คู่มือเตรียมสอบ วิชา A-Level 81 Thai (โครงการยกระดบ ั ผลสม ั ฤทธิท์างการเรย ี น) สแกนอ่านฉบับ E-Book เรียบเรียงโดย นายสิงห ์ค า สอนแปง นางสาวพรรณพัชร รัตนมงคล นางสาวกฤติยา วรศรี กลุ่มสาระการเรียนรู ้ภาษาไทย โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย ส าน ั กงานเขตพืน้ทีก่ารศกษามัธยมศึกษา ึ ล าปาง ล าพูน
1 โครงสร้างข้อสอบ (Test Blueprint) วิชา A-Level 81 ภาษาไทย ประจ าปี การศึกษา 2565 วิชา เนื ้อหา จ านวนข ้อ คะแนน A-Level 81 ภาษาไทย 1. การอ่าน 1.1 การอ่านเพื ่อเขา้ใจเนื ้อหา 1.2 การจับใจความ / การสรุปสาระส าคัญของข ้อความ 1.3 การตีความ 1.4 การวิเคราะห์จุดประสงค์ / เจตนาของผู้เขียน 1.5 การวเิคราะหข์อ้คิด / แนวคดิที ่ไดจ้ากการอ่าน 1.6 การอนุมานจากเนือ้หาของขอ้ความทีอ่ ่าน 1.7 ท่าที/ น ้าเสยีง/ อารมณค์วามรูส้กึ / ความคดิเห็นของผูเ้ขยีน 2. การเขียน 2.1 การเรียงล าดับข ้อความ 2.2 การเรียงความ 2.3 การพรรณนา / บรรยาย / อธิบาย 2.4 การใช ้เหตุผล 2.5 การแสดงทรรศนะ 2.6 การโต้แย้ง 2.7 การโน้มน้าว 3. การพูด การฟัง 3.1 การวิเคราะห์จุดประสงค์ในการพูด 3.2 การใชข้อ้ความถาม และตอบทีส่มัพนัธก์นั 3.3 การตีความ / อนุมาน / วิเคราะห์สาร / บุคลิกของผู้พูดหรือผู้ฟัง 4. หลักการใช ้ภาษา 4.1 การสะกดค า 4.2 การใช ้ค าตรงความหมาย 4.3 ประโยคก ากวม / ประโยคบกพร่อง 4.4 ประโยคสมบูรณ์ 4.5 ระดับภาษา 4.6 การใช ้ส านานถูกต้องตามความหมาย 4.7 ชนิดของประโยคตามเจตนา 4.8 ค าทีม่คีวามหมายตรง/ อุปมา 4.9 ค าทับศัพท์ภาษาอังกฤษ 4.10 ราชาศัพท์ จ านวนข ้อ 50 คะแนน 100 เวลา 90 นาที
2 Pre-test วิชา A-Level 81 ภาษาไทย ค าชีแ้จง เลอืกค าตอบทีถ่ ูกตอ้งทีส่ดุเพยีงขอ้เดยีว 1. ข้อใด มีค าสะกดผิด 1. ผูใ้หญ่บา้นคนนีบ้วชเรยีนมานานมคีวามรูม้ากจนคนยกย่องวา่เป็นพหูสูต 2. ผูม้อีทิธพิลในหมู่บา้นนีถ้อืวา่ตวัมอีา นาจบาทใหญ่ชอบข่มเหงชาวบา้น 3. ว ัดบางแห่งมีต าร ับต ารายาสมุนไพรเขียนติดไว้ให้คนได้ร ับความรู ้ 4. ในครอบครวัของเขาแม่เลีย้งไม่ไดร้งัเกยีจเดยีดฉนัทล์ูกเลีย้งเลย 5. รา้นนีอ้าหารขึน้ชือ่ทีค่นนิยมสั ่งคอืย าแมงกะพรุนใส่ปลาหมกึ 2. ค าในข้อใดใชไ้ดม้ากกว่า 1 ความหมายทั ้งสองค า 1. มือขวา-จับเส้น 2. ซ า้ซอ้น-เปิดกล้อง 3. ตามเรือ่ง-ลวงโลก 4. ตาแมว-อ่อนข้อ 5. หน้าชา-ม ัดจ า 3. ข้อใด ใช้ผิดความหมาย 1. นกัโตว้าทฝี่ายคา้นใชค้ารมเชอืดเฉือนฝ่ายเสนอเพือ่ เอาชนะ 2. พอเพือ่นคา้ขายขาดทุน เขาก็พูดทบัถมจนเพือนหมดก าลังใจ ่ 3. ในฤดูฝนควรดูแลป้ายโฆษณาทีต่ดิตั ้งบนอาคารสูงเพือ่ความปลอดภยั 4. จงัหวดัตรงัมโีครงการปลดปล่อยมา้น ้าคนื สู่ทอ้งทะเลเพือ่ขยายพนัธุใ์นธรรมชาติ 5. เพราะฝนทิ ้งช่วง เกษตรกรจงึตอ้งเลกิลม้ความคดิทีจ่ะปลูกพชืเสรมิเพือ่ เพิม่รายได้ 4. ข้อความส่วนใด มีการใช้ค าผิดความหมาย 1) ในปัจจุบนัมกีารอนุรกัษแ์ละส่งเสรมิภูมปิัญญาไทยกนัมากขึน้/ 2) ทอ้งถิน่หลายแห่งมกีารฟื ้นตวั วฒันธรรมทีด่งีาม/ 3) ดว้ยการทะนุบ ารุงศลิปะและการแสดงพืน้บา้นทีม่มีาแต่เดมิ / 4) รวมทั ้งรกัษาจารตี ประเพณีทีม่มีาแต่โบราณ/ 5) เพือ่ด ารงไวซ้ ึ ่งมรดกอนัล า้ค่าทีบ่รรพบุรุษไดส้ ั ่งสมไว้ 1. ส่วนที ่1 2. ส่วนที ่2 3. ส่วนที ่3 4. ส่วนที ่4 5. ส่วนที ่5 5. ข้อใด ใช้ภาษาก ากวม 1. กจิกรรมหารายไดใ้หส้มาคมครั ้งนีม้ผีูน้ าสิ ่งของมาจ าหน่ายในราคาถูก 2. วสิยัทศันข์องหน่วยงานเราคอืการเป็นหน่วยงานเพือ่พฒันาชนบททีม่ ัน่คง 3. บรษิทัอสงัหารมิทรพัยน์ ีจ้ดทะเบยีนในตลาดหลกัทรพัยม์านานกวา่ 10 ปีแลว้ 4. ส านกังานศลิปวฒันธรรมจดัโครงการส่งเสรมิผา้ ไทยเพือ่สรา้งรายไดใ้หแ้ก่ชุมชน 5. องคก์ารคา้จดัตั ้งศูนยก์ระจายสนิคา้เพือ่จะไดอ้า นวยความสะดวกแก่รา้นคา้และช่วยลดค่าขนส่ง 6. ข้อใด มีความหมายสอดคลอ้งกบัขอ้ความต่อไปนี ้ “ยกัเอาเพยีงบางส่วนทีม่จี านวนเล็กน้อยไว,้เอาส่วนที ่ เหลอืไวเ้ป็นของตน” 1. กนิตามน ้า 2. กินบุญเก่า 3. กินเศษกินเลย 4. กินนอกกินใน 5. กินบ้านกินเมือง 7. ข้อใด ใช้ส านวน ไม่ ถูกต้อง 1. ฉ้นเห็นเจา้หนีพ้าพวกเดนเข้ามาก็ตกใจกลัวมากจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ิ 2. ทีฟ่ ังเขาพูดมานี ่ เหมอืนพายเรอืในอา่ง ฉนัยงัจบัความไม่ไดเ้ลย ไม่รูว้า่จะสรุปลงตรงไหน 3. ผมขอรบัรองวา่กรรมการของเราทุกท่านใหค้ะแนนสาวงามผูเ้ข้าประกวดตามเนือ้ผา้จรงิๆ 4. แต่งงานหลานสาวทั ้งทีตอ้งจดังานใหญ่จา้งวงดนตรมีาแลว้เลีย้งคนทั ้งอา เภอเลย ฆ่าควาย อย่าเสียดายพริก 5. เราก าลงัแบ่งหน้าทีก่นัท ารายงานส่งอาจารย์เธออย่าชกัใบใหเ้รอืเสยีชวนเพือ่นดูสาว ๆ ที ่ เดนิผ่านสิ 100
3 ใชข้อ้ความต่อไปนี ้ตอบค าถามขอ้ 8-9 1) สหโซเวียตรสัเซยีกา้วล า้สหรฐัหลายช่วงตวัในเรือ่งเทคโนโลยีอวกาศ/ 2) ในขณะที ่รสัเซียส่ง ดาวเทยีมขึน้ ไปโคจรรอบโลกและส่งนกับนิอวกาศคนแรกขึน้ ไปโคจรแล้ว 2 โครงการ/ 3) สหรฐัเริม่ก่อตั ้ง องคก์ารนาซาขึน้ เพือ่พฒันาเทคโนโลยดีา้นนี ้/ 4) แรงกดดนัจากโซเวยีตท าใหส้หรฐัอเมรกิาซึ ่งปรารถนา จะเป็นผูน้ าตอ้งเรง่ ส่งยานอะพอลโลขึน้ ไปในอวกาศทั ้ง ๆ ที ่ยงัไม่พรอ้ม/ 5) เป็นเหตใุห้เกิดความสูญเสีย โดยเฉพาะในโครงการแรก นักบินอวกาศถึง 3 คนต้องเสียชีวิตจากไฟคลอกในยานอวกาศ 8. ข้อความส่วนใด ใช้ภาษา ไม่ เหมาะกับบทความวิชาการ 1. ส่วนที ่1 2. ส่วนที ่2 3. ส่วนที ่3 4. ส่วนที ่4 5. ส่วนที ่5 9. จากขอ้ความขา้งตน้ขอ้ใดเป็นประเด็นทีผ่ ูเ้ขียนตั ้งใจน าเสนอ 1. ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทางอวกาศของสหร ัฐอเมริกา 2. การเป็ นผู้น าด้านเทคโนโลยีทางอวกาศของสหภาพโซเวียตร ัสเซีย 3. การส่งยานอวกาศและนักบินอวกาศของชาติมหาอ านาจออกไปนอกโลก 4. ความพยายามของสหร ัฐอเมริกาในการเอาชนะโซเวียตด้านเทคโนโลยีทางอวกาศ 5. ความสูญเสียของสหร ัฐอเมริกาในระยะแรกของการทดลองส่งมนุษย ์อวกาศไปในยาน 10. ขอ้ความต่อไปนี ้ส่วนใดใชร้ะดบัภาษา ต่างกบั ส่วนอืน่ 1) เค้กสีหวานดูนุ่มนวลน่ากิน เป็นอะไรที ่หลายคนเห็นแล้วอดใจไม่ได้/ 2) ต้องหยิบมาลิม้ลอง โดยเฉพาะพวกที ่ชอบกินขนมหวา น/ 3) ที ่ เห็นเค้กทีไรเป็นต้องซื ้อมากินแบบลืมอ้วน/ 4) เพรา ะ ส่วนประกอบของเคก้คอืครมี ซสีเนย แป้ง และน ้าตาล ท าใหน้ ้าหนักเพิ ่มขึ ้น/ 5) สุดท้ายเลยกลายเป็น ไขม ันส่วนเกินในจุดต่าง ๆ ที ่ไม่พงึประสงค์ 1. ส่วนที ่1 2. ส่วนที ่2 3. ส่วนที ่3 4. ส่วนที ่4 5. ส่วนที ่5 11. ข้อใด ใช้ราชาศัพท ์ ไม่ถูกต้อง 1. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนากรุงเทพมหานครเป็ นราชธานี 2. พระบาทสมเด็จพระนั ่งเกลา้เจา้อยู่หวัทรงท านุบ ารุงพระพุทธศาสนาโดยการสร้างและปฏิสังขรณ์ ว ัดหลายแห่ง 3. พระบาทสมเด็จพระจอมเจ้าเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงค านวณการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงได้อย่างแม่นย า 4. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดตราพระราชบ ัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124 5. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้เจา้อยู่หวัทรงพระราชนิพนธว์รรณคดที ั ้งรอ้ยแกว้และรอ้ยกรอง เป็ นจ านวนมาก 12.ข้อใดเป็ นประโยค 1. ศักยภาพด้านการจัดการขยะให้เท่าทันและทัดเทียมกับระดับสากล 2. นว ัตกรรมการแปรรูปขยะะให้เป็ นพลังงานทางเลือกในการแก้ป้ ญหาขยะ 3. ขยะพลาสติก 10 ตัน ผลติน ้ามนัเชือ้ เพลงิไดว้นัละประมาณ 66,00 ลติร 4. การใชถุ้งผา้หรอืตะกรา้หวายในการซือ้ของเพือ่ทดแทนการใชพ้ลาสตกิ 5. ปัญหาสิ ่งแวดลอ้มและการแลกเปลีย่นประสบการณด์า้นพลงังานทางเลอืก
4 13.ข้อใด ไม่เป็ น ประโยค 1. นักกีฬาไทยลงแข่งขนยิมนาสติกลีลากับนักกีฬาจาก 6 ประเทศทีส่งิคโปร์ 2. ประธานพัฒนาฟุตซอลแห่งชาติเตรียมผู้เล่นทีมไทยเข้าแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์ โลก 3. ประเทศไทยได 6 เหรยีญทอง 2 เหรยีญเงินในการแข่งขนยกน ้าหนกัเยาวชนแห่งโลก 4. การแข่งขันวอลเลย ์บอลหญิงเวิลด์กร ังด์ปรีซ ์2016 รอบสุดทา้ยจดัขึน้ทีป่ระเทศไทย 5. ตามแผนของสมาคมกฬีามวยสากลแห่งประเทศไทยทีว่างไวก้่อนเดนิทางไปเก็บตว้ทีบ่ราซลิ 14.ข้อใดแสดงเจตนาของผู ้ส่งสารต่างกับขอ้อืน่ 1. กรมประมงประสบความส าเรจ็ในการเพาะเลีย้งปลาสเตอรเ์จยีนเพือ่ท าไข่คาเวยีร์ 2. โครงการบา้นเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชด ารไิดท้ดลองเลีย้งปลาสเตอร ์เจียนบนดอยอินทนนท์ 3. การเลีย้งปลาสเตอรเ์จยีนตอ้งใชเ้วลา 8 – 10 ปี กว่าจะได้ไข่ปลามาผลิตเป็ นไข่คาเวียร ์ 4.ไข่คาเวียร ์ได้มาจากการน าไข่ปลาสเตอร ์เจียนมาหม ักกับเกลือนานถึง 2 ปี 5.ไข่คาเวียร ์ด้อยค่ากระปุกละ 5,000 บาท ถึงจะแพงแต่คุณภาพสุดคุ้มสินค้ามีจ านวนจ ากัด 15.ขอ้ใดใชค้ าทบั ศพัทภ์าษาองักฤษมากทีส่ ุด 1. แรค่อืธาตุหรอืสารประกอบที ่ เป็นของแข็งเกดิขีน้ตามธรรมชาตมิอีงคป์ระกอบทางเคมแีละ โครงสร้างของอะตอมเป็ นเอกลักษณ์ 2. ทับทิมเป็ นแร่ในตระกลูคอร ันดัมมีองค์ประกอบเป็ นอะลูมิเนียมออกไซด์สมบ ัติทางฟิสิกส์คือมีค่า ความแข็งรองจากเพชร 3. ทับทิมสยามของไทยมีแหล่งก าเนิดจากหินภูเขาไฟชนิดแอลคาไลน์บะซอลต์เพียงชนิดเดียว พบทีจ่งัหวดั จันทบุรีและตราด 4. ตามต านานทั ้งของตะวนัออกกลางและยโุรปมคีวามสอดคลอ้งกนัวา่แซปไฟรเ์ป็นอญัมณีทีทรง่ พลงัอา นาจมากทีส่ ุด 5. บรเิวณที ่ เป็นภูเขาทะเลทรายไปจนถงึฝั ่งตะวนออกของแม่น ้าไนลใ์กลกบ้ทะเลแดงพบผลกึมรกต ฝังตัวอยู่ในควอตซ ์ 16.ข้อใด ไม่ อาจอนุมานไดว้่าเป็นบุคลกิภาพของผูพู้ดตามขอคว้ามต่อไปนี ้ ผมใชค้วามพยายามอย่างเต็มทีท่ีจ่ะเปิดหอ้งสมุดการต์ูนเพือ่อนุรกัษส่งเสรมิและเผยแพรก่ารต์ูนไทย ใหย้งัคงอยเป๊นมรดกทางภูมปิัญญาทีส่ าคญัของคนในชาตสิบืต่อไปหลงัจากการต์ูนไทยไม่ไดร้บัความนิยม เหมือนในอดีต 1. อดทน 2. มุมานะ 3. ประนีประนอม 4. ห่วงใยสังคม 5. มีความคิดสร้างสรรค์ 17.เมื ่ออาจารยถา์ มว่าใครจะเป็นคนท ารายงาน เรือ่ง พลงังานชวีมวล เรือ่งนี ้ ี ยากทีส่ ุด” ค าตอบของนกัเรยีนตามขอ้ใดมีน ้าเสยีงกระตอืรอืรน้ 1. หนูท าเองค่ะ หนูอยากรูเ้รือ่งนี ้ใหม้ากขึน้ 2. ผมไม่ชอบแต่ก็คงตอ้งท าเรือ่งยาก ๆ ตอ้งผม 3. หนูท าก็ได้ค่ะ รีบท าให้เสร็จ ๆ จะได้ไปอ่านหนังสือ 4. ผมท าเองก็แล้วกันคร ับ ผมมีข้อมูลเกือบหมดแล้ว 5. หนูลองท าดูก่อนได้ไหมคะ แต่ไม่รู ้ว่าจะออกมาดีหรือเปล่า 18.ค าพูดในข้อใด ไม่ได้มีจุดประสงคเ์พือ่ ใหก้ าลงัใจ 1. อย่าเบือ่หน่ายความลม้เหลวเลยนะ เพราะมนัคอืเพือ่นรว่มทาง 2.ไม่มทีางทีจ่ะประสบความส าเรจ็ทีด่กีวา่ถา้เรามวัแต่ ่ท าซ า้รอยเดมิ 3. ความส าเรจ็ไม่ไดข้ ึน้อยู่กบัอายุนะหนูแต่ขึน้อยู่กบักบัความคดิมากกวา่ 4. สิ ่งทีค่ ุณเสยีไปคอืเวลา แต่สิ ่งที ่ไดก้ลบัมาคอืประสบการณไ์ม่ใช่หรอื 5. การที ่ เราไม่ไดค้รอบครองอะไรก็ดี ีไปอย่าง เพราะเราจะไม่มวีนัเสยีสิ ่งนัน้ ไป
5 19. หลงัการบรรยายของวทิยากร เรือ่ง “ประโยชน์ของอาหารเช้า” ขอ้ใดเป็นค าถามของผูฟ้ ังที ่ไม่สัมพันธ ์กบัเนือ้หาของการบรรยาย 1. นม 1 กล่องพอไหมคะ 2. ทานช่วงเวลาใดเหมาะทีส่ ุดครบั 3. ควรรร ับประทานทุกว ันไหมคะ 4. อาหารประเภทใดจงึจะดที ีส่ ุดครบั 5. ขนมหวานทานก่อนนอนอ ันตรายไหมคะ 20.ขอ้ใดเป็นโครงสรา้งของการแสดงเหตุผลในขอ้ความตอ่ ไปนี ้ นกนางแอน่บางชนิดส ารอกน ้าลายท ารงัเป็นรูปถว้ยตด้กบั ฝาผนังถ ้าตามเกาะในทะเลรงัของนก นางแอน่ ชนิดนีม้ีผูเ้ก็บมาผลติเป็นอาหารเสรมิราคาแพง ทีอ่า เภอปากพนงัมกีารสรา้งอาคารสูงส าหร ับ ให้นกนางแอ่นมาอาศัยแล้วเก็บร ังขาย 1. ข้อสนับสนุน -ข้อสรุป - ข้อสรุป 2. ข้อสนับสนุน- ข้อสนับสนุน- ข้อสรุป 3. ข้อสนับสนุน- ข้อสรุป- ข้อสนับสนุน 4. ข้อสรุป- ข้อสนับสนุน- ข้อสรุป 5. ข้อสรุป- ข้อสรุป- ข้อสนับสนุน 21.ข้อใดมีการใช้เหตุผล 1. ส่วนประกอบทีส่ าคญัของการเดนิรถไฟในระยะแรกมี2 ส่วน คอืทางรถไฟกบัขบวนรถไฟ 2. ต่อมาการเดนิรถมคีวามซบั ซอัน ตอ้งมสี ่วนประกอบเพิม่ขีน้คอืระบบอาณตั สิญัญาณ และระบบ ห้ามล้อรถไฟ 3. ทางรถไฟทีค่นทัว่ ไปมองเห็นคอืรางเหล็ก 2 เสน้วางขนานกบัหมอนรองรางรถไฟซึ ่งเรยกกันว่า ี ไม้หมอน 4. หมอนรองรางรถไฟจะวางอยู่บนหนิโรยทางซึ ่งเกลีย่กระจายอยู่เหนือดนิกัน้ทางทีอ่ยู่ชดิกบัพืน้ดนิ เดิมของทางรถไฟ 5. น ้าหนกัขบวนรถไฟทีก่ดลงบนรางจะกระจายลงบนพืน้ดนิเดมิโดยผ่านหมอนรองรางรถไฟดนิโรย ทางและดินกันทาง 22.ขอ้ใดต่อไปนี ้ส่วนใดเป็นการแสดงทรรศนะ 1)การป้ องกันอุบ ัติเหตุบนท้องถนนด้วยการรณรงค์ปลุกจิตส านึกสร้างวินัยเคารพและปฏิบ ัติตามกฎ จราจร / 2) การบงัคบัใชแ้ละแก้ไขกฎหมายให้ท้นยุคสม้ยเพื ่อควบคุมพฤติกรรมผู้ขับขี ่ยวดยาน พาหนะ / 3) หรือการก าจัดความเร็วพาหนะ / 4) วธิ ีการเหล่านี ้ไม่ควรกระท าเฉพาะช่วงหยุดยาวหรอื เทศกาล / 5) ตรงกนัข้ามตอ้งกระท าตลอดเวลาเพือ่ ใหทุ้กคนมสี ่วนรว่มอย่างแทจ้รงิ 1. ส่วนที ่1 และส่วนที ่2 2.ส่วนที ่2 และส่วนที ่3 3. ส่วนที ่3 และส่วนที ่4 4.ส่วนที ่4 และส่วนที ่5 5. ส่วนที ่1 และส่วนที ่5 23.ข้อใด มีการแสดงทรรศนะ 1. สภาวะแวดลอ้มของโลกที ่ เปลีย่นแปลงท าใหเ้กดิปรากฏการณส์ ่งผลกระทบต่อคุณภาพชวีติ ประชากร 2. ปัญหาที ่ เกีย่วกบัการเปลีย่นแปลงของสภาวะแวดลอ้มของโลกซึ ่งมหีลายประการ 3. ปัญหาที ่ เกดิจากธรรมชาติอาทิแผ่นดนิไหว คลืน่ยกัษ์สนึามปิรากฏการณเ์อลนิญโญ ฯลฯ 4. ปัญหาที ่ เกดิจากฝีมอืมนุษย์เช่น สภาวะโลกรอ้น มลภาวะอากาศ สารพษิอตุสาหกรรม ฯลฯ 5. เราทุกคนในฐานะทีม่สี ่วนเกีย่วข้องควรตอ้งศกึษาลกัษณะของปัญหาและผลกระทบ เพือ่รว่มกนั แก้ไข 24. ข้อใดเป็ นประเด็นโต้แย้งของขอ้ความต่อไปนี ้ การใหส้มั ปทานส ารวจแหล่งปิโตรเลยีมในประเทศมปีระโยชนท์ ั ้งทางตรงและทางออ้มกบั ประเทศไทย แต่สถานการณใ์นขณะนีย้งัไม่มคีวามจ าเป็นรบีด่วนทีจ่ะเปิดสมั ปทานรอบที ่21 เพราะปรมิาณไฟฟ้าส ารอง ในปัจจุบ ันย ังัมีเกินกว่า 25% และความต้องการใช้ก๊าซในการผลิตไฟฟ้าจะไม่เพิม่ขึน้มากจนอยู่ในระดบั วกิฤตคิวรรอใหม้กีารแกไ้ข พ.ร.บ. ปิโตรเลยีมก่อนเพือ่ เพิม่ทางเลอืกและสรา้งอา นาจต่อรองซึ ่งจะท าให้ ประเทศได้ร้บผลประโยชน์มากกว่า 1. ปริมาณไฟฟ้ าส ารองในประเทศไทยมีเพียงพอจริงหรือ 2. การผลิตไฟฟ้ าจากก๊าซธรรมชาติในอนาคตจะไม่มีปัญหาจริงหรือ 3. ประเทศไทยควรส ารวจแหล่งปิโตรเลียมเองแทนการให้สัมปทานหรือไม่ 4. การแกไ้ข พ.ร.บ. ปิโตรเลยีมท าใหป้ระเทศไดผ้ลประโยชนมากขึน้จรงิหรอืไม่ 5. รฐัควรชะลอการใหส้มั ปทานส ารวจแหล่งปิโตรเลยีมรอบที ่21 ไปก่อนหรอืไม่
6 25.ข้อใดเป็ นข้อสนับสนุนประเด็นการโต้แย้ง “การขึน้ภาษเีครือ่งดืม่ทีม่นี ้าตาลเกนิกวา่มาตรฐานช่วยลดการบรโิภคลงไดจ้รงิหรอื” 1. คนไทยตดิรสหวานและบรโิภคน ้าตาลมากจนเป็นนิสยั 2. องค์การอนาม ัยโลกได้ศึกษาถึงอ ันตรายจากความหวาน 3. หลาย ๆ ประเทศจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากความหวาน 4. ปรมิาณน ้าตาลที ่ เกนิมาตรฐานเป็ นอ ันตรายต่อสุขภาพ 5. การขึน้ภาษเีครือ่งดืม่ทีม่นี ้าตาลสามารถเพิม่รายไดเ้ข้าประเทศปีละหลายลา้นบาท 26.ข้อใด ไม่มีการโน้มน้าวใจ 1. รายการเกมเพือ่ เสรมิสรา้งความสมัพน้ธใ์นครอบครวัผูช้นะทั ้ง 7 เกมจะไดเ้ข้าชงิเงินรางวลใหญ่ ั หลายล้านบาท 2. ทีน่ี ่ เมนูเครือ่งดืม่ทีร่ ูจ้กักนัดคีอืกาแฟสด รวมทั ้งเครือ่งดืม่ เพือ่สุขภาพประเภทน ้าสมุนไพร จ าหน่ายทุกว ัน 3. การรกัษาโรคมะเรง็ดว้ยวธินี ี ้ผูป้่วยไม่ตอ้งรบัการผ่าตดัลดความเจ็บปวด และช่วย เพิม่คุณภาพ ชีวิตอีกด้วย 4. สวนสาธารณะแห่งนีอ้า นวยความสะดวกแก่ผูสู้งอายุและผูพ้กิาร มที ีจ่อดรถเพยีงพอ และมี เครือ่งออกก าลงักายพรอ้มมูล 5. มะนาวเลมอนฮาวาย ผลใหญ่ ไรเ้มล็ด มนี ้ามาก รสเปรีย้วก าลงัดีเปลอืกมกีลิน่หอมเป็นพเิศษ 27.ข้อใดเรยีงล าดบัขอัความต่อไปนี ้ได้ถูกต้อง 1. การเลือกกนิอาหารจงึเป็นสิ ่งจ าเป็นถงึแมเ้ป็นสิ ่งทีท่ าไดย้ากก็ตาม 2. เมือ่ ใดที ่ไตไม่สามารถขบัของเสยีทีอ่ยู่ในรา่งกายออกมาได้ 3. อาหารบางชนิด เช่น อาหารโปรตนีเมือ่กนิมาก ๆ ท าใหเกดิของเสยีในรา่งกายมาก 4. ก็เป็นเหตุท าใหก้ารท างานของไตบกพรอ่งและไตเสือ่มเรว็ขึน้ 5. การกนิอาหารทีถ่ ูกตอ้งทั ้งชนิดและปรมิาณสามารถชะลอความเสือ่มของไตไดม้าก 1. 3-5-4-1-2 2. 2-3-1-4-5 3. 5-1-3-2-4 3. 3-5-2-1-4 5. 5-4-3-1-2 ใชข้อ้ความต่อไปนีต้อบค าถามขอ้ 28 – 29 1) เมือ่ปอกเปลอืกออกจะมนี ้ายางสเีหลอืงอยู่ที ่ เนือ้มงัคุดบางกลบีบางกลบีเป็ นสีใส 2) เมือ่รูเ้ช่นนีแ้ลว้ก็หาทางแกไ้ข้ไดไ้ม่ยาก คอืควรก าจดัเพลีย๊ไฟและควบคุมปรมิาณน ้าใหพ้อดีๆ 3) สาเหตุทีท่ าใหเ้กดิอาการดงักล่าวอาจมาจากเพลีย้ไฟหรอืตน้มงัคุดไดร้บ้น ้ามากเกนิไปหรอืน้อย เกินไป 4) ลกัษณะเช่นวา่นี ้ เรยีกวา่อาการเนือ้แกว้ยางไหล ซึ ่งท าใหม้งัคุดเสยราคาี 5) คนทีช่อบกนิมงัคุดคงเคยสงัเกตวา่บางผลมนี ้ายางแข็งสเีหลอืงเกาะอยู่ที ่ เปลอืก 28. เมื ่อเรยีงล าดบัขอ้ความขา้งตน้ใหถู้กตอ้งแลว้ขอ้ใดเป็นล าดบัที ่4 1. ข้อ 1 2. ข้อ 2 3. ข้อ 3 4. ข้อ 4 5. ข้อ 5 29. ข้อใด เป็นประเด็นทีผ่ ูเ้ขียนตั ้งใจจะน าเสนอ 1. ข้อพงึระวงัทีท่ าใหม้งัคุดเสยีราคา 2. ความแตกต่างของมงัคุดทีด่แีละไม่ดี 3. วิธีเลอืกซือ้มงัคุดใหเ้ป็นเพือ่ ใหคุ้ม้ค่าเงิน 4. สาเหตุทีท่ าใหม้งัคุดมผีลผลติไม่สมบูรณ์ 5. วธิแีกป้้ญหาเพือ่ ใหม้งัคุดทีป่ลูกมคีุณภาพดี
7 30. ข้อใดควรเป็นชือ่ของเรยีงความทีมี่สาระส าคญัต่อไปนี ้ ปัจจุบนั ปัญหาการบุกรุกท าลายป่าชายเลนมอียู่อย่างต่อเนื ่อง เช่น การลก้ลอบตดัไม้การท านากุ้ง การสรา้งท่าเทยีบเรอืการสรา้งถนน และการเพิม่ของประชากร เหล่านีส้ ่งผลกระทบต่อ ระบบนิเวศของป่ า ชายเลน เป็ นการท าลายห่วงโซ่อาหาร และท าลายแหล่งอาหารของมนุษยช์ุมชนจงึควรเป็นกลุ่มที ่ช่วยกนั ปกป้องและพฒันาป่าชายเลนใหย้ ั ่งยนื 1. ประโยชน์ของป่ าชายเลน 2. จิตส านึกร ักษ์ป่ าชายเลน 3. ระบบนิเวศของป่ าชายเลน 4. การตัดไม้ท าลายป่ าชายเลน 5. ยุทธศาสตรช์าตเิพือ่พฒันาป่าชายเลน 31. ข้อความส่วนใด ไม่ใช่ การพรรณนา 1) ลุงด าเป็นคนรา่งเล็กผอมแกรน็ / 2) ใบหน้ากรา้นแดด เห็นรอยย่นลกึที ่กลางหน้าผาก / 3) มี ปอยเคราสีขาวตรงปลายคางยาวลงมาถึงกลางอก / 4) ในยามครุ่นคิดใคร่ครวญลุงจะลูบไล้เคราขาวอย่าง ช้า ๆ / 5) วน้หนึ ่งลุงโกรธเด็กเกเรทีม่าลอ้เลยเดนิไปโกนเคราทิ ้งเสยีทีร้านหน้าปากซอย่ 1. ส่วนที ่1 2. ส่วนที ่2 3. ส่วนที ่3 4. ส่วนที ่4 5. ส่วนที ่5 32.ขอ้ความต่อไปนี ้ใชว้ธิการเขียนตามข้ ี อใด มณฑาสวรรค์เป็ นพรรณไม้ดอกในวงแม็กโนเลีย เป็ นไม้ยืนต้นขนาดสูง 5 – 10 เมตร ออกดอกรูป กลมรีกลบีดอกหนามสีขีาวนวล ดอกมกีลิน่หอมแรง โดยเฉพาะในช่วงพลบค ่า เนื ้อใบหนาแข็งสีเขียวสด ขยายพันธุ์ตามธรรมชาติด้วยเมล็ด 1. การอธิบาย 2. การบรรยาย 3. การพรรณนา 4. การอธิบายและการบรรยาย 5. การอธิบายและพรรณนา 33. ข้อใด ไม่ได้กล่าวถงึเกีย่วกบัมนั ส าปะหลง้ในขอ้ความต่อไปนี ้ ม ันส าปะหลังปลูกมากทีส่ ุดในภาคตะวนัออกเฉียงเหนือ ประเทศไทยมีพืน้ที ่ปลูกมนั ส าปะหลงัเป็น อ ันดับ 3 ของโลก รองจากประเทศไนจีเรียและบราซิล ไทยส่งออกผลิตภัณฑ ์ม ันส าปะหลังเป็ นอ ันดับ 1 ของ โลกมายาวนาน และสรา้งรายไดเ้ข้าประเทศปีละกวา่ 3 หมืน่ลา้นบาท 1. ประเทศคู่แข่ง 2. แหล่งเพาะปลูก 3. ผู้น าในการส่งออก 4. รูปแบบผลิตภัณฑ ์ 5. พืชเศรษฐกิจของไทย 34. ข้อใด ไม่ได้สอดคล้อง กบัขอัความต่อไปนี ้ นักวิจิยก าลังพยายามพิสูจน์ว่า การฟังเพลงเศร้าเป็นการช่วยปลอบโยน โดยทดลองเก็บข ้อมูลจากชาวอังกฤษและ ฟิ นแลนด์ จ านวน 2,436 คน ผลการวิจัยพบว่า คนส่วนใหญ่รู้สึก ชอบเพราะเพลงเศร้าท าให้อารมณ์ดขี ึน้ทั ้งนี ้อาจเกดิจาก ความนิยมในเพลงนีอ้ยู่แลว้นอกจากนั ้น ในการทดลองยงัพบว่าคนส่วนหนึ ่งรู้สึกเจ็บปวดหรือเกลียดเพลงเศร้าไม่อยากได้ ยิน ไดฟ้ ังเพลงนั ้น ๆ เลย 1. บางคนฟังเพลงเศร้าแล ้วท้าให้เกิดความทุกข ์ใจ 2. เพลงเศรา้ท าใหเ้กดิความรสู้กึทั ้งพอใจและปวดรา้ว 3. ชาวอังกฤษชอบฟังเพลงเศร้ามากกว่า ชาวฟินแลนด์ 4. ผู้วิจิยเก็บข ้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 2,000 คนใน 2 ประเทศ 5. เหตุผลที ่คนสว่นใหญ่ชอบเพลงเศรา้เพราะชอบเพลงนั ้นมาแต่เดมิ
8 35. ค าตามข้อใดเมื ่อน ามาเตมิในช่องว่างต่อไปนีแ้ลว้จะได้ ้ใจความถูกตอ้งตามความคดิ ของผู ้เขียน ทุกวนันีส้งัคมอดุมไปดว้ยข่าวสารจากโลกออนไลนทั ้งที ่ เชือ่ถือได้และไม่ควรเชื ่อถือ เหตุการณ์ถูก ปรุงแต่งมาจากหลายฝ่ าย หลายส่วน และม ักจะหาข้อมูลตรรกะต่าง ๆ มาสนับสนุน ความคิดของตนเอง ดงันัน้การเสพสือ่ดจิทิลัอย่าง ............... จงึเป็นสิ ่งที ่ควรปฏบิตัเิพือ่ ใหเ้รารูเ้ท่าทนั ชวีติ 1. มัน่ ใจ 2. จริงจัง 3. ชาญฉลาด 4. มีจินตนาการ 5. สมบูรณ์แบบ 36. ขอ้ความต่อไปนี ้ส่วนใดเป็ นใจความส าคัญ 1) น ้านมแม่มปีระโยชนม์าก ท าใหลู้กน้อยมสีุขภาพแข็งแรงและมีพัฒนาการสมว ัย/ 2) เด็กที ่ดื ่ม นมแม่อย่างน้อย 4 – 6 เดอืน มกีารตดิเชือ้ทางระบบทางเดนิหายใจน้อยกวา่เด็กทีด่ืม่นมผสม / 3) หรอืเป็น หวดัน้อยกวา่ 4 เท่า และเป็นผืน่ภูมแิพผ้วิหนงัน้อยกวา่ถงึ3 เท่า / 4) ช่วยลดการเกิดภูมิแพ้และหอบหืดใน เด็กลง / 5) ยิ ่งใหลู้กดืม่นมแม่ไดน้านเท่าใด ภูมคิุม้กนัก็จะยิ ่งเพิม่มากขึน้ 1. ส่วนที ่1 2. ส่วนที ่2 3. ส่วนที ่3 4. ส่วนที ่4 5. ส่วนที ่5 37. ข้อใดเป็ นประเด็นหลักของข้อความต่อไปนี ้ ออสเตรเลียประสบปัญหาการรุกรานของว ัชพืชโดยเฉพาะฮอกวีด (Hawk weed) ทีม่า แย่ง อาหาร จากพืชเศรษฐกจิทีป่ลูก รฐัตอ้งสูญเสยีค่ายาพ่นก าจดัวชัพชืเป็นจ านวนมหาศาล กระนัน้มนัก็สามารถอยู่ รอด และงอกใหม่ไดอ้กี ในทีส่ ุดพบวา่ สุนขัมปีระโยชนใ์นการปราบฮอกวดีดที ี ่สุด เพราะมนัจะค้นพบและ ขุดรากทิ ้งไดห้มด สิ ่งส าคญัทีท่ าใหไ้ม่ง่ายนกัคอืตอ้งเรง่ ฝึกสุนขัเช่น ค็อกเกอร์สเปเนียล ซึ ่งมีจมูกไวเป็น เลิศ 1. ความยากล าบากในการก าจัดฮอกวีด 2. การฝึกสุนัขให้สามารถค้นหาฮอกวีด 3. ความส าเร็จในการก าจัดฮอกวีดโดยใช้สุนัข 4. การรุกรานของฮอกวดีซึ ่งท าใหเ้กดิความสูญเสยีทางเศรษฐกจิ 5. ความสามารถพเิศษในการดมกลิน่ฮอกวดีของค็อกเกอรส์เปเนียล 38. จากขอ้ความต่อไปนี ้ขอใ้ด ไม่ใช่ผลจากการสร้างรถไฟฟ้ าใต้ดิน ถนนเยาวราชเจรญิรุง่เรอืงมาคู่กบักรุงเทพ ฯ เป็นเวลานาน เมือ่ ไม่นานมานี ้คนกรุงเทพ ฯ ต้องการ ความรวดเร็วในการเดินทาง ท าให้มีสถานีรถไฟฟ้ าใต้ดินผุด ขี ้นย่านใจกลางชุมชนเก่าแห่งนี ้ชุมชน บางส่วนต้องโยกย้ายไปหาท าเลค้าขายแห่งใหม่บ้างกต้องปิดกิจการเดิมไป บ้างก็ต้องย้ายไปอยู่นอกเมือง ผู้คน ในชุมชนต้องปร ับตัวกันขนานใหญ่ 1. การขยายธุรกิจการค้า 2. ความสะดวกในการเดินทาง 3. ความเปลีย่นแปลงของชุมชน 4. ความเจริญก้าวหน้าของกรุงเทพ ฯ 5. การยา้ยทีอ่ยู่และการประกอบอาชีพ 39. ข้อใดเป็นสาระส าคญ้ของขอ้ความนี ้ จติใจที ่ เข้มแข็งหนกัแน่นในเหตุผลความถูกต้องในความสุจรติยุติธรรมและในความ เที ่ยงตรง รบัผดิชอบ เป็นปัจจย้พืน้ฐานทีจ่ะรองรบัวชิาความรู้และความคดิอา่นทั ้งปวงไวใ้หม้ ัน่คง ไม่ให้หวัน่ ไหวและ ผันแปรไปในทางเสียหาย 1. บุคคลผู้มีเหตุผล มีความรู ้มคีวามคดิย่อมมจีติใจมัน่คงและเข้มแข็ง 2. บุคคลจะศกึษาวชิาความรูไ้ดต้อ้งมจีติใจมัน่คง สุจรติเทีย่งตรงไม่ผนัแปร 3. พืน้ฐานของความรู้ความคดิของบุคคลคอืความมจีติใจมัน่คง ไม่หวัน่ ไหว 4. จติใจของบุคคลอาจหวัน่ ไหวประพฤตชิ ัว่ ได้หากไม่มคีวามรู้ความคดิเป็นพืน้ฐาน 5. ผู้มีความรู ้ถา้จติใจมัน่คง มเีหตุผล สุจรติเทีย่งธรรม ย่อมไม่ประพฤตเิสือ่มเสยี
9 40. ข้อใดเป็ นจุดประสงค ์ของผูเ้ขียนขอ้ความต่อไปนี ้ การแพทยแ์ผนจนีทีม่มีานบัพนั ปีเน้นการสรา้งสมดุลสุขภาพด้วยเครือ่งยาจีนบา งชนิดที ่มีราคา แพง เช่น รงันก หูฉลาม ฯลฯ เชือ่กนัวา่เครือ่งยาจีนเหล่านี ้มีสรรพคุณเป็นยาอายุวฒันะ ซึ ่งไม่มีใครรู้ ข้อเท็จจริงว่า มีคุณค่าสมกับราคาหรือไม่ อนัทีจ่รงิน่าจะถึงเวลาที ่ เราควรงดบรโิภคสิ ่งเหล่านี ้ เพื ่อความ ห่วงใยธรรมชาติได้แล้ว แต่กระนัน้ เครือ่งยาจนีเหล่านีก้ ็ยงัมวีางจ าหน่ายอยู่ เช่นเดิม 1. อธบิายวธิใีชเ้ครือ่งยาจนี 2. บอกประโยชนข์องเครือ่งยาจนี 3. วจิารณค์ุณภาพของเครือ่งยาจนีราคาแพง 4. เสนอแนะใหเ้ลกิใชเ้ครือ่งยาจนีที ่ไม่อนุรกัษธ์รรมชาติ 5. คดัคา้นการใชเ้ครือ่งยาจนี ซึ ่งมรีาคาแพงในการรกัษาโรค ใช้ขอ้ความต่อไปนี ้ตอบค าถามขอ้ 41-42 คนทีอ่ายุเกนิ 60 ปีคุน้เคยกบัวชิา หน้าทีพ่ลเมอืงและศลีธรรมกนัดเีพราะเคยเรยีน มคีนคิดว่าน่าจะ น าวชิานีก้ลบัมาสอนในโรงเรยีนใหม่อกีครั ้ง ลองคดิดูจะเกดิอะไรขึน้ถา้พบวา่เนือ้หา ในหนังสือเรียนกับชีวิต ในสังคมขัดแย้งกันอยู่หลายเรือ่ง เช่น ในต าราบอกวา่การฉ้อราษฎร์บงัหลวงเป็นสิ ่งชัว่รา้ย ทุกคนต้อง ต่อตา้น แต่ในชวีติจรงิผลวจิยักลบับอกว่า คนเป็นจ านวนมากเห็นว่า การคอรร์ปั ชนัเป็นเรือ่งธรรมดา ใคร ๆ ก็ท ากนัหรอืเมือ่กลบับา้นไดย้นิพ่อแม่ ่ยกย่องคนมเีงิน แต่ไร้ศลีธรรมอย่างหน้าชืน่ตาบานแทน 41. จากข้อความข้างต้น ข้อใดเป็นความคดิเห็นของผูเ้ขียนเกีย่วกบัวชา ิหนา้ทีพ่ลเมอืง และศีลธรรม 1. เนือ้หาในหนงัสอืเรยีนส าหรบัวชิานีล้า้ สมย้เกนิไป ควรปรบัปรุง 2. การน าวชิานีก้ลบัมาสอนอกีครั ้งในโรงเรยีนเป็นเรือ่งควรสนบั สนุน 3. เนือ้หาบางตอนในหนงัสอืเรยีนส าหรบัวชิานีข้ดัแยง้กนัเองหลายประเด็น 4. วชิานี ้ไม่เหมาะสมทีจ่ะน ากลบัมาสอนอกีเพราะไม่สอดคลอ้ง กับพฤติกรรมของคนในสังคม 5. คนส่วนหนึ ่งในสงัคมปัจจุบนัมทีรรศนะเปลีย่นไปและไม่สนใจปฏบิตัติามแนวทางของวชิานี ้ 42.น ้าเสยีงตามขอใ้ดปรากฏในข้อความข้างต้น 1. ดุดัน 2. ขมขื ่น 3. เหยียดหยาม 4. ประหลาดใจ 5. ประชดประชัน 43. ขอ้ใดเป็นจุดประสงคข์องผูเ้ขียนขอ้ความต่อไปนี ้ ผูท้ ี ่ไม่มคีวามเชือ่มัน่ ในความสามารถของตนนั ้นมกัจะชอบเปรยีบเทียบตนเองกบัผู้อืน่จนลืม ความสามารถของตน ส่วนผูท้ ีม่คีวามเชือ่มัน่ ในตนเองนัน้ ด าเนินชีวิตอย่างเป็ นเจ้านายของตนเอง ไม่ว่าจะ พบสถานการณ์ใดก็จะสามารถจัดการได้อย่างอิสระ ตัดสินใจได้ถูกต้องรวดเร็ว 1. ต าหนิผูท้ ีข่าดความเชือ่มัน่ ในตนเอง 2. แนะน าวธิกีารตดั สนิใจดว้ยความเชือ่มัน่ 3. สนบั สนุนใหค้นมคีวามเชือ่มัน่ ในตนเอง 4. อธิบายความคิดของผู้ทีข่าดความเชือ่มัน่ 5. เปรยีบเทยีบลกัษณะของผูท้ ีข่าดความเชือ่มัน่กบัผูท้ ีม่คีวามเชือ่มัน่
10 44. ขอ้ใดเป็นจุดประสงคข์องผูเ้ขียนขอ้ความต่อไปนี ้ ภัยออนไลน์ -ภยัไรส้ายในยุคนีม้หีลายรูปแบบที ่ เกิดจากน ้ามือของมิจฉาชีพยุคดิจิทลั สมยัก่อน มิจฉาชีพต้องออกหาเหยือ่แต่สมยันี ้ เพยีงรอใหเ้หยือ่ เข้ามาตดิกบัเพราะมีช่องทางออนไลน์หลากหลาย กรณีซือ้ขายออนไลนป์ระชาชนจงึตอ้งพจิารณาใหร้อบคอบ ถา้เป็นรา้นทีถ่ ูกตอ้งจะมกีารขึน้ทะเบยีนไวค้วร ตรวจสอบให้ดีก่อนตัดสินใจ 1. ใหข้ ้อมูลเกีย่วกบัรูปแบบภยัออนไลน์ 2. เตือนให้ระม ัดระว ังการซือ้สนิคา้ออนไลน์ 3. ชี ้ใหเ้ห็นกลโกงของมจิฉาชพียุคดจิทิลั 4. เสนอแนะวิธีการใช้บริการออนไลน์ในปัจจุบ ัน 5. ตอ้งการใหผู้เ้กีย่วข้องแกป้้ญหามจิฉาชพีออนไลน์ 45. ขอ้ใดเป็นแนวคดิทีผ่ ูเ้ขียนตอ้งการน าเสนอในขอ้ความต่อไปนี ้ คนเราม ักอ้าแขนต้อนร ับความสุข ปฏิเสธความทุกข์พยายามหนีความทุกข์ให้ไกลที ่สุด แต่ม ักมี ความทุกขห์ลายอย่างที ่ไม่วา่เราจะพยายามหนีอย่างไรก็หนีไม่พน้ในทีส่ ุดก็ตอ้งพบ ถ้าพบความทุกข์แล้ว เรายงัปฏเิสธไม่ยอมรบัความทุกขน์ ัน้ก็จะบบีคัน้ เราใหทุ้กขห์นกัขึน้ 1. ในชีวิตของแต่ละคนย่อมมีความทุกข์มากกว่าความสุข 2. คนเราไม่อยากมคีวามทุกข์ตอ้งการมแีต่ความสุขเท่านัน้ 3. ความทุกขท์ ีท่ ุกคนตอ้งพบเป็นสิ ่งทีท่ าใหเ้ราทุกขห์นกัทีส่ ุด 4. เมือ่พยายามหนีความทุกข์ก็ยิ ่งประสบความทุกขต์ ่อไปเรือ่ย ๆ 5. หากประสบความทุกขท์ ีห่ลกีเลีย่งไม่ได้เราควรท าใจยอมรบัความทุกขน์ ัน้ ใชข้อ้ความต่อไปนี ้ ี ตอบค าถามขอ้ 46-47 ปัจจุบนันีค้งตอ้งยอมรบักนัวา่คอมพวิเตอร์จ าเป็ นต่อชีวิตและสังคมอย่างมหาศาล มีเด็กไทยเป็ น จ านวนทีต่ดิเกมคอมพวิเตอรม์ากจนละเลยกจิกรรมอืน่ๆ ทีค่วรท า เช่น ท าการบา้น เล่นกีฬา สงัสรรค์ ์กับ คนอืน่ๆ นอนเป็นเวลา ฯลฯ บ่อยครั ้ ั งที ่นิสัยดังกล่าวติดตัวเด็กไปจนถึงว ัยท างาน “เด็กติดเกม” จึงเป็ นภัย รา้ยทีแ่ฝงตวัเงียบอยู่ในสงัคมและนบัวนัยิ ่งทวคีวามรุนแรงขึน้นับได้ว่าเป็นปัญหาขั ้นวกิฤติระดบั ประเทศ และมีผลต่อการสร้างความเจริญก้าวหน้าของประเทศในระยะยาว 46.ผู้เขียนต้องการน าเสนอแนวคิดอย่างไรในข้อความข้างต้น 1. คอมพิวเตอร ์มีประโยชน์อนันต์และมีโทษมหันต์ 2. เกมคอมพิวเตอร ์เป็ นภัยคุกคามต่อการพัฒนาเด็กไปจนโต 3. การแก้ปัญหาเด็กติดเกมท าได้ยากเพราะฝังรากลึกโดยไม่มีใครสังเกตมานาน 4. ปัญหาเด็กตดิเกมมอีนัตรายต่อตวัเด็กอย่างต่อเนื ่องและมผีลต่อการพฒนาประเทศ ั 5. รฐัควรเรง่รดัแกป้้ญหาเกมคอมพวิเตอรเ์พือ่ประโยชนใ์นการพฒันาประเทศ 47. ผู ้เขียนข้อความข้างต้น มีเจตนาอย่างไร 1. กระตุ้นให้คิด 2. บอกกล่าวให้รู ้ 3. ต าหนิให้ส านึก 4. ตักเตือนให้เลิก 5. โน้มน้าวให้ท าตาม 48.. ข้อใด ไม่อาจ อนุมานจากข้อความต่อไปนี ้ ี การใหอ้ภยันบัเป็นเรือ่งไม่ง่ายนกัตอ้งตั ้งใจท าและตอ้งรูป้ระโยชนข์องการให้อภยัรูจ้กั โทษของการ ไม่ใหอ้ภยัดวัย จงสรา้งภูมคิุม้กนักนัตวัเองใหม้ากขึน้ โดยใหม้คีวามพรอ้มจะใหภ้อภยัคนได้มากขึ ้น และ โกรธคนให้น้อยลง เพราะรู ้แล้วว่า ถ้าโกรธแค้นแลว้ไม่ดอีย่างไร ใหน้ ึกถงึถงึผลของความแคน้ของเราที ่ เกิด ความไม่เป็ นสุขเพราะใจเราคิดถึงแต่ความทุกข์เสมอ ๆ 1. ผูท้ ี ่ไม่ยอมใหอ้ภยัมกัมแีต่ความทุกข์ 2. การใหอ้ภยัผูอ้ ืน่นัน้สามารถท าไดส้ าเรจ็ถา้ตั ้งใจ 3. เราจะไม่โกรธใครอีกเลย ถ้าสร้างภูมิคุ้นกันตัวเอง 4. ถ้าต้องการด าเนินชีวิตอย่างเป็ นสุขต้องรู ้จักให้อภัย 5. ผูท้ ีส่ะสมความโกรธแคน้ไวใ้นใจย่อมหาความสุขไม่ได้
11 49. ขอ้ความต่อไปนี ้อาจอนุมานไดว้่า ผูเ้ขียนมีทศันคตหิลายประการต่อวยัเยาวข์อง ตนเอง ยกเว้น ข้อใด วยัเยาวข์องฉนัคอืสิ ่งใดกนัแน่คอืผวิออ่นนุ่ม หวัใจบอบบาง หรอืทั ้งหมดรวมกนัฉันไม่แน่ใจ ฉันรู้ แต่เพยีงวา่ทุกอย่างจะดูผ่านไปง่ายกวา่เจ็บปวดน้อยกวา่ลมืเรว็กวา่แมเ้รือ่งนัน้จะเคยส าคญั สกัเพยีงไหน 1. สบาย ๆ 2. อ่อนแอ 3. น่าชืน่ชม 4. น่าเบือ่หน่าย 5. น่าทะนุถนอม 50. ข้อใด ไม่อาจ อนุมานได้จากข้อความต่อไปนี ้ ในสมยัโบราณครอบครวัไทยรบัประทานอาหารพรอ้มกนัทั ้งครอบครวั โดยจดักบัข้าวลงส ารบัแล้ว สมาชกิในครอบครวัลอ้มมวงรบัประทานรว่มกนัพ่อแม่ ่จะสอนมารยาทในการรบัประทาน หรอืเรือ่งอืน่ๆ ไป พรอ้มกนัเด็กไดดู้ตวัอย่างทีด่ ใีนการรบัประทาน รูเ้รือ่งการปรุงอาหารหรอืภูมปิัญญาอืน่ๆ จากผูใ้หญ่ดว้ย 1. ครอบคร ัวไทยสม ัยโบราณมีความอบอุ่น 2. พ่อแม่สมยั ปัจจุบนัไม่อบรมสั ่งสอนลูก 3 วถิชีวีติคนไทยสมยัก่อนแตกต่างกบั สมยันี ้ 4. เด็กไทยสมยัก่อนไดเ้รยีนรูส้ ิ ่งต่าง ๆ จากผูใ้หญ่ในวงอาหาร 5. การร ับประทานอาหารแบบโบราณช่วยสร้างความสัมพันธ์ในครอบคร ัว
12 การทบทวนเนื ้อหา โครงสร้างข้อสอบ (Test Blueprint) วิชา A-Level 81 Thai 1.การอ่าน 1.1การอ่านเพือ่ เขา้ใจเนื ้อหา (Reading Comprehension) 1.ความหมายการอ่านเพือ่ เขา้ใจเนือ้หา การอา่นเพื ่อเข้าใจ (สมุทร เซ็นเชาวนิช :2535,73) หมายถึง ความสามารถที ่จะอนุมานข้อ สารสนเทศหรอความหมายอนัพงึประสงคจ์ากสิ ่งทีอ่า่นไดอ้ย่างมปีระสทิธภิาพมากทีส่ ุดเท่าทีจ่ะท าได้ การอา่นเพือ่ เข้าใจ (จติรลดา คนยนื : 2550,22) คอืการอา่นทีผ่ ูอ้า่นจะตอ้งเข้าใจข้อความในระดบั ต่าง ๆ ซึ ่งเริม่จากค า วลีประโยค และเรือ่งราวทีต่ ่อเนื ่องกนั สามารถท าความเข้าใจบอกเรือ่งราวของเรือ่งที ่ อา่น จบัใจความส าคญับอกรายละเอยีดของเรือ่ง สรุปความคดิเห็นและข้อเท็จจรงิเกี ่ยวกบัเรือ่งที ่อ่าน แปล ความ อธบิายความหมายจากเรือ่งราวทีอ่า่นได้ สรุป การอา่นเพือ่ เข้าใจเนือ้หา คอืการอา่นเข้าใจความหมายจากเนื ้อหาที ่อ่านระหว่างผู้อ่าน (นกัเรยีน) และตวับทอา่น (ข้อสอบ)โดยทีผ่ ูอ้า่นตอ้งสามารถตอบไดว้า่ ใคร ท าอะไร ที ่ไหน เมื ่อไร อย่างไร เพราะเหตุใด พร้อมสามารถล าดับความส าคัญและข้อมูลในบทอ่านได้อย่างถูกต้อง 2.ทกัษะการอ่านเพื ่อเขา้ ใจเนือ้หา ทักษะการอา่นเพือ่ความเข้าใจมี3 ประการ คอื 1. การเรียงล าดับ (sequencing) หมายถึง การน าเหตุการณ์มาเรียงล าดับกันและกัน 2. การสรุป (summarizing) หมายถึง การหาใจความส าคัญ (main idea) ในบทอา่นนัน้ ใหไ้ด้ 3. การหานัย (inference) หมายถึง การใช้ตัวแนะ (clue) ในบทอ่าน เพือ่คน้หาค าตอบ ค าตอบที ่ ตอบค าถามแบบนัยนัน้จะไม่มใีนเนือ้หา แต่ผูเ้รยีนจะตอ้งคดิ , ให้เหตุผล, และสรุปเกีย่วกบั สิ ่งทีอ่า่นเอง 3.แนวทางการท าข้อสอบ 3.1 แบ่งความเป็ น5 (แบ่งข้อความค าถามออกเป็ น 5 ส่วน) 3.2 หาคู่สัมพันธ์ (จับคู่ตัวเลือกกับข้อความ 5 ส่วน ทีม่ความสัมพันธ์กัน ี ) 3.3 เลือกสรรค าตอบ (เลือกค าตอบจากตัวเลือก) ตัวอย่าง ข้อใด ไม่ได้ กล่าวถงึในขอ้ความต่อไปนี ้ 1) ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต ์ช่วยลดโลกร ้อนและประหยดัพลงังานไดม้ากขึน้/ 2)ไม่ว่าจะเป็ นการผลิต รถยนต ์ขนาดเล็ก/ 3) การตดิตั ้งระบบกา๊ซ CNG, LPGเป็ นเชือ้ เพลงิทดแทน/ 4) การผลิตรถใช้พลังงาน ไฟฟ้ า และมีเทคโนโลยที ีก่ าลงัเป็นทีส่นใจเรยีกว่า ไฮบริด (Hybrid) /5) ซึ ่งผสมผสานระหว่างพลังงาน ไฟฟ้าและพลังงานน ้ามันในการขับเคลื ่อน 1. การเลอืกซือ้รถยนต√์ 2. การประหยดัน ้ามนั -4 3. การลดภาวะโลกร ้อน-1 4. การใช้พลังงานทดแทน-3 5. การเปลี ่ยนแปลงเทคโนโลย-ี4
13 1.2 การจับใจความ / การสรุปสาระส าคัญของข้อความ 1.ความหมายการอ่านจับใจความ การอ่านจับใจความส าคัญ คอืการอา่นเพือ่จบัใจความหรอืข้อคดิความคดิส าคญัหลกัของข้อความ หรอืเรือ่งทีอ่า่น ซึ ่งเป็นข้อความทีค่ลุมข้อความอืน่ๆ ในย่อหน้าหนึ ่ง ๆ ไวท้ ั ้งหมด 2. การจับใจความส าคัญแต่ละย่อหน้า 2.1ใจความส าคัญอยู่ในต าแหน่งต้นของย่อหน้า และมีประโยคสนับสนุนอยู่ถัดไป ตัวอย่าง งานอดเิรกคอืงานที ่ไม่ใช่งานอาชพี โดยตรง แต่เป็นงานทีค่นชอบท าเป็นพิเศษ เช่น นกัการเมอืงทีช่อบเล่นดนตรีย่อมพอใจคนสนทนาทางดนตรมีากกว่าทางการเมือง ครูที ่ชอบการเมือง ย่อมเอาใจใส่การเมอืงมากกวา่การศกึษา รฐับุรุษที ่ชอบเล่นของเก่า ย่อมพอใจพบผู้สนใจทางของเก่า มากกวา่การปกครอง หมอกฎหมายที ่สนใจทางประวตั ิศาสตร์ย่อมพอใจสนทนาประวตั ิศาสตร์ มากกว่าทางกฎหมาย รวมความว่า ตามปรกตเิราพอใจสนทนาตอบข้อถามในเรือ่งอดเิรกมากกวา่ ในงานที ่ ท าอยู่จริง 2.2 ใจความส าคัญอยู่ในต าแหน่งท้ายย่อหน้า และมีประโยคสนับสนุนอยู่ตอนต้น ตัวอย่าง บางคนชอบปลูกไมด้อกไมผ้ล เมือ่ เกดิดอกออกผลก็ชืน่ ใจ เกดิความคดิทีจ่ะท าดอกผลนั ้นให้งดงาม น่าดูยิ ่งขึน้จงึมผีูน าผลไม้มาประดิษฐ์ลวดลาย แล้วจัดวางลงในภาชนะให้มองดูแปลกตาน่าร ับประทาน ้ ลวดลายนัน้ เกดิจาก การตดัผ่า ปอก ควา้น และแกะสลกั ส่วนไม้ดอกไม้ดอกก็น ามาผูกมดัเป็นช่อบ้าง เป็ นพวงเป็ นพู่บ้าง เสียบเป็ นพุ่ม หรือปักลงในแจกันก็ได้ แสดงว่า ศลิปะกบั ชีวิตเป็นส่วนทีแ่ ยกกันไม่ ออก 2.3 ใจความส าคัญอยู่ในต าแหน่งต้นย่อหน้าและท้ายย่อหน้า มีประโยคสนับสนุนอยู่ ตรงกลาง ตัวอย่าง ศิลปะกับวัฒนธรรมในบ้านเมืองเรามักจะสอดคล้องกับการด าเนินชีวิตประจ าวัน ตวัอย่างบางคนชอบปลูกไมด้อกไมผ้ล เมือ่ เกดิดอกออกผลก็ชืน่ ใจ เกดิความคดิทีจ่ะท าดอกผลนั ้นให้งดงาม น่าดูยิ ่งขึน้จงึมผีูน้ าผลไมม้าประดษิฐล์วดลาย แลว้จดัวางลงในภาชนะให้มองดูแปลกตาน่ารบั ประทาน ลวดลายนัน้ เกดิจาก การตดัผ่า ปอก ควา้น และแกะสลกั ส่วนไมด้อกไม้ดอกก็น ามาผูกมดัเป็นช่อบ้าง เป็ นพวงเป็ นพู่บ้าง เสียบเป็ นพุ่ม หรือปักลงในแจกันก็ได้ แสดงว่า ศลิปะกบั ชวีติเป็นส่วนทีแ่ยกกนั ไม่ ออก
14 2.4 ใจความส าคัญอยู่กลางย่อหน้า และมีประโยคสนับสนุนอยู่ตอนต้นกับตอนท้าย ตัวอย่าง ศิลปะแห่งการฟงันั ้นไม่ไดห้มายถงึการนั ่งนิ ่ง ปล่อยใหค้นอืน่พูดอย่างเดยีว แลว้ก็ฟงัเหมอืนฟงัเทศน์ การท าเชน่นั ้นง่ายเกนิไปกว่าที ่จะนับว่าเป็นศลิปะ ศลิปะการฟังจงึหมายถงึความสามารถทีจ่ะชกัจูง ผูพู้ดใหห้นัเหเขา้หาเรือ่งที ่ เขาถนดัทีส่ดุ คือแสดงให้เห็นว่า ตนก าลังฟังค าพูดของเขาด้วยความ ตั ้งใจ อยากรูอ้ยากฟัง จรงิๆ รูจ้ักสอดค าถามในโอกาสที ่ เหมาะ รูจ้ักปล่อยใหผู้พู้ดพูดจนสิน้กระแสความ และรูจ้ักช่วยผูพู้ดที ่ก าลังจะหมดเรือ่งพูดใหก้ลับมีเรือ่งขึน้มาใหม่เพื ่อใหเ้ขาพูดไดต้ ่อไป 3.แนวทางการท าข้อสอบ (อ่านตัวเลือกทั ้ง5+หาต าแหน่งใจความส าคัญ+เลือกสรรค าตอบ) ตัวอย่าง ◾สาระส าคญัของขอ้ความต่อไปนี ้อยู่ทีส่ ่วนใด◾ 1) วัดในมุมมองของผมไม่ใช่เพียงสถานทีท่ี ่ใชป้ระกอบศาสนพธิ/ี2)ไม่ใชเ่พยีงทีพ่ระอยู่ไม่ใชเ่พยีง ที ่ที ่ใชเ้ผาศพ/ 3) แต่วัดคือศูนย์รวมจิตใจ และเป็นสถานทีบ่ ่งบอกถงึความเป็นมนุษย์ความ เป็ นชาติความสงบ/ 4) วัดเป็ นแหล่งเรียนรู ้ของชุมชน/ 5) เป็นสถานทีท่ีส่อนอะไรหลาย ๆ อย่าง แก่มนุษย ์ 1.ส่วนที ่1 และ 2 2.ส่วนที ่2 และ 3 3.ส่วนที ่3 และ 4 √ 4.ส่วนที ่4 และ 5 5.ส่วนที ่1 และ 5 ◾สาระส าคญัของขอ้ความต่อไปนีอ้ยู่ทีส่ ่วนใด◾ 1) เมื ่อมกีารปฏวิัตอิุตสาหกรรมในครสิตศ์ตวรรษที ่18 มนุษยร์ูจ้กัการใชเ้ครือ่งจกัรแทนแรงงานคน/ 2) ท าให้การผลิตสินค้าต่าง ๆ มีหลากหลายชนิดมากขึน้และผลติไดอ้ย่างรวดเรว็/ 3) ในขณะเดียวกัน งานช่างที ่ใชฝ้ีมือและศลิปะไดพ้ฒันาทั ้งดา้นรูปแบบและคุณภาพเพื ่อใหส้ามารถแข่งขนักบั สนิคา้ทีผ่ลติจากโรงงานอุตสาหกรรมโรงงานได/้ 4) ในปัจจุบนัการช่างในสาขาต่าง ๆ จึง ยังคงมีอยู่ในทุกประเทศควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมโรงงาน/ 5) เป็นความรูท้ีส่บืทอดกนัมาในแต่ละ ชุมชนซึ ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตน ต่างกับกิจการอุตสาหกรรมโรงงาน 1. ส่วนที ่1 ส่วนที ่2 2. ส่วนที ่2 ส่วนที ่3 3. ส่วนที ่3 ส่วนที ่4√ 4. ส่วนที ่4 ส่วนที ่5 5. ส่วนที ่5 ส่วนที ่1
15 1.2 การสรุปสาระส าคัญของข้อความ 1.ความหมายสาระส าคัญ สาระส าคัญ หรือ ประเด็นส าคัญ คอืข้อความที ่ เขียนหรอืพูดที ่ เป็นแก่นเรือ่ง (สารตัถะ) หรอื ข้อสรุปของเรือ่งทั ้งหมดทีผ่ ูพู้ดและผูเ้ขียนตอ้งการน าเสนอ 2. การอ่านสรุปสาระส าคัญด ้วย SQ4R 2.1 Survey (S) อ่านคร่าว ๆ 2.2 Question (Q) การตั ้งค าถาม 5W1H 2.3 Read (R) อา่นละเอยีดหาค าตอบทีต่ ั ้งไว้ 2.4 Record (R) จดบนัทกึข้อมูลขัน้ตอนที ่3 2.5 Recite (R) เขียนสรุปใจความส าคัญ 2.6 Reflect (R) วเิคราะหส์าระส าคญั /แก่นเรือ่ง จากใจความ 3. ตัวอย่างการสรุปสาระส าคัญด ้วย SQ4R 3.1 Survey (S) อ่านคร่าว ๆ ปัญหาเรือ่งแย่งราชสมบตักินันี ้ เป็ นปัญหาทางการเมืองของกรุงศรีอยุธยาในระยะท้าย ๆ การ แก่งแย่งกนันัน้ ท าให้ต้องรบราฆ่าฟัน ผู้มีความรู ้ความช านาญในการปกครอง และป้ องกันประเทศต้องล้ม ตายกัน เป็นครั ้งละมาก ๆ จนกรุงศรอียุธยาสิน้คนดตีอ้งเสยีกรุงไปในทีส่ ุด ปัญหาเช่นนี ้กรุงร ัตนโกสินทร ์ได้หาทางป้ องกัน โดยน าเอาหลัก “อเนกชนนิกรสโมสรสมบ ัติ” มาใช้ ในการตั ้งพระเจา้แผ่นดนิ กล่าวคือ ให้มีการประชุมเจ้านาย ขุนนาง แลพระสงฆ ์ราชาคณะ เลอืกตั ้งเจา้นาย พระองค์ใด พระองคห์นึ ่งที ่ เหมาะสมทีส่ ุดขึน้ เสวยราชยเ์ป็นพระเจ้าแผ่นดินปกครองประเทศต่อไป การเลือก ดงันี ้ไม่จ าเป็ นต้องค านึงถึงล าดับการสืบราชสันตติวงศ์แต่ค านึงถึงความสามารถและความเหมาะสมเป็ น เกณฑ ์จะเห็นได้จากตัวอย่าง เมือ่สิน้แผ่นดนิพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลยัที ่ประชุมได้เลือก กรมหลวงเจษฎาบดินทร ์ซึ ่งเป็นแต่เพียงพระองค์เจ้าลูกเธอทรงกรม ขึน้ เสวยสิรริาชสมบตั ิ เป็ น พระบาทสมเด็จ พระนั ่งเกลา้เจา้อยู่หวั มิได้เลือกเจ้าฟ้ ามงกุฎสมมติวงศ์ซึ ่งเป็นพระราชโอรสองคใ์หญ่ ในพระอรรคมเหสีคือ กรมสมเด็จพระศรสีุรเิยนทรข์ ึน้ เสวยแต่ในขณะนัน้ (พม่าเสียเมือง ของ ม.ร.ว.คกึฤทธิ ์ปราโมช) 3.2 Question (Q) การตั ้งค าถาม 5W1H 5W1H ค าตอบ Who-ใคร What-ท าอะไร Where = ที ่ไหน When = เมือ่ ไร Why = ท าไม How = อย่างไร
16 3.3 Read (R) อ่านละเอยีดหาค าตอบทีต่ ั ้งไว้ 3.4 Record (R) จดบนัทกึค าตอบขัน้ตอนที ่3 5W1H ค าตอบ Who-ใคร ◾เจ้านาย ขุนนาง และพระสงฆ ์ราชาคณะ What-ท าอะไร ◾ประชุม Where = ที ่ไหน ◾กรุงร ัตนโกสินทร ์ When = เมือ่ ไร ◾เมือ่ผลดัเปลีย่นแผ่นดนิ Why = ท าไม ◾มปีัญหาเรือ่งแย่งราชสมบตั ิ How = อย่างไร ◾ออกเสยีงเลอืกตั ้งเจา้นายพระองคใ์ดพระองคห์นึ ่งที ่ เหมาะสมทีส่ ุดขึน้ เสวยราชยโ์ดยค านึงถงึความสามารถเป็น เกณฑ ์ 3.5 Recite (R) เขียนสรุปใจความส าคัญ 5W1H ค าตอบ Who-ใคร •เจ้านาย ขุนนาง และพระสงฆ ์ราชาคณะ What-ท าอะไร •ประชุม Where = ที ่ไหน •กรุงร ัตนโกสินทร ์ When = เมือ่ ไร •เมือ่ผลดัเปลีย่นแผ่นดนิ Why = ท าไม •มปีัญหาเรือ่งแย่งราชสมบตั ิ How = อย่างไร •ออกเสยีงเลอืกตั ้งเจา้นายพระองคใ์ดพระองคห์นึ ่งที ่ เหมาะสม ทีส่ ุดขึน้ เสวยราชยโ์ดยค านึงถงึความสามารถเป็นเกณฑ์ ใจความส าคัญ •เพือ่แกป้ัญหาการแย่งราชสมบตั ิในสมยักรุงรตันโกสนิทร์ เจ้านาย ขุนนาง และพระสงฆ ์ราชาคณะ จึงประชุมกัน เลอืกตั ้งเจา้นายพระองคใ์ดพระองคห์นึ ่งขึน้ เสวยราชย์โดย ค านึงถึงความสามารถและความเหมาะสมเป็ นเกณฑ ์ 3.6 Reflect (R) วเิคราะหส์าระส าคญั /แก่นเรือ่ง จากใจความ 5W1H ค าตอบ Who-ใคร •เจ้านาย ขุนนาง และพระสงฆ ์ราชาคณะ What-ท าอะไร •ประชุม Where = ที ่ไหน •กรุงร ัตนโกสินทร ์ When = เมือ่ ไร •เมือ่ผลดัเปลีย่นแผ่นดนิ Why = ท าไม •มปีัญหาเรือ่งแย่งราชสมบตั ิ How = อย่างไร •ออกเสยีงเลอืกตั ้งเจา้นายพระองคใ์ดพระองคห์นึ ่งที ่ เหมาะสม ทีส่ ุดขึน้ เสวยราชยโ์ดยค านึงถงึความสามารถเป็นเกณฑ์ ใจความส าคัญ •เพือ่แกป้ัญหาการแย่งราชสมบติ ในสม ัยกรุงร ัตนโกสินทร ์ ั เจ้านาย ขุนนาง และพระสงฆ ์ราชาคณะ จึงประชุมกัน เลอืกตั ้งเจา้นายพระองคใ์ดพระองคห์นึ ่งขึน้ เสวยราชย์โดย ค านึงถึงความสามารถและความเหมาะสมเป็ นเกณฑ ์ หาสาระส าคญั /แก่นเรือ่ง -หาชือ่ เรือ่ง(เรือ่งอะไร) •การแกป้ัญหาเรือ่งแย่งราชสมบตั ิ
17 3. แนวทางการท าขอ้สอบ (หาชือ่ เรือ่งส าคญั /สมัพนัธต์วัเลอืก) 3.1 หาชือ่ เรือ่งส าคญั (จากตวัเลอืกทั ้ง 5) 3.2 สมัพนัธต์วัเลอืก คอืจบัคู่ตวัเลอืกกบัชือ่ เรือ่งทีห่าไว้ ตัวอย่าง •ขอ้ใด เป็นประเด็นส าคญัของขอ้ความต่อไปนี ้• หลกั ส าคญัของแผนน ้าประปาปลอดภัย เริม่ตั ้งแต่การดูแลรกัษาแหล่งน ้าดบิตั ้งแต่ตน้ ทาง เมื ่อน ้าดบิเขา้สู่โรงงานผลติน ้าประปาจะตอ้งคุมจุดเสีย่งทั ้งระบบผลติระบบสูบส่ง และ สูบจ่ายทางท่อเพื ่อดูแลรก้ษาคุณภาพน ้าอย่างต่อเนื ่อง รวมไปถึงการควบคุมการวางท่อ การซ่อมท่อ การเปลีย่นท่อเก่าที ่หมดอายุเพื ่อความสะอาดของน ้า จนไปถึงบ้านเรือน ประชาชน 1.การควบคุมคุณภาพน า้ประปา√ 2.กระบวนการผลติน ้าประปา 3.การตรวจสอบแหลง่น ้าดบิ 4.มาตรฐานการดูแลอุปกรณ์ 5.การจ่ายน ้าประปาสู่ประชาชน ---------------------------------------------------------------------------------------------- 1.3 การตีความ 1. ความหมาย การอ่านตีความ คอืการอา่นเพือ่พยายามเข้าใจความหมาย และถอดความรูส้กึอารมณส์ะเทอืน ใจ จากข้อความทีผ่ ูเ้ขียนสือ่ ใหผู้อ้า่น การอ่านตีความ คอืการอา่นทีจ่ะตอ้งท าความเข้าใจกบัความหมายแฝงที ่ เป็นแก่นของเรือ่งที ่ แทจ้รงิทีผ่ ูเ้ขียนตอ้งการจะสือ่ 2.หลักแห่งการตีความ 2.1 อ่านและจับประเด็นส าคัญให้ได้ 2.2 คดิหาเหตุผลวา่เรือ่งนัน้ๆ เกีย่วข้องกบัอะไร 2.3 ท าความเข้าใจกับถ้อยค าและบริบท/ความหมายส่วนรวม 2.4 จับใจความส าคัญและความคิดของผู้เขียน 2.6 ตคีวามใหค้รบทั ้งดา้นเนือ้หาและดา้นน ้าเสียง 2.7. สรุปเป็นถอ้ยค าทีผ่ ูอ้ ืน่ เข้าใจชดัเจน
18 3. การพจิารณาเรือ่งราวในการอ่านตคีวาม การอา่นตคีวามตอ้งพจิารณาเรือ่งราวทีอ่า่นในดา้นต่าง ๆ ดงันี ้ 3.1. พิจารณาจากเนือ้ความ หมายถงึพิจารณาเนือ้หาทีก่ลา่วอย่างตรงไปตรงมา กล่าวโดยเปรียบเทียบ หรือใช้สัญลักษณ์ 3.1.1 ตัวอย่าง กล่าวตรงไปตรงมา ๏ภูเขาเหลือแหล่ล้วน ศิลา หามณีจินดา ยากได้ ฝู งชนเกิดนานา ในโลก หานกั ปราชญน์ ัน้ ไซร้ เลือกแล้วฤๅมี๚ ตีความ : ภูเขาทีม่หีนิ ศลิา หาแกว้มณีจนิดาไดย้าก เช่นเดยีวกบัหมู่คนในโลกนี ้ก็หา นักปราชญ์ได้ยาก 3.1.2 ตัวอย่าง กล่าวเปรียบเทียบ ผลเดือ่ เมือ่สุกไซร้ มีพรรณ ภายนอกแดงดูฉัน ชาดบ้าย ภายในย่อมแมลงว ัน หนอนบ่อน ดุจดังคนใจร้าย นอกนัน้ดูงาม๚ะ๛ ตีความ : การคบการคบคนอย่ามองเพียงความงดงามภายนอก ตรงกับส านวนรู ้หน้าไม่รู ้ใจ หรือ ข้างนอกสุกใสข้างในเป็ นโพรง 3.1.3 ตัวอย่างกล่าวโดยใช้สัญลักษณ์ นาคมีพีษิเพีย้ง สุริโย เลือ้ยบ่ท าเดโช แช่มช้า พษิน้อยหยิ ่งโยโส แมลงป่ อง ชูแต่หางเองอ้า อวดอ้างฤทธี๚ะ๛ ตีความ : ผู้มีความรู ้ ความสามารถย่อมไม่อวดตน 3.2 พิจารณาจากความรูส้กึหมายถงึพิจารณาอารมณท์ ีป่ระกอบมากบัขอ้ความ 3.3 พิจารณาจากน ้าเสยีงของผูแ้ต่ง คอืท่าทหีรอืทรรศนะของผูแ้ต่งทีม่ีต่อสิ ่งที ่ กล่าวถงึมกัผสมผสานไปกบัความรูส้กึเช่น รูส้กึโกรธจะใชน้ ้าเสยีงเกรีย้วกราด รูส้กึเยย้ หยนัจะใชน้ ้าเสียงประชด เสียดสี เป็ นต้น 3.4 พิจารณาจากจุดมุ่งหมายคอืความตั ้งใจหรอืส านึกของผูแ้ต่งทีแ่สดงออกมา 3.5 พิจารณาจากความหมายนัยประหวัดหรือนัยแฝง 3.6 พิจารณาสญัลกัษณ์ที ่ใชส้ ือ่ความหมายแทนบางสิ ่งทีต่อ้งการสือ่ความหมาย โดยตรง 3.7 พิจารณาจากบริบทสังคม คือ ภูมิหลังของผู ้แต่ง หรือสภาพสังคม ขณะสร้าง งานเขียนนัน้
19 4. ลกัษณะขอ้ความที ่ตอ้งอ่านตีความ 4.1 เป็นขอ้เขียนที ่ใชค้วามหมายโดยนยัหรอืความหมายแฝง หมายถงึความหมาย เชงิเปรยีบเทยีบ หรอืความหมายทีช่กัน าความคดิใหเ้กีย่วโยงถงึสิ ่งอืน่ เช่น “ทุกคนพรอ้มทีจ่ะยอมตายเพราะเขาเป็ นมือขวาของผู้ว่าราชการจังหว ัด” 4.2 เป็นขอ้เขียนทีม่ีการเปรยีบเทยีบหรอืใชโ้วหารเชงิเปรยีบเทยีบ เช่น “เธอคือแก้วในดวงใจฉัน” 4.3 เป็นขอ้เขียนที ่ใชส้ญัลกัษณ์หมายถงึขอ้เขียนทีผ่ ูเ้ขียนกล่าวถงึแทนอกีสิ ่งหนึ ่ง เช่น “โลกันต์มีแก้วและทรายประกอบกัน” 5. ตัวอย่างการอ่านตีความ จะหามณีร ัตน์ รุจิเลิศก็อาจหา เพราะมีวณิชค้า และดนูก็มั ่งมี ก็แต่จะหาซึ ่ง ภรรยาและมิตรดี ผิทร ัพยะมากมี ก็บ่ได้ประดุจใจ (มัทนะพาธา) 5.1 ตคีวามดา้นเนือ้หา (ตามตัวอักษร) ◾จะหาอะไรก็หาได้ถ้ามีเงิน แต่เงินมิสามารถจะหามติรกบัภรรยาทีด่ ไีด้ 5.2 ตคีวามดา้นน ้าเสยีง (ความรู ้สึก) ◾เงนิมใิช่ของทีม่คี่าพอที ่จะซือ้ทุกอย่างไดเ้สมอไป 6. แนวทางการท าข้อสอบ( อ่านค าถาม/ ตามดูตัวเลือก/ เชือ่มโยงสมัพนัธ)์ ตัวอย่าง ◾ตามขอ้ความต่อไปนี ้ “กุลนารี” มีลักษณะนิสัยหลายประการ ยกเว้น ข้อใด พ่อของกุลนารบีอกกบัเธอว่า เงินเดอืนที ่ไดร้บัจากการเป็นครูใหเ้ธอเก็บไวใ้ชเ้อง ทั ้งหมด ถา้ขาดเหลอืก็ใหส้ ่งข่าวไปบอก ท่านจะส่งมาให้กุลนารอียากจะบอกว่า สิ ่งที ่ เธอ อยากได้คือ ความสุขทางใจมากกว่าเงินทอง แต่หากเธอพู ดออกมา พ่อของเธออาจจะ กังวล ขณะนี ้ เธอไม่ใช่เด็กอีกแล้ว เธอจะต้องดูแลตัวเองให้ได้ 1. มักน้อย 2. ใจกว้าง√ 3. เชือ่มั ่นในตวัเอง 4. มีความคิดเป็ นผู ้ใหญ่ 5. ใส่ใจความรูส้กึผูอ้ ืน่
20 1.4 การวิเคราะห์จุดประสงค์ / เจตนาของผู้เขียน 1.ความหมาย “จุดประสงค์ และเจตนา” จุดประสงค ์คอืผลทีป่ระสงคใ์หบ้รรลุหมายถงึผลทีผ่ ูเ้ขียนตอ้งการใหผู้อ้า่น ปฏบิตั ิ เจตนา คอืความตั ้งใจ,ความมุ่งหมาย หมายถงึความตอ้งการทีผ่ ูเ้ขียนตอ้งการใหเ้กดิ 2.จุดมุ่งหมายของงานเขียน 2.1 จุดมุ่งหมายของผู้เขียนบทความ 2.2 จุดมุ่งหมายของบทความ 2.3 จุดมุ่งหมายของหน่วยงานในบทความ 3.การวิเคราะห์วัตถุประสงค์หรือเจตนาผู้เขียน การวิเคราะห ์คอืการแยกพจิารณาบทอา่นทั ้งค า ข้อความ ออกเป็นส่วน ๆ เพือ่ท าความเข้าใจแต่ ละส่วนให้แจ่มแจ้ง การวิเคราะห ์เจตนาผู ้เขียน คอืการอา่นแยกแยะข้อความเพือ่หาความมุ่งหมายทีผ่ ูเ้ขียน ต้องการ 4. จุดมุ่งหมายของผู้เขียน จุดมุ่งหมาย ความหมาย ลักษณะค าที ่ใช้ แจ้งให้ทราบ บอกใหรู้,้แสดงใหรู้้(เรือ่งที ่ เขียน) -ไม่มีค าสังเกตโน้มน้าวใจ/เชิญชวน ชักชวนให้โอนอ่อนตาม -ไม่มีค าสังเกตปลุกเร้าใจ เร้าใจให้กล้าหาญหรือกระตือรือร้น -ไม่มีค าสังเกตค้นหาค าตอบ หาอย่างถีถ่ว้น ใหไ้ดส้ ิ ่งทีต่อ้งการ -ไม่มีค าสังเกตแนะน า ชีแ้นวทางใหป้ฏบิตั ิ “ควร,ควรจะ” คาดคะเน คาดการณ์โดยอาศัยหลักวิชา “น่าจะ,อาจจะ,คงจะ กลุ่มค าทีม่ี“จะ” ชีแ้จง,อธบิาย ขยายความให้เข้าใจชัดเจน “เป็ น,หมายถึง,เช่น,ได้แก่, เป็ นต้น” เปรียบเทียบ เทยีบเคยีงลกัษณะที ่ เหมอืนกนัและ ต่างกัน. “เหมือนกัน,เช่นเดียวกัน,ต่างกัน” เสนอแนะ การชีแ้นะ,การแนะน า -ไม่มีค าตักเตือน พูดเขียนให้รู ้ว่าอย่าท าผิด -ไม่มีค าต าหนิ,ติเตืยน วา่กล่าวชีข้้อบกพรอ่ง -ไม่มีค าสอน,สั ่งสอน,อบรม บอกให้ท า,แนะน าขัดเกลานิสัย -ไม่มีค าให้แง่คิด ใหป้ระเด็นที ่ เป็นประโยชน์ -ไม่มีค าเตือนสติ เตือนให้รู ้ตัวได้สติ “ต้องค านึงถึง, อย่าได้ประมาท, ระม ัดระว ัง, ต้องพิจารณาให้ดีก่อน” วิพากษ์,วิจารณ์ ติชม -ไม่มีค าบอก,น าเสนอ,ให้ข้อมูล บอกกล่าว,แสดงให้เห็น -ไม่มีค าศึกษา เรียนรู ้ให้เข้าใจ -ไม่มีค ารายงาน บอกเรือ่งของการกระท า -ไม่มีค าท านาย บอกความเป็นไปทีจ่ะเกดิในเบือ้งหน้า “อยาก,ต้องการ,เชิญชวน,ขอให้” สนับสนุน ช่วยเหลือ ส่งเสริม -ไม่มีค าส่งเสริม สนับสนุนด้วยความเต็มใจ -ไม่มีค าเน้นย า้บอกซ า้ ใหแ้น่ใจ -ไม่มีค าโฆษณา เผยแพร่ข้อมูลให้สาธารณชนรู ้ -ไม่มีค าให้ก าลังใจ กระตุน้ความรูส้กึใหด้ขี ึน้ -ไม่มีค า-
21 5.แนวทางการท าข้อสอบ 5.1 อ่านค าถาม / ตั ้งค าถาม “ผูเ้ขียนพูดถงึเรือ่งอะไร................เพื ่อ.............?” 5.2 วิเคราะห์ความหมายตัวเลือก /ใหค้ ่าน ้าหนัก 5.3 เชือ่มโยงตวัเลอืก+โจทย์ 5.4 เลือกค าตอบ ตัวอย่าง ◾ขอ้ใด เป็นจุดประสงคข์องผูเ้ขยีนขอ้ความต่อไปนี ้◾ ผูท้ ีอ่อกก าลงักายหรอืเล่นกฬีาเป็นประจ า เมื ่อหยุดออกก าลงักายจะอว้นเร็วกว่าคนที ่ ไม่เคยออกก าลงักายเลย ทั ้งนีอ้าจเกดิจากขณะที ่ เขาออกก าลงักายนัน้ มีการใช้พลังงาน สมดุลกบัการรบั ประทานอาหาร แต่เมื ่อหยุดออกก าลงักายแลว้แต่ยงัรบั ประทานอาหารใน ปริมาณเท่าเดิม จึงส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลกัน 1. ใหค้วามรูเ้รือ่งการออกกา ลงักายอย่างถูกตอ้ง 2. อธบิายสาเหตุทีผ่ ูห้ยุดออกกา ลงักายกลบัมาอว้นไดอ้กี√ 3. แนะน าให้ผู ้หยุดออกก าลังกายรับประทานอาหารน้อยลง 4. เตอืนผูท้ ีห่ยุดออกก าลงักายแลว้ว่าจะกลบัมาอว้นอย่างรวดเรว็ 5. ให้ข้อสังเกตว่าผู ้หยุดออกก าลังกายมักอยากรับประทานอาหารตลอดเวลา ◾ขอ้ใด เป็นเจตนาของผูเ้ขียนขอ้ความต่อไปนี ้◾ “หากอยากจะท าร้ายตัวเอง ขอแนะน าให้รับประทานปุฟเฟตเ์นือ้ย่าง เลือก เฉพาะทีย่งัย่างไม่สุกพอ หรอืย่างจนไหมเ้กรยีมแลว้เพราะจะมีสารพิษที ่ เกดิจากการเผา ไหมไ้ม่สมบูรณช์นิดเดยีวกบัที ่ไดจ้ากควนัธูปหรอืควนัโรงงาน ซึ ่งเพิม่ความเสีย่งในการเป็น มะเร็งได้ดีมาก ทั ้งนีย้งัไม่นบัเรือ่งทีว่ ่าเนือ้และเตาที ่ใชป้ระกอบอาหารสะอาดเพยีงใดมีเชือ้ โรคปะปนด้วยหรือไม่” 1. เตอืนใหร้ะวงัภยัจากการรบั ประทานบุฟเฟตเ์นือ้ย่าง√ 2. ตอ้งการใหอ้อกกฎหมายควบคุมรา้นบุฟเฟตเ์นือ้ย่าง 3. ชี ้ใหเ้ห็นอนัตรายจากการรบัประทานบุฟเฟต์ 4. แนะน าการรบั ประทานบุฟเฟตเ์นือ้ย่างอย่างถูกวธิ ี 5. อธิบายสาเหตุทีอ่าหารบุฟเฟตท์ าใหเ้ป็นโรคมะเร็ง
22 1.5 การวเิคราะหข์อ้คดิ / แนวคดิที ่ไดจ้ากการอ่าน 1.ความหมายของ “ข้อคิด,แนวคิด” ข้อคิด คอื ประเด็นที ่ เสนอใหค้ดิ,ประเด็นทีช่วนใหค้ดิ แนวคิด คอืความคดิที ่ เป็นแนวทีจ่ะด าเนินต่อไป หรอืค า วลีทีก่ล่าวถงึสิ ่งใดสิ ่งหนึ ่งทีม่ขีอบเขตไม่ ชดัเจนนกัการตคีวามขึน้กบัความรูแ้ละประสบการณข์องผูอ้า่น แนวคิด หมายถงึความคดิส าคญั ซึ ่งเป็นแนวในการผูกเรือ่งหรอืความคดิอืน่ๆ ทีส่อดแทรกอยู่ใน เรือ่งก็ได้เช่น แนวคิดเกี ่ยวกบัเรือ่งบุญกรรม แนวคิดเกี ่ยวกบัความรกัความยุติธรรม ความตาย แนวคดิที ่ เกีย่วข้องกบัมนุษย์หรอืแนวคดิที ่ เป็นความรูใ้นดา้น ต่าง ๆ 2.การวเิคราะหข์อ้คดิจากเรื ่องที ่อ่าน การวเิคราะหข์ ้อคดิจากเรือ่งทีอ่า่น คอืการพจิารณาแนวทางการปปฏบิตัทิ ีด่ที ีซ่ ่อนอยู่ในบทอา่น ซึ ่งผูเ้ขียนตอ้งการจะสือ่ 3.ตัวอย่างแนวคิด 1.ความกตัญญู 2.ความซือ่สตัย์ 3.ความจงร ักภักดี 4.ความเสียสละ 5.ความอดทน 6.ความเมตตากรุณา 7.ความมีระเบียบวินัย 8.ความสาม ัคคี 9.ความขยนัหมัน่ เพยีร 10.ความไม่ประมาท 11.จิตอาสา 12.มุมานะ 3.แนวทางการท าข้อสอบ( อ่านค าถาม/ตามหาชือ่ เรือ่ง/ใชเ้ชือ่มโยงตวเลือก ั ) ตัวอย่าง ◾ขอ้ใด เป็นแนวคดิของขอ้ความต่อไปนี ้◾ ชาวบ้านบางเข้ม ประกอบอาชีพท านาเป็ นหลัก มาแต่ไหนแต่ไร แม้ว่าจะมี เทคโนโลยีใหม่ ๆ เขา้มาเสรมิแต่ชาวบา้นทีน่ี ่ก็ยังใช้ควายไถนากันอยู่ และคดิว่าจะท าเช่นนี ้ ไปชัว่ลูกชัว่หลาน ควายจงึเป็นแรงงานที ่ไม่ตอ้งลงทุนสูง ไม่ตอ้งจ่ายค่าน ้ามนัทุกปียงัตอ้ง พาควายไปร่วมแข่งคราดและวิ ่งแข่งควาย ซึ ่งเป็นการสืบทอดประเพณีอีกทั ้งดึงดูด นกัท่องเทีย่วไดอ้กีดว้ย 1. ชาวบา้นมกัเชือ่มโยงประเพณีเข้ากบัอาชพีของตน 2. ควายเป็นสตัวท์ ีม่คีุณค่ายิ ่งต่ออาชพีท านาเป็นเวลานานแลว้ 3. คนทีค่ดิเลีย้งควายไวใ้นครอบครวัควรใชใ้หเ้ป็นประโยชนส์ูงสุด 4. คนบางกลุ่มเห็นความส าคญัของการใชค้วายท านายิ ่งกวา่ ใชเ้ทคโนโลยสีมยัใหม**่ √ 5. การใช้ควายท านาประหย ัดค่าใช้จ่าย สร้างความเพลิดเพลินและสร้างรายได้แก่ชาวบ้าน
23 1.6 การอนุมานจากเนื ้อหาของขอ้ความที ่อ่าน 1.ความหมาย “อนุมาน” การอนุมาน (inference) แปลว่า การสรุป,สิ ่งทีส่ ่อใหเ้ห็น,ข้อสรุป,ข้อวินิจฉัย หมายถึง การสรุป หรอืข้อสรุปที ่ไดม้าตามความรูค้วามเข้าใจจากสิ ่งทีผ่ ูพู้ดหรอืผูเ้ขียนบอกเราโดยออ้มในข้อความ เรือ่งอนุมาน เป็นเรือ่งทีผ่ ูพู้ดหรอืผูเ้ขียนไม่ไดบ้อกเราอย่างชดัเจน หรอืโดยตรง แต่จากสิ ่งทีผ่ ูพู้ด หรอืผูเ้ขียนบอกเรา เป็นสิ ่งทีม่ เีหตใุหเ้ราอนุมานหรอืน่าจะเข้าใจไดว้า่เป็นเช่นนัน้ ได้ 2.ค าแนะน าในการอนุมาน 2.1 ข้อสรุป (ผล) มาจากค าพูดของผู้เขียนหรือผู้พูดเป็ นหลัก (เหตุ) ไม่ใช่ความรู ้สึกหรือ ประสบการณ์ของเรา (ไม่มีในข้อความ) 2.2 ตรวจสอบดูวา่ข้อสรุป (ผล) ขดัแยง้กบัค าพูด/ข้อเขียนใดๆหรอืไม่หากมขี ้อขดัแยง้นัน่แสดงวา่ ข้อสรุปไม่ถูกต้อง 2.3 ค า ประโยค หรือข้อมูลค าถาม ต้องสัมพันธ์ข้อสรุป/ค าตอบ (เหตุ+ผล) 3.ประเภทการอนุมาน 3.1. การอนุมานจากเหตุไปหาผล (เหตุ ผล) เช่น เขาขยันอ่านหนังสือ (เหตุ) อนุมานว่า สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้(ผล) 3.2. การอนุมานจากผลไปหาเหตุ(ผล เหตุ) นักเรียนได้ผลการเรียน “2” (ผล)อนุมานว่า ไม่เอาใจใส่การเรียน (เหตุ) 3.3. การอนุมานจากผลไปหาผล ไม่เข้าใจคณิตศาสตร ์(เหตุ) ตกคณิตศาสตร ์(ผล)-----การอนุมาน----------ตกฟิสิกส ์(ผล) 4.แนวทางการท าข้อสอบ (แบ่งข้อ-จับคู่-ดูสัมพันธ ์เหตุผล) ◾อนุมานได้คือ ข้อความกับตัวเลือกมีความสัมพันธ ์กันเชิงเหตุผล ◾อนุมานไม่ได้คือ ข้อความกับตัวเลือกไม่มีความสัมพันธ ์กันเชิงเหตุผล ◾ข้อใด ไม่อาจอนุมาน ไดจ้ากขอ้ความต่อไปนี◾้ ปลาเป็นอาหารพืน้ฐานของคนไทยมาแต่โบราณ ปลาทีม่ีมากมายเหลือกิน น ามา หมกัท าปลารา้น า้ปลา ทีอ่ยู่รมิแม่น า้ก็ใชป้ลาสรอ้ย ทีอ่ยู่ใกลท้ะเลก็ใชป้ลากระตกั ปลาตวั ใหญ่ก็น ามาตากแห้งเป็ นปลาเค็ม หรือท าปลาแห้งโดยหมักเกลือแล้วตากแดด ย่างไฟอ่อน ๆ แล้วรมควัน ไว้เหนือเตาฟื นจนแห้งสนิทเป็ นปลากรอบเก็บไว้กินได้นาน ๆ เพราะสมัยก่อนไม่ มีน า้แข็ง หรอืตูเ้ย็นเพื ่อเก็บรกัษาความสดของอาหาร 1. คนไทยโบราณรู ้จักวิธีถนอมอาหาร 2. เมืองไทยในอดีตมีความอุดมสมบูรณ์ 3. วิถีชีวิตของคนไทยในอดีตแตกต่างกับปัจจุบัน 4. ชีวิตคนไทยสมัยก่อนผูกพันกับธรรมชาติ 5. คนไทยสมัยก่อนชอบกินปลาแห้งมากกว่าปลาสด√
24 1.7ท่าที/ น ้าเสยีง / อารมณค์วามรูส้กึ / ความคดิเห็นของผูเ้ขยีน 1.ความหมาย “น ้าเสยีง” น ้าเสยีง คอืเจตนา ท่าทีความรูส้กึของผูเ้ขียนทีแ่สดงออกมาในงานเขียน 2.ลกัษณะน ้าเสยีงในงานเขยีน 2.1 น ้าเสยีงอ่อนหวาน นุ่มนวล เป็นน ้าเสยีงที ่แสดงออกถงึความรกัใคร่ความห่วงใย ความสงบ หรอืความอบอุ่น 2.2 น ้าเสยีงเรยีบ ๆ ง่าย ๆ ตรงไปตรงมา เป็นน ้าเสยีงที ่แสดงออกถงึความซือ่ความบรสิทุธิ ์ใจ ไม่มเีล่หเ์หลีย่ม 2.3 น ้าเสยีงเศร้าโศก เสียใจ เป็นน ้าเสยีงที ่แสดงออกถงึความสะเทอืนใจที ่ เกดิจากเหตุการณจ์นก่อใหเ้กดิความ โศกเศร้า เสียใจ สลดใจ ว้าเหว่ 2.4 น ้าเสยีงเสยีดาย อาลยัอาวรณ์เป็นน ้าเสยีงทีส่ะทอ้นความรูส้กึผูกพันของผูเ้ขยีน หรอืตวัละครกบั สิ ่งใดสิ ่งหนึ ่งที ่ ต้องจากกันหรือสูญเสีย 2.5 น ้าเสยีงเคร่งขรมึจรงิจงัเป็นน ้าเสยีงที ่แสดงความคดิเห็น วิพากษ์วิจารณ์เสนอแนะ 2.6 น ้าเสยีงประชดประชนัเป็นน ้าเสยีงทีม่ ุ่งวพิากษว์จิารณ์แต่ไม่สามารถวพิากษว์จิารณอ์ย่างตรงไปตรงมาได้จึง ใช ้วิธีการประชดประชัน เสียดสี เยาะเย้ย ถากถาง “ขอเชิญมาดูลูกกระโดด (ลูกกระโดดหมายถึง ลูกระนาดชะลอความเร็ว ใชต้ดิตั ้งขวางถนนเพื ่อลดความเร็วของ ยวดยาน) ของมหาวิทยาลัยเรา สุดยอดจริงๆ ครับ ถ้าเราควบมอเตอร์ไซค์มาเร็วๆ รับรองได้ว่า มอเตอร์ไซค์ของเราพังแน่นอน” 2.7 น ้าเสยีงตลกขบขนัเป็นน ้าเสยีงที ่แสดงใหเ้ห็นว่า ผูเ้ขยีนมองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ดี เป็นคนสนุกสนาน ไม่ เคร่งเครียด 2.8 น ้าเสยีงแข็งกรา้ว เป็นน ้าเสยีงที ่แสดงออกถงึความโกรธ ความไม่พอใจ 2.9 น ้าเสยีงโนม้นา้วใจ เป็นน ้าเสยีงในเชงิชกัชวนเกลีย้กลอ่ม เร่งเรา้ ปลุกใจ หรอืโนม้นา้วใหผู้อ้่านคลอ้ยตาม 2.10 น ้าเสยีงชืน่ชม ยกย่อง สดุดีเป็นน ้าเสยีงที ่แสดงออกถงึความรกัความชอบ ความศรทัธาทีผ่ ูเ้ขยีนมี 2.11 น ้าเสยีงประณาม เป็นน ้าเสยีงที ่แสดงถงึการว่า การด่าว่า การกระท าความผิดที ่รา้ยแรงสรา้งความเสยีหาย เช่น “เธอมันปิ ศาจชัด ๆ” 2.12 น ้าเสยีงตดัพอ้เป็นน ้าเสยีงที ่แสดงถงึการต่อว่าด้วยความน้อยใจ ...พี ่ เลวแค่ไหนใยนอ้งจงึชงั เพราะจนกระมังยอดหญิง ผูด้มี ีเงิน คงหวงัพึ ่งพิง พี ่รกัจรงิจงึไม่สนใจ ใช่แล้วซิ เศรษฐมี ีเงินเขาซือ้รกัได้ พี ่หลงรกัแทบเป็นบา้น ้าตาหรอืแทนน ้าใจ จะจ าจนตาย ใจด า...
25 3.ความรูส้กึน ้าเสยีง ท่าทีของผู้เขียน ผู้พูด ที ่พบในขอ้สอบ ความรูส้ ึก น ้าเสียง ความหมาย ตัวอย่างประโยค ประณาม กล่าวร้ายให้เขาเสียหาย •“ทรพี...เนรคุณ...คนอกตัญญูชัด ๆ” บริภาษ กล่าวติเตียน,กล่าวโทษ,ด่าว่า •ไอ้ทึม่ ไอ้โง่ ไอ้ควาย เหีย้อดีอก สาปแช่ง กล่าวมุ่งรา้ยใหผู้อ้ ืน่ เป็นอนตรายั•ถา้ ใครกล่าวเท็จ ขอสาปแช่งผูน้ ัน้ ให้ สอบตก ประชด พูดแดกดันเพราะความไม่พอใจ •คุณตรงต่อเวลาเสมอ! เหน็บแนม อาการทีพ่ ูดเสยีดสี •‘เธอเก่งไม่เบาเชียว . . .ขนาดหัวทือ่ อย่างนีนะ!้ ’ เสียดสี เหน็บแนมด้วยความอิจฉา •“ววัมนัเป็นสตัวนี ่คุณมนัจะรูจ้กัอาย ย ังไงได้แต่มนุษยแท้ ๆ บางคนย ังไม่รู ้จัก ความอายเลย” เยาะเย้ย/เย้ยหย ัน แสดงกิรยิาซ า้ เตมิใหไ้ดอ้าย •“ตายไปแล้ว อย่าบริจาคร่างกายนะ เดีย๋ว นศ.ตกใจ อาจารยใ์หญ่ไม่มี สมอง” แดกดัน ประชดให้เจ็บใจ •“แม่เทพธิดาของคุณน่ะ ไม่ใช่ผู้หญิง บรสิุทธิผ์ ุดผ่องอย่างทีค่ ุณเข้าใจหรอก หล่อนหนีตามผูช้ายไปตั ้งนาน” ดูแคลน,ดูถูก พูดชงิดูหมิน่หรอืเหยยีดหยาม •“คนอย่างเธอ ไม่มสีทิธิ ์ได้เกรด4 วิชาภาษาไทยหรอก” ถากถาง มีเจตนาว่าให้เจ็บใจ •“คนสวย...กากีชอบแย่งแฟนคนอืน่” ปลอบใจ,ปลอบประโลม ปลอบใจหรือให้สติ •“อย่าเสียใจไปเลยว้า” “แค่นี ้ เอง เรือ่งจิบ๊จอ๊ย” ให้ก าลังใจ กระตุน้ความรูส้กึใหด้ขี ึน้•“สู้เขา! เชิดหน้าเข้าไว้!” จรรโลงใจ ช่วยใหด้ยี ิ ่งขึน้•“ท าใจสบายๆ ความพยายามอยู่ที ่ ไหนความส าเรจ็อยู่ทีน่ ัน่” กังวล ห่วงใย, มีใจพะวงอยู่. •“ผมเป็นห่วงเรือ่งสุขภาพของเธอมาก เลย” กระทบกระเทียบ เปรียบเปรยให้กระทบถึง •“ผมสองสีแล้วย ังท าตัวเป็ นเด็ก” ขมขื ่น รูส้กึช า้ ใจแต่ฝืนไว,้ทุกขใ์จ •"ความเจ็บปวดแห่งความร ักคือความ เจ็บปวดของการมีชีวิตอยู่ม ันเป็ นแผล ทีถ่าวร" ชืน่ชม กล่าวถึงด้วยความพอใจ •“คุณเป็นคนที ่ เยีย่มจรงิๆ จนไม่ สามารถเปรียบเปรยได้กับค าพูดใด” ต าหนิ ยกโทษขึน้พูด, กล่าวร้าย •“ไม่อยากจะเชือ่ เลยนะ วา่คุณจะท า เรือ่งแบบนี ้ได”้ กล่าวหา กล่าวว่ากระท าความผิด, กล่าวโทษ •“ตอ้งเป็นเธอแน่ๆ ล่ะ ทีท่ าอะไรแบบนี ้ ได้”
26 ความรูส้ ึก น ้าเสียง ความหมาย ตัวอย่างประโยค เตือน พูดย า้ เพื ่อกนัลมื,บอกใหรู้ต้วั “น้องปู พูดเสียงดัง เสียงกระชาก ไม่มีหางเสียงนะ” เห็นใจ เห็นอกเห็นใจ “น่าสงสารจริงๆ เลย” “เสียใจด้วยนะ โชคร้ายจริงๆ” ตัดพ้อ พูดต่อว่าด้วยความน้อยใจหรือ เสียใจ “ไหนพระผ่านฟ้ าสัญญาน้อง จะ ปกป้ องครองความพิสมัย” (อิเหนา) หดหู่ อาการที ่รูส้กึห่อเหีย่วไม่สดชืน่“อนิจจา! ตายจริง! โอ้! มนัฆ่าฟันพี ่นอ้งเพื ่อครองเเผ่น ดิน” สงสาร เห็นใจในความเดือดร้อน “โถ...ไม่น่าเป็นเช่นนี ้ เลย” เสียใจ ไม่สบายใจเพราะมีเรือ่งไม่สม ประสงค ์ “เพราะหลงเชือ่ค าของเธอ จงึ ตอ้งน ้าตาเช็ดหวัเข่า” คร ่าครวญ รอ้งร ่าร าพนั๏ จากมามาลิว่ล า้ล าบาง บางยี ่ เรอืราพลาง พี ่พรอ้ง เรือแผงช่วยพานาง เมียง ม่าน มานา บางบ่รับค าคล้อง คล่าวน ้าตา คลอ ยกยอ ยกย่อง,พูดส่งเสรมิใหด้ขี ึน้“เธอ คนสวยปานนางฟ้ า” ว่ากล่าว ต าหนิ,ตกัเตอืน,สั ่งสอน “มาท างานสายเป็ นประจ านะ” ชักชวน ชวนให้ท าด้วยกัน “ลดเสีย่ง เลีย่งภยัร่วมสรา้งวนิยั รักษากฎจราจร” ตักเตือน พูดให้รู ้ว่าอย่าท าผิด “คุณช่วยระวังเสียงของคุณหน่อย ได้ไหมคะ” วิงวอน เฝ้ าร้องขอ,ขอด้วยอาการออด “ไดโ้ปรดเถอะ อย่าทิ ้งฉนัไปเลย นะ” ท้อแท้ อ่อนเปลีย้ เพลยีใจ “หมดสิน้แรงพลงัหมดความหวงั แมเ้ริม่ตน้ใหม่” ผิดหวัง ไม่สมหวงั,ไม่ไดด้ ั ่งทีห่วัง “แพ้แล้วยอมรับ สู ้เขาไม่ได้ ฉัน ยอมแล้ว” ภูมิใจ กระหยิม่ ใจ,รูส้กึมีเกยีรติ “ดใีจมาก ๆ ที ่ เห็นแม่มีความสุข คะ”
27 4. ค าอุทานที ่แสดงความรูส้กึ 4.1 แสดงความประหลาดใจ ในทางทีด่ี"อุ๊ยตาย, ว้าว, วา้ยกรีด๊ , เอ๊ะ, เอ๋, โอ๊โอ, โอโห" 4.2 แสดงความสะเทือนใจ ตกตะลึงในทางไม่ดี"อุ๊ย, อุ๊ยตาย, ฮือ, อาฮะ, หา, เอ๊ะ, ต้ายตาย 4.3 ดีใจ พอใจ ชอบสมหวังได้ชัยขนะ "เย้, เฮ, ไฮ้, ไชโย่, เยส" 4.4 ไม่พอใจ ไม่ชอบ เสียใจ ผิดหวัง"ว้า, ห๊า, ว่าแล ้ว" 4.5 เสียใจ เศร้า "ฮีอ, ฮา, อ้า" 4.6 ดูหมิน่ เหยยีดหยาม "ถุย, ถุ๊ย, แหยะ,หยะแหยง, อี ้ , อี ๊ , โฮ, ฮิ ้ว, ชิ ้ว ๆ, ไป" 4.7 โกรธเคือง"แหม,เหม่, ชิ,ชิชะ,ค าราม ฮีม" 4.8 กลัว ตกใจกลัว "ว๊าย, อุ๊ยตาย" 4.9 ได้รับบาดเจ็บ "อุ๊ย, โอ๊ย, โอย" 4.10 ร้องเรียก ทักทาย "เฮ้, เฮ้ย, ไฮ, ฮาย" และกล่าวลา "บาย" 4.11 เชิงหัวเราะ ร่าเริง"อาอะ อะอะ, อิอิ, ฮิฮิ, คลิก คลิก๊" 4.12 ตอบรับเข ้าใจ เห็นด้วย "อาฮะ อาฮึ, อืม, อีอฮึ, ฮืม, ออ, อ้อ, อ๋อ, เออ, เหรอ, โอ, โอเค, ค่ะ, ครับ, จ๊ะ, จ๋าจ๊ะ" 4.13 ปฏิเสธ ไม่ยอมรับ ไม่เห็นด้วย " ไม่, ฮืม, หือ, อึก, อ้า(เสยีงสัน่ เพราะส่ายหวั)ถอนหายใจ ระบายความคับข ้องใจ "เฮอ, เฮ้อ, ฮืม" 4.14 เชียร์ให้ฮึด "สู้ๆ, เฮ ๆ, ฮาไฮ้" 4.15 ปลอบประโลม "โอ๋ๆ เอเอ้" 4.16 สงสาร "โธ่ ๆ โอ้, โอ" 4.17 สงสัย แปลกใจ "หา,หือ, เอ่, เอ๋, เอ๋, เอ๊, เอ๊ะ, เหรอ, ฮึ, ฮีอ เอ๊ะเอ, โอ๊ะโอ" 5.แนวทางการท าข้อสอบ ( อ่านค าถาม/ ตามหาค าน ้าเสยีง/เทียบเคียงตัวเลือก) ◾ค าประพนัธต์่อไปนี ้ผูแ้ต่งมีน ้าเสยีงอย่างไร◾ จกัจัน่หวัน่แววแจ้วแจ้วเสียง ่เหมอืนน ้าเสยีงวนิดาน ้าตาไหล หนาวน ้าคา้งพรา่งพรมพนมไพร โอเ้จยีนใจพีจ่ะขาดอนาถนึก 1.วิตก 2.อ้างว้าง√ 3.ผิดหว ัง 4.คับแค้น 5.ท้อถอย ◾ขอ้ใด มีน ้าเสยีงชืน่ชม◾ 1. เล็บนางอย่างเล็บน้อง เหลืองดุจทองหาใดเทียม√ 2. รสสุคนธส์่งกลิน่กลบ เหมอืนน ้าอบชโลมองค์ 3. เรือชายใกล้กาหลง คิดโฉมยงเจ้าตามมา 4. ชอ้งนางนางคลี ่ไว้ คิดทรามว ัยเคยสรงสยาย 5. กระถนิ ส่งกลิน่ เกลีย้ง คิดพ่างเพียงจากจ าจาง
28 2.การเขียน 2.1 การเรียงล าดับข้อความ 1.ความหมาย “การเรียงล าดับข้อความ” การเรียงล าดับข้อความ คือ การเรียงล าดับประโยค หรือการเรียงล าดับข้อความ ( 5 ข้อความ) ให้ถูกต้องตามหลักภาษา 2.หลักการเรียงล าดับข้อความ ก. การหาประโยค/ขอ้ความที ่1 1.ประโยคทีข่ึน้ตน้ดว้ยค านามทัว่ ไป,นามเฉพาะ เช่น มนุษย ์ทุกคน, ประเทศไทย ภูหลวง ฯลฯ 2.ประโยคทีข่ึน้ตน้ดว้ย “การ,ความ” (อาการนาม) เช่น ความล าบาก การเคลือ่นยา้ย ฯลฯ 3.ประโยคทีข่ึน้ตน้ดว้ยบุพบท “ใน” หรือ “ใน+ช่วงเวลา” เช่น สม ัย...,ยุค...,โบราณ...,อดีต... 4.ประโยคทีข่ึน้ตน้ดว้ยค าสนัธาน “เนื ่องจาก...จึง...,แม้ว่า...แต่...,เพื ่อ+จุดประสงค,์ด้วย+หน่วยงาน ,ตามที+่หน่วยงาน/ข้อบงัคบั /ข้อกฎหมาย” 5.ประโยคที ่1 จะไม่ขึน้ตน้ดว้ยค าบุพบท “กับ,ด้วย,จาก, ฯลฯ” ค าสันธาน “และ,ดงันัน้ ,จึง ฯลฯ” ข.การหาประโยคสุดทา้ย (ล าดบัที ่5) 1.ประโยคทีม่คี าสนัธาน “จึง,ดงันั ้น” 2.ประโยคทีล่งทา้ยดว้ยค าว่า “...เป็นต้น,...ทั ้งหมด,...ทั ้งสิน้ ,...ด้วย,...อีกด้วย,...มากทีส่ดุ ,...มากยิ ่งขึน้ ,ทั ้ง...ข ้างต้น, ดังที ่กล่าวมาแลว้,...ก็ตาม,...เท่านั ้น,...ตามล าดับ,...อย่างยิ ่ง,...อีกด้วย/อีกต่อไป/ต่อไป,...โดยสิน้ เชงิฯลฯ ค.การหาประโยคกลาง (ล าดบัที ่2,3,4) 1.ประโยคขึน้ตน้ดว้ย “บุพบท” “กับ,ด้วย,โดย,ตาม,เมือ่ ,เพือ่ ,แก่,ของ ฯลฯ” 2.ประโยคขึน้ดว้ย “สันธาน” “ที ่ ,ซึ ่ง,อัน” 3.ประโยคขึน้ดว้ยขอ้ความ “โดยเฉพาะ...,โดยเฉพาะอย่างยิ ่ง...,ไม่ว่าจะเป็น...,ได้แก่...และ...,คือ...และ...,ทีส่า คญัคอื 4.ประโยคขึน้ตนด้วย ้ “ค ากริยา” 5.ประโยคมีข ้อความว่า “ดงันั ้น,กล่าวคือ,ท าให้,ส่งผลให้,ทั ้ง...และ...ตลอดจน (อาจอยู่ลา ดบัที ่4 ได้) 3.แนวทางการเรียงข้อความสอบ 1. ขอ้ความล าดบัที ่1 ส่วนใหญ่จะขึน้ตน้ดว้ย 1.1 ค านาม ชื ่อคน สัตว์สิ ่งของ สถานที ่ชือ่ เฉพาะ 1.2 อาการนาม "การ + กริยา", "ความ + วิเศษณ์" 1.3 ค าเชือ่ม เช่น เนื ่องจาก........จึง.......,ใน+ ค านาม,แม้ว่า........แต่........,เพื ่อ+ จุดประสงค์, ด้วย + หน่วยงาน,ตามที ่+ หน่ วยงาน/ข ้อบังคับ/ข ้อกฎหมาย,ช่วงเวลา ใน + เวลา,เมือ่+ เวลา (ทีผ่ ่านมาแลว้) 2. ขอ้ความล าดบัที ่2 จะขึนต้นด้วย้ 2.1 ส่วนขยายข้อความล าดบัที ่1 ขึน้ตน้ดว้ยค าบุพบท ที ่ซึ ่ง อนั 2.2 ส่วนขยายที ่ เป็นการยกตวัอย่าง คอื โดยเฉพาะ.....เฉพาะอย่างยิ ่ง.......ไม่วา่จะเป็น........, เช่น.........เป็ นต้น,ได้แก่............และ..........,คือ.........และ..........,ทีส่ าคญัคือ..............ค ากริยา
29 3. ขอ้ความล าดบัที ่3-4 จะสังเกตได้จากค า “ดงันัน้ ,กล่าวคือ,ท าให้,ส่งผลให้,ทั ้ง....... และ........ตลอดจน”(*ค าเหล่านี ้บางครั ้งอาจอยู่ในล าดบัที ่4 ได)้ 4. ขอ้ความล าดบัที ่5 สงัเกตไดจ้ากค าลงทา้ยคอื “...ก็ตาม,....เท่านัน้ ,....ตามล าดับ ,.........อย่างยิ ่ง,.........อีกด้วย / อีกต่อไป,.........โดยสิน้ เชงิ,.........ต่อไป” 4.แนวทางการท าข้อสอบ(อ่านข้อความ/หาล าดับ/เรียงตามล าดับ/จับคู่ ตัวเลือก) ◾ขอ้ใดเรยีงล าดบัขอ้ความต่อไปนี ้ไดถู้กตอ้ง◾ 1. แต่กลับต้องน าเข้าปีละหลายแสนตัน 2. ปัจจุบันความต้องการใช้ข้าวโพดเป็ นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารสัตว ์และ อุตสาหกรรม อืน่ๆเพิ ่มมากขึน้ 3. และส่งออกจ าหน่ายต่างประเทศเป็ นอันดับต้น ๆ ของโลก 4. จึงแทบไม่ได้ส่งจ าหน่ายต่างประเทศ 5. ประเทศไทยเคยผลติขา้วโพดไร่ไดม้ากทีส่ดุในพ.ศ. ๒๕๒๘ 1 2 – 3 – 3 – 4 – 5 2. 2 – 1 – 4 – 5 – 3 3. 2 – 5 – 3 – 4 – 1 4. 5 – 3 – 2 – 4 – 1*√ 5. 5 – 1 –4 – 2 – 1 ◾เมื ่อเรยีงล าดบัขอ้ความขา้งตน้ใหถู้กตอ้งแลว้ขอ้ใดเป็นล าดบัที ่3 1) นกัวจิยัเชือ่มั ่นว่าแขนเทยีมนีจ้ะท าใหผู้พ้ ิการสามารถใชป้ระโยชนไ์ดเ้หมอืน จรงิทีส่ ุด 2) ล่าสุดนกัวจิยัอติาเลยีนออกแบบแขนเทยีมชนิดใหม่โดยตั ้งเซนเซอรท์ ีต่ ่อ สญัญาณไฟฟ้าจากสมองไปยงักลา้มเนือ้ 3) นักวิจัยหลายคนพยายามพัฒนาการอุปกรณ์ เช่น แขนเทียม ให้มีประสิทธิภาพ มากขึน้ 4) แขนเทยีมนีจ้งึสามารถควบคุมนิว้ไดด้หียบิจบัสิ ่งต่างๆคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติ 5) แขนเทยีมรุ่นเดมิมนี ้าหนกัมาก เปราะบางไม่ทนทานและมีราคาสูง 1. ขอ้ที ่1 2. ขอ้ที ่2√ 3. ขอ้ที ่3 4. ขอ้ที ่4 5. ขอ้ที ่5
30 2.2 การเรียงความ 1. ความหมาย ประพนธ์ เรืองณรงค์ และคณะ (2545, น. 87) กล่าวว่า เรียงความ เป็ นงานเขียน ร้อยแก้วชนิด หนึ ่งทีผ่ ูเ้ขียนมุ่งถ่ายทอดเรือ่งราว ความรู้ความคดิและทศันคตใินเรือ่งใดเรือ่งหนึ ่งดว้ยถ้อยค าและส านวน ที ่ เรยีบเรยีงอย่างมลี าดบัขัน้และสละสลวย 2. องค์ประกอบของเรียงความ รูปแบบของเรยีงความ ประกอบดว้ยองคป์ระกอบส าคญั 3 ส่วน ดงันี ้ 2.1 ค าน า คอือารมัภบทของเรือ่ง การเขียนค าน านีอ้าจขึน้ตน้ดว้ยข้อคดิค าคม ภาษติหรอืบท กลอน แต่ตอ้งใชภ้าษาทีก่ระชบั สละสลวย น่าอา่น 2.2 เนือ้ เรือ่ง หมายถงึสาระส าคญัของเรือ่งทีผ่ ูเ้ขียนตอ้งแสดงความรู้หรือ ความคิดอย่าง กวา้งขวางและสมบูรณ์ครอบคลุมเนือ้ เรือ่งทั ้งหมด การเขียนเนือ้ เรือ่ง แบ่งเป็นย่อหน้า 1-3 ย่อหน้า มีเอกภาพ-สัมพันธภาพ- และมี สาร ัตถภาพ ใช้ภาษาเขียนเชิงสาธกโวหาร อุปมาโวหาร อธิบาย บรรยาย พรรณนา 2.3 สรุป เป็นการเขียนขมวดเรือ่งใหจ้บบรบิูรณ์โดยสรุปด้วยการฝากข้อคิดเห็น ต่าง ๆ ดว้ยค าคม สุภาษติค าขวญัหรอืสรุป ดว้ยการย่อสาระส าคญัของเรือ่ง สรุปดว้ยการทิ ้งทา้ย สรุป ด้วยการวิงวอนขอร้องให้ปฏิบ ัติ หรือ เว้นปฏิบ ัติ และอาจเสนอบทร้อยกรอง 3.รูปแบบและกลวธิกีารเขยีน ค าน า เนื ้อหา สรุป 3.1 การเขียนค าน า(บรรยาย,อธิบาย) 3.1.1 เขียนแบบบรรยาย/ การเล่าเรือ่ง 3.1.2 เขียนแบบค าจ ากัดความ 3.1.3 เขียนดว้ยถอ้ยค าทีก่ระตุน้ใหผู้อ้า่นสงสยัใครรู่้ 3.1.4 เขียนด้วยข่าว เหตุการณ์ หรือปัญหาเร่งด่วน 3.1.5 เขียนด้วยค าพูด ค าคม สุภาษิตหรือบทกวี 3.1.6 เขียนด้วยการอธิบายชือ่ เรือ่ง 3.1.7 เขียนดว้ยการตดัข้อความของผูม้ ชี ือ่ เสยีง 3.2 การเขียนเนือ้ เรือ่ง (บรรยาย,อธิบาย,พรรณนา) 3.2.1 ให้รายละเอียด (บรรยาย/พรรณนา) 3.2.2 ยกตัวอย่าง (สาธกโวหาร..ตัวอย่าง...เช่น...ตัวอย่างเช่น) 3.2.3 เปรยีบเทยีบ (อปุมาโวหาร เหมอืน ราวกะ ดั ่ง ฯลฯ) 3.2.4 อธบิาย แสดงเหตุและผล (เหตุ+ผล ดงันัน้ ,ดงันัน้จงึ,เพราะ, เนื ่องจาก ฯลฯ) 3.2.5 วิเคราะห์วิจารณ์/ แสดงความคิดเห็น (น่าจะ,เห็นจะ,ควร,ควรจะ ฯลฯ) 3.3 การเขียนสรุป (บรรยาย/อธิบาย/พรรณนา) 3.3.1 เขียนด้วยการฝากข้อคิดและความประทับใจ 3.3.2 เขียนดว้ยการย า้แนวคดิส าคญัของเรือ่ง 3.3.3 เขียนด้วยการชักชวน 3.3.4 เขียนดว้ยการตั ้งค าถาม 3.3.5 เขียนด้วยการยก ค าคม สุภาษิต หรือบทกวี 3.3.7 เขียนดว้ยการสั ่งสอน
31 4. ชือ่ เรือ่ง โครงเรือ่ง ความน า/ส่วนขยายความน า ตวัเรือ่ง/ส่วนขยายตวัเรือ่ง ความลงท้ายส่วนขยายความลงท้าย 4.1 ชือ่ เรือ่ง ข้อความที ่ เหมาะสมสอดคลอ้งกบัเนือ้ เรือ่ง 4.2 โครงเรือ่ง แนวเรือ่งทีผ่ ูแ้ต่งประสงคจ์ะใหด้ าเนินไป 4.3 ความน า ค าน า 4.4 ส่วนขยายความน า ส่วนขยายค าน า 4.5 ตวัเรือ่ง เนือ้ เรือ่ง/เนือ้หา 4.6 ความลงท้าย สรุป 5. แนวทางการท าข้อสอบ (อ่านความ-ตามดูภาษา-หาคู่) 5.1 ขอ้ สอบโครงเรือ่ง เรยีงความเรือ่ง “วัดพระแก้ว” มีประเด็นของเนือ้ เรือ่งดงัต่อไปนี ้ 1. จิตรกรรมฝาผนัง-3 2. สิ ่งก่อสรา้งภายในวดั -2 3. ข้อควรปฏิบ ัติในการเข้าชม-5 4. ประว ัติการก่อสร้าง-1 5. การประกอบพระราชพธิที ีส่ าคญั -4 ◾ขอ้ใดเรยีงล าดบัประเด็นของเนือ้ เรือ่งเรยีงความขา้งตน้ไดถู้กตอ้งเหมาะสม 1. 2-1-5-4-3 2. 2-4-5-1-3 3. 3-4-2-5-1 4. 4-2-1-5-3√ 5. 4-3-1-2-5 5.2 ข้อสอบ ชือ่ เรือ่ง-ค าน า- เนือ้หา- สรุป: ◾ชือ่ เรยีงความขอ้ใดเหมาะทีจ่ะใชส้ ่วนน าต่อไปนี ้ “ปัญญาเป็นรตันะของคนทั ้งปวง” ค ากล่าวนี ้ เป็นเครือ่งเตอืนสตใิหค้นทัว่ ไประลกึว่า ความรอบรู ้เปรียบเสมือนแก้วอันมีค่าประดับชีวิตของคนเรา 1. คุณค่าของมนุษย ์ 2. สติ สมาธิ ปัญญา 3. ความรู ้คือขุมทร ัพย ์√ 4. การแสวงหาความส าเร็จ 5. วิชาการสร้างได้ด้วยตัวเรา ◾ขอ้ความต่อไปนีค้วรเป็นสว่นใดของเรยีงความเรือ่ง “การมีภาวะผู ้น า” ผู ้น าในยุคปัจจุบันจะต้องมีคุณสมบัติหลายประการดงัทีก่ลา่วมาขา้งตน้ ซึ ่งจะเห็นได้ ว่าตอ้งมาจากความตั ้งใจจรงิการแสดงศกัยภาพของตวัเอง และการปรบัระบบความคดิ บางอย่าง กลา้ทีจ่ะเปลีย่นจากสิ ่งทีต่นเคยเป็นไปสู่สิ ่งทีด่กีว่า ในทีส่ ุดก็จะเกดิผลดตี ่อตวัเองใน อนาคต 1. โครงเรือ่ง 2. ความน า 3. ส่วนขยายความน า 4. ตวัเรือ่ง 5. ความลงท้าย√
32 2.3 การพรรณนา บรรยาย อธิบาย ◾การบรรยาย◾ 1.ความหมาย การบรรยายคือ การเล่าเรือง่การเล่าเหตุการณท์ ี ่ต่อเนื ่องกนั ท าให้ผู้รับสารทราบ(ข ้อมูล)ว่า ใคร ท าอะไร ที ่ ไหน เมือ่ ไร อย่างไร เพื ่ออะไร 2.วิธีการบรรยาย การบรรยายท าไดห้ลายวธิีดงันี ้ 2.1 บรรยายวา่ ใคร ท าอะไร ที ่ไหน เมือ่ ไร อย่างไร เพือ่อะไร ใหผู้ร้บัสารรูเ้รือ่ง 2.2 บรรยายโดยเน้นเหตุการณต์ามล าดบัเวลาที ่ เป็นจรงิ 2.3 บรรยายโดยสลับเหตุการณ์ 2.4 เลอืกบรรยายเฉพาะเหตุการณส์ าคญัทีส่ ่งผลเกีย่วเนื ่องถงึเหตุการณอ์ ืน่ 2.5 เลอืกใชว้ธิอี ืน่ๆ แทรกในการบรรยาย เช่น ผูกเป็นบทสนทนา มกีารตั ้งค าถาม 3.ตัวอย่างการบรรยาย 3.1 การบรรยายประเภทร้อยแก้ว ขณะเมือ่ เล่าปี ่ควบมา้หนีไปนัน้ทั ้งกลางวนักลางคนืไดท้างประมาณพนัเสน้ครัน้ถงึเมอืงเซยีงจิว๋จงึ บอกแก่นายประตูวา่เราจะเข้าไปหาอว้นถ าเจา้เมอืงซึ ่งเป็นบุตรอว้นเสีย้ว นายประตูก็เอาเนือ้ความเข้าไป บอกแก่อ้วนถ า (สามก๊ก,หน้า 61) 3.2 การบรรยายประเภทร้อยกรอง หมื ่นวเศษรับค าแล้วอ าลา ิ รีบมาบ้านขุนช้างหาช้าไม่ ครัน้ถงึแอบดูอยู่แต่ไกล เห็นผูค้นขวกัไขว่ทั ้งชานเรอืน (ขุนช้างขุนแผน,หน้า 29) ◾การพรรณนา◾ (แทรกรายละเอียด อารมณ์ ความรู ้สึก ความคิดเห็น) 1.ความหมาย พรรณนาโวหาร คอื โวหารที ่ใชก้ล่าวถงึเรือ่งราว สถานที ่บุคคล สิ ่งของ หรอือารมณอ์ย่าง ละเอยีด สอดแทรกอารมณ์ความรูส้กึลงไปเพือ่ โน้มน้าวใจ ใหเ้กดิอารมณค์ลอ้ยตามไปดว้ย 2.จุดมุ่งหมายและลักษณะการพรรณนา พรรณนาโวหารมุ่งใหค้วามแจ่มแจง้ละเอยีดลออ เพื ่อใหผู้อ้่านเกดิอารมณซ์าบซึ ้งเพลดิเพลนิไปกบัขอ้ความนั ้นการ เขียนพรรณนา มุ่งให้ภาพ และอารมณ์ 2.1. มักใช ้การเล่นค า เล่นเสียง ใช ้ภาพพจน์ 2.2. ใชถ้อ้ยค าอธบิายหรอืบรรยายสิ ่งทีพ่บเห็นอย่างละเอยีด โดยใชส้า นวนโวหารที ่ไพเราะสอดแทรกอารมณ์ ความรู้สึกของผู้เขียน 2.3. รูจ้กัใชถ้อ้ยค าที ่ประณีตใหค้วามรูส้กึโดยหยบิยกลกัษณะส าคญัมากลา่ว 2.4. การใชถ้อ้ยค าในการบรรยายลกัษณะจะใชถ้อ้ยค าทีแ่สดงรูปธรรม เช่น บอกลกัษณะ สสีนั รูปรา่ง เวลาเพือ่ ใหผู้อ้า่นเห็นภาพชดัเจน หรอืใชถ้อ้ยค าท าใหเ้กดิความไพเราะ
33 3. หลักการเขียนพรรณนาโวหาร 3.1 ต้องใช ้ค าดีหมายถึง การเลือกสรรถ้อยค า เพื ่อใหส้ือ่ความหมาย สื ่อภาพ สื ่ออารมณเ์หมาะสมกบัเนื ้อเรือ่งที ่ 3.2 ต้องมีใจความดีใจความต้องมุ่งให้เกิดภาพ และอารมณค์วามรูส้กึสอดคลอ้งกบัเนื ้อหาที ่ก าลงัพรรณนา 3.3 ต้องใช ้อุปมาโวหาร คือ เปรยีบเทยีบเพื ่อใหไ้ดภ้าพชดัเจน 3.4 ในบางกรณีอาจต้องใช ้สาธกโวหารประกอบด้วย คือ การยกตวัอย่างเพื ่อใหเ้กดความแจ่มแจ้ง ิ ตัวอย่าง “...สตรที ั ้งหลายทีอ่ยู่ในแผ่นดนินัน้งามทุกคน รูปรา่งไม่สูงไม่ต ่าเกนิไป ไม่ผอมไม่อว้นเกนิไป ไม่ขาว ด าเกนิไป มรีูปทรงสมส่วน ผวิพรรณงามดั ่งทองสุกเหลอืง เป็นทีพ่งึใจของชายทุกคน นิว้มอืนิว้ เท้ากลมกลึง มเีล็บสแีดงเหมอืนน ้าครั ่งทีท่าแตม้ไว้แกม้ใสนวลงามดั ่งผดัแป้ง ใบหน้านัน้ เกลีย้งเกลาปราศจากมลทินคือ ไฝ ฝ้า มดีวงหน้าดุจพระจนัทรว์นัเพ็ญ มนียันต์าด าเหมอืนนยันต์าของเนื ้อทรายอายุ๓ วนัที ่ขาวก็ขาว เหมอืนสงัขท์ ีพ่ึ ่งขดัใหม่มีรมิฝีปากแดงดงัลูกฟักข้าวทีส่ ุกงอม มลี าแข้งขาเรยีวงาขาวเหมอืนล ากล้วยทอง ฝาแฝด มทีอ้งทีร่าบเรยีบเสมอ ล าตวัออ้นแอน้เกลีย้งกลมงาม มขีนและเสน้ผมละเอยีดออ่นยิ ่งนกั...“ ************* ◾การอธิบาย◾ 1.ประเภทการอธิบาย 1. การอธบิายตามล าดบัขัน้ คอืการบอกขัน้ตอนเรยีงไปตามล าดบั (สงัเกตจากค าบอกล าดบั ขัน้ตอน เช่น ขัน้ที ่1,ขัน้ที ่2,1.,2.,หรอืเริม่ตน้ดว้ย,จากนัน้ ,ถัดไป,ต่อด้วย,...ทา้ยทีส่ ุด) ตวัอย่าง การกราบใชใ้นโอกาสทีแ่สดงความเคารพอย่างสูงต่อผู้มีอาวโุส ส่วนมากขณะนั ่งกบัพืน้ การปฏบิตัมิดีงันี ้ 1.คุกเข่าลงทั ้งสองข้าง 2.นั ่งพบัเพยีบเก็บปลายเทา้ 3.กม้ตวัลงหมอบใหแ้ขนทั ้งสองข้างอยู่ข้างเข่าทีย่ืน่ออกมา 4.ประนมมอืใหอ้ยู่ในระดบัพืน้ 5.กม้ ศรีษะลงจรดนิว้หวัแม่มอื 2. การอธิบายโดยใช้ตัวอย่าง คอืการอธบิายวธิกีารหรอืหลกัการที ่ เข้าใจยาก มคีวามซบั ซ้อน ตอ้งยกตวัอย่างประกอบเพือ่ ใหเ้ข้าใจไดช้ดัเจนยิ ่งขึน้(สงัเกตค าว่า เช่น,อาทิ,ได้แก่,ตัวอย่างเช่น และปิ ด ท้ายด้วยค าว่า “เป็ นต้น”) เช่น “การค้นพบบางอย่างในทางวิทยาศาสตร ์การแพทย ์ และจิตวิทยาของตะว ันตก ได้ให้ หลกัฐานสอดคลอ้งกบัความเชือ่ทางพุทธศาสนาวา่ดว้ยชวีติในชาตปิางก่อน ตวัอย่าง ผู้หญิงถูกสะกดจิต รายหนึ ่งไดเ้ล่ายอ้นความทรงจ าของเธอไปหลายรอ้ยปีว่า เธอเคยเป็นแม่บ้านอยู่ในฝรั ่งเศสมาก่อน นกั ประวตัศิาสตรต์่างยอมรบัความถูกตอ้งของสถานที ่ภาษา และวถิ ีชีวติของคนสมยันั ้นที ่ เธอได้เล่าให้ ตอนนัน้ ...” 3. การอธิบายโดยการเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่าง คือ การอธิบายสิ ่งที ่ แปลกใหม่โดยยกสิ ่งหนึ ่งทีผ่ ูร้บัสารคุน้เคยหรอืรูจ้กัดขี ึน้มาเทยีบเคียงเพื ่อให้เข้าใจได้ง่ายและชดัเจนขึ ้น รวมถึงการเปรียบเทียบให้เห็นด้านดีและด้านเสียด้วย (สังเกตจากค าแสดงการเปรียบเทียบ เช่น “แตกต่าง กัน,เหมือนกัน,มากกว่า,น้อยกว่า,ดีกว่า,นุ่มกว่า,แข็งกว่า, ฯลฯ” หรือแสดงด้านดีด้านเสียง เช่น “ ข้อดี... ข้อเสีย...,ข้อดี...ข้อจ ากัด,ส่วนดี...ส่วนด้อย ฯลฯ) เช่น “การแสดงพืน้ เมอืง จะมลีกัษณะต่างกบัเพลงพืน้ เมอืงตรงที ่ เน้น ลักษณะและลลีาการร ามากขึน้กว่าการเล่นเพลง ความหมายของการใช ้ท่าทางจะมีมากกว่า การแต่งกายของผู้แสดงจะดูพิถีพิถัน ต้องการความสวยงาม เพื ่อใหก้ารฟ้อนร านั ้น ดูงาม และเป็นเอกลักษณ์ในการแสดงแต่ละชุดการแสดงพื ้นบา้นภาคกลางที ่ เล่นมาแต่โบราณ”
34 4. การอธบิายโดยการใชส้าเหตุและผลลพัธท์ ีส่มัพนัธก์นัคอืการอธบิายใหเ้ห็นวา่ สิ ่งใดเป็น สาเหตุและส่งผลใหเ้กดิสิ ่งใดเป็นไปตามล าดบั (สงัเกตจากค าเชือ่มแสดงเหตุผล เช่น “จึง,เพราะ, เพราะฉะนัน้ ,ดงันัน้จงึ,ดว้ยเหตุนี ้ฯลฯ” เช่น “ในระบบของธรรมชาตนิ ัน้น ้าจะเกดิขึน้ ไดเ้พราะมคีวามชุ่มชืน้ของป่าไมแ้ห่งเทอืกขุนเขา ให้ ก าเนิดตน้น ้า ล าธาร และป่าไมส้ามารถสรา้งระบบความสมัพนัธอ์นั ซบั ซอ้นตั ้งแต่ตน้เล็กจนถงึไมใ้หญ่ได้ก็ ดว้ยมผีนืดนิ สรา้งธาตุอาหารไวใ้ห้ทั ้งป่าไม้ดนิและน ้า จึงมคีวามผูกพนัทีต่ ่างใหซ้ ึ ่งกนัและกนั...” 5. การอธิบายโดยการนิยาม คอืการใหค้วามหมายสิ ่งใดสิ ่งหนึ ่ง (สงัเกตจากค าแสดง ความหมาย เช่น “เป็ น,คือ,หมายถึง,แปลว่า ฯลฯ” เช่น “สุขภาพจิต หมายความถึง สภาพความสมบูรณท์างจติใจของมนุษยซ์ ึ ่งจะด ารงชวีติอยู่ในสงัคมได้ อย่างเป็ นสุข ไม่มีอาการโรคจิต โรคประสาท หรือพฤติกรรมผิดปกติ ตลอดจนการปร ับตัวในสังคมได้อย่าง เป็ นสุข” 6. การอธบิายโดยการกล่าวซ า้ดว้ยถอ้ยค าทีแ่ปลกออกไป เช่น “คนเราต่างต้องการการยอมร ับจากสังคมดว้ยกนัทั ้งสิน้/ ไม่มใีครทีพ่อใจกบัการทีถ่ ูกสงัคมรงัเกยีจ” 2.แนวทางการท าข้อสอบ(บรรยาย-เล่าเรือ่ง/พรรณนา-เร้าอารมณ์/อธิบาย-ให้ ความรู ้) ◾ขอ้ความต่อไปนี ้ใชว้ธิเีขียนตามขอ้ใด คนน าทางพาพวกเราขึน้จากแพเดนิเข้าไปในถ า้ซึ ่งค่อนข้างมดืหลายคนจงึถือตะเกียง บางคนถือ ไฟฉายไปด้วย คนที ่ เป็นผูใ้หญ่คอยช่วยเด็ก ๆใหผ้ ่านพน้ ช่วงทีล่ืน่และทีม่ีแง่งหินแหลมคม เพื ่อไม่ให้เกิด อนัตราย เป้าหมายของเราอยู่ไม่ไกลนกันัน่คอืถ า้คา้งคาวซึ ่งเป็นทีอ่าศยัของคา้งคาวจ านวนมาก 1. การอธิบาย 2. การบรรยาย 3. การพรรณนา 4. การอธิบายและการบรรยาย 5. การบรรยายและการพรรณนา√ ◾ขอ้ความต่อไปนีส้ ่วนใดเป็นพรรณนาโวหาร 1) รุ่งสางแล้วชัยแหงนมองใบไม้เหนือศีรษะ เหมือนผ้าลูกไม้โปร่งด้วยแสงแดด ร าไรทีส่าดลงมา / 2) เขากา้วออกไปสมทบกบัโชค ทั ้งสองเดนิ ชา้ๆไปพรอ้มกนั สกัพกั / 3) โชคเล่าถงึอาการของววัทอ้งแก่ทีบ่า้น เขา/ 4) ถ้าไดลู้กววัก็อาจตอ้งขายใหเ้พือ่นบา้นหลงัจากหย่านมแลว้ / 5) เขาตอ้งการเงินไปลงทุนซ่อมโรง ว ัว ก่อนจะถึงฤดูฝน 1. ส่วนที ่1√ 2. ส่วนที ่2 3. ส่วนที ่3 4. ส่วนที ่4 5. ส่วนที ่5
35 2.4 การใช้เหตุผล 1.โครงสร้างเหตุผล โครงสร้างการเหตุผลประกอบด้วย 1. เหตุ (ข้อสนับสนุน) 2. ผล (ข้อสรุป) การวางโครงสร้างเหตุผลมี2 รูปแบบ คือ 1.เหตุ+ ผล (เหตุ ผล) เช่น “วิภาอ่านหนังสือมาก จึงท าข ้อสอบได้” 2.ผล +เหตุ(ผล เหตุ) เช่น “ฝนตกน้อยเพราะป่าไม้ถูกท าลาย” 2.วิธีการแสดงเหตุผล การแสดงเหตุและผลแบ่งเป็ น 3 ประเภท คือ 2.1 การอนุมานจากเหตุไปหาผล เหตุ+ (สนัธาน ดงันัน้ , จงึ)+ผล เช่น นักเรียนต้องขย ันท าโจทย ์คณิตศาสตร ์ในแบบฝึกหัด (เหตุ) จึงจะสอบผ่านวิชาคณิตศาสตร ์ (ผล) 2.2 การอนุมานจากผลไปหาเหตุ ผล + (สนัธาน เนื ่องจาก,เพราะ)+เหตุ เช่น ผลการสอบภาคเรยีนที ่๑ ไม่เป็นทีน่ ่าพอใจ (ผล) เพราะความไม่เอาใจใส่ของเขาเอง (เหตุ) 2.3 การอนุมานจากผลไปหาผล ผล+ ผล+ผล เช่น เมือ่ เขาเข้าใจคณิตศาสตร์(ผล)จงึสอบผ่านคณิตศาสตร์(ผล)+ และยงัผ่านฟิสกิสด์ว้ย (ผล) 3. สนัธานเชือ่มเหตุผล 3.1 สันธานกลุ่ม “ดงันัน้ ,จงึ,ดงันัน้ ...จงึ” เชือ่มข้อความ “เหตุ+ผล” 3.2 สันธานกลุ่ม “เนื ่อง่จาก,เพราะ,เพราะวา่ ” เชือ่มข้อความ “ผล+เหตุ” 4. แนวการท าข้อสอบ 4.1 โครงสร้างเหตุผล (แบ่งความเป็ น 3-เชือ่มความสนัธาน-ประสานตัวเลือก) เหตุ+ผล = สนับสนุน+สนับสนุน+ดงันัน้+สรุป ผล+เหตุ= สรุป+เพราะ+สนับสนุน+สนับสนุน ◾ขอ้ใด เป็นโครงสรา้งของการใชเ้หตุผลในขอ้ความต่อไปนี◾้ ฤดูแลง้ทีผ่ ่านมา ภาคเหนือของประเทศไทยประสบภยัแลง้/ และการขาดน ้าครั ้งใหญ่ทีส่ ุดในรอบ 50 ปีปรมิาณน ้าในเขื ่อนลดลงเรือ่ย ๆ/ น ้าในเขื ่อนหลกัถูกกกักนัไวใ้ชเ้ฉพาะเพือ่การบรโิภคเท่านัน้ (ดงันั ้น...............จึง) 1.ข้อสรป-ข้อสรุป-ข้อสนับสนุน 2.ข้อสรุป-ข้อสนับสนุน-ข้อสรุป 3.ข้อสนับสนุน-ข้อสรุป-ข้อสรุป 4.ข้อสนับสนุน-ข้อสนับสนุน-ข้อสรุป 5.ข้อสนับสนุน-ข้อสรุป-ข้อสนับสนุน
36 4.2 มี/ไม่มี การใช้เหตุผล (แบ่งความเป็ น2-ลองเชือ่มสนัธาน-ควานหาข้อถูก) หลักการ คือ ถ้า “มี” = ใช้สันธาน “ดงันัน้+เพราะ” ได้ ถ้า “ไม่มี” = ใช้สันธาน “ดงันัน้+เพราะ” ไม่ได้ ◾ข้อใด ไม่มีการใช้เหตุผล◾ 1. มนั ส าปะหลงัเป็นทีส่ะสมแป้ง /เป็นอาหารประเภทคารโ์บไฮเดรตที ่ใหพ้ลงังานแก่มนุษย์ และสัตว ์ 2. ใบม ันส าปะหลังมีโปรตีนร้อยละ 20 – 30/ ใช้เป็ นอาหารเสริมให้โคกระบือกินในฤดูแล้ง 3. ในหัวม ันส าปะหลังมีแป้ งเป็ นองค์ประกอบอยู่มาก/ เราม ักใช้เป็ นว ัตถุดิบในการผลิต เอทานอลได้ 4. แป้ งม ันส าปะหลังใช้เป็นอาหารของมนุษยแ์ละเป็นสาระส าคญัที ่ใชใ้นอตุสาหกรรม/ เช่น การท า กาว และการท ากระดาษ* 5. ในอดีตการปลูกม ันส าปะหลังมีปัญหาโรคและแมลงศัตรูไม่มากนัก/ เกษตรกรไม่ต้องใช้ สารเคมีก าจัดแมลง ◾ขอ้ความต่อไปนีส้ ่วนใดมีการใชเ้หตุผล◾ 1) วิธีกา รเก็บรกัษาสมุนไพรให้คงคุณภาพได้นานหลงัจากเก็บเกี ่ยวมา แล้ว ส าคญัมาก / 2) สมุนไพรที ่ เก็บมาแลว้จะตอ้งท าความสะอาดใหป้ราศจากสิ ่งปนเปื ้อน / 3) สมุนไพรบางชนิดจ าเป็นต้องอบ ใหแ้หง้โดยใชอ้ณุหภูมติ ่า / 4) การอบแหง้ช่วยระงบัและป้องกนัการเจรญิเติบโตของเชือ้แบคทีเรยีและรูป 5) แสงและความชืน้อาจท าลายสารทีอ่ยู่ในสมุนไพรได้ควรเก็บไวใ้นทีแ่หง้ไม่ถูกแสง 1. ส่วนที ่1 2. ส่วนที ่2 3. ส่วนที ่3 4. ส่วนที ่4 5. ส่วนที ่5 4.3 การใช้เหตุผลต่างกัน (แบ่งความเป็ น 2-ลองใส่ “เพราะ,ดงันัน้”+เลือกข้อแตกต่าง 4.3.1 เหตุ+(ดงันัน้)+ผล 4.3.2 ผล+(เพราะ)+เหตุ ◾การแสดงเหตุผลข้อใด ต่างจาก ขอ้อืน่ ◾ 1. พกิุลเป็นพนัธุไ์มว้งศเ์ดยีวกบัละมุดฝรั ่งและละมุดสดีา/ ผลมลีกัษณะเป็นรูปไข่ปลายแหลม คล้ายกัน 2. สมยัก่อนเชือ่กนัวา่พกิุลเป็นตน้ไมท้ ีป่ลูกในวดั/ คนไทยส่วนหนึ ่งไม่นิยมปลูกตน้พกิุล ตามบ้าน 3. ปัจจุบนัความเชือ่ เรือ่งพกิุลเป็นตน้ไมว้ดัลดลงแลว้ / มกีารปลูกพกิุลเป็นตน้ไมป้ระดบั ตามบ้านด้วย 4. คนไทยสมยัก่อนมกัเก็บดอกพกิุลมารอ้ยเป็นพวงมาลยั / กลิน่ดอกพกิุลหอมมาก และหอมทนแมเ้มือ่ดอกแหง้แลว้ 5. พิกุลมีกลีบดอกเล็ก สีขาวนวล กลีบดอกเรียงตัวกัน ดูละเอียดอ่อนงดงาม/ มีผู้น าไป ใชเ้ป็นลายผา้และลายเครือ่งจกั สาน
37 2.5 การแสดงทรรศนะ 1.ความหมายทรรศนะ ทรรศนะ หรือ ทัศนะ แปลว่า ความเห็น,การเห็น (ส.ทรฺศน, ป.ทสฺสน) หมายถึง ความ คดิเห็นทีป่ระกอบดว้ยเหตุผล 2.โครงสร้างของการแสดงทรรศนะ 2.1. ทีม่า หมายถึง เหตุทีท่ าใหเ้กดิการแสดงทรรศนะ 2.2. ขอ้ สนบั สนุน หมายถงึเหตุผล ซึ ่งอาจจะเป็นขอ้เท็จจรงิหลกัการทรรศนะหรอื มตขิองผูอ้ ืน่ทีน่ ามาสนบั สนุน 2.3. ข้อสรุป อาจจะเป็ นข้อเสนอแนะ ข้อวินิจฉัย ข้อสันนิษฐาน การประเมินค่า 3.ภาษาแสดงทรรศนะ ลกัษณะเฉพาะของภาษาที ่ใชใ้นการแสดงทรรศนะมีดงันี ้ 3.1 ใชค้ าหรอืกลุ่มค าทีแ่สดงว่าเป็นเจา้ของทรรศนะเช่น “ผมขอสรุปว่า...,ดิฉันเห็นว่า...,พวกเราเห็นร่วมกันว่า..., ผมขอเสนอแนะว่า...,ทีป่ระชุมมมีตวิ่า...” ตัวอย่าง “ผมเห็นว่าระบบการศกึษาของไทยยงัไม่กา้วหนา้เท่าทีค่วร” 3.2 ใช้ค าหรือกลุ่มค ากริยาช่วยในข้อสรุป เช่น “น่า,น่าจะ,คง,คงจะ,ต้อง,ควร,จึงควร,ควรจะต้อง,พึง,พึงจะ,มักจะ,หาก...,สมควร” ตัวอย่าง “ครูเป็ นผู ้เสียสละให้วิชาความรู ้แก่ศิษย์จึงควรนับเป็ นปู ชนียบุคคล” 3.3. ใชค้ าหรอืกลุ่มค าอืน่ๆ ทีส่ือ่ความหมายไปในทางแสดงทรรศนะเช่น “อย่างมิต้องสงสัย,อย่างเต็มความสามารถ,เป็ นไปได้ยาก” ตัวอย่าง “นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงไทยมีทางชนะเลิศซีเกมส ์อย่างไม่ต้องสงสัย” 4.แนวทางการท าข้อสอบ อ่านข้อความ+ตามหา “น่าจะควร,พึง,ต้อง”+เลือกสอดคล้องตัวเลือก ◾ขอ้ความต่อไปนี ้ส่วนใดเป็นการแสดงทรรศนะ◾ 1) ปรมิาณขยะอเิล็กทรอนิกสใ์นประเทศไทยก าลงัเพิม่มากขึน้จากความกา้วหนา้ของ เทคโนโลยี / 2) ขยะอิเล็กทรอนิกส ์ส่วนใหญ่เป็ นการน าเข้าจากต่างประเทศกว่าร้อยละ 90 / 3) แมข้ยะประเภทนีจ้ะมีส่วนประกอบของแร่โลหะทีม่ีมูลค่าสูงท าใหเ้กดิรายได้/ 4) แต่ในแร่ โลหะก็มีอนัตรายและเสีย่งมลพิษซึ ่งมีผลกบั ชวีติคนไทย / 5) ผูเ้กีย่วขอ้งทุกหน่วยงานต้อง ร่วมมือกนัเพื ่อด าเนินการแกป้ัญหาขยะอเิล็กทรอนิกสอ์ย่างจรงิจงั 1. ส่วนที ่1 2. ส่วนที ่2 3. ส่วนที ่3 4. ส่วนที ่4 5. ส่วนที ่5√
38 2.6การโต้แย้ง 1.ความหมาย การโต้แย้ง คอืการแสดงทรรศนะทีแ่ตกต่างกนัระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย โดยแต่ละฝ่าย พยายามใชข้อ้มูล สถติ ิหลกัฐาน เหตุผล รวมทั ้งการอา้งองิถงึทรรศนะของผูรู้เ้พือ่สนบั สนุน ทรรศนะของตนและคดัคา้นทรรศนะของอกีฝ่ายหนึ ่ง 2.โครงสร้างการโต้แย้ง 2.1 ข้อสรุป 2.2 เหตุผล 3.ประเด็นการโตแ้ยง้และการตั ้งประเด็นโตแ้ยง้ ประเด็นการโต้แย้ง หมายถงึค าถามทีก่ ่อใหเ้กดิการโตแ้ยง้กนั การตั ้งประเด็นโตแ้ยง้การตั ้งประเด็นการโตแ้ยง้อยู่ในรูปค าถามว่า “หรือไม่” “ได้ จริงหรือ” ตัวอย่าง “ปัญหาการขาดแคลนน ้าเกดิจากการน าไปใชผ้ลติไฟฟ้ามากเกนิไปใช่หรอืไม่” 4.โครงสร้างภาษาโต้แย้ง ภาษาโตแ้ยง้ ประกอบดว้ยทีม่า+ประเด็นโตแ้ยง้+ทรรศนะผูโ้ตแ้ยง้+ขอ้ สนบั สนุนผู้ โตแ้ยง้ทั ้งนี ้ ประเด็นโตแ้ยง้จะเกดิขึน้ เมือ่ เริม่ปฏิเสธ โดยสังเกตค าว่า “มิใช่,ไม่ใช่,แต่,หาก ฯลฯ”เช่น “ค าอวยพรทีม่ีคุณค่าต่อผูร้บั มิใช่ถอ้ยค าที ่ เรยีบเรยีงอย่างเพราะพริ ้งหรอืสิ ่งศกัดิส์ทิธิ ์ ทีอ่า้งถงึน ้าใจและความจรงิใจดูจะมีประโยชนม์ากกว่า” ◾ทีม่า ค าอวยพรทีม่ีคุณค่าต่อผูร้บั ◾ประเด็นโต้แย้ง มิใช่ถ้อยค าที ่ เรยีบเรยีงอย่างเพราะพริ ้งหรอืสิ ่งศกัดิส์ทิธิ ์ ทีอ่า้งถงึ ◾ทรรศนะของฝ่ ายโต้แย้ง น ้าใจและความจรงิใจดูจะมีประโยชนม์ากกว่า ◾ข้อสนับสนุนของฝ่ ายโต้แย้ง - 5.การจับประเด็นโต้แย้ง 5.1 ประเด็น ขอ้ความ/เรือ่งทีน ามาเสนอ เช่น่ “มนุษย์เป็ นสัตว ์กินพืช” 5.2 ประเด็นโต้แย้ง (ไม่เห็นด้วย) ถูกต้อง “มนุษย์ไม่เป็ นสัตว ์กินพืช” 5.3 ประเด็นโต้แย้ง (ไม่เห็นด้วย) ไม่ถูกต้อง “ สตัวก์นิเนือ้มีววิฒันาการมากกว่าสตัวก์นิพชื
39 6.แนวทางการท าข้อสอบ (อ่านความ+จับ “แต่/ไม่” เป็นประเด็น+มองให้เห็น “หรือไม่/จริงหรือ”) ◾ขอ้ใด เป็นประเด็นโตแ้ยง้ของขอ้ความต่อไปนี◾้ การออกพระราชก าหนด (พ.ร.ก.) การบริหารจัดการการท างานของคนต่าง ดา้ว พ.ศ.2560 มีประเด็นหนึ ่งที ่ เพิ ่มโทษปรบันายจา้งทีจ่า้งแรงงานต่างดา้วผดิกฎหมายใน อัตราสูงถึง 400,000-800,000 บาท หลายฝ่ ายเห็นว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวเหมาะสมเพราะเป็ น การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้อง แต่การเพิ ่มโทษปรบัสูงขึน้น่าจะไม่ใช่ทางออกและ แกป้ัญหาไดท้ ั ้งหมด กลบัจะกลายเป็นช่องทางใหเ้กิดการคอรร์ปั ชนัของเจา้หน้าที ่รฐัที ่ ประพฤตมิ ิชอบมากยิ ่งขึน้และในอนาคตอาจจะขาดแคลนแรงงานต่างด้าวได้ 1.แรงงานต่างด้าวในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็ นแรงงานผิดกฎหมายจริงหรือ 2.พ.ร.ก.ฉบบันีส้ามารถแกป้ัญหาแรงงานต่างดา้วผดิกฎหมายไดห้รอืไม่ 3.ธุรกิจในประเทศไทยจ าเป็ นต้องน าแรงงานต่างด้าวเข้ามาท างานจริงหรือ 4.บทลงโทษปรับนายจ้างแรงงานต่างด้าวผดิกฎหมายในอตัราทีส่ ูงมากนัน้ เหมาะสมหรือไม่√ 5.กฎหมายแรงงานต่างดา้วฉบบัใหม่นีม้ผีลกระทบต่อผูป้ระกอบการหรอืธุรกจิ หลายประเภทหรือไม่ ◾ขอ้ใดเป็นประเด็นโตแ้ยง้ของขอ้ความต่อไปนี◾้ ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ....... ปรับปรุงจากกฎหมายเดิมโดยเพิ ่ม โทษสูงขึน้ส าหรบัผูข้บัขีท่ี ่ไม่มีหรอืลมืพกพาใบอนุญาตขบัขี ่ เพื ่อเสรมิ สรา้งวนิยัการขบัขี ่ และลดอุบัติเหตุบน ท้องถนน แนวความคดิดงักล่าวเป็นเรือ่งทีด่ เีพราจะท าใหผู้ข้บัขีต่ระหนกั และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด แต่การเพิม่ โทษเกีย่วกบัการใชใ้บอนุญาตขบัขีจ่าก เดิมค่าปรับ ๑,๐๐๐ – ๒,๐๐๐ บาท เป็ นจ านวนถึง ๑๐,๐๐๐ – ๕๐,๐๐๐ บาท กับโทษจ าคุกจาก ไม่เกิน ๑ เดือน เป็ นไม่เกิน ๓ เดอืนนัน้อาจเกิดปัญหาไดเ้พราะเป็นช่องทางใหเ้จา้หน้าที ่ บางส่วนหาประโยชน์โดยทุจริตได้ง่าย ๑. การเพิ ่มโทษเกีย่วกบัการใชใ้บอนุญาตขบัขีส่ามารถลดอุบัติเหตุได้หรือไม่ ๒. การปรบั ปรุงกฎหมายเกีย่วกบัใบอนุญาตขบัขี ่ท าใหไ้ม่มกีารทุจรติไดห้รอืไม่ ๓. การเพิ ่มอตัราโทษปรบัและจา คุกทีส่ ูงมากในร่าง พ.ร.บ.ฉบบัใหม่เหมาะสมหรอืไม่** ๔. พ.ร.บ. การขนส่งทางบกฉบบัที ่ใชป้ัจจุบนัไม่สามารถแกป้ัญหาวนิยัการขบัขี ่ได้ จริงหรือ ๕. ร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางบกทีป่รบัปรุงใหม่จะท าใหผู้ข้บัขีป่ฏบิตัติามกฎจราจร เคร่งครัดจริงหรือ
40 2.7 การโน้มน้าว 1.ภาษาที ่โน้มน้าวใจ ภาษาที ่โนม้นา้วใจ มีลกัษณะเชงิเสนอแนะ ขอรอ้ง เรา้ใจ โดยเลอืกใชค้ าใหส้ ือ่ ความหมายตามทีต่อ้งการ มีจงัหวะและความนุ่มนวล 2.ลักษณะภาษาโน้มน้าว 2.1 ค าขวัญ“อุบัติเหตุลดได้ หากร่วมใจเคารพกฎจราจร” 2.2 ค าเชิญชวน เชญิ ชวนท่องเทีย่วธรรมชาติน ้าตกบา้นแพมบก จ.แม่ฮ่องสอน แหล่งท่องเทีย่วทีช่าวต่างชาตินิยมไปเทีย่วมากกว่าคนไทยโฆษณาสนิคา้หรอืโฆษณา บรกิาร โฆษณาชวนเชือ่ 2.3 ค าโฆษณาสินค้าหรือบริการ “ทุกหยดซ่า โซดาสิงห ์” 3.แนวทางการท าข้อสอบ (อ่านค าถาม+ตามหา “โฆษณาสินค้า-ภาษาเร้าใจ”) ◾ข้อใดมีการโน้มน้าวใจ◾ 1. บ้านบางหล่อได้รับคัดเลือกเป็ นหมู่บ้านดีเด่นในระดับเขตตรวจราชการ ของโครงการบ้านสวย - เมืองสุข 2. ขอเชิญชวนเยาวชนไทยมาร่วมกันเรียนรู ้วิทยาศาสตร ์และธรรมชาติวิทยาในงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร ์ ๒๕๖๑” 3. คณะพาณิชยศาสตร ์และการบัญชีจัดงาน “บทเพลงแห่งกาลเวลา” รายได้ มอบให้มูลนิธิการกุศลหลายแห่ง 4. กระทรวงสาธารณสุขส่งเสรมิการปลูกและจดัหาขมิน้ชนัทีม่คีุณภาพป้อน ให้โรงงานผลิตยาขององค ์การเภสัชกรรม 5. ผูเ้ขา้อบรมการช่วยชวีติขัน้พืน้ฐานนอกจากจะไดค้วามรูใ้นการช่วยชวีติ ผู ้ป่ วยแล้วยังได้รับสิทธิสุขภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย*
41 3.การพูด การฟัง 3.1 การวิเคราะห ์จุดประสงค ์ในการพูด 1.ตัวอย่างประโยคแสดงเจตนา/จุดประสงค์การพูด จุดประสงค ์ ความหมาย ตัวอย่างประโยค ประณาม กล่าวร ้ายให้เขาเสียหาย “ทรพี...เนรคุณ...คนอกตัญญูชัด ๆ” สาปแช่ง กล่าวมุ่งรา้ยใหผู้อ้ืน่ เป็นอนัตราย ถา้ใครกล่าวเท็จ ขอสาปแชง่ผูน้ั ้นให้ สอบตก ประชด พูดแดกดันเพราะความไม่พอใจ คุณตรงต่อเวลาเสมอ! เหน็บแนม อาการทีพ่ ูดเสยีดสี ‘เธอเก่งไม่เบาเชียว . . .ขนาดหัวทือ่ อย่างนีนะ!้ ’ เสียดสี เหน็บแนมด้วยความอิจฉา “วัวมันเป็นสตัวนี ่คุณมนัจะรูจ้กัอายยงัไง ได้แต่มนุษยแท้ ๆ บางคนยังไม่รู ้จัก ความอายเลย” ชืน่ชม กล่าวถึงด้วยความพอใจ “คุณเป็นคนที ่ เยี ่ยมจรงิๆ จนไม่สามารถ เปรียบเปรยได้กับค าพูดใด” ต าหนิ ยกโทษขึน้พูด, กล่าวร ้าย “ไม่อยากจะเชือ่ เลยนะ ว่าคณุจะท า เรือ่งแบบนี ้ได”้ กล่าวหา กล่าวว่ากระท าความผิด, กล่าวโทษ “ตอ้งเป็นเธอแน่ๆ ล่ะ ที ่ท าอะไรแบบนี ้ ได้” เตือน พูดย ้าเพือ่กนัลมื,บอกใหรู้ต้วั “น้องปูพูดเสียงดัง เสียงกระชากไม่มี หางเสียงนะ” ตัดพ้อ พูดต่อว่าด้วยความน้อยใจหรือ เสียใจ “ไหนพระผ่านฟ้าสัญญาน้อง จะ ปกป้ องครองความพิสมัย” (อิเหนา) ยกยอ ยกย่อง,พูดส่งเสรมิใหด้ขี ึน้“เธอ คนสวยปานนางฟ้า” ว่ากล่าว ต าหนิ,ตกัเตอืน,สั ่งสอน “มาท างานสายเป็ นประจ านะ” ชักชวน ชวนให้ท าด้วยกัน “ลดเสี ่ยงเลี ่ยงภยัร่วมสรา้งวินยัรกัษา กฎจราจร,ไปดูหนังกันเถอะ” ตักเตือน พูดให้รู ้ว่าอย่าท าผิด “คุณช่วยระวังเสียงของคุณหน่อยได้ ไหมคะ” แนะน า ชี ้แนวทางใหท้ าหรอืปฏบิัติ “ควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั ้งที ่ ออกจากบ้าน” ขอร ้อง ขอใหช้ว่ยเหลอืขอใหท้ าตามทีข่อ. “วนิดาชว่ยหยบิยางลบทีอ่ยู่ใตโ้ตะ๊ให้ หน่อยนะจ๊ะ” บอกกล่าว รอ้งบอกใหผู้อ้ืน่ เป็นพยานรบัรูไ้ว้ “สัปดาห ์หน้า โรงเรียนเรียนออนไลน์ ทุกระดบัชัน้”
42 จุดประสงค ์ ความหมาย ตัวอย่างประโยค ชม สรรเสริญ, ยกย่อง คุณท าไดเ้ยี ่ยมทีส่ ุดเลย! ท าได้ดี! งาน ดี! ว้าว! อธิบาย ขยายความ, ชี ้แจง “ปรากฏการณ์ธรรมชาติคือ การ เปลี ่ยนแปลงของธรรมชาต”ิ ขี ้แจง พูดขยายความให้เข้าใจชัดเจน. “ผมไม่ไดท้ าผดิระเบียบแจง้ไวอ้ยา่งนี ้” สั ่งสอน ชี ้แจงใหเ้ขา้ใจและบอกใหท้ า “คนขยัน ดูตัวอย่างมดสิ” สั ่ง บอกให้ท า “นั ่งลง,เงยีบ,” ขู่ แสดงอาการใหอ้กีฝ่ายหนึ ่งเกรง กลัว “หากแต่งกายไม่สุภาพไม่ต้องออกบ้าน” นินทา ติเตียนลับหลัง “คนอยา่งอฟี้าเหรอ เค็มยิ ่งกว่าเกลอื” อบรม อบรมบ่มนิสัย “อยากประสบความส าเรจ็มันตอ้งตืน่ แต่เช้า “ มุ่งมั ่น ตั ้งใจอย่างแน่วแน่ “ไม่มีค าว่าสายเกินไป ส าหรับการ เริม่ตน้” จูงใจ ชกัน าหรอืเกลี ้ยกล่อม “เพื ่อชวีิตทีด่กีว่าเดมิเตมิทกัษะให้ ตัวเอง” ให้ก าลังใจ กระตนุ้ความรสู้กึใหด้ขี ึน้“เฮ้ย !ไม่มใีคร ที ่ไม่เคยผดิพลาด” กระตือรือร ้น ใส่ใจอยากจะท า “ผมชอบงานนี ้ใหผ้มท าเถอะ” เสนอแนะ การแนะน า,การชักชวน “ควรอ่านหนังสือทุก ๆ วัน” โน้มน้าว ชักชวนให้เห็นดี “ผักปลอดสารพิษ มีประโยชน์นะ” เชิญชวน ชักชวนให้ท า “ร่วมบรจิาคเงนิเพือ่การศกึษา” ทักทาย ไต่ถามถึงความเป็นอยู่ “เป็ นอย่างไรบ้าง” วิพากษ์วิจารณ์ ติชม “ท าทกุวนัๆ มันน่าจะตอ้งดขี ึน้” ถาม/ไต่ถาม สอบถาม “เมื ่อคนืนีค้ณุเขา้บา้นไดอ้ย่างไร” ขอ พูดใหเ้ขาใหส้ิ ่งทีต่อ้งการ “หิวจัง ขอข้าวสักจาน” ทวง เรยีกเอาสิ ่งที ่ เป็นของตนกลบัคนื "เงินคนืสิน้ เดอืนนี ้ไดไ้หม" โต้แย้ง แสดงความเห็นขัดแย้งกัน “การสอบเข้ามหาวิทยาลัย น่าจะสอบ ครั ้งเดยีวกพ็อ” 2. แนวทางการท าข้อสอบ ( อ่านค าถาม+วิเคราะห ์เจตนา+หาค าตอบ) ◾ข้อใด ผู ้พูดมีเจตนาชม◾ 1. ทรงผมเธอถา้เปลีย่นใหม่ฉนัว่าจะดูสวยขึน้นะ 2.ไปทะเลแหลมสงิหค์ราวนี ้ เห็นฉลามวาฬหลายตวั 3. สอบเสร็จแลว้ฉนัอยากไปดูหนงัทีส่นุกทุก ๆ เรือ่งเลย 4. ลองไปนั ่งชงิชา้สวรรคย์กัษร์มิแม่น ้าเจา้พระยาสิจะไดดู้ววิ 360 องศา 5. ผัดกะเพราหมูสับ พ่อเราท าง่าย ๆ ตามหารสมือแบบนีท้ี ่ไหนก็ไม่เหมอืน***
43 3.2 การใชข้อ้ความถาม และตอบที ่สมัพนัธก์นั 1.ถามและตอบให้มีประสิทธิผล การถาม และการตอบ เป็นกระบวนการสือ่สารทีก่ระท าอยู่ตลอดเวลา ทั ้งใชในชีวิตประจ าว ัน และ ้ การประกอบกจิการทุกอย่าง วธิถีามและวธิตีอบทีด่จีะท าใหก้ารสือ่สารครั ้งนัน้ด าเนินไปไดด้ว้ยดีเกดิผลตาม จุดประสงคท์ ีต่ ั ้งไว้ 2.วธิตี ั ้งค าถาม 2.1 วธิตี ั ้งค าถามเพือ่ ใหไ้ดข้อ้เท็จจรงิ ค าถามประเภทนีม้กัใชค้ าวา่ ใคร อะไร ที ่ไหน เมือ่ ไร อย่างไร เท่าไร หรือไม่ ท าไม ฯลฯ เช่น ใครคือ นกัวทิยาศาสตรค์นเเรกทีป่ระดษิฐห์ลอดไฟฟ้า 2.2 วธิตี ั ้งค าถามเพือ่ ไดข้อ้คดิเหน็ ค าถามประเภทนีอ้าจมคี าวา่ ใคร อะไร อย่างไร ท าไม ฯลฯ เช่นเดยีวกบัการถามที ่ เกีย่วข้องกบั ข้อเท็จจริง แต่ผูถ้ามตอ้งการทราบเหตุผลมากกวา่เนือ้หาของค าถาม 2.3 วธิตี ั ้งค าถามเพือ่ทดสอบ ค าถามประเภทนี ้ในบางครั ้งก็มกีารออกค าสั ่งก ากบัไวด้ว้ย เพือ่ ใหรู้ว้า่ควรจะตอบอย่างไร หรือตอบไป ในแนวใด เช่น เหตใุดคนไทยทุกคนจงึตอ้งช่วยป้องกนัและขจดัมลพษิในสิ ่งแวดลอ้ม จงอภิปราย 2.4 วธิตี ั ้งค าถามเพือ่ ใหไ้ดค้ าตอบหลากหลาย ค าถามประเภทนีช้ ่วยใหไ้ดค้วามรู้และความคดิทีก่วา้งขวางยิ ่งขึน้ 2.5 วธิตี ั ้งค าถามเพือ่แสดงความสุภาพของผูถ้าม ผูถ้ามตอ้งรูจ้กัใชค้ าทีช่ ่วยใหค้ าถามนัน้สุภาพนุ่มนวล เช่น กรุณา โปรด ขอประทานโทษ ใคร่ เป็ น ต้น 3.ข้อควรค านึงในการตอบ 3.1 การจับประเด็น ผู้ตอบควรจับประเด็นให้ได้ว่าผู้ถามต้องการถามประเด็นใด และควรพิจารณา ว่าจะตอบค าถามในแง่ไหน เรียงล าดับความคิดไม่ให้สับสน 3.2 การใช้ภาษา ผู้ตอบควรค านึงถึงว่าผู้ฟังเป็ นใคร อยู่ในฐานะใด และผูต้อบควรใชภ้าษาทีท่ าให้ ผูฟ้ ังเข้าใจง่ายมากทีส่ ุด 3.3 การแสดงมารยาท ผูต้อบควรรูจ้กัหลกีเลีย่งไม่ตอบค าถามทีอ่าจก่อใหเ้กดิความ กระทบกระเทอืนแก่ผูอ้ ืน่หรอืตนเอง ถ้าจ าเป็ นต้องตอบ ควรตอบให้สุภาพ 3.วิธีตอบ 3.1 ตอบให้ตรงค าถาม อาจต้องทวนค าถามบ้างตามสมควร ในบางกรณีอาจขอค ายืนย ันจากผู้ ถามว่า ผูต้อบเข้าใจประเด็นทีถ่ามตรงตามความตอ้งการของผูถ้ามหรอืไม่ แล้วจึงตอบ เมือ่ตอบเสรจ็ควร เปิดโอกาสใหผู้ถ้ามภามต่อจนสิน้ข้อสงสยั 3.2 ตอบให้แจ่มแจ้ง เป็นค าตอบทีแ่สดงชดัวา่ผูต้อบมคีวามคดิเห็นอย่างไร เนือ้ความในค าตอบไม่ ค้านกันเอง ถ้าต้องตอบยาว ควรสรุปลงทา้ยไวด้ว้ยเพือ่ผูฟ้ ังจะไดจ้บั ประเด็นไดถู้กตอ้ง 3.3 ตอบให้ครบถ้วน หากมีหลายค าถามต่อเนื ่องกนั ต้องตอบให้ครบทุกค าถาม และตอบ เรียงล าดับไป การตอบไม่ครบอาจท าให้เสียประโยชน์ท าใหก้ารสือ่สารไม่สมบูรณ์
44 4.ตัวอย่างข้อสอบ ◾ค าพูดของน ้าหวานขอ้ใดทีท่ าใหน้ ้าออ้ยไดค้ าตอบเป็นทีพ่อใจ◾ น ้าออ้ย : เมื ่อตอนเด็กๆเธอเป็นหอบหดืมาก ตอนนีห้ายแลว้เธอท ายังไงนะ น ้าหวาน : ............................................................................................... 1. ใครบอกวา่ฉนัเป็นหอบหดืเธอไปเอาข้อมูลนีม้าจากไหน 2. ไม่รูเ้หมอืนกนัรูแ้ต่วา่หยุดเรยีนบ่อยมากจนเรยีนไม่ทนัเพือ่น 3. วา่ยน ้าสเิคยแข่งขนัวา่ยน ้าไดเ้หรยีญรางวลัดว้ยนะ ฉนัเลยแข็งแรง* 4. หายเองมั ้ง นานมากแลว้เลยจ าไม่ไดล้มืไปเลยวา่ฉนัเคยเป็นหอบหดื 5. ขอบใจเธอมากที ่ เป็นห่วงเป็นใยอาการเจ็บป่วยของฉนัตอนนีฉ้นัหายดแีลว้ 3.3 การตีความ / อนุมาน / วิเคราะห์สาร / บุคลิกของผู้พูดหรือผู้ฟัง 1.การวิเคราะห์สาร การวิเคราะห ์สาร คอืการวเิคราะหข์ ้อความ ถอ้ยค า หรอืเรือ่งราวที ่ไดจ้ากการอา่น การฟัง การดู ในประเด็นต่าง ๆ 2.การวิเคราะห์เจตนาผู้ส่งสาร เจตนาผู ้ส่งสาร คอืความตั ้งใจ ความจงใจ หรอืความมุ่งหมาย ของผูส้ ่งสารทีป่รากฏในสาร โดย ผู้ร ับสารต้องตีความสารเพือ่ ใหเ้ข้าใจเจตนาทีแ่ทจ้รงิของผูส้ ่งสาร 3. ประโยคตามเจตนา 1.ประโยคบอกให้ทราบ 2.ประโยคเสนอแนะ 3.ประโยคคา สั ่ง 4.ประโยคห้าม 5.ประโยคชักชวน 6.ประโยคขู่ 7.ประโยคขอร้อง 8.ประโยคคาดคะเน 9.ประโยคถาม ◾ประโยคบอกให้ทราบคือ ประโยคทีม่ เีนือ้ความบอกเล่าเพือ่ ใหรู้ว้า่ ใคร ท าอะไร ที ่ไหน เมือ่ ไร อย่างไร ท าไม เพราะเหตุใด เช่น “ฉนัอา่นหนงัสอืทีฉ่นัยมืมาจากหอ้งสมุดโรงเรยีนเมือ่วานนี ้” ◾ประโยคเสนอแนะ คือ ประโยคทีต่อ้งการเสนอแนะเรื ่องต่าง ๆ อาจมคี าวา่ “ลองดู, ควร , ควรจะ ,น่าจะ,เห็นควร” เช่น “เธอควรทาการบ้านด้วยตัวเองนะ” ◾ประโยคค าสั ่ง คอื ประโยคทีต่อ้งการใหผู้ฟ้ ังปฏบิตติาม มกัมคี าวา่ “จง,ต้อง” น าหน้า หรือ ค ากริยาตัวเดียว เช่น “จงนั ่งเร็วๆหน่อย,หยุด,เลีย้วซา้ย,เงียบ ฯลฯ” ◾ประโยคห้าม คือประโยคทีส่ ั ่งหา้มไม่ใหก้ระท า มกัมคีาวา่ “อย่า ห้าม” เช่น “อย่าเดินลัดสนาม, หา้มทิ ้งขยะลงชกัโครก” ◾ประโยคชักชวน คือ ประโยคทีม่ เีจตนาชกั ชวนใหต้ามความคดิของตน อาจมีค า “กัน, นะ, เถอะ, เถอะนะ” เช่น “เราไปซื ้อของกนัเถอะนะ, วนัหยุดนี ้ไปทะเลดว้ยกนันะ” ◾ประโยคขู่ คือ ประโยคทีม่ เีจตนาชกัจูงใหท้ าตาม โดยการบอกผลของการไม่ท าตามไว้ อาจมี ค าเชือ่ม “ถ้า, หาก “อยูด้วย เช่น “ถา้เธอไม่เปิดประตูฉนัจะพงัเข้าไปเดีย๋วนี ้ , ถา้คุณยงัทาตวัแบบนีอ้ย่าหวงัวา่จะไดด้ ”ี
45 ◾ประโยคขอร้อง คือ ประโยคทีม่ เีจตนาขอใหผู้ฟังช่วยท า ้ สิ ่งใดสิ ่งหนึ ่ง อาจมีค า “ ช่วย, กรุ ณา, วาน, โปรด ,ด้วย, ที, หน่อย, เถอะ, นะ, น่ะ” เช่น “กรุ ณาถอดรองเท้าด้วยค่ะ” ◾ประโยคคาดคะเน คือ ประโยคทีม่ เีจตนาแสดงความคาดหมายวา่ สิ ่งใดจะเกดิขึน้หรือเกดิขึน้ แล้ว อาจมีค า“คง, อาจจะ, ท่าจะ, เห็นจะ ,กระม ัง, ละซิ “ เช่น “แพรลดาอาจะท าการบ้านอยู่กระม ัง” ◾ประโยคถาม คือ ประโยคทีม่ เีจตนาถามผูฟัง ้ จะมีค าแสดงคาถาม “ใคร, อะไร, อย่างไร, ที ่ไหน, ท าไม, เท่าไร, เมือ่ ไร, เหตุใด “เช่น “ใครอยูในห้อง” 4.บุคลิกผู้พูด แนวคิดบุคลิกภาพห้าองค์ประกอบ คอสตาและแมคเคร (ประไพพรรณ ศรีปาน. 2555; อ้างอิงจาก Costa; & McCrae. 1992) ประกอบด้วย 1. มีความวิตกกังวล(Anxiety) หมายถึง บุคคลทีม่คีวามวา้วนุ่หวาดกลวัม ีแนวโน้มทีจ่ะวติก ตืน่กลวัตงึเครยีด กระสบักระส่าย 2. โกรธง่าย (Anger) หมายถึง ลกัษณะทีบ่ ่งชีแ้นวโน้มของความโกรธ และภาวะที ่ เกีย่วข้อง เช่น ความหงุดหงิดและความขุ่นเคือง 3. มีความท้อแท้ (Discouragement) หมายถึง ผูท้ ีม่คีวามรูส้กึผดิเศรา้ สิน้หวงัและวา้เหว่ เป็นผูท้ ีม่คีวามทอ้แทง้่าย 4. ค านึงถึงแต่ตนเอง (Self Consciousness) หมายถึง ลกัษณะผูท้ ีม่อีารมณค์วามรูส้กึเต็ม ไปดว้ยความละอายรูส้กึไม่สบายใจทีจ่ะมผีูอ้ ืน่อยู่แวดลอ้ม ไวต่อการแสดงออกทีผ่ ูอ้ ืน่มตี ่อตนเอง และมี แนวโน้มทีจ่ะรูส้กึต ่าตอ้ย เป็นลกัษณะทีร่ ูส้กึอายหรอืรูส้กึกงัวลกบัการเข้าสงัคม 5. มีความกระตุ้นรุนแรง (Impulsiveness) หมายถึง การไม่สามารถทีจ่ะควบคุมแรงกระตุน้ และความต้องการของตนเอง 6.มีอารมณ์เปราะบาง (Vulnerability) หมายถึง ความอ่อนแอต่อความเครียดไม่สามารถ เผชิญกบัความเครยีดไดเ้ป็นผูท้ ีต่อ้งพึ ่งพาผูอ้ ืน่ เป็นคนสิน้หวงัตืน่ตระหนกเมือ่ประสบกบั สถานการณ์ ฉุกเฉิน 7.เป็ นผู ้มีความอบอุ่น (Warmth) หมายถึง การเป็นผูท้ ีม่คีวามรกัและเป็นมติรต่อผูอ้ ืน่ เป็นผู้ ทีม่คีวามรกัผูอ้ ืน่อย่างแทจ้รงิ 8. ชอบอยู่ร่วมกบัผูอ้ ืน่(Gregariousness) หมายถึง ความชอบทีจ่ะอยู่รว่มกบัผูอ้ ืน่ เป็นหมู่ คณะ 9.แสดงออกแบบตรงไปตรงมา (assertiveness) หมายถึง ผูท้ ีก่ลา้ทีจ่ะแสดงความเป็นผูน้ า หรอืเป็นผูท้ ีม่อีทิธพิลในสงัคม 10.ชอบมีกิจกรรม (Activity) หมายถึง ผูท้ ีม่คีวามวอ่งไว ตืน่ตวัมคีวามตอ้งการท ากจิกรรม อยู่เสมอ 11.แสวงหาความตืน่ เตน้ (Excitement–Seeking) หมายถึง ผูท้ ีช่อบสิ ่งแวดลอ้มทีม่สีสีนั สดใส 12.มีอารมณ์ด้านบวก (Positive Emotions) หมายถึง ผูท้ ีม่คีวามสนุกสนานมคีวามสุข มี ความหว ัง และมองโลกในแง่ดี 13.เป็ นคนช่างฝัน (Fantacy) หมายถึง ผูท้ ีม่ชีวีติไปดว้ยจนิตนาการและความฝันมีความคิด สร้างสรรค์ภายในตนเอง
46 14.มีความสุนทรีย์(Aesthetics) หมายถึง ผูท้ ีห่วัน่ ไหวกบังานและความงดงามในศลิปะบทกวี 15.เปิ ดเผยความรู ้สึก (Feelings) หมายถึง การเป็นผูท้ ีร่บัรูอ้ารมณแ์ละความรูส้กึภายใน ตนเอง 16.การปฏิบัติ(Actions) หมายถึง ผู้ทีพ่รอ้มทีจ่ะลองท ากจิกรรมใหม่ๆ เช่น ชอบความแปลก ใหม่หลากหลายกวา่ความเคยชนิทีป่ฏบิตัอิยู่ 17.มีความคิด (Ideas) หมายถึง การมคีวามคดิทีจ่ะเปิดรบัเหตุการณห์รอืเรือ่งใหม่ๆ 18.ยอมรับค่านิยม (Values) หมายถึง การมคีวามพรอ้มทีจ่ะตรวจสอบค่านิยมต่าง ๆ เช่น ค่านิยมทางสังคม การเมือง และศาสนา 19. เป็นผูไ้วว้างใจผูอ้ ืน่(Trust) หมายถึง การที ่ เชือ่วา่ผูอ้ ืน่มคีวามซือ่สตัยแ์ละเจตนาดี 20.มีความตรงไปตรงมา (Straight Forwardness) หมายถึง การมคีวามจรงิใจทีจ่ะปฏบิตั ิ ต่อผูอ้ ืน่อย่างตรงไปตรงมา 21. มีความรูส้กึเอือ้ เฟื ้อ (Altruism) หมายถึง ผูท้ ีม่คีวามห่วงใยในสวสัดภิาพของผูอ้ ืน่ เป็นผู้ ทีช่อบช่วยเหลอืผูอ้ ืน่ 22. การยอมตามผูอ้ ืน่(Compliance) หมายถึง ผูท้ ีม่ลีกัษณะออ่นโยนตอบสนองการกระทา ของผูอ้ ืน่อย่างสุขุม 23. มีความสุภาพ (Modesty) หมายถึง ผูท้ ีถ่ ่อมตน ไม่ข่มวา่ตนเองเหนือกวา่ผูอ้ ืน่ 24. มีจิตใจอ่อนโยน (Tender–Mindedness) หมายถึง ผูท้ ี ่ใหค้วามส าคญัต่อความเป็น มนุษยข์องผูอ้ ืน่มคีวามหวัน่ ไหวต่อความตอ้งการของผูอ้ ืน่ 25. มีความสามารถ (Competence) หมายถึง ผูท้ ีส่ามารถจดัการกบั ชวีติตนเองไดม้คีวาม เป็ นเหตุเป็ นผล และมีประสิทธิภาพในตนเอง 26. มีความเป็ นระเบียบ (Order) หมายถึง ผูท้ ีม่คีวามเป็นระเบยีบเรยีบรอ้ย 27. มีความรบัผดิชอบในหนา้ที ่(Detifulness) หมายถึง ผู ้ทีย่ดึมัน่ ในหลกัการทาง จริยธรรมและปฏิบ ัติตามค ามัน่ที ่ใหไ้ว้ 28. มีความตอ้งการสมัฤทธิผ์ล (Achievement Striving) หมายถึง การท างานหนัก เพือประสบความส าเร็จในงานตามเป้ าหมาย ่ 29. มีวินัยต่อตนเอง (Self –Discipline) หมายถึง ความสามารถทีจ่ะเริม่และปฏบิตังิานให้ ส าเรจ็แมว้า่เต็มไปดว้ยความเบือ่หน่ายหรอือปุสรรคก็ตาม 30. มีแนวคดิที ่ใชป้ฏบิตังิาน (Deliberation) หมายถึง การมคีวามคดิทีส่ามารถปฏบิตั ไิด้ มีความระม ัดระว ังในการปฏิบ ัติให้บรรลุเป้ าหมาย 5.ลักษณะข้อสอบ ◾ข้อใด ไม่ อาจอนุมานไดว้่าเป็นบุคลกิภาพของผูพู้ดตามขอ้ความต่อไปนี◾้ เย็นนีอ้ยากไปวิ ่ง แต่ชวนใครไม่มีใครไปวิ ่งกบัเราเลยเอาไงดคี ่อยไปวิ ่งวนัหลงัดกีว่า วนันี ้ท ารายงานใหเ้สร็จก่อน เวลาที ่ เหลอืจะได้อ่านหนังสือเตรียมสอบ 1. ขย ัน 2. มีเหตุผล 3. ร ักสุขภาพ 4. ร ับผิดชอบ 5. เชือ่มัน่ ในตวัเอง*
47 4.หลักการใช้ภาษา 4.1 การสะกดค า 1.ค าทีม่กัเขียนผดิ กงสุล กบาล, กระบาล กระเชอ กระเพาะ กรีฑา กลยุทธ ์ กสิณ กเฬวราก กอปร กะทันหัน กะพริบ กะเพรา กะละมัง กะลาสี กะละแม กังวาน กาลเทศะ ก าเหน็จ กิจจะลักษณะ เกล็ดเลือด เกษียณ,เกษียน ,เกษียร เกสร ขะมักเขม้น ขัณฑสกร ไข่มุก ครองแครง ครองราชย ์ ครอบคลุม ครุภัณฑ์ คัดสรร ค านวณ เครือ่งราง แค็ตตาล็อก แคระแกร็น โคตร คอลัมน์ ฆราวาส งบดุล งูสวัด จงกรม จระเข้ จลนศาสตร ์ จะละเม็ด จักรวรรดิ จัตุรัส จาระไน จ านง เจตนารมณ์ เจียระไน โจทก ์,โจทย ์,โจษ ฉันท ์ ชลมารค ชอุ่ม ชัชวาล ชีพิตักษัย ซาบซึ ้ง ซาลาเปา ซีเมนต ์ เซ็นชือ่ เซนติเมตร ฌาปนกิจ ญาณ ดอกจัน ดอกจันทน์ ดาษดืน่ เดินเหิน ตระเวน ตราสัง ตานขโมย ไต้ฝุ่ น ไตรยางศ ์ ถนนลาดยาง ทยอย ทแยง ทรงกลด ทรราช ทระนง, ทะนง ทลาย,ทะลาย ทะนุถนอม ทะเลสาบ ทีฆายุโก ทุพภิกขภัย ทูนหัว เทิดทูน นิมิต เนืองนิตย ์ บ่วงบาศ บังสุกุล บัตรสนเท่ห ์ บาดทะยัก บาทบงสุ ์ บิณฑบาต บุคลากร เบญจเพส ปฐมนิเทศ ประกายพรึก ปรัมปรา ปราศรัย ผรุสวาท ผลานิสงส ์ ผัดไทย ผู้เยาว์ พยักพเยิด พร ่าพลอด พะวักพะวน พิสมัย เพชฌฆาต โพนทะนา มหาหิงคุ ์ มัคคุเทศก ์ ยานัตถุ ์ ราพณาสูร นพปฎล นัยน์ตา นานัปการ นิเทศ ละเมียดละไม ละเอียดลออ ลาดตระเวน ลายเซ็น
48 ลูกนิมิต ลูกบาศก ์ เล่นพิเรนทร ์ เลือดกบปาก โลกาภิวัตน์ วายชนม์ วินาศกรรม วีดิทัศน์ เวทมนตร ์ เวนคืน ศึกษานิเทศก ์ สมเพช สรรเพชญ สอบเชาวน์ สะคราญ สังสรรค ์ สัมมนา สาปแช่ง สายสิญจน์ เ สื อ ้ ก า ว น์ โสฬส หิรัญบัฏ แหลกลาญ อเนจอนาถ อภิรมย ์ อวสาน อสงไขย อหังการ ์ อะฟลาทอกซิน อัฒจันทร ์ อานิสงส ์ อาสน์สงฆ์ อิริยาบถ อุกฤษฏ ์ อุบาทว์ อุปโลกน์ เอกเขนก เอกฉันท ์ ไอศกรีม เฮโลสาระพา นนทรี นัยน์ตา นานัปการ นิเวศวิทยาบิดพลิ้ว บาทหลวง บุษราคัม บอระเพ็ด ประจันหน้า ประจันหน้า ประณีต ปรารมภ ์ ปาฏิหาริย ์ เ ป ร ม ป ร ด ี ิ์ปิ กนิก เปอร ์เซ็นต ์ ผูกพัน เผอเรอ เผ่าพันธุ ์ แผนการ พยักพเยิด พร ้อมสรรพ พหูสูต พังทลาย พิศวาส พุทธชาด โพนทะนา โพยม ภวังค ์ ภารธุระ ภูตผี เภทภัย มลทิน มหาหิงคุ ์ มโหระทึก มาตรการ มาตรแม้น ย่อมเยา เยาว์วัย รสชาติ รูปการ เ รี่ยไ ร ลมปราณ ละมุนละไม ละออง ละเอียดลออ ลิดรอน เลือกสรร สังวร สัณฐาน สับปลับ สาทิสลักษณ์
49 2.การเขียนค าทับศัพท ์ภาษาอังกฤษ กงสุล กปิตัน กัปตัน กอ๊บปี ้กอริลลา กอล ์ฟ กราฟ การ ์ตูน กีตาร ์ แก็ง แก๊ป แกมมา แกรนิต แก็ส , ก๊าซ คริสต ์ คริสต ์มาส คริสเตียน คลอรีน คลอโรฟิลล ์ คลัตช ์ คลินิก ควินิน ค๊อกเทล คอนเดนเซอร ์ คอนแวนต ์ คอนเสิร ์ต คอมมานโด คอมมิวนิสต ์ คอยล ์ คาร ์บอน คาร ์บอนไดออกไซด ์ คาร ์บอเนต คาร ์โบไฮเดรต เคาน์เตอร ์ แคลอรี ่ โคบอลต ์ โครโมโซม ช็อกโกเลต ชอล ์ก ชิมแปนซี เชิต้ ซอส เซลลูลอยด ์ ซิฟิลิส ซีเมนต ์ เซ็น ไซยาไนด ์ เซนติเกรด เซนติเมตร ดราฟต ์ ดัตช ์ เดนมาร ์ก ไดเรกตริกซ ์ ดีเปรสชัน ไดนาไมต ์ ไดโนเสาร ์ เดคาเมตร ตอร ์ปิโด เต็นท ์ ตัน ไต้ฝุ่ น ทอฟฟี ่ทอเรียม แท็กซี ่ เทคนิค แท็งก ์ เทคโนโลยี แทนทาลัม แทรกเตอร ์ เทอร ์โมมิเตอร ์ ไทเทเนียม นิกรอยด ์ นิโคติน เนบิวลา นิวเคลียร ์ โน้ต นิวตรอน ไนต ์คลับ ไนโตรเจน ไนลอน ไนโอเบียม บรั ่นดี บริดจ์ บล็อก เบอร ์ บัคเตรี บังกะโล แบคทีเรีย แบงก ์ บาร ์เลย ์ แบดมินตัน บารอมิเตอร ์ แบตเตอรี ่ บาสเกตบอล บิลเลียด โบนัส เบนซิน เบรก ปริซึม ปรู ๊ฟ ปิ โตรเลียม ปลั ๊ก ปลาสเตอร ์ แปลน ปอนด ์ โป๊ กเกอร ์ ปาร ์เกต ์ โปรตรอน ปาล ์ม โปรตีน ปิ กนิก โปรเตสแตนต ์ ปิ งปอง โปลิโอ พลูโตเนียม แพลทินัม พาราฟิน โพแทสเซียม โพรมิเทียม ฟรักโทส ฟิ สิกส ์ ฟลูออรีน ฟอร ์มาลดิไฮด ฟุลสแก๊ป ฟอร ์มาลิน