36 ภาพที่ 2 - 22 ผลิตภัณฑ์จากผ้า Cordura ที่มา: https://sportlifeonline.com/ การดูแลรักษาผลิตภัณฑ์จาก CORDURAการดูแลรักษาที่เหมาะสมสำหรับสินค้าที่ทำด้วยเส้นใย CORDURA นั้นมีคำแนะนำในการดูแลดังต่อไปนี้ 1. ประเภทเสื้อผ้า กางเกง ควรซักที่อุณหภูมิต่ำ ใช้ผงซักฟอกอ่อนๆหากใช้เครื่องซักควรตั้งค่าต่ำๆ และห้ามใช้น้ำยาปรับผ้าขาว 2. กระเป๋าเป้/ กระเป๋าต่างๆ (Vest&.Pouch) พวกเศษดินสามารถเอาออกได้โดยสเปรย์ทำความ สะอาดหรืออาจจะใช้ผงซักฟอกผสมน้ำ ที่สำคัญห้ามใช้น้ำยาปรับผ้าขาว 3. คราบน้ำมันหรือจารบีเอาออกได้ด้วยน้ำยาซักแห้ง ตามด้วยสเปรย์ทำความสะอาดหรือ ผงซักฟอกผสมน้ำ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) วิธีการซักแห้ง คือ การซักเสื้อผ้าที่มีสิ่งเปรอะเปื้อนให้สะอาดโดยไม่ใช่น้ำและผงซักฟอก การซักแห้ง นั้นจะใขน้ำยาพิเศษเป็นตัวละลายคราบไขมันและสิ่งเปรอะเปื้อนที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้าให้หลุดออก โดยไม่มีผลต่อ เส้นใยและสีส้นของเสื้อผ้า การซักแห้งที่แท้จริงจะไม่ใช้น้ำยาซักแห้งมาผสมกับน้ำอย่างที่เข้าใจกัน แต่ใช้น้ำมัน ซักแห้ง เปอร์โคลอโธเอลื่น (PERCHLOROETHYLENE) จะไม่ทำให้เนื้อผ้ามีการพองตัว และอีกทั้งยังสามารถ ชำระล้างคราบน้ำมันที่ติดบนเนื้อผ้าออกได้ ซึ่งการซักด้วยน้ำนั้นไม่สามารถทำให้คราบน้ำมันเหล่านั้นออกได้
37 2) ผ้าแคนวาส Canvas Fabric ผ้าแคนวาสคือ ผ้าที่ผลิตมาจากฝ้ายผ่านกระบวนถักทอที่ถี่และละเอียด ทำให้ผ้ามีความแน่น แข็งแรง ไม่สามารถมองทะลุได้ แน่นจนบางทีถูกเรียกว่า Heavy Cottonการทอที่ละเอียดของผ้าแคนวาส คือ จุดที่เด่นที่สุดที่ทำให้ผ้าแคนวาสนั้น ต่างจากผ้าดิบ ดังนั้นถ้าเทียบระหว่างผ้าแคนวาส 1 ตารางเมตร และ ผ้าดิบ 1 ตารางเมตร ผ้าแคนวาสจะมีการใช้ฝ้ายที่เยอะกว่า และมีน้ำหนักมากกว่า ทำให้ราคาของผ้าแคนวาส นั้นสูงกว่าราคาของผ้าดิบ แต่นั้นก็หมายความว่า ผ้าแคนวาสมีความแข็งแรงกว่า เหมาะกับการนำไปผลิตถุงผ้า หรือกระเป๋าผ้าที่ต้องการความแข็งแรง รับน้ำหนักได้เยอะ ทนทาน ความหนาของผ้าแคนวาสนั้นมีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งหน่วยของความหนานั้น คือ ออนซ์ (oz.) มีให้เลือกตั้งแต่ 8 – 22 ออนซ์กันเลยทีเดียว ความหนาที่นิยมนำมาใช้ผลิตถุงผ้าสำหรับแจกนั้นอยู่ที่ 10-12 ออนซ์ ซึ่งเป็นความหนาที่พอดีสามารถใช้ในการใส่ของเวลาที่เราไปช๊อปปิ้งตามซุปเปอร์มาเก็ตหรือร้านสะดวก ซื้อทั่วไปได้ แต่ทั้งนี้การเลือกความหนาของผ้าแคนวาสก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการนำไปใช้งาน และ งบประมาณด้วย เช่น หากต้องการใช้สำหรับการใส่ของที่ค่อนข้างหนัก และต้องการความหรูหรามากขึ้น อาจจะเลือกผ้าแคนวาสที่มีความหนาเพิ่มขึ้นเป็น 14-16 ออนซ์ ภาพที่ 2 - 23 ผ้า Canvas Fabric ที่มา: https://mundeepremiums.com/ ผ้าแคนวาสนิยมนำมาใช้ทำกระเป๋าเนื่องจาก การทอผ้าแคนวาสนั้น มีความละเอียด และ ความถี่ มากกว่าการใช้ผ้ากระสอบ ทำให้มีความแข็งแรง คงทน สามารถรับน้ำหนักได้ค่อนข้างดี ยิ่งผ้ามีความหนามาก ก็จะยิ่งส่งเสริมให้รับน้ำหนักได้เยอะ แต่จะส่งผลให้ ตัวกระเป๋าผ้ามีน้ำหนักเพิ่มขึ้น เช่นกัน นอกจากนี้ ผ้าแคน วาสยังมีคุณสมบัติพิเศษในการย้อมติดสีได้ง่าย หรือซึมซับสีได้ง่ายทำให้เราสามารถย้อมสีกระเป๋าผ้าแคนวาสได้
38 ตามต้องการ และเราสามารถเพิ่มคุณสมบัติอื่น ๆ ให้กับผ้าแคนวาสได้ เช่น กันน้ำ - สามารถใช้การเคลือบสาร เหมือนพวกผ้าไนล่อน หรือโพลีเอสเตอร์ เคลือบกระเป๋าผ้าได้ , เพิ่มความหนาของผ้าแคนวาส - ใช้ซับใน ด้วย ผ้า PU ที่มีน้ำหนักเบาช่วยเพิ่มความหนาของผ้า ช่วยป้องกันฝุ่น และช่วยให้ทำความสะอาดกระเป๋าได้ง่ายขึ้น ภาพที่ 2 - 24 ผลิตภัณฑ์กระเป๋าจากผ้า Canvas Fabric ที่มา: https://www.thaidesignguru.com/ 3) ผ้า Pu coating fabric PU เป็นผ้าที่อยู่ในหมวด เส้นใยโพลิเอสเตอร์ คือเกิดจากเส้นใยสังเคราะห์ 100% แต่จะ แตกต่างจากใยผ้าโพลีเอสเตอร์อื่น ตรงที่สารที่ใช้เคลือบ โดยส่วนมาก สารที่ใช้เคลือบส่วนใหญ่ และนิยมใช้ อย่างแพ่หลาย จะมี 2 ชนิด ได้แก่ โพลียูรีเทน และ ซิลิโคน แต่แท้จริงแล้วยังมี Polyvinylchloride ( PVC ), กับ Acrylic ( Polyacrylonitrile : PAN ) แต่ทั้ง 2 ชนิดนี้ จะไม่ค่อยยืดหยุ่น โดยเฉพาะ เวลาเจออุณหภูมิต่ำ ๆ นอกจากนั้น PVC ยังมีน้ำหนักมาก อีกทั้งกระบวนการผลิต ก็ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงไม่เป็นที่นิยมใช้ โพลียูรีเทน ( Polyurethane ) : หรือที่เรียกว่า PU สามารถเคลือบได้ ทั้งผ้าโพลีเอสเตอร์ หรือ ไนลอน เป็นการเคลือบที่ทั่วไปใช้กัน สารเคลือบ PU มีหลากหลายสูตร มีทั้งแบบคุณภาพต่ำ และสูง คุณสมบัติการกันน้ำ และอายุการใช้งาน ก็แตกต่างกันด้วย ผ้าที่คุณภาพต่ำ ราคาถูก ก็มักจะใช้ PU เกรดต่ำ ที่ กันน้ำไม่ดี และอายุสั้น ซิลิโคน ( Silicone ) : ใช้เคลือบผ้าไนลอน ซึ่งจะกลายเป็นผ้าที่เราเรียกกันว่า Silnylon ตัวนี้ เคลือบแล้วผ้าจะกันน้ำได้ดีกว่า แต่การผลิตใช้เวลาเยอะกว่า ราคาก็เลยแพงกว่าด้วย ผ้าซิลิโคนจะซีลด้วยเทป
39 ยาก เพราะผ้ามันลื่น การยึดติดกับสารอื่นทำได้ยาก ถ้าขาดก็เอาเทปแปะไม่อยู่ ปกติก็เลยมักจะเคลือบซิลิโคน ด้านนอกด้านเดียว แล้วอีกด้านเคลือบ Polyurethane เอา ผ้าที่เคลือบซิลิโคน 2 ด้าน จะกันน้ำดีกว่า และมี ราคาสูงกว่าที่เคลือบด้านเดียว ภาพที่ 2 - 25 ผ้า Pu coating fabric ที่มา: https://www.thaidesignguru.com/ 2.5 หลักการออกแบบอัตลักษณ์องค์กรและการสร้างตราสินค้า หลักการออกแบบอัตลักษณ์องค์กร หรือ Corporate Identity (CI) หมายถึง การแสดงออกให้เห็นถึง ภาพลักษณ์ (Image) ที่ปรากฏต่อสายตาผู้อื่น พร้อมกับการแสดงถึงความเป็นอัตลักษณ์ขององค์กรโดยอาศัย องค์ประกอบของกราฟิก หรือกล่าวโดยง่ายคือการสื่อสารภาพลักษณ์และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของ องค์กร รวมทั้งสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันภายในองค์กรตลอดจนบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรด้วย เห็น ได้ว่าอัตลักษณ์องค์กรนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กรโดยเฉพาะโลกปัจจุบันที่มีการแข่งขันกันอย่างมาก สำหรับการออกแบบอัตลักษณ์องค์กรนั้น คือ แนวทางหนึ่งของธุรกิจรูปแบบใหม่ที่มีพลัง มีองค์ ความคิดที่ครบถ้วนทุกมิติ เพื่อให้ภาพลักษณ์ขององค์กรนั้นดูดี และความจำเป็นอย่างหนึ่งของการ สร้างสรรค์อัตลักษณ์องค์กรก็คือ การวางแผนคิดครอบคลุมครบถ้วนจนสามารถทำให้องค์กรขับเคลื่อนอย่างมี ทิศทาง เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ผู้นำรุ่นใหม่ที่สามารถมองภาพรวม และภาพบนอย่างครอบคลุม (BIRD EYE VIEW) จนส่งผลให้ธุรกิจ, องค์กรต่างๆเหล่านั้น มีแบรนด์ที่สมบูรณ์ ยั่งยืนถึงลูกหลานส่งผลต่อการจดจำ ภาพลักษณ์ได้ง่ายดาย
40 Corporate Identity Design (หรือ CI Design) คือ การออกแบบอัตลักษณ์ขององค์กรหรือแบรนด์ สินค้า ที่ไม่ได้หมายถึงการสร้างแบรนด์หนึ่งๆ โดยตรง แต่เป็นหน้าต่างสำคัญที่จะกำหนดหน้าตาและทิศทาง ของแบรนด์นั้นๆ ได้ การออกแบบอัตลักษณ์นี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันไม่ใช่แค่การออกแบบ “โลโก้” แล้ว นำไปประยุกต์ใช้กับเครื่องมือสื่อสารทั้งหมดของแบรนด์ CI Design คือ การออกแบบ “ภาพลักษณ์ทั้งหมด ของแบรนด์” ที่จะทำให้คนภายนอกสัมผัสได้เฉกเช่นเดียวกับที่องค์กรต้องการสื่อออกไป เรียกว่า ถ้าพลาดก็ อาจทำให้ภาพของแบรนด์บิดเบี้ยวไปเลยก็ได้ แนวทางการออกแบบภาพลักษณ์ขององค์กร ประกอบด้วย 1) การระดมสมองขององค์กร เพื่อให้เป็นอัตลักษณ์ที่ร่วมกันในทุกอนูขององค์กร อาจเริ่มจากการรวบรวมข้อมูลในรูปแบบวิจัย เพื่อวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค แนวโน้มทางการผลิตเพื่อหาข้อมูลที่ชัดเจน ครบถ้วน และให้แตกต่างจากธุรกิจอื่นอย่างชัดเจน 2) การสร้างสรรค์สัญลักษณ์แห่งเอกภาพ เริ่มออกแบบจากข้อมูลที่ได้มา กำหนดให้เป็นกุญแจสำคัญ เริ่มมองจากจุดเล็กๆ ที่พร้อมแตกตัวจน ขยายสู่ภาพรวมที่ใหญ่ที่สุดขององค์กร เป็นไปได้ทั้งรูปแบบกายภาพที่เราสามารถสัมผัสได้ แนวทางความคิด เนื้อหาสาระต่างๆ หรือแม้แต่แนวทางนโยบายที่สะท้อนสู่รูปแบบของตราสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น เครื่องหมาย ทางการค้า สีประจำองค์กร จนไปถึงธีมและแนวคิดที่เป็นแนวคิดเฉพาะขององค์กร 3) การแตกตัวของอัตลักษณ์องค์กร ในการเริ่มต้นของเอกภาพนั้นสามารถดูองค์ประกอบต่างๆ ไปพร้อมกัน อยู่ในกรอบคาวมคิด เดียวกัน มีความครอบคลุมในทุกเรื่อง ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบกราฟิก แม้แต่วัสดุที่ใช้ พื้นผิว สี เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ การออกแบบป้าย รหัสสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายต่างๆ การออกแบบเครื่อง เรือน เป็นต้น โดยสามารถบ่งบอกได้ว่าทุกเรื่องนั้นมีจุดกำเนิดเดียวกัน และแตกตัวไปในทิศทางที่สามารถ ควบคุมได้อย่างมีคอนเซ็ป 4) ก่อเกิดมูลค่ามหาศาล ความคิดที่แตกตัวออกไปจากต้นกำเนิดรูปแบบอัตลักษณ์ขององค์กรนั้น ก่อให้เกิดเป็นแบรนด์และ แนวทางขององค์กร ส่งผลให้ก่อให้เกิดกระบวนการคิดและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างมากมายที่สร้างมูลค่าได้ แต่ ต้องผ่านการสร้างสรรค์จากหลายแนวคิดเพื่อให้มีความกลมกลืนกันมากที่สุด มีรูปแบบที่เป็นสุนทรียภาพ ก่อให้เกิดคุณภาพและคุณค่ากับองค์กร การสร้างอัตลักษณ์องค์กร ก็เปรียบเสมือนการทำให้องค์กรนั้นมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น การ ออกแบบก็ต้องสื่อสารให้มีความหมายตรงกับความต้องการและรูปแบบขององค์กรให้มากที่สุด เพื่อให้สามารถ
41 สื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างตรงไปตรงมาและเข้าใจได้ง่าย มองเห็นถึงความหมายและสามารถรู้จักองค์กรได้โดยผ่าน อัตลักษณ์ การสร้างตราสัญลักษณ์ แบรนด์ดิ้ง Branding คือ การสร้าง ออกแบบ จำกัดความ ภาพลักษณ์ของบริษัทของเรา เพื่อสื่อสาร ออกไปสู่สายตาของผู้บริโภค ซึ่ง Branding marketing ในยุค 4.0 ถือเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจ และถือเป็น สิ่งสำคัญในการสร้างตราสินค้า สร้างความต่างของตัวเองให้โดดเด่นออกมาจากสินค้าอื่น ๆ รวมถึงคู่แข่งด้วย วัตถุประสงค์หลักของการสร้าง Branding ก็เพื่อการสื่อสารให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจอย่างง่าย ๆ ว่า บริษัทของ เราต้องการขายอะไร หรือนำเสนออะไร มีความแตกต่าง และจุดเด่นอะไรบ้างที่จะดึงดูดความสนใจของ ผู้บริโภค 1. แบรนด์ดิ้งช่วยสร้างความต่าง การสร้างความต่างให้กับสินค้าและบริการในยุคที่มีสินค้า-บริการมากมายวางขายอยู่ในตลาด ย่อม สร้างความโดดเด่นให้กับธุรกิจที่เรากำลังทำอยู่ได้อย่างแน่นอน ซึ่งการสร้าง Branding ก็เป็นหนึ่งในวิธีการสร้าง ความต่างให้กับสินค้าและบริการของเรา การสร้างแบรนด์ หรือสื่อสารตัวตนของสินค้าและบริการของเราออก ไปสู่ผู้บริโภค ทำให้แบรนด์ของเรามีจุดยืน มีสิ่งที่น่าจดจำ จนสามารถกลายเป็นหนึ่งแบรนด์ที่โดดเด่นออกมา จากสินค้าอื่น ๆ สำหรับลูกค้าในการเลือกซื้อ เลือกใช้บริการ 2. แบรนด์ดิ้งช่วยดึงจุดเด่น เมื่อคิดจะสร้างแบรนด์ สิ่งที่ต้องทำคือ การนำความโดดเด่น ข้อดี ข้อเสียต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์ของ เราออกมา เพื่อนำมาสรุปดูว่าจะวาง Position ของแบรนด์อย่างไร สิ่งไหนที่เป็นจุดขายที่โดนใจลูกค้า สิ่งไหนที่ ต้องปรับปรุง การลงมือทำ Branding สินค้าและบริการ จะทำให้เราได้ลองมาจำแนกและดึงความโดดเด่นที่ สินค้าและบริการของเรามี และนำสิ่งเหล่านั้นออกมาใช้สื่อสารออกไปยังผู้บริโภค 3. การสร้างแบรนด์ดิ้งทำให้ขายง่าย สินค้าและบริการที่ผู้บริโภคสามารถจดจำได้ เป็น Brand ที่โผล่เข้ามาในความคิด เมื่อจำเป็นต้อง ซื้อ หรืออยากซื้อสินค้าและบริการประเภทนั้น ๆ อยู่ ย่อมเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกซื้อก่อนเป็นอันดับต้น ๆ ทำให้เพิ่มยอดขายสินค้าได้
42 4. แบรนด์ดิ้งช่วยเพิ่มคุณค่าให้สินค้าและบริการ สินค้าที่มี Branding ที่ดี สามารถเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้เป็นจำนวนมาก ภาพจำที่ผู้บริโภคจดจำ ทั้งภาพลักษณ์แบรนด์ คุณสมบัติของสินค้าและบริการที่เป็นองค์ประกอบของ Branding ที่ดี ช่วยเพิ่มคุณค่า และความรู้สึกที่ดีต่อสินค้าและบริการ 5. การทำแบรนด์ดิ้งสามารถตั้งราคาสูงกว่าสินค้าที่ไม่มี Brand ได้ ผลิตภัณฑ์หรือบริการต่าง ๆ ที่มีการสร้าง Branding จนเป็นที่จดจำ และเป็นที่ยอมรับในหมู่ ผู้บริโภค สามารถพิจารณาการตั้งราคาขายที่สูงกว่าสินค้าทั่ว ๆ ไป ที่ไม่มีความโดดเด่นได้ โดยการตั้งราคาสูง แต่ยังสามารถสร้างยอดขายได้เนื่องจากคุณค่าจากแบรนด์ดิ้ง ขั้นตอนการทำ Branding สำหรับธุรกิจ ภาพที่ 2 - 26 ขั้นตอนการทำ Branding ที่มา: https://sme.krungthai.com/ 1. วิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า การดึงดูดลูกค้าให้สนใจ และเลือกบริโภคสินค้าภายใต้ Brand ของเรา เป็นหัวใจของการทำธุรกิจ และการสร้าง Branding เพราะเป็นเสมือนตัววัดความสำเร็จของการสร้างแบรนด์เลยก็ว่าได้ ดังนั้นสิ่งแรกที่ ควรทำในการสร้าง Branding คือการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า หรือความชื่นชอบในผลิตภัณฑ์ของเรา เช่น สอบถามจากลูกค้าโดยตรง ทำแบบสอบถาม หรือทำสถิติยอดขายของผลิตภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ จากนั้นนำ ข้อดีเหล่านั้นมาเป็นหัวข้อหลักในการสื่อสารตัวตนของแบรนด์ออกไปให้โดนใจลูกค้า
43 2. วาง Position คือการกำหนดลักษณะพิเศษของสินค้าและบริการให้ชัดเจนว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน เพื่อให้สินค้า ของเราสามารถสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายของเราได้อย่างถูกต้อง และสามารถแข่งขันกับสินค้าอื่น ๆ ได้ โดย สามารถกำหนดตำแหน่งทางการตลาดหรือ Brand positioning ได้โดย – กำหนดตำแหน่งทางการตลาดจากประโยชน์ เช่น แก้ปวด แก้วิงเวียน – กำหนดตำแหน่งทางการตลาดจากผู้ใช้สินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์สำหรับคุณแม่มือใหม่ – กำหนดตำแหน่งทางการตลาดจากการเปรียบเทียบคู่แข่ง เช่น เบอร์ดี้ ที่หนึ่งในใจคุณ – กำหนดตำแหน่งทางการตลาดจากคุณภาพหรือราคา 3. สร้างข้อความสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย ช่องทางการสื่อสารข้อความที่จะแสดงตัวตนและเอกลักษณ์ของแบรนด์ เป็นอีกหนึ่งหัวข้อสำคัญใน การทำ Branding เพราะต้องรู้ว่า เราจะสามารถสื่อสารข้อความดังกล่าวไปยังกลุ่มเป้าหมายให้มีประสิทธิภาพ ได้อย่างไร อย่างเช่นในยุคปัจจุบัน ช่องทางในการสื่อสารของหลาย ๆ ธุรกิจ ได้เข้ามาอยู่บนออนไลน์แพลท ฟอร์ม ได้แก่ Facebook Instagram Youtube เป็นต้น โดยนักการตลาดต่างต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการ ดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคโดยใช้ข้อความ วีดีโอ เสียง หรือสื่ออะไรก็แล้วแต่ ที่มีความน่าสนใจ ดึงดูด และเหมาะกับกา สื่อสารในยุคสมัยนี้ให้ได้เป็นอย่างดี 4. สร้างภาพลักษณ์ที่ดี นอกจากคุณสมบัติต่างๆ ของผลิตภัณฑ์และบริการแล้ว ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร ตั้งแต่ระดับ ผู้บริหาร ไปจนถึงผู้ปฏิบัติการ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาพลักษณ์ และการสร้าง Branding ให้น่าชื่นชม และเป็นที่จดจำอีกด้วย โดยเทคนิค และการปลูกฝังวัฒนธรรมที่ดีภายในองค์กรถือเป็นสิ่งสำคัญที่ ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้ามเช่นกัน ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น การปลูกฝังจิตใจบริการ ความสะอาด วิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า วิธีการรับมือกับการถูกโจมตี หรือการวิจารณ์การให้บริการ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรโดยรวม ถือเป็นหนึ่งในตัวแปรของการสร้าง Branding ที่ดีของบริษัทด้วย Branding ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน บริษัทเล็กใหญ่มากมาย ต่างให้ความสนใจ และลงทุน ลงแรงสร้าง Branding ของกิจการให้แข็งแกร่ง ถือเป็นอีกหัวข้อที่สำคัญในการทำธุรกิจในยุคที่มีสินค้าและ บริการให้เลือกหลากหลาย และมีการแข่งขันค่อนสูงจริง ๆ
44 2.6 งานออกแบบและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การค้นคว้าข้อมูลที่จำเป็นในการออกแบบและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับยางรถยนต์เก่า Rubber Killer Rubber Killer เป็นการนำเอาสิ่งของที่เหลือใช้ที่เราพบเห็นได้จากชีวิตประจำวัน และนำวัสดุที่ เหลือใช้จากธรรมชาติมาผสมผสานกับความคิดที่สร้างสรรค์จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรัม เบอร์คิลเลอร์ใช้ยางในของรถทุกประเภทมาเป็นวัตถุดิบหลักในการสร้างผลิตภัณฑ์ โดยจะเลือกใช้ตั้งแต่ยางใน รถจักรยานที่มีขนาดเล็กที่สุด ไปจนถึงยางในของรถแทรคเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ นำสิ่งที่เหมือนจะไร้ประโยชน์ หยิบนำมาแปรรูปให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและไม่มีใคร ภาพที่ 2 - 27 ผลิตภัณฑ์Rubber Killer ที่มา: https://mover.in.th ที่มาของ Rubber Killer นั้น ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญเมื่อวันหนึ่ง คุณจ่อย ได้ใช้ยางในของรถ มอเตอร์ไซค์มาทำเป็นสันปกสมุดจากต้นกล้วย แต่ปรากฎว่ามียางในเหลือมาก และกระเป๋าสตางค์ของเขาก็ ขาดอยู่พอดี เลยเกิดเป็นไอเดียที่ว่านำยางในที่เหลือมาทำเป็นกระเป๋าสตางค์ และนั่นเองจึงกลายเป็นแรง บันดาลใจและเป็นจุดเริ่มต้นของรับเบอร์คิลเลอร์
45 และนอกจากการออกแบบของเขาที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมแล้ว เขายังคำนึงถึงความสำคัญของ คุณภาพชีวิตชาวไทยภูเขาอีกด้วย ที่ให้พวกเขาได้มีงาน มีอาชีพเสริม ได้ฝึกฝนฝีมือในการทำงาน และได้รับ ค่าตอบแทนที่เหมาะสมและยุติธรรม ซึ่งปกตินั้นชาวไทยภูเขามักจะถูกกดขี่ค่าแรงอยู่เสมอ และเขายังได้นำ รายได้ส่วนหนึ่งจากการขายของ ผลิตภัณฑ์ Rubber Killer นำไปเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กๆนักเรียนชาวไทย ภูเขาอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่นอกจากจะมีความคิดที่ดีแล้วยังมีจิตใจที่ดี Rubber Killer คือ แบรนด์ที่เริ่มต้นจากความเชื่อสู่ความจริง หากเปรียบโลกนี้เป็นสถานที่อะไรสัก อย่าง แน่นนอนว่าสิ่งนั้นคงต้องเป็นเหมือนบ้านที่ให้ความสุขกับเรา แต่เคยคิดไหมว่าทุกสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ นั้นล้วนส่งผลกระทบต่อโลกทั้งสิ้น ดังนั้นการช่วยโลกด้วยการหยุดใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองจึงเป็นสิ่งที่นัก ออกแบบในยุคนี้ตระหนักดี เพื่อที่จะช่วยประหยัดทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดบนโลกนี้ให้ยังคงอยู่ เรียกได้ว่า เป็นแนวคิดที่ออกแบบมาเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน The ReMaker The ReMaker ไอเดียธุรกิจนี้ เป็นการพูดถึงกรีนโปรดักส์ ที่มีกลิ่นอายความเป็นธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม เป็น Eco Design เอาวัสดุที่ไม่ใช้แล้วจำพวกเสื้อผ้ามือสอง ยางรถยนต์ ป้ายไวนิล มาสร้างเป็น ผลงาน ซึ่งโปรดักส์ส่วนใหญ่ของทางแบรนด์ประมาณ 90% เป็นกระเป๋า เพราะต้องเปลี่ยนจากความคิดเดิมที่ ออกแนวหลุดโลกเยอะ เพื่อให้มีลูกค้าเสพชิ้นงานของแบรนด์มากขึ้น วัสดุที่นำมาใช้มีทั้งกางเกงยีนส์เก่า ยางใน รถยนต์ ยางในรถจักรยาน และป้ายไวนิล ซึ่งจะมีแหล่งซื้อวัสดุอยู่แล้ว เช่นร้านมอเตอร์ไซค์ ,ท่าเรือ ,ร้านขาย กางเกงมือสอง ,โรงหนัง เป็นต้น ซึ่งแต่ละเดือนก็จะตระเวนรับซื้อวัสดุครั้งหนึ่ง ทั้งหมดนี้มีต้นทุนไม่เยอะ สามารถนำมาสร้างเป็นชิ้นงานกระเป๋าได้อย่างคุ้มค่า ภาพที่ 2 - 28 ผลิตภัณฑ์กระเป๋า The ReMaker ที่มา: https://www.smeleader.com/
46 การทำกระเป๋าแต่ละใบนั้นต้องใช้พนักงานจำนวนมาก เพราะมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่นำยางมาล้างทำ ความสะอาด ใช้ผงซักฟอดขัดประมาณ 3 ครั้ง หรือจนกว่าสัมผัสกับเสื้อผ้าแล้วสีของยางไม่เปื้อนติดเสื้อ จึง นำไปตากแดด แล้วนำมาตัดเป็นท่อกลมๆแผ่ออกเป็น 2 ชิ้นเพื่อนำมาตัดเส้นแบบที่ต้องการ ขั้นตอนทั้งหมดนี้ เพื่อลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ ต้องทำให้ลูกค้าเมื่อเห็นแล้วคิดว่านี่คือเครื่องหนังชนิดหนึ่ง เท่านั้น ด้านการเย็บยาง ต้องใช้เครื่องจักรสำหรับเย็บยางเท่านั้น เพราะยางจะมีความหนืดมาก กว่าจะได้จักรตามที่ต้องการก็มีการลอง ผิดลองถูกอยู่หลายรอบ ความยากต่อมาเป้นการนำวัสดุที่มีความแตกต่างทั้งรูปร่างหน้าตามาทำให้อยู่ใน รูปลักษณ์ที่ใกล้เคียงกันมากที่สุดบนกระเป๋า1 ใบ ต้องทำทุกอย่างให้อยู่ในแพทเทิร์นที่เท่ากัน ใช้มือตัดทีละชิ้น แล้วก็นำมาวางจนกว่าจะได้มุมที่ดูดี พยายามใช้วัสดุทุกอย่างให้คุ้มค่ามากที่สุด อย่างเศษกางเกงยีนส์ เศษผ้า นำมาอัดเป็นวัสดุทดแทนไม้ เรียกว่า “การ์เมนโด้ บอร์ด” ราคาขายสินค้าทั้งหมดในแบรนด์ เริ่มต้นที่ราคาไม่ ถึงร้อยจนถึงหลักพันบาท ภาพที่ 2 - 29 ผลิตภัณฑ์The ReMaker ที่มา: https://www.smeleader.com/ Jaoyong รองเท้าหลากหลายแบบเป็นสินค้าของคุณไพรัตน์ ชาวไทย อ.ป่าซาง จ.ลำพูน นำยางรถยนต์เก่ามา ดัดแปลงเป็นรองเท้า เขาได้ทดลองการนำยางรถยนต์ที่ใช้แล้วมาดัดแปลงเป็นรองเท้าไว้ใส่เอง เนื่องจากยาง รถยนต์มีความคงทนสามารถสวมใส่ได้นานหลายปี โดยแต่ละปีจะมีการปรับเปลี่ยนแบบในรูปหลายแบบ ปัจจุบันจึงมีรองเท้าถึง 30 แบบด้วยกัน ส่วนมากจะใช้ยางรถสิบล้อ จะเลือกใช้ผ้าใบยางไนลอน สำหรับยาง 1
47 เส้น สามารถทำรองเท้าได้ถึง 10 คู่ ส่วนวิธีการทำรองเท้าจะไม่ได้มีวิธีที่ซับซ้อนสักเท่าไหร่ เนื่องจากคุณไพรัตน์ ได้นำเครื่องทุ่นแรงเข้ามาช่วย เพื่อให้การตัดรูปทรงรองเท้าได้อย่างถนัดทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ หลังจาก ทำการฉีกยางรถยนต์และนำไปทำความสะอาด จากนั้นนำไปขึ้นเครื่องปั๊มรูปแบบของรองเท้า คุณไพรัตน์จะใช้ ตะปูเพื่อทำการยึดรองเท้าแทนเนื่องจากไม่ได้ใช้กาวในการทำรองเท้า ส่วนของสายรองเท้าจะใช้ส่วนของยาง นอกและยางในมาสานเป็นในรูปแบบต่างๆ ที่ต้องการ ภาพที่ 2 - 30 ผลิตภัณฑ์รองเท้า Jaoyong ที่มา: https://www.facebook.com/ การศึกษากระบวนการใช้ประโยชน์จากยางรถยนต์เก่าเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์เก้าอี้ ผลงานการวิจัย “การศึกษากระบวนการใช้ประโยชน์จากยางรถยนต์เก่าเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ เก้าอี้” โดย นาย เอกภพ วีระกูล สาขาวิชาเทคโนโลยีการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมคณะครุศาสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสถาบนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งประโยชน์จากวิจัย เรื่องนี้คือ เพื่อศึกษากระบวนการใช้ประโยชน์จากยางรถยนต์เก่าพัฒนาสู่รูปแบบผลิตภัณฑ์เก้าอี้ในการศึกษา กระบวนการใช้ประโยชน์จากยางรถยนต์เก่าพัฒนาสู่รูปแบบผลิตภัณฑ์เก้าอี้ผู้วิจัยศึกษาโดยใช้กรอบแนวคิด การพัฒนาอย่างยั่งยืน ของ ปริญญ์ บุญกนิษฐ์ และอรรคเจตต์ อภิขจรศิลป์ ซึ่งเป็นแนวทางการสร้างความ สมดุลทางด้านเศรษฐศาสตร์ (Economics) และด้านสิ่งแวดล้อม(Ecological) ช่วยลดผลกระทบต่อ
48 สิ่งแวดล้อม ส่งผลดีต่อธุรกิจ สิ่งแวดล้อม ชุมชน และเป็นแนวทางพื้นฐานที่สำคัญนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นข้อกำหนดและเป็นแนวทางสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ ภาพที่ 2 - 31 ผลิตภัณฑ์เก้าอี้จากยางรถยนต์เก่า ที่มา: นาย เอกภพ วีระกูล
49 บทที่ 3 วิธีการดำเนินงานวิจัย การดำเนินงานวิจัยเรื่อง การพัฒนายางรถยนต์เก่าจากโรงงานอุตสาหกรรม เอส.อาร์.ไทร์ จำกัดจังหวัด ปราจีนบุรีสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์เเฟชั่น ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาค้นคว้าข้อมูลต่าง ๆ และพื้นที่สำรวจข้อมูลที่ เกี่ยวข้องกับงานวิจัย รวมไปถึงแนวทางในการออกแบบเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ดังนั้นผู้วิจัยได้ กำหนดหัวข้อขั้นตอนในการวิจัยดั้งนี้ 3.1 วิธีและเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.2 การทดลองวัสดุ 3.3 การวิเคราะห์ข้อมูลและกำหนดแนวคิดในการออกแบบ 3.1 วิธีและเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.1.1 ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Research) เป็นข้อมูลที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการผลิตส่วนผสมยางในรถยนต์และจักรยานยนต์ ปริมาณยางรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานในประเทศไทย ปัญหายางรถยนต์ต่อสิ่งแวดล้อม ประวัติและ วัฒนธรรมฮิปฮอป เอกสารทางวิชาการ บทความจากอินเตอร์ที่เชื่อถือได้ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ โดยสรุปเนื้อหาพอสังเขป ดังนี้ - กระบวนการผลิตส่วนผสมยางในรถยนต์และจักรยานยนต์ - ปริมาณยางรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานในประเทศไทย - ปัญหายางรถยนต์ต่อสิ่งแวดล้อม - โรงงานอุตสาหกรรม เอส.อาร์.ไทร์ จำกัดจังหวัดปราจีนบุรี - ลักษณะของยางในรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน - ความเป็นมาและความนิยมต่อผลิตภัณฑ์แฟชั่นฮิปฮอปที่มีในปัจจุบัน - หลักการออกแบบผลิตภัณฑ์ - กลยุทธ์ทางการตลาด - การสร้างแบรนด์และการออกแบบอัตลักษณ์องค์กร
50 ภาพที่ 3 - 1 กระบวนการผลิตส่วนผสมยางในรถยนต์และจักรยานยนต์ ที่มา: พาสนา สำเภา ภาพที่ 3 - 2 ปริมาณยางรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานในประเทศไทย ที่มา: พาสนา สำเภา
51 ภาพที่ 3 - 3 ปัญหายางรถยนต์ต่อสิ่งแวดล้อม ที่มา: พาสนา สำเภา ภาพที่ 3 - 4 โรงงานอุตสาหกรรม เอส.อาร์.ไทร์ จำกัดจังหวัดปราจีนบุรี ที่มา: พาสนา สำเภา
52 ภาพที่ 3 - 5 ลักษณะของยางในรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน ที่มา: พาสนา สำเภา ภาพที่ 3 - 6 ลักษณะของยางในรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน ที่มา: พาสนา สำเภา
53 ภาพที่ 3 - 7 หลักการออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่มา: พาสนา สำเภา ภาพที่ 3 - 8 กลยุทธ์ทางการตลาด ที่มา: พาสนา สำเภา
54 ภาพที่ 3 - 9 การสร้างแบรนด์และการออกแบบอัตลักษณ์องค์กร ที่มา: พาสนา สำเภา
55 3.1.2 ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Research) เป็นการสืบค้นข้อมูลจากการลงพื้นที่ และแบบสอบถามออนไลน์ โดยแบ่งและจำแนกข้อมูล ออกเป็น - สถานประกอบการ - สัมภาษณ์ฝ่ายให้คำปรึกษาด้านยางรถยนต์ - ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค - บุลคลทั่วไป โดยข้อมูลทั้งหมดนี้จะรวบรวมประเด็นในการหาข้อมูล โดยเน้นไปในเรื่อง แนวความคิด แนวโน้มการออกแบบ และความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย - แนวความคิด - แนวโน้มการออกแบบ - ความเป็นไปได้และข้อจำกัด 3.1.3 การลงพื้นที่สำรวจ ลงพื้นที่สำรวจสถานประกอบการ และสัมภาษณ์แบบออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับยางในรถยนต์เก่า และ คุณไพโรจน์ สำเภาที่ปรึกษาด้านยางรถยนต์และยางรถจักยานยนต์ บริษัท เอส.อาร์.ไทร์ จำกัด จังหวัด ปราจีนบุรี - สัมภาษณ์คุณไพโรจน์ สำเภา ที่ปรึกษาด้านยางรถยนต์และยางรถจักยานยนต์
56 ภาพที่ 3 - 10 การสัมภาษณ์ คุณไพโรจน์ สำเภาที่ปรึกษาด้านยางรถยนต์และยางรถจักยานยนต์ ที่มา: พาสนา สำเภา ความเป็นมาของบริษัท เอส.อาร์.ไทร์ จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี บริษัท เอส.อาร์.ไทร์ จำกัด เป็นผู้ผลิตยางล้อที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1,200 ไร่ ด้วยทุนจดทะเบียน 1,200 ล้านบาท โดยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมที่จะนำยาง ล้อของคนไทยไปสู่ตลาดโลก และยิ่งใหญ่ เป็นอันดับต้นๆในเอเชีย อุปกรณ์เครื่องจักรทันสมัยครบครัน มาตรฐานระดับ World Class รายละเอียดโรงงาน ผลิตยางนอก, ยางใน-รถจักร์ยานยนต์รถยนต์นั่ง รถยนต์ บรรทุก รถยนต์ที่ใช้ในการเกษตร รถยนต์ที่ใช้ในการอุตสาหกรรม ภาพที่ 3 - 11 บริษัท เอส.อาร์.ไทร์ จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี ที่มา: พาสนา สำเภา การสัมภาษณ์เกี่ยวกับการผลิตยางรถยนต์และยางรถจักรยานยนต์ คุณไพโรจน์ ได้อธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนต่าง ๆในการผลิตยางใน ภายในโรงงานว่า ขั้นตอนแรกของ การผลิตเราจะเลือกใช้ยางธรรมชาติผสมกับสารเคมีจะนั้นจะนำยางเข้าสกรูเพื่อผสมให้ร้อนและกรองยาง จากนั้นทำการนวดครั้งที่ 1 และนวดครั้งที่ 2 จากนั้นไปสู่ขั้นตอนการใส่ผ่านหัวดันและใส่แป้งด้านในและนำไป ใส่รางน้ำต่อเพื่อให้เซ็ตตัว จากนั้นตัดเป็นชิ้นตามขนาดและใส่จุ๊บ ต่อไปก็เก็บขึ้นรถรอต่อยางให้ติดกันและพักไว้
57 เพื่อรออบ ยางในนั้นยังดิบเราจึงรออบเพื่อให้สุก จากนั้นก็ไปที่เครื่องอบยาง และนำยางลงไปอบพออบเสร็จนำ ยางขึ้นมาเพื่อตรวจสอบคุณภาพของยางในทุกเส้น ยางในที่คุณภาพไม่ได้จะถูกคัดออกรอซ่อมและตัดทิ้ง ส่วน ยางในที่ตรวจสอบคุณภาพแล้วจะถูกส่งเข้าเตรียมบรรจุ ขั้นตอนสุดท้ายคือการบรรุใส่ถุงส่งเข้าโกดังและรอส่ง ให้ลูกค้าต่อไป ภาพที่ 3 - 12 ขั้นตอนในการผลิตยางใน ที่มา: พาสนา สำเภา การสัมภาษณ์เกี่ยวกับยางในที่ใช้งานไม่ได้แล้ว คุณไพโรจน์ได้เล่าว่า ยางในที่ไม่ได้คุณภาพในระหว่างกระบวนการผลิตจะมีการถูกคัดทิ้ง หรือถูก นำไปขายต่อ ยางในที่ไม่ได้คุณภาพในระหว่างการผลิตเกิดจาก ยางบางตัวพองเกินไปหรือแตกเกินไปจึงทำให้ ยางเสียจึงนำไปใช้งานต่อไม่ได้ แต่หากมีการเช็กคุณภาพยางอีกครั้งถ้ายางเส้นไหนไม่ได้รับความเสียหายมาก เกินไปก็จะคัดมาเพื่อนำไปผสมและผลิตใหม่ต่อไป ปกติแล้วยางในที่เสียจะเป็นยางใหม่ที่ยังไม่ผ่านการใช้งาน จึงมีผู้รับเหมามารับหรือมาซื้อไปเพื่อนำไปแปรรูปเป็นอย่างอื่นต่อ แต่ยางในที่ใช้ไม่ได้แล้วจริง ๆ นั้นก็จะนำไป ทิ้งอยู่ที่หลังบริษัทเพื่อรอนำกลับมาแปรรูปว่าสามารถทำได้หรือไม่
58 ภาพที่ 3 - 13 ยางในที่ไม่ได้คุณภาพในระหว่างกระบวนการผลิต ที่มา: พาสนา สำเภา สรุปการสัมภาษณ์สถานประกอบการ จากการลงพื้นที่สำรวจพื้นที่จริงได้มีการสัมภาษณ์ในเรื่อง ของการผลิตยางในรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในแต่ละขั้นตอน ซึ่งในแต่ละกระบวนการผลิตก็จะมีรายละเอียด ต่าง ๆในการผลิตที่มากมาย ซึ่งข้อมูลที่ต้องการในการวิจัยที่ได้จากการสำรวจพื้นที่ คือ ยางในที่ไม่ได้คุณภาพ ในระหว่างการผลิตจะมีการทิ้งหรือขาย เป็นวัตถุประสงค์หลักในการลงสำรวจพื้นที่ จากการสัมภาษณ์ปริมาณ ของยางในที่ไม่ได้คุณภาพแล้ว จะมีการทิ้งหรือขายในรอบละ 1-2 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มาก ทางบริษัทจึงแก้ไข โดยมีการคัดคุณภาพของยางในอีกที เพื่อดูว่ายางเส้นไหนสามารถนำกลับมาผลิตใหม่ได้อีกครั้งหรือไม่ หรือถ้า หากยางเส้นนั้นไม่สามารถที่จะนำกลับมาผลิตใหม่ได้อีกก็จะมีการทิ้งหรือขายต่อไป
59 แบบสอบถามออนไลน์ การรวบรวมข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย จากการทำแบบสอบถามออนไลน์ (Google Form) จำนวน 51 คน แบบสอบถามเพื่อการวิจัยการพัฒนายางรถยนต์เก่า สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์เเฟชั่น ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม 1.เพศ หญิง 54.9% ชาย 47.5% LGBTQ+ (เพศทางเลือก) 9.8% ภาพที่ 3 – 14 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์เพศ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 2.อายุ ต่ำกว่า 21 ปี5.9% 21 – 30 ปี74.5% 31 – 40 ปี5.9% 41 – 50 ปี9.8% 51 – 60 ปี3.9% 60 ปีขึ้นไป 0%
60 ภาพที่ 3 – 15 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์อายุ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 3.อาชีพ นักเรียน / นักศึกษา 60.8% ข้าราชการ / รัฐวิสาหกิจ 2% พนักงานบริษัทเอกชน 21.6% ธุรกิจส่วนตัว 7.8% รับจ้างทั่วไป / ลูกจ้าง 0% ฟรีเเลนซ์3.9% อื่นๆ / Trader 3.9%
61 ภาพที่ 3 – 16 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์อาชีพ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 4.ระดับการศึกษาของท่าน ต่ำกว่าปริญญาตรี10% ปริญญาตรี88% สูงกว่าปริญญาตรี2% ภาพที่ 3 – 17 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ระดับการศึกษาของท่าน ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 5.รายได้ น้อยกว่า 5,000 บาท 27.5% 5,001 - 10,000 บาท 21.6% 10,001 - 15,000 บาท 25.5% 15,001 - 20,000 บาท 15.7% 20,000 บาทขึ้นไป 9.8%
62 ภาพที่ 3 - 18 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์รายได้ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 ส่วนที่ 2 คำถามเกี่ยวกับยางรถยนต์ 6.ท่านรู้จักยางในรถยนต์หรือไม่ รู้จัก 94.1% ไม่รู้จัก 5.9% ภาพที่ 3 - 19 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามการรู้จักยางในรถยนต์หรือไม่ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565
63 7.ยางรถยนต์เก่าส่งผลกระทบต่อตัวท่านหรือไม่ ส่งผล 52.9% ไม่ส่งผล 47.1% ภาพที่ 3 – 20 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามยางรถยนต์เก่าส่งผลกระทบต่อตัวท่านหรือไม่ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 8.ท่านคิดว่ายางรถยนต์เก่าสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ส่งผล 100% ไม่ส่งผล 0%
64 ภาพที่ 3 – 21 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามคิดว่ายางรถยนต์เก่าสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 9.ท่านมักเห็นยางรถยนต์เก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วอยู่ในสถานที่ใดบ้าง ร้านซ่อมรถ 72.5% ในพื้นที่สาธารณะ 7.8% เเม่น้ำ / ลำคลอง 5.9% พื้นที่ธรรมชาติ13.7% ภาพที่ 3 - 22 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามมักเห็นยางรถยนต์เก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วอยู่ในสถานที่ใดบ้าง ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 10.ท่านคิดว่าการนำยางรถยนต์ที่หมดอายุการใช้แล้วสามารถนำกลับมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ หรือไม่ ได้92.2% ไม่ได้7.8%
65 ภาพที่ 3 - 23 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามคิดว่าการนำยางรถยนต์ที่หมดอายุการใช้แล้วสามารถนำ กลับมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้หรือไม่ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 11.ท่านคิดว่าการนำยางในรถยนต์เก่ามาทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ส่งผลดี96.1% ส่งผลไม่ดี 3.9% ภาพที่ 3 – 24 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามคิดว่าการนำยางในรถยนต์เก่ามาทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ส่ง ผลดีต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565
66 12.ท่านคิดว่าการนำยางในรถยนต์เก่ามาทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่สมควรหรือไม่ สมควร 90.2% ไม่สมควร 9.8% ภาพที่ 3 – 25 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามคิดว่าการนำยางในรถยนต์เก่ามาทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ สมควรหรือไม่ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 ส่วนที่ 3 คำถามเกี่ยวกับวัฒธรรม " ฮิปฮอป " 13.ท่านรู้จักคำว่า ฮิปฮอป ( Hiphop ) หรือไม่ รู้จัก 94.1% ไม่รู้จัก 5.9%
67 ภาพที่ 3 - 26 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามรู้จักคำว่า ฮิปฮอป ( Hiphop ) หรือไม่ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 14.สำหรับตัวท่านคิดว่าฮิปฮอปคืออะไร ศิลปิน 9.8% เพลง 47.1% ค่านิยม 5.9% เเฟชั่น 29.4% กระเเสในสังคม 5.9% สไตล์2%
68 ภาพที่ 3 – 27 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามสำหรับตัวท่านคิดว่าฮิปฮอปคืออะไร ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 15.ท่านคิดว่าผลิตภัณฑ์แฟชั่นฮิปฮอปเป็นที่นิยมในสมัยนี้หรือไม่ เป็นที่นิยม 88.2% ไม่เป็นที่นิยม 11.8% ภาพที่ 3 – 28 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามท่านคิดว่าผลิตภัณฑ์แฟชั่นฮิปฮอปเป็นที่นิยมในสมัยนี้ หรือไม่ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 16.ท่านคิดว่าการนำวัฒนธรรมฮิปฮอปมาออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นเหมาะสมหรือไม่ เหมาะสม 98% ไม่เหมาะสม 2%
69 ภาพที่ 3 – 29 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามคิดว่าการนำวัฒนธรรมฮิปฮอปมาออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ แฟชั่นเหมาะสมหรือไม่ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 17.ท่านคิดว่าการนำยางในรถยนต์เก่าเหมาะสำหรับการทำผลิตภัณฑ์แฟชั่นหรือไม่ เหมาะ 88.2% ไม่เหมาะ 11.8% ภาพที่ 3 – 30 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามท่านคิดว่าการนำยางในรถยนต์เก่าเหมาะสำหรับการทำ ผลิตภัณฑ์แฟชั่นหรือไม่ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565
70 18.ท่านคิดว่าราคาที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์เเฟชั่นที่ทำจากยางในรถยนต์ควรมีราคาอยู่ ที่เท่าไหร่ 100 - 500 บาท 28% 600 - 1000 บาท 28% 1100 - 1500 บาท 22% 1600 - 2000 บาท 18% 2100 บาทขึ้นไป 4% ภาพที่ 3 – 31 แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของคำถามคิดว่าราคาที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์เเฟชั่นที่ทำจาก ยางในรถยนต์ควรมีราคาอยู่ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 19.ข้อเสนอเเนะเพิ่มเติม เกี่ยวกับการนำยางในรถยนต์มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เเฟชั่น เช่น กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า ทั้งหมด 50 ความคิดเห็น - รองเท้า -กระเป๋า -เป็นการพัฒนาที่ดีช่วยลดขยะจากยางรถยนต์ที่ไม่ได้ใช้เเล้ว -น่าสนใจ เเละยังนำสิ่งที่เป็นขยะนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อรักษาสิ่งเเวดล้อม
71 -ระวังเรื่องกลิ่นที่อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากวัสดุที่เป็นยางรถยนต์ อาจทำให้มีกลิ่นยางได้ -เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ และเป็นการนำวัสดุที่เหลือใช้ นำกลับมาสร้างให้มีมูลค่า -รองเท้าเเบบยาง -ควรทนทานเหมาะสมกับราคม -ไม่มี -คุณค่าหรือราคา อยู่ที่การทำแบนด์ของตัวสิ้นค่าซึ่งน่าจะคำนึงจาก กระบวนการในการทำ หรือ การเขียนสตอ รี่ให้กับสินค้า โดย ผลลัพธ์สามารถตอบรับกับผู้ใช้งาน หรือ สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน และราคา สามารถจับต้องได้ ซึ่งส่วนตัวคิดว่า สามารถนำ วัสดุที่ไม่เกิดการใช้งานมา รีโปรดักส์ และทำให้มันมีคุณค่า ใน case ของFreitag อาจจะเป็นกรณีศึกษาในการต่อยอดสิ้นค้า หรือการสร้างคุณค่าให้กับสิ้นค้าต่อไป -ชุดคอลเล็กชั่น -กระถางต้นไม้ -ถุงมือแฟชั่น -กระเป๋าจากผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์น่าสนใจดี ซึ่งอาจออกแบบให้เข้ากับชุดแฟชั่นได้ -เเฟชั่นที่คงทนที่มาจากยางรถยนต์ -เข็มขัด -ทำรองเท้าน่าจะดี -อาจต้องลองศึกษาส่วนผสมของยางในว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง และเรื่องการดูแลรักษาสภาพยางใน ปัจจัย ต่างๆที่อาจส่งผลให้ยางเสื่อมสภาพหลังจากการทำมาประยุกต์ใช้ -อาจจะเป็นพวกเครื่องประดับ -น่าสนใจ -ทำให้ดูเป็นเเฟชั่นปารีส -ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งที่ใช้ไม่ได้เเล้ว เพื่อนำกับมาใช้ใหม่ -ลดขยะที่ไม่ได้ใช้เเล้ว -ทำเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้านได้ -ใช้ยางร่วมกับวัสดุที่แพงอาจจะเพิ่มมูลค่าเพิ่มได้ -สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งที่ไม่ได้ใช้เเล้ว
72 -เป็นการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ไม่ได้ใช้เเล้วนำกับมาใช้ใหม่เพื่อลดขยะให้กับโลกเเล้วยังสนับสนุนด้านเเฟชั่นจาก วัสดุเหลือใช้ -พวงกุญแจ -พัฒนาให้เป็นสิ่งที่คงทนเเละสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน -อยากให้ดีไซน์มีลูกเล่นเเละน่าสนใจ ทำให้เเปลกตาเเละดูทันสมัย -กระเป๋าน่าใจ -ลองนำมาทำเป็นเครื่องประดับ -รองเท้าจากยาง -กระเป๋าสำหรับผู้หญิงก็น่าสนใจ -สามารถนำสิ่งที่เป็นขยะกลับมาใช้ใหม่ได้ -สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ดี
73 3.2 การทดลองวัสดุ วัสดุยางในรถยนต์ ความหนา 2 มิลลิเมตร 3.2.1 การใช้ใบมีดตัด การใช้คัดเตอร์ตัดวัสดุ ผลที่ได้คือ ตัดไม่เข้า ต้องกีด 2 – 3 ครั้ง ภาพที่ 3 - 32 การทดลองการตัดด้วยใบมีด ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 3.2.2 การใช้กรรไกรตัด ผลที่ได้คือ สามารถตัดขาดได้โดยครั้งเดียวสามารถตัดตามรูปทรงที่ต้องการได้
74 ภาพที่ 3 - การทดลองการตัดด้วยกรรไกร ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 3.2.3 การใช้จักรไฟฟ้าเย็บผ้าโดยวางผ้าไว้บนยาง การเย็บผ้าโดยเย็บติดบนยาง ผลที่ได้คือ สามารถเย็บได้แต่จะมีความหนืดของยางทำให้ด้านหลังด้านไม่เรียบร้อย ภาพที่ 3 - 33 การทดลองการใช้จักรไฟฟ้าเย็บผ้าโดยวางผ้าไว้บนยาง ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 3.2.4 การใช้จักรไฟฟ้าเย็บผ้าโดยใช้ผ้าประกบหน้าและหลังยางใน การเย็บผ้าโดยเย็บติดบนยางโดยใช้ผ้าประกบหลังและหน้า ผลที่ได้คือ สามารถเย็บได้แต่จะ มีความหนืดของยางทำให้ด้านหลังด้านไม่เรียบร้อย
75 ภาพที่ 3 - 34 การทดลองการใช้จักรไฟฟ้าเย็บผ้าโดยใช้ผ้าประกบหน้าและหลังยางใน ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 3.2.5 การใช้จักรไฟฟ้าเย็บบนยางในและรองด้วยผ้า การเย็บยางในและใช้ผ้ารองด้านหลังโดยให้เข็มโดนยางในโดยตรง ผลที่ได้คือ สามารถเย็บได้ประมาณ 3 cm และด้ายจึงขาดเนื่องจากเกิดการเสียดสีของเข็มกับ ยางในเลยทำให้ด้ายขาด ภาพที่ 3 - 35 การทดลองการใช้จักรไฟฟ้าเย็บบนยางในและรองด้วยผ้า ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 3.2.5 การตอกยางในและใช้การเย็บมือ การเย็บยางในโดยใช้ที่ตอกหนังเพื่อทำให้เป็นรูง่ายต่อการเย็บ ผลที่ได้คือ สามารถเย็บได้แต่ค่อนข้างใช้เวลานานพอสมควร
76 ภาพที่ 3 - 36 การทดลองการตอกยางในและใช้การเย็บมือ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 3.2.6 การตอกยางในและผ้าพร้อมกันโดยใช้การเย็บมือ การเย็บยางในและผ้าโดยใช้ที่ตอกหนัง ตอกพร้อมกันเพื่อทำให้เป็นรูง่ายต่อการเย็บ ผลที่ได้คือ สามารถเย็บได้แต่ค่อนข้างใช้เวลานานพอสมควร และไม่ค่อยเรียบร้อย ภาพที่ 3 - 37 การทดลองการตอกยางในและผ้าพร้อมกันโดยใช้การเย็บมือ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565
77 3.2.7 การใช้กาวสำหรับติดยางติดเข้าด้วยกัน การใช้กาวยางในการใช้ยางในติดประกบเข้าด้วยกัน ผลที่ได้คือ ยางในสามารถติดประกบกันได้แต่ถ้าใช้แรงดึงออกสามารถหลุดออกได้ ภาพที่ 3 - 38 การทดลองการใช้กาวสำหรับติดยางติดเข้าด้วยกัน ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565
78 ตารางสรุปผลการทดลองวัสดุ ตารางที่3-1 ตารางสรุปผลการทดลองวัสดุ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 ผลการทดลอง ระดับความยาก-ง่าย ผลลัพท์ ง่าย ปานกลาง ยาก ดี พอใช้ น้อย การใช้ใบมีดกีด การใช้กรรไกรตัด การเย็บโดยใช้จักรไฟฟ้าโดยวาง ผ้าข้างบนและยางในด้านล่าง
79 การเย็บยางในโดยใช้จักรไฟฟ้า โดยวางผ้าประกบสองด้าน การเย็บยางในโดยใช้ยางวางไว้ ด้านบนและผ้าอยู่ด้านล่าง การตอกยางในและเย็บมือ การตอกยางในและผ้าพร้อมกัน เพื่อเย็บมือ
80 การใช้กาวยางติดยางในประกบ 3.3 การกำหนดแนวคิดในการออกแบบ 3.3.1 วิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มผู้บริโภค Demographic กลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัย ในช่วงอายุ 20-40 ปีขึ้นไป รายได้ต่อเดือน ประมาณ 15,000 บาทขึ้นไป ทุกอาชีพ Psychographic ผู้ที่ชอบในวัฒนธรรมฮิปฮอป ศิลปิน เพลง เเละเเฟชั่น มีความชื่นชอบเเละ สนับสนุนผลิตภัณฑ์รีไซเคิลจากขยะเพื่อสิ่งเเวดล้อม ภาพที่ 3 - 39 Customer analysis - Demographic ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565
81 ภาพที่ 3 - 40 Customer analysis - Psychographic ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 ภาพที่ 3 - 41 Mood board ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565
82 3.3.2 กรอบแนวความคิด ต้องการนำสิ่งที่ไม่ได้ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งมีการนำวัสดุ อย่างยางในรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานแล้วนำมาออกแบบให้เป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นสำหรับกลุ่มคนที่นิยมใน สไตล์ฮิปฮอปและกลุ่มคนที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนความนิยมที่กำลังมีกระแสในสังคมและรีไซเคิล วัสดุเหลือทิ้งอีกด้วย 3.3.3 จุดประสงค์ เพื่อออกแบบสิ่งที่ไม่ได้ใช้ให้นำกลับมาใช้ใหม่ในรูปแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นที่มีวัฒนธรรมฮิปฮอปเข้ามา ผสมผสาน เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในด้านวัฒนธรรมฮิปฮอปและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการนำวัสดุ จากยางในที่หมดอายุการใช้งานจากโรงงานเอส.อาร์.ไทร์ จำกัด นำกลับมาพัฒนาใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3.3.4 การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ ( Matrix ) การวิเคราะห์การวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นตัวช่วยในการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วใน ปัจจุบัน ว่าควรไปในทิศทางใดเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ การวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ในเรื่องของรูปแบบ ภาพที่ 3 - 42 การวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ในเรื่องของรูปแบบ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565
83 การวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ในเรื่องของอารมณ์ ภาพที่ 3 - 43 การวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ในเรื่องของอารมณ์ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 การวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ในเรื่องของโทน ภาพที่ 3 - 44 การวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ในเรื่องของโทน ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565
84 การวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ในเรื่องของวัสดุ ภาพที่ 3 - 45 การวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ในเรื่องของวัสดุ ที่มา: พาสนา สำเภา , กรกฎาคม 2565 3.3.4 วิเคราะห์สรุปการออกแบบ 5W1H What พัฒนายางรถยนต์เก่า จากบริษัท เอส.อาร์.ไทร์ จำกัด จังหวัดปราจีน เพื่อนำมาออกแบบ ผลิตภัณฑ์แฟชั่นภายใต้ความเป็นวัฒนธรรมฮิปฮอป โดยมีการออกแบบ เสื้อ กระเป๋า และอุปกรณ์แฟชั่นต่างๆ Who กลุ่มเป้าหมายทุกเพศ ในช่วงอายุ 20 - 40 ปีขึ้นไป รายได้ต่อเดือนประมาณ 15,000 บาทขึ้น ไป ทุกอาชีพ เป็นผู้ที่ชื่นชอบวัฒนธรรมฮิปฮอป การแต่งตัว หรือการใช้ผลิตภัณฑ์แฟชั่น และเป็นผู้ที่สนับสนุน การรักษาสิ่งแวดล้อมหรือการใช้ผลิตภัณฑ์รีไซเคิล Where ผลิตภัณฑ์แฟชั่นจากยางรถยนต์ สามารถใช้งานได้ในการออกงานสังสรรค์ การทำกิจกรรม ต่างๆ หรือการใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป When ผลิตภัณฑ์แฟชั่นจากยางรถยนต์ มีไว้สำหรับการใช้ได้ในชีวิตประจำวันทั่วไป สำหรับคนที่รัก อิสระ และชอบความทันสมัยหรือความนิยม Why ต้องการที่จะนำสิ่งที่เหลือทิ้งหรือไม่ได้ใช้แล้วนำกับมาพัฒนาใหม่เพื่อลดปริมาณของขยะที่มี ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน จึงนำมาสู่แนวคิด คือการนำยางในรถยนต์เก่าที่หมดอายุการใช้งานแล้วมา พัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นในรูปแบบของความเป็นฮิปฮอปที่ใช้วัฒนธรรมที่มีความนิยมอยู่ในปัจจุบัน รวม ไปถึงการตอบโจทย์ต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากที่สุด
85 How เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวันหรือระหว่างการทำงาน จะเน้นไปที่การดีไซน์ ของวัฒณธรรมฮิปฮอปมาร่วมในการออกแบบและยังเน้นไปที่วัสดุให้มีความโด่ดเด่นในการเลือกมาใช้สำหรับ ทำผลิตภัณฑ์แฟชั่น วัสดุที่นำมาใช้มีการรีไซเคิลยางในรถยนต์ใหม่เพื่อลดปริมาณของขยะที่จะเพิ่มขึ้นใน อนาคตเรื่อยๆ และสามารถเป็นประโยชน์ให้กับสังคมได้