The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสอนงานอาชีพสู่ความเป็นเลิศ นักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม นำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การสอนงานอาชีพสู่ความเป็นเลิศ นักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม นำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

การสอนงานอาชีพสู่ความเป็นเลิศ นักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม นำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

การสอนงานอาชีพสคู่ วามเป็นเลศิ 173
นกั ธุรกิจนอ้ ยมคี ุณธรรม นำ� สูเ่ ศรษฐกิจสรา้ งสรรค์
การสอนงานอาชีพสู่ความเปน็ เลิศ
นกั ธุรกิจน้อยมีคุณธรรม
นำ� สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

174 การสอนงานอาชีพสคู่ วามเป็นเลิศ
นกั ธุรกจิ น้อยมีคุณธรรม นำ� สู่เศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์

การสอนงานอาชพี สคู่ วามเป็นเลิศ
นักธรุ กจิ น้อยมคี ุณธรรม
นำ� สู่เศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์

สำ� นกั พัฒนานวัตกรรมการจดั การศกึ ษา
สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

การสอนงานอาชีพสู่ความเป็นเลิศ นักธุรกจิ นอ้ ยมคี ุณธรรม น�ำส่เู ศรษฐกจิ สร้างสรรค์
จดั พมิ พเ์ ผยแพร ่ สำ� นักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ ถนนราชดำ� เนินนอก เขตดุสติ กรงุ เทพฯ 10300
โทร. 0 2288 5898
โทรสาร 0 2281 0828
พมิ พค์ ร้ังท่ี 1 พ.ศ. 2558
จ�ำนวนพิมพ์ 2,000 เล่ม
ISBN 978-616-372-304-8
ลิขสิทธ ิ์ สำ� นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

พิมพ์ที่ โรงพมิ พช์ มุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จ�ำกัด
79 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจกั ร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 0 2561 4567 โทรสาร 0 2579 5101
นายโชคดี ออสวุ รรณ ผ้พู มิ พผ์ โู้ ฆษณา

คำ� น�ำ

การจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้สืบเน่ืองจาก ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ได้อนุมัติให้
ส�ำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา ด�ำเนินโครงการนักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม น�ำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตั้งแต่
ปี 2553 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูผู้สอนงานอาชีพพัฒนานักเรียนให้มีความรู้และมีประสบการณ์ ด้านการเป็น
ผู้ประกอบการสามารถ “คิดเป็น ท�ำได้ ขายเป็น” อย่างมีคุณธรรม มีความซ่ือสัตย์ ขยัน อดทน มุ่งม่ัน กตัญญู
รู้จักเจือจานสังคมอันเป็นคุณธรรมส�ำคัญของผู้ประกอบการท่ีประสบความส�ำเร็จในอาชีพ มีความคิดสร้างสรรค์
สามารถผลิตช้ินงานใหม่ในเชิงพาณิชย์ท่ีจ�ำหน่ายได้ และรักษาทรัพย์สินทางปัญญาในสิ่งท่ีตนคิดค้นด้วยการ
จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ในขณะเดียวกันก็ละเว้นไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น เป็นแนวทาง
การด�ำเนินงานท่ีส�ำคัญ เพ่ือพัฒนานักเรียนให้มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพอิสระสร้างประสบการณ์สู่โลกกว้าง
ทางอาชีพ นักเรียนได้ท�ำกิจกรรมท่ีสร้างสรรค์ทางปัญญา อารมณ์และสังคม ก่อให้เกิดรายได้ในระหว่างเรียน
และเปน็ พน้ื ฐานการประกอบอาชีพทดี่ ตี ่อไปในอนาคต หากไม่ได้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
เน้ือหาสาระในหนังสือเป็นการบอกเล่าการปฏิบัติการจัดการเรียนรู้ที่ดีของครูผู้สอนจากโรงเรียนระดับ
ประถมศึกษาถงึ ระดบั มัธยมศึกษาในโครงการ จ�ำนวน 19 โรงเรียน ที่ประสบความสำ� เรจ็ และเป็นตวั อย่างกบั ผู้อื่นได้
ท้งั น้ผี ูอ้ ่านยงั จะได้ขอ้ มูลความรกู้ ารสร้างสรรค์ผลติ ภณั ฑต์ า่ งๆ ของนกั เรยี น แรงบนั ดาลใจการทำ� งานของครูแตล่ ะคน
วิธีการท�ำงาน วิธีการจัดการเรียนรู้ของครูที่มีอุดมการณ์การท�ำงานเหล่านี้อย่างหลากหลายวิธีในการปลูกฝังความรู้
การเป็นผู้ประกอบการ ความคิดสรา้ งสรรค์ คุณธรรม ตลอดจนการจดทะเบยี นทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา
ในจ�ำนวน 19 โรงเรียน มีหลายโรงเรียนที่ส�ำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ. ได้คัดเลือก
เป็นศูนย์แกนน�ำขยายเครือข่ายของโครงการไปยังโรงเรียนและชุมชนที่สนใจ หากโรงเรียนหรือชุมชนใดสนใจ
สามารถสอบถามและสมคั รเปน็ เครอื ขา่ ยกบั โรงเรยี นทที่ ำ� หนา้ ทศี่ นู ยท์ อี่ ยใู่ กลเ้ คยี งกบั โรงเรยี นของตนไดใ้ นเวลาราชการ
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ขอขอบคุณคณะท�ำงานทุกท่านที่มีส่วนร่วมรวบรวมข้อมูล
และจดั ทำ� หนงั สอื เลม่ นจ้ี นสำ� เรจ็ เปน็ รปู เลม่ หวงั เปน็ อยา่ งยงิ่ วา่ หนงั สอื เลม่ นจี้ ะเปน็ บทเรยี นทม่ี ปี ระโยชนแ์ กค่ รู โรงเรยี น
หรือผู้สนใจ น�ำไปปรับใช้ใหส้ อดคล้องกับบรบิ ทของตนได้ และขยายผลโครงการให้งอกงามในวงกวา้ งตอ่ ไป
สำ� นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน



สารบญั

ค�ำนำ� 1
ชมรมนกั ธุรกจิ นอ้ ย โรงเรยี นวัดเชิงเลน 5
เกลด็ ปลาสู่งานสรา้ งสรรค์ 13
ผ้าทอกะเหร่ยี ง บ้านวนาหลวง 18
งานเพ้นท์บนใบบางยางพารา

งานกระจกถมทองค�ำเปลว 23
ตุ๊กตามดจา๋ ...อารมณด์ ี 27
สืบสาน…วัฒนธรรมบ้านเชยี งแหล่งมรดกโลก 33
เส่อื กกลายขดิ 44

การต์ ูนและลายไทย 3 มติ ิ 50
บาตกิ ลกู คณุ หญงิ 56
ผลติ ภณั ฑ์กระจดู ทะเลนอ้ ยพนางตุง 62
ผลติ ภัณฑ์ลวดลายเวยี งกาหลง 67

สารบญั (ตอ่ )

หตั ถกรรมฝนุ่ ไม ้ 72
กะหรปี่ ๊บั งาดำ� 78
ธรุ กจิ เบเกอร่ี “คดิ ถงึ แมฟ่ า้ หลวง” 85
สาหร่าย (ไก) จากแม่น�้ำโขง 91

สมนุ ไพรมะรมุ 96
นักธุรกจิ น้อยแปรรปู กล้วย 101
อาหารแปรรูป หลักสูตรทอ้ งถ่ิน 108

รายชอ่ื โรงเรยี นที่ได้รบั การคัดเลอื กผลงานจำ� หน่าย 114
และสาธติ ในงานศิลปหตั ถกรรมนกั เรียนระดบั ชาติ
รายชื่อเจ้าของผลงานในเลม่ 170
คณะผจู้ ัดท�ำ 171

การสอนงานอาชีพสคู่ วามเป็นเลิศ 1
นกั ธุรกิจนอ้ ยมคี ณุ ธรรม นำ� สเู่ ศรษฐกจิ สร้างสรรค์

ชมรมนักธุรกิจน้อย โรงเรยี นวัดเชงิ เลน

ให้นักเรียนไดร้ บั ประสบการณ์จรงิ เชน่ การผลติ งานฝีมือ
การจัดค่ายวิชาการและอื่นๆ คุณภาพของนักเรียน
ได้ยกระดับขึ้นจนเป็นที่น่าพึงพอใจของชุมชน ปัจจุบัน
3 ฝ่ายส�ำคัญ ได้แก่ วัดเชิงเลน โดยหลวงพ่อประสงค์
จนั ทโด ชุมชน ศิษย์เกา่ และโรงเรยี น ไดร้ ว่ มมอื กนั พัฒนา
โรงเรียนอย่างใกล้ชิดและต่อเน่ือง อีกทั้งโรงเรียนได้รับ
มอบหมายให้ดูแลศูนย์เด็กเล็กของชุมชนด้วย ท�ำให้
ศรทั ธาทช่ี มุ ชนมตี อ่ โรงเรยี นเรมิ่ กลบั มา เหน็ ไดจ้ ากจำ� นวน
โรงเรยี นวดั เชงิ เลน (นครใจราษฎร)์ เปน็ โรงเรยี น นักเรียนปีการศึกษา 2556 มีถึง 160 คน ยกสถานะ
ในสังกัดส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา ของโรงเรียนจากโรงเรียนขนาดเล็กเป็นโรงเรียน
นครปฐม เขต 2 จัดการศึกษาระดับประถมศึกษา ขนาดกลาง และได้รับเกียรติเป็นโรงเรียนดีศรีต�ำบลของ
ตั้งอยู่ในชุมชนที่เป็นชนบทในพื้นท่ีอ�ำเภอสามพราน ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐานดว้ ย
จังหวัดนครปฐม บริเวณด้านข้างโรงเรียนมีแม่น�้ำท่าจีน
ไหลผ่าน บรรยากาศโดยรอบโรงเรียนร่มร่ืนด้วยต้นไม้
ใหญ่น้อยในชุมชน อาจารย์วรางค์ เวชประเสริฐ
ผอู้ ำ� นวยการโรงเรยี นเลา่ วา่ มารบั ตำ� แหนง่ ผบู้ รหิ ารโรงเรยี น
เป็นครูใหญ่เม่ือปี 2542 ช่วงน้ันโรงเรียนมีขนาดเล็กมาก
มีนักเรียนเพียง 62 คน อยู่ในเกณฑ์ต้องถูกยุบเลิก
เมื่อเข้ามารับผิดชอบงานได้ใช้หลักการบริหารท�ำให้
เกิดเห็นผลจริง คือเร่ิมด้วยการสร้างขวัญก�ำลังใจให้
กับบุคลากรในโรงเรียน ใช้หลักบริหารแบบมีส่วนร่วม
โดยคณะกรรมการสถานศกึ ษา และจัดการเรียนการสอน
ในทิศทางตามความต้องการของชุมชน คือ ให้มี
ความเข้มแข็งทางวิชาการ ใช้เทคโนโลยีช่วยในการ
จัดการเรียนการสอน มุ่งอบรมให้นักเรียนเป็นเด็กดี
โรงเรียนได้แสวงหาเครือข่ายท้ังภาครัฐและเอกชน
เพ่ือจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้อย่างหลากหลาย

2 การสอนงานอาชีพสคู่ วามเป็นเลิศ
นักธรุ กจิ นอ้ ยมีคุณธรรม นำ� สู่เศรษฐกจิ สร้างสรรค์

กิจกรรมส�ำคัญหน่ึงซ่ึงท�ำให้โรงเรียนมีโอกาส
กา้ วเขา้ สกู่ ารนำ� เสนองานระดบั ประเทศคอื การผลติ งานฝมี อื
ผลิตภัณฑ์ตุ๊กตาตัวตลกจากเศษผ้า โรงเรียนได้รับ
ความอนุเคราะห์เศษผ้าจากคุณอดิศร และคุณอมรา
พวงชมพู เจ้าของแบรนด์เสื้อแตงโมให้น�ำไปใช้ประโยชน์
โรงเรียนได้ต้ังชมรมผลิตตุ๊กตาตัวตลก เป็นกิจกรรม
ตามความสนใจของนักเรียน ทั้งระดับประถมต้น
และประถมปลาย อาจารย์สุวรรณี น้อยรักษา ผู้สอน
และศิษย์เก่าท่ีเข้ามาช่วย ได้แบ่งหน้าที่ให้นักเรียน
ท�ำเป็นฝ่ายๆ ตามความถนัด เช่น ฝ่ายตัด ฝ่ายเย็บ
ประกอบเป็นตัวตุ๊กตา ผลงานมีความสวยงามจนได้รับ
การคัดเลือกจากส�ำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา
ใหน้ ำ� ตกุ๊ ตาตวั ตลกจำ� หนา่ ยในงานศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรยี น
ระดับชาติปีการศึกษา 2552 และคัดเลือกโรงเรียน
เข้าอบรมพัฒนาต่อยอดการสอนงานอาชีพให้นักเรียน
มีความรู้ในการเป็นผู้ประกอบการตามความเหมาะสม
กับวัย นักเรียนสามารถคิดและสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ
และสามารถขายได้ พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณ
ให้ท�ำวิจัยการพัฒนาการเรียนการสอนสู่ความส�ำเร็จ
นักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม น�ำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์
โรงเรียนได้ใช้ประชากรกลุ่มวิจัยจากนักเรียนที่สมัคร
เข้าชมรมนักธุรกิจน้อยตามความสนใจ จัดท�ำแผนการ
จดั กิจกรรมเป็น 4 หน่วย คือ หน่วยท่ี 1 เรียนรูก้ ารเปน็
นกั ธรุ กจิ น้อย เรียนรู้พ้นื ฐานทางธรุ กิจ ธรุ กิจงานประดษิ ฐ์
จากเศษผ้าและคุณธรรมของการท�ำธุรกิจ หน่วยที่ 2
การออกแบบผลติ ภณั ฑส์ ร้างสรรคห์ ลากหลาย หน่วยที่ 3
สร้างผลิตภัณฑ์สานฝันนักธุรกิจน้อย และหน่วยที่ 4
สง่ เสรมิ การขายทา้ ทายความสามารถ

การสอนงานอาชพี ส่คู วามเป็นเลศิ 3
นักธรุ กิจนอ้ ยมีคุณธรรม นำ� สูเ่ ศรษฐกิจสรา้ งสรรค์

การจัดการเรียนรู้ท�ำโดยให้ความรู้พื้นฐานควบคู่การจัดประสบการณ์ให้กับนักเรียนได้ปฏิบัติจริง กิจกรรม
ส�ำคัญ ได้แก่ การศึกษาดูงานแหล่งธุรกิจ ให้นักเรียนสัมภาษณ์ผู้ประกอบการท�ำธุรกิจ การผลิตสินค้าและบริการ
การจ�ำหน่ายสินค้าประเภทต่างๆ สังเกตการณ์ซ้ือขาย ท�ำเลท่ีตั้งการขายท่ีดีหรือไม่ดี การจัดวางสินค้าหน้าร้าน
ทน่ี า่ สนใจ ออกแบบสำ� รวจและไดส้ ำ� รวจความตอ้ งการซอื้ สนิ คา้ ทที่ ำ� จากเศษผา้ ตราแตงโมภายในโรงเรยี น เชญิ วทิ ยากร
ซงึ่ เปน็ ผปู้ ระกอบการมาใหค้ วามรนู้ กั เรยี นในเรอื่ งของการออกแบบ ครไู ดค้ ดั เลอื กองคค์ วามรจู้ าก Youtube ใหน้ กั เรยี น
เหน็ รปู แบบการทำ� ธรุ กจิ การนำ� เศษผ้ามาออกแบบเปน็ ผลิตภัณฑต์ ่างๆ ออกแบบบรรจุภณั ฑ์ การออกแบบผลติ ภณั ฑ์
โดยค�ำนึงถึง รปู ทรง สี ขนาด ประโยชน์การใชส้ อย เช่น วีดทิ ัศน์ 30 ก�ำลงั แจ๋ว ชว่ งแจ๋วเศษผ้าพารวย ของคณุ วไิ ล
ไพจติ รกาญจนกลุ เจ้าของห้างหุน้ ส่วนจำ� กดั บวั ผดั แฟคทอรี เป็นต้น

การศึกษาความรู้ข้างต้น นักเรียนต้องร่วมกัน
สรุปองค์ความรู้เป็น Mind Map ทุกคร้ัง หลังจากน้ัน
ใ ห ้ นั ก เ รี ย น แ ต ่ ล ะ ค น ฝ ึ ก อ อ ก แ บ บ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ ์ แ ล ะ
ร่วมกันคิดว่าส่ิงท่ีออกแบบนั้นอะไรบ้างท่ีคิดว่าสามารถ
ท�ำได้จริงและทดลองท�ำ ข้ันนี้ครูต้องช่วยนักเรียนและ
อำ� นวยการทจี่ ะใหเ้ กดิ ผลงานเปน็ รปู รา่ ง ผลการออกแบบ
ทน่ี กั เรยี นตกลงกนั ในชมรมคอื ทำ� หมอนปกั เข็ม ประดิษฐ์
ดอกไม้จากเศษผ้า ประดิษฐ์ตุ๊กตาตัวตลกรูปแบบใหม่ๆ
ประดษิ ฐก์ ระเปา๋ ผลงานทง้ั หมดสมาชกิ ในชมรมรว่ มมอื กนั
ท�ำได้จ�ำนวนมาก น�ำไปจ�ำหน่ายทั้งในและนอกโรงเรียน
ชมรมมีการประเมินคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ประเมิน
พฤตกิ รรมการทำ� งานของนกั เรียน คณุ ธรรมด้านความซอื่ สตั ย์ ขยนั อดทน มุง่ มัน่ กตญั ญู ซึง่ เปน็ คณุ สมบัตทิ ่จี ะท�ำให้
การประกอบอาชีพธุรกิจประสบความส�ำเร็จ รวมถึงการประเมินความพึงพอใจของสมาชิกในชมรมด้วย ปรากฏว่า
นักเรียนในชมรมมีความภาคภมู ิใจและเหน็ ประโยชนข์ องการเรียนร้กู ารทำ� ธุรกิจคิดเป็น ทำ� ได้ ขายเป็น อยา่ งครบวงจร
นักเรยี นในชมรมกล่าวว่า
“ผลติ ภัณฑ์ท่มี ลี ูกค้าซ้อื ไปคอื ความภาคภูมใิ จของผม”
“ผมขายกระเป๋าได้ 1 ใบ มคี วามสุขใจท่มี ีเงินชว่ ยเหลือย่าและพ่อ”
“ไม่ตอ้ งไปซื้อในรา้ นกฟิ ตช์ อปเพราะหนูท�ำเองได้”
“ผมโชคไม่ดที ่ีมโี รคประจ�ำตัว แตผ่ มโชคดที ี่ได้เรยี นเรอื่ งนี้ ผมคิดว่าในอนาคตผมมงี านทำ� แนน่ อน”
“หนูดใี จท่ีหนเู รยี นเก่ง เย็บผ้าได้สวย เรียบรอ้ ยและขายไดด้ ว้ ย”

4 การสอนงานอาชีพสคู่ วามเปน็ เลิศ
นกั ธุรกิจนอ้ ยมคี ุณธรรม น�ำสเู่ ศรษฐกิจสรา้ งสรรค์

ปัจจุบันชมรมนักธุรกิจน้อยได้ฝึกให้นักเรียน • เหน็ ลทู่ างการประกอบอาชพี ในอนาคต
ทำ� อาหารประเภทต่างๆ จำ� หน่ายดว้ ย โดยใชเ้ วลาชว่ งเยน็ • เกิดความเช่ือมั่นในตัวเอง ได้พัฒนา
และวนั เสาร-์ อาทิตย์ ทำ� ให้ใชเ้ วลาวา่ งอยา่ งเป็นประโยชน์ ดา้ นบคุ ลิกภาพและการสอื่ สาร
ผู้ปกครองรู้สึกอบอุ่นใจที่นักเรียนอยู่ที่โรงเรียนกับครู • เกิดคุณลักษณะที่ดีมีคุณธรรม ซื่อสัตย์
ผลงานของนักเรียนน�ำออกจ�ำหน่ายท้ังในท้องถ่ินและ ขยนั อดทน ม่งุ ม่ัน รจู้ ักชว่ ยเหลือผอู้ ่นื มีความรบั ผิดชอบ
ระดับชาติ ผลงานวิจัยของโรงเรียนได้รับคัดเลือก • เรียนร้กู ารทำ� งานเปน็ ทีม
ให้น�ำเสนอในการสัมมนางานวิจัยระดับนานาชาติ • ได้ใช้เวลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์
ด้านศิลปกรรมอาเซยี นในเดอื นเมษายน 2556 ซึ่งจัดโดย • มสี มาธใิ นการทำ� งาน
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒอีกด้วย น�ำมาซ่ึง • ผลการเรียนและความประพฤติดีข้ึน
ความภาคภมู ใิ จของทกุ ฝา่ ยที่เก่ียวขอ้ ง สามารถสอบเข้าเรียนต่อโรงเรียนที่มีช่ือเสียงภายใน
ผลที่เกิดกับนักเรียน ผลจากการวิจัย จังหวดั ได้
โรงเรียนพบว่านักเรียนท่ีเข้าร่วมโครงการมีผลเป็นท่ี • มีลักษณะกล้าแสดงออก มีความเป็นผู้น�ำ
น่าพอใจ เชน่ มากกวา่ นกั เรยี นทไี่ ม่ได้ร่วมโครงการ
• ร้สู กึ ภาคภมู ิใจเหน็ คุณคา่ ของตนเอง • รักโรงเรียน
• เหน็ ความสำ� คญั ของวสั ดุเหลอื ใช้ ฯลฯ
• เรียนรู้เร่ืองธุรกิจ รู้จักท�ำบัญชี ก�ำหนด ผลทเ่ี กิดข้นึ กบั โรงเรียน มีหนว่ ยงานภายนอก
ราคาสินค้า เห็นคุณค่าและใชจ้ ่ายเงินอย่างประหยดั และชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน
• ฝึกคิดสร้างสรรค์ออกแบบเพ่ิมมูลค่า มากขน้ึ มผี ลงานเชงิ ประจกั ษ์ เปน็ ตวั อยา่ งแกโ่ รงเรยี นอน่ื ได้
สามารถน�ำไปขายได้ และได้รับการคัดเลือกเป็นศูนย์แกนน�ำขยายเครือข่าย
โครงการนกั ธรุ กจิ นอ้ ยมคี ณุ ธรรม นำ� สเู่ ศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์
1 ใน 29 ศนู ย์ รุ่นแรกในปี 2556 ผลงานวจิ ัยไดล้ งตพี มิ พ์
ในหนงั สอื สัมมนาวิจยั ระดับอาเซียน
ผลท่ีเกิดกับผู้บริหารสถานศึกษาและครู
ได้รับรางวัลระดับเขตพื้นที่และเป็นที่ยอมรับของชุมชน
บทเรียนแห่งความส�ำเร็จในคร้ังน้ีคือความเป็นผู้น�ำและ
ความใสใ่ จของผบู้ รหิ ารโรงเรยี น นำ� มาซง่ึ การเปลย่ี นแปลง
ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จรงิ

การสอนงานอาชีพสู่ความเป็นเลศิ 5
นกั ธรุ กิจน้อยมีคณุ ธรรม น�ำส่เู ศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์

เกล็ดปลาสูง่ านสร้างสรรค์

เมื่อเห็นดอกไม้หรือส่ิงประดิษฐ์จากเกล็ดปลา ประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 ซง่ึ จัดกจิ กรรมศลิ ปะประดษิ ฐ์
ครั้งใด ก็ให้นึกอัศจรรย์ถึงคนเริ่มคิดที่ชาญฉลาดจริงๆ จากเกล็ดปลาให้นักเรียนทุกช้ันตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล
คิดได้อย่างไรที่น�ำเอาเกล็ดปลาที่มีกลิ่นเหม็นคาว ถึงมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ไดเ้ รยี นรู้ ฝึกปฏบิ ัตแิ ละสรา้ งสรรค์
พร้อมที่จะเป็นขยะ สร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม ผลงานได้สวยงาม ติดอันดับ 50 ผลิตภัณฑ์เด่นของ
มาสร้างสรรค์เป็นดอกไม้นานาชนิด ท่ีคาดผม เข็มกลัด โรงเรียนในสังกัด สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ การจัด
ติดเส้ือ ประดับกรอบรูป นาฬิกา ภาพปะติดทิวทัศน์ การเรียนรู้เรื่องเกล็ดปลาจึงเป็นอัตลักษณ์ของโรงเรียน
และอื่นๆ อย่างหลากหลาย นับเป็นภูมิปัญญาน่าท่ึง อนบุ าลวังม่วงในปัจจุบนั
ของคนไทยอีกรปู แบบหนงึ่
ปัจจุบันงานศิลปะประดิษฐ์จากเกล็ดปลา
มีการจัดการเรียนรู้ทั้งในโรงเรียนและมีการรวมกลุ่ม
ของกลุ่มแม่บ้านท�ำเป็นอาชีพเสริมเพ่ือเพิ่มรายได้
ของครอบครวั โดยเฉพาะในพนื้ ทท่ี มี่ แี มน่ ำ�้ ลำ� คลอง ทะเล
ไปจนถึงแหล่งน�้ำต่างๆ ที่มีปลาชุกชุม เป็นอาหารของ
ชาวบา้ น ท�ำให้ชมุ ชนท่วั ทุกภาคทมี่ วี ัตถดุ ิบ คอื เกล็ดปลา
มากมาย แต่ผลงานศิลปะประดิษฐ์จากเกล็ดปลาใด
จะน่าสนใจหรือจ�ำหน่ายได้ ต้องวัดกันท่ีฝีมือ ความคิด
สรา้ งสรรค์ ซงึ่ ทำ� ใหผ้ ลงานมคี วามโดดเดน่ กวา่ เจา้ ของผลงาน
ตอ้ งขยันคดิ ขยนั ทำ� ประดิษฐส์ ่ิงใหม่ๆ อยเู่ สมอ โรงเรยี น
หลายแห่งในสังกัด สพฐ. ก็มีการจัดการเรียนรู้เรื่องน้ีกัน
อย่างกว้างขวาง และหนึ่งในโรงเรียนที่นักเรียนมีผลงาน
ผลิตภัณฑ์เกล็ดปลาโดดเด่นเป็นท่ีรู้จักดี คือ โรงเรียน
อนุบาลวังม่วง สังกัดส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

6 การสอนงานอาชีพส่คู วามเป็นเลศิ
นกั ธุรกจิ น้อยมีคุณธรรม นำ� สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

อาจารย์สุธาทิพย์ คัมภีระ ครูผู้สอน เจ้าของ สอนนักเรียนต้ังแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
รางวัลเชิดชูเกยี รตผิ ูม้ ผี ลงานดีเด่นกว่า 20 รางวัล เลา่ ถึง ผ ลิ ต ภั ณ ฑ ์ เ ก ล็ ด ป ล า ข อ ง โ ร ง เ รี ย น อ นุ บ า ล วั ง ม ่ ว ง
ที่มาของผลิตภัณฑ์เกล็ดปลาของโรงเรียนว่า ต้องการ ได้สร้างช่ือเสียง เป็นที่รู้จักของคนในอ�ำเภอ จังหวัด
ให้เดก็ เรียนรูส้ ิ่งท่ีอยูใ่ กลก้ บั ตวั เองใหม้ ากทส่ี ุด โดยเห็นว่า ในกลุ่มโรงเรียนสังกัด สพฐ. และบุคคลภายนอก
โรงเรียนอนุบาลวังม่วง อยู่ใกล้กับเขื่อนป่าสักชลสิทธ์ิ เป็นทภ่ี าคภมู ใิ จ
ซึ่งเป็นโครงการในพระราชด�ำริของพระบาทสมเด็จ อาจารย์สุธาทิพย์ ให้ข้อมูลเก่ียวกับเกล็ดปลา
พระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่ราษฎร เหนืออ่างเก็บน้�ำ และกระบวนการน�ำมาท�ำเป็นผลิตภัณฑ์ว่า เกล็ดปลา
ของตัวเข่ือนเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน�้ำจืดท่ีส�ำคัญ เปน็ วัสดทุ ่ีหาได้ง่ายในทอ้ งถนิ่ ตน้ ทนุ ต�ำ่ บางคร้ังได้มาฟรี
สร้างอาชีพใหม่ให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เขื่อน สามารถใช้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้หลากหลาย เน่ืองจาก
ด้วยการหาปลาเพื่อบริโภคและจ�ำหน่าย ในแต่ละวัน เกล็ดปลามีคุณสมบัติท่ีดี คือมีความสวยงามแวววาว
มีพ่อค้าแม่ค้ามาซ้ือปลาท�ำให้มีเกล็ดปลาเหลือทิ้ง ในตัวเอง มีคุณสมบัติดูดสีและกลิ่น จึงย้อมสีและ
เปน็ จำ� นวนมาก จงึ ไดน้ ำ� เกลด็ ปลาเหลา่ นนั้ มาใชป้ ระโยชน์ อบกลิ่นได้ง่าย ดัดงอได้ตามรูปทรงที่ต้องการ ทนทาน
จัดการเรียนการสอนในโรงเรียน เป็นงานศิลปะ ไมแ่ ตกหกั ง่าย น้ำ� หนกั เบา
งานประดิษฐ์หลากหลายรูปแบบ เช่น ท�ำเป็นดอกไม้ เกล็ดปลาที่เหมาะส�ำหรับท�ำส่ิงประดิษฐ์ต่างๆ
นานาชนิด กิ๊บติดผม งานตกแต่ง นาฬิกา กรอบรูป ควรเป็นเกล็ดปลาท่ีมีพื้นผิวสาก ขอบเกล็ดบางใส มีสัน
เชงิ เทยี น และอนื่ ๆ มากมาย ประมาณ 40 กว่ารูปแบบ เป็นแกนหนา พื้นผิวเกล็ดมีลักษณะสากมือเมื่อสัมผัส
อาจารย์เล่าว่าได้เร่ิมสอนศิลปะ ส่ิงประดิษฐ์ด้วย เน่ืองจากมีหนามเล็กๆ โดยเฉพาะบริเวณแกนกลาง
เกล็ดปลามาต้ังแต่ปี 2544 ระยะแรกสอนในลักษณะ ของเกล็ด หนามท่ีผิวเกล็ดช่วยให้เกล็ดดูดซึมสีและกล่ิน
ชุมนุม ตามความสนใจของนักเรียน ต่อมาในปี 2550 ติดทนนาน ส่วนสันท่ีเป็นแกนหนา ช่วยให้เกล็ดปลา
ได้จัดท�ำเป็นรายวิชาเพ่ิมเติมในระดับชั้นมัธยมศึกษา มีคุณสมบัติในการคงรูปทรง เกล็ดปลาที่อยู่ในกลุ่มนี้
ตอนต้น ปัจจุบันโรงเรียนมีนโยบายน�ำเร่ืองเกล็ดปลา มีปริมาณมากพอที่จะน�ำมาสร้างมูลค่าเพ่ิมในเชิงการค้า
ไดแ้ ก่ เกลด็ ปลากระสูบ ปลานวลจนั ทร์ ปลาย่ีสก ปลานลิ
ปลาทบั ทิม เป็นตน้

การสอนงานอาชีพสู่ความเป็นเลิศ 7
นกั ธรุ กจิ น้อยมีคุณธรรม น�ำสู่เศรษฐกจิ สร้างสรรค์

ข้ันตอนที่ส�ำคัญคือ การทำ� ความสะอาดเกลด็ ปลา การย้อมสี และการออกแบบ
การท�ำความสะอาดเกล็ดปลา

1. น�ำเกล็ดปลาแช่น้�ำเปล่าไว้ 1 คืน เพื่อให้
หนงั ปลาหลดุ งา่ ยขึน้ แล้วเปลย่ี นน�้ำใหม่
2. น�ำเกล็ดปลาล้างด้วยน้�ำเปล่า 2-3 ครั้ง
แล้วล้างด้วยน�้ำสบู่หรือน้�ำยาล้างจานอีกคร้ังให้หนังปลา
หลุดออกไปใหห้ มด
3. น�ำเกล็ดปลาแช่ผงซักฟอก 5-6 ช่ัวโมง
ลา้ งน�้ำสะอาด 2-3 คร้ัง จนสะอาด นำ� ใสต่ ะกรา้ ผึง่ ไว้
4. นำ� เกลด็ ปลาผง่ึ บนกระดาษ เกลยี่ ใหก้ ระจาย
(กระดาษจะช่วยซบั น้�ำใหแ้ หง้ เรว็ )

ข ้ อ ห ้ า ม ห้ามตากเกล็ดปลากับแดด

เพราะจะท�ำให้งอมากเกินไปและกรอบ หากต้องการให้
ผลิตภัณฑ์มีสีสัน ก็น�ำเกล็ดปลาท่ีท�ำความสะอาดแล้ว
ไปย้อมสี การย้อมสีแล้วแต่ประเภทดอกไม้หรือ
งานประดษิ ฐท์ จี่ ะทำ� อาจยอ้ มสเี ดยี ว เชน่ ทำ� ดอกกหุ ลาบ
เฟื่องฟ้า หรือย้อมเหลือบสี ย้อมสีอ่อนไล่สีแก่
ในกลบี ดอกเดยี วกนั ตอ้ งท�ำทลี ะกลีบ

วธิ ยี ้อมสีเกล็ดปลา

1. นำ� เกล็ดปลาใส่ภาชนะ แชใ่ นน�้ำประมาณ 30 นาที ให้น้ำ� ทว่ ม
เกลด็ ปลา
2. น�ำสยี ้อมผา้ ผสมน�ำ้ ร้อน 1 ถ้วย คนให้ละลายเขา้ กัน
3. นำ� เกลด็ ปลาทแี่ ชน่ �ำ้ ใส่ตะแกรง เพ่ือใหส้ ะเดด็ นำ้�
4. เทน้�ำเย็นลงในภาชนะ แล้วผสมสีที่ละลายน้�ำร้อนคนให้ท่ัว
น�ำเกล็ดปลาลงในน�้ำท่ีผสมสีเรียบร้อยแล้ว คนให้ท่ัว แช่น�้ำทิ้งไว้ประมาณ
3-10 ชั่วโมง น�ำมาผ่ึงให้แห้งในท่ีลมโกรก ควรใช้กระดาษรองด้วย จะท�ำให้
เกล็ดปลาตดิ สีอยา่ งสม�่ำเสมอ

8 การสอนงานอาชพี สคู่ วามเปน็ เลศิ
นักธรุ กจิ น้อยมีคณุ ธรรม นำ� สูเ่ ศรษฐกิจสรา้ งสรรค์

เทคนิค หากต้องการให้เกล็ดปลาสีอ่อน ใช้เวลาย้อมประมาณ 10-15 นาที เม่ือท�ำดอกไม้เสร็จแล้ว

ถา้ ตอ้ งการเคลอื บเงา ให้น�ำสเี คลือบน้�ำยาทาเล็บทาโดยใช้พกู่ นั จะไดเ้ กลด็ ปลาที่แวววาว
การท�ำดอกไม้ให้เหมือนจริงตามธรรมชาติ ต้องมีการเพ้นท์สี ลงสีเฉพาะจุด เป็นการเพ่ิมรายละเอียด
ของดอกไม้ เชน่ ดอกกล้วยไม้ เปน็ ตน้

การทำ� ดอกกหุ ลาบ
วสั ดุอุปกรณ์

1. เกล็ดปลาจากปลายี่สก ปลานวลจันทร์
ปลากระสบู ปลาชอ่ น ปลานลิ ปลาทับทมิ ฯลฯ ทย่ี อ้ มสี
เรยี บรอ้ ยแล้ว
2. ลวดพนั กา้ นสีเขยี ว เบอร์ 22, 24
3. ฟลอร่าเทปสเี ขยี ว แปง้ ดินหอม
4. ลวดกา้ นดอก
5. กาวแท่ง
6. เกสรดอกไม้
7. กรรไกรเล็กปากแหลม
8. คมี ตดั ลวด
9. ปากคบี
10. ภาชนะผสมสี
11. ปนื กาวไฟฟ้า
12. กลอ่ งส�ำหรับใส่กลบี ดอกไม้

วิธีการประดิษฐ์

1. เ ต รี ย ม ก ลี บ ด อ ก กุ ห ล า บ โ ด ย คั ด สี 2. ม้วนเกล็ดปลาแต่ละชิ้นเป็นรูปกรวย
ขนาดเกล็ดปลา และจ�ำนวนตามตอ้ งการ ตามแบบ ตดิ ดว้ ยกาวใหเ้ กลด็ ปลาคงรปู กรวยตามตอ้ งการ

การสอนงานอาชพี ส่คู วามเป็นเลศิ 9
นกั ธุรกจิ นอ้ ยมีคณุ ธรรม นำ� สู่เศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์

3. น�ำมาประกบเข้ากันแบบรปู กรวย 4. ตดิ วนกลีบไปรอบๆ

5. น�ำมาเขา้ ชอ่

นอกจากการทำ� ดอกกหุ ลาบแลว้ อาจออกแบบ
เปน็ ดอกประเภทอน่ื ๆ โดยสงั เกตและทำ� เลยี นแบบของจรงิ

การจัดการเรียนรู้ : นักเรียนโรงเรียน ค่าของจ�ำนวนด้วยการนับเกล็ดปลา ปะติดเกล็ดปลา
อนุบาลวงั มว่ ง ตอ้ งเรียนทุกคน ตามจำ� นวนตวั เลข และกจิ กรรมทคี่ รสู ามารถนำ� เกลด็ ปลา
ระดบั อนุบาล มาใหเ้ ดก็ ไดใ้ ชม้ ากทสี่ ดุ คอื กจิ กรรมสรา้ งสรรค์ เพราะเดก็ ๆ
จะได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างหลากหลาย ทั้งแบบ
กิจกรรมประจ�ำวันของเด็กอนุบาล สามารถ รายกลุม่ และรายบคุ คล ครปู ระเมินพฒั นาการการเรยี นรู้
บูรณาการเกล็ดปลา เข้ามาเป็นส่วนหน่ึงของกิจกรรมได้ ของเด็กจากการสนทนา การแสดงความคิดเห็น และ
เช่น กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เด็กได้เรียนรู้เรื่องราว จากผลงานที่เด็กท�ำด้วยตนเอง ซ่ึงเด็กแต่ละคนก็จะมีผล
ของปลา ประโยชน์จากเกล็ดปลา กิจกรรมเคลื่อนไหว ของพัฒนาการแตกต่างกัน แต่ส่ิงท่ีเด็กทุกคนเรียนรู้ได้
และจังหวะ เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายพร้อมอุปกรณ์ เท่ากัน คือ ความสนุกสนานจากการน�ำเกล็ดปลามาท�ำ
ดอกไม้เกล็ดปลา กิจกรรมกลางแจง้ เดก็ ๆ สนุกสนานกบั กิจกรรมตา่ งๆ
การเลน่ เกมตกั ปลาใสต่ ะกรา้ กจิ กรรมเกมการศกึ ษา เรยี นรู้

10 การสอนงานอาชพี ส่คู วามเป็นเลิศ
นักธรุ กิจน้อยมีคุณธรรม น�ำสเู่ ศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์

ระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 1-3 ระดบั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
• สอนในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยใช้ รายวชิ าดอกไมป้ ระดษิ ฐ์ 1
กจิ กรรมพสี่ อนนอ้ ง ในชว่ งเวลา 14.30-15.30 น. ทกุ วนั พธุ • การท�ำดอกไม้ประดิษฐ์พ้ืนฐานท่ัวไป เช่น
• สอนบูรณาการในกลุ่มสาระการงานอาชีพ ท�ำดอกไม้จากกระดาษ ดินหอม ใยบัว และเกลด็ ปลา
และเทคโนโลยี รายวชิ าดอกไม้ประดษิ ฐ์ 2
• สอนบูรณาการในกลุ่มสาระสังคม ศาสนา • ประดิษฐ์ดอกไม้ที่มีขั้นตอนการประดิษฐ์
และวฒั นธรรม ในเรื่องของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ที่ซับซ้อนขึ้น โดยให้นักเรียนคิดออกแบบเอง เทียบกับ
• ผลงานของนกั เรียน ไดแ้ ก่ ภาพปะติด กบิ๊ ของจรงิ ครแู นะน�ำเพมิ่ เติม
ท่ีคาดผม

ระดบั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4-6 ระดบั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
รายวิชาดอกไมเ้ กล็ดปลา 1 และ 2
• สอนในกจิ กรรมเสริมหลักสูตร ในช่วงเวลา • ท�ำดอกไม้อย่างหลากหลายโดยนักเรียน
14.30-15.30 น. เรียนเข้มและปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน ตั้งแต่การท�ำความ
• สอนบูรณาการในกลุ่มสาระการงานอาชีพ สะอาด ยอ้ มสี ทำ� ดอก และออกแบบประเภทดอก หรอื
และเทคโนโลยี คิดผลติ ภณั ฑใ์ หมเ่ พมิ่ เติม
• สอนบูรณาการในกลุ่มสาระสังคม ศาสนา ระดบั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3
และวฒั นธรรม ในเรือ่ งของเศรษฐกิจพอเพยี ง รายวชิ าดอกไม้เกล็ดปลา 1 และ 2
• ผลงานของนกั เรยี น ได้แก่ ภาพปะติด กิ๊บ • ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ใหน้ กั เรยี นไดเ้ รยี นรวู้ ธิ ี
ที่คาดผม เข็มกลัดกุหลาบ ช่อกุหลาบ พวงกุญแจ การทำ� โครงงานอาชพี ดอกไมเ้ กลด็ ปลา และลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ
ดอกทานตะวนั ตอ้ งคดิ ออกแบบการนำ� เกลด็ ปลาทำ� ดอกไมแ้ ละศลิ ปะประดษิ ฐ์
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ ท่ีไม่ซ้�ำกับที่ครูสอนอย่างน้อย 10 แบบขึ้นไป นักเรียน
• จดั ทำ� เปน็ รายวชิ าเพม่ิ เตมิ แตล่ ะชน้ั จะเรยี น อาจรวมทุนกันท�ำโครงงาน หรือกู้สหกรณ์ออมทรัพย์
2 ภาคเรียน ภาคเรยี นละ 1 หนว่ ยกิต ของโรงเรียนเพ่ือลงทุนและจ�ำหน่ายอย่างครบวงจร
ท�ำเปน็ กลุม่ ๆ ละ 6-7 คน นักเรยี นต้องคดิ ตน้ ทนุ ก�ำหนด
ราคาขายได้ มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการตลาด รู้จัก
ส�ำรวจและผลิตสินค้าให้สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาด

การสอนงานอาชพี สู่ความเปน็ เลิศ 11
นักธุรกิจน้อยมคี ุณธรรม นำ� สู่เศรษฐกจิ สร้างสรรค์

และเข้าใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ในชั้นมัธยมศึกษา
ปที ่ี 3 น้ี เรยี นและปฏบิ ตั เิ ขม้ ขน้ ขนึ้ ผลงานตอ้ งไดม้ าตรฐาน
สามารถน�ำเสนอผลงานออกสชู่ ุมชนและตลาดได้
ผลงานของโรงเรยี นไดร้ บั เชญิ ใหเ้ ขา้ รว่ มงาน
ของชุมชนท้ังในระดับต�ำบล อ�ำเภอ เขตพื้นท่ีการศึกษา
งานระดับประเทศ และมีโอกาสน�ำเสนอผลงานที่
ประเทศภูฏาน พร้อมทั้งสอนให้แก่ผู้สนใจ ปรากฏว่า
ได้รับความสนใจจากผู้มาร่วมงานจ�ำนวนมาก และเป็น
จุดสนใจของงาน ได้รบั การสัมภาษณอ์ อกสือ่ หนงั สือพมิ พ์
และโทรทัศน์ของประเทศภฏู านอีกด้วย

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของโรงเรียนมีจ�ำหน่าย พร้อมกันน้ี อาจารย์สุธาทิพย์ ได้กล่าวถึง
ประจ�ำท่ีสหกรณ์โรงเรียน ร้านค้าในจังหวัดสระบุรี ผลท่ีเกิดกับนักเรียน บทเรียนที่ได้รับ และปัจจัย
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ราคาจ�ำหน่ายไม่แพง เช่น ความส�ำเร็จในการจัดการเรยี นรู้เกล็ดปลา ดงั น้ี
ราคาดอกละ 35 บาท จัดเป็นแจกันเล็กถึงขนาดใหญ่
ราคาตงั้ แต่ 150-2,000 บาท ประเภทดอกไมม้ หี ลากหลาย ผลที่เกดิ ขึน้ กบั นักเรียน
เชน่ ดอกกหุ ลาบ เฟอ่ื งฟา้ กลว้ ยไม้ ดอกบวั ดอกไมอ้ าเซยี น
มีภาพปะติดเป็นภาพทิวทัศน์ ดอกไม้ ฯลฯ น�ำดอกไม้ • มีความรู้ ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ และ
เกล็ดปลาประกอบเชิงเทียน นาฬิกา กรอบรูป น�ำดอก มีทักษะในการประดิษฐ์ดอกไม้เกล็ดปลา โดยน�ำวัสดุ
ประกอบกับขอนไม้ ท�ำซุ้มประตูประดับงานมงคลต่างๆ ท้องถ่ินมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ได้ชิ้นงานและผลผลิต
เปน็ ต้น ตามวัตถปุ ระสงค์/เป้าหมาย
• ฝกึ การทำ� งานรว่ มกนั โดยใชก้ ระบวนการกลมุ่
มีความสามารถในดา้ นการจดั การและการตลาด
• รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สามารถ
หารายได้ระหว่างเรียนและเป็นอาชีพเสริมให้แก่ตนเอง
ห่างไกลเรอื่ งยาเสพติดและเร่อื งช้สู าว
• เกิดความภาคภูมิใจและน�ำเสนอผลงาน
ดว้ ยความชืน่ ชม เปน็ ความพงึ พอใจของคณะครู นกั เรยี น
และผูป้ กครอง

12 การสอนงานอาชพี สคู่ วามเปน็ เลศิ
นักธรุ กิจน้อยมีคุณธรรม น�ำสเู่ ศรษฐกิจสร้างสรรค์

• มีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ มีความขยัน ปจั จัยความส�ำเร็จ
อดทน มุ่งมั่นในการท�ำงาน มีความรับผิดชอบ มีสมาธิ
กล้าคดิ กลา้ แสดงออก • แรงบันดาลใจและความมุ่งม่ันของครู
• ได้เทคนิคในการประดิษฐ์ดอกไม้เกลด็ ปลา ผู้รับผิดชอบ
• ไดแ้ นวทางในการนำ� เกลด็ ปลามาสรา้ งสรรค์ • ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงาน ชุมชน
งานได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ช่อดอกไม้ กิฟต์ชอป บคุ คลในทอ้ งถน่ิ
(ตุ้มหู ที่คาดผม แหวน ที่ติดผม) ภาพปะติด จัดหีบห่อ • ได้รับการสนับสนุนในเร่ืองงบประมาณ
เป็นของขวัญ ของชำ� ร่วยรูปแบบต่างๆ จากโรงเรียน ส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
• ได้ศึกษานอกสถานที่ เช่น ศูนย์ศิลปาชีพ สระบุรี เขต 2 องค์ความรู้ใหม่ๆ และโอกาสจาก
อ�ำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และการจัด สำ� นักพฒั นานวตั กรรมการจัดการศึกษา สพฐ.
นทิ รรศการสนิ คา้ OTOP • นักเรียนมีความต้ังใจ มุ่งมั่นในการท�ำงาน
• มีความสามารถในด้านการจัดการ เพอื่ ฝกึ เปน็ อาชีพเสริม หรอื อาชพี หลกั ในอนาคตได้
การตลาดและการบรกิ าร • คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหาร
• มกี ารพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ มคี วามภาคภมู ใิ จ คณะครู นักเรียนและชุมชนของโรงเรียนอนุบาลวังม่วง
ในทอ้ งถิ่นและความเป็นไทย ชนื่ ชมและสนบั สนนุ ผลงานของนกั เรยี น มคี วามภาคภมู ใิ จ
ในทอ้ งถนิ่ และความเปน็ ไทย
ผลทเี่ กดิ กบั โรงเรียน จากข้อมูลการท�ำงานของ อาจารย์สุธาทิพย์
พบว่า ได้รับรางวัลมากมาย ในเร่ืองการจัดการเรียน
1. ได้เอกสารประกอบการเรียนการสอน/สื่อ การสอนดเี ดน่ เปน็ ครดู ใี นดวงใจของโรงเรยี น อำ� เภอ และ
การเรยี นการสอนให้นกั เรียนรุ่นตอ่ ไปศึกษา ส�ำนกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาสระบรุ ี เขต 2
2. ได้พัฒนารูปแบบ/สร้างแนวคิดใหม่ในการ เปน็ เวลา 2 ปตี ดิ ต่อกนั ในปี 2547-2548 และในปี 2552
ปลูกฝังดา้ นทศั นคตทิ ีด่ ีตอ่ อาชีพอสิ ระ ไดร้ บั คดั เลอื กใหเ้ ปน็ คนดศี รสี ระบรุ ี ซง่ึ นอ้ ยคนนกั จะไดร้ บั
3. ได้สืบสานอาชีพท้องถิ่นและเป็นการ เกียรติน้ี อาจารย์สุธาทิพย์กล่าวว่า น่ีคือก�ำลังใจที่ได้รับ
นำ� วัสดุเหลอื ใช้มาทำ� ให้มีคณุ ค่าและมีมลู คา่ เพ่มิ จากการทุ่มเทท�ำงานด้วยความเสียสละ ส�ำคัญที่สุดคือ
4. โรงเรียนมีระบบกิจกรรมสร้างเสริม การได้เห็นเด็กๆ ที่ตนสอนเป็นเด็กดี ประสบความสำ� เรจ็
ประสบการณ์ตรง และสรุปท้ายว่าในการท�ำงานได้ยึดม่ันอยู่กับคติพจน์
5. ส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนและความ ทไ่ี มม่ วี นั ลา้ สมยั คอื “ความพยายามอยทู่ ไ่ี หน ความส�ำเร็จ
เป็นเลิศของแต่ละบุคคลในการแสดงความสามารถ อยทู่ ่ีนัน่ ”
ความถนัด และความสนใจของตนเอง
6. โรงเรียนมีช่ือเสียงด้านการสอนงานอาชีพ
ดอกไมเ้ กล็ดปลา
7. ผลงานได้รับการยอมรับจากชุมชน
จากหนว่ ยงานภายนอกและ สพฐ.

การสอนงานอาชพี สู่ความเป็นเลศิ 13
นกั ธรุ กจิ นอ้ ยมีคณุ ธรรม น�ำสูเ่ ศรษฐกิจสรา้ งสรรค์

ผา้ ทอกะเหรยี่ ง บ้านวนาหลวง

ปีการศึกษา 2552 โรงเรียนบ้านวนาหลวง ไปผลิตเป็นช้ินงาน หารายได้ในระหว่างเรียน และ
ซึ่งเป็นโรงเรียนตั้งอยู่ในอ�ำเภอปางมะผ้า สังกัด ทางโรงเรียนน�ำเงินจากการจ�ำหน่ายชิ้นงานของนักเรียน
ส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน แตล่ ะคนฝากธนาคารไว้ เพ่อื มอบใหน้ ักเรียนเมอื่ เรยี นจบ
เขต 1 ได้รับรางวัลต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง จะไดเ้ ปน็ ตน้ ทนุ ในการประกอบอาชพี หรอื ใชใ้ นการศกึ ษาตอ่
ของกระทรวงศึกษาธิการ ท้ังน้ีเพราะจุดเด่นของการ หน่ึงในหลายๆ งานวิชาชีพที่นักเรียนโรงเรียน
จัดการเรียนรู้ของโรงเรียนเน้นหลักการของเศรษฐกิจ บ้านวนาหลวงได้รับการฝึกคือ การทอผ้ากะเหรี่ยง
พอเพียง คือ 3 ห่วงกับ 2 เง่ือนไข 3 ห่วง ได้แก่ ซ่ึงสอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงคือ ในด้าน
ความมีเหตุมีผล ความพอประมาณ การมีภูมิคุ้มกันท่ีดี ความมีเหตุผลเป็นเรื่องของการอนุรักษ์ภูมิปัญญาของ
และ 2 เงื่อนไข ไดแ้ ก่ ความรู้กับคุณธรรม หลกั ฐานท่เี ห็น บรรพบรุ ษุ ดว้ ยการทอผา้ ทใ่ี ชว้ ตั ถดุ บิ อนั ไดแ้ ก่ ฝา้ ย สยี อ้ ม
ได้ชัดเจนก็คือ นักเรียนโรงเรียนบ้านวนาหลวงได้รับ จากพืชในท้องถ่ิน เคร่ืองปั่นฝ้าย เคร่ืองทอผ้าก็เป็น
การฝกึ วชิ าชพี อย่างจรงิ จัง จนเดก็ มคี วามสามารถนำ� ฝ้าย สิ่งประดิษฐ์ท่ีสร้างข้ึนและใช้สืบทอดกันมายาวนาน
ในกลุ่มชาวเขาด้วยกัน ด้านความพอประมาณคือ พอใจ
กบั การดำ� รงชวี ติ เรยี บงา่ ย ดว้ ยการใชผ้ า้ ทอเอง โดยทล่ี าย
และสีก็มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะเผ่าของตน
ไมต่ อ้ งขวนขวายหาซอ้ื ผา้ ทแ่ี ปลกใหมล่ ายสตี า่ งทจี่ ะทำ� ให้
ส้ินเปลือง ขณะเดียวกันก็เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมของ
ชนเผา่ อกี ดว้ ย สว่ นการมภี มู คิ มุ้ กนั ทดี่ กี ค็ อื การใชว้ ฒั นธรรม
ของชนเผ่าของตน เป็นเกราะกั้นมิให้กระเจิดกระเจิง

14 การสอนงานอาชีพสคู่ วามเป็นเลิศ
นักธุรกจิ นอ้ ยมีคณุ ธรรม นำ� ส่เู ศรษฐกิจสร้างสรรค์

ตามยุคตามสมัย เราจึงไม่เห็นรูปแบบของกระโปรงส้ัน คือช้ันประถมศึกษาปีที่ 4-5 สอนนักเรียนให้รู้จักวัสดุ
หรอื ยาวเกนิ ไป ผา้ ทใ่ี ชไ้ มบ่ างจนนา่ เกลยี ด หรอื มลี วดลาย อุปกรณ์ส�ำหรับการทอผ้า สีและการย้อมฝ้าย
ขอ้ ความไมส่ รา้ งสรรค์ มคี วามภมู ใิ จทไ่ี ดแ้ ตง่ กายดว้ ยเสอ้ื ผา้ ด้วยสีธรรมชาติ การใช้สี การขึ้นเครื่องทอและวิธีการ
ประจำ� เผา่ สว่ นความรกู้ ค็ อื รจู้ กั ปลกู ฝา้ ย ดแู ลรกั ษาตน้ ฝา้ ย เรียงเส้นด้าย เส้นยืนและเส้นพุ่งเพื่อการทอ เมื่อถึง
ให้เจริญเติบโต รู้จักเก็บดอกฝ้าย น�ำมาสาวเป็นเส้นด้าย ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนเริ่มหัดทอลายพื้นฐาน
ทอเปน็ ผืน ปักลวดลายและตดั เป็นเสือ้ กระโปรง กางเกง และท�ำผลิตภัณฑ์ง่ายๆ เช่น ผ้าพันคอ เมื่อถึง
ย่ามส�ำหรับใส่ของแทนท่ีจะใช้ถุงพลาสติก ด้านคุณธรรม
คือ ความขยัน มานะ อดทน รับผิดชอบ ประหยัด
ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปลูกฝ้ายจนถึงขั้นตอนตัดเย็บเป็นชิ้นงาน
โรงเรียนมิได้สอนให้ท�ำทุกข้ันตอนก็จริง แต่ในชีวิตจริง
ของชาวเขานั้นมีกระบวนการครบ ดังนั้นเม่ือโรงเรียน
ได้จัดการเรียนการสอนในส่วนของการทอผ้า ก็เป็น
การฝึกงานฝึกอาชีพเพื่อให้เขาได้น�ำความรู้ไปประกอบ
อาชพี ตอ่ ไป
นักเรียนโรงเรียนบ้านวนาหลวงส่วนใหญ่
เป็นเด็กชาวเขาเผ่ามูเซอด�ำ มูเซอแดง ไทยใหญ่พ้ืนเมือง
และกะเหรี่ยง ดังน้ันการจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะชีวิต
จึงมีความหลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับนักเรียน
แตล่ ะเผา่ กจิ กรรมเดน่ ของโรงเรยี นประเภทหนง่ึ ทน่ี า่ สนใจ
คอื การจัดกิจกรรมชมุ นุมอาชพี สู่ความเป็นนักธุรกิจน้อย
ด้วยงานทอผ้ากะเหร่ียง ชนเผ่ากะเหรี่ยงด�ำรงชีวิต
เรียบงา่ ย พึ่งพาตนเอง รักและหวงแหนมรดกทางปญั ญา
ความเช่ือของเผ่าอย่างยิ่ง และได้ถ่ายทอดคุณลักษณะ
ดังกล่าวให้แก่เยาวชนของเผ่าอย่างจริงจัง เยาวชน
เผ่ากะเหร่ียงจึงรู้รักษาภูมิปัญญาด้านการทอผ้าอันเป็น
มรดกทางวัฒนธรรมของเผ่า นี้เป็นเหตุผลท่ีโรงเรียน
จัดกิจกรรมชุมนุมอาชีพการทอผ้ากะเหร่ียงขึ้น ซ่ึงได้รับ
ความสนใจจากนักเรียนเป็นอยา่ งดี
การจัดกิจกรรมชุมนุมดังกล่าวโรงเรียน
เปิดรับสมัครนักเรียนที่สนใจต้ังแต่ชั้นประถมศึกษา
ปีท่ี 4 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แผนการสอนของชมรม
จัดเน้ือหาและการปฏิบัติยากง่ายตามวัยของนักเรียน

การสอนงานอาชพี สู่ความเป็นเลศิ 15
นักธุรกิจนอ้ ยมคี ณุ ธรรม น�ำสูเ่ ศรษฐกจิ สร้างสรรค์

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จะให้นักเรียนเรียนรู้เนื้อหา สามารถน�ำความรู้การทอผ้ากะเหรี่ยงไปใช้ในชีวิต
ลึกซ้ึงขึ้นตามล�ำดับ โดยศึกษาประวัติความเป็นมา ประจำ� วนั และสรา้ งอาชพี บนพนื้ ฐานของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ความส�ำคัญของการทอผ้า การออกแบบลายผ้าและ โดยมีสาระสำ� คญั 3 ดา้ น ไดแ้ ก่
ลายผา้ ของชนเผา่ การตดั เยบ็ เสอื้ ผา้ การนำ� ผา้ ทอกะเหรย่ี ง
ไปประยุกต์หรือดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ท่ีหลากหลาย
แตกต่างไปจากเดิม ผลิตภัณฑ์ช้ินใหญ่ขึ้น เช่น เส้ือผ้า
ของใช้ ปกสมดุ กล่องปากกา กลอ่ งทชิ ชู โคมไฟ กระเปา๋
ผ้าปูโต๊ะ ผ้าม่าน เป็นต้น การจดทะเบียนทรัพย์สิน
ทางปัญญาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่คิดขึ้น การน�ำ
สินค้าสู่การจ�ำหน่ายในตลาด ในชั้นนี้ได้เพ่ิมการสอน
ด้วยวิธีการปฏิบัติเร่ืองธุรกิจ การตลาด คุณสมบัติของ
ผู้ประกอบการ การสร้างและรักษาสัมพันธภาพกับลูกค้า
การออกแบบหนา้ รา้ น การออกแบบตราสนิ คา้ การออกแบบ
บรรจุภัณฑ์ การเขียนเรื่องราวสินค้าเพื่อเพ่ิมมูลค่า
วธิ กี ารจำ� หนา่ ยโดยสำ� รวจและสรปุ ความตอ้ งการของตลาด
เกี่ยวกับธุรกิจผ้าทอในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียง ด้านความรู้ นักเรียนศึกษาจากแหล่งเรียนรู้
วางแผนการผลิตท่ีสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ภูมิปัญญาท้องถ่ิน เอกสาร ป้ายนิเทศ ภาพวาด ต�ำรา
มคี วามประณีต สวยงามและทันสมยั มากข้นึ การก�ำหนด อินเทอรเ์ นต็ ของจรงิ
ราคาขายทเ่ี หมาะสม การจำ� หนา่ ยในงานตา่ งๆ ตามสถานที่ ดา้ นทกั ษะ ปฏบิ ตั จิ รงิ ดว้ ยการซอื้ ดา้ ยมายอ้ ม
ทอ่ งเทย่ี วในจงั หวดั และการจำ� หนา่ ยสนิ คา้ ทางอนิ เทอรเ์ นต็ ด้วยสีโดยใช้พืชธรรมชาติซึ่งนักเรียนจัดหามาเอง
พร้อมท้งั การทำ� บญั ชรี ายรับ-รายจา่ ย หรือศึกษาจากต�ำรา ย้อมเองและตากในร่มให้แห้ง
การจัดการเรียนการสอนครูผู้สอนใช้วิธีการ แล้วน�ำไปเรียงด้ายกับอุปกรณ์เรียงด้ายของชาวเขา
ให้นักเรียนศึกษาเอกสาร การระดมความคิดเห็น เผ่ากะเหร่ียง ให้ได้ขนาดตามต้องการ ต่อด้วยข้ันตอน
พานักเรียนศึกษาดูงานที่ตลาดถนนคนเดิน อ�ำเภอปาย ทอด้วยกีเ่ อวของกะเหรยี่ ง สรา้ งลวดลายของเผ่า ไดแ้ ก่
จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกันวางแผนงานจัดจ�ำหน่าย ลายเม็ดฟักทอง ลายขิด ลายตัวอักษรหรือลายอ่ืนๆ
ผลิตภัณฑข์ องตนเองด้วยการปฏบิ ตั ิจรงิ ตามต้องการ
อาจารย์ศรีวรรณ มนต์คีรีทอง และอาจารย์ เม่ือได้ผืนผ้าตามต้องการแล้ว ก็ให้ฝึกตัด
อรารัตน์ ก้อนจ�ำปา ผู้รับผิดชอบชมรมทอผ้า ได้เล่าถึง และเย็บ การออกแบบตัดก็จะต้องมีเอกลักษณ์ของเผ่า
ความคาดหวังของผู้สอน คือ ต้องการให้นักเรียน คือ มีส่วนที่เป็นด้ายห้อยชายขอบ เช่น ชายกระโปรง
มีความภาคภูมิใจในคุณค่าของการทอผ้าซึ่งเป็นมรดก ชายขอบล่างของตัวเส้ือหรือแขนเส้ือ อาจมีการปักลาย
ทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษชาวเขาเผ่ากะเหร่ียง ตา่ งๆ เพิ่มเตมิ หลังจากตัดเปน็ เสื้อ กระโปรง กางเกง ยา่ ม
ร่วมใจกันอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบต่อไป และเพ่ือให้นักเรียน หรือผา้ ปู ฯลฯ และจัดจ�ำหนา่ ยได้

16 การสอนงานอาชพี สู่ความเป็นเลิศ
นกั ธุรกจิ นอ้ ยมคี ณุ ธรรม นำ� สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

ด้านคุณลักษณะ ต้องการให้นักเรียน การนำ� ผา้ ทอส�ำเรจ็ มาประดิษฐห์ รอื ประกอบเป็นชิ้นงาน
ที่ยังคงมีเอกลักษณ์ของกะเหรี่ยงเพ่ือเพ่ิมคุณค่า
มคี วามอดทน มงุ่ มนั่ มคี วามรบั ผดิ ชอบ ละเอยี ดรอบคอบ การคิดราคาขาย การแนะน�ำสินค้า การจัดจ�ำหน่าย
ขยนั ใฝร่ ใู้ ฝเ่ รยี น คดิ เปน็ ทำ� ได้ ขายเปน็ รจู้ กั ประเมนิ ผลงาน ทำ� บัญชรี ายรับ-รายจ่าย และประเมินผล
ของตน ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ท�ำงานกลุ่มได้
ช่ืนชมในวัฒนธรรมของตน พร้อมอนุรักษ์และสืบสาน ด้านทักษะทางปัญญา จิตส�ำนึกในการ
ให้ด�ำรงคงอยตู่ ่อไป
ผลที่ประเมินได้จากการเรียนเรื่องผ้าทอ อนุรักษ์ภูมิปัญญาเป็นตัวผลักดันให้เกิดความร่วมมือ
กะเหรย่ี ง มีดังนี้ ร่วมใจกันสืบทอดวัฒนธรรมให้คงอยู่ตลอดไป ด้วยการ
สร้างสรรค์งานในรูปแบบต่างๆ ให้สอดคล้องกับ
ด้านคุณธรรม นักเรียนมีจิตส�ำนึกในการ ความเปลย่ี นแปลงทางสงั คมและความตอ้ งการของตลาด
แต่ยังคงเอกลักษณ์ของเผ่ากะเหร่ียงไว้ เช่น น�ำผ้าทอ
อนรุ กั ษ์ภมู ิปัญญาการทอผ้ากะเหรย่ี ง มคี วามภาคภมู ใิ จ มาตัดกระโปรงตามแบบสมัยนิยม โดยให้ชายขอบล่าง
ในการได้สืบทอดวัฒนธรรมของบรรพบุรษุ ขยนั อดทน มีลักษณะเป็นเส้นด้ายห้อยเป็นร้ิวๆ หรือตัดเส้ือแต่ที่คอ
รู้จักใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ รับผิดชอบ มีจิตส�ำนึก หรือแขนมีชายผ้าเป็นเส้นด้ายปล่อยห้อยเป็นร้ิวเช่นกัน
ในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์ รูจ้ กั ใชภ้ มู ิปัญญาในการสร้างสรรค์งานอาชพี สุจรติ
สูงสุด เห็นประโยชน์ของการด�ำรงชีวิตตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง ด้านความสัมพันธ์และความรับผิดชอบ

ด้านความรู้ รู้วิถีชีวิตของชนเผ่ากะเหร่ียง นักเรียนต้องท�ำงานเป็นกลุ่มและมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคล
ภายนอก เช่น วิทยากรท้องถ่ิน คู่ค้าขายที่เกี่ยวข้องกัน
ในเร่ืองของการทอผ้าเพ่ือใช้ในชีวิตประจ�ำวันและ หรือลูกค้า จึงต้องรู้จักวางตัวให้เหมาะสม สามารถ
ในพิธีกรรม รู้ข้ันตอนอันจะได้มาซ่ึงผ้าทอและปฏิบัติได้ สร้างสัมพันธภาพท่ีดีระหว่างกัน รับฟังความคิดเห็น
มีทักษะในการทอผ้าแบบกะเหรี่ยง การเสริมสร้าง มคี วามจรงิ ใจ ซอ่ื สตั ย์ รกั ษาคำ� พดู พรอ้ มแกไ้ ขเพอ่ื ใหเ้ กดิ
คุณค่าของผ้าทอด้วยการเพิ่มลายทอหรือปักเพ่ิม ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย

การสอนงานอาชีพสคู่ วามเปน็ เลศิ 17
นักธรุ กจิ นอ้ ยมคี ุณธรรม นำ� สู่เศรษฐกิจสรา้ งสรรค์

ดา้ นการคดิ วเิ คราะหแ์ ละนำ� ไปใช้ รจู้ กั คณุ คา่ ความสวยงามแปลกตาและที่มาของผ้าทอ
กะเหรี่ยงนี้ ท�ำให้ได้รับการคัดเลือกให้ร่วมแสดงและ
ของภูมิปัญญาชนเผ่ากะเหร่ียงและน�ำจุดสนใจหรือ จัดจ�ำหน่ายในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ
จุดดึงดูดใจไปใช้เฉพาะทาง เช่น ใช้ลายปักเม็ดฟักทอง ประจ�ำปีการศึกษา 2553 ณ เมืองทองธานี จังหวัด
ลายขดิ ปกั ผ้าปโู ต๊ะ บนเสือ้ หรอื กระโปรง นำ� เอกลกั ษณ์ นนทบุรี ถงึ ปัจจบุ ันเปน็ เวลา 5 ปตี ิดตอ่ กนั ความส�ำเรจ็
เฉพาะเผา่ เกยี่ วกบั การปลอ่ ยชายผา้ ใหเ้ ปน็ เสน้ ดา้ ยไปทำ� ของผลงานทั้งปวงของโรงเรียน นอกจากต้องชื่นชมครู
ชายขอบล่างกระโปรง ชายขอบล่างของเส้ือหรือ ผูร้ บั ผิดชอบงานแลว้ ผู้เขียนขอชื่นชมนางกญั ญา สมบรู ณ์
แขนเสือ้ เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ยงั คงเอกลักษณ์เฉพาะ ผู้อ�ำนวยการสถานศึกษา ซ่ึงบริหารงานด้วยความมุ่งม่ัน
เร่อื งของตนไวเ้ พ่อื แสดงความเปน็ เผ่าพงษข์ องตนอยู่ เข้มแข็งฝ่าฟันอุปสรรคการท�ำงานมาหลายสิบปี ตั้งแต่
โรงเรียนมีสภาพหลังคามุงจาก เส้นทางไปโรงเรียน
ยากล�ำบาก บางพื้นท่ียังเป็นถนนลูกรัง ปัจจุบันโรงเรียน
บ้านวนาหลวงได้พัฒนามาถึงจุดท่ีเป็นตัวอย่างแก่
โรงเรียนอื่นได้เป็นอย่างดี นางกัญญา สมบูรณ์ กล่าวว่า
ตลอดระยะเวลาของการท�ำงานเป็นผู้บริหาร ได้ยึดหลัก
ประโยชนข์ องนกั เรยี นตามหลกั สทิ ธเิ ดก็ 4 ดา้ น เปน็ สำ� คญั
คือ สิทธิด้านการอยู่รอด สิทธิด้านการปกป้องคุ้มครอง
สิทธิด้านการพัฒนาและสิทธิด้านการมีส่วนร่วม โดยให้
ชุมชน นักเรียน ครูทุกคนเข้าร่วมอบรมรับรู้ ตระหนัก
ถึงสิทธิเด็กท้ัง 4 ด้าน และน�ำความรู้และวิธีการมาใช้
ในการดูแลช่วยเหลือและคุ้มครองเด็กในโรงเรียนและ
ชมุ ชน โดยผูบ้ รหิ ารตอ้ งลงมอื ปฏบิ ัติจริงจัง เป็นตัวอย่าง
ใหผ้ อู้ นื่ ปฏบิ ตั ติ ามได้ นางกญั ญากลา่ วดว้ ยความภาคภมู ใิ จ
ว่าความส�ำเร็จในวันนี้เพราะครูในโรงเรียนได้ท�ำหน้าท่ี
ของตนและชุมชนให้ความร่วมมือในการพัฒนาโรงเรียน
เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นก�ำลังใจในการท�ำงานของตน
อย่างสูงสุด ด้วยความมุ่งม่ันท�ำงานอย่างสม่�ำเสมอ
โ ร ง เ รี ย น จึ ง ไ ด ้ รั บ ก า ร คั ด เ ลื อ ก เ ป ็ น ศู น ย ์ แ ก น น� ำ
ขยายเครอื ขา่ ย 1 ใน 29 ศนู ย์ ของโครงการนกั ธรุ กจิ น้อย
มีคุณธรรม น�ำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ของส�ำนักพัฒนา
นวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ. เพ่ือขยายผลไปยัง
โรงเรียนใกล้เคียงทส่ี นใจอกี ดว้ ย

18 การสอนงานอาชพี สู่ความเปน็ เลิศ
นักธุรกิจนอ้ ยมีคณุ ธรรม น�ำส่เู ศรษฐกจิ สร้างสรรค์

งานเพน้ ทบ์ นใบบางยางพารา

“...พลังเสริมชีวิตให้เข้มแข็งก้าวข้ามอุปสรรค
ขวากหนามที่ส�ำคัญท่ีสุดในชีวิตคือ พ่อ แม่ มีลูก 7 คน
ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี พ่อมีอาชีพขับรถสิบล้อรับจ้าง
แม่ขายขนม จึงเขียนจดหมายขอทุนพระราชทานจาก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้น้องๆ ได้มีวิชา
ความรู้ติดตัว ผลคือได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระราชทานทุนการศึกษาให้กับน้อง ๔ คน (คนที่ ๕
ถึ ง ค น ท่ี ๘ ) จ น จ บ ป ร ะ ก า ศ นี ย บั ต ร วิ ช า ชี พ
และประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง การได้รับ
พระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ยิ่งใหญ่นัก ข้าพเจ้า
จึงต้ังปณิธานในการท�ำงานเพื่อพระองค์ท่านท้ังสอง
และพระบรมวงศานุวงศ์จนกวา่ ชีวติ จะหาไม”่
ข้อความน้ีกลั่นมาจากดวงใจของอาจารย์
กรวิวรรณ์ บุญเจริญ อาจารย์ผู้ริเริ่มการเรียนการสอน
“งานเพ้นท์บนใบบางยางพารา” ท่ีโรงเรียนห้วยยอด
(กลึงวิทยาคาร) สังกัดส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาตรัง เขต 2 แสดงถึงความตั้งใจจริง
ในการท�ำงานเพื่อประเทศชาติ เนื่องจากได้รับ
พระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ
พระบรมราชนิ นี าถ พระราชทานทนุ การศกึ ษาใหก้ บั นอ้ งๆ
จ�ำนวน 4 คน เล่าเรียนจนจบประกาศนียบัตรวิชาชีพ
จึงตั้งปณิธานว่าจะต้องถวายความจงรักภักดีต่อ
สถาบนั พระมหากษตั รยิ ด์ ว้ ยการทำ� งานรบั ใชป้ ระเทศชาติ
อยา่ งสดุ ชวี ติ และไดม้ งุ่ มนั่ สรา้ งงานจนประสบความสำ� เรจ็
บรรลุถึงฝ่ังฝนั ในวันนี้

การสอนงานอาชพี สู่ความเปน็ เลศิ 19
นักธรุ กจิ น้อยมคี ณุ ธรรม นำ� สเู่ ศรษฐกิจสร้างสรรค์

นเี่ ปน็ ทมี่ าของ “งานเพน้ ทบ์ นใบบางยางพารา”
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ ในชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1-3 และวรรณกรรม
งานเพ้นท์บนใบบางยางพารา ซึ่งจดลิขสิทธ์ิทางปัญญา
ไว้แลว้ จ�ำนวน 2 รายการ
งานเพนทบ์ นใบบางยางพารา เปน็ อกี หนง่ึ ผลงาน
ท่ีน่าสนใจ เพราะไม่ใช่เพียงใช้ใบยางพารามาฟอก
ตามวิธีการของภูมิปัญญาด้วยการฟอกใบยางพารา
ดว้ ยกรรมวิธีการแช่หรอื ต้มให้เหลอื เส้นใย เรยี กว่าใบบาง
และมาใชท้ ำ� เปน็ ดอกไมเ้ หมอื นทเ่ี หน็ โดยทวั่ ไป แตเ่ ปน็ การ
น�ำใบบางมาสร้างสรรค์เป็นงานแปลกใหม่ ลักษณะ
ศลิ ปะประยกุ ต์ โดยนำ� ความรเู้ กย่ี วกบั ทศั นศลิ ปม์ าใชใ้ นการ
สรา้ งชิ้นงาน คือ การปะตดิ การเพน้ ทป์ ระกอบ การใชส้ ี
ทำ� เปน็ ภาพสองมติ ิ มกี ารพฒั นาตอ่ ยอดมาเรอื่ ยๆ ปจั จบุ นั
ได้น�ำการปั้นนูนต�่ำจากเยื่อกระดาษมาผสมผสานในงาน
ทำ� ใหเ้ ปน็ ภาพสามมติ ิ มกี ารออกแบบลวดลายหลากหลาย
ในรปู แบบผลติ ภณั ฑ์ ปกสมดุ แฟม้ กรอบรปู กลอ่ ง เปน็ ตน้
อาจารย์กรวิวรรณ์ บุญเจริญ ผู้สอนเล่าถึง
แรงบันดาลใจในการจัดการเรียนการสอนเรื่องน้ีว่า ในปี 2544 ได้เริ่มสอนในระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4-6
โรงเรยี นหว้ ยยอด (กลงึ วทิ ยาคาร) เปน็ โรงเรยี นขยายโอกาส สอนโดยใช้นวัตกรรมหนังสืออ่านเพ่ิมเติมเร่ืองสร้างสรรค์
สงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาตรงั เขต 2 “งานเพน้ ทบ์ นใบบางยางพารา” สูค่ วามพอเพียงในสาระ
จังหวัดตรังเป็นถิ่นก�ำเนิดยางพารา ประชากรส่วนใหญ่ การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
มอี าชพี ทำ� สวนยางพารา เมอื่ ถงึ ฤดผู ลดั ใบ ใบกจ็ ะรว่ งหลน่ ต่อมาได้ปรับเปล่ียนงานเพนท์บนใบบาง
มากมาย จึงเกิดความคิดว่าน่าจะน�ำใบยางท่ีมีมาก ยางพาราเป็นรายวิชาเพิ่มเติมในช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1-3
ในท้องถ่ิน มาใช้ประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอน สาระสำ� คญั ๆ ทีส่ อนแบง่ เปน็ 5 ตอน
ตอนที่ 1 ยอ้ นรอยยางพารา
ความรู้เกี่ยวกับยางพาราและ
ใบบางยางพารา
ตอนท่ี 2 ยางพารากบั เทคโนโลยี
การเลือกใช้เครื่องมือ เครื่องใช้
วัสดุอุปกรณ์ และการเลือกใบยางพาราน�ำมาฟอก
โดยใชเ้ ทคโนโลยจี ากภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ การยอ้ มสี พรอ้ มทง้ั
สอดแทรกความรเู้ กยี่ วกบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
การใช้พลงั งานและการใช้ทรพั ยากรอย่างคมุ้ คา่

20 การสอนงานอาชีพสู่ความเป็นเลิศ
นักธรุ กิจน้อยมีคณุ ธรรม นำ� ส่เู ศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์

ตอนท่ี 3 ยางพาราสรา้ งสรรค์
การออกแบบลวดลายของงานเพ้นท์บนใบยางพาราและ
การวางแผนการทำ� งาน
ตอนท่ี 4 ยางพาราพาสนกุ
ฝกึ ทกั ษะกระบวนการคณุ ธรรมการทำ� งานการนำ� เสนองาน
การประเมินผลการปฏิบัตงิ าน และผลงาน
ตอนท่ี 5 ยางพาราสคู่ วามพอเพยี ง
จัดการเรียนรู้ ให้นักเรียนปรับปรุงและพัฒนาผลงาน
การคิดต้นทุน ก�ำไร การก�ำหนดราคา การท�ำบัญชีรับ-จ่าย การเก็บออม
การตลาด การจ�ำหน่าย บรรจุภัณฑ์ ความพอเพียงตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง พร้อมกันน้ีได้จัดท�ำนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เป็นหนังสือ
อ่านเพิ่มเติม “งานเพ้นท์บนใบบางยางพารา” สู่ความพอเพียง โดยผ่าน
การทดลองหาประสทิ ธภิ าพเรยี บรอ้ ย

รปู แบบการเรยี นรไู้ ดเ้ ลอื กใชก้ ระบวนการ เทคนคิ และวธิ กี ารเรยี น
การสอนทีห่ ลากหลาย ดงั นี้

1. กระบวนการกลมุ่ เปน็ การกระทำ� สง่ิ หนง่ึ สง่ิ ใดรว่ มกนั ของนกั เรยี น
เพ่ือให้เกิดการเรียนรู้ โดยนักเรียนจะเป็นผู้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม และวิเคราะห์
พฤตกิ รรมของนักเรียนซง่ึ กนั และกัน
2. เทคนคิ การเรยี นการสอนทส่ี ง่ เสรมิ ความคดิ สรา้ งสรรคโ์ ดยเลอื กใช้
เทคนคิ ตา่ งๆ ดังน้ี
- เทคนิคการระดมสมอง (Brainstorming)
- เทคนคิ เชือ่ มโยงสมั พนั ธโ์ ดยใช้การเปรียบเทยี บ (Synectics)
- เทคนคิ การสอนใหค้ ิดประดษิ ฐ์ (Inventive Thinking)
เทคนิคดังกล่าวจะส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในด้านความคิดคล่อง
คิดยดื หยนุ่ คิดรเิ ริม่ คิดละเอยี ดละออ ตามองค์ประกอบของความคดิ สร้างสรรค์
3. กระบวนการเรียนรแู้ บบ SIX STEPS
- ระดมพลังสมองเพ่ือค้นพบปญั หา
- คน้ หาและสรปุ ปญั หาหลัก
- ระดมพลงั สมองเพ่อื คิดหาวิธกี ารแกป้ ัญหา
- เลอื กเกณฑเ์ พอื่ ใช้ในการประเมินวธิ กี ารแก้ปญั หา
- ประเมนิ ผลเพ่ือค้นหาวิธีการแก้ปัญหาทด่ี ีท่สี ดุ
- น�ำเสนอวธิ ีการแกป้ ญั หาทด่ี ีท่ีสดุ และประเมินทักษะการท�ำงาน

การสอนงานอาชพี สู่ความเปน็ เลศิ 21
นกั ธุรกิจน้อยมคี ณุ ธรรม น�ำส่เู ศรษฐกิจสรา้ งสรรค์

4. กระบวนการคดิ สรา้ งสรรคข์ อง Anderson 7. การสอนแบบโครงงาน (Project)
- สนใจและรู้สึกถึงความต้องการของจิตใจ - คดิ และเลอื กปญั หาทีจ่ ะศกึ ษา
และสมอง - วางแผนในการทำ� โครงงาน
- รวบรวมขอ้ มูล - การก�ำหนดปัญหาและขอบเขตของ
- ไตร่ตรองถึงการวางแผนโครงสร้างและ การศึกษา
รูปแบบของงาน - การก�ำหนดวัตถุประสงค์ แนวคิด วิธีการ
- เกดิ จินตนาการ ท่ีจะน�ำมาใช้ในการแก้ปัญหา สมมติฐาน และนิยาม
- สรา้ งจนิ ตนาการและแสดงผลใหเ้ หน็ ชดั เจน เชงิ ปฏิบัตกิ าร
- รวบรวมความคดิ และแสดงออกมาในรปู - การวางแผนรวบรวมข้อมูล และค้นคว้า
ของผลงาน เพิม่ เตมิ
5. ทักษะกระบวนการ 9 ขั้น - กำ� หนดวิธดี ำ� เนินงาน
- ตระหนกั ในปัญหาและความจำ� เปน็ - ลงมือท�ำโครงงาน
- คิดวเิ คราะห์วจิ ารณ์ - การเขยี นรายงาน
- เสนอทางเลือกอยา่ งหลากหลาย อาจารย์กรวิวรรณ์ บุญเจริญ กล่าวว่า
- ประเมนิ และเลอื กทางเลือก กระบวนการจัดการเรียนรู้ของตนจะเน้นการสาธิต
- ก�ำหนดและลำ� ดับข้ันตอนการปฏบิ ัติ การฝกึ ปฏิบตั ิ คดิ เปน็ ท�ำเปน็ แกป้ ัญหาเป็น ให้นกั เรียน
- ปฏิบตั ิดว้ ยความช่ืนชม มีส่วนร่วมให้มากท่ีสุด ต้ังแต่การร่วมคิด ร่วมท�ำ
- ประเมนิ ระหวา่ งปฏบิ ัติ ร่วมวางแผน ลงมือปฏิบัติ และร่วมประเมินผลงาน
- ปรับปรงุ ใหด้ ขี น้ึ อยเู่ สมอ ของตนเอง นักเรียนท่ีจบชั้น ม.3 ทุกคนต้องมีพื้นฐาน
- ประเมนิ ผลรวมเพอื่ ใหเ้ กดิ ความภาคภมู ใิ จ งานอาชพี นำ� ไปส่กู ารประกอบอาชพี ได้
6. กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ การท�ำงานของครูก็เป็นไปตามข้ันตอนของ
(Cooperative Learning) การท�ำงานในหน้าที่ครูท่ัวไป คือ เร่ิมจากจัดท�ำโครงการ
การเรยี นแบบรว่ มมอื (CL) เปน็ วธิ กี ารเรยี น เสนอผู้บังคับบัญชา ปรึกษาหารือกับคณะครู ผู้ปกครอง
ทมี่ กี ารจดั กลมุ่ การทำ� งาน เพอ่ื สง่ เสรมิ การเรยี นรแู้ ละเพมิ่ พนู และคณะกรรมการสถานศกึ ษา การวางแผนการดำ� เนนิ งาน
แรงจงู ใจทางการเรยี น การเรยี นแบบรว่ มมอื ไมใ่ ชว่ ธิ กี ารจดั มีการวิเคราะห์ตัวช้ีวัดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
นกั เรยี นเขา้ กลมุ่ รวมกนั แบบธรรมดา แตเ่ ปน็ การรวมกลมุ่ ขั้นพ้ืนฐาน สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี
อยา่ งมโี ครงสรา้ งทช่ี ดั เจน กลา่ วคอื สมาชกิ แตล่ ะคนในทมี จัดท�ำหลักสูตรรายวิชาเพ่ิมเติม ซ่ึงประกอบด้วย
จะมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันในการเรียนรู้และสมาชิกทุกคน ค�ำอธิบายรายวิชา ผลการเรียนรู้ โครงสร้างรายวิชา
จะได้รับการกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจเพื่อที่จะช่วยเหลือ หน่วยการเรียนรู้ แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
เพมิ่ พนู การเรียนร้ขู องสมาชกิ ในทีม สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมิน
จัดท�ำเอกสารประกอบหลักสูตร เช่น แผนการจัด

22 การสอนงานอาชีพสู่ความเปน็ เลิศ
นกั ธรุ กิจน้อยมคี ุณธรรม นำ� สเู่ ศรษฐกจิ สร้างสรรค์

โรงเรยี นหว้ ยยอด (กลงึ วทิ ยาคาร) ไดบ้ รรจวุ ชิ า
และกิจกรรมน้ีในแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา
1 ใน 4 กจิ กรรมหลกั ของโรงเรยี นตง้ั แตป่ ี2551 และสง่ ผลให้
โรงเรียนไดร้ บั รางวัลหน่งึ โรงเรียนหนึง่ นวตั กรรม น�ำมาซึ่ง
ความภาคภมู ิใจของผเู้ กย่ี วขอ้ งทกุ ฝ่าย
ด้านชุมชน ลดปัญหาเด็กสุ่มเสี่ยง และลด
อัตราการออกกลางคันของนักเรียน ผู้ปกครองให้ความ
ไวว้ างใจใหก้ ารสนบั สนนุ การสรา้ งหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารงานบา้ น
งานประดิษฐ์ เปน็ ต้น
ครูผู้สอน ได้รับรางวัลมากมาย เช่น
รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติครูสอนดี รางวัลครูสอนดี
หน่ึงแสนครูดี รางวัลล่าสุดในปี 2555 คือ ได้รับรางวัล
เหรยี ญทอง รางวลั อนั ทรงคณุ คา่ สพฐ. (OBEC AWARDS)
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี
เพอ่ื การเรยี นการสอน กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
และเทคโนโลยี ทั้งน้ี อาจารย์กรวิวรรณ์ ได้น�ำผลงาน
การเรียนรู้ 10 แผน ใบความรู้ ใบงาน แบบบันทกึ การวดั หนงั สอื งานเพน้ ทบ์ นใบบางยางพารา จดลขิ สทิ ธท์ิ างปญั ญา
และประเมินผล และอื่นๆ แต่ส่ิงส�ำคัญที่จะท�ำให้ ประเภทงานวรรณกรรมไว้ดว้ ยแล้วจำ� นวน 2 รายการ
การจัดการเรียนการสอนส�ำเร็จ คือ ครูต้องมีอุดมการณ์ อาจารย์กรวิวรรณ์ บุญเจริญ กล่าวปิดท้ายถึง
ในการท�ำงาน ให้โอกาสกับเด็กด้อยโอกาส ให้ความรู้ ความสำ� เรจ็ วา่ ปจั จยั สำ� คญั ทจ่ี ะสง่ ผลสำ� เรจ็ ในการทำ� งาน
แก่ศิษย์ทุกคนเหมือนสอนลูกหลาน มีความมุ่งม่ัน คือ “ครูต้องมีจิตใจท่ีมุ่งม่ัน ท�ำงานสิ่งใดต้องท�ำให้ส�ำเร็จ
ต้ังใจ ทุ่มเท และเสียสละท�ำหน้าท่ีของตนให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะยากล�ำบากเพียงใดขออยา่ ท้อถอยกับปัญหาและ
มีความพร้อมท่ีจะให้เด็กเรียนรู้ มีความเป็นกัลยาณมิตร อปุ สรรค ยงิ่ มพี ลงั ขดั ขวางมากเทา่ ไร ยงิ่ เปน็ พลงั สนบั สนนุ
หว่ งใยชว่ ยเหลอื เกอ้ื กลู นกั เรยี น ทำ� งานใหน้ กั เรยี นศรทั ธา ให้ฟันฝ่าไปให้จงได้ ส�ำหรับตนโชคดีมากได้พลัง
ความส�ำเร็จอ่ืนๆ ก็จะตามมาตามท่ีครูต้องการ เช่น ความเขม้ แขง็ ทที่ ำ� ใหส้ ามารถกา้ วขา้ มอปุ สรรคขวากหนาม
การปลูกฝังความรู้ หรือคุณธรรม ความดีงาม ในชีวิตมาได้คือ การได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันย่ิงใหญ่
เนน้ ความจรงิ จงั และต่อเนอ่ื งเปน็ เร่อื งสำ� คัญมาก จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ
ผลท่ีเกิดขึ้น จากการจัดการเรียนรู้และ พระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระราชทุน
การจดั กจิ กรรมนี้ นกั เรยี นมนี สิ ยั ในการทำ� งานทดี่ ี สามารถ การศึกษาให้กับน้องท้ัง 4 คน จนจบประกาศนียบัตร
น�ำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ�ำวัน และน�ำไปสู่ วิชาชีพ ท�ำให้ตนต้ังปณิธานในการท�ำงาน เพ่ือพระองค์
การมอี าชีพในอนาคตไดจ้ ริง ทา่ นทง้ั สอง และพระบรมวงศานวุ งศจ์ นกวา่ ชวี ติ จะหาไม”่

การสอนงานอาชีพสูค่ วามเป็นเลิศ 23
นักธรุ กจิ นอ้ ยมีคณุ ธรรม น�ำสเู่ ศรษฐกจิ สร้างสรรค์

งานกระจกถมทองคำ� เปลว

เป็นที่น่าภาคภูมิใจที่จังหวัดขอนแก่น ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มงุ่ เนน้ ใหน้ กั เรยี น
มีแหล่งเรียนรู้ที่น�ำศิลปะมาเป็นเครื่องมือในการรักษา เรยี นรดู้ ว้ ยการปฏบิ ตั จิ รงิ สามารถแกป้ ญั หาในสถานการณจ์ รงิ
ม ร ด ก ท า ง วั ฒ น ธ ร ร ม ใ ห ้ ค ง ไ ว ้ ซึ่ ง เ อ ก ลั ก ษ ณ ์ ข อ ง อย่างมสี ติและมีสมาธบิ นพ้ืนฐานของความเปน็ ไทย
ความเป็นชาติด้วยการปลูกฝังการอนุรักษ์มรดก ทางโรงเรียนด�ำเนินการจัดต้ังชุมนุมศิลปะ
ทางวัฒนธรรมไว้ในเยาวชนของท้องถิ่นได้อย่างน่าช่ืนชม งานกระจกถมทองค�ำเปลวมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2548
แหล่งเรยี นรดู้ ังกลา่ วคือโรงเรียนบา้ นง้ิว เพื่อให้นักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 3-6 มีโอกาส
โรงเรียนบ้านงิ้วจัดเป็นโรงเรียนขนาดกลาง เลอื กเรยี นตามความสนใจ ชมุ นมุ ศลิ ปะนไี้ ดร้ บั ความสนใจ
มีนักเรียนจ�ำนวน 166 คน สังกัดส�ำนักงานเขตพื้นที่ จากนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย จ�ำนวนปีละ
การศกึ ษาประถมศกึ ษาขอนแกน่ เขต 1 ทางโรงเรยี นมงุ่ หวงั 15-30 คน บรรดาสมาชกิ ของชมุ นมุ ไดร้ บั การฝกึ ฝนศลิ ปะนี้
จะพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดีมีคุณธรรม มีความรู้ จากอาจารย์ลดาวัลย์ โภโต ซ่ึงมีพื้นฐานการศึกษา
และทักษะ กระบวนการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ กล้าคิด ด ้ า น ง า น ศิ ล ป ะ อ ย ่ า ง ดี ย่ิ ง จ า ก วิ ท ย า ลั ย ช ่ า ง ศิ ล ป ์
กล้าแสดงออกอย่างมีเหตุผล ถูกต้อง ตลอดจนยึดมั่น กรมศลิ ปากร โดยมอี าจารยอ์ รณุ รศั มี ประดาพล เปน็ ผชู้ ว่ ย

24 การสอนงานอาชพี สูค่ วามเปน็ เลศิ
นกั ธรุ กิจน้อยมีคุณธรรม น�ำสเู่ ศรษฐกิจสรา้ งสรรค์

รับผิดชอบงานของชมรมร่วมกัน อาจารย์ลดาวัลย์เล่าว่า อาจารย์ท้ัง 2 คนได้ประสิทธิ์ประสาทวิชา
แรงบันดาลใจในการต้ังชมรมครั้งนี้ เกิดจากการประเมิน เพ่ือรักษามรดกทางวัฒนธรรมไทย พร้อมสร้างเด็ก
พฤติกรรมนักเรียนแล้วพบว่าความรับผิดชอบและสมาธิ ให้มีคุณธรรม ยึดม่ันหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ในการเรียนอยู่ในเกณฑ์ต�่ำกว่าที่ก�ำหนด ไม่น่าพอใจ อย่างมีสติและสมาธิ งานกระจกถมทองค�ำเปลว
ประกอบกับตนมีความถนัดด้านงานศิลปะ จึงทดลอง ถ้ามองผ่านๆ จะเหมือนกับงานลงรักปิดทอง
แกป้ ญั หาดว้ ยการตง้ั ชมรมศลิ ปะงานกระจกถมทองคำ� เปลวขนึ้ งานช่างชั้นสูงของไทยซ่ึงมีข้ันตอนยากเกินกว่านักเรียน
เพื่อฝึกให้นักเรียนมีสมาธิในการเรียน ปรากฏว่า ระดับประถมจะท�ำได้ แต่งานที่อาจารย์ลดาวัลย์ โภโต
นักเรียนมีสมาธิดีขึ้น ผลพลอยได้ที่ตามมามีมากมาย คิ ด ขึ้ น มี ข้ั น ต อ น ไ ม ่ ซั บ ซ ้ อ น ม า ก แ ต ่ ต ้ อ ง ใ ช ้ ค ว า ม
คือ สามารถขัดเกลาจิตใจของผู้เรียนให้มีความอ่อนโยน ประณีต ข้ันตอนการท�ำเร่ิมจากการน�ำกระจกใส
นักเรียนภาคภูมิใจในตนเองท่ีสามารถสร้างชิ้นงาน ล้างท�ำความสะอาดแล้วน�ำมาเช็ดให้แห้งท้ังสองด้าน
ที่มีความสวยงามและมีคุณค่า ภูมิใจที่มีส่วนในการ น�ำภาพที่เตรียมไว้มาติดกระจกใส ใช้ปากกาหรือพู่กัน
อนุรักษ์ศิลปะไทย และสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน วาดภาพตามลายภาพแลว้ ใชห้ มกึ สดี ำ� ระบายลงในบรเิ วณ
ในฐานะเป็นแหล่งเรียนรู้และขยายผลให้กับโรงเรียนอ่ืน ท่ีว่าง ยกเว้นในตัวภาพ ทิ้งไว้ให้แห้งท้ังสองด้านแล้ว
ที่สนใจ ผลการเรียนของนกั เรียนในชมรมดขี ้ึนกวา่ เดมิ น�ำแผ่นทองคำ� เปลวปดิ ภาพให้ดโู ดดเด่น แลว้ น�ำใส่กรอบ
เปน็ การเพ่ิมมูลคา่ ในการจดั จำ� หน่าย ภาพท่นี ำ� มาท�ำงาน
ศิลปะเป็นรูปงานศิลปะลายไทย เช่น ภาพพระ-นาง ลิง
ยักษ์ ครุฑ ลวดลายดังกล่าวเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย
ที่เด็กรุ่นหลังควรเรียนรู้และรับการปลูกฝังให้เห็นคุณค่า
ศลิ ปะไทย

การสอนงานอาชพี สคู่ วามเปน็ เลิศ 25
นกั ธรุ กิจนอ้ ยมคี ณุ ธรรม นำ� สเู่ ศรษฐกิจสร้างสรรค์

ส�ำหรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ อาจารย์ ประกอบกับการสอนให้นักเรียนคิดต้นทุน ก�ำไร
ผสู้ อน ไดใ้ ชก้ ระบวนการสรา้ งความตระหนกั และแรงจงู ใจ การก�ำหนดราคาขายท่ีเหมาะสม ใหน้ ักเรยี นเห็นแนวทาง
ในการเรียนโดยพาไปศกึ ษาดงู าน ดูภาพจติ รกรรมฝาผนัง ว่าส่ิงท่ีนักเรียนได้เรียนรู้และสร้างชิ้นงานได้ เป็นความรู้
ในท้องถ่ิน ดภู าพในหนงั สือ เอกสาร วารสาร ในเรือ่ งราว ติดตัวนักเรียนท่ีสามารถน�ำไปประกอบอาชีพ มีรายได้
ที่เกี่ยวกับลวดลายไทย จัดท�ำหลักสูตรแผนนวัตกรรม พึ่งตนเองได้ในอนาคต
การจัดการเรียนรู้ เรื่องงานกระจกถมทองค�ำเปลว ส่ิงทน่ี กั เรียนไดจ้ ากการเรยี นรู้ คอื ความตง้ั ใจ
(ชมุ นมุ ศลิ ปะ) ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3-6 ของโรงเรยี น ปฏิบัติตั้งแต่การเลือกลายไทย การเขียนลวดลาย
บ้านง้ิว แบ่งเป็น 11 แผนการเรียน สาระส�ำคัญคือ ลงบนแผ่นกระจก การน�ำทองค�ำเปลวปิดแผ่นกระจก
ความรู้พ้ืนฐานการสร้างชิ้นงาน ต้ังแต่การให้ความรู้และ การใช้สีหมึกสลับลาย การลงมือฝึกท�ำส่ิงเหล่าน้ี
ฝกึ ฝนนกั เรยี น เรอื่ งการเขยี นภาพลายเสน้ อวยั วะสว่ นตา่ งๆ ล้วนต้องระมัดระวัง ประณีต เท่ากับเป็นการฝึกสติ
ของตัวละครในวรรณคดีไทย เช่น พระ นาง ลิง ยักษ์ ต้องระลึกอยู่เสมอว่าต้องใส่สีหมึก สีทองจุดใด
ในอริยาบทต่างๆ สัดส่วนองค์ประกอบของตัวละคร เด็กที่มีสติ มีสมาธิ จะท�ำงานด้วยความรอบคอบ
ดังกล่าว วิธีการลงหมึกด�ำ วิธีการติดทองค�ำเปลว ระมัดระวัง คิดดี ทำ� ดี มปี ัญญาเฉียบไว
เม่ือนักเรียนมีความรู้พื้นฐานก็ให้นักเรียนท�ำโครงงาน กจิ กรรม “กระจกถมทองคำ� เปลวลวดลายไทย”
สร้างสรรค์งานใหม่ด้วยตนเอง และน�ำไปจัดนิทรรศการ เป็นไปตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง
และสุดท้ายคือ การจ�ำหน่ายผลผลิตด้วยการก�ำหนด คือ ความมีเหตุผลนั้น เด็กนักเรียนโรงเรียนน้ีรู้จักท�ำงาน
ราคาสนิ คา้ วธิ จี ำ� หนา่ ย เปน็ ตน้ อกี ทง้ั นายสายณั ห์ ผานอ้ ย ตอ้ งใชค้ วามอดทนเรยี นรู้ และฝกึ เพอ่ื ผลติ ผลงานจำ� หนา่ ย
ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หารายไดใ้ หต้ นเอง เปน็ การชว่ ยแบง่ เบาภาระของผปู้ กครอง
ขอนแกน่ เขต 1 มีนโยบายสนบั สนนุ โรงเรยี นทีม่ ผี ลผลติ ความพอประมาณ คอื ใชว้ ตั ถใุ นการทำ� งานอยา่ งประหยดั
จากการสอน ผลิตส่งร้านค้าสวัสดิการของส�ำนักงาน เพื่อลงทุนให้น้อย รู้จักแบ่งเวลาในการท�ำงานและเรียน
เขตพื้นท่ีการศึกษา ปรากฏว่าผลิตภัณฑ์กระจก หรอื พกั ผอ่ น นกั เรยี นจะประสบความสำ� เรจ็ ทงั้ ดา้ นการเรยี น
ถมทองคำ� เปลว มลี กู คา้ สนใจสงั่ ซอ้ื เปน็ ทตี่ อ้ งการของตลาด และการสร้างผลงาน การมีภูมิคุ้มกันท่ีดีก็คือ รู้รักษ์
และด�ำรงไว้ซึ่งศิลปะของไทย ภูมิใจในตนเองที่มีส่วน
การจดั การธรุ กจิ งานกระจกถมทองคำ� เปลว สรา้ งสรรคง์ านศลิ ปะของไทยใหเ้ ปน็ ทนี่ ยิ ม ชว่ ยใหค้ นไทย
ยังคงนิยมและเห็นคุณค่าของมรดกของบรรพบุรุษไทย
เร่ิมต้นจากการผลิตผลงานแบบธรรมดา ส่วน 2 เงื่อนไข คือความรู้กับคุณธรรมนั้น นักเรียน
และขายราคาถูก ปัจจุบันผลงานของนักเรียน ท่ีเรียนในชุมนุมศิลปะงานกระจกถมทองค�ำเปลว
ได้ยกระดับคุณภาพข้ึน โดยโรงเรียนได้ท�ำบรรจุภัณฑ์ ต้องมีความรู้ระดับสามารถสร้างชิ้นงานได้ รู้จักก�ำหนด
เป็นกล่องกระดาษส�ำหรับบรรจุเวลาขนส่ง และมี วัสดุอุปกรณ์ และระยะเวลาในการท�ำชิ้นงาน ต้องรู้จัก
พลาสตกิ สญู ญากาศหอ่ หมุ้ สนิ คา้ กอ่ นจะใสก่ ลอ่ งกระดาษ คดิ ตน้ ทนุ กำ� ไร และราคาขายอยา่ งเหมาะสม ตอ้ งสามารถ
เพื่อป้องกันกระจกแตกเสียหาย จึงมีการต้ังราคาสินค้า เผยแพร่ผลงานของตนให้เป็นท่ีรู้จักด้วยกิจกรรมต่างๆ
ให้เหมาะสม ราคาสูงขึ้นเน่ืองจากคุณภาพของวัตถุดิบ
วิธีการท�ำที่นักเรียนต้องใช้เวลา กระบวนการข้ันตอน
ท่ีต้องใช้ความประณีตและบรรจุภัณฑ์ท่ีได้มาตรฐาน

26 การสอนงานอาชพี สคู่ วามเป็นเลิศ
นักธรุ กจิ น้อยมคี ุณธรรม น�ำสเู่ ศรษฐกิจสร้างสรรค์

คุณธรรมท่ีเกิดข้ึนกับนักเรียน คือ ขยัน อดทน มุ่งม่ัน ผลงานของชุมนุมศิลปะงานกระจกถม
ตรงต่อเวลา รู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้อ่ืน และ ทองคำ� เปลว โรงเรยี นบา้ นงวิ้ ไดป้ รากฏเผยแพรส่ ภู่ ายนอก
สามารถปรบั ตนเอง/ผลงาน สามารถท�ำงานกลมุ่ ได้ดี อยา่ งโดดเดน่ เป็นท่ียอมรับ ท�ำให้ได้รับคัดเลือกเข้าร่วม
นอกจากน้ีนักเรียนในชุมนุมศิลปะงานกระจก แสดงผลงานในเวทีต่างๆ ระดับจังหวัด ระดับภาคและ
ถมทองค�ำเปลว มีความภูมิใจในผลงานของตน รู้จักใช้ ระดบั ประเทศอยา่ งสมำ่� เสมอ
เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ มีสมาธิในการท�ำงานดี อดทน กล่าวโดยสรุปได้ว่า ชุมนุมศิลปะงานกระจก
ใจเย็น มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รับผิดชอบ รู้งาน ถมทองคำ� เปลว ประสบความส�ำเรจ็ สามารถผลติ ช้นิ งาน
รู้จักท�ำงานร่วมกับผู้อ่ืน รู้จักประหยัดเพราะต้องใช้วัสดุ ท่ีมีคุณค่า และจ�ำหน่ายได้ดีน้ัน เน่ืองจากปัจจัยส�ำคัญ
ให้เกิดประโยชน์และสิ้นเปลืองน้อยที่สุด รู้จักวางแผน คือ มีครูที่มีความสามารถด้านศิลปะเป็นผู้คิดริเร่ิมมุ่งม่ัน
รักษาค�ำพูด ความเหน็ดเหนื่อยจากการท�ำงานท�ำให้ สอนนักเรียนอย่างต่อเน่ือง มีการเตรียมครูอรุณรัศมี
นักเรียนรู้คุณค่าของเงินและรู้จักประหยัดอดออม ประดาพล สานงานต่อเมื่ออาจารย์ลดาวัลย์ โภโต
โรงเรียนได้ชื่อเสียงจากการส่งผลงานประกวดแข่งขัน เกษียณอายุราชการเม่ือปีที่ผ่านมา ประกอบกับ
ได้รับความช่ืนชมจากสังคม การยอมรับและการเช่ือถือ ผู้บรหิ ารโรงเรยี น โดย ผอ.ปรีชา เกง้ โทน และสำ� นกั งาน
ครูในโรงเรียนดีใจ ภูมิใจในตัวศิษย์ ในผลงาน ชุมชน เ ข ต พื้ น ท่ี ก า ร ศึ ก ษ า ใ ห ้ ค ว า ม ส� ำ คั ญ แ ล ะ ส นั บ ส นุ น
ช่วยสนับสนุน เช่น เทศบาลต�ำบลสาวะถีมอบเงินสมทบ โดยมีส�ำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ.
คณะกรรมการสถานศกึ ษา และผบู้ รหิ ารโรงเรยี นสนบั สนนุ ให้โอกาสพัฒนาด้านความรู้เพ่ิมและมีเวทีให้นักเรียน
ทุนในการไปจัดนทิ รรศการนอกโรงเรยี น จ�ำหนา่ ยอย่างครบวงจร
โรงเรยี นตระหนักเสมอว่า ครูผูร้ เิ ร่มิ จะเกษียณ
อายรุ าชการ นกั เรยี นทตี่ อ้ งปฏิบัติงานอยจู่ ะต้องออกจาก
โรงเรยี นไปเมอ่ื จบชนั้ สงู สดุ ฉะนนั้ โรงเรยี นจงึ ตอ้ งเตรยี มครู
สานงานตอ่ และเตรยี มรนุ่ นอ้ งๆ ไวเ้ พอ่ื สบื ตอ่ งานของรนุ่ พ่ี
ส ่ ว น รุ ่ น พี่ ก็ ต ้ อ ง เ ต รี ย ม ก า ร ใ ห ้ มี วิ ช า ชี พ ติ ด ตั ว ไ ป
เพ่ือด�ำรงชีวิตได้ หรือเพื่อมีงานท�ำเพิ่มพูนรายได้ให้กับ
ตนเอง ในการท่ีจะรักษาความนิยมชมชอบของลูกค้า
ให้คงอยู่ต่อไปโดยเน้นที่แบบและรูปลักษณ์ของชิ้นงาน
โรงเรียน ครูและนักเรียนจะต้องให้ความส�ำคัญกับ
คุณภาพงานหรอื ระดับคณุ ภาพสนิ ค้า

การสอนงานอาชีพส่คู วามเป็นเลศิ 27
นักธรุ กจิ น้อยมคี ณุ ธรรม นำ� ส่เู ศรษฐกิจสรา้ งสรรค์

ตุก๊ ตามดจา๋ ...อารมณด์ ี

ใครก็รู้ว่าหนูเป็นสัตว์น่าเกลียด ท้ังรูปร่าง แต่ที่น่าท่ึงไปกว่าน้ันก็คือ มดเหล่านี้สร้างจาก
หน้าตาและนิสัยก็ไม่น่ารัก แต่ฝรั่งก็ยังสร้างภาพยนตร์ วัสดุธรรมชาติท้องถ่ินใกล้ตัว ซ่ึงมีอยู่ท่ัวไปในท้องถ่ิน
ให้หนูเป็นตัวเอก มีพฤติกรรมท่ีเฉลียวฉลาดให้ผู้ชม ท่ีบุคคลทั่วไปมองไม่เห็นคุณค่า ต้นทุนจึงต่�ำ ก�ำไรจึงสูง
อดจะรู้สึกเอ็นดู เกิดอารมณ์ร่วม ยิ้มแย้มแจ่มใส ช่ืนชม วัสดุเหล่าน้ีถูกน�ำมาประดิษฐ์เป็นมดตามจินตนาการ
ในความคิดอ่านของมันไม่ได้ ลองหันมาดูครูไทยเราบ้าง และความคิดสร้างสรรค์ ด้วยภูมิปัญญาของนักเรียน
ครูไทยเราก็สร้างมดให้เป็นสัตว์น่ารักได้เหมือนกัน โรงเรียนศิริราษฎร์วิทยาคาร สร้างรายได้ระหว่างเรียน
มดไทยอาจจะยังไม่ดังเท่าหนูมิกก้ีเม้าท์ แต่ก็เร่ิมเป็น ใหแ้ กน่ กั เรยี น และยงั จะเปน็ แนวทางในการประกอบอาชพี
ทร่ี จู้ กั ไดอ้ อกงานบอ่ ยและทกุ งานผพู้ บเหน็ อดจะยมิ้ ใหม้ นั ในอนาคตได้อีกด้วย ส�ำหรับผู้ปกครองและบุคคลท่ัวไป
มไิ ดเ้ ชน่ กนั เพราะมดไทยแสนรู้ บา้ งกย็ นื เตะ๊ ทา่ เลยี นแบบ ถา้ สนใจเรยี นรกู้ ารประดษิ ฐต์ กุ๊ ตามดจา๋ ...อารมณด์ ี กส็ ามารถ
ดาราภาพยนตร์ บ้างก็เล่นกีตาร์ บ้างก็ขี่จักรยาน น�ำไปสร้างสิ่งประดิษฐ์ประกอบอาชีพหารายได้เสริมได้
ผู้ชมจะรู้จักมดน่ารักเหล่านี้ในธรรมชาติของมดจ๋า... และยังสร้างความตระหนักถึงการรู้จักน�ำวัสดุธรรมชาติ
อารมณ์ดี นับเป็นความริเริ่มสร้างสรรค์ที่น่าทึ่งไม่น้อย ท่ีไร้ค่ามาสร้างสรรค์ให้เกิดคุณค่าข้ึนใหม่ ซึ่งน่าจะเป็น
ของโรงเรยี นศริ ริ าษฎรว์ ทิ ยาคาร สงั กดั สำ� นกั งานเขตพนื้ ท่ี ตัวอย่างในการลดความต้องการในการใช้ทรัพยากร
การศกึ ษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1 ธรรมชาตอิ นื่ ๆ ลงดว้ ย

28 การสอนงานอาชพี สู่ความเปน็ เลิศ
นกั ธุรกิจน้อยมคี ณุ ธรรม นำ� สู่เศรษฐกจิ สร้างสรรค์

หลกั การของการสรา้ งตกุ๊ ตามดจา๋ ...อารมณด์ นี นั้ อาจารย์น่ิมนวล ศิริพันธุ์ ครูผู้รับผิดชอบ
ในด้านของวัสดุก็คือใช้วัสดุไร้ค่าท่ีมีอยู่ตามธรรมชาติ การสร้างผลงานตุ๊กตามดจ๋า...อารมณ์ดี เล่าให้ฟังว่า
ในด้านของผู้สร้างก็คือต้องเป็นคนช่างสังเกต คือสังเกต ตนเองเป็นครูท่ีเรียนจบสาขาวิชาเอกวิทยาศาสตร์
ท่าทางปกติท่ัวๆ ไปต่างๆ ของมด ซึง่ มีอยู่ 6 ขา เวลาเดิน วิชาโทคณิตศาสตร์ รับราชการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518
ขาไหนยกก่อนและขาอื่นๆ ท�ำอย่างไร เวลายืนยกหัวขึ้น ไดส้ อนวชิ าคณติ ศาสตร์ ชนั้ ป.1-6 มาโดยตลอด จนกระทง่ั
ต�ำแหน่งของล�ำตัวกับหัวสัมพันธ์กันอย่างไร ท้ังนี้ ปี พ.ศ. 2552 ครทู ส่ี อนสาระการงานอาชพี และเทคโนโลยี
เพ่ือเวลาสร้างมดจะได้มีท่าทางอันเป็นธรรมชาติของมด เกษียณอายุราชการตนเองจึงได้รับมอบหมายให้สอน
อย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันก็ต้องมีความสามารถในการ สาระการงานอาชีพฯ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แทน
ออกแบบเช่ือมโยงลักษณะของธรรมชาติของมดกับ เร่ืองงานบ้าน งานเกษตร สอนเองได้ แต่พอถึงเรื่อง
ท่าทางที่มดจะต้องท�ำ เช่น ถ้าจะให้มดข่ีรถจักรยาน งานประดิษฐ์ต้องอาศัยวิทยากรภายนอกคือ อาจารย์
เม่ือมดมี 6 ขา ขาไหนจะเป็นมือจับแฮนด์รถ ขาไหน ชัยวัฒน์ ศิริพันธุ์ ซึ่งเก่งด้านน้ีมาก อาจารย์ชัยวัฒน์
จะเป็นเท้าปั่นจักรยาน และขาท่ีเหลือจะวางท่ีใด ได้เข้ามาเป็นวิทยากรสอนอย่างเต็มความสามารถ
ในลักษณะใด เวลาน่ังอวัยวะส่วนท่ีจะนั่งจะเป็นส่วนใด อาจารย์น่ิมนวลและนักเรียนได้ร่วมเรียนรู้ไปด้วยกัน
และอาการนั่งจะเป็นอย่างไร หรือถ้าจะให้เล่นกีตาร์ นักเรียนสามารถสร้างต้นแบบตามครู และสร้างสรรค์
ก็เช่นกัน มดจะยืนท่าใด นั่งท่าใด น้ีล้วนแต่เป็นการ งานใหม่ๆ ตามจินตนาการของตนเองได้ ใครเห็น
ใช้ความคิดในการออกแบบร่วมกับมุมมองด้านศิลปะ ใ ค ร ก็ อ ด อ อ ก ป า ก ช ม ถึ ง ค ว า ม น ่ า รั ก แ ล ะ ย้ิ ม ไ ป กั บ
เสริมใหผ้ ลผลิตมคี วามหมายและคุณค่าทง้ั ส้นิ เจา้ มดตัวน้อยๆ เหล่านั้นไม่ได้

การสอนงานอาชีพสคู่ วามเป็นเลศิ 29
นกั ธรุ กิจนอ้ ยมีคณุ ธรรม นำ� สเู่ ศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์

ในปี 2553 ผบู้ รหิ ารโรงเรยี น ครู และนักเรยี น เพ่ือปลูกฝังการเป็นผู้ประกอบการต้ังแต่วัยเด็ก เพื่อให้
ของโรงเรยี นศริ ริ าษฎรว์ ทิ ยาคาร ตนื่ เตน้ ดใี จ และภาคภมู ใิ จ นักเรียนมีแนวทางการประกอบอาชีพต่อไป หากเขา
อย่างย่ิงคือ การได้รับแจ้งว่าโรงเรียนได้รับการคัดเลือก ไม่มีโอกาสศึกษาต่อ และโรงเรียนได้รับประกาศให้ใช้
ให้น�ำผลงานนักเรียนไปจ�ำหน่ายในงานศิลปหัตถกรรม หลกั สตู รกลุ่มสาระการงานอาชพี ตุ๊กตามดจา๋ ...อารมณ์ดี
นักเรียนระดับชาติ ท่ีเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เป็นรายวชิ าเพ่มิ เติม ในชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 เม่ือปี 2554
ทุกคนต่างเตรยี มการไปร่วมงาน นักเรียนก็ทุ่มเทแรงกาย โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาของ
แรงใจเรง่ ผลติ สนิ คา้ มกี ารปรบั ปรงุ พฒั นารปู แบบใหแ้ ปลกใหม่ โรงเรียน
ดูน่ารักน่าสนใจกว่าเดิม นับแต่นั้นผลงานนักเรียน รายวชิ าเพมิ่ เตมิ นมี้ ชี อ่ื วา่ นกั ธรุ กจิ นอ้ ยมคี ณุ ธรรม
โรงเรียนศิริราษฎร์วิทยาคาร ก็ติด 1 ใน 50 ท็อปเท็น น�ำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตุ๊กตามดจ๋า...อารมณ์ดี
สินค้าของ สพฐ. ได้รับการคัดเลือกให้ร่วมงานติดต่อกัน (Happy Ants) จ�ำนวน 1 หน่วยกิต 40 ชั่วโมง
มาถึงปัจจุบัน อาจารย์นิ่มนวลเล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า หลักการส�ำคัญคือมุ่งให้นักเรียนเกิดทักษะการคิด
โรงเรียนของเราได้รับการคัดเลือกให้เข้าโครงการ การปฏบิ ตั ิ การทำ� งานกระบวนการกลมุ่ การรจู้ กั แกป้ ญั หา
นักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม น�ำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ความสามารถในการส่ือสาร การรู้จักใช้เทคโนโลยีเข้ามา
ได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ การจัดการเรียนการสอน ช่วยสร้างสรรค์งาน รักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ
ต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การเพ่ิมมูลค่า และสงิ่ แวดลอ้ มของทอ้ งถน่ิ สามารถนำ� ความรเู้ ปน็ แนวทาง
สินค้า การคิดสร้างสรรค์งานใหม่ๆ กับการจดทะเบียน ในการประกอบอาชีพต่อไปในอนาคตได้ และวัดผล
ทรัพย์สินทางปัญญา และการสอนธุรกิจให้นักเรียน ประเมินผลไปตามน้ัน โดยเน้นความละเอียดรอบคอบ
สามารถคดิ เปน็ ท�ำได้ ขายเป็นอย่างครบวงจร สนับสนุน การทำ� งาน ความรบั ผิดชอบ ความประหยัด ความมุ่งม่นั
การท�ำวิจัยเพ่ือพัฒนาการเรียนการสอนงานอาชีพ ตั้งใจ ความเป็นระเบียบในการท�ำงาน และคุณธรรม
และไดร้ บั เกยี รตใิ หเ้ ปน็ 1 ใน 29 ศนู ยแ์ กนนำ� ขยายเครอื ขา่ ย ของนักธุรกจิ น้อยคอื ซ่ือสัตย์ ขยัน อดทน มุง่ ม่นั กตัญญู
โครงการนกั ธรุ กจิ นอ้ ยมคี ณุ ธรรม นำ� สเู่ ศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์ เน้ือหาประกอบด้วย 6 หน่วยใหญ่ ได้แก่ หน่วยท่ี 1
รนุ่ แรกของ สำ� นกั พฒั นานวตั กรรมการจดั การศกึ ษา สพฐ. นกั ธรุ กิจพ้ืนฐาน เรียนรูค้ วามหมาย ความสำ� คัญ แนวคิด
ใหก้ บั โรงเรยี นใกลเ้ คยี งและผสู้ นใจอกี ดว้ ย นบั เปน็ กำ� ลงั ใจ โอกาส การด�ำเนนิ ธุรกจิ การตลาด การตัง้ ชอื่ ตราสินคา้
ให้พวกเราทุกคนในโรงเรียนมีแรงใจท่ีจะพัฒนาต่อไป การเขียนเรื่องประกอบสินค้า หน่วยท่ี 2 พาณิชย์
อย่างไม่หยุดย้ัง พร้อมท้ังเล่าต่อว่า การจัดการเรียน อเิ ล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) หน่วยที่ 3 นักธุรกิจน้อย
การสอน ตกุ๊ ตามดจา๋ ...อารมณด์ ี ไดม้ กี ารพฒั นาเนอ้ื หาสาระ กับปจั จยั สู่ความส�ำเร็จการเปน็ ผู้ประกอบการ หน่วยท่ี 4
และการจดั การเรยี นการสอน มกี ารวจิ ยั เพอ่ื พฒั นารายวชิ า ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา หนว่ ยท่ี 5 การประดษิ ฐต์ กุ๊ ตามดจา๋ ...
หน่วยการจัดการเรียนรู้และแผน วิธีการจัดการเรียนรู้ อารมณด์ ี และบรรจภุ ณั ฑ์ หนว่ ยท่ี 6 การกำ� หนดราคาขาย
การวัดผลประเมินผล ในแนวทางให้นักเรียนได้เรียนรู้ การจัดท�ำบญั ชีรายรบั -รายจ่าย
การคิดการสร้างสรรค์ผลงานจนถึงการจ�ำหน่าย

30 การสอนงานอาชีพสคู่ วามเป็นเลิศ
นักธรุ กิจน้อยมคี ณุ ธรรม นำ� สู่เศรษฐกจิ สร้างสรรค์

การจัดการเรียนรู้ การประดิษฐ์ตุ๊กตามดจ๋า... เมื่อนักเรียนรู้จักส่วนประกอบท้ังหมดของ
อารมณ์ดี มขี น้ั ตอนการด�ำเนินงานดังนี้ ชนิ้ งานแลว้ กใ็ หน้ กั เรยี นจดั กลมุ่ กำ� หนดชน้ิ งานของกลมุ่ ขนึ้
ขั้นน�ำเข้าสู่บทเรียน โดยการให้นักเรียน และใหช้ ว่ ยกนั คดิ วา่ ตอ้ งการใชว้ สั ดอุ ะไรบา้ ง จำ� นวนเทา่ ใด
หาและดูวัสดุไร้ค่าในท้องถ่ินของนักเรียนหรือบริเวณ ก�ำหนดวัสดุ เครื่องมือ เครื่องใช้ แรงงานท่ีต้องการใช้
โรงเรียน สนทนาถึงการน�ำไปประกอบเป็นส่วนต่างๆ ในแต่ละขั้นตอนย่อย และก�ำหนดระยะเวลาที่ท�ำงาน
ของร่างกายของมด ของแตล่ ะข้ันตอนกนั เอง กอ่ นเขา้ เรียนรายวิชาเพมิ่ เติมน้ี
ข้ันสอน ให้ศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญา นักเรียนทุกคนจะต้องผ่านการฝึกพื้นฐานการใช้เครื่องมือ
ท้องถ่ิน ใบความรู้ และตัวอย่าง ในขั้นตอนน้ีนักเรียน เคร่ืองใช้ส�ำหรับงานประดิษฐ์แล้ว จึงไม่ใช่เร่ืองยาก
จะบอกได้ถึงวัสดุที่ต้องน�ำมาใช้ ซ่ึงได้แก่ เมล็ดพืชแห้ง ทน่ี ักเรยี นจะกำ� หนดวสั ดุ ของใช้ เครอื่ งมือ หรอื ขั้นตอน
มะกลำ�่ ตาหนู ถวั่ แดงขนาดตา่ งๆ มะคา่ โมง หมากหนามแทง่ การท�ำงาน และตกลงแบ่งงานกันท�ำตามความสามารถ
ตอไม้ ขอนไม้ ฯลฯ นอกจากน้ียังมีส่วนประกอบอ่ืน และความถนัดกันเอง
ท่ีเป็นวัสดุเสริม เช่น ลวด เอ็น พลาสติก เชือก กาว สี ข้ันปฏิบัติ เป็นเร่ืองไม่ยากส�ำหรับนักเรียน
และที่ส�ำคัญมากคือน�้ำยาฆ่าเชื้อราท่ีจ�ำเป็นต้องใช้ เพราะชิ้นงานท้าทายความสามารถของผู้เรียนว่า
กับวัสดุไร้ค่าที่เก็บมาจากท้องถิ่นก่อนน�ำมาประกอบ จะสร้างมดในท่าใด ลักษณะใด ให้สวยเก๋แปลกตา
เป็นช้นิ งาน ท่าชวนให้ผู้ชมยิ้มได้โดยไม่ตั้งใจ แต่งานต้องเป็นไปตาม
แผนและขั้นตอน
ขั้นประเมินผล ประเมินทั้งในช่วงขั้นตอน
การปฏิบัติงานในด้านความรู้ ความเข้าใจ ความร่วมมือ
ความรับผิดชอบ การใช้เวลา การใช้วัสดุ การคิดราคา
ต้นทุน-ราคาจำ� หน่าย
ขน้ั จดั แสดงผลงาน มวี ตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ นำ� เสนอ
สนิ คา้ ใหเ้ ปน็ ท่ีรจู้ ัก รวมถึงการจำ� หนา่ ย ซง่ึ เป็นเป้าหมาย
สำ� คญั ของโครงการนท้ี จี่ ะใหน้ กั เรยี นมรี ายไดร้ ะหวา่ งเรยี น
และสร้างประสบการณ์การประกอบอาชีพในอนาคตดว้ ย
ในข้ันตอนนี้นักเรียนจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้า
จึงต้องเรียนรู้วิธีสร้างความประทับใจด้วยความซื่อสัตย์
ตรงต่อเวลา รับฟังความคิดเห็น รักษาผลประโยชน์
ของลูกค้า ทั้งหมดนี้ต้องเก็บเป็นข้อมูลและประเมินผล
เพอื่ น�ำไปปรับปรงุ งานต่อไป

การสอนงานอาชพี ส่คู วามเป็นเลศิ 31
นกั ธรุ กิจนอ้ ยมีคุณธรรม น�ำส่เู ศรษฐกิจสร้างสรรค์

ผลทเ่ี กิดแกผ่ ู้เรียน การประดิษฐต์ ุ๊กตามดจ๋า...อารมณ์ดี มีดังน้ี
ดา้ นคุณธรรม

ผู้เรียนรู้จักช่วยตนเองให้มีรายได้ เป็นการแบ่งเบาภาระของ
ครอบครัว สามารถใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัวและถูกท้ิงอย่างไร้คุณค่า
ใหเ้ กิดประโยชน์ มคี วามอดทน ม่งุ ม่ัน ขยัน ร่วมมอื ร่วมใจกนั ท�ำงานให้เกดิ ผลดี
ซื่อสัตย์ ซื่อตรงต่อลกู คา้ ใช้เวลาใหเ้ ปน็ ประโยชน์

ด้านความรู้

1. รู้ขัน้ ตอนประกอบวัสดตุ า่ งๆ เป็นตัวมด
2. รู้จักชื่อวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบเป็นตัวมดและใช้อุปกรณ์
ไดถ้ กู ตอ้ งกบั งานและดว้ ยความระมดั ระวงั
3. รู้จักใช้ความรู้ทางศิลปะมาจัดท่าทางของมดให้ส่ือถึงอารมณ์
เหมือนภาพยนตรก์ าร์ตูนได้อยา่ งเหมาะสม
4. สามารถคิดค�ำนวณวัสดุอุปกรณ์ ค่าใช้จ่าย และราคาขาย
ของช้ินงานได้
5. สามารถนำ� เสนอผลงานและจัดจำ� หน่ายได้

ด้านทักษะทางปัญญา

1. รู้คุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกท้ิงเสมือนส่ิงไร้ค่าและ
เกดิ แนวคิดในการน�ำสิ่งดอ้ ยคา่ อน่ื ๆ มาสร้างผลงานเพ่มิ คณุ คา่ ขึ้น
2. รู้จักสังเกตท่าธรรมชาติของสิ่งท่ีก�ำลังศึกษาเพื่อเป็นข้อมูลในการ
สรา้ งงาน
3. สามารถใช้มุมมองด้านศิลปะมาเสริมให้ผลผลิตมีความหมาย
และคณุ ค่า

ดา้ นความสัมพันธแ์ ละความรับผดิ ชอบ

1. มคี วามรว่ มมือรว่ มใจในการทำ� งานและแบง่ งานกนั ทำ� ตามความถนัด
2. รับฟงั ความเหน็ ซ่ึงกันและกนั ชว่ ยกนั คดิ สรา้ งสรรค์ และปรบั ปรุง
3. มีความซือ่ สตั ย์ ซอ่ื ตรง ตอ่ เพื่อนร่วมงานและลูกคา้
4. มีความรับผิดชอบในการทำ� งาน การรับ-สง่ งาน หรือในผลงานท่ีจำ� หนา่ ย

ด้านทักษะการคิดวเิ คราะห์และการน�ำไปใช้

1. ระบุรายการและจำ� นวนวัสดอุ ุปกรณ์ในการทำ� งานแตล่ ะครง้ั ได้
2. วางแผนแสดงขั้นตอนการนำ� เสนอผลงานตามสภาพแวดลอ้ มและความจ�ำเปน็ ได้
3. รบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของลกู คา้ อยู่เสมอเพือ่ ปรับปรุง
4. หมนั่ หาความรเู้ พมิ่ เตมิ จากภาพยนตร/์ หนงั สอื การต์ นู เพอ่ื เพม่ิ ความสามารถในการพฒั นางานใหม้ ากขน้ึ

32 การสอนงานอาชพี สู่ความเปน็ เลศิ
นกั ธรุ กิจนอ้ ยมีคณุ ธรรม น�ำสเู่ ศรษฐกจิ สร้างสรรค์

ตวั อยา่ งประโยชนข์ องการเรยี นรตู้ กุ๊ ตามดจา๋ ... น้ีเป็นหลักฐานว่านักเรียนโรงเรียนศิริราษฎร์
อารมณด์ ี ตามความเหน็ ของ ด.ญ.ศริ ิวรรณ วงษ์โพนทอง วทิ ยาคาร ทำ� ได้จรงิ
“การที่หนูได้มาท�ำตุ๊กตามดจ๋า...อารมณ์ดี จากการพัฒนาผลงานอย่างจริงจัง มุ่งมั่น
ท�ำให้หนูเปลี่ยนจากคนที่ใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือย สม่�ำเสมอของวิทยากรและครูผู้สอน พร้อมด้วย
ไม่รู้จักคุณค่าของเงิน กลับมาเป็นคนท่ีรู้จักอดออม การสนับสนุนจากผู้บริหารโรงเรียน ส�ำนักงานเขตพื้นที่
อดทน ซื่อสัตย์ มีสมาธิ เป็นคนอารมณ์ดี และรู้จัก การศึกษา และส�ำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา
นำ� เศษวสั ดเุ หลอื ใชม้ าประดษิ ฐเ์ ปน็ ตกุ๊ ตามด เพอ่ื หารายได้ สพฐ. ซ่ึงได้สนับสนุนองค์ความรู้ และมีเวทีให้กับครู
ให้กับตัวเองและครอบครัว โดยตุ๊กตามดจ๋า...อารมณ์ดี และนักเรียนอย่างสม�่ำเสมอ ท�ำให้ผลงานของ
ท�ำให้เราอารมณ์ดีตรงท่ีว่ามันน่ารักตลก ใครๆ เห็นแล้ว อาจารย์น่มิ นวล ศิรพิ ันธ์ุ ได้รับ “รางวลั ทรงคณุ คา่ สพฐ.
ก็ต้องหัวเราะ อมยิ้ม ใครท่ีเหงาๆ เศร้าๆ ถ้าได้มา Obec Awards” สำ� หรบั ครผู สู้ อนยอดเยยี่ มชน้ั มธั ยมศกึ ษา
เห็นตุ๊กตามดจ๋า...อารมณ์ดีน้ีแล้วต่างก็ต้องอมย้ิม ตอนต้น กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี
ข้ึนมาทันที ท�ำให้หนูรู้สึกภูมิใจและดีใจท่ีท�ำให้ ด้านบริหารจัดการ ประจ�ำปี 2556 และโรงเรียนได้รับ
คนย้ิมออกได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้เศษวัสดุเหลือใช้ การคัดเลือกให้เป็นศูนย์แกนน�ำขยายเครือข่ายโครงการ
และจินตนาการของหนู ก็ท�ำให้หนูมีก�ำลังใจข้ึนมาทันที นักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม น�ำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของ
แล้วก็อยากท�ำต่อไปเร่ือยๆ แถมยังเป็นรายได้ให้กับหนู สำ� นักพฒั นานวตั กรรมการจดั การศึกษา สพฐ. อกี ดว้ ย
และครอบครวั ของหนูอกี ดว้ ยคะ่ ”

การสอนงานอาชีพสู่ความเป็นเลศิ 33
นักธุรกจิ นอ้ ยมีคณุ ธรรม น�ำสเู่ ศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์

สบื สาน…วฒั นธรรมบา้ นเชยี งแหล่งมรดกโลก

เฉพาะตวั คอื เปน็ ภาชนะดนิ เผาสดี ำ� ตกแตง่ ดว้ ยลายขดู ขดี
เป็นเส้นคดโค้ง และภาชนะดินเผาเขียนลายเส้นสีแดง
บนพนื้ สนี วล นน้ั ทำ� ใหผ้ คู้ นทสี่ นใจทางดา้ นศลิ ปวฒั นธรรม
รับรู้ได้ทันทีว่าคือลักษณะของภาชนะเคร่ืองปั้นดินเผา
บา้ นเชียง แหล่งมรดกโลกอันเล่อื งชือ่ ของไทย ซึง่ ต้งั อยทู่ ่ี
ต�ำบลบา้ นเชียง อำ� เภอหนองหาน จังหวดั อดุ รธานี

ความทะมัดทะแมงของเด็กนักเรียนตัวเล็กๆ โรงเรียนบ้านค�ำอ้อ เป็นโรงเรียนเล็กๆ ท่ีต้ัง
ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นคำ� ออ้ สงั กดั สำ� นกั งาน อยู่ไม่ไกลจากแหล่งมรดกโลกบ้านเชียง เปิดสอนต้ังแต่
เขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาอดุ รธานี เขต 3 ทก่ี ำ� ลัง ชัน้ อนุบาลถงึ ประถมศึกษาปที ่ี 6 เมอื่ ปกี ารศกึ ษา 2556
ปั้นภาชนะดินเผาอย่างคล่องแคล่ว ทั้งแบบปั้นด้วยมือ ท่ีผ่านมามีนักเรียนเพียง 68 คน มีผู้บริหารสถานศึกษา
และแบบใชเ้ ครอ่ื งมือ (แป้นหมนุ ) และบางคนก�ำลงั ตัง้ อก คือ นางสาววัชรนิ ทร์ พรอ้ มใจ และครู 5 คน สอนนักเรยี น
ตั้งใจวาดลวดลายลงบนพื้นผิวภาชนะน้ันเรียกร้อง ในทุกระดับช้ัน เมื่อถามผู้บริหารสถานศึกษาและ
ความสนใจจากผู้คนให้ล้อมวงมามุงดูกันอย่างหนาแน่น อาจารย์อมรรัตน์ โคตรน้�ำเนาว์ ผู้รับผิดชอบ ว่ามี
ภายในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติทุกคร้ัง แรงบันดาลใจอะไรจงึ ได้จดั การเรยี นการสอนการปน้ั หม้อ
ท่ีโรงเรียนมีโอกาสเข้ามาน�ำเสนอผลงานในงานดังกล่าว
ผลงานท่ีท�ำส�ำเร็จแล้วถูกน�ำมาจัดวางเรียงรายช้ินเล็ก
ถึงช้ินใหญ่ไว้ภายในบูธรอลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมและ
ซื้อติดมือกลับบ้าน หลากหลายลวดลายอันมีเอกลักษณ์

34 การสอนงานอาชีพส่คู วามเปน็ เลิศ
นกั ธุรกจิ นอ้ ยมคี ณุ ธรรม น�ำสู่เศรษฐกจิ สร้างสรรค์

แกะลาย และเขียนลายหม้อให้นักเรียน และท�ำอย่างไร จากการค้นคว้าทางโบราณคดีพบว่า ภาชนะ
นักเรียนจึงสามารถท�ำได้เก่งเกินวัยขนาดนี้ ได้ค�ำตอบว่า ดนิ เผาสดี ำ� ตกแตง่ ดว้ ยลายขดู ขดี อยใู่ นสมยั ตน้ ของบา้ นเชยี ง
หลักการส�ำคัญคือต้องการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น มอี ายรุ าว 5,600-3,000 ปมี าแลว้ ภาชนะดนิ เผาเขยี นลาย
ส่งเสริมงานอาชีพและสร้างรายได้ให้กับนักเรียน บนพื้นสีขาวนวล การเขียนลายสีแดงบนพ้ืนแดง
ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาการศึกษาอย่างย่ังยืน พร้อมเล่า และภาชนะดินเผาทาด้วยน้�ำดินสีแดงแล้วขีด จะอยู่
ทม่ี าของภาชนะดนิ เผาดงั กลา่ ววา่ ภาชนะดนิ เผาลกั ษณะนี้ ในช่วงสมัยปลายของวัฒนธรรมบ้านเชียงอายุราว
ถูกขุดพบที่แหล่งมรดกโลกบ้านเชียง มีพ้ืนที่ครอบคลุม 2,300-1,800 ปีมาแลว้
ประมาณ 400 ไร่ เปน็ พน้ื ทท่ี มี่ นษุ ยโ์ บราณเคยอยหู่ นาแนน่
นับเป็นแหล่งทรัพย์สินทางวัฒนธรรมส�ำคัญของ
ประเทศไทยแห่งหนึ่ง โบราณวัตถุและหลักฐานทาง
โบราณคดีประเภทต่างๆ ที่ขุดพบยืนยันถึงสังคมและ
วัฒนธรรมในยุคน้ันที่มีการพัฒนาท้ังด้านเศรษฐกิจ
วิทยาการและศิลปะอย่างแท้จริง มีอายุย้อนหลังไป
ประมาณ 4,300-กว่า 5,000 ปี อายุสมัยของบ้านเชียง
มีการถกเถียงกันอยู่ยังไม่ยุติ องค์การยูเนสโก
แห่งสหประชาชาติได้ยอมรับข้ึนบัญชีแหล่งวัฒนธรรม
บ้านเชียงไว้เป็นแห่งหน่ึงในบรรดามรดกโลกเมื่อ
ปี พ.ศ. 2535 ดว้ ยคณุ คา่ และความโดดเดน่ ตามหลกั เกณฑ์
มาตรฐานข้อท่ี 3 คือ “เป็นส่ิงท่ียืนยันถึงหลักฐานของ
วัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน
หรือว่าทส่ี าบสูญไปแล้ว”
ภาชนะดินเผาที่ขุดพบบริเวณแหล่งมรดกโลก
บา้ นเชยี ง กลา่ วกนั ว่าเปน็ การผลติ ภาชนะดนิ เผาดว้ ยฝมี อื
ระดับสูง แสดงให้เห็นถึงความเจริญด้านเทคโนโลยีและ
วัฒนธรรมของบ้านเชียงเอง โดยมิได้รับอิทธิพลจาก
ชาตอิ ืน่ ๆ การที่โรงเรียนตั้งอยู่ในพ้ืนที่วัฒนธรรมเก่าแก่
ภาชนะเคร่ืองปั้นดินเผาเหล่านี้ราษฎรชาว จงึ เปน็ หนา้ ทแ่ี ละความภาคภมู ใิ จทเ่ี ราตอ้ งรกั ษา และสบื ทอด
บ้านเชียงบางคนให้ความสนใจมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 ภมู ปิ ญั ญา วฒั นธรรมดงั กลา่ วไวใ้ หย้ งั่ ยนื สบื ไป เดมิ ชาวบา้ น
เน่ืองจากมักพบเสมอเวลาขุดดินในหมู่บ้านจึงเก็บ ท�ำเครื่องปั้นดินเผาเพ่ือใช้ในครัวเรือนเท่านั้น เมื่อ
รวบรวมไว้ ต่อมากรมศิลปากรสนใจเข้ามาส�ำรวจและ มีการขุดพบวัตถุโบราณบ้านเชียง หม้อลายเขียนสี
สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์รวบรวมเป็นความรู้ไว้ให้คนรุ่นหลัง ได้มีชาวบ้านกลุ่มหน่ึงน�ำมาท�ำในเชิงการค้า โดยปั้นหม้อ
ได้ศึกษาถงึ ปจั จบุ ัน ให้ชาวบ้านปูลูเขียนลาย และชาวบ้านเชียงได้น�ำไปขาย

การสอนงานอาชพี สู่ความเป็นเลศิ 35
นักธุรกจิ นอ้ ยมคี ณุ ธรรม น�ำสเู่ ศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์

เป็นของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยวที่มาชมพิพิธภัณฑ์ • เร่ิมต้นด้วยการจัดกิจกรรมการสร้างและ
สถานแห่งชาติบ้านเชียง เป็นการสร้างรายได้ ชุมชน ปลูกจิตส�ำนึกให้นักเรียนเห็นความส�ำคัญและคุณค่า
จึงเป็นแหล่งผลิตหม้อ ชาวบ้านเชียงน�ำไปจ�ำหน่าย ของภูมิปัญญาท้องถ่ิน ให้เกิดความรัก หวงแหนและ
จนมีช่ือเสียงเป็นที่รู้จักกันดีเกิดเป็นค�ำพูดติดหูว่า ร่วมอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถ่ินของตนให้สืบทอดตลอดไป
“บ้านค�ำอ้อปั้นหม้อ บ้านปูลูเขียนลาย บ้านเชียงขาย” กิจกรรมนี้จัดให้นักเรียนเข้าศึกษาท่ีสถานประกอบการ
จึงจุดประกายให้เกิดความคิดที่จะน�ำมาจัดการเรียน ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน โดยจัดนักเรียน
การสอน โรงเรียนเห็นว่าอาชีพการปั้นหม้อจะส่งเสริม เป็นกลุ่มตามช้ันเรียนและหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมท่ีจัด
งานอาชีพและสร้างรายได้ให้กับนักเรียนและเกิดการ สอนให้ คือ กลุ่มที่เรียนการปั้นหม้อด้วยมือ กลุ่มที่เรียน
พฒั นาทย่ี งั่ ยนื อกี ทงั้ จะเปน็ การอนรุ กั ษภ์ มู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ การปั้นหม้อด้วยเครื่อง (แป้นหมุน) และกลุ่มที่เรียน
ให้สืบทอดตลอดไป จึงได้ร่วมกันส�ำรวจสภาพปัจจุบัน การเขยี นลายหมอ้ โดยฝกึ ปฏบิ ตั จิ รงิ จากประสบการณต์ รง
ปัญหา ความต้องการและส�ำรวจภูมิปัญญาในท้องถิ่น จากการให้ความรู้โดยวิทยากรในท้องถ่ิน ให้นักเรียนได้
ไดข้ อ้ สรปุ วา่ มคี วามตอ้ งการทจ่ี ะนำ� การปน้ั หมอ้ และเขยี น เห็นตัวอย่างผลงานท่ีท�ำส�ำเร็จ การส่งหม้อไปจ�ำหน่าย
ลายหม้อมาจัดการเรียนการสอน โรงเรียนจึงก�ำหนด เป็นสินค้าท่ีระลึกให้นักท่องเท่ียว สร้างรายได้ให้กับผู้ท่ี
เปน็ รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ในกลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี ท�ำอาชีพการปั้นหม้อและเขียนลายหม้อ นักเรียนน�ำส่ิง
และเทคโนโลยี คอื รหัสวิชา ง14201 การปนั้ หม้อด้วยมือ ท่ีได้เห็นมาร่วมกันคิดว่าจะสร้างงานให้เกิดเป็นอาชีพ
รหัสวิชา ง15201 การปั้นหม้อด้วยเคร่ือง (แป้นหมุน) กับนักเรียนได้อย่างไร สร้างงานแล้วนักเรียนได้อะไร
และรหัสวิชา ง16201 การเขียนลายหม้อ จัดการเรียน มปี ระโยชนอ์ ยา่ งไรบา้ ง สมควรอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถ่ิน
การสอนในระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 4-6 ส่วนระดับ ไว้หรือไม่ ถ้ารักษาไว้จะมีวิธีการอย่างไร นักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 จัดให้เรียนในลักษณะเป็น ฝึกการคิดวิเคราะห์ แล้วร่วมกันสรุปข้อคิดเห็นว่า
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซึ่งมีชมรมการปั้นหม้อและชมรม จะสร้างงานอาชีพต้องฝึกปฏิบัติการปั้นหม้อและ
การเขยี นลายหมอ้ สปั ดาหล์ ะ 1 ช่วั โมง การเรียนเนื้อหา เขียนลายหม้อให้เกิดความช�ำนาญ และสามารถ
ครูประจ�ำสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี น�ำไปจ�ำหน่ายได้จะได้มีรายได้ในระหว่างเรียน จะต้อง
เป็นผู้ให้ความรู้ การฝึกปฏิบัติทางโรงเรียนได้เชิญ สร้างจิตส�ำนึกให้เกิดความรู้สึกรักและหวงแหน
วิทยากรทอ้ งถิ่นจำ� นวน 3 คน มาให้ความรแู้ ละฝกึ ปฏบิ ตั ิ ในภูมิปัญญาท้องถ่ินของตน และต้องอนุรักษ์ให้สืบทอด
ทั้งในโรงเรียน ที่สถานประกอบการ และแหล่งเรียนรู้ ตลอดไป
ในชุมชน และพัฒนาเป็นโครงงานอาชีพ การจดั กจิ กรรม
การเรียนการสอน บุคลากรทกุ คนไดร้ ว่ มกันคิดร่วมกนั ทำ�
ท�ำให้การด�ำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนการปั้นหม้อ
และเขียนลายหม้อประสบความส�ำเร็จ โดยใช้เทคนิค
การจดั การเรียนการสอนดังนี้

36 การสอนงานอาชีพสคู่ วามเปน็ เลิศ
นักธรุ กจิ นอ้ ยมคี ุณธรรม นำ� สเู่ ศรษฐกจิ สร้างสรรค์

วิทยากรท้องถิ่นท่ีโรงเรียนเชิญมาให้ความรู้ ในการจัดท�ำกิจกรรม ฝึกปฏิบัติจริงน้ัน
เรอื่ งการป้นั หม้อมี 3 ทา่ น ไดแ้ ก่ ต้องฝึกเขียนลายลงบนหม้อที่เผาแล้วด้วยดินสอ
นางวงเดือน ชมพู ให้ความรู้ด้านการปั้นหม้อ ร่างเป็นเส้นไว้ โดยแบ่งพ้ืนท่ีบนหม้อเป็น 3 ส่วน
ด้วยมือแบบโบราณ แก่นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา จากการประมาณด้วยสายตา เม่ือร่างเส้นครบตามลาย
ปีที่ 4 เริ่มต้ังแต่เตรียมดินปั้น คือ น�ำดินเหนียว ท่ีออกแบบแล้ว ใช้พู่กันขนาดที่เหมาะสมกับขนาด
ท่ีหมักน้�ำไว้ 1 คืน มาผสมกับเช้ือดินหรือทราย ของหม้อ (เช่น หม้อใบเล็กใช้พู่กันเบอร์ 8, 9 หรือ 10)
ใช้เท้าเหยียบให้ส่วนผสมท้ังหมดเข้ากันดี และเก็บ ตัดแต่งปลายพู่กันตามต้องการ แล้วใช้เขียนทับลาย
อินทรียวัตถุที่เจือปนอยู่ออกให้หมด เพ่ือให้ดิน ที่ร่างไว้ จบการเขยี นลายด้วยการตกแต่งหมอ้ ใหส้ วยงาม
มีสภาพพร้อมที่จะน�ำมาปั้น การขึ้นรูปหม้อ การตกแต่ง ยงิ่ ข้ึนโดยเคลือบด้วยแลคเกอรใ์ หข้ น้ึ มันวาว
ตวั หม้อ ปากหมอ้ และกน้ หม้อ ซง่ึ ล้วนเป็นวิธกี ารอนรุ ักษ์ ส�ำหรับนกั เรียนระดับช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 1-3
การปั้นแบบด้ังเดิมของชุมชนท้ังส้ิน แล้วให้นักเรียน ให้เข้ารว่ มกิจกรรมในรปู ของกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน ชือ่ วา่
ร่วมกันสรุปขัน้ ตอนการปน้ั หม้อด้วยมอื ชมรมการปน้ั หมอ้ และชมรมการเขยี นลายหมอ้ ทกุ วนั ศกุ ร์
นางรัตน์ดา พลสิมมา เป็นวิทยากรคนท่ี 2 โรงเรียนได้จัดให้รุ่นพ่ีท่ีมีความสามารถในการปั้นหม้อ
ใหค้ วามรกู้ ารปน้ั หมอ้ ดว้ ยเครอ่ื ง (แปน้ หมนุ ) หลายรปู ทรง และเขียนลายหม้อช่วยสอนน้องด้วยการฝึกปฏิบัติ
แกน่ กั เรยี นระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 นกั เรยี นไดร้ ว่ มกนั จริง สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง แต่ไม่เพียงพอจะให้นักเรียน
คิดวิธกี ารใช้เคร่ืองมืออย่างปลอดภยั รวมท้ังรูจ้ กั การเกบ็ มีความสามารถถึงระดับปั้นหม้อและเขียนลายหม้อ
รกั ษาวสั ดุอปุ กรณ์ทใ่ี ชใ้ นการปน้ั รปู แบบการจดั กจิ กรรม ให้เกิดความช�ำนาญได้ จึงให้นักเรียนไปฝึกปฏิบัติ
คือ นักเรียนแบ่งกลุ่มการออกแบบหม้อรูปทรงต่างๆ กับวิทยากรท้องถิ่นท่ีสถานประกอบการในช่วงวันหยุด
เป็นภาพวาดลงบนกระดาษและบอกชื่อรูปทรงหม้อ เสาร์และอาทิตย์ ซึ่งจะท�ำให้นักเรียนได้ฝึกกระท�ำซ�้ำๆ
ที่นักเรียนออกแบบด้วย แล้วร่วมกันสรุปขั้นตอน และเกิดความช�ำนาญ เมื่อนักเรียนสามารถสร้างผลงาน
การป้ันหมอ้ ดว้ ยเครือ่ ง ได้แล้ว ก็ฝึกให้น�ำผลงานมาคิดต้นทุน ซึ่งเป็นค่าวัสดุ
วิทยากรคนที่ 3 ชื่อนางวรินรัตน์ ประวัติ ค่าแรง ค่าเสียเวลาและประมาณราคา โดยคิดก�ำไร
สอนการเขียนลวดลายหม้อแบบด้ังเดิมของบ้านเชียง พอเหมาะ น�ำมาซึ่งรายได้ระหว่างเรียนของนักเรียน
แก่นักเรียนระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ซ่งึ ประกอบด้วย และเกิดความภาคภูมิใจอาชีพในท้องถิ่นของตนเอง และ
ลายก้นหอย ลายตะขอ ลายเรขาคณิต เมื่อดูการสาธิต นำ� ออกจำ� หนา่ ยในงานชมุ ชน อำ� เภอ จงั หวดั และกจิ กรรม
เขียนลายหม้อครบทุกลายแล้ว ให้นักเรียนร่วมกันบอกสี ของ สพฐ.
ทจี่ ะใชใ้ นการเขยี นลาย อปุ กรณท์ ใ่ี ชเ้ ขยี นลาย การเตรยี มสี การด�ำเนินการจัดกิจกรรมทั้ง 3 กิจกรรม
เพ่ือเขียนลาย และออกแบบลายหม้อ โดยฝึกเขียนลาย บคุ ลากรของโรงเรยี นไดร้ ว่ มแลกเปลยี่ นเรยี นรกู้ บั นกั เรยี น
บนกระดาษ ตงั้ ชอ่ื ลายทอี่ อกแบบ และรว่ มกนั สรปุ ขนั้ ตอน และวทิ ยากรทอ้ งถิน่
การเขียนลายหม้อ

การสอนงานอาชพี สคู่ วามเป็นเลศิ 37
นกั ธุรกจิ น้อยมคี ณุ ธรรม นำ� สูเ่ ศรษฐกจิ สร้างสรรค์

ข้ันตอนการปน้ั หมอ้ การแกะลายหมอ้ และการเขยี นลายหม้อ
ข้นั ตอนการปน้ั หมอ้

1. เปิดแปน้ หมนุ วางดนิ บนแป้นหมนุ ออกแรง
ใชม้ อื กดดินให้ติดบนแปน้ ใหแ้ น่นและนง่ิ

2. ใช้นิ้วหัวแม่มือเจาะรูตรงกลางดินท่ีติด
บนแป้นให้เป็นรูขณะแป้นก�ำลังหมุนขึ้นรูปผลงาน
ใชน้ ้วิ มอื กด ดึงดนิ ขนึ้ เพอื่ ใหด้ ินยดื ตัวสูงขึ้น
3. ท�ำตัวภาชนะและปากภาชนะ ใช้นิ้วกลาง
น้ิวนาง น้ิวก้อยสอดเข้าไปกดดันข้างใน ใช้นิ้วหัวแม่มือ
และน้ิวชี้กดด้านนอกของภาชนะ ดันออกมาให้เป็น
รูปทรงหม้อตามที่ต้องการ เปลี่ยนใช้นิ้วหัวแม่มือดัน
ด้านใน น้ิวชี้ นิ้วกลาง น้ิวนาง น้ิวก้อย ประคองดิน
ด้านนอก ท�ำปากภาชนะ

38 การสอนงานอาชีพสู่ความเป็นเลิศ
นกั ธรุ กจิ นอ้ ยมีคุณธรรม นำ� ส่เู ศรษฐกิจสร้างสรรค์

4. ท�ำปากภาชนะ โดยใช้มือจับปากหม้อ ใช้นิ้วช้ีกรีดที่คอภาชนะ และ
ใช้น้ิวหัวแม่มือกับน้วิ ชีจ้ บั ปากใหต้ รง และดันออกมาให้เป็นรูปทรงตามท่ตี อ้ งการ

5. ขั้นตอนสุดท้าย ท�ำก้นภาชนะ ใช้นิ้วชี้กรีดหรือใช้ไม้ขีดส่วนก้นให้เป็น
รูปทรง
6. เมอ่ื ทำ� ก้นภาชนะเสร็จแล้ว ใช้เสน้ ด้ายหรือ
เส้นเอ็นตดั กน้ ภาชนะ ยกออกจากแป้นหมุนน�ำไปผ่ึง

7. ผึ่งให้แห้งแล้วน�ำไปเผา เม่ือเผาสุกแล้ว
น�ำไปเขยี นลาย

การสอนงานอาชพี สู่ความเป็นเลิศ 39
นักธุรกิจน้อยมคี ุณธรรม น�ำสู่เศรษฐกจิ สร้างสรรค์

ขัน้ ตอนการแกะลายหม้อ

1. น�ำหม้อท่ีปั้นเสร็จแล้วไปผึ่งในร่ม
อย่าให้โดนแดดพอหมาด น�ำไปแกะลายหม้อ ผึ่งให้แห้ง
แล้วนำ� ไปเผา

2. น�ำไปลงสีน�้ำมันสีด�ำ ผ่ึงให้แห้งแล้วลง
ดินสอพอง
3. พอดินสอพองแห้งแล้วใช้ผ้าชุบน้�ำบิดให้หมาด เช็ดดินสอพองท่ีอยู่นอก
รอยแกะออกให้สะอาด จะไดผ้ ลิตภัณฑห์ ม้อดำ�

40 การสอนงานอาชพี สู่ความเปน็ เลศิ
นักธุรกจิ นอ้ ยมคี ณุ ธรรม น�ำสเู่ ศรษฐกจิ สร้างสรรค์

ขั้นตอนการเขยี นลายหม้อ

1. ใชส้ ฝี นุ่ สแี ดง สเี หลอื ง กาวผสมนำ�้ ใชพ้ กู่ นั รา่ งลายเสน้ คอหมอ้ และกน้ หมอ้

2. ใชพ้ กู่ นั แบง่ หมอ้ เป็นสามส่วน ร่างลายหม้อ
เขยี นลายลงในสว่ นทแี่ บง่ ไวส้ ามสว่ น โดยอนรุ กั ษล์ ายหมอ้
บา้ นเชียง

3. หม้อทเ่ี ขียนลายสำ� เรจ็ แลว้

4.ทาดว้ ยแลกเกอรใ์ หข้ น้ึ มนั สวยงามไดผ้ ลติ ภณั ฑ์
หม้อลายเขยี นสี

การสอนงานอาชพี สู่ความเป็นเลิศ 41
นกั ธุรกจิ น้อยมคี ุณธรรม นำ� ส่เู ศรษฐกจิ สร้างสรรค์

1. 2. 3.

4. 5. 6.

จากภาชนะดินเผาแบบดั้งเดิม ครูและนักเรียนได้ช่วยกันคิดต่อยอด
ผลติ ภณั ฑ์ใหท้ นั สมัยใช้งานไดห้ ลากหลายรูปแบบข้นึ เช่น
1. ผลิตภณั ฑ์ลายบา้ นเชยี งทรงแกว้ น้ำ�
2. แจกนั วางเทยี นหอม
3. หมอ้ ลายบา้ นเชียงทรงหม้อทอง
4. หมอ้ ลายบา้ นเชยี งทรงต๊กุ ตาคอสน้ั
5. หมอ้ ลายบ้านเชียงทรงกำ� ปัน้
6.-7. แจกัน
7.

42 การสอนงานอาชีพส่คู วามเป็นเลิศ
นักธรุ กิจน้อยมีคุณธรรม น�ำสูเ่ ศรษฐกิจสร้างสรรค์

8. 9. 10.

8. ทป่ี ระดับตกแตง่ ตงั้ โตะ๊
9. โคมไฟเล็ก
10. หม้อดำ� ทรงก�ำป้ัน
11. หม้อดำ� ทรงน�้ำเตา้ คอยาว
12. หม้อด�ำทรงแกว้ น้�ำ

11. 12.

ผลที่เกิดขึน้ จากการจัดการเรียนรู้ • ไ ด ้ รั บ ก า ร คั ด เ ลื อ ก จ า ก ส� ำ นั ก ง า น
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ให้น�ำผลงาน
• โ ค ร ง ง า น อ า ชี พ ก า ร ป ั ้ น ห ม ้ อ แ ล ะ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ ์ นั ก เ รี ย น ไ ป ส า ธิ ต แ ล ะ จ� ำ ห น ่ า ย ใ น ง า น
เขียนลายหม้อระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 4-6 ได้รับ ศลิ ปหตั ถกรรมนักเรยี นระดับชาติตดิ ต่อกันมาหลายปี
รางวัลระดับเหรียญทองในการส่งเข้าประกวดในงาน • ไ ด ้ รั บ ก า ร คั ด เ ลื อ ก จ า ก ส� ำ นั ก ง า น
ศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ให้เข้าร่วมโครงการ
ในปกี ารศกึ ษา 2552 และ 2553 นักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม น�ำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์
• ได้น�ำผลงานและผลิตภัณฑ์นักเรียน เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และได้เข้าร่วมประชุมระดับชาติ
ร่วมจัดนิทรรศการในงานมหกรรมการศึกษาอุดรธานี ว่าด้วยศิลปหัตถกรรมและการศึกษา โครงการ Crafts
ครั้งท่ี 1 ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีร่วมกับ and Education ของสภาหัตถกรรมโลกภูมิภาค
เทศบาลนครอุดรธานี ปี 2553 เอเชยี แปซิฟิค ณ ศูนย์สง่ เสรมิ ศิลปาชพี ระหวา่ งประเทศ
• ได้รับการคัดเลือกจากส�ำนักงานเขตพื้นท่ี อำ� เภอบางไทร จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา เมอ่ื วนั ท่ี 20-21
การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 3 ให้น�ำผลิตภัณฑ์ พฤศจกิ ายน 2553
ผ ล ง า น ข อ ง นั ก เ รี ย น ไ ป ส า ธิ ต แ ล ะ จ� ำ ห น ่ า ย ใ น ง า น
ศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ปีการศึกษา 2550, 2552, 2553 และ 2554


Click to View FlipBook Version