The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chanon.mataraj, 2022-05-26 20:13:51

เทอม 2 บทที่ 6

เทอม 2 บทที่ 6

(…………………….……………………...)
วนั ท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไี่ ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดังน้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอง
 ยังไมค รบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผูเรียนเปน สำคัญ
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........



แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 9

กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศกึ ษา 2562

หนวยการเรียนรทู ่ี 6 เรื่อง การหาร เวลา 21 ชวั่ โมง

เรอ่ื ง การหารลงตัวและการหารไมลงตวั เวลา 1 ชั่วโมง

วันที.่ ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครูผสู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผล

ทีเ่ กดิ ขึ้นจากการดำเนนิ การสมบัติของการดำเนินการและนำไปใช

2. ตวั ชี้วดั

ค 1.1 ป.2/6 หาคา ของตัวไมท ราบคาในประโยคสญั ลักษณแ สดงการหารทต่ี ัวตัง้ ไมเกิน 2 หลัก
ตัวหาร 1 หลกั โดยที่ผลหารมี 1 หลักท้งั หารลงตัวและหารไมล งตวั

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การหารท่มี ีเศษ เปนการหารไมลงตวั และเศษนอยกวา ตวั หาร การหารทไี่ มมีเศษ หรือเศษเปน 0 เปนการหารลง
ตัว

4. จดุ ประสงคการเรยี นรู

1) อธิบายการเขยี นประโยคสญั ลกั ษณก ารหารได (K)
2) จากสถานการณการหารทกี่ ำหนด สามารถเขียนเปนประโยคสญั ลักษณก ารหารที่เปนการหารลงตัว
หรอื เขยี นในรปู การหารทเ่ี ปนการหารไมล งตัว (P)
3) รบั ผิดชอบตอหนา ทีท่ ไ่ี ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การหารลงตวั และการหารไมลงตัว

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกปญหา

 การสอ่ื สารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชอื่ มโยง
 การใหเ หตุผล

การคิดสรางสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป ญหา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ

8. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค

1. มีวินัย
2. ใฝเ รียนรู
3. มุงมนั่ ในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ขัน้ นำ
1. แตละกลมุ บันทกึ ผลการทำกจิ กรรมในแตละขอลงในแบบบนั ทึกกจิ กรรม เม่ือนักเรียนทำกิจกรรม

เสร็จแลว
2. ครแู นะนำการหารจาก มีตวั นับ 8 อันจัดเปนกอง กองละ 4 อัน ได 2 กอง เขียนเปน ประโยคสัญลักษณก าร

หารได 8 ÷ 4 = 2
3. ครูใหน กั เรยี นสังเกตวา การจดั ตัวนับเปนกอง กองละเทา ๆ กนั ขอ 1 3 และ 5 จดั เปนกองแลว ตัวนับหมด

พอดี สำหรับขอ 2 4 และ 6 จดั เปน กองแลว มีตวั นับเหลือ ครูแนะนำวา การหาร ในขอ 1 3 และ 5 เปนการหารลงตัว
และการหารในขอ 2 4 และ 6 เปนการหารไมลงตัว
ขัน้ สอน

4. ครยู กตัวอยา งการจดั ตัวนบั 9 อนั เปน กลมุ กลุมละ 4 อัน ไดกก่ี ลมุ เหลอื ตัวนบั ก่อี ัน ตามหนงั สือเรียนหนา
26 โดยใหน ักเรยี นจัดตวั นบั ตามท่คี รบู อก แลว จะเหน็ วาจัดตัวนบั ได 2 กลุม และเหลอื ตวั นบั 1 อัน

5. ครูแนะนำวาจากสถานการณนี้ เขียนในรูปการหารได 9 ÷ 4 ได 2 เศษ 1 การหารที่มีเศษ เปน การหารไม
ลงตัว และเศษที่ไดจ ากการหารจะนอ ยกวาตวั หาร

6. จากนน้ั ครูยกตัวอยางการจัดตวั นบั 8 อัน เปน กลมุ กลุมละ 4 อัน ไดก ี่กลุม เหลือตัวนบั กี่อัน โดยใหนักเรยี น
จดั ตวั นับตามท่คี รบู อก แลว จะเหน็ วา จัดตัวนบั ได 2 กลมุ พอดี ไมเ หลือตัวนับ

7. ครแู นะนำวา จากสถานการณน้ี เขยี นประโยคสญั ลกั ษณก ารหารได 8 ÷ 4 = 2 การหารที่ไมม ีเศษหรอื เศษ
เปน 0 เปน การหารลงตัว

8. ครูใชผลการทำกิจกรรม “จัดไดกกี่ อง”ตามหนงั สือเรยี นหนา 25 ใหนกั เรยี นเขียนประโยคสัญลกั ษณการ
หาร หรือเขียนในรปู การหารจากสถานการณก ารหาร ขอ 1 ถงึ 6 และใหน ักเรียนบอกวา ตัวต้งั ตวั หาร ผลหาร และ
เศษของแตล ะขอ คอื จำนวนใด

9. สำหรบั ตวั อยางในหนงั สอื เรียนหนา 27 เปน การนำเสนอการหารลงตัว และการหารไมล งตัวทต่ี อ งการให
นักเรียนทบทวนความหมายการหาร 2 ลกั ษณะ คือ กำหนดจำนวนสมาชกิ ในแตล ะกลุม ใหหาจำนวนกลุม และกำหนด
จำนวนกลุมใหห าจำนวนสมาชิกในแตละกลุม

10. ครแู บงนักเรยี นเปน กลุมและพจิ ารณาตัวอยา ง จากน้ันใหน ักเรียนทำกิจกรรมขอ 1 ถงึ 4 ใหเขียนประโยค
สัญลักษณก ารหาร หรือเขยี นในรูปการหาร และหาคำตอบโดยใชตัวนบั เสร็จแลว ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั
ตรวจสอบความถกู ตอง
ข้นั สรุป

11. ตรวจสอบความเขา ใจของนักเรียน โดยใหน ักเรยี นเขียนประโยคสัญลักษณก ารหารหรือเขยี นในรูปการหาร
และหาคำตอบขอ 1 และ 2 ตามหนังสอื เรียนหนา 28

12. จากนนั้ ใหน ักเรียน ทำแบบฝกหัด 6.6 หนา 14 – 15

10. ส่ือการเรียนรู

1. หนังสอื เรยี นคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝกคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. ตวั นับ

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หัด
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา รว มกิจกรรม
1.3 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา รวมกิจกรรมกลุม

2. เครอ่ื งมอื
2.1 แบบฝกหัด
2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขารวมกิจกรรม

2.3 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรมกลมุ
3. เกณฑก ารประเมิน

3.1 รอยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขา รวมกจิ กรรม

ผานตั้งแต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน
3.3 การประเมินพฤติกรรมการเขารวมกจิ กรรมกลมุ
ผานตงั้ แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน

บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นักเรียนจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคก ารเรยี นร.ู ....................คน คิดเปนรอยละ.........................................
ไมผานจดุ ประสงคการเรยี นรู. ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนทีม่ คี วามสามรถพเิ ศษ/นักเรียนพิการไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรยี นมคี วามรคู วามเขา ใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นกั เรียนมคี วามรเู กดิ ทกั ษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นกั เรียนมีเจตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)
วันท่ี…...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหัวหนา สถานศึกษา/ผทู ี่ไดรับมอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอง
 ยังไมค รบถวนหรอื ไมถูกตอ ง ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรียนรูกบั หลักสูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอง
 ยงั ไมส อดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

3. รูปแบบของการจดั การเรียนรู
 เนน ผูเรียนเปนสำคัญ
 ยงั ไมเ นน ผเู รยี นเปน สำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอไป

4. สือ่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเ หมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ ไป

5. การประเมินผลการเรยี นรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคการเรยี นรู ควรปรับปรุงพฒั นาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอื่นๆ
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.......................................ผูบรหิ าร
(………………………………………………)
ผูอำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที่…...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........

แผนการจดั การเรยี นรูท่ี10

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ช้นั ประถมศึกษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปการศกึ ษา 2563

หนว ยการเรียนรูท่ี 6 เร่ือง การหาร เวลา 21 ชว่ั โมง

เรอ่ื ง การหาผลหารและเศษ เวลา 1 ชวั่ โมง

วนั ท.ี่ ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผูส อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผล

ท่ีเกดิ ข้ึนจากการดำเนนิ การสมบตั ิของการดำเนินการและนำไปใช

2. ตวั ชีว้ ดั

ค 1.1 ป.2/6 หาคาของตวั ไมทราบคาในประโยคสญั ลักษณแ สดงการหารทต่ี ัวตง้ั ไมเ กิน 2 หลกั
ตวั หาร 1 หลกั โดยที่ผลหารมี 1 หลักทง้ั หารลงตัวและหารไมล งตัว

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การหารทมี่ ีเศษ เปนการหารไมลงตวั และเศษนอยกวาตวั หาร การหารที่ไมม เี ศษ หรือเศษเปน 0 เปนการหารลง
ตัว

จำนวนสองจำนวนคูณกัน ผลคูณที่ไดหารดวยจำนวนใดจำนวนหน่ึงในสองจำนวนนั้น ผลหารคือจำนวนอีก
จำนวนหนง่ึ

4. จุดประสงคก ารเรียนรู

1) อธิบายความสมั พนั ธของการคูณและการหารได (K)
2) หาผลหารและเศษไดถกู ตอ ง (P)
3) รับผิดชอบตอ หนาทที่ ไี่ ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การหารลงตัวและการหารไมลงตัว ความสมั พนั ธของการคณู และการหาร

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

การแกปญหา
 การส่อื สารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชอื่ มโยง
 การใหเ หตุผล

การคดิ สรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผูเ รยี น

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป ญ หา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ

8. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค

1. มีวินัย
2. ใฝเรยี นรู
3. มงุ มัน่ ในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ขนั้ นำ
1. ครูทบทวนการหาผลหารทเ่ี ปนการหารลงตวั โดยใชความสมั พนั ธข องการคูณและการหารตามตัวอยา ง ใน

หนงั สอื เรียนหนา 29

จัดนมเปรีย้ ว 6 ขวด ใสถ ุง ถุงละ 2 ขวด จดั ไดก่ีถุง

ขนั้ สอน
2. สามารถเขยี นเปน ประโยคสญั ลักษณการหาร 6 ÷ 2 =
3. จากน้ันใหนักเรียนชว ยกนั หาผลหารโดยใชค วามสัมพนั ธข องการคณู และการหาร วา 2 คณู จำนวนใดไดผล

คณู เทากบั 6 ซ่งึ จะไดว า 2 × 3 = 6 ดงั น้ัน 6 ÷ 2 = 3
4. ครแู นะนำ 6 ÷ 2 = 3 เปนการหารลงตวั หรือมีเศษเทากบั 0 ดังนัน้ จดั นมเปรยี้ วได 3 ถงุ พอดี
5. ครยู กตวั อยางการหาผลหารและเศษของ20 ÷ 5 = โดยใชความสัมพนั ธของการคูณและการหาร

ทำนองเดยี วกันกบั ตวั อยางขางตน ซ่ึงจะได 20 ÷ 5 = 4 และเศษเทากับ 0
ข้นั สรุป

6. ครแู ละนกั เรยี นรวมกันสรปุ สง่ิ ทีไ่ ดเรียนรู วาการหาผลหารท่ใี ชความสัมพันธข องการคณู และการหารทำได
โดย หาจำนวนที่นำมาคณู กับตัวหารแลวผลคูณเทากบั ตัวตัง้ หรอื ใกลเ คียงกับตัวตงั้ มากทสี่ ุดแตน อ ยกวาตวั ตั้ง

10. สอื่ การเรียนรู

1. หนังสือเรยี นคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝกคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. บัตรภาพนมเปรีย้ ว

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธีการวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหัด
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขารว มกจิ กรรม

2. เคร่ืองมอื
2.1 แบบฝกหดั
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรม

3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 รอยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม
ผานต้งั แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

บนั ทึกผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน

1. นักเรยี นจำนวน.........................คน

ผา นจุดประสงคการเรยี นรู. ....................คน คิดเปนรอ ยละ.........................................

ไมผานจุดประสงคก ารเรยี นร.ู ....................คน คิดเปน รอ ยละ.........................................

ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................

2. ...................................................................................................................................................................

นักเรยี นที่มคี วามสามรถพเิ ศษ/นักเรียนพิการไดแก

3. ...................................................................................................................................................................

4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรียนมคี วามรคู วามเขา ใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
3. นกั เรยี นมีความรเู กิดทกั ษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
4. นักเรียนมีเจตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)
วันท…ี่ ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหัวหนา สถานศึกษา/ผทู ี่ไดรับมอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอง
 ยังไมครบถวนหรอื ไมถูกตอ ง ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

2. ความสอดคลองของแผนการจดั การเรียนรูกบั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยงั ไมสอดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

3. รูปแบบของการจดั การเรียนรู
 เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปน สำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอไป

4. สือ่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเ หมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ ไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคการเรยี นรู ควรปรับปรุงพฒั นาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอื่นๆ
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.......................................ผูบรหิ าร
(………………………………………………)
ผูอำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที่…...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........

แผนการจดั การเรยี นรูท่ี11

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ช้นั ประถมศึกษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปการศกึ ษา 2563

หนว ยการเรียนรูท่ี 6 เร่ือง การหาร เวลา 21 ชว่ั โมง

เรอ่ื ง การหาผลหารและเศษ เวลา 1 ชวั่ โมง

วนั ท.ี่ ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผูส อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผล

ท่ีเกดิ ข้ึนจากการดำเนนิ การสมบตั ิของการดำเนินการและนำไปใช

2. ตวั ชีว้ ดั

ค 1.1 ป.2/6 หาคาของตวั ไมทราบคาในประโยคสญั ลักษณแ สดงการหารทต่ี ัวตง้ั ไมเ กิน 2 หลกั
ตวั หาร 1 หลกั โดยที่ผลหารมี 1 หลักทง้ั หารลงตัวและหารไมล งตัว

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การหารทมี่ ีเศษ เปนการหารไมลงตวั และเศษนอยกวาตวั หาร การหารที่ไมม เี ศษ หรือเศษเปน 0 เปนการหารลง
ตัว

จำนวนสองจำนวนคูณกัน ผลคูณที่ไดหารดวยจำนวนใดจำนวนหน่ึงในสองจำนวนนั้น ผลหารคือจำนวนอีก
จำนวนหนง่ึ

4. จุดประสงคก ารเรียนรู

1) อธิบายความสมั พนั ธของการคูณและการหารได (K)
2) หาผลหารและเศษไดถกู ตอ ง (P)
3) รับผิดชอบตอ หนาทที่ ไี่ ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การหารลงตัวและการหารไมลงตัว ความสมั พนั ธของการคณู และการหาร

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกป ญ หา
 การสื่อสารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชอ่ื มโยง
 การใหเ หตุผล

การคดิ สรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผูเ รยี น

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญ หา
4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต

8. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค

1. มีวินัย
2. ใฝเรียนรู
3. มุงมนั่ ในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ขัน้ นำ
1. ครูยกตวั อยางสถานการณก ารหารทเี่ ปน การหารไมลงตัวตามตัวอยางในหนังสือเรียนหนา 30

เชน จัดนมเปรี้ยว 11 ขวด ใสถ งุ ถงุ ละ 4 ขวด

จะจัดนมเปรี้ยวไดก ถี่ งุ และเหลอื นมเปรย้ี วกี่ขวด

ขนั้ สอน )
2. ครูถามนักเรียนวา จากสถานการณเ ขยี นเปน ประโยคสัญลักษณก ารหารไดอยา งไร (11 ÷ 4 =

• ใชความสัมพันธของการคูณและการหารหาผลหารและเศษไดอ ยา งไร (4 × = 11)

• 4 คณู จำนวนใด ไดผลคูณเทา กบั 11 (ไมมจี ำนวนนับใดคณู 4 แลว ได 11)

3. ครูแนะนำวา เน่ืองจาก 4 × 2 = 8 และ 4 × 3 = 12 เกนิ 11 จึงเลอื ก 4 × 2 = 8
ดงั น้ัน จัดนมเปรย้ี วใสถุง ถุงละ 4 ขวด ได 2 ถงุ จัดไปแลว 8 ขวด จะเหลอื นมเปรยี้ ว 11 – 8 = 3 ขวด ดังนัน้ 11 ÷ 4
ได 2 เศษ 3

4. ครยู กตวั อยาง 7 ÷ 3 = โดยใชค วามสัมพันธข องการคูณและการหาร จะไดว า 3 × = 7
เนอ่ื งจาก 3 × 2 = 6 และ 3 × 3 = 9 เกิน 7 จงึ เลือก 3 × 2 = 6 และ 7 – 6 = 1 ดังน้นั 7 ÷ 3 ได 2 เศษ 1
ครเู นนย้ำวา ในการหาผลหารและเศษนน้ั ตัวหารคูณผลหารแลว บวกกับเศษจะเทา กบั ตวั ต้ัง
เชน (3 × 2) + 1 = 7

5. ครแู บง นกั เรยี นเปนกลุม ใหนักเรยี นแตละกลุม ศกึ ษาการหาผลหารและเศษเพ่มิ เติมจากหนังสอื เรยี นหนา
31 และหาผลหารและเศษขอ 1 ถึง 6

6. ครแู ละนักเรียนรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ ง แลว สมุ ตวั แทนกลมุ ออกมานำเสนอการหาผลหารและเศษใน
แตละขอ พรอ มทั้งอธบิ ายวธิ ีคดิ
ขน้ั สรปุ

7. ครแู ละนักเรยี นรวมกนั สรุปส่งิ ที่ไดเรยี นรู วาการหาผลหารท่ีใชค วามสัมพันธข องการคูณและการหารทำได
โดย หาจำนวนท่ีนำมาคูณกับตัวหารแลว ผลคูณเทากบั ตวั ตงั้ หรอื ใกลเคียงกบั ตัวตั้งมากท่ีสุดแตน อ ยกวา
ตวั ต้งั

8. จากน้ันใหน กั เรียนทำแบบฝกหัด 6.7 หนา 16 - 18

10. สื่อการเรียนรู

1. หนังสือเรียนคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝกคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. บัตรภาพนมเปร้ียว

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหดั
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขารวมกิจกรรม
1.3 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเขา รว มกจิ กรรมกลมุ

2. เครอ่ื งมือ
2.1 แบบฝกหดั
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขารว มกจิ กรรม

2.3 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรมกลุม
3. เกณฑการประเมนิ

3.1 รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรม

ผานตง้ั แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น
3.3 การประเมนิ พฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรมกลมุ
ผานตง้ั แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

บนั ทึกผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจุดประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไมผานจดุ ประสงคก ารเรียนรู. ....................คน คิดเปน รอยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนที่มีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรยี นพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรียนมคี วามรคู วามเขา ใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นกั เรยี นมคี วามรเู กิดทักษะ
............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................
4. นักเรียนมีเจตคติ คา นยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท่ี…...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหัวหนา สถานศึกษา/ผทู ไี่ ดรับมอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอง
 ยังไมครบถวนหรอื ไมถูกตอ ง ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรียนรูกบั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอง
 ยงั ไมส อดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

3. รูปแบบของการจดั การเรียนรู
 เนน ผเู รียนเปนสำคัญ
 ยงั ไมเนน ผเู รยี นเปน สำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอไป

4. สือ่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเ หมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ ไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคการเรยี นรู ควรปรับปรุงพฒั นาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอื่นๆ
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.......................................ผูบรหิ าร
(………………………………………………)
ผูอำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที่…...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 12

กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหสั วิชา ค 12101

ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศึกษา 2563
หนว ยการเรียนรทู ี่ 6 เรื่อง การหาร เวลา 21 ชัว่ โมง

เร่อื ง การพัฒนาความรสู ึกเชิงจำนวนเกี่ยวกับการหาร เวลา 1 ชวั่ โมง

วันที.่ ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครผู ูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผล

ทเี่ กิดข้ึนจากการดำเนนิ การสมบตั ิของการดำเนินการและนำไปใช

2. ตวั ช้วี ดั

ค 1.1 ป.2/6 หาคา ของตวั ไมท ราบคา ในประโยคสัญลกั ษณแ สดงการหารทีต่ วั ตงั้ ไมเกนิ 2 หลัก
ตวั หาร 1 หลกั โดยที่ผลหารมี 1 หลักทั้งหารลงตัวและหารไมลงตวั

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

จำนวนสองจำนวนคณู กนั ผลคูณท่ีไดห ารดวยจำนวนใดจำนวนหน่ึงในสองจำนวนนั้น ผลหารคอื จำนวนอีก
จำนวนหน่งึ

การหารจำนวนสองจำนวนที่ตัวตั้งเปนจำนวนเดียวกัน ถาตัวหารนอยกวา ผลหารจะมากกวา ถาตัวหาร
มากกวา ผลหารจะนอยกวา

การหารจำนวนสองจำนวนที่ตัวหารเปนจำนวนเดียวกัน ถาตัวตั้งมากกวา ผลหารจะมากกวา ถาตัวตั้งนอย
กวา ผลหารจะนอ ยกวา

4. จุดประสงคการเรียนรู

1) อธิบายความสัมพันธข องการคณู และการหารได (K)
2) เปรยี บเทียบผลหารเมื่อตัวต้ังเปนจำนวนเดียวกัน หรอื ตวั หารเปน จำนวนเดยี วกนั (P)
3) รับผิดชอบตอหนาที่ทีไ่ ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การหารลงตัวและการหารไมลงตวั ความสัมพนั ธข องการคณู และการหาร

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกปญหา
 การส่อื สารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชอื่ มโยง
 การใหเ หตุผล

การคดิ สรางสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป ญหา
4. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต

8. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค

1. มีวนิ ยั
2. ใฝเรยี นรู
3. มุง มน่ั ในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ขัน้ นำ
1. ครูตดิ บตั รโจทยป ญ หาการหารจำนวน 5 บัตร ทต่ี ัวตง้ั ในบัตรเปน จำนวนเดียวกันทง้ั หมด เชน

ขัน้ สอน
2. ครูแบงนกั เรยี นเปนกลุมทำกจิ กรรม “ผลหารมากกวา หรือนอ ยกวา (1)” ในการหาผลหารของโจทย

การหารแตล ะบัตร ตามหนังสอื เรยี นหนา 33
2. นกั เรยี นอาจใชค วามสมั พันธของการคณู และการหารในการหาผลหาร
3. เม่อื ไดผลหารแลว ครูเขยี นโจทยก ารหารและผลหารบนกระดาน แลวใหนักเรียนสงั เกต ตัวตั้งตัวหาร

และผลหาร
4. จะไดวา ตวั ตง้ั เปนจำนวนเดยี วกัน เมอ่ื นำบตั รโจทย 2 บตั รมาเปรยี บเทยี บผลหารกนั จะไดว า ถา

ตวั หารนอยกวา ผลหารจะมากกวา ถาตวั หารมากกวา ผลหารจะนอ ยกวา
ขน้ั สรปุ

5. หลงั การทำกจิ กรรมนกั เรยี นควรสรุปไดวา การหารจำนวนสองจำนวนท่ตี ัวต้งั เปน จำนวนเดียวกนั ถา
ตัวหารนอ ยกวา ผลหารจะมากกวาถา ตวั หารมากกวา ผลหารจะนอ ยกวา

10. สือ่ การเรียนรู

1. หนงั สือเรียนคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝกคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. บัตรโจทยการหาร

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หดั
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา รว มกจิ กรรม
1.3 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขารว มกจิ กรรมกลุม

2. เครอ่ื งมอื
2.1 แบบฝก หดั
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา รวมกจิ กรรม
2.3 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารว มกิจกรรมกลมุ

3. เกณฑการประเมนิ
3.1 รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา รวมกิจกรรม
ผานต้ังแต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน
3.3 การประเมินพฤตกิ รรมการเขารวมกจิ กรรมกลุม
ผานตงั้ แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

บนั ทึกผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน

ผา นจดุ ประสงคการเรยี นร.ู ....................คน คิดเปน รอ ยละ.........................................

ไมผา นจดุ ประสงคก ารเรยี นร.ู ....................คน คดิ เปนรอยละ.........................................

ไดแ ก

1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................

นกั เรยี นที่มีความสามรถพิเศษ/นกั เรยี นพกิ ารไดแ ก

3. ...................................................................................................................................................................

4. ...................................................................................................................................................................

2. นักเรยี นมคี วามรูความเขา ใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นกั เรยี นมีความรเู กิดทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นกั เรียนมเี จตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)
วันท่ี…...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหัวหนา สถานศึกษา/ผทู ไี่ ดรับมอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั นี้

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอง
 ยังไมค รบถวนหรอื ไมถูกตอ ง ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรียนรูกบั หลักสูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอง
 ยงั ไมส อดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

3. รูปแบบของการจดั การเรียนรู
 เนน ผูเรียนเปนสำคัญ
 ยงั ไมเ นน ผเู รยี นเปน สำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอไป

4. สือ่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเ หมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ ไป

5. การประเมินผลการเรยี นรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคการเรยี นรู ควรปรับปรุงพฒั นาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอื่นๆ
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.......................................ผูบรหิ าร
(………………………………………………)
ผูอำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที่…...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........



แผนการจัดการเรียนรูที่ 13

กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิชาคณติ ศาสตร รหัสวชิ า ค 12101

ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปการศกึ ษา 2563
หนวยการเรียนรูที่ 6 เรอื่ ง การหาร เวลา 21 ชวั่ โมง

เร่ือง การพฒั นาความรูสึกเชงิ จำนวนเกีย่ วกับการหาร เวลา 1 ชัว่ โมง

วนั ที่............เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน
ผลทเ่ี กดิ ขึ้นจากการดำเนินการสมบัติของการดำเนนิ การและนำไปใช

2. ตวั ช้วี ัด

ค 1.1 ป.2/6 หาคา ของตวั ไมทราบคาในประโยคสัญลกั ษณแสดงการหารท่ีตัวตง้ั ไมเ กนิ 2 หลัก
ตัวหาร 1 หลกั โดยท่ีผลหารมี 1 หลักท้ังหารลงตัวและหารไมลงตวั

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

จำนวนสองจำนวนคูณกัน ผลคูณทไี่ ดห ารดวยจำนวนใดจำนวนหนง่ึ ในสองจำนวนนั้น ผลหารคอื จำนวนอกี
จำนวนหนง่ึ

การหารจำนวนสองจำนวนท่ีตัวต้ังเปนจำนวนเดียวกัน ถาตัวหารนอยกวา ผลหารจะมากกวา ถาตัวหาร
มากกวา ผลหารจะนอ ยกวา

การหารจำนวนสองจำนวนท่ีตัวหารเปนจำนวนเดียวกัน ถาตัวต้ังมากกวา ผลหารจะมากกวา ถาตัวตั้งนอย
กวา ผลหารจะนอ ยกวา

4. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู

1) อธบิ ายความสัมพันธของการคณู และการหารได (K)
2) เปรียบเทยี บผลหารเมือ่ ตวั ต้งั เปนจำนวนเดียวกัน หรือตัวหารเปน จำนวนเดยี วกัน (P)
3) รับผิดชอบตอหนา ท่ีทีไ่ ดร ับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การหารลงตวั และการหารไมล งตวั ความสัมพันธข องการคณู และการหาร

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกปญหา
 การสือ่ สารและการสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่ือมโยง
 การใหเ หตุผล
 การคิดสรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น

1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญหา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ

8. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค

1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ รยี นรู
3. มงุ มั่นในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ขัน้ นำ
1. ครตู ดิ บตั รโจทยปญหาการหารจำนวน 6 บัตร ท่ีตัวหารในบตั รเปน จำนวนเดียวกนั ทั้งหมด เชน

ขั้นสอน
2. ครแู บงนกั เรยี นเปน กลุม ทำกจิ กรรม “ผลหารมากกวา หรือนอ ยกวา (2)” ในการหาผลหารของโจทยก ารหาร

แตละบัตร ตามหนังสอื เรียนหนา 34
3. นกั เรียนอาจใชความสัมพนั ธข องการคูณและการหารในการหาผลหาร เมื่อไดผลหารแลว
4. ครูเขยี นโจทยการหารและผลหารบนกระดาน แลว ใหนักเรยี นสงั เกต ตวั ตง้ั ตวั หาร และผลหาร จะไดว า

ตัวหารเปน จำนวนเดยี วกนั เมื่อนำบัตรโจทย 2 บัตรมาเปรียบเทยี บผลหารกัน จะไดว า ถาตัวตง้ั มากกวา
ผลหารจะมากกวา ถา ตวั ตงั้ นอยกวา ผลหารจะนอยกวา

5. ครูแบงนักเรยี นเปนกลุม และใหแ ตละกลุม พิจารณาตวั อยางตามหนังสือเรยี นหนา 35 ท้งั 2 ตัวอยาง
6. ครูและนกั เรียนอภิปรายรว มกนั เชน 25 ÷ 5 ผลหารมากกวา หรอื นอยกวา 45 ÷ 5 เพราะเหตุใด ซ่ึง
นกั เรยี นควรตอบไดวา ผลหารของ 25 ÷ 5 นอยกวา 45 ÷ 5 เพราะตัวหารเปน จำนวนเดียวกัน คอื 5 แตต ัวตั้ง 25 นอย
กวา 45
7. จากนนั้ ใหนกั เรียนแตล ะกลุม หาคำตอบของขอ 1 ถึง 6 โดยไมต องคดิ คำนวณ เสรจ็ แลว ครสู มุ
แตละกลุมเฉลยคำตอบแตละขอ พรอ มอธิบายเหตผุ ลประกอบคำตอบ
8. สำหรบั กจิ กรรม รวมกันทำในกรอบทา ยหนา 35 สามารถเตมิ ตวั เลขแสดงจำนวนในแตล ะขอ

ไดห ลากหลาย

ขัน้ สรปุ

9. ตรวจสอบความเขาใจของนกั เรียนโดยใหนักเรียนเตมิ เคร่อื งหมาย > หรอื < ในตามหนงั สือเรยี น
หนา 36

10. จากน้นั ครูและนักเรียนรวมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ งและสรุปสงิ่ ทไี่ ดเรียนรู
- การหารจำนวนสองจำนวนท่ีตัวตง้ั เปน จำนวนเดียวกัน ถาตวั หารนอ ยกวาผลหารจะมากกวา
ถา ตวั หารมากกวาผลหารจะนอยกวา
- การหารจำนวนสองจำนวนท่ตี วั หารเปนจำนวนเดยี วกนั ถาตัวตัง้ มากกวาผลหารจะมากกวา
ถาตัวต้ังนอยกวา ผลหารจะนอยกวา
11. จากนัน้ ใหน ักเรียนทำแบบฝก หัด 6.8 หนา 19 – 20

10. สือ่ การเรยี นรู

1. หนังสอื เรียนคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝกคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. บตั รโจทยก ารหาร

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หัด
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา รว มกิจกรรม
1.3 สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการเขารว มกิจกรรมกลมุ

2. เครอ่ื งมอื
2.1 แบบฝกหดั
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม
2.3 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารวมกจิ กรรมกลมุ

3. เกณฑการประเมนิ
3.1 รอยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขารวมกจิ กรรม
ผานตัง้ แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น
3.3 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขารวมกิจกรรมกลมุ
ผานต้ังแต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน



บันทึกผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผานจดุ ประสงคก ารเรยี นร.ู ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไมผา นจดุ ประสงคการเรยี นร.ู ....................คน คิดเปน รอยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นทีม่ ีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรียนพกิ ารไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรยี นมคี วามรูค วามเขาใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นกั เรียนมคี วามรเู กิดทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นกั เรยี นมีเจตคติ คา นยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท…่ี ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหัวหนา สถานศึกษา/ผทู ี่ไดรับมอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอง
 ยังไมครบถวนหรอื ไมถูกตอ ง ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

2. ความสอดคลองของแผนการจดั การเรียนรูกบั หลักสูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยงั ไมสอดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

3. รูปแบบของการจดั การเรียนรู
 เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปน สำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอไป

4. สือ่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเ หมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ ไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคการเรยี นรู ควรปรับปรุงพฒั นาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอื่นๆ
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.......................................ผูบริหาร
(………………………………………………)
ผูอำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที่…...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........



ความเหน็ ของหวั หนา สถานศกึ ษา/ผูที่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดังนี้

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอ ง
 ยังไมครบถวนหรือไมถกู ตอ ง ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอง
 ยงั ไมสอดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

3. รูปแบบของการจดั การเรียนรู
 เนน ผูเรียนเปนสำคญั
 ยงั ไมเ นนผเู รยี นเปน สำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอไป

4. สื่อการเรียนรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู
 ยงั ไมเ หมาะสมกับรปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรยี นรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรยี นรู
 ยังไมครอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรุงพฒั นาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอื่นๆ
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

ลงช่อื .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที่…...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 14

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศึกษา 2563

หนวยการเรยี นรูที่ 6 เร่อื ง การหาร เวลา 21 ชวั่ โมง

เร่อื ง การหาคา ของตัวไมท ราบคา ในประโยคสญั ลักษณก ารหาร เวลา 1 ชั่วโมง

วันที่............เดือน............................. พ.ศ....................... ครูผูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การ
ของจำนวน ผลทีเ่ กิดขึ้นจากการดำเนนิ การสมบัติของการดำเนินการและนำไปใช

2. ตวั ช้ีวดั

ค 1.1 ป.2/6 หาคา ของตัวไมท ราบคา ในประโยคสญั ลักษณแ สดงการหารทีต่ วั ตั้งไมเ กิน 2 หลกั
ตวั หาร 1 หลัก โดยท่ีผลหารมี 1 หลกั ท้ังหารลงตัวและหารไมล งตวั

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

การหาคา ของตัวไมท ราบคา ในประโยคสัญลักษณการหาร อาจทำไดโ ดยใชความสมั พนั ธของการคูณและ
การหารจำนวนสองจำนวนคูณกัน ผลคูณทไ่ี ดหารดวยจำนวนใดจำนวนหนงึ่ ในสองจำนวนนัน้ ผลหารคือจำนวนอกี
จำนวนหน่ึง

4. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู

1) อธิบายความสมั พนั ธของการคูณและการหารได (K)
2) หาคา ของตัวไมทราบคา ในประโยคสัญลักษณก ารหาร (P)
3) รบั ผิดชอบตอ หนาทท่ี ไ่ี ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

หาคาของตวั ไมทราบคา ในประโยคสญั ลักษณก ารหาร

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

การแกป ญ หา
 การสื่อสารและการส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร

 การเชอ่ื มโยง
 การใหเหตุผล

การคดิ สรางสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญหา
4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต

8. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

1. มวี ินยั
2. ใฝเรียนรู
3. มงุ ม่นั ในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ขั้นนำ
1. ครูทบทวนการหาผลหารโดยใชความสัมพนั ธของการคณู และการหาร ตามหนงั สอื เรยี น หนา 37

6 ÷ 2 = จากความสมั พันธของการคณู และการหาร จะไดวา 2 คูณจำนวนใดไดผลคูณเทากับ 6
คำตอบคอื 3

2. จากน้นั ครูยกตวั อยา งการหาคาของตวั ไมท ราบคา ทต่ี วั ไมทราบคา เปน ตวั หาร เชน8 ÷ = 4
จากความสัมพันธข องการคณู และการหารจะไดวา 4 คูณจำนวนใดไดผ ลคูณเทา กับ 8 คำตอบคือ 2

3. ครใู หน ักเรยี นชวยกันหาคำตอบในกรอบทายหนา 37
ข้นั สอน

4. การหาคาของตัวไมทราบคาในประโยคสญั ลักษณก ารหารทม่ี ตี ัวไมทราบคา เปนตัวต้ังเชน ÷ 2 = 5
จากความสัมพนั ธของการคูณและการหาร จะไดวา 2 คูณ 5 เทากบั จำนวนใด คำตอบคือ 10

5. ครูใหนักเรยี นชวยกนั หาคำตอบในกรอบทา ยหนา 38 ครแู ละนักเรียนชวยกันตรวจสอบความถกู ตอง
6. ครูแบงนักเรียนเปน กลุม ใหแ ตละกลมุ ศกึ ษาการหาคาของตวั ไมทราบคาทเี่ ปน ตวั ตง้ั และตัวไมทราบคาที่
เปนตัวหารตามหนังสือเรียนหนา 39
7. ใหแ ตละกลุมฝก หาคาของตัวไมทราบคา ในประโยคสัญลักษณก ารหารซง่ึ ในทีน่ ี้เปนการหารลงตัว อาจทำได
โดยอาศัยความสมั พันธของการคณู และการหาร ดังน้ี ถาตองการหาตวั ตัง้ ทำไดโดย นำผลหารคณู กับตัวหาร
ถาตอ งการหาตัวหาร ทำไดโดย หาจำนวนทีม่ าคูณกับผลหารแลวไดผลคูณเทากบั ตวั ต้ัง ซง่ึ จำนวนน้ันจะเปนตวั หาร

ขั้นสรุป

8. ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรยี นโดยใหน ักเรียนหาคา ของตัวไมทราบคาทเ่ี ปน ตวั ต้งั
หรือตัวหารจากประโยคสญั ลกั ษณก ารหารตามหนังสอื เรยี นหนา 40 โดยใชค วามสัมพนั ธก ารคณู และการหาร

9. ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั สรุปสิ่งท่ไี ดเรยี นรูการหาคา ของตัวไมทราบคาในประโยคสญั ลักษณก ารหาร อาจทำ
ไดโ ดยใชความสมั พันธของการคณู และการหาร

10. จากนั้นใหน ักเรียนทำแบบฝก หัด 6.9 หนา 21 - 23

10. สือ่ การเรยี นรู

1. หนงั สือเรียนคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หดั
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขารว มกิจกรรม
1.3 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา รวมกิจกรรมกลมุ

2. เครื่องมอื
2.1 แบบฝก หัด
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขารวมกิจกรรม
2.3 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขารวมกิจกรรมกลุม

3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 รอยละ 60 ผานเกณฑ

3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขา รวมกจิ กรรม
ผานต้งั แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

3.3 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขารวมกิจกรรมกลมุ
ผานต้งั แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจดุ ประสงคก ารเรยี นร.ู ....................คน คิดเปนรอยละ.........................................
ไมผ า นจุดประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นที่มคี วามสามรถพิเศษ/นกั เรียนพกิ ารไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรยี นมีความรูความเขา ใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรียนมีความรูเ กิดทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นักเรียนมเี จตคติ คานิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................

(…………………….……………………...)
วันท…ี่ ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหัวหนาสถานศกึ ษา/ผทู ีไ่ ดรบั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรูของ …………………………….……..….….……….แลว มีความคิดเหน็ ดงั น้ี

1. องคประกอบของแผนการจดั การเรียนรู
 ครบถวนและถกู ตอ ง
 ยังไมค รบถวนหรอื ไมถกู ตอง ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลองของแผนการจดั การเรียนรกู บั หลกั สตู รสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรับปรุงพัฒนาตอ ไป

3. รูปแบบของการจดั การเรยี นรู
 เนน ผเู รยี นเปน สำคัญ
 ยังไมเ นนผเู รยี นเปน สำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาตอไป

4. สือ่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู
 ยังไมเ หมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรยี นรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอน่ื ๆ
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.......................................ผูบรหิ าร
(………………………………………………)
ผูอำนวยการโรงเรียน…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........



แผนการจัดการเรียนรูที่ 15

กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิชาคณติ ศาสตร รหสั วิชา ค 12101

ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศึกษา 2563

หนวยการเรียนรูที่ 6 เรื่อง การหาร เวลา 21 ชั่วโมง
เรอื่ ง โจทยปญหาการหาร เวลา 1 ชัว่ โมง

วันท.ี่ ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผสู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวนผลทีเ่ กดิ ขนึ้ จากการดำเนนิ การสมบัตขิ องการดำเนนิ การและนำไปใช

2. ตวั ชี้วัด

ค 1.1 ป.2/6 หาคาของตวั ไมทราบคา ในประโยคสญั ลักษณแ สดงการหารท่ตี วั ต้ังไมเ กนิ 2 หลกั
ตัวหาร 1 หลกั โดยท่ีผลหารมี 1 หลกั ทงั้ หารลงตัวและหารไมล งตัว

3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

การแกโจทยป ญ หาทำไดโ ดยอานทำความเขาใจปญหา วางแผนแกป ญ หา หาคำตอบ และตรวจสอบความ
สมเหตุสมผลของคำตอบ

4. จุดประสงคการเรียนรู

1) อธิบายวธิ กี ารหาคำตอบของโจทยป ญหาการหารได (K)
2) เขยี นประโยคสญั ลักษณก ารหารและแสดงวธิ ีหาคำตอบได (P)
3) รบั ผิดชอบตอ หนา ท่ีทไ่ี ดร บั มอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การแกโ จทยปญหาและการสรา งโจทยปญ หา พรอมทั้งหาคำตอบ

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

 การแกปญ หา
 การส่ือสารและการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่ือมโยง

 การใหเ หตุผล
การคิดสรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผูเรียน

1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญ หา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ

8. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค

1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ รยี นรู
3. มงุ ม่ันในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ขั้นนำ
1. ครูใหน กั เรยี นอานโจทยปญหาตามหนังสือเรียนหนา 41
2. จากนน้ั ครูใชคำถามใหนกั เรียนไดวิเคราะหโจทย เชน โจทยถามอะไร โจทยบ อกอะไร นักเรียนควร

ตอบไดวา โจทยถาม แมจะจดั ขนมตาลไดก ่กี ลอง โจทยบ อก แมมขี นมตาล 24 ชิน้ จดั ใสก ลองกลอ งละ 3 ช้ิน
ขน้ั สอน

3. ครูถามตอไปวา จะหาคำตอบไดอ ยา งไร ซง่ึ นกั เรยี นอาจจะยงั หาคำตอบไมไ ด
4. ครูอาจใชต ัวนบั แทนขนมตาล 24 ช้ิน จากนน้ั ใหจ ัดเปน กอง กองละ 3 ชน้ิ เพ่ือใหนักเรียนสงั เกตวา
สามารถใชการหารในการหาคำตอบได
5. จากนัน้ ครูใหน กั เรียนเขยี นประโยคสัญลักษณ และชว ยกนั หาคำตอบซง่ึ จะไดคำตอบตามหนงั สือ
เรียนหนา 41
6. ครูควรใหนักเรียนตรวจคำตอบโดยการคณู เพ่อื ตรวจสอบวา คำตอบท่ไี ดถกู ตอ งหรอื ไม
7. ครูใหน ักเรยี นอานโจทยในกรอบทายหนา 41 แลว ใหช ว ยกันวเิ คราะหโ จทยและเขียนประโยค
สัญลักษณพรอ มทง้ั หาคำตอบ ครแู ละนกั เรยี นชวยกนั ตรวจสอบความถูกตอง
ข้ันสรุป

8. จากน้ันครแู ละนกั เรยี นรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตองและสรปุ ส่ิงทีไ่ ดเ รยี นรู ถาพบวา มนี กั เรยี น
ท่เี ขียนประโยคสัญลกั ษณและหาคำตอบไมถ กู ตอ ง

9. ครูควรใหนกั เรียนฝกวเิ คราะหโจทย เขยี นประโยคสัญลกั ษณและหาคำตอบเปนรายบุคคล

10. สื่อการเรียนรู

1. หนงั สอื เรียนคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. ตัวนับ

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หัด
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขารว มกจิ กรรม

2. เครื่องมือ
2.1 แบบฝก หัด
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา รว มกิจกรรม

3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 รอยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม
ผานตั้งแต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน

บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคก ารเรยี นร.ู ....................คน คดิ เปน รอยละ.........................................
ไมผานจุดประสงคก ารเรียนรู. ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นที่มีความสามรถพิเศษ/นกั เรียนพกิ ารไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรยี นมีความรคู วามเขา ใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรียนมคี วามรูเกิดทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นกั เรียนมีเจตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท…ี่ ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..


Click to View FlipBook Version