The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการงานอาชีพป.2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการงานอาชีพป.2

แผนการงานอาชีพป.2

2. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ สิ่งที่เขา้ ใจเปน็ ความรรู้ ่วมกัน ดังนี้

การเพาะเมล็ดตอ้ งทําตามขน้ั ตอนทถ่ี ูกตอ้ ง เลอื กใช้วสั ดุ อุปกรณใ์ นการทาํ งานใหเ้ หมาะสม

เพอื่ ให้ทํางานไดร้ วดเร็วและไดผ้ ลงานท่มี คี ณุ ภาพ

ขั้นฝึกฝนนักเรียน

1. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ นําเสนอผลการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการเพาะเมล็ดหนา้ ช้ันเรียน

2. นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรุปเกยี่ วกบั วิธีการทาํ งานใหเ้ หน็ การคดิ เชงิ ระบบและวิธกี ารทาํ งาน

ที่มีแบบแผน

ข้นั นาํ ไปใช้

นกั เรียนสามารถบอกวิธกี ารเพราะเมลด็ ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง

10. ส่ือการเรยี นร้แู ละแหล่งการเรียนรู้

1. เมล็ดพันธพ์ุ ชื ชนดิ ตา่ ง ๆ

2. แถบประโยควิธีการเพาะเมลด็ วิธตี ่าง ๆ

3. แหล่งการเรยี นรู้ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน

11. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)

และคา่ นยิ ม (A)

1. สงั เกตการตอบคําถาม 1. สังเกตความสนใจเรยี น 1. สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ

และการแสดงความคิดเห็น 2. ความมีเจตคติท่ีดีต่อวิธีการ กิจกรรมการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง

2. ตรวจผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม เพราะเมล็ด 2. สงั เกตทกั ษะการทํางานบ้าน

97

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ : การงานอาชีพ ใบงานท่ี

ช่อื วชิ า : การงานอาชีพ 2 รหัสวิชา ง 12101 2.19.2

ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2

หน่วยท่ี 2 : หนูน้อยนกั ปลูก

แผนการเรยี นรูท้ ี่ 19 : วธิ ีการเพราะเมลด็

เรอ่ื ง : วธิ กี ารเพราะเมล็ด

วตั ถุประสงค์

1. อธิบายวิธีการเพาะเมลด็

2. ใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมือในการเพาะเมล็ดอยา่ งเหมาะสมกับงาน และประหยดั

3. เห็นประโยชน์ของการเพาะเมลด็ ด้วยตนเอง

เคร่อื งมอื วสั ด/ุ อุปกรณ์

1. กระดาษ A 4 1 แผน่

2. ดนิ สอ

3. สี

ลาํ ดับขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิงาน

1. ใหน้ ักเรียนปฏิบตั ริ ายกล่มุ

2. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันสรุปสง่ิ ทเี่ ข้าใจเปน็ ความรรู้ ่วมกนั คอื การเพาะเมลด็ ต้องทําตามขน้ั ตอนทถี่ กู ตอ้ ง

เลือกใช้วสั ดุ อุปกรณ์ในการทาํ งานให้เหมาะสมเพ่อื ใหท้ ํางานไดร้ วดเรว็ และได้ผลงานทมี่ ีคณุ ภาพ

การประเมนิ ผล

เกณฑ์การใหค้ ะแนน คะแนนเต็ม

ความถูกตอ้ ง 5

ความสวยงาม 5

รวม 10

98

แผนการจัดการเรียนรู้

รายวิชา การงานอาชพี 2 ง 12101 ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 2

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 หนนู อ้ ยนักปลกู เวลา 8 ชวั่ โมง

แผนการเรยี นรทู้ ี่ 20 ประโยชน์ของการเพาะเมลด็ เวลา 1 ชัว่ โมง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทํางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะการ

จดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทํางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และ

ลักษณะนิสัยในการทํางาน มีจิตสํานึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม เพื่อการดํารงชีวิตและ

ครอบครัว

2. ตัวชว้ี ัด

1. บอกวธิ ีการทํางานเพ่อื ช่วยเหลือตนเอง (ง 1.1 ป. 2/1)

2. ใช้วสั ดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมอื งา่ ย ๆ ในการทํางานอย่างปลอดภัย (ง 1.1 ป. 2/2)

3. ทํางานเพอ่ื ชว่ ยเหลือตนเองอย่างกระตือรอื ร้นและตรงเวลา (ง 1.1 ป. 2/3)

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. บอกประโยชน์ของการเพาะเมลด็ (K)

2. นาํ เสนอประโยชนข์ องการเพาะเมลด็ (P)

3. เห็นประโยชน์ของการเพาะเมลด็ (A)

4. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด

การเพาะเมลด็ มีประโยชน์ในดา้ นการรกั ษาพันธพ์ุ ชื ไมใ่ หส้ ญู พันธุ์ ใช้เวลาว่างให้เกดิ ประโยชน์

พืชที่เจริญเตบิ โตแล้วสามารถนาํ มาประกอบอาหารได้ สามารถทาํ เป็นอาชพี ทสี่ ร้างรายได้ และยัง

ปลกู จิตสาํ นกึ ให้รกั ธรรมชาติและอนรุ ักษส์ งิ่ แวดลอ้ ม

5. สาระการเรยี นรู้

การเพาะเมลด็

• ประโยชน์ของการเพาะเมล็ด

6. สมรรถนะของผู้เรียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปญั หา

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

7. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มุง่ ม่ันในการทํางาน

8. กิจกรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาํ เขา้ สบู่ ทเรียน

1.ครนู ําเขา้ สบู่ ทเรยี นและสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรมในการทาํ งานบา้ น เชน่ ความขยนั

และอดทน การมคี วามรับผดิ ชอบ มีความเสียสละ เปน็ ตน้

2. นกั เรียนร่วมกันทบทวนความรเู้ ดมิ โดยการสนทนาเกี่ยวกบั การเพาะเมล็ดพันธ์ุพชื แบบตา่ ง ๆ

99

แล้วรว่ มกันตอบคําถาม ดงั นี้
• เมล็ดพันธุ์พืชชนดิ ใดท่ีเหมาะสาํ หรบั นาํ มาเพาะในกระบะ
• เมลด็ พนั ธ์ุทีเ่ พาะในภาชนะหรอื วสั ดุสําเร็จรปู จะมีลักษณะอยา่ งไร
• การเพาะเมล็ดในแปลงเพาะ แปลงเพาะควรมขี นาดเทา่ ใด

2. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม จํานวน 3 กลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั สังเกตภาพการเพาะเมล็ดในกระบะ
ภาพการเพาะเมลด็ ในภาชนะหรอื วสั ดสุ าํ เร็จรูป และภาพการเพาะเมล็ดในแปลงเพาะ แล้วจับสลาก
ภาพการเพาะเมล็ดแต่ละวิธี จากน้ันแตล่ ะกลุ่มร่วมกันศึกษา และรวบรวมข้อมูลเก่ยี วกบั วธิ กี ารเพาะเมล็ดแบบ
ต่าง ๆ ตามที่กลุ่มนักเรียนจับสลากได้ จากแหลง่ การเรยี นรู้ทห่ี ลากหลาย เชน่ หนงั สอื เรียน อินเทอร์เน็ต

3. นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ออกมานาํ เสนอผลการศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู หนา้ ชนั้ เรียน และนกั เรียน
กลุ่มอ่นื รว่ มกันแสดงความคิดเหน็ และตรวจสอบความถกู ต้องร่วมกัน

ข้ันจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันวเิ คราะหเ์ ก่ยี วกับความเหมอื นและความแตกตา่ งของวธิ กี ารเพาะ

เมลด็ ทง้ั 3 วิธี ได้แก่ การเพาะเมล็ดในกระบะ การเพาะเมลด็ ในภาชนะหรอื วสั ดุสําเร็จรูป และการเพาะเมลด็
ในแปลงเพาะ โดยเขยี นเป็นแผนภาพความคดิ บนกระดาน และสรปุ เป็นความคิดรวบยอด

2. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มแสดงความคดิ เห็นรว่ มกนั เกี่ยวกบั ประโยชนข์ องการเพาะเมลด็ โดยรว่ มกัน
จาํ แนกแถบข้อความทเ่ี ป็นประโยชน์ของการเพาะเมลด็ และแถบขอ้ ความท่ไี มใ่ ช่ประโยชนข์ องการ
เพาะเมลด็ ท่ตี ดิ สลบั กนั บนกระดาน กลุม่ ใดทาํ เสร็จแลว้ ใหย้ กมอื ขึน้

3. นักเรียนรว่ มกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง กลุ่มใดใช้เวลานอ้ ยทีส่ ดุ และถกู ต้องเปน็ ฝ่ายชนะ
4. นกั เรยี นรว่ มกนั คิดประเมินเพอ่ื เพิม่ คุณค่าและสรปุ เป็นความคดิ รวบยอดเกยี่ วกบั ประโยชน์
ของการเพาะเมลด็ โดยรว่ มกนั ตอบคําถามกระตนุ้ ความคดิ ดังนี้

• การเพาะเมล็ดมีประโยชน์อยา่ งไร
5. ครนู าํ บรู ณาการตามหลักแนวคดิ ของเศรษฐกิจพอเพยี งด้านการมีภมู ิคุ้มกนั ท่ดี ใี นตัว โดย
บูรณาการประโยชนข์ องการเพาะเมล็ด
ขัน้ สรุป
1. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ออกแบบ และจดั ทําแผนภาพความคิดเกี่ยวกับประโยชน์ของ
การเพาะเมล็ด พร้อมระบายสตี กแตง่ ให้สวยงามลงในกระดาษสาํ หรับทํากจิ กรรม
2. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ สิ่งท่เี ขา้ ใจเปน็ ความรูร้ ว่ มกนั ดงั น้ี

การเพาะเมล็ดมปี ระโยชน์ในด้านการรักษาพนั ธุพ์ ชื ไม่ให้สญู พนั ธ์ุ ใชเ้ วลาว่างให้เกดิ ประโยชน์
พืชทเี่ จรญิ เติบโตแลว้ สามารถนาํ มาประกอบอาหารได้ สามารถทําเปน็ อาชพี สร้างรายได้ และยงั ปลกู จิตสํานกึ
ให้รักธรรมชาตแิ ละอนรุ กั ษส์ ิ่งแวดล้อม

ขั้นฝึกฝนนกั เรยี น
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มนําเสนอแผนภาพความคิด ประโยชน์ของการเพาะเมล็ด ประกอบการ

อธบิ ายหน้าชั้นเรยี น

100

2. นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายสรุปเกย่ี วกับวธิ กี ารทาํ งานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทาํ งาน

ทม่ี ีแบบแผน

ขัน้ นาํ ไปใช้

นักเรียนสามารถบอกประโยชน์ของการเพาะเมล็ดไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง

10. ส่ือการเรยี นรูแ้ ละแหลง่ การเรียนรู้

1. ภาพการเพาะเมล็ดทงั้ 3 วิธี

2. แถบขอ้ ความประโยชนข์ องการเพาะเมล็ด และไมใ่ ช่ประโยชนข์ องการเพาะเมลด็

3. กระดาษสาํ หรบั ทาํ กิจกรรม

4. สไี ม้

5. แหล่งการเรียนรูท้ ัง้ ภายในและภายนอกโรงเรียน

11. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)

และคา่ นยิ ม (A)

1. สงั เกตการตอบคาํ ถาม 1. สังเกตความสนใจเรียน 1. สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ

และการแสดงความคิดเห็น 2. ค ว า ม มี เ จ ต ค ติ ท่ี ดี ต่ อ กิจกรรมการเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง

2. ตรวจผลการปฏิบัตกิ จิ กรรม ประโยชน์ของการเพาะเมลด็ 2. สงั เกตทกั ษะการทํางานบา้ น

101

กลุ่มสาระการเรียนรู้ : การงานอาชพี ใบงานที่

ชอ่ื วชิ า : การงานอาชพี 2 รหสั วิชา ง 12101 2.20.3

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

หน่วยท่ี 2 : หนูน้อยนกั ปลกู

แผนการเรยี นรทู้ ี่ 20 : ประโยชน์ของการเพาะเมลด็

เร่อื ง : ประโยชนข์ องการเพาะเมล็ด

วตั ถปุ ระสงค์

1. บอกประโยชน์ของการเพาะเมล็ด

2. นําเสนอประโยชนข์ องการเพาะเมลด็

3. เหน็ ประโยชน์ของการเพาะเมลด็

เคร่ืองมอื วสั ดุ/อปุ กรณ์

1. กระดาษ A 4 1 แผน่

2. ดินสอ

3. สี

ลาํ ดับขนั้ ตอนการปฏบิ ัติงาน

1. ให้นักเรยี นปฏบิ ัตริ ายกล่มุ

2. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบ และจดั ทําแผนภาพความคิดเกย่ี วกับประโยชน์ของ

การเพาะเมลด็ พรอ้ มระบายสีตกแต่งให้สวยงามลงในกระดาษสาํ หรบั ทาํ กิจกรรม

การประเมินผล

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนนเตม็

ความถกู ตอ้ ง 5

ความสวยงาม 5

รวม 10

102

แผนการจัดการเรียนรู้

รายวชิ า การงานอาชพี 2 ง 12101 ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 2

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 หนนู ้อยนกั ปลกู เวลา 8 ช่วั โมง

แผนการเรยี นรทู้ ่ี 21 การรดนา้ํ ต้นไม้ เวลา 1 ชว่ั โมง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทํางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะการ

จดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทํางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และ

ลักษณะนิสัยในการทํางาน มีจิตสํานึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม เพ่ือการดํารงชีวิตและ

ครอบครวั

2. ตวั ชว้ี ัด

1. บอกวธิ กี ารทาํ งานเพื่อช่วยเหลือตนเอง (ง 1.1 ป. 2/1)

2. ใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมอื ง่าย ๆ ในการทาํ งานอย่างปลอดภยั (ง 1.1 ป. 2/2)

3. ทํางานเพอ่ื ชว่ ยเหลือตนเองอย่างกระตือรอื ร้นและตรงเวลา (ง 1.1 ป. 2/3)

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธิบายวิธกี ารรดนํ้าต้นไม้ได้ (K)

2. มีความกระตือรอื รน้ และรักษาเวลาในการรดนาํ้ ตน้ ไม้ (A)

3. เลอื กใชเ้ ครอื่ งมอื และปฏิบตั ิการรดนํ้าต้นไมไ้ ดด้ ้วยตนเอง (P)

4. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด

นํ้าเป็นอาหารสําคัญของต้นไม้ เพราะช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตงอกงาม ถ้าต้นไม้ขาดนํ้า ดอกใบจะ

เหีย่ วเฉาหรอื ตาย

5. สาระการเรยี นรู้

การรดนํ้าตน้ ไม้

1) การรดน้ําตน้ ไมด้ ว้ ยบัวรดน้ํา

2) การรดนํา้ ต้นไม้ดว้ ยถังน้าํ

3) การรดน้ําตน้ ไม้ด้วยสายยาง

6. สมรรถนะของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

7. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มุ่งม่นั ในการทาํ งาน

8. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขนั้ นาํ เขา้ สบู่ ทเรยี น

1. ครูนําเข้าสู่บทเรียนและสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรมในการทํางานบ้าน เช่น ความขยัน

และอดทน การมีความรับผดิ ชอบ มีความเสยี สละ เปน็ ต้น

103

2. ครถู ามคําถามเพอื่ กระต้นุ ความคดิ และความสนใจของนักเรยี น เชน่ นักเรียนเคยช่วยผู้ปกครอง
รดนา้ํ ตน้ ไมห้ รอื ไม่

ขนั้ จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชัว่ โมงที่ 1 (การรดนาํ้ ตน้ ไมด้ ว้ ยบวั รดนาํ้ )
1. ครูตรวจบันทกึ ผลการสอบถามจากงานท่ีมอบหมายให้นกั เรียนทํา และให้นกั เรียนนาํ คําถาม

ท่เี ตรียมไว้แลว้ คนละ 1 คําถามมาร่วมกันสนทนา
2. นักเรยี นอาสาสมคั รออกมาเล่าประสบการณก์ ารรดนาํ้ ตน้ ไมด้ ้วยบวั รดน้ําของตนเอง
3. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเกีย่ วกับการเลือกใชเ้ ครอื่ งมือใหเ้ หมาะสมกบั ต้นไม้ท่ีจะรดน้ํา
4. ครบู ูรณาการตามหลกั แนวคดิ ของเศรษฐกิจพอเพยี งดา้ นความพอประมาณ โดยบรู ณาการ

การใชน้ ้าํ รดนา้ํ ต้นไมแ้ บบประหยัด ดว้ ยการกะปริมาณนํ้าท่รี ดไม่ให้มากหรือน้อยเกินไป เพราะอาจทําให้
ตน้ ไม้ตายได้

5. ครูให้ดูภาพเกี่ยวกับวิธีการรดนํ้าต้นไม้ด้วยบัวรดนํ้าหรือพานักเรียนไปที่สนามในบริเวณโรงเรียน
พร้อมทง้ั อธบิ ายวธิ กี ารรดนํ้าตน้ ไม้ด้วยบัวรดนํา้ และสาธิตใหน้ ักเรียนดู

6. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 3–4 คน ปฏบิ ตั ิการรดน้ําต้นไมด้ ้วยบัวรดนา้ํ แลว้ เขยี นบันทกึ ผลการ
ปฏิบัตงิ าน แล้วนําเสนอหน้าชั้นเรียน

ชวั่ โมงที่ 2 (การรดนา้ํ ตน้ ไม้ด้วยถงั นํา้ )
1. ครูตรวจบันทึกผลการปฏิบัติงานที่มอบหมายให้นักเรียนทํา และให้นักเรียนนําคําถามที่เตรียมไว้
แล้ว คนละ 1 คาํ ถามมาร่วมกนั สนทนา
2. ครูนําถงั นํ้ามาใหน้ ักเรียนดู แล้วถามคาํ ถามเพือ่ กระตุ้นความคดิ และความสนใจของนักเรยี น เช่น
นักเรยี นเคยใช้สิง่ นร้ี ดนาํ้ ตน้ ไมห้ รอื ไม่ อย่างไร
3. ครพู านักเรียนไปท่ีสนามในบรเิ วณโรงเรียนแล้วสาธิตวธิ ีการรดน้าํ ต้นไมด้ ้วยถังนํา้ ใหน้ กั เรยี นดู
4. นกั เรียนแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ 3–4 คน รว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั การรดนาํ้ ตน้ ไม้ดว้ ยถงั นาํ้
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมอื ปฏิบัติการรดน้าํ ต้นไม้ด้วยถังน้ํา แลว้ เขียนบันทกึ ผลการปฏบิ ตั ิงาน แลว้
นําเสนอหนา้ ชั้นเรียน
6. ครมู อบหมายงานให้นักเรียนไปทดลองรดน้ําต้นไม้ด้วยสายยาง แล้วบันทึกผล และให้นักเรียนต้ัง
คําถามท่ีสงสยั คนละ 1 คาํ ถาม (เพื่อนาํ มารว่ มกนั สนทนาในการเรียนครั้งต่อไป)
(การรดน้ําต้นไมด้ ้วยสายยาง)
7. ครูตรวจบันทึกผลการปฏิบัติงานที่มอบหมายให้นักเรียนทํา และให้นักเรียนนําคําถามท่ีเตรียมไว้
แลว้ คนละ 1 คาํ ถามมาร่วมกันสนทนา
8. ครูนาํ ภาพคนกําลังรดนํา้ ต้นไมด้ ว้ ยสายยางใหน้ กั เรียนดแู ล้วถามคําถามเพอ่ื กระตุ้นความคิดและ
ความ สนใจของนกั เรยี น เชน่ นักเรยี นเคยใช้สิ่งนรี้ ดนาํ้ ตน้ ไม้หรือไม่ อยา่ งไร
9. ครูให้ดูภาพเก่ียวกับวิธีการรดน้ําต้นไม้ด้วยสายยางหรือนําภาพมาให้นักเรียนดู แล้วอธิบาย
เก่ยี วกบั ข้ันตอนการรดนา้ํ ต้นไมด้ ้วยสายยางทีละข้ันตอน
10. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3–4 ร่วมกันสรุปเกี่ยวกับวิธีการรดน้ําต้นไม้ด้วยสายยาง โดยสรุป
เปน็ แผนที่ความคดิ และนาํ เสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรยี น
11. ใหน้ กั เรียนอ่านเพม่ิ เตมิ จากสอื่ การเรยี นรู้ การงานอาชีพ ทางอนิ เตอรเ์ นต็ หรือห้องสมุด
ขนั้ สรุป
1. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ความรู้เกย่ี วกบั วิธกี ารรดนา้ํ ต้นไม้โดยเรยี งตามลําดบั ขน้ั ตอน

104

2. ครูมอบหมายงานให้นักเรียนไปสังเกตวชั พืชทขี่ ึน้ อยใู่ นกระถางปลกู ตน้ ไมห้ รือแปลงปลกู ตน้ ไม้

บรเิ วณบา้ นของตนเอง แล้วบันทึกผล และใหน้ ักเรยี นต้ังคาํ ถามที่สงสัยคนละ 1 คาํ ถาม (เพือ่ นาํ มาร่วมกนั

สนทนาในการเรียนครัง้ ตอ่ ไป

ขัน้ ฝกึ ฝนนักเรียน

1. นักเรยี นเรียงลาํ ดบั ภาพโดยสังเกตภาพแล้วเรยี งลําดับข้นั ตอนการรดนํ้าตน้ ไมด้ ว้ ยสายยาง และ

ระบายสใี หส้ วยงาม

2. นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 2–3 คน ชว่ ยกันรดน้าํ ต้นไม้โดยเลือกใชบ้ วั รดนํา้ ถังนา้ํ หรือสายยาง

เพียงกลุ่มละ 1 วิธี แลว้ สรปุ ผลการปฏิบตั ิ

ข้นั นาํ ไปใช้

นักเรยี นสามารถรดน้าํ ในบริเวณบา้ นหรอื โรงเรียนไดถ้ กู วิธี

10. ส่อื การเรยี นรู้และแหล่งการเรยี นรู้

1. เคร่อื งมือทใี่ ชใ้ นการรดนํา้ ตน้ ไม้

2. ภาพวธิ ีการรดน้ําตน้ ไม้

3. บคุ คล เช่น ผ้ปู กครอง ครู ผ้รู ู้ เกษตรกร นกั วิชาการเกษตร

11. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)

และคา่ นยิ ม (A)

1. สงั เกตการตอบคาํ ถาม 1. สงั เกตความตงั้ ใจเรียน 1. สังเกตการปฏบิ ตั กิ ารรดนาํ้

2. ตรวจผลงานเลือกใชเ้ ครอ่ื งมอื 2. สังเกตความกระตอื รอื ร้น ต้นไม้

และการรดนา้ํ ตน้ ไม้ ในการรดนํา้ ตน้ ไม้ในเวลาเชา้ 2. สงั เกตพฤตกิ รรมในการ

และเย็น ปฏบิ ัตงิ านร่วมกับเพ่อื น

105

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ : การงานอาชพี ใบความรู้ที่

ชื่อวชิ า : การงานอาชพี 2 รหัสวชิ า ง 12101 2.21.4

ช้ันประถมศึกษาปีที่ 2

หนว่ ยท่ี 2 : หนนู ้อยนกั ปลูก

แผนการเรียนรู้ที่ 21 : การรดนา้ํ ตน้ ไม้

เรื่อง : การรดนา้ํ ต้นไม้

วัตถปุ ระสงค์

1. อธบิ ายวิธกี ารรดนํ้าตน้ ไม้ได้

2. มีความกระตอื รอื ร้นและรักษาเวลาในการรดนํา้ ตน้ ไม้

3. เลอื กใช้เครอื่ งมือและปฏิบตั ิการรดน้าํ ต้นไม้ได้ด้วยตนเอง

เนือ้ หาความรู้

การรดนาํ้ ตน้ ไม้ทถ่ี ูกวธิ ี

ก่อนอื่นตอ้ งทาํ ความเข้าใจกนั กอ่ นว่า ต้นไมท้ ุกตน้ ไมไ่ ด้ตอ้ งการนํา้ ในปรมิ าณท่เี ทา่ กนั ตน้ ไมบ้ างชนิด

ชอบนํา้ มาก เช่น ตน้ ราตรี ไผ่ คดั เค้า พุทธรกั ษา โมก หมากแดง ดาหลา เป็นตน้ แต่ต้นไม้ทีไ่ มช่ อบนา้ํ เลยก็มี

เช่น ต้นเฟอ่ื งฟ้า กระบองเพชร ลลี าวดี ดังนั้นกอ่ นจะเลือกปลกู ตน้ ไม้กค็ วรต้องศึกษาขอ้ มูลพน้ื ฐานของตน้ ไม้

แตล่ ะชนิดก่อน เพอ่ื ให้เรารดนํา้ ใสป่ ุ๋ย รวมท้งั บํารุงดูแลตน้ ไมท้ กุ ต้นได้อย่างถูกต้อง นอกจากน้กี ารจะรดนํ้าให้

ต้นไมไ้ ดร้ ับประโยชน์อยา่ งสงู สดุ กต็ ้องคาํ นงึ ถึงปัจจัยอน่ื ๆ ตอ่ ไปนด้ี ว้ ยคะ่

ต้นกล้า สาํ หรบั ใครทีป่ ลกู ต้นกล้าท่เี พง่ิ เพาะพนั ธ์ุ ควรต้องรดนํา้ ให้มาก ๆ เอาไว้ก่อน แม้วา่ ดนิ จะดูชมุ่

ชื้นดกี ต็ าม เพราะต้นกล้าเป็นพืชที่ยงั โตไม่เตม็ ที่ รากของต้นกล้าดดู นา้ํ จากใตด้ ินไม่ค่อยถนดั เท่าไร ฉะนนั้ จงึ

ตอ้ งรักษาความชน้ื ในดนิ รอบ ๆ โคนตน้ ไมอ้ ยู่เสมอ

พชื ท่ปี ลกู แนวตง้ั

การปลูกพชื แบบแนวตง้ั หรือการปลูกพชื ให้เป็นสวนริมรว้ั กําแพง เป็นไอเดียการปลกู ต้นไม้ทสี่ วยและ

แปลกใหมก่ จ็ รงิ แตข่ ้อเสยี กค็ อื ตน้ ไม้จะไม่คอ่ ยไดร้ บั นํา้ ฝน และนํ้าค้างจากอากาศมากเทา่ ท่ีควร เพราะถกู

กาํ แพงและชายคาบา้ นบดบงั ดังน้ันดินปลกู ตน้ ไม้เหล่าน้จี ะแหง้ มาก ซ่ึงการแกป้ ัญหากค็ ือ ควรจะปลกู ต้นไม้ให้

ห่างจากรั้วกําแพงประมาณ 45 เซนติเมตร เพือ่ ให้ตน้ ไมพ้ ้นจากเงาของกําแพง อีกทัง้ ก็ตอ้ งรดน้าํ ให้มากขน้ึ อกี

นิด และควรปลกู พืชคลุมดินเอาไวร้ อบ ๆ โคนต้นด้วยคะ่

พชื ทีป่ ลกู ดว้ ยการเพาะเมลด็

ถ้าเลือกปลูกพืชด้วยการหวา่ นเมลด็ จะตอ้ งให้ความชมุ่ ช้ืนกับดนิ และเมลด็ พชื ท่ีปลกู อยเู่ สมอ เพราะ

หากวา่ ดินแห้งขาดนํา้ รากกจ็ ะตายได้ง่าย ๆ เลยทันที ฉะนน้ั ทางท่ดี ตี อ้ งนํากระถางท่เี พาะเมล็ดวางไวใ้ นนาํ้ เลย

หรอื อยา่ งนอ้ ย ๆ กต็ อ้ งรดนาํ้ ตน้ ไมใ้ หช้ ุ่ม และหาพชื คลมุ ดินมาปอ้ งกนั ความช้นื ใหต้ น้ ไมด้ ้วย

ไมจ้ ําพวกสน

สนทกุ ชนิดเป็นพืชทชี่ อบนํ้ามาก บางชนิดขาดน้าํ แลว้ ล้มตาย ไม่งอกขน้ึ มาอีกเลย หรือมีบางพวกที่ทน

ความแล้งไดบ้ ้าง ซึ่งถา้ คดิ จะปลูกต้นสน กค็ วรต้องปลูกในพนื้ ท่ชี ุ่มนํ้าพอสมควร และพยายามใหน้ า้ํ เขาเยอะ ๆ

ดว้ ยนะจ๊ะ

สนามหญ้า

ถ้าเพ่งิ ปหู ญ้าใหส้ นามหญ้าใหม่ ๆ ต้องหมน่ั รดน้ําใหช้ ุ่มอยเู่ สมอ จนกว่าต้นหญา้ จะยึดหนา้ ดนิ ได้

เพราะถ้าหญา้ ได้รับนํ้านอ้ ย ใบหญา้ จะเหลอื งแหง้ ไมส่ วยงาม แตก่ ็จะไมถ่ งึ กับลม้ ตาย เพียงแค่ต้องรอให้

ต้นหญ้าไดร้ บั น้ําฝนกอ่ นจงึ จะฟนื้ ฟูและกลบั มาเขียวชอมุ่ ได้อกี ครง้ั

106

ผักและผลไมใ้ กลเ้ ก็บเก่ียว
ใครปลูกผักและผลไมท้ ใ่ี ห้ผลผลิต ควรต้องรดน้ําตน้ ไม้ใหช้ ุม่ กวา่ ปกติ ในชว่ งที่ใกล้จะเก็บเกย่ี วผลผลิต
โดยเฉพาะถา้ สังเกตเหน็ ตน้ ไม้ออกดอกสวยงาม ใกลจ้ ะออกเปน็ ลกู อ่อน ๆ แล้ว เพอื่ เสรมิ ใหต้ น้ ไม้ออกดอกออก
ผลทส่ี วยงามมากขน้ึ
กุหลาบพนั ปี
ตน้ กุหลาบพันปีเป็นพืชทชี่ อบนาํ้ มากเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงหนา้ รอ้ น หรอื ในวนั ทีม่ แี ดดจัด ๆ กค็ วรรด
นํ้าต้นไมใ้ หม้ ากกว่าเดิม และพยายามหนั ปากใบเขา้ เงาร่มใหไ้ ด้มากทส่ี ุด เพ่ือป้องกันตน้ กุหลาบพันปคี ายนํา้
มากเกินไป
ตน้ ไม้ในกระถาง
สาํ หรับต้นไม้ทป่ี ลูกในกระถาง กค็ วรต้องรดนา้ํ ให้มาก เนอ่ื งจากดินในกระถางมีชั้นดนิ ท่ีต้นื กวา่ พืน้ ดิน
ธรรมดา ทําใหน้ ้ําซมึ หาย และแหง้ เหอื ดได้เรว็ กว่า รากตน้ ไมก้ อ็ าจจะดูดซมึ น้ําไดไ้ ม่เพียงพอ ยงิ่ ถ้าเขา้ ช่วงหน้า
ร้อน กต็ อ้ งรดนาํ้ มากข้นึ เป็น 2 เท่า และหมนั่ สํารวจความชนื้ ในดนิ อยู่เสมอดว้ ย
เอกสารอา้ งองิ /เอกสารคน้ คว้าเพ่มิ เตมิ
- เว็ปไซต์ : http://www.worldplantcenter.co.th/events/detail.aspx?id=xKDqKZIWclE%3D

107

กล่มุ สาระการเรียนรู้ : การงานอาชีพ ใบงานที่

ชอื่ วิชา : การงานอาชพี 2 รหัสวิชา ง 12101 2.21.4

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2

หน่วยท่ี 2 : หนนู ้อยนกั ปลกู

แผนการเรยี นรู้ท่ี 21 : การรดน้าํ ต้นไม้

เร่อื ง : การรดนํา้ ต้นไม้

วตั ถุประสงค์

1. อธบิ ายวิธกี ารรดนา้ํ ต้นไมไ้ ด้

2. มคี วามกระตอื รอื ร้นและรกั ษาเวลาในการรดนา้ํ ตน้ ไม้

3. เลอื กใช้เครอ่ื งมอื และปฏิบัติการรดน้าํ ต้นไม้ไดด้ ้วยตนเอง

เครื่องมอื วสั ดุ/อปุ กรณ์

1. กระดาษ A 4 1 แผน่

2. ดินสอ

3. สี

ลาํ ดบั ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ าน

1. ให้นกั เรียนปฏิบตั ริ ายบคุ คล

2. ใหน้ ักเรียนปรกึ ษาผปู้ กครองเกีย่ วกับวธิ ีการใช้เครอ่ื งมือรดนํ้าตน้ ไม้ และทดลองปฏบิ ตั ิการใช้

เครอ่ื งมอื น้นั ๆ

การประเมนิ ผล

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนนเตม็

ความถูกตอ้ ง 10

รวม 10

108

แผนการจดั การเรียนรู้

รายวชิ า การงานอาชพี 2 ง 12101 ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 หนนู ้อยนกั ปลกู เวลา 8 ชัว่ โมง

แผนการเรยี นรู้ที่ 22 การพรวนดนิ เวลา 1 ชว่ั โมง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทํางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะการ

จดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทํางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และ

ลักษณะนิสัยในการทํางาน มีจิตสํานึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม เพ่ือการดํารงชีวิตและ

ครอบครัว

2. ตวั ชว้ี ัด

1. บอกวิธีการทํางานเพอ่ื ช่วยเหลือตนเอง (ง 1.1 ป. 2/1)

2. ใช้วสั ดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมอื ง่าย ๆ ในการทาํ งานอย่างปลอดภยั (ง 1.1 ป. 2/2)

3. ทํางานเพอ่ื ชว่ ยเหลอื ตนเองอยา่ งกระตือรอื รน้ และตรงเวลา (ง 1.1 ป. 2/3)

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. บอกวธิ กี ารดูแลแปลงเพาะกล้าโดยการพรวนดนิ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง (K)

2. ใช้วสั ดุ อุปกรณ์ และเครือ่ งมือในการพรวนดินไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (P)

3. เหน็ ความสาํ คญั ของการดูแลแปลงเพาะกล้าโดยการพรวนดนิ (A)

4. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด

การพรวนดนิ ช่วยทําใหด้ ินรว่ นซยุ และระบายนา้ํ ได้ดี ต้นกล้าจะดดู ซมึ สารอาหารในดนิ ไดส้ ะดวก

ทําใหเ้ จริญเตบิ โตไดด้ ี

5. สาระการเรยี นรู้

การดแู ลแปลงเพาะกลา้

• การพรวนดิน

6. สมรรถนะของผูเ้ รียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

7. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. มุ่งมนั่ ในการทาํ งาน

8. กิจกรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาํ เข้าสู่บทเรยี น

1. ครูนําเข้าสู่บทเรียนและสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรมในการทํางานบ้าน เช่น ความ

ขยันและอดทน การมคี วามรบั ผิดชอบ มคี วามเสยี สละ เปน็ ตน้

2. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกย่ี วกบั การพรวนดนิ โดยตอบคาํ ถามรว่ มกัน ดงั นี้

• นกั เรียนรูจ้ กั การพรวนดนิ หรือไม่ ถ้ารจู้ กั การพรวนดินคืออะไร

109

• วสั ดุ อุปกรณท์ ใ่ี ช้ในการพรวนดนิ เรียกวา่ อะไร
3. นกั เรียนร่วมกันสังเกตภาพวัสดุ อปุ กรณท์ ี่ใชใ้ นการดูแลแปลงเพาะกล้า แลว้ รว่ มกนั
ตอบคําถาม ดังตัวอยา่ ง

4. นกั เรียนร่วมกันศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกบั การพรวนดนิ จากแหล่งการเรยี นรู้
ท่หี ลากหลาย เช่น หนังสือเรียน อินเทอร์เนต็

ขัน้ จดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1. นักเรียนแบง่ กล่มุ ตามความเหมาะสม แตล่ ะกล่มุ รว่ มกนั วเิ คราะหแ์ ละอภิปรายบัตรคาํ ข้ันตอน

การพรวนดนิ ท่ีได้รบั แจก กลมุ่ ละ 1 ชดุ จากนั้นรว่ มกันเรียงลาํ ดบั ข้ันตอนการพรวนดนิ บนโตะ๊ ของ
แต่ละกลมุ่ กลมุ่ ใดเรียงเสรจ็ ให้ยกมือขน้ึ

2. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง กลุ่มใดใช้เวลานอ้ ยและถูกตอ้ งเป็นฝ่ายชนะ
3. นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นและสรุปเปน็ ความคิดรวบยอดเก่ียวกับข้ันตอนการพรวนดิน
โดยเขียนเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน
4. นักเรียนร่วมกนั คดิ ประเมินเพือ่ เพ่มิ คุณคา่ เกย่ี วกับการพรวนดิน โดยตอบคําถามกระตนุ้
ความคดิ ดังน้ี

• นกั เรยี นมีวิธีการพรวนดินอย่างไรใหต้ ้นกลา้ ไดร้ บั สารอาหารมากข้ึน
5. ครบู รู ณาการตามหลกั แนวคดิ ของเศรษฐกิจพอเพยี งดา้ นความพอประมาณ โดยบรู ณาการ
การพรวนดิน
ขนั้ สรปุ
1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันออกแบบ และจดั ทาํ ใบความร้เู รอ่ื ง การพรวนดนิ พรอ้ มวาดภาพ
และระบายสีตกแตง่ ให้สวยงาม ลงในกระดาษสําหรับทาํ กิจกรรม
2. นกั เรียนร่วมกันสรุปสิ่งทเ่ี ข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้

การพรวนดิน ชว่ ยทาํ ให้ดนิ รว่ นซยุ และระบายน้ําได้ดี ต้นกลา้ จะดดู ซมึ สารอาหารในดนิ
ไดส้ ะดวก ทาํ ใหเ้ จรญิ เตบิ โตไดด้ ี

ขนั้ ฝึกฝนนักเรียน
1. นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ นาํ เสนอใบความรเู้ รอ่ื ง การพรวนดิน ประกอบการอธิบายหนา้ ช้ันเรยี น
2. นกั เรียนรว่ มกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกบั วิธกี ารทาํ งานใหเ้ หน็ การคิดเชงิ ระบบและวิธกี ารทาํ งาน

ทีม่ แี บบแผน
ขนั้ นาํ ไปใช้
นกั เรยี นสามารถบอกวิธกี ารพรวนดนิ ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง

10. สอ่ื การเรยี นร้แู ละแหล่งการเรยี นรู้
1. ภาพเครอื่ งมือพรวนดนิ

110

2. กระดาษสาํ หรับทาํ กจิ กรรม

3. สไี ม้

3. การเรียนร้ทู ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น

11. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)

และคา่ นยิ ม (A) 1. สังเกตการปฏบิ ัติการรดนํา้
ต้นไม้
1. สังเกตการตอบคําถาม 1. สังเกตความตัง้ ใจเรียน
2. สังเกตพฤตกิ รรมในการ
2. ตรวจผลงานเลอื กใช้เครื่องมอื 2. สงั เกตความกระตือรอื รน้ ปฏิบตั ิงานรว่ มกับเพื่อน

และการพรวนดิน ในการพรวนดนิ

111

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ : การงานอาชพี ใบงานท่ี

ชอื่ วิชา : การงานอาชพี 2 รหสั วิชา ง 12101 2.22.5

ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2

หน่วยที่ 2 : หนนู อ้ ยนกั ปลกู

แผนการเรียนรู้ท่ี 22 : การพรวนดนิ

เร่ือง : การพรวนดิน

วัตถุประสงค์

1. บอกวิธีการดแู ลแปลงเพาะกลา้ โดยการพรวนดนิ ได้อย่างถูกตอ้ ง (K)

2. ใช้วสั ดุ อุปกรณ์ และเครือ่ งมือในการพรวนดนิ ไดอ้ ย่างเหมาะสม (P)

3. เหน็ ความสาํ คัญของการดแู ลแปลงเพาะกล้าโดยการพรวนดนิ (A)

เครอ่ื งมอื วสั ด/ุ อุปกรณ์

1. กระดาษ A 4 1 แผ่น

2. ดินสอ

3. สี

ลาํ ดบั ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ าน

1. ใหน้ ักเรยี นปฏิบตั ิรายบคุ คล

2. ให้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกันออกแบบ และจัดทาํ ใบความรเู้ รอ่ื ง การพรวนดิน พร้อมวาดภาพ

และระบายสตี กแต่งให้สวยงาม ลงในกระดาษสําหรบั ทาํ กจิ กรรม

การประเมนิ ผล

เกณฑ์การใหค้ ะแนน คะแนนเตม็

ความถกู ต้อง 5

ความสวยงาม 5

รวม 10

112

แผนการจัดการเรยี นรู้

รายวิชา การงานอาชพี 2 ง 12101 ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 2

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 หนนู ้อยนกั ปลูก เวลา 8 ชว่ั โมง

แผนการเรยี นรทู้ ่ี 23 การถอนและเกบ็ วัชพชื เวลา 1 ชว่ั โมง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทํางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะการ

จัดการ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทํางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และ

ลักษณะนิสัยในการทํางาน มีจิตสํานึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม เพื่อการดํารงชีวิตและ

ครอบครัว

2. ตวั ชว้ี ัด

1. บอกวธิ กี ารทาํ งานเพ่ือช่วยเหลือตนเอง (ง 1.1 ป. 2/1)

2. ใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมอื งา่ ย ๆ ในการทาํ งานอย่างปลอดภยั (ง 1.1 ป. 2/2)

3. ทํางานเพอ่ื ชว่ ยเหลือตนเองอยา่ งกระตือรือร้นและตรงเวลา (ง 1.1 ป. 2/3)

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธิบายวิธกี ารกําจดั วชั พืชโดยการถอนและการเกบ็ วัชพืชได้ (K)

2. มีความกระตอื รอื รน้ ในการกําจดั วัชพชื (A)

3. มีทกั ษะในการถอนและเกบ็ วชั พชื ไดด้ ว้ ยตนเอง (P)

4. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด

วัชพชื เป็นตน้ ไม้เล็กๆ ท่มี าแย่งนํา้ และแยง่ อาหารของตน้ ไมท้ เี่ ราปลกู ไว้ ทําให้ตน้ ไมไ้ มเ่ จริญเตบิ โต ซงึ่

เรา

5. สาระการเรยี นรู้

การถอนและเกบ็ วชั พืช

6. สมรรถนะของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

7. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มงุ่ มนั่ ในการทาํ งาน

8. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขน้ั นาํ เข้าส่บู ทเรียน

1. ครูนําเข้าสู่บทเรียนและสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรมในการทํางานบ้าน เช่น ความขยัน

และอดทน การมคี วามรบั ผิดชอบ มีความเสยี สละ เปน็ ต้น

2. ครูนาํ ภาพหรอื วชั พชื ของจรงิ มาให้นักเรียนดู แลว้ ถามคาํ ถามเพือ่ กระตุ้นความคดิ และความสนใจ

ของนกั เรียน เช่น ถา้ พบวชั พืชแซมขึน้ มาในกระถางตน้ ไมท้ ีป่ ลกู ไว้ นกั เรยี นจะมีวธิ ีการกาํ จดั วัชพืชอยา่ งไร

113

ขั้นจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

1. ครูตรวจบันทึกผลการสังเกตจากงานที่มอบหมายให้นักเรียนทํา และให้นักเรียนนําคําถามที่

เตรยี มไว้แลว้ คนละ 1 คาํ ถามมาร่วมกนั สนทนา

2. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับวัชพืชวา่ มปี ระโยชน์หรือไม่ อย่างไร

3. นกั เรยี นอาสาสมัครเล่าประสบการณก์ าํ จดั วชั พืชของตนเองหรือบุคคลในครอบครวั ใหเ้ พอ่ื นฟัง

4. ครใู ห้ดูภาพเกี่ยวกบั วธิ กี ารกําจดั วชั พชื หรือนําภาพมาให้นกั เรยี นดู พรอ้ มทัง้

อธิบายวิธีการปอ้ งกันหรือกาํ จดั วัชพชื

5. นักเรียนแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 3–4 คน สํารวจต้นไม้บรเิ วณโรงเรยี นว่ามวี ัชพชื ข้ึนหรอื ไม่

6. นกั เรียนปฏิบัติการถอนและเก็บวัชพืชบริเวณโรงเรยี น เสร็จแล้วรายงานให้เพ่ือนฟงั หน้าชนั้ เรียน

ขน้ั สรปุ

1. นักเรยี นร่วมกนั สรปุ วิธกี ารกาํ จัดวชั พืช

2. ครูมอบหมายงานให้นักเรียนไปศกึ ษาเนือ้ หาในหนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 3 ชา่ งประดษิ ฐ์น้อย เพอ่ื

จัดการเรียนรคู้ รัง้ ต่อไป

ขั้นฝกึ ฝนนักเรยี น

1. นกั เรยี นสงั เกตภาพทกี่ ําหนดใหแ้ ล้วบอกเก่ียวกับสิ่งทเี่ ปน็ ปญั หาในภาพและวิธีการแก้ไขปญั หา

น้นั ๆ

2. นักเรียนเล่าประสบการณก์ ารดูแลรกั ษาพืช โดยใหแ้ ตล่ ะคนเลา่ ประสบการณ์การดแู ลรกั ษาพชื

แลว้ ร่วมกันสรปุ

ขัน้ นาํ ไปใช้

นักเรยี นสามารถถอนและเกบ็ วชั พืชในกระถางตน้ ไม้ทบี่ า้ นของตนเองหรอื ในบรเิ วณโรงเรียนได้

10. สือ่ การเรยี นรู้และแหลง่ การเรียนรู้

1. ภาพวธิ ีการเก็บวัชพืช

2. ตวั อย่างวัชพืชตา่ ง ๆ

3. บคุ คล เชน่ ผู้ปกครอง ญาติพ่นี อ้ ง เพอ่ื น ๆ และครู

11. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)

และคา่ นิยม (A)

1. สงั เกตการตอบคาํ ถามและ 1. สงั เกตความตั้งใจเรียน 1. สงั เกตการปฏิบัตกิ ิจกรรม

แสดงความคดิ เหน็ 2. สงั เกตความกระตือรือรน้ การ เรียนรู้

2. ตรวจผลงานการถอน ในการดูแลรักษาพชื 2. สงั เกตทักษะการทํางาน

และเก็บวัชพืช 3. ประเมนิ พฤติกรรมตาม ตามแบบประเมนิ ดา้ นทกั ษะ/

3. ตรวจการทาํ แบบทดสอบ แบบประเมนิ ด้านคุณธรรม กระบวนการ

หลังเรียน (Post-test) จริยธรรม และค่านิยม

4. ตรวจการทําแบบทดสอบ

กลางปี

114

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ : การงานอาชพี ใบความรทู้ ี่
2.23.6
ชื่อวชิ า : การงานอาชพี 2 รหสั วิชา ง 12101

ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 2

หนว่ ยท่ี 2 : หนูนอ้ ยนกั ปลูก

แผนการเรียนรู้ที่ 23 : การถอนและเกบ็ วัชพืช

เร่ือง : การถอนและเกบ็ วัชพชื

วตั ถุประสงค์
1. อธิบายวธิ กี ารกําจัดวัชพืชโดยการถอนและการเกบ็ วัชพืชได้
2. มีความกระตือรือร้นในการกําจัดวัชพชื
3. มที กั ษะในการถอนและเกบ็ วัชพชื ไดด้ ว้ ยตนเอง

เน้อื หาความรู้

เอกสารอา้ งอิง/เอกสารคน้ ควา้ เพมิ่ เติม
- เวป็ ไซต์ : https://www.kruaof.com/?p=4347

115

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ : การงานอาชีพ ใบงานท่ี

ชอ่ื วชิ า : การงานอาชพี 2 รหสั วชิ า ง 12101 2.23.6

ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 2

หนว่ ยท่ี 2 : หนนู อ้ ยนกั ปลกู

แผนการเรียนรู้ที่ 23 : การถอนและเก็บวชั พชื

เร่ือง : การถอนและเก็บวชั พชื

วัตถปุ ระสงค์

1. อธิบายวธิ กี ารกําจัดวชั พืชโดยการถอนและการเกบ็ วัชพืชได้

2. มีความกระตอื รอื ร้นในการกาํ จดั วชั พชื

3. มีทักษะในการถอนและเกบ็ วัชพชื ไดด้ ว้ ยตนเอง

เครือ่ งมอื วสั ดุ/อปุ กรณ์

1. กระดาษ A 4 1 แผ่น

2. ดนิ สอ

3. สี

ลําดบั ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิงาน

1. ให้นกั เรยี นปฏิบัติรายบคุ คล

2. ใหน้ ักเรียนสังเกตภาพท่กี ําหนดให้แลว้ บอกเกย่ี วกบั ส่งิ ท่ีเปน็ ปญั หาในภาพและวิธกี ารแกไ้ ขปัญหา

น้นั ๆ

การประเมินผล

เกณฑ์การใหค้ ะแนน คะแนนเต็ม

ความถกู ต้อง 10

รวม 10

116

แผนการจดั การเรียนรู้

รายวชิ า การงานอาชพี 2 ง 12101 ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 2

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 หนนู อ้ ยนกั ปลูก เวลา 8 ช่วั โมง

แผนการเรียนรูท้ ่ี 24 การใสป่ ุย๋ เวลา 1 ชว่ั โมง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทํางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะการ

จดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทํางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และ

ลักษณะนิสัยในการทํางาน มีจิตสํานึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม เพื่อการดํารงชีวิตและ

ครอบครวั

2. ตัวชวี้ ัด

1. บอกวธิ กี ารทํางานเพือ่ ช่วยเหลอื ตนเอง (ง 1.1 ป. 2/1)

2. ใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมอื งา่ ย ๆ ในการทํางานอยา่ งปลอดภยั (ง 1.1 ป. 2/2)

3. ทาํ งานเพอ่ื ชว่ ยเหลอื ตนเองอย่างกระตือรอื ร้นและตรงเวลา (ง 1.1 ป. 2/3)

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. บอกวธิ กี ารดแู ลแปลงเพาะกล้าโดยการใส่ปุ๋ยได้อยา่ งถูกวิธี (K)

2. ใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเครือ่ งมอื ในการใส่ปยุ๋ (P)

3. เห็นความสําคัญของการดแู ลแปลงเพาะกล้าโดยการใสป่ ุ๋ย (A)

4. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด

การใส่ปยุ๋ เป็นการให้สารอาหารแก่ตน้ กลา้ เพิ่มเติมจากทีไ่ ดร้ บั จากดนิ โดยปุ๋ยทีเ่ ลือกใชน้ ้นั ควรเป็นปุ๋ย

จากธรรมชาติ เพราะสามารถย่อยสลลายไดต้ ามธรรมชาติ และไม่ทิง้ สารตกคา้ งทีเ่ ปน็ อันตรายไวใ้ นดิน

ไมท่ าํ ใหด้ นิ เสยี และช่วยอนรุ ักษส์ ิ่งแวดลอ้ มดว้ ย

5. สาระการเรยี นรู้

การดูแลแปลงเพาะกล้า

• การใสป่ ยุ๋

6. สมรรถนะของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

7. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มุง่ ม่ันในการทาํ งาน

8. กจิ กรรมการเรียนรู้

ขน้ั นาํ เขา้ สู่บทเรียน

1. ครูนําเข้าสู่บทเรียนและสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรมในการทํางานบ้าน เช่น ความ

ขยันและอดทน การมคี วามรบั ผิดชอบ มีความเสยี สละ เปน็ ต้น

2. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกยี่ วกบั การใส่ปุ๋ย โดยร่วมกันสงั เกตภาพปยุ๋ แตล่ ะชนิด แล้วรว่ มกัน

117

ตอบคาํ ถาม ดังนี้

• วสั ดุ อปุ กรณใ์ นภาพเรียกว่าอะไร
• นักเรียนรจู้ กั หรือเคยใชป้ ๋ยุ ชนดิ ใดบ้าง
• จากภาพปยุ๋ แต่ละชนดิ เหมอื นหรอื แตกตา่ งกันอยา่ งไร
3.นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับการใส่ปุ๋ย โดยตอบคาํ ถามวา่ วัสดุ อปุ กรณท์ ีใ่ ช้
ในการใส่ปุ๋ยมอี ะไรบ้าง จากนัน้ รว่ มกันเขียนคาํ ตอบเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน
4. นกั เรยี นร่วมกนั ศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกย่ี วกบั การใส่ปุ๋ย จากแหลง่ การเรยี นรูท้ หี่ ลากหลาย
เช่น หนงั สือเรียน อนิ เทอร์เนต็
ขัน้ จดั กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นกั เรยี นแบง่ กล่มุ ตามความเหมาะสม แต่ละกลุ่มร่วมกนั วิเคราะห์และอภิปรายแถบประโยค
ขั้นตอนการใสป่ ๋ยุ ทไี่ ดร้ ับแจก กล่มุ ละ 1 ชุด จากนัน้ ร่วมกนั เรยี งลาํ ดับขัน้ ตอนการใส่ปุ๋ยทีไ่ ดร้ บั แจกบนโตะ๊
ของแตล่ ะกล่มุ กลมุ่ ใดเรียงเสร็จใหย้ กมอื
2. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง กล่มุ ใดใชเ้ วลานอ้ ยและถูกตอ้ งเปน็ ฝา่ ยชนะ
3. นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นและสรปุ เปน็ ความคดิ รวบยอดเกย่ี วกับขนั้ ตอนการใสป่ ุ๋ย
โดยเขยี นเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน
4. นักเรยี นรว่ มกนั คิดประเมินเพ่อื เพิม่ คณุ ค่าเกยี่ วกบั การใสป่ ยุ๋ โดยตอบคําถามกระตนุ้ ความคิด
ดงั น้ี
• นักเรียนจะเลือกใส่ป๋ยุ ชนดิ ใดให้ปลอดภยั ต่อสิง่ แวดล้อมและพชื ไม่เฉาตาย
ขน้ั สรุป
1. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันออกแบบ และจดั ทาํ ใบความร้เู รอ่ื ง การใส่ปยุ๋ พรอ้ มวาดภาพและ
ระบายสตี กแต่งให้สวยงาม ลงในกระดาษสําหรบั ทํากิจกรรม
2. นกั เรียนรว่ มกนั สรุปส่งิ ที่เขา้ ใจเป็นความรู้รว่ มกนั ดังนี้
การใสป่ ุ๋ยเปน็ การให้สารอาหารแก่ตน้ กล้าเพิม่ เตมิ จากที่ได้รับจากดนิ โดยปยุ๋ ทเ่ี ลอื กใช้นน้ั
ควรเปน็ ปุ๋ยจากธรรมชาติ เพราะสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และไม่ทิง้ สารตกค้างที่เป็นอนั ตรายไว้ใน
ดิน ไมท่ ําให้ดนิ เสยี และช่วยอนรุ กั ษ์ส่งิ แวดล้อมอีกดว้ ย
ขนั้ ฝกึ ฝนนักเรยี น
1. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นําเสนอใบความรเู้ รอื่ ง การใส่ปุ๋ย ประกอบการอธิบายหนา้ ชน้ั เรียน
2. นักเรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปเก่ียวกับวธิ ีการทาํ งานใหเ้ หน็ การคดิ เชงิ ระบบและวธิ กี ารทํางาน
ทม่ี แี บบแผน
ขน้ั นาํ ไปใช้
นักเรยี นสามารถใสป่ ุ๋ยต้นไมท้ ีบ่ า้ นของตนเองหรอื ในบรเิ วณโรงเรียนได้

118

10. ส่ือการเรยี นรแู้ ละแหล่งการเรียนรู้

1. ภาพป๋ยุ แบบต่าง ๆ

2. แถบประโยคข้นั ตอนการใส่ปุ๋ย

3. กระดาษสาํ หรับทํากจิ กรรม

4. สไี ม้

5. แหลง่ การเรยี นรู้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน

11. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

และคา่ นิยม (A)

1. สงั เกตการตอบคําถามและ 1. สงั เกตความตงั้ ใจเรียน 1. สงั เกตการปฏบิ ัติกจิ กรรม

แสดงความคดิ เห็น 2. สงั เกตความกระตอื รอื ร้น การ เรียนรู้

2. ตรวจผลงานการใสป่ ุ๋ย ในการใสป่ ยุ๋ 2. สังเกตทกั ษะการทํางาน

3. ประเมนิ พฤติกรรมตาม ตามแบบประเมนิ ดา้ นทักษะ/

แบบประเมินดา้ นคณุ ธรรม กระบวนการ

จริยธรรม และคา่ นิยม

119

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ : การงานอาชพี ใบงานที่

ช่ือวชิ า : การงานอาชีพ 2 รหัสวชิ า ง 12101 2.24.7

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2

หน่วยท่ี 2 : หนนู ้อยนักปลูก

แผนการเรียนรู้ที่ 24 : การใส่ป๋ยุ

เรอ่ื ง : การใสป่ ุย๋

วตั ถปุ ระสงค์

1. บอกวธิ ีการดูแลแปลงเพาะกล้าโดยการใส่ปุ๋ยได้อยา่ งถกู วิธี

2. ใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมอื ในการใสป่ ยุ๋

3. เห็นความสําคญั ของการดแู ลแปลงเพาะกล้าโดยการใสป่ ยุ๋

เครอ่ื งมอื วสั ดุ/อปุ กรณ์

1. กระดาษ A 4 1 แผ่น

2. ดนิ สอ

3. สี

ลําดับขนั้ ตอนการปฏบิ ัตงิ าน

1. ให้นกั เรยี นปฏบิ ัติรายบคุ คล

2. ให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันออกแบบ และจดั ทําใบความรเู้ รื่อง การใสป่ ุ๋ย พร้อมวาดภาพและ

ระบายสตี กแตง่ ให้สวยงาม ลงในกระดาษสําหรบั ทาํ กิจกรรม

การประเมนิ ผล

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนนเตม็

ความถกู ตอ้ ง 5

ความสวยงาม 5

รวม 10

120

แผนการจัดการเรียนรู้

รายวชิ า การงานอาชพี 2 ง 12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 หนนู อ้ ยนักปลกู เวลา 8 ชว่ั โมง

แผนการเรียนรู้ที่ 25 การดูแลแปลงเพาะกลา้ เวลา 1 ชวั่ โมง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทํางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะการ

จัดการ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทํางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และ

ลักษณะนิสัยในการทํางาน มีจิตสํานึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม เพ่ือการดํารงชีวิตและ

ครอบครวั

2. ตัวชว้ี ัด

1. บอกวธิ ีการทาํ งานเพ่อื ช่วยเหลือตนเอง (ง 1.1 ป. 2/1)

2. ใช้วสั ดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมืองา่ ย ๆ ในการทํางานอยา่ งปลอดภัย (ง 1.1 ป. 2/2)

3. ทาํ งานเพอื่ ชว่ ยเหลอื ตนเองอยา่ งกระตือรือรน้ และตรงเวลา (ง 1.1 ป. 2/3)

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. บอกวิธกี ารและประโยชนข์ องการดูแลแปลงเพาะกล้า (K)

2. ใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และเครือ่ งมอื ในการดแู ลแปลงเพาะกล้าไดอ้ ย่างเหมาะสม (P)

3. เหน็ ประโยชน์ของการดแู ลแปลงเพาะกล้า (A)

4. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด

การดแู ลแปลงเพาะกลา้ เพ่อื ใหต้ ้นกล้าเจรญิ เตบิ โตรวดเร็ว แขง็ แรง ได้ผลผลิตทีม่ ีคณุ ภาพ สามารถ

นําไปใช้ประโยชนไ์ ด้ ทาํ ไดโ้ ดยรดนํ้า พรวนดิน กําจัดวัชพืช ศตั รูพืช และใสป่ ยุ๋ เปน็ ประจําสม่ําเสมอ

5. สาระการเรยี นรู้

การดูแลแปลงเพาะกลา้

• วธิ กี ารดแู ลแปลงเพาะกลา้

• ประโยชนข์ องการดแู ลแปลงเพาะกล้า

6. สมรรถนะของผู้เรียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต

7. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. มงุ่ ม่นั ในการทาํ งาน

8. กิจกรรมการเรียนรู้

ขน้ั นาํ เขา้ สู่บทเรียน

1. ครูนําเข้าสู่บทเรียนและสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรมในการทํางานบ้าน เช่น ความ

ขยันและอดทน การมคี วามรับผิดชอบ มคี วามเสยี สละ เปน็ ตน้

2. นักเรียนทบทวนความรู้เดิมโดยการรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกับการดแู ลแปลงเพาะกล้า

121

แลว้ ตอบคําถามร่วมกนั ดังน้ี
• วิธกี ารดแู ลแปลงเพาะกล้ามกี ่ีวธิ ี อะไรบ้าง
• นกั เรยี นใช้วัสดุ อปุ กรณ์ใดบา้ งในการรดนํ้า
• นกั เรยี นใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ใดบ้างในการพรวนดนิ
• นักเรยี นใช้วสั ดุ อปุ กรณ์ใดบา้ งในการกําจัดวชั พืชและศัตรพู ชื
• นกั เรยี นใชว้ สั ดุ อปุ กรณใ์ ดบ้างในการใส่ปุ๋ย
• การดแู ลแปลงเพาะกล้ามปี ระโยชน์อย่างไร

จากนัน้ นักเรยี นร่วมกันเขยี นคาํ ตอบของคําถามข้างต้นลงในแผนภาพความคิดบนกระดาน
3. นกั เรยี นร่วมกนั ศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเกยี่ วกับการดูแลแปลงเพาะกลา้ จากแหล่งการเรยี นรู้

ที่หลากหลาย เชน่ หนงั สือเรียน อนิ เทอรเ์ นต็
ข้นั จัดกิจกรรมการเรียนรู้
1. นกั เรียนแบง่ กลุ่มตามกลุม่ ที่เพาะเมล็ดในชน้ิ งานที่ 6 รว่ มกนั วเิ คราะห์และอภปิ รายเกย่ี วกับ

การดูแลแปลงเพาะกล้า และประโยชน์ของการดแู ลแปลงเพาะกล้า โดยรว่ มกนั ตอบคําถาม ดงั น้ี
• การดูแลแปลงเพาะกลา้ วธิ ีใดควรทําเป็นประจําทกุ วนั
• เม่อื มหี ญ้าขน้ึ ในแปลงเพาะกลา้ ควรกําจดั อยา่ งไร
• ถา้ ต้องการใส่ปุ๋ยให้พืชโดยไมใ่ หด้ นิ เสยี และไม่ท้งิ สารตกคา้ ง นกั เรียนควรเลือกใสป่ ยุ๋ ชนดิ ใด
• การดูแลแปลงเพาะกลา้ อย่างถกู วิธีมีประโยชนอ์ ยา่ งไร

2. นักเรียนรว่ มกนั อภิปรายเกย่ี วกบั การดูแลแปลงเพาะกลา้ และสรุปเป็นความคิดรวบยอด
โดยเขียนเปน็ แผนภาพความคดิ บนกระดาน

3. นกั เรยี นรว่ มกนั คดิ ประเมนิ เพอ่ื เพิ่มคุณค่าเก่ียวกบั การดแู ลแปลงเพาะกล้า โดยตอบคําถาม
ดังน้ี

• นักเรียนมวี ิธกี ารดแู ลแปลงเพาะกล้าแบบอนุรักษส์ ง่ิ แวดล้อมอย่างไร
ขั้นสรปุ

1. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันดูแลตน้ กล้าท่ีเพาะไว้ในสถานทท่ี จ่ี ดั แล้วบนั ทกึ ผลการปฏบิ ัติ
กจิ กรรมลงในแบบบนั ทึก เรอ่ื ง การดแู ลแปลงเพาะกลา้

2. นักเรียนรว่ มกนั สรุปสง่ิ ที่เข้าใจเปน็ ความร้รู ว่ มกัน ดงั นี้
การดแู ลแปลงเพาะกล้า เพ่อื ใหต้ น้ กลา้ เจรญิ เตบิ โตรวดเร็ว แข็งแรง ได้ผลผลติ ทมี่ ีคุณภาพ

สามารถนําไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ ทาํ ได้โดยรดนา้ํ พรวนดิน กาํ จัดวัชพชื ศัตรูพืช และใสป่ ๋ยุ เป็นประจาํ
สมํา่ เสมอ

ขั้นฝึกฝนนักเรยี น
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนาํ เสนอผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเรอ่ื ง การดูแลแปลงเพาะกล้า หนา้ ชั้นเรียน
2. นกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายสรปุ เกยี่ วกับวธิ ีการทํางานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวธิ ีการทาํ งาน

ทม่ี ีแบบแผน
ขัน้ นาํ ไปใช้
นกั เรยี นสามารถดแู ลแปลงเพาะกล้าไดอ้ ย่างถูกต้อง

10. ส่ือการเรยี นรู้และแหลง่ การเรยี นรู้
1. วัสดุ อปุ กรณ์ทใ่ี ชใ้ นการดูแลแปลงเพาะกล้า
2. แหลง่ การเรียนรูท้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรียน

122

11. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)

และคา่ นิยม (A) 1. สงั เกตการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
การ เรียนรู้
1. สงั เกตการตอบคําถามและ 1. สงั เกตความตง้ั ใจเรยี น 2. สงั เกตทกั ษะการทํางานตาม
แบบประเมนิ ดา้ นทกั ษะ/
แสดงความคดิ เหน็ 2. สังเกตความกระตอื รือร้นใน กระบวนการ

2. ตรวจผลงานการดแู ลแปลงเพาะ การดูแลแปลงเพาะกล้า

กลา้ 3. ประเมินพฤตกิ รรมตาม

แบบประเมนิ ดา้ นคณุ ธรรม

จรยิ ธรรม และค่านยิ ม

123

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ : การงานอาชีพ ใบงานที่

ชื่อวิชา : การงานอาชพี 2 รหสั วชิ า ง 12101 2.25.8

ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2

หน่วยท่ี 2 : หนนู ้อยนกั ปลกู

แผนการเรยี นรทู้ ่ี 25 : การดแู ลแปลงเพาะกล้า

เรอื่ ง : การดแู ลแปลงเพาะกลา้

วตั ถุประสงค์

1. บอกวิธีการและประโยชน์ของการดูแลแปลงเพาะกล้า

2. ใช้วสั ดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือในการดแู ลแปลงเพาะกล้าไดอ้ ย่างเหมาะสม

3. เหน็ ประโยชน์ของการดแู ลแปลงเพาะกลา้

เครื่องมอื วสั ด/ุ อปุ กรณ์

1. กระดาษ A 4 1 แผน่

2. ดินสอ

3. สี

ลาํ ดบั ขนั้ ตอนการปฏบิ ัตงิ าน

1. ใหน้ ักเรยี นปฏิบตั ริ ายบคุ คล

2. ให้นกั เรียนร่วมกนั สรุปส่งิ ทเ่ี ขา้ ใจเปน็ ความรู้ร่วมกัน ดังน้ี การดูแลแปลงเพาะกลา้ เพอ่ื ใหต้ น้ กลา้

เจรญิ เติบโตรวดเรว็ แขง็ แรง ได้ผลผลติ ทม่ี ีคณุ ภาพ สามารถนําไปใช้ประโยชนไ์ ด้ ทําได้โดยรดนา้ํ พรวนดิน

กําจัดวัชพืช ศัตรูพชื และใสป่ ยุ๋ เปน็ ประจําสมา่ํ เสมอ

การประเมนิ ผล

เกณฑ์การใหค้ ะแนน คะแนนเตม็

ความถกู ตอ้ ง 5

ความสวยงาม 5

รวม 10

124

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เวลา 3 ชั่วโมง
เครื่องมอื ใช้ง่ายสาํ หรับเด็ก เวลา 2 ช่วั โมง
เวลา 1 ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 26 เคร่อื งมือดแู ลรกั ษาพชื
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 27 วธิ กี ารดูแลรักษาพืช

125

แผนการจดั การเรียนรู้

รายวิชา การงานอาชพี 2 ง 12101 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 เครือ่ งมือใช้งา่ ยสําหรบั เดก็ เวลา 3 ชวั่ โมง

แผนการเรียนร้ทู ่ี 26 เคร่อื งมือดแู ลรกั ษาพืช เวลา 2 ชั่วโมง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทํางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะการ

จดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทํางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และ

ลักษณะนิสัยในการทํางาน มีจิตสํานึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม เพื่อการดํารงชีวิตและ

ครอบครัว

2. ตวั ชวี้ ัด

1. บอกวิธกี ารทํางานเพอื่ ช่วยเหลอื ตนเอง (ง 1.1 ป. 2/1)

2. ใช้วสั ดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมอื ง่าย ๆ ในการทํางานอยา่ งปลอดภยั (ง 1.1 ป. 2/2)

3. ทาํ งานเพอื่ ช่วยเหลือตนเองอย่างกระตือรือรน้ และตรงเวลา (ง 1.1 ป. 2/3)

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. บอกชนดิ ของเครือ่ งมอื เกษตรได้ (K)

2. เหน็ ความสาํ คัญของเครื่องมือเกษตร (A)

3. มีทักษะในการเลือกใช้เคร่ืองมือเกษตร (P)

4. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด

เครอ่ื งมือทใ่ี ช้ในการปลูกพชื หรอื เรียกวา่ เครอ่ื งมือเกษตร เป็นสิ่งท่ชี ่วยใหเ้ ราทํางานไดส้ ะดวกรวดเร็ว

ขน้ึ และช่วยผอ่ นแรงในการทํางาน

5. สาระการเรยี นรู้

เครอ่ื งมอื ดูแลรักษาพชื

6. สมรรถนะของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปญั หา

4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต

7. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มุ่งม่นั ในการทํางาน

8. กิจกรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาํ เขา้ สบู่ ทเรยี น

1. ครูนําเข้าสู่บทเรียนและสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรมในการทํางานบ้าน เช่น ความขยัน

และอดทน การมีความรบั ผิดชอบ มีความเสียสละ เป็นตน้

2. ครูถามคําถามเพ่อื กระตุ้นความคิดและความสนใจของนกั เรยี น เช่น เพราะอะไรเราจงึ ตอ้ งใช้

เครื่องมอื ในการดูแลรักษาพืช

126

ขั้นจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ครูตรวจบันทึกผลการสํารวจจากงานที่มอบหมายให้นักเรียนทํา และให้นักเรียนนําคําถามที่

เตรยี มไวแ้ ล้วคนละ 1 คาํ ถามมารว่ มกันสนทนา
2. นักเรียนอาสาสมัครเล่าประสบการณ์ท่ีเคยเห็นบุคคลในครอบครัวหรือเพ่ือนบ้านใช้เคร่ืองมือใน

การ ปลูกพชื
3. ครูดูภาพเกี่ยวกับเครอื่ งมือดแู ลรักษาพืชหรือนาํ ตวั อยา่ งเครอื่ งมอื ดแู ลรกั ษาพชื มาใหน้ กั เรยี นดู
4. ครูให้นกั เรยี นสงั เกตลักษณะของเครอ่ื งมือดแู ลรกั ษาพืช แล้วสาธติ การใช้เครื่องมอื แต่ละชนดิ ให้

นักเรียนดู
5. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4–5 คน ทดลองใช้เคร่ืองมือดูแลรักษาพืช แล้วให้ตัวแทนกลุ่มออกมา

สาธติ ใหเ้ พอื่ นกลมุ่ อน่ื ดู
6. ครอู ธบิ ายเพ่มิ เติมเกี่ยวกบั วธิ ีการใช้และการเกบ็ รักษาเครอ่ื งมือดูแลรกั ษา
7. ครบู รู ณาการตามหลักแนวคิดของเศรษฐกจิ พอเพียงด้านความมีเหตุผล โดยบูรณาการการใช้

เคร่ืองมือดูแลรักษาพืชมาพิจารณาในการเลือกใช้เคร่ืองมือให้เหมาะสมกับงาน เพื่อให้ทํางานได้ง่าย
สะดวก และประหยดั เวลา

ขน้ั สรปุ
1. นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกับประโยชน์ของเคร่ืองมอื ดแู ลรักษาพชื
2. นักเรียนช่วยกันสรุปวิธกี ารใชเ้ ครื่องมอื ดแู ลรักษาพืชใหป้ ลอดภัย
3. ครูมอบหมายงานให้นักเรียนไปสอบถามผู้ปกครองเก่ียวกับเครื่องมือท่ีใช้ในการรดน้ําต้นไม้ แล้ว

บันทึกผล และใหน้ ักเรยี นตั้งคาํ ถามท่ีสงสัยคนละ 1 คําถาม (เพอื่ นาํ มาร่วมกันสนทนาในการเรียนครง้ั ตอ่ ไป)
ขัน้ ฝกึ ฝนนักเรยี น
1. นกั เรยี นจดั กลุม่ พชื โดยพิจารณาภาพทก่ี ําหนดให้แลว้ จัดกลมุ่ พืชใหถ้ กู ต้อง โดยขีดเครื่องหมาย

ลงในชอ่ งหนา้ คาํ ท่สี มั พันธ์กนั
2. นกั เรยี นสาํ รวจพืชโดยใหส้ ํารวจพชื ท่บี า้ น โรงเรยี น หรอื ชุมชน แลว้ บนั ทกึ ลงในตาราง
3. นกั เรยี นวาดภาพพืชชนดิ ตา่ ง ๆ และระบายสี
4. ให้นกั เรียนทาํ ใบงาน

ขั้นนาํ ไปใช้
นกั เรยี นสามารถจาํ แนกชนิดของพืชและบอกประโยชน์ของพืชแตล่ ะชนดิ ได้

10. ส่อื การเรยี นร้แู ละแหล่งการเรียนรู้
1. ตวั อยา่ งพชื ชนิดตา่ งๆ
2. ภาพแสดงพืชชนดิ ตา่ งๆ
3. หนังสือเกยี่ วกับพชื ชนดิ ตา่ งๆ
4. แหล่งการเรียนรทู้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น

127

11. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)

และคา่ นยิ ม (A)

1. สงั เกตการตอบคําถาม 1. สงั เกตความตั้งใจเรยี น 1. สงั เกตการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม

และการแสดงความคิดเห็น 2. มคี วามสนใจในการดแู ลรกั ษา การเรยี นรู้

2. ตรวจผลงานการดแู ลรกั ษาพืช พชื 2. สังเกตพฤติกรรมการดูแลรักษา

พชื

128

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ : การงานอาชพี ใบความรู้ที่

ช่อื วิชา : การงานอาชพี 2 รหัสวชิ า ง 12101 3.26.1

ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2

หน่วยที่ 3 : เครอื่ งมอื ใชง้ า่ ยสาํ หรบั เดก็

แผนการเรียนรู้ที่ 26 : เคร่ืองมอื ดูแลรักษาพชื

เรอื่ ง : เครื่องมือดแู ลรักษาพชื

วตั ถปุ ระสงค์

1. บอกชนดิ ของเครอ่ื งมอื เกษตรได้

2. เหน็ ความสาํ คญั ของเครือ่ งมอื เกษตร

3. มที กั ษะในการเลอื กใชเ้ ครอ่ื งมือเกษตร

เนือ้ หาความรู้

การปลูกพืชเป็นขั้นตอนหน่ึงของการเพาะปลูกซ่ึงกระทําต่อจากการเตรียมดิน เกษตรกรจะต้องเร่ง

ทํางานให้ทันกับช่วงเวลาปลูกที่เหมาะสมวิธีการปลูกของเกษตรกรแบบเดิมใช้แรงงานคนทั้งหมด ซึ่งทําให้

ส้ินเปลืองค่าใช้จ่ายมากและทํางานได้ช้า ในบางพ้ืนท่ีจะใช้แรงงานสัตว์หรือรถไถทําการเปิดร่อง แล้วใช้คน

หยอดเมล็ดพืชตามปัจจุบันนี้การใช้เครื่องปลูกพืชมีการใช้อย่างแพร่หลายเน่ืองจากเคร่ืองปลูกพืชจะช่วยให้

เกษตรกรสามารถปลูกเร็วขึ้นทันฤดูกาล ประหยัดค่าใช้จ่ายการปลูกพืชเป็นแถวจะช่วยในการดูแลรักษาหรือ

ใช้เคร่ืองมืออ่นื เช่น เครือ่ งมอื กําจดั วัชพืช ทํางานได้สะดวก ประหยดั เวลา และประหยดั เมลด็ พันธ์ุ

เคร่อื งปลกู พชื

เครือ่ งปลกู พชื ที่ดีควรมลี กั ษณะดงั น้ี

1. เปดิ หน้าดนิ ใหม้ คี วามลกึ เหมาะสมกบั ชนดิ ของเมลด็ พืชทจ่ี ะปลกู

2. ปล่อยเมลด็ พืชไดต้ ามจาํ นวนท่ีต้องการ

3. หยอดเมลด็ พืชลงในรอ่ งดนิ ท่ีเปิดได้อยา่ งเหมาะสม

4. กลบและอัดรอบๆ เมลด็ พชื ได้แน่นพอเหมาะกับชนิดของพืชท่ีปลูก

5.ไมท่ าํ ลายเมลด็ พืชใหเ้ สยี หายจนไม่สามารถงอกได้

ชนดิ ของเครื่องปลกู พชื

เคร่อื งปลกู พชื สามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็น 4 ชนดิ ใหญๆ่ ดงั ต่อไปนี้

1) เครื่องปลูกเป็นระยะ เครื่องปลูกนี้เป็นเคร่ืองปลูกท่ีปลูกพืชเป็นแถวโดยมีระยะระหว่างต้นที่

ค่อนข้างแน่นอนการปลูกเป็นแถวจะช่วยให้สามารถใช้เครื่องจักรกลเกษตรเพ่ือกําจัดวัชพืช และเก็บเก่ียวได้

สะดวกภายหลงั พชื ทปี่ ลูกโดยใชเ้ ครอื่ งปลูกพชื เป็นระยะไดแ้ ก่ ขา้ วโพด และถั่วเหลือง เป็นต้น

2) เคร่ืองหยอดเมล็ด เปน็ เคร่ืองปลูกสําหรับหยอดเมล็ดธัญพืชขนาดเล็กท่ีต้องการปลูกเป็นแถว แต่มี

จํานวนต้นในแต่ละแถวมาก และไม่จําเป็นต้องมีระยะห่างระหว่างต้นท่ีแน่นอน ลักษณะการทํางานของเครื่อง

ปลกู ชนดิ น้ีมลี กั ษณะโรย เช่น เครอ่ื งปลูกแบบนานํ้าตม เคร่อื งปลกู แบบล้อเอยี ง เปน็ ต้น

3) เครอ่ื งหวา่ น เครอื่ งมอื สาํ หรับหวา่ นเมล็ดพืชให้กระจายพื้นทีเ่ พาะปลูก โดยมีรปู แบบการปลูกที่ไม่

แนน่ อน

4) เครือ่ งปลกู เฉพาะงาน เปน็ เครื่องปลูกที่ใช้เฉพาะงาน เช่น เคร่ืองปลูกกลา้ เครื่องดํานา

เครือ่ งปลกู อ้อยฯลฯ

ลักษณะการปลูก

129

เนอ่ื งจากปรมิ าณนํา้ ฝนทตี่ ก อุณหภมู ิ และสภาพของดิน ซ่งึ แตกต่างกนั ในแตล่ ะทอ้ งถิน่ ลักษณะของ
การปลูกพชื จึงแบ่งออกไดเ้ ป็น 3 ลักษณะ คือ การปลูกบนพื้นท่รี าบ การปลูกบนแปลง และการปลกู ในร่อง

การปลูกพืชบนที่ราบ มักจะทําในบริเวณท่ีมีสภาพพ้ืนท่ีและมีส่ิงแวดล้อมเหมาะต่อการหยอดและ
เมลด็ พชื งอกเจริญเตบิ โตไดด้ ี สามารถใชเ้ ครอื่ งมือกาํ จัดวชั พชื ได้สะดวกภายหลงั

การปลกู บนแปลงหรือการปลูกพืชแบบยกร่องปลกู เป็นการปลูกพชื ที่เหมาะกบั สภาพพืน้ ที่ทม่ี กี าร
ชลประทานหรอื มีฝนตกชกุ เพราะการนาํ น้ําเขา้ ส่รู ่องหรือการระบายน้าํ ออกจะทาํ ได้ง่าย

การปลูกพืชแบบปลูกในร่อง เป็นวิธีการปลูกท่ีเหมาะสมสําหรับพ้ืนที่เพาะปลูกที่ค่อนข้างแห้งแล้ง
เช่น การปลูกข้าวโพด ข้าวฟ่าง หรือฝ้ายท้ังน้ีเมล็ดพืชจะถูกหยอดฝังลงไปในดินซึ่งมีความชื้น และเมื่อต้นพืช
งอกเป็นตน้ อ่อน แนวสันรอ่ งจะชว่ ยปอ้ งกันลมใหก้ ับต้นพชื
เอกสารอา้ งองิ /เอกสารคน้ คว้าเพิ่มเตมิ

- เว็ปไซต์ : https://sites.google.com/site/6desf5gd684gf/home/kar-pluk-phuch

130

กลุ่มสาระการเรียนรู้ : การงานอาชพี ใบงานที่

ช่ือวิชา : การงานอาชพี 2 รหสั วชิ า ง 12101 3.26.1

ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2

หนว่ ยท่ี 3 : เครอ่ื งมอื ใชง้ ่ายสาํ หรบั เดก็

แผนการเรยี นร้ทู ่ี 26 : เครอื่ งมอื ดูแลรกั ษาพืช

เรือ่ ง : เครือ่ งมอื ดูแลรกั ษาพชื

วตั ถปุ ระสงค์

1. บอกชนดิ ของเครอ่ื งมอื เกษตรได้

2. เหน็ ความสาํ คัญของเครือ่ งมอื เกษตร

3. มีทกั ษะในการเลอื กใช้เครื่องมือเกษตร

เคร่อื งมอื วสั ดุ/อปุ กรณ์

1. กระดาษ A 4 1 แผ่น

2. ดินสอ

3. สี

ลาํ ดบั ขนั้ ตอนการปฏบิ ัตงิ าน

1. ให้นักเรยี นปฏิบัตริ ายบคุ คล

2. นักเรียนวาดภาพเครอื่ งมือที่ใชใ้ นการปลูกพชื พร้อมกับเขยี นชอื่ ภาพ วธิ กี ารใช้ วิธกี ารดูแลรักษา

เครอ่ื งมอื

การประเมินผล

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนนเต็ม

ความถูกตอ้ ง 5

ความสวยงาม 5

รวม 10

131

แผนการจดั การเรยี นรู้

รายวิชา การงานอาชพี 2 ง 12101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 เครอ่ื งมือใช้ง่ายสําหรับเดก็ เวลา 3 ชวั่ โมง

แผนการเรยี นร้ทู ่ี 27 วิธีการดูแลรกั ษาพชื เวลา 1 ชั่วโมง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทํางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะการ

จดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทํางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และ

ลักษณะนิสัยในการทํางาน มีจิตสํานึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม เพ่ือการดํารงชีวิตและ

ครอบครัว

2. ตัวชว้ี ัด

1. บอกวิธกี ารทํางานเพือ่ ช่วยเหลือตนเอง (ง 1.1 ป. 2/1)

2. ใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมอื งา่ ย ๆ ในการทํางานอยา่ งปลอดภัย (ง 1.1 ป. 2/2)

3. ทาํ งานเพอ่ื ช่วยเหลือตนเองอยา่ งกระตือรือร้นและตรงเวลา (ง 1.1 ป. 2/3)

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. บอกวธิ ีการดูแลรักษาพชื (K)

2. ดูแลรักษาพืชตามขั้นตอนวิธที ถี่ กู ตอ้ ง (P)

3. เห็นความสาํ คญั ของการดูแลรักษาพชื อยา่ งถูกวธิ ี (A)

4. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด

การดูแลรักษาพชื ใหเ้ จริญเติบโตไดด้ ีต้องอาศัยวธิ ีการดแู ลทถ่ี กู ตอ้ ง เหมาะสม และสม่ําเสมอ

จงึ จะไดผ้ ลผลติ ตามต้องการ

5. สาระการเรยี นรู้

วิธกี ารดแู ลรักษาพชื

6. สมรรถนะของผูเ้ รียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปญั หา

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

7. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มงุ่ ม่นั ในการทาํ งาน

8. กิจกรรมการเรียนรู้

ขน้ั นาํ เขา้ สูบ่ ทเรยี น

1. ครูนําเข้าสู่บทเรียนและสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรมในการทํางานบ้าน เช่น ความขยัน

และอดทน การมคี วามรบั ผดิ ชอบ มคี วามเสยี สละ เปน็ ตน้

2. นกั เรยี นร่วมกันสนทนาถงึ วิธีการดแู ลรกั ษาพืชทตี่ นเองร้จู กั หรือเคยปฏบิ ัติ ผแู้ ทนนกั เรยี น

บนั ทึกคําตอบลงในแผนภาพความคิดบนกระดาน

132

3. นกั เรียนรวบรวมและศกึ ษาความรู้เกี่ยวกับวิธกี ารดแู ลรักษาพืช จากแหลง่ การเรียนรู้ตา่ ง ๆ
เชน่ หนังสอื เรยี น อนิ เทอรเ์ น็ต

ข้นั จดั กิจกรรมการเรียนรู้
1. นักเรียนสงั เกตการสาธิตวิธีการดแู ลรักษาพืชทีละขนั้ ตอน แลว้ ร่วมกนั แสดงความคิดเห็น

โดยใชค้ าํ ถาม ดงั น้ี
 การรดนา้ํ มปี ระโยชนต์ อ่ พืชอย่างไร
 การรดนํ้าตน้ พืชควรรดอยา่ งไร
 การพรวนดินมีวิธกี ารอย่างไร
 การใส่ปุ๋ยมีวธิ กี ารอย่างไร
 การถอนและเกบ็ วัชพชื มปี ระโยชนอ์ ย่างไร

2. นักเรียนสังเกตภาพการรดนา้ํ ต้นไมแ้ ละการพรวนดิน จากนน้ั รว่ มกันแสดงความคดิ เหน็
โดยใช้คาํ ถาม ดังนี้

133

134

3.นักเรยี นร่วมกันวิเคราะห์และแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั วธิ กี ารดูแลรักษาพืช

โดยใชค้ ําถามกระตุน้ ความคิด ดงั น้ี

 หากไมม่ บี วั รดน้ําและสายยาง นกั เรียนจะใช้อุปกรณใ์ ดรดน้าํ ตน้ พืช

4. ครใู ห้นักเรยี นสงั เกตลกั ษณะของเครอื่ งมือดูแลรกั ษาพืช แลว้ สาธิตการใชเ้ ครือ่ งมอื แตล่ ะชนิดให้

นักเรียนดู

5. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4–5 คน ทดลองใช้เครื่องมือดูแลรักษาพืช แล้วให้ตัวแทนกลุ่มออกมา

สาธิตให้เพอื่ นกลมุ่ อน่ื ดู

6. ครอู ธบิ ายเพิม่ เติมเก่ียวกับวิธีการใช้และการเกบ็ รกั ษาเครอ่ื งมอื ดแู ลรักษา

7. ครบู ูรณาการตามหลกั แนวคดิ ของเศรษฐกิจพอเพียงด้านความมีเหตุผล โดยบูรณาการการใช้

เคร่ืองมือดูแลรักษาพืชมาพิจารณาในการเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับงาน เพ่ือให้ทํางานได้ง่าย

สะดวก และประหยดั เวลา

ขัน้ สรุป

1. นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั ประโยชน์ของเครอื่ งมอื ดูแลรกั ษาพืช

2. นักเรียนชว่ ยกันสรปุ วธิ กี ารใชเ้ คร่อื งมือดแู ลรกั ษาพชื ให้ปลอดภัย

3. ครูมอบหมายงานให้นักเรียนไปสอบถามผู้ปกครองเกี่ยวกับเคร่ืองมือที่ใช้ในการรดน้ําต้นไม้ แล้ว

บนั ทกึ ผล และให้นักเรียนตงั้ คําถามทส่ี งสัยคนละ 1 คาํ ถาม (เพอ่ื นํามาร่วมกนั สนทนาในการเรียนครงั้ ต่อไป)

ขัน้ ฝกึ ฝนนกั เรียน

1. นกั เรียนจัดกลุ่มพืช โดยพิจารณาภาพทีก่ ําหนดใหแ้ ล้วจัดกล่มุ พชื ใหถ้ กู ตอ้ ง โดยขดี เครอ่ื งหมาย

ลงในชอ่ งหน้าคําที่สัมพันธก์ นั

2. นักเรยี นสาํ รวจพืชโดยใหส้ ํารวจพืชทบ่ี ้าน โรงเรียน หรอื ชุมชน แลว้ บนั ทึกลงในตาราง

3. นกั เรียนวาดภาพพืชชนิดตา่ ง ๆ และระบายสี

4. ใหน้ กั เรยี นทาํ ใบงาน

ข้นั นาํ ไปใช้

นักเรียนสามารถจาํ แนกชนิดของพืชและบอกประโยชน์ของพชื แต่ละชนดิ ได้

10. สอื่ การเรยี นรู้และแหล่งการเรยี นรู้

1. ตวั อยา่ งพชื ชนดิ ต่างๆ

2. ภาพแสดงพืชชนดิ ตา่ งๆ

3. หนงั สือเก่ียวกับพืชชนดิ ตา่ งๆ

4. แหล่งการเรยี นร้ทู ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน

11. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

และคา่ นิยม (A)

1. สงั เกตการตอบคําถาม 1. สงั เกตความตง้ั ใจเรียน 1. สงั เกตการปฏิบตั ิกิจกรรม

และการแสดงความคิดเห็น 2. มคี วามสนใจในการดูแลรกั ษา การเรยี นรู้

2. ตรวจผลงานการดแู ลรักษาพชื พชื 2. สังเกตพฤติกรรมการดูแลรักษา

พืช

135

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ : การงานอาชพี ใบความรทู้ ่ี

ชอ่ื วชิ า : การงานอาชพี 2 รหสั วิชา ง 12101 3.27.2

ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 2

หน่วยท่ี 3 : วิธกี ารดแู ลรักษาพืช

แผนการเรียนรู้ท่ี 27 : การดูแลรกั ษาพชื อย่างถกู วธิ ี

เร่อื ง : การดแู ลรกั ษาพืชอยา่ งถกู วธิ ี

วัตถุประสงค์

1. บอกการดแู ลรกั ษาพืชอยา่ งถูกวธิ ี

2. ดแู ลรกั ษาพชื ได้ถกู วิธี

3. เหน็ ประโยชน์ของการดแู ลรักษาพืชอย่างถูกวธิ ี

เนอ้ื หาความรู้

การดแู ลรกั ษาพืช

เราต้องรู้จักดูแลรักษาพชื ทป่ี ลูก พืชของเราจึงจะเจรญิ เติบโตงอกงามดี ซงึ่ มวี ิธปี ฏิบัติ ดงั นี้

1. รดนา้ํ ทกุ วัน พชื ตอ้ งการน้ําในการเจริญเติบโต ถา้ ขาดน้ําหลาย ๆ วนั พชื จะเห่ียวเฉาจะตายได้ แต่

กไ็ มค่ วรรดนํ้ามากจนเกินไปเพราะจะทําใหร้ ากของพืชเน่า ทําใหพ้ ืชตายได้ เชน่ กนั

2. ใสป่ ยุ๋ พชื ต้องการธาตุอาหารที่มีอยูใ่ นดนิ เราสามารถเพม่ิ ธาตุอาหารในดินได้ด้วยการใสป่ ยุ๋ เช่น

ปุ๋ยหมกั ป๋ยุ คอก ปยุ๋ พชื สด

3. พรวนดิน ดินท่ีมีความร่วนซยุ จะระบายน้าํ และอากาศไดด้ ี ทําใหร้ ากพชื ดูดนา้ํ และแรธ่ าตมุ าใชไ้ ด้

ง่าย จงึ ควรหม่ันพรวนดนิ บรเิ วณทปี่ ลกู พชื อยู่เสมอ

4. กําจัดวชั พืชและศัตรูพชื วัชพชื และศตั รูพชื ทาํ ใหต้ ้นพืชทเี่ ราปลูกเติบโตช้า เพราะวัชพชื เชน่ หญา้

จะแย่งท่ีอยูแ่ ละอาหารของต้นพชื ส่วนศตั รูพืช เชน่ หนอน แมลง จะกดั กินใบพชื ทําใหใ้ บแหวง่ มีรู เราจงึ ควร

ถอนหญ้าหรือดายหญา้ อย่เู สมอ และควรจบั แมลงท่เี ปน็ ศตั รพู ชื ท้ิง

เอกสารอา้ งอิง/เอกสารคน้ ควา้ เพม่ิ เตมิ

- เวป็ ไซต์ : https://kasikornlanna.wordpress.com/2013/12/20/%E0%B8%81%

E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E

0%B8%B7%E0%B8%8A/

136

กลุ่มสาระการเรียนรู้ : การงานอาชีพ ใบงานท่ี

ชือ่ วิชา : การงานอาชีพ 2 รหสั วชิ า ง 12101 3.27.2

ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2

หน่วยท่ี 3 : วิธกี ารดแู ลรักษาพชื

แผนการเรียนรู้ท่ี 27 : การดแู ลรักษาพชื อยา่ งถูกวธิ ี

เร่ือง : การดแู ลรักษาพืชอยา่ งถกู วิธี

วัตถุประสงค์

1. บอกการดแู ลรักษาพชื อย่างถูกวธิ ี

2. ดแู ลรักษาพืชไดถ้ ูกวิธี

3. เห็นประโยชน์ของการดแู ลรักษาพืชอยา่ งถูกวธิ ี

เครื่องมอื วสั ดุ/อุปกรณ์

1. กระดาษ A 4 1 แผ่น

2. ดนิ สอ

3. สี

ลาํ ดบั ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิงาน

1. ให้นกั เรยี นปฏิบัตริ ายบคุ คล

2. นักเรยี นร่วมกนั สรปุ ส่ิงท่เี ข้าใจเป็นความรูร้ ว่ มกัน ดังน้ี การดูแลรักษาพชื อย่างถูกวิธี จะทาํ ให้พืช

เจริญเติบโตงอกงาม

การประเมนิ ผล

เกณฑ์การใหค้ ะแนน คะแนนเตม็

ความถกู ตอ้ ง 5

ความสวยงาม 5

รวม 10

137

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 เวลา 9 ชวั่ โมง
ประดิษฐด์ ีมขี องเลน่ เวลา 1 ช่วั โมง

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 28 วสั ดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมอื เวลา 2 ชว่ั โมง
ที่ใชท้ าํ ของเลน่ เวลา 2 ช่ัวโมง
เวลา 2 ชว่ั โมง
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 29 การพับกระดาษเป็นของเล่น (1) เวลา 1 ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 30 การพบั กระดาษเป็นของเลน่ (2) เวลา 1 ชวั่ โมง
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 31 การพับกระดาษเป็นของเลน่ (3)
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 32 การบํารุงรกั ษาของเลน่
ทดสอบปลายภาคเรยี น

138

แผนการจดั การเรียนรู้

รายวิชา การงานอาชพี 2 ง 12101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 ประดษิ ฐ์ดีมขี องเลน่ เวลา 9 ชั่วโมง

แผนการเรยี นรู้ท่ี 28 วัสดุ อปุ กรณ์ และเครือ่ งมอื ท่ใี ชท้ าํ ของเลน่ เวลา 1 ชวั่ โมง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทํางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะการ

จดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทํางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และ

ลักษณะนิสัยในการทํางาน มีจิตสํานึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม เพ่ือการดํารงชีวิตและ

ครอบครัว

2. ตวั ชว้ี ัด

1. บอกวิธีการทาํ งานเพอื่ ช่วยเหลอื ตนเอง (ง 1.1 ป. 2/1)

2. ใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมอื ง่าย ๆ ในการทํางานอยา่ งปลอดภยั (ง 1.1 ป. 2/2)

3. ทาํ งานเพอ่ื ชว่ ยเหลอื ตนเองอยา่ งกระตือรอื รน้ และตรงเวลา (ง 1.1 ป. 2/3)

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. จาํ แนกชนิดและบอกประโยชน์ชนิดของวัสดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมือทใ่ี ช้ทําของเล่นได้ (K)

2. อธิบายวธิ กี ารใช้เครือ่ งมือทาํ งานอยา่ งปลอดภัยได้ (K)

3. มคี วามกระตอื รือร้นทจี่ ะประดิษฐ์ของเล่น (A)

4. พับกระดาษเป็นของเล่นได้ด้วยตนเอง (P)

4. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด

วัสดุ อุปกรณ์ และเคร่อื งมอื ที่ใชท้ าํ ของเล่นเปน็ สง่ิ ทช่ี ่วยใหเ้ ราทําของเล่นได้สะดวกรวดเร็วขนึ้ และ

สําเร็จเป็นรปู รา่ งตามท่เี ราต้องการ

5. สาระการเรยี นรู้

วสั ดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมอื ที่ใชท้ าํ ของเล่น

6. สมรรถนะของผู้เรียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปญั หา

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

7. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มงุ่ ม่ันในการทาํ งาน

8. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขน้ั นาํ เข้าสูบ่ ทเรียน

1. ครูนําเข้าสู่บทเรียนและสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรมในการทํางานบ้าน เช่น ความขยัน

และอดทน การมีความรบั ผดิ ชอบ มีความเสยี สละ เป็นต้น

2. นักเรียนทาํ แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) จาํ นวน 10 ข้อ เวลา 10 นาที

3. ครูถามคาํ ถามเพื่อกระตนุ้ ความคิดและความสนใจของนกั เรียน เชน่ นกั เรียนเคยประดษิ ฐข์ อง

139

เลน่ หรอื ไม่ แลว้ ใช้วัสดุ อปุ กรณ์อะไรบา้ ง
ข้ันจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1. ครถู ามคาํ ถามเกี่ยวกบั งานทม่ี อบหมายให้นักเรียนไปศกึ ษาเนอื้ หาในหนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 ชา่ ง

ประดษิ ฐ์นอ้ ย เชน่ ถ้านกั เรียนตอ้ งการประดิษฐข์ องเล่นไวเ้ ล่นเองจะทําอยา่ งไร
2. นักเรยี นอาสาสมคั รออกมาเลา่ ประสบการณ์เกีย่ วกับการใช้วสั ดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมอื ทต่ี นเอง

เคยใช้
3. ครใู หด้ ูภาพเกี่ยวกบั วิธีการใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมอื ท่ีใช้ทาํ ของเลน่

อธบิ ายพรอ้ มสาธิตวธิ กี ารใชแ้ ละวิธีการเก็บรกั ษาวสั ดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมือที่ใช้ทาํ ของเลน่
4. นกั เรยี นแบ่งกล่มุ กลุ่มละ 3–4 คน ทดลองฝึกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือท่ีทําของเลน่ จน

คล่อง
5. ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมเกยี่ วกบั วธิ ีการใช้เครื่องมือทีม่ ีความแหลมคมอยา่ งปลอดภัย
6. ครบู ูรณาการตามหลกั แนวคดิ ของเศรษฐกจิ พอเพียงดา้ นการมภี มู คิ มุ้ กนั ทีด่ ใี นตัว โดยบูรณา

การการประยุกต์ใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือท่ีมีในท้องถิ่นมาใช้ทํางานประดิษฐ์ ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรที่มี
อยู่อย่างคมุ้ คา่ และสามารถป้องกันปัญหาการขาดแคลนวสั ดุได้

ข้ันสรุป
1. นักเรยี นรว่ มกันสรปุ ความรเู้ กี่ยวกับวสั ดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมือที่ใช้ทาํ ของเลน่ โดยเขียนเป็น

แผนทีค่ วามคิด
2. ครมู อบหมายงานให้นกั เรยี นไปสอบถามผู้ปกครองเก่ยี วกบั การพบั กระดาษเปน็ ของเล่น แลว้

บันทึกผล และให้นกั เรียนตง้ั คําถามที่สงสัยคนละ 1 คําถาม (เพ่ือนํามารว่ มกนั สนทนาในการเรียนครั้งตอ่ ไป)
ข้ันฝึกฝนนกั เรยี น
1. นกั เรียนบอกประโยชน์ของวัสดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมอื โดยเขียนบอกช่อื และประโยชนข์ องวัสดุ

อุปกรณ์ และเครอ่ื งมือท่กี ําหนดให้
2. นักเรียนสํารวจเครื่องมือในบ้านและโรงเรยี นแลว้ เขียนบอกชื่อและแหล่งทสี่ ํารวจพบ
3. นกั เรียนใช้เครอ่ื งมอื อยา่ งปลอดภยั โดยใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับการ ใช้

เครอ่ื งมืออยา่ งปลอดภัย แล้วสรปุ เป็นแผนทค่ี วามคดิ
ขั้นนาํ ไปใช้
นักเรียนเลอื กใชแ้ ละใช้วัสดุ อปุ กรณ์ และเครื่องมือทใี่ ช้ทําของเล่นได้

10. สื่อการเรยี นรู้และแหลง่ การเรยี นรู้
1. วัสดุ อุปกรณ์ และเครือ่ งมือทใี่ ช้ทําของเล่น
2. ภาพวสั ดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมือท่ีใช้ทาํ ของเล่น
3. บคุ คล เช่น ผู้ปกครอง ญาติพ่ีนอ้ ง เพื่อน ๆ และครู

140

11. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)

และคา่ นิยม (A) 1. สงั เกตการปฏิบตั กิ ิจกรรม
การเรียนรู้
1. สังเกตการตอบคาํ ถาม 1. สงั เกตความสนใจเรยี น 2. สงั เกตทกั ษะการใช้วัสดุ
อุปกรณ์ และเคร่อื งมือในการ
2. ตรวจผลการใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ 2. สงั เกตความกระตอื รอื ร้น ทาํ งาน

และเคร่ืองมอื ในการทาํ ของเล่น ในการปฏบิ ตั ิงาน

3. ตรวจการทาํ แบบทดสอบ

ก่อนเรียน (Pre-test)

141

กล่มุ สาระการเรียนรู้ : การงานอาชีพ ใบความร้ทู ี่
ชอื่ วิชา : การงานอาชีพ 2 รหัสวชิ า ง 12101 4.28.1
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2
หนว่ ยท่ี 4 : ประดษิ ฐ์ดีมขี องเลน่
แผนการเรียนรทู้ ่ี 28 : วัสดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมือทีใ่ ชท้ าํ
ของเลน่
เร่อื ง : วัสดุ อปุ กรณ์ และเคร่อื งมอื ทใี่ ชท้ าํ ของเล่น

วัตถุประสงค์
1. จาํ แนกชนิดและบอกประโยชนช์ นิดของวัสดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมือทใี่ ช้ทาํ ของเลน่ ได้
2. อธบิ ายวธิ กี ารใชเ้ ครือ่ งมือทาํ งานอยา่ งปลอดภยั ได้
3. มีความกระตือรอื รน้ ท่ีจะประดษิ ฐข์ องเล่น
4. พับกระดาษเปน็ ของเลน่ ได้ด้วยตนเอง

เนอื้ หาความรู้
การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในการประดิษฐ์ช้ินงานต้องเลือกให้เหมาะสมจึงจะได้งานออกมามีคุณภาพ

สวยงามรวมทั้งต้องดูแลรักษาอุปกรณ์เคร่ืองใช้เหล่านี้ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ตลอดเวลาและสามารถแบ่ง
ออกเปน็ ประเภทต่างๆได้ดังน้ี

1. ประเภทของเลน่
- วสั ดทุ ีใ่ ชเ้ ช่นกระดาษใบลานผา้ เชอื กพลาสติกกระปอ๋ ง
- อุปกรณ์ทใ่ี ชเ้ ชน่ กรรไกรเขม็ ดา้ ยกาวมีดตะปูค้อนแปรงทาสี

2. ประเภทของใช้
- วสั ดทุ ี่ใชเ้ ชน่ กระดาษไมโ้ ลหะดินผ้า
- อุปกรณท์ ี่ใช้เชน่ เลือ่ ยสีจกั รเยบ็ ผ้ากรรไกรเคร่อื งขัดเจาะ

3. ประเภทของตกแตง่
- วสั ดทุ ใี่ ช้เช่นเปลอื กหอยผา้ กระจกกระดาษดินเผา
- อุปกรณ์เช่นเล่ือยคอ้ นมดี กรรไกรสีแปรงทาสีเครอื่ งตอก

4. ประเภทเครือ่ งใช้ในงานพธิ ี
- วสั ดุทใ่ี ช้เชน่ ใบตองดอกไมส้ ดใบเตยผ้ารบิ บิน้
- อุปกรณ์ที่ใชเ้ ชน่ เข็มเย็บผา้ เขม็ รอ้ ยมาลัยคมี คน้ เข็มหมุด

3. ประเภทงานตกแต่งใช้ตกแต่งสถานที่บ้านเรือนให้สวยงามเช่นงานแกะสลักไม้การทํากรอบรูป
ดอกไมป้ ระดษิ ฐ์

4. ประเภทเครื่องใช้ในงานพิธีประดิษฐ์ข้ึนเพ่ือใช้ในงานเทศกาลหรือประเพณีต่างๆเช่นการทํากระทง
ลอยทาํ พานพุ่มมาลยั บายศรี
เอกสารอา้ งองิ /เอกสารคน้ ควา้ เพมิ่ เติม

- เว็ปไซต์ : https://sites.google.com/site/inventionsyvc2017/wasdu-xupkrn-thi-chi-ni-

ngan-pradisth

142

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ : การงานอาชีพ ใบงานที่

ชอื่ วิชา : การงานอาชีพ 2 รหสั วิชา ง 12101 4.28.1

ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 2

หน่วยท่ี 4 : ประดษิ ฐ์ดีมีของเลน่

แผนการเรยี นร้ทู ่ี 28 : วสั ดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมือทีใ่ ชท้ าํ

ของเลน่

เร่อื ง : วัสดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมอื ที่ใชท้ าํ ของเล่น

วตั ถุประสงค์

1. จาํ แนกชนิดและบอกประโยชน์ชนดิ ของวัสดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมอื ท่ใี ชท้ ําของเลน่ ได้

2. อธบิ ายวธิ กี ารใช้เครื่องมือทํางานอยา่ งปลอดภัยได้

3. มคี วามกระตอื รือร้นท่ีจะประดษิ ฐข์ องเล่น

4. พบั กระดาษเป็นของเล่นได้ดว้ ยตนเอง

เครือ่ งมอื วสั ดุ/อุปกรณ์

1. กระดาษ A 4 1 แผน่

2. ดินสอ

3. สี

ลาํ ดบั ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ าน

1. ให้นักเรยี นปฏิบตั ิรายบคุ คล

2. ใหน้ ักเรยี นวาดภาพเกยี่ วกับตน้ ไม้ ดอกไม้ สตั ว์ หรือคน โดยใช้อปุ กรณแ์ ละเครือ่ งมอื ที่ใชท้ ําของ

เลน่ โดยวาดภาพระบายสใี หส้ วยงาม

การประเมนิ ผล

เกณฑ์การใหค้ ะแนน คะแนนเตม็

ความถูกต้อง 5

ความสวยงาม 5

รวม 10

143

แผนการจัดการเรียนรู้

รายวิชา การงานอาชพี 2 ง 12101 ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ประดษิ ฐ์ดีมขี องเลน่ เวลา 9 ชัว่ โมง

แผนการเรียนรทู้ ี่ 29 การพบั กระดาษเปน็ ของเลน่ (1) เวลา 2 ชั่วโมง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทํางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะการ

จดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทํางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และ

ลักษณะนิสัยในการทํางาน มีจิตสํานึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม เพ่ือการดํารงชีวิตและ

ครอบครัว

2. ตวั ชว้ี ัด

1. บอกวิธีการทาํ งานเพ่ือช่วยเหลอื ตนเอง (ง 1.1 ป. 2/1)

2. ใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมอื งา่ ย ๆ ในการทาํ งานอย่างปลอดภยั (ง 1.1 ป. 2/2)

3. ทาํ งานเพอ่ื ช่วยเหลอื ตนเองอยา่ งกระตือรอื ร้นและตรงเวลา (ง 1.1 ป. 2/3)

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธิบายขน้ั ตอนการพับกระดาษเปน็ ของเลน่ ได้ (K)

2. บอกประโยชน์ของการพับกระดาษเป็นของเล่นได้ (K)

3. มคี วามกระตอื รอื รน้ และมเี จตคตทิ ี่ดตี อ่ การพับกระดาษเปน็ ของเล่น (A)

4. มีทักษะในการพบั กระดาษเปน็ ของเล่นได้ดว้ ยตนเอง (P)

4. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด

การพบั กระดาษเปน็ ของเลน่ เปน็ วธิ กี ารสรา้ งงานประดษิ ฐ์ทท่ี ําไดง้ า่ ยและทาํ ได้สะดวกเพราะใชม้ ือพบั

ซ่งึ เราสามารถทาํ ได้และยังช่วยให้เรามขี องเล่นไวเ้ ลน่ อกี ด้วย

5. สาระการเรยี นรู้

การพับกระดาษเป็นของเล่น

1) การพบั แมลงตัวน้อย

2) การพบั จรวด

6. สมรรถนะของผู้เรียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

7. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มงุ่ ม่ันในการทํางาน

8. กจิ กรรมการเรียนรู้

ขน้ั นาํ เข้าส่บู ทเรยี น

1. ครูนําเข้าสู่บทเรียนและสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรมในการทํางานบ้าน เช่น ความขยัน

และอดทน การมคี วามรบั ผดิ ชอบ มีความเสียสละ เป็นต้น

144

2. ครถู ามคําถามเพือ่ กระตุ้นความคดิ และความสนใจของนักเรียน เช่น ถา้ เราสามารถประดิษฐ์ของ
เล่นได้เองจะเกิดผลดีต่อตนเองอย่างไรบ้าง

ขน้ั จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ชัว่ โมงที่ 1 (การพบั แมลงตวั นอ้ ย)
1. ครูตรวจบันทึกผลการสอบถามจากงานที่มอบหมายให้นักเรียนทํา และให้นักเรียนนําคําถามท่ี

เตรยี มไวแ้ ลว้ คนละ 1 คําถามมารว่ มกนั สนทนา
2. ครูนําตัวอย่างของเล่นท่ีพับจากกระดาษให้นักเรียนดู แล้วสนทนาร่วมกันเก่ียวกับการใช้วัสดุ

อุปกรณ์ และเครือ่ งมือในการพบั
3. นักเรียนอา่ นบทสนทนาของเด็กสองคน
1) นกั เรียน 2 คนในภาพคยุ กนั เก่ียวกบั เร่ืองอะไร
2) นักเรยี นคดิ ว่าประโยชนข์ องการทําของเล่นไดเ้ องมอี ะไรบา้ ง
4. ครูอธบิ ายเพ่มิ เตมิ เกยี่ วกบั ประโยชน์ของการทําของเลน่
5. นกั เรียนอาสาสมัครออกมาเล่าประสบการณ์เกยี่ วกบั การพบั กระดาษของตนเอง
6. ครูใหด้ ภู าพเก่ียวกบั วธิ กี ารพับแมลงตัวนอ้ ยหรือนาํ ภาพวิธีการพบั แมลงตัวนอ้ ย

ตดิ ไว้ทกี่ ระดานดาํ หน้าชนั้ เรียน พรอ้ มทัง้ สาธติ วิธีการพบั กระดาษเป็นแมลงตวั นอ้ ยให้นักเรยี นดทู ลี ะขั้นตอน
7. นกั เรยี นฝกึ พบั กระดาษเป็นแมลงตัวน้อยตามลาํ ดบั ขน้ั ตอน
8. นักเรยี นนําเสนอผลงานหน้าชน้ั เรยี น

ชั่วโมงท่ี 2 (การพบั จรวด)
1. ครูนําจรวดที่พับด้วยกระดาษมาให้นักเรียนดู แล้วถามคําถามเพ่ือกระตุ้นความคิดและความ

สนใจของนกั เรียน เช่น นักเรยี นเคยพับกระดาษเปน็ ของเล่นแบบนหี้ รือไม่ (ถา้ เคย) พบั ดว้ ยกระดาษอะไร
2. ครูเปิดสื่อการเรียนรู้ PowerPoint เก่ียวกับวิดีโอขั้นตอนวิธีการพับจรวดหรือนําภาพวิธีการพับ

จรวดมาใหน้ ักเรียนดู พรอ้ มทั้งสาธิตให้นักเรียนดูทลี ะขั้นตอน
3. นกั เรียนฝึกพบั กระดาษเป็นจรวดตามลาํ ดบั ขนั้ ตอน
4. นักเรยี นนําจรวดกระดาษทพี่ บั เสรจ็ แล้วไปทดลองเลน่ พร้อมกบั นําเสนอผลงานหนา้ ช้ันเรยี น

ขนั้ สรปุ
1.นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกย่ี วกบั ความหมายและประโยชน์ของการพบั กระดาษเปน็ ของ

เล่น
2. ครมู อบหมายงานให้นกั เรยี นไปศึกษาวิธกี ารพับตวั หนอน

ขนั้ ฝกึ ฝนนักเรียน
1. นกั เรยี นสํารวจของเลน่ โดยแบง่ กล่มุ กล่มุ ละ 4–5 คน สาํ รวจของเล่นทท่ี ําจากวสั ดตุ ่าง ๆ ท่มี ีอยู่

ในบา้ นหรือห้องเรยี นมาให้มากที่สุด แลว้ เขยี นบันทึกผลการสาํ รวจลงในตาราง
2. นักเรยี นจับคกู่ บั เพอ่ื น ช่วยกนั พิจารณาภาพของเลน่ ท่ีกาํ หนดให้ และสนทนาเก่ียวกับวสั ดุ

อปุ กรณ์ที่ใช้ทาํ ของ เลน่ ว่าควรใช้อะไรบ้าง
ขน้ั นาํ ไปใช้
นักเรียนพับกระดาษเปน็ ของเลน่ ด้วยตนเอง โดยทาํ ตามแบบทค่ี รูสอน หรอื พบั เปน็ แบบอืน่ ๆ

10. สือ่ การเรยี นร้แู ละแหลง่ การเรียนรู้
1. ตวั อยา่ งของเล่นทพ่ี ับจากกระดาษ
2. ภาพขน้ั ตอนการพบั กระดาษเป็นของเล่น เช่น การพบั แมลงตัวนอ้ ย การพบั จรวด

145

3. บคุ คล เชน่ ผูป้ กครอง ญาตพิ ่ีนอ้ ง เพื่อน ๆ และครู

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)

และคา่ นยิ ม (A)

1. สังเกตการตอบคําถาม 1. สงั เกตความเอาใจใสใ่ นการ 1. สงั เกตพฤตกิ รรมขณะพับ

2. ตรวจผลงานการพบั กระดาษ เรยี น กระดาษเปน็ ของเลน่

เปน็ ของเลน่ 2. สงั เกตความรับผิดชอบในการ 2. สังเกตทักษะการเลือกใช้วสั ดุ

ทาํ กิจกรรม และอปุ กรณใ์ นการพับกระดาษ

เป็นของเล่น

146


Click to View FlipBook Version