คู่มอื
88 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รียน
ระดบั ประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผู้เรียน
ขัน้ ตอน/กิจกรรม สมรรถนะ/ทักษะยอ่ ย
2. ขั้นวางแผนเตรยี มการ
สมรรถนะที่ 3 การสืบเสาะหาความร
ู้
นักเรียนร่วมกันวางแผนการทำโครงงานโดยใช้ท้งั
5) ตงั้ คำถามเกย่ี วกับปรากฏการณต์ า่ ง ๆ ท่ีพบในชวี ิต
ความรแู้ ละทกั ษะท่มี หี รือสืบคน้ เพ่ิมเพ่อื ใหส้ มเหตุสมผล ประจำวนั ซ่งึ เป็นคำถามทน่ี ำไปสกู่ ารสบื เสาะหาความรู้
ครอบคลุม นำไปสกู่ ารบรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ ครูกระตุ้น
สามารถหาคำตอบได้โดยมหี ลักฐานสนับสนุนหรอื คดั คา้ น
การคดิ อยา่ งสมเหตุสมผล กระตนุ้ ใหว้ างแผนอยา่ ง
6) ออกแบบแนวทางการสืบเสาะหาความร้ ู
ครบกระบวนการที่จะนำไปปฏิบัติได้ ให้นกั เรียนร่วมกนั โดยคำนงึ ถงึ ความเปน็ ไปไดใ้ นการดำเนินการ
เตรียมการทงั้ ด้านอุปกรณ์ สถานที่ ผูร้ บั ผิดชอบ และอนื่ ๆ
ในชีวติ ประจำวัน
3. ขนั้ ทำโครงงาน
สมรรถนะท่ี 4 การโต้แย้งในประเดน็ สำคัญ
การรวบรวมขอ้ มลู มาคิดตอ่ เพ่อื ตอบโจทย์ อาจเป็น
7) สนทนาด้วยการรบั ฟังและใหค้ วามคิดสนับสนุน
การทำการทดลองในห้องทดลอง ในสถานประกอบการ
หรือคดั ค้านเกี่ยวกับขอ้ กล่าวอ้าง และยอมรับในขอ้ กลา่ ว
ในสถานทจ่ี รงิ หรอื วธิ ีการอ่ืน ๆ ทเ่ี น้นการให้ผเู้ รียน
อา้ งทม่ี หี ลกั ฐานสนบั สนุน โดยไมล่ ำเอยี งแม้ข้อกลา่ วอา้ ง
ไดส้ มั ผัสขอ้ มลู และลงมือปฏิบัติดว้ ยตนเอง
นนั้ จะแตกตา่ งจากข้อกลา่ วอ้างของตนเอง โดยมีหลักฐาน
บทบาทสำคัญของผเู้ รียน คือ รวบรวมขอ้ มูล นำขอ้ มูล ประกอบ เพอื่ ใช้ประเมินความนา่ เชอื่ ถอื ของขอ้ กล่าวอ้าง
ไปประมวล วเิ คราะห์ สรา้ งข้อสรปุ หรอื คำอธิบายหรอื
สรา้ งผลงาน/ชิ้นงานทใี่ ช้งานใช้แกป้ ญั หาได้ มีการแสดง
ความรคู้ วามคดิ เห็นรับฟังผอู้ ืน่ ร่วมกนั ตดั สนิ ใจเลือก
แนวทางหรอื ข้อสรุปทมี่ ขี อ้ มลู ในการอา้ งองิ และมุง่ มัน่
สู่ความสำเร็จของโครงงาน
บทบาทครคู อื ผู้อำนวยความสะดวก และเปน็ ทปี่ รกึ ษา
ครคู วรแสดงออกใหผ้ ้เู รียนรูส้ กึ วา่ ครูเปน็ ผู้ร่วมเรียนรกู้ บั ทมี
ผู้ทำโครงงาน
4. ขั้นนำเสนอโครงงาน
ครอู ำนวยความสะดวกในการนำเสนอผลงาน โครงงาน
ผู้ทำโครงงานออกแบบวางแผนเตรยี มการ ฝกึ การนำเสนอ
และจัดการนำเสนอ อาจมผี ชู้ มการนำเสนอบุคคลอื่น ๆ
เชน่ ผปู้ กครอง ผรู้ ู้ คนในชมุ ชน ในขนั้ นค้ี วรเนน้ การนำเสนอ
ผลงาน กระบวนการทำโครงงาน และการเรียนรจู้ าก
ประสบการณ์ เนน้ ใหผ้ ทู้ ำโครงงานมีโอกาสได้รับขอ้ มลู
ย้อนกลบั เพ่ือการพฒั นาปรบั ปรุง
คูม่ อื
89
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผูเ้ รยี น
ระดับประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผู้เรียน
ตัวอยา่ งที่ 3 แนวทางการใช้รปู แบบซิปปาเพือ่ พัฒนาสมรรถนะหลกั
รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) เปน็ รปู แบบทีม่ ีแนวคดิ พื้นฐาน 5 ประการ คือ 1) แนวคดิ การสร้าง
ความรู้ 2) แนวคิดเก่ียวกับกระบวนการกลุ่มและการเรียนรู้แบบร่วมมือ 3) แนวคิดเกี่ยวกับความพร้อม
ในการเรยี นรู้ 4) แนวคดิ เกยี่ วกับการเรยี นรู้กระบวนการ 5) แนวคดิ เก่ียวกับถา่ ยโอนการเรียนรู้
ข้นั ตอน/กจิ กรรม สมรรถนะ/ทักษะยอ่ ย
1. การทบทวนความร้เู ดิม
ภาษาไทยเพอ่ื การส่อื สาร ระดบั 2
ครใู ชว้ ธิ กี ารทหี่ ลากหลายเพอ่ื กระตนุ้ ใหค้ ดิ ถงึ ความรเู้ ดมิ
สมรรถนะที่ 1 การรับสาร
ในเรอ่ื งท่ีมุง่ สอนออกมาเพ่อื ให้ผูเ้ รียนพร้อมท่จี ะเช่ือมโยง 1) สามารถใชภ้ าษาไทยเป็นเคร่อื งมือในการรับขอ้ มูล
ไปสรา้ งความรู้ใหม่ทมี่ งุ่ สอน ผูเ้ รยี นได้เสนอความรูเ้ ดิม
ความรู้ ความรู้สกึ ความคิดเห็น จากสอ่ื ทม่ี ภี าพ
ได้ฟงั จากเพ่ือน ๆ
สญั ลกั ษณ์ คำศัพทท์ ไี่ มต่ รงความหมายทส่ี ่งผา่ น
อวัจนภาษาของผ้สู ง่ สารจากแหลง่ ขอ้ มูลรูปแบบตา่ ง ๆ
อยา่ งกระตอื รอื รน้ มเี หตุผล
สมรรถนะท่ี 2 การส่ง/ถา่ ยทอดสาร
2) สามารถใชภ้ าษาท่ีมกี ารถ่ายทอดขอ้ มลู ความรู้
ความรสู้ กึ ความคิดเห็น ประสบการณ์ จินตนาการ
ผ่านช่องทางรูปแบบตา่ ง ๆ ในการส่ือสารกบั ตนเอง
ระหวา่ งบคุ คล กลมุ่ ท่ปี ระชุมในลกั ษณะการสือ่ สาร
ทางเดยี วอยา่ งถูกต้องตามโครงสรา้ งทางภาษา
2. การแสวงหาความรู้ใหม
่ การร้เู ทา่ ทนั สื่อ สารสนเทศ และดจิ ิตลั ระดบั 2
นกั เรียนต้องไดป้ ฏบิ ัตกิ ารแสวงหาข้อมูลจากแหลง่
สมรรถนะที่ 1 เลือกใช้เครอ่ื งมอื สอื่ สารสนเทศและ
ต่าง ๆ อาจใชเ้ ครอ่ื งมอื สอ่ื สารออนไลน์เพ่ือคน้ หาข้อมลู
ดิจติ ัล และเรยี นรทู้ กั ษะเบ้ืองตน้ ของการผลิตส่อื
ที่เกีย่ วขอ้ งกบั เรื่องท่เี รยี น
1) เลือกใชเ้ ครอ่ื งมอื สอื่ สารสนเทศ และดจิ ิทัลเพ่ือ
การสืบค้นและเข้าถึงขอ้ มลู ที่ตอ้ งการอย่างเหมาะสม
เพ่ือนำมาใช้ให้เปน็ ประโยชนต์ ่อตนเองและครอบครัว
3. การศกึ ษาทำความเขา้ ใจข้อมลู /ความรู้ใหม่และ
ทกั ษะความคดิ ขั้นสูงและนวัตกรรม ระดบั 2
เชือ่ มโยงความรใู้ หม่กับความรู้เดมิ
สมรรถนะที่ 2 การคดิ วิจารณญาณ
ครูมบี ทบาทสำคัญในการกระต้นุ ความคิดของผเู้ รียน 2) สรปุ ความเขา้ ใจของตนเองและแสดงความคิดเหน็
ให้เช่ือมโยงความรู้เดมิ กบั ขอ้ มลู ใหม่ ๆ ข้อมลู ทไี่ ดร้ บั เพิ่ม อย่างมเี หตผุ ลเก่ียวกับเรื่องนนั้ ได้จากการต้ังคำถาม
แลว้ เกิดความเข้าใจใหมท่ ชี่ ัดเจนขึ้นหรอื เป็นความร้ใู หม่ การฟงั /อ่านขอ้ มูลเรอื่ งราวหลากหลายมมุ มอง ซง่ึ ตอ้ ง
ของผูเ้ รยี น
อาศยั การวเิ คราะห์และการตีความ
ผเู้ รยี นอาจเรยี นรเู้ ปน็ กลุ่มยอ่ ยซึง่ จะชว่ ยใหก้ ารเสนอ 3) อธิบายเหตุผลของการตัดสนิ ใจในเรอ่ื งต่าง ๆ
ความคิดการแลกเปลยี่ นความคิด การสรา้ งความเขา้ ใจ ในชีวติ ประจำวันของตน และบอกได้ว่าการตัดสนิ ใจ
ใหม่ ๆ ได้ความคิดทมี่ ากพอครอบคลุมจนผ้เู รยี นแตล่ ะคน ของตนมีความเหมาะสม โดยสามารถระบุหลักฐาน และ
สร้างความหมายหรอื ความเข้าใจในตนเองได้
ความคิดได
้
คมู่ อื
90 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผ้เู รยี น
ขน้ั ตอน/กิจกรรม สมรรถนะ/ทกั ษะย่อย
4. การแลกเปลย่ี นความรูค้ วามเข้าใจกับกลุ่ม
เน้นให้ผูเ้ รียนตรวจสอบความเขา้ ใจของตนเองกบั
สมาชิกกลุ่มครตู อ้ งสามารถสังเกตและพิจารณาได้ว่า
ปฏิสัมพันธ์ในกลมุ่ เกิดการตรวจสอบความรูใ้ หมห่ รอื
ขยายความรู้
5. การสรปุ และจดั ระเบียบความร
ู้
ครูกระตุ้นให้ผู้เรยี นเรียบเรยี งหรือจดั ระบบระเบียบ
ผลงานการเรยี นรอู้ ยา่ งเปน็ ระบบสมเหตสุ มผลมคี วามถกู ตอ้ ง
และเขา้ ใจสอ่ื ได้ชัดเจน
6. การปฏบิ ัติการและ/หรอื การแสดงผลงาน
ทกั ษะการคดิ ขั้นสงู และนวตั กรรม
ผู้เรียนสร้างและแสดงผลงานการเรยี นรู้โดยผเู้ รียน สมรรถนะที่ 4 การคดิ สรา้ งสรรค
์
สร้างความเขา้ ใจหรือความรู้ท่เี ปน็ ผลงานนน้ั ครูควรสง่ เสรมิ 6) แสดงความคดิ เหน็ ในเร่ืองตา่ ง ๆ บอกเล่าความคิด
ใหผ้ ู้เรียนใช้ความคดิ สรา้ งสรรคด์ ว้ ย
จินตนาการของตนเองที่แปลกใหมไ่ ปจากส่ิงรอบตัวของ
ตนเองและบริบทแวดล้อม และตอ่ ยอดความคดิ ของ
ตนเองใหแ้ ตกตา่ งไปจากเดมิ
7. การประยกุ ต์ใช้ความร
ู้ ทักษะการคิดข้ันสูงและนวัตกรรม
ครสู ร้างสถานการณใ์ หมใ่ หผ้ ูเ้ รียนใชค้ วามรหู้ รอื
สมรรถนะที่ 3 การคิดแกป้ ัญหา
แก้ปัญหาสถานการณ์โดยใชค้ วามรู้นน้ั เชื่อมโยงกบั ความรู้ 5) ลงมอื แกป้ ัญหาดว้ ยตนเองด้วยวธิ ีการท่ีคัดเลือกไว้
อื่นเพอ่ื ใหก้ ารประยุกตใ์ ช้ความรู้บรรลตุ ามเปา้ หมายที่ และดำเนนิ การตามขั้นตอนของวธิ ีการจนปญั หาได้รบั
ตอ้ งการ
การแก้ไข
การออกแบบการจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะตามแนวทางที่ 3 โดยการใช
้
รูปแบบการสอนซ่ึงเป็นนวัตกรรมการสอนท่ีครูใช้ในการจัดการเรียนการสอนตามจุดเน้น
ทตี่ อ้ งการ ครจู งึ ควรวเิ คราะหแ์ ละเลอื กสมรรถนะทส่ี อดคลอ้ งกบั กจิ กรรมทจ่ี ดั ขน้ึ ตามขน้ั ตอน
การสอนของรูปแบบนนั้ ๆ ที่ครูคาดหวงั ให้เกิดสมรรถนะทต่ี ้องการ จะทำใหส้ ามารถส่งเสรมิ
สมรรถนะผู้เรียนไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาจุดเน้นที่ต้องการผู้เรียนตามรูปแบบการสอนได้
ในคราวเดียวกนั
คู่มือ
91
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรียน
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผ้เู รียน
แนวทางที่ 4 : สมรรถนะเปน็ ฐาน ผสานตัวบ่งช
ี้
แนวทางน้ีเป็นการสอนโดยนำสมรรถนะและตัวช้ีวัดที่สอดคล้องกันมาออกแบบ
การสอนร่วมกัน เพ่ือให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งเนื้อหาสาระและทักษะตามท่ีตัวช้ีวัดกำหนด
ไปพร้อมกับการพฒั นาสมรรถนะหลักทจ่ี ำเป็นตอ่ ชีวิต
➢ ลักษณะ
การออกแบบการสอนแนวทางท่ี 4 นี้ เปน็ การนำสมรรถนะมาเปน็ ฐานในการวางแผนออกแบบการจดั
การเรียนการสอน โดยการพิจารณาความสอดคล้องของสมรรถนะกับตัวช้ีวัดท่ีสอดคล้องกัน มาใช้ในการ
ออกแบบการสอน เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งเน้ือหาสาระ ทักษะและเจตคติ ค่านิยมตามท่ีตัวช้ีวัดกำหนด
ไปพรอ้ มกบั การพัฒนาสมรรถนะหลักที่จำเปน็ ตอ่ ชวี ิต วธิ กี ารนเี้ หมาะสำหรับครูท่ไี ดท้ ดลองนำสมรรถนะเข้ามา
ใช้ในการเรียนการสอนปกติตามแนวทางที่ 1 - 2 มาระยะหน่ึง จนมีความม่ันใจมากข้ึน และพร้อมที่จะก้าว
ออกจากการสอนแบบเดิมไปสู่การสอนที่เน้นสมรรถนะอย่างเต็มตัว หรือครูที่เห็นประโยชน์ของสมรรถนะและ
ต้องการจะออกแบบแผนการสอนของตน โดยใช้สมรรถนะเป็นตัวนำในการวางแผนเพ่ือพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
แตข่ ณะเดยี วกันกค็ รอบคลมุ ตัวชี้วัดทหี่ ลักสตู รสถานศึกษากำหนดไว้อย่างครบถว้ น
ลักษณะของแผนการจัดการเรียนการสอนแบบน้ี คือ การเขียนแผนการจัดการเรียนการสอนที่มี
การบูรณาการสมรรถนะสำคญั ท่ีเก่ยี วขอ้ งกับสิง่ ท่คี รตู อ้ งการให้ผ้เู รยี นเกิดการเรยี นรู้ เพอ่ื ให้มกี ารจดั การเรยี นรู้
ทห่ี ลายหลาย เนน้ ใหผ้ เู้ รยี นไดฝ้ กึ การประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ ฝกึ ทกั ษะ และพฒั นาคณุ สมบตั ติ า่ ง ๆ ผา่ นการปฏบิ ตั จิ รงิ
ในสถานการณต์ า่ ง ๆ อย่างกวา้ งขวาง
ทม่ี าของหวั ข้อ/หวั เร่อื ง
ในชว่ งแรกของการเร่ิมต้นปรบั แนวทางการจัดการเรียนการสอน การคดิ ออกแบบจากสมรรถนะความ
ฉลาดรพู้ น้ื ฐาน (Competencies in Basic Literacy) และสมรรถนะหลกั 7 สมรรถนะ (Core Competency)
เป็นฐานในการจัดทำแผนการสอนอาจเป็นส่ิงท่ีครูยังไม่คุ้นเคย จึงมีข้อเสนอแนะว่า ครูสามารถเร่ิมต้นได้ด้วย
วธิ ีการหลายวธิ ี เช่น
1. เร่ิมจากปญั หาสงั คม ประเด็นปญั หาหรอื เหตุการณท์ ีเ่ กิดขึ้นระดบั โรงเรยี น ระดับชุมชน ระดับชาติ
ระดับนานาชาติ และออกแบบแผนการจัดการเรียนการสอน โดยนำสมรรถนะที่ครูวิเคราะห์ความสอดคล้อง
และเอื้อให้ผเู้ รียนเกิดประสบการณต์ รงท่ีเกยี่ วข้องกบั ประเด็นนนั้ ๆ และเปน็ ไปตามจดุ ประสงคท์ ี่วางไว ้
2. เร่ิมจากแนวคิด (Concept) เน้ือหาสาระ ความรู้ (Content/Knowledge) สำคัญที่ต้องการให้
นักเรียนได้เรียนรู้ สร้างองค์ความรู้ ได้มีประสบการณ์ตรง เพ่ือให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย สามารถ
เชอ่ื มโยงแนวคิดหรอื ความรูน้ ั้น ๆ ไปใชใ้ นการดำเนินชีวติ ประจำวัน ในสถานการณต์ ่าง ๆ ได้อยา่ งแทจ้ รงิ
คู่มือ
92 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผ้เู รียน
ระดับประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผ้เู รียน
➢ ขนั้ ตอนการออกแบบการจัดการเรยี นการสอนโดยใชส้ มรรถนะเปน็ ฐานและตัวชวี้ ดั ชนั้ ปี
1) กำหนดสมรรถนะที่ต้องการพัฒนาผู้เรียน กำหนดสมรรถนะหลักและสมรรถนะฉลาดรู้พื้นฐาน
ทต่ี อ้ งการพัฒนาคุณภาพผูเ้ รียนจากหนว่ ยการเรียนรู้ หัวเรอ่ื ง ประเดน็ ปัญหาที่กำหนด
2) พิจารณาเน้ือหาสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรในแต่ละรายวิชา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ และตัวช้ีวัด
ในหลักสตู รทสี่ อดคลอ้ งกับสมรรถนะที่เลอื ก
3) กำหนดหัวข้อ/หัวเร่ือง ความรู้ ทักษะ และเจตคติสำคัญ และจุดประสงค์การเรียนรู้ท่ีต้องการให
้
ผู้เรียนได้เรียนรู้ ซึ่งสามารถกำหนดจากปัญหา แนวคิด จุดเน้น หรือเนื้อหาสาระท่ีกำหนดไว้ในหลักสูตร
โดยเร่มิ จากแนวคดิ ความรู้สำคัญทีต่ ้องการใหผ้ ู้เรยี นไดเ้ รยี นรู้ สร้างองคค์ วามรู้ มปี ระสบการณต์ รง เพอ่ื ใหเ้ กดิ
การเรียนรู้ได้อย่างมีความหมาย สามารถเช่ือมโยงแนวคิดหรือความรู้นั้น ๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน
ได้อยา่ งแทจ้ ริง
4) กำหนดจุดประสงค์การเรยี นรใู้ ห้ครอบคลุมสมรรถนะท่ีกำหนด
5) ออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรทู้ เ่ี ออ้ื ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ กดิ สมรรถนะทตี่ อ้ งการพฒั นา เนน้ การจดั การเรยี นร
ู้
เชงิ รกุ จดั ประสบการณท์ ม่ี คี วามหมาย และสง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นใชค้ วามรทู้ กั ษะ เจตคติ และคณุ ลกั ษณะทไ่ี ดเ้ รยี นร
ู้
แลว้ ในสถานการณต์ ่าง ๆ ในชีวิตจรงิ เพ่อื ใหผ้ ูเ้ รียนไดพ้ ัฒนาสมรรถนะและเป็นไปตามวตั ถปุ ระสงคท์ ีก่ ำหนด
ไว้ โดยมีขัน้ ตอน ดังน
ี้
5.1 กำหนดหัวข้อ/หัวเรื่อง และแนวคิดสำคัญ และวิเคราะห์ว่าเกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระใด
ในรายวชิ าของกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ใดมากท่ีสดุ ทง้ั น้ี อาจเก่ียวข้องสมั พันธ์กับรายวิชาของกลุ่มสาระการเรยี นรู้
2 - 3 กลมุ่ สาระก็เปน็ ได ้
ในขน้ั ตน้ หากครมู ภี าระการสอนทแ่ี ยกแตล่ ะรายวชิ าตามกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ และยงั ไมค่ นุ้ เคย
กับการบูรณาการระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ การเลือกวิธีการจัดการเรียนการสอนบูรณาการภายในรายวิชา
ของกลุ่มสาระการเรียนรู้เดียวกันอาจง่ายกว่า แต่ถ้าครูมีประสบการณ์การบูรณาการระหว่างกลุ่มสาระ
การเรียนรู้มาแล้วหรือมีภาระงานสอนของตนเองหลายรายวิชา การบูรณาการหลายกลุ่มสาระการเรียนรู
้
เข้าเป็นหัวข้อ/หัวเรื่องเดียวกัน จะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะหลายด้านเป็นองค์รวมและ
เป็นการเรียนรู้ที่มีความหมายย่ิงข้ึน การสอนตามเน้ือหาสาระในหัวข้อ/หัวเร่ืองแต่ละรายวิชาของกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ก็จะกลมกลนื กันย่ิงขน้ึ ด้วย
5.2 กำหนดขอบเขตเนื้อหาสาระ ทักษะ เจตคติ วัตถุประสงค์การเรียนรู้ ในแต่ละกลุ่มสาระที่
สัมพันธ์กับหัวข้อ/หัวเร่ืองที่เลือกมาออกแบบการจัดการเรียนการสอน และควรพิจารณาว่า สมรรถนะหลักใด
ท่ีสัมพันธ์กับเนื้อหาสาระ ทักษะ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดในกลุ่มสาระการเรียนรู้นั้น ๆ ในข้ันตอนน้ี เม่ือเร่ิมทำใหม่
ครูอาจต้องพิจารณาระหว่างตัวชี้วัดชั้นปีตามหลักสูตรกับสมรรถนะหลัก แต่เมื่อเกิดความชำนาญขึ้นก็จะ
สามารถคดิ ทง้ั สองเร่ืองไปพร้อมกนั ได้โดยอัตโนมตั ิ
5.3 ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ โดยคำนึงถึงสมรรถนะที่เลือกมาซ่ึงสัมพันธ์กับขอบเขตเน้ือหา
ทักษะ เจตคติ ซ่ึงเป็นตัวชี้วัดช้ันปีตามรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับหัวข้อ/หัวเรื่องท่ีกำหนด
ครูควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนเกี่ยวกับสมรรถนะหลักและสมรรถนะย่อยท่ีเลือกมาว่า สมรรถนะนั้น ๆ
ต้องการให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์อะไร แล้วจึงเริ่มออกแบบกิจกรรมการสอนโดยนำสมรรถนะมาเชื่อมโยง
กับกิจกรรมและงานทใ่ี ห้ผู้เรยี นไดป้ ฏบิ ัติเพอื่ ให้ผเู้ รยี นบรรลผุ ลลพั ธ์การเรยี นร้ทู ่กี ำหนด
คมู่ อื
93
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน
ระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนาผ้เู รียน
5.4 กำหนดคำถามสำคัญที่จะใช้ในการถามนำความคิดและเช่ือมโยงประสบการณ์ของผู้เรียน
เพือ่ สร้างความตระหนักและให้แนวทางแกผ่ เู้ รียนในการเรยี นรู้แต่ละหัวขอ้ ยอ่ ย โดยครูอาจตัง้ คำถามกระตนุ้ ให้
ผเู้ รยี นไดต้ งั้ เปา้ หมายในการหาคำตอบจากบทเรยี นนนั้ ๆ ดว้ ยตนเองดว้ ยวธิ กี ารและสอื่ สารสนเทศทหี่ ลากหลาย
นอกจากนี้ เน่ืองจากการสอนแบบสมรรถนะเป็นฐาน เน้นการส่งเสริมใหผ้ เู้ รยี นประยกุ ต์ใชค้ วามรูแ้ ละ
ทักษะในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ในชวี ิตจรงิ ไดอ้ ย่างหลากหลาย ครูจึงตอ้ งกระตุน้ ให้ผูเ้ รียนกลา้ ลอง และเปดิ โอกาส
ใหผ้ ู้เรียนใช้ความรูแ้ ละทกั ษะของตนในการลงมือปฏิบัตจิ รงิ จากสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทีต่ นยงั ไมค่ ้นุ เคยหรอื มนั่ ใจ
โดยรับฟังให้ข้อคิด และคำแนะนำเพิ่มเติม โดยไม่ด่วนตัดสินว่าผิดหรือถูก คิดไม่เป็น เช่น “ถ้าเหตุการณ์นี้
เกดิ ขน้ึ นกั เรยี นจะทำอยา่ งไร” หากผเู้ รยี นไมส่ ามารถอธบิ ายไดอ้ ยา่ งครบถว้ นสมบรู ณ์ ครคู วรชว่ ยถามนำความคดิ
ของนกั เรียน เรม่ิ ตน้ ให้ พูดให้กำลังใจ หรือกระตนุ้ ใหผ้ เู้ รยี นชว่ ยกนั คดิ ช่วยกนั วางแผน เชน่ “นกั เรียนลองคิด
ด้วยตนเองดูก่อน แล้วแลกเปลี่ยนกับเพื่อน ๆ ว่าคิดเหมือนกันหรือไม่เหมือนกันอย่างไร” “สิ่งท่ีนักเรียนตอบ
มานั้นมีบางส่วนถูกแล้ว ลองขอความเห็นจากเพื่อน ๆ ให้ช่วยเติมเต็มคำตอบนี้ มีนักเรียนคนใดจะช่วยให้
เหตุผลเพ่ิมเติมได้ไหมคะ” จึงเห็นได้ว่า การสอนแบบสมรรถนะเป็นฐาน ซ่ึงเน้นให้ผู้เรียนได้ใช้ความรู้และ
ทกั ษะตามท่ีกำหนดไวใ้ นตัวชว้ี ัดช้ันปขี องหลกั สตู ร ในสถานการณต์ ่าง ๆ อย่างหลากหลายนั้น มคี วามสมั พนั ธ์
กบั ทกั ษะการคิดและการทำงานรว่ มกนั ท่ีเป็นการสง่ เสริมสมรรถนะผู้เรยี นอยตู่ ลอดเวลา
6) วางแผนการประเมินผล โดยเน้นการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment)
ใหส้ อดคลอ้ งและตอบรบั วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ สมรรถนะทกี่ ำหนดไวต้ ง้ั แตต่ น้ โดยวางแผนใหม้ กี ารวดั และประเมนิ ผล
การเรียนรู้หลายด้านและผู้เรียนได้แสดงสมรรถนะท่ีหลากหลาย เป็นงานท่ีชัดเจน ยืดหยุ่นได้ สามารถทำได้
หลายวิธี และอยู่ในความสนใจของผู้เรียน ซ่ึงครูควรระบุเง่ือนไขความสำเร็จของงานอย่างชัดเจน เพ่ือให้เอื้อ
ต่อการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ท่ีใช้สมรรถนะเป็นฐานและสัมพันธ์กับตัวช้ีวัดช้ันปีท่ีครูได้วิเคราะห์
ความสอดคล้องไว้ เม่อื ผเู้ รียนสามารถปฏิบตั ไิ ด้ แสดงว่ามคี วามรู้ความสามารถหรอื มีการเรยี นรูเ้ ร่อื งน้ันแล้ว
สมรรถนะเป็นความสามารถที่เป็นผลรวมของความรู้ ทักษะและคุณลักษณะ
หลายส่วนเข้าดว้ ยกัน ครจู งึ ไม่สามารถประเมนิ อย่างชัดเจนได้ภายในเวลา 1 – 2 บทเรียน/
หน่วยการเรียนรู้ หากแต่สมรรถนะของผู้เรียนจะพัฒนาขึ้น เม่ือผู้เรียนได้เรียนรู้จาก
ประสบการณ์จริงได้ลงมือกระทำ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ท่ีผสมผสานกันระหว่าง
สาระความรู้ กระบวนการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์อย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
ทีผ่ เู้ รียนไดร้ บั การพฒั นาสมรรถนะต่อเน่ือง ครูจงึ ประเมินได้ว่าผูเ้ รียนมีสมรรถนะนั้น ๆ
คู่มือ
94 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผูเ้ รียน
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผูเ้ รียน
ตัวอย่างแผนการจดั การเรยี นการสอน
แนวทางท่ี 4: สมรรถนะเป็นฐาน ผสานตวั บง่ ช
ี้
โรงเรียนประชาราษฎรบ์ ำเพ็ญ สำนักงานเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563
หน่วยการเรยี นรู้ ธ ธง คนนยิ ม เวลา 20 ชว่ั โมง
……………………………………….
1. แนวคดิ สำคญั
ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันให้เหมาะสมกับวัย โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหา
ทางคณิตศาสตร์อย่างเหมาะสม และคำนึงถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ อธิบายความรู้หรือหลักการ
อย่างง่ายที่สะท้อนให้เห็นถงึ ความเชื่อมโยงภายในคณติ ศาสตร์ เช่ือมโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตร์อน่ื ๆ ตดั สนิ ใจ
เลือกทำกิจกรรมที่ตนสนใจตามความถนัด และความสามารถอย่างมั่นใจ แสดงออกและตอบสนองต่ออารมณ์
และความรู้สึกของตนเองและผู้อ่ืนในทางบวก เป็นผู้นำและเป็นสมาชิกที่ดีของกลุ่ม แสดงออกได้อย่าง
เหมาะสม มีแรงบนั ดาลใจในการพัฒนาตนเองใหเ้ ปน็ ที่ไว้วางใจ
2. สมรรถนะหลกั ทตี่ ้องการพฒั นา (Core competency)
2.1 สมรรถนะในความฉลาดรูพ้ น้ื ฐาน (Competencies in Basic Literacy)
2.1.1 สมรรถนะหลักคณิตศาสตร์ในชวี ิตประจำวัน (Mathematics in Everyday Life)
สมรรถนะที่ 1 การแก้ปัญหาใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ท่ีมีแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันให้
เหมาะสมกับวัย โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์อย่างเหมาะสม และคำนึงถึงความสมเหตุสมผล
ของคำตอบที่ได
้
สมรรถนะท่ี 4 อธิบายความรู้หรือหลักการอย่างง่ายท่ีสะท้อนให้เห็นถึงความเช่ือมโยง
ภายในคณิตศาสตร์ เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับชีวิตประจำวัน อย่าง
สมเหตุสมผลตามวัย
2.2 สมรรถนะหลัก (Core Competency)
2.2.1 สมรรถนะหลักด้านทักษะชีวิตและความเจริญแห่งตน (Life Skills and Personal
Growth)
สมรรถนะที่ 1 ตัดสินใจเลือกทำกิจกรรมที่ตนสนใจ ตามความถนัด และความสามารถ
อย่างม่นั ใจ แสดงออก ตอบสนองตอ่ อารมณแ์ ละความร้สู กึ ของตนเองและผู้อนื่ ในทางบวก
2.2.2 สมรรถนะหลักด้านการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีม และมีภาวะผู้นำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)
สมรรถนะที่ 1 เป็นผู้นำและเป็นสมาชิกท่ีดีของกลุ่มแสดงออกได้อย่างเหมาะสม มีแรง
บันดาลใจในการพฒั นาตนเองให้เปน็ ทไี่ วว้ างใจ
คูม่ อื
95
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รยี น
ระดับประถมศกึ ษาปีท่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผ้เู รียน
3. มาตรฐาน ตวั ชี้วัดชน้ั ปี และสาระการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 2.1 ป.6/2 : แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นท่
ี
ของรูปหลายเหลีย่ ม
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง : การสร้างรูปสามเหลยี่ ม
มาตรฐาน ค 2.2 ป.6/1 : จำแนกรปู สามเหล่ยี มโดยพิจารณาจากสมบตั ิของรปู
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง : ชนิดและสมบัติของรปู สามเหล่ยี ม
มาตรฐาน ค 2.2 ป.6/2 : สร้างรูปสามเหล่ยี มเม่ือกำหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมุม
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง : การสร้างรปู สามเหล่ียม
4. จดุ ประสงค์การเรียนรูฐ้ านสมรรถนะ
ประยุกต์ใช้ความรู้เร่ือง รูปสามเหลี่ยม โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์เพ่ือแก้ปัญหา
อย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ อธิบายความรู้หรือหลักการอย่างง่ายท่ีสะท้อน
ให้เห็นถงึ ความเช่ือมโยงคณิตศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ น่ื ๆ ตัดสนิ ใจเลือกทำกจิ กรรมท่ีตนสนใจ ตามความถนดั และ
ความสามารถอย่างม่ันใจ แสดงออกและตอบสนองต่ออารมณ์ และความรู้สึกของตนเองและผู้อ่ืนในทางบวก
เปน็ ผ้นู ำและเป็นสมาชิกท่ีดขี องกลมุ่ แสดงออกไดอ้ ยา่ งเหมาะสม และมแี รงบนั ดาลใจในการพฒั นาตนเอง
1) ศึกษาและนำความรู้เร่ือง รูปสามเหล่ียม การสร้างรูปสามเหล่ียม การหาความยาวรอบรูปและ
พ้นื ทรี่ ปู สามเหลี่ยมมาใชใ้ นการปฏิบตั ิกจิ กรรม โดยประยกุ ตใ์ ช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์อย่างสมเหตสุ มผล
2) รวบรวม สำรวจขอ้ มลู โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ของบุคคลทท่ี กุ คนชื่นชมยกยอ่ ง
3) ออกแบบธง รูปสามเหล่ียมขนาดต่าง ๆ โดยใช้หลักการทางคณิตศาสตร์และการทำงานเป็นทีม
พรอ้ มท้ังนำเสนอผลงานทีส่ รา้ งแรงบันดาลใจในการทำงาน
4) เผยแพรผ่ ลงานทีเ่ กิดประโยชนใ์ ห้แก่ผู้อนื่
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ช่วั โมงที่ 1 - 5 สถานการณ์: ศกึ ษาเรยี นรู้ เรือ่ ง รปู สามเหลีย่ ม ลักษณะ และชนิดของรปู สามเหลี่ยม
มุมภายในของรูปสามเหลยี่ ม การสร้างรปู สามเหลย่ี ม
ช่ัวโมงท่ี 1
1) นักเรียนสนทนาลักษณะท่ัวไปของรูปสามเหลี่ยม แล้วช่วยกันสรุปว่ารูปสามเหล่ียมมีลักษณะ
เฉพาะอย่างไร (มีด้านสามด้าน มีมุมสามมุม) ร่วมกันอภิปรายถึงการกำหนดด้าน จุดยอดมุม ด้านประกอบ
มุมยอด และสรุปรว่ มกัน
2) นักเรยี นแบ่งกล่มุ กล่มุ ละ 5 - 6 คน ครูแจกรูปสามเหล่ยี มชนดิ ตา่ ง ๆ ใหน้ ักเรียนทุกกลุม่ (ชนดิ ละ
2 รปู ) ช่วยกนั ค้นหาคำตอบ ชอื่ ด้านสามเหลี่ยมแต่ละด้าน มุมแตล่ ะมุม การวดั ขนาดของดา้ น และขนาดของ
มมุ ของรูปสามเหลี่ยมแตล่ ะชนิด
3) นักเรียนทุกกลุ่มนำเสนอผลการจำแนกของแต่ละกลุ่มแล้ว อภิปรายร่วมกันถึงความถูกต้องของ
ขอ้ มลู พรอ้ มท้งั สรปุ รปู สามเหล่ยี มทีแ่ บง่ ตามลักษณะของด้าน 3 ชนดิ (รูปสามเหล่ียมด้านเท่า รปู สามเหล่ียม
หนา้ จวั่ และรปู สามเหลย่ี มดา้ นไมเ่ ทา่ )
คมู่ อื
96 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนาผ้เู รียน
4) นักเรียนแต่ละกลุ่มแบ่งรูปสามเหลี่ยมตามลักษณะของมุม นำเสนอผลการจำแนกของแต่ละกลุ่ม
แล้วอภิปรายร่วมกันถึงความถูกต้องของข้อมูล พร้อมท้ังสรุปร่วมกัน ได้รูปสามเหล่ียมท่ีแบ่งตามลักษณะ
ของมุม 3 ชนดิ ดงั น้ี คือ รปู สามเหลี่ยมมุมฉาก รูปสามเหลยี่ มมมุ แหลม และรูปสามเหลีย่ มมมุ ปา้ น
5) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปลักษณะของรูปสามเหลี่ยมที่จำแนกตามลักษณะของด้านและมุม
และจำแนกรูปสามเหลี่ยมที่ครูแจกให้อีกคร้ัง พร้อมท้ังฝึกทักษะเพ่ิมเติม โดยทำใบงานที่ 1 นักเรียนช่วยกัน
ตรวจสอบความถกู ต้อง ครูและนกั เรียนร่วมกันเฉลยกจิ กรรม
ชว่ั โมงที่ 2
6) นักเรียนศึกษาการหามุมภายในของรูปสามเหลี่ยมจากส่ือวัสดุและแหล่งความรู้ท่ีหลากหลาย เช่น
หนังสือเรียน อินเทอร์เน็ต แล้วสรุปร่วมกันถึงขนาดของมุมภายในของรูปสามเหล่ียม พร้อมท้ังได้ข้อสรุป
ร่วมกันวา่ มุมภายในของรปู สามเหล่ียมรวมกันได้ 180 องศา
7) นกั เรยี นฝกึ ทกั ษะปฏบิ ตั กิ ารหามมุ ภายใน ทำใบงานท่ี 2 ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
และร่วมกันเฉลยกจิ กรรม
ช่ัวโมงท่ี 3 - 4
8) นักเรยี นศึกษาการสร้างรปู สามเหลีย่ มชนิดตา่ ง ๆ และจัดหาวัสดเุ พ่ือฝกึ สรา้ งรูปสามเหล่ยี มโดยนำ
หลักการทางคณติ ศาสตรม์ าประยกุ ตใ์ ช้
ชว่ั โมงที่ 5
9) นกั เรยี นนำรปู สามเหลย่ี มชนดิ ตา่ ง ๆ ทส่ี รา้ งขนึ้ นำมาแลกเปลย่ี นกบั เพอื่ น เพอ่ื รว่ มกนั หาคำตอบวา่
เป็นรูปสามเหล่ียมชนิดใด ความยาวรอบรูปเท่าไร พร้อมทั้งร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง และสรุปวิธี
หาความยาวรอบรูปร่วมกนั
10) นักเรียนฝึกหาความยาวรอบรูปของรูปสามเหล่ียม จากวัสดุ ส่ิงของเครื่องใช้ สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ
รอบตวั ท่บี า้ นและทโ่ี รงเรียน พร้อมทั้งตรวจสอบความถูกตอ้ งรว่ มกนั
ชั่วโมงท่ี 6 - 12 สถานการณ์ การประยุกต์ใช้ความรสู้ ร้างรูปสามเหลยี่ มและหาความยาวรอบรปู
11) ครูใหน้ กั เรียนศึกษาใบความรู้ เร่ือง การหาพื้นทีร่ ูปสามเหลย่ี ม พร้อมทงั้ อภิปรายวธิ กี ารรว่ มกัน
12) นักเรียนฝึกหาพื้นท่ีรูปสามเหลี่ยมจากแบบฝึกหัด โดยให้นักเรียนร่วมกันสร้างรูปสามเหลี่ยม
ขนาดต่าง ๆ กลุ่มละ 5 - 10 รูปพร้อมทั้งเฉลยคำตอบ แล้วนำผลงานมาให้เพื่อน ๆ ฝึกหาความยาวรอบ
รูปสามเหลย่ี มท่ีกำหนด โดยการหมนุ เวยี นกนั ทุกกลุ่ม โดยเจา้ ของผลงาน เฉลยคำตอบให้เพอ่ื น ๆ ไดท้ ราบเพ่ือ
ตรวจสอบความถกู ต้อง
13) นกั เรยี นตรวจสอบความถูกต้อง สรปุ และอภิปรายร่วมกัน
ชว่ั โมงท่ี 13 - 14 สถานการณ์ : การค้นหาเพอื่ นท่ีเราควรยกยอ่ งช่นื ชมในห้องเรียน
14) ครูสนทนากับนักเรียนเก่ียวกับบุคคลท่ีเราควรให้การยกย่อง ช่ืนชม ควรมีลักษณะเช่นไร
ด้วยประเดน็ คำถาม ดังน้ี
- นักเรียนคิดวา่ บุคคลใดทน่ี กั เรยี นรู้จกั ควรได้รบั การชื่นชม ยกย่อง เพราะเหตุใด
- นกั เรยี นคิดวา่ ในหอ้ งเรยี นมีคนท่ีนา่ ยกย่องชน่ื ชมหรือไม่ มากนอ้ ยเพยี งใด
คูม่ อื
97
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผูเ้ รียน
ระดบั ประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผ้เู รียน
15) ครใู ห้นกั เรียนแบ่งกล่มุ ตามความสนใจ รว่ มกนั คิดว่าเพอื่ น ๆ ในหอ้ งที่นักเรียนยกย่องชนื่ ชมตอ้ ง
มีคุณสมบัติอยา่ งไร พรอ้ มทงั้ สรุปคณุ ลักษณะร่วมกนั ทงั้ ห้องเพยี ง 1 อยา่ ง
16) นักเรียนร่วมกันเลือกเพื่อนท่ีตนยกย่องในกลุ่ม สรุปรายช่ือนักเรียนท่ีมีคุณสมบัติตาม ต้องการ
พร้อมทงั้ ใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ รวบรวมข้อมูลที่ไดแ้ ละเตรยี มการจัดกระทำขอ้ มูลตอ่ ไป
ชัว่ โมงท่ี 15 - 17 สถานการณ์ : การสรุปขอ้ มลู และนำเสนอขอ้ มูลดว้ ยภาษาทางคณิตศาสตร์
17) นกั เรยี นรว่ มกนั ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรเู้ รอ่ื งรปู สามเหลยี่ มนำมาออกแบบสญั ลกั ษณเ์ ปน็ ธงรปู สามเหลยี่ ม
เพ่อื มอบใหก้ บั คนทีม่ คี ุณสมบตั ิไดร้ ับความนยิ มชมชอบในหอ้ งเรยี น
18) ครูและนักเรียนร่วมกันกำหนดเวลาในการจัดทำธงสามเหลี่ยมให้มีขนาดและพ้ืนที่ตามท่ีกำหนด
พร้อมทั้งตรวจสอบความถูกต้องรว่ มกนั
19) เมอ่ื นกั เรียนทุกคนเตรยี ม ธ ธง คนนยิ ม เรียบรอ้ ยแลว้ ใหน้ ักเรียนกำหนดวธิ ีการมอบให้กบั คนท่ี
นยิ มชมชอบ แล้วใหน้ ักเรยี นนำธงมอบให้กบั คนทม่ี ีคุณลกั ษณะท่กี ำหนดไว้
20) ครทู บทวนกจิ กรรม และอภปิ รายรว่ มกนั ดงั นี
้
- เราจะมีวิธกี ารจดั ข้อมูลอยา่ งไร กอ่ นจะนำเสนอข้อมลู ตามทีว่ างแผนไว้
21) นักเรียนร่วมกันหาคำตอบคนที่ได้รับความนิยมในห้องเรียนโดยใช้ตารางแจกแจงความถ่ี และ
เปลี่ยนคา่ ของขอ้ มูลเปน็ รูปร้อยละหรอื เปอร์เซ็นต์ โดยให้นกั เรยี นใช้วธิ ีหาพนื้ ทขี่ องธงรูปสามเหลี่ยมในแต่ละธง
ท่ไี ดร้ บั ท่ีมพี น้ื ทไ่ี ม่เท่ากัน ใครไดพ้ ้นื ทร่ี วมมากท่ีสุดแสดงวา่ เปน็ ผู้ที่ได้รบั ความชนื่ ชมมากทีส่ ดุ
22) นกั เรยี นอภปิ รายร่วมกนั วา่ เราตอ้ งปฏบิ ัติตนอยา่ งไรจึงจะมีคนช่นื ชม ยกยอ่ ง และเห็นคุณคา่
23) นักเรียนบันทึกการปฏิบัติตนในแต่ละวัน และนำมาอภิปรายร่วมกัน โดยสามารถเพ่ิมเติม
พฤติกรรมท่ีปฏิบัติจากการสังเกตพฤติกรรมจากเพ่ือน ๆ ได้ และให้นักเรียนคัดเลือกเพ่ือนท่ีจะได้รับ ธ ธง
คนนิยมอกี ครั้ง
ชวั่ โมงที่ 18 - 20 สถานการณ์ : การอธบิ าย สอื่ สารขอ้ มลู หรอื ขอ้ เทจ็ จริงใหผ้ อู้ ื่นเขา้ ใจและเผยแพร่
ผลงานทีเ่ ปน็ ประโยชน์ต่อผูอ้ ่ืน
24) นกั เรียนนำเสนอขอ้ มูลให้กับเพือ่ นนกั เรยี นดว้ ยกนั ไดร้ บั ทราบข้อมลู สรุปข้อมลู ท่ีพบ และรว่ มกนั
อภปิ รายถงึ ประเดน็ ปัญหา
25) นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผนเตรียมจัดบอร์ดแสดงผลงาน ร่วมชมผลงานท่ีตนเองและเพื่อน ๆ
นำเสนอผา่ นบอรด์ แสดงผลงาน
26) นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มสำรวจขอ้ มูลความพึงพอใจจากผ้มู ีส่วนเกีย่ วขอ้ ง รว่ มกันสรปุ ประโยชนท์ ไี่ ด้รับ
จากการปฏิบตั ิกจิ กรรมหน่วยการเรียนรู้นี้ เพอ่ื นำขอ้ มูลทีไ่ ดม้ าพฒั นางานต่อไป
6. สือ่ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้
1) ใบความรู้
2) ใบงาน
3) ส่อื เทคโนโลยี จาก Website ต่าง ๆ
4) วัสดอุ ุปกรณ์สร้างรูปสามเหล่ยี มและธง
5) แบบสำรวจความพงึ พอใจ
คมู่ อื
98 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรียน
ระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนาผูเ้ รียน
7. การวัดและประเมินผล
7.1 การประเมินสมรรถนะในความฉลาดรู้พ้ืนฐานและสมรรถนะหลักท่ีต้องการพัฒนาการประเมิน
การปฏบิ ัตงิ านตามสภาพจรงิ เก่ียวกับ
1) การประยกุ ตใ์ ช้ความรเู้ รื่อง รูปสามเหล่ียม ในการทำกจิ กรรม ธ.ธง คนนยิ ม
2) การรวบรวม ออกแบบจัดกระทำข้อมูล นำเสนอข้อมูลอย่างสร้างสรรค์โดยใช้กระบวนการ
ทางคณิตศาสตร์
3) อธิบายเหตุการณ์ ส่ือสารข้อมูล/ข้อเท็จจริงท่ีจัดทำข้ึนให้ผู้อ่ืนเข้าใจได้ เหมาะสมกับเน้ือหา
และสถานการณอ์ ยา่ งสมเหตสุ มผล และเผยแพร่ผลงานดว้ ยภาษาทางคณิตศาสตร์ให้ผ้อู น่ื เข้าใจ
7.2 การประเมินตวั ช้ีวดั ชน้ั ปจี ากการตรวจผลงานท่ีได้จากการปฏบิ ตั ิจรงิ ระหวา่ งสอน
มาตรฐาน ค 2.1 ป.6/2: แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาเก่ียวกับความยาวรอบรปู และพืน้ ที่
ของรูปหลายเหลยี่ ม
มาตรฐาน ค 2.2 ป.6/1: จำแนกรปู สามเหลยี่ มโดยพจิ ารณาจากสมบัตขิ องรูป
มาตรฐาน ค 2.2 ป.6/2: สร้างรปู สามเหล่ยี มเมอ่ื กำหนดความยาวของด้านและขนาดของมมุ
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมนิ สมรรถนะในความฉลาดรูพ้ ้นื ฐาน
คณติ ศาสตรใ์ นชีวติ ประจำวัน
รา ยการประเมนิ 5 : ดมี าก 4 : ดี
เกณฑก์ ารให้คะแนน
2 : พอใช ้ 1 : ปรบั ปรงุ
3 : ปานกลาง
สมรรถนะท่ี 1
- แกป้ ัญหา
- แก้ปญั หา
- แกป้ ัญหา
- แก้ปญั หา
ทำไดไ้ มถ่ งึ เกณฑ์
การแกป้ ญั หาใช้ โดยใช้ความรู้ โดยใช้ความรู้ โดยใช้ความรู้ โดยใช้ความรู้ ข้างต้นหรอื ไม่มี
ความร้ทู าง ร่องรอย
คณิตศาสตรท์ มี่ ี
ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์
ทางคณติ ศาสตร
์ ทางคณติ ศาสตร
์ การดำเนินการ
ในชีวติ ประจำวัน
ท่มี ใี นการ
ที่มีแกป้ ญั หา
ทมี่ ีแก้ปญั หา ท่มี ีแกป้ ัญหา แก้ปัญหา
ได้เหมาะสมกบั วัย แก้ปญั หา
ในชวี ติ ประจำวนั
โดยใช้กระบวนการ ในชวี ติ ประจำวนั
ไดอ้ ย่าง
ในชวี ติ ประจำวนั
ในชวี ติ ประจำวนั
แก้ปญั หาทาง ไดอ้ ย่าง
เหมาะสมกับวัย ไดอ้ ย่าง
ได้เปน็ บางเร่ือง
คณติ ศาสตร
์ เหมาะสมกับวยั เหมาะสมกับวยั
อย่างเหมาะสม และ และคำนงึ ถึง และคำนงึ ถึง
คำนงึ ถึงความสมเหตุ และคำนึงถงึ ความสมเหตุ และคำนึงถงึ ความสมเหตุ
สมผลของคำตอบ
ความสมเหตุ สมผลของ
ความสมเหตุ สมผลของ
ท่ีได
้ สมผลของ
คำตอบท่ไี ด ้
สมผลของ
คำตอบทไ่ี ด้
คำตอบท่ไี ด ้
- ใชย้ ุทธวิธี คำตอบท่ีได้
- มีรอ่ งรอย
- ใชย้ ทุ ธวิธี ดำเนนิ การ
- ใช้ยทุ ธวธิ ี การแก้ปัญหา
ดำเนนิ การ
แก้ปัญหา ดำเนินการ
บางส่วน
แก้ปัญหา สำเร็จ
แก้ปญั หา เร่ิมคดิ วา่ ทำไม
สำเรจ็ อยา่ งมี - อธิบาย
สำเรจ็ เพียง
จงึ ตอ้ งใชว้ ธิ กี าร
ประสทิ ธิภาพ
ถงึ เหตผุ ล
บางส่วน
น้ันแล้วหยุด
- อธบิ ายถงึ ในการใชว้ ิธกี าร - อธบิ ายถงึ อธบิ ายตอ่ ไมไ่ ด้
เหตุผลในการ ไดช้ ดั เจนเปน็ เหตุผล
แก้ปญั หา
ใช้วิธีการ
สว่ นใหญ่
ในการใชว้ ิธีการ ไมส่ ำเรจ็
ดงั กลา่ วได้
ดงั กล่าวได้
เข้าใจชัดเจน
บางสว่ น
คมู่ อื
99
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รียน
ระดับประถมศกึ ษาปีท่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผเู้ รยี น
รา ยการประเมนิ 5 : ดีมาก 4 : ดี เกณฑ์การให้คะแนน
3 : ปานกลาง 2 : พอใช้ 1 : ปรับปรงุ
สมรรถนะที่ 4 มกี ารอ้างองิ เสนอ มกี ารอา้ งอิง
เสนอแนวคดิ
- มคี วามพยายาม
ไม่มแี นวคดิ
อธิบายความรหู้ รือ แนวคดิ ประกอบ ทถ่ี ูกต้องบางส่วน ไม่สมเหตสุ มผล
เสนอแนวคดิ ประกอบการ
หลักการอย่างง่าย
การตัดสินใจอย่าง และเสนอแนวคดิ ในการประกอบ ตดั สนิ ใจ ไมม่ กี าร
ท่ีสะท้อนใหเ้ ห็นถึง มเี หตุผล
ประกอบการ การตัดสนิ ใจ
ประกอบการ เชอื่ มโยงกับสาระ
ความเช่อื มโยง - นำความรู้
ตัดสนิ ใจ
- นำความรู ้
ตดั สนิ ใจ
อ่นื ใด
ภายในคณิตศาสตร์ หลักการ และ - นำความร ู้
หลักการ และ - นำความร้ ู
เชื่อมโยง หลักการ และ หลักการ และ
คณิตศาสตรก์ บั ใชว้ ิธกี ารทาง วธิ ีการทาง วิธกี ารทาง
ศาสตรอ์ นื่ ๆ และ คณิตศาสตร์
ใช้วธิ ีการทาง คณติ ศาสตรไ์ ป คณิตศาสตร์
เชอื่ มโยงคณติ ศาสตร์
ในการเชือ่ มโยง คณติ ศาสตร์
เชื่อมโยงทาง ในการเชื่อมโยง
กบั ชวี ิตประจำวนั ทางคณติ ศาสตร
์ ในการเชอ่ื มโยง คณิตศาสตร
์ ยังไมไ่ ดเ้ ปน็
อย่างสมเหตุสมผล ไดด้ กี บั สาระอน่ื
ทางคณติ ศาสตร
์ ไดบ้ ้างบางสว่ น
ส่วนใหญ่
ตามวยั
ในชวี ติ ประจำวนั ได้เปน็ สว่ นใหญ่
เพื่อช่วยในการ กับสาระอนื่ ใน
แกป้ ัญหาหรือ ชวี ติ ประจำวัน
ประยุกตใ์ ชไ้ ด้ เพอื่ ชว่ ยในการ
อย่างสอดคลอ้ ง แกป้ ัญหา หรอื
และเหมาะสมดี ประยุกต์ใชไ้ ด้
บางส่วน
เกณฑ์การให้คะแนนประเมนิ สมรรถนะหลัก
สมรรถนะหลกั ด้านทกั ษะชีวิตและความเจรญิ แหง่ ตน (Life Skills and Personal Growth)
รา ยการประเมนิ 5 : ดมี าก 4 : ด ี
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
2 : พอใช้ 1 : ปรับปรุง
3 : ปานกลาง
สมรรถนะท่ี 1 ตดั สนิ ใจเลอื กทำ ตดั สนิ ใจเลอื กทำ ตัดสินใจเลือกทำ ไมส่ ามารถตดั สนิ ใจ
ไมส่ ามารถตดั สนิ ใจ
ตดั สนิ ใจเลือกทำ กจิ กรรมทตี่ นสนใจ กจิ กรรมทต่ี นสนใจ กจิ กรรมทตี่ นสนใจ เลอื กทำกิจกรรม
เลอื กทำกิจกรรม
กิจกรรมทต่ี นสนใจ ตามความถนดั ตามความถนดั ตามความถนดั ทตี่ นสนใจตาม ท่ีตนสนใจตาม
ตามความถนดั และ และความสามารถ และความสามารถ และความสามารถ ความถนัดและ ความถนัดและ
ความสามารถอยา่ ง อย่างม่ันใจ แตย่ งั ขาดความ ได้ แตข่ าดความ ความสามารถ ความ สามารถ
มั่นใจ แสดงออกและ แสดงออกและ ม่ันใจอยู่บ้าง มัน่ ใจ แสดงออก ขาดความม่ันใจ ขาดความมน่ั ใจ
ตอบสนองตอ่ อารมณ์ ตอบสนองตอ่ แสดงออกและ และตอบสนองต่อ แสดงออกและ ไม่สามารถ
และความรู้สึกของ อารมณ์ และ ตอบสนองต่อ อารมณ์ และ ตอบสนองตอ่ แสดงออกและ
ตนเองและผ้อู น่ื
ความรสู้ กึ ของ อารมณ์ และ
ความรสู้ กึ ของ อารมณ์ และ
ตอบสนองตอ่
ในทางบวก
ตนเองและผู้อ่นื
ความร้สู ึกของ ตนเองและผู้อ่ืน
ความรสู้ กึ ของ อารมณ์ และ
ในทางบวกได
้ ตนเองและผ้อู ่นื
ในทางบวกได้เปน็ ตนเองและผู้อนื่
ความร้สู กึ ของ
ในทางบวกได้
เป็นสว่ นใหญ่
ในทางบวกได้เป็น ตนเองและผอู้ น่ื
บางครงั้
และมกั แสดงออก
ในทางลบ
คมู่ ือ
100 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รียน
ระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผเู้ รยี น
เกณฑ์การให้คะแนนประเมินสมรรถนะหลัก
สมรรถนะหลกั ดา้ นการทำงานแบบรวมพลังเปน็ ทมี และมภี าวะผูน้ ำ
(Collaboration, Teamwork and Leadership)
รา ยการประเมนิ 5 : ดีมาก 4 : ดี
เกณฑก์ ารให้คะแนน
2 : พอใช้ 1 : ปรับปรุง
3 : ปานกลาง
สมรรถนะท่ี 1
เป็นผูน้ ำและเป็น เปน็ ผนู้ ำและเป็น เป็นผูน้ ำและเปน็ เปน็ ผ้นู ำและเป็น เปน็ ผู้นำและเป็น
เปน็ ผนู้ ำและ
สมาชิกที่ดขี อง สมาชิกทดี่ ีของ สมาชกิ ทด่ี ขี อง สมาชิกทดี่ ีในบาง สมาชิกที่ไมด่ ี
เปน็ สมาชิกท่ดี ขี อง กล่มุ แสดงออก
กลมุ่ แสดงออก
กลุม่ แสดงออก
สถานการณ์
ทุกสถานการณ์
กลุ่มแสดงออก
ได้อยา่ งเหมาะสม ได้อย่างเหมาะสม ไดอ้ ย่างเหมาะสม จะแสดงออก
จะแสดงออก
ได้อย่างเหมาะสม
มแี รงบนั ดาลใจ มแี รงบันดาลใจ แต่ขาดแรง ได้อย่างเหมาะสม ได้อยา่ งเหมาะสม
มีแรงบันดาลใจ
ในการพัฒนา ในการพฒั นา บันดาลใจในการ โดยตอ้ งอาศยั
โดยต้องอาศัย
ในการพฒั นาตนเอง ตนเองให้เปน็ ท
่ี ตนเองเมื่อมีผอู้ นื่ พฒั นาตนเอง
ผชู้ แี้ นะเปน็ บางครงั้
ผู้ช้แี นะทกุ ครง้ั
ให้เป็นทไ่ี ว้วางใจ
ไว้วางใจ
ชแ้ี นะ
การออกแบบการจัดการเรียนการสอนท้ัง 4 แนวทาง ที่ใช้สมรรถนะเป็นฐาน
โดยการนำตัวชี้วัดของหลักสูตรอิงมาตรฐานท่ีสอดคล้องมาบูรณาการเพ่ือการจัดกิจกรรม
พัฒนาผู้เรียนควบคู่กันไป เป็นแนวทางหนึ่งท่ีทำให้ครูผู้สอนสามารถนำมาใช้ในช่วงระหว่าง
การเปล่ียนแปลงในการปรับหลักสูตรอิงมาตรฐานไปสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ เพ่ือส่งเสริม
พัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะท่ีต้องการได้จากภาระงาน การปฏิบัติจริง และประสบการณ
์
ทผี่ ู้เรยี นได้รับอย่างหลากหลาย
❖ กลุ่มท่ี 3: การนำกรอบสมรรถนะหลักสู่การพัฒนาผ้เู รียนบนฐานสมรรถนะ
การนำกรอบสมรรถนะหลักสู่การพัฒนาผู้เรียนบนฐานสมรรถนะของกลุ่มแนวคิดน้ี เป็นการวิเคราะห์
กรอบสมรรถนะหลักของสมรรถนะในความฉลาดรู้พ้ืนฐาน (Competencies in Basic Literacy) และ
สมรรถนะหลัก 7 สมรรถนะ (Core Competency) เป็นฐาน ไปสู่การพัฒนาผู้เรียนช่วงเปล่ียนผ่านสู่
การพัฒนาโดยอิงฐานสมรรถนะตามหลักสูตรฐานสมรรถนะในอนาคตอย่างเต็มรูปแบบ กลุ่มแนวคิดนี้เป็น
การออกแบบการจัดการเรียนการสอนท่ีใช้กรอบสมรรถนะหลักมาเป็นฐานหลักในการจัดการเรียนการสอน
ฐานสมรรถนะ (Competency - based Instruction: CBI) ซึ่งเปน็ การพัฒนาผูเ้ รียนโดยใช้สมรรถนะเปน็ ฐาน
ในลกั ษณะการบรู ณาการ ดังน้
ี
แนวทางท่ี 5 : บูรณาการผสานหลายสมรรถนะ
แนวทางท่ี 6 : สมรรถนะชวี ิตในกิจวัตรประจำวัน
แนวทางท่ี 7 : การเรียนรู้สมรรถนะแบบผสมผสาน (Hybrid Competency Learning)
แนวทางที่ 8 : เช่อื มงาน ประสานการเรยี นรสู้ ่กู ารพัฒนาสมรรถนะท้งั โรงเรยี น
(Whole - School Learning)
แตล่ ะแนวทางมรี ายละเอยี ดดงั นี
้
คูม่ ือ
101
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผ้เู รยี น
แนวทางที่ 5 : บรู ณาการผสานหลายสมรรถนะ
การออกแบบการสอนฐานสมรรถนะแบบบูรณาการช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนา
สมรรถนะในความฉลาดรู้พ้ืนฐาน และสมรรถนะหลัก 7 สมรรถนะอย่างครบถ้วน
ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะ คุณลักษณะท่ีดีจากกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างมี
ความหมาย อีกทั้งช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำส่ิงที่เรียนรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่าง
แท้จรงิ ...รู้จริง เขา้ ใจชัด และใช้เปน็ ...
➢ ลักษณะ
แนวทางท่ี 5 “บูรณาการผสานหลายสมรรถนะ” เป็นการสอนโดยนำสมรรถนะในความฉลาดร้
ู
พ้ืนฐาน และสมรรถนะหลักทั้ง 7 สมรรถนะ เป็นตัวตั้ง และวิเคราะห์ตัวช้ีวัดชั้นปีที่เกี่ยวข้อง แล้วออกแบบ
การสอนท่ีมีลักษณะเป็นหน่วยบูรณาการท่ีช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติท่ีเหมาะสมตามช่วงวัย
และเหน็ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างรายวิชา/กลุ่มสาระการเรยี นรตู้ า่ ง ๆ
การบูรณาการ เป็นการจัดการเรียนรู้แบบองค์รวมที่นำสิ่งท่ีเกิดขึ้นจริงในชีวิต สังคมและโลก เช่น
สถานการณ์ ประเด็นสำคัญในสังคม ปรากฏการณ์ ท่ีเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้เรียนมาเช่ือมโยงกับเน้ือหา ทักษะ
และเจตคติในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ท่ีเหมาะสมกับบริบทผู้เรียน โดยผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงการเรียนและ
ประยุกต์ใช้กับประสบการณ์ในชีวิต สร้างประสบการณ์ ความรู้และความสามารถ เพื่อให้เกิดสมรรถนะใน
ความฉลาดรู้พ้ืนฐาน และสมรรถนะหลักท้ัง 7 สมรรถนะ และสามารถนำไปใช้ได้จริงในสถานการณ์ต่าง ๆ
อย่างมีความสุขและเป็นพลเมืองไทยผู้ใส่ใจสังคม การสอนแบบบูรณาการจึงเป็นแนวทางการสอนท่ีสอดคล้อง
กบั ปรัชญาการสอนแบบสมรรถนะเปน็ ฐานมากที่สุด
➢ ขน้ั ตอนการออกแบบการจดั การเรียนการสอนโดยใชก้ ารบูรณาการหลายสมรรถนะ
1. ทบทวนสมรรถนะในความฉลาดรู้พ้ืนฐาน และสมรรถนะหลัก ท้ัง 7 สมรรถนะและวิเคราะห์
เน้อื หาสาระ ความรู้ ทักษะท่กี ำหนดเปน็ ตวั ช้ีวัดชน้ั ปขี องของกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ต่าง ๆ
2. กำหนดหน่วยการเรียนรู้ ที่สามารถสร้างความเช่ือมโยงกับเนื้อหาการเรียนรู้ท่ีสัมพันธ์และน่าสนใจ
เหมาะสมกบั วยั ของผ้เู รยี น หรือเปน็ หน่วยการเรียนรู้ท่เี ป็นภูมปิ ญั ญา วิธกี ารคัดเลอื กหนว่ ยการเรียนรู้ สามารถ
ทำไดห้ ลายวธิ ี เช่น
2.1 เร่ิมจากส่งิ ทผ่ี เู้ รยี นสนใจหรือสง่ิ ที่สามารถกระตุ้นให้สนใจได้งา่ ย
2.2 เริ่มจากปัญหาที่พบในผู้เรียน ในโรงเรียน ในสังคม และออกแบบหน่วยการเรียนรู้ท่ีเอ้ือให้
ผ้เู รยี นไดเ้ กิดประสบการณจ์ ากกิจกรรมท่ีครอู อกแบบและเปน็ ไปตามจุดประสงค์ท่วี างไว้
2.3 เริ่มจากปัญหาสังคม ประเด็นทางสังคม เหตุการณ์ที่เกิดข้ึน ในระดับโรงเรียน ระดับชุมชน
ระดบั ชาติ หรือระดับโลก
2.4 เริ่มจากแนวคิด (Concept) สำคัญท่ีต้องการให้นักเรียนได้เรียนรู้ สร้างองค์ความรู้ และนำ
แนวคิดน้นั ไปใชใ้ นการดำเนนิ ชีวิตประจำวัน
คมู่ ือ
102 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผูเ้ รียน
ระดับประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผเู้ รียน
3. กำหนดแนวคดิ และคำถามสำคญั ใหส้ อดคลอ้ งกับแนวคิด เน้อื หา และต้งั คำถามทโ่ี ตแ้ ยง้ ได้ เพื่อให้
ผเู้ รียนได้ฝกึ คดิ วเิ คราะหจ์ ากสถานการณ์/ประเดน็ ปัญหาตา่ ง ๆ ท่เี กดิ ขึ้นในชีวิตจริง
4. กำหนดขอบเขตเนอ้ื หาสาระการเรยี นรู้ ทกั ษะ เจตคติ ทเี่ ปน็ ตวั ชวี้ ดั ชนั้ ปแี ตล่ ะกลมุ่ สาระการเรยี นร
ู้
ที่สมั พันธ์กับหนว่ ยการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ และการประเมินผล
5. กำหนดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยนำสมรรถนะมาเช่ือมโยงกับกิจกรรมที่จัดให้นักเรียน เพ่ือให้
บรรลุจดุ ประสงค
์
ในการวางแผนนน้ั เนอื่ งจากครมู กั คดิ ถงึ องคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ของการจดั การเรยี นการสอนไปพรอ้ ม ๆกนั
โดยคำนึงถึงผู้เรียน สื่อ ทรัพยากรที่มีอยู่ การเรียงลำดับการออกแบบแผนการจัดการเรียนการสอน จึงอาจ
สลับหรือยืดหยุ่นไดต้ ามความถนัดของครู สอ่ื ทีม่ แี ละบริบทของโรงเรยี น
6. ดำเนินการจัดการเรียนการสอนและนำข้อมูล ข้อสังเกตจากการสอนมาประเมิน เพื่อปรับปรุง
พัฒนาแผนการสอนระหว่างทำการสอนและปรับปรุงหลังการสอน เพ่ือให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือพัฒนา
สมรรถนะไดม้ ากย่งิ ขนึ้
การสอนแบบบูรณาการน้ี เป็นแนวทางการสอนที่ให้ความสำคัญกับความสนใจ และความต้องการ
จำเป็นของผู้เรียนในชีวิตจริงเป็นสำคัญ จึงอาจมีการปรับ เพ่ิมหรือลด เน้ือหาสาระ กิจกรรม สื่อ และวิธีการ
วัดผลประเมนิ ผล หลังจากสอนไปสกั ระยะ ซ่งึ ครสู ามารถยดื หยนุ่ ไดต้ ามความเหมาะสม
ตวั อยา่ งแผนการจดั การเรยี นการสอน
แนวทางท่ี 5 : บรู ณาการผสานหลายสมรรถนะ
โรงเรียนสจุ ปิ ลุ ิ จงั หวดั ฉะเชิงเทรา สงั กดั สำนกั งานคณะกรรมการสง่ เสริมการศกึ ษาเอกชน
หน่วยการเรียนรู้บรู ณาการ เรื่อง “แพชว่ ยชีวิต”
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 เวลา 10 ชว่ั โมง
………………………………………………………………
1. แนวคิดสำคญั
การสร้างนวัตกรรมในการแก้ปัญหาแบบรวมพลัง เป็นการทำงานร่วมกันตามบทบาทเพื่อให้บรรล
ุ
เป้าหมายที่กำหนดไว้ร่วมกัน มีความสัมพันธ์ทางบวก โดยผู้เก่ียวข้องตระหนักในการสนับสนุน แบ่งปัน
แลกเปลี่ยนความรู้และความคิด พร้อมสนับสนุน เก้ือกูลกันทุกด้าน สร้างและรักษาความสัมพันธ์ทางบวก
นำจุดเดน่ และความคิดเห็นของแต่ละคนมาใชป้ ฏบิ ัตงิ านเพอื่ ใหบ้ รรลผุ ลสำเรจ็ รว่ มกัน
2. สมรรถนะหลัก (Core competency)
❍ สมรรถนะหลักด้านการสบื สอบทางวทิ ยาศาสตร์
● สมรรถนะหลักด้านการทำงานแบบรวมพลังเปน็ ทีม และจติ วิทยาศาสตร
์
❍ สมรรถนะหลักดา้ นคณติ ศาสตรใ์ นชวี ติ ประจำวัน
และมภี าวะผู้นำ ❍ สมรรถนะหลกั ดา้ นภาษาไทยเพื่อการส่อื สาร
● สมรรถนะหลักดา้ นทกั ษะการคิดขนั้ สูงและนวัตกรรม
คมู่ อื
103
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผู้เรยี น
2.1 สมรรถนะหลักด้านการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีม และมีภาวะผู้นำ (Collaboration
Teamwork and Leadership)
- เป็นผู้นำและเป็นสมาชิกที่ดีของกลุ่มแสดงออกได้อย่างเหมาะสม มีแรงบันดาลใจในการ
พฒั นาตนเองใหเ้ ป็นทีไ่ ว้วางใจ
- เปิดใจ รับฟัง ยอมรับ และเคารพความคิดเห็นในมุมมองที่แตกต่าง สนับสนุนหรือโต้แย้ง
ความคิดเหน็ ของผอู้ ่ืนอย่างมีเหตผุ ล
- ร่วมกันกำหนดเปา้ หมาย มีกระบวนการทำงานกลมุ่ ท่สี อดคลอ้ งกบั เป้าหมาย และรับผดิ ชอบ
ตามบทบาทหนา้ ทดี่ ว้ ยความใสใ่ จ มคี วามพยายามเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความสำเรจ็ ในการทำงานอยา่ งเตม็ ใจ ชว่ ยเหลอื กนั
ประเมินการทำงานร่วมกันเปน็ ระยะ เพอ่ื นำไปปรับปรงุ ใหบ้ รรลตุ ามเป้าหมายทกี่ ำหนด
- ปรบั และประสานความคิดในการแกไ้ ขปญั หาดว้ ยสนั ตวิ ิธี
- สร้างและรักษาความสัมพันธ์อันดีในกลุ่ม ให้ความไว้วางใจและยอมรับผลท่ีเกิดจากการ
ทำงานร่วมกนั ดว้ ยความเตม็ ใจ
2.2 สมรรถนะหลกั ดา้ นทกั ษะการคดิ ขนั้ สงู และนวตั กรรม (Higher Order Thinking Skills and
Innovation Development)
- ระบุปัญหาท่ีเกิดขึ้น บอกความเกี่ยวข้องระหว่างปัญหาท่ีเกิดขึ้นกับตนเองและผู้อ่ืน คิดหา
สาเหตุและวิธีการแก้ไขปัญหาที่หลากหลายและมีความเป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติ และคาดเดาผลท่ีจะเกิดข้ึน
จากวธิ กี ารแกไ้ ขปญั หาเหลา่ น้นั
- ลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง ด้วยวิธีการท่ีคัดเลือกไว้และดำเนินการตามข้ันตอนของวิธีการ
จนปัญหาได้รบั การแก้ไข
- แสดงความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ บอกเล่าความคิดจินตนาการหรือความคิดของตนเองที่
แปลกใหมไ่ ปจากสง่ิ รอบตวั ของตนเองและบรบิ ทแวดลอ้ ม และตอ่ ยอดความคดิ ของตนเองใหแ้ ตกตา่ งไปจากเดมิ
- ใช้ความคิดหรือจินตนาการออกแบบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาหรือเพื่อนำไปใช้ได้จริงในชีวิต
ประจำวัน โดยนวัตกรรมนั้นตอบสนองความต้องการจำเป็นหรือสภาพปัญหาในบริบท และสามารถระบ
ุ
จดุ เดน่ หรอื ข้อจำกัดของนวตั กรรมได้
2.3 สมรรถนะหลักด้านการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ (Scientific Inquiry
and Scientific Mind)
1) ต้ังคำถามที่นำไปสู่การสำรวจตรวจสอบตามการออกแบบท่ีกำหนด หรือออกแบบ และ
นำเสนอวิธกี ารสำรวจตรวจสอบ โดยใชเ้ ครือ่ งมือช่วยในการสำรวจตรวจสอบและสรุปเพ่อื ตอบคำถาม
- รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา กำหนดเกณฑ์ อุปสรรคและข้อจำกัด
ท่ีสอดคล้องและตรงกับประเด็นปัญหา นำสู่การพิจารณาวิธีการใหม่ในการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ ปรับปรุง
แนวทางการแกป้ ญั หาน้ันโดยใช้ขอ้ มูลจากการทดสอบ
2.4 สมรรถนะหลักดา้ นคณิตศาสตรใ์ นชีวิตประจำวนั (Mathematics in Everyday Life)
1) อธิบายความรู้และหลักการทางคณิตศาสตร์อย่างง่าย ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเช่ือมโยง
ภายในคณิตศาสตร์ เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ และ เช่ือมโยงคณิตศาสตร์กับชีวิตประจำวัน
อยา่ งสมเหตสุ มผลตามวยั
คูม่ ือ
104 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผ้เู รยี น
ระดับประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผู้เรียน
2.5 สมรรถนะหลกั ด้านภาษาไทยเพอ่ื การสื่อสาร (Thai Language for Communication)
เขียนส่ือสารเพ่ือแสดงความรู้ ความรู้สึก ความคิด อย่างถูกต้องและเหมาะสมตามวัตถุประสงค์
และรูปแบบของงานเขียนในส่ือประเภทต่าง ๆ โดยใช้ภาษาท่ีเข้าใจง่าย และใช้หลักภาษาได้อย่างถูกต้อง
ตามหลกั ภาษา คำนงึ ถึงผลกระทบ ความเหมาะสม กาลเทศะ และผรู้ ับสาร
3. ผลลัพธ์การเรียนรู้ (specific learning outcomes)
สามารถสร้างแพช่วยชีวิตท่ีมีประสิทธิภาพในการใช้งานได้จริง โดยสมาชิกในทีม
เข้าใจเป้าหมายและบทบาทหน้าท่ขี องตนในการสรา้ งนวัตกรรมร่วมกนั แบบรว่ มมอื รวมพลงั
1) เขียนคำเชิญชวนให้ผู้อ่ืนเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่ต้องการสื่อสารและโน้มน้าวใจให้มีส่วนร่วมในการ
ดำเนินการได
้
2) ใช้ความรู้ในการจำแนกประเภท ขนาดและปริมาตรของวัสดุท่ีจะนำมาใช้ในการสร้างแพได้อย่าง
เหมาะสม
3) วางแผนและออกแบบแพทตี่ อ้ งการสร้างข้นึ และสามารถส่ือสารใหผ้ อู้ น่ื เข้าใจแนวความคิดได้
4) สร้างแพต้นแบบ โดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสมตามลักษณะงานและมีความ
ปลอดภัย
5) นำเสนอผลงานและทดสอบแพต้นแบบ โดยนำผลจากการทดสอบและการให้ข้อมูลปอ้ นกลบั ไปใช้
ในการพัฒนาปรับปรงุ ต่อไป
6) ปรับปรุงและพัฒนาแพต้นแบบ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการทำงานร่วมกันแบบร่วมมือ
รวมพลัง
7) ทดสอบและนำเสนอแพท่ผี ่านการปรบั ปรุงประสิทธภิ าพเพอ่ื ให้ใช้งานไดจ้ รงิ
8) สะท้อนคิดจากประสบการณ์ที่ได้รับทั้งหมด สามารถสรุปประเด็นการเรียนรู้ที่ตนได้รับ เพื่อนำ
ไปใช้ประโยชน์ตอ่ ไป
คูม่ อื
105
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผ้เู รียน
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผ้เู รยี น
4. สาระการเรยี นรู้
ด้านทักษะ (S) ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
ด้านความรู้ (K) 1) ทกั ษะการทำงานเป็นทีมแบบร่วมมอื รวมพลงั
1) ความเป็นผู้นำและ
2) ทกั ษะในการแก้ไขปญั หา สามารถวเิ คราะห์ ผู้ตามท่ดี ขี องกลมุ่
1) หน่วยการวัดปริมาตร ปญั หาและแก้ปัญหาได้อยา่ งสรา้ งสรรค์
2) ความมุ่งมนั่ ตงั้ ใจ
และหนว่ ยการวัดน้ำหนัก
3) ทกั ษะการวางแผน การเลอื กวิธีการและ
อดทน และพยายาม
2) การเปรยี บเทียบ การออกแบบส่งิ ประดษิ ฐ์
3) ความรับผิดชอบ
ปรมิ าตรนำ้ ในภาชนะ
4) ทกั ษะในการสร้างและรกั ษาความสมั พนั ธ์อนั ดี ตอ่ งานที่ได้รบั มอบหมาย
ท่ีแตกต่างกนั
ในกลุ่ม ให้ความไว้วางใจและยอมรบั ผลทเี่ กิดจาก
4) ความคดิ แบบยดื หยนุ่
3) การจมและการลอย การทำงานรว่ มกนั ด้วยความเตม็ ใจ
และไมย่ อมแพ้ตอ่
ของวตั ถ ุ
5) ทกั ษะการใชก้ ระบวนการสบื สอบทางวทิ ยาศาสตร ์
ความล้มเหลว
4) แรงพยุงและแรงลอยตวั
และค้นหาความรดู้ ว้ ยตนเอง
5) ชุดความคิด
5) หลกั การในการคิดเชิง 6) ทกั ษะการประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
แบบเติบโต พรอ้ มเรียนรู้
ออกแบบเพื่อสรา้ งนวัตกรรม
7) ทกั ษะในการบรหิ ารความผดิ พลาด
สง่ิ ใหมเ่ สมอ
6) กระบวนการออกแบบ 8) ทกั ษะการนำเสนอผลงาน และสือ่ สารให้ผู้อน่ื
ทางวิศวกรรม ประเภทและ
เกดิ ความเขา้ ใจ
รปู แบบสงิ่ ประดษิ ฐท์ างวศิ วกรรม
9) ทักษะการสะทอ้ นคดิ และการปรับปรุงงาน
7) วธิ ีการใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ โดยใช้ข้อมลู ป้อนกลบั เพ่อื ใหเ้ กดิ ประสิทธิภาพและ
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม คุม้ ค่า และ ประสิทธผิ ลในการทำงาน
ปลอดภัย
8) หลักการนำเสนอ
ผลงานรูปแบบตา่ ง ๆ
5. งานการเรียนรู้ (Learning tasks)
การใช้กระบวนการทำงานแบบรวมพลัง เป็นทีมและมีภาวะผู้นำ เพื่อสร้างนวัตกรรมในการแก้ปัญหา
ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์ โดยผู้เกี่ยวข้องตระหนักในการสนับสนุน แบ่งปัน แลกเปลี่ยนความรู้
และความคดิ พรอ้ มสนบั สนนุ เกอื้ กลู กนั ทกุ ดา้ น สรา้ งและรกั ษาความสมั พนั ธท์ างบวกนำจดุ เดน่ และความคดิ เหน็
ของแตล่ ะคนมาใช้ปฏิบัตงิ านเพอ่ื ใหบ้ รรลุผลสำเร็จรว่ มกัน
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะข้างต้น ผู้เรียนจำเป็นต้องทำงานการเรียนรู้ รวม 8 งาน โดยมีหลักฐาน
การเรียนรู้แตล่ ะงาน ดังน
้ี
คมู่ อื
106 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผูเ้ รยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผเู้ รียน
งานการเรยี นรู้ (Learning Tasks) หลกั ฐานการเรียนรู้
งานท่ี 1 การเขียนคำเชิญชวนให้ผู้อื่นเข้าใจใน 1.1 แผ่นปา้ ยประชาสัมพันธ์ การขอรบั บรจิ าคขวดนำ้
วัตถุประสงคท์ ตี่ ้องการส่ือสารและโนม้ น้าวใจใหม้ ีสว่ นร่วม เพ่อื นำมาเปน็ วัสดใุ นการประดษิ ฐแ์ พ
ในการดำเนินการได
้ 1.2 ผลลพั ธใ์ นความร่วมมือจากผ้ปู กครองและเพือ่ น
นักเรยี น
งานท่ี 2 การจำแนกประเภทขวดน้ำที่ได้รบั บริจาค 2.1 ผลงานการคดั แยกและจำแนกประเภทขวดนำ้
ตามขนาด และปริมาตร รวมถงึ ประเภทและวสั ด
ุ ตามขนาดและปรมิ าตร
ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง เพือ่ เตรียมวัสดอุ ปุ กรณ์ในการสร้างแพ
2.2 แผนผงั การระดมความคดิ การเลอื กวสั ดุ อปุ กรณ
์
ในการสรา้ งแพช่วยชวี ิต
งานที่ 3 การวางแผนและออกแบบแพที่ต้องการ
3.1 ผลงานการออกแบบแพชว่ ยชวี ติ
สร้างขน้ึ และสามารถส่ือสารให้ผูอ้ ื่นเข้าใจแนวความคิดได้
3.2 การนำเสนอความคิดเกยี่ วกับแพทตี่ อ้ งการสร้าง
โดยช้ีแจงวสั ดุอปุ กรณ์ จำนวน และรปู แบบ (งานกล่มุ )
งานที่ 4 การสร้างแพต้นแบบ โดยใชเ้ คร่ืองมือ
4.1 ผลงานแพต้นแบบทส่ี ร้างขึ้นตามทไี่ ดอ้ อกแบบไว้
และอปุ กรณ์ได้อยา่ งเหมาะสมตามลักษณะงานและ
(งานกลุ่ม)
มีความปลอดภยั
งานที่ 5 การนำเสนอผลงานและทดสอบแพต้นแบบ 5.1 ผลการนำเสนอและสะท้อนการทำงาน ปญั หา
โดยนำผลจากการทดสอบและการใหข้ ้อมูลป้อนกลบั ไปใช้ และวิธแี กป้ ัญหาเก่ยี วกับการสรา้ งแพ การประเมนิ ผลงาน
ในการพฒั นาปรบั ปรงุ ตอ่ ไป
แพทสี่ ร้างขึ้น เมือ่ เทียบกับท่ีออกแบบไว้
5.2 ผลการทดสอบแพช่วยชวี ติ ครั้งท่ี 1
งานท่ี 6 การปรบั ปรุงและพฒั นาแพต้นแบบ ให้มี 6.2 คณุ ลักษณะของผเู้ รียน
ประสิทธภิ าพมากข้นึ ดว้ ยการทำงานร่วมกันแบบร่วมมือ 1) มคี วามเป็นผู้นำและผตู้ ามทด่ี ีของกลมุ่
รวมพลัง
2) มคี วามมงุ่ มั่น ต้งั ใจ อดทน และพยายาม
3) มีความรับผดิ ชอบต่องานที่ไดร้ ับมอบหมาย
4) มคี วามคดิ แบบยืดหยุน่ และไมย่ อมแพ้ตอ่
ความลม้ เหลว
5) มีชดุ ความคดิ แบบเตบิ โต พร้อมเรยี นร้สู งิ่
ใหม่ ๆ เสมอ
งานที่ 7 การทดสอบและนำเสนอแพที่ผา่ น
7.1 ผลการนำเสนอและสะท้อนการทำงาน ปัญหา
การปรับปรุงประสิทธภิ าพเพือ่ ใหใ้ ชง้ านได้จริง
และวธิ ีแก้ปญั หาเกี่ยวกบั การสรา้ งแพ การประเมินผลงาน
แพทสี่ รา้ งขึ้น เม่ือเทยี บแพตน้ แบบในการทดสอบครัง้ ท่ี
ผา่ นมา (งานกลุ่ม)
7.2 ผลการทดสอบแพชว่ ยชวี ิต ครั้งที่ 2
งานที่ 8 การสะท้อนคดิ จากประสบการณ์ทไี่ ด้รบั 8.1 ผลการเขยี นสะทอ้ นคดิ การสรปุ ประเดน็ ในการ
ทั้งหมด สามารถสรปุ ประเด็นการเรียนรทู้ ต่ี นได้รบั
เรยี นรู้ (รายบคุ คล)
เพอ่ื นำไปใชป้ ระโยชนต์ ่อไป
6. การออกแบบกจิ กรรมการเรียนรู้
ผลลพั ธ์การเรียนร้ ู หลักฐานแสดงผลลพั ธ ์ กจิ กรรมการเรียนรู ้ สื่อ/ สถานการณ์ วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
ค่มู อื
(specific learning
การเรยี นร
ู้ ช่วั โมงที่ 1
ส่อื
Formative Assessment
outcomes) 1. ใหน้ ักเรยี นดวู ดิ ีโอการเดนิ ทางทางน้ำในสมยั โบราณและ 1. คลิปวิดโี อการคมนาคม
(เพ่อื สง่ เสริมพฒั นาผูเ้ รยี น การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รยี น
1) เขยี นคำเชญิ ชวน
1.1 แผ่นป้าย สนทนากบั นกั เรียนเกย่ี วกบั ภารกจิ ที่จะทำรว่ มกนั
ทางน้ำในสมัยโบราณ
ระหวา่ งการจดั กจิ กรรมตาม
ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผเู้ รียน
ประชาสัมพนั ธ์ การขอ
2. นักเรยี นคิดและออกแบบในการทำแผน่ ปา้ ยประชาสัมพนั ธ์ 2. กระดาษ/สี และอปุ กรณ
์ เป้าหมายผลลพั ธก์ ารเรยี นร้)ู
ใหผ้ ูอ้ ื่นเข้าใจใน รบั บรจิ าคขวดนำ้ เพอ่ื นำมา
การขอรับบริจาคขวดน้ำ เพื่อนำมาสรา้ งแพ
ทำปา้ ยประชาสัมพนั ธ
์ 1. สังเกตการรว่ มกจิ กรรม
วตั ถปุ ระสงคท์ ต่ี อ้ งการ
เปน็ วสั ดใุ นการประดษิ ฐแ์ พ
3. นกั เรยี นวางระบบการรบั บริจาค ช่องทางและวธิ กี าร
สถานการณ์
2. สงั เกตพฤติกรรม
สือ่ สารและโน้มนา้ วใจ 1.2 ผลลพั ธใ์ นความ ในการประชาสัมพันธ์ การรับบรจิ าคขวดน้ำ และการเกบ็ รักษา
1. การจัดหาวสั ดุอปุ กรณ
์ 3. ตรวจผลงาน
ใหม้ สี ่วนร่วมในการ ร่วมมือจากผ้ปู กครองและ
ในการสรา้ งแพช่วยชวี ติ ทส่ี ามารถ
ดำเนินการได้
เพื่อนนักเรียน
นำนักเรยี นขา้ มนำ้ ไดจ้ ริง
เป็นระยะทาง 12 เมตร
ชัว่ โมงที่ 2
สอ่ื
Formative Assessment
1. แบ่งกลุม่ นกั เรยี นกลุ่มละ 3 - 4 คน ครูใหน้ ักเรียนประยกุ ต์ใช้ 1. ขวดนำ้ ที่ได้รับการบรจิ าค
(เพื่อส่งเสรมิ พฒั นาผเู้ รยี น
2.1 ผลงานการคดั แยก
ความร้เู รอื่ งปรมิ าตรของวัสดุ ในการจำแนกประเภทขวดน้ำตาม 2. อปุ กรณ์ในการคัดแยก ระหว่างการจดั กิจกรรมตาม
2) ใชค้ วามร้
ู และจำแนกประเภท
ขนาดและปรมิ าตร
ประเภท
เปา้ หมายผลลัพธ์การเรียนร)ู้
ในการจำแนก ขวดนำ้ ตามขนาดและ 2. นักเรียนจดั สรรเวลาในการจำแนกและดำเนินการเพือ่ ให
้ สถานการณ
์ 1. การประเมนิ ความถกู ต้อง
ประเภท ขนาดและ ปริมาตร
แลว้ เสรจ็ ตามกำหนด
1. การคดั แยกและจำแนก
ในการแยกและจำแนกขวดน้ำ
ปรมิ าตรของวัสดทุ ี่จะ 2.2 แผนผังการระดม 3. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมระดมความคดิ การเลือกวสั ดอุ ปุ กรณ์ ขวดนำ้ ตามขนาดและปรมิ าตร 2. การตรวจผลงาน “แผนผัง
นำมาใช้ในการสรา้ ง ความคดิ การเลือกวัสดุ ในการสร้างแพชว่ ยชีวิต และเขียนแผนผงั ความคดิ พร้อมตาราง
เพ่อื วางแผนการเตรี ยมวสั ดอุ ปุ กรณ์ การระดมความคิด”
แพไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
อปุ กรณ์ในการสร้าง
การวางแผนการทำงาน
ในการสร้างแพช่วยชีวติ ท่สี ามารถ 3. การสงั เกตพฤติกรรม
แพช่วยชวี ิต
นำนักเรียนขา้ มน้ำไดจ้ รงิ
ระหว่างการทำงาน
เปน็ ระยะทาง 12 เมตร
107
6. การออกแบบกจิ กรรมการเรียนรู้ (ต่อ)
คู่มอื
108 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
(sผ pลeลc
ัพifธicก์ าleรเaรrียnนinรg้ ู
หลกั ฐานแสดงผลลพั ธ ์ กจิ กรรมการเรียนร้ ู สื่อ/ สถานการณ์ วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล
การเรยี นร
ู้ ชั่วโมงที่ 3
สอื่
Formative Assessment
ระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผู้เรยี น
outcomes) 1. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ วางแผนและออกแบบแพตน้ แบบ
1. กระดาษ Flipchart
(เพ่ือสง่ เสริมพฒั นาผเู้ รยี น
3) วางแผนและ 3.1 ผลงาน
ของแพช่วยชีวติ ลงในกระดาษ
แผ่นใหญ่ สำหรับการรา่ งแบบ
ระหวา่ งการจดั กิจกรรมตาม
การออกแบบแพชว่ ยชีวติ
2. ให้นกั เรยี นนำเสนอตน้ แบบท่ีรา่ งข้นึ โดยสะท้อนถึงทีม่ า กลมุ่ ละ 1 แผน่
เป้าหมายผลลัพธก์ ารเรยี นรู้)
ออกแบบแพทตี่ อ้ งการ
3.2 การนำเสนอ แนวคิด และความสร้างสรรคข์ องแบบรา่ ง พรอ้ มท้ังคำนวณวสั ดุ 2. สปี ระเภทตา่ ง ๆ
1. การสงั เกตพฤติกรรม
สร้างขึ้นและสามารถ ความคิดเกยี่ วกบั แพ
อุปกรณท์ จ่ี ะใช้ ประมาณการคา่ ใช้จา่ ย พรอ้ มทง้ั แผนการดำเนนิ การ สถานการณ์
ในการทำงานรว่ มกนั ในกลุ่ม
ส่อื สารให้ผูอ้ ่ืนเขา้ ใจ ที่ตอ้ งการสร้าง โดยชแ้ี จง จนสำเรจ็
1. การรา่ งแบบแพช่วยชีวติ
และการนำเสนอผลงาน
แนวความคดิ ได้
วสั ดอุ ุปกรณ์ จำนวน และ 3. ให้เพ่ือนนกั เรยี นรว่ มวิพากษ์แพต้นแบบ
ท่สี ามารถใชง้ านได้จริง ในการนำ 2. การประเมนิ ผลงานแบบรา่ ง
รูปแบบ (งานกล่มุ )
นักเรยี นขา้ มสระนำ้ เป็นระยะทาง ของแพต้นแบบในกระดาษ
12 เมตร
2. การวางแผนการทำงาน
การเตรียมวัสดุอปุ กรณ์ ระยะเวลา
ในการทำงาน และงบประมาณทีใ่ ช้
ชัว่ โมงท่ี 4 – 5
ส่ือ
Formative Assessment
1. นักเรยี นลงมอื ปฏิบตั ิ สรา้ งแพต้นแบบ โดยใช้เครือ่ งมอื วสั ดุ 1. เครอื่ งมือ วัสดุ และอุปกรณ์ (เพอื่ ส่งเสรมิ พฒั นาผ้เู รียน
4.1 ผลงานแพตน้ แบบ
และอปุ กรณต์ ามแผนการดำเนินการทวี่ างไว
้ ที่ใช้ในการสร้างแพตน้ แบบ
ระหว่างการจัดกิจกรรมตาม
4) สรา้ งแพตน้ แบบ
ทสี่ ร้างขน้ึ ตามท่ีได้ 2. ดำเนนิ การสะท้อนและตรวจสอบการทำงานจรงิ กับแผนที่
เปา้ หมายผลลพั ธก์ ารเรยี นรู)้
โดยใชเ้ ครอ่ื งมอื และ ออกแบบไว้ (งานกลุ่ม)
วางไวเ้ ป็นระยะ ๆ
สถานการณ
์ 1. การสงั เกตพฤตกิ รรม
อปุ กรณไ์ ดอ้ ย่าง
3. เก็บขอ้ มลู และจดั ทำงบประมาณท่ีใช้ในการดำเนินการจรงิ
1. การสร้างแพชว่ ยชวี ิต
ในการทำงานรว่ มกนั ในกลุ่ม
เหมาะสมตาม
ที่สามารถใช้งานได้จริง ในการนำ
ลกั ษณะงานและ
นกั เรยี นขา้ มสระน้ำ เป็นระยะทาง
มคี วามปลอดภยั
12 เมตร
6. การออกแบบกจิ กรรมการเรียนรู้ (ตอ่ )
ผลลพั ธ์การเรียนรู้ หลกั ฐานแสดงผลลัพธ ์ กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่อื / สถานการณ์ วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
(specific learning
การเรียนร
ู้ ชั่วโมงท่ี 6
outcomes) 1. นักเรียนนำเสนอผลงานแพตน้ แบบท่แี ต่ละกลุม่ สรา้ งขึ้น สื่อ
Formative Assessment
ค่มู อื
5) นำเสนอ
5.1 ผลการนำเสนอ พรอ้ มระบุปญั หาและวธิ ีการในการแกไ้ ขปัญหาระหว่างดำเนนิ การ
1. กล้องวดิ ีโอ หรอื โทรศัพท์
(เพ่อื สง่ เสริมพฒั นาผู้เรียน
และสะท้อนการทำงาน 2. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ นำแพต้นแบบไปทดสอบในสถานการณ์ มอื ถือสำหรบั บนั ทกึ ภาพ
ระหว่างการจดั กจิ กรรมตาม
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รยี น
ผลงานและทดสอบ ปัญหาและวิธีแกป้ ญั หา จรงิ พร้อมบนั ทึกวดิ ีโอการทดสอบเพ่ือนำมาสะทอ้ นและเรียนรู
้ ขณะทำการทดสอบของแตล่ ะกลมุ่
เป้าหมายผลลัพธก์ ารเรยี นรู้)
ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผเู้ รียน
แพตน้ แบบ โดยนำ
เกยี่ วกับการสรา้ งแพ
เพ่ือนำไปใชใ้ นการปรบั ปรุงแกไ้ ขตอ่ ไป
แหลง่ เรยี นรู้
1. ประเมนิ การนำเสนอผลงาน
ผลจากการทดสอบ การประเมนิ ผลงานแพ
1. สระว่ายนำ้ ขนาด 12 เมตร
2. ประเมินผลการทดสอบ
และการใหข้ ้อมูล
ทีส่ ร้างขน้ึ เมอ่ื เทียบกบั
สถานการณ
์ แพตน้ แบบของแตล่ ะกลมุ่ โดยคณุ คร ู
ปอ้ นกลับไปใช้ในการ ท่อี อกแบบไว้ (งานกลมุ่ )
1. การทดสอบแพต้นแบบ
นักเรียน และเพ่อื นนกั เรียน
พัฒนาปรับปรงุ ตอ่ ไป
5.2 ผลการทดสอบ
ในสถานการณจ์ รงิ ในการนำนกั เรยี น
ประเมนิ ผลรว่ มกนั
แพชว่ ยชวี ติ ครง้ั ท่ี 1
ขา้ มสระน้ำ เปน็ ระยะทาง 12 เมตร
ชั่วโมงท่ี 7 – 8
1. ครชู วนนกั เรียนสะท้อนผลการทดสอบแพตน้ แบบครัง้ ท่ี 1
สอื่
Formative Assessment
6.1 ผลการปรับปรงุ ในความสำเร็จ และความผดิ พลาดท่ีเกดิ ขึ้น เพ่ือรว่ มกนั หาวธิ ีการ
1. เครือ่ งมือ วสั ดุ และอุปกรณ์ (เพือ่ ส่งเสริมพัฒนาผเู้ รยี น
6) ปรบั ปรงุ และ และพฒั นาแพชว่ ยชวี ิต
ในการแก้ไข
ทีใ่ ชใ้ นการปรับปรุงแกไ้ ขแพ
ระหวา่ งการจดั กจิ กรรมตาม
พฒั นาแพตน้ แบบ
6.2 คณุ ลักษณะของ
2. นักเรยี นทำงานร่วมกนั แบบร่วมมอื รวมพลงั เพื่อวางแผน
ชว่ ยชวี ิต
เป้าหมายผลลัพธก์ ารเรยี นรู้)
ให้มีประสิทธิภาพ
ผ้เู รียน
และดำเนินการในการปรับปรงุ แก้ไขแพตน้ แบบ ใหเ้ ป็นผลงานแพ สถานการณ
์ 1. การสงั เกตพฤตกิ รรมในการ
มากขนึ้ ดว้ ยการทำงาน
1) มีความเปน็ ช่วยชวี ิตตามเป้าหมายที่ตง้ั ไว้ โดยใช้ทรัพยากรอยา่ งจำกัด
1. ปรับปรงุ แกไ้ ขแพตน้ แบบ ทำงานรว่ มกนั ในกลมุ่
ร่วมกันแบบรว่ มมอื ผูน้ ำและผตู้ ามทด่ี ขี องกล่มุ
ให้สามารถเปน็ แพชว่ ยชีวติ ได้จริง
รวมพลงั
2) มคี วามมุ่งมน่ั ขา้ มสระว่ายน้ำขนาด 12 เมตร
ตั้งใจ อดทน และพยายาม
ไดจ้ รงิ โดยใชท้ รพั ยากรทมี่ อี ยา่ งจำกดั
3) มีความ
รวมถงึ เวลาที่มีอยอู่ ย่างจำกัดเช่นกนั
รับผดิ ชอบ ต่องาน
ที่ไดร้ บั มอบหมาย
4) มีความคิด 109
แบบยดื หยนุ่ และไมย่ อมแพ
้
ตอ่ ความล้มเหลว
5) มีชุดความคดิ
แบบเตบิ โต พรอ้ มเรียนรู้
ส่งิ ใหม่ ๆ เสมอ
6. การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ (ต่อ)
คู่มอื
110 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
ผลลพั ธ์การเรยี นร้ ู หลักฐานแสดงผลลัพธ ์ กิจกรรมการเรียนร ู้ สอ่ื / สถานการณ์ วิธกี ารวดั และประเมินผล
การเรยี นร
ู้ ช่วั โมงท่ี 9 - 10
ระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผู้เรยี น
(specific learning
1. นักเรียนนำเสนอผลงานแพช่วยชวี ิตที่ผ่านการปรบั ปรุง
outcomes) 1) ผลการนำเสนอ หลงั การทดสอบแพคร้ังที่ 1
ส่ือ
Summative Assessment
7) ทดสอบและ และสะทอ้ นการทำงาน 2. นักเรยี นนำแพช่วยชีวิตท่ีผ่านการปรับปรงุ ไปทดสอบใน 1. กลอ้ งวิดโี อ หรอื โทรศัพท
์ 1. ประเมนิ ผลการทดสอบ
ปญั หาและวธิ แี กป้ ัญหา สถานการณจ์ รงิ พรอ้ มบนั ทกึ วดิ ีโอการทดสอบเพอ่ื นำมาสะทอ้ น
มือถือสำหรบั บันทึกภาพ
แพชว่ ยชีวิต โดยคณุ ครู นกั เรียน
นำเสนอแพที่ผ่านการ เก่ยี วกับการสร้างแพ
และเรยี นรู้ต่อไป
ขณะทำการทดสอบแหลง่ เรียนร
ู้ และเพอ่ื นนักเรยี น ประเมินผล
ปรับปรงุ ประสิทธภิ าพ การประเมิน ผลงานแพ
3. นักเรียนเขยี นสะทอ้ นคิด และสรุปการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
1. สระว่ายนำ้ ขนาด 12 เมตร
ร่วมกนั
เพ่อื ใหใ้ ชง้ านไดจ้ ริง
ทีส่ รา้ งข้ึน เม่ือเทียบแพ สถานการณ์
2. ประเมนิ ผลและสะท้อน
8) สะทอ้ นคิด ต้นแบบในการทดสอบ
1. การทดสอบแพชว่ ยชวี ิต
ผลการเรียนรู้ โดยนักเรยี นสรุปสิ่งท่ี
จากประสบการณ์ท่ไี ด้ ครัง้ ที่ผ่านมา (งานกลุ่ม)
ในสถานการณจ์ รงิ ในการนำนกั เรยี น
ไดเ้ รียนรู้ดว้ ยตนเอง
รับทงั้ หมด สามารถ 2) ผลการทดสอบ
ขา้ มสระน้ำ เปน็ ระยะทาง 12 เมตร
สรปุ ประเดน็ การเรยี น แพชว่ ยชีวิต ครง้ั ที่ 2
รทู้ ่ตี นไดร้ ับ เพื่อนำไป 3) ผลการเขียน
ใช้ประโยชนต์ ่อไป
สะท้อนคิด การสรุป
ประเด็นในการเรียนรู ้
(รายบุคคล)
7. การวัดและประเมนิ ผลรวบยอด (Summative Assessment)
สมรรถนะท่ปี ระเมนิ เรื่อง/สถานการณ/์ สื่อทใ่ี ช้ในการประเมนิ เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการวดั และประเมนิ
1. แบบประเมินระดบั สมรรถนะ
● สมรรถนะหลักด้านการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีม
สถานการณ
์ แบบ Rubric
และมภี าวะผู้นำ
ให้นักเรียนทำงานร่วมกันแบบร่วมมือรวมพลัง ในการสร้างแพ 2. แบบประเมนิ ผลงาน
● สมรรถนะหลกั ด้านทักษะการคดิ ขั้นสงู และนวตั กรรม
ชว่ ยชวี ิตจากขวดน้ำ ทส่ี ามารถเคลื่อนยา้ ยนักเรยี นทุกคน
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- สามารถสร้างแพช่วยชีวิตท่ีมีประสิทธิภาพในการใช้งาน ผ่านสระว่ายนำ้ ขนาด 12 เมตรไดอ้ ยา่ งประหยดั คมุ้ คา่
ไดจ้ ริง โดยสมาชกิ ในทีม เข้าใจเป้าหมายและบทบาทหนา้ ท่ขี องตน และปลอดภัย
ในการสร้างนวัตกรรมรว่ มกันแบบรว่ มมือรวมพลัง
ค่มู อื
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รยี น
ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผเู้ รียน
111
8. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ สถานการณ์ประเมนิ และเกณฑก์ ารประเมนิ (Rubrics)
คู่มอื
มีทักษะในการทำงานร่วมกัน โดยเป็นผู้นำและเป็นสมาชิกที่ดีของกลุ่ม มีแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองให้เป็นที่ไว้วางใจ เปิดใจ รับฟัง ยอมรับ และ 112 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
เคารพความคิดเห็นในมุมมองท่ีแตกต่าง ให้การสนับสนุนหรือโต้แย้งอย่างมีเหตุผล ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย มีกระบวนการทำงานกลุ่มท่ีชัดเจน รับผิดชอบ
ตามบทบาทหน้าทท่ี ่ไี ด้รับมอบหมาย ด้วยความใส่ใจ เต็มใจ พยายามและชว่ ยเหลอื กนั ประเมินการทำงานร่วมกนั เป็นระยะ ปรบั ประสานความคดิ และแกป้ ญั หา ระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผู้เรยี น
ดว้ ยสันติวิธี สรา้ งและรกั ษาความสมั พนั ธ์อนั ดเี พอื่ ความสำเร็จในการทำงานร่วมกนั
สมรรถนะหลกั ดา้ นการทำงานแบบรวมพลงั เป็นทมี และมภี าวะผูน้ ำ
(Collaboration Teamwork and Leadership)
สมรรถนะท่ี 1 สมรรถนะที่ 2 สมรรถนะท่ี 3 สมรรถนะที่ 4 สมรรถนะที่ 5
ภาวะผู้นำและการพฒั นาตนเอง การสื่อสารทม่ี ีประสิทธผิ ล การทำงานรว่ มกัน การแกป้ ัญหาดว้ ยสนั ตวิ ธิ ี การสรา้ งและรักษาความสมั พันธ
์
1. เปน็ ผนู้ ำและเป็นสมาชิก 5. สรา้ งและรักษา
ทีด่ ขี องกลุ่มแสดงออกได้อย่าง 2. เปิดใจ รบั ฟัง ยอมรบั 3. ร่วมกนั กำหนดเปา้ หมาย
4. ปรบั และประสาน
ความสมั พันธอ์ นั ดีในกล่มุ
เหมาะสม มีแรงบนั ดาลใจ
และเคารพความคดิ เหน็ ในมมุ มอง
มีกระบวนการทำงานกลุ่มทสี่ อดคลอ้ งกับ ความคิดในการแกไ้ ขปัญหา
ให้ความไว้วางใจและยอมรับ
ระดบั
ในการพัฒนาตนเองให้เป็นท
่ี ทีแ่ ตกตา่ ง สนบั สนนุ หรือโตแ้ ยง้ เปา้ หมาย และรับผดิ ชอบตามบทบาท ด้วยสนั ตวิ ธิ ี
ผลที่เกดิ จากการทำงานร่วมกนั
ไว้วางใจ
ความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื อยา่ ง
หน้าทีด่ ว้ ยความใส่ใจ มีความพยายาม
ดว้ ยความเต็มใจ
มีเหตผุ ล
เพ่อื ใหเ้ กิดความสำเรจ็ ในการทำงาน
อย่างเตม็ ใจ ชว่ ยเหลอื กัน ประเมนิ
การทำงานร่วมกันเป็นระยะ เพอื่ นำไป
ปรบั ปรงุ ใหบ้ รรลตุ ามเปา้ หมายทก่ี ำหนด
เป็นผูน้ ำหรือสมาชิกทด่ี ใี น
ทำงานกลุม่ ดว้ ยการกระทำ
บางสถานการณ์ จะแสดงออก
มมี ารยาทในการรับฟังผู้นำ รว่ มกันกำหนดเป้าหมาย
รบั ฟัง ทำความเข้าใจปัญหา ท่กี ่อให้เกดิ ความสัมพนั ธ์ท่ดี ี
ได้อยา่ งเหมาะสม โดยตอ้ งอาศยั และสมาชิกในกลุ่มโดยต้องม
ี มกี ระบวนการทำงานกลุ่มที่สอดคล้อง
จากสถานการณไ์ ด้ หรอื รับฟัง หรอื ช่วยรกั ษาความสมั พนั ธท์ ่ีดี
ระดับ 1
ผู้ชแ้ี นะทกุ ครั้ง
ผชู้ แ้ี นะในบางครงั้
กบั เปา้ หมาย และรับผิดชอบตามบทบาท และรว่ มวเิ คราะหป์ ัญหาโดยอาจ โดยมผี ชู้ ีแ้ นะบา้ งเป็นบางครงั้
หนา้ ทีท่ ่ีไดร้ บั มอบหมายได้ โดยตอ้ งมี
จะยงั ไม่เขา้ ใจปญั หาหรือตอ้ ง
ผู้ช้แี นะ
อาศัยผชู้ แ้ี นะ
สมรรถนะหลกั ด้านการทำงานแบบรวมพลังเป็นทมี และมีภาวะผนู้ ำ
(Collaboration Teamwork and Leadership)
สมรรถนะท่ี 1 สมรรถนะท่ี 2 สมรรถนะที่ 3 สมรรถนะที่ 4 สมรรถนะที่ 5
ภาวะผนู้ ำและการพฒั นาตนเอง การสื่อสารท่มี ปี ระสิทธผิ ล การทำงานร่วมกนั การแก้ปัญหาดว้ ยสนั ตวิ ิธี การสร้างและรักษาความสมั พนั ธ
์
1. เป็นผู้นำและเป็นสมาชิก 5. สร้างและรักษา
ท่ีดขี องกล่มุ แสดงออกได้อยา่ ง 2. เปดิ ใจ รบั ฟงั ยอมรบั 3. ร่วมกันกำหนดเปา้ หมาย
4. ปรับและประสาน
ความสัมพนั ธ์อันดใี นกล่มุ
ค่มู อื
เหมาะสม มีแรงบันดาลใจ
และเคารพความคดิ เหน็ ในมมุ มอง
มกี ระบวนการทำงานกลมุ่ ที่สอดคล้องกับ ความคดิ ในการแก้ไขปญั หา
ให้ความไวว้ างใจและยอมรบั
ระดับ
ในการพฒั นาตนเองใหเ้ ปน็ ที
่ ทแ่ี ตกตา่ ง สนบั สนนุ หรือโตแ้ ยง้ เปา้ หมาย และรบั ผดิ ชอบตามบทบาท ด้วยสนั ติวธิ ี
ผลทเ่ี กดิ จากการทำงานร่วมกนั การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รยี น
ไวว้ างใจ
ความคดิ เหน็ ของผู้อนื่ อย่าง
หนา้ ทดี่ ้วยความใสใ่ จ มคี วามพยายาม
ด้วยความเต็มใจ
ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผเู้ รียน
มีเหตผุ ล
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความสำเรจ็ ในการทำงาน
อยา่ งเตม็ ใจ ช่วยเหลือกนั ประเมนิ
การทำงานร่วมกันเป็นระยะ เพ่ือนำไป
ปรบั ปรงุ ใหบ้ รรลตุ ามเปา้ หมายทก่ี ำหนด
เป็นผ้นู ำหรือสมาชิกที่ด
ี
ทำงานกลุ่ม ดว้ ยการกระทำ
ในบางสถานการณ์ จะแสดงออก มมี ารยาทในการรบั ฟัง รว่ มกนั กำหนดเป้าหมาย
รบั ฟงั ทำความเขา้ ใจปญั หา ที่กอ่ ใหเ้ กดิ ความสัมพันธ์ทีด่ ี
ไดอ้ ย่างเหมาะสมโดยต้องอาศัย
ผ้นู ำและสมาชิกในกลุ่ม และ มกี ระบวนการทำงานกลมุ่ ทสี่ อดคลอ้ งกบั จากสถานการณแ์ ละรว่ มกัน หรอื ช่วยรักษาความสมั พันธ์ท่ดี ี
ระดบั 2
ผ้ชู แ้ี นะเปน็ บางครัง้
สามารถสนบั สนนุ ข้อมูลเพอ่ื ใช้
เปา้ หมาย และรับผิดชอบตามบทบาท วเิ คราะหป์ ญั หาได ้
ในกลมุ่ ได้ดว้ ยตนเอง
ในการทำงานได้
หนา้ ท่ีทไ่ี ด้รบั มอบหมาย มีความพยายาม
เพ่อื ใหเ้ กดิ ความสำเร็จในการทำงาน
ชว่ ยเหลอื กนั โดยมผี ชู้ แ้ี นะบา้ งเปน็ บางครง้ั
เปน็ ผนู้ ำและเปน็ สมาชิกท่ดี ี
ทำงานกลุ่ม ด้วยการกระทำ
ของกลมุ่ แสดงออกได้อย่าง มมี ารยาทในการรบั ฟัง รว่ มกันกำหนดเปา้ หมาย
รบั ฟงั ทำความเข้าใจปญั หา ที่ก่อให้เกดิ ความสัมพนั ธท์ ีด่ ี หรอื
เหมาะสม ขาดแรงบนั ดาลใจ
ผู้นำและสมาชกิ ในกลุม่ และ มีกระบวนการทำงานกล่มุ ท่สี อดคลอ้ งกบั จากสถานการณ์ ร่วมกันวเิ คราะห์ ชว่ ยรักษาความสัมพนั ธท์ ด่ี
ี
ระดับ 3
ในการพัฒนาตนเอง
สามารถโต้แยง้ ความคิดเหน็ ของ เป้าหมาย และรับผิดชอบตามบทบาท ปัญหา แล้วหาวิธกี ารแกไ้ ขปัญหา ในกลุ่มไดด้ ว้ ยตนเอง โดยจะไว้
ผูอ้ น่ื ได้อย่างมเี หตุผล
หน้าท่ีท่ีได้รับมอบหมาย มคี วามพยายาม โดยประสานความคดิ ได้ โดยต้อง วางใจต่อสมาชิกในกลุ่มเม่ือมี
เพ่ือให้เกดิ ความสำเรจ็ ในการทำงาน
มผี ู้ชแี้ นะบ้างเป็นบางครงั้
ผู้ชแ้ี นะบา้ งเปน็ บางครง้ั
ชว่ ยเหลือกันอยา่ งเตม็ ใจ
113
สมรรถนะหลักดา้ นการทำงานแบบรวมพลงั เปน็ ทมี และมภี าวะผู้นำ
คู่มอื
(Collaboration Teamwork and Leadership)
114 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
สมรรถนะท่ี 1 สมรรถนะที่ 2 สมรรถนะที่ 3 สมรรถนะที่ 4 สมรรถนะท่ี 5
ระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผู้เรยี น
ภาวะผนู้ ำและการพัฒนาตนเอง การสื่อสารทม่ี ปี ระสทิ ธิผล การทำงานรว่ มกัน การแกป้ ญั หาด้วยสนั ติวธิ ี การสร้างและรักษาความสมั พันธ
์
1. เป็นผนู้ ำและเป็นสมาชกิ 5. สร้างและรักษา
ทดี่ ขี องกลุ่มแสดงออกไดอ้ ย่าง 2. เปดิ ใจ รับฟัง ยอมรบั 3. รว่ มกนั กำหนดเปา้ หมาย
4. ปรับและประสาน
ความสัมพันธอ์ นั ดีในกล่มุ
เหมาะสม มแี รงบันดาลใจ
และเคารพความคดิ เหน็ ในมมุ มอง
มีกระบวนการทำงานกลมุ่ ที่สอดคล้องกบั ความคดิ ในการแก้ไขปัญหา
ใหค้ วามไว้วางใจและยอมรบั
ระดบั
ในการพัฒนาตนเองใหเ้ ป็นท่
ี ท่ีแตกต่าง สนบั สนุนหรือโต้แยง้ เป้าหมาย และรบั ผิดชอบตามบทบาท ดว้ ยสันติวิธ
ี ผลที่เกดิ จากการทำงานร่วมกนั
ไวว้ างใจ
ความคิดเหน็ ของผอู้ น่ื อย่าง
หนา้ ท่ดี ว้ ยความใสใ่ จ มคี วามพยายาม
ด้วยความเตม็ ใจ
มเี หตผุ ล
เพอื่ ใหเ้ กดิ ความสำเร็จในการทำงาน
อยา่ งเต็มใจ ช่วยเหลือกัน ประเมนิ
การทำงานร่วมกนั เป็นระยะ เพอ่ื นำไป
ปรบั ปรงุ ใหบ้ รรลตุ ามเปา้ หมายทกี่ ำหนด
เป็นผู้นำและเปน็ สมาชิกที่ดี
ทำงานกลุ่ม ดว้ ยการกระทำ
ของกลมุ่ แสดงออกได้อย่าง มมี ารยาทในการรบั ฟงั ผูน้ ำ รว่ มกนั กำหนดเปา้ หมาย
รบั ฟงั ทำความเข้าใจปัญหา ท่กี อ่ ใหเ้ กดิ ความสัมพันธ์ท่ดี ี หรือ
เหมาะสม มีแรงบันดาลใจในการ และสมาชิกในกลุม่ สามารถ มกี ระบวนการทำงานกลุม่ ทีส่ อดคล้องกับ จากสถานการณ์ รว่ มกนั วิเคราะห์ ช่วยรักษาความสมั พันธ์ทีด่ ีใน
พฒั นาตนเองเมื่อมีผ้ชู ี้แนะ
สนับสนนุ ขอ้ มลู เพื่อใชใ้ นการ เป้าหมาย และรบั ผดิ ชอบตามบทบาท ปัญหา แล้วหาวิธกี ารแกไ้ ขปัญหา กลุม่ ไดด้ ว้ ยตนเอง แสดงออกถงึ
ระดับ 4
ทำงาน และสามารถโตแ้ ยง้
หน้าท่ีดว้ ยความใส่ใจ มีความพยายามเพ่อื โดยประสานความคดิ ได
้ ความไว้วางใจตอ่ สมาชกิ ในกลุม่
ความคิดเหน็ ของผู้อื่นไดอ้ ยา่ งมี ให้เกิดความสำเร็จในการทำงาน
อยา่ งชัดเจน แต่ยงั ไมเ่ ตม็ ใจ
เหตผุ ล
อยา่ งเตม็ ใจ ช่วยเหลือกัน ประเมนิ การ
ยอมรับผลที่เกดิ จากการทำงาน
ทำงานร่วมกันเป็นระยะ แตย่ งั ไมไ่ ด
้
รว่ มกัน
นำผลไปปรับปรุงกระบวนการทำงาน
เป็นผ้นู ำและเปน็ สมาชกิ ท่ีดี
ทำงานกลมุ่ ด้วยการกระทำ
ของกล่มุ แสดงออกไดอ้ ยา่ ง มมี ารยาทในการรับฟังผนู้ ำ รว่ มกนั กำหนดเป้าหมาย
วิเคราะหป์ ัญหา แล้วหา
ท่ีก่อให้เกดิ ความสัมพนั ธท์ ดี่ ี หรอื
เหมาะสม มแี รงบนั ดาลใจ
และสมาชิกในกลุ่ม สามารถ มกี ระบวนการทำงานกลมุ่ ทีส่ อดคลอ้ งกับ วิธกี ารแก้ไขปญั หาโดยปรับและ ชว่ ยรกั ษาความสมั พันธท์ ด่ี ี
ระดับ 5
ในการพัฒนาตนเองใหเ้ ปน็ ที
่ สนบั สนนุ ข้อมูลเพื่อใช้ในการ เป้าหมาย และรับผดิ ชอบตามบทบาท ประสานความคดิ ในการแก้ไข ในกลมุ่ ไดด้ ว้ ยตนเอง แสดงออก
ไว้วางใจ
ทำงาน และสามารถโต้แยง้
หน้าทีด่ ว้ ยความใส่ใจ มคี วามพยายามเพอ่ื ปญั หาดว้ ยสันติวธิ
ี ถึงความไว้วางใจตอ่ สมาชิก
ความคิดเหน็ ของผู้อื่นได้อยา่ งมี ใหเ้ กิดความสำเรจ็ ในการทำงาน
ในกลมุ่ อยา่ งชดั เจน และยอมรับ
เหตผุ ลโดยเปดิ ใจ รบั ฟัง ยอมรบั อยา่ งเต็มใจ ชว่ ยเหลอื กนั ประเมินการ ผลทเี่ กดิ จากการทำงานร่วมกัน
และเคารพความคดิ เหน็ ในมมุ มอง
ทำงานรว่ มกนั เป็นระยะ เพ่อื นำไป ดว้ ยความเตม็ ใจ
ที่แตกตา่ ง
ปรับปรุง ใหบ้ รรลุตามเป้าหมายที่กำหนด
สมรรถนะหลักดา้ นทักษะการคดิ ขนั้ สงู และการพฒั นานวัตกรรม (Higher Order Thinking Skills and Innovation Development)
ระดบั คณุ ภาพ การคิดแก้ปัญหา
ระดบั 1 สามารถระบุปญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ และอธิบายผลกระทบของปญั หาได้คร่าว ๆ สามารถระบสุ าเหตุและวิธกี ารแกไ้ ขปัญหาได้ และลงมือแก้ปญั หาโดยต้องอาศยั
ความชว่ ยเหลือจากผู้อื่น
ระดบั 2 สามารถระบุปญั หาที่เกดิ ขนึ้ และอธิบายผลกระทบของปัญหาที่เกิดขึน้ ตอ่ ตนเองไดอ้ ย่างชัดเจน สามารถระบสุ าเหตแุ ละวิธีการแก้ไขปญั หาทีห่ ลากหลายและ
มีความเปน็ ไปไดจ้ รงิ ในทางปฏบิ ตั ิ และลงมือแกป้ ัญหาด้วยตนเอง ด้วยวธิ ีการทค่ี ัดเลอื กไว้ โดยดำเนนิ การตามข้นั ตอนท่ีได้วางแผนไว
้
ระดบั 3 สามารถระบปุ ัญหาท่ีเกดิ ขึ้น และอธบิ ายผลกระทบของปัญหาทเี่ กดิ ขน้ึ ตอ่ ตนเองและผ้อู น่ื ไดส้ ามารถระบุสาเหตุและวิธกี ารแก้ไขปญั หาทหี่ ลากหลายและ
มีความเป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติ และสามารถอธิบายผลที่จะเกิดขึ้นจากวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่าน้ัน และลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง ด้วยวิธีการที่คัดเลือกไว้
และดำเนนิ การตามขัน้ ตอนของวิธกี ารจนปญั หาได้รับการแกไ้ ข
ระดับคุณภาพ การพฒั นานวัตกรรม
ระดบั 1 ออกแบบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาสิ่งทพี่ บเหน็ รอบตัวบนพน้ื ฐานของข้อมลู ท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั สภาพปัญหาและอธบิ ายวธิ ีการทำงานของนวัตกรรมทพ่ี ฒั นาขึ้น
ตามความคดิ หรอื จินตนาการได้โดยมีเหตุผลประกอบ
ระดับ 2 ออกแบบนวัตกรรมเพือ่ แกป้ ัญหาสง่ิ ทพ่ี บเหน็ รอบตวั บนพืน้ ฐานของข้อมลู ท่เี กยี่ วข้องกบั สภาพปัญหาและอธบิ ายวิธกี ารทำงานของนวตั กรรมท่ีพฒั นาขนึ้
ค่มู อื
ตามความคิดหรือจินตนาการโดยมเี หตผุ ลประกอบ สามารถระบุจดุ เดน่ และขอ้ จำกัดของนวตั กรรมและนำเสนอแนวทางในการปรบั ปรุงพฒั นานวตั กรรม
โดยมพี น้ื ฐานของแนวคดิ รองรับอย่างมีเหตุมผี ล
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รยี น
ระดับ 3 ออกแบบนวัตกรรมเพ่ือแก้ปัญหาส่ิงที่พบเห็นรอบตัวบนพ้ืนฐานของข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับสภาพปัญหาและอธิบายวิธีการทำงานของนวัตกรรมท่ีพัฒนาข้ึนตาม ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผเู้ รียน
ความคิดหรือจินตนาการโดยมีเหตุผลประกอบระบุจุดเด่นและข้อจำกัดของนวัตกรรมและนำเสนอแนวทางในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมโดยมีพ้ืนฐานของ
แนวคิดรองรับอย่างมเี หตุมีผล และปรับปรุงพฒั นานวตั กรรมตามทีน่ ำเสนอไดโ้ ดยมีพืน้ ฐานของแนวคิดรองรับอยา่ งมเี หตมุ ผี ล
จากตัวอย่าง “แพช่วยชีวิต” ซ่ึงเป็นการออกแบบแผนการจัดการเรียนการสอนที่นำสมรรถนะในความฉลาดรู้พื้นฐานและสมรรถนะหลัก มาวิเคราะห์
เช่ือมโยงและนำมาออกแบบหน่วยการเรียนรู้ในลักษณะเป็นหน่วยบูรณาการ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ท่ีเริ่มจากปัญหาท่ีพบ/เหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนในสังคม โรงเรียน
จึงนำมาบูรณาการจัดการเรียนรู้จากสถานการณ์ปัญหาท่ีผู้เรียนอาจพบในชีวิตจริง เพ่ือพัฒนาสมรรถนะและส่งเสริมการเรียนรู้แบบองค์รวมให้กับผู้เรียนภายใต้
สถานการณป์ ญั หาทกี่ ำหนด
115
แผนการจัดการเรียนรบู้ ูรณาการ หน่วย “ทอ่ งเท่ยี วชุมชน”
คู่มอื
โรงเรียนปรชั ชาธร กรุงเทพมหานคร สังกดั สำนกั งานคณะกรรมการส่งเสรมิ การศึกษาเอกชน ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 เวลา 18 ชวั่ โมง
116 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
สร้างทตู นอ้ ยชมุ ชนเพื่อให้เกิดสำนึก
ระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผู้เรยี น
รกั บา้ นเกิด และสืบสานวฒั นธรรมชมุ ชน
สมรรถนะหลัก หนว่ ย “ทอ่ งเทย่ี วชมุ ชน” K S A
1. คณติ ศาสตรใ์ นชวี ิตประจำวัน
แนวคดิ หลกั เราเป็น K - ภูมิศาสตรแ์ ละลักษณะทางกายภาพของชุมชน
สมรรถนะที่ 1 การแก้ปญั หา ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตรท์ ม่ี ีแก้ปญั หาในชวี ติ ประจำวัน
สมาชกิ ในชุมชน จงึ ควร - กระบวนการทางภูมิศาสตร์ และการตง้ั คำถาม
ที่เหมาะสมกบั วยั โดยใชก้ ระบวนการแกป้ ญั หาทางคณิตศาสตรอ์ ยา่ งเหมาะสมและคำนงึ ถึง
เรียนรู้ขอ้ มูลชมุ ชนดว้ ย เชิงภมู ิศาสตร์ การรวบรวมขอ้ มูล การจัดการข้อมลู
ความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้
ความภาคภูมิใจ และ
การวิเคราะหข์ อ้ มลู และการสรุปเพ่ือตอบคำถาม
สมรรถนะท่ี 3 การสอ่ื สาร ใช้ศัพท์ สญั ลักษณ์ แผนภมู ิ แผนภาพ อยา่ งงา่ ยเพอ่ื สอื่ สารใหผ้ ู้อนื่ เผยแพรว่ ฒั นธรรม
- ระบบธรรมชาติและมนษุ ย์ ปฏิสัมพันธร์ ะหว่างมนษุ ย
์
เข้าใจในความคิดของตนเอง ได้อย่างหลากหลายและเหมาะสมกบั วัย เนื้อหา และสถานการณ์
ชุมชนให้บุคคลภายนอก กับสิ่งแวดล้อมทางภายภาพ และวัฒนธรรมชมุ ชน
สมรรถนะที่ 4 การเชอ่ื มโยง บอกความเชอ่ื มโยงทางคณิตศาสตรก์ บั ปัญหาหรือสถานการณ์ เขา้ มาทอ่ งเทย่ี วเชงิ เรยี นรู้
- ปราชญช์ าวบ้านและวธิ กี ารสัมภาษณเ์ พอ่ื ให้ได้ขอ้ มลู
ต่าง ๆ ท่ีตนเองพบในชวี ติ จริง และอธิบายไดอ้ ย่างสมเหตสุ มผลตามวัย
วัฒนธรรมชุมชนของเรา
ทีต่ อ้ งการ
2. ทกั ษะการคิดข้ันสูงและนวตั กรรม
- การใชแ้ ผนทแ่ี ละเครือ่ งมือทางภูมิศาสตร์
สมรรถนะที่ 2 การจดั การต่อความเปล่ียนแปลง อธิบายเหตผุ ลของการตดั สนิ ใจในเรือ่ งต่าง ๆ ผลลัพธ์การเรียนรู้ - การวัดระยะทาง มาตราส่วนและการเขยี นแผนทีแ่ ละ
ในชีวิตประจำวันของตนและบอกไดว้ า่ การตัดสนิ ใจของตนมีความเหมาะสม โดยสามารถระบ
ุ (ปลายทาง)
แผนผัง
หลักฐานสนบั สนนุ ความคดิ ได้
(Specific Learning - การใชส้ ัญลกั ษณใ์ นการสือ่ สาร
สมรรถนะที่ 3 ความคิดสรา้ งสรรค์ แสดงความคิดในเรื่องตา่ ง ๆ บอกเลา่ ความคิดจินตนาการ Outcomes)
- การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในการสอื่ สารและออกแบบ
หรือความคดิ ของตนเองที่แปลกใหมไ่ ปจากส่ิงรอบตวั
ออกแบบและจัด เพอื่ ประชาสัมพนั ธ์
3. การทำงานแบบรวมพลงั เปน็ ทมี และมภี าวะผนู้ ำ
กจิ กรรมส่งเสริม
S - ใช้กระบวนการทางภูมศิ าสตรใ์ นการตง้ั คำถามเชิง
สมรรถนะที่ 2 การส่ือสารท่มี ปี ระสิทธผิ ล เปดิ ใจ รบั ฟัง ยอมรบั และเคารพความคดิ เหน็
การท่องเท่ยี วเชิงเรยี นรู้ ภมู ศิ าสตร์ รวบรวมข้อมูล จัดการขอ้ มูล วิเคราะห์ข้อมลู
ในมมุ มองท่แี ตกต่าง สนับสนุนหรอื โตแ้ ย้งความคิดเห็นของผ้อู ่นื อยา่ งมเี หตผุ ล
วัฒนธรรมชุมชน
และสรุปเพื่อตอบคำถาม
โดยการศกึ ษา สำรวจขอ้ มลู - สังเกต ให้เหตผุ ลทางภูมิศาสตร์ ตดั สินใจอย่างเปน็ ระบบ
ทำแผนที่ชุมชนกำหนด
คิดวเิ คราะห์ และแปลความข้อมลู ทางภมู ิศาสตร์
สมรรถนะหลัก หนว่ ย “ทอ่ งเทยี่ วชมุ ชน” K S A
สมรรถนะที่ 3 กระบวนการทำงานร่วมกนั แบบร่วมมือรวมพลัง รว่ มกนั กำหนดเป้าหมาย
ฐานการเรียนรู้ และทำ - ทำงานเป็นทมี เข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหวา่ ง ค่มู อื
มีกระบวนการทำงานกลุม่ ท่สี อดคล้องกับเป้าหมายและรับผิดชอบตามบทบาทหนา้ ที่ด้วย
เส้นทางท่องเที่ยว
บุคคลท้ังทางดา้ นความคิด ความถนัด และความสามารถ
ความใสใ่ จ มคี วามพยายามเพอ่ื ให้เกิดความสำเร็จในการทำงาน อย่างเต็มใจชว่ ยเหลอื กัน ที่นา่ สนใจ พรอ้ ม นำจดุ เด่นของแต่ละคนมาใช้ให้เกดิ ประโยชนใ์ นการทำงาน
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รยี น
ประเมนิ การทำงานร่วมกันเป็นระยะ เพอ่ื นำไปปรับปรงุ ให้บรรลตุ ามเป้าหมายที่กำหนด
ประชาสัมพันธใ์ หบ้ ุคคล - มีเปา้ หมายในการทำงาน วางแผน แก้ปญั หาและเลอื ก ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผเู้ รียน
4. ทักษะชวี ติ และความเจรญิ แห่งตน
ภายนอกเข้ารว่ ม
ใชว้ ธิ ีทีเ่ หมาะสม
สมรรถนะท่ี 1 การรู้จักตนเองและเข้าใจผูอ้ ืน่ ตัดสินใจเลอื กทำกจิ กรรมท่สี นใจตามความถนัด
- ใชเ้ หตผุ ลในการรบั ฟังและให้เหตผุ ลสนับสนุน เพอื่ นำไป
และความสามารถอยา่ งม่นั ใจ แสดงออก และตอบสนองตอ่ อารมณ์และความรู้สึกของตนเองและ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สขู่ อ้ สรปุ
ผูอ้ ืน่ ในทางบวก
(นำทาง)
- ใชแ้ ผนท่ีและเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ อา่ นและเขยี น
สมรรถนะท่ี 6 ทักษะการเรียนรู้และการกำกบั ตนเอง ตั้งเปา้ หมายในการเรยี น มวี ธิ ใี นการ 1. ใชก้ ระบวนการ แผนทแี่ ละแผนผงั
แสวงหาความรู้ สรา้ งแรงจูงใจในการเรียนรู้ สะท้อนผลการปฏิบตั ิของตนและปรบั ปรงุ ตนเอง
ทางภมู ศิ าสตร์ในการ - วัดระยะทาง ใชส้ ญั ลกั ษณแ์ ละใชม้ าตราส่วนในการเขียน
อยเู่ สมอ
เรียนรขู้ ้อมูลชมุ ชน
แผนท่ีและสื่อสาร
5. พลเมืองทเ่ี ข้มแข็ง/ตืน่ รทู้ ี่มีสำนึกสากล
2. เกดิ ความภาคภมู ใิ จ
- เช่ือมโยงความรู้ทางคณติ ศาสตรก์ ับศาสตรอ์ นื่ ๆ และ
สมรรถนะท่ี 2 การเป็นพลเมอื งรับผิดชอบต่อบทบาทหนา้ ที่ รบั ผิดชอบและปฏบิ ตั ติ าม
ในชุมชน วิเคราะห
์ นำมาใช้ในการทำงาน
วถิ วี ัฒนธรรมของชมุ ชนและทอ้ งถิ่นด้วยความเข้าใจ
จุดเด่นของชมุ ชนและ
- ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในการส่อื สารและออกแบบเพ่อื
สมรรถนะท่ี 4 การเป็นพลเมอื งมีสว่ นรว่ ม เขา้ รว่ มกิจกรรมสาธารณะประโยชนร์ ะดบั โรงเรียน ทำสอ่ื ประชาสัมพนั ธ์
ประชาสัมพันธ์
หรือชุมชนทเ่ี หมาะสมตามวยั โดยคำนึงถึงผลดแี ละผลเสยี ทจ่ี ะเกดิ ข้นึ
จุดเด่นของชุมชนดว้ ย - คดิ สร้างสรรค์ และออกแบบเสน้ ทางทอ่ งเทีย่ วในชมุ ชน
6. ภาษาไทยเพื่อการส่อื สาร
ความภาคภมู ิใจ
- พดู ซักถาม บคุ คลตา่ ง ๆ เพ่ือเรียนรแู้ ละหาคำตอบ
สมรรถนะที่ 2 การสง่ /ถา่ ยทอดสาร ใชภ้ าษา ภาพ สัญลกั ษณ์ ในการถ่ายทอดข้อมูลความรู้ 3. เรยี นรู้ภูมิปัญญา ท่ตี นตอ้ งการ
ความรสู้ กึ ความคิดเห็น ประสบการณ์ จินตนาการ ผา่ นชอ่ งทางรปู แบบตา่ ง ๆ
ชมุ ชน มีสว่ นรว่ มใน - เขยี นส่ือสารและเขยี นเรอ่ื งราวในรูปแบบต่าง ๆ เพ่ือได้
สมรรถนะท่ี 4 การสบื สาน ใช้ภาษาไทยในการรบั รู้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยจากแหล่ง กจิ กรรมภูมปิ ญั ญา ข้อมลู และประชาสัมพันธ์
ข้อมลู รูปแบบต่าง ๆ เพ่อื ทำความเข้าใจ เรียนรู้ ประเมนิ ค่า เห็นคณุ ค่า และถ่ายทอด สืบสาน
ชุมชนทต่ี นสนใจและ A - มจี ติ สำนกึ ในการใชท้ รพั ยากรและสงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งคมุ้ คา่
สิง่ ทด่ี ีงามของภมู ปิ ัญญาและวัฒนธรรมไทยในรูปแบบต่าง ๆ ตามศักกยภาพตามวยั สู่ชุมชน สามารถสาธิตใหผ้ ู้อนื่
- เกดิ ความรกั และภาคภมู ิใจในชุมชนของตน
ภมู ภิ าคอน่ื โดยใชก้ ารดู ฟงั พดู อ่าน และเขียน
ทำตามได
้ - มีความรักในการทำงานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย มคี วามเพยี ร
4. เขียนแผนท่ี พยายามที่จะทำใหง้ านสำเร็จตามเป้าหมาย จดจอ่ กับงานทท่ี ำ
ชมุ ชนแสดงจุดเดน่ ของ รวมทั้งการตรวจสอบและปรบั ปรงุ การทำงานใหบ้ รรลุผลตาม
ชมุ ชน
เป้าหมาย
117
แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วย “ทอ่ งเทย่ี วชุมชน”
คู่มอื
ฃ้ันประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 18 คาบ/ช่ัวโมง
118 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ งาน/กจิ กรรมการเรียนรู้ หลักฐานการเรยี นร ู้ การวดั และประเมินการเรียนรู
้ ระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผู้เรยี น
1. ใช้กระบวนการทาง งานท่ี 1 : เรียนร้ชู ุมชน
- สงั เกตกระบวนการทำงานกลมุ่ ของ
ภมู ิศาสตร์ในการเรียนรู้ กิจกรรมท่ี 1 ชมุ ชนของเรา
- ใบกจิ กรรมการวิเคราะห์
ขอ้ มูลชุมชน
- ต้ังคำถาม “ถ้าพดู ถึงชมุ ชนของเรา จะนึกถึงอะไรบ้าง” ให้นักเรียนช่วยกันระดม นกั เรียนและประเมินการวิเคราะห์
ภมู ิศาสตร์และลักษณะ ภมู ิศาสตร์และลกั ษณะทาง
สมองและนำเสนอ
ทางกายภาพของชมุ ชน
กายภาพของชุมชนโดยพิจารณา
- เรยี นรูเ้ ก่ียวกับภูมศิ าสตรแ์ ละลักษณะทางกายภาพ จากน้ันใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่ม
จากการนำความร้เู กย่ี วกบั
ภูมศิ าสตร์และลักษณะทาง
ชว่ ยกนั วิเคราะห์ภูมิศาสตร์และลกั ษณะทางกายภาพของชมุ ชน พร้อมอธบิ าย
กายภาพมาใช้ในการวเิ คราะห์
เหตผุ ลประกอบ
- นกั เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมลู
- สงั เกตการปฏบิ ตั ิกิจกรรมโดยใช้
กิจกรรมท่ี 2 สำรวจชมุ ชน
- โครงงานสำรวจชมุ ชน
กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ และ
- เรยี นรู้เกย่ี วกบั กระบวนการทางภูมศิ าสตร์ และการตั้งคำถามเชิงภูมิศาสตร์
สังเกตกระบวนการทำงานกลมุ่ ของ
การรวบรวมขอ้ มลู การจัดการขอ้ มูล การวิเคราะห์ข้อมลู และการสรุปเพอ่ื
นักเรียน
ตอบคำถาม
- ประเมินการนำเสนอโครงงานของ
- ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ สนทนาเกย่ี วกับชุมชนของเรา และเลือกประเด็นท่ีกลุ่มสนใจ
แตล่ ะกลมุ่
เพ่อื กำหนดหวั ข้อในการทำโครงงานสำรวจชมุ ชน
- แตล่ ะกลมุ่ เลือกหวั ข้อที่สนใจในการทำโครงงานสำรวจชุมชน กำหนดเปา้ หมาย
ในการทำงาน วางแผน และดำเนนิ การตามกระบวนการทางภมู ิศาสตร์
พรอ้ มนำเสนอขอ้ มูล
2. เกดิ ความภาคภูมิใจใน
- สังเกตกระบวนการทำงานกลุม่ ของ
งานที่ 2 : วเิ คราะห์จุดเด่นของชมุ ชน
- แผนดำเนนิ งานของกล่มุ นักเรียนและประเมินแผนดำเนิน
ชมุ ชน วิเคราะหจ์ ุดเดน่ กจิ กรรมที่ 1 ของดขี องชุมชน
และผลการดำเนนิ งานจาก งานของกลุ่มและผลการดำเนนิ งาน
ของชุมชน และทำสอ่ื - จากการนำเสนอโครงงานสำรวจชมุ ชน ชวนนักเรียนสนทนาและให้นกั เรยี น
การนำเสนอผลงานในการ จากการนำเสนอผลงาน
ประชาสัมพันธจ์ ุดเด่น แบง่ กล่มุ วเิ คราะห์ข้อมลู เพื่อหาจุดเดน่ เชงิ วัฒนธรรมของชุมชน
วิเคราะห์จดุ เด่นเชิง
ของชมุ ชนด้วยความ
- แต่ละกลุ่มเลอื กจดุ เดน่ เชิงวฒั นธรรมของชมุ ชนท่สี นใจ เพื่อศึกษาข้อมูลเชิงลกึ
วฒั นธรรมของชุมชนและ
ภาคภูมิใจ
และทำข้อมูลแหล่งเรียนรใู้ นชุมชน
ปราชญ์ชาวบา้ นในชุมชน
- เมอ่ื ได้หัวขอ้ ท่ีสนใจแล้ว ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ จัดทำแผนดำเนนิ งานของกลมุ่ ในการ
กำหนดเปา้ หมายในการทำงาน วางแผน ดำเนนิ การ
จุดประสงคก์ ารเรยี นร ู้ งาน/กจิ กรรมการเรยี นร ู้ หลกั ฐานการเรยี นรู ้ การวัดและประเมินการเรยี นร้
ู ค่มู อื
- แตล่ ะกลุ่มนำเสนอขอ้ มูลจดุ เดน่ เชงิ วัฒนธรรมของชมุ ชน และรว่ มกันสรุปจดุ เด่น
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รยี น
เชิงวฒั นธรรมของชุมชนทตี่ นภาคภูมใิ จ และปราชญ์ชาวบ้านในชุมชน
ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผเู้ รียน
กจิ กรรมที่ 2 เชญิ ชวนเทย่ี วชมุ ชน
- แผนดำเนินงานของกลุ่ม
- สงั เกตกระบวนการทำงานกลุ่มของ
- ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ แตล่ ะกลุ่มหาตัวอย่างสอื่ ประชาสัมพันธส์ ถานทท่ี ่องเทยี่ ว
- ส่อื ประชาสมั พันธ์จุดเด่น
เชงิ วฒั นธรรมทนี่ า่ สนใจมา 1 ตวั อยา่ ง พรอ้ มวเิ คราะหว์ า่ สอ่ื ทก่ี ลมุ่ เลอื กมามจี ดุ เดน่
นกั เรยี นและประเมนิ แผนดำเนนิ งาน
อยา่ งไร เมอ่ื เราเห็นส่อื น้ีแล้วอยากไปเทยี่ วหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
เชงิ วฒั นธรรมของชุมชน
ของกลมุ่ และผลการดำเนนิ งาน
- ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มนำเสนอสอื่ ท่ีเลือก พร้อมวเิ คราะหจ์ ดุ เดน่ ของสือ่ ให้กลมุ่ อื่นร่วมกนั
จากการนำเสนอผลงาน
แสดงความคดิ เหน็ เพิม่ เตมิ จนนำเสนอครบทกุ กลมุ่
- ชวนนกั เรียนวเิ คราะห์และสรุปจากตัวอยา่ งละการนำเสนอความคิดเหน็ ร่วมกนั วา่
สื่อประชาสัมพันธ์ทีด่ ี ควรมลี ักษณะอย่างไร เพราะเหตุใด
- ให้แตล่ ะกลุ่มทำส่ือประชาสัมพันธ์จุดเด่นเชิงวัฒนธรรมของชุมชน เพอื่ ให้บุคคลอน่ื
3. เรียนร้ภู มู ิปัญญาชมุ ชน
มีสว่ นร่วมในกิจกรรม
รจู้ กั และอยากมาเทยี่ วชุมชนของตน พรอ้ มนำเสนอ
- แผนดำเนินงานของกลมุ่
ภมู ปิ ญั ญาชมุ ชนทตี่ นสนใจ
- สงั เกตกระบวนการทำงานกลุ่มของ
และสามารถสาธติ ให้ผู้อน่ื งานท่ี 3 : ภูมิปญั ญาชุมชน
และผลการดำเนนิ งาน
กจิ กรรมที่ 1 ปราชญ์ชาวบา้ นตวั นอ้ ย
จากการนำเสนอผลงาน
นกั เรยี นและประเมนิ แผนดำเนนิ งาน
ทำตามได
้ - สนทนาและเรียนร้เู กีย่ วกบั ภมู ปิ ัญญาชุมชนและปราชญช์ าวบา้ น
ท่ีแสดงถึงความรู้เกย่ี วกบั ของกลุม่ และผลการดำเนินงาน
- ใหน้ กั เรยี นแบ่งกลมุ่ แต่ละกลมุ่ เลือกภูมิปญั ญาชมุ ชนทสี่ นใจ เพือ่ เข้าไปเรียนรู
้
ภมู ิปัญญาของชมุ ชนจากปราชญช์ าวบา้ น จนเป็นปราชญช์ าวบา้ นตัวนอ้ ย
ภมู ิปัญญาชมุ ชน ทักษะที่ จากการนำเสนอผลงาน
- แต่ละกลมุ่ จัดทำแผนดำเนนิ งานของกลมุ่ ในการวางแผน ประสานงาน และเขา้ ไป เรยี นรู้และฝกึ ฝนจาก
ปราชญ์ชาวบ้าน และ
ฝึกปฏบิ ัตกิ บั ปราชญช์ าวบ้านจนสามารถสาธติ ส่งิ ทีต่ นเรยี นรู้ใหผ้ อู้ ืน่ ได้
เจตคติเกย่ี วกบั ภูมิปญั ญา
- แต่ละกลมุ่ นำเสนอส่ิงทตี่ นเข้าไปเรยี นรกู้ บั ปราชญช์ าวบา้ นและฝกึ จนชำนาญ
ชุมชน
- ร่วมกันออกแบบฐานกิจกรรมเก่ียวกับภมู ิปัญญาของชมุ ชน และจดั งาน
“ปราชญช์ าวบ้านตัวนอ้ ย” ในช่วงหลงั เลิกเรยี น เพือ่ ให้นกั เรียน ครู ผู้ปกครอง
ผู้สนใจ เขา้ มาเรียนรภู้ ูมิปัญญาชุมชนและฝกึ ปฏิบตั ิกบั ปราชญ์ชาวบ้านตัวนอ้ ย
119
จดุ ประสงค์การเรียนรู ้ งาน/กจิ กรรมการเรียนร้ ู หลกั ฐานการเรยี นรู้ การวดั และประเมนิ การเรยี นร
ู้ คู่มอื
งานที่ 4 : แผนท่ีชุมชน
120 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
4. เขยี นแผนทชี่ มุ ชนแสดง กจิ กรรมท่ี 1 แผนผังหรรษา
- แผนผังห้องเรยี น หรือ - สงั เกตกระบวนการทำงานกลุม่ ของ
จดุ เด่นของชุมชน
- ให้นกั เรียนเดินสำรวจภายในโรงเรียน สังเกตว่ามสี ถานท่ีใดบ้าง และแต่ละสถานท่ี ระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผู้เรยี น
แผนผงั ที่ตนสนใจ
นักเรยี น
อยู่ตรงไหน
(และครสู ามารถตรวจสอบได)้
- ประเมินงานการเขียนแผนผัง
- แบ่งกลุ่ม และให้แตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั ทำแผนผังของโรงเรียนจากข้อมลู ที่แต่ละคน
ห้องเรียน หรอื แผนผังทตี่ นสนใจ
สังเกต จากนัน้ ให้แต่ละกลุม่ นำเสนอแผนผังและเปรียบเทยี บแผนผงั ของแตล่ ะ
(และครสู ามารถตรวจสอบได)้
กลมุ่ วา่ เหมอื นหรือต่างกนั อยา่ งไร เพราะเหตุใด
- เชอ่ื มโยงกจิ กรรมกบั เรยี นร้ปู ระโยชนข์ องแผนผัง วิธกี ารอ่านและเขยี นแผนผัง
พร้อมฝกึ ปฏิบัตอิ ่านและเขยี นแผนผัง
- ใหน้ ักเรยี นเขียนแผนผังหอ้ งเรยี น หรือแผนผงั ทีต่ นสนใจ (และครูสามารถ
ตรวจสอบได)้
กิจกรรมท่ี 2 แผนทพ่ี ศิ วง
- แผนท่ีจากเกม “แผนท่ี
- เรียนรู้เกี่ยวกับการวดั ระยะทางและการใช้อุปกรณใ์ นการวดั ฝึกปฏิบตั
ิ - ประเมนิ ทกั ษะในการวดั ระยะทาง
วดั ระยะทางระหว่างสถานที่ตา่ ง ๆ ในโรงเรียน
พศิ วง” โดยมีการนำ
และการใช้อปุ กรณ์ในการวดั
- ใหน้ กั เรียนดูแผนผงั และแผนที่ พรอ้ มเปรยี บเทยี บความเหมอื นต่าง
ความรูแ้ ละทกั ษะในการ - ประเมินทกั ษะในการอา่ นและ
- ฝึกอา่ นแผนท่ี การใช้สญั ลักษณ์ ทศิ มาตราสว่ น และเรียนรู้การเขียนแผนที
่ เขยี นแผนท่ี
- ฝกึ เขยี นแผนทแี่ ละเขียนแผนทีจ่ ากโรงเรยี นไปบา้ นของตน
วัดระยะทาง การใช้
- เลน่ เกม “แผนทีพ่ ิศวง” โดยให้นักเรียนจับค่กู ัน นำสิ่งของของตนไปวางไว้ใน
สัญลักษณ์และมาตราส่วน
สถานทท่ี เ่ี พอื่ นไมร่ ู้ และเขยี นแผนที่ใหเ้ พ่ือนใช้ในการเดินทางไปนำสิ่งของนนั้
มาใชใ้ นการเขยี นแผนท
ี่
กลับมาใหต้ น หลงั เสรจ็ กิจกรรมใหน้ ักเรยี นรว่ มกันสะท้อนผลในประเด็นของ
1) หลกั การเขยี นแผนที่ การใช้สญั ลกั ษณ์ ทิศ และมาตราสว่ น 2) ทกั ษะในการ
เขียนและอา่ นแผนที่ 3) ผลของการใชแ้ ผนท่ี สามารถหาของเจอหรือไม่
เพราะเหตุใด 4) ความรู้สึกในการทำกิจกรรม สิง่ ทท่ี ำได้ดี ส่งิ ที่สามารถพฒั นา
ใหด้ ีขน้ึ
จุดประสงค์การเรยี นร ู้ งาน/กจิ กรรมการเรียนร ู้ หลกั ฐานการเรียนร้ ู การวัดและประเมนิ การเรยี นร้
ู
กิจกรรมท่ี 3 แผนที่ชุมชน
- ทบทวนหลักของการอ่านและเขียนแผนท่ี และสนทนาเกย่ี วกบั การทำแผนที่ชมุ ชน - แผนดำเนินงานของกลุ่ม
- ประเมนิ ทักษะในการวัดระยะทาง
- แผนทีช่ ุมชนที่แตล่ ะกล่มุ
สถานที่สำคัญของชุมชน
และการใช้อุปกรณใ์ นการวัด
- ให้นักเรียนแบ่งกลุม่ และรว่ มกนั ทำแผนท่ีชมุ ชน โดยจัดทำแผนดำเนินงานของกลมุ่ เขียน
- ประเมนิ ทกั ษะในการอ่านและ
ในการกำหนดเปา้ หมาย วางแผนในการทำงาน สง่ิ ทตี่ อ้ งทำ ระยะเวลา ผรู้ บั ผดิ ชอบ
เขียนแผนที
่
- แตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลงาน ร่วมกันแสดงความคดิ เห็นและสะทอ้ นผลการทำงาน
- สังเกตกระบวนการทำงานกลมุ่ ของ
นกั เรยี นและประเมนิ แผนดำเนนิ งาน
ของกลุ่มและผลการดำเนนิ งาน
จากการนำเสนอผลงาน
การวดั และประเมินผลรวบยอด (Summative Assessment)
ผลลัพธ์การเรียนรู้ งาน / สถานการณ์ หลกั ฐานการเรยี นรู ้ การวัดและประเมินการเรยี นรู
้
(จุดประสงคป์ ลายทาง)
ค่มู อื
ออกแบบและจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การทอ่ งเทยี่ ว
โครงการ Walk Rally ทอ่ งเทีย่ วชมุ ชน
- โครงการ Walk Rally - สังเกตกระบวนการทำงานกลุ่มของนักเรยี น
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผเู้ รยี น
เชิงเรียนรู้วัฒนธรรมชมุ ชน โดยการศกึ ษา สำรวจ – วางแผนกำหนดจุดกจิ กรรมการเรยี นรเู้ ชงิ ทอ่ งเทยี่ วชมุ ชน
- ประเมนิ แผนดำเนนิ งานของกลุ่มและ
ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผเู้ รียน
ขอ้ มูล ทำแผนทช่ี ุมชน กำหนดฐานการเรยี นรู้ ผลการดำเนินงานตามเป้าหมายของกลมุ่
และทำเสน้ ทางทอ่ งเทยี่ วท่นี ่าสนใจ พร้อม วัฒนธรรม ทำข้อมลู ให้ความรแู้ ละออกแบบ แผนการดำเนนิ งาน
- ความพึงพอใจของบุคคลต่าง ๆ ในชมุ ชน
ประชาสมั พนั ธใ์ หบ้ คุ คลภายนอกเขา้ รว่ ม
กิจกรรมฐานต่าง ๆ ประสานงานกบั ชมุ ชน
และผลการดำเนินงาน
- การเขา้ ร่วมกิจกรรมและความพึงพอใจ
จัดทำแผนทท่ี อ่ งเที่ยว กำหนดเปา้ หมาย ของบคุ คลภายนอก
ประชาสัมพันธ์ รบั สมัคร ดำเนินการ
ประเมินผล สะทอ้ นผลการทำงาน
121
การประเมินผลการเรยี นรู้สมรรถนะ สถานการณป์ ระเมิน และเกณฑก์ ารประเมิน (Rubrics)
คู่มอื
122 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
ดี (สงู กว่าเกณฑ)์ พอใช้ (ตามเกณฑ)์ ปรับปรุง (กำลังพัฒนา)
ระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผู้เรยี น
- สามารถใชค้ วามรู้ ทักษะ
ออกแบบและจดั กจิ กรรมสง่ เสริมการทอ่ งเทีย่ วเชงิ เรียนร้วู ัฒนธรรมชุมชน - สามารถใช้ความรู้ ทกั ษะ
- สามารถใชค้ วามรู้ ทกั ษะ
ทางภมู ศิ าสตรแ์ ละ
“Walk Rally ชมุ ชน” โดยการศึกษา สำรวจข้อมลู ทำแผนที่ชุมชน กำหนดฐาน ทางภมู ิศาสตร์และทาง ทางภูมศิ าสตร์และ
ทางคณติ ศาสตร์ ในการวเิ คราะห ์
การเรยี นรู้ และทำเส้นทางท่องเท่ียวทน่ี ่าสนใจ พรอ้ มประชาสมั พันธ์ใหบ้ คุ คล ทางคณติ ศาสตร์ ในการวเิ คราะห ์
วางแผน ออกแบบ และ
ภายนอกเข้าร่วมได
้ คณติ ศาสตร์ ในการวเิ คราะห์ วางแผน ออกแบบ และ
ดำเนินกจิ กรรมสง่ เสริม
วางแผน ออกแบบ และ ดำเนินกิจกรรมสง่ เสรมิ
การทอ่ งเทยี่ วเชิงเรียนรู้
ประเดน็ การประเมนิ
ดำเนินกิจกรรมส่งเสริม
การทอ่ งเทีย่ วเชิงเรียนรู้
1. มเี ปา้ หมายในการทำงาน ร่วมกันวางแผน ออกแบบ และดำเนนิ การ
การท่องเท่ียวเชิงเรยี นรู้ วฒั นธรรมชุมชน “Walk
จัดกจิ กรรม “Walk Rally ชมุ ชน” เพื่อสง่ เสริมการทอ่ งเที่ยวเชิงเรียนรู้ วฒั นธรรมชุมชน “Walk วัฒนธรรมชมุ ชน “Walk Rally ชุมชน” ได้ตามเกณฑ ์
วัฒนธรรมชมุ ชนได้นา่ สนใจ เหมาะสมกับเวลาและระยะทาง โดยสมาชิกในกลุ่ม Rally ชมุ ชน” ได้สำเรจ็
Rally ชมุ ชน” ได้สำเรจ็
ทก่ี ำหนดน้อยกว่า 3 ประเดน็
ทุกคนมีสว่ นรว่ มแสดงความคดิ เห็น และรับผดิ ชอบในการทำงานร่วมกนั ปฏบิ ตั ิ ดว้ ยความภาคภูมใิ จ
ด้วยความภาคภมู ใิ จ
พิจารณา
ตามวถิ ีวฒั นธรรมของชุมชนและท้องถิ่นด้วยความเขา้ ใจและภาคภูมิใจในชุมชน ไดต้ ามเกณฑท์ ีก่ ำหนดครบ
ได้ตามเกณฑท์ ีก่ ำหนด
ของตน
5 ประเด็นพิจารณา
3-4 ประเดน็ พิจารณา
2. ใชค้ วามรู้และทกั ษะกระบวนการทางภมู ิศาสตรใ์ นการตง้ั คำถามเชิง
ภมู ศิ าสตร์ สำรวจ รวบรวม วเิ คราะห์ขอ้ มลู เพื่อนำมากำหนดและออกแบบฐาน
กิจกรรมการเรยี นรวู้ ฒั นธรรมในชุมชนและทำเสน้ ทางท่องเที่ยวได้อยา่ งน่าสนใจ
3. ใชค้ วามรแู้ ละทกั ษะทางคณติ ศาสตรใ์ นการทำแผนทช่ี มุ ชนไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
สวยงาม ครอบคลมุ พ้ืนทีท่ อ่ งเทย่ี ว โดยมกี ารใช้สัญลักษณ์ แผนภูมิ แผนภาพ
อย่างง่ายเพ่อื สื่อสารให้ผ้อู ื่นเขา้ ใจในความคิดของตนเอง ได้อยา่ งหลากหลายและ
เหมาะสม
4. จัดทำส่อื ประชาสัมพันธ์ “Walk Rally ชมุ ชน” เพ่ือเชิญชวนให้บคุ คล
ภายนอกเขา้ รว่ มไดอ้ ย่างน่าสนใจและมคี วามหลากหลาย ใช้ภาษาในการสื่อสาร
และถ่ายทอดขอ้ มูลความรู้ ความรสู้ กึ ความคดิ เหน็ ประสบการณ์ เก่ยี วกับ
ภมู ปิ ญั ญาและวฒั นธรรมชมุ ชนในรปู แบบตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มคี วามสละสลวย
คู่มอื
123
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรยี น
ระดับประถมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผ้เู รยี น
การออกแบบหน่วยบูรณาการ “ท่องเท่ียวชุมชน” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของโรงเรียนปรัชชาธร
ท่ีออกแบบแผนการจัดการเรียนการสอนโดยมี “จุดเน้น” ในการสร้างผู้เรียนให้เป็น “ทูตน้อยชุมชน” เพ่ือให้
นักเรียนสำนึกรักบ้านเกิดและสืบสานวัฒนธรรมชุมชน รู้จักชุมชนและเข้าไปเรียนรู้ภูมิปัญญาชุมชน สามารถ
ประชาสมั พนั ธ์จุดเดน่ ของชมุ ชนและเชิญชวนให้บุคคลอนื่ มารว่ มกิจกรรมภายในชุมชนได้ จากน้นั นำสมรรถนะ
ในความฉลาดรู้พ้ืนฐานและสมรรถนะหลัก มาวิเคราะห์เชื่อมโยงและวางแผนการจัดการเรียนการสอนแบบ
บูรณาการ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้พัฒนาสมรรถนะผ่าน “งาน”
เพื่อการเรียนรู้ ที่ผู้เรียนได้ปฏิบัติผ่านประสบการณ์จริงจากสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงมีการประเมินสมรรถนะ
ของผ้เู รียนจากนำความรู้ ทกั ษะ เจตคติ ไปประยกุ ต์ใชใ้ นสถานการณ์ทค่ี รอู อกแบบในลักษณะของ “ภารกิจ”
จาก “โครงการ Walk Rally ท่องเที่ยวชุมชน” หน่วยการเรียนรู้นี้ จึงเป็นตัวอย่างหน่ึงของการพัฒนา
สมรรถนะผู้เรียนตามจุดเน้นของสถานศึกษาและบริบทของชุมชน ใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนในการเรียนรู้
โดยเปดิ โอกาสใหผ้ เู้ รยี นได้สำรวจชุมชนและได้เลือกเรียนรูใ้ นส่งิ ท่ตี นสนใจจาก “งาน” ท่ีครอู อกแบบไว้ เพื่อให้
ผู้เรียนได้เรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนจากประสบการณ์จริง ได้พัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่เกิดจากการปฏิบัติใน
สถานการณต์ า่ ง ๆ จนเกิดผลลัพธ์การเรยี นรใู้ นการพฒั นาสมรรถนะผ้เู รยี นตามเปา้ หมายของสถานศกึ ษา
จากตัวอย่างการออกแบบการจัดการเรียนการสอน แนวทางท่ี 5 “บูรณาการผสานหลายสมรรถนะ”
หน่วย “แพช่วยชวี ิต” และหนว่ ย “ท่องเทย่ี วชมุ ชน” เปน็ ตวั อยา่ งการจดั กิจกรรมทอ่ี อกแบบโดยนำสมรรถนะ
ในความฉลาดรู้พ้ืนฐาน และสมรรถนะหลักท้ัง 7 สมรรถนะเป็นฐานในการออกแบบ และวิเคราะห์รายวิชา
ท่ีเก่ียวข้องมาจัดการเรียนการสอนในลักษณะเป็นหน่วยบูรณาการ ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างเป็น องค์รวม
และเหน็ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างวชิ า/กลมุ่ สาระการเรียนรูต้ า่ ง ๆ ในการพัฒนาสมรรถนะของผ้เู รยี นไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
แนวทางที่ 6 : สมรรถนะชีวิตในกจิ วัตรประจำวนั
การสง่ เสรมิ สมรรถนะหลกั ขณะผเู้ รยี นปฏบิ ตั กิ จิ วตั รประจำวนั เปน็ วธิ กี ารสง่ เสรมิ
สมรรถนะอย่างเป็นธรรมชาติและช่วยปลูกฝังให้สมรรถนะดังกล่าวมีความม่ันคงถาวร
จากการปฏบิ ัตเิ ป็นประจำทุกวันอีกดว้ ย
➢ ลกั ษณะ
สมรรถนะชีวิตในกิจวัตรประจำวัน เป็นการสร้างสรรค์การเรียนรู้อย่างสอดคล้องสัมพันธ์กับ
การดำเนินชีวิตประจำวันปกติของนักเรียนและสอดคล้องกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีมักเกิดในโรงเรียน นับเป็นการฝึก
และพฒั นาสมรรถนะนนั้ ๆ ไดอ้ ยา่ งซำ้ ๆ อกี ทงั้ เปน็ ไปตามธรรมชาตปิ กตขิ องชวี ติ นกั เรยี น ซง่ึ จะมคี วามยดื หยนุ่
และทา้ ทายทจ่ี ะเผชญิ สถานการณต์ ามธรรมชาตขิ องชวี ติ และเมอื่ ฝกึ พฒั นาสมรรถนะนนั้ ๆ ไดอ้ ยา่ งคลอ่ งแคลว่
ผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ผู้เรียนจะค่อย ๆ มีสมรรถนะน้ัน ๆ อย่างแท้จริง สามารถนำความรู้ ทักษะ และ
ประสบการณ์ไปใช้ในการดำเนินชีวิต โดยสามารถจัดเป็นการเรียนรู้ท่ีผู้เรียนได้เรียนรู้และพัฒนาอย่างเป็น
ข้ันตอน ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ออกแบบอย่างเป็นทางการ และการพัฒนาตามธรรมชาต ิ
จากสถานการณ์ในชีวติ ประจำวนั ในลกั ษณะ 3 ประการ ประกอบด้วย
ค่มู อื
124 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผูเ้ รียน
ระดบั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนาผเู้ รียน
(1) กิจกรรมเสริมหลกั สูตร (Co - Curriculum Activities) เปน็ กจิ กรรมท่ีกำหนดเปน็ สว่ นหนง่ึ ของ
หลักสูตร มีการออกแบบโครงสร้างของกิจกรรม การดำเนินการ และการประเมินผลการร่วมกิจกรรมและ
นบั เป็นหน่งึ ของหลักสตู ร ไดแ้ ก่ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมชมุ นมุ /ชมรม กจิ กรรมลูกเสือ/ยวุ กาชาด กิจกรรม
เพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์
(2) กิจกรรมพิเศษ (Extra - Curriculum Activities) เป็นกิจกรรมท่ีโรงเรียนจัดเป็นวาระตาม
เหตกุ ารณ์ เทศกาล และโอกาส ทส่ี ถานศกึ ษาจดั ขนึ้ เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นไดร้ บั ประสบการณห์ รอื ไดพ้ ฒั นาสมรรถนะหลกั
ได้แก่ การทัศนศึกษา การร่วมกิจกรรมในชุมชน การเชิญวิทยากรมาบรรยาย การชมภาพยนตร์ การทำงาน
หรือเรียนรจู้ ากวิทยากรที่เปน็ ภูมปิ ัญญาในท้องถนิ่ การฝึกงานในสถานประกอบการหรือชมุ ชน
(3) หลักสูตรแฝง (Hidden Curriculum) การออกแบบส่ิงแวดล้อมท้ังทางกายภาพในสถานศึกษา
และแบบอย่างการมีปฏิสัมพันธ์เพ่ือให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะหลัก รวมทั้งความสัมพันธ์บ้านและ
ชุมชน ไดแ้ ก่ แบบอย่างของการเปน็ ผ้พู ฒั นาสมรรถนะ สภาพแวดลอ้ มทีเ่ ออ้ื ให้เกิดการพฒั นาสมรรถนะ
➢ ข้ันตอนการออกแบบกจิ กรรมการพัฒนาสมรรถนะผา่ นการปฏิบตั ิกจิ วัตรประจำวนั
1. ขน้ั เตรยี มการ
1.1 สำรวจกิจวัตรประจำวันของผู้เรียนซึ่งมีท้ังกิจวัตรที่เป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน
รายภาค และรายปี จัดทำเป็นรายการไว
้
1.2 จัดทำรายละเอยี ดของกิจกรรมที่ทำในกิจวัตรตา่ ง ๆ โดยเรมิ่ ต้นทำทลี ะกิจวตั รดงั น
้ี
1) ระบจุ ุดประสงคห์ ลักของกิจวตั รน้นั
2) พิจารณาว่าสมรรถนะอะไรท่ีสามารถนำมาเพ่ิมเติม เพื่อช่วยให้ทำกิจวัตรน้ันได้ดีข้ึน
(สามารถใช้รายการสมรรถนะหลักชว่ ยในการวิเคราะห์ ตรวจสอบ)
3) นำสมรรถนะท่เี พิม่ ไปเติมในจดุ ประสงค์ขอ้ 1
1.3 กำหนดสาระความรู้ (K) ทกั ษะ (P) และคุณลักษณะ (A) รวมท้งั ตวั ช้วี ัดของ KPA ทีจ่ ำเปน็
ต่อการเสรมิ สรา้ งสมรรถนะท่ตี อ้ งการ เพอ่ื ใช้เปน็ แนวทางในการจดั การเรยี นรู
้
1.4 จดั ทำเอกสารความรเู้ สรมิ สำหรบั ครเู นอ่ื งจากการดแู ล ตดิ ตาม กำกบั พฤตกิ รรมของผเู้ รยี นนนั้
ไม่ได้เปน็ หนา้ ที่ของครูประจำชั้นเพียงผู้เดยี ว แต่เป็นหนา้ ท่ีของครทู กุ คนทีจ่ ะตอ้ งเอาใจใสด่ แู ล สมรรถนะหลาย
สมรรถนะอาจไม่ได้อยู่ในความชำนาญของครูทุกคน ดังน้ัน ครูที่มีความรู้ ความเข้าใจที่เก่ียวข้องกับสมรรถนะ
นั้น ๆ จึงควรจดั ทำเอกสารให้ความรูเ้ สรมิ แกค่ รคู นอ่ืน เพื่อใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจตรงกนั ในประเดน็ ท่ตี อ้ งการเสริม
ใหแ้ ก่ผเู้ รียน ดังน้นั ครูทุกคนจงึ มีตัวช่วยในการรว่ มกันพัฒนาผูเ้ รยี นให้ไปในทิศทางเดียวกนั
กิจกรรมประจำวันท่ีนักเรียนทำเป็นประจำมักเป็นการกระทำท่ีทำคล้าย ๆ กัน และซ้ำ ๆ กัน
ไมว่ า่ จะเรยี นในระดบั ใด ทำใหน้ กั เรยี นไมไ่ ดม้ กี ารเรยี นรเู้ พม่ิ ขน้ึ ดงั นน้ั ครจู ะตอ้ งรว่ มกนั คดิ วา่ ในแตล่ ะระดบั ชน้ั
หรือช่วงช้ัน นักเรียนควรจะต้องมีสมรรถนะเพิ่มขึ้นคือสามารถดูแล รักษาวินัยของหมู่คณะได้ ซ่ึงหมายถึง
การท่ีนกั เรียนจะต้องมีสมรรถนะอืน่ เพ่ิมข้นึ เช่น การสงั เกต การปฏสิ มั พันธ์กบั บคุ คลและหมู่คณะ การส่ือสาร
อย่างเหมาะสม และการแกป้ ญั หาในชีวิตประจำวนั
คู่มือ
125
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผ้เู รียน
ระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผ้เู รียน
2. ข้ันปฏิบตั ิการซอ่ มเสริมสมรรถนะ
2.1 เริ่มต้นจากการสำรวจพฤติกรรมการปฏิบัติกิจวัตรของผู้เรียนเป็นรายบุคคลโดยใช้รูบริกส์เป็น
เคร่ืองมอื
2.2 วิเคราะห์ข้อมูลจากผลการสำรวจ พฤติกรรมใดท่ีผู้เรียนยังไม่ได้ปฏิบัติ หรือปฏิบัติแต่ไม่มี
คุณภาพ หรือปฏิบัติแต่ไม่สม่ำเสมอ ตัวอย่างเช่น ในกิจวัตรการเคารพธงชาติในตอนเช้าของทุกวัน อาจพบว่า
นักเรียนจำนวนไมน่ ้อยยงั จำเน้อื เพลง และร้องเพลงชาติไม่ได้
2.3 นำผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู มาออกแบบการจดั กิจกรรมเพอ่ื ซ่อมหรือเสริมสมรรถนะ เชน่
1) ในกรณีที่มีพฤติกรรมท่ีเป็นปัญหาร่วมของผู้เรียนซ่ึงอาจจะเป็นพฤติกรรมที่ต้องซ่อมหรือ
เสรมิ เพิ่มเตมิ แลว้ แตก่ รณี ใหค้ รูออกแบบกจิ กรรมซ่อม หรือเสรมิ การเรียนรู้ในเรอื่ งนน้ั โดยอาจสอนในชั้นเรียน
ในกลุ่มสาระท่ีเกี่ยวข้อง หรือจัดในเวลาของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนหรืออาจนัดหมายเรียนนอกเวลา หรือใช้
กลยุทธ์ให้เพื่อนสอนเพื่อน ซ่ึงในการดำเนินการน้ีครูสามารถใช้ประโยชน์จากเอกสาร สาระ ทักษะ และ
คุณลักษณะทจ่ี ำเป็นต่อการพฒั นาสมรรถนะ ซึง่ ไดจ้ ดั ทำไว้ตามทีร่ ะบุไว้ใน ขอ้ 1.3) ของข้นั ดำเนินการ
2) ในกรณีท่ีเป็นปัญหารายบุคคล ครูอาจใช้การแนะนำหรือสอนเป็นรายบุคคล หรือ
ใหเ้ พือ่ นช่วยเพ่ือน หรือใหผ้ เู้ รียนเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง โดยครูเปน็ ทป่ี รึกษา
ท้ังนี้ ครูควรเก็บข้อมูลของนักเรียนเป็นรายบุคคล เพ่ือช่วยให้เห็นภาพรวมของนักเรียนแต่ละคน
ซึ่งสะท้อนจุดอ่อน จุดแข็งของนักเรียน และช่วยให้รู้ว่าควรให้การดูแล กำกับ ติดตามนักเรียนคนใดในเร่ืองใด
เพื่อช่วยให้ไม่เป็นภาระมากสำหรับครู ครูสามารถจัดระบบให้นักเรียนเป็นผู้เก็บข้อมูล และติดตาม กำกับ
พฤติกรรมของกันและกนั โดยครคู วรมีการตดิ ตามผลเป็นระยะ ๆ และส่มุ ตรวจสอบตามความเหมาะสม
สรปุ การออกแบบกิจกรรมพฒั นาสมรรถนะผา่ นการปฏิบัตกิ จิ วตั รประจำวัน
- วิเคราะห์กิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้เรียนเพ่ือกำหนดประเด็นที่สามารถจัดให้
เปน็ จุดเน้นเพือ่ ให้ผู้เรยี นได้พฒั นาสมรรถนะ
- คัดเลือกกิจกรรมสำคัญหรือเงื่อนไขในกิจกรรมเสริมหลักสูตร กิจกรรมพิเศษ
หลักสูตรแฝง และ/หรือกิจกรรมอ่ืน ๆ ท่ีสถานศึกษาใช้เป็นสถานการณ์หรืองานท่ีเอ้ือให้
ผู้เรยี นไดพ้ ัฒนาสมรรถนะ
- ออกแบบแนวทางการพัฒนาโดยขยายรายละเอียดงานและการปฏิบัติกิจกรรม
ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่หลากหลายให้ผู้เรียนได้เรียนรู้หรือพัฒนาอย่างเป็นระบบข้ันตอน
แลว้ กำหนดแนวทางดำเนนิ การเพอื่ ใหผ้ ทู้ ร่ี บั ผดิ ชอบและผทู้ เี่ กยี่ วขอ้ งไดม้ แี นวทางการดำเนนิ การ
ไปในทศิ ทางเดยี วกัน
- กำหนดแนวทางการประเมินสมรรถนะหลักของผู้เรียน โดยเป็นการประเมินแบบ
ไม่เป็นทางการหรือการประเมินตามสภาพจริง เช่น การสะท้อนการเรียนรู้ การเขียนบันทึก
ประจำวัน การสะท้อนจากมุมมองหรือความคิดเห็นของเพ่ือน ครู และผู้ที่เก่ียวข้อง
(การประเมนิ 360 องศา)
คูม่ อื
126 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผ้เู รยี น
ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผูเ้ รียน
ตัวอยา่ ง สมรรถนะชีวติ ในกจิ วตั รประจำวนั
ในกิจกรรมเสรมิ หลักสตู ร: กิจกรรมชมุ นุมภาษาไทย
กิจกรรม สมรรถนะ/ทักษะยอ่ ย
ประชุมเพ่อื วางแผนการจัดกจิ กรรมชุมนุม
ภาษาไทยเพือ่ การสือ่ สาร
1. รว่ มกนั ตั้งเปา้ หมายการจดั กจิ กรรมชุมนุมภาษาไทย - ใชภ้ าษาไทยในการศึกษาเรียนรู้ สรา้ งความเขา้ ใจ
โดยระดมความถนดั ความสนใจของผเู้ รียน
พื้นฐานทางสงั คม วฒั นธรรม และภูมปิ ญั ญาของไทย
2. ลงพนื้ ทเ่ี พอื่ สำรวจสภาพปญั หาในชมุ ชนและทอ้ งถนิ่
มีความภาคภมู ิ ผูกพนั ความเป็นไทย สามารถกลน่ั กรอง
เพอ่ื ให้ได้ประเด็นมาออกแบบกิจกรรมชุมนมุ ในลักษณะ สืบสานสงิ่ ดีงามทบ่ี รรพบรุ ษุ สรา้ งไว้และพัฒนาใหม้ คี ุณค่า
ของการเรียนรเู้ พ่ือรบั ใช้สงั คม (Service Learning) หรอื ต่อไป
การเรยี นรู้โดยใชช้ ุมชนเปน็ ฐาน (Community - based ทกั ษะการคดิ ขั้นสูงและนวัตกรรม
Learning) โดยใช้ความรู้ทางภาษาไทยไปช่วยแก้ปญั หา - ใชว้ จิ ารณญาณในการตดั สนิ ใจเร่อื งต่าง ๆ บนฐาน
หรอื ทำงาน เชน่ การร่วมกันทำจดหมายขา่ วเก่ยี วกับ ของขอ้ มูล เหตุผล หลักฐาน รวมทงั้ การพจิ ารณา
สขุ ภาพอนามัย การปฏิบตั ติ นในสถานการณ์ COVID - 19 อยา่ งรอบดา้ นทัง้ ดา้ นคณุ โทษ และความเหมาะสม
เพ่อื ใหค้ วามร้แู ก่ชมุ ชน
ตามหลักกฎหมาย ศลี ธรรมคณุ ธรรม คา่ นิยม รวมทง้ั
3. วางแผนการทำงานและแบ่งหนา้ ที่ความรับผดิ ชอบ ความเชือ่ และบรรทัดฐานของสังคมและวฒั นธรรม
ของสมาชกิ ในชุมนุม
การทำงานแบบรวมพลัง เปน็ ทีมและมภี าวะผนู้ ำ
ดำเนินกจิ กรรมตามแผนงานทว่ี างแผนไว
้ - มีทักษะการเป็นผูน้ ำ และการเป็นสมาชกิ กลุ่มทดี่ ี
1. ดำเนนิ กิจกรรมตามแผนทีว่ างไวต้ ามระยะเวลา
สามารถทำงานกลุ่มด้วยกระบวนการทำงานที่ดมี ี
ทก่ี ำหนด
ประสทิ ธภิ าพ
2. มกี ารทบทวนการทำงาน การแบง่ ปนั ประสบการณ์ - รบั ฟงั ยอมรับ เคารพความคิดเหน็ และมมุ มอง
การทำงานเปน็ ระยะ เพอื่ ปรับปรุงวธิ ีการทำงานให้มี ทแี่ ตกต่างของผ้อู ืน่ อยา่ งจรงิ ใจ เพอื่ ให้เกิดความเขา้ ใจอันดี
คุณภาพมากขึน้
ระหวา่ งกนั อย่างแท้จรงิ
3. ประชุมเขยี นสมดุ การเรียนรู้ และแลกเปลย่ี นเรยี นร
ู้ การรู้เทา่ ทันสอื่ สารสนเทศและดจิ ิทัล
4. สอ่ื สารการทำงานกบั สังคมออนไลน์เพือ่ สร้างสงั คม - ใช้ความรู้และความเขา้ ใจดา้ นสือ่ สารสนเทศและ
ดิจิทัล เพือ่ ประชาสมั พนั ธ์การทำงานของชุมชน และเพ่อื เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั อย่างรบั ผิดชอบและมจี รยิ ธรรม ท้ังเพอื่
ใช้เปน็ ขอ้ มูลในการระดมทุนสำหรับขยายพ้นื ทีก่ ารทำงาน
การเรียนรู้ การใชช้ ีวิต และสมั พนั ธก์ ับบุคคลอ่ืน ๆ ในโลก
สรปุ การเรียนรู้และเผยแพรค่ วามร
ู้ ของความจรงิ และโลกเสมือนท่ตี ้องสัมพันธก์ บั เทคโนโลย
ี
1. รวบรวมหลกั ฐานการปฏิบัติงาน ได้แก่ รายการ
ดิจิทัลในสถานการณต์ า่ ง ๆ
ของจดหมายขา่ วท่ีดำเนนิ การผลิต ความคดิ เหน็ หรือ
การเปน็ พลเมอื งทเี่ ข้มเขง็ /ตนื่ ร้ทู ี่มสี ำนึกสากล
บทสมั ภาษณข์ องผทู้ ่ีอา่ นจดหมายขา่ ว ภาพถา่ ยตา่ ง ๆ
- ร่วมมอื กบั ผู้อ่นื ในการทำงานสาธารณะและจิตอาสา
2. ออกแบบการจดั นิทรรศการ
- มีส่วนร่วมกับกล่มุ หนว่ ยงานหรือองค์กรเพอื่
3. ดำเนินการจัดงานเปิดบ้าน (Open House) ของ กิจการสาธารณะ เปน็ อาสาสมคั รในประเดน็ ทางสังคม
ชุมนุมภาษาไทย
ทีห่ ลากหลาย สามารถทำงานกับชุมชนและภาคประชา
สงั คมระดับตา่ ง ๆ ทีเ่ หมาะสมตามความรู้ความสามารถ
ของตนเอง
คมู่ ือ
127
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน
ระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผู้เรยี น
กิจกรรม สมรรถนะ/ทกั ษะย่อย
การประเมินการรว่ มกิจรรมชมุ นมุ
การประเมินกิจกรรมชุมนุม เป็นการตรวจสอบ
ความสามารถและพัฒนาการด้านตา่ ง ๆ ตามวตั ถุประสงค์
ทกี่ ำหนด ด้วยวธิ กี ารท่หี ลากหลายและประเมนิ ตาม
สภาพจริงโดยกำหนดผลการประเมนิ "ผา่ น" และ ''ไม่ผา่ น''
ผา่ น หมายถึง ผูเ้ รียนมีเวลาเขา้ รว่ มกิจกรรมครบ
ตามเกณฑ์ ปฏิบตั ิกิจกรรมและมผี ลงาน/ชน้ิ งาน/
คณุ ลกั ษณะตามเกณฑท์ ่สี ถานศกึ ษากำหนด
ไม่ผา่ น หมายถึง ผเู้ รยี นมีเวลาเขา้ ร่วมกจิ กรรมไมค่ รบ
ตามเกณฑ์ ไมผ่ า่ นการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม หรอื มผี ลงาน/ชน้ิ งาน/
คณุ ลักษณะไมเ่ ป็นไปตามเกณฑ์ทส่ี ถานศึกษากำหนด
ตัวอยา่ ง สมรรถนะชวี ติ ในกิจวตั รประจำวนั
ในกจิ กรรมเสรมิ หลักสตู ร: กิจกรรมทศั นศึกษา
กจิ กรรม
สมรรถนะ/ทกั ษะย่อย
1. การวางแผนร่วมกนั ระหวา่ งผู้สอนและผเู้ รียนใน ภาษาไทยเพื่อการสอื่ สาร
เรือ่ งวตั ถุประสงค์ สถานท่ี การเดินทาง เร่ืองทีจ่ ะศึกษา
- พดู อา่ น และเขียนภาษาไทยให้ถกู ต้องตามอักขระ
วิธกี ารศึกษา ค่าใช้จ่าย กำหนดการเดินทางและหน้าที่ วธิ โี ดยเลือกใชค้ ำศัพท์ ความรเู้ กี่ยวกบั หลักภาษาและ
ความรบั ผิดชอบ
กลวิธตี ่าง ๆ รว่ มกบั ประสบการณช์ ีวิตในการนำเสนอและ
2. เดนิ ทางออกไปยังสถานท่เี ป้าหมายซงึ่ อย
ู่ ผลติ ผลงานตา่ ง ๆ อยา่ งเหมาะสมและสร้างสรรค์
นอกโรงเรยี น หรอื นอกสถานที่เรยี น
ทกั ษะชีวิตและความเจรญิ แหง่ ตน
3. ดำเนินการตามกระบวนการในการศึกษาสิ่งที่ - รกั ษาระเบียบวนิ ยั ของสงั คม สร้างและรกั ษาความ
ตอ้ งการเรยี นรใู้ นสถานที่นน้ั
สัมพนั ธ์อันดกี บั ผู้อ่นื รบั ผิดชอบในบทบาทหน้าท่ขี องตน
4. สรุปผลการเรียนรู้ หรอื ผสู้ อนและผเู้ รยี นสรปุ
ทีม่ ีตอ่ ครอบครวั และสังคม
ผลการเรยี นรู้ และเดินทางกลบั
- มสี ุนทรียภาพ ชน่ื ชมความงามในธรรมชาติ
ศิลปวฒั นธรรมและรักษาเอกลักษณค์ วามเปน็ ไทยใหธ้ ำรง
ต่อไป
การทำงานแบบรวมพลัง เปน็ ทีมและมีภาวะผู้นำ
- มที กั ษะการเป็นผูน้ ำ และการเปน็ สมาชิกกลมุ่ ทีด่ ี
สามารถทำงานกลุม่ ดว้ ยกระบวนการทำงานท่ีดีมี
ประสทิ ธิภาพ
คมู่ ือ
128 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผ้เู รยี น
ระดบั ประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผู้เรยี น
ตัวอย่าง สมรรถนะชีวติ ในกจิ วตั รประจำวัน
ในหลักสูตรแฝง: การสรา้ งบรรยากาศวนิ ยั เชิงบวกในสถานศกึ ษา
กจิ กรรม สมรรถนะ/ทกั ษะย่อย
โรงเรยี นสร้างวนิ ยั เชิงบวกในสถานศกึ ษา โดย
การเป็นพลเมืองทีเ่ ข้มแข็ง/ตน่ื รทู้ มี่ สี ำนกึ สากล
1. ออกแบบใหค้ ณุ ครทู ุกคนมีสติกเกอรร์ ปู ดาว เมื่อ - เคารพสิทธแิ ละเสรภี าพของตนเองและผอู้ ืน่ เคารพ
นักเรียนแสดงพฤตกิ รรมท่ีเหมาะสมตามที่ปรัชญาของ และปฏิบัติตามกฎ กตกิ า ขอ้ ตกลง และกฎหมาย รวมท้ัง
โรงเรยี น เชน่ การกล้าแสดงความคิดเห็น การมุง่ มน่ั ในการ แนวปฏบิ ตั ิตามขนบธรรมเนยี มและประเพณ
ี
ทำงาน ครจู ะติดสติกเกอร์บนเสอ้ื ให้แก่นกั เรยี น
ทกั ษะชวี ิตและความเจริญแห่งตน
2. นักเรียนนำสติกเกอร์ทไี่ ดร้ บั ในแต่ละวันไปตดิ ไว
้ - ควบคุมอารมณ์ ความคดิ และพฤติกรรมให้
ท่ปี า้ ยนิเทศประจำช้ันเรียน
แสดงออกอย่างเหมาะสม รกั ษาบคุ ลิกภาพความเป็นไทย
3. นกั เรยี นร่วมกนั แนะนำเพือ่ น ๆ ให้ปฏบิ ตั ิตาม ให้ผสานกับสากลอย่างกลมกลนื
ระเบียบวนิ ัยของโรงเรยี น เพอ่ื ให้มสี ติกเกอร์ทม่ี ากพอ
สำหรับใช้เปน็ รางวัลของชั้นเรียน เชน่ ชัน้ เรยี นท่สี ะสม
สตกิ เกอรไ์ ด้ครบ 100 ภายในเวลา 1 สปั ดาห์ สามารถ
แลกกับทำกจิ กรรมปาร์ตี้พิซซ่า (Pizza Party) ไดใ้ น
ตอนบา่ ยวนั ศุกร์ก่อนกลับบ้าน
แนวทางการเชอ่ื มโยงกรอบสมรรถนะสำหรบั ผเู้ รยี นระดบั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานสกู่ ารจดั การเรยี นการสอน
ฐานสมรรถนะท้ัง 6 แนวทางข้างต้น ครูผู้สอนสามารถนำสมรรถนะในความฉลาดรู้พ้ืนฐาน (Competencies
in Basic Literacy) และสมรรถนะหลักระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (Core Competency) มาออกแบบ
เช่ือมโยงกับการจัดการเรียนการสอนตามรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ท่ีมีมาตรฐานและตัวชี้วัดช้ันปี หรือ
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน หรือกจิ กรรมตามกจิ วตั รทีผ่ เู้ รียนปฏิบตั ใิ นสถานศกึ ษาทกุ กิจกรรม หรอื หากสถานศึกษา
มีความพร้อมในการใช้สมรรถนะเป็นฐานอย่างเต็มรูปแบบ ก็สามารถนำไปออกแบบการจัดการเรียนการสอน
ได้ตามบริบทท่ีต้องการ ดังนั้นการนำสมรรถนะมาใช้พัฒนาการจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะในช่วงเวลา
ของการปรับเปล่ียนไปสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเต็มรูปแบบ ท้ัง 6 แนวทาง จึงมีความยืดหยุ่นต่อ
การปฏิบัติ โดยมีกระบวนการออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะที่มี
ความแตกตา่ งกันไปตามความพร้อมและบริบททแี่ ตกต่างกนั ของสถานศกึ ษา
นอกจากน้ี ในชว่ งระยะเวลาทผี่ า่ นมาของการนำกรอบสมรรถนะและแนวทางการจดั การเรยี นการสอน
ทั้ง 6 แนวทางไปปรับใช้ในสถานศึกษา ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019
(COVID - 19) เป็นผลให้สถานศึกษาต้องปรับกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่
ระบาดตามนโยบายของรัฐบาลและหน่วยงานต้นสังกัด โดยมีสถานศึกษาที่ได้พัฒนาแนวทางการจัดกิจกรรม
เพ่ือส่งเสริมสมรรถนะให้กับผู้เรียนท้ังการจัดกิจกรรมในสถานศึกษาและการจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนร
ู้
ที่บ้านโดยใช้การเรียนการสอนแบบ Online และกิจกรรม Home - based Learning ทำให้สถานศึกษาได้
พัฒนาแนวทางการจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะเป็นแนวทางที่เน้นการใช้การสอนแบบ Online ภายใต้
สถานการณก์ ารแพร่ระบาด COVID - 19 จึงเกิดเปน็ แนวทางเพิ่มเตมิ ในการจัดการเรยี นรู้สมรรถนะ ดงั น ี้
คมู่ อื
129
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผเู้ รียน
ระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผเู้ รียน
แนวทางท่ี 7: การเรียนรู้สมรรถนะแบบผสมผสาน (Hybrid Competency Learning)
การออกแบบการเรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนที่ให้ความสำคัญกับ
การบูรณาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทในชีวิตจริงของผู้เรียนและยืดหยุ่นไปตาม
สถานการณ์ ความพร้อม และบริบทของโรงเรียน สามารถเกิดขึ้นได้ในหลากหลาย
รูปแบบ ทั้งการเรียนการสอนทางไกล (Distance Learning) และการเรียนแบบ
เผชญิ หนา้ (Face to Face Learning) หรอื เป็นการผสมผสานท้งั สองแบบเขา้ ดว้ ยกัน
ในสถานการณ์ทม่ี ีความเหมาะสม
➢ ลักษณะ
การเรียนรู้สมรรถนะแบบผสมผสาน เป็นการสร้างสรรค์การเรียนรู้สมรรถนะในหลากหลายรูปแบบ
โดยการพิจารณาในบริบทของที่บ้านและโรงเรียน ความพร้อมของนักเรียน ผู้ปกครอง และครูผู้สอน มีความ
เหมาะสมสอดคล้องกบั สถานการณ์และเหตุการณต์ า่ ง ๆ ในชีวติ จรงิ เปน็ การออกแบบภายใต้ข้อจำกดั ทีต่ ้องมี
ความยืดหยุ่นและยังคงทำให้เกิดการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน ทั้งการพัฒนาสมรรถนะ
ในความฉลาดรู้พ้ืนฐาน (Competencies in Basic Literacy) และสมรรถนะหลัก 7 สมรรถนะ (Core
Competency) ให้เป็นไปตามผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ต้องการได้ โดยยึดหลักในการออกแบบการเรียนรู้และ
พัฒนาสมรรถนะผู้เรียน โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการการเรียนรู้ในสถานการณ์ท่ีมีความเหมาะสม และ
สามารถผสมผสานวธิ ีการเรยี นการสอนไดห้ ลากหลาย โดยแบง่ รปู แบบวธิ ีการเรยี นรอู้ อกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
(1) การเรยี นการสอนทางไกล (Distance Learning) โดยการเรยี นการสอนในรปู แบบนี้ เปน็ การเรยี น
การสอนท่ีผู้เรียนใช้เวลาอยู่กับการเรียนรู้ท่ีบ้านเป็นหลัก ดังน้ัน ต้องคำนึงถึงบริบทของที่บ้านของผู้เรียนเป็น
สำคัญ โดยใช้วิถีชีวิตของผู้เรียนที่บ้านเป็นฐานในการเรียนรู้ และเน้นการเรียนรู้แบบเป็นรายบุคคล หรือ
ออกแบบการเรยี นรทู้ ่ีเน้นความสัมพันธ์ในครอบครัว ซึง่ สามารถดำเนนิ การได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) การเรยี นรู้
ผา่ นระบบออนไลน์ สามารถดำเนนิ การได้ทง้ั แบบประสานเวลาหรือเรียลไทม์ (Real time) โดยผ้เู รยี นและคร
ู
ผู้สอนจะสามารถปฏิสัมพันธ์และตอบสนองได้อย่างทันทีทันใด และแบบไม่ประสานเวลาหรือไลฟ์ไทม์
(Life time) ซ่ึงจะสามารถยดื หยนุ่ เวลาในการเรยี นไดต้ ามความสะดวกของผูเ้ รียน 2) การเรยี นรูท้ บี่ า้ นผ่านชดุ
ส่ือและเอกสารที่โรงเรียนจัดส่งมาให้ โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติและลงมือทำด้วยตนเอง และ 3) การเรียนรู้ท่ีบ้าน
ผา่ นงานหรือกิจกรรมแบบ home - based learning ทคี่ รูและผู้ปกครองรว่ มกนั ออกแบบ
(2) การเรียนแบบเผชิญหน้า (Face to Face Learning) ในการเรียนการสอนรูปแบบนี้ ผู้เรียน
ยังสามารถใช้พ้ืนท่ีของโรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ได้ แต่ด้วยข้อจำกัดในเร่ืองของการเว้นระยะห่างและจำนวน
ผู้เรียนในแต่ละกลุ่ม การออกแบบการจัดการเรียนรู้จึงควรเน้นการเรียนรู้เป็นรายบุคคล และการเรียนรู้เป็น
กลมุ่ เลก็
(3) การเรียนแบบผสมผสาน (Blended Learning) เป็นการเรียนการสอนท่ีผสมผสานระหว่าง
การเรียนการสอนทางไกล (Distance Learning) และการเรียนแบบเผชิญหน้า (Face to Face Learning)
โดยเป็นการออกแบบการเรียนรู้ท่ีมีการผสมผสานระหว่างบริบททั้งท่ีบ้านและโรงเรียนที่มีความสัมพันธ
์
เชื่อมโยง และทำให้ผูเ้ รยี นมองเหน็ การเรียนรทู้ ส่ี ามารถบูรณาการปรับใช้ในชวี ติ จรงิ ได
้
ค่มู ือ
130 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรียน
ระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพฒั นาผเู้ รยี น
การใช้แนวทางน้ีในการส่งเสริมสมรรถนะผู้เรียนจะทำให้ครูเปลี่ยนมุมมองและสามารถออกแบบ
การเรียนรู้ในสถานการณ์ใหม่ภายใต้ข้อจำกัดต่าง ๆ และมีความสัมพันธ์กับบริบทและชีวิตจริงของผู้เรียน
ทง้ั ท่บี า้ นและโรงเรียน เกิดเปน็ สมรรถนะทีม่ ฐี านของความเปน็ จรงิ ในชวี ติ ประจำวนั
➢ ขัน้ ตอนการออกแบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน
1. ศึกษาแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่มคี วามเปน็ ไปได้ เมื่อเกิดสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น
1) การสอนแบบ On Site คือใหม้ าเรียนในโรงเรยี นได้ตามปกติ แต่ยังคงตอ้ งปฏิบตั ติ ามมาตรการ
การเฝ้าระวังและเว้นระยะห่างทางสังคม
2) การสอนแบบ On Air คือการให้นักเรียนศึกษาผ่าน DLTV ท้ังรายการท่ีออกตามตาราง และ
รายการทด่ี ูยอ้ นหลงั โดยใช้โรงเรียนวงั ไกลกงั วลเปน็ ฐานในการจัดการเรยี นการสอน
3) การสอนแบบ Online ให้ครูเป็นผู้จัดการเรียนการสอน ผ่านเครื่องมือที่ทางโรงเรียนกระจาย
ไปสู่นักเรยี น
4) การสอนแบบ On Demand เปน็ การใชง้ านผา่ นแอปพลเิ คชนั่ ตา่ ง ๆ ทค่ี รกู บั นกั เรยี นใชร้ ว่ มกนั
5) การสอนแบบ On Hand คอื การจัดวัสดุ อปุ กรณ์ ใบงาน แบบเรยี น ให้กบั นักเรยี น โดยครเู ปน็
ผ้สู นับสนนุ การเรยี นร้หู รือให้ผู้ปกครองทำหนา้ ทเ่ี ปน็ ครคู อยช่วยเหลือ
2. สำรวจความพรอ้ มและบรบิ ทของทบี่ า้ นและโรงเรยี น พรอ้ มเลอื กแนวทางการจดั การเรยี นการสอน
ทม่ี คี วามเป็นไปได้และมีความเหมาะสม
3. ศึกษากรอบสมรรถนะหลักของผ้เู รียน กำหนดผลลัพธ์การเรียนร
ู้
4. กำหนดบทเรียน กิจกรรมการเรียนรู้ พ้ืนท่ีการเรียนรู้ และสิ่งสนับสนุนในการเรียนรู้และพัฒนา
สมรรถนะของผู้เรยี น
5. วิเคราะห์สถานการณ์จริงตามบริบทที่บ้านและโรงเรียน เพ่ือกำหนดประเด็นที่สามารถจัดให้เป็น
จุดเน้นให้ผู้เรียนได้พัฒนาความฉลาดรู้พื้นฐาน (Competencies in Basic Literacy) และสมรรถนะหลัก
7 สมรรถนะ (Core Competency)
6. ออกแบบแนวทางการพฒั นาผเู้ รยี นรว่ มกนั ระหวา่ งบา้ นและโรงเรยี น โดยกำหนดผลลพั ธ์ การเรยี นร
ู้
ท่ีตอ้ งการ และจัดใหม้ คี วามยืดหยุน่ ท้ังวธิ ีการ และเวลาท่ีใชใ้ นการดำเนนิ การแต่ละกิจกรรม
7. กำหนดแนวทางการประเมินสมรรถนะหลักของผู้เรียนในแนวทางท่ีมีความหลากหลายตามสภาพ
จริงโดยเป็นการประเมิน ร่วมกันระหว่างบ้านและโรงเรียน โดยอาจเป็นการสะท้อนผลการเรียนรู้ การเขียน
บันทกึ ประจำวัน การสะทอ้ นจากมมุ มองหรอื ความคดิ เห็นของผปู้ กครอง ครู หรอื ผู้ท่ีเก่ียวขอ้ ง
คมู่ อื
131
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผูเ้ รยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผ้เู รยี น
ตวั อย่าง การจดั การเรียนรแู้ บบ Home - based Learning ของโรงเรยี นสุจิปลุ
ิ
ตวั อย่าง : การเรยี นการสอนทางไกล (Distance Learning )
ใชร้ ูปแบบการเรยี นการสอนแบบ Online รว่ มกบั การเรยี นรู้แบบ Home – Based Learning
ภารกจิ
การจัดการเรยี นรู้ สมรรถนะ/ทักษะย่อย
ถว่ั มหัศจรรย
์ 1. ครูจัดเตรยี ม เมล็ดถัว่ 3 ชนิดท่ผี ้เู รียน สมรรถนะหลักดา้ นการสบื สอบทาง
รูจ้ กั พร้อมอปุ กรณ์การปลูก และ
วิทยาศาสตร์และจติ วิทยาศาสตร์
(Scientific Inquiry and Scientific
ใบงานสรุปความคิด สง่ ให้กับนักเรียน Mind)
เพื่อนำไปเรยี นร้ทู ่ีบา้ น
1) ตง้ั คำถามทีน่ ำไปสู่การสำรวจ
ตรวจสอบตามการออกแบบทก่ี ำหนด
2. คณุ ครใู ช้ Zoom Application เพือ่
ชวนนักเรียนใหเ้ กิดความสงสัย และ หรอื ออกแบบ และนำเสนอวิธีการ
คน้ หาความแตกต่างของถั่ว 3 ชนดิ สำรวจตรวจสอบ โดยใช้เครอ่ื งมือชว่ ย
โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทาง ในการสำรวจตรวจสอบและสรุปเพื่อ
วทิ ยาศาสตร์ เชน่ การสงั เกต การจำแนก
ตอบคำถาม
- รวบรวมขอ้ มูลท่ีเกี่ยวข้องกบั การ
ประเภท การต้งั ปัญหา การตัง้ แกป้ ัญหา กำหนดเกณฑ์ อุปสรรค
สมมติฐาน การทดลอง การบันทกึ
และขอ้ จำกดั ทส่ี อดคลอ้ งและตรงกบั
เก็บรวบรวมขอ้ มูล และการบันทึกผล
ประเดน็ ปัญหา นำสู่การพิจารณา
3. ให้นักเรยี นไปสืบคน้ ขอ้ มูล วิธกี าร
วิธกี ารใหมใ่ นการแกป้ ญั หาที่เป็น
ทดสอบความแตกตา่ งของถัว่ 3 ชนิด ไปได้ ปรบั ปรงุ แนวทางการแกป้ ญั หา
ด้วยตนเอง เช่นการนำไปปลูกและ นนั้ โดยใชข้ ้อมลู จากการทดสอบ
สังเกตการเจริญเตบิ โต โดยนักเรยี น
สังเกตการเจริญเติบโตของถว่ั และ สมรรถนะหลักด้านทักษะชวี ิตและ
สรปุ ลงในแผนผงั ความคดิ รปู แบบตา่ ง ๆ ความเจรญิ แห่งตน
4. นกั เรยี นประมาณการความสมั พนั ธแ์ ละ
1) ตดั สนิ ใจเลอื กทํากจิ กรรมทส่ี นใจตาม
สดั สว่ นของการเจรญิ เตบิ โตของเมลด็ ถวั่
กับอตั ราการงอกของตน้ ถั่ว สงั เกต ความถนดั และความสามารถอย่าง
บันทกึ และสรปุ ผล หลังจากท่ถี ัว่ เรม่ิ ม่นั ใจ แสดงออก และตอบสนองต่อ
เจรญิ เตบิ โต ใหน้ กั เรยี นเลอื กถว่ั 1 ชนดิ
อารมณ์ และความรู้สึกของตนเอง
ไปประกอบอาหารให้เหมาะสม โดยมี และผ้อู ่นื ในทางบวก
การจดบนั ทกึ ชนดิ ของถ่วั ท่ไี ปประกอบ
อาหาร และจำนวนวันท่เี จริญเตบิ โต
จนสามารถนำไปประกอบอาหารได้
รวมถึงอธิบายชนดิ ของอาหารที่ทำจาก
ตน้ ถั่ว พร้อมส่วนประกอบและคุณคา่
ของอาหารได้
5. ออกแบบและตกแต่งจานอาหารให้มี
ความสร้างสรรค์ โดยใหน้ ักเรียนตั้งชื่อ
เมนอู าหารของตน
คู่มอื
132 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรียน
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผูเ้ รยี น
ภารกิจ การจัดการเรยี นร ู้ สมรรถนะ/ทักษะยอ่ ย
6. นำอาหารท่ที ำไปให้สมาชกิ ในบา้ น
อยา่ งน้อย 2 คนได้ชมิ รสชาติพรอ้ มกบั
รว่ มประเมินผลงาน เมอ่ื เสร็จแลว้ ให้
เขยี นสรปุ การทำอาหารคร้ังน
้ี
7. คุณครใู ช้ Zoom Application
ใหน้ ักเรียนสะท้อนผลการดำเนินงาน
และสง่ิ ทีไ่ ดเ้ รียนรู้ ในระหว่างการทำ
กจิ กรรม
หมายเหตุ สามารถปรับกิจกรรมเป็นการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ท่ีใช้การเรียน
การสอนทางไกล (Distance Learning) ร่วมกับการเรียนแบบเผชิญหน้า (Face to Face Learning)
โดยผสมผสานระหว่างบริบททั้งท่ีบ้านและโรงเรียน เช่น การต่อยอดกิจกรรมเดิม ให้นักเรียนนำถั่วที่ปลูกจาก
ท่บี ้าน มาทำแปลงผักร่วมกนั ระหว่างเพอ่ื นในหอ้ งเรยี น และศกึ ษาการเจรญิ เติบโตอย่างตอ่ เนื่องจนถงึ การงอก
เป็นเมล็ดถวั่ ตอ่ ไป
นอกจากน้ีแล้ว ข้อมูลการดำเนินงานของสถานศึกษาทำให้เห็นแนวทางที่น่าสนใจที่มีความเป็นไปได้
ในการนำมาใชพ้ ัฒนาสมรรถนะแก่ผู้เรยี น ดงั แนวทางต่อไปนี
้
แนวทางที่ 8: เชอ่ื มงาน ประสานการเรยี นร้สู กู่ ารพัฒนาสมรรถนะทง้ั โรงเรยี น
(Whole - School Learning)
การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนเกิดได้ท้ังในห้องเรียน นอกห้องเรียน นอกโรงเรียน
ท่ีบ้าน ในชุมชน และการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน จากการเรียนรู้ในส่ิงท่ีมีความหมาย
ร่วมกันอนั เป็นจดุ เน้นสำคัญของโรงเรยี น และนำสู่การพัฒนาสมรรถนะผเู้ รยี นท้ังโรงเรยี น
(Whole - School) โดยการออกแบบงานการเรียนรู้อย่างเหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละช้ัน
แต่ละกลุ่ม ซึ่งจะส่งผลต่อการเรียนรู้เชิงลึกท่ีมีความหมาย การประยุกต์ใช้ความรู้ผ่าน
สถานการณห์ ลากหลายท้ังในห้องเรยี น นอกหอ้ งเรียน และในชีวติ จรงิ
คูม่ ือ
133
การนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรยี น
ระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผูเ้ รยี น
➢ ลกั ษณะ
การส่งเสริมสมรรถนะหลักของผู้เรียนสามารถทำได้ท้ังในห้องเรียน นอกห้องเรียน นอกโรงเรียน
ท่ีบ้าน ในชุมชน และการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน โดยการเรียนรู้จากเร่ืองราว/ประเด็น/เนื้อหา/ต้นทุนของ
โรงเรียนหรือชุมชน/บทเรียนท่ีมีความหมายร่วมกันที่เป็นจุดเน้นสำคัญของโรงเรียน และนำสู่การพัฒนาผู้เรียน
ทั้งโรงเรียน (Whole - School) โดยการกำหนดสมรรถนะท่ีต้องการพัฒนา ออกแบบสาระการเรียนร้ ู
และงานการเรียนรู้ท่ีเหมาะสมกับนักเรียนทุกช้ัน ทุกกลุ่ม ตามลักษณะพื้นฐานความรู้ที่มี ระดับพัฒนาการ
และประเด็นทเ่ี ป็นความสนใจทงั้ รายบคุ คล รายกลมุ่ และชนั้ เรยี น
การใชแ้ นวทางนใี้ นการสง่ เสรมิ สมรรถนะจะทำใหเ้ กดิ การเรยี นรใู้ นเรอ่ื งเดยี วกนั แตต่ า่ งกนั ทป่ี ระเดน็ ยอ่ ย
และความลุ่มลึกในสิ่งท่ีเรียน ส่งผลต่อการแลกเปล่ียนเรียนรู้ แบ่งปันประสบการณ์ระหว่างกัน เกิดการเรียนรู้
เชิงลึก ที่สำคัญคือสามารถเช่ือมโยงความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่ได้เรียนรู้ไปใช้ได้จริงผ่านสถานการณ
์
ท่ีหลากหลายท้ังในห้องเรียน นอกห้องเรียน และชีวิตจริง ยังช่วยปลูกฝังสมรรถนะสำคัญต่อการดำรงชีวิต
ประจำวันให้เกิดข้ึนอย่างยงั่ ยนื
➢ ขน้ั ตอนการออกแบบการจัดการเรียนการสอน แบบเชื่อมงาน ประสานการเรยี นรู้
1. ศึกษากรอบสมรรถนะหลกั ของผ้เู รยี น
2. สำรวจสิ่งที่เป็นประเด็นร่วมท่ีเป็นจุดเน้นสำคัญของโรงเรียนซ่ึงอาจจะเป็นประเด็นปัญหาสำคัญ
เน้ือหาสาระที่ทุกคนต้องเรียนรู้ ต้นทุนของโรงเรียนหรือชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกส่วนมีส่วนร่วม
ในการคัดเลอื ก
3. กำหนด บทเรียน/หน่วยการเรียนรู้ย่อย สำหรับผู้เรียนแต่ละชั้น แต่ละกลุ่ม ตลอดจนกิจกรรม/
งานการเรียนรู้ท่ีทุกกลุ่มเรียนรู้ร่วมกัน และกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยในส่วนของผู้บริหารต้อง
พิจารณาระบบการบริหารจัดการทางวิชาการเพ่ือให้ครูและบุคลากรทำงานร่วมกัน จัดสรร ส่ือ แหล่งเรียนรู้
พืน้ ทีก่ ารเรียนรู้ และสง่ิ สนบั สนุนการเรยี นรู้และการทำงานร่วมกัน
4. ร่วมกันออกแบบบทเรียน/หน่วยการเรียนรู้ย่อยท่ีมีลักษณะบูรณาการ สำหรับผู้เรียนแต่ละชั้น
แต่ละกลุ่ม โดยเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เชิงรุก ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ต่าง ๆ ท้ังในห้องเรียน นอกห้องเรียน
นอกโรงเรียน ท่ีบา้ น ในชมุ ชน และการปฏบิ ัตกิ ิจวตั รประจำวนั กิจกรรมชุมนุม ชมรม กิจกรรมเสริมหลักสตู ร
และกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับประเด็นท่ีกำหนด โดยแต่ละบทเรียน/หน่วยการเรียนรู้ย่อยกำหนด
รายละเอียด เก่ียวกับจุดเน้น สาระสำคัญ สมรรถนะท่ีต้องการพัฒนา ผลลัพธ์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้
กลยุทธ/์ หลักการจัดการเรยี นรู้ งานการเรยี นรู้ และแนวทางการวัดและประเมนิ ผล
5. ผ้เู ก่ียวข้อง ท้ังครผู ้สู อนรายวชิ าต่าง ๆ ผ้ปู กครอง และผ้รู ใู้ นชมุ ชนรว่ มกนั พัฒนาสมรรถนะผเู้ รยี น
วัดและประเมินผลสมรรถนะ ซอ่ มเสริม เติมเตม็ รว่ มกันถอดบทเรยี น และนำขอ้ มลู มาปรับปรุงพฒั นางาน
คู่มือ
134 การนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรยี น
ระดับประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 ไปใชใ้ นการพฒั นาผู้เรยี น
ตัวอยา่ ง
ตัวอย่างที่ 1 กรณีที่โรงเรียนมีจุดเน้นในการส่งเสริมให้นักเรียนเป็นนวัตกร (innovators) ดังนั้น
จึงได้วิเคราะห์สมรรถนะท่ีสำคัญจำเป็นและนำมาเป็นหลักในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้บูรณาการในทุก
กลุ่มสาระการเรียนรู้และทุกระดับช้ันให้มีเป้าหมายร่วมเช่นเดียวกัน คือ การส่งเสริมสมรรถนะ คุณลักษณะ
และทักษะท่ีเกี่ยวข้องกับการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมแก่ผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการคิดต่าง ๆ เช่น
การคิดเชิงออกแบบ การแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ กระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ ความใฝ่รู้ ความอดทน
ต่อความยากลำบากและการล้มเหลว ฯลฯ ตลอดจนมีการจัดชุมนุม ชมรม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และ
โครงการพิเศษต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับจุดเน้นและเป้าหมาย โดยอาศัยข้อมูลสภาพปัญหาชุมชนมาเป็นฐาน
ในการกำหนดโจทย์งานการพัฒนานวัตกรรมเพ่ือให้ได้นวัตกรรมท่ีสามารถนำไปใช้ได้จริงในชุมชนหรือในชีวิต
ประจำวนั ซง่ึ อาศยั ความรว่ มมอื ของผปู้ กครองและชมุ ชนในการใหข้ อ้ มลู ทดลองใช้ ตลอดจนรว่ มรบั ฟงั การนำเสนอ
และรว่ มประเมนิ ผลงานของนักเรียน
ตัวอย่างที่ 2 โรงเรียนประชาราษฎร์บำเพ็ญได้พิจารณาแล้วพบว่า โรงเรียนของตนมีจุดเด่นเรื่อง
งานสหกรณ์ในโรงเรียน ซ่ึงนักเรียนทุกระดับชั้นจะได้มีโอกาสในการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อนำมาจัดจำหน่าย
ในสหกรณ์โรงเรียน โรงเรียนจึงได้มีแนวความคิดท่ีจะออกแบบการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ โดยกำหนด
ให้การจัดการเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และทุกระดับช้ันใช้หัวเรื่อง (theme) “สหกรณ์โรงเรียน”
รว่ มกนั เพอื่ เชอ่ื มโยงการเรยี นรใู้ หเ้ กยี่ วขอ้ งกนั ทกุ กลมุ่ สาระ จากนนั้ ใหค้ รสู รา้ งแผนการจดั การเรยี นรฐู้ านสมรรถนะ
ที่มีลักษณะบูรณาการทุกกลุ่มสาระ ครูร่วมมือกันในการออกแบบการเรียนรู้ โดยพิจารณาว่าแต่ละรายวิชาใน
แตล่ ะกลุม่ สาระการเรยี นรมู้ หี ัวขอ้ การสอนเรอ่ื งใดบ้างทเี่ ก่ียวขอ้ งกับหัวเรอ่ื ง (Theme) ทีก่ ำหนด ใหค้ รอบคลุม
สมรรถนะ และตวั ชีว้ ัดของแตล่ ะรายวิชา จากนนั้ แบง่ กจิ กรรมการเรยี นรู้ให้ครแู ตล่ ะกลมุ่ สาระเปน็ ผู้รบั ผิดชอบ
สอน ดงั ภาพ
คู่มือ
135
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผูเ้ รียน
ระดับประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผู้เรียน
?
ไม่ร้จู ะเริ่มตน้ คิดออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนฐานสมรรถนะจากจดุ ไหนดี
ในการพฒั นาสมรรถนะแกผ่ เู้ รยี นนนั้ สามารถเร่ิมตน้ จากหลักการหรือคำถามใดคำถามหนงึ่ ดังต่อไปนี้ได ้
1. ชวี ติ จรงิ /วถิ ชี วี ติ /ชวี ติ ประจำวนั ของนกั เรยี นเปน็ อยา่ งไร เขาควรทำอะไรได้ (Authentic Learning -
การเรียนรู้ตามสภาพจริง)
2. มีงานใดบ้างที่นักเรียนควรทำได้ หรือมีสถานการณ์ใดบ้างท่ีนักเรียนควรได้เรียนรู้ (Task - based
Learning/Situated Learning)
3. ส่ิงใดที่นักเรียนกำลังสนใจ ชื่นชอบ และให้ความสำคัญ กระหายใคร่รู้ (Meaningful Learning
การเรียนรู้อย่างมคี วามหมาย)
4. ในโรงเรียนหรือในชุมชนมีทรัพยากร สิ่งแวดล้อม หรือแหล่งเรียนรู้สำคัญใดบ้างที่ใช้เป็นพื้นท่ีพัฒนา
นักเรียนได้ (Resource - based Learning) หรือมีกิจกรรมชุมชน/งานประเพณี/หรือเทศกาลใด
ทีส่ ามารถใช้เป็นพืน้ ทเี่ รียนรไู้ ด้ (event/festival)
5. ในโรงเรียน/ในชุมชน/ในสังคม/ในโลก ขณะนี้มีปรากฏการณ์ ประเด็นความเคล่ือนไหวใดที่สำคัญ
หรือมีปัญหาใดท่ีควรศึกษา/ได้รับการแก้ไข (Problem - based Learning/ Phenomenon-
based Learning/Issues & Trend/Community - based Learning)
6. โรงเรียนมีจุดเด่น/จุดเน้น/โครงการ/กิจกรรมสำคัญใดท่ีใช้เป็นประเด็นและพ้ืนที่การเรียนรู้
ของนักเรยี นได้ (School focus)
7. นกั เรียนมศี กั ยภาพหรือความสามารถใดทโี่ ดดเดน่ ควรได้รบั การสง่ เสริมสนบั สนุน
คู่มือ
136 การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผเู้ รียน
ระดับประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนาผูเ้ รยี น
หลักการเร่ิมต้นคดิ ออกแบบการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ
ในการเรมิ่ ต้นคดิ ออกแบบการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ สามารถดำเนินการไดด้ งั น้
ี
1) การวเิ คราะหส์ ภาพชวี ติ จรงิ /วถิ ชี วี ติ /ชวี ติ ประจำวนั ของนกั เรยี นวา่ เปน็ อยา่ งไร เขาควรทำอะไรได ้
ซ่ึงสอดคล้องกบั หลักการเรียนรู้ตามสภาพจรงิ (Authentic Learning) ตวั อย่างเช่น โรงเรยี น ก. วเิ คราะห์วา่
นักเรียนควรที่จะสามารถพึ่งพาดูแลตนเองในการทำอาหารสำหรับตนเองและดูแลเพื่อนหรือบุคคลใน
ครอบครัวได้ จงึ ไดก้ ำหนดหนว่ ยการเรียนรู้ “อาหารดี มีประโยชน”์ ข้นึ เพอื่ ใหน้ ักเรียนได้เรียนรู้ตั้งแตก่ ารคดิ
เมนูอาหาร การหาสูตร การจัดซื้อ/การจัดเตรียมวัตถุดิบ การวางแผน การปรุงอาหาร การประเมินผลและ
สะท้อนคิดการทำงานของตน ซ่ึงช่วยให้นักเรียนได้พัฒนาสมรรถนะหลักด้านทักษะอาชีพและการเป็น
ผู้ประกอบการ และสมรรถนะการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีม และมีภาวะผู้นำ หรือตัวอย่างเช่น โรงเรียน ค.
ท่ีวิเคราะหแ์ ล้วพบวา่ นักเรียนมกี ารใชภ้ าษาถิ่นของภมู ิภาคต่าง ๆ กันมากในชวี ติ ประจำวนั ทั้งในโรงเรียนและ
บริเวณชุมชน เน่ืองจากนักเรียนในโรงเรียนและคนในชุมชนมาจากภูมิภาคท่ีหลากหลาย จึงได้ออกแบบ
บทเรยี นว่าดว้ ยภาษาถ่นิ ทตี่ อ้ งใชใ้ นชีวิตประจำวนั ซึง่ ถอื เปน็ การสง่ เสริมสมรรถนะการส่อื สารแก่นกั เรยี น
2) การวิเคราะห์ว่ามีงานใดบ้างท่ีนักเรียนควรทำได้ หรือมีสถานการณ์ใดบ้างที่นักเรียนควรได้เรียนรู้
ซ่งึ สอดคลอ้ งกับหลักการเรียนร้จู ากงาน (Task - based/ Work - based Learning) และหลักการเรียนรู้ผา่ น
สถานการณ์ (Situated Learning) เช่น โรงเรียน ข. นักเรียนทุกระดับช้ันจะมีงานออกแบบผลิตภัณฑ์และ
ลงมือผลิตมาจำหน่ายในสหกรณ์โรงเรียนเพ่ือเป็นรายได้ จึงได้ใช้งานน้ีเป็นพ้ืนที่ในการฝึกสมรรถนะแก่ผู้เรียน
ทั้งสมรรถนะหลักด้านทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ และสมรรถนะหลักด้านคณิตศาสตร์ในชีวิต
ประจำวัน
3) การวิเคราะห์ความสนใจ ความชื่นชอบ ส่ิงที่ผู้เรียนกระหายใคร่รู้และให้ความสำคัญ ซ่ึง
สอดคล้องกับหลักการออกแบบกิจกรรมตามความสนใจของผู้เรียนและหลักการเรียนรู้อย่างมีความหมาย
(Meaningful Learning) เช่น นักเรียนโรงเรียน ค. มีความช่ืนชอบและสนใจในการเล่นเกมเป็นอย่างมาก
ครูจึงนำความสนใจน้ีมาใช้ออกแบบบทเรียนให้นักเรียนได้สร้างเกมจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อให้เพื่อน
ได้เล่น ซึ่งทำให้นักเรียนได้พัฒนาสมรรถนะหลักด้านการรู้เท่าทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล สมรรถนะหลัก
ด้านการคิดขั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรม และสมรรถนะหลักด้านภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสาร (การใช้และ
การออกแบบโปรแกรมตอ้ งใช้ภาษาอังกฤษ)
4) การวิเคราะห์ว่าในโรงเรียนหรือในชุมชนมีทรัพยากร ส่ิงแวดล้อม หรือแหล่งเรียนรู้สำคัญใดบ้าง
ท่ีใช้เป็นพื้นท่ีพัฒนานักเรียนได้ ซ่ึงสอดคล้องกับหลักการเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้ (Resource - based
Learning) หรือมีกิจกรรมชุมชน/งานประเพณี/หรือเทศกาลใดที่สามารถใช้เป็นพื้นที่เรียนรู้ได้ (event/
festival) เชน่ โรงเรียน ก. ใชเ้ ทศกาลสงกรานตเ์ ปน็ theme ในการออกแบบบทเรยี น โดยให้นกั เรยี นไดส้ บื ค้น
ประวัติ ความเป็นมาว่าเทศกาลน้ีถือเป็นเทศกาลของไทยใช่หรือไม่ ซ่ึงทำให้พบข้อถกเถียงในหลายประเด็น
ทน่ี า่ สนใจ ตลอดจนออกแบบกจิ กรรมงานสงกรานตใ์ นโรงเรยี นเพอื่ ใหค้ ณุ ครแู ละนกั เรยี นไดเ้ ขา้ รว่ ม ทำใหเ้ รยี นร
ู้
ต้ังแต่เรื่องดนตรี การละเล่นไทย วัฒนธรรมประเพณีของไทยและเอเชีย มารยาทไทย ซึ่งถือเป็นการส่งเสริม
สมรรถนะหลักด้านการเป็นพลเมืองต่ืนรู้ท่ีมีสำนึกสากล สมรรถนะการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและมีภาวะ
ผู้นำ และสมรรถนะหลักด้านการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ ในสมรรถนะย่อยที่ 4
คมู่ อื
137
การนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรยี น
ระดับประถมศึกษาปีท่ี 4 - 6 ไปใชใ้ นการพัฒนาผเู้ รยี น
การโตแ้ ย้งในประเดน็ สำคัญ หรือโรงเรยี น ข. มตี ลาดสดทอี่ ยใู่ นพ้ืนทีใ่ กล้เคยี งกับโรงเรียน คณุ ครจู งึ ไดอ้ อกแบบ
กิจกรรมให้นักเรียนได้ไปเลอื กซอื้ สนิ ค้าตา่ ง ๆ ในตลาด หรือโรงเรียน ค. ทม่ี ีสวนดาดฟา้ (Rooftop Garden)
ที่โรงเรียนวางแผนให้เป็นแหลง่ เรียนรเู้ รือ่ งการปลูกพชื ผักสวนครัวในพืน้ ทจ่ี ำกดั แก่นักเรยี น
5) การวเิ คราะหว์ า่ ในโรงเรยี น/ในชมุ ชน/ในสงั คม/ในโลก ขณะนมี้ ปี รากฏการณ์ ประเดน็ ความเคลอื่ นไหว
ใดที่สำคัญ หรือมีปัญหาใดท่ีควรศึกษา/ได้รับการแก้ไข ซ่ึงสอดคล้องกับหลักการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน
การเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน การเรียนรู้ผ่านประเด็นทางสังคม และการเรียนรู้โดยอาศัยชุมชน
เป็นฐาน (Problem - based Learning/ Phenomenon - based Learning/ Issues & Trend/
Community - based Learning) เช่น โรงเรียน ก. ที่พบว่ามีปัญหาเรื่องขยะและพลังงานไฟฟ้า ท้ังใน
โรงเรียนและครัวเรือน จึงได้ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ “พลังงานไฟฟ้าใกล้ตัว” และ “การจัดการขยะ”
ซ่ึงนักเรียนได้รับการพัฒนาสมรรถนะหลักด้านการเป็นพลเมืองต่ืนรู้ท่ีมีสำนึกสากล สมรรถนะหลักด้านการคิด
ข้ันสูงและการพัฒนานวัตกรรม และสมรรถนะการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ รวมทั้งได้นำ
สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชอ้ื ไวรัสมาใหน้ กั เรยี นได้ออกแบบอปุ กรณ์และนวตั กรรมต่าง ๆ ในการปอ้ งกนั
ตนเอง
6) การวิเคราะห์ว่าโรงเรียนมีจุดเด่น/จุดเน้น/โครงการ/กิจกรรมสำคัญใดท่ีใช้เป็นประเด็นและพื้นที่
การเรียนรู้ของนักเรียนได้ (School focus) เช่น ในโรงเรียน ข. มีโครงการยุวเกษตร และโครงการสหกรณ์
โรงเรียนที่มีความโดดเด่น เน่ืองจากเป็นพื้นที่ในการส่งเสริมทักษะแก่ผู้เรียนในหลายด้าน มีนักเรียนได้เรียนรู้
ผ่านโครงการเหล่านี้เป็นจำนวนมากในทุกระดับช้ัน และยังถือเป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้ปกครองและชุมชน
โรงเรียนจึงใช้โครงการเหล่านี้เป็นพ้ืนท่ีในการพัฒนาสมรรถนะแก่ผู้เรียน หรือโรงเรียน ค. ท่ีมุ่งเน้นการพัฒนา
ความเปน็ ผู้นำแกน่ กั เรียน ซง่ึ ถอื เปน็ จดุ เน้นสำคญั ของโรงเรียน โรงเรยี นจึงใช้กจิ กรรมตา่ ง ๆ ทเ่ี ก่ียวข้องในการ
พัฒนาสมรรถนะแกน่ ักเรยี น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมรรถนะหลกั ดา้ นการทำงานแบบรวมพลงั เปน็ ทมี และมีภาวะ
ผนู้ ำ
7) การวิเคราะห์ศักยภาพหรือความสามารถท่ีโดดเด่นของนักเรียนว่ามีส่ิงใดท่ีควรได้รับการส่งเสริม
สนับสนุน เช่น โรงเรียน ก. มีนักเรียนที่มีศักยภาพทางดนตรีไทย จึงสร้างพื้นท่ีในการฝึกและแสดง
ความสามารถนั้นท้ังในกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนและเวทีภายนอกโรงเรียน ซ่ึงทำให้ได้ฝึกสมรรถนะหลัก
ด้านทักษะชีวิตและความเจริญแห่งตน ในการรู้จักตนเอง การตระหนักรู้ การเห็นคุณค่าในตนเอง และ
การจดั การตนเอง รวมถงึ สุนทรียะ
ดงั ปรากฏแนวความคดิ ในตัวอย่างแผนหน้าเดียวของครโู รงเรยี นสจุ ปิ ุลิ ดังภาพ