงินท�าทานที่ไม่ได้บังคับตามบัญญัติทางศาสนาว่าต้องจ่ายเท่าไร
ิ
่
ื
4 ซะกาต คอ การทาใหบรสทธเจรญงอกงาม หมายถึง เงินหรอสงของทาทาน เปนเงน
ิ
็
้
�
ื
ิ
์
ิ
ุ
ิ
�
ี
ี
บังคับท่ต้องจ่ายตามบัญญัติของศาสนาว่าทุกปีต้องจ่าย 2.5 % จากทรัพย์สินท่ม ี
�
ครอบครองเกินจานวนท่ศาสนากาหนดไว้ โดยบริจาคให้แก่ผู้มีสิทธิรับบริจาคตาม
�
ี
อัตราที่ก�าหนด เช่น ให้คนยากจน คนขัดสน คนมีหนี้สิน เป็นต้น
90 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 91
ื
ี
1. ชั้นต้น เรียกว่า อิบติดาอี เรียน 4 ปี ปัจจุบันเปล่ยนช่อโรงเรียนเป็น “โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา
2. ชั้นกลาง เรียกว่า ซานาวี เรียน 3 ปี อิสลาม” นอกจากเปลี่ยนแปลงด้านหลักสูตรแล้ว ด้านที่พักก็พัฒนาใหม่ให้
็
้
3. ชั้นสูง เรียกว่า อาลี เรียน 2 ปี เพียงพอกับผูเรียนที่เพิ่มขึ้น เปนอาคารเรียนถาวรเปนตึกหลายชั้น เพราะได ้
็
�
การส่งเสริมให้จัดรูปแบบโรงเรียนปอเนาะใหม่ทาให้บรรดา รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล บางแห่งก็ได้รับเงินสนับสนุนจากองค์กรภายนอก
ี
ู
ั
ี
ี
โต๊ะครสนใจ โรงเรยนแห่งใดจดการเรยนการสอนได้ดจะได้เข้าเฝ้า นักเรียนที่จะเข้าเรียนในปอเนาะทุกคนต้องเป็นมุสลิม ปอเนาะ
ี
ึ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่กรุงเทพฯ โต๊ะครู ท่ยกระดับฐานะข้นเป็นโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลามแล้วจะแบ่งการ
จึงจดทะเบียนเป็นโรงเรียนราษฎร์กับกระทรวงศึกษาธิการ ทางราชการ เรียนการสอนออกเป็นสองภาคการศึกษา คือ ภาควิชาศาสนาอิสลาม และ
จึงส่งเสริมให้ปอเนาะปรับปรุงโรงเรียนโดยการให้เงินอุดหนุน ให้ทุน ส่งคร ู ภาควิชาสามัญซึ่งเรียกกันว่าภาควิชาภาษาไทย
ไปช่วยสอนวิชาสามัญ จนกระท่งสามารถให้เด็กจบช้นเรียนระดับต่างๆ ไป นักเรียนโรงเรียนปอเนาะจะได้เรียนท้งวิชาสามัญและวิชาศาสนา
ั
ั
ั
ประกอบอาชีพ หรือศึกษาต่อต่างประเทศ มีคุณภาพจนได้รับการยอมรับ เพราะต้องมีทั้งความรู้และปฏิบัติตามแนวทางของศาสนา
ทั้งในตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ั
นอกจากการสอนศาสนาอิสลามแล้ว โรงเรียนราษฎร์สอน ฮาซันได้เข้าเรียนในปอเนาะหลังจากจบช้นประถม
่
้
ี
�
ึ
ู
่
�
ศาสนาอิสลามยังเร่มสอนวิชาสามัญแก่นักศึกษาด้วย โดยเร่มสอน ศกษาจากโรงเรยนประชาบาลประจาหมบาน พอนาเขามา
ิ
ิ
ั
ี
�
ี
สังคมศึกษา ภาษาไทยสาหรับผู้เรียนท่สมัครใจ ต่อมาจึงเปิดสอนวิชาตาม เรียนในปอเนาะท้งท่เขาไม่อยากเรียน แต่ขัดไม่ได้จึงต้อง
หลักสูตรการศึกษาผู้ใหญ่จนถึงช้นประถมศึกษาตอนปลาย ซ่งผู้ปกครอง จ�ายอม
ั
ึ
และนักศึกษาพอใจมาก การเป็นนักเรียนในปอเนาะผิดแผกไปจากนักเรียนใน
ั
ั
แต่ละโรงเรียนจะมีเคร่องแบบแต่งกาย ผู้ชายใส่กางเกงขายาว โรงเรียนสามัญท่วไป เพราะจะต้องเรียนท้งภาควิชา
ื
ึ
สีดาหรือแล้วแต่โรงเรียนกาหนด เส้อสีขาว ถ้าเรียนท้งศาสนาและวิชา ศาสนาอิสลามและภาควิชาภาษาไทย การเรียนจึงหนักข้น
�
ื
�
ั
สามัญจะเป็นแขนสั้น ถ้าเรียนศาสนาอย่างเดียวจะเป็นแขนยาว ปักอักษร เป็นเท่าตัว นักเรียนปอเนาะทุกคนต้องเคร่งครัดในศาสนา
�
ั
ั
ย่อโรงเรียนด้วยสีแดงที่อกด้านขวา ปักชื่อ - สกุล ใต้อักษรย่อชื่อโรงเรียน ยึดม่นคาส่งสอนและปฏิบัติตามแนวทางศาสนบัญญัต ิ
ี
ื
�
สวมถุงเท้า รองเท้า ผู้หญิงสวมเสื้อแขนยาว นุ่งกระโปรงยาวกรอมตาตุ่ม ฮาซันอยากเรียนต่อท่โรงเรียนประจาจังหวัดเหมือนเพ่อน
�
สีกระโปรงจะแตกต่างกันตามโรงเรียน จะกาหนดผู้คลุมศีรษะสีขาวหรือ คนอื่นๆ แต่มันกลายเป็นเพียงความฝัน เขาหวังที่จะด�ารง
ื
ตามแต่โรงเรียนจะกาหนด ปักช่อโรงเรียนและช่อตัวเองท่ผ้าคลุมใน ชีวิตอย่างอิสระเสรี แต่ต้องมาเป็นนักเรียนในโรงเรียน
�
ื
ี
ึ
�
ต�าแหน่งเดียวกับผู้เรียนชาย ปอเนาะซ่งมีกฎระเบียบขอบเขตจากัด ความรู้สึกของเขา
อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
(ปอเนาะที่รัก, 2537 : 10 - 11)
90 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 91
ื
ี
1. ชั้นต้น เรียกว่า อิบติดาอี เรียน 4 ปี ปัจจุบันเปล่ยนช่อโรงเรียนเป็น “โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา
2. ชั้นกลาง เรียกว่า ซานาวี เรียน 3 ปี อิสลาม” นอกจากเปลี่ยนแปลงด้านหลักสูตรแล้ว ด้านที่พักก็พัฒนาใหม่ให้
็
้
3. ชั้นสูง เรียกว่า อาลี เรียน 2 ปี เพียงพอกับผูเรียนที่เพิ่มขึ้น เปนอาคารเรียนถาวรเปนตึกหลายชั้น เพราะได ้
็
�
การส่งเสริมให้จัดรูปแบบโรงเรียนปอเนาะใหม่ทาให้บรรดา รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล บางแห่งก็ได้รับเงินสนับสนุนจากองค์กรภายนอก
ี
ู
ั
ี
ี
โต๊ะครสนใจ โรงเรยนแห่งใดจดการเรยนการสอนได้ดจะได้เข้าเฝ้า นักเรียนที่จะเข้าเรียนในปอเนาะทุกคนต้องเป็นมุสลิม ปอเนาะ
ี
ึ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่กรุงเทพฯ โต๊ะครู ท่ยกระดับฐานะข้นเป็นโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลามแล้วจะแบ่งการ
จึงจดทะเบียนเป็นโรงเรียนราษฎร์กับกระทรวงศึกษาธิการ ทางราชการ เรียนการสอนออกเป็นสองภาคการศึกษา คือ ภาควิชาศาสนาอิสลาม และ
จึงส่งเสริมให้ปอเนาะปรับปรุงโรงเรียนโดยการให้เงินอุดหนุน ให้ทุน ส่งคร ู ภาควิชาสามัญซึ่งเรียกกันว่าภาควิชาภาษาไทย
ไปช่วยสอนวิชาสามัญ จนกระท่งสามารถให้เด็กจบช้นเรียนระดับต่างๆ ไป นักเรียนโรงเรียนปอเนาะจะได้เรียนท้งวิชาสามัญและวิชาศาสนา
ั
ั
ั
ประกอบอาชีพ หรือศึกษาต่อต่างประเทศ มีคุณภาพจนได้รับการยอมรับ เพราะต้องมีทั้งความรู้และปฏิบัติตามแนวทางของศาสนา
ทั้งในตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ั
นอกจากการสอนศาสนาอิสลามแล้ว โรงเรียนราษฎร์สอน ฮาซันได้เข้าเรียนในปอเนาะหลังจากจบช้นประถม
่
้
ี
�
ึ
ู
่
�
ศาสนาอิสลามยังเร่มสอนวิชาสามัญแก่นักศึกษาด้วย โดยเร่มสอน ศกษาจากโรงเรยนประชาบาลประจาหมบาน พอนาเขามา
ิ
ิ
ั
ี
�
ี
สังคมศึกษา ภาษาไทยสาหรับผู้เรียนท่สมัครใจ ต่อมาจึงเปิดสอนวิชาตาม เรียนในปอเนาะท้งท่เขาไม่อยากเรียน แต่ขัดไม่ได้จึงต้อง
หลักสูตรการศึกษาผู้ใหญ่จนถึงช้นประถมศึกษาตอนปลาย ซ่งผู้ปกครอง จ�ายอม
ั
ึ
และนักศึกษาพอใจมาก การเป็นนักเรียนในปอเนาะผิดแผกไปจากนักเรียนใน
ั
ั
แต่ละโรงเรียนจะมีเคร่องแบบแต่งกาย ผู้ชายใส่กางเกงขายาว โรงเรียนสามัญท่วไป เพราะจะต้องเรียนท้งภาควิชา
ื
ึ
สีดาหรือแล้วแต่โรงเรียนกาหนด เส้อสีขาว ถ้าเรียนท้งศาสนาและวิชา ศาสนาอิสลามและภาควิชาภาษาไทย การเรียนจึงหนักข้น
�
ื
�
ั
สามัญจะเป็นแขนสั้น ถ้าเรียนศาสนาอย่างเดียวจะเป็นแขนยาว ปักอักษร เป็นเท่าตัว นักเรียนปอเนาะทุกคนต้องเคร่งครัดในศาสนา
�
ั
ั
ย่อโรงเรียนด้วยสีแดงที่อกด้านขวา ปักชื่อ - สกุล ใต้อักษรย่อชื่อโรงเรียน ยึดม่นคาส่งสอนและปฏิบัติตามแนวทางศาสนบัญญัต ิ
ี
ื
�
สวมถุงเท้า รองเท้า ผู้หญิงสวมเสื้อแขนยาว นุ่งกระโปรงยาวกรอมตาตุ่ม ฮาซันอยากเรียนต่อท่โรงเรียนประจาจังหวัดเหมือนเพ่อน
�
สีกระโปรงจะแตกต่างกันตามโรงเรียน จะกาหนดผู้คลุมศีรษะสีขาวหรือ คนอื่นๆ แต่มันกลายเป็นเพียงความฝัน เขาหวังที่จะด�ารง
ื
ตามแต่โรงเรียนจะกาหนด ปักช่อโรงเรียนและช่อตัวเองท่ผ้าคลุมใน ชีวิตอย่างอิสระเสรี แต่ต้องมาเป็นนักเรียนในโรงเรียน
�
ื
ี
ึ
�
ต�าแหน่งเดียวกับผู้เรียนชาย ปอเนาะซ่งมีกฎระเบียบขอบเขตจากัด ความรู้สึกของเขา
อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
(ปอเนาะที่รัก, 2537 : 10 - 11)
92 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 93
ี
ี
การเรียนท่โรงเรียนปอเนาะมีกฎระเบียบท่นักเรียนต้องปฏิบัต ิ เลิกเรียน ยังมีศีลห้าที่เราต้องรู้และท่องจ�าเหมือนนกแก้ว
ี
อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคืิอการปฏิบัติตามหลักศาสนา นกขุนทองทุกเช้าและเย็น คุณครูบอกว่ามันเป็นกฎท่ควร
ั
ี
ครูมาเรียมรับหน้าท่สอนในช้นเด็กเล็ก เป็นการ ท�าตาม อย่างที่แม่เคยบอกว่าผมจะได้รู้เอง ผมสวดมนต์
ั
ื
ื
ี
ปูพนฐานให้เราเข้าใจพระคัมภีร์เท่าท่เด็กๆ จะพึงร้ได้ใน ท่เพ่อนๆ ทุกคนสวดกันได้แต่ไม่กล้าสวด เม่อผมน่งเฉยอย ู่
ี
ื
้
ู
ข้อปฏิบัติเบ้องต้น สาหรับครูซอฟียะฮ์สอนเร่องเก่ยวกับ คนเดียวภายในห้อง ครูก็เข้ามาถามผมว่า
�
ื
ี
ื
งานบ้านงานเรือน การเย็บปักถักร้อย และสอนพระคัมภีร์ “จักรภพ ท�าไมเธอไม่สวดมนต์ตามเพื่อน”
�
ั
�
็
ี
ให้เดกโต ส่วนใหญ่แล้วตอนบ่ายซ่งเป็นเวลาท่ว่างจากงาน “ผมสวดไม่ได้ครับ” คาตอบน้นคงทาให้ครูไม่เข้าใจ
ึ
ี
ทางบ้าน แม่จะให้พ่ยามีละมาเรียนพร้อมเด็กผู้หญิงอีก แต่เมื่อเพื่อนในห้องคนหนึ่งบอกเสียงดังว่า
สี่ห้าคน เพราะในเมืองนั้นยังมีคนมุสลิมไม่มากนัก “เขานับถือศาสนาอิสลามครับครู”
ั
่
่
ั
่
ี
ี
�
่
ื
ครูมาเรียมบอกว่า พวกเราจะได้เรียนในโรงเรียนนั้น นนทาให้ครูไม่ว่าอะไรผมอก แต่เมอถึงชวโมงทต้อง
เพียงแค่ 4 ปี คือ นับแต่ชั้นอนุบาลถึง ป.2 เมื่อจะขึ้นชั้น เรียนเกี่ยวกับศาสนาพุทธครูก็บอกว่า
ั
ี
ี
ป.3 พวกเราต้องเข้าเรยนในโรงเรยนของรฐบาลร่วมกบ “จักรภพ ถึงเธอจะนับถือศาสนาอิสลาม แต่เธอก ็
ั
เด็กอื่นๆ ตามระบบการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งคนส่วนใหญ่ สามารถเรียนรู้เรื่องพระพุทธศาสนาได้ มันไม่ผิดหรอก”
ไม่ได้นับถือศาสนาเดียวกับเรา จึงจ�าเป็นที่จะต้องสอนให้ (อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 23)
เด็กๆ รู้และเข้าใจในพระคัมภีร์ก่อน มิเช่นนั้นแล้วเมื่อไปสู่ การละเล่น
โลกภายนอก อาจท�าให้เราไขว้เขวและปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 :10 - 11) วาแยกู
ี
วาแยกูหรือวายังกูลิตคือการพากย์หนังนิทานปันหยี เป็นท
่
นิยมมากในชวา ต่อมานิยมเล่นกันแพร่หลายเข้ามาในมลายู “วายัง”
ั
ื
ในช้นเด็กเล็กต้องเรียนพระคัมภีร์เบ้องต้น เม่อโตข้นต้องเรียน
ื
ึ
งานบ้านและงานฝีมือ รวมทั้งพระคัมภีร์ การเรียนเช่นนี้เป็นการปูพื้นฐาน “วาแย” เป็นศัพท์ภาษาชวาแปลว่า “ผี” หรือ “เงา” “กุลิต” และ “กูลิต”
ั
์
่
ุ
ี
ึ
่
ุ
ั
ึ
ให้นักเรียนเข้าใจตนเองและใช้ชีวิตได้ถูกต้อง และ “กเละ” หมายถึง “หนง” ซงหมายถงการแสดงทมีอปกรณส�าคญเป็น
องค์ประกอบในการด�าเนินเรื่อง คือ หนัง หุ่น หรือหน้ากาก มีนายหนัง
ี
วันท่ผมดีใจมากคือวันท่ผมได้ไปเรียนในโรงเรียนของ หรือดาหลังเป็นคนเดินเรื่องด้วยการร้องหรือพากย์ และเชิดให้ปรากฏเงา
ี
รัฐ เพื่อนใหม่ๆ ที่ได้รู้จักท�าให้ชีวิตผมมีความหลากหลาย บนจอผ้าขาวโปร่งแสง โดยมีตะเกียงส่องสว่างจากด้านหลัง มีดนตร
ี
มากขึ้น ผมได้เรียนรู้บทสวดมนต์ของชาวพุทธ ซึ่งคุณครู “กาเมลัน” (gamelan) คอยให้จังหวะท�านองเร่งเร้า
ิ
ให้นักเรียนทุกคนท่องหน้าแถวหลังเคารพธงชาตและก่อน
92 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 93
ี
ี
การเรียนท่โรงเรียนปอเนาะมีกฎระเบียบท่นักเรียนต้องปฏิบัต ิ เลิกเรียน ยังมีศีลห้าที่เราต้องรู้และท่องจ�าเหมือนนกแก้ว
ี
อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคืิอการปฏิบัติตามหลักศาสนา นกขุนทองทุกเช้าและเย็น คุณครูบอกว่ามันเป็นกฎท่ควร
ั
ี
ครูมาเรียมรับหน้าท่สอนในช้นเด็กเล็ก เป็นการ ท�าตาม อย่างที่แม่เคยบอกว่าผมจะได้รู้เอง ผมสวดมนต์
ั
ื
ื
ี
ปูพนฐานให้เราเข้าใจพระคัมภีร์เท่าท่เด็กๆ จะพึงร้ได้ใน ท่เพ่อนๆ ทุกคนสวดกันได้แต่ไม่กล้าสวด เม่อผมน่งเฉยอย ู่
ี
ื
้
ู
ข้อปฏิบัติเบ้องต้น สาหรับครูซอฟียะฮ์สอนเร่องเก่ยวกับ คนเดียวภายในห้อง ครูก็เข้ามาถามผมว่า
�
ื
ี
ื
งานบ้านงานเรือน การเย็บปักถักร้อย และสอนพระคัมภีร์ “จักรภพ ท�าไมเธอไม่สวดมนต์ตามเพื่อน”
�
ั
�
็
ี
ให้เดกโต ส่วนใหญ่แล้วตอนบ่ายซ่งเป็นเวลาท่ว่างจากงาน “ผมสวดไม่ได้ครับ” คาตอบน้นคงทาให้ครูไม่เข้าใจ
ึ
ี
ทางบ้าน แม่จะให้พ่ยามีละมาเรียนพร้อมเด็กผู้หญิงอีก แต่เมื่อเพื่อนในห้องคนหนึ่งบอกเสียงดังว่า
สี่ห้าคน เพราะในเมืองนั้นยังมีคนมุสลิมไม่มากนัก “เขานับถือศาสนาอิสลามครับครู”
ั
่
่
ั
่
ี
ี
�
่
ื
ครูมาเรียมบอกว่า พวกเราจะได้เรียนในโรงเรียนนั้น นนทาให้ครูไม่ว่าอะไรผมอก แต่เมอถึงชวโมงทต้อง
เพียงแค่ 4 ปี คือ นับแต่ชั้นอนุบาลถึง ป.2 เมื่อจะขึ้นชั้น เรียนเกี่ยวกับศาสนาพุทธครูก็บอกว่า
ั
ี
ี
ป.3 พวกเราต้องเข้าเรยนในโรงเรยนของรฐบาลร่วมกบ “จักรภพ ถึงเธอจะนับถือศาสนาอิสลาม แต่เธอก ็
ั
เด็กอื่นๆ ตามระบบการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งคนส่วนใหญ่ สามารถเรียนรู้เรื่องพระพุทธศาสนาได้ มันไม่ผิดหรอก”
ไม่ได้นับถือศาสนาเดียวกับเรา จึงจ�าเป็นที่จะต้องสอนให้ (อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 23)
เด็กๆ รู้และเข้าใจในพระคัมภีร์ก่อน มิเช่นนั้นแล้วเมื่อไปสู่ การละเล่น
โลกภายนอก อาจท�าให้เราไขว้เขวและปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 :10 - 11) วาแยกู
ี
วาแยกูหรือวายังกูลิตคือการพากย์หนังนิทานปันหยี เป็นท
่
นิยมมากในชวา ต่อมานิยมเล่นกันแพร่หลายเข้ามาในมลายู “วายัง”
ั
ื
ในช้นเด็กเล็กต้องเรียนพระคัมภีร์เบ้องต้น เม่อโตข้นต้องเรียน
ื
ึ
งานบ้านและงานฝีมือ รวมทั้งพระคัมภีร์ การเรียนเช่นนี้เป็นการปูพื้นฐาน “วาแย” เป็นศัพท์ภาษาชวาแปลว่า “ผี” หรือ “เงา” “กุลิต” และ “กูลิต”
ั
์
่
ุ
ี
ึ
่
ุ
ั
ึ
ให้นักเรียนเข้าใจตนเองและใช้ชีวิตได้ถูกต้อง และ “กเละ” หมายถึง “หนง” ซงหมายถงการแสดงทมีอปกรณส�าคญเป็น
องค์ประกอบในการด�าเนินเรื่อง คือ หนัง หุ่น หรือหน้ากาก มีนายหนัง
ี
วันท่ผมดีใจมากคือวันท่ผมได้ไปเรียนในโรงเรียนของ หรือดาหลังเป็นคนเดินเรื่องด้วยการร้องหรือพากย์ และเชิดให้ปรากฏเงา
ี
รัฐ เพื่อนใหม่ๆ ที่ได้รู้จักท�าให้ชีวิตผมมีความหลากหลาย บนจอผ้าขาวโปร่งแสง โดยมีตะเกียงส่องสว่างจากด้านหลัง มีดนตร
ี
มากขึ้น ผมได้เรียนรู้บทสวดมนต์ของชาวพุทธ ซึ่งคุณครู “กาเมลัน” (gamelan) คอยให้จังหวะท�านองเร่งเร้า
ิ
ให้นักเรียนทุกคนท่องหน้าแถวหลังเคารพธงชาตและก่อน
94 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 95
ั
ั
ิ
ิ
ั
ู
สนนษฐานว่า “วายงกลต” มาจากการเล่นหนง (Shadow
Puppets) ที่เรียกว่า Thabulo - Malata ของอินเดียใต้ แพร่มาสู่เกาะชวา
พร้อมกับการนับถือศาสนาฮินดู และมีพัฒนาการในเกาะชวาก่อน
คริสตศตวรรษที่ 10
ิ
เร่มด้วยการเตรียมจอผ้าขาวโปร่งแสงก่งโปร่งใสขึงให้ตึงแล้ว
ึ
ื
นาไปตรึงไว้กับขอบไม้ ตรงกลางจอเบ้องหน้ามีตะเกียงให้แสงสว่าง ผู้เชิด
�
ี
หนังเรียกว่า “ดาหลัง” ทาหน้าท่เชิดหนัง แสงไฟท่ส่องจับพ้นผ้าสีขาวท่ยึด
ี
�
ื
ี
ขึงจนตึง ท�าให้ฉายเห็นตัวหนังมีสีสันสวยงาม เมื่อตัวหนังพิงจอ ตัวหนัง
ี
ื
ิ
ี
ท่ถูกเชิดจะปรากฏเงาบนจอท่เคล่อนไหวอย่างพร้วไหวตามแสงตะเกียง
�
ึ
เน้อเร่องท่นามาแสดงจะใช้เร่องมหาภารตยุทธ ซ่งกล่าวถึงการรบระหว่าง
ื
ื
ี
ื
กษัตริย์ปาณฑพและกษัตริย์เการพ ซึ่งเป็นมหากาพย์ของอินเดีย ตัวหนัง
�
ี
ท่ใช้แสดงทาจากหนังแกะหรือหนังแพะเป็นหนังอย่างดีสีนวลหรือสีงาช้าง
รองเง็ง ฝ่ายหญิงที่แสดงมะโย่งจะลุกขึ้นเต้นจับคู่และเชิญผู้ชายหรือผู้ชม
รองเง็ง เข้าร่วมวงรองเง็งด้วยเพ่อความสนุกสนาน รองเง็งจึงเป็นการเต้นราท
�
ี
่
ื
่
�
้
รองเงงเป็นการเตนราแบบหนงท่ไดรบแบบอยางจากการเต้นรา ชาวบ้านถูกใจ
ั
่
้
็
ึ
�
ี
ของชาวสเปนหรือโปรตุเกสต้งแต่สมัยอยุธยา นิยมเล่นกันในหมู่ชาวมุสลิม การเต้นรองเง็งของไทยมุสลิมเป็นการเต้นท่สุภาพไม่ถูกเน้อ
ั
ี
ื
แถวจังหวัดชายแดนไทยมาเลเซีย นิยมกันมากในบ้านขุนนางหรือเจ้าเมือง ต้องตัวกัน เพลงหนึ่งก็เต้นไปอย่างหนึ่ง ผู้เต้นรองเง็งจึงต้องฟังเพลงและ
ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในวังเจ้านายในเมืองปัตตานี ระยะแรก จังหวะเต้นด้วย ต่างคนต่างเต้นไปตามจังหวะไม่ต้องกลัวเหยียบเท้ากัน
นิยมในวงแคบเฉพาะบริวารเจ้าเมืองเท่าน้นเพราะวัฒนธรรมมุสลิมไม่นิยม การแต่งกายจะแต่งแบบพื้นเมือง ผู้ชายสวมหมวกไม่มีปีกสีด�า
ั
ให้ผู้หญิงเข้าสังคมกับผู้ชายในที่สาธารณะ เรียกว่าหมวกแขก บางทีสวมชะตางันหรือผ้าโพกศีรษะแบบเจ้าบ่าวมุสลิม
ต่อมารองเง็งแพร่หลายสู่ชาวบ้านโดยเป็นการสลับฉากเวลาพัก นุ่งกางเกงขายาวขากว้างคล้ายกางเกงจีน สวมเส้อคอกลมแขนยาวผ่าคร่ง
ึ
ื
ของการแสดงมะโย่ง เม่อถึงเวลาพักการแสดงมะโย่ง ดนตรีข้นเพลง
ึ
ื
5
อกสีเดียวกับกางเกง แล้วใช้โสร่งแคบๆ ยาวเหนือเข่าสวมทับกางเกง
ผู้หญิงสวมเส้อแขนกระบอกเรียกเส้อบันดังเป็นแบบเข้ารูปปิดสะโพก
ื
ื
ี
ื
ิ
5 มะโย่ง คือ การละเล่นพ้นบ้านท่แสดงถึงวัฒนธรรมท้องถ่นมลายู บริเวณจังหวัด ผ่าอกตลอด ติดกระดุมทองเป็นระยะ สีเส้อสดสวยเป็นสีเดียวกับผ้าซ่งนุ่ง
ึ
ื
ชายแดนภาคใต้ของไทย เป็นศิลปะการละครท่ผสมผสานพิธีกรรม ความเช่อ การ
ี
ื
ี
้
้
ละคร นาฏศลป และดนตรเขาดวยกัน มกเลนในโอกาสการบชาขวญขาว หรอแมโพสพ กรอมเท้า และมีผ้าคลุมไหล่บางๆ สีตัดกับสีเสื้อ
ิ
์
ั
้
ื
่
่
ู
ั
งานเฉลิมฉลองรื่นเริง
94 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 95
ั
ิ
ั
ั
ิ
ู
สนนษฐานว่า “วายงกลต” มาจากการเล่นหนง (Shadow
Puppets) ที่เรียกว่า Thabulo - Malata ของอินเดียใต้ แพร่มาสู่เกาะชวา
พร้อมกับการนับถือศาสนาฮินดู และมีพัฒนาการในเกาะชวาก่อน
คริสตศตวรรษที่ 10
เร่มด้วยการเตรียมจอผ้าขาวโปร่งแสงก่งโปร่งใสขึงให้ตึงแล้ว
ิ
ึ
ื
�
นาไปตรึงไว้กับขอบไม้ ตรงกลางจอเบ้องหน้ามีตะเกียงให้แสงสว่าง ผู้เชิด
ี
ี
ื
�
ี
หนังเรียกว่า “ดาหลัง” ทาหน้าท่เชิดหนัง แสงไฟท่ส่องจับพ้นผ้าสีขาวท่ยึด
ขึงจนตึง ท�าให้ฉายเห็นตัวหนังมีสีสันสวยงาม เมื่อตัวหนังพิงจอ ตัวหนัง
ิ
ท่ถูกเชิดจะปรากฏเงาบนจอท่เคล่อนไหวอย่างพร้วไหวตามแสงตะเกียง
ี
ื
ี
เน้อเร่องท่นามาแสดงจะใช้เร่องมหาภารตยุทธ ซ่งกล่าวถึงการรบระหว่าง
�
ึ
ื
ื
ี
ื
กษัตริย์ปาณฑพและกษัตริย์เการพ ซึ่งเป็นมหากาพย์ของอินเดีย ตัวหนัง
ท่ใช้แสดงทาจากหนังแกะหรือหนังแพะเป็นหนังอย่างดีสีนวลหรือสีงาช้าง
�
ี
รองเง็ง ฝ่ายหญิงที่แสดงมะโย่งจะลุกขึ้นเต้นจับคู่และเชิญผู้ชายหรือผู้ชม
รองเง็ง เข้าร่วมวงรองเง็งด้วยเพ่อความสนุกสนาน รองเง็งจึงเป็นการเต้นราท
ื
ี
่
�
่
รองเงงเป็นการเตนราแบบหนงท่ไดรบแบบอยางจากการเต้นรา ชาวบ้านถูกใจ
�
็
ั
�
่
้
ึ
้
ี
ของชาวสเปนหรือโปรตุเกสต้งแต่สมัยอยุธยา นิยมเล่นกันในหมู่ชาวมุสลิม การเต้นรองเง็งของไทยมุสลิมเป็นการเต้นท่สุภาพไม่ถูกเน้อ
ั
ื
ี
แถวจังหวัดชายแดนไทยมาเลเซีย นิยมกันมากในบ้านขุนนางหรือเจ้าเมือง ต้องตัวกัน เพลงหนึ่งก็เต้นไปอย่างหนึ่ง ผู้เต้นรองเง็งจึงต้องฟังเพลงและ
ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในวังเจ้านายในเมืองปัตตานี ระยะแรก จังหวะเต้นด้วย ต่างคนต่างเต้นไปตามจังหวะไม่ต้องกลัวเหยียบเท้ากัน
นิยมในวงแคบเฉพาะบริวารเจ้าเมืองเท่าน้นเพราะวัฒนธรรมมุสลิมไม่นิยม การแต่งกายจะแต่งแบบพื้นเมือง ผู้ชายสวมหมวกไม่มีปีกสีด�า
ั
ให้ผู้หญิงเข้าสังคมกับผู้ชายในที่สาธารณะ เรียกว่าหมวกแขก บางทีสวมชะตางันหรือผ้าโพกศีรษะแบบเจ้าบ่าวมุสลิม
ต่อมารองเง็งแพร่หลายสู่ชาวบ้านโดยเป็นการสลับฉากเวลาพัก นุ่งกางเกงขายาวขากว้างคล้ายกางเกงจีน สวมเส้อคอกลมแขนยาวผ่าคร่ง ึ
ื
ของการแสดงมะโย่ง เม่อถึงเวลาพักการแสดงมะโย่ง ดนตรีข้นเพลง
ื
ึ
5
อกสีเดียวกับกางเกง แล้วใช้โสร่งแคบๆ ยาวเหนือเข่าสวมทับกางเกง
ื
ผู้หญิงสวมเส้อแขนกระบอกเรียกเส้อบันดังเป็นแบบเข้ารูปปิดสะโพก
ื
ื
ี
ิ
5 มะโย่ง คือ การละเล่นพ้นบ้านท่แสดงถึงวัฒนธรรมท้องถ่นมลายู บริเวณจังหวัด ผ่าอกตลอด ติดกระดุมทองเป็นระยะ สีเส้อสดสวยเป็นสีเดียวกับผ้าซ่งนุ่ง
ึ
ื
ี
ชายแดนภาคใต้ของไทย เป็นศิลปะการละครท่ผสมผสานพิธีกรรม ความเช่อ การ
ื
ี
้
้
ละคร นาฏศลป และดนตรเขาดวยกัน มกเลนในโอกาสการบชาขวญขาว หรอแมโพสพ กรอมเท้า และมีผ้าคลุมไหล่บางๆ สีตัดกับสีเสื้อ
ิ
์
ั
้
ื
่
่
ู
ั
งานเฉลิมฉลองรื่นเริง
96 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 97
�
�
ี
�
ดนตรีท่ใช้ประกอบการเล่นรองเง็งประกอบด้วยไวโอลิน รามะนา เสียงดัง แล้วร้องราทาเพลงแก้กันตามประสาชาวป่า บางท่านก็กล่าว
�
ื
ึ
ิ
ฆ้อง ปัจจุบันเพ่มกีตาร์เพ่อทาให้จังหวะสนุกสนานเพ่มข้น มีผู้บรรเลงดนตร ี ว่าการเล่นลิเกฮูลูเอาแบบอย่างการเล่นล�าตัดของไทยผสมเข้าไป
ิ
ชิ้นละคน เพลงที่นิยมเต้นมี 7 เพลงคือ เพลงลาฆูดูวอ เพลงลานังหรือ ซีละ
เพลงเลนังเลนังเป็นปูโจ๊ะปีซัง เพลงจินดาซายัง เพลงอาเนาะดีด๊หรือ “ซีละ” หรอ “สิละ” หมายถึงศลปะการต่อสป้องกนตวด้วยน�าใจ
ี
ั
ั
้
ู
้
ิ
ื
อาเนาะดีดิ เพลงมะอีนังชวา เพลงมะอีนังลามา และเพลงอ่นๆ ได้แก่ เพลง นักกีฬา ผู้เรียนวิชานี้จึงต้องมีศิลปะ มีวินัย ใช้ซีละป้องกันตัว ไม่ใช่ท�าร้าย
ื
�
ตารีกาโรง เพลงบุหงาราไป เพลงมาสแมระห์หรือมัสแมเรอะ เพลง ผู้อื่นให้เดือดร้อน
ั
�
ิ
�
จินโยดีวกตูมาลาอารี เพลงเล่นรองเง็งทุกเพลงจะใช้ไวโอลนเดินทานอง ผู้จะเรียนสิละต้องไหว้ครู โดยมีผ้าขาว ข้าวสมางัด ด้ายขาว
และใช้ร�ามะนาก�ากับจังหวะ แหวน 1 วง มอบให้ครู ผู้เรียนต้องอายุไม่น้อยกว่า 15 ปี เวลาเรียน 3
เมอดนตรขนเพลง ฝายชายจะโคงฝายหญงพรอมกบขอผาคลม เดือน 10 วัน หรือ 100 วัน จึงจบหลักสูตร ครูหนึ่งคนสอนศิษย์ได้ 14 คน
ุ
่
ิ
้
่
้
ื
่
้
ั
ึ
้
ี
ิ
้
ไหล่ของหญิงมาคลุมไหล่ตนเอง จากนนก็ต้อนฝ่ายหญง ฝ่ายหญิงจะใช้ ต่อรุ่น
ั
ผ้าเช็ดหน้าจับ 2 ชาย ขณะเดียวกันก็เต้นกลับ เพราะฝ่ายชายก�าลังต้อน การแต่งกายของสิละมุ่งความสวยงามเป็นสาคัญ มีผ้าโพก
�
และเต้นป้อส่งสายตาแบบเจ้าชู้ ศีรษะ สวมเสื้อคอกลมหรือคอตั้ง กางเกงขายาว มีผ้าโสร่งเรียกซอเกาะ
ลิเกฮูลู ลายสดสวยสวมทับ พร้อมมีผ้าลือปักคาดสะเอว หรือคาดเป็นเข็มขัดคาด
ลิเก หรือ ดิเกร์ เป็นค�าที่เรียนมาจากภาษาอาหรับว่า “ซิเกร” ทับโสร่งให้กระชับ นอกจากนั้นเหน็บกริชตามแบบฉบับนักสู้ไทยมุสลิม
หมายถึงการสรรเสริญพระเจ้า ส่วนค�าว่า “ฮูลู” หมายถึง ศีรษะ บริเวณ เครื่องดนตรีสิละประกอบด้วย กลองยาว 1 ใบ กลองเล็ก 1 ใบ
หรือต้นล�าน�้า จุดเริ่มต้น ด้ามอาวุธ และหมู่บ้านในชนบท ชาวบ้านเรียก ฆ้อง 1 คู่ และปี่ชวา 1 เลา เมื่อสิละขึ้นบนสังเวียนแล้วดนตรีจะประโคม
“ฮูลู” หรือ “ทิศอูลู” ซึ่งเข้าใจว่าท้องที่นั้นคืออ�าเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เรียกความสนใจจากคนดู มีเสียงปี่เร้าอารมณ์
�
และอาเภอบันนังสตา อาเภอเบตง จังหวัดยะลา คาว่า “ฮูลู” มีความหมาย
�
�
5 ประการ ได้แก่ ศีรษะ (ราชาศัพท์มลายูโบราณ) บริเวณหรือต้นล�าน�้า “น้อยรู้ไหม วันนี้ตรงเชิงตะพานฝั่งโน้น โต๊ะอุมาก�าลัง
ี
ี
ิ
จุดเร่มต้น ด้ามอาวุธ และหมู่บ้านในชนบท การแสดงลิเกฮูลูตรงกับ ปลูกโรงหนังแล้ว คืนพรุ่งน้เขาจะเล่นวอแยด้วย เธอกับพ่แมะ
ความหมายว่าบริเวณหรือต้นล�าน�้า และหมู่บ้านในชนบท ขอเจ๊ะกับเมาะไปดูนะ” มามุว่า ท่าทางสนุกสนานเต็มที่
ึ
ลิเกฮูลูได้แบบอย่างจากคนป่าซาไก ซ่งในภาษามลายูเรียกว่า (แว้งที่รัก, 2554 : 111)
ี
ั
ี
ื
เล่น “มะนอฆอออแฆสาแก” หมายถึงมโนห์ราคนซาไก โดยน�าไม้ไผ่มาตัด ตอนกลางคนมรายการแสดงต่างๆ บนเวทหลงจาก
ื
ี
ท่อนสั้นๆ ทะลวงปล้องออกให้กลวงหัวท้าย แล้วเอาเปลือกไม้หรือกากไม้ พิธีเล้ยงต้อนรับผ่านไป พวกเราร้องเพลงแปลงเน้อภาษา
ู
ุ
มาหุ้มข้างหนึ่ง เปิดอีกข้างหนึ่งไว้ แล้วใช้ไม้หรือมืออุดข้างที่หุ้ม ท�าให้เกิด ไทยเป็นภาษามลาย มเพลง สยามานสต, รกกนไว้เถด
ิ
ั
ี
ั
ิ
96 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 97
�
�
ี
�
ดนตรีท่ใช้ประกอบการเล่นรองเง็งประกอบด้วยไวโอลิน รามะนา เสียงดัง แล้วร้องราทาเพลงแก้กันตามประสาชาวป่า บางท่านก็กล่าว
�
ื
ึ
ิ
ฆ้อง ปัจจุบันเพ่มกีตาร์เพ่อทาให้จังหวะสนุกสนานเพ่มข้น มีผู้บรรเลงดนตร ี ว่าการเล่นลิเกฮูลูเอาแบบอย่างการเล่นล�าตัดของไทยผสมเข้าไป
ิ
ชิ้นละคน เพลงที่นิยมเต้นมี 7 เพลงคือ เพลงลาฆูดูวอ เพลงลานังหรือ ซีละ
เพลงเลนังเลนังเป็นปูโจ๊ะปีซัง เพลงจินดาซายัง เพลงอาเนาะดีด๊หรือ “ซีละ” หรอ “สิละ” หมายถึงศลปะการต่อสป้องกนตวด้วยน�าใจ
ี
ั
ั
้
ู
้
ิ
ื
อาเนาะดีดิ เพลงมะอีนังชวา เพลงมะอีนังลามา และเพลงอ่นๆ ได้แก่ เพลง นักกีฬา ผู้เรียนวิชานี้จึงต้องมีศิลปะ มีวินัย ใช้ซีละป้องกันตัว ไม่ใช่ท�าร้าย
ื
�
ตารีกาโรง เพลงบุหงาราไป เพลงมาสแมระห์หรือมัสแมเรอะ เพลง ผู้อื่นให้เดือดร้อน
ั
�
ิ
�
จินโยดีวกตูมาลาอารี เพลงเล่นรองเง็งทุกเพลงจะใช้ไวโอลนเดินทานอง ผู้จะเรียนสิละต้องไหว้ครู โดยมีผ้าขาว ข้าวสมางัด ด้ายขาว
และใช้ร�ามะนาก�ากับจังหวะ แหวน 1 วง มอบให้ครู ผู้เรียนต้องอายุไม่น้อยกว่า 15 ปี เวลาเรียน 3
เมอดนตรขนเพลง ฝายชายจะโคงฝายหญงพรอมกบขอผาคลม เดือน 10 วัน หรือ 100 วัน จึงจบหลักสูตร ครูหนึ่งคนสอนศิษย์ได้ 14 คน
ุ
่
ิ
้
่
้
ื
่
้
ั
ึ
้
ี
ิ
้
ไหล่ของหญิงมาคลุมไหล่ตนเอง จากนนก็ต้อนฝ่ายหญง ฝ่ายหญิงจะใช้ ต่อรุ่น
ั
ผ้าเช็ดหน้าจับ 2 ชาย ขณะเดียวกันก็เต้นกลับ เพราะฝ่ายชายก�าลังต้อน การแต่งกายของสิละมุ่งความสวยงามเป็นสาคัญ มีผ้าโพก
�
และเต้นป้อส่งสายตาแบบเจ้าชู้ ศีรษะ สวมเสื้อคอกลมหรือคอตั้ง กางเกงขายาว มีผ้าโสร่งเรียกซอเกาะ
ลิเกฮูลู ลายสดสวยสวมทับ พร้อมมีผ้าลือปักคาดสะเอว หรือคาดเป็นเข็มขัดคาด
ลิเก หรือ ดิเกร์ เป็นค�าที่เรียนมาจากภาษาอาหรับว่า “ซิเกร” ทับโสร่งให้กระชับ นอกจากนั้นเหน็บกริชตามแบบฉบับนักสู้ไทยมุสลิม
หมายถึงการสรรเสริญพระเจ้า ส่วนค�าว่า “ฮูลู” หมายถึง ศีรษะ บริเวณ เครื่องดนตรีสิละประกอบด้วย กลองยาว 1 ใบ กลองเล็ก 1 ใบ
หรือต้นล�าน�้า จุดเริ่มต้น ด้ามอาวุธ และหมู่บ้านในชนบท ชาวบ้านเรียก ฆ้อง 1 คู่ และปี่ชวา 1 เลา เมื่อสิละขึ้นบนสังเวียนแล้วดนตรีจะประโคม
“ฮูลู” หรือ “ทิศอูลู” ซึ่งเข้าใจว่าท้องที่นั้นคืออ�าเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เรียกความสนใจจากคนดู มีเสียงปี่เร้าอารมณ์
�
และอาเภอบันนังสตา อาเภอเบตง จังหวัดยะลา คาว่า “ฮูลู” มีความหมาย
�
�
5 ประการ ได้แก่ ศีรษะ (ราชาศัพท์มลายูโบราณ) บริเวณหรือต้นล�าน�้า “น้อยรู้ไหม วันนี้ตรงเชิงตะพานฝั่งโน้น โต๊ะอุมาก�าลัง
ี
ี
ิ
จุดเร่มต้น ด้ามอาวุธ และหมู่บ้านในชนบท การแสดงลิเกฮูลูตรงกับ ปลูกโรงหนังแล้ว คืนพรุ่งน้เขาจะเล่นวอแยด้วย เธอกับพ่แมะ
ความหมายว่าบริเวณหรือต้นล�าน�้า และหมู่บ้านในชนบท ขอเจ๊ะกับเมาะไปดูนะ” มามุว่า ท่าทางสนุกสนานเต็มที่
ึ
ลิเกฮูลูได้แบบอย่างจากคนป่าซาไก ซ่งในภาษามลายูเรียกว่า (แว้งที่รัก, 2554 : 111)
ี
ั
ี
ื
เล่น “มะนอฆอออแฆสาแก” หมายถึงมโนห์ราคนซาไก โดยน�าไม้ไผ่มาตัด ตอนกลางคนมรายการแสดงต่างๆ บนเวทหลงจาก
ื
ี
ท่อนสั้นๆ ทะลวงปล้องออกให้กลวงหัวท้าย แล้วเอาเปลือกไม้หรือกากไม้ พิธีเล้ยงต้อนรับผ่านไป พวกเราร้องเพลงแปลงเน้อภาษา
ู
ุ
มาหุ้มข้างหนึ่ง เปิดอีกข้างหนึ่งไว้ แล้วใช้ไม้หรือมืออุดข้างที่หุ้ม ท�าให้เกิด ไทยเป็นภาษามลาย มเพลง สยามานสต, รกกนไว้เถด
ิ
ั
ี
ั
ิ
98 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม
เพลง อนาเซต ชาวจังหวัดยะลาร�ารองเง็ง ชาวนราธิวาส
เล่นลิเกฮูลู ปัตตานีแสดง ซีละ แต่ละรายการได้รับความ
ั
ั
สนใจมากจนเสียงปรบมือดังสน่นหว่นไหว เจ้าภาพก็ม ี ตอนที่ 4
�
รายการแสดงตอบแทน พวกเราได้ฟังหมอลาสนุกสนาน
�
ของเขามีหมอลากลอนผู้แสดงชายหญิงอย่างละคน มีหมอ การประเมินความรู้จาก
แคนเป่าแคนเป็นดนตรี หมอล�าเรื่องคล้ายการเล่นโนห์รา การอ่านวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง
บ้านเรา มีพระเอกนางเอก เขาจัดมาแสดงพอเป็นตัวอย่าง
เท่านั้น สวยงามที่สุดคือร�าภูไท และครึกครื้นคือโปงลาง
่
ี
่
บรรเลงเสียงวังเวงชวนให้คิดถึงบ้านเราจริงๆ นับว่า หนวยท 1 การประเมินความรู้จากการอ่านวรรณกรรมเยาวชน
เป็นการแลกเปล่ยนวัฒนธรรมของกันและกันอย่างฉันมิตร เรื่องปอเนาะที่รัก
ี
ที่สุด ตอนที่ 1 กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้
(ปอเนาะที่รัก, 2537 : 117)
นักเรียนอ่าน “ปอเนาะที่รัก” ได้รู้เกี่ยวกับผู้ประพันธ์รวมทั้งบท
�
สรุปมาทีละบทจนครบ 13 บทแล้ว ลองตอบคาถามหรือสรุปความประเด็น
ต่างๆ เพื่อทดสอบความเข้าใจ โดยท�ากิจกรรมต่างๆ ดังนี้
ื
1. เขียนสรุปเร่องจากการท่ได้อ่านสังเขปเร่องในแต่ละบทมา
ี
ื
จนครบ 13 บท
2. การเขียนเรื่องนี้ของผู้ประพันธ์น่าเชื่อถือหรือไม่ อย่างไร
3. บอกแก่นเรื่อง หรือประเด็นส�าคัญของนวนิยายเรื่องนี้
4. เขียนความขัดแย้งต่อไปนี้
4.1 ความต้องการเรียนต่อของฮาซัน
4.2 ประสบการณ์เดิมกับประสบการณ์ใหม่ในการเรียนของ
ฮาซัน
4.3 การถูกห้ามใช้ภาษาไทยในโรงเรียนปอเนาะ
4.4 การขาดอิสระในการแสดงความคิดเห็น