คู่มือ
38 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผูเ้ รียน
ระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผูเ้ รียน
ภาพที่ 6 แนวทางการจดั การเรียนการสอนฐานสมรรถนะทเี่ ชอ่ื มโยงกับรายวิชาทป่ี รากฏในหลักสตู รสถานศึกษา
สำหรับการออกแบบหลักสูตรฐานสมรรถนะท่ีเชื่อมโยงแนวทางการจัดการเรียนการสอนฐาน
สมรรถนะทงั้ 3 กลมุ่ นนั้ เมอ่ื พจิ ารณากระบวนการออกแบบหลกั สตู รโดยทวั่ ไปทง้ั 4 ขน้ั ตอน ไดแ้ ก่ (1) การกำหนด
เป้าหมายหลักสูตร/รายวิชา (2) การคัดเลือกเนื้อหาหรือประสบการณ์ (3) การจัดโครงสร้างเนื้อหา/
ประสบการณ์และการจัดกจิ กรรม และ (4) การกำหนดวธิ ีการวดั ประเมินผลการเรียนร้ตู ามเปา้ หมายหลักสตู ร/
รายวิชา ครผู ูส้ อนท่ปี ระสงค์จะนำแนวทางการจดั การเรยี นการสอนฐานสมรรถนะทงั้ 3 กลมุ่ ไปใช้นน้ั สามารถ
ออกแบบหลักสูตรรายวิชาตามขั้นตอนท้ัง 4 ข้ันตอนได้ โดยมีรายละเอียดในการดำเนินการที่แตกต่างกัน
เล็กนอ้ ย ซง่ึ จะสามารถอธิบายไดต้ ามลำดับดงั ตอ่ ไปน้
ี
คูม่ ือ
39
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผเู้ รียน
ระดบั ประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผเู้ รียน
กลุ่มที่ 1 การนำกรอบสมรรถนะหลักสู่การพัฒนาผู้เรียนบนฐานหลักสูตรอิงมาตรฐาน มีลักษณะ
เฉพาะทม่ี งุ่ เน้นการเชอื่ มโยงสมรรถนะเข้าสสู่ าระ มาตรฐาน และตวั ชว้ี ัดช้ันปีในกลมุ่ สาระการเรียนรใู้ นรายวชิ า
พนื้ ฐานท้งั 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ การจัดการเรยี นการสอนฐานสมรรถนะตาม แนวทางท่ี 1
ใช้งานเดิม เสริมสมรรถนะ และ แนวทางที่ 2 ใช้งานเดิม ต่อเติมสมรรถนะ ที่มีการกำหนดตัวช้ีวัดช้ันปีตาม
กลุ่มสาระการเรียนรู้ท่ีจะจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะเป็นตัวตั้ง เมื่อกำหนดตัวชี้วัด (อาจจะมากกว่า
หน่ึงกลุ่มสาระการเรียนรู้) ได้แล้ว จึงเป็นข้ันตอนของการคัดเลือกเนื้อหา/ประสบการณ์ท่ีสอดคล้องกับตัวช้ีวัด
ชั้นปีน้ัน ๆ จากนั้นวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครอบคลุมตัวช้ีวัด เนื้อหา/ประสบการณ์ ในข้ันตอนน้ี
จะสามารถเหน็ ถงึ สง่ิ ทผี่ เู้ รยี นจะตอ้ งปฏบิ ตั หิ รอื ภาระงานทสี่ ะทอ้ นถงึ ความรู้ (K) ทกั ษะ (S) และคณุ ลกั ษณะ (A)
ตามตัวชี้วัดชั้นปีที่กำหนด ขั้นตอนน้ีเองครูผู้สอนสามารถพิจารณากรอบสมรรถนะที่สอดคล้องกับกิจกรรม
การเรียนรู้ท่ีกำหนดได้ เม่ือกำหนดสมรรถนะท่ีต้องการพัฒนาให้กับผู้เรียนได้แล้ว จึงกำหนดวิธีวัดประเมินผล
ตวั ชี้วัดพรอ้ มกบั สมรรถนะทคี่ วรจะเกดิ ข้นึ ได้ ดังท่ีนำเสนอลำดบั ขั้นตอน ในภาพท่ี 7
ภาพท่ี 7 ขน้ั ตอนการออกแบบหลักสตู รรายวิชาสำหรับการจดั การเรียนการสอนฐานสมรรถนะ
ตามแนวทางท่ี 1 และ แนวทางที่ 2
กลุ่มที่ 2 การนำกรอบสมรรถนะหลักสู่การพัฒนาผู้เรียนโดยอิงฐานสมรรถนะหรือหลักสูตร
องิ มาตรฐาน ประกอบดว้ ยแนวทางการจัดการเรยี นการสอนฐานสมรรถนะ แนวทางท่ี 3: ใชร้ ปู แบบการเรยี นรู้
สู่การพัฒนาสมรรถนะ และแนวทางท่ี 4 : สมรรถนะเป็นฐาน ผสานตัวช้ีวัด จุดเด่นของทั้งสองแนวทางน้ีคือ
การมุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะเป็นตัวต้ังโดยผสมผสานกับอีกจุดเน้นหน่ึงท่ีมีความแตกต่างกัน โดยแนวทาง
ที่ 3 ใช้รูปแบบการเรียนรู้ สู่การพัฒนาสมรรถนะ จะมุ่งเน้นการเช่ือมโยงการพัฒนาสมรรถนะร่วมกับรูปแบบ
การเรยี นรทู้ ผี่ สู้ อนกำหนด สำหรบั กระบวนการออกแบบหลกั สตู รรายวชิ าตามแนวทางที่ 3 ใชร้ ปู แบบการเรยี นร ู้
สู่การพัฒนาสมรรถนะ จะเริ่มตน้ จากการกำหนดรูปแบบการเรียนรู้ จากนนั้ จงึ วเิ คราะห์งาน สถานการณ์ หรือ
คู่มือ
40 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผูเ้ รียน
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนาผเู้ รยี น
ปัญหา เม่ือได้งาน สถานการณ์ หรือปัญหาที่จะใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ภายใต้รูปแบบการเรียนรู้แล้ว
จึงวิเคราะห์สมรรถนะท่ีผู้เรียนน่าจะได้พัฒนาสมรรถนะในการทำงานหรือจัดการกับสถานการณ์หรือปัญหานั้น
โดยอาจวเิ คราะห์สาระ มาตรฐาน ตวั ชี้วดั ชัน้ ปี หรอื ผลการเรียนรู้ ท่ีอาจเกี่ยวขอ้ งเชอื่ มโยงกบั งาน สถานการณ์
หรือปัญหาท่ีกำหนดในรูปแบบการเรียนรู้ร่วมด้วยได้ เมื่อวิเคราะห์งาน สถานการณ์ หรือปัญหาร่วมกับ
สมรรถนะ รวมถึงสาระ มาตรฐาน ตัวช้ีวัดช้ันปี หรือผลการเรียนรู้แล้ว จึงเป็นการกำหนดกิจกรรมการเรียนรู้
ที่เป็นไปตามเงื่อนไขของรูปแบบการเรียนรู้ท่ีกำหนดและครอบคลุมสมรรถนะท่ีระบุไว้ และวางแผนกำหนด
วิธกี ารประเมินผลทค่ี รอบคลุมสมรรถนะทผี่ ู้เรยี นพึงปฏิบตั ิไดต้ ่อไป ดังทีน่ ำเสนอในภาพท่ี 8
ภาพท่ี 8 ข้นั ตอนการออกแบบหลกั สูตรรายวชิ าสำหรับการจดั การเรียนการสอนฐานสมรรถนะตามแนวทางท่ี 3
กลมุ่ ที่ 3 การนำกรอบสมรรถนะหลกั สกู่ ารพฒั นาผเู้ รยี นบนฐานสมรรถนะ คอื แนวทางที่ 5: บรู ณาการ
ผสานหลายสมรรถนะ แนวทางที่ 6: สมรรถนะชีวิตในกิจวัตรประจำวัน แนวทางท่ี 7: การเรียนรู้สมรรถนะ
แบบผสมผสาน (Hybrid Competency Learning) และแนวทางที่ 8: เช่ือมงาน ประสานการเรียนรู้สู
่
การพัฒนาสมรรถนะทั้งโรงเรียน (Whole - School Learning) ซึ่งเป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอน
ฐานสมรรถนะที่ไม่จำเป็นต้องอ้างอิงสาระ มาตรฐาน ตัวช้ีวัดชั้นปีของกลุ่มสาระการเรียนรู้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เป็นการเฉพาะ เนื่องจากเป็นการจัดการเรียนการสอนท่ียึดกรอบสมรรถนะหลักเป็นตัวต้ัง กระบวนการ
ออกแบบหลักสูตรรายวิชาตามแนวทางท่ี 5 แนวทางท่ี 7 และแนวทางที่ 8 จะเริ่มต้นด้วยการกำหนดกรอบ
สมรรถนะหลักที่ประสงค์จะพัฒนาให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน โดยอาจมีลักษณะเป็นงาน (Task) สถานการณ์
(Situation) หรือปัญหา (Problem) จากน้ันวิเคราะห์เนื้อหาและประสบการณ์ที่เก่ียวข้อง รวมถึงสาระ
มาตรฐาน ตัวช้ีวัดช้ันปีของกลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมถึงผลการเรียนรู้ที่คาดหวังในรายวิชาท่ีอาจเก่ียวข้องหรือ
เปน็ ส่วนหน่งึ ของงาน สถานการณ์ หรอื ปญั หาท่ีกำหนดไว้ เม่อื วิเคราะหผ์ ลการเรยี นรู้ (Learning Outcomes)
ทง้ั หมดเรยี บรอ้ ยแลว้ จงึ กำหนดการจดั กจิ กรรมการเรยี นรทู้ ค่ี รอบคลมุ งาน สถานการณ์ หรอื ปญั หาทกี่ ำหนดไว ้
และกำหนดการวัดประเมินผลการเรียนรู้ตามกรอบสมรรถนะหลักที่ควรจะเกิดข้ึนกับผู้เรียน ดังกระบวนการ
ที่นำเสนอในภาพที่ 9
คูม่ ือ
41
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผเู้ รยี น
ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผู้เรยี น
ภาพท่ี 9 ขน้ั ตอนการออกแบบหลกั สูตรรายวิชาสำหรบั การจัดการเรยี นการสอนฐานสมรรถนะตามแนวทางท่ี 5 7 8
ในขณะท่ี แนวทางที่ 6 สมรรถนะชีวิตในกิจวัตรประจำวัน จะมุ่งเน้นการเช่ือมโยงการพัฒนา
สมรรถนะรว่ มกบั สถานการณ์หรอื เหตุการณ์ในชีวติ ประจำวนั ทผ่ี เู้ รียนพึงประสบ แนวทางนมี้ ลี กั ษณะสำคัญคอื
การจัดกิจกรรมที่ไม่ได้มุ่งเน้นการกำหนดเน้ือหาสาระแบบตายตัว (Content Free) มีผลทำให้กระบวนการ
ออกแบบหลักสูตรรายวิชาจะเริ่มต้นจากการวิเคราะห์งาน สถานการณ์ หรือปัญหาที่พบร่วมกันกับผู้เรียน
จากนั้นวิเคราะห์สมรรถนะที่ผู้เรียนพึงจะปฏิบัติในการทำงานหรือจัดการสถานการณ์หรือปัญหานั้น ตามด้วย
การวิเคราะห์เน้ือหาหรือประสบการณ์ท่ีอาจเช่ือมโยงไปถึงสาระ มาตรฐาน ตัวช้ีวัด หรือผลการเรียนรู้
ท่ีเกี่ยวข้องได้ ซ่ึงการวิเคราะห์ดังกล่าวจะยึดสมรรถนะท่ีกำหนดเป็นแกนหลัก จากน้ันจึงเป็นขั้นตอนของ
การวางแผนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครอบคลุมสมรรถนะ ตลอดจนวิธีการวัดประเมินผลสมรรถนะดังกล่าว
ดังกระบวนการ ภาพที่ 10
ภาพที่ 10 ข้นั ตอนการออกแบบหลกั สูตรรายวชิ าสำหรับการจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะตามแนวทางท่ี 6
คูม่ อื
42 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผูเ้ รียน
ระดับประถมศกึ ษาปีท่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผเู้ รียน
จะเห็นได้ว่า กรอบสมรรถนะสำหรับผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานสามารถนำมาสู่การออกแบบ
หลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะได้ตามแนวทางที่เสนอแนะ 6 แนวทาง
ท่ีได้พัฒนามาจากผลการวิจัยและพัฒนากรอบสมรรถนะผู้เรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น สำหรับหลักสูตร
สถานศึกษา (สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา, 2562) และคณะวิจยั ได้นำแนวทางการจัดการเรียนการสอน
ดงั กล่าวมาจดั กลมุ่ 3 กลุ่ม เพอ่ื ให้สถานศึกษาและครผู ู้สอนสามารถนำไปพฒั นาการจดั การเรียนการสอนที่เน้น
สมรรถนะเป็นฐานได้ตามความต้องการท่ีสอดคล้องกับบริบทของตน คือ การนำกรอบสมรรถนะหลักสู่การ
พัฒนาผู้เรียนบนฐานหลักสูตรอิงมาตรฐาน การนำกรอบสมรรถนะหลักสู่การพัฒนาผู้เรียนโดยอิงฐาน
สมรรถนะหรอื หลักสตู รองิ มาตรฐาน และการนำกรอบสมรรถนะหลักสู่การพฒั นาผเู้ รียนบนฐานสมรรถนะ
ดังนน้ั แนวทางการจัดการเรยี นการสอนฐานสมรรถนะ 6 แนวทางนี้ จงึ สามารถเชื่อมโยงกบั หลกั สูตร
สถานศึกษาได้อย่างยืดหยุ่น และนำมาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและการวัดผลประเมินผล
ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านจากหลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standard - based Curriculum) มาสู่หลักสูตร
ฐานสมรรถนะ (Competency - based Curriculum) อยา่ งกลมกลนื ตามบรบิ ทของสถานศกึ ษา โดยเชอ่ื มโยง
ได้ทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัดช้ันปี รวมถึง
ผลการเรยี นรทู้ กี่ ำหนดไวใ้ นรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ตลอดจนเปา้ หมายของรายวชิ า/กจิ กรรมทไ่ี มอ่ ยใู่ นโครงสรา้ งหลกั สตู ร
ได้ตามความพร้อมและจดุ เน้นของสถานศึกษา
คมู่ อื
43
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผเู้ รยี น
ระดับประถมศกึ ษาปีท่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผเู้ รียน
ตอนที่ 4
หลักการและแนวทางการออกแบบการจัดการเรียนรู้
บนฐานสมรรถนะ
กรอบสมรรถนะหลกั สำหรบั ผเู้ รยี นระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานทกี่ ำหนดขน้ึ มลี กั ษณะเปน็ สมรรถนะหลกั
(Core Competencies) ซ่ึงหมายถึง สมรรถนะที่มีความสำคัญที่เป็นความสามารถที่จำเป็นสำหรับผู้เรียน
ทุกคน เป็นสมรรถนะที่แสดงถึงความสามารถแบบไต่ระดับตามพัฒนาการของนักเรียนแต่ละช่วงวัยไปสู่ระดับ
ความสามารถที่สูงกว่าของแต่ละช้ันปี รวมทั้งในลักษณะเฉพาะการทำงาน หรือสมรรถนะวิชาชีพ หรือ
สมรรถนะองค์กรในอนาคตของผเู้ รียน โดยสมรรถนะหลกั ระดบั การศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน 7 สมรรถนะนี้ มีพืน้ ฐาน
จากความฉลาดรู้พ้ืนฐาน (Competencies in Basic Literacy) ค่านิยมร่วมและคุณธรรม เพ่ือการเป็น
พลเมอื งไทยในฐานะพลเมอื งโลกทม่ี คี ณุ ภาพในโลกอนาคต
สมรรถนะในความฉลาดรู้พื้นฐาน (Competencies in Basic Literacy) ถือเป็นสมรรถนะพ้ืนฐาน
ท่ีเป็นเคร่ืองมือสำคัญในการเรียนรู้ (Learning Tool) สมรรถนะเหล่าน้ีเป็นสมรรถนะสำคัญซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง
ของความฉลาดรู้ในด้านน้ัน ๆ หรือเรียกได้ว่าเป็นความฉลาดรู้ (Literacy) ท่ีต้องพัฒนาแก่ผู้เรียนให้ถึงระดับ
ที่เรียกได้ว่าเป็น “สมรรถนะ” สมรรถนะในความฉลาดรู้พ้ืนฐาน ประกอบด้วยสมรรถนะ 4 สมรรถนะหลัก
ไดแ้ ก่
1) สมรรถนะหลกั ดา้ นภาษาไทยเพื่อการสอ่ื สาร (Thai Language for Communication)
2) สมรรถนะหลักดา้ นภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร (English for Communication)
3) สมรรถนะหลกั ดา้ นคณิตศาสตร์ในชวี ิตประจำวนั (Mathematics in Everyday Life) และ
4) สมรรถนะหลักด้านการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ (Scientific Inquiry and
Scientific Mind)
ในสว่ นของสมรรถนะหลักสำหรบั ผเู้ รยี นระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน 7 สมรรถนะ ประกอบด้วย
1) สมรรถนะหลกั ด้านทกั ษะชีวิตและความเจริญแหง่ ตน (Life Skills and Personal Growth)
2) สมรรถนะหลกั ดา้ นทกั ษะอาชพี และการเปน็ ผปู้ ระกอบการ (Career Skills and Entrepreneurship)
3) สมรรถนะหลักด้านการคิดขั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรม (Higher - Order Thinking Skills
and Innovation Development)
4) สมรรถนะหลักด้านการรู้เท่าทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล (Media Information and Digital
Literacy)
5) สมรรถนะหลักดา้ นการสอ่ื สาร (Communication)
คู่มอื
44 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผูเ้ รยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผูเ้ รียน
6) สมรรถนะหลักด้านการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีม และมีภาวะผู้นำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)
7) สมรรถนะหลักด้านการเป็นพลเมืองตื่นรู้ที่มีสำนึกสากล (Active Citizenship with Global
Mindedness)
ทั้งน้ี กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนน้ีมิใช่หลักสูตรฐานสมรรถนะระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
เปน็ เพยี งองคป์ ระกอบหนง่ึ ของหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานทม่ี คี วามสำคญั มาก เพราะเปน็ เปา้ หมาย
ในการพัฒนาผู้เรียน ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการออกแบบหลักสูตรสถานศึกษา การออกแบบรายวิชาหรือ
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน หรือในระดับการเรียนการสอนในช้ันเรียน ทั้งน้ี การวิจัยคร้ังนี้เป็นการดำเนินการนำ
สมรรถนะไปสกู่ ารจดั การเรยี นการสอน โดยมรี ายละเอยี ดในการเชอ่ื มโยงสมรรถนะหลกั ระดบั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
กับกลุม่ สาระการเรียนรู้ และแนวทางในการนำกรอบส่กู ารจดั การเรยี นการสอน ดงั นี้
การเชื่อมโยงสมรรถนะหลกั สำหรับ
ผเู้ รียนระดบั การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน
กบั กล่มุ สาระการเรียนร้
ู
สมรรถนะในความฉลาดรู้พื้นฐาน (Competencies in Basic Literacy) และสมรรถนะหลัก
7 สมรรถนะ (Core Competency) สำหรับผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน สามารถนำไปใช้พัฒนาผู้เรียน
ผ่านกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ในช่วงเวลา
ของการเปล่ียนผ่านไปสู่การนำหลักสูตรฐานสมรรถนะได้ ท้ังในลักษณะของการพัฒนาสมรรถนะหลักตามกลุ่ม
สาระการเรยี นร้ตู ่าง ๆ โดยครูผูส้ อนในแตล่ ะรายวิชาของกลุม่ สาระการเรียนรู้ สามารถพิจารณาสมรรถนะหลัก
และสมรรถนะย่อยท่ีเก่ียวข้อง เพ่ือมุ่งเน้นในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะหลัก
ดังกล่าว หรือในลักษณะการนำสมรรถนะหลักมาพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้มากข้ึน ลุ่มลึก มีความหมาย และ
เพิ่มมิติในการเรียนรู้มากขึ้น นอกจากน้ียังสามารถนำสมรรถนะในความฉลาดรู้พ้ืนฐานและสมรรถนะหลัก
7 สมรรถนะ ในการพฒั นาผเู้ รยี นขา้ มกลมุ่ สาระการเรยี นรตู้ า่ ง ๆ หรอื นำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสถานการณก์ ารเรยี นร
ู้
ต่าง ๆ ในชีวิตจริงได้ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นความสัมพันธ์เช่ือมโยงได้ชัดเจนขึ้น จึงขอแสดงตัวอย่างการเช่ือมโยง
ความสมั พนั ธข์ องสมรรถนะหลกั ระดบั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานกบั แนวทางการพฒั นาผเู้ รยี นในกลมุ่ สาระการเรยี นร
ู้
ตา่ ง ๆ ว่าผู้สอนตอ้ งสร้างโอกาสในการเรยี นร้หู รือการลงมอื ปฏบิ ตั ิแก่ผู้เรยี นในประเด็นใดบ้าง ดังน ี้
คูม่ ือ
45
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผูเ้ รยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผูเ้ รียน
❖ กลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
สมรรถนะ แนวทางการพัฒนาผเู้ รยี น
1) สมรรถนะหลัก
- ใช้ภาษาไทยในการอ่าน ฟัง และดู ผ่านช่องทางหลากหลาย และ
ด้านภาษาไทย
ทำความเข้าใจ ตคี วาม แปลความ และขยายความส่ิงท่ีอ่าน ฟงั และดู
เพอ่ื การสื่อสาร
ได้อย่างมีวิจารญาณ เพอ่ื มาส่ิงทไี่ ด้มาใช้ในการพฒั นาตน ประยกุ ตใ์ ช้ใน
(Thai Language for ชวี ติ ประจำวัน
Communication)
- ใช้ภาษาไทยในการเขียน พูด เพ่ือนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ และ
ช่องทางทหี่ ลากหลายอยา่ งถูกต้อง เหมาะสม มีเจคติท่ีดี ในการรายงาน
ผลการค้นคว้า เสนอทัศนะ โต้แย้ง โน้มน้าว และแสดงแนวคิดอย่าง
มีเหตุผล
- ใช้รูปแบบ และหลักการทางภาษาไทยท่ีเหมาะสมกับบริบท สังคม
วฒั นธรรมและใช้เพอ่ื บรรลุวตั ถุประสงค์เฉพาะ
- ใช้ภาษาไทยในวิเคราะห์วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรม เพื่อให้เข้าใจ
ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย
2) สมรรถนะหลกั
- ใชภ้ าษาองั กฤษเกย่ี วกบั คำสำคญั หรอื นยิ ามคำสำคญั เกยี่ วกบั ภาษาไทย
สมรรถนะในความฉลาดรู้ ้พืนฐาน
ดา้ นภาษาอังกฤษ
ความเป็นไทย และวฒั นธรรมไทย
(Competencies in Basic Literacy)
เพ่อื การส่ือสาร
- ใชภ้ าษาองั กฤษเกยี่ วกบั ขน้ั ตอน หรอื การดำเนนิ การเกย่ี วกบั ความเปน็ ไทย
(English for และวฒั นธรรมไทย
Communication)
- ใช้ภาษาอังกฤษที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับภาษาไทย ความเป็นไทย และ
วัฒนธรรมไทยเปน็ ขอ้ ความหรือบทอา่ นสัน้ ๆ
- สบื คน้ ขอ้ มลู จากตำราหรอื อนิ เทอรเ์ นต็ ทเี่ ปน็ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การศกึ ษา
ความรู้เกย่ี วกับความเปน็ ไทย และวัฒนธรรมไทย
- ใช้สมรรถนะภาษาอังกฤษด้านการฟัง หรืออ่าน และจดบันทึกย่อ ๆ
เกยี่ วกบั ความเป็นไทย และวัฒนธรรมไทย
3) สมรรถนะหลกั
- เรียนรู้ สัญลักษณ์ และรูปแบบคณิตศาสตร์ผา่ นการอ่าน และการเขียน
ด้านคณิตศาสตร์
โดยใช้ภาษาไทยแลกเปลี่ยนความคิด หรือสร้างความรู้ความเข้าใจ
ในชวี ติ ประจำวนั เกี่ยวกบั สัญลกั ษณ์ และรูปแบบคณติ ศาสตร์ โดยใชภ้ าษาไทย
(Mathematics in
Everyday Life)
4) สมรรถนะหลกั
- สืบสอบความรู้และมโนทัศน์เก่ียวกับภาษาไทยที่สนับสนุนด้วยหลักฐาน
ดา้ นการสืบสอบ
เชิงประจักษ์
ทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละ - ใช้เหตุผลสนับสนุนหรือคัดค้านในประเด็นถกเถียงในสถานการณ์ต่าง ๆ
จิตวิทยาศาสตร์
เชน่ การอภปิ รายและการโต้วาท
ี
(Scientific Inquiry and
- สร้างผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรม
Scientific Mind)
ที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม ขนบธรรมเนียม ประเพณี
ความงดงามของภาษา เพ่ืออนรุ ักษค์ วามเป็นไทย
คู่มือ
46 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนาผเู้ รียน
สมรรถนะ แนวทางการพฒั นาผ้เู รยี น
สมรรถนะห ัลก
1) สมรรถนะหลักด้านทักษะ - เรียนร้กู ารจัดการชีวิต การพง่ึ พาและพัฒนาตนเองผา่ นการฟงั และอ่าน
(Core Competencies)
ชีวิตและความเจรญิ
จากแหล่งความรตู้ า่ ง ๆ
แหง่ ตน (Life Skills and - ถ่ายทอดความรู้แลกเปลี่ยนความคิดเก่ียวกับการจัดการชีวิตการพึ่งพา
Personal Growth)
และพัฒนาตนเองทีส่ มดุลผา่ นการพดู และการเขียนในลักษณะตา่ ง ๆ
- รับรู้ ชื่นชมเห็นคุณค่าในความงดงามของภาษาและวัฒนธรรมไทย
2) สมรรถนะหลกั ด้านทกั ษะ - เรียนรู้การทำงาน อาชีพ และการประกอบการผ่านการฟัง อ่าน และ
อาชีพและการเป็น
แสวงหาความรจู้ ากแหลง่ ความรู้ต่าง ๆ
ผู้ประกอบการ
- ถา่ ยทอดความรู้ แลกเปลยี่ นความคดิ ประสบการณเ์ กย่ี วกับการทำงาน
(Career Skills and
อาชพี และการประกอบการผา่ น การพดู และการเขยี นในลกั ษณะตา่ ง ๆ
Entrepreneurship)
3) สมรรถนะหลักด้านทกั ษะ - วเิ คราะห์และประเมนิ สารทใี่ ชใ้ นการสอ่ื สารทง้ั การฟัง การพดู การอา่ น
การคดิ ขนั้ สงู และนวตั กรรม และการเขียนสรุปสารตามความเข้าใจของตนเองและให้ความเห็นของ
(Higher - order Thinking ตนเองทีม่ ตี ่อสารในเร่อื งน้นั ๆ
Skills and Innovation - พัฒนาทักษะในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ บนฐานของข้อมูลเหตุผล
และหลักฐานอย่างรอบด้านและเหมาะสมตามบริบทเชิงวัฒนธรรม
Development) :
ผ่านการใช้ภาษาไทยเพ่ือการส่ือสาร ทั้งการฟัง การพูด การอ่าน และ
HOTS Critical การเขียน
- ระบปุ ญั หาตา่ ง ๆ รวมถงึ วเิ คราะหส์ าเหตขุ องปญั หา หาวธิ กี ารแกป้ ญั หา
Thinking, Problem และเลอื กวธิ ีการแกป้ ญั หาท่เี หมาะสมท่ีสุดโดยใช้ภาษาไทย
Solving, Creative - อธิบายกระบวนการแก้ปัญหาท่ีตนเองได้ลงมือปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอน
Thinking
และเปน็ ระบบโดยใชภ้ าษาไทย
- ปรับความคิดของตนเองให้มีความยืดหยุ่นสามารถมอง/คิดและให
้
ความเห็นในเร่ืองต่าง ๆ อย่างหลากหลายแง่มุมด้วยการใช้ภาษาไทย
ในการส่ือสาร ทั้งการฟงั การพดู การอา่ น และการเขยี น
- พฒั นาความคิดริเรม่ิ สิ่งใหม่ และสื่อสารดว้ ยรูปแบบแตกตา่ งจากเดมิ
- ใช้ส่ือสารสนเทศท่ีพบเห็นในชีวิตประจำวันในการพัฒนาทักษะการฟัง
และการอ่าน
4) สมรรถนะหลัก
- เรียนรู้รูปแบบการใช้ภาษาของส่ือและกลวิธีการใช้ภาษาในส่ือและ
ดา้ นการรูเ้ ทา่ ทนั สือ่
ตีความจดุ ประสงคแ์ ละรูปแบบการส่ือสารของโฆษณา ละคร และข่าว
สารสนเทศ และดิจิทลั
(Media, Information
and Digital Literacy:
MIDL)
คู่มอื
47
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รยี น
ระดับประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผู้เรยี น
สมรรถนะ แนวทางการพัฒนาผเู้ รียน
สมรรถนะห ัลก
5) สมรรถนะหลกั
- รับสารผ่านการอ่าน ฟัง และดู จากช่องทางหลากหลาย และทำ
(Core Competencies)
ด้านการสอ่ื สาร ความเข้าใจ ตีความ แปลความ และขยายความส่ิงท่ีอ่าน ฟัง และด ู
ได้อย่างมีวิจารญาณ เพ่ือมาสิ่งท่ีได้มาใช้ในการพัฒนาตน ประยุกต์ใช
้
(Communication)
ในชวี ิตประจำวัน อยา่ งมีมารยาท
- ส่งสารผ่านการ พูด เขียน ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ข้อมูล แสดงความ
รู้สึก ความคิดเห็น และโน้มน้าวได้อย่างมีเหตุผลและเหมาะสมกับ
กาลเทศะ
- ใช้เทคนิคในการส่ือสารเพ่ือให้เกิดความเข้าใจและการถ่ายทอดข้อความ
ได้ผลดียง่ิ ข้นึ
6) สมรรถนะหลกั
ดา้ นการทำงานแบบ
รวมพลงั เปน็ ทีม
- ปฏิบัติงานร่วมกันเพ่ือเรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องการสร้างความสัมพันธ์
และมภี าวะผูน้ ำ
อนั ดี การทำงานร่วมกัน การใชภ้ าวะผนู้ ำ และการปฏิบัติหน้าท่ใี นฐานะ
(Collaboration สมาชกิ กล่มุ
Teamwork and - ปฏิบัติงานร่วมกันเพ่ือเรียนรู้และพัฒนาทักษะการฟังพูดอ่านเขียน และ
Leadership)
การสื่อสารเร่ืองราวที่เก่ียวข้องกับการสร้างความสัมพันธ์อันดี การรวม
พลังทำงานร่วมกัน การใช้ภาวะผู้นำ และการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ
7) สมรรถนะหลัก
สมาชกิ กลุม่
ด้านการเป็นพลเมืองตื่นรู้
ท่มี ีสำนกึ สากล
- ศึกษาและเรียนรู้วงคำศัพท์และรูปแบบภาษาเก่ียวกับการเมือง
(Active Citizens with การปกครอง รฐั ศาสตร์ กฎหมาย
Global Mindedness)
- สอื่ สารเพ่อื สรา้ งความเข้าใจในการอยรู่ ว่ มกันอย่างปรองดอง สมานฉนั ท์
ยตุ ิความขัดแย้ง
- อ่านวรรณกรรมประจำชาติ และวรรณกรรมเปรียบเทียบท้ังในระดับ
ภูมิภาคอาเซียนและโลกเพ่ือสร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันอย่าง
ปรองดอง สมานฉันท
์
คมู่ อื
48 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผ้เู รียน
ระดบั ประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผูเ้ รยี น
❖ กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร
์
สมรรถนะ แนวทางการพัฒนาผเู้ รียน
1) สมรรถนะหลกั ดา้ นภาษาไทย
- ฟงั พดู อา่ นและเขยี นคำศพั ทภ์ าษาไทยทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั คณติ ศาสตรแ์ นวคดิ
เพ่ือการสอื่ สาร
และกระบวนการทางคณิตศาสตร์และคำท่ัวไปที่มีความหมายเฉพาะ
(Thai Language for ในบริบททางคณติ ศาสตร์
Communication)
- ใช้ภาษาไทยทั้งวัจนภาษา อวัจนภาษา และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์
เพื่อสื่อความหมายและนำเสนออยา่ งถูกต้องเหมาะสม
- พูดอภปิ ราย แสดงความคดิ ความเหน็ เก่ยี วกบั ความคดิ ทางคณิตศาสตร
์
2) สมรรถนะหลัก
- ใช้ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับคำสำคัญ หรือนิยามคำสำคัญท่ีเกี่ยวข้องกับ
ด้านภาษาอังกฤษ
คณิตศาสตร์แนวคิดและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และคำทั่วไปท่ีมี
เพ่อื การสอ่ื สาร
ความหมายเฉพาะในบริบททางคณติ ศาสตร์
(English for - ใช้ภาษาอังกฤษเก่ียวกับข้ันตอน หรือการดำเนินการท่ีเกี่ยวข้องกับ
Communication)
คณิตศาสตร์แนวคิดและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
์
- ใช้ภาษาอังกฤษท่ีเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์แนวคิดและ
กระบวนการทางคณิตศาสตร์และคำทั่วไปท่ีมีความหมายเฉพาะใน
บรบิ ททางคณิตศาสตร์เปน็ ข้อความหรอื บทอ่านสัน้ ๆ
สมรรถนะในความฉลาดรู้ ้พืนฐาน
- สบื คน้ ขอ้ มลู จากตำราหรอื อนิ เทอรเ์ นต็ ทเ่ี ปน็ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การศกึ ษา
(Competencies in Basic Literacy)
ความรทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั คณติ ศาสตรแ์ นวคดิ และกระบวนการทางคณติ ศาสตร
์
และคำทั่วไปที่มีความหมายเฉพาะในบรบิ ททางคณติ ศาสตร
์
- ใชส้ มรรถนะภาษาอังกฤษดา้ นการฟัง หรือการอา่ น และจดบันทกึ ยอ่ ๆ
ท่ีเก่ียวข้องกับคณิตศาสตร์แนวคิดและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
และคำท่วั ไปที่มคี วามหมายเฉพาะในบรบิ ททางคณติ ศาสตร
์
3) สมรรถนะหลกั
- สรา้ งกฎเกณฑท์ างคณติ ศาสตรว์ เิ คราะหต์ รวจสอบกระบวนการคณติ ศาสตร ์
ดา้ นคณติ ศาสตร์
วิธีแก้ปัญหา และการได้มาของกฎเกณฑ์นั้นโดยใช้วิธีการให้เหตุผล
ในชวี ติ ประจำวัน เชงิ อปุ นัย
(Mathematics in - ให้เหตุผลเชิงนิรนัยหรือตรรกศาสตร์เพื่อตรวจสอบ ข้อโต้แย้งในวิชา
Everyday Life)
คณิตศาสตร
์
- สืบค้นผลกระทบของสมมติฐานในกระบวนการคณิตศาสตร์ วิธี
แกป้ ญั หา หรือการสรปุ
- อธบิ าย เปรยี บเทียบ แปลความหมายของแผนภมู ริ ปู ภาพจากสอ่ื ตา่ ง ๆ
เพ่ือตอบปัญหาในชีวิตประจำวันของตนออกแบบแผนภูมิรูปภาพ หรือ
ตารางโดยใช้เทคโนโลย
ี
4) สมรรถนะหลัก
- สืบสอบมโนทศั นท์ างคณิตศาสตร์ ทีส่ นบั สนนุ ด้วยหลักฐานเชงิ ประจักษ์
ด้านการสืบสอบทาง - รวบรวมขอ้ มลู และจำแนกขอ้ มลู เกยี่ วกบั ตวั เลขทพ่ี บเหน็ ในชวี ติ ประจำวนั
วทิ ยาศาสตร์และ
- ใช้กระบวนการเชิงวิศวกรรม ออกแบบส่ิงประดิษฐ์ นวัตกรรมอย่างง่าย
จิตวิทยาศาสตร์
เพอื่ แก้ปัญหาคณติ ศาสตร์เชิงสร้างสรรคใ์ นชีวติ ประจำวัน
(Scientific Inquiry and
Scientific Mind)
คูม่ อื
49
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผ้เู รียน
สมรรถนะ แนวทางการพัฒนาผเู้ รยี น
สมรรถนะห ัลก
1) สมรรถนะหลักด้านทักษะ - แกป้ ัญหาชีวติ การจดั การและดำเนนิ ชีวิตใหพ้ อดี มีความสมดลุ ทกุ ดา้ น
(Core Competencies)
ชีวติ และความเจรญิ
โดยใช้ความรแู้ ละกระบวนการทางคณติ ศาสตร
์
แหง่ ตน (Life Skills and
Personal Growth)
- พฒั นาทกั ษะทำงาน การประกอบอาชพี และการประกอบการโดยเฉพาะ
2) สมรรถนะหลกั ดา้ นทกั ษะ
การปฏิบัติงาน การบริหารจัดการ และการจัดการด้านการเงิน โดยใช้
อาชีพและการเป็น
ความรู้และกระบวนการทางคณิตศาสตร
์
ผู้ประกอบการ
(Career Skills and
Entrepreneurship)
- วิเคราะห์วิพากษ์และประเมินข้อมูลทางคณิตศาสตร์โดยเฉพาะข้อมูล
ท่ีเป็นจำนวนให้เหตุผลตลอดจนส่ือสารความหมายทางคณิตศาสตร์ตาม
3) สมรรถนะหลกั ดา้ นทกั ษะ ที่ตนเองมีความเขา้ ใจและให้ความเหน็
- ตัดสินใจหาข้อสรุปทางคณิตศาสตร์บนฐานของการเชื่อมโยงความรู้
การคดิ ขนั้ สงู และนวตั กรรม ตา่ ง ๆ ทางคณิตศาสตร์อย่างรอบดา้ น
(Higher - order Thinking - ระบปุ ญั หาทางคณติ ศาสตรท์ พ่ี บในชวี ติ ประจำวนั วเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบ
Skills and Innovation ของปัญหาโดยใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์รวมถึงหาวิธีการแก้ปัญหา
ทีห่ ลากหลายและเลอื กวิธกี ารแก้ปัญหาทเี่ หมาะสมทีส่ ุด
Development): HOTS - ลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเองอย่างเป็นข้ันตอนและเป็นระบบโดยใช้ความรู้
Critical Thinking, ทางคณิตศาสตร์หรือความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นช่วยในการ
Problem Solving, ตดั สนิ ใจลงมอื แก้ปัญหาในขัน้ ตอนตา่ ง ๆ
Creative Thinking
- ฝึกฝนให้มีความยืดหยุ่นทางความคิดมอง/คิดและให้ความเห็นในปัญหา
หรอื สถานการณท์ เ่ี กยี่ วขอ้ งกบั คณติ ศาสตรท์ หี่ ลากหลายแงม่ มุ โดยเฉพาะ
การพจิ ารณาปัญหาและการแกไ้ ขปญั หาทางคณติ ศาสตร์
- คิดริเริ่มวิธีการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ในรูปแบบใหม่ ๆ ส่ือสารและ
นำเสนอการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ของตนเองให้ผู้อ่ืนเข้าใจ
และนำเสนอความคดิ นน้ั อยา่ งเป็นรปู ธรรม
- ใช้ส่ือ สารสนเทศที่พบเห็นในชีวิตประจำวันในการเรียนรู้การนำเสนอ
ข้อมูลด้วยสัญลักษณ์ รูปแบบทางคณิตศาสตร์ ที่สามารถสร้างการรับรู้
ที่แตกตา่ งกัน
- ใช้หลักการความน่าจะเป็นเพ่ือหาวิธีการออกแบบรหัสความลับสำหรับ
4) สมรรถนะหลักด้านการรู้ เขา้ ไปในโลกดิจทิ ัล เพอ่ื รักษาข้อมลู สว่ นตัว
เท่าทันสือ่ สารสนเทศ
และดจิ ิทลั
(Media, Information
and Digital Literacy:
MIDL)
ค่มู ือ
50 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผ้เู รยี น
ระดับประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผเู้ รยี น
สมรรถนะ แนวทางการพฒั นาผ้เู รียน
สมรรถนะห ัลก
5) สมรรถนะหลกั
- รบั สารผา่ นการอา่ น ดู เพอ่ื ตคี วาม แปลความ ทำความเขา้ ใจ สญั ลกั ษณ ์
(Core Competencies)
ดา้ นการสอื่ สาร แผนภูมิ กราฟทางคณิตศาสตร ์
(Communication)
- ส่งสารผ่านการพูด เขียน เพ่ืออธิบายและนำเสนอ ข้อมูล จำนวน
สัญลักษณ์ แผนภูมิ กราฟ แบบจำลอง การคาดการณ์ วิธีการคำนวณ
กระบวนการและการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ให้สอดคล้องกับบุคคล
กาลเทศะ
6) สมรรถนะหลัก
ดา้ นการทำงานแบบ
- ปฏิบัติงานร่วมกันแบบรวมพลัง เพ่ือเรียนรู้ และพัฒนาทักษะ
รวมพลงั เปน็ ทีมและมี
กระบวนการทางคณิตศาสตร์และนำกระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปใช้
ภาวะผนู้ ำ
ในการทำงานร่วมกัน
(Collaboration, Teamwork
and Leadership)
7) สมรรถนะหลกั
ด้านการเปน็ พลเมืองตื่นรู้ - เรียนรู้ภาษาสัญลักษณ์และรูปแบบคณิตศาสตร์ได้แก่ กราฟ แผนผัง
เพอ่ื เปน็ ฐานขอ้ มลู และใชใ้ นการสอื่ สารความคดิ สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจ
ท่มี สี ำนกึ สากล
เก่ยี วกบั การเมืองการปกครอง รฐั ศาสตร์ กฎหมาย
(Active Citizens with
Global Mindedness)
คู่มอื
51
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผเู้ รยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผูเ้ รียน
❖ กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
สมรรถนะ แนวทางการพฒั นาผเู้ รียน
1) สมรรถนะหลกั ดา้ นภาษาไทย
- ฟัง พูด อ่านและเขียนคำศัพท์ภาษาไทยที่เกี่ยวข้องกับความรู้มโนทัศน์
เพื่อการสือ่ สาร
แนวคดิ หลกั การ และกระบวนการทางวิทยาศาสตร
์
(Thai Language for - ใช้ภาษาไทยเพื่อนำเสนอและแลกเปล่ียนแบ่งปันความคิดท่ีเก่ียวกับ
Communication)
ความรู้ แนวคดิ หลักการ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และการพัฒนา
กระบวนการประดิษฐค์ ิดคน้
2) สมรรถนะหลกั
- ใช้ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับความรู้มโนทัศน์ แนวคิด หลักการ และ
ดา้ นภาษาอังกฤษ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร
์
เพ่อื การสื่อสาร
- ใชภ้ าษาอังกฤษเกย่ี วกับขน้ั ตอน หรือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
(English for - ใช้ภาษาอังกฤษที่เป็นเน้ือหาเกี่ยวกับความรู้มโนทัศน์ แนวคิด หลักการ
Communication)
และกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์เปน็ ข้อความหรอื บทอา่ นสัน้ ๆ
- สบื คน้ ขอ้ มลู จากตำราหรอื อนิ เทอรเ์ นต็ ทเี่ ปน็ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การศกึ ษา
ความร้มู โนทัศน์ แนวคดิ หลกั การ และกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
- ใช้สมรรถนะภาษาองั กฤษดา้ นการฟงั หรอื การอา่ น และจดบนั ทึกยอ่ ๆ
สมรรถนะในความฉลาดรู้ ้พืนฐาน
เกี่ยวกับความรู้มโนทัศน์ แนวคิด หลักการ และกระบวนการทาง
(Competencies in Basic Literacy)
วิทยาศาสตร
์
3) สมรรถนะหลกั
- สร้างกฎเกณฑ์ทางคณิตศาสตร์วิเคราะห์ตรวจสอบกระบวนการ
ดา้ นคณิตศาสตรใ์ นชวี ิต คณิตศาสตร์ วิธีแก้ปัญหา และการได้มาของกฎเกณฑ์น้ันโดยใช้วิธีการ
ประจำวัน ใหเ้ หตุผลเชงิ อุปนัย
(Mathematics in - ให้เหตุผลเชิงนิรนัยหรือตรรกศาสตร์เพื่อตรวจสอบ ข้อโต้แย้งในวิชา
Everyday Life)
วทิ ยาศาสตร
์
- สบื คน้ ผลกระทบของสมมตฐิ านในกระบวนการคณติ ศาสตร์ วธิ แี กป้ ญั หา
หรอื การสรุป
- อธิบาย เปรยี บเทยี บ แปลความหมายของแผนภมู ิรปู ภาพจากสือ่ ต่าง ๆ
เพื่อตอบปัญหาในชีวิตประจำวันของตนออกแบบแผนภูมิรูปภาพ หรือ
ตารางโดยใชเ้ ทคโนโลยี
4) สมรรถนะหลกั
- ตั้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับเรื่องท่ีจะศึกษา วางแผนการสำรวจตรวจสอบ
ด้านการสบื สอบทาง ตามความคิดของตัวเองและของกลุ่ม เลือกและใช้วัสดุอุปกรณ์หรือ
วทิ ยาศาสตร์และ
เคร่ืองมือในการสำรวจตรวจสอบ เปรียบเทียบข้อมูล นำเสนอผล
จติ วิทยาศาสตร์ การจัดกระทำข้อมูล อธิบายผลการสำรวจตรวจสอบด้วยหลักฐาน
(Scientific Inquiry and เชงิ ประจักษ์และสรปุ คำอธบิ ายดว้ ยแผนภาพประกอบขอ้ ความ
Scientific Mind)
คูม่ อื
52 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผูเ้ รียน
สมรรถนะ แนวทางการพฒั นาผู้เรยี น
สมรรถนะในความฉลาดรู้พ้ืนฐาน
4) สมรรถนะหลัก
- เรียนรู้ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม เรื่องราว
(Competencies in Basic Literacy)
ดา้ นการสบื สอบทาง ในธรรมชาติ เรื่องราวท่ีมีการเปลี่ยนแปลงจากการกระทำของมนุษย์
รวมท้ังเทคโนโลยี ในสถานการณ์ท่ีเก่ียวข้องกับตนเอง ครอบครัว
สมรรถนะหลัก
วิทยาศาสตร์และ
ชุมชน โดยมหี ลักฐานสนับสนนุ ได้อยา่ งสมเหตุสมผล
(Core Competencies)
จิตวิทยาศาสตร์
- ออกแบบและสร้างแบบจำลองอย่างง่ายด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์
(Scientific Inquiry and เทคโนโลยี และใชแ้ บบจำลองเพ่ืออธิบายเร่อื งราวในธรรมชาติ
Scientific Mind) (ต่อ)
- แสดงความคิดเห็นสนับสนุนหรือคัดค้านด้วยหลักฐานเชิงประจักษ
์
อย่างมีเหตผุ ล ตรวจสอบหลักฐานตา่ ง ๆ จากแหลง่ ทมี่ าให้เปน็ ทเ่ี ชื่อถอื
- ระบุปญั หาและบริบทของปัญหา ออกแบบตน้ แบบส่งิ ประดิษฐ์ ด้วยการ
วาดภาพ และสร้างต้นแบบของวิธีการแก้ปัญหาท่ีเลือกไว้ ระบุวัสดุ
อุปกรณ์ที่เหมาะสมท่ีจะนำมาสร้างต้นแบบ และดำเนินการทดสอบ
ต้นแบบ ปรับปรุง ออกแบบซำ้ เพือ่ ให้ต้นแบบท่เี หมาะสมที่สดุ พร้อมท้ัง
บนั ทึกผลการทดสอบ และอธบิ ายผลอยา่ งใชเ้ หตุผล
1) สมรรถนะหลักด้านทกั ษะ
ชีวิตและความเจริญ
แห่งตน (Life Skills and - พัฒนาทักษะชีวิต การสร้างความสมดุลของชีวิต และสร้างสุขภาวะ
Personal Growth)
โดยใชอ้ งคค์ วามรู้ และกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
2) สมรรถนะหลักด้านทักษะ - เรียนรู้การแก้ปัญหา การจัดการและดำเนินชีวิตให้พอดี มีความสมดุล
อาชพี และการเป็น
ผ้ปู ระกอบการ
ดว้ ยหลกั เหตผุ ลกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย
ี
(Career Skills and
Entrepreneurship)
- พัฒนาทักษะทำงาน การประกอบอาชีพ และการประกอบการโดยใช้
3) สมรรถนะหลกั ดา้ นทักษะ องคค์ วามรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และหลักเหตุผล
การคดิ ขน้ั สงู และนวตั กรรม - สร้างนวัตกรรมและกระบวนการสร้างผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ในการ
(Higher - order Thinking
Skills and Innovation ประกอบการโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และกระบวนการใช้
Development) : HOTS เทคโนโลย
ี
Critical Thinking,
Problem Solving, - วิเคราะห์วิพากษ์ประเมินข้อมูลและเหตุผลด้วยการสืบเสาะหาความร
ู้
Creative Thinking
ทหี่ ลากหลาย
- ระบุปัญหาวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาอย่างเป็นเหตุเป็นผลผ่านการ
สืบสอบความรู้ท่ีหลากหลายเพื่อนำไปสู่การหาวิธีการแก้ปัญหาผ่าน
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละเลอื กวธิ กี ารแกป้ ญั หาทม่ี คี วามเหมาะสม
ทีส่ ุด
- ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ บนฐานข้อมูลเหตุผลหลักฐานอย่างรอบด้านและ
เหมาะสมกับบริบทผ่านการสืบสอบหาความรู้ที่หลากหลายผ่าน
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
- ใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ
ดว้ ยตนเองอยา่ งเปน็ ข้นั ตอนและเป็นระบบ
- มีความยืดหยุ่นทางความคิด และให้ความเห็นในการแก้ปัญหาต่าง ๆ
ที่หลากหลายแง่มุมผ่านการสืบสอบหาความรู้ท่ีหลากหลายและ
ผา่ นการใชค้ วามร้แู ละกระบวนการทางวิทยาศาสตร
์
คู่มอื
53
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผ้เู รยี น
ระดบั ประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผเู้ รยี น
สมรรถนะ แนวทางการพัฒนาผูเ้ รยี น
สมรรถนะห ัลก
3) สมรรถนะหลกั ดา้ นทักษะ - คิดริเร่มิ สง่ิ ใหม่ ๆ ท่ีแตกต่างจากเดิมด้วยการใช้ความรู้และกระบวนการ
(Core Competencies)
การคดิ ขนั้ สงู และนวตั กรรม ทางวิทยาศาสตร์โดยอธิบายความคิดท่ีเป็นส่ิงใหม่และขยายผลต่อยอด
ความคดิ น้ันให้เป็นรูปธรรม
(Higher - order Thinking
Skills and Innovation
Development) : HOTS
Critical Thinking,
Problem Solving,
Creative Thinking (ต่อ)
- ใช้เครื่องมือ โปรแกรมหรือแอบพลิเคชันช่วยในการพัฒนาทักษะ
4) สมรรถนะหลกั ดา้ นการรู้
เทา่ ทนั ส่อื สารสนเทศ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการสรา้ งนวัตกรรม
และดิจิทัล (Media,
Information and
Digital Literacy: MIDL)
5) สมรรถนะหลัก
- รับสารผ่านการอ่าน ดู ฟัง ในการสืบค้นข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องทาง
ดา้ นการสื่อสาร
(Communication)
วิทยาศาสตร์ โดยใช้แหล่งข้อมูลอ้างอิงที่น่าเช่ือถือ วิเคราะห์ ประเมิน
ความนา่ เช่อื ของข้อมลู
- ส่งสารผ่านการพูด เขียน โดยใช้ท้ังข้อความ สัญลักษณ์ แบบจำลอง
เพอ่ื อธิบาย นำเสนอ อภปิ ราย หลกั การ แนวคิด ขอ้ มลู ผลการทดลอง
ผลการสบื ค้น กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ดว้ ยกลวิธที ่ีเหมาะสม
- ส่งสารผ่านการพดู เขียน เพ่อื แลกเปลย่ี นความคิดเหน็ อยา่ งอิสระ
สรปุ สิง่ ทที่ ่ไี ด้เรียนรู้ บันทกึ ผลท้งั การทดลองและการสบื คน้
6) สมรรถนะหลกั
ด้านการทำงานแบบ
- ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกนั แบบรวมพลงั เพอื่ เรยี นรู้ และพฒั นาทกั ษะกระบวนการ
รวมพลัง เปน็ ทมี
ทางวทิ ยาศาสตร์และนำหลักเหตผุ ลมาใช้
และมีภาวะผู้นำ - ปฏิบัติงานร่วมกัน ส่งเสริม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันโดยใช้
(Collaboration, เทคโนโลยีอยา่ งรูเ้ ท่าทัน
Teamwork and
Leadership)
7) สมรรถนะหลกั
ดา้ นการเปน็ พลเมืองต่ืนรู้ - ใช้กระบวนการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์ในการสร้างการมีส่วนร่วมหรือ
ที่มีสำนกึ สากล (Active สรา้ งการเปลย่ี นแปลง
Citizens with Global - ใช้ความรู้เกี่ยวกับส่ิงแวดล้อม ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เพื่อเสนอ
Mindedness)
แนวทางการใชส้ ิ่งแวดล้อมอยา่ งรูค้ ุณค่าและรักษาใหเ้ กดิ ความยงั่ ยืน
คู่มอื
54 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผ้เู รยี น
ระดบั ประถมศึกษาปีท่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผู้เรียน
❖ กล่มุ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
สมรรถนะ แนวทางการพฒั นาผเู้ รียน
1) สมรรถนะหลกั ดา้ นภาษาไทย
- ฟงั พดู อ่านและเขียน คำศพั ทภ์ าษาไทยทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ขอ้ มูล หลักการ
เพอ่ื การส่ือสาร
แนวคดิ มโนทศั นท์ ีเ่ กี่ยวข้องกบั สงั คม ศาสนา และวฒั นธรรม
(Thai Language for - ใช้ภาษาไทยถ่ายทอดความคิดหรือสนับสนุนจุดยืนทางความคิดของตน
Communication)
ในประเด็นท่ีเก่ียวข้อง กับสังคม ศาสนา และวัฒนธรรมด้วยทีท่าท่ี
เหมาะสม
- ใช้ภาษาไทยในการสนทนาโต้แย้งนำเสนอความคิดที่สร้างสรรค์
แลกเปลี่ยนแบ่งปันความคิดมุมมองในหัวข้อ/หัวเร่ืองประเด็นต่าง ๆ
เกี่ยวกับ สังคม ท้องถิ่น ศาสนา และวัฒนธรรมหรือระเบียบแบบแผน
ต่าง ๆ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับมุมมองทัศนคติของกลุ่มผู้ชม/
ผฟู้ ังและบริบท
- ใช้ภาษาไทยในการเรียนรู้เรื่องราวเร่ืองเล่ารายละเอียดรายงานรายการ
คำอธบิ ายโต้แย้งภาพประกอบตารางแผนทีแ่ ผนภูมติ ารางรูปถา่ ยรวมท้งั
ภาพจากระยะไกลภาพจากดาวเทียมและภาพเสมอื นจรงิ
- ใชภ้ าษาไทยทงั้ วจั นภาษาและอวจั ภาษาทางสงั คมศาสตร์ ในการนำเสนอ
สมรรถนะในความฉลาดรู้ ้พืนฐาน
แนวคิด หลกั การ มโนทัศน์ ทางสังคม ศาสนาและวฒั นธรรม
(Competencies in Basic Literacy)
2) สมรรถนะหลัก
- ใช้ภาษาอังกฤษท่ีเก่ียวข้องกับประวัติศาสตร์ภูมิศาสตร์พลเมืองและ
ดา้ นภาษาอังกฤษ
การเปน็ พลเมอื ง เศรษฐศาสตร์ ศาสนาและวฒั นธรรม
เพอื่ การสอ่ื สาร
- ใชภ้ าษาองั กฤษเกย่ี วกบั ลำดบั ชว่ งเวลา/ขนั้ ตอนทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ประวตั ศิ าสตร
์
(English for ภูมิศาสตร์ พลเมืองและการเป็นพลเมือง เศรษฐศาสตร์ ศาสนา และ
Communication)
วัฒนธรรม
- ใช้ภาษาอังกฤษที่เป็นเนื้อหาเก่ียวกับที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์
ภูมิศาสตร์พลเมืองและการเป็นพลเมือง เศรษฐศาสตร์ ศาสนา และ
วัฒนธรรมเป็นขอ้ ความหรอื บทอ่านส้ัน ๆ
- สบื คน้ ขอ้ มลู จากตำราหรอื อนิ เทอรเ์ นต็ ทเี่ ปน็ ภาษาองั กฤษเพอื่ การศกึ ษา
ความรูเ้ ก่ยี วกบั ประวตั ศิ าสตร์ ภูมศิ าสตร์ พลเมือง และการเป็นพลเมือง
เศรษฐศาสตร์ ศาสนาและวฒั นธรรม
- ใช้สมรรถนะภาษาอังกฤษด้านการฟังหรืออ่านและจดบันทึกย่อเกี่ยวกับ
ประวัติศาสตร์ภูมิศาสตร์ พลเมืองและการเป็นพลเมือง เศรษฐศาสตร์
ศาสนา และวัฒนธรรม
คู่มือ
55
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรยี น
ระดับประถมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนาผเู้ รยี น
สมรรถนะ แนวทางการพฒั นาผเู้ รยี น
สมรรถนะในความฉลาดรู้พ้ืนฐาน
3) สมรรถนะหลัก
- ใชแ้ นวคดิ และความคดิ รวบยอดทางคณติ ศาสตรใ์ นการอธบิ าย แนวโนม้
(Competencies in Basic Literacy)
ดา้ นคณติ ศาสตร์
แบบรปู และแกป้ ัญหาทเ่ี กิดข้ึนจริงในสังคม ชมุ ชน ทอ้ งถิ่น
ในชวี ิตประจำวนั
สมรรถนะหลัก
- ใช้แนวคิด และความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ในการตัดสินใจ
(Core Competencies)
(Mathematics in แก้ปญั หา หรือการเปล่ียนแปลงในชมุ ชน
Everyday Life)
- เรียนรู้แนวคิดทางคณิตศาสตร์และสร้างความคิดรวบยอด ผ่านเน้ือหา
สาระเก่ยี วกบั สงั คมศกึ ษา ศาสนา วัฒนธรรมและบรบิ ท
4) สมรรถนะหลกั
ด้านการสืบสอบทาง
วิทยาศาสตรแ์ ละ
- สืบสอบความรู้ มโนทัศน์ด้านสังคม ศาสนา และวัฒนธรรม จาก
จิตวทิ ยาศาสตร์
(Scientific Inquiry and เร่ืองราว บริบทรอบตัว แหล่งส่ือต่าง ๆ และดิจิทัล หลักฐานเชิง
Scientific Mind)
ประจกั ษ์
1) สมรรถนะหลกั ดา้ นทักษะ
ชีวิตและความเจรญิ
แหง่ ตน (Life Skills and
Personal Growth)
- แก้ปัญหาในชีวิต ปรับตัวต่อสภาพความเปลี่ยนแปลง และดำเนินชีวิต
ให้พอดี มคี วามสมดลุ ทกุ ดา้ น โดยการน้อมนำหลักศาสนาที่ยดึ ถอื มาใช้
- ปฏิบัติตนเป็นส่วนหนึ่งของสังคม วางตนได้เหมาะสมกับบทบาทและ
หนา้ ท่ขี องตนทมี่ ีตอ่ ครอบครัวและสังคม
2) สมรรถนะหลกั ด้านทักษะ - ช่ืนชมความงามของและศิลปวัฒนธรรม มีส่วนร่วมในกิจกรรม และ
อาชพี และการเป็น
รว่ มสืบทอด สง่ ตอ่ ทะนบุ ำรุงรักษาให้ดำรงสบื ไป
ผูป้ ระกอบการ (Career
Skills and - เรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการท่ีมีคุณธรรม รับผิดชอบต่อสังคมพร้อม
Entrepreneurship)
เกอ้ื กูลสงั คม และมจี รรยาบรรณ
- พัฒนาอาชีพ และการประกอบการแบบใหม่ โดยใช้บริบททางสังคม
3) สมรรถนะหลักด้านทักษะ และทนุ ทางวัฒนธรรม
การคดิ ขน้ั สงู และนวตั กรรม
(Higher - order Thinking
Skills and Innovation - วิเคราะห์ วิพากษ์ และประเมินข้อมูลและเหตุผลสรุปและให้ความเห็น
Development) : HOTS ท่ีนำไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสขุ
Critical Thinking, - ฝึกฝนตัดสินใจเก่ียวกับการอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่าง
Problem Solving, สันติสุขบนฐานข้อมูลเหตุผลและหลักฐานอย่างหลากหลายเหมาะสม
Creative Thinking
กบั บรบิ ททางวฒั นธรรม
- ระบุปัญหาทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อมวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา
หาวิธีการแก้ปัญหาและเลือกวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสมท่ีสุด
โดยที่ไม่ส่งผลใด ๆ ต่อความสันตสิ ขุ ในสังคมไทยและสงั คมโลก
- ลงมือแก้ปัญหาทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อมด้วยตนเองอย่างเป็นข้ันตอน
และเป็นระบบดว้ ยสำนึกของการเปน็ พลเมอื งด
ี
- มีความยืดหยุ่นทางความคิด มอง/คิด และให้ความเห็นในเร่ืองต่าง ๆ
ที่เป็นประเด็นทางสังคมวัฒนธรรมและส่ิงแวดล้อม เปิดใจยอมรับ
ความแตกต่างทางสังคมวฒั นธรรมทม่ี ีแงม่ มุ ทหี่ ลากหลาย
คู่มือ
56 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผเู้ รยี น
ระดับประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผู้เรยี น
สมรรถนะ แนวทางการพัฒนาผูเ้ รยี น
สมรรถนะห ัลก
3) สมรรถนะหลกั ดา้ นทกั ษะ - คดิ รเิ รม่ิ สงิ่ ใหม่ ๆ แบบแผนการดำรงชวี ติ ในสงั คมรปู แบบใหม่ ๆ ทแี่ ตกตา่ ง
(Core Competencies)
การคดิ ขนั้ สงู และนวตั กรรม จากเดิมและเหมาะสมกับบริบททางสังคมท่ีเปล่ียนแปลงไป โดยอธิบาย
ความคดิ หรือแบบแผนการดำรงชีวติ รปู แบบใหม่นนั้
(Higher - order Thinking
Skills and Innovation
Development) : HOTS
Critical Thinking,
Problem Solving,
Creative Thinking (ต่อ)
- เรียนรู้และเข้าใจแนวคิดของสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารในโลก
4) สมรรถนะหลัก
ดา้ นการรเู้ ท่าทนั สื่อ
ออนไลน
์
สารสนเทศ และดจิ ิทลั
- ศึกษาและเรียนรู้กลไกของการละเมิดสิทธิในโลกไซเบอร์ (Cyber
Bullying) และแสวงหาวธิ ปี ้องกนั แก้ไข
5) สมรรถนะหลัก
ดา้ นการสอ่ื สาร - รบั สารผา่ นการอา่ น ฟงั ดู เพอ่ื นำขอ้ มลู มาใชใ้ นการวเิ คราะหส์ ถานการณ
์
(Communication)
เกย่ี วกบั สังคม วฒั นธรรม การดำเนินชวี ติ ศาสนา
- ส่งสารผ่านการ พูด เขียน เพ่ืออธิบาย นำเสนอ ข้อมูล มโนทัศน์
หลักการ แนวคิด แนวทาง กระบวนการท่ีเกี่ยวข้องกับสังคม ศาสนา
และวฒั นธรรม ในรปู แบบทห่ี ลากหลายและเหมาะสมกับกาลเทศะ
- แลกเปล่ียนสารด้วยการพูด เขียน เพ่ืออภิปรายความรู้ ความคิดเห็น
เก่ียวกับ ข้อมูล มโนทัศน์ หลักการ แนวคิด ที่เก่ียวข้องกับ สังคม
ศาสนา และวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงความเหมาะสม และการเป็นทั้ง
ผู้รบั ข้อมูลและผนู้ ำเสนอทีด่ ี
6) สมรรถนะหลัก
- เขยี น เพ่อื บันทึกรายการตา่ ง ๆ ทางเศรษฐศาสตร์
ดา้ นการทำงานแบบรวม
- อยู่ร่วมกันและมีส่วนร่วมทำงานแบบรวมพลัง ตามบทบาทเพ่ือบรรลุ
พลงั เปน็ ทมี และมีภาวะ เปา้ หมายทีก่ ำหนดรว่ มกัน
ผ้นู ำ (Collaboration, - สร้างความเป็นผู้นำท่ีสามารถแก้ปัญหาและใช้มนุษยสัมพันธ์ท่ีดีเพื่อ
Teamwork and ชี้แนะแนวทางให้ไปสู่เป้าหมายสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นได้พัฒนา
Leadership)
ตนเองและนำจุดเด่นของแต่ละคนเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จร่วมกันท้ังการ
เรียนรู้เก่ียวกับสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และการพัฒนา
ชุมชน สังคม ท้องถิน่
- ปฏิบัติตนในฐานะสมาชิกที่ดีของสังคม/ชุมชน ไว้วางใจเปิดใจ รับฟัง
ความคิดเหน็ มมุ มองและเคารพความคดิ เห็นทีแ่ ตกตา่ งอยา่ งเตม็ ใจ
- สนับสนุน แบ่งปัน แลกเปลี่ยนความรู้ และความคิด ใส่ใจในการ
ประสานความคดิ ประนปี ระนอม เสนอทางเลอื กและแนวปฏบิ ตั ทิ ท่ี กุ ฝา่ ย
ยอมรบั
คู่มอื
57
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผูเ้ รียน
ระดบั ประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนาผเู้ รียน
สมรรถนะ แนวทางการพัฒนาผู้เรยี น
สมรรถนะห ัลก
6) สมรรถนะหลกั
- สรา้ งและรกั ษาความสมั พันธท์ างบวกกับสมาชกิ ในสงั คม
(Core Competencies)
ดา้ นการทำงานแบบ
- นอ้ มนำหลกั ธรรมท่ีนบั ถอื มาใชเ้ พอ่ื ใหอ้ ยรู่ ่วมกนั ดว้ ยความสนั ตสิ ุข
รวมพลงั เปน็ ทมี และมภี าวะ
- เคารพความคิด ความเช่ือ และการปฏิบัติตามหลักธรรมของศาสนา
ผนู้ ำ (Collaboration,
ท่ีนับถือ
Teamwork
andLeadership) (ต่อ)
7) สมรรถนะหลัก
- ใช้ประเด็นทางสังคม (Controversial issue) ในการอภิปราย
ดา้ นการเป็นพลเมอื งต่ืนรู้
ที่มีสำนึกสากล (Active สานเสวนา (Dialogue) การแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ อยา่ งเปน็ เหตเุ ปน็ ผล
Citizens with Global - ศึกษาเรียนรู้เก่ียวกับนโยบายสาธารณะ (Public policy) เพื่อนำเสนอ
Mindedness)
ทางเลือกใหม่หรือส่งเสริมให้มีการบังคับใช้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ทนี่ ำไปสสู่ ังคมทเี่ ท่าเทยี มและเป็นธรรม
❖ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา
สมรรถนะ แนวทางการพัฒนาผู้เรยี น
สมรรถนะในความฉลาด ูร้ ้ืพนฐาน
1) สมรรถนะหลกั ดา้ นภาษาไทย
- ฟัง พูด อ่านและเขียนคำศัพท์ภาษาไทย ที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง
(Competencies in Basic Literacy)
เพ่อื การส่ือสาร (Thai สขุ ภาวะและส่งเสรมิ สุขภาพ ทั้งทางอารมณ์ สติปัญญา รา่ งกาย สังคม
Language for และจิตวญิ ญาณ
Communication)
- ใช้ภาษาไทยในการแลกเปลี่ยนความคิดเพื่อหาแนวทางในการสร้าง
สุขภาวะและส่งเสริมสุขภาพ
- ใช้ภาษาไทยท้ังที่เป็นคำพูด และภาษาท่าทางในการสื่อสาร สร้างความ
สมั พนั ธ์ และลดความขดั แย้ง
- ใช้ภาษาไทยถ่ายทอดความคิด ความต้องการ ความรู้สึกอารมณ์และ
2) สมรรถนะหลัก
ความคิดของตน
ดา้ นภาษาอังกฤษ
เพ่อื การสอ่ื สาร (English
- ใช้ภาษาอังกฤษเก่ียวกับคำสำคัญ หรือนิยามคำสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพ
for Communication)
พลานามัย
- ใช้ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับข้ันตอน หรือการดำเนินการเกี่ยวกับสุขภาพ
พลานามยั
- ใช้ภาษาอังกฤษที่เป็นเน้ือหาเก่ียวกับสุขภาพพลานามัยเป็นข้อความ
หรอื บทอา่ นสนั้ ๆ
- สบื คน้ ขอ้ มลู จากตำราหรอื อนิ เทอรเ์ นต็ ทเี่ ปน็ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การศกึ ษา
ความร้เู กี่ยวกบั สขุ ภาพพลานามัย
- ใช้สมรรถนะภาษาอังกฤษด้านการฟัง หรืออ่าน และจดบันทึกย่อ ๆ
เกีย่ วกบั สขุ ภาพพลานามัย
คมู่ ือ
58 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผ้เู รยี น
สมรรถนะ แนวทางการพัฒนาผู้เรียน
สมรรถนะในความฉลาดรู้พ้ืนฐาน
3) สมรรถนะหลกั
- ใช้แนวคิด และความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ในการกำหนด
(Competencies in Basic Literacy)
ดา้ นคณติ ศาสตร
์ เปา้ หมาย การสรา้ งสขุ ภาวะและสง่ เสรมิ สขุ ภาพ ทง้ั ทางอารมณส์ ตปิ ญั ญา
ในชวี ติ ประจำวนั รา่ งกาย สังคมและจิตวิญญาณ
สมรรถนะหลัก
(Core Competencies)
(Mathematics in
Everyday Life)
4) สมรรถนะหลัก
- สืบสอบความรดู้ ้วยหลกั ฐานสนับสนนุ เชงิ ประจกั ษเ์ รือ่ งราวเกยี่ วกบั
ด้านการสบื สอบทาง สขุ ภาวะท้งั ด้านสุขภาพกายและสุขภาพจติ
วทิ ยาศาสตรแ์ ละ
- สรา้ งผลติ ภณั ฑท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั สขุ ภาวะดว้ ยองคค์ วามรู้ และกระบวนการ
จิตวิทยาศาสตร์
(Scientific Inquiry and ทางวิทยาศาสตร์
Scientific Mind)
1) สมรรถนะหลักด้านทกั ษะ
ชีวติ และความเจรญิ
- เรียนรู้ พัฒนาทักษะ และเจตคติในการสร้างสุขภาวะและส่งเสริม
แห่งตน (Life Skills and
Personal Growth)
สขุ ภาพ ทง้ั ทางอารมณ์ สตปิ ญั ญา ร่างกาย สังคม และจติ วญิ ญาณของ
ตนเองและผอู้ น่ื
- เรียนรู้ พัฒนาทักษะ และเจตคติในการป้องกันภัย โรคต่าง ๆ และ
2) สมรรถนะหลักดา้ นทักษะ การปฏิบัติตนให้มสี ขุ ภาวะ
อาชีพและการเปน็
ผู้ประกอบการ
- เรียนรู้เก่ียวกับ โรคภัยที่เกิดจากการทำงาน การประกอบอาชีพ และ
(Career Skills and การประกอบการ
Entrepreneurship)
- วางแผน ปฏิบัติการป้องกันภัย โรคต่าง ๆ และการปฏิบัติตนให้มี
สขุ ภาวะในการทำงาน การประกอบอาชพี และการประกอบการ
- วางแผน ปฏิบัติการฝึกฝนสร้างอาชีพ และการประกอบการที่เก่ียวกับ
การสร้างสุขภาวะและส่งเสริมสุขภาพ ท้ังทางอารมณ์ สติปัญญา
3) สมรรถนะหลักดา้ นทักษะ รา่ งกาย สงั คม และจติ วญิ ญาณ
การคดิ ขนั้ สงู และนวตั กรรม
(Higher - order Thinking - ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ เก่ียวกับสุขภาพพลานามัยของตนเองและบุคคล
Skills and Innovation รอบตัวบนฐานข้อมูล เหตุผล และหลักฐานท่ีสืบค้นด้วยการใช้
Development) : HOTS เทคโนโลยีอยา่ งรอบดา้ นและเหมาะสมกับบรบิ ททางสังคมไทย
Critical Thinking, - วิเคราะห์ วิพากษ์ และประเมินข้อมลู และเหตผุ ลสรปุ และให้ความเหน็
Problem Solving, ในเรอื่ งทเี่ กีย่ วขอ้ งกบั สุขภาพพลานามยั ของตนเองและบคุ คลรอบตวั
Creative Thinking
- ระบุปัญหาท่ีเกิดขึ้นเกี่ยวกับสุขภาพพลานามัยของตนเองและบุคคล
รอบตัว วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา หาวิธีการแก้ปัญหา และเลือก
วธิ ีการแกป้ ญั หาทเี่ หมาะสมทส่ี ดุ
- ลงมือวางแผนในการป้องกันหรือแก้ปัญหาที่เกิดข้ึนเก่ียวกับสุขภาพ
พลานามัยของตนเองและบุคคลรอบตัวด้วยตนเองอย่างเป็นข้ันตอน
และเป็นระบบ
คมู่ อื
59
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผเู้ รยี น
สมรรถนะ แนวทางการพัฒนาผเู้ รียน
สมรรถนะห ัลก
3) สมรรถนะหลกั ดา้ นทักษะ - มคี วามยดื หยนุ่ ทางความคดิ มอง/คดิ และใหค้ วามเหน็ เกยี่ วกบั การปอ้ งกนั
(Core Competencies)
การคดิ ขนั้ สงู และนวตั กรรม และการดูแลรักษาสุขภาพพลานามัยของตนเองและบุคคลรอบตัวด้วย
แงม่ มุ ทหี่ ลากหลาย
(Higher - order Thinking
Skills and Innovation - คิดริเริ่มส่ิงใหม่ ๆ เกี่ยวกับการป้องกันการดูแลรักษาและส่งเสริม
Development) : HOTS สุขภาพพลานามัยของตนเองและบุคคลรอบตัวทแ่ี ตกตา่ งจากเดิม
Critical Thinking,
Problem Solving,
Creative Thinking (ตอ่ )
4) สมรรถนะหลักดา้ นการรู้ - จดั การเวลาในการใช้สื่อเพือ่ ให้เกดิ ผลเสียตอ่ สขุ ภาพและการพักผ่อน
- ศึกษาและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพโฆษณาและส่ือออนไลน์
เท่าทันส่อื สารสนเทศ
และดิจทิ ลั
ทีส่ ง่ ผลกระทบต่อสุขภาพ
(Media, Information
and Digital Literacy: MIDL)
5) สมรรถนะหลัก
- รับสารผ่านการอ่าน ฟัง ดู เพ่ือรับข้อมูลในการวิเคราะห์เกี่ยวกับ
ดา้ นการสอ่ื สาร
(Communication)
การดำรงชีวติ การสรา้ งเสริมสขุ ภาพและการพัฒนาคณุ ภาพชีวิต
- รับสารผา่ นอ่าน ฟัง ดู เพ่อื ทำความเขา้ ใจในกฎ กตกิ า ขอ้ ตกลงในการ
เสริมสรา้ งสขุ ภาพทางรา่ งกาย
- ส่งสารผ่านพูด เขียน เพ่ือ อธิบาย นำเสนอ ข้อมูล แนวคิด หลักการ
6) สมรรถนะหลกั ด้านการ มโนทัศน์ กิจกรรมเก่ียวกับการดำรงชีวิต การสร้างเสริมสุขภาพและ
ทำงานแบบรวมพลงั
การพัฒนาคุณภาพชวี ิต ท้ังร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปญั ญา
เปน็ ทมี และมภี าวะผนู้ ำ
(Collaboration, - ปฏบิ ตั งิ านร่วมกันในการปอ้ งกนั ภัย โรคต่าง ๆ ของตน และผ้อู น่ื
Teamwork and - เป็นผู้นำ และ/หรือร่วมกันสร้างสภาพปลอดโรค ปลอดภัย และสร้าง
Leadership)
สิ่งแวดลอ้ มท่ีสง่ เสริมสขุ ภาวะของคนในชมุ ชน
7) สมรรถนะหลักด้านการ
เป็นพลเมืองตนื่ ร ู้
ท่มี ีสำนกึ สากล (Active
Citizens with Global - ใช้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพอนามัย เพ่ือนำเสนอไปสู่การปฏิบัติและ
Mindedness)
ยกระดับไปสู่การเปล่ียนแปลงในครอบครัว ชุมชน และสงั คม
- นำระบบประกันสุขภาพไปใช้ในฐานะที่เป็นกลไกพัฒนาคุณภาพทาง
กายและจิตใจของประชาชน
คมู่ อื
60 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผเู้ รียน
ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนาผ้เู รยี น
❖ กลมุ่ สาระการเรียนรูศ้ ิลปะ
สมรรถนะในความฉลาดรู้ ้พืนฐาน
แนวทางการพฒั นาผเู้ รยี น
(Competencies in Basic Literacy)
- เรียนรู้คำศัพท์เฉพาะภาษาไทยในวิชาศิลปะ และใช้คำศัพท์นำเสนอ
สมรรถนะ
ความคิดและจนิ ตนาการผลงานศลิ ปะประเภทตา่ ง ๆ
1) สมรรถนะหลกั ดา้ นภาษาไทย
- ใช้ภาษาไทยในการพูด เขียนเพื่อแลกเปล่ียนแบ่งปันความคิดและ
เพอื่ การส่ือสาร
(Thai Language for จินตนาการผา่ นดนตรีการเต้นรำและระบำ การละคร หรือทศั นศิลป์
- ใช้ภาษาไทยในการสร้างสรรค์ตีความผลงาน (representations) ทาง
Communication)
ศิลปะเพ่ือการเข้าใจหรือการถ่ายทอด/แสดงออกถึงความคิดและ
จินตนาการ
- ใช้ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับคำศัพท์เฉพาะในวิชาศิลปะ และใช้คำศัพท
์
2) สมรรถนะหลัก
นำเสนอความคดิ และจนิ ตนาการผลงานศิลปะประเภทต่าง ๆ
ดา้ นภาษาองั กฤษ
- ใช้ภาษาอังกฤษเก่ียวกับข้ันตอน หรือการดำเนินการเก่ียวกับการสร้าง
เพ่อื การสือ่ สาร
งานศิลปะประเภทต่าง ๆ
(English for - ใช้ภาษาอังกฤษท่ีเป็นเนื้อหาในวิชาศิลปะ และการนำเสนอความคิด
และจินตนาการผลงานศิลปะประเภทต่าง ๆ เป็นข้อความหรือ
Communication)
บทอา่ นสัน้ ๆ
- สืบค้นข้อมูลจากตำราหรืออินเทอร์เน็ตที่เป็นภาษาอังกฤษเพ่ือ
การศึกษาความรู้เก่ียวกับคำศัพท์เฉพาะในวิชาศิลปะ และใช้คำศัพท
์
นำเสนอความคิดและจนิ ตนาการผลงานศลิ ปะประเภทต่าง ๆ
- ใช้สมรรถนะภาษาอังกฤษด้านการฟัง หรืออ่าน และจดบันทึกย่อ ๆ
เก่ียวกับคำศัพท์เฉพาะในวิชาศิลปะ และใช้คำศัพท์นำเสนอความคิด
และจินตนาการผลงานศลิ ปะประเภทต่าง ๆ
- ใชแ้ นวคดิ และความคดิ รวบยอดทางคณติ ศาสตรส์ ญั ลกั ษณ์ หลกั คณติ ศาสตร ์
รปู ทรงเรขาคณติ ในการออกแบบงานศลิ ปะตา่ ง ๆ
3) สมรรถนะหลัก
ดา้ นคณติ ศาสตร์
ในชีวติ ประจำวัน
(Mathematics in - สืบสอบความรู้และมโนทัศน์เก่ียวกับทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์
Everyday Life)
ดว้ ยหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
- สรา้ งสรรค์ผลิตภัณฑ์ วธิ กี ารใหม่ในทัศนศลิ ป์ ดนตรี และนาฏศิลปด์ ว้ ย
4) สมรรถนะหลกั
กระบวนการสร้างงานเชิงนวัตกรรม และสามารถแสดงเหตุผลและ
ด้านการสบื สอบทาง วิธีการในการปรับปรงุ งานของตนเอง
วิทยาศาสตร์และ
- ให้เหตุผลเพื่อสนับสนุนหรือถกเถียงในคุณค่าของความงามสู่การตัดสิน
จิตวทิ ยาศาสตร์ ในการประเมนิ
(Scientific Inquiry and
Scientific Mind)
ค่มู ือ
61
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรียน
ระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผ้เู รียน
สมรรถนะ แนวทางการพฒั นาผู้เรยี น
สมรรถนะห ัลก
1) สมรรถนะหลกั ด้านทกั ษะ - รับรู้ และช่ืนชมความงามของศลิ ปวฒั นธรรม
(Core Competencies)
ชีวิตและความเจริญ
- พัฒนาสนุ ทรียภาพของตนและผู้อน่ื ผ่านการสร้างงานศิลปะ
แหง่ ตน (Life Skills and
Personal Growth)
- ส่งเสริมการทำงาน การประกอบอาชีพ และการประกอบการโดยใช้
2) สมรรถนะหลักดา้ นทกั ษะ หลักการทางศิลปะ สุนทรียะความงดงามของธรรมชาติ และศิลป-
วัฒนธรรมมาเพ่ิมมูลค่าในผลติ ภณั ฑ์
อาชพี และการเป็น
ผปู้ ระกอบการ
(Career Skills and
- วิเคราะห์วิพากษ์และประเมินข้อมูลและเหตุผลสรุปและให้ความเห็น
Entrepreneurship)
ที่เกี่ยวขอ้ งกับงานศลิ ปะและสุนทรียภาพ
- ฝึกฝนตัดสินใจเก่ียวกับศิลปะและสุนทรียภาพบนฐานข้อมูลเหตุผลและ
3) สมรรถนะหลกั ดา้ นทักษะ หลักฐานที่สืบค้นด้วยการใช้เทคโนโลยีอย่างรอบด้านและเหมาะสม
กับบริบททางสังคมไทย
การคดิ ขนั้ สงู และนวตั กรรม - ระบุประเด็นปัญหาท่ีเกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะและสุนทรียภาพ
(Higher - order Thinking วเิ คราะหส์ าเหตขุ องปญั หาหาวธิ กี ารแกป้ ญั หาและเลอื กวธิ กี ารแกป้ ญั หา
ที่เหมาะสมทีส่ ุด
Skills and Innovation - ลงมือวางแผนในการแก้ปัญหาที่เกิดข้ึนท่ีเกี่ยวข้องกับงานศิลปะและ
Development) : HOTS สนุ ทรียภาพดว้ ยตนเองอยา่ งเปน็ ขั้นตอนและเป็นระบบ
Critical Thinking, - มีความยืดหยุ่นทางความคิด และให้ความเห็นที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะ
Problem Solving, และสนุ ทรียภาพด้วยแงม่ มุ ที่หลากหลาย
Creative Thinking
- คิดริเร่ิมสิ่งใหม่ ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับงานศิลปะและสุนทรียภาพที่แตกต่าง
จากเดิม
- ศึกษาองค์ประกอบทางศิลปะที่ใช้ในส่ือท่ีมีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก
ของผรู้ บั สาร
- ใช้ความรู้เก่ียวกับการประกอบสร้าง (Construct) ของสื่อ มานำเสนอ
ด้วยรูปแบบของศิลปะต่าง ๆ เพื่อสื่อสารความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับ
การรูเ้ ทา่ ทันสอ่ื
4) สมรรถนะหลกั ดา้ นการรู้
เทา่ ทนั สื่อ สารสนเทศ - รับสารผ่านการดู ฟัง งานทางทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฎศิลป์
และดิจทิ ลั
อย่างตั้งอกตั้งใจ มีวิจารณญาณ เพื่อเปรียบเทียบ วิเคราะห์คุณค่า
(Media, Information
ความงามทางศลิ ปะ
and Digital Literacy: MIDL)
- ส่งสารผ่านการพูด เขียน เพ่ือนำเสนอ ข้อมูล ท่ีมา หลักการ แนวคิด
องคป์ ระกอบ ทางด้านทศั นศลิ ป์ ดนตรี และนาฏศลิ ป์
5) สมรรถนะหลกั
ด้านการส่ือสาร
(Communication)
คู่มือ
62 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
ระดับประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผูเ้ รียน
สมรรถนะ แนวทางการพฒั นาผเู้ รียน
สมรรถนะห ัลก
5) สมรรถนะหลัก
- ส่งสารผ่านพูด เขียน เพื่อแสดงความคิดเห็น วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่า
(Core Competencies)
ดา้ นการสอ่ื สาร เกี่ยวกับงานทัศนศิลป์ ดนตรี และ นาฏศิลป์ ให้เหมาะสมกับบุคคล
กาลเทศะ และเลือกใช้ขอ้ มลู ทม่ี คี วามน่าเชอื่ ถอื ในการสนบั สนุน
(Communication) (ตอ่ )
- แลกเปลี่ยน ผ่านการพูด เขียน เพ่ืออภิปราย เก่ียวกับ งานทัศนศิลป์
ดนตรี และ นาฏศิลป์ โดยคำนึงถึงบทสนทนาและอารมณ์ความรู้สึก
6) สมรรถนะหลักดา้ นการ
ในการสือ่ สารเพอื่ สรา้ งบรรยากาศที่ดรี ะหว่างการสนทนาได ้
- ปฏบิ ัตงิ านร่วมกนั ในการสรา้ งสรรค์งานศิลปะ
ทำงานแบบรวมพลัง
- ใช้งานศิลปะในการเรียนรู้แนวคิดการอยู่รวมกันแบบรวมพลัง และ
เปน็ ทมี และมภี าวะผูน้ ำ
การสร้างความสมั พนั ธ์ที่ด
ี
(Collaboration, Teamwork
and Leadership)
7) สมรรถนะหลกั ด้านการ - ใชร้ ปู แบบทางศลิ ปะ ดนตรี การแสดง ละคร เปน็ เครอื่ งมอื ในการสอ่ื สาร
เป็นพลเมอื งต่นื ร ู้
ความคิดความเข้าใจเชิงการเมือง
ทมี่ ีสำนึกสากล (Active - เชอื่ มโยงสมั พนั ธง์ านศิลปะของศลิ ปิน/บุคคลในระดบั ชาติ อาเซยี น และ
Citizens with Global โลก ในฐานะที่เปน็ อารยธรรมร่วมกันของมนุษยชาต
ิ
Mindedness)
❖ กลุม่ สาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชีพ
สมรรถนะ แนวทางการพฒั นาผูเ้ รยี น
สมรรถนะในความฉลาด ูร้ ้ืพนฐาน
1) สมรรถนะหลกั ดา้ นภาษาไทย
- ฟังพูดอ่านและเขียนคำศัพท์ภาษาไทยที่เก่ียวข้องกับกระบวนการ
(Competencies in Basic Literacy)
เพอ่ื การสอ่ื สาร (Thai ทำงาน การประกอบอาชีพ การประดิษฐ์คิดค้น และการสร้างสรรค์
Language for ผลงาน
Communication)
- ใช้ภาษาไทยในการแลกเปลี่ยนแบ่งปันความคิด และข้อมูลเพ่ือให้เกิด
ความเข้าใจกระบวนการทำงาน การประกอบอาชพี การประดิษฐค์ ดิ ค้น
และการสร้างสรรค์ผลงานอันนำไปสู่การค้นพบความถนัดที่จะไปส่
ู
การประกอบอาชพี ในอนาคต โดยแสดงถงึ การเคารพในสิทธิและผลงาน
ของผูอ้ ่ืน
2) สมรรถนะหลกั
ดา้ นภาษาอังกฤษ
- ใช้ภาษาอังกฤษเก่ียวกับคำสำคัญ หรือนิยามคำสำคัญเก่ียวกับ
เพอื่ การสอ่ื สาร
(English for กระบวนการทำงาน การประกอบอาชีพ การประดิษฐ์คิดค้น และ
การสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
Communication)
- ใชภ้ าษาองั กฤษเกยี่ วกบั กระบวนการทำงาน การประกอบอาชพี การประดษิ ฐ
์
คดิ คน้ และการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
- ใช้ภาษาอังกฤษท่ีเป็นเน้ือหาเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน การประกอบ
อาชีพ การประดิษฐ์คิดค้น และการสร้างสรรค์ผลงานเป็นข้อความหรือ
บทอ่านสนั้ ๆ
ค่มู ือ
63
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รียน
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผเู้ รยี น
สมรรถนะ แนวทางการพฒั นาผเู้ รยี น
สมรรถนะในความฉลาดรู้พ้ืนฐาน
2) สมรรถนะหลัก
- สบื คน้ ขอ้ มลู จากตำราหรอื อนิ เทอรเ์ นต็ ทเี่ ปน็ ภาษาองั กฤษเพอื่ การศกึ ษา
(Competencies in Basic Literacy)
ดา้ นภาษาองั กฤษ
ความรู้เก่ียวกับกระบวนการทำงาน การประกอบอาชีพ การประดิษฐ์
เพอื่ การส่ือสาร
คิดคน้ และการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
สมรรถนะหลัก
(English for
(Core Competencies)
- ใช้สมรรถนะภาษาอังกฤษด้านการฟัง หรืออ่าน และจดบันทึกย่อ ๆ
Communication) (ตอ่ )
เกี่ยวกับกระบวนการทำงาน การประกอบอาชีพ การประดิษฐ์คิดค้น
และการสรา้ งสรรค์ผลงาน
3) สมรรถนะหลกั
ด้านคณิตศาสตร์
- ใช้แนวคิด และความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ ในการสร้างพื้นฐาน
ในชีวติ ประจำวัน
ในการประกอบอาชพี ต่าง ๆ
(Mathematics in - นำคณิตศาสตร์ไปใช้ในการเป็นผู้ประกอบการท้ังการบริหารคน
Everyday Life)
การบรหิ ารทนุ การบริหารทรพั ยากร บริหารเวลา และการตลาดอยา่ งมี
จรรยาบรรณ และรับผดิ ชอบต่อสงั คม
- ใช้ความรู้เกี่ยวกับปริมาณ ความถ่ี การจัดพ้ืนท่ี การวัด และสถิต ิ
4) สมรรถนะหลักด้านการ เพ่ือสรา้ งทางเลอื กในการทำงาน และการสรา้ งอาชีพ
สืบสอบทางวทิ ยาศาสตร์
และจติ วทิ ยาศาสตร์ - ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์เพ่ือสืบสอบความรู้เกี่ยวกับสิ่งของและ
(Scientific Inquiry and เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งบ่มเพาะทักษะการทำงาน ทักษะการ
Scientific Mind)
สร้างงาน การมีลักษณะนิสัยทำงานอย่างกระตือรือร้น ตรงเวลา
ประหยัด ปลอดภัย สะอาด รอบคอบ และจิตสำนึกในการอนุรักษ
์
สิง่ แวดลอ้ ม
1) สมรรถนะหลกั ด้านทกั ษะ - บริหารจัดการชีวิตในด้านการทำงานการประกอบอาชีพ ที่เหมาะสม
ชวี ติ และความเจริญ
และสมดุล พอดีโดยนอ้ มนำหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้
แห่งตน (Life Skills and
Personal Growth)
- นำข้อมูลเก่ียวกับความสนใจ ความถนัดของตนเองมาใช้ในการเลือก
อาชีพทเ่ี หมาะสม
2) สมรรถนะหลกั ด้านทกั ษะ - พัฒนาทักษะในการทำงานด้วยตนเอง โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี งในการปฏบิ ตั งิ าน การบรหิ ารจดั การ และการจดั การดา้ นการเงนิ
อาชีพและการเปน็
ผู้ประกอบการ
(Career Skills and
Entrepreneurship)
คมู่ ือ
64 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผเู้ รยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผู้เรยี น
สมรรถนะ แนวทางการพัฒนาผู้เรียน
สมรรถนะห ัลก
3) สมรรถนะหลกั ด้านทักษะ - วิเคราะห์วิพากษ์และประเมินข้อมูลและเหตุผลสรุปและให้ความเห็น
(Core Competencies)
การคดิ ขนั้ สงู และนวตั กรรม เกยี่ วกบั การทำงาน การประกอบอาชพี และการดำรงชีวิต
(Higher - order Thinking - ฝึกฝนการตัดสินใจเก่ียวกับการทำงานการประกอบอาชีพและการดำรง
Skills and Innovation ชีวิต โดยใช้ข้อมูลเหตุผลและหลักฐานท่ีสืบค้นด้วยการใช้เทคโนโลยี
Development): HOTS อยา่ งรอบดา้ น และเหมาะสมกบั บริบททางสงั คมไทย
Critical Thinking,
Problem Solving, - ระบุปัญหาท่ีเกิดขึ้นในการทำงานการประกอบอาชีพหรือการดำรงชีวิต
Creative Thinking
วเิ คราะหส์ าเหตขุ องปญั หาหาวธิ กี ารแกป้ ญั หาและเลอื กวธิ กี ารแกป้ ญั หา
ที่เหมาะสมที่สุด
- ลงมือแก้ปัญหาท่ีเกิดข้ึนในการทำงานการประกอบอาชีพหรือการดำรง
ชวี ิตดว้ ยตนเองอย่างเป็นขน้ั ตอนและเป็นระบบ
- มีความยืดหยุ่นทางความคิดมอง/คิดและให้ความเห็นในการทำงาน
การประกอบอาชีพ หรือการดำรงชีวิตด้วยแง่มุมท่ีหลากหลาย คิดริเร่ิม
4) สมรรถนะหลักดา้ นการรู้ สงิ่ ใหม่ ๆ ในการทำงานการประกอบอาชีพ
เทา่ ทันสอ่ื สารสนเทศ
และดิจทิ ลั
- เรยี นรู้แนวทางค้าขายและทำธรุ กรรมในโลกออนไลน์
(Media, Information
and Digital Literacy)
5) สมรรถนะหลกั
ดา้ นการสื่อสาร
(Communication)
- รับสารผ่านการอ่าน ดู ฟัง ข้อมูล เพ่ือใช้ในการวิเคราะห์ ตัดสินใจ
เก่ยี วกบั แนวทางการดำรงชีวิตและการประกอบอาชพี
- สง่ สารผ่านการพูด/เขยี นเพอ่ื อภปิ ราย แลกเปลีย่ นความรู้ ความคดิ เห็น
6) สมรรถนะหลกั
เกี่ยวกับการดำรงชีวิต ครอบครัว และการประกอบอาชีพ โดยเคารพ
ดา้ นการทำงานแบบรวม ความคิดเห็นทแ่ี ตกต่างกัน
พลังเป็นทมี และมภี าวะ - สง่ สารผ่านการพูด นำเสนอผลงานทเี่ กี่ยวข้องกบั การดำรงชีวติ
ผูน้ ำ
(Collaboration, Teamwork - กำหนดเป้าหมาย และปฏิบัติงานร่วมกันแบบรวมพลังในการทำงาน
and Leadership)
การประกอบอาชีพ การประดิษฐ์คิดค้น และการสร้างสรรค์ผลงาน
จนบรรลุเปา้ หมาย
- ใช้ภาวะผู้นำในการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่ืนให้ความร่วมมือในการ
ทำงาน การประกอบอาชีพ การประดิษฐ์คิดค้น และการสร้างสรรค
์
7) สมรรถนะหลัก
ผลงาน จนบรรลเุ ป้าหมาย
ดา้ นการเป็นพลเมืองต่ืนรู้
- ใช้สันติวิธีในการจัดการปัญหาความขัดแย้ง ความคิดเห็นท่ีแตกต่าง
ที่มีสำนึกสากล
เกีย่ วกบั การทำงาน การประกอบอาชีพ
(Active Citizens with
Global Mindedness)
- วิเคราะห์งานอาชีพที่ไม่เป็นธรรม แรงงานเด็กและผู้หญิง และเสนอ
แนวทางการแกป้ ัญหา
- เรียนรู้กลไกทางวิชาชีพและสหภาพแรงงาน ในการพัฒนาวิชาชีพและ
ดูแลสวสั ดกิ ารของคนทำงาน
คู่มือ
65
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผ้เู รียน
❖ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
สมรรถนะ แนวทางการพัฒนาผู้เรียน
สมรรถนะในความฉลาดรู้พ้ืนฐาน
1) สมรรถนะหลกั ดา้ นภาษาไทย
- ใช้ภาษาไทยในการฟัง พูด อ่านเขียน คำศัพท์ และสาระในบทอ่าน
(Competencies in Basic Literacy)
เพอ่ื การส่อื สาร
ตา่ ง ๆ
(Thai Language for
สมรรถนะหลัก
- ใช้ภาษาไทยในการแลกเปลีย่ นเรียนรเู้ รือ่ งราวต่าง ๆ
(Core Competencies)
Communication)
2) สมรรถนะหลัก
- ใช้ภาษาต่างประเทศในการฟัง พูด อ่านเขียน คำศัพท์ และสาระใน
ด้านภาษาองั กฤษ
เพือ่ การสอ่ื สาร
บทอ่านตา่ ง ๆ
(English for - ใชภ้ าษาต่างประเทศในการแลกเปลี่ยนเรียนร้เู ร่ืองราวตา่ ง ๆ
Communication)
3) สมรรถนะหลกั
- เรียนรคู้ ำศพั ท์ และสญั ลักษณท์ างคณติ ศาสตร์ ผ่านภาษาตา่ งประเทศ
ด้านคณิตศาสตร์
- สนทนาเกย่ี วกบั แนวคดิ ทางคณิตศาสตร์โดยใช้ภาษาต่างประเทศ
ในชวี ิตประจำวัน - ใช้ภาษาสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร สื่อความหมาย
(Mathematics in สรปุ ผลและนำเสนอที่ถกู ตอ้ งโดยใช้ภาษาต่างประเทศ
Everyday Life)
4) สมรรถนะหลกั ด้านการ - สบื สอบความร้แู ละมโนทศั นท์ างวทิ ยาศาสตรโ์ ดยใช้ภาษาต่างประเทศ
สบื สอบทางวทิ ยาศาสตร์ - เรียนรู้แบบจำลอง เช่น ประโยค ภาพ สัญลักษณ์ ที่ช่วยอธิบายจาก
และจิตวิทยาศาสตร์
(Scientific Inquiry and ความคดิ ให้เหน็ เป็นรปู ธรรม โดยใช้ภาษาตา่ งประเทศ
Scientific Mind)
- สร้างผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ และส่ือสารความคิดโดยใช้ภาษา
1) สมรรถนะหลกั ด้านทกั ษะ ตา่ งประเทศ
ชวี ิตและความเจรญิ
แห่งตน
- เรียนรู้การจัดการชีวิต การพ่ึงพาและพัฒนาตนเอง จากการแสวงหา/
(Life Skills and
Personal Growth)
สบื คน้ ข้อมูลเกีย่ วกับข้อมลู ดว้ ยภาษาต่างประเทศ
2) สมรรถนะหลักด้านทกั ษะ
อาชพี และการเปน็
ผูป้ ระกอบการ
(Career Skills and - เรียนรู้การทำงาน อาชีพ และการประกอบการจากการแสวงหา/สืบค้น
Entrepreneurship)
ข้อมูลท่เี ป็นภาษาต่างประเทศ
คมู่ อื
66 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรียน
ระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผูเ้ รียน
สมรรถนะ แนวทางการพฒั นาผ้เู รียน
สมรรถนะห ัลก
3) สมรรถนะหลกั ด้านทกั ษะ - วิเคราะห์ วิพากษ์ และประเมินเนื้อหาที่เป็นภาษาต่างประเทศ
(Core Competencies)
การคดิ ขนั้ สงู และนวตั กรรม สรุปเนือ้ หา และเสนอความเหน็ ของตนเองเปน็ ภาษาต่างประเทศ
(Higher - order Thinking - ตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ บนฐานของข้อมูลเหตุผลและหลักฐานอย่าง
Skills and Innovation รอบด้านและเหมาะสมตามบริบทเชิงวัฒนธรรมผ่านการใช้ภาษา
Development): HOTS ต่างประเทศ
Critical Thinking,
Problem Solving, - ระบุปัญหาวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา หาวิธีการแก้ปัญหาและเลือก
Creative Thinking
วิธกี ารแกป้ ญั หาที่เหมาะสมที่สุดสอื่ สารโดยใชภ้ าษาตา่ งประเทศ
- อธิบายกระบวนการแก้ปัญหาที่ตนเองได้ลงมือปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอน
และเปน็ ระบบโดยใช้ภาษาต่างประเทศ
- ปรบั ความคดิ ของตนเองใหม้ คี วามยดื หยนุ่ หลากหลายแงม่ มุ และสอื่ สาร
ดว้ ยการใช้ภาษาต่างประเทศ
4) สมรรถนะหลักด้านการรู้
- คิดริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ ด้วยการใช้ภาษาต่างประเทศในรูปแบบแตกต่าง
เทา่ ทันสือ่ สารสนเทศ
จากเดมิ
และดจิ ทิ ลั (MIDL)
- ศึกษาเรียนรู้ภาษาและลักษณะที่มาของการส่ือสารผ่านส่ือ และ
5) สมรรถนะหลกั
ด้านการสื่อสาร เทคโนโลยดี ิจิทัล
(Communication)
- รับสารผ่านการอ่าน ฟัง และดู จากช่องทางหลากหลาย และทำความ
เขา้ ใจ ตคี วาม แปลความ และขยายความส่ิงที่อา่ น ฟงั และดู ได้อยา่ งมี
วิจารญาณ เพ่ือมาส่ิงท่ีได้มาใช้ในการพัฒนาตน ประยุกต์ใช้ในชีวิต
ประจำวัน อยา่ งมมี ารยาท
- สง่ สารผา่ นการ พดู เขยี น ในรปู แบบตา่ ง ๆ เพอื่ ใหข้ อ้ มลู แสดงความรสู้ กึ
6) สมรรถนะหลกั
ความคดิ เหน็ และโน้มน้าวไดอ้ ย่างมเี หตผุ ลและเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ด้านการทำงานแบบรวม - ใช้เทคนิคในการสื่อสารเพ่ือให้เกิดความเข้าใจและการถ่ายทอดข้อความ
ไดผ้ ลดียงิ่ ข้นึ
พลัง เปน็ ทีม และมีภาวะ - ปฏิบัติงานร่วมกันเพ่ือเรียนรู้คำศัพท์ท่ีเก่ียวข้องการสร้างความสัมพันธ์
ผนู้ ำ (Collaboration, อันดี การทำงานรว่ มกนั การใชภ้ าวะผนู้ ำ และการปฏิบตั หิ น้าทีใ่ นฐานะ
Teamwork and สมาชกิ กลมุ่
Leadership)
- ปฏิบัติงานร่วมกันเพื่อเรียนรู้และพัฒนาทักษะการฟังพูดอ่านเขียน และ
สื่อสารด้วยภาษาต่างประเทศผ่านเรื่องราวท่ีเกี่ยวข้องกับการสร้างความ
7) สมรรถนะหลัก
สัมพันธอ์ นั ดี การทำงานรว่ มกนั การใชภ้ าวะผู้นำ และการปฏิบัตหิ น้าท่ี
ด้านการเป็นพลเมอื งตน่ื รู้
ในฐานะสมาชกิ กลุ่ม
ทีม่ สี ำนึกสากล
- เรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง กฎหมาย สิ่งแวดล้อม
(Active Citizens with แรงงาน สนธิสัญญา
Global Mindedness)
- เรียนรู้งานเขียนและวรรณกรรมคลาสสิกเก่ียวกับการเปลี่ยนแปลงทาง
สังคมในระดับชาตแิ ละสากล
คูม่ อื
67
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผูเ้ รยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผู้เรียน
ตารางแสดงความสัมพันธ์เชื่อมโยงสมรรถนะในความฉลาดรู้พ้ืนฐาน (Competencies in Basic
Literacy) และสมรรถนะหลัก 7 สมรรถนะ (Core Competency) ระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานกับแนวทาง
การพัฒนาผู้เรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ สำหรับผู้เรียนระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน เป็นการนำเสนอ
ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านการพัฒนาหลักสูตรอิงมาตรฐานไปสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ซึ่งครูผู้สอน
ทรี่ บั ผดิ ชอบกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ หรอื ขอบขา่ ยการเรยี นรตู้ า่ ง ๆ สามารถนำไปประยกุ ตใ์ ชไ้ ดต้ ามความเหมาะสม
กบั สถานการณ์การเรียนรทู้ ่เี กดิ ข้ึนในชวี ติ จรงิ ของผเู้ รียนทสี่ อดคลอ้ งกับหลักสตู รที่กระทรวงศึกษาธกิ ารกำหนด
แนวทางในการนำสมรรถนะหลัก
ระดบั การศึกษาข้นั พื้นฐาน
และระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6
ส่กู ารจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ
การจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ เป็นการเรียนการสอนที่มีจุดประสงค
์
การเรยี นรฐู้ านสมรรถนะเปน็ เปา้ หมาย คอื มงุ่ เนน้ การพฒั นาความสามารถในการประยกุ ตใ์ ช
้
ความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคณุ ลกั ษณะตา่ ง ๆ อยา่ งเปน็ องคร์ วมในการปฏบิ ตั งิ าน การแกป้ ญั หา
และการใช้ชีวิต เป็นการเรียนการสอนท่ีเชื่อมโยงกับชีวิตจริง เรียนรู้เพื่อใช้ประโยชน์ ไม่ใช่
การเรียนเพื่อรู้เทา่ นน้ั
การจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะเน้น “การปฎิบัติ” โดยมีชุดของเน้ือหา
ความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคุณลกั ษณะท่ีจำเป็นตอ่ การนำไปสู่สมรรถนะที่ตอ้ งการ จึงทำให้
สามารถลดเวลาเรียนเน้ือหาที่จำเป็นเพ่ือการนำไปสู่สมรรถนะท่ีต้องการพัฒนา เอ้ือให
้
ผู้เรียนมีเวลาในการเรียนรู้เน้ือหาท่ีจำเป็นในระดับที่ลึกซ้ึงข้ึน และมีโอกาสได้ฝึกฝนการใช้
ความรู้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะในระดับชำนาญหรือเช่ียวชาญ
และเปน็ การเรยี นการสอนทม่ี กี ารบรู ณาการองคค์ วามรขู้ า้ มศาสตรท์ เ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การปฏบิ ตั งิ าน
ใดงานหน่ึง เพื่อความ สำเร็จต่อการนำไปใช้ในการปฏิบัติงานและการจัดเรียนการสอน
ทเี่ ปน็ การบูรณาการมากขึ้น
การจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะนั้น ผู้เรียนสามารถใช้เวลาในการเรียนรู้และ
พัฒนาสมรรถนะที่เป็นความก้าวหน้าของตน ตามความถนัดและความสามารถที่อาจพัฒนา
ไดเ้ รว็ หรือชา้ แตกตา่ งกันได้ การให้ข้อมลู ป้อนกลบั แก่ผ้เู รียนจึงเป็นการปรับปรุงพัฒนา และ
เปน็ ปจั จยั สำคญั ท่ชี ่วยใหเ้ กิดการเรยี นร้โู ดยใช้สมรรถนะเป็นฐานท่ปี ระสบความสำเร็จ
คมู่ อื
68 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผ้เู รยี น
แนวทางการนำสมรรถนะหลักระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานสู่การจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ
ที่เน้น “งานและการปฏิบัติ” ครูผู้สอนจึงควรศึกษาแนวทางการส่งเสริมสมรรถนะผู้เรียนและการออกแบบ
กิจกรรมการจัดการเรียนการสอนที่เน้นฐานสมรรถนะเพ่ิมเติม ท้ังน้ีเพราะการส่งเสริมสมรรถนะให้แก่ผู้เรียน
จะมีความแตกต่างจากการสอนในแบบแนวทางการสอนเดิมที่ครูส่วนใหญ่มักนำมาใช้อยู่ ดังตารางที่ 4 และ
ตารางที่ 5 (สจุ ติ รา ปทุมลงั การ์, 2552)
ตารางที่ 4 การเปรยี บเทยี บลักษณะของการจดั การเรียนการสอนแบบฐานสมรรถนะและแบบดงั้ เดมิ
(สจุ ติ รา ปทมุ ลังการ์, 2552)
แบบฐานสมรรถนะ
แบบดัง้ เดิม
- การกำหนดผลการเรยี นรู้ (Learning Outcomes/Course - การเรียนการสอนยดึ ตำราเรยี นเป็นหลัก
Outcomes) หรอื เรยี กวา่ สมรรถนะ หรือ ภาระงาน หรอื สือ่ ต่าง ๆ เพอื่ นำมากำหนดเป็นเนอ้ื หา
(Competencies or Tasks) อยา่ งชดั เจน ซง่ึ สมรรถนะ รายวชิ า ซ่ึงอาจไมเ่ กย่ี วข้องกับอาชีพและ
ท่กี ำหนดขึ้นเป็นสงิ่ จำเปน็ กบั การศึกษาและการปฏิบตั งิ าน ความสามารถ ผ้เู รียนไมท่ ราบชัดเจนวา่
ในอาชพี ต่าง ๆ ทค่ี าดหวังว่าผูเ้ รยี นจะสามารถปฏบิ ัติได้ ต้องทำอะไรได้เมือ่ จบหลักสตู ร ผูส้ อน
เมือ่ จบหลกั สตู ร ผสู้ อนจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนตามสมรรถนะ ยดึ เนอื้ หาตามตำราเรยี น บทตอ่ บท
ทีก่ ำหนด หรือ หนว่ ยตอ่ หน่วย
- การออกแบบการจัดกจิ กรรมการเรยี นที่เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ - การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนเป็นไป
เลอื กใช้สถานการณต์ ่าง ๆ สอื่ ทห่ี ลากหลาย และอุปกรณ์ ตามที่ผู้สอนกำหนด ผสู้ อนเปน็ ผู้สาธิต
ที่จะชว่ ยให้ผู้เรียนปฏบิ ัตภิ าระงาน (Task - Oriented Activities) บรรยาย (Instructor - Centered Learning
ไดส้ ำเรจ็ ตามสมรรถนะท่กี ำหนด เนน้ กระบวนการเรียนร ู้ Activities) ผู้เรยี นไดร้ ับขอ้ มูลยอ้ นกลับน้อย
ใหข้ ้อมูลยอ้ นกลบั (Feedback) แก่ผู้เรยี นเป็นระยะ เพอ่ื ให้ผูเ้ รยี น
ได้ปรับปรงุ แกไ้ ขการปฏิบัติงานให้ได้ตามเกณฑ์
- การให้เวลาผู้เรยี นแตล่ ะคนเพียงพอทีจ่ ะปฏิบตั ภิ าระงานหนงึ่ ๆ - การให้เวลาผู้เรยี นทกุ คน ภายในเวลา
ให้สำเร็จก่อนทจี่ ะไปสู่ภาระงานต่อไป ทก่ี ำหนดเท่ากันและเรียนบทเรียนต่อไป
พร้อมกนั ซง่ึ อาจมากไป หรือน้อยไปสำหรบั
ผู้เรียนแตล่ ะคนท่มี ศี กั ยภาพแตกตา่ งกนั
- การใหผ้ ูเ้ รียนแตล่ ะคนปฏบิ ัติภาระงานให้สำเรจ็ ตามเกณฑ์ - การใชข้ ้อสอบวดั ผลแบบองิ กลุ่ม
การปฏบิ ตั งิ านทก่ี ำหนด โดยใชก้ ารวัดผลแบบองิ เกณฑ์ (Norm Referenced) หรือใบงาน/รายงาน
(Criterion Referenced) ในการประเมินผลความสำเรจ็ โดยการเปรียบเทียบผลการปฏิบตั กิ ับผเู้ รยี น
ของผู้เรียนแต่ละคน ในกลุ่ม
คู่มอื
69
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผ้เู รียน
ระดับประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผู้เรียน
ตารางที่ 5 การเปรียบเทยี บแนวทางการจดั การเรยี นการสอนและการวดั ผลประเมินผลแบบด้ังเดมิ และ
แบบฐานสมรรถนะ (สุจติ รา ปทมุ ลงั การ,์ 2552)
กจิ กรรม
แบบดัง้ เดมิ แบบฐานสมรรถนะ
(traditional approach) (competency - based approach)
กจิ กรรมก่อนเรียน ผเู้ รียนไม่ต้องเชอ่ื มโยงประสบการณ ์ - ผเู้ รียนเชอ่ื มโยงความร้แู ละประสบการณท์ ี่มีมาใช้
และความรู้ท่มี ผี สู้ อนเปน็ ผู้จัด - ผู้สอนใหค้ วามร้แู ละประสบการณ์ที่เชอื่ มโยงกับความคิด
ประสบการณ์และการเรยี นร ู้ และคา่ นยิ มของผเู้ รยี น
กจิ กรรมระหวา่ งเรยี น ผูส้ อนใหป้ ระสบการณแ์ ละความร้ ู - ผเู้ รยี นไดร้ บั ความรู้และประสบการณ์ใหม่แลว้ นำมา
กับผเู้ รยี น เชื่อมโยงกับความรแู้ ละประสบการณ์เดิม
- ผ้เู รียนกลน่ั กรองความรูแ้ ละคา่ นยิ มท่ีไดร้ บั ใหม่
ผ้เู รียนฟงั ทดลองทำตามแบบ - ผ้เู รยี นทดลองใชค้ วามรแู้ ละประสบการณท์ ไี่ ดร้ บั ใหม่
ศกึ ษาเพิ่มเตมิ และนำเสนอ ทั้งในสถานการณจ์ ำลองและในชีวิตจริง
กิจกรรมหลงั เรยี น ผ้เู รยี นทดลองความรู้ - ผู้เรยี นใช้ความร้แู ละประสบการณใ์ หมเ่ พือ่ เปน็ พน้ื ฐาน
และประสบการณใ์ หมใ่ นชวี ติ จริง ในการเรียนและการหาความรู้ ประสบการณต์ อ่ ไป
หลงั เรยี นจบ - ผเู้ รียนประยุกต์ใช้ความรแู้ ละนำไปใชใ้ นชีวติ จรงิ
จากตารางการเปรียบเทียบแนวทางการออกแบบการจัดการเรยี นการสอนฐานสมรรถนะและการสอน
แบบด้ังเดิมที่มีความแตกต่างกัน ครูผู้สอนจึงควรคำนึงถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีให้ความสำคัญกับความรู้
ทกั ษะและประสบการณเ์ ดมิ ของผเู้ รยี น โดยครมู กี ารกำหนดผลการเรยี นรู้ (Learning Outcomes) ทค่ี าดหวงั วา่
จะเกิดสมรรถนะกับผู้เรียนเม่ือส้ินสุดการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือเมื่อจบหลักสูตร และการออกแบบ
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมรรถนะท่ีต้องการ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียน
ศึกษาเรียนรู้ พัฒนาทักษะและคุณลักษณะสำคัญจากสถานการณ์ท่ีหลากหลาย โดยใช้สื่อ เทคโนโลยี
แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท่ีมีในท้องถิ่น มีการกำหนดภาระงานและช่วงเวลาเหมาะสมท่ีเปิดโอกาสให้ผู้เรียน
ทุกคนได้มีเวลาในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์ต่าง ๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้เพื่อการปฏิบัติภาระงาน
อยา่ งเพยี งพอตามเกณฑ์การปฏิบตั งิ านอิงสมรรถนะที่ไดก้ ำหนดไวร้ ว่ มกนั ระหว่างครแู ละผ้เู รียน
จะเหน็ ไดว้ า่ ลกั ษณะสำคญั ของการเรยี นการสอนฐานสมรรถนะดังกล่าว เป็นการเสนอแนวทางการนำ
สมรรถนะความฉลาดรู้พ้ืนฐาน (Competencies in Basic Literacy) และสมรรถนะหลัก 7 สมรรถนะ
สู่ห้องเรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะต่าง ๆ ซ่ึงในการนำกรอบสมรรถนะหลักสู่การพัฒนาผู้เรียนนั้น
มีหลกั การสำคัญ ดังนี
้
1. สมรรถนะหลักทุกด้านสามารถพัฒนาผู้เรียนได้ตามเป้าหมายหลายลักษณะ โดยการพัฒนาผ่าน
กิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมที่ผู้เรียนปฏิบัติเป็นกิจวัตรในโรงเรียน และ
กจิ กรรมในชีวติ ประจำวนั
คู่มอื
70 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรียน
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนาผู้เรยี น
2. สมรรถนะหลักทุกดา้ นสามารถพฒั นาผู้เรียนผา่ นสาระการเรยี นรูต้ ่าง ๆ ในทกุ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
และอาจจะเก่ียวขอ้ งกับเน้ือหาสาระตา่ ง ๆ (Subjects/Disciplines/Areas) ได้ไมเ่ ท่ากนั นอกจากน้ยี งั พัฒนา
ผา่ นสาระทีเ่ ปน็ เรอื่ งราวเหตกุ ารณแ์ ละประเดน็ สำคญั ในปัจจุบัน (Current Issues) บริบท (Context) รวมทัง้
ประสบการณแ์ ละกิจกรรม (Experiences & Activities)
3. การออกแบบกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนอาจจะผสานและบูรณาการหลายสมรรถนะทั้งท่ีเป็น
สมรรถนะย่อยในสมรรถนะหลักน้นั หรือสมรรถนะย่อยในสมรรถนะหลกั อ่นื ๆ
4. การออกแบบกิจกรรมเพอื่ พฒั นาผเู้ รยี นใหเ้ กิดสมรรถนะใด ๆ ผูส้ อนต้องวเิ คราะห์สง่ิ ตา่ ง ๆ ดังน้ ี
4.1 ความรู้ท่ีจำเป็นต่อการเกิดสมรรถนะที่ต้องการ ซ่ึงเลือกมาจากเนื้อหาสาระ มโนทัศน์ของ
ศาสตรส์ าขาวชิ าต่าง ๆ
4.2 ทักษะที่จำเป็นต่อการเกิดสมรรถนะที่ต้องการ ซึ่งเลือกมาจากทักษะสำคัญของศาสตร์สาขา
วชิ าตา่ ง ๆ และทกั ษะทเี่ ป็นองค์ประกอบหลักของสมรรถนะ
4.3 เจตคติ คุณลกั ษณะนสิ ยั แรงจงู ใจ ฯลฯ ทจ่ี ำเปน็ ตอ่ การเกดิ สมรรถนะ
4.4 สถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะนำสมรรถนะที่ต้องการไปใช้ หลังจากนั้นจึงนำกรอบสมรรถนะหลัก
มาพัฒนาเป็นสมรรถนะย่อยตามระดับการเรียนรู้เพื่อการออกแบบผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes/
Specific Competencies) และออกแบบประสบการณก์ ารเรียนรู้ (Learning Experiences) ท่ีจะส่งเสรมิ ให้
ผู้เรยี นได้เรียนรแู้ ละเกดิ ความรู้ ทกั ษะ เจตคติ คุณลักษณะ และสามารถนำความรู้ ทกั ษะ เจตคตคิ ุณลกั ษณะ
ไปใช้ในสถานการณต์ ่าง ๆ
ทั้งน้ีจากแนวทางการนำสมรรถนะมาสู่การพัฒนาผู้เรียนตามแนวทางการจัดการเรียนการสอนทั้ง
6 แนวทาง ข้างต้น สามารถนำมาจดั กลุ่มการนำสมรรถนะมาใช้ออกแบบกจิ กรรมการเรยี นการสอนเพือ่ พฒั นา
ผ้เู รยี นโดยใชแ้ นวทางการจัดการเรียนการสอนที่แบง่ ออกไดเ้ ปน็ 3 กลมุ่ ดังนี้
กลุ่มที่ 1: การนำกรอบสมรรถนะหลักสู่การพัฒนาผู้เรียนบนฐานหลักสูตรอิงมาตรฐาน แบ่งเป็น
แนวทาง 2 แนวทาง ไดแ้ ก
่
แนวทางท่ี 1 : ใช้งานเดมิ เสรมิ สมรรถนะ
แนวทางที่ 2 : ใช้งานเดิม ตอ่ เตมิ สมรรถนะ
แนวทางในกลุ่มนี้เหมาะสมสำหรับใช้จัดการเรียนรู้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษาที่ยังใช้หลักสูตร
เดิมท่ีมีลักษณะเป็นหลักสูตรอิงมาตรฐานเป็นหลัก หรือสำหรับผู้ที่สนใจและเพ่ิงเริ่มต้นจัดการเรียนรู้แบบ
ฐานสมรรถนะ เนื่องจากมีลักษณะทีอ่ งิ กับวธิ คี ดิ ในการออกแบบการเรียนการสอนเชน่ เดมิ เป็นหลกั ไม่แตกตา่ ง
ไปจากทไ่ี ด้ดำเนนิ การอยู่มากนกั
กลมุ่ ที่ 2: การนำกรอบสมรรถนะหลักสู่การพัฒนาผู้เรียนโดยอิงฐานสมรรถนะหรือหลักสูตรอิง
มาตรฐาน แบง่ เป็นแนวทาง 2 แนวทาง ไดแ้ ก
่
แนวทางท่ี 3 : ใชร้ ูปแบบการเรียนรู้ สู่การพัฒนาสมรรถนะ
แนวทางที่ 4 : สมรรถนะเป็นฐาน ผสานตวั ช้วี ัด
แนวทางในกลุ่มนี้เหมาะสมสำหรับใช้จัดการเรียนรู้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษาที่ยังใช้หลักสูตร
เดิมที่มีลักษณะเป็นหลักสูตรอิงมาตรฐานก็ได้ หรือใช้ในสถานศึกษาท่ีมุ่งเน้นการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะ
ก็ได้เชน่ กัน เนอ่ื งจากมีลักษณะทย่ี ืดหย่นุ สามารถปรับใช้ได้ตามแต่บรบิ ทของสถานศกึ ษา
คมู่ ือ
71
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรียน
ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผ้เู รียน
กลุ่มท่ี 3: การนำกรอบสมรรถนะหลักสู่การพัฒนาผู้เรียนบนฐานสมรรถนะ แบ่งเป็นแนวทาง
4 แนวทาง ไดแ้ ก
่
แนวทางท่ี 5 : บรู ณาการผสานหลายสมรรถนะ
แนวทางท่ี 6 : สมรรถนะชีวิตในกจิ วตั รประจำวนั
แนวทางท่ี 7 : การเรยี นรสู้ มรรถนะแบบผสมผสาน (Hybrid Competency Learning)
แนวทางท่ี 8 : เชือ่ มงาน ประสานการเรียนรสู้ ่กู ารพัฒนาสมรรถนะท้งั โรงเรยี น
(Whole - School Learning)
แนวทางในกลุ่มนี้เหมาะสมสำหรับใช้จัดการเรียนรู้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษาท่ีมุ่งเน้นการจัด
การศกึ ษาฐานสมรรถนะเปน็ หลกั เนอ่ื งดว้ ยกำหนดเป้าหมายในการพฒั นาผ้เู รียนใหผ้ ู้เรียนเกดิ สมรรถนะตามที่
กำหนดเป็นสำคัญ และมีลักษณะของออกแบบการเรียนรู้แบบบูรณาการท้ังการบูรณาการระหว่างสาระต่าง ๆ
บรู ณาการการพฒั นาสมรรถนะ และการบรู ณาการกับวิถีชวี ิตของผูเ้ รยี น
การนำเสนอแนวทางการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ทงั้ 3 กลุ่ม ขา้ งตน้ เปน็ การเสนอทางเลอื กสำหรบั สถานศึกษาเพ่อื เปน็ แนวทางในการนำสมรรถนะไปส่กู ารจัด
การเรียนการสอนในห้องเรียนตามความพร้อมและจุดเน้นตามบริบทของสถานศึกษาที่แตกต่างกัน ในช่วง
ระยะเวลาท่ีอยู่ระหว่างการศึกษาทดลองในการวิจัยพัฒนา เพื่อก้าวสู่ความเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้หลักสูตร
แกนกลางฐานสมรรถนะระดบั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานอยา่ งเตม็ รปู แบบ โดยมรี ายละเอยี ดของแนวทางการดำเนนิ การ
นำกรอบสมรรถนะหลักสกู่ ารพัฒนาผู้เรียนในแต่ละกลุ่ม ดงั น้
ี
❖ กลมุ่ ท่ี 1: การนำกรอบสมรรถนะหลกั สูก่ ารพัฒนาผู้เรียนบนฐานหลักสตู รองิ มาตรฐาน
การนำกรอบสมรรถนะหลักความฉลาดรู้พื้นฐาน (Competencies in Basic Literacy) และ
สมรรถนะหลกั 7 สมรรถนะ (Core Competency) สู่การพัฒนาผูเ้ รยี นบนฐานหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซ่ึงเป็นหลักสูตรอิงมาตรฐานของกลุ่มแนวคิดนี้ เป็นการออกแบบการจัด
การเรียนการสอนจากการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้เดิม โดยมีมาตรฐานและตัวช้ีวัดชั้นปีท่ีครู
กำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้เดิมในการเรียนการสอนปกติ แล้วนำมาปรับปรุงพัฒนาวิเคราะห์สมรรถนะ
ที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน โดยการเพิ่มสมรรถนะเข้ามาบูรณาการในการจัดการเรียนการสอนไปพร้อมกัน
ดังตัวอย่างต่อไปน้
ี
คมู่ อื
72 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผ้เู รียน
ระดับประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผู้เรยี น
แนวทางที่ 1 : ใชง้ านเดมิ เสรมิ สมรรถนะ
การนำสมรรถนะเข้ามาพัฒนาผู้เรียนในการสอนปกติ โดยปรับหรือเพิ่มกิจกรรม
เพอ่ื สง่ เสรมิ ใหก้ ารเรยี นรขู้ องผู้เรียนให้เขม้ ข้น มคี วามหมายย่งิ ขึ้น
➢ ลักษณะ
การออกแบบการสอนแนวทางที่ 1 นี้เป็นการสอนตามปกติที่สอดแทรกสมรรถนะ ซ่ึงครูเห็นว่า
สอดคล้องกับบทเรียนน้ันเข้าไปและอาจปรับกิจกรรม หรือคิดกิจกรรมต่อยอด ซึ่งเหมาะกับครูที่เริ่มนำ
สมรรถนะมาทดลองใช้บูรณาการเข้าไปในแผนการสอนเดิมท่ีตนมีอยู่ เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาสมรรถนะน้ัน
เพ่ิมมากยิ่งขึ้น หรือได้สมรรถนะอ่ืนเพิ่มมากข้ึน เป็นการช่วยเพ่ิมการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เข้มข้น มีความหมาย
และเกิดสมรรถนะที่ต้องการ
การออกแบบการสอนแนวทางน้ีเหมาะสมสำหรับครูที่เน้นการจัดการเรียนการสอนท่ีส่งเสริมผู้เรียน
ใหม้ ีทักษะ ความสามารถ และคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงคต์ ามมาตรฐานและตัวช้ีวัดช้ันปขี องหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 โดยระบุเป็นจุดประสงค์การเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนการสอนที่ครูยัง
สามารถใช้แผนการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมการสอนของตนเองที่มีอยู่เดิม เพียงแต่พิจารณาว่า
มีสมรรถนะตัวใดที่สอดคล้องกับการสอนของตน เช่น สมรรถนะหลักด้านทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรม
สมรรถนะหลกั ดา้ นภาษาไทยเพอ่ื การสอื่ สาร เปน็ ตน้ แลว้ นำสมรรถนะดา้ นนนั้ มาบรรจไุ วใ้ นแผนการจดั การเรยี น
การสอนของตน การทำเชน่ นจี้ ะชว่ ยกระตนุ้ ใหค้ รตู ระหนกั ในสมรรถนะนน้ั และกระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นเกดิ สมรรถนะนน้ั
ในระหว่างเรียนไปพร้อมกับการพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดชั้นปีตามหน่วยการเรียนรู้
ปกติของตนมากย่งิ ขึ้น
➢ ข้นั ตอนการออกแบบการจดั การเรยี นการสอนฐานสมรรถนะโดยใชแ้ ผนการสอนเดมิ เสริมสมรรถนะ
1) ทบทวนสมรรถนะความฉลาดรูพ้ น้ื ฐาน (Competencies in Basic Literacy) และสมรรถนะหลกั
7 สมรรถนะ (Core Competency) ให้เขา้ ใจและพรอ้ มนำไปใช้ในการออกแบบกิจกรรม (สำหรับครูท่เี รม่ิ ทำ
อาจทำเป็นตารางวิเคราะห์และวิเคราะห์ทีละกิจกรรม เพราะจะช่วยให้วิเคราะห์ได้ง่ายข้ึน แต่เม่ือคล่องขึ้น
ก็อาจเพียงแค่วิเคราะห์ในใจ หรือเขียนโน้ตส้ัน ๆ กำกับไว้ โดยไม่ต้องระบุอย่างเป็นทางการในแผนการจัด
การเรยี นการสอนก็ได)้
2) นำมาเทียบกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดช้ันปี จุดประสงค์การเรียนรู้และกิจกรรมการเรียน
การสอนของตน
3) เลือกสมรรถนะทสี่ อดคลอ้ งกบั ตัวชีว้ ัดชนั้ ปี จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ และกจิ กรรมการเรยี นการสอน
ของตนมาระบุไว้ในตอนตน้ ของแผนการจดั การเรยี นการสอนของตน
4) คดิ กจิ กรรมการเรยี นรทู้ ี่เสรมิ สรา้ งสมรรถนะน้นั โดยบรู ณาการเข้าไปในกิจกรรมเดิมอย่างกลมกลืน
5) ปรับจดุ ประสงค์การเรียนร้ใู หค้ รอบคลมุ สมรรถนะทีเ่ พิ่มเตมิ
6) ระบุวิธีการวดั และประเมินสมรรถนะที่เพิ่มเติม
คู่มอื
73
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผู้เรียน
ในแนวทางท่ี 1 น้ี เป็นแนวทางที่ออกแบบเพอ่ื นำมาใชใ้ นช่วงรอยเชอ่ื มต่อท่ยี ังใช้หลักสตู รสถานศึกษา
และแผนการเรียนการสอนปัจจุบันของครูตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ของ
8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยครูเร่ิมต้นจากการทบทวนแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เดิมของตนและเพิ่ม
ความตระหนักให้แก่ตนเองด้วยการเพิ่มสมรรถนะที่สอดคล้อง เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุตามผลลัพธ์การเรียนรู้
ท่ีกำหนดเข้าไปในแผนของตนเอง ทั้งนี้เม่ือครูเริ่มวิเคราะห์สมรรถนะได้อย่างชำนาญขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องระบุ
การวิเคราะหก์ ิจกรรมทีละกิจกรรม แตส่ ามารถคิดในใจ หรอื บันทึกสน้ั ๆ ก็เพียงพอ
อย่างไรก็ตาม ครูจำนวนมากมักเป็นห่วงเนื้อหาสาระและตัวช้ีวัด จนบางครั้งอาจละเลยหรือ
ไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมสมรรถนะท่ีจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตให้แก่ผู้เรียน และเม่ือวิเคราะห์
แผนการจัดการเรียนการสอนของตน โดยเทียบกับสมรรถนะหลักต่าง ๆ แล้ว ครูหลายท่านจะพบว่า
ตนสามารถปรับการเรียนการสอนบางส่วนของตนให้เข้มข้นยิ่งขึ้น และสามารถประเมินสมรรถนะหลักของ
ผู้เรียนท่ีออกแบบไว้ไปพร้อม ๆ กับตัวช้ีวัดช้ันปีท่ีสอดคล้องกันในระหว่างการจัดการเรียนการสอนและเมื่อ
สน้ิ สดุ หน่วยการเรยี นรู้ เพอื่ ให้ผูเ้ รยี นไดพ้ ัฒนาทุก ๆ ดา้ นไปพรอ้ มกนั อย่างสมดุล น่นั ก็คือครูสามารถกา้ วเข้าสู่
การจดั การเรยี นการสอนที่มคี วามเขม้ ขน้ ในการใช้สมรรถนะเป็นฐานตามแนวทางอ่ืน ๆ ได้ต่อไป
ตัวอย่างแผนการจดั การเรยี นการสอน
แนวทางที่ 1: ใช้งานเดิม เสรมิ สมรรถนะ
ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรทู้ ีน่ ำเสนอนี้ เป็นตัวอย่างของครูผู้สอนท่านหน่ึงที่มีแผนการจัดการเรียน
การสอนเดิมอยู่แล้ว และเม่ือนำงานเดิมมาวิเคราะห์และเสริมสมรรถนะที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ทำให้มีการจัด
การเรยี นการสอนท่ีส่งเสริมสมรรถนะผเู้ รยี นได้เปน็ อยา่ งดี ดงั จะเหน็ ได้จากแผนการสอนเดมิ ของครตู อ่ ไปนี
้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 13 กลอนส่ี
1. แนวคิดหลัก
กลอนส่ี เป็นกลอนประเภทหนึ่ง ซ่ึงลักษณะคำประพันธ์ของภาษาไทย ท่ีเรียบเรียงเข้าเป็นคณะ
เปน็ บท ใช้ถ้อยคำและทำนองเรียบ ๆ ซงึ่ นบั ไดว้ ่ากลอนสเี่ ป็นกลอนหลกั ของกลอนทงั้ หมด เพราะเปน็ พืน้ ฐาน
ของกลอนหลายชนิด หากเข้าใจกลอนสี่ ก็สามารถเข้าใจกลอนอ่ืน ๆ ได้ง่ายข้ึน เราสามารถใช้กลอนสี่ในการ
แตง่ เร่ืองราวตา่ ง ๆ เพ่อื ใชใ้ นการสื่อสารความคิดของตนเองใหก้ บั ผอู้ นื่ ได้ตามจนิ ตนาการ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้ และตัวชีว้ ัดช้ันปี
มาตรฐาน ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขยี นส่ือสาร เขียนเรียงความ ย่อความและเขยี นเรือ่ งราวในรูปแบบ
ต่าง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ตวั ช้วี ัดชัน้ ปี ป 4/2 เขียนส่อื สารโดยใชค้ ำได้ถกู ตอ้ งชดั เจน และเหมาะสม
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาต ิ
ตัวชว้ี ัดชน้ั ปี ป 4/5 แตง่ บทร้อยกรองและคำขวัญ (กลอนสี่)
คมู่ ือ
74 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รยี น
ระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผูเ้ รยี น
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 จุดประสงค์ปลายทาง
นกั เรยี นสามารถแตง่ คำประพนั ธป์ ระเภทกลอนสไ่ี ดถ้ กู ตอ้ ง เพอ่ื สามารถนำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้ (C)
3.2 จุดประสงค์นำทาง
1. บอกลกั ษณะของกลอนสี่ (K)
2. เติมคำคล้องจองลงในชอ่ งวา่ งใหเ้ ปน็ กลอนสี่ได้อย่างถกู ตอ้ ง (K)
3. เรยี งคำประพันธ์เป็นกลอนส่อี ย่างถูกตอ้ ง (P)
4. ชนื่ ชมในความไพเราะของบทกลอน (A)
4. การออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้
4.1 นักเรียนรว่ มกันสนทนาถงึ ลักษณะของบทร้อยกรองทค่ี รูยกมา
4.2 ครแู จกใบงานให้นกั เรียนแตล่ ะคน โดยในหน่งึ ใบงานทีม่ ที กุ กิจกรรมที่รว่ มกันเรยี น
4.3 นักเรียนฝกึ คดิ คำสมั ผสั คล้องจองโดยเตมิ คำในชอ่ งว่าง
4.4 นกั เรียนแบง่ กล่มุ กล่มุ ละ 4 คน
4.5 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเรียงคำประพันธ์ 4 วรรคให้เป็นกลอน 4 หน่ึงบท และเขียนลงใน
ใบงานของตนเอง
4.6 นักเรยี นร่วมกันสรุปความร้
ู
5. การวดั ผลประเมนิ ผล
5.1 การตอบคำถามของนักเรียน
5.2 การประเมินการทำใบงาน
5.3 การสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
จากแผนการจัดการเรียนรู้ตามหน่วยการเรียนรู้ข้างต้น ครูผู้สอนได้วิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัด
ช้ันปีตามแผนการจัดการเรียนรู้ของตนเอง และนำมาพิจารณาปรับเพ่ิมสมรรถนะที่สอดคล้องเกี่ยวข้อง
โดยมกี จิ กรรมการเรยี นรทู้ เี่ นน้ การปฏบิ ตั ภิ าระงานใหผ้ เู้ รยี นเกดิ สมรรถนะทกี่ ำหนดและปรบั การวดั ผลประเมนิ ผล
เนน้ สมรรถนะใหม้ คี วามสอดคลอ้ งกนั เพอื่ พฒั นาผเู้ รยี นใหเ้ กดิ สมรรถนะทต่ี อ้ งการในหนว่ ยการเรยี นรู้ “กลอนส”ี่
ดังน
้ี
1) สมรรถนะในความฉลาดรู้พนื้ ฐาน (Competencies in Basic Literacy)
1.1 ภาษาไทยเพอื่ การสือ่ สาร ระดับ 2
สมรรถนะท่ี 1 การรับสาร สามารถใช้ภาษาไทยเป็นเครื่องมือในการรับข้อมูล ความร ู้
ความรู้สึก จากส่ือที่มีภาพ สัญลักษณ์ จากแหล่งข้อมูลรูปแบบต่าง ๆ เพ่ือรับทราบข้อมูล เรียนรู้ สร้าง
ความเพลิดเพลินแก่ตนเองและผอู้ น่ื โดยใช้การฟัง ดู อา่ น
สมรรถนะท่ี 2 การส่งและถ่ายทอดสาร สามารถใช้วัจนภาษาที่มีการรวมความ หรือ
ซอ้ นความ ในการถ่ายทอดข้อมูล ความรู้ ความรสู้ ึก ความคดิ เห็น ประสบการณ์และจินตนาการในการสอ่ื สาร
กับตนเองและผูอ้ ่ืนอยา่ งถูกต้องตามโครงสร้างทางภาษา
คูม่ อื
75
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รยี น
ระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผู้เรียน
2) สมรรถนะหลกั (Core Competency)
2.1 ทกั ษะชวี ติ และความเจรญิ แห่งตน ระดบั 2
สมรรถนะย่อยที่ 1 การรู้จักตนเองและเข้าใจผู้อ่ืน ตัดสินใจเลือกทำกิจกรรมท่ีสนใจตาม
ความถนัดและความสามารถอย่างมั่นใจ แสดงออกและตอบสนองต่ออารมณ์และความรู้สึกของตนเองและ
ผอู้ นื่ ในทางบวก
2.2 การทำงานแบบรวมพลังเป็นทมี และภาวะผู้นำ ระดบั 2
สมรรถนะยอ่ ยที่ 2 การสอื่ สารทม่ี ปี ระสทิ ธผิ ล เปดิ ใจรบั ฟงั ยอมรบั และเคารพความคดิ เหน็
ในมุมมองทแี่ ตกต่าง
4. การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
4.1 นักเรียนร่วมกันสนทนาถึงการเขียนรูปแบบต่าง ๆ และลักษณะของบทร้อยกรอง “กลอนส่ี”
ทคี่ รูยกนำมายกตัวอย่าง
4.2 นักเรยี นร่วมกนั ศึกษาโครงสรา้ งการแตง่ กลอนสี่จากแผนภูมิ และอภปิ รายรว่ มกัน
4.3 ครแู จกใบงานให้นกั เรียนแตล่ ะคน ให้นักเรียนฝกึ คดิ คำสมั ผัสคลอ้ งจองโดยเติมคำในช่องว่าง
4.4 ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 - 4 คน ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเลือกสถานการณ์ ข่าว
เหตุการณ์ที่นักเรียนสนใจและพบในชีวิตประจำวัน เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการแต่งกลอนส่ีตามจินตนาการ
และแนวคิดของกล่มุ
4.5 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเรียงคำประพันธ์ 4 วรรคให้เป็นกลอน 4 จำนวนหนึ่งบท และเตรียม
นำเสนอผลงานถึงแนวคิดการแต่งกลอนสี่จากสถานการณ์/ส่ือที่สนใจโดยครูและเพื่อนร่วมแสดงความคิดเห็น
ต่อผลงาน ในด้าน
- เขียนสื่อสารโดยใชค้ ำได้ถูกตอ้ งชัดเจน และเหมาะสม (ท 2.1 ป.4/2)
- แต่งบทรอ้ ยกรอง กลอนสี่ ไดไ้ พเราะและถกู ต้องตามโครงสรา้ ง (ท 4.1 ป.4/5)
4.6 นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั สรุปความรู้ และนำข้อคิดเห็นของครูและเพอื่ นไปปรบั ปรงุ ผลงาน
5. การวดั ผลประเมินผล (ปรับเพ่ือเสรมิ การวัดผลประเมินผลดา้ นสมรรถนะ)
5.1 การตอบคำถามของนกั เรยี น
5.2 การประเมินผลงานการแตง่ กลอนสี่ และการนำเสนอ
1) สามารถใช้ภาษาไทยเป็นเคร่ืองมือในการรับข้อมูล ความรู้ ความรู้สึก จากสื่อท่ีมีภาพ
สัญลักษณ์ จากแหลง่ ข้อมูลรูปแบบต่าง ๆ (ท 2.1 ป.4/2)
2) สามารถใช้วัจนภาษาท่ีมีการรวมความ หรือซ้อนความ ในการถ่ายทอดข้อมูล ความรู ้
ความรู้สึก ความคิดเห็น ประสบการณ์และจินตนาการในการสื่อสารกับตนเองและผู้อื่นอย่างถูกต้องตาม
โครงสร้างทางภาษา (ท 4.1 ป.4/5)
5.3 การสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้
1) ตัดสินใจเลือกทำกิจกรรมที่สนใจตามความถนัดและความสามารถอย่างม่ันใจ แสดงออกและ
ตอบสนองต่ออารมณ์และความรสู้ ึกของตนเองและผู้อ่ืนในทางบวก
2) เปดิ ใจรบั ฟงั ยอมรับ และเคารพความคดิ เหน็ ในมมุ มองท่แี ตกต่าง
คู่มอื
76 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รียน
ระดับประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียน
จะเห็นได้ว่าการนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนมาใช้โดยการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ตาม
แนวทางท่ี 1 น้ี ครูผู้สอนสามารถนำสมรรถนะที่กำหนดมาพัฒนา โดยการวิเคราะห์เช่ือมโยงสมรรถนะท่ี
สอดคล้องกับความสัมพันธ์ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดชั้นปี ในช่วงเวลาของรอการปรับหลักสูตรเป็น
หลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยการออกแบบบูรณาการแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และการวัดผล
ประเมินผลท่ีเน้นฐานสมรรถนะได้พร้อม ๆ กับการพัฒนาผู้เรียนตาม K P A ที่เป็นไปตามตัวชี้วัดและ
จดุ ประสงค์การเรียนร้เู ดิมได้เป็นอย่างดี
แนวทางที่ 2 : ใชง้ านเดิม ตอ่ เตมิ สมรรถนะ
การพฒั นาการสอนเดมิ ของครผู า่ นการสอนทเ่ี นน้ สมรรถนะใหม้ ากขนึ้ โดยการขยาย
ต่อยอดงานเดิม เพิ่มสถานการณ์และประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้ฝึกใช้ความรู้ ทักษะ และ
เจตคติใหม้ ากขึ้น
การสอนแนวทางน้ีเป็นการต่อยอดและพัฒนามาจากแนวทางท่ี 1 กล่าวคือเม่ือครูเร่ิมคุ้นเคยกับ
สมรรถนะมากขึ้นแลว้ และตอ้ งการใหผ้ ู้เรยี นไดร้ บั ประโยชนจ์ ากสมรรถนะมากย่ิงขน้ึ ครูกส็ ามารถตดั สินใจว่าตน
จะนำสมรรถนะใดเข้ามาในบทเรียน และออกแบบกิจกรรมเพ่ิมเติมโดยใช้สถานการณ์ต่าง ๆ เพ่ือต่อยอดให้
ผู้เรียนได้นำความรู้ ทักษะ และเจตคติ ไปประยุกต์ใช้ การสอนแบบเดิมที่แยกความรู้ (K) ทักษะ (S) และ
เจตคติ (A) ยังไปไม่ถึงสมรรถนะ จงึ ต้องต่อเตมิ งาน/สถานการณ์ และจดั กจิ กรรมเพ่ิมเตมิ ใหผ้ ้เู รยี นได้นำความรู้
ทักษะ เจตคติ ไปประยกุ ตใ์ ช้ กล่าวคือ เพมิ่ ข้ันประยกุ ตใ์ ช้ตอ่ ยอดเขา้ ไปจากกิจกรรมเดิม ซึ่งย่ิงมสี ถานการณ์ให้
ประยกุ ต์ใชห้ ลายสถานการณ์ย่งิ ดี เป็นการพฒั นาการจัดการเรยี นรู้เดมิ ของครสู กู่ ารเน้นสมรรถนะท่มี ากขึ้นจาก
งานเดิม ออกแบบงานหรือสถานการณ์ถึงข้ันการฝึกฝน การนำความรู้ ทักษะ และเจตคติไปประยุกต์ใช้ใน
สถานการณ์ท่ีหลากหลาย เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะในเรื่องท่ีเรียนรู้น้ันมากยิ่งขึ้น ซ่ึงจะช่วยให้ผู้เรียนใช้
ความรู้ ทักษะได้จรงิ ในสถานการณท์ ่หี ลากหลาย และพฒั นาสมรรถนะของผเู้ รียนไดม้ ากข้นึ ตามข้นั ตอน ดังนี
้
➢ ขน้ั ตอนการออกแบบการจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะโดยใชแ้ ผนการสอนเดิมตอ่ เตมิ สมรรถนะ
1) พิจารณากิจกรรมที่กำหนดไว้เดิม แล้ววิเคราะห์ว่าผู้เรียนสามารถใช้ความรู้ ทักษะ และ เจตคติ
ที่ไดเ้ รียนรแู้ ล้วให้เปน็ ประโยชน์ได้อย่างไร
2) เลือกสถานการณต์ า่ ง ๆ ทจี่ ะช่วยให้ผู้เรยี นไดใ้ ช้ ความรู้ ทักษะ และ เจตคติท่ีได้เรยี นรแู้ ล้ว
3) ออกแบบกิจกรรมท่ีจะช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกให้ผู้เรียนใช้ความรู้ ทักษะ และ เจตคติ เพ่ือพัฒนา
ใหเ้ กิดสมรรถนะในสถานการณท์ ่กี ำหนด
4) ปรับจุดประสงคก์ ารเรียนรใู้ หค้ รอบคลุมสมรรถนะท่ไี ด้ฝกึ เพิ่มข้ึน
5) เพ่ิมวธิ กี ารวดั ประเมินผลสมรรถนะทไ่ี ด้ฝึกเพิ่มเติม
คู่มอื
77
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน
ระดับประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผเู้ รียน
ตวั อยา่ งแผนการจัดการเรยี นการสอน
แนวทางที่ 2: ใช้งานเดิม ตอ่ เติมสมรรถนะ
โรงเรยี นทงุ่ มหาเมฆ กรงุ เทพมหานคร
ตวั อยา่ งแผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า ท 15101 ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 5 เรอ่ื งภาษาถน่ิ ...บอกความเปน็ ไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 2
……………………………………….
1. แนวคิดสำคัญ
การใชภ้ าษาไทยในการสอ่ื สารมคี วามแตกตา่ งกนั ในแตล่ ะภมู ภิ าค คนไทยทกุ คนจงึ ควรเรยี นรภู้ าษาถน่ิ
เพื่อเป็นการช่วยอนุรักษ์ภาษา สืบทอดภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยภูมิภาค และทำให้สามารถติดต่อส่ือสาร
กับคนในท้องถ่ินน้ัน ๆ ได้ในฐานะผู้รับสารและผู้ส่งสารได้ตามความหมายของภาษา อารมณ์และความรู้สึก
นึกคดิ เพื่อทำให้เกดิ ความรักสามัคคขี องคนไทยในทกุ ภูมิภาค
2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด
2.1 มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษา และ
พลังของภาษา ภูมปิ ัญญา ทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
2.2 ตัวช้ีวดั ท 4.1 ป. 5/3 เปรียบเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถิ่น
➢ การวเิ คราะห์ความสอดคลอ้ งและเพมิ่ เติมสมรรถนะกับแผนการจัดการเรียนรู้เดิม
3. สมรรถนะในความฉลาดรพู้ นื้ ฐาน (Competencies in Basic Literacy)
3.1 สมรรถนะหลักภาษาไทยเพอ่ื การสือ่ สาร ระดับ 2 (Thai Language for Communication)
- สมรรถนะที่ 4 การสืบสาน (ระดับ 2) สามารถใช้ภาษาไทยในการรับรู้ภูมิปัญญาและ
วัฒนธรรมไทยภูมิภาค จากแหล่งข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งส่ือของจริง ส่ือส่ิงพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และ
สอ่ื อิเล็กทรอนิกส
์
4. สมรรถนะหลัก (Core Competency)
๏ สมรรถนะหลักดา้ นการส่อื สาร (Communicative Competency)
- สมรรถนะท่ี 1 การรับสาร (ระดับ 2) เลือกใช้กลวิธีท่ีเหมาะสมในการรับสารได้สอดคล้องกับ
รูปแบบของสารและเป้าหมาย ในการฟัง การดู การพูด และการอ่าน ตีความสาร พฤติกรรม และทำ
ความเข้าใจความคดิ มุมมอง อารมณ์ ความรสู้ ึก เพือ่ ทำความเข้าใจของผู้รบั สารและส่งสาร
5. สาระสำคัญ
การเรียนรู้ภาษาถิ่นทำให้สามารถติดต่อสื่อสารกับคนในท้องถิ่นน้ัน ๆ ได้ดีขึ้น การเรียนรู้ภาษาถิ่น
เป็นการช่วยอนรุ กั ษ์ภาษา และช่วยให้เกิดความรักสามคั คี ความรู้สึกเปน็ พวกพ้องเดียวกนั
คมู่ อื
78 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผูเ้ รียน
ระดับประถมศึกษาปีท่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผเู้ รียน
6. จดุ ประสงค์การเรียนรู้เชิงสมรรถนะ (C)
สามารถใช้ภาษาไทยในรูปแบบภาษาถ่ินแต่ละภูมิภาคง่าย ๆ จากสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน และ
จากส่ือที่หลากหลาย และเลือกใช้กลวิธีที่เหมาะสมในการส่ือสารโดยใช้ภาษาถิ่น และเข้าใจความหมาย
ความคิด มมุ มอง อารมณ์ ความร้สู กึ เพือ่ ทำความเขา้ ใจขอ้ มลู ในฐานะผ้รู บั สารและสง่ สาร (C)
6.1 บอกประโยชนข์ องการเรยี นรู้คำภาษาถิ่น (K)
6.2 จำแนกภาษาถ่ินแต่ละภาค และใช้ภาษาถิ่นในการสอ่ื ความหมายกับผู้อืน่ ได้ในสถานการณ์ใกลต้ ัว
(P/S)
6.3 เห็นความสำคญั ของภาษาถิ่น (A)
5. สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ภาษาถนิ่
6. กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
6.1 ขน้ั นำเขา้ สูบ่ ทเรยี น นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดังน ้ี
๏ การรู้จักคำภาษาถิ่นต่าง ๆ มีประโยชน์ต่อเราอย่างไร ใครเคยมีประสบการณ์เก่ียวกับ
ภาษาถ่นิ บา้ ง อย่างไร
6.2 ข้นั สอน
1) ครกู ำหนดสถานการณ์วา่ “จะพานักเรยี นไปเทย่ี วต่างจงั หวัด 4 ภาค” โดยให้นกั เรียนชว่ ยกัน
เลือกจงั หวดั ทนี่ กั เรียนอยากไปท่องเที่ยว ภาคละ 1 จงั หวดั
2) ครูแบ่งนักเรียนเป็น 4 กลุ่มและจับฉลากเลือกจังหวัดที่เป็นตัวแทนภาคจากมติของเพ่ือน ๆ
และให้นักเรียนค้นคว้า คำศัพท์ภาษาถ่ินท่ีนักเรียนรู้จัก แล้วบันทึกลงในบัญชีคำของกลุ่ม และออกมานำเสนอ
ผลงานของกลมุ่ โดยใหเ้ พ่ือน ๆ ทายความหมายของคำศัพท์ ภาษาถน่ิ ทีก่ ลุ่มรวบรวมมาและฝกึ การออกเสียง
สำเนียงของภาษาถนิ่ นัน้ ๆ
3) ครูกำหนดสถานการณ์ “นักเรียนแสดงบทบาทสมมติว่า รับประทานส้มตำจานนี้แล้วรู้สึก
ติดใจ อร่อยมากจนอยากไปเล่าให้เพื่อน ๆ ท่ีมาจากแต่ละภูมิภาคฟัง เริ่มจากภาษาไทยมาตรฐาน เป็น
ตัวอยา่ ง”
๏ วา้ ว ! สม้ ตำจานนี้อรอ่ ยมาก รสเด็ดจรงิ ๆ
จากน้ันให้นักเรียนที่สามารถใช้ภาษาถิ่นตามภูมิลำเนาของตนเอง หรืออาสาสมัครออกมา
แสดงบทบาทสมมุติ โดยพูดประโยคขา้ งต้นให้ตรงกับสถานการณท์ ี่กำหนดให้ จากนั้นให้นกั เรยี นทุกคนร่วมกัน
พิจารณาคำพูดว่าถูกต้องตรงตามภาษาถน่ิ นัน้ ๆ หรอื ไม่ ครูจะชว่ ยแนะนำเพ่ิมเติมความรใู้ ห้ถูกต้องยิ่งข้นึ เช่น
- ภาษาถิ่นเหนอื : “ตำสม้ จานน้ีลำขะหนาดเจ้า”
- ภาษาถน่ิ อสี าน : “ตาบกั หงุ่ จานนีแ้ ซบอหี ลเี ดอ้ ”
- ภาษาถิ่นใต้ : “ส้มตำจานนี้หรอยจงั ฮู”้
4) ครแู นะนำทว่ งทำนอง ลีลาการพดู ในถิ่นต่าง ๆ
๏ ภาคเหนอื มักพูดลากเสียงยาว ช้า ๆ ทำเสยี งเจา้ ใหอ้ อ่ นหวานน่าฟงั
๏ ภาคอสี าน มักพูดค่อนขา้ งเร็วใช้เสยี งสงู ๆ
๏ ภาคใต้ มกั พูดเรว็ ๆ สน้ั ๆ หรอื สำเนียงหว้ นส้นั กวา่ ภาคอน่ื
คู่มอื
79
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รียน
ระดับประถมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียน
5) ครูทำตาราง 4 ช่อง ให้นักเรียนเติมคำภาษาถ่ินต่าง ๆ เท่าท่ีทราบ หรือ เคยเรียนมาแล้ว
แล้วร่วมกนั ตรวจสอบความถูก ตอ้ ง ช่วยกันแก้ไข และอา่ นทบทวน
6) นกั เรยี นเลน่ ปรศิ นาคำทายในภาษาถิ่นต่าง ๆ เชน่
๏ กะ..............อะไร คนอีสานเรยี กขานกงิ้ ก่าของภาษาไทยมาตรฐาน (กะปอม)
๏ ก๋าง...........อะไรเจ้า หมายถึงทุ่งนาของจาวเหนอื (กา๋ งตง้ )
๏ ยา..............อะไร ไมใ่ ช่ยาของหมอ คนใต้นีห้ นอใชเ้ รียกสบั ปะรด (ยานัด)
๏ แม.่ ............อะไร ไมใ่ ชแ่ มจ่ รงิ หมายถงึ ผหู้ ญงิ สงู อายุ เชน่ ยา่ ยาย ทวดในภาษาเหนอื (แมอ่ ยุ๊ )
7) นักเรียนทำใบงานเรื่อง ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ิน โดยให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าจาก
แหลง่ เรียนรู้ สอื่ เทคโนโลยี และภูมปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ทีน่ ักเรยี นไปสำรวจและเก็บข้อมลู
8) ครูมอบหมายภาระงานให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม แต่งเร่ืองสั้น ๆ ท่ีเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของ
คนไทย แต่ละภูมิภาค แล้วร่วมกันฝึกซ้อมการออกเสียงตามสำเนียงภาษาถิ่นแต่ละภาคตามบทบาทในเร่ือง
ที่นักเรียนแต่งข้ึน (นักเรียนสามารถไปขอคำปรึกษาจากบุคคล/ภูมิปัญญาที่มีภูมิลำเนาอยู่ในภูมิภาค เพื่อให
้
คำปรกึ ษาสำเนียงการพูด)
9) ครูกำหนดสถานการณ์ “การแสดงละครสั้นวิถีชีวิตของคนไทย 4 ภูมิภาค” และให้นักเรียน
ทุกกลุ่มออกมาแสดงบทบาทที่นำเสนอบทพูดของตัวละครเป็นภาษาถ่ิน ตามท่ีนักเรียนได้วางแผนฝึกซ้อมไว้
(ใช้เวลาในการแสดงไมเ่ กินกลมุ่ ละ 10 นาที)
10) ครูประเมนิ ผลงานนักเรียนในการแสดงความสามารถใชภ้ าษาถ่นิ ในการสอื่ สารง่าย ๆ และให้
เพื่อน ๆ รว่ มกนั เสนอแนะเพม่ิ เตมิ (กรณีที่มภี มู ิปญั ญาท่มี แี ตล่ ะภูมิภาค อาจเชิญมารว่ มเป็นผ้ตู ัดสินการแสดง)
6.3 ขน้ั สรุป นกั เรียนและครรู ่วมกันอภิปรายสรุปความรู้ ดังนี้
๏ การเรียนรู้ภาษาถิ่นทำให้สามารถติดต่อส่ือสารกับคนในท้องถิ่นน้ัน ๆ ได้ดีขึ้น การเรียนรู้
ภาษาถ่ินเป็นการชว่ ยอนุรกั ษ์ภาษา และชว่ ยใหเ้ กดิ ความรักสามัคคี ความรสู้ กึ เปน็ พวกพ้องเดยี วกัน
7. สอื่ การเรียนรู้
7.1 วัสดุอุปกรณ์ เคร่ืองแต่งกายในการแสดงละคร/บทบาทสมมต
ิ
7.2 ปรศิ นาคำทาย
7.3 ภมู ิปัญญาภาษาถน่ิ ภาคตา่ ง ๆ
7.4 ใบงานเร่อื ง ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่นิ
8. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
การแสดงบทบาทสมมติ 3 ภาษา คอื ภาษาถิน่ เหนอื ภาษาถ่ินอสี าน และภาษาถ่นิ ใต้
ค่มู ือ
80 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรียน
ระดบั ประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผูเ้ รยี น
9. การวดั ผลและประเมินผล
วิธวี ัด เคร่ืองมือวัด เกณฑก์ ารประเมิน
ผลลพั ธก์ ารเรียนรู้ ตรวจผลงาน แบบประเมนิ เรือ่ ง ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60
ภาษาไทยมาตรฐาน ข้นึ ไป
การประเมนิ ระหว่างเรยี น และภาษาถ่ิน
9.1 เข้าใจความหมายและ
บอกประโยชน์ในการส่อื สาร ตรวจผลงาน ผลงานกลุ่ม การรวบรวม ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 60
คำภาษาถ่นิ (K)
คำศพั ทภ์ าษา ข้ึนไป
9.2 จำแนกคำและสำเนยี งภาษาถนิ่ ถิน่ แต่ละภูมภิ าค
แต่ละภาค (P/S)
การแสดงบทบาทสมมติ การประเมินการสือ่ สาร ผา่ นเกณฑค์ ณุ ภาพระดบั ด
ี
การประเมินหลงั เรยี น “ละครสัน้ 4 ภูมิภาค” ด้วยภาษาถ่นิ ข้นึ ไป
9.3 การสื่อสารโดยใช้ภาษาถ่นิ
และเขา้ ใจความหมาย ความคิด
มุมมอง อารมณ์ ความรสู้ ึก
เพอื่ ทำความเข้าใจขอ้ มูลในฐานะ
ผรู้ บั สารและสง่ สาร
เกณฑก์ ารวดั และประเมินผลรวบยอด (Summative Assessment)
รายการประเมิน
สมรรถนะ ดี (สูงกว่าเกณฑ)์ ระดับคุณภาพ
ปรบั ปรงุ (กำลงั พฒั นา)
พอใช้ (ตามเกณฑ์) การแสดงบทบาทสมมต
ิ
“ละครสน้ั 4 ภูมภิ าค”
การวัดและประเมนิ ผล การแสดงบทบาทสมมติ การแสดงบทบาทสมมติ ส่ือสารโดยใช้ภาษาถิน่
รวบยอด (Summative “ละครส้นั 4 ภมู ภิ าค” “ละครสัน้ 4 ภูมิภาค” ตามสำเนยี งภาษายังไม่ได้
Assessment) สือ่ สารโดยใชภ้ าษาถ่นิ ส่อื สารโดยใช้ภาษาถน่ิ และแสดงออกโดยไม่เข้าใจ
- การสอ่ื สารโดยใช้ภาษาถน่ิ ตามสำเนยี งภาษาไดช้ ดั เจน ตามสำเนียงภาษาได้ และ ความหมาย สอื่ สารความคดิ
และเขา้ ใจความหมาย และแสดงออกอย่างเข้าใจ แสดงออกอย่างเขา้ ใจ อารมณ์ และความร้สู ึก
ความคดิ มมุ มอง อารมณ์ ความหมาย ความคดิ ความหมาย ความคดิ ยังไม่สอดคล้องกับเร่ือง
ความรสู้ ึก เพอ่ื ทำ อารมณ์ และความรู้สกึ อารมณ์ และความรู้สกึ
ความเข้าใจขอ้ มลู ในฐานะ ได้สอดคล้องกับเรือ่ ง ได้สอดคลอ้ งกับเรื่องได้
ผรู้ บั สารและสง่ สาร เป็นสว่ นใหญ่
คมู่ ือ
81
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผ้เู รยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผเู้ รียน
การใช้แผนการสอนเดิมท่ีครูใช้อยู่ มาปรับปรุงพัฒนาเพิ่มสมรรถนะท่ีต้องการเน้น
ตามแนวทางที่ 2 เป็นวิธีการท่ีเหมาะสมกับบริบทโรงเรียนท่ียังคงต้องจัดการเรียนการสอน
ตามหลักสูตรแกนกลางฯ ในช่วงเวลารอการเปล่ียนแปลงไปสู่การใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ
ในอนาคต…”
ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนการสอน “ภาษาถ่ิน...บอกความเป็นไทย”น้ี เป็นแผนการสอนที่ครู
ใช้สอนอยู่เดิม และนำมาออกแบบกิจกรรมที่พัฒนาสมรรถนะเพิ่มเติม โดยนำสถานการณ์ต่าง ๆ มาต่อยอด
ให้ผู้เรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้ และพัฒนาทักษะในการใช้ภาษาถ่ินของภาคต่าง ๆ ซ่ึงเป็นสถานการณ์จำลอง
ที่ครูออกแบบ เพื่อปลูกฝัง ให้เกิดเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาถิ่นด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีทำให้เกิดสมรรถนะ
ที่ต้องการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ข้อสังเกต คือ แผนการสอนน้ีมีความสมบูรณ์ขึ้นเนื่องจากครูได้วิเคราะห์และ
เลือกตัดสินใจว่าจะใช้สมรรถนะใดบ้างในการพัฒนาผู้เรียนจากบทเรียนเดิมท่ีสอดคล้องกับหน่วยการเรียนน้ี
โดยสามารถปรับเพ่ิมกิจกรรม เพ่ิมสถานการณ์ และปรับเพ่ิมการประเมินสมรรถนะด้วยสถานการณ์ใหม
่
ได้อยา่ งสอดคลอ้ งกลมกลนื
ตัวอย่างที่ 2 ท่ีได้นำเสนอต่อไปนี้ เป็นการใช้แนวทางที่ 2 คือ เป็นการต่อยอดจากงานเดิมหรือ
แผนการสอนเดิม ซึ่งครูได้ให้ความรู้เกี่ยวกับหลักโภชนาการอาหาร 5 หมู่และวิธีการปรุงอาหารด้วยไข่ท่ีมี
คณุ ค่าทางอาหารสูงโดยครูได้สอนวธิ เี จียวไขเ่ ดก็ ๆ ดูและลองทำตามเพือ่ ตอ่ ยอดความรู้ และทักษะของเดก็ ให้
ไปสู่สมรรถนะ ซึ่งเปน็ ความสามารถทีส่ ูงขึ้น ครูสามารถเพ่มิ จุดประสงค์การเรยี นรู้สมรรถนะอ่นื ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
และสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมแล้วจัดกิจกรรมต่อยอด เพ่ือให้เด็กได้มีประสบการณ์ในการฝึกและพัฒนา
สมรรถนะได้ ดงั น้
ี
คู่มอื
82 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผ้เู รียน
ระดับประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนาผ้เู รียน
ตวั อยา่ งแผนการจัดการเรยี นการสอน
แนวทางท่ี 2: ใชง้ านเดมิ ต่อเตมิ สมรรถนะ
สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5
เรอื่ ง โภชนาการและการปรงุ อาหาร (ไข่เจียว)
(เวลาเรยี นข้นึ อยกู่ บั สมรรถนะท่ตี อ้ งการพัฒนา การกำหนดเวลาเรยี นในโครงสร้างหลักสตู รสถานศกึ ษา
และการออกแบบกิจกรรมในรายละเอยี ด)
……………………………………….
➢ จดุ ประสงค์การเรียนรเู้ ชงิ สมรรถนะ (เฉพาะทีเ่ พม่ิ เตมิ จากแผนการสอนเดิม)
1. นักเรียนสามารถคิดสูตรไข่เจียวและทำไข่เจียวสูตรของตนเองได้ รวมท้ังอธิบายสูตรและวิธีทำ
ไขเ่ จียวของตนให้ผอู้ ืน่ เข้าใจได้
2. นักเรียนสามารถนำไข่เจียวมาประกอบอาหารจานเดียวให้มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่สำหรับแขก
ท่ีมาเยี่ยม
3. นักเรียนร่วมกันทำอาหารด้วยไข่เจียวจำหน่ายเพ่ือหาเงินช่วยน้องท่ีอยู่ในภาวะยากลำบากได้ด้วย
ความภาคภมู ใิ จ
➢ สมรรถนะทต่ี อ้ งการพัฒนา
1. รู้จักและเลือกใช้เคร่ืองมือ และแหล่งสื่อสารสนเทศเพ่ือการสืบค้นแสวงหาความรู้และเข้าถึงข้อมูล
ที่ต้องการ
2. พูดส่ือสารในสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน บอกความรู้สึกนึกคิดของตน เล่าเร่ืองและ
เหตุการณต์ า่ ง ๆ ตงั้ คำถามและตอบคำถามใหผ้ ้อู นื่ เข้าใจได้ มมี ารยาทในการพดู โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกบั
กาลเทศะและผรู้ ับฟงั
3. รู้จกั แบ่งปัน และช่วยเหลอื ผู้อน่ื
4. ทำงานด้วยความเอาใจใส่ มคี วามเพยี ร อดทน พยายามทำงานใหด้ ที ี่สดุ ตามความสามารถ
5. คดิ รเิ รม่ิ ส่ิงใหม่และอธิบายความคดิ ให้ผูอ้ น่ื เข้าใจ
6. สรา้ งผลงานทแ่ี ตกตา่ งจากผูอ้ นื่ มกี ารทบทวนกระบวนการทำงานและมีความภมู ใิ จในผลงาน
7. ร่วมทำงานกลุ่มกับเพอ่ื น ใหค้ วามรว่ มมือในการทำงาน รับผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ที ่ไี ด้รบั มอบหมาย
➢ สาระการเรียนรู้
1. ลักษณะ ประโยชน์ วัตถุดบิ วิธีการทำไข่เจียว
2. การทำอาหารจานเดยี ว
3. ขั้นตอนการทำงาน
4. การจัดการทำงาน
5. การทำงานรว่ มกบั คนอื่น
6. ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน
ค่มู ือ
83
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
ระดับประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผูเ้ รยี น
➢ กระบวนการเรียนการสอน
ในส่วนกระบวนการเรียนการสอนท่อี อกแบบเพอื่ ใหผ้ ้เู รียนพัฒนาสมรรถนะมี 4 ขน้ั ตอน ลักษณะของ
กิจกรรมการเรียนรทู้ ี่ออกแบบแต่ละข้นั ตอน มดี ังน
้ี
● ขนั้ ตอนท่ี 1 จดั การเรียนรู้ใหร้ ้จู ริง ทำได้จริง
ข้ันตอนนี้เป็นข้ันท่ีทำให้ผู้เรียนมีความรู้ในเรื่องน้ัน ๆ อย่างแท้จริง ซึ่งเกิดได้จากการเรียนรู้ผ่าน
กิจกรรมต่าง ๆ หลากหลาย ได้ปฏิบัติจริงด้วยความสนใจจนมีความรู้ท่ีชัดเจนได้ฝึกฝนสิ่งน้ันจนเกิดความ
ชำนาญ และมีความรู้สึกชอบผูกพนั ภมู ใิ จ และเหน็ ความหมายในส่ิงนนั้
กิจกรรม ครู/ผู้ปกครองให้ข้อมูลหรือให้สืบค้นข้อมูลเกี่ยวลักษณะ ประโยชน์ วัตถุดิบ วิธีการทำ
ไข่เจียว โดยอาจให้ดูรูปและอธบิ ายจนกระทัง่ นักเรยี นสามารถบอกไดว้ ่าการทำไขเ่ จยี วมขี ้ันตอนอะไรบ้าง
หมายเหตุ ขั้นที่ 1 เปน็ ข้ันที่ครูสอนแล้วตามแผนการสอนเดมิ
● ข้ันตอนที่ 2 การจัดสถานการณใ์ หไ้ ดใ้ ช้ ส่งิ ท่ีรู้ สง่ิ ทท่ี ำได้ อย่างต้ังใจ
เห็นคุณค่าและประโยชน์ : ข้ันตอนนี้เป็นการออกแบบกิจกรรมที่จะทำให้ผู้เรียนนำความรู้ ทักษะ
และคุณลักษณะไปใช้ ซ่ึงอาจเป็นสถานการณ์ท่ีไม่ซับซ้อนมาก แต่เป็นสถานการณ์ท่ีผู้เรียนเห็นคุณค่า และ
ประโยชน์ทีเ่ กดิ ขึ้น
กิจกรรม ครู/ผู้ปกครองให้ข้อมูลหรือให้สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับลักษณะประโยชน์ วัตถุดิบ วิธีการทำ
ไข่เจียว และให้นักเรียนฝึกทำไข่เจียว สูตรต่าง ๆ ชิม และปรับสูตรจนเป็นสูตรที่ตนพอใจและนำเสนอสูตร
ไขเ่ จยี วของตนเองให้เพื่อนฟัง
● ข้นั ตอนที่ 3 จดั สถานการณใ์ หม่ ๆ ท่ีซบั ซอ้ นและนำไปใชไ้ ดใ้ นชีวติ
ขั้นตอนน้ีเป็นการออกแบบสถานการณ์ให้ผู้เรียนฝึกฝนอย่างต่อเน่ือง เพ่ือให้นำความรู้ ทักษะ และ
คุณลักษณะไปใช้ร่วมกันในสถานการณ์ท่ียาก ซับซ้อน และเช่ือมโยงกับชีวิตจริง ซ่ึงข้ันน้ีอาจจะตรวจสอบว่า
ผเู้ รยี นมสี มรรถนะในระดับใด และเติมเตม็ พฒั นาผเู้ รยี นให้มสี มรรถนะในระดบั ที่สงู ขึ้น
กิจกรรม ครู/ผู้ปกครองให้นักเรียนนำไข่เจียวมาประกอบอาหารอย่างอ่ืน ให้เป็นอาหารจานเดียวที่มี
สารอาหารครบ 5 หมู่ เพอ่ื เปน็ อาหารสำหรับแขกท่ีมาเย่ียม โดยใหล้ องทำ ฝกึ ฝนจนม่ันใจ และให้นกั เรียนได้มี
โอกาสสอบถามแขกเกย่ี วกับรสชาติของอาหาร และคำแนะนำเพื่อการปรบั ปรงุ ในโอกาสต่อไป
● ขั้นตอนที่ 4 การจัดสถานการณ์/งานใหญ่ ซับซ้อน ที่เช่ือมโยงกับความรู้ สาระเร่ืองราวและ
สมรรถนะอื่น
ข้ันตอนน้ีเป็นการออกแบบสถานการณ์ให้ผู้เรียนพัฒนาสมรรถนะโดยเช่ือมโยงกับสมรรถนะอื่น
ซ่ึงเป็นส่ิงท่ียาก ซับซ้อนมากข้ึน ข้ันน้ี ผู้เรียนแต่ละคนอาจจะพบกับสถานการณ์ไม่เหมือนกันข้ึนอยู่กับ
ความสนใจ ความถนัด และระดบั สมรรถนะก็ได้
กิจกรรม ครู/ผู้ปกครอง ให้นักเรียนรวมกลุ่มกับเพื่อนช่วยกันทำอาหารที่ปรุงด้วยไข่ ประกอบกับ
อาหารอย่างอื่น จำหน่ายเพ่ือหาเงินไปช่วยน้อง ๆ ท่ีอยู่ในภาวะยากลำบาก และนำเงินไปบริจาค พร้อมทั้ง
ให้นักเรียนสะท้อนความคิด ความรู้สึกที่เกิดขึ้นท้ังในช่วงทำงานร่วมกันเพื่อหาเงินไปบริจาค และช่วงท่ีนำเงิน
ไปบรจิ าคชว่ ยเหลือนอ้ ง ๆ
คูม่ ือ
84 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผเู้ รยี น
กิจกรรมข้างต้น ครู/ผู้ปกครองสามารถนำมาใช้ในการพัฒนานักเรียนได้ ทำให้นักเรียนเรียนรู้อย่าง
ตน่ื ตวั ท้งั ทางกาย สตปิ ัญญา สังคม จิตใจและอารมณ์ ส่งผลใหน้ ักเรียนเกดิ ความรู้ ทักษะ คุณลกั ษณะ และ
มีโอกาสนำความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะท่ีเรียนรู้น้ันไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ซ่ึงมีความยากมากข้ึน
เข้มข้นมากขึ้น และมีความหมายมากย่ิงข้ึน ทำให้เกิดสมรรถนะหลายสมรรถนะมากข้ึน และสมรรถนะต่าง ๆ
เกิดอยา่ งม่นั คงมากข้นึ ด้วย
จะเห็นได้ว่า การสอนตามแผนเดิม (ที่มักทำกันโดยทั่วไป) มักจะจบอยู่ท่ีการให้ความรู้และการฝึก
ทักษะ (เพียงเล็กน้อย) ทำให้นักเรียนยังไม่เกิดสมรรถนะในการปฏิบัติงาน การเพ่ิมข้ันตอนท่ี 2 - 4 จะช่วย
พัฒนาสมรรถนะท่ีตอ้ งการได้
❖ กลุม่ ที่ 2: การนำกรอบสมรรถนะหลกั ส่กู ารพัฒนาผเู้ รยี นโดยองิ ฐานสมรรถนะและหลกั สตู ร
อิงมาตรฐาน
การนำสมรรถนะความฉลาดรู้พ้ืนฐาน (Competencies in Basic Literacy) และสมรรถนะหลัก
7 สมรรถนะ (Core Competency) สู่การพฒั นาผู้เรยี นของกลมุ่ แนวคิดน้ี ครผู สู้ อนสามารถออกแบบการจัด
การเรียนรู้บนฐานหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งเป็นหลักสูตรอิงมาตรฐาน
โดยตั้งต้นจากมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัดช้ันปี หรือเร่ิมต้นจากกำหนดสมรรถนะของผู้เรียนที่ต้องการโดยอิง
กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนก็ได้ โดยครูวิเคราะห์ความสอดคล้องของสมรรถนะและตัวช้ีวัดชั้นปีมาใช้ใน
การออกแบบการสอนบูรณาการกิจกรรมพัฒนาร่วมกัน เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งเน้ือหาสาระและทักษะตาม
ที่ตัวชี้วัดกำหนดไปพร้อมกับการพัฒนาสมรรถนะหลักท่ีจำเป็นต่อชีวิต ท้ังน้ีครูสามารถเลือกใช้รูปแบบ
การเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะและช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด
ไปด้วยกัน แนวทางในกลุ่มนี้แบ่งเป็นแนวทาง 2 แนวทาง ได้แก่ แนวทางที่ 3 และแนวทางท่ี 4 ดงั นี
้
แนวทางที่ 3 : ใช้รปู แบบการเรยี นรู้ สู่การพัฒนาสมรรถนะ
การออกแบบการสอนตามปกติที่มีการนำรูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้เดิมมาวิเคราะห์
เช่ือมโยงกับสมรรถนะท่ีสอดคล้องกับรูปแบบการเรียนรู้ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
ตามจุดประสงคข์ องรปู แบบการเรียนรู้ และเกดิ สมรรถนะทม่ี งุ่ พฒั นาไปพร้อมกนั
การนำรูปแบบการเรียนรู้มาใช้ในการพัฒนาสมรรถนะ เป็นการสอนตามปกติที่มีการนำรูปแบบ
การเรียนรู้หรือนวัตกรรมการสอนที่ใช้อยู่เดิม มาวิเคราะห์เชื่อมโยงโดยใช้สมรรถนะในความฉลาดรู้พื้นฐาน
(Competencies in Basic Literacy) และสมรรถนะหลกั 7 สมรรถนะ (Core Competency) ท่ีสอดคลอ้ ง
กับรูปแบบการเรียนรู้ท่ีครูนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ซ่ึงช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์
มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชีว้ ัด และเกดิ สมรรถนะทีเ่ ป็นเปา้ หมายการพัฒนาผเู้ รยี น
คู่มือ
85
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
ระดบั ประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผ้เู รียน
➢ ลกั ษณะ
การสอนตามแนวทางที่ 3 นี้ เป็นการสอนท่ีมีกระบวนการตามรูปแบบการสอนท่ีครูคัดสรรแล้วว่า
สามารถพฒั นาสมรรถนะผูเ้ รยี นได้ โดยมีการพจิ ารณาความสอดคล้องระหว่างจดุ มงุ่ หมายของรปู แบบการสอน
แนวคิดทฤษฎีพ้ืนฐาน และข้ันตอนการสอนของรูปแบบการสอนกับสมรรถนะที่มุ่งพัฒนา พิจารณาว่าสามารถ
ปรับหรือเพิ่มข้ันตอนย่อย ๆ ในรูปแบบการสอน เพื่อเพ่ิมหรือเน้นทักษะสำคัญ ๆ ของสมรรถนะได้อย่าง
มปี ระสทิ ธภิ าพและครอบคลุมเป้าหมาย
รูปแบบการสอนเป็นชุดของความสัมพันธ์ของความรู้ต่าง ๆ ท่ีอธิบายเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้
โดยรูปแบบการสอนที่นักการศึกษาพัฒนาขึ้นส่วนใหญ่มีองค์ประกอบสำคัญคือ จุดหมาย แนวคิดทฤษฎี
พ้ืนฐาน ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ หลักในการแสดงออกของครู ระบบสังคมในการเรียน ระบบสนับสนุน
รปู แบบ และผลทเี่ กดิ กบั ผเู้ รยี น โดยองคป์ ระกอบตอ้ งสมั พนั ธก์ นั ครผู ใู้ ชร้ ปู แบบจงึ ตอ้ งเขา้ ใจกระจา่ งวา่ รปู แบบ
การสอนต่าง ๆ ล้วนมีจุดหมายหลักต่างกัน การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนให้บรรลุจุดหมายต้องใช้แนวคิดทฤษฎี
และมขี ้นั ตอนการสอนทเ่ี หมาะสมสอดคล้องกนั และทำใหเ้ กดิ ผลท่ผี ้เู รยี นไดต้ ามจดุ หมาย อาทิ รปู แบบซปิ ปา
(CIPPA) ใช้ทฤษฎี Constructivism เป็นพื้นฐาน สามารถเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาทักษะการคิดข้ันสูงและ
นวัตกรรมได้ รูปแบบสะเต็มศึกษามีแนวคิดพื้นฐานให้ผู้เรียนเช่ือมโยงความรู้หลายวิชา ทักษะหลายด้าน
ในการเรยี นทเ่ี นน้ ประสบการณ์ มผี ลผลติ จากการเรยี น ใช้ในชวี ติ ประจำวนั หรือในการทำงานได้ จึงสามารถใช้
รูปแบบน้ีพัฒนาทักษะชีวิตและความเจริญแห่งตนได้นอกจากน้ีครูยังสามารถปรับหรือเพิ่มขั้นตอนหรือใช
้
แหลง่ เรยี นรผู้ เู้ ชย่ี วชาญเพอ่ื นำไปสกู่ ารพฒั นาการรเู้ ทา่ ทนั สอ่ื สารสนเทศและดจิ ทิ ลั ทกั ษะอาชพี และผปู้ ระกอบการ
ทักษะการคดิ ระดับสงู และนวัตกรรมได้ เป็นตน้
การมีรูปแบบการสอนท่ีมีจุดหมายหลักเป็นฐาน ตรงกับสมรรถนะในความฉลาดรู้พ้ืนฐาน
(Competencies in Basic Literacy) และสมรรถนะหลัก 7 สมรรถนะ (Core Competency) ครจู ึงสามารถ
เลือกใช้ได้โดยตรง อาทิ รูปแบบการสอนแบบสืบสอบ รูปแบบการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร เป็นต้น
ครูท่ีต้องการใช้รูปแบบการสอนหรือรูปแบบการเรียนรู้สู่การพัฒนาสมรรถนะในระยะเริ่ม ไม่จำเป็นต้องพัฒนา
หลายสมรรถนะโดยใช้รูปแบบเดียวและไม่จำเป็นต้องใช้หลายรูปแบบ เพราะครูต้องทำความเข้าใจรูปแบบ
อยา่ งถอ่ งแท้ ในการสอนตามรปู แบบควรเนน้ ความสามารถของผเู้ รยี นทป่ี ฏบิ ตั ไิ ด้ แสดงออกได้ ทำไดใ้ นชวี ติ จรงิ
➢ ขั้นตอนการออกแบบการจัดการเรยี นการสอนฐานสมรรถนะโดยใช้รปู แบบการสอน
1) เลอื กรูปแบบการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสม สอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์การเรียนรู้
2) การออกแบบกิจกรรมการสอนอาจมีการปรับหรือเพิ่มข้ันตอนในการฝึกทักษะหรือสมรรถนะย่อย
ท่ีเน้นการให้ผู้เรียนแสดงความสามารถออกมาให้เห็นผลจริง เช่น เพิ่มข้ันตอนการประยุกต์ใช้ในสถานการณ์
ใหม่หรอื ในชวี ติ จรงิ
3) กำหนดกิจกรรมการเรยี นร้ตู ามกระบวนการ/ข้นั ตอนของรูปแบบการเรียนร
ู้
4) ศึกษาสมรรถนะต่าง ๆ และพิจารณาว่าในกระบวนการ/กิจกรรมท่ีกำหนด มีสมรรถนะใด
ทีส่ ามารถนำมาบรู ณาการได้
5) คิดกจิ กรรมการเรยี นรทู้ ่ีสามารถพัฒนาสมรรถนะท่นี ำมาบูรณาการ
6) ปรบั จุดประสงค์การเรียนรู้ใหค้ รอบคลมุ สมรรถนะทน่ี ำมาเพ่ิมเติม
7) เพม่ิ เตมิ วธิ ีการวดั และประเมนิ สมรรถนะทน่ี ำมาบรู ณาการ
คู่มือ
86 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผ้เู รยี น
ระดบั ประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผเู้ รียน
ตัวอย่างแผนการจัดการเรยี นการสอน
แนวทางท่ี 3: ใช้รูปแบบการเรยี นรู้ สกู่ ารพฒั นาสมรรถนะ
ตัวอย่างที่ 1 แนวทางการใช้รูปแบบการสอนมโนทัศน์ (Concept Attainment Model) เพื่อพัฒนา
สมรรถนะการคิดขั้นสูง
รูปแบบการสอนมโนทัศน์มุ่งฝึกให้ผู้เรียนคิดสร้างมโนทัศน์จากการหาลักษณะสำคัญท่ีเป็นลักษณะ
รว่ มของกลมุ่ ส่งิ ของหรอื เหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ ได้ฝึกการคดิ จำแนกสิง่ ตา่ ง ๆ อยา่ งมีหลักเกณฑ์ ฝึกการหาทางเลือก
การตั้งสมมติฐาน การทดสอบสมมติฐานและการอ้างเหตุผลแนวคิดพื้นฐานอธิบายว่า มโนทัศน์ใดมโนทัศน์
หน่ึงประกอบด้วยชื่อ ตัวอย่างมโนทัศน์และลกั ษณะสำคัญ เช่น ผลไม้ (ชอื่ มโนทัศน์) เชน่ สม้ แตงโม แอปเปลิ
ฝรั่ง ฯลฯ (เป็นส่วนที่อธิบายต่อไปน้ีเป็นลักษณะสำคัญ) ผลของพืชท่ีกินได้เลยโดยไม่ต้องปรุงประกอบกับ
สิ่งอืน่ นยิ มกนิ เมอ่ื สกุ ซึง่ มรี สชาติเฉพาะ เชน่ หวาน เปร้ียว มนั อาจมกี ลน่ิ เฉพาะ เช่น หอม ฉุน ส่วนมากเป็น
ผลของพืชยนื ต้น
ขัน้ ตอน/กิจกรรม
สมรรถนะ/ทกั ษะย่อย
1. ข้นั นำเสนอ
ทักษะการคดิ ขัน้ สงู และนวัตกรรม
ครเู สนอภาพและห่นุ จำลองหรอื ของจริง ได้แก่
สมรรถนะท่ี 2 การคิดวิจารณญาณ
กล้วย มะละกอ ฝรง่ั มะม่วง มะยม เงาะ สม้ มังคุด
2) สรปุ ความเขา้ ใจของตนและแสดงความคดิ เหน็
แก้วมังกรฯลฯ ใหน้ ักเรียน ดู จบั ดม ชมิ (ครูไม่บอกว่า
อยา่ งมีเหตผุ ลเกย่ี วกับเรอ่ื งทไ่ี ด้จากการตง้ั คำถาม การฟงั /
จะเรียนเกยี่ วกบั ผลไม้ ครูไมเ่ ปน็ คนบอกชือ่ มโนทัศนแ์ ละ อา่ นขอ้ มูล เรอ่ื งราวทีห่ ลากหลายมมุ มองท่ตี ้องอาศยั
อธิบายลกั ษณะสำคญั )
การวเิ คราะหแ์ ละการตีความ
ใหน้ ักเรียนพิจารณาและบอกเกย่ี วกับกลว้ ย มะละกอ
ฝรัง่ .. (ครูตัง้ คำถามเพ่ือใหพ้ จิ ารณาอย่างละเอยี ด)
2. ข้ันทดสอบและระบุลักษณะสำคัญ
ครูถามว่า พวกเหลา่ น้ีเป็นอะไร มีความเหมือนกนั
3) อธบิ ายเหตุผลของการตัดสินใจในเร่อื งต่าง ๆ
แบบใด ครูนำผลมะเขอื มะนาว ผกั กาด ถั่วฝักยาว
ในชวี ติ ประจำวนั ของตน และบอกไดว้ า่ การตดั สนิ ใจของตน
แอปเปลิ ลองกอง ฯลฯ เสนอทลี ะชนดิ และถามวา่ จัด
มคี วามเหมาะสม โดยสามารถระบุหลักฐานสนับสนนุ
เขา้ ประเภทเดียวกันไหม เม่ือนกั เรยี นตอบ ครยู ืนยัน
ความคดิ ได
้
(แอปเปลิ กับลองกองอยปู่ ระเภทเดียวกัน แต่มะเขือ
มะนาว ผกั กาด ถว่ั ฝกั ยาว ไมใ่ ชป่ ระเภทเดยี วกัน)
ให้นกั เรียนชว่ ยกนั บอกความเหมอื นหรอื ลกั ษณะร่วม
เพิม่ เตมิ ครูเขียนเมอ่ื นักเรยี นระบุลักษณะสำคัญตามที่
นกั เรยี นพูดไดช้ ดั เจน เขยี นตามคำพูดของนกั เรยี นเพือ่ ให้
นักเรยี นกลา้ คิดเพราะครยู อมรบั ความคดิ ของนักเรียน
ครอู าจถามเพ่อื ตรวจสอบวา่ นกั เรียนพิจารณาจากตวั อยา่ ง
ที่เสนอ
ครูถามกระตุน้ การคดิ อาจใชค้ ำถามเจาะจงมากขึน้ เม่อื
นกั เรยี นระบลุ ักษณะสำคัญบางลักษณะไมไ่ ด้ เชน่ ถามว่า
เมือ่ เราจะกินมะนาวกับกนิ สม้ ต่างกันอย่างไร
ค่มู ือ
87
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผู้เรียน
ขั้นตอน/กจิ กรรม สมรรถนะ/ทกั ษะย่อย
2. ขัน้ ทดสอบและระบุลักษณะสำคัญ (ตอ่ )
ถ้ามีนกั เรียนบางคนบอกวา่ พวกน้เี ป็นผลไมค้ รกู ็เขียน
คำว่าผลไม้ เป็นหวั ขอ้ หลัก (ครูไมค่ วรบอกวา่ จะเรียนเรอื่ ง
ผลไม้ ในช่วงเรมิ่ เรยี น เพ่อื ไม่ให้นกั เรยี นระบุลกั ษณะ
สำคัญจากความจำหรอื ความรู้เดิม)
เมอ่ื เขียนลักษณะสำคัญครอบคลมุ มโนทศั นท์ ี่นกั เรียน
ระดับนน้ั เรยี นรูไ้ ด้ ครกู ับนกั เรยี นชว่ ยกนั เรยี บเรยี ง
คำอธิบายวา่ ผลไม้คอื อะไร
3. ขั้นวิเคราะห์กลวธิ กี ารคดิ
สมรรถนะที่ 3 การคดิ แก้ปัญหา
ครถู ามนกั เรยี นบางคนที่ระบุลักษณะสำคัญได้ชัดเจน 4) ระบปุ ญั หาทย่ี าก ซับซอ้ น บอกความเกี่ยวข้อง
เชน่
ระหวา่ งปญั หากบั ตนเอง ผู้อ่นื สังคม คิดหาสาเหตุและ
- นกั เรยี นคดิ ได้อยา่ งไรวา่ ..เปน็ พวกที่กนิ ได้เลยไมต่ อ้ ง วิธกี ารแก้ไขปญั หาท่หี ลากหลายและเป็นไปได้จริงในทาง
เอาไปทำกับขา้ ว
ปฏบิ ตั แิ ละคาดการณผ์ ลกระทบ ท้งั ทางบวกและทางลบ
- นักเรยี นรู้สกึ อย่างไรเมอ่ื บอกว่าเป็นพืชสวนแต่ครู
ทจ่ี ะเกดิ ข้ึน อนั เปน็ ผลจากวธิ กี ารแกไ้ ขปัญหาเหล่านน้ั
ไมไ่ ดเ้ ขียนส่งิ ทน่ี ักเรยี นพดู
ท่ีเหมาะสมท่สี ุด
ตัวอย่างที่ 2 แนวทางการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project – Based
Learning) เพ่ือพฒั นาทักษะการสบื สอบทางวทิ ยาศาสตร์และจติ วทิ ยาศาสตร์
การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานมีแนวคิดสำคัญคือเมื่อผู้เรียนได้ใช้ความรู้และทักษะ
หลายดา้ น (บูรณาการ) จะสามารถสร้างหรอื พัฒนาความรู้ใหมไ่ ด้ เปน็ การแกป้ ญั หาและสรา้ งสรรค์ทใ่ี ช้ได้จรงิ
และมีแนวคิดความเชื่อพ้ืนฐานว่าการเรียนรู้จากการปฏิบัติ จากประสบการณ์ตรงจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถ
นำความรแู้ ละทกั ษะไปประยกุ ตใ์ ช้ได
้
ขัน้ ตอน/กจิ กรรม สมรรถนะ/ทกั ษะย่อย
1. ข้ันกำหนดโจทย/์ ปัญหาความต้องการจำเป็น
การสบื สอบทางวิทยาศาสตร์และจติ วทิ ยาศาสตร์
ในการทำโครงงาน
ระดบั 2
ครูเสนอสถานการณ์ท่นี า่ สนใจ/น่าสงสัย/ทา้ ทาย
สมรรถนะที่ 1 การเช่ือมโยงเหตุและผล
ใหแ้ กป้ ญั หาด้วยความรู้และทกั ษะที่เรยี น ใหน้ ักเรียนระดม 1) ระบเุ หตแุ ละผลของปรากฏการณท์ ี่เกดิ ขนึ้
ความคดิ อาจค้นหาขอ้ มลู ท่ีเกยี่ วขอ้ ง แสดงความคิด
ในชวี ิตประจำวัน
เก่ยี วกับปัญหาคำสำคัญในสถานการณน์ น้ั กำหนด
สมรรถนะท่ี 2 การเช่อื มโยงเหตุและผล
ความสนใจและความจำเปน็ ในการทำโครงงาน
2) อธบิ ายได้ว่าความสัมพนั ธใ์ ด ๆ อาจเปน็ หรือ
ไมเ่ ปน็ ความสัมพันธ์ในเชงิ เหตุและผล