The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เป็นเนื้อหาเรียนในรายวิชาบัญชีบริษัทจำกัด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by raksikan2433, 2022-08-31 08:53:13

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ วิชาการบัญชีบริษัทจำกัด

เป็นเนื้อหาเรียนในรายวิชาบัญชีบริษัทจำกัด

วิธีคำนวณการริบหุ้น EP.3

แบบประเมินผลการเรียนรู้ที่ 4

สแกนได้เลยค่ะ

หน่อยการเรียนรู้ที่ 5

การเพิ่มทุนและการลดทุน



แนวคิด

บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด
อาจต้องเพิ่มทุนเพื่อขยายกิจการ ในขณะเดียวกันบริษัท
จำกัดอาจจำเป็นต้องลดทุนลงด้วยสาเหตุหลายประการ
และบริษัทอาจซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นที่ออกเสียงไม่เห็น
ด้วยกับมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งแก้ไขข้อบังคับของ
บริษัทเกี่ยวกับสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนและสิทธิใน
การรับเงินปันผล ซึ่งเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม
และการซื้อหุ้นคืนของบริษัทเพื่อบริหารทางการเงินเมื่อมี
กำไรสะสมและสภาพคล่องส่วนเกิน.รวมทั้งการจำหน่าย
หุ้นและการตัดหุ้นจดทะเบียนส่วนที่จำหน่ายไม่ได้เป็นไป
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด

การจดทะเบียนเพิ่มทุนของบริษัท



การเพิ่มทุน (Capital Increase) หมายถึง การที่บริษัท
ต้องการเงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น หรือต้องการขยายกิจการ
แต่ไม่ต้องการกู้ยืมเงิน จึงดำเนินการจดทะเบียนเพิ่มทุนโดย
เพิ่มจำนวนหุ้นทุน เพื่อนำออกไปขายเพิ่ม ซึ่งบริษัทจำกัดต้อง
เสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมก่อน ถ้าเหลือจึงนำไปขายบุคคล
ภายนอก แต่ถ้าเป็นบริษัทมหาชนไม่จำเป็นต้องขายให้แก่ผู้ถือ
หุ้นเดิมหลักเกณฑ์การเพิ่มทุน หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทุน
จะต้องแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. จัดประชุมผู้ถือหุ้นโดยการประชุม มีดังนี้
1.1 ส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมผู้ถือหุ้นโดยทางไปรษณีย์ตอบ
รับ และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่ง
คราวก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน หรือตามที่กำหนดไว้ใน
ข้อบังคับของบริษัท และให้ระบุวาระการประชุมเรื่องการเพิ่ม
ทุน แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 (ทุน) รวมทั้งให้ระบุทุนที่
เพิ่มและหนังสือบริคณห์สนธิที่ต้องการจะแก้ไขให้ครบถ้วน
1.2 การลงมติเพิ่มทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5
(ทุน) ต้องลงมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4
ของ จำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิ
ออกเสียงลงคะแนน

การจดทะเบียนเพิ่มทุนของบริษัท(ต่อ)



2. การเพิ่มทุนต้องออกหุ้นใหม่ในมูลค่าหุ้นที่จดทะเบียนไว้เดิม
3. หุ้นที่ออกใหม่ต้องเสนอให้แก่ผู้ถือหุ้นทั้งหลายตามสัดส่วน
จำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นนั้นๆ ถือหุ้นอยู่
4. เมื่อพ้นกำหนดไปแล้วไม่มีการตอบรับจากผู้ถือหุ้น หรือผู้ถือ
หุ้นปฏิเสธไม่ซื้อหุ้นที่เพิ่มทุน ให้ขายหุ้นนั้นแก่ผู้ถือหุ้นคนอื่น หรือ
กรรมการรับซื้อไว้เองก็ได้
5. หุ้นที่ออกใหม่จะขายให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้
6. หุ้นที่ออกใหม่ถ้าชำระด้วยสิ่งอื่นนอกจากตัวเงินต้องมีมติ
พิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น

การจดทะเบียนเพิ่มทุนของบริษัท (ต่อ)



วิธีการจดทะเบียนเพิ่มทุน แบ่งเป็นดังนี้
1. กรณียังไม่ได้ขายหุ้นออกใหม่ให้ยื่นจดทะเบียนมติพิเศษให้เพิ่มทุน
ภายใน 14 วัน
2. กรณีขายหุ้นออกใหม่เป็นคราวๆ.ให้จดทะเบียนมติพิเศษเพิ่มทุน
ภายใน 14 วันตามจำนวนหุ้นที่ขายได้ และจดทะเบียนแก้ไขหนังสือ
บริคณห์สนธิ ข้อ 5 (ทุน) ให้สอดคล้องกับทุนที่เพิ่มการแก้ไขหนังสือ
บริคณห์สนธิ ข้อ 5 (ทุน) ให้สอดคล้องกับทุนที่เพิ่มเป็นคราวๆ ไป
นั้นต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นการประชุมคราวเดียว
กับการประชุมมติพิเศษเพิ่มทุนก็ได้
3. กรณีขายหุ้นออกใหม่ทั้งหมดในคราวเดียวกัน ให้ยื่นจดทะเบียน
มติพิเศษให้เพิ่มทุนจดทะเบียนเพิ่มทุน และแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ
ข้อ 5 (ทุน) พร้อมกัน จะต้องจดทะเบียนมติพิเศษให้เพิ่มทุนภายใน
14 วัน นับจากวันที่มีมติพิเศษให้เพิ่มทุน

การจดทะเบียนเพิ่มทุนของ
บริษัทมหาชนจำกัด




ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535
หมวด 10 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2551)บริษัทจะเพิ่มทุนจาก
จำนวนที่จดทะเบียนไว้แล้วได้โดยการออกหุ้นใหม่เพิ่มขึ้น
สามารถทำได้ดังนี้
1. หุ้นทั้งหมดได้ออกจำหน่ายและได้รับชำระเงินค่าหุ้นครบ
ถ้วนแล้ว หรือในกรณีหุ้นยังจำหน่ายไม่ครบ หุ้นที่เหลือต้อง
เป็นหุ้นที่ออกเพื่อรองรับหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือใบสำคัญ
แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น

2. ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3
ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและ
มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
3. นำมตินั้นไปจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนต่อ
นายทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันที่ที่ประชุมลงมติ

การจดทะเบียนเพิ่มทุนของ
บริษัทมหาชนจำกัด (ต่อ)




***หุ้นที่เพิ่มขึ้นจะเสนอขายทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้
และจะเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นตามส่วนจำนวนที่ผู้ถือหุ้น
แต่ละคนมีอแล้วก่อนหรือจะเสนอขายต่อประชาชนหรือ
บุคคลอื่นไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้ ทั้งนี้ตามมติ
ของที่ประชุมผู้ถือหุ้น

***เมื่อบริษัทจำหน่ายหุ้นที่เพิ่มได้บางส่วนแล้ว
บริษัทจะขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้ว
ต่อนายทะเบียน โดยแบ่งออกเป็นงวด งวดละไม่
น้อยกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายก็ได้
แต่ต้องกำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวนเกี่ยวกับการ
เสนอขายหุ้นต่อประชาชนด้วย

***นอกจากกรณีที่กำหนดไว้แล้ว ให้บริษัทขอจด
ทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วภายใน 14 วัน
นับแต่วันที่ได้รับชำระค่าหุ้นครบตามจำนวนที่
เสนอขาย และกำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวนหรือใน
เอกสารเกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน

การจดทะเบียนเพิ่มทุนของ
บริษัทมหาชนจำกัด (ต่อ)

***ในการขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้ว
บริษัทต้องส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทเฉพาะ
ผู้ถือหุ้นที่เพิ่มโดยระบุชื่อ สัญชาติ ที่อยู่ จำนวนหุ้นที่
ถือหุ้นและเลขที่ใบหุ้นไปด้วย

***เมื่อบริษัทดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุน
ชำระแล้ว ให้แจ้งแก่ผู้ถือหุ้นเป็นหนังสือและประกาศ
โฆษณาในหนังสือพิมพ์อย่างน้อย 1 ฉบับ ภายใน 14
วันนับแต่วันที่ได้จดทะเบียนเพิ่มทุน

การบัญทึกบัญชีการเพิ่มทุน



บริษัทจำกัดสามารถออกหุ้นเพิ่มทุนโดยรับชำระค่าหุ้นด้วย
ทรัพย์สินอื่นนอกจากตัวเงินได้โดยต้องได้รับความเห็นชอบ
จากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยมติพิเศษตามที่บัญญัติไว้ใน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1221

สำหรับการเพิ่มทุนของบริษัทมหาชนจำกัด กำหนดเรื่อง
การประชุมจัดตั้งบริษัทว่าสามารถกำหนดหุ้นสามัญหรือหุ้น
บุริมสิทธิที่ชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินอื่นนอกจากตัวเงินได้นั้น
กฎหมายกำหนดให้นำมาใช้บังคับกับการออกหุ้นเพิ่มทุนด้วย
โดยอนุโลม ดังนั้น บริษัทมหาชนจำกัดสามารถรับชำระค่า
หุ้นเพิ่มทุนด้วยทรัพย์สินอื่นนอกจากตัวเงินได้ด้วยการเพิ่มทุน
สามารถปฏิบัติได้ตามวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังต่อไปนี้
1. เพิ่มจำนวนหุ้น
2. เพิ่มมูลค่าหุ้น
3. เพิ่มทั้งจำนวนหุ้น และมูลค่าหุ้น

การบัญทึกบัญชีการเพิ่มทุน



การบันทึกบัญชีในการเพิ่มทุนโดยออกหุ้นใหม่ มี 2 วิธี ดังนี้
วิธีที่ 1 การออกหุ้นใหม่โดยการนำออกจำหน่าย ตามกฎหมาย
กำหนดให้บริษัทต้องเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน
ของจำนวนหุ้นที่ถือก่อน ถ้ามีหุ้นเหลือจึงจะเสนอขายแก่บุคคล
ภายนอกได้ วิธีการบัญชีก็เหมือนการขายหุ้นโดยปกติ ดังนี้
1) ขายหุ้นเป็นเงินสด
2) ขายหุ้นโดยวิธีเปิดให้จอง
3) รับชำระค่าหุ้น
4) เมื่อได้รับชำระเงินครบ ออกใบหุ้นให้

วิธีที่ 2 การออกหุ้นใหม่โดยจ่ายเป็นหุ้นปันผล.(Stock.Dividend)
ในกรณีที่บริษัทมีกำไรสะสมมาก แต่มีเงินสดไม่เพียงพอแก่การจ่าย
เงินปันผลเป็นเงินสด ซึ่งบริษัทต้องการเก็บเงินสดไว้ขยายกิจการ
บริษัทก็จะจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นสามัญของบริษัทจากหุ้นตามที่จด
ทะเบียนเพิ่มเป็นการโอนกำไรสะสมเป็นทุนของบริษัทบริษัทจะออกหุ้น
ปันผลได้จำนวนกี่หุ้นนั้น สามารถคำนวณได้ดังนี้
ขั้นที่ 1 คำนวณหาจำนวนหุ้นที่จะออกหุ้นปันผล

จำนวนหุ้นปันผล = หุ้นที่ออกจำหน่ายแล้ว x อัตราเงินปันผล
ขั้นที่ 2 คำนวณกำไรสะสมที่จะกันเป็นหุ้นปันผล
กำไรสะสมที่จะกันเป็นหุ้นปันผล = จำนวนหุ้นปันผล x ราคาที่
ประกาศจ่าย

การจดทะเบียนลดทุนของบริษัทจำกัด



การลดทุน.(Capital.Reduction).หมายถึง.การที่บริษัท
มีเงินทุนมากเกินไปไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์.หรือบริษัท
ประสบภาวะขาดทุนจนไม่สามารถลบล้างผลขาดทุนได้.จึง
ต้องลดจำนวนทุน จดทะเบียนลง เพื่อคืนทุนให้ผู้ถือหุ้นใน
กรณีที่มีทุนมากเกินไป หรือลดทุนเพื่อลบล้างผลขาดทุน
สะสมการจดทะเบียนลดทุนบริษัท มี 2 ขั้นตอน คือ
ขั้นตอนที่ 1 จดทะเบียนมติพิเศษให้ลดทุน

การจดทะเบียนลดทุนของบริษัทจำกัด



การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับทุนต้องแก้ไขหนังสือ
บริคณห์สนธิข้อ 5 (ทุน) ดำเนินการดังนี้
1. การนัดประชุม

1.1 คงไว้มีมติให้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อให้มีมติพิเศษให้
ลดทุนและแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 (ทุน)

1.2 จัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อมีมติพิเศษให้ลดทุนและแก้ไข
เพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5 (ทุน) ให้สอดคล้องกับ
ทุนที่ลด โดยส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมผู้ถือหุ้นทาง
ไปรษณีย์ตอบรับและลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่
อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน โดย
ระบุวาระการประชุมเรื่องลดทุนและแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือ
บริคณห์สนธิข้อ 5 ที่ต้องการจะแก้ไขให้ครบถ้วน

2. การประชุมผู้ถือหุ้น
2.1 การลงมติพิเศษให้ลดทุนและแก้ไขเพิ่มเติม
หนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 ต้องลงมติด้วยคะแนนเสียง
ข้างมากไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด
ที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
2.2 การลดทุนจะลดโดยการลดมูลค่าหุ้นหรือจำนวน
หุ้นก็ได้
2.3 จำนวนทุนที่ลดจะลดลงไปให้เหลือต่ำกว่า 1 ใน 4
ของทุนไม่ได้

การจดทะเบียนลดทุนของบริษัทจำกัด



3. การบอกกล่าวเจ้าหนี้ เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติ
พิเศษให้ลดทุน และแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ
ข้อ 5 แล้ว บริษัทต้องประกาศโฆษณาการลดทุนใน
หนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อย 1 ครั้ง และต้องมี
หนังสือบอกกล่าวไปยังเจ้าหนี้ของบริษัท เพื่อให้เจ้า
หนี้ทราบการลดทุนและมีสิทธิคัดค้านภายใน 30 วัน
นับแต่วันที่บอกกล่าว

4. การยื่นขอจดทะเบียน
4.1 กรรมการผู้มีอำนาจต้องยื่นคำขอจดทะเบียนมติพิเศษ
ให้ลดทุนภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีมติพิเศษให้ลดทุน
4.2 เมื่อพ้นกำหนด 30 วัน.นับแต่วันประกาศหนังสือพิมพ์
หรือวันบอกกล่าวเจ้าหนี้ ซึ่งเป็นวันที่ดำเนินการหลังสุด และ
ไม่มีเจ้าหนี้คัดค้านการลดทุน หรือกรณีเจ้าหนี้คัดค้านให้
ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ หรือวางประกันหนี้ให้แก่เจ้าหนี้จนพอใจ
ไม่คัดค้านแล้ว ให้กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทยื่นคำขอจด
ทะเบียนลดทุน และแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5
(ทุน)

ขั้นตอนที่ 2 การจดทะเบียนลดทุนและแก้ไข
หนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 (ทุน)

การจดทะเบียนลดทุนของบริษัทมหาชนจำกัด



ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 หมวด 10
(แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2551)บริษัทจะลดทุนจากจำนวนที่จดทะเบียน
ไว้แล้ว สามารถทำได้ดังนี้

บริษัทจะลดทุนจากจำนวนที่จดทะเบียนไว้แล้วได้โดยการลด
มูลค่าแต่ละหุ้นให้ต่ำลงหรือลดจำนวนหุ้นให้น้อยลงก็ได้ แต่จะ
ลดทุนลงไปให้ถึงต่ำกว่าจำนวน 1 ใน 4 ของทุนทั้งหมดหาได้ไม่
การลดมูลค่าหุ้นหรือลดจำนวนหุ้นเป็นจำนวนเท่าใด และด้วยวิธี
การอย่างใด จะกระทำได้เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติด้วยคะแนน
เสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้น
ที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง ทั้งนี้ บริษัทต้องนำมตินั้นไป
ขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมลงมติ

การบันทึกบัญชีการลดทุน



ในการลดทุนนั้นจะมีวิธีการบัญชีตาม
วัตถุประสงค์ของการลดทุน 2 วิธี คือ
1. ลดทุนเพื่อคืนทุนให้แก่ผู้ถือหุ้น
เนื่องจากมีเงินสดหมุนเวียนเกินต้องการ
จึงต้องจ่ายเงินคืนทุนผู้ถือหุ้นส่วนหนึ่ง

2. ลดทุนเพื่อลบล้างผลขาดทุน เนื่องจากบริษัทประสบผล
ขาดทุนมาตลอดทำให้บัญชีกำไรสะสมแสดงยอดเดบิต
(ขาดทุนสะสม) จำนวนมาก ถึงแม้ว่าบางปีบริษัทจะมีกำไร
ก็ตามก็ไม่สามารถลบล้างผลขาดทุนได้หมด ทำให้จ่าย
เงินปันผลไม่ได้ ชื่อเสียงของบริษัทอาจจะเสียหาย จึงต้องแก้ไข
โดยการลดทุนเพื่อลบล้างผลขาดทุน ซึ่งอาจจะลบล้างทั้งหมด
หรือบางส่วนก็ได้

2.1 ยกเลิกทุนเก่าทั้งหมดและ 2.2 ยกเลิกสำรองตาม
บันทึกทุนใหม่ ผลต่างด้านเครดิต กฎหมาย เพื่อให้เหลือ
จะเป็นกำไรสะสม เพื่อลบล้างผล ร้อยละ 10
ขาดทุนสะสมด้านเดบิต ของทุนที่ลดแล้ว

การบันทึกบัญชีเพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสม

ของบริษัทมหาชนจำกัด




การบันทึกบัญชีเพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมของ
บริษัทมหาชนจำกัด ตามมาตรฐานการบัญชี เรื่อง
แม่บทการบัญชี ได้กำหนดหลักการเรื่องความ
ระมัดระวัง แนวคิดเกี่ยวกับทุนและการรักษาระดับ
ทุน โดยมีวัตถุประสงค์ให้กิจการรักษาเงินทุนให้คง
จำนวนเต็มตามมูลค่า เพื่อมิให้งบการเงินแสดง
รายการที่ผิดพลาดจากความเป็นจริง จึงควรปฏิบัติ
ดังนี้

1. กรณีการลดทุนเพื่อล้างขาดทุนสะสม ให้
บันทึกบัญชีสำหรับรายการในส่วนของทุน
ที่มาจากหุ้นทุนของบริษัทมหาชนจำกัด
ประกอบด้วยทุนและส่วนเกินหรือส่วนต่ำ
กว่ามูลค่าหุ้นซึ่งเกิดจากการขายหุ้นได้ใน
ราคาสูงกว่าหรือต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ของ
หุ้น

2. กรณีที่บริษัทมหาชนจำกัดมีส่วนเกิน 3. บริษัทมหาชนจำกัดสามารถ
ทุนจากการขายหุ้นหรือจากการลดทุน นำส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นที่คงเหลือ
ส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นและกำไรสะสมคง อยู่ภายหลังหักกลบกับส่วนเกินทุน
เหลือ หากจะจ่ายเงินปันผลต้องกันกำไร แล้วมาหักกำไรสะสมคงเหลือได้
สะสมไว้จำนวนไม่น้อยกว่าส่วนต่ำกว่า
มูลค่าหุ้นที่คงเหลืออยู่ภายหลังหักกลบ
กับส่วนเกินทุนดังกล่าวแล้ว

หุ้นทุนซื้อคืน



หุ้นทุนซื้อคืน.(Treasury.Stock).หมายถึง หุ้นสามัญ/หุ้น
บุริมสิทธิ และตราสารทุนอื่นที่เทียบเท่าหุ้นสามัญของ
กิจการ ซึ่งบริษัทมหาชนจำกัดได้จำหน่ายและออกใบหุ้นให้
แล้วแต่บริษัทมหาชนจำกัดซื้อคืนกลับมาจากผู้ถือหุ้นไว้เอง
โดยมิได้ยกเลิกเพื่อนำออกไปขายใหม่จึงนับว่าการซื้อหุ้นทุน
คืนถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้บริษัทมหาชนจำกัด
มีทางเลือกในการบริหารสภาพคล่องส่วนเกิน โดยซื้อหุ้นของ
ตนเองได้ หากเห็นว่าหุ้นมีราคาตลาดต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง
และขายคืนออกไปได้เมื่อราคาเหมาะสม อันจะเป็นประโยชน์
แก่บริษัทและผู้ถือหุ้น

หลักเกณฑ์และวิธีซื้อหุ้นคืน การจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน
และการตัดหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัท



ข้อ.1 ก่อนการประชุมเพื่อแก้ไขข้อบังคับของบริษัท
เกี่ยวกับสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนและสิทธิใน
การรับเงินปันผล ให้บริษัทที่จะซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้น
บอกกล่าวการเสนอซื้อหุ้นคืนไว้ในหนังสือนัดประชุมผู้
ถือหุ้นว่า ผู้ถือหุ้นที่ออกเสียงไม่เห็นด้วยกับมติที่
ประชุมผู้ถือหุ้นอาจขายหุ้นของตนให้แก่บริษัทได้ และ
ต้องแจ้งความประสงค์ของตนภายใน 5 วันนับแต่วัน
ที่ที่ประชุมลงมติแก้ไขข้อบังคับ

ข้อ. 2 ภายในเวลา 10 วันนับแต่เวลาสิ้นสุดลง ให้
บริษัทส่งคำเสนอซื้อหุ้นคืนแก่ผู้ถือหุ้นซึ่งแจ้งความ
ประสงค์ที่จะขายหุ้นคืน โดยระบุราคาหุ้น หลักเกณฑ์
กำหนดราคา วัน เวลา สถานที่ วิธีซื้อหุ้นคืนและเวลา
ที่จะซื้อหุ้นคืนโดยนับถัดจากวันครบกำหนดเวลาซึ่งไม่
น้อยกว่า 10 วันแต่ไม่เกิน 20 วัน

หลักเกณฑ์และวิธีซื้อหุ้นคืน การจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน
และการตัดหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัท



ข้อ. 3 ราคาหุ้นที่บริษัทเสนอซื้อแก่ผู้ถือหุ้นแต่ละ
รายตามข้อ 2 ต้องเป็นราคาเดียวกันสำหรับหุ้น
ประเภทเดียวกัน โดยให้นำมูลค่าตามบัญชีและมูลค่า
ตลาดมาประกอบการพิจารณากำหนดราคาหุ้น

ข้อ. 4 ให้บริษัทเปิดเผยข้อมูล
การซื้อหุ้นคืนดังต่อไปนี้แก่สาธารณชน

ข้อ. 5 เมื่อการซื้อหุ้นคืนเสร็จสิ้นแล้ว
ให้บริษัทมีหนังสือแจ้งรายละเอียดจำนวน
หุ้นที่ได้ซื้อคืนมาต่อนายทะเบียน.พร้อมปิด
ประกาศรายละเอียดไว้.ณ.ที่ทำการ
สำนักงานแห่งใหญ่และสำนักงานสาขา
(ถ้ามี) ภายใน 14 วันนับแต่เมื่อการซื้อหุ้น
ในแต่ละครั้งเสร็จสิ้น

ข้อ. 6 เมื่อบริษัทมีกำไรสะสมและสภาพคล่อง
ส่วนเกินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

การบันทึกบัญชีหุ้นทุนซื้อคืน



บริษัทมหาชนจำกัด.สามารถซื้อหุ้นทุนของตนเองกลับ
มาได้ ถ้าเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดดังที่ได้กล่าวมา
แล้ว ซึ่งการบันทึกบัญชีสามารถบันทึกได้ 2 วิธี คือ
1. วิธีราคาทุน (Cost Method)
2. วิธีราคาตามมูลค่า (Par Value Method)
ทั้ง 2 วิธี จะให้ผลต่างกันในการแสดงรายการแต่ละ
รายการในส่วนของผู้ถือหุ้นในงบแสดงฐานะการเงิน
แต่ยอดรวมของส่วนของผู้ถือหุ้นทั้ง 2 วิธี จะเท่ากัน
หุ้นทุนซื้อคืนจะแสดงยอดหักจากส่วนของผู้ถือหุ้นใน
งบแสดงฐานะการเงิน

การบันทึกบัญชีหุ้นทุนซื้อคืนต้องยึดหลักตามลักษณะ
ของหุ้นที่ซื้อคืนซึ่งมี 3 ลักษณะ คือ
1. หุ้นทุนซื้อคืน (Purchase Treasury Stock)
2. หุ้นที่ได้รับบริจาค.(Donated.Treasury.Stock).
3. หุ้นทุนรับชำระหนี้จากลูกหนี้
(Account Receivable Treasury Stock)

วิธีคำนวณการเพิ่มทุน EP.1
วิธีคำนวณการเพิ่มทุน EP.2

วิธีคำนวณการเพิ่มทุน EP.3

วิธีคำนวณการเพิ่มทุน EP.4

แบบประเมินผลการเรียนรู้ที่ 5
สแกนได้เลยค่ะ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 6
การจัดส
รรกำไร

โดยตั้งสำรองตามกฎหมายและสำรองอื่น




แนวคิด

เมื่อบริษัทดำเนินงานมาแล้วมีผลกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิก็ตาม
จะโอนเข้าบัญชีกำไรสะสมแล้วกำไรสะสมจะถูกจัดสรร เพื่อจ่ายเป็น
เงินปันผลหรือนำไปตั้งสำรองตามกฎหมายและสำรองอื่นๆ การจ่าย
เงินปันผล จะต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ
พิเศษหรือหุ้นสามัญในเรื่องเงินปันผลซึ่งจำแนกได้4 ชนิด มีวิธี
คำนวณเงินปันผลต่างกัน การแสดงในสมุดแยกประเภททั่วไป ส่วน
งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้นแสดงในรูปของรายงาน
จะแสดงถึงการเพิ่มกำไรสะสมด้วยกำไรสุทธิประจำปี และลดยอด
กำไรสะสมด้วยการจ่ายเงินปันผลและจัดสรรสำรองต่างๆ

การจัดสรรกำไรสะสม



การจัดสรรกำไรสะสม คือ การแบ่งกำไรสะสมให้แก่ผู้ถือ
หุ้นในรูปของเงินปันผล และตั้งสำรองตามที่กฎหมาย
กำหนด ถ้ามีเหลือก็จะตั้งเป็นสำรองต่างๆ กำไรสะสมที่
เหลือก็จะสะสมไว้ปีต่อไป บริษัทจะจัดสรรกำไรสะสมได้
ต้องมียอดเครดิตในบัญชีกำไรสะสม แม้ว่าบริษัทจะมีผล
ขาดทุนจากการดำเนินงานในปีปัจจุบันก็ตาม บริษัทอาจ
จ่ายเงินปันผลได้ ถ้าบริษัทมีกำไรสะสมยกมาจากปีก่อน
เป็นจำนวนเพียงพอการจัดสรรกำไรสะสมจึงเป็นการกัน
กำไรสะสมไว้เพื่อ

1. การตั้งสำรองต่างๆ
2. การจ่ายเงินปันผล

การตั้งสำรองต่างๆ



สำรอง (Reserve) คือ จำนวนเงินที่กันออกจาก
บัญชีกำไรสะสม เพื่อตั้งเป็นสำรองต่างๆ ซึ่งจำแนก
ตามวัตถุประสงค์ได้ 3 ประเภท คือ

1. การตั้งสำรองตามกฎหมาย ซึ่งกฎหมายกำหนด
ให้ทุกครั้งที่มีการประกาศจ่ายเงินปันผลต้องจัดสรร
สำรองตามกฎหมายอย่างน้อยหนึ่งในยี่สิบส่วนของ
กำไรสุทธิ จนกว่าทุนสำรองนั้นจะมีจำนวนถึงหนึ่งใน
สิบของจำนวนทุนของบริษัท หรือมากกว่านั้นแล้วแต่
จะกำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัท (ตั้งสำรองร้อยละ
5 ของกำไรสุทธิประจำปีจนกว่าจะครบร้อยละ 10
ของทุนจดทะเบียน)

2. การตั้งสำรองตามข้อผูกพัน ซึ่งตามมติของ
คณะกรรมการบริษัทให้จัดสรรกำไรสะสม
ส่วนหนึ่งไว้เป็นสำรองตามข้อตกลงของเจ้าหนี้

3. การตั้งสำรองตามนโยบาย ซึ่งตั้งตามนโยบายของคณะ
กรรมการบริษัท.ให้จัดสรรกำไรสะสมส่วนหนึ่งเพื่อวัตถุประสงค์
ในการดำเนินงาน.เช่น.สำรองเพื่อรับผลขาดทุนในภายหน้า
สำรองเพื่อการขยายงาน สำรองเพื่อรักษาระดับเงินปันผล

การจ่ายเงินปันผล



เงินปันผล (Dividends) คือ เงินจากผลกำไรที่
บริษัทได้มาจากการดำเนินงานซึ่งจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้น
ตามส่วนที่ผู้ถือหุ้นได้ส่งใช้ค่าหุ้นแล้ว โดยการจ่าย
เงินปันผลมีหลักเกณฑ์ดังนี้
1. ต้องมีมติที่ประชุมใหญ่จึงจะประกาศจ่ายเงินปันผล
2. จะจ่ายเงินปันผลได้เมื่อบริษัทมียอดเครดิตในบัญชี
กำไรสะสมแม้ว่าปีใดจะเกิดขาดทุนก็ตาม ก็สามารถ
ประกาศจ่ายเงินปันผลได้
3. การจ่ายเงินปันผลต้องคิดตามส่วนที่ได้ส่งใช้ค่าหุ้น
แล้วในหุ้นหนึ่งๆ
4. การประกาศจ่ายเงินปันผลทุกครั้ง ต้องจัดสรรกำไร
สะสมไว้เป็นทุนสำรองตามกฎหมายร้อยละ 5 ของกำไร
สุทธิจนกว่าจะมีทุนสำรองร้อยละ 10 ของทุนจด
ทะเบียนหรือมากกว่า แล้วแต่จะตกลงเป็นข้อบังคับ
ของบริษัท
5. การประกาศจ่ายเงินปันผลต้องโฆษณาใน
หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งสองครั้งเป็นอย่างน้อย หรือส่ง
จดหมายไปยังผู้ถือหุ้นทุกคน
6. คณะกรรมการอาจตกลงให้จ่ายเงินปันผลระหว่าง
กาลเป็นครั้งคราวก็ได้
7. เงินปันผลที่ค้างจ่ายจะคิดดอกเบี้ยจากบริษัทไม่ได้

การจัดทำงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น



งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 หมายถึง
การแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของรายการ
ต่างๆ ที่จัดอยู่ในส่วนของผู้ถือหุ้น ได้แก่ทุน
จดทะเบียนและเรียกชำระ ส่วนเกินมูลค่าหุ้น
ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ และ
กำไรสะสม เป็นต้น โดยในแต่ละรายการใน
ส่วนของผู้ถือหุ้นจะมีการแสดงจำนวน ณ
วันต้นงวดรายการ เพิ่มขึ้นและลดลงใน
ระหว่างงวดและจำนวน ณ วันสิ้นงวด รวม
ทั้งการจ่ายเงินปันผลและการตั้งสำรองต่างๆ
จะต้องหักออกจากกำไรสะสมด้วย เป็นงบที่
แสดงรายละเอียดของกำไรสะสม เช่นเดียว
กับบัญชีกำไรสะสม เพราะแสดงถึงการ
เปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย
รายการต่อไปนี้

การจัดทำงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น



1. กำไรหรือขาดทุนสำหรับงวด
2. รายได้และค่าใช้จ่ายสำหรับแต่ละรายการของงวดที่รับรู้โดยตรงไว้ใน
ส่วนของเจ้าของตามข้อกำหนดของมาตรฐานการบัญชีฉบับอื่น โดยให้
แสดงยอดรวมของรายการเหล่านั้นด้วย
3. ยอดรวมของรายได้และค่าใช้จ่ายสำหรับงวดซึ่งเป็นผลรวมของ
รายการตามข้อ 1 และข้อ 2 พร้อมทั้งแสดงจำนวนที่จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้น
บริษัทใหญ่และผู้ถือหุ้นส่วนน้อยแยกจากกัน
4. ผลสะสมของการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีและการแก้ไขข้อผิด
พลาดที่มีต่อแต่ละรายการในส่วนของเจ้าของตามข้อกำหนดของ
มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 8 เรื่องนโยบายบัญชี การเปลี่ยนแปลง
ประมาณการทางบัญชีและข้อผิดพลาด

วิธีคำนวณการจัดสรรกำไร โดยตั้งสำรอง
ตามกฎหมายและสำรองอื่น EP.1




วิธีคำนวณการจัดสรรกำไร โดยตั้งสำรอง
ตามกฎหมายและสำรองอื่น EP.2



วิธีคำนวณการจัดสรรกำไร โดยตั้งสำรอง
ตามกฎหมายและสำรองอื่น EP.3

วิธีคำนวณการจัดสรรกำไร โดยตั้งสำรอง
ตามกฎหมายและสำรองอื่น EP.4



วิธีคำนวณการจัดสรรกำไร โดยตั้งสำรอง
ตามกฎหมายและสำรองอื่น EP.5



วิธีคำนวณการจัดสรรกำไร โดยตั้งสำรอง
ตามกฎหมายและสำรองอื่น EP.6

วิธีคำนวณการจัดสรรกำไร โดยตั้งสำรอง
ตามกฎหมายและสำรองอื่น EP.7

แบบประเมินผลการเรียนรู้ที่ 6

สแกนได้เลยค่ะ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 7
การจัดทำงบการเงิ
นของบริษัทจำกัด




แนวคิด

การจัดทำงบการเงิน เป็นการแสดงรายงานทางการเงิน
เพื่อนำเสนอข้อมูลทางการเงินอย่างมีแบบแผนเพื่อแสดง
ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานในรอบระยะเวลาบัญชี
ควรจัดอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ซึ่งในปัจจุบันงบการเงินที่
สมบูรณ์ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 1 โดยสภาวิชาชีพ
บัญชี ประกอบด้วยงบแสดงฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน
งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น งบกระแสเงินสด
และหมายเหตุประกอบงบการเงินประกอบด้วยสรุปนโยบาย
การบัญชีที่สำคัญและคำอธิบายอื่น

ความหมายเละงบการเงินฉบับสมบูรณ์

งบการเงิน (Financial Statement) หมายถึง
รายงานทางการเงินที่นำเสนอข้อมูลเพื่อแสดงฐานะทางการ
เงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสดของกิจการอย่างถูก
ต้องในแต่ละงวดบัญชีใดบัญชีหนึ่ง งบการเงินต้องจัดทำ
อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และนำเสนอข้อมูลดังต่อไปนี้คือ
สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้ ค่าใช้จ่าย และ
กระแสเงินสด

งบการเงินฉบับสมบูรณ์ ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 1
โดยสภาวิชาชีพบัญชี ประกอบด้วย
1. งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันสิ้นงวด
2. งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จสำหรับงวด
3. งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้นสำหรับงวด
4.งบกระแสเงินสดสำหรับงวด
5. หมายเหตุประกอบงบการเงิน ซึ่งประกอบด้วยสรุปนโยบาย
การบัญชีที่สำคัญ ข้อมูลที่ให้คำอธิบายอื่น
6. งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันต้นงวดของงวดที่นำมาเปรียบ
เทียบงวดแรกสุด

การกำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน ซึ่งต้องมี
รายการย่อ ดังต่อไปนี้
1. ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ต้องมีรายการย่อตามแบบที่ 1
2. บริษัทจำกัด ต้องมีรายการย่อตามแบบที่ 2
3. บริษัทมหาชนจำกัด ต้องมีรายการย่อตามแบบที่ 3
4. นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ต้องมีรายการย่อตามแบบที่ 4
5. กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ต้องมีรายการย่อตามแบบที่ 5

หมายเหตุ ในหน่วยนี้จะขอยกตัวอย่างเฉพาะแบบที่ 2 และแบบที่ 3
เท่านั้น

หมายเหตุประกอบงบการเงิน

หมายเหตุประกอบงบการเงิน หมายถึง ข้อมูลที่นำเสนอ
เพิ่มเติมจากที่แสดงในงบแสดงฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน
งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของและงบกระแสเงินสด
หมายเหตุประกอบงบการเงินจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับ
คำอธิบายรายการ รายละเอียดของรายการต่างๆ ที่แสดงในงบ
การเงินและข้อมูลเกี่ยวกับรายการที่ไม่เข้าเกณฑ์การรับรู้
รายการในงบการเงินที่นำเสนอ

หมายเหตุประกอบงบการเงิน (ต่อ)

กิจการต้องเปิดเผยข้อมูลต่อไปนี้ในงบแสดงฐานะการเงินหรือ
ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
1. หุ้นทุนแต่ละประเภท

1.1 จำนวนหุ้นที่จดทะเบียน
1.2 จำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายและชำระเต็มมูลค่า และจำนวนหุ้นที่ออก
จำหน่ายแต่ยังชำระไม่เต็มมูลค่า
1.3 ราคาที่ตราไว้ต่อหุ้น หรือเปิดเผยว่าหุ้นไม่มีราคาตราไว้
1.4 รายการกระทบยอดของจำนวนหุ้นที่ถือโดยบุคคลภายนอก.ณ.วันเริ่มรอบ
ระยะเวลาและวันสิ้นรอบระยะเวลา
1.5 สิทธิ บุริมสิทธิ และข้อจำกัดของหุ้นทุนแต่ละประเภท ซึ่งรวมถึงข้อจำกัด
ในการจ่ายปันผลและการจ่ายคืนทุน
1.6 จำนวนหุ้นของกิจการที่ถือโดยกิจการหรือบริษัทย่อย หรือบริษัทร่วมของ
กิจการ
1.7 จำนวนหุ้นที่สำรองไว้เพื่อออกให้ตามสิทธิหรือตามสัญญาการขายหุ้น
พร้อมเงื่อนไขและจำนวนเงินที่เกี่ยวข้อง

2.คำอธิบายถึงลักษณะและวัตถุประสงค์ของสำรองแต่ละ
ประเภทในส่วนของเจ้าของ

หมายเหตุประกอบงบการเงิน (ต่อ)



หมายเหตุประกอบงบการเงินจะต้องประกอบด้วย
รายละเอียด ดังนี้

1. โครงสร้าง

2. การเปิดเผยนโยบายการบัญชี

3. แหล่งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ
ความไม่แน่นอนของการประมาณการ

4. การเปิดเผยเรื่องส่วนทุน

5. การเปิดเผยเรื่องอื่นๆ

แบบประเมินผลการเรียนรู้ที่ 7

สแกนได้เลยค่ะ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 8



การแสดงฐานะงบการเงิน



แนวคิด

งบแสดงฐานะการเงิน ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 1 หมายถึง
งบแสดงฐานะทางการเงินของธุรกิจ ณ วันใดวันหนึ่งตามหลัก
การบัญชีที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ซึ่งจะแสดงให้ทราบว่ามีสินทรัพย์
หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่จำนวนเท่าใด โดยจะแสดงราย
ละเอียดในงบแสดงฐานะการเงินของกิจการ ตามรูปแบบของ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดรายการย่อที่ต้องมีใน
งบการเงิน ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 1 เพื่อ
ใช้ในการจัดทำงบการเงินของธุรกิจ และเผยแพร่ให้ผู้ประกอบ
ธุรกิจผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชีและผู้ที่สนใจได้ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ
ที่ถูกต้องต่อไป

ความหมายและการแสดงรายการย่อใน
งบแสดงฐานะการเงินของบริษัทจำกัด

งบแสดงฐานะการเงิน (Statement of financial position)
ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 1 หมายถึง งบแสดงฐานะทางการ
เงินของธุรกิจ ณ วันใดวันหนึ่งตามหลักการบัญชีที่ยอมรับกันโดย
ทั่วไป ซึ่งจะแสดงให้ทราบว่ามีสินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
จำนวนเท่าใด

การแสดงรายการย่อในงบแสดงฐานะการเงิน
ของบริษัทจำกัด



ส่วนที่ 1 สินทรัพย์

1.สินทรัพย์หมุนเวียน (Current assets)
1.1 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
(Cash and cash equivalents)
1.2 เงินลงทุนชั่วคราว (Temporary investments)
1.3 ลูกหนี้การค้า - สุทธิ
(Trade accounts receivable, net)
1.4 เงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน
(Short-term loansto related parties)
1.5 เงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บุคคลหรือกิจการอื่น
(Short-term loans to others)
1.6 สินค้าคงเหลือ.(Inventories).
1.7สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น (Other current assets)

การแสดงรายการย่อในงบแสดงฐานะการเงิน
ของบริษัทจำกัด (ต่อ)



2. สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-current assets)
2.1 เงินลงทุนในบริษัทร่วม.บริษัทย่อย.และการร่วมค้า.
(Investment.in associates,
subsidiaries, joint ventures)
2.2 เงินลงทุนระยะยาวอื่น
(Long-term investments to others)
2.3 เงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน
(Long-term loans to related parties)
2.4 เงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บุคคลหรือกิจการอื่น
(Long-term loans to others)
2.5 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ - สุทธิ
(Property, plant and.equipment,.net)
2.6 สินทรัพย์ไม่มีตัวตน - สุทธิ (Intangible assets, net)
2.7 สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น (Other non-current assets)

การแสดงรายการย่อในงบแสดงฐานะการเงิน
ของบริษัทจำกัด (ต่อ)

ส่วนที่ 2 หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น

3. หนี้สินหมุนเวียน (Current liabilities)
3.1 เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน
(Bank overdrafts and.Short -
term.loans.from.financial.institutions)
3.2 เจ้าหนี้การค้า (Trade accounts payable)
3.3 เงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี
(Currentportionof long-termloans)
3.4เงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน
(Short-term loansfrom related parties)
3.5 เงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลหรือกิจการอื่น
(Short-term loans from other)
3.6 ประมาณการหนี้สินระยะสั้น (Short-term
provisions)
3.7 หนี้สินหมุนเวียนอื่น.(Othercurrentliabilities)

การแสดงรายการย่อในงบแสดงฐานะการเงิน
ของบริษัทจำกัด (ต่อ)



4.หนี้สินไม่หมุนเวียน (Non-current liabilities)
4.1 เงินกู้ยืมระยะยาวจากบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยว
ข้องกัน (Long-term.loans from.related.parties).
4.2 เงินกู้ยืมระยะยาวจากบุคคลหรือกิจการอื่น
(Long-term loans from others)
4.3 ประมาณการหนี้สินระยะยาว (Long-term
provisions)
4.4 หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น (Other non-current
liabilities)

5.ส่วนของผู้ถือหุ้น (Shareholders’ equity)
5.1 ทุนเรือนหุ้น (Share capital)
5.2 ส่วนเกินมูลค่าหุ้น (Additional paid-in capital)
5.3 ผลกำไร.(ขาดทุน).ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง.
(Unrealized.gain.(loss)).
5.4 ผลต่างจากการแปลงค่างบการเงิน
(Translation.of.financial.statement
differences).
5.5 กำไร (ขาดทุน) สะสม (Retained earnings)

การแสดงส่วนของผู้ถือหุ้นในงบแสดงฐานะการเงิน



ประกอบด้วย 3 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ 1 ทุนเรือนหุ้น (Share Capital หรือ Capital Stock)
1. ทุนจดทะเบียน (Authorized.Share.Capital).
2. ทุนที่ออกจำหน่ายและเรียกชำระแล้ว
(Issued and Paid-up Share Capital)

ส่วนที่ 2 ส่วนเกินทุน (Surplus)
1. ส่วนเกินมูลค่าหุ้น (Premium on Share Capital)
2. ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์เพิ่ม (Appraisal Surplus)
3. ส่วนเกินทุนจากการบริจาค (Donated Surplus)
4. ส่วนเกินทุนอื่นๆ (Other Surplus)

ส่วนที่ 3 กำไรสะสม (Retained Earning)
1. กำไรสะสมส่วนที่จัดสรรแล้ว
2. กำไรสะสมส่วนที่ยังไม่ได้จัดสรร

วิธีคำนวณงบแสดงฐานะการเงิน

แบบประเมินผลการเรียนรู้ที่ 8

สแกนได้เลยค่ะ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 9

งบกำไรขาดทุน

แนวคิด

งบกำไรขาดทุนเป็นงบที่แสดงผลการดำเนินงานของกิจการใน
รอบระยะเวลาบัญชีที่กำหนด เพื่อวัดผลการดำเนินงานของธุรกิจ
ว่ามีรายได้และค่าใช้จ่ายในรอบระยะเวลานั้นเท่าใด และเมื่อนำราย
ได้หักด้วยค่าใช้จ่ายแล้วจะเป็นกำไรสุทธิ (Net Income หรือ
Net Profit) หรือขาดทุนสุทธิ (Net Loss) โดยกิจการต้อง
แสดงรายการรายได้และค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่รับรู้ในงวดในงบกำไร
ขาดทุนเบ็ดเสร็จเพียงงบเดียว หรือแยกเป็นสองงบคืองบที่แสดง
องค์ประกอบของกำไรหรือขาดทุน (งบเฉพาะกำไรขาดทุน) และ
งบที่ตั้งต้นด้วยกำไรหรือขาดทุนและแสดงองค์ประกอบของกำไร
ขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ)

ความหมายของงบกำไรขาดทุน



งบกำไรขาดทุน (Income Statement or Profit and
Losses Statement) หมายถึง งบแสดงผลการดำเนินงาน
ของกิจการในรอบระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ว่ามีรายได้ ค่าใช้จ่าย
และกำไรหรือขาดทุนสุทธิเท่าใด ซึ่งอาจจะจัดทำงบกำไรขาดทุน
สำหรับระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน หรือ 12 เดือนก็ได้

การแสดงงบกำไรขาดทุน สามารถแสดงได้ 2 รูปแบบ คือ
1. งบกำไรขาดทุน จำแนกค่าใช้จ่ายตามลักษณะของค่าใช้จ่าย
2. งบกำไรขาดทุน จำแนกค่าใช้จ่ายตามหน้าที่
แบ่งออกได้ 2 ลักษณะ ได้แก่
2.1 จำแนกค่าใช้จ่ายตามหน้าที่-แบบขั้นเดียว
2.2 จำแนกค่าใช้จ่ายตามหน้าที่-แบบหลายขั้น

กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ

กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น ประกอบด้วย รายการรายได้และค่าใช้จ่าย
รวมถึงการปรับปรุงการจัดประเภทรายการใหม่ ซึ่งไม่อนุญาตให้รับรู้
ในกำไรหรือขาดทุน โดยมาตรฐานการรายงานทางการเงินอื่น

องค์ประกอบของกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นประกอบด้วย
1. การเปลี่ยนแปลงในส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์
2. ผลกำไรและขาดทุนจากการประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกัน
ภัยตามโครงการผลประโยชน์ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 19 เรื่องผล
ประโยชน์ของพนักงาน
3. ผลกำไรและขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงินของการดำเนินงานใน
ต่างประเทศ
4. ผลกำไรและขาดทุนจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินเผื่อขาย
5. ส่วนของผลกำไรและขาดทุนที่มีประสิทธิผลจากเครื่องมือป้องกันความ
เสี่ยงในการป้องกันความเสี่ยงในกระแสเงินสด

กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ

กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงในส่วนของ
เจ้าของในระหว่างงวดซึ่งเป็นผลมาจากรายการหรือเหตุการณ์
อื่น นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงจากรายการกับผู้เป็นเจ้าของ
จากความสามารถในการเป็นเจ้าของกิจการต้องแสดงรายการ

รายได้และค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่รับรู้ในงวดในงบการเงินตาม
ข้อใดข้อหนึ่งดังนี้
1. งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จเพียงงบเดียว
2. แยกเป็นสองงบ คือ งบที่แสดงองค์ประกอบของกำไร
หรือขาดทุน (งบเฉพาะกำไรขาดทุน) และงบที่ตั้งต้นด้วย
กำไรหรือขาดทุนและแสดงองค์ประกอบของกำไรขาดทุน
เบ็ดเสร็จอื่น (งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ)

บัญชีกำไรขาดทุน

บัญชีกำไรขาดทุนจะจัดทำในวันสิ้นงวดบัญชี ซึ่งจะสรุป
รายการต่างๆ เกี่ยวกับรายได้และค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ปิด
บัญชีมายังบัญชีกำไรขาดทุนในสมุดแยกประเภททั่วไป
เพื่อหาผลกำไรหรือขาดทุนสุทธิ

กำไร (ขาดทุน) ต่อหุ้น

กำไร (ขาดทุน) ต่อหุ้น ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 33
หมายถึง กำไร (ขาดทุน) ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่
ตามรายการส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ (Equity
holders of the parent)ตามมาตรฐานการบัญชี
ถ้าขาดทุนให้แสดงจำนวนเงินไว้ในเครื่องหมายวงเล็บ
โดยแยกแสดงเป็น
1. กำไร (ขาดทุน) ต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน
(Basic earnings per share)
2. กำไร (ขาดทุน) ต่อหุ้นปรับลด
(Diluted earnings per share)

กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน

กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน หมายถึง กำไรขาดทุนสุทธิสำหรับงวด
เฉพาะส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญ
โดยผู้ถือหุ้นระหว่างงวด ซึ่งเป็นโครงสร้างทุนแบบง่าย : ได้แก่
กรณีที่บริษัทมีหุ้นสามัญอย่างเดียว หรือหุ้นสามัญและหลัก
ทรัพย์อื่นที่ไม่สามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ เช่น หุ้น
บุริมสิทธิ หุ้นกู้ กิจการก็จะแสดงเพียงแต่กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน
เท่านั้น


Click to View FlipBook Version