The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกาธิปัตย์สาร ฉบับที่ 104
เมษายน - กันยายน 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกาธิปัตย์สาร, 2023-02-04 05:54:36

นาวิกาธิปัตย์สาร เล่ม 104

นาวิกาธิปัตย์สาร ฉบับที่ 104
เมษายน - กันยายน 2565

(เมษายน - กันยายน ๒๕๖๕) นาวิกาธิปัตย์สาร
ฉบับที่ ๑๐๔
ปีที่ ๔๖ เล่มที่ ๒



Naval Strategic Studies Journal

วารสารยุทธศาสตร์และความมั่นคงทางทะเล กองทัพเรือ

















































Perspectives in the new era of War


ศูนย์สมุททานุภาพ

กองทัพเรือ

มีวัตถุประสงค์ส�าคัญ
๔ ประการ




๑. เพ่อเป็นสถานท่ปฏิบัติงานในการศึกษาวิเคราะห์ และจัดทาข้อเสนอแนะ

เชิงนโยบายในการพัฒนา สมุททานุภาพของประเทศ
๒. เพื่อเป็นสถานที่จัดการประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ที่ทันสมัย สามารถด�าเนิน
กิจกรรมเพ่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความม่นคงทางทะเลของหน่วยงานต่าง ๆ


ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ


๓. เพ่อเป็นสถานท่พักผ่อนจัดกิจกรรมสันทนาการ เพ่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและ

สวัสดิการของก�าลังพล และครอบครัว


๔. เพ่อสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนท่วไปในการจัดกิจกรรม
แลกเปล่ยนเรียนรู้และสันทนาการ เพ่อเสริมสร้างการตระหนักรู้คุณค่าของทะเล และ


พัฒนาเครือข่ายความมั่นคงทางทะเล


¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ



Naval Strategic Studies Journal
ÇÒÃÊÒÃÂØ·¸ÈÒʵÃìáÅФÇÒÁÁÑ蹤§·Ò§·ÐàÅ ¡Í§·Ñ¾àÃ×Í


ÈٹÈÖ¡ÉÒÂØ·¸ÈÒʵÏ·ËÒÃàÃ×Í

Naval Strategic Studies Center



นับจากป พ.ศ.๒๕๒๐ วารสารนาวิกาธิปตยสาร ฉบับท่ ๑ ไดเริ่มตีพิมพสูสายตาผูอานจนถึงวันน ี ้
พ.ศ.๒๕๖๕ วารสารนาวิกาธิปตยสาร ไดนําเสนอองคความรูทางทะเลมาแลวถึง ๑๐๔ ฉบับ ประสบการณ


และชวงเวลาท่ผานมาวารสารนาวิกาธิปตยสารไดทําหนาท่อยางเงียบ ๆ ในการเปนคลังสมอง เผยแพร

วิทยาการ นําเสนอทฤษฎี องคความรูใหม ๆ จากผูเช่ยวชาญดานตาง ๆ ของกองทัพเรือใหแกทหารเรือ





คณาจารย และผูท่เก่ยวของกับกิจการทางทะเล รวมท้งผูท่สนใจในดานยุทธศาสตร ความม่นคงทางทะเล
การสงคราม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอม
นับตั้งแตวารสารนาวิกาธิปตยสารเลมแรกที่จัดทําโดยโรงเรียนนายทหารเรือในยุคบุกเบิก
และไดปรับไปสูสถาบันวิชาการทหารเรือช้นสูง เม่อมีการปรับโครงสรางหนวยงานในกองทัพเรือและ



เปล่ยนช่อหนวย จวบจนปจจุบัน ศูนยศึกษายุทธศาสตรทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ เปนหนวยงาน


รับผิดชอบ ก็ถือไดวาวารสารนาวิกาธิปตยสารเลมน้ไดผานหวงเวลาตาง ๆ ไปพรอม ๆ กับสถานการณ

ของประเทศไทยและของโลกท่เปล่ยนแปลงไป แตส่งหน่งท่ไมเปล่ยนแปลงคือการทําหนาท่ติดอาวุธ






ทางปญญาใหแกผูอาน ใหสามารถรับมือกับผลกระทบจากสภาวะแวดลอมความม่นคงทางทะเล

ที่เปลี่ยนไปไดอยางรูเทาทัน
นาวิกาธิปตยสาร หรือ Naval Strategic Studies Journal เปนวารสารยุทธศาสตรและ


ความม่งคงทางทะเลของกองทัพเรือ ซ่งมีวัตถุประสงคในการเผยแพรผลงาน การคนควาวิจัย

ยกระดับผลงานทางวิชาการสูระดับสากล และเปนเวทีแลกเปล่ยนความคิดเห็นและพัฒนาองคความร ู

โดยเนนท่ระดับผูบริหาร รวมท้งเผยแพรกิจกรรมทางวิชาการของกองทัพเรือใหแกหนวยตาง ๆ

ทั้งในสังกัดกระทรวงกลาโหม และหนวยงานหรือสถาบันทางวิชาการอื่น ๆ

บทความ แนวคิด หรือขอคิดเห็นท่นําลงนาวิกาธิปตยสารเปนของผูเขียนมิใชขอคิดเห็นของ

ศูนยศึกษายุทธศาสตรทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ การคัดลอก ทําซ้าหรือดัดแปลงสวนใดสวนหน่ง

หรือทั้งหมดของวารสารฯ นี้ เปนไปตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๙ ผูที่สนใจหรือหนวยงานที่ตอง
การจะนําบทความหรือขอมูลท่ลงตีพิมพในวารสารน้ไปเผยแพรซ้า สามารถติดตอไดท่กองบรรณาธิการ




นาวิกาธิปตยสาร
วารสารฯ ยินดีรับบทความทางวิชาการท่เก่ยวของกับความม่นคงและกิจการทางทะเล





เพ่อพิจารณาลงตีพิมพในวารสารฯ โดยสามารถสงตนฉบับหรือติดตอไดท่กองบรรณาธิการฯ



เม่อไดรับการตีพิมพลงในวารสารฯ จะมีคาตอบแทนท่เหมาะสมใหแกเจาของบทความ ท้งน้ กองบรรณาธิการฯ

ขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับหรือปฏิเสธบทความ ตามที่พิจารณาเห็นสมควร
กองบรรณาธิการนาวิกาธิปตยสาร ศูนยศึกษายุทธศาสตรทหารเรือ
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ๗๓๑๗๐
โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๕๘ หรือ ๐ ๒๔๗๕ ๓๔๔๔
www.tnssc.navy.mi.th/journal
Email : [email protected]


»Ãиҹ¤³Ð·Õè»ÃÖ¡ÉÒ »ÃШíҡͧºÃóҸԡÒÃ


¾ÅàÃ×Íâ· ªÅ¸ÔÈ ¹ÒÇÒ¹Øà¤ÃÒÐˏ ¹ÒÇÒàÍ¡ ´ØÊÔµ ÂÁ¨Ô¹´Ò
Ãͧ»Ãиҹ¤³Ð·Õè»ÃÖ¡ÉÒ ¹ÒÇÒàÍ¡ ÀÙÉÔµ à¡Ô´ã¹Á§¤Å
¹ÒÇÒàÍ¡ ³µ°¾Å ªØ‹Á¸Ô
¾ÅàÃ×͵ÃÕ ¨ÔþŠNjͧÇԷ
¹ÒÇÒàÍ¡ ÍÀÔªÒµÔ à»‚›ÂÁ¾§ÉÊÒ¹µ
¾ÅàÃ×͵ÃÕ ¡ÔµµÔ ÂÈä¡Ã
¹ÒÇÒâ·ËÞÔ§ ÀÑ·ÃÒ â¾¸ÔìµÒ´
¤³Ð·Õè»ÃÖ¡ÉÒ ¾Ñ¹¨‹ÒàÍ¡ »Í§ÇØ²Ô àÈÃɰÊÔâõÁ

¾ÅàÃ×͵ÃÕ ©ÑµÃªÑÂ ÈØ¡ÃÐÈà ½†Òº·¤ÇÒÁáÅÐÇÔªÒ¡ÒÃ
¾ÅàÃ×͵ÃÕ àÍ¡ÊÔ·¸Ôì ÇØ²Ô་Ò
¹ÒÇÒàÍ¡ ʶҾà ÇÒ¨Ãѵ¹
¾ÅàÃ×͵ÃÕ ¾ÔàÈÉ ¢Ñ¹á¢ç§
¹ÒÇÒàÍ¡ ´ØÊÔµ ÂÁ¨Ô¹´Ò
¾ÅàÃ×͵ÃÕ ÃÈ.¹àÃÈ à¾çªÃ¹Ô¹
¹ÒÇÒàÍ¡ ÍÀÔªÒµÔ à»‚›ÂÁ¾§ÉÊÒ¹µ
¹ÒÇÒàÍ¡ ¶Ø§à§Ô¹ ¨§ÃÑ¡ªÍº
¾Ñ¹¨‹ÒàÍ¡ »Í§ÇØ²Ô àÈÃɰÊÔâõÁ
¹ÒÇÒàÍ¡ ¹¾´Å º§¡ª¡ÒÞ¨¹

¹ÒÇÒàÍ¡ ÂØ·¸¹Ò ÍÑ¡ÉÃÈÃÕ ½†Ò¨ѴËÒÃÒÂä´Œ ÊÁÒªÔ¡ÊÑÁ¾Ñ¹¸
¹ÒÇÒàÍ¡ ÈÑ¡ÃÀ¾¹ »ÃÐ¨Ñ¡ÉÈØÀ¹Ôµ ¨íÒ˹‹Ò áÅÐᨡ¨‹ÒÂ
¼ÙŒÍíҹǡÒà ¹ÒÇÒàÍ¡ ÇÃÔÉ ÇѧàÂç¹
¹ÒÇÒàÍ¡ ÀÙÉÔµ à¡Ô´ã¹Á§¤Å
¾ÅàÃ×͵ÃÕ Ê¹Ô· âÁ¸Ô¹Ò
NjҷÕè àÃ×͵ÃÕ ·Í§à¨×Í ¾Ø²à¤Ã×Í
Ãͧ¼ÙŒÍíҹǡÒà ½†Ò¡ÒÃà§Ô¹


¹ÒÇÒàÍ¡ ¸§ªÑ ¤ØŒÁ¡Ñ¹
¹ÒÇÒàÍ¡ ·ÔÇÒ Í‹Í¹ÅÐÍÍ
ºÃóҸԡÒà ¹ÒÇÒàÍ¡ ³µ°¾Å ªØ‹Á¸Ô

¹ÒÇÒâ·ËÞÔ§ ÀÑ·ÃÒ â¾¸ÔìµÒ´
¹ÒÇÒàÍ¡ ¸§ªÑ ¤ØŒÁ¡Ñ¹
¹ÒÇÒâ·ËÞÔ§ ¡ÄÉ³Ò ËÍÁ¡ÅÔè¹
¼ÙŒª‹ÇºÃóҸԡÒÃ
NjҷÕè àÃ×Íâ· ¶ÒÇà ¢ÅÔº»˜œ¹
¹ÒÇÒàÍ¡ ʶҾà ÇÒ¨Ãѵ¹
¹ÒÇÒàÍ¡ ÇÃÔÉ ÇѧàÂç¹
¹ÒÇÒàÍ¡ ·ÔÇÒ Í‹Í¹ÅÐÍÍ


นาวิกาธิปัตย์สาร
»Ãиҹ¤³Ð·Õè»ÃÖ¡ÉÒ »ÃШíҡͧºÃóҸԡÒÃ

¾ÅàÃ×Íâ· ªÅ¸ÔÈ ¹ÒÇÒ¹Øà¤ÃÒÐˏ ¹ÒÇÒàÍ¡ ´ØÊÔµ ÂÁ¨Ô¹´Ò
Ãͧ»Ãиҹ¤³Ð·Õè»ÃÖ¡ÉÒ ¹ÒÇÒàÍ¡ ÀÙÉÔµ à¡Ô´ã¹Á§¤Å
¹ÒÇÒàÍ¡ ³µ°¾Å ªØ‹Á¸Ô
¾ÅàÃ×͵ÃÕ ¨ÔþŠNjͧÇԷ con
¹ÒÇÒàÍ¡ ÍÀÔªÒµÔ à»‚›ÂÁ¾§ÉÊÒ¹µ
¾ÅàÃ×͵ÃÕ ¡ÔµµÔ ÂÈä¡Ã
¹ÒÇÒâ·ËÞÔ§ ÀÑ·ÃÒ â¾¸ÔìµÒ´
¤³Ð·Õè»ÃÖ¡ÉÒ ¾Ñ¹¨‹ÒàÍ¡ »Í§ÇØ²Ô àÈÃɰÊÔâõÁ

¾ÅàÃ×͵ÃÕ ©ÑµÃªÑÂ ÈØ¡ÃÐÈà ½†Òº·¤ÇÒÁáÅÐÇÔªÒ¡Òà ÊÒúÑÞ
¾ÅàÃ×͵ÃÕ àÍ¡ÊÔ·¸Ôì ÇØ²Ô་Ò
¹ÒÇÒàÍ¡ ʶҾà ÇÒ¨Ãѵ¹ ¤ÇÒÁÊÑÁ¾Ñ¹¸¨Ò¡Ë¹Ñ§Ê×Í On War
¾ÅàÃ×͵ÃÕ ¾ÔàÈÉ ¢Ñ¹á¢ç§ ¢Í§ Clausewitz ¡ÑºÊ¶Ò¹¡Òó
¹ÒÇÒàÍ¡ ´ØÊÔµ ÂÁ¨Ô¹´Ò ¤ÇÒÁ¢Ñ´áÂŒ§ã¹»˜¨¨ØºÑ¹
¾ÅàÃ×͵ÃÕ ÃÈ.¹àÃÈ à¾çªÃ¹Ô¹
¹ÒÇÒàÍ¡ ÍÀÔªÒµÔ à»‚›ÂÁ¾§ÉÊÒ¹µ
¹ÒÇÒàÍ¡ ¶Ø§à§Ô¹ ¨§ÃÑ¡ªÍº
¾Ñ¹¨‹ÒàÍ¡ »Í§ÇØ²Ô àÈÃɰÊÔâõÁ ʧ¤ÃÒÁÃÑÊà«Õ - ÂÙà¤Ã¹
¹ÒÇÒàÍ¡ ¹¾´Å º§¡ª¡ÒÞ¨¹ ¡ÑºÁØÁÁͧ¢Í§¡ÒÃú·Ò§àÃ×Í

¹ÒÇÒàÍ¡ ÂØ·¸¹Ò ÍÑ¡ÉÃÈÃÕ ½†Ò¨ѴËÒÃÒÂä´Œ ÊÁÒªÔ¡ÊÑÁ¾Ñ¹¸
¹ÒÇÒàÍ¡ ÈÑ¡ÃÀ¾¹ »ÃÐ¨Ñ¡ÉÈØÀ¹Ôµ ¨íÒ˹‹Ò áÅÐᨡ¨‹ÒÂ
¡Òû¯ÔºÑµÔ¡Ò÷ҧ·ËÒÃã¹ÁÔµÔ·Ò§ÍÇ¡ÒÈ
¼ÙŒÍíҹǡÒà ¹ÒÇÒàÍ¡ ÇÃÔÉ ÇѧàÂç¹
¹ÒÇÒàÍ¡ ÀÙÉÔµ à¡Ô´ã¹Á§¤Å
¾ÅàÃ×͵ÃÕ Ê¹Ô· âÁ¸Ô¹Ò
NjҷÕè àÃ×͵ÃÕ ·Í§à¨×Í ¾Ø²à¤Ã×Í Ê§¤ÃÒÁä«àºÍÏ‹
Ãͧ¼ÙŒÍíҹǡÒà ½†Ò¡ÒÃà§Ô¹


¹ÒÇÒàÍ¡ ¸§ªÑ ¤ØŒÁ¡Ñ¹
¹ÒÇÒàÍ¡ ·ÔÇÒ Í‹Í¹ÅÐÍÍ ¾Ñ²¹Ò¡ÒáÒê‹Ç§ªÔ§
ºÃóҸԡÒà ¹ÒÇÒàÍ¡ ³µ°¾Å ªØ‹Á¸Ô ¤ÇÒÁä´Œà»ÃÕºº¹ä«àºÍÏâ´àÁ¹

¹ÒÇÒâ·ËÞÔ§ ÀÑ·ÃÒ â¾¸ÔìµÒ´
¹ÒÇÒàÍ¡ ¸§ªÑ ¤ØŒÁ¡Ñ¹
¹ÒÇÒâ·ËÞÔ§ ¡ÄÉ³Ò ËÍÁ¡ÅÔè¹ ·ËÒÃÃѺ¨ŒÒ§¡ÑºÊ§¤ÃÒÁÂØ¤ãËÁ‹
¼ÙŒª‹ÇºÃóҸԡÒÃ
NjҷÕè àÃ×Íâ· ¶ÒÇà ¢ÅÔº»˜œ¹
¹ÒÇÒàÍ¡ ʶҾà ÇÒ¨Ãѵ¹
àº×éͧËÅѧ¤ÇÒÁÊíÒàÃç¨
¹ÒÇÒàÍ¡ ÇÃÔÉ ÇѧàÂç¹ ã¹¡ÒþѲ¹Ò»ÃÐà·È
¢Í§ÊÒ¸ÒóÃѰ»ÃЪҪ¹¨Õ¹
¹ÒÇÒàÍ¡ ·ÔÇÒ Í‹Í¹ÅÐÍÍ


Editor Talk

¹ÒÇÒàÍ¡ ¸§ªÑ ¤ØŒÁ¡Ñ¹
Ãͧ ¼Í.ÈÂÃ.ÂÈ.·Ã.










สวสดีครบทานผอานทเคารพรัก เนอหาในฉบบท ๑๐๔ น จะเสนอ












มุมมองของสงครามและความขัดแยงในยุคปจจุบัน โดยเร่มจากการนําเสนอ
แนวคิดทางสงครามของ Clausewitz วายังสามารถนํามาใชไดหรือไม
หลังจากน้น จะนําเสนอรูปแบบของสงครามยุคใหมท่มีการใชขีดความ


สามารถทุกรูปแบบ นอกจากขีดความสามารถทางทหารเพ่อใหชนะสงคราม


โดยจะนํามุมมองของการรบในมิติตางๆ ซ่งจะเห็นวาในสงครามยุคใหม

การเขายึดท่หมายโดยใชกําลังรบทางบกยังคงมีความสําคัญ ท้งน้ การรบทางเรือ



ยังคงมีความสําคัญหรือไม นอกจากน้แลว การสนับสนุนการรบโดยการ
ชวงชิงความไดเปรียบบนไซเบอรโดเมนจะสงผลอยางไร สงครามในมิติของ
อวกาศจะสงผลตอการรบในอนาคตอยางไร รวมถึงทําไมถึงมีการใชทหาร

รับจางมากข้นในสงครามยุคใหม ประเด็นเหลานี้ลวนเปนประเด็นความรู


ท่นาสนใจ รวมถึงยังมีเกร็ดความรูเก่ยวกับเบ้องหลังความสําเร็จในการ

พัฒนาประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีนมาใหทานผูอานไดติดตามกัน
บทความเรื่องแรก น.อ.ภาณุพันธ รักษแกว ไดเขียนเกี่ยวกับการ
เปลี่ยนแปลงของสงคราม ที่เปลี่ยนจากสงครามระหวางรัฐ เปนสงครามที่




เกดจากตัวแทนทไมใชรฐ และสงครามการกอการราย โดยมีการถกเถยง




กนวางานเขยน On War โดย Carl von Clausewitz ยงสามารถใชอธบาย














ได โดยไมใชวตถโบราณทลาหลงไปแลว สามารถตดตามรายละเอยดไดจาก



บทความ “ความสัมพันธจากหนังสือ On War ของ Clausewitz กับ
สถานการณความขัดแยงในปจจุบัน”


บทความเร่องท่สอง โดย น.ท.สุระ บรรจงจิตร จะกลาวถึง “สงคราม

รัสเซีย-ยูเครน กับมุมมองของการรบทางเรือ” โดยบทความน้เปนการ
Editor Talk
วิเคราะหเปรียบเทียบเหตุการณการรบทางเรือในสงครามรัสเซีย-ยูเครน
เทียบกับหลักการรบทางเรือ ต้งแตการไดมาซ่งการควบคุมทะเลของฝายท ่ ี


¹ÒÇÒàÍ¡ ¸§ªÑ ¤ØŒÁ¡Ñ¹
Ãͧ ¼Í.ÈÂÃ.ÂÈ.·Ã. มีกําลังเหนือกวา ไปจนถึงการนําเสรีในการปฏิบัติจากการควบคุมทะเลไป
ใชประโยชนเก่ยวของกับสถานการณบนฝง ท้งในสวนของการปดอาว


การเคลื่อนกําลังสูฝง และการโจมตีฝง กับความพยายามของฝายที่มีกําลัง
ดอยกวาในการตอตานการควบคุมทะเล และการปฏิเสธการใชทะเล






สวสดีครบทานผอานทเคารพรัก เนอหาในฉบบท ๑๐๔ น จะเสนอ เพื่อลดความไดเปรียบของฝายตรงขาม








มุมมองของสงครามและความขัดแยงในยุคปจจุบัน โดยเร่มจากการนําเสนอ บทความเร่องท่สาม “การปฏิบัติการทางทหารในมิติทางอวกาศ”



แนวคิดทางสงครามของ Clausewitz วายังสามารถนํามาใชไดหรือไม โดย น.อ.นาวี ฤทัยวทัญู ไดกลาวถึงความสําคัญของมิติทางอวกาศ

หลังจากน้น จะนําเสนอรูปแบบของสงครามยุคใหมท่มีการใชขีดความ ตอการปฏิบัติการทางทหาร โดยเฉพาะการรวมเขากับมิติการรบแบบเดิม

สามารถทุกรูปแบบ นอกจากขีดความสามารถทางทหารเพ่อใหชนะสงคราม คือ มิติทางบก มิติทางทะเล และมิติทางอากาศ จะนําไปสูการพัฒนาดาน

โดยจะนํามุมมองของการรบในมิติตางๆ ซ่งจะเห็นวาในสงครามยุคใหม เทคโนโลยีและดานความม่นคงของประเทศ ซ่งถือเปนความทาทายของกองทัพ



การเขายึดท่หมายโดยใชกําลังรบทางบกยังคงมีความสําคัญ ท้งน้ การรบทางเรือ ในการเรงพัฒนานโยบาย บุคลากร เทคโนโลยี และยุทโธปกรณ เพ่อรองรับ




ยังคงมีความสําคัญหรือไม นอกจากน้แลว การสนับสนุนการรบโดยการ กับการพัฒนาของมิติทางอวกาศ

ชวงชิงความไดเปรียบบนไซเบอรโดเมนจะสงผลอยางไร สงครามในมิติของ




อวกาศจะสงผลตอการรบในอนาคตอยางไร รวมถึงทําไมถึงมีการใชทหาร บทความเร่องท่ส่ เปนเร่อง “สงครามไซเบอร (Cyber War)”


รับจางมากข้นในสงครามยุคใหม ประเด็นเหลานี้ลวนเปนประเด็นความรู โดยผมเปนผูเขียนเอง ซ่งจะกลาวถึง สงครามไซเบอรท่ทําใหสงครามยุคใหม


ท่นาสนใจ รวมถึงยังมีเกร็ดความรูเก่ยวกับเบ้องหลังความสําเร็จในการ เปล่ยนแปลงรูปแบบไปอยางมาก โดยทําสงครามกันผานเครือขายอินเตอรเน็ต





พัฒนาประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีนมาใหทานผูอานไดติดตามกัน ซ่งสงครามนี้อาจไมจําเปนตองเคล่อนกําลังทหารหรือยุทโธปกรณไปโจมต ี
ขาศึก เพียงแตนั่งอยูหนาจอคอมพิวเตอร แลวเคาะแปนคียบอรดเทานั้น
บทความเรื่องแรก น.อ.ภาณุพันธ รักษแกว ไดเขียนเกี่ยวกับการ ก็สามารถทําลายขาศึกใหเกิดความเสียหายได ซ่งบทความนี้จะสะทอนผล

เปลี่ยนแปลงของสงคราม ที่เปลี่ยนจากสงครามระหวางรัฐ เปนสงครามที่ กระทบและทําใหตระหนักถึงความสําคัญของการเตรียมการดานสงคราม
เกดจากตัวแทนทไมใชรฐ และสงครามการกอการราย โดยมีการถกเถยง ไซเบอรในอนาคต





บทความเรื่องที่หา ตอเนื่องมาจากบทความที่สี่ “พัฒนาการการ
ชวงชิงความไดเปรียบบนไซเบอรโดเมน” โดย น.อ.ดร.กรกช วิไลลักษณ


แสดงมุมมองตอความสําคัญของไซเบอรโดเมน ท่มีเช่อมโยงปฏิบัติการทาง
ทหารที่เกิดขึ้นบนโดเมนอื่น ๆ ผานโครงสรางพื้นฐานดานเทคโนโลยีดาน

สารสนเทศ ด้งน้นเตรียมการและการพัฒนาดานไซเบอรโดเมน จะสงผล




สําคัญตอความม่นคงของชาติท้งในภาวะปกติ ไปจนถึงภาวะสงคราม ท้งน ้ ี


การละเลยตอความสาคัญทางดานน้กสามารถสงผลเสียอยางมากเชนเดียวกัน

บทความเร่องท่หก “ทหารรับจางกับสงครามยุคใหม” น.อ.ณัฐกร



ใหศิริกุล ไดนําเสนอ มุมมองของสงครามยุคใหมท่กําลังจะกลายเปนสงคราม

สวนตัวท่อํานาจทางเศรษฐกิจและอํานาจของเงินจะเปนปจจัยหลักในการ











ขบเคลอน ทาใหทหารรบจางถกนามาใชมากขนทงทางเปดเผยและทาง

ปกปด ซ่งการใชทหารรับจาง ผูวาจางสามารถปฏิเสธความเชื่อมโยงได

รวมท้งเม่อมีความจําเปนตองปฏิบัติภารกิจท่เปนการละเมิดสิทธิมนุษยชน






ท้งน้ เม่อระเบียบกฎเกณฑท่มีอยูบนโลกถูกละเลย ทหารรับจางจึงอาจเปน
ภัยคุกคามตอสันติภาพโลกอยางหลีกเลี่ยงไมได

บทความเร่องสดทาย โดย พล.ร.อ.ไพโรจน แกนสาร “เบ้องหลังความ


สําเร็จในการพัฒนาประเทศของ สาธารณรัฐประชาชนจีน” จะทําใหทาน
ผูอานสามารถเห็นแนวทางการพัฒนาประเทศของสาธารณรัฐประชาชน
จีนที่ประกอบดวยปจจัยหลายดาน ซึ่งโดยหลักๆ แลว มาจากการกําหนด
ยุทธศาสตรระยะยาวแลวสามารถดําเนินการไดอยางเปนรูปธรรม โดยเนน



การพัฒนาเศรษฐกิจและความม่นคงโดยสันติ โดยมีผูนําท่เขมแข็งท่สืบทอด
อํานาจตอกันมาเปนตัวขับเคลื่อนสําคัญ ซึ่งอาจทําใหไทยตองกลับมามอง
แนวทางการพัฒนาประเทศของเราในอนาคต
หลังจากที่ไดอานบทความทั้งหมด จะเห็นไดวาความขัดแยงหรือ
สงครามท่เกิดข้นในอนาคต แมจะมีองคประกอบท่ไมตางจากเดิม แตปจจัย







ท่เก่ยวของเปล่ยนแปลงไปอยางมาก ท้งแนวทางการใชกําลังในการโจมต ี
เปาหมาย การใชสงครามไซเบอรเพ่อการชวงชิงความไดเปรียบ การใช

สงครามในมิติของอวกาศ หรือแมแตการใชทหารรับจาง ซ่งปจจัยตางๆ



เหลาน้ จะทําใหเกิดความไดเปรียบหรือเสียเปรียบในความขัดแยงระหวาง
ประเทศ หากบุคลากรของกองทัพมีความเขาใจทุกปจจัยที่เกี่ยวของ และ

ประเมินสถานการณไดอยางมีประสิทธิภาพ ยอมสงผลเชิงบวกในการ
ขับเคลื่อนกองทัพในสถานการณความขัดแยงในอนาคตได

สุดทายน้ กองบรรณาธิการ ขอขอบพระคุณหนวยงานท่ใหการ


สนับสนุนในการจัดทําวารสารนาวิกาธิปตยสาร โดยหวังวาวารสารฯ เลมน ้ ี
จะเปนประโยชนตอนายทหารท่กําลังศึกษาอยูในหลักสูตรตางๆ และ




ประชาชนท่วไปท่สนใจ ท้งน้ หากมีความเห็นรวมท้งขอเสนอแนะ สามารถ


สงไดที่ [email protected] หรือที่กองบรรณาธิการ ครับ
นาวาเอก ธงชัย คุมกัน

บรรณาธิการ


คุณหญิงศรีศิริ กฤษณจันทร

ประธานมูลนิธิกองทุน







พลเรือเอก ประพัฒน - คุณหญิง ศรศร กฤษณจนทร 
ผูใหการอุปถัมภโครงการพัฒนาและปรับปรุง
คุณภาพวารสารนาวิกาธิปตยสาร


ความสัมพันธ์จากหนังสือ

On War ของ Clausewitz


กับสถานการณ์ความขัดแย้ง

ในปัจจุบัน






โดย นาวาเอก ภาณุพันธุ รักษแกว




¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 11
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


“It was my ambition to write a book that would
not be forgotten after two or three years, and

that possibly might be picked up more than once
by those who are interested in the subject”
Carl von Clausewitz (1818)









บทคัดยอ

กวา ๑๙๐ ปแลวท่งานเขียน On War โดย Carl von Clausewitz

ถูกนํามาใชเปนเอกสารประกอบการสอนในสถาบันตาง ๆ โดยเฉพาะท ่ ี
เกี่ยวของกับทางทหาร ซึ่ง Clausewitz ไดอาศัยประสบการณที่เคยอยูใน
สนามรบมาอธิบายถึงสภาวะการณตาง ๆ ของสงครามไดเปนอยางดี ซึ่ง
หากไดมีโอกาสศึกษางานเขียนของ Clausewitz อยางลึกซึ้งแลว จะเห็น
ไดวาแกนแทในแตละบทยังคงสามารถอธิบายถึงสาเหตุหรือเหตุการณสําคัญ

ในปจจุบันไดอยู โดยเนื้อหาในหนังสือนั้นเปนการวิเคราะหสงครามตั้งแต
ศตวรรษที่ ๑๘ จนถึงตนศตวรรษที่ ๑๙ ดวยเหตุนี้ทําใหหนังสือถูกมองวา


ใชไดเฉพาะกบสงครามระหวางรัฐใหญ แตดวยเวลาท่ผานมากวาสองทศวรรษ
ปญหาความขัดแยงระหวางรัฐ สงครามการเมือง และการกอการราย นัก
วิชาการรุนใหมไดมองวา On War อาจจะเปนโบราณวัตถุจากอดีต ความ

ขัดแยงระหวางรัฐไดเกิดนอยลงไปทุกที ๆ ทําใหเสนก้นความแตกตาง













ระหวางรฐกบสงทไมใชรฐนนไดจางหายไป ผอานบางทานไดเกดคาถามตอ








12 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ




มาวา On War ไดเก่ยวของกับความขัดแยงปจจุบนอยางไร เชน ความขัดแยง

หรือการทําสงครามกับฝายท่ไมไดเปนรัฐอยางกลุมกอการรายท่สหรัฐอเมริกา

ประกาศจะทําสงคราม War On Terror แลวจะหา Government ใน
Trinity Of War ไดอยางไรเปนตน

ปจจุบันการถกเถียงยังวนเวียนอยูแตกับการเปล่ยนแปลงของ
สงคราม ไมวาจะเปนจากรัฐเปนไมใชรัฐ หรือจากการเปลี่ยนแปลงของวิธี


ท่ใชในสงคราม มุมมองของ Clausewitz ในเร่องของธรรมชาติของสงคราม
ไดถูกศึกษา รวมถึงความคิดที่วาสงครามนั้นเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
หรือไม ซ่งนักวิจารณสวนใหญมองวา On War ไมไดพูดถึงสงครามรูปแบบ

อื่น พูดแตสงครามระหวางรัฐ ทําใหในสวนนี้จะเปนการพิสูจนวาสงคราม
ขนาดยอยยังถูกรวมอยูในงานของ Clausewitz อยูหรือไม นอกจากน้น

แลว การตีความรูปแบบอื่นยังแสดงใหเห็นถึงการที่ On War ไดเชื่อมโยง

กับสงครามในรูปแบบตาง ๆ ซ่งเช่อมโยงไปยังสวนอธิบายหัวใจหลักของ






สงครามซ่งกคือ ความตอเนองของการเมืองดวยวิธีการตาง ๆ ท่ไมใชแตรูป

แบบรัฐเพียงอยางเดียว และ แนวความคิดสามส่งของ Clausewitz
แรงจูงใจ โอกาส และ เหตุผล จึงไดถูกอภิปราย ตีความใหแคบลงในแนว



ความคิดน้นทําใหแนวความคิดหมดความชอบธรรม จากการตีความท่ลึกซ้ง
จะทําใหเห็นไดวาจะตองไมพิจารณาแตละสวนแยกจากกันหรือเปนลําดับช้น

หนังสือ On War นั้นเปนแหลงอางอิงที่สําคัญสําหรับผูที่ตองการเขาใจถึง
ปรากฏการณทางสังคมท่ซับซอนของสงครามและความขัดแยง และเต็ม

ไปดวยแนวความคิดเกี่ยวกับสงครามรวมสมัยแตจะตองถูกอาน และอาน






ทวนเพ่อท่จะไดเขาใจถงความหมายท่แทจรง และบทความน้ไมไดทําการ
เปรียบเทียบระหวางความขัดแยงในปจจุบันกับในอดีต แตเปนการประเมิน



เน้อหาของหนังสือและงานเขียนทางวิชาการท่เก่ยวของเพ่อท่จะเขาใจความ


ขัดแยงในปจจุบัน
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 13
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


กลาวนํา

Carl von Clausewitz เปนนายพลแหงกองทัพบกชาวปรัสเซีย



เกิดเม่อวันท่ ๑ มิถุนายน ค.ศ.๑๗๘๐ท่บวรคไบมัคเดอบวรค ราชอาณาจักร

ปรัสเซีย และเสียชีวิตเมื่อ ๑๖ พฤศจิกายน ค.ศ.๑๘๓๑ รวมอายุได ๕๑ ป
โดยไดรับการยกยองวาเปนนักทฤษฎีทหารผูย่งใหญและเปนบิดาแหง

วิชาการยุทธสมัยใหม สถานศึกษาทางทหารชั้นนําของโลกลวนแตตองให





นกเรยนไดศึกษาหนังสอ On War ท Clausewitz มีแรงปรารถนาทจะ



เขียนหนังสือวาดวยการสงครามใหเปนท่จดจําตลอดไป ปรัชญาของ
Clausewitz เกี่ยวกับธรรมชาติของสงคราม เกี่ยวกับการทําสงคราม และ
เกี่ยวกับจุดมุงหมายของสงคราม ซึ่งปรัชญาที่สําคัญทั้ง ๓ ประการนี้ไดถูก

ขยายความเปนประเด็นแนวความคิดตาง ๆ มากมาย และถึงแมนักการ

ทหารในปจจุบันจะอยูในศตวรรษท่ ๒๑ แลวก็ตาม เหตุใดยังตองศึกษา

ตํารา On War กันอยูท้งท่สภาวะแวดลอมไดเปล่ยนแปลงไปแลวกวา ๒๐๐ ป



ท่สําคัญคํากลาวของ Clausewitz ยังสามารถนํามาอธิบายความเปนมา

เปนไปของโลกปจจุบันและอนาคตไดอยูหรือไม เปนส่งท่ผูเขียนจะไดนํามา

ศึกษากันตอไป















Carl von Clausewitz กับหนังสือ On War
(ภาพจากเอกสารประกอบการบรรยายของ น.อ.อนุรัตน ศิริวงศ)
14 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


งานเขียน “On War” ของ Clausewitz

Clausewitz มุงเนนพิเศษไปท่ “จิตใจ” (ในความหมายของยุค
ใหมคือ จิตวิทยาทหาร) และมุมมองทางการเมืองตอสงคราม หนังสือชิ้น



เอกของเขาเรอง วาดวยสงคราม (อังกฤษ: On War, เยอรมัน : Vom
Kriege) นําเสนอธรรมชาติของสงครามดวยวิธี “วิภาษวิธี (dialectic ap-

proach)” กลาวคือ ต้งสมมุติฐาน (thesis) ต้งขอโตแยง (anti-thesis) และ


สังเคราะหความจริง (synthesis) ออกมา ซ่งเปนกระบวนการแสวงหา
ความรูของมนุษยแบบหนึ่ง

หนังสือ On War เปนการรวบรวมงานเขียนของ Clausewitz ใน
ชวงสงคราม the Napoleonic wars ระหวาง ค.ศ.๑๘๑๖ และ ๑๘๓๐
ซึ่งภายหลังการเสียชีวิตของ Clausewitz ในป ค.ศ.๑๘๓๑ ภรรยาของเขา

Marie von Brühl ไดพบตนฉบับของหนังสือ จึงไดนํามาตีพิมพคร้งแรกใน

เยอรมัน ในป ค.ศ.๑๘๓๒ และเริ่มเปนที่นิยมจากนักการทหารในเวลาตอ

มางานเขียนมีท้งส้น ๘ เลม มีความหนากวา ๗๐๐ หนา ไดแก ๑) ธรรมชาต ิ

ของสงคราม (On the Nature of War) ๒) ทฤษฎีการสงคราม (On the
Theory of War) ๓) ยุทธศาสตร (On Strategy in General) ๔) การสู

รบ (The Engagement) ๕) กําลังทหาร (Military Forces) ๖) การปองกัน
(Defense) ๗) การโจมตี (The Attack) และ ๘) แผนการสงคราม (War
Plans)



ตนฉบับของหนังสือ On War
ตีพิมพในป ค.ศ.๑๘๓๒

(ภาพจากออนไลน http://
thehundredbooks.com/
Clausewitz_On_War.htm)





¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 15
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ



ในหองสมุดสถาบันทางทหารช้นนํารวมถึงมหาวิทยาลัยตาง ๆ สวน

ใหญจะเต็มไปดวยงานและบทวิจารณหลากหลายท่ไดวิเคราะห ตรวจสอบ
แยกสวน อธิบาย ชื่นชม หรือแมแตดูหมิ่น หนังสือ On War ของ Clause-

witz เนื่องจากหนังสือเลมนี้เปนแหลงอางอิงมาตรฐานสําหรับผูที่สนใจใน


เร่องของสงครามและความขัดแยง ซ่งในหนังสือน้นไดทําการวิเคราะห

สงครามและความขัดแยงตั้งแตศตวรรษที่ ๑๘ ถึงตนศตวรรษที่ ๑๙ โดยที่

ท้งหมดเปนความขัดแยงระดับชาติหรือระหวางรัฐ แตดวยการเปล่ยนแปลง


ของโลกในชวง ๒ ทศวรรษท่ผานมาของปญหาความขัดแยงระหวางรัฐ
สงครามกลางเมือง และการกอการราย ทําใหเกิดขอโตแยงวา On War

อาจจะเปนโบราณวัตถุจากอดีต จึงเกิดคําถามตอมาวา On War ไดเก่ยวของ
กับความขัดแยงปจจุบันอยางไร



พันเอก E.A. de Landmeter (ผูเขียนบทความ The relevance
of Clausewitz’s ‘On War’ to today’s conflicts) กลาววา “ผูอานที่




แยท่สุดน้นเปรียบเหมือนหนวยทหารกองโจร ท่ขโมยเอาแตสวนท่ตัวเอง
ใชงานได และทําสวนที่เหลือทั้งหมดใหแปดเปอน” ซึ่งหนังสือ On War
ตั้งแตหลังฉบับแปลป ค.ศ.๑๙๗๖ โดย Michael Howard และ Peter
Paret นักวิชาการสวนใหญเห็นพองตองกันวา On War นั้นแบงเปนสอง
แบบตรงกันขามที่แทจริง แบบแรก คือ เปนหนังสือสงครามที่ยิ่งใหญและ

ดีงามอยางแทจริง แบบที่สอง คือ เปนหนังสือที่ถูกอางอิงบอยแตถูกอาน
อยางผิวเผิน แตโดยรวมแมจะมีขอผิดพลาดบางประการ ก็ถือไดวา On

War เปนหน่งในหนังสือของโลกตะวันตกไมก่เลมท่ไดเสนอทฤษฎีเก่ยวกับ



สงคราม







16 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


ในหองสมุดสถาบันทางทหารช้นนํารวมถึงมหาวิทยาลัยตาง ๆ สวน


ใหญจะเต็มไปดวยงานและบทวิจารณหลากหลายท่ไดวิเคราะห ตรวจสอบ
แยกสวน อธิบาย ชื่นชม หรือแมแตดูหมิ่น หนังสือ On War ของ Clause-

witz เนื่องจากหนังสือเลมนี้เปนแหลงอางอิงมาตรฐานสําหรับผูที่สนใจใน


เร่องของสงครามและความขัดแยง ซ่งในหนังสือน้นไดทําการวิเคราะห

สงครามและความขัดแยงตั้งแตศตวรรษที่ ๑๘ ถึงตนศตวรรษที่ ๑๙ โดยที่
ท้งหมดเปนความขัดแยงระดับชาติหรือระหวางรัฐ แตดวยการเปล่ยนแปลง



ของโลกในชวง ๒ ทศวรรษท่ผานมาของปญหาความขัดแยงระหวางรัฐ
สงครามกลางเมือง และการกอการราย ทําใหเกิดขอโตแยงวา On War

อาจจะเปนโบราณวัตถุจากอดีต จึงเกิดคําถามตอมาวา On War ไดเก่ยวของ
กับความขัดแยงปจจุบันอยางไร สงครามคือ การดวลขนาดใหญ (War is nothing but a duel on a larger scale. : On War หนา ๗๕)
(ภาพจาก https://hekint.org/2019/05/10/medical-innovations-made-by-doctors-during-the-napoleonic-wars)

พันเอก E.A. de Landmeter (ผูเขียนบทความ The relevance
of Clausewitz’s ‘On War’ to today’s conflicts) กลาววา “ผูอานที่ Clausewitz ไดเผยใหเราไดเห็นเกี่ยวกับความในใจของเขาเกี่ยว





แยท่สุดน้นเปรียบเหมือนหนวยทหารกองโจร ท่ขโมยเอาแตสวนท่ตัวเอง กับเร่องการเมือง ในหนังสือเลมแรกของ am Kriege วาดวยเร่องของ

ใชงานได และทําสวนที่เหลือทั้งหมดใหแปดเปอน” ซึ่งหนังสือ On War “Strange Trinity of War” (Trinity มีรากศัพทมาจากทางศาสนาคริสต
ตั้งแตหลังฉบับแปลป ค.ศ.๑๙๗๖ โดย Michael Howard และ Peter หมายถึง พระผูเปนเจา ซึ่งแบงเปน ๓ องค คือ พระบิดา พระบุตร และ
Paret นักวิชาการสวนใหญเห็นพองตองกันวา On War นั้นแบงเปนสอง พระวิญญาณ) ในความหมายของ Clausewitz คือ กลุมที่มี ๓ คน หรือ
แบบตรงกันขามที่แทจริง แบบแรก คือ เปนหนังสือสงครามที่ยิ่งใหญและ ของ ๓ สิ่งสงคราม ประกอบดวย องคประกอบแรก ความเปนศัตรู (เชน


ดีงามอยางแทจริง แบบที่สอง คือ เปนหนังสือที่ถูกอางอิงบอยแตถูกอาน ความเกลียดและความรุนแรง) ซ่งเปรียบเสมือนสัญชาตญาณท่ขาดการ

อยางผิวเผิน แตโดยรวมแมจะมีขอผิดพลาดบางประการ ก็ถือไดวา On ไตรตรอง (Blind Instinct) เปนสวนท่พลเมืองมีบทบาทมาก องคประกอบ


War เปนหน่งในหนังสือของโลกตะวันตกไมก่เลมท่ไดเสนอทฤษฎีเก่ยวกับ ท่สอง เปนปฏิสัมพันธของความนาจะเปนและโอกาส ความกลาหาญ และ




สงคราม ความสามารถพิเศษสวนน้ ทหารและผูนําทางทหาร เปนผูแสดงบทบาท









สาคญ องคประกอบทสาม สงครามมคณสมบตเปนเครองมอรองของ



นโยบาย ดวยเหตุน้สงครามจึงข้นอยูกับเหตุผล ซ่งรัฐบาลหรือผูกําหนด



นโยบายเปนผูแสดงบทบาทหลัก
16 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 17
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


Trinity of War (องคประกอบท้งสามของสงคราม) มีความสัมพันธ


กันอยางท่แยกจากกันไมได รัฐบาลเปนผูกําหนดวัตถุประสงคทางการเมือง
ทหารดําเนินการสงครามเพื่อใหบรรลุผลทางการเมือง และประชาชนเปน

ผูสนับสนุน ในสงครามใด ๆ ก็ตาม หากองคประกอบใดองคประกอบหนึ่ง
ออนแอ ชัยชนะในการทําสงครามดูจะเลือนราง มีตัวอยางใหศึกษามากมาย

ท้งในอดีตจนถึงปจจุบัน องคประกอบสามสวนของสงคราม คือ ประชาชน
กองทัพ และรัฐบาล โดยประชาชนใหความเห็นชอบ และพรอมท่จะอดทน


เสียสละทุมเทและสนับสนุนการทําสงคราม ในขณะท่ตองพิจารณาขีดความ
สามารถของกองทัพในการเอาชนะสงครามกับคุณภาพของรัฐบาลระหวาง
การนําพาประเทศเขาสูภาวะสงคราม


Clausewitz เร่มวิเคราะหสงครามดวยการต้งสมมุติฐานหรือการ
สราง “แบบในอุดมคติ (ideal or abstract)” วา (๑) สงครามคือ การบีบ
บังคับใหขาศึกทําในสิ่งที่เราตองการ (War is thus an act of force to
compel our enemy to do our will.) (๒) สงครามคือ การใชกําลังขั้น
สูงสุด (The maximum use of force) และ (๓) วัตถุประสงคของสงคราม
คือ เพ่อใหศัตรูยอมจํานนอยางราบคาบ (the aim of warfare is to

disarm the enemy) (On War หนา ๗๕ -๗๗) ตอมา Clausewitz ตั้ง



ขอโตแยงสมมตฐานของตนเองวา “สงครามเปนเพยงความตอเนองของ




นโยบายโดยเคร่องมืออ่น (War is merely the Continuation of Policy
by Other Means)” (On War หนา ๘๗) หมายความวา สงครามเปน

เคร่องมือหน่งของนโยบายทางการเมืองเพียงเทาน้น ไมไดมีเหตุผลหรือ


ความหมายในตัวเอง (not an end in itself) ซึ่งจะเห็นไดวานิยามแบบ




หลังน้ลดทอนภาพการใชกําลังท่มีอยูท้งหมดดวยความรุนแรงข้นสูงสุดเพ่อ





ใหขาศกยอมจานนอยางราบคาบลงไปอยางสนเชิง เมอผสมผสานขอ


สมมุติฐานและขอโตแยงเขาดวยกัน Clausewitz สังเคราะหนิยามของ
สงครามไดวา “สงครามเปนมากกวากงกาทสามารถปรับเปล่ยนสภาพของ





18 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ





Trinity of War (องคประกอบท้งสามของสงคราม) มีความสัมพันธ มันใหเขากับส่งแวดลอมท่มันอยู ประกอบไปดวยองคสาม ไดแก (๑) ความ


กันอยางท่แยกจากกันไมได รัฐบาลเปนผูกําหนดวัตถุประสงคทางการเมือง รุนแรงแบบปาเถ่อน ความเกลียดชัง และความเปนปฏิปกษซ่งเปรียบเสมือน

ทหารดําเนินการสงครามเพื่อใหบรรลุผลทางการเมือง และประชาชนเปน แรงบังคับตามธรรมชาติอันมืดบอด (๒) การเลนกับโอกาสและความนาจะ

ผูสนับสนุน ในสงครามใด ๆ ก็ตาม หากองคประกอบใดองคประกอบหนึ่ง เปน ซ่งคือการแสวงหาแนวทางแหงชัยชนะโดยใชจินตนาการอยางอิสระ
ออนแอ ชัยชนะในการทําสงครามดูจะเลือนราง มีตัวอยางใหศึกษามากมาย และ (๓) การอยูภายใตเหตุผลทางการเมือง” (War is more than a true
ท้งในอดีตจนถึงปจจุบัน องคประกอบสามสวนของสงคราม คือ ประชาชน chameleon that slightly adapts its characteristics to the given

กองทัพ และรัฐบาล โดยประชาชนใหความเห็นชอบ และพรอมท่จะอดทน case. As a total phenomenon its dominant tendencies always

เสียสละทุมเทและสนับสนุนการทําสงคราม ในขณะท่ตองพิจารณาขีดความ make war a paradoxical trinity-composed of primordial violence,

สามารถของกองทัพในการเอาชนะสงครามกับคุณภาพของรัฐบาลระหวาง hatred, and enmity, which are to be regarded as a blind natu-
การนําพาประเทศเขาสูภาวะสงคราม ral force; On War หนา ๘๙)

Clausewitz เร่มวิเคราะหสงครามดวยการต้งสมมุติฐานหรือการ เมื่อ Clausewitz สังเคราะหนิยามของสงครามออกมาแลวไดแก

สราง “แบบในอุดมคติ (ideal or abstract)” วา (๑) สงครามคือ การบีบ องคสาม (The Trinity of War) เขาไดประยุกตกรอบความคิดนี้ใหเขากับ








บังคับใหขาศึกทําในสิ่งที่เราตองการ (War is thus an act of force to ภาวะสงครามในยคทเขามชวิตอยซงคอ สงครามระหวางรัฐ และไดสามเหลียม




compel our enemy to do our will.) (๒) สงครามคือ การใชกําลังขั้น สงคราม (Clausewitzian Triangle) ออกมาไดแก รัฐบาล (เหตุผล) , ทหาร
สูงสุด (The maximum use of force) และ (๓) วัตถุประสงคของสงคราม (โอกาสและความนาจะเปน) และประชาชน (ความเปนปฏิปกษ) โดยกลาว


คือ เพ่อใหศัตรูยอมจํานนอยางราบคาบ (the aim of warfare is to วาในทุกสงครามจะประกอบดวยขาท้งสามของสามเหล่ยมสงครามและ

disarm the enemy) (On War หนา ๗๕ -๗๗) ตอมา Clausewitz ตั้ง ความสัมพันธระหวางขาท้งสามเปล่ยนแปลงอยูเสมอ ทฤษฎีใดท่ไมสนใจ



ขอโตแยงสมมตฐานของตนเองวา “สงครามเปนเพยงความตอเนองของ ขาใดขาหน่งของสามเหล่ยมสงคราม หรือพยายามมองความสัมพันธระหวาง









นโยบายโดยเคร่องมืออ่น (War is merely the Continuation of Policy ขาทั้งสามในลักษณะคงที่ จะมองสิ่งตาง ๆ ผิดเพี้ยนและขัดแยงกับความ
by Other Means)” (On War หนา ๘๗) หมายความวา สงครามเปน เปนจริง จนไมสามารถใชการไดหากนําความคิดของเคลาเซวิทซมาประยุกต


เคร่องมือหน่งของนโยบายทางการเมืองเพียงเทาน้น ไมไดมีเหตุผลหรือ ใชกับความขัดแยงระหวางรัฐเราสามารถสรุปไดวา สงครามมีธรรมชาติสอง

ความหมายในตัวเอง (not an end in itself) ซึ่งจะเห็นไดวานิยามแบบ แบบ ธรรมชาติแบบแรก คือ ธรรมชาติที่คงที่ กลาวคือ ไมวายุคสมัยหรือ




หลังน้ลดทอนภาพการใชกําลังท่มีอยูท้งหมดดวยความรุนแรงข้นสูงสุดเพ่อ เทคโนโลยจะเปลยนแปลงไปอยางไร สงครามจะประกอบดวยองคสาม





ใหขาศกยอมจานนอยางราบคาบลงไปอยางสนเชิง เมอผสมผสานขอ เสมอ – เหตุผล ความเปนปฏิปกษ และโอกาสและความนาจะเปน (รัฐบาล








สมมุติฐานและขอโตแยงเขาดวยกัน Clausewitz สังเคราะหนิยามของ ประชาชน ทหาร) ธรรมชาติแบบท่สองคือ ธรรมชาติท่ไมคงท่ กลาวคือ



สงครามไดวา “สงครามเปนมากกวากงกาทสามารถปรับเปล่ยนสภาพของ ลักษณะของสงคราม (character of war) เปล่ยนแปลงเสมอ ไมมีสงคราม



18 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 19
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


สองสงครามใดที่มีลักษณะเหมือนกัน เนื่องจากปจจัยที่มีลักษณะแตกตาง
กันในแตละสงคราม เชน วัตถุประสงคทางการเมือง สภาพเศรษฐกิจ และ
วัฒนธรรมความคิดของคูสงคราม อุปนิสัยของผูนํารัฐและแมทัพ ภูมิประเทศ

และภูมิอากาศของสนามรบ พื้นผิวการสูรบ (บก ทะเล อากาศ) ลักษณะ
ของกองกําลังที่ใช อาวุธที่ใช การดําเนินกลยุทธ และอื่น ๆ


































เม่อความจริงเปนเชนน้ ส่งแรกที่มีความสําคัญสูงสุดท่ผูนําทางการ

เมืองและผูนําทางทหารจําเปนตองกระทําคือการปรึกษาหารือกันเก่ยวกับ

สงครามท่รัฐตนกําลังจะเขาไปสูวาเปนสงครามประเภทใด มีลักษณะเฉพาะ


ตัวอยางไร เพ่อจะไมเกิดการเขาใจคลาดเคล่อนไปจากธรรมชาติท่แทจริง



ของมัน พรอมท้งเตรียมเคร่องมือของรัฐดานตาง ๆ ใหเหมาะสมสอดคลอง


(match) กับจุดมุงหมายทางการเมืองท่ตองการบรรลุ กลาวคือ จะใชเคร่อง
มือใดบาง [กําลังทางบก เรือ อากาศ การทูต เศรษฐกิจ ศาสนาวัฒนธรรม
ไซเบอร พันธมิตร ฯลฯ] มากนอยเพียงใด และทุมเทเวลาใหกับสงคราม
ยาวนานเพียงใด ๔
20 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


ความสัมพันธระหวางหนังสือ On War ของ Clausewitz กับสถานการณ

ความขัดแยงในปจจุบัน



เน้อหาในหนังสือน้นเปนการวิเคราะหสงครามระหวางประเทศ

ตาง ๆ ตั้งแตศตวรรษที่ ๑๘ จนถึง ตนศตวรรษที่ ๑๙ ดวยเหตุนี้ทําให
หนังสือ On War ถูกมองวาใชไดเฉพาะกับสงครามระหวางรัฐใหญ แตดวย

การกาวข้นในชวงสองทศวรรษท่ผานมาของปญหาความขัดแยงเกิดข้น


ระหวางรัฐ บางเปนสงครามการเมือง และการกอการราย นักวิชาการรุน



ใหมไดมองวา On War อาจจะเปนโบราณวตถจากอดีต ความขดแยง
ระหวางรัฐไดเกิดนอยลงไปทุกที ๆ ทําใหเสนกั้นความแตกตางระหวางรัฐ
กับสิ่งที่ไมใชรัฐนั้นไดจางหายไป
ศาสตราจารย Mary Kaldor หน่งในนักวิชาการรุนใหม ไดโตเถียง

วาธรรมชาติของสงครามนั้นไดเปลี่ยนไปแลว ความขัดแยงที่รุนแรงมีแนว
โนมท่จะเกิดนานข้น วงกวางมากข้น มีความเด็ดขาดนอยลง มีการแยกสวน




และมีการกระทําโดยตัวละครท่ไมใชรัฐ (Nonstate actor) ผานอัตลักษณ
มากกวาการแยงชิงอาณาเขตหรือพ้นที่ดวยการท่รัฐมีสวนรวมท่นอยลง



ทําใหสามสิ่งที่เชื่อมสงครามของ Clausewitz ไดแก แรงจูงใจ โอกาส และ
เหตุผล ถูกนักวิจารณอยาง Creveld และ Keegan แสดงความไมเห็นดวย
รวมถึงนักวิชาการคนอื่นอยาง Toffler, Owen, Summers และคนอื่น ๆ



ไดมองวาธรรมชาติของสงครามน้นไดเปล่ยนไปเพราะการปฏิวัติเปล่ยนแปลง
ไปของทหารโดยอางถึงความกาวหนาของเทคโนโลยี (Revolution in
Military Affairs: RMA) โดยเฉพาะเทคโนโลยีขอมูลขาวสาร (information

technology) ทําใหปจจัยท่ Clausewitz มองวาเปนสวนหน่งของธรรมชาต ิ

ของสงครามอยางความไมแนนอน ความอันตราย ความกลัว ความกลา
หาญ โอกาส และ ความฝด (friction of war) อาจไมสําคัญตอไป





¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 21
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


การตูนลอเลียนขอเขียนของ Clausewitz วาดวยความหมายของสงคราม
(ภาพจาก https://www.cartoonstock.com/directory/m/military_theorist.asp)



ตัวอยางเม่อสหรัฐอเมริกาประกาศทําสงครามกอการราย (War
On Terror: WOT) ภายหลังเหตุการณ ๑๑ กันยายน ค.ศ.๒๐๐๑ หรือ



911 ท่ผูกอการรายจ้เคร่องบินโดยสารพุงชนสัญลักษณความย่งใหญของ

สหรัฐฯ ไดแก อาคาร World Trade Center (อัตลักษณแทนเศรษฐกิจ)
อาคารกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ Pentagon (อัตลักษณแทนการทหาร)


และเปาหมายท่ต้งใจแตไมสําเร็จคือ ทําเนียบขาว White House (อัต



ลกษณแทนการปกครองหรอตัวประธานาธบดสหรฐ) ประธานาธบด George















W. Bush ประกาศแผนการไลลากลมผกอการรายอลกออดะฮอยางรวดเรว




โดยเฉพาะตัวนาย อุซามะฮ บิน ลาเดน ผูนํากลุม ซ่งไดปฏิเสธความ
เกี่ยวของในตอนแรก สุดทายไดอางความรับผิดชอบในเหตุวินาศกรรมดัง
กลาว ซึ่งอัลกออิดดะหและ บิน ลาเดน อางเหตุผลจูงใจในการกอเหตุวา
เนื่องจากการสนับสนุนอิสราเอลของสหรัฐฯ การคงทหารสหรัฐฯ ประจํา
การไวในซาอุดิอาระเบีย และการลงโทษตออิรัก สหรัฐฯ ดําเนินมาตรการ
ตอบโตเหตุวินาศกรรมโดยการเริ่มสงครามตอตานการกอการราย (Glob-
al War On Terror: GWOT) ดวยการสนับสนุนจากชาวอเมริกัน สหรัฐฯ
22 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ






เร่มการรุกรานอัฟกานิสถานเพ่อขับรัฐบาลตอลิบัน ซ่งใหท่พักพิงแกสมาชิก
อัลกออิดะฮ รวมถึงพันธมิตรสหรัฐฯ หลายประเทศเพ่มกฎหมายตอตาน

การกอการรายและขยายอํานาจการบังคับใชกฎหมาย มากขึ้น จนกระทั่ง
ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ.๒๐๑๑ สหรัฐฯ ไดสังหารนายบิน ลาเดน ณ บาน
พักในเมือง Abbottabad ประเทศปากีสถาน แตเมื่อนายบิน ลาเดน ได
เสียชีวิตไปแลว ประชาชนอเมริกันคาดหวังวาการกอการรายจะสงบแต
หาไมเปนเชนน้น การกอการรายตอผลประโยชนสหรัฐฯ ยังไมไดลดลง

สงครามยังดําเนินตอเน่องท้งในอิรักและอัฟกานิสถาน ผูนํากลุมตอลิบันถูก




สังหารหลายนายแตก็ไมไดทาใหความเขมแข็งของกลุมตอลิบนลดนอยลง

ยงคงมตวตายตวแทนมาอยางตอเนอง สงครามมความยดเยอยาวนาน









สหรัฐฯ สูญเสียทรัพยากรทุกประเภททําให GWOT คราชีวิตคนไปกวา
๙๒๙,๐๐๐ คน ในจํานวนนี้เปนพลเรือนมากกวา ๓๖๔,๐๐๐ คน ใชเงิน
ราว ๘ ลานลานเหรียญสหรัฐ
กรณี GWOT ดังกลาวอธิบาย Trinity of War (รัฐบาล ประชาชน

ทหาร) ไดอยางไมถนัดนัก เน่องจากสหรัฐฯ ไมไดทําสงครามกับรัฐปกต ิ


(สหรัฐฯ เลือกใชคําวา War) แตเปนกลุมกอการรายท่กระจายอยูท่วทุกหน



แหงบนโลก ในมุมของสหรัฐฯ เม่อเร่ม WOT ท้งสามขาเปนไปตามท ี ่
Clausewitz ไดอธิบายไว แตหลังจากสังหารนายบิน ลาเดน ไปแลวขาฝง





ประชาชนเรมออนแรงลงจนมผูตอตานรฐบาลสหรฐฯ ในการยงคงกาลัง


ทหารจํานวนมากในอัฟกานิสถานจนเปนเหตุใหประธานาธิบดี โจ ไบเดน
ของสหรัฐฯ ประกาศยุติสงครามและถอนกําลังทหารสหรัฐฯ ทั้งหมดออก
จากอัฟกานิสถานหลังจากตอสูมานานถึง ๒๐ ป ทําใหมีภาพขาวออกทั่ว
โลกที่กลุมตอลิบันเขายึดกรุงคาบูลและยึดอาวุธยุทโธปกรณของกองกําลัง
นานาชาติ ISAF (The International Security Assistance Force)
ในมุมของอัลกออิดะฮกับตอลิบัน ขาทั้งสามดูไมชัดเจนเนื่องจาก

ไมมีรัฐบาลตามท่ Clausewitz กลาวถึงผูนํารัฐบาลตอลิบัน ถึงแมถูกสังหาร
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 23
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ



ก็มีผลัดเปล่ยนไดตลอดมาโดยส่งสําคัญคือ นโยบายในการทําสงครามสูกับ

ISAF ไมเปลี่ยนแปลง ประชาชนมีทั้งสนับสนุนและเปนกลาง มีสวนนอยที่

รวมกับ ISAF ตอตานตอลิบัน โดยเฉพาะในระยะหลัง เม่อฝาย ISAF ปฏิบัต ิ
การผดพลาดมากข้นทําใหประชาชนพลเรอนอัฟกานิสถานเสียชีวิต ประชาชน



กลับตอตาน ISAF ซึ่ง ISAF ไมสามารถเอาชนะใจและความคิด (Heart &
Mind) ในขาประชาชนอัฟกานิสถานไดอยางสมบูรณ ทําใหการปฏิบัติการ
ของ ISAF เปนไปดวยความยากลําบาก ดังน้นการอธิบายชุดความคิด


Trinity of War ในโลกปจจุบันท่ตองกระทํากับกลุมท่ไมใชรัฐจึงไมอาจ



อธิบายตามท่ Clausewitz เขียนไวได นอกจากน้นการวางแผนระดับ





ยทธศาสตรของ ISAF ทตองกระทาตอขาทงสามของฝายตรงขามกไม


สามารถหาที่ลงได เนื่องจากกลุมกอการรายและกลุมตอลิบันไมใชรัฐบาล


ของประเทศ ทหารไมมีเครองแบบและไมใชการ “ดวล” อยาง Clausewitz

และประชาชนชาวอัฟกันมีความหวาดกลัวกลุมตอลิบันเกินกวาที่จะมาให






ความรวมมอกบ ISAF ไดอยางเปดเผย ทาใหการนาเสนอชดความคด
Trinity of War ไมสามารถอธิบายไดอยางเปนรูปธรรมเหมือนการทํา
สงครามระหวางรัฐตอรัฐอยางที่ Clausewitz ต้งไว ในขอวิพากษน้เปนจริง


เชนนี้หรือไม?








สงครามตอตานการกอการรายที่รัฐตอสูกับกลุมกอการราย
ที่ไมใชรัฐ Trinity of War ยังอยูหรือไม
(ภาพจาก https://www.reuters.com/news/picture/9-11-iconic-images-idUSRTS20CLO)
24 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ





อีกหน่งตัวอยางจากองคสามของสงครามทมีความชัดเจนตาม
แนวคิดของ Clausewitz ในสงครามรัสเซีย – ยูเครน เมื่อรัสเซียตัดสินใจ

รุกรานยูเครนเม่อวันท่ ๒๔ กุมภาพันธ พ.ศ.๒๕๖๕ เปนการยกระดับความ

รุนแรงของสงครามรัสเซีย–ยูเครน ซึ่งเริ่มตนตั้งแตป พ.ศ.๒๕๕๗ หลังการ



ปฏิวัติศักด์ศรีของชาวยูเครน การรุกรานทําใหเกิดวิกฤตผูล้ภัยคร้งใหญท่สุด


ของยุโรปนับต้งแตสงครามโลกคร้งท่สอง โดยมีชาวยูเครนหาลานคนเดิน





ทางออกนอกประเทศและหน่งในส่กลายเปนประชากรพลัดถ่น ในชวง

เร่มตนของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ในป พ.ศ.๒๕๕๗ รัสเซียไดผนวกดินแดน
ไครเมีย และกลุมแบงแยกดินแดนท่ไดรับการสนับสนุนจากรัสเซียเขายึด

พื้นที่บางสวนของภูมิภาคดอนบัส ซึ่งอยูทางตะวันออกเฉียงใตของยูเครน
ทําใหเกิดสงครามระดับภูมิภาคท่น่น ในป พ.ศ.๒๕๖๔ รัสเซียไดเร่มตน




สรางกองทัพขนาดใหญตามแนวชายแดนท่มีพรมแดนติดกับยูเครน ซ่ง

รวบรวมทหารไดถึง ๑๙๐,๐๐๐ นาย พรอมกับยุทโธปกรณ ในการออก
อากาศกอนการรุกรานไมนาน ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีมีร ปูติน ได
สนับสนุนการเรียกรองดินแดนคืนและต้งคําถามเก่ยวกับสิทธิในการมีสถานะ



เปนมลรัฐของยูเครนและกลาวหาวายูเครนถูกปกครองโดยนีโอนาซี ซ่ง





ขมเหงชนกลุมนอยชาวรสเซยปตนยงกลาวอกวาองคการสนธสญญา




แอตแลนติกเหนือ (NATO) เปนภัยคุกคามตอความม่นคงของรัสเซีย รัสเซีย
เรียกรองให NATO ยุติการขยายตัวและกีดกันยูเครนจากการเขารวมเปน
พันธมิตรอยางถาวร ในขณะที่สหรัฐและประเทศอื่น ๆ กลาวหาวารัสเซีย
วางแผนโจมตีหรือรุกรานยูเครน ซึ่งเจาหนาที่รัสเซียปฏิเสธจนถึงวันที่ ๒๓
กุมภาพันธ พ.ศ.๒๕๖๕

ในวันท่ ๒๑ กุมภาพันธ พ.ศ.๒๕๖๕ รัสเซียไดทําการยอมรับ
สาธารณรฐประชาชนดอแนตสกและสาธารณรัฐประชาชนลฮันสก ซงเปน








สองรัฐท่ประกาศตนเองในดอนบัสท่ควบคุมโดยกลุมแบงแยกดินแดนท ่ ี

สนับสนุนรัสเซีย ในวันรุงข้นสภาสหพันธรัฐรัสเซียอนุญาตใหใชกําลังทหาร
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 25
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ



ในตางประเทศ และกองทหารรัสเซียไดเขาไปยังดินแดนท้งสองอยางเปด




เผย การรุกรานเร่มข้นในเชาวันท่ ๒๔ กุมภาพันธ เม่อปูตินประกาศ “ปฏิบัต ิ
การทางทหารพิเศษ” เพื่อ “ลบลางอิทธิพลของนาซีออกจากยูเครน” ตอ
มาการโจมตีทางอากาศไดเกิดขึ้นทั่วยูเครน รวมทั้งเมืองหลวง เคียฟ ตาม




มาดวยการโจมตภาคพนดนขนาดใหญจากหลายทศทางประธานาธิบด ี

ยูเครน วอลอดือมือร แซแลนสกึย ตอบสนองโดยการประกาศใชกฎอัยการ
ศึกและการระดมพลตอสูกับรัสเซียรวมถึงการดําเนินการทางการเมือง
ระหวางประเทศ




สงครามคือ ความตอเน่องของการเมืองโดยเคร่องมืออ่น (War
is Merely the Continuation of Policy by Other Means., On

War หนา ๘๗) นาจะเปนวลีทองท่อธิบายถึงสถานการณในสงครามรัสเซีย
- ยูเครน ไดเปนอยางดี โดยปูตินเลือกใชวิธีการทํา “สงครามสั่งสอน” กับ
ยูเครน แมรูถึงผลท่จะตามมาในสายตาและมาตรการกีดกันกับตอบโต


ตาง ๆ ของนานาประเทศ อยางไรก็ตามวลีทองของ Clausewitz ช้นน้คงเปน

หนทางปฏิบัติ (Course Of Action: COA) ใชไดกับประเทศที่มีความเปน

มหาอํานาจท้งเศรษฐกิจ การทหาร การเมือง เทคโนโลยี ซ่งหากถามฝง

แซแลนสกึยแลวมีทางเลือกอ่นยอมไมเลือกวิธีการทําสงครามกันรัสเซีย



อยางแนนอน ท้งน้ความคุกกรุนของสงครามมีมาอยางยาวนานและปูตินได
พยายามเลือกใชเคร่องมืออ่นกับยูเครนแลวแตก็ไมเปนผลดังน้น “สงคราม”



จึงเปนคําตอบสุดทายสําหรับปูตินตอสถานการณน้อยางเชนท่ Clausewitz


ไดกลาวไว








26 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


หนึ่งในองคสามของสงคราม (ประชาชน) รัสเซียออกมาใหการสนับสนุนปูติน
ในการทําสงครามยูเครน
(ภาพจาก https://www.newyorker.com/news/news-desk/why-do-so-many-
russians-say-they-support-the-war-in-ukraine)


เม่อมาพิจารณาองคสามของสงครามแลว รัสเซียมีความพรอมท้ง

สามขา (รัฐบาล ทหาร ประชาชน) แมวาการสนับสนุนจากประชาชนรัสเซีย
อาจไมเต็มที่เหมือนสหรัฐฯ ทํา GWOT เพราะการกอการรายหรือสหรัฐฯ











กระโดดเขาสสงครามโลกครงทสองภายหลงจากกองทพญปนโจมต Peal
Harbor เพราะน่นคือถูกกระทําถึงในบานแผนดินสหรัฐฯ อยางชัดแจง แต


ประชาชนรสเซยมความเช่อใจและความนยมของปูตนมีคอนขางสูงจากการ





สํารวจเสียงของชาวรัสเซียรอยละ ๖๕ และอีกการสํารวจรอยละ ๗๑
สนับสนุนรัสเซียการทําสงคราม ความสามารถท่ยูเครนจะขจัดขาใดขา





หนึ่งในองคสามของสงครามฝายรัสเซียไมมีชองวางมากนักที่จะกระทํา ใน






ขณะท่สามขาของฝายยูเครนดูจะไมม่นคง ท้งรัฐบาลท่ไมมีความเช่อม่นใน


ตัวผูนําแซแลนสกึย กับเสียงภายในรัฐบาลแตกกันเองตําหนิแซแลนสกึยที่
นําพาประเทศเขาสูสงคราม ประชาชนล้ภัยไมรวมใจกันทําสงครามเพ่อ


¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 27
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


ปกปองแผนดินแมของตนเอง และขีดความสามารถทางทหารท่เปนรอง




รัสเซียอยางท้งหางคนละระดับ ซ่งเม่อพิจารณาองคสามของสงครามจาก


ท้งสองฝายแลวรัสเซียมีความไดเปรียบอยูมาก แตภาพลักษณท่กระจาย

ออกไปท่วโลกยอมสงผลทางลบตอรัสเซียเองเสมือนผูใหญรังแกเด็ก การ
ทําสงครามจํากัด (Limited War) ยิ่งนานวันฝายรัสเซียจะยิ่งเพลี่ยงพลํ้า
















และสญเสยทรพยากรเพมมากขน จงยงเปนความทาทายของปตนทจะเลอก
การทําสงครามยืดเย้อหรือเรงจบสงครามโดยเร็วดวยกําลังทหารท่เด็ดขาด




ตามท่ Clausewitz ไดต้งคําถามไวในตรรกะของสงครามสัมบูรณ (The
Logic of Absolute War) หากเราคิดถึงสงครามแบบนามธรรมท่มีลักษณะ



สัมบูรณ เราอาจแถลงไดอยางม่นใจวาเราตองใชกําลังสูงสุดเพ่อชนะสงคราม
แตในความเปนจริงสงครามเปนเชนนั้นหรือไม (On War หนา ๗๘)
Clausewitz และสงครามรูปแบบอื่น ๆ
แนวความคิดของ Clausewitz นาจะไดอิทธิพลมาจากสงคราม

ระหวางรัฐในยุคของเขา แลวเราสามารถศึกษาอะไรเก่ยวกับสงครามรูป

แบบอ่นได เขามีความสนใจในสงครามขนาดเล็กเน่องจากความสัมพันธ

ระหวางความแข็งแกรงของฝายตรงขามและยุทธศาสตร อยางการรบแบบ
กองโจรนั้นอาจไมไดมีกองกําลังท่แข็งแกรงแตสามารถบรรลุเปาหมายภารกิจ

ได เมื่อตอนที่ Clausewitz สอนที่ Berlin War College เขาไดวิเคราะห
สงคราม Vendee Rebellion ในป ค.ศ.๑๗๙๓ - ๑๗๙๖ สงคราม Upris-
ing in Tirol ในป ค.ศ.๑๘๐๙ สงคราม Spanish Guerrilla ค.ศ.๑๘๐๙


ซ่งนักวิชาการอยาง Daase และ Schindler ไดเห็นการเช่อมโยงกับ


Bekenntnisdenkschrift หรือการปฏิวัตของชาว Prussian ตอชาว ฝรงเศส

และในบทท่ ๒๖ เลมท่ ๖ The people in Arms เขาไดบรรยาย


เหตุการณวา
28 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


ปกปองแผนดินแมของตนเอง และขีดความสามารถทางทหารท่เปนรอง “กลุมประชาชนผูตระหนักถึงความ




รัสเซียอยางท้งหางคนละระดับ ซ่งเม่อพิจารณาองคสามของสงครามจาก เปนไปทางการเมืองไดออกมาตอสู
ท้งสองฝายแลวรัสเซียมีความไดเปรียบอยูมาก แตภาพลักษณท่กระจาย เพื่อเอกราชแตยังไมพรอมที่จะยอมรับ



ออกไปท่วโลกยอมสงผลทางลบตอรัสเซียเองเสมือนผูใหญรังแกเด็ก การ ผลของการตอสู”
ทําสงครามจํากัด (Limited War) ยิ่งนานวันฝายรัสเซียจะยิ่งเพลี่ยงพลํ้า






และสญเสยทรพยากรเพมมากขน จงยงเปนความทาทายของปตนทจะเลอก เขาไดบรรยายอยางละเอียดถึงการตอสูแบบกองโจรซ่งมองวาเปน













การทําสงครามยืดเย้อหรือเรงจบสงครามโดยเร็วดวยกําลังทหารท่เด็ดขาด สวนชวยสําหรับกองกําลังปกตินั่นเอง
ตามท่ Clausewitz ไดต้งคําถามไวในตรรกะของสงครามสัมบูรณ (The



Logic of Absolute War) หากเราคิดถึงสงครามแบบนามธรรมท่มีลักษณะ


สัมบูรณ เราอาจแถลงไดอยางม่นใจวาเราตองใชกําลังสูงสุดเพ่อชนะสงคราม
แตในความเปนจริงสงครามเปนเชนนั้นหรือไม (On War หนา ๗๘)
Clausewitz และสงครามรูปแบบอื่น ๆ
แนวความคิดของ Clausewitz นาจะไดอิทธิพลมาจากสงคราม

ระหวางรัฐในยุคของเขา แลวเราสามารถศึกษาอะไรเก่ยวกับสงครามรูป
แบบอ่นได เขามีความสนใจในสงครามขนาดเล็กเน่องจากความสัมพันธ


ระหวางความแข็งแกรงของฝายตรงขามและยุทธศาสตร อยางการรบแบบ
กองโจรนั้นอาจไมไดมีกองกําลังท่แข็งแกรงแตสามารถบรรลุเปาหมายภารกิจ

ได เมื่อตอนที่ Clausewitz สอนที่ Berlin War College เขาไดวิเคราะห
สงคราม Vendee Rebellion ในป ค.ศ.๑๗๙๓ - ๑๗๙๖ สงคราม Upris-
ing in Tirol ในป ค.ศ.๑๘๐๙ สงคราม Spanish Guerrilla ค.ศ.๑๘๐๙ สงครามประกาศอิสรภาพของแอลจีเรียเปนตัวอยางหนึ่งของการทําสงครามแบบอสมมาตร
ซึ่ง Clausewitz วางรากฐานสําหรับความคิดสมัยใหมโดยการตรวจสอบความสัมพันธ


ซ่งนักวิชาการอยาง Daase และ Schindler ไดเห็นการเช่อมโยงกับ ระหวางคูตอสูที่เขมแข็งกวาและฝายที่ออนแอกวา และขอดีของการปองกันเหนือการโจมตี



Bekenntnisdenkschrift หรือการปฏิวัตของชาว Prussian ตอชาว ฝรงเศส (ภาพจาก https://www.aboutalgeria.com/2017/08/the-algerian-war-of-independence-1954.html)

และในบทท่ ๒๖ เลมท่ ๖ The people in Arms เขาไดบรรยาย

เหตุการณวา
28 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 29
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


นักทฤษฎีสมัยใหมมองตรงขามกับ Clausewitz ที่ถูกมองวาเปน
ของการรบแบบอสมมาตร (asymmetric) เพราะเขาไดวางแนวความคิด

การรบแบบน้ผานทางการศึกษาความสัมพันธระหวางการรบของฝายท ี ่


แข็งแกรงกับฝายท่ออนแอ และความไดเปรียบในการปองกันท่มีมากกวา


การโจมตี ซ่งในหนังสือเลมแรกเขาไดเกร่นแนวความคิดในการลดทอนกําลัง

ศัตรูจากความเหน่อยลาดวยเวลา การใชขีดจํากัดในการตอกรกับศัตรูจน
ศัตรูคิดวาเปาหมายของภารกิจนั้นไมคุมคาเหนื่อย
วิธีดังกลาวน้ไดถูกนําไปประยุกตใชกับหลายการตอสูโดยเฉพาะ




ฝายท่มีกําลังดอยกวา ซ่งนักวิชาการ Hesuer ไดกลาววาแนวความคิดน้ได
มีอิทธิพลตอผูใชการรบแบบกองโจรในศตวรรษที่ ๒๐ อยาง Lenin และ
T.E Lawrence ที่ไดสรรเสริญหนังสือ On War โดยเฉพาะเหมา เจอ ตุง
(Mao Zedong) ที่ไดสรางทฤษฎี People’s War จากแนวความคิดของ
Clausewitz ที่เขาศึกษาและชื่นชม อยางไรก็ตามเราไมควรที่จะสนใจแต
เพียงการสงครามขนาดเล็กอยางเดียว เพราะ Daase และ Schindler ได
กลาววา สงครามรูปแบบนี้ ก็เหมือนกับรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งก็คือ ผลพวงจาก









การเมองดวยเคร่องมอท่แตกตาง ซงตรงกนขามกบทนักวจารณหลายคน


คิดที่วาสิ่งเหลานี้คือ สิ่งในอดีตและคิดวาการเมืองนั้นหมายถึงรัฐ
สามสิ่งที่เขาใจผิด

นักวิชาการ Daase และ Schindler อธิบายถึงสามสิ่งที่ทําใหเรา
เขาใจผิดวา Clausewitz กลาวถึงความขัดแยงในทุกรูปแบบ ประการแรก
ความสัมพันธระหวางการเมืองและสงครามควรจะถูกพิจารณาจากธรรมชาต ิ
ของสงคราม ไมใชสงทคิดวามนควรจะเปน เพราะเหลานักวิจารณบอยครง ั ้







มองสงครามและสวนประกอบอยางท่อยากจะมอง โดยไมไดมองถึงส่งท ี ่
เกิดข้นจริง ประการท่สอง ความสัมพันธระหวางการเมืองและสงคราม


30 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ





ถูกเขาใจวาทหารน้นเปนเคร่องมือทางการเมืองในขณะท่ Clausewitz ไดบอก



วาสงครามน้นเปนเร่องทางการเมืองโดยธรรมชาติอยูแลว ไมไดเก่ยวกับ

กําลังทหารท่มากําหนดเปาหมายทางการเมืองหรือทางยุทธศาสตร ทาย
ที่สุด Daase และ Schindler ไดกลาววา คําวา “การเมือง” ในหนังสือ

หมายถึงตัวแทนท่เปนกลางและควรจะถูกมองในรูปแบบทฤษฎีมากกวา
ที่จะมองวาเปนผลมาจากอํานาจ ผลประโยชนและโครงสราง
Herbert-Rothe ไดกลาวตอไปวา Clausewitz ไดนิยามแนวความ
คิดคําวารัฐมากไปกวานั้น ซึ่งในยุคปจจุบันจะหมายถึงกลุมคน โดยเฉพาะ

อยางยิ่ง กลุมคนที่มีความขัดแยงกัน ไมใชหมายถึงรัฐในปจจุบัน โดยคําวา











รัฐ แทจรงแลวกลาวถงกลมคนในยามสงครามทมการเมองสามารถกาหนด

เปาหมายและคุณคามาจากกลุมคนที่ขัดแยงกัน
สงครามในทุกรูปแบบ

เม่อไดอานอยางละเอยดถ่ถวนแลวพบวา คาวารัฐไมไดกลาวถึง




อยางตรง ๆ นัก Clausewitz ไดใชคําวารัฐในบริบททั่ว ๆ ไปวา “Politik”
โดยไมไดถูกนิยามอยางชัดเจน และในเนื้อหาภาษาเยอรมันไมไดมีการตัด



ตัวแทนท่ไมใชรัฐและสงครามรูปแบบอ่น ๆ ออก ดังน้นแลวสามารถตีความ



ไดวา Clausewitz เลือกที่จะยอมรับคําเหลาน้ ดังน้นแลว การท่มองการเมือง
เปนกลางหรือกลุมคนที่ขัดแยง ขอสันนิษฐานที่วาแนวความคิดในหนังสือ
สามารถนําไปประยุกตใชสงครามในทุกรูปแบบรวมถึงสงครามขนาดเล็ก


และสงครามกองโจรนนเปนไปไดอยางมาก การท Clausewitz ไดเขยน



อยางเปดเผยใน On War และงานเขียนอื่น ๆ ในเรื่องของสงครามขนาด
เล็กและงานของเขาไดเปนแรงบันดาลใจใหกับแนวความคิดการรบแบบ
กองโจรและสงครามของประชาชน กเปนเร่องยากทจะยืนกรานวา On




War นั้นประยุกตใชไดเพียงแคสงครามระหวางรัฐ
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 31
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


การเมืองและสงครามรูปแบบใหม


อยางที่กลาวไปขางตน สิ่งหนึ่งที่สําคัญที่สุดของหนังสือ On War




คือ แนวความคิดท่วาสงครามน้นเก่ยวโยงกับเปาหมายทางการเมือง เหตุผล


ท่ตอสูกันในสงครามต้งแตตน ในทางปฏิบัติผูนําในกลุมจะเปนคนต้งนโยบาย

ซึ่งถูกใชจริงถึงระดับรัฐ แมแตกลุมที่ใชความรุนแรงขั้นสุดมองการกระทํา


ของตนเองวาเปนการดําเนินไปเพ่อเปาหมายท่มีเหตุและผล ความคิดท่วา

สงครามน้นเปนเคร่องมือเพ่อบรรลุเปาหมายน้นไมใชเร่องใหมและพบได





ตามงานเขียนรวมสมัยอยาง Thucydides และ Machiavelli แตสําหรับ
Clausewitz แลวไมใชผูคนพบแนวคิดนี้แตเปนผูปรับใหเกิดความคิดสมัย
ใหมขึ้นอยางลึกซึ้ง


อยางท่กลาวไป Clausewitz น้นศึกษาความสัมพันธของสวน
ประกอบตาง ๆ ไมวาจะเปนเปาหมายและกําลังที่ใชที่มีการเปลี่ยนแปลง



ตลอดเวลา เชน เม่อสงครามเร่มตน นโยบายของฝายตรงขามจะเร่มเปล่ยน

ไป ซึ่งจะมีผลกระทบแตกตางจากนโยบายที่นําทางแตแรก พูดอีกนัยก็คือ

นโยบายทางการเมืองน้นไมมีทางท่จะคงเดิม มันจะเปล่ยนไปตามสถานการณ




ของสงคราม Clausewitz ไดกลาวบอยคร้งวา สงครามน้นเปนความตอ
เนื่องของนโยบาย (War is Merely the Continuation of Policy by


Other Means., On War หนา ๘๗) โดยเม่อนโยบายอ่นใชไมไดผลสงคราม


จึงเร่มข้น ซ่งตีความไดอีกนัยหน่งวา การเจรจาทางการทูตน้นเปนเพียง



แนวทางอื่นนอกเหนือจากการใชกําลัง
องคสามสงครามของ Clausewitz (Clausewitz’s trinity)

เน้อหาการถกเถียงสวนใหญของ On War น้นอยูท่องคสามสงคราม


ของ Clausewitz ที่มีทั้งความขัดแยง (Paradoxal) หรือความมหัศจรรย
32 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ



(Wondrous) ในตัวเอง ที่เม่อดูจากปรากฏการณโดยรวมจะพบวา แนวทาง
















ทมกจะเกดขนซา ๆ ในสงครามนนคอ องคสามททาใหเกดความขดแยง
ประกอบดวย ความรุนแรง ความเกลียดชัง ความไมเปนมิตร ซึ่งเปนแรง

ธรรมชาติท่มองไมเห็น การแสวงโอกาส และความเปนไปได เปรียบเสมือน


วิญญาณท่เดินทางโดยอิสระ และนโยบายท่ผูกมัดกับหลักตรรกะ ท้งน ี ้

นักวิชาการมีมุมมองการตีความท่แตกตางกันขององคสาม คือ ความรุนแรง

โอกาส และเหตุผล บางครั้งถูกเรียกวา ความรุนแรง โอกาส และเปาหมาย
หรือแมแต ความไมมีเหตุผล ความไรซึ่งเหตุผล และความมีเหตุผล ทั้งนี้

ควรพจารณาวาองคสามสงครามน เปนหลกการสาคญหรอวตถประสงค








ก็ได และในป ค.ศ.๒๐๑๖ Thomas Waldman ไดอธิบายวาองคสามนี้
สวนใหญไดมความเกยวโยงทางสงคมกลาวคอ ประชาชน ทหาร และ





รัฐบาล ซึ่งองคสามหลังนี้เปนองคสามรอง (Secondary trinity) ซึ่งเปน
ผลพวงมากจากองคสามแรก เปนตัวแทนของสวนประกอบของรัฐหรือสังคม
แตไมใชของสงคราม
การเขาใจผิด (Misconception)
ความเขาใจผิดมักมาจากการตีความองคสามรอง (Secondary
trinity) ที่มีความสําคัญแตมักถูกมองขามคือ การตีความคําวา “สวนใหญ



(Mainly)” ซ่งบงช้วาแนวโนมน้นไมไดถูกสงวนไวเฉพาะตัวแทนท่ถูกกลาว


ถึง แตสามารถเกิดข้นไดกับกลุมอ่นแมแตผูมีสวนไดสวนเสียดวย การท ี ่

หลายคนตีความแคเพียงมองวาองคสามรองมาจากแนวความคิดท่สงคราม

เปนรูปแบบสามเหลี่ยมคงที่ โดยมีรัฐบาลเปนเหลี่ยมที่อยูเหนือทหารและ
ประชาชน ทําใหเปนการตีความแบบรัฐเปนศูนยกลางและสรุปเอาวาทฤษฎ ี
ของ Clausewitz ประยุกตไดเพียงแคสงครามระหวางรัฐเทาน้น การท ่ ี


ตีความในรูปแบบน้ไดสงผลไปสูการวิพากยวิจารณอยาง Van Creveld วา
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 33
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ





ในวันท่สงครามมีแตรูปแบบท่ไมใชรัฐ แนวความคิดท้งหมดของ Clausewitz หลายรูปแบบที่แสดงแรงจูงใจ โอกาส และเหตุผล Mary Kaldor ไดสรุป


จะกลายเปนส่งลาหลังและไมสามารถท่จะทําใหเราเขาใจสงครามไดอีกตอไป ในป ค.ศ. ๒๐๑๓ วา
อยางไรก็ตาม นั่นคือความเขาใจผิด อยางที่กลาวมา ตรรกะของ






Clausewitz นนมาจากการวเคราะหสองขวตรงขามของความตางทแยก



ออกจากกันไมไดเหมือนข้วแมเหล็ก Clausewitz เขาใจความตางข้วน้น “ถาเรามององคสามของสงครามวาเปน รัฐ ทหาร








เปนความสัมพนธของส่งตรงขามกนแตไมใชส่งท่แตกตางกัน ดงน้นแลว และ ประชาชน ดังนั้นแลวเราจะนํามาประยุกตใช


ควรจะมององคสามของสงครามเปนความตอเน่องของข้วความตางท่ไม จริงไมได แตถาใหเรามองวาเปนแนวความคิดที่


สามารถแยกออกจากกันได สามส่งน้นไมแนนอนแตเปนตัวแปรของกันและ อธิบายการ เกี่ยวโยงของความตางกันในสังคม




กัน ทฤษฎีท่มองขามส่งใดในส่งหน่งของสามส่งหรือมองความสัมพันธท่เปน และแนวโนมจริยธรรมในสงครามนั้น จะเห็นไดชัด





แบบตายตัวน้นจะทําใหทฤษฎีน้นขัดแยงกับความเปนจริงจนถึงข้นใชใน วามันสามารถประยุกตใชไดจริง

โลกความจริงไมได (So, if we think of the trinity in terms of the






นกเขยนหลายคนนนไมยอมรบการตความแบบแคบขององคสาม institutions of the state, the army and the

ของสงครามและไดเสนอการตีความท่มีการรวมกันของตัวแทนมากกวารัฐ people, then it cannot apply. But if we

และไดถกเถียงวาองคสามหลักสามารถประยุกตใชไดกับสงครามทุกรูปแบบ think of the trinity as a concept for explain-


เพราะแรงจงใจ โอกาส และเหตผลคอ สงธรรมชาต เชน ศาสตราจารย ing how disparate social and ethical ten-







Waldman ไดเพ่มเตมความหมายขององคสามสงครามวาเปน “ปจจยท ี ่ dencies are united in war, then it is clearly


เปล่ยนแปลงไดในสังคมท่กําลังทําสงคราม (varying conditions in which very relevant.)”
societies conduct their wars)” โดยสรุปวาองคสามนั้นถือวาเปนสิ่ง



เดียวหลอมรวมกันเพ่อทําใหเขาใจองคสามรองไดดีย่งข้นวาเปนตัวแทนของ

ปจจัยในสงครามหน่ง ๆ “องคสามหลัก นโยบาย โอกาส และแรงจูงใจ
เกี่ยวโยงกับ ผูนําทางการเมือง ทหาร และ ประชาชน แตการศึกษาอยาง
ลึกซึ้งจะพบวาผลกระทบนั้นแตกตางกันในแตละสังคม”
รวมกับการสังเกตของ Daase และ Schilling วา On War นั้น
เปนแบบปรัชญามากกวาการบรรยาย และ Herberg-Rothe ตีความคําวา

รัฐคือ กลุมคนในสงคราม เราสามารถสรุปไดวาองคสามของสงครามน้น
คอ เคร่องมอในการวเคราะหทสามารถนาไปประยกตใชไดกบสงคราม









34 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 35
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


หลายรูปแบบที่แสดงแรงจูงใจ โอกาส และเหตุผล Mary Kaldor ไดสรุป
ในป ค.ศ. ๒๐๑๓ วา




“ถาเรามององคสามของสงครามวาเปน รัฐ ทหาร

และ ประชาชน ดังนั้นแลวเราจะนํามาประยุกตใช
จริงไมได แตถาใหเรามองวาเปนแนวความคิดที่
อธิบายการ เกี่ยวโยงของความตางกันในสังคม
และแนวโนมจริยธรรมในสงครามนั้น จะเห็นไดชัด
วามันสามารถประยุกตใชไดจริง

(So, if we think of the trinity in terms of the
institutions of the state, the army and the
people, then it cannot apply. But if we

think of the trinity as a concept for explain-
ing how disparate social and ethical ten-
dencies are united in war, then it is clearly
very relevant.)”
























¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 35
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


ขอสรุป



เมื่อมองยอนกลับไป (Reflections) การที่เรา


ยังศึกษา On War ท้ง ๆ ท่ถูกเขียนมากวาสองรอยปแลว
เปนเครื่องพิสูจนความสําคัญของหนังสือเลมนี้ แตดวย


ความท่เน้อหาบางสวนน้นมีความคลุมเครือทําใหผูไม

หวังดีหลายคนอางวาแนวความคิดมาจากหนังสือเลมนี้
รวมกับการถกเถียงเชิงวิชาการมานานหลายทศวรรษ

ทําใหเห็นไดชัดวา On War ยังเก่ยวโยงกับความขัดแยง
ในปจจุบันและยังคงจะเปนอยูตอไปในอนาคต เพราะ
แนวความคิดของการสงครามในหนังสืออันลึกซึ้ง
หนังสือ On War สามารถนําไปเปนโมเดลเพ่อ










ใหเขาใจสงครามทซบซอนได เนอหาในหนงสอทใชขอ
เสนอและขอยอนแยง การถามคาถามปลายเปด และ

การเปรียบเทียบทฤษฎีตาง ๆ กับโลกความจริงทําให


หนังสือเลมน้เปนงานเขียนทางวิชาการท่สําคัญสําหรับ

ผูนําทางยุทธศาสตรใหไดศึกษา อยางท่ Clausewitz ได
กลาวในบทนําวา On War คือ การรวบรวมแนวคิดและ



ความเช่อท่หลากหลายด่งกอนโลหะเล็ก ๆ ในโลหะใหญ




(On War หนา๖๒) การท่งานนนยงไมเสร็จบริบรณทําให 

มีคุณคามหาศาลเน่องจากทําใหผูอานไดไปวิเคราะหกอน



นําไปใชในโลกความจริง และการท่งานในอุดมคติไรซ่ง


ขอกงขานนไมมีวันท่จะนํามาวิเคราะหไดกับสงครามในโลก



ความจริง
ขอถกเถียงสวนใหญน้นวนเวียนกับปญหาท่วา


ธรรมชาติของสงครามหรือรูปแบบสงครามท่ไดเสนอให



เห็นกัน แตท่ไดเปล่ยนแปลงไป จากการวิเคราะหของ
เนื้อหาในหนังสือสามารถสรุป ณ ตอนนี้ไดวาธรรมชาติ
36 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ




ของสงครามน้นยังไมไดเปล่ยนแปลงไป แตวิธีและรูป
แบบที่ใชในสงครามนั้นไดเปลี่ยนแปลงไปแลว รูปแบบ
ตาง ๆ ของสงครามที่ไดเกิดใหมในชวงศตวรรษที่ ๒๑
จะทําใหเกิดการถกเถียงทางวิชาการ แตอยางท่ Clause-

witz ไดสอนเราวาอยาพ่งหลงประเด็นจากความสนใจ

ครั้งแรก
ตางจากนักเขียนหลายคน Clausewitz ไมได
ละทิ้งความเปนไปไดของสงครามรูปแบบอื่นนอกเหนือ
จากระหวางรัฐ แตไมไดเขียนไวอยางโจงแจง งานเขียน
แรก ๆ ของเขานั้นไดรวมแนวความคิดเกี่ยวกับสงคราม
ขนาดเล็กไวอยู เขาไดกลาวถึงความเปนไปไดของสงคราม

ของประชาชนเม่อ Prussia ไดถูกยึดโดยคนฝรั่งเศส มาก
ไปกวาน้นแลวสามารถสรุปไดวาเขาไดรวมสงครามรูป



แบบอ่น ๆ และรูปแบบท่ไมมีตัวแทนของรัฐใสในทฤษฎ ี
ของเขาเพราะคํานิยามวารัฐของ Clausewitz นั้นกวาง
กวาการตีความโดยแคบของรัฐและประเทศในปจจุบัน
องคสามสงครามของเขาน้นยังไดถูกพัฒนาและไดชวย

ใหเขาใจความสัมพันธระหวางตวแทนและแรงจงใจใน





การทาสงครามมากขนองคสามหลักอธิบายแรงจูงใจ

และแนวโนมในสงคราม องคสามรองเช่อมตัวแทนใน



สังคมกับสถานท่และเวลาน้น ๆ และเปนเคร่องมือใน
การศึกษาของสงคราม


หน่งในผลดีของการถกเถียงเร่องของสงคราม


รูปแบบใหมในสองทศวรรษท่ผานมาคือ การร้อฟนแนว



ความคิดของ Clausewitz ท่ไดเกิดการตีความท่ลึกซ้ง
มากยิ่งขึ้นของ On War และผลของสงคราม เราควร
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 37
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


มอง On War วาเปนหนังสือที่มีชีวิต อยางที่ Fleming
ไดกลาวไววาแนวความคิดของ Clausewitzและแนว



โนมของสงครามรูปแบบใหมน้นเก่ยวโยงกันมากไปกวาน้น

การใชแนวความคดของ Clausewitz มาวเคราะหสงคราม




รปแบบใหมรวมกบทฤษฎสงครามรปแบบใหมจะชวย



ใหเราเขาใจถึงความซับซอนของความขัดแยงในปจจุบัน
การท่แนวความคิดของ Clausewitz ใหความสําคัญกับ



การเมืองมากกวาความรุนแรงน้น เปนเคร่องพิสูจนแลว
วาเน้อหาเหลาน้สําคัญกับโลกปจจุบันมากกวาสงคราม


ระหวางรัฐเสียอีก




บรรณานุกรม


หนังสือภาษาอังกฤษ

Clausewitz, Carl von. On War. trans. Michael, Howard. and
Peter, Paret., New Jersey : Princeton University Press, 1984.



เอกสารที่ยังไมไดจัดพิมพ
- พลเรือตรี วีรพล วรานนท, “On War, Carl von Clausewitz”
เรียบเรียง - แปลเฉพาะสาระที่สําคัญ
- นาวาเอก อนุรัตน ศิริวงศ, “เอกสารประกอบการบรรยายหัวขอ ปรัชญา
ในการทําสงคราม”หลักสูตร วิทยาลัยการทัพเรือรุนที่ ๕๔


38 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


- นาวาเอก อิศเรศ เลิศทางธรรม, “เอกสารประกอบการบรรยายหัวขอ

มอง On War วาเปนหนังสือที่มีชีวิต อยางที่ Fleming ทฤษฎีสงครามของเคลาเซวิทซ” กุมภาพันธ ๒๕๖๐
ไดกลาวไววาแนวความคิดของ Clausewitzและแนว



โนมของสงครามรูปแบบใหมน้นเก่ยวโยงกันมากไปกวาน้น ออนไลน

การใชแนวความคดของ Clausewitz มาวเคราะหสงคราม - พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ, สงครามและกฎการสงคราม, [ออนไลน].



รปแบบใหมรวมกบทฤษฎสงครามรปแบบใหมจะชวย




ใหเราเขาใจถึงความซับซอนของความขัดแยงในปจจุบัน เขาถึงไดจาก http://www.navedu.navy.mi.th/stg/tnssc/pdf/79-sk.

การท่แนวความคิดของ Clausewitz ใหความสําคัญกับ pdf,[๒๓ เมษายน ๒๕๖๕]
การเมืองมากกวาความรุนแรงน้น เปนเคร่องพิสูจนแลว



วาเน้อหาเหลาน้สําคัญกับโลกปจจุบันมากกวาสงคราม Online

ระหวางรัฐเสียอีก - E. A. de Landmeter. Colonel, The relevance of Clausewitz’s

‘On War’ to today’s conflicts,[Online]. 26 July 2018. Available
from: https://www.militairespectator.nl/thema/strategie/artikel/
relevance-clausewitzs-war-todays-conflicts, [2022, April 23]
- Global War on Terror [Online]. January 3, 2003. Available from:
https://www.georgewbushlibrary.gov/research/topic-guides/
global-war-terror, [2022, April 23]
บรรณานุกรม
- Joshua Yaffa., Why Do So Many Russians Say They Support
the War in Ukraine? [Online]. March 29, 2022, Available from:
หนังสือภาษาอังกฤษ https://www.newyorker.com/news/news-desk/why-do-so-ma-
Clausewitz, Carl von. On War. trans. Michael, Howard. and ny-russians-say-they-support-the-war-in-ukraine, [2022, April 23]
Peter, Paret., New Jersey : Princeton University Press, 1984.
- Michael I. Handel, Who Is Afraid of Carl von Clausewitz?, [On-
line]. 1997. Available from: https://www.clausewitz.com/read-
เอกสารที่ยังไมไดจัดพิมพ ings/Handel/Handlart.htm, [2022, April 23]
- พลเรือตรี วีรพล วรานนท, “On War, Carl von Clausewitz”
เรียบเรียง - แปลเฉพาะสาระที่สําคัญ
- นาวาเอก อนุรัตน ศิริวงศ, “เอกสารประกอบการบรรยายหัวขอ ปรัชญา
ในการทําสงคราม”หลักสูตร วิทยาลัยการทัพเรือรุนที่ ๕๔


38 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 39
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


เอกสารอางอิง


๑. น.อ.อนุรัตน ศิริวงศ, เอกสารประกอบการบรรยายหัวขอปรัชญา
ในการทําสงคราม, หลักสูตร วทร.รุนที่ ๕๔
๒. วิภาษวิธี (dialectic approach) เปนทฤษฎีแสวงหาความรูของ
มนุษยที่ถูกคิดคนโดย Georg Hegel นักปรัชญาชาวเยอรมัน
(ทั้งนี้ไมไดหมายความวามนุษยยุคกอนหนานั้นไมเคยใชวิภาษวิธี
ในการแสวงหาความรู เพียงแตไมมีผูใดสังเกตหรือตระหนักรูมา
กอนวาเปนเชนนั้นจนกระทั่ง Hegel อธิบายใหเขาใจ) วิภาษวิธี
เปนวิธีการสรางความรูที่ทรงพลังซึ่งประยุกตใชโดยนักปราชญ
เลื่องชื่อหลายคนในเวลาตอมา เชน Carl Von Clausewitz ,
Fredrich Engels และ Karl Marx เปนตน
๓. พล.ร.อ.ไพศาล นภสินธุวงศ, สงครามและกฎการสงคราม,
ออนไลน<http://www.navedu.navy.mi.th/stg/tnssc/pdf/
79-sk.pdf>
๔. น.อ.อิศเรศ เลิศทางธรรม, เอกสารประกอบการบรรยายหลักสูตร
เสนาธิการทหารเรือ
๕. Colonel E. A. de Landmeter, The relevance of Clause
witz’s ‘On War’ to today’s conflicts, online
<https://www.militairespectator.nl/thema/strategie/
artikel/relevance-clausewitzs-war-todays-conflicts> สงครามรัสเซีย-ยูเครน
26 July 2018 กับมุมมองของการรบทางเรือ
๖. Joshua Yaffa, Why Do So Many Russians Say They Sup
port the War in Ukraine?., March 29, 2022 [Online].
https://www.newyorker.com/news/news-desk/why-
do-so-many-russians-say-they-support-the-war-in-
ukraine.,(2022, April 24)

โดย นาวาโท สุระ บรรจงจิตร




40 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 41
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ ¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


สงครามรัสเซีย-ยูเครน


กับมุมมองของการรบทางเรือ










โดย นาวาโท สุระ บรรจงจิตร




¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 41
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


ภาพที่ ๑ แสตมปที่ระลึกทหารยูเครนบนเกาะ Snake Island
กําลังทาทายเรือรบรัสเซียในสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ที่มา: https://UkraineCrisis.org



หลักการยุทธวิธีและการรบทางเรือ เปนศาสตรและศิลปในการใช

กําลังทางเรือ (อันประกอบดวย เรือผิวน้า เรือดําน้า อากาศนาวี หนวยรบพิเศษ



และกําลังปองกันฝง) ในการควบคุมทะเลหรือปฏิเสธการใชทะเลเพ่อใหได
มาซึ่งชัยชนะในการรบ หรือเพื่อบรรลุวัตถุประสงคในสงครามทางเรือรวม

ถึงการปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือจากการทําสงคราม ซ่งสามารถแบง

องคประกอบไดในสวนของ “ศาสตร” คือการศึกษาหลักการทฤษฎีตาง ๆ
และ “ศิลป” คือการศึกษาจากประสบการณจริงในการปฏิบัติ อยางไรก็ดี

การรบทางเรือเปนเหตุการณท่เกิดข้นไมบอยนัก การรวบรวมประสบการณ

จากการปฏิบัติจริงจึงมีโอกาสเปนไปไดนอย และมีความจําเปนตองชดเชย


ดวยการศึกษาเหตุการณท่เกิดข้นในประวัติศาสตร ซ่งก็ยังคงเปนเรองยาก



เน่องจากการรบทางเรือสมัยใหมมีตัวอยางเหตุการณท่เกิดข้นไมบอยคร้ง







และการรวบรวมขอมูลเม่อเกิดการรบทางเรือท่เกิดข้นก็เปนส่งท่ทําไดยาก


42 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


สงผลใหการศึกษาตัวอยางเหตุการณสงครามทางเรือมักไมสามารถเขาถึง


ขอมูลหลักฐานปฐมภูมิ (Primary Source) จากผูท่เก่ยวของกับเหตุการณ
โดยตรง แตเปนการศึกษาจากขอมูลหลักฐานทุติยภูมิ (Secondary Source)
ที่เกิดขึ้นภายหลังจากเหตุการณสิ้นสุดไปแลว หรือขอมูลหลักฐานตติยภูมิ
(Tertiary Source) ท่นําเอาขอมูลหลักฐานทุติยภูมิมาทําการศึกษาวิเคราะห








เพมเตม ตวอยางเชน การศกษาการรบทางเรอในสงครามโลกคร้งท่ ๒ การ



รบทางเรือในสงครามยมคิปปูร และการรบทางเรือในสงครามหมูเกาะ







ฟอลคแลนด ซงถอเปนการศกษาภาคบงคบในหลกสตรตางๆ ของโรงเรยน






นายทหารเรือชั้นตน และโรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ












สงครามรสเซย-ยเครน เปนตวอยางเหตการณทใกลเคยงกบการรบ
















เตมรปแบบมากทสดทกาลงดาเนินตอเนองอยูในปจจบน (ถงแมวาฝาย
รัสเซียจะปฏิเสธวาไมใชสงคราม แตเปน “ปฏิบัติการทางทหารพิเศษ”)


ในขณะท่ผูเขียนเร่มเขียนบทความน้กําลังเร่มเขาสูเดือนท่ ๓ ของเหตุการณ




สงครามรัสเซีย-ยูเครน และยังไมเห็นแนวโนมวาจะส้นสุดสงครามในเร็ว ๆ น ี ้

ซ่งเทคโนโลยีการส่อสารและสารสนเทศสมัยใหมในปจจุบันชวยใหเรา

สามารถเขาถึงขอมูลหลักฐานปฐมภูมิจากผูท่อยูในเหตุการณ หรือขอมูล



หลักฐานทุติยภูมิท่ใกลเคียงกับชวงเวลาท่เหตุการณน้นเกิดข้น นับเปน



ประสบการณท่มีความนาสนใจและเปนโอกาสอันดีท่จะไดทําการศึกษา

เปรียบเทียบกับยุทธวิธีและหลักการสงครามทางเรือ
การรบทางเรือในสงครามทางบก




จากขอมูลในส่อเปดท่วไปเก่ยวกับสงครามรัสเซีย-ยูเครน ต้งแต
เดือนกุมภาพันธ ๒๕๖๕ จะเห็นวาสวนใหญเปนขอมูลเก่ยวกับสถานการณ

การรบท่เกิดข้นบนบก ตัวอยางเชน แผนภาพสถานการณรายวันท่จัดทําข้น





โดยกระทรวงกลาโหมอังกฤษ และภาพความเสียหายของท้งฝงรัสเซียและ


ฝงยเครนจากส่อออนไลนตาง ๆ นอกจากน้ยังมีขอมูลปฐมภูมจากทหาร


¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 43
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ





อาสาตางชาติท่เขาไปชวยรบในยูเครนท่แชรภาพสถานการณจริง ในส่อทวิตเตอร
เชน James Vasquez (https://twitter.com/jmvasquez1974) และ
The Dirty Dozen (https://twitter.com/dirtydozeneira) ซึ่งนับเปน

ปรากฏการณใหมในโลกยุคขอมูลขาวสารท่เราสามารถติดตามขาวสถานการณ


สงครามอยางใกลชิดจากผูท่อยูในเหตุการณจริง ย่งกวาการติดตามยุทธการ
Shock and Awe จากสํานักขาว CNN ในสมัยสงครามอาวเปอรเซีย ทั้งนี้














การตดตามขาวสารทางอนเตอรเนตควรพจารณาแหลงขาวทนาเชอถอจาก
หลายแหลงประกอบกันและระมัดระวังขาวปลอมหรือ Fake News















ภาพที่ ๒ แผนภาพของกระทรวงกลาโหมอังกฤษ แสดงสถานการณและ
กําลังรบของรัสเซียในยูเครนเมื่อปลายเดือนมีนาคม ๒๕๖๕
ที่มา: กระทรวงกลาโหมอังกฤษ




อยางไรก็ดี ขอมูลขาวสารและภาพสถานการณท่เผยแพรในส่อตาง ๆ

ลวนเปนขอมลสถานการณทเกดขนบนบกเกอบทงส้น ต้งแตภาพขบวน











ยานเกราะรัสเซียยาวหลายสิบไมลท่มุงหนาไปยังกรุงคีฟของยูเครน ไปจนถึง
44 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


ภาพการใชงานจรวดตอตานรถถัง NLAW และ Javelin ตอรถถังรัสเซีย


อยางไดผล เวนแตเพียงขอมูลเหตุการณทางทะเลบางอยางท่เกิดข้นใน


บริเวณใกลฝง เชน เหตุการณการโจมตีเรือยกพลข้นบกช้น Alligator ของรัสเซีย
ในทาเรือเมือง Berdyansk รวมถึงเหตุการณเรือลาดตระเวน Moskva ที่


ถูกยิงจมดวยอาวุธปลอยนําวิถีท่ยิงจากชายฝง ในขณะท่เราแทบไมมีขอมูล

ของภาพสถานการณอ่นในทะเลเลย เน่องจากความยากของการติดตาม


สถานการณในทะเลท่ตองใชเคร่องมือเฉพาะทางมากกวา เชน ภาพถายดาวเทียม


การดักรับการส่อสารระยะไกล และขอมูลจากระบบแสดงตนอัตโนมัติ หรือ
Automatic Identification System (AIS) ของเรือในทะเล
จากการท่เราไมไดรับขอมูลขาวสารดานสถานการณในทะเลอยาง



เพียงพอ ทําใหหลายคนเขาใจวาสงครามรัสเซีย-ยูเครนในคร้งน้เปนเพียง
สงครามทางบก แตจากการพิจารณาสถานการณสงครามในภาพใหญจะ
พบวาสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงมีปจจัยทางทะเลอยางมีนัยสําคัญ ท้งตอ

แนวรบดานใตบริเวณแนวชายฝงทะเลดํากับทะเลอะซอฟและตอสถานการณ

สงครามโดยรวม ซ่งสามารถนํามาเปนบทเรียนการศึกษาหลักการยุทธวิธ ี
และการรบทางเรือไดเปนอยางดี























ภาพที่ ๓ การโจมตีทาเรือ Berdyansk สงผลใหเรือยกพลขึ้นบกชั้น Alligator
จม ๑ ลํา กับเรือยกพลขึ้นบกชั้น Ropucha เสียหาย ๒ ลํา
ที่มา: Naval News ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 45
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


จากหลักทฤษฎีสูการปฏิบัติ

บรรณสารหลักนิยมสงครามทางเรือของ ทร.สหรัฐฯ Naval Doctrine
Publication 1 “Naval Warfare” กลาวถึงคุณลักษณะสําคัญของกําลัง


ทางเรอ อาทิ ความคลองตัว (Mobility) การปฏบติการโพนทะเล




(Expeditionary) และการอยูในพ้นท่ไดเปนเวลานาน (Sustainability)

















ซงคณลกษณะเหลานทาใหกาลงทางเรอมขดความสามารถในการปฏบตการ
ในสภาพแวดลอมทางทะเลท่มีความซับซอนในบริเวณพ้นท่หางไกล






แตความสามารถในการปฏิบติการในบริเวณพนทปฏบัตการหางไกลของ




กําลังทางเรือก็ทําใหเปนเร่องยากในการรวบรวมและติดตามขอมูลขาวสาร


เก่ยวกับสถานการณการรบทางทะเล ถึงแมวาเทคโนโลยีการส่อสารและ

สารสนเทศในปจจุบันจะมีความกาวหนาไปมากก็ตาม
Bernard Brodie กลาวในหนังสือ A Layman’s Guide to Naval
Strategy วาวัตถุประสงคหลักของการใชกําลังทางเรือ คือ การพยายามไดมา


ซ่งการครองทะเล (Command of the Sea) หมายถึงการมีเสรีภาพอยาง


สมบูรณในการปฏิบัติการในทะเลรวมถึงหวงอากาศเหนือผิวน้าและมิติใตน้า

โดยท่กําลังทางเรือฝายศัตรูไมสามารถขัดขวางได แนวคิดของการครอง
ทะเลถูกทําใหเปนที่แพรหลายจากงานเขียนของ Alfed Thayer Mahan
และ Sir Julian Corbett อยางไรก็ดี ในปจจุบันเปนที่ยอมรับกันวาการ
ครองทะเลอยางสมบูรณมีโอกาสเปนไปไดนอยมาก และในทางปฏิบัต ิ
จะมีความเปนไปไดในลักษณะของการควบคุมทะเล (Sea Control) หมายถึง




การมเสรในการปฏิบติและการใชประโยชนจากทะเลในพนท่และหวงเวลาหนึง





โดยท่ฝายศัตรูยังมีโอกาสท่จะปฏิบัติการไดอยางจํากัด แนวคิดของการ


ครองทะเลและการควบคุมทะเลมีความแตกตางจากการยึดครองพ้นท่ทางบก

เนื่องจากความคลองตัวในการเคล่อนท่ของกําลังทางเรือประกอบกับสภาพ

แวดลอมทางทะเลท่ไมมีปจจัยของสภาพภูมิประเทศเหมือนกับสภาพ

แวดลอมทางบก สงผลใหการรบทางเรือไมมีการต้งแนวรบ และไมมีการ

46 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ







สรางกําแพงหรือปอมคายเพ่อปองกันพ้นท่ ทําใหการยึดครองพ้นท่ทาง
ทะเลไมสามารถทําไดจริง แตการควบคุมทะเลหมายถึงการสรางสภาวะ

ทางทะเลใหเกิดเสรีในการปฏิบัติทางทะเลเฉพาะในพ้นท่และหวงเวลาท ่ ี

ตองการ ๔
















ผทศกษาหลกการยทธวธและการรบทางเรอมกมงเนนวตถประสงค 



ไปท่การไดมาซ่งการควบคุมทะเล แตท้งน้การไดมาซ่งการควบคุมทะเลไมได




เปนการยึดครองพ้นท่และไมใชวัตถุประสงคสุดทายในตัวเองของการใช

กําลังทางเรือ ในทางปฏิบัติแลวการควบคุมทะเลจะมีความเก่ยวของกับ
สถานการณทางบก กลาวคือ เปนการนําเสรีในการปฏิบัติการทางทะเลไปใช
เพื่อใหเกิดประโยชนตอสถานการณบนฝงตอไป ตามที่ Wayne Hughes
และ Robert Girrier กลาวในหนังสือ Fleet Tactics and Naval Operations
วา “The Seat of the Purpose is on the Land” หรือรากฐานของ
วัตถุประสงคหลัก (ของการปฏิบัติการทางเรือ) อยูบนฝง อันจะเห็นไดจาก




ประวตศาสตรการรบทางเรอตาง ๆ ท่ลวนมความเกยวของกบสถานการณ 









บนฝง ไมวาจะเปนการไดมาซ่งเสรีในการปฏิบัติทางทะเลเพ่อโจมตีฝงและ




เคล่อนกําลังฝายเราข้นสูฝง หรือเปนการจํากัดฝายศัตรูใหอยูบนฝงและไม
สามารถเคลื่อนกําลังออกสูทะเลได นอกจากนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีการ
ตรวจการณและอาวุธปลอยนําวิถีระยะไกล ทําใหการไดมาซึ่งการควบคุม
ทะเลมีความเก่ยวของกับสถานการณบนฝงมากย่งข้น ท้งในสวนของการ




โจมตีฝงระยะไกลจากกําลังรบในทะเล และการปองกันฝงจากกําลังรบทาง
ทะเลของฝายศัตรูดวยอาวุธปลอยนําวิถีระยะไกลจากฐานยิงบนฝง

(หรือเรียกอีกอยางวาเปนการตอตานการควบคุมทะเล) ซ่งโดยสรุปแลว




การนําเสรีในการปฏบัตท่ไดจากการควบคุมทะเลไปใชประโยชนทสงผลตอ

สถานการณบนฝงสามารถแบงออกไดเปน การปดอาวเพื่อตัดเสนทางการ
คมนาคมขนสงทางทะเลท่หลอเล้ยงเศรษฐกิจบนฝง การยกพลข้นบกหรือ



การเคลื่อนกําลังขึ้นสูฝง และการโจมตีฝง ๖
¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒà 47
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ





การปฏิบติของฝายรัสเซียในสงครามรสเซีย-ยูเครนแสดงใหเหน
ตัวอยางคลาสสิกของหลักการสงครามทางเรือในการไดมาซ่งการควบคุมทะเล






และการใชประโยชนจากการเสรในการปฏิบตการทางทะเลทสงผลตอ
สถานการณบนฝง ทั้งในสวนของการปดอาวเพื่อตัดเสนทางการคมนาคม


ขนสงทางทะเล การเคล่อนกําลังข้นสูฝง และการโจมตีฝง โดยกําลังทางเรือ

ของรัสเซียมีความไดเปรียบมาต้งแตเม่อรัสเซียยึดครองไครเมียและฐานทัพเรือ



Sevastopol จากยูเครนเม่อป ๒๕๕๘ ซ่งในคร้งน้นรัสเซียไดยดครอง







กาลังทางเรือของยเครนไปเกือบท้งหมด เหลือเพยงเรอฟรเกต Hetman


Sahaidachny กับเรือขนาดเล็กอ่นๆ ในขณะท่รัสเซียไดเตรียมการเสริม


กําลังทางเรือในทะเลดําและทะเลอะซอฟจากกองเรือบอลติกและกองเรือ
ภาคเหนือตั้งแตตนป ๒๕๖๕ ควบคูไปกับการเสริมกําลังทางบกประมาณ








๒ แสนนาย ตามแนวชายแดนรสเซย-ยเครน ทาใหกําลงทางเรอของรสเซย
สามารถทําการควบคุมทะเลในบริเวณทะเลดําและทะเลอะซอฟไดอยาง


งายดายในชวงแรก ซ่งนับต้งแตเร่มตนสงครามรัสเซีย-ยูเครนเม่อปลาย


เดือนกุมภาพันธ ๒๕๖๕ รัสเซียไดสงกําลังเขายึดครองท่ตั้งสําคัญของยูเครน

บนเกาะงู (Snake Island) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลดํา และวาง
กําลังทางเรือปดอาวบริเวณทะเลดําและทะเลอะซอฟ รวมถึงเมืองทาสําคัญ
ของยูเครน เชน Odessa และ Mariupol เพ่อจํากัดการปฏิบัติการทางเรือ

และตัดเสนทางคมนาคมขนสงทางทะเลของยูเครน สงผลใหการนําเขา-สงออก
ทางทะเลถูกตัดขาด และสนับสนุนตาง ๆ จากตางประเทศตองทําการ
ลําเลียงทางบกผานชายแดนโปแลนดเทานั้น

หลังจากท่รัสเซียไดมาซ่งการควบคุมทะเลต้งแตชวงตนสงคราม





ก็ไดดําเนินการตอในสวนของการยกพลข้นบกเคล่อนกําลังข้นสูฝงเพ่อ


สนับสนุนการปฏิบัติการทางบก ซ่งถึงแมวารัสเซียจะสามารถทําการควบคุม
ทะเลในบริเวณทะเลดําและทะเลอะซอฟได แตปฏิบัติการยกพลขึ้นบกใน


พ้นท่ที่มีการตอตานก็ยังคงเปนเร่องท่มีความทาทายเปนอยางมาก และ


48 ¹ÒÇÔ¡Ò¸Ô»˜µÂÊÒÃ
¤Åѧ»˜ÞÞÒ ¾Ñ²¹Ò¼ÙŒ¹íÒ


Click to View FlipBook Version