The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

นวัตกรรมการเรียนรู้

เทอม2 ปก_merged

การพัฒนาบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle THE DEVELOPMENT OF E-LEARNING USING APPLICATION EDPUZZLE TITLE CIRCUMFERENCE AND AREA OF CIRCLE FOR PRATHOMSUKSA 6 STUDENTS สิดาพร อามาตมนตรี รายงานการวิจัยในชั้นเรียนนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ปริญญาครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 2564


หัวข้อวิจัย การพัฒนาบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและ พื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle ผู้วิจัย นางสาวสิดาพร อามาตมนตรี อาจารย์ที่ปรึกษา รศ.ดร.สมชาย วรกิจเกษมสกุล อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม นางสาวรสสุคนธ์ อุดม ปริญญา ปีการศึกษา ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ 2564 คณะกรรมการบริหารหลักสูตรครุศาสตรบัณทิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ อนุมัติให้รายงาน การวิจัยในชั้นเรียนฉบับนี้ เป็นส่วหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรครุศาสาตร์บัณฑิต สาขาวิชา คณิตศาสตร์ ...................................................................ประธานสาขาวิชาคณิตศาสตร์ (รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย วรกิจเกษมสกุล) วันที่..............เดือน................................พ.ศ.2565 คณะกรรมการที่ปรึกษา ..................................................................อาจารย์ที่ปรึกษา (รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย วรกิจเกษมสกุล) ..................................................................อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม (นางสาวรสสุคนธ์ อุดม)


ก หัวข้อวิจัย การพัฒนาบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและ พื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle ผู้วิจัย นางสาวสิดาพร อามาตมนตรี อาจารย์ที่ปรึกษา รศ.ดร.สมชาย วรกิจเกษมสกุล อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม นางสาวรสสุคนธ์ อุดม ปริญญา ปีการศึกษา ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ 2564 บทคัดย่อ ในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) ศึกษาประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์วิชา คณิตศาสตร์ ตามเกณฑ์ 70/70 2) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ และ 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle ดำเนินการวิจัยโดยใช้แบบแผนการวิจัยแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จำนวน 33 คน ที่ได้มาโดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ บทเรียนออนไลน์แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง ความยาวรอบรูปและ พื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน และการทดสอบทีแบบไม่อิสระ ผลการวิจัยพบว่า 1. บทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์เรื่อง วงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพของ กระบวนการและผลลัพธ์เท่ากับ 76.67/75.91ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ 70/70 2. ดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.72 แสดงว่าผู้เรียนมีความก้าวหน้าใน การเรียนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นร้อยละ 72 ซึ่งไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 8.96 หลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.18 และเมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่านักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน


ข Thesis Title THE DEVELOPMENT OF E-LEARNING USING APPLICATION EDPUZZLE TITLE CIRCUMFERENCE AND AREA OF CIRCLE FOR PRATHOMSUKSA 6 STUDENTS Author Miss Sidaporn Amatmontree Thesis Advisor Associate Professor Dr. Somchai Vollakitkasemskul Thesis Co-Advisor Miss Rossukon Udom Degree Bachelor of Education Program in Mathematics Academic Year 2021 ABSTRACT The purposes of this research were 1) Study e-learning have efficiency equals 70/70 2) Study effectiveness of e-learning mathematics and 3) Compare mathematics achievement of student who were learning circumference and area of circle using application Edpuzzle circumference and area of circle for prathommsuksa 6 students the samples group consisted of 33 student of Satit School Udon Thani Rajabhat University, Mueang District, Udonthani Province. The instruments used for data collection were mathematics lesson on time all of 5 lesson plans supplemented by e-learning title probability using application Edpuzzle, an achievement test and the mathematical problem solving process skills test. The data were analysed by mean, percentage, standard deviation; one sample t-test and dependent sample t-test were used for data analysis. The results of the research were as follows: 1. The efficiency of e-leaning using application Edpuzzle: circumference and area of circle for prathomsuksa 6 students equal 76.67/75.91, which is higher than the threshold set 70/70. 2. The effectiveness index of e-leaning using application Edpuzzle: circumference and area of circlefor prathomsuksa 6 studentsequal 0.72or 72 percent, mean students are smart and had be similar to ability. 3. The students who were leaning by using e-leaning using application Edpuzzle: circumference and area of circle for prathomsuksa 6 students, The average score the of pretest of 8.97 points. posttest of 15.18, and posttest score higher than pretest score.


ค กิตติกรรมประกาศ งานวิจัยฉบับนี้สำเร็จได้ด้วยความกรุณาจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย วรกิจเกษมสกุล อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ และนางสาวรสสุคนธ์ อุดม อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม ที่ให้คำปรึกษาแนะนำ อ่านและแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ตลอดจนให้ข้อคิดเป็นประโยชน์และให้กำลังใจแก่ผู้วิจัยด้วยความ เอาใจส่อย่างดีเสมอมา ผู้วิจัยซาบซึ้งในความกรุณาและขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาส นี้ ขอขอบคุณนายอภิชาต แซ่อึ้ง นางสาวณัฐรียา วันสาและนางสาวรสสุคนธ์ อุดม ที่เป็น ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบเครื่องมือ และให้คำแนะนำอันเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงแก้ไข งานวิจัยฉบับนี้ให้สมบรูณ์ยิ่งขึ้น ขอขอบคุณท่านผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี คณะครูโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีที่อำนวยความสะดวก ให้ความร่วมมือ และช่วยเหลือ และขอขอบใจ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ปีการศึกษา 2564 ทุกคน ที่ให้ความร่วมมือในการทดลองเพื่อหาประสิทธิภาพของเครื่องมือ และเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลในการ วิจัยในครั้งนี้ วิจัยขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความช่วยเหลือชี้แนะ ขอกราบขอบพระคุณบิดามารดา พี่ เพื่อน น้อง ที่คอยช่วยเหลือห่วงใยสนับสนุน ประโยชน์และคุณค่าทั้งมวลที่เกิดจากการวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยขอมอบเป็นเครื่องบูชาคุณบิดา มารดาและครูบาอาจารย์ทุกท่านที่ประสิทธิ์ประสาทความรู้แก่ผู้วิจัย สิดาพร อามาตมนตรี


ง สารบัญ หนา บทคัดย่อ ............................................................................................................................. ... ก Abstract ............................................................................................................................. ... ข กิตติกรรมประกาศ ............................................................................................................ ...... ค สารบัญ ............................................................................................................................. ...... ง สารบัญตาราง ............................................................................................................. ............ จ สารบัญภาพ ............................................................................................................................ ช บทที่ 1 บทนำ ......................................................................................................................... 1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ...................................................................... 1 วัตถุประสงค์การวิจัย ................................................................................................... 3 สมมุติฐานของการวิจัย ............................................................................................... .. 3 ขอบเขตการวิจัย ............................................................................................... ............ 4 นิยามศัพท์เฉพาะ ......................................................................................................... 5 ประโยชน์ที่ได้รับ ............................................................................................... ........... 6 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง.................................................................................. 7 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับบปรับปรุง พุทธศักราช 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์.............................................................. 7 บทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์................................................................................ 10 ประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์..................................................... 30 ดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์............................................... 33 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์....................................................................... 34 งานวิจัยทางการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ................................................................................ 42 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย ....................................................................................................... 47 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง........................................................................................... 47 แบบแผนการทดลอง .................................................................................................... 47 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ............................................................................................ 48 การเก็บรวบรวมข้อมูล ............................................................................................... .. 51 การวิเคราะห์ข้อมูล ............................................................................................... ....... 51 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ..................................................................................... 51


จ สารบัญ (ต่อ) หนา บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ............................................................................................... 54 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ........................................................................... 60 สรุปผลการวิจัย ............................................................................................................ 62 อภิปรายผลการวิจัย ..................................................................................................... 63 ข้อเสนอแนะ ................................................................................................................ 64 เอกสารอ้างอิง ......................................................................................................................... 65 ภาคผนวก ............................................................................................................................... 69 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ .................................................................................. 70 ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ......................................................................... 101 ภาคผนวก ค แบบตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ..................................... 121 ภาคผนวก ง ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ ……………………… 130 ประวัติผู้วิจัย ........................................................................................................................... 133


ช สารบัญตาราง หนา ตารางที่ 1 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ................................................................... 8 ตารางที่ 2 แบบแผนการวิจัย .................................................................................................. 47 ตารางที่ 3 ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพด้านกระบวนการของบทเรียนออนไลน์วิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามเกณฑ์ 70/70………………………………………………………………………………………………………. 55 ตารางที่ 4 ประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและ พื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ………………………………………………………………………. 57 ตารางที่ 5 ประสิทธิผลของบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและ พื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6………………………………………………………………………… 58 ตารางที่ 6 ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนก่อนเรียนและหลังเรียนจากการใช้บทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6………………………………….. 59


ซ สารบัญภาพ หนา ภาพที่ 1 สัญลักษณ์แอปพลิเคชัน Edpuzzle ......................................................................... 21 ภาพที่ 2 หน้าเว็บ https://edpuzzle.com .......................................................................... 22 ภาพที่ 3 สถานการเข้าใช้งาน Edpuzzel ........................................................................... 22 ภาพที่ 4 Sign in with Google ............................................................................................. 23 ภาพที่ 5 Add new class Edpuzzle ................................................................................... 23 ภาพที่ 6 Edit video Edpuzzle ............................................................................................ 24 ภาพที่ 7 Questions Edpuzzle ............................................................................................ 24 ภาพที่ 8 Assign video Edpuzzle ....................................................................................... 25 ภาพที่ 9 Invite students Edpuzzle ................................................................................... 25 ภาพที่ 10 แอปพลิเคชัน Edpuzzle ....................................................................................... 26 ภาพที่ 11 การเข้าสู่แอปพลอเคชัน Edpuzzel ...................................................................... 26 ภาพที่ 12 การระบุ Class code Edpuzzle ......................................................................... 27 ภาพที่ 13 การระบุชื่อผู้เรียน Edpuzzle ............................................................................... 27 ภาพที่ 14 คลิปวีดิโอในห้องเรียน Edpuzzel ......................................................................... 28 ภาพที่ 15 ข้อความ Note Edpuzzel .................................................................................... 28 ภาพที่ 16 ตัวเลือกและผลการตอบ Edpuzzel ...................................................................... 29 ภาพที่ 17 กรอบแนวคิดในการวิจัย ........................................................................................ 44 รูปที่ 18 ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนออนไลน์.................................................... 46


1 บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา “การศึกษาเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญยิ่งของมนุษย์คนเราเมื่อเกิดมาก็ได้รับการสั่งสอนจาก บิดามารดา อันเป็นความรู้เบื้องต้น เมื่อเจริญเติบใหญ่ขึ้น ก็เป็นหน้าที่ของครูและอาจารย์สั่งสอนให้ ได้รับวิชาความรู้สูง และอบรมจิตใจให้พร้อมด้วยคุณธรรม เพื่อจะได้เป็นพลเมืองที่ดีของชาติสืบไป ” (พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร , 2505) ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญด้านการศึกษาในฐานะกลไกหลักในการพัฒนาประเทศ มาโดย ตลอด และเนื่องจากแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับเดิมได้สิ้นสุดลง กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงาน เลขาธิการสภาการศึกษาจึงได้จัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ ฉบับนี้ขึ้น เพื่อวาง กรอบเป้าหมายและทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศ โดยมุ่งจัดการศึกษา ให้คนไทยทุกคน สามารถเข้าถึงโอกาสและความเสมอภาคในการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบ การบริหารจัด การศึกษาที่มีประสิทธิภาพ พัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในการทำงานที่สอดคล้อง กับความต้องการ ของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ วิสัยทัศน์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ (Vision) คนไทยทุกคน ได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิต อย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลง ของโลกศตวรรษที่ ๒๑ (สำนักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา , 2560) คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เนื่องจาก คณิตศาสตร์ช่วยให้มนุษย์มีความความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างเป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ ปัญหาสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วน รอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหาและ นําไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อยางถูกต้องเหมาะสม และสามารถนําไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมี ประสิทธิภาพ นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและ ศาสตร์อื่น ๆ อันเป็นรากฐานในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของชาติให้มีคุณภาพและพัฒนาเศรษฐกิจ ของประเทศให้ทัดเทียมกับนานาชาติ การศึกษาคณิตศาสตร์จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันสมัย และสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ที่เจริญกาวหน้าอย่างรวดเร็วในยุคโลกาภิวัตน์ (กระทรวงศึกษาธิการ,2560) การจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ได้มีการนำสื่อการสอนและเครื่องมือต่าง ๆ ที่มี ความทันสมัยเข้ามาใช้ประกอบการเรียนการสอน เพื่อเป็นการเสริมความรู้ความเข้าใจของผู้เรียน และช่วยให้ผู้เรียนมีคุณภาพการเรียนรู้ที่ดีขึ้น โดยสื่อการการสอนและเครื่องมือที่นิยมนำมาใช้นั้นมี


2 หลายประเภท เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer assisted instructions) E-Learning Ebook เว็บเพจ แอนิเมชัน แอปพลิเคชัน และโปรแกรมสำเร็จรูป (ศรีรัฐ ภักดีรณชิต, 2556) การเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือบทเรียนออนไลน์เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ ได้ตรงตามความต้องการของนักเรียน และอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนสามารถเรียนรู้ด้วย ตนเอง หาแหล่งความรู้ต่าง ๆ ทั้งที่เป็นห้องเรียนชุมชนและที่บ้าน โดยเป็นการรวมกันระหว่างทฤษฎี ความแตกต่างระหว่างบุคคล และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โดยอาศัยความสามารถของระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ในการสร้างความรู้ (Knowledge Constructor) ช่วยสนับสนุนให้ผู้เรียนมีความ กระตือรือร้น มีทักษะในการเลือกรับข้อมูล วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ (ขนิษฐา ศรี ชูศิลป์, 2546) ปัจจุบันแอปพลิเคชัน (Application) บนอุปกรณ์พกพา (Mobile Device) ต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์พกพา (Notebook) โทรศัพท์มือถือ (Mobile Phone) หรือสมาร์ทโฟน (Smart Phone) และแท็บเล็ต ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย เข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยจนกลายเป็นชีวิตประจำวันของ ผู้คนในยุคสมัยนี้และเข้ามามีบทบาทหลักในการเรียนการสอนมากขึ้น ผู้เรียนสามารถค้นคว้าหา ความรู้ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้อุปกรณ์พกพาของตนเอง ซึ่งแอปพลิเคชันบนมือถือ ถือว่ามีให้ เลือกใช้และดาวน์โหลดกัน อย่างมากมาย การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เป็นการขยายขอบเขตการเรียนรู้ ออกไป อย่างกว้างขวางทำให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงมีการพัฒนาแอปพลิเคชันต่าง ๆ มากขึ้นในด้านการศึกษาและแวดวงการทำงาน จากผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2557 ในวิชาคณิตศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 38.06 ปีการศึกษา 2558 คะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 43.47 ปีการศึกษา 2559 คะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 40.47 ปี การศึกษา 2560 คะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 37.12 และปีการศึกษา 2560 คะแนนเฉลี่ย ระดับประเทศ 37.50 (สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ, 2557 - 2560) ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่มีเนื้อหาค่อนข้างเป็นนามธรรม นักเรียนเข้าใจยาก ส่งผลให้นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ และสาเหตุหนึ่งเกิดจากครูผู้สอน อาทิเช่น ครูไม่มีสื่อในการสอน ขาด ประสบการณ์ และไม่มีเทคนิคการสอนใหม่ ๆ ครูยังคงใช้วิธีสอนแบบเดิม ๆ โดยเน้นการสอนแบบ บรรยาย อธิบายบนกระดานดำ และจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นเนื้อหามากกว่ากระบวนการ ส่งผลให้นักเรียนไม่มีโอกาสได้ร่วมรู้ร่วมคิด แก้ปัญหาที่กำลังเรียน การที่ครูใช้วิธีการดังกล่าวเป็น ประจำย่อมทำให้นักเรียนเกิดความเบื่อหน่าย และไม่สนใจบทเรียน นักเรียนจึงไม่เกิดการเรียนรู้และ มโนมติในเรื่องที่เรียนและไม่สามารถนำกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ไปใช้ได้อย่างถูกต้อง จากสาเหตุข้างต้นผู้วิจัย จึงสนใจที่จะพัฒนาบทเรียนออนไลน์โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle ที่เป็นเทคโนโลยีหรือเครื่องมือที่


3 ช่วยสร้างสรรค์สื่อบทเรียนปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบวิดีโอ ผ่านการผสมผสานคลิปวิดีโอหรือเนื้อหา บทเรียนจากแหล่งทรัพยากรทางการเรียนรู้แบบเปิดที่หลากหลาย เช่น YouTube, Khan Academy, National Geographic, TED Talks ในการสร้างสื่อวิดีโอจาก Edpuzzle ผู้สอนสามารถออกแบบ เนื้อหา แทรกคําถามเพื่อหยุดวิดีโอ เพิ่มข้อความ หรือเล่าเรื่องระหว่างการดูวิดีโอเนื้อหาได้ และ สามารถวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ทันที(พันทิพา อมรฤทธิ์, 2561) นักเรียนสามารถ เลือกเรียนในช่วงเวลาที่สะดวกได้ทุกที่ตามต้องการ หากไม่เข้าใจสามารถย้อนกลับเพื่อทบทวนเนื้อหา และทำความเข้าใจใหม่ได้ หรือหากรู้สึกเหนื่อย อยากพักสายตาก็สามารถหยุดแล้วกลับมาเรียนต่อ ภายหลังได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะสร้างและพัฒนาบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle มีประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพผลลัพธ์ (E1/E2 ) เป็นไปตามเกณฑ์ร้อย ละ 70/70 ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ ที่สร้างและพัฒนาส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนหรือไม่ วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูป และพื้นที่ของวงกลมชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle ตามเกณฑ์ 70/70 2. เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูป และพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle 3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของววงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle สมมุติฐานของการวิจัย 1. บทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle มีประสิทธิภาพของกระบวนการและผลลัพธ์ ตามเกณฑ์ (E1/E2 = 70/70) 2. บทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle มีประสิทธิภาพต่อผู้เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50


4 3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วย บทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ขอบเขตของการวิจัย 1. ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ราชภัฏอุดรธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 2. ตัวแปรในการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้มีตัวแปรดังนี้ 2.1 ตัวแปรต้น คือ บทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและ พื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle ที่ผู้วิจัยสร้างและพัฒนาขึ้น 2.2 ตัวแปรตาม คือ 2.2.1 ประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์เรื่อง ความยาว รอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle 2.2.2 ประสิทธิผลของบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาว รอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle 2.2.3 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง ความยาวรอบ รูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3. เนื้อหาสาระที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง ความยาวรอบรูปและ พื้นที่ของวงกลม รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค16102 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) แบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 แผน แผนละ 2 ชั่วโมง ประกอบไปด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ส่วนต่างๆของวงกลม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ความยาวรอบรูปของวงกลม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การหาพื้นที่ของวงกลม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของ วงกลม 4. ระยะเวลาในการวิจัยครั้งนี้ใช้เวลาสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง จำนวน 2 สัปดาห์ และ 2 ชั่วโมง จำนวน 1 สัปดาห์ รวม 8 ชั่วโมง โดยทำการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564


5 นิยามศัพท์เฉพาะ เพื่อให้การดำเนินการวิจัยมีความชัดเจนจึงกำหนดความหมายของคำศัพท์เฉพาะในการ ศึกษาวิจัยครั้งนี้ ดังนี้ 1. บทเรียนออนไลน์ หมายถึง บทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นจำนวน 4 ชุดเพื่อใช้เป็นสื่อสำหรับนักเรียนฝึกปฏิบัติผ่านแอปพลิเคชัน Edpuzzle บนสมาร์ทโฟน เรื่อง ความ ยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่นักเรียนสามารถเลือกเรียนในช่วงเวลาที่ สะดวกได้ทุกที่ตามต้องการหากไม่เข้าใจสามารถย้อนกลับเพื่อทบทวนเนื้อหาและทำความเข้าใจใหม่ ได้ หรือหากรู้สึกเหนื่อยอยากพักสายตาก็สามารถหยุดแล้วกลับมาเรียนต่อภายหลังได้ โดยมีคำแนะนำ ในการใช้งาน สาระสำคัญ จุดประสงค์ การเรียนรู้ แบบทดสอบ บทเรียนออนไลน์บนแอปพลิเคชัน Edpuzzle 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง คะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นแบบ ปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ 3. ประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์ หมายถึง คุณภาพของบทเรียนออนไลน์วิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 70/70 70 ตัวแรก หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของ นักเรียนทุกคนที่ได้จากการทำแบบทดสอบย่อยระหว่างเรียน ที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์วิชาคณิต ศาตสร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle 70 ตัวหลัง หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทุกคนที่ได้จากการทำ แบบทดสอบหลังเรียนของผู้เรียน ที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาตสร์ เรื่อง ความยาวรอบ รูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle 4. ดัชนีประสิทธิผล หมายถึง คะแนนที่แสดงถึงความก้าวหน้าในการเรียนของผู้ที่เรียนด้วย บทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาตสร์ เรื่อง วงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle โดยเปรียบเทียบคะแนนที่เพิ่มขึ้นจากการทดสอบก่อนเรียนกับคะแนนที่ได้จากการ ทดสอบหลังเรียน


6 ประโยชน์ที่ได้รับ 1. ได้แนวทางการสร้างและพัฒนาวิธีการใช้บทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle 2. ได้ตัวอย่างบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แอปพลิเคชัน Edpuzzle


7 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการค้นคว้า ศึกษาเอกสาร ตำรา บทความ งานวิจัยที่ เกี่ยวข้องและรวบรวมเอกสารตามลำดับ ดังนี้ 1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) 2. บทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ 3. ประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ 4. ดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ 5. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 6. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 7. กรอบแนวคิดในการวิจัย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี, 2560) 1. ทำไมต้องเรียนคณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เนื่องจาก คณิตศาสตร์ช่วยให้มนุษย์มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถ วิเคราะห์ปญหา หรือสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือ ในการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่น ๆ อันเป็นรากฐาน ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของชาติให้มีคุณภาพและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ทัดเทียบ กับนานาชาติ การศึกษาคณิตศาสตร์ จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันสมัยและ สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้า อย่างรวดเร็วในยุคโลกาภิวัตน์ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธ์ศักราช 255 1 ฉบับนี้ จัดทำขึ้น โดยคำนึงถึงการสเสริให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นสำคัญ นั่นคือ


8 การเตรียมผู้เรียนให้มีทักษะด้านด้านการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหาการ คิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี การสื่อสารและการร่วมมือซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนรู้เท่าทันการ เปลี่ยนแปลง ของระบบเศรษฐกิจสังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม สามารถแข่งขันและอยู่ร่วมกับ ประชาคมโลกได้ ทั้งนี้การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จนั้น จะต้องเตรียมผู้เรียนให้มี ความพร้อม ที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบอาชีพเมื่อจบการศึกษาหรือสามารถศึกษาต่อใน ระดับที่สูงขึ้น ดังนั้นสถานศึกษาควรจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน 2. เรียนรู้อะไรในคณิตศาสตร์ ในหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุงพ.ศ.2560) ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดสาระพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับผู่้เรียนทุก คนไว้ 3 สาระ ได้แก่ จำนวนและพีชคณิต การวัดและเรขาคณิต และสถิติและความน่าจะเป็น 2.1 จํานวนและพีชคณิต ระบบจำนวนจริง สมบัติเกี่ยวกับจำนวนจริง อัตราส่วน ร้อยละ การประมาณค่า การแก้ปัญหาเกี่ยวกับจำนวน การใช้จำนวน ในชีวิตจริง แบบรูป ความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน เซต ตรรกศาสตร์ นิพจน์ เอกนาม พหุนาม สมการ ระบบสมการ อสมการ กราฟ ดอกเบี้ย และมูลค่าของเงิน เมทริกซ์ จำนวนเชิงซ้อน ลำดับและอนุกรม และการนำความรู้เกี่ยวกับจำนวน และพีชคณิตไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ 2.2 การวัดและเรขาคณิต ความยาว ระยะทาง น้ำหนัก พื้นที่ ปริมาตร และความจุ เงินและเวลา หน่วยวัดระบบต่างๆ การคาดคะเนเกี่ยวกับการวัดอัตราส่วนตรีโกณมิติ รูปเรขาคณิต และสมบัติของรูปเรขาคณิต การนึกภาพ แบบจำลองทางเรขาคณิต ทฤษฎีบททางเรขาคณิต การ แปลงทางเรขาคณิตในเรื่องการเลื่อนขนาน การสะท้อน การหมุน เรขาคณิตวิเคราะห์ เวกเตอร์ในสาม มิติและการนำความรู้เกี่ยวกับการวัดและเรขาคณิตไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ 2.3 สถิติและความน่าจะเป็น การตั้งคำถามทางสถิติ การเก็บรวบรวม ข้อมูล การคำนวณ ค่าสถิติ การนำเสนอและแปลผลสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ หลักการนับเบื้องต้น ความน่าจะเป็น การแจกแจงของตัวแปรสุ่ม การใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นในการ อธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ และช่วยในการตัดสินใจ 3. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 3.1 สาระที่ 1 จํานวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ จำนวนผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้ มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป ความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน ลำดับและอนุกรม และนำไปใช้


9 มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นิพจน์ สมการ และอสมการ อธิบายความสัมพันธ์ หรือช่วยแก้ปัญหาที่กำหนดให้ 3.2 สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัด และนำไปใช้ มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่างรูป เรขาคณิตและทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช้ 3.3 สาระที่ 3 สถิติและความน่าจะเป็น มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา มาตรฐาน ค 3.2 เข้าใจหลักการนับเบื้องต้น ความน่าจะเป็นและนำไปใช้ 4. ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์เป็นความสามารถที่จะนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการ เรียนรู้ สิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะและ กระบวนการทางคณิตศาสตร์จะเน้นที่ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ทำจำเป็น และต้องการพัฒนาให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ได้แก่ ความสามารถต่อไปนี้ 4.1 การแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการทำความเข้าใจปัญหา คิดวิเคราะห์ วางแผนแก้ปัญหา และเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบ พร้อม ทั้งตรวจสอบความถูกต้อง 4.2 การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ เป็นความสามารถในการใช้ รูปภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผลและนำเสนอได้อย่าง ถูกต้อง ชัดเจน 4.3 การเชื่อมโยง เป็นความสามารถในการใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือ ในการเรียนรู้ คณิตศาสตร์เนื้อหาต่าง ๆ หรือศาสตร์อื่น ๆ และนำไปใช้ในชีวิตจริง 4.4 การให้เหตุผล เป็นความสามารถในการให้เหตุผล รับฟังและให้เหตุผลสนับสนุน หรือโต้แย้งเพื่อนไปสู่การสรุป โดยมีข้อเท็จจริงทางคณิตศาสตร์รองรับ 4.5 การคิดสร้างสรรค์ เป็นความสามารถในการขยายแนวคิดที่มีอยู่เดิมหรือสร้าง แนวคิดใหม่เพื่อปรับปรุงพัฒนาองค์ความรู้


10 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในการเรียนคณิตศาสตร์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) ได้กำหนดสาระและมาตรฐานการ์เรียนรู้ ทักษะกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในการ เรียนรู้คณิตศาสตร์ ดังต่อไปนี้ 5.1 ทำความเข้าใจหรือสร้างกรณีทั่วไปโดยใช้ความรู้ที่ได้จากการศึกษากรณีตัวอย่าง หลาย ๆ กรณีปัญหาในชีวิตจรั้งได้ 5.2 มองเห็นว่าสามารถใช้คณิตศาสตร์แก้ปัญหาในชีวิตจริงได้ 5.3 มีความมุมานะในการทำความเข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ หรือ โต้แย้งแนวคิดของผู้อื่นอย่างสมเหตุสมผล 5.4 สร้างเหตุผลเพื่อสนับสนุนแนวคิดของตนเอง หรือโต้แย้งแนวคิดของผู้อื่น อย่างสมเหตุสมผล 5.5 ค้นหาลักษณะที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ และประยุกต์ใช้ลักษณะดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจ หรือแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ 6. คุณภาพผู้เรียนเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 6.1 อ่าน เขียนตัวเลข ตัวหนังสือแสดงจำนวนนับ เศษส่วน ทศนิยมไม่เกิน ๓ ตำแหน่ง อัตราส่วน และร้อยละ มีความรู้สึกเชิงจำนวน มีทักษะการบวก การลบ การคูณ การหาร ประมาณ ผลลัพธ์ และนำไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ 6.2 อธิบายลักษณะและสมบัติของรูปเรขาคณิต หาความยาวรอบรูปและพื้นที่ของ รูป เรขาคณิต สร้างรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม และวงกลม หาปริมาตรและความจุของทรงสี่เหลี่ยม มุมฉาก และนำไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ 6.3 นำเสนอข้อมูลในรูปแผนภูมิแท่ง ใช้ข้อมูลจากแผนภูมิแท่ง แผนภูมิรูปวงกลม ตาราง สองทาง และกราฟเส้น ในการอธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ และตัดสินใจ บทเรียนออนไลน์วิชาคณิตศาสตร์ 1. การเรียนการสอนแบบออนไลน์ ถนอมพร เลาหจรัสแสง (2544) ได้กล่าวว่า เวิลด์ ไวด์ เว็บ (World WideWeb) เป็นบริการ บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เริ่มเข้ามาเป็นที่รู้จักใน วงการศึกษาในประเทศกตั้งแต่ พ.ศ.2538 ที่ผ่านมาเว็บได้เข้ามามีบทบาทสำคัญทางการศึกษาและ กลายเป็นคลังแห่งความที่พรมแดน ซึ่งผู้สอนได้ใช้เป็นทางเลือกใหม่ในการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อเปิด ประตูการศึกษาจากห้องเรียนไปสู่โลกแห่งการเรียนรู้อันกว้างใหญ่ รวมทั้งการนำการศึกษาไปสู่ผู้ที่ขาด โอกาสด้วยข้อจำกัดทางด้านเวลาและสถานที่ การเรียนการสอนออนไลน์เป็นการผสมผสานกัน ระหว่างเทคโนโลยีปัจจุบันกับกระบวนการออกแบบการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทาง


11 การเรียนและแก้ปัญหาในเรื่องข้อจำกัดทางด้านสถานที่และเวลา โดยการสอนแบบออนไลน์จะ ประยุกต์ใช้คุณสมบัติและทรัพยากรของเวิลด์ ไวด์ เว็บในการจัดสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมและ สนับสนุนการเรียน การสอน ซึ่งการเรียนการสอนที่จัดขึ้นผ่านเว็บนี้อาจเป็นบางส่วนหรือทั้งหมดของ กระบวนการเรียน การสอน ซึ่งการเรียนการสอนลักษณะนี้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากงานของเพื่อนด้วย การใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ช่วยให้มีเวลาในการปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ผู้เรียนกับผู้เรียน และผู้สอนกับผู้เรียนมากขึ้น ทำให้ผู้สอนสามารถใช้เวลาในชั้นเรียนสำหรับกิจกรรม การเรียนการสอนอื่นเพื่อส่งเสริมการเรียน เช่น การอภิปราย การแก้ปัญหา การซักถาม และการ ปฏิบัติมากขึ้น โดยเนื้อหาสาระที่จะศึกษาได้นำเสนอบนเว็บล่วงหน้าให้นักเรียนศึกษาแล้ว การเรียน โดยการใช้เว็บเพื่อการศึกษาลักษณะเด่น คือ ผู้เรียนสามารถเรียนเวลาใดก็ได้ สถานที่ใดก็ได้ ที่มีความ พร้อมด้านการเชื่อมต่อระบบสามารถใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น email Chat-Room Webboard Newsgroup สื่อสารกับเพื่อน ๆ ผู้สอน หรือบุคคลอื่น ๆ ที่สนใจและผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ แต่ผู้เรียนไม่ ต้องเข้าชั้นเรียน เข้าโรงเรียน เพราะถือว่าเว็บไซต์เป็นเสมือนห้องเรียน หรือโรงเรียน หนังสือ เนื้อหา การเรียนถูกแทนที่ด้วยเนื้อหาดิจิตอลลักษณะต่าง ๆ ทั้งข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง และ วีดิทัศน์ ตามแต่ลักษณะของเว็บไซต์ สำคัญที่สุดคือผู้เรียนที่ไม่กล้าแสดงออกในห้องเรียนปกติ จะกล้า แสดงออก และแสดงความคิดเห็นได้มากกว่าเดิม เฮงค์ (Henke, 2000) ได้ให้ความหมายของ Web - Based Instruction (WBI) ว่าเป็น เอกสารการสอนที่มีการเชื่อมโยงแบบหลายมิติซึ่งเป็นประโยชน์จากแหล่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดยการส่งเสริมให้สภาพแวดล้อมทางเรียนมีความหมายต่อผู้เรียน และทำให้การเรียนเป็นการ สนับสนุนให้ผู้เรียนเกิดความรู้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ( National Science and Technology Development Agency, 2545) ได้กล่าวว่าการเรียนการสอนผ่านเว็บคือ การเรียน การสอนออนไลน์ เป็นการเรียนการสอนที่อาศัยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้า มาช่วยสนับสนุน การเรียนการสอน (Computer Mediated Communication: CMC) การเรียนการ สอนออนไลน์ สามารถใช้เครื่องมือออนไลน์ สำหรับการสื่อสารระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียนหรือผู้สอนกับ ผู้เรียนผ่านทาง e-mail หรือ Webboard และการส่งงาน และการตรวจงานผ่านเครือข่าย ทำให้มี เวลาในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียนและผู้สอนกับผู้เรียนมากขึ้น และการเรียนการสอน ทางไกลแบบออนไลน์ จะเป็นการจัดเรียนการสอนแบบ asynchronous เป็นส่วนใหญ่ คือ ผู้เรียน เรียนจากเนื้อหาบทเรียน (Courseware) ด้วยตนเอง ไม่มีการจัดชั้นเรียน นฤมล ศิระวงษ์ (2548: 52) ได้กล่าวว่า การเรียนการสอนแบบออนไลน์ เป็นการเรียนการ สอนที่อาศัยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยสนับสนุนการเรียนการสอน (Computer Mediated Communication) โดยที่นักเรียนที่ลงทะเบียนเรียนแบบออนไลน์จะเรียน ด้วยตนเองเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้ผู้สอนและผู้เรียนได้มีโอกาสรู้จักกัน จะได้มีการจัดการแบบพบกัน (face to face) เพื่อแนะนำวิชา และในแต่ละรายวิชาอาจจะจัดให้มีการสอนเสริมหรืออภิปรายในชั้น


12 เรียนได้ตามความเหมาะสม นักเรียนที่ลงทะเบียนเรียนแบบออนไลน์จะต้องมีทักษะในการใช้ คอมพิวเตอร์ เพื่อการสื่อสารและการสืบค้นสารสนเทศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยผู้เรียนสามารถ จะเรียนรู้ด้วยตนเองได้จากเอกสารประกอบการเรียนที่ได้รับ หรือจากการอบรมที่จัดให้เป็นการเฉพาะ (short course raining) มีการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน หรือผู้เรียนกับผู้เรียนอย่าง สม่ำเสมอ (เช่น สัปดาห์ละ 1 ครั้ง) เหมือนการเรียนการสอนปกติ แต่เป็นการติดต่อผ่านทางเครือข่าย เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ e-mail และ Webboard ในลักษณะ asynchronous หรือ conferencing แบบ synchronous โดยใช้ Chat-Room ICQ หรือ Net Meeting เป็นต้น ซึ่งการสื่อสารแบบ synchronous นี้จะมีการวางแผนและกำหนดตารางล่วงหน้าที่ซัดเจน การบ้านหรืองานที่มอบหมาย และเป็นส่วนหนึ่งของการวัดผลจะถูกส่งจากผู้เรียนมายังผู้สอนผ่านทางเครือข่ายเพื่อการประเมิน และ ในทำนองเดียวกันผลการประเมิน ก็จะถูกส่งกลับไปยังผู้เรียนผ่านทางเครือข่ายการสอบทุกครั้งจะเป็น การสอบแบบปกติ คือ มีการกำหนดวัน เวลา และสถานที่ที่ชัดเจน จากการศึกษาสามารถสรุปได้ว่า การเรียนการสอนแบบออนไลน์ หมายถึง การเรียนการสอน ซึ่งอาศัยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาช่วยในการสนับสนุนการจัดการเรียน การสอนมีทั้งประเภทที่ผู้เรียนและผู้สอนอยู่ในเวลาเดียวกัน (synchronous) และประเภทที่ผู้เรียน และผู้สอนไม่ได้อยู่เวลาเดียวกันซึ่งประเภทหลังนี้ผู้เรียนจะเรียนด้วยตนเองเป็นส่วนใหญ่ การเรียนการ สอนแบบออนไลน์นี้ผู้เรียนจะต้องมีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการสื่อสาร และการสืบค้น สารสนเทศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน หรือผู้เรียนกับ ผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอ และมีการใช้ e-mail Webboard Chat-Room เพื่อการติดต่อสื่อสาร มีการ วางแผนและกำหนดตารางล่วงหน้าที่ชัดเจนในการมอบหมายงานหรือการบ้านซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ ผู้สอนใช้ประเมินผลผู้เรียน แล้วผลการประเมินก็จะถูกส่งกลับไปยังผู้เรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การสอบทุกครั้ง จะเป็นการสอบแบบปกติ คือมีการกำหนดวัน เวลา และสถานที่ที่ชัดเจน 2. ความหมายของบทเรียนออนไลน์ บทเรียนออนไลน์ เป็นการนำเอาคุณสมบัติของอินเทอร์เน็ตมาออกแบบเพื่อใช้ในการจัดการ เรียนการสอน ซึ่งมีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษหลายคำ เช่น Web-Based Instruction Web-Based Learning Web-Based Training Internet-Based Training Internet-Based Instruction wwwBased Training www-Based Instruction ทั้งนี้มีผู้ให้ความหมายของบทเรียนออนไลน์ไว้ดังนี้ ข่าน (Khan, 1997) ได้ให้ความหมายของการเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-Based Instruction) ไว้ว่าเป็นการเรียนการสอนที่อาศัยโปรแกรมไฮเปอร์มีเดียที่ช่วยในการสอนโดยการใช้ ประโยชน์ จากคุณลักษณะและทรัพยากรของอินเทอร์เน็ต มาสร้างให้เกิดการเรียนรู้อย่างมี ความหมายโดยส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้อย่างมากมายและสนับสนุนการเรียนรู้ในทุกทาง


13 รีแลน และกิลลานิ (Relan; & Gilani, 1997) ได้ให้คำจำกัดความของเว็บในการสอนเอาไว้ว่า เป็นการกระทำของคณะหนึ่งในการเตรียมการคิดในกลวิธีการสอนโดยกลุ่มคอนสตรัคติวิซึ่มและ การเรียนรู้ในสถานการณ์ร่วมมือกันเวิลด์ไวด์เว็บ เฮงค์ (Henke, 2000) ได้ให้ความหมายของ Web - Based Instruction (WBI) ว่าเป็น เอกสารการสอนที่มีการเชื่อมโยงแบบหลายมิติซึ่งเป็นประโยชน์จากแหล่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดย การส่งเสริมให้สภาพแวดล้อมทางเรียนมีความหมายต่อผู้เรียน และทำให้การเรียนเป็นการสนับสนุน ให้ผู้เรียน เกิดความรู้ การเรียนการสอนผ่านเว็บ คือ การเรียนการสอนออนไลน์ เป็นการเรียนการ สอนที่อาศัยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยสนับสนุนการเรียนการสอน (Computer Mediated Communication: CMC) การเรียนการสอนออนไลน์สามารถใช้เครื่องมือ ออนไลน์ สำหรับการสื่อสารระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน หรือผู้สอนกับผู้เรียนผ่า นทาง e-mail Webboard หรือ Chat-Room รวมทั้งการส่งงาน และการตรวจงานผ่านเครือข่าย ทำให้มีเวลาใน การปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียนและผู้สอนกับผู้เรียนมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในเวลา เดียวกัน หรือ ณ สถานที่เดียวกัน นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถควบคุมการเรียน ด้วยตนเอง โดยเลือกลำดับเนื้อหาบทเรียนตามความต้องการ และเรียนตามกำหนดเวลาที่เหมาะสม และสะดวกของตนเอง ถนอมพร เลาหจรัสแสง (2541) กล่าวถึง WBI หรือ Web - Based Instruction ว่าหมายถึง การเรียนการสอน หรือการอบรม ซึ่งอาศัยเทคโนโลยีเว็บเป็นหลัก ซึ่งเนื้อหาสารสนเทศทีนำเสนอ จะอยู่ในรูปของมัลติมีเดีย กล่าวคือหมายรวมถึงการใช้ ภาพ เสียง แอนนิเมชัน กราฟิก3D ฯลฯ ใน การนำเสนอเนื้อหา โดยเทคโนโลยีที่นำเสนอเนื้อหานี้ สามารถนำเสนอในลักษณะที่เครื่องมือมีการ เชื่อมต่อ (Online) กับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือไม่เชื่อมต่อกับเครือข่ายใดๆ (Offline) ก็ได้ วิชุดา รัตนเพียร (2542) กล่าวว่าการเรียนการสอนผ่านเว็บเป็นการนำเสนอโปรแกรม บทเรียน บนเว็บเพจโดยนำเสนอผ่านบริการเวิลด์ ไวด์ เว็บในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งผู้ออกแบบและ สร้างโปรแกรมการสอนผ่านเว็บจะต้องคำนึงถึงความสามารถและบริการที่หลากหลายของ อินเทอร์เน็ต และนำคุณสมบัติต่าง ๆ เหล่านั้นมาใช้เพื่อประโยชน์ในการเรียนการสอนให้มากที่สุด ณัฐกร สงคราม (2543) ได้กล่าวถึง การเรียนการสอนแบบออนไลน์ หรือการเรียนการสอน ผ่านเว็บว่าเป็นการจัดสภาพการเรียนการสอนที่ได้รับการออกแบบอย่างมีระบบ โดยอาศัยคุณสมบัติ และทรัพยากรของเวิลด์ ไวด์ เว็บ มาเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนการ สอนให้มีประสิทธิภาพโดยอาจจัดเป็นการเรียนการสอนทั้งกระบวนการใหม่ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการ ให้เกิดการเรียนรู้และช่วยขจัดปัญหาเรื่องอุปสรรคของการเรียนการสอนด้านสถานที่ และเวลาอีกด้วย ศราวุธ เรืองสวัสดิ์ (2545) ได้ให้ความหมายของ WBI ว่าเป็นการสอนผ่านเว็บไซต์ โดยใช้ ลักษณะสำคัญที่มีอยู่ของ www ในการสร้างรูปแบบ หรือสถานการณ์จำลองสิ่งแวดล้อมเสมือนของ


14 ห้องเรียน เพื่อที่จะช่วยเสริมสร้างให้ผู้เรียนเกิดความรู้ โดยอาจจัดเป็นการเรียนการสอนทั้ง กระบวนการ ซึ่งนำมาใช้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการทั้งหมด ศุภชัย สุขนินทร์ (2545) ได้กล่าวว่า Online Learning หรือ Web –Board Learning หรือ Web -Board Instruction มีความหมายเหมือนกัน คือ เป็นการเรียนทางไกลผ่านเว็บ ผ่านระบบ อินเทอร์เน็ต (Internet) อินทราเน็ต (Intranet) และเอ็กซ์ทราเน็ต (Extranet) เป็นการเรียนที่ สามารถโต้ตอบกันได้เหมือนเรียนในห้องเรียนปกติ (Interactive Technology) สามารถนำเสนอโดย ใช้เทคโนโลยีที่เป็นลักษณะมัลติมีเดีย หรือลักษณะของการแสดงข้อมูลเป็นรูปภาพ กราฟิก เสียงและ ภาพเคลื่อนไหว ขนิษฐา ศรีชูศิล (2546) ได้กล่าวว่า การเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็น การส่งเสริมการเรียนรู้ได้ตรงกับความต้องการของผู้เรียน และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เรียน สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง หาแหล่งความรู้ต่าง ๆ ทั้งที่เป็นห้องเรียน ชุมชนและที่บ้านโดยเป็นการ รวมกันระหว่างทฤษฎีความแตกต่างระหว่างบุคคลและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โดยอาศัย ความสามารถของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในการสร้างความรู้ (KnowledgeConstruction) เพื่อ ช่วยสนับสนุนให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น มีทักษะในการเลือกรับข้อมูลวิเคราะห์และสังเคราะห์ ข้อมูลอย่างเป็นระบบ ขวัญชนก ขวัญชัชวาล (2546) ได้ให้คำนิยามของการเรียนการสอนผ่านเว็บว่า หมายถึง การ ใช้โปรแกรมที่หลายมิติ ที่อาศัยประโยชน์จากคุณลักษณะและทรัพยากรของอินเทอร์เน็ตและเวิลด์ ไวด์ เว็บ มาออกแบบเป็นเว็บเพื่อการเรียนการสอน สนับสนุน และส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้อย่างมี ความหมาย เชื่อมโยเป็นเครือข่ายที่สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ โดยที่ผู้สอนและผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กันผ่าน ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ศิวกร แก้วรัตน์ (2546) กล่าวว่าการเรียนการสอนผ่านเว็บเป็นการใช้โปรแกรมสื่อหลายมิติที่ อาศัยประโยชน์จากคุณลักษณะ และทรัพยากรของอินเทอร์เน็ต เครื่องมือต่าง ๆ ของเวิลด์ ไวด์ เว็บ (Word Wide Web) มาออกแบบเป็นเว็บเพื่อการเรียนการสอน สนับสนุนการเรียนการสอนแบบการ สร้างโครงสร้างความรู้ (Constructivism) และการเรียนแบบร่วมมือ (Collaboration) โดยมีลักษณะ ที่ผู้เรียนผู้สอนมีปฏิสัมพันธ์กัน โดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อรอนุตร ซ้อนบุญ (2546) ได้กล่าวถึงการเรียนการสอนผ่านเว็บว่า เป็นการจัดการศึกษา ในรูปแบบ Web Knowledge Based Online เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนการสอนให้มี ประสิทธิภาพ เป็นการจัดการเรียนการสอน โดยการนำเสนอผ่านเวิลด์ ไวด์ เว็บในเครือข่าย อินเทอร์เน็ต โดยผู้เรียนสามารถเข้ามาศึกษาเนื้อหาวิธีการเรียนได้อย่างไม่จำกัดเวลา ไม่จำกัดสถานที่ ไม่มีพรมแดนกีดขวางและสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้เรียนด้วยกัน อาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญรวมทั้ง ฐานข้อมูลความรู้ และยังสามารถรับส่งข้อมูลการศึกษา (Electronic Education Data) ได้อย่าง หลากหลายและทันท่วงที


15 ฐิติยา เกตุคำ (2551) กล่าวว่า บทเรียนออนไลน์ คือ เอกสารประกอบการเรียนการสอน ที่เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปของเอกสารเว็บ สำหรับการเรียนการสอนออนไลน์หรือการเรียนการสอน ผ่านเว็บ เป็นการนำเสนอเนื้อหาวิชาที่ผู้สอนสร้างขึ้นโดยอาศัยความสามารถของเทคโนโลยี สารสนเทศ ให้ผู้เรียนหรือผู้ต้องการเรียนเข้ามาทำการศึกษาเนื้อหาของบทเรียนที่ได้มีการออกแบบไว้ โดยภายในบทเรียนมีส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ช่วยเหลือให้ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาให้เข้าใจได้อย่างเหมาะสม ถูกต้องตามเนื้อหาแต่ละวิชา จากการศึกษาความหมายของบทเรียนออนไลน์ หรือการเรียนการสอนผ่านเว็บสามารถสรุป ได้ว่า บทเรียนออนไลน์ หรือการเรียนการสอนผ่านเว็บเป็นการจัดสภาพการเรียนการสอนที่ได้รับการ ออกแบบอย่างมีระบบ โดยอาศัยคุณสมบัติและทรัพยากรของเวิลด์ ไวด์ เว็บ มาเป็นสื่อกลางในการ ถ่ายทอดเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ โดยอาจจัดเป็นการเรียนการสอน ทั้งกระบวนการ หรือนำมาใช้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการทั้งหมดและช่วยขจัดปัญหาอุปสรรค ของการเรียนการสอนทางด้านสถานที่และเวลา 3.รูปแบบของบทเรียนออนไลน์ เซา (Zhao, 1998) ได้กล่าวว่า การเรียนการสอนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นการเรียนการ สอนโดยใช้ระบบอินเทอร์เน็ตมาใช้จึงเป็นการจัดการเรียนการสอนทางไกล (distance education ประเภทหนึ่งเพราะมีระบบเครือข่ายเชื่อมโยงติดต่อกันโดยผู้เรียนอยู่ต่างสถานที่และห่างไกลกัน การ เรียนรู้ลักษณะนี้มีทั้งภาพ เสียง และข้อมูลให้แก่ผู้เรียนซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ทั้งในเวลา( real time) และนอกเวลา (non-real-time) นอกจากนั้นแล้วยังมีการติดต่อสื่อสารกันแบบสองทาง (two-way communication) หรือทางเดียวก็ได้จะติดต่อกันแบบพบหน้ากันแบบเผชิญหน้า (face to face) ย่อมสามารถทำได้เนื่องจากมีการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทำให้ผู้ใช้สามารถรับส่งข่าวสารข้อมูล รูปแบบต่าง ๆ ถึงกันได้ด้วยความสะดวกและรวดเร็ว ดังนั้นการนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ประโยชน์กับ การศึกษาจะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะสามารถนำ ข้อมูลการศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ทั่วโลกมาใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากการรับส่ง ข้อมูลข่าวสารบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสามารถทำได้ 2 ลักษณะใหญ่ ๆ ด้วยกันคือ การติดต่อในเวลา เดียวกันและการติดต่อต่างเวลากัน ทำให้รูปแบบการเรียนการสอนบนเว็บสามารถแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ 1. Synchronous Learning คือ รูปแบบการเรียนการสอนที่มีกิจกรรมการเรียนการสอนใน เวลาเดียวกัน ผู้เรียนต้องมาเรียนพร้อมๆ กัน โดยใช้การรับส่งข่าวสาร ข้อมูลที่ผู้ส่งและผู้รับสาร ติดต่อกันได้ ในเวลาเดียวกันหรือพร้อมกัน เช่น บริการพูดคุยสนทนา (chat) บริการรับส่งข้อความ เสียงและภาพและภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น 2. Asynchronous Learning คือ รูปแบบการเรียนการสอนบนเว็บที่ผู้เรียนและผู้สอน ไม่จำเป็นต้องกิจกรรมการเรียนการสอนในเวลาเดียวกันเพราะเป็นรูปแบบการรับส่งข้อมูลข่าวสารที่


16 ผู้รับและผู้ส่งไม่จำเป็นต้องทำงานพร้อมกัน เช่น บริการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) กลุ่มสนทนา (newsgroup) รวมทั้งบริการเวิลด์ ไวด์ เว็บ เป็นต้น ที่เป็นเครือข่ายข้อมูลความรู้โดยผู้เรียนจะเข้ามา เรียนรู้เมื่อใดและที่ไหน ย่อมสามารถทำได้โดยปราศจากข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น ไพรัช ธัชยพงษ์ (2539) ได้แบ่งรูปแบบการสอนผ่านระบบอินเทอร์เน็ต แบ่งได้เป็น 4 รูปแบบ ดังนี้ 1. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ การใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับการศึกษาสามารถทำได้ ในส่วนของการส่งเอกสารการเรียนการสอน การบ้าน การถาม–ตอบกับครูผู้สอนหรือเพื่อนร่วมวิชา คนอื่น ๆ โดยจะส่งไปตามที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ลงทะเบียนไว้ 2. แหล่งข้อมูล (Information Sources) ในปัจจุบันบางหน่วยงานหรือสถานการศึกษาใช้กับ การสอบแบบปรนัย (Multiple Choice) ผ่านระบบเวิลด์ ไวด์เว็บ แต่ทั้งนี้นักเรียนต้องเข้ามาทำ ข้อสอบในสถานที่จัดให้ อีกตัวอย่างการสอนผ่านข่ายงานคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ทั่วโลกคือการสอบ ของบริษัทโนเวลล์ (Novell) สำหรับประกาศนียบัตร Certified Netware Engineer (CNE) ซึ่งเป็น การสอบผ่านระบบออนไลน์ (O-line Teleexamination) โดยใช้การดาวน์โหลด (download) ข้อสอบจากศูนย์กลางมายังสถานที่สอบโดยผู้สอบทำแบบทดสอบบนจอคอมพิวเตอร์ และคำตอบที่ได้ จะถูกส่งกลับไปตรวจที่ศูนย์กลางเมื่อหมดเวลาสอบ 3. กลุ่มแลกเปลี่ยนข่าวสารและสนทนา (Discussion Groups and Listservs) การเรียน การสอนที่ผ่นระบบอินเทอร์เน็ต สามารถใช้ประโยชน์จากกลุ่มแลกเปลี่ยนข่าวสารและสนทนาโดยใช้ สมาชิกในกลุ่มวิชาเดียวกันตั้งหัวข้อที่กำลังเรียน ส่งคำถาม ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็น ผู้ส่งคำถามส่ง เพียงครั้งเดียว จากนั้นเครื่องบริการคอมพิวเตอร์จะทำการส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์นั้นๆ ไปยังผู้ที่ สมัครเป็นสมาชิกทุก ๆ คน วิธีนี้นอกจากจะไม่ต้องทำให้ผู้เรียนต้องไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์หลายครั้ง แล้ว ยังทำให้ผู้ถามได้คำตอบที่มาจากหลายความคิดเห็นและหลายแง่มุมอีกด้วย 4. การประชุมผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet Conferencing) การประชุมผ่านระบบ อินเทอร์เน็ตมีหลักการทำงานที่จะเชื่อมโยงการสนทนา แพร่ภาพจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งหรือไป หลายจุดในเวลาเดียวกัน โดยผ่านสายโทรศัพท์หรือดาวเทียม หรือเส้นใยนำแสง เพื่อที่จะให้ผู้ใช้ที่อยู่ ในกลุ่มสามารถติดต่อกันโดยเห็นภาพหรือไม่เห็นภาพก็ได้ โปรแกรม Cu-SeeMe เป็นโปรแกรมที่ ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยมหาวิทยลัยคอร์เนลล์ (Cornell) เพื่อใช้ในการติดต่อบนอินเทอร์เน็ตโปรแกรม นี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถสนทนาเป็นกลุ่มได้ โดยโปรแกรมจะสามารถเปิดหน้าต่างวีดีทัศน์เป็นกลุ่มได้ โดยโปรแกรมจะสามารถเปิดหน้าต่างวีดีทัศน์ (Video Windows) หลายหน้าต่างบนเครื่อง คอมพิวเตอร์ได้พร้อมกันจึงทำให้ผู้ใช้แต่ละคนสามารถเห็นหน้าของคู่สนทนาคนอื่น ๆ แต่ละคนได้ใน ขณะเดียวกัน อย่างไรก็ตามการสนทนาด้วยจำนวนคนน้อยๆ จะมีประสิทธิภาพดีกว่าการสนทนาเป็น กลุ่มหลายๆ คนสัญญาณเสียงจะได้ยินผ่านระบบการประชุมด้วยเสียง (Telephone Conferencing) หรือใช้โปรแกรม Maven ซึ่งเป็นโปรแกรม Cu-SeeMe และ Maven เป็นเทคโนโลยีใหม่ (Emerging Technology) ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีการนำมาใช้อย่างกว้างขวางในอนาคต เนื่องจากการใช้โปรแกรมนี้มี


17 ต้นทุนที่ต่ำ และผู้ใช้สามารถจะติดต่อสถาบันการศึกษา ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้โดยตรง รวม ทั้งตัวโปรแกรมเองก็มีความสามารถในการรองรับการติดต่อสื่อสารได้ด้วย ประโยชน์ของการใช้การ ประชุมผ่านระบบอินเทอร์เน็ตในการศึกษา คือทำให้ห้องเรียนทางไกลมีบรรยากาศการเรียนการสอน ที่เหมือนในห้องเรียนปกติมากขึ้น เป็นการสอนจากจุดเดียวไปหลายจุดที่สามารถสอนนักเรียนได้คราว ละมากๆ ทำให้นักเรียนที่อยู่ปลายทางเห็นการสาธิตที่เกิดขึ้นจริงในห้องเรียน นอกจากการประชุม ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจะนำมาใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนแล้ว นักเรียนยังจะสามารถใช้การ ประชุมผ่านระบบอินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารระหว่างนักเรียนด้วยกัน ซึ่งการติดต่อสื่อสารใน ระดับนี้ สามารถทำได้โดยการเสียโทรศัพท์ที่เกิดขึ้นภายในเขตเดียวกัน (Local Cal) สำหรับกรณีที่ นักเรียนไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ที่บ้านหรือไม่สามารถต่อคอมพิวเตอร์จากบ้านเข้ากับระบบ อินเทอร์เน็ตการตั้งศูนย์การศึกษาที่มีห้องทดลองคอมพิวเตอร์จะเป็นทางออกที่ดีอีกทางหนึ่ง 4. ประโยชน์ของบทเรียนออนไลน์ ได้มีผู้กล่าวถึงประโยชน์ของบทเรียนออนไลน์ ดังต่อไปนี้ แม็คมานัส (McManus, 1996) ได้กล่าวถึงประโยชน์ของบทเรียนออนไลน์ว่าเป็นแหล่ง ทรัพยากรข้อมูล (Information Resource) มีปัจจัย 2 ประการที่ทำให้เว็บเป็นแหล่งทรัพยากรทาง ข้อมูลที่สำคัญ ประการแรกคือทุกวันนี้มีข้อมูลที่หลากหลายจำนวนมหาศาลอยู่บนเว็บไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลจากแหล่งการศึกษา ธุรกิจหรือจากภาครัฐทั่วโลก ปัจจัยประการที่สองคือรูปแบบ "Hypertext" ของเวิลด์ ไวด์ เว็บ ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถคลิกเชื่อมไปสู่เว็บอื่นได้ ผู้เรียนจึงสามารถก้าวผ่านห้องเรียน ออกไปสู่แหล่งข้อมูลภายนอกได้ง่ายดายโดยการเรียนผ่านเว็บนี่เอง เอลลิส (Ellis, 1997) ได้กล่าวถึงประโยชน์ของบทเรียนออนไลน์ว่า ผู้เรียนเป็นฝ่ายควบคุม (Leaner Control) ในสภาพการเรียนการสอนผ่านเว็บ ผู้เรียนจะมีเสรีภาพในการค้นคว้าและเรียนรู้ สิ่งที่ตนสนใจ ซึ่งบางครั้งอาจเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือความคาดหวังของผู้สอนผู้เรียนสามารถตัดสินใจ เรื่องจังหวะการเรียนและประเด็นสำคัญของเนื้อหาการเรียน จึงทำให้เส้นทางการเรียนแบบ e-Leaning ของนักเรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันตามความต้องการของตน ถ้าผู้เรียนมีวินัยใน ตนเองมีเป้าหมายและความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของเว็บ จึงทำให้ผู้เรียนควบคุมการเรียน ผ่านเว็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฮอลล์ (Hall, 1998) ได้กล่าวถึงประโยชน์ของบทเรียนออนไลน์ว่ามีความยืดหยุ่นและ ความสะดวก (Flexbility and Convenience) กล่าวคือ ผู้เรียน e-Learning สามารถเข้าถึงเนื้อหา หลักสูตร ณ เวลาและสถานที่ใดก็ได้ตามตามแต่ความสะดวกซึ่งเป็นการขจัดข้อจำกัดทางกายภาพ ที่เกิดจากการเรียนในห้องเรียนแบบเดิมการเรียนผ่านเว็บสามารถเรียนได้จากที่บ้านที่ทำงานหรือ ที่สถานศึกษาตามความสะดวกของผู้เรียนเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าใช้จ่าย ในการใช้ห้องเรียนด้วย ข่าน (Khan, 1997) ได้กล่าวถึงประโยชน์ของบทเรียนออนไลน์ไว้ดังนี้


18 1. เรียนได้ทันใจตามต้องการ (Just-in-time Learning) นักเรียนสามารถเรียนผ่านเว็บได้ ทุกขณะที่ต้องการ การเรียนแบบ e-Leaning จึงสามารถชักจูงใจและทำให้ผู้เรียนเรียนได้เป็น เวลานานโดยไม่เบื่อ ผู้เรียนสามารถค้นหาและเข้าถึงความรู้ใหม่ ๆ ได้ทันเวลาตามต้องการ เนื้อหาบน เว็บที่ถูกสร้างและปรับปรุงขึ้นใหม่ทุกขณะทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตและนำไปใช้ได้ อย่างทันเหตุการณ์ 2. รูปแบบมัลติมีเดีย (Multimedia Format) เวิลด์ ไวด์ ว็บ ช่วยให้การนำเสนอเนื้อหามี รูปแบบที่หลากหลาย รวมทั้งตัวอักษร เสียง วีดิทัศน์ และการติดต่อสื่อสาร ณ เวลาจริงคุณสมบัตินี้ ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเลือกรูปแบบการนำเสนอที่มีประสิทธิภาพต่อการเรียนของตนมากที่สุด และ ครูผู้สอนก็สามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับหลักสูตรมากที่สุดได้ 3. ความทันสมัย (Currency) เนื้อหาที่ใช้ในการเรียนบนเว็บนั้นสามารถปรับปรุงให้ทันสมัย ได้ง่ายเมื่อเปรียบเทียบกับหนังสือเรียน จึงทำให้ครูสามารถนำเสนอข้อมูลที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่มีอยู่ ให้แก่ผู้เรียน ถนอมพร เลาหจรัสแสง (2545) ได้กล่าวถึงประโยชน์ของบทเรียนออนไลน์ ไว้ดังนี้ 1. บทเรียนออนไลน์ช่วยให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพราะการ ถ่ายทอดเนื้อหาผ่านทางมัลติมีเดีย สามารถทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีกว่าการเรียนจากสื่อข้อความเพียง อย่างเดียว หรือจากการสอนภายในห้องเรียนของผู้สอนซึ่งเน้นการบรรยายในลักษณะ Chalk and Talk โดยเมื่อเปรียบเทียบกับบทเรียนออนไลน์ที่ได้รับการออกแบบและผลิตมาอย่างมีระบบจะช่วยทำ ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าในเวลาที่เร็วกว่า 2. บทเรียนออนไลน์ช่วยทำให้ผู้สอนสามารถตรวจสอบความก้าวหน้าพฤติกรรมการเรียนของ ผู้เรียนได้อย่างละเอียดตลอดเวลาเนื่องจากบทเรียนออนไลน์มีการจัดหาเครื่องมือ (Courseware Management Tools) ที่สามารถทำให้ผู้สอนติดตามการเรียนของผู้เรียนได้ 3. บทเรียนออนไลน์ช่วยทำให้ผู้เรียนสามารถควบคุมการเรียนของตนเองได้เนื่องจากการ นำเอาเทคโนโลยี Hypermedia มาประยุกต์ ซึ่งมีลักษณะการเชื่อมโยงข้อมูลไม่ว่าจะเป็นในรูปของ ข้อความ ภาพนิ่ง เสียง กราฟิก วีดีทัศน์ ภาพคลื่อนไหว ที่เกี่ยวเนื่องกันเข้าไว้ด้วยกันในลักษณะที่ไม่ เป็นเชิงเส้น (Non-Linear) ทำให้ Hypermedia สามารถนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบใยแมงมุมได้ ดังนั้น ผู้เรียนจึงสามารถเข้าถึงข้อมูลใดก่อนหรือหลังก็ได้ โดยไม่ต้องเรียงลำดับและเกิดความสะดวกในการ เข้าถึงของผู้เรียนอีกด้วย 4. บทเรียนออนไลน์ช่วยทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตามจังหวะของตน (Self-Paced Leaning) เนื่องจากการนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบของ Hypermedia เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถ ควบคุมการเรียนรู้ของตนในด้านของลำดับการเรียนได้ (Sequence) ตามพื้นฐานความรู้ความถนัด และความสนใจของตน นอกจากนี้ผู้เรียนยังสามารถเลือกเรียนเนื้อหาเฉพาะบางส่วนที่ต้องการ ทบทวนได้โดยไม่ต้องเรียนในสิ่งที่เข้าใจแล้ว ซึ่งถือว่าผู้เรียนได้รับอิสระในการควบคุมการเรียนของ ตนเอง จึงทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามจังหวะของตนเอง


19 5. บทเรียนออนไลน์ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับครูผู้สอน และกับเพื่อนๆ ได้ เนื่องจากบทเรียนออนไลน์มีเครื่องมือต่างๆ มากมาย เช่น Chat-Room Webboard e-mail เป็นต้น ที่เอื้อต่อการโต้ตอบ (Interaction) ที่หลากหลาย นอกจากนั้นบทเรียนออนไลน์ที่ออกแบบมาเป็น อย่างดีจะเอื้อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การออกแบบ เนื้อหาในลักษณะเกมหรือการจำลอง เป็นต้น 6. บทเรียนออนไลน์ช่วยส่งเสริมให้เกิดทักษะใหม่ๆ รวมทั้งเนื้อหาที่มีความทันสมัยและ ตอบสนองต่อเรื่องราวต่างๆ ในปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที เพราะการที่เนื้อหาการเรียนรู้อยู่ในรูป ข้อความอิเล็กทรอนิกส์ (e-text) ซึ่งได้แก่ข้อความที่ได้รับการจัดเก็บ ประมวลผล นำเสนอ และ เผยแพร่ทางคอมพิวเตอร์ทำให้มีข้อได้เปรียบสื่ออื่นๆ หลายประการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของ ความสามารถในการปรับปรุงเนื้อหาสารสนเทศให้ทันสมัยได้ตลอดเวลา การเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการ ด้วยความสะดวกรวดเร็วและความคงทนของข้อมูล 7. บทเรียนออนไลน์ทำให้เกิดรูปแบบการเรียนที่สามารถจัดการเรียนการสอนให้แก่ผู้เรียน ในวงกว้างขึ้นเพราะผู้เรียนใช้การเรียนลักษณะบทเรียนออนไลน์จะไม่มีข้อจำกัดในด้านการ เดินทางมาศึกษาในเวลาใดเวลาหนึ่งและสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ดังนั้น บทเรียนออนไลน์จึงสามารถ นำไปใช้เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning) ได้ และยิ่งกว่านั้นยังสามารถนำ บทเรียนออนไลน์ไปใช้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่ขาดโอกาสทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้เป็น อย่างดี 8. บทเรียนออนไลน์ทำให้สามารถลดต้นทุนในการจัดการศึกษานั้นได้ในกรณีที่มีการจัดการ เรียนการสอนสำหรับผู้เรียนที่มีจำนวนมาก และเปิดกว้างให้สถาบันอื่นๆ หรือบุคคลทั่วไปเข้ามาใช้ บทเรียนออนไลน์ได้ ซึ่งจะพบว่าเมื่อต้นทุนการผลิตบทเรียนออนไลน์เท่าเดิมแต่ปริมาณผู้เรียนมี ปริมาณเพิ่มมากขึ้น หรือขยายวงกว้างการใช้ออกไปก็เท่ากับเป็นการลดต้นทุนทางการศึกษา มนชัย เทียนทอง (2545) ได้กล่าวถึงประโยชน์ของบทเรียนออนไลน์ ดังต่อไปนี้ 1. ความสะดวกสบาย (Convenient) ระบบการเรียนการสอนของบทเรียนออนไลน์สามารถ จัดการศึกษาให้กับผู้เรียนได้ตามความต้องการโดยไม่ต้องอาศัยชั้นเรียนผู้เรียนที่อาศัยอยู่ในชุมชน ห่างไกลหรือมีภารกิจหน้าที่การงานประจำอยู่ก็สามารถลงทะเบียนเพื่อศึกษาบทเรียนผ่านบทเรียน ออนไลน์ได้ ทั้งที่อยู่ที่บ้านพักอาศัยหรือสถานที่ทำงาน เพียงแต่ต่อเชื่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวเข้า กับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของบทเรียนออนไลน์ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเท่านั้นก็ศึกษาบทเรียนได้ เนื่องจากการเชื่อมต่อเข้าระบบต้องการเพียงชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเท่านั้น ซึ่งง่ายต่อการจดจำและ สะดวกสบายกว่าการนำเอกสารหรือหนังสือติดตัวไปศึกษานอกสถานที่ 2. ความสัมพันธ์กับปัจจุบัน (Relevant) เนื้อหาสาระและข้อมูลต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในระบบ การเรียนการสอนของบทเรียนออนไลน์สามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ปัจจุบันได้ง่าย ซึ่งมีความทันสมัยและสัมพันธ์กับปัจจุบัน มากกว่าเนื้อหาสาระและข้อมูลในการการเรียนการสอน แบบปกติ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามหลักสูตรที่กำหนดไว้ก่อนล่วงหน้าหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง


20 การฝึกอบรมในสถานประกอบการที่ต้องการองค์ความรู้ใหม่ๆ ในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ให้มีความพร้อมที่จะสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก บทเรียนออนไลน์ซึ่งเนื้อหาสาระได้ถูกเก็บไว้ใน เซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางสามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเหล่านั้นให้ทันสมัยและสัมพันธ์กับ สถานการณ์ปัจจุบันได้ง่ายและรวดเร็วกว่า 3. ความเร็วแบบทันทีทันใด (Immediate) ผู้เรียนในระบบบทเรียนออนไลน์เพียงแต่คลิก เมาส์เพื่อปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนที่ปรากฏอยู่ก็สามารถศึกษาบทเรียนได้ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้ง การศึกษาและการฝึกอบรมเพื่อประกอบอาชีพ เมื่อประสบปัญหาใดๆ ก็สามารถต่อเชื่อมเข้ากับระบบ และศึกษาข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในบทเรียนออนไลน์ได้ทันที 4. ความเป็นเลิศของระบบ (Excellent) ไม่เพียงแต่การสร้างสรรค์องค์ความรู้ที่เหมาะสมและ มีประสิทธิภาพท่านั้น แต่บทเรียนออนไลน์ยังสามารถนำเสนอเนื้อหาสาระและระบบการจัดการ ที่มีความเป็นเลิศ ทันสมัย และน่าสนใจ ทำให้กรเรียนการสอนผ่านบทเรียนออนไลน์เป็นสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ที่ชวนติดตามมากกว่าระบบการเรียนการสอนแบบปกติ สามารถจัดการบทเรียนได้ ตั้งแต่เริ่มบทเรียนจนถึงรายงานผลการเรียนได้ครบสมบูรณ์ โดยไม่ต้องเดินทางไปสถานศึกษาแต่อย่าง ใด 5. การมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive) นอกจากการปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนโดยตรงซึ่งถือว่าเป็น รูปแบบปกติของการปฏิสัมพันธ์แล้ว ระบบบทเรียนออนไลน์ยังสามารถสร้างสรรค์การปฏิสัมพันธ์กับ ผู้เรียนที่อยู่ต่างชุมชน ด้วยความสะดวกและมีประสิทธิภาพเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์องค์ความรู้ใน ลักษณะของระบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative Learning System) ทำให้การเรียนการ สอนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีลักษณะคล้ายกับการศึกษาในห้องเรียนปกติมากขึ้น กล่าวได้ว่าเป็น ประโยชน์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ชดเชยการเรียนการสอนด้วยตนเอง ซึ่งเคยได้รับการมองในแง่ลบ ว่าเป็นการเรียนรู้รายบุคคล ที่ผู้เรียนไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมชั้นเรียน โดยการจัดการเรียนการ สอนให้มีสภาพแวดล้อมในลักษณะของระบบการเรียนรู้ร่วมกันหรือการจัดการเรียนการสอนตาม แนวความคิดของกลุ่มที่เรียกว่า Constructivism System ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มผู้เรียน ด้วยกันมากขึ้น 6. ความเป็นสหวิชาการ (Interdisciplinary) การเรียนรู้ในบทเรียนออนไลน์จะเป็นการ เรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกันหลายวิชา หรือที่เรียกว่า สหวิชาการ ซึ่งมีความหลากหลายมากกว่าการเรียนการ สอนในระบบปกติ ซึ่งเป็นการจัดการตามหลักสูตรรายวิชาใดวิชาหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากไม่มีข้อจำกัด ทางด้านเวลาการสอนเหมือนชั้นเรียนปกติ จากการศึกษาความหมายของประโยชน์ของบทเรียนออนไลน์ สรุปได้ว่าประโยชน์ของ บทเรียนออนไลน์มีหลายประการ ได้แก่ ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพผู้สอน ติดตามการเรียนของผู้เรียนได้ผู้เรียนสามารถควบคุมการเรียนของตนเองได้ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ ตามจังหวะของตน เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับครูผู้สอนและกับเพื่อนๆ ส่งเสริมให้เกิดทักษะ ใหม่ๆ รวมทั้งเนื้อหาที่มีความทันสมัย เกิดรูปแบบการเรียนที่สามารถจัดการเรียนการสอนให้แก่


21 ผู้เรียนในวงกว้างขึ้น ลดต้นทุนในการจัดการศึกษาได้ในกรณีที่มีการจัดการเรียนการสอนสำหรับ ผู้เรียนที่มีจำนวนมาก และเป็นการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกันหลายวิชาหรือที่เรียกว่า สหวิชาการ นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนแปลงเนื้อหาให้สัมพันธ์กับปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งบทเรียน ออนไลน์เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่จะนำไปใช้ได้เป็นอย่างดี 5. แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับ Edpuzzle ภาพที่ 1 สัญลักษณ์ Edpuzzle "Edpuzzle" เป็นเทคโนโลยีหรือเครื่องมือสำหรับผู้สอนที่ช่วยในการสร้างสรรค์สื่อบทเรียน ปฏิสัมพันธ์ใน รูปแบบวิดีโอ ผ่านการผสมผสานคลิปวิดีโอหรือเนื้อหาบทเรียนจากแหล่งทรัพยากร ทางการเรียนรู้แบบเปิดที่ หลากหลาย อาทิ YouTube, Khan Academy, National Geographic, TED Talks ในการสร้างสื่อวิดีโอจาก Edpuzzle ผู้สอนสามารถออกแบบเนื้อหา รวมถึงการวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ทันที โดยผู้สอน สามารถแทรกคำถาม หยุดวิดีโอเพื่อเพิ่มข้อความ หรือเล่าเรื่องได้คั่นระหว่างการดูวิดีโอเนื้อหา กล่าวได้ว่า Edpuzzle เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างสื่อเนื้อหาบทเรียนมัลติมีเดียให้มีความ น่าสนใจ ผู้สอน สามารถสร้างสื่อบทเรียนปฏิสัมพันธ์ได้อย่างง่ายผ่านการตัดต่อคลิปวิดีโอ แทรก คำถาม และทำให้ผู้เรียนรู้สึกสนุก กับการทดสอบและการวัดประเมินผล ผู้สอนสามารถประยุกต์ใช้ Edpuzzle ในกระบวนการเรียนการสอนทั้งใน รูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning และใน รูปแบบห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) ได้อีกด้วย (พันทิพา อมรฤทธิ์, 2561) 5.1 ระดับผู้ใช้งาน Edpuzzle อำนาจ สุคนธ์เขตร์ (ม.ป.ป.) กล่าวว่า Edpuzzle กำหนดระดับผู้ใช้งานออกเป็น ดังนี้ 1 ครู (Teacher) คือ ผู้ใช้งานที่สร้างชั้นเรียน (Class) นำเข้าเนื้อหาวีดีโอ แทรกคำอธิบายและแบบทดสอบ 2 นักเรียน (Student) คือ ผู้ใช้งานระดับนักเรียนที่เข้าเรียนตามชั้นเรียน ตลอดจนตอบแบบสอบถามที่ครูได้กำหนดไว้


22 5.2 ขั้นตอนการเข้าใช้งาน Edpuzzel การเข้าใช้งาน Edpuzzle สามารถเข้าใช้งานโดยใช้ชื่อบัญชี จาก Google Account ได้ หรือลงทะเบียนชื่อบัญชีบน Edpuzzle ก็ สามารถทำได้ ในกรณีนี้ผู้เขียนแนะนำให้ใช้ชื่อบัญชีจาก Google Account จะสะดวกกว่า ขั้นตอนการเข้าใช้งานมีดังนี้ 1. การเข้าใช้งาน Edpuzzel 1.1 เข้าสู่โปรแกรม Edpuzzle โดยเข้าสู่ URL: https://edpuzzle.com (เข้าถึงเมื่อ มกราคม 2564) 1.2 เริ่มต้นเข้าใช้งานด้วยการสมัครเข้าสู่ Edpuzzle ด้วยปุ่ม Sign Up ภาพที่ 2 หน้าเว็บ https://edpuzzle.com 1.3 เลือกสถานะเข้าใช้งานได้ 2 สถานะ ดังนี้ - โหมดสถานะผู้สอน (I’m a Teacher) เพื่อสร้างวีดิโอและการจัดการห้องเรียน - โหมดสถานะผู้เรียน (I’m a Student) เพื่อเข้าสู่ห้องเรียนที่ผู้สอนสร้างและกำหนดให้เข้าเรียน ภาพที่ 3 สถานการณ์เข้าใช้งาน Edpuzzel


23 1.4 Sign in ด้วย Google ภาพที่ 4 Sign in with Google 5.3 การเข้าใช้งานในโหมดผู้สอน (Teacher Mode) 1. การสมัครเข้าใช้งาน Edpuzzle ในโหมดสถานะผู้สอน (I'm Teacher) ซึ่งสามารถสมัครเข้าใช้งาน ได้ 2 วิธี โดยวิธีที่ 1.1 สมัครเข้าใช้งานอย่างง่ายโดยเชื่อมโยงกับบัญชีของ Google หรือ Gmail คลิกที่ปุ่ม Siเn in with Google แล้วกรอกข้อมูล และวิธีที่ 1.2 สมัครเข้าใช้งานโดยคลิกที่ปุ่ม Signup with Edpuzzel แล้ว กรอกข้อมูล 2. สร้างห้องเรียนด้วยการคลิกที่ Add new class ภาพที่ 5 Add new class Edpuzzle


24 3. ค้นหาวีดิโอได้จากช่องสืบค้น คลิกเลือกแล้วเลือกคำสั่ง Edit เพื่อนำมา ตัด (Cut) เพิ่มเสียง (Voiceover) และตั้งคำถามหรือใส่ข้อความ (Questions) ซึ่งมี 3 ประเภท ได้แก่ Multiple-choice question, Open-ended question และ Note ภาพที่ 6 Edit video Edpuzzle ภาพที่ 7 Questions Edpuzzle


25 4. Assign วีดิโอไปไว้ในห้องเรียนที่สร้างขึ้น พร้อมตั้งค่าการเปิดระบบ ภาพที่ 8 Assign video Edpuzzle 5. คลิกที่ My Classes เมื่อต้องการตั้งค่าห้องเรียนให้เลือก Class option และเมื่อต้องการทราบ Class code เพื่อส่งให้นักเรียนเข้าร่วมห้องเรียน ให้เลือก Invite students ภาพที่ 9 Invite students Edpuzzle


26 5.4 การเข้าใช้งานในโหมดผู้เรียน (Student Mode) ผู้เรียนสามารถเข้าใช้งานได้ทั้งผ่านเว็บไซต์และผ่านแอปพลิเคชัน ดังนี้ 1. ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน Edpuzzle ภาพที่ 10 แอปพลิเคชัน Edpuzzle 2. เปิดแอปพลิเคชัน แล้วเลือก Enter Open Class code ภาพที่ 11 การเข้าสู่แอปพลอเคชัน Edpuzzel


27 3. ระบุ Class code แล้วคลิก Find class ภาพที่ 12 การระบุ Class code Edpuzzle 4. ระบุชื่อผู้เรียน แล้วคลิก Join Class ภาพที่ 13 การระบุชื่อผู้เรียน Edpuzzle utumeor


28 5. เมื่อเข้าสู่ห้องเรียนได้แล้ว จะพบสื่อวีดิโอต่าง ๆที่ผู้สอนสร้างไว้ ภาพที่ 14 คลิปวีดิโอในห้องเรียน Edpuzzel 6. เมื่อผู้สอน Note ข้อความบางประการไว้ จะปรากฏดังภาพ ให้ผู้เรียน อ่านแล้วกด Continue เพื่อดำเนินการต่อ ภาพที่ 15 ข้อความ Note Edpuzzel


29 7. เมื่อผู้สอนตั้งคำถามไว้ จะปรากฏดังภาพให้ผู้เรียนตอบ หลังจากนั้นกด Submit หากผู้เรียนตอบได้ถูกต้องจะปรากฏสีเขียว แต่หากตอบผิดจะปรากฏสีแดง หลังจากนั้นกด Continue เพื่อดำเนินการต่อ ภาพที่ 16 ตัวเลือกและผลการตอบ Edpuzzel 5.5 ข้อดีในการใช้ Edpuzzle วิชัย พัวรุ่งโรจน์ (ม.ป.ป.) กล่าวว่า EDpuzzle เป็นเว็บแอปพลิเคชันในการ สร้างสรรค์บทเรียนในรูปแบบวีดีทัศน์ แบบมีปฏิสัมพันธ์ที่สามารถวัดและประเมินผลการเรียนรู้ได้ ทันที โดยใช้แหล่งข้อมูลหรือเนื้อหา ในรูปแบบวีดีทัศน์ส่วนตัวที่อัปโหลดขึ้นบนคลาวด์หรือบน อินเทอร์เน็ต เช่น YouTube เป็นต้น โดยสามารถสร้างคำถามในแต่ละช่วงของวีดีทัศน์ตามความ ต้องการ และสามารถ กำหนดให้ผู้เรียนไม่สามารถข้ามเนื้อหาของวีดีทัศน์ได้ สรุปได้ว่า Edpuzzle เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การวัดผลการเรียนรู้ง่ายและมีประสิทธิภาพมาก ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สื่อมัลติมีเดียเข้ามาช่วยสร้างความน่าสนใจ ทำให้นักเรียนรู้สึกสนุกกับ การเรียนรู้และการทดสอบ


30 ประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์คณิตศาสตร์ 1. ความหมายของประสิทธิภาพ มีนักวิชาการได้เสนอข้อคิดเห็นไว้ ดังนี้ ชัยยงค์ พรหมวงศ์ (2520) กล่าวว่า ประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถึง สภาวะหรือคุณภาพ ของสมรรถนะในการดําเนินงาน เพื่อให้งานหรือความสำเร็จโดยใช้เวลา ความพยายาม และค่าใช้จ่าย คุ้มค่าที่สุดตามจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์โดยกำหนดเป็นอัตราส่วนหรือร้อยละระหว่าง ปัจจัยนําเข้า กระบวนการและผลลัพธ์ (Ratio between input, process and output) ประสิทธิภาพเน้นการดำเนินการที่ถูกต้องหรือกระทำสิ่งใด ๆ อย่างถูกวิธี (Doing the thing right) คําว่าประสิทธิภาพ มักสับสนกับคําว่า ประสิทธิผล (Effectiveness) ซึ่งเป็นคําที่คลุมเครือไม่เน้น ปริมาณ และมุ่งให้บรรลุวัตถุประสงค์ และเน้นการทำสิ่งที่ถูกที่ควร (Doing the right thing) ดังนั้น สองคํานี้จึงมักใช้คู่กัน คือ ประสิทธิภาพและประสิทธิผล เสาวนีย์ สิกขาบัณฑิต (2528)กล่าวว่า การสร้างชุดการสอนก่อนนําไปใช้จริงควรมีการ ทดลองแก้ไขปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน โดยนําชุดการสอนไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างประชากรที่ใช้ จริง ไชยยศ เรืองสุวรรณ (2533) ได้กล่าวถึงว่า การกำหนดประสิทธิภาพของสื่อการสอ น นิยมใช้เกณฑ์มาตรฐาน 90/90 เป็นเกณฑ์สำหรับเนื้อหาประเภทความรู้ความจำและใช้เกณฑ์ มาตรฐาน 80/80 สำหรับเนื้อหาที่เป็นทักษะ เช่น คณิตศาสตร์ ความหมายของตัวเลข เกณฑ์ มาตรฐานดังกล่าว มีความหมายดังนี้ คือ 80 ตัวแรก หมายถึง ค่าร้อยละของประสิทธิภาพในด้าน กระบวนการของสื่อการสอน ซึ่งประกอบด้วย ผลของการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ส่วน 80 ตัวหลัง หมายถึง คะแนนจากการทดสอบหลังเรียนของผู้เรียนทุกคนนามาคำนวณหา ค่าร้อยละเฉลี่ย ก็จะได้ ค่าตัวเลขทั้งสอง เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานต่อไป ชุดฝึกที่มีประสิทธิภาพนั้นจะต้อง ผ่านการทดลองหาประสิทธิภาพก่อน โดยนำชุดฝึกไปทดลองกับกลุ่มที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างทั้งเด็กอ่อน ปานกลางและเก่ง และนาผลการทดลองมาเปรียบเทียบโดยใช้คะแนนขณะทาการทดลองและคะแนน หลังการทดลองหรือคะแนนผลสัมฤทธิ์มาหาค่าเฉลี่ยร้อยละ โดยถือตามเกณฑ์ที่ได้ตั้งไว้ กุศยา แสงเดช (2545) ได้ให้ข้อคิดเห็น เกี่ยวกับการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกไว้ว่า เมื่อ เขียนแบบฝึกตามขั้นตอนในการสร้างแบบฝึกเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะทดลองใช้จริงควรมีการ ตรวจสอบเครื่องมือว่ามีคุณภาพหรือไม่ โดยมีวิธีการดังนี้ 1. นำแบบฝึกไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้อง ตรงตามวัตถุประสงค์และตรง ตามเนื้อหา ผู้ชำนาญการในที่นี้หมายถึง เพื่อนครูที่มีประสบการณ์ ศึกษานิเทศก์ 2. นำแบบฝึกไปใช้กับนักเรียน 1-5 คน เพื่อรวบรวมข้อมูลมาปรับปรุงแก้ไข ข้อบกพร่อง 3. เมื่อแก้ไขข้อบกพร่องที่พบเสร็จสิ้นแล้วให้นำไปทดลองใช้จริงกับนักเรียน กลุ่มเป้าหมาย


31 4. เก็บข้อมูลและปรับปรุงจนมีประสิทธิภาพ 5. นำไปใช้จริงและเผยแพร่ต่อไป จากความหมายดังกล่าวข้างต้น จึงพอสรุปได้ว่า การหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม เป็นกระบวนการตรวจสอบและพิจารณาคุณค่าของสื่ออย่างมีระบบ ทำให้ทราบว่าสื่อนั้นมีคุณภาพ และช่วยให้การเรียนการสอนบรรลุตามวัตถุประสงค์ของชุดการเรียนนั้นมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้เพื่อนํา ข้อมูลที่ ได้มาปรับปรุงและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพต่อไป 2. การกำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพ ชัยยงค์ พรหมวงศ์ (2520) กล่าวว่า การกำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพกระทำได้ โดยการ ประเมินผลพฤติกรรมของผู้เรียน 2 ประเภทคือ พฤติกรรมต่อเนื่อง (กระบวนการ) กำหนด ค่า ประสิทธิภาพเป็น E1 = Efficiency of Process (ประสิทธิภาพของกระบวนการ) และพฤติกรรม สุดท้าย (ผลลัพธ์) กําหนดค่าประสิทธิภาพป็น E2 = Efficiency of Product (ประสิทธิภาพของ ผลลัพธ์) 2.1 ประเมินพฤติกรรมต่อเนื่อง (Transitional Behavior) คือประเมินผลต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วยพฤติกรรมย่อยของผู้เรียน เรียกว่า “กระบวนการ” (Process) ที่เกิดจากการประกอบ กิจกรรมกลุ่ม ได้แก่ การทำโครงการหรือทำรายงานเป็นกลุ่ม และรายงานบุคคล ได้แก่งาน ที่มอบหมาย และกิจกรรมอื่นใดที่ผู้สอนกำหนดไว้ 2.2 ประเมินพฤติกรรมสุดท้าย (Terminal Behavior) คือประเมินผลลัพธ์ (Product) ของผู้เรียน โดยพิจารณาจากการสอบหลังเรียนและการสอบไล่ ประสิทธิภาพของสื่อหรือชุดการสอนจะกำหนดเป็นเกณฑ์ ที่ผู้สอนคาดหมายว่าผู้เรียน จะเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นที่พึงพอใจ โดยกําหนดให้ของผลเฉลี่ยของคะแนนการท ำงานและ การประกอบกิจกรรมของผู้เรียนทั้งหมด ต่อร้อยละของผลการประเมินหลังเรียนทั้งหมด นั่นคือ E1/E2 = ประสิทธิภาพของกระบวนการ/ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ตัวอย่าง 80/80 หมายความว่าเมื่อเรียนจากสื่อหรือชุดการสอนแล้ว ผู้เรียนจะสามารถทำ แบบฝึกปฏิบัติ หรืองานได้ผลเฉลี่ย 80% และประเมินหลังเรียนและงานสุดท้ายได้ผลเฉลี่ย 80% เสาวนีย์ สิกขาบัณฑิต (2528 : 294) กล่าวว่า การหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรมนั้นจะถือ หลักการแบบสมรรถฐาน คือ มาตรฐาน 90/90 ผลลัพธ์ค่าประสิทธิภาพของสื่อเป็น E1/E2 หมายความ ว่า ประสิทธิภาพของกระบวนการที่จัดไว้ในชุดกิจกรรม คิดเป็นร้อยละจากการประเมินกิจกรรมการ เรียน (E1 ) เกณฑ์การหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมที่ผู้วิจัยใช้ในครั้งนี้ คือ เกณฑ์มาตรฐาน 75/75 (E1/E2 ) โดยการพิจารณาจากกระบวนการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ดังนี้ 75 ตัวแรก (E1 ) หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดจากประเมิน การปฏิบัติงานตามแบบฝักทักษะและจากการทำแบบทดสอบหลังเรียนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 75


32 75 ตัวหลัง (E2 ) หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดจากการทำ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 75 3. วิธีการคำนวณหาประสิทธิภาพ วิธีการคำนวณหาประสิทธิภาพ กระทำได้ 2วิธี คือ โดยใช้สูตรและโดยการคำนวณธรรมดา ดังนี้ (ชัยยงค์ พรหมวงศ์, 2520) 3.1 การคำนวณโดยใช้สูตร สูตรที่ 1 1 = X N E 100 A หรือ X 100 A เมื่อ E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ X คือ คะแนนรวมของแบบฝึกปฏิบัติ กิจกรรมหรืองานที่ทำ ระหว่างเรียน ทั้งที่เป็นกิจกรรมในห้องเรียน นอกห้องเรียนหรือออนไลน์ A คือ คะแนนเต็มของแบบฝึกปฏิบัติ ทุกชิ้นรวมกัน N คือ จำนวนผู้เรียน สูตรที่ 2 2 = F N E 100 B หรือ F 100 B เมื่อ E2 คือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ F คือ คะแนนรวมของการประเมินหลังเรียน B คือ คะแนนรวมของการประเมินสุดท้ายของแต่ละหน่วย ประกอบด้วยผลการสอนหลังเรียนและคะแนนจากการประเงินงานสุดท้าย N คือ จำนวนผู้เรียน การคํานวณหาประสิทธิภาพโดยใช้สูตรดังกล่าวข้างต้น กระทำได้โดยการนําคะแนนรวม แบบฝึกปฏิบัติ หรือผลงานในขณะประกอบกิจกรรมกลุ่มเดียว และคะแนนสอบหลังเรียน มาเข้า ตารางแล้วจึงคํานวณหาค่า E1/E2 3.2 วิธีการคํานวณโดยไม่ใช้สูตร สำหรับ E1 คือค่าประสิทธิภาพของงานและแบบฝึกปฏิบัติ กระทำได้โดยการนํา คะแนน งานของนักเรียนในแต่ละกิจกรรมแต่ละคนมารวมกัน แล้วหาค่าเฉลี่ยและเทียบส่วนโดยเป็น ร้อยละ


33 สำหรับค่า E2 คือประสิทธิภาพผลลัพธ์ของการประเมินหลังเรียนของแต่ละสื่อ หรือ ชุดการสอน กระทำได้โดยการเอาคะแนนจากการสอบหลังเรียนและคะแนนจากงานสุดท้ายของ นักเรียนทั้งหมดรวมกันหาค่าเฉลี่ยแล้วเทียบส่วนร้อยเพื่อหาค่าร้อยละ ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ 1. ความหมายของดัชนีประสิทธิผล มีผู้ให้ความหมายของดัชนีประสิทธิผลไว้ ดังนี้ ไชยยศ เรืองสุวรรณ (2546)กล่าวว่า ดัชนีประสิทธิผล (Effectiveness Index) หรือ E.I. หมายถึง ตัวเลขที่แสดงถึงความก้าวหน้าในการเรียนของนักเรียน โดยการเทียบคะแนนที่เพิ่มขึ้นจาก คะแนนการทดสอบก่อนเรียนกับคะแนนที่ได้จากการทดสอบหลังเรียน และคะแนนเต็มหรือคะแนน สูงสุดกับคะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียน เผชิญ กิจระการ (2544) ได้ให้ความหมายของดัชนีประสิทธิผลว่า หมายถึง ตัวเลขที่แสดงถึง ความก้าวหน้าในการเรียนของนักเรียน โดยการเทียบคะแนนที่เพิ่มขึ้นจากคะแนนการทดสอบก่อน เรียนกับคะแนนที่ได้จากการทดสอบหลังเรียน และคะแนนเต็มหรือคะแนนสูงสุดกับคะแนนที่ได้ จากการทดสอบก่อนเรียน เมื่อมีการประเมินสื่อการสอนที่ผลิตขึ้นมา เมธา พงศ์ศาสตร์ (2549) ได้ให้ความหมายของดัชนีประสิทธิผลว่า หมายถึง ค่าสถิติที่ใช้ใน การประเมินสื่อประกอบการเรียนการสอน ถือว่าเป็นค่าที่แสดงความก้าวหน้าในการเรียนของผู้เรียน บุญชม ศรีสะอาด (2553) ได้กล่าวว่า ดัชนีประสิทธิผล หมายถึง วิธีการตรวจสอบคุณภาพ ของสื่อ เพื่อให้ทราบว่าสื่อการเรียนการสอนหรือวิธีการสอนหรือนวัตกรรมที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นส่งผลให้ ผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนมากน้อยเพียงใด โดยการนําสื่อที่พัฒนาขึ้นนั้นไปทดลองกับผู้เรียน ที่อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับสื่อที่สร้างขึ้นแล้วนําผลจากการ ทดลองมาวิเคราะห์หาค่าประสิทธิผล เพื่อให้ทราบถึงความสามารถในการให้ผลอย่างชัดเจนและแม่นยําจากการใช้สื่อ จากข้างต้น ดัชนีประสิทธิผล หมายถึง ค่าตัวเลขที่แสดงความก้าวหน้าของผู้เรียนที่แสดงถึง ความรู้ที่เพิ่มขึ้นหลังจากการเรียนของผู้เรียน โดยเปรียบเทียบคะแนนที่เพิ่มขึ้นที่ได้จากการทดสอบ ก่อนเรียนและหลังเรียน 2. การหาดัชนีประสิทธิผล มีผู้เสนอวิธีการหาดัชนีประสิทธิผลไว้ ดังนี้ เผชิญ กิจระการ (2544) กล่าวว่า การหาดัชนีประสิทธิผลว่าเป็นการประเมินความแตกต่าง ของค่าคะแนนใน 2 ลักษณะ คือ ความแตกต่างของคะแนนการทดสอบก่อนเรียน และคะแนนการ ทดสอบหลังเรียน หรือเป็นการทดสอบเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่าง กลุ่มทดลองและกลุ่ม ควบคุม ในทางปฏิบัติส่วนมากจะเน้นที่ผลความแตกต่างที่แท้จริงมากกว่าผล ของความแตกต่างทาง สถิติแต่ในบางกรณีการเปรียบเทียบเพียง 2 ลักษณะก็อาจจะยังไม่เป็นที่เพียงพอ เช่น ในกรณีของการ


34 ทดลองใช้สื่อการเรียนการสอนครั้งหนึ่งปรากฏว่า กลุ่มที่ 1 การทดสอบก่อนเรียนได้คะแนน ร้อยละ 18 การทดสอบหลังเรียนได้คะแนน ร้อยละ 67 และ กลุ่มที่ 2 การทดสอบก่อนเรียนได้คะแนน ร้อยละ 27 การทดสอบหลังเรียนได้คะแนน ร้อยละ 74 ซึ่งเมื่อนําผลการวิเคราะห์ทางสถิติปรากฏว่า คะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติทั้ง 2 กลุ่ม แต่เมื่อเปรียบเทียบ คะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนระหว่างทั้งสอง ปรากฏว่าไม่มีความแตกต่างกัน ซึ่งไม่สามารถระบุได้ ว่าเกิดขึ้นเพราะสิ่งทดลอง (Treatment) นั้นหรือไม่ เนื่องจากการทดสอบทั้งสอบกรณีมีคะแนน พื้นฐาน (คะแนนทดสอบก่อนเรียน) แตกต่างกัน ซึ่งจะส่งผลถึงคะแนนการทดสอบหลังเรียนที่เพิ่มขึ้น ได้สูงสุด เผชิญ กิจระการ และสมนึก ภัททิยธนี (2545) กล่าวว่า การหาดัชนีประสิทธิผล (Effectiveness Index: E.I.) ของสื่อหรือนวัตกรรมการเรียนรู้ สามารถวิเคราะห์ คะแนน โดยใช้สูตร ดังนี้ − = − 2 1 2 P P E.I. Total P เมื่อ E.I. = ดัชนีประสิทธิผล P1 = ผลรวมของคะแนนทดสอบก่อนเรียน P2 = ผลรวมของคะแนนทดสอบหลังเรียน Total = ผลคูณของจำนวนนักเรียนกับคะแนนเต็ม จากข้างต้น สรุปได้ว่า ดัชนีประสิทธิผลเป็นการหาประสิทธิผลของสื่อเพื่อเป็นเครื่องวัด ความก้าวหน้าของผู้เรียนหลังเรียนด้วยสื่อนั้น ซึ่งการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยหาดัชนีประสิทธิผล ของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ความน่าจะเป็น สำหรับนักเรียนชั้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ แอปพลิเคชัน Edpuzzle ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 1. ความหมายของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทิศนา แขมมณี (2553) กล่าวว่า ผลสัมฤทธิ์ คือ การทำให้สำเร็จ หรือประสิทธิภาพทางด้าน การกระทำในทักษะที่กําหนดให้ได้หรือด้านความรู้ ส่วนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความรู้ การพัฒนาทักษะในด้านการเรียนซึ่งอาจพิจารณาจากคะแนนสอบที่กําหนดให้ คะแนนที่ได้จากงาน ที่ครูมอบหมายให้ หรือทั้งสองอย่าง เปรมกมล แก้วพิทักษ์คุณ (2552) กล่าวว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ระดับ ความสามารถ หรือระดับผลสัมฤทธิ์ของบุคคลหลังจากการเรียนหรือการฝึกอบรมซึ่งสามารถแบ่งเป็น ด้านความรู้ ความจํา ด้านการคิดคํานวณ ด้านความเข้าใจ ด้านการนําไปใช้และด้านการคิดิเคราะห์ จัดได้ว่าเป็นเกณฑ์ที่จะนำมาใช้ประเมินประสิทธิภาพของการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี


35 รักษ์สิริ แพงป้อง (2554) กล่าวว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ผลของความรู้ ความสามารถของผู้เรียนซึ่งเป็นผลมาจากการสะสมประสบการณ์จากการจัดกิจกรรมการเรียนการ สอนการฝึกทักษะ สามารถกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้จากที่ไม่เคยกระทำได้มาก่อนซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ สามารถที่ได้จากการ สังเกตและวัดด้วยเครื่องมือทางจิตวิทยา หรือแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ด้านต่าง ๆ จากที่กล่าวมาสรุปได้ว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความรู้ ความสามารถ ทักษะ ในด้าน การเรียนของผู้เรียนที่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้ หรือผลของการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน หลังจากที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนแล้วการฝึกทักษะซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สามารถวัดได้จากการ สังเกต การทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ด้านต่าง ๆ และการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นการวัดผล การศึกษา 2. การวัดผลและการประเมินผลทางคณิตศาสตร์ พร้อมพรรณ อุดมสิน (2544) ได้กล่าวถึงการวัดว่า เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ ผู้เรียน ที่อยู่ในกระบวนการเรียนการสอน ข้อมูลนั้นกำหนดเป็นตัวเลขซึ่งเป็นปริมาณที่มีความหมาย แทนคุณภาพ หรือคุณลักษณะของสิ่งที่ต้องการวัดและการประเมินผลเกี่ยวข้องทั้งปริมาณและ คุณภาพ รวมทั้งการตัดสินคุณค่าที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมต่าง ๆ ซึ่งการตัดสินคุณค่านั้นขึ้นอยู่กับภูมิ หลังและพื้นฐานแต่ละบุคคลที่ทำการตัดสินคุณค่า ชานนท์ จันทรา (2555) ได้กล่าวถึงการวัดผลการศึกษาจะมีประสิทธิภาพและได้ผลตาม จุดมุ่งหมาย ควรปฏิบัติตามหลักการดังนี้ 1. วัดให้ตรงกับวัตถุประสงค์ในการวัดผลแต่ละครั้งควรจะวัดให้ตรงตามคุณลักษณะ ที่ต้องการจะวัดเพื่อจะได้แปลความหมายได้ถูกต้องและไม่ผิดพลาดในการนําไปใช้ต่อไปซึ่งความ ผิดพลาดที่อาจทำให้การวัดผลไม่ตรงตามจุดประสงค์มีดังนี้ 1.1 ความไม่เข้าใจในคุณลักษณะที่ต้องการวัด 1.2 ใช้เครื่องมือไม่สอดคล้องกับตัวแปรที่จะวัด 1.3 วัดได้ไม่ครบถ้วน 1.4 เลือกกลุ่มตัวอย่างที่จะวัดได้ไม่เหมาะสม 2. ใช้เครื่องมือดีที่มีคุณภาพ ในการวัดผลการศึกษาเครื่องมือต้องมีคุณภาพ เพื่อผลที่ได้จากการวัดจะสามารถเชื่อถือได้ และคะแนนที่จะได้จากการวัดสามารถแปลค่าได้ถูกต้อง 3. มีความยุติธรรม การวัดผลทางการศึกษาซึ่งจัดได้ว่าเป็นการวัดตัวแปรทางด้าน จิตวิทยาหรือทาง สังคมศาสตร์ ถ้าจะให้ผลดีต้องมีความยุติธรรมสิ่งที่ถูกวัดต้องอยู่ภายใต้สถานการณ์ ที่เป็นไปเหมือนๆ กัน ไม่มีการลำเอียงหรือเลือกที่รักมักที่ชัง 4. แปลผลได้ถูกต้องการวัดผลทุกครั้งผลที่ได้ออกมาย่อมเป็นตัวแทนของจำนวนหรือ ระดับของคุณลักษณะที่ต้องการวัดซึ่งแปลผลจะได้ผลดีก็ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ในการแปลผลว่า สมเหตุสมผลมากน้อยเพียงใด


36 5. ใช้ผลการวัดให้คุ้มค่าเพื่อจะได้นําผลจากการวัดไปเป็นแนวทางในปฏิบัติและ ปรับปรุงกิจกรรมต่าง ๆ ทางการศึกษาให้ดีขึ้น สิริพร ทิพย์คง (2545) ได้กล่าวถึงการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ว่าเป็นกระบวนการที่ ทำให้ ผู้สอนทราบว่าผู้เรียนได้เปลี่ยนพฤติกรรมตามวัตถุประสงค์ของารสอนที่ครูผู้สอนกำหนดไว้ หรือไม่ การสอนที่มีประสิทธิภาพนั้นจะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้หรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไป ในทางที่พึงปรารถนา ชานนท์ จันทรา (2555) ได้กล่าวถึงการวัด (Measurement) หมายถึง การตรวจสอบหรือ ค้นหาข้อมูลบางอย่างของสิ่งที่ต้องการตรวจสอบเพื่อต้องการทราบจำนวนปริมาณหรือคุณภาพว่ามาก น้อยเพียงใด และการประเมินผล (Evaluation) หมายถึง การนําผลจากการวัดมาสรุปผล ให้ความหมาย ตัดสิน หรือการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการวัดอย่างเป็นระบบเพื่อใช้ ตัดสินใจหรือวินิจฉัยคุณค่าของ สิ่งที่ต้องการวัดอย่างมีหลักเกณฑ์ อนุวัติ คูณแก้ว (2558) ได้กล่าวถึงการวัดผลเป็นผลเกิดจากการนําเครื่องมือไปทดสอบกับ ผู้สอบแล้วกำหนดตัวเลขหรือสัญลักษณ์แทนคุณลักษณะของสิ่งที่วัด การวัดผลการศึกษา หมายถึงการ นําเครื่องมือวัดทางการศึกษาไปทดสอบกับผู้เป็นหรือผู้สอบแล้วจะเกิดผลเป็นปริมาณหรือสัญลักษณ์ แทนสิ่งที่วัด สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2545) ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการ วัดผลและประเมินผล ดังนี้ 1. เพื่อการวินิจฉัยความรู้พื้นฐานและทักษะที่จําเป็นของผู้เรียน 2. เพื่อใช้ผลการประเมินในการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนในการตรวจสอบผล การเรียนของผู้เรียนตามสาระการเรียนรู้เละผลการเรียนรู้ที่คาดหวังและใช้ผลการทดลองเพื่อตัดสิน ผลการเรียนและให้ระดับคะแนนของรายวิชานั้นรวมทั้งนําผลการเรียนรู้ดังกล่าวไปใช้เพื่อแนะ แนวทางการศึกษาต่อ 3. เพื่อใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลสารสนเทศในการวางแผนบริหารจัดการศึกษา ของสถานศึกษาการกำหนดนโยบายและการพัฒนาหลักสูตรต่าง ๆ หลักการประเมินผลการเรียนรู้ ทางคณิตศาสตร์ ชานนท์ จันทรา (2555) ได้กล่าวถึงหลักการประเมินผลการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ สรุปได้ดังนี้ 1. การประเมินผลการเรียนรู้ต้องกระทำอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ ผู้สอนควรใช้กิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์เป็นสิ่งเร้าที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมใน การเรียนรู้ โดยอาจใช้คําถามเพื่อตรวจสอบและส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านเนื้อหา ส่งเสริมให้เกิด ทักษะและ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ การกระตุ้นด้วยคําถามที่เน้นการคิดจะทำให้เกิดกร ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ผู้เรียนด้วยกันเอง และระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน ผู้เรียนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยน


37 เรียนรู้และได้แสดงความคิดเห็น นอกจากนี้ผู้สอนยังสามารถใช้คําตอบของผู้เรียนเป็นข้อมูลเพื่อ ตรวจสอบความรู้วามเข้าใจและพัฒนาด้านทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียนได้ อีกด้วย 2. การประเมินผลการเรียนรู้ต้องสอดคล้องกับคุณภาพของผู้เรียนที่ระบุไว้ตาม มาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัดและจะต้องสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ซึ่งได้กำหนดไว้ในหลักสูตร ที่สถานศึกษาใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ ทั้งนี้ผู้สอนจะต้องกำหนดวิธีการวัดและการ ประเมินผลการเรียนรู้เพื่อใช้ตรวจสอบว่าผู้เรียนได้บรรลุผลการเรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้และ ตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ และต้องแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้นแต่ละเรื่องให้ผู้เรียนได้ทราบทั้งทางตรงหรือ ทางอ้อม เพื่อให้ผู้เรียนได้ทราบจุดมุ่งหมายในการเรียนแต่ละคาบและปรับปรุงและพัฒนาตนเอง เพื่อให้บรรลุตามจุดมุ่งหมายนั้น 3. การประเมินต้องครอบคลุมทั้งด้านความรู้ความคิด ทักษะและกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ ในด้านความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสารการสื่อความหมายทาง คณิตศาสตร์และการนําเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์ กับศาสตร์อื่น ๆ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4. การประเมินผลการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ต้องช่วยให้ได้สารสนเทศเกี่ยวกับ ผู้เรียน ซึ่งสามารถทำได้โดยใช้เครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสมอย่างหลากหลาย 4.1 การประเมินเพื่อวินิจฉัยผู้เรียน มีจุดประสงค์เพื่อตรวจสอบความรู้ ความสามารถและค้นหาจุดเด่นหรือจุดด้อยของผู้เรียนด้วยการสังเกต การสอบปากเปล่าหรือการใช้ แบบทดสอบเพื่อการวินิจฉัย ทั้งนี้คําถามหรืองานที่มอบหมายควรมีความสัมพันธ์กับเนื้อหาสาระที่ เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ครอบคลุมทักษะและกระบวนการหรือความสามารถทางคณิตศาสตร์ด้วย 4.2 การประเมินเพื่อให้ได้ข้อมูลป้อนกลับ มีจุดประสงค์เพื่อตรวจสอบ ผู้เรียนมีการบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้โดยเน้นการประเมินตามสภาพจริงที่ครอบคลุมทั้งการทดสอบ การนําเสนอผลงานในชั้นเรียน การทำโครงงาน การแก้ปัญหา การอภิปรายในชั้นเรียนหรือการทำ ภาระงานที่ได้รับมอบหมาย 4.3 การประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียน มีจุดประสงค์เพื่อตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจ การประยุกต์ใช้ความรู้และความสามารถของผู้เรียนในวิชานั้น ๆ วิธีการประเมินควร พิจารณาจากการ ปฏิบัติงานและการทดสอบที่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของรายวิชา 5. การประเมินผลการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความ กระตือรือร้นในการปรับปรุงความสามารถทางคณิตศาสตร์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนําผลที่ได้จากการ ประเมินมาใช้ ในการเตรียมการสอนและวางแผนการจัดการเรียนรู้ ปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้ของ ผู้เรียน รวมทั้ง ปรับปรุงการสอนของผู้สอนให้มีประสิทธิภาพ จึงต้องทำการประเมินอย่างสม่ำเสมอ และนกที่ได้มาใช้ ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ซึ่งจะแบ่งการประเมินผลเป็น 3 ระยะ ดังนี้


38 5.1 การประเมินก่อนเรียน เป็นการประเมินที่กำหนดไว้ก่อนเริ่มต้นการ สอนในแต่ละหน่วย หรือแต่ละบทตามจุดประสงค์ของการสอน 5.2 การประเมินระหว่างเรียนหรือการประเมินเพื่อปรับปรุงการเรียน การสอน เป็นการประเมินความรู้ความสามารถของผู้เรียนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ได้กำหนดไว้ สำหรับการเรียนรู้ ในแต่ละบทหรือแต่ละหน่วยการเรียน 5.3 การประเมินหลังเรียนเพื่อนําผลที่ได้ไปใช้สรุปผลการเรียนรู้หรือเป็น การประเมินแบบสรุปรวบยอดหลังจากจบหน่วยการเรียน/ภาคการศึกษา ปีการศึกษา 6. ผู้สอนควรบอกแนวทางและเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินตลอดจนแนวทางในการ ปฏิบัติ ให้ผู้เรียนได้ทราบล่วงหน้าก่อนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อความชัดเจนในการปฏิบัติและก่อให้เกิด ความเข้าใจที่ตรงกัน 3. ประโยชน์ของการวัดผลและการประเมินผล ชานนท์ จันทรา (2555) ได้กล่าวถึง ประโยชน์ของการประเมินผลการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ สรุปได้ดังนี้ 1. ทำให้ผู้สอนทราบพฤติกรรมของผู้เรียนก่อนทำการสอนว่าผู้เรียน มีพื้นฐานหรือ มีความรอบรู้ในเรื่องที่เรียนมามากน้อยเพียงใด เพื่อเป็นประโยชน์ในการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสม กับผู้เรียน 2. ทำให้ผู้สอนได้สารสนเทศเพื่อนำมาใช้ในการเตรียมการสอนให้มีประสิทธิภาพ หรือปรับปรุงกลวิธีการสอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของผู้เรียน แต่ละคน 3. ช่วยให้ผู้สอนทราบว่าผู้เรียนได้เรียนรู้และบรรลุผลตามจุดมุ่งหมายของการสอน เพียงใดและผู้เรียนยังบกพร่องเรื่องใด 4. ช่วยให้ผู้สอนได้ทราบถึงข้อบกพร่องเกิดขึ้นและจะต้องปรับปรุงแก้ไขโดยเฉพาะ วิธีการสอน 5. ช่วยเพิ่มแรงจูงใจกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความต้องการในการเรียนรู้มากขึ้น 6. ใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเพื่อนําไปสู่การประเมินการใช้หลักสูตรหรือ โปรแกรมการศึกษาของสถานศึกษาต่อไป 7. ใช้เป็นข้อมูลประกอบการบริหารงานของผู้บริหารในการจัดการศึกษาของ สถานศึกษา เช่น การจัดครูเข้าสอน การจัดตารางเรียน การจัดงบประมาณเพื่อซื้อสื่อการเรียนรู้ การรายงานผลให้ผู้ปกครองทราบแผนการปรับปรุงโรงเรียน เป็นต้น สิริพร ทิพย์คง (2545) ได้กล่าวถึง การวัดผลและประเมินผลการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ สามารถ ทำได้หลายรูปแบบ สรุปได้ดังนี้


39 1. การสังเกต (Observation) โดยผู้สอนสังเกตจากความสนใจ ความกระตือรือร้น ในการตอบ คําถามของผู้เรียนการทำกิจกรรมในห้องเรียน 2. การเขียนอนุทิน (Writing journal) เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนแต่ละคนได้ สะท้อนความคิด แสดงความรู้สึกในเรื่องที่ผู้เรียนได้เรียนไปแล้ว 3. การสัมภาษณ์ (Interview) ผู้สอนอาจทำได้อย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยดูจากแบบฝึกหัด การบ้าน โครงงานที่ผู้เรียนทำว่าผู้เรียนมีความเข้าใจในเรื่องที่เรียนไปแล้วหรือไม่ สามารถอธิบายงานที่ทำได้ชัดเจนเพียงใด แก้ปัญหาในเรื่องนั้นอย่างไร 4. การตรวจแบบฝึกหัด (Checking exercise) จะทำให้ผู้สอนทราบผลการเรียน และความรับผิดชอบในการทำงานของผู้เรียน 5. การประเมินแฟ้มผลงาน (Portfolio assessment) เป็นวิธีการประเมินผลตาม สภาพจริงวิธีหนึ่งที่นักการศึกษาในปัจจุบันให้ความสนใจมากแฟ้มงาน คือการสะสมงานอย่างมี จุดหมายเพื่อแสดงถึงความก้าวหน้าและสัมฤทธิ์ผลของผู้เป็นในส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนของการเรียนรู้ ในวิชาการรวบรวมงานจะต้องครอบคลุมถึงการที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเลือกเนื้อหาเกณฑ์การ คัดเลือกและเกณฑ์การตัดสินใจให้ระดับคะแนน 6. การทำแบบทดสอบ (Doing test) ผู้สอนควรคำนึงถึงลักษณะของข้อทดสอบ ขั้นตอนในการสร้างข้อสอบ การนําแบบทดสอบไปใช้และการวิเคราะห์คุณภาพของข้อทอสอบ ดังนั้น ผู้ออกข้อสอบควรเป็นผู้ที่มีความรู้ในเนื้อหาที่จะออกข้อสอบเป็นอย่างดี ทราบจุดประสงค์การเรียนรู้ ของเนื้อหานั้น รู้จักชนิดและรูปแบบของแบบทดสอบ มีความรู้เกี่ยวกับลักษณะของแบบทดสอบที่ดี มีทักษะการใช้ภาษา สามารถเขียนคําถามได้กะทัดรัดและชัดเจน จากที่กล่าวมาสรุปได้ว่าการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้คณิตศาสตร์เป็นสิ่งจำเป็นและ มีความสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ทำให้ผู้สอนคณิตศาสตร์ได้สารสนเทศ ที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียนในด้าน ต่าง ๆ และปรับปรุงแก้ไข พัฒนาการจัดการเรียนการสอนของผู้สอนให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสม กับผู้เรียนมากที่สุด ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยนําแนวคิดที่ได้จากการศึกษาไปออกแบบสร้างแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตารางวิเคราะห์ข้อสอบ กำหนดอัตราส่วนของสาระการเรียนรู้และจำนวน ข้อสอบ กำหนดพฤติกรรมที่มุ่งวัด ได้แก่ ความรู้ ความจำความเข้าใจการนําไปใช้และการวิเคราะห์ ครอบคลุมทั้งด้าน ความรู้ความคิด ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ทำให้ผลที่ได้จากการวัด เชื่อถือได้ และสามารถ แปลค่าได้ถูกต้อง


40 4. ชนิดของแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ชนิดของแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีหลากหลายชนิด แล้วแต่วิธีการแบ่งดังที่นัก การศึกษาได้กล่าวไว้ดังนี้ ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ (2538 : 171-172) กล่าวว่า แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนเป็นแบบทดสอบที่วัดความรู้ของนักเรียนที่ได้เรียนไปแล้วซึ่ง มักจะเป็นคำถามให้ นักเรียนตอบด้วยกระดาษและดินสอ (Paper and Pencil Test) กับให้นักเรียนปฏิบัติจริง (Performance Test) แบบทดสอบประเภทนี้แบ่งได้เป็น 2 พวก ดังนี้ 1. แบบทดสอบของครู หมายถึง ชุดของคำถามที่ครูเป็นผู้สร้างขึ้นซึ่งจะเป็นข้อ คำถามที่ถามเกี่ยวกับความรู้ที่นักเรียนได้เรียนในห้องเรียนว่านักเรียนมีความรู้มากแค่ไหน บกพร่องที่ ตรงไหนจะได้สอนซ่อมเสริมหรือดูความพร้อมที่จะขึ้นบทเรียนใหม่ ฯลฯ ตามแต่ที่ครูปรารถนา 2. แบบทดสอบมาตรฐาน แบบทดสอบประเภทนี้สร้างขึ้นจากผู้เชี่ยวชาญใน แต่ละ สาขาวิชาหรือจากครูที่สอนวิชานั้นแต่ผ่านการทดลองหาคุณภาพหลายครั้งจนกระทั่งมีคุณภาพดีพอ จึงสร้างเกณฑ์ปกติ (Norm) ของแบบทดสอบนั้นสามารถใช้เป็นหลักและเปรียบเทียบ ผลเพื่อประเมิน ค่าของการเรียนการสอนในเรื่องใด ๆ ก็ได้จะใช้อัตราความงอกงามของเด็กแต่ละวัยในแต่ละกลุ่มแต่ ละภาคก็ได้ จะใช้สำหรับให้ครูวินิจฉัยผลสัมฤทธิ์ระหว่างวิชาต่าง ๆ ในเด็กแต่ละคนก็ได้ข้อสอบ มาตรฐาน นอกจากจะมีคุณภาพของแบบทดสอบสูงแล้วยังมีมาตรฐานในด้านวิธีดำเนินการสอบ คือ ไม่ว่าโรงเรียนใดหรือส่วนราชการใดจะนำไปใช้ต้องดำเนินการสอบเป็นแบบเดียวกัน แบบทดสอบ มาตรฐานจะมีคู่ดำเนินการสอบบอกถึงวิธีการสอบว่าทำอย่างไรและยังมีมาตรฐานในด้านการแปล คะแนนด้วย ทั้งแบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น และแบบทดสอบมาตรฐานมีวิธีการในการสร้างข้อคำถาม เหมือนกันคือจะเป็นคำถามที่วัดเนื้อหาและพฤติกรรมที่ได้สอนนักเรียนไปแล้ว สำหรับพฤติกรรมที่ใช้ วัดจะเป็นพฤติกรรมที่สามารถตั้งคำถามวัดได้ มักนิยมใช้ตามหลักที่ได้จากการประชุมของนักวัดผล ซึ่งบลูม (Bloom) ได้เขียนรวมไว้ในหนังสือ Texonomy of Educational Objectives สรุปได้ว่า การวัดผลด้านสติปัญญาควรวัดพฤติกรรม ดังนี้ 1. วัดด้านความรู้ – ความจำ (Knowledge) 2. วัดด้านความเข้าใจ (Comprehension) 3. วัดด้านการนำไปใช้ (Application) 4. วัดด้านการวิเคราะห์ (Analysis) 5. วัดด้านการสังเคราะห์ (Synthesis) 6. วัดด้านการประเมินค่า (Evaluation) สมนึก ภัททิยธณี (2541 : 73–98) กล่าวว่าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง แบบทดสอบวัดสมรรถภาพทางสมองด้านต่าง ๆ ที่นักเรียนได้รับการเรียนรู้ผ่านมาแล้ว แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน อาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ แบบทดสอบที่ครูสร้างกับแบบทดสอบ


41 มาตรฐานซึ่งแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประเภทที่ครูสร้างมีหลายแบบแต่ที่นิยมใช้มี 6 แบบดังนี้ 1. ข้อสอบแบบความเรียงหรืออัตนัย (Subjective or Essay Test) 2. ข้อสอบกาถูก – ผิด (True – False Test) 3. ข้อสอบแบบเติมคำ (Completion Test) 4. ข้อสอบแบบตอบสั้น (Short Answer Test) 5. ข้อสอบแบบจับคู่ (Matching Test) 6. ข้อสอบแบบเลือกตอบ (Multiple Choice Test) จากการศึกษาค้นคว้าสามารถสรุปได้ว่า ชนิดของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์มีการแบ่ง ออกเป็น 2 ประเภท คือแบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้นและแบบทดสอบมาตรฐาน ซึ่งผู้สร้างแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ต้องเลือกชนิดของแบบทดสอบให้เหมาะสมกับเนื้อหา ลักษณะที่ต้องการวัดนักเรียนและ เวลาในการออกแบบทดสอบและการประเมินผล และในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ได้ใช้แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ที่ครูสร้างขึ้นโดยสร้างเป็นข้อสอบแบบเลือกตอบ (Multiple Choice Test) 4 ตัวเลือก 5. ขั้นตอนการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ผู้สร้างจะต้องศึกษาวิธีการ สร้างและหลักการสร้าง เพื่อให้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับเนื้อหาตรงกับหลักสูตรและจุดมุ่งหมายที่ต้องการวัดกับนักเรียน มีนักการศึกษาศึกษา เกี่ยวกับวิธีการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไว้ดังนี้ ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ (2538) ได้สรุปขั้นตอนการสร้างแบบทดสอบไว้ดังนี้ 1. การพิจารณาจุดประสงค์ของการสอบ ว่าการสอบครั้งนี้มีจุดประสงค์อะไร 2. สร้างตารางกำหนดรายละเอียด 3. เลือกแบบของข้อสอบให้เหมาะสม 4. รวมข้อสอบทำเป็นแบบทดสอบ 5. กำหนดวิธีการดำเนินการสอบ 6. การประเมินคุณภาพของแบบทดสอบ 7. การนำผลไปใช้ปรับปรุงเป้าประสงค์ของการเรียนรู้ จากการศึกษาค้นคว้าสามารถสรุปได้ว่า วิธีการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ที่กล่าวมาจะ เห็นว่าในการสร้างแบบทดสอบใด ๆ ก็ตาม จะต้องแปลจุดมุ่งหมายทั่วไปให้เป็นจุดมุ่งหมายเฉพาะ หรือจุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรม และจะต้องคำนึงถึงเนื้อหาซึ่งจะเป็นสื่อที่จะให้นักเรียนบรรลุตาม จุดมุ่งหมายนั้น ๆ ควบคู่กันไปในการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ในครั้งนี้


Click to View FlipBook Version