The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pasana Sp, 2023-03-28 14:05:51

การพัฒนายางรถยนต์เก่าจากโรงงานอุตสาหกรรม เอส.อาร์.ไทร์ จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์เเฟชั่น

การพัฒนายางรถยนต์เก่าจากโรงงานอุตสาหกรรม เอส.อาร์.ไทร์ จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์เเฟชั่น พาสนา สำเภา ศิลปนิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์ หลักสูตรสองภาษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เมษายน 2565 ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยบูรพา


การพัฒนายางรถยนต์เก่าจากโรงงานอุตสาหกรรม เอส.อาร์.ไทร์ จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่น พาสนา สำเภา ศิลปนิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์ หลักสูตรสองภาษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เมษายน 2565 ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยบูรพา


DEVELOPMENT OF OLD TIRES FROM INDUSTRLAL FACTORIES, S.R. TIRE CO., LTD., PRACHINBURI PROVINCE DESIGN OF FASHION PRODUCTS PASSANA SUMPHAO ART THESIS SUBMITTED IN PARTIAL FULFILLMENT OF THE REQUIREMENT FOR THE DEGREE OF BACHELOR OF FINE AND APPILED ARTS PRODUCT DESIGN (BILINGUAL PROGRAM) APRIL 2022 COPYRIGHT OF BURAPHA UNIVERSITY


ก หัวข้อศิลปะนิพนธ์ การพัฒนายางรถยนต์เก่าจากโรงงานอุตสาหกรรม เอส.อาร์. ไทร์ จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์เเฟชั่น ชื่อนิสิต พาสนา สำเภา รหัสประจำตัว 62060156 หลักสูตร ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา การออกแบบผลิตภัณฑ์ (หลักสูตรสองภาษา) ปีการศึกษา 2565 อาจารย์ผู้ควบคุมศิลปะนิพนธ์ อาจารย์ ดร.มิยอง ซอ บทคัดย่อ ศิลปนิพนธ์ เรื่อง การพัฒนายางรถยนต์เก่าจากโรงงานอุตสาหกรรม เอส.อาร์.ไทร์ จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์เเฟชั่น คือการนำวัสดุเหลือทิ้งกลับมาใช้ใหม่ให้เกิด ประโยชน์เพื่อสร้างมูลค่าให้กับสิ่งของที่อาจจะถูกมองข้าม และสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม แฟชั่น ที่สามารถนำมาเสนอร่วมกันผ่านศิลปนิพน์เรื่องนี้ ดังนั้นผู้วิจัยจึงอยากนำวัสดุที่ไม่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งในงานวิจัยพบว่าในแต่ละปีมียาง รถยนต์ประมาณ 1 พันล้านเส้นจะหมดอายุในการใช้งาน ทำให้เกิดขยะที่ย่อยสลายยาก ทั้ง ๆ ที่ยาง รถยนต์ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ยางรถยนต์เก่ากลายเป็นของวัสดุที่ย่อยสลายได้ยากมาก ใช้เวลาหลาย ร้อยปีหรืออาจนานกว่านั้น ส่วนประกอบของยางเก่าที่สามารถนำมาแปรรูปและเย็บได้คือยางในที่มี ความยืดหยุ่นและทนทาน ส่วนของพื้นผิวของยางแต่ละเส้นก็แตกต่างกัน ผู้วิจัยจึงนำวัสดุนี้มาใช้ให้ เกิดประโยชน์จึงค้นหาหาวิธีและพบว่ายางรถยนต์เก่าหรือยางในที่ทิ้งจากบริษัท เอส.อาร์.ไทร์ จำกัด หรือร้านซ่อมรถ เป็นวัสดุที่ยังคงสร้างมูลค่าได้ โดยผู้วิจัยจะออกแบบให้เป็นสินค้าแฟชั่นที่ทันสมัยและ เจาะกลุ่มเป้าหมายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและผู้สนใจในวัฒนธรรมฮิปฮอป เพื่อเพิ่มมูลค่าของวัสดุและ การขยายธุรกิจของประเทศไทย


ข Art Thesis Title The Development of old tires from industrial factories S.R.Tire Co., Ltd., Prachinburi Province Design of Fashion Products. Student Passana Sumphao Student ID. 62060156 Degree Bachelor of Fine and Applied Art Program Product Design (bilingual Program) Year 2022 Art Thesis Advisor Miyoung Seo, Ph.d Abstract Thesis on the development of old tires from industrial factories S.R. Tire Co., Ltd. Prachinburi Province into fashion product design. It is the use of waste materials to be useful in order to create value for things that may have been overlooked. And reflecting the impact on the environment, culture, fashion that can be presented together through this art work. Therefore, the researcher would like to reuse unused materials. The research found that each year about 1 billion tires expire in use. Resulting in waste that is difficult to decompose, even though tires are made from natural materials. Old tires become a material that is very difficult to decompose. It took hundreds of years, maybe even longer.The component of old rubber that can be processed and sewn is the flexible and durable inner tube. The surface of each tire is different. The researcher then used this material to be useful and therefore searched for a method and found that old tires or inner tubes discarded from the company. S.R. Tire Co., Ltd. or car repair shop It is a material that can still create value. The researcher will design them to be modern fashion items and target groups of environmental conservation and those interested in hip-hop culture. To increase the value of materials and expand the business of Thailand.


ค กิตติกรรมประกาศ ศิลปนิพนธ์เรื่องการออกแบบการพัฒนายางรถยนต์เก่าจากโรงงานอุตสาหกรรม เอส.อาร์.ไทร์ จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์เเฟชั่น สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดีด้วยการอนุเคราะห์และช่วยเหลือ จากหลายฝ่าย ผู้วิจัยจึงขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านที่ได้ถ่ายทอดความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ ตลอด ระยะเวลาที่ได้ศึกษาในระดับปริญญาตรีนี้ ซึ่งผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณต่อบุคคลต่าง ๆ ตามลำดับต่อไปนี้ ขอขอบพระคุณ อาจารย์ดร.มิยอง ซอ อาจารย์ที่ปรึกษาศิลปนิพนธ์ ที่ได้ให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำ ชี้แนะ ตลอดจนแนะแนววิธีการแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องต่าง ๆ โดยละเอียด ด้วยความตั้งใจและเอาใจใส่ให้งาน สำเร็จไปด้วยดี ขอขอบคุณ นางสาว ทักษิณา ตาคำ ที่ได้มาเป็นแบบในการทำศิลปนิพนธ์ในครั้งนี้ ทั้งในเรื่องการ ถ่ายแบบและถ่ายทำวิดีโอให้สำเร็จไปได้ด้วยดี ขอขอบคุณ นางสาว ธนัชพร โพธิพัฒน์ ที่ได้มาช่วยในเรื่องการออกแบบและแต่งหน้าให้กับ นางแบบทำให้งานสำเร็จไปได้ด้วยดี ขอขอบคุณ เพื่อน ๆ กลุ่ม Method ที่คอยช่วยเหลือมาตลอดระยะเวลา 4 ปี ทั้งในเรื่องการทำวิจัย และเรื่องประสบการณ์ในการชีวิต ทั้งคอยรับฟังปัญหา ให้กำลังใจกัน จนทำให้ศิลปะนิพนธ์สำเร็จไปได้ด้วยดี ขอขอบคุณ นางสาว สุรางคณา สำเภา ที่ให้ความช่วยเหลือในเรื่องการใช้กล้องในการถ่ายแบบและ สอนวิธีใช้ต่าง ๆ ร่วมถึงให้คำปรึกษาทั้งในเรื่องความรู้และประสบการณ์ในเรื่องเรียนและใช้ชีวิตและคอย ช่วยเหลือสนับสนุนในเรื่อง ต่างๆ ทำให้ศิลปนิพนธ์นี้สำเร็จไปได้ด้วยดี ขอขอบพระคุณ นาย ไพโรจน์ สำเภา บิดาของข้าพเจ้าที่ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนในทุก ๆ เรื่องที่ข้าพเจ้าได้เลือกและให้คำแนะนำทั้งเรื่องในงานวิจัยได้เป็นอย่างมาก ให้ความรู้ในเรื่องของยางรถยนต์ที่ นำมาใช้ในงานวิจัย รวมทั้งคอยอยู่ดูแลเคียงข้างให้กำลังใจทำให้ศิลปะนิพนธ์นี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และสุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณ นาง แสงเดือน สำเภา มารดาผู้อยู่บนสวรรค์ ที่เป็นกำลังใจสำคัญใน การใช้ชีวิตต่าง ๆ รวมทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตต่อข้าพเจ้า และครอบครัวของข้าพเจ้าที่คอย ช่วยเหลือให้การทำศิลปนิพนธ์ในครั้งนี้ ให้สำเร็จไปได้ด้วยดี ผู้วิจัยจึงขอขอบคุณด้วยใจจริง พาสนา สำเภา


ง สารบัญ บทคัดย่อภาษาไทย............................................................................................................................................ก บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ......................................................................................................................................ข กิตติกรรมประกาศ .............................................................................................................................................ค สารบัญ......................................................................................................................................................................................ง บทที่1................................................................................................................................................................1 บทนำ.............................................................................................................................................................1 1.1 ความสำคัญและความสำคัญของปัญหา..............................................................................................1 1.2 วัตถุประสงค์ในการศึกษา....................................................................................................................2 1.3 กรอบแนวความคิด (Diagram expression) ......................................................................................3 1.4 ขอบเขตการของวิจัย...........................................................................................................................3 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับการวิจัย.....................................................................................................4 1.6 ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย..................................................................................................................4 1.7 สถานที่ที่ใช้ในการวิจัย.........................................................................................................................5 1.8 ตารางการดำเนินการวิจัย....................................................................................................................5 1.9 ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย....................................................................................................................6 1.10 คำนิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในงานวิจัย..................................................................................................7 บทที่ 2................................................................................................................................................................8 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง...................................................................................................................8 2.1 ยางรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน.........................................................................................................9 2.2 กระบวนการแปรรูปยางในรถยนต์เก่า...............................................................................................21 2.3 วัฒนธรรมฮิปฮอป .............................................................................................................................24 2.4 การตัดเย็บและหลักการออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่น ...........................................................................31 2.5 หลักการออกแบบอัตลักษณ์องค์กรและการสร้างตราสินค้า..............................................................39 2.6 งานออกแบบและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง................................................................................................44


จ สารบัญ (ต่อ) บทที่ 3..............................................................................................................................................................49 วิธีการดำเนินงานวิจัย.................................................................................................................................49 3.1 วิธีและเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย.........................................................................................................49 3.2 การทดลองวัสดุ.................................................................................................................................73 3.3 การกำหนดแนวคิดในการออกแบบ...................................................................................................80 บทที่ 4..............................................................................................................................................................86 กลยุทธ์การสร้างแบรนด์และกลยุทธ์การตลาด ..........................................................................................86 4.1 การสร้างตราสินค้าและกลยุทธ์การตลาด..........................................................................................86 4.2 การสำรวจและวิเคราะห์คู่แข่ง (Competitor Analysis)..................................................................91 4.3 การออกแบบกราฟิกตราสัญลักษณ์องค์กรและแนวทางนำไปใช้.......................................................96 บทที่ 5...........................................................................................................................................................102 การออกแบบ และผลงานการออกแบบ ..................................................................................................102 5.1 การวิเคราะห์ข้อมูลการออกแบบ....................................................................................................102 5.2 การออกแบบและพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์....................................................................................102 5.3 การทำสื่อเพื่อนำเสนอผลงานและจัดแสดงผลงาน.........................................................................115 บทที่ 6...........................................................................................................................................................120 สรุป อภิปราย ปัญหา และข้อเสนอแนะ.................................................................................................120 6.1 สรุปผลการวิจัย..............................................................................................................................120 6.2 อภิปรายผลวิจัย..............................................................................................................................120 6.3 ปัญหาและแนวทางแก้ไข................................................................................................................121 บรรณานุกรม ................................................................................................................................................122 ภาคผนวก.....................................................................................................................................................125 ภาคผนวก ก การออกแบบเพื่อการผลิต....................................................................................................126 ภาคผนวก ข ข้อมูลการนำเสนอการออกแบบ...........................................................................................130 ภาคผนวก ค การนำเสนอศิลปะนิพนธ์ 17 มีนาคม 2566........................................................................132 ประวัติของผู้วิจัย..........................................................................................................................................134


ฉ สารบัญตาราง ตารางที่1 – 1 ตารางการดำเนินการวิจัย……………………………………………………………………………………………5 ตารางที่ 2-1 ปริมาณการใช้ยางธรรมชาติในประเทศแยกตามประเภทผลิตภัณฑ์...........................................17 ตารางที่3-1 ตารางสรุปผลการทดลองวัสดุ…………………………………………………………………………………………78


ช สารบัญรูปภาพ ภาพที่ 1-1 กรอบแนวความคิด(Diagramexpression)……………………………………………………………………………3 ภาพที่ 2-1โครงสร้างยางรถยนต์………………………….…………………………………………..…………………………….....11 ภาพที่ 2-2 แสดงลวดลายของยางดอกละเอียด (ซ้าย) และดอกบั้ง (ขวา).......................................................12 ภาพที่ 2 - 4 แสดงลวดลายของยางชนิดสมมาตร (ซ้าย) และชนิดไม่สมมาตร (ขวา)......................................13 ภาพที่ 2 - 5 ความลึกร่องดอกยางในแต่ละช่วง...............................................................................................14 ภาพที่ 2 - 6 ส่วนประกอบของดอกยาง………………………………..…………………………………………………………...15 ภาพที่ 2 - 7 อัตราการจัดการยางใช้แล้วในแต่ละภูมิภาค……………………….…………………………………………..…17 ภาพที่ 2 - 8 เปรียบเทียบค่าความร้อนของยางเปรียบเทียบกับเชื้อเพลิงอื่น…………………….……………………..18 ภาพที่ 2 - 9 อันตรายจากควัน ที่เกิดขึ้นจากการเผายางรถยนต์……………………….…………………………….…….20 ภาพที่ 2 - 10 โครงสร้างโมเลกุลยาง (ก) ก่อนและ (ข) หลังปฎิกิริยาวัลคาไนเชชัน.......................................21 ภาพที่ 2 - 11 ลักษณะยางในรถยนต์.............................................................................................................22 ภาพที่ 2 - 12 การนำขยะยางมาใช้ใหม่ในรูปแบบต่างๆ................................................................................24 ภาพที่ 2 - 13 การเต้นในแนวเบรกแดนซ์……………………………………………………………………………………………25 ภาพที่ 2 - 14 ภาพที่เกิดจากการขีดเขียนลงบนผนังหรือกำแพงหรือเรียกว่ากราฟฟิตี้..................................27 ภาพที่ 2 - 15 ตัวอย่างกราฟฟิตี้แบบ Tag.......................................................................................................28 ภาพที่ 2 - 16 Art Street vs Graffiti…………………………………………………………………………………………………29 ภาพที่ 2 - 17 การแต่งตัวสไตล์ฮิปฮอป...........................................................................................................30 ภาพที่ 2 – 18 ผลิตภัณฑ์แฟชั่นสไตล์ฮิปฮอป..................................................................................................31 ภาพที่ 2 - 19 การออกแบบและสเก็ตช์ภาพ...................................................................................................32 ภาพที่ 2 - 20 การออกแบบและสเก็ตช์ภาพ...................................................................................................33 ภาพที่ 2 - 21 ผ้า Cordura…………………………………………………………..…………………………………………………..35 ภาพที่ 2 - 22 ผลิตภัณฑ์จากผ้า Cordura…………………………………………………………………………………………..36 ภาพที่ 2 - 23 ผ้า Canvas Fabric……………………………………………………………………………………………………..37


ซ สารบัญรูปภาพ (ต่อ) ภาพที่ 2 - 24 ผลิตภัณฑ์กระเป๋าจากผ้า Canvas Fabric…………………………………………………………………… 38 ภาพที่ 2 - 25 ผ้า Pu coating fabric………………………………………..……………………………………………………..39 ภาพที่ 2 - 26 ขั้นตอนการทำ Branding.........................................................................................................42 ภาพที่ 2 - 27 ผลิตภัณฑ์Rubber Killer........................................................................................................44 ภาพที่ 2 - 28 ผลิตภัณฑ์กระเป๋า The ReMaker…………………………………………………………………………………45 ภาพที่ 2 - 29 ผลิตภัณฑ์The ReMaker……………………………………………………………………………………………46 ภาพที่ 2 - 30 ผลิตภัณฑ์รองเท้า Jaoyong……………………………………………………………………………………………………………...47 ภาพที่ 2 – 31 ผลิตภัณฑ์เก้าอี้จากยางรถยนต์เก่า………………………………………………………………………………..48 ภาพที่ 3 - 1 กระบวนการผลิตส่วนผสมยางในรถยนต์และจักรยานยนต์…………………………………………………50 ภาพที่ 3 - 2 ปริมาณยางรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานในประเทศไทย……………………………………………………………………………..50 ภาพที่ 3 - 3 ปัญหายางรถยนต์ต่อสิ่งแวดล้อม…………………………………………………………………………………………………………………………….51 ภาพที่ 3 - 4 โรงงานอุตสาหกรรม เอส.อาร์.ไทร์ จำกัดจังหวัดปราจีนบุรี…………………………………………………51 ภาพที่ 3 - 5 ลักษณะของยางในรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน………………………………………………………………..52 ภาพที่ 3 - 6 ลักษณะของยางในรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน………………………………………………………………..52 ภาพที่ 3 - 7 หลักการออกแบบผลิตภัณฑ์……………………………………………………………………………………………53 ภาพที่ 3 - 8 กลยุทธ์ทางการตลาด……………………………………………………………………………………………………..53 ภาพที่ 3 - 9 การสร้างแบรนด์และการออกแบบอัตลักษณ์องค์กร…………………………………………………………..54 ภาพที่ 3 - 10 การสัมภาษณ์ คุณไพโรจน์ สำเภาที่ปรึกษาด้านยางรถยนต์และยางรถจักยานยนต์………………55 ภาพที่ 3 - 11 บริษัท เอส.อาร์.ไทร์ จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี...........................................................................56 ภาพที่ 3 - 12 ขั้นตอนในการผลิตยางใน ........................................................................................................57 ภาพที่ 3 - 13 ยางในที่ไม่ได้คุณภาพในระหว่างกระบวนการผลิต...................................................................58 ภาพที่ 3 – 14 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์เพศ................................................................................................... 59 ภาพที่ 3 – 15 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์อายุ....................................................................................................60 ภาพที่ 3 – 16 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์อาชีพ.................................................................................................60


ฌ สารบัญรูปภาพ (ต่อ) ภาพที่ 3 – 17แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ระดับการศึกษาของท่าน…………………………………………………………….61 ภาพที่ 3 - 18 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์รายได้……………………………………………………………………………………..62 ภาพที่ 3 - 19แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามการรู้จักยางในรถยนต์หรือไม่………………………………………62 ภาพที่ 3 – 20แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามยางรถยนต์เก่าส่งผลกระทบต่อตัวท่านหรือไม่……………..63 ภาพที่ 3 – 21 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามคิดว่ายางรถยนต์เก่าสร้างผล กระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ภาพที่ 3 - 22 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามมักเห็นยางรถยนต์เก่าที่ไม่ได้ใช้………………………………..64 แล้วอยู่ในสถานที่ใดบ้าง ภาพที่ 3 - 23 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามคิดว่าการนำยางรถยนต์ที่หมด…………………………………65 อายุการใช้แล้วสามารถนำกลับมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้หรือไม่ ภาพที่ 3 – 24 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามคิดว่าการนำยางในรถยนต์เก่า………………………………….65 มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ภาพที่ 3 – 25 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามคิดว่าการนำยางในรถยนต์……………………………………….66 เก่ามาทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่สมควรหรือไม่ ภาพที่ 3 - 26 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามรู้จักคำว่า ฮิปฮอป ( Hiphop ) หรือไม่.…….……………….67 ภาพที่ 3 – 27 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามสำหรับตัวท่านคิดว่าฮิปฮอปคืออะไร………………………….67 ภาพที่ 3 – 28 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามท่านคิดว่าผลิตภัณฑ์แฟชั่น……………………………………….68 ฮิปฮอปเป็นที่นิยมในสมัยนี้หรือไม่ ภาพที่ 3 –29แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามคิดว่าการนำวัฒนธรรมฮิปฮอปมา………………………………69 ออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นเหมาะสมหรือไม่ ภาพที่ 3 – 30 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามท่านคิดว่าการนำยางในรถยนต์เก่า……………………………69 เหมาะสำหรับการทำผลิตภัณฑ์แฟชั่นหรือไม่ ภาพที่ 3 –31แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามคิดว่าราคาที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์……………………..70 เเฟชั่นที่ทำจากยางในรถยนต์ควรมีราคาอยู่


ญ สารบัญรูปภาพ (ต่อ) ภาพที่ 3 - 32 การทดลองการตัดด้วยใบมีด....................................................................................................73 ภาพที่ 3 - 33 การทดลองการใช้จักรไฟฟ้าเย็บผ้าโดยวางผ้าไว้บนยาง…………………………………………………….73 ภาพที่ 3 - 34 การทดลองการใช้จักรไฟฟ้าเย็บผ้าโดยใช้ผ้าประกบหน้าและหลังยางใน..................................74 ภาพที่ 3 - 35 การทดลองการใช้จักรไฟฟ้าเย็บบนยางในและรองด้วยผ้า........................................................75 ภาพที่ 3 - 36 การทดลองการตอกยางในและใช้การเย็บมือ............................................................................76 ภาพที่ 3 - 37 การทดลองการตอกยางในและผ้าพร้อมกันโดยใช้การเย็บมือ...................................................76 ภาพที่ 3 - 38 การทดลองการใช้กาวสำหรับติดยางติดเข้าด้วยกัน..................................................................77 ภาพที่ 3 - 39 Customer analysis – Demographic…………………………………………………………………………80 ภาพที่ 3 - 40 Customer analysis – Psychographic……………………………………………………………………….81 ภาพที่ 3 - 41 Mood board…………………………………………………………………………………………………………….81 ภาพที่ 3 - 42 การวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ในเรื่องของรูปแบบ…………………………………………………………82 ภาพที่ 3 - 43 การวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ในเรื่องของอารมณ์…………………………………………………………83 ภาพที่ 3 - 44 การวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ในเรื่องของโทน………………………………………………………………83 ภาพที่ 3 - 45 การวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ในเรื่องของวัสดุ.......................................................................84 ภาพที่ 4-1 Brand Mood Board………………………………………………………………………………………………………88 ภาพที่ 4-2 แบรนด์ Rubber killer…………………………………………………………………………………………………….91 ภาพที่ 4-3 แบรนด์ Freitag……………………………………………………………………………………………………………….92 ภาพที่ 4-4 แบรนด์PIPATCHARA……………………………………………………………………………………………………..93 ภาพที่ 4-5 Matrix วัสดุ…………………………………………………………………………………………………………………….94 ภาพที่ 4-6 Matrix การดูแลรักษาและราคา…………………………………………………………………………………………95 ภาพที่ 4-7 Matrix โครงสร้างผลิตภัณฑ์..........................................................................................................95 ภาพที่ 4-8 Logo configurations..................................................................................................................96 ภาพที่ 4-9 Logo Remainder........................................................................................................................97 ภาพที่ 4-10 Stagingguidlines.......................................................................................................................97


ฎ สารบัญรูปภาพ (ต่อ) ภาพที่ 4-11 Lodousageacceptable……………………………………………………………………………………………….98 ภาพที่ 4-12 Logousageunacceptable……………………………………………………………………………………………98 ภาพที่ 4-13 Typography………………………………………………………………………………………………………………..99 ภาพที่ 4-14 Colorusage…………………………………………………………………………………………………………………99 ภาพที่ 4-15 Logo usage……………………………………………………………………………………………………………….100 ภาพที่ 4-16 Logo usage……………………………………………………………………………………………………………….100 ภาพที่ 4-17 Logo usage……………………………………………………………………………………………………………….101 ภาพที่ 4-18 Logo usage………………………………………………………………………………………………….……………101 ภาพที่ 5-1 แบบร่าง Vest (1 collection)................................................................................................. 103 ภาพที่ 5-2 แบบร่าง Corset (1 collection)............................................................................................. 103 ภาพที่ 5-3 แบบร่าง Skirt (1 collection)................................................................................................. 104 ภาพที่ 5-4 แบบร่าง Trousers (1 collection)......................................................................................... 104 ภาพที่ 5-5 แบบร่าง Crossbody bag (1 collection)............................................................................. 105 ภาพที่ 5-6 แบบร่าง Belts and Chokers (1 collection)....................................................................... 105 ภาพที่ 5-7 แบบร่าง Pattern and 3D (Vest)............................................................................................ 106 ภาพที่ 5-9 แบบร่าง Pattern and 3D (Skirt)............................................................................................ 107 ภาพที่ 5-10 แบบร่าง Pattern and 3D (Skirt2)........................................................................................ 107 ภาพที่ 5-11 แบบร่าง Pattern and 3D (Trousers).................................................................................. 108 ภาพที่ 5-12 การพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง (ชิ้นที่ 1)........................................................................................... 108 ภาพที่ 5-13 การพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง (ชิ้นที่ 2)........................................................................................... 109 ภาพที่ 5-14 การพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง (ชิ้นที่ 3)........................................................................................... 109 ภาพที่ 5-15 การพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง (ชิ้นที่ 4)……………………………………………………………………………….. 110 ภาพที่ 5-16 การพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง (ชิ้นที่ 5)........................................................................................... 110 ภาพที่ 5-17 ผลิตภัณฑ์จริง (ชุดที่ 1)............................................................................................................ 111


ฏ สารบัญรูปภาพ (ต่อ) ภาพที่ 5-18 ผลิตภัณฑ์จริง (ชุดที่ 2)............................................................................................................ 111 ภาพที่ 5-19 ผลิตภัณฑ์จริง (ชุดที่ 3)............................................................................................................ 112 ภาพที่ 5-20 ผลิตภัณฑ์จริง (ชุดที่ 4)………………………………………………………………………………………………. 112 ภาพที่ 5-21 ผลิตภัณฑ์จริง (accessories)...................................................................................................113 ภาพที่ 5-22 Name card……………………………………………………………………………………………………………….113 ภาพที่ 5-23 Hang Tag…………………………………………………………………………………………………………………..114 ภาพที่ 5-24 Packaging……………………………………………………………………………………………………………….…114 ภาพที่ 5-25 ภาพผลงานจริง (ชุดที่1)………………………………………………………………………………………………..115 ภาพที่ 5-26 ภาพผลงานจริง (ชุดที่2)………………………………………………………………………………………………..115 ภาพที่ 5-27 ภาพผลงานจริง (ชุดที่3)………………………………………………………………………………………………. 116 ภาพที่ 5-28 ภาพผลงานจริง (ชุดที่4)………………………………………………………………………………………………. 116 ภาพที่ 5-29 ภาพผลงานจริง (ชุดที่5)………………………………………………………………………………………………..117 ภาพที่ 5-30 ภาพผลงานจริงและการโปรโมท……………………………………………………………………………………..117 ภาพที่ 5-31 ภาพรวมผลงาน 1 accessories……………………………………………………………………………………..118 ภาพที่ 5-32 ภาพรวมผลงาน 2 accessories…………………………………………………………………………………….118 ภาพที่ 5-33 ภาพรวมผลงาน Remainder…………………………………………………………………………………………119 ภาพที่ ก-1 การพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง (ชิ้นที่ 1)............................................................................................. 127 ภาพที่ ก-2 การพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง (ชิ้นที่ 2)............................................................................................. 127 ภาพที่ ก-3 การพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง (ชิ้นที่ 3)............................................................................................. 128 ภาพที่ ก-4 การพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง (ชิ้นที่ 4)............................................................................................. 128 ภาพที่ ก-5 การพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง (ชิ้นที่ 5)............................................................................................. 129 ภาพที่ ข-1 การนำเสนอการออกแบบ.......................................................................................................... 131 ภาพที่ ค-1 การนำเสนอศิลปะนิพนธ์ 17 มีนาคม 2566...............................................................................133 ภาพที่ ค-2 การนำเสนอศิลปะนิพนธ์ 17 มีนาคม 2566


1 บทที่1 บทนำ 1.1 ความสำคัญและความสำคัญของปัญหา ในแต่ละปียางรถยนต์ประมาณ 1000 ล้านเส้น หมดอายุการใช้งานจึงก่อให้เกิดขยะที่ย่อยสลายได้ยาก ถึงแม้ว่ายางรถยนต์จะผลิตจากวัสดุธรรมชาติอย่างยางพารา แต่ในการผลิตยางพาราถูกเติมสารเคมีและผ่าน กระบวนการผลิตต่าง ๆ เพื่อให้แข็งแรงทนทาน ยืดหยุ่น ยึดเกาะเยี่ยม รีดน้ำดี ตามแต่วัตถุประสงค์การใช้งาน ยางรถยนต์เก่าจึงกลายเป็นขยะที่ย่อยสลายยากมาก ใช้เวลานับร้อยปีหรืออาจนานกว่านั้น โดยบางประเทศ ยางรถยนต์ที่ใช้แล้ว ถูกนำไปทิ้งในหลุมฝังกลบ และเมื่อฝนตกทำให้น้ำฝนนั้นล้างสารเคมีที่เป็นพิษออกสู่ สิ่งแวดล้อมโดยรอบชุมชน ยางรถยนต์ยังเป็นเชื้อไฟอย่างดี ดับยาก หากเกิดไฟไหมบริเวณที่ฝังกลบจะปล่อย สารพิษปริมาณมากเข้าสู่สิ่งแวดล้อม ยางรถยนต์จึงกลายเป็นขยะที่ต้องได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี เช่น การ นำกลับมาใช้ใหม่ และ ใช้เป็นเชื้อเพลิงภายใต้การควบคุมไม่ให้มีการปล่อยสารพิษสู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อลด มลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ยางรถยนต์เก่า เป็นขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายเองได้ ต้องนำยางไปผ่านกระบวนการต่างๆ ทั้งการตัด สับ เผา เพื่อทำการย่อยสลายแล้วจึงนำกลับไปใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือเป็นพลังงานในการผลิตสิ่งต่างๆ นี่เป็นวิธี หลักๆ ที่ปัจจุบันที่ประเทศไทยทำการย่อยสลาย ซึ่งถ้าไม่ทำการย่อยสลายหรือทำลายในวิธีการแบบนี้จะเกิด ผลเสียขึ้นตามมา เช่น เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆ เพราะว่าในท้องยางมีแสงที่เข้าไม่ถึงและค่อนข้างมืด จึง ปลอดภัยสำหรับสัตว์ตัวเล็กๆ ได้แก่ ตะขาบ งู หรือเป็นแหล่งเพราะพันธุ์ยุงลาย เป็นต้น ผลเสียต่อมา คือ ยาง รถยนต์เก่าเป็นแหล่งรวบรวมของสารเคมีเนื่องจากในยางหนึ่งเส้น มียางพาราไม่ถึง 30% ส่วนอื่นจะทำจาก เหล็กไนลอนและ ยางสังเคราะห์ที่ผลิตมาจากสารเคมี ผลเสียอย่างสุดท้าย คือ ยางรถยนต์เก่าจะกลายเป็นขยะ ที่ไม่สามารถนำไปทิ้งที่ไหนได้ จึงมีการทิ้งไว้ในพื้นที่สาธารณะและทำให้สภาพแวดล้อมในบ้านเมืองเสื่อมลงไป เรื่อยๆ แม้แต่ในลำคลองก็มีขยะของยางรถยนต์เก่าลอยอยู่ด้วย ส่วนประกอบของยางรถยนต์เก่าที่สามารถนำมาแปรรูปและนำมาตัดเย็บได้ คือ ยางในรถยนต์ ซึ่งยาง ในรถยนต์จะมีลักษณะที่ยืดยุ่น ทนทาน และพื้นผิวของยางแต่ละเส้นจะแตกต่างกัน ยางในที่ออกมาจากโรงงาน พื้นผิวจะเรียบ ต่างจากที่เห็นทั่วไปที่จะมีรอยเกิดขึ้นจากการใช้งานที่พองจากการเติมลมแล้วเกิดการบดกับ ด้านในของยางนอกจึงทำให้เกิดการสร้างรอยใหม่ที่ไม่เหมือนกัน บางโรงงานมีการเขียนเส้นสีฟ้าลงบนยางใน เพื่อทำการแยกรุ่นของยางในแต่ละรุ่นซึ่งมีความหมายว่าเพิ่งผลิตจึงเกิดเป็นลวดลายที่แตกต่างออกไป ยางใน ถูกออกแบบและผลิตมาเพื่อบรรจุลมให้กับรถยนต์จึงวัสดุที่ทนทานต่อสภาพอากาศและความร้อนสูง ส่วนมาก ถ้ายางในยังมีคุณภาพที่ยังสามารถบรรจุลมได้ จะนำไปใช้เป็นห่วงยางสำหรับลอยน้ำตามทะเลที่สามารถพบ เห็นกันได้ทั่วไป ส่วนยางในที่หมดสภาพแล้วมักจะนำไปแปรรูปแป็นอย่างอื่น ยางใน 1 เส้นสามารถเป็น กระเป๋า รองเท้า หรือแม้กระทั่งพวงกุญแจ ก่อนที่จะนำไปตัดเย็บเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆต้องมีการทำความสะอาด อย่างดี โดยนำไปแช่น้ำไว้ ถึง 2 สัปดาห์และนำยางมาขัดมือด้วยน้ำยาและลงแว็กซ์อีกรอบ ถึงจะนำไปตับเย็บได้ โดยในขั้นตอนการตัดเย็บมีการใช้ผ้ามาผสมผสานเข้ากับยางใน เพื่อเป็นการลดน้ำหนักให้กับผลิตภัณฑ์หรือมี


2 การประกบซับในโดยใช้หนังแท้หรือหนังเทียม ชนิดของผ้าที่นำมาใช้ ได้แก่ cordura / nylon canvas / pu coating fabric ซึ่งเป็นผ้าที่นำมาตัดเย็บเข้ากับยางในได้ดี วัฒนธรรมฮิปฮอป (Hip Hop) เกิดขึ้นเมื่อสมัยช่วงยุค 70 ในสหรัฐอเมริกาที่กระจายไปทั่วโลกอย่าง แพร่หลายนิยมฟังกันในกลุ่มอเมริกาและวัยรุ่น ซึ่งสไตล์ฮิปฮอปถือว่าเป็นวัฒณธรรมอย่างหนึ่งของชาวแอฟริกา เลยก็ว่าได้ ฮิปฮอปเป็นการพัฒนาแนวเพลงมาจากจังหวะเพลงดิชโก้กับแนวฟังก์ ที่มีการปรับแต่งและพัฒนา ในส่วนของ loop และ beat ใหม่ขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้ดนตรีฮิปฮอปมีจังหวะที่สนุกมากขึ้น ในช่วงปลายของ ยุค 70 จนไปถึงปี 1983 วัฒนธรรมฮิปฮอปเริ่มเป็นที่นิยมและให้ความสนใจไปทั่วโลก ในบางพื้นที่นำดนตรีฮิป ฮอปมาพัฒนาให้มีเนื้อหาที่สะท้อนสังคม ไม่ว่าจะเป็น เพศ การเมือง หรือสิ่งเสพติด ทำให้ดนตรีฮิปฮอปเป็นที่ รู้จักกันอย่างแพร่หลาย โดยมีนักดนตรีมากความสามารถอย่าง Afrika Bambaataa and the Soulsonic Forceได้พัฒนาดนตรีฮิปฮอปให้ผสมผสานเข้ากับเสียงอีเลคโทรนิกทำให้สไตล์เพลงนี้เป็นที่นิยมในยุคของปี 90 นอกจากฮิปฮอปจะมีความเป็นเอกลักษณ์แล้วนั้น ยังมีการแต่งตัวที่ยังมีสไตล์ของวัยรุ่นทั่วโลกยังยอมรับ และมี การนิยมแต่งกันมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในลักษณะการแต่งตัวส่วนใหญ่นั้น เอกลักษณ์คือการสวมเสื้อตัวใหญ่ กางเกงยีนต์ขาสั้น การใส่หมวกแก็ปและสร้อยสแตนเลสยาว ผู้วิจัยจึงนำปัญหาของยางรถยนต์เก่าที่เป็นขยะและย่อยสลายยาก ซึ่งยางใน 1 เส้น ใช้เวลาในการย่อย สลายเกือบ 100 ปี จึงนำมาพัฒนาให้เกิดเป็นประโยชน์สูงสุดเพื่อลดปริมาณ เพิ่มรายได้ และแก้ปัญหาต่อ สิ่งแวดล้อมโดยการนำมาออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นที่ทันสมัย โดยใช้วัฒนธรรมของดนตรีฮิปฮอปที่มีในอดีต และยังนิยมมถึงจนปัจจุบันเข้ามาผสมผสานในการออกแบบ เพื่อเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเผยแพร่ วัฒนธรรมฮิปฮอป 1.2 วัตถุประสงค์ในการศึกษา 1.2.1 เพื่อลดปริมาณของขยะที่เกิดในละปีที่ทำให้ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม 1.2.2 เพื่อทดลองเทคนิคการใช้วัสดุจากยางรถยนต์เก่าเพื่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ 1.2.3 เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นโดยใช้แรงบันดาลใจจากฮิปฮอป


3 1.3 กรอบแนวความคิด (Diagram expression) ภาพที่ 3-1 กรอบแนวความคิด (Diagram expression) ที่มา : พาสนา สำเภา 1.4 ขอบเขตการของวิจัย 1.4.1 ขอบเขตด้านการศึกษา 1) ศึกษาปริมาณของยางรถยนต์เก่าที่หมดอายุการใช้งานในแต่ละปี 2) ศึกษาวิธีการย่อยสลายและการนำไปแปรรูปให้เกิดประโยชน์ 3) ศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากยางรถยนต์เก่า 4) ศึกษาความเป็นมาของวัฒนธรรมฮิปฮอป (Hip Hop) 5) ศึกษาเอกลักษณ์และหลักการออกแบบของฮิปฮอป (Hip Hop) 1.4.2 ขอบเขตด้านวัสดุ ศึกษาเกี่ยวกับส่วนประกอบของยางรถยนต์ เพื่อนำมาพัฒนาและปรับใช้ต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ แฟชั่น และเลือกหาวัสดุอื่นที่สามารถนำมาผสมผสานให้สอดคล้องกัน 1.4.3 ขอบเขตด้านกลุ่มเป้าหมาย เป็นกลุ่มคนที่สนใจในวัสดุเหลือใช้ที่นำมาพัฒนาต่อให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่น และชื่นชอบใน วัฒนธรรมของฮิปฮอป ที่ทำให้เกิดความแปลกใหม่ต่อการนำเสนอผลิตภัณฑ์แฟชั่นในรูปแบบ ของยางรถยนต์เก่า


4 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับการวิจัย 1.5.1 การนำวัสดุเหลือใช้มาพัฒนาให้มีประโยชน์มากขึ้น 1.5.2 ลดปริมาณของยางรถต์เก่าที่หมดอายุการใช้งานที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 1.5.3 ได้ศึกษาวัสดุเพื่อนำมาออกแบบผลิตภัณฑ์ 1.5.4 ได้งานออกแบบที่นำวัสดุเหลือทิ้งมาผสมผสานกับวัฒนธรรมฮิปฮอปที่นิยมในปัจจุบัน 1.6 ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย 1.6.1 การศึกษาข้อมูลปฐมภูมิ 1) ลงพื้นที่สำรวจเพื่อรวบรวมข้อมูลของยางรถยนต์เก่าที่อัตราเพิ่มขึ้นในแต่ละปี - สัมภาษณ์ส่วนประกอบต่างๆ วิธีการย่อยสลายและนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ 2) ลงพื้นที่สำรวจเพื่อรวบรวมข้อมูลจากวัฒนธรรมฮิปฮอป (Hip Hop) - สัมภาษณ์ข้อมูลจากกลุ่มคนที่ชื่นชอบในฮิปฮอป (Hip Hop) 3) ลงพื้นที่สำรวจเพื่อรวบรวมข้อมมูลจากช่างตัดเย็บผลิตภัณฑ์แฟชั่น - สัมภาษณ์ข้อมูลวิธีการตัดเย็บและการทำแพทเทิร์น - สัมภาษณ์ข้อมูลการใช้วัสดุในการตัดเย็บ 1.6.2 การศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ 1) ศึกษาข้อมูลการใช้ส่วนประกอบของยางรถยนต์เก่า - ข้อมูลกระบวนการผลิตและส่วนผมสของยางรถยนต์ - ข้อมูลของการใช้ส่วนประกอบของยางรถยนต์เก่าที่สามารถนำไปแปรรูปได้ - ข้อมูลของระยะเวลาในการใช้งาน - ข้อมูลของผลดีและผลเสียจากการแปรรูป 2) ศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมของฮิปฮอป (Hip Hop) - ความหมายของฮิปฮอป (Hip Hop) - ความเป็นมาของวัฒนธรรมฮิปฮอป (Hip Hop) - ศิลปะและวัฒนธรรมฮิปฮอป (Hip Hop) 3) ศึกษาข้อมูลในการใช้วัสดุยางรถยนต์เก่ามาผสมสานกับฮิปฮอปในการออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่น - เสื้อผ้า ( Clothes ) - กระเป๋า ( Bag ) - รองเท้า ( Shoes ) - Accessory 1.6.3 การวิเคราะห์ข้อมูล 1) วิเคราะห์รูปแบบการออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นโดยใช้วัสดุจากยางรถยนต์เก่าให้สอดคล้องกับ วัฒนธรรมฮิปฮอป (Hip Hop)


5 2) วิเคราะห์กระบวนการ วิธีการ และการใช้วัสดุให้เหมาะสมต่อการผลิตชิ้นงาน 3) วิเคราะห์ด้านการตลาดและกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างตราสินค้า 1.6.4 ทดลองเทคนิค วิธีการ และรูปแบบของงานออกแบบที่มีความทันสมัย และมีมูลค่าต่อผู้บริโภค มากที่สุด 1.6.5 จัดทำแบบร่างการใช้ยางรถยนต์เก่าในโรงงานอุตสาหกรรม การออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นตาม หลักวัฒนธรรมฮิปฮอป 1.6.6 พัฒนาแบบร่าง พร้อมกับการทำแบบจำลองเพื่อการศึกษารูปแบบของงานออกแบบ 1.6.7 ทดสอบกับผู้เชี่ยวชาญและกลุ่มเป้าหมายของงานออกแบบให้สอดคล้องกับแนวคิด 1.6.8 สร้างแบบจำลองเหมือนจริงเพื่อตรวจสอบลายละเอียด 1.6.9 เขียนแบบเพื่อการผลิต ให้ตรงกับความต้องการที่จะนำเสนอ 1.6.10 เข้าสู่ขั้นตอนการผลิตชิ้นงานตามแบบที่ได้กำหนด 1.6.11 ทดสอบ ประเมินผลงานสำเร็จกับผู้เชี่ยวชาญและผู้ใช้กลุ่มเป้าหมาย 1.6.12 สรุป จัดทำเอกสาร นำเสนอ และเผยแพร่ 1.7 สถานที่ที่ใช้ในการวิจัย 1) บริษัท เอส.อาร์.ไทร์ จำกัด จังหวัด ปราจีนบุรี โรงงานอุตสาหกรรมผลิตล้อยางและยางในที่มีกประสบการณ์ยาวนานมาถึง 30 ปี ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1,200 ไร่ เลขที่ 222 หมู่ 1 ตำบลโคกไทย อำเภอศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี 1.8 ตารางการดำเนินการวิจัย ตารางที่1 – 1 ตารางการดำเนินการวิจัย ที่มา : พาสนา สำเภา กิจกรรม ตารางการดำเนินการวิจัย พ.ค มิ.ย ก.ค ส.ค ก.ย ต.ค พ.ย ธ.ค ม.ค ก.พ มี.ค 1.นำเสนอหัวข้อศิลปนิพนธ์ บทที่ 1


6 2.นำเสนอการทบทวน วรรณกรรม บทที่ 2 3.นำเสนอข้อมูลการลงพื้นที่ ค้นคว้าการทดลอง แนวคิด 4.นำเสนอการสร้างการสร้าง ตราสินค้า และเตรียมความ พร้อมสำหรับกิจกรรมนำเสนอ การศึกษาส่วนบุคคล Individual Study Talk 5.นำเสนอการศึกษาส่วน บุคคล Individual Study Talk 6.นำเสนอการพัฒนาแบบร่าง และต้นแบบ 7.นำเสนอการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ 8.นำเสนองานออกแบบ ผลิตภัณฑ์ตรวจสอบความ สมบูรณ์ 9.นิทรรศการนำเสนอผลงาน ศิลปนิพนธ์ และบทความ วิชาการพร้อมกับคณะ ศิลปกรรมศาสตร์ 10.จัดทำรูปเล่มศิลปนิพนธ์ และจัดพิม รูปเล่มศิลปนิพนธ 1.9 ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย เสนอหัวข้อกับคณะกรรมการพิจารณาหัวข้อ เดือน พฤษภาคม 2565 เสนอผลงานศิลปนิพนธ์ เดือน กุมภาพันธ์ 2566


7 1.10 คำนิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในงานวิจัย ยางรถยนต์เก่า คือ ยางรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานแล้ว ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้จน กลายเป็นขยะเหลือทิ้ง ซึ่งมีการย่อยสลายยาก จึงมีการนำไป ตัด สับ เผา เพื่อทำการย่อยสลายแล้ว เพื่อนำกลับไปใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือเป็นพลังงานในการผลิตสิ่งต่างๆ ผลิตภัณฑ์แฟชั่น ( Fashion ) คือคำที่อธิบายถึงความเป็นสมัยนิยมหรือวิธีการที่นิยมกัน ทั่วไปในชั่วระยะเวลาหนึ่ง ที่มีการยอมรับจนเกิดเป็นค่านิยม โดยส่วนมากคำว่าแฟชั่น มักจะมี ความหมายเกี่ยวกับการแต่งตัว ของใช้ หรือเครื่องประดับต่างๆ วัฒนธรรมฮิปฮอป (Hip Hop) เป็นแนวดนตรีชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมกันในสหรัฐอเมริกา ลักษณะของดนตรีเหมือนกับพลังงานที่ต้องการระเบิดออกมาส่วนของเนื้อหามีการแสดงถึงสิทธิและ เสรีภาพอย่างชัดเจนจึงเป็นที่นิยมกันอย่างมากในหมู่วัยรุ่น นอกจากนี้สไตล์และเสื้อผ้าของความเป็น ฮิปฮอปยังสะท้อนให้ถึงอิทธิพลที่ค่อนข้างชัดเจนกับแนวดนตรี ซึ่งเสื้อผ้าส่วนใหญ่จะได้รับอิทธิพลมา จากการแต่งกายของศิลปินฮิปฮอป โดยมีการใส่ยีนส์หลวมๆ แว่นตากันแดด รองเท้าบู้ตหนักๆ เป็นต้น และกระแสนิยมของดนตรีฮิปฮอปและการแต่งตัวได้มีการเผยแพร่ไปทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน


8 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การดำเนินงานวิจัยเรื่อง การพัฒนายางรถยนต์เก่าจากโรงงานอุตสาหกรรม เอส.อาร์.ไทร์ จำกัด จังหวัดปราจีนบุรีสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์เเฟชั่น เป็นการค้นคว้าข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นต่อการออกแบบโดย ศึกษาจากฐานข้อมูลในด้าน ปริมาณยางรถยนต์ที่หมดอายุการใช้ไปจนถึงผลกระทบจากยางรถยนต์เก่าต่อ สิ่งแวดล้อม เพื่อรวบรวมและสรุปประมวลผล ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่สามารถนำไป ประยุกต์ใช้ในงานออกแบบ และรวบรวมเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องดังนี้ 2.1 ยางรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน 2.1.1 การใช้งานของยางรถยนต์ 2.1.2 ส่วนประกอบของยางรถยนต์ 2.1.3 ปริมาณยางรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานในประเทศไทย 2.1.4 ปัญหายางรถยนต์ต่อสิ่งแวดล้อม 2.2 กระบวนการแปรรูปยางในรถยนต์เก่า 2.2.1 ลักษณะของยางในรถยนต์ 2.2.2 วิธีการนำยางรถยนต์ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ 2.3 วัฒนธรรมฮิปฮอป 2.3.1 ความเป็นมาของวัฒนธรรมฮิปฮอป 2.3.2 ความนิยมต่อผลิตภัณฑ์แฟชั่นฮิปฮอปที่มีในปัจจุบัน 2.4 การตัดเย็บและหลักการออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่น 2.4.1 การสร้าง pattern เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่น 2.4.2 การใช้ยางในรถยนต์และผ้าตัดเย็บเข้าด้วยกัน 2.5 หลักการออกแบบอัตลักษณ์องค์กรและการสร้างตราสินค้า 2.6 งานออกแบบและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง


9 2.1 ยางรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน 2.1.1 การใช้งานของยางรถยนต์ ยางรถยนต์ เป็นส่วนประกอบสำคัญของ รถยนต์ ที่ต้องสัมผัสกับพื้นถนนตลอดเวลา มีหน้าที่ รองรับน้ำหนักและใช้ในการขับเคลื่อนเพื่อให้ตัวรถวิ่งไปได้อย่างนุ่นนวลและปลอดภัย ดังนั้นควรใส่ใจและดูแล อยู่เสมอ โดยปกติแล้ว ยางรถยนต์ไม่ได้หมดอายุตามวันหรือระยะเวลาในการใช้งาน แต่ยังมีอีกหลายสาเหตุที่ ทำให้ยางรถยนต์หมดอายุการใช้งาน ดังนี้ 1) สะพานยาง เป็นจุดที่เชื่อมต่อระหว่างดอกยาง ซึ่งเรียกว่า สะพานยาง หรือ Tire Tread Wear Indicator เป็น ปุ่มในร่องดอกยางบนหน้ายางรถยนต์ เพื่อวัดความสูงของดอกยาง ถ้าดอกยางสึกจนอยู่ในระดับเดียวกับ สะพานยาง แสดงว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนใหม่ เพราะยางเส้นนั้นถูกใช้งานจนสึก จนไม่สามารถทำหน้าที่ในการ รีดน้ำได้ดีเหมือนกับยางเส้นใหม่ที่มีดอกยางหนากว่า จึงต้องมีการตรวจเช็กสะพานยางทุกๆ 6 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร 2) สภาพดอกยาง ดอกยางรถยนต์มีคุณสมบัติในการช่วยรีดน้ำเวลาที่ต้องขับบนถนนที่เปียกหรือมีน้ำขัง เพื่อช่วยให้ ผิวหน้าของยางรถยนต์ยังเกาะถนนได้ปกติ แต่ถ้าหากดอกยางเหลือน้อยก็มีโอกาสสูงที่รถจะเสียหลักลื่นไถลได้ โดยปกติดอกยางใหม่จะลึกประมาณ 8 – 9 มิลลิเมตร ถ้าหากดอกยางเหลือไม่ถึง 3 มิลลิเมตร ควรรีบเปลี่ยน ทันที หรือสังเกตด้วยตาเปล่า โดยนำไม้ขีดไฟทิ่มลงไปในร่องยาง ถ้าเห็นหัวไม้ขีด แสดงว่าดอกยางบาง และ เหลือน้อย เกินกว่าจะใช้งานได้ 3) ความแข็งกระด้าง-รอยแตกลายงา ผิวยางรถยนต์ใหม่ ๆ จะมีความเงาและความนิ่มระดับหนึ่ง เมื่อผ่านการใช้งานไปสักระยะ ผิวยางจะ เริ่มแข็งกระด้าง ไปจนถึงปรากฏรอยแตกลายงา ซึ่งจะส่งผลต่อความทนทานของแก้มยาง และการเกาะถนน เป็นอย่างมาก ซึ่งควรให้ช่างผู้ชำนาญตรวจสภาพของยาง เพื่อประเมินว่าควรเปลี่ยนเลยหรือไม่ 4) ตำแหน่งรั่วของยาง หากเกิดยางรั่วและต้องปะยางรถยนต์ ควรทำกับยางที่มีรอยรั่วเล็ก ๆ และต้องอยู่บนหน้ายาง เท่านั้น โดยตำแหน่งการรั่วของยางต้องไม่กระทบกับโครงสร้างยางภายใน หรือไม่ควรปะยางบริเวณแก้มหรือ ขอบยาง เพราะวัสดุที่นำมาใช้ปะยางนั้นไม่แข็งแรงพอที่จะสามารถยึดเหนี่ยวได้ หากใช้ยางต่อไป อาจเกิดยาง ระเบิด หรือยางแตกได้ในที่สุด ดังนั้นถ้าเกิดรั่วหรือแตกในบริเวณดังกล่างให้เปลี่ยนยางเส้นใหม่จะดีที่สุด


10 5) ยางบวม อาการยางบวม หรือปูดขึ้นมาจนเห็นได้ชัด ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าควรเปลี่ยนยางเส้นใหม่ โดย อาการยางบวมนั้นมักมาจากการขับรถเสียดสีอย่างรุนแรง อาจเป็นการชนขอบทางเท้า หรือขับรถตกหลุม หรือ ยางที่ใช้ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากขับรถไปทั้งที่ยางบวม ก็อาจเกิดอันตราย ยางระเบิด หรือยางแตกกลางทางได้ หรือหากแตะเนื้อยางแล้วพบว่ายางแข็ง คือจิกเล็บลงไปไม่เห็นรอย แสดงว่าหน้ายางหมดอายุ ก็ต้องรีบเปลี่ยน ยางใหม่เช่นกัน 6) ตัวเลขที่บริเวณแก้มยาง การตรวจสอบการเสื่อมสภาพของยางก็คือการเช็กอายุของยางจากรหัส 4 ตัวบนแก้มยาง โดยจะ ระบุเป็น WW/YY หมายถึงสัปดาห์และปีที่ผลิต เช่น 0720 หมายถึงยางที่ผลิตในสัปดาห์ที่ 7 ปี 2020 หรือผลิต ในช่วงสัปดาห์ที่ 1-2 ของเดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 (หนึ่งปีจะมี 52 สัปดาห์) ซึ่งการดูเลขรหัสนี้คือตัวกำหนดยาง ใหม่ และยางเก่าค้างสต็อก โดยปกติอายุขัยของยางใหม่จะเก็บได้นานถึง 5 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และอุณหภูมิ ของคลังเก็บยาง ซึ่งจะส่งผลต่อเนื้อยาง และนี่คือสาเหตุสำคัญของยางรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานจึงทำให้เกิดขยะที่ย่อยสลายยากของ ยางรถยนต์ เลยทำให้ปริมาณของยางรถยนต์เก่ามีจำนวนที่เพิ่มขึ้น ถ้าหากไม่นำไปแปรรูปก็จะเกิดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมหรือมลพิษในอากาศ และทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา 2.1.2 ส่วนประกอบของยางรถยนต์ ส่วนประกอบของยางรถยนต์มีการคิดค้นส่วนผสมของวัตถุดิบต่างๆ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและ สมรรถนะที่ดีที่สุด โดยมีสารประกอบด้วยสารต่างๆ เช่น ยางธรรมชาติ 14 % ยางสังเคราะห์ 27 % ผงถ่าน 28 % น้ำมัน 10 % สารเคมี 4 % เส้นใย 4 % เส้นลวด 4 % อื่นๆ 3 % อาจจะมีความแตกต่างกันไปตามสูตร เนื้อยางของแต่ละผู้ผลิต ยางรถยนต์มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงจากล้อยางตันในยุคแรกมาก ยางรถยนต์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ผลิตจากวัสดุหลายชนิด ซึ่งส่วนประกอบของยางรถยนต์แต่ละชั้นมีดังนี้


11 ภาพที่ 4-1โครงสร้างยางรถยนต์ ที่มา: https://www.yellowtire.com/ 1) หน้ายาง (Tread) เป็นส่วนที่อยู่ด้านนอกของยางและเป็นส่วนที่สัมผัสผิวถนน ทำหน้าที่ป้องกันของมีคมที่จะทำ อันตรายต่อโครงยางเพื่อทำหน้าที่ในการยึดเกาะถนนมีแรงกรุยเวลาวิ่งเบรกได้มั่นใจ เป็นต้น ที่หน้ายางจะมี ส่วนประกอบ คือ - ดอกยาง มีหน้าที่สัมผัสถนนและทำหน้าที่ยึดเกาะถนน - ร่องยาง มีหน้าที่เป็นร่องระบายน้ำและรีดโคลน - ร่องเล็กบนดอกยาง มีหน้าที่ช่วยเกาะถนน เพิ่มความยืดหยุ่นในดอกยาง ดอกยาง ยางรถยนต์ที่จําหน่ายในท้องตลาดนั้น มีลวดลายหลากหลายแบบมาก เนื่องจาก บริษัทผู้ผลิตต่างพยายามพัฒนารูปแบบลายของดอกยางให้มีทั้งความสวยงาม และประสิทธิภาพการใช้งาน ควบคู่กันไป แต่หากพิจารณาโดยละเอียดแล้ว จะพบว่าลายดอกยางแบบต่างๆนั้น สามารถแบ่งได้ 4รูปแบบ ด้วยกันคือ


12 ภาพที่ 2-2แสดงลวดลายของยางดอกละเอียด (ซ้าย) และดอกบั้ง (ขวา) ที่มา: ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (1) ดอกยางละเอียด (Rib Pattern) ลักษณะของดอกยางประเภทนี้คือเป็นแนวยาวบนหน้ายาง ตามวงรอบของยาง ซึ่งจากลักษณะของดอกยางทำให้มีการสูญเสียหน้าสัมผัสจากร่องยางกับพื้นถนนไม่มาก รวมทั้งยังสามารถรีดน้ำได้รวดเร็ว และมีเสียงรบกวนน้อย เหมาะกับรถที่ขับบนทางเรียบ (2) ดอกยางแบบบั้ง (Lug Pattern) ตามชื่อที่ดอกยางประเภทนี้จะมีลักษณะบั้งเป็นแนวขวางบน หน้ายางหรือขวางเส้นรอบวงของยาง การที่ดอกยางถูกออกแบบในลักษณะนี้ก็เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการ ตะกุย เหมาะสำหรับการใช้งานในถนนที่ขรุขระ แต่ก็สามารถใช้งานบนถนนทั่วไปที่ความเร็วต่ำได้ นอกจากนี้ ดอกยางแบบบั้งยังมักมีร่องยางที่ลึกเพื่อให้มีอายุการใช้งานที่นาน ภาพที่5-2แสดงลวดลายของยางดอกผสม (ซ้าย) และดอกบล็อก (ขวา) ที่มา: ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (3) ดอกยางแบบผสม (Rib Lug Pattern) เป็นประเภทของดอกยางที่ผสานลักษณะของดอกยาง แบบละเอียดและแบบบั้งไว้ด้วยกัน เพื่อให้มีจุดเด่นของดอกยางทั้งสองชนิด โดยทั่วไปแล้วดอกยางแบบผสม มักจะมีดอกยางแบบละเอียดอยู่บริเวณพื้นที่ตรงกลางของหน้ายาง โดยมีดอกยางแบบบั้งขนาบที่ขอบหน้ายาง


13 ทั้ง สองด้าน ด้วยการผสานทั้งดอกยางแบบละเอียดและแบบบั้งไว้ด้วยกัน จึงทำให้เป็นทางเลือกที่เหมาะ สำหรับรถที่ใช้งานทั้งบนทางเรียบและทางขรุขระสลับกัน (4) ดอกยางแบบบล็อก (Block Pattern) ดอกยางแบบบล็อกจะมีลักษณะของดอกยางเป็นก้อนหรือ จุดซึ่งมีทั้งที่เป็นบล็อกเหลี่ยมหรือกลม ดอกยางในลักษณะนี้จะมีประสิทธิภาพในการตะกุยสูง จึงทำให้เหมาะ สำหรับรถที่ใช้งานแบบลุยหนักหรือใช้บนเส้นทางที่มีความโหดอย่างรถออฟโรด ภาพที่ 2 - 4 แสดงลวดลายของยางชนิดสมมาตร (ซ้าย) และชนิดไม่สมมาตร (ขวา) ที่มา: ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (5) ดอกยางแบบสมมาตร (Symmetric) เป็นลักษณะของดอกยางที่มักพบเห็นในยางส่วนใหญ่ ทั่วไป คือมีลักษณะดอกยางและร่องยางที่ต่อเนื่องทั่วพื้นที่หน้ายาง โดยหากแบ่งพื้นที่บนหน้ายางเป็นสองส่วน ลวดลายในแต่ละส่วนจะเหมือนกันทุกประการ (6) ดอกยางแบบไม่สมมาตร (Asymmetric) เป็นลักษณะของดอกยางที่มีลายดอกยางทั้งสองฝั่งไม่ เหมือนกัน หรือลายดอกยางด้านในและด้านนอกมีความแตกต่างกัน ที่ดอกยางมีลักษณะนี้เนื่องจากถูก ออกแบบเพื่อให้หน้ายางด้านในมีประสิทธิภาพสูงสุดในการขับทางตรง และเมื่อใช้ความเร็วสูง ในขณะที่ดอก ยางด้านนอกจะให้การยึดเกาะถนนได้ดีเมื่อเข้าโค้ง จึงทำให้เหมาะสำหรับที่มักเข้าโค้งที่ความเร็วสูง เมื่อใส่ยาง ควรสังเกตตัวหนังสือ Outside และ Inside บนแก้มยางแต่ละด้านโดยต้องให้ด้านที่มีตัวหนังสือ Outside อยู่ ด้านนอก ร่องยาง ยางที่มีความลึกร่องดอกยางเหลือน้อยอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งบนสภาพพื้นถนนเปียกมีโอกาสที่จะเกิดการเสียการควบคุมขณะขับขี่มากขึ้น


14 ภาพที่ 2 - 5 ความลึกร่องดอกยางในแต่ละช่วง ที่มา: https://www.yellowtire.com - 8 mm. (หรือมากกว่า) คือ ยางรถยนต์ที่มีสภาพใหม่ ปลอดภัยแน่นอน - 4-5 mm. ดอกยางหมดไปแล้วประมาณ 50% สามารถใช้งานได้ แต่ควรหมั่นตรวจเช็คเป็น ประจำ - 3 mm. ความลึกดอกยางที่เหมาะสมในการเปลี่ยนยาง และต้องระมัดระวังขณะขับขี่บนถนนที่ เปียก (อาจจะขึ้นอยู่กับยางแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่น) - 1.6 mm. สภาพดอกยางหมดเกือบ 100% ไม่ควรใช้แล้ว เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายเมื่อ ขับขี่บนถนนเปียก หรือเจอแอ่งน้ำขัง ร่องเล็กบนดอกยาง Siping หรือ ร่องเล็กบนดอกยาง เป็นกระบวนการของการตัดร่องบาง ๆ ตาม พื้นผิวของดอกยางอย่างเป็นระบบ การตัดแต่ละครั้งทำมุม 90 องศา และสามารถสร้างได้หลายร้อยแบบใน ยางเส้นเดียว เป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นของยาง ช่วยจัดการความร้อนของยางด้วยการเพิ่มช่องว่างที่สามารถ ปล่อยความร้อนได้รูปร่างของดอกยาง และร่องดอกยาง ส่งผลต่อรูปแบบเสียงของยาง และลักษณะการยึด เกาะ โดยปกติร่องกว้างและตรงจะมีระดับเสียงต่ำและขจัดน้ำได้ดีองค์ประกอบด้านข้างที่มากขึ้น มักจะเพิ่ม การยึดเกาะ Sipes คือร่องเล็ก ๆ ที่ตัดผ่านองค์ประกอบดอกยางที่ใหญ่ขึ้น (1) แรงฉุดที่ดีขึ้น พื้นผิวของยางรถยนต์ ประกอบด้วยพื้นผิวขนาดเล็กจำนวนมากที่เรียกว่าบล็อกดอกยาง พื้นผิว เหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในสภาพถนนเปียก บล็อกดอกยางได้รับการยึดเกาะจากขอบรอบที่แหลมคม จำนวนมาก ร่องเล็กบนดอกยางให้แรงฉุดที่ดีขึ้น (2) ปรับปรุงการเบรก การวิจัยพบว่ากำลังเบรกที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เกิดขึ้นทันทีก่อนที่จะสูญเสียการยึดเกาะ ร่องเล็กบนดอกยาง ช่วยให้มีแรงเบรกสูงสุด โดยดอกยางเป็นตัวช่วย


15 (3) ขับขี่นุ่มนวลขึ้น ยางรถยนต์ต้องรับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนน ยางรถยนตที่มีร่องเล็กบนดอกยาง จะช่วยให้ ยางมีความยืดหยุ่นระดับไมโคร ส่งผลให้การขับขี่นุ่มนวลขึ้น ในทางกลับกันจะช่วยลดการสึกหรอบนโครงยาง (ดอกยาง ขอบยาง แก้มยาง ไหล่ และชั้นยาง) และยืดอายุการใช้งานของยาง (4) อายุการใช้งานยางยาวนานขึ้น ความร้อนเป็นสาเหตุทั่วไปที่ทำให้ยางสึกเร็ว และเสียหาย ร่องเล็กบนดอกยาง ช่วยลดความ ร้อนจากการเสียดสีและผลกระทบต่อยาง โดยปล่อยให้ยางเย็นลงท่อระบายอากาศทำหน้าที่แยกความร้อน ออกเป็น “ร่อง” เล็กๆ และปล่อยให้อากาศผ่านระหว่างกัน ซึ่งจะทำให้ความร้อนกระจายตัวและทำให้ยางเย็น ลงอย่างเป็นธรรมชาติ ภาพที่ 2 - 6 ส่วนประกอบของดอกยาง ที่มา: https://www.yellowtire.com/ 2) ไหล่ยาง (Shoulder) เป็นบริเวณที่มีเนื้อยางที่หนา และหน้าที่ของเนื้อยาง คือ ป้องกันอันตรายที่มีต่อโครงยาง โดยไหล่ ยางจะถูกออกแบบเป็นร่องเพื่อให้เหมาะสมและช่วยระบายความร้อนภายในยางรถยนต์ได้ง่าย และไม่ทำให้ เกิดความร้อนสะสม


16 3) แก้มยาง (Sidewall) คือส่วนที่อยู่ด้านนอกสุดของยางรถยนต์ เป็นส่วนที่ไม่ได้สัมผัสกับพื้นถนนขณะที่รถวิ่ง แต่มีส่วน สำคัญ ทำหน้าที่ป้องกันอันตรายที่มีต่อโครงยางโดยยางส่วนนี้จะมีความยืดหยุ่นสูง (flexible) 4) โครงยาง (Carcass) เป็นส่วนประกอบหลักของยาง มีบทบาทสำคัญ ในการรักษาความดันของลมยาง ทำให้ยางสามารถ รับน้ำหนักบรรทุกได้ และมีความแข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทก หรือ การสั่นสะเทือนจากถนนที่มีต่อยางได้ดี 5) ชั้นผ้าใบเสริมหน้ายาง หรือ เข็มขัดรัดหน้ายาง (Breaker or Belt) ทำหน้าที่ให้หน้ายางมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น รับแรงกระแทกได้ดีและป้องกันไม่ให้โครงยางชำรุด เสียหายเป็นชั้นที่อยู่ระหว่างหน้ายาง (Tread) กับโครงยาง (Carcass) - ยางธรรมดา (Bias Tire) เรียกว่า ผ้าใบเสริมใยหน้ายาง (Breaker) ยางบางรุ่นอาจจะออกแบบ โดยไม่มีชั้นของผ้าใบ - ยางเรเดียล (Radial Tire) เรียกว่า เข็มขัดรัดหน้ายาง (Belt) 6) ขอบยาง (Bead) มีเส้นลวดเหล็กกล้า (High Carbon Steel) ช่วยยึดส่วนปลายทั้ง 2 ข้างของโครงยางไว้ เพื่อให้ บริเวณขอบยาง (Bead) มีความแข็งแรงสามารถยึดแน่นสนิทกับกระทะล้อได้ดี เมื่อนำไปใช้งาน ส่วนยาง รถยนต์ที่ไม่ใช้ยางใน (Tubeless Tire) ขอบยางเป็นส่วนที่สำคัญ ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ลมยางรั่วซึม 2.1.3 ปริมาณยางรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานในประเทศไทย ในแต่ละปียางรถยนต์ในประเทศไทยจะมียางรถยนต์ประมาณ 1,000 ล้านเส้น ที่หมดอายุการใช้ งาน ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาลที่จะต้องทิ้ง ทำให้เกิดผลกระทบต่างๆขึ้นมา จึงต้องมีการจัดการกับยางรถยนต์ที่ใช้ แล้วหรือหมดอายุการใช้งานเพื่อลดปริมาณของมลพิษและขยะภายในสังคม อุตสาหกรรมของยางรถยนต์เป็นอุตสาหกรรมกรรมหลักของประเทศไทย เพราะเป็นวัตถุดิบที่มี มูลค่ามากมายมหาศาล และยังเป็นเศรษฐกิจส่งออกของประเทศที่สำคัญ


17 ตารางที่ 2.1 ปริมาณการใช้ยางธรรมชาติในประเทศแยกตามประเภทผลิตภัณฑ์ หน่วยเมตริกตัน (Metrictons) ประเภทผลิตภัณฑ์ (Type of Product) พ.ศ.2561 (ค.ศ.2018) พ.ศ.2562 (ค.ศ.2019) พ.ศ.2563 (ค.ศ.2020) พ.ศ.2564 (ค.ศ.2021) ยางยานพาหนะ (Tyre) 376,111 391,119 284,351 563,355 ยางรถจักรยานยนต์ (Tyre & Tube for motorcycles) 39,715 21,642 19,350 21,783 ที่มา : กองการยาง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ - การจัดการยางใช้แล้ว (End-of-Life Tire Management) End-of-life tires คือยางใช้แล้วที่ไม่สามารถนำไปใช้ได้อีก (เป็นยางที่ผานการหล่อดอกหรือการ เซาะร่องแล้ว) ยางใช้แล้วเกิดจากยางทุกประเภทที่ใช้ใน รถจักรยานยนต์รถยนต์ 4 ล้อ, รถบรรทุก, เครื่องบิน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะพบว่ามาจาก รถยนต์และรถบรรทุก มีการคาดการณ์ว่าในทุกๆปี มียางใช้แล้วเกิดขึ้นเป็น จำนวนทั้งหมดกว่า 1 พันล้านเส้น การกำจัด ยางล้อใช้แล้วเหล่านี้ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และวิธีการที่ใช้ กำจัดเป็นสำคัญ ซึ่งหลายๆประเทศ ต่างผลักดันประเด็นนี้โดยได้รบการสนับสนุนจากรัฐ ผู้ผลิตยาง และ อุตสาหกรรมยางโดยรวม เห็นได้จากภาพข้างล่าง ประเทศอุตสาหกรรมยางล้อรายใหญ่มีการจัดการยางใช้แล้ว อย่างมี ประสิทธิภาพถึงประมาณร้อยละ 90 ของยางล้อทั้งหมดหลังจากที่ยางใช้แล้วถูกถอดออกจากยานยนต์ จะถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะที่เห็นชัดคือเป็นพลังงาน ทั้งที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงโดยตรงซึ่ง ใช้กันมากในโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ นำไปสกัดเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนจากยาง (Pyrolysis) หรือเป็นวัสดุที่ นำกลับมาใช้ใหม่ ทั้งในงานวิศวกรรมโยธาโดยใช้เป็นส่วนผสมของการสร้างถนน สนามหญ้าเทียม หรือใช้เป็น ส่วนหนึ่งของวัตถุดิบในอุตสาหกรรม เป็นต้น


18 ภาพที่ 2 - 7 อัตราการจัดการยางใช้แล้วในแต่ละภูมิภาค ที่มา: https://www.tatma.org/ สำหรับยางใช้แล้วที่ไม่ได้เข้าสู่ตลาด end-use นั้น มักถูกนาไปฝังกลบ หรือทิ้งอย่างผิดกฎหมาย ใน คลังสินค้าหรือตามริมถนน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงก่อปัญหา สิ่งแวดล้อม เสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ยิงไปกว่านั้น การฝังกลบนั้นทำให้สิ้นเปลื้องพื้นที่ ซึ่งนำไปสู่การสูญเสีย ทรัพยากรที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น ภาพที่ 2 - 8 เปรียบเทียบค่าความร้อนของยางเปรียบเทียบกับเชื้อเพลิงอื่น ที่มา: https://www.tatma.org/ การจัดการยางใช้แล้วในต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมี 3 วิธีหลักๆ ได้แก่ 1) ระบบผู้ผลิตรับผิดชอบ (Producer responsibility system) การจัดการยางเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตและผู้นำเข้า ด้วยวิธีการนี้ผู้ใช้ยางล้อถูกเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียม เมื่อซื้อยางจากร้านค้า ซึ่งค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะถูกส่งไปให้กับผู้ผลิตยาง เพื่อใช้ในการจัดการยางล้อต่อไป ในบางทวีป ผู้ผลิตยางล้อสนับสนุนยางล้อใช้แล้วว่าเป็นทรัพยากรชนิดหนึ่ง European Tyre and Rubber Manufacturers Association (ETRMA) ได้จัดตั้ง “The Used Tyres Group” เพื่อสนับสนุนทฤษฎีที่ให้ยาง ใช้แล้วว่าเป็นทรัพยากร และนำเสนอกฎระเบียบ และการควบคุมการจัดการที่เหมาะสม


19 - ในประเทศญี่ปุ่น The Japan Automobile Tyre Manufacturer Association (JATMA) ส่งเสริม 3Rs-Reduce, Reuse และ Recycle เพื่อรณรงค์การวิจัยและพัฒนาการรวบรวมยางใช้แล้วนำกลับมา ใช้ใหม่รวมทั้งยังได้ดำเนินการในเรื่องของการกำจัดยางที่ถูกทิ้งอยางผิดกฎหมาย - ในประเทศเกาหลีใต้ผู้ผลิตและผู้นำเข้ายางล้อจะต้องจ่ายค่ามัดจำซึ่งสามารถได้รับคืนหากมีการ รวบรวมยางใช้แล้ว - ในบราซิล ให้ผู้นำเข้าจัดการยางล้อใช้แล้วให้มากกว่าที่นำเข้าเป็นจำนวนร้อยละ 20 ต่อปี 2) จ่ายภาษี (Tax system) รัฐเป็นผู้เรียกเก็บภาษีซึ่งถูกเก็บจากราคาขายยาง โดยภาระหน้าที่การจัดการยางใช้แล้ว เป็นหน้าที่ ของภาครัฐ ประเทศโครเอเชีย, เดนมาร์ก, ลัตเวีย และสโลวาเกีย ใช้ระบบจ่ายภาษีนี้ 3) ตลาดเสรี(Free market system) กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดยางล้อใช้แล้วจะดำเนินการแบบเสรี ตามความสมัครใจและ มีการแข่งขันกันผ่านกลไกการตลาด ประเทศออสเตรเลีย, เยอรมนี, ไอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, สวิตเซอร์แลนด์, อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา ใช้หลักเกณฑ์ของตลาดเสรีนี้แต่มีการใช้กฎหมายควบคุมในเรื่องของการ เคลื่อนย้าย การกำจัด และการจัดเก็บยางใช้แล้ว 2.1.4 ปัญหายางรถยนต์ต่อสิ่งแวดล้อม การสะสมของยางล้อรถเก่า เป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ซึ่งยางรถยนต์ไม่สามารถย่อยสลาย ได้ด้วยวิธีธรรมชาติ และทั่วโลก มีการผลิตใหม่ประมาณ 1.5 พันล้านวง ต่อปีซึ่งขยะจากยางมีผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมมากมาย ยางล้อรถเก่ายัง ทำหน้าที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และหากเกิดอุบัติเหตุติดไฟ จะยังเป็น เชื้อเพลิงที่ดับไม่ได้อีกด้วย ยางล้อรถเก่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ผลิตมาจากแหล่งปิโตรเลียมที่ไม่สามารถ หมุนเวียนได้ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้ครั้งเดียว ไม่สอดคล้องกับกระบวนทัศน์ที่ต้องการในการลด ใช้ซ้ำ รีไซเคิล ในประเทศไทย ยางล้อรถเก่าบางชนิดใช้เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ หรือนำไปกลั่นเป็นได้เ ป็น น้ำมันทดแทน ซึ่งมีมลภาวะอากาศค่อนข้างมาก หรือบดเป็นเศษยางที่ใช้ในสนามเด็กเล่น หรือบดเป็นผง สำหรับขั้นตอนการรีไซเคิลต่อไป - การชะล้าง ยางเก่าประกอบด้วยโลหะหนักและสารเคมีที่ชะลงสู่สิ่งแวดล้อมเนื่องจากยาง เหล่านี้สลายตัว สิ่งนี้จึงเรียกว่าการชะล้าง สารเคมีบางชนิดได้รับการยอมรับว่าเป็นสารก่อกลายพันธุ์และสาร ก่อมะเร็งในธรรมชาติ ภัยคุกคามอื่นที่มาจากการชะล้าง คือการปนเปื้อนของดิน ทำให้ยางเก่านั้นสามารถ ปนเปื้อนได้ง่ายด้วยสารเคมีที่เป็นอันตรายที่ปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม แม้แต่น้ำใต้ดินก็มีความเสี่ยงที่จะปนเปื้อน


20 นอกจากนี้หากสารพิษเหล่านี้ปนเปื้อนน้ำใด ๆ ในดินและน้ำจะมีสารพิษที่สามารถสัมผัสกับสัตว์และมนุษย์ที่ยัง เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ - การฝังกลบมากเกินไป การฝังกลบยางรถยนต์ที่แน่นเกินไป ทำให้ยางรถยนต์เป็นเศษขยะอยู่ ภายในหลุมฝังกลบขยะเหล่านี้ หลายรัฐทั่วประเทศกำลังดิ้นรนกับปัญหานี้ และหลายคนได้สั่งห้ามการกำจัด ยางรถยนต์ทุกประเภทไม่ว่าจะทั้งหมดหรือย่อยในหลุมฝังกลบ ดังนั้นนอกเหนือจากเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพยังมีเหตุผลทางกฎหมายใน การรีไซเคิลยางรถยนต์ เช่นกัน - ความเสี่ยงด้านอัคคีภัย หนึ่งในข้อกังวลหลักในกรณีของยางที่ถูกทิ้งคือความเสี่ยงด้านอัคคีภัย ที่เพิ่มขึ้น เศษยางรีไซเคิลเกือบครึ่งหนึ่งถูกนำมาใช้ในการผลิตเชื้อเพลิง อย่างไรก็ตามไฟที่ถูกเติมเชื้อเพลิงด้วย ยางอาจจะยากต่อการจัดการและดับไฟ ภาพที่ 2 - 9 อันตรายจากควัน ที่เกิดขึ้นจากการเผายางรถยนต์ ที่มา: https://www.onemorelink.co.th/ - ภัยคุกคามจากศัตรูพืช ยางเสียก็เป็นภัยคุกคามของศัตรูพืช น้ำอาจสะสมในยางเหล่านี้และ สามารถกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและแมลงอื่น ๆ สิ่งนี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากพาหะเช่น โรคไข้สมองอักเสบ แม้แต่หนูก็สามารถใช้ยางที่ใช้แล้วได้ ดังนั้นเพื่อกำจัดอันตรายต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้ดี ที่สุดคือการรีไซเคิลยางที่ใช้แล้ว


21 นอกจากขยะที่เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ยางเก่าแล้วเศษยางหรือขยะยางที่เกิดขึ้นในระหว่าง กระบวนการผลิตส่วนใหญ่จะมีปริมาณอยู่ในช่วง 3-15 % ซึ่งเป็นปัญหาหลักของผู้ประกอบการ เพราะการ กำจัดขยะจากเศษยางต้องเสียค่าใช้จ้ายเพิ่มส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้การพัฒนา เทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถนำขยะยางกลับมาใช้ใหม่จึงเป็นเรื่องสำคัญและได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมยางและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั่วโลก ภาพที่ 2 - 10 โครงสร้างโมเลกุลยาง (ก) ก่อนและ (ข) หลังปฎิกิริยาวัลคาไนเชชัน ที่มา: https://www2.mtec.or.th/ 2.2 กระบวนการแปรรูปยางในรถยนต์เก่า 2.2.1 ลักษณะของยางในรถยนต์ ยางในรถยนต์จะมีลักษณะที่ยืดยุ่น ทนทาน และพื้นผิวของยางแต่ละเส้นจะแตกต่างกัน ยางในที่ ออกมาจากโรงงานพื้นผิวจะเรียบ ต่างจากที่เห็นทั่วไปที่จะมีรอยเกิดขึ้นจากการใช้งานที่พองจากการเติมลม แล้วเกิดการบดกับด้านในของยางนอกจึงทำให้เกิดการสร้างรอยใหม่ที่ไม่เหมือนกัน บางโรงงานมีการเขียนเส้น สีฟ้าลงบนยางในเพื่อทำการแยกรุ่นของยางในแต่ละรุ่นซึ่งมีความหมายว่าเพิ่งผลิตจึงเกิดเป็นลวดลายที่แตกต่าง ออกไป ยางในถูกออกแบบและผลิตมาเพื่อบรรจุลมให้กับรถยนต์ จึงวัสดุที่ทนทานต่อสภาพอากาศและความ ร้อนสูง ส่วนมากถ้ายางในยังมีคุณภาพที่ยังสามารถบรรจุลมได้ จะนำไปใช้เป็นห่วงยางสำหรับลอยน้ำตามทะเล ที่สามารถพบเห็นกันได้ทั่วไป ส่วนยางในที่หมดสภาพแล้วมักจะนำไปแปรรูปแป็นอย่างอื่น ยางใน 1 เส้น สามารถเป็น กระเป๋า รองเท้า หรือแม้กระทั่งพวงกุญแจ ก่อนที่จะนำไปตัดเย็บเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆต้องมีการ ทำความสะอาดอย่างดี โดยนำไปแช่น้ำไว้ ถึง 2 สัปดาห์และนำยางมาขัดมือด้วยน้ำยาและลงแว็กซ์อีกรอบ ถึง จะนำไปตับเย็บได้ โดยในขั้นตอนการตัดเย็บมีการใช้ผ้ามาผสมผสานเข้ากับยางใน เพื่อเป็นการลดน้ำหนัก ให้กับผลิตภัณฑ์หรือมีการประกบซับในโดยใช้หนังแท้หรือหนังเทียม


22 ภาพที่ 2 - 11 ลักษณะยางในรถยนต์ ที่มา: Perspective EP.15 : Joi Saroengrong Wong-Savun 2.2.2 วิธีการนำยางรถยนต์ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ วิธีการการนำยางรถยนต์ไปแปรรูปมีด้วยกันหลากหลายวิธี รวมไปถึงการกำจัดขยะยางเพื่อลด ปริมาณของยางรถยนต์เก่าที่มีอยู่ในประเทศไทย รีไซเคิลยางรถยนต์ด้วยเทคโนโลยีแช่แข็ง เทคโนโลยี ด้วยนวัตกรรมในการรีไซเคิลของ EcoTechดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการเปลี่ยนให้ ยางรถยนต์กลายเป็นผงยางอนุภาคขนาดเล็ก (ultra-fine rubber powder) พร้อมกำจัดสารปนเปื้อน แล้ว เปลี่ยนให้เป็นแผ่นยาง (rubber sheets) ก่อนแปรรูปกลับเป็นยางรถยนต์หรือผลิตภัณฑ์ทางเกษตรกรรมต่างๆ อีกครั้งโดยวีธีการการรีไซเคิลยางของ EcoTech นั้น ได้มีการนำยางครัมบ์ (Rubber Granules) มาทำให้เย็น ลงหรือแช่แข็งที่อุณหภูมิ -70 องศาเซลเซียส ก่อนทำการบดให้กลายเป็นผง ซึ่งการแช่แข็งยางจะช่วยรักษา คุณภาพตามธรรมชาติของวัสดุดังกล่าวเป็นอย่างดีด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวที่คำนึงและให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อม ส่งผลให้กระบวนการรีไซเคิลยางของ EcoTech สร้างตลาดใหม่สำหรับรีไซเคิลยางราคาถูก


23 รีไซเคิลด้วยเทคโนโลยีไพโรไลซิส (Pyrolysis) อุตสาหกรรมขนาดใหญ่เพื่อแปรรูปยางรถยนต์ที่สิ้นสุดอายุการใช้งานแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ ใหม่การแปรรูปเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ หรือ “รีไซเคิล” (Recycle) เป็นเรื่องสำคัญสำหรับ อุตสาหกรรมยางรถยนต์และลูกค้า เพราะทุกปีจะมียางรถยนต์ราว 1 พันล้านเส้นสิ้นสุดอายุการใช้งาน เทคโนโลยีรีไซเคิลช่วยให้ยางรถยนต์ใช้แล้วกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งในฐานะวัตถุดิบคุณภาพสูงเอ็นไวโรด้ พัฒนาเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนองค์ประกอบทางเคมีและลักษณะทางกายภาพของนิวเมติกวัสดุ (Pneumatic Material) เมื่อนำมาผ่านกระบวนการไพโรไลซิส โดยควบคุมให้สิ้นเปลืองพลังงานน้อยที่สุดเทคโน โลยี นวัตกรรมขั้นสูงนี้ช่วยในการผลิตผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง อาทิ คาร์บอนแบล็คที่ได้จากการรีไซเคิล (Recovered Carbon Black), น้ำมันไพโรไลซิส, เหล็ก หรือ ก๊าซ ซึ่งล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับไปใช้ในวงจรการ ผลิตของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อีกครั้ง และด้วยเทคโนโลยีรีไซเคิลดังกล่าว ยางรถยนต์ซึ่งปัจจุบันถูกมองว่า เป็นขยะ สามารถนำมาแปรรูปเพื่อใช้ประโยชน์เป็นวัตถุดิบแห่งอนาคตได้ การกำจัดแบบฝังกลบ ไม่ต้องการยางในหลุมฝังกลบเนื่องจากมีปริมาณมากและพื้นที่ว่าง 75% ยางรถยนต์สามารถ ดักจับก๊าซมีเธนทำให้ลอยตัวหรือเป็นฟองขึ้นสู่พื้นผิว นี้ เดือด ผลสามารถสร้างความเสียหายสมุทรฝังกลบที่ ได้รับการติดตั้งเพื่อช่วยให้สารปนเปื้อนที่ฝังกลบจากมลพิษพื้นผิวในท้องถิ่นและแหล่งน้ำผิวดิน ขณะนี้ยางที่หั่น แล้วถูกนำมาใช้ในหลุมฝังกลบแทนที่วัสดุก่อสร้างอื่น ๆ สำหรับการเติมกลับที่มีน้ำหนักเบาในระบบระบายก๊าซ ระบบรวบรวมน้ำชะขยะและท่อในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังอาจใช้วัสดุยางที่ฉีกแล้วเพื่อปิดฝาปิดหรือคลุม สถานที่ฝังกลบทุกวัน [9]เศษยางที่เป็นวัสดุอุดหลังและวัสดุหุ้มยังช่วยประหยัดต้นทุนได้มากกว่าเนื่องจาก สามารถหั่นยางในสถานที่แทนการลากด้วยวัสดุเติมอื่น ๆ วิธีการจัดการขยะยาง โดยทั่วไป การกำจัดขยะยางอย่างถูกวิธีต้องทำให้ขยะยางกลับมามีประโยชน์หรือใช้งานใหม่ ได้อีกครั้ง อาจอยู่ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เดิมหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ คนส่วนใหญ่เรียกขั้นตอนของการนำขยะไป แปรรูปเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่นี้ว่า การรีไซเคิล ในทางปฎิบัติแล้ว การรีไซเคิลขยะยางสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ การนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมบาง ประเภท และการนำไปผ่านกระบวนการย่อยสลายด้วยความร้อน (pyrolysis) เพื่อให้ได้ส่วนประกอบดั้งเดิม ของผลิตภัณฑ์เก่านั้นกลับคืนมาเป็นต้น การนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น การนำยางล้อเก่าไปทำ เฟอร์นิเจอร์ กระถางต้นไม้ และเครื่องตกแต่งทางสถาปัตยกรรมต่างๆ หรือการนำโครงยางล้อที่ใช้งานนแล้วแต่ ยังคงมีสภาพดีไปหล่อดดอกเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเหตุผลเรื่องความปลอดภัย การหล่อดอกยางล้อก็ยังคงมีข้อจำกัดเพราะไม่สามารถนำโครงยางเก่าไปหล่อดอกได้หลายรอบ สุดท้ายยาง เหล่านี้ก็เป็นขยะอยู่ดี ดังนั้นการนำผลิตภัณฑ์เก่ามาใช้ใหม่จึงเป็นเพียงการเลื่อนปัญหาออกไปในอนาคตเท่านั้น เพราะคุณภาพที่ด้อยลงไปเรื่อยๆ ตามจำนวนรอบของการนำกลับมาใช้ใหม่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ยางนั้นไม่เป็นที่ ยอมรับในที่สุด


24 ส่วนการนำขยะยางกลับไปแปรรูปใหม่นั้นทำได้ยาก เพราะต้องทำลายโครงสร้างตาข่าย 3 มิติที่เกิดจากการวัลคาไนช์ของโมเลกุลยางก่อน แม้ว่าการทำลายโครงสร้างตาข่ายจะทำให้ผู้ประกอบการ สามารถนำยางไปแปรรูปหรือขึ้นรูปใหม่ได้อีกครั้งแต่ก็ต้องตระหนักไว้เสมอว่ายางที่ได้จากการรีไซเคิลส่วนใหญ่ มีสมบัติด้อยกว่ายางใหม่ค่อนข้างมาก ภาพที่ 2 - 12 การนำขยะยางมาใช้ใหม่ในรูปแบบต่างๆ ที่มา: https://www2.mtec.or.th/ 2.3 วัฒนธรรมฮิปฮอป 2.3.1 ความเป็นมาของวัฒนธรรมฮิปฮอป วัฒนธรรมฮิปฮอปเกิดขึ้นในช่วง ปี ค.ศ. 1970 มีที่มาจากชาวอเมริกัน แอฟริกัน รวมทั้งละติน ได้พัฒนา รูปแบบดนตรีนี้ขึ้นมา ลักษณะดนตรีสามารถเปรียบได้กับพลังงานที่ต้องการระเบิดออกมา และเป็นแนวดนตรี ที่มีเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการพื้นที่ในการแสดงออกถึงความมีสิทธิและเสรีภาพอย่างชัดเจน เป็นที่ นิยมอย่างมากในหมู่วัยรุ่นอเมริกันและทั่วโลก ส่วนประกอบของแนวดนตรีฮิปฮอปซึ่งต่อมาได้พัฒนาขึ้นมาเป็นวัฒนธรรมประกอบด้วยสี่ส่วนต่อไปนี้คือ MCing, DJing, graffiti และ break dance การแร็พ (MCing) เป็นองค์ประกอบหลักและเป็นการผสมผสาน ระหว่างการ Scratch แผ่น (Djing) และการร้องเพลง ในส่วนของความเป็นแร็พได้มีการรวมศิลปินที่มีแนว ดนตรีประเภทต่าง ๆ ผนวกกันเข้ามาใหม่ ทำให้เกิดความเป็นฮิปฮอป และเพลงที่ศิลปินสามารถใช้การ “แร็พ” ในเพลงนั้น อาจสามารถประกอบด้วยองค์ประกอบของดนตรีในจังหวะใด ๆ หรือจากการผสมเพลงอัน


25 หลากหลายประเภทและดนตรีที่แตกต่างกันออกไป เช่นการทำ Beat box ประกอบกับเสียงเพลงโดยใช้ปาก ของผู้ร้องทำให้เกิดเป็นทำนองและจังหวะขึ้นมา และจังหวะจากกลอง ก็เกิดจากการปรบมือให้เกิดเสียง หรือ การผสมผสานของเสียงที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นดนตรีที่มีรูปแบบใหม่ และมีความเป็นสมัยนิยมอย่างชัดเจน ใน อดีตดนตรีฮิปฮอปมักแพร่หลายและมีผู้ฟังเพียงแค่กลุ่มคนที่มีผิวสีเท่านั้น แต่เมื่อดนตรีฮิปฮอปได้เติบโตขึ้น ปัจจุบันผู้ฟังจึงมีมากมายหลากหลายมากขึ้น ในการร้องเพลงแร็พ ศิลปินจำเป็นต้องนำความคิดสร้างสรรค์ของ ตัวเองมาใช้ในองค์ประกอบดนตรีด้วย เนื้อเพลงแร็พนั้นรวมถึงการนำคำอุปมาอุปมัยมาใช้ และจะต้อง เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม และเนื้อร้องยังมีการสัมผัสกันคล้ายกับบทกลอน หรือทำให้คล้องจองกัน ตลอดเวลาด้วยจังหวะของเสียงเพลง และเนื้อหาต้องมีความชัดเจนในเนื้อเพลง ถึงสิ่งที่ต้องการจะสื่อ การเต้นในแนวเบรกแดนซ์ เป็นการเต้นรำที่มุ่งเน้นการแสดงออกที่สร้างสรรค์ของความเป็น ฮิปฮอปผ่านรูปแบบของการเต้นและท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์ มีวิธีการเต้นหลากหลายวิธี เช่น อาจจะทำเป็นใน รูปแบบของกลุ่มทั้งมีหรือไม่มีดนตรีประกอบก็ได้ ในปัจจุบันยังมีวิธีการเต้นและนำการร้องแร็พมาใช้ในการ ต่อสู้กัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงทางร่างกาย เบรกแดนซ์ (อังกฤษ: Breakdance หรือ breaking, b-boying หรือ b-girling) เป็นการเต้นลักษณะสตรีทแดนซ์ พัฒนาโดยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมฮิปฮอป ท่ามกลางชาวแอฟริกัน-อเมริกัน และวัยรุ่นชาวเปอร์โตริโก ในแมนฮัตตันและเซาธ์บร็อกซ์ ในนิวยอร์กซิตี ตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1970 และยังใช้เต้นในเพลงป็อป ฟังก์ หรือฮิปฮอป โดยมักใช้ดนตรีรีมิกซ์แนวเบรกที่ทำให้ ยืดขึ้น และเป็นที่รู้จักเด่นชัดในแนวการเต้นสไตล์ฮิปฮอป คนที่เต้นประเภทนี้จะเรียกว่า เบรกแดนเซอร์, เบรก เกอร์, บี-บอย หรือ บี-เกิร์ล ภาพที่ 2 - 13 การเต้นในแนวเบรกแดนซ์ ที่มา: https://th.wikipedia.org/


26 Graffiti คืออีกรูปแบบหนึ่งของการแสดงออกของความเป็นฮิปฮอปในทางศิลปะ ซึ่งเราสามารถเห็น สิ่งเหล่านี้ได้ในหลาย ๆ สถานที่ นอกจากนี้สไตล์และเสื้อผ้าของความเป็นฮิปฮอปยังสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลที่ ค่อนข้างชัดเจนกับแนวดนตรีนี้ ซึ่งเสื้อผ้าส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลมาจากการแต่งกายของศิลปินที่เรามีความชื่น ชอบ โดยเลียนแบบมาจากสิ่งที่เห็นในมิวสิควิดีโอล่าสุด และก็ถูกนำมาลอกเลียนแบบอย่างรวดเร็ว ศิลปินฮิป ฮอปหลายคนจึงมีทั้งแบรนด์เสื้อผ้าและรองเท้าของตัวเอง กราฟฟิตี้ (Graffiti) เป็นภาพที่เกิดจากการขีดเขียนลงบนผนังหรือกำแพง นอกจากนี้หนังสือ Freight Train Graffiti ได้นิยามคำว่ากราฟฟิตี้ว่า “กราฟฟิตี้เป็นวัฒนธรรมนอกกระแสที่เปรียบเหมือน สัญลักษณ์ของความเป็นขบถ ราวกับว่ามันก่อให้เกิดความรู้สึกซาบซ่าน เป็นสุข เวลาที่ศิลปินกราฟฟิตี้ได้ท้า ทายต่ออำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐที่พยายามกีดกันและกำจัดกราฟฟิตี้ให้หมดไป” กราฟฟิตี้ (Graffiti) มาจากภาษากรีกคือ Grafito แปลว่าการขีดเขียนภาพลงบนผนังในสมัยโบราณ ซึ่งสมัยนั้นเป็นแค่เป็นรอยจารึกหรือรอยขีดข่วน จนกระทั่งเป็นอักษรเฮียโลกลิฟิก ภาพเขียนสีตามผนังถ้ำ ถือ ว่าเป็นกราฟฟิตี้ในยุคนั้น กราฟฟิตี้ได้เริ่มต้นอีกครั้งที่เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา สาเหตุ มาจากการเหยียดสีผิวที่สร้างความเป็นอื่นในสังคม จนทำให้พวกเขาออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมผ่านกราฟ ฟิตี้และแร็ปที่เต็มไปด้วยคำด่าทอ ทศวรรษที่ 60 กราฟฟิตี้ได้แพร่ไปที่นิวยอร์กโดย JULIO204 ไรเตอร์จาก สลัมย่านบรองซ์ และในปี 1969 “ทากิ” เจ้าของกราฟฟิตี้ TAKI 183 ผู้เป็นสัญลักษณ์การเริ่มต้นยุคสมัยของ นักเขียนกราฟฟิตี้ก็ถูกสัมภาษณ์และตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส จนคำว่า TAKI 183 เริ่มปรากฏตาม สถานที่สำคัญ เช่น รถไฟใต้ดิน บอร์ดเวย์ สนามบินเคนเนดี สร้างแรงบันดาลใจให้วัยรุ่นเริ่มออกมาเขียนชื่อ ตัวเองตามที่สาธารณะและได้รับความนิยมต่อมาเรื่อย ๆ เริ่มมีคนไปเขียนตามโบกี้รถไฟ ตู้คอ นเทนเนอร์ กระทั่งปี 1972 TOPCAT ได้นำเทคนิคการเขียนใหม่มาใช้ นั่นก็คือตัวอักษรที่เขียนต่อกันเป็นแถวยาว ๆ ซ้อนทับกัน กลายเป็นที่ฮอตฮิตในหมู่ไรเตอร์นิวยอร์ก พวกเขาเรียกมันว่า “Broadway Elegant” ปี 1963 เริ่มเห็นว่าวัยรุ่นไม่ทำอะไรนอกจากหาพื้นที่พ่นกราฟฟิตี้ จึงจัดให้มี “ทากิอวอร์ด” เพื่อคัดเลือกกราฟฟิตี้ที่ดี ที่สุด ช่วงนี้เป็นช่วงที่คนหลงใหลกราฟฟิตี้มากไม่ต่างจากหลงใหลดนตรีร็อกแอนด์โรลเลย หลังจากนั้นก็เริ่ม แพร่ไปยุโรป นิวยอร์กเองก็ยังคงจัดกิจกรรมเกี่ยวกับกราฟฟิตี้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนำกราฟฟิตี้เข้าสู่พื้นที่จัด วางอย่างเป็นระบบ ปี 1994 กราฟฟิตี้ก้าวไปสู่ระดับสากลโดยเว็บไซต์ Art Crimes ที่เป็นแหล่งรวมกราฟฟิตี้ โดยในปี 1999 เว็บไซต์ของเขามีภาพกราฟฟิตี้มากกว่า 3,000 ภาพจาก 205 เมืองใน 43 ประเทศทั่วโลก ทำ ให้นักกราฟฟิตี้หน้าใหม่โผล่มาเรื่อย ๆ นิตยสารกราฟฟิตี้ก็แพร่หลายมากขึ้นด้วย


27 ภาพที่ 2 - 14 ภาพที่เกิดจากการขีดเขียนลงบนผนังหรือกำแพงหรือเรียกว่ากราฟฟิตี้ ที่มา: https://shortrecap.co/ ประเภทของกราฟฟิตี้ 1) Tag คือการเซ็นลายเซ็นหรือนามแฝงของแต่ละคนโดยสเปรย์กระป๋อง หรือ ปากกา ส่วนมาก ใช้สีเดียว บางคนอาจพ่นเป็นตัวอักษรธรรมดา ขณะที่บางคนดีไซน์ให้เป็นตัวอักษรที่เกาะเกี่ยวกันจนอ่านไม่ ออก เน้นให้ดูแปลกและสะดุดตา 2) Throw-ups คือการเขียนเร็ว ๆ ด้วยสีพื้นฐาน จำนวนน้อยสีนิยมใช้สีขาวดำ แสดงให้เห็นเส้น สายที่รวดเร็ว เป็นการเขียนตัวอักษรน้อยตัว มีเส้นตัดขอบเพื่อให้ดูมีมิติ ไม่เน้นความสวยงาม เพราะต้องทำแข่ง กับเวลา 3) Fill-in หรือ Piece คือ "Throw-ups" ที่ซับซ้อนขึ้น เป็นผลงานของไรเตอร์คนเดียว เป็นการ พ่นสีสเปรย์ให้เป็นภาพหรือตัวอักษรที่สวยงาม ใช้เวลานานในการสร้างสรรค์ เพื่อให้ผลงานออกมาสมบูรณ์ 4) Block หรือ Bubble การเขียน Tag ที่ดูมีมิติมากขึ้น ใช้สีประมาณ 3 สี หรือมากกว่านั้น 5) Wildstyle หรือ Wickedstyle เป็นสไตล์ที่ซับซ้อนขึ้น มีการเกาะเกี่ยวกันของตัวหนังสือ ลักษณะการเขียนประเภทนี้จะอ่านค่อนข้างยาก เพื่อแสดงความเหนือชั้นของการดีไซน์ 6) Blockbuster คือ "Fill-in" ที่เขียนที่ตั้งใจเขียนทั้งผนัง 7) Character คือการพ่นเป็นรูปคน หรือ คาแร็กเตอร์ต่าง ๆ ไม่วาจะเป็นตัวการ์ตูน หรือเป็น ภาพเสมือนจริงของดารา-นักร้องในดวงใจ หรืออาจเป็นตัวการ์ตูนที่ไรเตอร์ออกแบบเองเพื่อเป็นสัญลักษณ์ ประจำตัวของไรเตอร์คนนั้น ๆ 8) Production คือ การรวมรอยขูดขีดเขียนทุกรูปแบบไว้ด้วยกัน เกิดจากการรวมที่ไรเตอร์หลาย


28 คนหรือหลายกลุ่มนัดกันสร้างผลงานร่วมกัน โดยมีธีมไปในทิศทางเดียวกันหรือสอดคล้องกัน เช่น นัดกันพ่นคา แร็กเตอร์ประจำตัวของไรเตอร์แต่ละคนหรือพ่นชื่อกลุ่ม ชื่อตัวเอง หรือเปล่าไรเตอร์อาจร่วมกันกำหนดวาระ ต่าง ๆ ขึ้นเอง ภาพที่ 2 - 15 ตัวอย่างกราฟฟิตี้แบบ Tag ที่มา: https://sites.google.com/ - Art Street จะรวมทุกเทคนิค ทั้งพ่น เพนต์ ปั้น เน้นความสวยงามมากกว่าเนื้อหาที่จะสื่อ การ สร้างงานไม่ผิดกฎเหมือนกราฟฟิตี้ เพราะขออนุญาตก่อน - Graffiti มุ่งไปที่การสื่อความหมาย ปลดปล่อยความคิด ส่วนใหญ่จะเป็นการเสียดสีสังคม การเมือง กราฟฟิตี้กับ Art Streetต่างกันอย่างไร หากเป็นสมัยนี้ส่วนใหญ่การแสดงความคิดเห็นหรือภาพวาด เสียดสีสังคมคงอยู่บนโลกโซเชียล แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงอยู่ตามกำแพง เพราะเป็นพื้นที่เดียวที่คนสามารถแสดง ความเห็นให้ผู้อื่นรับรู้ได้ ปัจจุบันก็ยังมีคนที่ใช้ศิลปะต่อสู้ทางการเมืองอยู่ย้อนกลับไปจุดที่ทำให้กราฟฟิตี้กลาย เป็นเครื่องมือต่อสู้ทางการเมือง เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อตำรวจทำร้ายร่างกาย Michael Stewart จนเสียชีวิตขณะที่ เขากำลังพ่นสีบนผนังในสถานีรถไฟ การสูญเสียในครั้งนี้ทำให้ชาวผิวสีในนิวยอร์กลุกขึ้นมาต่อต้านเป็นจำนวน มาก ผู้คนเริ่มใช้กราฟฟิตี้เป็นอาวุธในการต่อสู้จนกลายเป็นภาพจำ โดยมีสื่อทำหน้าที่เผยแพร่ให้ทั่วโลกรับรู้ นับ แต่นั้นมากราฟฟิตี้ก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เพื่อกระตุ้นให้คนที่ผ่านมาพบเห็นรับรู้ ถึงปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่และลุกขึ้นมาต่อสู้ด้วยกัน


29 ภาพที่ 2 - 16 Art Street vs Graffiti ที่มา: https://sites.google.com/ 2.3.2 ความนิยมต่อผลิตภัณฑ์แฟชั่นฮิปฮอปที่มีในปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าเทรนด์แฟชั่นในช่วงนี้ กระแสหลักกระแสหนึ่งที่มาแรงมากในตอนนี้ก็คือ แฟชั่นการแต่งตัวแนว Hiphop ซึ่งเป็นแฟชั่นที่วัยรุ่นทั้งชายและหญิง กำลังคลั่งไคล้เป็นอย่างมาก แต่คุณทราบ หรือไม่ว่า Hiphop นั้นคือถือแหล่งกำเนิดเกิดขึ้นได้อย่างไร แฟชั่น Hiphop เป็นลักษณะเด่นของการแต่งตัว ที่มีมาจากวัยรุ่นชาวแอฟริกัน-อเมริกัน และวัยรุ่น ละตินในย่านบร็องซ์(นิวยอร์ก) และต่อมากระจายอิทธิพลสู่ Hiphop ในแถบอื่นอย่าง ลอสแองเจอลิส ชิคาโก้ ฟิลาเดวเฟีย พิตต์เบิร์จ อีสต์เบย์ และทางตอนใต้ของอเมริกา ซึ่งในแต่ละเมือง มีสไตล์ที่ส่งผลต่อกระแสแฟชั่น โลก ต้นทศวรรษที่ 1980 มีการเกิดขึ้นของสปอร์ตแวร์ เครื่องแต่งกายกีฬา และแบรนด์แฟชั่น อย่างเช่น Le Coq Sportif, Kangol, Adidas และ Nike ซึ่งเกิดมาพร้อมกับฮิปฮอป ตั้งแต่ ทศวรรษที่ 1980 ดาราฮิปฮอป ในสมัยนั้นใส่เสื้อผ้าลักษณะอย่าง เสื้อวิ่งสีสว่างมียี่ห้อ เสื้อหนังแกะ เสื้อร่ม รองเท้า C&J Clark, รองเท้าบู้ต Dr. Martens และรองเท้าแตะ ส่วนเครื่องประดับที่ได้รับความนิยม อย่างเช่น แว่นตาใหญ่ ๆ Cazals หรือ Gazelles หมวกแบบ bucket hat ยี่ห้อ Kangol , ป้ายชื่อ , เข็มขัดชื่อ , แหวนเยอะๆ ส่วนทองและอัญมณีก็ ได้รับความนิยมในช่วงทศวรรษที่ 1980 ถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของแฟชั่นฮิปฮอปจนถึงปัจจุบัน โดยทั่วไป


30 แล้วเครื่องประดับผู้ชายจะเน้นโซ่ทองชิ้นใหญ่ ๆ ส่วนผู้หญิงจะเน้นตุ้มหูทอง Kurtis Blow และ Big Daddy เป็นผู้นำกระแสสร้อยคอทองคำ กระแสความนิยมของคนดำเพิ่มมากขึ้นจากอิทธิพลของแร็ปตั้งแต่ปลายทศวรรษที่1980 แฟชั่นและ ทรงผมแสดงถึงอิทธิพลชาวแอฟริกัน กางเกงเบลาซีได้รับความนิยมโดยเฉพาะแร็ปเปอร์แนวเต้นรำอย่าง เอ็มซี แฮมเมอร์ , Fezzes หมวก kufi แบบอียิปต์ ชุดแบบ Kente , โซ่แบบแอฟริกัน , ทรงผมเดรดล็อก, เสื้อผ้าในสี แดง ดำ เขียว ได้รับความนิยมในช่วงนั้น ศิลปินผู้นำอย่างเช่น Queen Latifah, KRS-One, Public Enemy, และ X-Clan ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 ศิลปินป็อปแร็ปอย่างเช่น The Fresh Prince, Kid 'n Play และเล็ฟต์ อาย แห่งวงทีแอลซี นำแฟชั่นหมวกแค็ปเบสบอล และเสื้อผ้าสีสะท้อนแสง คริสครอสนำแฟชั่นใส่เสื้อผ้ากลับ หลัง Kwamé จุดประกายแฟชั่นเสื้อผ้าลายจุดในช่วงสั้น ๆ ขณะที่ศิลปินคนอื่นแต่งตัวแบบเสื้อผ้าช่วงกลางยุค ทศวรรษ 1980 ภาพที่ 2 - 17 การแต่งตัวสไตล์ฮิปฮอป ที่มา: http://www.oknation.net/ HIPHOP ถือเป็นอีกสไตล์การแต่งตัวที่เราถือว่าได้รับอิทธิพลมาจากดนตรีล้วนๆ และบ้านเราก็ได้รับ ความนิยมอย่างสูงเช่นเดียวกัน คิดเอาเองว่า เราสามารถเห็นเด็ก Hiphop แต่งตัวเต็มๆได้ที่ สวนจตุจักรในวัน อากาศร้อนๆ ซึ่งเท่าที่เห็นๆกันก็คือ Hiphop จะเป็นพวกเสื้อยืดตัวใหญ่ๆ กางเกงตัวใหญ่ๆ รองเท้ากีฬาคู่ใหญ่ๆ หมวกเบสบอล สร้อยเพชรปลอมเส้นโตๆ แต่ปัจจุบันสไตล์ของ Hiphop ได้เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งได้รับอิทธิพลมา จาก Kayne West , P.Diddy , Usher , Nike , Adidas ให้เปลี่ยนลุคแฟชั่นของ Hiphop ให้ดูเป็น High Casual


31 มากขึ้น โดยการแต่งให้ดูสะอาดๆ ขึ้น แต่สะอาดในที่นี้หมายถึง เสื้อผ้าที่สวมใส่จะเน้นแบรนด์เนมดูหรูหรา ขึ้นมาอีกนิด แหล่งแฟชั่น Hiphop ในเมืองไทยส่วนใหญ่จะหาซื้อได้จากย่านวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็น สยาม สวนจตุจักร ฯลฯ รวมไปถึงในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ซึ่งสินค้าแนวนี้ราคาค่อนข้างที่จะแพงพอสมควร โดยเริ่มต้นที่ 1,000 บาทขึ้นไป เพราะแฟชั่น Hiphop นี้ ค่อนข้างที่จะเน้นแบรนด์เป็นส่วนใหญ่ ภาพที่ 2 - 18 ผลิตภัณฑ์แฟชั่นสไตล์ฮิปฮอป ที่มา: http://www.oknation.net/ 2.4 การตัดเย็บและหลักการออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่น 2.4.1 การสร้าง pattern เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่น การตัดเย็บและสร้าง pattern เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องมีความคิดริเริ่ม นั่นคือสิ่งที่นักออกแบบต้อง ไม่ว่าจะเป็น นักออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่น นักออกแบบตกแต่งภายใน หรือนักออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่ต่างก็ต้องมี ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเป็นนักออกแบบ จึงได้แบ่งขั้นตอนในการออกแบบและ ทำผลิตภัณฑ์แฟชั่นได้ดังนี้


32 1) การออกแบบและสเก็ตช์ภาพ สามารถนำแรงบันดาลใจจากสิ่งต่าง ๆ ที่พบเจอในชีวิตประจำวันมาออกแบบเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์ ตัวเอง สิ่งสำคัญของการออกแบบคือการวาดหรือสเก็ตช์ภาพออกมาเพื่อเป็นต้นแบบของการทำเสื้อผ้าและ ผลิตภัณฑ์เนื่องจากภาพสเก็ตช์นี้เองจะเป็นตัวบอกถึงลำดับขั้นในการทำต่อไปเมื่อวาดแบบเสร็จแล้วจะเป็น ขั้นตอนถัดไปคือการลงสี หรือเลือกสี ซึ่ง Fashion Design แต่ละคนมีรูปแบบและการทำงานที่แตกต่างกันไป แต่เป็นคอนเซ็ปต์คือการทำให้จินตนาการเห็นภาพมากขึ้นก่อนที่จะผลิตเสื้อผ้าออกมาจริง ภาพที่ 2 - 19 การออกแบบและสเก็ตช์ภาพ ที่มา: https://www.designil.com/ 2) การทำแพทเทิร์น ปัจจุบันวิธีการทำแพทเทิร์นจะแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก วิธีที่ 1: วาดแบบแพทเทิร์นลงในกระดาษทำแพทเทิร์น วิธีนี้เหมาะสำหรับนักออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นที่ ชำนาญแล้ว สามารถวัด และกำหนดขนาดของ องค์ประกอบแต่ละส่วนของเสื้อได้ วิธีที่ 2: ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการออกแบบแพทเทิร์นเสื้อผ้า วิธีนี้เหมาะสำหรับนักออกแบบเสื้อผ้า แฟชั่นมือใหม่ที่ยังไม่ชำนาญ เรื่องขนาดขององค์ประกอบแต่ละส่วนของเสื้อ นักออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นมือใหม่ สามารถทำแพทเทอร์นเสื้อผ้าได้ด้วยตัวเอง โดยใช้ 5 โปรแกรมยอดนิยมที่ใช้ในการการออกแบบแพทเทิร์น


33 เสื้อผ้า อาทิ เช่น CAD Pattern Design, Poly Pattern Design, Fashion Design Software, TexPro Design CAD System Textile หรือ Lectra Modaris Pattern ภาพที่ 2 - 20 การออกแบบและสเก็ตช์ภาพ ที่มา: https://www.designil.com/ 3) การทดลองสวมใส่จริง (Fitting) หากเคยตัดเสื้อผ้าในห้องเสื้อที่มีมาตรฐาน คงจะพอจำกันได้ว่า หลังจากการวัดตัวครั้งแรกไปซักระยะหนึ่ง ทางร้านจะให้เข้าไปที่ร้านเพื่อทำการลองชุด ซึ่งชุดที่ให้ลองในครั้งแรกนี้จะเป็นชุดที่เย็บแบบชั่วคราว เพื่อให้ ช่างตัดเสื้อได้ดูผลงานแบบคร่าว ๆ และแก้ไขจุดที่ผิดพลาดได้ทันท่วงทีหลังจากการวัดไซส์ในครั้งแรก เนื่องจาก ถ้าหากตัดเย็บจริงไปแล้ว เกิดความผิดพลาดขึ้น อาจจะต้องเริ่มต้นใหม่หมดขั้นตอน ทำให้ขั้นตอน Fitting นี้ขึ้น 4) การตัดเย็บและผลิต เมื่อออกแบบ และทำแพทเทิร์นเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มขั้นตอนที่ 4 นั่นคือ ขั้นตอนการผลิต การผลิตเสื้อผ้า แฟชั่น นักออกแบบสามารถตัดเย็บและผลิตได้ด้วยตัวเอง ซึ่งต้องใช้ความเชียวชาญ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะ หน้าอย่างมากเนื่องจากการผลิตชิ้นงานจริงไม่ได้เป็นงานที่ Routine


34 2.4.2 การใช้ยางในรถยนต์และผ้าตัดเย็บเข้าด้วยกัน การใช้ยางในและผ้าเพื่อนำมาตัดเย็บเข้าด้วยกันเป็นวิธีการที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เบาลงและ สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกซึ่งชนิดของผ้าที่นำมาใช้ ได้แก่ cordura / nylon canvas / pu coating fabric ซึ่งเป็นผ้าที่นำมาตัดเย็บเข้ากับยางในได้ดีประเภทของผ้าที่สามารถนำมาใช้ในการตัดเย็บ มีดังนี้ 1) ผ้า CORDURA-คอร์ดูร่า ในปัจจุบันนี้นักเดินทางทั้งหลายต่างมองหาวัสดุอุปกรณ์ ที่เอื้อต่อการเดินทางมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของประโยชน์ใช้สอย ที่มักคู่กับความทนทานเพราะจะช่วยให้พวกเขาสะดวกสบายและไร้ กังวลในกรณีที่ต้องเดินทางในสภาพภูมิประเทศต่างๆและสภาพอากาศที่มีความปรวนแปร ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า ใส่อุปกรณ์ต่างๆ, กระเป๋าเป้แบบพกพา, ชุดเดินทางต่างๆ หรือแม้กระทั่งรองเท้าเดินทาง เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่า สมัยนี้มีนวัตกรรมสิ่งทอยุคใหม่ที่เข้ามามีบทบาทในการผลิตเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางอย่างแท้จริง โดยเฉพาะ เส้นใยของเนื้อผ้าแบบ CORDURA-คอร์ดูร่า ซึ่งเป็นเนื้อผ้าแบบพิเศษที่ทางการทหารทั่วโลกนิยมนำมาใช้ในการ ตัดเป็นชุดที่สมใส่ตลอดจนถึงทำเป็นกระเป๋าสำหรับลาดตระเวน เนื่องจากมีความทนทานเป็นพิเศษ ตรงตาม ความต้องการมากที่สุด Cordura หรือ cordura fabric คือเนื้อผ้าที่ยอมรับได้ว่าเป็นผ้าชนิดทนทานแบบพิเศษ ถูกพัฒนาขึ้นโดยกระบวนการเฉพา: ทำให้แข็งแรงและทนทานกว่าผ้าไนลอนชนิดทั่วไป ซึ่งผ้า Condura จะมี ลักษณะใกล้เคียงกับ Nylon แต่เมื่อสัมผัสดูจะมีความกระด้างมากกว่า เนื้อผ้านี้ถูกคิดค้นเมื่อ30 ปีที่แล้ว โดย บริษัท dupont Cordura fabric เป็นชื่อจดทะเบียนของในลอน ที่ได้รับการรับรองว่าเป็นสิ่งทอที่เส้นใยมี ความคลาสสิค น้ำหนักเบาและเหนียวแน่นเป็นพิเศษ ต่อมา บริษัท jansport เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกใน การผลิตกระเป้า backpack ได้นำผ้า cordura มาผลิตเป็นสายสะพายหลังเป็นเจ้าแรกๆ จากนั้น ปี 1991 เกิด สงครามอิรัก เทคโนโลยีของ cordura ก็ถูกนำไปใช้ในการผลิต ร้องเท้าคอมแบท ให้กับทหารเพื่อใช้ในการออก ภาคสนาม Cordura ได้ถูกซื้อโดยบริษัท invista ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ นวัตกรรม เช่นเทคโลยี Lycra , coolmax polyclear pet, TORZEN สารเคลือบฝาปิดเครื่องยนต์ เพื่อมาเป็น 1 ในนวัตกรรม ของ Invista และพัฒน cordura ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีพวกนี้เราจะสามารถเห็นได้จากสินค้ ที่มีคุณสมบัติพิเศษต่างๆดังเช่น Lycra ยืดหยุ่นง่าย cooImax ผ้าที่เย็นพิเศษ เป็นต้น การที่จะมีสินค้าที่มี สัญลักษณ์หรือคุณสมบัติเหล่านี้ เข้าไปอยู่ในสินค้าจะต้องซื้อจาก invista ทั้งสิ้น และก็ยังมีกรรมวิธีที่ต้องถูก ตรวจสอบว่าผ่านเกณฑ์ของสินค้าจากบริษัทอีกหลายขั้นตอนจึงจะส่งถึงมือผู้บริโภคได้ เพราะ Cordura ถือว่า เป็นผ้าที่ดีที่สุด


35 ภาพที่ 2 - 21 ผ้า Cordura ที่มา: https://sportlifeonline.com/ CORDURA - คอร์ดูร่า เหมาะกับคุณ ทนทุกสถานการณ์ในปัจจุบันผ้าชนิดนี้ถูกใช่ในหลายผลิตภัณฑ์ เช่น กระเป๋า , เป้, รองเท้า , เครื่องแต่งกายทหาร , กระเป๋าใส่กระสุน โดยถูกออกแบบให้มีหลายเฉดทนทาน ต่อการถลอก รอยขูดขีดข่วนและกันกาฉีกขาดและสามารถกันนำได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งในประทศไทยต่างได้รับ ความนิยมไม่แพ้ที่ต่างประเทศเลยทีเดียวจะมีอะไรดีไปกว่าการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ของการเดินทาง ได้เท่ากับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจาก CORDURA ซึ่งมีความพิเศษตั้งแต่กระบวนการทอ โครงสร้างที่แตกแต่งทำให้ เส้นใยแข็งแรงเหนียวแน่นสูง ไม่ว่าจะเป็นการรับน้ำหนักได้ตั้งแต่น้ำหนักเบาถึงน้ำหนักแบบมากที่สุดทนทาน ต่อการใช้ในกิจกรรมกลางแจ้งและเหมาะสำหรับทุกสายงานที่ต้องการเสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่มีความทนทานเป็น พิเศษฉะนั้นเมื่อคุณเห็นป้ายบนเสื้อผ้าที่มีคำว่า CORDURA จึงมั่นใจได้เลยว่าสินค้าที่มีอยู่นั้นมีคุณภาพสูงสุด แน่นอน เพราะผ่านการรับรองทดสอบและตรวจสอบต่างๆ มากมายตามมาตรฐานของทาง CORDURA กว่า 30ปี แล้วที่ผ้า CORDURA ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นทางเลือกสำหรับการผลิตคุณภาพสูงและเครื่อง แต่งกายที่มีชื่อเสียงในความเหนียว ความทนทานและน้ำหนักเบา และสำหรับตลาดในประเทศไทยเองก็ถือว่า CORDURA ยังถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ครองใจผู้บริโภคอย่างเหนียวแน่น


Click to View FlipBook Version