The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chutipha-191, 2021-05-05 00:29:40

ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม

48 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 49






บ้านของน้อยอยู่คนละฝั่งคลองกับตลาดและท่ว่าการ ค�าคมจากเรื่องแว้งที่รัก

อ�าเภอ ใครๆ เขาเรียกกันเป็นภาษามลายูท้องถิ่นว่า อุเมาะห์ พ่อตอบคาถามน้อยเร่องท่ชาวบ้านทางานหนักโดยไม่รู้สึก




เละซือมือแฆ แปลว่าบ้านท่าฝั่งคลอง เป็นบ้านเดียวโดดๆ เหน็ดเหนื่อย
ถ้าใครจะไปหาพ่อหรือแม่ก็ต้องข้ามคลองแว้งไปก่อน


คลองน้มีตล่งสูงชัน ชาวบ้านตัดทางเป็นช่องพอเดินได้ ก่อนหลับไปคืนน้น เธอถามพ่อข้ามห้องไปว่า ทาไม







คนเดียวลงไปยังท้องคลอง แล้วเดินลุยนาใสกริบเหมือน คนท่บ้านเป๊าะจ๊เมาะจ๊ถึงทางานอย่างไม่เหน็ดเหน่อยแบบ




ตาต๊กแตนข้ามไปอีกฝั่ง ก่อนท่จะปีนทางลาดข้นไปอีกด้าน นั้นทั้งๆ ที่เขาควรจะเหนื่อยที่สุดแล้ว






จากนนยงต้องเดินผ่านดงมะพร้าวกบดงละไมทไม่มบ้านคน “งานใดที่ท�าประจ�าจนถนัด แรงจะอยู่ตัว เวลาท�าจะ





เลย จนทะลุออกท้องนาจึงจะถึงบ้านของน้อย ไม่รู้สึกเหน่อยนัก น้อยกับมามุไม่ได้ทาประจา จึงยังไม่ถนัด
(แว้งที่รัก, 2554 : 37 - 38) แรงยังไม่อยู่ตัว” พ่อตอบก่อนที่น้อยจะผล็อยหลับไป
(แว้งที่รัก, 2554 : 97)
ผู้คนในอาเภอแว้งต่างศาสนา ต่างประเพณีและวัฒนธรรม



แต่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เพราะต่างยอมรับในความแตกต่างนั้น พ่อและแม่พาน้อยไปกราบลาช่างทาตะเกียงท่เคยช่วยชีวิตน้อย
พ่อสอนให้น้อยจดจ�าพระคุณของช่างท�าตะเกียง

ภาพพระสงฆ์ทงสองรปครองจวรสเหลอง เดน









บิณฑบาตไปตามห้องแถวบ้านพักตารวจ บ้านพัก “จาไว้ น้อย คนอ่นในอาเภออาจจะมองว่าเขาเป็น






ข้าราชการอาเภอ แล้วเดินผ่านตลาดมาท่บ้านท่าฝั่งคลอง เพียงช่างขาง่อยผู้ยากจน หาเช้ากินคา แต่สาหรับลูก






น้น เป็นภาพท่แปลกตามากสาหรับคนในตลาด ซ่งส่วนใหญ่ ช่างทาตะเกียงไม่ใช่เป็นเพียงผู้ช่วยเหลือในยามท่ลูกได้รับ
เป็นมุสลิม พวกเขามองตามบ้าง ถามกันบ้าง แต่ไม่มีใคร บาดเจ็บและกลัวเท่านั้นนะ เขายังมีพระคุณอย่างอื่นด้วย

มาใส่บาตร เพราะเขาเป็นมุสลิม และพระภิกษุก็ทราบด ี เขาเป็นตะเกียงท่ส่องสว่างให้ลูกได้อ่านได้เขียนมาตลอด








จึงเพียงแต่เดินผ่านไปอย่างส�ารวม 4 ปี เขาจงมส่วนในความสาเรจของลกในวนนและใน




(แว้งที่รัก, 2554 : 239) วันหน้าด้วย คนท่รู้สานึกในพระคุณของผู้มีคณเท่าน้นท ี ่
จัดว่าเป็นคนดี”
(แว้งที่รัก, 2554 : 179)

50 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 51









ครูใหญ่ทาโทษเด็กท่ไม่ทาการบ้านมาส่ง ประพนธ์พูดเท็จโดย
อ้างว่าไปสวดมนต์ในวันสวดมนต์ใหญ่ประจ�าสัปดาห์

ก่อนออกจากห้อง คุณครูใหญ่ส่งสอนเสียงเด็ดขาดว่า

“จงเป็นเด็กดีในการประพฤติตนตามคาสอนในศาสนา


จงอย่าพูดเท็จ เพราะทกศาสนาห้ามเหมอนกันหมด จง
ช่วยกันรักษากฎข้อบังคับ กล้าหาญในการรับโทษทัณฑ์เม่อ


ทาผิดกฎข้อบังคับ แล้วพวกเธอจะเติบโตเป็นคนดีใน

ภายภาคหน้า ไม่มีความแผกแตกต่างกันในเร่องเหล่าน ี ้
ไม่ว่าเธอจะนับถือศาสนาใดก็ตาม”
(แว้งที่รัก, 2554 : 230)




น้อยถามพ่อเก่ยวกับท่มาของช่ออ�าเภอแว้ง พ่อจึงอธิบายว่าเป็น อาณาจักรแห่งหัวใจ



เร่องในอดีตท่แก้ไขอะไรไม่ได้ แต่อดีตจะช่วยให้เรารู้ว่าปัจจุบันควรทาอะไร อาณาจักรแห่งหัวใจ เป็นวรรณกรรมเยาวชนท่ได้รับรางวัล


“ส่งท่ผ่านมาแล้วภาษาไทยเรียกว่าอดีต ฝ่ายปัตตาน ี รองชนะเลิศประเภทนวนิยายประจ�าปี พ.ศ. 2551 จากโครงการประกวด


มีเหตุผลของเขา ฝ่ายกรุงเทพฯ ก็มีเหตุผลของเขา เหมือน วรรณกรรมเยาวชนรางวัล “แว่นแก้ว” ผู้ประพันธ์คืออัชฌา เพชรรัตน์ ใช้



เวลาน้อยทะเลาะกับเพ่อน แต่ละคนก็ว่าตัวถูก อีกฝ่ายหน่ง นามปากกาว่า “อัชฌาฐิณี” เป็นเร่องเล่าท่เก่ยวกับความคิดและความใฝ่ฝัน











ผิด ใช่ไหม? แต่คุณครูที่ตัดสินต้องเป็นกลาง ยิ่งเป็นเรื่อง ทอยากให้มีสถานทท่เป็นอาณาจกรแห่งหัวใจ อันเป็นสถานท่ทจะให้คนท ่ ี


ในอดีตด้วยแล้ว เราย่งต้องเข้าใจเหตุผลของทงสองฝ่าย นับถือศาสนาต่างกันอยู่ร่วมกันได้โดยปราศจากความขัดแย้ง

ให้ดีที่สุด เราแก้ไขอดีตไม่ได้หรอกลูก แต่อดีตจะช่วยชี้ให้ เนื้อเรื่อง


เรารู้ว่าตอนน้ควรทาอย่างไร และพ่อว่าตอนน้น้อยควร




หลับได้แล้วเป็นดีที่สุด” เร่องอาณาจักรแห่งหัวใจเปนเร่องเล่าผ่านมุมมองของ “ยาซีน”


(แว้งที่รัก, 2554 : 280) ซ่งมีช่อไทยว่าจักรภพ เด็กชายวัยรุ่นครอบครัวมุสลิมในจังหวัดภาคเหนือ
ของไทย พ่อของเขาเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามหลังจากรอดชีวิตจาก



ภัยพิบัตินาป่าท่พัดพาคนในครอบครัวสูญหายไปหมด ด้วยความเช่อว่าการ

รอดชีวิตจากน�้าป่าเป็นความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้าอัลลอฮ์ พ่อของลุงอาลี

50 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 51









ครูใหญ่ทาโทษเด็กท่ไม่ทาการบ้านมาส่ง ประพนธ์พูดเท็จโดย
อ้างว่าไปสวดมนต์ในวันสวดมนต์ใหญ่ประจ�าสัปดาห์

ก่อนออกจากห้อง คุณครูใหญ่ส่งสอนเสียงเด็ดขาดว่า

“จงเป็นเด็กดีในการประพฤติตนตามคาสอนในศาสนา


จงอย่าพูดเท็จ เพราะทกศาสนาห้ามเหมอนกันหมด จง
ช่วยกันรักษากฎข้อบังคับ กล้าหาญในการรับโทษทัณฑ์เม่อ

ทาผิดกฎข้อบังคับ แล้วพวกเธอจะเติบโตเป็นคนดีใน




ภายภาคหน้า ไม่มีความแผกแตกต่างกันในเร่องเหล่าน
ไม่ว่าเธอจะนับถือศาสนาใดก็ตาม”
(แว้งที่รัก, 2554 : 230)




น้อยถามพ่อเก่ยวกับท่มาของช่ออ�าเภอแว้ง พ่อจึงอธิบายว่าเป็น อาณาจักรแห่งหัวใจ



เร่องในอดีตท่แก้ไขอะไรไม่ได้ แต่อดีตจะช่วยให้เรารู้ว่าปัจจุบันควรทาอะไร อาณาจักรแห่งหัวใจ เป็นวรรณกรรมเยาวชนท่ได้รับรางวัล

“ส่งท่ผ่านมาแล้วภาษาไทยเรียกว่าอดีต ฝ่ายปัตตาน ี รองชนะเลิศประเภทนวนิยายประจ�าปี พ.ศ. 2551 จากโครงการประกวด


มีเหตุผลของเขา ฝ่ายกรุงเทพฯ ก็มีเหตุผลของเขา เหมือน วรรณกรรมเยาวชนรางวัล “แว่นแก้ว” ผู้ประพันธ์คืออัชฌา เพชรรัตน์ ใช้





เวลาน้อยทะเลาะกับเพ่อน แต่ละคนก็ว่าตัวถูก อีกฝ่ายหน่ง นามปากกาว่า “อัชฌาฐิณี” เป็นเร่องเล่าท่เก่ยวกับความคิดและความใฝ่ฝัน









ผิด ใช่ไหม? แต่คุณครูที่ตัดสินต้องเป็นกลาง ยิ่งเป็นเรื่อง ทอยากให้มีสถานทท่เป็นอาณาจกรแห่งหัวใจ อันเป็นสถานท่ทจะให้คนท ่ ี
ในอดีตด้วยแล้ว เราย่งต้องเข้าใจเหตุผลของทงสองฝ่าย นับถือศาสนาต่างกันอยู่ร่วมกันได้โดยปราศจากความขัดแย้ง



ให้ดีที่สุด เราแก้ไขอดีตไม่ได้หรอกลูก แต่อดีตจะช่วยชี้ให้ เนื้อเรื่อง
เรารู้ว่าตอนน้ควรทาอย่างไร และพ่อว่าตอนน้น้อยควร






หลับได้แล้วเป็นดีที่สุด” เร่องอาณาจักรแห่งหัวใจเปนเร่องเล่าผ่านมุมมองของ “ยาซีน”


(แว้งที่รัก, 2554 : 280) ซ่งมีช่อไทยว่าจักรภพ เด็กชายวัยรุ่นครอบครัวมุสลิมในจังหวัดภาคเหนือ
ของไทย พ่อของเขาเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามหลังจากรอดชีวิตจาก

ภัยพิบัตินาป่าท่พัดพาคนในครอบครัวสูญหายไปหมด ด้วยความเช่อว่าการ



รอดชีวิตจากน�้าป่าเป็นความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้าอัลลอฮ์ พ่อของลุงอาลี

52 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 53










มีเชื้อสายจีนฮ่อ นับถือศาสนาอิสลามได้ช่วยเลี้ยงดูพ่อของยาซีน ส่วนแม่ รวมท้งมีกิจกรรมมาให้คนในชุมชนเล่นร่วมกัน ผู้นากิจกรรมคนหน่งช่อ









ของยาซีนมีเช้อสายไทยใหญ่อยู่ในหม่บ้านน้น มีบ้านเลกๆ อยู่เชงดอย สรวุฒิเป็นคนมีอัธยาศัยดีเช่ยวชาญในเร่องศิลปะ เขาเข้ามาช่วยสอนศิลปะ



แม่เคยนับถือศาสนาพุทธแต่เปล่ยนมานับถือศาสนาอิสลามเม่อมาแต่งงาน ในโรงเรียนทาให้นักเรียนชอบมาก เพราะเขาให้วาดรูประบายสีตาม
กับพ่อของยาซีน ยาซีนมีพี่สาวชื่อทอรุ้ง ชื่อภาษาอาหรับว่ายามีละ เขามี จินตนาการของแต่ละคน ยาซีนช่นชอบสรวุฒิมาก สรวุฒิเป็นนักมังสวิรัติด้วย


























นองสาวชอเพยงฝน ชอภาษาอาหรบวานสรน เมองทยาซนอยมทงผท่นบถอ วันหน่งยาซีนและทอรุ้งพ่สาวไปบ้านเก่าท่เชิงดอย ได้พบสรวุฒ ิ



ศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์ เขาได้เห็นความแตกต่างของการปฏิบัติต่อ ถูกท�าร้ายนอนสิ้นสติอยู่ในพงหญ้า ทั้งสองคนจึงช่วยจนฟื้น สรวุฒิเล่าว่า
ศาสนาของคนในแต่ละศาสนา ยาซีนได้รับการสั่งสอนว่าชาวมุสลิมทุกคน มีกลุ่มคนตีศีรษะเขาแล้วชิงจักรยานไป เหตุการณ์น้ทาให้สรวุฒิรู้สึกดีต่อ


เป็นนักบวช ทุกคนต้องทาตามคาสอนในพระคัมภีร์อัลกุรฺอาน และต้อง สองพี่น้องมากขึ้น


ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ครอบครัวของยาซีนอยู่ในชุมชนมุสลิมเล็กๆ ทอรุ้งเรียนคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ท่ามกลางความแตกต่างของสังคม ยาซีนเป็นเด็กช่างสงสัยจึงมักต้งคาถาม ลุงอาลีพยายามจะขอให้ทอรุ้งหรือยามีละแต่งงานกับอนัสลูกชายของตน


กับตนเองบ้าง กับคนใกล้ชิดโดยเฉพาะแม่ว่าเหตุใด อะไร อย่างไร ท�าไม แต่ยามีละปฏิเสธและแม่ก็ไม่บังคับจิตใจลูก สรวุฒิต้องกลับกรุงเทพฯ เขา


จึงต้องปฏิบัติเช่นน้ คาตอบช้แจงสาหรับยาซีนจึงเป็นการช่วยให้เข้าใจ สนใจทอรุ้งจึงเขียนจดหมายมาหาโดยส่งในช่อของยาซีน เขาแจ้งว่าเขาไม่



เหตุผลของวิถีปฏิบัติของมุสลิมที่ต่างกับผู้นับถือศาสนาอื่นๆ ได้อยู่ในสังกัดขององค์กรที่มาเผยแผ่ศาสนานั้นแล้ว

เม่อพ่อเสียชีวิต ครอบครัวของยาซีนก็ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ ยาซีนเรียนวิทยาศาสตร์เก่ยวกับดินฟ้าอากาศ

ซ่งเป็นบ้านของลุงอาลี ให้อยู่โดยไม่คิดค่าเช่า บ้านใหม่ไม่มีบริเวณ เป็น ซงสอนว่าการเปลยนแปลงของโลก เทคโนโลย ี





บ้านเล็กแคบมี 2 ชั้น ชั้นล่างแม่ท�าเป็นร้านขายเสื้อผ้าและของที่ระลึก ชั้น นาสมัย รวมถึงภูมิอากาศแปรปรวนเกิดจากภาวะ




บนเป็นที่อยู่อาศัย ครอบครัวยาซีนถือว่าลุงอาลีเป็นผู้มีบุญคุณ ลุงอาลีจะ โลกร้อนซ่งในอดีตไม่เคยเป็น ส่งเหล่าน้นล้วนเกิด
คอยเข้มงวดอบรมความประพฤติตามศาสนามาก แต่แม่จะไม่บังคับลูก จากการกระท�าของมนุษย์ ดังนั้นมนุษย์จะต้องช่วย


โดยเฉพาะเร่องการแต่งงาน ซึ่งลุงอาลียืนยันว่าคนท่จะร่วมชีวิตกันต้องเป็น กนลดโลกร้อน แต่ชาวมสลมเชอว่านนคอ










มุสลมด้วยกัน ลุงอาลีสอนครอบครัวยาซีนว่า “มุสลิม หมายถึง ผู้นอบน้อม พระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าซ่งบันดาลให้เป็นไป





ยอมจานนต่อพระเจ้าองค์เดียว คืออัลลอฮ์ คาว่าอิสลามแปลว่าความสันต ทุกคนจะต้องกลัวเกรงและรีบเร่งทาความดีเพ่อจะ

การนอบน้อมการยอมจานนอย่างส้นเชิงต่อพระผู้เป็นเจ้า” ยาซีนไป ได้กลับไปพบพระผู้เป็นเจ้า





โรงเรยนรวมกบเพอนซงนบถอศาสนาอนๆ ทาใหเหนความแตกตางมากขน ยาซีนเป็นเด็กชอบอ่านหนังสือ เขาอ่านหนังสือ














ต่อมามีกลุ่มคนมาเผยแผ่ศาสนาอ่นซ่งต่างไปจากศาสนาใน มากจึงมีความรู้หลายอย่าง ทาให้เขามีความคิด


ชุมชน คนกลุ่มนี้มีของมาแจก มีทั้งเสื้อผ้า อาหาร ยารักษาโรค ของเล่น หลากหลาย เขาเริ่มมีความคิดว่า ทุกศาสนาสอน

52 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 53










มีเชื้อสายจีนฮ่อ นับถือศาสนาอิสลามได้ช่วยเลี้ยงดูพ่อของยาซีน ส่วนแม่ รวมท้งมีกิจกรรมมาให้คนในชุมชนเล่นร่วมกัน ผู้นากิจกรรมคนหน่งช่อ









ของยาซีนมีเช้อสายไทยใหญ่อยู่ในหม่บ้านน้น มีบ้านเลกๆ อยู่เชงดอย สรวุฒิเป็นคนมีอัธยาศัยดีเช่ยวชาญในเร่องศิลปะ เขาเข้ามาช่วยสอนศิลปะ



แม่เคยนับถือศาสนาพุทธแต่เปล่ยนมานับถือศาสนาอิสลามเม่อมาแต่งงาน ในโรงเรียนทาให้นักเรียนชอบมาก เพราะเขาให้วาดรูประบายสีตาม
กับพ่อของยาซีน ยาซีนมีพี่สาวชื่อทอรุ้ง ชื่อภาษาอาหรับว่ายามีละ เขามี จินตนาการของแต่ละคน ยาซีนช่นชอบสรวุฒิมาก สรวุฒิเป็นนักมังสวิรัติด้วย


























นองสาวชอเพยงฝน ชอภาษาอาหรบวานสรน เมองทยาซนอยมทงผท่นบถอ วันหน่งยาซีนและทอรุ้งพ่สาวไปบ้านเก่าท่เชิงดอย ได้พบสรวุฒ ิ



ศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์ เขาได้เห็นความแตกต่างของการปฏิบัติต่อ ถูกท�าร้ายนอนสิ้นสติอยู่ในพงหญ้า ทั้งสองคนจึงช่วยจนฟื้น สรวุฒิเล่าว่า
ศาสนาของคนในแต่ละศาสนา ยาซีนได้รับการสั่งสอนว่าชาวมุสลิมทุกคน มีกลุ่มคนตีศีรษะเขาแล้วชิงจักรยานไป เหตุการณ์น้ทาให้สรวุฒิรู้สึกดีต่อ


เป็นนักบวช ทุกคนต้องทาตามคาสอนในพระคัมภีร์อัลกุรฺอาน และต้อง สองพี่น้องมากขึ้น


ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ครอบครัวของยาซีนอยู่ในชุมชนมุสลิมเล็กๆ ทอรุ้งเรียนคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ท่ามกลางความแตกต่างของสังคม ยาซีนเป็นเด็กช่างสงสัยจึงมักต้งคาถาม ลุงอาลีพยายามจะขอให้ทอรุ้งหรือยามีละแต่งงานกับอนัสลูกชายของตน


กับตนเองบ้าง กับคนใกล้ชิดโดยเฉพาะแม่ว่าเหตุใด อะไร อย่างไร ท�าไม แต่ยามีละปฏิเสธและแม่ก็ไม่บังคับจิตใจลูก สรวุฒิต้องกลับกรุงเทพฯ เขา


จึงต้องปฏิบัติเช่นน้ คาตอบช้แจงสาหรับยาซีนจึงเป็นการช่วยให้เข้าใจ สนใจทอรุ้งจึงเขียนจดหมายมาหาโดยส่งในช่อของยาซีน เขาแจ้งว่าเขาไม่



เหตุผลของวิถีปฏิบัติของมุสลิมที่ต่างกับผู้นับถือศาสนาอื่นๆ ได้อยู่ในสังกัดขององค์กรที่มาเผยแผ่ศาสนานั้นแล้ว

เม่อพ่อเสียชีวิต ครอบครัวของยาซีนก็ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ ยาซีนเรียนวิทยาศาสตร์เก่ยวกับดินฟ้าอากาศ

ซ่งเป็นบ้านของลุงอาลี ให้อยู่โดยไม่คิดค่าเช่า บ้านใหม่ไม่มีบริเวณ เป็น ซงสอนว่าการเปลยนแปลงของโลก เทคโนโลย ี





บ้านเล็กแคบมี 2 ชั้น ชั้นล่างแม่ท�าเป็นร้านขายเสื้อผ้าและของที่ระลึก ชั้น นาสมัย รวมถึงภูมิอากาศแปรปรวนเกิดจากภาวะ




บนเป็นที่อยู่อาศัย ครอบครัวยาซีนถือว่าลุงอาลีเป็นผู้มีบุญคุณ ลุงอาลีจะ โลกร้อนซ่งในอดีตไม่เคยเป็น ส่งเหล่าน้นล้วนเกิด
คอยเข้มงวดอบรมความประพฤติตามศาสนามาก แต่แม่จะไม่บังคับลูก จากการกระท�าของมนุษย์ ดังนั้นมนุษย์จะต้องช่วย


โดยเฉพาะเร่องการแต่งงาน ซึ่งลุงอาลียืนยันว่าคนท่จะร่วมชีวิตกันต้องเป็น กนลดโลกร้อน แต่ชาวมสลมเชอว่านนคอ










มุสลมด้วยกัน ลุงอาลีสอนครอบครัวยาซีนว่า “มุสลิม หมายถึง ผู้นอบน้อม พระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าซ่งบันดาลให้เป็นไป





ยอมจานนต่อพระเจ้าองค์เดียว คืออัลลอฮ์ คาว่าอิสลามแปลว่าความสันต ทุกคนจะต้องกลัวเกรงและรีบเร่งทาความดีเพ่อจะ

การนอบน้อมการยอมจานนอย่างส้นเชิงต่อพระผู้เป็นเจ้า” ยาซีนไป ได้กลับไปพบพระผู้เป็นเจ้า





โรงเรยนรวมกบเพอนซงนบถอศาสนาอนๆ ทาใหเหนความแตกตางมากขน ยาซีนเป็นเด็กชอบอ่านหนังสือ เขาอ่านหนังสือ














ต่อมามีกลุ่มคนมาเผยแผ่ศาสนาอ่นซ่งต่างไปจากศาสนาใน มากจึงมีความรู้หลายอย่าง ทาให้เขามีความคิด


ชุมชน คนกลุ่มนี้มีของมาแจก มีทั้งเสื้อผ้า อาหาร ยารักษาโรค ของเล่น หลากหลาย เขาเริ่มมีความคิดว่า ทุกศาสนาสอน

54 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 55












ให้คนเป็นคนด คนของแต่ละศาสนาต่างต้องยอมรบและให้เกยรตซงกัน ดูแลสวน ทั้ง 2 คนนับถือศาสนาคริสต์ สรวุฒิบอกว่า “การนับถือหรือ
และกัน ยึดม่นในส่งใดไม่เป็นอุปสรรคของการอยู่ร่วมกันท่น่” แม่หายป่วยแล้วกลับ











สรวุฒิกลับมาท่ชุมชนน้อก เขามาเช่าห้องแถวท่อย่เยองๆ กับ ไปนับถือศาสนาพุทธตามเดิม แม่ได้ออกก�าลังกาย ปลูกผัก อยู่ในอากาศ



บ้านของยาซีน เขาต้งใจจะเปิดเป็นร้านขายงานศิลปะและรับสอนศิลปะ ท่ดี ทอรุ้งเรียนจบไปเป็นครู และเม่อสรวุฒิต้งโรงเรียนอนุบาล ทอรุ้งก ็

เขาบอกยาซีนว่าจะสอนศิลปะให้โดยไม่คิดเงิน ยาซีนจึงไปเรียนวาดภาพ ลาออกมาช่วยสอน ท้งสองแต่งงานกันโดยไม่มีอุปสรรคเร่องศาสนา สรวุฒ ิ



สรวุฒิชอบทอรุ้งมากเขาบอกความรู้สึกของเขาท้งทางตรงและทางอ้อม ให้อิสระแก่ทอรุ้งซ่งยังคงทาละหมาดเหมือนเดิมและใช้ผ้าคลุมผมเวลา



ทอรุ้งก็มีความรู้สึกตรงกัน แต่ขัดข้องด้วยเรื่องศาสนาต่างกัน และสรวุฒิ ออกนอกสถานทเสมอ ทง 2 คนมลกแฝดค่หนง ยาซนเสนอให้ตงชอ













จะไม่ยอมเปลี่ยนศาสนาเพื่อแต่งงาน สถานที่นี้ว่าอาณาจักรแห่งหัวใจ



ยาซีนเป็นเด็กช่างคดช่างถาม บางคร้งเขาเร่มรู้สกอึดอัดกับ ยาซีน แม่ ทอรุ้ง และสรวุฒิ มีความสุขตามอัตภาพใน “อาณาจักร











กรอบชีวิตบางอย่าง เขามักจะฝันบ่อยๆ เห็นสถานท่แห่งหน่ง ซ่งสงบเงียบ แห่งหวใจ” สถานทซงให้อสระเสรตามความคดและการกระท�าภายใน



สะอาด และสดชื่น เขาพบคนในชุดขาว ที่บอกว่าให้ยาซีนมาที่อาณาจักร กรอบท่แต่ละคนต่างก็รู้ว่าส่งใดควรหรือไม่ควร เขาอยู่ร่วมกันโดย

แห่งหัวใจ ยาซีนไม่เข้าใจว่าสรวุฒินับถือศาสนาใด เพราะดูศรัทธา ปราศจากความขัดแย้ง ยาซีนหรือจักรภพสวดมนต์หรือทาละหมาดด้วย
พระผู้เป็นเจ้าแต่แสดงตนว่าเป็นชาวพุทธ เข้าใจค�าสอนแทบจะทุกศาสนา การยึดมั่นในการท�าความดี
คบได้กับทุกคนแม้จะนับถือสิ่งที่แตกต่างกัน
ต่อมายาซีนป่วยเป็นโรคมาลาเรียอาการหนักมาก สรวุฒิพาไป แก่นเรื่อง / แนวคิด
รักษาที่เชียงใหม่ ระหว่างที่สรวุฒิอยู่เชียงใหม่บ้านเขาถูกวางเพลิง ยาซีน ความแตกต่างของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นความคิด วิถีชีวิต หรือ






สงสัยลุงอาลีแต่เป็นความสงสัยท่ปราศจากหลักฐาน ยาซีนหายป่วย กลับ ศาสนา ไม่ใช่ความแตกต่างททาให้เกดความแตกแยก แต่คอความ


มาบ้านไมนานกป่วยซาด้วยโรคเดมตองไปรักษาตวทเชยงใหมอีก ระหวาง “หลากหลาย” ซึ่งต้องมีความเข้าใจและความเคารพในความแตกต่างของ










นั้นเกิดน�้าท่วมบ้านยาซีน น�้าป่าพัดพาบ้านไปหมด เพียงฝันหายไปกับน�้า แต่ละคน ซึ่งสามารถท�าให้เป็น “เอกภาพ” ได้
และเสียชีวิต แม่ก็ป่วยหมอบอกว่าเป็นมะเร็งในมดลูก แนะน�าตัวละคร
สรวุฒิพาแม่ไปรักษาที่เชียงใหม่ เขาบอกความในใจของเขากับ
ทอรุ้งและพยายามท�าความเข้าใจชักชวนให้ไปกับเขา โดยบอกว่า “ที่ที่ผม ยาซีน หรือจักรภพ


จะพาคุณไปจะเป็นอาณาจักรของเรา ไม่มีส่งใดมาครอบงาความคิดได้” ชื่อไทยคือ จักรภพ ชื่อยาซีนมีความหมายว่า “หัวใจของคัมภีร์”


ยาซีนได้ยินก็คิดว่าจะเป็นท่ท่เขาพบในฝันหรือไม่ สรวุฒิชวนครอบครัวยาซีน ซูเราะห์ ยาซีน (Surah Yasin) ปรากฏในคัมภีร์อัล-กุรฺอาน สาระส�าคัญ

ไปอยู่บ้านสวนของเขาท่เชียงใหม่ เขามีครอบครัวสามีภรรยาคนเก่าแก่ช่วย กล่าวถึงหลักความเชื่อ การสร้างความเข้มแข็งให้จิตใจผู้ศรัทธา ชื่อยาซีน
จึงมีนัยความหมายถึง ความเข้มแข็ง พ่อกับแม่ของจักรภพเคยนับถือ

54 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 55












ให้คนเป็นคนด คนของแต่ละศาสนาต่างต้องยอมรบและให้เกยรตซงกัน ดูแลสวน ทั้ง 2 คนนับถือศาสนาคริสต์ สรวุฒิบอกว่า “การนับถือหรือ
และกัน ยึดม่นในส่งใดไม่เป็นอุปสรรคของการอยู่ร่วมกันท่น่” แม่หายป่วยแล้วกลับ











สรวุฒิกลับมาท่ชุมชนน้อก เขามาเช่าห้องแถวท่อย่เยองๆ กับ ไปนับถือศาสนาพุทธตามเดิม แม่ได้ออกก�าลังกาย ปลูกผัก อยู่ในอากาศ



บ้านของยาซีน เขาต้งใจจะเปิดเป็นร้านขายงานศิลปะและรับสอนศิลปะ ท่ดี ทอรุ้งเรียนจบไปเป็นครู และเม่อสรวุฒิต้งโรงเรียนอนุบาล ทอรุ้งก ็

เขาบอกยาซีนว่าจะสอนศิลปะให้โดยไม่คิดเงิน ยาซีนจึงไปเรียนวาดภาพ ลาออกมาช่วยสอน ท้งสองแต่งงานกันโดยไม่มีอุปสรรคเร่องศาสนา สรวุฒ ิ



สรวุฒิชอบทอรุ้งมากเขาบอกความรู้สึกของเขาท้งทางตรงและทางอ้อม ให้อิสระแก่ทอรุ้งซ่งยังคงทาละหมาดเหมือนเดิมและใช้ผ้าคลุมผมเวลา



ทอรุ้งก็มีความรู้สึกตรงกัน แต่ขัดข้องด้วยเรื่องศาสนาต่างกัน และสรวุฒิ ออกนอกสถานทเสมอ ทง 2 คนมลกแฝดค่หนง ยาซนเสนอให้ตงชอ













จะไม่ยอมเปลี่ยนศาสนาเพื่อแต่งงาน สถานที่นี้ว่าอาณาจักรแห่งหัวใจ



ยาซีนเป็นเด็กช่างคดช่างถาม บางคร้งเขาเร่มรู้สกอึดอัดกับ ยาซีน แม่ ทอรุ้ง และสรวุฒิ มีความสุขตามอัตภาพใน “อาณาจักร











กรอบชีวิตบางอย่าง เขามักจะฝันบ่อยๆ เห็นสถานท่แห่งหน่ง ซ่งสงบเงียบ แห่งหวใจ” สถานทซงให้อสระเสรตามความคดและการกระท�าภายใน



สะอาด และสดชื่น เขาพบคนในชุดขาว ที่บอกว่าให้ยาซีนมาที่อาณาจักร กรอบท่แต่ละคนต่างก็รู้ว่าส่งใดควรหรือไม่ควร เขาอยู่ร่วมกันโดย

แห่งหัวใจ ยาซีนไม่เข้าใจว่าสรวุฒินับถือศาสนาใด เพราะดูศรัทธา ปราศจากความขัดแย้ง ยาซีนหรือจักรภพสวดมนต์หรือทาละหมาดด้วย
พระผู้เป็นเจ้าแต่แสดงตนว่าเป็นชาวพุทธ เข้าใจค�าสอนแทบจะทุกศาสนา การยึดมั่นในการท�าความดี
คบได้กับทุกคนแม้จะนับถือสิ่งที่แตกต่างกัน
ต่อมายาซีนป่วยเป็นโรคมาลาเรียอาการหนักมาก สรวุฒิพาไป แก่นเรื่อง / แนวคิด
รักษาที่เชียงใหม่ ระหว่างที่สรวุฒิอยู่เชียงใหม่บ้านเขาถูกวางเพลิง ยาซีน ความแตกต่างของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นความคิด วิถีชีวิต หรือ






สงสัยลุงอาลีแต่เป็นความสงสัยท่ปราศจากหลักฐาน ยาซีนหายป่วย กลับ ศาสนา ไม่ใช่ความแตกต่างททาให้เกดความแตกแยก แต่คอความ


มาบ้านไมนานกป่วยซาด้วยโรคเดมตองไปรักษาตวทเชยงใหมอีก ระหวาง “หลากหลาย” ซึ่งต้องมีความเข้าใจและความเคารพในความแตกต่างของ










นั้นเกิดน�้าท่วมบ้านยาซีน น�้าป่าพัดพาบ้านไปหมด เพียงฝันหายไปกับน�้า แต่ละคน ซึ่งสามารถท�าให้เป็น “เอกภาพ” ได้
และเสียชีวิต แม่ก็ป่วยหมอบอกว่าเป็นมะเร็งในมดลูก แนะน�าตัวละคร
สรวุฒิพาแม่ไปรักษาที่เชียงใหม่ เขาบอกความในใจของเขากับ
ทอรุ้งและพยายามท�าความเข้าใจชักชวนให้ไปกับเขา โดยบอกว่า “ที่ที่ผม ยาซีน หรือจักรภพ


จะพาคุณไปจะเป็นอาณาจักรของเรา ไม่มีส่งใดมาครอบงาความคิดได้” ชื่อไทยคือ จักรภพ ชื่อยาซีนมีความหมายว่า “หัวใจของคัมภีร์”


ยาซีนได้ยินก็คิดว่าจะเป็นท่ท่เขาพบในฝันหรือไม่ สรวุฒิชวนครอบครัวยาซีน ซูเราะห์ ยาซีน (Surah Yasin) ปรากฏในคัมภีร์อัล-กุรฺอาน สาระส�าคัญ

ไปอยู่บ้านสวนของเขาท่เชียงใหม่ เขามีครอบครัวสามีภรรยาคนเก่าแก่ช่วย กล่าวถึงหลักความเชื่อ การสร้างความเข้มแข็งให้จิตใจผู้ศรัทธา ชื่อยาซีน
จึงมีนัยความหมายถึง ความเข้มแข็ง พ่อกับแม่ของจักรภพเคยนับถือ

56 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 57










ศาสนาพุทธ ต่อมาเปล่ยนเป็นศาสนาอิสลาม เขามีพ่สาวช่อยามีละช่อไทย สรวุฒิ
ว่าทอรุ้ง และน้องสาวคือนัสรีนช่อไทยคือเพียงฝัน ยาซีนเป็นเด็กฉลาด สรวุฒิเป็นอาสาสมัครหนุ่มขององค์กรทางศาสนาแห่งหน่ง


ช่างคิดและช่างถาม ชอบวาดรูป เขามีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนของรัฐ จึง เข้ามาอยู่ในชุมชนเพ่อเผยแพร่ศาสนา สรวุฒิอัธยาศัยดี เช่ยวชาญในเร่อง



ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนาและได้พบผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ ศิลปะจึงมาช่วยสอนวาดรูประบายสีในโรงเรียน นักเรียนชอบสรวุฒิมาก

ยามีละ หรือทอรุ้ง โดยเฉพาะยาซีน สรวุฒิถูกทาร้ายจึงต้องกลับกรุงเทพฯ แต่เขียนจดหมาย
ชื่อทอรุ้ง หมายถึงสายรุ้ง 2 สายที่ถักทอเชื่อมกันอย่างงดงาม ถึงยามีละเพราะชอบยามีละ โดยส่งให้ยาซีน แม้สรวุฒิจะชอบยามีละมาก


ในวันท่ทอรุ้งเกิด ส่วนยามีละเป็นภาษาอาหรับแปลว่าดีหรือสวย ยามีละ แต่ไม่ยอมเปล่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม เพราะเช่อว่าทุกศาสนาล้วนสอน


นับถือศาสนาอิสลามและเคร่งศาสนามาก ยามีละเรียนจบชั้นมัธยมศึกษา ให้ทุกคนเป็นคนดี สรวุฒิลาออกจากองค์กรท่มาเผยแผ่ศาสนาและกลับมา




แล้วอยู่บ้านเรียนการบ้านการเรือนและค้าขาย แล้วสมัครเรียนต่อคณะ ท่ชุมชนอีกคร้งโดยขอพบแม่ของยามีละเพ่อแสดงความจริงใจ สรวุฒิม่นคง











ศกษาศาสตร์ มหาวทยาลยสโขทยธรรมาธราช ซงเรยนทบ้านได้ ทกวน ต่อความรู้สึกของตนเอง คือความรักท่มีต่อทอรุ้ง โดยติดตามข่าวคราว










ตอนเย็นจะไปเรียนพระคัมภีร์และปฏิบัติตามภารกิจทางศาสนาอย่างเคร่งครัด และคอยช่วยเหลอเมอครอบครวของทอร้งเดอดร้อน ความดและความ




ยามีละพบสรวุฒิซ่งเป็นสมาชิกขององค์กรหน่งมาเผยแพร่ศาสนา สรวุฒ ิ ม่นคงของสรวุฒิทาให้แม่ตัดสินใจไปอยู่กับสรวุฒิท่เชียงใหม่ สรวุฒิต้ง



แสดงท่าทีเปิดเผยว่าชอบยามีละ แม้ยามีละจะชอบสรวุฒิมากเพียงใด แต่ โรงเรียนอนุบาลและได้แต่งงานกับทอรุ้งโดยไม่เปล่ยนศาสนา และไม่
ก็ยังคงปฏิเสธเพราะสรวุฒิไม่ยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ในที่สุด ขัดขวางทอรุ้งซึ่งยังคงนับถือศาสนาอิสลามดังเดิม
ทั้งสองก็แต่งงานกันโดยต่างฝ่ายต่างก็นับถือศาสนาของตน ลุงอาลี
แม่ พ่อของลงอาลมเชอสายจนฮ่อแต่นบถอศาสนาอสลาม ลงอาล ี











แม่มีเช้อสายไทยใหญ่ นับถือศาสนาพุทธแต่ต้องเปล่ยนมานับถือ รูปร่างผอม สูง ผิวคล�้า ไม่ค่อยยิ้ม เคร่งครัดศาสนาอิสลาม เป็นฮัจญีที่

ศาสนาอิสลามเมื่อแต่งงานกับพ่อ แม่ต้องเลี้ยงลูก 3 คนตามล�าพังเมื่อพ่อ สมบูรณ์คนแรกในชุมชนแห่งนี้โดยได้เดินทางไปท�าพิธีฮัจญ์ สร้างบ้านหลัง

เสียชีวิต โดยไม่แต่งงานใหม่แม้ลุงอาลีจะขอแม่แต่งงาน แม่เปิดช้นล่างของ ใหม่มีหลายห้องเพื่อเป็นโรงเรียนสอนเด็กๆ ลูกหลานของคนมุสลิม และใช้




บ้านรับเส้อผ้าและของท่ระลึกจากเชียงใหม่มาขาย แม่เป็นคนจิตใจด เป็นสุเหร่าถาวรเพ่อประกอบศาสนพิธีต่างๆ ลุงอาลีเป็นคนเข้มงวดและคอย

แม้จะไม่เห็นด้วยกับความคิดบางอย่างแต่ก็ไม่คัดค้าน รักลูกและให้อิสระกับ อบรมความประพฤติของยาซีนและยามีละ โดยต้งใจจะให้ยามีละเป็นผู้
ลูกทุกคน จึงไม่บังคับยามีละให้แต่งงานกับอนัส และเตือนยามีละให้เข้าใจ สืบทอดศาสนาอิสลามและจะให้แต่งงานกับอนัสลูกชายของตนแต่ยามีละ
สรวุฒิที่ไม่ยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม แม่ป่วยเป็นมะเร็งในมดลูก ปฏิเสธ เมื่อบ้านสรวุฒิถูกวางเพลิง หลายคนสงสัยลุงอาลีแต่ไม่มีหลักฐาน

จึงต้องย้ายไปรักษาตัวอยู่บ้านสวนของสรวุฒิท่เชียงใหม่ และกลับไปนับถือ

ศาสนาพุทธตามเดิม ไปปฏิบัติธรรมท่วัดและร่วมกิจกรรมในวันสาคัญทาง

พุทธศาสนา

56 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 57










ศาสนาพุทธ ต่อมาเปล่ยนเป็นศาสนาอิสลาม เขามีพ่สาวช่อยามีละช่อไทย สรวุฒิ
ว่าทอรุ้ง และน้องสาวคือนัสรีนช่อไทยคือเพียงฝัน ยาซีนเป็นเด็กฉลาด สรวุฒิเป็นอาสาสมัครหนุ่มขององค์กรทางศาสนาแห่งหน่ง


ช่างคิดและช่างถาม ชอบวาดรูป เขามีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนของรัฐ จึง เข้ามาอยู่ในชุมชนเพ่อเผยแพร่ศาสนา สรวุฒิอัธยาศัยดี เช่ยวชาญในเร่อง



ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนาและได้พบผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ ศิลปะจึงมาช่วยสอนวาดรูประบายสีในโรงเรียน นักเรียนชอบสรวุฒิมาก

ยามีละ หรือทอรุ้ง โดยเฉพาะยาซีน สรวุฒิถูกทาร้ายจึงต้องกลับกรุงเทพฯ แต่เขียนจดหมาย
ชื่อทอรุ้ง หมายถึงสายรุ้ง 2 สายที่ถักทอเชื่อมกันอย่างงดงาม ถึงยามีละเพราะชอบยามีละ โดยส่งให้ยาซีน แม้สรวุฒิจะชอบยามีละมาก


ในวันท่ทอรุ้งเกิด ส่วนยามีละเป็นภาษาอาหรับแปลว่าดีหรือสวย ยามีละ แต่ไม่ยอมเปล่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม เพราะเช่อว่าทุกศาสนาล้วนสอน


นับถือศาสนาอิสลามและเคร่งศาสนามาก ยามีละเรียนจบชั้นมัธยมศึกษา ให้ทุกคนเป็นคนดี สรวุฒิลาออกจากองค์กรท่มาเผยแผ่ศาสนาและกลับมา




แล้วอยู่บ้านเรียนการบ้านการเรือนและค้าขาย แล้วสมัครเรียนต่อคณะ ท่ชุมชนอีกคร้งโดยขอพบแม่ของยามีละเพ่อแสดงความจริงใจ สรวุฒิม่นคง














ศกษาศาสตร์ มหาวทยาลยสโขทยธรรมาธราช ซงเรยนทบ้านได้ ทกวน ต่อความรู้สึกของตนเอง คือความรักท่มีต่อทอรุ้ง โดยติดตามข่าวคราว







ตอนเย็นจะไปเรียนพระคัมภีร์และปฏิบัติตามภารกิจทางศาสนาอย่างเคร่งครัด และคอยช่วยเหลอเมอครอบครวของทอร้งเดอดร้อน ความดและความ




ยามีละพบสรวุฒิซ่งเป็นสมาชิกขององค์กรหน่งมาเผยแพร่ศาสนา สรวุฒ ิ ม่นคงของสรวุฒิทาให้แม่ตัดสินใจไปอยู่กับสรวุฒิท่เชียงใหม่ สรวุฒิต้ง



แสดงท่าทีเปิดเผยว่าชอบยามีละ แม้ยามีละจะชอบสรวุฒิมากเพียงใด แต่ โรงเรียนอนุบาลและได้แต่งงานกับทอรุ้งโดยไม่เปล่ยนศาสนา และไม่
ก็ยังคงปฏิเสธเพราะสรวุฒิไม่ยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ในที่สุด ขัดขวางทอรุ้งซึ่งยังคงนับถือศาสนาอิสลามดังเดิม
ทั้งสองก็แต่งงานกันโดยต่างฝ่ายต่างก็นับถือศาสนาของตน ลุงอาลี
แม่ พ่อของลงอาลมเชอสายจนฮ่อแต่นบถอศาสนาอสลาม ลงอาล ี











แม่มีเช้อสายไทยใหญ่ นับถือศาสนาพุทธแต่ต้องเปล่ยนมานับถือ รูปร่างผอม สูง ผิวคล�้า ไม่ค่อยยิ้ม เคร่งครัดศาสนาอิสลาม เป็นฮัจญีที่

ศาสนาอิสลามเมื่อแต่งงานกับพ่อ แม่ต้องเลี้ยงลูก 3 คนตามล�าพังเมื่อพ่อ สมบูรณ์คนแรกในชุมชนแห่งนี้โดยได้เดินทางไปท�าพิธีฮัจญ์ สร้างบ้านหลัง
เสียชีวิต โดยไม่แต่งงานใหม่แม้ลุงอาลีจะขอแม่แต่งงาน แม่เปิดช้นล่างของ ใหม่มีหลายห้องเพื่อเป็นโรงเรียนสอนเด็กๆ ลูกหลานของคนมุสลิม และใช้


บ้านรับเส้อผ้าและของท่ระลึกจากเชียงใหม่มาขาย แม่เป็นคนจิตใจด ี เป็นสุเหร่าถาวรเพ่อประกอบศาสนพิธีต่างๆ ลุงอาลีเป็นคนเข้มงวดและคอย



แม้จะไม่เห็นด้วยกับความคิดบางอย่างแต่ก็ไม่คัดค้าน รักลูกและให้อิสระกับ อบรมความประพฤติของยาซีนและยามีละ โดยต้งใจจะให้ยามีละเป็นผู้
ลูกทุกคน จึงไม่บังคับยามีละให้แต่งงานกับอนัส และเตือนยามีละให้เข้าใจ สืบทอดศาสนาอิสลามและจะให้แต่งงานกับอนัสลูกชายของตนแต่ยามีละ
สรวุฒิที่ไม่ยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม แม่ป่วยเป็นมะเร็งในมดลูก ปฏิเสธ เมื่อบ้านสรวุฒิถูกวางเพลิง หลายคนสงสัยลุงอาลีแต่ไม่มีหลักฐาน

จึงต้องย้ายไปรักษาตัวอยู่บ้านสวนของสรวุฒิท่เชียงใหม่ และกลับไปนับถือ

ศาสนาพุทธตามเดิม ไปปฏิบัติธรรมท่วัดและร่วมกิจกรรมในวันสาคัญทาง

พุทธศาสนา

58 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 59






ความส�าคัญของบทสนทนา “แต่ฉันไม่อาจแยกร่างกายกับหัวใจ ฉันคงไม่อาจ
เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่นได้ นอกจากการเป็นมุสลิม”
ยาซีน บทสนทนาแสดงลักษณะนิสัยของยาซีนหรือจักรภพว่า

เป็นคนรักครอบครัว รับผิดชอบหน้าท่ของตนเอง นับถือศาสนาของตน “คุณแคร์สังคมของคุณมากกว่าหัวใจตัวเอง”
และเชื่อมั่นในตนเอง “ฉันยอมรับ เพราะฉันต้องอยู่ที่นี่ ในสังคมที่ฉันโตมา

“ครูบอกว่าลุงจะให้ผมไปเรียนพระคัมภีร์ท่โรงเรียน ต้งแต่เด็ก มีแม่และลุงอาลีเป็นผู้มีพระคุณ กับองค์

ของชาวมุสลิม ผมไม่อยากไป และไม่มีวันยอมไป” พระผู้เป็นเจ้าซึ่งฉันรู้จักดีในนามของอัลลอฮ์ องค์กรที่คุณ
เคยอยู่ต่างจากสังคมของเรา และคุณอาจมีอิสระมากกว่า
“ท�าไมล่ะ”
ที่จะจากมาได้”
“ผมไม่อยากจากแม่ พี่ และน้องไป ที่จริงผมก็ยอม (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 162 - 163)



เรียน ยอมทาตามในส่งท่ครูและลุงอาลีบอกแทบทุกอย่าง
แล้ว ท�าไมต้องให้ผมไปไกลๆ บ้านด้วย”
“ที่ไหนกันคะ ฉันคงไปไหนไม่ได้ ถ้าแม่และน้องไม่ได้
“พวกเขาอาจคิดว่า จักรภพจะกลับมาเป็นผู้นาใน อยู่ด้วย มีหลายสิ่งที่ฉันต้องท�าเพื่อพระผู้เป็นเจ้า มันอาจ

อนาคตได้” คล้ายกับความรู้สึกท่คุณเคยทาในองค์กรน้น และฉันเช่อ




“แล้วมีใครเคยถามผมบ้างไหมว่า ผมอยากเป็น ว่าด้วยความศรัทธา ฉันคงไม่ถูกขับออกเช่นเดียวกับที่คุณ
หรือเปล่า ผู้นาคืออะไร ผมแค่อยากเป็นคนธรรมดาๆ คนหน่ง ถูกกระท�า”



ท่เช่อม่นในพระผู้เป็นเจ้า เป็นคนดีมีคุณธรรม ไม่ทาผิด (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 163)



กฎหมายบ้านเมือง หรือกฎของศาสนาท่ครอบครัวผม


นับถือ การเป็นตัวอย่างท่ดีก็น่าจะนาพาให้คนรุ่นหลัง แม่ เป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเองว่าท�าสิ่งที่ถูกต้องแม้ว่าสิ่งนั้นจะมี

ปฏิบัติตามได้ ดีกว่าการสอนสั่งโดยไม่สามารถท�าได้ไม่ใช่ คนไม่เห็นด้วย เช่นการเปล่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม แม่รักลูกและให้

หรือครับพี่วุฒิ” อิสระกับลูกทุกคน โดยจะสอนให้ลูกมีเหตุผล คิดและท�าสิ่งที่ดี
(อาณาจักรแห่งหัวใจ: 128) “ทอรุ้ง แม่เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่า เราไม่ควร
กะเกณฑ์ให้ใครมานับถือหรือยอมตามอย่างเรา แม้แต่
ทอรุ้ง เคร่งครัดในศาสนาอิสลาม ทอรุ้งศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า คนท่เรารัก ลูกคงไม่รู้ว่าก่อนท่แม่จะเปล่ยนศาสนาน้น แม่คิด




จึงยินดีท่จะรักสรวุฒิแต่ไม่แต่งงานเพราะไม่คิดจะเปล่ยนศาสนา อยู่นาน ไม่มีสักคนในครอบครัวของแม่ท่เห็นด้วย ทุกคน



บทสนทนาของทอรุ้งทุกตอนแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด ดังตัวอย่าง






ต่างเคยชนกบความมอสระทจะนบถอพทธ แต่เมอแม่รก







58 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 59






ความส�าคัญของบทสนทนา “แต่ฉันไม่อาจแยกร่างกายกับหัวใจ ฉันคงไม่อาจ
เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่นได้ นอกจากการเป็นมุสลิม”
ยาซีน บทสนทนาแสดงลักษณะนิสัยของยาซีนหรือจักรภพว่า

เป็นคนรักครอบครัว รับผิดชอบหน้าท่ของตนเอง นับถือศาสนาของตน “คุณแคร์สังคมของคุณมากกว่าหัวใจตัวเอง”
และเชื่อมั่นในตนเอง “ฉันยอมรับ เพราะฉันต้องอยู่ที่นี่ ในสังคมที่ฉันโตมา

“ครูบอกว่าลุงจะให้ผมไปเรียนพระคัมภีร์ท่โรงเรียน ต้งแต่เด็ก มีแม่และลุงอาลีเป็นผู้มีพระคุณ กับองค์

ของชาวมุสลิม ผมไม่อยากไป และไม่มีวันยอมไป” พระผู้เป็นเจ้าซึ่งฉันรู้จักดีในนามของอัลลอฮ์ องค์กรที่คุณ
เคยอยู่ต่างจากสังคมของเรา และคุณอาจมีอิสระมากกว่า
“ท�าไมล่ะ”
ที่จะจากมาได้”
“ผมไม่อยากจากแม่ พี่ และน้องไป ที่จริงผมก็ยอม (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 162 - 163)



เรียน ยอมทาตามในส่งท่ครูและลุงอาลีบอกแทบทุกอย่าง
แล้ว ท�าไมต้องให้ผมไปไกลๆ บ้านด้วย”
“ที่ไหนกันคะ ฉันคงไปไหนไม่ได้ ถ้าแม่และน้องไม่ได้
“พวกเขาอาจคิดว่า จักรภพจะกลับมาเป็นผู้นาใน อยู่ด้วย มีหลายสิ่งที่ฉันต้องท�าเพื่อพระผู้เป็นเจ้า มันอาจ

อนาคตได้” คล้ายกับความรู้สึกท่คุณเคยทาในองค์กรน้น และฉันเช่อ




“แล้วมีใครเคยถามผมบ้างไหมว่า ผมอยากเป็น ว่าด้วยความศรัทธา ฉันคงไม่ถูกขับออกเช่นเดียวกับที่คุณ
หรือเปล่า ผู้นาคืออะไร ผมแค่อยากเป็นคนธรรมดาๆ คนหน่ง ถูกกระท�า”



ท่เช่อม่นในพระผู้เป็นเจ้า เป็นคนดีมีคุณธรรม ไม่ทาผิด (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 163)



กฎหมายบ้านเมือง หรือกฎของศาสนาท่ครอบครัวผม


นับถือ การเป็นตัวอย่างท่ดีก็น่าจะนาพาให้คนรุ่นหลัง แม่ เป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเองว่าท�าสิ่งที่ถูกต้องแม้ว่าสิ่งนั้นจะมี

ปฏิบัติตามได้ ดีกว่าการสอนสั่งโดยไม่สามารถท�าได้ไม่ใช่ คนไม่เห็นด้วย เช่นการเปล่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม แม่รักลูกและให้

หรือครับพี่วุฒิ” อิสระกับลูกทุกคน โดยจะสอนให้ลูกมีเหตุผล คิดและท�าสิ่งที่ดี
(อาณาจักรแห่งหัวใจ: 128) “ทอรุ้ง แม่เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่า เราไม่ควร
กะเกณฑ์ให้ใครมานับถือหรือยอมตามอย่างเรา แม้แต่
ทอรุ้ง เคร่งครัดในศาสนาอิสลาม ทอรุ้งศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า คนท่เรารัก ลูกคงไม่รู้ว่าก่อนท่แม่จะเปล่ยนศาสนาน้น แม่คิด




จึงยินดีท่จะรักสรวุฒิแต่ไม่แต่งงานเพราะไม่คิดจะเปล่ยนศาสนา อยู่นาน ไม่มีสักคนในครอบครัวของแม่ท่เห็นด้วย ทุกคน



บทสนทนาของทอรุ้งทุกตอนแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด ดังตัวอย่าง






ต่างเคยชนกบความมอสระทจะนบถอพทธ แต่เมอแม่รก







60 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 61






พ่อ แม่ก็ยอม แท้ที่จริงแล้ว แม่ยังเชื่อในพระรัตนตรัย คือ “อย่าไปโทษน้องเลย แม่รู้มาตั้งนานแล้วว่าถูกต�าหนิ
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อยู่เสมอ สิ่งเหล่านั้นอยู่ใน อย่างไร เมื่อเป็นมุสลิม แม่ไม่ค่อยเคร่งครัด แค่วางตัวไว้



สายเลือด ในจิตวิญญาณ รวมทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งแม่ ในกรอบเท่าททาได้ บางคร้งแม่ก็รู้สึกอึดอัด มันผิดกับหลัก

ก็เชื่อว่าท่านมีจริง” ของศาสนาพุทธที่ให้อิสระมากจนเกินไป แต่เมื่อถึงขณะนี้
“แม่ไม่เคยรู้สึกขัดแย้งอะไรเลยหรือคะ” เวลาของแม่เหลือน้อยแล้ว ขอให้แม่ได้ท�าในสิ่งที่แม่อยาก
“ไม่หรอกลูก กรอบของทุกศาสนาที่บัญญัติขึ้น ต่าง ท�าบ้างเถอะนะ”
ต้องการสอนให้คนเป็นคนดี เม่อทุกคนยอมอยู่ในกรอบของ “แล้วรุ้งกับน้องล่ะคะ”



















ศีลธรรม สังคมก็จะไม่วุ่นวายแต่เม่อเราเข้าใจส่งสูงสุดหรือ “ขนอยกบตวของลกเองทแมจะไมขอกาวกาย ถารงอย ่ ู

แก่นของหลักการเหล่าน้นแล้ว กรอบต่างๆ จะไม่มีความ ในกรอบนั้นแล้วมีความสุขดี ก็ท�าต่อไป แต่การเปิดใจเรียนรู้










สาคญใดๆ ท้งสน แม่ไม่อยากให้ลกยึดมนถอม่นจนลม หลักของศาสนาอื่นบ้างก็ไม่ใช่เสียหายอะไรไม่ใช่หรือ”

นึกถึงหัวใจตัวเอง” (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 227)
(อาณาจักรแห่งหัวใจ: 173 - 174)
ฉากส�าคัญ








“แม่คิดว่าอยากทาบุญทากุศลอย่างท่เคยทาตอน สถานท่สาคัญในเร่องคือชุมชนท่อยู่บริเวณภาคเหนือของ







สาวๆ เพอเป็นทนหรอเสบยงในโลกหน้าตามหลก ประเทศไทย ในเร่องไม่ระบุช่อเมืองแต่ตามประวัติผู้แต่งอยู่ท่จังหวัด






พุทธศาสนาบ้าง แม่เองก็ย่อหย่อนเม่อเป็นมุสลิม อาจมีคน แม่ฮ่องสอนและได้พบส่งบันดาลใจมาเขียนเร่องน้ ชุมชนแห่งน้มีความ





ตาหนว่าเหตการณ์ทงหมดทเกดขนเป็นเพราะการไม่ หลากหลายทางวัฒนธรรมเพราะเป็นท่อยู่อาศัยของคนท่นับถือศาสนาพุทธ









ศรัทธาอย่างแท้จริงของแม่ก็ได้ แต่สาหรับชาวพุทธ จะยึด ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม ฉาก “อาณาจักรแห่งหัวใจ” มีความ




ที่กฎแห่งกรรม ท�าดีได้ดี ท�าชั่วได้ชั่ว ที่ผ่านมาแม่เชื่อว่า สาคัญในฐานะเป็นฉากและช่อเร่องนวนิยาย ซ่งหมายถึงบ้านสวนของ
ไม่เคยทาส่งเลวร้ายอะไรมากมาย ส่งท่เกิดข้นแม่จึงถือว่า สรวุฒิและหมายถึงประเทศไทยนั่นเอง





เป็นกรรมเก่ามากกว่าจะโทษว่าพระผู้เป็นเจ้าลงโทษ” ในเมืองที่เราอยู่ไม่ได้มีศาสนาเดียว ผมเห็นโบสถ์ซึ่ง
“แม่รู้ด้วยหรือคะว่ามีคนพูดแบบนั้น ยาซีน เธอบอก พ่บอกว่าเป็นท่ชุมนุมกันของชาวคริสต์ต้งอยู่ห่างออกไป



แม่งั้นหรือ” จากตวเมอง เมอครงไปขรถจกรยานเทยวเล่นกบเพอนๆ














“เปล่าครับ” ผมตอบ พวกเขาจะพบปะและสวดพระคัมภีร์ร่วมกันในวันอาทิตย์
ผมเคยสงสัยว่า คัมภีร์ของเขาใช่เล่มเดียวกับของเราหรือ

60 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 61






พ่อ แม่ก็ยอม แท้ที่จริงแล้ว แม่ยังเชื่อในพระรัตนตรัย คือ “อย่าไปโทษน้องเลย แม่รู้มาตั้งนานแล้วว่าถูกต�าหนิ
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อยู่เสมอ สิ่งเหล่านั้นอยู่ใน อย่างไร เมื่อเป็นมุสลิม แม่ไม่ค่อยเคร่งครัด แค่วางตัวไว้



สายเลือด ในจิตวิญญาณ รวมทั้งองค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งแม่ ในกรอบเท่าททาได้ บางคร้งแม่ก็รู้สึกอึดอัด มันผิดกับหลัก

ก็เชื่อว่าท่านมีจริง” ของศาสนาพุทธที่ให้อิสระมากจนเกินไป แต่เมื่อถึงขณะนี้
“แม่ไม่เคยรู้สึกขัดแย้งอะไรเลยหรือคะ” เวลาของแม่เหลือน้อยแล้ว ขอให้แม่ได้ท�าในสิ่งที่แม่อยาก
“ไม่หรอกลูก กรอบของทุกศาสนาที่บัญญัติขึ้น ต่าง ท�าบ้างเถอะนะ”
ต้องการสอนให้คนเป็นคนดี เม่อทุกคนยอมอยู่ในกรอบของ “แล้วรุ้งกับน้องล่ะคะ”



















ศีลธรรม สังคมก็จะไม่วุ่นวายแต่เม่อเราเข้าใจส่งสูงสุดหรือ “ขนอยกบตวของลกเองทแมจะไมขอกาวกาย ถารงอย ่ ู

แก่นของหลักการเหล่าน้นแล้ว กรอบต่างๆ จะไม่มีความ ในกรอบนั้นแล้วมีความสุขดี ก็ท�าต่อไป แต่การเปิดใจเรียนรู้










สาคญใดๆ ท้งสน แม่ไม่อยากให้ลกยึดมนถอม่นจนลม หลักของศาสนาอื่นบ้างก็ไม่ใช่เสียหายอะไรไม่ใช่หรือ”

นึกถึงหัวใจตัวเอง” (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 227)
(อาณาจักรแห่งหัวใจ: 173 - 174)
ฉากส�าคัญ








“แม่คิดว่าอยากทาบุญทากุศลอย่างท่เคยทาตอน สถานท่สาคัญในเร่องคือชุมชนท่อยู่บริเวณภาคเหนือของ







สาวๆ เพอเป็นทนหรอเสบยงในโลกหน้าตามหลก ประเทศไทย ในเร่องไม่ระบุช่อเมืองแต่ตามประวัติผู้แต่งอยู่ท่จังหวัด






พุทธศาสนาบ้าง แม่เองก็ย่อหย่อนเม่อเป็นมุสลิม อาจมีคน แม่ฮ่องสอนและได้พบส่งบันดาลใจมาเขียนเร่องน้ ชุมชนแห่งน้มีความ





ตาหนว่าเหตการณ์ทงหมดทเกดขนเป็นเพราะการไม่ หลากหลายทางวัฒนธรรมเพราะเป็นท่อยู่อาศัยของคนท่นับถือศาสนาพุทธ









ศรัทธาอย่างแท้จริงของแม่ก็ได้ แต่สาหรับชาวพุทธ จะยึด ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม ฉาก “อาณาจักรแห่งหัวใจ” มีความ




ที่กฎแห่งกรรม ท�าดีได้ดี ท�าชั่วได้ชั่ว ที่ผ่านมาแม่เชื่อว่า สาคัญในฐานะเป็นฉากและช่อเร่องนวนิยาย ซ่งหมายถึงบ้านสวนของ
ไม่เคยทาส่งเลวร้ายอะไรมากมาย ส่งท่เกิดข้นแม่จึงถือว่า สรวุฒิและหมายถึงประเทศไทยนั่นเอง





เป็นกรรมเก่ามากกว่าจะโทษว่าพระผู้เป็นเจ้าลงโทษ” ในเมืองที่เราอยู่ไม่ได้มีศาสนาเดียว ผมเห็นโบสถ์ซึ่ง
“แม่รู้ด้วยหรือคะว่ามีคนพูดแบบนั้น ยาซีน เธอบอก พ่บอกว่าเป็นท่ชุมนุมกันของชาวคริสต์ต้งอยู่ห่างออกไป



แม่งั้นหรือ” จากตวเมอง เมอครงไปขรถจกรยานเทยวเล่นกบเพอนๆ














“เปล่าครับ” ผมตอบ พวกเขาจะพบปะและสวดพระคัมภีร์ร่วมกันในวันอาทิตย์
ผมเคยสงสัยว่า คัมภีร์ของเขาใช่เล่มเดียวกับของเราหรือ

62 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 63













ไม่ พระผู้เป็นเจ้าของเรากับพระเจ้าของพวกเขาเป็นองค์ ฉากสาคญอกฉากหน่งคือบานสวนของสรวฒ ซงเปน “อาณาจกร




เดียวกันหรือเปล่า พี่ยามีละไม่ให้ผมพูดต่อ บอกว่าจะเอา แห่งหัวใจ” เป็นสถานที่ร่มรื่น สดชื่นและบริสุทธิ์ คนต่างศาสนาสามารถ

พระผู้เป็นเจ้ามาพูดเล่นไม่ได้ และผมไม่ควรไปถามคนท ่ ี อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ทุกคนเคารพกันและกัน ทาหน้าท่ของตนเอง

นับถือคนละศาสนา ถ้าไม่เข้าใจอย่างไรให้ถามจากคุณครู เป็นอย่างดี มีอิสระเสรีในด้านความคิดและการกระท�าในกรอบที่ทุกคนรู้



หรือไม่กลงอาลซ่งเป็นผนาชาวมสลิมในหมบ้าน ท่านจะให ้ บ้านหลังใหม่ของเราในสวน “อาณาจักรแห่งหัวใจ”



ู่


ค�าตอบได้ดี เร่มมีดอกไม้ข้นมากมายจากการช่วยกันปลูกของแม่







ผ้หญงของพวกเขา (ชาวครสต์) ไม่ได้เอาผ้าคลม พ่ยามีละ ผม และพ่สรวุฒิ รวมท้งพืชผักสวนครัวท ่ ี


ศีรษะเหมือนพี่ของผมและครูทั้งสอง ผมไปยืนมองขณะที่ สามารถนามาทาอาหารแทบทุกชนิด นอกจากผักแล้ว เรา


พวกเขาพบปะสังสรรค์กัน ก็เห็นย้มแย้มแจ่มใสดี ม ี ยังมีไม้ผล เช่น มะม่วง ล�าไย ลิ้นจี่ น้อยหน่า กล้วยอีก






ร้องเพลงกันในโบสถ์ด้วย ซ่งผิดกับพวกเราท่คุณครูบอกว่า หลากหลายพันธุ์ รวมท้งพืชผักสมุนไพรท่พ่สรวุฒิปลูกไว้
ไม่ให้ร้องเพลง พระผู้เป็นเจ้าของพวกเราคงไม่ชอบ ท�าให้ กินเป็นยา อย่างขิง ข่า ตะไคร้ ไพล กระชาย และอื่นๆ

ผมอดแปลกใจไม่ได้ ยังมีคนท่นับถือศาสนาแตกต่างกับ อีกหลายชนิด ซึ่งน�ารายได้มาให้อย่างต่อเนื่อง
พวกเราอีกคือชาวพุทธ พวกเขาไปโบสถ์กันในวันพระน�า ลงประจกษ์กับป้าแก้วเป็นคนนาผลผลตจากสวนไป





อาหารคาวหวานไปให้พระสงฆ์ท่ห่มผ้าสีเหลืองและในตอน ขายท่ตลาด บางคร้งผมกับก้องซ่งอยู่ในวัยไล่เล่ยกันก็ไป




เช้าๆ ผมเห็นคนยืนคอยใส่อาหาร พร้อมดอกไม้ธูปเทียน ช่วยบ้างในวันท่ไม่ต้องไปโรงเรียน พ่สรวุฒิแบ่งรายได้


ต่อจากน้นก็จะมีการให้พรเป็นภาษาบาลีท่บางคนบอกฟัง ส่วนหน่งให้ท้งครอบครัวของลุงประจักษ์และครอบครัว




ไม่รู้เรื่อง แต่ก็อิ่มใจที่ได้ท�าเช่นนั้น ของผม สวนเขาเองกยงวาดภาพในเวลาวางเพอนาไปฝาก









ครูมาเรียมบอกกับเด็กๆ ว่า พวกเราชาวมุสลิมไม่ ขายกับเพ่อนในตัวเมืองเชียงใหม่ รวมท้งช่วยสอนผมกับ
แบ่งแยกระหว่างนักบวชกับคนธรรมดาเช่นชาวพุทธ ชาว ก้องจนเราสองคนสามารถวาดภาพได้ดีขึ้น
มุสลิมทุกคนถือว่าเป็นนักบวช พวกเราต้องท�าตามค�าสอน แม่ของผมมีสุขภาพแข็งแรงจากการได้ออกแรงปลูก

ในพระคัมภีร์อัลกุรอาน การปฏิบัติตามถือเป็นส่งท่จะ ผัก อีกทั้งได้อากาศที่ดีและอาหารธรรมชาติ จึงท�าให้โรค


ละเลยไม่ได้ เพ่อท่เราทุกคนจะได้กลับไปในดินแดนแห่ง ร้ายอย่างมะเร็งไม่กลับมาอีก พี่ยามีละเรียนจบแล้ว เธอ

พระผู้เป็นเจ้าเม่อวันพิพากษามาถึง มันเป็นข้อแตกต่างท ่ ี ไปเป็นครูในโรงเรียนของผมได้ไม่ถึงปี เมื่อพี่สรวุฒิเตรียม


ทาให้ผมสงสัยเสมอว่า แล้วผู้ท่ไม่ได้นับถือพระผู้เป็นเจ้า จะเปิดโรงเรียนอนุบาลข้นในสวน พ่ยามีละก็ลาออกมาช่วย



อย่างพวกเราเล่า เขาจะได้ไปในที่ใด และต่อมาไม่นานท้งสองก็แต่งงานกัน โดยไม่มีอุปสรรค

(อาณาจักรแห่งหัวใจ: 11)

62 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 63













ไม่ พระผู้เป็นเจ้าของเรากับพระเจ้าของพวกเขาเป็นองค์ ฉากสาคญอกฉากหน่งคือบานสวนของสรวฒ ซงเปน “อาณาจกร




เดียวกันหรือเปล่า พี่ยามีละไม่ให้ผมพูดต่อ บอกว่าจะเอา แห่งหัวใจ” เป็นสถานที่ร่มรื่น สดชื่นและบริสุทธิ์ คนต่างศาสนาสามารถ

พระผู้เป็นเจ้ามาพูดเล่นไม่ได้ และผมไม่ควรไปถามคนท ่ ี อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ทุกคนเคารพกันและกัน ทาหน้าท่ของตนเอง

นับถือคนละศาสนา ถ้าไม่เข้าใจอย่างไรให้ถามจากคุณครู เป็นอย่างดี มีอิสระเสรีในด้านความคิดและการกระท�าในกรอบที่ทุกคนรู้



หรือไม่กลงอาลซ่งเป็นผนาชาวมสลิมในหมบ้าน ท่านจะให ้ บ้านหลังใหม่ของเราในสวน “อาณาจักรแห่งหัวใจ”



ู่


ค�าตอบได้ดี เร่มมีดอกไม้ข้นมากมายจากการช่วยกันปลูกของแม่







ผ้หญงของพวกเขา (ชาวครสต์) ไม่ได้เอาผ้าคลม พ่ยามีละ ผม และพ่สรวุฒิ รวมท้งพืชผักสวนครัวท ่ ี


ศีรษะเหมือนพี่ของผมและครูทั้งสอง ผมไปยืนมองขณะที่ สามารถนามาทาอาหารแทบทุกชนิด นอกจากผักแล้ว เรา


พวกเขาพบปะสังสรรค์กัน ก็เห็นย้มแย้มแจ่มใสดี ม ี ยังมีไม้ผล เช่น มะม่วง ล�าไย ลิ้นจี่ น้อยหน่า กล้วยอีก






ร้องเพลงกันในโบสถ์ด้วย ซ่งผิดกับพวกเราท่คุณครูบอกว่า หลากหลายพันธุ์ รวมท้งพืชผักสมุนไพรท่พ่สรวุฒิปลูกไว้
ไม่ให้ร้องเพลง พระผู้เป็นเจ้าของพวกเราคงไม่ชอบ ท�าให้ กินเป็นยา อย่างขิง ข่า ตะไคร้ ไพล กระชาย และอื่นๆ

ผมอดแปลกใจไม่ได้ ยังมีคนท่นับถือศาสนาแตกต่างกับ อีกหลายชนิด ซึ่งน�ารายได้มาให้อย่างต่อเนื่อง
พวกเราอีกคือชาวพุทธ พวกเขาไปโบสถ์กันในวันพระน�า ลงประจกษ์กับป้าแก้วเป็นคนนาผลผลตจากสวนไป





อาหารคาวหวานไปให้พระสงฆ์ท่ห่มผ้าสีเหลืองและในตอน ขายท่ตลาด บางคร้งผมกับก้องซ่งอยู่ในวัยไล่เล่ยกันก็ไป




เช้าๆ ผมเห็นคนยืนคอยใส่อาหาร พร้อมดอกไม้ธูปเทียน ช่วยบ้างในวันท่ไม่ต้องไปโรงเรียน พ่สรวุฒิแบ่งรายได้


ต่อจากน้นก็จะมีการให้พรเป็นภาษาบาลีท่บางคนบอกฟัง ส่วนหน่งให้ท้งครอบครัวของลุงประจักษ์และครอบครัว




ไม่รู้เรื่อง แต่ก็อิ่มใจที่ได้ท�าเช่นนั้น ของผม สวนเขาเองกยงวาดภาพในเวลาวางเพอนาไปฝาก









ครูมาเรียมบอกกับเด็กๆ ว่า พวกเราชาวมุสลิมไม่ ขายกับเพ่อนในตัวเมืองเชียงใหม่ รวมท้งช่วยสอนผมกับ
แบ่งแยกระหว่างนักบวชกับคนธรรมดาเช่นชาวพุทธ ชาว ก้องจนเราสองคนสามารถวาดภาพได้ดีขึ้น
มุสลิมทุกคนถือว่าเป็นนักบวช พวกเราต้องท�าตามค�าสอน แม่ของผมมีสุขภาพแข็งแรงจากการได้ออกแรงปลูก

ในพระคัมภีร์อัลกุรอาน การปฏิบัติตามถือเป็นส่งท่จะ ผัก อีกทั้งได้อากาศที่ดีและอาหารธรรมชาติ จึงท�าให้โรค


ละเลยไม่ได้ เพ่อท่เราทุกคนจะได้กลับไปในดินแดนแห่ง ร้ายอย่างมะเร็งไม่กลับมาอีก พี่ยามีละเรียนจบแล้ว เธอ

พระผู้เป็นเจ้าเม่อวันพิพากษามาถึง มันเป็นข้อแตกต่างท ่ ี ไปเป็นครูในโรงเรียนของผมได้ไม่ถึงปี เมื่อพี่สรวุฒิเตรียม


ทาให้ผมสงสัยเสมอว่า แล้วผู้ท่ไม่ได้นับถือพระผู้เป็นเจ้า จะเปิดโรงเรียนอนุบาลข้นในสวน พ่ยามีละก็ลาออกมาช่วย



อย่างพวกเราเล่า เขาจะได้ไปในที่ใด และต่อมาไม่นานท้งสองก็แต่งงานกัน โดยไม่มีอุปสรรค

(อาณาจักรแห่งหัวใจ: 11)

64 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 65





















เร่องศาสนามาขวางกนอก เพราะพสรวฒให้อสระแก่ สมาธิโดยไม่ต้องนงหลบตา ผมเองกร้สกว่าหลังการ
พี่ยามีละ วาดภาพทุกคร้ง ผมจะน่งและมีความสุขราวกับได้


เราทุกคนอยู่ใน “อาณาจักรแห่งหัวใจ” ด้วยความสุข ปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่างออกจากใจ


และมีเสรีในการทาทุกส่ง ลุงประจักษ์กับป้าแก้วไปโบสถ์ทุก พ่ยามีละยังคงใส่ผ้าคลุมผมในเวลาออกไปข้างนอก

วันอาทิตย์ ก้องเคยชวนผมไปด้วยเพ่อเรียนรู้และร่วม เสมอ รวมท้งยังทาละหมาดเหมือนเดิม โรงเรียนท่เป็น





ร้องเพลงกับพวกเขาในการสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า ผมทาตาม โครงการของท้งสองเป็นรูปเป็นร่างข้น เด็กๆ ท่เข้ามาเรียน




อย่างรู้สึกสนุกสนานโดยไม่คิดแบ่งแยก ในขณะเดียวกัน มีความต่างท้งทางศาสนาและวัฒนธรรม เน่องจากใน

ผมก็สอนก้องให้ท�าละหมาด ซึ่งก้องเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ชุมชนนั้นมีผู้คนต่างเชื้อชาติ ทั้งชาวเขา ชาวเมือง แต่เมื่อ


แม่ใส่บาตรทุกเช้าท่หน้าสวน ท่านกรวดนาแผ่เมตตา มาอยู่ร่วมกันก็สามารถกลมกลืนได้อย่างดี


ให้พ่อและเพียงฝันเสมอ บอกว่าเพ่อให้ดวงวิญญาณท้ง (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 235 - 237)


สองดวงได้ไปสู่สุคติ แม่เคยไปปฏิบัติธรรมท่วัดใกล้ๆ ปัจจุบันผมและครอบครัวมีความสุขตามอัตภาพอยู่ใน


โรงเรียนเม่อมีจัดกิจกรรมในวันสาคัญทางศาสนาพุทธ เม่อ “อาณาจักรแห่งหัวใจ” สถานที่ซึ่งให้อิสรเสรีในด้านความ


กลับมาแม่ก็สวดมนต์และน่งสมาธิ ผมเคยทาตามดูบ้าง คิด และการกระทาภายในกรอบท่เราทุกคนต่างก็รู้ว่า




จากการเรียนรู้ในโรงเรียนเม่อคุณครูนาพระภิกษุมาสอน ส่งใดควรหรือไม่ควร พวกเราจึงมีความสงบและอยู่



วิชาพระพุทธศาสนา จึงได้รู้ว่าการน่งหลับตาน่งๆ ช่วงเวลา ร่วมกันโดยปราศจากความขัดแย้ง เม่อมีปัญหาใดๆ เข้ามา







หน่ง ทาให้จิตใจท่เคยวอกแวกเป็นหน่งเดียวได้ และน่น ก็จะร่วมมือกันแก้ไขให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

อาจเป็นอุบายท่ช่วยทาให้เราได้รับความสงบในจิตใจบ้าง (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 237)

ในบางครั้ง








พสรวฒบอกว่า การปฏบัตธรรมนนควรทาทกขณะ ค�าคมจากเรื่องอาณาจักรแห่งหัวใจ


จิต ไม่ว่าจะเดิน ยืน นั่ง และนอน ความรู้สึกตัวพร้อมจะ


ทาให้คนเราไม่กระทาส่งผิดพลาด คล้ายกับการสารวมท้ง ทอรุ้งถามแม่ว่าคิดอย่างไรถึงเปล่ยนการนับถือศาสนา จาก









กาย วาจา และใจ ซงเป็นคาสอนทเหมอนกนแทบทก ศาสนาพุทธเป็นศาสนาอิสลาม









ศาสนา เขายังบอกอีกว่า การทางานศิลปะก็คือการฝึก “ความรักเป็นส่งเดียวเท่าน้นท่ทาให้แม่เปล่ยนได้ และ


สมาธิจิตอย่างหนึ่ง เพราะเวลาที่เราวาดภาพหรือระบาย อีกอย่างท่สาคัญคือ แม่คิดว่าทุกศาสนาต่างสอนให้คนเป็น






สี จิตใจท่จดจ่ออยู่กับส่งใดสิ่งหน่งน่นแหละคือการทา คนดี เขาวางกรอบไว้ให้ก็เพราะอยากให้เราทาตามเพ่อ


64 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 65





















เร่องศาสนามาขวางกนอก เพราะพสรวฒให้อสระแก่ สมาธิโดยไม่ต้องนงหลบตา ผมเองกร้สกว่าหลังการ
พี่ยามีละ วาดภาพทุกคร้ง ผมจะน่งและมีความสุขราวกับได้


เราทุกคนอยู่ใน “อาณาจักรแห่งหัวใจ” ด้วยความสุข ปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่างออกจากใจ


และมีเสรีในการทาทุกส่ง ลุงประจักษ์กับป้าแก้วไปโบสถ์ทุก พ่ยามีละยังคงใส่ผ้าคลุมผมในเวลาออกไปข้างนอก

วันอาทิตย์ ก้องเคยชวนผมไปด้วยเพ่อเรียนรู้และร่วม เสมอ รวมท้งยังทาละหมาดเหมือนเดิม โรงเรียนท่เป็น





ร้องเพลงกับพวกเขาในการสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า ผมทาตาม โครงการของท้งสองเป็นรูปเป็นร่างข้น เด็กๆ ท่เข้ามาเรียน




อย่างรู้สึกสนุกสนานโดยไม่คิดแบ่งแยก ในขณะเดียวกัน มีความต่างท้งทางศาสนาและวัฒนธรรม เน่องจากใน

ผมก็สอนก้องให้ท�าละหมาด ซึ่งก้องเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ชุมชนนั้นมีผู้คนต่างเชื้อชาติ ทั้งชาวเขา ชาวเมือง แต่เมื่อ


แม่ใส่บาตรทุกเช้าท่หน้าสวน ท่านกรวดนาแผ่เมตตา มาอยู่ร่วมกันก็สามารถกลมกลืนได้อย่างดี


ให้พ่อและเพียงฝันเสมอ บอกว่าเพ่อให้ดวงวิญญาณท้ง (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 235 - 237)


สองดวงได้ไปสู่สุคติ แม่เคยไปปฏิบัติธรรมท่วัดใกล้ๆ ปัจจุบันผมและครอบครัวมีความสุขตามอัตภาพอยู่ใน


โรงเรียนเม่อมีจัดกิจกรรมในวันสาคัญทางศาสนาพุทธ เม่อ “อาณาจักรแห่งหัวใจ” สถานที่ซึ่งให้อิสรเสรีในด้านความ


กลับมาแม่ก็สวดมนต์และน่งสมาธิ ผมเคยทาตามดูบ้าง คิด และการกระทาภายในกรอบท่เราทุกคนต่างก็รู้ว่า




จากการเรียนรู้ในโรงเรียนเม่อคุณครูนาพระภิกษุมาสอน ส่งใดควรหรือไม่ควร พวกเราจึงมีความสงบและอยู่



วิชาพระพุทธศาสนา จึงได้รู้ว่าการน่งหลับตาน่งๆ ช่วงเวลา ร่วมกันโดยปราศจากความขัดแย้ง เม่อมีปัญหาใดๆ เข้ามา







หน่ง ทาให้จิตใจท่เคยวอกแวกเป็นหน่งเดียวได้ และน่น ก็จะร่วมมือกันแก้ไขให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

อาจเป็นอุบายท่ช่วยทาให้เราได้รับความสงบในจิตใจบ้าง (อาณาจักรแห่งหัวใจ: 237)

ในบางครั้ง








พสรวฒบอกว่า การปฏบัตธรรมนนควรทาทกขณะ ค�าคมจากเรื่องอาณาจักรแห่งหัวใจ


จิต ไม่ว่าจะเดิน ยืน นั่ง และนอน ความรู้สึกตัวพร้อมจะ


ทาให้คนเราไม่กระทาส่งผิดพลาด คล้ายกับการสารวมท้ง ทอรุ้งถามแม่ว่าคิดอย่างไรถึงเปล่ยนการนับถือศาสนา จาก









กาย วาจา และใจ ซงเป็นคาสอนทเหมอนกนแทบทก ศาสนาพุทธเป็นศาสนาอิสลาม









ศาสนา เขายังบอกอีกว่า การทางานศิลปะก็คือการฝึก “ความรักเป็นส่งเดียวเท่าน้นท่ทาให้แม่เปล่ยนได้ และ


สมาธิจิตอย่างหนึ่ง เพราะเวลาที่เราวาดภาพหรือระบาย อีกอย่างท่สาคัญคือ แม่คิดว่าทุกศาสนาต่างสอนให้คนเป็น






สี จิตใจท่จดจ่ออยู่กับส่งใดสิ่งหน่งน่นแหละคือการทา คนดี เขาวางกรอบไว้ให้ก็เพราะอยากให้เราทาตามเพ่อ


66 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 67






ในขณะนั้นเท่าที่ท�าได้คือการเชื่อฟัง ไม่เกเร หรือคบเพื่อน
ที่ไม่ดีอย่างที่หลายๆ คนเริ่มกระท�า เมื่อรู้สึกว่าเริ่มจะโต
ท้งร่างกายและจิตใจท่ต้องการเป็นอิสระจากการบังคับ


ของผู้ใหญ่
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 101)


ยาซีนถามสรวุฒิเรื่องศาสนา สิ่งใดควรท�าและไม่ควรท�า


“ถ้าถามในเร่องท่เราควรยึดม่น พ่คิดว่าคุณธรรมและ



คาสอนท่ดีน่นแหละ คือส่งท่เราควรยึดไว้เป็นหลัก






ส่วนใหญ่แล้วมนุษย์ทุกคนพยายามแสวงหาส่งยึดเหน่ยว
จิตใจเพื่อไม่ให้เดินออกนอกทาง จึงมีศาสดาและผู้น�าลัทธิ

ต่างๆ เกิดข้นมากมาย รวมท้งสาวกท่ยินดีจะยอมตาม


ในทุกๆ อย่าง เพียงเพื่อจะให้ตนเองพ้นทุกข์”

ความสุขของคนทุกคน แม่แค่วางตัวลงในกรอบเหล่าน้น (อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 152 - 153)
แล้วท�าตามโดยไม่คิดมาก แม่ก็อยู่ได้อย่างมีความสุข” สรวุฒิสร้างโรงเรียนอนุบาลท่บ้านสวน โดยเน้นการสอนเร่องการ


(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 72)
ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติและการอยู่อย่างพอเพียง ท�าให้ยาซีนอยากเป็นครู


พ่สรวุฒิบอกว่าหากเราต้องการปลูกฝังส่งใด ควร

ยาซีนคิดทบทวนเก่ยวกับหน้าท่ของชาวมุสลิมและชาวพุทธ และ




สงสัยว่าความดีคืออะไร เร่มต้นเสียต้งแต่พวกเขายังเป็นเด็กเล็ก คล้ายกับก่งอ่อนๆ
ของต้นไม้ท่เราสามารถดัดให้เป็นไปตามความต้องการได้

ผมพยายามคิดว่า มีสิ่งดีอันใดอีกที่คนเราจะต้องท�า แทนท่จะปล่อยให้พวกเขาเติบโตในสภาพแวดล้อมอ่นท่ต่าง



นอกเหนือจากสิ่งเหล่านั้น อาจเป็นความกตัญญูต่อพ่อแม่




ของเราซ่งมีพระคุณเล้ยงดูเรามาแต่เล็ก การท่น้องม ี กับปรัชญาการใช้ชีวิตแบบพอเพียงแล้ว ผู้ท่จะปลูกฝัง


สขภาพไมแขงแรง ตองเขาโรงพยาบาลบอยๆ ทาใหผมได ้ ส่งดีงามให้กับเยาวชน ก็ควรได้ใช้ชีวิตเช่นน้นมาก่อน จึง








จะเข้าใจและท�าหน้าที่ได้ดี


เห็นความยากลาบากของแม่ท่ต้องเล้ยงดูเราถึงสามชีวิต (อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 237)




ส่งน้ทาให้ผมคิดได้ว่า เม่อโตข้นผมต้องตอบแทนท่าน และ



66 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 67






ในขณะนั้นเท่าที่ท�าได้คือการเชื่อฟัง ไม่เกเร หรือคบเพื่อน
ที่ไม่ดีอย่างที่หลายๆ คนเริ่มกระท�า เมื่อรู้สึกว่าเริ่มจะโต
ท้งร่างกายและจิตใจท่ต้องการเป็นอิสระจากการบังคับ


ของผู้ใหญ่
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 101)


ยาซีนถามสรวุฒิเรื่องศาสนา สิ่งใดควรท�าและไม่ควรท�า


“ถ้าถามในเร่องท่เราควรยึดม่น พ่คิดว่าคุณธรรมและ



คาสอนท่ดีน่นแหละ คือส่งท่เราควรยึดไว้เป็นหลัก






ส่วนใหญ่แล้วมนุษย์ทุกคนพยายามแสวงหาส่งยึดเหน่ยว
จิตใจเพื่อไม่ให้เดินออกนอกทาง จึงมีศาสดาและผู้น�าลัทธิ

ต่างๆ เกิดข้นมากมาย รวมท้งสาวกท่ยินดีจะยอมตาม


ในทุกๆ อย่าง เพียงเพื่อจะให้ตนเองพ้นทุกข์”

ความสุขของคนทุกคน แม่แค่วางตัวลงในกรอบเหล่าน้น (อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 152 - 153)
แล้วท�าตามโดยไม่คิดมาก แม่ก็อยู่ได้อย่างมีความสุข” สรวุฒิสร้างโรงเรียนอนุบาลท่บ้านสวน โดยเน้นการสอนเร่องการ


(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 72)
ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติและการอยู่อย่างพอเพียง ท�าให้ยาซีนอยากเป็นครู


พ่สรวุฒิบอกว่าหากเราต้องการปลูกฝังส่งใด ควร

ยาซีนคิดทบทวนเก่ยวกับหน้าท่ของชาวมุสลิมและชาวพุทธ และ




สงสัยว่าความดีคืออะไร เร่มต้นเสียต้งแต่พวกเขายังเป็นเด็กเล็ก คล้ายกับก่งอ่อนๆ
ของต้นไม้ท่เราสามารถดัดให้เป็นไปตามความต้องการได้

ผมพยายามคิดว่า มีสิ่งดีอันใดอีกที่คนเราจะต้องท�า แทนท่จะปล่อยให้พวกเขาเติบโตในสภาพแวดล้อมอ่นท่ต่าง



นอกเหนือจากสิ่งเหล่านั้น อาจเป็นความกตัญญูต่อพ่อแม่




ของเราซ่งมีพระคุณเล้ยงดูเรามาแต่เล็ก การท่น้องม ี กับปรัชญาการใช้ชีวิตแบบพอเพียงแล้ว ผู้ท่จะปลูกฝัง


สขภาพไมแขงแรง ตองเขาโรงพยาบาลบอยๆ ทาใหผมได ้ ส่งดีงามให้กับเยาวชน ก็ควรได้ใช้ชีวิตเช่นน้นมาก่อน จึง








จะเข้าใจและท�าหน้าที่ได้ดี


เห็นความยากลาบากของแม่ท่ต้องเล้ยงดูเราถึงสามชีวิต (อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 237)




ส่งน้ทาให้ผมคิดได้ว่า เม่อโตข้นผมต้องตอบแทนท่าน และ



68 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม








ยาซีนอยู่ท่บ้านสวนอย่างมีความสุข แม้ในครอบครัวจะมีท้งผู้ท ่ ี
นับถือศาสนาพุทธและศาสนาอิสลาม

ผมยังสวดมนต์และทาละหมาดอยู่เสมอมิได้ขาด ทว่า ตอนที่ 3
ทั้งหมดมิใช่เพื่ออ้อนวอนขอสิ่งใด หากเพราะผมตระหนัก ความรู้เพิ่มเติมในวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง


ว่าเป็นส่งท่ควรทา การได้เรียนรู้เข้าใจถึงแก่นหรือหัวใจ

แห่งพระคัมภีร์ ซ่งผมคิดว่าได้พบแล้วในดินแดนท่มีอยู่จริง


บนโลกใบนี้ โดยไม่ต้องรอให้ตายเพื่อกลับคืนไปสู่พระองค์ บ้านเมืองของเรา



ก็เป็นอีกประการหน่งท่ทาให้ผมยึดม่นในการทาความด ี










และสิงสูงสดคอสัจธรรมอันเป็นความจรงทไม่มใครปฏเสธ เหตุการณ์ในวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่องเกิดขึ้นในประเทศไทย
ได้ การไม่ปล่อยเวลาให้ปราศจากคุณค่า ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ ที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ แว้งที่รักกล่าวถึงอ�าเภอแว้ง จังหวัด


ผมและทุกคนในที่นี้ยึดมั่น นราธิวาส ปอเนาะท่รักอยู่ท่จังหวัดนราธิวาสและมีเหตุการณ์บางตอนเกิด
ขึ้นที่ภาคอีสานจังหวัดอุดรธานี และอาณาจักรแห่งหัวใจ สันนิษฐานว่า






จนถงวนนผมยังเช่อม่นเสมอว่า ส่งสูงสุดหรอองค์ คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน


พระผู้เป็นเจ้ามีจริง มิเช่นน้นแล้ว ครอบครัวของผมคงไม่ แว้ง เป็นช่ออาเภอในจังหวัดนราธิวาส มีเน้อท่ประมาณ






สามารถค้นพบอาณาจักรแห่งหัวใจท่แท้จริงของแต่ละคนได้ 847.274 ตารางกโลเมตร มีอาณาเขตติดพ้นทต่างๆ ได้แก่ ทศเหนอ






(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 238)
ติดกับสุไหงปาดี และอ�าเภอสุไหงโก - ลก จังหวัดนราธิวาส ทิศใต้และทิศ
ตะวันออก ติดกับรัฐกลันตัน สหพันธรฐมาเลเซีย ทิศตะวันตก ติดกบอาเภอ



สุคิริน จังหวัดนราธิวาส






อาเภอแวงมประชาชนนบถอศาสนาอสลามประมาณรอยละ 90

นับถือศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์ประมาณร้อยละ 10 คนไทยมุสลิมใช้
ภาษามลายูท้องถิ่น คนไทยพุทธใช้ภาษาไทยและภาษาไทยถิ่น อาชีพของ
ประชากรคือเกษตรกรรม รับจ้าง ค้าขาย และเลี้ยงสัตว์

ภูมิประเทศของอาเภอแว้งมีลักษณะเป็นทิวเขา ท่ราบเชิงเขา

และเนินเขา มียอดเขาหลายยอดที่ส�าคัญคือ ยอดเขาลีแป เป็นสันปันน�้า


ท่ไหลลงสู่ท่ราบเชิงเขาในพ้นท่ของอาเภอ ทาให้เกิดลาห้วยหลายสาย






68 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม








ยาซีนอยู่ท่บ้านสวนอย่างมีความสุข แม้ในครอบครัวจะมีท้งผู้ท ่ ี
นับถือศาสนาพุทธและศาสนาอิสลาม

ผมยังสวดมนต์และทาละหมาดอยู่เสมอมิได้ขาด ทว่า ตอนที่ 3
ทั้งหมดมิใช่เพื่ออ้อนวอนขอสิ่งใด หากเพราะผมตระหนัก ความรู้เพิ่มเติมในวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง


ว่าเป็นส่งท่ควรทา การได้เรียนรู้เข้าใจถึงแก่นหรือหัวใจ

แห่งพระคัมภีร์ ซ่งผมคิดว่าได้พบแล้วในดินแดนท่มีอยู่จริง


บนโลกใบนี้ โดยไม่ต้องรอให้ตายเพื่อกลับคืนไปสู่พระองค์ บ้านเมืองของเรา



ก็เป็นอีกประการหน่งท่ทาให้ผมยึดม่นในการทาความด ี










และสิงสูงสดคอสัจธรรมอันเป็นความจรงทไม่มใครปฏเสธ เหตุการณ์ในวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่องเกิดขึ้นในประเทศไทย
ได้ การไม่ปล่อยเวลาให้ปราศจากคุณค่า ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ ที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ แว้งที่รักกล่าวถึงอ�าเภอแว้ง จังหวัด


ผมและทุกคนในที่นี้ยึดมั่น นราธิวาส ปอเนาะท่รักอยู่ท่จังหวัดนราธิวาสและมีเหตุการณ์บางตอนเกิด
ขึ้นที่ภาคอีสานจังหวัดอุดรธานี และอาณาจักรแห่งหัวใจ สันนิษฐานว่า






จนถงวนนผมยังเช่อม่นเสมอว่า ส่งสูงสุดหรอองค์ คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน


พระผู้เป็นเจ้ามีจริง มิเช่นน้นแล้ว ครอบครัวของผมคงไม่ แว้ง เป็นช่ออาเภอในจังหวัดนราธิวาส มีเน้อท่ประมาณ






สามารถค้นพบอาณาจักรแห่งหัวใจท่แท้จริงของแต่ละคนได้ 847.274 ตารางกโลเมตร มีอาณาเขตติดพ้นทต่างๆ ได้แก่ ทศเหนอ






(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 238)
ติดกับสุไหงปาดี และอ�าเภอสุไหงโก - ลก จังหวัดนราธิวาส ทิศใต้และทิศ
ตะวันออก ติดกับรัฐกลันตัน สหพันธรฐมาเลเซีย ทิศตะวันตก ติดกบอาเภอ



สุคิริน จังหวัดนราธิวาส






อาเภอแวงมประชาชนนบถอศาสนาอสลามประมาณรอยละ 90

นับถือศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์ประมาณร้อยละ 10 คนไทยมุสลิมใช้
ภาษามลายูท้องถิ่น คนไทยพุทธใช้ภาษาไทยและภาษาไทยถิ่น อาชีพของ
ประชากรคือเกษตรกรรม รับจ้าง ค้าขาย และเลี้ยงสัตว์

ภูมิประเทศของอาเภอแว้งมีลักษณะเป็นทิวเขา ท่ราบเชิงเขา

และเนินเขา มียอดเขาหลายยอดที่ส�าคัญคือ ยอดเขาลีแป เป็นสันปันน�้า


ท่ไหลลงสู่ท่ราบเชิงเขาในพ้นท่ของอาเภอ ทาให้เกิดลาห้วยหลายสาย






70 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 71








อาเภอแว้งในอ้งภูเขาแห่งน้ ได้สร้างชุมชนท่ท้งคนไทย



พุทธและมุสลิมอยู่รวมกันประหนึ่งญาติสนิท พึ่งพากันได้
อย่างแท้จริงแม้ต่างความเชื่อและศาสนา ผู้คนแบ่งกันกิน
แบ่งกันใช้ไม่หวงแหนเห็นแก่ตัว
(แว้งที่รัก, 2554 : 122)


แว้งท่รักของน้อยท่เล็กนิดเดียว แต่เต็มไปด้วยผู้คน


หลายเผ่าพันธุ์อยู่รวมกันอย่างสงบสุข แบ่งกันด้วยภาษา
เป็นส�าคัญ ตามด้วยศาสนาที่นับถือ การแต่งกาย แล้วก็
อาชีพ คนไทยเป็นข้าราชการ พูดภาษาไทย นับถือศาสนา
พุทธ คนจีนเป็นพ่อค้า พูดภาษาจีน นับถือพุทธปนเจ้า








แม่นาสายสาคัญคือแม่นาสุไหงโกลก ซ่งเป็นแม่นาท่แบ่งอาณาเขตพรมแดน กลุ่มใหญ่ที่สุดคือแขก ที่รวมทั้งแขกมลายู แขกเทศ แขก




ระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียโดยไหลผ่านอาเภอแว้ง อาเภอ กลิงค์ เป็นเกษตรกรสวนยาง ขายของในตลาด นับถือ
สุไหงโก-ลก อ�าเภอตากใบ แล้วไหลออกอ่าวไทย ศาสนาอิสลาม คิดดูเถิดว่าแว้งมีสีสันและน่าอยู่แค่ไหน!
ภูมิอากาศของอาเภอแว้งมีฝนตกชุก เพราะได้รับอิทธิพลจาก (แว้งที่รัก, 2554 : 184 - 186)

ลมมรสุม 2 ด้าน มี 2 ฤดูคือฤดูร้อนและฤดูฝน มีทรัพยากรป่าไม้ที่ส�าคัญ



ตามช่อแว้ง ซ่งหมายถึงพันธุ์ไม้ท้องถ่นท่สะท้อนว่าในอดีตอาเภอแว้งเป็น จังหวัดนราธิวาส เป็นจังหวัดหน่งอยู่ในชายแดนภาคใต้ ม ี



ป่าดงพงทึบ จึงอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า สินค้าที่มีชื่อเสียงคือ อาณาเขตทางทิศใต้ติดรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และทิศตะวันออกติด

ใบชา “ชาเจ๊ะเหฺม” ซ่งเป็นหมู่บ้านท่มีช่อเสียงในด้านการผลิตใบชาและเมล็ด อ่าวไทยและประเทศมาเลเซีย สภาพพื้นท่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขา



กาแฟ ประชากรส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 82 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 17
อ�าเภอแว้งมีวัฒนธรรมพื้นบ้านที่เหนียวแน่น เช่น การแต่งกาย นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 1 นับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอื่นๆ ใช้ภาษา



ของคนในอ�าเภอแว้ง จะมีทั้งคนไทยมุสลิมและคนไทยพุทธที่อยู่ร่วมกันได้ มลายูพ้นเมืองในชีวิตประจาวันมากกว่าภาษาไทย ประชากรส่วนใหญ่ทา






อย่างสงบสุข คนไทยมุสลิมจะปฏิบัติตามศาสนบัญญัติ ผู้ชายนิยมสวม อาชีพทางการเกษตร มีแม่นาโก - ลก เป็นแม่นาสาคัญก้นพรมแดนระหว่าง

“เส้อต๋อโละบลางอิ” นุ่งโสร่ง สวม “หมวกกะปิเยาะ” ไปในพิธีต่างๆ ผู้หญิง ประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย แถบทิศตะวันตกเฉียงใต้จดเทือกเขา
สวม “เสื้อปันนง” และ “เสื้อกุรง” ใช้ผ้าคลุมผมสีต่างๆ ในพิธีกรรม สันกาลาคีรี ซึ่งเป็นแนวพรมแดนไทย - มาเลเซีย

70 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 71








อาเภอแว้งในอ้งภูเขาแห่งน้ ได้สร้างชุมชนท่ท้งคนไทย



พุทธและมุสลิมอยู่รวมกันประหนึ่งญาติสนิท พึ่งพากันได้
อย่างแท้จริงแม้ต่างความเชื่อและศาสนา ผู้คนแบ่งกันกิน
แบ่งกันใช้ไม่หวงแหนเห็นแก่ตัว
(แว้งที่รัก, 2554 : 122)


แว้งท่รักของน้อยท่เล็กนิดเดียว แต่เต็มไปด้วยผู้คน


หลายเผ่าพันธุ์อยู่รวมกันอย่างสงบสุข แบ่งกันด้วยภาษา
เป็นส�าคัญ ตามด้วยศาสนาที่นับถือ การแต่งกาย แล้วก็
อาชีพ คนไทยเป็นข้าราชการ พูดภาษาไทย นับถือศาสนา
พุทธ คนจีนเป็นพ่อค้า พูดภาษาจีน นับถือพุทธปนเจ้า








แม่นาสายสาคัญคือแม่นาสุไหงโกลก ซ่งเป็นแม่นาท่แบ่งอาณาเขตพรมแดน กลุ่มใหญ่ที่สุดคือแขก ที่รวมทั้งแขกมลายู แขกเทศ แขก




ระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียโดยไหลผ่านอาเภอแว้ง อาเภอ กลิงค์ เป็นเกษตรกรสวนยาง ขายของในตลาด นับถือ
สุไหงโก-ลก อ�าเภอตากใบ แล้วไหลออกอ่าวไทย ศาสนาอิสลาม คิดดูเถิดว่าแว้งมีสีสันและน่าอยู่แค่ไหน!
ภูมิอากาศของอาเภอแว้งมีฝนตกชุก เพราะได้รับอิทธิพลจาก (แว้งที่รัก, 2554 : 184 - 186)

ลมมรสุม 2 ด้าน มี 2 ฤดูคือฤดูร้อนและฤดูฝน มีทรัพยากรป่าไม้ที่ส�าคัญ



ตามช่อแว้ง ซ่งหมายถึงพันธุ์ไม้ท้องถ่นท่สะท้อนว่าในอดีตอาเภอแว้งเป็น จังหวัดนราธิวาส เป็นจังหวัดหน่งอยู่ในชายแดนภาคใต้ ม ี



ป่าดงพงทึบ จึงอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า สินค้าที่มีชื่อเสียงคือ อาณาเขตทางทิศใต้ติดรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และทิศตะวันออกติด

ใบชา “ชาเจ๊ะเหฺม” ซ่งเป็นหมู่บ้านท่มีช่อเสียงในด้านการผลิตใบชาและเมล็ด อ่าวไทยและประเทศมาเลเซีย สภาพพื้นท่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขา



กาแฟ ประชากรส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 82 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 17
อ�าเภอแว้งมีวัฒนธรรมพื้นบ้านที่เหนียวแน่น เช่น การแต่งกาย นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 1 นับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอื่นๆ ใช้ภาษา



ของคนในอ�าเภอแว้ง จะมีทั้งคนไทยมุสลิมและคนไทยพุทธที่อยู่ร่วมกันได้ มลายูพ้นเมืองในชีวิตประจาวันมากกว่าภาษาไทย ประชากรส่วนใหญ่ทา






อย่างสงบสุข คนไทยมุสลิมจะปฏิบัติตามศาสนบัญญัติ ผู้ชายนิยมสวม อาชีพทางการเกษตร มีแม่นาโก - ลก เป็นแม่นาสาคัญก้นพรมแดนระหว่าง

“เส้อต๋อโละบลางอิ” นุ่งโสร่ง สวม “หมวกกะปิเยาะ” ไปในพิธีต่างๆ ผู้หญิง ประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย แถบทิศตะวันตกเฉียงใต้จดเทือกเขา
สวม “เสื้อปันนง” และ “เสื้อกุรง” ใช้ผ้าคลุมผมสีต่างๆ ในพิธีกรรม สันกาลาคีรี ซึ่งเป็นแนวพรมแดนไทย - มาเลเซีย

72 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 73






การละเล่นพื้นเมืองที่น่าสนใจ ได้แก่ เต้นร�า ซัมเป็ง ดีเกฮูลู สิละ หลังเดียว แต่ชาวมุสลิมเหล่านั้นอยู่แบบง่ายๆ มิได้ละทิ้ง

กรือโต๊ะ กรือมานอ เป็นต้น สิ่งที่น่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์คือ เรือกอและ ศาสนกิจแต่อย่างไร พวกเขามาให้การต้อนรับเม่อเราไปถึง







ฮาซนพดภาษามลายท้องถน แต่ไม่สามารถอ่านตว จงหวดทเขาอาศยอย่ ไม่มีใครพูดภาษามลายูได้เลย





หนังสือภาษามลายูหรือภาษายาวี ยิ่งต�าราเรียนส่วนมาก ทุกคนพูดภาษาอีสาน และเป็นคนอีสานแท้ ท�าให้คิดได้ว่า
เป็นภาษายาวี มีภาษามลายูบ้างเป็นบางวิชา ยิ่งท�าความ มุสลิมไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆ ต้องเป็นคนที่นั่นไม่มีข้อยกเว้น


ย่งยากให้แก่เขาเป็นอย่างมาก แต่กพอจะฟังครอธบาย (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 119)


เนื้อหาวิชาได้บ้างเพราะครูพูดภาษามลายูท้องถิ่น ทางภาคอีสานแต่ละจังหวัดท่ผ่านไป สภาพดินฟ้า





ทุกคร้งทเข้าเรียนจึงได้แต่ภาวนาให้ช่วโมงตอนเช้า อากาศแห้งแล้ง ประชาชนยากจนเดือดร้อนย่งกว่าบ้านเรา







ผ่านไปเร็วๆ เพราะท้งครูและนักเรียนไม่พูดภาษาไทย เม่อ แตพวกเขาทรหดอดทนมาก บางคนตากแดดทางานตวเปน



เขาเผลอพูดเป็นภาษาไทยคร้งไร ท้งครูและนักเรียน มัน ไม่เห็นเขาข้บ่นเหมือนคนบ้านเรา ทางการไม่เคยพา
เพื่อนร่วมชั้นจะถลึงตามองเขาอย่างไม่ปรารถนาดี เขาไปเที่ยวไหนๆ ไม่ร้องเรียกใดๆ เคยอยู่กันอย่างไรก็อยู่
(ปอเนาะที่รัก: 24) อย่างนั้น


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน เป็นภาคท่มีเน้อท ่ ี (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 117)
มากที่สุดของประเทศไทย มีแม่น�้าโขงเป็นเขตแดนกั้นประเทศลาวทางทิศ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่ในภาคเหนือ ได้รับ
เหนือและทิศตะวันออก ทิศใต้มีเทือกเขาพนมดงรักก้นประเทศกัมพูชา พ้นท ี ่ สมญานามว่า “เมืองสามหมอก” หรือ “เมืองในหมอก” มีพื้นที่ใหญ่เป็น


ส่วนใหญ่เป็นท่ราบสูง เป็นดินปนทรายและลูกรัง ไม่สามารถเก็บกักนาหรือ อันดับ 2 ของภาคเหนือตอนบน ทิศเหนือและทิศตะวันตกอยู่ติดประเทศ




อุ้มนาในฤดูแล้ง จึงเป็นพ้นท่ขาดแคลนนา และไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งนาสาคัญๆ เมียนมา สภาพภูมิประเทศเป็นป่าเขา ประชากรมีจ�านวนน้อยส่วนใหญ่มี









ภูมิอากาศเป็นแบบพ้นเมืองร้อนเฉพาะฤดู คือ มีฝนตกเฉพาะในฤดูฝนสลับ อาชีพทางการเกษตร ประชากรมีหลายเช้อชาติ ชนพ้นเมืองเป็นชาวไท


กับช่วงแห้งแล้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน เป็นฤดูฝนสลับกับฤดูแล้งอย่าง (ไทใหญ่) และลวะ (ละว้า) ปกากะญอ (กะเหรี่ยง) ม้ง (แม้ว) เมี่ยน (เย้า)
ชัดเจน ประชากรแบ่งได้ 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มลาวพุงขาว (ล้านช้าง ลาหู่ (มูเซอ) ลีซู (ลี่ซอ) และผู้อพยพเข้ามาภายหลัง คือ จีนฮ่อ และ
2
เวียงจันทน์) ซึ่งเป็นกลุ่มชนพื้นเมือง กลุ่มคนจีน - ญวน และกลุ่มคนไต คนไทในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา
อีสานมีชาวมุสลิมอยู่บ้าง แต่จ�านวนน้อยมาก ทุกคน บ้านของเราเคยอยู่ใกล้ภูเขา อากาศเย็นสบาย ม ี



1
ประกอบอาชีพตามท่ตนถนัด ไม่ปรากฏมัสยิด ให้เห็นแม้ ลาธารนาใสไหลผ่านหน้าบ้านให้กินและใช้ได้ตลอดปี ม ี


2 ชาวจีนที่อพยพมาจากมณฑลยูนนาน มาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย ส่วนใหญอาศัยอยู ่
1 ปัจจุบันมีมัสยิดในบางจังหวัดของภาคอีสาน เช่น จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุบลราชธาน ี
ในจังหวัดเชียงราย ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม

72 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 73






การละเล่นพื้นเมืองที่น่าสนใจ ได้แก่ เต้นร�า ซัมเป็ง ดีเกฮูลู สิละ หลังเดียว แต่ชาวมุสลิมเหล่านั้นอยู่แบบง่ายๆ มิได้ละทิ้ง

กรือโต๊ะ กรือมานอ เป็นต้น สิ่งที่น่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์คือ เรือกอและ ศาสนกิจแต่อย่างไร พวกเขามาให้การต้อนรับเม่อเราไปถึง







ฮาซนพดภาษามลายท้องถน แต่ไม่สามารถอ่านตว จงหวดทเขาอาศยอย่ ไม่มีใครพูดภาษามลายูได้เลย





หนังสือภาษามลายูหรือภาษายาวี ยิ่งต�าราเรียนส่วนมาก ทุกคนพูดภาษาอีสาน และเป็นคนอีสานแท้ ท�าให้คิดได้ว่า
เป็นภาษายาวี มีภาษามลายูบ้างเป็นบางวิชา ยิ่งท�าความ มุสลิมไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆ ต้องเป็นคนที่นั่นไม่มีข้อยกเว้น


ย่งยากให้แก่เขาเป็นอย่างมาก แต่กพอจะฟังครอธบาย (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 119)


เนื้อหาวิชาได้บ้างเพราะครูพูดภาษามลายูท้องถิ่น ทางภาคอีสานแต่ละจังหวัดท่ผ่านไป สภาพดินฟ้า





ทุกคร้งทเข้าเรียนจึงได้แต่ภาวนาให้ช่วโมงตอนเช้า อากาศแห้งแล้ง ประชาชนยากจนเดือดร้อนย่งกว่าบ้านเรา







ผ่านไปเร็วๆ เพราะท้งครูและนักเรียนไม่พูดภาษาไทย เม่อ แตพวกเขาทรหดอดทนมาก บางคนตากแดดทางานตวเปน



เขาเผลอพูดเป็นภาษาไทยคร้งไร ท้งครูและนักเรียน มัน ไม่เห็นเขาข้บ่นเหมือนคนบ้านเรา ทางการไม่เคยพา
เพื่อนร่วมชั้นจะถลึงตามองเขาอย่างไม่ปรารถนาดี เขาไปเที่ยวไหนๆ ไม่ร้องเรียกใดๆ เคยอยู่กันอย่างไรก็อยู่
(ปอเนาะที่รัก: 24) อย่างนั้น


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน เป็นภาคท่มีเน้อท ่ ี (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 117)
มากที่สุดของประเทศไทย มีแม่น�้าโขงเป็นเขตแดนกั้นประเทศลาวทางทิศ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่ในภาคเหนือ ได้รับ
เหนือและทิศตะวันออก ทิศใต้มีเทือกเขาพนมดงรักก้นประเทศกัมพูชา พ้นท ี ่ สมญานามว่า “เมืองสามหมอก” หรือ “เมืองในหมอก” มีพื้นที่ใหญ่เป็น


ส่วนใหญ่เป็นท่ราบสูง เป็นดินปนทรายและลูกรัง ไม่สามารถเก็บกักนาหรือ อันดับ 2 ของภาคเหนือตอนบน ทิศเหนือและทิศตะวันตกอยู่ติดประเทศ




อุ้มนาในฤดูแล้ง จึงเป็นพ้นท่ขาดแคลนนา และไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งนาสาคัญๆ เมียนมา สภาพภูมิประเทศเป็นป่าเขา ประชากรมีจ�านวนน้อยส่วนใหญ่มี









ภูมิอากาศเป็นแบบพ้นเมืองร้อนเฉพาะฤดู คือ มีฝนตกเฉพาะในฤดูฝนสลับ อาชีพทางการเกษตร ประชากรมีหลายเช้อชาติ ชนพ้นเมืองเป็นชาวไท


กับช่วงแห้งแล้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน เป็นฤดูฝนสลับกับฤดูแล้งอย่าง (ไทใหญ่) และลวะ (ละว้า) ปกากะญอ (กะเหรี่ยง) ม้ง (แม้ว) เมี่ยน (เย้า)
ชัดเจน ประชากรแบ่งได้ 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มลาวพุงขาว (ล้านช้าง ลาหู่ (มูเซอ) ลีซู (ลี่ซอ) และผู้อพยพเข้ามาภายหลัง คือ จีนฮ่อ และ
2
เวียงจันทน์) ซึ่งเป็นกลุ่มชนพื้นเมือง กลุ่มคนจีน - ญวน และกลุ่มคนไต คนไทในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา
อีสานมีชาวมุสลิมอยู่บ้าง แต่จ�านวนน้อยมาก ทุกคน บ้านของเราเคยอยู่ใกล้ภูเขา อากาศเย็นสบาย ม ี



1
ประกอบอาชีพตามท่ตนถนัด ไม่ปรากฏมัสยิด ให้เห็นแม้ ลาธารนาใสไหลผ่านหน้าบ้านให้กินและใช้ได้ตลอดปี ม ี


2 ชาวจีนที่อพยพมาจากมณฑลยูนนาน มาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย ส่วนใหญอาศัยอยู ่
1 ปัจจุบันมีมัสยิดในบางจังหวัดของภาคอีสาน เช่น จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุบลราชธาน ี
ในจังหวัดเชียงราย ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม

74 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 75








ดอกไม้ข้นอยู่รอบๆ บ้าน เช่น บานไม่รู้โรย บานช่น บานเย็น พระมหากษัตริย์ของเรา
เทียนแก้ว หงอนไก่ทั้งดอกเหลืองดอกแดง ขึ้นเป็นแนวอยู่ สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันสูงสุดของไทยมาแต่โบราณ


ใกล้ๆ ร้วบ้านท่ตีเป็นระแนงด้วยไม้ไผ่ซ่งพ่อไปตัดมาจากป่า เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทย พระมหากษัตริย์ไทยทรงดูแลประชาชนด้วย




เม่อผมจาความได้ ก็เห็นว่าบ้านหลังน้อยท่เราเคย พระมหากรณาธคณและพระบรมราชานภาพ พระราชทานพระบรมราชา-




อาศัยอยู่มุงด้วยใบตองตึง โครงหลังคาและตัวบ้านเป็น นุญาตให้ชนต่างชาติเข้ามาต้งถ่นฐานประกอบอาชีพ รับราชการและเผยแผ่





ไม้เนอแขง ฝาบ้านเป็นไม้ไผ่สานขดแตะในช่วงทกนเป็น ศาสนาได้อย่างเสร ดงเช่นมสลมหรออสลามนกชนได้เข้ามาตงถนฐานใน
















ห้องนอนท้งของพ่อแม่และห้องของเรา ด้านนอกเป็นปีกไม้ ไทยต้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรด




ตทบปิดด้านข้างทงสองด้าน ตรงชานบ้านกนด้วยไม้ไผ่ ให้สร้างสุเหร่าข้นหลายแห่ง และพระราชทานพระราชทรัพย์เป็นค่าใช้จ่าย








ผ่าซีกตีเป็นระแนง พ้นบ้านเป็นไม้สักเก่าท่พ่อซ้อต่อมาจาก ในพิธีการทางศาสนาสาคัญ ชาวมุสลิมบางกลุ่มรับราชการมีตาแหน่ง


เพื่อนบ้านซึ่งย้ายไปอยู่ที่อื่น ส�าคัญในราชส�านัก และกลายเป็นพลเมืองในสังคมไทย ในสมัยรัชกาลที่ 1
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551: 6) มีชาวมุสลิมเข้ารับราชการในราชส�านัก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า






จฬาโลกมหาราชพระราชทานทดนบรเวณปากคลองมอญฝั่งธนบรให้เป็น

ลมหนาวเร่มพัดมาตามฤดูกาล แม้จะยังคงมีฝน

โปรยปรายบ้าง ซงใครๆ ก็บอกว่าเป็นความผิดปกตของ ที่สร้างศาสนสถานและชุมชนเรียกว่า “กุฎีเจ้าเซน” พระบาทสมเด็จพระ











ธรรมชาติ บางวันตอนเช้าฝนตก พอกลางวันแดดจัด จลจอมเกล้าเจ้าอย่หวทรงพระกรณาโปรดเกล้าฯ ให้มสลมทมาจาก
ครั้นพอค�่าอากาศก็หนาวเย็นจนต้องสวมเสื้อผ้าหนาๆ หมู่เกาะมากัสซาร์หรือที่คนไทยเรียกว่า “มักกะสัน” ไปตั้งถิ่นฐานที่คลอง
แสนแสบ ภายหลังกลายเป็นย่านและต�าบลมักกะสันในปัจจุบัน
นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเข้ามาในเมือง เป็นสัญญาณที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระ
ดีว่าเราจะมีรายได้จากการขายของท่ระลึก แค่เพียงสามส ี ่ มหากรุณาธิคุณต่อมุสลิมในสยามต่อเน่องและสืบทอดมาจากพระมหา


เดือนที่เป็นความหวังของคนในท้องถิ่น ซึ่งยังคงต้องพึ่งพา กษัตริย์ทุกพระองค์ก่อนหน้านั้น ทรงให้ความส�าคัญกับการคัดเลือกผู้ที่จะ
คนนอกพ้นท่ท้งคนไทยและชาวต่างชาติ ผู้โหยหาความเป็น ไปบริหารท้องถ่นภาคใต้ ให้มีคุณสมบัติท่เหมาะสม มีอุดมการณ์และม ี





ธรรมชาติต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเมืองน้เป็นเมืองน่าอย ู่ ความต้งใจท่ดี ตลอดจนมีความเข้าใจในวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของมุสลิมภาค



ทั้งๆ ที่ผมก็รู้สึกธรรมดาและเฉยๆ แต่เมื่อให้เปรียบเทียบ ใต้ โดยทรงประกาศใช้หลักรัฐประศาสนโยบาย เป็นหลัก 6 ข้อภายใน

กบเชยงใหม่ ผมกยอมรบว่าชอบบ้านของตวเองมากกว่า มณฑลปัตตานีไว้เป็นการเฉพาะ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ลูกเสือ




เมืองใหญ่อันพลุกพล่านไปด้วยรถราและผู้คน มณฑลปัตตานีใช้หมวกกลมแบบธรรมเนียมนิยมมุสลิมมลายูปัตตานี
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551: 172 - 173)

74 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 75








ดอกไม้ข้นอยู่รอบๆ บ้าน เช่น บานไม่รู้โรย บานช่น บานเย็น พระมหากษัตริย์ของเรา
เทียนแก้ว หงอนไก่ทั้งดอกเหลืองดอกแดง ขึ้นเป็นแนวอยู่ สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันสูงสุดของไทยมาแต่โบราณ


ใกล้ๆ ร้วบ้านท่ตีเป็นระแนงด้วยไม้ไผ่ซ่งพ่อไปตัดมาจากป่า เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทย พระมหากษัตริย์ไทยทรงดูแลประชาชนด้วย




เม่อผมจาความได้ ก็เห็นว่าบ้านหลังน้อยท่เราเคย พระมหากรณาธคณและพระบรมราชานภาพ พระราชทานพระบรมราชา-




อาศัยอยู่มุงด้วยใบตองตึง โครงหลังคาและตัวบ้านเป็น นุญาตให้ชนต่างชาติเข้ามาต้งถ่นฐานประกอบอาชีพ รับราชการและเผยแผ่





ไม้เนอแขง ฝาบ้านเป็นไม้ไผ่สานขดแตะในช่วงทกนเป็น ศาสนาได้อย่างเสร ดงเช่นมสลมหรออสลามนกชนได้เข้ามาตงถนฐานใน
















ห้องนอนท้งของพ่อแม่และห้องของเรา ด้านนอกเป็นปีกไม้ ไทยต้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรด




ตทบปิดด้านข้างทงสองด้าน ตรงชานบ้านกนด้วยไม้ไผ่ ให้สร้างสุเหร่าข้นหลายแห่ง และพระราชทานพระราชทรัพย์เป็นค่าใช้จ่าย








ผ่าซีกตีเป็นระแนง พ้นบ้านเป็นไม้สักเก่าท่พ่อซ้อต่อมาจาก ในพิธีการทางศาสนาสาคัญ ชาวมุสลิมบางกลุ่มรับราชการมีตาแหน่ง


เพื่อนบ้านซึ่งย้ายไปอยู่ที่อื่น ส�าคัญในราชส�านัก และกลายเป็นพลเมืองในสังคมไทย ในสมัยรัชกาลที่ 1
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551: 6) มีชาวมุสลิมเข้ารับราชการในราชส�านัก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า






จฬาโลกมหาราชพระราชทานทดนบรเวณปากคลองมอญฝั่งธนบรให้เป็น

ลมหนาวเร่มพัดมาตามฤดูกาล แม้จะยังคงมีฝน



โปรยปรายบ้าง ซงใครๆ ก็บอกว่าเป็นความผิดปกตของ ที่สร้างศาสนสถานและชุมชนเรียกว่า “กุฎีเจ้าเซน” พระบาทสมเด็จพระ









ธรรมชาติ บางวันตอนเช้าฝนตก พอกลางวันแดดจัด จลจอมเกล้าเจ้าอย่หวทรงพระกรณาโปรดเกล้าฯ ให้มสลมทมาจาก
ครั้นพอค�่าอากาศก็หนาวเย็นจนต้องสวมเสื้อผ้าหนาๆ หมู่เกาะมากัสซาร์หรือที่คนไทยเรียกว่า “มักกะสัน” ไปตั้งถิ่นฐานที่คลอง
แสนแสบ ภายหลังกลายเป็นย่านและต�าบลมักกะสันในปัจจุบัน
นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเข้ามาในเมือง เป็นสัญญาณที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระ
ดีว่าเราจะมีรายได้จากการขายของท่ระลึก แค่เพียงสามส ี ่ มหากรุณาธิคุณต่อมุสลิมในสยามต่อเน่องและสืบทอดมาจากพระมหา


เดือนที่เป็นความหวังของคนในท้องถิ่น ซึ่งยังคงต้องพึ่งพา กษัตริย์ทุกพระองค์ก่อนหน้านั้น ทรงให้ความส�าคัญกับการคัดเลือกผู้ที่จะ


คนนอกพ้นท่ท้งคนไทยและชาวต่างชาติ ผู้โหยหาความเป็น ไปบริหารท้องถ่นภาคใต้ ให้มีคุณสมบัติท่เหมาะสม มีอุดมการณ์และม ี



ธรรมชาติต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเมืองน้เป็นเมืองน่าอย ู่ ความต้งใจท่ดี ตลอดจนมีความเข้าใจในวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของมุสลิมภาค



ทั้งๆ ที่ผมก็รู้สึกธรรมดาและเฉยๆ แต่เมื่อให้เปรียบเทียบ ใต้ โดยทรงประกาศใช้หลักรัฐประศาสนโยบาย เป็นหลัก 6 ข้อภายใน

กบเชยงใหม่ ผมกยอมรบว่าชอบบ้านของตวเองมากกว่า มณฑลปัตตานีไว้เป็นการเฉพาะ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ลูกเสือ




เมืองใหญ่อันพลุกพล่านไปด้วยรถราและผู้คน มณฑลปัตตานีใช้หมวกกลมแบบธรรมเนียมนิยมมุสลิมมลายูปัตตานี
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551: 172 - 173)

76 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 77






พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นองค์


อัครศาสนูปถัมภก ทรงให้การอุปถัมภ์คาจุนศาสนาต่างๆ นอกเหนือจาก





ศาสนาพทธ โดยเฉพาะอย่างยงศาสนาอสลาม ท้งในการพระราชทาน
ทรัพย์ส่วนพระองค์ สร้างและบูรณะสถานที่ส�าคัญของแต่ละศาสนา การ


พระราชทานพระราชดารสและพระบรมราโชวาทแก่ผแทนศาสนา และการ
ู้


เสด็จพระราชดาเนินเย่ยมเยือนศาสนสถานต่างๆ ตลอดจนการเสด็จ
พระราชด�าเนินในการร่วมพิธีส�าคัญทางศาสนา ทรงมีพระราชประสงค์ให้
สร้างพระราชต�าหนักประทับแปรพระราชฐาน คือ พระต�าหนักทักษิณราช

นิเวศ ท่จังหวัดนราธิวาส ในปี พ.ศ. 2516 เพ่อเย่ยมเยียนและพระราชทาน


ความช่วยเหลือราษฎรในพ้นท่ ซ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม เช้อสายมลาย ู







ทรงริเร่มและดาเนินโครงการพระราชดาริ และโครงการอัน

เนองมาจากพระราชดารหลายโครงการในพ้นทภาคใต้ตอนล่าง เช่น






โครงการพรุบาเจาะ - ไม้แก่น จังหวัดนราธิวาส โครงการชลประทานมูโนะ

อันเน่องมาจากพระราชดาริ ซ่งได้พระราชทานพระราชดาริเก่ยวกับการ




ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้มีการ ดาเนินงานอย่างต่อเน่อง มาต้งแต่ พ.ศ 2517 - พ.ศ. 2536 โครงการ



ออกกฎหมาย “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยศาสนูปถัม ฝ่ายอิสลาม” มีการ นคมสร้างตนเองพฒนาภาคใต้ อาเภอสครน และอาเภอแว้ง จงหวัด









แต่งต้งจุฬาราชมนตรีคนแรกท่เป็นมุสลิมนิกายซุนนีย์ในกรุงรัตนโกสินทร์ นราธิวาส ทรงก่อตั้งศูนย์การศึกษาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ

ถือเป็นผู้นาทางศาสนาอิสลามอย่างเป็นทางการ พระบาทสมเด็จ อ�าเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ใน พ.ศ. 2525 ซึ่งประกอบด้วยโครงการ


พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงมีกาหนดการอย่างเป็นทางการในการ พระราชดาริต่างๆ เช่น โครงการแกล้งดิน โครงการพัฒนาพ้นท่บ้าน




เยือนมัสยิดและชุมชนมุสลิมท่มีขนาดใหญ่และประวัติศาสตร์ยาวนานอย่าง โคกอิฐ - โคกใน โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านพรุแฆแฆ
ชุมชนมัสยิดต้นสน จังหวัดชลบุรี ในรัชสมัยน้มีการออกกฎหมาย “พระราช พระบาทสมเดจพระปรมนทรมหาภมพลอดลยเดช พระราชทาน






กฤษฎีกาว่าด้วยศาสนูปถัมภ์ ฝ่ายอิสลาม พ.ศ. 2488” เมื่อวันที่ 8 พระราชดาริและพระราชทรัพย์ให้มีการแปลความหมายพระมหาคัมภีร์

พฤษภาคม และมีการแต่งตั้งฮัจยีซ�าซุดดีน มุสตาฟา (แช่ม พรหมยงค์) อัลกุรอานเป็นภาษาไทย โดยมีนายต่วน สุวรรณศาสน์ อดีตจุฬาราชมนตร ี
ข้นเป็นจุฬาราชมนตรีเม่อวันท่ 22 กรกฎาคม ในปีเดียวกัน หลังจาก เป็นผู้สนองพระบรมราชโองการ โดยใช้เวลาแปลและเรียบเรียง 2 ปี และ



ว่างเว้นมาหลังมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 ได้จัดพมพ์พระราชทานไปยังมสยิดทุกแห่งทวราชอาณาจักรไทย พระองค ์





76 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 77






พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นองค์


อัครศาสนูปถัมภก ทรงให้การอุปถัมภ์คาจุนศาสนาต่างๆ นอกเหนือจาก





ศาสนาพทธ โดยเฉพาะอย่างยงศาสนาอสลาม ท้งในการพระราชทาน
ทรัพย์ส่วนพระองค์ สร้างและบูรณะสถานที่ส�าคัญของแต่ละศาสนา การ


พระราชทานพระราชดารสและพระบรมราโชวาทแก่ผแทนศาสนา และการ
ู้


เสด็จพระราชดาเนินเย่ยมเยือนศาสนสถานต่างๆ ตลอดจนการเสด็จ
พระราชด�าเนินในการร่วมพิธีส�าคัญทางศาสนา ทรงมีพระราชประสงค์ให้
สร้างพระราชต�าหนักประทับแปรพระราชฐาน คือ พระต�าหนักทักษิณราช

นิเวศ ท่จังหวัดนราธิวาส ในปี พ.ศ. 2516 เพ่อเย่ยมเยียนและพระราชทาน


ความช่วยเหลือราษฎรในพ้นท่ ซ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม เช้อสายมลาย ู







ทรงริเร่มและดาเนินโครงการพระราชดาริ และโครงการอัน

เนองมาจากพระราชดารหลายโครงการในพ้นทภาคใต้ตอนล่าง เช่น






โครงการพรุบาเจาะ - ไม้แก่น จังหวัดนราธิวาส โครงการชลประทานมูโนะ

อันเน่องมาจากพระราชดาริ ซ่งได้พระราชทานพระราชดาริเก่ยวกับการ




ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้มีการ ดาเนินงานอย่างต่อเน่อง มาต้งแต่ พ.ศ 2517 - พ.ศ. 2536 โครงการ



ออกกฎหมาย “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยศาสนูปถัม ฝ่ายอิสลาม” มีการ นคมสร้างตนเองพฒนาภาคใต้ อาเภอสครน และอาเภอแว้ง จงหวัด









แต่งต้งจุฬาราชมนตรีคนแรกท่เป็นมุสลิมนิกายซุนนีย์ในกรุงรัตนโกสินทร์ นราธิวาส ทรงก่อตั้งศูนย์การศึกษาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ

ถือเป็นผู้นาทางศาสนาอิสลามอย่างเป็นทางการ พระบาทสมเด็จ อ�าเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ใน พ.ศ. 2525 ซึ่งประกอบด้วยโครงการ


พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงมีกาหนดการอย่างเป็นทางการในการ พระราชดาริต่างๆ เช่น โครงการแกล้งดิน โครงการพัฒนาพ้นท่บ้าน




เยือนมัสยิดและชุมชนมุสลิมท่มีขนาดใหญ่และประวัติศาสตร์ยาวนานอย่าง โคกอิฐ - โคกใน โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านพรุแฆแฆ
ชุมชนมัสยิดต้นสน จังหวัดชลบุรี ในรัชสมัยน้มีการออกกฎหมาย “พระราช พระบาทสมเดจพระปรมนทรมหาภมพลอดลยเดช พระราชทาน






กฤษฎีกาว่าด้วยศาสนูปถัมภ์ ฝ่ายอิสลาม พ.ศ. 2488” เมื่อวันที่ 8 พระราชดาริและพระราชทรัพย์ให้มีการแปลความหมายพระมหาคัมภีร์

พฤษภาคม และมีการแต่งตั้งฮัจยีซ�าซุดดีน มุสตาฟา (แช่ม พรหมยงค์) อัลกุรอานเป็นภาษาไทย โดยมีนายต่วน สุวรรณศาสน์ อดีตจุฬาราชมนตร ี
ข้นเป็นจุฬาราชมนตรีเม่อวันท่ 22 กรกฎาคม ในปีเดียวกัน หลังจาก เป็นผู้สนองพระบรมราชโองการ โดยใช้เวลาแปลและเรียบเรียง 2 ปี และ



ว่างเว้นมาหลังมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 ได้จัดพมพ์พระราชทานไปยังมสยิดทุกแห่งทวราชอาณาจักรไทย พระองค ์





78 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 79








เสด็จเป็นประธานในพิธีเมาลิดกลางเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน พร้อมด้วย น ทาให้เข้าใจอะไรได้หลายอย่าง ท่าทางของพระสงบ


สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระราชด�าริให้ สารวม อัธยาศัยเป็นเย่ยม แอเสาะยังชมเลยว่าบริเวณ



รัฐบาลจัดสร้างมัสยิดกลางประจ�า 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเสด็จ วัดถากองเพลเป็นสถานท่ต้นไม้เขียวชอุ่มดี เจ้าหน้าท ี ่

ไปเป็นประธานในพิธีเปิดมัสยิดด้วยพระองค์เอง บอกว่าทางวัดรักษาต้นไม้ไว้เป็นพิเศษ ปอเนาะบ้านเรา
วรรณกรรมเยาวชน 3 เร่องแสดงให้เห็นว่าพระมหากษัตริย์ไทย น่าจะท�าอย่างนั้นบ้าง

ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนชาวไทย ดังนี้ (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 118 - 119)
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพไทยไม่ข้นกับ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานช่อจังหวัด


พม่า นราธิวาส
วันต่อมาคณะของเราไปจังหวัดอุดรธานี ที่จังหวัดนี้







เราได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เจ้าหน้าท่พาไปเท่ยว “นราธิวาสน่เรารู้แน่ว่าช่อน้รัชกาลท่ 6 เพ่งพระราชทาน














อาเภอหนองบัวลาภู ท่น่นมีอนุสาวรีย์ของสมเด็จพระ ให ฉนวาพระองคทานคงทรงไดความคดจากทชาวบ้านเรยก


นเรศวรมหาราช และพลับพลาท่ประทับของในหลวงใน ว่า บางนรามานานนมกาเลแล้ว ช่อสงขลา ย่งแล้วใหญ่


คราวเสด็จไปทรงประกอบพิธีเปิดอนุสาวรีย์ ดูแล้วทาให้ แปลตามเสียงไม่ได้เลยทีเดียว ฉันว่า”
(แว้งที่รัก, 2554 : 118)




คดถึงวรกรรมอนห้าวหาญของสมเดจพระนเรศวรฯ เรา



ยังจาคาพูดของครูอับดุลการิมได้อย่างไม่มีวันลืม คร ู พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลทรงเป็นท่เคารพรัก




อบดุลการมสอนว่าสมเดจพระนเรศวรฯ ทรงประกาศ ของประชาชน
อิสรภาพไทยไม่ข้นกับพม่า เจ้าหน้าท่ได้อธิบายความเป็น ร้านของโกฟุกติดรูปถ่ายขนาดใหญ่ไว้สองรูป ส่วนร้าน




มาให้ฟังอย่างละเอียด ขากลับจากอาเภอหนองบัวลาภู เรา ของแซอาลีมีเพียงรูปเดียว บุคคลในรูปถ่ายร้านโกฟุกเป็น
จึงได้มีโอกาสสังเกตดูว่าเส้นทางท่รถกาลังว่งอยู่น้นอยู่บน บุคคลเดียวกับรูปถ่ายในร้านอาลีคนหน่ง ส่วนอีกคนหน่ง






เขาริมขอบเหว ถ้ามองกลับไปด้านหน้าจะเห็นทุ่งนาอยู่ข้าง น้อยไม่รู้จัก


ล่าง รถว่งช้ามากเน่องจากทางคดโค้งวกวนไปมา ชาวบ้าน นอยรจกบคคลในรปนนดทสุดเพราะทบานนอยกม พอ


















เรียกเขาลูกนี้ว่าภูพาน มีพื้นที่ยาวไกลสลับซับซ้อน ภูพาน ติดไว้สูงกว่ารูปอ่นๆ ท้งหมด เธอถูกสอนให้รักเคารพเทิดทูน


มีชื่อพอๆ กับเขาบูโดบ้านเรา ระหว่างทางเจ้าหน้าที่ได้พา บุคคลในภาพนั้นไว้อย่างสูงสุด และถ้าถูกใครถาม น้อยจะ





เราแวะเท่ยววัดถากองเพลซ่งเป็นวัดท่อยู่จาพรรษาของ ตอบได้ทนทว่า นนคอ พระบาทสมเดจพระเจ้าอย่หว











พระธุดงค์ช่อดัง คือหลวงปู่ขาว ชาวบ้านแถบน้นเคารพ อานันทมหิดล
นับถือท่านมาก เราได้มีโอกาสพูดคุยกับพระบางองค์ที่วัด (แว้งที่รัก, 2554 : 190 - 191)

78 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 79








เสด็จเป็นประธานในพิธีเมาลิดกลางเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน พร้อมด้วย น ทาให้เข้าใจอะไรได้หลายอย่าง ท่าทางของพระสงบ


สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระราชด�าริให้ สารวม อัธยาศัยเป็นเย่ยม แอเสาะยังชมเลยว่าบริเวณ



รัฐบาลจัดสร้างมัสยิดกลางประจ�า 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเสด็จ วัดถากองเพลเป็นสถานท่ต้นไม้เขียวชอุ่มดี เจ้าหน้าท ี ่

ไปเป็นประธานในพิธีเปิดมัสยิดด้วยพระองค์เอง บอกว่าทางวัดรักษาต้นไม้ไว้เป็นพิเศษ ปอเนาะบ้านเรา
วรรณกรรมเยาวชน 3 เร่องแสดงให้เห็นว่าพระมหากษัตริย์ไทย น่าจะท�าอย่างนั้นบ้าง

ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนชาวไทย ดังนี้ (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 118 - 119)
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพไทยไม่ข้นกับ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานช่อจังหวัด


พม่า นราธิวาส
วันต่อมาคณะของเราไปจังหวัดอุดรธานี ที่จังหวัดนี้







เราได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เจ้าหน้าท่พาไปเท่ยว “นราธิวาสน่เรารู้แน่ว่าช่อน้รัชกาลท่ 6 เพ่งพระราชทาน














อาเภอหนองบัวลาภู ท่น่นมีอนุสาวรีย์ของสมเด็จพระ ให ฉนวาพระองคทานคงทรงไดความคดจากทชาวบ้านเรยก


นเรศวรมหาราช และพลับพลาท่ประทับของในหลวงใน ว่า บางนรามานานนมกาเลแล้ว ช่อสงขลา ย่งแล้วใหญ่


คราวเสด็จไปทรงประกอบพิธีเปิดอนุสาวรีย์ ดูแล้วทาให้ แปลตามเสียงไม่ได้เลยทีเดียว ฉันว่า”
(แว้งที่รัก, 2554 : 118)




คดถึงวรกรรมอนห้าวหาญของสมเดจพระนเรศวรฯ เรา



ยังจาคาพูดของครูอับดุลการิมได้อย่างไม่มีวันลืม คร ู พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลทรงเป็นท่เคารพรัก




อบดุลการมสอนว่าสมเดจพระนเรศวรฯ ทรงประกาศ ของประชาชน
อิสรภาพไทยไม่ข้นกับพม่า เจ้าหน้าท่ได้อธิบายความเป็น ร้านของโกฟุกติดรูปถ่ายขนาดใหญ่ไว้สองรูป ส่วนร้าน




มาให้ฟังอย่างละเอียด ขากลับจากอาเภอหนองบัวลาภู เรา ของแซอาลีมีเพียงรูปเดียว บุคคลในรูปถ่ายร้านโกฟุกเป็น
จึงได้มีโอกาสสังเกตดูว่าเส้นทางท่รถกาลังว่งอยู่น้นอยู่บน บุคคลเดียวกับรูปถ่ายในร้านอาลีคนหน่ง ส่วนอีกคนหน่ง






เขาริมขอบเหว ถ้ามองกลับไปด้านหน้าจะเห็นทุ่งนาอยู่ข้าง น้อยไม่รู้จัก


ล่าง รถว่งช้ามากเน่องจากทางคดโค้งวกวนไปมา ชาวบ้าน นอยรจกบคคลในรปนนดทสุดเพราะทบานนอยกม พอ


















เรียกเขาลูกนี้ว่าภูพาน มีพื้นที่ยาวไกลสลับซับซ้อน ภูพาน ติดไว้สูงกว่ารูปอ่นๆ ท้งหมด เธอถูกสอนให้รักเคารพเทิดทูน


มีชื่อพอๆ กับเขาบูโดบ้านเรา ระหว่างทางเจ้าหน้าที่ได้พา บุคคลในภาพนั้นไว้อย่างสูงสุด และถ้าถูกใครถาม น้อยจะ





เราแวะเท่ยววัดถากองเพลซ่งเป็นวัดท่อยู่จาพรรษาของ ตอบได้ทนทว่า นนคอ พระบาทสมเดจพระเจ้าอย่หว











พระธุดงค์ช่อดัง คือหลวงปู่ขาว ชาวบ้านแถบน้นเคารพ อานันทมหิดล
นับถือท่านมาก เราได้มีโอกาสพูดคุยกับพระบางองค์ที่วัด (แว้งที่รัก, 2554 : 190 - 191)

80 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 81






พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลสวรรคต พ่อพูดเสร็จก็หันมาทางเด็กๆ บอกความจริงว่า


น้อยเห็นพ่อยืนน่งเฉยเหมือนอยากจะพูด แต่พูดไม่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราท่น้อยอยากเห็น

ออกนาตาของพ่อไหลลงมาเป็นทาง แม่ลุกเดินออกมาท ่ ี พระองค์จริงนั้น ท่านเสด็จสวรรคตเสียแล้วลูก น้อยจะไม่

ชานหน้าบ้านจับแขนพ่อเขย่าเหมือนจะให้รู้สึกตัว “อะไร ได้เห็นท่านอีกไม่ว่าเมื่อไร น้อยต้องเข้าใจนะ สวรรคตคือ
พ่อ บอกซิ อะไร ท�าไมพ่อถึง…” ไปสู่สวรรค์แล้ว น้อยเข้าใจไหม?”
(แว้งที่รัก, 2554 : 193 - 194)
“แม่…” พ่อพูดได้แค่นั้นก็ชะงัก พูดต่อไม่ได้ หันไป
ทางพระบรมฉายาลักษณ์แล้วสะอ้นออกมาดังๆ “แม่ เพลงรักของเรา

ในหลวงท่านสิ้นเสียแล้ว” แม่ทรุดฮวบลงข้างพ่อ สะอื้น





วรรณกรรมเยาวชน 3 เรองกลาวถงบทเพลงปลกใจ ซงมคารอง





น้อย มามุ และพ่แมะขยับไปรวมกันอยู่เป็นกระจุก

ไม่กล้าเข้าใกล้พ่อแม่ แต่เริ่มต้นร้องไห้ตามผู้ใหญ่ ท�านองเพื่อถ่ายทอดความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ในอันที่

จะกระตุ้นปลุกเร้าให้เกิดความสามัคคี ปรองดองเป็นอันหน่งอันเดียว

นานมากกว่าพ่อจะหยุดสะอ้นและบอกแม่ว่า “เรารู้ ปรากฏหลายเพลง ดังนี้
ช้ากว่าเขาในตลาด ฉันผิดสังเกตแล้วเพราะตลาดเงียบไป รักกันไว้เถิด เป็นเพลงปลุกใจท่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระ

หมด แต่ยังไม่ได้คิดอะไร พอไปถึงร้านอาลี ไม่มีใครสักคน ราชดาริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ชนะ




เห็นแต่อาลีน่งนาตาคลออยู่ เลยเข้าไปถามว่าเป็นอะไร คน การประกวดบทเพลงปลุกใจ เมื่อปี พ.ศ. 2514 ผู้ประพันธ์คือ นายนคร
ไปไหนหมด อาลีไม่ขายกาแฟหรือ แค่นั้นแหละแม่ อาลีชี้ ถนอมทรัพย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาดนตรีสากล ประจ�าปี พ.ศ. 2554
ไปที่พระบรมฉายาลักษณ์ที่แกนั่งจ้องอยู่ บอกว่า ‘อัลเลาะห์ สยามานุสสติ เป็นคาโคลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ

ลา รายากีตอ ตะเดาะเดาะห์ แทเว ปาฆีนึงลา ราด ิ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ณ พระต�าหนักจิตรลดา
โอฆอยะ (พระผู้เป็นเจ้าช่วยด้วยเถิด พระเจ้าอยู่หัวของ รโหฐานเมื่อวันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2461 และได้พระราชทานแก่
เราส้นเสียแล้ว เม่อเช้าน่เอง วิทยุประกาศ) ’ แม่…ฉันเผ่น ทหารอาสาสมัยสงครามโลกคร้งท่ 1 ต่อมาได้มีการนาโคลงน้มาแต่ง







ไปบ้านนายอ�าเภอทันที ใจยังไม่เชื่อที่อาลีบอก ใครจะเชื่อ เป็นเพลงปลุกใจ ซึ่งประพันธ์ท�านองโดย นารถ ถาวรบุตร
พระองค์ท่านยังอ่อนเยาว์อยู่แท้ๆ แต่ทุกอย่างก็เป็น เพลงชาติ เดิมมีช่อว่า “สรรเสริญพระบารม” ต่อมาพระเจน





ความจรง วทยุบ้านนายอาเภอประกาศอย่างนนจรง ดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ได้ประพันธ์ทานองโดยไม่มีเน้อเร่อง ตามดาร ิ







นายอาเภอน่งงงอยู่จนเด๋ยวน้ ไม่น่าเลยแม่ ไม่น่าเลย







เรายังพูดถึงกันอยู่เมื่อไม่กี่วันนี้เอง” ของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรในสมัยน้นได้ให้ทดลองทา


ไว้เท่าน้น ยังไม่ได้ใช้เป็นเพลงชาติอย่างเป็นทางการ คาประพันธ์ทานอง


80 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 81






พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลสวรรคต พ่อพูดเสร็จก็หันมาทางเด็กๆ บอกความจริงว่า


น้อยเห็นพ่อยืนน่งเฉยเหมือนอยากจะพูด แต่พูดไม่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราท่น้อยอยากเห็น

ออกนาตาของพ่อไหลลงมาเป็นทาง แม่ลุกเดินออกมาท ี ่ พระองค์จริงนั้น ท่านเสด็จสวรรคตเสียแล้วลูก น้อยจะไม่

ชานหน้าบ้านจับแขนพ่อเขย่าเหมือนจะให้รู้สึกตัว “อะไร ได้เห็นท่านอีกไม่ว่าเมื่อไร น้อยต้องเข้าใจนะ สวรรคตคือ
พ่อ บอกซิ อะไร ท�าไมพ่อถึง…” ไปสู่สวรรค์แล้ว น้อยเข้าใจไหม?”
(แว้งที่รัก, 2554 : 193 - 194)
“แม่…” พ่อพูดได้แค่นั้นก็ชะงัก พูดต่อไม่ได้ หันไป
ทางพระบรมฉายาลักษณ์แล้วสะอ้นออกมาดังๆ “แม่ เพลงรักของเรา

ในหลวงท่านสิ้นเสียแล้ว” แม่ทรุดฮวบลงข้างพ่อ สะอื้น





วรรณกรรมเยาวชน 3 เรองกลาวถงบทเพลงปลกใจ ซงมคารอง





น้อย มามุ และพ่แมะขยับไปรวมกันอยู่เป็นกระจุก

ไม่กล้าเข้าใกล้พ่อแม่ แต่เริ่มต้นร้องไห้ตามผู้ใหญ่ ท�านองเพื่อถ่ายทอดความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ในอันที่

จะกระตุ้นปลุกเร้าให้เกิดความสามัคคี ปรองดองเป็นอันหน่งอันเดียว

นานมากกว่าพ่อจะหยุดสะอ้นและบอกแม่ว่า “เรารู้ ปรากฏหลายเพลง ดังนี้
ช้ากว่าเขาในตลาด ฉันผิดสังเกตแล้วเพราะตลาดเงียบไป รักกันไว้เถิด เป็นเพลงปลุกใจท่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระ

หมด แต่ยังไม่ได้คิดอะไร พอไปถึงร้านอาลี ไม่มีใครสักคน ราชดาริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ชนะ




เห็นแต่อาลีน่งนาตาคลออยู่ เลยเข้าไปถามว่าเป็นอะไร คน การประกวดบทเพลงปลุกใจ เมื่อปี พ.ศ. 2514 ผู้ประพันธ์คือ นายนคร
ไปไหนหมด อาลีไม่ขายกาแฟหรือ แค่นั้นแหละแม่ อาลีชี้ ถนอมทรัพย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาดนตรีสากล ประจ�าปี พ.ศ. 2554
ไปที่พระบรมฉายาลักษณ์ที่แกนั่งจ้องอยู่ บอกว่า ‘อัลเลาะห์ สยามานุสสติ เป็นคาโคลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ

ลา รายากีตอ ตะเดาะเดาะห์ แทเว ปาฆีนึงลา ราด ิ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ณ พระต�าหนักจิตรลดา
โอฆอยะ (พระผู้เป็นเจ้าช่วยด้วยเถิด พระเจ้าอยู่หัวของ รโหฐานเมื่อวันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2461 และได้พระราชทานแก่
เราส้นเสียแล้ว เม่อเช้าน่เอง วิทยุประกาศ) ’ แม่…ฉันเผ่น ทหารอาสาสมัยสงครามโลกคร้งท่ 1 ต่อมาได้มีการนาโคลงน้มาแต่ง







ไปบ้านนายอ�าเภอทันที ใจยังไม่เชื่อที่อาลีบอก ใครจะเชื่อ เป็นเพลงปลุกใจ ซึ่งประพันธ์ท�านองโดย นารถ ถาวรบุตร
พระองค์ท่านยังอ่อนเยาว์อยู่แท้ๆ แต่ทุกอย่างก็เป็น เพลงชาติ เดิมมีช่อว่า “สรรเสริญพระบารม” ต่อมาพระเจน





ความจรง วทยุบ้านนายอาเภอประกาศอย่างนนจรง ดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ได้ประพันธ์ทานองโดยไม่มีเน้อเร่อง ตามดาร ิ







นายอาเภอน่งงงอยู่จนเด๋ยวน้ ไม่น่าเลยแม่ ไม่น่าเลย







เรายังพูดถึงกันอยู่เมื่อไม่กี่วันนี้เอง” ของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรในสมัยน้นได้ให้ทดลองทา


ไว้เท่าน้น ยังไม่ได้ใช้เป็นเพลงชาติอย่างเป็นทางการ คาประพันธ์ทานอง


82 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 83








ของพระเจนดุริยางค์ได้ถูกรับรองให้เป็นเพลงชาติสืบแต่น้นมา ส่วน เพลงสดุดีมหาราชา เป็นเพลงท่คณะรัฐบาลมีมติให้เป็น
เนื้อร้องในขณะนั้นเป็นของขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) และ 1 ใน 6 เพลงส�าคัญของแผ่นดิน เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2546


มหาฉันท์ ขาวิไล ต่อมาประเทศสยามได้เปล่ยนนามเป็นประเทศไทย ประพันธ์ค�าร้องและท�านองร่วมกันโดยชาลี อินทรวิจิตร สมาน กาญจนะผลิน

ผู้ประพันธ์เน้อร้องคือ พันเอกหลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) และสุรัฐ พุกกะเวส เพื่อประกอบภาพยนตร์เรื่อง “ลมหนาว” ใช้ขับร้อง
ได้มีการแก้ไขเนื้อร้องขึ้นใหม่ ดังปรากฏอยู่ทุกวันนี้ หลังการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและมีการจุดเทียนชัยถวาย
เพลงชาติฉบับร่างลายมือของพระเจนดุริยางค์ เขียนขึ้นที่ห้อง พระพร เพลงนี้เป็นเพลงที่ปรากฏในปอเนาะที่รัก เมื่อคณะนักเรียนที่










ทางานสวนมสกวน เมอวนจนทรท 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 เวลาประมาณ ไปรับทุนร่วมกันร้องเพลง
08.00 นาฬิกา นายประศาสน์ วาทยะกร บุตรของพระเจนดุริยางค์ เป็น เมื่อไปถึงกรุงเทพฯ ที่สถานีรถไฟหัวล�าโพง ทางการ
ผู้เก็บรักษาไว้ จัดให้มีพิธีต้อนรับ มีคนมากมายมามอบพวงมาลัยให้



เพลงชาตปรากฏในข้อบงคบของกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการ เจ้าหน้าท่จัดรถบัสมารับถึงหกคัน นาพวกเราไปยังท่พัก



เคารพ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2523 มาตรา 3 การบรรเลงเพลงเคารพ กล่าว ก่อนจะออกจากหัวลาโพง พวกเราร่วมกันร้องเพลง รักกัน


คือ เพลงชาติ เป็นเพลงเคารพด้วยเคร่องบรรเลงด้วยแตรวง ซ่งการ ไว้เถิด ยิ่งร้องเพลงก็ยิ่งคิดถึงเธอ เพราะเธอเคยร้องเพลงนี้

บรรเลงเพลงเคารพมีวิธีบรรเลง 2 วิธี คือ จนชนะเลิศมาแล้วท่จังหวัดของเรา นอกจากน้นยังร้อง


1. วิธีบรรเลงเพลงเคารพของเครื่องบรรเลงประจ�าแถว เพลง สดุดีมหาราชา และ สดุดีมหาราชิน ด้วย บรรยากาศ




2. วิธีบรรเลงเพลงเคารพของเคร่องบรรเลงท่มิได้ประจาแถว ดื่มด�่าฉันมิตรหาที่เปรียบมิได้ ทั้งตื่นเต้นทั้งตื้นตัน ป่านนี้



การบรรเลงเพลงเคารพท้ง 2 วิธีจะกระทาเฉพาะเม่อเคร่องบรรเลงอยู่กับ ถ้าเธอไม่ลาออกเสียก่อน คงได้รับการคัดเลือกไปในครั้งนี้

ที่ และเฉพาะในพิธีเกียรติยศ ด้วย ตลอดเส้นทางท่น่งรถไปยังท่พัก เราสังเกตเห็น



การใช้เพลงชาติ กรุงเทพฯ มีรถแน่นติดกันยาวพรืดผู้คนมากมาย มากกว่า
1. การบรรเลงเพลงชาติหรือประกอบคาร้องด้วย หรืออย่างใด งานฉลองฮารีรายอบ้านเราหลายเท่า

อย่างหนึ่ง (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 112 - 113)

2. การทาความเคารพทุกคนจะต้องยืนตรงเม่อได้ยินเพลงชาต นักเรียนร่วมร้องเพลง “รักกันไว้เถิด” ก่อนจากกัน


เช่น ในที่ชุมนุมชนแสดงกลางแจ้ง การจัดกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น ตอนกลับกรุงเทพฯ ไม่มีการแวะท่ใดอีก รถว่ง



3. ในกรณีท่ได้ยินเสียงเพลงชาติ หรือในกรณีอยู่ในอาคารหรือ รวดเดียวถึงกรุงเทพฯ บรรยากาศตอนอ�าลากัน ต่างฝ่าย


ยานพาหนะท่ไม่สามารถยืนแสดงทาความเคารพได้ ให้แสดงความเคารพ ต่างอาลัย แว่วเสียงเพลง รักกันไว้เถิด สนั่นกึกก้องซ่าน
โดยหยุดนิ่งในอาการส�ารวมจนกว่าเสียงเพลงชาติจะสิ้นสุดลง

82 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 83








ของพระเจนดุริยางค์ได้ถูกรับรองให้เป็นเพลงชาติสืบแต่น้นมา ส่วน เพลงสดุดีมหาราชา เป็นเพลงท่คณะรัฐบาลมีมติให้เป็น
เนื้อร้องในขณะนั้นเป็นของขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) และ 1 ใน 6 เพลงส�าคัญของแผ่นดิน เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2546


มหาฉันท์ ขาวิไล ต่อมาประเทศสยามได้เปล่ยนนามเป็นประเทศไทย ประพันธ์ค�าร้องและท�านองร่วมกันโดยชาลี อินทรวิจิตร สมาน กาญจนะผลิน

ผู้ประพันธ์เน้อร้องคือ พันเอกหลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) และสุรัฐ พุกกะเวส เพื่อประกอบภาพยนตร์เรื่อง “ลมหนาว” ใช้ขับร้อง
ได้มีการแก้ไขเนื้อร้องขึ้นใหม่ ดังปรากฏอยู่ทุกวันนี้ หลังการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและมีการจุดเทียนชัยถวาย
เพลงชาติฉบับร่างลายมือของพระเจนดุริยางค์ เขียนขึ้นที่ห้อง พระพร เพลงนี้เป็นเพลงที่ปรากฏในปอเนาะที่รัก เมื่อคณะนักเรียนที่










ทางานสวนมสกวน เมอวนจนทรท 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 เวลาประมาณ ไปรับทุนร่วมกันร้องเพลง
08.00 นาฬิกา นายประศาสน์ วาทยะกร บุตรของพระเจนดุริยางค์ เป็น เมื่อไปถึงกรุงเทพฯ ที่สถานีรถไฟหัวล�าโพง ทางการ
ผู้เก็บรักษาไว้ จัดให้มีพิธีต้อนรับ มีคนมากมายมามอบพวงมาลัยให้



เพลงชาตปรากฏในข้อบงคบของกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการ เจ้าหน้าท่จัดรถบัสมารับถึงหกคัน นาพวกเราไปยังท่พัก



เคารพ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2523 มาตรา 3 การบรรเลงเพลงเคารพ กล่าว ก่อนจะออกจากหัวลาโพง พวกเราร่วมกันร้องเพลง รักกัน


คือ เพลงชาติ เป็นเพลงเคารพด้วยเคร่องบรรเลงด้วยแตรวง ซ่งการ ไว้เถิด ยิ่งร้องเพลงก็ยิ่งคิดถึงเธอ เพราะเธอเคยร้องเพลงนี้

บรรเลงเพลงเคารพมีวิธีบรรเลง 2 วิธี คือ จนชนะเลิศมาแล้วท่จังหวัดของเรา นอกจากน้นยังร้อง


1. วิธีบรรเลงเพลงเคารพของเครื่องบรรเลงประจ�าแถว เพลง สดุดีมหาราชา และ สดุดีมหาราชิน ด้วย บรรยากาศ




2. วิธีบรรเลงเพลงเคารพของเคร่องบรรเลงท่มิได้ประจาแถว ดื่มด�่าฉันมิตรหาที่เปรียบมิได้ ทั้งตื่นเต้นทั้งตื้นตัน ป่านนี้



การบรรเลงเพลงเคารพท้ง 2 วิธีจะกระทาเฉพาะเม่อเคร่องบรรเลงอยู่กับ ถ้าเธอไม่ลาออกเสียก่อน คงได้รับการคัดเลือกไปในครั้งนี้

ที่ และเฉพาะในพิธีเกียรติยศ ด้วย ตลอดเส้นทางท่น่งรถไปยังท่พัก เราสังเกตเห็น



การใช้เพลงชาติ กรุงเทพฯ มีรถแน่นติดกันยาวพรืดผู้คนมากมาย มากกว่า
1. การบรรเลงเพลงชาติหรือประกอบคาร้องด้วย หรืออย่างใด งานฉลองฮารีรายอบ้านเราหลายเท่า

อย่างหนึ่ง (ปอเนาะที่รัก, 2537 : 112 - 113)

2. การทาความเคารพทุกคนจะต้องยืนตรงเม่อได้ยินเพลงชาต นักเรียนร่วมร้องเพลง “รักกันไว้เถิด” ก่อนจากกัน


เช่น ในที่ชุมนุมชนแสดงกลางแจ้ง การจัดกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น ตอนกลับกรุงเทพฯ ไม่มีการแวะท่ใดอีก รถว่ง



3. ในกรณีท่ได้ยินเสียงเพลงชาติ หรือในกรณีอยู่ในอาคารหรือ รวดเดียวถึงกรุงเทพฯ บรรยากาศตอนอ�าลากัน ต่างฝ่าย


ยานพาหนะท่ไม่สามารถยืนแสดงทาความเคารพได้ ให้แสดงความเคารพ ต่างอาลัย แว่วเสียงเพลง รักกันไว้เถิด สนั่นกึกก้องซ่าน
โดยหยุดนิ่งในอาการส�ารวมจนกว่าเสียงเพลงชาติจะสิ้นสุดลง

84 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 85






เข้าไปในความรู้สึกของแต่ละคนจนไม่สามารถจะบรรยายได้
ไม่ทราบเหมือนกันว่าน�้าตาไหลอาบแก้มตั้งแต่เมื่อไร
(ปอเนาะที่รัก, 2537 : 119)
เพลงสยามานุสสติ

พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6



๏ หากสยามยังอยู่ยั้ง ยืนยง
เพลงรักกันไว้เถิด เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย

ค�าร้อง / ท�านอง นคร ถนอมทรัพย์ หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ ได้ฤา

เราก็เหมือนมอดม้วย หมดสิ้นสกุลไทย ฯ
รักกันไว้เถิดเราเกิดร่วมแดนไทย ๏ ใครรานใครรุกด้าว แดนไทย
จะเกิดภาคไหนๆ ก็ไทยด้วยกัน ไทยรบจนสุดใจ ขาดดิ้น
เชื้อสายประเพณีไม่มีขีดขั้น เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล ยอมสละ สิ้นแล
เกิดใต้ธงไทยนั้นปวงชนทุกคนคือไทย เสียชีพไป่เสียสิ้น ชื่อก้องเกียรติงาม ฯ

ท้องถิ่นแหลมทองเหมือนท้องของแม่
เกิดถิ่นเดียวกันแท้เหมือนแม่เดียวกันใช่ไหม
ยามฉันมองตาคุณอบอุ่นดวงใจ
เห็นสายเลือดไทยในสายตาบอกสายสัมพันธ์

ทะเลแสนงามในน�้ามีปลา
พืชพันธุ์ดื่นดาษตาไร่นารวงทองไสว

สินทรัพย์มีเกลื่อนกล่นบรรพชนให้ไว้
เราลูกหลานไทยจงร่วมใจรักษาให้มั่น

84 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 85






เข้าไปในความรู้สึกของแต่ละคนจนไม่สามารถจะบรรยายได้
ไม่ทราบเหมือนกันว่าน�้าตาไหลอาบแก้มตั้งแต่เมื่อไร
(ปอเนาะที่รัก, 2537 : 119)
เพลงสยามานุสสติ

พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6



๏ หากสยามยังอยู่ยั้ง ยืนยง
เพลงรักกันไว้เถิด เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย

ค�าร้อง / ท�านอง นคร ถนอมทรัพย์ หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ ได้ฤา

เราก็เหมือนมอดม้วย หมดสิ้นสกุลไทย ฯ
รักกันไว้เถิดเราเกิดร่วมแดนไทย ๏ ใครรานใครรุกด้าว แดนไทย
จะเกิดภาคไหนๆ ก็ไทยด้วยกัน ไทยรบจนสุดใจ ขาดดิ้น
เชื้อสายประเพณีไม่มีขีดขั้น เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล ยอมสละ สิ้นแล
เกิดใต้ธงไทยนั้นปวงชนทุกคนคือไทย เสียชีพไป่เสียสิ้น ชื่อก้องเกียรติงาม ฯ

ท้องถิ่นแหลมทองเหมือนท้องของแม่
เกิดถิ่นเดียวกันแท้เหมือนแม่เดียวกันใช่ไหม
ยามฉันมองตาคุณอบอุ่นดวงใจ
เห็นสายเลือดไทยในสายตาบอกสายสัมพันธ์

ทะเลแสนงามในน�้ามีปลา
พืชพันธุ์ดื่นดาษตาไร่นารวงทองไสว

สินทรัพย์มีเกลื่อนกล่นบรรพชนให้ไว้
เราลูกหลานไทยจงร่วมใจรักษาให้มั่น

86 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 87











เพลงชาติ เพลงสดุดีมหาราชา

ค�าร้อง: พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ค�าร้อง: ชาลี อินทรวิจิตร/ สุรัฐ พุกกะเวส
ท�านอง : พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ท�านอง: สมาน กาญจนะผลิน


ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ขอเดชะองค์พระประมุขภูมิพล
เป็นประชารัฐไผทของไทยทุกส่วน มิ่งขวัญปวงชนประชาชาติไทย
อยู่ด�ารงคงไว้ได้ทั้งมวล มหาราชขัตติยภูวไนย
ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี ดุจร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงประชา
ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด ขอเดชะองค์สมเด็จพระราชินี
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่ คู่บุญบารมีจักรีเกริกฟ้า

สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาราชา
เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัย ชโย ข้าพระพุทธเจ้าขอสดุดี
อ่าองค์พระสยมบรมราชันขวัญหล้า

เปล่งบุญญาสมสง่าบารมี
ผองข้าพระพุทธเจ้า
น้อมเกล้าขออัญชุลี
สดุดีมหาราชา สดุดีมหาราชินี

(ซ�้า)

86 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 87











เพลงชาติ เพลงสดุดีมหาราชา

ค�าร้อง: พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ค�าร้อง: ชาลี อินทรวิจิตร/ สุรัฐ พุกกะเวส
ท�านอง : พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ท�านอง: สมาน กาญจนะผลิน


ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ขอเดชะองค์พระประมุขภูมิพล
เป็นประชารัฐไผทของไทยทุกส่วน มิ่งขวัญปวงชนประชาชาติไทย
อยู่ด�ารงคงไว้ได้ทั้งมวล มหาราชขัตติยภูวไนย
ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี ดุจร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงประชา
ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด ขอเดชะองค์สมเด็จพระราชินี
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่ คู่บุญบารมีจักรีเกริกฟ้า

สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาราชา
เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัย ชโย ข้าพระพุทธเจ้าขอสดุดี
อ่าองค์พระสยมบรมราชันขวัญหล้า

เปล่งบุญญาสมสง่าบารมี
ผองข้าพระพุทธเจ้า
น้อมเกล้าขออัญชุลี
สดุดีมหาราชา สดุดีมหาราชินี

(ซ�้า)

88 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 89












การศึกษาและศาสนา ตามชื่อโตะครู เชน ปอเนาะฮะยีเดร เปนตน โตะครูอาจเปนคนตั้งปอเนาะ

ปอเนาะ เป็นค�าที่มาจากภาษามลายูว่า “ปนโดะ” (Pondok) หรือประชาชนบริจาคก็ได้ เมื่อตั้งขึ้นแล้วจะประกาศให้ประชาชนในต�าบล
หมายถึง กระท่อม มีความหมายเช่นนี้เพราะนักเรียนปลูกที่อยู่อาศัยแบบ นั้นทราบ ประชาชนจะช่วยถางป่าและปรับพื้นที่เพื่อปลูกสร้างบ้านโต๊ะครู
กระท่อมรวมกันในบริเวณเดียวกัน โดยใช้ที่ดินของโต๊ะครู หากมีกระท่อม ที่ปอเนาะจะสอนวิชาการศาสนาอิสลาม สอนเป็นภาษามลายูและอาหรับ


มากแสดงว่าปอเนาะน้นมีช่อเสียงดี โต๊ะครูเป็นผู้มีความรู้ทางภาษาอิสลาม สอนภาคการศรัทธา (รูกนอิมาน) ภาคปฏิบัติ (รูกนอิสลาม) ภาคจริยธรรม

มีความประพฤติดี มีศีลธรรม เคร่งครัดในการปฏิบัติศาสนกิจจนเป็นท่นิยม (อัฆลาค) ภาคประวัติ (ตาริม) ภาคมรดกและครอบครัว (ฟารออิฏ) คัมภีร์

ยกย่องของชาวบ้านในท้องถิ่นนั้น อัลกุรอาน และเป็นท่นมัสการพระผู้เป็นเจ้าด้วย ผู้ปกครองจะส่งบุตรหลาน
ปอเนาะเป็นโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม เกิดในประเทศอียิปต์ มาเรียนโดยสร้างกระท่อมใกล้ๆ

แล้วแพร่หลายเข้ามาทางประเทศมาเลเซีย จากน้นจึงเข้าสู่ภาคใต้ของ โรงเรียนปอเนาะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ นักเรียนท่อยู่ใน

ประเทศไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเร่มท่จังหวัดปัตตานีแล้วขยายไป ปอเนาะจะต้องท�าอาหารรับประทานเอง ชายและหญิงแยกกันอยู่แยกกัน



ยังสังคมชาวไทยมุสลิมในภาคใต้ การจัดตั้งปอเนาะจะเรียกตามชื่อต�าบล เรียน การเรียนการสอนในปอเนาะเดิมไม่มีหลักสูตร ไม่มีกาหนดเวลาเรียน
หรือหมู่บ้าน เช่น ปอเนาะกาตอง อ�าเภอยะหา จังหวัดยะลา หรือเรียก แน่นอน จะเรียนตามแต่โต๊ะครู ไม่มีก�าหนดว่าจบการศึกษาเมื่อใด โต๊ะครู
จึงท�าหน้าที่เปนทั้งเจ้าของ ครูใหญ่ ผูจัดการ และผู้สอน มีรายได้จากการ



บรจาคของประชนเรยกว่า “ซอดากอ์ฮ” (Sedakah) และ “ซะกาด”
3


4
(Zakat) และรายได้จากการทาสวน ท�านา โดยมีนักเรียนปอเนาะช่วย
ออกแรง
ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 คณะกรรมการที่ปรึกษาในส่วนภูมิภาค
ของภาคศึกษา 2 (เขตการศึกษา 2) พิจารณาเห็นว่าการจัดการศึกษาใน
รูปแบบของปอเนาะไม่เหมาะกับสภาพปัจจุบัน จึงหาทางส่งเสริมให้จัดใน
รูปแบบโรงเรียน ให้มีหลักสูตร มีห้องเรียน มีโต๊ะนั่ง มีกระดานด�า มีเวลา
เรียนที่แน่นอน ต้องเรียน 9 ปีจบ โดยแบ่งชั้นเรียนเป็น 3 ตอน ดังน ี้


3 ซอดากอฮ์ คือ เงินท�าทานที่ไม่ได้บังคับตามบัญญัติทางศาสนาว่าต้องจ่ายเท่าไร



4 ซะกาต คอ การทาใหบรสทธเจรญงอกงาม หมายถึง เงินหรอสงของทาทาน เปนเงน













บังคับท่ต้องจ่ายตามบัญญัติของศาสนาว่าทุกปีต้องจ่าย 2.5 % จากทรัพย์สินท่ม ี

ครอบครองเกินจานวนท่ศาสนากาหนดไว้ โดยบริจาคให้แก่ผู้มีสิทธิรับบริจาคตาม


อัตราที่ก�าหนด เช่น ให้คนยากจน คนขัดสน คนมีหนี้สิน เป็นต้น

88 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 89












การศึกษาและศาสนา ตามชื่อโตะครู เชน ปอเนาะฮะยีเดร เปนตน โตะครูอาจเปนคนตั้งปอเนาะ

ปอเนาะ เป็นค�าที่มาจากภาษามลายูว่า “ปนโดะ” (Pondok) หรือประชาชนบริจาคก็ได้ เมื่อตั้งขึ้นแล้วจะประกาศให้ประชาชนในต�าบล
หมายถึง กระท่อม มีความหมายเช่นนี้เพราะนักเรียนปลูกที่อยู่อาศัยแบบ นั้นทราบ ประชาชนจะช่วยถางป่าและปรับพื้นที่เพื่อปลูกสร้างบ้านโต๊ะครู
กระท่อมรวมกันในบริเวณเดียวกัน โดยใช้ที่ดินของโต๊ะครู หากมีกระท่อม ที่ปอเนาะจะสอนวิชาการศาสนาอิสลาม สอนเป็นภาษามลายูและอาหรับ


มากแสดงว่าปอเนาะน้นมีช่อเสียงดี โต๊ะครูเป็นผู้มีความรู้ทางภาษาอิสลาม สอนภาคการศรัทธา (รูกนอิมาน) ภาคปฏิบัติ (รูกนอิสลาม) ภาคจริยธรรม

มีความประพฤติดี มีศีลธรรม เคร่งครัดในการปฏิบัติศาสนกิจจนเป็นท่นิยม (อัฆลาค) ภาคประวัติ (ตาริม) ภาคมรดกและครอบครัว (ฟารออิฏ) คัมภีร์

ยกย่องของชาวบ้านในท้องถิ่นนั้น อัลกุรอาน และเป็นท่นมัสการพระผู้เป็นเจ้าด้วย ผู้ปกครองจะส่งบุตรหลาน
ปอเนาะเป็นโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม เกิดในประเทศอียิปต์ มาเรียนโดยสร้างกระท่อมใกล้ๆ

แล้วแพร่หลายเข้ามาทางประเทศมาเลเซีย จากน้นจึงเข้าสู่ภาคใต้ของ โรงเรียนปอเนาะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ นักเรียนท่อยู่ใน

ประเทศไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเร่มท่จังหวัดปัตตานีแล้วขยายไป ปอเนาะจะต้องท�าอาหารรับประทานเอง ชายและหญิงแยกกันอยู่แยกกัน



ยังสังคมชาวไทยมุสลิมในภาคใต้ การจัดตั้งปอเนาะจะเรียกตามชื่อต�าบล เรียน การเรียนการสอนในปอเนาะเดิมไม่มีหลักสูตร ไม่มีกาหนดเวลาเรียน
หรือหมู่บ้าน เช่น ปอเนาะกาตอง อ�าเภอยะหา จังหวัดยะลา หรือเรียก แน่นอน จะเรียนตามแต่โต๊ะครู ไม่มีก�าหนดว่าจบการศึกษาเมื่อใด โต๊ะครู
จึงท�าหน้าที่เปนทั้งเจ้าของ ครูใหญ่ ผูจัดการ และผู้สอน มีรายได้จากการ



บรจาคของประชนเรยกว่า “ซอดากอ์ฮ” (Sedakah) และ “ซะกาด”
3


4
(Zakat) และรายได้จากการทาสวน ท�านา โดยมีนักเรียนปอเนาะช่วย
ออกแรง
ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 คณะกรรมการที่ปรึกษาในส่วนภูมิภาค
ของภาคศึกษา 2 (เขตการศึกษา 2) พิจารณาเห็นว่าการจัดการศึกษาใน
รูปแบบของปอเนาะไม่เหมาะกับสภาพปัจจุบัน จึงหาทางส่งเสริมให้จัดใน
รูปแบบโรงเรียน ให้มีหลักสูตร มีห้องเรียน มีโต๊ะนั่ง มีกระดานด�า มีเวลา
เรียนที่แน่นอน ต้องเรียน 9 ปีจบ โดยแบ่งชั้นเรียนเป็น 3 ตอน ดังน ี้


3 ซอดากอฮ์ คือ เงินท�าทานที่ไม่ได้บังคับตามบัญญัติทางศาสนาว่าต้องจ่ายเท่าไร



4 ซะกาต คอ การทาใหบรสทธเจรญงอกงาม หมายถึง เงินหรอสงของทาทาน เปนเงน













บังคับท่ต้องจ่ายตามบัญญัติของศาสนาว่าทุกปีต้องจ่าย 2.5 % จากทรัพย์สินท่ม ี

ครอบครองเกินจานวนท่ศาสนากาหนดไว้ โดยบริจาคให้แก่ผู้มีสิทธิรับบริจาคตาม


อัตราที่ก�าหนด เช่น ให้คนยากจน คนขัดสน คนมีหนี้สิน เป็นต้น

90 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 91








1. ชั้นต้น เรียกว่า อิบติดาอี เรียน 4 ปี ปัจจุบันเปล่ยนช่อโรงเรียนเป็น “โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา
2. ชั้นกลาง เรียกว่า ซานาวี เรียน 3 ปี อิสลาม” นอกจากเปลี่ยนแปลงด้านหลักสูตรแล้ว ด้านที่พักก็พัฒนาใหม่ให้


3. ชั้นสูง เรียกว่า อาลี เรียน 2 ปี เพียงพอกับผูเรียนที่เพิ่มขึ้น เปนอาคารเรียนถาวรเปนตึกหลายชั้น เพราะได ้


การส่งเสริมให้จัดรูปแบบโรงเรียนปอเนาะใหม่ทาให้บรรดา รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล บางแห่งก็ได้รับเงินสนับสนุนจากองค์กรภายนอก





โต๊ะครสนใจ โรงเรยนแห่งใดจดการเรยนการสอนได้ดจะได้เข้าเฝ้า นักเรียนที่จะเข้าเรียนในปอเนาะทุกคนต้องเป็นมุสลิม ปอเนาะ


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่กรุงเทพฯ โต๊ะครู ท่ยกระดับฐานะข้นเป็นโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลามแล้วจะแบ่งการ
จึงจดทะเบียนเป็นโรงเรียนราษฎร์กับกระทรวงศึกษาธิการ ทางราชการ เรียนการสอนออกเป็นสองภาคการศึกษา คือ ภาควิชาศาสนาอิสลาม และ
จึงส่งเสริมให้ปอเนาะปรับปรุงโรงเรียนโดยการให้เงินอุดหนุน ให้ทุน ส่งคร ู ภาควิชาสามัญซึ่งเรียกกันว่าภาควิชาภาษาไทย
ไปช่วยสอนวิชาสามัญ จนกระท่งสามารถให้เด็กจบช้นเรียนระดับต่างๆ ไป นักเรียนโรงเรียนปอเนาะจะได้เรียนท้งวิชาสามัญและวิชาศาสนา



ประกอบอาชีพ หรือศึกษาต่อต่างประเทศ มีคุณภาพจนได้รับการยอมรับ เพราะต้องมีทั้งความรู้และปฏิบัติตามแนวทางของศาสนา
ทั้งในตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากการสอนศาสนาอิสลามแล้ว โรงเรียนราษฎร์สอน ฮาซันได้เข้าเรียนในปอเนาะหลังจากจบช้นประถม








ศาสนาอิสลามยังเร่มสอนวิชาสามัญแก่นักศึกษาด้วย โดยเร่มสอน ศกษาจากโรงเรยนประชาบาลประจาหมบาน พอนาเขามา






สังคมศึกษา ภาษาไทยสาหรับผู้เรียนท่สมัครใจ ต่อมาจึงเปิดสอนวิชาตาม เรียนในปอเนาะท้งท่เขาไม่อยากเรียน แต่ขัดไม่ได้จึงต้อง
หลักสูตรการศึกษาผู้ใหญ่จนถึงช้นประถมศึกษาตอนปลาย ซ่งผู้ปกครอง จ�ายอม


และนักศึกษาพอใจมาก การเป็นนักเรียนในปอเนาะผิดแผกไปจากนักเรียนใน


แต่ละโรงเรียนจะมีเคร่องแบบแต่งกาย ผู้ชายใส่กางเกงขายาว โรงเรียนสามัญท่วไป เพราะจะต้องเรียนท้งภาควิชา


สีดาหรือแล้วแต่โรงเรียนกาหนด เส้อสีขาว ถ้าเรียนท้งศาสนาและวิชา ศาสนาอิสลามและภาควิชาภาษาไทย การเรียนจึงหนักข้น




สามัญจะเป็นแขนสั้น ถ้าเรียนศาสนาอย่างเดียวจะเป็นแขนยาว ปักอักษร เป็นเท่าตัว นักเรียนปอเนาะทุกคนต้องเคร่งครัดในศาสนา



ย่อโรงเรียนด้วยสีแดงที่อกด้านขวา ปักชื่อ - สกุล ใต้อักษรย่อชื่อโรงเรียน ยึดม่นคาส่งสอนและปฏิบัติตามแนวทางศาสนบัญญัต ิ



สวมถุงเท้า รองเท้า ผู้หญิงสวมเสื้อแขนยาว นุ่งกระโปรงยาวกรอมตาตุ่ม ฮาซันอยากเรียนต่อท่โรงเรียนประจาจังหวัดเหมือนเพ่อน

สีกระโปรงจะแตกต่างกันตามโรงเรียน จะกาหนดผู้คลุมศีรษะสีขาวหรือ คนอื่นๆ แต่มันกลายเป็นเพียงความฝัน เขาหวังที่จะด�ารง

ตามแต่โรงเรียนจะกาหนด ปักช่อโรงเรียนและช่อตัวเองท่ผ้าคลุมใน ชีวิตอย่างอิสระเสรี แต่ต้องมาเป็นนักเรียนในโรงเรียน





ต�าแหน่งเดียวกับผู้เรียนชาย ปอเนาะซ่งมีกฎระเบียบขอบเขตจากัด ความรู้สึกของเขา
อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
(ปอเนาะที่รัก, 2537 : 10 - 11)

90 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 91








1. ชั้นต้น เรียกว่า อิบติดาอี เรียน 4 ปี ปัจจุบันเปล่ยนช่อโรงเรียนเป็น “โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา
2. ชั้นกลาง เรียกว่า ซานาวี เรียน 3 ปี อิสลาม” นอกจากเปลี่ยนแปลงด้านหลักสูตรแล้ว ด้านที่พักก็พัฒนาใหม่ให้


3. ชั้นสูง เรียกว่า อาลี เรียน 2 ปี เพียงพอกับผูเรียนที่เพิ่มขึ้น เปนอาคารเรียนถาวรเปนตึกหลายชั้น เพราะได ้


การส่งเสริมให้จัดรูปแบบโรงเรียนปอเนาะใหม่ทาให้บรรดา รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล บางแห่งก็ได้รับเงินสนับสนุนจากองค์กรภายนอก





โต๊ะครสนใจ โรงเรยนแห่งใดจดการเรยนการสอนได้ดจะได้เข้าเฝ้า นักเรียนที่จะเข้าเรียนในปอเนาะทุกคนต้องเป็นมุสลิม ปอเนาะ


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่กรุงเทพฯ โต๊ะครู ท่ยกระดับฐานะข้นเป็นโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลามแล้วจะแบ่งการ
จึงจดทะเบียนเป็นโรงเรียนราษฎร์กับกระทรวงศึกษาธิการ ทางราชการ เรียนการสอนออกเป็นสองภาคการศึกษา คือ ภาควิชาศาสนาอิสลาม และ
จึงส่งเสริมให้ปอเนาะปรับปรุงโรงเรียนโดยการให้เงินอุดหนุน ให้ทุน ส่งคร ู ภาควิชาสามัญซึ่งเรียกกันว่าภาควิชาภาษาไทย
ไปช่วยสอนวิชาสามัญ จนกระท่งสามารถให้เด็กจบช้นเรียนระดับต่างๆ ไป นักเรียนโรงเรียนปอเนาะจะได้เรียนท้งวิชาสามัญและวิชาศาสนา



ประกอบอาชีพ หรือศึกษาต่อต่างประเทศ มีคุณภาพจนได้รับการยอมรับ เพราะต้องมีทั้งความรู้และปฏิบัติตามแนวทางของศาสนา
ทั้งในตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากการสอนศาสนาอิสลามแล้ว โรงเรียนราษฎร์สอน ฮาซันได้เข้าเรียนในปอเนาะหลังจากจบช้นประถม








ศาสนาอิสลามยังเร่มสอนวิชาสามัญแก่นักศึกษาด้วย โดยเร่มสอน ศกษาจากโรงเรยนประชาบาลประจาหมบาน พอนาเขามา






สังคมศึกษา ภาษาไทยสาหรับผู้เรียนท่สมัครใจ ต่อมาจึงเปิดสอนวิชาตาม เรียนในปอเนาะท้งท่เขาไม่อยากเรียน แต่ขัดไม่ได้จึงต้อง
หลักสูตรการศึกษาผู้ใหญ่จนถึงช้นประถมศึกษาตอนปลาย ซ่งผู้ปกครอง จ�ายอม


และนักศึกษาพอใจมาก การเป็นนักเรียนในปอเนาะผิดแผกไปจากนักเรียนใน


แต่ละโรงเรียนจะมีเคร่องแบบแต่งกาย ผู้ชายใส่กางเกงขายาว โรงเรียนสามัญท่วไป เพราะจะต้องเรียนท้งภาควิชา


สีดาหรือแล้วแต่โรงเรียนกาหนด เส้อสีขาว ถ้าเรียนท้งศาสนาและวิชา ศาสนาอิสลามและภาควิชาภาษาไทย การเรียนจึงหนักข้น




สามัญจะเป็นแขนสั้น ถ้าเรียนศาสนาอย่างเดียวจะเป็นแขนยาว ปักอักษร เป็นเท่าตัว นักเรียนปอเนาะทุกคนต้องเคร่งครัดในศาสนา



ย่อโรงเรียนด้วยสีแดงที่อกด้านขวา ปักชื่อ - สกุล ใต้อักษรย่อชื่อโรงเรียน ยึดม่นคาส่งสอนและปฏิบัติตามแนวทางศาสนบัญญัต ิ



สวมถุงเท้า รองเท้า ผู้หญิงสวมเสื้อแขนยาว นุ่งกระโปรงยาวกรอมตาตุ่ม ฮาซันอยากเรียนต่อท่โรงเรียนประจาจังหวัดเหมือนเพ่อน

สีกระโปรงจะแตกต่างกันตามโรงเรียน จะกาหนดผู้คลุมศีรษะสีขาวหรือ คนอื่นๆ แต่มันกลายเป็นเพียงความฝัน เขาหวังที่จะด�ารง

ตามแต่โรงเรียนจะกาหนด ปักช่อโรงเรียนและช่อตัวเองท่ผ้าคลุมใน ชีวิตอย่างอิสระเสรี แต่ต้องมาเป็นนักเรียนในโรงเรียน





ต�าแหน่งเดียวกับผู้เรียนชาย ปอเนาะซ่งมีกฎระเบียบขอบเขตจากัด ความรู้สึกของเขา
อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
(ปอเนาะที่รัก, 2537 : 10 - 11)

92 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 93








การเรียนท่โรงเรียนปอเนาะมีกฎระเบียบท่นักเรียนต้องปฏิบัต ิ เลิกเรียน ยังมีศีลห้าที่เราต้องรู้และท่องจ�าเหมือนนกแก้ว

อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคืิอการปฏิบัติตามหลักศาสนา นกขุนทองทุกเช้าและเย็น คุณครูบอกว่ามันเป็นกฎท่ควร


ครูมาเรียมรับหน้าท่สอนในช้นเด็กเล็ก เป็นการ ท�าตาม อย่างที่แม่เคยบอกว่าผมจะได้รู้เอง ผมสวดมนต์




ปูพนฐานให้เราเข้าใจพระคัมภีร์เท่าท่เด็กๆ จะพึงร้ได้ใน ท่เพ่อนๆ ทุกคนสวดกันได้แต่ไม่กล้าสวด เม่อผมน่งเฉยอย ู่




ข้อปฏิบัติเบ้องต้น สาหรับครูซอฟียะฮ์สอนเร่องเก่ยวกับ คนเดียวภายในห้อง ครูก็เข้ามาถามผมว่า




งานบ้านงานเรือน การเย็บปักถักร้อย และสอนพระคัมภีร์ “จักรภพ ท�าไมเธอไม่สวดมนต์ตามเพื่อน”





ให้เดกโต ส่วนใหญ่แล้วตอนบ่ายซ่งเป็นเวลาท่ว่างจากงาน “ผมสวดไม่ได้ครับ” คาตอบน้นคงทาให้ครูไม่เข้าใจ


ทางบ้าน แม่จะให้พ่ยามีละมาเรียนพร้อมเด็กผู้หญิงอีก แต่เมื่อเพื่อนในห้องคนหนึ่งบอกเสียงดังว่า
สี่ห้าคน เพราะในเมืองนั้นยังมีคนมุสลิมไม่มากนัก “เขานับถือศาสนาอิสลามครับครู”










ครูมาเรียมบอกว่า พวกเราจะได้เรียนในโรงเรียนนั้น นนทาให้ครูไม่ว่าอะไรผมอก แต่เมอถึงชวโมงทต้อง
เพียงแค่ 4 ปี คือ นับแต่ชั้นอนุบาลถึง ป.2 เมื่อจะขึ้นชั้น เรียนเกี่ยวกับศาสนาพุทธครูก็บอกว่า



ป.3 พวกเราต้องเข้าเรยนในโรงเรยนของรฐบาลร่วมกบ “จักรภพ ถึงเธอจะนับถือศาสนาอิสลาม แต่เธอก ็

เด็กอื่นๆ ตามระบบการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งคนส่วนใหญ่ สามารถเรียนรู้เรื่องพระพุทธศาสนาได้ มันไม่ผิดหรอก”
ไม่ได้นับถือศาสนาเดียวกับเรา จึงจ�าเป็นที่จะต้องสอนให้ (อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 23)
เด็กๆ รู้และเข้าใจในพระคัมภีร์ก่อน มิเช่นนั้นแล้วเมื่อไปสู่ การละเล่น
โลกภายนอก อาจท�าให้เราไขว้เขวและปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 :10 - 11) วาแยกู

วาแยกูหรือวายังกูลิตคือการพากย์หนังนิทานปันหยี เป็นท

นิยมมากในชวา ต่อมานิยมเล่นกันแพร่หลายเข้ามาในมลายู “วายัง”


ในช้นเด็กเล็กต้องเรียนพระคัมภีร์เบ้องต้น เม่อโตข้นต้องเรียน


งานบ้านและงานฝีมือ รวมทั้งพระคัมภีร์ การเรียนเช่นนี้เป็นการปูพื้นฐาน “วาแย” เป็นศัพท์ภาษาชวาแปลว่า “ผี” หรือ “เงา” “กุลิต” และ “กูลิต”










ให้นักเรียนเข้าใจตนเองและใช้ชีวิตได้ถูกต้อง และ “กเละ” หมายถึง “หนง” ซงหมายถงการแสดงทมีอปกรณส�าคญเป็น
องค์ประกอบในการด�าเนินเรื่อง คือ หนัง หุ่น หรือหน้ากาก มีนายหนัง

วันท่ผมดีใจมากคือวันท่ผมได้ไปเรียนในโรงเรียนของ หรือดาหลังเป็นคนเดินเรื่องด้วยการร้องหรือพากย์ และเชิดให้ปรากฏเงา

รัฐ เพื่อนใหม่ๆ ที่ได้รู้จักท�าให้ชีวิตผมมีความหลากหลาย บนจอผ้าขาวโปร่งแสง โดยมีตะเกียงส่องสว่างจากด้านหลัง มีดนตร


มากขึ้น ผมได้เรียนรู้บทสวดมนต์ของชาวพุทธ ซึ่งคุณครู “กาเมลัน” (gamelan) คอยให้จังหวะท�านองเร่งเร้า

ให้นักเรียนทุกคนท่องหน้าแถวหลังเคารพธงชาตและก่อน

92 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 93








การเรียนท่โรงเรียนปอเนาะมีกฎระเบียบท่นักเรียนต้องปฏิบัต ิ เลิกเรียน ยังมีศีลห้าที่เราต้องรู้และท่องจ�าเหมือนนกแก้ว

อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคืิอการปฏิบัติตามหลักศาสนา นกขุนทองทุกเช้าและเย็น คุณครูบอกว่ามันเป็นกฎท่ควร


ครูมาเรียมรับหน้าท่สอนในช้นเด็กเล็ก เป็นการ ท�าตาม อย่างที่แม่เคยบอกว่าผมจะได้รู้เอง ผมสวดมนต์




ปูพนฐานให้เราเข้าใจพระคัมภีร์เท่าท่เด็กๆ จะพึงร้ได้ใน ท่เพ่อนๆ ทุกคนสวดกันได้แต่ไม่กล้าสวด เม่อผมน่งเฉยอย ู่




ข้อปฏิบัติเบ้องต้น สาหรับครูซอฟียะฮ์สอนเร่องเก่ยวกับ คนเดียวภายในห้อง ครูก็เข้ามาถามผมว่า




งานบ้านงานเรือน การเย็บปักถักร้อย และสอนพระคัมภีร์ “จักรภพ ท�าไมเธอไม่สวดมนต์ตามเพื่อน”





ให้เดกโต ส่วนใหญ่แล้วตอนบ่ายซ่งเป็นเวลาท่ว่างจากงาน “ผมสวดไม่ได้ครับ” คาตอบน้นคงทาให้ครูไม่เข้าใจ


ทางบ้าน แม่จะให้พ่ยามีละมาเรียนพร้อมเด็กผู้หญิงอีก แต่เมื่อเพื่อนในห้องคนหนึ่งบอกเสียงดังว่า
สี่ห้าคน เพราะในเมืองนั้นยังมีคนมุสลิมไม่มากนัก “เขานับถือศาสนาอิสลามครับครู”










ครูมาเรียมบอกว่า พวกเราจะได้เรียนในโรงเรียนนั้น นนทาให้ครูไม่ว่าอะไรผมอก แต่เมอถึงชวโมงทต้อง
เพียงแค่ 4 ปี คือ นับแต่ชั้นอนุบาลถึง ป.2 เมื่อจะขึ้นชั้น เรียนเกี่ยวกับศาสนาพุทธครูก็บอกว่า



ป.3 พวกเราต้องเข้าเรยนในโรงเรยนของรฐบาลร่วมกบ “จักรภพ ถึงเธอจะนับถือศาสนาอิสลาม แต่เธอก ็

เด็กอื่นๆ ตามระบบการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งคนส่วนใหญ่ สามารถเรียนรู้เรื่องพระพุทธศาสนาได้ มันไม่ผิดหรอก”
ไม่ได้นับถือศาสนาเดียวกับเรา จึงจ�าเป็นที่จะต้องสอนให้ (อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 : 23)
เด็กๆ รู้และเข้าใจในพระคัมภีร์ก่อน มิเช่นนั้นแล้วเมื่อไปสู่ การละเล่น
โลกภายนอก อาจท�าให้เราไขว้เขวและปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง
(อาณาจักรแห่งหัวใจ, 2551 :10 - 11) วาแยกู

วาแยกูหรือวายังกูลิตคือการพากย์หนังนิทานปันหยี เป็นท

นิยมมากในชวา ต่อมานิยมเล่นกันแพร่หลายเข้ามาในมลายู “วายัง”


ในช้นเด็กเล็กต้องเรียนพระคัมภีร์เบ้องต้น เม่อโตข้นต้องเรียน


งานบ้านและงานฝีมือ รวมทั้งพระคัมภีร์ การเรียนเช่นนี้เป็นการปูพื้นฐาน “วาแย” เป็นศัพท์ภาษาชวาแปลว่า “ผี” หรือ “เงา” “กุลิต” และ “กูลิต”










ให้นักเรียนเข้าใจตนเองและใช้ชีวิตได้ถูกต้อง และ “กเละ” หมายถึง “หนง” ซงหมายถงการแสดงทมีอปกรณส�าคญเป็น
องค์ประกอบในการด�าเนินเรื่อง คือ หนัง หุ่น หรือหน้ากาก มีนายหนัง

วันท่ผมดีใจมากคือวันท่ผมได้ไปเรียนในโรงเรียนของ หรือดาหลังเป็นคนเดินเรื่องด้วยการร้องหรือพากย์ และเชิดให้ปรากฏเงา

รัฐ เพื่อนใหม่ๆ ที่ได้รู้จักท�าให้ชีวิตผมมีความหลากหลาย บนจอผ้าขาวโปร่งแสง โดยมีตะเกียงส่องสว่างจากด้านหลัง มีดนตร


มากขึ้น ผมได้เรียนรู้บทสวดมนต์ของชาวพุทธ ซึ่งคุณครู “กาเมลัน” (gamelan) คอยให้จังหวะท�านองเร่งเร้า

ให้นักเรียนทุกคนท่องหน้าแถวหลังเคารพธงชาตและก่อน

94 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 95












สนนษฐานว่า “วายงกลต” มาจากการเล่นหนง (Shadow
Puppets) ที่เรียกว่า Thabulo - Malata ของอินเดียใต้ แพร่มาสู่เกาะชวา
พร้อมกับการนับถือศาสนาฮินดู และมีพัฒนาการในเกาะชวาก่อน
คริสตศตวรรษที่ 10

เร่มด้วยการเตรียมจอผ้าขาวโปร่งแสงก่งโปร่งใสขึงให้ตึงแล้ว


นาไปตรึงไว้กับขอบไม้ ตรงกลางจอเบ้องหน้ามีตะเกียงให้แสงสว่าง ผู้เชิด


หนังเรียกว่า “ดาหลัง” ทาหน้าท่เชิดหนัง แสงไฟท่ส่องจับพ้นผ้าสีขาวท่ยึด




ขึงจนตึง ท�าให้ฉายเห็นตัวหนังมีสีสันสวยงาม เมื่อตัวหนังพิงจอ ตัวหนัง




ท่ถูกเชิดจะปรากฏเงาบนจอท่เคล่อนไหวอย่างพร้วไหวตามแสงตะเกียง


เน้อเร่องท่นามาแสดงจะใช้เร่องมหาภารตยุทธ ซ่งกล่าวถึงการรบระหว่าง




กษัตริย์ปาณฑพและกษัตริย์เการพ ซึ่งเป็นมหากาพย์ของอินเดีย ตัวหนัง


ท่ใช้แสดงทาจากหนังแกะหรือหนังแพะเป็นหนังอย่างดีสีนวลหรือสีงาช้าง
รองเง็ง ฝ่ายหญิงที่แสดงมะโย่งจะลุกขึ้นเต้นจับคู่และเชิญผู้ชายหรือผู้ชม
รองเง็ง เข้าร่วมวงรองเง็งด้วยเพ่อความสนุกสนาน รองเง็งจึงเป็นการเต้นราท







รองเงงเป็นการเตนราแบบหนงท่ไดรบแบบอยางจากการเต้นรา ชาวบ้านถูกใจ







ของชาวสเปนหรือโปรตุเกสต้งแต่สมัยอยุธยา นิยมเล่นกันในหมู่ชาวมุสลิม การเต้นรองเง็งของไทยมุสลิมเป็นการเต้นท่สุภาพไม่ถูกเน้อ



แถวจังหวัดชายแดนไทยมาเลเซีย นิยมกันมากในบ้านขุนนางหรือเจ้าเมือง ต้องตัวกัน เพลงหนึ่งก็เต้นไปอย่างหนึ่ง ผู้เต้นรองเง็งจึงต้องฟังเพลงและ
ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในวังเจ้านายในเมืองปัตตานี ระยะแรก จังหวะเต้นด้วย ต่างคนต่างเต้นไปตามจังหวะไม่ต้องกลัวเหยียบเท้ากัน
นิยมในวงแคบเฉพาะบริวารเจ้าเมืองเท่าน้นเพราะวัฒนธรรมมุสลิมไม่นิยม การแต่งกายจะแต่งแบบพื้นเมือง ผู้ชายสวมหมวกไม่มีปีกสีด�า

ให้ผู้หญิงเข้าสังคมกับผู้ชายในที่สาธารณะ เรียกว่าหมวกแขก บางทีสวมชะตางันหรือผ้าโพกศีรษะแบบเจ้าบ่าวมุสลิม
ต่อมารองเง็งแพร่หลายสู่ชาวบ้านโดยเป็นการสลับฉากเวลาพัก นุ่งกางเกงขายาวขากว้างคล้ายกางเกงจีน สวมเส้อคอกลมแขนยาวผ่าคร่ง


ของการแสดงมะโย่ง เม่อถึงเวลาพักการแสดงมะโย่ง ดนตรีข้นเพลง


5
อกสีเดียวกับกางเกง แล้วใช้โสร่งแคบๆ ยาวเหนือเข่าสวมทับกางเกง
ผู้หญิงสวมเส้อแขนกระบอกเรียกเส้อบันดังเป็นแบบเข้ารูปปิดสะโพก





5 มะโย่ง คือ การละเล่นพ้นบ้านท่แสดงถึงวัฒนธรรมท้องถ่นมลายู บริเวณจังหวัด ผ่าอกตลอด ติดกระดุมทองเป็นระยะ สีเส้อสดสวยเป็นสีเดียวกับผ้าซ่งนุ่ง


ชายแดนภาคใต้ของไทย เป็นศิลปะการละครท่ผสมผสานพิธีกรรม ความเช่อ การ





ละคร นาฏศลป และดนตรเขาดวยกัน มกเลนในโอกาสการบชาขวญขาว หรอแมโพสพ กรอมเท้า และมีผ้าคลุมไหล่บางๆ สีตัดกับสีเสื้อ









งานเฉลิมฉลองรื่นเริง

94 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 95












สนนษฐานว่า “วายงกลต” มาจากการเล่นหนง (Shadow
Puppets) ที่เรียกว่า Thabulo - Malata ของอินเดียใต้ แพร่มาสู่เกาะชวา
พร้อมกับการนับถือศาสนาฮินดู และมีพัฒนาการในเกาะชวาก่อน
คริสตศตวรรษที่ 10
เร่มด้วยการเตรียมจอผ้าขาวโปร่งแสงก่งโปร่งใสขึงให้ตึงแล้ว




นาไปตรึงไว้กับขอบไม้ ตรงกลางจอเบ้องหน้ามีตะเกียงให้แสงสว่าง ผู้เชิด





หนังเรียกว่า “ดาหลัง” ทาหน้าท่เชิดหนัง แสงไฟท่ส่องจับพ้นผ้าสีขาวท่ยึด
ขึงจนตึง ท�าให้ฉายเห็นตัวหนังมีสีสันสวยงาม เมื่อตัวหนังพิงจอ ตัวหนัง

ท่ถูกเชิดจะปรากฏเงาบนจอท่เคล่อนไหวอย่างพร้วไหวตามแสงตะเกียง



เน้อเร่องท่นามาแสดงจะใช้เร่องมหาภารตยุทธ ซ่งกล่าวถึงการรบระหว่าง






กษัตริย์ปาณฑพและกษัตริย์เการพ ซึ่งเป็นมหากาพย์ของอินเดีย ตัวหนัง
ท่ใช้แสดงทาจากหนังแกะหรือหนังแพะเป็นหนังอย่างดีสีนวลหรือสีงาช้าง


รองเง็ง ฝ่ายหญิงที่แสดงมะโย่งจะลุกขึ้นเต้นจับคู่และเชิญผู้ชายหรือผู้ชม
รองเง็ง เข้าร่วมวงรองเง็งด้วยเพ่อความสนุกสนาน รองเง็งจึงเป็นการเต้นราท





รองเงงเป็นการเตนราแบบหนงท่ไดรบแบบอยางจากการเต้นรา ชาวบ้านถูกใจ









ของชาวสเปนหรือโปรตุเกสต้งแต่สมัยอยุธยา นิยมเล่นกันในหมู่ชาวมุสลิม การเต้นรองเง็งของไทยมุสลิมเป็นการเต้นท่สุภาพไม่ถูกเน้อ



แถวจังหวัดชายแดนไทยมาเลเซีย นิยมกันมากในบ้านขุนนางหรือเจ้าเมือง ต้องตัวกัน เพลงหนึ่งก็เต้นไปอย่างหนึ่ง ผู้เต้นรองเง็งจึงต้องฟังเพลงและ
ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในวังเจ้านายในเมืองปัตตานี ระยะแรก จังหวะเต้นด้วย ต่างคนต่างเต้นไปตามจังหวะไม่ต้องกลัวเหยียบเท้ากัน
นิยมในวงแคบเฉพาะบริวารเจ้าเมืองเท่าน้นเพราะวัฒนธรรมมุสลิมไม่นิยม การแต่งกายจะแต่งแบบพื้นเมือง ผู้ชายสวมหมวกไม่มีปีกสีด�า

ให้ผู้หญิงเข้าสังคมกับผู้ชายในที่สาธารณะ เรียกว่าหมวกแขก บางทีสวมชะตางันหรือผ้าโพกศีรษะแบบเจ้าบ่าวมุสลิม
ต่อมารองเง็งแพร่หลายสู่ชาวบ้านโดยเป็นการสลับฉากเวลาพัก นุ่งกางเกงขายาวขากว้างคล้ายกางเกงจีน สวมเส้อคอกลมแขนยาวผ่าคร่ง ึ

ของการแสดงมะโย่ง เม่อถึงเวลาพักการแสดงมะโย่ง ดนตรีข้นเพลง


5
อกสีเดียวกับกางเกง แล้วใช้โสร่งแคบๆ ยาวเหนือเข่าสวมทับกางเกง

ผู้หญิงสวมเส้อแขนกระบอกเรียกเส้อบันดังเป็นแบบเข้ารูปปิดสะโพก




5 มะโย่ง คือ การละเล่นพ้นบ้านท่แสดงถึงวัฒนธรรมท้องถ่นมลายู บริเวณจังหวัด ผ่าอกตลอด ติดกระดุมทองเป็นระยะ สีเส้อสดสวยเป็นสีเดียวกับผ้าซ่งนุ่ง



ชายแดนภาคใต้ของไทย เป็นศิลปะการละครท่ผสมผสานพิธีกรรม ความเช่อ การ




ละคร นาฏศลป และดนตรเขาดวยกัน มกเลนในโอกาสการบชาขวญขาว หรอแมโพสพ กรอมเท้า และมีผ้าคลุมไหล่บางๆ สีตัดกับสีเสื้อ









งานเฉลิมฉลองรื่นเริง

96 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 97










ดนตรีท่ใช้ประกอบการเล่นรองเง็งประกอบด้วยไวโอลิน รามะนา เสียงดัง แล้วร้องราทาเพลงแก้กันตามประสาชาวป่า บางท่านก็กล่าว




ฆ้อง ปัจจุบันเพ่มกีตาร์เพ่อทาให้จังหวะสนุกสนานเพ่มข้น มีผู้บรรเลงดนตร ี ว่าการเล่นลิเกฮูลูเอาแบบอย่างการเล่นล�าตัดของไทยผสมเข้าไป

ชิ้นละคน เพลงที่นิยมเต้นมี 7 เพลงคือ เพลงลาฆูดูวอ เพลงลานังหรือ ซีละ
เพลงเลนังเลนังเป็นปูโจ๊ะปีซัง เพลงจินดาซายัง เพลงอาเนาะดีด๊หรือ “ซีละ” หรอ “สิละ” หมายถึงศลปะการต่อสป้องกนตวด้วยน�าใจ








อาเนาะดีดิ เพลงมะอีนังชวา เพลงมะอีนังลามา และเพลงอ่นๆ ได้แก่ เพลง นักกีฬา ผู้เรียนวิชานี้จึงต้องมีศิลปะ มีวินัย ใช้ซีละป้องกันตัว ไม่ใช่ท�าร้าย


ตารีกาโรง เพลงบุหงาราไป เพลงมาสแมระห์หรือมัสแมเรอะ เพลง ผู้อื่นให้เดือดร้อน




จินโยดีวกตูมาลาอารี เพลงเล่นรองเง็งทุกเพลงจะใช้ไวโอลนเดินทานอง ผู้จะเรียนสิละต้องไหว้ครู โดยมีผ้าขาว ข้าวสมางัด ด้ายขาว
และใช้ร�ามะนาก�ากับจังหวะ แหวน 1 วง มอบให้ครู ผู้เรียนต้องอายุไม่น้อยกว่า 15 ปี เวลาเรียน 3
เมอดนตรขนเพลง ฝายชายจะโคงฝายหญงพรอมกบขอผาคลม เดือน 10 วัน หรือ 100 วัน จึงจบหลักสูตร ครูหนึ่งคนสอนศิษย์ได้ 14 คน















ไหล่ของหญิงมาคลุมไหล่ตนเอง จากนนก็ต้อนฝ่ายหญง ฝ่ายหญิงจะใช้ ต่อรุ่น

ผ้าเช็ดหน้าจับ 2 ชาย ขณะเดียวกันก็เต้นกลับ เพราะฝ่ายชายก�าลังต้อน การแต่งกายของสิละมุ่งความสวยงามเป็นสาคัญ มีผ้าโพก

และเต้นป้อส่งสายตาแบบเจ้าชู้ ศีรษะ สวมเสื้อคอกลมหรือคอตั้ง กางเกงขายาว มีผ้าโสร่งเรียกซอเกาะ
ลิเกฮูลู ลายสดสวยสวมทับ พร้อมมีผ้าลือปักคาดสะเอว หรือคาดเป็นเข็มขัดคาด
ลิเก หรือ ดิเกร์ เป็นค�าที่เรียนมาจากภาษาอาหรับว่า “ซิเกร” ทับโสร่งให้กระชับ นอกจากนั้นเหน็บกริชตามแบบฉบับนักสู้ไทยมุสลิม
หมายถึงการสรรเสริญพระเจ้า ส่วนค�าว่า “ฮูลู” หมายถึง ศีรษะ บริเวณ เครื่องดนตรีสิละประกอบด้วย กลองยาว 1 ใบ กลองเล็ก 1 ใบ
หรือต้นล�าน�้า จุดเริ่มต้น ด้ามอาวุธ และหมู่บ้านในชนบท ชาวบ้านเรียก ฆ้อง 1 คู่ และปี่ชวา 1 เลา เมื่อสิละขึ้นบนสังเวียนแล้วดนตรีจะประโคม
“ฮูลู” หรือ “ทิศอูลู” ซึ่งเข้าใจว่าท้องที่นั้นคืออ�าเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เรียกความสนใจจากคนดู มีเสียงปี่เร้าอารมณ์

และอาเภอบันนังสตา อาเภอเบตง จังหวัดยะลา คาว่า “ฮูลู” มีความหมาย


5 ประการ ได้แก่ ศีรษะ (ราชาศัพท์มลายูโบราณ) บริเวณหรือต้นล�าน�้า “น้อยรู้ไหม วันนี้ตรงเชิงตะพานฝั่งโน้น โต๊ะอุมาก�าลัง



จุดเร่มต้น ด้ามอาวุธ และหมู่บ้านในชนบท การแสดงลิเกฮูลูตรงกับ ปลูกโรงหนังแล้ว คืนพรุ่งน้เขาจะเล่นวอแยด้วย เธอกับพ่แมะ
ความหมายว่าบริเวณหรือต้นล�าน�้า และหมู่บ้านในชนบท ขอเจ๊ะกับเมาะไปดูนะ” มามุว่า ท่าทางสนุกสนานเต็มที่

ลิเกฮูลูได้แบบอย่างจากคนป่าซาไก ซ่งในภาษามลายูเรียกว่า (แว้งที่รัก, 2554 : 111)




เล่น “มะนอฆอออแฆสาแก” หมายถึงมโนห์ราคนซาไก โดยน�าไม้ไผ่มาตัด ตอนกลางคนมรายการแสดงต่างๆ บนเวทหลงจาก


ท่อนสั้นๆ ทะลวงปล้องออกให้กลวงหัวท้าย แล้วเอาเปลือกไม้หรือกากไม้ พิธีเล้ยงต้อนรับผ่านไป พวกเราร้องเพลงแปลงเน้อภาษา


มาหุ้มข้างหนึ่ง เปิดอีกข้างหนึ่งไว้ แล้วใช้ไม้หรือมืออุดข้างที่หุ้ม ท�าให้เกิด ไทยเป็นภาษามลาย มเพลง สยามานสต, รกกนไว้เถด






96 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 97










ดนตรีท่ใช้ประกอบการเล่นรองเง็งประกอบด้วยไวโอลิน รามะนา เสียงดัง แล้วร้องราทาเพลงแก้กันตามประสาชาวป่า บางท่านก็กล่าว




ฆ้อง ปัจจุบันเพ่มกีตาร์เพ่อทาให้จังหวะสนุกสนานเพ่มข้น มีผู้บรรเลงดนตร ี ว่าการเล่นลิเกฮูลูเอาแบบอย่างการเล่นล�าตัดของไทยผสมเข้าไป

ชิ้นละคน เพลงที่นิยมเต้นมี 7 เพลงคือ เพลงลาฆูดูวอ เพลงลานังหรือ ซีละ
เพลงเลนังเลนังเป็นปูโจ๊ะปีซัง เพลงจินดาซายัง เพลงอาเนาะดีด๊หรือ “ซีละ” หรอ “สิละ” หมายถึงศลปะการต่อสป้องกนตวด้วยน�าใจ








อาเนาะดีดิ เพลงมะอีนังชวา เพลงมะอีนังลามา และเพลงอ่นๆ ได้แก่ เพลง นักกีฬา ผู้เรียนวิชานี้จึงต้องมีศิลปะ มีวินัย ใช้ซีละป้องกันตัว ไม่ใช่ท�าร้าย


ตารีกาโรง เพลงบุหงาราไป เพลงมาสแมระห์หรือมัสแมเรอะ เพลง ผู้อื่นให้เดือดร้อน




จินโยดีวกตูมาลาอารี เพลงเล่นรองเง็งทุกเพลงจะใช้ไวโอลนเดินทานอง ผู้จะเรียนสิละต้องไหว้ครู โดยมีผ้าขาว ข้าวสมางัด ด้ายขาว
และใช้ร�ามะนาก�ากับจังหวะ แหวน 1 วง มอบให้ครู ผู้เรียนต้องอายุไม่น้อยกว่า 15 ปี เวลาเรียน 3
เมอดนตรขนเพลง ฝายชายจะโคงฝายหญงพรอมกบขอผาคลม เดือน 10 วัน หรือ 100 วัน จึงจบหลักสูตร ครูหนึ่งคนสอนศิษย์ได้ 14 คน















ไหล่ของหญิงมาคลุมไหล่ตนเอง จากนนก็ต้อนฝ่ายหญง ฝ่ายหญิงจะใช้ ต่อรุ่น

ผ้าเช็ดหน้าจับ 2 ชาย ขณะเดียวกันก็เต้นกลับ เพราะฝ่ายชายก�าลังต้อน การแต่งกายของสิละมุ่งความสวยงามเป็นสาคัญ มีผ้าโพก

และเต้นป้อส่งสายตาแบบเจ้าชู้ ศีรษะ สวมเสื้อคอกลมหรือคอตั้ง กางเกงขายาว มีผ้าโสร่งเรียกซอเกาะ
ลิเกฮูลู ลายสดสวยสวมทับ พร้อมมีผ้าลือปักคาดสะเอว หรือคาดเป็นเข็มขัดคาด
ลิเก หรือ ดิเกร์ เป็นค�าที่เรียนมาจากภาษาอาหรับว่า “ซิเกร” ทับโสร่งให้กระชับ นอกจากนั้นเหน็บกริชตามแบบฉบับนักสู้ไทยมุสลิม
หมายถึงการสรรเสริญพระเจ้า ส่วนค�าว่า “ฮูลู” หมายถึง ศีรษะ บริเวณ เครื่องดนตรีสิละประกอบด้วย กลองยาว 1 ใบ กลองเล็ก 1 ใบ
หรือต้นล�าน�้า จุดเริ่มต้น ด้ามอาวุธ และหมู่บ้านในชนบท ชาวบ้านเรียก ฆ้อง 1 คู่ และปี่ชวา 1 เลา เมื่อสิละขึ้นบนสังเวียนแล้วดนตรีจะประโคม
“ฮูลู” หรือ “ทิศอูลู” ซึ่งเข้าใจว่าท้องที่นั้นคืออ�าเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เรียกความสนใจจากคนดู มีเสียงปี่เร้าอารมณ์

และอาเภอบันนังสตา อาเภอเบตง จังหวัดยะลา คาว่า “ฮูลู” มีความหมาย


5 ประการ ได้แก่ ศีรษะ (ราชาศัพท์มลายูโบราณ) บริเวณหรือต้นล�าน�้า “น้อยรู้ไหม วันนี้ตรงเชิงตะพานฝั่งโน้น โต๊ะอุมาก�าลัง



จุดเร่มต้น ด้ามอาวุธ และหมู่บ้านในชนบท การแสดงลิเกฮูลูตรงกับ ปลูกโรงหนังแล้ว คืนพรุ่งน้เขาจะเล่นวอแยด้วย เธอกับพ่แมะ
ความหมายว่าบริเวณหรือต้นล�าน�้า และหมู่บ้านในชนบท ขอเจ๊ะกับเมาะไปดูนะ” มามุว่า ท่าทางสนุกสนานเต็มที่

ลิเกฮูลูได้แบบอย่างจากคนป่าซาไก ซ่งในภาษามลายูเรียกว่า (แว้งที่รัก, 2554 : 111)




เล่น “มะนอฆอออแฆสาแก” หมายถึงมโนห์ราคนซาไก โดยน�าไม้ไผ่มาตัด ตอนกลางคนมรายการแสดงต่างๆ บนเวทหลงจาก


ท่อนสั้นๆ ทะลวงปล้องออกให้กลวงหัวท้าย แล้วเอาเปลือกไม้หรือกากไม้ พิธีเล้ยงต้อนรับผ่านไป พวกเราร้องเพลงแปลงเน้อภาษา


มาหุ้มข้างหนึ่ง เปิดอีกข้างหนึ่งไว้ แล้วใช้ไม้หรือมืออุดข้างที่หุ้ม ท�าให้เกิด ไทยเป็นภาษามลาย มเพลง สยามานสต, รกกนไว้เถด






98 ความสุขในความหลากหลายทางวัฒนธรรม






เพลง อนาเซต ชาวจังหวัดยะลาร�ารองเง็ง ชาวนราธิวาส
เล่นลิเกฮูลู ปัตตานีแสดง ซีละ แต่ละรายการได้รับความ


สนใจมากจนเสียงปรบมือดังสน่นหว่นไหว เจ้าภาพก็ม ี ตอนที่ 4

รายการแสดงตอบแทน พวกเราได้ฟังหมอลาสนุกสนาน

ของเขามีหมอลากลอนผู้แสดงชายหญิงอย่างละคน มีหมอ การประเมินความรู้จาก
แคนเป่าแคนเป็นดนตรี หมอล�าเรื่องคล้ายการเล่นโนห์รา การอ่านวรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง
บ้านเรา มีพระเอกนางเอก เขาจัดมาแสดงพอเป็นตัวอย่าง
เท่านั้น สวยงามที่สุดคือร�าภูไท และครึกครื้นคือโปงลาง



บรรเลงเสียงวังเวงชวนให้คิดถึงบ้านเราจริงๆ นับว่า หนวยท 1 การประเมินความรู้จากการอ่านวรรณกรรมเยาวชน
เป็นการแลกเปล่ยนวัฒนธรรมของกันและกันอย่างฉันมิตร เรื่องปอเนาะที่รัก

ที่สุด ตอนที่ 1 กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้
(ปอเนาะที่รัก, 2537 : 117)
นักเรียนอ่าน “ปอเนาะที่รัก” ได้รู้เกี่ยวกับผู้ประพันธ์รวมทั้งบท

สรุปมาทีละบทจนครบ 13 บทแล้ว ลองตอบคาถามหรือสรุปความประเด็น
ต่างๆ เพื่อทดสอบความเข้าใจ โดยท�ากิจกรรมต่างๆ ดังนี้

1. เขียนสรุปเร่องจากการท่ได้อ่านสังเขปเร่องในแต่ละบทมา


จนครบ 13 บท
2. การเขียนเรื่องนี้ของผู้ประพันธ์น่าเชื่อถือหรือไม่ อย่างไร
3. บอกแก่นเรื่อง หรือประเด็นส�าคัญของนวนิยายเรื่องนี้
4. เขียนความขัดแย้งต่อไปนี้
4.1 ความต้องการเรียนต่อของฮาซัน

4.2 ประสบการณ์เดิมกับประสบการณ์ใหม่ในการเรียนของ
ฮาซัน
4.3 การถูกห้ามใช้ภาษาไทยในโรงเรียนปอเนาะ
4.4 การขาดอิสระในการแสดงความคิดเห็น


Click to View FlipBook Version