The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือเตรียมสอบ A-Level 81 ปี2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือเตรียมสอบ A-Level 81 ปี2566

คู่มือเตรียมสอบ A-Level 81 ปี2566

50 ฟอสฟอรัส ฟอสเฟต แ ฟ ชัน่ฟาร ์ม ฟาสซิสต ์ แฟลกซ ์ ฟิ ล ์ม ฟิ วส ์ โฟกัส มองโกลอยด ์ มอเตอร ์ มอร ์ฟี แมงกานิส มะกะโรนี มะฮอกกานี มัสตาร ์ด โมเลกุล โมเสก โมเสส มิสซา มีเทน เมกะเฮิรตซ ์ ไมโครฟิลม์ ไมโครโฟน เมตริก เมตริกตัน ไมโครเวฟ เมนทอล ยิปซัม ยูเรเนียม ยีราฟ แยมรกับี้ เรดาร ์ เรเดียม แร็กเก รูเล็ตต ์ ล็อกเกต ลอการิทึม ลองจิจูด ลิปสติก ลิฟต ์ ละติจูด ลิกไนต ์ เลเซอร ์ เลนส ์ วอลเลย ์บอล วิ ส กี้ วัคซีน วัตต ์ วาล ์ว ไวโอลิน สตัฟฟ์ สแลง สวิตช ์ สปริง สุลต่าน สปาเกตตี สเปกตรัม เสิร ์ฟ ออกซิเจน เอเคอร ์a ออนซ ์ เอนไซม์ เอ็มบริโอ อะมีบา แอนติบอดี อะลูมิเนียม แอมแปร ์ แอมมิเตอร ์ แอลกอฮอล ์ อาร ์ม แอสไพริน อินซูลิน แอสฟัลต ์ โอลิมปิ โอห ์ม อิเล็กตรอน ไอโซโทป อิเล็กทรอนิกส ์ อิเล็กโทน ไอศกรีม เอกซเรย ์ ไอโอดีนฮอกกี้ เฮิร ์ตซ ์ โฮเต็ล ไฮโดรเ เฮโมโกลบิน เฮลิคอปเตอร ์ เฮโรอีน ไฮโล


51 3.การเขียนค าบาลีสันสกฤต กกุธภัณฑ์ กตัญชลี กบาล กโบร กโบล กมลา กรชกาย กรรมฐาน กรัชกาย กเฬวระ กเฬวราก กักขฬะ กัณฐ ์ กัมมัฏฐาน กากคติ กากณึก กากภาษา กามเทพ การณ์/กานท ์/ กานต ์ กินนร/กินรี กุญชร กุฎี กุณฑี/กุณโฑ กุสุมาลย ์ เกตุ/เกตุมาลา โกเชาว์ โกฏิ โกลาหล โกษีย ์/โกสีย ์ ขจร ขรรค ์/ขันธ ์/ขันฑ์ ครหา คัมภีร ์ คาพยุต คิมหันต ์ ฆราวาส โฆษิต จตุบท จัณฑาล จิตกาธาน โจท/โจทก ์/โจทย ์ ฉิมพลี ชยันโต เชาวน์/เชาว์ ฌาปนกิจ ญัตติ ฐานันดร ดิรัจฉาน ตุลาการภิวัตน์ ถาวรวัตถุ เถรวาท ทิฐิ ทุกขเวทนา ทุพพลภาพ โทมนัส ธุดงค ์ นฤพาน นวโกวาท นวมินทร ์ นักขัตฤกษ์ นักษัตร นัตถุ ์ นัยน์ตา นาฏ/นาถ/นาท นานัปการ นานา นาสิก นิคหกรรม นิบาต นิรันดร ์ เนกขัมมะ บรรจถรณ์ บริขาร/บริจาค บริบาล/บริโภค บังสุกุล บัณเฑาะก ์ บัณเฑาะว์ บัลลังก ์ บาต/บาตร/บาท บุพเพสันนิวาส เบญจม โบสถ ์ ปกติสุรทิน ปกรณ์ ปกิณกะ ปฏิภาณ ปฏิสัมภิทา ปรนนิบัติ ปรมาณู ปรมาภิไธย ประณีต ปรัมปรา ปรางค ์ ปรามาส ปลาต ปัจจุทธรณ์ ปัจจุสมัย ปัจฉิมบท ปัปผาสะ ปาฏิหาริย ์ ปาติโมกข์ ปาราชิก ปุโรหิต ผรุสวาท พยัคฆ์ พราหมณ์ พันธ ์/ พันธุ ์/ พรรณ์/ พิพาท พิสัญญี/วิสัญญี เพชฌฆาต โพชฌงค ์ โพธิบัลลังก ์ ภัตต ์/ภัตร/ เภทภัย ภยันตราย มงคลวาร มนเทียร มรกต มรณบัตร/ มรณภาพ มหันตโทษ มรณบัตร/ มรณภาพ มหันตโทษ มหัพภาค มิคสัญญี เมรัย เมรุ/เมรุมาศ ยนต ์/ยนตร ์ ยุทธภูมิ รามัญ โรคันตราย ลัญจกร ลิงค ์/ลึงค ์ วณิพก วสันต ์ วิตถาร วินัยปิฎก วิบัติ วิปโยค วิรุฬห ์/พิรุณห ์ วิสัญญี วุฒิภาวะ สงสารวัฏ สมโภช สมัญญา สหัสวรรษ สังคหวัตถุ สังคายนา สังฆเภท สังฆาฏิ สังฆาทิเสส


52 4.ตวัอย่างค าทีป่ระวสิรรชนีย์ กะทัดรัด, กะทันหัน ขะมักเขม้น ขะมุกขะมอม คะนึง, คะเน, คะม า ฉะนี ้-ตะวัน ฉะนั ้น-ทะวาย สะดือ-สะดึง คะนึง-ทะลาย กระฟูม-กระฟาย กระชาย-กระแชง ประมาท-ประมง กระแจะ-กระจง ประดง-ประแดง กระจิบ-กระจาบ ระนาบ-ระแนง จะแจ่ม-จะแจ้ง ชะแลง-ชะลอม ตะแบง-ตะแบก กระทบ-กระแทก พะรังพะรุง-กระบุงกระชอน กระแอก-กระออม กระแอม-กระอัก กระช ้อย-กระชอม ประนีประนอม พะยอม-พะเยิบพะยาบ ฉะนั ้น-ฉะนี ้-พะงา ระกา-ระก า-ระคาย สะดุ้ง-สะดุด-สะเดาะ สะดุ้ง-สะดุด-สะเดาะ ละเมาะ-ชะนี-กระหาย ขะยุกขะยิก-สะพาย กระทาย-ตะเภา-สะพาน สะอาง-สะอึก-สะอืน้มะรืน-มะเรือง-ละหาน สะกด-สะกิด-ตระการ สะอ้าน-สะดึง-ชะลอม ละลอง-ละลาบ-ละล ้วง มะม่วง-มะขาม-กระท่อม พะวัก-พะวง-พะยอม ละม่อม-ละโมบ-ละคร คะนอง-คะแนน คะนึง-บะหมี ่สะตาหมัน-จาระไน ระแนง-ระตู คะยั ้นคะยอ-ฉะนี ้-ฉะนั ้น ชะง่อน-ทะเยอทะยาน สะพาน-ชะตา ทะมัดทะแมง-ชะแลง-ชะล่า ชะโงก-โหระพา-ชะพลู ตะปู-ละออง สะดุ้ง-สะเทือน สะท้าน-ประคอง สะดวก-สะดม ระทม-ตะไคร้ ชะลอม-มะม่วง ละมุนละไม-ทะลาย พะเน้าพะนอ-ชะนาง พะออม-กะหล ่า กระสุน-กระเส่า สะอาด-สะอาง ชะวาด-ชะแวง ชะโด-กระดี ่ชะเอม-ชะอม มะยม-ชะนี ปะการัง-ชะงัก-ระวัง การะเกด-กระเฉด กระฉอก-กระแฉก กระชับ-กระชัง กระทา-สะพรบึสะพรั ่ง สะพาน-สะพาย สะเดา-สะเด็ด กระดังงา-พะว้าพะวัง ประดับประดา-ปะทะปะทัง ประทับประทา-ประทานพร พะแนง-ละคร พะรังพะรุง-พะเนินพะเนียง 5.ตวัอย่างค าที ่ไม่ประวสิรรชนีย์ กบาล,กบี ่ขมุกขมัว ขมา,ขมีขมัน ขโมย ชนาง,ชนวน ชโลม,ชโลง ตลก,ตลิ ่ง ทนาย,ทยอย,ทโมน สกัด,สบง,สไบ นวลลออ ศิลปวัฒนธรรม ศิลปวัฒนธรรม พลศึกษา สักการบูชา อารยธรรม ธรรมชาติ สัจธรรม มรณภาพ อิสรภาพ สบาย พเนจร อวตาร คณบดี อเนก ชนวน-ชนาง ชนก-ชบา ชมดชม้อย ชม้ายชไม ชนิด-ชนัก ชอุ่ม-ชอ ่า ชวา-ชโลง-ชโลม ทโมน-ทมอ-ทแยง ทเมิน-ทยอย-ทนาย ทบวง-ทลาย ทวาย-ทวอย พม่า-พนาย พนัก-พยาน พเยียบ-พยุง พยักพเยิด พยับ-พบู พนม-พนอม พนัน-พญา พนา-พยาบาล สบง-สไบ สราญ-สบาย-สดับ สบู่-สกัด สกาว-สกา-สด า ฉวัดเฉวียน ฉน า-ฉลู ฉลาก-ฉลวย ฉวี-ฉงน ฉกาจฉกรรจ์ ฉมัน-ฉมัง ฉลอมฉลาด ฉลัก-ฉลุ ฉมวก-ฉลาม ฉลอง-ฉงาย เฉนียน-ฉนวน-ฉบัง


53 6.ค าในพจนานุกรม ค า ค า ค า กกุธภัณฑ์ ก ฏุ ก ผ ล กฐินกาล กฐินทาน กฐินัตถารกรรม กณิกนันต์ กตัญชลี กตาธิการ กตาภินิหาร กถามรรคเทศนา กถิกาจารย์ กนิฏฐภคินี กมลฑลาภิเษก กมลาสน์ กรกัติ กรชกาย กรรตุการก กรรมาชีพ กรณียกิจ กรรมชวาต กรรมาธิการ กรมธรรม์ กรรมวาจาจารย์ กระษาปณ์ กฤดาธิการ กษีรารณพ กัลปาวสาน กฤดายุค กเฬวราก กัลปนา กฤษฎีกา กักขฬะ กัลปพฤกษ์ กษัตราธิราช กัตติกมาส กัลยาณมิตร กษีณาศรพ กัปปิยภัณฑ์ กากณึก กามภพ กัมมันตภาพรังสี กากภาษา กามวิตถาร กุศลกรรมบถ กาญจนาภิเษก กามาพจร กุศโลบาย กามคุณ กาเมสุมิจฉาจาร กูรมาวตาร กามตัณห า กายทุจริต เกษตรศาสตร ์ ขิปสัทโท กายวิภาคศาสตร ์ โกฐเขมา ขุทกนิกาย กายาพยพ ขนิษฐา เขม็ดแขม่ การิตการก ขมีขม ัน เขมาโกรย กาลเทศะ ขมุกขม ัว เขย้อแขย่ง กาลกีณี ขย ักขย่อน เขลง กาฬจักร ขย ักขย้อน เข้าสมาธิ กาสาวพัตร ขยุกขยิก โขยกเขยก กาฬปักษ์ ขยุกขยุย โขลนทวาร กาฬโรค ขยุบขยิบ คคนางค์ กิตติกรรมประกาศ ขลุกขลัก คชลักษณ์กติตมิ ศกัดิ์ขษีณาศรพ คชสีห์ กินนร ขะม ักเขม้น คณาธิการ กินรี ขะเย้อแขย่ง คณาธิปไตย กิเลสมาร ขัณฑสกร คณิตศาสตร ์ กุมภัณฑย ักษ์ ขัณฑสีมา คนธรรพ์ กุลธิดา ขัดสมาธิ คนธรรพศาสตร ์ กุลสตรี ขัตติยมานะ คมิกภัต


54 ค า ค า ค า ครรภธาตุ จาตุรงคสันนิบาต ชีวิตักษัย คมนาการ จิตกาธาน ชีวิตินทรีย ์ คมิกภัต จิตตานุปัสสนา ชุษณปักษ์ ครีษมาย ัน จิร ัฐิติกาล โชติรส ครุภัณฑ ์ จุกผาม ไชยเภท ครุฑพาห์ จุกโรหิณี ฌาปนกิจ คฤโฆษ จุณณียบท ฌาปนสถาน คฤหปัตนี จุตูปปาตญาณ ญาณทัสนะ คัคนัมพร ๒๘.จุนสี ญาณวิทยา คันธรรพเวท จุรณมหาจุรณ ไญยธรรม คันธารราษฎร ์ จุลกฐิน ฐานานุกรม คัมภีรภาพ จุลทรรศน์ ฐานานุรูป คาพยุต จุฬาราชมนตรี ดรรชนี คิลานปัจจัย โจทนา ดลภาค คุณประโยชน์ ฉกามาพจร ดามพวรรณ คุณวุฒิ ฉกษัตริย ์ ดารดาษ คุณูปการ ฉทานศาลา ดาวดึงส์ ฆาตกร ฉศก ดุริยางคศิลป์ ฆาตกรรม ฉัตรมงคล ดุลยพินิจ ฆานประสาท ฉันทลักษณ์ ดุษฎีนิพนธ์ โฆรวิส ฉัพพรรณร ังสี ดุษฎีบ ัณฑิต จตุโลกบาล ฉิมพลี ดุษณีภาพ จตุรงคเสนา เฉลิมพระชนมพรรษา เดียรดาษ จตุรพักตร ์ ชนกกรรม ตจปัญจกกรรมฐาน จตุรพิธพร ชนมพรรษา ตรรกวิทยา จตุราริยสัจ ชนมาพิธี ตรรกศาสตร ์ จลนพลศาสตร ์ ชลมารค ตราไปรษณียากร จักรราศี ชันษา ตรีโกณมิติ จักรวรรคินิยม ชัยเภรี ตรีมูรติ จัตุรงค์ ชาติภูมิ ตรีเอกานุภาพ จัตุรพักตร ์ ชาติมาลา ตรีย ัมปวาย จันทรคติ ชาตินิยม ตฤณชาติ จันทรคราส ชาติพันธุ์วรรณนา ตาลปัตร จันทรุปราคา ชาติพันธุ์วิทยา ติณชาติ จากพราก ชามพูนท ติมิงคละ จาตุทสี ชิวหินทรีย ์ ไตรสรณคมน์ จาตุมหาราชิกา ชีวประว ัติ ไตรดายุค


55 ค า ค า ค า ถนิมพิมพาภรณ์ ทิศาปาโมกข์ ธาตุครรภ ถลกบาตร ทุกขลาภ ธาตุเจดีย ์ ถววรว ัตถุ ทุกขสมุทัย ธาตุสถูป ถูปารหบุคคล ทุกรกิริยา ธารก านัล เถกิง ทุคตะ ธุดงคว ัตร เถรวาท ทุปปัญญา ธุมเกตุ เถลิงศก ทุพพลภาพ ธุมชาล ไถง ทุพภิกขภัย ธูปบาตร ไถยจิต ทุรชน โธวนะ ทรมาทรกรรม ทูษก นขลิขิต ทร ัพยากรธรณี เทพนม นเคศวร ทฤษฎีบท เทพพยากรณ์ นครวาสี ทวิชงค์ เทพสังหรณ์ นครโสเภณี ทศนิยม เทพพาโร นนทรี ทศพิธราชธรรม เทริด นปุงสกลิงค์ ทักขิณาว ัฏ เทวนาครี นพปฎล ทักษิณาวรรต เทศกาล นภศูล ทักษิณานุประทาน เทศบ ัญญัติ นภสินธุ์ ทักษิโณทก เทศมนตรี นรเศรษฐ์ ทัณฑกรรม เทศนา นเรนทรสูร ทัณฑฆาต เทศนาโวหาร นรกานต์ ทัณฑสถาน เทียรฆชาติ นรกจกเปรต ทับสมิงคลา โทรมศัตราวุธ นฤปเวศม ์ ทัศนคติ โ ท ห ฬิ นี นฤปัตนี ทัศนูปกรณ์ ไทยธรรม นฤคหิต ทัสนานุตริยะ ธตรฐ นฤโฆษ ทัฬหีกรรม ธไนศวรรย ์ นฤตยศาลา ทานม ัย ธนุรมารค นฤตยศาสตร ์ ทารุณกรรม ธรณิศวร ์ ๒๐.นวปฎล ทาสปัญญา ธรรมกถึก นวารหาทิคุณ ทิฐธรรม ธรรมปฏิสัมภิทา นว ังคสัตถุศาสตร ์ ทิฏฐานุคติ ธรรมสากัจฉา นวกภูมิ ทิฏฐุชุกรรม ธรรมาธิปไตย นักขัตฤกษ์ ทินกร ธรรมาธิษฐาน นั่ง ข ดั ส ม า ธิ ทิพโสต ธรรมาภิสม ัย นัยนามพุ ทิพยจักษุ ธเรษตรีศวร นาคบริพันธ์ ทิพยญาณ ธาตุโขภ นาคบาศ


56 ค า ค า ค า นาคปัก บทภาชนีย ์ (ป.) เบญจางคประดิษฐ์ นาควิถี บทจร (ป.) โบกขรพรรษ นาคสังว ัจฉระ บทบงกช (ส.) โบกขรณี นาคาวโลก บทบงส์ (ป.) โบราณคดี นาฏกรรม บทมาลย ์ โบราณว ัตถุ นาฏดนตรี บทวลัญช์ (ป.) โบราณสถาน นาฏศิลป์ บพิตรพระราชสมภาร ปกติ นานัครส บรมบพิตร ปกรณัม นานัปการ บรมวงศานุวงศ์ ปกิณกะ นามสงเคราะห์ บรรจถรณ์ ปโกฏิ นามาภิไธย บรรณกุฎี (ส.) ปฏิคาหก นาวิกโยธิน บรรณาร ักษศาสตร ์ ปฏิภาคนิมิต นิคหกรรม บรรพชา (ส.) ปฏิภาณกวี นิโครธ บรรลัยกัลป์ ปฐมฌาน นิตยทาน บริขารโจล (ป.) ปฐมเทศนา นิตยภัต บริคณห์สนธิ ปปัญจธรรม นิติเวชศาสตร ์ บริเฉทกาล (ป.) ปรนั ย นิปริยาย บริโภคเจดีย ์ (ป.) ปรปักษ์ นิปัจการ บ ัญญัติไตรยางศ์ ปรโลก นิพัทธกุศล บ ัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ปรวาที นิมมานรดี บ ัพพาชนียกรรม ปรหิตะ นิย ัตินิยม บาทบงกช ปรกติ นิรโทษกรรม บาทมูล ปรตย ักษ์ นิร ัติศัย บาทยุคล ปรนิมิตวสว ัตตี นิราศรพ บานโภชน์ ปรมาจารย ์ นิราศร ัย บุคคลสิทธิ ปรมาตม ัน นิรุกติ บุคลาธิษฐาน ปรเมศวร ์ นิรุตติ บุคลิกทาน ปรสิตวิทยา นิรุตติปฏิสัมภิทา บุญราศี ประวิสรรชนีย ์ นิโรธสมาบ ัติ บุญญาภินิหาร ประกายพรึก นิโลตบล บุณฑริก ประกาศนียบ ัตร นิเวศวิทยา (ส.) บุพเปตพลี ประดิษฐกรรม นิสีทนสันถัต (ป.) บุรพทิศ ประดิษฐาน นิสีทนาการ (ป.) บูรพาจารย ์ ประว ัติการณ์ เนมิตกะ (ป.) บุริมพรรษา ประว ัติศาสตร ์ บงกชกร (ป.) เบญจกามคุณ ประสิทธิภาพ บทภาชน์ (ป.) เบญจเพส ประสูติกาล


57 ค า ค า ค า ปร ัศนี พงศาวดาร พุทธปฏิมากร ปรากฏการณ์ พจนารถ พุทธมามกะ ปริกรรมนิมิต พนัสบดี พุทธาภิเษก ปริย ัติธรรม พยาลมฤค พุทธุปบาทกาล ปัจจัตถรณ์ พยุหยาตรา แพทยศาสตร ์ ปัจจันตคาม พยุหแสนยากร โพธิบ ัลลังก์ ปัจจุสม ัย พรหมทัณฑ ์ โพธิปักขิยธรรม ปัจเจกบุคคล พรหมลิขิต โพยม ปัจเจกโพธิ พราหมณี โพยมยาน ปัจฉิมพรรษา พฤกษศาสตร ์ ไพชยนต์ ปัจฉิมลิขิต พฤฒาจารย ์ ไพศาขบุรณมี ปัจฉิมว ัย พฤหัสบดี ไพศาขมาส ปัจฉิมวาจา พลกาย ภมริน ปัจนึก พลการ ภย ันตราย ปัญญาวิมุติ พลขันธ์ ภรตศาสตร ์ ปัฐยาว ัตร พลขับ ภวกษัย ปัณรสมสุรทิน พลความ ภัณฑาคาร ปัตตานุโมทนา พลรบ ภัณฑาร ักษ์ ปัตติทานม ัย พลโลก ภัสดา ปัพพาชนียกรรม พลสิงห์ ภาคนิพนธ์ ปาฐกถา พลีกรรม ภาคเสธ ปารุสกว ัน พลีชีพ ภารตวิทยา เปตพลี พสุนธรา ภาวนาม ัย ไปรษณียบ ัตร พักตรา ภาสกร ไปรษณียภัณฑ ์ พัสถาน ภิยโยภาพ ไปรษณียว ัตถุ พาณิชยกรรม ภีรุกชาติ ไปรษณียากร พาณิชยศาสตร ์ ภุชงคประยาต ผรณาปีติ พาฬมฤค ภุมร ัตน์ ผรุสวาท พิกเลนทรีย ์ ภุมเทวดา ผลคุนีบูรพมาส พิฆเนศ ภูมิประเทศ ผลิกศิขรี พิฆเนศวร ภูมิภาค ผลิตกรรม พิพิธภัณฑ ์ ภูมิร ัฐศาสตร ์ ผลิตผล พิพิธภัณฑสถาน ภูมิล าเนา ผลิตภัณฑ ์ พิริยพฤนท์ ภูมิศาสตร ์กายภาพ ผลีผลาม พิศดู ภูมิธรรม โผฏฐัพธรรม พิษฐาน ภูมิปัญญา ไผท พุฒิ ภูวไนย


58 ค า ค า ค า เภตรา มาตรการ ราชทัณฑ ์ เภทภัย มาตรฐาน ราชทินนาม เภสัชกรรม มารวิชัย ราชลัญจกร เภสัชเคมี มารผจญ ราชว ัติ เภสัชเพลา มิคสัญญี ราชสันตติวงศ์ เภสัชวิทยา มิจฉาทิฐิ ราชสาส์น เภสัชศาสตร ์ มิสกว ัน ราชองคร ักษ์ โภคทร ัพย ์ มุขปาฐะ ราชูปถัมภ์ โภคภัณฑ ์ มุขมนตรี ราชพฤกษ์ โภคยทร ัพย ์ มุโขโลกนะ ราชินูปถัมภ์ โภชนากร มุจลินท์ ราพณาสูร โภชนาการ มูรธาภิเษก รามสูร โภชนาหาร มูลฐาน ริษยา มกุฎราชกุมาร มูลนิธิ รุกขมูลิกธุดงค์ มงคลจักร มูลภัณฑ ์กันชน รูปฌาน มงคลสูตร มูลค่า รูปธรรม มณฑป เมรุ รูปพรรณ มณีราค เมรุมาศ รูปพรรณสัณฐาน มตกภัต โมฆกรรม รูปพรหม มธุปายาส โมฆียกรรม รูปสมบ ัติ มณฑิราลัย ยุทธวิธี โรคนิทาน มนสิการ ยุทโธปกรณ์ โรคาพยาธิ มนุษยธรรม ยุทธนาการ โรคาพาธ มนุษยสัมพันธ์ ยุรยาตร ราพณาสูร มโนทุจริต เยภุยสิกา รามสูร มรณกรรม เยาวมาลย ์ ริษยา มรณบ ัตร โยธวาทิต รุกขมูลิกธุดงค์ มรรคนายก โยนิโสมนสิการ รูปฌาน มรรคผล รงคว ัตถุ รูปธรรม มรรยาท รชนีกร รูปพรรณ มฤคชาติ รสชาติ รูปพรรณสัณฐาน มฤคทายว ัน รสนิยม รูปพรหม มฤตยู รโหฐาน รูปสมบ ัติ มหรณพ ร งั ส ฤ ษ ฏิ์ โรคนิทาน มหรรณพ ร ัชดาภิเษก โรคาพยาธิมหัพภาค ร ัฐประศาสนศาสตร ์ โรคาพาธ มหาภิเนษกรมณ์ ร ัฐวิสาหกิจ ฤกษณะ มไหศวรรย ์ ร ัตนโกสินทรศก ฤคเวท ม ัคคุเทศก์ ร ัตนสิงหาสน์ ฤชากร ม ัชฌันติกสม ัย ร ัสสระ ฤตุสนาน ม ัชฌิมยาม ราคจริต ฤษยา ม ัชฌิมาปฏิปทา ราชกรณียกิจ ลหุกาบ ัติ ม ัธยฐาน ราชกิจจานุเบกษา ลักปิดลักเปิด


59 ค า ค า ค า ลัคนา วีรสตรี สวรรคาลัย ลัญจกร เวทางคศาสตร ์ สว ัสดิมงคลลขิ สทิธิ์ ไวยาว ัจกร สวามภิกัดิ์ โลกเชษฐ์ ไวยาว ัจม ัย สวิญญาณกทร ัพย ์ โลกธรรม ไวษณพ สหธรรมิก โลกธาตุ ศยามล สหัสนัยน์ โลกวิทู ศฤงคาร สักกายทิฐิ โลกุตระ ศัลยกรรม สังขตธรรม โลกัตถจริยา ศัตราวุธ สังขารโลก โลกานุว ัตร ศาสตราจารย ์ สังคมศึกษา โลกาภิว ัตน์ ศิลปกรรม สังฆเภท โลกุตรธรรม ศีลธรรม สังฆานุสติ โลมชาติ ศิวลึงค์ สังว ัธยาย โลหกุมภี ศิษยานุศิษย ์ สังเวชนียสถาน วจีทุจริต ศุกลปักษ์ สังสารว ัฏ วชิรปาณี ศุภนิมิต สัจพจน์ วชิราวุธ ศุภม ัสดุ สัญชาตญาณ วณิพก เศวตฉัตร สัญญาวิปลาส วนอุทยาน สกทาคามิผล สัญประกาศ วนาศรม สกรรมกริยา สัตตาหกรณียะ วโนทยาน สดับปกรณ์ สัตบริภัณฑ ์ วรรณพฤติ สติปัฏฐาน สัตมวาร วสันตฤดู สติวิปลาส สัตยวาที วสันตดิลก สติสัมปชัญญะ สัตยาเคราะห์ ว้ชรอาสน์ สถลมารค สัตวแพทย ์ ว ัฏสงสาร สถานธนานุบาล สัทธิวิหาริก ว ันทนาการ สถาปัตยกรรม สันถวไมตรี วาตภัย สมดุล สัปบุรุษ วาลวีชนี สมณบริขาร สัพยอก วิกฤตการณ์ สมณสาสน์ สัมปชัญญะ วิกฤตกาล สมบูรณาญาสิทธิราชย ์ สัมมนา วิกาลโภชน์ สมรรถภาพ สัมมาทิฐิ วิจิตรศิลป์ สมรรถนะ สัมฤทธิศก วิญญาณกทร ัพย ์ สมาพันธร ัฐ สัสตทิฐิ วิตถาร สมุจเฉทปหาน สาทิสลักษณ์ วิเทโศบาย สรณคมน์ สาธารณูปโภค วินาศกรรม สรรพากร สามีจิกรรม วิปริต สรรพางค์ สารกรมธรรม ์ วิพิธทัศนา สร ัสวดี สาร ัตถประโยชน์ วิวาหมงคล สรีรกิจ สาราณียธรรม วิสัญญีแพทย ์ สรีรางคาร สารีริกธาตุ วิสามานยนาม สลากภัต สิทธารถ วิสุงคามสีมา สวรรคต สิทธิการิยะ


60 ค า ค า ค า สีหบ ัญชร องคาพยพ อรหัตผล สีหไสยาสน์ อจินไตย อร ัญวาสี สืบราชสันตติวงศ์ อดิเรกลาภ อรูปภูมิ สุขนาฏกรรม อดีตชาติ อ ล กั เ อ ลื อ่ สุขศาลา อติชาตบุตร อวชาตบุตร สุขุมาลชาติ อติเรกจีวร อวิญญาณกทร ัพย ์ สุคนธชาติ อถรรพเวท อสังหาริมทร ัพย ์ สุตตนิบาต อาถรรพเวท อสัญแดหวา สุตตันตปิฎก อธิกมาส อสัตถพฤกษ์ สุพรรณบ ัฏ อธิกสุรทิน อสีตยานุพย ัญชนะ สุรสีหนาท อธิษฐาน อสุภกรรมฐาน สุรางคนางค์ อธิมุตติ อเสขบุคคล สุร ัสวดี อนธการ อหิวาตกโรค สุริยคราส อนรรถ อเหตุกทิฐิ สูตินรีเวช อนัญสาธารณ์ อ ักขรวิบ ัติ เสขบุคคล อนันตริยกรรม อ ัครชายา เสถียรภาพ อนารยธรรม อ ัจกลับ เสาวภาคย ์ อนิฏฐารมณ์ อ ัชฌาสัย โสดาปัตติมรรค อนุชาตบุตร อ ัญเดียรถีย ์ โสตทัศนว ัสดุ อนุญาโตตุลาการ อ ัฏฐังคิกมรรค โสมนัส อนุปสัมบ ัน อ ัฐรส โสฬส อนุปัสนา อ ัฐบริขาร ไสยเวท อนุร ักษนิยม อ ัฒมณฑล ไสยศาสตร ์ อนุศาสนาจารย ์ อ ัตโนบท ไสยาสน์ อนุสาสนีปาฏิหาริย ์ อ ัธยาศัย หงสบาท อเนกวิธ อ ันตรวาสก หัตถกรรม อเนกอนันต์ อ ันตรายิกธรรม หัตถบาส อเนจอนาถ อ ัปราชัย หัตถาจารย ์ อบายภูมิ อ ัพภูตธรรม หัสดีลิงค์ อปาจยนธรรม อ ัษฎางคิกมรรค หิตประโยชน์ อ ัปมงคล อ ัสดงคต หิมพานต์ อปร ัณณชาติ อ ัสสุชล หิร ัญบ ัฎ อ ัปราชัย อาคันตุกภัต หิริโอตตัปปะ อุปโลกน์ อาจริยว ัตร หุ้นบุริมสิทธิ อภัพบุคคล อาทิตยมณฑล โหราจารย ์ อภิชนาธิปไตย อาเทสนาปาฏิหาริย ์ โหราศาสตร ์ อภิเนษกรมณ์ อานาปานัสสติ อกตเวทิตา อภิลักขิตสม ัย อายุรกรรม อกตัญญุตา อภิสัมโพธิญาณ อาสาฬหบูชา อกรรมกริยา อมรโคยานทวีป อินทขีล อกัปปิยว ัตถุ อมฤตรส อินทรธนู อกัปปิยโวหาร อรรถกถาจารย ์ อุจเฉททิฐิ อกุศลกรรมบถ อรรถปฏิสัมภิทา อุณหภูมิ


61 7.ค าที ่มกัเขยีนผดิ กงสุล กฎ กฎหมาย กบ (เต็ม,แน่น) กบฏ กรรไกร กรรเชียง กรรโชก กรรไตร กรรมบถ กรรมพันธุ์ กรรมสทิธิ ์ กรวดน ้า กร่อน กระจิริด กระเชอ (ภาชนะสาน กระตือรือร้น กระเทือน กระบวนการยุติธรรม กระเบียดกระเสียร กระปรีก้ระเปรา่กระเพาะ กระสัน กระแสน ้า กระหนก(ลายไทย) กระหืดกระหอบ กริยา (ไว.ค าแสดงอาการ) ก๋วยเตีย๋วราดหน้า กเฬวราก ก๊อก กอปร ก้อร่อก้อติก กะทัดร ัด กะทันหัน กะทิ กะเทาะ กะปริบกะปรอย กะโปโล กะพง กะเพรา กะลา กะเล่อกะล่า กะหรีป่ ั ๊บ กะโหลก กักขฬะ กังวาน กังสดาล กัญชา กันดาร(อ ัตคัด) กัป กัลป์ กากบาท กามารมณ์ การบูร กาลเทศะ ก้าวร้าว ก าเนิด กิจจะลักษณะ กิตติกรรมประกาศ กติตมิ ศกัดิ ์ กิริยา (มารยาท) กุฏฐัง เกร็ดความรู ้ เกร็ดพงศาวดาร เกล็ดปลา เกศา เกษียณอายุ เกษียนหนังสือ เกษียรสมุทร เกสร เกินดุล โกฏิ (๑๐ ล้าน) โกศ (ที ่ใส่ศพ) ข้นแค้น ขบถ ขบวน ข่มเหงคะเนงร้าย ขมีขม ัน ขโมย ขริบ (ตัดเล็มด้วยตะไกร) ขลิบ (เย็บหุม้รมิเพือ่กนัลุ่ย) ขะม ักเขม้น ขะมุกขะมอม ขะเย้อแขย่ง ขัณฑสกร ขัดสมาธิ ขันชะเนาะ ขากรรไกร ขากรรไตร ขาดดุล ข้าวกบหม้อ ข้าวของ ข้าวโพด ข้าวราดแกง ขีดคัน่ขี ้ เถา้ ขีร้าดโทษล่อง ขึน้ฉ่าย เข็ญใจ เข็มคว ัก เขม็ดแขม่ เขยก เขยิน เข้าฌาน เข้ารีต โขยกเขยก ไข่มุก ไข้สันนิบาต คณนา คทา คนโท ครรลอง ครอก ครองแครง ครองราชย ์ ครอบคลุม คริสตกาล คริสตจักร คริสต์ศตวรรษ คริสต์ศาสนา คริสต์ศาสนิกชน ครุฑ ครุภัณฑ ์ คฤหัสถ์ คฤหาสน์ คลอก คลาคล ่า คลางแคลง คลินิก คลืน่ เหยีน คลุมเครือ ควัน่ ควัน่จุก ควัน่ออ้ย ควินิน ค้อน คอนกรีต ค่อนขอด คอนแวนต์ คอนเสิร ์ต นะคะ ขอบคุณค่ะ คะนอง คะนึง คะม า คะยัน้คะยอ คัน่คันดาล คัมภีร ์ คารวะ ค านวณ คุกกี ้ คู่กรณี เค้ก เครือ่งยนต์เครือ่งราง


62 เ ค รื อ่ง ร า ช อิสริยาภรณ์ เ ค รื อ่ง ส า อ า ง เคหสงเคราะห์ เ คี ย่ว เ ข็ ญ แค็ตตาล็อก แคลอรี โคตร โครงการ โควตา งบดุล งึมง า งูสว ัด เงินทดรอง เงินรองจ่าย โง่เง่า จงกลนี จตุสดมภ์ จัตุสดมภ์ จระเข้ จลาจล จะละเม็ด จ ะ ล ะ ห วัน่จ า้ ล ะ ห วัน่จ กั จัน่ จักร จักรพรรดิ จักรวรรดิ จักรวาล จัณฑาล จัดสรร จัตุรมุข จัตุร ัส จันทน์กะพ้อ จันทน์เทศ จันทน์ผา จันอ ับ จับฉ่าย จาระไน จ านง จิตกาธาน จุณ,จุรณ จุดไต้ต าตอ จุมพิต จุลทรรศน์ เจ๊ก เจดีย ์ทิศ เจดียสถาน เจตจ านง เจตนารมณ์ เจตภูต เจียระไน โจทก์จ าเลย โจทย ์เลข โจษจัน ฉกษัตริย ์ ฉกาจ ฉบ ับ ฉ ะ นัน้ ฉ ะ นี้ฉะอ้อน ฉัททันต์ ฉันญาติ ฉัพพรรณร ังสี ชนวน ชนัก ชนิ ด ชบา ชมดชม้อย ชมพู ชม้าย ชโลม ช้อนส้อมชอ า่ชอุ่ม ชะนี ชะมด ชะม ัด ชะรอย ชะลอ ชะลูด ชัชวาล ชีวประว ัติ เชาว ์ เชาวน์เชิต้ โชคชะตา โชห่วย ซวดเซ ซ ักไซ้ ซาก ซาบซ่าน ซ า บ ซึ้ง ซาลาเปา ซ่า ห ริม่เ ซ็ น ชื อ่ เซนติเมตร ฌาน ฌาปนกิจ ฌาปนสถาน ญาณ ดอกจัน ดอกไม้จันทน์ ดาดฟ้ า ดารดาษ ดาวคะนอง ดาวดึงส์ ด า ษ ดื น่ด ารง ดุล ดุลการค้า ดุลการช าระเงิน ดุลอ านาจ ดุษณี เดินเหิน เดียดฉันท์ เดียรดาษ ได้ญาณ ได้ดุล ต ก ล่อ ง ป ล่อ ง ชิ น้ตงิด ต้นจันทน์ ต้นฉบ ับ ต้มโคล้ง ตระเวน ตลบ ตลบตะแลง ตะกรุมตะกราม ตะกละตะกลาม ตะเฆ่ ตะราง ตะล่อม ตะว ัน ตั้ง ศู น ย์ ต่าง ๆ นานา ตาตาราง ตานขโมย ตารางสอน ตาลโตนด ตาลปัตร ต าร ับต ารา เต็นท์ ถนนลาดยาง ถ น ดั ถ นี่ถมปัด ถ่วงดุล ถัว่พูถึงแก่พิราลัย แถลงการณ์ ทนทายาด ทโมน ทยอย ทแยง ทรมาทรกรรม ทรราช ทรวดทรง ทระนง ทร ัพยสิทธิ ทลาย (หัก) ทะลาย (ช่อหมาก) ทวาย ทราวดี ทะนง ทะนุบ ารุง ทะลวงทะลึ่ง ทะเลสาบ ทะวาย ทักษิณาวรรต ทัศนศิลป์ ทาส ท าบุญสุนทาน ทีฆายุโก ทุพภิกขภัย ทุรกันดาร ทูต ทูนหัว


63 ทูลกระหม่อม ทูลเกล้าฯ เทคนิค เทเวศร ์ เท้าความ เทิด เทิดทูน เทิดพระเกียรติแท็กซี่แทรกแซง โทรทรรศน์ โทรมหญิง โทสจริ ต ธัญพืช ธ ามะรงค์ ธ ารง ธุดงค์ ธุรการ ธุรกิจ ธนบ ัตร ธรรมเจดีย ์ ธรรมาสน์ ธาตุเจดีย ์ ธารก านัล นกพิราบ นงพะงา นนทรี นพปฏล นว ัตกรรม นภดล นัยน์ตา นาที นานัปการ น ้ า ม นั ก า๊ ด น ้ า ม นั จ นั ท น์ นิเทศ นิมิต นิรมิต นิวรณ์ นิเวศวิทยา เนรมิต เนืองนิตย ์ โน้ต ไนต์คลับบรรจบ บรรทัด บรรทุก บรรเทา บรรลุ บรรเลง บล็อก บ่วงบาศ บอระเพ็ด บ ังกะโล บ ังสุกุล บ ังเอิญ บ ัญญัติไตรยางศ์ บ ันดาล บ ันได บ ันทึก บ ันเทิง บ ันลือ บาดทะย ัก บาตร บาทบงสุ์ บาทหลวง บานทะโรค บ าเหน็จ บิณฑบาต บ ด ิ พ ลิ ว้บุคลากร บุคลิกภาพ บุคลิกลักษณะ บุษราคัม บูรณปฏิสังขรณ์ เบญจเพส เบรก เบียดเบียน แบ่งสันปันส่วน แบหลา ปฏิกิริยา ปฏิสันถาร ปฐมนิเทศ ปรนนิบ ัติว ัตถาก ประกายพรึก ประกาศิต ประจัญบาน ประจันหน้า ประจันห้อง ประณต ประณาม ประณิธาน ประณีต ประดิดประดอย ประติมากรรม ประถมาภรณ์ ช้างเผือก ประถมาภรณ์ มงกุฎไทย ประนีประนอม ประปา ป ร ะ พ า ส ( เ ที ย่ว ) ประภาส (สว่าง) ประพิมพ์ประพาย ประภัสสร ประโยชน์โพดผล ประสบ ประสบการณ์ ประสีประสา ประสูติ ประสูติการ ประสูติกาล ประหลาด ประหัตประหาร ปร ักหักพัง ปร ัมปรา ปร ัศนี ปรากฏปราดเปรือ่ง ปรานี (เอ็นดู) ปราณี (ผู้มีชีวิต) ปราบดาภิเษก ปรามาส ปรารถนา ปรารมภ์ ปราศร ัย ปริตร ปริทรรศน์ ปริทัศน์ ป ร ด ี ิ์เ ป ร ม ปล้นสะดม ปลาวาฬ ปลาสเตอร ์ ปลาสนาการ ปะการ ัง ปะแล่ม ปาฏิหาริย ์ ปิกนิก เ ป ร ม ป ร ด ี ิ์ เปอร ์เซ็นต์ แปล้ ปุนภพ เปตพลี ไปรษณียบ ัตร ไปรษณียภัณฑ ์ ไปรษณียว ัตถุ ผรุสวาท ผลกรรม ผลผลิต ผลิต ผลิตกรรม ผลิตผล ผลิตภัณฑ ์ ผลีผลาม ผลึก ผดุง ผลลัพธ์ ผล็อย ผ ล ดั เ ป ลี ย่น ผลัดผ้า ผลัดเวร ผลานิสงส์


64 ผอบ ผัดไทย ผัดผ่อน ผัดว ันประกันพรุ่ง ผัดเวลา ผัดศาล ผ ดั ห นี้ผ้าขาวม้า ผาสุก ผุ ด ลุ ก ผุ ด นั่ง ผูกพัน เผยิบผยาบ เผล้ เผอเรอ เผอิญ เผ่าพันธุ์ แผ่ซ่าน แผนการ แผ่หลา ไผทฝรั่งเศส ฝีดาษ ฯพณฯ พย ักพเยิด พยาน พยุง พเยีย พรรณนา พร้อมสรรพ พระสงฆ ์องคเจ้า พราก พราง พรางตา พฤติการณ์ พลศึกษา พลอดร ัก พละก าลัง พลัดพราก พลาง พ ลิ ว้ พหูสูต พะงา พะงาบ ๆ พะนอ พะเน้าพะนอ พะเนียง พะแนง พะยอม พะเยิบพะยาบ พะวง พังทลาย พันทาง พัศดี พัสดุ พาณิช (พ่อค้า) พาณิชย ์ (การค้า) พาณิชยศิลป์ พาน (เกือบจะ) พาล (โง่) พิธีรีตอง พิราลัย พิลาป พิลิปดา พิศวง พิศวาส พิสดาร พิสม ัย พึมพ า พุดตาน พุทธชาด พู่กัน พู่ระหง เพชฌฆาต เพนียด เ พ ร ศ ิ พ ริ้ง เพลิงกัลป์ เ พิ ม่พู น เพียบพร้อม โพธิญาณ โพนทะนา โพยม โพสพ พิษฐาน พสกนิกรฟั่น ฟั่นเชอืก ฟั่นเทยีน ไฟบรรลัยกัลป์ ภว ังค์ ภัสดา ภาคภูมิ ภาพยนตร ์ ภารกิจ ภารธุระ ภาวการณ์ ภูตผี ภูมิใจ เภทภัย ภัณฑาคาร ภารต มกุฎราชกุมาร มงกุฎ มณฑป มนิลา (เชือก) มนุษยศาสตร ์ มโนสาเร่ มรณกรรม มรณภาพ มลทิน มลายู มหรสพ มหาบพิตร มหาละลวย มหาหิงคุ์ มหิงส์ มเหสี มโหระทึก มไหศวรรย ์ ม่อต้อ มอเตอร ์ไซค์ ม่อห้อม ม่อฮ่อม หม้อห้อม มะงุมมะงาหรา ม ักกะสัน ม ัคคุเทศก์ ม ังสวิร ัติ ม ัณฑนา ม ัธย ัสถ์ ม สั มัน่มาดหมาย มาตรการ มาตรฐาน มาตรแม้น มาตรว่า มานพ (คน) มาณพ (หนุ่ม) มานุษยวิทยา ม่าเหมียว มืดมน มุก (ร ัตนชาติ) มุกตลก มุขเด็จ มุ่งมาด


65 มุตกิต แมงกะพรุน แม้นมาตร โมฆกรรม โมฆียกรรม ไมยราบ โมหันธ์ โมหาคติ ยรรยง ยศถาบรรดาศกัดิ ์ย่อมเยา ยาเกร็ด ยุงก้นปล่อง ยุติธรรม เยาว ์ว ัย รกชัฏ รง (ยางไม้) รงค์ (สี) รถยนต์ รนหาที ่ รยางค์ ร่วง รสชาติ รหัส ระเห็จ ร ักษาการ ร ักษาการณ์ ร ังสรรค์ ร ังสฤษฎ์ ร ังสี ร ัชดาภิเษก รากเหง้า ราคาเยา ร้างรา ราญรอน ราดยางถนน ราศี ร า่ลอื ริบราชบาตร รืน่รมย์ รุบรู่ รุ่มร่าม รุ่ยร่าย รู ้เท่าไม่ถึงการณ์ รูปการณ์ เราะราย เรีย่ ไร ฤกษ์พานาที ลาดราวาศอก ลมปราณ ลมหวน ล่วง ล่องชาด ลองไน ลออ ละมุนละไม ละโมบ ละล ่าละลกัละออง ละเอียดลออ ลัดปิดลักเปิด ลังถึง ลาดตระเวน ลายเซ็น ลาสิกขา ล าไย ล าไส้ เลิก่ลกั ลขิ สทิธิ ์ลิดรอน ลิปดา ลุกะโทษ ลุกลีล้ ุกลน ลุ่ย ลูกกบคอ ลูกเกด ลูกนิมิต ลูกบาศก์ ลูกป้ ด เลขผา เล่นพิเรนทร ์ เล้าโลม เลิกรา เลือกสรร เลือดกบปาก เลือนราง โล่ โลกาภิว ัตน์ โลกียวิสัย ไล่เลีย่ว ัชพืช ว ันทยหัตถ์ วาณิช (พ่อค้า) วาณิชย ์ (ค้าขาย) วาตภัย วาทยกร วาทศิลป์ วายุภักษ์ วารดิถี วิกฤตการณ์ วิกฤติการณ์ วิกฤตกาล วิกฤติกาล วิ ่งเปี ้ยว วิ ่งผลดั วิญญาณ วิตถาร วิทยฐานะ วิธีการ วินาที วิปลาส วิปัสสนา วิพากษ์วิจารณ์ วิริยอุตสาหะ วิไล วิหารคด วีดิทัศน์ วีรกรรม เวนคืน เวรกรรม ศักยภาพ ศัพท์ ศิลปกรรม ศิลปลักษณะ ศิลปว ัฒนธรรม ศิลปว ัตถุ ศิลปวิจารณ์ ศิลปศึกษา ศิลปหัตถกรรม ศิลปะ ศิลปะการแสดง ศิลปะปฏิบ ัติ ศิลปะประดิษฐ์ ศิลปะประยุกต์ ศิลปะและฒนธรรม ศิลปะสถาปัตยกรรม ศิลปะสากล ศิลปะอุตสาหกรรม ศึกษานิเทศก์ ศูนย ์หน้า โศกเศร้า ษมา สกัด สกา


66 สกาว สดมภ์ สดับ สถานการณ์ สถิต สถูป สนุกเกอร ์ สบง สบาย สบู่ สไบ สภาวการณ์ สภาวธรรม สมดุล สมุห์บ ัญชี สยิว สร้างสรรค์ สล้าง สวมกอด สอบเชาวน์ สะกด สะกิด สะคราญ สะดวก สะท้อน ส ะ เ ท น ิ น ้ า ส ะ เ ท น ิ บ ก สะบ ัก สะบ ัด สะพรึงกลัว สะพาน สะอาด ส ะ อิ้ง สักการบูชา สักหลาด สังเกต สังเกตการณ์ สังเขป สังฆทาน สังฆเภท สังวร สังวาล สังสรรค์ สัจพจน์ สัญประกาศ สัญลักษณ์ สัณฐาน สัตตบงกช สัตตบรร ณ สัตตบุษย ์ สันดาป สันโดษ สันตะปาปา สันถวไมตรี สันนิษฐาน สับปลับ สับปะรด สับปะร ังเค สัปคับ สัปหงก สัพยอก สัมปทาน ส มั ฤ ท ธิ์, ส า ร ด ิ สัมมนา สากกะเบือ สาทิสลักษณ์ สาธารณชน สาธารณประโยชน์ สาธารณสถาน สาธารณสุข สาธารณูปการ สานุศิษย ์ สาบสูญ สาปแช่ง สายสิญจน์ สารท สารทุกข์สุกดิบ สารประโยชน์ สารพัด สาระบันเทิง สาระสังเขป สาระส าคัญ สาร ัตถประโยชน์ สาร ัตถะส าคัญ สาลิกา ส าปะหลัง ส ามะโนคร ัว ส าหรวด ส ารวจ ส าอาง สิงโต สินเธาว ์ สินบริคณห์ สิริมงคล สีทันดร สีสัน สีสันวรรณะ สุกใส สุญญากาศ สุดสวาท สุพรรณบ ัฎ สุหนัต เสกสรร เส้นจันท์ เสถียร เสนียด เสบียง เสลด เสาวนีย ์ เสียศูนย ์ เ สื อ้ เ ชิ ต้แสตมป์ แสบสัน หงส์ ห ญ า้ ฝ รัน่หญ้าลิเภา หน้ากล้อ หน้าปัด หม้อห้อม หมาไน หมูหย็อง หย็องแหย็ง หย ักศก หยากไย่ หยากไย่ หลงไหล หลักการ หลับไหล หลุดลุ่ย หลุมพราง หวนคะนึง หอมหวน หอยแครง หอยแมลงภู่ หัวป่ า หัวม ังกุท้ายม ังกร หินชนวน หินดินดาน เหง้า เ ห งื่อ ก า ฬ เหตุการณ์ เหม็นสาบ เหล็กไน เหล็กวิลาด เหล็กวิลาศ


67 เหลวไหล เหลือเข็ญ แหลกลาญ โหยหวน ไหลตาย ไหม้ โหราศาสตร ์ โหราจารย ์ อนิจกรรม อนิจจา อนุญาต อนุม ัติ อนุสาวรีย ์ อเนก อเนจอนาถ อโนดาต อภิชาต อภิรมย ์ อภิเษก อรหันต์ อรหัน อลังการ อวสาน อเวจี อสัญกรรม อหังการ ออกซิเจน อ อ้ ย ค วัน่ อะลุ่มอล่วย อะลุ้มอล่วย อะไหล่ อ ัตคัด อ ัตชีวประว ัติ อ ัธยาศัย อ ัปภาคย ์ อ ัประมาณ อาเจียน อาชาไนย อาเซีย อานิสงส์ อาพาธ อาเพศ อารมณ์ อาลัยอาวรณ์ อาวรณ์ อาสน์สงฆ ์ อาสนะสงฆ ์ อ านาจบาตรใหญ่ อ ามหิต อินทรธนู อินทรี (นก) อินทรีย ์ (ร่างกาย) อินทรียว ัตถุ อินังขังขอบ อิริยาบถ อิเล็กทรอนิกส์ อิเล็กโทน อิสรภาพ อิสรเสรี อิสริยยศ อิสริยาภรณ์ อุดมการณ์ อุตพิด อุตสาหพยายาม อุบ ัติการณ์ อุปการคุณ อุปาทาน อุปโลกน์ อุโมงค์ เอเชีย โอกาส ไอศกรีม ฮวงซุ้ย ฮอร ์โมน ฮัจญ์ ฮิจเราะห์ ฮิปโปโปเตม ัส ฮิสทีเรีย เฮโมโกลบิน เฮลิคอปเตอร ์ เฮอริเคน เฮิรตซ ์ แ ฮ่กึ น๊ โฮลเมียม ไฮโกรมิเตอร ์ ไฮดรา ไฮโดรคาร ์บอน ไฮโดรเจนซ ัลไฟล์


68 4.2การใช้ค าตรงความหมาย 1.ค าทีม่ีความหมายคล้ายกัน 1.กระฉับกระเฉง-กระปรีก้ระเปรา่•พนักงานในบริษัทท างานอย่าง กระฉับกระเฉง •ผูสู้งอายุดืม่น ้าผึ ้งแลว้จะรูส้กึกระปรีก้ระเปรา่ 2.ไกลเ่กลี ่ย-เกลี ้ยกล่อม •ต ารวจ ไกล่เกลีย่ข้อพิพาทระหว่างชาวบ้าน 2 หมู่บ้าน •เจา้หนา้ทีต่า รวจ เกลีย้กล่อม คนร ้ายให้ยอมมอบตัว 3.แก้แค้น-แก้เผ็ด •เขาทา ไปเพื ่อ แก้แค้น ผูท้ ีฆ่ ่าบดิาของเขา •พวกเขาอยาก แก้เผ็ด ความปากมากของมัน แค่นั ้นเอง 4.กฎเกณฑ์-กฎหมาย •การท างานต้องเป็นไปตาม กฎเกณฑ์ทีบ่รษิัทกา หนด •สภาผู้แทนราษฎรเตรียมตรากฎหมาย เกี ่ยวกบัการปลูกสรา้ง อาคารทีอ่ยู่อาศยัใหม่ 5.กระโจน-กระโดด •เสือด า กระโจน จากหน้าผา •เธอร ้อนมากจนอยาก กระโดด ลงไปในน ้า 6.กักขัง-กักกัน •กรมราชทัณฑ์กักขัง นักโทษประหารชีวิตไว้ในแดนห้า •มีค าสั ่งมาให้กักกัน การแพรก่ระจายเชือ้โรคภายใน 24 ชั ่วโมง 7.เกี ่ยวขอ้ง-เกี ่ยวพนั •อุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร ์ได้เข้าไปเกียวข้อง ่ กับชุมสายโทรศัพท ์ เป็ นส่วนใหญ่ •ไวรสัระบาดตวันี ้มัน เกีย ่วพัน กับเครือข่ายก่อการร ้าย 8.กิจวัตร-กิจกรรม •การวิ ่งรอบสนามหญา้ถอืเป็น กิจวัตร ประจ าวันของเขา •ปัจจุบันนักศกึษาตืน่ตวักนัมากในเรือ่งกจิกรรมการเมอืง 9.แก้ตัว-แก้มือ •ครูให้โอกาสนักเรียน แก้ตัว ในการสอบอกีครั ้ง •หลงัจากพ่ายแพค้รั ้งนั ้นแลว้เขาก็พยายามหาทางแก้มือกับเขา อีกครั ้ง 10.กระเซ็น-กระเด็น •โคลนกระเซ็นขึน้มาถงึขา้งรถ •ก้อนหินกระเด็นจากข้างทางมาโดนกระจกรถ 11.กีดขวาง-กีดกัน •การจอดรถยนตข์นาบขา้งรถยนตค์นัอืน่ เป็นการ กีดขวางทางจราจร •นักกีฬาเก่ง ๆ บางคนถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมทีม 12.เกียรติบัตร-วุฒิบัตรประกาศนียบัตร •นักเรียนได้รับเกียรติบัตรกิจกรรมท าความดีจากคุณครู •บุคลากรที ่ เขา้อบรมหลกั สูตรนี ้จะไดร้บั วุฒิบัตรทุกคน •เขาเรียนจบระดับปวส.โดยมีประกาศนียบัตรรับรองความรู ้


69 13.ข่มขี ่-ข่มขู่-ข่มเหง-ข่มขวัญข่มขืน •การท าพธิไีสยศาสตรเ์พือ่ข่มขีอ านาจฝ่ายตรงกันข้ามให้ยอมสยบ ่ •นักเลงชอบข่มขู่คนทีอ่ ่อนแอกว่า •ผมสาบานว่าจะต้องไม่ยอมให้มีการข่มเหงกนัแบบนีอ้กี •ก่อนชกัดาบทุกครั ้ง ข่มขวัญคู่ต่อสู้ให้ได้ก่อน •โจรข่มขืนหญิงสาวกลางป่า 14.ขัดขืน-ขัดใจ-ขัดเคือง-ขัดคอขัดตา-ขัดบท-ขัดหู- ขัดขวางขัดข้อง-ขัดแย้ง •ผู้ร ้ายขัดขืนการจับกุมของเจา้หนา้ทีต่ ารวจ •แม่จ าเป็นต้องขัดใจลูกสาวที ่รอ้งไหจ้ะเอาของเล่น •วิภาขัดเคืองเจา้นายเธอมากที ่ไม่ใหส้องขัน้ •เขาชอบขัดคอคนอืน่อยู่เสมอจนไม่มใีครอยากคบหาแลว้ •กิริยาของเขาขัดตาผู้ใหญ่หัวโบราณมาก •ลูกอย่าเพิ ่งขัดบทได้ไหม แม่ยังพูดไม่จบเลย •หัวหน้าพูดจาขัดหูคนฟงัแบบนี ้ใครจะชอบ •เพื ่อน ๆ ช่วยกนั ขัดขวางเขาไม่ให้ฆ่าตัวตาย •เครือ่งจักรเกดิขดัขอ้งจึงไม่สามารถผลติสนิคา้ได้ •ฝ่ ายค้าขัดแย้งกบั ฝ่ายรฐับาลเรือ่งงบประมาณ 15.แข็งแกร่ง-แข็งขัน-แข็งแรงแข็งข้อ-แข็งขืน •ผูท้ ี ่จะประสบความส าเรจ็ไดต้อ้งมจีติใจแข็งแกร่ง •เขาเป็ นคนแข็งขัน เจ้านายจึงเอ็นดูเป็นพิเศษ •ลูกชายของเขาแข็งแรงขึน้หลงัจากออกก าลงักายทุกวนั •คนงานแข็งข้อต่อนายจ้าง เพราะไม่เห็นกับความอยุติธรรม •ประชาชนหลายกลุ่มแข็งขืนไม่ท าตามใบสั ่งของผูม้อี านาจ 16.คลุ้ง-ฟุ้ ง •ควันธูปคลุ้งไปทั ่วศาลาเหมอืนหมอกบาง ๆ •ถนนตรงทางเข้าหมู่บ้านมีฝุ่ นฟุ้งกระจายตลอดทั ้งวัน 17.ควั ่น-ฟั ่น •การควัน่ออ้ยเป็นงานที ่ เกษตรกรถนดัทีส่ ุด •ลูกเรือฟัน่ เกลยีวเหนียวแน่นเพื ่อใชย้ดึหลกัใหม้ั ่นคง 18.จุกจิก-จุบจิบ •อาจารย ์จุกจิกเรือ่งการไวผ้มของนักเรยีนใหถู้กตอ้ง •คนที ่จะลดความอว้น ควรกนิขา้วพอควร ใหเ้ลกิกนิจุบจิบ 19.ฉลาก-สลาก •ผู้สูงอายุอ่านฉลากยาผดิจึงทานยาผดิเมือ่วานนี ้ •ครูท าสลากใหน้ักเรยีนจบัเพือ่รบัของขวญั 20.โซม-โทรม •เด็ก ๆ วิ ่งเล่นจนเหงือ่ โซมตัว •บ้านโทรม ๆ หลงันั ้นเป็นบา้นของฉันเอง 21.ตก-หล่น •ช่างก่อสร ้างตกนั ่งรา้น เหตุเพราะเหยยีบพลาด •ลูกไม้ มักจะหล่นไม่ไกลต้น


70 22.ไต่สวน-สอบสวน-สืบสวนสืบสาว-สืบเสาะ •ต ารวจก าลังไต่สวนผู้ต้องหาคดีค้ายาบ้า •ต ารวจสอบสวนผู้ต้องหา •ต ารวจก าลังสืบสวนคดีความจากผู้ต้องสงสัยอยู่ •สุนทรภู่บา้นชอ่งอยทู่ ี ่ไหน เราไม่สามารถจะสืบสาวได้ •เขาก าลังสืบเสาะเรือ่งราวของแฝดสยาม 23.ทดรอง-ทดลอง •ระหว่างรอเงินงบประมาณ เขาใช้เงินส่วนตัวทดรองจ่าย ค่าจ้างคนงานไปก่อน •นักวิทยาศาสตร ์ทดลองเซรุ่มจากงูฉีดเข้าไปในกระต่าย 24.เจือปน-ปลอมปน •ความสุขของเธอเจือปนไปด้วยความทุกข์ •ประชาชนทุกคนควรระวงัเชือ้โรคทีปลอมปน่มากบัน ้าดืม่ 25.ปลอมแปลง-แปลกปลอม •ต ารวจจบักมุผูท้ ีก่ าลงัปลอมแปลงเอกสารทางราชการ •ระวังโจรล้วงกระเป๋าแปลกปลอมเข้ามาในงาน 26.ผลัด-ผัด •เราต้องผลัดเวรกันเฝ้ าตู้เก็บเงิน •เขาผัดให้พวกหนังสอืพมิพพ์บเขาพรุง่นี ้ 27.เผยแพร่-เผยแผ่ •ฉันเกดิมาในโลกนี ้ เพือ่ เผยแพร่ข้อความแห่งสันติ •การเผยแผ่ศาสนาเป็ นศาสนกิจของสงฆ์ 28.เรี ่ยราย-เรี ่ยไร •กินข้าวหกเรีย ่รายไปทั ่วหอ้ง •ชาวบ้านได้เรีย ่ไรเงนิจากผูม้จีติ ศรทัธาเพือ่ถวายใหว้ัด 29.อนุญาต-อนุมัติ •พนักงานขออนุญาตลาหยุดในวันออกพรรษา •สหรัฐฯได้อนุมัติเงินจ านวน 33 ล้านเหรียญสหรัฐ 30.ตรวจสอบ-ตรวจทาน •เจา้หนา้ทีตรวจสอบ่หลกัฐานที ่ไดม้า •เขาตรวจทานขอ้มูลมากกว่ารอ้ยครั ้ง 31.ประสิทธิภาพ-ประสิทธิผล •เครือ่งจักรไอน ้ามประสิทธิภาพ ีนอ้ยกว่าเครือ่งจักรดเีซล •เขาท างานเพือ่หวงัประสิทธิผลสงูสุดเท่านั ้น 32.สมรรถภาพ-สมรรถนะ •สมรรถภาพทางกายของเขาลดลงเรือ่ย ๆ •รถยนตแ์บบนีม้ีสมรรถนะดเียี ่ยมเหมาะส าหรบัเดนิทางไกล 33.ผูก-มัด •เอาม้าผูกไว้กับเสา •ลูกน้องมัดหญ้าคาเป็ นท่อน ๆ 34.รุกราน-รกุล ้า-รุกไล่ •การทีอ่ริกัรุกรานคูเวต ท าให้แผนการตะวันตกล้มลง •พ.ศ.2437 ฝรั ่งเศสไดรุ้กล ้าอธิปไตยของประเทศสยาม •กองยานถูกรุกไล่ขณะสงครามลุกลามไปทั ่ว 35.เร่งด่วน-เร่งรีบ-เร่งรัด-เร่งเร ้า-รบ เร ้า •งานนีต้อ้งท าอยา่งเร่งด่วนใหเ้สรจ็ภายใน 12 ชั ่วโมง •ประเทศไทยต้องเร่งรีบเตรยีมพรอ้มเพือ่รบักบั โควดิ-19 •พวกเขาเร่งรัดเรือ่งการยกเวน้ภาษีเงนิบรจิาค •ลูกชายเร่งเร ้าให้พ่อแม่ส่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอผู้หญิงให้ •ถา้พีข่องเธอรบเร ้ามาก ๆ เธอคิดว่าควรท าอย่างไร


71 36.เย็นฉ ่า-เย็นเฉียบ-เย็นชา-เย็นชืด เย็นเยือก-เย็นวาบ •ฉันจะกลบัไปบา้น อาบน ้านอนแชต่วัใหเ้ย็นฉ ่า •โอ! มือฉันเย็นเฉียบเลย •เธอมักจะเย็นชาเก็บตัวและไม่แสดงความรู ้สึก •เขานอนตายตัวเย็นชืด •หน้าหนาวอากาศบนภูเขาเย็นเยือก •ลมพัดกระโชกเข้ามารู ้สึกเย็นวาบ 37.ผ่อนผัน-ผ่อนปรน •เจา้ของหอคนนี ้ใจดียอมใหผู้เ้ชา่ ผ่อนผันค่าเช่าห้องไปอีก •ตัวแทนบริษัทยอมผ่อนปรนตอบรับข้อเรียกร ้องของผู้ชุมนุม 38.คลีค่ลาย-ผ่อนคลาย •สถานการณ์บ้านเมืองตึงเครียดจะคลีค่ลายลงด้วยดี •หมอต้องการให้เขาผ่อนคลายความวิตกกังวลลงบ้าง 39.แน่นหนา-หนาแน่น •เขาใส่กุญแจอย่างแน่นหนา เพราะจะไม่อยู่บ้านหลายวัน •คืนนีผ้ ูค้นหนาแน่นคึกคักมากเป็นพิเศษ 40.ยืนกราน-ยืนยัน-ยนืพืน้-ยืนหยัดยืนยง •สามียืนกรานอย่างแข็งขันว่าเขาไม่ได้โกหก •เขายืนยันว่าเขาเห็นขโมยแน่ •กบัขา้วไทยมนี ้าพรกิยนืพืน้ •ผู้น าไม่สามารถจะยืนหยัดอยู่ไดโ้ดยทีข่ดัแยง้กบั ประชาชน •ทุกสิ ่งมลายหายไป แต่ความรกัของพ่อแม่ยงัยืนยงอยู่ต่อไป 41.จัดสรร-เลือกสรร-คัดสรร •นายหน้าพยายามจัดสรรทีด่นิแถวนี ้ใหม้รีาคาสูงขึน้ •ส านักพิมพ์เลือกสรรงานเขยีนทีม่คีุณภาพมาจดัพมิพ์ •นักเรียนคัดสรรบทเพลงในการร ้องในวันปัจฉิมนิเทศ 42.สงเคราะห ์-อนุเคราะห ์ •ลุงอยากให้เขาสอบได้ หนูช่วยสงเคราะห ์ทีเถอะ •เขามีสปอนเซอร ์รายใหญ่อนุเคราะห ์เครือ่งแตง่กาย 43.ต่อเติม-แต่งเติม-ตกแต่ง •พ่อแม่ต่อเติมบา้นหลงัเดมิเพื ่อพอกบั สมาชกิครอบครวั •นักเรียนช่วยกันแต่งเติมสีสันให้กับต้นคริสต ์มาส •บา้นหลงันีตกแต่ง ้ภายในดว้ยมณัฑนากรชือ่ดงั 44.สงบ-สงัด •คนเราควรสงบใจไวบ้า้ง ถา้คดิมากก็ยิ ่งทกุขม์าก •ฉันกลับไปบ้าน เจอหอ้งที ่ เงยีบสงัด 45.สดชืน่ -สดใส •การไปล่องแก่ง ท าให้ชีวิตสดชืน่ขึน้ •หลังจากพักมา 2 อาทิตย ์ ดูเขาสดใสอย่างเห็นได้ชัด 46.เกือ้หนุน-เกือ้กลู •ระบบที ่ เกือ้หนุนชวีติทั ้งหมดบนโลกกา ลงัเสือ่มถอย •ทุกคนจ าเป็นต้องเกือ้กูลกนัและกนัเพื ่อประโยชนส์่วนรวม 47.ชักจูง-ชักใย •สิ ่งแวดลอ้มปจัจุบนั ชักจูงเด็กวัยรุน่ ไปในทางทีผ่ดิไดง้่าย •ต ารวจพบว่าคดนีีม้คีนคอยชักใยอยเู่บือ้งหลงั 48.ประชากร-ประชาชน •ประชากรของไทยเพิ ่มขึน้รวดเรว็มาก •วิถีการด าเนินชีวิตของประชาชนในเมอืงเปลี ่ยนแปลงไป 49.สิงสู่-สมสู่ •ตอ้งมสีถานทีท่ี ่แม่มดเข้าสิงสู่ •แม่เขาเจ็บใจที ่ เขาไปสมสู่กับผู้หญิงหากิน 50.ผสม-ประสม •แม่ใช้ผลมะเกลือผสมน ้าแลว้ยอ้มจะไดผ้า้สดีา •พอถูกหวัหนา้ต าหนิคนอืน่ก็พลอยประสมโรงด้วย


72 2.การใช้ค าให้ถูกความหมาย ค า ความหมาย ประโยค กักกัน ก. ไม่ใหล้่วงพน้เขตทีก่า หนดไว, ้ ก าหนเขตให้อยู่, กัก ก็ว่า. •แม่กักกันลูกไม่ให้หนีออกไปท าความผิดนอก บ้าน กักตัว ก. ยึดไว้, ไม่ปล่อยไป. ต ารวจ กักตัว ผู้ต้องสงสัย กักขัง ก. บังคบัใหอ้ยใู่นสถานทีอ่นัจ ากดั , เก็บตวัไวใ้นสถานทีอ่นัจ ากดั. •กรมราชทัณฑ์กักขัง นักโทษประหารชีวิตไว้ ในแดนห้า กีดกัน ก. กันไม่ให้ท าได้โดยสะดวก. •นักกีฬาเก่ง ๆ บางคนถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วม ทีม กีดขวาง ก. ขวางกัน้ไว, ้ขวางเกะกะ. •โขดหินกีดขวางทางน ้า กระฉับกระเฉง ว. คล่องแคล่ว, ทะมัดทะแมง. •นักข่าวควรเป็ นคนกระฉับกระเฉง กระปรีก้ระเปรา่ ว. แคล่วคล่องว่องไว เพราะมีก าลัง วังชา •เขามีท่าทางกระปรีก้ระเปรา่คงพรอ้มที ่จะ ท างาน กระชุ่มกระชวย ว. มีอาการกระปรีก้ระเปรา่. •แม้จะอายุ ๗๐ แล้วคุณปู่ ก็ยังกระชุ่มกระชวยอยู่ ขะมักเขม้น ก. ตั ้งใจท าอยา่งรบีเรง่เพือ่ ใหแ้ลว้ เสร็จไป •นักวิทยาศาสตร ์ขะมักเขม้นคน้ควา้หาสิ ่งแปลก ใหม่กว่าที ่ เป็นอยู่ กิจกรรม น. การทีผ่ ูเ้รยีนปฏบิตักิารอย่างใด อย่างหนึ ่งเพื ่อการเรยีนรู้ •นักศกึษาตืน่ตวักนัมากในเรือ่งกิจกรรม การเมือง กิจการ น. การงานทีป่ระกอบ, ธุระ. •ทุกคนมุ่งหวังที ่จะมกิจการ ี เป็นของตัวเอง กิจวัตร น. กิจทีท่า เป็นประจ า. •กิจวัตรของแต่ละคนจะแตกต่างกัน เกี ่ยวขอ้ง ก. ติดต่อผูกพัน, แตะต้อง, ยุ่ง เกี ่ยว, ข้องแวะ •อุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร ์ได้เข้าไปเกี ่ยวขอ้งกับ ชุมสายโทรศัพท ์ เกี ่ยวดอง ว. นับเป็นญาติกันทางเขยหรือ สะใภ้ •คนบา้นอืน่ เกีย่วดองเป็นที ่รูจ้กัมักคุน้มาก่อน เกี ่ยวโยง ก. ต่อเนื ่องไปถงึ.เชือ่มโยง •การปฏิบัติงานระดบัชาตดิา้นใดนั ้นย่อมจะ เกีย่วโยงถึงกันและกัน


73 คุณค่า น. สิ ่งทีม่ปีระโยชนห์รอืมมีูลค่า สูง. •ครูอธิบายให้เห็นคุณค่าของการอ่าน หนังสือ คุณภาพ น. ลกัษณะทีด่ เีดน่ของบุคคลหรอื สิ ่งของ •บริษัทรถยนต ์ต่างๆ มีการปรับปรุง คุณภาพและการบริการใหด้ขี ึน้ ชดเชย ก. ใชแ้ทนสิ ่งที ่ เสยีไป •อาจารย ์จะชดเชยชั ่วโมงสอนให้ นักเรียนในตอนเย็นของวันศุกร ์ ชดใช้ ก. ใชค้่าใชจ้่ายทีท่ดรองจ่ายไป ก่อนแล้ว, ใหท้ดแทนสิ ่งที ่ใชห้รอื เสียไป •หากเกิดอุบัติเหตุกับรถ บริษัทยินดีจะ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่เจ้าของรถ ทดแทน ก. ตอบแทน •นายจ้างจะทดแทนค่าเสียหายให้ ลูกจ้างทุกคน ซาบซึ ้ง ว. อาการที ่รูส้กึจับใจอย่างลกึซึ ้ง, อาการที ่รสู้กึปีตปิลาบปลืม้มาก. •ฉันซาบซึ ้งในสิ ่งทีท่ ่านท าเพือ่ฉัน มาก ดื ่มด ่า ว. ซาบซึ ้ง. •คู่แต่งงานใหม่รู ้สึกดืม่ด า่กับ บรรยากาศชายทะเลที ่งดงาม ตรวจตรา ก. พิจารณาดใูหร้อบคอบถีถ่ว้น. ทหารตรวจตราชายแดนตามหนา้ที ่ ตรวจทาน ก. ตรวจทบทวนความถูกต้อง เรียบร ้อย •ครูฝรั ่งตรวจทานเอกสารการสอน ภาษาอังกฤษ ตรวจสอบ ก.ตรวจเพื ่อคน้หาขอ้เทจ็จรงิ•ต ารวจไปตรวจสอบหาหลักฐานใน สถานที ่ เกดิเหตุ. ตกแต่ง ก. ประดับ, ปรุงจัดให้ดี, ท าให้งาม •บา้นนีตกแต่ง้ ภายในด้วยมัณฑนากร ชือ่ดงั ตบแต่ง ก. จัดให้ลูกสาวมีเรือนตาม ประเพณี •พ่อแม่จัดการให้เธอตบแต่งกบัเพื ่อน ชายทีด่ ใูจกนัมาหลายปี ปกป้ อง ก. คุ้มครองป้ องกัน •แม่ทุกคนย่อมปกป้ องลูกตัวเอง ปิ ดป้ อง ก.บังเพือ่กกัหรอืกัน้ไว้•ความมืดมิดได้ปิดป้ องท้องฟ้ าจนไม่ เหลือแสงสว่างแล้ว ปิ ดบัง ก. ไม่เปิดเผย •ความผดิพลาดมิใชเ่รือ่งตอ้งปิดบัง แต่อย่างใด ปิดกัน้ก.ห้าม, ขวาง, กีดกัน, ขัดขวาง •ประชาชนถูกปิดกัน้ทางเสรีภาพ อย่างมาก


74 ค า ความหมาย ประโยค ผ่อนผัน ก. ลดหย่อนตาม, ลดหย่อนให้. •รัฐมนตรีไม่จะผ่อนผันให้แรงงานต่าง ด้าวได้ท างานในเมืองไทยอีก ผ่อนปรน ก. แบ่งหนักให้เป็ นเบา, เอาไปที ละน้อย, ขยับขยายให้เบาบางลง. •ตัวแทนบริษัทยอมผ่อนปรนตอบรับ ข้อเรียกร ้องของผู้ชุมนุม เผยแผ่ ก. ท าให้ขยายออกไป, ขยาย ออกไป •พระธรรมทูตเผยแผ่พระศาสนา ในยุโรป เผยแพร่ ก. โฆษณาให้แพร่หลาย •เจา้หนา้ทีส่าธารณสุขเผยแพร่ความรู ้ ให้แก่ประชาชน ยกย่อง ก. เชิดชู. •นักอ่านยกย่องกวีซีไรท ์ เทิดทูน ก. ยกย่อง, เชดิชไูวเ้ป็นที ่ เคารพ. •ประชาชาติไทยเทิดทูนพระองค ์ท่าน เป็ นวีรกษัตริย ์ อนุญาต ก. ยินยอม, ยอมให้, ตกลง. •พวกเขาก าลังได้รับอนุญาตให้พก อาวุธปืน อนุมัติ ก. ให้อ านาจกระท าการตาม ระเบยีบทีก่ าหนดไว.้ •คืนนี ้ เราจะอนุมัติเงินทุนให้พวกเขา อนุโลม ก. ใช้แทนกันได้ตามความ เหมาะสม, คล้อยตาม •ภาษามาเลย ์เป็นภาษาราชการก็ ตามแต่ก็ได้อนุโลมให้ใช้ภาษาอังกฤษ ได้ในบางกรณี หน่วงเหนี ่ยว ก. รั ้งตวัไว, ้ดึงถ่วงไว้, กักไว้ •เขาถกูฟ้องฐานะทีห่น่วงเหนี ่ยว กักขงัผูอ้ืน่ . ยึดเหนี ่ยว ก. อาศยัเป็นทีพ่ึ ่ง. •ศาสนาเป็นเครือ่งยดึเหนี ่ยวทางจิตใจ ของมนุษย ์ เหนี ่ยวรั ้ง ก. ดึงไว้, ประวิงไว้, ชะลอไว้. •ค าพูดของเขามีน ้าหนักเหนี ่ยวรั ้งการ ตัดสินใจของฉันไว้ หนาแน่น ว. คบัคั ่ง, แออัด, •กรุงเทพฯ มีประชากรหนาแน่นมาก. แน่นหนา ว. มั ่นคง •ประตูหน้าต่างแน่นหนา สอดแนม ก.ลอบเข้าไปสืบความลับ •ทหารหน่วยนีม้หีนา้ทีสอดแนม่กอง ก าลังต่างชาติ สอดส่อง ก.ตรวจดทูั ่วไป,เอาใจใส่ดแูล •เจา้หนา้ทีสอดส่อง่ดูความปลอดภัย สอดส่าย ก.มองกราดไปทั ่ว •เขาสอดส่ายสายตามองหาคนทีน่ ัดไว้ สูจิบัตร น.ใบแสดงรายการ •การแข่งขันกีฬาต้องมีสูจิบัตรแจกให้ ทราบ สูติบัตร น.เอกสารแสดงชาติก าเนิด •ผู้มีอายุ ๑๕ ปีเมื ่อท าบตัรประชาชน ต้องน าสูติบ้ตรไปด้วย


75 4.3 ประโยคก ากวม 1.ประโยคก ากวม (มีความหมายได้ 2 อย่าง) ภาษาก ากวม มีสาเหตุดงัต่อไปนี ้ 1.การใช้ค าพ้องรูปพ้องเสียง เช่น ผมยุ่งนะ •ความหมาย 1 ผม (ตัวผู้พูด) ก าลังยุ่งกับงาน •ความหมาย 2 ผม (เส้นผม) ยุ่งไม่เป็ นระเบียบ 2.การใชค้ าทีแ่ปลได้2 ความหมาย เช่นนายสิบซ้อมทหารเดินแถว •ความหมาย 1 นายสิบฝึกซ้อมทหารเดินแถว •ความหมาย 2 นายสบิซอ้ม (ท ารา้ยรา่งกาย) ทหารที ่ เดนิแถว 3.การเวน้วรรคตอนทีแ่ตกต่างกนั เช่น การช าเราควรท าใต้ต้นไม้เพราะอากาศเย็นดี •ความหมาย 1 การช า/เราควรท าใต้ต้นไม้เพราะอากาศเย็นดี •ความหมาย 2 การช าเรา/ควรท าใต้ต้นไม้เพราะอากาศเย็นดี ๔.การใช้ค ากริยา “ตาย” ในข้อความ เช่น รถชนควายตาย •ความหมาย 1 รถชนควายจนตาย •ความหมาย 2 รถชนควายทีต่าย 5.การใชค้ าทีข่ยายไดม้ากกว่า 1 แห่ง เช่น ว ันเด็กผู้ใหญ่แจกของเด็กมากมาย •ความหมาย 1 ว ันเด็กผู้ใหญ่แจกของเด็กมากมาย (ของเด็กมากมาย) •ความหมาย 2 ว ันเด็กผู้ใหญ่แจกของเด็กมากมาย (เด็กมากมาย) 6.การใช้โครงสร้างประโยค (นาม+ไม่+กริยา+เหมือน+นาม) เช่น เขาไม่หล่อเหมือนพ่อ •ความหมายที ่1 (ไม่หล่อเหมอืนพ่อ ทีห่ล่อ) •ความหมายที ่2 (ไม่หล่อเหมอืนกบัพ่อที ่ไม่หล่อ) 7.การใช้โครงสรา้งประโยค(นาม+ไม่ได+้ขบัรถ+ไป+สถานที ่ ) เช่น พ่อไม่ได้ขับรถไปหัวหิน •ความหมาย 1 พ่อไม่ไดข้บัรถไปหวัหนิ (คนอืน่ขบั ) •ความหมาย 2 พ่อไม่ไดข้บัรถไปหวัหนิ (แต่ไปทีอ่ืน่) 8.การละค าบุรพบทเช่น ค าไว้อาลัยภรรยา •ความหมายที ่1 ค าไว้อาลัย(แก่)ภรรยา. (สามีเขียน) •ความหมายที ่2 ค าไว้อาลัยของภรรยา (ภรรยาเขียน)


76 2.แนวทางท าข้อสอบ (อ่านค าถาม/ตามหาส่วนขยาย) •ข้อใด ใช้ภาษาก ากวม• 1. คนรกัหนงัสอืมกัจะไม่พอใจเมือ่ เห็นหนงัสอืที ่ เพือ่นยมืไปเป็ นรอยย ับ 2. โรงพยาบาลแห่งนีม้ เีครือ่งมอืตรวจโรคมะเรง็รุ่นใหม่น าเข้าจากต่างประเทศ*** 3. ชาวสวนมีวิธีขยายพันธุ์กุหลาบพันธุ์ดีโดยการติดตาบนตอกุหลาบป่ า 4. ทีจ่งัหวดัพระนครศรอียุธยานกัท่องเทีย่วชอบลอดทอ้งชา้งเพราะเชือ่วา่ ท าให้ตนอายุยืน 5. มะเขือเทศและแตงโมมีสารไลโคปินทีช่ ่วยป้องกนัการเสือ่มสภาพของเซลล์ ในร่างกาย 4.3 ประโยคบกพร่อง 1.ความหมายประโยคบกพร่อง ประโยคบกพรอ่ง หมายถงึ ประโยคทีม่ เีนือ้ความหรอืไวยากรณท์ ี ่ไม่ถูกตอ้งตามหลกัไวยากรณ์ ภาษาไทย ซึ ่งอาจจะเป็นทีก่ารใชค้ าหรอืประโยคก็ได้ 2.ลักษณะประโยคบกพร่อง 2.1 การใช้ภาษาผิด เช่น การใช้ค าผิดความหมายผดิหนา้ที ่ผิดบริบท 2.1.1 การใช้ค าผิดความหมาย เช่น •พ่อแม่เสี ้ยมสอนให้เขาเอือ้อารแีกผู่อ้ืน่ •ต ารวจรัวกระสุนปืนใส่ผู้ร ้ายหนึ ่งนัด 2.1.2 ใช้กลุ่มค าและส านวนผิดความหมาย เช่น •ลืมหน้าอ้าปาก ต้องใช้ ลืมตาอ้าปาก •ปัญญาเท่าฝาหอย ต้องใช้ ปัญญาแคห่างอึ ่ง 2.1.3 การเรียงค าหรือกลุ่มค าผิดล าดับ เช่น -ในเรือ่งนิกกบัพมิ มีการกล่าวถึงมนุษย ์ในทัศนะของสุนัขต่าง ๆ กัน (…มีการ กล่าวถึงมนุษย ์ในทัศนะต่าง ๆ กันของสุนัข) •เขาแลเห็นเด็กน้อยไร ้เดียงสาข้างหญิงสาวก าลังกระโดดเต้น (เขาแลเห็นเด็กน้อยไร ้เดียงสาก าลังกระโดดโลดเต้นข้างหญิงสาว ) 2.2 การใช้ภาษาไม่เหมาะสม การใช้ภาษาผิดระดับ 2.2.1 ใช้ภาษาพูดในการเขียนทางวิชาการ เช่น • ยังไง(อย่างไร)- นิดหน่อย (เล็กน้อย) 2.2.2 ใช้ภาษาต่างประเทศโดยไม่จ าเป็ นในภาษาเขียน เช่น • แอร ์(เครือ่งปรบัอากาศ)- รถเมล ์(รถโดยสารประจ าทาง)


77 2.2.3 ใช้ภาษาต่างระดับในบริบทเดียวกัน เช่น • มารดาของขา้พเจา้เสยีชวีติตั ้งแตข่า้พเจา้ยงัเล็ก ๆ คุณพ่อจึงมีภรรยาใหม่ • กระผมขอเรียนว่า กระผมไม่ไดเ้กงานเมยีกระผมออกลูกเมือ่วานนีก้ระผมเลยต้อง หยุดงาน 2.2.4 ใช้ภาษาไม่เหมาะสมกับโวหาร เช่น •เธอสวมเสือ้บางจนดูตวัเปล่าเล่าเปลอืย 2.3. การใช้ภาษาไม่กระจ่าง 2.3.1 ใช้ค าไม่ชัดเจน เช่น •เรือ่งนีผ้ ูแ้ตง่มีจนิตนาการทีด่ ี(ค าว่าดีความหมายก้วางเกินไป) • มีอะไร ๆ อกีหลายประการที ่ เธอยงัเขยีนคลาดเคลือ่น จากความเป็นจริง (ควรให้ ข้อเท็จจริง) 2.3.2 ใช้ภาษาก ากวม คือตีความได้หลายอย่าง เช่น •ไหล่เขาลาดดีจริง •คนที ่จบัเชอืกควรจะเป็นคนสาว •รถบรรทุกของไปตั ้งแตเ่ ชา้ 2.4 การใช้ภาษาไม่สละสลวย 2.4.1 ใช้ภาษาฟุ่ มเฟื อย เช่น •ในอดตีทีผ่ ่านมา •การจราจรติดขัด ถนนแออัดด้วยรถ 2.4.2 ล าดับค าไม่เหมาะสม เช่น •ลีลาของชวีิตเธอเปลี ่ยนแปลง • เขาเป็นคนดถีา้เขาไม่ดืม่ เหลา้ 2.5 การใช้ส านวนแบบภาษาต่างประเทศ •ใช้ชีวิต/- จะน ามาซึ ่ง…./- พบตัวเอง/-ง่ายต่อการท าความเข้าใจ/- มาในเพลง/ หกโรคร ้าย (ขาดลักษณนาม)/ มาในชุด/ ส าหรับ, มัน (ไว้ต้นประโยค)/ ภายใต้การน า/ ต้องอบอุ่นร่างกาย/ ภายใต้ การควบคุม/พร ้อมด้วย/ ปราศจาก 2.6 การใช้ประโยคไม่จบความ •ลักษณะการใช้ประโยคไม่จบความ มักจะหลอกโดยใช้ส่วนต่าง ๆ ของประโยคทีท่ าหนา้ที ่ ขยาย (ประโยคความซ้อน) แต่ขาดใจความหลักของประโยค เช่น • เด็กที ่ เดนอยู่บนถนน ิ •บา้นซึ ่งใกลจ้ะพงัแลว้นั ้น


79 3.แนวทางการท าข้อสอบ (อ่านค าถาม/ตามหา ส่วนบกพร่อง) •ข้อความส่วนใด เป็ นประโยคบกพร่อง• 1)หลงัจากสงครามโลกครั ้งที ่2 สงบลง นักล่าโอปอล อญัมณีมคี่า พากนัพากนัหลั ่งไหลไปที ่ ออสเตรเลยี/ 2) ความหวังว่าโอปอลจะน าความมั ่งคั ่งมาสู่พวกเขาอย่างรวดเร็ว/ 3) นักล่าโอปอลรอนแรม ไปกลางทะเลทรายนานนับเดือน/4) พวกเขายงัชพีดว้ยพชืและสตัวท์ีห่าไดใ้นทอ้งถิน่/ 5) ที ่อาศยัก็เป็น อโุมงคท์ีข่ดุลงไปใตพ้ ืน้ทราย 1.ส่วนที ่1 2.ส่วนที ่2*** 3.ส่วนที ่3 4.ส่วนที ่4 5.ส่วนที ่5 4.4ประโยคสมบูรณ์ 1.ประโยคและส่วนประกอบของประโยค ประโยค คอืหน่วยทางภาษาทีป่ระกอบดว้ยค าหรอืค าหลายค าเรยีงต่อกนักรณีที ่ เป็นค าหลายค า เรยีงต่อกนัค าเหล่านัน้ตอ้งมคีวามสมัพนัธท์างไวยากรณก์นัอย่างใดอย่างหนึ ่ง ประโยค เป็นหน่วยทางภาษาทีส่ามารถสือ่ความไดว้า่เกดิอะไรขึน้หรออะไรมีสภาพเป็ นอย่างไร ื โดยทัว่ ไปประโยคประกอบดว้ยส่วนส าคญั 2 ส่วน คือ นามวลี กับ กริยาวลี ทั ้งนี ้ประโยคอาจมเีพียง กรยิาวลีก็ได้แต่จะมเีพียงนามวลไีม่ได้ 1.ตวัอย่างขอ้ความที ่ไม่เป็นประโยค (เพราะมีเพียงนามวลี ไม่มีกริยาวลี) •พวกเรานักเรียนโรงเรียนบ้านไรท่ ั ้ง 6 คน 2.ตวัอย่างขอ้ความที ่ เป็นประโยคเพราะประกอบดว้ยกรยิาวลเีพยีงล าพงัหรอื ประกอบด้วยนามวลีกับกริยาวลี •รูส้กึพะอดืพะอมมาตั ้งแต่เชา้แลว้ (มีเพียงกริยาวลี) •พวกเรานกัเรยีนโรงเรยีนบา้นไรท่ ั ้ง 6 คน อย่ายอมแพ้เป็ นอ ันขาด (มีนามวลี กับ กริยาวลี) 2.ส่วนประกอบของประโยค ประโยคประกอบด้วยส่วนส าคัญ 2 ส่วน คอืนามวลีท าหน้าที ่“ประธาน” กบักรยิาวลีท าหน้าที ่ ภาคแสดง ดงัตวัอย่างต่อไปนี ้ นามวลี กริยาวลี ประธาน ภาคแสดง คนไทยรุ่นใหม่ ควรมีวินัยในการใช้จ่าย 3.แนวทางการท าข้อสอบ(อ่านค าถาม-ตามหาประธาน- กริยา) •ข้อใด ไม่เป็ น ประโยค• 1. บ้านเป็ นหนึ ่งในปัจจยัสีท่ีม่ีความสา คญัต่อการด ารงชวีติ 2. ทุกคนอยากมีบา้นทีส่วย น่าอยู่น่าอาศยัและร่มรืน่ 3.ไมป้ระดบัทีม่ีทรงตน้ ใบ และดอกสสีวยงาม*** 4.ไม้ประดับบางชนิดสามารถน าไปตกแต่งบ้านเรือนหรือส านักงาน 5.ใครจะคิดว่าไมป้ระดบัทีส่วยงามนัน้อาจมพี ิษ


80 4.5 ระดับภาษา 1.ความหมายระดับภาษา ระดับของภาษา หมายถงึความลดหลัน่ของถอ้ยค าและการเรยีบเรยีงถอ้ยค าที ่ใชโ้ดยพจิารณา ตาม โอกาส หรอืกาลเทศะ ความสมัพนัธ์ระหวา่งบุคคลที ่ เป็นผูส้ ือ่สาร 2. การแบ่งระดับภาษา การแบ่งระดับตามเนือ้หาทีส่ือ่สารการศกึษา มี 5 ระดับ คือ 1. ระดับพิธีการ ใชส้ ือ่สารในทีป่ระชุมที ่ เป็นพธิกีาร 2. ระดับทางการ ใช้บรรยายหรืออภิปรายอย่างเป็ นทางการ หรือใช้ในการเขียนข้อความให้ ปรากฏต่อสาธารณชน 3. ระดบักึ ่งทางการ ใชภ้าษาทีล่ดความเป็นการเป็นงานลงบา้งเพือ่ความใกลช้ ดกัน เช่น การ ิ ประชุมกลุ่มหรืออภิปรายเป็ นกลุ่มเล็ก หรือบทความในหนังสือพิมพ์ 4. ระดับไม่เป็ นทางการ ใช้สนทนาของบุคคลหรือกลุ่มคน 4 -5 คน หรือการเขียนจดหมาย ระหวา่งเพือ่น 5. ระดับกันเอง ใชส้ ือ่สารกนัในวงจ า กดัเช่น ในครอบครวัเพือ่นสนิทในสถานทีท่ี ่ เป็นส่วนตวั ระดบัภาษาทั ้ง 5 ระดบันี ้แบ่งเป็น 2 ระดับใหญ่คือ ภาษาแบบเป็ นทางการ และ ภาษาแบบไม่เป็ นทางการ 1.ภาษาแบบเป็ นทางการ ภาษาที ่ใชอ้ย่างเป็นทางการมลีกัษณะเป็นพิธีการ ถูกต้องตามแบบ แผนของภาษาเขียน แบ่งออกเป็ น 1.1 ภาษาระดับพิธีการ เป็นภาษาทีส่มบูรณแ์บบ รูปประโยคถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ มี ความประณีต งดงาม อาจใชป้ระโยคทีซ่บั ซอ้นและใชค้ าระดบั สูง ภาษาระดบันีจ้ะใชใ้นโอกาส ส าคญัๆ เช่น งานราชพธิ ีวรรณกรรมชัน้สูง เป็นตน้ 1.2 ภาษาระดับมาตรฐานราชการ หรือ อาจเรียกว่า ภาษาทางการ / ภาษาราชการ เป็นภาษาทีส่มบูรณแ์บบ รูปประโยคถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ เน้นความชัดเจน ตรงประเด็นเป็ นส าคัญ ใช้ ในโอกาส ส าคญัที ่ เป็นทางการ เช่นหนงัสอืราชการวทิยานิพนธ์รายงานทางวชิาการ การกล่าวปราศรยั การกล่าวเปิดงานส าคัญ ๆ เป็ นต้น 2. ภาษาแบบไม่เป็ นทางการ ภาษาที ่ไม่เครง่ครดัตามแบบแผน มกัใช้ในการสื ่อสารทัว่ ไปใน ชวีติประจ าวนัหรอื โอกาสทัว่ๆ ไปที ่ไม่เป็นทางการ แบ่งเป็น 2.1 ภาษาระดบักึ ่งทางการ เป็นภาษาที ่ยงัคงความสุภาพแต่ไม่เคร่งครดัแบบภาษา ทางการบางครั ้งอาจใชภ้าษาระดบั สนทนามาปนอยู่ดว้ย มนัใชใ้นการตดิต่อธุรกจิการงาน หรอืใชส้ ือ่สารกบั บุคคลที ่ไม่คุน้เคย หรอืมคีุณวฒุิและ วยัวฒุสิูงกวา่หรอืการบรรยาย การประชุมต่างๆ รวมทั ้งใช้ในงาน เขียนที ่ไม่เป็นทางการเพือ่ ใหง้านเขียนนัน้ดไูม่เครยีดจนเกนิไป เช่น สารคดีบทวจิารณ์เกีย่วกบับนัเทิงคดี ต่างๆ เป็ นต้น 2.2 ภาษาไม่เป็ นทางการ (ภาษาระดับสนทนา) เป็นภาษาที ่ใชส้นทนาโตต้อบกบับุคคลที ่ รูจ้กัในสถานทีห่รอืเวลาที ่ไม่เป็นการส่วนตวัหรอืสนทนากบับุคคลทีย่งัไม่คุน้เคย รวมทั ้งใช้เจรจาซือ้ขาย ทัว่ ไป และ การประชุมที ่ไม่เป็นทางการ ภาษาที ่ใชม้กัมรีูปประโยคง่ายๆ ทีส่ามารถเข้าใจทนัทีแต่ยงัคง ความสุภาพ เช่น ภาษาที ่ใชใ้นการรายงานข่าวโทรทศัน์การเจรจาในเชงิธุระทัว่ ไป เป็นตน้ 2.3 ภาษาระดับกันเองหรือภาษาปาก เป็นภาษาพูดที ่ใช้สนทนากบับุคคลที ่สนิท คุน้เคยมกัใชส้ถานทีส่ ่วนตวัหรอื ในโอกาสทีต่อ้งการความสนุกสนานครืน้ เครง หรอืการทะเลาะววิาท ภาษาที ่ใชเ้ป็นภาษาพูดที ่ไม่เครง่ครดัอาจมคี าตดัค าสแลง ค าต ่า ค าหยาบปะปน โดยทัว่ ไปไม่นิยมใช้ใน ภาษาเขียน ยกเวน้งานเขียนประเภท เช่น เรือ่งสัน้นวนิยาย ภาษาข่าวหนงัสอืพมิพ์การเขียนบทละคร ฯ


81 ภาษาระดับทางการ ภาษาระดับไม่ทางการ เท่าทีพ่บการท างานส่งครูของนกัเรยีน แย่มากจริงๆ เจ้านายยังไม่เกษียนหนังสือ ให้ฉัน ตั ้งแต่เมื ่อวาน นายยงัไม่แทงเรือ่งลงมา ใหฉ้นัตั ้งแต่ เมื ่อวานนี ้ ชอบท าอะไรไม่น่าดูอยู่บ่อยครั ้ง ชอบท าอะไรเฟอะฟะอยู่เรือ่ย 3.รูปแบบการแบ่งระดับภาษา 1. แบ่งเป็ น 2 ระดับได้แก่ ระดบัที ่ เป็นแบบแผน ระดบัที ่ไม่เป็นแบบแผน 2. แบ่งเป็ น 3 ระดับ ได้แก่ ระดบัพิธกีาร ระดบักึ ่งพิธกีาร ระดบัไม่เป็นพธิกีาร 3. แบ่งออกเป็ น 5 ระดับ ได้แก่ ระดับพิธีการ - ระดับทางการ -ระดบักึ ่งทางการ - ระดับไม่ เป็ นทางการ - ระดับกันเอง สรุปได้ว่า ภาษาจ าแนกเป็ น 2 ระดับ คือ 1.ภาษาแบบเป็ นทางการ ได้แก่ ระดับพิธีการ - ระดับทางการ 2.ภาษาแบบไม่เป็ นทางการ ไดแ้ก่ภาษาระดบักึ ่งทางการ - ภาษาระดับสนทนา –ภาษาระดับ กันเอง 1. ภาษาระดับพิธีการ เป็นภาษาทีม่กัใชถ้อ้ยค าที ่ไดเ้ลอืกเฟ้นแลว้วา่ ไพเราะสละสลวย ใช้ สือ่สารกนัในการประชุมที ่ เป็นพธี ิการ อาทิ การเปิดประชุมร ัฐสภา การกล่าวค าปราศร ัย การกล่าวสดุดี ฯลฯ 2. ภาษาระดับทางการ เป็นภาษาที ่ใชใ้นการบรรยายหรอือภปิรายอย่างเป้นทางการในทีป่ระชุม หรอืใชเ้ขียนข้อความทีจ่ะใหป้รากฏต่อสาธารณชนอย่างเป็นการเป็นงาน หนงัสอืที ่ใชต้ดิต่อกบัทาง ราชการหรือวงการธุรกิจ อาทิ ผลงานทางวิชาการ เรียงความ บทความทางวิชาการ หนังสือราชการ ฯลฯ 3. ภาษาระดบักึ ่งทางการ เป็นภาษาที ่ใชใ้นการประชุมเล็ก ๆทีล่ดความเป็นการเป็นงานลง เพือ่ ใหเ้กดิสมัพนัธภาพอนัใกลช้ดิยิ ่งขึน้ระหวา่งผูส้ ่งสารกบัผูร้บัสาร อาทิการอภปิรายกลุ่ม การบรรยายใน หอ้งเรยีน การเล่าเรือ่ง ชวีประวตั ิข่าวและบทความในหนังสือพิมพ์ ฯลฯ 4. ภาษาระดับสนทนา (ไม่เป็ นทางการ) เป็นภาษาที ่ใชใ้นการสนทนาโตต้อบระหวา่งบุคคล หรอืกลุ่มคนที ่ไม่เกนิ 4-5 คน ถอ้ยค าที ่ใชอ้ยู่ในระดบัทีม่คี าสแลง ค าตดัค าย่อปะปนอยู่อาทิการรายงาน ข่าว การเขียนจดหมายถงึเพือ่น การเขียนนวนิยาย บทภาพยนตร ์ เป็ นต้น 5. ภาษาระดับกันเอง เป็นภาษาที ่ใชอ้ยู่ในวงจ ากดั ใชส้นทนาส าหรบัผูท้ ีส่นิทสนมคุน้เคยกนั มาก ๆ เช่น ในหมู่เพือ่นฝูง หรอืในครอบครวัมกัใชพู้ดกนัในสถานทีท่ี ่ เป็นส่วนตวัเช่น นวนิยาย เรือ่งสัน้ บทละคร ข่าวกีฬา เป็ นต้น


82 4.ข้อแตกต่างระหว่างระดับภาษาทางการ และระดับไม่เป็ นทางการ ระดบัที ่ เป็นทางการ (แบบแผน ) ระดับไม่เป็ นทางการใช้ภาษาพูด 1.ค าสรรพนาม : กระผม ผม ดิฉัน ข้าพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้า ท่าน ท่านทั ้งหลาย 1.ค าสรรพนาม : ผม ฉัน ดิฉัน เดี ้ยนกัน เรา หนู คุณ พวกคุณ พี ่ป้านา้อา พ่อแม่พีน่อ้ง ฯลฯ 2.ค านาม : ใช้ค าสุภาพ ศัพท ์บัญญัติศัพท ์วิชาการ เช่น สถานีต ารวจ รถโดยสารประจ าทาง โรง ภาพยนตร ์กระบือ สุกร 2.ค านาม :โรงพัก รถเมล ์โรงหนัง ควาย หมู 3.ค ากริยา : รับประทาน ถึงแก่กรรม บริโภค 3.ค ากริยา : กิน แดก ทาน ตาย 4.ค าวิเศษณ์ : เปรี ้ยว เย็น มาก 4.ค าวิเศษณ์ :เปรี ้ยวจีด๊ เย็นเจี ๊ยบ วิ ่งเตม็เหยยีด ฟาดเต็มเหนี ่ยว เยอะแยะ มากมายก่ายกอง ขมปี ๋ อ้วนฉุ ยิม้แฉ่ง 5.ค าลงท้ายประโยค :คะ ครับ ซินะ เถอะ 6.ค าสแลง :ชักดาบ พลิกล็อค โดดร่ม วัยโจ๋มั ่วนิ ่ม 7.ค าซ ้า ค าซอ้น : ดีด๊ีเก๊าเก่า ต่าง ๆ นานา เดินเหิน 8.ใช้ค ายืม:เว่อร ์(Over) จอย (Enjoy) 9.ใช้ค าอุทานเสริมบท:กินหยูกกินยา อาบน ้าอาบ ท่า 10.ชือ่ย่อตา่ง ๆ : ส.ส. ผู้ว่าฯ 5.แนวทางการท าข้อสอบ (อ่านค าถาม+ตามหาภาษาพูด) •ขอ้ความต่อไปนี ้ส่วนใด ใชภ้าษา ไม่เหมาะสม กับรายงานทางวิชาการ• 1) วิทยาศาสตรก์ารกฬีาคอืการรวมศาสตรส์าขาต่าง ๆ มาใชเ้พื ่อการกีฬา/ 2) อาทิการใช้ ฟิสกิ สว์ิเคราะหก์ารเคลือ่นไหวของนักกรฑีา/ 3) การใชโ้ภชนวทิยาศกึษาโภชนาการที ่ เหมาะสมกบันักกฬีา แต่ละประเภท/ 4) ความรเู้รือ่งเคมีเชน่การศกึษาการเกดิและการสลายของกรดแล็กติกในกลา้มเนือ/้ 5) ที ่ เราตอ้งเอาศาสตรต์่าง ๆ มาใชเ้พื ่อเรยีนรูแ้ละเพิ ่มขีดความสามารถของพวกนักกีฬา 1.ส่วนที ่1 2.ส่วนที ่2 3.ส่วนที ่3 4.ส่วนที ่4 5.ส่วนที ่5 •ข้อใด ใช้ภาษาเหมาะสมกับการเขียนรายงานทางวิชาการ• 1.การปลูกเฟิรน์นั ้นเราต้องรู ้เสียก่อนว่าจะปลูกเฟิร ์นดินหรือเฟิร ์นอิงอาศัย 2.การปลูกเฟิรน์แตล่ะประเภทตอ้งเลอืกใชว้ัสดอุ ุปกรณท์ี ่ เหมาะสม 3.การปลูกเฟิร ์นให้สวยงามไม่ใชเ่รือ่งยากเลย ตอ้งระวงัอยา่ ใหม้นี ้าขงั 4.ผู้ปลูกเฟิร ์นมือใหม่ควรเลอืกชนิดที ่ เลี ้ยงง่าย ไม่ตอ้งดูแลเอาใจใส่มาก 5.เฟิร ์นมีสีเขียวหลายเฉด มีรูปใบต่าง ๆ กันทา ใหม้เีสน่หก์ว่าไมอ้ืน่ๆ


83 4.6 การใช้ส านวนถูกต้องตามความหมาย 1.การใช้ส านวนไทยพร้อมตัวอย่างการใช้ 1.กงกรรมกงเกวียน •เวรตามสนองผูก้ระท า เชน่นายกลา้นักเลงเก่าคนบา้นกุ่มทีช่อบคุมพวก ปลน้ควายเขานะ ตอนนี ้ไดข้่าวว่า ถูกมอืดเีล่นเสยีม่องเท่งเลย นี ่แหละเขา ว่า กงกรรมกงเกวียน 2.กงเกวียนก าเกวียน •เวรตามสนองผูก้ระท า เชน่ท าแกเ่ขาอย่างไร เขาก็ทา แกต่นอย่างนั ้น เป็ น กงเกวียนก าเกวียน 3.ก้นกุฏิ •ลูกศษิยท์ี ่ไดร้บัความไวว้างใจ เชน่เธอเป็นศษิย์ก้นกุฏิดูแลรักษาข้าว ของอย่างไรถึงปล่อยให้ขโมยมาลักข้าวของไปอย่างง่ายดาย 4.กบในกะลาครอบ •คนไม่ค่อยมีประสบการณ์ เช่น ไปเปิดหูเปิดตาเสียบ้างซิ อย่าท าเป็น กบในกะลาครอบไปหน่อยเลย เดี ๋ยวจะไม่ทนัคน 5.กรวดน ้าคว ่าขนั•ตดัขาดไม่ขอเกี ่ยวขอ้งดว้ย เชน่นายสนัตเ์ป็นคนเจา้ชเู้กนิไป จนภรยิา ทนไม่ได้ ต้องถึงกับ กรวดน า้คว า่ขนั กันไปเลย 6.กระดี ่ไดน้ ้า •อาการแสดงความดอีกดใีจตืน่ เตน้จนตวัสัน่ เชน่แหม!พอแฟนมาหาละก็ ท าเป็น กระดี ่ไดน้ า้ เลยนะ 7.กระต่ายขาเดียว •ยืนยันเด็ดขาดเป็นอย่างเดียว เช่น ใครจะว่าอย่างไร เขาก็ยังยืน กระต่ายขาเดียวอยู่นั ่นแหละ 8.กระต่ายตืน่ตูม •อาการทีต่กใจง่ายโดยไม่ทันส ารวจให้ถ่องแท้ก่อน เช่น อย่าท าเป็ น กระต่ายตืน่ตูม ไปหน่อยเลยดูเสยีก่อนว่าเป็นเรือ่งอะไร 9.กระโถนท้องพระโรง •ผูท้ ี ่ใคร ๆ ก็พากนัมารุมใชอ้ยู่คนเดยีว เชน่นายเป็นโฆษกรฐับาลก็อย่างนี ้ แหละ เขาใชใ้หแ้ถลงอะไรกต็อ้งแถลง ผดิถูกอย่างไรกอ็ยทู่ ี ่โฆษก ช่วย ไม่ได้ ก็นายอยากเป็น กระโถนท้องพระโรง 10.กลมเป็ นลูกมะนาว •หลบหลีกไปได้คล่องจนจับไม่ได้ เช่น นายมันกลมเป็ นลูกมะนาวอย่าง นี ้คนเขาจงึเกลยีดกนั 11.กลา้นกัมกับิน่•กล้าเกินไปมักจะเป็นอันตราย เช่น ท าอะไรควรมีสติไว้บ้าง อย่ากล้าหาญ เกินไปหาไม่แล้วอาจได้รับความเดือดร ้อนอย่างที ่โบราณท่านว่า กล้านัก มกับิน่ ยังไงล่ะ 12.กลนืน ้าลายตวัเอง •กลับค า เช่น เขาเคยบอกว่าจะเลิกเหล้าเสียที แต่แล้วเขาก็กลับ กลนืน า้ลายตวัเอง หันมาดืม่หนักขึน้อกี 13.กลืนไม่เข้าคายไม่ออก •ไม่รูจ้ะท าอย่างไรดีเชน่พ่อกบัพ่อทะเลาะกนัแตลู่กของทั ้งสองฝ่ ายกลับ เป็นเพือ่นกนัเสยีนี ่จึงท าใหส้องครอบครวัตกอยใู่นสภาพ กลืนไม่เข้า คายไม่ออก 14.กวนน ้าใหข้่นุ•ท าเรือ่งราวทีส่งบอยู่แลว้ใหวุ้่นวายขึน้มา เชน่เรือ่งมนัเงยีบหายไปแลว้ เอ็งก็อย่ากวนน า้ ใหข้ ุ่นขึน้มาอกีควรจะนิ ่งเสยี


84 15.กว่าถั ่วจะสุกงาก็ไหม้•ไม่ทันท่วงที เช่น ถ้ารัฐบาลช่วยร ้านค้าปลีกของคนไทยก็ต้องรีบช่วย ถ้า ช้าอาจไม่ทันการ จะเข้าข่ายกว่าถัว่จะสกุงาก็ไหม้ 16.กัดก้อนเกลือกิน •มีชวีติเป็นอยู่อยา่งแรน้แคน้เชน่ตอนนีฉ้ ันจนถงึขนาดกัดก้อนเกลือ กินแล้ว 17.กาคาบพริก •ลักษณะคนผวิดา แตง่ตวัดว้ยเสือ้ผา้สแีดง เช่น นางน้อยแต่งตัวไม่รู ้จัก มองสารรูปตวัเองเสยีบา้งเลยมอียา่งที ่ไหนตวัเองดา มดิหมียงัจะใส่เสือ้สี แดงอย่างกับ กาคาบพริก 18.ก าปั ้นทุบดนิ•พูดกวา้ง ๆ เชน่แนวคดิทางการเมืองของท่านพุทธทาสอยู่ที ่ไหน ถา้พูด อย่างกา ปัน้ทุบดนิละก็อยู่ที ่ธรรมะของท่าน 19.กิ ่งทองใบหยก •เหมาะสมกันมาก เชน่รูไ้หมที ่รกัเธอกบัพีม่คีนเขาบอกกนัว่า ถา้ได้ แต่งงานกัน จะสมกันอย่างกับกิ ่งทองใบหยก 20.กนิขา้วรอ้นนอนตืน่สาย •คนมั ่งมนี ึกจะกนิกไ็ดก้นิจะนอนตืน่ เมือ่ ใดกไ็ด้เชน่ถา้นายไม่ขยนั เดี ๋ยวไดอ้ดตาย กนิขา้วรอ้นนอนตืน่สายเหมือนเศรษฐีเขาไม่ได้หรอก 2.ตัวอย่างการใช้ส านวนไทย ส านวน ความหมาย ตัวอย่างประโยค 1.ก้นกุฏิ สนิทสนมเป็นที ่วางใจได้•เด็กคนนี ้ เก่งสมค าล ่าลอืจรงิๆ ที ่ว่าเขาเป็นศษิย์ ก้นกุฏิของอาจารย ์ 2.กระดี ่ไดน้ ้า อาการดีอกดีใจตืน่ เตน้จน ตัวสั ่น •นายนี ่ดใีจเหมอืนปลากระดี ่ไดน้ ้าจริงๆ 3.กระหม่อมบาง เจ็บป่วยง่าย •กระหม่อมบางจริง ๆนะ โดนแค่ฝนนิดเดียว ถึงกับ จับไข้ 4.กวนน ้าใหข้่นุท าเรือ่งราวทีส่งบอยู่แลว้ให้ เกิดเป็นปัญหาขึน้มา •อย่ากวนน ้าใหข้ ุ่น ตอนใกล้สงบศึก 5.กอดเกา้อี ้ยึดต าแหน่ง, ไม่ยอมละ ต าแหน่ง •ไม่ว่างานของเขาจะล้มเหลวเพียงใด เขาก็กอดเกา้อี ้ แน่น 6.ก่อหวอด เริม่จบักลุ่มเพื ่อท าการ อย่างใดอย่างหนึ ่ง •พนักงานได้ก่อหวอดประทว้งขึน้ตามจุดต่างๆ, 7.กาหลงรัง ผูเ้รร่อ่นไปไม่มที ีพ่กัพงิเป็น หลักแหล่ง •บ้านช่องไม่ยอมกลับ จะเป็น กาหลงรัง ไปถึงไหน 8.กาฝาก ผูอ้าศยัเกาะคนอืน่กนิ•ประชาชนก าลังถูกเบียดเบียน จากกาฝากของสังคม 9.กินข้าวแดง จ าคุก, ติดคุก •กินข้าวแดงยาว ฎีกาพิพากษากลับจ าคุกมือปืน ป๊ อปคอร ์น ๓๗ ปี ๔ เดือน


85 10.กนิตามน ้า รบัของสมนาคณุที ่ เขาเอา มาให้โดยไม่ได้เรียกร ้อง •คุณท างานอยู่ทีน่ี ่กต็อ้งกนิตามน ้าแบบนี ้แหละ 11.กินเส้น เข้ากันได้ •เขารู ้สึกกินเส้นกบัเธอทนัททีีพ่บ 12.เกลอืจิม้ เกลอื ว. ไม่ยอมเสียเปรียบกัน, แก้เผ็ดให้สาสมกัน •ก็คุณไปเอาเปรียบเขาก่อน พอเขาเกลอืจิม้ เกลอื คุณกลับมาร ้องเรียน ว่ากล่าวเขา 13.แก่แดด ท าเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ •เธอแค่เป็นเด็กแก่แดดหกขวบทีก่า ลงัตกหลุมรกั 14.แก้เผ็ด ท าตอบแกผู่ท้ ี ่ เคยท าความ เจ็บปวดใหแ้กต่วัไวเ้พือ่ ให้ สาสมกัน •เขาพยายามจะแก้เผ็ดศัตรูของเขาอยู่ 15.แกะด า คนทีท่ าอะไรผดิเพือ่นผดิ ฝูงในกลุ่มนั ้น ๆ •คุณเป็ นแกะด า คุณไม่เหมาะกบัทีน่ี ่ 16.ไก่อ่อน ผู้มีประสบการณ์น้อยยังไม่ รูท้ ันเล่หเ์หลี ่ยมของคน •เป็นเรือ่งธรรมดาส าหรบั ไก่อ่อนผู้ไร ้ประสบการณ์เช่น เธอ 17.ขมิน้กบั ปูน ชอบทะเลาะกันอยู่เสมอ เมื ่ออยใู่กลก้นั , ไม่ถูกกัน •เด็กสองคนนีม้ีเรือ่งทะเลาะกนัไม่ไดห้ยุด เป็น ขมิน้กบั ปูนทีเดียว 18.ขนุไม่ขึน้ เลี ้ยงไม่เชือ่ง มีแต่เนรคุณ •ไอน้ิดมนัชบุเลี ้ยงมาแต่เดก็ขุนไม่ขึน้ เสียจริง 19.คมในฝัก มีความรู ้ความสามารถแต่ เมื ่อยงัไม่ถงึเวลาก็ไม่แสดง ออกมาให้ปรากฏ •พนักงานคนนี ้ฉลาดนะ แต่เขามกัที ่จะท าตวัเป็น คมในฝัก 20.คลืน่ ใตน้ ้า เหตุการณท์ีก่รนุ่อยู่ภายใน แต่ภายนอกดูเสมือนสงบ เรียบร ้อย •นายกฯ เตือนสติคนไทยระวัง คลืน่ ใตน้ ้า ให้รู ้รัก สามัคคี 21.คว ่าบาตร ไม่ยอมคบค้าสมาคมด้วย •พวกมันไม่ขอบคุณฉัน แถมยังคว ่าบาตรฉันอีก 22.คิดบัญชี แก้แค้น, ตอบโตส้ิ ่งทีผ่ ูอ้ืน่ ท าไว้กับตนหรือพวกของ ตน •เราตอ้งไปคดิบญัชพีวกทีท่ ารา้ยเราเมือ่วันก่อน 23.ฆ้องปากแตก ปากโป้ง, เก็บความลับไม่ อยู่, •ท าไมแกถึงเป็นฆ้องปากแตกแต่เช้า 24.งอมพระราม มีความทุกข์ยากล าบาก เต็มที ่ •ถนนสายนี ้ เคยมีตา รวจจราจรถกูรถยนตช์นเสยี งอมพระรามไปแล้วหลายคน 25.จมไม่ลง เคยท าตัวใหญ่มาแล้วท า ให้เล็กลงไม่ได้ •ถ้ายังจมไม่ลงอยแู่บบนี ้ต่อไปเธอจะล าบากนะ 26.จมูกมด ที ่ไวหรอืรูท้นัเหตุการณ์•ผูห้ญงิคนนั ้นเป็นคนจมูกมด มักจะรูเ้รือ่งราวทุกอย่าง ในหมู่บ้านตลอดเวลา 27.แจงสี ่ เบี ้ย อธิบายละเอียดชัดแจ้ง •ผมแจงสี ่ เบีย้ ให้เขาฟังถึงความรับผิดชอบของ ข้าราชการ


86 28.ชนักติดหลัง ความชั ่วหรอืความผดิที ่ยงั ติดตัวอยู่ •ผมไปไหนไม่ได้หรอกมีชนักติดหลังอยู่นี ่ 29.ชักใบให้เรือ เสีย พูดหรือท าขวาง ๆ ให้การ สนทนาหรือการงานเขว ออกนอกเรือ่งไป •คนเขาจะรีบวางแผนท างานกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ มา ชักใบให้เรือเสียซะแล้ว 30.ชักใย บงการอยู่เบือ้งหลงั•คดนีีม้ีคนคอยชักใยอยเู่บือ้งหลงั 31.ชุบมือเปิบ ฉวยประโยชนจ์ากคนอืน่ โดยทีต่นเองไม่ไดล้งทุนลง แรง •ผมไดเ้ตรยีมงานไวทุ้กสิ ่งทุกอย่างเขาเพยีงแต่มา ชุบมือเปิ บเท่านั ้น 32.เชือ่ขนมกนิ ได้ มั ่นใจได, ้เชือ่ ใจได, ้ส าเร็จ แน่นอน •ถ้าพนันกัน ยังไงก็เชือ่ขนมกนิไดเลยว่า ทีมชาติไทย ้ ชนะทีมชาติเขมรแน่นอน 33.ดาบสองคม มีทั ้งคุณและโทษ, อาจดี อาจเสียก็ได้ •ความเจรญิทางวิทยาศาสตรน์ัน้ เป็นเหมอืน ดาบสองคมทีท่ ั ้งสรา้งสรรคแ์ละทา ลายความเจรญิ 34.ดีดลูกคิด ค านวณผลได้ผลเสียหรือ ก าไรขาดทุนอย่างละเอียด •เรือ่งนีผ้ม ดีดลูกคิด ดูแล้วยังไงเราก็ได้ไม่คุ้มเสีย 35.เด็ดบัวไม่ไว้ใย ตัดขาด, ตัดญาติขาดมิตร กันเด็ดขาด •พอสิน้บุญผูใ้หญ่ญาตพิ ีน่อ้งต่าง ทะเลาะกนัจนถงึขัน้ เด็ดบัวไม่ไว้ใยกันเลย 36.ไดท้ขี ี ่แพะไล่ ซ ้าเตมิเมือ่ผูอ้ืน่ เพลี ่ยง พล ้าลง •ผมไม่น่าพลาดเลยจรงิๆ คนที ่ เป็นคแู่ข่งคอยหาโอกาส ได้ทีขีแ่พะไล่ 37. ตกม้าตาย แพ้, เสียเชิง •ถ้าเตรียมตัวไม่ดี ถูกกรรมการซักเข้าหน่อยก็คง ตกม้าตาย 38.ตบหัวลูบหลัง ท าหรือพูดให้ กระทบกระเทือนใจในตอน แรก แล้วกลับท าหรือพูด เป็ นการปลอบใจในตอน หลัง •อย่าตบหัวแล้วลูบหลังกันด้วยค าขอโทษแบบไร ้ มารยาท! 39.ต้อนหมูเข้า เล้า บังคบัคนที ่ไม่มีทางสู้•ใครคอืมอืเซยีนที ่วางแผน “ต้อนหมูเข้าเล้า” 40.ตัดหางปล่อย วัด ตัดขาดไม่เกี ่ยวขอ้งไม่เอา เป็ นธุระอีกต่อไป •นายสองคนจะตัดหางปล่อยวัดเราแล้วหนีเหรอ 41.ตัวเป็นเกลียว อาการทีท่า งานอยา่งขยนั ขันแข็งมากจนไม่มีเวลาได้ พักผ่อน •เด็กสามคนท ามาหากินช่วยเหลือครอบครัว ตัวเป็ นเกลียวท าให้พวกเขาไม่ได้เรียนหนังสือ


87 42.ตเิรอืทั ้งโกลน ต าหนิสิ ่งที ่ยงัท าไม่เสรจ็ หรอืที ่ยงัไม่รูว้่าอะไรเป็น อะไร •ภาพยนตรเ์รือ่งนี ้ เพิ ่งจะเริม่ ไดเ้พยีง ๒ ตอน อย่าเพิ ่ง ตเิรอืทั ้งโกลนซิเธอ. 43.ตีตนก่อนไข้ กังวลทุกข์ร ้อนหรือ หวาดกลวัในเรือ่งที ่ยงัไม่ เกิดขึน้ •ต ารวจแค่เรียกตัวคณุไปสอบสวน เป็นพยาน อย่าเพิ ่ง ไปตีตนก่อนไข้เลย 44.ตีวัวกระทบ คราด โกรธคนหนึ ่งแต่ท าอะไร เขาไม่ได้ ไพล่ไปรังควาน อีกคนหนึ ่งที ่ เกี ่ยวขอ้ง และ ตนสามารถท าได้ •เราไม่ควรสร ้างนิสัย ตีวัวกระทบคราด ไม่พอใจใครก็ ไประบายกับอีกคน 45.ถอยหลังเข้า คลอง หวนกลับไปหาแบบเดิม •หากเรายงัไม่เปลี ่ยนแปลงพฤตกิรรมเหล่านีก้็จะท าให้ ประเทศถอยหลังเข้าคลอง 46.เถรส่องบาตร คนทีท่ าอะไรตามเขาทั ้ง ๆ ที ่ไม่รูเ้รือ่งราว •แฟนชวนไป เห็นเขาไหว้กูก็ไหวต้าม อย่างนี ้ เรยีกว่า “เถรส่องบาตร” 47.ทนายหน้าหอ หัวหนา้คนรบัใชท้ี ่ใชอ้อก หน้าออกตา ผู้รับหน้าแทน นาย •ผู้บริหารต่างๆก็เก็บตัวเงียบ มีแต่ทนายหน้าหอออก โรงมาบอกว่าไม่เป็นความจริง 48.ทุบหม้อข้าว ตัดอาชีพ, ท าลายอาชีพ •มันยอมทนหิว และกล้าทุบหม้อข้าวตัวเอง 49.น ้าซมึบ่อ ทราย หามาไดเ้รือ่ย ๆ •ฉันวางแผนว่าจะสร ้างอพาร ์ตเมนต ์ให้เช่า เพราะรายได้ จากค่าเช่าอพาร ์ตเมนท ์ก็เหมือนน ้าซมึบ่อทราย 50.เบี ้ยบา้ยราย ทาง เงินที ่จะตอ้งใชจ้่ายหรอืเสยี ไปเรือ่ย ๆ เป็นระยะ ๆ ในขณะท าธุรกิจอย่างใด อย่างหนึ ่งใหส้ าเรจ็ •ในวงการผูร้บัเหมานั ้นทุกคนรดู้วี่า การประมูลงานแต่ ละครั ้ง ตอ้งจ่ายเบีย้บา้ยรายทางอีกมากมาย 51.ปลาข้อง เดียวกัน คนทีอ่ยู่ร่วมกันหรือเป็น พวกเดียวกัน •ลูกนอ้งคุณนี ่มันปลาข้องเดียวกันจริง ๆ พากัน เที ่ยวจนเสยีงานเสยีการทกุคน 53.ปิดทองหลัง พระ ท าความดีแต่ไม่ได้รับการ ยกย่อง เพราะไม่มีใครเห็น คุณค่า •เขาจะไม่ได้อะไรเลยถ้ายังปิดทองหลังพระอยู่อย่างนี ้ 53.พายเรือทวน น ้า ท าด้วยความยากล าบาก •การท าความดี จึงเหมือนการพายเรอืทวนน ้า ต้อง ใช้ก าลังความอดทน 54.เสือนอนกิน คนที ่ไดร้บัผลประโยชน์ หรือผลก าไรโดยไม่ต้อง ลงทุนลงแรง บิลลเ์กตสร์ ่ารวยมหาศาลเป็นเสือนอนกินเนื ่องจากมี สิทธิผ์ ูกขาดในเรือ่งซอฟตแ์วรค์อมพิวเตอร์ 55.เส้นผมบัง ภูเขา เรือ่งง่าย ๆ แต่คดไม่ออก ิ เหมือนมีอะไรมาบังอยู่. เส้นผมบังภูเขาจริงๆเลย จอห ์น นายก็เห็นมันแล้ว แต่ นายไม่สังเกตเอง


88 3.แนวทางการท าข้อสอบ (อ่านค าถาม/ตามหาส านวน/ใคร่ครวญความหมาย) •ข้อใด ใช้ส านวนไม่ถูกต้อง• 1.เขาเป็นคนพูดขวานผ่าซาก ชอบพูดตรง ๆ ออกมาตามทีค่ดิโดยไม่เกรงใจใคร และไม่เลือกกาลเทศะ 2.ผมนัดกบัเพือ่นที ่โรงเรยีนเก่า แต่ไปรอกนัคนละที ่ตอ้งเดนิหากนัอยนู่าน ราวกบั งมเข็มในมหาสมุทร 3.กรณีพิพาทในกรณีน่านน ้าสากลกอ่ ใหเ้กดิความข่นุเคอืงระหว่าง 2 ประเทศมานาน เหมือนกับไฟสุมขอน 4.เธออยา่ ประมาทนะ เลี ้ยงสุนัขดุขนาดนั ้นไวใ้กลต้วัระวงัจะเป็นหมองูตายเพราะงู สุนัขมันจะกัดเอาได้ 5.มีคนน าความลับของบริษัทเราไปบอกบริษัทคู่แข่งจนเราเสียประโยชน์ไปมากมาย เกลือเป็ นหนอนเสียแล้ว •ส านวนในขอ้ใด เหมาะที ่จะเตมิลงในช่องว่างของขอ้ความต่อไปนี ้• หลังจากสมาชกิกลมุ่แสดงความคดิเหน็ที ่ไม่ลงรอยกนัอยหู่ลายวนั ในทีส่ ุดทกุคนก็รว่มหา ทางออกของปญัหาจนส าเรจ็ความขดัแยง้เรือ่งนี ้จึง...................ลงไดเ้สยีที 1.ปิดหีบ 2.ปิดปาก 3.ปิดฉาก 4.ปิดบัญชี 5.ปิดส านวน


89 4.7ชนิดของประโยคตามเจตนา 1.ความหมาย เจตนาของผู้ส่งสาร คือ ความตั ้งใจ ความจงใจ หรือความมุ่งหมาย ของผูส้ ่งสารทีป่รากฏในสาร โดย ผูร้บัสารตอ้งตคีวามสารเพือ่ ใหเ้ข้าใจเจตนาทีแ่ทจ้รงิของผูส้ ่งสาร เจตนาในการส่งสาร ในการส่งสารตามปกติผู้ส่งสารม ักเลือกใช้ประโยคชนิดต่างๆ ให้ตรงกับเจตนา ในการส่งสาร เช่น ใชป้ระโยคบอกเล่าในการบอกหรอืแจง้เรือ่งต่างๆ ใชป้ระโยคค าถามเมือ่ตอ้งการถาม ใช้ประโยคปฏิเสธ เมือ่ตอบปฏเิสธ แต่ในบางครั ้งจะสงัเกตเห็นวา่ ผู้ส่งสารใช้ประโยคไม่ตรงกับเจตนาในการ ส่งสาร ผู้ร ับสาร จึงต้องอาศัยการตีความ เพือ่ ใหส้ ือ่สารไดเ้ข้าใจตรงกนั 2. ชนิดประโยคที ่แบ่งตามเจตนา ชนิดของประโยคทีแ่บ่ง ตามเจตนา (สถาบ ันภาษาไทย, 2552) ซึ ่งจ าแนกชนิดของประโยคทีแ่บ่ง ตามเจตนา ๙ ชนิด ได้แก่ -บอกให้ทราบ - เสนอแนะ -สั ่ง -ห้าม - ชักชวน -ขู่ -ขอร้อง- คาดคะเน -ถาม 3.วิธีวิเคราะห์เจตนาของผู้ส่งสาร สรุปสาระส าคัญของสาร แลว้ผูร้บัสารตั ้งค าถามกบัตนเองวา่ "ผู้ส่งสารต้องการอะไร" "เขียนหรือ พูดเพือ่อะไร" หรือ "อยากบอกอะไรแก่ผู้ร ับสาร" 4.ตัวอย่างการวิเคราะห ์เจตนาของผู้ส่งสาร "การใหลู้กไดฟ้งัเรือ่งดีๆ ของแม่จากปากพ่อ หรอืไดย้นิไดฟ้งัเรือ่งดๆี ของพ่อจากปากแม่ จะท าให้ลูก เกิดความประทับใจในตัวพ่อแม่ เพราะเด็ก ๆ นั ้นเหมอืนผา้ขาวทีพ่รอ้มซมึซบัเอาทุกสิ ่งทุกอย่างทีผ่ ่านมา สัมผสัเขา้ไวแ้ละพรอ้มที ่จะท าตาม ไม่ช้าลูกก็จะมีความประพฤติดี รักและกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่" จากข้อความข้างต้น ผู้ส่งสารต้องการ "แนะน าผูท้ ี ่ เป็นพ่อและแม่ใหพู้ดเรือ่งทีด่ขีองกนัและกนัใหลู้ก ฟัง" (แนะน าให้ปฏิบัติ) = เจตนาของผู้ส่งสาร 5.ขอ้สงัเกตเกีย่วกบัการใชป้ระโยคแสดงเจตนาต่างๆ ประโยคแต่ละชนิดอาจแสดงเจตนาทีแ่ยกย่อยไปไดอ้กีมาก เช่น ประโยคบอกเล่าอาจแสดงเจตนา บอก เตือน แนะ ท้วง วิจารณ์ต าหนิฯลฯ ประโยคสั ่งอาจแสดงเจตนาบงัคบั ขอร้อง อ้อนวอน ชวนเชิญ ฯลฯ ประโยคสอบถามอาจแสดงเจตนาถาม ซ ัก สอบสวน ฯลฯ ค าชนิดหนึ ่งทีช่ว่ยแสดงเจตนาของผูพู้ดคอืค าอนุภาคในประโยค แสดงเจตนาของผู้พูดต่างกัน ก. นั ่งลงซิ สั ่ง ข นั ่งลงเถอะ อนุญาต ก คุณอย่าจับซิ ต าหนิ ข คุณอย่าจับนะ ห้าม


90 4.8 ค าที ่มีความหมายตรง / อุปมา ค า/ความหมายโดยนัย ค า/ความหมายโดยนัย 1.หงส์ ผูด้,ีผูม้ ศีกัดิศ์ร,ีความสูงส่ง 2.ผู้ใหญ่ ผู้มีประสบการณ์ 3.ดอกฟ้ า หญงิผูสู้งศกัดิ ์4.ดวงใจ สิ ่งทีส่ าคญัทีส่ ุด 5.เทพธิดา คนดี,คนทีส่วยทีส่ ุด 6.มอืขวา คนใกลช้ดิ,คนที ่ไวใ้จได้ 7.มือแข็ง ไม่ค่อยไหว้คนง่าย 8.มอืสะอาด ซือ่สตัยส์ุจรติ 9.มืออ่อน นอบน้อม,มีความสามารถน้อย 10.มอืสกปรก คนที ่ไปเกีย่วข้องกบัเรือ่งชัว่รา้ย 11.มือเบา ประณีตบรรจง 12.มอืรอ้น คนทีป่ลูกตน้ไมไ้ม่ขึน้ 13.มือใหม่ ย ังไม่มีความช านาญ 14.มอืผีขาไพ่ที ่ เข้ามาเล่นใหค้รบส ารบั 15.มือเก่า มีความช านาญ 16.ดาว บุคคลที ่ เด่นทางใดทางหนึ ่ง 17.เกา้อี ้ ต าแหน่ง 18.เพชร บุคคลทีม่คี ่า 19.นกขมิน้ คนเร่ร่อน 20.กา ความต ่าตอ้ย 21.ตอไม้ อุปสรรค 22.งูเห่า ผู้มีอ านาจ ผู้ทรยศ 23.ทะเล ความอ้างว้าง 24.สดี า สิ ่งไม่ด,ีอปัมงคล 25.สขีาว ความบรสิุทธิ ์26.แกะด า แปลกแตกต่างจากคนอืน่ 27.ดับ ตาย 28.ทรพี ลูกอกตัญญู 29.ไฟเขียว เห็นชอบ,อนุม ัติ 30.เสียงแตก มีความเห็นแตกต่างกัน 31.ชุดด า โจร,ผู้ร้าย 32.หมู,กล้วย ง่าย 33.หิน ยาก 34.ยืน่ซองขาว ไล่ออกจากงาน 35.สุนขัจิ ้งจอก คนเจา้เล่ห์ 36.นกพิราบ สันติภาพ 37.ถังแตก เงินหมดตัว 38.ถงัข้าวสาร ครอบครวัฐานะร า่รวย 39.ควาย โง่ 40.เต่า ช้า 41.ไดโนเสาร ์ ล้าสม ัย 42.เสอืซ่อนเล็บ คนทีม่ เีล่หเ์หลีย่ม 43.หนอนหนังสือ คนชอบอ่านหนังสือ 44.หมูสนาม คนทีม่ฝีีมอืดอ้ย 45.แพะ ผูท้ ีร่บัโทษแทนคนอืน่46.ลิง ซุกซน 47.ผเีสือ้ราตรีหญงิโสเภณี 48.น ้าใตศ้อก เป็นรอง 49.เรือจ้าง,แม่พิมพ์ ครู 50.ตีนแมว ขโมย 51.ชักใย ผู้บงการอยู่เบือ้งหลงั 52.ขี ้ริว้หม่นหมอง 53.ฉีกหน้า ท าให้ได้ร ับความอ ับอาย 54.รสเด็ด รสชาติดีมาก 55.เค็ม ไม่ยอมเสียเปรียบใคร 56.ปากตลาด ปากจัด,พูดมาก 57.ตาขาว แสดงอาการหวาดกลัว 58.คนกลาง ผูท้ ี ่ไม่ฝักใฝ่ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ ่ง 59.ฉีกหน้า ท าให้ได้ร ับความอ ับอาย 60.ไมบ้รรทดัคนทีม่คีวามเทีย่งตรงตามกฎหมาย 61.จับกบ หกล้ม 62.ผเีสือ้ราตรีนกัเทีย่วกลางคนื 63.จี ้ เสน้ท าใหข้บขนั 64.เตะตา สะดุดตา 65.ชักดาบ ไม่ยอมจ่ายเงิน 66.ปากหวาน พูดจาสุภาพ 67.อาบน ้ารอ้น มปีระสบการณม์าก่อน 68.ตนีผีผูท้ ีข่บัรถเรว็ 69.จนมุม หมดทางหนี 70.หัวกะทิ คนสมองดี


91 2.แนวทางการท าข้อสอบ (อ่านค าถาม+ตามหาความหมายเดียว) •ค าในข้อใด ใชไ้ดท้ ั ้งความหมายตรงและความหมายเชงิอุปมาทั ้ง 2 ค า• 1.ตาบอด ปล่อยไก่*** 2.ทิ ้งทวน ถอดใจ 3.จับตา หลับใน 4.ล้มบอล แสบใส้ 5.เล่นตัว งัดข้อ •ค าในขอ้ใด ใชไ้ดท้ ั ้งความหมายตรงและความหมายเชงิอุปมา• 1.เสียงแตก มือสะอาด**** 2.ปากจัด คลื ่นใตน้ ้า 3.ใจชืน้พลิกแผ่นดิน 4.หน้าชา คอทองแดง 5.พักแรม กัดไม่ปล่อย •ค าในข้อใด ใชไ้ดท้ ั ้งความหมายตรงและความหมายเชงิอุปมาทั ้ง 2 ค า• 1. เกี ่ยวกอ้ย ท าใจ 2.เลือดเย็น ยื ่นมือ 3.กัดฟัน เจ้าของ 4.กดขี ่ก้มหน้า 5.ขึน้สมอง ตีเสมอ


92 4.9ค าทับศัพท์ภาษาอังกฤษ 1.ค าทับศัพท์และศัพท์บัญญัติ ค าทับศัพท ์หมายถงึค าทีถ่ ่ายเสยีงมาจากรูปค าในภาษาอืน่และน ามาเขียนใน รูปแบบของภาษาไทยเพื ่อใหค้นที ่ใชภ้ าษาสามารถออกเสียงได้อย่างถูกต้อง 2.ตัวอย่างค าทับศัพท์ acre = เอเคอร ์ alcohol = แอลกอฮอล ์ algorithm = อัลกอริทึม alkaline = แอลคาไลน์ almond = อัลมอนด ์ alpha = แอลฟา aluminium = อะลูมิเนียม ameba = อะมีบา ampere = แอมแปร ์ analog = แอนะล็อก antibody = แอนติบอดี apple = แอปเปิล้ arabic = อารบิก art = อาร ์ต artwork = อาร ์ตเวิร ์ก asphalt = แอสฟัลต ์ Atlantic = แอตแลนติก bacteria = แบคทีเรีย badminton = แบดมินตัน ball = บอล ballet = บัลเลต ์ balloon = บอลลูน bar = บาร ์ basketball = บาสเก็ตบอล barrel = บาร ์เรล battery = แบตเตอรี ่ bearing = แบริง block = บล็อก brake = เบรก cable = เคเบิล caffeine = คาเฟอีน cake = เค้ก calcium = แคลเซียม calculus = แคลคูลัส calorie = แคลอรี capsule = แคปซูล carbon = คาร ์บอน carbon dioxide = คาร ์บอนไดออกไซด ์ cartoon = การ ์ตูน catalog = แค็ตตาล็อก Catholic = คาทอลิก cell = เซลล ์ celluloid = เซลลูลอยด ์ celsius = เซลเซียส cement = ซีเมนต ์ chlorine = คลอรีน chlorophyll = คลอโรฟิลล ์ chocolate = ช็อกโกแลต chord = คอร ์ด chromosome = โครโมโซม classic = คลาสสิก clinic = คลินิก clone = โคลน club = คลับ cocktail = ค็อกเทล column = คอลัมน์ commando = คอมมานโด computer = คอมพิวเตอร ์ concert = คอนเสิร ์ต concrete = คอนกรีต cookie = คุกกี ้ cyclone = ไซโคลน Hurricane = เฮอริเคน Ham = แฮม hydrogen=ไฮโดรเจน hydrometer=ไฮโดรมิเตอร ์


93 3.ศัพท์บัญญัติ ศัพท์บ ัญญัติคอืค าทีบ่ญัญตัขิ ึน้ ใหม่ในภาษาไทย โดยราชบณัฑติยสถานเป็นผู้รบัรอง เพื ่อรองรบั ศพัท์ใหม่ๆ ที ่ เกดิขึน้ตามเทคโนโลยแีละความกา้วหน้าดา้นต่างๆของโลก หรอืค าทีบ่ญัญตัขิ ึ ้นเพื ่อใช้แทน ค าต่างประเทศ หลักการบ ัญญัติศัพท์มี 2 ประการ ดงันี ้ 1. การคดิค าศพัทไ์ทยใหต้รงกบัความหมายเดมิของค านัน้ๆใหม้ากทีส่ ุดเช่น ศัพท ์บัญญัติ ภาษาอังกฤษ น้าค้างแข็ง Frost ตลาดมืด Black market ค่าผ่านทาง Toll เครือข่าย Network ปี แสง Light year พัดลม Fan โลกเสรี Free world เรอืด าน ้า Submarine ไม้ขีดไฟ Match ลูกเสือ Boy scout ไฟฟ้ า electricity 2. ถา้หาค าไทยไดไ้ม่เหมาะสม ใหส้รา้งค าใหม่โดยใชค้าภาษาบาลแีละสนั สกฤต ซึ ่ง ตอ้งเป็นค าทีม่ีใชม้าก่อนและสามารถออกเสยีงไดง้่าย ศัพท ์บัญญัติ ภาษาอังกฤษ ทฤษฎี theory วัฒนธรรม culture ปรัชญา philosophy กิจกรรม activity มลพิษ pollution มหาวิทยาลัย university วิทยาศาสตร ์ science ยานอวกาศ spacecraft โทรทัศน์ television


94 4. แนวทางการท าข้อสอบ (อ่านค าถาม/ตามหาศัพท์บัญญัติ) •ค าทับศัพท์ภาษาอังกฤษข้อใด สามารถใช้ค าไทยแทนได้• 1.ไอเดีย ยูนิต**** 2.ออกไซด ์ ออนซ ์ 3.เฮโมโกลบิน เฮอริเคน 4.ไมล ์ โครโมโซม 5.อินซูลีน ฮอร ์โมน •ค าภาษาอังกฤษในข้อใดใช้ค าไทยแทนได้• 1. นวนิยายที ่ เธอเขยีนมพล็อต ี ดีมาก ถูกใจผูอ้ืน่จนมีการสรา้งเป็นละคร* 2. กรณีมีสินค้าวางจ าหน่ายไม่ครบทุกร ้าน สามารถสั ่งซือ้ไดท้างอนิเตอรเ์น็ต 3. ควรใหเ้ด็กกนิฟลูออไรดเ์ม็ดเพือ่ป้องกนั ฟันผตุั ้งแตเ่ด็ก 6 เดือนถึง 16 ปี 4. ออรา่เป็นคลืน่พลงัรศัมขีองมนุษยม์ลีกัษณะเป็นสนามแม่เหล็กไฟฟ้ารอบรา่งกาย 5. เครือ่งส าอางชนิดใหม่สามารถเสรมิกระบวนการผลดัเซลลผ์วิหนา้ชัน้นอกอย่างอ่อนโยน 4.10 ราชาศัพท์ 1.การใชค้ าราชาศพัทท์ ี ่ส าคญั 1. เกิด ค าราชาศัพท ์ ใช้กับล าดบัที ่ •ทรงพระราชสมภพ •มีพระบรมราชสมภพ •เสด็จพระราชสมภพ 1.พระมหากษัตริย ์ 2.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพร ัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประสูติ 3-4-5สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค์เจ้า-หม่อมเจ้า 2.อายุ ค าราชาศัพท์ ใช้กับ พระชนมายุ 1.พระมหากษัตริย ์ 2-3.พระราชินี, พระบรมราชชนนี, พระยุพราช, พระบรมราชกุมาร, พระบรมราชกุมารี, สมเด็จเจ้าฟ้ า พระชันษา 4. พระองค์เจ้า, พระสังฆราช ชันษา 5.หม่อมเจ้า 3. ลงชือ่ ค าราชาศัพท์ ใช้กับ ลงพระปรมาภิไธย 1.พระมหากษัตริย ์ ลงพระนามาภิไธย 2.-3พระราชินี, พระบรมราชชนนี, พระยุพราช, พระบรมราชกุมาร, พระบรมราชกุมารี, สมเด็จเจ้าฟ้ า ลงพระนาม 4.พระองค์เจ้า, พระสังฆราช ลงนาม (พระอนุวงศ์) 5.หม่อมเจ้า


95 4. ป่ วย ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ ทรงพระประชวร 1.พระมหากษัตริย ์, สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, 2. สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระเทพร ัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประชวร 3-4-5สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค์เจ้า-หม่อมเจ้า อาพาธ พระ, สามเณร 5. ตาย ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ สวรรคต, เสด็จสวรรคต 1.พระเจ้าอยู่หัว, พระราชินี, พระบรมราชชนนี, 2.พระยุพราช, พระบรมราชกุมาร, พระบรมราชกุมารี, พระบรมราชวงศท์ ี ่ไดร้บัพระราชทานฉตัร ๗ ชัน้ ทิวงคต 2.พระยุพราช, เจา้ ฟ้าที ่ไดร้บัเฉลมิพระยศพเิศษ, พระราชาต่างประเทศ สิน้พระชนม์ 3-4สมเด็จเจ้าฟ้ า, พระองค์เจ้า, สมเด็จพระสังฆราช สิน้ชพีติกัษยั , ถึงชีพิตักษัย 5.หม่อมเจ้า ถึงแก่พิราลัย, ถึงพิราลัย เจ้าประเทศราช, สมเด็จเจ้าพระยา ถึงแก่มรณภาพ, มรณภาพ พระ, เณร ถึงแก่อสัญกรรม องคมนตรี, ประธานองคมนตรี, ร ัฐมนตรี, นายกร ัฐมนตรี, ประธานสภา, เจ้าพระยา, ผูไ้ดร้บัพระราชทานเครือ่งราชอสิรยิาภรณ์ ชัน้ปฐมจุลจอมเกลา้, ประธานาธิบดีต่างประเทศ ถึงแก่อนิจกรรม พระยา, ผูไ้ดร้บัพระราชทานเครือ่งราชอสิรยิาภรณ์ ชัน้ - ปถมาภรณ์มงกุฎไทย/ทุติยจุลจอมเกล้า, ผู้ได้ร ับเป็ นกรณีพิเศษ ถึงแก่กรรม, สิน้ชวีติ, เสียชีวิต, มรณะ สุภาพชน 6. ค าพูด ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ พระราชด าร ัส, พระราชกระแส 1.พระราชา รบัสั ่ง พระราชวงศ์, พระอนุวงศ์ 7. พูด ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ มีพระราชด าร ัส, มีพระราชกระแส, มีกระแสพระราชด าร ัส 1.-2พระมหากษัตริย ์, สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพร ัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี) มีพระด าร ัส, ด าร ัส, มรีบัสั ่ง 3-4 สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค์เจ้า รบัสั ่ง, มรีบัสั ่ง 5. หม่อมเจ้า


96 8. ให้ ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ พระราชทาน 1.-2พระมหากษัตริย ์, สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพร ัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน 3 พระบรมราชวงศช์ ัน้สมเด็จเจา้ ฟ้า ประทาน 4-5พระองค์เจ้า-หม่อมเจ้า 9. ค าสอน ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ พระบรมราโชวาท 1.พระราชา พระโอวาท 2.เจ้านาย พระราชวงศ์ 10. สอน ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ มีพระบรมราโชวาท 1.พระราชา มีพระโอวาท 2.เจ้านาย พระราชวงศ์ 11. โอวาท ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ พระบรมราโชวาท 1-พระมหากษัตริย ์ พระราโชวาท 2-สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพร ัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระโอวาท 3-4-5สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค์เจ้า-หม่อมเจ้า 12. ให้โอวาท ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ มีพระบรมราโชวาท, พระราชทานพระบรมราโชวาท 1-พระมหากษัตริย ์ พระราโชวาท, พระราชทานพระ ราโชวาท 2-สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพร ัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระโอวาท, พระราชทานพระ โอวาท, ประทานพระโอวาท 3-สมเด็จเจ้าฟ้ า มีพระโอวาท, ประทานพระโอวาท 4-พระองค์เจ้า พระอนุวงศช์ ัน้พระองคเ์จา้ 5-หม่อมเจ้า


97 13. การใช้ค า “เป็ น ,มี” ค า ใช้กับ มี น าหน้าค าทีค่ ากรยิาราชาศพัท์เช่น มีพระบรมราชโองการ มีพระราชเสาวนีย ์ ทรงมี น าหน้าค าที ่ เป็นค านามราชาศพัท์เช่น ทรงมีกล้องถ่ายรูป ทรงมีแสตมป์ เป็ น น าหน้าค าที ่ เป็นค านามราชาศพัท์เช่น เป็ นพระราชโอรส เป็ นพระราชนัดดา ทรงเป็ น น าหน้าค านามสาม ัญ เช่น ทรงเป็ นครู ทรงเป็ นนักปราชญ์ 14. การใช้ค า “เดินทางไปเป็ นประธาน”, “เดินทางไปเปิ ดงาน” ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ เสด็จฯไปทรงเป็ นประธาน 1-พระมหากษัตริย ์, 2- สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพร ัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเปิดงาน เสด็จไปทรงเป็ นประธาน 3-4-5สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค์เจ้า-หม่อมเจ้า เสด็จไปทรงเปิดงาน 15. เดินทางไปหรือมาโดยยานพาหนะ ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ เสด็จฯ , เสด็จพระราชด าเนิน (ขึน้ ,ลง,เข้า,ออก,ไป,กลบั) 1-พระมหากษัตริย ์ 2-สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพร ัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ 3-4-5 สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค์เจ้า-หม่อมเจ้า 16. เดิน ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ ทรงพระด าเนิน 1-พระมหากษัตริย ์ 2-สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพร ัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 3-สมเด็จเจ้าฟ้ า 4-พระองค์เจ้า ด าเนิน 5-หม่อมเจ้า


98 16. อนุเคราะห ์ ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ 1.พระบรมราชานุเคราะห์ 2.พระราชานุเคราะห์ 1.พระมหากษัตริย ์ 2.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพร ัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 3.พระอนุเคราะห์ 3-4-5 สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค์เจ้า-หม่อมเจ้า 17. อนุสาวรีย์ ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ 1.พระบรมราชานุสาวรีย ์ 2.พระราชานุสาวรีย ์ 1-.พระมหากษัตริย ์ 2-.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพร ัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 3.พระอนุสาวรีย ์ 3-4สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค์เจ้า 4.อนุสาวรีย ์ 5.-หม่อมเจ้า 18. ขอบใจ ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ 1.รู ้สึกเป็ นพระมหากรุณาธิคุณล้น เกล้าล้น กระหม่อม 2.รู ้สึกเป็ นพระเดชพระคุณล้นเกล้า ฯ รู ้สึกเป็ นพระกรุณาธิคุณล้นเกล้า ฯ 1.พระมหากษัตริย ์ 2.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพร ัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 3.ขอบพระทัย 3-4-5 สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค์เจ้า-หม่อมเจ้า 19. รูปเขียนเหมือนบุคคลจริง ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ 1.พระบรมรูปเขียน ,พระบรมฉายา สาทิสลักษณ์, พระบรม สาทิสลักษณ์ 2. พระรูปเขียน, พระฉายา สาทิสลักษณ์, พระสาทิสลักษณ์ 1.พระมหากษัตริย ์ 2.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพร ัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 3.พระรูป 3-4-5สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค์เจ้า-หม่อมเจ้า


99 20. รูปถ่าย ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ 1.พระบรมฉายาลักษณ์ 2.พระฉายาลักษณ์, พระรูป 1.พระมหากษัตริย ์ 2.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพร ัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 3.พระรูป 3-4-5 สมเด็จเจ้าฟ้ า-พระองค์เจ้า-หม่อมเจ้า 21. รูปปั ้น ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ 1.พระบรมรูปปั ้น 1.-พระมหากษัตริย ์ 2.พระรูปปั ้น 2-.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมราชินี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมุฏราชกุมาร, สมเด็จพระเทพร ัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 3-สมเด็จเจ้าฟ้ า4-พระองค์เจ้า5-หม่อมเจ้า 21. รูปหล่อ ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ 1.พระบรมรูปหล่อ 1-.พระมหากษัตริย ์ 2.พระรูปหล่อ 2-.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ 3-สมเด็จเจ้าฟ้ า4-พระองค์เจ้า5-หม่อมเจ้า 22. อายุ.....ปี ค าราชาศัพท ์ ใช้กับ 1.พระชนมพรรษา.....พรรษา 1-.พระมหากษัตริย ์ 2.พระชนมายุ.....พรรษา” 2-.สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิ ราชฯสยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพ ร ัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี 3.พระชันษา.............ปี 3-สมเด็จเจ้าฟ้า-4-พระองค์เจ้า-5-หม่อมเจ้า 2.ตัวอย่างข้อสอบ ราชาศพัทท์ ี ่ขดีเสน้ใตใ้นขอ้ใดใชถู้กตอ้ง 1. ตามค่านิยมและประเพณีพระมหากษัตริย ์ไทยมักทรงเป็นทหาร* 2. หม่อมเจา้วรชยัประทานพระราชานุเคราะหแ์ก่ราษฎรทีป่ระสบอุบตัภิยั 3. ประชาชนทีม่ารอรบัเสดจ็กราบบงัคมทูลขอบพระทยั สมเดจ็พระเจา้อยู่หวั 4. ประชาชนนิยมไปกราบถวายบังคมพระราชานุสาวรีย ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 5. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารีทรงลงพระปรมาภิไธย ในสมุดเยี ่ยม


100 เฉลยแบบฝึกหัดที ่1 1.-3 2.-1 3.-1 4.-5 5.-4 6.-3 7.-4 8.-1 9.-2 10.-3 11.-2 12.-2 13.-2 14.-5 15.-4 16.-3 17.-1 18.-2 19.-3 20.-1 21.-1 22.-4 23.-3 24.-4 25.-2 26.-4 27.-5 28.-5 29.-3 30.-3 31.-1 32.-1 33.-2 34.-4 35.-5 36.-5 37.-3 38.-5 39.-1 40.-5 41.-4 42.-2 43.-3 44.-5 45.-3 46.-2 47.-5 48.-3 49.3 50.2 เฉลยแบบฝึกหัดที ่2 1.-5 2.-5 3.-2 4.-1 5.-3 6.-1 7.-1 8.-3 9.-2 10.-2 11.-5 12.-2 13.-5 14.-5 15.-5 16.-5 17.-4 18.-4 19.-1 20.-5 21.-4 22.-5 23.-1 24.-4 25.-4 26.-5 27.-4 28.-4 29.-1 30.-2 31.-44 32.-2 33.-4 34.-4 35.-4 36.-4 37.-1 38.-3 39.-4 40.-5 41.-4 42.-2 43.-2 44.-3 45.-4 46.-5 47.-2 48.-1 49.4 50.-5 เฉลยแบบฝึกหัดที ่3 1.-2 2.-3 3.-5 4.-2 5.-2 6.-4 7.-4 8.-5 9.-3 10.-3 11.-4 12.-3 13.-5 14.-4 15.-4 16.-4 17.-3 18.-4 19.-3 20.-5 21.-5 22.-5 23.-5 24.-1 25.-2 26.-3 27.-5 28.-1 29.-4 30.-3 31.-1 32.-5 33.-2 34.-1 35.-4 36.-1 37.-5 38.-5 39.-1 40.-5 41.-4 42.-3 43.-2 44.-5 45.-3 46.-2 47.-2 48.-1 49.4 50.-3 เฉลยแบบฝึกหัดที ่4 1.-2 2.-5 3.-4 4.-2 5.-2 6.-3 7.-1 8.-4 9.-4 10.-4 11.-4 12.-3 13.-5 14.-5 15.-2 16.-3 17.-1 18.-3 19.-5 20.-2 21.-2 22.-4 23.-5 24.-5 25.-2 26.-2 27.-3 28.-3 29.-1 30.-2 31.-5 32.-5 33.-4 34.-3 35.-3 36.-1 37.-3 38.-1 39.-3 40.-4 41.-1 42.-1 43.-5 44.-2 45.-5 46.-4 47.-1 48.-3 49.4 50.-2 เฉลยแบบฝึกหัดที ่5 1.-2 2.-4 3.-1 4.-2 5.-3 6.-5 7.-3 8.-1 9.-4 10.-4 11.-5 12.-1 13.-1 14.-1 15.-3 16.-5 17.-4 18.-2 19.-4 20.-5 21.-5 22.-1 23.-4 24.-4 25.-5 26.-4 27.-2 28.-3 29.-5 30.-5 31.-1 32.-5 33.-3 34.-3 35.-3 36.-3 37.-4 38.-1 39.-3 40.-4 41.-4 42.-3 43.-3 44.-4 45.-1 46.-2 47.-2 48.-2 49.5 50.-2


Click to View FlipBook Version