The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chanon.mataraj, 2022-05-26 20:13:51

เทอม 2 บทที่ 6

เทอม 2 บทที่ 6

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 1

กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหสั วิชา ค 12101

ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2563
หนว ยการเรียนรูที่ 6 เร่ือง การหาร เวลา 21 ชัว่ โมง

เรื่อง เตรยี มความพรอม เวลา 1 ช่ัวโมง

วนั ที.่ ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผูส อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน

ผลท่ีเกดิ ขน้ึ จากการดำเนนิ การสมบตั ิของการดำเนนิ การและนำไปใช

2. ตวั ช้วี ดั

ค 1.1 ป.2/6 หาคา ของตวั ไมท ราบคาในประโยคสัญลกั ษณแ สดงการหารทีต่ ัวตัง้ ไมเกนิ 2 หลัก ตัวหาร
1 หลกั โดยท่ผี ลหารมี 1 หลักทง้ั หารลงตัวและหารไมลงตัว

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

การจัดส่ิงตาง ๆ เปนกลุม แตละกลุมมีจำนวนสมาชิกเทากัน ถากำหนดจำนวนสมาชิกในแตละกลุมให
สามารถเขียนประโยคสญั ลกั ษณก ารหารแสดงจำนวนกลมุ ทจ่ี ดั ได หรอื ถากำหนดจำนวนกลมุ ให สามารถเขียน
ประโยคสัญลักษณก ารหารแสดงจำนวนสมาชกิ ในแตล ะกลุมได

4. จุดประสงคการเรยี นรู

1) อธิบายความหมายของการหารได (K)
2) เขียนการหารจากประโยคสญั ลักษณการลบได (P)
3) รบั ผิดชอบตอหนาทท่ี ีไ่ ดรบั มอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

ความหมายของการหาร

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกปญ หา

 การสอื่ สารและการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชื่อมโยง

การใหเ หตุผล
การคดิ สรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผูเรียน

1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป ญหา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ

8. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค

1. มวี ินัย
2. ใฝเ รียนรู
3. มุง มั่นในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ขน้ั นำ
1. ใชขอมูลในหนังสอื เรียนหนา เปดบทในหนงั สอื เรยี น ที่เปน เรือ่ งราวเกี่ยวกบั รานขายขนมแหงหนึ่ง โดยครู

อาจกระตนุ ความสนใจของนกั เรียนโดยใชค ำถามเชน
-นักเรียนชอบกินเคก หรอื ไม
-นกั เรียนจะซ้ือเคก รสอะไร เพราะเหตใุ ด
-นอกจากมเี คกขายแลว รานคา ยังขายขนมอะไรอกี

ขนั้ สอน
2. จากนนั้ ครใู หน ักเรยี นสังเกตภาพในหนังสอื เรยี นหนาเปดวา
- แมคากำลงั จัดเคกรสอะไรใสกลอ ง (เคกช็อคโกแลต)
- เคก ท่กี ำลงั จดั ใสกลอ งมีท้งั หมดกี่ชิ้น (10 ช้ิน)
3. ครตู ัง้ คำถามวา ถา แมคา จัดใสกลอ งแลว นกั เรียนคดิ วา จะจดั ไดก่กี ลอง (2 กลอ ง) เพราะเหตุใด

(จัดเคก ใสกลอง กลองละ 5 ชน้ิ ) ในการหาคำตอบวา จะจัดไดก ่ีกลอง
4. นกั เรยี นอาจใชวธิ ลี บจำนวนครง้ั ละเทา ๆ กนั กไ็ ด เชน จดั ใสก ลองทีห่ น่งึ 5 ช้ิน

เหลอื เคก 10 – 5 = 5 จดั ใสก ลอ งท่ีสองอกี 5 ชนิ้ เคก หมดพอดี เปน ตน

5. สำหรับคำถามหนาเปดบทที่ถามวา “ถา แมซ ื้อขนมเคก 20 ชน้ิ แมคา ตอ งจัดขนมเคก ใสกลอ ง กลองละ
เทา ๆ กนั ใหหมดพอดีตองจัดกลอ งละก่ชี ้นิ ” เปนคำถามปลายเปด มคี ำตอบท่ีหลากหลาย ครคู วรใหเวลานกั เรยี น
คดิ หาคำตอบ
ข้ันสรุป

6. สำหรบั หนา เตรยี มความพรอ มกจิ กรรม “แบงอยา งไรดี” เปนการเตรียมความพรอมในเรอื่ งการหาร

โดยการใหนักเรยี นแบง ส่งิ ของใหแตล ะกลุมมจี ำนวนเทา ๆ กนั มี 2 ลกั ษณะ คือ

1) กำหนดจำนวนในแตล ะกลุมใหห าจำนวนกลุม เชน มีตัวนบั 12 อัน จัดตัวนับกลมุ ละ3 อัน จะจดั ไดก ่กี ลุม

2) กำหนดจำนวนกลมุ ใหหาจำนวนสมาชกิ ในแตละกลุม เชน มีตัวนบั 12 อนั จัดเปน 4 กลมุ จะไดกลุม ละกีอ่ ัน

ซึ่งสถานการณจ ัดตัวนับเปนกลมุ กลุมละเทา ๆ กัน ใน 2 ลักษณะทใ่ี หน กั เรยี นทำ เปนสถานการณก ารหารทค่ี รู

สามารถเชอ่ื มโยงเขาสูเร่อื งการหารในชัว่ โมงตอ ไป

10. ส่ือการเรยี นรู

1. หนังสือเรียนคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

วธิ กี าร เครอื่ งมือ เกณฑ
1. ตรวจแบบทดสอบกอนเรยี น 1. แบบทดสอบกอ นเรียน 1. ผา นเกณฑรอ ยละ 50 ขน้ึ ไป
2. สงั เกตจากความสนใจ ต้ังใจใน 2. แบบสงั เกต/ประเมนิ พฤติกรรม 2. ถือเกณฑผานจากการสงั เกต
การเรยี น ความรับผดิ ชอบในการ พฤติกรรมสำหรับผทู ีไ่ ดร ะดบั
ทำแบบฝกทักษะและแบบทดสอบ คณุ ภาพตงั้ แต 1 ข้นึ ไป
กอ นเรยี น



บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน

1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคการเรียนรู. ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไมผ านจุดประสงคก ารเรียนรู.....................คน คิดเปน รอยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นทมี่ คี วามสามรถพเิ ศษ/นกั เรยี นพิการไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................

2. นกั เรยี นมีความรูความเขาใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรยี นมีความรูเกดิ ทกั ษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นักเรยี นมเี จตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท…่ี ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหวั หนาสถานศึกษา/ผูท ่ีไดรบั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เหน็ ดงั นี้

1. องคป ระกอบของแผนการจัดการเรียนรู
 ครบถว นและถกู ตอง
 ยงั ไมครบถว นหรอื ไมถ กู ตอ ง ควรปรับปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลองของแผนการจัดการเรียนรกู ับหลักสูตรสถานศึกษา
 สอดคลอง
 ยงั ไมส อดคลอ ง ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

3. รูปแบบของการจดั การเรียนรู
 เนนผูเรียนเปน สำคัญ
 ยังไมเนน ผเู รียนเปน สำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

4. สอ่ื การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู
 ยังไมเหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป

5. การประเมินผลการเรยี นรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรยี นรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที่…...….เดือน…….......……พ.ศ.….........

แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ 2

กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิชาคณติ ศาสตร รหสั วชิ า ค 12101

ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศึกษา 2563
หนว ยการเรียนรูที่ 6 เร่ือง การหาร เวลา 21 ชั่วโมง

เรื่อง ความหมายของการหาร เวลา 1 ชั่วโมง

วนั ที.่ ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครผู ูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน

ผลท่ีเกดิ ข้ึนจากการดำเนนิ การสมบัตขิ องการดำเนนิ การและนำไปใช

2. ตัวชว้ี ดั

ค 1.1 ป.2/6 หาคา ของตัวไมท ราบคา ในประโยคสัญลักษณแ สดงการหารที่ตัวตงั้ ไมเ กิน 2 หลัก ตัวหาร
1 หลัก โดยทีผ่ ลหารมี 1 หลกั ท้ังหารลงตวั และหารไมลงตัว

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

การจัดสิ่งตาง ๆ เปนกลุม แตละกลุมมีจำนวนสมาชิกเทากัน ถากำหนดจำนวนสมาชิกในแตละกลุมให
สามารถเขยี นประโยคสัญลักษณการหารแสดงจำนวนกลมุ ทจี่ ดั ได หรอื ถากำหนดจำนวนกลุมให สามารถเขยี น
ประโยคสัญลักษณการหารแสดงจำนวนสมาชิกในแตล ะกลุม ได

4. จุดประสงคก ารเรยี นรู

1) อธิบายความหมายของการหารได (K)
2) เขยี นประโยคสัญลักษณก ารหารแสดงจำนวนกลุม เม่ือกำหนดจำนวนสมาชิกทีเ่ ทา ๆ กัน ในแตละกลมุ (P)
3) รบั ผิดชอบตอหนา ท่ีที่ไดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

ความหมายของการหาร

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกปญหา

 การสือ่ สารและการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชอ่ื มโยง
 การใหเหตุผล

การคดิ สรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญ หา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต

8. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค

1. มวี ินัย
2. ใฝเรยี นรู
3. มงุ ม่ันในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู
ขั้นนำ

1. การสรา งความเขา ใจเกย่ี วกับ ความหมายของการหาร (1) เปน การให นักเรียนไดเรียนรวู า
การจดั ส่ิงตาง ๆ เปนกลุม แตละกลมุ มีจำนวนสมาชิกเทา กัน โดยกำหนด จำนวนสมาชกิ ในแตล ะกลุมใหสามารถ
เขียนประโยคสัญลักษณก ารหารแสดงจำนวน กลุมท่ีจดั ได ครนู ำผลของการจัดกิจกรรม“แบงอยา งไรด”ี
ขอ 1 ถงึ ขอ 3 ในชว่ั โมง“เตรยี มความพรอ ม” มาแนะนำประโยคสญั ลักษณก ารหาร เชน จำนวนตัวนบั ท้งั หมด 12
อนั จำนวนตัวนับในแตละกลุม 3 อัน สามารถจัดได 4 กลุม เขียนเปนประโยคสญั ลักษณก ารหาร แสดงจำนวนกลมุ
ได 12 ÷ 3 = 4

2. ครูแนะนำการอา นวา สบิ สองหารดว ยสามเทากบั ส่ีและ ÷ เรยี กวา เครือ่ งหมายหาร ซง่ึ 12 เปนตัวต้ัง 3
เปนตัวหาร และ 4 เปนผลหาร ครูควรเนนยำ้ วา 12 เปนจำนวนสมาชกิ ท้ังหมด 3 เปน จำนวนสมาชิกในแตละกลุม
และ 4 เปนจำนวนกลุม จำนวนกลมุ ทจ่ี ดั ไดเปน ผลหาร

ขั้นสอน

3. ใหนกั เรียนทำความเขาใจเก่ียวกับความหมายของการหาร และการเขยี นประโยคสัญลกั ษณ
การหารเพิ่มเติมตามหนังสอื เรียนหนา 5 และ 6

4. ครเู ตรียมสื่อตัวนบั แทนขนมเคก และขนมปยุ ฝาย เพ่ือใหนักเรียนจดั ใสจาน ตามสถานการณท่ีกำหนดให
ในหนงั สือเรียน และเขยี นเปน ประโยคสญั ลกั ษณการหาร โดยครูควรเนนยำ้ วา จากประโยคสญั ลกั ษณการหาร
จำนวนใดเปนตัวตง้ั จำนวนใดเปนตัวหาร และจำนวนใดเปนผลหาร

5. จากนัน้ ครูใชส อื่ ดิจทิ ัล “จดั ไดก กี่ ลอ ง” ประกอบการจัดการเรยี นรตู ามหนงั สอื เรยี นหนา 5 เพิ่มเติม
เพ่ือใหนกั เรยี นเขาใจย่ิงขนึ้

6. ครูแบง นกั เรียนเปนกลมุ ใหแตละกลุมศกึ ษาตัวอยา งตามหนังสือเรยี นหนา 7 และทำกจิ กรรมขอ 1
และ 2

7. จากนน้ั ครแู ละนักเรยี นชวยกันตรวจสอบความถกู ตอ ง ครสู ุม ถามนกั เรียนวาประโยคสญั ลักษณก ารหารท่ี
ไดใ นแตล ะขอ จำนวนใดเปนตวั ต้ัง จำนวนใดเปนตวั หาร และจำนวนใดเปนผลหา

ขนั้ สรุป

8. ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรยี น โดยใหน กั เรยี นเตมิ ตวั เลขแสดงจำนวน และเขยี นประโยคสัญลกั ษณก าร
หาร ขอ 1 และ 2 ตามหนงั สือเรียนหนา 8

9. จากน้ันครูและนักเรยี นรวมกนั ตรวจสอบความถูกตอ งและสรุปส่ิงที่ไดเ รยี นรู
10. จากนน้ั ใหน กั เรยี นทำแบบฝก หัด 6.1 หนา 2 – 3

10. ส่อื การเรยี นรู

1. หนังสอื เรียนคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. ตัวนบั เชน ไมไ อศกรีม กระดมุ ฝาขวดน้ำ
4. จานพลาสติก หรอื จานกระดาษ
5. สอ่ื ดิจทิ ัล "จัดไดกีก่ ลอง"

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หดั
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขารวมกิจกรรม
1.3 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา รว มกิจกรรมกลุม

2. เครือ่ งมอื
2.1 แบบฝก หัด
2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขารว มกิจกรรม
2.3 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา รวมกจิ กรรมกลุม

3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขา รวมกจิ กรรม
ผานตั้งแต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น
3.3 การประเมินพฤติกรรมการเขา รวมกจิ กรรมกลมุ
ผานต้ังแต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน

1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คิดเปน รอ ยละ.........................................
ไมผานจดุ ประสงคก ารเรยี นรู.....................คน คิดเปน รอยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรียนท่ีมีความสามรถพิเศษ/นักเรียนพกิ ารไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................

2. นกั เรียนมีความรคู วามเขา ใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นกั เรยี นมคี วามรูเกิดทกั ษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นักเรยี นมเี จตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหวั หนา สถานศกึ ษา/ผูที่ไดรับมอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มีความคิดเห็นดงั นี้

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรียนรู
 ครบถว นและถกู ตอ ง
 ยงั ไมครบถว นหรือไมถกู ตอ ง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรียนรกู ับหลักสูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอง
 ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพัฒนาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู
 เนน ผเู รียนเปนสำคัญ
 ยังไมเนน ผูเรยี นเปนสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาตอ ไป

4. สือ่ การเรียนรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเ หมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรยี นรู
 ยงั ไมครอบคลุมจุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอ่นื ๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผูบริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่ี…...….เดือน…….......……พ.ศ.….........

แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 3

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหัสวชิ า ค 12101

ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศึกษา 2563
หนวยการเรยี นรูท ่ี 6 เรื่อง การหาร เวลา 21 ชวั่ โมง

เรือ่ ง ความหมายของการหาร(2) เวลา 1 ชวั่ โมง

วันท.ี่ ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณติ

มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน

ผลท่ีเกดิ ขน้ึ จากการดำเนินการสมบตั ขิ องการดำเนนิ การและนำไปใช

2. ตวั ชว้ี ดั

ค 1.1 ป.2/6 หาคา ของตัวไมทราบคา ในประโยคสัญลกั ษณแสดงการหารทีต่ วั ต้งั ไมเกิน 2 หลัก ตวั หาร

1 หลกั โดยที่ผลหารมี 1 หลักท้งั หารลงตัวและหารไมลงตัว

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การจัดสิ่งตาง ๆ เปนกลุม แตละกลุมมีจำนวนสมาชิกเทากัน ถากำหนดจำนวนสมาชิกในแตละกลุมให

สามารถเขียนประโยคสัญลักษณการหารแสดงจำนวนกลุมท่จี ดั ได หรอื ถากำหนดจำนวนกลุมให สามารถเขยี น

ประโยคสัญลกั ษณก ารหารแสดงจำนวนสมาชกิ ในแตล ะกลมุ ได

4. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู

1) อธบิ ายความหมายของการหารได (K)
2) เขียนประโยคสญั ลักษณก ารหารแสดงจำนวนกลุม เม่ือกำหนดจำนวนสมาชกิ ที่เทา ๆ กัน ในแตล ะกลุม (P)
3) รับผิดชอบตอหนา ที่ที่ไดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

ความหมายของการหาร

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกปญ หา
 การสอ่ื สารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่ือมโยง

 การใหเ หตุผล
การคิดสรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผูเ รียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกปญหา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ

8. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค

1. มวี ินยั
2. ใฝเ รียนรู
3. มงุ ม่ันในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู
ขน้ั นำ

1. การสรา งความเขา ใจเกีย่ วกับความหมายของการหาร (2) เปน การใหน ักเรียนไดเ รยี นรูวา การจดั
สิ่งตา ง ๆ เปน กลุม แตละกลมุ มีจำนวนสมาชกิ เทากนั โดยกำหนดจำนวนกลมุ ให สามารถเขียนประโยคสญั ลกั ษณ
การหารแสดงจำนวนสมาชกิ ในแตล ะกลมุ ไดค รูอาจจัดกิจกรรมตามหนังสอื เรยี นหนา 9 ซงึ่ โดยใหนักเรยี นแบงลกู อม
10 เมด็ ใสถงุ 2 ถุง ใหไดถ งุ ละเทา ๆ กนั จะไดถุงละ 5 เม็ด หรอื ครอู าจใชสอ่ื ดจิ ิทัล “จดั ไดกเ่ี ม็ด”

2. ครแู นะนำวาสามารถเขียนเปน ประโยคสัญลักษณการหาร 10 ÷ 2 = 5 โดยท่ี 10 เปนจำนวนสมาชกิ
ทงั้ หมด 2 เปนจำนวนกลมุ และ 5 เปน จำนวนสมาชิกในแตละกลมุ

3. ครเู นน ยำ้ วา 10 เปน ตวั ต้ัง 2 เปนตัวหาร และ 5 เปน ผลหาร ซ่ึงจำนวนสมาชกิ ในแตละกลมุ ท่ีไดเ ปน
ผลหาร

ขั้นสอน

4. ครูแบง กลุมนักเรยี นใหนักเรียนแตละกลุม ศึกษาตวั อยา งตามหนงั สือเรียนหนา 10 และทำกิจกรรม
ขอ 1 และ 2

5. จากนัน้ ครูและนักเรียนชวยกนั ตรวจสอบความถกู ตอง ครูสุม ถามนกั เรียนวา ประโยคสญั ลกั ษณการหารท่ี
ไดใ นแตละขอ จำนวนใดเปน ตวั ตัง้ จำนวนใดเปน ตวั หาร และจำนวนใดเปนผลหาร

6. ใหน ักเรยี นโยงเสนลกู ศรแสดงการแบงผลไมใ สกลอ งหรอื ถงุ ครคู วรพจิ ารณาเสนลูกศรท่โี ยงจากรูปผลไม
มายังกลอ งหรือถุงวานักเรยี นแตล ะกลมุ โยงเสน ลกู ศรไดถ กู ตองหรือไม

7. ครใู หนกั เรียนทำกจิ กรรม “จดั ตัวนับใสจ าน” ตามหนังสอื เรียนหนา 11 และรวมกนั ตรวจสอบความ
ถูกตอง ครูสมุ ถามนกั เรียนวา ประโยคสญั ลกั ษณการหารที่ไดในแตละขอ จำนวนใดเปนตวั ต้ัง จำนวนใดเปนตวั หาร
และจำนวนใดเปน ผลหาร

ข้นั สรปุ

8. ตรวจสอบความเขา ใจของนักเรยี น โดยใหนักเรยี นเติมตัวเลขแสดงจำนวน และเขียนประโยคสญั ลักษณ
การหาร ขอ 1 และ 2 ตามหนงั สือเรยี นหนา 12

9. จากนัน้ ครูและนกั เรยี นรวมกนั ตรวจสอบความถูกตอ งและสรปุ ส่งิ ท่ีไดเรยี นรูวาการจัดสง่ิ ตาง ๆ เปน กลมุ
แตละกลมุ มีจำนวนสมาชกิ เทา กนั โดยกำหนดจำนวนกลมุ ใหส ามารถเขียนประโยคสญั ลักษณก ารหารแสดงจำนวน
สมาชิกในแตละกลุม ได

10. จากนัน้ ใหน ักเรยี นทำแบบฝกหัด 6.2 หนา 4 – 5

10. ส่ือการเรยี นรู

1. หนังสือเรียนคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. ตัวนบั เชน ไมไ อศกรมี กระดมุ ฝาขวดนำ้ ลกู อม
4. จานพลาสติก หรือจานกระดาษ ถงุ พลาสตกิ หรอื ถุงกระดาษ
5. สอ่ื ดิจทิ ัล “จดั ไดก่ีเม็ด”

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหัด
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขารว มกิจกรรม
1.3 สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขารว มกิจกรรมกลุม

2. เครือ่ งมือ
2.1 แบบฝกหัด
2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา รวมกจิ กรรม
2.3 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขารว มกิจกรรมกลมุ

3. เกณฑการประเมนิ
3.1 รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรม
ผานตั้งแต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น
3.3 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรมกลมุ
ผานตงั้ แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน



บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน

1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจุดประสงคการเรยี นร.ู ....................คน คิดเปนรอ ยละ.........................................
ไมผ า นจุดประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรียนท่ีมคี วามสามรถพเิ ศษ/นักเรยี นพิการไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................

2. นกั เรียนมีความรคู วามเขา ใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรียนมคี วามรูเกดิ ทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นกั เรยี นมเี จตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)
วันท่ี…...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหวั หนา สถานศกึ ษา/ผูที่ไดรับมอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มีความคิดเห็นดงั นี้

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรียนรู
 ครบถว นและถกู ตอ ง
 ยงั ไมครบถว นหรือไมถกู ตอ ง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรียนรกู ับหลักสูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอง
 ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพัฒนาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู
 เนน ผเู รียนเปนสำคัญ
 ยังไมเนน ผูเรยี นเปนสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาตอ ไป

4. สือ่ การเรียนรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเ หมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรยี นรู
 ยงั ไมครอบคลุมจุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอ่นื ๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่ี…...….เดือน…….......……พ.ศ.….........

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 4

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศึกษา 2563

หนว ยการเรียนรทู ี่ 6 เรือ่ ง การหาร เวลา 21 ชว่ั โมง

เรอื่ ง การหาผลหารโดยใชตัวนับ เวลา 1 ชั่วโมง

วนั ที่............เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผสู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผลที่
เกิดขนึ้ จากการดำเนินการสมบัติของการดำเนินการและนำไปใช

2. ตัวชว้ี ดั

ค 1.1 ป.2/6 หาคาของตัวไมทราบคาในประโยคสญั ลักษณแ สดงการหารท่ีตวั ต้งั ไมเกิน 2 หลกั
ตวั หาร1 หลัก โดยท่ีผลหารมี 1 หลักทัง้ หารลงตัวและหารไมลงตวั

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การจดั ส่ิงตาง ๆ เปนกลุม แตละกลุมมีจำนวนสมาชกิ เทา กนั ถากำหนดจำนวนสมาชกิ ในแตละกลุมให สามารถ
เขียนประโยคสญั ลักษณก ารหารแสดงจำนวนกลุมท่จี ัดได หรือถากำหนดจำนวนกลมุ ให สามารถเขยี น
ประโยคสญั ลกั ษณก ารหารแสดงจำนวนสมาชิกในแตละกลุมได

4. จุดประสงคการเรียนรู

1) อธบิ ายความหมายของการหารได (K)
2) หาผลหารโดยใชตวั นับ (P)
3) รับผิดชอบตอ หนาท่ีที่ไดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

ความหมายของการหาร การหาผลหาร

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกป ญหา

การสื่อสารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชอื่ มโยง
 การใหเหตุผล

การคดิ สรา งสรรค

7.สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป ญหา
4. ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ

8. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค

1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ รียนรู
3. มงุ ม่นั ในการทำงาน

9.กจิ กรรมการเรยี นรู
ขั้นนำ

1. ครูจัดกิจกรรมหาผลหารโดยใชต ัวนับทก่ี ำหนดจำนวนตวั นบั ทั้งหมดและจำนวนตัวนับในแตละกลุม
แลว ใหหาจำนวนกลมุ เชน มตี วั นบั ทง้ั หมด 10 อัน แบง เปนกลมุ กลมุ ละ 5 อันแบง ไดกี่กลมุ เขียนเปนประโยค
สัญลกั ษณก ารหารแสดงจำนวนกลุม จะได 10 ÷ 5 = 2

2. จากนนั้ จดั กจิ กรรมตามหนังสอื เรยี นหนา 13 และชวยกันหาผลหารโดยใชตัวนบั ขอ 1 และขอ 2 ใน
กรอบทา ยหนา

ข้นั สอน

4. ครูจัดกิจกรรมหาผลหารโดยใชตวั นับทก่ี ำหนดจำนวนตัวนบั ทั้งหมดและจำนวนกลมุ แลวใหห าจำนวนตวั นบั
ที่เทา ๆ กันในแตล ะกลุม เชน มตี วั นับทั้งหมด 15 อัน แบง เปน 3 กลมุ กลุมละเทา ๆ กนั ไดกลมุ ละกอ่ี ัน

5. เขยี นเปนประโยคสญั ลักษณการหารแสดงจำนวนสมาชกิ ในแตละกลุม จะได 15 ÷ 3 = 5
6. จากน้นั จดั กจิ กรรมตามหนงั สือเรยี นหนา 14 และชว ยกันหาผลหารโดยใชตัวนับ ขอ 1 และ 2
ในกรอบทา ยหนา 14
7. ครูใหนักเรยี นทำกจิ กรรม “หาผลหารโดยใชตัวนับ” ตามหนงั สอื เรยี นหนา 15

8. จากนน้ั ครแู ละนักเรียนรวมกนั ตรวจสอบความถูกตอง ซ่ึงในการหาผลหารโดยใชต ัวนบั นักเรยี นแตละกลมุ
อาจใชว ธิ ีแบงตัวนับแตกตางกนั บางกลุมอาจกำหนดจำนวนกลุม และหาจำนวนตวั นบั ทเี่ ทา ๆ กันในแตละกลุม หรือ
บางกลุม อาจกำหนดจำนวนตวั นับทีเ่ ทา ๆ กนั ในแตล ะกลมุ และหาจำนวนกลุม

9. ครคู วรสอบถามนักเรยี นวา นักเรยี นหาผลหารโดยใชตัวนบั ดวยวิธีการใด เพราะเหตุใด

ข้ันสรุป

10. ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรียน โดยใหนกั เรยี นหาผลหารโดยใชตัวนับขอ 1 ถงึ ขอ 4 ตามหนังสอื เรยี น
หนา 16 จากนน้ั ครแู ละนักเรียนรวมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ งและสรปุ ส่ิงที่ไดเรียนรูวาสามารถหาผลหารไดโดยใช
ตัวนับ

11. จากน้ันใหนกั เรยี นทำแบบฝก หัด 6.3 หนา 6 – 8

10. สอื่ การเรียนรู

1. หนังสือเรยี นคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. ตวั นบั เชน ไมไอศกรมี กระดมุ ฝาขวดน้ำ ลูกอม
4. จานพลาสติก หรอื จานกระดาษ

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธีการวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหัด
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา รว มกิจกรรม
1.3 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา รวมกจิ กรรมกลุม

2. เคร่ืองมือ
2.1 แบบฝกหดั
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขารว มกิจกรรม
2.3 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขารวมกจิ กรรมกลมุ

3. เกณฑการประเมนิ
3.1 รอยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขารว มกจิ กรรม
ผานตั้งแต 2 รายการ ถือวา ผา น

ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น
3.3 การประเมนิ พฤติกรรมการเขารว มกิจกรรมกลมุ

ผานตัง้ แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน

บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน

1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจดุ ประสงคก ารเรยี นร.ู ....................คน คิดเปน รอยละ.........................................
ไมผ านจดุ ประสงคการเรยี นร.ู ....................คน คดิ เปนรอยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นท่มี คี วามสามรถพิเศษ/นักเรียนพกิ ารไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................

2. นกั เรียนมคี วามรูความเขา ใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นกั เรียนมีความรูเกิดทกั ษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นักเรียนมีเจตคติ คา นยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)
วันท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูที่ไดรบั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเห็นดังนี้

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอง
 ยังไมครบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู ับหลกั สตู รสถานศึกษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมส อดคลอ ง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอ ไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู
 ยังไมเ หมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรยี นรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรียน…………………………………
วนั ท…ี่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........

แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 5

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหัสวิชา ค 12101
ช้ันประถมศึกษาปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศึกษา 2562

หนวยการเรียนรทู ่ี 6 เรือ่ ง การหาร เวลา 21 ชว่ั โมง

เรือ่ ง ความสัมพนั ธข องการคณู และการหาร เวลา 1 ชว่ั โมง

วันท่ี............เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผล

ทเี่ กดิ ขึ้นจากการดำเนินการสมบัติของการดำเนินการและนำไปใช

2. ตวั ช้ีวัด

ค 1.1 ป.2/6 หาคา ของตัวไมทราบคา ในประโยคสัญลักษณแสดงการหารทีต่ ัวตงั้ ไมเ กนิ 2 หลกั ตวั หาร
1 หลัก โดยท่ผี ลหารมี 1 หลกั ทัง้ หารลงตวั และหารไมลงตวั

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

จำนวนสองจำนวนคูณกัน ผลคูณท่ีไดหารดวยจำนวนใดจำนวนหนึ่งในสองจำนวนนั้น ผลหารคือจำนวนอีก
จำนวนหน่ึง

4. จดุ ประสงคก ารเรียนรู

1) อธิบายความสมั พันธของการคูณและการหารได (K)
2) เขียนแสดงความสัมพนั ธข องการคณู และการหาร (P)
3) รับผิดชอบตอหนา ท่ีท่ไี ดร ับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

ความสัมพนั ธข องการคณู และการหาร

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

การแกป ญหา
 การสื่อสารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร

 การเชอื่ มโยง
 การใหเหตุผล

การคดิ สรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผเู รียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญหา
4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต

8. คุณลักษณะอนั พึงประสงค

1. มีวนิ ยั
2. ใฝเรยี นรู
3. มุงม่ันในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ข้นั นำ
1. ครทู บทวนความหมายการคูณและความหมายการหาร โดยนำบัตรภาพ ทีม่ สี งิ่ ตา ง ๆ วางเปน กลมุ

กลุมละเทา ๆ กนั
2. ใหนกั เรยี นเขียนเปน ประโยคสัญลักษณก ารคณู และประโยคสัญลกั ษณก ารหาร เชน

4 × 5 = 20
20 ÷ 4 = 5
20 ÷ 5 = 4
ขั้นสอน
3. ครใู หนกั เรยี นสงั เกตความสัมพันธข องการคูณและการหารทไี่ ด เพอ่ื ใหนกั เรียนสรุปใหไ ดวา ผลคณู
ของสองจำนวนใด เมื่อหารดว ยจำนวนใดจำนวนหน่ึงในสองจำนวนน้นั ผลหารคอื จำนวนอกี จำนวนหนง่ึ
4. ครใู ชส ือ่ ดจิ ิทัล “สัมพันธค ูณหาร” แสดงความสมั พนั ธของการคณู และการหารเพ่อื สรางความเขา ใจ
เพิม่ เติมใหก บั นักเรยี น

5. ครูควรเนน ยำ้ วา จาก 4 × 5 = 20 เมือ่ เขยี นเปนประโยคสญั ลักษณก ารหารตวั ตงั้ ตองเปน 20 ตวั หาร
อาจเปน 4 หรอื 5 ก็ได ถาตัวหารเปน 4 ผลหารจะเปน 5 หรือถาตัวหาร เปน 5 ผลหารจะเปน 4 เขียนแสดง
ความสัมพันธข องการคณู และการหาร ตามหนังสือเรยี นหนา 17
ข้ันสรปุ

6. ครคู วรใหน กั เรียนฝกเขยี นประโยคสญั ลักษณการคูณและประโยคสัญลกั ษณก ารหารท่ีแสดง
ความสมั พันธของการคูณและการหารเปน รายบุคคล

10. ส่ือการเรยี นรู

1. หนังสือเรยี นคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. บตั รภาพแสดงจำนวนส่งิ ตา ง ๆ วางเปนกลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั
4. ส่ือดิจิทัล “สัมพันธค ณู หาร”

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธีการวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหัด
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขารวมกิจกรรม

2. เครื่องมือ
2.1 แบบฝก หัด
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา รวมกจิ กรรม

3. เกณฑการประเมิน
3.1 รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรม
ผานตัง้ แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น



บันทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจุดประสงคการเรียนร.ู ....................คน คิดเปน รอ ยละ.........................................
ไมผา นจุดประสงคก ารเรียนรู.....................คน คดิ เปนรอยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่มี ีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรียนพิการไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรียนมีความรคู วามเขา ใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรยี นมีความรเู กดิ ทกั ษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นักเรยี นมีเจตคติ คานิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)
วันท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไี่ ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอง
 ยังไมครบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมส อดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเ หมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........

แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 6

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหัสวิชา ค 12101
ช้ันประถมศึกษาปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศึกษา 2563

หนวยการเรียนรทู ่ี 6 เรือ่ ง การหาร เวลา 21 ชว่ั โมง

เรือ่ ง ความสัมพนั ธข องการคณู และการหาร เวลา 1 ชว่ั โมง

วันท่ี............เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผล

ทเี่ กดิ ขึ้นจากการดำเนินการสมบัติของการดำเนินการและนำไปใช

2. ตวั ช้ีวัด

ค 1.1 ป.2/6 หาคา ของตัวไมทราบคา ในประโยคสัญลักษณแสดงการหารทีต่ ัวตงั้ ไมเ กนิ 2 หลกั ตวั หาร
1 หลัก โดยท่ผี ลหารมี 1 หลกั ทัง้ หารลงตวั และหารไมลงตวั

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

จำนวนสองจำนวนคูณกัน ผลคูณท่ีไดหารดวยจำนวนใดจำนวนหนึ่งในสองจำนวนนั้น ผลหารคือจำนวนอีก
จำนวนหน่ึง

4. จดุ ประสงคก ารเรียนรู

1) อธิบายความสมั พันธของการคูณและการหารได (K)
2) เขียนแสดงความสัมพนั ธข องการคณู และการหาร (P)
3) รับผิดชอบตอหนา ท่ีท่ไี ดร ับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

ความสัมพนั ธข องการคณู และการหาร

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

การแกป ญหา
 การสื่อสารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร

 การเชือ่ มโยง
 การใหเ หตุผล

การคดิ สรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผูเรียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร

2. ความสามารถในการคดิ

3. ความสามารถในการแกปญหา

4. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต

8. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค

1. มีวนิ ัย
2. ใฝเรียนรู
3. มุงมั่นในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ขน้ั นำ

1. ครทู บทวนความหมายการคณู และความหมายการหาร โดยใหนักเรยี นเขยี นเปน ประโยคสัญลกั ษณก าร

คูณและประโยคสญั ลกั ษณก ารหาร เชน

o 9 × 3 = 27

o 27 ÷ 9 = 3
o 27 ÷ 3 = 9

ขัน้ สอน

2. ครยู กตวั อยา ง 3 × 7 = 21 แลว ครูใชค ำถามวา ถา จะเขียนเปน ประโยคสัญลกั ษณก ารหารจะเขยี นได

อยา งไรบาง 21 ตองเปนตวั ต้งั 3 หรือ 7 เปน ตวั หาร ถาตวั หารเปน 3 ผลหารจะเปน 7 หรือถาตัวหารเปน 7 ผลหารจะ

เปน 3 เขยี นแสดงความสัมพันธข องการคณู และการหารตามหนังสือเรยี นหนา 18

3. จากนน้ั ใหน กั เรยี นเขียนแสดงความสัมพันธข องการคณู และการหารในกรอบทา ยหนา 18

4. ครูแบง นกั เรียนเปนกลุม ใหนักเรียนแตล ะกลมุ พิจารณาตวั อยางในหนงั สอื เรยี นหนา 19

แลว ใหส ังเกตวา ผลคูณของสองจำนวนใด เมื่อหารดว ยจำนวนใดจำนวนหนึ่งในสองจำนวนน้นั ผลหารคือจำนวนอกี

จำนวนหนึง่ เชน 6 × 4 = 24 ดงั นัน้ 24 ÷ 6 จะไดผ ลหารเทากับ 4 และ 24 ÷ 4 จะไดผ ลหารเทากับ 6

5. ครอู าจยกตัวอยา งเพิ่มเติม 1 – 2 ตวั อยาง จากนนั้ ใหแ ตละกลมุ ชวยกนั ทำกิจกรรมขอ 1 ถงึ 4

ตามหนงั สอื เรยี นหนา 19 เมอื่ แตละกลุมทำเสรจ็ แลว ครูและนักเรียนรวมกนั ตรวจสอบความถูกตอ ง
ขน้ั สรปุ

6. ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรียน โดยใหน ักเรยี นเตมิ ตวั เลขแสดงจำนวน ขอ 1 ถึง 4 ตามหนังสือเรยี น
หนา 20

7. จากน้นั ครูและนกั เรียนรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ งและสรปุ สง่ิ ที่ไดเ รยี นรู วา จำนวนสองจำนวนคูณกนั
ผลคูณที่ไดหารดวยจำนวนใดจำนวนหนึ่งในสองจำนวนนนั้ ผลหารคือจำนวนอกี จำนวนหน่ึง

8. จากนัน้ ใหนกั เรยี นทำแบบฝกหัด 6.4 หนา 9 - 10

10. สื่อการเรียนรู

1. หนังสอื เรยี นคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธีการวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหดั
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา รวมกจิ กรรม
1.3 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขารว มกิจกรรมกลุม

2. เครือ่ งมือ
2.1 แบบฝกหัด
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา รวมกิจกรรม
2.3 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารวมกิจกรรมกลมุ

3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 รอยละ 60 ผา นเกณฑ
3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขา รวมกิจกรรม
ผานต้งั แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน
3.3 การประเมินพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรมกลมุ
ผานตัง้ แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน

1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน

ผานจุดประสงคก ารเรยี นรู.....................คน คดิ เปน รอยละ.........................................
ไมผานจุดประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คิดเปน รอยละ.........................................

ไดแ ก

1. ...................................................................................................................................................................

2. ...................................................................................................................................................................

นักเรียนท่มี ีความสามรถพิเศษ/นกั เรยี นพกิ ารไดแก
3. ...................................................................................................................................................................

4. ...................................................................................................................................................................

2. นักเรยี นมีความรคู วามเขา ใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรยี นมีความรเู กิดทักษะ
............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................
4. นักเรียนมีเจตคติ คา นยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท่ี…...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไี่ ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเห็นดงั น้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอง
 ยังไมครบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมส อดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเ หมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผูบริหาร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........

แผนการจดั การเรียนรูที่ 7

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณติ ศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ช้ันประถมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศึกษา 2562

หนวยการเรียนรูท ี่ 6 เรอื่ ง การหาร เวลา 21 ชั่วโมง

เร่ือง การหาผลหารโดยใชความสมั พนั ธของการคูณและการหาร เวลา 1 ชัว่ โมง

วนั ท่.ี ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครูผสู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผล

ที่เกิดข้ึนจากการดำเนินการสมบตั ิของการดำเนินการและนำไปใช

2. ตวั ช้ีวดั

ค 1.1 ป.2/6 หาคา ของตวั ไมท ราบคาในประโยคสัญลักษณแสดงการหารทีต่ ัวตั้งไมเกิน 2 หลกั ตัวหาร
1 หลกั โดยท่ผี ลหารมี 1 หลกั ท้งั หารลงตัวและหารไมล งตัว

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

จำนวนสองจำนวนคูณกัน ผลคูณท่ีไดหารดวยจำนวนใดจำนวนหน่ึงในสองจำนวนนั้น ผลหารคือจำนวนอีก
จำนวนหน่ึง

การหาผลหารโดยใชความสัมพันธของการคูณและการหาร ทำไดโดยหาจำนวนท่ีนำมาคูณกับตัวหารแลวไดผล
คณู เทากับตวั ตงั้ หรอื ใกลเ คยี งกบั ตวั ตั้งมากท่สี ุดแตน อยกวา ตวั ตั้ง

4. จดุ ประสงคก ารเรียนรู

1) อธิบายความสมั พนั ธข องการคูณและการหารได (K)
2) หาผลหารโดยใชความสมั พนั ธข องการคณู และการหาร (P)
3) รับผิดชอบตอหนาทท่ี ไี่ ดร บั มอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

ความสมั พนั ธของการคณู และการหาร

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

การแกป ญหา
 การสื่อสารและการสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชื่อมโยง
 การใหเ หตุผล

การคดิ สรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป ญหา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ

8. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค

1. มวี ินยั
2. ใฝเรยี นรู
3. มุงมั่นในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ขัน้ นำ
1. ครูทบทวนความสมั พันธข องการคูณและการหารโดยนำบัตรภาพแสดงจำนวนสิง่ ตา ง ๆ วางเปนกลมุ

กลมุ ละเทา ๆ กนั มาใหน ักเรียนเขียนแสดงความสัมพันธของการคณู และการหาร เชน

3 × 6 = 18
18 ÷ 3 = 6
18 ÷ 6 = 3
ข้ันสอน
2. จากประโยคสัญลกั ษณการคณู 3 × 6 = 18 ทำใหเ ราทราบไดว า 18 ÷ 3 = 6 และ 18 ÷ 6 = 3
ดงั น้นั ถาตอ งการหาผลหารของจำนวนสองจำนวนใด ๆ สามารถหาไดจ ากประโยคสัญลกั ษณก ารคณู

3. จากนั้นครใู หน กั เรยี นพิจารณาโจทยการหาร 16 ÷ 2 = แลว ถามนักเรยี นวาจะหาผลหารไดอยางไร
(หาไดจากประโยคสัญลกั ษณการคูณ 2 คูณจำนวนใด แลว ไดผ ลคูณเทากับ 16) ซ่งึ ใชความสมั พนั ธข องการคณู และการ
หารเขยี นเปนประโยคสญั ลักษณการคณู จะได 2 × = 16
ขน้ั สรุป

4. ตรวจสอบความเขาใจของนักเรยี นโดยหาผลหาร โดยใชความสมั พันธข องการคูณและการหารขอ 1 ถึง 6
ตามหนังสือเรยี นหนา 27

5. จากนัน้ ครูและนกั เรียนรวมกนั ตรวจสอบความถูกตองและสรปุ ส่งิ ที่ไดเ รียนรู วา การหารผลหารโดยใช
ความสมั พนั ธข องการคณู และการหาร ตองหาจำนวนท่ีนำมาคณู กับตวั หารแลว ไดผลคณู เทา กับตวั ตั้ง

10. สื่อการเรียนรู

1. หนังสอื เรียนคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. บตั รภาพแสดงจำนวนส่ิงตา ง ๆ วางเปนกลุม กลุม ละเทา ๆ กนั

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หัด
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขารว มกิจกรรม

2. เคร่ืองมือ
2.1 แบบฝกหดั
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารว มกิจกรรม

3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 รอยละ 60 ผา นเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา รวมกจิ กรรม
ผานตั้งแต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน

บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจุดประสงคการเรยี นร.ู ....................คน คิดเปน รอ ยละ.........................................
ไมผ านจุดประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นทม่ี ีความสามรถพิเศษ/นกั เรยี นพิการไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรียนมคี วามรูค วามเขาใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นกั เรียนมีความรเู กดิ ทักษะ
............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................
4. นกั เรยี นมเี จตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................

(…………………….……………………...)
วันท…่ี ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไี่ ดรบั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเห็นดังนี้

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอง
 ยังไมค รบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลองของแผนการจัดการเรยี นรกู ับหลกั สตู รสถานศึกษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมสอดคลอง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอ ไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผูเรยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู
 ยังไมเหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรยี นรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรียน…………………………………
วนั ท…ี่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........

แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 8

กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหัสวชิ า ค 12101

ชัน้ ประถมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปการศกึ ษา 2562
หนว ยการเรียนรทู ่ี 6 เรือ่ ง การหาร เวลา 21 ช่วั โมง

เรอ่ื ง การหาผลหารโดยใชความสัมพนั ธข องการคูณและการหาร เวลา 1 ชั่วโมง

วนั ท.่ี ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน

ผลท่ีเกิดขึ้นจากการดำเนนิ การสมบตั ิของการดำเนินการและนำไปใช

2. ตัวช้ีวดั

ค 1.1 ป.2/6 หาคา ของตัวไมทราบคาในประโยคสัญลักษณแสดงการหารท่ตี ัวตงั้ ไมเกนิ 2 หลัก ตัวหาร
1 หลกั โดยทีผ่ ลหารมี 1 หลกั ทัง้ หารลงตวั และหารไมล งตวั

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

จำนวนสองจำนวนคูณกัน ผลคูณที่ไดหารดวยจำนวนใดจำนวนหน่ึงในสองจำนวนนั้น ผลหารคือจำนวนอีก
จำนวนหนง่ึ

การหาผลหารโดยใชความสัมพันธของการคูณและการหาร ทำไดโดยหาจำนวนที่นำมาคูณกับตัวหารแลว
ไดผ ลคูณเทา กบั ตัวตัง้ หรือ ใกลเ คียงกับตวั ตงั้ มากทีส่ ุดแตนอยกวา ตัวตั้ง

4. จุดประสงคการเรียนรู

1) อธบิ ายความสัมพนั ธของการคณู และการหารได (K)
2) หาผลหารโดยใชค วามสมั พันธข องการคูณและการหาร (P)
3) รบั ผิดชอบตอหนา ท่ที ี่ไดร ับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

ความสมั พันธของการคณู และการหาร

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

การแกป ญหา
 การสอื่ สารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชื่อมโยง
 การใหเหตุผล

การคดิ สรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น

1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญหา
4. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ

8. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค

1. มวี ินยั
2. ใฝเรยี นรู
3. มุงม่ันในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ข้ันนำ
1. ครใู หน ักเรยี นทอ งสูตรคูณแม 2 หรือใชต ารางสูตรคณู แม 2 จะไดวา 2 คูณ 8 เทา กบั 16

ขั้นสอน
2. ครูแนะนำวา ดงั นั้น 16 ÷ 2 = 8 และสรปุ ใหนักเรียนเขา ใจอีกครัง้ หนง่ึ วา การหาผลหารของ 16 หาร

ดว ย 2 สามารถใชความสมั พันธข องการคูณและการหารหาผลหารได โดยหาวา 2 คูณจำนวนใดเทากับ 16 ในทีน้ี 2
คูณ 8 เทา กับ 16 ดงั นั้น 16 ÷ 2 = 8 ตามหนังสือเรียนหนา 21

3. ครูยกตัวอยา งเพมิ่ เติมตามหนงั สือเรยี นหนา 22
4. ครูแบง นกั เรียนเปน กลุม ใหแตละกลุมพิจารณาตวั อยา งการหาผลหารโดยใชความสัมพนั ธของการคณู
และการหารตามหนงั สอื เรียนหนา 23 และหาผลหารขอ 1 ถงึ 8 เมื่อแตละกลุมทำเสร็จแลว
5. ครแู ละนกั เรยี นรว มกันตรวจสอบความถูกตอง สำหรบั โจทยการหารขอ 7 และ 8
6. ครูใหน ักเรียนสังเกตวา จำนวนใดหารดวย 1 จะไดผลหารเทา กบั จำนวนนน้ั และสำหรับโจทยการหาร
ขอ 3 และ 6 ครใู หนกั เรยี นสงั เกตวา จำนวนเดยี วกนั หารกันจะไดผลหารเทา กบั 1

ขัน้ สรปุ
7. จากนั้นครูและนกั เรียนรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ งและสรุปสง่ิ ทีไ่ ดเ รียนรู วา การหารผลหารโดยใช

ความสมั พันธข องการคูณและการหาร ตอ งหาจำนวนที่นำมาคูณกับตวั หารแลวไดผ ลคณู เทา กบั ตวั ตง้ั
8. จากนนั้ ใหน กั เรียนทำแบบฝกหัด 6.5 หนา 11 - 13

10. สือ่ การเรียนรู

1. หนังสอื เรยี นคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. ตารางสตู รคูณแม 2 ถงึ แม 9

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หดั
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขารวมกจิ กรรม
1.3 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา รวมกจิ กรรมกลมุ

2. เคร่อื งมอื
2.1 แบบฝก หัด
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขารวมกจิ กรรม
2.3 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรมกลุม

3. เกณฑการประเมิน
3.1 รอยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา รวมกิจกรรม
ผานต้ังแต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน
3.3 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรมกลุม
ผานตงั้ แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน

บันทึกผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจุดประสงคก ารเรยี นรู. ....................คน คิดเปนรอยละ.........................................
ไมผ านจดุ ประสงคการเรยี นร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นท่ีมีความสามรถพิเศษ/นกั เรียนพกิ ารไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรียนมคี วามรคู วามเขาใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นกั เรยี นมคี วามรเู กิดทกั ษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นกั เรยี นมเี จตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .................................................


Click to View FlipBook Version