The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการวิจัย แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ห้องสมุด สสว.9, 2023-10-01 11:22:42

โครงการวิจัย แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย

โครงการวิจัย แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย

แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 85 โดยสรุป ประสิทธิผลของศพอส. ในภาพรวมทุกด้านมีค่าเฉลี่ย 4.40คะแนน จัดอยู่ในระดับมาก ส่วนประสิทธิผลในรายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 4.74 การมีส่วนร่วม รองลงมามีค่าเฉลี่ย 4.51 การบริหารจัดการ และค่าเฉลี่ย 3.95 การเข้าร่วม ค่าคะแนนรายด้านทุกด้านของประสิทธิผล ของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก (ดังตารางที่ 14) ตารางที่ 14 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของ ศพอส. ประสิทธิผลของ ศพอส. S.D. แปลผล การเข้าร่วม 3.95 1.22 ค่อนข้างมาก การบริหารจัดการ 4.51 1.15 มาก การมีส่วนร่วม 4.74 0.98 มาก รวม 4.40 1.12 มาก ส่วนที่ 5 ความตระหนัก ข้อมูลเกี่ยวกับความตระหนัก 3 ด้าน ได้แก่ 1) คุณค่าในตนเองของผู้สูงอายุ 2) ความส าคัญ ของ ศพอส. และ 3) การมีส่วนร่วมกับกิจกรรมและบริการของ ศพอส. โดยวัดค าตอบเป็นระดับ ความคิดเห็น 6 ระดับ ได้แก่ ระดับมากที่สุด ระดับมาก ระดับค่อนข้างมาก ระดับปานกลาง ระดับน้อย และระดับน้อยมาก และให้ค่าคะแนนเป็น 6 คะแนน 5 คะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ตามล าดับ พร้อมทั้งแสดงค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (ˉx ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ตระหนักต่อคุณค่าในตนเองของผู้สูงอายุ ประกอบด้วยประเด็น 2 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) ความตระหนักต่อคุณค่าในตนเองของผู้สูงอายุจะส่งผลต่อการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 32.95 เห็นด้วยมาก รองลงมา ร้อยละ 29.55 เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 22.16 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 12.50 เห็นด้วยปานกลาง และร้อยละ 2.84 เห็นด้วยน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.59 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษา เห็นว่าความตระหนักต่อคุณค่าในตนเองของผู้สูงอายุจะส่งผลต่อการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก 2) ความตระหนักต่อศักยภาพในตนเองของผู้สูงอายุจะส่งผลต่อการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.57 ไม่ได้เห็นด้วย ร้อยละ 99.43 เห็นด้วย โดยร้อยละ 35.23 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 30.11 เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 17.05 เห็นด้วย มากที่สุด รองลงมาร้อยละ 13.07 เห็นด้วยปานกลาง และน้อยที่สุดร้อยละ 3.98 เห็นด้วยน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.46 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าความตระหนักต่อศักยภาพในตนเอง ของผู้สูงอายุจะส่งผลต่อการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 86 ภาพรวมความตระหนักต่อคุณค่าในตนเอง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.52 แสดงว่า ความตระหนัก ต่อคุณค่าในตนเองอยู่ในระดับมาก ส่วนรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 4.59 ในประเด็น ความตระหนักต่อคุณค่าในตนเองของผู้สูงอายุจะส่งผลต่อการด าเนินงานของ ศพอส. และมีค่าเฉลี่ย น้อยที่สุดเท่ากับ 4.46 ในประเด็นความตระหนักต่อศักยภาพในตนเองของผู้สูงอายุจะส่งผลต่อ การด าเนินงานของ ศพอส. (ดังตารางที่ 15) ตารางที่ 15 แสดงจ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของความตระหนักต่อคุณค่า ในตนเองของผู้สูงอายุ ความตระหนัก ต่อคุณค่าในตนเอง ของผู้สูงอายุ ระดับความคิดเห็น S.D. แปลผล ไม่ เห็น ด้วย มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก - ความตระหนักต่อคุณค่าใน ตนเองของผู้สูงอายุจะส่งผล ต่อการด าเนินงานของ ศพอส. 0.00 (0) 22.16 (39) 32.95 (58) 29.55 (52) 12.50 (22) 2.84 (5) 0.00 (0) 4.59 1.05 มาก - ความตระหนักต่อศักยภาพ ในตนเองของผู้สูงอายุจะส่งผล ต่อการด าเนินงานของ ศพอส. 0.57 (1) 17.05 (30) 35.23 (62) 30.11 (53) 13.07 (23) 3.98 (7) 0.00 (0) 4.46 1.10 มาก รวม 4.52 1.07 มาก ความส าคัญของ ศพอส. ประกอบด้วยประเด็น 2 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) ความตระหนักต่อความส าคัญของ ศพอส. ในผู้สูงอายุจะส่งผลต่อการด าเนินงาน ของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.57 ไม่ได้เห็นด้วย ร้อยละ 99.43 เห็นด้วย โดยร้อยละ 42.05 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 23.86 เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 20.45 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 11.36 เห็นด้วยปานกลาง และน้อยที่สุดร้อยละ 1.70 เห็นด้วยน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.66 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าความตระหนักต่อความส าคัญ ของ ศพอส. ในผู้สูงอายุจะส่งผลต่อการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก 2) ความตระหนักต่อประโยชน์ของ ศพอส. ในผู้สูงอายุจะส่งผลต่อการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.57 ไม่ได้เห็นด้วย ร้อยละ 99.43 เห็นด้วย โดยร้อยละ 40.91 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 22.73 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 22.16 เห็นด้วย ค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 11.36 เห็นด้วยปานกลาง และน้อยที่สุดร้อยละ 2.27 เห็นด้วยน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.68 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาความตระหนักต่อประโยชน์ของ ศพอส. ในผู้สูงอายุ จะส่งผลต่อการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 87 ภาพรวมความตระหนักต่อความส าคัญของศพอส. มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.67 แสดงว่า ความตระหนัก ต่อความส าคัญของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก ส่วนรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 4.68 ในประเด็น ความตระหนักต่อประโยชน์ของ ศพอส. ในผู้สูงอายุจะส่งผลต่อการด าเนินงานของ ศพอส. และค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.66 ในประเด็นความตระหนักต่อความส าคัญของ ศพอส. ในผู้สูงอายุจะส่งผลต่อการด าเนินงาน ของ ศพอส. (ดังตารางที่ 16) ตารางที่ 16 แสดงจ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของความตระหนักต่อ ความส าคัญของ ศพอส. ความตระหนัก ต่อความส าคัญของ ศพอส. ระดับความคิดเห็น S.D. แปล ผล ไม่ เห็น ด้วย มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก - ความตระหนักต่อความส าคัญ ของ ศพอส. ในผู้สูงอายุจะส่งผล ต่อการด าเนินงานของ ศพอส. 0.57 (1) 20.45 (36) 42.05 (74) 23.86 (42) 11.36 (20) 1.70 (3) 0.00 (0) 4.66 1.04 มาก - ความตระหนักต่อประโยชน์ ของ ศพอส. ในผู้สูงอายุจะส่งผล ต่อการด าเนินงานของ ศพอส. 0.57 (1) 22.73 (40) 40.91 (72) 22.16 (39) 11.36 (20) 2.27 (4) 0.00 (0) 4.68 1.07 มาก รวม 4.67 1.05 มาก การมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของ ศพอส. ประกอบด้วยประเด็น 1 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ ความตระหนักต่อการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของ ศพอส. ในผู้สูงอายุจะส่งผลต่อการ ด าเนินงานของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 38.07 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 28.98 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 22.73 เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 7.95 เห็นด้วยปานกลาง รองลงมาร้อยละ 1.70 เห็นด้วยน้อย และน้อยที่สุด ร้อยละ 0.57 เห็นด้วยน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.83 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่า ความตระหนักต่อการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของ ศพอส. ในผู้สูงอายุจะส่งผลต่อการด าเนินงาน ของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก (ดังตารางที่ 17)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 88 ตารางที่ 17แสดงจ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของความตระหนักต่อการมีส่วนร่วม กับกิจกรรมของ ศพอส. ความตระหนักต่อการ มีส่วนร่วมกับกิจกรรมของ ศพอส. ระดับความคิดเห็น S.D. แปลผล ไม่ เห็น ด้วย มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก -ความตระหนักต่อการมีส่วนร่วมกับ กิจกรรมของ ศพอส. ในผู้สูงอายุ จะส่งผลต่อการด าเนินงานของ ศพอส. 0.00 (0) 28.98 (51) 38.07 (67) 22.73 (40) 7.95 (14) 1.70 (3) 0.57 (1) 4.83 1.02 มาก รวม 4.83 1.02 มาก โดยสรุป ความตระหนักในภาพรวมทุกด้านมีค่าเฉลี่ย 4.69คะแนน จัดอยู่ในระดับมาก แสดงว่า โดยภาพรวมความตระหนักอยู่ระดับมาก ส่วนความตระหนักในรายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 4.83 การมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของศพอส. รองลงมามีค่าเฉลี่ย 4.72ความส าคัญของศพอส.และค่าเฉลี่ย 4.52 คุณค่าในตนเอง ค่าคะแนนรายด้านทุกด้านของความตระหนักอยู่ในระดับมาก (ดังตารางที่ 18) ตารางที่ 18 สรุปร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของความตระหนักในภาพรวมทุกด้าน ความตระหนัก S.D. แปลผล - คุณค่าในตนเอง 4.52 1.07 มาก - ความส าคัญของ ศพอส. 4.72 1.04 มาก - การมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของ ศพอส. 4.83 1.02 มาก รวม 4.69 1.04 มาก ส่วนที่ 6 การมีส่วนร่วม ข้อมูลเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม 2 ด้าน ได้แก่ 1) ภาคีเครือข่าย 2) การบริหารแบบมีส่วนร่วม โดยวัดค าตอบเป็นระดับการมีส่วนร่วม 6 ระดับ ได้แก่ ระดับมากที่สุด ระดับมาก ระดับค่อนข้างมาก ระดับปานกลาง ระดับน้อย และระดับน้อยมาก และให้ค่าคะแนนเป็น 6 คะแนน 5 คะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ตามล าดับ พร้อมทั้งแสดงค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ˉx ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 89 ภาคีเครือข่าย ประกอบด้วยประเด็น 5 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีส่วนร่วม กับการบริหารการด าเนินงานของศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.57 ไม่ได้มีส่วนร่วม ร้อยละ 99.43 มีส่วนร่วม โดยร้อยละ 35.23 มีส่วนร่วมค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 28.41 มีส่วนร่วมมาก รองลงมาร้อยละ 18.75 มีส่วนร่วมปานกลาง รองลงมาร้อยละ 14.77 มีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 1.70 มีส่วนร่วมน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 0.57 มีส่วนร่วมน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.32 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าหน่วยงานในสังกัด พม. มีส่วนร่วมกับการบริหารการด าเนินงาน ของศพอส. อยู่ในระดับมาก 2) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับการบริหารการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 มีส่วนร่วม โดยร้อยละ 42.05 มีส่วนร่วมมาก รองลงมาร้อยละ 25.57 มีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 17.61 มีส่วนร่วมปานกลาง รองลงมา ร้อยละ 13.07 มีส่วนร่วมค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 1.14 มีส่วนร่วมน้อยมาก และน้อยที่สุด ร้อยละ 0.57 มีส่วนร่วมน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่า อปท. ได้เข้า มามีส่วนร่วมกับการบริหารการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก 3) องค์กรหรือหน่วยงานในสังกัดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ พม. หรือ อปท. มีส่วนร่วมกับการบริหาร การด าเนินงานของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 8.52 ไม่ได้มีส่วนร่วม ร้อยละ 91.48 มีส่วนร่วม โดยร้อยละ 39.77 มีส่วนร่วมมาก รองลงมาร้อยละ 26.14 มีส่วนร่วมค่อนข้างมาก ร้อยละ 17.05 มีส่วนร่วมปานกลาง รองลงมาร้อยละ 5.68 มีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 1.70 มีส่วนร่วมน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 1.14 มีส่วนร่วมน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.93 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าองค์กรหรือหน่วยงานในสังกัดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ พม. หรือ อปท. มีส่วนร่วมกับ การบริหารการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับค่อนข้างมาก 4) ชมรมผู้สูงอายุ เข้ามามีส่วนร่วมกับการบริหารการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปภาพรวม ของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.57 ไม่ได้มีส่วนร่วม ร้อยละ 99.43 มีส่วนร่วม โดยร้อยละ 42.05 มีส่วนร่วมมาก รองลงมาร้อยละ 28.41 มีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 14.77 มีส่วนร่วม ค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 7.95 มีส่วนร่วมน้อยมากรองลงมาร้อยละ 5.68 มีส่วนร่วมปานกลางและ น้อยที่สุดร้อยละ 0.57 มีส่วนร่วมน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.66 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่า ชมรมผู้สูงอายุเข้ามามีส่วนร่วมกับการบริหารการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก 5) อาสาสมัคร เข้ามามีส่วนร่วมกับการบริหารการด าเนินงานของ ศพอส.สรุปภาพรวม ของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 มีส่วนร่วม โดยร้อยละ 40.34 มีส่วนร่วมมาก รองลงมาร้อยละ 20.45 มีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 19.89 มีส่วนร่วมค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 9.66 มีส่วนร่วมปานกลาง และมีส่วนร่วมน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.52 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่า อาสาสมัคร เข้ามามีส่วนร่วมกับการบริหารการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 90 ภาพรวมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.42 แสดงว่า การมีส่วนร่วมของ ภาคีเครือข่ายอยู่ในระดับมาก ส่วนรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 4.71 ในประเด็น อปท. ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับการบริหารการด าเนินงานของ ศพอส. รองลงมามีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.66 ในประเด็นชมรมผู้สูงอายุ เข้ามามีส่วนร่วมกับการบริหารการด าเนินงานของ ศพอส. และมีค่าเฉลี่ย น้อยที่สุดเท่ากับ 3.93 ในประเด็นองค์กรหรือหน่วยงานในสังกัดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ พม. หรือ อปท. มีส่วนร่วมกับ การบริหารการด าเนินงานของ ศพอส. (ดังตารางที่ 19) ตารางที่ 19 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย การมีส่วนร่วม ของภาคีเครือข่าย ระดับการมีส่วนร่วม S.D. แปลผล ไม่มี ส่วน ร่วม มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก - หน่วยงานในสังกัด พม. มีส่วนร่วมกับการบริหารการ ด าเนินงานของ ศพอส. 0.57 (1) 14.77 (26) 28.41 (50) 35.23 (62) 18.75 (33) 1.70 (3) 0.57 (1) 4.32 1.08 ค่อนข้างมาก -อปท.ได้เข้ามามีส่วนร่วม กับการบริหารการด าเนินงาน ของ ศพอส. 0.00 (0) 25.57 (45) 42.05 (74) 13.07 (23) 17.61 (31) 0.57 (1) 1.14 (2) 4.71 1.11 มาก - องค์กรหรือหน่วยงาน ในสังกัดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ พม. หรือ อปท. มีส่วน ร่วมกับ การบริหารการด าเนินงาน ของ ศพอส. 8.52 (15) 5.68 (10) 39.77 (70) 26.14 (46) 17.05 (30) 1.70 (3) 1.14 (2) 3.93 1.52 ค่อนข้างมาก - ชมรมผู้สูงอายุ เข้ามามี ส่วนร่วมกับการบริหาร การด าเนินงานของ ศพอส. 0.57 (1) 28.41 (50) 42.05 (74) 14.77 (26) 5.68 (10) 0.57 (1) 7.95 (14) 4.66 1.42 มาก - อาสาสมัคร เข้ามามี ส่วนร่วมกับการบริหาร การด าเนินงานของศพอส. 0.00 (0) 20.45 (36) 40.34 (71) 19.89 (35) 9.66 (17) 9.66 (17) 0.00 (0) 4.52 1.20 มาก รวม 4.42 1.26 มาก การบริหารแบบมีส่วนร่วม ประกอบด้วยประเด็น 4 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายรวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ ก าหนดเป้าหมายการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.57 ไม่ได้มีส่วนร่วม ร้อยละ 99.43 มีส่วนร่วม โดยร้อยละ 43.75 มีส่วนร่วมมาก รองลงมาร้อยละ 21.02


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 91 มีส่วนร่วมค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 18.18 มีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 14.77 มีส่วนร่วม ปานกลาง และร้อยละ 1.70 มีส่วนร่วมน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.60 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษา เปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายรวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมาย การด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก 2) การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายรวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน การด าเนินงานของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.57 ไม่ได้มีส่วนร่วม ร้อยละ 99.43 มีส่วนร่วม โดยร้อยละ 41.48 มีส่วนร่วมมาก รองลงมาร้อยละ 25.00 มีส่วนร่วมค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 13.64 มีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 9.09 มีส่วนร่วมปานกลาง รองลงมา ร้อยละ 7.39 มีส่วนร่วมน้อยมาก และน้อยที่สุดร้อยละ 2.84 มีส่วนร่วมน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.30 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายรวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ วางแผนการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับค่อนข้างมาก 3) การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการน าแผนการ ด าเนินงานของ ศพอส. ไปปฏิบัติ สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.57 ไม่ได้มีส่วนร่วม ร้อยละ 99.43 มีส่วนร่วม โดยร้อยละ42.05 มีส่วนร่วมมาก รองลงมาร้อยละ27.27 มีส่วนร่วมค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 19.32 มีส่วนร่วมปานกลาง รองลงมาร้อยละ 10.23 มีส่วนร่วมมากที่สุด และน้อยที่สุด ร้อยละ 0.57 มีส่วนร่วมน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.39 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเปิดโอกาสให้ ภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนการด าเนินงานของ ศพอส. ไปปฏิบัติ จะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก 4) การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายรวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ ทบทวนประเมินผลการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปภาพรวมของประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.57 ไม่ได้มีส่วนร่วม ร้อยละ 99.43 มีส่วนร่วม โดยร้อยละ 39.77 มีส่วนร่วมมาก รองลงมาร้อยละ 22.16 มีส่วนร่วมค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 16.48 มีส่วนร่วมปานกลาง รองลงมาร้อยละ 11.36 มีส่วนร่วม มากที่สุด ร้อยละ 7.95 มีส่วนร่วมน้อยมาก และน้อยที่สุดร้อยละ 1.70 มีส่วนร่วมน้อย มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.16 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายรวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทบทวนประเมินผลการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับค่อนข้างมาก ภาพรวมของการมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของ ศพอส. มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.36 แสดงว่า การมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก ส่วนรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด เท่ากับ 4.60 ในประเด็นการเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการก าหนดเป้าหมายการด าเนินงานของ ศพอส. รองลงมามีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.39 ในประเด็น การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการน าแผนการ ด าเนินงานของ ศพอส. ไปปฏิบัติ และมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดเท่ากับ 4.16 ในประเด็นการเปิดโอกาสให้ ภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทบทวนประเมินผลการด าเนินงาน ของ ศพอส. (ดังตารางที่ 20)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 92 ตารางที่ 20 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของการมีส่วนร่วมในการบริหาร แบบมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมในการ บริหารแบบมีส่วนร่วม ระดับการมีส่วนร่วม S.D. แปลผล ไม่มี ส่วนร่วม มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก -การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ ก าหนดเป้าหมายการ ด าเนินงานของ ศพอส. 0.57 (1) 18.18 (32) 43.75 (77) 21.02 (37) 14.77 (26) 1.70 (3) 0.00 (0) 4.60 1.05 มาก -การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ วางแผนการด าเนินงาน ของ ศพอส. 0.57 (1) 13.64 (24) 41.48 (73) 25.00 (44) 9.09 (16) 2.84 (5) 7.39 (13) 4.30 1.35 ค่อนข้างมาก -การเปิดโอกาสภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ น าแผนการด าเนินงานของ ศพอส. ไปปฏิบัติ 0.57 (1) 10.23 (18) 42.05 (74) 27.27 (48) 19.32 (34) 0.00 (0) 0.57 (1) 4.39 1.00 มาก -การเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ ทบทวนประเมินผลการ ด าเนินงานของ ศพอส. 0.57 (1) 11.36 (20) 39.77 (70) 22.16 (39) 16.48 (29) 1.70 (3) 7.95 (14) 4.16 1.37 ค่อนข้างมาก รวม 4.36 1.19 มาก โดยสรุป การมีส่วนร่วมในภาพรวมทุกด้านมีค่าเฉลี่ย 4.39คะแนน จัดอยู่ในระดับมาก แสดงว่า โดยภาพรวมการมีส่วนร่วมอยู่ระดับมาก ส่วนการมีส่วนร่วมในรายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 4.42 ด้านภาคีเครือข่าย และค่าเฉลี่ย 4.36 ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม ค่าคะแนนรายด้านทุกด้าน ของการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับมาก (ดังตารางที่ 21)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 93 ตารางที่ 21 สรุปร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของการมีส่วนร่วมในภาพรวมทุกด้าน การมีส่วนร่วม S.D. แปลผล - ด้านภาคีเครือข่าย 4.42 1.26 มาก - ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม 4.36 1.19 มาก รวม 4.39 1.22 มาก ผู้สูงอายุ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของประชากรที่ศึกษา การศึกษาข้อมูลทั่วไปของผู้สูงอายุ และผู้ที่เคยใช้บริการของ ศพอส. เป็นข้อมูลเกี่ยวกับเพศ อายุ ระดับการศึกษาสูงสุด อาชีพ สถานภาพการสมรส ประเภทผู้สูงอายุ และสภาพการอยู่อาศัย ซึ่งจะขอน าเสนอผลการวิเคราะห์โดยภาพรวม เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานส าหรับใช้ในการอ้างอิงถึงผล การศึกษา และความคิดเห็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพศ ประชากรที่ศึกษาร้อยละ 81.00 เป็นเพศหญิง และร้อยละ 19.00 เป็นเพศชาย อายุ ประชากรที่ศึกษาร้อยละ 34.25 มีอายุในช่วง 66-70 ปี รองลงมาร้อยละ 29.50 มีอายุในช่วง 60-65 ปี รองลงมาร้อยละ 23.50 มีอายุในช่วง 71-75 ปี รองลงมาร้อยละ 8.25 มีอายุในช่วง 76-80 ปีรองลงมาร้อยละ 3.75 มีอายุในช่วง 81-85 ปี และร้อยละ 0.75 มีอายุในช่วง 86-90 ปี ระดับการศึกษาสูงสุด ประชากรที่ศึกษาร้อยละ 48.25 มีการศึกษาประถมศึกษา รองลงมา ร้อยละ 25.50 มีการศึกษาต่ ากว่าประถมศึกษา ปี 4 รองลงมาร้อยละ 10.25 มีการศึกษามัธยมศึกษา ตอนต้น รองลงมาร้อยละ 9.00 มีการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ ปวช. รองลงมาร้อยละ 3.25 การศึกษาปริญญาตรีรองลงมาร้อยละ 3.00 มีการศึกษา ปวส. หรืออนุปริญญา และร้อยละ 0.75 มีการศึกษาระดับปริญญาโท อาชีพ ประชากรที่ศึกษาร้อยละ 59.75 เป็นเกษตรกร รองลงมาร้อยละ 21.50 รับจ้างทั่วไป รองลงมาร้อยละ 12.75 ค้าขาย รองลงมาร้อยละ 4.75 ข้าราชการบ านาญ รองลงมาร้อยละ 0.75 ผู้น าท้องถิ่น และร้อยละ 0.50 เป็นผู้น าท้องที่ สถานภาพ ประชากรที่ศึกษาร้อยละ 55.50 มีสถานภาพสมรสและคู่สมรสยังมีชีวิตอยู่ รองลงมาร้อยละ 28.25 มีสถานภาพสมรสและคู่สมรสเสียชีวิต รองลงมาร้อยละ 8.75 มีสถานภาพโสด และอีกร้อยละ 7.50 มีสถานภาพหย่าร้าง ประเภทของผู้สูงอายุประชากรที่ศึกษาร้อยละ 95.00 เป็นผู้สูงอายุติดสังคม และร้อยละ 5.00 เป็นผู้สูงอายุติดบ้าน สภาพการอยู่อาศัย ประชากรที่ศึกษาร้อยละ 36.25 อาศัยอยู่กับคู่สมรส (กรณีคู่สมรสยังมี ชีวิตอยู่) รองลงมาร้อยละ 20.75 อาศัยอยู่คนเดียวล าพัง รองลงมาร้อยละ 20.50 อาศัยอยู่กับคู่สมรส และลูกหรือครอบครัวของลูก (กรณีคู่สมรสยังมีชีวิตอยู่) รองลงมาร้อยละ 16.75 อาศัยอยู่กับลูกหรือ ครอบครัวของลูก (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต หรือ หย่าร้าง) รองลงมาร้อยละ 4.50 อาศัยอยู่กับหลาน (กรณีคู่สมรสเสียชีวิตหรือหย่าร้าง) และร้อยละ 1.25 อาศัยอยู่กับคู่สมรสและหลาน (กรณีคู่สมรส ยังมีชีวิตอยู่) (ดังตารางที่ 22)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 94 ตารางที่ 22 จ านวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ าแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ สถานภาพ ประเภทผู้สูงอายุสภาพการอยู่อาศัย ข้อมูลทั่วไป จ านวน ร้อยละ เพศ ชาย หญิง 76 324 19.00 81.00 อายุ 60 - 65 ปี 65 - 70 ปี 71 - 75 ปี 76 - 80 ปี 81 - 85 ปี 86 - 90 ปี 91 ปีขึ้นไป 118 137 94 33 15 3 0 29.50 34.25 23.50 8.25 3.75 0.75 0.00 ระดับการศึกษา ต่ ากว่าประถมศึกษา ปี 4 ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ ปวช. ปวส. หรืออนุปริญญา ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก 102 193 41 36 12 13 3 0 25.50 48.25 10.25 9.00 3.00 3.25 0.75 0.00 อาชีพ เกษตรกร รับจ้างทั่วไป ค้าขาย ข้าราชการบ านาญ ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการท้องถิ่น ผู้น าท้องถิ่น ผู้น าท้องที่ อื่น ๆ ................... 239 86 51 19 0 0 3 2 0 59.75 21.50 12.75 4.75 0.00 0.00 0.75 0.50 0.00


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 95 ข้อมูลทั่วไป จ านวน ร้อยละ สถานภาพ โสด สมรสและคู่สมรสยังมีชีวิตอยู่ สมรสและคู่สมรสเสียชีวิต หย่าร้าง 35 222 113 30 8.75 55.50 28.25 7.50 ประเภทผู้สูงอายุ ติดบ้าน ติดสังคม ติดเตียง ไม่ใช่ผู้สูงอายุ 20 380 0 0 5.00 95.00 0.00 0.00 สภาพการอยู่อาศัย อาศัยอยู่คนเดียวล าพัง อาศัยอยู่กับคู่สมรส (กรณีคู่สมรสยังมีชีวิตอยู่) อาศัยอยู่กับคู่สมรสและลูกหรือครอบครัวของลูก (กรณีคู่สมรสยังมีชีวิตอยู่) อาศัยอยู่กับลูกหรือครอบครัวของลูก (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต หรือ หย่าร้าง) อาศัยอยู่กับหลาน (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต หรือ หย่าร้าง) อาศัยอยู่กับคู่สมรสและหลาน (กรณีคู่สมรสยังมีชีวิตอยู่) 83 145 82 67 18 5 20.75 36.25 20.50 16.75 4.50 1.25 ส่วนที่ 2 ปัจจัยพื้นฐานของ ศพอส. ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานของ ศพอส. 2 ด้าน ได้แก่ 1) การจัดกิจกรรมและบริการ และ 2) การเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ โดยวัดค าตอบเป็นระดับการด าเนินการ และการเข้าร่วม 6 ระดับ ได้แก่ ระดับมากที่สุด ระดับมาก ระดับค่อนข้างมาก ระดับปานกลาง ระดับน้อย และระดับน้อยมาก และ ให้ค่าคะแนนเป็น 6 คะแนน 5 คะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ตามล าดับ พร้อม ทั้งแสดงค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย () และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 96 1) การจัดกิจกรรมและบริการ ผลการศึกษาพบว่า ศพอส. ได้ส่งเสริมการจัดกิจกรรม และบริการให้แก่ผู้สูงอายุ สรุปในภาพรวมประชากร ที่ศึกษา พบว่าร้อยละ 100 ได้ด าเนินการ โดยร้อยละ 44.50 ด าเนินการมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 22.50 ด าเนินการมาก รองลงมาร้อยละ 17.75 ด าเนินการปานกลาง รองลงมาร้อยละ 13.75 ด าเนินการค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 1.25 ด าเนินการน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 0.25 ด าเนินการน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.91 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่า ศพอส. ได้ส่งเสริมการจัดกิจกรรมและบริการให้แก่ผู้สูงอายุอยู่ในระดับมาก (ดังตารางที่ 23) ตารางที่ 23 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของปัจจัยพื้นฐานด้านการจัดกิจกรรม และบริการ ปัจจัยพื้นฐาน ด้านกิจกรรม และบริการ ระดับการด าเนินการ S.D. แปลผล ไม่ได้ ด าเนินการ มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก - ศพอส. ได้ส่งเสริม การจัดกิจกรรมและ บริการให้แก่ผู้สูงอายุ 0.00 (0) 44.50 (178) 22.50 (90) 13.75 (55) 17.75 (71) 1.25 (5) 0.25 (1) 4.91 1.20 มาก รวม 4.91 1.20 มาก 2) การเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ การเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 ได้เข้าร่วม โดยร้อยละ 48.25 เข้าร่วมมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 25.50 เข้าร่วมมาก รองลงมา ร้อยละ 12.75 เข้าร่วมปานกลาง รองลงมาร้อยละ 11.50 เข้าร่วมค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 1.50 เข้าร่วมน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 0.50 เข้าร่วมน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.05 แสดงว่า ประชากร ที่ศึกษาได้เข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด (ดังตารางที่ 24) ตารางที่ 24 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของปัจจัยพื้นฐานด้านการเข้าร่วม กิจกรรมหรือบริการ ปัจจัยพื้นฐาน ด้านการเข้าร่วมกิจกรรม หรือบริการ ระดับการเข้าร่วม S.D. แปลผล ไม่ได้ เข้าร่วม มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก - การเข้าร่วมกิจกรรม ของ ศพอส. 0.00 (0) 48.25 (193) 25.50 (102) 11.50 (46) 12.75 (51) 1.50 (6) 0.50 (2) 5.05 1.15 มาก รวม 5.05 1.15 มาก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 97 โดยสรุป ปัจจัยพื้นฐานของ ศพอส. ในภาพรวมทุกด้านมีค่าเฉลี่ย 4.98คะแนน จัดอยู่ในระดับมาก แสดงว่าโดยภาพรวมมีปัจจัยพื้นฐานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก ส่วนปัจจัยพื้นฐานในรายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 5.05ด้านการเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ และค่าเฉลี่ย 4.91ด้านการจัดกิจกรรม และบริการ ค่าคะแนนรายด้านทุกด้านปัจจัยพื้นฐานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก (ดังตารางที่ 25) ตารางที่ 25 สรุปค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของปัจจัยพื้นฐานในภาพรวมทุกด้าน ปัจจัยพื้นฐาน S.D. แปลผล - ด้านการจัดกิจกรรมและบริการ 4.91 1.20 มาก - ด้านการเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ 5.05 1.15 มาก รวม 4.98 1.17 มาก ตอนที่ 3 ประสิทธิผลของ ศพอส. ข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิผลของ ศพอส. 5 ด้าน ได้แก่ 1) การเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ 2) การจัดกิจกรรมและบริการ 3) การมีส่วนร่วม 4) การบริหารจัดการ และ 5) ความตระหนัก โดยวัดค าตอบเป็นระดับความคิดเห็น 6ระดับ ได้แก่ เห็นด้วยมากที่สุด เห็นด้วยมาก เห็นด้วยค่อนข้างมาก เห็นด้วยปานกลาง เห็นด้วยน้อย และเห็นด้วยน้อยมาก และให้ค่าคะแนนเป็น 6 คะแนน 5 คะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ตามล าดับ พร้อมทั้งแสดงค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ˉx ) และค่า เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การเข้าร่วมกิจกรรมและบริการ ประกอบด้วยประเด็น 9 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วเกิดความรู้สึกคลายเหงา สรุปในภาพรวม ประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 66.50 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 21.75 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 8.00 เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 3.50 เห็นด้วยปานกลาง และน้อยที่สุดร้อยละ 0.25 เห็นด้วยน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.51 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษามีการเข้าร่วม กิจกรรมของ ศพอส. แล้วเกิดความรู้สึกคลายเหงาอยู่ในระดับมากที่สุด 2) การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ระหว่างผู้สูงอายุ ด้วยกันรวมถึงบุคคลภายนอกที่เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 63.50 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 25.00 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 7.25 เห็นด้วย ค่อนข้างมาก และน้อยที่สุดร้อยละ 4.25 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.48 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาที่เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้เกิด การแลกเปลี่ยน เรียนรู้ระหว่างผู้สูงอายุด้วยกันรวมถึงบุคคลภายนอกที่เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 98 3) การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้เกิดการใช้เวลาว่างอย่างมีประโยชน์ สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 60.25 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 30.25 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 6.25 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุด ร้อยละ 3.25 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.48 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษามีการเข้าร่วม กิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้เกิดการใช้เวลาว่างอย่างมีประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด 4) การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้ได้รับการเสริมสร้างภาวะทางร่างกาย สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 59.75 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 26.00 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 11.50 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุด ร้อยละ 2.75 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.43 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาที่เข้าร่วม ในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้ได้รับการเสริมสร้างภาวะทางร่างกาย อยู่ในระดับมากที่สุด 5) การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้ได้รับการเสริมสร้างภาวะทางจิตใจ สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 66.50 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 24.75 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 8.00 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุด ร้อยละ 0.75 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.57 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาที่เข้าร่วม ในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้ได้รับการเสริมสร้างภาวะทางจิตใจ อยู่ในระดับมากที่สุด 6) การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้ได้รับการเสริมสร้างภาวะทางสังคม สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 54.50 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 35.25 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 9.50 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุด ร้อยละ 0.75 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.44 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาที่เข้าร่วม ในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้ได้รับการเสริมสร้างภาวะทางสังคม อยู่ในระดับมากที่สุด 7) การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้ได้รับการเสริมสร้างภาวะทางสติปัญญา สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 55.75 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 32.00 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 10.25 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุด ร้อยละ 2.00 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.42 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาที่เข้าร่วม ในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้ได้รับการเสริมสร้างภาวะทางสติปัญญา อยู่ในระดับมากที่สุด 8) การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้สามารถน าทักษะที่ได้รับการฝึกฝน เรียนรู้ไปประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ช่วยเหลือตนเองได้ สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 43.00 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 31.50 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 16.25 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุดร้อยละ 9.25 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.08 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาที่เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้สามารถ น าทักษะที่ได้รับการฝึกฝนเรียนรู้ไปประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ช่วยเหลือตนเองได้ อยู่ในระดับมาก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 99 9) การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ สรุปในภาพรวม ประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 59.25 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 29.00 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 9.00 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุดร้อยละ 2.75 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.45 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาที่เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด ภาพรวมประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.43 แสดงว่า ประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ อยู่ในระดับมากที่สุดส่วนรายข้อ ที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 5.57 ในประเด็นการที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้ได้รับ การเสริมสร้างภาวะทางจิตใจ และมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดเท่ากับ 5.08 ในประเด็นการที่ได้เข้าร่วม ในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้สามารถน าทักษะที่ได้รับการฝึกฝนเรียนรู้ไปประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ช่วยเหลือตนเองได้ (ดังตารางที่ 26) ตารางที่ 26 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการ เข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ ประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการเข้าร่วมกิจกรรม หรือบริการ ระดับความคิดเห็น S.D. แปลผล ไม่ เห็น ด้วย มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก - การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วเกิดความรู้สึกคลาย เหงา 0.00 (0) 66.50 (266) 21.75 (87) 8.00 (32) 3.50 (14) 0.25 (1) 0.00 (0) 5.51 0.81 มากที่สุด - การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้เกิด การแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ระหว่างผู้สูงอายุด้วยกันรวมถึง บุคคลภายนอกที่เข้าร่วมกิจกรรม ของ ศพอส. 0.00 (0) 63.50 (254) 25.00 (100) 7.25 (29) 4.25 (17) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.48 0.81 มากที่สุด - การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้เกิดการใช้เวลา ว่างอย่างมีประโยชน์ 0.00 (0) 60.25 (241) 30.25 (121) 6.25 (25) 3.25 (13) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.48 0.76 มากที่สุด - การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้ได้รับ การเสริมสร้างภาวะทางร่างกาย 0.00 (0) 59.75 (239) 26.00 (104) 11.50 (46) 2.75 (11) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.43 0.80 มากที่สุด


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 100 ประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการเข้าร่วมกิจกรรม หรือบริการ ระดับความคิดเห็น S.D. แปลผล ไม่ เห็น ด้วย มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก - การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้ได้รับการ เสริมสร้างภาวะทางจิตใจ 0.00 (0) 66.50 (266) 24.75 (99) 8.00 (32) 0.75 (3) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.57 0.67 มากที่สุด - การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้ได้รับการ เสริมสร้างภาวะทางสังคม 0.00 (0) 54.50 (218) 35.25 (141) 9.50 (38) 0.75 (3) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.44 0.69 มากที่สุด - การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้ได้รับ การเสริมสร้างภาวะทางสติปัญญา 0.00 (0) 55.75 (223) 32.00 (128) 10.25 (41) 2.00 (8) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.42 0.75 มากที่สุด - การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้สามารถน า ทักษะที่ได้รับการฝึกฝนเรียนรู้ ไปประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ช่วยเหลือตนเองได้ 0.00 (0) 43.00 (172) 31.50 (126) 16.25 (65) 9.25 (37) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.08 0.98 มาก - การที่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. แล้วท าให้คุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น 0.00 (0) 59.25 (237) 29.00 (116) 9.00 (36) 2.75 (11) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.45 0.77 มากที่สุด รวม 5.43 0.78 มากที่สุด การจัดกิจกรรมและบริการ ประกอบด้วยประเด็น 2 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุจัดท ากิจกรรมในรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งท าให้เกิดการพัฒนาความสามารถ และทักษะตามความสนใจของผู้สูงอายุ สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.50 ไม่ได้เห็นด้วย ร้อยละ 99.50 เห็นด้วย โดยร้อยละ 40.50 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 35.20 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 15.00เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 8.25 เห็นด้วยปานกลาง และน้อยที่สุด ร้อยละ 0.25 เห็นด้วยน้อยและน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.00 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่า การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุจัดท ากิจกรรมในรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งท าให้เกิดการพัฒนาความสามารถและ ทักษะตามความสนใจของผู้สูงอายุ อยู่ในระดับมาก 2) การส่งเสริมการจัดกิจกรรมและบริการส่งผลต่อประสิทธิผลต่อการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 50.00 เห็นด้วย มากที่สุด รองลงมาร้อยละ 28.50 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 13.00 เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมา ร้อยละ 7.25 เห็นด้วยปานกลาง รองลงมาร้อยละ 1.00 เห็นด้วยน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 0.25


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 101 เห็นด้วยน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.19 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าการส่งเสริมการจัดกิจกรรม และบริการส่งผลต่อประสิทธิผลต่อการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด ภาพรวมประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการจัดกิจกรรมและบริการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.09 แสดงว่า ประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการจัดกิจกรรมและบริการอยู่ในระดับมาก ส่วนรายข้อ ที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 5.19 ในประเด็นการส่งเสริมการจัดกิจกรรมและบริการส่งผล ต่อประสิทธิผลต่อการด าเนินงานของ ศพอส. และมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดเท่ากับ 5.00 ในประเด็น การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุจัดท ากิจกรรมในรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งท าให้เกิดการพัฒนาความสามารถและ ทักษะตามความสนใจของผู้สูงอายุ (ดังตารางที่ 27) ตารางที่ 27 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของประสิทธิผลของ ศพอส.ด้านการ จัดกิจกรรมและบริการ ประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการจัดกิจกรรม และบริการ ระดับความคิดเห็น S.D. แปลผล ไม่ เห็น ด้วย มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก - การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุจัดท า กิจกรรมในรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งท าให้ เกิดการพัฒนาความสามารถและ ทักษะตามความสนใจของผู้สูงอายุ 0.50 (2) 35.25 (141) 40.50 (162) 15.00 (60) 8.25 (33) 0.25 (1) 0.25 (1) 5.00 1.01 มาก - การส่งเสริมการจัดกิจกรรมและ บริการของ ศพอส. ส่งผลต่อ ประสิทธิผลต่อการด าเนินงาน ของ ศพอส. 0.00 (0) 50.00 (200) 28.50 (114) 13.00 (52) 7.25 (29) 1.00 (4) 0.25 (1) 5.19 1.01 มากที่สุด รวม 5.09 1.01 มาก การมีส่วนร่วม ประกอบด้วยประเด็น 6 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุรายอื่น ๆ สรุปในภาพรวม ประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 39.25 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 36.25 เห็น ด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 17.50 เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 6.75 เห็นด้วยปานกลาง และ น้อยที่สุดร้อยละ 0.25 เห็นด้วยน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.08 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่า การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุรายอื่นๆ อยู่ในระดับมาก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 102 2) การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วมในการดูแลชุมชน สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 39.50 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 38.50 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 15.25 เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 6.50 เห็นด้วยปานกลาง และน้อย ที่สุดร้อยละ 0.25 เห็นด้วยน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.11 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าการส่งเสริม ให้ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วมในการดูแลชุมชน อยู่ในระดับมาก 3) การเปิดโอกาสให้ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายการด าเนินงานของ ศพอส. จะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 45.00 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 33.75 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 13.50 เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 7.25 เห็นด้วยปานกลาง และน้อยที่สุดร้อยละ 0.50 เห็นด้วยน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.16 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าการเปิดโอกาสให้ได้เข้ามา มีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายการด าเนินงานของ ศพอส. จะส่งผลต่อประสิทธิผลในการ ด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด 4) การเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนการด าเนินงานจะส่งผลต่อประสิทธิผล ในการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 50.25 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 35.25 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 10.25 เห็นด้วยค่อนข้างมาก รองลงมา ร้อยละ 4.00 เห็นด้วยป านกล าง และน้อยที่สุดร้อยละ 0 .25 เห็นด้วยน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.31 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าการเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการ วางแผนการด าเนินงานจะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด 5) การเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการน าแผนการด าเนินงานไปปฏิบัติจะส่งผล ต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 50.25 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 37.50 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 9.50 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุดร้อยละ 2.75 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.35 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าการเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการน าแผนการด าเนินงาน ไปปฏิบัติจะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด 6) การเปิดโอกาสให้ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทบทวนประเมินผลการด าเนินงานจะส่งผล ต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 61.00เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 31.00เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 6.25 เห็นด้วย ค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 1.25 เห็นด้วยปานกลาง และน้อยที่สุดร้อยละ 0.50 เห็นด้วยน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.51 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าการเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการทบทวนประเมินผลการด าเนินงานจะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 103 ภาพรวมประสิทธิผลของ ศพอส.ด้านการมีส่วนร่วม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.25 แสดงว่า ประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด เท่ากับ 5.51 ในประเด็นการเปิดโอกาสให้ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทบทวนประเมินผลการด าเนินงาน จะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. และมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดเท่ากับ 5.08 ในประเด็น การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุรายอื่น ๆ (ดังตารางที่ 28) ตารางที่ 28 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการ มีส่วนร่วม ประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการมีส่วนร่วม ระดับความคิดเห็น S.D. แปลผล ไม่ เห็น ด้วย มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก -การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วม ในการดูแลผู้สูงอายุรายอื่น ๆ 0.00 (0) 39.25 (157) 36.25 (145) 17.50 (70) 6.75 (27) 0.25 (1) 0.00 (0) 5.08 0.93 มาก -การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วม ในการดูแลชุมชน 0.00 (0) 39.50 (158) 38.50 (154) 15.25 (61) 6.50 (26) 0.25 (1) 0.00 (0) 5.11 0.91 มาก -การเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการก าหนดเป้าหมายการด าเนินงาน ของ ศพอส. จะส่งผลต่อประสิทธิผล ในการด าเนินงานของ ศพอส. 0.00 (0) 45.00 (180) 33.75 (135) 13.50 (54) 7.25 (29) 0.50 (2) 0.00 (0) 5.16 0.95 มากที่สุด - การเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการวางแผนการด าเนินงาน จะส่งผล ต่อประสิทธิผลในการด าเนินงาน ของ ศพอส. 0.00 (0) 50.25 (201) 35.25 (141) 10.25 (41) 4.00 (16) 0.25 (1) 0.00 (0) 5.31 0.83 มากที่สุด -การเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการน าแผนการด าเนินงานของ ศพอส. ไปปฏิบัติจะส่งผลต่อ ประสิทธิผลในการด าเนินงาน ของ ศพอส. 0.00 (0) 50.25 (201) 37.50 (150) 9.50 (38) 2.75 (11) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.35 0.76 มากที่สุด -การเปิดโอกาสให้ได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการทบทวนประเมินผลการ ด าเนินงานจะส่งผลต่อประสิทธิผล ในการด าเนินงานของ ศพอส. 0.00 (0) 61.00 (244) 31.00 (124) 6.25 (25) 1.25 (5) 0.5 (2) 0.00 (0) 5.51 0.71 มากที่สุด รวม 5.25 1.01 มากที่สุด


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 104 การบริหารจัดการ ประกอบด้วยประเด็น 2 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) การยกระดับและพัฒนารูปแบบการจัดบริการและสวัสดิการสังคมเพื่อการพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรม สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 48.75 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 32.00 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 13.50 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุดร้อยละ 5.75 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.24 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษามีการยกระดับและพัฒนารูปแบบการจัดบริการและสวัสดิการสังคมเพื่อการพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด 2) การมีประสิทธิผลในการบริหารด าเนินงานของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100เห็นด้วย โดยร้อยละ 52.00เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 33.00เห็นด้วยมาก รองลงมา ร้อยละ 10.50 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุดร้อยละ 4.50 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.33 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษามีประสิทธิผลในการบริหารด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด ภาพรวมประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการบริหารจัดการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.28 แสดงว่า ประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการบริหารจัดการอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด เท่ากับ 5.33 ในประเด็นการมีประสิทธิผลในการบริหารด าเนินงานของ ศพอส. และมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด เท่ากับ 5.24 ในประเด็นการยกระดับและพัฒนารูปแบบการจัดบริการและสวัสดิการสังคมเพื่อการพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรม (ดังตารางที่ 29) ตารางที่ 29 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการ บริหารจัดการ ประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านการบริหารจัดการ ระดับความคิดเห็น S.D. แปลผล ไม่ เห็น ด้วย มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก -การยกระดับและพัฒนารูปแบบ การจัดบริการและสวัสดิการสังคม เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ที่เข้าร่วมกิจกรรม 0.00 (0) 48.75 (195) 32.00 (128) 13.50 (54) 5.75 (23) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.24 0.89 มากที่สุด - ศพอส. มีประสิทธิผลในการ บริหารด าเนินงาน 0.00 (0) 52.00 (208) 33.00 (132) 10.50 (42) 4.50 (18) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.33 0.84 มากที่สุด รวม 5.28 0.86 มากที่สุด


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 105 ด้านความตระหนัก ประกอบด้วยประเด็น 5 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) ความตระหนักต่อคุณค่าในตนเองจะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 52.50 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 35.50 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 10.50 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุด ร้อยละ1.50เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.39แสดงว่า ประชากรที่ศึกษา ความตระหนักต่อคุณค่า ในตนเองจะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด 2) ความตระหนักต่อศักยภาพในตนเองจะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 53.50 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 31.00 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 12.75 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุด ร้อยละ 2.75 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.35 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษา ความตระหนัก ต่อศักยภาพในตนเองจะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด 3) ความตระหนักต่อความส าคัญของ ศพอส. จะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 54.25 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 34.00 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 9.50 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุด ร้อยละ 2.25 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.40 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาความตระหนัก ต่อความส าคัญของ ศพอส. จะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด 4) ความตระหนักต่อประโยชน์ของ ศพอส. จะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 55.50 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 31.50 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 10.00 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุด ร้อยละ 3.00 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.40 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาความตระหนัก ต่อประโยชน์ของ ศพอส. จะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด 5) ความตระหนักต่อการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของ ศพอส. จะส่งผลต่อประสิทธิผลในการ ด าเนินงานของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 51.50 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 36.00 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 10.75 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุดร้อยละ 1.75 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.37 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาความ ตระหนักต่อการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของ ศพอส. จะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด ภาพรวมประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านความตระหนัก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.38 แสดงว่า ประสิทธิผลของ ศพอส.ด้านความตระหนักอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด เท่ากับ 5.40 ในประเด็นความตระหนักต่อความส าคัญของ ศพอส. จะส่งผลต่อประสิทธิผลในการ ด าเนินงานของ ศพอส. และความตระหนักต่อประโยชน์ของ ศพอส. จะส่งผลต่อประสิทธิผลในการ ด าเนินงานของ ศพอส. และมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดเท่ากับ 5.35 ในประเด็นความตระหนักต่อศักยภาพ ในตนเองจะส่งผลต่อประสิทธิผลในการด าเนินงานของ ศพอส. (ดังตารางที่ 30)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 106 ตารางที่ 30 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านความตระหนัก ประสิทธิผลของ ศพอส. ด้านความตระหนัก ระดับความคิดเห็น S.D. แปลผล ไม่ เห็น ด้วย มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก -ความตระหนักต่อคุณค่าใน ตนเองจะส่งผลต่อประสิทธิผล ในการด าเนินงานของ ศพอส. 0.00 (0) 52.50 (210) 35.50 (142) 10.50 (42) 1.50 (6) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.39 0.73 มากที่สุด -ความตระหนักต่อศักยภาพใน ตนเองจะส่งผลต่อประสิทธิผล ในการด าเนินงานของ ศพอส. 0.00 (0) 53.50 (214) 31.00 (124) 12.75 (51) 2.75 (11) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.35 0.81 มากที่สุด - ความตระหนักต่อความส าคัญ ของ ศพอส. จะส่งผลต่อประสิทธิผล ในการด าเนินงานของ ศพอส. 0.00 (0) 54.25 (217) 34.00 (136) 9.50 (38) 2.25 (9) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.40 0.75 มากที่สุด - ความตระหนักต่อประโยชน์ ของ ศพอส. จะส่งผลต่อประสิทธิผล ในการด าเนินงานของ ศพอส. 0.00 (0) 55.50 (222) 31.50 (126) 10.00 (40) 3.00 (12) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.40 0.79 มากที่สุด -ความตระหนักต่อการมีส่วนร่วมกับ กิจกรรมของศพอส. จะส่งผล ต่อประสิทธิผลในการด าเนินงาน ของ ศพอส. 0.00 (0) 51.50 (206) 36.00 (144) 10.75 (43) 1.75 (7) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.37 0.75 มากที่สุด รวม 5.38 0.76 มากที่สุด โดยสรุป ประสิทธิผลของ ศพอส. ในภาพรวมทุกด้านมีค่าเฉลี่ย 5.28 คะแนน จัดอยู่ในระดับ มากที่สุด แสดงว่าโดยภาพรวมมีประสิทธิผลของ ศพอส. อยู่ระดับมากที่สุด ส่วนประสิทธิผล ในรายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ย สูงสุด 5.43ด้านการเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ รองลงมามีค่าเฉลี่ย 5.38 ด้านความตระหนัก รองลงมามีค่าเฉลี่ย 5.28 ด้านการบริหารจัดการ และค่าเฉลี่ย 5.09 ด้านการมีส่วนร่วม และด้านการจัดกิจกรรมและบริการ ค่าคะแนนรายด้านทุกด้านประสิทธิผลของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด (ดังตารางที่ 31)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 107 ตารางที่ 31 สรุปค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน จ าแนกตามด้านของประสิทธิผลของ ศพอส. ประสิทธิผลของศพอส. S.D. แปลผล - ด้านการเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ 5.43 0.78 มากที่สุด - ด้านการจัดกิจกรรมและบริการ 5.09 1.01 มาก - ด้านการมีส่วนร่วม 5.25 1.01 มากที่สุด - ด้านการบริหารจัดการ 5.28 0.86 มากที่สุด - ด้านความตระหนัก 5.38 0.76 มากที่สุด รวม 5.28 0.88 มากที่สุด ตอนที่ 4 ความตระหนัก ข้อมูลเกี่ยวกับความตระหนัก 3 ด้าน ได้แก่ 1) คุณค่าในตนเอง 2) ความส าคัญของ ศพอส. และ 3) การมีส่วนร่วมกับกิจกรรมและบริการของ ศพอส. โดยวัดค าตอบเป็นระดับความคิดเห็น 6 ระดับ ได้แก่ ระดับมากที่สุด ระดับมาก ระดับค่อนข้างมาก ระดับปานกลาง ระดับน้อย และระดับ น้อยมากและให้ค่าคะแนนเป็น 6 คะแนน 5 คะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ตามล าดับ พร้อมทั้งแสดงค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ˉx ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) คุณค่าในตนเอง ประกอบด้วยประเด็น 2 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) การที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. ได้ท าให้เกิดความตระหนักต่อคุณค่าในตนเอง สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 60.75 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 28.75 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 9.00 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุด ร้อยละ 1.50 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.49 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม ของ ศพอส. ได้ท าให้เกิดความตระหนักต่อคุณค่าในตนเอง อยู่ในระดับมากที่สุด 2) การที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. ท าให้เกิดความตระหนักต่อศักยภาพของตนเอง สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 52.50 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 32.00 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 12.75 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุด ร้อยละ 2.75 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.34 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม ของ ศพอส. ท าให้เกิดความตระหนักต่อศักยภาพของตนเอง อยู่ในระดับมากที่สุด ภาพรวมความตระหนักต่อคุณค่าในตนเอง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.41 แสดงว่า ความตระหนัก ต่อคุณค่าในตนเองอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 5.49 ในประเด็น การที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. ได้ท าให้เกิดความตระหนักต่อคุณค่าในตนเอง และมีค่าเฉลี่ย น้อยที่สุดเท่ากับ 5.34 ในประเด็นการที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. ท าให้เกิดความตระหนัก ต่อศักยภาพของตนเอง (ดังตารางที่ 32)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 108 ตารางที่ 32 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของความตระหนักต่อคุณค่าในตนเอง ความตระหนัก ต่อคุณค่าในตนเอง ระดับความคิดเห็น S.D. แปลผล ไม่ เห็น ด้วย มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก - การที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. ได้ท าให้เกิดความ ตระหนักต่อคุณค่าในตนเอง 0.00 (0) 60.75 (243) 28.75 (115) 9.00 (36) 1.50 (6) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.49 0.72 มากที่สุด - การที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. ท าให้เกิดความตระหนัก ต่อศักยภาพของตนเอง 0.00 (0) 52.50 (210) 32.00 (128) 12.75 (51) 2.75 (11) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.34 0.80 มากที่สุด รวม 5.41 0.76 มากที่สุด ความส าคัญของ ศพอส. ประกอบด้วยประเด็น 2 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) การที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. ท าให้เกิดความตระหนักถึงความส าคัญของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 62.75 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 27.00 เห็นด้วยมาก รองลงมาร้อยละ 7.50 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุด ร้อยละ 2.75 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.50 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม ของ ศพอส. ท าให้เกิดความตระหนักถึงความส าคัญของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด 2) การที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. ท าให้เกิดความตระหนักถึงประโยชน์ของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 30.75 เห็นด้วยมาก รองลงมา ร้อยละ 59.25 เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 9.00 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุด ร้อยละ 1.00 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.48 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม ของ ศพอส. ท าให้เกิดความตระหนักถึงความส าคัญของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด ภาพรวมความตระหนักต่อความส าคัญของ ศพอส. มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.49 แสดงว่า ความตระหนักต่อความส าคัญของ ศพอส. อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด เท่ากับ 5.50 ในประเด็นการที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. ท าให้เกิดความตระหนักถึงความส าคัญ ของ ศพอส. และมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดเท่ากับ 5.48 ในประเด็นการที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. ท าให้เกิดความตระหนักถึงประโยชน์ของ ศพอส. (ดังตารางที่ 33)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 109 ตารางที่ 33จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของความตระหนักต่อความส าคัญของศพอส. ความตระหนัก ต่อความส าคัญของ ศพอส. ระดับความคิดเห็น S.D. แปลผล ไม่ เห็น ด้วย มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก - การที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. ท าให้เกิดความตระหนัก ถึงความส าคัญของ ศพอส. 0.00 (0) 62.75 (251) 27.00 (108) 7.50 (30) 2.75 (11) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.50 0.75 มากที่สุด - การที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. ท าให้เกิดความตระหนัก ถึงประโยชน์ของ ศพอส. 0.00 (0) 59.25 (237) 30.75 (123) 9.00 (36) 1.00 (4) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.48 0.70 มากที่สุด รวม 5.49 0.72 มากที่สุด การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของ ศพอส. ผลการศึกษาพบว่า การได้เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. ท าให้เกิดความตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรม สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 100 เห็นด้วย โดยร้อยละ 53.75เห็นด้วยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 35.25เห็นด้วยมาก รองลงมา ร้อยละ 8.75 เห็นด้วยค่อนข้างมาก และน้อยที่สุดร้อยละ 2.25 เห็นด้วยปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.41 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมของ ศพอส. ท าให้เกิดความตระหนัก ถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด (ดังตารางที่ 34) ตารางที่ 34 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของความตระหนักต่อการมีส่วนร่วม ในกิจกรรม ความตระหนัก การมีส่วนร่วมในกิจกรรม ระดับความคิดเห็น S.D. แปลผล ไม่ เห็น ด้วย มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก - การได้เข้าร่วมกิจกรรม ของ ศพอส. ท าให้เกิดความ ตระหนักถึงการมีส่วนร่วม ในกิจกรรม 0.00 (0) 53.75 (215) 35.25 (141) 8.75 (35) 2.25 (9) 0.00 (0) 0.00 (0) 5.41 0.74 มากที่สุด รวม 5.41 0.74 มากที่สุด


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 110 โดยสรุป ความตระหนักในภาพรวมทุกด้านมีค่าเฉลี่ย 5.43 คะแนน จัดอยู่ในระดับมากที่สุด แสดงว่าโดยภาพรวมความตระหนักอยู่ระดับมากที่สุด ส่วนความตระหนักในรายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 5.49 ความส าคัญของ ศพอส. และค่าเฉลี่ย 5.41 คุณค่าในตนเองและการมีส่วนร่วมกับกิจกรรม ของ ศพอส. ค่าคะแนนรายด้านทุกด้านของความตระหนักอยู่ในระดับมากที่สุด ดังตารางที่ 35 ตารางที่ 35 สรุปค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของความตระหนัก ความตระหนัก S.D. แปลผล - คุณค่าในตนเอง 5.41 0.76 มากที่สุด - ความส าคัญของ ศพอส. 5.49 0.72 มากที่สุด - การมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของ ศพอส. 5.41 0.74 มากที่สุด รวม 5.43 0.74 มากที่สุด ตอนที่ 5 การมีส่วนร่วม ข้อมูลเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม โดยวัดค าตอบเป็นระดับการมีส่วนร่วม 6 ระดับ ได้แก่ ระดับ มากที่สุด ระดับมาก ระดับค่อนข้างมาก ระดับปานกลาง ระดับน้อย และระดับน้อยมาก และให้ค่า คะแนนเป็น 6 คะแนน 5 คะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ตามล าดับ พร้อมทั้ง แสดงค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ˉx ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ประกอบด้วยประเด็น 5 ข้อ ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้ 1) การมีส่วนร่วมกับการบริหารการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 7.25 ไม่มีส่วนร่วม ร้อยละ 92.75 มีส่วนร่วม โดยร้อยละ 36.25 มีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 34.50 มีส่วนร่วมมาก รองลงมาร้อยละ 12.50 มีส่วนร่วมค่อนข้างมาก รองลงมา ร้อยละ 6.75 มีส่วนร่วมปานกลาง รองลงมาร้อยละ 2.50 มีส่วนร่วมน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 0.25 มีส่วนร่วมน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.66 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมกับการ บริหารการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก 2) การเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.75 ไม่มีส่วนร่วม ร้อยละ 99.25 มีส่วนร่วม โดยร้อยละ 39.50 มีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 34.00 มีส่วนร่วมมาก รองลงมาร้อยละ 16.5 มีส่วนร่วม ค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 6.00 มีส่วนร่วมปานกลาง รองลงมาร้อยละ 2.75 มีส่วนร่วมน้อย และ น้อยที่สุดร้อยละ 0.50 มีส่วนร่วมน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.97 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้รับการ เปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 111 3) การเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนการด าเนินงาน ศพอส. สรุปในภาพรวม ประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 1.50 ไม่มีส่วนร่วม ร้อยละ 98.50 มีส่วนร่วม โดยร้อยละ 37.25 มีส่วนร่วม มากที่สุด รองลงมาร้อยละ 32.50 มีส่วนร่วมมาก รองลงมาร้อยละ 17.25 มีส่วนร่วมค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 6.75 มีส่วนร่วมปานกลาง รองลงมาร้อยละ 4.50 มีส่วนร่วมน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 0.25 มีส่วนร่วมน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.85 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษาได้รับการเปิดโอกาส ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก 4) การเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการน าแผนการด าเนินงานของศพอส. ไปปฏิบัติ สรุปในภาพรวม ประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 1.00 ไม่มีส่วนร่วม ร้อยละ 99.00 มีส่วนร่วม โดยร้อยละ 37.75 มีส่วนร่วมมาก ที่สุด รองลงมาร้อยละ 34 มีส่วนร่วมมาก รองลงมาร้อยละ 14.50 มีส่วนร่วมค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 10.25 มีส่วนร่วมปานกลาง รองลงมาร้อยละ 1.50 มีส่วนร่วมน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 1.00 มีส่วนร่วม น้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.89 แสดงว่าประชากรที่ศึกษาได้รับการเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการน าแผนการด าเนินงานของ ศพอส. ไปปฏิบัติ อยู่ในระดับมาก 5) การเปิดโอกาสให้ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทบทวนประเมินผลการด าเนินงานของ ศพอส. สรุปในภาพรวมประชากรที่ศึกษา ร้อยละ 0.25 ไม่มีส่วนร่วม ร้อยละ 99.75 มีส่วนร่วม โดยร้อยละ 35.25 มีส่วนร่วมมาก รองลงมาร้อยละ 34.00 มีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 17.25 มีส่วนร่วม ค่อนข้างมาก รองลงมาร้อยละ 11.00 มีส่วนร่วมปานกลาง รองลงมาร้อยละ 1.75 มีส่วนร่วมน้อย และน้อยที่สุดร้อยละ 0.50 มีส่วนร่วมน้อยมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.86 แสดงว่า ประชากรที่ศึกษา ได้รับการเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการทบทวนประเมินผลการด าเนินงานของ ศพอส. อยู่ในระดับมาก สรุปภาพรวมการมีส่วนร่วมในการด าเนินงาน ศพอส. มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.84 แสดงว่า การมีส่วนร่วมในการด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุอยู่ในระดับมาก ส่วนรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 4.97 ในประเด็นการเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการ ก าหนดเป้าหมายการด าเนินงานของ ศพอส. รองลงมาค่าเฉลี่ย 4.89 ในประเด็นการเปิดโอกาสให้เข้ามามี ส่วนร่วมในการน าแผนการด าเนินงานของ ศพอส. ไปปฏิบัติและมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดเท่ากับ 4.66 ในประเด็นการเข้ามามีส่วนร่วมกับการบริหารการด าเนินงานของ ศพอส. (ดังตารางที่ 36)


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 112 ตารางที่ 36จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของการมีส่วนร่วมในการด าเนินงานศูนย์ พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ การมีส่วนร่วมในการด าเนินงาน ศพอส. ระดับการมีส่วนร่วม S.D. แปลผล ไม่มี ส่วน ร่วม มาก ที่สุด มาก ค่อน ข้าง มาก ปาน กลาง น้อย น้อย มาก -การเข้ามามีส่วนร่วมกับการบริหาร การด าเนินงานของ ศพอส. 7.25 (29) 36.25 (145) 34.50 (138) 12.50 (50) 6.75 (27) 2.50 (10) 0.25 (1) 4.66 1.65 มาก -การเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการก าหนดเป้าหมายการด าเนินงาน ของ ศพอส. 0.75 (3) 39.50 (158) 34.00 (136) 16.50 (66) 6.00 (24) 2.75 (11) 0.50 (2) 4.97 1.15 มาก -การเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการวางแผนการด าเนินงาน ของ ศพอส. 1.50 (6) 37.25 (149) 32.50 (130) 17.25 (69) 6.75 (27) 4.50 (18) 0.25 (1) 4.85 1.27 มาก -การเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการน าแผนการด าเนินงานของ ศพอส. ไปปฏิบัติ 1.00 (4) 37.75 (151) 34.00 (136) 14.50 (58) 10.25 (41) 1.50 (6) 1.00 (4) 4.89 1.21 มาก -การเปิดโอกาสให้ได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการทบทวนประเมินผลการ ด าเนินงานของ ศพอส. 0.25 (1) 34.00 (136) 35.25 (141) 17.25 (69) 11.00 (44) 1.75 (7) 0.50 (2) 4.86 1.11 มาก รวม 4.84 1.27 มาก ผลการศึกษาข้อมูลเชิงคุณภาพ จากการประชุมกลุ่มย่อยตามประเด็นข้อค าถามเกี่ยวกับ ระบบและปัญหา จุดแข็ง จุดอ่อน ปัญหา อุปสรรค และความต้องการในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการบริหารงาน ของประชากร ในพื้นที่ศึกษาทั้ง 16 พื้นที่ พบว่า ระบบและปัญหาการบริหารงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) ผลการศึกษาระบบและปัญหาการบริหารงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุ จากการศึกษากระบวนการสนทนากลุ่ม แบ่งข้อมูลออกเป็น 2 ประเด็น ดังนี้ 1. ระบบการบริหารงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) ข้อมูลจากการสัมภาษณ์โดยใช้กระบวนการสนทนากลุ่มกับคณะกรรมการบริหารศูนย์ พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จ านวน 16 พื้นที่ ได้สรุปผลความคล้ายคลึงกัน ดังนี้ องค์ประกอบโครงสร้างของคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ประกอบไปด้วย 1) นายกองค์กรปกครองส่วนทองถิ่น เป็นที่ปรึกษา


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 113 2) ประธานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและสงเสริมอาชีพผู้สูงอายุคัดเลือกจากประธานชมรมผู้สูงอายุ 3) รองประธาน คัดเลือกจากผู้แทนชมรมผู้สูงอายุ 4) ผู้แทนผู้สูงอายุ จ านวน 3 - 5 คน เป็นกรรมการ 5) ผู้แทนอาสาสมัคร จ านวน 1 - 2 คน เป็นกรรมการ 6) กรรมการและเลขานุการ ให้คัดเลือกจากผู้แทน องค์กรปกครองสวนท้องถิ่นหรือผู้สูงอายุ ซึ่งจ านวนคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ขั้นต่ าอย่างน้อย 11คน โดยไม่มีการก าหนดแนวทางที่ชัดเจนในการจ ากัด จ านวนคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ให้เป็นดุลยพินิจของ คณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ทั้งนี้ พบว่ามีองค์ประกอบ ของคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุบางแห่ง แต่งตั้ง คณะท างานชุดเล็กเพื่อมอบหมายให้รับผิดชอบการด าเนินงานตามหน้าที่ และยังพบว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมอบหมายให้นักพัฒนาชุมชนหรือเจ้าหน้าที่ในต าแหน่งที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ดูแลประสานงาน หลักในการจัดกิจกรรม โครงการ ดูแลงบประมาณและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ส านักงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหรือศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ งบประมาณที่ใช้ในการขับเคลื่อนงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ได้รับ การสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนหนึ่ง และรายได้จากส่วนอื่น ๆ ได้แก่ การขอรับ การจัดสรรงบประมาณจากกองทุนต่าง ๆ เช่น กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม กองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ส านักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ (สปสช.) การระดมทุนโดยการ จัดตั้งกองผ้าป่าสามัคคี และรายได้จากแหล่งที่มาอื่น ๆ เช่น การจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ของศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ อาคารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ มีทั้งในลักษณะของการ ปรับปรุงซ่อมแซมจากอาคารหลังเดิมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการสร้างอาคารหลังใหม่ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรมกิจการผู้สูงอายุ ซึ่งการคัดเลือกสถานที่จัดตั้งศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุมีความหลากหลาย เช่น ตั้งอยู่ภายในบริเวณองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น หรือตั้งในบริเวณที่สาธารณประโยชน์ของต าบล ค านึงถึงต าแหนงที่ตั้งที่ไม่ห่างไกล จากชุมชนมากเกินไป มีความสะดวกต่อการเดินทาง เป็นศูนย์กลางของหมู่บ้านหรือเป็นอาคารที่ประชาชน ต้องร่วมกิจกรรม ภายในอาคารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุมีระบบ สาธารณูปโภคที่จ าเป็น เช่น ไฟฟ้า น้ าประปา มีห้องน้ า แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน มีความมั่นคงแข็งแรง มีสิ่งอ านวยความสะดวก เช่น แอร์ พัดลม เครื่องขยายเสียง กระดาน โต๊ะ เก้าอี้ ชั้นวางของ และมีระบบ การรักษาความปลอดภัย เป็นต้น


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 114 จากผลการศึกษาระบบบริหารของคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและ ส่งเสริมและอาชีพผู้สูงอายุข้างต้น คณะผู้วิจัยจะใช้ทฤษฎีหลักการบริหาร 4 M’s ในการอธิบาย รายละเอียดกระบวนการบริหาร ประกอบด้วยบุคลากร (MAN) งบประมาณ (MONEY) วัสดุ/อุปกรณ์ (MATERIAL) และการจัดการ (MANAGEMENT) ดังนี้ 1.1. การบริหารงานด้านบุคลากร (MAN) ด้วยข้อก าหนดของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพในระยะแรกเริ่มของกรมกิจการผู้สูงอายุ ได้ก าหนดให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นที่ปรึกษา ดังนั้นโครงสร้างของคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุ (ศพอส.) จึงมีบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนทองถิ่นส่วนหนึ่งเป็นกรรมการ นอกจากนี้ การคัดเลือกประธาน คัดเลือกจากประธานชมรมผู้สูงอายุ คัดเลือกจากคณะกรรมการบริหาร ศพอส. ที่เป็นผู้สูงอายุ แต่ในบางพื้นที่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้ก าหนดคุณสมบัติของ ประธานเพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายด้านผู้สูงอายุเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น รองนายกองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นผู้สูงอายุ เป็นประธาน ศพอส. โดยต าแหน่ง หรือคัดเลือกจากผู้สูงอายุ ในพื้นที่ ที่ได้รับการยอมรับ มีประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ หรือคุณสมบัติอื่น ๆ ที่เหมาะสม รองประธานและกรรมการ จะคัดเลือกจากประธานผู้สูงอายุประจ าหมู่บ้าน หรือผู้สูงอายุทุกหมู่บ้าน เป็นคณะกรรมการบริหาร ศพอส. แต่ในบางพื้นที่มีอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจ าหมู่บ้าน (อสม.) สภาเด็กและเยาวชน ผู้แทนโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพต าบล ผู้แทนส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) หรือเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมเป็นคณะกรรมการบริหาร ศพอส. ในส่วนของ กรรมการและเลขานุการ จะคัดเลือกจากประธานผู้สูงอายุประจ าหมู่บ้าน หรือผู้สูงอายุทุกหมู่บ้าน เป็นคณะกรรมการบริหาร ศพอส. นอกจากนี้ยังมีการก าหนดคณะกรรมการในแต่ละด้านไว้อย่างชัดเจน เช่น ด้านสาธารณสุข ด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ด้านนันทนาการและการกีฬา ด้านอ านวยการ ด้านศาสนา วัฒนธรรมและประเพณี ด้านการประชาสัมพันธ์ ด้านการเงินและบัญชี ด้านวิชาการ และวิชาชีพการเรียนรู้ตลอดชีวิตและติดตามการเรียนรู้ 1.2 การบริหารงานด้านงบประมาณ (MONEY) ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ ได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งจากภาครัฐและจากภาคเอกชน ในส่วนของภาครัฐนั้น จะมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมและบริการ ตามบทบาท ภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (พม.) สนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมและบริการของ ศพอส. เช่น กองทุน ผู้สูงอายุ กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกองทุนอื่น ๆ เช่น กองทุน หลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (สปสช.) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นต้น ในส่วนของภาคเอกชนนั้นประชาชนในพื้นที่ได้จัดตั้งกลุ่มกองทุนด้วยตนเอง ในลักษณะกองทุน


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 115 สวัสดิการชุมชน เช่น กองทุนสัจจะออมทรัพย์ กองทุนขยะ กองทุนผ้าป่า การขอรับบริจาคเงินหรือ สิ่งของ จากผู้มีจิตศรัทธา รวมถึงการจัดจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ของผู้สูงอายุ 1.3 การบริหารงานด้านวัสดุ/อุปกรณ์ (MATERIAL) วัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ ส่วนใหญ่ ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมและบริการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ จะได้รับ การสนับสนุนจากกรมกิจการผู้สูงอายุตั้งแต่เริ่มแรกของการจัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ ซึ่งในภายหลังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องเป็นผู้ซ่อมแซมวัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ เพื่อให้มีความพร้อมในการใช้งาน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องฉายภาพ (Projector) จอรับภาพ (Screen) เครื่องขยายเสียง พัดลม เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น รวมถึงวัสดุส านักงานสิ้นเปลือง เช่น กระดาษ ขนาดเอสี่ ปากกาเคมี ที่เย็บกระดาษ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดหาเพื่ออ านวยความสะดวก และสนับสนุนการขับคลื่อนงานร่วมด้วย 1.4 การบริหารงานด้านการจัดการ (MANAGEMENT) ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและ ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ มีการบริหารงานด้านการจัดการโดยใช้การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการใช้กลไกของคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ที่มีโครงสร้างจากทุกภาคส่วนอยู่แล้ว กล่าวคือ ในส่วนการก าหนดเป้าหมาย มีคณะกรรมการ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันก าหนด เป้าหมายในการจัดกิจกรรมและบริการเพื่อพัฒนาในมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ และสุขภาพ เป็นศูนย์ ส่งเสริมอาชีพและจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ผู้สูงอายุ ถ่ายทอดภูมิปัญญาของผู้สูงอายุ ศูนย์ข้อมูลผู้สูงอายุ ในพื้นที่ ในส่วนของการวางแผนปฏิบัติการ มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อจัดท าแผนปฏิบัติการ แผนงบประมาณ รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี รวมถึงเตรียมความพร้อมส าหรับด าเนินการตามแผนปฏิบัติการที่ได้จัดท าไว้ของการบริหารจัดการ เรื่องข้อมูล จะพบว่ามีการจัดท าฐานข้อมูลอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ ข้อมูลผู้สูงอายุในพื้นที่โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มติดเตียง กลุ่มติดบ้าน และกลุ่มติดสังคม มีจ านวนและสภาพปัญหาของผู้สูงอายุในพื้นที่ ข้อมูลกลุ่มคลังปัญญาผู้สูงอายุ ข้อมูลกลุ่มอาชีพ ข้อมูลผู้เข้าร่วมกิจกรรมและบริการ ในส่วนของการ จัดกิจกรรมและบริการ จะมีคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้สูงอายุส่วนหนึ่ง ร่วมกันออกแบบกิจกรรมและบริการเป็นลักษณะของ กิจกรรมที่จัดขึ้นภายในและภายนอกศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ทั้ง 4 มิติหลัก ประกอบด้วย มิติด้านสุขภาพ มิติด้านสังคม มิติด้านเศรษฐกิจ มิติด้านสภาพแวดล้อม ดังนี้ มิติด้านสุขภาพ ภายในศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ได้แก่ บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ประเมินอาการประสานส่งต่อ เช่น คัดกรองโรคความดัน เบาหวาน ไขมันในเลือด การส่งเสริมการบริโภคตามหลักโภชนาการ การออกก าลังกาย การดูแลสุขภาพช่องปาก การอบรมให้ความรู้โรคเรื้อรัง การอบรมให้ความรู้การดูแลผู้สูงอายุที่ติดบ้าน / ติดเตียง การอบรมให้ความรู้


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 116 การใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ภายนอกศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ได้แก่ การลงพื้นที่ เยี่ยมบ้านผู้สูงอายุที่ติดบ้าน/ติดเตียง โดยจะร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจ าหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ (อผส.) ให้ค าแนะน าการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ การประเมินสุขภาพ เบื้องต้นผู้สูงอายุ รวมทั้งการให้ก าลังใจ สร้างเสริมสุขภาพจิต แนะน าการดูแลรักษาความสะอาด แก่ผู้สูงอายุ มิติด้านสังคม ภายในศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ได้แก่ การเรียนการสอนในวิชาพื้นฐาน เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษเบื้องต้น การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับ เทคโนโลยีส าหรับผู้สูงอายุ/การป้องกันภัยจากไซเบอร์ การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิผู้สูงอายุ/สิทธิ ผู้พิการการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดท าบัญชีครัวเรือน การส่งเสริมการออม การส่งเสริม สนับสนุนการรวมกลุ่มผู้สูงอายุ การจัดท าแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ การส่งเสริมการเรียนรู้ แก่ประชาชนเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุ การจัดกิจกรรมนันทนาการ เช่น ร้องเพลง เล่นดนตรี การจัดกิจกรรมตามวันส าคัญ/ประเพณี ต่าง ๆ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันสงกรานต์ วันขึ้น ปีใหม่ วันเข้าพรรษา ออกพรรษา เป็นต้น ภายนอก ศพอส. ได้แก่ การอบรมเด็ก/เยาวชน เพื่อน า ความรู้ไปช่วยเหลือผู้สูงอายุที่บ้าน การช่วยเหลือค่าจัดการศพ การเยี่ยมบ้านมอบสิ่งของให้กับผู้ป่วย ติดเตียง มิติด้านเศรษฐกิจ ภายในศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ได้แก่ การส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและการจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ผู้สูงอายุ เช่น การท าพรมเช็ดเท้า การท า ผลิตภัณฑ์จากผ้า การท าผลิตภัณฑ์จากเส้นพลาสติก การฟั่นเทียน การท าโคม การท าไม้กวาด การท า ไข่เค็ม การท ากล้วยฉาบ การท าตุง การท าสะตวง การท าพัด การท าพวงหรีด การท าดอกไม้จันทน์ การปลูกผักปลอดสารพิษ การท าน้ าหมักปลา รวมทั้ง การจัดให้มีมุมแสดงผลงาน และมุมจ าหน่าย ผลิตภัณฑ์ผู้สูงอายุ ภายนอก ศพอส. ได้แก่ การออกบูธจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ของผู้สูงอายุ การบริการ ด้านศิลปวัฒนธรรม เช่น การแสดงดนตรีพื้นบ้าน การฟ้อนร า เป็นต้น รวมถึงการทอดผ้าป่า/ทอดกฐิน มิติด้านสภาพแวดล้อม ภายในศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ได้แก่ ดูแลรักษาความสะอาดอาคารสถานที่ สิ่งปลูกสร้าง/อาคารมั่นคงแข็งแรง พื้นที่ราบเรียบ ไม่ลื่น ไม่ขรุขระ มีอุปกรณ์/สิ่งอ านวยความสะดวกเพียงพอต่อการใช้งานมีพื้นที่สีเขียว/พื้นที่พักผ่อน มีพื้นที่ ออกก าลังกายส าหรับผู้สูงอายุ มีอุปกรณ์การสื่อสาร (เครื่องฉายภาพ/ไมโครโฟน) มีมุมอ่านหนังสือ มีมุมปฐมพยาบาลเบื้องต้น มีห้องน้ าที่เหมาะสมส าหรับผู้สูงอายุ ภายนอก ศพอส. ได้แก่ การท า ความสะอาด/ปรับปรุงภูมิทัศน์ตามสถานที่ส าคัญต่าง ๆ ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีมิติด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น การจัดเก็บข้อมูลสุขภาพผู้สูงอายุ การจ่ายเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ การขอใช้สถานที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัด แก่ผู้สูงอายุ การน าเด็ก/เยาวชน มาร่วมกิจกรรม กับผู้สูงอายุ เช่น ฟ้อนร า สานตุง การจัดกิจกรรมให้ค าปรึกษา หารือช่วยเหลือเกื้อกูล เช่น การสังคมสงเคราะห์


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 117 การให้ค าปรึกษาผู้ประสบปัญหา การประเมินสภาพปัญหา การหาแนวทางการช่วยเหลือ รวมทั้งการส่งเสริม ศักยภาพอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ (อผส.) เป็นต้น ในส่วนของการทบทวน ประเมินผลการด าเนินงาน ของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ได้มีการสอบถามความพึงพอใจของผู้สูงอายุ ที่มาใช้บริการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของแบบสอบถาม หรือมติที่ประชุมต่างๆ เพื่อปรับปรุงพัฒนาการด าเนินงาน การขับเคลื่อนกิจกรรม ในส่วนของการ รายงานผล เป็นการท างานร่วมกันระหว่างคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดท ารายการ ผลการด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ให้แก่ส านักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เพื่อติดตามและรายงานผลการด าเนินงานให้กรมกิจการผู้สูงอายุ 2. ปัญหาในกระบวนการบริหารงาน ศพอส. 2.1 การวิเคราะห์สถานการณ์ระบบการบริหารงาน (SWOT) ศูนย์พัฒนาคุณภาพ ชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ภาพรวม 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน จุดแข็ง (Strengths) - มีกลไกของคณะกรรมการ ค าสั่งแต่งตั้ง ผังโครงสร้าง องค์ประกอบคณะกรรมการ ที่มาจากทั้งภาครัฐและภาคประชาชน รายชื่อปราชญ์ชาวบ้านหรือคลังปัญญาผู้สูงอายุ ข้อมูลลักษณะ ของภูมิปัญญา รวมถึงจิตอาสา ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญาด้านการเกษตร ด้านการส่งเสริม อาชีพ ด้านหัตถกรรม ด้านศาสนา ความเชื่อ/จิตวิญญาณ ด้านขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ซึ่งคณะกรรมการให้ความส าคัญและประโยชน์ของ ศพอส. - มีอาคารสถานที่ที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมและบริการ ตามมาตรฐานการด าเนินงาน ของ ศพอส. เช่น ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชุมชน ไม่มีเสียงอึกทึก การเดินทางสะดวก มีพื้นที่เพียงพอส าหรับ การจัดกิจกรรม สภาพแวดล้อมร่มรื่น อากาศถ่ายเท พื้นผิวไม่ลื่นหรือขรุขระ มีป้ายชื่อ ศพอส. ชัดเจน มีห้องน้ า แสงสว่างเพียงพอ ทางเข้าอาคารกว้างพอส าหรับรถเข็นคนพิการ มีก าหนดเวลาเปิด-ปิด และมีมุมกิจกรรม - คณะกรรมการ ศพอส. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้สูงอายุในชุมชน ร่วมกัน ก าหนดเป้าหมายการด าเนินงาน วางแผนการด าเนินงาน จัดกิจกรรมและบริการ และทบทวน ประเมินผล เช่น มีการก าหนดและจัดประชุมคณะกรรมการอย่างต่อเนื่อง 1 - 2 ครั้งต่อปี เพื่อวางแผน การด าเนินงาน การก าหนดประชุมคณะกรรมการ มอบหมายผู้รับผิดชอบ ก าหนดประเภทและช่วงเวลา ในการจัดกิจกรรมและบริการ การสรุปและทบทวนผลการด าเนินงาน - มีกิจกรรมที่หลากหลายตามความต้องการ จึงมีผู้สูงอายุและสมาชิกทุกช่วงวัยให้ความสนใจ และเข้าร่วมกิจกรรมและบริการของ ศพอส. เป็นจ านวนมาก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 118 - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารการด าเนินงานของ ศพอส. เช่น มอบหมายเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานด้านผู้สูงอายุเข้าเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ และผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีนโยบายการพัฒนาด้านสังคม โดยเน้นการส่งเสริมและสนับสนุน การด าเนินงานของคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ อย่างเป็นรูปธรรม - มีการด าเนินงานอย่างต่อเนื่อง เกิดผลในเชิงประจักษ์เป็นที่ยอมรับ ได้รับรางวัลด้านต่าง ๆ ทั้งจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานอื่น ๆ เช่น ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุต าบลม่วงตึ๊ด จังหวัดน่าน ได้รับการคัดเลือก เป็นศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ระดับดีเด่น ประจ าปี 2565 รางวัล องค์กรดีเด่นด้านส่งเสริมการจัดสิ่งอ านวยความสะดวกส าหรับคนพิการ ปี 2559 และปี 2560 รางวัล โครงการต าบลต้นแบบการพัฒนาสังคมและสวัสดิการสังคม ประจ าปี 2563 (ต าบลศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัว) รางวัล อปท.ดีเด่น ด้านการพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุ ปี 2565 - มีนวัตกรด้านสังคมในพื้นที่ และนวัตกรความหลากหลายของช่วงวัย - มีอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ ประเภทติดเตียง ซึ่งผ่านการอบรมและพัฒนาศักยภาพ - มีการด าเนินงานภายนอกศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เช่น การค้นหา ผู้ประสบปัญหาในพื้นที่ ช่วยเหลือในเบื้องต้น ประสานส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพต าบล โรงพยาบาล ส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังห วัด ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ บ้านพักเด็กและครอบครัว การให้ความรู้กับผู้ดูแลผู้สูงอายุ ที่ติดเตียง การมอบเครื่องอุปโภคบริโภค เป็นต้น และมีกิจกรรมภายในศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ มีกิจกรรมและบริการส าหรับผู้สูงอายุ เช่น กิจกรรมตัดตุง จักสาน ดอกไม้ประดิษฐ์ ดอกไม้จันทน์ พวงหรีด ฟ้อนร า การเรียนการสอน ความรู้ทั่วไป ตรวจสุขภาพในช่องปาก โภชนาการ การดูแลสุขภาพส าหรับผู้ป่วยโรคต่าง ๆ - มีการจัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุร่วมถ่ายทอดภูมิปัญญา องค์ความรู้ เช่น การจักสาน การฟ้อนร า สมุนไพร ดนตรี เป็นต้น จุดอ่อน (Weaknesses) - เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นคณะกรรมการ บริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ยังคงปฏิบัติภารกิจหน้าที่ด้านอื่น ๆ ที่ต้อง รับผิดชอบร่วมด้วย - ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการบริหารจัดการและจัดกิจกรรมและบริการ ของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส านักงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด กรมกิจการผู้สูงอายุ แต่ไม่เพียงพอ


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 119 -วัสดุอุปกรณ์ในการด าเนินงานไม่เพียงพอหรือเหมาะสมต่อการใช้งาน เช่น ระบบเครื่องเสียง มีสภาพเสื่อมโทรมหรือได้รับความเสียหาย ท าให้ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ความไม่เพียงพอ ของคอมพิวเตอร์ โต๊ะเก้าอี้ อุปกรณ์ส านักงาน เป็นต้น - มีข้อจ ากัดของวิทยากร เช่น วิทยากรจิตอาสาที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นบุคคลนอกพื้นที่ จึงมีข้อจ ากัดในเรื่องการเดินทาง - มีข้อจ ากัดด้านผลิตภัณฑ์ของผู้สูงอายุ มีช่องทางการจ าหน่ายที่ไม่หลากหลาย - การเข้าร่วมกิจกรรมของผู้สูงอายุ มักจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุกลุ่มเดิม - การประชาสัมพันธ์ผลการด าเนินงาน การจัดกิจกรรมและบริการของ ศพอส. เพื่อสร้าง การรับรู้ให้กับผู้สูงอายุและบุคคลทั่วไปยังไม่ทั่วถึง - การสื่อสาร ระยะทางและอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ ส าหรับกลุ่มผู้สูงอายุชาติพันธุ์ ในบางพื้นที่ เป็นข้อจ ากัดของการมีส่วนร่วมในการบริหารของคณะกรรมการ - มีสภาเด็กและเยาวชนส่วนน้อยเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการบริหารงานของ ศพอส. โอกาส (Opportunities) ทุนทางสังคมในพื้นที่ ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนสถาบัน และทุนศิลปวัฒนธรรมประเพณีตัวอย่างการใช้ ทุนมนุษย์หรือทรัพยากรบุคคลผู้ซึ่งมีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการ มีประสบการณ์ ในการท างาน มีองค์ความรู้ เป็นที่ยอมรับนับถือของคนในพื้นที่ หรือสามารถเป็นผู้น าทางด้านต่าง ๆ ให้มีส่วนร่วมในการบริหารด าเนินงาน เช่น กรณีของ ศพอส. เทศบาลต าบลสันกลาง มีพระครูปิยวรรณพิพัฒน์ดร. ประธานเครือข่าย โรงเรียนผู้สูงอายุซึ่งเป็นพระนักพัฒนาและเป็นผู้มีบทบาทส าคัญในการด าเนินงานเพื่อส่งเสริม และสนับสนุนการท างานของคณะกรรมการ ศพอส. มีการดึงภาคีเครือข่ายจากภายในและนอกพื้นที่ ให้เข้ามามีบทบาทในงานด้านผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง กรณีของ ศพอส. องค์การบริหารส่วนต าบลแม่สูน น าโดย ดร.สมพงษ์ ค่ายค า อดีตผู้บริหารวิทยาลัยการ อาชีพฝาง ปัจจุบันด ารงต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนอาวุโสทยาลัย และประธาน ศพอส. เป็นข้าราชการบ านาญผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการเรียนการสอน และการศึกษาวิจัย มีบทบาทส าคัญ ในการบริหารงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนต าบลแม่สูน ส านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ (สสส.) คณะกรรมการ ชมรมผู้สูงอายุ สภาเด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ สถาบันศาสนา คริสตจักร และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมสนับสนุนงานด้านวิชาการ วิชาชีพ ประสานงาน กับคณะกรรมการฝ่ายอื่น ๆ ส่งเสริมการจัดกิจกรรมและบริการตามความต้องการและศักยภาพของ ผู้สูงอายุก าหนดหลักสูตรพัฒนาผู้สูงอายุ 5 ด้าน คือ สุขภาพ อารมณ์ จิตใจสังคม และการฝึกอาชีพ ตามความถนัด เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้แสดงศักยภาพ ความนึกคิด พัฒนาและใช้ความสามารถในการ ช่วยเหลือตนเองและสังคม รวมทั้งผลักดันให้ผู้สูงอายุแต่ละคนไปจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุในชุมชนของตัวเอง


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 120 กรณีของ ศพอส. องค์การบริหารส่วนต าบลบ้านหนุน ผู้บริหารมีนโยบายมุ่งเน้นการ พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัยในชุมชน มีความโดดเด่นในการติดต่อประสานงาน สร้างเสริม การมีส่วนร่วมในทุกระดับ แสวงหาภาคีเครือข่ายทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชา สังคม ให้เข้ามามีบทบาทสนับสนุนงานด้านผู้สูงอายุในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ การบริหารจัดการ โครงการ กิจกรรมและบริการ กรณีของ ศพอส. เทศบาลต าบลป่าตาล มีผู้สูงอายุที่เป็นปราชญ์ชาวบ้านร่วมถ่ายทอดความรู้ ด้านการสานตะกร้า ได้แก่ ตะกร้าใส่เสื้อผ้า ถังขยะ กล่องเอนกประสงค์ จากเส้นพลาสติก ซึ่งเป็นการ ส่งเสริมอาชีพ และสร้างรายได้เสริมให้แก่ผู้สูงอายุที่มีการร่วมกลุ่มท ากิจกรรมด้านส่งเสริมอาชีพ มีนักดนตรีพื้นบ้านที่สามารถถ่ายทอดศิลปะการเล่นดนตรีให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุ เป็นการใช้เวลา ให้เกิดประโยชน์รวมทั้งส่งเสริมกิจกรรมนันทนาการของผู้สูงอายุในตัว กรณีของ ศพอส. องค์การบริหารส่วนต าบลม่วงตึ๊ด มีนวัตกรที่ได้รับรางวัลระดับประเทศ จ านวน 5 คน เป็นผู้ที่ให้ความส าคัญกับผู้สูงอายุและมีแนวคิดในการพัฒนาสังคมในพื้นที่ของตนเอง ร่วมบริหารด าเนินงานร่วมกับคณะกรรมการ ศพอส. ในการคิดค้น หรือออกแบบกิจกรรมและบริการต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของ ศพอส. รวมทั้งการส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ดีขึ้น โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งภายใน และนอกพื้นที่ กรณีของ ศพอส. เทศบาลต าบลแม่จั๊วะ ผู้บริหารเทศบาลให้ความส าคัญในการขับเคลื่อน งานผ่านนโยบาย เพื่อสนับสนุนการด าเนินงานร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่าย และคณะกรรมการ ศพอส. ประกอบกับการมีบุคคลที่มีศักยภาพ และข้าราชการบ านาญที่มีความรู้ความสามารถร่วมเป็น คณะกรรมการบริหารการด าเนินงาน ท าให้ ศพอส. สามารถบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง ภายใต้การ สนับสนุนหลักจากเทศบาลต าบลแม่จั๊วะ ผู้น าชุมชน สอนแม่จั๊วะ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแพร่ ส านักงาน กศน. ต าบลแม่จั๊วะ และหลาย ๆ หน่วยงาน เป็นพลังในการขับเคลื่อนภายใต้ค่านิยมร่วมของผู้สูงอายุต าบลแม่จั๊วะ ได้แก่ “บ่ล้ม บ่ลืม บ่ซึมเศร้า กินข้าวล า” กรณีของ ศพอส. เทศบาลต าบลดอกค าใต้มีนักพัฒนาชุมชน เป็นผู้ประสานงานหลัก เพื่อแสวงหาความร่วมมือ ภาคีเครือข่ายในพื้นที่เพื่อจัดกิจกรรมภายใน ศพอส. ได้ครบทุกมิติ ประสานงานกับชมรมผู้สูงอายุ รพ. ในพื้นที่ สภาองค์กรชุมชน กลุ่ม อสม. อพม. หมอพื้นบ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 121 ด้านต่าง ๆ เช่น การเกษตร หัตถกรรมและงานฝีมือ สอนการผลิตดอกไม้จันทน์ พวงหรีด ลูกประคบ ถุงดูดกลิ่นสมุนไพร หมอนรองเขียง สมุนไพรอบแห้ง ภาชนะจากวัสดุธรรมชาติ ตุงและโคมล้านนา สานตะกร้าใส่เสื้อผ้า ถังขยะจากเส้นพลาสติก เพื่อจ าหน่าย ประดับตกแต่ง เป็นของใช้ภายในบ้าน/ศพอส. ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เน้นด้านสังคมและนันทนาการ การใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ สร้างความสนุกสนาน ส่งเสริมสุขภาวะด้านจิตใจของผู้สูงอายุ มีผู้น าที่ส่งเสริมกิจกรรมการช่วยเหลือผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน ติด เตียง และผู้ที่มีความต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ทั้งในรูปแบบของการมอบเงินช่วยเหลือและ สิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจ าวัน กรณีของ เทศบาลต าบลเกาะคา ผู้น าท้องถิ่นให้ความส าคัญ มีนโยบายด้านผู้สูงอายุ มีความพร้อมด้านบุคลากร มีนวัตกรในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้คิดค้นการผลิตหมอนหนุนเพื่อสุขภาพ ถุงมือพยาบาล เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่เจ็บป่วย หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุในชุมชน โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพอนามัย ของผู้สูงอายุ ด าเนินงานจนเกิดประสิทธิผลในมิติด้านต่าง ๆ สามารถเป็นต้นแบบการด าเนินงาน ศพอส. เพื่อใช้ขยายผลในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไปได้ กรณีของ ศพอส. เทศบาลต าบลขุนยวม มีปราชญ์ชุมชนเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญา แก่ผู้สูงอายุรายอื่น ๆ ผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ มีภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือสามารถเป็นครูฝึกสอนสอนการท า ผลิตภัณฑ์เพื่อจัดจ าหน่ายในตลาดนัดเทศบาลต าบลขุนยวม และผ่านในช่องทางออนไลน์โดยใช้เฟซบุ๊ค สามารถสร้างรายได้เสริมให้แก่ผู้สูงอายุในพื้นที่ได้ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นภายในศูนย์ เช่น ยาหม่อง หมวกผ้า ตะกร้า พวงกุญแจ ตุ๊กตารูปชนเผ่ากะเหรี่ยง และของที่ระลึก เป็นการสร้างรายได้เสริมและเป็น กิจกรรมนันทนาการไปในตัว กรณีของ ศพอส. องค์การบริหารส่วนต าบลมะขุนหวาน มีผู้น าทางศาสนาที่ส าคัญให้การสนับสนุน ได้แก่ พระสุวิมลธรรมาภร เจ้าคณะเขตพระนคร ได้มีการระดมทุน สิ่งของ เครื่องใช้ วัสดุอุปกรณ์ และ งบประมาณส าหรับใช้ในการบริหารงานของ ศพอส. และรองศาสตราจารย์ดร.เพ็ชรี รูปะวิเชตร์ ประธานสาขาวิชาบริหารธุรกิจ จากภาควิชาอาชีวศึกษาและการส่งเสริมสุขภาวะ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ได้มอบทุนเพื่อให้แก่คณะกรรมการ ศพอส. ใช้ในการด าเนินงานเป็นประจ าทุกปี ทุนทางวัฒนธรรมประเพณี เพื่อถ่ายทอดและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม เป็นแหล่งเรียนรู้ กิจกรรมนันทนาการและการสืบทอดภูมิปัญญา เช่น กรณีของ ศพอส. เทศบาลต าบลริมปิง มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นจากพลังศรัทธา ในตัวขององค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย และเป็นบุคคลส าคัญทางพระพุทธศาสนาระดับโลก ซึ่งลูกหลานชาวจังหวัดล าพูน โดยเฉพาะคนฝั่งริมปิงให้ความเคารพและศรัทธา บารมีขององค์ท่าน ที่ได้สร้างสะพานศรีวิชัยเพื่อเชื่อมระหว่างจังหวัดล าพูนฝั่งตะวันตก และจังหวัดเชียงใหม่ฝั่งตะวันออก จากสะพานไม้ไผ่ในอดีตก่อนที่จะมาเป็นสะพานคอนกรีตที่มีความมั่นคงแข็งแรงในปัจจุบันเป็นสถานที่


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 122 ที่ท่านนั่งปรกแผ่บารมี เป็นสถานที่สุดท้ายที่ท่านได้สร้างเป็นที่สาธารณะประโยชน์และถือเป็นงาน ที่เรียกว่า “จ๊อบสุดท้าย” ก่อนที่ท่านจะมรณภาพ จะเห็นได้ว่า ความรัก ความศรัทธา ในองค์ครูบาฯ ก่อเกิดเป็นพลังศรัทธาที่ยิ่งใหญ่จากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ประชาชนในท้องถิ่น องค์กร คณะสงฆ์ ร่วมกับหน่วยงานราชการได้ร่วมแรงร่วมใจบริจาคซื้อที่ดินจากเอกชน มาด าเนินการ ปรับปรุงสถานที่เป็นลานอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิจัย เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานร าลึกถึงคุณงามความดีของ องค์ครูบาฯ ปัจจุบันลานครูบาฯ ได้มีการปรับปรุง และพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนทั่วไป เรียกกันว่า ลานบุญสานสามวัย /ลานบุญครูบา /คลังปัญญามีชีวิต แล้วแต่ชื่อเรียกต่าง ๆ กัน แต่ละวันจะ มีการจิตอาสาที่เป็นผู้สูงอายุผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาท ากิจกรรมครบทั้ง 7 วัน เช่น วันจันทร์ กิจกรรม ฝึกทักษะงานฝีมือ (งานใบตอง) วันอังคาร กิจกรรมงานเกษตร เกษตรอินทรีย์ เศรษฐกิจพอเพียง จักสาน วันพุธ งานประดิษฐ์เศษวัสดุ ผลิตภัณฑ์จากสิ่งแวดล้อม วันพฤหัสบดี กิจกรรมท าอาหารและขนม พื้นเมือง วันศุกร์ กิจกรรมดนตรีพื้นเมือง ร้องคาราโอเกะ ตัดผมชาย วันเสาร์ งานฝีมือ หัตถกรรม และจักสาน วันอาทิตย์ กิจกรรม ฟ้อนร า งานบันเทิง ซึ่งกิจกรรมหรืองานในแต่ละวันจะไม่สามารถ ด าเนินการได้ หากขาดจิตอาสาเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรับผิดชอบ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ จนท าให้ การด าเนินงานด้านต่าง ๆ ของประสบความส าเร็จ ก่อเกิดอาชีพ รายได้ สุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี และสามารถด ารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข กรณีของ ศพอส. องค์การบริหารส่วนต าบลม่วงตึ๊ด มีวัดพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นวัด พระธาตุประจ าปีเถาะ (ปีนักษัตรกระต่าย) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาที่มีความส าคัญแห่งหนึ่ง ของภาคเหนือมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาสักการะต่อเนื่องจ านวนมากตลอดทั้งปีได้มีการรวมกลุ่ม ส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างรายได้จากการจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการท าพิธีทางศาสนา เช่น กลุ่มฟั่นเทียน ลักษณะเป็นเทียนบูชาเพื่อสืบชะตาชีวิต และเทียนรูปกระต่ายเพื่อบูชาองค์พระธาตุแช่แห้ง จะเห็นว่า ในแต่ละพื้นที่ได้มีการน าทุนทางสังคมมาใช้เพื่อสนับสนุนการด าเนินงานของ ศพอส. ทุนทางสังคมมากกว่าหนึ่งด้าน เช่น ทุนสถาบัน ทุนมนุษย์ และทุนวัฒนธรรมและประเพณี ประกอบกับการด าเนินการภายใต้การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของคณะกรรมการและภาคีเครือข่าย ในพื้นที่ ท าให้การด าเนินงานด้านผู้สูงอายุประสบความส าเร็จ เช่น กรณีของ ศพอส. องค์การบริหารส่วนต าบลแม่ฮี้มีเลขาคณะกรรมการบริหาร ศพอส. ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจในการท างาน เป็นผู้ประสานงาน สร้างการมีส่วนร่วมในทุกระดับและแสวงหาภาคีเครือข่าย ที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และมีแนวคิดการเปิดกว้างให้กลุ่มผู้สนใจนอกพื้นที่บริการของ องค์การบริหารส่วนต าบลได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมและบริการ รวมทั้งถ่ายทอดความรู้ให้กับ ผู้ที่สนใจเพื่อจัดตั้งกลุ่มนอกพื้นที่ ประกอบกับมีสถาบันทางสังคมเป็นหุ้นส่วนหรือร่วมสนับสนุน การด าเนินงาน เช่น สถาบันการศึกษา วัด บ้าน โรงเรียน และการที่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ ความส าคัญต่อการด้านผู้สูงอายุ


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 123 กรณีของ ศพอส. เทศบาลต าบลหนองหล่ม มีกิจกรรมทอดผ้าป่า โดยการน าของผู้น าศาสนา คณะสงฆ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน ชมรมผู้สูงอายุ และภาคประชาชน จัดประเพณี ตานทอดและตานต่อ เป็นการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ติดบ้าน ติดเตียง และกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการ การช่วยเหลือเป็นพิเศษ ทั้งในรูปแบบของการมอบเงิน สิ่งของ เครื่องใช้ในชีวิตประจ าวัน เป็นการใช้ ทั้งทุนมนุษย์ ทุนสถาบัน และทุนศิลปวัฒนธรรมประเพณี เพื่อส่งเสริมการด าเนินงานของ คณะกรรมการบริหาร ศพอส. กรณีของ ศพอส. เทศบาลต าบลหนองล่อง ที่มีการบริหารงานด้านผู้สูงอายุมีความโดดเด่น ซึ่งเกิดจากการให้ความส าคัญของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้จ้างผู้รับผิดชอบ การด าเนินงานหลักเฉพาะด้านผู้สูงอายุ เพื่อเป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานของ ศพอส. ท าหน้าที่ ก าหนดแนวทาง การด าเนินงาน จัดท าแผนปฏิบัติการ จัดกิจกรรมและบริการ ส่งเสริมและสนับสนุนการด าเนินงาน ให้มีความต่อเนื่อง รวมทั้งจัดท ารายงานผลการด าเนินงาน เป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ให้ความส าคัญกับงานด้านผู้สูงอายุ กรณีของ ศพอส. องค์การบริหารส่วนต าบลบ้านเสด็จ มีการใช้ทุนสถาบันน าโดยองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหลัก และทุนมนุษย์ ได้แก่ ผู้บริหารที่ให้ความส าคัญกับผู้สูงอายุเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มีการจัดสรรบุคลากรมารับผิดชอบงานผู้สูงอายุโดยตรงร่วมกับคณะกรรมการสามารถดึงองค์กร ภาครัฐ เอกชน สถานศึกษาในพื้นที่เข้าร่วมด าเนินการ ผลักดันให้เกิดกิจกรรมการเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ ที่ติดบ้าน ติดเตียง หรือไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับประธานชมรมผู้สูงอายุ ผู้น ากลุ่มอาชีพ อาสาสมัครผู้สูงอายุและประชาชน ในพื้นที่ รวมทั้งสามารถสร้างแรงจูงใจในการพัฒนางาน ด้านผู้สูงอายุให้ภาคส่วนต่าง ๆ ได้มีส่วนร่วมรับผิดชอบดูแลผู้สูงอายุในชุมชน อุปสรรค (Threats) - ในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา 2 ปี พ.ศ. 2564 - 2565 เกิดสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ท าให้ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ไม่สามารถจัดกิจกรรมและบริการได้ - เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจท าให้ไม่สามารถจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ และการเข้ามาของ เทคโนโลยีเช่น ตลาดออนไลน์ -ด้านการเมืองท้องถิ่น ที่มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารจึงมีการปรับเปลี่ยนนโยบาย/แนวทางการ ด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เช่น การปรับโครงการคณะกรรมการบริหาร ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เป็นต้น


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 124 ความต้องการในการพัฒนา ปรับปรุงกระบวนการบริหารงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ -องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรพิจารณาคัดเลือกผู้สูงอายุเป็นกรรมการและเลขานุการ ร่วมกับผู้แทนหรือเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับมอบหมาย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงาน ให้กับเจ้าหน้าที่ - หาแหล่งทุนหรือประมาณสนับสนุนเพิ่มเติมจากภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งใน และนอกพื้นที่ให้มากขึ้น ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน ของ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ - ต้องการวัสดุและอุปกรณ์ที่จ าเป็นส าหรับใช้ในการจัดกิจกรรมและบริการ ให้สอดคล้อง กับสภาพปัญหา ความต้องการของผู้สูงอายุในพื้นที่ หรือขอรับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลหรือสนับสนุนงานด้านผู้สูงอายุ เช่น วัสดุส าหรับก่อสร้างหรือปรับปรุงทางลาด ส าหรับผู้พิการจากร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างในพื้นที่ อุปกรณ์กีฬาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - ออกแบบกิจกรรมและบริการ ให้ครอบคลุมสภาพปัญหาและความต้องการของ ผู้สูงอายุ โดยค านึงถึงความถนัด ความสนใจ ศักยภาพ และเพศของผู้สูงอายุ เช่น การฝึกอาชีพ ที่ผู้สูงอายุเพศชายสามารถร่วมกิจกรรมได้ - ส ารวจความต้องการของตลาด ค้นหาช่องทางการจัดจ าหน่ายทั้งในระบบออฟไลน์ และออนไลน์ เพื่อให้ต้นทุนการผลิตกับรายได้จากการจ าหน่ายสินค้ามีความสอดคล้องกัน รวมถึง ควรพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานผ่านการรองรับมาตรฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง - ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส ารวจและวิเคราะห์ความต้องการของตลาด (อุปสงค์ - อุปทาน) มาให้ความรู้หรือแนวทางแก่คณะกรรมการเพื่อให้การบริหารงานด้านการส่งเสริม อาชีพแก่ผู้สูงอายุมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตอบสนองความต้องการของตลาดและคุ้มค่ากับการลงทุน - ต้องการศึกษาดูงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ นอกพื้นที่ที่ ประสบความส าเร็จหรือมีความโดดเด่นในการด าเนินงานด้านต่าง เพื่อน ามาปรับใช้กับพื้นที่ของตนเอง - ต้องการพัฒนา “ศพอส. สัญจร” เพื่อให้ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมกิจกรรม ได้รับบริการอย่างทั่วถึง โดยการท ากิจกรรมนอกพื้นที่ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุ ร่วมกับกลุ่มเป้าหมายที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมกิจกรรมได้ - ต้องการแสวงหาภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการช่วยสนับสนุนการจัดกิจกรรม และบริการให้มากขึ้น ทั้งในรูปแบบงบประมาณ สิ่งของอุปโภคบริโภค หรือการสนับสนุนด้านอื่น ๆ เช่น วิทยากรหรือผู้ให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุ - ต้องการสร้างช่องทางประชาสัมพันธ์การด าเนินงาน กิจกรรมและบริการของศูนย์ พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ให้ทั่วถึงเพื่อสร้างการรับรู้แก่ผู้สูงอายุและบุคคลทั่วไป


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 125 - ต้องการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลผู้สูงอายุที่เป็นปัจจุบันและสามารถใช้งาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ - ต้องการให้สภาเด็กและเยาวชนเข้ามามีบทบาทในการบริหารงานร่วมกับคณะกรรมการ ให้มากขึ้นโดยเฉพาะการให้ความรู้ แลกเปลี่ยนรู้ถ่ายทอด และสาธิตการใช้เทคโนโลยี


บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ผลการศึกษาเรื่อง “แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระบบ และปัญหาของกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม ของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุในการดูแลผู้สูงอายุ ภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย ปัจจัยที่มีผลต่อการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุ ภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย และแนวทางการเสริมสร้าง ความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุ ภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทยโดยเก็บข้อมูลจากคณะกรรมการบริหาร ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จ านวน 176 คน และผู้สูงอายุที่เคยใช้บริการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุจ านวน 400 คน จากพื้นที่ศึกษา จ านวน 16 พื้นที่ ใน 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดล าพูน จังหวัดล าปาง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน โดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) และการประชุมกลุ่มย่อย (Focus group) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ การแจกแจงค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การวิเคราะห์ส่วนประกอบ (Component Analysis) และการวิเคราะห์สรุปอุปนัย (Analytic Induction) 5.1 สรุปผลการศึกษา 1) ข้อมูลทั่วไปของประชากรที่ศึกษา คณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและภาคีเครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง ประชากรส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 66 - 75 ปี ประกอบอาชีพทางการเกษตร มีสถานภาพสมรสและคู่สมรสยังมีชีวิต เป็นผู้สูงอายุประเภทติดสังคม อาศัยอยู่กับคู่สมรส และจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ผู้สูงอายุ ประชากรส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 66 -75 ปี ประกอบอาชีพทางการเกษตร มีสถานภาพสมรสและคู่สมรสยังมีชีวิต เป็นผู้สูงอายุประเภทติดสังคม อาศัยอยู่กับคู่สมรส และจบการศึกษาระดับประถมศึกษา 2) ระบบ และปัญหาของกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพ ชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุในการดูแลผู้สูงอายุ ภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย การศึกษาระบบของกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและ ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) ในการดูแลผู้สูงอายุ ในส่วนของคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนา


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 127 คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 3 ประเด็น คือ ประเด็นแรกปัจจัยพื้นฐานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการจัดสถานที่ให้บริการ ด้านการจัดกิจกรรมและบริการ และด้านการเข้าร่วมกิจกรรมหรือ บริการ จากการศึกษาพบว่า ประชากรที่ศึกษามีปัจจัยพื้นฐานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและ ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุอยู่ในระดับมาก โดยด้านการเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการมากที่สุด รองลงมา ด้านการจัดสถานที่ให้บริการ และน้อยที่สุดด้านการจัดกิจกรรมและบริการ ประเด็นที่สองกระบวน การบริหารงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ด้านสถานที่ และ ด้านการบริหารจัดการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ จากการศึกษาพบว่า ประชากรที่ศึกษามีการด าเนินการตามโครงสร้างคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และด าเนินการด้านสถานที่ตามมาตรฐานการด าเนินงานศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และด้านการบริหารจัดการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุอยู่ในระดับปานกลาง ประเด็นที่สามประสิทธิผลของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการเข้าร่วม ด้านการบริหารจัดการ และด้านการมีส่วนร่วม จากการศึกษาพบว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าด้านการมีส่วนร่วมส่งผลต่อ ประสิทธิผลของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ ด้านการ บริหารจัดการและด้านการเข้าร่วม ตามล าดับ ทั้งนี้ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุมีกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม มีโครงสร้างของคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ประกอบด้วยบุคลากรขององคกรปกครองส่วนทองถิ่น ผู้แทน ผู้สูงอายุและเครือข่ายในชุมชน ด้านสถานที่ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ขององคกรปกครองส่วนทองถิ่น ไม่ไกลจากชุมชน มีเส้นทางที่สามารถเดินทางเขาถึงได้โดยสะดวก เป็นศูนย์กลางของหมู่บ้าน หรือเป็น อาคารที่ประชาชนใช้ท ากิจกรรมอยู่แล้ว และอาคารมีลักษณะตามมาตรฐานการด าเนินงาน ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ อาทิ มีป้าย มีทางลาด มีห้องน้ า การบริหารงาน ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ บริหารจัดการโดยอาศัยการมีส่วนร่วมจาก ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกลไกของคณะกรรมการบริหารของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ และกลไกองคกรปกครองส่วนทองถิ่น ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ มีการจัดกิจกรรมและบริการใน 4 มิติหลัก ประกอบด้วย มิติด้านสุขภาพ ส่วนมากเป็นบริการตรวจ สุขภาพเบื้องต้น มิติด้านสังคม ส่วนมากเป็นกิจกรรมนันทนาการ มิติด้านเศรษฐกิจ ส่วนมากเป็น การส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและการจ าหน่วยผลิตภัณฑ์ผู้สูงอายุ มิติด้านสภาพแวดล้อม ส่วนมากเป็น การดูแลรักษาความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 128 ในส่วนของผู้สูงอายุ ประกอบด้วย 2 ประเด็น ประเด็นแรกปัจจัยพื้นฐานของศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ด้านการจัดกิจกรรมและบริการ และด้านการเข้าร่วมกิจกรรมหรือบริการ จากการศึกษาพบว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าด้านการเข้า ร่วมกิจกรรมและบริการเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส าคัญของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุมากที่สุด รองลงมาคือด้านการจัดกิจกรรมและบริการ ประเด็นที่สองประสิทธิผลของ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการเข้าร่วมกิจกรรม หรือบริการ ด้านการจัดกิจกรรมและบริการ ด้านการมีส่วนร่วม ด้านการบริหารจัดการ และด้านความ ตระหนัก จากการศึกษาพบว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าด้านการเข้าร่วมกิจกรรมและบริการส่งผล ต่อประสิทธิผลของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ ด้านความตระหนักด้านการบริหารจัดการ ด้านการมีส่วนร่วม และด้านการจัดกิจกรรมและบริการ ตามล าดับ การศึกษาสภาพปัญหาของกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ จากการศึกษาพบว่า มีประเด็นปัญหาของกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม ของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านบุคคล ด้านงบประมาณ ด้านวัสดุอุปกรณ์ และด้านการจัดการ โดยด้านบุคคล พบว่าเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุ มีบทบาทภารกิจอื่น ๆ ที่ต้องรับผิดชอบร่วมด้วย งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด กรมกิจการผู้สูงอายุ ไม่เพียงพอส าหรับการบริหารงาน ด้านวัสดุอุปกรณ์ ยังไม่เพียงพอหรือไม่เหมาะสมต่อการใช้งาน และ ด้านการจัดการ พบว่า ส่วนใหญ่มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมและบริการด้านสุขภาพและด้านสังคมมากกว่า ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจหรือด้านอาชีพ การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและ ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุยังไม่ครอบคลุมและไม่ทั่วถึงประชากรกลุ่มเป้าหมาย ขาดการมีส่วนร่วม ของภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่องขาดการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลผู้สูงอายุที่เป็นปัจจุบัน 3) ปัจจัยที่มีผลต่อการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุ ภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุในการดูแลผู้สูงอายุ ในส่วนของคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรก ความตระหนัก แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านคุณค่าในตนเอง ด้านความส าคัญของศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และด้านการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมและบริการของศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ จากการศึกษาพบว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าความตระหนัก


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 129 ต่อการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมและบริการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ จะส่งผลการบริหารแบบมีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ ตระหนักต่อความส าคัญของศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และตระหนักต่อคุณค่าในตนเองตามล าดับ ประเด็นที่สอง ด้านการมีส่วนร่วม แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ด้านภาคีเครือข่าย และด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม จากการศึกษาพบว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายจะส่งผลการบริหารแบบ มีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมาคือการมีส่วนร่วมในการบริหารแบบมีส่วนร่วม ในส่วนของผู้สูงอายุ ประกอบด้วย 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรกความตระหนัก แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านคุณค่าในตนเอง ด้านความส าคัญของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุ และด้านการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมและบริการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุ จากการศึกษาพบว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าความตระหนักถึงความส าคัญของศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุจะส่งผลการบริหารแบบมีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ ความตระหนักต่อคุณค่าในตนเอง และความตระหนักต่อการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ตามล าดับ ประเด็นที่สองการมีส่วนร่วม จากการศึกษาพบว่า ประชากรที่ศึกษาเห็นว่าการเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายการด าเนินงานของ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุจะส่งผลการบริหารแบบมีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมาคือการมีส่วนร่วมกับการบริหารการด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุ 4) แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุ ภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย การศึกษาแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ผลการศึกษาได้แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหาร แบบมีส่วนร่วม ซึ่งมีองค์ประกอบที่ส าคัญ 5 ประการที่มีผลต่อประสิทธิผลการด าเนินงานของ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ มาเป็นแนวทางในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของ คณะกรรมการและภาคีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ได้แก่ กระบวนการบริหาร ปัจจัยพื้นฐาน การมีส่วนร่วม ความตระหนัก และทุนทางสังคม เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในมิติต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 130 แนวทางที่ 1 พัฒนากระบวนการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ปรับแนวทางการด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) โดยใช้คู่มือการด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุเป็นแนวทาง หลักแล้วปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ อาทิ การจัดตั้งคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและคัดเลือกผู้สูงอายุเป็นกรรมการและเลขานุการร่วมกับ ผู้แทนหรือเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับมอบหมาย หากพื้นที่ที่มีทุนทางสังคมประเภท ทุนมนุษย์ เช่น ปราชญ์ชาวบ้าน ข้าราชการบ านาญ พระนักพัฒนา เป็นต้น ให้มีบุคคลดังกล่าวเข้ามา เป็นคณะกรรมการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุด้วย และให้มีตัวแทน กลุ่มเป้าหมายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่ ได้แก่ ตัวแทนสภาเด็ก และเยาวชนระดับต าบล กลุ่มสตรี ผู้สูงอายุจากทุกหมู่บ้าน ตัวแทนผู้สูงอายุแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ร่วมเป็นคณะกรรมการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ก าหนดผู้รับผิดชอบดูแลระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ความสะอาด การบ ารุงรักษา อาคารสถานที่ทั้งภายในและภายนอก โดยจัดท าเป็นตารางเวรประจ าเดือน ก าหนดผู้รับผิดชอบดูแลให้ชัดเจน ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ที่จ าเป็นในการด าเนินงานในรูปแบบของ การขอรับบริจาค หรือจัดกฐิน ผ้าป่าเพื่อมาสนับสนุนการด าเนินงาน หรือเขียนโครงการเพื่อขอรับการ สนับสนุนงบประมาณในการด าเนินงานจากส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด กรมกิจการผู้สูงอายุ สาขาสภาผู้สูงอายุประจ าจังหวัด ในส่วนของบุคลากร เช่น วิทยากร นักวิชาการ อาจารย์ ฯลฯ โดยประสานงานขอความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร และ ภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ แนวทางที่ 2 พัฒนาปัจจัยพื้นฐานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ให้มีความพร้อม เพียงพอ และเหมาะสมต่อกลุ่มเป้าหมายผู้มาใช้บริการ โดยก าหนดผู้รับผิดชอบดูแล หรือประสานงานขอความช่วยเหลือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้น าชุมชน อาสาสมัคร ภาคประชาชน จัดกิจกรรมและบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้สูงอายุ และบริบท ทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การอบรมให้ความรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในยุคดิจิทัล การใช้ระบบประชุมทางไกลออนไลน์ การจัดตั้งกลุ่มไลน์ การสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย การจ าหน่ายสินค้าในช่องทางออนไลน์ เป็นต้น โดยเชิญชวนสภาเด็กและเยาวชนหรือองค์กร ภาคเอกชนที่มีความสามารถเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 131 ส่งเสริมหรือออกแบบการจัดกิจกรรมต้องมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมเสนอรูปแบบกิจกรรมและบริการที่ตรงความต้องการของตนเอง โดยการจัดประชุมหารือร่วมกับ คณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อวางแผนการจัดกิจกรรม และบริการที่มีความหลากหลาย แนวทางที่ 3 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพ ชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ก าหนดผู้รับผิดชอบในการประสานงานในการจัดประชุม การประสานขอความ ร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้น าชุมชน ผู้น าศาสนา ภาคประชาสังคม ซึ่งอาจเป็น เลขานุการในคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อจัดประชุม คณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างต่อเนื่อง ในการก าหนดเป้าหมาย วางแผนการด าเนินงาน กิจกรรมและบริการ และทบทวน ประเมินผลการด าเนินงานรายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี อย่างต่อเนื่อง โดยองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นเป็นผู้น าในการประชาสัมพันธ์ กระตุ้นการรับรู้ สร้างบรรยากาศที่ดีของการมีส่วนร่วม เพื่อให้ภาค ส่วนต่าง ๆเล็งเห็นถึงประโยชน์และความส าคัญของผู้สูงอายุ สังคม และชุมชนของตนเอง ส่งเสริมให้สภาเด็กและเยาวชนเข้ามามีบทบาทในการประชุมคณะกรรมการ บริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งกันและกัน โดยเด็กเยาวชนสามารถสอนการปรับใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการประชุม แก่คณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและผู้สูงอายุ รวมถึงการเรียนรู้ ภูมิปัญญา คลังปัญญา ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่นจากผู้สูงอายุ อีกทั้งยังส่งผลให้เกิด ความรับผิดชอบร่วมกันด้วย ส่งเสริมให้ผู้น าชุมชน ผู้น าศาสนา เด็กและเยาวชน อาสาสมัคร มีส่วนร่วมในการ ประชาสัมพันธ์กิจกรรมและบริการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิ เสียงตามสายชุมชน สื่อแผ่นพับ info graphic คลิปวิดีโอ โดยผ่านช่องทาง ไลน์กลุ่มในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นการรับรู้แก่ผู้น าชุมชน ผู้สูงอายุ และบุคคลทั่วไปในชุมชน ส่งเสริมหน่วยงานในพื้นที่หรืออาสาสมัครในชุมชน ให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบ การจัดเก็บ บันทึกข้อมูลของผู้สูงอายุให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบันและพร้อมส าหรับ การน าไปใช้งานด้านต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล อาสาสมัครสาธารณสุขประจ าหมู่บ้าน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สภาเด็กและเยาวชน สร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของผู้สูงอายุให้ตรงตามความต้องการ ของตลาด เพิ่มช่องทางการจัดจ าหน่ายทั้งในทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยการประสานความร่วมมือกับ


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 132 ส านักงานแรงงานจังหวัด ส านักงานจัดหางานจังหวัด ส านักงานพาณิชย์จังหวัด ส านักงานส่งเสริม ภูมิปัญญาและวิสาหกิจชุมชน ศูนย์และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ส านักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน แนวทางที่ 4 สร้างเสริมความตระหนักของคณะกรรมการ ภาคีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุ และประชากรทุกช่วงวัย จัดกิจกรรมกลุ่มในลักษณะ Group Support หรือในลักษณะกลุ่มเพื่อน ช่วยเพื่อน เพื่อให้ความรู้ หรือเกิดการเรียนรู้ให้เห็นคุณค่าของตนเองในผู้สูงอายุและกิจกรรมที่ให้ บุคคลอื่นเห็นความส าคัญของผู้สูงอายุ ตลอดจนการท างานเพื่อพัฒนาการจัดสวัสดิการส าหรับ ผู้สูงอายุ โดยส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หน่วยงานสังกัดกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่ หรือกรมกิจการผู้สูงอายุ ควรร่วมกันเผยแพร่ สร้างการรับรู้ ปลูกฝังค่านิยมที่ดีในการดูแลผู้สูงอายุ ให้ความส าคัญของผู้สูงอายุและศูนย์พัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อให้คณะกรรมการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุภาคีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เกิดความตระหนักในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง แนวทางที่ 5 ส่งเสริมและผลักดันการใช้ทุนทางสังคมเพื่อขับเคลื่อนการด าเนินงานศูนย์ พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุให้เกิดประสิทธิภาพ เชิญชวนให้บุคลากรผู้มีความรู้ความสามารถในด้านต่าง ๆ ในชุมชนให้เข้ามามีบทบาท และส่วนร่วมในการบริหารด าเนินงาน การจัดกิจกรรมและบริการของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ เช่น พระสงฆ์หรือผู้น าศาสนา ผู้น าชุมชน ผู้น าท้องถิ่น นวัตกร ปราชญ์ชาวบ้าน ศิลปินพื้นบ้าน ข้าราชการบ านาญ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในการท างาน เข้ามามีส่วนร่วม ในการบริหารงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรม หรือบริการด้านต่าง ๆ ประสานหน่วยงานองค์กรภาครัฐและเอกชน บริษัท ห้างร้าน ร้านค้าในพื้นที่ที่มี กิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ หรือมีกิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility หรือ ที่เรียกว่า CSR) มาร่วมสนับสนุนการด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ จัดกิจกรรมประเพณีทอดกฐิน ทอดผ้าป่า เพื่อมาสนับสนุนการขับเคลื่อนงาน ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ หรือการจัดกิจกรรมและบริการ สอดคล้องกับวิถี ความเชื่อของศาสนาพุทธ อันเป็นการส่งเสริมความเอื้ออาทร สังคมแห่งการแบ่งปัน ดังภาพที่ 4


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 133 ภาพที่ 4 แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งของการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม


แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย 134 5.2 อภิปรายผล การศึกษาเรื่อง “แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุ ภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย” สามารถวิเคราะห์และอภิปรายผลการศึกษาที่น่าสนใจ ดังนี้ 1) ระบบของกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุ ระบบของกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริม อาชีพผู้สูงอายุผลการศึกษาพบว่า ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุมีกระบวน การบริหารแบบมีส่วนร่วมในทุกระดับ ตั้งแต่ในส่วนของโครงสร้างของคณะกรรมการบริหาร ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุมีส่วนร่วมจากหลากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากตามคู่มือการด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ มีข้อก าหนดของ โครงสร้างของคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ประกอบด้วย นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นที่ปรึกษา ประธานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ คัดเลือกจากประธานชมรมผู้สูงอายุ เป็นรองประธาน ผู้แทนผู้สูงอายุ จ านวน 3 – 5 คน คัดเลือกจาก ผู้แทนชมรมผู้สูงอายุเป็นกรรมการ ผู้แทนอาสาสมัคร จ านวน 1 - 2 คน เป็นกรรมการ และกรรมการ และเลขนุการ ให้คัดเลือกจากผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้สูงอายุ (กรมกิจการผู้สูงอายุ, 2558 หน้า 4) ด้านสถานที่ ผลการศึกษาพบว่า ส่วนใหญ่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบดูแล การสร้าง หรือปรับปรุงศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุนั้น ได้ปฏิบัติตามมาตรฐาน การด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ อาจเพราะว่ากรมกิจการผู้สูงอายุ ได้มีการก าหนดมาตรฐานด้านสภาพแวดล้อมกายภาพ โดยมีการก าหนดชัดเจนถึงลักษณะสถานที่ตั้ง ความพอเพียงของพื้นที่ส าหรับกิจกรรม การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ การมีห้องน้ า แสงสว่าง มีสาธารณูปโภค มีแหล่งเรียนรู้และบริการ สิ่งอ านวยความสะดวกที่จ าเป็นให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุจึงปฏิบัติตามเงื่อนไขตั้งแต่ระยะ แรกเริ่ม อีกทั้งในคู่มือมาตรฐานด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุยังระบุ มาตรฐานอาคาร สถานที่ อย่างละเอียดและชัดเจน (กรมกิจการผู้สูงอายุ, 2557 หน้า 18 -22) การบริหารงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ผลการศึกษาพบว่า การบริหารงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุใช้การบริหารงานแบบมีส่วนร่วม จากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะกลไกของคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ ผู้สูงอายุที่มีส่วนร่วมก าหนดเป้าหมาย ร่วมวางแผนปฏิบัติการ ร่วมน าแผนไปปฏิบัติ และร่วมทบทวน ประเมินผลการด าเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับ


Click to View FlipBook Version