The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเลี้ยงสัตว์เป็นหนึ่งในภาคการผลิตที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์มักต้องอาศัยการใช้พลังงานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นพลังงานไฟฟ้าในการระบายอากาศ การทำความเย็น การให้แสงสว่าง การสูบน้ำ รวมถึงพลังงานเชื้อเพลิงที่ใช้ในกระบวนการขนส่งและการจัดการอื่น ๆ การใช้พลังงานที่ไม่มีประสิทธิภาพย่อมส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by econ energy-conservationtech, 2025-12-28 23:57:37

เรื่อง การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์

การเลี้ยงสัตว์เป็นหนึ่งในภาคการผลิตที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์มักต้องอาศัยการใช้พลังงานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นพลังงานไฟฟ้าในการระบายอากาศ การทำความเย็น การให้แสงสว่าง การสูบน้ำ รวมถึงพลังงานเชื้อเพลิงที่ใช้ในกระบวนการขนส่งและการจัดการอื่น ๆ การใช้พลังงานที่ไม่มีประสิทธิภาพย่อมส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

Keywords: นวัตกรรม,ฟาร์มเลี้ยงสัตว์,พลังงานหมุนเวียน,เทคโนโลยี,พลังงาน

การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 1Energy Conservation Technology Co.,ltd.เรื่อง การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ (Smart Farm) เพื่อการประหยัดพลังงานดร.ศุภชัย ปัญญาวีร์ อ.มนูญ รุ่งเรือง อ.อภิวัฒน์ ปิดตะ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด1. บทนำการเลี้ยงสัตว์เป็นหนึ่งในภาคการผลิตที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์มักต้องอาศัยการใช้พลังงานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นพลังงานไฟฟ้าในการระบายอากาศ การทำความเย็น การให้แสงสว่าง การสูบน้ำ รวมถึงพลังงานเชื้อเพลิงที่ใช้ในกระบวนการขนส่งและการจัดการอื่น ๆ การใช้พลังงานที่ไม่มีประสิทธิภาพย่อมส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวด้วยความก้าวหน้าของ นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ แนวคิด “ฟาร์มอัจฉริยะ” (Smart Farm) จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายดังกล่าว โดยอาศัยการประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation)อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT) ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)รวมถึง พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ในการควบคุมและจัดการกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพการประยุกต์ใช้ Smart Farm ไม่เพียงช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพสัตว์เลี้ยง แต่ยังเป็นแนวทางสำคัญในการประหยัดพลังงาน ลดต้นทุน และสร้างความยั่งยืน ให้กับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยในอนาคตบทที่ 2 ความสำคัญของการประหยัดพลังงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์การเลี้ยงสัตว์ในเชิงพาณิชย์ไม่ว่าจะเป็นสุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ โคนม หรือโคเนื้อ ล้วนต้องอาศัยพลังงานจำนวนมากในการดำเนินงาน ตั้งแต่การจัดการโรงเรือน การให้อาหารและน้ำ การดูแลสุขภาพสัตว์ ไปจนถึงการจัดการของเสีย ต้นทุนด้านพลังงานจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่มีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของฟาร์ม 2.1 พลังงานกับต้นทุนการผลิต 2.2 พลังงานกับสิ่งแวดล้อม 2.3 พลังงานกับคุณภาพและผลผลิต 2.4 ความเชื่อมโยงกับนโยบายและมาตรฐาน


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 2Energy Conservation Technology Co.,ltd.รายละเอียด ดังนี้2.1 พลังงานกับต้นทุนการผลิตการใช้พลังงานเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่กำหนดต้นทุนการผลิตในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากกิจกรรมต่าง ๆ ภายในฟาร์มล้วนต้องพึ่งพาไฟฟ้าและเชื้อเพลิง ทั้งในกระบวนการจัดการโรงเรือนและการดูแลสัตว์อย่างต่อเนื่อง หากไม่มีการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ฟาร์มจะเผชิญกับค่าใช้จ่ายสูงและกำไรที่ลดลง(1) สัดส่วนต้นทุนพลังงานในฟาร์ม• งานวิจัยหลายแห่งพบว่า ต้นทุนพลังงานคิดเป็นประมาณ 15–30% ของต้นทุนการผลิตรวม ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์• ฟาร์มสุกรและฟาร์มไก่เนื้อ มักใช้พลังงานไฟฟ้าสูงสุดในระบบทำความเย็นและการระบายอากาศ• ฟาร์มโคนมและโคเนื้อ ใช้พลังงานจำนวนมากกับระบบสูบน้ำ รีดนม และขนส่งอาหารสัตว์(2) การใช้พลังงานไฟฟ้า• ระบบพัดลมและเครื่องระบายอากาศ (Ventilation Fans) ใช้ไฟฟ้าสูงสุด คิดเป็น 30–50% ของค่าไฟฟ้าในโรงเรือน• ระบบทำความเย็นและทำความร้อน (Cooling & Heating Systems) มีการใช้พลังงานเฉลี่ย 20–40%• ระบบไฟส่องสว่าง (Lighting) หากยังใช้หลอดแบบเก่า (Incandescent/Fluorescent) จะสิ้นเปลืองมากกว่าหลอด LED ประหยัดพลังงาน(3) การใช้เชื้อเพลิง• ก๊าซหุงต้ม (LPG) ใช้ในการให้ความร้อนในฟาร์มสุกรและไก่เนื้อ โดยเฉพาะในช่วงสัตว์อายุน้อย• น้ำมันดีเซลใช้สำหรับเครื่องสูบน้ำ รถฟาร์ม และการขนส่งอาหารสัตว์• หากไม่มีการจัดการหรือปรับเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ต้นทุนเชื้อเพลิงอาจเพิ่มขึ้นตามราคาพลังงานโลก(4) ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานสูง• เพิ่มต้นทุนการผลิตต่อหน่วย (Cost per Unit) ของเนื้อ นม และไข่• ลดความสามารถในการแข่งขันกับฟาร์มที่ใช้ระบบ Smart Farm หรือพลังงานทดแทน• เกษตรกรมีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจสูงขึ้นในช่วงราคาพลังงานผันผวน2.2 พลังงานกับสิ่งแวดล้อมการใช้พลังงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ไม่ได้ส่งผลเพียงด้านต้นทุนการผลิตเท่านั้น แต่ยังมีผลโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฟาร์มยังพึ่งพาพลังงานฟอสซิล (เช่น ไฟฟ้าจากถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ) ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษและก๊าซเรือนกระจก


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 3Energy Conservation Technology Co.,ltd.(1) การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emissions)• การผลิตไฟฟ้าและการเผาไหม้เชื้อเพลิงในฟาร์มปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกหลัก• ฟาร์มปศุสัตว์ยังมีการปล่อยมีเทน (CH₄) และไนตรัสออกไซด์ (N₂O) จากการย่อยอาหารของสัตว์และมูลสัตว์ ซึ่งมีศักยภาพในการกักเก็บความร้อนสูงกว่า CO₂ หลายสิบถึงร้อยเท่า• ยิ่งฟาร์มใช้พลังงานสิ้นเปลืองเท่าใด ยิ่งทำให้Carbon Footprint ของผลิตภัณฑ์เนื้อ นม และไข่สูงขึ้น(2) มลพิษทางอากาศและเสียง• เครื่องจักรกลและเครื่องยนต์ดีเซลในฟาร์มปล่อยก๊าซพิษ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ซัลเฟอร์ ไดออกไซด์ (SO₂) และฝุ่นละออง (PM)• เสียงจากเครื่องจักรและระบบระบายอากาศ หากไม่มีการควบคุม อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ(3) ผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำ• การใช้น้ำร่วมกับพลังงานไฟฟ้าสำหรับระบบสูบน้ำ หากไม่มีการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ อาจทำให้สิ้นเปลืองพลังงานและทรัพยากรน้ำไปพร้อมกัน• มลพิษจากน้ำเสียและมูลสัตว์ที่ไม่ได้บำบัด อาจทำให้คุณภาพน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติลดลง(4) ผลกระทบเชิงระบบ• การใช้พลังงานสูงในฟาร์มจำนวนมากทำให้เกิดความต้องการพลังงานรวมเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า (National Grid)• ในภาพรวมจะกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ และอาจเพิ่มการนำเข้าพลังงานฟอสซิล2.3 พลังงานกับคุณภาพและผลผลิตพลังงานมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเลี้ยงสัตว์ หากการใช้พลังงานมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้สัตว์มีสุขภาพที่ดี ลดความเครียด และเพิ่มอัตราการเจริญเติบโต ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพและปริมาณผลผลิต ขณะเดียวกัน หากการใช้พลังงานไม่มีการควบคุมที่ดี อาจทำให้ผลผลิตลดลงและคุณภาพด้อยลง(1) การควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงเรือน• การใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับระบบระบายอากาศและทำความเย็นช่วยควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และคุณภาพอากาศในโรงเรือน• สภาพแวดล้อมที่เสถียรส่งผลต่อการกินอาหารของสัตว์ ทำให้อัตราการเจริญเติบโต (Growth Rate) ดีขึ้น• หากระบบทำความเย็นหรือระบายอากาศทำงานไม่มีประสิทธิภาพ จะทำให้สัตว์เครียด ความอยากอาหารลดลง และมีอัตราการตายสูงขึ้น


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 4Energy Conservation Technology Co.,ltd.(2) ความสัมพันธ์กับสุขภาพสัตว์• ระบบไฟฟ้าและเครื่องมือแพทย์ในฟาร์ม เช่น เครื่องให้น้ำอัตโนมัติ เครื่องให้อาหารอัจฉริยะ และระบบตรวจสุขภาพด้วยเซ็นเซอร์ ล้วนต้องใช้พลังงาน• หากพลังงานไม่เพียงพอหรือติดขัด อาจทำให้สัตว์ขาดน้ำ ขาดอาหาร หรือไม่ได้รับการตรวจสอบสุขภาพที่ถูกต้อง• การจัดการพลังงานที่ดีทำให้สามารถดูแลสุขภาพสัตว์ได้ต่อเนื่องและแม่นยำมากขึ้น(3) คุณภาพของผลผลิต• ฟาร์มโคนมที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิและความสะอาดที่ดี จะได้ผลผลิตน้ำนมคุณภาพสูง ปลอดเชื้อ และมีปริมาณเพิ่มขึ้น• ฟาร์มไก่เนื้อที่ใช้ระบบไฟฟ้าและแสงสว่างประหยัดพลังงาน สามารถควบคุมรอบการเจริญเติบโตของไก่ได้ดีกว่า ส่งผลให้ได้เนื้อคุณภาพสูงและมีน้ำหนักสม่ำเสมอ• ฟาร์มสุกรที่ควบคุมพลังงานด้านอุณหภูมิอย่างเหมาะสม จะลดอัตราการเจ็บป่วยและเพิ่มปริมาณการผลิตสุกรขุนได้มากขึ้น(4) ความคุ้มค่าและผลตอบแทน (Productivity & Efficiency)• พลังงานที่ใช้ไปกับการควบคุมสภาพแวดล้อม หากมีการจัดการที่เหมาะสม จะไม่ถือเป็นต้นทุนที่สูญเปล่า แต่เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพ• ฟาร์มที่นำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมาใช้ สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และในขณะเดียวกันยังเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่หรือสัตว์แต่ละตัวได้2.4 ความเชื่อมโยงกับนโยบายและมาตรฐานการจัดการพลังงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ไม่เพียงเป็นประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับ นโยบายภาครัฐ และ มาตรฐานสากล ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเกษตรกรและผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญ ดังนี้(1) นโยบายระดับประเทศ• ประเทศไทยได้ประกาศ แผนพลังงานแห่งชาติ (National Energy Plan: NEP) และ เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emission ภายในปี 2050–2065 ซึ่งเน้นการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานทดแทน• กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายส่งเสริม เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเกษตรและลดต้นทุนพลังงาน• กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (Energy Conservation Fund) สนับสนุนการลงทุนในเทคโนโลยีด้านการประหยัดพลังงานในภาคการเกษตร(2) มาตรฐานการจัดการพลังงาน• ISO 50001: Energy Management System (EnMS) เป็นมาตรฐานสากลด้านระบบบริหารจัดการพลังงาน ที่ช่วยให้องค์กรสามารถติดตาม วิเคราะห์ และลดการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบ


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 5Energy Conservation Technology Co.,ltd.• ISO 14001: Environmental Management System (EMS) มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการพลังงานในฟาร์มโดยตรง• มาตรฐานฟาร์มโคนมและสุกรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) ของไทย เริ่มผนวกแนวคิดการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการรับรอง(3) มาตรฐานสินค้าและตลาดโลก• ผู้บริโภคและตลาดโลกให้ความสำคัญกับ ผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ที่มี Carbon Footprint ต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม• ฟาร์มที่สามารถแสดงหลักฐานการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดี จะได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ซื้อและสามารถเจาะตลาดส่งออกได้ง่ายขึ้น• การใช้เทคโนโลยี Smart Farm เพื่อประหยัดพลังงาน ยังเป็นเกณฑ์สำคัญในการขอรับรองมาตรฐานSustainable Livestock ในหลายประเทศo การประหยัดพลังงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้ง ต้นทุนการผลิต สิ่งแวดล้อม คุณภาพผลผลิต และความสอดคล้องกับนโยบายและมาตรฐานสากล พลังงานถือเป็นหนึ่งในต้นทุนหลัก หากบริหารจัดการไม่ดีจะทำให้ต้นทุนสูงและแข่งขันได้ยาก ในด้านสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานสิ้นเปลืองก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกและมลพิษ ขณะที่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดผลกระทบและสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพสัตว์และคุณภาพของผลผลิต สุดท้าย การจัดการพลังงานที่ดีสอดคล้องกับ นโยบายพลังงานและสิ่งแวดล้อมของประเทศ และมาตรฐานสากล เช่น ISO 50001 และ GAP ซึ่งเพิ่มมูลค่าและความน่าเชื่อถือให้กับฟาร์มในตลาดโลกบทที่ 3 นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์การนำ นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาใช้ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงาน ลดต้นทุนการผลิต และสร้างความยั่งยืน ฟาร์มที่ปรับตัวเข้าสู่การเป็น “ฟาร์มอัจฉริยะ” (Smart Farm) จะสามารถใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่านระบบอัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูล และการใช้พลังงานทดแทน 3.1 ระบบตรวจวัดและควบคุมอัจฉริยะ (Smart Monitoring & Control) 3.2 ระบบให้อาหารและน้ำแบบประหยัดพลังงาน (Smart Feeding & Watering) 3.3 การควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงเรือน (Energy-efficient Environment Control) 3.4 การใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) 3.5 ระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) 3.6 นวัตกรรมเสริมเพื่อการประหยัดพลังงาน


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 6Energy Conservation Technology Co.,ltd.รายละเอียด ดังนี้3.1 ระบบตรวจวัดและควบคุมอัจฉริยะ (Smart Monitoring & Control)ระบบตรวจวัดและควบคุมอัจฉริยะเป็นหัวใจสำคัญของฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farm) เนื่องจากช่วยให้เกษตรกรสามารถติดตามข้อมูลการใช้พลังงานและสภาพแวดล้อมในฟาร์มได้แบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด 3.1.1 อุปกรณ์ตรวจวัด (Sensors & IoT Devices) 3.1.2 ระบบควบคุมอัตโนมัติ (Smart Controller & Actuator) 3.1.3 การเชื่อมต่อและวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics & Cloud System) 3.1.4 ประโยชน์ต่อการประหยัดพลังงานรายละเอียด ดังนี้3.1.1 อุปกรณ์ตรวจวัด (Sensors & IoT Devices)อุปกรณ์ตรวจวัดหรือ เซ็นเซอร์อัจฉริยะ ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของระบบฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farm) เนื่องจากทำหน้าที่เก็บข้อมูลที่จำเป็นเพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์และควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ แบบอัตโนมัติ ช่วยให้การใช้พลังงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด1) เซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพแวดล้อมในโรงเรือน• Temperature Sensor (เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ)ใช้ติดตั้งในจุดต่าง ๆ ของโรงเรือนเพื่อวัดอุณหภูมิ หากเกินค่าที่กำหนด ระบบควบคุมจะสั่งงานพัดลม หรือระบบทำความเย็น/ทำความร้อนให้อัตโนมัติ → ลดการใช้พลังงานเกินจำเป็น• Humidity Sensor (เซ็นเซอร์วัดความชื้นสัมพัทธ์)ช่วยควบคุมการระบายอากาศและระบบพ่นหมอก (Evaporative Cooling) ให้ทำงานเฉพาะเมื่อความชื้นสูงเกินเกณฑ์• Light Sensor (เซ็นเซอร์วัดแสง)ตรวจสอบความเข้มของแสงภายในโรงเรือน เพื่อลดการเปิดไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะในช่วงกลางวัน2) เซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ• Gas Sensors เช่นo Ammonia (NH₃) Sensor ตรวจจับก๊าซจากมูลสัตว์o Carbon Dioxide (CO₂) Sensor ใช้ควบคุมการระบายอากาศในโรงเรือน• การควบคุมการเปิด-ปิดพัดลมตามค่าก๊าซจริง ช่วยลดทั้งพลังงานและปัญหาสุขภาพสัตว์


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 7Energy Conservation Technology Co.,ltd.3) เซ็นเซอร์สำหรับอาหารและน้ำ• Flow Sensor: ตรวจวัดปริมาณการใช้น้ำดื่มสัตว์ หากพบการสิ้นเปลือง ระบบจะปรับปริมาณหรือตรวจสอบการรั่วไหลของท่อ• Weight Sensor / RFID Feeder: ตรวจสอบการกินอาหารของสัตว์รายตัว → ปรับปริมาณอาหารอัตโนมัติลดการสูญเสียพลังงานจากการทำงานของสายพานหรือมอเตอร์เกินจำเป็น4) Smart Meter และ Energy Sensor• ใช้วัดการใช้ไฟฟ้าในแต่ละโซนของฟาร์ม เช่น ระบบทำความเย็น ระบบไฟส่องสว่าง และระบบให้อาหาร• ข้อมูลที่ได้ช่วยระบุจุดที่มีการใช้พลังงานสูงผิดปกติ และหาทางแก้ไข เช่น การเปลี่ยนอุปกรณ์ให้เป็นรุ่นประหยัดพลังงาน5) การเชื่อมต่อและส่งข้อมูล• เซ็นเซอร์ทั้งหมดเชื่อมโยงผ่านเครือข่าย IoT (Internet of Things)• ส่งข้อมูลไปยัง Gateway และ Cloud Platform เพื่อเก็บและวิเคราะห์• ผู้จัดการฟาร์มสามารถเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่าน Mobile Application หรือ Dashboardo ประโยชน์ของอุปกรณ์ตรวจวัด (Sensors & IoT Devices)1. ช่วยควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงเรือนให้เหมาะสมกับสัตว์ โดยใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ2. ลดการใช้พลังงานส่วนเกิน เช่น การเปิดพัดลมหรือไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น3. ป้องกันการสูญเสียจากปัญหาสุขภาพสัตว์ที่เกิดจากการจัดการสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม4. สนับสนุนการบริหารจัดการฟาร์มเชิงข้อมูล (Data-driven Farming)3.1.2 ระบบควบคุมอัตโนมัติ (Smart Controller & Actuator)หลังจากได้รับข้อมูลจาก อุปกรณ์ตรวจวัด (Sensors & IoT Devices) ระบบควบคุมอัตโนมัติจะทำหน้าที่ “สั่งการ” ให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในฟาร์มทำงานหรือหยุดทำงานตามความจำเป็น โดยใช้หลักการ Automation + Optimization เพื่อลดการใช้พลังงานโดยไม่กระทบต่อสุขภาพสัตว์1) Smart Controller อุปกรณ์สมองกลกลางที่รวบรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ และใช้Algorithm / AI เพื่อวิเคราะห์และตัดสินใจการสั่งงาน เช่น• ปรับการทำงานของพัดลมระบายอากาศตามค่าอุณหภูมิและความชื้นจริง• ควบคุมการเปิด–ปิดไฟ LED อัตโนมัติตามรอบชีวิตสัตว์ (Circadian Rhythm)• สั่งระบบให้อาหาร/น้ำเมื่อเซ็นเซอร์ตรวจพบว่าสัตว์มีความต้องการจริง2) Actuator (อุปกรณ์สั่งงาน) Actuator คือ “แขนกล” ของระบบที่ทำงานตามคำสั่งจาก Controller ตัวอย่างเช่น:


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 8Energy Conservation Technology Co.,ltd.• Motorized Fan & Ventilation Systemปรับความเร็วรอบพัดลมตามความร้อนในโรงเรือน แทนการเปิดเต็มกำลังตลอดเวลา → ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้20–30%• Automatic Lighting Systemใช้ Dimmer/Timer ปรับความสว่างของไฟฟ้าให้เหมาะสม ลดการใช้ไฟลงโดยยังคงความเหมาะสมต่อพฤติกรรมสัตว์• Water Pump & Valve Controlเปิด-ปิดปั๊มน้ำหรือวาล์วน้ำตามปริมาณที่สัตว์ต้องการ ลดพลังงานที่สูญเสียจากการทำงานต่อเนื่อง• Feeding Actuatorสายพาน/ถังอาหารอัตโนมัติ ทำงานเฉพาะช่วงเวลาและปริมาณที่กำหนด → ลดทั้งไฟฟ้าและอาหารที่สูญเปล่า3) การเชื่อมต่อระบบ (Integration)• Local Control: Controller เชื่อมต่ออุปกรณ์ผ่านระบบสาย (Wired) หรือไร้สาย (Wireless) ภายในฟาร์ม• Cloud-based Control: เชื่อมโยงข้อมูลกับ Cloud ทำให้ผู้จัดการฟาร์มสามารถสั่งการผ่านSmartphone / Tablet / Dashboard ได้แม้ไม่อยู่ในฟาร์ม• AI Optimization: ใช้ Machine Learning วิเคราะห์รูปแบบการใช้พลังงานของฟาร์ม และปรับรูปแบบการควบคุมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น4) ประโยชน์ของระบบควบคุมอัตโนมัติ1. ลดการใช้พลังงานโดยสั่งการเฉพาะเวลาที่จำเป็น2. ปรับระบบให้เหมาะสมกับสภาพจริงแบบเรียลไทม์ (Real-time Optimization)3. ลดความผิดพลาดจากการควบคุมโดยมนุษย์4. เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์ ทำให้สุขภาพและผลผลิตดีขึ้น พร้อมกับใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าo ระบบควบคุมอัตโนมัติคือกลไกสำคัญที่ทำให้ Smart Farm สามารถใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผสมผสาน Controller + Actuator เพื่อให้ทุกระบบในฟาร์ม (อากาศ แสง อาหาร น้ำ) ทำงานสอดคล้องกับสภาพจริงและประหยัดพลังงานสูงสุด3.1.3 การเชื่อมต่อและวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics & Cloud System)เมื่อฟาร์มติดตั้ง อุปกรณ์ตรวจวัด (Sensors & IoT Devices) และ ระบบควบคุมอัตโนมัติ (Smart Controller & Actuator) ข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการทำงานจะต้องถูกนำมา จัดเก็บ วิเคราะห์ และเชื่อมต่อเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดในการประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการฟาร์ม1) การเชื่อมต่อข้อมูล (Connectivity)• IoT Gateway: ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรับส่งข้อมูลจากเซ็นเซอร์และอุปกรณ์ควบคุมเข้าสู่ระบบเครือข่าย


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 9Energy Conservation Technology Co.,ltd.• Wireless Network (Wi-Fi, LoRa, NB-IoT, 4G/5G): ใช้สำหรับเชื่อมโยงข้อมูลจากอุปกรณ์ภายในฟาร์มไปยัง Cloud• Cloud Platform: เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จากการทำงานของฟาร์ม เช่น การใช้ไฟฟ้า น้ำ อาหาร และสภาพแวดล้อมในโรงเรือน2) การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics)• Descriptive Analytics: แสดงผลข้อมูลพื้นฐาน เช่น ปริมาณการใช้พลังงานต่อวัน ค่าไฟฟ้าในแต่ละระบบ (พัดลม แสงไฟ ปั๊มน้ำ ฯลฯ)• Diagnostic Analytics: วิเคราะห์หาสาเหตุ เช่น ทำไมพลังงานในโรงเรือนบางจุดจึงสูงกว่าปกติ• Predictive Analytics: ใช้AI / Machine Learning คาดการณ์แนวโน้มการใช้พลังงาน เช่น ความต้องการไฟฟ้าในช่วงอากาศร้อน• Prescriptive Analytics: เสนอแนวทางการประหยัดพลังงาน เช่น ปรับรอบการทำงานของพัดลม/ไฟส่องสว่าง เพื่อให้ได้ผลผลิตเหมาะสมโดยใช้พลังงานต่ำสุด3) การนำเสนอข้อมูล (Visualization & Dashboard)• Dashboard แบบเรียลไทม์: แสดงสถานะอุณหภูมิ ความชื้น และการใช้พลังงานของแต่ละโซน• Mobile Application: ผู้จัดการฟาร์มสามารถตรวจสอบและควบคุมระบบได้ทุกที่ทุกเวลา• Report & Alert System: สรุปรายงานพลังงานรายวัน/รายเดือน พร้อมแจ้งเตือนเมื่อมีการใช้พลังงานผิดปกติ4) ประโยชน์ต่อการประหยัดพลังงาน1. ทำให้ผู้จัดการฟาร์มตัดสินใจได้จากข้อมูลจริง (Data-driven Decision)2. ค้นหาจุดที่สิ้นเปลืองพลังงานและปรับปรุงได้ทันที3. ลดค่าไฟฟ้าโดยเฉลี่ย 10–20% จากการปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานตามข้อมูล4. ช่วยวางแผนการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยใช้ข้อมูลการใช้พลังงานเป็นตัวชี้วัดo การเชื่อมต่อและวิเคราะห์ข้อมูลคือ “สมอง” ของระบบ Smart Farm ที่เปลี่ยนข้อมูลดิบจากเซ็นเซอร์ ให้เป็น ข้อมูลเชิงลึก (Insight) ช่วยให้ฟาร์มประหยัดพลังงานได้จริง และเพิ่มคุณภาพการจัดการในระยะยาว3.1.4 ประโยชน์ต่อการประหยัดพลังงานการติดตั้งระบบตรวจวัดและควบคุมอัจฉริยะในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ช่วยให้สามารถใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่าและตรงความต้องการ โดยมีประโยชน์หลักดังนี้1) ลดการใช้พลังงานเกินจำเป็น• ระบบควบคุมพัดลม แสงไฟ และเครื่องทำความเย็น/ทำความร้อน ทำงานตามข้อมูลจริงจากเซ็นเซอร์• ป้องกันการเปิดใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น เช่น พัดลมทำงานต่อเนื่องแม้สภาพอากาศปกติ


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 10Energy Conservation Technology Co.,ltd.2) เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency)• ปรับการใช้พลังงานให้สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม เช่น ปรับความเร็วพัดลมอัตโนมัติแทนการเปิดเต็มกำลัง• ช่วยลดค่าไฟฟ้าในฟาร์มได้เฉลี่ย 15–30%3) ป้องกันความสูญเสียจากความผิดพลาด• ลดความผิดพลาดจากการควบคุมโดยแรงงานคน เช่น ลืมปิดไฟ ลืมปิดพัดลม• การแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Alert System) ทำให้แก้ไขปัญหาได้ทันเวลา ลดการสูญเสียพลังงาน4) สนับสนุนการวางแผนระยะยาว• ข้อมูลจากระบบตรวจวัดสามารถนำมาวิเคราะห์แนวโน้มการใช้พลังงานในแต่ละฤดูกาล• ช่วยวางแผนปรับปรุงอุปกรณ์หรือเลือกลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงานได้อย่างเหมาะสม5) เสริมคุณภาพผลผลิตโดยใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า• การควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับสัตว์ ทำให้สัตว์เจริญเติบโตได้ดีโดยไม่ต้องใช้พลังงานเกินจำเป็น• เพิ่มผลผลิตและคุณภาพสินค้า (เนื้อ นม ไข่) ไปพร้อมกับการลดต้นทุนพลังงานo ระบบตรวจวัดและควบคุมอัจฉริยะ (Smart Monitoring & Control) ไม่เพียงช่วย ประหยัดพลังงานและลดต้นทุน แต่ยังทำให้ฟาร์มมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และสามารถแข่งขันได้ในตลาดที่ให้ความสำคัญกับ Green Farming3.2 ระบบให้อาหารและน้ำแบบประหยัดพลังงาน (Smart Feeding & Watering)การจัดการอาหารและน้ำเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่ใช้พลังงานจำนวนมากในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ทั้งการเดินเครื่องให้อาหาร การสูบน้ำ และการทำงานของระบบอัตโนมัติต่าง ๆ การพัฒนาระบบให้อาหารและน้ำแบบอัจฉริยะ (Smart Feeding & Watering) ช่วยให้สัตว์ได้รับสารอาหารและน้ำที่เพียงพอ ขณะเดียวกันยังช่วยประหยัดพลังงานและลดการสูญเสีย 3.2.1 ระบบให้อาหารอัตโนมัติ (Automatic Feeding System) 3.2.2 ระบบน้ำอัตโนมัติ (Smart Watering System) 3.2.3 การบูรณาการระบบอาหารและน้ำเข้ากับ Smart Farm 3.2.4 ตัวอย่างผลลัพธ์


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 11Energy Conservation Technology Co.,ltd.รายละเอียด ดังนี้3.2.1 ระบบให้อาหารอัตโนมัติ (Automatic Feeding System)ระบบให้อาหารอัตโนมัติเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนแรงงาน ลดการสูญเสียอาหาร และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในฟาร์ม โดยอาศัยการทำงานของ มอเตอร์สายพานลำเลียง ถังจ่ายอาหารอัตโนมัติ และเซ็นเซอร์ตรวจวัด ที่ทำงานร่วมกับระบบควบคุมอัจฉริยะ1) ประเภทของระบบให้อาหารอัตโนมัติ1. ระบบแบบตั้งเวลา (Timer-based Feeding System)o กำหนดช่วงเวลาในการปล่อยอาหารล่วงหน้าo ลดการทำงานต่อเนื่องของเครื่องจักร → ประหยัดไฟฟ้าo เหมาะสำหรับฟาร์มขนาดเล็ก–กลาง2. ระบบอัจฉริยะ (Smart Feeding System)o ใช้เซ็นเซอร์ตรวจสอบปริมาณอาหารที่เหลือในราง และปรับปริมาณการจ่ายโดยอัตโนมัติo ลดการให้อาหารเกินความจำเป็น → ลดพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนระบบลำเลียง3. ระบบระบุตัวสัตว์ (RFID Feeding System)o ใช้แท็ก RFID ติดที่ตัวสัตว์ เพื่อจ่ายอาหารเฉพาะรายตัวo ควบคุมโภชนาการเฉพาะสัตว์แต่ละตัว (Precision Nutrition)o ลดทั้งพลังงานและอาหารที่สูญเสียจากการกินไม่สมดุล2) องค์ประกอบหลักของระบบให้อาหารอัตโนมัติ• ถังเก็บอาหาร (Feed Silos) เชื่อมต่อกับสายพานหรือท่อส่งอาหาร• มอเตอร์ไฟฟ้าและสายพานลำเลียง สำหรับเคลื่อนย้ายอาหาร• เซ็นเซอร์ตรวจจับน้ำหนัก/ปริมาณอาหาร เพื่อควบคุมการจ่ายอย่างแม่นยำ• Smart Controller สำหรับตั้งโปรแกรมการให้อาหารและสั่งการอัตโนมัติ3) ประโยชน์ต่อการประหยัดพลังงาน1. ลดการทำงานของเครื่องจักรโดยไม่จำเป็น → ประหยัดไฟฟ้าที่ใช้กับมอเตอร์และสายพาน2. ลดการสูญเสียอาหาร (Feed Loss) → ประหยัดพลังงานทางอ้อมที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์3. เพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน → ลดความจำเป็นในการใช้แรงงานคนที่ต้องเดินให้อาหารตลอดเวลา4. เพิ่มผลผลิต เนื่องจากสัตว์ได้รับอาหารตรงตามความต้องการ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตที่สม่ำเสมอ4) ตัวอย่างผลลัพธ์จากการใช้งานจริง• ฟาร์มสุกรที่ใช้Smart Feeding System สามารถลดค่าไฟฟ้าในระบบให้อาหารได้เฉลี่ย 15–20%• ฟาร์มไก่เนื้อที่ติดตั้ง RFID Feeding ลดการสูญเสียอาหารได้กว่า 25% และลดการทำงานของมอเตอร์ลำเลียงลง 10–15%• ฟาร์มโคนมที่ใช้ระบบอัตโนมัติในการผสมและจ่ายอาหารโคนม (TMR – Total Mixed Ration) ประหยัดทั้งแรงงานและพลังงานไฟฟ้าได้กว่า 30%


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 12Energy Conservation Technology Co.,ltd.o ระบบให้อาหารอัตโนมัติช่วยให้ฟาร์มสามารถ ประหยัดพลังงาน ลดการสูญเสีย และเพิ่มคุณภาพการเลี้ยงสัตว์โดยใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ควบคุมการให้อาหารได้อย่างแม่นยำและเหมาะสม3.2.2 ระบบน้ำอัตโนมัติ (Smart Watering System)น้ำเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของสัตว์เลี้ยง แต่ในขณะเดียวกันการจัดการน้ำในฟาร์มก็ใช้พลังงานจำนวนมาก โดยเฉพาะการสูบน้ำ การกรอง และการทำความสะอาด ระบบน้ำอัตโนมัติที่ออกแบบอย่างชาญฉลาดสามารถช่วยประหยัดทั้ง พลังงานไฟฟ้า และ ปริมาณน้ำ ได้อย่างมีนัยสำคัญ1) องค์ประกอบหลักของระบบน้ำอัตโนมัติ1. ปั๊มน้ำประสิทธิภาพสูง (High-efficiency Pump)o ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าประหยัดพลังงานo ทำงานร่วมกับระบบอินเวอร์เตอร์ (Variable Speed Drive: VSD) เพื่อลดการทำงานเกินจำเป็น2. Automatic Water Valveo เปิด–ปิดการจ่ายน้ำอัตโนมัติตามเวลาหรือการตรวจจับความต้องการจริงของสัตว์o ลดการเปิดน้ำทิ้งโดยไม่จำเป็น3. Flow Sensor & Leak Detectiono ตรวจจับปริมาณการใช้น้ำแบบเรียลไทม์o หากพบการรั่วไหล ระบบจะสั่งหยุดปั๊มน้ำทันที → ลดการสูญเสียพลังงานและน้ำ4. Water Quality Sensoro ตรวจสอบคุณภาพน้ำ เช่น pH อุณหภูมิความขุ่น และสารปนเปื้อนo ระบบจะทำการบำบัดหรือต้มเฉพาะเมื่อคุณภาพน้ำต่ำกว่ามาตรฐาน → ลดการใช้พลังงานเกินจำเป็น2) การทำงานแบบบูรณาการ• เชื่อมต่อกับ IoT และ Smart Controller → จ่ายน้ำตามความต้องการจริง ไม่ใช่ตามการตั้งเวลาเพียงอย่างเดียว• เชื่อมกับระบบให้อาหารอัตโนมัติ→ จ่ายน้ำพร้อมอาหารตามพฤติกรรมการกินของสัตว์• Cloud & Dashboard → เก็บข้อมูลการใช้น้ำและพลังงาน วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพระยะยาว3) ประโยชน์ด้านการประหยัดพลังงานและทรัพยากร1. ลดพลังงานไฟฟ้า – ปั๊มน้ำทำงานเฉพาะเมื่อจำเป็น ลดค่าไฟลงได้ 10–20%2. ลดการสูญเสียน้ำ – ระบบ Leak Detection ป้องกันการไหลรั่วซึม ลดต้นทุนค่าน้ำและค่าไฟจากการสูบ3. ยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์– มอเตอร์และปั๊มน้ำไม่ทำงานต่อเนื่องเกินความจำเป็น4. สนับสนุนสุขภาพสัตว์– สัตว์ได้รับน้ำที่สะอาดและเพียงพอ ส่งผลให้ผลผลิตมีคุณภาพสูงขึ้น


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 13Energy Conservation Technology Co.,ltd.4) ตัวอย่างผลลัพธ์จากการใช้งานจริง• ฟาร์มสุกรที่ติดตั้ง ระบบ Leak Detection ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในระบบสูบน้ำได้เฉลี่ย 15% ต่อปี• ฟาร์มไก่ไข่ที่ใช้Water Quality Sensor ควบคุมการกรองน้ำ ลดต้นทุนค่าไฟได้ 12% และคุณภาพไข่ดีขึ้น• ฟาร์มโคนมที่ใช้Smart Pump + VSD ประหยัดค่าไฟฟ้าในการจ่ายน้ำได้กว่า 20%o ระบบน้ำอัตโนมัติ (Smart Watering System) ช่วยให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์สามารถ ลดการใช้ไฟฟ้า ประหยัดน้ำ และรักษาคุณภาพน้ำดื่มของสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ทั้ง พลังงาน–ทรัพยากร–ผลผลิตได้รับการจัดการอย่างยั่งยืน3.2.3 การบูรณาการระบบอาหารและน้ำเข้ากับ Smart Farmการจัดการอาหารและน้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโต สุขภาพ และคุณภาพของผลผลิต การบูรณาการระบบให้อาหารและน้ำเข้ากับ Smart Farm จะช่วยให้การจัดการทั้งสองด้านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และสามารถตรวจสอบควบคุมได้แบบเรียลไทม์1) การเชื่อมโยงข้อมูลกับ IoT และ Smart Controller• ระบบให้อาหารและน้ำติดตั้ง เซ็นเซอร์ (Sensors) เช่น น้ำหนักอาหาร ปริมาณน้ำ ความถี่การกิน–ดื่มของสัตว์• ข้อมูลที่ได้ถูกส่งไปยัง Smart Controller เพื่อตัดสินใจจ่ายอาหารและน้ำตามความต้องการจริง →ลดพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนสายพานและปั๊มน้ำ• ผู้จัดการฟาร์มสามารถควบคุมหรือปรับตั้งค่าได้ผ่าน Mobile App หรือ Dashboard2) การใช้ AI วิเคราะห์โภชนาการ (Precision Nutrition)• AI วิเคราะห์ข้อมูล น้ำหนัก อายุสุขภาพ และพฤติกรรมสัตว์เพื่อกำหนดสูตรอาหารและปริมาณที่เหมาะสม• ลดการให้อาหารเกินความต้องการ → ลดพลังงานทั้งทางตรง (ระบบให้อาหาร) และทางอ้อม (พลังงานที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์)• ช่วยปรับสมดุลการใช้น้ำร่วมกับการให้อาหาร เช่น ให้น้ำเสริมทันทีหลังการกินอาหาร3) การเชื่อมโยงกับระบบบริหารจัดการพลังงาน (EMS)• ข้อมูลการใช้พลังงานจาก ระบบให้อาหารและน้ำ จะถูกบันทึกและแสดงผลใน Energy Dashboard• สามารถวิเคราะห์ว่า ระบบให้อาหาร/น้ำใช้พลังงานสูงในช่วงเวลาใด และปรับเปลี่ยนรอบการทำงานเพื่อลดค่าไฟ• ช่วยประเมินความคุ้มค่าการลงทุน เช่น การเปลี่ยนปั๊มน้ำ/มอเตอร์เป็นรุ่นประหยัดพลังงาน


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 14Energy Conservation Technology Co.,ltd.4) ตัวอย่างการประยุกต์ใช้จริง• ฟาร์มสุกร: ใช้RFID Feeding + Smart Water Valve → สัตว์แต่ละตัวได้รับอาหารและน้ำที่เหมาะสม ลดค่าไฟฟ้า 15%• ฟาร์มไก่เนื้อ: ระบบ Smart Feeder + Leak Detection ลดพลังงานของสายพานและปั๊มน้ำ รวมแล้วประหยัดไฟ 20% ต่อรอบการเลี้ยง• ฟาร์มโคนม: ใช้AI Nutrition + EMS Dashboard วิเคราะห์ต้นทุนการให้อาหาร–น้ำแบบเรียลไทม์ → ลดต้นทุนรวมได้กว่า 25%5) ประโยชน์ที่ได้จากการบูรณาการ1. เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง – สัตว์ได้รับอาหารและน้ำตรงตามความต้องการ2. ลดต้นทุนพลังงาน – ทั้งพลังงานตรง (ไฟฟ้า มอเตอร์) และพลังงานแฝง (ต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์)3. ปรับปรุงคุณภาพผลผลิต – สัตว์มีสุขภาพแข็งแรง ผลผลิตมีคุณภาพสม่ำเสมอ4. สร้างฟาร์มยั่งยืน – ลดการสูญเสียพลังงาน ทรัพยากรน้ำ และอาหาร → สอดคล้องกับแนวทาง Green Farmingo การบูรณาการระบบอาหารและน้ำเข้ากับ Smart Farm คือการใช้ข้อมูล + เทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อปรับการทำงานให้ตรงกับความต้องการจริงของสัตว์ ช่วยลดต้นทุนการผลิต ประหยัดพลังงาน และเพิ่มความยั่งยืนของฟาร์มในระยะยาว3.2.4 ตัวอย่างผลลัพธ์การนำระบบให้อาหารและน้ำอัจฉริยะมาใช้ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วย ลดต้นทุนด้านพลังงาน ลดการสูญเสียทรัพยากร และ เพิ่มคุณภาพผลผลิต ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีกรณีศึกษาที่น่าสนใจดังนี้1) ฟาร์มสุกร (Pig Farm)• ติดตั้ง Smart Feeder ควบคุมการจ่ายอาหารอัตโนมัติตามน้ำหนักและอายุของสุกร• เชื่อมกับ Smart Water Valve ที่จ่ายน้ำตามพฤติกรรมการดื่มจริง• ผลลัพธ์:o ลดการใช้ไฟฟ้าในระบบมอเตอร์และสายพานลำเลียงอาหารได้15%o ลดการสูญเสียอาหาร (Feed Loss) ได้20%o สุขภาพสุกรดีขึ้น อัตราการเจริญเติบโตสม่ำเสมอ2) ฟาร์มไก่เนื้อ (Broiler Farm)• ใช้ระบบ Automatic Feeder + Leak Detection ตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำ• ติดตั้ง Flow Sensor และเชื่อมต่อกับ Energy Dashboard เพื่อติดตามการใช้พลังงาน• ผลลัพธ์:o ลดค่าไฟฟ้าของปั๊มน้ำได้10–15%o ลดปัญหาการขาดน้ำและความเครียดของไก่ → อัตราการตายลดลงo เพิ่มน้ำหนักเฉลี่ยของไก่เนื้อขึ้น 5–8%


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 15Energy Conservation Technology Co.,ltd.3) ฟาร์มโคนม (Dairy Farm)• ใช้AI Nutrition System ร่วมกับ TMR (Total Mixed Ration) Feeder ผสมและจ่ายอาหารอัตโนมัติ• ระบบ Smart Pump + VSD (Variable Speed Drive) สำหรับการจ่ายน้ำโคนม• ผลลัพธ์:o ลดต้นทุนพลังงานในระบบอาหารและน้ำได้กว่า 25%o ปริมาณน้ำนมเฉลี่ยต่อโคเพิ่มขึ้น 10–12%o ลดต้นทุนแรงงานเพราะไม่ต้องใช้คนให้อาหารแบบแมนนวล4) ฟาร์มผสมผสาน (Mixed Farm)• บูรณาการ RFID Feeding System + Smart Watering ในฟาร์มที่เลี้ยงหลายชนิดสัตว์• ใช้ Cloud Platform เก็บข้อมูลอาหารและน้ำของสัตว์แต่ละประเภท• ผลลัพธ์:o ประหยัดไฟฟ้าโดยรวมของฟาร์มได้20% ต่อปีo ลดต้นทุนการจัดการน้ำกว่า 18%o ได้ข้อมูลโภชนาการและการใช้น้ำที่แม่นยำ → วางแผนการผลิตได้ดีกว่าเดิมo กรณีศึกษาข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ระบบให้อาหารและน้ำอัจฉริยะช่วยฟาร์มประหยัดพลังงานและทรัพยากรได้จริง โดยเฉลี่ย 10–30% พร้อมเพิ่มคุณภาพผลผลิต ทำให้ฟาร์มมีความคุ้มค่าและยั่งยืน มากขึ้น3.3 การควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงเรือน (Energy-efficient Environment Control)โรงเรือนเลี้ยงสัตว์เป็นพื้นที่ที่ต้องใช้พลังงานมากที่สุดในฟาร์ม เนื่องจากต้องควบคุม อุณหภูมิ ความชื้น การระบายอากาศ และแสงสว่าง ให้เหมาะสมกับความต้องการของสัตว์แต่ละชนิด หากไม่มีการจัดการพลังงานที่ดี อาจเกิดความสิ้นเปลืองและเพิ่มต้นทุนการผลิต การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้จึงเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 3.3.1 ระบบระบายอากาศอัจฉริยะ (Smart Ventilation) 3.3.2 ระบบทำความเย็นแบบประหยัดพลังงาน (Evaporative Cooling System) 3.3.3 ระบบทำความร้อนอัจฉริยะ (Smart Heating System) 3.3.4 ระบบไฟส่องสว่างอัจฉริยะ (Smart Lighting System) 3.3.5 การออกแบบโรงเรือนเพื่อประหยัดพลังงาน (Passive Design)


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 16Energy Conservation Technology Co.,ltd.รายละเอียด ดังนี้3.3.1 ระบบระบายอากาศอัจฉริยะ (Smart Ventilation)การระบายอากาศในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากช่วยควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และความเข้มข้นของก๊าซ เช่น แอมโมเนีย (NH₃) และคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพสัตว์ อย่างไรก็ตาม ระบบพัดลมและการระบายอากาศแบบดั้งเดิมมักใช้พลังงานไฟฟ้าสูง การพัฒนาเป็น ระบบระบายอากาศอัจฉริยะ (Smart Ventilation) จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงานได้อย่างมาก1) องค์ประกอบหลักของระบบ1. พัดลมประสิทธิภาพสูง (High-efficiency Fans)o ใช้มอเตอร์แบบ Brushless DC (BLDC) หรือมอเตอร์ไฟฟ้าเกรดประหยัดพลังงานo ลดการสูญเสียพลังงานจากความร้อนของมอเตอร์2. Variable Speed Drive (VSD)o ควบคุมความเร็วรอบพัดลมตามความต้องการจริงo ลดการใช้ไฟฟ้าได้มากกว่าการเปิด–ปิดแบบเต็มกำลัง3. เซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพอากาศo Temperature Sensor → วัดอุณหภูมิในโรงเรือนo Humidity Sensor → ตรวจสอบความชื้นสัมพัทธ์o Gas Sensor (NH₃, CO₂) → ตรวจจับก๊าซที่เกิดจากมูลสัตว์4. Smart Controllero ประมวลผลข้อมูลจากเซ็นเซอร์o สั่งงานพัดลม/ช่องระบายอากาศอัตโนมัติเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม2) การทำงานของระบบ• เมื่อ อุณหภูมิสูง → Controller เพิ่มความเร็วรอบพัดลมหรือเปิดพัดลมเพิ่ม• เมื่อ ความชื้นสูง → ระบบปรับสมดุลการระบายอากาศร่วมกับการควบคุมการพ่นหมอก• เมื่อ ก๊าซสะสมเกินค่ามาตรฐาน → ระบบเร่งการระบายอากาศเพื่อป้องกันอันตรายต่อสัตว์• เมื่อสภาพอากาศ อยู่ในเกณฑ์ปกติ→ ระบบลดความเร็วรอบพัดลมลง → ประหยัดไฟฟ้า3) ประโยชน์ต่อการประหยัดพลังงาน1. ลดการใช้ไฟฟ้า 15–25% จากการทำงานของพัดลมตามความต้องการจริง2. ยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์เพราะมอเตอร์ไม่ต้องทำงานเต็มกำลังตลอดเวลา3. ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา จากการทำงานที่สมดุลและสม่ำเสมอ4. เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง สัตว์มีสุขภาพแข็งแรง เจริญเติบโตได้เร็วขึ้นภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 17Energy Conservation Technology Co.,ltd.4) ตัวอย่างการใช้งานจริง• ฟาร์มไก่เนื้อที่ใช้ระบบ Smart Ventilation + VSD ประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ย 20% ต่อรอบการเลี้ยง• ฟาร์มสุกรที่ติดตั้งเซ็นเซอร์ก๊าซ (NH₃, CO₂) ร่วมกับระบบควบคุมพัดลมอัตโนมัติ ลดค่าไฟฟ้าได้18% และลดอัตราการป่วยของสุกรลง 12%• ฟาร์มโคนมที่บูรณาการระบบพัดลมอัจฉริยะกับการพ่นละอองน้ำ (Fogging System) ประหยัดไฟฟ้าได้25% และช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมเฉลี่ยต่อวันo ระบบระบายอากาศอัจฉริยะ (Smart Ventilation) เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์สามารถ ควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม ลดการใช้พลังงาน และยกระดับคุณภาพการเลี้ยงสัตว์ไปพร้อมกัน3.3.2 ระบบทำความเย็นแบบประหยัดพลังงาน (Evaporative Cooling System)การควบคุมอุณหภูมิในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาสุขภาพและประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของสัตว์ โดยเฉพาะในเขตร้อนอย่างประเทศไทยที่อุณหภูมิสูงเกินไปอาจทำให้สัตว์เกิดความเครียด ความอยากอาหารลดลง และอัตราการตายสูงขึ้น การใช้ระบบทำความเย็นแบบระเหยน้ำ (Evaporative Cooling System: EC) จึงเป็นทางเลือกที่นิยม เนื่องจากใช้พลังงานต่ำกว่าการใช้เครื่องปรับอากาศหรือเครื่องทำความเย็นแบบดั้งเดิมหลายเท่า1) หลักการทำงาน• อาศัยการ ระเหยของน้ำ (Evaporation) เพื่อดึงความร้อนจากอากาศ• อากาศร้อนภายนอกถูกดูดผ่าน Cooling Pad ที่เปียกน้ำ → อากาศเย็นลงก่อนเข้าสู่โรงเรือน• ใช้พัดลมความเร็วต่ำหรือกลางช่วยดูดลม ไม่จำเป็นต้องใช้คอมเพรสเซอร์เหมือนเครื่องปรับอากาศ2) องค์ประกอบหลัก1. Cooling Pad – แผ่นรังผึ้งที่มีคุณสมบัติดูดซับน้ำและเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัส2. Water Circulation System – ระบบปั๊มน้ำหมุนเวียนให้แผ่น Cooling Pad ชุ่มตลอดเวลา3. Exhaust Fan – พัดลมดูดอากาศร้อนจากโรงเรือนและดึงอากาศเย็นใหม่เข้ามา4. Controller + Sensors – ควบคุมการทำงานอัตโนมัติ ตามอุณหภูมิและความชื้นในโรงเรือน3) ประโยชน์ด้านการประหยัดพลังงาน• ใช้พลังงานเพียง 10–30% ของเครื่องปรับอากาศ (ไม่มีคอมเพรสเซอร์)• พัดลมทำงานที่รอบต่ำ–กลาง → ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าพัดลมแรงดันสูง• ลดความร้อนภายในโรงเรือนได้5–10 °C เพียงพอต่อความสบายของสัตว์• ช่วยลดการสูญเสียจากอัตราการตายและเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโต ซึ่งถือเป็น การประหยัดพลังงานทางอ้อม4) ตัวอย่างผลลัพธ์การใช้งานจริง• ฟาร์มไก่เนื้อที่ใช้ Evaporative Cooling ร่วมกับพัดลมอัตโนมัติ ลดค่าไฟฟ้าได้30–40% เทียบกับระบบทำความเย็นทั่วไป


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 18Energy Conservation Technology Co.,ltd.• ฟาร์มสุกรที่ติดตั้ง Cooling Pad ลดอุณหภูมิได้เฉลี่ย 6 °C ทำให้การใช้พัดลมลดลง และประหยัดไฟฟ้าได้20% ต่อรอบการเลี้ยง• ฟาร์มโคนมที่ใช้ระบบ EC ในช่วงฤดูร้อน เพิ่มการให้น้ำนมได้10–15% โดยไม่ต้องใช้แอร์หรือเครื่องทำความเย็น5) ข้อควรพิจารณา• ต้องมีการบำรุงรักษา Cooling Pad และระบบน้ำให้สะอาด ป้องกันการอุดตันและการสะสมของเชื้อโรค• หากความชื้นในอากาศภายนอกสูงเกินไป (เช่น ช่วงฝนตก) ประสิทธิภาพการทำงานของระบบจะลดลงo ระบบทำความเย็นแบบระเหยน้ำ (Evaporative Cooling System) เป็นโซลูชันที่เหมาะสมสำหรับฟาร์มในเขตร้อน เพราะสามารถ ลดอุณหภูมิได้เพียงพอ ใช้พลังงานต่ำกว่าระบบปรับอากาศหลายเท่า และช่วยเพิ่มผลผลิตสัตว์เลี้ยง ได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน3.3.3 ระบบทำความร้อนอัจฉริยะ (Smart Heating System)การให้ความร้อนเป็นสิ่งจำเป็นในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะกับสัตว์อายุน้อย เช่น ลูกสุกร ลูกไก่ลูกโค ที่ระบบควบคุมอุณหภูมิร่างกายยังไม่สมบูรณ์ หากอุณหภูมิต่ำเกินไปจะทำให้สัตว์อ่อนแอ กินอาหารลดลง และอัตราการตายสูงขึ้น แต่การใช้ระบบให้ความร้อนแบบดั้งเดิม (เช่น หลอดไส้เตาแก๊ส) มักสิ้นเปลืองพลังงาน ดังนั้นระบบทำความร้อนอัจฉริยะ (Smart Heating System) จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน1) องค์ประกอบหลักของระบบ1. Heat Lamp ประสิทธิภาพสูงo ใช้หลอดอินฟราเรด (Infrared Lamp) แทนหลอดไส้ → ให้ความร้อนตรงจุดโดยใช้ไฟน้อยกว่าo สามารถควบคุมการเปิด–ปิดด้วยตัวจับเวลา (Timer)2. Heating Pad / Floor Heatingo ใช้ไฟฟ้าให้ความร้อนเฉพาะพื้นที่ที่สัตว์นอน → ลดการสูญเสียพลังงานo ให้ความสบายเฉพาะจุด โดยไม่ต้องทำให้ทั้งโรงเรือนร้อน3. Smart Thermostat & Controllero ตรวจวัดอุณหภูมิแบบเรียลไทม์o ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ทำความร้อนให้อัตโนมัติ ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้o สามารถเชื่อมต่อ IoT → ควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน4. การใช้พลังงานทดแทนo พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บความร้อน (Solar Thermal)o ระบบทำความร้อนจาก Biogas ที่ได้จากมูลสัตว์


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 19Energy Conservation Technology Co.,ltd.2) ประโยชน์ด้านการประหยัดพลังงาน• ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า/ก๊าซ 10–20% เมื่อเทียบกับการใช้หลอดไส้หรือเตาแก๊สแบบดั้งเดิม• ความร้อนตรงจุด (Target Heating) ลดการสิ้นเปลืองในการทำความร้อนทั้งโรงเรือน• ยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์เนื่องจากระบบควบคุมป้องกันไม่ให้ทำงานต่อเนื่องเกินจำเป็น• ลดความสูญเสียจากอัตราการตาย → ประหยัดพลังงานทางอ้อมจากการเลี้ยงใหม่3) ตัวอย่างการใช้งานจริง• ฟาร์มสุกรที่เปลี่ยนจากหลอดไส้เป็น Heating Pad + Smart Thermostat ประหยัดไฟฟ้าได้เฉลี่ย18% ต่อรอบการเลี้ยง• ฟาร์มไก่เนื้อที่ใช้Infrared Heat Lamp + Timer ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานความร้อนลงกว่า 15%• ฟาร์มโคนมขนาดเล็กที่ติดตั้ง Solar Thermal Heating สำหรับลูกโค ประหยัดค่าแก๊สหุงต้มได้ประมาณ 20–25%o ระบบทำความร้อนอัจฉริยะช่วยให้ฟาร์มสามารถ จัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความร้อนตรงจุด ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความอยู่รอดของสัตว์อายุน้อย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำฟาร์มอย่างยั่งยืน3.3.4 ระบบไฟส่องสว่างอัจฉริยะ (Smart Lighting System)การใช้แสงสว่างในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์มีบทบาทสำคัญทั้งต่อ การเจริญเติบโต พฤติกรรมการกิน และวงจรการสืบพันธุ์ของสัตว์อย่างไรก็ตาม ระบบไฟส่องสว่างแบบดั้งเดิม เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอดไส้ มักสิ้นเปลืองพลังงานและมีอายุการใช้งานสั้น การพัฒนาไปสู่ ระบบไฟส่องสว่างอัจฉริยะ (Smart Lighting System) จึงช่วยให้ฟาร์มสามารถใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับการดูแลสุขภาพสัตว์อย่างเหมาะสม1) องค์ประกอบหลักของระบบ1. หลอดไฟ LED ประสิทธิภาพสูงo ใช้พลังงานน้อยกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์ประมาณ 50–60%o อายุการใช้งานยาวนานกว่า 5–10 เท่า ลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนหลอด2. Dimmer & Timer Controlo ปรับความสว่างของไฟตามช่วงเวลา → เลียนแบบวงจรธรรมชาติของกลางวัน–กลางคืน(Circadian Rhythm)o กำหนดเวลาการเปิด–ปิดอัตโนมัติ ลดการลืมปิดไฟ3. Light Sensor (Photo Sensor)o ตรวจจับความเข้มของแสงธรรมชาติที่เข้าสู่โรงเรือนo หากมีแสงเพียงพอ ระบบจะลดความสว่างของไฟฟ้าลงอัตโนมัติ4. Smart Controller & IoT Integrationo เชื่อมต่อระบบไฟกับ Dashboard หรือ Mobile App ให้ผู้จัดการฟาร์มควบคุมได้จากระยะไกลo เก็บข้อมูลการใช้ไฟฟ้าเพื่อวิเคราะห์และปรับปรุง


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 20Energy Conservation Technology Co.,ltd.2) ประโยชน์ต่อการประหยัดพลังงาน• ลดการใช้ไฟฟ้าได้20–40% เมื่อเปลี่ยนจากหลอดฟลูออเรสเซนต์เป็น LED + ระบบควบคุมอัตโนมัติ• ลดภาระการบำรุงรักษา เนื่องจากหลอด LED มีอายุการใช้งานยาวนาน• ปรับการใช้ไฟให้สัมพันธ์กับความต้องการจริง → ไม่มีการเปิดไฟเกินจำเป็น3) ผลดีต่อสัตว์และผลผลิต• ฟาร์มไก่ไข่: การควบคุมแสงอย่างเหมาะสมช่วยกระตุ้นการออกไข่ → ปริมาณและคุณภาพไข่เพิ่มขึ้น• ฟาร์มไก่เนื้อ: ระบบไฟแบบ Dimmer ทำให้ไก่ไม่เครียด ลดการตาย → อัตราการเจริญเติบโตสม่ำเสมอ• ฟาร์มสุกรและโคนม: การควบคุมแสงช่วยเสริมสุขภาพและสมดุลชีวภาพของสัตว์ → เพิ่มผลผลิตเนื้อและนม4) ตัวอย่างการใช้งานจริง• ฟาร์มไก่เนื้อที่เปลี่ยนจากหลอดฟลูออเรสเซนต์เป็น LED + Dimmer Control ประหยัดค่าไฟฟ้าได้35% และเพิ่มน้ำหนักเฉลี่ยของไก่ขึ้น 6%• ฟาร์มไก่ไข่ที่ใช้Smart Lighting System ร่วมกับ Light Sensor ลดค่าไฟฟ้าได้28% และเพิ่มประสิทธิภาพการออกไข่ 8%• ฟาร์มโคนมที่ติดตั้งไฟ LED แบบปรับแสงอัตโนมัติ ทำให้ผลผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้น 10–12%o ระบบไฟส่องสว่างอัจฉริยะ (Smart Lighting System) ไม่เพียงช่วย ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า แต่ยังช่วยปรับแสงให้เหมาะสมกับ สุขภาพและการผลิตของสัตว์ ทำให้ฟาร์มได้ทั้ง การประหยัดพลังงาน + คุณภาพผลผลิตที่ดีขึ้น ไปพร้อมกัน3.3.5 การออกแบบโรงเรือนเพื่อประหยัดพลังงาน (Passive Design)การออกแบบโรงเรือนที่ดีสามารถช่วยลดการใช้พลังงานในการทำความร้อน ความเย็น และการระบายอากาศได้อย่างมาก โดยอาศัย หลักการออกแบบเชิงรับ (Passive Design) ที่ใช้ประโยชน์จากสภาพภูมิอากาศ วัสดุ และโครงสร้าง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงโดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ใช้พลังงานมากนัก1) การเลือกทิศทางและตำแหน่งโรงเรือน• จัดวางโรงเรือนให้ยาวไปตามแนวทิศตะวันออก–ตะวันตก → ลดการรับรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ในช่วงบ่าย• ใช้ทิศทางลมธรรมชาติช่วยระบายอากาศ → ลดภาระของพัดลมไฟฟ้า2) การใช้วัสดุก่อสร้างและฉนวนกันความร้อน• หลังคาและผนังควรมีฉนวนกันความร้อน (Insulation) เช่น โฟม PU ใยแก้ว หรือฉนวนสะท้อนรังสี (Reflective Insulation)• ใช้วัสดุสะท้อนความร้อน (Cool Roof) เช่น หลังคาเมทัลชีทเคลือบสีสะท้อนแสง → ลดอุณหภูมิภายในโรงเรือนได้3–5 °C• ผนังระบายอากาศ (Ventilated Wall) → ปล่อยให้ลมผ่าน ลดการสะสมความร้อน


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 21Energy Conservation Technology Co.,ltd.3) การออกแบบช่องเปิดและระบบระบายอากาศธรรมชาติ• ช่องเปิดด้านข้างและด้านบนโรงเรือน เพื่อให้ลมธรรมชาติพัดผ่าน• ติดตั้ง Ventilation Chimney (ปล่องระบายอากาศ) ดึงอากาศร้อนออกโดยไม่ต้องใช้พัดลมมาก• ใช้ม่านบังแดด (Shade Cloth / Curtain) ควบคุมแสงแดดและความร้อน4) การใช้พลังงานแสงอาทิตย์และน้ำฝน• ออกแบบหลังคาให้ติดตั้ง โซลาร์เซลล์ (Solar PV) ได้ง่าย เพื่อลดค่าไฟในอนาคต• ติดตั้ง ระบบเก็บน้ำฝน (Rainwater Harvesting) ใช้สำหรับทำความสะอาดหรือระบบทำความเย็นแบบพ่นหมอก → ลดการสูบน้ำจากแหล่งน้ำบาดาล5) ประโยชน์ด้านการประหยัดพลังงาน1. ลดภาระการใช้เครื่องปรับอากาศ พัดลม และระบบทำความเย็น2. ประหยัดค่าไฟฟ้า 10–20% เพียงจากการออกแบบโครงสร้างที่เหมาะสม3. ยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้า เนื่องจากระบบไม่ต้องทำงานหนัก4. สร้างสภาพแวดล้อมที่เสถียร ส่งผลดีต่อสุขภาพสัตว์ → ลดการใช้พลังงานทางอ้อมจากการสูญเสีย6) ตัวอย่างการใช้งานจริง• ฟาร์มไก่เนื้อในเขตอีสานที่ใช้หลังคา Cool Roof + ฉนวน PU Foam ลดค่าไฟฟ้าในระบบพัดลม–ทำความเย็นได้กว่า 15%• ฟาร์มโคนมภาคเหนือที่ออกแบบโรงเรือนให้หันตามแนวลมธรรมชาติ ลดการใช้พัดลมไฟฟ้าได้กว่า20%• ฟาร์มสุกรที่ติดตั้ง ม่านบังแดด + ช่องเปิดด้านข้าง ช่วยลดอุณหภูมิในโรงเรือนได้เฉลี่ย 4 °C →ประหยัดไฟพัดลมได้รอบละ 12%o การออกแบบโรงเรือนด้วยแนวคิด Passive Design เป็นมาตรการลงทุนครั้งเดียวแต่ได้ผลระยะยาว สามารถ ลดพลังงาน ลดต้นทุน และเพิ่มความยั่งยืน ของฟาร์มเลี้ยงสัตว์ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่ซับซ้อนมากนักo ตารางสรุปเปรียบเทียบเทคโนโลยีควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงเรือนเทคโนโลยี ต้นทุนการลงทุน ศักยภาพการประหยัดพลังงานผลกระทบต่อผลผลิตสัตว์ หมายเหตุSmart Ventilation (ระบบระบายอากาศอัจฉริยะ)ปานกลาง–สูง (พัดลมประสิทธิภาพสูง + VSD + Sensor)15–25% (ลดการใช้พัดลมเกินจำเป็น)ลดความเครียดสัตว์เพิ่มอัตราการรอดชีวิตต้องบำรุงรักษามอเตอร์และเซ็นเซอร์Evaporative Cooling (ระบบทำความเย็นแบบระเหยน้ำ)ปานกลาง (Cooling Pad + ปั๊มน้ำ + พัดลม)30–40% เทียบกับแอร์ลดอุณหภูมิ 5–10°C เพิ่มการกินอาหารและน้ำหนักสัตว์ประสิทธิภาพลดลงเมื่อความชื้นอากาศสูง


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 22Energy Conservation Technology Co.,ltd.เทคโนโลยี ต้นทุนการลงทุน ศักยภาพการประหยัดพลังงานผลกระทบต่อผลผลิตสัตว์ หมายเหตุSmart Heating (ระบบทำความร้อนอัจฉริยะ)ปานกลาง (Heat Lamp, Heating Pad, Thermostat)10–20% เทียบกับหลอดไส้/เตาแก๊สลดอัตราตายของสัตว์อายุน้อย เพิ่มอัตราการเจริญเติบโตเหมาะกับฟาร์มลูกสุกร/ลูกไก่Smart Lighting (ระบบไฟส่องสว่างอัจฉริยะ)ปานกลาง (LED + Dimmer + Sensor)20–40% เทียบกับหลอดฟลูออเรสเซนต์กระตุ้นวงจรการกิน/สืบพันธุ์เพิ่มผลผลิตไข่–นมลงทุนครั้งเดียว ใช้งานได้นานPassive Design (ออกแบบโรงเรือนประหยัดพลังงาน)ต่ำ–ปานกลาง (ฉนวนCool Roof ช่องเปิด)10–20% (ลดภาระ Cooling & Ventilation)รักษาสภาพแวดล้อมที่เสถียร ลดความเครียดสัตว์เป็นการลงทุนโครงสร้างถาวร ใช้ได้ยาวนาน▪ ข้อสรุปจากตาราง• เทคโนโลยีที่ ประหยัดพลังงานสูงที่สุด: Evaporative Cooling (30–40%)• เทคโนโลยีที่ลงทุนต่ำแต่ได้ผลระยะยาว: Passive Design (ต้นทุนต่ำ–ปานกลาง แต่ช่วยลดพลังงานตลอดอายุการใช้งานโรงเรือน)• เทคโนโลยีที่ เพิ่มผลผลิตโดยตรงมากที่สุด: Smart Lighting (ควบคุมวงจรชีวภาพของสัตว์ →เพิ่มผลผลิตไข่/นม)• การเลือกใช้เทคโนโลยีควร บูรณาการหลายระบบร่วมกัน เพื่อให้เกิดทั้งการประหยัดพลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง3.4 การใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)การใช้พลังงานหมุนเวียนในฟาร์มเลี้ยงสัตว์เป็นแนวทางสำคัญในการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานระยะยาว และสนับสนุนเป้าหมาย Carbon Neutrality & Green Farming เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถบูรณาการเข้ากับฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farm) ได้อย่างเหมาะสมตามบริบทของแต่ละฟาร์ม 3.4.1 ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV) 3.4.2 ระบบผลิตก๊าซชีวภาพ (Biogas System) 3.4.3 ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Storage) 3.4.4 การใช้พลังงานชีวมวล (Biomass Energy) 3.4.5 การประยุกต์ใช้ระบบผสมผสาน (Hybrid System)


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 23Energy Conservation Technology Co.,ltd.รายละเอียด ดังนี้3.4.1 ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV)พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานหมุนเวียนที่นิยมที่สุดในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพแสงแดดสูงตลอดทั้งปี ระบบ Solar PV สามารถช่วยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากการไฟฟ้า ลดต้นทุนค่าไฟระยะยาว และเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของฟาร์ม1) หลักการทำงาน• แผงโซลาร์เซลล์ (Solar Panel) แปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้า DC• อินเวอร์เตอร์ (Inverter) แปลงไฟ DC เป็นไฟ AC สำหรับใช้งานในฟาร์ม• สามารถเชื่อมต่อกับ Battery Storage เพื่อเก็บพลังงานใช้ตอนกลางคืน• สามารถทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้าจากการไฟฟ้า (On-grid) หรือทำงานแยกเดี่ยว (Off-grid)2) การใช้งานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์• โรงเรือน: ใช้ไฟฟ้าจาก Solar PV สำหรับพัดลมระบายอากาศ ระบบทำความเย็น และไฟส่องสว่าง• ระบบสูบน้ำ: ใช้พลังงานจากโซลาร์ในการปั๊มน้ำสำหรับสัตว์และการทำความสะอาด• ระบบให้อาหารอัตโนมัติ: ใช้พลังงานหมุนเวียนในการขับเคลื่อนมอเตอร์และคอนโทรลเลอร์• สำนักงาน/ที่พักฟาร์ม: ลดค่าไฟฟ้าส่วนสนับสนุน เช่น แอร์ ทีวี คอมพิวเตอร์3) ข้อดีของการใช้ Solar PV1. ลดค่าไฟฟ้า 20–40% ต่อเดือน ขึ้นกับขนาดการติดตั้งและการใช้งาน2. คืนทุนเร็ว ประมาณ 5–7 ปี (ระบบขนาดกลาง–ใหญ่)3. อายุการใช้งานนาน แผงโซลาร์เซลล์มีอายุเฉลี่ย 20–25 ปี4. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂)5. เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะฟาร์มในพื้นที่ที่ไฟฟ้าไม่เสถียร4) ข้อควรพิจารณา• ต้องมีพื้นที่ติดตั้งเพียงพอ เช่น บนหลังคาโรงเรือนหรือพื้นที่ว่างในฟาร์ม• ต้นทุนเริ่มต้นค่อนข้างสูง ต้องมีการวางแผนการเงินล่วงหน้า• ต้องบำรุงรักษาแผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์สม่ำเสมอ• ในวันที่มีเมฆมากหรือฝนตก อาจผลิตไฟฟ้าได้น้อย → ควรมีระบบกักเก็บพลังงาน (Battery) เสริม5) ตัวอย่างผลลัพธ์จากการใช้งานจริง• ฟาร์มไก่เนื้อขนาดกลางติดตั้ง Solar PV 30 kW → ลดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 25% ต่อเดือน• ฟาร์มสุกรขนาดใหญ่ติดตั้ง Solar PV 100 kW + Battery Storage → ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากการไฟฟ้าได้40% และมีไฟฟ้าใช้แม้ในกรณีไฟฟ้าดับ• ฟาร์มโคนมใช้Solar Pump สำหรับสูบน้ำเข้าระบบให้น้ำและทำความสะอาดโรงเรือน → ประหยัดค่าไฟได้15–20%


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 24Energy Conservation Technology Co.,ltd.o ระบบ Solar PV เป็นเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่เหมาะสมกับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยมากที่สุด เพราะมีแสงแดดเพียงพอ ต้นทุนลดลงต่อเนื่อง และคืนทุนได้ในระยะ 5–7 ปีอีกทั้งยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนฟาร์มสู่แนวทาง Green Farm3.4.2 ระบบผลิตก๊าซชีวภาพ (Biogas System)ระบบก๊าซชีวภาพ (Biogas System) เป็นเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่เหมาะสมกับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากสามารถใช้มูลสัตว์และของเสียอินทรีย์ที่มีอยู่แล้วภายในฟาร์มมาแปรรูปเป็นพลังงาน โดยผ่านกระบวนการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Digestion) ได้ก๊าซมีเทน (CH₄) ซึ่งสามารถนำไปใช้ทดแทนพลังงานฟอสซิล1) หลักการทำงาน1. การรวบรวมมูลสัตว์→ เช่น มูลสุกร มูลโค มูลไก่ รวมกับน้ำ2. บ่อหมัก (Anaerobic Digester) → ย่อยสลายอินทรีย์โดยจุลินทรีย์ในสภาพไร้ออกซิเจน เกิดเป็นก๊าซชีวภาพ3. การเก็บและนำไปใช้ (Gas Collection & Utilization)o ใช้เป็นเชื้อเพลิงหุงต้ม/ทำความร้อนในโรงเรือนo ป้อนเข้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Biogas Generator) → ผลิตกระแสไฟฟ้าo ใช้ร่วมกับระบบทำความเย็น (Absorption Chiller) สำหรับฟาร์มขนาดใหญ่4. กากหมักที่เหลือ (Digestate) → ใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์2) การใช้งานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์• ฟาร์มสุกร/โคนมขนาดกลาง–ใหญ่: มีมูลสัตว์จำนวนมาก เหมาะกับการผลิต Biogas อย่างต่อเนื่อง• ฟาร์มไก่ไข่/ไก่เนื้อ: สามารถใช้เศษอาหารและมูลไก่มาผสมในระบบหมักร่วมได้• ระบบ Hybrid: ใช้ Biogas ร่วมกับ Solar PV → ลดความเสี่ยงไฟฟ้าดับ และใช้พลังงานได้ตลอด 24 ชม.3) ข้อดีของ Biogas System1. ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานo ทดแทนไฟฟ้าจากการไฟฟ้าและก๊าซหุงต้มo ลดค่าเชื้อเพลิง 15–30%2. จัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพo ลดปัญหากลิ่นและแมลงจากมูลสัตว์o ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CH₄, CO₂) ที่เกิดจากการหมักตามธรรมชาติ3. ได้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดีo ลดต้นทุนปุ๋ยเคมีo เพิ่มมูลค่าให้กับของเสียในฟาร์ม4. สนับสนุน Green Farmo ลด Carbon Footprinto สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 25Energy Conservation Technology Co.,ltd.4) ข้อควรพิจารณา• ต้องใช้มูลสัตว์ในปริมาณมาก อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบคุ้มค่า• ต้องมีการ ลงทุนเริ่มต้นสูง (บ่อหมัก ระบบท่อก๊าซ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า)• ต้องมีการ ดูแลบำรุงรักษา เช่น การตรวจสอบการรั่วซึมของก๊าซ และการกำจัดตะกอนในบ่อหมัก• พื้นที่ติดตั้งต้องเหมาะสม และต้องควบคุมสิ่งแวดล้อมป้องกันมลพิษน้ำ/กลิ่น5) ตัวอย่างผลลัพธ์จากการใช้งานจริง• ฟาร์มสุกร 3,000 ตัวในภาคกลาง ติดตั้ง บ่อหมัก Biogas + Generator 50 kW → ลดค่าไฟฟ้าได้25% ต่อเดือน และลดการใช้ LPG ได้เกือบ 100%• ฟาร์มโคนม 500 ตัว ใช้ Biogas ให้ความร้อนแทนแก๊สหุงต้ม → ประหยัดค่าเชื้อเพลิงกว่า 20%• ฟาร์มไก่เนื้อขนาดใหญ่ ใช้ระบบ Co-digestion (มูลไก่ + เศษอาหาร) ผลิตก๊าซได้มากขึ้น → ลดค่าใช้พลังงานรวมกว่า 30%o ระบบผลิตก๊าซชีวภาพ (Biogas System) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์สามารถ จัดการของเสียและผลิตพลังงานได้พร้อมกัน ทำให้ลดค่าใช้จ่ายทั้งด้านพลังงานและปุ๋ย พร้อมทั้งช่วยลดมลพิษและสนับสนุนฟาร์มสู่การเป็น Green & Sustainable Farm3.4.3 ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Storage)ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Storage) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเก็บไฟฟ้าที่ผลิตได้จาก พลังงานหมุนเวียนเช่น Solar PV หรือ Biogas Generator เพื่อนำมาใช้ในช่วงที่ฟาร์มมีความต้องการสูง หรือในเวลาที่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ เช่น ตอนกลางคืนหรือวันที่ไม่มีแดด ระบบนี้ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการใช้พลังงานในฟาร์มและช่วยลดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ1) หลักการทำงาน1. ช่วงที่ผลิตไฟฟ้าเกินความต้องการ (เช่น กลางวันจาก Solar PV) → ไฟฟ้าส่วนเกินจะถูกเก็บไว้ใน Battery2. ช่วงที่มีความต้องการสูง (Peak Load) หรือ กลางคืน → ดึงพลังงานจาก Battery มาใช้แทนการซื้อไฟจากการไฟฟ้า3. เชื่อมต่อกับ Energy Management System (EMS) เพื่อบริหารจัดการโหลดไฟฟ้าอย่างเหมาะสม2) เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ใช้ในฟาร์ม• Lithium-ion Battery: นิยมที่สุด อายุการใช้งาน 8–12 ปี ประสิทธิภาพสูง• Lead-acid Battery (Deep Cycle): ราคาถูกกว่า แต่มีอายุการใช้งานสั้นกว่า (3–5 ปี)• Flow Battery: เหมาะสำหรับฟาร์มขนาดใหญ่ ใช้งานต่อเนื่องได้นาน แต่ต้นทุนเริ่มต้นสูง3) การใช้งานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์• โรงเรือน: ใช้ไฟฟ้าที่กักเก็บสำหรับระบบพัดลม เครื่องทำความเย็น และไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน• ระบบน้ำ: ใช้พลังงานจาก Battery สำหรับปั๊มน้ำและระบบให้น้ำอัตโนมัติ• ระบบให้อาหารอัตโนมัติ: ใช้ไฟจาก Battery ในช่วง Peak Load เพื่อหลีกเลี่ยงค่าไฟฟ้าสูง• ไฟสำรองฉุกเฉิน: ใช้ในกรณีไฟฟ้าดับ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสัตว์


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 26Energy Conservation Technology Co.,ltd.4) ประโยชน์ด้านการประหยัดพลังงาน1. ลดค่าไฟฟ้า Demand Charge: ใช้ไฟจาก Battery ในช่วงที่ค่าไฟฟ้าสูง (Peak Hours)2. เพิ่มการพึ่งพาพลังงานหมุนเวียน: ใช้ไฟจาก Solar/ Biogas ได้เต็มศักยภาพ ไม่สูญเปล่า3. เสถียรภาพด้านพลังงาน: ป้องกันความเสียหายจากไฟฟ้าดับที่กระทบต่อสุขภาพสัตว์4. เพิ่มความคุ้มค่า: ทำงานร่วมกับ Solar PV ทำให้ระยะเวลาคืนทุนเร็วขึ้น5) ตัวอย่างผลลัพธ์จากการใช้งานจริง• ฟาร์มสุกรขนาดใหญ่ติดตั้ง Solar PV 100 kW + Battery 200 kWh → ลดค่าไฟฟ้ารวมได้35% ต่อเดือน และยังมีไฟสำรองในช่วงไฟดับ• ฟาร์มไก่เนื้อในภาคอีสานใช้Battery Storage 50 kWh สำหรับระบบพัดลมและแสงสว่างตอนกลางคืน → ประหยัดไฟได้15% และลดอัตราการตายของไก่• ฟาร์มโคนมใช้Hybrid Solar + Battery → สามารถเดินระบบสูบน้ำและเครื่องรีดนมได้แม้ในช่วงไฟดับ → ลดค่าใช้จ่ายพลังงานรวมกว่า 25%6) ข้อควรพิจารณา• ต้นทุนการลงทุนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะ Lithium-ion Battery• ต้องมีการบำรุงรักษา เช่น การตรวจสอบอุณหภูมิ การจัดการวงจรการชาร์จ–ดิสชาร์จ• ต้องออกแบบขนาดแบตเตอรี่ให้เหมาะกับการใช้งานจริงของฟาร์ม (ไม่เล็กเกินไป/ใหญ่เกินไป)o ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Storage) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้เต็มประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากภายนอก ประหยัดค่าไฟระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน เหมาะกับฟาร์มที่ต้องการก้าวสู่ Smart & Green Farm อย่างแท้จริง3.4.4 การใช้พลังงานชีวมวล (Biomass Energy)พลังงานชีวมวล (Biomass Energy) เป็นการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและเศษวัสดุอินทรีย์ เช่น ฟางข้าว ซังข้าวโพด เปลือกมันสำปะหลัง แกลบ หรือเศษไม้ มาผลิตเป็นพลังงานความร้อนหรือไฟฟ้า เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและค่าใช้จ่ายในฟาร์มเลี้ยงสัตว์1) หลักการทำงาน1. การรวบรวมวัตถุดิบชีวมวล – เศษพืช เศษอาหาร หรือวัสดุอินทรีย์จากฟาร์ม2. การแปรรูปชีวมวล – อัดเป็นก้อน (Biomass Briquette) หรือเม็ดเชื้อเพลิง (Pellet) เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน3. การใช้งานในฟาร์มo เผาในเตาชีวมวลเพื่อให้ความร้อนในโรงเรือนo ใช้ต้ม/อบอาหารสัตว์หรืออบแห้งหญ้าแห้ง (TMR)o ใช้ร่วมกับ Boiler หรือ Generator เพื่อผลิตไฟฟ้า


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 27Energy Conservation Technology Co.,ltd.2) การใช้งานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์• ฟาร์มโคนม: ใช้ความร้อนจากชีวมวลในการพาสเจอร์ไรส์น้ำนม หรืออบหญ้าแห้งเป็นอาหารสัตว์• ฟาร์มไก่/สุกร: ใช้ชีวมวลให้ความร้อนในโรงเรือน โดยเฉพาะในช่วงสัตว์อายุน้อยที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ• ฟาร์มผสมผสาน: ใช้เศษวัสดุเหลือใช้จากพืชไร่ เช่น ฟางข้าว ซังข้าวโพด มาเป็นพลังงาน → ลดค่าใช้จ่ายด้านก๊าซหุงต้ม3) ข้อดีของการใช้พลังงานชีวมวล1. ลดค่าเชื้อเพลิง – ใช้วัสดุเหลือใช้ในฟาร์มเองได้ ไม่ต้องซื้อก๊าซหรือไฟฟ้าเพิ่ม2. เป็นพลังงานหมุนเวียนและหมุนเวียนภายในพื้นที่ – ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)3. ลดการเผาทิ้งกลางแจ้ง – ลดปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศ4. ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก – แม้มีการปล่อย CO₂ แต่ถือว่าเป็น Carbon Neutral เพราะมาจากการหมุนเวียนตามธรรมชาติ4) ข้อควรพิจารณา• ต้องมีพื้นที่เก็บชีวมวล และการจัดการไม่ให้ขึ้นรา/เสื่อมคุณภาพ• ระบบเตาเผาหรือ Boiler ต้องมีประสิทธิภาพสูง มิฉะนั้นจะสิ้นเปลืองและก่อให้เกิดควันมาก• หากซื้อชีวมวลจากภายนอก อาจมีความผันผวนของราคาและคุณภาพ5) ตัวอย่างผลลัพธ์จากการใช้งานจริง• ฟาร์มโคนมภาคเหนือใช้ฟางข้าวและแกลบ เป็นเชื้อเพลิงในเตาชีวมวล → ลดค่าใช้จ่ายแก๊สหุงต้มได้กว่า 30%• ฟาร์มสุกรขนาดกลางใช้เตาชีวมวลอบอาหารสัตว์→ ประหยัดเชื้อเพลิงได้25% และลดปัญหาควันจากการเผากลางแจ้ง• ฟาร์มไก่เนื้อใช้Biomass Boiler ให้ความร้อนในโรงเรือน → ลดต้นทุนเชื้อเพลิงลงกว่า 20%o การใช้พลังงานชีวมวลเป็นทางเลือกที่ช่วยฟาร์มเลี้ยงสัตว์ประหยัดค่าเชื้อเพลิง ลดมลพิษ และเพิ่มความยั่งยืน เหมาะสำหรับฟาร์มที่มีเศษวัสดุเหลือใช้จากเกษตรในพื้นที่ สามารถเปลี่ยน “ของเสีย” ให้กลายเป็นพลังงานหมุนเวียนที่คุ้มค่า3.4.5 การประยุกต์ใช้ระบบผสมผสาน (Hybrid System)การใช้พลังงานหมุนเวียนเพียงประเภทเดียวอาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการของฟาร์มได้ตลอดเวลา เช่น โซลาร์เซลล์ผลิตไฟได้เฉพาะตอนกลางวัน หรือระบบก๊าซชีวภาพต้องใช้มูลสัตว์ในปริมาณที่เพียงพอ ดังนั้นการประยุกต์ใช้ระบบผสมผสาน (Hybrid System) จึงเป็นแนวทางที่ทำให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์สามารถใช้พลังงานได้อย่างต่อเนื่อง คุ้มค่า และเสถียร


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 28Energy Conservation Technology Co.,ltd.1) รูปแบบการผสมผสานที่ใช้บ่อยในฟาร์มเลี้ยงสัตว์1. Solar PV + Battery Storageo กลางวันใช้ไฟจากแสงอาทิตย์o ส่วนเกินเก็บในแบตเตอรี่ → ใช้ตอนกลางคืนo ลดค่าไฟฟ้าได้ 25–40%2. Solar PV + Biogaso กลางวันใช้ Solar PVo กลางคืนใช้ Biogas Generator ผลิตไฟฟ้าo เสถียรและมั่นคงตลอด 24 ชั่วโมง3. Biogas + Biomasso ใช้มูลสัตว์ผลิตก๊าซชีวภาพสำหรับไฟฟ้าo ใช้เศษวัสดุเกษตร (ฟาง/ซังข้าวโพด) สำหรับความร้อนo ลดต้นทุนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้สูง4. Solar + Biogas + Battery (Tri-hybrid)o ใช้พลังงานหมุนเวียนครบวงจรo ลดการพึ่งพาไฟฟ้าภายนอกได้ถึง 50–70%2) การทำงานร่วมกับระบบบริหารจัดการพลังงาน (EMS)• Energy Management System (EMS) จะทำหน้าที่ควบคุมว่าเมื่อใดควรใช้พลังงานจาก Solar, Biogas, Battery หรือ Biomass• จัดลำดับความสำคัญ (Priority) ของแหล่งพลังงาน เช่น ใช้ Solar ก่อน, Biogas เสริม, Battery สำรอง• ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและยืดอายุอุปกรณ์3) ประโยชน์ของ Hybrid System1. ความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) – มีไฟใช้ตลอดเวลา แม้ไฟฟ้าดับ2. ลดค่าไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง – กระจายภาระไปยังหลายแหล่งพลังงาน3. ใช้ทรัพยากรในฟาร์มให้คุ้มค่า – เช่น มูลสัตว์และเศษวัสดุการเกษตร4. สนับสนุน Green Farm & Carbon Neutrality – ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก4) ตัวอย่างการใช้งานจริง• ฟาร์มสุกรขนาดใหญ่ใช้Solar 50 kW + Biogas Generator 30 kW + Battery 100 kWh →ลดค่าไฟรวมได้กว่า 45% ต่อเดือน• ฟาร์มโคนมใช้Solar PV + Biomass Boiler → Solar ใช้กับระบบรีดนม Biomass ใช้ให้ความร้อนในโรงเรือน → ลดต้นทุนพลังงานกว่า 30%• ฟาร์มไก่เนื้อภาคอีสานใช้Tri-hybrid (Solar + Biogas + Battery) → ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากการไฟฟ้าได้เกือบ 60% และยังขายไฟส่วนเกินเข้าระบบได้


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 29Energy Conservation Technology Co.,ltd.o ระบบผสมผสาน (Hybrid System) ช่วยให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ใช้พลังงานได้ต่อเนื่อง มั่นคง และคุ้มค่าที่สุดเพราะดึงจุดแข็งของแต่ละพลังงานหมุนเวียนมาทำงานร่วมกัน พร้อมทั้งลดต้นทุนและสนับสนุนฟาร์มสู่Smart & Sustainable Farmo ตารางเปรียบเทียบพลังงานหมุนเวียนในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ประเภทพลังงานหมุนเวียนต้นทุนการลงทุนศักยภาพการประหยัดพลังงานระยะเวลาคืนทุน (Payback)ความเหมาะสมในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ หมายเหตุSolar PV(โซลาร์เซลล์)ปานกลาง–สูง (20,000–35,000 บาท/กิโลวัตต์)20–40% ของค่าไฟฟ้า 5–7 ปีเหมาะกับฟาร์มทุกขนาด โดยเฉพาะฟาร์มที่ใช้ไฟมากช่วงกลางวันต้องมีพื้นที่ติดตั้งเพียงพอBiogas(ก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์)ปานกลาง–สูง (ขึ้นกับขนาดบ่อหมัก)15–30% ของพลังงานรวม (ไฟฟ้า + ความร้อน)4–6 ปีเหมาะกับฟาร์มสุกร/โคนมขนาดกลาง–ใหญ่ที่มีมูลสัตว์ต่อเนื่องต้องดูแลระบบหมักและควบคุมกลิ่นBattery Storage (ระบบกักเก็บพลังงาน)สูง (12,000–20,000 บาท/กิโลวัตต์ชั่วโมง)10–25% (จากการใช้ไฟ Peak Load + เสริมพลังงานหมุนเวียน)6–10 ปีเหมาะกับฟาร์มที่ต้องการไฟฟ้าเสถียรและสำรองเมื่อไฟดับใช้งานควบคู่ Solar/ Biogas จะคุ้มที่สุดBiomass(ชีวมวล เช่น ฟาง ซังข้าวโพด)ต่ำ–ปานกลาง 15–30% ของค่าเชื้อเพลิง 3–5 ปีเหมาะกับฟาร์มที่มีเศษวัสดุเกษตรเหลือใช้ในพื้นที่ต้องมีพื้นที่เก็บวัตถุดิบและควบคุมควันHybrid System(ผสมผสาน)สูงมาก (ขึ้นกับขนาดและการรวมระบบ)40–60% ของพลังงานรวม 5–8 ปีเหมาะกับฟาร์มขนาดกลาง–ใหญ่ ต้องการลดพลังงานจากภายนอกอย่างจริงจังได้ทั้งความมั่นคงและความยั่งยืนระยะยาว▪ สรุปจากตาราง• Solar PV เหมาะที่สุดสำหรับการเริ่มต้น → ใช้ง่าย ติดตั้งได้แทบทุกฟาร์ม• Biogas คุ้มสำหรับฟาร์มที่มีมูลสัตว์จำนวนมาก (สุกร โคนม) → ได้ทั้งไฟฟ้า + ปุ๋ยอินทรีย์• Battery ไม่ได้ประหยัดโดยตรง แต่ทำให้ระบบพลังงานเสถียร เหมาะสำหรับ Smart Farm ที่ต้องการพลังงานต่อเนื่อง• Biomass เหมาะกับฟาร์มที่อยู่ใกล้แหล่งเศษวัสดุทางการเกษตร → ลงทุนต่ำ คืนทุนเร็ว• Hybrid คือทางเลือกที่ดีที่สุดในระยะยาว → ประหยัดมากที่สุด (40–60%) แต่ต้องลงทุนสูง


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 30Energy Conservation Technology Co.,ltd.3.5 ระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS)ระบบบริหารจัดการพลังงาน หรือ Energy Management System (EMS) เป็น “สมอง” ของ Smart Farm ที่ช่วยให้การใช้พลังงานในฟาร์มมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยอาศัย การตรวจวัด – วิเคราะห์ – ควบคุม –ปรับปรุง การใช้พลังงานในทุกกระบวนการ ตั้งแต่โรงเรือน ระบบน้ำ ระบบให้อาหาร ไปจนถึงการใช้พลังงานหมุนเวียน 3.5.1 องค์ประกอบหลักของ EMS 3.5.2 ประโยชน์ของ EMS ต่อฟาร์มเลี้ยงสัตว์ 3.5.3 ตัวอย่างการใช้งานจริง 3.5.4 ข้อควรพิจารณารายละเอียด ดังนี้3.5.1 องค์ประกอบหลักของ EMS (Energy Management System)ระบบบริหารจัดการพลังงาน (EMS) ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญหลายส่วนที่ทำงานร่วมกันตั้งแต่การเก็บข้อมูล ไปจนถึงการวิเคราะห์และสั่งการควบคุม โดยสามารถสรุปเป็น 5 ส่วนหลักดังนี้1) ระบบตรวจวัดและเก็บข้อมูล (Monitoring & Data Acquisition)• Smart Meter: ตรวจวัดการใช้ไฟฟ้าแบบรายอุปกรณ์/โซน เช่น พัดลม ปั๊มน้ำ เครื่องทำความเย็น• IoT Sensors: วัดอุณหภูมิ ความชื้น ก๊าซ (CO₂, NH₃) และการไหลของน้ำ• Data Logger: เก็บข้อมูลการใช้พลังงานและสภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง• Connectivity (Wi-Fi, LoRa, NB-IoT): ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ Cloud หรือ Server2) ระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics & AI)• Real-time Analysis: วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้พลังงานแบบทันทีทันใด• Big Data Analytics: เก็บข้อมูลระยะยาวเพื่อหาความสัมพันธ์ของโหลดพลังงานกับสภาพอากาศหรือผลผลิต• AI & Machine Learning: คาดการณ์การใช้พลังงานล่วงหน้า เช่น การใช้พัดลมมากขึ้นในฤดูร้อน หรือการเพิ่มโหลดไฟฟ้าในช่วงให้อาหารสัตว์• KPI Tracking: วัดประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (kWh/น้ำหนักสัตว์kWh/ลิตรน้ำนม kWh/ไข่ 100 ฟอง)3) ระบบควบคุมและสั่งการ (Control & Automation)• Smart Controller / PLC: ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ เช่น พัดลม ปั๊มน้ำ ระบบไฟส่องสว่าง• Automation: สั่งการให้อุปกรณ์ทำงานเฉพาะเมื่อจำเป็น เช่น ลดรอบพัดลมเมื่ออุณหภูมิต่ำ• Demand Response: ปรับโหลดไฟฟ้าเพื่อลดค่าไฟในช่วง Peak Load• Remote Control: สั่งการผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 31Energy Conservation Technology Co.,ltd.4) ระบบบูรณาการพลังงาน (Integration with Renewable Energy)• เชื่อมต่อกับ Solar PV, Biogas, Biomass, Battery Storage• กำหนดลำดับความสำคัญของการใช้พลังงาน เช่น ใช้ Solar ก่อน Biogas เสริม Battery สำรอง• จัดสมดุลระหว่าง พลังงานหมุนเวียน – ไฟฟ้าจากการไฟฟ้า เพื่อให้ต้นทุนต่ำที่สุด5) ระบบรายงานและแจ้งเตือน (Reporting & Alert System)• Dashboard: แสดงการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ในรูปแบบกราฟ/แผนภาพ• Report: สรุปการใช้พลังงานรายวัน รายเดือน รายปี พร้อมวิเคราะห์แนวโน้ม• Alert: แจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่ออุปกรณ์ใช้ไฟผิดปกติ เช่น มอเตอร์กินไฟสูงผิดปกติ• Benchmarking: เปรียบเทียบประสิทธิภาพพลังงานของฟาร์มกับเกณฑ์มาตรฐานo องค์ประกอบหลักของ EMS ประกอบด้วย การตรวจวัด → วิเคราะห์→ ควบคุม → บูรณาการพลังงาน → รายงาน/แจ้งเตือน ซึ่งช่วยให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งด้าน การประหยัดพลังงาน ต้นทุน และสิ่งแวดล้อม3.5.2 ประโยชน์ของ EMS ต่อฟาร์มเลี้ยงสัตว์การติดตั้ง ระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ช่วยให้การใช้พลังงานมีความคุ้มค่าและยั่งยืน โดย EMS ไม่ได้เพียงแค่ช่วยประหยัดค่าไฟ แต่ยังส่งผลในหลายมิติ ดังนี้1) ด้านการประหยัดพลังงานและต้นทุน• ลดการใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิงโดยการควบคุมอุปกรณ์ให้ทำงานเฉพาะเมื่อจำเป็น• ลดค่าไฟฟ้าได้10–25% จากการปรับโหลดและป้องกันการใช้ไฟฟ้าเกินจำเป็น• ลดค่าใช้จ่ายด้านซ่อมบำรุง เพราะระบบตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ได้แบบเรียลไทม์2) ด้านประสิทธิภาพการผลิต• รักษาสภาพแวดล้อมในโรงเรือน (อุณหภูมิความชื้น การระบายอากาศ แสง) ให้อยู่ในระดับเหมาะสม• ลดความเครียดของสัตว์ → อัตราการเจริญเติบโตดีขึ้น อัตราตายลดลง• เพิ่มคุณภาพผลผลิต เช่น ปริมาณน้ำนม อัตราการออกไข่ และน้ำหนักสัตว์3) ด้านการบริหารจัดการฟาร์ม• ใช้ข้อมูลจริง (Data-driven) ในการตัดสินใจ เช่น การเลือกช่วงเวลาเปิด–ปิดอุปกรณ์ หรือการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่• สามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบประสิทธิภาพพลังงาน (Benchmarking) ระหว่างโรงเรือน/รอบการเลี้ยง• สร้างระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า (Alert) หากการใช้พลังงานผิดปกติ → ป้องกันความเสียหาย


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 32Energy Conservation Technology Co.,ltd.4) ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน• ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO₂, CH₄) จากการใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิงฟอสซิล• สนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน (Solar, Biogas, Biomass) ร่วมกับระบบฟาร์ม• สอดคล้องกับนโยบาย Green Farm และมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากล5) ด้านมาตรฐานและความสามารถในการแข่งขัน• EMS ช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการรับรองมาตรฐาน เช่น ISO 50001 (Energy Management System)• เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับฟาร์มในสายตาผู้ซื้อ ผู้บริโภค และคู่ค้า• ทำให้ฟาร์มสามารถแข่งขันได้ในตลาดที่ให้ความสำคัญกับ Sustainability และ Carbon Footprinto การใช้ EMS ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ช่วยให้เกิด การประหยัดพลังงาน ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพผลผลิต และเสริมความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับฟาร์มสู่ Smart Farm & Green Farm ในอนาคต3.5.3 ตัวอย่างการใช้งานจริง (Case Studies of EMS in Livestock Farms)การนำ ระบบบริหารจัดการพลังงาน (EMS) มาใช้ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งด้านการประหยัดพลังงาน ต้นทุน และคุณภาพผลผลิต ดังนี้1) ฟาร์มสุกรขนาดใหญ่ (Pig Farm)• การประยุกต์ใช้: ติดตั้ง Smart Meter, IoT Sensor และ EMS เชื่อมกับระบบระบายอากาศและปั๊มน้ำ• ผลลัพธ์:o ลดการใช้ไฟฟ้าในพัดลมและปั๊มน้ำได้18%o ลดค่าไฟฟ้ารวมปีละกว่า 1 ล้านบาทo ระบบแจ้งเตือนเมื่อมอเตอร์กินไฟผิดปกติ → ลดค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง2) ฟาร์มไก่เนื้อ (Broiler Farm)• การประยุกต์ใช้: บูรณาการ EMS เข้ากับระบบ Smart Ventilation + Solar PV• ผลลัพธ์:o ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากการไฟฟ้าได้35%o อัตราการรอดชีวิตของไก่เพิ่มขึ้น 7% เนื่องจากสภาพแวดล้อมในโรงเรือนเสถียรo ระยะเวลาการเลี้ยงสั้นลง ทำให้รอบการผลิตเพิ่มขึ้น3) ฟาร์มโคนม (Dairy Farm)• การประยุกต์ใช้: EMS ควบคุมปั๊มน้ำ เครื่องรีดนม และระบบทำความเย็นถังเก็บน้ำนม• ผลลัพธ์:


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 33Energy Conservation Technology Co.,ltd.o ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้15%o ปริมาณน้ำนมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10% เนื่องจากสภาพแวดล้อมในโรงเรือนคงที่o ลดการหยุดชะงักจากไฟฟ้าดับด้วยระบบ Battery Storage ที่เชื่อมกับ EMS4) ฟาร์มผสมผสาน (Mixed Farm – สุกร + ไก่ + โคนม)• การประยุกต์ใช้: ใช้ EMS เชื่อมกับระบบพลังงานหมุนเวียน Solar PV + Biogas + Battery• ผลลัพธ์:o ลดการใช้ไฟฟ้าภายนอกได้กว่า 50%o ใช้มูลสัตว์ผลิต Biogas → ได้ทั้งไฟฟ้าและความร้อนo ลด Carbon Footprint ของฟาร์มได้เกือบ 40%o จากตัวอย่างจะเห็นว่า EMS ไม่เพียงช่วย ประหยัดพลังงาน (15–35%) และลดต้นทุนหลักล้านบาทต่อปีแต่ยังช่วย เพิ่มคุณภาพผลผลิตสัตว์ลดอัตราการสูญเสีย และเสริมความมั่นคงด้านพลังงานโดยเฉพาะเมื่อเชื่อมต่อกับระบบพลังงานหมุนเวียน3.5.4 ข้อควรพิจารณา (Considerations for EMS in Livestock Farms)แม้ว่า ระบบบริหารจัดการพลังงาน (EMS) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ได้อย่างมาก แต่ก่อนการลงทุนและใช้งานจริงควรพิจารณาประเด็นสำคัญดังนี้1) ด้านต้นทุนการลงทุน• การติดตั้ง EMS ต้องใช้งบประมาณสูง โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมต่อกับหลายระบบ (Smart Ventilation, Cooling, Feeding, Lighting, Renewable Energy)• ต้องวางแผน ROI (Return on Investment) และประเมินว่าฟาร์มมีขนาดใหญ่พอที่จะคุ้มทุนหรือไม่• ฟาร์มขนาดเล็กควรเริ่มจาก Monitoring System (ระบบตรวจวัดพลังงาน) ก่อน แล้วค่อยขยายไปสู่ EMS แบบเต็มรูปแบบ2) ด้านบุคลากรและการใช้งาน• ผู้ใช้งานต้องมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับพลังงานและการวิเคราะห์ข้อมูล• ต้องมีการฝึกอบรมพนักงานให้สามารถอ่าน Dashboard วิเคราะห์รายงาน และตอบสนองต่อ Alert ได้• หากไม่มีผู้ดูแลที่เชี่ยวชาญ อาจทำให้ระบบไม่ถูกใช้งานเต็มประสิทธิภาพ3) ด้านการบำรุงรักษา (Maintenance)• Sensor, Smart Meter, Controller และ Software ต้องได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ• การละเลยการ Calibration ของ Sensor อาจทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ส่งผลให้ EMS ตัดสินใจผิดพลาด• ต้องมีทีมงานหรือผู้ให้บริการที่พร้อมซัพพอร์ตในกรณีระบบล่ม


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 34Energy Conservation Technology Co.,ltd.4) ด้านความน่าเชื่อถือของระบบ• EMS ต้องมีเสถียรภาพของระบบเครือข่าย (Network Stability) โดยเฉพาะหากพึ่งพา Cloud Service• ต้องมีระบบสำรองไฟ (UPS / Battery) สำหรับอุปกรณ์สำคัญ ป้องกันกรณีไฟฟ้าดับ• ควรเลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานสากล และมีอะไหล่ทดแทนในประเทศ5) ด้านข้อมูลและความปลอดภัย (Data & Cybersecurity)• EMS ต้องเก็บข้อมูลจำนวนมาก → ต้องวางระบบ Data Storage ที่เหมาะสม• ข้อมูลการใช้พลังงานถือเป็น ข้อมูลเชิงกลยุทธ์ของฟาร์ม ควรมีมาตรการรักษาความปลอดภัย• หากเชื่อมต่อกับระบบ Cloud ควรมีการเข้ารหัส (Encryption) และระบบป้องกันการโจมตีทาง ไซเบอร์6) ด้านกฎหมายและมาตรฐาน• EMS ที่เชื่อมกับพลังงานหมุนเวียน เช่น Solar PV หรือ Biogas ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยไฟฟ้า• ฟาร์มที่ต้องการการรับรองมาตรฐาน ISO 50001 ต้องออกแบบ EMS ให้สามารถรองรับการ Audit ได้o ก่อนติดตั้ง EMS ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ควรพิจารณาเรื่อง ต้นทุน–บุคลากร–บำรุงรักษา–เสถียรภาพ–ความปลอดภัยข้อมูล–มาตรฐาน อย่างรอบด้าน เพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและคุ้มค่าการลงทุนในระยะยาว3.6 นวัตกรรมเสริมเพื่อการประหยัดพลังงานนอกจากระบบหลัก เช่น Smart Monitoring, Smart Feeding, Environment Control, Renewable Energy และ EMS แล้ว ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ยังสามารถนำ นวัตกรรมเสริม (Complementary Innovations)มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการสูญเสีย และเสริมสร้างความยั่งยืนของฟาร์ม 3.6.1 การใช้วัสดุและอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน 3.6.2 การรีไซเคิลและใช้พลังงานหมุนเวียนภายในฟาร์ม 3.6.3 ระบบจัดการอัตโนมัติร่วมกับ IoT & AI 3.6.4 พฤติกรรมและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน 3.6.5 การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 35Energy Conservation Technology Co.,ltd.รายละเอียด ดังนี้3.6.1 การใช้วัสดุและอุปกรณ์ประหยัดพลังงานหนึ่งในวิธีที่ง่ายและคุ้มค่าที่สุดในการลดการใช้พลังงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ คือ การเลือกใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่ออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพสูง (Energy-efficient Materials & Equipment) ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้ทันทีโดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างฟาร์มมากนัก1) มอเตอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้า1. มอเตอร์ประสิทธิภาพสูง (High-efficiency Motor: IE3/IE4)o ใช้ในระบบพัดลม ปั๊มน้ำ และสายพานให้อาหารo ประหยัดไฟฟ้าได้8–15% เมื่อเทียบกับมอเตอร์มาตรฐาน2. Inverter / Variable Speed Drive (VSD)o ควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์ให้สัมพันธ์กับโหลดจริงo ลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 20–30% ในระบบพัดลมและปั๊มน้ำ3. เครื่องสูบน้ำประหยัดพลังงานo ใช้ปั๊มน้ำชนิด High-efficiency Pumpo ลดพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ย 10–20%2) ระบบไฟส่องสว่าง• หลอด LEDo ใช้ไฟน้อยกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์50–60%o อายุการใช้งานยาวนานกว่า 30,000–50,000 ชั่วโมง → ลดค่าซ่อมบำรุง• ระบบควบคุมแสง (Dimmer + Light Sensor)o ปรับระดับความสว่างตามช่วงเวลาและแสงธรรมชาติo ลดการใช้ไฟฟ้าได้อีก 10–15%3) วัสดุก่อสร้างและฉนวน• ฉนวนกันความร้อน (Thermal Insulation) บนหลังคาและผนัง → ลดภาระระบบทำความเย็น/ระบายอากาศ• วัสดุสะท้อนความร้อน (Cool Roof, Reflective Paint) → ลดอุณหภูมิในโรงเรือน 3–5 °C• ผนัง/ม่านบังแดด ที่ช่วยลดความร้อนโดยตรงจากแสงแดด4) อุปกรณ์เสริมประหยัดพลังงาน• พัดลมประสิทธิภาพสูง (High-efficiency Fan) → ใช้มอเตอร์ IE3 และใบพัดออกแบบลด แรงต้าน• Heat Exchanger → ใช้แลกเปลี่ยนความร้อนจากอากาศที่ระบายออกไปเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่• ระบบท่อและวาล์วที่ออกแบบดี→ ลดแรงดันตกคร่อม ปั๊มทำงานน้อยลง


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 36Energy Conservation Technology Co.,ltd.5) ตัวอย่างผลลัพธ์จากฟาร์มจริง• ฟาร์มไก่เนื้อที่เปลี่ยนจากหลอดฟลูออเรสเซนต์เป็น LED + Sensor → ประหยัดค่าไฟฟ้าได้35%• ฟาร์มสุกรที่ติดตั้ง มอเตอร์ IE3 + VSD ในระบบพัดลม → ลดการใช้พลังงานได้20% และยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์• ฟาร์มโคนมที่เพิ่ม ฉนวนบนหลังคาโรงเรือน → ลดค่าไฟฟ้าในระบบระบายอากาศได้15%o การใช้วัสดุและอุปกรณ์ประหยัดพลังงานเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและเห็นผลได้เร็ว สามารถลดการใช้พลังงานได้ทั้ง ทางตรง (อุปกรณ์ไฟฟ้า) และ ทางอ้อม (ลดภาระระบบทำความเย็น/ระบายอากาศ) ทำให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์มีทั้งต้นทุนต่ำลงและสภาพแวดล้อมการเลี้ยงที่เหมาะสมขึ้น3.6.2 การรีไซเคิลและใช้พลังงานหมุนเวียนภายในฟาร์มการจัดการพลังงานภายในฟาร์มไม่ได้จำกัดเพียงการลดการใช้ไฟฟ้าหรือเชื้อเพลิง แต่ยังรวมถึง การนำของเสียหรือพลังงานส่วนเกินกลับมาใช้ใหม่ (Recycling & Renewable Energy Recovery) ซึ่งช่วยลดการสูญเสียพลังงาน เพิ่มความคุ้มค่า และสร้างระบบฟาร์มที่ยั่งยืน1) การนำความร้อนกลับมาใช้ (Heat Recovery System)• แหล่งความร้อนทิ้ง: มอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องอัดอากาศ (Air Compressor) ระบบทำความเย็น• การนำกลับมาใช้:o อุ่นน้ำสำหรับทำความสะอาดโรงเรือนหรืออุปกรณ์o อบแห้งอาหารสัตว์ (TMR หญ้าแห้ง)• ผลลัพธ์: ลดการใช้ไฟฟ้าหรือก๊าซหุงต้มในการต้มหรืออุ่นน้ำได้10–20%2) การผลิตพลังงานจากของเสีย (Waste-to-Energy)• มูลสัตว์ → Biogas: ผลิตก๊าซชีวภาพใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือผลิตไฟฟ้า• เศษอาหาร/พืช → Compost & Biogas: ลดขยะอินทรีย์และได้พลังงานทดแทน• วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร → Biomass: ฟางข้าว ซังข้าวโพด ใช้เป็นเชื้อเพลิงให้ความร้อน• ผลลัพธ์: ลดต้นทุนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้15–30%3) การเก็บและใช้ประโยชน์จากน้ำฝน (Rainwater Harvesting)• เก็บน้ำฝนจากหลังคาโรงเรือน → ใช้ทำความสะอาดหรือในระบบทำความเย็นแบบพ่นหมอก• ลดการสูบน้ำจากบ่อบาดาล/ประปา → ประหยัดพลังงานปั๊มน้ำได้10–15%4) การใช้ระบบหมุนเวียนน้ำ (Water Recycling)• นำน้ำล้างโรงเรือนที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้รดต้นไม้/ปลูกหญ้าอาหารสัตว์• ลดการใช้น้ำใหม่และการสูบน้ำซ้ำซ้อน → ลดพลังงานไฟฟ้าในระบบสูบน้ำ5) ตัวอย่างการใช้งานจริง• ฟาร์มสุกรที่ใช้Heat Recovery จาก Air Compressor → ลดค่าแก๊สหุงต้มปีละกว่า 200,000 บาท


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 37Energy Conservation Technology Co.,ltd.• ฟาร์มโคนมที่มีRainwater Harvesting + Water Recycling → ลดค่าไฟจากการสูบน้ำได้12%• ฟาร์มไก่เนื้อที่ใช้Biomass จากฟางข้าว เป็นเชื้อเพลิงทำความร้อน → ลดต้นทุนเชื้อเพลิงได้กว่า25%o การรีไซเคิลและใช้พลังงานหมุนเวียนภายในฟาร์มช่วยให้ของเสียกลายเป็นพลังงาน และทำให้ฟาร์ม ลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า น้ำ และเชื้อเพลิง ควบคู่กับการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม → เป็นหัวใจสำคัญของการทำ Circular & Green Farm3.6.3 ระบบจัดการอัตโนมัติร่วมกับ IoT & AIในฟาร์มเลี้ยงสัตว์สมัยใหม่ การใช้IoT (Internet of Things) ร่วมกับ AI (Artificial Intelligence) เป็นกุญแจสำคัญในการทำให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้อย่างแม่นยำ อัตโนมัติ และมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยประหยัดพลังงาน ลดต้นทุนแรงงาน และปรับปรุงคุณภาพผลผลิตได้อย่างชัดเจน 3.6.3.1 บทบาทของ IoT (Internet of Things) 3.6.3.2 บทบาทของ AI (Artificial Intelligence) 3.6.3.3 การทำงานแบบบูรณาการ 3.6.3.4 ประโยชน์ด้านการประหยัดพลังงาน 3.6.3.5 ตัวอย่างการใช้งานจริงรายละเอียด ดังนี้3.6.3.1 บทบาทของ IoT (Internet of Things)IoT (Internet of Things) คือการเชื่อมโยงอุปกรณ์ เครื่องจักร และเซ็นเซอร์ในฟาร์มเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือระบบสื่อสารข้อมูล เพื่อให้สามารถ ตรวจวัด–ส่งข้อมูล–ควบคุม ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์กลายเป็น Smart Farm ที่ประหยัดพลังงานและมีประสิทธิภาพสูง 1) การตรวจวัด (Sensing) 2) การเชื่อมต่อ (Connectivity) 3) การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล (Data Collection & Processing) 4) การควบคุมอัตโนมัติ (Automation & Control) 5) การบูรณาการ (Integration)


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 38Energy Conservation Technology Co.,ltd.รายละเอียด ดังนี้1) การตรวจวัด (Sensing)การตรวจวัด (Sensing) คือขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดของระบบ IoT ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เพราะข้อมูลที่ได้จากเซ็นเซอร์จะถูกนำไปใช้ในการ วิเคราะห์ (Analytics) และ ควบคุม (Control) เพื่อให้การใช้พลังงานและการจัดการฟาร์มมีประสิทธิภาพสูงสุดประเภทของการตรวจวัดที่สำคัญในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ 1.1) การตรวจวัดสภาพแวดล้อม (Environmental Sensing) 1.2) การตรวจวัดการใช้พลังงาน (Energy Sensing) 1.3) การตรวจวัดการใช้น้ำและอาหาร (Resource Sensing) 1.4) การตรวจวัดพฤติกรรมสัตว์ (Animal Monitoring)รายละเอียด ดังนี้1.1) การตรวจวัดสภาพแวดล้อม (Environmental Sensing)การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์เป็นหัวใจสำคัญของ Smart Farm เพราะสภาพอากาศที่เหมาะสมช่วยให้สัตว์เจริญเติบโตดี ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความสูญเสีย การใช้Environmental Sensors ทำให้สามารถควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น การระบายอากาศ และคุณภาพอากาศได้แม่นยำo ประเภทของการตรวจวัดสภาพแวดล้อม1. Temperature Sensor (เซ็นเซอร์อุณหภูมิ)o ตรวจวัดอุณหภูมิภายในโรงเรือนแบบเรียลไทม์o ข้อมูลถูกส่งไปยังระบบควบคุมพัดลม/ทำความเย็น → ลดการใช้พลังงานโดยไม่ต้องเปิดอุปกรณ์ตลอดเวลา2. Humidity Sensor (เซ็นเซอร์ความชื้นสัมพัทธ์)o ตรวจสอบระดับความชื้นที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงสัตว์o ช่วยควบคุมระบบพ่นหมอก/พัดลมไอเย็น → ประหยัดพลังงานและป้องกันโรคทางเดินหายใจของสัตว์3. Gas Sensor (NH₃, CO₂, CH₄)o ตรวจหาก๊าซอันตรายจากมูลสัตว์ เช่น แอมโมเนีย (NH₃) และก๊าซเรือนกระจก (CO₂, CH₄)o เมื่อค่าเกินมาตรฐาน ระบบจะเร่งระบายอากาศเฉพาะช่วงที่จำเป็น → ลดการเปิดพัดลมเกินความจำเป็น4. Air Flow Sensor (เซ็นเซอร์การไหลของอากาศ)o ตรวจสอบการกระจายลมในโรงเรือนo ทำให้ระบบพัดลมทำงานมีประสิทธิภาพ ไม่ใช้ไฟเกินโดยไม่จำเป็น


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 39Energy Conservation Technology Co.,ltd.5. Light Sensor (เซ็นเซอร์วัดแสง)o ตรวจสอบปริมาณแสงธรรมชาติที่เข้าสู่โรงเรือนo หากเพียงพอ ระบบไฟฟ้าจะหรี่หรือปิดลงอัตโนมัติ → ประหยัดพลังงานไฟฟ้าแสงสว่างo ประโยชน์ของการตรวจวัดสภาพแวดล้อม• ควบคุมสภาพอากาศอย่างแม่นยำ → ปรับพลังงานให้เหมาะสม ลดค่าไฟได้10–20%• ลดความผิดพลาดจากแรงงานคน → ไม่ต้องพึ่งพาการเปิด–ปิดอุปกรณ์ด้วยตนเอง• เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์→ สัตว์เจริญเติบโตดีขึ้น สุขภาพแข็งแรง• ลดการสูญเสีย → ป้องกันสัตว์เครียดหรือตายจากอุณหภูมิ/ความชื้นที่ไม่เหมาะสม• สนับสนุนระบบ EMS และ AI → ข้อมูลจาก Sensor ถูกนำไปใช้ในการวิเคราะห์และปรับปรุงพลังงานอย่างต่อเนื่องo ตัวอย่างการใช้งานจริง• ฟาร์มไก่เนื้อในภาคกลางติดตั้ง Temperature + Humidity Sensor → ปรับการทำงานของพัดลมอัตโนมัติ → ลดค่าไฟได้15% ต่อรอบการเลี้ยง• ฟาร์มสุกรที่ใช้Gas Sensor (NH₃) → ระบบเร่งระบายอากาศเฉพาะเมื่อจำเป็น → ลดไฟฟ้าพัดลมลง 12% และลดอัตราป่วยของสุกรลง 10%• ฟาร์มโคนมติดตั้ง Light Sensor ร่วมกับไฟ LED → ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในระบบแสงสว่างกว่า20%o Environmental Sensing คือการใช้เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ ความชื้น ก๊าซ การไหลของอากาศ และแสง เพื่อควบคุมระบบโรงเรือนให้ทำงานอัตโนมัติและแม่นยำ → ช่วยให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ประหยัดพลังงาน 10–20% และเพิ่มคุณภาพการผลิต1.2) การตรวจวัดการใช้พลังงาน (Energy Sensing)การตรวจวัดการใช้พลังงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์มีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้ผู้จัดการฟาร์มเข้าใจว่า อุปกรณ์ใดใช้ไฟมากที่สุด – ช่วงเวลาใดสิ้นเปลืองที่สุด – จุดใดมีการสูญเสียพลังงาน ซึ่งเป็นพื้นฐานในการวางมาตรการ ประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานo ประเภทของ Energy Sensing ในฟาร์ม1. Smart Meter / Energy Meter (มิเตอร์พลังงานอัจฉริยะ)o ตรวจวัดการใช้ไฟฟ้าแยกตามอุปกรณ์หรือโซน เช่น พัดลม ปั๊มน้ำ ระบบทำความเย็น ไฟส่องสว่างo สามารถแสดงผลแบบเรียลไทม์ → ผู้จัดการฟาร์มเห็นจุดที่สิ้นเปลืองทันที2. Sub-metering (มิเตอร์ย่อย)o ติดตั้งเฉพาะอุปกรณ์หลัก เช่น ระบบพัดลมใหญ่หรือเครื่องสูบน้ำo ใช้เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของอุปกรณ์แต่ละชนิด


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 40Energy Conservation Technology Co.,ltd.3. Power Quality Sensoro ตรวจสอบแรงดันไฟฟ้า กระแส และ Power Factoro หากคุณภาพไฟฟ้าไม่ดี → ทำให้มอเตอร์กินไฟมากเกินไป4. Thermal / Heat Sensoro ติดตั้งที่มอเตอร์หรือแผงไฟ → ตรวจสอบความร้อนผิดปกติo ใช้สำหรับ Predictive Maintenance → ซ่อมก่อนเครื่องเสีย ช่วยประหยัดพลังงานและยืดอายุอุปกรณ์5. Water & Feed Energy Trackingo ใช้ร่วมกับ Flow Sensor วัดการใช้น้ำและปริมาณอาหารสัตว์ → เชื่อมโยงกับพลังงานที่ใช้ในปั๊มน้ำและระบบให้อาหารo ประโยชน์ของ Energy Sensing• วิเคราะห์จุดสิ้นเปลือง (Energy Audit in Real-time)→ เช่น พบว่าพัดลมใช้ไฟถึง 40% ของฟาร์มทั้งหมด → วางแผนปรับเปลี่ยน/ติดตั้ง Inverter• ควบคุมค่าไฟฟ้า Demand Charge→ วางแผนการใช้งานอุปกรณ์ไม่ให้โหลดสูงเกินในช่วง Peak Load• เปรียบเทียบประสิทธิภาพ (Benchmarking)→ kWh ต่อกิโลกรัมเนื้อไก่ kWh ต่อตันน้ำนม kWh ต่อสุกร 1 ตัว• เพิ่มความปลอดภัย→ ตรวจจับโหลดไฟผิดปกติ เช่น มอเตอร์กินไฟเกินหรือไฟรั่ว• สนับสนุน EMS & AI→ ข้อมูลพลังงานแบบละเอียดช่วยให้ระบบบริหารจัดการพลังงานทำงานแม่นยำขึ้นo ตัวอย่างการใช้งานจริง• ฟาร์มไก่เนื้อที่ติดตั้ง Smart Meter แยกตามโรงเรือน → พบว่าพัดลมใช้ไฟฟ้าเกินมาตรฐาน →ปรับปรุงระบบระบายอากาศ → ประหยัดไฟได้12%• ฟาร์มสุกรใช้Power Quality Sensor → แก้ปัญหา Power Factor ต่ำ → ลดค่าไฟฟ้าได้8%• ฟาร์มโคนมติดตั้ง Sub-metering สำหรับเครื่องรีดนม → ปรับตารางการใช้งาน → ลดการใช้ไฟได้10%o Energy Sensing คือการตรวจสอบและติดตามการใช้พลังงานในทุกจุดของฟาร์ม ทำให้ผู้จัดการฟาร์มมองเห็น “จุดสูญเสียพลังงาน” และสามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุด → ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้10–20%และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงข้อมูล (Data-driven Decision)


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 41Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.3) การตรวจวัดการใช้น้ำและอาหาร (Resource Sensing)การใช้น้ำและอาหารคิดเป็น สัดส่วนต้นทุนหลักของการเลี้ยงสัตว์และยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้พลังงานในฟาร์ม เช่น พลังงานปั๊มน้ำ มอเตอร์สายพานให้อาหาร และระบบจัดเก็บ ดังนั้นการตรวจวัดและติดตาม (Resource Sensing) จึงมีบทบาทสำคัญต่อการ ประหยัดพลังงาน – ลดต้นทุน – เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต1. ระบบตรวจวัดการใช้น้ำ (Water Sensing)• Water Flow Sensor → วัดปริมาณน้ำที่สัตว์บริโภค และปริมาณน้ำในระบบทำความเย็น/ทำความสะอาด• Pressure Sensor → ตรวจสอบแรงดันในระบบท่อ หากแรงดันผิดปกติ → อาจบ่งชี้การรั่วซึมหรือปั๊มทำงานเกินจำเป็น• Water Level Sensor → ตรวจวัดระดับน้ำในถังเก็บ → ป้องกันปั๊มทำงานต่อเนื่องโดยไม่จำเป็น ประโยชน์: ลดการทำงานเกินจำเป็นของปั๊มน้ำ ประหยัดไฟฟ้าได้10–15% และป้องกันการสูญเสียน้ำ2. ระบบตรวจวัดการใช้อาหาร (Feed Sensing)• Feed Level Sensor → ตรวจสอบปริมาณอาหารในถังเก็บ/รางอาหาร → สั่งเติมอัตโนมัติเมื่อต่ำกว่าระดับที่กำหนด• Weight Sensor (Load Cell) → ชั่งน้ำหนักอาหารที่สัตว์กินจริงต่อวัน → ช่วยประเมินการใช้พลังงานที่เกี่ยวข้องกับการให้อาหาร• Moisture Sensor → ตรวจสอบความชื้นในอาหารสัตว์ (เช่น หญ้าแห้ง วัตถุดิบบด) → ช่วยประหยัดพลังงานในกระบวนการอบแห้งประโยชน์: ลดพลังงานจากการทำงานเกินจำเป็นของสายพาน/มอเตอร์ให้อาหาร และลดการสูญเสียอาหารที่บูดเสีย3. การบูรณาการข้อมูลน้ำและอาหาร• เชื่อมข้อมูลจาก Water Flow Sensor + Feed Sensor เข้ากับระบบ EMS• วิเคราะห์ความสัมพันธ์(พลังงานที่ใช้ ↔ น้ำและอาหารที่สัตว์บริโภค)• ทำให้สามารถวางแผน ปรับพลังงาน–น้ำ–อาหาร ให้สัมพันธ์กัน → เช่น ลดปริมาณการสูบน้ำเมื่อสัตว์กินน้อยในช่วงอากาศเย็นo ตัวอย่างการใช้งานจริง• ฟาร์มไก่เนื้อใช้Water Flow Sensor → พบการรั่วในท่อน้ำ → ลดการทำงานของปั๊มน้ำได้กว่า12%• ฟาร์มสุกรใช้Feed Level Sensor + Load Cell → ควบคุมการให้อาหารอัตโนมัติ → ลดพลังงานมอเตอร์สายพานลง 15% และลดอาหารสูญเสีย 8%• ฟาร์มโคนมใช้Moisture Sensor ตรวจหญ้าแห้งก่อนอบ → ลดพลังงานในกระบวนการอบแห้งลง10–20%


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 42Energy Conservation Technology Co.,ltd.o Resource Sensing ทำให้ฟาร์มสามารถควบคุมการใช้น้ำและอาหารได้อย่างเหมาะสม → ลดการทำงานเกินจำเป็นของปั๊มและมอเตอร์ลดการสูญเสีย ประหยัดพลังงานได้ 10–20% และเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์โดยรวม1.4) การตรวจวัดพฤติกรรมสัตว์ (Animal Monitoring)นอกจากการตรวจวัดสภาพแวดล้อม น้ำ และอาหารแล้ว การติดตาม พฤติกรรมสัตว์ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farm) เพราะพฤติกรรมของสัตว์สะท้อนถึง สุขภาพ ความเครียด การกินอาหาร และความเป็นอยู่ซึ่งมีผลโดยตรงต่อ การใช้พลังงาน – ประสิทธิภาพการผลิต –และความยั่งยืนของฟาร์ม1. เทคโนโลยีที่ใช้ในการตรวจวัดพฤติกรรมสัตว์• RFID / Smart Tago ติดที่ตัวสัตว์ (เช่น ที่หู วงคอ หรือข้อเท้า) เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวและตำแหน่งo ใช้ร่วมกับระบบให้อาหาร → ตรวจว่าสัตว์แต่ละตัวกินอาหารเท่าไร• Accelerometer Sensoro ตรวจจับการเคลื่อนไหว เช่น การเดิน การยืน นอน หรือการเคี้ยวเอื้องo ใช้สำหรับฟาร์มโคนม → บ่งบอกพฤติกรรมการกินและสุขภาพของโค• Camera + Image Processingo กล้องวงจรปิดร่วมกับ AI วิเคราะห์พฤติกรรม เช่น การเบียดเสียด การนอนมากผิดปกติo ตรวจพบสัตว์ที่อ่อนแอหรือป่วยได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น• Microphone Sensoro จับเสียงร้องของสัตว์ เช่น สุกรหรือไก่o AI วิเคราะห์โทนเสียง → ตรวจหาความเครียดหรือความผิดปกติของสุขภาพ2. ประโยชน์ของการตรวจวัดพฤติกรรมสัตว์• ด้านพลังงานo ปรับการทำงานของระบบแสงสว่างและการระบายอากาศให้เหมาะสมกับกิจกรรมของสัตว์o ลดการเปิดไฟ/พัดลมเกินจำเป็นเมื่อสัตว์พักหรือนอน• ด้านการจัดการอาหารและน้ำo ควบคุมปริมาณอาหารและน้ำให้ตรงกับความต้องการจริง → ลดพลังงานในระบบให้อาหารและปั๊มน้ำo ลดของเสียจากการให้อาหารเกิน• ด้านสุขภาพสัตว์o ตรวจพบพฤติกรรมผิดปกติ เช่น กินน้อย เคลื่อนไหวน้อย → เป็นสัญญาณโรคo ป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดจากโรคระบาด• ด้านผลผลิตo พฤติกรรมสัตว์ที่สมดุลและไม่เครียด → เพิ่มอัตราการเจริญเติบโต ปริมาณน้ำนม หรืออัตราการออกไข่


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 43Energy Conservation Technology Co.,ltd.3. ตัวอย่างการใช้งานจริง• ฟาร์มโคนมติดตั้ง Smart Tag + Accelerometer → วิเคราะห์พฤติกรรมการเคี้ยวเอื้องและการเดิน → เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการอาหารและเพิ่มผลผลิตน้ำนม 10%• ฟาร์มสุกรใช้Camera + AI เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมสุกรในโรงเรือน → ลดอัตราการตายลง 8%• ฟาร์มไก่เนื้อใช้Microphone Sensor → ตรวจจับเสียงผิดปกติจากความเครียด → ปรับการระบายอากาศอัตโนมัติ→ ประหยัดพลังงานไฟฟ้าพัดลม 12%o Animal Monitoring เป็นเหมือน “การฟังเสียงและดูแลสัตว์แบบเรียลไทม์” → ช่วยให้ฟาร์ม ลดการใช้พลังงาน จัดการอาหารและน้ำได้แม่นยำ ป้องกันโรค เพิ่มคุณภาพผลผลิต และทำให้ฟาร์มเป็นSmart Farm ที่ยั่งยืน2) การเชื่อมต่อ (Connectivity)Connectivity คือหัวใจที่ทำให้ระบบ IoT ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ เพราะเป็นขั้นตอนการส่งผ่านข้อมูลจากเซ็นเซอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปยังระบบควบคุมหรือ Cloud เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และสั่งการได้แบบเรียลไทม์ หากการเชื่อมต่อไม่เสถียร จะทำให้การจัดการพลังงานและสภาพแวดล้อมในฟาร์มไม่มีประสิทธิภาพo รูปแบบเทคโนโลยีการเชื่อมต่อในฟาร์ม1. Wi-Fio เหมาะกับฟาร์มขนาดเล็ก–กลาง ที่มีโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตอยู่แล้วo ข้อดี: ความเร็วสูง ใช้งานง่ายo ข้อจำกัด: ระยะสั้น (50–100 เมตร) สัญญาณไม่ครอบคลุมหากมีสิ่งกีดขวาง2. LoRa (Long Range)o เหมาะกับฟาร์มพื้นที่กว้าง เช่น ฟาร์มโคนม ฟาร์มสุกรขนาดใหญ่o ข้อดี: ระยะไกล (1–10 กม.) ใช้พลังงานต่ำ เหมาะกับ IoT Sensoro ข้อจำกัด: ความเร็วต่ำ ไม่เหมาะกับข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น วิดีโอ3. NB-IoT (Narrowband IoT)o ใช้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (4G/5G)o เหมาะกับ Sensor ที่ส่งข้อมูลไม่ถี่ เช่น การตรวจวัดก๊าซ อุณหภูมิo ข้อดี: สัญญาณเสถียร ระยะครอบคลุมกว้างo ข้อจำกัด: มีค่าบริการเครือข่าย4. ZigBee / Bluetooth Low Energy (BLE)o ใช้ในโรงเรือนหรือระบบย่อย เช่น ระบบควบคุมไฟหรือพัดลมo ข้อดี: ประหยัดพลังงาน ต้นทุนต่ำo ข้อจำกัด: ระยะสั้น ต้องมี Gateway เชื่อมต่อกับเครือข่ายหลัก


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 44Energy Conservation Technology Co.,ltd.5. 4G/5Go เหมาะสำหรับฟาร์มที่ต้องการส่งข้อมูลจำนวนมาก เช่น วิดีโอจากกล้อง + AI วิเคราะห์o ข้อดี: ความเร็วสูงมาก รองรับ Edge Computingo ข้อจำกัด: ค่าบริการสูง และต้องมีสัญญาณครอบคลุมพื้นที่o การเลือกใช้ระบบเชื่อมต่อ• ฟาร์มขนาดเล็ก → Wi-Fi + ZigBee ก็เพียงพอ• ฟาร์มขนาดกลาง–ใหญ่ → ใช้LoRa + NB-IoT เพื่อครอบคลุมพื้นที่กว้าง• ฟาร์มที่ใช้AI + กล้องวงจรปิด → อาจต้องใช้4G/5G สำหรับส่งข้อมูลวิดีโอ• ระบบพลังงานหมุนเวียน (Solar, Biogas) → ใช้ LoRa/NB-IoT เชื่อมข้อมูลเข้ากับ EMSo ประโยชน์ของ Connectivity ต่อฟาร์มเลี้ยงสัตว์• ส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์→ ทำให้ระบบควบคุมทำงานแม่นยำ• ลดความผิดพลาดจากแรงงานคน → อุปกรณ์สื่อสารกันเอง (Machine-to-Machine)• ประหยัดพลังงาน → ใช้การสั่งงานเฉพาะที่จำเป็น เช่น เปิดพัดลมเฉพาะโรงเรือนที่ร้อนเกิน• รองรับการขยายในอนาคต → เพิ่ม Sensor/อุปกรณ์ใหม่ได้ง่ายo ตัวอย่างการใช้งานจริง• ฟาร์มสุกรขนาดใหญ่ใช้LoRa เชื่อม Sensor วัดก๊าซ NH₃ ทั่วโรงเรือน → ลดการเดินสายไฟและประหยัดพลังงานปั๊มระบายอากาศได้15%• ฟาร์มโคนมที่ใช้NB-IoT ติด Tag ติดตามโค → ได้ข้อมูลสุขภาพและพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง →ลดค่าไฟในระบบทำความเย็นน้ำนมลง 10%• ฟาร์มไก่เนื้อใช้Wi-Fi + ZigBee ควบคุมไฟ LED แบบหรี่แสงอัตโนมัติ → ลดไฟฟ้าในระบบแสงสว่างกว่า 20%o Connectivity คือ “เส้นเลือดใหญ่” ของฟาร์มอัจฉริยะ ที่ทำให้ Sensor, Controller, EMS และ AI ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ → ส่งผลให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ประหยัดพลังงาน ใช้ทรัพยากรคุ้มค่า และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ3) การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล (Data Collection & Processing)เมื่อเซ็นเซอร์ (Sensing) ตรวจวัดข้อมูลแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ การจัดเก็บ (Storage) และ ประมวลผล (Processing) ซึ่งถือเป็น “สมองกลาง” ของระบบ IoT ที่ทำให้ข้อมูลจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกเปลี่ยนเป็น ข้อมูลเชิงลึก (Insight) ที่สามารถนำไปใช้ในการควบคุมพลังงานและบริหารฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ1. การจัดเก็บข้อมูล (Data Storage)• Local Storage (On-premise Server)o เหมาะกับฟาร์มที่ต้องการความปลอดภัยสูงo ลดความเสี่ยงจากอินเทอร์เน็ตล่ม แต่ต้องลงทุนเซิร์ฟเวอร์และระบบสำรองไฟ


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 45Energy Conservation Technology Co.,ltd.• Cloud Storageo ข้อมูลส่งตรงจากเซ็นเซอร์ไปเก็บบน Cloud Platformo ข้อดี: เข้าถึงได้ทุกที่ รองรับการขยายจำนวน Sensor ได้ง่ายo ข้อจำกัด: ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตและมีค่าบริการ2. การประมวลผลข้อมูล (Data Processing)• Edge Computingo ประมวลผลใกล้จุดที่เก็บข้อมูล เช่น Gateway หรือ Controllero เหมาะสำหรับข้อมูลที่ต้องตัดสินใจเร็ว เช่น การเปิดพัดลมทันทีเมื่ออุณหภูมิสูงเกิน• Cloud Computingo ประมวลผลข้อมูลจำนวนมากในระยะยาว เช่น การวิเคราะห์แนวโน้มพลังงาน หรือพฤติกรรมสัตว์• Hybrid Processingo ใช้ Edge สำหรับการควบคุมเรียลไทม์ + Cloud สำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก3. การแสดงผลและการวิเคราะห์ (Visualization & Analytics)• Dashboardo แสดงผลเรียลไทม์ เช่น การใช้ไฟฟ้า kWh อุณหภูมิความชื้น ปริมาณน้ำที่ใช้• Reportingo สรุปข้อมูลรายวัน/เดือน/ปี → เปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmarking)• AI & Machine Learningo วิเคราะห์แนวโน้ม → เช่น ทำนายความต้องการพลังงานในฤดูร้อน หรือการใช้น้ำในช่วงสัตว์โตเร็วo ตรวจหาความผิดปกติ → แจ้งเตือนเมื่ออุปกรณ์ใช้ไฟเกินค่าปกติ4. ความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security)• การเข้ารหัสข้อมูล (Data Encryption)• การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง (User Access Control)• การสำรองข้อมูล (Backup & Recovery) เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายo ประโยชน์ต่อฟาร์มเลี้ยงสัตว์• ช่วยให้ฟาร์ม ใช้พลังงานตามข้อมูลจริง (Data-driven Energy Management)• ป้องกันการสิ้นเปลืองพลังงานและน้ำ → ลดค่าใช้จ่าย 10–20%• ตรวจจับปัญหาได้ก่อนเกิดความเสียหาย เช่น มอเตอร์กินไฟผิดปกติ• วางแผนการลงทุนอุปกรณ์ใหม่ได้แม่นยำขึ้น เช่น คำนวณ ROI ของการเปลี่ยนไปใช้มอเตอร์ IE3/IE4o ตัวอย่างการใช้งานจริง• ฟาร์มสุกรใช้Edge Computing + Dashboard → ระบบควบคุมพัดลมปรับความเร็วตามอุณหภูมิ → ลดค่าไฟ 15%


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 46Energy Conservation Technology Co.,ltd.• ฟาร์มโคนมใช้Cloud Analytics วิเคราะห์ปริมาณไฟฟ้าต่อ “ลิตรน้ำนม” → พบโรงเรือนที่สิ้นเปลือง → ลดค่าไฟลง 12% หลังปรับปรุง• ฟาร์มไก่เนื้อใช้AI บน Cloud → ทำนายความต้องการไฟฟ้าและน้ำล่วงหน้า → วางแผนเปิด–ปิดระบบให้อาหารและระบายอากาศ → ลดพลังงานรวม 18%o การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลคือ “สมอง” ของ Smart Farm ที่ทำให้ข้อมูลจาก Sensor ถูกแปลงเป็นการตัดสินใจ → ส่งผลให้ฟาร์มสามารถ ประหยัดพลังงาน ลดต้นทุน และเพิ่มคุณภาพผลผลิต ได้อย่างยั่งยืน4) การควบคุมอัตโนมัติ (Automation & Control)Automation & Control เป็นกลไกที่ทำให้ข้อมูลจาก Sensor และการประมวลผลถูกแปลงเป็น “การสั่งงาน” จริงกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในฟาร์ม เช่น พัดลม ปั๊มน้ำ ระบบไฟส่องสว่าง หรือระบบให้อาหารอัตโนมัติ จุดเด่นคือช่วยให้การทำงาน แม่นยำ – ทันเวลา – ประหยัดพลังงาน โดยไม่ต้องพึ่งพาการควบคุมของแรงงานคนตลอดเวลา1. กลไกการควบคุมอัตโนมัติ• Smart Controller / PLC (Programmable Logic Controller)ควบคุมอุปกรณ์ตามเงื่อนไข เช่น เปิดพัดลมเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 30°C• Actuator (อุปกรณ์สั่งงาน)เช่น มอเตอร์วาล์วไฟฟ้า รีเลย์ → ทำหน้าที่ตอบสนองคำสั่งจาก Controller• Automation Rulesกำหนดเงื่อนไข (IF–THEN) เช่นo IF ความชื้นต่ำกว่า 60% → THEN เปิดระบบพ่นหมอกo IF ค่า NH₃ สูงเกิน → THEN เพิ่มรอบพัดลม2. รูปแบบการควบคุมอัตโนมัติ• On–Off Control → เปิดหรือปิดอุปกรณ์ตามค่าที่ตั้งไว้ (เช่น Temp > 30°C → เปิดพัดลม)• PID Control (Proportional–Integral–Derivative) → ควบคุมแบบปรับละเอียด เช่น ปรับรอบพัดลมค่อย ๆ ตามอุณหภูมิ• Scheduling Control → ตั้งเวลาทำงาน เช่น เปิดไฟส่องสว่างเฉพาะช่วงเช้า–เย็น• Remote Control → ควบคุมผ่าน Mobile App/PC จากระยะไกล3. การควบคุมร่วมกับพลังงานหมุนเวียน• เชื่อมกับ Solar PV + Battery → ใช้พลังงานหมุนเวียนก่อน ใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเมื่อจำเป็น• ระบบ Load Priority Control → จัดลำดับการใช้อุปกรณ์สำคัญ เช่น พัดลม > ปั๊มน้ำ > ไฟส่องสว่าง


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 47Energy Conservation Technology Co.,ltd.4. ประโยชน์ต่อการประหยัดพลังงาน• ลดการทำงานเกินจำเป็นของอุปกรณ์ → ประหยัดพลังงาน 10–25%• เพิ่มอายุการใช้งานอุปกรณ์ → มอเตอร์/ปั๊มไม่ทำงานหนักเกินไป• ปรับพลังงานตามสภาพจริง → เช่น เปิดไฟเฉพาะโซนที่มีสัตว์• ลดความผิดพลาดจากคนงาน เช่น ลืมปิดไฟหรือพัดลม5. ตัวอย่างการใช้งานจริง• ฟาร์มไก่เนื้อใช้Automation + PID Control ควบคุมพัดลมและระบบพ่นหมอก → ลดค่าไฟฟ้าลง 20% และอัตราการรอดชีวิตเพิ่มขึ้น 5%• ฟาร์มสุกรใช้Scheduling Control + Remote Control → เปิด–ปิดระบบให้อาหารตามรอบเวลา → ลดพลังงานในมอเตอร์ให้อาหาร 15%• ฟาร์มโคนมใช้Load Priority Control ร่วมกับ Solar PV → ใช้พลังงานแสงอาทิตย์กับเครื่องรีดนมและระบบทำความเย็น → ลดค่าไฟฟ้าได้30%o การควบคุมอัตโนมัติ (Automation & Control) เปลี่ยนข้อมูลจาก IoT Sensor ให้เป็น “การสั่งงานจริง” อย่างแม่นยำ → ทำให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ประหยัดพลังงาน 10–25% ลดความผิดพลาดจากแรงงาน และเพิ่มคุณภาพผลผลิต5) การบูรณาการ (Integration with Renewable Energy)การบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเข้ากับระบบ IoT และ EMS (Energy Management System) เป็นแนวทางสำคัญในการทำให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่า เสถียร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติและข้อมูลจากเซ็นเซอร์ในการเลือกใช้พลังงานที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละช่วงเวลา1. พลังงานหมุนเวียนที่สามารถบูรณาการได้• Solar PV (โซลาร์เซลล์) → ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ใช้ในระบบพัดลม แสงสว่าง และปั๊มน้ำ• Biogas → ผลิตไฟฟ้าจากมูลสัตว์ ใช้เป็นพลังงานเสริมในช่วงกลางคืน• Battery Storage → กักเก็บไฟฟ้าส่วนเกินจาก Solar หรือ Biogas ไว้ใช้ตอน Peak Load หรือไฟฟ้าดับ• Biomass → ใช้เศษวัสดุเกษตร (ฟาง แกลบ ซังข้าวโพด) เป็นพลังงานความร้อนในโรงเรือน2. กลไกการบูรณาการ• Load Priority Controlo ใช้พลังงานหมุนเวียนก่อน (เช่น Solar)o หากไม่เพียงพอ → ใช้Biogas หรือ Battery สำรองo ไฟฟ้าการไฟฟ้าใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย• Hybrid Systemo ผสมผสาน Solar + Biogas + Battery → ทำให้ฟาร์มมีไฟฟ้าใช้ 24 ชั่วโมงo ระบบ IoT จะตรวจสอบและสลับแหล่งพลังงานอัตโนมัติตามความเหมาะสม


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 48Energy Conservation Technology Co.,ltd.• Demand-side Management (DSM)o EMS สั่งให้อุปกรณ์ใช้ไฟเฉพาะเมื่อพลังงานหมุนเวียนเพียงพอ เช่น เปิดปั๊มน้ำตอนกลางวันที่มี Solar เหลือใช้3. ประโยชน์ของการบูรณาการ• ลดต้นทุนพลังงานรวม 30–50%• ใช้พลังงานหมุนเวียนเต็มประสิทธิภาพ → ไม่มีพลังงานสูญเปล่า• เสถียรภาพด้านพลังงาน → มีแหล่งพลังงานหลายประเภทสำรอง• ลด Carbon Footprint ของฟาร์ม → รองรับตลาดที่เน้น Green Product• สนับสนุนมาตรฐานและนโยบายพลังงานของประเทศ เช่น BCG Economy, Net Zero4. ตัวอย่างการใช้งานจริง• ฟาร์มสุกรขนาดใหญ่: ใช้Solar PV 50 kW + Biogas 30 kW + Battery 100 kWh → ลดค่าไฟรวมได้45% และมีไฟสำรองเมื่อไฟฟ้าดับ• ฟาร์มโคนม: ใช้Solar PV + Biomass Boiler → Solar ใช้กับระบบทำความเย็น, Biomass ใช้ทำความร้อนโรงเรือน → ลดต้นทุนพลังงานลงกว่า 30%• ฟาร์มไก่เนื้อ: ใช้Hybrid System (Solar + Biogas + Battery) → ลดการพึ่งพาไฟจากการไฟฟ้าได้เกือบ 60%o Integration with Renewable Energy ทำให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ใช้พลังงานหมุนเวียนได้เต็มที่ →ประหยัดไฟ 30–50% มีพลังงานเสถียร ลดมลพิษ และยกระดับฟาร์มสู่ Smart & Green Farm อย่างแท้จริง6) ระบบรายงานและแจ้งเตือน (Reporting & Alert System)ระบบ Reporting & Alert เป็นเหมือน “ผู้ช่วยผู้จัดการฟาร์ม” ที่ทำหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลด้านพลังงานและสภาพแวดล้อมของฟาร์มอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งส่งสัญญาณเตือนเมื่อพบความผิดปกติ เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันที ลดการสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน1. ระบบรายงาน (Reporting System)• Dashboard แบบ Real-timeo แสดงข้อมูลการใช้ไฟฟ้า น้ำ อาหาร และสภาพแวดล้อมของโรงเรือนo แสดงเป็นกราฟ/แผนภาพเข้าใจง่าย → ดูผ่านคอมพิวเตอร์หรือมือถือ• รายงานสรุป (Summary Reports)o รายวัน/รายสัปดาห์/รายเดือนo แสดงแนวโน้ม (Trend) → เช่น การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน• KPI & Benchmarkingo เปรียบเทียบการใช้พลังงานต่อผลผลิต เช่น kWh/กก. เนื้อไก่ ,kWh/ลิตรน้ำนมo ใช้กำหนดเป้าหมายการประหยัดพลังงาน


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 49Energy Conservation Technology Co.,ltd.2. ระบบแจ้งเตือน (Alert System)• Threshold Alerto แจ้งเตือนเมื่อค่าเกินกว่ามาตรฐาน เช่น อุณหภูมิ> 32°C, ค่า NH₃ สูงเกิน 25 ppm• Energy Alerto แจ้งเมื่ออุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าสูงผิดปกติ เช่น มอเตอร์พัดลมกินไฟมากกว่าปกติ• Predictive Alert (AI-based)o ใช้ AI คาดการณ์ความผิดปกติ เช่น เครื่องทำความเย็นมีแนวโน้มเสีย → แจ้งล่วงหน้า• Multi-channel Notificationo แจ้งเตือนผ่าน SMS, LINE, Email หรือ Mobile App3. ประโยชน์ของ Reporting & Alert• ลดการสูญเสียพลังงาน → แก้ไขอุปกรณ์ที่กินไฟผิดปกติได้ทันท่วงที• เพิ่มความต่อเนื่องของการผลิต → ป้องกันความเสียหายจากไฟฟ้าดับหรือระบบขัดข้อง• สนับสนุนการตัดสินใจ → ข้อมูลเชิงลึกช่วยผู้จัดการฟาร์มกำหนดแผนปรับปรุง• สร้างความโปร่งใส → มีรายงานเป็นหลักฐานตรวจสอบได้ → รองรับมาตรฐาน ISO 500014. ตัวอย่างการใช้งานจริง• ฟาร์มสุกร: Dashboard + Energy Alert → ตรวจพบปั๊มน้ำกินไฟสูงผิดปกติ → ซ่อมทันเวลา→ ประหยัดพลังงานได้12%• ฟาร์มไก่เนื้อ: ใช้Temperature Alert ผ่าน LINE App → เมื่ออุณหภูมิในโรงเรือนสูงเกิน →คนงานเข้าปรับระบบทันที→ ลดการสูญเสียสัตว์• ฟาร์มโคนม: รายงาน KPI kWh/ลิตรน้ำนม → ปรับปรุงระบบทำความเย็นถังเก็บ → ลดค่าไฟฟ้า15%o Reporting & Alert System เป็นเหมือน “ศูนย์บัญชาการ” ของฟาร์มอัจฉริยะ → ทำให้ผู้จัดการฟาร์มมองเห็นข้อมูลพลังงานและสิ่งแวดล้อมแบบเรียลไทม์ พร้อมแจ้งเตือนเมื่อมีความผิดปกติ →นำไปสู่การประหยัดพลังงาน ลดความเสียหาย และเพิ่มคุณภาพผลผลิต3.6.3.2 บทบาทของ AI (Artificial Intelligence)หาก IoT (Internet of Things) ทำหน้าที่เป็น “ตา หู จมูก” ของฟาร์ม → AI (Artificial Intelligence)ก็คือ “สมอง” ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล คาดการณ์ และตัดสินใจ เพื่อให้ระบบต่าง ๆ ในฟาร์มทำงานอย่างอัตโนมัติ มีประสิทธิภาพสูง และประหยัดพลังงานมากที่สุด 1) AI กับการบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management) 2) AI กับการควบคุมสภาพแวดล้อม (Environment Control) 3) AI กับการเลี้ยงสัตว์ (Precision Livestock Farming) 4) AI กับการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) 5) AI กับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (Decision Support)


การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์(Smart Farm)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 50Energy Conservation Technology Co.,ltd.รายละเอียด ดังนี้1) AI กับการบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management)AI (Artificial Intelligence) มีบทบาทสำคัญในการทำให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการนำข้อมูลจาก IoT Sensor + EMS มาวิเคราะห์และตัดสินใจ เพื่อปรับรูปแบบการใช้พลังงานทั้งแบบเรียลไทม์และระยะยาว1.1) Load Forecasting (การคาดการณ์ความต้องการพลังงาน)Load Forecasting คือกระบวนการที่ AI ใช้ข้อมูลย้อนหลัง (Historical Data) ร่วมกับปัจจัยภายนอก เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และฤดูกาล เพื่อทำนาย ความต้องการใช้พลังงานในอนาคต ของฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ช่วยให้ฟาร์มสามารถวางแผนการใช้พลังงานได้อย่างแม่นยำและคุ้มค่า 1. ข้อมูลที่ใช้ในการคาดการณ์• ข้อมูลการใช้พลังงานย้อนหลัง: kWh รายชั่วโมง/วัน/เดือน• ข้อมูลสภาพอากาศ: อุณหภูมิความชื้น ทิศทางลม ปริมาณฝน• ข้อมูลการเลี้ยงสัตว์: อายุสัตว์จำนวนสัตว์รอบการให้อาหาร–น้ำ• ข้อมูลพลังงานหมุนเวียน: กำลังผลิตจาก Solar PV หรือ Biogas 2. ประเภทของการคาดการณ์• Short-term Forecasting (รายวัน/รายชั่วโมง)→ ใช้ปรับการทำงานของอุปกรณ์ เช่น พัดลม ปั๊มน้ำ ระบบทำความเย็น• Medium-term Forecasting (รายสัปดาห์/รายเดือน)→ ใช้วางแผนการผลิตพลังงานหมุนเวียนและการบำรุงรักษาอุปกรณ์• Long-term Forecasting (รายปี)→ ใช้วางกลยุทธ์การลงทุน เช่น ขยาย Solar PV หรือเพิ่มระบบ Battery 3. วิธีการที่ AI ใช้• Machine Learning Models เช่น LSTM (Long Short-Term Memory), Random Forest →วิเคราะห์ข้อมูล Time-series• Regression Analysis → หาความสัมพันธ์ระหว่างโหลดไฟฟ้ากับปัจจัยแวดล้อม• Hybrid Models → ผสมผสาน AI กับข้อมูลจริงจาก IoT Sensor เพื่อให้ผลแม่นยำขึ้น 4. ประโยชน์ต่อฟาร์มเลี้ยงสัตว์• ลดค่าไฟฟ้า → วางแผนเลี่ยงการใช้ไฟช่วง Peak Load• เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานหมุนเวียน → ใช้ Solar หรือ Biogas ให้ตรงกับความต้องการจริง• ป้องกันการขาดแคลนพลังงาน → รู้ล่วงหน้าว่าอุปกรณ์ใดต้องใช้พลังงานมากช่วงไหน• รองรับการวางแผนอาหารและน้ำ → เพราะการใช้พลังงานสัมพันธ์กับรอบการเลี้ยงสัตว์


Click to View FlipBook Version