เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ วชิ า ว31205 ชวี วทิ ยา 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 4 ครกู าไล
10. ในการตรวจวนิ ิจฉยั หลอดเลือดดว๎ ยเทคนิค MRI (Magnetic Resonance Imaging) จะมกี ารฉดี สารที่
เพ่มิ ความชดั เจนระหวาํ งหลอดเลือดและเน้ือเย่ืออ่ืนๆ เชนํ gadoteric acid ใหผ๎ ูเ๎ ข๎ารับการตรวจ
โดยสารทีเ่ พม่ิ ความชัดเจนระหวาํ งหลอดเลือดและเนอ้ื เย่ืออนื่ ๆ ที่ดีนัน้ ต๎องคงอยภํู ายในหลอดเลอื ด
และไมถํ ูกลาเลียงเข๎าสูํเซลลห์ ลงั การฉดี จากโครงสรา๎ งโมเลกลุ ของ gadoteric acid ดงั ภาพ นกั เรยี น
คดิ วาํ สารนม้ี สี มบัติเหมาะสมตอํ การนาไปใช๎ในกรณีดงั กลาํ วอยาํ งไร
โมเลกลุ โครงสรา๎ งของ gadoteric acid
ตอบ............................................................................................................................. ..........................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
11. จากภาพเปน็ โครงสร๎างบางสํวนของเซลลย์ สี ตใ์ นสารละลายกลโู คส จงนาตวั อกั ษรเตมิ ลงในชํองวําง
หนา๎ ขอ๎ ความท่ีมีความสมั พนั ธก์ ันมากทีส่ ุด (อาจมีคาตอบได๎มากกวํา 1 คาตอบ)
.........................11.1) บรเิ วณใดบ๎างที่สามารถตรวจพบกลโู คสได๎
.........................11.2) ในภาวะท่มี ีออกซิเจนไมเํ พียงพอ จะเกดิ การสลายสารอาหารบริเวณใดบา๎ ง
.........................11.3) บรเิ วณใดบ๎างทม่ี ีการสร๎าง NADH และ FADH2 ในปริมาณมาก
151 | P a g e
เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ วชิ า ว31205 ชวี วทิ ยา 1 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ครูกาไล
.........................11.4) บรเิ วณใดบ๎างที่พบโปรตนี ประเภทตํางๆ ทที่ าหนา๎ ทเี่ ป็นตวั รับและสงํ
อิเลก็ ตรอนในการสรา๎ ง ATP
.........................11.5) บรเิ วณใดทม่ี ีการสะสมโปรตอน (H+) มากขณะท่ีมีการหายใจแบบใชอ๎ อกซเิ จน
.........................11.6) ในภาวะทเ่ี ซลล์เกดิ กระบวนการหมักจะพบการสร๎างแอลกอฮอลแ์ ละ
คาร์บอนไดออกไซดท์ ีบ่ ริเวณใด
12. การผลิตไวน์ผลไม๎ในประเทศไทยนยิ มนายีสต์ Saccharomyces cerevisiae มาใช๎เป็นหัวเชอ้ื ใน
กระบวนการหมกั เพื่อใหไ๎ ดแ๎ อลกอฮอล์ กระบวนการหมักไวน์จะทาในภาชนะปิดสนทิ เพ่ือไมใํ ห๎อากาศ
จากภายนอกเขา๎ ไปภายในระบบ และจะหมักไวจ๎ นกวาํ น้าตาลในผลไม๎ถูกใชไ๎ ปจนเกอื บหมดและได๎
ปริมาณแอลกอฮอลป์ ระมาณ 10-14% โดยปริมาตรจงึ จะถือวําเสร็จสิน้ กระบวนการหมกั ไวน์
จากตารางการเปลยี่ นแปลงองค์ประกอบตํางๆ ระหวํางการหมักไวนผ์ ลไม๎เป็นระยะเวลา 14 วนั จง
ตอบคาถามตํอไปน้ี
12.1 เพราะเหตุใดจงึ มปี ริมาณแอลกอฮอล์เพ่ิมขึ้นอยาํ งมากในวนั ที่ 4 ของการหมักแตํพบไดน๎ ๎อย
ในชวํ ง 2 วนั แรกของการหมัก
ตอบ..........................................................................................................................................
.......................................... ...................................................................................... ..................
............................................................................................................................. ....................
12.2 ถา๎ กลุมํ แมํบา๎ นทผ่ี ลติ ไวน์ผลไม๎ตอ๎ งการนาไวน์ท่หี มักไปวางขาย ควรแนะนาใหก๎ ลุํมแมํบา๎ น
หมกั ไวน์ผลไม๎ไมํเกินก่วี ัน
ตอบ............................................................................................................................. ............
............................................................................................................................. .....................
......................................................................................................................... .........................
152 | P a g e
เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรู้ วชิ า ว31205 ชวี วทิ ยา 1 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ครกู าไล
12.3 ถา๎ ตอ๎ งการผลิตเซลล์ยีสตใ์ ห๎ไดป๎ ริมาณมากๆ เพอ่ื ใชเ๎ ปน็ หวั เชอ้ื ในการหมักไวน์ผลไม๎ในการ
ผลติ ครั้งตอํ ไป นกั เรียนจะปรบั เปล่ียนวิธขี ๎างตน๎ อยํางไร
ตอบ................................................................................................................ ..........................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
13. วตั ถปุ ระสงค์ของการแบํงเซลล์ในส่งิ มชี วี ติ หลายเซลลเ์ หมอื นหรือแตกตํางจากส่ิงมีชีวติ เซลล์เดียว
อยํางไร
ตอบ.......................................................................................................................... ......................
........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................
14. จงเตมิ คาท่ีกาหนดให๎ตํอไปนล้ี งในชํองวาํ งหน๎าข๎อความใหม๎ ีความสัมพันธ์กันถูกต๎อง
interphase plant cell animal cell mitosis
meiosis prophase I prophase II metaphase I
metaphase II anaphase I anaphase II telophase
……………………..14.1) ระยะที่มี homologous chromosome แยกออกจากกนั ไปดา๎ นตรงขา๎ มของ
เซลล์
……………………..14.2) การแลกเปล่ยี นชน้ิ สวํ นของ chromatid
……………………..14.3) ระยะที่ homologous chromosome เริ่มจับคูกํ ันและมีการเปล่ียนแปลง
ช้ินสํวนของโครมาทิด
……………………..14.4) เซลล์ลูกท่ไี ด๎มจี านวนโครโมโซมเทํากับเซลล์แมํ
……………………..14.5) เซลลล์ กู ที่ได๎มีจานวนโครโมโซมลดลงเป็นครึ่งหน่งึ ของเซลล์แมํ
……………………..14.6) เซลล์มีการจาลองตัวของโครโมโซมโดยสงั เคราะห์ DNA ขึ้นมาอกี 1 ชดุ
……………………..14.7) มีการสร๎างแผนํ ก้ันเซลลแ์ บํงเซลลอ์ อกเปน็ 2 เซลล์
……………………..14.8) เปน็ ระยะทีม่ ีการใชเ๎ วลานานท่ีสดุ ในวัฏจกั รเซลล์
……………………..14.9) เป็นระยะท่มี ีการแยกกนั ของ sister chromatid ออกจากกนั
……………………..14.10) เปน็ ระยะท่ีเห็น tetrad ชัดเจนทสี่ ุดและอยํบู รเิ วณกึง่ กลางเซลล์
15. จากภาพ จงตอบคาถามให๎ถกู ตอ๎ ง
15.1 ภาพนี้มกั เกดิ ในการแบงํ เซลล์แบบใด และอยใํู นระยะใด
ของการแบงํ เซลล์
ตอบ.....................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
153 | P a g e
เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรู้ วชิ า ว31205 ชวี วิทยา 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ครูกาไล
15.2 จงวาดโครโมโซมในเซลล์ลกู ที่ไดห๎ ลงั จากสน้ิ สุดกระบวนการแบํงเซลล์อยาํ ง
สมบรู ณ์ พร๎อมระบยุ นี บนโครโมโซม
16. จากกราฟแสดงปริมาณ DNA ของเซลล์ชนดิ หน่งึ ในวัฏจกั รเซลล์ จงนาระยะ G1 S G2 M ลงในกลอํ ง
สี่เหลยี่ มใตภ๎ าพและตอบคาถามให๎ถูกตอ๎ ง
16.1 ระยะท่ีเซลลม์ กี ารจาลองตัวเองของโครโมโซม คอื ระยะใด
ตอบ..........................................................................................................................................
16.2 ระยะท่ีเซลลเ์ กิดการสังเคราะห์ DNA คือระยะใด
ตอบ.......................................................................................................................... ...............
16.3 ระยะท่ีมีการแบงํ เซลลแ์ บบไมโทซสิ คอื ระยะใด
ตอบ................................................................................................................. .........................
16.4 ถ๎าพบเซลล์จานวนหนง่ึ ที่มีปริมาณ DNA เป็นคร่งึ หนึง่ ของเซลล์อ่นื ๆ เซลล์ชนิดนี้ควรอยํูใน
ระยะใด
ตอบ................................................................................................................. .........................
154 | P a g e
เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรู้ วชิ า ว31205 ชวี วทิ ยา 1 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ครูกาไล
ลาดบั ที่ คาศพั ท์ Technical term
1 ความหมาย
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
155 | P a g e
เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรู้ วชิ า ว31205 ชวี วทิ ยา 1 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ครูกาไล
เอกสารอา้ งอิง
สถาบันสํงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2562). หนังสือเรยี นรายวชิ าเพิ่มเตมิ วิทยาศาสตร์
ชีววิทยา เล่ม 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (พิมพ์คร้ังท่ี 2). กรุงเทพฯ :
โรงพมิ พ์แหํงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
สถาบันกวดวชิ าตวิ เตอร์พอยท์. (2557). สรุปชีววิทยามัธยมปลาย (พมิ พ์ครง้ั ที่ 1). กรงุ เทพ ฯ :
กรนี ไลฟ์ พริน้ ตงิ้ เฮา๎ ท์ จากัด.
จริ สั ย์ เจนพาณิชย.์ (2553). ชวี วิทยาสาหรับนกั เรียนมัธยมปลาย. (พิมพ์คร้ังที่ 4). กรงุ เทพ : หจก. สามลดา
156 | P a g e