แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 135 งานวิจัยของสุนทรี พัวเวส และคณะ (2552) พบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องการมีส่วนร่วมในกระบวนการ ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ร่วมคิดริเริ่มโครงการ/กิจกรรม ร่วมวางแผนการ ด าเนินงาน ร่วมด าเนินงานตามแผน ร่วมติดตามและประเมินผล และร่วมรับผิดชอบในผลกระทบ หรือผลเสีย ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องการ มีส่วนร่วมในกิจกรรมพัฒนาสังคมในรูปแบบของการเป็นสมาชิกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ การจัดกิจกรรมและบริการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ผลการศึกษาพบว่า ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุมีกิจกรรมและบริการ ที่มีลักษณะครอบคลุม 4 มิติหลัก ประกอบด้วย มิติด้านสุขภาพ ส่วนใหญ่เป็นบริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น เนื่องจากการตรวจสุขภาพเป็นสิ่งส าคัญในช่วงวัยของผู้สูงอายุ เพราะวัยสูงอายุเป็นวัยที่ร่างกาย เริ่มเสื่อมโทรม ถดถอย และเจ็บป่วยได้ง่าย การจัดกิจกรรมในมิติด้านสุขภาพจึงเป็นกิจกรรมที่ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุส่วนใหญ่ให้ความส าคัญเป็นล าดับแรก สอดคล้อง กับงานวิจัยของกวิน วันวิเวก (2551, หน้า 155) พบว่า สภาพการจัดสวัสดิการสังคมส าหรับผู้สูงอายุ ขององค์การบริหารส่วนต าบลในอ าเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ด้านการส่งเสริมสุขภาพอนามัยประกอบด้วย การจัดอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพอนามัยของผู้สูงอายุและการตรวจสุขภาพเบื้องต้นประจ าปี มิติด้านสังคม ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมนันทนาการ เช่น การออกก าลังกาย เนื่องจากเป็นกิจกรรมทางสังคม กิจกรรมนันทนาการ เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด ช่วยให้เกิดการ เสริมสร้างสภาวะทางร่างกายและจิตใจ รวมทั้งช่วยให้ลดความเหงาในผู้สูงอายุสอดคล้องกับงานวิจัย ของฐิติโรจน์ รินรส (2550, หน้า 114) พบว่า การจัดสวัสดิการส าหรับผู้สูงอายุของเทศบาล ในจังหวัดตาก มีการจัดสวัสดิการด้านนันทนาการมากที่สุด ส่วนมากเป็นการจัดกิจกรรมออกก าลังกาย ให้ผู้สูงอายุและการจัดให้มีกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุ มิติด้านเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่เป็นการส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุและการจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ผู้สูงอายุ เช่น การท าพรมเช็ดเท้า การท าผลิตภัณฑ์จากผ้า การท า ผลิตภัณฑ์จากเส้นพลาสติก การฟั่นเทียน การท าโคม การท าไม้กวาด การท าผลิตภัณฑ์จากผ้า การท า ไข่เค็ม การท ากล้วยฉาบ การท าตุง การท าสะตวง การท าพัด การท าพวงหรีด การท าดอกไม้จันทน์ การปลูกผักปลอดสารพิษ การท าน้ าหมักปลา เนื่องจากกิจกรรมดังกล่าว เป็นกิจกรรมที่ช่วย เพิ่มรายได้ให้กับผู้สูงอายุและสมาชิกในครอบครัว และยังท าให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองยังคงมีคุณค่า มีศักยภาพ ไม่เป็นภาระของคนในครอบครัว และยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ซึ่งสอดคล้อง กับงานวิจัยของมนัส ศรศักดา (2552, หน้า 68) พบว่า ทุกองค์การบริหารส่วนต าบลในจังหวัดชลบุรี มีการก าหนดนโยบายด้านการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุตามมาตรฐานการสงเคราะห์ผู้สูงอายุ โดยด้าน รายได้ ได้แก่ สวัสดิการเบี้ยยังชีพ การส่งเสริมอาชีพ การท าปุ๋ยหมัก การปลูกพืชสมุนไพร การท า ผลิตภัณฑ์ดอกไม้จันทน์ มิติด้านสภาพแวดล้อม ส่วนใหญ่เป็นการดูแลรักษาความสะอาดและปรับปรุง ภูมิทัศน์เพราะนอกจากเป็นกิจกรรมที่ท าให้สถานที่สะอาด สวยงาม ร่มรื่น น่ามอง เหมาะสมกับ สภาพร่างกายของผู้สูงอายุและผู้ใช้บริการทั่วไป แล้วยังให้ผู้สูงอายุได้มีโอกาสในการท ากิจกรรมร่วมกัน ซึ่งกิจกรรม ดังกล่าว มักถูกจัดขึ้นในวันส าคัญต่าง ๆ ของประเทศไทย อาทิ วันพ่อแห่งชาติ
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 136 วันแม่แห่งชาติ สอดคล้องกับงานวิจัยของฐาปณีย์ โชติรัตน์ (2560, หน้า 183) พบว่า การส ารวจ ความคิดเห็นผู้สูงอายุ มีความต้องการให้ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุจังหวัด นครพนม ปรับปรุงอาคาร ทางเดิน ห้องน้ าและสิ่งอ านวยความสะดวกที่เหมาะสมส าหรับผู้สูงอายุ 2) ปัญหาของกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและ ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ปัญหาของกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านบุคคล ด้านงบประมาณ ด้านวัสดุอุปกรณ์ และด้านการจัดการ ด้านบุคคล ผลการศึกษาพบว่า เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เป็นคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ มีบทบาทภารกิจอื่น ๆ ที่ต้องรับผิดชอบร่วมด้วย รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการด าเนินงานของ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ จึงเป็นปัญหาต่อการบริหารงานศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ พชร ถือแก้ว และคณะ (2561, หน้า 148) ให้ข้อเสนอแนะว่า การได้รับมอบหมายภารกิจงานที่มีความหลากหลายมากเกินไป อาจส่งผลต่อประสิทธิผลในการปฏิบัติงานหลัก ควรลดงานฝากจากหน่วยงานอื่นให้น้อยลง เพื่อให้การ ปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ด้านงบประมาณ ผลการศึกษาพบว่า งบประมาณที่ไม่เพียงพอส าหรับการบริหารงาน ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เป็นปัญหาส าคัญที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิผล การด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพราะหากขาดงบประมาณแล้ว การขับเคลื่อนงาน หรือกิจกรรมต่าง ๆ ขาดความต่อเนื่อง และอาจจะหยุดชะงักได้ แม้ว่า คณะกรรมการบริหารงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุจะให้ความส าคัญต่อ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุก็ตาม สอดคล้องกับงานวิจัยของศราวุธ ไชยทองพันธ์ (2551, หน้า 127) พบว่า ปัญหาอุปสรรคในการด าเนินการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุขององค์การ บริหารส่วนต าบลในเขตจังหวัดนครนายก โดยเฉพาะด้านการบริหารมีปัญหาอุปสรรคมากที่สุดคือ มีงบประมาณน้อยไม่เพียงพอ ด้านวัสดุอุปกรณ์ ผลการศึกษาพบว่า ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ มีวัสดุอุปกรณ์ในการด าเนินงานที่ไม่เพียงพอหรือไม่เหมาะสมต่อการใช้งาน อาจเป็นเพราะวัสดุอุปกรณ์ ที่จ าเป็นในการด าเนินงาน ไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมกิจการผู้สูงอายุในระยะแรกเริ่ม โดยระยะแรกเริ่มกรมกิจการผู้สูงอายุจะสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและ ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ การจัดกิจกรรมและบริการมากกว่าการสนับสนุนด้านวัสดุอุปกรณ์ ดังนั้น จึงเป็นปัญหาที่ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุยังประสบอยู่ สอดคล้องกับ
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 137 งานวิจัยของวรพงษ์ บุญเคลือบ (2549, หน้า 85) พบว่า ปัญหาอุปสรรคการจัดสวัสดิการสังคมของ องค์การบริหารส่วนต าบลในจังหวัดเชียงใหม่ ด้านสถานที่ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ยังขาดเครื่องมือ เครื่องใช้ที่เหมาะสม ด้านการจัดการ ผลการศึกษาพบว่า ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุส่วนใหญ่ มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมและบริการด้านสุขภาพและด้านสังคม มากกว่าด้านการพัฒนาเศรษฐกิจหรือ ด้านอาชีพ ซึ่งการส่งเสริมด้านการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพนั้น ถือว่ามีความส าคัญและ เป็นวัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและเป็นการ พัฒนาที่ส าคัญให้ผู้สูงอายุพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง สอดคล้องกับงานวิจัยของฐาปณีย์ โชติรัตน์ (2560, หน้า 183) พบว่า ความพร้อมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ให้เป็น ศูนย์แบบครบวงจรในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ พบว่าความพร้อมในด้านมิติเศรษฐกิจในรูปแบบ ของกิจกรรมการส่งเสริมอาชีพอยู่ในระดับปานกลาง 3) แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรพิจารณาคัดเลือกผู้สูงอายุเป็นกรรมการและเลขานุการ ร่วมกับผู้แทนหรือเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับมอบหมาย สอดคล้องกับผลการศึกษา ของสุดารัตน์ สุดสมบูรณ์และคณะ (2559) ให้ข้อเสนอว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องเป็น หน่วยงานหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนการให้การสงเคราะห์และดูแลผู้สูงอายุ โดยบูรณาการ การท างานร่วมกับทุกภาคส่วน และในส่วนของงบประมาณ เสนอว่า ควรมีการรวบรวมแหล่งทุน ที่สามารถขอรับสนับสนุนงบประมาณจากแหล่งอื่น เพื่อขับเคลื่อนการด าเนินงานของศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน และส่งต่อข้อมูลดังกล่าว ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีภารกิจโดยตรงในการขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุในพื้นที่ เนื่องจากศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ประสบปัญหาด้านงบประมาณ ที่ไม่เพียงพอส าหรับการบริหารงาน กระทบต่อการบริหารงาน การจัดกิจกรรมและบริการ หรือการ ด าเนินงานใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุได้ และเป็นปัจจัยที่ส าคัญในด าเนินงานขององค์กร สอดคล้องกับผลการศึกษาของรัฐชัย สงประสพ (2546, หน้า 105) เสนอว่า เทศบาลนครควรจัดงบประมาณในด้านการจัดสวัสดิการสังคมให้มากขึ้น ด้านวัสดุอุปกรณ์เสนอว่า สาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุฯ ประจ าจังหวัด เป็นองค์กรที่มีความสามารถ ในการด าเนินงานทางด้านการบริหาร การแสวงหาแหล่งทุน และการหาเครือข่าย ควรมีบทบาท สรรหาหรือให้ข้อมูลหน่วยงานที่สามารถสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่จ าเป็นส าหรับการด าเนินงานของ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เนื่องจากปัญหาวัสดุอุปกรณ์ในการด าเนินงาน ไม่เพียงพอหรือไม่เหมาะสมต่อการใช้งาน ส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมและบริการ ซึ่งวัสดุอุปกรณ์ เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่จ าเป็น ในการสนับสนุนการท างานของคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนา
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 138 คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและผู้ใช้บริการภายในศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ สอดคล้องกับผลการวิจัยของรัฐชัย สงประสพ (2546, หน้า 105) เสนอว่า เทศบาลนคร ควรจะหาวัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานด้านการจัดบริการสวัสดิการสังคมให้เพียงพอ และควรจัด งบประมาณในด้านการจัดสวัสดิการสังคมให้มากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันเทศบาลนครส่วนมากจัดสรร งบประมาณในด้านสาธารณูปโภคและด้านสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ ในส่วนของปัจจัยพื้นฐาน ผู้น าชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้น าศาสนา หรืออาสาสมัคร ซึ่งเป็นเครือข่ายในการขับเคลื่อนการด าเนินงาน ของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ควรมีบทบาทส าคัญในการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมและบริการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ให้ครอบคลุม ทุกกลุ่มเป้าหมายเนื่องจากปัญหาการประชาสัมพันธ์กิจกรรมและบริการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ที่ไม่ครอบคลุมและไม่ทั่วถึงประชากรกลุ่มเป้าหมาย และจึงควรจัดท าคู่มือ แนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วม เพื่อยกระดับการด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและ ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการที่ดี เนื่องจากการมีคู่มือแนวทาง รวมทั้ง การประชาสัมพันธ์คู่มือแนวทางดังกล่าวจะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความเข้าใจวัตถุประสงค์ การด าเนินงานตลอดจนการน าไปปฏิบัติอย่างเหมาะสม ส่งผลต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการ ด าเนินงานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับบทความงานวิจัยของพิมพิมล พลเวียง (2558) ได้เสนอว่า ควรด าเนินการประชาสัมพันธ์และจัดท าสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์ให้ท้องถิ่น จัดท าเอกสารคู่มือ แนวทาง มาตรฐาน มาตรการ ขั้นตอน วิธีการปฏิบัติงาน ปรับปรุงแก้ไขระเบียบให้ชัดเจนและ เอื้อต่อการปฏิบัติงานของท้องถิ่น นอกจากนี้ควรมีการส่งเสริมบทบาท และเปิดโอกาสให้สภาเด็กและ เยาวชน กลุ่มสตรี กลุ่มอาชีพ ชมรมคนพิการ ภาคเอกชน องค์กรสาธารณประโยชน์ หรือภาคีเครือข่าย ในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เนื่องจากมีปัญหาการขาดความร่วมมือของภาคีเครือข่ายอื่นนอกเหนือจากเครือข่ายผู้สูงอายุในพื้นที่ ซึ่งการบริหารองค์กรจ าเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อกิจกรรมและบริการ จะสามารถตอบสนองให้ผู้ใช้บริการทุกช่วงวัยที่ครบทุกมิติ และเชิญชวนให้สมาชิกชุมชนในช่วงวัยอื่น ได้ร่วมกิจกรรมและบริการมากขึ้น จึงจ าเป็นต้องส่งเสริมและเปิดโอกาสให้กลุ่มต่าง ๆ ในชุมชนได้เข้ามา มีส่วนร่วมในการด าเนินงาน ในส่วนของการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานของผู้สูงอายุและ ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น จ านวนของผู้สูงอายุ ประเภทของผู้สูงอายุ สภาพปัญหา คลังปัญญาผู้สูงอายุ ข้อมูลอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ เป็นต้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล อาสาสมัครสาธารณสุขประจ าหมู่บ้าน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรมีบทบาท การจัดท า ปรับปรุงหรือพัฒนา และข้อมูลดังกล่าวควรน าไปใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์สถานการณ์ ของผู้สูงอายุในระดับพื้นที่ได้ เนื่องจากปัญหาระบบการจัดเก็บข้อมูลผู้สูงอายุที่ไม่ครบถ้วน หรือไม่เป็น ปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นการด าเนินงานให้เกิดการส่งเสริมสิทธิของผู้สูงอายุในด้านการศึกษา ศาสนา และ ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการด าเนินชีวิต ตามมาตรา 11 แห่ง พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 กล่าวโดยสรุป ความพร้อมของบุคลากร การจัดการด้านการประชาสัมพันธ์ การจัดท าคู่มือแนวทาง
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 139 การส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน การบริหารจัดการ การจัดเก็บข้อมูล มีความส าคัญ ต่อการขับเคลื่อนงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุเป็นอย่างมากไม่แตกต่างกัน บุคลากรต้องให้ความส าคัญ ซึ่งเป็นหัวใจส าคัญ การประชาสัมพันธ์ก็ต้องท าอย่างต่อเนื่อง เพราะการ ด าเนินงานที่ไม่มีการประชาสัมพันธ์ก็จะขาดการรับรู้จากบุคคลที่เกี่ยวข้องและหากยังขาดคู่มือ การด าเนินงานจะท าให้ไม่มีแนวทางการขับเคลื่อนงาน รวมทั้งการจัดเก็บข้อมูลนั้น จะเป็นฐานข้อมูล การวิเคราะห์ทิศทางในการด าเนินงานด้านผู้สูงอายุในระดับพื้นที่ สอดคล้องกับแนวคิดการบริหารจัดการ ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพตามหลัก 4 M’s (วิรัช วิรัชนิภาวรรณ, 2550) การด าเนินงานในองค์การ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ ต้องอาศัยปัจจัยทรัพยากรทางการบริหาร คือ บุคคล งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ และการบริหารจัดการ จากผลการศึกษาแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทยท าให้ได้ข้อค้นพบหลายประการ โดยในส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับ ระบบและปัญหา ของกระบวนการบริหารงานของคณะกรรมการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ มีการด าเนินการทั้งการจัดสถานที่ให้บริการ สิ่งอ านวยความสะดวก ระบบสาธารณูปโภคภายใน ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่มาใช้บริการ ในส่วนของ โครงสร้างคณะกรรมการบริหารที่ได้มีการจัดตั้งตามคู่มือการด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้บริหารงานหลักทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ และการบริหารจัดการ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าระบบและกระบวนการ บริหารงานของคณะกรรมการและภาคีเครือข่ายได้มีการด าเนินการตามคู่มือการด าเนินงาน ของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ แต่ยังพบว่ามีสภาพปัญหาในกระบวนการบริหาร ที่คณะกรรมการและภาคีเครือข่าย รวมทั้งผู้สูงอายุ ต้องการปรับปรุงให้ดีขึ้น ได้แก่ ปัญหาด้านบุคคล คือ เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุ มีภารกิจอื่นที่ต้องรับผิดชอบ ข้อจ ากัดในการใช้เทคโนโลยีของผู้สูงอายุ ปัญหาด้าน งบประมาณในการด าเนินงานที่ไม่เพียงพอ ปัญหาการขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ที่จ าเป็นส าหรับ การด าเนินงาน ปัญหาขาดการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง และปัญหาการบันทึก และจัดเก็บข้อมูลประชากรผู้สูงอายุในพื้นที่ที่ยังไม่เป็นปัจจุบันหรือไม่สามารถน าไปใช้งานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาส าคัญที่พบในกระบวนการบริหารของศูนย์พัฒนาคุณภาพ ชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และหากพิจารณาเกี่ยวกับปัจจัยส าคัญที่มีผลต่อประสิทธิผลของการ บริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุและภาคีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุ ประกอบไปด้วย 5 องค์ประกอบ คือ 1) การมีส่วนร่วม ได้แก่ การมีส่วนร่วมในการบริหารการด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ตั้งแต่การก าหนดเป้าหมาย การวางแผน การน าแผนไปปฏิบัติ รวมถึง การทบทวนประเมินผลการด าเนินงานเพื่อปรับปรุงหรือเสนอแนะแนวทางการบริหารงาน ของคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุให้มีประสิทธิภาพ
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 140 มากยิ่งขึ้น 2) กระบวนการบริหารของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ 3) ปัจจัยพื้นฐาน 4) ความตระหนัก ได้แก่ ความตระหนักในคุณค่าของตนเอง ความตระหนัก ต่อความส าคัญของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และความตระหนัก ต่อประโยชน์ของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และ 5) ทุนทางสังคม ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนสถาบัน และทุนศิลปวัฒนธรรมประเพณี ซึ่งมีส่วนส าคัญในกระบวนการบริหาร แบบมีส่วนร่วม และส่งผลต่อประสิทธิผลการด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ กล่าวโดยสรุป รูปแบบแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม ของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือ ตอนบนของประเทศไทย สิ่งส าคัญคือการที่ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ มีประสิทธิผลด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วมขององค์กร กล่าวคือ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุสามารถเป็นศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุที่เป็นระดับดีมาก ตลอดจนเป็นสถานที่ที่ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุจัดกิจกรรมและบริการเพื่อการพัฒนาด้านสังคม เศรษฐกิจ และสุขภาพ รวมถึงทุกช่วงวัยในชุมชนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือตามเกณฑ์ประเมินมาตรฐาน การด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุได้นั้น ต้องอาศัยลักษณะ การบริหารแบบมีส่วนร่วม โดยต้องเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุ เด็กเยาวชน คนวัยแรงงาน กลุ่มผู้สูงอายุ องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในชุมชน ผู้น าชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ในลักษณะของการร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมท า ร่วมตัดสินใจ และร่วมติดตามผล โดยกระบวนการมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน และต้องมีองค์ประกอบที่ส าคัญ 5 ประการ ได้แก่ กระบวนการบริหาร ปัจจัยพื้นฐาน การมีส่วนร่วม ความตระหนัก และทุนทางสังคม จึงจะช่วย ให้การขับเคลื่อนการด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุดในการดูแลผู้สูงอายุ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. กระบวนการบริหาร ในระยะของการก่อตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุจะต้องมีการจัดประชุมหรือจัดเวทีประชาคม เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ พร้อมร่วมกันก าหนดรูปแบบการจัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ โดยให้ เป็นไปตามความต้องการของผู้สูงอายุ ซึ่งเวทีหรือการประชุมดังกล่าว ควรประกอบด้วยประชาชน ทุกช่วงวัย ผู้แทนองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ และที่ส าคัญคือตัวผู้สูงอายุ ตลอดจนการ ก าหนดโครงสร้างของคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ซึ่งควรประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ ปราชญ์ชาวบ้านหรือคลังปัญญา ผู้สูงอายุ แกนน าผู้สูงอายุ โดยเลขานุการคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ ควรจะมีทั้งเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบงานผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ (ข้าราชการบ านาญ) ในส่วนของอาคารสถานที่ สถานที่ตั้งควรตั้งอยู่ในพื้นที่
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 141 ไม่ห่างไกลจากชุมชน อยู่ศูนย์กลางของชุมชน หรือเป็นสถานที่ที่อยู่ในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรเป็นอาคารตามมาตรฐานการด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ คือ เป็นอาคารชั้นเดียว มีพื้นที่ส าหรับจัดกิจกรรม มีห้องน้ า แสงสว่าง มีสาธารณูปโภค มีแหล่งเรียนรู้ และบริการ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของการบริหารจัดการ ควรมีการจัดประชุม คณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2ครั้งต่อปี มีการก าหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในส่วนของการดูแลอาคารสถานที่ การบริหาร งบประมาณ การท าบัญชี การประสานงาน การบริหารงานกิจกรรมโครงการ การรายงานผล โดยให้ ผู้สูงอายุที่มีศักยภาพในชุมชนเป็นเจ้าภาพหลัก และให้เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นพี่เลี้ยงในการท างาน 2. ปัจจัยพื้นฐาน ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุจะต้องจัดเตรียมพื้นที่ ที่เพียงพอและเหมาะสมส าหรับการจัดกิจกรรมของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการเป็นสถานที่จัดกิจกรรม ของโรงเรียนผู้สูงอายุ ซึ่งมีผู้สูงอายุใช้บริการอย่างต่อเนื่อง และเป็นศูนย์ที่จะส่งเสริมการจัดกิจกรรม อย่างแท้จริง ในส่วนของการจัดกิจกรรมควรมีความต่อเนื่องเป็นประจ าทุกเดือน ซึ่งต้องสอดคล้องกับ ความต้องการของผู้สูงอายุ โดยให้ผู้สูงอายุร่วมออกแบบกิจกรรมและบริการต่าง ๆ โดยการประชุม เสนอความคิดเห็นร่วมกับคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ กิจกรรมและบริการควรมีความหลากหลาย ครอบคลุมใน 4 มิติ ได้แก่ 1) มิติด้านสุขภาพ เช่น การตรวจ สุขภาพประจ าปีการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้สูงอายุที่ติดบ้าน ติดเตียง กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ 2) มิติด้านสังคม เช่น การศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมนันทนาการ การถ่ายทอดภูมิปัญญา การศึกษา ดูงาน 3) มิติด้านเศรษฐกิจ เช่น การส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและการจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ผู้สูงอายุ 4) มิติด้านสภาพแวดล้อม เช่น การดูแลอาคารสถานที่ แต่การจัดกิจกรรมในแต่ละมิติจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับบริบทและความต้องการของคนในพื้นที่ นอกจากนี้ควรมีการประเมินความพึงพอใจในการ จัดกิจกรรมในแต่ละครั้ง เพื่อปรับปรุงการจัดกิจกรรมและบริการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุในครั้งต่อไป 3. การมีส่วนร่วม แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย และการบริหาร แบบมีส่วนร่วม ซึ่งควรด าเนินการทั้งสองส่วนควบคู่กัน กล่าวคือ การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ภายนอก ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนองค์ความรู้ การฝึกอบรม การถ่ายทอดประสบการณ์ การสนับสนุน งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ ได้แก่ ชมรมผู้สูงอายุอ าเภอ ส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์จังหวัด หน่วยงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โรงพยาบาล ส านักงานวัฒนธรรมจังหวัด ส านักงานแรงงานจังหวัด ส านักงานจัดหางานจังหวัด ส านักงานพาณิชย์ จังหวัด ส านักงานส่งเสริมภูมิปัญญาและวิสาหกิจชุมชน ศูนย์และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งมีภารกิจในการให้บริการ ด้านการฝึกอาชีพ การจัดหางานให้แก่ผู้สูงอายุ การรวมกลุ่มประกอบ
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 142 อาชีพ สภาสาขาผู้สูงอายุประจ าอ าเภอ/จังหวัด องค์กรทางศาสนา หรืออาสาสมัครท างานด้านสังคม จะเป็นเครือข่ายในการขับเคลื่อนให้เกิดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของการบริหารแบบมีส่วนร่วม เป็นรูปแบบการบริห ารภ ายในของศูนย์พัฒนาคุณภ าพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ควรประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักโดยตรงในการคุ้มครอง ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ อีกทั้งยังเป็นกลไกในการก าหนดนโยบายและขับเคลื่อนงาน ผู้สูงอายุในระดับพื้นที่ ปราชญ์ชาวบ้าน ชมรมผู้สูงอายุ ผู้น าชุมชน ผู้น าศาสนา คณะสงฆ์ ภาคประชาชน อาสาสมัคร สภาเด็กและเยาวชน องค์กรภาครัฐในพื้นที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพต าบล สถาบันทางการศึกษาทั้งในและนอกระบบ ร่วมก าหนดเป้าหมายรูปแบบ การด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ โดยในระยะแรกให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการจัดการประชุม ประชุมวางแผนหารือร่วมกัน และเพื่อให้ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุสามารถขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ ควรมีผู้สูงอายุที่มีศักยภาพมาร่วมเป็นผู้ประสานงานหลักร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่รับผิดชอบหลักเกี่ยวกับงานผู้สูงอายุ เพื่อก าหนดแผนปฏิบัติการประจ าปีและระบุรายละเอียด ใคร ท าอะไร ที่ไหน อย่างไร พร้อมก าหนดผู้รับผิดชอบหลักและรับผิดชอบรองในแต่ละกิจกรรม เช่น ด้านสุขภาพ ก าหนดให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้รับผิดชอบหลัก และอาสาสมัครสาธารณสุขประจ าหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เป็นผู้รับผิดชอบรอง เป็นต้น ก าหนดจัดประชุมทบทวนประเมินผล การด าเนินงานประจ าปีของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุร่วมกัน เพื่อพัฒนาและ ปรับปรุงการด าเนินงานให้ดีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ ร่วมกัน น าไปสู่การปรับปรุงทักษะการท างานนอกเหนือจากหน้าที่ของตนเอง สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ภายในทีม และกระตุ้นการมีส่วนร่วม 4. ความตระหนัก ผู้สูงอายุในพื้นที่ควรมีความตระหนักถึงความส าคัญของตนเอง ต่อการด าเนินงานขับเคลื่อนของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ซึ่งต้องมีปัจจัย สภาพแวดล้อมในสังคมหรือสิ่งเร้าจากภายนอกเป็นปัจจัยที่ท าให้ผู้สูงอายุเกิดความตระหนัก ถึงความส าคัญของตนเองนั่นคือ การเชิญชวนให้ผู้สูงอายุเข้ามามีส่วนร่วมในการด าเนินงานทุกระดับ หรือการใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม ดังที่กล่าวในข้อ 3 นอกจากนี้กระบวนการบริหาร แบบมีส่วนร่วมจะท าให้ผู้สูงอายุและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ได้เพิ่มศักยภาพในการจูงใจ รู้สึกถึง ความรับผิดชอบร่วมกัน ตระหนักต่อคุณค่าความและส าคัญของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ และเมื่อมีการจัดกิจกรรมและบริการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุ ที่หลากหลายครอบคลุมใน 4 มิติหลักก็จะส่งผลให้ผู้สูงอายุและคนในชุมชนเกิดความ ตระหนักถึงประโยชน์ของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 143 สามารถตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุได้ไม่ว่าจะเป็นความต้องการด้านร่างกาย คือ การมีสุขภาพแข็งแรง สามารถท ากิจวัตรประจ าวันต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง และได้รับการช่วยเหลือ ยามเจ็บป่วย ความต้องการด้านเศรษฐกิจ คือ การมีเงินใช้จ่ายอย่างเพียงพอ พึ่งตนเองได้ ความต้องการด้านสังคม อารมณ์และจิตใจ คือ การได้พบปะพูดคุยกับเพื่อน ท ากิจกรรมและได้รับ การยอมรับจากสังคม ความต้องการด้านจิตใจ คือ การได้รับความรัก ความเอาใจใส่จากครอบครัว และบุคคลรอบข้าง และความต้องการด้านสวัสดิการต่าง ๆ ที่จ าเป็น 5. ทุนทางสังคม การสร้างและค้นหาทุนทางสังคมในพื้นที่ เป็นต้นทุนทางสังคมส าคัญ ที่ส่งเสริมให้ชุมชนหรือสังคมสามารถน าทรัพยากรต่าง ๆ มาใช้ในการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนสถาบัน ทุนศิลปวัฒนธรรม และประเพณี กล่าวคือ ทุนมนุษย์ หรือทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการ มีประสบการณ์ในการท างาน มีองค์ความรู้ เป็นที่ยอมรับนับถือของคนในพื้นที่ หรือสามารถเป็นผู้น า ทางด้านต่าง ๆ ให้มีส่วนร่วมในการบริหารด าเนินงาน เช่น พื้นที่ที่มีพระนักพัฒนาหรือผู้น าศาสนาและ เป็นผู้มีบทบาทส าคัญในการด าเนินงานเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท างานด้านผู้สูงอายุ อย่างต่อเนื่อง ข้าราชการบ านาญผู้มีความรู้ความสามารถ เช่น อดีตผู้บริหารองค์กร หรือที่มี ความสามารถด้านการบริหารโครงการ การจัดท าบัญชีรายรับรายจ่าย มีภาวะความเป็นผู้น าที่มี วิสัยทัศน์ เป็นผู้มองการณ์ไกล หรือเป็นนักประสานงานที่ดี มีผู้สูงอายุที่เป็นปราชญ์ชาวบ้าน ร่วมถ่ายทอดความรู้ ภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น มีนวัตกรที่เป็นผู้น าในการคิดค้น ออกแบบ กิจกรรมและบริการต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่มุ่งมั่นตั้งใจท างาน อุทิศตนเพื่อผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ ในส่วนของทุนสถาบัน คือ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้มแข็ง ครอบครัวของผู้สูงอายุให้การสนับสนุนในการเข้าร่วมกิจกรรม มีร้านค้ารับซื้อผลิตภัณฑ์ของผู้สูงอายุ เพื่อการจ าหน่าย มีองค์กรสาธารณประโยชน์ในพื้นที่มาร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรมและบริการ ในศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และทุนทางวัฒนธรรมประเพณี ตัวอย่างเช่น ทุนทาง วัฒนธรรมที่โดดเด่นจากพลังศรัทธาในตัวขององค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย ก่อเกิดเป็นพลัง ศรัทธาที่ยิ่งใหญ่จากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ประชาชนในท้องถิ่น องค์กร คณะสงฆ์ ร่วมกับหน่วยงานราชการได้ร่วมแรงร่วมใจบริจาคซื้อที่ดินจากเอกชน มาด าเนินการปรับปรุงสถานที่ เป็นลานอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิจัย เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานร าลึกถึงคุณงามความดีขององค์ครูบาฯ ปัจจุบันลานครูบาฯ ได้มีการปรับปรุง และพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนทั่วไป เรียกกันว่า ลานบุญ สานสามวัย / ลานบุญครูบา /คลังปัญญามีชีวิต แล้วแต่ชื่อเรียกต่าง ๆ กัน แต่ละวันจะมีการจิตอาสาที่เป็น ผู้สูงอายุผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาท ากิจกรรมครบทั้ง 7 วัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ จนท าให้การด าเนินงาน ด้านต่าง ๆ ประสบความส าเร็จ ก่อเกิดอาชีพ รายได้ สุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี และสามารถ ด ารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข หรือมีโบราณสถานที่เป็นแหล่งเคารพนับถือ สักการบูชา
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 144 ของบุคคลทั่วไป ดังเช่น วัดพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นวัดพระธาตุประจ าปีเถาะ (ปีนักษัตร กระต่าย) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาที่มีความส าคัญแห่งหนึ่งของภาคเหนือมีนักท่องเที่ยว เดินทางเข้ามาสักการะต่อเนื่องจ านวนมากตลอดทั้งปีได้มีการรวมกลุ่มส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ จากการจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการท าพิธีทางศาสนา นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของความเชื่อทาง ศาสนาที่ส่งผลให้เกิดการเกื้อกูลทางสังคม เช่น มีกิจกรรมทอดผ้าป่า โดยการน าของผู้น าศาสนา คณะ สงฆ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน ชมรมผู้สูงอายุ และภาคประชาชน จัดประเพณีตาน ทอด และตานต่อ ประเพณีทอดกฐิน เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ติดบ้าน ติดเตียง และกลุ่มเป้าหมายที่มี ความต้องการการช่วยเหลือเป็นพิเศษ ทั้งในรูปแบบของการมอบเงิน สิ่งของ เครื่องใช้ในชีวิตประจ าวัน เป็นการใช้ทั้งทุนมนุษย์ ทุนสถาบัน และทุนศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น เพื่อส่งเสริม การด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุให้ก่อเกิดประสิทธิผล ได้อย่างแท้จริง และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ด้วย ดังภาพที่ 5 ภาพที่ 5 ตัวแบบแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุเพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 145 5.3 ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะจากผลการศึกษา จากการศึกษาแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังนี้ ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรพิจารณาคัดเลือกผู้สูงอายุเป็นกรรมการและเลขานุการ ร่วมกับผู้แทนหรือเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับมอบหมาย ควรมีผลักดันให้ชมรมผู้สูงอายุและเครือข่ายจดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ และเปิดโอกาสให้ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ของบประมาณสนับสนุน การด าเนินงานจากกองทุนต่าง ๆ ควรมีการระดมทุนจากภาคเอกชน เพื่อมาส่งเสริมการขับเคลื่อนงานในศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ควรส่งเสริมการท างานด้านสุขภาวะอนามัยของผู้สูงอายุในระดับต าบล เพื่อเป็นหน่วย ที่สามารถดูแลรักษาสุขภาพผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยในระยะกลาง การดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง การป้องกันโรคต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย กรมกิจการผู้สูงอายุควรผลักดันมาตรการลดหย่อนทางภาษีและสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ ควรสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์และครุภัณฑ์ อย่างต่อเนื่องและเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศ ไทยฯ เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนพัฒนาอาคาร สถานที่ กิจกรรมของ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป ควรศึกษาวิจัยตัวอย่างศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุที่สามารถพัฒนา เป็นดีเด่นทั่วประเทศ และติดตามประเมินผลการด าเนินงานระบบบริหารจัดการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ควรมีการศึกษาวิจัยแบบต่อเนื่องในชุมชน เพื่อเป็นการส ารวจปัญหาและประเมินผล การด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุอีกทั้งเป็นข้อมูลในการปรับปรุงและ พัฒนางานวิจัยให้ดียิ่งขึ้น
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 146 บรรณานุกรม หนังสือ/เอกสารวิชาการ/รายงานการวิจัย กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2557). คู่มือการด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ. กรุงเทพมหานคร. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2558). คู่มือมาตรฐานการด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุ. กรุงเทพมหานคร. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2565). หลักเกณฑ์คัดเลือกศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ. กรุงเทพมหานคร. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. ธงชัย สันติวงษ์ (2540). องค์การและการจัดการ : ทันสมัยยุคโลกาภิวัตน์. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช วิรัช วิรัชนิภาวรรณ. (2550). การบริหารจัดการตามแนวทางคุณธรรมและแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง. สมพงศ์ เกษมสิน. (2523). การบริหาร. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. สถิตย์ วงษ์สวรรค์. (2525). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ: บ ารุงสาส์น. สุนทรี พัวเวส และคณะ. (2552). ความต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมของผู้สูงอายุ : ศึกษา เฉพาะกรณี ศูนย์อเนกประสงค์ส าหรับผู้สูงอายุในชุมชน. ส านักงานการตรวจเงินแผ่นดิน. (2561). รายงานการตรวจสอบการด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพ ชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.). กรุงเทพมหานคร. ส านักงานการตรวจเงิน แผ่นดิน. ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2562). โครงการวิจัยการพัฒนาระบบการจัดสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมส าหรับผู้สูงอายุใน ระดับพื้นที่. เชียงใหม่. ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10. ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2562). คู่มือแนวทางการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมสูงอายุ. เชียงใหม่. ส านักงานส่งเสริม และสนับสนุนวิชาการ 10. ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1-12. (2559). กลยุทธ์การสร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย ผู้สูงอายุของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. กรุงเทพฯ: ส านักงาน ส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 6. พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546. (2546, 31 ธันวาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 120 เอกชัย บุญยาทิษฐาน. (2553). คู่มือวิเคราะห์ SWOT อย่างมืออาชีพ. กรุงเทพฯ: ปัญญาชน, 255 Krejcie & Morgan. ตารางส าเร็จรูป (Alpha coefficient ; α) ของ Cronbach วิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่า.
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 147 วิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ กวิน วันวิเวก. (2551). แนวทงการจัดสวัสดิการสังคมส าหรับผู้สูงอายุขององค์การบริหารส่วนต าบลใน อ าเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา พัฒนาสังคม). ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น. จันทนา สารแสง. (2561). คุณภาพชีวิตและพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ ต าบลทุ่งข้าวพวง อ าเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ (วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่. ฐาปณีย์ โชติรัตน์. (2560). ความพร้อมและความต้องการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุให้เป็นศูนย์แบบครบวงจร. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสังคม). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ฐิติโรจน์ รินรส. (2550). แนวทางการพัฒนาสวัสดิการสังคมส าหรับผู้สูงอายุของเทศบาลในจังหวัด ตาก. (สารนิพนธ์ปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารและนโยบาย สวัสดิการสังคม). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ณัฐฐินันท์ ตั้นเจริญ. (2563), ประสิทธิผลการบริหารงบประมาณของเทศบาลนครนนทบุรี. (สาร นิพนธ์ปริญญารัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารรัฐกิจและกิจการสาธารณะ). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. นิตย์รดี ใจอาษา. (2555) ความคิดเห็นของบุคลากรที่มีต่อบุคลากรที่มีต่อกระบวนการบริหารจัดการ ในองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี. (สารนิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและเอกชน). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา. น้ าฝน ศรีแสน. (2562). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนโดยแนวทางโรงเรียนพลเมือง อาวุโสขององค์การบริหารส่วนต าบลสร้างถ่อ อ าเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี. (วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการระบบสุขภาพ). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. น้ าเพชร ต้นสัก. (2559). ความต้องการของผู้สูงอายุภายใต้การด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เทศบาลต าบลหนองควาย อ าเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ (สาร นิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต) เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. มนัส ศรศักดา. (2552). การบริหารงานสวัสดิการผู้สูงอายุขององค์การบริหารส่วนต าบลในจังหวัด ชลบุรี. (สารนิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิขาการปกครองท้องถิ่น). ขอนแก่น: วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 148 รัฐชัย สงประสพ. (2546). การพัฒนาการจัดบริการสวัสดิการสังคมของเทศบาลนครในประเทศไทย. (วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารและนโยบาย สวัสดิการสังคม). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. วรพงษ์ บุญเคลือบ. (2549). การจัดสวัสดิการผู้สูงอายุขององค์การบริหารส่วนต าบลในจังหวัด เชียงใหม่. (วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสน ศาสตร์บัณฑิต). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. วณิชยา ประไพภักดิ์. (2561). การศึกษาแนวทางการด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุในเขต อบต.ดงกลาง อ.เมือง จ.พิจิตร (วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐศาสตร มหาบัณฑิต). พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม. วิชานนท์ อาพัดนอก. (2560), การศึกษาหลักธรรมาภิบาลกับประสิทธิผลการปฏิบัติงานของบริษัท ประกันภัยตามยุทธศาสตร์คณะกรรมการก ากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย. (สารนิพนธ์ปริญญารัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารรัฐกิจและกิจการสาธารณะ) กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ศิริกาญจน์ ศิริเลข. (2551). ความตระหนักต่อปัญหาภาวะโรคร้อนของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล. (วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสิ่งแวดล้อม). นครปฐม : มหาวิทยาลัยมหิดล. สุภาภรณ์ วงศ์กรเชาวลิต. (2560), ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานของจิตอาสาในองค์การ ไม่แสวงหาผลก าไร กรณีศึกษา : มูลนิธิแสงธรรมส่องหล้า. (สารนิพนธ์ปริญญารัฐศาสตร มหาบัณฑิต สาขาบริหารรัฐกิจและกิจการสาธารณะ). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. วารสาร จุไรรัตน์ ดวงจันทร์ และคณะ. (2559). ผลลัพธ์และแนวทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืนในการสร้างเสริม สุขภาพผู้สูงอายุอย่างมีส่วนร่วมของชุมชน. วารสารวิจัยสหวิทยาการไทย, 11(3). 54-61. ณัฏฐพัชร สโรบล. (2558). ผลกระทบการด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุ กรณีศึกษ า เทศบาลนครนนทบุ รี. ว ารส า รสังคมสงเคร าะห์ศ าสต ร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, (23)2, 181-200. นิเวศน์ วงศ์สุวรรณ (2560) การบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Management). วารสารมหา จุฬาวิชาการ, 4(1), 177. บัณฑิต จุฬาศัย. (2528, มิถุนายน-กรกฎาคม). “เยาวชน...ผู้ก าหนดสภาวะแวดล้อมในทศวรรษหน้า”. จุลสารสภาวะแวดล้อม.
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 149 ปิยากร หวังมหาพร. (2562). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและ ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุในประเทศไทย. วารสารสหวิทยาการวิจัย มหาวิทยาลัยศรีปทุม, (8)1, 34-40. ผกามาศ บุตรสาลี และคณะ (2562). แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ชุมชนอย่างยั่งยืนของชุมชนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์, (11)2, 63-76. พงษ์ศักดิ์ เพชรสถิต. (2562). ทุนทางสังคมกับการขับเคลื่อนธุรกิจชุมชน. วารสารวิจัยและพัฒนา วไล อลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, (238-239) พชร ถือแก้ว และคณะ. (2562). การเปรียบเทียบการปฏิบัติงานกับภาระงานที่ก าหนดไว้ของ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย. วารสารเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, (35)1, 147-157. พระมหาพรพิรุณภัทร บุญก้อน และ จีรศักดิ์ โพกาวิน (2564). การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุใน โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลต าบลท่าขอนยางอ าเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม. วารสาร สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม, 5(3), 195-202. ฤทธิชัย แกมนาค และ สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์ (2559). รูปแบบการมีส่วนร่วมในการสร้างเสริม สุขภาพผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุวัดหัวฝาย. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์, (11)พิเศษ, 47-60. วิรัตน์ ค าศรีจันทร์ เกรียงศักดิ์ ซื่อเลื่อม และเริงวิชญ์ นิลโคตร (2550). “การจัดการของชุมชนเพื่อ สร้างเสริมสุขภาวะพลเมืองอาวุโส”. หน้า 95-128. ใน ปรับแนวคิดร่วมชีวิตผู้สูงวัย : การ ทบทวนแนวคิดและองค์ความรู้เบื้องต้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มประชากรผู้สูงอายุ. เครือข่ายนักวิจัย MERIT จาก 5 สถาบันในมหาวิทยาลัยมหิดล. สุพัตรา ศรีวณิชชากร และคณะ. (2556) การจัดการดูแลผูสูงอายุที่ประสบภาวะยากล าบากโดย องคกรสาธารณสุข. วารสารการบริหารท้องถิ่น, (10)3. 162. สุดารัตน์ สุดสมบูรณ์ และคณะ. (2559). บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลผู้สูงอายุ ไทย. วารสารเทคโนโลยีภาคใต้, (9)11, 121-126.
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 150 ภาคผนวก ก -แบบสอบถามชุดที่ 1 ส าหรับคณะกรรมการบริหาร ศพอส. และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง -แบบสอบถามชุดที่ 2ส าหรับผู้สูงอายุ - แบบค าถามที่ใช้ส าหรับการประชุมกลุ่มย่อย (Focus group)
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 151
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 152
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 153
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 154
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 155
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 156
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 157
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 158
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 159
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 160
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 161
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 162
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 163
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 164
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 165
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 166
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 167
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 168
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 169 ภาคผนวก ข ภาพกิจกรรม
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 170 จังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนต าบลแม่สูน อ าเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนต าบลมะขุนหวาน อ าเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดล าพูน เทศบาลต าบลริมปิง อ าเภอเมืองล าพูน จังหวัดล าพูน เทศบาลต าบลหนองล่อง อ าเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดล าพูน
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 171 จังหวัดล าปาง เทศบาลต าบลเกาะคา อ าเภอเกาะคา จังหวัดล าปาง องค์การบริหารส่วนต าบลบ้านเสด็จ อ าเภอเมืองล าปาง จังหวัดล าปาง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เทศบาลต าบลขุนยวม อ าเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน องค์การบริหารส่วนต าบลแม่ฮี้ อ าเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 172 จังหวัดเชียงราย เทศบาลต าบลป่าตาล อ าเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนต าบลสันกลาง อ าเภอพาน จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา เทศบาลเมืองดอกค าใต้ อ าเภอดอกค าใต้ จังหวัดพะเยา เทศบาลต าบลหนองหล่ม อ าเภอดอกค าใต้ จังหวัดพะเยา
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 173 จังหวัดแพร่ เทศบาลต าบลแม่จั๊วะ อ าเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ องค์การบริหารส่วนต าบลบ้านหนุน อ าเภอสอง จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน องค์การบริหารส่วนต าบลถืมตอง อ าเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน องค์การบริหารส่วนต าบลม่วงตึ๊ด อ าเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 174 ภาคผนวก ค ประวัติผู้วิจัย
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 175 ประวัติผู้วิจัย ชื่อ : นายธนู ธิแก้ว e-mail : [email protected] ต าแหน่ง : ผู้อ านวยการส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 สถานที่ติดต่อ : ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ต าบลช้างเผือก อ าเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 โทรศัพท์มือถือ : 091 858 9753 วุฒิการศึกษาสูงสุด/สาขา : ปริญญาโท ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขา จิตวิทยา การศึกษาและการแนะแนว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต าแหน่ง (ปัจจุบัน) : ผู้อ านวยการส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ประสบการณ์เกี่ยวกับการรับราชการ: - ปี 2548 - 2554 หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดล าปาง - ปี 2554 - 2555 ผู้ปกครองสถานแรกรับคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี - ปี 2555 - 2557 ผู้อ านวยการศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 31 จังหวัดพะเยา - ปี 2557 - 2558 ผู้อ านวยการศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 16 จังหวัดตาก - ปี 2558 - 2560 ผู้อ านวยการศูนย์พัฒนาชาวเขาจังหวัดเชียงราย - ปี 2560 (มี.ค. – ต.ค.) พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตาก - ปี 2560 - 2561 พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพะเยา - ปี 2561 – ปัจจุบัน ผู้อ านวยการส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 176 ชื่อ : นางสาวนภาลัย หลักมั่น ต าแหน่ง : นักพัฒนาสังคมช านาญการ สถานที่ติดต่อ : ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ต าบลช้างเผือก อ าเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 วุฒิการศึกษาสูงสุด/สาขา : สังคมสงเคราะห์ศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประสบการณ์เกี่ยวกับการรับราชการ - ปี 2558 - 2561 นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ ส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์จังหวัดตาก - ปี 2561– ปัจจุบัน นักพัฒนาสังคมช านาญการ ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ชื่อ : นายกฤตภาส โพธิ์แก้ว ต าแหน่ง : นักพัฒนาสังคมช านาญการ สถานที่ติดต่อ : ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ต าบลช้างเผือก อ าเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 วุฒิการศึกษาสูงสุด/สาขา : สังคมสงเคราะห์ศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประสบการณ์เกี่ยวกับการรับราชการ - ปี 2558 - 2559 นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ ส านักงานพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเลย - ปี 2559 - 2561 นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ปฏิบัติงานเลขานุการรองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน) - ปี 2559 - ปัจจุบัน นักพัฒน าสังคมช านาญการ ส านักงานส่งเสริมและ สนับสนุนวิชาการ 9
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 177 ชื่อ : นายกษิดิส ศักดิ์ไชยกุล ต าแหน่ง : นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ สถานที่ติดต่อ : ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ต าบลช้างเผือก อ าเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 วุฒิการศึกษาสูงสุด/สาขา : รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามค าแหง ประสบการณ์เกี่ยวกับการรับราชการ - ปี 2562 - 2564 นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ ส านักงานปลัดกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ - ปี 2564- ปัจจุบัน นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 178 ภาคผนวก ง - เอกสารรับรองจริยธรรมในมนุษย์ - ข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 179 เอกสารรับรองการขอจริยธรรมในมนุษย์
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 180
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 181 ข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ จากการประชุมวิพากษ์ผลการศึกษาวิจัยและคืนข้อมูลให้ชุมชน “แนวทาง การเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย” เมื่อวันที่ 14 –15 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โรงแรมฮอลิเดย์ การ์เด้น อ าเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ข้อเสนอแนะ จากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ดังนี้ “ต้องผลักดันงานวิจัยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่แท้จริง น าไปสู่ระดับนโยบายเพื่อให้เกิดการปฏิบัติในระดับพื้นที่” - นายวิทัศน์ เตชะบุญ อดีตอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน นายวิทัศน์ เตชะบุญ : อดีตอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้ให้ข้อคิดเห็นว่า งานวิจัยในปัจจุบัน มีอยู่เป็นจ านวนมาก แต่ยังไม่ถูกน าไปใช้ประโยชน์หรือท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้อย่างแท้จริง ควรต้องมีการผลักดันงานวิจัยไปสู่นโยบาย เช่น การก าหนดเป็นข้อบังคับ กฎ ระเบียบ มติ ครม. ฯลฯ ซึ่งจะท าให้งานวิจัยต่าง ๆ ถูกน ามาใช้ประโยชน์และเกิดการพัฒนาสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 182 “เรายังไม่ใช่ผู้สูงอายุ แต่ไปออกแบบกิจกรรมให้กับผู้สูงอายุ มันเลยใช้ไม่ได้” - นายนพดล ณ เชียงใหม่ นายกองค์การบริหารส่วนต าบลดอนแก้ว นายนพดล ณ เชียงใหม่ : นายกองค์การบริหารส่วนต าบลดอนแก้ว ได้ให้ข้อคิดเห็นว่า การออกแบบ กิจกรรมหรือบริการใด ๆ นอกจากจะต้องท าตามนโยบายของรัฐแล้ว ควรเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้ร่วมคิด ร่วมออกแบบกิจกรรมและบริการต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับวิถีชีวิต สังคม วัฒนธรรมประเพณี สภาพปัญหาและ ความต้องการของผู้สูงอายุเอง จึงจะท าให้การด าเนินงานด้านผู้สูงอายุเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล และเป็นการสร้างเสริมการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง “ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุมีคู่มือ การด าเนินงานเป็นแนวทาง แต่ในการท างานควรพิจารณาปรับใช้ ให้เหมาะสมตามบริบทของพื้นที่ อย่ายึดกับคู่มือ การพัฒนาชุมชน จงอย่า Adopt แต่จง Adapt” - นายสว่าง แก้วกันทา ผู้อ านวยการมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ นายสว่าง แก้วกันทา : ผู้อ านวยการมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ : ได้ให้ข้อคิดเห็นว่า การมีส่วนร่วมนั้น มีความส าคัญและจ าเป็นอย่างยิ่ง ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุมีคู่มือการด าเนินงาน เป็นแนวทาง แต่ในการท างานควรพิจารณาปรับใช้ให้เหมาะสมตามบริบทของพื้นที่ อย่ายึดติดกับคู่มือ ดังนั้น ในการพัฒนาชุมชน จงอย่า Adopt แต่จง Adapt ในส่วนคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุควรต้องให้ภาคประชาชนมามีส่วนร่วมให้มากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย ของกระทรวง พม. ในระดับพื้นที่
แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 183 “การพัฒนางานด้านผู้สูงอายุ ท้องถิ่นต้องร่วมด้วย ถ้าไม่เอาด้วยก็ไปไม่รอด” - อ.ดร.กรด เหล็กสมบูรณ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.ดร.กรด เหล็กสมบูรณ์ : หัวหน้าศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ให้ข้อคิดเห็นว่า การด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ต้องพึ่งพาองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในหลาย ๆ ด้าน เช่น การบริหารงบประมาณ บัญชี การเงิน ฯลฯ หากเกิดปัญหา หรือความขัดแย้งกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะท าให้การด าเนินงานเกิดปัญหาและอุปสรรคด้วยเช่นกัน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรวางข้อก าหนดหรือแนวทางการด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุให้มีความชัดเจน “บางเรื่องที่ผู้สูงอายุมีความถนัดหรือว่าเป็นวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ที่มีมาแต่ช้านาน ก็สามารถเอามาสอนเด็กและเยาวชนได้ บางเรื่องที่เป็นเรื่องที่สมัยใหม่ เช่น เทคโนโลยี ก็ให้เด็กไปสอนผู้สูงอายุ เป็นการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน” - นางสาวจิณณา ผลดี ที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ นางสาวจิณณา ผลดี : ที่ปรึกษาคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้ข้อคิดเห็นว่า แนวทางในการพัฒนางานด้านผู้สูงอายุ ควรต้องดึงเด็กเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในลักษณะของการแลกเปลี่ยน ซึ่งกันและกัน เช่น บางเรื่องที่ผู้สูงอายุมีความถนัดหรือว่าเป็นวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ที่มีมาแต่ช้านาน ก็สามารถ เอามาสอนเด็กและเยาวชนได้ บางเรื่องที่เป็นเรื่องที่สมัยใหม่ เช่น เทคโนโลยี ก็ให้เด็กไปสอนผู้สูงอายุ เป็นการ แลกเปลี่ยนกัน และยังเป็นการบูรณาการการท ากิจกรรมร่วมกันในท้องถิ่น ท าให้ผู้สูงอายุรู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง มากขึ้น และในส่วนของเด็กและเยาวชนเองก็จะรู้สึกว่าสามารถสร้างคุณค่าให้กับชุมชนหรือพื้นที่ของตนเองได้
คณะด าเนินงานวิจัย หัวหน้าโครงการ นายธนู ธิแก้ว ผู้อ านวยการส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 นักวิจัยหลัก นางสาวนภาลัย หลักมั่น นักพัฒนาสังคมช านาญการ นายกฤตภาส โพธิ์แก้ว นักพัฒนาสังคมช านาญการ นายกษิดิส ศักดิ์ไชยกุล นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ คณะวิจัย นางสาวอัจฉรา สุใจ นักพัฒนาสังคมช านาญการพิเศษ นายผาด สุวรรณรัตน์ นักพัฒนาสังคมช านาญการพิเศษ นางกัลยารัตน์ ลิขิตตระการ นักพัฒนาสังคมช านาญการ นางสาวรุ่งทิวา ปินใจ นักสังคมสงเคราะห์ช านาญการ นางสาวณิชรัตน์ ยานะ เจ้าพนักงานพัฒนาสังคมปฏิบัติงาน นายสุทอน มณีค า พนักงานธุรการ ส 4 นางสาวจีราวรรณ แก้วธรรมานุกูล พนักงานระบบคอมพิวเตอร์ นางสาวธัญญพัทธ์ พิมพ์อักษร พนักงานบริการ