49 7. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีในการปฏิบัติตามหลักสายไฟฟ้าและการต่อสายไฟฟ้า 8. เพื่อให้ประยุกต์ใช้หลักการอย่างมีเหตุผล มีความรอบคอบพอประมาณและมีภูมิคุ้มกันในการ ทำงานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า 9. เพื่อให้มีการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่สามารถสังเกตได้ 10. เพื่อให้มีวินัย ความรับผิดชอบ มนุษยสัมพันธ์ และมีจิตอาสา จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. บอกขั้นตอนการปลอกสายไฟฟ้าได้ 2. บอกวิธีสายไฟฟ้าและการต่อสายไฟฟ้า ได้ 3. ต่อสายไฟฟ้าด้วยไวร์นัทได้ 4. ใช้เทปพันสายได้ 5. คำนึงถึงข้อควรระวังในการต่อสายไฟได้ 6. ปลอกสายไฟฟ้าด้วยความระมัดระวัง และใช้สายไฟให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด 7. แสดงและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน มีวินัย ความรับผิดชอบ มนุษยสัมพันธ์ และมีจิตอาสา และใช้เวลาว่างในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย สาระการเรียนรู้ หน่วยที่ 4 สายไฟฟ้าและการต่อสายไฟฟ้า 4.1 ขั้นตอนการการปอกสาย ก่อนที่จะต่อสายไฟฟ้าเข้าด้วยกัน จะต้องปอกเอาฉนวนที่หุ้มตัวนำออกให้หมด โดยใช้คัตเตอร์มีดปอก สาย คีมหรือคีมสำหรับปอกสายโดยเฉพาะ 4.2 สายไฟฟ้าและการต่อสายไฟฟ้า การต่อสายไฟฟ้ามีด้วยกันหลายแบบแต่ละแบบจะมีข้อดีแตกต่างกัน ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะวิธีที่นิยมต่อใช้งาน กันทั่วไป ดังนี้ 4.2.1 การต่อแบบหางเปีย ใช้สำหรับสายขนาดเล็กและปานกลาง นิยมต่อในกล่องต่อสายสวิตช์ ปลั๊ก เนื่องจากไม่ต้องรับแรงดึงใด 4.2.2 การต่อแบบแยกทางเดียว ใช้สำหรับต่อแยกออกจากสายเมนและไม่ต้องการแรงดึงมากนัก 4.2.3 การต่อแบบแยกสองทาง เป็นการต่อแยกออกจากสายเมนจำนวน 2 เส้นหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับความ ต้องการ 4.2.4 การต่อแบบต่อตรง การต่อแบบนี้สามารถรับแรงดึงได้มากขึ้น เนื่องจากปลายสายแต่ละด้านจะพันแบบ แน่นไว้ที่ปลายทั้งสองด้าน 4.2.5 การต่อสายพีวีซีคู่ เป็นการต่อสายพีวีซีคู่หุ้มฉนวนที่ใช้งานตามบ้านเรือนทั่วไป โดยที่แต่ละเส้นจะต่อเข้า ด้วยกันแบบต่อตรง 4.2.6 การต่อสายอ่อนกับสายแข็ง เพื่อป้องกันสายหลุดออกจากกัน จะต้องพันสายอ่อนหลายๆ รอบ จากนั้น จึงงอสายแข็งทับสายอ่อนไว้ไม่ให้คลายตัวออก 4.2.7 การต่อสายตีเกลียวแบบต่อตรง เนื่องจากสายตีเกลียวหรือสายสแตรนจะมีตัวนำจำนวนหลายๆ เส้น ดังนั้นก่อนที่จะต่อเข้าด้วยกันจะต้องแยกตีเกลียวออกจากกัน จากนั้นจึงนำสอดประสานกัน และเริ่มพันที ละเส้นจนครบ ถ้าหากใช้ตะกั่วบัดกรี จะทำให้รอยต่อแข็งแรงมากยิ่งขึ้น การต่อสายวิธีนี้จะสามารถรับแรง ดึงได้มาก
50 4.2.8 การต่อสายตีเกลียวแบบต่อแยก ทำได้โดยการแบ่งสายตัวนำ (ที่จะนำมาต่อแยก) ออกเป็นสองส่วน จากนั้นนำไปสอดเข้ากับสายเมน พร้อมกันพันไปรอบๆ สายเมน โดยพันให้มีทิศทางกลับกัน 4.3 การต่อสายไฟฟ้าด้วยไวร์นัท การต่อสายด้วยไวร์นัทจะใช้วิธีหมุนเพื่อให้ไวร์นัทรัดสายให้แนบชิดกัน เมื่อต่อเสร็จเรียบร้อยแล้วไม่ต้องใช้เทป พันสาย เนื่องจากปลอกของไวร์นัทเป็นฉนวนอยู่แล้ว แต่มีข้อควรระวังคือ อย่าปอกสายยาวเกินไป จะทำให้ตัวนำ ทองแดงโผล่ออกมาจากใต้โคนของไวร์นัท ซึ่งจะทำให้จุดต่อสายดังกล่าวลงกราวด์ได้ การต่อสายไฟฟ้าด้วยไวร์นัท จะนิยมต่อในกล่องต่อสาย โดยเฉพาะการเดินสายในท่อร้อยสายจะนิยมใช้กันมาก 4.4 การใช้เทปพันสาย เทปพันสายเป็นวัสดุฉนวนไฟฟ้าที่นิยมใช้ พันปิดทับรอยต่างๆ โดยเริ่มจากการพันเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง จน สุดรอยต่อจากนั้นจึงพันวกกลับมากที่จุดเริ่มต้น ปฏิบัติเช่นนี้จนกระทั่งแน่ใจว่ามีความปลอดภัย แต่จะต้องไม่หนา จนเกินไป จนเป็นการสิ้นเปลืองเทปพันสายโดยใช่เหตุ กิจกรรมการเรียนรู้ สอนครั้งที่ 5 ชั่วโมงที่ 29-35 1. ขั้นนำ 1.1 ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 4 สายไฟฟ้าและการต่อสายไฟฟ้า 1.2 แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้และเรื่องที่จะเรียน 2. ขั้นสอน 1. ครูอธิบายส่วนประกอบของสายไฟฟ้าโดยใช้หนังสือเรียน วิชาการติดตั้งไฟฟ้าในอาคารหน่วย การเรียนรู้ที่ 4 สายไฟฟ้าและการต่อสายไฟฟ้า ของบริษัท สำนักพิมพ์เอมพันธ์ จำกัด ดังนี้ สายไฟฟ้า (Electric Wire) ประกอบด้วยส่วนที่สำคัญ 2 ส่วน ได้แก่ ตัวนำ (Conductor) และ ฉนวน (Insulator) 1.1 ตัวนำ ตัวนำของสายไฟฟ้าทำจากโลหะที่มีความนำไฟฟ้าสูง มีทั้งตัวนำเดี่ยว (Solid Conductor) และตัวนำ ตีเกลียว (Strand Conductor) โลหะที่นิยมนำมาใช้เป็นตัวนำ ได้แก่ ทองแดง (Copper) และอะลูมิเนียม (Aluminium) โดยโลหะทั้งสองชนิดมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน ซึ่งได้เปรียบเทียบคุณสมบัติของโลหะทั้งสองชนิดใน ตารางที่ 4.1 ทองแดง เป็นโลหะที่มีความนำไฟฟ้าสูงมาก มีความแข็งแรง เหนียว ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีแต่มี ข้อเสีย คือ นํ้าหนักมากและราคาแพง จึงไม่เหมาะกับงานระบบสายส่งแรงดันสูง แต่จะเหมาะกับงานติดตั้งไฟฟ้า ในอาคาร หรือโรงงานอุตสาหกรรม
51 อะลูมิเนียม เป็นโลหะที่มีความนำไฟฟ้าสูงรองจากทองแดง แต่เมื่อเปรียบเทียบในกรณีกระแสเท่ากัน พบว่าอะลูมิเนียมมีนํ้าหนักเบาและราคาถูกกว่า จึงเหมาะกับงานติดตั้งไฟฟ้านอกอาคารและระบบสายส่งแรงดันสูง 1.2 ฉนวน ทำหน้าที่ห่อหุ้มตัวนำ เพื่อป้องกันการสัมผัสโดยตรงระหว่างตัวนำ หรือระหว่างตัวนำที่ต่อลงดินและ เพื่อป้องกันตัวนำจากผลกระทบทางกลและทางเคมีต่าง ๆ ในขณะที่ตัวนำนำกระแสไฟฟ้าจะเกิดการสูญเสีย พลังงานในรูปของความร้อน ความร้อนที่เกิดขึ้นจะถ่ายเทไปยังฉนวน ความสามารถในการทนต่อความร้อนของ สายไฟฟ้านั่นเอง การเลือกใช้ชนิดของฉนวนจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิการใช้งานระดับแรงดันไฟฟ้า และสภาพแวดล้อม ในการติดตั้ง วัสดุที่นิยมนำมาใช้เป็นฉนวนมากที่สุดในปัจจุบันคือPolyvinyl Chloride (PVC) และ Cross-Linked Polyethylene (XLPE) นอกจากนี้ ยังมีการนำ Polymerและวัสดุอื่น ๆ มาทำฉนวนชนิดพิเศษ เพื่อให้เหมาะสม กับสภาพแวดล้อมในการใช้งาน เช่นฉนวนทนไฟ เป็นต้น ซึ่งคุณสมบัติของฉนวน PVC และ XLPE แสดงในตาราง ที่ 4.2 นักเรียนทำใบงานที่ 1 การต่อสายไฟฟ้า แล้วครูตรวจสอบความถูกต้อง นักเรียนทำแบบประเมินผลการเรียนรู้ หน่วยที่ 4 3. ขั้นสรุป 3.1 ครูให้นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อหาในส่วนที่ได้ศึกษาไปในสัปดาห์นี้ทั้งหมดอีกครั้ง และเปิด โอกาสให้นักเรียนซักถามปัญหาเพิ่มเติม 3.2 ครูให้นักศึกษาทำแบบทดสอบหลังเรียนประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การบูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. ความพอประมาณ - ผู้เรียนเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการเรียนเรื่องสายไฟฟ้าและการต่อสายไฟฟ้า ได้เหมาะสมกับการ ปฏิบัติงาน 2. ความมีเหตุผล - ผู้เรียนแสดงความรู้เกี่ยวกับการสายไฟฟ้าและการต่อสายไฟฟ้า และสรุปผลการปฏิบัติการตาม หลักการและกระบวนการ 3. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี - ผู้เรียนปฏิบัติงานเกี่ยวกับสายไฟฟ้าและการต่อสายไฟฟ้า โดยคำนึงถึงความละเอียดรอบคอบและ ปลอดภัย 4. เงื่อนไขความรู้ - ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องสายไฟฟ้าและการต่อสายไฟฟ้า
52 5. เงื่อนไขคุณธรรม - ผู้เรียนมีมนุษยสัมพันธ์ ความรับผิดชอบ ความมีวินัย และมีจิตอาสา การบูรณาการกับมาตรฐานสถานศึกษา 3 ดี 1. ด้านประชาธิปไตย - ผู้เรียนสามารถตัดสินใจเลือกกลุ่มตามความสมัครใจ - ผู้เรียนแสดงและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2. ด้านคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นไทย - ผู้เรียนมีวินัย ความรับผิดชอบ มนุษยสัมพันธ์ และมีจิตอาสา 3. ด้านภูมิคุ้มกันภัยจากยาเสพติด - ผู้เรียนใช้เวลาว่างในการทำรายงานผลการปฏิบัติกิจกรรมและตอบคำถามท้ายกิจกรรม รวมทั้งทำแบบฝึกหัดส่งในสัปดาห์ถัดไป สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือแบบเรียนวิชาการติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร 2. สื่อของจริง 3. ใบงาน เรื่อง การต่อสายไฟฟ้า 4. YouTube หลักฐานการปฏิบัติงาน 1. บันทึกการสอน 2. ใบแสดงผลการปฏิบัติงาน 3. แผนจัดการเรียนรู้ 4. ใบเช็คชื่อเข้าห้องเรียน การวัดผลและประเมินผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ตรวจกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ แบบฝึกปฏิบัติ 4. ตรวจใบงาน เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 3. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. แบบประเมินผลการเรียนรู้มีเกณฑ์ผ่าน และแบบฝึกปฏิบัติ 50% 3. แบบประเมินกิจกรรมใบงานมีเกณฑ์ผ่าน 50%
53 บันทึกหลังการสอน วิชา......................การติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร..................................รหัสวิชา……20104-2005..... ท-ป-น……1-6-3… ระดับชั้น......ปวช. 1...........แผนกวิชา............ช่างไฟฟ้ากำลัง............................จำนวนนักเรียน.................. คน หน่วยที่.....4.....เรื่อง............สายไฟฟ้าและการต่อสายไฟฟ้า............................................เวลา.....7....ชั่วโมง สอนครั้งที่.........5........สัปดาห์ที่......5............ ผลการใช้แผนการสอน ระยะเวลาที่ใช้สอน เหมาะสม มาก น้อย เนื้อหารายการสอน เหมาะสม มาก น้อย ผลการเรียนของผู้เรียน การมีส่วนร่วมของผู้เรียน มาก ปานกลาง น้อย ความเข้าใจเนื้อหา มาก ปานกลาง น้อย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สูง ปานกลาง ต่ำ ผลการสอนของครู กิจกรรมการสอน เป็นไปตามแผน ไม่เป็นไปตามแผน ผลสัมฤทธิ์ทางการสอน สูง ปานกลาง ต่ำ ▪ ปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการเรียนการสอน ........................................................................................................................ ..................................................... ............................................................................................................................................................................. ▪ แนวทางการแก้ไขปัญหาของครูผู้สอน ............................................................................................................................................ ................................ ............................................................................................................................................................................ ▪ ข้อเสนอแนะ ................................................................................................................................................... .......................... ............................................................................................................................... .............................................. สรุปการเข้าชั้นเรียน เข้าเรียนตรงเวลา..................................................คน เข้าเรียนสาย..................................................คน ขาดเรียน...............................................................คน ลา...................................................................คน ลงชื่อ……………………………………… (นายณรงค์ ภักดี) ครูผู้สอน
54
55
56
57
58
59 แบบทดสอบหลังเรียนประจำหน่วยที่ 4 จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบที่สำคัญของสายไฟฟ้า ก. ตัวนำ ข. ฉนวน ค. ทองแดง ง. ดีบุก 2. สายไฟฟ้า มอก. 11-2531 สายนิวทรัลใช้รหัสสีอะไร ก. สีดำ ข. สีแดง ค. สีนํ้าเงิน ง. สีขาว 3. สายไฟฟ้า มอก. 11-2553 สายนิวทรัลใช้รหัสสีอะไร ก. สีดำ ข. สีฟ้า ค. สีเทา ง. สีขาว 4. ข้อใดบอกรหัสสีของสายไฟฟ้า มอก. 11 เล่ม 1-2553 L 1, L2 และ L3 ได้ถูกต้อง ก. ดำ แดง นํ้าเงิน ข. นํ้าตาล ดำ นํ้าเงิน ค. นํ้าตาล ดำ เทา ง. แดง เหลือง นํ้าเงิน 5. สายชนิดใด ตามมาตรฐาน มอก. 11-2553 ใช้แทนสาย THW ตามมาตรฐาน มอก. 11-2531 ก. สายรหัสชนิด 60227 IEC 01 ข. สายรหัสชนิด 60227 IEC 10 ค. สายรหัสชนิด NYY ง. สายรหัสชนิด VCTas 6. สายไฟฟ้าชนิดใด เหมาะสำ หรับการใช้งานกับเครื่องจักรที่มีการสั่นสะเทือน ก. สายรหัสชนิด VCT ข. สายรหัสชนิด VAF ค. สายรหัสชนิด NYY ง. สายรหัสชนิด 60227 IEC 01 7. สายไฟฟ้าชนิดใด ที่สามารถเดินฝังดินได้โดยตรง ก. สายรหัสชนิด VCT ข. สายรหัสชนิด VAF ค. สายรหัสชนิด NYY ง. สายรหัสชนิด 60227 IEC 01 8. ข้อใดไม่ใช่ข้อพิจารณาเลือกใช้สายไฟฟ้า ก. จำนวนตัวนำ ข. พิกัดแรงดัน ค. อุณหภูมิแวดล้อม ง. พิกัดกระแส 9. ถ้าต้องการต่อสายไฟฟ้าเพื่อให้รับแรงดึง จะต้องต่อสายไฟฟ้าแบบใด ก. แบบหางเปีย ข. แบบต่อตรง ค. แบบตัวที ง. แบบแยกสองทาง 10. ข้อใดคือผลของการต่อสายไม่แน่น ก. ฉนวนเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ข. เกิดรอยอาร์กบริเวณจุดต่อสาย ค. เกิดความร้อนบริเวณจุดต่อสาย ง. ถูกทุกข้อ
60 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ลำดับที่ ชื่อ-สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การรับฟัง ความ คิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20 ลงชื่อ……………………………….………………….ผู้สังเกต (……………………………………..……….……) …………..…/…….………/………….….. เกณฑ์การให้คะแนน ระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 (เกณฑ์ระหว่าง 90 - 100%) ดี = 3 (เกณฑ์ระหว่าง 70 - 89%) ปานกลาง = 2 (เกณฑ์ระหว่าง 50 - 69% ) ปรับปรุง = 1 (เกณฑ์ต่ำกว่า 50 %) หมายเหตุ : ใช้แบบประเมินนี้ทุกแผนการจัดการเรียนรู้
61 แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม กลุ่มที่………..ชั้น/แผนก………………. คำชี้แจง 1.ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนตามที่กำหนด 2. ให้ผู้สอนประเมินและใส่เครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมของนักเรียนแต่ละกลุ่ม พฤติกรรม ลำดับที่ หัวข้อเรื่อง ความ ร่วมมือกัน การแสดง ความ คิดเห็น ความตั้งใจ ในการ ทำงาน ทำงาน เสร็จตาม เวลา การ นำเสนอ ผลงาน รวม 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20 เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 (เกณฑ์ 90 - 100% หรือปฏิบัติบ่อยครั้ง) ดี = 3 (เกณฑ์ 70 - 89% หรือปฏิบัติบางครั้ง) ปานกลาง = 2 (เกณฑ์ 50 - 69% หรือปฏิบัติครั้งเดียว) ปรับปรุง = 1 (ต่ำกว่า 50 % หรือไม่ปฏิบัติเลย) ลงชื่อ…………………………….ผู้ประเมิน (……..……………………..) ………./………../.……….
62 แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ชื่อผู้ประเมิน/กลุ่มประเมิน………………………………………………………………………………………….. ชื่อกลุ่มรับการประเมิน……………………………………………………………………………………………… ประเมินผลครั้งที่…………………....…….. วันที่ ……………..…. เดือน ………..………. พ.ศ. ……...….….. เรื่อง……………………………………………………………………………………………………………………. ที่ คุณลักษณะ/พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับพฤติกรรม คะแนนที่ได้ เกิด= 1 ควรปรับปรุง = 0 1 ความมีมนุษยสัมพันธ์แสดง: กิริยาท่าทางสุภาพต่อผู้อื่น 2 ความมีวินัย :ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ และข้อตกลง ต่างๆ ของสถาบันการศึกษา ได้แก่ แต่งกายถูกต้องตาม ระเบียบข้อบังคับ ตรงต่อเวลา 3 ความรับผิดชอบ: มีการเตรียมความพร้อมในการเรียน 4 ความซื่อสัตย์สุจริง :พูดความจริง 5 ความเชื่อมั่นในตนเอง: กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง 6 การประหยัด: ใช้วัสดุถูกต้องและเหมาะสมกับงาน 7 ความสนใจใฝ่รู้: มีความกระตือรือร้นในการใฝ่หาความรู้ใหม่ 8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน:ไม่เสพสิ่งเสพติด 9 ความรักสามัคคี: ร่วมมือในการทำงาน 10 ความกตัญญูกตเวที:มีสัมมาคารวะต่อครู-อาจารย์อย่าง สม่ำเสมอ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง รวมคะแนนที่ได้ทั้งหมด = …………… คะแนน หมายเหตุ : แบบประเมินนี้ใช้แบบเดียวกันทั้งผู้สอนและประธานกลุ่ม และประเมินคุณลักษณะดังกล่าวตลอดภาค การศึกษา
63 แบบสรุปผลการประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ภาคเรียนที่……………………ปี การศึกษา………………… รหัสวิชา…………………………………….. ชื่อวิชา……………………………………… ระดับชั้น…………………………………… แผนก / กลุ่ม…………………………….…. ความมีมนุษยสัมพันธ์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต ความเชื่อมั่นในตนเอง การประหยัด ความสนใจใฝ่รู้ การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน ความรักสามัคคี ความกตัญญูกตเวที รวม (ในส่วนของผู้สอน) รวม (ในส่วนของประธานกลุ่ม) รวมคะแนนที่ได้จากทั้ง ๒ ส่วน ล ำดับที่ รหัส ประจำตัว ชื่อ-สกุล 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 10 10 20
64 แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 5 เรื่อง อุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า (สัปดาห์ที่ 6 - 7 จำนวนรวม 14 ชั่วโมง)
65 แผนผังความคิด “อุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า” โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม 1-3 1-3 3 2-3 มีเหตุผล 1. ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้าได้ ถูกต้องตามหลักและวิธีการ พอประมาณ ภูมิคุ้มกัน 2. เตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการได้ อย่างเพียงพอและเหมาะสม 3. ปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความ ปลอดภัยและความละเอียด รอบคอบในการปฏิบัติ ความรู้+ ทักษะ คุณธรรม - ฟิวส์ - เซอร์กิตเบรกเกอร์ - คอนซูเมอร์ยูนิต - โหลดเซ็นเตอร์ - สวิตซ์บอร์ด - มีความรับผิดชอบ - มีวินัย - มีจิตอาสา - มีมนุษย์สัมพันธ์ อุปกรณ์ป้องกันทาง ไฟฟ้า
50 แผนการจัดการเรียนรู้ รหัสวิชา 20104-2005 วิชาการติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร 1-6-3 สอนครั้งที่ 6-7 หน่วยที่ 5 ชื่อหน่วยอุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า เวลา 14 ชั่วโมง สาระสำคัญ ระบบไฟฟ้าจะทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีระบบการป้องกันที่ดี เมื่อระบบไฟฟ้าเกิด ความผิดพร่อง (Fault) ในระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ป้องกันจะต้องป้องกันความเสียหายให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด หรือไม่เกิด ความเสียหายใด ๆ ขึ้นเลย การตัดวงจรจะต้องมีส่วนที่มีไฟฟ้าดับน้อยที่สุด อุปกรณ์ป้องกันจะต้องมีการป้องกันทั้ง แรงดันและกระแส สำหรับอุปกรณ์ป้องกันในระบบแรงดันตํ่า (แรงดันไม่เกิน 1,000 โวลต์) แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ เซอร์กิตเบรกเกอร์และฟิวส์ สมรรถนะประจำหน่วยการเรียนรู้ 1. แสดงความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า 2. แสดงความสามารถในการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า 3. แสดงพฤติกรรมความมีมนุษยสัมพันธ์ ความสนใจใฝ่รู้ ความรับผิดชอบ และมีจิตอาสา จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับลักษณะของอุปกรณ์ป้องกันระบบไฟฟ้า หลักการทำงานของอุปกรณ์ป้องกัน ระบบไฟฟ้า และมาตรการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน 2. เพื่อให้มีทักษะในการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันระบบไฟฟ้าได้ 3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีในการปฏิบัติตามการใช้งานของอุปกรณ์ป้องกันระบบไฟฟ้า 4. เพื่อให้มีการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่สามารถสังเกตได้ 5. เพื่อให้มีวินัย ความรับผิดชอบ มนุษยสัมพันธ์ และมีจิตอาสา จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. บอกชนิดและลักษณะของฟิวส์ได้ 2. บอกความหมายของเซอร์กิตเบรกเกอร์ได้ 3. บอกลักษณะและการนำคอนซูเมอร์ไปใช้งานได้ 4. บอกชนิดและการนำโหลดเซ็นเตอร์ไปใช้งานได้ 5. บอกส่วนประกอบและการนำสวิตช์บอร์ดไปใช้งานได้ 6. แสดงและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน มีความรับผิดชอบ มีวินัย มีจิตอาสา และใช้เวลาว่างในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย สาระการเรียนรู้ หน่วยที่ 5 อุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า 1. ฟิวส์ (Fuse) 2. เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) 3. คอนซูเมอร์ยูนิต (Consumer Unit) 4. โหลดเซ็นเตอร์ (Load Center) 5. สวิตช์บอร์ด (Switch Board)
51 กิจกรรมการเรียนรู้ สอนครั้งที่ 6 ชั่วโมงที่ 36-42 1. ขั้นนำ 1.1 เช็คชื่อผู้เรียน 1.2 แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้และเรื่องที่จะเรียน 1.3 ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 5 อุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า 2. ขั้นสอน 1. ครูอธิบายความหมายของคำว่า ฟิวส์ ว่า ฟิวส์ คือ อุปกรณ์ป้องกันขั้นพื้นฐานที่ดีที่สุด เมื่อกระแส ไหลเกินพิกัด (Overload) หรือระบบไฟฟ้าเกิดการลัดวงจร (Shot Circuit) ฟิวส์มีส่วนผสมระหว่างตะกั่ว ดีบุก และบิสมัท สามารถนำไฟฟ้าได้ดีมีจุดหลอมละลายตํ่า ใช้กันมานาน และยังนิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากฟิวส์ มีข้อดีคือราคาถูกเมื่อเปรียบเทียบกับเซอร์กิตเบรกเกอร์ และมีพิกัดการทนกระแสลัดวงจรได้สูง มีให้เลือกใช้งาน หลายชนิดหลายรูปทรง การนำฟิวส์ไปใช้งานเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้งาน จะต้องศึกษาคุณสมบัติของฟิวส์ แต่ละชนิดให้มีความเข้าใจก่อนเสมอ 2. ครูอธิบายคุณสมบัติของฟิวส์ที่ควรทราบและชนิดของฟิวส์ให้นักเรียนทราบ โดยใช้หนังสือเรียน วิชาการติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร ของบริษัท สำนักพิมพ์เอมพันธ์ จำกัด 3. ครูให้นักเรียนดูรูปภาพต่อไปนี้แล้วอธิบายว่าเป็นฟิวส์ชนิดใด 4. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความสมัครใจ จำนวน 4 กลุ่ม แล้วส่งตัวแทนออกมาจับสลากเพื่อศึกษา หัวข้อต่อไปนี้ กลุ่มที่ 1 และ 2 ศึกษาเรื่องเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) กลุ่มที่ 3 และ 4 ศึกษาเรื่องคอนซูเมอร์ยูนิต (Consumer Unit) 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน แล้วครูให้คำแนะนำเพิ่มเติม 3. ขั้นสรุป 3.1 ครูให้นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อหาในส่วนที่ได้ศึกษาไปในสัปดาห์นี้ทั้งหมดอีกครั้ง และเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามปัญหาเพิ่มเติม สอนครั้งที่ 7 ชั่วโมงที่ 43-49 1. ขั้นนำ 1.1 เช็คชื่อผู้เรียน 1.2 ทบทวนเนื้อหาที่ได้ศึกษาไปเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาอีกครั้ง (คำตอบ : ฟิวส์ก้ามปู) (คำตอบ : ฟิวส์ทรงกระบอก)
52 2. ขั้นสอน ครูอธิบายเรื่องโหลดเซ็นเตอร์ให้นักเรียนทราบ ดังนี้ โหลดเซ็นเตอร์ ตามมาตรฐาน IEC 60439-1 เป็นแผงจ่ายไฟฟ้าสำเร็จรูปที่เหมาะสำหรับควบคุม ระบบไฟฟ้าในอาคารขนาดกลางและขนาดใหญ่ รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4 สาย 230/400 โวลต์ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ 1. โหลดเซ็นเตอร์ แบบเมนลัก จะมีขั้วต่อสาย (Terminal) ซึ่งใช้ต่อกับสายเมนทั้ง 3 เฟส และขั้วต่อ สำหรับต่อสายนิวทรัลโดยไม่ มีเมนเซอร์กิตเบรกเกอร์ การจ่ายกระแสของโหลดเซ็นเตอร์ชนิดนี้จะจ่ายผ่านบัสบาร์ไปยัง Miniature Circuit Breaker ซึ่งมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความสามารถในการทนกระแสของบัสบาร์ เช่น 100 แอมแปร์, 225 แอมแปร์ เป็นต้น การเลือกใช้งานให้พิจารณาจากจำนวนวงจรย่อยที่ต้องการ ได้แก่ 12, 18, 24, 30, 36 และ 42 วงจรย่อย (1 วงจรย่อย สามารถใส่ Miniature Circuit Breaker แบบ 1 ขั้ว ได้ 1 ตัว) โดย กระแสใช้งานทั้งหมด ไม่ควรเกิน 80% ของพิกัดโหลดเซ็นเตอร์ เช่น เลือกพิกัดบัสบาร์ 100 แอมแปร์ กระแสใช้ งานโดยรวมไม่ควรเกิน 80 แอมแปร์ เนื่องจากโหลดเซ็นเตอร์ชนิดนี้ไม่มีตัวควบคุมหลัก การใช้งานจึงมักใช้ควบคู่ กับเซฟตีสวิตช์ หรือใช้ร่วมกับอุปกรณ์ควบคุมหลักอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ 2. โหลดเซ็นเตอร์ แบบเมนเบรกเกอร์ มีลักษณะคล้ายกับแบบเมนลัก แต่จะมีเมนเบรกเกอร์แบบ 3 ขั้ว ทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมหลักใน การจ่ายกระแสผ่านบัสบาร์ไปยัง Miniature Circuit Breaker โดยพิกัดการทนกระแสสูงสุดของเมนเบรกเกอร์ต้อง ไม่เกินพิกัดการทนกระแสของบัสบาร์ เช่น รุ่นที่มีพิกัดบัสบาร์ 100 แอมแปร์ สามารถเลือกเมนเบรกเกอร์ได้ตั้งแต่ 15, 20, 30, 40, 50, 60, 70, 80, 90 และ 100 แอมแปร์ เป็นต้น การเลือกใช้งานนอกจากจะพิจารณาจำ นวน วงจรย่อยซึ่งเหมือนกับแบบเมนลักแล้วต้องเลือกขนาดเมนเบรกเกอร์ให้เหมาะสมด้วย 3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มตารมความสมัครใจ จำนวน 4 กลุ่ม แล้วส่งตัวแทนกลุ่มออกมาจับสลากเพื่อ ศึกษาเรื่องสวิตช์บอร์ด 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน แล้วครูตั้งคำถามให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า นักเรียนคิดว่าทั้ง 4 กลุ่มที่ออกมานำเสนอนี้ มีเนื้อหาส่วนใดที่เหมือนกันบ้าง และมีเนื้อหาส่วนใดที่แตกต่างกันบ้าง นักเรียนจะเชื่อถือกลุ่มใดที่สุด 5. ครูสรุปการอภิปรายของนักเรียนเป็นประเด็นในภาพรวม แล้วอธิบายเพิ่มเติม 6. นักเรียนทำใบงานที่ 2 เรื่อง การต่อแผงจ่ายไฟฟ้า แล้วครูตรวจสอบความถูกต้อง
53 3. ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องที่เรียน 2. ครูอธิบายเพิ่มเติมและตอบข้อสงสัยของนักเรียน 3. ครูให้นักศึกษาทำแบบทดสอบหลังเรียนประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การบูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. ความพอประมาณ - ผู้เรียนเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการเรียนเรื่องอุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า ได้เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน 2. ความมีเหตุผล - ผู้เรียนแสดงความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า และสรุปผลการปฏิบัติการตามหลักการและ กระบวนการ 3. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี - ผู้เรียนปฏิบัติงานเกี่ยวกับอุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า โดยคำนึงถึงความละเอียดรอบคอบและ ปลอดภัย 4. เงื่อนไขความรู้ - ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องอุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า 5. เงื่อนไขคุณธรรม - ผู้เรียนมีมนุษยสัมพันธ์ ความรับผิดชอบ ความมีวินัย และมีจิตอาสา การบูรณาการกับมาตรฐานสถานศึกษา 3 ดี 1. ด้านประชาธิปไตย - ผู้เรียนสามารถตัดสินใจเลือกกลุ่มตามความสมัครใจ - ผู้เรียนแสดงและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2. ด้านคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นไทย - ผู้เรียนมีมนุษยสัมพันธ์ ความสนใจใฝ่รู้ ความรับผิดชอบ และมีจิตอาสา 3. ด้านภูมิคุ้มกันภัยจากยาเสพติด - ผู้เรียนใช้เวลาว่างในการทำรายงานผลการปฏิบัติกิจกรรมและตอบคำถามท้ายกิจกรรม รวมทั้งทำแบบฝึกหัดส่งในสัปดาห์ถัดไป สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือแบบเรียนวิชาการติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร 2. สื่อของจริง 3. ใบงาน เรื่อง อุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า 4. YouTube หลักฐานการปฏิบัติงาน 1. บันทึกการสอน 2. ใบแสดงผลการปฏิบัติงาน 3. แผนจัดการเรียนรู้ 4. ใบเช็คชื่อเข้าห้องเรียน
54 การวัดผลและประเมินผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ตรวจกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ แบบฝึกปฏิบัติ 4. ตรวจใบงาน เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 3. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. แบบประเมินผลการเรียนรู้มีเกณฑ์ผ่าน และแบบฝึกปฏิบัติ 50% 3. แบบประเมินกิจกรรมใบงานมีเกณฑ์ผ่าน 50%
55 บันทึกหลังการสอน วิชา......................การติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร..................................รหัสวิชา……20104-2005..... ท-ป-น……1-6-3… ระดับชั้น......ปวช. 1...........แผนกวิชา............ช่างไฟฟ้ากำลัง............................จำนวนนักเรียน.................. คน หน่วยที่.....5.....เรื่อง............อุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า............................................เวลา.....7....ชั่วโมง สอนครั้งที่.........6........สัปดาห์ที่......6............ ผลการใช้แผนการสอน ระยะเวลาที่ใช้สอน เหมาะสม มาก น้อย เนื้อหารายการสอน เหมาะสม มาก น้อย ผลการเรียนของผู้เรียน การมีส่วนร่วมของผู้เรียน มาก ปานกลาง น้อย ความเข้าใจเนื้อหา มาก ปานกลาง น้อย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สูง ปานกลาง ต่ำ ผลการสอนของครู กิจกรรมการสอน เป็นไปตามแผน ไม่เป็นไปตามแผน ผลสัมฤทธิ์ทางการสอน สูง ปานกลาง ต่ำ ▪ ปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการเรียนการสอน ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ . ▪ แนวทางการแก้ไขปัญหาของครูผู้สอน ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ▪ ข้อเสนอแนะ ........................................................................................................................ ..................................................... ............................................................................................................................................................................. สรุปการเข้าชั้นเรียน เข้าเรียนตรงเวลา..................................................คน เข้าเรียนสาย..................................................คน ขาดเรียน...............................................................คน ลา...................................................................คน ลงชื่อ………………………………… (นายณรงค์ ภักดี) ครูผู้สอน
56 บันทึกหลังการสอน วิชา......................การติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร..................................รหัสวิชา……20104-2005..... ท-ป-น……1-6-3… ระดับชั้น......ปวช. 1...........แผนกวิชา............ช่างไฟฟ้ากำลัง............................จำนวนนักเรียน.................. คน หน่วยที่.....5.....เรื่อง............อุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า............................................เวลา.....7....ชั่วโมง สอนครั้งที่.........7........สัปดาห์ที่......7............ ผลการใช้แผนการสอน ระยะเวลาที่ใช้สอน เหมาะสม มาก น้อย เนื้อหารายการสอน เหมาะสม มาก น้อย ผลการเรียนของผู้เรียน การมีส่วนร่วมของผู้เรียน มาก ปานกลาง น้อย ความเข้าใจเนื้อหา มาก ปานกลาง น้อย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สูง ปานกลาง ต่ำ ผลการสอนของครู กิจกรรมการสอน เป็นไปตามแผน ไม่เป็นไปตามแผน ผลสัมฤทธิ์ทางการสอน สูง ปานกลาง ต่ำ ▪ ปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการเรียนการสอน ............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. ............................... ▪ แนวทางการแก้ไขปัญหาของครูผู้สอน ............................................................................................................................................ ................................ ............................................................................................................................................................................ ▪ ข้อเสนอแนะ ........................................................................................................................ ..................................................... .................................................................................................................................. ........................................... สรุปการเข้าชั้นเรียน เข้าเรียนตรงเวลา..................................................คน เข้าเรียนสาย..................................................คน ขาดเรียน...............................................................คน ลา...................................................................คน ลงชื่อ…………………………………. (นายณรงค์ ภักดี) ครูผู้สอน
57
58
59 แบบทดสอบหลังเรียนประจำหน่วยที่ 5 จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ป้องกัน ก. ฟิวส์ ข. โมลด์เคสเซอร์กิตเบรกเกอร์ ค. แอร์เซอร์กิตเบรกเกอร์ ง. ลวดทองแดง 2. ข้อใดบอกความหมายของเซอร์กิตเบรกเกอร์ได้ถูกต้อง ก. อุปกรณ์ที่เปิดวงจรไม่อัตโนมัติ ข. อุปกรณ์ที่ปิดวงจรไม่อัตโนมัติ ค. อุปกรณ์ที่เปิด-ปิดวงจรอัตโนมัติ ง. อุปกรณ์ที่เปิด-ปิดวงจรไม่อัตโนมัติ แต่จะเปิดวงจรอัตโนมัติเมื่อกระแสเกินพิกัด 3. ฟิวส์ชนิดใดใช้ติดตั้งบนแผงจ่ายร่วมกับคัตเอาต์ ก. ฟิวส์ทรงกระบอก ข. ปลั๊กฟิวส์ ค. คาร์ทริดจ์ฟิวส์แบบเฟอร์รูล ง. คาร์ทริดจ์ฟิวส์แบบใบมีด 4. ข้อใดไม่ใช่กลไกการทริปของเซอร์กิตเบรกเกอร์ ก. แบบความร้อน ข. แบบความเย็น ค. แบบแม่เหล็ก ง. แบบอิเล็กทรอนิกส์ 5. ข้อใดบอกจำนวนวงจรย่อยของคอนซูเมอร์ยูนิต (Consumer Unit) ได้ถูกต้อง ก. 4, 5, 8, 12, 16 ข. 4, 6, 8, 15, 16 ค. 4, 6, 8, 12, 16 ง. 4, 5, 8, 12, 16 6. แผงย่อยที่ใช้ในระบบ 3 เฟส 4 สาย แบ่งออกเป็นกี่ประเภท ก. 2 ข. 3 ค. 4 ง. 5 7. MCCB หมายถึงข้อใด ก. Molded Circuit Breaker ข. Molded Case Circuit Breaker ค. Main Distribution Break ง. ผิดทุกข้อ 8. กระแสเกินลักษณะใดที่อุปกรณ์ป้องกันต้องทำงานทันที ก. โอเวอร์โหลด ข. โอเวอร์เคอร์เรนต์ ค. ลัดวงจร ง. ถูกทุกข้อ 9. ข้อใดคือจุดเด่นเฉพาะของเซฟตีสวิตซ์ ก. ตัดวงจรด้วยอำนาจแม่เหล็ก ข. กดคันโยก “OFF” จึงเปิดฝากล่องได้ ค. เปิดฝากล่องได้ในสภาวะ “ON-OFF” ง. ปรับตั้งกระแสได้ 10. ข้อใดบอกความหมายของ Interrupting Capacity (IC) ได้ถูกต้อง ก. พิกัดกระแสลัดวงจรสูงสุด ที่เซอร์กิตเบรกเกอร์สามารถตัดวงจรได้ ข. พิกัดกระแสโอเวอร์โหลด ที่เซอร์กิตเบรกเกอร์สามารถตัดวงจรได้ ค. พิกัดกระแสใช้งาน ที่เซอร์กิตเบรกเกอร์สามารถตัดวงจรได้ ง. พิกัดกระแสทำงานต่อเนื่อง ที่เซอร์กิตเบรกเกอร์สามารถตัดวงจรได้
60 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ลำดับที่ ชื่อ-สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การรับฟัง ความ คิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20 ลงชื่อ……………………………….………………….ผู้สังเกต (……………………………………..……….……) …………..…/…….………/………….….. เกณฑ์การให้คะแนน ระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 (เกณฑ์ระหว่าง 90 - 100%) ดี = 3 (เกณฑ์ระหว่าง 70 - 89%) ปานกลาง = 2 (เกณฑ์ระหว่าง 50 - 69% ) ปรับปรุง = 1 (เกณฑ์ต่ำกว่า 50 %) หมายเหตุ : ใช้แบบประเมินนี้ทุกแผนการจัดการเรียนรู้
61 แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม กลุ่มที่………..ชั้น/แผนก………………. คำชี้แจง 1.ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนตามที่กำหนด 2. ให้ผู้สอนประเมินและใส่เครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมของนักเรียนแต่ละกลุ่ม พฤติกรรม ลำดับที่ หัวข้อเรื่อง ความ ร่วมมือกัน การแสดง ความ คิดเห็น ความตั้งใจ ในการ ทำงาน ทำงาน เสร็จตาม เวลา การ นำเสนอ ผลงาน รวม 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20 เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 (เกณฑ์ 90 - 100% หรือปฏิบัติบ่อยครั้ง) ดี = 3 (เกณฑ์ 70 - 89% หรือปฏิบัติบางครั้ง) ปานกลาง = 2 (เกณฑ์ 50 - 69% หรือปฏิบัติครั้งเดียว) ปรับปรุง = 1 (ต่ำกว่า 50 % หรือไม่ปฏิบัติเลย) ลงชื่อ…………………………….ผู้ประเมิน (……..……………………..) ………./………../.……….
62 แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ชื่อผู้ประเมิน/กลุ่มประเมิน………………………………………………………………………………………….. ชื่อกลุ่มรับการประเมิน……………………………………………………………………………………………… ประเมินผลครั้งที่…………………....…….. วันที่ ……………..…. เดือน ………..………. พ.ศ. ……...….….. เรื่อง……………………………………………………………………………………………………………………. ที่ คุณลักษณะ/พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับพฤติกรรม คะแนนที่ได้ เกิด= 1 ควรปรับปรุง = 0 1 ความมีมนุษยสัมพันธ์แสดง: กิริยาท่าทางสุภาพต่อผู้อื่น 2 ความมีวินัย :ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ และข้อตกลง ต่างๆ ของสถาบันการศึกษา ได้แก่ แต่งกายถูกต้องตาม ระเบียบข้อบังคับ ตรงต่อเวลา 3 ความรับผิดชอบ: มีการเตรียมความพร้อมในการเรียน 4 ความซื่อสัตย์สุจริง :พูดความจริง 5 ความเชื่อมั่นในตนเอง: กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง 6 การประหยัด: ใช้วัสดุถูกต้องและเหมาะสมกับงาน 7 ความสนใจใฝ่รู้: มีความกระตือรือร้นในการใฝ่หาความรู้ใหม่ 8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน:ไม่เสพสิ่งเสพติด 9 ความรักสามัคคี: ร่วมมือในการทำงาน 10 ความกตัญญูกตเวที:มีสัมมาคารวะต่อครู-อาจารย์อย่าง สม่ำเสมอ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง รวมคะแนนที่ได้ทั้งหมด = …………… คะแนน หมายเหตุ : แบบประเมินนี้ใช้แบบเดียวกันทั้งผู้สอนและประธานกลุ่ม และประเมินคุณลักษณะดังกล่าวตลอดภาค การศึกษา
63 แบบสรุปผลการประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ภาคเรียนที่……………………ปี การศึกษา………………… รหัสวิชา…………………………………….. ชื่อวิชา……………………………………… ระดับชั้น…………………………………… แผนก / กลุ่ม…………………………….…. ความมีมนุษยสัมพันธ์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต ความเชื่อมั่นในตนเอง การประหยัด ความสนใจใฝ่รู้ การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน ความรักสามัคคี ความกตัญญูกตเวที รวม (ในส่วนของผู้สอน) รวม (ในส่วนของประธานกลุ่ม) รวมคะแนนที่ได้จากทั้ง ๒ ส่วน ล ำดับที่ รหัส ประจำตัว ชื่อ-สกุล 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 10 10 20
64 แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 6 เรื่อง การเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย (สัปดาห์ที่ 8 จำนวนรวม 14 ชั่วโมง)
65 แผนผังความคิด “การเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย” โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม 1-3 1-3 3 2-3 มีเหตุผล 1. ปฏิบัติการเดินสายไฟฟ้า ได้ถูกต้อง ตามหลักและวิธีการ พอประมาณ ภูมิคุ้มกัน 2. เตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการได้ อย่างเพียงพอและเหมาะสม 3. ปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความ ปลอดภัยและความละเอียด รอบคอบในการปฏิบัติ ความรู้+ ทักษะ คุณธรรม - การเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย - ข้อควรปฏิบัติในการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ ไฟฟ้า - มีความรับผิดชอบ - มีวินัย - มีจิตอาสา - มีมนุษย์สัมพันธ์ การเดินสายไฟฟ้า ด้วยเข็มขัดรัดสาย
66 แผนการจัดการเรียนรู้ รหัสวิชา 20104-2005 วิชาการติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร 1-6-3 สอนครั้งที่ 8 หน่วยที่ 6 ชื่อหน่วยการเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย เวลา 7 ชั่วโมง สาระสำคัญ การเดินสายไฟฟ้าภายในอาคารบ้านพักอาศัยที่เป็นอาคารไม้ นิยมใช้วิธีการเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัด รัดสาย เนื่องจากติดตั้งง่าย ค่าแรง ค่าวัสดุถูก และสามารถตรวจซ่อมแก้ไขได้สะดวก สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ว่ามีสายชำรุดที่จุดใด ที่สำคัญจะต้องยึดหลักในการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศ ไทย พ.ศ. 2556 อย่างเคร่งครัด เพื่อทำให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน สมรรถนะประจำหน่วยการเรียนรู้ 1. แสดงความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย 2. แสดงความสามารถในการติดตั้งการเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย 3. แสดงพฤติกรรมความมีมนุษยสัมพันธ์ ความสนใจใฝ่รู้ ความรับผิดชอบ และมีจิตอาสา จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับการเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย 2. เพื่อให้มีทักษะในการการเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย 3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีในการปฏิบัติการเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย 4. เพื่อให้มีการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่สามารถสังเกตได้ 5. เพื่อให้มีวินัย ความรับผิดชอบ มนุษยสัมพันธ์ และมีจิตอาสา จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. บอกหลักการปฏิบัติในการเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสายได้ 2. บอกข้อควรปฏิบัติในการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ 3. แสดงและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน มีความรับผิดชอบ มีวินัย มีจิตอาสา และใช้เวลาว่างในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย สาระการเรียนรู้ หน่วยที่ 6 การเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย 1. การเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย 2. ข้อควรปฏิบัติในการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า
67 กิจกรรมการเรียนรู้ สอนครั้งที่ 8 ชั่วโมงที่ 50-56 1. ขั้นนำ 1.1 เช็คชื่อผู้เรียน 1.2 แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้และเรื่องที่จะเรียน 1.3 ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 6 การเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย 2. ขั้นสอน ครูอธิบายเรื่อง การเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสายให้นักเรียนทราบโดยใช้หนังสือเรียน วิชาการ ติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร ของบริษัท สำนักพิมพ์เอมพันธ์ จำกัด ดังนี้ 1. แนวการเดินสาย เป็นข้อสังเกตอันดับแรก ที่ผู้ปฏิบัติงานจะต้องสำรวจแนวการเดินสายไฟฟ้าแต่ละช่วงว่าจะต้องใช้ สายจำนวนกี่เส้น แต่ละเส้นมีขนาดเท่าใด เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเลือกขนาดของเข็มขัดรัดสายให้เหมาะสม และ ไม่เสียเวลาตอกตะปูรัดสายไฟฟ้าเพิ่มในภายหลัง ถ้าการวางแผนติดตั้งไฟฟ้าผิดพลาดตั้งแต่เริ่มแรกจะทำให้ เสียเวลาแก้ไข นอกจากนี้ ยังทำให้สิ้นเปลืองวัสดุ อุปกรณ์โดยเปล่าประโยชน์ 2. การตีเส้น จะทำ ให้เรารู้ตำแหน่งของการตอกตะปูในแนวเดียวกัน ดังนั้น การตีเส้นแนวเดินสายไฟฟ้า จึงควร ใช้บักเต้าตีเส้น เพื่อให้ได้ระยะความยาวตามแนวที่จะเดินแต่ละช่วง ถ้าหากเป็นการเดินชิดขอบผนังสามารถตอก ตะปูยึดเข็มขัดรัดสายได้โดยไม่เสียเวลาตีเส้นเพียงแต่เผื่อระยะตอกตะปูให้ห่างจากขอบผนังเท่า ๆ กันเพื่อให้ง่าย ต่อการจัดสายให้ตรงในภายหลัง 3. การตอกตะปู ก่อนที่จะตอกตะปูเข้ากับผนังอาคาร จะต้องเลือกขนาดตะปูให้เหมาะสมกับผนังไม้ หรือผนัง คอนกรีต นอกจากนี้ จะต้องเลือกเข็มขัดรัดสายให้เหมาะสมกับการเดินสายในแต่ละช่วง ถ้าหากเลือกใช้เข็มขัดรัด สายผิดขนาด ให้แก้ไขโดยการถอนตะปูออก จากนั้นตอกตะปูยึดเข็มขัดรัดสายใหม่ หรืออาจจะตอกตะปูยึดเข็มขัด รัดสายเพิ่ม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของการรัดสายในแต่ละช่วง รวมถึงดุลยพินิจของผู้ปฏิบัติงาน ข้อควร ระวังในการตอกตะปู คือ จะต้องตอกหัวตะปูให้จมลงไปเรียบกับผนังพอดี และระวังอย่าให้เข็มขัดรัดสายฉีกขาด หรือเสียรูปทรงไปจากเดิม 4. ระยะห่างระหว่างเข็มขัดรัดสายไฟฟ้า ตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2556 กำหนดให้ระยะห่างระหว่างเข็ม ขัดรัดสายไม่เกิน 20 เซนติเมตร แต่ในทางปฏิบัติจะใช้ระยะห่างประมาณหนึ่งหัวค้อน หรือประมาณ 10-12 เซนติเมตร (เดินบนผนังไม้) และประมาณ 8-10 เซนติเมตร (เดินบนผนังคอนกรีต) ส่วนระยะห่าง ในทางโค้ง ประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความสวยงามในการปฏิบัติงาน จะต้องหันหัวเข็มขัดรัดสายไปใน ทิศทางเดียวกันทุก ๆ ตัว
68 5. การคลี่สายออกจากม้วน วิธีการคลี่สายรหัสชนิด VAF ออกจากม้วน ให้ทำโดยการวางปลายสายลงบนพื้นและใช้มือทั้งสอง ข้างสอดเข้าไปในม้วนของสายไฟฟ้า จากนั้นให้เดินถอยหลังจนได้สายที่มีความยาวตามต้องการการคลี่สายแบบนี้มี ข้อดี คือ เวลารัดสายด้วยเข็มขัดรัดสาย ผู้ปฏิบัติงานจะไม่เสียเวลาในการรีดสายมาก และสายจะตรง ถ้าไม่ใช้การ คลี่สายด้วยวิธีนี้ แต่ใช้วิธีดึงสายออกจากม้วนโดยตรง สายไฟฟ้าจะบิดตัวเป็นเกลียวและทำให้เสียเวลาในการ ปฏิบัติงาน สำหรับการคลี่สายไฟฟ้าออกจากม้วน มีขั้นตอนในการปฏิบัติ ดังนี้ 1) ยกม้วนสายไฟฟ้าขึ้นระดับเอว พร้อมกับสอดแขนทั้งสองข้างเข้าไปในม้วนสายไฟฟ้า 2) วางปลายสายไฟฟ้าด้านนอกลงบนพื้น จากนั้นก้มตัวเล็กน้อย หมุนคลายสายไฟฟ้าออกจากม้วน พร้อมกับเดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ความยาวของสายไฟฟ้าตามต้องการ 6. การใช้เข็มขัดรัดสายไฟฟ้า เข็มขัดรัดสายมี 2 ด้าน ด้านหนึ่งผิวจะมันเรียบ ส่วนอีกด้านจะมีคมเล็กน้อยบริเวณริมของเข็มขัด รัดสาย การใช้งานให้ใส่ตะปูด้านที่มีคมเล็กน้อย เพราะเมื่อนำไปรัดสายไฟฟ้า ส่วนที่มีคมจะจับยึดกับฉนวนของ สายไฟฟ้าได้แน่นมากขึ้น และไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนเมื่อบุคคลไปสัมผัสเข็มขัดรัดสาย 7. การรีดสายไฟฟ้าและการรัดสายไฟฟ้า การรีดสายไฟฟ้าเพื่อต้องการให้สายตรง สวยงาม ถ้ามีสายจำนวนหลายเส้นให้รีดทีละเส้นและ จัดเรียงสายให้ชิดกัน มือข้างหนึ่งกดสายให้แนบกับผนัง ส่วนมืออีกข้างดึงเข็มขัดมารัดสายให้แน่นก่อนที่จะสอด ปลายของเข็มขัดรัดสายเข้ากับรูและพับปลายของเข็มขัดรัดสาย จากนั้นใช้ค้อนเคาะเบา ๆ ที่รอยพับของเข็มขัดรัด สาย และจัดสายโดยใช้ค้อนเคาะสายเบา ๆ ให้สายแนบสนิทกับผนัง 8. การเดินสายไฟฟ้าในแนวดิ่ง นํ้าหนักของสายไฟฟ้าจะห้อยลงสู่ด้านล่าง ตามแรงโน้มถ่วงของโลก ดังนั้น จะต้องเริ่มรัดสายไฟฟ้า จากด้านบนลงสู่ด้านล่าง ซึ่งจะทำให้การรัดสายไฟฟ้าสะดวกยิ่งขึ้น วิธีการเดินสายไฟฟ้าในแนวดิ่งมีขั้นตอนปฏิบัติ ดังนี้ 1) ใช้ผ้ารีดสายไฟฟ้าให้ตรง ยาวประมาณ 20-50 เซนติเมตร จัดสายให้เรียงชิดกัน (กรณีสาย มากกว่า 1 เส้น ให้สายเส้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ด้านนอก) 2) สำหรับผู้ที่ถนัดด้านขวามือ ให้ใช้มือซ้ายจับปลายสายด้านบน และใช้นิ้วหัวแม่มือขวากดสายให้ แนบชิดกับผนัง จากนั้นใช้มือขวาจับปลายของเข็มขัดรัดสายสอดเข้ากับรูของเข็มขัดรัดสายแล้วรัดสายให้แน่น ประมาณ 2-3 ตัว ขณะนี้สายไฟฟ้าจะถูกจับยึดไว้กับผนัง สำหรับผู้ที่ถนัดด้านซ้ายมือให้สลับมือ ดังที่ได้กล่าวใน ข้างต้น 3) เลื่อนมือซ้ายลงมาจับเข็มขัดรัดสายตัวสุดท้าย ส่วนมือขวาจับผ้าสำหรับรีดสายไฟฟ้าทีละเส้นให้ ตรง 4) ใช้นิ้วกลาง นิ้วชี้ และนิ้วหัวแม่มือบีบสายไฟฟ้าให้เรียงชิดกัน จากนั้นรัดสายไฟฟ้าให้แน่นตามวิธี ของข้อ 1-3 5) เลื่อนมือซ้ายลงมาจับสายไฟฟ้าและออกแรงดึงสายไฟฟ้าให้ตึงและตรง 6) เลื่อนมือขวาตํ่าลงมาเพื่อทำการรัดเข็มขัดสายตัวถัดไปอีกประมาณ 2-3 ตัว ขณะนี้ระยะ สายไฟฟ้าที่เรียงไว้ตามข้อ 1 คือ ระยะ 20-50 เซนติเมตร จะถูกรัดจนครบ ยังคงเหลือเฉพาะสายด้านล่างลงไปอีก ซึ่งสายไฟฟ้าส่วนนี้ยังไม่รีด 7) ปฏิบัติซํ้า ตั้งแต่ข้อ 3 เรื่อยไปจนงานเสร็จ 8) ใช้ค้อนเคาะเข็มขัดรัดสายเบา ๆ เพื่อให้รอยพับของเข็มขัดรัดสายแนบสนิทกับสายไฟฟ้า
69 9. การเดินสายไฟฟ้าในแนวระดับ จะมีความยุ่งยากมากกว่าการเดินสายไฟฟ้าในแนวดิ่ง เนื่องจากน้ำหนักของสายไฟฟ้าจะหย่อน ตวัลงด้านล่างตามแรงโน้มถ่วงของโลก ดังนั้น จะต้องแก้ปัญหาด้วยการตอกตะปู (ขนาดตะปูประมาณ 2 นิ้ว)ยึดกับ ผนัง ห่างจากจุดที่กำลังรัดสายประมาณ 50-100 เซนติเมตร จากนั้นนำปลายสายส่วนที่ยังไม่ได้รัดเข็มขัดรัดสายไป วางบนตะปู เพื่อป้องกันไม่ให้ตะปูยึดเข็มขัดรัดสายหลุดออกจากผนังอันเนื่องจากนํ้าหนักของสายไฟฟ้านั่นเอง ดัง รูปที่ 6.5 10. การเดินสายไฟฟ้าบนเพดาน เป็นการเดินสายเพื่อติดตั้งโคมไฟ พัดลมเพดาน เป็นต้น ส่วนมากการเดินสายไฟฟ้าแบบนี้จะเป็น การเดินสายที่มีความยาวไม่มากนัก ประมาณ 1-2 เมตร วิธีเดินสายไฟฟ้าบนเพดานจะมีวิธีการเดินสายคล้ายกับ การเดินสายในแนวระดับ ส่วนการแก้ปัญหานํ้าหนักของสายไฟฟ้าที่หย่อนตัวลงสู่ด้านล่างจะใช้ตะปูตอกยึดเข็มขัด รัดสายที่ยึดไว้ให้ห่างจากจุดที่กำลังรัดสายไฟฟ้าประมาณ 50-60 เซนติเมตรเพื่อช่วยพยุงนํ้าหนักของสายไฟฟ้า 11. การเดินสายหักมุม ในการเดินสายไฟฟ้าหักมุมไม่ควรเดินสายหักมุมเป็นมุมฉาก แต่ควรเดินสายเป็นมุมโค้ง 90 องศา เพราะการเดินสายไฟฟ้าเป็นมุมฉาก จะทำให้ตัวนำของสายไฟฟ้าหักได้ การรัดเข็มขัดรัดสายที่ติดกับ ส่วนโค้ง จะต้องมีระยะห่างประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร ดังรูปที่ 6.6
70 12. การเดินสายติดตั้งอุปกรณ์ ในการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น หลอดไฟฟ้า สวิตช์ เต้ารับ และแผงจ่ายไฟฟ้า เป็นต้น ระยะห่าง ของเข็มขัดรัดสายไฟฟ้าก่อนที่จะต่อกับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ จะต้องมีระยะห่าง 2.5-3เซนติเมตร ดังรูปที่ 6.7 2. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม เท่า ๆ กัน แล้วร่วมกันศึกษาข้อควรปฏิบัติในการเดินสาย และติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน แล้วครูอธิบายเพิ่มเติม 4. นักเรียนทำใบงานที่ 3 เรื่อง การเดินสายรหัสชนิด VAF ด้วยเข็มขัดรัดสาย แล้วครูตรวจสอบความ ถูกต้อง 3. ขั้นสรุป 3.1 ครูให้นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อหาในส่วนที่ได้ศึกษาไปในสัปดาห์นี้ทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง และ เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามปัญหาเพิ่มเติม 3.2 ครูให้นักศึกษาทำแบบทดสอบหลังเรียนประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 การบูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. ความพอประมาณ - ผู้เรียนเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการเรียนเรื่องการเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย ได้เหมาะสมกับการ ปฏิบัติงาน 2. ความมีเหตุผล
71 - ผู้เรียนแสดงความรู้เกี่ยวกับการเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย และสรุปผลการปฏิบัติการตาม หลักการและกระบวนการ 3. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี - ผู้เรียนปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย โดยคำนึงถึงความละเอียดรอบคอบ และปลอดภัย 4. เงื่อนไขความรู้ - ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องการเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย 5. เงื่อนไขคุณธรรม - ผู้เรียนมีมนุษยสัมพันธ์ ความรับผิดชอบ ความมีวินัย และมีจิตอาสา การบูรณาการกับมาตรฐานสถานศึกษา 3 ดี 1. ด้านประชาธิปไตย - ผู้เรียนสามารถตัดสินใจเลือกกลุ่มตามความสมัครใจ - ผู้เรียนแสดงและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2. ด้านคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นไทย - ผู้เรียนมีมนุษยสัมพันธ์ ความสนใจใฝ่รู้ ความรับผิดชอบ และมีจิตอาสา 3. ด้านภูมิคุ้มกันภัยจากยาเสพติด - ผู้เรียนใช้เวลาว่างในการทำรายงานผลการปฏิบัติกิจกรรมและตอบคำถามท้ายกิจกรรม รวมทั้งทำแบบฝึกหัดส่งในสัปดาห์ถัดไป สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือแบบเรียนวิชาการติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร รหัสวิชา 2104-2005 2. สื่อของจริง 3. ใบงาน เรื่อง การเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย 4. YouTube หลักฐานการปฏิบัติงาน 1. บันทึกการสอน 2. ใบแสดงผลการปฏิบัติงาน 3. แผนจัดการเรียนรู้ 4. ใบเช็คชื่อเข้าห้องเรียน การวัดผลและประเมินผล วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. ตรวจกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้ 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ แบบฝึกปฏิบัติ 4. ตรวจใบงาน
72 เครื่องมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ 3. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรุง 2. แบบประเมินผลการเรียนรู้มีเกณฑ์ผ่าน และแบบฝึกปฏิบัติ 50% 3. แบบประเมินกิจกรรมใบงานมีเกณฑ์ผ่าน 50%
73 บันทึกหลังการสอน วิชา......................การติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร..................................รหัสวิชา……20104-2005..... ท-ป-น……1-6-3… ระดับชั้น......ปวช. 1...........แผนกวิชา............ช่างไฟฟ้ากำลัง............................จำนวนนักเรียน.................. คน หน่วยที่.....6.....เรื่อง............การเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย............................................เวลา.....7....ชั่วโมง สอนครั้งที่.........8........สัปดาห์ที่......8............ ผลการใช้แผนการสอน ระยะเวลาที่ใช้สอน เหมาะสม มาก น้อย เนื้อหารายการสอน เหมาะสม มาก น้อย ผลการเรียนของผู้เรียน การมีส่วนร่วมของผู้เรียน มาก ปานกลาง น้อย ความเข้าใจเนื้อหา มาก ปานกลาง น้อย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สูง ปานกลาง ต่ำ ผลการสอนของครู กิจกรรมการสอน เป็นไปตามแผน ไม่เป็นไปตามแผน ผลสัมฤทธิ์ทางการสอน สูง ปานกลาง ต่ำ ▪ ปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการเรียนการสอน ................................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................. ................................................ ▪ แนวทางการแก้ไขปัญหาของครูผู้สอน ...................................................................................................................................... ...................................... .................................................................................................. .......................................................................... ▪ ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................................ ................................................................................................................. ............................................................ สรุปการเข้าชั้นเรียน เข้าเรียนตรงเวลา..................................................คน เข้าเรียนสาย..................................................คน ขาดเรียน...............................................................คน ลา...................................................................คน ลงชื่อ………………………………… (นายณรงค์ ภักดี) ครูผู้สอน
74 แบบทดสอบหลังเรียนประจำหน่วยที่ 6 จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียว 1. เข็มขัดรัดสายไฟฟ้าที่มีตั้งแต่ 2 รู เริ่มที่เบอร์ใด ก. เบอร์ 2 ข. เบอร์ 3 ค. เบอร์ 4 ง. เบอร์ 5 2. สายไฟฟ้าชนิดใดที่ใช้เดินเกาะผนังด้วยเข็มขัดรัดสาย ก. สายรหัสชนิด 60227 IEC 01 ข. สายรหัสชนิด 60227 IEC 10 ค. สายรหัสชนิด VFF ง. สายรหัสชนิด VAF 3. การเดินสายมุมโค้ง 90 องศา ระยะห่างระหว่างเข็มขัดรัดสายมีค่าเท่าใด ก. 3.5-4.0 เซนติเมตร ข. 3.0-3.5 เซนติเมตร ค. 2.5-3.0 เซนติเมตร ง. 2.0-2.5 เซนติเมตร 4. การเดินสายบนผนังคอนกรีตด้วยเข็มขัดรัดสายระยะห่างระหว่างเข็มขัดรัดสายมีค่าเท่าใด ก. 8-10 เซนติเมตร ข. 10-12 เซนติเมตร ค. 10-15 เซนติเมตร ง. 15-20 เซนติเมตร 5. การเดินสายบนผนังไม้ด้วยเข็มขัดรัดสาย ระยะห่างระหว่างเข็มขัดรัดสายมีค่าเท่าใด ก. 8-10 เซนติเมตร ข. 10-12 เซนติเมตร ค. 10-15 เซนติเมตร ง. 15-20 เซนติเมตร 6. สายรหัสชนิด VAF ขนาด 2 x 1.5 มม.2 เดินคู่กับสายรหัสชนิด VAF ขนาด 2 x 2.5 มม.2 จะต้องใช้เข็มขัดรัดสาย เบอร์ใด ก. เบอร์ 2 ข. เบอร์ 3 ค. เบอร์ 4 ง. เบอร์ 5 7. สายรหัสชนิด VAF สามารถใช้งานกับแรงดันไฟฟ้า 220/380 โวลต์ ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด ก. ได้ เพราะสายรหัสชนิด VAF ทนแรงดันไฟฟ้า300/500 โวลต์ ข. ไม่ได้ เพราะสายรหัสชนิด VAF ทนแรงดันไฟฟ้า 200/300 โวลต์ ค. ไม่ได้ เพราะสายรหัสชนิด VAF ห้ามใช้งานกับระบบ 3 เฟส ง. ไม่ได้ เพราะสายรหัสชนิด VAF มี 2 แกน 8. การต่อวงจรการควบคุมหลอดไฟฟ้าด้วยสวิตช์ทางเดียวเราใช้สายสีใดต่อผ่านสวิตช์ ก. สีดำ ข. สีฟ้า ค. สีน้ำตาล ง. สีน้ำตาลกับสีฟ้า 9. สถานที่ใดห้ามเดินสายรหัสชนิด VAF ด้วยเข็มขัดรัดสายไฟฟ้า ก. โรงงานอุตสาหกรรม ข. ในอาคารบ้านพักอาศัย ค. นอกอาคาร ง. ในร้านอาหาร 10. ข้อใดควรปฏิบัติในการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า ก. ติดตั้งไฟฟ้าตามมาตรฐานของการไฟฟ้า ข. เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ประหยัด แต่มีคุณภาพ ค. การเผื่อโหลดในอนาคต ง. ถูกทุกข้อ
75 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ลำดับที่ ชื่อ-สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การรับฟัง ความ คิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20 ลงชื่อ……………………………….………………….ผู้สังเกต (……………………………………..……….……) …………..…/…….………/………….….. เกณฑ์การให้คะแนน ระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 (เกณฑ์ระหว่าง 90 - 100%) ดี = 3 (เกณฑ์ระหว่าง 70 - 89%) ปานกลาง = 2 (เกณฑ์ระหว่าง 50 - 69% ) ปรับปรุง = 1 (เกณฑ์ต่ำกว่า 50 %) หมายเหตุ : ใช้แบบประเมินนี้ทุกแผนการจัดการเรียนรู้
76 แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม กลุ่มที่………..ชั้น/แผนก………………. คำชี้แจง 1.ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนตามที่กำหนด 2. ให้ผู้สอนประเมินและใส่เครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมของนักเรียนแต่ละกลุ่ม พฤติกรรม ลำดับที่ หัวข้อเรื่อง ความ ร่วมมือกัน การแสดง ความ คิดเห็น ความตั้งใจ ในการ ทำงาน ทำงาน เสร็จตาม เวลา การ นำเสนอ ผลงาน รวม 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20 เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 (เกณฑ์ 90 - 100% หรือปฏิบัติบ่อยครั้ง) ดี = 3 (เกณฑ์ 70 - 89% หรือปฏิบัติบางครั้ง) ปานกลาง = 2 (เกณฑ์ 50 - 69% หรือปฏิบัติครั้งเดียว) ปรับปรุง = 1 (ต่ำกว่า 50 % หรือไม่ปฏิบัติเลย) ลงชื่อ…………………………….ผู้ประเมิน (……..……………………..) ………./………../.……….
77 แบบประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ชื่อผู้ประเมิน/กลุ่มประเมิน………………………………………………………………………………………….. ชื่อกลุ่มรับการประเมิน……………………………………………………………………………………………… ประเมินผลครั้งที่…………………....…….. วันที่ ……………..…. เดือน ………..………. พ.ศ. ……...….….. เรื่อง……………………………………………………………………………………………………………………. ที่ คุณลักษณะ/พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับพฤติกรรม คะแนนที่ได้ เกิด= 1 ควรปรับปรุง = 0 1 ความมีมนุษยสัมพันธ์แสดง: กิริยาท่าทางสุภาพต่อผู้อื่น 2 ความมีวินัย :ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ และข้อตกลง ต่างๆ ของสถาบันการศึกษา ได้แก่ แต่งกายถูกต้องตาม ระเบียบข้อบังคับ ตรงต่อเวลา 3 ความรับผิดชอบ: มีการเตรียมความพร้อมในการเรียน 4 ความซื่อสัตย์สุจริง :พูดความจริง 5 ความเชื่อมั่นในตนเอง: กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง 6 การประหยัด: ใช้วัสดุถูกต้องและเหมาะสมกับงาน 7 ความสนใจใฝ่รู้: มีความกระตือรือร้นในการใฝ่หาความรู้ใหม่ 8 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน:ไม่เสพสิ่งเสพติด 9 ความรักสามัคคี: ร่วมมือในการทำงาน 10 ความกตัญญูกตเวที:มีสัมมาคารวะต่อครู-อาจารย์อย่าง สม่ำเสมอ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง รวมคะแนนที่ได้ทั้งหมด = …………… คะแนน หมายเหตุ : แบบประเมินนี้ใช้แบบเดียวกันทั้งผู้สอนและประธานกลุ่ม และประเมินคุณลักษณะดังกล่าวตลอดภาค การศึกษา
78 แบบสรุปผลการประเมิน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ภาคเรียนที่……………………ปี การศึกษา………………… รหัสวิชา…………………………………….. ชื่อวิชา……………………………………… ระดับชั้น…………………………………… แผนก / กลุ่ม…………………………….…. ความมีมนุษยสัมพันธ์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต ความเชื่อมั่นในตนเอง การประหยัด ความสนใจใฝ่รู้ การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน ความรักสามัคคี ความกตัญญูกตเวที รวม (ในส่วนของผู้สอน) รวม (ในส่วนของประธานกลุ่ม) รวมคะแนนที่ได้จากทั้ง ๒ ส่วน ล ำดับที่ รหัส ประจำตัว ชื่อ-สกุล 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 10 10 20
79 แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 7 เรื่อง ไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง (สัปดาห์ที่9 - 10 จำนวนรวม 14 ชั่วโมง)
80 แผนผังความคิด “ไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง” โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม 1-3 1-3 3 2-3 มีเหตุผล 1. ติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้า กำลังได้ถูกต้องตามหลักและวิธีการ พอประมาณ ภูมิคุ้มกัน 2. เตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการได้ อย่างเพียงพอและเหมาะสม 3. ปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความ ปลอดภัยและความละเอียด รอบคอบในการปฏิบัติ ความรู้+ ทักษะ คุณธรรม - หลอดอินแคนเดสเซนต์ - หลอดฟลูออเรสเซนต์ - หลอดดิสชาร์จความเข้มแสงสูง - หลอดแอลอีดี - มาตรฐานการติดตั้งโคมไฟฟ้าและเครื่องประกอบการ ติดตั้ง - วงจรไฟฟ้ากำลัง - มีความรับผิดชอบ - มีวินัย - มีจิตอาสา - มีมนุษย์สัมพันธ์ ไฟฟ้าแสงสว่างและ ไฟฟ้ากำลัง
81 แผนการจัดการเรียนรู้ รหัสวิชา 20104-2005 วิชาการติดตั้งไฟฟ้าในอาคาร 1-6-3 สอนครั้งที่ 9-10 หน่วยที่ 7 ชื่อหน่วย ไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง เวลา 14 ชั่วโมง สาระสำคัญ ระบบไฟฟ้าแสงสว่างและระบบไฟฟ้ากำลัง นับว่าเป็นพื้นฐานสำคัญในงานติดตั้งไฟฟ้า สำหรับหน่วยนี้ จะกล่าวถึงหลอดไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในอาคารสำนักงาน บ้านพักอาศัย และโรงงานอุตสาหกรรม ได้แก่ หลอดอินแคนเดส เซนต์หลอดฟลูออเรสเซนต์ หลอดดิสชาร์จความเข้มแสงสูง และหลอดแอลอีดี ข้อพิจารณาในการเลือกใช้หลอด ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับสถานที่ที่ใช้ในการติดตั้งไฟฟ้า ข้อดีและข้อเสียของหลอดไฟฟ้าแต่ละชนิด มาตรฐานการติดตั้ง โคมไฟฟ้าและเครื่องประกอบการติดตั้ง สมรรถนะประจำหน่วยการเรียนรู้ 1. แสดงความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง 2. แสดงความสามารถในการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง 3. แสดงพฤติกรรมความมีมนุษยสัมพันธ์ ความรับผิดชอบ ความมีวินัย และมีจิตอาสา จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง 2. เพื่อให้มีทักษะในการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง 3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีในการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง 4. เพื่อให้มีการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่สามารถสังเกตได้ 5. เพื่อให้มีมนุษยสัมพันธ์ ความรับผิดชอบ ความมีวินัย และมีจิตอาสา จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. บอกประเภทของหลอดไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ ได้ 2. อธิบายหลักการทำงานของหลอดไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ ได้ 3. บอกข้อดี ข้อเสียของหลอดไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ ได้ 4. อธิบายมาตรฐานการติดตั้งโคมไฟฟ้าและเครื่องประกอบการติดตั้งได้ 5. บอกข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้งเต้ารับได้ 6. บอกประเภทของหลอดไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ ได้ 7. อธิบายหลักการทำงานของหลอดไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ ได้ 8. บอกข้อดี ข้อเสียของหลอดไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ ได้ 9. อธิบายมาตรฐานการติดตั้งโคมไฟฟ้าและเครื่องประกอบการติดตั้งได้ 10.บอกข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้งเต้ารับได้ 11. แสดงและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน มีความรับผิดชอบ มีวินัย มีจิตอาสา และใช้เวลาว่างในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย
82 สาระการเรียนรู้ หน่วยที่ 7 ไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง 1. หลอดอินแคนเดสเซนต์ 2. หลอดฟลูออเรสเซนต์ 3. หลอดดิสชาร์จความเข้มแสงสูง 4. หลอดแอลอีดี 5. มาตรฐานการติดตั้งโคมไฟฟ้าและเครื่องประกอบการติดตั้ง 6. วงจรไฟฟ้ากำลัง กิจกรรมการเรียนรู้ สอนครั้งที่ 9 ชั่วโมงที่ 57-63 1. ขั้นนำ 1.1 เช็คชื่อผู้เรียน 1.2 ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 7 ไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง 1.3 แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้และเรื่องที่จะเรียน 1. ครูนำเข้าสู่บทเรียน โดยให้นักเรียนดูภาพต่อไปนี้ แล้วพิจารณาว่าเป็นหลอดไฟประเภทใด 2. ขั้นสอน ครูอธิบายประเภทของหลอดไฟฟ้าให้นักเรียนทราบ โดยใช้หนังสือเรียน วิชาการติดตั้งไฟฟ้าใน อาคาร ของบริษัท สำนักพิมพ์เอมพันธ์ จำกัด ดังนี้ 1. หลอดอินแคนเดสเซนต์ (Incandescent Lamp) 1.1 หลอดอินแคนเดสเซนต์ธรรมดา (Standard Incandescent Lamp) 1.2 หลอดทังสเตน-ฮาโลเจน (Tungsten-Halogen) 2. หลอดประเภทปล่อยประจุ (Electric Discharge Lamp) 2.1 หลอดฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent Lamp) 2.2 หลอดดิสชาร์จความเข้มแสงสูง (High Intensity Discharge Lamp) 2.2.1 หลอดแสงจันทร์ (Mercury Vapor Lamp)