The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการวิจัย แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ห้องสมุด สสว.9, 2023-10-01 11:22:42

โครงการวิจัย แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย

โครงการวิจัย แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย

แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 35 2. ด้านสภาพแวดล้อมและภายภาพ ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ ดังนี้ 2.1 องค์ประกอบบริเวณโดยรอบอาคาร มี 2 ตัวชี้วัด 2.2 องค์ประกอบอาคารสถานที่และพื้นที่ใช้สอย มี 8 ตัวชี้วัด 3. ด้านกลไกและบริหารจัดการ ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ ดังนี้ 3.1 องค์ประกอบกลไก มี 3 ตัวชี้วัด 3.2 องค์ประกอบการบริหารจัดการ มี 12 ตัวชี้วัด เกณฑ์ประเมินมาตรฐานการด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุก าหนดช่วงของเกณฑ์การประเมินมาตรฐานการด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและ ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ มี 4 ระดับ คือ ระดับดีมาก คะแนนตั้งแต่ 80 – 100 คะแนน ระดับดี คะแนนตั้งแต่ 60 – 79 คะแนน ระดับปานกลาง คะแนนตั้งแต่ 50 – 59 คะแนน ระดับควรปรับปรุง คะแนนต่ ากว่า 50 คะแนน การประเมิน ศพอส. ตามเกณฑ์มาตรฐานแบ่งออกเป็น 3 ด้าน 6 องค์ประกอบ และ 45 ตัวชี้วัด ซึ่งเป็นเครื่องมือที่วัดระดับการด าเนินงานตามเกณฑ์มาตรฐานของ ศพอส. แบ่งได้เป็น 4 ระดับ ดังกล่าว 2.6 แนวคิดเกี่ยวกับผู้สูงอายุ 2.6.1 ความหมายของผู้สูงอายุ พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (2546) ประเทศไทยได้มีนิยามผู้สูงอายุอย่างเป็นทางการตาม พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 ให้ความหมายว่า “ผู้สูงอายุ” หมายถึง บุคคลซึ่งมีอายุเกิน 60 ปี บริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชาติไทย โดยในปัจจุบันประเทศไทยได้เป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว คือ มีผู้สูงอายุ มากกว่าร้อยละ10 ตามเกณฑ์ขององค์การสหประชาชาติ(พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 มาตรา 3) 2.6.2 การจัดประเภทของผู้สูงอายุ การจัดประเภทของผู้สูงอายุตามลักษณะสุขภาพและความสามารถในการท ากิจวัตรประจ าวัน จ าแนกออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้มาก (กลุ่มติดสังคม หรือพึ่งตนเองได้) กลุ่มที่ 2 ผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ปานกลาง (กลุ่มติดบ้านหรือ พึ่งตนเองได้บ้าง) กลุ่มที่ 3 ผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้น้อย (กลุ่มติดเตียงหรือพึ่งตนเอง ไม่ได้) (วิรัตน์ ค าศรีจันทร์ และคณะ, 2550)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 36 2.6.3 แนวคิดเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คณะท างานด้านคุณภาพชีวิตองค์การอนามัยโลก (2561, p.64) ให้ความหมายของ คุณภาพชีวิตไว้ว่า คุณภาพชีวิตเป็นความพึงพอใจและการรับรู้สถานะของบุคคลในการด ารงชีวิต ในสังคมโดยจะสัมพันธ์กับเป้าหมายและความคาดหวังของตนเอง ภายใต้บริบทของวัฒนธรรม ค่านิยม มาตรฐานของสังคม และสิ่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบบริการ สวัสดิการต่าง ๆ ตลอดจน การเมืองและการปกครองของสังคมที่บุคคลอาศัยอยู่ ดังนั้น จึงสรุปได้ว่าคุณภาพชีวิต หมายถึง ระดับ การมีชีวิตที่ดี มีความสุขและมีความพึงพอใจในชีวิต ทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม อารมณ์ และ การด าเนินชีวิตของปัจเจกบุคคลในสังคม Flanagan, J.C. (1978, p.140) กล่าวถึงองค์ประกอบของคุณภาพชีวิตไว้ว่า เป็น ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ ซึ่งจ าแนกได้ 5 องค์ประกอบ ดังนี้ 1. มีความสุขสบายทางด้านร่างกายและวัตถุทางด้านร่างกาย ได้แก่ การมีสุขภาพ สมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ทางด้านวัตถุ ได้แก่ การมีอาหารดี มีบ้านที่น่าอยู่ มีสิ่งอ านวย ความสะดวก 2. มีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น เช่น ความสัมพันธ์กับคู่สมรส บิดามารดา ญาติพี่น้อง เพื่อนและบุคคลอื่น รวมทั้งการมีบุตรและการเลี้ยงดูบุตร 3. มีกิจกรรมในสังคมและชุมชน มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและช่วยเหลือบุคคลอื่น ในสังคมและชุมชน 4. มีการพัฒนาบุคลิกภาพและมีความส าเร็จสมบูรณ์ตามพัฒนาการ เช่น พัฒนาการด้าน สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ สนใจการเรียนและการเข้าใจตนเอง รู้จุดบกพร่องของตนเอง การมีงานท า และการได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม และการแสดงออกในทางสร้างสรรค์ 5. มีกิจกรรมสันทนาการ เช่น การอ่านหนังสือ ฟังเพลง เล่นดนตรี และสิ่งบันเทิงอื่น ๆ รวมทั้งการมีส่วนร่วมในสังคมและชุมชน กล่าวโดยสรุป องค์ประกอบคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ดีนั้น ประกอบไปด้วย การมีความสุขทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม เช่น มีกิจกรรมสันทนาการ มีกิจกรรมในสังคมและชุมชน มีการพัฒนาบุคลิกภาพ และมีพัฒนาการที่สมวัย การได้รับการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ มีงานท า สามารถพึ่งพาตนเองได้ 2.6.4 ความต้องการของผู้สูงอายุ สุพัตรา ศรีวณิชชากร และคณะ (2556) อธิบายถึง “ความต้องการ” หมายถึง ความรู้สึก ต้องการในสิ่งที่จ าเป็นต่อการด ารงชีวิตไม่ว่าจะเป็นการดูแลในชีวิตประจ าวัน เศรษฐกิจ ที่อยู่อาศัย ข้อมูลข่าวสาร และสิ่งของจ าเป็นในการด ารงชีวิต ทั้งนี้ ผู้สูงอายุจะมีความต้องการที่สอดคล้องกับ ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ได้แก่


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 37 1. ความต้องการด้านร่างกาย คือ การมีสุขภาพแข็งแรง สามารถท ากิจวัตรประจ าวันต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง และได้รับการช่วยเหลือยามเจ็บป่วย 2. ความต้องการด้านครอบครัว คือ การได้รับการดูแลเอาใจใส่จากลูกหลาน อย่างใกล้ชิด และได้รับการยกย่องนับถือ 3. ความต้องการด้านเศรษฐกิจ คือ การมีเงินใช้จ่ายอย่างเพียงพอ พึ่งตนเองได้ 4. ความต้องการด้านสังคม คือ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านสังคม พบปะพูดคุย กับเพื่อน และได้รับการยอมรับจากสังคม 5. ความต้องการด้านจิตใจ คือ การได้รับความรัก ความเอาใจใส่จากครอบครัว 6. ความต้องการด้านสวัสดิการต่าง ๆ ที่จ าเป็น 2.6.5 กฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2553 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560 เหตุผลความจ าเป็นในการตรากฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้การด าเนินงานเกี่ยวกับการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนต่อสิทธิและประโยชน์ของผู้สูงอายุเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และให้ ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ โดยสรุปสาระส าคัญได้ ดังนี้ 1. นิยามผู้สูงอายุ หมายถึง บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีสัญชาติไทย 2. ให้มีคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (มาตรา 4) เป็นกลไกระดับชาติเพื่อก าหนด นโยบาย และแผนหลัก แนวทางปฏิบัติ ตลอดจนประสานงาน ติดตาม และประเมินผลเกี่ยวกับ การคุ้มครองการส่งเสริม และการสนับสนุนสถานภาพ บทบาท และกิจกรรมของผู้สูงอายุ 3. (มาตรา 10) ให้ส านักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุ ส านักงานส่งเสริมสวัสดิภาพ และพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ มีอ านาจหน้าที่ด าเนินการต่างๆ เกี่ยวกับการคุ้มครอง การส่งเสริม และ การสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุและรับผิดชอบในงานธุรการและงานวิชาการของคณะกรรมการ และให้มีอ านาจหน้าที่ดังต่อไปนี้(1) จัดท าแนวทางปฏิบัติตามนโยบายและแผนหลักเกี่ยวกับ การคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนสถานภาพ บทบาทและกิจกรรมของผู้สูงอายุเสนอต่อ คณะกรรมการ (2) รวบรวมข้อมูล ศึกษา วิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับงานคุ้มครอง ส่งเสริม และสนับสนุน ที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ (3) เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน เผยแพร่และประชาสัมพันธ์งานหรือ กิจกรรมเกี่ยวกับผู้สูงอายุ (4) สร้างระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน (5) ร่วมมือและประสานงานกับ ราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ ตลอดจนองค์กรอื่น ในการจัดให้ผู้สูงอายุได้รับการคุ้มครอง การส่งเสริมและการสนับสนุนตาม พระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง (6) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามแผนหลักของ


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 38 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วรายงานต่อคณะกรรมการ (7) พิจารณาเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการใน การให้มีหรือแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนสถานภาพ บทบาท และกิจกรรมผู้สูงอายุ (8) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย 4. สิทธิผู้สูงอายุ (มาตรา 11) ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับการคุ้มครอง การส่งเสริมและ สนับสนุนในด้านต่าง ๆ (1) การบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขที่จัดไว้โดยให้ความสะดวก และรวดเร็วแก่ผู้สูงอายุเป็นกรณีพิเศษ (2) การศึกษา การศาสนา และข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ต่อการด าเนินชีวิต (3) การประกอบอาชีพหรือฝึกอาชีพที่เหมาะสม (4) การพัฒนาตนเองและ การมีส่วนร่วมในการกิจกรรมทางสังคม การรวมกลุ่มในลักษณะเครือข่ายหรือชุมชน (5) การอ านวยความ สะดวกและความปลอดภัยโดยตรงแก่ผู้สูงอายุในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะหรือการบริการสาธารณะอื่น (6) การช่วยเหลือด้านค่าโดยสารยานพาหนะตามความเหมาะสม (7) การยกเว้นค่าเข้าชมสถานที่ของรัฐ (8) การช่วยเหลือผู้สูงอายุซึ่งได้รับอันตรายจากการถูกทารุณกรรมหรือถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ด้วยกฎหมาย หรือถูกทอดทิ้ง (9) การให้ค าแนะน า ปรึกษา ด าเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องในทางคดีหรือใน ทางการแก้ไขปัญหาครอบครัว (10) การจัดที่พักอาศัย อาหารและเครื่องนุ่งห่มให้ตามความจ าเป็น อย่างทั่วถึง (11) การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม (12) การสงเคราะห์ ในการจัดการศพตามประเพณี (13) การอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศก าหนด ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) เพื่อให้ประเทศไทยสามารถยกระดับ การพัฒนาให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และเป้าหมายการพัฒนาประเทศข้างต้น จึงจ าเป็นต้องก าหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศระยะยาว จ านวน 6 ยุทธศาสตร์ โดยมียุทธศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุ จ านวน 2 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1. ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมาย การพัฒนาที่ส าคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ โดยคนไทย มีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรมและ เป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จ าเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสาร ภาษาอังกฤษและภาษาที่สาม และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มีทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่ และอื่น ๆโดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง 2. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มีเป้าหมาย การพัฒนาที่ส าคัญการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชน ท้องถิ่น มาร่วมขับเคลื่อน โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชนในการร่วมคิดร่วมท าเพื่อส่วนรวม


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 39 การกระจายอ านาจและความรับผิดชอบไปสู่กลไกบริหารราชการแผ่นดินในระดับท้องถิ่น การเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการตนเอง และการเตรียมความพร้อมของประชากรไทยทั้งในมิติ สุขภาพ เศรษฐกิจ สังคมและสภาพแวดล้อมให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ สามารถพึ่งตนเองและ ท าประโยชน์แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้นานที่สุด โดยรัฐให้หลักประกันการเข้าถึงบริการและ สวัสดิการที่มีคุณภาพอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) หลักการ พัฒนาประเทศที่ส าคัญในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ยึดหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และ “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” ที่ต่อเนื่องจาก 2 แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 – 11 และยึดหลักการ เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดความเหลื่อมล้ าและขับเคลื่อนการเจริญเติบโตจากการเพิ่มผลิตภาพ การผลิตภาพการผลิตบนฐานการใช้ภูมิปัญญาและนวัตกรรม ยุทธศาสตร์ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ซึ่งมียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านผู้สูงอายุ จ านวน 3 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1. การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ แนวทางการพัฒนาส าคัญ ประกอบด้วย ปรับเปลี่ยนค่านิยมคนไทยให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีวินัย จิตสาธารณะ และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ พัฒนาศักยภาพคนให้มีทักษะ ความรู้ และความสามารถในการด ารงชีวิตอย่างมีคุณค่า ยกระดับ คุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพและให้ทุกภาคส่วนค านึง ถึงผลกระทบต่อสุขภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบสุขภาพ ภาครัฐและปรับระบบ การเงินการคลังด้านสุขภาพ พัฒนาระบบการดูแลและสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับสังคมสูงวัย และผลักดันให้สถาบันทางสังคมมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศอย่างเข้มแข็ง 2. ยุทธศาสตร์การสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ าในสังคม แนวทาง การพัฒนาส าคัญ ประกอบด้วย การเพิ่มโอกาสให้กับกลุ่มเป้าหมาย ประชากรร้อยละ 40 ที่มีรายได้ ต่ าสุดให้สามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพของรัฐและมีอาชีพ การกระจายการให้บริการภาครัฐทั้งด้าน การศึกษา สาธารณสุข และสวัสดิการที่มีคุณภาพให้ครอบคลุมและทั่วถึง เสริมสร้างศักยภาพชุมชน การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและการสร้างความเข้มแข็งการเงินฐานราก ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีสิทธิในการจัดการทุนที่ดินและทรัพยากรในชุมชน 3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม แนวทาง การพัฒนาส าคัญ ประกอบด้วย เร่งส่งเสริมการลงทุนวิจัยและพัฒนาและผลักดันสู่การใช้ประโยชน์ ในเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม พัฒนาผู้ประกอบการให้เป็นผู้ประกอบการทางเทคโนโลยี พัฒนาสภาวะ แวดล้อมของการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรมด้านบุคลากรวิจัย แผนยุทธศาสตร์ กรมกิจการผู้สูงอายุ 20 ปี พ.ศ. 2561 – 2580 กรมกิจการผู้สูงอายุ มีทิศทางการด าเนินงานของกรมกิจการผู้สูงอายุ ในอีก 20 ปี ข้างหน้า คือ มุ่งเน้นการท างานเชิงรุกเพื่อป้องกันผลกระทบที่เกิดจากสังคมสูงวัย เป็นหน่วยงานหลัก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 40 ในการบูรณาการงานเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและสังคม และส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเป็นพลัง ไม่ใช่ภาระ และสามารถสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคม โดยก าหนดประเด็นยุทธศาสตร์ 20 ปี ประกอบด้วย 4 ประเด็น ดังนี้ 1. บูรณาการการขับเคลื่อนนโยบาย มาตรการ กลไก นวัตกรรมงานด้านผู้สูงอายุ ไปสู่การปฏิบัติ 2. พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุและเตรียมความพร้อมคนทุกช่วงวัยเพื่อรองรับสังคม ผู้สูงอายุร่วมกับภาคีเครือข่าย 3. พัฒนาระบบการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุ 4. เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมด้านผู้สูงอายุ นโยบายที่เกี่ยวข้อง 1. นโยบายรัฐบาล คณะรัฐมนตรีโดยนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2557 ได้ก าหนดนโยบาย การบริหารราชการแผ่นดิน 11 ด้าน ประกอบด้วย (1) การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ (2) การรักษาความมั่นคงของรัฐและการต่างประเทศ (3) การลดความเหลื่อมล้ าของสังคมและ การสร้างโอกาสการเข้าถึงบริหารของรัฐ (4) การศึกษาและการเรียนรู้ การทะนุบ ารุงศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม (5) การยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุข และสุขภาพของประชาชน (6) การเพิ่ม ศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ (7) การส่งเสริมบทบาทและการใช้โอกาสในประชาคมอาเซียน (8) การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรม (9) การรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากร และการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน (10) การส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาล และ การป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ (11) การปรับปรุงกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม นโยบายที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ คือ นโยบายด้านที่ 3 การลดความเหลื่อมล้ าของสังคม และการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ ดังนี้ ข้อที่ 3 ในระยะต่อไป จะพัฒนาระบบการคุ้มครองทางสังคม ระบบการออม และระบบ สวัสดิการชุมชนให้มีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการดูแลให้มีระบบการกู้ยืม ที่เป็นธรรมและการสงเคราะห์ผู้ยากไร้ตามอัตภาพ พัฒนาศักยภาพ คุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ จัดสวัสดิการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้สูงอายุ สตรีและเด็ก ข้อที่ 4 เตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการมีงาน หรือกิจกรรมที่เหมาะสม เพื่อสร้างสรรค์และไม่ก่อภาระต่อสังคมในอนาคต โดยจัดเตรียมระบบ


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 41 การดูแล ในบ้าน สถานพักฟื้น และโรงพยาบาล ที่เป็นความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และครอบครัว รวมทั้งพัฒนาระบบการเงินการคลังส าหรับการดูแลผู้สูงอายุ 2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สุนทรี พัวเวส และคณะ (2552) ได้ท าการศึกษาเรื่องความต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนา สังคมของผู้สูงอายุ : ศึกษาเฉพาะกรณี ศูนย์เอนกประสงค์ส าหรับผู้สูงอายุในชุมชน พบว่า ผู้สูงอายุส่วน ใหญ่ต้องการมีส่วนร่วมในกระบวนการทุกขั้นตอน ตั้งแต่ร่วมคิดริเริ่มโครงการ/กิจกรรม ร่วมวางแผน การด าเนินงาน ร่วมด าเนินงานตามแผน ร่วมติดตามและประเมินผล และร่วมรับผิดชอบ ในผลกระทบ หรือผลเสีย ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องการมีส่วนร่วมในกิจกรรมพัฒนาสังคมในรูปแบบของ การเป็นสมาชิกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ แต่ไม่ต้องการมีต าแหน่งใด ๆ และประเภทของกิจกรรมที่ ผู้สูงอายุต้องการเข้าร่วมมากที่สุด คือ กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ส่วนประเภทกิจกรรมที่ผู้สูงอายุ ต้องการเข้าร่วมน้อยที่สุด คือ กิจกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาตนเอง และลักษณะของกิจกรรมที่ ผู้สูงอายุต้องการเข้าร่วมมากที่สุด คือการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม ชมรม องค์กร ข้อเสนอแนะ ควรมีการพิสูจน์ รูปแบบการจัดตั้งศูนย์อเนกประสงค์ส าหรับผู้สูงอายุในชุมชน ควรมีการติดตามและประเมินผล การด าเนินงาน สนับสนุนให้มีการวิจัยต่อยอดเกี่ยวกับรูปแบบของศูนย์อเนกประสงค์ส าหรับผู้สูงอายุ ในชุมชนที่เป็นแบบปฏิบัติที่ดี ส านักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุ ส านักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (2553) ได้ท าการศึกษาเรื่องระบบการดูแลระยะยาวเพื่อเสริมสร้าง ความมั่นคงเพื่อวัยสูงอายุ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันเกี่ยวกับความต้องการระบบ การดูแลผู้สูงอายุและการจัดให้มีบริการโดยสถานประกอบการ ศึกษาโครงสร้างและจัดวางระบบ การดูแลระยะยาวเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงส าหรับกลุ่มผู้สูงอายุรายได้ปานกลางขึ้นไป และศึกษา หาแนวทางสนับสนุนส่งเสริมจัดให้มีระบบการดูแลผู้สูงอายุและการก ากับดูแลสถานประกอบการ ทั้งด้านคุณภาพและบริการ พบว่า ระบบการดูแลระยะยาว มี3ระบบใหญ่คือ1) ระบบการจัดบริการดูแล ระยะยาวผู้สูงอายุ เป็นการจัดให้บริการที่จ าเป็นแก่ผู้สูงอายุทั้งด้านรูปแบบการให้บริการ เช่น ในรูป สถานบริการและศูนย์บริการต่าง ๆ และในด้านผู้ที่ให้บริการทั้งรัฐบาลองค์กรเอกชน มูลนิธิองค์กร ศาสนา เป็นต้น 2) ระบบการเงินการคลังเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งจะบอกว่าใครเป็นผู้แบกรับภาระ ค่าใช้จ่าย โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ระบบใหญ่ คือ ระบบผู้รับบริการเป็นผู้แบกภาระค่าใช้จ่าย ระบบการประกันการดูแลระยะยาวเอกชน ระบบประกันดูแลระยะยาวภาครัฐเป็นระบบบังคับ เมื่อท างานมีรายได้ก็จ่ายเบี้ยประกันในแต่ละปีและระบบรัฐเป็นผู้แบกภาระโดยใช้แหล่งเงินทุน จากภาษีอากร ระบบนี้รัฐอาจจัดให้บริการเองหรือภาคเอกชนจัดให้บริการก็ได้3 ) ระบบสนับสนุน การปฏิบัติภารกิจแทนผู้สูงอายุ เช่น ระบบการพิทักษ์และอนุบาล


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 42 ธนพร เทียมทัด และ ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ (2553) ได้ท าการศึกษาเรื่องความพร้อมใน การจัดตั้งศูนย์เอนกประสงค์ผู้สูงอายุในชุมชน พบว่า เทศบาลต าบลธัญบุรีพื้นที่ศึกษ มีการด าเนินงาน ตามกรอบชี้วัดที่ก าหนดขึ้น 11 ตัวชี้วัดและยังไม่ด าเนินการ 5 ตัวชี้วัด แสดงให้เห็นแนวโน้ม ในการจัดตั้งและขับเคลื่อนศูนย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้บริหารท้องถิ่นสนับสนุนและ เห็นความส าคัญของการจัดตั้ง ในขณะเดียวกันผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็สนใจจะเข้าร่วมกิจกรรม และจากข้อมูล ที่แสดงให้เห็นการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว จึงควรเป็นโครงการที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นควรสนับสนุนและด าเนินการต่อไป ภรณ์ทิพย์ สุพร สุพรรษา รากรักษ์ และปริวรรต สมนึก (2556) ได้ท าการศึกษาเรื่อง แนวทางการจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยวแบบครบวงจรของจังหวัดนครพนม มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยว ระดับความต้องการของ นักท่องเที่ยวชาวไทยในการจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยวแบบครบวงจร และเสนอแนะ แนวทางในการจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยวแบบครบวงจรของจังหวัดนครพนม พบว่า มีความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยวแบบครบวงจรของจังหวัดนครพนมใน การศึกษาด้านการตลาด การศึกษาด้านเทคนิค การศึกษาด้านการจัดการ การศึกษาด้านเงินทุน และ การศึกษาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ระดับความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวไทยในการจัดตั้ง ศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยวแบบครบวงจรของจังหวัดนครพนมอยู่ในระดับมาก โดยคณะผู้ศึกษา ได้เสนอแนะแนวทางในการจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยวแบบครบวงจรของจังหวัดนครพนม ในแต่ละด้าน คือ ด้านที่ตั้ง จะต้องสามารถเข้าถึงได้ง่าย ด้านทิศทาง มีการก าหนดวิสัยทัศน์ภารกิจ และวัตถุประสงค์ของการด าเนินงานไว้อย่างชัดเจน ด้านโครงสร้าง มี 5กลุ่ม คือ กลุ่มบริหาร ส านักงาน กลุ่มพิธีเข้า – ออกนอกประเทศ กลุ่มการบริการด้านการท่องเที่ยว กลุ่มประสานงาน ระหว่างประเทศ และกลุ่มงานความปลอดภัย และด้านการจัดบุคคลเข้าท างาน มี 4ขั้นตอน คือ การสรรหา การคัดเลือก การฝึกอบรม และการจัดคนเข้าท างาน สุดารัตน์ สุดสมบูรณ์(2557) ได้ท าการศึกษาเรื่องสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุในประเทศ ไทย มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายความหมาย ความเป็นมาและรูปแบบการจัดสวัสดิการสังคมของ ผู้สูงอายุในประเทศไทย ความหมายของ “สวัสดิการสังคม” สรุปได้ว่า เป็นระบบการบริการทางสังคม ซึ่งเกี่ยวกับการป้องกัน การแก้ไขปัญหา การพัฒนาและการส่งเสริมความมั่นคงทางสังคม เพื่อตอบสนองความจ าเป็นขั้นพื้นฐานของประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และพึ่งตนเองได้ทั่วถึง เป็นธรรม และให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งทางด้านการศึกษา สุขภาพอนามัย ที่อยู่อาศัย การท างาน และการมีรายได้ นันทนาการ กระบวนการยุติธรรม และบริการทางสังคมทั่วไป โดยค านึงถึงศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ สิทธิที่ประชาชนจะต้องได้รับ และมีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการสังคมทุกระดับ เริ่มต้นจากระบบการช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างไม่เป็นทางการของครอบครัว เครือญาติและชุมชน


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 43 ต่อมา มีการปรับเปลี่ยนทิศทางไปสู่สวัสดิการแบบบูรณาการและเป็นสังคมสวัสดิการ และปัจจุบัน มีรูปแบบการจัดสวัสดิการสังคมส าหรับ ผู้สูงอายุ 4 รูปแบบ คือ การประกันสังคม การช่วยเหลือ สาธารณะ การบริการสังคม และการช่วยเหลือเกื้อกูล ของภาคประชาชน และพบว่า การจัดสวัสดิการสังคม ผู้สูงอายุไทยยังมีปัญหาและอุปสรรคหลายประการ เช่น 1) ขาดการบูรณาการและขาดความต่อเนื่อง 2) ขาดการน านโยบายสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง 3) ความไม่พร้อมของงบประมาณและการขาดแคลน บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านผู้สูงอายุโดยตรง 4) สวัสดิการสังคมที่รัฐจัดให้กับผู้สูงอายุยัง ไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้สูงอายุ ไม่สามารถตอบสนองปัญหาได้อย่างแท้จริงและไม่ครอบคลุม แต่ประเด็นที่ส าคัญคือ บุตรหลานหรือคนในครอบครัวขาดความตระหนักถึงความส าคัญของผู้สูงอายุ สรุปได้ว่า การจัดสวัสดิการสังคมส าหรับผู้สูงอายุจะต้องมีการบูรณาการจากหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อรองรับจ านวนผู้สูงอายุที่มีจ านวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีและเป็นผู้มีคุณค่าต่อสังคมและประเทศชาติ รัตนาภรณ์ อินทนานนท์(2557) ได้ท าการศึกษาเรื่องความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติตาม แผนการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุของผู้บริหารท้องถิ่น จังหวัดแพร่ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติตามแผนงานการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ ข้อจ ากัดในการปฏิบัติงาน ความคิดเห็น ต่อแนวทางการพัฒนา การด าเนินงานตามแผนการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ ครอบคลุมประเด็น 1) ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริหารท้องถิ่น 2) ข้อมูลเกี่ยวกับทัศนคติ 3) ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติ ตามแผนการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ และ 4) ข้อมูลความคิดเห็นต่อของผู้บริหารท้องถิ่นต่อแนวทาง การพัฒนาการด าเนินงานตามแผนการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ โดยผู้บริหารท้องถิ่นมีความรู้ตามแผนงาน ให้บริการด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการจัดฝึกอบรม ให้ความรู้ด้านอนามัย และการเสริมสร้าง ความเข้มแข็งองค์กรอยู่ในระดับสูง และด้านการบริหารจัดการระบบพัฒนาคุณภาพชีวิต กลุ่มตัวอย่าง มีความรู้ประเด็นการจ่ายเบี้ยเลี้ยงส าหรับผู้สูงอายุ และน้อยที่สุดคือประเด็นการจัดให้มีสิ่งอ านวย ความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในอาคารส านักงานของ อปท . คณะอนุกรรมการจัดสมัชชาผู้สูงอายุระดับชาติ(2558) ได้ท าการศึกษาเรื่องสังคมสูงวัย จะสร้างพลังอย่างไรในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในมิติด้านเศรษฐกิจ ผู้สูงอายุมีความคาดหวังเบี้ยยังชีพ ที่จะใช้เป็นแหล่งรายได้ในการเลี้ยงตนเองเมื่อยามสูงอายุ ในมิติสุขภาพ ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงขึ้น ต่อการเป็นโรคเรื้อรังหรือโรคพันธุกรรมประจ าตัวที่เกิดจากการรับประทานอาหาร พฤติกรรม การออกก าลังกาย ความเสื่อมถอยของสุขภาพและพันธุกรรม และพบว่า การดูแลผู้สูงอายุส่วนใหญ่ เป็นบุคคลในครอบครัวที่ขาดความรู้ความเข้าใจ ประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุ ขาดระบบ การบริการดูแลสุขภาพระยะกลางที่เป็นรอยต่อของการดูแลรักษาหลังระยะเฉียบพลัน มิติสังคม ชมรมผู้สูงอายุมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ภาคีต่าง ๆ เข้าร่วมมากยิ่งขึ้น มิติสภาพแวดล้อม กฎหมาย ที่อ านวยความสะดวกและความปลอดภัยให้แก่ผู้สูงอายุไม่ครอบคลุมถึงอาคารที่สร้างก่อนปี 2548 ไม่เชื่อมโยง พรบ. อื่น ๆ ท าให้บางอาคารขาดการสร้างสิ่งอ านวยความสะดวกส าหรับผู้พิการและ ผู้สูงอายุ


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 44 ฐาปณีย์ โชติรัตน์ (2560) การศึกษาความพร้อมและความต้องการของศูนย์พัฒนาคุณภาพ ชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุให้เป็นศูนย์แบบครบวงจร เป็นการศึกษาเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ พบว่า ประเภทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่บริหารจัดการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ ทั้ง 4 ภาคอยู่ในองค์การบริหารส่วนต าบลขนาดเล็ก เป็นองค์กรที่ดูแลประชาชนใน ต าบลได้อย่างทั่วถึง บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีจ านวนจ ากัดท าให้เจ้าหน้าที่คนเดียว ต้องดูแลและบริหารจัดการได้ครบทั้งระบบ มีเพียงภาคตะวันออกที่อยู่ในเทศบาลต าบลมีความพร้อม ด้านงบประมาณ สามารถระดมทุนมาสนับสนุนกิจกรรมผู้สูงอายุ บุคลากรมีจ านวนมาก มีความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย มีโอกาสในการเข้ารับอบรมพัฒนาศักยภาพในส่วนกลาง ผู้สูงอายุและ เครือข่ายที่ท างานผู้สูงอายุมีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีพื้นที่ในการสร้างอาคาร หรือใช้ อาคารที่มีอยู่ปรับปรุงเป็นศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ระยะเวลาในการจัดตั้ง ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ทั้ง 4 ภาค จัดตั้งปี 2557 มีเพียงภาคเหนือจัดตั้งปี 2558 ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุได้เริ่มก่อตั้งปี 2556 โดยมีพื้นที่น าร่องใน จังหวัดต่าง ๆ จังหวัดละ 1 แห่ง และขยายไปสู่พื้นที่ท้องถิ่นที่มีความพร้อมในลักษณะเครือข่าย ดังนั้น ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุส่วนใหญ่จึงถูกจัดตั้งขึ้น 1 ปี หลังจากมีนโยบาย จากรัฐบาลและมีการจัดตั้งอย่างต่อเนื่อง จ านวนบุคลากรในศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ ทั้ง 5 ภาค มีบุคลากรเฉลี่ยจ านวน 1-20 คน และพบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มอบหมายให้นักพัฒนาสังคม/นักสังคมสงเคราะห์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอาสาสมัคร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้ดูแลประสานงานหลักในการจัดกิจกรรมโครงการ ดูแล งบประมาณและประสานงานกับกรมกิจการผู้สูงอายุ และทางกรมกิจการผู้สูงอายุไม่มีงบประมาณ ในการจัดจ้างบุคลากรให้กับศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ แหล่งงบประมาณ ในการขับเคลื่อนกิจกรรมภายในการจัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ทั้ง 5 ภาค ได้รับงบประมาณภาครัฐและท้องถิ่นเป็นหลัก และเปิดโอกาสให้ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุสามารถขอรับงบประมาณสนับสนุนกองทุนตาง ๆ ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือได้รับ การสนับสนุนตามนโยบายคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง และได้รับงบประมาณจากภาคเอกชนในการสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ภายในศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ในส่วนของมาตรฐานของศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ พบว่าทั้ง 5 ภาคมีค่าเฉลี่ยองคประกอบบริเวณโดยรอบอาคาร มากกว่าองค์ประกอบอื่น รองลงมา องคประกอบการบริหารจัดการ และองคประกอบเครือข่าย มีค่าเฉลี่ยน้อยกว่าองค์ประกอบอื่น


บทที่ 3 ระเบียบวิธีวิจัย การศึกษาวิจัย เรื่อง แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย คณะผู้วิจัยมุ่งศึกษาถึงระบบ และปัญหาของกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการบริหารแบบมีส่วนร่วม และเพื่อเสนอแนวทางการเสริมสร้างความ เข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุ ภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ล าพูน ล าปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ และจังหวัดน่าน โดยการศึกษาวิจัยครั้งนี้ คณะผู้วิจัย เลือกใช้รูปแบบวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ในลักษณะของการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และมีการน าเสนอ ข้อมูลแบบพรรณนาความ ทั้งนี้สามารถแสดงรายละเอียดของระเบียบวิธีวิจัย ได้ดังนี้ 3.1 วิธีการวิจัย 3.2 เครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล 3.3 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.4 การทดสอบเครื่องมือ 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.7 การน าเสนอข้อมูล 3.8 จริยธรรมในการวิจัย 3.1 วิธีการวิจัย การศึกษาวิจัย เรื่อง แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย คณะผู้วิจัยได้เลือกใช้วิธีการวิจัย ดังนี้ 3.1.1 การวิจัยเอกสาร (Documentary Research) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ได้แก่ เอกสาร ผลงานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง วิทยานิพนธ์ หนังสือ ฐานข้อมูล จปฐ. กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 คู่มือการด าเนินงาน ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุคู่มือมาตรฐานการด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพ ชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เป็นต้น


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 46 3.1.2 การศึกษาภาคสนาม (Field Study) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ศึกษาจาก แบบสอบถาม และการประชุมกลุ่มย่อย (Focus group) โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 คณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ ปราชญ์ชุมชน ผู้น าท้องถิ่น แกนน าชุมชน ประธานชมรมผู้สูงอายุ ผู้แทนภาคีเครือข่าย ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล ผู้แทนสภาเด็กและเยาวชน ผู้แทนส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดในพื้นที่ และผู้แทนศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุในพื้นที่ กลุ่มที่ 2 ผู้สูงอายุที่เคยใช้บริการ ศพอส. 3.1.3 การประชุมกลุ่มย่อย (Focus group) ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ ปราชญ์ชุมชน ผู้น าท้องถิ่น แกนน าชุมชน ประธานชมรมผู้สูงอายุ ผู้แทนภาคีเครือข่าย ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล ผู้แทนสภาเด็กและเยาวชน ผู้แทนส านักงานพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดในพื้นที่ และผู้แทนศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุในพื้นที่ โดยมีประเด็นค าถามที่เกี่ยวกับระบบและปัญหาในกระบวนการบริหารงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) การวิเคราะห์สถานการณ์ของกระบวนการบริหารงาน (SWOT Analysis) ตลอดจนเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม ของคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและภาคีเครือข่าย 3.2 เครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล 3.2.1 การศึกษาเชิงปริมาณ คณะผู้วิจัยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล ส าหรับการศึกษาวิจัยครั้งนี้ โดยแบ่งแบบสอบถามออกเป็น 2 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 ส าหรับคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบไปด้วยค าถามปลายปิดและค าถามปลายเปิด รวมทั้งสิ้นจ านวน 6 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของประชากรที่ศึกษา ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับ เพศ อายุ ระดับการศึกษา สูงสุด อาชีพ สถานภาพการสมรส ประเภทผู้สูงอายุ และสภาพการอยู่อาศัย ส่วนที่ 2 ปัจจัยพื้นฐานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีผู้สูงอายุ (ศพอส.) ได้แก่ 1) การจัดสถานที่ให้บริการ 2) การจัดกิจกรรมและบริการ และ 3) การเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ ลักษณะค าถามที่ใช้วัดระดับการด าเนินการ แบ่งออกเป็น 6 ระดับ ดังนี้ ระดับการด าเนินการ เกณฑ์การให้คะแนน ด าเนินการมากที่สุด 6 คะแนน ด าเนินการมาก 5 คะแนน


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 47 ด าเนินการค่อนข้างมาก 4 คะแนน ด าเนินการปานกลาง 3 คะแนน ด าเนินการน้อย 2 คะแนน ด าเนินการน้อยมาก 1 คะแนน ไม่ได้ด าเนินการ 0 คะแนน ส่วนที่ 3 กระบวนการบริหารงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ได้แก่ 1) โครงสร้างคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ 2) สถานที่ และ 3) การบริหารจัดการ ด้านโครงสร้างคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และด้านสถานที่ เป็นลักษณะค าถามแบบเลือกตอบ ใช่ และ ไม่ใช่ ดังนี้ การด าเนินการ ค่าคะแนน ใช่ 1 คะแนน ไม่ใช่ 0 คะแนน ด้านการบริหารจัดการ เป็นลักษณะค าถามที่ใช้วัดระดับการด าเนินการ แบ่งออกเป็น 6 ระดับ ดังนี้ ระดับการด าเนินการ เกณฑ์การให้คะแนน ด าเนินการมากที่สุด 6 คะแนน ด าเนินการมาก 5 คะแนน ด าเนินการค่อนข้างมาก 4 คะแนน ด าเนินการปานกลาง 3 คะแนน ด าเนินการน้อย 2 คะแนน ด าเนินการน้อยมาก 1 คะแนน ไม่ได้ด าเนินการ 0 คะแนน ส่วนที่ 4 ประสิทธิผลของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ได้แก่ 1) การเข้าร่วม 2) การบริหารจัดการ และ 3) การมีส่วนร่วม เป็นลักษณะค าถามที่ใช้วัดระดับความคิดเห็น แบ่งออกเป็น 6 ระดับ ดังนี้ ระดับความคิดเห็น เกณฑ์การให้คะแนน เห็นด้วยมากที่สุด 6 คะแนน เห็นด้วยมาก 5 คะแนน เห็นด้วยค่อนข้างมาก 4 คะแนน เห็นด้วยปานกลาง 3 คะแนน เห็นด้วยน้อย 2 คะแนน


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 48 เห็นด้วยน้อยมาก 1 คะแนน ไม่เห็นด้วย 0 คะแนน ส่วนที่ 5 ความตระหนัก ได้แก่ 1) คุณค่าในตนเอง 2) ความส าคัญของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และ 3) การมีส่วนร่วมกับกิจกรรมและบริการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เป็นลักษณะค าถามที่ใช้วัดระดับความคิดเห็น แบ่งออกเป็น 6 ระดับ ดังนี้ ระดับความคิดเห็น เกณฑ์การให้คะแนน เห็นด้วยมากที่สุด 6 คะแนน เห็นด้วยมาก 5 คะแนน เห็นด้วยค่อนข้างมาก 4 คะแนน เห็นด้วยปานกลาง 3 คะแนน เห็นด้วยน้อย 2 คะแนน เห็นด้วยน้อยมาก 1 คะแนน ไม่เห็นด้วย 0 คะแนน ส่วนที่ 6 การมีส่วนร่วม ได้แก่ 1) ภาคีเครือข่าย 2) การบริหารแบบมีส่วนร่วม เป็นลักษณะ ค าถามที่ใช้วัดระดับการมีส่วนร่วมแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ดังนี้ ระดับการมีส่วนร่วม เกณฑ์การให้คะแนน มีส่วนร่วมมากที่สุด 6 คะแนน มีส่วนร่วมมาก 5 คะแนน มีส่วนร่วมค่อนข้างมาก 4 คะแนน มีส่วนร่วมปานกลาง 3 คะแนน มีส่วนร่วมน้อย 2 คะแนน มีส่วนร่วมน้อยมาก 1 คะแนน ไม่มีส่วนร่วม 0 คะแนน ชุดที่ 2 ส าหรับผู้สูงอายุ ประกอบไปด้วยค าถามปลายปิดและค าถามปลายเปิด รวมจ านวนทั้งสิ้น 5 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของประชากรที่ศึกษา ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษาสูงสุด อาชีพ สถานภาพการสมรส ประเภทผู้สูงอายุ และสภาพการอยู่อาศัย ส่วนที่ 2 ปัจจัยพื้นฐานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ได้แก่ 1) การจัดกิจกรรมและบริการ 2) การเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ เป็นลักษณะค าถามที่ใช้วัดระดับ การด าเนินการ แบ่งออกเป็น 6 ระดับ ดังนี้


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 49 ระดับการด าเนินการ เกณฑ์การให้คะแนน ด าเนินการมากที่สุด 6 คะแนน ด าเนินการมาก 5 คะแนน ด าเนินการค่อนข้างมาก 4 คะแนน ด าเนินการปานกลาง 3 คะแนน ด าเนินการน้อย 2 คะแนน ด าเนินการน้อยมาก 1 คะแนน ไม่ได้ด าเนินการ 0 คะแนน ส่วนที่ 3 ประสิทธิผลของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1) การเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ 2) การจัดกิจกรรมและบริการ 3) การมีส่วนร่วม 4) การบริหารจัดการ และ 5) ความตระหนัก เป็นลักษณะค าถามที่ใช้วัดระดับความคิดเห็น แบ่งออกเป็น 6 ระดับ ดังนี้ ระดับความคิดเห็น เกณฑ์การให้คะแนน เห็นด้วยมากที่สุด 6 คะแนน เห็นด้วยมาก 5 คะแนน เห็นด้วยค่อนข้างมาก 4 คะแนน เห็นด้วยปานกลาง 3 คะแนน เห็นด้วยน้อย 2 คะแนน เห็นด้วยน้อยมาก 1 คะแนน ไม่เห็นด้วย 0 คะแนน ส่วนที่ 4 ความตระหนัก ได้แก่ 1) คุณค่าในตนเอง 2) ความส าคัญของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และ 3) การมีส่วนร่วมกับกิจกรรมและบริการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เป็นลักษณะค าถามที่ใช้วัดระดับความคิดเห็น แบ่งออกเป็น 6 ระดับ ดังนี้ ระดับความคิดเห็น เกณฑ์การให้คะแนน เห็นด้วยมากที่สุด 6 คะแนน เห็นด้วยมาก 5 คะแนน เห็นด้วยค่อนข้างมาก 4 คะแนน เห็นด้วยปานกลาง 3 คะแนน เห็นด้วยน้อย 2 คะแนน เห็นด้วยน้อยมาก 1 คะแนน ไม่เห็นด้วย 0 คะแนน


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 50 ส่วนที่ 5 การมีส่วนร่วม เป็นลักษณะค าถามที่ใช้วัดระดับการมีส่วนร่วมแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ดังนี้ ระดับการมีส่วนร่วม เกณฑ์การให้คะแนน มีส่วนร่วมมากที่สุด 6 คะแนน มีส่วนร่วมมาก 5 คะแนน มีส่วนร่วมค่อนข้างมาก 4 คะแนน มีส่วนร่วมปานกลาง 3 คะแนน มีส่วนร่วมน้อย 2 คะแนน มีส่วนร่วมน้อยมาก 1 คะแนน ไม่มีส่วนร่วม 0 คะแนน 3.2.2 การศึกษาเชิงคุณภาพ คณะผู้วิจัยใช้แบบค าถามเพื่อรวบรวมข้อมูลจากการประชุม กลุ่มย่อย (Focus group) ในรูปแบบการระดมความคิดเห็นจาก คณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและภาคีเครือข่าย โดยมีค าถามครอบคลุมประเด็นส าคัญ ดังนี้ 1. ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ของท่านมีระบบและปัญหา ในกระบวนการบริหารงานอย่างไร 2. ท่านคิดว่า ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ของท่าน มีจุดแข็ง (Strengths) ในกระบวนการบริหารงานอย่างไร 3. ท่านคิดว่า ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ของท่าน มีจุดอ่อน (Weaknesses) ในกระบวนการบริหารงานอย่างไร 4. ท่านคิดว่า ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุของท่าน ได้รับโอกาส จากภายนอก (Opportunities) ในกระบวนการบริหารงานอย่างไร 5. ท่านคิดว่า ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ของท่าน มีอุปสรรค จากภายนอก (Threats) ในกระบวนการบริหารงานอย่างไร 6. ท่านต้องการให้ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุของท่าน มีการ พัฒนาและปรับปรุงในกระบวนการบริหารงานอย่างไร 3.3 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คณะผู้วิจัยได้ก าหนดกลุ่มตัวอย่าง (Sample) ของการวิจัยแบบผสมผสานโดยค านึงถึง ลักษณะหรือคุณสมบัติที่เฉพาะเจาะจงสอดคล้องกับข้อค าถามของการวิจัย ซึ่งได้แก่ข้อค าถาม “แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุใน ภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย” ควรเป็นอย่างไร โดยการคัดเลือกพื้นที่ด าเนินการวิจัย ได้มีหนังสือขอข้อมูล ศพอส. ดีเด่นระดับจังหวัด ตามเกณฑ์การคัดเลือกของกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 51 จากส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนประเทศไทย ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ล าพูน ล าปาง แม่ฮ่องสอน จังหวัดละ 2 พื้นที่ รวม 16 พื้นที่ ประกอบไปด้วย 1. องค์การบริหารส่วนต าบลแม่สูน ต าบลแม่สูน อ าเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ 2. องค์การบริหารส่วนต าบลมะขุนหวาน ต าบลมะขุนหวาน อ าเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ 3. เทศบาลต าบลริมปิง ต าบลริมปิง อ าเภอเมืองล าพูน จังหวัดล าพูน 4. เทศบาลต าบลหนองล่อง ต าบลหนองล่อง อ าเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดล าพูน 5. องค์การบริหารส่วนต าบลบ้านเสด็จ ต าบลบ้านเสด็จ อ าเภอเมืองล าปาง จังหวัดล าปาง 6. เทศบาลต าบลเกาะคา ต าบลศาลา อ าเภอเกาะคา จังหวัดล าปาง 7. องค์การบริหารส่วนต าบลแม่ฮี้ ต าบลแม่ฮี้ อ าเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 8. เทศบาลต าบลขุนยวม ต าบลขุนยวม อ าเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน 9. เทศบาลต าบลป่าตาล ต าบลป่าตาล อ าเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย 10. องค์การบริหารส่วนต าบลสันกลาง ต าบลสันกลาง อ าเภอพาน จังหวัดเชียงราย 11. เทศบาลเมืองดอกค าใต้ ต าบลดอกค าใต้ อ าเภอดอกค าใต้ จังหวัดพะเยา 12. เทศบาลต าบลหนองหล่ม ต าบลหนองหล่ม อ าเภอดอกค าใต้ จังหวัดพะเยา 13. องค์การบริหารส่วนต าบลบ้านหนุน ต าบลบ้านหนุน อ าเภอสอง จังหวัดแพร่ 14. เทศบาลต าบลแม่จั๊วะ ต าบลแม่จั๊วะ อ าเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ 15. องค์การบริหารส่วนต าบลม่วงตึ๊ด ต าบลม่วงตึ๊ด อ าเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 16. องค์การบริหารส่วนต าบลถืมตอง ต าบลถืมตอง อ าเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยแบ่งการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) คือ คณะกรรมการบริหาร ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุจ านวน 16 พื้นที่ ๆ ละ 11 คน รวม 176 คน กลุ่มที่ 2 คัดเลือกโดยตารางส าเร็จรูป Krejcie & Morgan การค านวณขนาดตัวอย่าง โดยอ้างอิง จากจ านวนผู้สูงอายุที่มีรายชื่อตามฐานข้อมูลความจ าเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ในพื้นที่วิจัย 16 พื้นที่ รวม 21,533 คน เพื่อใช้ก าหนดจ านวนขนาดกลุ่มตัวอย่าง ที่เป็นหน่วยสังเกตส าหรับการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังตารางที่ 1


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 52 ตารางที่ 1 จ านวนผู้สูงอายุตามฐานข้อมูลความจ าเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) กรมการพัฒนาชุมชน พื้นที่ ประชากร ผู้สูงอายุ ประชากร กลุ่มตัวอย่าง องค์การบริหารส่วนต าบลแม่สูน อ าเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ 2,619 49 องค์การบริหารส่วนต าบลมะขุนหวาน อ าเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ 1,115 21 เทศบาลต าบลริมปิง อ าเภอเมืองล าพูน จังหวัดล าพูน 1,587 29 เทศบาลต าบลหนองล่อง อ าเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดล าพูน 1,744 32 องค์การบริหารส่วนต าบลบ้านเสด็จ อ าเภอเมืองล าปาง จังหวัดล าปาง 2,276 42 เทศบาลต าบลเกาะคา อ าเภอเกาะคา จังหวัดล าปาง 1,164 22 องค์การบริหารส่วนต าบลแม่ฮี้ อ าเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 625 12 เทศบาลต าบลขุนยวม อ าเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน 479 9 เทศบาลต าบลป่าตาล อ าเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย 1,785 33 องค์การบริหารส่วนต าบลสันกลาง อ าเภอพาน จังหวัดเชียงราย 2,072 38 เทศบาลเมืองดอกค าใต้ อ าเภอดอกค าใต้จังหวัดพะเยา 1,370 25 เทศบาลต าบลหนองหล่ม อ าเภอดอกค าใต้จังหวัดพะเยา 1,123 21 องค์การบริหารส่วนต าบลบ้านหนุน อ าเภอสอง จังหวัดแพร่ 1,219 23 เทศบาลต าบลแม่จั๊วะ อ าเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ 470 9 องค์การบริหารส่วนต าบลม่วงตึ๊ด อ าเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 1,044 19 องค์การบริหารส่วนต าบลถืมตอง อ าเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 841 16 รวม 21,533 400 จากประชากรผู้สูงอายุในพื้นที่ศึกษารวม 21,533 คน เมื่อใช้ตารางส าเร็จรูป Krejcie & Morgan โดยใช้ค่าความเชื่อมั่นที่ 0.05 จะได้กลุ่มตัวอย่างจ านวน 377 – 379 ตัวอย่าง ดังนั้น ผู้วิจัยจึงได้ ก าหนดกลุ่มตัวอย่างที่จะใช้จ านวน 400 คน โดยค านวณจากสัดส่วนประชากรในแต่ละพื้นที่ 3.4 การทดสอบเครื่องมือ 3.4.1 เครื่องมือเชิงปริมาณ คณะผู้วิจัยด าเนินการดังนี้ 1. น าข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาประมวลเพื่อก าหนดเป็นโครงสร้างเครื่องมือ ขอบเขต เนื้อหาและน ามาสร้างเป็นแบบสอบถาม และการตรวจสอบข้อมูลแหล่งต่าง ๆ จากเอกสาร 2. น าแบบสอบถามที่สร้างขึ้นปรึกษากับผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีประสบการณ์ และมีความ เกี่ยวข้องในงาน เพี่อตรวจสอบความถูกต้อง เที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของข้อค าถามในแต่ละข้อว่าตรงตาม จุดมุ่งหมายและสอดคล้องกับการวิจัยครั้งนี้หรือไม่ หลังจากนั้นได้น ามาปรับปรุงแก้ไข ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญให้สมบูรณ์และเหมาะสมยิ่งขึ้น


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 53 3.4.2 เครื่องมือเชิงคุณภาพ มีการน าค าถามที่ใช้ส าหรับการประชุมกลุ่มย่อย (Focus group) ไปใช้ทดสอบกับคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และภาคี เครือข่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เทศบาลต าบลหนองควาย อ าเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ แล้วน ามา ปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาและครอบคลุม วัตถุประสงค์ของการศึกษา 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. คณะผู้วิจัยจัดท าหนังสือขอความร่วมมือในการเก็บข้อมูลจากส านักงานส่งเสริม และสนับสนุนวิชาการ 9 ถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อขออนุญาตลงพื้นที่เก็บข้อมูลการวิจัย 2. คณะผู้วิจัยด าเนินการลงพื้นที่แจกแบบสอบถามรวมถึงการประชุมกลุ่มย่อย (Focus group) เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 ถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2565 3. ด าเนินการตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลและน าไปวิเคราะห์ข้อมูล 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.6.1 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ เมื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถาม ทั้ง 2 ชุดแล้ว ได้แก่ แบบสอบถามส าหรับส าหรับคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และแบบสอบถามส าหรับผู้สูงอายุผู้ศึกษา ได้ท าการลงรหัสข้อมูลและน าไปวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมส าเร็จรูปทางสถิติเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ ในการวิเคราะห์ข้อมูลตามระเบียบวิธีวิจัย ดังนี้ ข้อมูลทั่วไปของประชากรที่ศึกษา ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษาสูงสุด อาชีพ สถานภาพ การสมรส ประเภทผู้สูงอายุ และสภาพการอยู่อาศัย วิเคราะห์โดยการแจกแจงความถี่ (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage) ปัจจัยพื้นฐานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ข้อมูลเกี่ยวกับ ปัจจัยพื้นฐานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ในส่วนของคณะกรรมการ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1) การจัดสถานที่ให้บริการ 2) การจัดกิจกรรมและบริการ และ 3) การเข้าร่วม กิจกรรมหรือบริการ และในส่วนของผู้สูงอายุแบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ 1) การจัดกิจกรรม และบริการ 2) การเข้าร่วมกิจกรรมและบริการ การแปลผลจากคะแนนเฉลี่ย แบ่งเป็น 6 ระดับ คือ ระดับมากที่สุด ระดับมาก ระดับ ค่อนข้างมาก ระดับปานกลาง ระดับน้อย และระดับน้อยมาก โดยก าหนดเกณฑ์การค านวณจากสูตร


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 54 พิสัย = คะแนนสูงสุด – คะแนนต่ าสุด = 6 – 1 = 0.83 จ านวนชั้น 6 ระดับคะแนนเฉลี่ยของข้อค าถาม 6 ระดับ จะมีขั้นของคะแนน ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.83 หมายถึง ด าเนินการน้อยมาก ค่าเฉลี่ย 1.84 – 2.66 หมายถึง ด าเนินการน้อย ค่าเฉลี่ย 2.67 – 3.49 หมายถึง ด าเนินการปานกลาง ค่าเฉลี่ย 3.50 – 4.32 หมายถึง ด าเนินการค่อนข้างมาก ค่าเฉลี่ย 4.33 – 5.15 หมายถึง ด าเนินการมาก ค่าเฉลี่ย 5.16 – 6.00 หมายถึง ด าเนินการมากที่สุด กระบวนการบริหารงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการบริหารงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ 3 ด้าน ได้แก่ 1) โครงสร้างคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ 2) สถานที่ และ 3) การบริหารจัดการ การแปลผลจากคะแนนเฉลี่ย แบ่งเป็น 6 ระดับ คือ ระดับมากที่สุด ระดับมาก ระดับ ค่อนข้างมาก ระดับปานกลาง ระดับน้อย และระดับน้อยมาก โดยก าหนดเกณฑ์การค านวณจากสูตร พิสัย = คะแนนสูงสุด – คะแนนต่ าสุด = 6 – 1 = 0.83 จ านวนชั้น 6 ระดับคะแนนเฉลี่ยของข้อค าถาม 6 ระดับ จะมีขั้นของคะแนน ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.83 หมายถึง ด าเนินการน้อยมาก ค่าเฉลี่ย 1.84 – 2.66 หมายถึง ด าเนินการน้อย ค่าเฉลี่ย 2.67 – 3.49 หมายถึง ด าเนินการปานกลาง ค่าเฉลี่ย 3.50 – 4.32 หมายถึง ด าเนินการค่อนข้างมาก ค่าเฉลี่ย 4.33 – 5.15 หมายถึง ด าเนินการมาก ค่าเฉลี่ย 5.16 – 6.00 หมายถึง ด าเนินการมากที่สุด ประสิทธิผลของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ข้อมูลเกี่ยวกับ ประสิทธิผลของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ในส่วนของคณะกรรมการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1) การเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ 2) การบริหารจัดการและ3) การมีส่วนร่วม และในส่วนของผู้สูงอายุแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1) การเข้าร่วม กิจกรรมหรือบริการ 2) การจัดกิจกรรมและบริการ 3) การมีส่วนร่วม 4) การบริหารจัดการและ5) ความตระหนัก การแปลผลจากคะแนนเฉลี่ย แบ่งเป็น 6 ระดับ คือ ระดับมากที่สุด ระดับมาก ระดับ ค่อนข้างมาก ระดับปานกลาง ระดับน้อย และระดับน้อยมาก โดยก าหนดเกณฑ์การค านวณจากสูตร


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 55 พิสัย = คะแนนสูงสุด – คะแนนต่ าสุด = 6 – 1 = 0.83 จ านวนชั้น 6 ระดับคะแนนเฉลี่ยของข้อค าถาม 6 ระดับ จะมีขั้นของคะแนน ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.83 หมายถึง เห็นด้วยน้อยมาก ค่าเฉลี่ย 1.84 – 2.66 หมายถึง เห็นด้วยน้อย ค่าเฉลี่ย 2.67 – 3.49 หมายถึง เห็นด้วยปานกลาง ค่าเฉลี่ย 3.50 – 4.32 หมายถึง เห็นด้วยค่อนข้างมาก ค่าเฉลี่ย 4.33 – 5.15 หมายถึง เห็นด้วยมาก ค่าเฉลี่ย 5.16 – 6.00 หมายถึง เห็นด้วยมากที่สุด ความตระหนัก ข้อมูลเกี่ยวกับความตระหนัก ในส่วนของคณะกรรมการและภาคีเครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง แบ่งออกเป็น 3ด้าน ได้แก่ 1) คุณค่าในตนเอง 2) ความส าคัญของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและ 3) การมีส่วนร่วมกับกิจกรรมและบริการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และในส่วนของผู้สูงอายุ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1) คุณค่าในตนเอง 2) ความส าคัญของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและ 3) การมีส่วนร่วมกับ กิจกรรมและบริการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ การแปลผลจากคะแนนเฉลี่ย แบ่งเป็น 6 ระดับ คือ ระดับมากที่สุด ระดับมาก ระดับ ค่อนข้างมาก ระดับปานกลาง ระดับน้อย และระดับน้อยมาก โดยก าหนดเกณฑ์การค านวณจากสูตร พิสัย = คะแนนสูงสุด – คะแนนต่ าสุด = 6 – 1 = 0.83 จ านวนชั้น 6 ระดับคะแนนเฉลี่ยของข้อค าถาม 6 ระดับ จะมีขั้นของคะแนน ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.83 หมายถึง เห็นด้วยน้อยมาก ค่าเฉลี่ย 1.84 – 2.66 หมายถึง เห็นด้วยน้อย ค่าเฉลี่ย 2.67 – 3.49 หมายถึง เห็นด้วยปานกลาง ค่าเฉลี่ย 3.50 – 4.32 หมายถึง เห็นด้วยค่อนข้างมาก ค่าเฉลี่ย 4.33 – 5.15 หมายถึง เห็นด้วยมาก ค่าเฉลี่ย 5.16 – 6.00 หมายถึง เห็นด้วยมากที่สุด การมีส่วนร่วม ข้อมูลเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม ในส่วนของคณะกรรมการและภาคีเครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ 1) ภาคีเครือข่าย 2) การบริหารแบบมีส่วนร่วม และในส่วนของ ผู้สูงอายุประกอบไปด้วยประเด็นค าถาม 5 ข้อ การแปลผลจากคะแนนเฉลี่ย แบ่งเป็น 6 ระดับ คือ ระดับมากที่สุด ระดับมาก ระดับ ค่อนข้างมาก ระดับปานกลาง ระดับน้อย และระดับน้อยมาก โดยก าหนดเกณฑ์การค านวณจากสูตร


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 56 พิสัย = คะแนนสูงสุด – คะแนนต่ าสุด = 6 – 1 = 0.83 จ านวนชั้น 6 ระดับคะแนนเฉลี่ยของข้อค าถาม 6 ระดับ จะมีขั้นของคะแนน ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.83 หมายถึง มีส่วนร่วมน้อยมาก ค่าเฉลี่ย 1.84 – 2.66 หมายถึง มีส่วนร่วมน้อย ค่าเฉลี่ย 2.67 – 3.49 หมายถึง มีส่วนร่วมปานกลาง ค่าเฉลี่ย 3.50 – 4.32 หมายถึง มีส่วนร่วมค่อนข้างมาก ค่าเฉลี่ย 4.33 – 5.15 หมายถึง มีส่วนร่วมมาก ค่าเฉลี่ย 5.16 – 6.00 หมายถึง มีส่วนร่วมมากที่สุด 3.6.2 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ เพื่อรวบรวมข้อมูลระบบและปัญหาในกระบวนการบริหารงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ การวิเคราะห์สถานการณ์ของกระบวนการบริหารงาน (SWOT Analysis) ตลอดจนแนวทางในพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมของคณะกรรมการบริหาร ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและภาคีเครือข่าย ซึ่งในงานวิจัยนี้ คณะผู้วิจัยจะใช้ เทคนิคในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ดังต่อไปนี้ 3.6.2.1 การวิเคราะห์ส่วนประกอบ (Component Analysis) เป็นการวิเคราะห์คุณสมบัติ ของส่วนประกอบของข้อมูลแต่ละชุดแล้วน าคุณสมบัติของส่วนประกอบของข้อมูลมาเปรียบเทียบเพื่อหา ลักษณะร่วมที่เหมือนกันและแตกต่างกัน หลังจากนั้นจึงท าการสรุปบรรยายให้เห็นถึงความหมาย ของข้อมูลเหล่านั้น โดยการวิเคราะห์ส่วนประกอบจะกระท าก็ต่อเมื่อมีข้อมูลตั้งแต่สองชุดขึ้นไป โดยจะใช้ข้อมูลที่มีความละเอียดและได้จากการเก็บรวบรวมด้วยการวิเคราะห์ที่เจาะลึก หรือเน้นจุดสนใจ ทั้งนี้เพราะว่าข้อมูลดังกล่าวสามารถน ามาแยกส่วนประกอบได้หลายส่วน ทั้งนี้การจะแยกส่วนประกอบ ของข้อมูล เพื่อพิจารณาคุณสมบัตินั้น จะแยกออกเป็นกี่ส่วนนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะผู้วิจัย ว่าหากแยกแล้วจะท าให้ได้ข้อมูลส าหรับการเปรียบเทียบได้ชัดเจนขึ้นก็จะแยกส่วนประกอบตามนั้น ส าหรับการวิเคราะห์ส่วนประกอบของข้อมูล คณะผู้วิจัยจะด าเนินการ 5 ขั้นตอนตามล าดับ ดังนี้ 1. การเลือกข้อมูล (ที่ท าการวิเคราะห์จัดกลุ่มหรือก าหนดชื่อข้อมูลแล้ว) ที่จะน ามา แยกส่วนประกอบเพื่อหาคุณสมบัติที่ต้องการเปรียบเทียบ 2. วิเคราะห์แยกส่วนประกอบข้อมูลแต่ละชุดโดยพิจารณาว่าจะแยกส่วนประกอบของข้อมูล เป็นกี่ส่วน จากคุณสมบัติใดบ้าง ส่วนประกอบที่จะแยกควรพิจารณาว่าถ้าแยกแล้ว สามารถให้คุณสมบัติ ที่จะน ามาเปรียบเทียบกันได้หรือไม่ 3. บันทึกรายชื่อข้อมูลและส่วนประกอบที่จะแยกข้อมูลของแต่ละชุดไว้


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 57 4. จัดท าตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติข้อมูลแต่ละชุดแยกตามส่วนประกอบ และใส่คุณสมบัติข้อมูลแต่ละชุดแยกตามส่วนประกอบลงในตาราง ซึ่งหากคุณสมบัติของข้อมูล และส่วนประกอบใดขาดหายไปคณะผู้วิจัยจะด าเนินการเก็บข้อมูลเพิ่มเติม 5. เปรียบเทียบคุณสมบัติของข้อมูลทั้งหมดตามส่วนประกอบ โดยพิจารณาความเหมือน และความแตกต่าง และสร้างข้อสรุปที่ได้จากการเปรียบเทียบโดยคณะผู้วิจัยจะด าเนินการบรรยาย เชื่อมโยงให้เห็นคุณสมบัติของข้อมูลตามแต่ละส่วนประกอบนั้น ๆ 3.6.2.2 การวิเคราะห์สรุปอุปนัย (Analytic Induction) โดยการตีความสร้างข้อสรุปข้อมูลจากสิ่งที่เป็นรูปธรรมหรือปรากฏการณ์ที่มองเห็นที่เก็บ รวบรวมมาได้จากข้อมูลตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไป และเมื่อคณะผู้วิจัยได้เห็นหรือสังเกตหลาย ๆ เหตุการณ์ต่าง ๆ แล้วจึงลงมือสรุป แต่หากข้อสรุปนั้นยังไม่ได้รับการตรวจสอบอื่น ๆ ก็จะถือว่าผลที่ได้เป็นสมมติฐาน และหากได้รับการยืนยันก็ถือว่าเป็นข้อสรุปซึ่งมีความเป็นนามธรรมในระดับต้น ซึ่งการวิเคราะห์สรุป อุปนัย จะเป็นวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพที่จะน ามาใช้ส าหรับวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัย เชิงคุณภาพทุกเรื่อง เพราะการวิเคราะห์สรุปอุปนัย เป็นการพิจารณาลักษณะร่วมกันของข้อมูล รูปธรรมเพื่อสรุปร่วมลักษณะดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามหลักของค าว่า “อุปนัย” (Induction) ซึ่งหมายรวมถึง การหาความจริงจากข้อเท็จจริง (Fact) ส่วนย่อยหลาย ๆ ส่วน ที่มีลักษณะเป็นรูปธรรมแล้วสรุป ความจริงชุดใหญ่ ที่มีลักษณะเป็นนามธรรม ซึ่งครอบคลุมข้อเท็จจริงส่วนย่อย ส าหรับวิธีการวิเคราะห์ สรุปอุปนัยในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพในงานวิจัยนี้ คณะผู้วิจัยจะได้ด าเนินการใน 3 ลักษณะ ได้แก่ 1. การวิเคราะห์สรุปข้อมูลจากบันทึกภาคสนามที่เป็นส่วนบันทึกละเอียดหรือบันทึกพรรณนา 2. การวิเคราะห์สรุปข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์จ าแนกหรือจัดกลุ่ม 3. การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ส่วนประกอบ 3.7 การน าเสนอข้อมูล น าเสนอข้อมูลและสรุปผลการศึกษา โดยการพรรณนาความ ซึ่งอาศัยข้อมูลทางสถิติ ปรากฏการณ์ และการอธิบายโดยแนวคิด ทฤษฎี และตารางแสดงการกระจายของตัวแปร โดยการ อ่านค่าสถิติตัวเลขที่ปรากฏบนตารางนั้น ๆ เพื่อประกอบกับการบรรยายข้อมูลที่ได้จากการศึกษา 3.8 จริยธรรมในการวิจัย การศึกษาเรื่อง แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย ผ่านการรับรองการพิจารณาจากส านักงานคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน มหาวิทยาลัยพายัพ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 หมดอายุวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 (PYU_REC No.65/032)


บทที่ 4 ผลการศึกษา ผลการศึกษาเรื่อง “แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย” ปรากฏผลการศึกษา ดังนี้ ผลการศึกษาข้อมูลเชิงปริมาณ คณะกรรมการบริหาร ศพอส. และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของประชากรที่ศึกษา การศึกษาข้อมูลทั่วไปของคณะกรรมการบริหาร ศพอส. และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นข้อมูลเกี่ยวกับ เพศ อายุ ระดับการศึกษาสูงสุด อาชีพ สถานภาพการสมรส ประเภทผู้สูงอายุ และสภาพการอยู่อาศัย ซึ่งจะขอน าเสนอผลการวิเคราะห์โดยภาพรวม เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานส าหรับ ใช้ในการอ้างอิงถึงผลการศึกษา และความคิดเห็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพศ ประชากรที่ศึกษาร้อยละ 57.39 เป็นเพศหญิง และร้อยละ 42.61 เป็นเพศชาย อายุ ประชากรที่ศึกษาร้อยละ 38.64 มีอายุในช่วง 66 - 75 ปี รองลงมาร้อยละ 22.16 เป็นผู้มีอายุในช่วง 56 - 65 ปี รองลงมาร้อยละ 13.07 เป็นผู้มีอายุในช่วง 46 - 55 ปี รองลงมา ร้อยละ 11.93 เป็นผู้มีอายุในช่วง 36 - 45 ปี รองลงมาร้อยละ 7.95 เป็นผู้มีอายุในช่วง 76 ปีขึ้นไป รองลงมาร้อยละ 3.98 เป็นผู้มีอายุในช่วง 15 - 25 ปี และร้อยละ 2.27 เป็นผู้มีอายุในช่วง 26 - 35 ปี ระดับการศึกษาสูงสุด ประชากรที่ศึกษาร้อยละ 31.82 มีการศึกษาปริญญาตรี รองลงมา ร้อยละ 22.73 มีการศึกษาประถมศึกษา รองลงมาร้อยละ 13.07 มีการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ ปวช. รองลงมาร้อยละ 12.50 มีการศึกษาปริญญาโท รองลงมาร้อยละ 9.66 มีการศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น รองลงมาร้อยละ 6.24 มีการศึกษาต่ ากว่าประถมศึกษา ปี 4 และร้อยละ 3.98 มีการศึกษาระดับปวส. หรืออนุปริญญา อาชีพ ประชากรที่ศึกษาร้อยละ 30.68 เป็นเกษตรกร รองลงมาร้อยละ 18.18ข้าราชการบ านาญ รองลงมาร้อยละ 17.61 ข้าราชการท้องถิ่น รองลงมาร้อยละ 11.36รับจ้างทั่วไป รองลงมาร้อยละ 11.36 ค้าขาย รองลงมาร้อยละ 6.82 ข้าราชการพลเรือน และร้อยละ 3.98 ผู้น าท้องถิ่น สถานภาพการสมรส ประชากรที่ศึกษาร้อยละ 68.18 มีสถานภาพสมรสและคู่สมรส ยังมีชีวิตอยู่ รองลงมาร้อยละ 13.07 มีสถานภาพสมรสและคู่สมรสเสียชีวิต รองลงมาร้อยละ 12.50 มีสถานภาพโสด และร้อยละ 6.25 มีสถานภาพหย่าร้าง ประเภทผู้สูงอายุ ประชากรที่ศึกษาร้อยละ 60.23 เป็นผู้สูงอายุติดสังคม รองลงมา ร้อยละ 36.36 ไม่ใช่ผู้สูงอายุ และร้อยละ 3.41 เป็นผู้สูงอายุติดบ้าน


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 59 สภาพการอยู่อาศัย ประชากรที่ศึกษาร้อยละ 42.61 อาศัยอยู่กับคู่สมรส (กรณีคู่สมรส ยังมีชีวิตอยู่) รองลงมาร้อยละ 27.84 อาศัยอยู่คู่สมรสและลูกหรือครอบครัวของลูก (กรณีคู่สมรส ยังมีชีวิตอยู่) รองลงมาร้อยละ 15.34 อาศัยอยู่กับคนเดียวล าพัง รองลงมาร้อยละ 9.67 อาศัยอยู่กับลูก หรือครอบครัวของลูก (กรณีคู่สมรสเสียชีวิตหรือหย่าร้าง) รองลงมาร้อยละ 2.27 อาศัยอยู่กับหลาน (กรณีคู่สมรสเสียชีวิตหรือหย่าร้าง) และร้อยละ 2.27อาศัยอยู่กับคู่สมรสและหลาน (กรณีคู่สมรสยังมีชีวิตอยู่) (ดังตารางที่ 2) ข้อมูลทั่วไปของประชากรที่ศึกษา ตารางที่ 2 แสดงจ านวน และร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ าแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ สถานภาพ ประเภทผู้สูงอายุสภาพการอยู่อาศัย ข้อมูลทั่วไป จ านวน ร้อยละ เพศ ชาย หญิง 75 101 42.61 57.39 อายุ 15 - 25 ปี 26 - 35 ปี 36 - 45 ปี 46 - 55 ปี 56 - 65 ปี 66 - 75 ปี 76 ปีขึ้นไป 7 4 21 23 39 68 14 3.98 2.27 11.93 13.07 22.16 38.64 7.95 ระดับการศึกษา ต่ ากว่าประถมศึกษา ปี 4 ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ ปวช. ปวส. หรืออนุปริญญา ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก 11 40 17 23 7 56 22 0 6.24 22.73 9.66 13.07 3.98 31.82 12.50 0.00


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 60 ข้อมูลทั่วไป จ านวน ร้อยละ อาชีพ เกษตรกร รับจ้างทั่วไป ค้าขาย ข้าราชการบ านาญ ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการท้องถิ่น ผู้น าท้องถิ่น ผู้น าท้องที่ อื่น ๆ ................... 54 20 20 32 12 31 7 0 0 30.68 11.36 11.36 18.18 6.82 17.61 3.98 0.00 0.00 สถานภาพ โสด สมรสและคู่สมรสยังมีชีวิตอยู่ สมรสและคู่สมรสเสียชีวิต หย่าร้าง 22 120 23 11 12.50 68.18 13.07 6.25 ประเภทผู้สูงอายุ ติดบ้าน ติดสังคม ติดเตียง ไม่ใช่ผู้สูงอายุ 6 106 0 64 3.41 60.23 0.00 36.36 สภาพการอยู่อาศัย อาศัยอยู่คนเดียวล าพัง อาศัยอยู่กับคู่สมรส (กรณีคู่สมรสยังมีชีวิตอยู่) อาศัยอยู่กับคู่สมรสและลูกหรือครอบครัวของลูก (กรณีคู่สมรสยังมีชีวิตอยู่) อาศัยอยู่กับลูกหรือครอบครัวของลูก (กรณีคู่สมรสเสียชีวิตหรือหย่าร้าง) อาศัยอยู่กับหลาน (กรณีคู่สมรสเสียชีวิตหรือหย่าร้าง) อาศัยอยู่กับคู่สมรสและหลาน (กรณีคู่สมรสยังมีชีวิตอยู่) 27 75 49 17 4 4 15.34 42.61 27.84 9.67 2.27 2.27


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 61 ส่วนที่ 2 ปัจจัยพื้นฐานของ ศพอส. ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานของ ศพอส. 3 ด้าน ได้แก่ 1) การจัดสถานที่ให้บริการ 2) การจัดกิจกรรม และบริการ และ 3) การเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ โดยวัดค าตอบเป็นระดับการด าเนินการ 6 ระดับ ได้แก่ ระดับมากที่สุด ระดับมาก ระดับค่อนข้างมาก ระดับปานกลาง ระดับน้อย และระดับน้อยมาก ให้ค่าคะแนนเป็น 6 คะแนน 5 คะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ตามล าดับ พร้อม ทั้งแสดงค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ˉx ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การจัดสถานที่ให้บริการ ประกอบด้วยประเด็น 6 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) การจัดให้ผู้สูงอายุได้มีสถานที่ในการจัดกิจกรรมการพัฒนาด้านสังคม สรุปภาพรวม ของประชากรที่ศึกษา โดยร้อยละ 0.57 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 99.43 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 44.32 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 23.30 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 20.45 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 9.66ด าเนินการปานกลาง และน้อยที่สุด ร้อยละ 1.70ด าเนินการน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.94 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้จัดให้ผู้สูงอายุมีสถานที่ในการจัดกิจกรรม การพัฒนาด้านสังคม อยู่ในระดับมาก 2) การจัดให้ผู้สูงอายุได้มีสถานที่ในการจัดกิจกรรมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สรุปภาพรวม ของประชากรที่ศึกษาร้อยละ 0.57 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 99.43 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 34.66 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 26.70ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 18.18ด าเนินการปานกลาง ร้อยละ 2.27 ด าเนินการน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 1.14 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.60 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้จัดให้ผู้สูงอายุมีสถานที่ในการจัดกิจกรรมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ อยู่ในระดับมาก 3) การจัดให้ผู้สูงอายุได้มีสถานที่ในการจัดกิจกรรมการพัฒนาสุขภาพ สรุปภาพรวมของ ประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.57 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 99.43 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 32.39 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 31.82 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 21.59 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 8.52 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 3.41 ด าเนินการน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 1.70 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.63 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษา ได้จัดให้ผู้สูงอายุมีสถานที่ในการจัดกิจกรรมการพัฒนาสุขภาพ อยู่ในระดับมาก 4) การจัดให้ผู้สูงอายุได้มีสถานที่ในการจัดบริการ การพัฒนาด้านสังคม สรุปภาพรวมของ ประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 1.14 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 98.86 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 32.39 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 19.89 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 18.75 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 18.18 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 7.39 ด าเนินการน้อย


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 62 และน้อยที่สุดร้อยละ 2.27 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.10 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษา ได้จัดให้ผู้สูงอายุมีสถานที่ในการจัดบริการ การพัฒนาด้านสังคม อยู่ในระดับค่อนข้างมาก 5) การจัดให้ผู้สูงอายุได้มีสถานที่ในการจัดบริการ การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สรุปภาพรวม ของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 2.84 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 97.16 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 25.00 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 23.30 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 21.59 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 18.18 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 5.11 ด าเนินการน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 3.98 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.05 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษา ได้จัดให้ผู้สูงอายุมีสถานที่ในการจัดบริการ การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ อยู่ในระดับค่อนข้างมาก 6) การจัดให้ผู้สูงอายุได้มีสถานที่ในการจัดบริการ การพัฒนาด้านสุขภาพ สรุปภาพรวมของ ประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 1.70 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 98.30 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 28.41 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 24.43 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 19.32 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 15.91 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 8.52 ด าเนินการน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 1.70 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.94 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษา ได้จัดให้ผู้สูงอายุได้มีสถานที่ในการจัดการบริการการพัฒนาด้านสุขภาพ อยู่ในระดับค่อนข้างมาก ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานของ ศพอส. การจัดสถานที่ให้บริการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.38 แสดงว่า ปัจจัยพื้นฐานของ ศพอส. ด้านสถานที่ อยู่ในระดับมาก ส่วนรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 4.94 ในประเด็นการจัดให้ผู้สูงอายุได้มีสถานที่ในการจัดกิจกรรมการพัฒนาด้านสังคม รองลงมามีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.63 ในประเด็นการจัดให้ผู้สูงอายุได้มีสถานที่ในการจัดกิจกรรมการพัฒนาสุขภาพ และมีค่าเฉลี่ย น้อยที่สุดเท่ากับ 3.94 ในประเด็นการจัดให้ผู้สูงอายุได้มีสถานที่ในการจัดบริการ การพัฒนาด้านสุขภาพ (ดังตารางที่ 3) ตารางที่ 3 แสดงจ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของปัจจัยพื้นฐานด้านการ จัดสถานที่ให้บริการ ปัจจัยพื้นฐาน ด้านการจัดสถานที่ ให้บริการ ระดับการด าเนินการ S.D. แปลผล ไม่ได้ ด าเนิน การ มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก - การจัดให้ผู้สูงอายุ ได้มีสถานที่ในการ จัดกิจกรรมการ พัฒนาด้านสังคม 0.57 (1) 44.32 (78) 20.45 (36) 23.30 (41) 9.66 (17) 1.70 (3) 0.00 (0) 4.94 1.16 มาก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 63 ปัจจัยพื้นฐาน ด้านการจัดสถานที่ ให้บริการ ระดับการด าเนินการ S.D. แปลผล ไม่ได้ ด าเนิน การ มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก - การจัดให้ผู้สูงอายุได้มี สถานที่ในการจัดกิจกรรม การพัฒนาเศรษฐกิจ 0.57 (1) 26.70 (47) 34.66 (61) 16.48 (29) 18.18 (32) 2.27 (4) 1.14 (2) 4.60 1.23 มาก - การจัดให้ผู้สูงอายุได้มี สถานที่ในการจัดกิจกรรม การพัฒนาสุขภาพ 0.57 (1) 31.82 (56) 21.59 (38) 32.39 (57) 8.52 (15) 3.41 (6) 1.70 (3) 4.63 1.25 มาก - การจัดให้ผู้สูงอายุได้มี สถานที่ในการจัดบริการ การพัฒนาด้านสังคม 1.14 (2) 18.75 (33) 18.18 (32) 32.39 (57) 19.89 (35) 7.39 (13) 2.27 (4) 4.10 1.34 ค่อนข้างมาก - การจัดให้ผู้สูงอายุได้มี สถานที่ในการจัดบริการ การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ 2.84 (5) 21.59 (38) 18.18 (32) 25.00 (44) 23.30 (41) 5.11 (9) 3.98 (7) 4.05 1.51 ค่อนข้างมาก - การจัดให้ผู้สูงอายุได้มี สถานที่ในการจัดบริการ การพัฒนาด้านสุขภาพ 1.70 (3) 15.91 (28) 19.32 (34) 24.43 (43) 28.41 (50) 8.52 (15) 1.70 (3) 3.94 1.37 ค่อนข้างมาก รวม 4.38 1.31 มาก การจัดกิจกรรมและบริการ ประกอบด้วยประเด็น 6 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) การส่งเสริมการจัดกิจกรรมและบริการของผู้สูงอายุ สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.57 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 99.43 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 41.48 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 26.14 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 17.05 ด าเนินการมาก รองลงมา ร้อยละ 14.20 ด าเนินการปานกลาง และน้อยที่สุดร้อยละ 0.57 ด าเนินการน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.82 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้ด าเนินการส่งเสริมการจัดกิจกรรมและบริการของผู้สูงอายุ อยู่ในระดับมาก 2) การจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านอาชีพให้ผู้สูงอายุ สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 1.70 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 98.30 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 32.39 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 30.68 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 17.61 ด าเนินการมาก รองลงมา ร้อยละ 11.93 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 3.41 ด าเนินการน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 2.27 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.50 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้ด าเนินการส่งเสริมให้มี การจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านอาชีพให้ผู้สูงอายุ อยู่ในระดับมาก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 64 3) การจัดกิจกรรมส่งเสริมการจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ผู้สูงอายุได้ผลิตขึ้นจากกิจกรรม การส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 1.14 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 98.86 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 27.27 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 25.00 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 18.75 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 14.77 ด าเนินการ ปานกลาง รองลงมาร้อยละ 9.09 ด าเนินการน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 3.98 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.24 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้ด าเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการจ าหน่าย ผลิตภัณฑ์ที่ผู้สูงอายุได้ผลิตขึ้นจากกิจกรรมการส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ อยู่ในระดับค่อนข้างมาก 4) การจัดกิจกรรมส่งเสริมการถ่ายทอดภูมิปัญญาของผู้สูงอายุในชุมชน สรุปภาพรวมของ ประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 1.70 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 98.30 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 28.98 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 19.89 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 18.75 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 17.61 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 9.09 ด าเนินการน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 3.98 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.89 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษา ได้ด าเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการถ่ายทอดภูมิปัญญาของผู้สูงอายุในชุมชน อยู่ในระดับค่อนข้างมาก 5) การจัดให้ผู้สูงอายุได้รับการจัดกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ ในการท างานให้แก่ชุมชน สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 1.14 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 98.86 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 25.57 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 23.30 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 22.16 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 16.48 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 7.39 ด าเนินการน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 3.98 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.15 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้ด าเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัคร ดูแลผู้สูงอายุ ในการท างานให้แก่ชุมชน อยู่ในระดับค่อนข้างมาก 6) การด าเนินการเป็นศูนย์ข้อมูลผู้สูงอายุในพื้นที่ (ระบบฐานข้อมูลของผู้สูงอายุในพื้นที่) สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 2.84 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 97.16 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 28.98 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 27.84 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 16.48 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 13.64 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 8.52 ด าเนินการน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 1.70 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.01 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้ด าเนินการจัดท าฐานข้อมูลผู้สูงอายุในพื้นที่ (ระบบฐานข้อมูลของผู้สูงอายุ ในพื้นที่) อยู่ในระดับค่อนข้างมาก ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานของ ศพอส. ด้านการจัดกิจกรรมและบริการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.26 แสดงว่า ปัจจัยพื้นฐานของ ศพอส. ด้านการจัดกิจกรรมและบริการ อยู่ในระดับมาก ส่วนรายข้อ ที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 4.82 ในประเด็นการส่งเสริมการจัดกิจกรรมและบริการของผู้สูงอายุ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.50 ในประเด็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านอาชีพให้ผู้สูงอายุ และมีค่าเฉลี่ย น้อยที่สุดเท่ากับ 3.89 ในประเด็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการถ่ายทอดภูมิปัญญาของผู้สูงอายุในชุมชน ตามล าดับ (ดังตารางที่ 4)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 65 ตารางที่ 4 แสดงจ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของปัจจัยพื้นฐานด้านการ จัดกิจกรรมและบริการ ปัจจัยพื้นฐาน ด้านการจัดกิจกรรม และบริการ ระดับการด าเนินการ S.D. แปลผล ไม่ได้ ด าเนิน การ มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก -การส่งเสริมการจัดกิจกรรม และบริการของผู้สูงอายุ 0.57 (1) 41.48 (73) 17.05 (30) 26.14 (46) 14.20 (25) 0.57 (1) 0.00 (0) 4.82 1.18 มาก -การจัดกิจกรรมส่งเสริม ด้านอาชีพให้ผู้สูงอายุ 1.70 (3) 32.39 (57) 17.61 (31) 30.68 (54) 11.93 (21) 3.41 (6) 2.27 (4) 4.50 1.40 มาก -การจัดกิจกรรมส่งเสริม การจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ ที่ผู้สูงอายุได้ผลิตขึ้นจาก กิจกรรมการส่งเสริมอาชีพ ให้แก่ผู้สูงอายุ 1.14 (2) 27.27 (48) 18.75 (33) 25.00 (44) 14.77 (26) 9.09 (16) 3.98 (7) 4.24 1.51 ค่อนข้างมาก -การจัดกิจกรรมส่งเสริม การถ่ายทอดภูมิปัญญา ของผู้สูงอายุในชุมชน 1.70 (3) 18.75 (33) 17.61 (31) 19.89 (35) 28.98 (51) 9.09 (16) 3.98 (7) 3.89 1.48 ค่อนข้างมาก -การจัดกิจกรรมส่งเสริม และสนับสนุนอาสาสมัคร ดูแลผู้สูงอายุ ในการท างาน ให้แก่ชุมชน 1.14 (2) 22.16 (39) 25.57 (45) 16.48 (29) 23.30 (41) 7.39 (13) 3.98 (7) 4.15 1.48 ค่อนข้างมาก -การเป็นศูนย์ข้อมูลผู้สูงอายุ ในพื้นที่ (ระบบฐานข้อมูล ของผู้สูงอายุในพื้นที่) 2.84 (5) 16.48 (39) 28.98 (51) 13.64 (24) 27.84 (49) 8.52 (15) 1.70 (3) 4.01 1.47 ค่อนข้างมาก รวม 4.26 1.42 มาก การเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ ประกอบด้วยประเด็น 5 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) การมีผู้สูงอายุที่อาศัยในชุมชนและพื้นที่ให้บริการศูนย์มาใช้บริการของ ศพอส. สรุปภาพรวม ของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 1.14 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 98.86 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 45.45 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 30.68 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 12.50 ด าเนินการ ค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 8.52 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 1.14 ด าเนินการน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 0.57 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.05 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษา ได้ให้ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุที่อาศัยในชุมชนและพื้นที่ให้บริการศูนย์มาใช้บริการของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 66 2) การมีสมาชิกครอบครัวผู้สูงอายุและผู้ดูแลผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนและพื้นที่ให้บริการ ศูนย์มาใช้บริการของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 6.82 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 93.18 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 28.98 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 27.27 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 20.45 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 13.27 ด าเนินการ ปานกลาง รองลงมาร้อยละ 2.27 ด าเนินการน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 1.14 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.30 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้ส่งเสริมให้สมาชิกครอบครัวผู้สูงอายุและผู้ดูแล ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนและพื้นที่ให้บริการศูนย์มาใช้บริการของ ศพอส. อยู่ในระดับค่อนข้างมาก 3) การมีสมาชิกทุกวัยในชุมชนมาใช้บริการของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.57 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 99.43 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 39.55 ด าเนินการ ค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 26.70 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 21.02 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 20.45 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 1.14 ด าเนินการน้อย และน้อยที่สุด ร้อยละ 0.57 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.48 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้ส่งเสริมให้ สมาชิกทุกวัยในชุมชนมาใช้บริการของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก 4) การมีสมาชิกกลุ่มองค์กรต่าง ๆ มาใช้บริการของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากร ที่ศึกษา ร้อยละ 8.52 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 91.48 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 31.25 ด าเนินการ ค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 23.86 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 19.32 ด าเนินการ มากที่สุด รองลงมาร้อยละ 13.64 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 1.70 ด าเนินการน้อย และด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.86 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้ด าเนินการให้สมาชิกกลุ่ม องค์กรต่าง ๆ มาใช้บริการของ ศพอส. อยู่ในระดับค่อนข้างมาก 5) การจัดให้องค์กรเครือข่ายต่าง ๆ ได้ใช้สถานที่ของ ศพอส. ในการด าเนินกิจกรรมของ องค์กรเครือข่าย สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 1.14 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 98.86 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 30.68 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 26.14 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 22.73 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 14.77 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 3.41 ด าเนินการน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 1.14 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.55 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้ด าเนินการจัดให้องค์กรเครือข่ายต่าง ๆ ใช้สถานที่ของ ศพอส. ในการด าเนิน กิจกรรมขององค์กรเครือข่าย อยู่ในระดับมาก ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานของ ศพอส. ด้านการเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.44 แสดงว่า ปัจจัยพื้นฐานของ ศพอส. ด้านการเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการอยู่ในระดับมาก ส่วนรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 5.05 ในประเด็นการมีผู้สูงอายุที่อาศัยในชุมชนและพื้นที่ ให้บริการ ศพอส. มาใช้บริการ ศพอส. รองลงมามีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.55 ในประเด็นการจัดให้องค์กร เครือข่ายต่าง ๆ ได้ใช้สถานที่ของ ศพอส. ในการด าเนินกิจกรรมขององค์กรเครือข่าย และมีค่าเฉลี่ย น้อยที่สุดเท่ากับ 3.86 ในประเด็นการมีสมาชิกกลุ่มองค์กรต่าง ๆ มาใช้บริการ ศพอส. ตามล าดับ (ดังตารางที่ 5)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 67 ตารางที่ 5 แสดงจ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของปัจจัยพื้นฐานด้านการเข้าร่วม กิจกรรมหรือบริการ ปัจจัยพื้นฐาน การเข้าร่วมกิจกรรม หรือบริการ ระดับการด าเนินการ S.D. แปลผล ไม่ได้ ด าเนิน การ มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก -การมีผู้สูงอายุที่อาศัยในชุมชน และพื้นที่ให้บริการศูนย์มาใช้ บริการศพอส. 1.14 (2) 45.45 (80) 30.68 (54) 12.50 (12) 8.52 (15) 1.14 (2) 0.57 (1) 5.05 1.18 มาก -การมีสมาชิกครอบครัวผู้สูงอายุ และผู้ดูแลผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ใน ชุมชนและพื้นที่ให้บริการ ศพอส. มาใช้บริการ ศพอส. 6.82 (12) 28.98 (51) 20.45 (36) 27.27 (48) 13.27 (23) 2.27 (4) 1.14 (2) 4.30 1.64 ค่อนข้างมาก -การมีสมาชิกทุกวัยในชุมชน เข้ามาใช้บริการ ศพอส. 0.57 (1) 26.70 (47) 21.02 (37) 39.55 (52) 20.45 (36) 1.14 (2) 0.57 (1) 4.48 1.20 มาก -การมีสมาชิกกลุ่มองค์กรต่าง ๆ มาใช้บริการ ศพอส. 8.52 (15) 19.32 (34) 13.64 (24) 31.25 (55) 23.86 (42) 1.70 (3) 1.70 (3) 3.86 1.65 ค่อนข้างมาก -การจัดให้องค์กรเครือข่ายต่าง ๆ ได้ใช้สถานที่ของ ศพอส. ในการ ด าเนินกิจกรรมขององค์กร เครือข่าย 1.14 (2) 30.68 (54) 22.73 (40) 26.14 (46) 14.77 (26) 3.41 (6) 1.14 (2) 4.55 1.31 มาก รวม 4.44 1.39 มาก โดยสรุป ปัจจัยพื้นฐานของ ศพอส. ในภาพรวมทุกด้านมีค่าเฉลี่ย 4.36 คะแนน จัดอยู่ใน ระดับมาก แสดงว่าโดยภาพรวมปัจจัยพื้นฐานของ ศพอส. อยู่ระดับมาก ส่วนปัจจัยพื้นฐานในรายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 4.44 ด้านการเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ รองลงมามีค่าเฉลี่ย 4.38 ด้านการ จัดสถานที่ให้บริการ และค่าเฉลี่ย 4.26 ด้านกิจกรรมและบริการ ค่าคะแนนรายด้านทุกด้าน ปัจจัยพื้นฐานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ อยู่ในระดับมาก (ดังตารางที่ 6) ตารางที่ 6 สรุปค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน จ าแนกตามด้านของปัจจัยพื้นฐาน และภาพรวม ปัจจัยพื้นฐาน S.D. แปลผล - ด้านการจัดสถานที่ให้บริการ 4.38 1.31 มาก - ด้านกิจกรรมและบริการ 4.26 1.42 มาก - ด้านการเข้าร่วมกิจกรรมและบริการ 4.44 1.39 มาก รวม 4.36 1.37 มาก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 68 ส่วนที่ 3 กระบวนการบริหารงานของ ศพอส. ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการบริหารงานของ ศพอส. 3 ด้าน ได้แก่ 1) โครงสร้างคณะกรรมการ บริหารศพอส. 2) สถานที่ และ 3) การบริหารจัดการ ศพอส. รายละเอียดดังนี้ โครงสร้างคณะกรรมการบริหาร ศพอส. ประกอบด้วยประเด็นที่ศึกษาแบบเลือกตอบ 6 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) นายก อปท. เป็นที่ปรึกษา ศพอส. กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 98.30 มีการด าเนินการ และร้อยละ 1.70 ไม่มีการด าเนินการ 2) ประธาน ศพอส. คัดเลือกจากประธานชมรมผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 96.59 มีการด าเนินการ และร้อยละ 3.41 ไม่มีการด าเนินการ 3) รองประธาน คัดเลือกจาก ผู้แทนชมรมผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 94.32 มีการด าเนินการ และร้อยละ 5.68 ไม่มีการด าเนินการ 4) ผู้แทนผู้สูงอายุ จ านวน 3 - 5 คน เป็นกรรมการ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 99.43 มีการด าเนินการ และร้อยละ 0.57 ไม่มีการด าเนินการ 5) ผู้แทนอาสาสมัคร จ านวน 1 - 2 คน เป็นกรรมการ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 98.86 มีการด าเนินการ และร้อยละ 1.14 ไม่มีการด าเนินการ 6) กรรมการและเลขานุการ คัดเลือกจากผู้แทน อปท. หรือผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 100.00 มีการด าเนินการ (ดังตารางที่ 7) ตารางที่ 7 แสดงจ านวน และร้อยละ ของการด าเนินงานตามกระบวนการบริหารงานของ ศพอส. ด้านโครงสร้างคณะกรรมการบริหาร ศพอส. โครงสร้างคณะกรรมการบริหาร ศพอส. ใช่ ไม่ใช่ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ นายก อปท. เป็นที่ปรึกษา ศพอส. 173 98.30 3 1.70 ประธาน ศพอส. คัดเลือกจาก ประธานชมรมผู้สูงอายุ 170 96.59 6 3.41 รองประธาน คัดเลือกจาก ผู้แทนชมรมผู้สูงอายุ 166 94.32 10 5.68 ผู้แทนผู้สูงอายุ จ านวน 3 - 5 คน เป็นกรรมการ 175 99.43 1 0.57 ผู้แทนอาสาสมัคร จ านวน 1 - 2 คน เป็นกรรมการ 174 98.86 2 1.14 กรรมการและเลขานุการ คัดเลือกจากผู้แทน อปท. หรือผู้สูงอายุ 176 100.00 0 0.00


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 69 สถานที่ ประกอบด้วยประเด็นที่ศึกษาแบบเลือกตอบ 16 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) ศพอส. มีสถานที่ตั้งอยู่ในต าแหน่งที่ไม่ไกลจากชุมชนผู้สูงอายุ ไม่อยู่ในย่านที่มีเสียงอึกทึก หรือมีมลพิษ และมีเส้นทางที่สามารถเดินทางเข้าถึงได้โดยสะดวก กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 98.30 มีการ ด าเนินการ และร้อยละ 1.70 ไม่มีการด าเนินการ 2) ศพอส. มีสถานที่ตั้งเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีขนาดกว้าง 2.40เมตรยาว 6 เมตร เป็นอย่างน้อย กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 97.16 มีการด าเนินการ และร้อยละ 2.84 ไม่มีการด าเนินการ 3) ศพอส. ได้จัดให้มีที่จอดรถส าหรับผู้พิการ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 81.25 มีการด าเนินการ และร้อยละ 18.75 ไม่มีการด าเนินการ 4) ศพอส. มีพื้นที่เพียงพอส าหรับจัดกิจกรรมส าหรับผู้สูงอายุนอกอาคาร กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 99.43 มีการด าเนินการ และร้อยละ 0.57 ไม่มีการด าเนินการ 5) ศพอส. มีสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่นและสามารถใช้งานได้ทุกกลุ่มสถานภาพของผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 99.43 มีการด าเนินการ และร้อยละ 0.57 ไม่มีการด าเนินการ 6) ศพอส. มีสภาพพื้นผิวของพื้นที่ใช้งานที่มีความปลอดภัย เรียบและไม่มีลักษณะลื่น หรือขรุขระ และมีระดับที่เรียบเสมอกันหรือมีความลาดชันอย่างค่อยเป็นค่อยไป กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 94.32 มีการด าเนินการ และร้อยละ 5.68 ไม่มีการด าเนินการ 7) ศพอส. มีป้ายชื่อถาวร ก ากับไว้ด้านหน้าอาคาร กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 100.00 มีการด าเนินการ 8) ศพอส. มีป้ายสัญลักษณ์และมีการใช้สีที่เหมาะสมในการบ่งบอกทิศทางการสัญจรภายใน อย่างปลอดภัย กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 88.64 มีการด าเนินการ และร้อยละ 11.36 ไม่มีการด าเนินการ 9) ป้ายสัญลักษณ์มีขนาดของตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ที่เหมาะสมกับการมองเห็น สามารถสื่อความ ได้ระยะ 5 เมตร และไม่ใช่สี/สีผสม ที่ก่อให้เกิดระคายเคืองต่อการมองเห็น กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 89.77 มีการด าเนินการ และร้อยละ 10.23 ไม่มีการด าเนินการ 10) ตัวอาคารมีการเลือกใช้วัสดุครุภัณฑ์ที่มีความมั่นคงแข็งแรง รวมถึงมีการติดตั้งหรือ ประกอบที่แข็งแรงถูกต้องตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารและเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรม กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 99.43 มีการด าเนินการ และร้อยละ 0.57 ไม่มีการด าเนินการ 11) ตัวอาคารมีการแบ่งพื้นที่ภายในที่เพียงพอกับการรวมกลุ่มและใช้งานของสมาชิก ได้อย่างเหมาะสม และมีพื้นที่ส าหรับเก็บสิ่งของวัสดุและครุภัณฑ์ ที่เป็นสัดส่วนมีความปลอดภัย กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 96.59 มีการด าเนินการ และร้อยละ 3.41 ไม่มีการด าเนินการ 12) ตัวอาคารมีห้องน้ าภายในอาคารหรือบริเวณโดยรอบอาคาร ตามมาตรฐานของผู้สูงอายุ และผู้พิการ อย่างน้อย 1 ห้องต่อชั้นในระยะที่สามารถเข้าถึงได้ ไม่ไกลจากพื้นที่ที่จัดกิจกรรม ของ ศพอส. โดยภายในห้องน้ ามีอุปกรณ์ที่อ านวยความสะดวกและป้องกันการเกิดภัยจากการลื่นหกล้ม


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 70 ในห้องน้ า เช่น ราวจับท าด้วยวัสดุเรียบ ติดตั้งสูงจากพื้น 0.80 - 0.90 เมตร ห่างจากผนังอย่างน้อย 4 - 5 เซนติเมตร ตลอดจนมีระยะพื้นที่ว่างภายในห้องน้ า เพื่อให้รถเข็นสามารถหมุนกลับตัวได้ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร และประตูอยู่ในลักษณะเปิดออกด้านนอก การติดตั้งของ สุขภัณฑ์ เช่น อ่างล้างมือ อยู่สูงจากพื้นถึงขอบบนอยู่ระหว่าง 0.75 -0.80 เมตร โดยขอบอ่างอยู่ห่างจาก ผนังไม่น้อยกว่า 0.45 เมตร เพื่อให้รถเข็นคนพิการสามารถเข้าใช้ได้ และไม่ติดตั้งสุขภัณฑ์หรืออ่างล้างมือ ในลักษณะทแยง เนื่องจากเข้าใช้งานได้ยากส าหรับผู้ใช้เก้าอี้รถเข็นคนพิการ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 78.98 มีการด าเนินการ และร้อยละ 21.02 ไม่มีการด าเนินการ 13) พื้นที่จัดกิจกรรมภายในตัวอาคารมีการจัดให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสม โดยจัดให้มีการ ระบายอากาศที่ดี มีแสงสว่างที่เพียงพอ ไม่มืดหรือสว่างจนเกินไป ส าหรับแต่ละกิจกรรม กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 98.86 มีการด าเนินการ และร้อยละ 1.14 ไม่มีการด าเนินการ 14) ทางเข้าอาคาร และประตูภายใน ศพอส. มีความกว้างเพียงพอส าหรับรถเข็นคนพิการ ตลอดจนมีความต่อเนื่องระหว่างอาคารและจัดให้มีทางลาด ราวจับ ตามความเหมาะสม และสามารถ ใช้งานได้จริง โดยทางเข้าอาคาร ทางเดินระหว่างอาคาร และทางเชื่อมระหว่างอาคาร เน้นพื้นผิวเรียบ ไม่ลื่น ไม่มีสิ่งกีดขว้าง กว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร และประตู มีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร ทางลาด มีความกว้างไม่น้อย กว่า 90 เซนติเมตร ทางมีความยาวตั้งแต่ 2.50 เมตร ต้องมีราวจับทั้ง 2 ข้าง ทั้งนี้ระยะระหว่างราวจับทั้งสองด้านไม่ควรเกิน 1.50 เมตร และมีชานพักทุก ๆระยะ ความยาว 6.00 เมตร ขนาดความกว้างของชานพักไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 88.07 มีการด าเนินการ และร้อยละ 11.93 ไม่มีการด าเนินการ 15) ศพอส. มีบริการแหล่งเรียนรู้ และบริการสิ่งอ านวยความสะดวกที่จ าเป็น เช่น มุมปฐม พยาบาลเบื้องต้น ตู้ยาสามัญประจ าบ้าน มุมสันทนาการเพื่อเติมเต็มศักยภาพของ ศพอส. ให้มีความพร้อม ในการให้บริการ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 80.68 มีการด าเนินการ และร้อยละ 19.32 ไม่มีการด าเนินการ 16) ศพอส. มีระบบสาธารณูปโภคและรักษาความปลอดภัยของอาคารตลอดจนบริเวณโดยรอบ อันได้แก่ น้ า ไฟฟ้า ระบบจัดการของเสีย รวมทั้งมีระบบหรืออุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยในบริเวณอาคารต่าง ๆ โดยเป็นไป ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 96.02 มีการด าเนินการ และร้อยละ 3.98 ไม่มีการด าเนินการ (ดังตารางที่ 8) ตารางที่ 8 แสดงจ านวน และร้อยละ ของการด าเนินงานตามกระบวนการบริหารงานของ ศพอส. ด้านสถานที่ การด าเนินงานตามกระบวนการบริหารงานของ ศพอส. ด้านสถานที่ ใช่ ไม่ใช่ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ - ศพอส. มีสถานที่ตั้งอยู่ในต าแหน่งที่ไม่ไกลจากชุมชนผู้สูงอายุ ไม่อยู่ในย่าน ที่มีเสียงอึกทึก หรือมีมลพิษ และมีเส้นทางที่สามารถเดินทางเข้าถึงได้โดยสะดวก 173 98.30 3 1.70


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 71 การด าเนินงานตามกระบวนการบริหารงานของ ศพอส. ด้านสถานที่ ใช่ ไม่ใช่ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ -ศพอส. มีสถานที่ตั้งเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีขนาดกว้าง 2.40 เมตรยาว 6 เมตร เป็น อย่างน้อย 171 97.16 5 2.84 - ศพอส. ได้จัดให้มีที่จอดรถส าหรับผู้พิการ 143 81.25 33 18.75 - ศพอส. มีพื้นที่เพียงพอส าหรับจัดกิจกรรมส าหรับผู้สูงอายุนอกอาคาร 175 99.43 1 0.57 -ศพอส. มีสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่นและสามารถใช้งานได้ทุกกลุ่มสถานภาพของผู้สูงอายุ 175 99.43 1 0.57 -ศพอส. มีสภาพพื้นผิวของพื้นที่ใช้งานที่มีความปลอดภัย เรียบและไม่มีลักษณะลื่น หรือขรุขระ และมีระดับที่เรียบเสมอกันหรือมีความลาดชันอย่างค่อยเป็นค่อยไป 166 94.32 10 5.68 - ศพอส. มีป้ายชื่อถาวร ก ากับไว้ด้านหน้าอาคาร 176 100.00 0 0.00 - ศพอส. มีป้ายสัญลักษณ์และมีการใช้สีที่เหมาะสมในการบ่งบอกทิศทางการ สัญจรภายในอย่างปลอดภัย 156 88.64 20 11.36 - ป้ายสัญลักษณ์มีขนาดของตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ที่เหมาะสมกับการมองเห็น สามารถสื่อความได้ระยะ 5 เมตร และไม่ใช่สี/สีผสม ที่ก่อให้เกิดระคายเคืองต่อ การมองเห็น 158 89.77 18 10.23 - ตัวอาคารมีการเลือกใช้วัสดุครุภัณฑ์ที่มีความมั่นคงแข็งแรง รวมถึงมีการติดตั้ง หรือประกอบที่แข็งแรงถูกต้องตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารและเป็นไปตาม มาตรฐานทางวิศวกรรม 175 99.43 1 0.57 -ตัวอาคารมีการแบ่งพื้นที่ภายในที่เพียงพอกับการรวมกลุ่มและใช้งานของสมาชิก ได้อย่างเหมาะสม และมีพื้นที่ส าหรับเก็บสิ่งของวัสดุและครุภัณฑ์ ที่เป็นสัดส่วน มีความปลอดภัย 170 96.59 6 3.41 - ตัวอาคารมีห้องน้ าภายในอาคารหรือบริเวณโดยรอบอาคาร ตามมาตรฐานของ ผู้สูงอายุและผู้พิการ อย่างน้อย 1 ห้องต่อชั้นในระยะที่สามารถเข้าถึงได้ ไม่ไกล จากพื้นที่ที่จัดกิจกรรมของ ศพอส. โดยภายในห้องน้ ามีอุปกรณ์ที่อ านวยความ สะดวก และป้องกันการเกิดภัยจากการลื่นหกล้มในห้องน้ า เช่น ราวจับท าด้วย วัสดุเรียบ ติดตั้งสูงจากพื้น 0.80 – 0.90 เมตร ห่างจากผนังอย่างน้อย 4 - 5 เซนติเมตร ตลอดจนมีระยะพื้นที่ว่างภายในห้องน้ า เพื่อให้รถเข็นสามารถหมุนกลับตัว ได้ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร และประตูอยู่ในลักษณะเปิดออก ด้านนอก การติดตั้งของสุขภัณฑ์ เช่น อ่างล้างมือ อยู่สูงจากพื้นถึงขอบบนอยู่ระหว่าง 0.75 -0.80 เมตร โดยขอบอ่างอยู่ห่างจากผนังไม่น้อยกว่า 0.45 เมตร เพื่อให้รถเข็น คนพิการสามารถเข้าใช้ได้ และไม่ติดตั้งสุขภัณฑ์หรืออ่างล้างมือ ในลักษณะทแยง เนื่องจากเข้าใช้งานได้ยากส าหรับผู้ใช้เก้าอี้รถเข็นคนพิการ 139 78.98 37 21.02


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 72 การด าเนินงานตามกระบวนการบริหารงานของ ศพอส. ด้านสถานที่ ใช่ ไม่ใช่ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ - พื้นที่จัดกิจกรรมภายในตัวอาคารมีการจัดให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสม โดยจัดให้มี การระบายอากาศที่ดี มีแสงสว่างที่เพียงพอ ไม่มืดหรือสว่างจนเกินไป ส าหรับแต่ ละกิจกรรม 174 98.86 2 1.14 - ทางเข้าอาคารและประตูภายใน ศพอส. มีความกว้างเพียงพอส าหรับรถเข็น คนพิการ ตลอดจนมีความต่อเนื่องระหว่างอาคารและจัดให้มีทางลาด ราวจับตามความ เหมาะสม และสามารถใช้งานได้จริง โดยทางเข้าอาคาร ทางเดินระหว่างอาคาร และ ทางเชื่อมระหว่างอาคาร เน้นพื้นผิวเรียบ ไม่ลื่น ไม่มีสิ่งกีดขว้าง กว้างสุทธิไม่น้อย กว่า 1.50 เมตร และประตูมีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร ทางลาดมีความ กว้างไม่น้อย กว่า 90 เซนติเมตร ทางมีความยาวตั้งแต่ 2.50 เมตร ต้องมีราวจับ ทั้ง 2 ข้าง ทั้งนี้ระยะระหว่างราวจับทั้งสองด้านไม่ควรเกิน 1.50 เมตร และมีชานพัก ทุกๆระยะ ความยาว 6.00 เมตร ขนาดความกว้างของชานพักไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร 155 88.07 21 11.93 - ศพอส. มีบริการแหล่งเรียนรู้ และบริการสิ่งอ านวยความสะดวกที่จ าเป็น เช่น มุมปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตู้ยาสามัญประจ าบ้าน มุมสันทนาการเพื่อเติมเต็มศักยภาพ ของ ศพอส. ให้มีความพร้อมในการให้บริการ 142 80.68 34 19.32 - ศพอส. มีระบบสาธารณูปโภคและรักษาความปลอดภัยของอาคารตลอดจน บริเวณโดยรอบ อันได้แก่ น้ า ไฟฟ้า ระบบจัดการของเสีย รวมทั้งมีระบบหรือ อุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยในบริเวณอาคารต่างๆ โดยเป็นไป ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 169 96.02 7 3.98 การบริหารจัดการ ศพอส. ประกอบด้วยประเด็นที่ศึกษาแบบเลือกตอบ 21 ข้อ ผลการศึกษา ปรากฏ ดังนี้ 1) มีแผนผังโครงสร้างการบริหารที่แต่งตั้งโดยผู้บริหาร อปท. หรือคณะกรรมการบริหารของ ศพอส. ติดแสดงอยู่ในที่ท าการของ ศพอส. และปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 88.07 มีการด าเนินการ และร้อยละ 11.93 ไม่มีการด าเนินการ 2) มีหลักฐานการด าเนินการประชุมและการปฏิบัติงานกิจกรรมของ ศพอส. ตามแผนประจ า สัปดาห์เดือน และปี ได้แก่ รายงานผลการด าเนินการ ภาพถ่าย บันทึกการประชุม บันทึกผลกิจกรรม และบริการ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 87.50 มีการด าเนินการ และร้อยละ 12.50 ไม่มีการด าเนินการ 3) มีข้อมูลบุคลากร ศพอส. อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ (อผส.) และข้อมูลผู้สูงอายุในพื้นที่ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 97.73 มีการด าเนินการ และร้อยละ 2.27 ไม่มีการด าเนินการ 4) มีผู้ได้รับมอบหมายในการด าเนินการประจ า ศพอส. ในการดูแลสถานที่ หรือจัดกิจกรรม และบริการประจ า ศพอส. เพื่อพร้อมให้การบริการแก่ผู้สูงอายุตามก าหนดเวลา เปิด - ปิด ท าการตลอดทั้งปี โดยบุคลากรกลุ่มนี้ ได้แก่ อาสาสมัคร หรือพนักงานจ้างชั่วคราวโดย อปท. เป็นต้น กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 93.18 มีการด าเนินการ และร้อยละ 6.82 ไม่มีการด าเนินการ


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 73 5) มีแผนงบประมาณ ศพอส. ในการด าเนินงานปฏิบัติงานกิจกรรมและบริการ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 82.95 มีการด าเนินการ และร้อยละ 17.05 ไม่มีการด าเนินการ 6) มีการขอรับสนับสนุน และรายได้จากแหล่งที่มาอื่น ๆ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 87.50 มีการ ด าเนินการ และร้อยละ 12.50 ไม่มีการด าเนินการ 7) มีการร่วมมือกับหน่วยงานภายในจังหวัดและองค์กรภาคีเครือข่ายจากภาครัฐและเอกชน ในพื้นที่ อปท. ชมรมผู้สูงอายุ (ที่จดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณะ) กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 99.43 มีการด าเนินการ และร้อยละ 0.57 ไม่มีการด าเนินการ 8) อาคาร ศพอส. มีการบริหารจัดการในการใช้งาน บ ารุงรักษา ซ่อมแซม ให้สามารถใช้การได้ ตามก าหนดเวลา เปิด - ปิด ตลอดทั้งปี กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 98.86 มีการด าเนินการ และร้อยละ 1.14 ไม่มีการด าเนินการ 9) มีแผนการจัดการค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค (เช่น ค่าน้ า ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต) ค่าใช้จ่ายบ ารุงรักษาอาคาร (เช่น ค่าท าความสะอาด เวรยาม และวัสดุสิ้นเปลืองของอาคาร) โดย อปท. รพ.สต. ศาสนสถาน หรือ ชมรมผู้สูงอายุ เป็นต้น กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 86.36 มีการด าเนินการ และร้อยละ 13.64 ไม่มีการด าเนินการ 10) ศพอส. มีผู้สูงอายุในพื้นที่มาใช้บริการ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 50 ของผู้สูงอายุทั้งหมด ในพื้นที่กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 72.16 มีการด าเนินการ และร้อยละ 27.84 ไม่มีการด าเนินการ 11) ศพอส. มีผู้สูงอายุในพื้นที่มาใช้บริการ ซึ่งมีความครอบคลุมส าหรับผู้สูงอายุใน 3 กลุ่ม ดังต่อไปนี้ 1. ผู้สูงอายุที่ช่วยตนเองได้ดี หรือกลุ่มติดสังคม 2. ผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน 3. ผู้สูงอายุกลุ่มติดเตียง กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 78.98 มีการด าเนินการ และร้อยละ 21.02 ไม่มีการด าเนินการ 12) ศพอส. มีกิจกรรมที่มีความครอบคลุมส าหรับผู้สูงอายุ สมาชิกครอบครัวผู้สูงอายุ ผู้ดูแล และสมาชิกทุกวัยในชุมชน กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 88.64 มีการด าเนินการ และร้อยละ 11.36 ไม่มีการด าเนินการ 13) ศพอส. มีบริการที่มีความครอบคลุมส าหรับผู้สูงอายุ สมาชิกครอบครัวผู้สูงอายุ ผู้ดูแล และสมาชิกทุกวัยในชุมชน กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 88.07 มีการด าเนินการ และร้อยละ 11.93 ไม่มีการ ด าเนินการ 14) ศพอส. มีบริการ การคุ้มครองชีวิต ป้องกันและสวัสดิภาพของผู้สูงอายุในพื้นที่ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 77.27 มีการด าเนินการ และร้อยละ 22.73 ไม่มีการด าเนินการ 15) ศพอส. มีบริการ การดูแลผู้สูงอายุในเวลากลางวัน หรือรับฝากดูแลชั่วคราว กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 37.50 มีการด าเนินการ และร้อยละ 62.50 ไม่มีการด าเนินการ


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 74 16) ศพอส. มีบริการการดูแลผู้สงอายุกลุ่มพึ่งพิง หรือการดูแลระยะยาว กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 64.77 มีการด าเนินการ และร้อยละ 35.23 ไม่มีการด าเนินการ 17) ศพอส. มีบริการ การดูแล บ าบัด ฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 74.43 มีการด าเนินการ และร้อยละ 25.57 ไม่มีการด าเนินการ 18) ศพอส. มีการประชาสัมพันธ์ ศพอส. ให้ผู้สูงอายุในพื้นที่ได้รับรู้อย่างทั่วถึง กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 89.20 มีการด าเนินการ และร้อยละ 10.80 ไม่มีการด าเนินการ 19) ศพอส. มีการดูแลการฌาปณกิจให้แก่ศพของผู้สูงอายุในพื้นที่ให้ได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียม กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 89.77 มีการด าเนินการ และร้อยละ 9.66 ไม่มีการด าเนินการ 20) ศพอส. มีการจัดกิจกรรมระดมทุน กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 72.16 มีการด าเนินการ และร้อยละ 27.27 ไม่มีการด าเนินการ 21) ศพอส. มีการรับบริจาค กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 71.59 มีการด าเนินการ และร้อยละ 28.41 ไม่มีการด าเนินการ (ดังตารางที่ 9) ตารางที่ 9 แสดงจ านวน และร้อยละ ของการด าเนินงานตามกระบวนการบริหารงานของ ศพอส. ด้านการบริหารจัดการ การด าเนินงานตามกระบวนการบริหารงานของ ศพอส. ด้านการบริหารจัดการ ใช่ ไม่ใช่ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ - มีแผนผังโครงสร้างการบริหารที่แต่งตั้งโดยผู้บริหาร อปท. หรือ คณะกรรมการบริหารของ ศพอส. ติดแสดงอยู่ในที่ท าการของ ศพอส. และปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ 155 88.07 21 11.93 - มีหลักฐานการด าเนินการประชุมและการปฏิบัติงานกิจกรรม ของ ศพอส. ตามแผนประจ าสัปดาห์ เดือน และปี ได้แก่ รายงานผล การด าเนินการ ภาพถ่าย บันทึกการประชุม บันทึกผลกิจกรรมและ บริการ 154 87.50 22 12.50 - มีข้อมูลบุคลากร ศพอส. อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ (อผส.) และข้อมูล ผู้สูงอายุในพื้นที่ 172 97.73 4 2.27 - มีผู้ได้รับมอบหมายในการด าเนินการประจ า ศพอส. ในการดูแล สถานที่ หรือจัดกิจกรรมและบริการประจ า ศพอส. เพื่อพร้อม ให้การบริการแก่ผู้สูงอายุตามก าหนดเวลา เปิด - ปิด ท าการ ตลอดทั้งปี โดยบุคลากรกลุ่มนี้ ได้แก่ อาสาสมัครหรือ พนักงาน จ้างชั่วคราวโดย อปท. 164 93.18 12 6.82 - มีแผนงบประมาณ ศพอส. ในการด าเนินงานปฏิบัติงาน กิจกรรมและบริการ 146 82.95 30 17.05 - มีการขอรับสนับสนุน และรายได้จากแหล่งที่มาอื่น ๆ 154 87.50 22 12.50


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 75 การด าเนินงานตามกระบวนการบริหารงานของ ศพอส. ด้านการบริหารจัดการ ใช่ ไม่ใช่ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ - มีการร่วมมือกับหน่วยงานภายในจังหวัดและองค์กรภาคีเครือข่าย จากภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ อปท.ชมรมผู้สูงอายุ (ที่จดทะเบียน เป็นองค์กรสาธารณะ) 175 99.43 1 0.57 - อาคาร ศพอส. มีการบริหารจัดการในการใช้งาน บ ารุงรักษา ซ่อมแซม ให้สามารถใช้การได้ ตามก าหนดเวลา เปิด - ปิด 174 98.86 2 1.14 - มีแผนการจัดการค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค (เช่น ค่าน้ า ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ค่าอินเตอร์เน็ต) ค่าใช้จ่ายบ ารุงรักษาอาคาร (เช่น ค่าท าความสะอาด เวรยาม และวัสดุสิ้นเปลืองของอาคาร) โดย อปท. รพ.สต. ศาสนสถาน หรือ ชมรมผู้สูงอายุ เป็นต้น 152 86.36 24 13.64 - ศพอส. มีผู้สูงอายุในพื้นที่มาใช้บริการ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 50 ของผู้สูงอายุทั้งหมดในพื้นที่ 127 72.16 49 27.84 - ศพอส. มีผู้สูงอายุในพื้นที่มาใช้บริการ ซึ่งมีความครอบคลุมส าหรับ ผู้สูงอายุใน 3 กลุ่ม ดังต่อไปนี้ 1. ผู้สูงอายุที่ช่วยตนเองได้ดีหรือกลุ่ม ติดสังคม 2. ผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน 3. ผู้สูงอายุกลุ่มติดเตียง 139 78.98 37 21.02 - ศพอส. มีกิจกรรมที่มีความครอบคลุมส าหรบผู้สูงอายุ สมาชิก ครอบครัวผู้สูงอายุ ผู้ดูแล และสมาชิกทุกวัยในชุมชน 156 88.64 20 11.36 - ศพอส. มีบริการที่มีความครอบคลุมส าหรับผู้สูงอายุ สมาชิก ครอบครัวผู้สูงอายุ ผู้ดูแล และสมาชิกทุกวัยในชุมชน 155 88.07 21 11.93 - ศพอส. มีบริการ การคุ้มครองชีวิต ป้องกันและสวัสดิภาพ ของผู้สูงอายุในพื้นที่ 136 77.27 40 22.73 - ศพอส. มีบริการ การดูแลผู้สูงอายุ อายุในเวลากลางวัน หรือรับฝากดูแลชั่วคราว 66 37.50 110 62.50 - ศพอส. มีบริการ การดูแลผู้สูงอายุกลุ่มพึ่งพิง หรือการดูแล ระยะยาว 114 64.77 62 35.23 - ศพอส. มีบริการ การดูแล บ าบัด ฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ 131 74.43 45 25.57 - ศพอส. มีการประชาสัมพันธ์ ศพอส. ให้ผู้สูงอายุในพื้นที่ ได้รับรู้อย่างทั่วถึง 157 89.20 19 10.80 - ศพอส. มีการดูแลการฌาปณกิจให้แก่ศพของผู้สูงอายุในพื้นที่ ให้ได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียม 158 89.77 17 9.66 - ศพอส. มีการจัดกิจกรรมระดมทุน 127 72.16 48 27.27 - ศพอส. มีการรับบริจาค 126 71.59 50 28.41


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 76 การบริหารจัดการ ศพอส. ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการด าเนินงานตามกระบวนงานของ คณะกรรมการบริหาร ศพอส. ด้านการบริหารจัดการ โดยวัดค าตอบเป็นระดับการด าเนินงาน 6 ระดับ ได้แก่ ระดับมากที่สุด ระดับมาก ระดับค่อนข้างมาก ระดับปานกลาง ระดับน้อย และระดับ น้อยมาก และให้ค่าคะแนนเป็น 6 คะแนน 5 คะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ตามล าดับ พร้อมทั้งแสดงค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ˉx ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ประกอบด้วย ประเด็น 12 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) การก าหนดแนวทางการด าเนินงาน สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 1.14 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 98.86 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 34.09ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 32.95ด าเนินการมากที่สุดรองลงมาร้อยละ 14.77ด าเนินการมากและด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมา ร้อยละ 1.70 ด าเนินการน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 0.57 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.37 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้ด าเนินการก าหนดแนวทางการด าเนินงาน อยู่ในระดับมาก 2) การจัดท าแผนปฏิบัติงาน โครงการ กิจกรรมของ ศพอส. โดยสอดคล้องกับแผนด้านผู้สูงอายุ ของ อปท. หรือแผนชมรมผู้สูงอายุ หรือแผนที่จัดท าขึ้นพิเศษ สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 1.70 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 98.30 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 35.80 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 21.59 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 20.45 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ16.48 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 2.84ด าเนินการน้อยมากและน้อยที่สุดร้อยละ 1.14ด าเนินการน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.04 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้ด าเนินการจัดท าแผนปฏิบัติ งาน โครงการ กิจกรรมของ ศพอส. โดยสอดคล้องกับแผนด้านผู้สูงอายุของ อปท. หรือแผนชมรม ผู้สูงอายุ หรือแผนที่จัดท าขึ้นพิเศษ อยู่ในระดับค่อนข้างมาก 3) การจัดท าระบบข้อมูลผู้สูงอายุในพื้นที่ สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.57 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 99.43 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 25.00ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 23.86 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 23.30ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 21.59ด าเนินการ ค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 4.55 ด าเนินการน้อยมาก และน้อยที่สุดร้อยละ 1.14 ด าเนินการน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.27 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้ด าเนินการจัดท าระบบข้อมูลผู้สูงอายุในพื้นที่ อยู่ในระดับค่อนข้างมาก 4) การแสวงหาความร่วมมือจากภาคี องค์กรเครือข่ายในชุมชน สรุปภาพรวมของประชากร ที่ศึกษา ร้อยละ 0.57 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 99.43 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 35.23 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 21.59 ด าเนินการมากที่สุดและด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 17.05 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 2.84 ด าเนินการน้อยมาก และน้อยที่สุดร้อยละ 1.14 ด าเนินการน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.48 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้แสวงหาความร่วมมือจาก ภาคี องค์กรเครือข่ายในชุมชน อยู่ในระดับมาก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 77 5) การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการด าเนินงานของ ศพอส. อย่างต่อเนื่อง สรุปภาพรวม ของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 1.14 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 98.86 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 38.07 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 25.00 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 21.02 ด าเนินการ ค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 13.64 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 0.57 ด าเนินการน้อย และด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.80 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้ส่งเสริมและสนับสนุน ให้เกิดการด าเนินงานของ ศพอส. อย่างต่อเนื่อง อยู่ในระดับมาก 6) การด าเนินการอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร เพื่อให้การด าเนินงาน ศพอส. บรรลุวัตถุประสงค์ สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 1.14 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 98.86 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 36.93 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 23.30 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 21.59 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 10.23 ด าเนินการน้อย และร้อยละ 6.82 ด าเนินการปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.65 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้ด าเนินการ อื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร เพื่อให้ การด าเนินงาน ศพอส. บรรลุวัตถุประสงค์อยู่ในระดับมาก 7) การมีรายได้จากการรับบริจาคหรือการจัดกิจกรรมระดมทุน สรุปภาพรวมของประชากร ที่ศึกษา ร้อยละ 17.05 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 82.95 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 20.45 ด าเนินการ น้อยมาก รองลงมาร้อยละ 19.89 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 15.34 ด าเนินการ ค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 14.20 ด าเนินการน้อย รองลงมาร้อยละ 7.39 ด าเนินการมากที่สุด และน้อยที่สุดร้อยละ 5.68 ด าเนินการมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.43 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษา ได้ด าเนินการรับบริจาคหรือการจัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อหารายได้ อยู่ในระดับน้อย 8) การเก็บเงินค่าใช้บริการทั่วไปจากผู้มาใช้บริการ สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 64.77 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 35.23 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 13.07 ด าเนินการน้อยมาก รองลงมาร้อยละ 12.50 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 3.98 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมา ร้อยละ 2.84 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 1.70 ด าเนินการน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 1.14 ด าเนินการมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.95 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาไม่มีการด าเนินการเก็บเงิน ค่าใช้บริการทั่วไปจากผู้มาใช้บริการ 9) การเก็บเงินค่าใช้บริการสถานที่จัดงานจากผู้มาใช้บริการ สรุปภาพรวมของประชากร ที่ศึกษา ร้อยละ 60.80 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 39.2 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 19.89 ด าเนินการ มากที่สุด รองลงมาร้อยละ7.95 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 3.98 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 3.98 ด าเนินการน้อย รองลงมาร้อยละ 1.70 ด าเนินการปานกลาง และน้อยที่สุด ร้อยละ 1.70 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.15 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้ด าเนินการ เก็บเงินค่าใช้บริการสถานที่จัดงานจากผู้มาใช้บริการ อยู่ในระดับน้อยมาก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 78 10) การได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก อปท. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 11.93 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 88.07 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 20.45 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 17.61 ด าเนินการน้อยมาก รองลงมาร้อยละ 14.77 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 14.20 ด าเนินการน้อย รองลงมาร้อยละ 13.64 ด าเนินการปานกลาง และน้อยที่สุดร้อยละ 7.39 ด าเนินการ มาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.94 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก อปท. อยู่ในระดับปานกลาง 11) การขอรับการสนับสนุนจากกองทุนต่าง ๆ สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 7.39 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 92.61 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 32.95 ด าเนินการปานกลาง รองลงมา ร้อยละ 14.77ด าเนินการน้อยมาก รองลงมาร้อยละ 13.64 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 13.07ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 9.09 ด าเนินการน้อย และด าเนินการมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.06 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนต่าง ๆ อยู่ในระดับปานกลาง 12) การมีรายได้จากการจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 16.48 ไม่ได้ด าเนินการ ร้อยละ 83.52 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 25.57 ด าเนินการน้อยมาก รองลงมาร้อยละ 21.59 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 13.07 ด าเนินการน้อย รองลงมาร้อย ละ 9.66 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 6.82 ด าเนินการมากที่สุด และด าเนินการค่อนข้างมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.33 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาหารายได้จากการจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ของ ศพอส. อยู่ในระดับน้อย ภาพรวมการด าเนินงานตามกระบวนงานของคณะกรรมการบริหาร ศพอส. ด้านการบริหาร จัดการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.01 แสดงว่า การด าเนินงานตามกระบวนงานของคณะกรรมการบริหาร ศพอส. ด้านการบริหารจัดการอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 4.80 ในประเด็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการด าเนินงานของ ศพอส. อย่างต่อเนื่อง รองลงมา มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.65 ในประเด็นการด าเนินการอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร เพื่อให้การด าเนินงาน ศพอส. บรรลุวัตถุประสงค์ และมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดเท่ากับ 0.95 ในประเด็นการเก็บเงินค่าใช้บริการทั่วไป จากผู้มาใช้บริการ (ดังตารางที่ 10)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 79 ตารางที่ 10 แสดงจ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของการด าเนินงานตาม กระบวนงานของคณะกรรมการบริหาร ศพอส. การด าเนินงาน ตามกระบวนงานของ คณะกรรมการบริหาร ศพอส. การด าเนินการ S.D. แปลผล ไม่ได้ ด าเนินการ มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก -การก าหนดแนวทางการ ด าเนินงาน 1.14 (2) 32.95 (58) 14.77 (26) 14.77 (26) 34.09 (60) 1.70 (3) 0.57 (1) 4.37 1.40 มาก -การจัดท าแผนปฏิบัติงาน โครงการ กิจกรรมของ ศพอส. ผู้สูงอายุโดย สอดคล้องกับแผนด้าน ผู้สูงอายุของ อปท. หรือ แผนชมรมผู้สูงอายุ หรือ แผนที่จัดท าขึ้นพิเศษ 1.70 (3) 20.45 (36) 16.48 (29) 21.59 (38) 35.80 (63) 1.14 (2) 2.84 (5) 4.04 1.38 ค่อนข้างมาก - การจัดท าระบบข้อมูล ผู้สูงอายุในพื้นที่ 0.57 (1) 23.30 (41) 23.86 (42) 21.59 (38) 25.00 (44) 1.14 (2) 4.55 (8) 4.27 1.37 ค่อนข้างมาก -การแสวงหาความร่วมมือ จากภาคี องค์กรเครือข่าย ในชุมชน 0.57 (1) 21.59 (38) 35.23 (62) 21.59 (38) 17.05 (30) 1.14 (2) 2.84 (5) 4.48 1.24 มาก -การส่งเสริมและสนับสนุน ให้เกิดการด าเนินงานของ ศพอส. อย่างต่อเนื่อง 1.14 (2) 38.07 (67) 25.00 (44) 21.02 (37) 13.64 (24) 0.57 (1) 0.57 (1) 4.80 1.23 มาก - การด าเนินการอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร เพื่อให้ การด าเนินงาน ศพอส. บรรลุวัตถุประสงค์ 1.14 (2) 36.93 (65) 23.30 (41) 21.59 (38) 6.82 (12) 10.23 (18) 0.00 4.65 1.39 มาก - การมีรายได้จากการ รับบริจาคหรือการ จัดกิจกรรมระดมทุน 17.05 (30) 7.39 (13) 5.68 (10) 15.34 (27) 19.89 (35) 14.20 (25) 20.45 (36) 2.43 1.79 น้อย -การเก็บเงินค่าใช้บริการ ทั่วไปจาก ผู้มาใช้บริการ 64.77 (114) 3.98 (7) 1.14 (2) 2.84 (5) 12.50 (22) 1.70 (3) 13.07 (23) 0.95 1.61 ไม่ได้ ด าเนินการ -การเก็บเงินค่าใช้บริการ สถานที่จัดงานจาก ผู้มา ใช้บริการ 60.80 (107) 3.98 (7) 1.70 (3) 1.70 (3) 19.89 (35) 3.98 (7) 7.95 (14) 1.15 1.69 น้อยมาก - การได้รับงบประมาณ สนับสนุนจาก อปท. 11.93 (21) 14.77 (26) 7.39 (13) 20.45 (36) 13.64 (24) 14.20 (25) 17.61 (31) 2.94 1.94 ปานกลาง


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 80 การด าเนินงาน ตามกระบวนงานของ คณะกรรมการบริหาร ศพอส. การด าเนินการ S.D. แปลผล ไม่ได้ ด าเนินการ มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก -การขอรับการสนับสนุน จากกองทุนต่าง ๆ 7.39 (13) 9.09 (16) 13.07 (23) 13.64 (24) 32.95 (58) 9.09 (16) 14.77 (26) 3.06 1.68 ปานกลาง - การมีรายได้จากการ จ าหน่ายผลิตภัณฑ์ของ ศพอส. 16.48 (29) 6.82 (12) 9.66 (17) 6.82 (12) 21.59 (38) 13.07 (23) 25.57 (45) 2.33 1.80 น้อย รวม 3.01 1.53 ปานกลาง ส่วนที่ 4 ประสิทธิผลของ ศพอส. ข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิผลของศพอส.แบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1) การเข้าร่วม 2) การบริหารจัดการ 3) การมีส่วนร่วม โดยวัดค าตอบเป็นระดับความคิดเห็น 6 ระดับ ได้แก่ ระดับมากที่สุด ระดับมาก ระดับค่อนข้างมาก ระดับปานกลาง ระดับน้อย และระดับน้อยมาก และให้ค่าคะแนนเป็น 6 คะแนน 5 คะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ตามล าดับ พร้อมทั้งแสดงค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ˉx) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ การเข้าร่วม ผลการศึกษา พบว่า ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อปท. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 39.77 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 23.30 เห็นด้วยปานกลาง รองลงมาร้อยละ 18.75 เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 10.80 เห็นด้วยน้อย รองลงมาร้อยละ 4.55 เห็นด้วยมากที่สุด และน้อยที่สุดร้อยละ 2.84 เห็นด้วยน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.95 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าผู้สูงอายุที่เข้าร่วม กิจกรรมของ ศพอส. ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อปท. อยู่ในระดับค่อนข้างมาก(ดังตารางที่ 11) ตารางที่ 11 แสดงจ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการเข้าร่วม ประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการเข้าร่วม ระดับความคิดเห็น S.D. แปลผล ไม่ เห็น ด้วย มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ อาศัยอยู่ในพื้นที่ อปท. 0.00 (0) 4.55 (8) 39.77 (70) 18.75 (33) 23.30 (41) 10.80 (19) 2.84 (5) 3.95 1.22 ค่อนข้างมาก รวม 3.95 1.22 ค่อนข้างมาก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 81 การบริหารจัดการ ประเด็น 3 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) ประสิทธิผลในการบริหารด าเนินงานของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 46.02 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 25.00 เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 13.07 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 12.50 เห็นด้วยปานกลาง รองลงมา ร้อยละ 2.84 เห็นด้วยน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 0.57 เห็นด้วยน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.52 แสดง ว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่า ศพอส. มีประสิทธิผลในการบริหารด าเนินงาน อยู่ในระดับมาก 2) การจัดปัจจัยพื้นฐานของการด าเนินงานของ ศพอส. ส่งผลต่อประสิทธิผลในการบริหารงาน ของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 32.95 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 27.27 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 23.86 เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมา ร้อยละ 15.34 เห็นด้วยปานกลาง และร้อยละ 0.57 เห็นด้วยน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าการจัดปัจจัยพื้นฐานของการด าเนินงานของ ศพอส. ส่งผลต่อประสิทธิผล ในการบริหารงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก 3) กระบวนการบริหาร ศพอส. ส่งผลต่อประสิทธิผลในการบริหารงานของ ศพอส. สรุปภาพรวม ของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 1.70 ไม่ได้เห็นด้วย ร้อยละ 98.30 เห็นด้วย โดยร้อยละ 32.95 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 20.45 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 18.75 เห็นด้วยปานกลาง รองลงมาร้อยละ 18.18 เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 5.11 เห็นด้วยน้อย และน้อยที่สุด ร้อยละ 2.84 เห็นด้วยน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.30 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่ากระบวนการ บริหาร ศพอส. ส่งผลต่อประสิทธิผลในการบริหารงานของ ศพอส. อยู่ในระดับค่อนข้างมาก ภาพรวมของการบริหารจัดการด้านประสิทธิผลของ ศพอส. มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.51 แสดงว่า การบริหารจัดการด้านประสิทธิผลของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก ส่วนรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด เท่ากับ 4.71 ในประเด็นการจัดปัจจัยพื้นฐานของการด าเนินงาน ของ ศพอส. ส่งผลต่อประสิทธิผล ในการบริหารงานของ ศพอส. รองลงมามีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.52 ในประเด็นการมีประสิทธิผลในการ บริหารด าเนินงานของ ศพอส. และมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดเท่ากับ 4.30 ในประเด็นกระบวนการบริหาร ศพอส. ส่งผลต่อประสิทธิผลในการบริหารงานของ ศพอส. (ดังตารางที่ 12)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 82 ตารางที่ 12 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการบริหารจัดการ ประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการบริหารจัดการ ระดับความคิดเห็น S.D. แปลผล ไม่ เห็น ด้วย มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก - การมีประสิทธิผลในการ บริหารด าเนินงานของ ศพอส. 0.00 (0) 13.07 (23) 46.02 (81) 25.00 (44) 12.50 (22) 2.84 (5) 0.57 (1) 4.52 1.00 มาก - ปัจจัยพื้นฐานของการ ด าเนินงาน ส่งผลต่อ ประสิทธิผลในการบริหารงาน ของ ศพอส. 0.00 (0) 27.27 (48) 32.95 (58) 23.86 (42) 15.34 (27) 0.57 (1) 0.00 (0) 4.71 1.04 มาก - กระบวนการบริหาร ศพอส. ส่งผลต่อประสิทธิผลในการ บริหารงานของ ศพอส. 1.70 (3) 20.45 (36) 32.95 (58) 18.18 (32) 18.75 (33) 5.11 (9) 2.84 (5) 4.30 1.41 ค่อนข้างมาก รวม 4.51 1.15 มาก การมีส่วนร่วม ประกอบด้วยประเด็น 4 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายรวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ ก าหนดเป้าหมายการด าเนินงาน จะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปภาพรวมของ ประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100เห็นด้วยโดยร้อยละ 43.18เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 23.86 เห็นด้วย ค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 19.32เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 12.50เห็นด้วยปานกลาง และ น้อยที่สุดร้อยละ 1.14 เห็นด้วยน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.67 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่า การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายรวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมาย การด าเนินงานจะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก 2) การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายรวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน การด าเนินงานของ ศพอส. ไปปฏิบัติจะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปภาพรวม ของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 47.16 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 22.16 เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 18.75เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 10.80 เห็นด้วย ปานกลาง รองลงมาร้อยละ 0.57 เห็นด้วยน้อย และเห็นด้วยน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าการเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายรวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมใน การน าแผนการด าเนินงานของ ศพอส.ไปปฏิบัติจะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 83 3) การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายรวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ น าแผนการด าเนินงานของ ศพอส. ไปปฏิบัติจะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วยโดยร้อยละ 41.48เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 25.00เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 21.02 เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 11.93 เห็นด้วยปานกลาง และน้อยที่สุดร้อยละ 0.57 เห็นด้วยน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.78 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าการเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายรวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการน าแผนการด าเนินงานของ ศพอส. ไปปฏิบัติจะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงาน ของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก 4) การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายรวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการทบทวนประเมินผลการด าเนินงานของ ศพอส. จะส่งผลต่อการประสิทธิผลในการด าเนินงาน ของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.57 ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 99.43 เห็นด้วย โดยร้อยละ 47.16 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 23.30 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 18.18 เห็นด้วยค่อนข้างมากรองลงมาร้อยละ 9.66 เห็นด้วยปานกลาง รองลงมาร้อยละ 0.57 เห็นด้วยน้อย และ เห็นด้วยน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.79 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าการเปิดโอกาสให้ ภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทบทวนประเมินผลการด าเนินงาน ของ ศพอส. จะส่งผลต่อการประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก ภาพรวมของการมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของ ศพอส. มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.74 แสดงว่า การมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก ส่วนรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด เท่ากับ 4.79 ในประเด็นการเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการทบทวนประเมินผลการด าเนินงานของ ศพอส.จะส่งผลต่อการประสิทธิผลในการด าเนินงาน ของ ศพอส. และมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดเท่ากับ 4.67 ในประเด็นการเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่าย รวมถึง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายการด าเนินงาน จะส่งผลต่อประสิทธิผล ในการด าเนินงานของ ศพอส. (ดังตารางที่ 13)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 84 ตารางที่ 13 แสดงจ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการมีส่วนร่วม ประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการมีส่วนร่วม ระดับความคิดเห็น S.D. แปลผล ไม่ เห็นด้วย มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก -การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ ก าหนดเป้าหมายการด าเนินงาน จะส่งผลต่อประสิทธิผลในการ ด าเนินงานของ ศพอส. 0.00 (0) 19.32 (34) 43.18 (76) 23.86 (42) 12.50 (22) 1.14 (2) 0.00 (0) 4.67 0.96 มาก - การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามา มีส่วนร่วมในการ วางแผนการด าเนินงานของ ศพอส. ไปปฏิบัติ จะส่งผลต่อ ประสิทธิผลในการด าเนินงาน ของ ศพอส. 0.00 (0) 18.75 (33) 47.16 (83) 22.16 (39) 10.80 (19) 0.57 (1) 0.57 (1) 4.71 0.95 มาก - การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้า มามีส่วนร่วมในการน าแผนการ ด าเนินงานของศพอส. ไปปฏิบัติ จะส่งผลต่อประสิทธิผลในการ ด าเนินงานของ ศพอส. 0.00 (0) 25.00 (44) 41.48 (73) 21.02 (37) 11.93 (21) 0.00 (0) 0.57 (1) 4.78 0.99 มาก - การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ ทบทวนประเมินผลการ ด าเนินงานของ ศพอส. จะส่งผลต่อการประสิทธิผล ในการด าเนินงานของ ศพอส. 0.57 (1) 23.30 (41) 47.16 (83) 18.18 (32) 9.66 (17) 0.57 (1) 0.57 (1) 4.79 1.02 มาก รวม 4.74 0.98 มาก


Click to View FlipBook Version