The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เป็นเนื้อหาเรียนในรายวิชาบัญชีบริษัทจำกัด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by raksikan2433, 2022-08-31 08:53:13

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ วิชาการบัญชีบริษัทจำกัด

เป็นเนื้อหาเรียนในรายวิชาบัญชีบริษัทจำกัด

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
E - Book
วิชาการบัญชีบริษัทจำกัด
Accounting for Company Limited

จัดทำโดย

นางสาวรักษ์สิกาล ประสพพรรังสี
นางสาวยุภาวดี คำแพง

ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.)
แผนกวิชาการบัญชี

วิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรี

คำนำ

ปัจจุบันโลกของการศึกษามีการนำเทคโนโลยีเข้ามา และได้มี
การนำเทคโนโลยีนั้นมาปรับใช้เพื่อความทันสมัย และความสะดวก
สบายโดยเราได้ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับความหมาย กฎหมายที่
เกี่ยวกับบริษัทจำกัด การจัดทำบัญชีเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัท
การจำหน่ายหุ้นทุน การริบหุ้น การเพิ่มทุน การลดทุน การ
จัดสรรกำไร โดยตั้งสำรองตามกฎหมายและสำรองอื่น การจัดทำ
งบการเงินของบริษัทจำกัด การเลิกกิจการ และการชำระบัญชี
รวมทั้งการแก้ไขข้อผิดพลาดทางการบัญชี

เพื่อนำมาจัดทำเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) ให้ง่าย
ต่อการค้นคว้าหาข้อมูลได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมการสร้างสรรค์
ในการเรียน การสอน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

หวังว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book)วิชาการบัญชีบริษัท
จำกัดเล่มนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน อาจารย์ผู้สอน ได้ใช้เป็น
แนวทางในการจัดการเรียนรู้ และหากมีข้อเสนอแนะประการใด
พวกเรายินดีน้อมรับไว้ด้วยความขอบคุณยิ่ง

ผู้จัดทำ
นางสาวรักษ์สิกาล ประสพพรรังสี

นางสาวยุภาวดี คำแพง

สารบัญ

เรื่อง

บทที่ 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับบริษัทจำกัด
บทที่ 2 การจำหน่ายหุ้นทุนและการจัดทำทะเบียนผู้ถือหุ้น
บทที่ 3 การจัดทำบัญชีเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทจำกัดและ
บทที่ 4 การบัญชีจำหน่ายหุ้นทุน
บทที่ 5 การริบหุ้น
บทที่ 6 การเพิ่มทุนและการลดทุน
บทที่ 7 การจัดสรรกำไรโดยตั้งสำรองตามกฎหมายและสำรอง
บทที่ 8 การจัดทำงบการเงินของบริษัทจำกัด
บทที่ 9 การแสดงฐานะงบการเงิน
บทที่ 10 งบกำไรขาดทุน
บทที่ 11 งบกระแสเงินสด
บทที่ 12 การแก้ไขข้อผิดพลาดทางบัญชี
บทที่ 13 การจำหน่ายหุ้นกู้ของบริษัทจำกัด (มหาชน)

การเลิกกิจการและชำระบัญชีของบริษัทจำกัด

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับบริษัทจำกัด

แนวคิด

การประกอบธุรกิจในรูปแบบบริษัทจำกัด ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึง
องค์ประกอบที่สำคัญหลายประการ เช่น ลักษณะการดำเนินกิจการ เงิน
ทุน ความรู้ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ เป็นต้น เพื่อให้ธุรกิจนั้น
ประสบผลสำเร็จนำมาซึ่งผลประโยชน์และกำไรสูงสุด บริษัทจำกัด คือ
องค์กรธุรกิจที่ตั้งขึ้นด้วยการแบ่งทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าเท่าๆกัน ผู้ถือหุ้นต่าง
รับผิดชอบจำกัด เพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้นที่ตน
ถือ สำหรับประเทศไทย

บริษัทจำกัดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
(1) บริษัทเอกชนจำกัด ตั้งขึ้นตาม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(2) บริษัทมหาชนจำกัด ตั้งขึ้นตามพระ
ราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
พ.ศ. 2535

ความหมายของบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัด



บริษัทจำกัด (Company Limited) ตามประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1096 ให้ความหมายไว้ดังนี้ “อันว่า
บริษัทจำกัดนั้น คือ บริษัทประเภทซึ่งตั้งขึ้นด้วยการแบ่งทุนเป็น
หุ้นมีมูลค่าเท่าๆ กัน ผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวน
เงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ

บริษัทจำกัด
แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. บริษัทจำกัด หรือเรียกว่า
บริษัทเอกชนจำกัด

(Private Corporations)

2. บริษัทมหาชนจำกัด
(Public Corporations)

ลักษณะของบริษัทจำกัดสรุปได้ดังนี้



1. จัดอยู่ในประเภทบริษัทเอกชน คือ ไม่
สามารถเรียกระดมหุ้นจากประชาชนทั่วไปได้
2. มีเงินทุนจากการจดทะเบียนและแบ่งทุนออก
เป็นหุ้น แต่ละหุ้นมีมูลค่าเท่าๆ กันกฎหมายไทย
กำหนดมูลค่าหุ้นหุ้นหนึ่งไม่ต่ำกว่า 5 บาท
3. ผู้ถือหุ้นรับผิดไม่เกินจำนวนเงินมูลค่าหุ้นที่

ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้นที่ตนถือ



4. คุณสมบัติผู้ถือหุ้นไม่ถือเป็นสาระสำคัญ.คือ
ผู้ถือหุ้นตาย.ล้มละลายหรือเป็นคนไร้ความ
สามารถบริษัทไม่ต้องเลิกกิจการ

5. การจัดตั้งบริษัทต้องปฏิบัติตามที่กฎหมาย
กำหนด โดยมีผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป
6. มีฐานะเป็นนิติบุคคล ตามประมวลกฎหมาย

แพ่งและพาณิชย์



7. จะออกหนังสือชี้ชวนให้ประชาชนซื้อหุ้นไม่ได้
8. จะกู้ยืมเงินโดยการออก “หุ้นกู้” ไม่ได้
9. จะจำหน่ายหุ้นในราคาต่ำกว่ามูลค่าไม่ได้

10. ไม่สามารถซื้อหุ้นของตนเองกลับคืนมาได้
(Treasury Stock)

11. การใช้ชื่อต้องมีคำว่า “บริษัท” นำหน้าชื่อ
และคำว่า “จำกัด” ต่อท้ายเสมอ

การจัดตั้งบริษัทจำกัด



การดำเนินการจัดตั้งบริษัทมี 2 ขั้นตอน คือ
ขั้นตอนที่ 1 การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ
ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
1. ผู้เริ่มก่อการจองชื่อนิติบุคคล
2. เมื่อได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อแล้ว ผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 3 คน
เข้าชื่อทำหนังสือบริคณห์สนธิผู้เริ่มก่อการต้องมีคุณสมบัติดังนี้

ก. เป็นบุคคลธรรมดา จะเป็นนิติบุคคลไม่ได้
ข. มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป
ค. ต้องจองซื้อหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น
3. ผู้เริ่มก่อการยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิต่อนาย
ทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่อนุญาตให้จองชื่อนิติบุคคล

ขั้นตอนที่ 2 การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด
1. ผู้เริ่มก่อการจัดให้มีการจองซื้อหุ้นทั้งหมด
2. เมื่อมีการจองซื้อหุ้นหมดแล้ว ให้ผู้เริ่มก่อการออกหนังสือนัด

ประชุม
ผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นเพื่อประชุมจดตั้งบริษัท ซึ่งการออกหนังสือนัด
ประชุมจะต้องห่างจากวันประชุมอย่างน้อย 7 วัน

3. จัดประชุมผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นเพื่อจัดตั้งบริษัท
4. ผู้เริ่มก่อการมอบหมายกิจการงานทั้งหมดให้แก่คณะกรรมการ
ที่ได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุม
5. คณะกรรมการเรียกเก็บค่าหุ้นจากผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นอย่างน้อย
ร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น
6. เมื่อเก็บค่าหุ้นครบแล้ว ให้กรรมการผู้มีอำนาจจัดทำคำขอจด
ทะเบียนตั้งบริษัทแล้วยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียน

การจัดตั้งบริษัทจำกัด



การจัดตั้งบริษัทภายในวันเดียวกับวันที่
ผู้เริ่มก่อการจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ

กรรมการจะจดทะเบียนหนังสือ
บริคณห์สนธิและจดทะเบียนตั้งบริษัท

ไปพร้อมกันภายในวันเดียวก็ได้

1. จัดให้มีผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นครบตามจำนวนหุ้น
ทั้งหมดที่บริษัทจะจดทะเบียน
2. ประชุมจัดตั้งบริษัทเพื่อพิจารณากิจการต่างๆ
โดยมีผู้เริ่มก่อการและผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นทุกคนเข้าร่วม
ประชุมหรือมอบฉันทะ และให้ความเห็นชอบใน
กิจการที่ได้ประชุมกันนั้น
3. ผู้เริ่มก่อการได้มอบกิจการทั้งปวงให้แก่
กรรมการบริษัท
4. กรรมการเรียกให้ผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นใช้เงินค่าหุ้น
โดยจะเรียกครั้งเดียวเต็มมูลค่าหรือไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 25 ก็ได้ และผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นทุกคนได้ชำระ
เงินค่าหุ้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ลักษณะของบริษัทมหาชนจำกัดสรุปได้ดังนี้




1. มีเงินทุนจดทะเบียน และแบ่งทุนออกเป็นหุ้นตาม

พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด (ปรับปรุง) กำหนดไว้ว่า

“หุ้นของบริษัทแต่ละหุ้นต้องมีมูลค่าเท่ากัน”

2. ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ต้องชำระ

3. ผู้ถือหุ้นสามารถโอนหุ้นให้แก่บุคคลอื่นได้

4. การจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด จะต้องมีผู้เริ่มจัดตั้ง

บริษัทตั้งแต่ 15 คนขึ้นไป

5. มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติบริษัท

มหาชนจำกัด พ.ศ. 2535

6. ต้องเสนอขายหุ้นต่อประชาชน

โดยออกหนังสือชี้ชวนให้ซื้อหุ้น

7. สามารถกู้ยืมเงินโดยการออก

“หุ้นกู้” ได้ ตามมติที่ประชุมของบริษัท

8. จำหน่ายหุ้นในราคาต่ำกว่ามูลค่าได้

ถ้าดำเนินงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

และบริษัทมีผลขาดทุน แต่ต้องได้รับ

ความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น

9. สามารถซื้อหุ้นของตนเองกลับคืนมาได้


10. การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนให้ปฏิบัติตาม

กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

11. การเรียกชื่อบริษัท ต้องมีคำว่า “บริษัท” นำ

หน้า และคำว่า “จำกัด (มหาชน)” ต่อท้ายเสมอ

หรือใช้อักษรย่อนำหน้าชื่อว่า “บมจ.” แทนคำว่า

บริษัทและจำกัด (มหาชน)

ขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด



ขั้นตอนที่ 1 จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ
1. ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาอย่างน้อย 15 คนขึ้น
ไปจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ
2. หนังสือบริคณห์สนธิ ต้องมีรายการดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
3. เอกสารที่ใช้ ได้แก่ แบบ บมจ.101, แบบ บมจ.001, แบบ
บมจ.002, แบบจองชื่อนิติบุคคล, หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

ขั้นตอนที่ 2 การเสนอขายหุ้น
วิธีที่ 1 เสนอขายหุ้นทั้งหมดต่อผู้เริ่มจัดตั้ง
วิธีที่ 2 เสนอขายหุ้นต่อประชาชน

ขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด

ขั้นตอนที่ 3 การนัดผู้จองหุ้นประชุมตั้งบริษัท
1. ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทเรียกประชุมภายใน 2 เดือน นับแต่จอง

ซื้อหุ้นครบจำนวนที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวนและไม่เกิน 6 เดือน
นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ

2. ถ้าไม่สามารถประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 2 เดือน ผู้เริ่มจัดตั้ง
อาจทำหนังสือขยายระยะเวลาต่อนายทะเบียนออกไปได้ไม่น้อย
กว่า 1 เดือนแต่ไม่เกิน 3 เดือน

3. การนัดผู้จองซื้อหุ้นเพื่อประชุมจัดตั้งบริษัท

ขั้นตอนที่ 4 จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
1. ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมอบหมายงานแก่คณะกรรมการที่ได้รับเลือก

ตั้งภายใน.7.วันนับแต่วันประชุมจัดตั้งบริษัท
2. คณะกรรมการเรียกให้ผู้จองหุ้นชำระเงินค่าหุ้นเต็มจำนวน
3. คณะกรรมการยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทภายใน 3 เดือน

นับแต่วันประชุมจัดตั้งบริษัท
4. เอกสารที่ต้องใช้ได้แก่ แบบ บมจ.101 แบบ บมจ.005 แบบ

บมจ.006 ข้อบังคับของบริษัท สำเนารายงานการประชุมตั้งบริษัท
หนังสือของธนาคารแสดงว่าได้รับชำระเงินค่าหุ้นสำเนาหนังสือแจ้งให้
โอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้บริษัท (ถ้ามี) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

การจดทะเบียนแปรสภาพบริษัทเอกชน
เป็นบริษัทมหาชนจำกัด




ขั้นตอนที่ 1 ประชุมคณะ
กรรมการมีมติให้เรียก
ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติ

พิเศษตามประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ให้แปรสภาพเป็นบริษัท

มหาชนจำกัด

ขั้นตอนที่ 2 เรียกและจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมี
มติพิเศษให้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด

*** ออกหนังสือนัดประชุมตามข้อบังคับ
ของบริษัทหรือ ป.พ.พ. ลงพิมพ์โฆษณาใน

หนังสือพิมพ์แห่งท้องที่และส่งทาง
ไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนก่อน

วันประชุมไม่น้อยกว่า14 วัน

การจดทะเบียนแปรสภาพบริษัทเอกชน

เป็นบริษัทมหาชนจำกัด





ขั้นตอนที่ 3 คณะกรรมการชุดเดิมส่ง ขั้นตอนที่ 4 คณะกรรมการชุดใหม่
มอบงานให้คณะกรรมการชุดใหม่ที่ได้รับ ต้องขอจดทะเบียนแปรสภาพต่อ
นายทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัด
เลือกตั้งภายใน 7 วันนับตั้งแต่ ภายใน 14 วัน นับแต่การประชุม
การประชุมเสร็จสิ้น
เสร็จสิ้น





**เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียน ได้แก่
แบบ บมจ.101, แบบ บมจ.001,
แบบ บมจ.002, แบบ บมจ.005,

แบบ บมจ.006, สำเนาหนังสือนัด/รายงาน

การประชุม, ข้อบังคับของบริษัท,
แบบจองชื่อนิติ บุคคลและหนังสือมอบอำนาจ




ค่าธรรมเนียม
1. การจดทะเบียนแปรสภาพบริษัทเอกชนทุกจำนวนเงินไม่เกิน
1,000,000 บาท แห่งจำนวนทุนที่กำหนดไว้ 1,000 บาท
เศษของแสนให้คิดเป็นแสน แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 50,000 บาท
2. การออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ 200 บาท
3. การขอสำเนาหรือขอให้ถ่ายเอกสารพร้อมทั้งคำรับรองหน้าละ 50 บาท
4. การรับรองข้อความในใบทะเบียนเรื่องละ 40 บาท

ทุนของบริษัทจำกัด



ทุนของบริษัทจำกัด หมายถึง ทุนที่จดทะเบียนไว้กับ
กระทรวงพาณิชย์ซึ่งระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ ที่
กำหนดไว้จำนวนเหมาะสมเพียงพอต่อการใช้ดำเนินงาน
ของกิจการ
ทุนของบริษัทจะกำหนดราคาแต่ละหุ้นไว้ เรียกว่า ราคา
ตามมูลค่า (Par Value) ซึ่งบริษัทจำกัดมีมูลค่าหุ้นหุ้น
หนึ่งไม่ต่ำกว่า 5 บาท แต่บริษัทมหาชนจำกัดกฎหมายไม่
ได้กำหนดมูลค่าไว้ เพียงแต่กำหนดว่า “หุ้นของบริษัทแต่ละ
หุ้นต้องมีมูลค่าเท่ากัน” เงินทุนของบริษัทจำกัดจึงได้มา
จากการจำหน่ายหุ้นตามที่จดทะเบียนไว้ เรียกว่า “หุ้นทุน”







ประเภทหุ้นของบริษัทจำกัด



แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
1. หุ้นสามัญ (Common Stock) หมายถึง หลักทรัพย์ที่
แสดงความเป็นเจ้าของบริษัทจำกัด มีสิทธิได้ส่วนแบ่งจาก
ผลกำไรในรูปเงินปันผล และผู้ถือหุ้นสามัญถือเป็นเจ้าของ
บริษัท และมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน 1 เสียงต่อ 1 หุ้น
และมีสิทธิมอบฉันทะให้ผู้อื่นออกเสียงแทนได้ เป็นหุ้นที่เปิด
ให้จองเมื่อเริ่มตั้งบริษัท หรือซื้อหุ้นที่ออกใหม่ ผู้ถือหุ้นไม่มี
สิทธิพิเศษ แต่มีสิทธิดังนี้

ประเภทหุ้นของบริษัทจำกัด
2.หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred
Stock) หมายถึง หุ้นที่มี

ลักษณะเป็นเจ้าของและเจ้าหนี้ ไม่มีสิทธิออกเสียงในที่
ประชุม แต่มีสิทธิเหนือผู้ถือหุ้นสามัญในการรับเงินปันผล
และรับคืนทุนเมื่อเลิกกิจการ ได้แก่
- หุ้นบุริมสิทธิชนิดสะสม-สะสมเงินปันผลในปีถัดไป
- หุ้นบุริมสิทธิชนิดไม่สะสม-ถ้าได้กำไรไม่เพียงพอสามารถ
ยกเลิกเงินปันผลได้
- หุ้นบุริมสิทธิชนิดสะสม-ร่วมรับเงินปันผลกับผู้ถือหุ้น
สามัญได้




***ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจึงมีสิทธิพิเศษเหนือหุ้นสามัญ คือ
1. สิทธิในการรับเงินปันผลที่ประกาศจ่ายก่อนหุ้นสามัญ
2. สิทธิที่จะได้รับเงินคืนทุนก่อนหุ้นสามัญ
เมื่อบริษัทเลิกกิจการ
3. สิทธิในการแปลงสภาพหุ้นบุริมสิทธิ.
(Convertible.Preferred.Stock).ซึ่งจะต้องระบุไว้
ว่าจะแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญในอัตราส่วนเท่าใด
4. สิทธิในการไถ่ถอนหุ้นบุริมสิทธิ (Redeemable
Preferred Stock).ซึ่งจะต้องระบุไว้ในใบหุ้นเป็น
การซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้น เพื่อยกเลิกหุ้นชนิดนี้













หลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจแบบพอเพียง.


เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช

มหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่ชาว

ไทยมาโดยตลอด ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรง

อยู่ได้อย่างมั่นคง และยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ และความเปลี่ยนแปลง

ต่างๆ

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีหลักพิจารณาอยู่ 5 ส่วน ดังนี

การบริหารจัดการที่มีความสมดุล
และพอเพียงของธุรกิจ




1. ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจ

ธรรมชาติใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคโลกาภิวัตน์

โดยการพึ่งตนเองให้มาก,รู้จักเลือกใช้

เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้

การผลิต และการทำงานมีประสิทธิภาพ 2. ต้องรู้จักประมาณในการบริโภค
มากขึ้น ไม่ใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองเกินความ
จำเป็น โดยต้องมีสติในการใช้จ่าย



การลงทุน เพื่อให้เกิดความสมดุลและ

ได้คุณค่าคุ้มกับต้นทุนต่างๆ ที่ต้อง

3. ในการดำเนินชีวิตหรือบริหารงาน เสียไป

ต้องมีสติ รอบคอบและไม่ประมาท

โดยคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น

และวางแผนรองรับความปลอดภัยใน

การรักษา “สภาพคล่อง” ของกิจการ

คือ ไม่ลงทุนมากเกินไป หรือไม่ขยาย

กิจการเกินขนาด 4. ต้องมีการบริหารจัดการที่ดี มี

ความโปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาล

มีความซื่อสัตย์สุจริต มีการพัฒนา

สร้างประสิทธิภาพ เพิ่มความ

แข็งแกร่ง เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันต่อ

ปัญหาที่ อาจเกิดขึ้นได้

แบบประเมินผลการเรียนรู้ที่ 1

สแกนได้เลยค่ะ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

การจำหน่ายหุ้นทุนและการจัดทำทะเบียนผู้ถือหุ้น



แนวคิด

เมื่อผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัท และดำเนินการตามขั้นตอน
เรียบร้อยแล้ว ก็จะเรียกชำระค่าหุ้นตามราคาหุ้นทุนที่ออก
จำหน่ายตามกฎหมาย คือการจำหน่ายหุ้นของบริษัทจำกัด
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1105 สามารถ
จำหน่ายได้ 2 ราคา คือ ราคาตามมูลค่า และราคาสูงกว่ามูลค่า
ส่วนการจำหน่ายหุ้นของบริษัทมหาชนจำกัดตาม
พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด สามารถจำหน่ายได้ 3 ราคา
คือ ราคาตามมูลค่าราคาสูงกว่ามูลค่า และราคาต่ำกว่ามูลค่า

การจำหน่ายหุ้นทุน



เมื่อผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัทจัดให้มีผู้เข้าชื่อซื้อหุ้น
จนครบแล้ว.ผู้เริ่มก่อการเรียกประชุมผู้ซื้อหุ้นเพื่อจัดตั้ง
บริษัทและเลือกคณะกรรมการบริษัท บริษัทจะเรียกค่า
หุ้นครั้งแรกอย่างน้อย25% ของมูลค่าหุ้น เมื่อได้รับ
ชำระค่าหุ้นครบถ้วนแล้วจึงไปขอจดทะเบียนบริษัท
**ราคาหุ้นทุนที่ออกจำหน่ายตามกฎหมาย มีดังนี้

1. การจำหน่ายหุ้นของบริษัทจำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา1105 ห้ามออกหุ้นต่ำกว่ามูลค่าที่ตั้งไว้ จะออกหุ้นสูงกว่ามูลค่าก็ได้
แต่ต้องระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ และต้องส่งใช้จำนวนที่ล้ำมูลค่าพร้อม
กันไปกับการส่งใช้เงินคราวแรก การส่งใช้ค่าหุ้นคราวแรกนั้น ต้องมิให้น้อย

กว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้นที่ตั้งไว้ สามารถจำหน่ายได้ 2 ราคา คือ

1.1 จำหน่ายในราคาตามมูลค่า
(At Par)
1.2 จำหน่ายในราคาสูงกว่ามูลค่า
(At a Premium, Above Par)

การจำหน่ายหุ้นทุน

2.การจำหน่ายหุ้นของบริษัทมหาชนจำกัด
ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัดอาจจำหน่ายหุ้น
ในราคาต่ำกว่ามูลค่าหุ้นได้ในกรณีที่บริษัทดำเนินงาน
มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และปรากฏว่ามีการขาดทุน
แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
สามารถจำหน่ายได้ 3 ราคา คือ

2.1 จำหน่ายในราคาตามมูลค่า
(At Par)

2.2 จำหน่ายในราคาสูงกว่ามูลค่า
(At a Premium หรือ Above Par)

2.3 จำหน่ายในราคาต่ำกว่ามูลค่า
(At a Discount, Below Par)

วิธีการจำหน่ายหุ้นทุน



วิธีการนำหุ้นทุนออกจำหน่าย มี 2 วิธี คือ
1.จำหน่ายหุ้นโดยให้ชำระค่าหุ้นครั้งเดียว ผู้ถือหุ้น
สามารถชำระค่าหุ้นทุนที่ออก จำหน่ายได้เป็นเงินสด
สินทรัพย์ต่างๆ และบริการอื่นตามจำนวนที่จำหน่าย
และเมื่อชำระครบแล้วบริษัทจะ ออกใบหุ้นไว้เป็น
หลักฐาน ดังนี้

(1) การจำหน่ายหุ้นทุนชำระค่าหุ้นเป็นเงินสด
(2) การจำหน่ายหุ้นทุนชำระค่าหุ้นโดยวิธีอื่น ได้แก่
2.1 การออกหุ้นเพื่อชำระค่าบริการ
2.2 การออกหุ้นเพื่อแลกกับสินทรัพย์
2.3 การออกหุ้นเพื่อรับโอนกิจการห้างหุ้นส่วน




2.จำหน่ายหุ้นโดยให้ชำระค่าหุ้นเป็นงวดๆ
หรือจำหน่ายโดยการสั่งจองหุ้น
กฎหมายซึ่งตามกฎหมายไทยได้กำหนดไว้ดังนี้
(1) ผู้สั่งจองหุ้นจะต้องส่งใช้คราวแรก
ไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้น
(2) ถ้ามีจำนวนส่วนล้ำมูลค่าหุ้นจะต้องส่ง
ใช้พร้อมกันกับการส่งใช้เงินคราวแรก
(3) จำนวนค่าหุ้นที่เหลือต้องกำหนดให้
ชัดเจนว่าจะให้ชำระกี่งวด

ชื่อบัญชีเกี่ยวกับการจองหุ้น

บัญชีลูกหนี้ค่าหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิ
หมายถึง ผู้จองซื้อหุ้นที่ยังมิได้ชำระเงิน

หบมัญายชถีึทงุนแหุหุ้ลน้น้วสสแาาตม่มัยัญัญงหไหมร่รืไอือด้หุหอุ้น้นอบกบุุรใริบมิมสหสุิ้ิทนทธใธิหิท้ทีี่่มจีกอางรแจล้อวง

บัญหมชีาสย่วถนึงเกิกนามรูลจคอ่างหหุุ้้นนสในามรัาญคหาสรูืองกหุ้วน่าบมุูรลิมค่สิาทธิ

บัญชีส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิ
หมายถึง การจองหุ้นในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่า

บัญชีทุนหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิ
หมายถึง ผู้ถือหุ้นชำระเงินครบแล้ว

ก็จะออกใบหุ้นให้

ทะเบียนผู้ถือหุ้น



ทะเบียนผู้ถือหุ้น คือ สมุดที่จดบันทึกเกี่ยวกับหุ้น
และผู้ถือหุ้นของบริษัท เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นผู้ถือหุ้น
ของบริษัทบ้าง คนละเท่าใด ตั้งแต่เมื่อใด ตลอดจน
รายละเอียดเกี่ยวกับการโอนหุ้นและการเปลี่ยนแปลง
รายการต่างๆ ที่บันทึกไว้ตามที่กฎหมายกำหนด.และ
กรรมการมีหน้าที่เก็บรักษาสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นนั้นไว้

การส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น



1.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
กำหนดให้บริษัทจำกัดต้องส่งสำเนาบัญชีรายชื่อ
ผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ในวันประชุมสามัญประจำปี
ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
ภายใน 14 วันนับแต่วันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
ทั้งนี้ อนุโลมให้บริษัทส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
พร้อมกับการส่งงบการเงินได้

2. พ.ร.บ. มหาชนจำกัด พ.ศ. 2535
กำหนดให้บริษัทมหาชนจำกัด
ส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บมจ.006)
ที่มีอยู่ในวันประชุมสามัญประจำปี
ต่อนายทะเบียน ภายใน 1 เดือน
นับแต่วันเสร็จการประชุม

การจัดทำและนำส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น



1.กรณีบริษัทจำกัด ให้ใช้แบบ บอจ.5 โดยกรอก
ข้อมูลให้ครบถ้วนทุกรายการ และระบุเลขหมายหุ้นให้
สอดคล้องกับจำนวนหุ้นพร้อมทั้งระบุวันลงทะเบียนผู้ถือ
หุ้นในช่องวันที่เป็นผู้ถือหุ้นและวันที่ขาดจากการเป็นผู้
ถือหุ้นในการประชุมสามัญครั้งที่แล้วด้วย และให้
กรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อรับรองความ
ถูกต้องทุกหน้า กรณีที่มีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 300 คนขึ้นไป
ให้กรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อไว้ในหน้า
แรกและหน้าสุดท้ายพร้อมประทับตราบริษัท (ถ้ามี) ทุก
หน้า

2. กรณีบริษัทมหาชนจำกัด ให้ใช้แบบ
บมจ.006 โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน

ทุกรายการสำหรับในการนำส่ง
บมจ.006 อาจนำส่งในรูปของกระดาษ
หรือนำส่งในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

ก็ได้

แบบฟอร์ม บอจ.5

แบบฟอร์ม บมจ.006

การส่งรายงานประจำปีและยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือ
หุ้นบริษัทมหาชนจำกัดในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.
2535 กำหนดให้บริษัทมหาชนจำกัด จัดส่ง
รายงานประจำปีให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ประชุมผู้ถือหุ้น
อนุมัติและต้องยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีอยู่
ในวันประชุมสามัญประจำปีภายใน 1 เดือน
นับแต่วันที่เสร็จ การประชุมนั้น

เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ยื่นรายงาน
ประจำปีและ/หรือบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่

เป็นรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และ
เป็นการรองรับการทำธุรกรรมทาง
อิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานของรัฐ
หากบริษัทมหาชนจำกัดใด ประสงค์จะยื่น
รายงานประจำปีและ/หรือบัญชีรายชื่อ

ผู้ถือหุ้นที่จัดทำในรูปแบบข้อมูล
อิเล็กทรอนิกส์ ให้ดำเนินการดังนี้

การส่งรายงานประจำปีและยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
บริษัทมหาชนจำกัดในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ต่อ)

1. ให้บริษัทจัดทำหนังสือนำส่งรายงานประจำปี
และ/หรือบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นลงลายมือชื่อโดยผู้มี
อำนาจทำการแทนบริษัทและ ประทับตรา (ถ้ามี)
พร้อมทั้งให้ระบุข้อความรับรองความถูกต้องของ
ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดส่งมาพร้อมกันด้วย
2. ให้กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทอย่าง
น้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อกำกับไว้ในแผ่นข้อมูล
3. บริษัทที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครให้จัดทำ
หนังสือนำส่งพร้อมแผ่นข้อมูล ยื่นต่อกรมพัฒนา
ธุรกิจการค้า จำนวน 1 ชุด

แบบประเมินผลการเรียนรู้ที่ 2

สแกนได้เลยค่ะ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3

การจัดทำบัญชีเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัท
จำกัดและการบัญชีจำหน่ายหุ้นทุน




แนวคิด

การบันทึกรายการเกี่ยวกับการจำหน่ายหุ้นทุนของ
บริษัทจำกัด สามารถบันทึกการจำหน่ายหุ้นโดยให้ชำระค่า
หุ้นครั้งเดียวและจำหน่ายหุ้นโดยให้ชำระเป็นงวดๆ. มีการ
จองหุ้นและชำระเป็นงวดๆ. ส่วนการบันทึกรายการบัญชี
ของบริษัทมหาชนจำกัดนั้นสามารถบันทึกได้วิธีเดียวคือ
การจำหน่ายหุ้นโดยชำระครั้งเดียวและจำหน่ายหุ้นทุนต่ำ
กว่ามูลค่าได้ สำหรับค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัทเป็นค่าใช้
จ่ายก่อนที่จะมีการดำเนินกิจการ นอกจากนี้บริษัทยัง
สามารถออกหุ้นโดยวิธีอื่น ซึ่งมิใช่การจำหน่ายหุ้นโดยตรง
คือ.การออกหุ้นเพื่อชำระค่าบริการการออกหุ้นเพื่อแลกกับ
สินทรัพย์ และการออกหุ้นเพื่อรับโอนกิจการห้างหุ้นส่วน

การจำหน่ายหุ้นทุนของบริษัทจำกัด
บริษัทจำกัด หรือบริษัทเอกชน
จำกัดสามารถจำหน่ายหุ้น

ได้ 2 ราคา คือ ราคาตามมูลค่าและราคาสูงกว่ามูลค่า
ตามกฎหมายของไทยห้ามมิให้จำหน่ายหุ้นในราคาต่ำกว่า
มูลค่า การที่จะจำหน่ายหุ้นได้นั้นต้องจดทะเบียนชนิดของ
หุ้น จำนวนหุ้นและมูลค่าหุ้น ซึ่งจะต้องบันทึกรายการจด
ทะเบียนหุ้นในสมุดรายวันทั่วไป โดยบันทึกความจำ
(Memorandum) ก่อนจึงบันทึกการจำหน่ายหุ้นตามวิธี
ต่างๆ ดังนี้

1. การจำหน่ายหุ้นโดยให้ชำระค่าหุ้น
ครั้งเดียว บันทึกบัญชีตามราคาที่ขายดังนี้
1.1 จำหน่ายหุ้นในราคาตามมูลค่า
1.2 จำหน่ายหุ้นในราคาสูงกว่ามูลค่า

2.การจำหน่ายหุ้นทุนโดยการเปิดให้จองและ
เรียกชำระเป็นงวดๆ และแบ่งชำระ ค่าหุ้นออก
เป็นงวดกี่งวดแล้วแต่จะกำหนด ซึ่งบันทึก
บัญชีดังนี้
2.1 จำหน่ายหุ้นในราคาตามมูลค่า
2.2 การจำหน่ายหุ้นในราคาสูงกว่ามูลค่า

การจำหน่ายหุ้นทุนของบริษัทมหาชนจำกัด



บริษัทมหาชนจำกัด จำหน่ายหุ้นได้ 3 ราคา คือ
ราคาตามมูลค่า ราคาสูงกว่ามูลค่า และราคาต่ำกว่า
มูลค่า ซึ่งบริษัทมหาชนจำกัดสามารถจำหน่ายหุ้นในราคา
ต่ำกว่ามูลค่าได้ ถ้าดำเนินกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
และมีผลขาดทุน โดยการบันทึกบัญชีการจำหน่ายหุ้นใน
ราคาตามมูลค่าและราคาสูงกว่ามูลค่า ก็มีหลักและวิธีการ
บันทึกบัญชีเช่นเดียวกับบริษัทเอกชนจำกัด และ
ผู้ซื้อหุ้นต้องชำระค่าหุ้นครั้งเดียว จะแบ่งชำระไม่ได้
ส่วนการบันทึกบัญชีการจำหน่ายหุ้นทุนต่ำกว่ามูลค่าของ
บริษัทมหาชนจำกัด มีวิธีเดียวคือ วิธีให้ชำระค่าหุ้นครั้ง
เดียวครบ บันทึกบัญชีดังนี้

***การบันทึกบัญชีในการจำหน่ายหุ้นทุน มีข้อควรสังเกตดังนี้
1. บัญชีทุนเรือนหุ้น, ทุน-หุ้นสามัญ, ทุน-หุ้นบุริมสิทธิ
และทุนหุ้น-ที่จองแล้ว จะบันทึกตามมูลค่าหุ้นเสมอ
2. การรับชำระค่าหุ้นงวดแรกไม่ต่ำกว่า 25 % ต้องคำนวณ
จากมูลค่าหุ้น และบวกด้วยส่วนเกินทั้งหมด (ถ้ามี)
3. การจำหน่ายหุ้นโดยแบ่งชำระเป็นงวดๆ
4. การจำหน่ายหุ้นเป็นเงินสด

ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท



ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท.
(Organization.Expense).หรือค่าใช้จ่าย
ในการจำหน่ายหุ้น (Stock Issue Cost)
เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดำเนินการจัดตั้ง
บริษัทจำกัด.ในขณะที่ทำการ จดทะเบียนและ
จำหน่ายหุ้น ซึ่งได้จ่ายไปก่อนที่จะมีการดำเนิน
กิจการทางการค้า

ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท ได้แก่
1. ค่าแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
2. ค่าพิมพ์ใบหุ้น,ค่าพิมพ์หนังสือชี้ชวนให้ซื้อหุ้น
3. ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน
4. ค่าธรรมเนียมทนายความ
5. ค่าพาหนะ และค่ารับรองในการประชุมจัด
ตั้งบริษัทจำกัด




ในการปฏิบัติทางบัญชีของค่าใช้จ่าย
ในการจัดตั้งบริษัทจำกัดมี 2 วิธี คือ
1.บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดตั้ง
บริษัท ถือเป็นค่าใช้จ่ายในปีแรก
2.บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดตั้ง
บริษัท ถือเป็นสินทรัพย์รอตัดจ่าย

การจำหน่ายหุ้นโดยวิธีอื่น



กิจการบริษัทจำกัดนำหุ้นทุนออกจำหน่าย โดยให้
ชำระค่าหุ้นครั้งเดียว หรือชำระค่าหุ้นเป็นงวดๆ นั้น
จะได้เงินสดมาบริหารกิจการจากการออกหุ้น
สามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิ และบริษัทยังสามารถออก
หุ้นโดยวิธีอื่น ซึ่งมิใช่การจำหน่ายหุ้นโดยตรงคือ
1. การออกหุ้นเพื่อชำระค่าบริการ เป็นการออกหุ้น
แทนการจ่ายเงินสด เพื่อชำระค่าบริการแก่
สำนักงานทนายความในการดำเนินการจัดตั้ง
บริษัท หรือเป็นค่าธรรมเนียมทนายความนั่นเอง
ซึ่งมีวิธีการบันทึกบัญชี 2 กรณี คือ

กรณีที่ 1 ค่าบริการได้ตกลงราคาไว้ในสัญญา
โดยแน่นอนว่าเป็นจำนวนเงินเท่าใด ให้ใช้ราคา
ค่าบริการนั้นเป็นหลักในการบันทึกบัญชี
กรณีที่ 2 ค่าบริการในการจัดตั้งบริษัทไม่ได้
กำหนดไว้ในสัญญาแน่นอน ถ้าไม่มีการตกลงไว้
ว่าเป็นจำนวนเงินเท่าใด ให้ใช้ราคาหุ้นที่ซื้อขาย
(ราคาตลาด) ในวันที่ออกหุ้นเป็นหลักในการ
บันทึกบัญชี

การจำหน่ายหุ้นโดยวิธีอื่น (ต่อ)

2. การออกหุ้นเพื่อแลกกับสินทรัพย์ บริษัทจำกัด
จะออกหุ้นทุนเพื่อแลกกับสินทรัพย์ให้แก่ผู้เริ่ม
ก่อการหรือบุคคลอื่นที่มอบสินทรัพย์ให้แก่บริษัท
มีวิธีการบันทึกบัญชี 1 กรณี คือ

กรณีที่ 1 ระบุราคาของสินทรัพย์ไว้ในข้อตกลง
หรือสัญญาแน่นอน ให้ใช้ราคาสินทรัพย์นั้นเป็น
หลักในการบันทึกบัญชี
กรณีที่ 2 ไม่ได้ระบุราคาของสินทรัพย์ไว้ในข้อ
ตกลง หรือสัญญาโดยแน่นอน ให้ใช้ราคาซื้อ
ขายหุ้น (ราคาตลาด) ในวันที่ออกหุ้นเป็นหลัก
ในการบันทึกบัญชี

3. การออกหุ้นเพื่อรับโอนกิจการจากห้างหุ้นส่วน
บริษัทจะออกหุ้นเพื่อรับโอนกิจการจากห้างหุ้น
ส่วน ในกรณีที่ห้างหุ้นส่วนต้องการขยายกิจการ
ในรูปแบบบริษัทจำกัด บริษัทจะออกหุ้นให้ผู้เป็น
หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนเดิม เพื่อแลกกับสินทรัพย์
และหนี้สิน (ยกเว้นเงินสด) ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนได้
รับใบหุ้นแล้วก็จะเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัดต่อ
ไป

วิธีคำนวณการจำหน่ายหุ้นทุน

แบบประเมินผลการเรียนรู้ที่ 3

สแกนได้เลยค่ะ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4

การริบหุ้น

แนวคิด

การริบหุ้นเป็นการยกเลิกสิทธิในการเป็นเจ้าของบริษัทจำกัด
โดยบริษัทส่งจดหมายลงทะเบียนส่งคำบอกกล่าวให้ผู้จองหุ้นมา
ชำระค่าหุ้น ถ้าผู้ถือหุ้นผิดนัดไม่ชำระค่าหุ้นบริษัทก็จะส่งจดหมาย
ลงทะเบียนเตือนให้ชำระค่าหุ้นพร้อมดอกเบี้ยและเงื่อนไข ถ้าไม่
ชำระตามกำหนดจะทำการริบหุ้น หากผู้ถือหุ้นไม่สามารถนำเงิน
มาชำระตามที่แจ้งได้ บริษัทก็จะทำการริบหุ้น ส่วนการบันทึก
บัญชีเกี่ยวกับการริบหุ้นจะมีการริบหุ้นได้ก็ต่อเมื่อต้องมีการนำ
หุ้นออกให้จองและมีการรับชำระค่าหุ้นบางส่วน

ความหมายของการริบหุ้น



การริบหุ้น (Forfeiture of Share) หมายถึง
การที่ผู้จองซื้อหุ้นไม่ชำระค่าหุ้นที่เหลือหลังจาก
ชำระงวดแรกไปไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้น
แล้ว บริษัทจึงยกเลิกการจองหุ้น และนำหุ้นที่ถูก
ริบออกขายทอดตลาดทันที เมื่อผู้ถือหุ้นผิดนัดไม่
มาชำระค่าหุ้นตามกำหนดเวลา บริษัทจะต้อง
ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

1. การเรียกให้ชำระค่าหุ้นแต่ละครั้งต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 21 วัน
โดยส่งคำเตือนด้วยจดหมาย 2 ครั้ง ให้ผู้ถือหุ้นนำเงินค่าหุ้นพร้อม
ดอกเบี้ยค่าหุ้นค้างชำระมาชำระภายในกำหนดเวลา ณ สถานที่
ที่ได้ระบุไว้ ถ้าในหนังสือเตือนให้มาชำระหนี้ค่าหุ้นไม่ได้ระบุว่าจะริบหุ้น
คณะกรรมการก็จะทำการริบหุ้นไม่ได้
2. เมื่อบริษัทริบหุ้นมาแล้ว จะต้องนำหุ้นออกขายทอดตลาดโดยไม่
ชักช้า บริษัทจะรับซื้อไว้เองไม่ได้ จึงต้องนำออกขายทอดตลาด
3. เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดหุ้นที่ริบนั้น ให้หัก
3.1 ค่าหุ้นที่เรียกไปแล้วและผู้ถูกริบหุ้นยังค้างชำระอยู่
3.2 ดอกเบี้ยของการผิดนัดชำระหนี้ค่าหุ้น

การขายทอดตลาด

การขายทอดตลาด คือ การนำหุ้นจำนวนเดิมที่
ริบมาได้ออกจำหน่ายไปอีกครั้งหนึ่ง โดยวิธีการ
ประมูลราคา ผู้เสนอราคาซื้อสูงสุดจะเป็นผู้มีสิทธิ
ซื้อหุ้นจำนวนนั้นตามราคาที่เสนอซื้อและจะเป็นผู้
ถือหุ้นแทนผู้ถือหุ้นรายเดิมที่บริษัทริบหุ้นมา ดัง
นั้น เมื่อบริษัทขายทอดตลาดได้บริษัทจะต้องได้
รับเงินพร้อมทั้งส่งมอบหุ้นจำนวนนั้นให้แก่ผู้ถือ
หุ้นรายใหม่

ค่าใช้จ่ายในการขายทอดตลาด

การนำหุ้นไปขายทอดตลาดย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น
เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าบริการในการขาย ค่าธรรมเนียม
ฯลฯ ซึ่งผู้ถูกริบหุ้นจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมี
การขายทอดตลาด บริษัทจำเป็นต้องเป็นผู้ทดรองจ่าย
ค่าใช้จ่ายจำนวนนี้ไปก่อนแล้วจึงไปเรียกเก็บคืนมาจาก
ผู้ถูกริบหุ้นในภายหลัง

ดอกเบี้ยค่าหุ้น ค้างชำระ



การที่ผู้ถือหุ้นติดค้างไม่ชำระเงินค่าหุ้นจนเป็นเหตุให้ต้องมีการ
ริบหุ้นและนำออกขายทอดตลาดในที่สุด ทำให้บริษัทได้รับชำระค่า
หุ้นล่าช้า ซึ่งบริษัทมีสิทธิคิดดอกเบี้ยค่าหุ้นค้างชำระเอากับผู้ถูกริบ
หุ้นได้ ดอกเบี้ยค่าหุ้นค้างชำระนี้จะคำนวณจากจำนวนหนี้ค่าหุ้นคง
ค้าง โดยคำนวณตามอัตราดอกเบี้ยที่กำหนด และคำนวณตาม
ระยะเวลานับตั้งแต่วันที่ผู้ถือหุ้นผิดนัดชำระหนี้ค่าหุ้นจนถึงวันที่
บริษัทขายทอดตลาดหุ้นได้ ดอกเบี้ยที่คำนวณได้ตามจำนวนนี้ถือ
เป็นรายได้ของบริษัท

การชำระบัญชีระหว่างบริษัทและผู้ถูกริบหุ้น



หลังจากที่บริษัทริบหุ้นและนำออกขายทอดตลาด และคิด
ค่าใช้จ่ายระหว่างกันเรียบร้อยแล้ว บริษัทต้องชำระบัญชี
ระหว่างบริษัทและผู้ถูกริบหุ้น สามารถทำได้โดย

1. คำนวณหาจำนวนเงินสดคงเหลือจากการขายหุ้น
และหักค่าใช้จ่าย

2.คำนวณโดยพิจารณาจากยอดคงเหลือในบัญชี
“เจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นที่ถูกริบ” ถ้าบัญชีผู้ถูกริบหุ้นมียอดคงเหลือ
ด้านเดบิต แสดงว่าผู้ถูกริบหุ้นเป็นลูกหนี้บริษัท บริษัทจะ
รับเงินคืน แต่ถ้าบัญชีเจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นที่ถูกริบอยู่ด้านเครดิต
แสดงว่าผู้ถูกริบหุ้นเป็นเจ้าหนี้บริษัท บริษัทต้องคืนเงินให้

วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการริบหุ้น



การริบหุ้นตามกฎหมายไทยมีวิธีเดียวคือวิธีที่ 1 ส่วนกฎหมายของ
สหรัฐอเมริกามี 4 วิธีดังนี้

วิธีที่ 1 บริษัทนำหุ้นที่ถูกริบขายทอดตลาดบันทึกราคาที่
จำหน่ายไว้เดิมหลังจากหักค่าหุ้นที่ค้างชำระและค่าใช้จ่ายแล้วให้
คืนเงินแก่ผู้ถือหุ้นที่ถูกริบ (วิธีตามกฎหมายไทย)

วิธีที่ 2 บริษัทออกใบหุ้นให้บางส่วนเท่ากับจำนวนเงินที่ชำระ
มาแล้ว โดยบริษัทคิดค่าหุ้นให้ในราคาที่ออกจำหน่ายครั้งแรก
ส่วนเงินที่เหลือจากการออกใบหุ้นให้คืนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม

วิธีที่ 3 บริษัทคืนเงินให้แก่ผู้ถือหุ้นที่ถูกริบด้วยเงินที่ชำระมาแล้ว
ทั้งหมด

วิธีที่ 4 บริษัทริบเงินที่ผู้จองซื้อหุ้นได้ชำระมาแล้วทั้งหมด

วิธีคำนวณการริบหุ้น ตามกฎหมายไทย
วิธีคำนวณการริบหุ้น EP.1

วิธีคำนวณการริบหุ้น EP.2


Click to View FlipBook Version