1
ก
คำนำ
รายงานผลการสงั เคราะหร ายงานการสังเคราะหผลการดำเนนิ การดำเนนิ งานโครงการพัฒนาวิชาชีพ
แบบชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) ประจำป ๒๕๖๒ กลุม
สาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ(ภาษาอังกฤษ) นี้ เปนการรายงานผลการดำเนินงานวิชาชีพ ของสำนักงาน
เขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๔ ที่เนนการพัฒนาศักยภาพครูผูสอนภาษาอังกฤษใหเปนผูมี
สมรรถนะสูง และการจัดการเรียนรูวิชาภาษาไทยท่ีเนนกระบวนการจัดการเรียนรโู ดยใชกระบวนการ Active
Learning และใชชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ(PLC) เปนเคร่ืองมือใหครูภาษาไทย สามารถบริหารจัดการ
ชั้นเรยี นทม่ี จี ำนวนครผู สู อนภาษาไทยไมครบช้นั เรียน จากทสี่ ำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาอดุ รธานี
เขต ๔ มโี รงเรียนในสังกัด จำนวน ๑๔๓ โรงเรียน และในจำนวนดังกลาว มีโรงเรียนที่เปนโรงเรียนขนาดเล็ก
จำนวน ๗๑ โรงเรียน ซึ่งมโี รงเรยี นทีม่ ผี ลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพ้ืนฐาน (O-NET) ของผูเรียน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ ปก ารศึกษา ๒๕๖๑ ซงึ่ มคี าเฉลี่ย วิชาภาษาไทย ต่ำกวาคา เฉลยี่ ระดบั ชาติ จำนวน ๖๔
โรงเรียน และ ผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผูเรียนระดับชาติ NT ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓ ป
การศกึ ษา ๒๕๖๑ ต่ำกวา คา เฉลยี่ ระดบั ประเทศ จำนวน ๕๗ โรงเรียน จากขอ มลู ดังกลา ว สำนักงานเขตพื้นท่ี
การศกึ ษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๔ จึงมีความจำเปน อยา งยิ่งท่คี รูผสู อนในโรงเรียนขนาดเล็ก จะตองไดรับ
การพัฒนาศักยภาพใหเปนผูมีสมรรถนะสูง และการจัดการเรียนรูที่เนนกระบวนการจัดการเรียนรูใช
กระบวนการ Active Learning และการใชชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ(PLC) เปนเคร่ืองมือใหครูทำงาน
สามารถบริหารจัดการชั้นเรียนจากการที่มีจำนวนครูผูสอนไมครบชั้นเรียน และไมครบตามกลุมสาระการ
เรียนรู
ดังนั้นเพื่อเปนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดังกลาวใหสูงขึ้นนั้น สำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๔ จึงกำหนดใหมีการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน O-NET ช้ัน
ประถมศึกษา ปที่ ๖ โดยใชกระบวนการชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning
Community: PLC) เพื่อใหครูผูสอนในโรงเรียนขนาดเล็กปฏิบัติหนาที่ไดอยางเต็มศักยภาพ สามารถ
ขบั เคลอ่ื นงานพฒั นายกระดับคุณภาพการศกึ ษา ใหผเู รียนมีผลการเรยี นรูที่สูงข้นึ จากปการศกึ ษาทผ่ี า นมา
นายปญ ญารฐั ฎน จันทรกอง
ผูอำนวยการสำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๔
หัวหนาโครงการ
ข
สารบญั
เรอ่ื ง หนา
บทท่ี ๑ บทนำ............................................................................................................................... ๑
๑
๑. หลักการและเหตผุ ล................................................................................................. ๑
๒. วัตถุประสงค… …………………………………………………………………………………………….. ๑
๓. เปาหมายการพัฒนา................................................................................................. ๔
๔. การไดร ับการสนบั สนนุ การจัดกิจกรรมพัฒนาวชิ าชีพ.............................................. ๔
๕. ระยะเวลาดำเนนิ การ................................................................................................ ๗
บทท่ี ๒ เอกสารทเ่ี กยี่ วของ......................................................................................................... ๗
1. หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑................................... ๙
๑๓
2. หลกั การ แนวคิด และทฤษฎที ีเกย่ี วของกบั การจดั การศึกษา...................................
๑๙
3. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรเู ชิงรุก (Active Learning) ..............................................
๒๔
4. หลกั การ แนวคดิ เก่ยี วของกบั การพัฒนาวชิ าชีพแบบชุมชมแหงการเรยี นรูทาง ๒๙
วชิ าชีพ (Professional Learning Community: PLC)…………………………………………. ๒๙
5. มาตรฐานและตวั ชี้วดั กลมุ สาระภาษาตา งประเทศ ตามหลกั สตู รแกนกลาง ๓๒
การศึกษาขนั้ พ้ืนฐานกลุมสาระการเรยี นรูภาษาตา งประเทศ พทุ ธศกั ราช 2551……… ๕๕
6. การทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติขั้นพ้ืนฐาน (O-NET)…………………………………….. ๖๙
7. งานวจิ ยั ทเ่ี กยี่ วของ……………………………………………………………………………………….. ๗๒
บทท่ี ๓ วธิ กี ารดำเนนิ งาน.......................................................................................................... ๗๓
บทที่ ๔ สรุปขอ คนพบ นวตั กรรมที่เกิดขนึ้ และปจ จัยความสำเร็จ.............................................. ๗๔
บทที่ ๕ ขอเสนอแนะและแนวทางพฒั นา...................................................................................
ภาคผนวก..................................................................................................................... ๗๕
- ตวั อยา งตารางบันทึกจัดตัง้ กลุม PLC……………………………………………………………….
- ตัวอยา งการกำหนดปญหา ขนั้ ท่ี ๕ การแกปญ หา..................................................... ๗๗
- ตัวอยางการบันทึกสังเกตการณส อน ข้ันที่ ๔ นำสูการลงมอื ปฏิบัต/ิ สงั เกตการณ
สอน...........................................................................................................................
- ประกาศสำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษาอดุ รธานี เขต ๔ เร่อื ง การ
ขบั เคลอ่ื นการดำเนนิ งานโครงการพฒั นาคุณภาพการศึกษาของนักเรียนในโรงเรยี น
ขนาดเลก็ สงั กัด สพป.อดุ รธานี เขต ๔ ดวยกระบวนการชมุ ชนแหงการเรยี นรทู าง
วิชาชพี PLC ลงวนั ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๓...................................................................
ค
สารบญั (ตอ ) หนา
เรือ่ ง ๗๙
- คำส่งั แตง ต้งั คณะกรรมการขับเคลอื่ นการดำเนนิ งานโครงการพัฒนาคณุ ภาพ ๙๒
การศกึ ษาของนักเรยี นในโรงเรยี นขนาดเล็ก สงั กดั สพป.อุดรธานี เขต ๔ ดวย ๑๐๑
กระบวนการชุมชนแหงการเรียนรทู างวชิ าชีพ PLC ท่ี ๑๑๑/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๕ ๑๐๔
มถิ ุนายน ๒๕๖๓........................................................................................................... ๑๐๖
- โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก สงั กดั สพป.
อดุ รธานี เขต ๔..............................................................................................................
ภาพกจิ กรรม.................................................................................................................
ตัวอยางLink VDO การสอนของครู............................................................................
ผจู ดั ทำ..........................................................................................................................
๑
บทที่ 1
บทนำ
๑. หลกั การและเหตุผล
สำนักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๔ มโี รงเรียนในสงั กัด จำนวน ๑๔๓ โรงเรียน
มีโรงเรียนที่เปนโรงเรียนขนาดเล็กจำนวน ๗๑ โรงเรียน ซึ่งในจำนวนดังกลาวมีโรงเรียนที่มี ผลการทดสอบ
ทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของผูเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ ปการศึกษา ๒๕๖๒ ซึ่งมี
คาเฉลย่ี วิชาภาษาองั กฤษ รอยละ ๓๔.๔๒ ซึง่ มคี า ตำ่ กวาคา เฉลย่ี ระดับชาติ จำนวน ๑๗ โรงเรยี น เปน คาเฉล่ีย
ที่ยังไมเปนที่นาพอใจ จากขอมูลดังกลาวสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๔ จึงตอง
ขบั เคลื่อนพัฒนาครผู สู อนภาษาองั กฤษโดยดำเนนิ โครงการพฒั นาวชิ าชพี แบบชุมชนแหงการเรยี นรูทางวิชาชีพ
(Professional Learning Community: PLC) กลุมสาระการเรียนรูภาษาอังกฤษ เพื่อขับเคลื่อนพัฒนา
ครูผูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน ๑๗ โรงเรียนรายงานผลการสังเคราะหรายงานการ
สังเคราะหผล การดำเนินงานดังกลาว ในโรงเรียนขนาดเล็กมีความสำคัญจำเปนจะตองดำเนินการเพื่อใหได
ขอ มูลในการพฒั นาศักยภาพของผูเรยี นใหเ ปนผมู สี มรรถนะสูง และการจัดการเรยี นรทู เ่ี นน กระบวนการจัดการ
เรียนรูใชกระบวนการ Active Learning และการใชชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ เปนเครื่องมือใหครู
ทำงาน จึงจะสามารถบริหารจัดการชั้นเรียนซึ่งมีจำนวนครูผูสอนไมครบชั้น และไมครบตามกลุมสาระการ
เรียนรู ใหมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรูที่สูงขึ้น จากปการศึกษาที่ผานมา และเพ่ือใหครูผูสอนในโรงเรียนขนาด
เล็กปฏิบัติหนาที่ไดอยางเตม็ ศักยภาพในการขับเคลื่อนงานพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาในภาวะที่ขาด
แคลนครูผูส อน
๒. วตั ถุประสงค
๑. เพือ่ วดั ความสามารถของผเู รยี นชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ ในสาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการสอ่ื สาร
๒. เพ่อื วัดความสามารถของผเู รียนช้ันประถมศึกษาปที่ ๖ ในสาระที่ ๔ ภาษากบั ความสมั พันธกบั
ชมุ ชนและโลก
๓. เปา หมายการพัฒนา
สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษาอดุ รธานี เขต ๔ มีเปามายการพัฒนาการขบั เคลื่อน
การดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กสังกดั สพป.อดุ รธานี เขต ๔
ดวยกระบวนการชมุ ชนแหงการเรียนรทู างวิชาชพี PLC กลุมสาระการเรียนรูภ าษาองั กฤษ ดงั นี้
๓.๑ เปาหมายดานบุคลากร ประกอบดว ย
๓.๑.๑ ผูบริหารในโรงเรยี นขนาดเล็ก กลุมเครือขายพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา จำนวน ๑๗
คน ประชุมสรา งความเขา ใจเกี่ยวกับแนวทางการจัดทำ PLC จำนวน ๑ คร้งั
๒
๓.๑.๒ ครูผสู อนในโรงเรยี น ขนาดเล็ก จำนวน ๑๗ โรงเรียน รวมจำนวน ๖๘ คน
จำนวน ๑ ครั้ง
๓.๑.๓ MT ทกุ โรงเรียน ประชมุ ทำความเขา ใจเกยี่ วกบั แนวทางการจดั ทำ PLC กระบวนการ
ดำเนนิ งาน กำหนดเปาหมายอภปิ ราย สะทอนผล แลกเปลยี่ นกับคนอื่น ๆ
สมาชกิ ท่เี ขา รว มกจิ กรรมพัฒนาวชิ าชีพ ๑๑๐ คน (ระบขุ อ มูลตามสภาพจรงิ )
ท่ี ประเภทของสมาชิกท่เี ขารวมกจิ กรรม จำนวน (คน)
๑ ครู ๖๘
๒ ผูบริหารสถานศึกษา ๑๗
๓ ผบู ริหารการศึกษา ๔
๔ ศกึ ษานิเทศก ๑๑
๕ อาจารยจากสถาบันอุดมศึกษา ๑๐
๖ นักวชิ าการศกึ ษา -
๗ อนื่ ๆ (โปรดระบุ) ............................ -
๓.๒ เปาหมายดานกลุมเครอื ขายพัฒนาคุณภาพการศึกษา
เปาหมายดานกลุมเครือขายพัฒนาคุณภาพการศึกษา กลุมสาระการเรียนรูภาษาอังกฤษ เปน
โรงเรียนขนาดเล็กในสังกัด สพป.อุดรธานี เขต ๔ ที่อยูในกลุมเครือขายพัฒนา ทั้ง ๖ กลุมฯ จำนวน ๑๗
โรงเรียน ดงั น้ี
กลมุ เครือขายพัฒนาคุณภาพการศึกษา กลมุ ที่ ๑
(กลุม เครือขา ยโรงเรยี นบา นผอื และกลุมเครือขายโรงเรียนลุมน้ำโมง)
๑. โรงเรยี นบานนาคณู ๘. โรงเรียนบานหนองบอนเวียงชัย
๒. โรงเรยี นบา นภดู ิน ๙. โรงเรียนบา นขัวลอ
๓. โรงเรยี นบานนารายณ ๑๐. โรงเรยี นบานมวง
๔. โรงเรยี นบานนางาม ๑๑. โรงเรยี นบานนาอา ง
๕. โรงเรยี นชุมชนสงเคราะห ๑๒. โรงเรียนบา นลาน
๖. โรงเรียนบานหินตงั้ ๑๓. โรงเรียนบานแดง
๗. โรงเรียนบานแหลมทองพัฒนา
๓
กลุมเครือขายพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา กลุมท่ี ๒
(กลุมเครือขายโรงเรียนโนนทองหายโศก และกลมุ เครอื ขายโรงเรยี นมหาธาตเุ จดีย) ประกอบดวย
๑. โรงเรียนบา นหนองนกเขียน ๙. โรงเรียนบานนาสี
๒. โรงเรยี นบา นโคกสีแกว ๑๐. โรงเรยี นบา นเขอื นำ้
๓. โรงเรียนบา นนาคำ ๑๑. โรงเรียนราษฎรจ ฬุ าสามคั คี
๔. โรงเรียนบานโนนอดุ ม ๑๒. โรงเรยี นบา นโพธิ์
๕. โรงเรียนบานโนนดู ๑๓. โรงเรียนบา นโนนสะอาด
๖. โรงเรยี นบา นโนนแดง ๑๔. โรงเรยี นบานกุดเมก็
๗. โรงเรียนบานหายโศก ๑๕. โรงเรียนบา นดงหมชู ัยเจริญ
๘. โรงเรยี นบา นนาไฮ ๑๖. โรงเรียนบา นนาลอม
กลมุ เครือขายพฒั นาคุณภาพการศึกษา กลุม ท่ี ๓
(กลุมเครอื ขา ยโรงเรยี นภูพระบาท) ประกอบดว ย
๑. โรงเรยี นบานติ้ว ๖. โรงเรียนบานสระคลองพฒั นา
๒. โรงเรยี นบานหนองกบนาแมน ๗. โรงเรยี นบานนาหลวง
๓. โรงเรยี นบา นจอมศรีโคกกองวทิ ยา ๘. โรงเรียนอดุ รวฒั นานสุ รณ
๔. โรงเรยี นเมืองพานบานโกมวิทยา ๙. โรงเรียนบานตาดน้ำพุ
๕. โรงเรยี นบานนางิ้ว ๑๐. โรงเรยี นบานลาดหอคำ
กลมุ เครือขายพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา กลมุ ท่ี ๔
(กลุมเครอื ขา ยโรงเรยี นกดุ จบั เมืองเพีย และกลมุ เครอื ขา ยโรงเรียนภพู าน) ประกอบดว ย
๑. โรงเรยี นบา นดงบงั ๗. โรงเรยี นบานดงนอย
๒. โรงเรยี นบา นดงหวาย ๘. โรงเรียนบานหนองฆองนาสนี วล
๓. โรงเรียนบานกุดจับ ๙. โรงเรยี นบา นลำภู
๔. โรงเรียนโคกวิชยั โนนไชยพร ๑๐. โรงเรียนบา นเหลาตำแย
๕. โรงเรยี นบานขา ๑๑. โรงเรียนบา นโนนฐานะ
๖. โรงเรยี นบา นโสกแกคำเจริญ
๔
กลมุ เครือขา ยพฒั นาคุณภาพการศึกษา กลมุ ที่ ๕
(กลุมเครอื ขายโรงเรียนเชยี งเพ็งปะโค) ประกอบดว ย
๑. โรงเรยี นบา นถนิ่ ๕. โรงเรียนบานหนองสรางไพร
๒. โรงเรยี นชมุ ชนหนองแปนหนิ โงมวิทยา ๖. โรงเรยี นบานโพธ์โิ นนแดง
๓. โรงเรียนบานเชยี งเพ็ง ๗. โรงเรียนบานกานตส ามคั คี
๔. โรงเรียนบานโคกสวาง ๘. โรงเรยี นโนนสงู วิทยา
กลมุ เครือขายพฒั นาคุณภาพการศึกษา กลมุ ที่ ๖
(กลุมเครือขายโรงเรยี นน้ำโสม,โสมสำราญ,หนองแวงสามคั คี,นายูงโนนทอง และบา นกองนาแค) ประกอบดวย
๑. โรงเรียนบานเจรญิ สุข ๘. โรงเรียนบา นสมประสงค
๒. โรงเรียนบานจำปาทอง ๙. โรงเรียนบา นวงั แข
๓. โรงเรยี นบานนำ้ ขนุ โนนผางาม ๑๐. โรงเรยี นบา นนาตูม
๔. โรงเรยี นบานโสมเยีย่ มโนนพัฒนา ๑๑. โรงเรียนบานวงั บง
๕. โรงเรียนบานน้ำทรง ๑๒. โรงเรียนบา นนาคำ (ถริ ธัมโมอุปถัมภ)
๖. โรงเรียนบานโคกสะอาด ๑๓. โรงเรยี นชายแดนประชาสรรค
๗. โรงเรียนเตชะไพบลู ย (๒)
หมายเหตุ โรงเรียนทม่ี ตี ัวอกั ษรสแี ดง หมายถึง โรงเรยี นทีพ่ ฒั นากลมุ สาระการเรียนรภู าษาอังกฤษ
๓.๓ เปา หมายจุดเนนการพฒั นา (โปรดทำเครอ่ื งหมาย ลงในชอง ท่ีตรงกบั การพฒั นา)
๑) การจัดการเรยี นรูดา นการอานออก เขียนได
๒) การจัดการเรยี นรดู า นอานคลอง เขยี นคลอง
๓) การใชภ าษาไทยเพื่อการอานรเู ร่อื ง อา นคดิ วิเคราะห
๔) การพฒั นาทกั ษะการรูห นงั สอื
๕) การพฒั นาดานการสือ่ สารได ลายมือสวย
๔. การไดร ับการสนบั สนนุ การจัดกจิ กรรมพัฒนาวิชาชพี
ไดร ับเงนิ อุดหนนุ จากสำนักงานเลขาธิการครุ ุสภา และโครงการเซฟรอน สนกุ วิทย พลงั คิด เพ่ืออนาคต
ซึ่งบริหารงานโดยศนู ยภูมภิ าควา ดว ยสะเต็มศึกษาขององคการรัฐมนตรีศึกษาแหงเอเชีย ตะวนั ออกเฉยี งใต (SEAMEO
STEM-ED) จำนวนทั้งส้นิ ๒๔๐,๐๐๐ บาท
แบง จา ยเปน ๒ งวด ประกอบดวย งวดท่ี ๑ จำนวน ๑๒๐,๐๐๐ บาท
งวดท่ี ๒ จำนวน ๑๒๐,๐๐๐ บาท
๕. ระยะเวลาดำเนินการ
เรมิ่ ตน วันที่ ๑ เดือน กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ สนิ้ สดุ วนั ท่ี ๓๑ เดือนธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
๕
ขอบเขตของการศึกษา
รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ( O-NET) ชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ ของ
ครผู สู อนโรงเรยี นในสังกดั สำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๔ โดยใชกระบวนการชุมชน
การเรียนรทู างวิชาชพี (Professional Learning Community: (PLC) มขี อบเขตของการศกึ ษา ดังนี้
ประชากรและกลุมตวั อยา ง
๑. ประชากร ไดแ ก ครผู สู อนวชิ าภาษาองั กฤษชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ โรงเรียนในสงั กัดสำนักงาน
เขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาอดุ รธานี เขต ๔ ปก ารศึกษา ๒๕๖๓ จำนวน ๑๗ คน
๒. กลุมตัวอยาง ไดแก ครูผูสอนวิชาภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ โรงเรียนในสังกัด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๔ ปการศึกษา ๒๕๖๓ จำนวน ๑๗ คน ซ่ึง
ไดมาโดยการใชกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: (PLC)
ตัวแปรท่ใี ชในการศึกษา
๑. ตัวแปรตน ไดแ ก การใชกระบวนการชุมชนการเรียนรทู างวชิ าชีพ (Professional Learning
Community: (PLC) การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพื้นฐาน ( O-NET) ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ ของ
ครูผสู อนวชิ าภาษาองั กฤษในสังกดั สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาอุดรธานี เขต ๔
๒. ตัวแปรตาม ไดแ ก
๒.๑ ความรู ความเขาใจของครูผูส อนวิชาภาษาองั กฤษช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ ในการออกแบบ
การจัดการเรยี นรูเชิงรุก (Active Learning)
๒.๒ ผลการออกแบบการจัดการเรยี นรูเชิงรกุ (Active Learning) ของครผู ูสอนวิชา
ภาษาอังกฤษชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ ดวยรปู แบบการใชกระบวนการชุมชนการเรียนรทู างวิชาชพี
(Professional Learning Community: (PLC)
๒.๓ ผลสมั ฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้นั พนื้ ฐาน ( O-NET) ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖
โรงเรยี นในสงั กัดสำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาอดุ รธานี เขต ๔
ระยะเวลาท่ีใชใ นการศกึ ษา
ปการศึกษา ๒๕๖๓
คำนยิ ามศพั ทเ ฉพาะ
รายงานผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติขนั้ พนื้ ฐาน ( O-NET) ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๖ ของ
ครผู ูส อนวิชาภาษาองั กฤษโรงเรียนในสงั กดั สำนักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๔ โดยใช
กระบวนการชมุ ชนการเรยี นรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: (PLC)
มีนยิ ามศัพทเฉพาะ ดงั น้ี
๖
การจัดการเรยี นรูเชงิ รกุ (Active Learning) หมายถงึ กิจกรรมการเรียนรูที่เปด โอกาสใหผูเรียน
ไดฟ ง พดู อา น เขยี น และแสดงความคดิ เหน็ ขณะลงมือปฏบิ ตั ิกจิ กรรม รวมท้ังสง เสริมใหผ ูเรียนไดใ ช
กระบวนการคิดข้ันสูงมาใชแกปญ หาหรือคน หาคำตอบ มกี ารรวมมอื กนั ทำงานเปน ทมี เพ่ือคน หาองคความรู
ดว ยผเู รียนเอง
กระบวนการชมุ ชนการเรียนรูทางวชิ าชพี (Professional Learning Community: (PLC)
หมายถึง การรวมตัว รวมใจรวมพลัง รว มทำ และรว มเรียนรูร ว มกนั ของครูผบู รหิ าร และนักการศึกษาบน
พน้ื ฐานวัฒนธรรมความสัมพันธแบบกัลยาณมติ ร มีวิสัยทัศน คุณคา เปา หมายและภารกิจรว มกนั โดยทำงาน
รว มกนั แบบทมี เรียนรูท่ีครเู ปนผนู ำรว มกัน และผบู ริหารแบบผูดูแลสนับสนนุ สกู ารเรยี นรูและพฒั นาวิชาชีพ
เปลยี่ นแปลงคณุ ภาพตนเอง สูคณุ ภาพการจัดการเรียนรทู ี่เนนความสำเร็จหรอื ประสิทธผิ ลของผูเ รียนเปน
สำคัญและความสขุ ของการทำงานรวมกันของสมาชิกในชมุ ชนการเรียนรู
ประโยชนท คี่ าดวา จะไดร บั
รายงานผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติข้ันพ้ืนฐาน ( O-NET) ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๖ ของ
ครผู ูสอนวชิ าภาษาองั กฤษโรงเรียนในสงั กัดสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาอดุ รธานี เขต ๔ โดยใช
กระบวนการชุมชนการเรยี นรทู างวิชาชพี (Professional Learning Community: (PLC) มีประโยชนทค่ี าดวา
จะไดรับ ดงั น้ี
๑. ครูผสู อนวิชาภาษาองั กฤษช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๖ มีการพฒั นากระบวนการจัดการเรยี นรเู ชิงรุก
(Active Learning) หลงั จากใชกระบวนการชุมชนการเรยี นรทู างวิชาชพี (Professional Learning
Community: (PLC)
๒. ครผู ูสอนวิชาภาษาองั กฤษชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ มีความพงึ พอใจตอ การใชร ปู แบบกระบวนการ
ชมุ ชนการเรยี นรูทางวชิ าชีพ (Professional Learning Community: (PLC)
๗
บทท่ี ๒
เอกสารทเ่ี ก่ียวขอ ง
รายงานผลการดำเนนิ โครงการพัฒนาวชิ าชพี แบบชมุ ชนแหงการเรยี นรทู างวชิ าชีพ (Professional
Learning Community : PLC) สำนกั เขตพ้ืนที่การศึกษาศึกษาอุดรธานี เขต ๔ คณะผศู ึกษาไดดำเนินการ
ศกึ ษาเอกสาร และงานวจิ ัยทเ่ี กีย่ วของ ดงั น้ี
1. หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
2. หลักการ แนวคดิ และทฤษฎที ีเกีย่ วของกบั การจดั การศึกษา
3. การจดั กิจกรรมการเรยี นรเู ชงิ รกุ (Active Learning)
4. หลักการ แนวคิด เก่ียวของกับการพัฒนาวชิ าชพี แบบชุมชมแหง การเรียนรูทางวิชาชพี
(Professional Learning Community: PLC)
5. มาตรฐานและตัวช้ีวดั กลุม สาระภาษาตา งประเทศ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาตา งประเทศ พทุ ธศักราช 2551
6. การทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ ้ันพื้นฐาน (O-NET)
7. งานวจิ ยั ทเี่ กี่ยวของ
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551
หลักการหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน มหี ลกั การทีส่ ำคญั ดังน้ี
1. เปน หลกั สตู รการศึกษาเพื่อความเปน เอกภาพของชาติ มจี ุดหมายและมาตรฐานการเรยี นรู เปน
เปาหมายสำหรับพฒั นาเด็กและเยาวชนใหมีความรู ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพ้นื ฐานของความเปนไทย
ควบคูกบั ความเปนสากล
2. เปนหลกั สตู รการศึกษาเพื่อปวงชน ทปี่ ระชาชนทกุ คนมีโอกาสไดรบั การศึกษาอยางเสมอภาคและมี
คุณภาพ
3. เปนหลักสูตรการศกึ ษาท่สี นองการกระจายอำนาจ ใหส ังคมมสี ว นรว มในการจดั การศึกษาให
สอดคลอ งกบั สภาพและความตองการของทองถนิ่
4. เปน หลักสูตรการศกึ ษาทม่ี ีโครงสรา งยืดหยุน ท้ังดานสาระการเรียนรู เวลาและการจัดการเรียนรู
5. เปน หลักสตู รการศกึ ษาท่เี นนผเู รยี นเปน สำคัญ
6. เปน หลักสูตรการศึกษาสำหรบั การศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศยั ครอบคลุมทุก
กลุมเปาหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรยี นรู และประสบการณ
จุดมุงหมาย
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน มงุ พฒั นาผเู รยี นใหเ ปน คนดี มีปญ ญา มีความสุขศกั ยภาพใน
การศึกษาตอ และประกอบอาชพี จึงกำหนดเปน จดุ หมาย เพ่อื ใหเ กิดกับผูเรยี นเม่ือจบการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
ดังนี้
๘
1. มีคุณธรรม จริยธรรม และคา นิยมที่พงึ ประสงค เห็นคุณคา ของตนเอง มีวนิ ัยและปฏิบัตติ นตาม
หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาท่ีตนนบั ถือ ยึดหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. มคี วามรอู นั เปน สากลและมคี วามสามารถในการสอื่ สาร การคิด การแกป ญ หา การใชเทคโนโลยี
และมที ักษะชีวิต
3. มสี ุขภาพกายและสุขภาพจิตท่ดี ี มีสขุ นสิ ยั และรักการออกกำลงั กาย
4. มคี วามรกั ชาติ มจี ติ สำนึกในความเปนพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในวถิ ชี ีวิตและการปกครอง
ตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ท รงเปน ประมุข
5. มีสำนึกในการอนุรักษว ฒั นธรรมและภูมปิ ญญาไทย การอนุรักษและพัฒนาสงิ่ แวดลอม มจี ติ
สาธารณะทีม่ ุงทำประโยชนแ ละสรางสงิ่ ท่ีดงี ามในสงั คม และอยูร ว มกันในสงั คมอยา งมีความสุข
สมรรถนะของผูเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน มงุ พฒั นาผูเรียนใหมคี ุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู ซง่ึ การ
พฒั นาผูเ รียนใหบรรลุมาตรฐานการเรียนรูท ่กี ำหนดนัน้ จะชวยใหผ ูเรยี นเกดิ สมรรถนะสำคญั 5 ประการ ดงั น้ี
1. ความสามารถในการสื่อสาร เปนความสามารถในการรับและสงสาร มีวัฒนธรรมในการใชภาษา
ถายทอดความคิดความรูความเขาใจ ความรูสึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารและ
ประสบการณอันจะเปนประโยชนตอการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาตอรองเพื่อขจัดและลด
ปญหาความขดั แยงตา งๆ การเลือกรบั หรือไมร ับขอมลู ขาวสารดว ยหลักเหตผุ ล และความถกู ตอง ตลอดจนการ
เลอื กใชว ิธีการสื่อสารทีม่ ปี ระสิทธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบท่มี ตี อตนเองและสงั คม
2. ความสามารถในการคิด เปนความสามารถในการศิตวิเคราะห การคิดสังเคราะห การคิดอยาง
สรางสรรคการคิดอยางมีวจิ ารณญาณ และการคิดเปนระบบ เพื่อนำไปสูการสรา งองคความรูหรือสารสนเทศ
เพ่อื การตัดสินใจเกยี่ วกบั ตนเองและสังคมไดอยางเหมาะสม
3. ความสามารถในการแกปญหา เปนความสามารถในการแกปญหาและอุปสรรคตางๆ ที่เผชิญได
อยางถูกตองเหมาะสมบนพื้นฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขาใจความสัมพันธแ ละการ
เปลยี่ นแปลงของเหตกุ ารณต างๆ ในสงคมแสวงหาความรู ประยุกตค วามรูม าใชในการปอ งกันและแกไขปญ หา
และมีการตดั สนิ ใจที่มีประสทิ ธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบทเ่ี กดิ ขึน้
ตอตนเอง สังคมและส่งิ แวดลอม
4. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ เปน ความสามารถในการนำกระบวนการตางๆ ไปใชในการ
ดำเนินชีวิตประจำวันการเรียนรูดว ยตนเอง การเรยี นรูอยา งตอ เน่ือง การทำงาน และการอยูรวมกันในสงั คม
ดวยการสรา งเสริมความสัมพันธอันดี ระหวางบุคคล การจัดการปญ หาและความขดั แยงตางๆ อยางเหมาะสม
การปรับตวั ใหทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดลอมและการรจู กั หลีกเลย่ี งพฤติกรรมไมพงึ่
ประสงคท่สี งผลกระทบตอตนเองและผอู ่ืน
5. ความสามารถในการใชเ ทโนโลยี เปนความสามารถในการเลือกและใชท โนโลยีดา นตา งๆ และมี
ทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพฒั นาดนเองและสงั คม ในดานการเรียนรูการสื่อสาร การทำงาน
การแกปญหาอยางสรา งสรรค ถกู ตอ งเหมาะสมและมคี ุณธรรม
๙
หลักการ แนวคดิ และทฤษฎีทีเก่ียวของกับการจดั การศกึ ษา
แนวคดิ เรอ่ื งการจดั การศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน
การจัดการศึกษาตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ไดกำหนดรายละเอียด
เกี่ยวกับการจัดการศกึ ษาไวหลายประการและไดเสนอประเด็นที่เนนการเปลี่ยนแปลงไปสูการจัดการศึกษา
แนวใหมท่ีมีลักษณะเปนการปฏิรูปการศึกษา โดยกลาวถึงความมุง หมายและหลักการ สิทธิและหนาท่ีทางการ
ศึกษา ระบบการศึกษาแนวการจัดการศึกษา การบริหารและการจัดการศึกษามาตรฐานและการประกัน
คุณภาพการศึกษา ครู คณาจารยและบุคลากรทางการศึกษาทรัพยากรและการลงทนุ เพื่อการศึกษา รวมทั้ง
เทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา ประเดน็ ทกี่ ฎหมายระบุนี้ถือไดวาครอบคลุมสาระเน้ือหาที่จำเปนในการจัดการศึกษา
มากอยแู ลว และผทู รี่ บั ผิดชอบในการจัดการศึกษามภี าระในการขยายความ หรือลงรายละเอยี ดภาคปฏบิ ตั ิเพื่อ
นำไป ดำเนินการใหเกิดผล (ปรัชญา เวสารัชช, 2545) สาระของการจัดการศึกษาตาม พระราชบัญญัติ
การศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542
ความมุงหมายของการจดั การศึกษา
ในมาตรา 6 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ระบุวา “การจัดการศึกษาตอง
เปนไปเพื่อพัฒนาคนไทยใหเปนมนุษยที่สมบูรณทัง้ รา งกาย จิตใจ สติปญญา ความรูและคุณธรรม มีจริยธรรม
และวฒั นธรรมในการดำรงชวี ิตสามารถอยูรว มกับผูอ ื่นไดอยางมีความสุข” ตามความขา งตน เปาหมายของการ
จัดการศกึ ษาจึงอยูท่ีคนไทยโดยทั่วไป ซึ่งตองไดรบั การพฒั นาใหเปนคนดี มปี ระโยชน มีความครบถวนทุกดาน
คือ
1. ทางกาย คือมีสุขภาพดี สมบูรณ แข็งแรง หมายความวาการจัดการศึกษาตองครอบคลุมถึง
กิจกรรมที่สงเสริมสุขภาพอนามัย เชน สงเสริมการออกกำลังกาย สงเสริมกีฬาสงเสริมความรูดานโภชนาการ
รวมทั้งจัดสภาพแวดลอมของสถานศึกษาที่เอื้อตอสุขลักษณะ ปลอดจากภาวะมลพิษ ปลอดจากยาเสพยตดิ
และปลอดจากภัยทั้งหลายที่อาจกระทบกระเทือนตอสุขภาพอนามัยของผูเรียน ไมวาจะเปนภัยจากมนุษย
(อุบัติเหตุ การประทุษราย) หรือธรรมชาติ (น้ำทวม ไฟไหม พายุ โรคภัยไขเจ็บ) นอกเหนือจากหนาที่ในการ
สงเสริมสุขอนามัยแลว ผูรับผิดชอบในการจัดการศึกษาตองคาดการณและเตรียมการปองกันไวลวงหนาเพ่ือ
ผอ นคลายหรอื แกไขปญ หาไดท นั การณ
2. ทางจิตใจ คือมีจิตใจที่อดทนเขมแข็ง สามารถเผชิญกับปญหาหลากหลายที่เกิดไดอยางมีสติ มี
ความรับผิดชอบ มรี ะเบยี บวนิ ัยในตวั เอง สามารถอดทนอดกล้ันตอ แรงกดดันตางๆ
3. ทางสติปญ ญา คือการใชความคิดและเหตผุ ล
4. ความรู คือการมุงใหผูเรียนไดรับความรูที่เหมาะสมกับสภาพความตองการของสังคมปจจุบัน
ไดแก ความรูเกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธของตนเองกับสังคม ความรูและทักษะดานภาษา คณิตศาสตร
ความรูดานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ความรูความเขาใจและประสบการณเรื่องการจัดการ การบำรุงรักษา
และการใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยางสมดุล ความรูเกี่ยวกับศาสนา
ศิลปวัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปญ ญาไทย การประยุกตภูมิปญญาไทย ความรูและทักษะในการประกอบอาชีพ
และการดำรงชีวติ อยา งมคี วามสุข
๑๐
5. คุณธรรมและจรยิ ธรรม แสดงออกในรปู พฤติกรรมท่ีพงึ ประสงค รกั ชาติศาสนาพระมหากษัตริย มี
ความละอายตอการประพฤตติ นในทางเสอ่ื มเสียหรือกอใหเกิดผลเสยี หายตอ ผอู นื่ และสังคม
6. มีวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต รักวัฒนธรรมไทย มีเอกลักษณไทย มีมรรยาทและการวางตนใน
สังคม รูจักประมาณตนเอง
7. อยูรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุข ผูไดรับการศึกษาจะเปนสมาชิกที่ดีของสังคมมีความ
เอื้อเฟอเผื่อแผตอผูอื่น ประนีประนอม มีความเมตตากรุณา มีสัมพันธที่ดีตอผูอื่น และดำเนินบทบาทของ
ตนเองไดอยา งเหมาะสม
โดยสรุป คุณลักษณะที่กลาวขางตนเปนเปาหมายของการจัดการศึกษานั้น เร่ิมตนที่ผูเกี่ยวของกับ
การจัดการศึกษาซึ่งจะเปนผูปลูกฝงถายทอดอบรม หมายความวา ครู ผูบริหาร และบุคลากรทางการศึกษา
ตองเปน ตวั อยางท่ีดี คอื รกั ษาหรือพฒั นาคณุ ลักษณะที่ดีไวเปนแบบอยางคุณลักษณะท่ีดีอันเปนท่ีพึงประสงคน้ี
ถือเปนมาตรหรือดัชนีชี้วัดและชวยกันสงเสริมสนับสนุน ยกยองและตั้งความคาดหวังใหแมแบบสำหรับ
ลูกหลานตนใหสอดคลองกับมาตรฐานคุณลักษณะดังกลาวเพราะหากแมแบบไมดี เยาวชนก็จะยึดถือเปน
แบบอยา งการประพฤตปิ ฏบิ ัติของพวกเขาตามไปดวย
หลกั การในการจดั การศกึ ษา
พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 ไดกำหนดหลักการศึกษาไวและใชหลักการดงั กลาว
เปนตัวกำหนดสาระเนื้อหาของกฎหมายวาดวยการศึกษาหลักสำคัญในการจัดการศึกษา (ตามมาตรา 8)
กำหนดไว 3 ประการ คอื การศกึ ษาตลอดชีวิต การมสี ว นรว ม และการพัฒนาตอ เนอ่ื ง ซงึ่ สามารถสรุปไดดงั นี้
1. การศึกษาตลอดชีวิต ถือวาการจัดการศึกษานั้นเปนการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน
หลักการคือ คนทุกคนตองไดรับการศึกษาอยางตอเนื่องตลอดชีวิต การศึกษานี้ตองครอบคลุมทุกดาน มิใช
เฉพาะชีวิตการงานเทานั้น เพราะไมเพียงบุคคลตองพัฒนาตนเองและความสามารถในการประกอบอาชพี ของ
ตน คนแตละคนตองมีสวนรวมรบั ผิดชอบในการพฒั นาชมุ ชนและประเทศโดยสวนรวม ทั้งดานเศรษฐกิจ ชีวติ
ความเปน อยู ความสมั พนั ธร ะหวางบุคคลและวฒั นธรรมดว ย ทง้ั นี้ เพราะสงั คม เศรษฐกจิ สภาพแวดลอม และ
พัฒนาการทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นอยางรวดเร็ว จึงจำเปนตองศึกษาความเปนไปรอบตัวเพื่อใหสามารถรองรับ
การเปลยี่ นแปลงไดอยา งเหมาะสม
2. การมีสวนรวม สังคมตองมีสวนรวมในการจัดการศึกษา การมีสวนรวมนั้นแสดงออกไดหลาย
ลักษณะ เชน รวมเปนกรรมการ รวมแสดงความคิดเห็น รวมสนับสนุนกิจกรรมทางการศึกษา รวมสนับสนุน
ทรพั ยากร รวมติดตามประเมิน สงเสรมิ ใหก ำลังใจและปกปอ งผูปฏบิ ัตงิ านที่มงุ ประโยชนตอสว นรวม หลักการ
นถ้ี อื วาอนาคตของประเทศและความจำเริญรุง เรืองของสงั คมไทยเปน ความรบั ผดิ ชอบของคนไทยทุกคนมิใชถูก
จำกัดโดยตรงในการจัดการศึกษา ดังนั้นจึงเปนทั้งสิทธิและหนาที่ของคนไทยทุกคนที่จะเขามีสวนรวมใน
ลักษณะตาง ๆ โดยเฉพาะอยางยิ่งการเขามีสวนรวมอยางสรางสรรค เพื่อแกไขปญหา อุปสรรคของการจัด
การศึกษา ชวยสงเสริมสนับสนุนใหเกิดการพัฒนาและชวยดูแลการจัดการศึกษาเปนไปอยางถูกตองตาม
ทำนองคลองธรรม
๑๑
3. การพัฒนาตอ เนอื่ ง การศึกษาเปนเร่ืองท่ีตองปรบั เปล่ียนตลอดเวลาใหทนั กบั ความรูที่กาวหนาไป
ไมหยุดยั้ง ดงั นนั้ การจดั การศกึ ษาตองใหค วามสำคัญกับการพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรูอยางตอเน่ือง
การพัฒนานี้มีทัง้ การคน คดิ สาระและกระบวนการเรียนรูใหม ๆ การประยุกตปรับปรุงเน้ือหาสาระท่ีมีอยู และ
การตดิ ตามเรยี นรูเน้ือหาสาระที่มผี ปู ระดิษฐคดิ คน มาแลว ผูเกีย่ วของทุกฝายไมว าครูผูบรหิ าร บุคลากรทางการ
ศึกษา ตอ งถือเปนภาระหนาที่สำคัญ ในการปรับปรุงตนเองใหทันโลก และทันสมัย แตขณะเดียวกันก็ตองทำ
ความเขา ใจสภาพแวดลอ มเพื่อประยุกตความรูไดอยางเหมาะสม ทั้งนี้การรับความรูมาถายทอดโดยปราศจาก
ดุลยพินิจอาจกอความเสียหายโดยไมคาดคิด จึงเปนหนาที่ของทุกฝายที่จะชวยกันดูแลใหความรูใหม เปน
ประโยชนตอผูเรียนและสังคมอยางแทจรงิ นอกจากนี้กฎหมายพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542
ยังไดร ะบหุ ลกั ในการจัดระบบโครงสรา ง และกระบวนการจัดการศึกษาไวดวยในมาตรา 9 อธบิ ายไวดงั น้ี
3.1 หลกั เอกภาพดานนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ หมายความวา การจัดการ
ศึกษาจะเนนนโยบาย หลักการ และเปาประสงครวมกัน แตเปดโอกาสใหผูปฏิบัติงานไดใช ดุลยพินิจเลือก
เสนทางและวิธีการปฏิบัตใิ หเ หมาะสมกบั สภาพแวดลอมในการทำงานของตน
3.2 หลักการกระจายอำนาจไปสูเขตพื้นที่การศึกษา สถานศกึ ษา องคกรปกครองสวนทองถิ่น
นอกจากนี้ยังใหความสำคัญกับการบริหารที่ใหสถานศึกษาบริหารจัดการไดเอง (Schoolbased
Management) ตามหลักการนี้ จำเปนตองแยกภาระงานดานนโยบายเกณฑและมาตรฐานออกจากงานดาน
ปฏิบตั ิหรืองานบริการ ทั้งนี้ หนวยงานสวนกลางทำหนาที่กำหนดนโยบาย เกณฑและมาตรฐาน สวนเขตพื้นท่ี
การศกึ ษาสถานศึกษา และองคกรปกครองสว นทอ งถิ่นมหี นา ที่ดำเนินการใหเกดิ ผลในทางปฏบิ ตั ิ จงึ จำเปน ตอง
กระจายอำนาจใหหนวยปฏิบัติดูแลและรับผิดชอบการตัดสินใจดวยตนเองโดยหนวยงานสวนกลางทำหนาท่ี
ติดตาม ประเมิน ตรวจสอบสงเสริมสนับสนุนใหหนวยปฏิบัติที่ไดรับมอบอำนาจสามารถทำหนาที่ไดอยางมี
ประสิทธภิ าพ
3.3 การกำหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและ
ประเภทการศึกษา ตามหลักการนี้ ในเมื่อหนวยปฏิบัติไดรับมอบอำนาจใหดำเนินการไดอยางคลองตวั พอควร
แลวจำเปนตองกำหนดมาตรฐานการศึกษาใหหนวยปฏิบัติรับผิดชอบ เพราะการมอบอำนาจโดยไมมีกติกา
เทากับมอบใหทำงานโดยไมมีเปาหมาย ซึ่งไมสามารถประเมินไดในเมื่อรัฐและองคกรปกครองสวนทองถิ่นให
ทรพั ยากรสนับสนุนแกส ถานศึกษาและหนวยงานการศึกษาซ่ึงอาจเปรียบ เสมือนการซ้ือสินคาหรือบริการตอง
มีสิทธิกำหนดคุณคาและลักษณะของสิ่งที่ตองการซื้อโดยยึดเปาหมายผลการจัดการศึกษาเปนหลัก ไดแก
มาตรฐานการศึกษา รวมทั้งหนวยปฏิบัติเองก็ตองวางระบบประกันคุณภาพเพื่อสรางความมั่นใจแกผูซื้อสนิ คา
และบริการของตน จากนัน้ จำเปนตองมีการประเมนิ ผลการจัดการศึกษาโดยพิจารณาจากมาตรฐานและระบบ
ประกันคุณภาพอันจะเปนประโยชนตอทุกฝาย อยางนอยผลการประเมินจะสงเสริมใหผูจัดการศึกษาแตละ
ระดับไดต ระหนักวา ผลการดำเนินการของตนเปนอยางไร เมือ่ เทียบกบั มาตรฐานการศึกษาและเกณฑช้ีวัดของ
ระบบประกันคุณภาพ และตองหาทางปรับปรุงผลการจัดการศึกษาใหไดตามมาตรฐานและรักษาระดับการ
ประกันคุณภาพของตนใหจงได รวมทั้งยกระดบั การจัดการศึกษาใหส ูงข้นึ ดว ย
๑๒
3.4 การสงเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย และบุคลากรทางการศึกษา และการพัฒนา
ตอเนื่อง โดยกำหนดมาตรการตาง ๆ เชน การกำหนดใหมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการกำหนดมาตรฐาน
วิชาชีพ การสงเสริมใหมีการพัฒนาตนเองอยางตอเนื่องตามหลักสูตรการอบรมมาตรฐานตางๆ ทั้งนี้ โดยมี
เจตนาเพื่อรักษาคุณภาพของผูรับผิดชอบในการจัดการศึกษาใหอยูในระดับที่พึงประสงค และกระตุนสงเสริม
ใหพฒั นาปรับปรงุ ตลอดเวลา อันจะเปนประโยชนต อผูไ ดร บั การศกึ ษาโดยตรง
3.5 การระดมทรัพยากรจากแหลง ตา ง ๆ มาใชเ พอื่ การจดั การศึกษา ทรัพยากรตาง ๆ ที่จำเปน
สำหรับการจัดการศึกษา ไดแก ทรัพยากร การเงิน วัสดุอุปกรณ ทรัพยากรบุคคลที่มีความรูความชำนาญใน
การเรยี นการสอน ภมู ิปญ ญาทอ งถนิ่ สื่อและเทคโนโลยีตางๆ ลวนเปนทรัพยากรจำเปนแตรัฐไมสามารถจัดหา
มาสนบั สนนุ ไดอยางเพียงพอ จงึ ถอื เปนภาระหนาทีข่ องผทู ่มี ีสว นไดสว นเสียทุกคนในการจัดการศึกษาจะเขามา
ชวยเหลือสนับสนุน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของหนวยงานการศึกษาในแตละทองถิ่น ตัวอยางเชน ครู
อาจเชิญผูส ูงอายุในหมบู า นทม่ี ีความรเู กย่ี วกบั ศลิ ปวฒั นธรรมพน้ื บานมาชวยสาธติ หรือสอนวิชาทเ่ี ก่ียวของได
3.6 การมีสวนรวม การใหความสำคัญกับการมีสวนรวมของบุคคล ครอบครัวชุมชน องคกร
ปกครองสวนทองถิ่น เอกชน องคกรเอกชน องคกรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการและสถาบัน
สังคมอ่ืนในการจัดการศึกษา โดยบคุ คล กลมุ บคุ คล หรือองคก รตางๆจะไดร ับการสงเสริมใหเขารวมเสนอแนะ
กำกบั ติดตาม และสนบั สนุนการจดั การศกึ ษาเพอื่ ประโยชนของสังคมโดยรวม
โดยสรปุ หลกั ในการจัดการศึกษา ไดแ ก หลกั เอกภาพ ดานนโยบาย หลักการกระจายอำนาจไปสูเขต
พื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองคกรปกครองสว นทองถิ่น การกำหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบ
ประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและประเภทการศึกษา การสงเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย และ
บคุ ลากรทางการศึกษาและการพัฒนาตอเนื่อง การระดมทรพั ยากรจากแหลงตาง ๆ มาใชเพอ่ื การจดั การศึกษา
และหลักการมีสวนรวม ซึ่งทั้งหมดลวนเปนสวนที่สำคัญที่จะทำใหการดำเนินการจัดการศึกษาดำเนินไปได
อยา งเปนระบบระเบียบ และสามารถตอบสนองความตองการของผูเรียนและผูท่ีมสี ว นเกย่ี วขอ งไดมากที่สุดอัน
จะสงผลใหมีประชากรที่มีคุณภาพเพื่อการพัฒนาประเทศในลำดับตอไปอยางไรก็ดีการจัดการศึกษาโดย
คำนึงถึงหลักการดังกลาวขั้นตนนั้น ยังตองคำนึงถึงความแตกตางของผูเรียนดวย ซึ่งเปนที่ทราบกันดีวา
การศึกษามีความสำคัญและเปนสิ่งที่ทุกคนตองไดรับอยางเสมอภาคกันโดยไมมีการจำกัดวัย หรืออายุในการ
เขารบั การศึกษา ดงั นนั้ เพอื่ ใหการจดั การศึกษาสามารถสนองความตองการของผูเรียนไดในทุกระดับจึงตองมี
การกำหนดระบบการจัดการศึกษาขึ้นในรูปแบบระบบที่หลากหลายซึ่ง พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ
พ.ศ. 2542 ไดกลา วถึงระบบการจดั การศึกษาไวเชนกัน
๑๓
การจัดกิจกรรมการเรยี นรเู ชิงรกุ (Active Learning)
ความหมายของการเรยี นรเู ชิงรกุ (Active Learning)
การเรยี นรเู ชิงรกุ เปนกจิ กรรมการเรียนรทู ีเ่ ปดโอกาสใหผ เู รียนไดฟ ง พดู อา น เขียน และแสดงความ
คิดเห็นขณะลงมือ ปฏิบัติกิจกรรมอกี ทั้งในขณะเดียวกนั ผูเ รียนตองใชก ระบวนการคิด โดยเฉพาะกระบวนการ
คดิ ข้นั สงู คือ การวิเคราะห การสังเคราะห และการประเมินคา ประกอบส่ิงทีก่ ำลังปฏบิ ตั อิ ยู
การเรียนรูเชิงรุกเพื่อสรางผลการเรียนรู ประกอบดวย การเรียนรูดวยการลงมือทำ การใช ICT
การทำงานแบบรวมพลัง นำไปสูการสรางความรู สรางชิ้นงาน เกิดผลการเรียนรู ดานความรู (K) ดาน
กระบวนการ (P) ดา นลักษณะนสิ ัย (A) และเกดิ ชน้ิ งาน/ภาระงานในข้ันสงู ดังภาพท่ี 1
ภาพท่ี 1 ผังการเรยี นรเู ชิงรกุ เพ่ือสรางผลการเรยี นรู
ที่มา : พมิ พันธ เดชะคุปต และพเยาว ยนิ ดสี ขุ (2561)
โดยสรุปการจัดการเรียนรูเชิงรุก เปนกลยุทธหนึ่งที่จะพัฒนาใหเด็กและเยาวชนไทยมีทักษะ
แหงศตวรรษที่ 21 ใหเปนเด็กไทย เยาวชนไทย คนไทย 4.0 สูการสรางนวัตกรรมในยุคไทยแลนด 4.0 ซึ่ง
หากเปรียบเทียบพฤติกรรมการสอนของครูและพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนดวยแนวการสอนแบบการ
เรียนรูเชงิ รับ (Passive Learning) กบั การเรียนรเู ชิงรุก (Active Learning)
จากแนวคิดพีระมิดการเรียนรู (Learning Pyramid) ที่สถาบัน NTL Institute for Applied
Behavioral Science ไดเ สนอขอมลู ทสี่ ามารถนำมาชว ยขยายความเขาใจเก่ียวกบั การจัดการเรยี นรูเชงิ รุก ซึ่งมี
ความแตกตา งไปจากการเรียนรูแ บบเปน ผูรบั อันเปนหลกั การจัดการเรียนรูในอดตี ท่ีเนนครเู ปนศนู ยกลาง ซึ่ง
เคยมีประสิทธภิ าพและประสทิ ธผิ ลในอดตี ทผี่ านมา โดยใหค วามสําคัญกับการฟง การอา น การไดยิน ไดเห็น
รวมทง้ั การสาธติ ของครูผูสอน ทง้ั น้ีแนวการจดั การเรียนรดู ว ยวธิ ีดังกลา ว จะอยูบนสวนยอดของพรี ะมิด แสดง
ใหเห็นวาผูเ รียน เรียนรูจากการถายทอดเปนสวนใหญซึ่งจะแตกตางจากการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสำคัญ ที่
สะทอนใหเห็นวานักเรียนสามารถสรางความรูไดดวยตนเอง ซึ่งอยูที่สวนฐานของพีระมิดการเรียนรู ดังภาพ
ท่ี 2
๑๔
ภาพท่ี 2 พีระมดิ การเรียนรู (Learning Pyramid)
(ทม่ี า : NTL Institute for Applied Behavioral Science. 2017)
แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนรเู ชงิ รุก
ในการจัดการเรียนการสอนหรือจัดกิจกรรมใหผูเรียนเปนไปตามแนวทางของการเรียนรูเชิงรุกนั้น
สามารถทำไดหลากหลาย เชน การทำงานรวมกันเปนกลุม การอภิปราย การสื่อสารระหวางกัน
การแสดงบทบาทสมมติ การมีสว นรว มในชั้นเรยี น และการรว มกนั เขียนบทความ
ตวั อยางกจิ กรรมการเรียนรเู ชงิ รกุ ซ่งึ เสนอโดย Brookfield (2005) พอสรุปไดดังน้ี
1. A class discussion การสนทนากันระหวางผูเรียนในชัน้ เรยี น มีทั้งแบบตัวตอตัว หรือทาง
Online เมื่อจบการเรียน เรื่องใดเรื่องหนึ่งแลว ผูสอนจะกำหนดหัวขอใหอภิปรายรวมกัน และอาจชวยกัน
กำหนดหนาที่ของแตละคนได ซึ่งจะทำใหผ เู รียน มคี วามเขา ใจในเรื่องท่ีเรยี นมากข้ึน เปนการฝกทักษะการคิด
พัฒนาความคิดสงั เคราะหโ ดยการหลอมรวมส่งิ ตา ง ๆ เขาดว ย
2. A thinking-Pair-Share หลงั จากผเู รียนไดเ รียนรูเร่ืองใดเร่ืองหนึ่งจนจบ จะใชเวลาเล็กนอย
ใน การจับคูอภิปราย หรือ อภิปรายรว มกันทั้งหมดเพื่อใหผูเ รียนทุกคนไดทำกิจกรรม แตนักเรียนในหองเรยี น
ตอง มีจำนวนไมมาก เพื่อผูสอนจะไดดูแลทั่วถึง ทุกคน สมาชิกในหองเรียนจะสนุกสนานในการอภิปราย
รว มกนั กิจกรรมน้จี ะประหยัดเวลา ผูเรยี นสามารถสรปุ เน้อื หาสาระไดอ ยา ง รวดเร็ว
๑๕
3. A short writing exercise กจิ กรรมน้ีเปนการทบทวนเรือ่ งทเี่ รยี นมาแลว ผูสอนจะใหผ ูเ รียน
เขียนขอความ/บทความ สั้น ๆ ภายใน 1 นาที (one minute paper) หรืออาจจะ 10 นาทีขึ้นอยูกับความ
พรอมของผเู รยี น
4. A collaborative Learning group เปนการทํางานเปนกลุม กลุมละ 3-6 คน แบงหนา ที่
การ ทำงานเปนผูนำและ ผูจดบันทึก ผสู อนอาจจะกำหนดเร่ืองใหศ ึกษาคนควา และนำเสนอในหองเรียน หรือ
อาจจะใหทำโครงงาน
5. A student debate ผูสอนกำหนดเรื่องใหผูเรียน ผูเรียนรับหนาทีต่ ามเร่ืองที่ไดรับ และนำ
ขอมลู ตา ง ๆ มาอภปิ ราย
6. A reaction to a Video เปนการแบง ใหผ ูเ รียนทำงานเปน กลมุ หรือเปน คกู ็ได โดยใหผูเรียน
ดู วดี ิทศั นทม่ี ีเนือ้ หา ตามเรอื่ งทเ่ี รียน ผสู อนแจกคำถาม 2-3 คำถามกอนดูวดี ทิ ัศน เมื่อผูเรียนดูวีดิทัศนจบแลว
จะ อภปิ รายและเขยี นสรปุ แสดงความคิดเหน็ ตามประเดน็ คำถามที่ผูสอนมอบให
7. A small group discussion เปนการจัดกลุมเล็ก ๆ ใหหองเรียนที่มีผูเรียนจำนวนมาก
ผูสอน อาจจัดกิจกรรมเปน การเลมเกมตาง ๆ หรือมีการแขงขันเพื่อใหผูเรียนทำงานรวมกันมีการแสดงความ
คดิ เห็น ผเู รียนจะแสดงออกถงึ การไดรับรใู นกลมุ เล็ก ๆ ของตน
8. A Class game เปน การทบทวนความรคู วามเขาใจกอนการสอน ผสู อนอาจใหผูเรียนไดเลม
เกมอกั ษรไขว (Crossword puzzles) หรือเกมตาง ๆ จะทำใหผ ูเรยี นสนกุ สนานและเปน การทบทวนความรู
9. Learning by Teaching เปนการกําหนดใหผูเรียนคนควาหัวขอตาง ๆ และทำความเขาใจ
เรื่องเหลานั้นอยา งกระจาง แลวนำไปถายทอดใหกับเพือ่ น ๆ ในหองเรียน ผูเรียนสามารถเรียนรูไดด วยตนเอง
มกี ารอภิปรายและนำเสนอผลงาน เปน ลักษณะ เพือ่ นสอนเพื่อน
แนวทางการวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรูแ บบเชงิ รุก
การประเมินคือกลไกการใหขอมูลปอนกลับแกนักเรียนและแกครู กลาวคือ นักเรียนใชขอมูลนี้ใน
การปรบั ปรงุ พฒั นาการ เรยี นรขู องตน และครูใชข อ มูลนช้ี ว ยในการทำหนาทีเ่ อ้ืออำนวยใหศิษยบ รรลุเปาหมาย
การเรียนรูสิ่งที่ครูตองทำคือ สรางบรรยากาศ หรือสภาพแวดลอมใหศิษยเห็นวาการประเมินนั้นเปนกลไก
ชวยเหลอื หรอื เอื้อตอ เปาหมายการเรียนรูของตน หัวใจสำคญั คือ ตองทำใหมีความสัมพันธท ่ีโปรงใสและชัดเจน
ระหวา งผลคะแนนกบั ความกา วหนาในการเรยี น
การประเมนิ การเรียนการสอนแบบการเรยี นรูเชิงรกุ ทีม่ ีประสทิ ธภิ าพ ควรใชเทคนิควธิ กี าร และ
เครอ่ื งมือในการประเมนิ ทห่ี ลากหลาย อาทิ การใชค ำถาม การสงั เกต การประเมนิ ตนเอง การประเมินโดย
เพ่ือน การใหส าธติ หรอื นำเสนอ ทัง้ น้ีควรคำนึง ถงึ ความสอดคลองกับวัตถปุ ระสงคก ารเรียนรูเปนสำคัญ
ปจ จบุ นั เทคนคิ การประเมนิ ท่ีนิยมใชคือการประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงาน ชิน้ งาน และประเมนิ กระบวนการ
ปฏบิ ัตงิ านในชนั้ เรยี นอยา งสม่ำเสมอ ซ่ึงกจิ กรรมการประเมินระหวางเรียนท่เี กิดข้ึนในการจัด กจิ กรรมแบบ
การเรยี นรูเชงิ รกุ จะชวยใหผูเรียนเรยี นรูไดด ียิง่ ขน้ึ เนื่องจากการจดั การเรยี นรูเชงิ รุก เนนการพัฒนาทักษะการ
คิด ในขน้ั สูง ดงั นนั้ การประเมินผลควรวัดทกั ษะการคิดขัน้ สูงควบคูไปดว ย เพอ่ื ใหไ ดร วู าการจัดการเรยี นรนู นั้
๑๖
บรรลตุ ามเปาหมายท่วี างไว หรือไมโ ดยมีเทคนคิ การประเมินและเคร่ืองมือวดั ในการจัดการเรียนรูแ บบเชงิ รุก
(Kay Gibson and Carolyn M. Shaw. 2010) ดังน้ี
1. การตั้งคำถาม (Debriefing) การถามผูเรียนใหเกิดการเรียนรูผูสอนตองใชคำถามหลาย
ลักษณะ ไมใชคำถาม เพียงเพื่อประเมินความจำ ผูสอนควรใช คำถามที่มุงใหผูเรียนไดใชความเขาใจเปน
พื้นฐานในการคิดตอไปใน ระดับสูง ระดับของคำถามมีความสำคัญยิ่งตอการคิดของผูเรียน ผูสอนตองใช
คำถามที่สอดคลองกับ จุดประสงคการเรียนรู เหมาะสมกับผูเรียนและมีความหลากหลายระดับ ซึ่งในการตั้ง
คำถาม เพื่อเกิดการคิดนั้น ผูสอนสามารถนำแนวคิดดานพุทธพิสัย (Cognitive Domain) ของบลูม (Bloom)
ซึ่งมี 6 ระดบั มาเปน แนวทางการตั้งคำถาม ดงั นี้ (ชยั วัฒน สุทธิรตั น, 2559)
1.1 ถามความรู เปนคำถามที่มคี ำตอบแนน อน ถามเนอ้ื หาเก่ยี วกบั ขอเทจ็ จริง คำจำกดั ความ
คำนยิ าม คาํ ศพั ท กฎ ทฤษฎี เกย่ี วกับใคร (Who) เมื่อไหร (When) ที่ไหน (Where) รวมท้งั ใช หรือไมใช เชน
• ใครเปนกษัตริยองคแ รกของกรุงสุโขทยั
• รปู สามเหลยี่ มมมี มุ รวมกนั กีอ่ งศา
1.2 ถามความเขาใจ เปนคำถามตองใชความรูความจำมาประกอบ เพื่ออธิบายดวยคำพูด
ของตนเอง จึงเปน คำถามทส่ี งู กวา การใช ความรู ความจำ เชน
• ใหน กั เรยี นอธิบายลักษณะของผูมจี ติ ใจกลา หาญ
• งานศิลปะสมยั กรุงศรีอยุธยา มีลกั ษณะเดน อยางไร
1.3 ถามการนำไปใช เปนคำถามที่มุงใหผูเรียนไดนำความรูและความเขาใจที่เรียนแลวไป
แกป ญ หาในสถานการณตาง ๆ เชน
• นกั เรียนจะนำความกลา หาญของสมเดจ็ พระศรีสุริโยทยั ไปใชในชีวิตประจำวันอยางไร
• นักเรยี นจะนำความรูเก่ียวกับภาวะโลกรอนไปชวยเหลือชมุ ชนอยา งไร
1.4 ถามการวิเคราะห เปน คำถามท่ีมงุ ใหผ เู รียนไดจ ำแนกแยกแยะเร่ืองราวตา ง ๆ
วาประกอบดวยสวนยอยอะไรบาง โดยใชหลักการ ทฤษฎี ที่มาของเรื่องราวหรอื เหตุการณนั้นประกอบการ
ตอบ เชน
• สาเหตุสำคญั ใดทที่ ำใหกรุงศรอี ยุธยาตอ งตกเปนเมืองขึ้นแกพ มาถึง 2 คร้งั
• ภาวะเศรษฐกจิ ของโลกตกต่ำเนอื่ งจากสาเหตใุ ด
1.5 ถามการสังเคราะห เปนคำถามที่ตอ งการใหผเู รยี นไดใ ชกระบวนการคิด เพ่ือสรุป
ความสมั พนั ธระหวางขอ มูลยอย ๆ ข้ึนเปน หลกั การ หรือแนวคิดใหม เชน
• จะมีวธิ กี ารใดที่จะไมทำใหเกิดการเสียกรุงศรีอยธุ ยา ครั้งท่ี 2 แกพ มา
• นิทานเร่ืองนน้ี กั เรยี นไดแนวคิดใดในการใชในชีวิตประจำวัน
1.6 ถามการประเมนิ คา เปนคำถามทีใ่ หผ ูเรียนตีคุณคาบางส่งิ โดยใชค วามรู
ความคดิ เหน็ และคุณคา ในการกำหนดเกณฑ เพื่อประเมนิ คา สิง่ เหลา นนั้ เชน
• บุคคลใดตอ ไปนี้ควรไดรับรางวัลโนเบล
• คนดีในปจ จบุ ันควรเปนอยา งไร
๑๗
2. การสังเกต (Observation) เปนวิธีการรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับพฤติกรรม หรือปรากฏการณตาง
ๆ ที่เกิดขึ้นอยางมี จุดมุงหมาย โดยการติดตาม เฝาดูดวยวิธีการที่กำหนดไวลวงหนาอยางเปนระบบ แลว
บันทึกสิ่งที่สังเกตไดใน ลักษณะการเขียนบรรยาย หรือใชแบบสังเกต แบบสังเกตที่นิยมใช ไดแก แบบ
ตรวจสอบรายการ (Checklist) และมาตราสวนประมาณคา (Rating scale)
3. การประเมินโดยเพื่อน (Peer-Assessment) เปนเทคนิคการประเมินอีกรูปแบบหนึ่งที่นาจะ
นำมาใชเ พ่ือพฒั นาผูเ รียนใหเ ขา ถึงคุณลักษณะ ของงานท่ีมคี ุณภาพ เพราะการท่ผี ูเรียนจะบอกไดวาช้ินงานนั้น
เปนเชน ไรผเู รียนตองมีความเขาใจอยางชัดเจน กอนวาเขากำลงั ตรวจสอบอะไรในงานของเพ่ือน ฉะน้ัน ผูสอน
ตองอธิบายผลท่ีคาดหวงั ใหผ ูเรียนทราบกอ นที่ จะลงมือประเมิน การที่จะสรางความมัน่ ใจวาผูเรยี นเขาใจการ
ประเมนิ รูปแบบนี้ควรมีการฝกผเู รียน โดย ผสู อนอาจหาตวั อยา ง เชน งานเขียนของนักเรยี นคนใดคนหนึ่ง มา
ใหเพื่อนนักเรียนตดั สินใจวาควรประเมิน อะไร โดยสรางเกณฑที่บงบอกความสำเร็จของภาระงานน้ัน จากนั้น
ใหผูเรียนประเมินภาระงานเขียนที่เปน ตัวอยางนั้น โดยใชเกณฑที่ชวยกันสรางขึ้น หลังจากนั้นครูตรวจสอบ
การประเมินของผูเรียนและใหขอมูล ยอนกลับแกผูเรียนที่ประเมินเกินจริง การประเมินโดยเพื่อนที่มี
ประสิทธิภาพ จําเปนตองสรางสิ่งแวดลอมการเรียนรูที่สนับสนุนใหเ กิดการประเมินรูปแบบน้ี กลาวคือ ผูเรียน
ตองรูสึกผอนคลาย เชื่อใจกนั และไมอคติ เพื่อ การใหข อมูลยอ นกลบั จะไดมคี วามตรง เชอ่ื ถือไดแ ละเปนขอมูล
ท่ีเปนเชิงบวก ที่ใหประโยชนในการพัฒนา ทั้งตัวผูประเมินและผูไดรับการประเมิน ผูสอนที่ใหผูเรียนทำงาน
กลุมตลอดภาคเรียนแลว ใชเทคนิคเพ่ือน ประเมนิ เพ่ือนเปนประจำ จะสามารถพัฒนาผูเรยี นใหเกิดความเขาใจ
ซ่ึงกันและกนั อันจะนำไปสกู ารใหข อมลู ยอ นกลับทเี่ กงขนึ้ ได (สำนักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา. 2557)
4. การประเมินตนเอง (Self-Assessment) การประเมินตนเองนับเปนทั้งเครื่องมือประเมินและ
เคร่ืองมือพัฒนาการเรียนรู เพราะทำใหผูเรียนไดคิดใครครวญ วาไดเรยี นรูอะไร เรียนรูอยางไร และผลงานที่
ทำนั้นดีแลวหรือยัง การ ประเมินตนเองจึงเปนวิธีหนึ่งที่จะชวยพัฒนาผูเรียนใหเปน ผูที่สามารถเรียนรูดวย
ตนเอง การประเมินตนเองของผูเรียนท่ีประสบความสำเรจ็ จะตองมีเปาหมายการเรียนรูทีช่ ดั เจน มีเกณฑที่บง
บอกความสำเรจ็ ของชิน้ งาน/ภาระงานและมาตรการปรบั ปรุงแกไขตนเองเปาหมายการเรียนรูท ี่กำหนด ชดั เจน
และผูเรียนไดรับทราบ หรือรวมกำหนดดวย จะทำใหผูเรียนทราบวาตนถูกคาดหวังใหรูอะไร ทำอะไร มี
หลกั ฐานใดท่ีแสดงการเรียนรูต ามความคาดหวังน้ัน หลักฐานท่มี คี ุณภาพควรมเี กณฑเ ชน ไร เพ่อื เปน แนวทางให
ผเู รียนพจิ ารณาประเมนิ ซึ่งหากเปา หมายและเกณฑการประเมินเกิดจาก การทำงานรว มกันระหวางผูเรียนกับ
ผูส อนดวยแลว จะเปนการเพม่ิ แรงจูงใจในการเรยี นรูเพิ่มมากข้ึน การที่ ผูเรยี นไดใชการประเมนิ ตนเองบอย ๆ
โดยมีกรอบแนวทางการประเมินที่ชัดเจนนี้จะชวยสงเสริมใหผูเรียน ประเมินไดคอนขางตรงและซื่อสัตย คำ
วิจารณ คำแนะนําของผูเรียนมักจะจริงจังมากกวาของครู การประเมิน ตนเองจะเกิดประโยชนยิ่งขึ้นหาก
ผเู รียนทราบสง่ิ ทตี่ อ งปรับปรงุ แกไข และตงั้ เปา หมายการปรับปรงุ แกไขของ ตนแลวฝกฝนพฒั นา โดยการดูแล
สนับสนุนจากผูส อนและความรวมมือของครอบครัว
๑๘
5. การนำเสนอและการสาธิต (Presentation and Demonstrations) การนำเสนอผลงานเปน
กิจกรรมที่สะทอนความคิดของผูเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่นำเสนอหรือ ความรูเพื่อใหผูอื่น เชน ครู เพื่อนนักเรียน
และผูป กครองไดรบั รู เกดิ ความรูค วามเขาใจ และชน่ื ชมใน ความสำเรจ็ หรอื รว มตรวจสอบและใหขอเสนอแนะ
เกี่ยวกับการนำเสนอผลงาน โดยรูปแบบการนำเสนอ ผลงาน ไดแ ก การนำเสนอผลงานดวยการเขียน ดว ยการ
พูด ดวยการสาธิต ดวยการจัดแสดงผลงานหรือจัด นิทรรศการ (สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและ
เทคโนโลย,ี 2555)
6. การสอบถาม พูดคุยกับนักเรียน (Student Surveys) เปนการสื่อสารสองทางอีกประเภทหน่ึง
ระหวางผสู อนกับผเู รียน สามารถดำเนนิ การเปน กลุม หรือรายบคุ คลกไ็ ด โดยทั่วไปมักใชเพื่อตดิ ตามตรวจสอบ
วาผูเรียนเกิดการเรียนรูเพียงใด เพื่อเปนขอมูลสำหรับ พัฒนาผูเรียนวิธีการนี้อาจใชเวลามากกวาวิธีอื่น แตมี
ประโยชนตอการคนหา วินิจฉัยขอปญหาตลอดจนเรื่อง อื่น ๆ ที่อาจเปนปญหา อุปสรรคตอการเรียนรูเชน
วิธกี ารเรียนรู ทีแ่ ตกตา งกัน เปนตน
7. การใชเกณฑการประเมิน (Rubrics) แนวการใหคะแนนเพื่อประเมินผลงานหรือการปฏิบัติงาน
ของผูเรียน หรือที่เรียกวา Rubric เปนเครื่องมือใหคะแนน ชนิดหนึ่ง ใชในการประเมินการปฏิบัติงานหรือ
ผลงานของผูเรียน เกณฑการประเมิน (Rubric) มี 2 ชนิด คือ เกณฑการประเมินแบบภาพรวม (Holistic
Rubric) และเกณฑการประเมิน แบบแยกสว น (Analytic Rubric)
เกณฑการประเมินแบบภาพรวม (Holistic Rubric) ครูจะใหคะแนนโดยดูภาพรวมของ
กระบวนการหรือผลงาน ไมแยกพิจารณาเปนสวน ๆ เกณฑการประเมิน (Rubric) แบบนี้จะใชเมื่อตองการดู
ภาพโดยรวมมากกวาจะดูขอบกพรองสวนยอย ๆ เกณฑการประเมินแบบภาพรวมจะเหมาะกับการปฏิบัติท่ี
ตองการใหผ ูเรยี นสรา งสรรคแ ละไมมคี ำตอบที่ถกู ตองชัดเจนแนน อน
เกณฑการประเมินแบบแยกสวน (Analytic Rubric) ใชเมื่อตองการเนนการตอบสนองที่มี
ลักษณะเฉพาะ และ ไมไดเนนความคิดสรางสรรค ใชเปนตัวแทนของการประเมินหลายมิติ การใชเกณฑการ
ประเมินแบบแยกสวนจึงไดผลสะทอนกลับ คอนขางสมบูรณ เปนประโยชนสําหรับผูเรียนและผูสอนมากใน
ขณะทีม่ ีการเรยี นรู เปนการประเมินทีเ่ หมาะกับการประเมิน ความกาวหนา และผูส อนท่ีใชเกณฑการประเมิน
แบบแยกสว นจะสามารถสรา งเสน ภาพ (Profile) จดุ เดน จุดดอยของผเู รยี นแตละคน ไดชดั เจน
8. การเขียนสะทอนการเรียนรู (Journals) เปนรูปแบบการเขียนที่ใหผูเรียนเขียนตอบกระทูหรือ
คำถามของครู ซึ่งจะตองสอดคลองกับ ความรูทักษะที่กำหนด ในตัวชี้วัดการเรียนรู การเขียนสะทอนการ
เรียนรูนี้ นอกจากทำใหผ ูสอนทราบ ความกาวหนาในผลการเรียนรูแลวยังใชเปนเคร่ืองมือ ประเมินพัฒนาการ
ดา นทักษะการเขยี นไดอ กี ดวย
กลาวโดยสรุป การเรียนรูเชิงรุก เปนกิจกรรมการเรียนรูที่เปดโอกาสใหผูเรียนไดฟง พูด อาน เขียน
และแสดงความคิดเห็น ขณะลงมือปฏิบัติกิจกรรม อีกทั้งในขณะเดียวกันผูเรียนตองใชกระบวนการคิด
โดยเฉพาะกระบวนการคิดขั้นสูง คือ การวิเคราะห การสังเคราะห และการประเมินคา การประเมินการเรียน
การสอนแบบ active learning ที่มีประสิทธิภาพ ควรใชเทคนิค วิธีการ และเครื่องมือในการประเมินท่ี
หลากหลาย อาทิ การใชค ำถาม การสงั เกต การประเมนิ ตนเอง การประเมินโดยเพ่ือน การสาธติ หรือนำเสนอ
๑๙
ทั้งนี้การประเมินนั้นควรคำนึงถึงความสอดคลองกับวัตถุประสงคการเรียนรูเปนสำคัญ ปจจุบัน
เทคนิคการ ประเมิน ที่นิยมใชคือการประเมินผลการปฏิบัติงาน ชิ้นงาน และประเมินกระบวนการปฏิบัติงาน
ในช้นั เรียน อยา งสม่ำเสมอ
หลกั การ แนวคิด เกยี่ วของกับการพัฒนาวิชาชีพแบบชุมชมแหงการเรยี นรทู างวชิ าชพี (Professional
Learning Community: PLC)
PLC (Professional Learning Community) มีพื้นฐานแนวคิดมาจากภาคธุรกิจเกี่ยวกับความ
สามารถขององคกรในการเรียนรู (Thompson, Gregg, & Niska, 2004) เปนการนำแนวคิดองคกรแหงการ
เรยี นรูมา ประยกุ ตโ ดยอธบิ ายวา การอปุ มาทเี่ ปรยี บเทยี บใหโรงเรยี นเปน” องคกร” นนั้ นา จะไมเหมาะสมและ
ถูกตอง แทจริงแลวโรงเรียน มีความเปน “ชุมชน” มากกวาความเปนองคกร ซึ่งความเปน “องคกร” กับ
“ชุมชน” มีความแตกตางกันทีค่ วามเปน ชมุ ชน
“ชุมชนแหงการเรียนรูวิชาชีพ”หรือ PLC มีวรรณกรรมทางการศึกษาจากการวิจัยหรือโครงการ
ศึกษาตางๆ สามารถเรียบเรียงสรุปเปนความหมายของ PLC คือ การรวมตัว รวมใจ รวมพลัง รวมมือกันของ
ครู ผูบริหาร และ นักการศึกษาในโรงเรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรูของผูเรียนเปนสำคัญ ดังที่ Sergiovanni
(1994) ไดกลาววา PLCเปน สถานที่สำหรับ “ปฏิสัมพันธ” ลด “ความโดดเดี่ยว” ของมวลสมาชิกวิชาชพี ครู
ของโรงเรยี นในการทำงาน เพือ่ ปรบั ปรงุ ผล การเรียนของนักเรยี นหรืองานวิชาการโรงเรียน ซึ่ง Hord (1997)
มองในมุมมองเดียวกัน โดยมองการรวมตัวกันดังกลาว มีนัยยะแสดงถึงการเปนผูนำรวมกันของครู หรือเปด
โอกาสใหครูเปน “ประธาน” ในการเปลี่ยนแปลง (วิจารณ พานิช, 2555) การมีคุณคารวมและวิสัยทัศน
รวมกันไปถึงการเรียนรูรวมกันและการนำสิ่งที่เรียนรูไปประยุกตใชอยา งสรางสรรครวมกัน PLC สามารถแบง
ระดับได 3 ระดับ คือ ระดับสถานศึกษา ระดับเครือขาย และระดับชาติ โดยแตละ ลักษณะจะแบงตามระดับ
ของความเปน PLC ยอย ดังนี้
1. ระดับสถานศึกษา (School Level) คือ PLC ที่ขับเคลื่อนในบริบทสถานศึกษา หรือ โรงเรียน
สามารถแบง ได 3 ระดับยอย (Sergiovanni, 1994) คอื
1.1 ระดับนักเรียน (Student Level) ซึ่งนักเรียนจะไดรับการสงเสริมและรวมมือใหเกิดการ
เรียนรูขึ้น จากครูและเพื่อนนักเรียนอื่นใหทำกิจกรรมเพื่อแสวงหาคำตอบที่สมเหตุสมผล สำหรบั ตน นักเรียน
จะไดรับการพฒั นาทกั ษะที่สำคัญ คอื ทักษะการเรียนรู
1.2 ระดับผูประกอบวิชาชีพ (Professional Level) ประกอบดวยครูผูสอนและผูบริหารของ
โรงเรียนโดยใชฐ านของ “ชุมชนแหงวิชาชพี ” เชื่อมโยงกับการเรียนรูของชุมชน จึงเรียกวา “ชุมชนการเรียนรู
ทางวชิ าชพี ”
1.3 ระดับการเรียนรูของชุมชน (Learning Community Level) ครอบคลุมถึงผูปกครอง
สมาชิกชุมชนและผูนำชุมชน โดยบุคคลกลุมนี้จำเปนตองมีสวนเขามารวมสราง และผลักดันวิสัยทัศนของ
โรงเรยี นใหบรรลุผลตาม เปา หมาย
๒๐
2. ระดับกลุมเครือขาย (Network Level) คือ PLC ที่ขับเคลื่อนในลักษณะการรวมตัวกันของกลุม
วิชาชีพจากองคกร หรือหนวยงานตางๆ ที่มุงมั่นรวมกันสรางชุมชน เครือขาย ภายใตวัตถุประสงครวม คือ
การแลกเปลี่ยนเรียนรู สงเสริม สนับสนุน ใหกำลังใจ สรางความสัมพันธและพัฒนาวิชาชีพรวมกัน อาจมี
เปา หมายทเ่ี ปนแนวคิดรว มกนั อยางชัดเจน สามารถแบงได 2 ลักษณะ คือ
2.1 กลุมเครือขา ยความรวมมือระหวางสถาบัน คือ การตกลงรว มมือกันในการพัฒนาวิชาชีพ
ครูระหวา งสถาบัน โดยมองวา การรว มมือกันของสถาบนั ตา งๆ จะทำใหเ กดิ พลังการขับเคล่ือน การแลกเปล่ียน
เรียนรทู าง วชิ าชพี
2.2 กลุมเครือขายความรวมมือของสมาชิกวิชาชีพครู คือ การจัดพื้นที่เปดกวางให สมาชิก
วิชาชีพครูที่มีอุดมการณรวมกันในการพัฒนาการจัดการเรียนรูของตนเองเพื่อการเปลี่ยนแปลง เชิงคุณภาพ
ของผเู รียนเปน หวั ใจสำคัญ สมาชิกที่รวมตวั กนั ไมม เี งื่อนไขเกีย่ วกับสังกัด แตจะต้งั อยบู นความ มงุ มน่ั สมัครใจ
ใชอดุ มการณรว มเปน หลักในการรวมกนั เปน PLC กรณีตวั อยาง เชน PLC “ครูเพือ่ ศิษย”
3. ระดับชาติ (The National Level) คือ PLC ที่เกิดขึ้น โดยนโยบายของรัฐที่มุงจัดเครือขาย PLC
ของชาติเพ่ือขับเคลื่อน การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของวิชาชีพ โดยความรวมมือของสถานศึกษา และครูที่
ผนึกกำลงั รว มกนั พฒั นาวิชาชีพ
องคป ระกอบของชุมชนการเรียนรูท างวิชาชพี ในบรบิ ทสถานศึกษา
PLC ในระดับสถานศึกษา หรือ ระดับผูประกอบวิชาชีพ นำเสนอเปนองคประกอบของ PLC ที่มา
จากขอมูลทีร่ วบรวมและ วเิ คราะหจ ากเอกสารท้งั ในประเทศไทยและตางประเทศนำเสนอเปน 6 องคประกอบ
ของ PLC ในบรบิ ทสถานศกึ ษา ซึง่ ประกอบดว ย วิสัยทศั นร วมทีมรวมแรงรว มใจ ภาวะผนู ำรว ม การเรียนรูแ ละ
การพฒั นาวิชาชีพ ชมุ ชนกัลยาณมิตร และโครงสรางสนับสนนุ ชุมชนนำเสนอจากการสังเคราะหแนวคิดตางๆ
และรายละเอียดตอ ไปนี้
องคประกอบที่ 1 วิสัยทัศนรวม (Shared Vision) วิสัยทัศนรวมเปนการมองเห็นภาพ
เปา หมาย ทศิ ทาง เสน ทาง และสิง่ ท่ีจะเกิดข้ึนจริง เปนเสมือนเข็มทิศในการขับเคล่อื น PLC ท่ีมีทิศทางรวมกัน
โดยมีวิสัยทัศนเชิงอุดมการณทางวิชาชีพรวมกัน (Sergiovanni, 1994) คือพัฒนาการการเรียนรูของผูเ รียน
เปน ภาพความสำเรจ็ ท่ีมุง หวังในการนำทางรวมกัน (Hord, 1997) อาจเปนการมองเริ่มจากผูนำหรือกลุมผูนำ
ที่มี วิสัยทัศนทำหนาทีเ่ หนี่ยวนำใหผูรวมงานเห็นวิสัยทัศนนั้นรว มกัน หรอื การมองเห็นจากแตละปจเจกที่มี
วสิ ยั ทศั นเหน็ ในสง่ิ เดียวกัน วสิ ัยทศั นร ว มมีลักษณะสำคัญ 4 ประการ (4 Shared) มรี ายละเอียดสำคัญ ดังน้ี
1) การเห็นภาพและทิศทางรวม (Shared Vision) จากภาพความเชื่อมโยงใหเห็นภาพ
ความสำเร็จรวมกันถึงทิศทาง สำคัญของการทำงานแบบมอง “เห็นภาพเดียวกัน” (Hord, 1997;
Hargreaves,2003)
2) เปา หมายรวม (Shared Goals) เปนทั้งเปาหมาย ปลายทาง ระหวางทาง และเปาหมาย
ชีวติ ของสมาชิกแตละคนท่ี สมั พนั ธก นั กับเปาหมายรว มของชุมชนการเรียนรูฯ ซงึ่ เปนความเชื่อมโยงใหเห็นถึง
ทศิ ทางและเปาหมายในการทำงานรว มกนั โดยเฉพาะเปา หมายสำคัญคือพฒั นาการการเรียนรขู องผูเรียน
(Hargreaves, 2003; Schmoker, 2004; DuFour, 2006)
๒๑
3) คุณคารวม (Shared Values) เปนการเห็นทั้งภาพเปาหมาย และที่สำคัญเมื่อเห็นภาพ
ความเชื่อมโยงแลว ภาพดังกลาวมีอิทธิพลกับการตระหนักถึงคุณคาของตนเองและของ งานจนเชื่อมโยงเปน
ความหมายของงานที่เกิดจากการตระหนัก รูของสมาชิกใน PLC จนเกิดเปนพันธะสัญญารวมกัน รวมกัน
หลอมรวมเปน “คุณคารว ม” ซ่ึงเปนขมุ พลงั สำคัญท่จี ะเกดิ พลัง ในการไหลรวมกันทำงานในเชิงอุดมการณทาง
วิชาชีพรว มกนั (Hord, 1997; DuFour, 2006; Hargreaves, 2003)
4) ภารกิจรวม (Shared Mission) เปนพันธกิจแนวทางการปฏิบัติรวมกันเพื่อใหบรรลุตาม
เปาหมายรว ม รวมถึงการ เรียนรูของครูในทุกๆ ภารกิจ สิ่งสำคัญคอื การปฏริ ูปการเรียนรู ที่มุงการเรียนรูของ
ผูเรียนเปนหัวใจสำคัญ (Hord, 1997) โดยการเริ่มจากการรับผดิ ชอบในการพัฒนาวิชาชีพเพื่อศิษยรวมกัน
ของครู (Louis & Kruse, 1995; Senge, 2000; DuFour, 2006)
องคประกอบที่ 2 ทีมรวมแรงรวมใจ (Collaborative Teamwork) ทีมรวมแรงรวมใจ เปน
การพัฒนามาจากกลุมที่ทำงาน รวมกันอยางสรางสรรค ลักษณะการทำงานรวมกันแบบมีวิสัยทัศน คุณคา
เปาหมาย และพันธกิจรวมกัน รวมกันดวยใจ จนเกิดเจตจำนงในการทำงานรวมกันอยางสรางสรรค เพื่อให
บรรลุผลที่การเรียนรูของผูเรียน (Louis, Kruse, & Marks, 1996) การเรียนรูของทีม และการเรียนรูของครู
บนพื้นฐานงานที่มี ลักษณะตองมีการคิดรวมกัน วางแผนรวมกัน ความเขาใจรวมกัน ขอตกลงรวมกัน การ
ตัดสินใจรวมกัน แนวปฏิบัติรวมกัน การประเมินผลรวมกัน และการรับผิดชอบรวมกัน จากสถานการณ ที่
งานจริงถือเปนโจทยรวม (Hargreaves, 2003; Stoll & Louis, 2007) ใหเห็นและรูเหตปุ จจัย กลไกในการ
ทำงานซง่ึ กันและกัน แบบละวางตัวตนใหมากที่สดุ (There’s no I in team) (DuFour, 2006) จนเห็นและรู
ความสามารถของแตละคนรวมกัน เห็นและรบั รูถึงความรูสึกรวมกันในการทำงานจนเกิด ประสบการณหรือ
ความสามารถในการทำงาน และพลังในการรวมเรียนรู รวมพัฒนาบนพื้นฐานของพันธะรวมกันที่เนนความ
สมัครใจ และการสื่อสารที่มีคุณภาพบนพื้นฐานการรับฟงและความไววางใจซึ่งกันและกัน อยางไรก็ตามการท่ี
PLC เนนการขับเคลื่อน ดวยการทำงานแบบทีมรวมแรงรวมใจ ที่ทำใหลงมือทำและเรียนรู ไปดวยกันดวยใจ
อยางสรางสรรคตอเนื่องนั้น ซึ่งมีลักษณะพิเศษของการรวมตัวที่เหนียวแนนจากภายใน นั้นคือการเปน
กัลยาณมติ ร ทำใหเ กดิ ทีมใน PLC อยูร ว มกนั ดวยความสัมพนั ธ ท่ีตางชว ยเหลอื เก้ือกูล ดูแลซ่งึ กัน จึงทำใหการ
ทำงานเตม็ ไปดวยบรรยากาศที่มีความสุข ไมโ ดดเด่ียว (Sergiovanni, 1994; Fullan, 1999) ซึ่งรปู แบบของ
ทมี จะมีเปนเชนไรนั้นขึ้นอยูกับเปาประสงค หรือพันธกิจในการดำเนินการของชุมชนการเรียนรู เชน ทีมรวม
สอน ทีมเรียนรู และกลุมเรียนรู เปนตน (วิจารณ พานิช, 2554; Olivier &Hipp, 2006; Little &
McLaughlin, 1993)
องคประกอบที่ 3 ภาวะผูนำรวม (Shared Leadership) ภาวะผูนำรวมใน PLC มีนัยสำคัญ
ของการผูนำรว ม 2 ลักษณะสำคัญ คอื ภาวะผนู ำผูสรางใหเกดิ การนำรวม และภาวะ ผนู ำรวมกัน ใหเ ปน PLC
ทีข่ ับเคล่ือนดวยการนำรวมกนั รายละเอยี ดดังน้ี
1) ภาวะผูนำผูสรางใหเกดิ การนำรวมเปนผูนำท่สี ามารถทำใหสมาชิกใน PLC เกิดการเรียนรู
เพื่อการเปลี่ยนแปลงทั้ง ตนเองและวิชาชีพ (Kotter & Cohen, 2002) จนสมาชิกเกิดภาวะผูนำในตนเอง
และเปนผูนำรวมขับเคลื่อน PLC ไดโดยมี ผลมาจากการเสริมพลังอำนาจจากผูนำทั้งทางตรงและทางออม
๒๒
โดยเฉพาะการเปน ผนู ำท่ีเรม่ิ จากตนเองกอนดวยการลงมือทำงาน อยางตระหนักรู และใสใ จใหความสำคัญกับ
ผูร วมงานทุกๆ คน (Olivier & Hipp, 2006) จนเปนแบบท่มี ีพลังเหนย่ี วนำให ผรู ว มงานมีแรงบนั ดาลใจและมี
ความสุขกับการทำงานดวยกัน อยางวิสัยทัศนรวม (Hargreaves, 2003) รวมถึงการนำแบบไมนำ โดยทำ
หนาทผ่ี ูส นบั สนุนและเปด โอกาสใหส มาชกิ เตบิ โตดวยการสรางความเปน ผนู ำรว ม ผูนำที่จะสามารถสรา งใหเกิด
การนำรวมดังกลาวควรมีคุณลักษณะสำคัญ ดังนี้ มีความสามารถในการลงมือทำงานรวมกัน การเขาไปอยูใน
ความรูสึกของผูอื่นได การตระหนักรูในตนเอง ความเมตตากรุณา การคอยดูแลชวยเหลือ เกื้อกูลกัน การโคช
ผูรวมงานได การสรางมโนทัศน การมวิสัยทัศนการมีความมุงมั่นและทุมเทตอการเติบโตของผูอื่น เปนตน
(Thompson, Gregg, &Niska, 2004)
2) ภาวะผูนำรวมกัน เปนผนู ำรวมกันของสมาชกิ PLC ดวยการกระจายอำนาจ เพม่ิ พลงั อำนาจ
ซึ่งกันและกันใหสมาชิก มีภาวะผูนำเพิ่มขึ้น จนเกิดเปน “ผูนำรวมของครู” (Hargreaves, 2003) ในการขับ
เคล่ือน PLC มุง การพัฒนาการจัดการเรียนรู ทีเ่ นน ผเู รยี นเปน สำคญั โดยยึดหลักแนวทางบริหารจดั การรว ม การ
สนับสนุน การกระจายอำนาจ การสรางแรงบันดาลใจของครู โดยครูเปนผูลงมือกระทำ หรือ ครูทำหนาที่เปน
“ประธาน”เพื่อสรางการเปลี่ยนแปลงการจัดการเรียนรูไมใช “กรรม” หรือ ผูถูก กระทำ และผูถูกใหกระทำ
(วิจารณ พานชิ , 2554 ซงึ่ ผูน ำรว มจะเกิดขึ้นไดดเี ม่ือมบี รรยากาศสง เสรมิ ใหค รูสามารถแสดงออกดวย ความเตม็
ใจ อสิ ระปราศจากอำนาจครอบงำท่ีขาดความเคารพ ในวชิ าชีพ แตย ึดถอื ปฏบิ ัติรวมกนั ใน PLC นน่ั คือ “อำนาจ
ทาง วิชาชีพ” (Hargreaves, 2003) เปนอำนาจเชิงคุณธรรมที่มีขอปฏิบัติท่ีมาจากเกณฑและมาตรฐานที่เห็น
พอ งตรงกันหรือกำหนดรวมกนั เพอ่ื ยึดถือเปน แนวทางรวมกนั ของผปู ระกอบวิชาชีพครทู งั้ หลายใน PLC
(Thompsonetal.,๒004)
กลา วโดยสรปุ คอื ภาวะผนู ำรวมดังทกี่ ลา วมา มหี วั ใจสำคญั คือ นำการเรียนรูเ พ่ือการเปล่ียน
แปลงตนเองของแตล ะคน ทั้งสมาชกิ และผนู ำโดยตำแหนงเมื่อใดทบ่ี ุคคลน้ันเกิดการเรยี นรู ท้ังดา นวชิ าชีพและ
ชีวติ จนเกิดพลังการเปลี่ยนแปลงท่ีสง ผลตอ ความสุขในวิชาชีพของตนเองและผูอ่ืน ภาวะผนู ำรวมจะเกิดผล ตอ
ความเปน PLC
องคประกอบท4่ี การเรยี นรูแ ละการพัฒนาวชิ าชีพ (Professional learning
anddevelopment) การเรียนรแู ละการพฒั นาวชิ าชีพใน PLC มีจุดเนนสำคัญ 2 ดา น คือ การเรียนรเู พ่ือ
พัฒนาวชิ าชพี และการเรยี นรเู พ่ือจติ วิญญาณความเปน ครู รายละเอยี ดดังน้ี
1) การเรียนรูเ พ่อื พฒั นาวิชาชีพ หวั ใจสำคัญการเรยี นรู บนพ้นื ฐานประสบการณต รงในงานที่ลงมือ
ปฏิบตั จิ รงิ รว มกนั ของ สมาชิก จะมีสัดสวนการเรียนรูม ากกวา การอบรมจากหนวยงาน ภายนอก อางถึงแนวคดิ
ของ Dale (1969) แนวคิดกรวย ประสบการณ (Cone of Experience) ยืนยันอยางสอดคลอง วาการเรียนรู
ผานประสบการณตรงจะสงผลตอประสิทธิภาพ และประสิทธิผลการเรยี นรูไดมากที่สุด ดวยบริบท PLC ที่มกี าร
ทำงานรวมกันเปนทีม (Sergiovanni, 1994) จงึ ทำใหก ารเรียน รูจากโจทยและสถานการณที่ครูจะตองจัดการ
เรียนรูที่ยึดผูเรียนเปนสำคัญ เปนการรวมเห็น รวมคิด รวมทำ รวมรับผิดชอบ (Dufour, 2006) ทำให
บรรยากาศการพัฒนาวชิ าชพี ของครูรสู กึ ไมโ ดดเดี่ยว คอยสะทอ นการเรยี นรแู ละชวยเหลือซงึ่ กนั และกนั ถือเปน
พื้นที่การเรียนรูรวมกันที่ใชวิธีการที่หลากหลาย เชน สะทอนการเรียนรู สุนทรียะสนทนา การเรียนรูสืบเสาะ
๒๓
แสวงหา การสรางมโนทัศน รเิ รม่ิ สรางสรรคสง่ิ ใหมๆ การคดิ เชิงระบบ การ สรางองคความรู การเรียนรูบนความ
เขาใจการทำงานของสมอง และการจัดการความรู เปนตน (สรุ พล ธรรมรมดี และคณะ, 2553; Stoll & Louis,
2007)
2) การเรียนรูเพื่อจิตวิญญาณความเปนครู เปนการเรียนรูเพื่อพัฒนาตนเองจากขางใน หรือวุฒิ
ภาวะความเปนครู ใหเปนครูที่สมบูรณ โดยมีนัยสำคัญคือ การเรียนรูตนเอง การ รูจกั ตนเองของครู เพื่อที่จะ
เขาใจมิติของผูเรียนที่มากกวาความรู แตเปนมิติของความเปนมนุษย ความฉลาดทางอารมณ เม่ือครูมี ความ
เขาใจธรรมชาติตนเองแลว จึงสามารถมองเห็นธรรมชาติของ ศิษยตนเองอยางถองแท จนสามารถสอน หรือ
จัดการเรียนรูโดยยึด การเรียนรูของผูเรียนเปนสำคัญได รวมถึงการเรียนรูรวมกันของ สมาชิกในชุมชน
(Hargreaves, 2003) ที่ตองอาศัยการตระหนักรู สติ การฟง การใครครวญ เปนตน จิตที่สามารถเรียนรูและ
เปนครู ไดอ ยา งแทจรงิ นั้นจะเปน จิตท่ีเต็มไปดวยความรัก ความเมตตา การ กรณุ า และความออ นนอม เหน็ ศิษย
เปนครู เห็นตนเองเปนผูเรียนรู มีพลังเรียนรูในทุกสถานการณที่เกิดขึ้น โดยใชวิธีการที่หลากหลาย เชน การ
เรียนรูเพื่อการเปลี่ยนแปลง การเรียนรูอยางใครครวญ และการฝกสติ เปนตน (สุรพล ธรรมรมดี และคณะ,
2553)
กลาวโดยสรุปการเรียนรูและการพัฒนาวิชาชีพของ PLC นั้นมีหัวใจสำคัญคือการเรียนรูรวมกัน
อยางมีความสุขของ ทีมเรียนรู เปนบรรยากาศทีเ่ ปด พื้นที่การเรยี นรูแบบนำตนเอง ของครูเพื่อการเปล่ียนแปลง
พฒั นาตนเองและวชิ าชีพ อยางตอ เนือ่ งเปนสำคญั
องคประกอบที่ 5 ชุมชนกัลยาณมิตร (Caring community) กลุมคนที่อยูรวมโดยมีวิถีและ
วัฒนธรรมการอยูรวมกัน ในชุมชน มีคุณลักษณะคือ มุงเนนความเปนชุมชนแหงความสุข สุขท้ังการทำงานและ
การอยรู ว มกนั ทมี่ ลี ักษณะวัฒนธรรมแบบ “วัฒนธรรมแบบเปดเผย” ทที่ ุกคนมเี สรภี าพในการแสดงความ คดิ เห็น
ของตนเปนวิถีแหงอิสรภาพ และเปนพื้นที่ใหความรูสึก ปลอดภัย หรือปลอดการใชอำนาจกดดัน บนพื้นฐาน
ความไวว างใจ เคารพซ่ึงกนั และกัน มจี รยิ ธรรมแหงความเอ้ืออาทรเปน พลังเชิงคุณธรรม คุณงามความดีท่ีสมาชกิ
รวมกันทำงานแบบอุทิศตนเพื่อวิชาชีพโดยมีเจตคติเชิงบวกตอการศึกษาและผูเรียนสอดคลองกับ
Sergiovanni(1994) ที่วา PLCเปนกลุมที่มีวิทยสัมพันธตอกัน เปนกลุมที่เหนียวแนนจากภายใน ใชความเปน
กลั ยาณมติ รเชงิ วชิ าการตอกัน ทำใหล ดความโดดเด่ยี วระหวา ง ปฏบิ ัติงานสอนของครู เชอื่ มโยงปฏิสมั พันธกันท้ัง
ในเชิงวิชาชพี และชวี ิต มีความศรัทธารวม อยูรว มกนั แบบ “สงั ฆะ” ถือศีล หรอื หลักปฏิบตั ิรว มกัน โดยยึดหลัก
พรหมวิหาร 4 เมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา เปน ชุมชนที่ยึดหลักวินัยเชิงบวก เชื่อมโยงการพัฒนา PLC ไปกับ
วิถีชีวิตตนเองและวิถีชีวิตชุมชนอันเปนพื้นฐานสำคัญของ สังคมฐานการพึ่งพาตนเอง (สุรพล ธรรมรมดี และ
คณะ, 2553) มบี รรยากาศของ “วัฒนธรรมแบบเปดเผย” ทุกคนมีเสรภี าพท่จี ะแสดงความคิดเห็นของตน เปน
วถิ แี หง อสิ รภาพ ยดึ ความสามารถ และสรา งพน้ื ที่ปลอดการใชอำนาจกดดนั (Boyd, 1992) ดังกลา วนี้ สามารถ
ขยายกรอบใหกวางขวางออกไปจนถงึ เครือขายทีส่ ัมพนั ธ กบั ชุมชนตอ ไป
องคป ระกอบท่ี 6 โครงสรา งสนับสนุนชมุ ชน (Supportive structure) โครงสรางทส่ี นับสนุน
การกอเกิดและคงอยูของ PLC มีลักษณะ ดังน้ี ลดความเปนองคการที่ยึดวัฒนธรรมแบบราชการ หันมาใช
วัฒนธรรมแบบกัลยาณมติ รทางวชิ าการแทน และเปน วัฒนธรรมท่สี ง เสริมวิสัยทัศน การดำเนินการท่ตี อเน่ือง
๒๔
และ มุงความยั่งยืน จัดปจจัยเงื่อนไขสนับสนุนตามบริบทชุมชนมี โครงสรางองคการแบบไมรวมศูนย
(Sergiovanni, 1994) หรือ โครงสรางการปกครองตนเองของชุมชน เพื่อลดความขัดแยง ระหวางครู
ผูป ฏบิ ัตงิ านสอนกบั ฝา ยบรหิ ารใหน อยลง มีการบริหาร จัดการ และการปฏบิ ตั ิงานในสถานศกึ ษาทเ่ี นนรูปแบบ
ทีมงาน เปนหลัก (Hord, 1997) การจัดสรรปจจัยสนับสนุนใหเอื้อตอการดำเนินการของ PLC เชน เวลา
วาระ สถานที่ ขนาดชั้นเรียน ขวัญ กำลังใจ ขอมูลสารสนเทศ และอื่นๆ ที่ตามความจำเปนและบรบิ ท ของแต
ละชุมชน (Boyd, 1992) โดยเฉพาะการเอาใจใสสิ่งแวดลอม ใหเกิดบรรยากาศที่เอื้อตอการเรียนรูและอยู
รวมกันอยา งมี ความสุข (สุรพล ธรรมรมดี และคณะ, 2553) มีรูปแบบการ สื่อสารดวยใจ เปดกวางใหพ้ืนที่
อสิ ระในการสรางสรรคของชุมชน เนน ความคลองตวั ในการดำเนินการจัดการกบั เงื่อนไขความ แตกแยก และ
มรี ะบบสารสนเทศของชมุ ชนเพอ่ื การพัฒนาวิชาชีพ (Eastwood & Louis, 1992)
กลา วโดยสรุปท้งั 6 องคประกอบของ PLC ในบริบท สถานศึกษา กลาวคอื เอกลักษณส ำคัญ
ของความเปน PLC แสดงใหเห็นวาความเปน PLC จะทำใหความเปน “องคกร” หรือ “โรงเรียน” มี
ความหมายที่การพัฒนาการเรียนรูของผูเรียนอยางแทจริง ซึ่งเปนหัวใจสำคัญของ PLC ดวยกลยุทธการสราง
ความ รวมมือที่ยึดเหนี่ยวกันดวยวิสัยทัศนรวม มุงการเรียนรูของผูเรียน การเรียนรูและพัฒนาวิชาชีพ และ
ชุมชนกัลยาณมิตร แสดงถึงการ รวมพลังของครูและนกั การศึกษา ที่เปนผูนำรวมกัน ทำงานรวมกัน แบบทีม
รวมแรงรวมใจ มุงเรียนรูเ พื่อพัฒนาตนเอง พัฒนาวิชาชพี ภายใตโครงสรางอำนาจทางวชิ าชพี และอำนาจเชงิ
คุณธรรม ที่มาจากการรวมคิด รวมทำ รวมนำ รวมพัฒนาของครู ผูบริหาร นักการศึกษาภายใน PLC ที่สงถึง
ผูเกย่ี วขอ งตอ ไป
มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุมสาระภาษาตางประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานกลุมสาระ
การเรยี นรูภ าษาตา งประเทศ พทุ ธศักราช 2551
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (2552: 1) ไดกำหนดใหกลุมสาระการเรียนรูภาษาตาง
ประเทศ เปนสาระการเรียนรูเพื่อเสริมสรางพื้นฐานความเปนมนุษย และสรางศักยภาพในการคิดและการ
ทำงานอยางสรางสรรคเพื่อพัฒนาผูเรียนใหผูเรียนมีวิสัยทัศนที่กวางไกลและเกิดความมั่นใจในการสื่อสารกับ
ชาวตางประเทศ รวมทั้งเกดิ เจตคติทีด่ ตี อภาษาและวัฒนธรรมตางประเทศ โดยยังคงความภาคภูมิใจในภาษาและ
วัฒนธรรมไทย หลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ไดกำหนดองคความรู กระบวนการเรียนรู และคุณธรรม
จริยธรรม คานิยมที่ผูเรียนพึงมีเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ป เพื่อใหผูเรียนเกิดคุณภาพตามมาตรฐาน
การเรียนรูทีค่ าดหวังไว โดยหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ไดกำหนดสาระการ
เรียนรู มาตรฐานการเรียนรู ของกลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ (สำนักวิชาการและมาตรฐาน
การศกึ ษา (2552: 2-7) ดังตอ ไปนี้
๒๕
สาระของหลกั สูตรกลมุ สาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ (ภาษาองั กฤษ) หลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
1.1 ภาษาเพื่อการสื่อสารการใชภาษาตางประเทศในการฟงพูด อาน และเขียนแลกเปลี่ยน
ขอมูลขาวสารแสดงความรูสึกและความคิดเห็นตีความ นำเสนอขอมูลความคิดรวบยอดและความคิดเห็นใน
เรือ่ งตางๆ และสรางความสมั พันธระหวางบคุ คลอยางเหมาะสม
กก 1.2 ภาษาและวฒั นธรรมการใชภ าษาตางประเทศตามวฒั นธรรมของเจาของภาษาความสัมพันธ
ความเหมอื น และความแตกตางระหวา งภาษากับวฒั นธรรมของเจา ของภาษา ภาษาและวัฒนธรรมของเจาของ
ภาษากับวัฒนธรรมไทย และนำไปใชอ ยางเหมาะสม
กกกก 1.3 ภาษากบั ความสัมพนั ธกบั กลมุ สาระการเรียนรูอ่ืน การใชภ าษาตา งประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
ในการเชื่อมโยงความรูก ับกลุมสาระการเรียนรูอืน่ เปนพื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู และเปดโลกทัศน
ของตน
กกกกกก 1.4 ภาษากับความสัมพันธก ับชุมชนและโลกการใชภาษาตางประเทศในสถานการณตางๆทั้งใน
หองเรียนและนอกหองเรียน ชุมชน และสังคมโลก เปนเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาตอประกอบอาชีพ และ
แลกเปล่ยี นเรียนรูกับสังคมโลก
มาตรฐานการเรียนรูข้ันพนื้ ฐานกลมุ สาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ (ภาษาอังกฤษ) หลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
2.1 ภาษาเพ่อื การสื่อสาร
กกกกกก มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตีความเรอ่ื งทฟ่ี ง และอา นจากส่ือประเภทตางๆ และแสดงความ
คดิ เหน็ อยา งมเี หตผุ ล
กกกกกกก มาตรฐานต 1.2 มที กั ษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารแสดงความ
รูสกึ และความคดิ เหน็ อยางมีประสทิ ธภิ าพ
กกกกกกก มาตรฐานต 1.3 นำเสนอขอ มลู ขา วสารความคิดรวบยอดและความคิดเหน็ ในเร่อื งตา งๆ
โดยการพดู และการเขียน
2.2 ภาษาและวัฒนธรรม
กกกกกก มาตรฐานต 2.1 เขา ใจความสัมพันธร ะหวางภาษากับวัฒนธรรมของเจาของภาษาและ
นำไปใช ไดอยา งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐานต2.2 เขา ใจความเหมอื นและความแตกตางระหวา งภาษาและวฒั นธรรมของ
เจาของภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทยและนำมาใชอยา งถกู ตองและเหมาะสม
2.3 ภาษากับความสมั พันธกับกลมุ สาระการเรยี นรอู ่นื
กกกกกกก มาตรฐานต 3.1 ใชภาษาตา งประเทศในการเชื่อมโยงความรกู บั กลุม สาระการเรียนรูอ่ืนและ
เปนพนื้ ฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู และเปดโลกทัศนของตน
๒๖
กกกกก 2.4 ภาษากบั ความสัมพนั ธกับชมุ ชนและโลก
กกกกกกก มาตรฐานต 4.1 ใชภาษาตางประเทศในสถานการณตางๆทง้ั ในสถานศึกษาชมุ ชนและสังคม
กกกกกกก มาตรฐานต 4.2 ใชภาษาตางประเทศเปนเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาตอการประกอบ
อาชีพและการแลกเปลีย่ นเรยี นรกู บั สงั คมโลก
คุณภาพผเู รียน
จบชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 3
1. ปฏิบัติตามคำส่ัง คำขอรองท่ีฟง อา นออกเสยี งตัวอักษร คำ กลุม คำ ประโยคงายๆ และ
บทพูดเขา จงั หวะงายๆ ถูกตองตามหลกั การอาน บอกความหมายของคำและกลุม คำท่ีฟง ตรงตามความหมาย
ตอบคำถามจากการฟงหรืออานประโยค บทสนทนาหรือนิทานงา ยๆ
2. พูดโตตอบดว ยคำสั้นๆ งา ยๆ ในการสือ่ สารระหวางบุคคลตามแบบท่ีฟง ใชคำสง่ั และ
คำขอรองงายๆ บอกความตองการงา ยๆ ของตนเอง พูดขอและใหข อมูลเกี่ยวกบั ตนเองและเพ่ือน
บอกความรูส ึกของตนเองเกย่ี วกับส่งิ ตางๆ ใกลต ัวหรอื กิจกรรมตา งๆ ตามแบบทฟี่ ง
3. พดู ใหข อ มูลเก่ียวกบั ตนเองและเรอื่ งใกลตัว จัดหมวดหมูคำตามประเภทของบุคคล สตั ว
และส่ิงของตามทฟ่ี งหรืออาน
4. พดู และทำทาประกอบ ตามมารยาทสงั คม/วฒั นธรรมของเจา ของภาษา บอกชื่อและคำศพั ท
งา ยๆ เก่ียวกบั เทศกาล /วันสำคัญ /งานฉลอง และชีวิตความเปน อยขู องเจา ของภาษา เขารวมกจิ กรรม
ทางภาษาและวฒั นธรรมท่เี หมาะกบั วัย
5. บอกความแตกตา งของเสยี งตวั อกั ษร คำ กลมุ คำ และประโยคงา ยๆ ของภาษาตา งประเทศ
และภาษาไทย
6. บอกคำศัพทท ี่เกย่ี วของกบั กลมุ สาระการเรียนรูอ่ืน
7. ฟง /พูดในสถานการณง า ยๆ ทเ่ี กิดขน้ึ ในหอ งเรยี น
8. ใชภ าษาตา งประเทศ เพ่อื รวบรวมคำศัพทที่เกีย่ วขอ งใกลต ัว
9. มที ักษะการใชภาษาตา งประเทศ (เนน การฟง -พูด) สื่อสารตามหัวเรื่องเก่ียวกบั ตนเอง
ครอบครวั โรงเรียน สง่ิ แวดลอมใกลตัว อาหาร เครอื่ งด่ืม และเวลาวา งและนันทนาการ ภายใน
วงคำศัพทป ระมาณ 300-450 คำ (คำศพั ททเี่ ปนรปู ธรรม)
10. ใชประโยคคำเดียว (One Word Sentence) ประโยคเดี่ยว (Simple Sentence) ในการ
สนทนาโตตอบตามสถานการณใ นชีวติ ประจำวนั
จบช้นั ประถมศึกษาปที่ 6
1. ปฏิบตั ติ ามคำสั่ง คำขอรอ ง และคำแนะนำทฟ่ี งและอา น อา นออกเสียงประโยค ขอความ
นิทาน และบทกลอนสัน้ ๆ ถูกตองตามหลกั การอา น เลือก /ระบปุ ระโยคและขอความตรงตาม
ความหมายของสญั ลักษณหรือเคร่ืองหมายท่ีอาน บอกใจความสำคญั และตอบคำถามจากการฟงและ
อาน บทสนทนา นิทานงายๆ และเร่อื งเลา
๒๗
2. พูด /เขียนโตต อบในการสือ่ สารระหวา งบุคคล ใชค ำส่ัง คำขอรอง และใหค ำแนะนำ พดู /
เขียนแสดงความตอ งการ ขอความชว ยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธการใหความชวยเหลือในสถานการณง ายๆ
พดู และเขยี นเพอ่ื ขอและใหขอมลู เก่ยี วกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และเรื่องใกลตวั พูด /เขียน
แสดงความรสู ึกเก่ียวกับเร่ืองตา งๆ ใกลตวั กจิ กรรมตางๆ พรอมท้งั ใหเ หตุผลสัน้ ๆ ประกอบ
3. พูด/เขียนใหขอมูลเกีย่ วกับตนเอง เพ่ือน และสิง่ แวดลอมใกลต ัว เขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิ
และตารางแสดงขอมูลตา งๆ ท่ีฟง และอาน พูด/เขียนแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับเร่อื งตา งๆ ใกลต วั
4. ใชถอ ยคำ น้ำเสียง และกริ ิยาทา ทางอยา งสภุ าพ เหมาะสม ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรม
ของเจาของภาษา ใหข อมูลเก่ียวกับเทศกาล /วนั สำคญั /งานฉลอง /ชวี ติ ความเปน อยูของเจาของภาษา
เขารวมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ
5. บอกความหมอื น / ความแตกตางระหวางการออกเสียงประโยคชนิดตา งๆ การใชเคร่ืองหมาย
วรรคตอน และการลำดับคำตามโครงสรางประโยคของภาษาตางประเทศและภาษาไทยเปรียบเทียบความ
เหมือน /ความแตกตางระหวางเทศกาล งานฉลองและประเพณีของเจาของภาษากบั ของไทย
6. คน ควา รวบรวมคำศพั ทที่เก่ียวของกบั กลุม สาระการเรยี นรอู นื่ จากแหลง การเรยี นรู และนำ
เสนอดว ยการพูด/การเขียน
7. ใชภาษาสือ่ สารในสถานการณต า งๆ ทีเ่ กดิ ขนึ้ ในหอ งเรียนและสถานศึกษา
8. ใชภาษาตางประเทศในการสืบคนและรวบรวมขอมลู ตา งๆ
9. มีทักษะการใชภ าษาตางประเทศ (เนน การฟง -พูด-อาน-เขียน) สื่อสารตามหัวเรอ่ื งเกยี่ วกับ
ตนเอง ครอบครวั โรงเรยี น ส่งิ แวดลอ ม อาหาร เคร่อื งดมื่ เวลาวางและนนั ทนาการ สุขภาพและสวสั ดิการ
การซ้อื -ขาย และลมฟาอากาศ ภายในวงคำศัพทป ระมาณ 1,050-1,200 คำ (คำศัพทที่เปน รูปธรรมและ
นามธรรม)
10. ใชประโยคเดยี่ วและประโยคผสม (Compound Sentences) สื่อความหมายตามบริบท
ตา งๆ
จบช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 3
1. ปฏบิ ัตติ ามคำขอรอง คำแนะนำ คำช้ีแจง และคำอธบิ ายท่ีฟงและอาน อานออกเสียงขอความ
ขาว โฆษณา นิทาน และบทรอยกรองสั้นๆ ถูกตองตามหลักการอาน ระบุ/เขียนสื่อที่ไมใชความเรียงรูปแบบ
ตางๆ สัมพันธกับประโยคและขอความที่ฟงหรืออาน เลือก/ระบุหัวขอเรื่อง ใจความสำคัญ รายละเอียด
สนับสนุน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟงและอานจากสื่อประเภทตางๆ พรอมทั้งใหเหตุผลและ
ยกตวั อยางประกอบ
2. สนทนาและเขียนโตตอบขอมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องตางๆ ใกลตัว สถานการณ ขาว
เรื่องท่ีอยใู นความสนใจของสังคมและสื่อสารอยา งตอเนื่องและเหมาะสม ใชคำขอรอง คำชี้แจง และคำอธิบาย
ใหคำแนะนำอยางเหมาะสม พูดและเขียนแสดงความตองการ เสนอและใหความชวยเหลือ ตอบรับและ
ปฏิเสธการใหความชวยเหลือ พูดและเขียนเพื่อขอและใหขอมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดง
๒๘
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรือ่ งที่ฟงหรืออานอยางเหมาะสม พูดและเขียนบรรยายความรูสึกและความคิดเห็นของ
ตนเองเกี่ยวกับเรื่องตางๆ กิจกรรม ประสบการณ และขาว/เหตุการณ พรอมท้ังใหเหตุผลประกอบอยาง
เหมาะสม
3. พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ ขาว/เหตุการณ/เรื่อง/ประเด็นตางๆ
ที่อยูในความสนใจของสังคม พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ/แกนสาระ หัวขอเรื่องที่ไดจากการวิเคราะห
เรื่อง/ขาว/เหตุการณ/สถานการณที่อยูในความสนใจ พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม
ประสบการณ และเหตกุ ารณพ รอ มใหเหตุผลประกอบ
4. เลือกใชภาษา น้ำเสียง และกิริยาทาทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจาของภาษา อธิบายเกี่ยวกับชีวิตความเปนอยู ขนบธรรมเนียมและประเพณี
ของเจาของภาษาเขา รวม/จดั กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ
5. เปรียบเทียบ และอธิบายความเหมือนและความแตกตางระหวางการออกเสียงประโยคชนิด
ตางๆ และการลำดับคำตามโครงสรางประโยคของภาษาตางประเทศและภาษาไทยเปรียบเทียบและ อธิบาย
ความเหมือนและความแตกตางระหวางชีวิตความเปนอยูและวัฒนธรรมของเจาของภาษากับของไทย และ
นำไปใชอยา งเหมาะสม
6. คนควา รวบรวม และสรุปขอมูล/ขอเท็จจริงที่เกี่ยวของกับกลุมสาระการเรียนรูอื่นจาก
แหลงการเรยี นรู และนำเสนอดวยการพดู และการเขยี น
7. ใชภาษาสื่อสารในสถานการณจริง/สถานการณจำลองที่เกิดขึ้นในหองเรียน สถานศึกษา
ชมุ ชน และสังคม
8. ใชภาษาตางประเทศในการสืบคน/คนควา รวบรวม และสรุปความรู/ขอมูลตางๆ จากสื่อ
และแหลงการเรียนรูตางๆ ในการศึกษาตอและประกอบอาชีพ เผยแพร/ประชาสัมพันธขอมูล ขาวสารของ
โรงเรยี น ชุมชน และทอ งถ่นิ เปน ภาษาตางประเทศ
9. มีทักษะการใชภาษาตางประเทศ (เนนการฟง-พูด-อาน-เขียน) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับ
ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดลอม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาวางและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ
การซื้อ-ขาย ลมฟาอากาศ การศึกษาและอาชีพ การเดินทางทองเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และ
วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ภายในวงคำศพั ทป ระมาณ ๒,๑๐๐-๒,๒๕๐ คำ (คำศัพททีเ่ ปน นามธรรมมากขึ้น)
10. ใชประโยคผสมและประโยคซับซอน (Complex Sentences) สื่อความหมายตามบริบท
ตา งๆ ในการสนทนาท้ังท่เี ปน ทางการและไมเปนทางการ
๒๙
การทดสอบทางการศึกษาระดับชาตขิ ัน้ พื้นฐาน (O-NET)
หลักสูตรการศึกษาชั้นพื้นฐาน กำหนดใหมีการวัตผลการเรียนรูของผูเรียนไว 3 ระดับ คือระดับ
ชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา และระดับชาติ ทั้งนี้เพื่อเปนการสรางความมั่นใจใหกับผูเกี่ยวของทั้งภายในและ
ภายนอกสถานศึกษาเกี่ยวกับคุณภาพของผูเรียน การวัดผลและประเมินผลระดับชั้นเรียนเปนหนาที่ของ
ครูผูสอนที่จะตองหาคำตอบวาผูเรียนมีความกาวหนาทั้งดานความรู ทักษะ กระบวนการ คุณธรรมและ
คา นยิ มอนั พงึ ประสงค เนื่องมาจากการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนมากนอยเพยี งใด
การประเมินผสระดับสถานศึกษาที่จะทำการประเมินเพื่อตรวจสอบความกาวหนาดานการเรียนรูของผูเ รียน
ทุกคนทเ่ี รียนในช้นั ปสดุ ทา ยของแตล ะชว งชนั้ คอื ป.3 ป.6 ม.3 และ ม.6
การทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติขั้นพนื้ ฐาน (Ordinary National Education Test หรอื O-NET)
เปนการทดสอบความรูทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ของผูเรียนที่กำลังศึกษาในช้ันประถมศึกษาปที่ 3
และมัธยมศึกษาบีที่ 6 ทุกคน ทุกสังกัด ตองเขารับการทดสอบโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแหงชาติ
(องคก ารมหาชน) ซ่ึงเปน หนวยงานภายนอกท่ีทำหนาทใี่ นการประเมนิ ระดับชาตินั่นเอง
โดยสรปุ การประเมินระดับชาตใิ นปจจบุ ันเปนการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติข้นั พื้นฐานหรือ
เรียกส้นั ๆ วา การสอบ O-NET ดำเนินการสอบโดยสถาบันทดสอบทางการศกึ ษาแหงชาติ (องคการมหาชน)
เรยี กยอ วา สทศ.
งานวิจยั ทีเ่ ก่ยี วขอ ง
วราลักษณ ชูกำเนดิ (2557). ไดท ำการศึกษาเร่ืองรูปแบบชุมชนการเรียนรทู างวชิ าชีพครูสูการเรียน
รูในศตวรรษที่ 21 บริบทโรงเรียนในประเทศไทย โดยมีวตั ถุประสงคเพื่อศกึ ษาองคประกอบ คุณลักษณะ และ
รูปแบบชมุ ชนแหง การเรียนรทู างวชิ าชีพครสู ูการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 บริบทโรงเรียนในประเทศไทย โดยใช
กระบวนการวจิ ยั เชิงคุณภาพ เลือกโรงเรยี นแบบเฉพาะเจาะจงในแตล ะภมู ิภาคทีม่ ีแนวทางการจัดการเรยี นรูท ี่
สอดคลอ งกบั แนวคิดในศตวรรษท่ี 21 จำนวน 5 แหง เก็บขอ มลู จากการสัมภาษณเชิงลึกเลือกแบบเจาะจงทั้ง
ผูบริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน รวมจำนวน 64 คน ฝงตัวสังเกตการณแบบมีสวนรวมและไมมีสวนรวม
เครื่องมือที่ใชในการวิจัยคือ แบบสัมภาษณกึ่งโครงสราง แบบสงั เกตการณกึ่งโครงสราง แบบบันทึกภาคสนาม
และแนวคำถามการสนทนากลมุ เก็บรวมรวมขอมลู โดยวธิ ีการ ตรวจสอบแบบสามเสา และนำขอ มูลมาวิเคราะห
ผลการวิจัยพบวาบริบทในประเทศไทยเปนระบบที่คลี่คลายแบบเปด (Loosely coupled) ที่มุงสูการสราง
วฒั นธรรมการเรียนรูมงุ การเปล่ยี นแปลงเพ่ือศษิ ยใ นศตวรรษท่ี 21
อดสิ ร ศรีเมอื งมลู .(2559). ไดพัฒนารูปแบบการสรางชุมชนการเรยี นรทู างวชิ าชีพในโรงเรียน “การ
สง เสรมิ การอานเพื่อความเขา ใจ” กรณีศกึ ษาบา นโนนสงเปลือย โดยมีวัตถปุ ระสงคเพื่อพัฒนารปู แบบการสราง
ชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพในโรงเรียน และ เพื่อศึกษาผลการใชรูปแบบในดานผลสัมฤทธิ์ทางการอานเพ่ือ
ความเขาใจของนักเรียน โดยการวิจัยปฏิบัติการแบบมีสวนรวมและเลือกโรงเรียนบานโนนสงเปลือยเปน
กรณีศึกษา มีขั้นตอนการวิจัย 6 ขั้นตอน กลุมเปาหมายในการศึกษา ไดแก ผูบริหารและครูโรงเรียนบานโนน
สงเปลือย จำนวน 12 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปที่ 6 จำนวน 136 คน
๓๐
เคร่อื งมือท่ีใชในการวจิ ัย ไดแ ก แบบประเมินรูปแบบ แบบทดสอบการอานเพื่อความเขา ใจ แบบประเมินความ
พึงพอใจของครู และแบบประเมินพฤติกรรมการสอน วิเคราะหขอมูลใชสถิติพื้นฐาน ไดแก รอยละ คาเฉล่ีย
และสวนเบย่ี งเบนมาตรฐาน ผลการวจิ ัยพบวา 1) รปู แบบการสรางชมุ ชนการเรยี นรูทางวิชาชีพในโรงเรียนบาน
โนนสงเปลือย ประกอบดวย 4 องคประกอบหลกั คอื 1) การเตรียมองคกรเพ่ือการเรียนรู 2) การสรางคานิยม
และวสิ ยั ทัศนรวม 3) การเรียนรจู ากการปฏบิ ัติงานรวมกัน 4) การประเมนิ ผลท่ีคาดหวัง และมีผลการ ประเมนิ
รูปแบบในระดับมากที่สุดทั้ง 4 ดาน คือ ดานบริบท ดานความเปนประโยชน ดานความเปนไปไดและดาน
ความถูกตองครอบคลุม 2) ผลการใชรูปแบบพบวา นักเรียนชั้น ป. 1 – 6 มี คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการอาน
เพื่อความเขาใจ เฉลี่ยทุกชั้นเทากับรอยละ 80.11 ครูมพี ฤติกรรมการสอนอานเพื่อความเขาใจในระดับมาก
และมีความพงึ พอใจตอ รูปแบบการสรา งชมุ ชนการเรยี นรูท างวชิ าชีพในโรงเรียนในระดบั มาก
กมลวรรณ ทิพยเนตร(2561) ไดศ ึกษาการพัฒนาครูในการสรางนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน
โดยใชกระบวนการสรางชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning community: PLC)
ผลการวิจัยพบวา 1) การพัฒนารูปแบบการสรางชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพในโรงเรียนสระแกว
ราษฎรบำรุง พบวา ผลการวิเคราะหรูปแบบการสรางชุมชนการเรียนรูทางวชิ าชีพในโรงเรียนสระแกวราษฎร
บำรุง มีทั้งสิ้น 7 องคประกอบ อยูในระดับมากทุกองคประกอบ 2) การนำรูปแบบ S2KRA2W Model
ทดลองใชในโรงเรียนสระแกวราษฎรบำรุง พบวา ครูมีการแลกเปลี่ยนเรียนรูในเรื่องการจัดการเรียนการสอน
เนื่องมาจากครูผูสอนเปน ผูมีบทบาทสำคัญในการจัดการเรยี นรูใ หเกิดแกผูเรียน จากผลการปฏิรูปการศึกษาท่ี
ผานมา พบวา การจดั การเรยี นการสอนระดบั การศึกษาขั้นพื้นฐานโดยรวมมปี ญ หาดานครผู ูส อน คอื ครูไมครบ
ชัน้ ครูสอนไมตรงวุฒคิ รูมภี าระงานสอนมาก ครูไมมีความรูความเขาใจในการจัดการเรียนการสอนที่เนนผูเรียน
เปนสำคญั ดังนั้นการสรางชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชีพจึงเปนกระบวนการสำคัญในการพฒั นานวัตกรรมการ
เรียนการสอนของครูใหเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึน้ 3) การขยายผลรูปแบบ S2KRA2W Model กับโรงเรียน
ท่ีเขารวมโครงการวิจัย คาเฉลี่ยของทุกโรงเรียนเปนรายขอในการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนของครู
โดยใชกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแกน เขต 1
พบวา ความประหยัด มีคาเฉลี่ยสงู ทส่ี ดุ ดานปจ จยั ทม่ี ผี ลตอประสทิ ธิผลการพฒั นานวัตกรรมการเรยี นการสอน
ของครู โดยใชกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแกน
เขต 1 พบวา จากการวิเคราะหองคประกอบของปจจัยที่สงผลตอประสิทธิภาพของนวัตกรรมของครู พบวามี
ปจจัยที่สงผล 4 ปจจัย ไดแก 1) การพัฒนานวัตกรรมบนพื้นฐานอยางพอเพียง 2) นวัตกรรมเนนการมีสวน
รว มใชงายและมปี ระโยชน 3) นวัตกรรมมกี ารออกแบบที่เขา ใจงาย และมีคุณคา และ 4) นวตั กรรมเกิดผลแก
เปูาหมายไดชัดเจน ดานความพึงพอใจของครูในการสรางนวัตกรรมการเรียนการสอน พบวา ครูมี และดาน
ความพึงพอใจของผูเรียนที่มีตอการใชนวัตกรรมการเรียนการสอนของครู พบวา นักเรียนมีความพึงพอใจตอ
นวัตกรรมการเรียนการสอนของครูเปนรายขอ ดังนี้ ขอที่มากที่สุดคือ การเรียนเขาใจงายจากการใชส่ือ
นวัตกรรม
๓๑
พงษดนัย เดชเดชาโชติ กมลมาลย ไชยศิริธัญญา และ ชวนชม ชินะตังกูร (2564)ไดศึกษาการ
พัฒนากลยุทธการบริหารงานวิชาการดวยกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) ของโรงเรียน
มัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8 THE DEVELOPMENT OF ACADEMIC
ADMINISTRATION STRATEGIES USINGPROFESSIONAL LEARNING COMMUNITY (PLC) OF
SECONDARY SCHOOLS UNDER THE SECONDARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE 8
ผลการวิจัยพบวา 1) สภาพที่พึงประสงคของการบริหารงานวิชาการดวยกระบวนการชุมชนการเรียนรูทาง
วิชาชพี (PLC) ของโรงเรยี นมัธยมศึกษาในภาพรวม อยูในระดบั สงู กวาสภาพปจ จุบัน เมอ่ื พจิ ารณาเปนรายดาน
พบวา ทั้งดานการสนับสนุนและแบงปนภาวะผูน า ดานการสนับสนุนปจจัยสิ่งแวดลอม ดานการแบงปน
คานิยม วิสัยทัศน และมาตรฐานการปฏิบัติงานรวมกัน ดานการปฏิบัติงานแบบรวมมือ และดานการปฏิบัติ
งานที่มุงเนนเพื่อการเรียนรูของนักเรียนและครู อยูในระดับสูงกวาสภาพปจจุบันเชนกัน 2) กลยุทธการ
บรหิ ารงานวิชาการดวยกระบวนการชมุ ชนการเรยี นรูท างวชิ าชีพ (PLC) ของโรงเรียนมธั ยมศึกษา มี 6 กลยุทธ
หลกั ไดแ ก กลยุทธก ารมุงเนนการเรียนรูของนักเรียนและครู กลยุทธการแลกเปล่ียนเรียนรูเพื่อสะทอนวิธีการ
จัดการเรียนการสอน กลยุทธการสนับสนุนปจจัยสิ่งแวดลอมในหองเรียนและการมีสวนรวม กลยุทธการ
แบงปนคานิยม วัฒนธรรมองคกร วิสัยทัศน และมาตรฐานการปฏิบัติงานรวมกัน กลยุทธการเสริมแรงการ
ปฏิบตั ิงานเพ่ือใหเกิดความรวมมือในการจัดกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) และกลยุทธการ
สนับสนุนและแบงปนภาวะผูนำและ 3) กลยุทธการบริหารงานวิชาการดวยกระบวนการชุมชนการเรยี นรูทาง
วิชาชีพ (PLC) ของโรงเรียนมัธยมศึกษา มีความเหมาะสม ความเปนประโยชน ความสอดคลอง และความ
เปนไปได
๓๒
บทที่ 3
วธิ กี ารดำเนนิ งาน
การดำเนินงานตามโครงการการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักเรียนโรงเรยี นขนาดเล็ก กลุมสาระ
การเรียนรูภาษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ) สังกัดสำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๔
ดวยกระบวนการชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) เพ่ือ
ยกระดับผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 ของ
ครผู สู อนโรงเรยี นในสงั กัดสำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 ตามลำดบั ดงั นี้
ประชากรและกลมุ ตวั อยาง
การดำเนินงานตามโครงการการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักเรียนโรงเรียนขนาดเล็ก
ดวยกระบวนการชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) เพื่อ
ยกระดับผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 กลุมสาระ
การเรียนรูภาษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๔
ดงั นี้
1. ประชากร ไดแ ก ครูผสู อนช้ันประถมศึกษาปที่ 6 โรงเรยี นในสังกัดสำนักงานเขตพนื้ ท่ี
การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 ปก ารศึกษา 2563 จำนวน 142 คน
2. กลุม ตวั อยา ง ไดแก ครผู ูสอนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 วชิ าภาษาอังกฤษ โรงเรียนขนาดเล็ก สังกัด
สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 ปการศึกษา 2563 จำนวน 19 คน ซึ่งไดมา
โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
รูปแบบข้ันตอนและวิธีการดำเนนิ งาน
การดำเนนิ งานโครงการพัฒนาวชิ าชพี แบบชุมชนแหง การเรยี นรทู างวชิ าชีพ (Professional Learning
Community : PLC) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 มีวิธีการดำเนินงาน /
กระบวนการขับเคลอ่ื น ดังน้ี
1. การประชุมชี้แจงสมาชิกและการจัดทีม PLC ครูภาษาอังกฤษ (ทีมละประมาณ 2 – 8 คน) เพื่อ
ช้ีแจงแนวทางการจดั ทำ PLC (แตละกลมุ เปา หมาย ผูบริหารสถานศกึ ษา และ ขา ราชการครู ใน 19 โรงเรยี น)
แบงกลมุ การจดั ทมี โดยมี ศกึ ษานิเทศก ประจำกลุม เปนผปู ระสานงาน
2. การกำหนดเปาหมายการพัฒนาและเปาหมายนักเรียน ผูบริหารจำนวนในโรงเรียนขนาดเล็ก
จำนวน 19 คน จำนวน 1 ครั้ง ครูผูสอนในโรงเรยี น ขนาดเล็ก จำนวน 19 โรงเรียน รวมจำนวน 110 คน
จำนวน 1 ครั้ง ประชุมทำความเขาใจกับ MT ทุกโรงเรียน จำนวน 19 คนสำหรับประชุมเชิงปฏิบัติการ
แบงออกเปน 4 รุน รุนที่ 1 ประกอบดวยครูและบุคลากรกลุมสาระการเรียนรูภาษาอังกฤษ เมื่อวันที่ 26
มถิ ุนายน 2563
๓๓
วิทยากร ประกอบดวยผูอำนวยการและรองผูอำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
อุดรธานี เขต 4 ศึกษานเิ ทศก และทางสำนกั งานเลขาธกิ ารคุรสุ ภาไดใหความอนเุ คราะหให รศ.ดร.มนตรี
แยมกสิกร หัวหนาคณะทำงานกำกับติดตามและประเมินผลการสงเสริมและพัฒนาวิชาชีพดวยกระบวนการ
ชุมชนแหงการเรียนรู รวมทั้งทางศูนยระดับภูมิภาควาดวยสะเต็มศึกษาของซีมีโอ (SEAMEO STEM- ED)
ภายใตโครงการ Chevron Enjoy Science : สนุกวทิ ย พลังคิดเพ่ืออนาคต และอาจารยจ ากมหาวิทยาลยั ราช
ภัฏอุดรธานี ไดสนับสนนุ ทมี พเี่ ลย้ี งมาใหคำแนะนำ กำกับตดิ ตามและรวมดำเนนิ การขบั เคลื่อนในครั้งนี้
3. การออกแบบแนวคดิ การออกแบบการสอนเพือ่ พฒั นานักเรียน
กรอบการจดั กจิ กรรมการมสี ว นรว มในชุมชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี
(Professional Learning Community : PLC) ระดบั เขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา
๓๔
4. จำนวนชวั่ โมงการจดั กิจกรรมพฒั นาวชิ าชพี แบบชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชพี (Professional
Learning Community: PLC) (เพื่อใชเ ปนฐานขอมูลของคุรสุ ภา)
จำนวน
ที่ รายช่ือสมาชกิ โรงเรียน/สังกดั ตำแหนง ช่วั โมง ลายมอื ชอื่
เขารวม
1 นายปญ ญารฐั ฎน จันทรก อง สพป.อดุ รธานี เขต 4 ปญ ญารัฐฎน จันทรก อง
2 นายประสทิ ธ์ิ คำกิ่ง สพป.อดุ รธานี เขต 4 กจิ กรรม ประสิทธิ์ คำก่ิง
3 นายธีระยทุ ธ อนุ วิเศษ สพป.อดุ รธานี เขต 4 ธรี ะยุทธ อุน วิเศษ
4 นางสนม เสรฐิ ผล สพป.อดุ รธานี เขต 4 ผอ.สพป.อุดรธานี 4 39 สนม เสริฐผล
5 นายบุญโรม ปญ ญากลุ สพป.อดุ รธานี เขต 4 บญุ โรม ปญญากลุ
6 นายสุดสาคร คำภา สพป.อุดรธานี เขต 4 รอง ผอ.สพป.อุดรธานี 4 39 สดุ สาคร คำภา
7 นายไพบูลย คำกนั ยา สพป.อดุ รธานี เขต 4 ไพบูลย คำกนั ยา
8 นางสาวมธรุ ดา ทองสมุทร สพป.อุดรธานี เขต 4 รอง ผอ.สพป.อุดรธานี 4 39 มธรุ ดา ทองสมทุ ร
9 นายเมธี มูลธิ สพป.อุดรธานี เขต 4 เมธี มลู ธิ
10 นายสนุ ทร ประนนั ท สพป.อดุ รธานี เขต 4 รอง ผอ.สพป.อุดรธานี 4 39 สนุ ทร ประนนั ท
11 นางสาวรัตนาภรณ คำมลู สพป.อุดรธานี เขต 4 รัตนาภรณ คำมูล
12 นายชาญณรงค ราชบวั นอ ย สพป.อดุ รธานี เขต 4 ศึกษานิเทศก 48 ชาญณรงค ราชบัวนอย
13 นางวราลกั ษณ อนิ ทา สพป.อดุ รธานี เขต 4 วราลกั ษณ อินทา
14 นางสาวจิณณพตั ผลทพิ ย สพป.อดุ รธานี เขต 4 ศึกษานิเทศก 48 จิณณพตั ผลทิพย
15 นางออยทิพย สุรภกั ดิ์ สพป.อุดรธานี เขต 4 ออ ยทพิ ย สรุ ภกั ด์ิ
16 นางเกษมณี ประเสริฐ สพป.อดุ รธานี เขต 4 ศกึ ษานิเทศก 48 เกษมณี ประเสรฐิ
17 วา ท่ี ร.ท.อนวุ ฒั น ทาสดี ำ สพป.อดุ รธานี เขต 4 อนวุ ัฒน ทาสดี ำ
18 นางสุพัตรา ไชยจงมี สพป.อุดรธานี เขต 4 ศกึ ษานเิ ทศก 48 สพุ ตั รา ไชยจงมี
19 นายสทิ ธพิ ล พลวี สพป.อดุ รธานี เขต 4 สิทธิพล พลวี
20 นางสาวอจั จิมา บุญสดุ สพป.อุดรธานี เขต 4 ศึกษานเิ ทศก 48 อัจจิมา บญุ สุด
21 นางสาวนภิ ารัตน อนิ ทนาม บา นนาคณู นิภารัตน อนิ ทนาม
22 นางสาวสรัญญา แสงสวาง บานนาคูณ ศกึ ษานเิ ทศก 48 สรญั ญา แสงสวา ง
23 นางสาวพรวไิ ล แสนศรี บา นนาคูณ พรวไิ ล แสนศรี
24 นางอารยา อนรุ กั ษ บานนาคูณ ศกึ ษานิเทศก 48 อารยา อนรุ กั ษ
25 นางสภุ าพ โครตเพชร บานนาคณู สุภาพ โครตเพชร
26 นายกิตติศกั ดิ์ แผลงสูงเนนิ บา นนาคณู ศกึ ษานเิ ทศก 48 กิตตศิ กั ดิ์ แผลงสงู เนิน
27 นายวัชรพงษ ออ นแกว บานนาคูณ วัชรพงษ ออ นแกว
28 นายอภิญญา จนั ทบาล บานหนองบอนเวยี งชัย ศกึ ษานิเทศก 48 อภิญญา จนั ทบาล
29 นายโมรา ประดษิ ฐ บา นหนองบอนเวยี งชยั โมรา ประดษิ ฐ
30 นางยุพาพร สอนเฒา บา นหนองบอนเวยี งชยั ศึกษานิเทศก 48 ยพุ าพร สอนเฒา
31 นางสาวจิระวรรณ ราชาวงั บานหนองบอนเวยี งชยั จริ ะวรรณ ราชาวงั
32 นางฉวีวรรณ ทองไวย บา นแดง ศึกษานเิ ทศก 48 ฉววี รรณ ทองไวย
33 นายอาทติ ย พนั สีทมุ บา นแดง อาทิตย พันสที มุ
34 นางทิฆมั พร สนโมลา บานแดง ศึกษานเิ ทศก 48 ทิฆัมพร สนโมลา
ศึกษานเิ ทศก 48
ศกึ ษานเิ ทศก 48
ผอ.กลมุ พัฒนาครูฯ 39
นกั ทรพั ยากรบุคคล 39
ผอู ำนวยการฯ 45
ครูผชู ว ย 39
ครู 63
ครู 39
พนักงานราชการ 39
ครอู ตั ราจาง 39
ธุรการ 39
ครู 63
ครู 39
พนกั งานราชการ 39
ครูธรุ การ 39
ผูอำนวยการฯ 45
ครู 63
ครู 39
๓๕
ที่ รายช่ือสมาชิก โรงเรยี น/สงั กดั ตำแหนง จำนวนชวั่ โมง ลายมือชือ่
เขารวม
35 นายพงษเทพ มุธตุ า บานนางาม ผูอ ำนวยการฯ กิจกรรม พงษเ ทพ มุธุตา
36 นายเบญจมินทร โคตรสุโน บา นนางาม ครู 45 เบญจมินทร โคตรสโุ น
37 นายวฒั นะ กองมณี บานนางาม ครู 39 วัฒนะ กองมณี
38 นายยทุ ธพงษ สวยโสภา บานนางาม ครู 39 ยทุ ธพงษ สวยโสภา
39 นางสาวสุภาวดี พ้ืนแสน บา นนางาม ครผู ูชวย 63 สภุ าวดี พ้ืนแสน
40 นางสาวนม่ิ นวล วงศทาว บานนางาม ครู 39 นิ่มนวล วงศทาว
41 นางสาวชนนกิ านต ศรีทาหงษ บา นนางาม ครู 39 ชนนิกานต ศรีทาหงษ
42 นายสรุ ศกั ดิ์ พิมพศ รี บา นภูดนิ ผูอำนวยการฯ 39 สุรศกั ดิ์ พมิ พศ รี
43 นางสาวชอประกาย บุญพึง่ บา นภูดนิ ครูผูช วย 45 ชอ ประกาย บญุ พึง่
44 นางสาวพรวภิ า พลประเสริฐ บานภดู ิน ครผู ชู วย 39 พรวภิ า พลประเสริฐ
45 นางบุญยัง นาสมตรกึ บา นภดู นิ ครู 63 บญุ ยัง นาสมตรกึ
46 นางกุหลาบสี จำป บา นภดู นิ ครู 39 กหุ ลาบสี จำป
47 นางสาวสุมาลี พิพวนนอก บานภดู นิ ครูอตั ราจา ง 39 สมุ าลี พพิ วนนอก
48 นางสาวจุฑามาศ จันทะเลศิ บานภดู นิ ธุรการ 39 จฑุ ามาศ จนั ทะเลศิ
49 นางสาวกัญญาพชั ญ ศรีสมศกั ด์ิ บา นภูดนิ พนักงานราชการ 39 กัญญาพชั ญ ศรสี มศกั ดิ์
50 นายอาณตั ิ ผิวสวา ง บานนารายณ ผูอำนวยการฯ 39 อาณตั ิ ผวิ สวาง
51 นางประครองศรี เรืองศรี บา นนารายณ ครู 45 ประครองศรี เรืองศรี
52 นางสมุ าลี ธิสกุ ะ บานนารายณ ครู 39 สมุ าลี ธสิ กุ ะ
53 นายสุจนิ อินมะโรง บา นนารายณ ครู 39 สจุ ิน อินมะโรง
54 นางสาวบรศรนิ ทร ทองเขยี น บา นนารายณ พนกั งานราชการ 63 บรศรินทร ทองเขียน
55 นางสาววภิ าวรรณ ส่งิ หวงษ บานนารายณ ธรุ การ 39 วภิ าวรรณ สิง่ หวงษ
56 นายณัฐชภทั ร สุราช ชุมชนสงเคราะห ผูอำนวยการฯ 39 ณฐั ชภัทร สุราช
57 นางขวญั ใจ พิมพศิ าล ชมุ ชนสงเคราะห ครู 45 ขวัญใจ พมิ พศิ าล
58 นางวาป ไชยยนื ชมุ ชนสงเคราะห ครู 39 วาป ไชยยนื
59 นายปณญาวชิ ญ วรากูรโชตสิ ถติ ย ชุมชนสงเคราะห ครู 39 ปณญาวชิ ญ วรากรู โชตสิ ถิตย
60 นายสไกร วงษาเวยี ง ชุมชนสงเคราะห ครู 63
61 นางสาวกมลวรรณ ไขยยืน ชุมชนสงเคราะห จนท.ธุรการ 39 สไกร วงษาเวยี ง
62 นางสาวณัฐธฌิ า พรหมแสง บา นขัวลอ ผอู ำนวยการฯ 39 กมลวรรณ ไขยยืน
63 นางสาวจันทนา สดี าวงค บานขัวลอ ครูผชู วย 45 ณัฐธฌิ า พรหมแสง
64 นายพิพฒั น ฉมิ นิล บา นขวั ลอ ครู 39 จนั ทนา สีดาวงค
65 นางจำป สานอ ย บา นขวั ลอ ครู 63 พิพัฒน ฉิมนลิ
66 นางสาวรุงรตั น นนั ทกุล บานขวั ลอ ครู 39 จำป สานอย
67 นายอภิรมย ผิวละออ บานนาอา ง ผอู ำนวยการฯ 39 รุงรัตน นนั ทกลุ
68 นางสาวอนุสรา โขนกระโทก บา นนาอา ง ครผู ชู ว ย 45 อภริ มย ผวิ ลออ
69 นางสาวกาญจนา นนทะแสง บานนาอา ง ครู 39 อนุสรา โขนกระโทก
70 นางสาวกาญจนา แกว พล บา นนาอา ง ครู 63 กาญจนา นนทะแสง
71 นางประนอม นนทะแสง บานนาอา ง ครู 39 กาญจนา แกว พล
72 นางสาวอมรรตั น นาเมืองรกั ษ บา นนาอา ง พนักงานราชการ 39 ประนอม นนทะแสง
73 นางสาวสรอยสดุ า พรคำหาญ บา นนาอา ง พนกั งานราชการ 39 อมรรตั น นาเมอื งรกั ษ
74 นายหัสดี อุทรักษ บานหนิ ต้ัง ผูอำนวยการฯ 39 สรอ ยสดุ า พรคำหาญ
45 หัสดี อทุ รักษ
๓๖
ที่ รายช่อื สมาชกิ โรงเรียน/สังกดั ตำแหนง จำนวน ลายมือชื่อ
ชว่ั โมงเขา
75 นางยุพิน ดจุ พายพั บานหินตั้ง ครู รว มกิจกรรม ยุพิน ดจุ พายพั
76 นางสาวรงุ อรณุ มะณีโรจน บานหนิ ตั้ง ครู รุงอรุณ มะณโี รจน
77 นางแอนนี่ กองมณี บานหนิ ตง้ั ครู 39 แอนน่ี กองมณี
78 นางสาววสิ ดุ า คนั ธี บา นหินต้งั เจา หนา ทธี่ รุ การ 63 วสิ ดุ า คนั ธี
79 นายสมัย ประเสริฐ บานแหลมทองพัฒนา ผอู ำนวยการฯ 39 สมยั ประเสรฐิ
80 นางสาวอารยี า จันดาแพง บา นแหลมทองพัฒนา ครผู ูชว ย 39 อารยี า จนั ดาแพง
81 นางสาวศริ ิพิชญ ทองสโุ ข บา นแหลมทองพัฒนา ครู 45 ศริ ิพชิ ญ ทองสุโข
82 นางสาววชั ราภรณ ทองถม บานแหลมทองพฒั นา ครู 39 วัชราภรณ ทองถม
83 นางสาวเบญจมาศ ขุนพรม บานแหลมทองพัฒนา ครู 39 เบญจมาศ ขนุ พรม
84 นางสาวนปภา แทรกวงษ บา นแหลมทองพฒั นา ครู 39 นปภา แทรกวงษ
85 นางสวุ คนธ สิงหคราม บา นมวง ผอู ำนวยการฯ 63 สวุ คนธ สงิ หค ราม
86 นางสาวพัชณี โยศรีคณุ บา นมว ง ครูผูชว ย 39 พชั ณี โยศรีคณุ
87 นางสาวประพิศ มิตรใจดี บานมว ง ครู 45 ประพศิ มติ รใจดี
88 นางสาวชฎาภรณ สงพิมพ บา นมว ง ครู 63 ชฎาภรณ สงพิมพ
89 นางวารณุ ี สวุ รรณพันธ บา นมว ง ครู 39 วารุณี สวุ รรณพนั ธ
90 นางสาวภรารัตน ศรีสุวรรณ บานมวง ธรุ การ 39 ภรารตั น ศรีสุวรรณ
91 นายวรี ศักดิ์ ทานะเวช บา นมวง 39 วีรศักดิ์ ทานะเวช
92 นายจรญู ศกั ด์ิ สหี าราช บา นลาน ผูอ ำนวยการฯ 39 จรูญศักด์ิ สหี าราช
93 นายสนุ ันต เนตรโสม บา นลาน ครู 39 สุนันต เนตรโสม
94 นางสาวรัตนาภรณ จักขุลี บา นลาน ครผู ูชว ย 45 รตั นาภรณ จกั ขลุ ี
95 นายอภิชัย นนทะแสง บานลาน ครู 39 อภิชยั นนทะแสง
96 นายเอกพงษ สวุ รรณคำ บา นลาน ครูอตั ราจาง 39 เอกพงษ สวุ รรณคำ
97 นางสาวณัฐชริยา ปน ไสย บา นลาน พนกั งานราชการ 39 ณฐั ชริยา ปน ไสย
98 นางสาวสุธาทพิ ย นยิ ม บา นนาคำ ผูอำนวยการฯ 63 สุธาทพิ ย นยิ ม
99 นางสาวมารษิ า ปราบคนช่ัว บานนาคำ ครูผูชวย 39 มาริษา ปราบคนชว่ั
100 นางมนั ทนา ก่ิงกา น บานนาคำ ครู 45 มนั ทนา กง่ิ กาน
101 นายสำราญ แกวดวงดี บานนาคำ ครู 39 สำราญ แกว ดวงดี
102 นางสธุ าสินีย สายพรหม บา นนาคำ พนกั งานราชการ 63 สุธาสนิ ีย สายพรหม
103 นางสาวจฑุ ารัตน แกวพล บานนาคำ ธรุ การ 39 จุฑารตั น แกว พล
104 นางสาวจฑุ ามาศ ตยุ ไชย บานนาคำ ครอู ัตราจาง 39 จฑุ ามาศ ตยุ ไชย
105 นางวทิ ูรย แกว ดวงดี บานนาคำ ครูอตั ราจาง 39 วิทรู ย แกว ดวงดี
106 นางขวญั ใจ สินทรัพย บานโนนอุดม ครู 39 ขวญั ใจ สินทรพั ย
107 นางสาวขนิษฐา ชาวดร บา นโนนอุดม ครอู ัตราจา ง 39 ขนิษฐา ชาวดร
108 นางสาวสุพิชญา จบั มั่น บา นโนนอดุ ม พนักงานราชการ 63 สพุ ิชญา จบั ม่ัน
109 นางกชพร เบกิ บานดี บา นโพธิ์ ผอู ำนวยการฯ 39 กชพร เบกิ บานดี
110 นางสาวสวุ นนั ท เพง็ ทอง บานโพธิ์ ครูผชู ว ย 39 สวุ นันท เพ็งทอง
111 นางสาวอรอมุ า ฝา ยขาว บานโพธ์ิ ครูผชู วย 45 อรอุมา ฝา ยขาว
112 นางสาววรญั ชยา รตั นบตุ รา บานโพธ์ิ ครูผูชวย 63 วรญั ชยา รตั นบุตรา
113 นางจันทรเ พญ็ ชมภวู เิ ศษ บา นโพธ์ิ ครู 39 จันทรเพญ็ ชมภวู ิเศษ
39
39
๓๗
ท่ี รายชอ่ื สมาชิก โรงเรยี น/สงั กดั ตำแหนง จำนวนชว่ั โมง ลายมอื ชอ่ื
เขา รว ม
114 นายประดษิ ฐ ก่งิ กาน บานโนนแดง ผูอ ำนวยการฯ กจิ กรรม ประดิษฐ กิง่ กา น
115 นางสาวจริ าภรณ แถลงเรียบ บานโนนแดง ครู 45 จริ าภรณ แถลงเรยี บ
116 นางนวพร บัวคำ บา นโนนแดง ครูผูชว ย 39 นวพร บวั คำ
117 นางสาวปนดั ดา จนั ทรสงเคราะห บานโนนแดง ครผู ูชวย 63 นดั ดา จนั ทรสงเคราะห
118 ส.อ.เฉลมิ ชยั บญุ พงษ บา นโนนแดง ครูธุรการ 39 เฉลิมชยั บญุ พงษ
119 นายเฉลมิ ศรีจุลยั บานหายโศก ครู 39 เฉลมิ ศรีจุลยั
120 นางพสิ มยั ไชยวงษ บานหายโศก ครู 63 พสิ มัย ไชยวงษ
121 นายการนั ต อนิ ทะขีณี บา นหายโศก ครู 39 การนั ต อินทะขณี ี
122 นางธดิ ารัตน ศรคี ราม บานหายโศก ครูอัตราจา ง 39 ธดิ ารตั น ศรีคราม
123 นางสาวกชพรรณ เพียหอม บานหายโศก ครอู ัตราจา ง 39 กชพรรณ เพียหอม
124 นายสพุ รต ศริ ิธร บา นนาสี ผูอำนวยการฯ 39 สุพรต ศริ ธิ ร
125 นางนภลกั ษณ วฒุ ิเสน บา นนาสี ครู 45 นภลกั ษณ วฒุ เิ สน
126 นางประทิพย ถนิ แดง บานนาสี ครู 39 ประทิพย ถนิ แดง
127 นายอาทิตย แกววรสตู ร บานนาสี ครู 39 อาทิตย แกว วรสูตร
128 ส.อ.หญงิ พรพนา เชดิ ชู บา นนาสี ครู 63 พรพนา เชิดชู
129 นางทพิ วรรณ ทองทพิ ย บา นนาสี ครู 39 ทิพวรรณ ทองทพิ ย
130 นายวสิ นั ตชยั เครอื เนตร ราษฎรจฬุ าสามคั คี ผูอำนวยการฯ 39 วิสันตชยั เครอื เนตร
131 นางโศจลิ กั ษณ มชี นั้ ชว ง ราษฎรจ ฬุ าสามคั คี ครูผชู ว ย 45 โศจลิ ักษณ มีชนั้ ชว ง
132 นางสาวกาญจนี บอลสทิ ธ์ิ ราษฎรจฬุ าสามัคคี ครู 39 กาญจนี บอลสทิ ธิ์
133 นายอุกฤต พลศลิ า ราษฎรจ ฬุ าสามัคคี ครู 63 อุกฤต พลศิลา
134 นายพฒั นพงษ จนั ทรเ บาะ ราษฎรจ ฬุ าสามัคคี 39 พฒั นพงษ จนั ทรเบาะ
135 นายพงษพนั ธ มาลาออ น บานหนองนกเขยี น ผูอำนวยการฯ 39 พงษพ ันธ มาลาออ น
136 นายสรุ ิยา ภูผาใจ บา นหนองนกเขยี น ครู 45 สุริยา ภผู าใจ
137 นายบวร ปยุ ะติ บา นหนองนกเขยี น ครู 39 บวร ปยุ ะติ
138 นางทัศนยี ย่ิงคงดี บา นหนองนกเขยี น ครู 63 ทัศนีย ยง่ิ คงดี
139 นางสาวสชุ าดา สิ่วไธสง บานหนองนกเขยี น ธรุ การ 39 สุชาดา ส่ิวไธสง
140 นายโชตกิ ารย ปญ ญากลุ บา นหนองนกเขยี น ธรุ การ 39 โชตกิ ารย ปญ ญากลุ
141 นายนพพร ไชยขนั ธุ บา นโคกสแี กว ผูอำนวยการฯ 39 นพพร ไชยขนั ธุ
142 นางสาวทวิ าวรรณ โคกฉวะ บานโคกสแี กว ครู 45 ทิวาวรรณ โคกฉวะ
143 นางสาวมนชั ยา ตาตนั๋ บา นโคกสแี กว ครูผูชว ย 63 มนชั ยา ตาตัน๋
144 นางสาวมกุ ดา หนิ เทา บา นโคกสแี กว ครูผชู วย 39 มุกดา หินเทา
145 นางสาวลกั ษณา เทพโอทา บา นโคกสแี กว ครู 39 ลักษณา เทพโอทา
146 นายพิชิต ทองคำ บานเขอื นำ้ ผูอ ำนวยการฯ 39 พิชติ ทองคำ
147 นางสาวณฐั ชาวรี สาแกงทราย บานเขอื นำ้ ครผู ูช ว ย 45 ณฐั ชาวรี สาแกงทราย
148 นางสาวศริ กาญจน พันธุดารัตน บา นเขอื นำ้ ครผู ูชว ย 39 ศิรกาญจน พันธดุ ารัตน
149 นายสถติ บุญสาร บานเขอื น้ำ ครอู ตั ราจา ง 39 สถติ บญุ สาร
150 นายนภาลกั ษณ ศรจี ำนงค บา นเขอื น้ำ ครูอัตราจา ง 63 นภาลกั ษณ ศรจี ำนงค
151 นายดนัย สงิ หสธุ รรม บานเขอื นำ้ ครอู ตั ราจา ง 39 ดนยั สงิ หส ุธรรม
152 นายอมั พนธ ประพนั ธ บานดงหมชู ยั เจรญิ ผอู ำนวยการฯ 39 อมั พนธ ประพันธ
153 นายสฤษฎภัทร จงกล บา นดงหมูชยั เจริญ ครู 45 สฤษฎภทั ร จงกล
154 นางนริ ชั ฎา ยนื สขุ บานดงหมูชยั เจริญ ครู 39 นิรชั ฎา ยนื สุข
155 นายสญั ชยั แซล ้ี บานดงหมูชัยเจริญ ครู 39 สัญชยั แซล ี้
63
๓๘
ที่ รายชอ่ื สมาชกิ โรงเรยี น/สังกดั ตำแหนง จำนวนชวั่ โมง ลายมือชื่อ
เขารวม
156 นายธวชั ชัย ยนื สขุ บานดงหมูชยั เจริญ ครู กจิ กรรม ธวัชชยั ยนื สขุ
157 นางมลาวรรณ ประพันธ บา นดงหมูชัยเจรญิ ครู 39 มลาวรรณ ประพนั ธ
158 นางวนดิ า โทกุล บา นดงหมูชยั เจริญ ครู 39 วนิดา โทกุล
159 นายเอกสทิ ธ์ิ วัฒนานสุ รณ บานดงหมูชัยเจริญ ครู 39 เอกสทิ ธ์ิ วฒั นานสุ รณ
160 นางสาวพรจติ รา คุณลาน บานดงหมูชัยเจรญิ ครผู ูชวย 39 พรจติ รา คุณลาน
161 นางสาวกมลฉตั ร สิงหไชย บานดงหมูชัยเจริญ ครูผูชวย 39 กมลฉตั ร สิงหไ ชย
162 นายจรี ศกั ด์ิ ผิวสวาง บานโนนดู ผูอำนวยการฯ 39 จีรศกั ด์ิ ผวิ สวา ง
163 นางสาวกนกนิภา โพธนิ์ า บานโนนดู ครู 45 กนกนภิ า โพธน์ิ า
164 นางกนิ รอน ออ นเมก็ บานโนนดู ครู 39 กนิ รอน ออ นเมก็
165 นายพิชติ สนุ ทโรจน บา นโนนดู ครู 39 พชิ ิต สุนทโรจน
166 นายพรทวี เมฆชยั ภักด์ิ บา นโนนดู ครู 39 พรทวี เมฆชยั ภกั ด์ิ
167 นางสมใจ ศรบี ญุ ไทย บา นโนนดู จนท.ธรุ การ 63 สมใจ ศรีบญุ ไทย
168 นายสขุ สันต ทนั วงษา บา นโนนดู พนักงานราชการ 39 สขุ สันต ทนั วงษา
169 นายเหลาสิทธิ์ ทบั วงษา บา นโนนดู ครู 39 เหลา สิทธ์ิ ทบั วงษา
170 นางสาวสวัสดี สิงหส ตั ย บานโนนดู ครู 39 สวัสดี สงิ หส ตั ย
171 นายทนิ กร โคตรโยธา บา นนาไฮ ผูอำนวยการฯ 39 ทินกร โคตรโยธา
172 นางสาวบุษยมาส ทมุ หนู บานนาไฮ ครูผชู วย 45 บษุ ยมาส ทมุ หนู
173 นายวันเฉลมิ สีแกว บานนาไฮ ครผู ชู วย 39 วันเฉลิม สแี กว
174 นายบรรยง บษุ บงก บา นนาไฮ ครู 63 บรรยง บุษบงก
175 นางสาวธญั ณชิ า บังพงษ บานนาไฮ ครู 39 ธญั ณิชา บงั พงษ
176 นางเวยี งคำ บษุ พงก บานนาไฮ พนักงานราชการ 39 เวียงคำ บุษพงก
177 นายวิทวสั ทรงสงั ข บานนาไฮ ครูอตั ราจาง 39 วิทวสั ทรงสงั ข
178 นายวิชยั ชมภูมาตร บานโนนสะอาด ผอู ำนวยการฯ 39 วิชัย ชมภมู าตร
179 นางรวงทอง วงษล า บานโนนสะอาด ครู 45 รวงทอง วงษล า
180 นายอภศิ กั ดิ์ ปากแกว บา นโนนสะอาด ครผู ชู วย 39 อภศิ ักดิ์ ปากแกว
181 นางจติ รวรรณ บวั ศรี บา นโนนสะอาด ครู 63 จติ รวรรณ บวั ศรี
182 นางสาวภทั รธ นี ันท สวุ รรณเจรญิ บา นโนนสะอาด ครู 39 ภัทรธ นี นั ท สุวรรณเจรญิ
183 นางสาวรสสุคนธ ดวงโคตะ บา นโนนสะอาด ธุรการ 39 รสสคุ นธ ดวงโคตะ
184 นางสาวจริ วดี สง่ิ สัตย บา นโนนสะอาด พนักงานราชการ 39 จิรวดี สิ่งสตั ย
185 สบิ เอกสมคิด สีหาวงษ บา นกดุ เมก็ ผูอำนวยการฯ 39 สมคิด สีหาวงษ
186 นายสน่ัน คงใจดี บา นกุดเม็ก ครู 45 สนน่ั คงใจดี
187 นางศลิ าพร คงใจดี บา นกดุ เม็ก ครู 63 ศิลาพร คงใจดี
188 นางสาวธีปกาญจน พมิ พิบาล บา นกุดเม็ก ครูผชู วย 39 ธปี กาญจน พมิ พบิ าล
189 นายเสนาะ ใจซ่ือ บา นกุดเมก็ ครู 39 เสนาะ ใจซอื่
190 นางประเสรฐิ สทุ ธิรกั ษ บา นกดุ เม็ก 39 ประเสรฐิ สทุ ธริ ักษ
191 นายเปรม มีภูเวียง บานนาลอม ผอู ำนวยการฯ 39 เปรม มภี เู วยี ง
192 นางระออย วงษแ กว บานนาลอ ม ครู 45 ระออย วงษแกว
193 นางศศธิ ร เกรงขาม บานนาลอ ม ครู 63 ศศิธร เกรงขาม
194 นายยรรยง บญุ แสง บานนาลอม ครู 39 ยรรยง บญุ แสง
195 นางสาวลกั ษมี ดวงมาลา บานนาลอม ธุรการ 39 ลักษมี ดวงมาลา
196 นางสาวลกั ษมี ดวงมาลา บา นนาลอ ม ครู 39 ลกั ษมี ดวงมาลา
197 นายประสงค โทวนั นงั บา นหนองกบนาแมน ผอู ำนวยการฯ 39 ประสงค โทวนั นัง
198 นางสาวภทั รวดี สาขะสงิ ห บา นหนองกบนาแมน ครูผชู ว ย 45 ภัทรวดี สาขะสงิ ห
199 นางศรสี มพนั ธ มชี ยั บานหนองกบนาแมน ครู 63 ศรสี มพนั ธ มชี ัย
39
๓๙
ที่ รายช่อื สมาชกิ โรงเรยี น/สงั กัด ตำแหนง จำนวน ลายมือชอื่
ชั่วโมงเขา
200 นางสาวฐิตพิ ร ขรุ าษี บานหนองกบนาแมน ครู ฐิติพร ขุราศี
201 นางทศพร สทิ ธิโชติ บา นสระคลองพัฒนา ผอู ำนวยการฯ รวม ทศพร สิทธโิ ชติ
202 นางสาววัชรนิ ทร บวั มี บานสระคลองพัฒนา ครู กจิ กรรม วัชรินทร บวั มี
203 นางสาวอนงค สืบสารคาม บา นสระคลองพฒั นา ครูผชู ว ย อนงค สืบสารคาม
204 นางสาวรตั ตยิ า ติ่งรุง เรอื ง บานสระคลองพัฒนา ครผู ูชวย 39 รัตติยา ติง่ รงุ เรอื ง
205 นางสาววารณุ ี เหลาคณุ บานสระคลองพฒั นา ธุรการ 45 วารุณี เหลาคุณ
206 นางสาวอรวรรณ มีใจใส บา นสระคลองพัฒนา ครูอตั ราจา ง 39 อรวรรณ มีใจใส
207 นายชยั ยนั ขุมดนิ พทิ กั ษ อดุ รวฒั นานุสรณ ผอู ำนวยการฯ 39 ชยั ยนั ขมุ ดนิ พทิ กั ษ
208 นางนริ มล จปุ ะมะถา อดุ รวฒั นานสุ รณ ครู 63 นิรมล จปุ ะมะถา
209 นายวลั ลภ บอ สารคาม อดุ รวฒั นานสุ รณ ครู 39 วัลลภ บอ สารคาม
210 นางมานฟา ฆารเจรญิ อดุ รวฒั นานุสรณ ครู 39 มา นฟา ฆารเจริญ
211 นางสพุ ตั รา ดีลุนชัย อดุ รวฒั นานุสรณ ครผู ูชวย 45 สุพัตรา ดลี นุ ชยั
212 วาทร่ี อ ยตรหี ญิงสลกั จิตร เจรญิ ดี อดุ รวฒั นานุสรณ ธรุ การ 39 สลกั จติ ร เจรญิ ดี
213 นายสนธิเดช เจริญชยั อุดรวฒั นานุสรณ พนกั งานราชการ 39 สนธเิ ดช เจรญิ ชยั
214 วาที่ ร.ต.หญงิ พรพิมล บวั หงษา จอมศรโี คกกอ งวทิ ยา ครูผชู วย 39 พรพมิ ล บวั หงษา
215 นางสาวพรรณิภา ชัยอามาตย จอมศรโี คกกอ งวทิ ยา ครูผูชวย 39 พรรณิภา ชยั อามาตย
216 นายเอกสงิ ห ปากแกว บา นตาดนำ้ พุ ผูอำนวยการฯ 39 เอกสงิ ห ปากแกว
217 นางสาวนติ ยา ละดาดาษ บา นตาดน้ำพุ ครูผูชวย 63 นติ ยา ละดาดาษ
218 นางสาวอภญิ ญา มดี ี บานตาดนำ้ พุ ครผู ชู วย 63 อภิญญา มดี ี
219 นางสมพรชยั ทบวนั บา นตาดน้ำพุ ครู 39 สมพรชยั ทบวัน
220 นางสาวพัชรนิ ทร นนทะบรู ณ บานตาดน้ำพุ ครู 45 พัชรนิ ทร นนทะบรู ณ
221 นางลักษณาศริ ิ คำภแู กว บานนางิว้ ผอู ำนวยการฯ 63 ลักษณาศริ ิ คำภแู กว
222 นางสาวสุฌญั ญา ภูผาใจ บานนางวิ้ ครผู ชู ว ย 39 สฌุ ญั ญา ภผู าใจ
223 นางหนรู กั ษ วารรี ตั น บา นนาง้วิ ครู 39 หนูรกั ษ วารรี ตั น
224 นายกติ ตกิ รณ จอมทรกั ษ บานนางิ้ว ครผู ูช ว ย 39 กิตตกิ รณ จอมทรกั ษ
225 นายมงั กร ปราบพาล บา นนางว้ิ ครู 45 มงั กร ปราบพาล
226 นางสาวพสิ มยั แหลง สนาม บานนาง้วิ ครอู ตั ราจา ง 63 พสิ มยั แหลงสนาม
227 นายสงัด วารศี รี บานนางิ้ว ครูอตั ราจาง 39 สงัด วารีศรี
228 นางสาวมชั ฌมิ า โยธากลุ บานนางว้ิ ครูอัตราจา ง 39 มชั ฌมิ า โยธากลุ
229 นางสาววิลาวณั ย สีแกว บา นนางิ้ว ครูอตั ราจา ง 39 วิลาวณั ย สีแกว
230 นายสุดใจ ละคร บา นนาหลวง ผูอ ำนวยการฯ 39 สุดใจ ละคร
231 นางสาวโมณีกา ชนุ เกาะ บานนาหลวง ครผู ูชว ย 39 โมณีกา ชุนเกาะ
232 นางสาวอารีพรรณ พรหมฤทธ์ิ บา นนาหลวง ครผู ูชว ย 39 อารพี รรณ พรหมฤทธ์ิ
233 นางจนั ดี วงษไชย บา นนาหลวง ครู 39 จนั ดี วงษไชย
234 นายสรุ ยิ นั ต ฆารเจริญ บานนาหลวง ครู 45 สรุ ยิ นั ต ฆารเจริญ
235 นางสาวอภนั ตรี กองมณี บานนาหลวง ครู 39 อภนั ตรี กองมณี
236 นายวรี พล ภูมพิ ันธ บานนาหลวง ครู 39 วีรพล ภมู พิ นั ธ
237 นายไพโรจน หมูมาก บา นลาดหอคำ ผอู ำนวยการฯ 39 ไพโรจน หมูมาก
238 นางสาวเบญจวรรณ นาไชยเวช บา นลาดหอคำ ครู 39 เบญจวรรณ นาไชยเวช
239 นางสาวศตพร นนั ทะทอง บา นลาดหอคำ ครู 39 ศตพร นันทะทอง
240 นายอดสิ รณ ราชสมบัติ บานลาดหอคำ ครู 63 อดิสรณ ราชสมบัติ
241 นายชาญวทิ ย ศรสี ิงห บานลาดหอคำ ครูผชู ว ย 45 ชาญวิทย ศรสี งิ ห
242 นางสาวรตั นากร นนั ทะทอง บา นลาดหอคำ ครู 39 รัตนากร นนั ทะทอง
39
39
63
39
๔๐
ที่ รายชอื่ สมาชิก โรงเรยี น/สงั กัด ตำแหนง จำนวน ลายมอื ช่ือ
ช่วั โมงเขา
243 นายสวุ ิทย ทองไวย บานตว้ิ ผอู ำนวยการฯ สุวิทย ทองไวย
244 นายดเิ รก บตุ รสาระ บา นตว้ิ ครู รว ม ดเิ รก บตุ รสาระ
245 นายสหกิจ ดงอนนท บานติว้ ครู กจิ กรรม สหกจิ ดงอนนท
246 นางคำกอง ชยั เสนา บา นติ้ว ครู คำกอง ชยั เสนา
247 นางจารวุ รรณ ชาวดร บา นติ้ว ครู 45 จารุวรรณ ชาวดร
248 นางสาวศศิธร บวั เนยี ว บานตว้ิ ธุรการ 63 ศศิธร บวั เนยี ว
249 นางสาวสุพตั ตรา ชาวดร บานต้วิ ครู 39 สพุ ัตตรา ชาวดร
250 นายธรี วฒั น บญุ กอง บา นติ้ว ครูอตั ราจาง 39 ธรี วฒั น บญุ กอง
251 นายประติพัตร นรสาร เมอื งพานบานโกม วทิ ยา ผูอำนวยการฯ 39 ประติพัตร นรสาร
252 นางสาวผกามาศ ทองออ น เมอื งพานบา นโกม วทิ ยา ครูอัตราจาง 39 ผกามาศ ทองออ น
253 นางรศั มี สพี มิ พส อ เมืองพานบานโกมวิทยา ครู 39 รศั มี สพี ิมพส อ
254 นายอนุชาติ คำชลธาร เมืองพานบานโกม วิทยา ครู 39 อนุชาติ คำชลธาร
255 นางนนั ทะนา นามดี เมอื งพานบา นโกม วิทยา ครู 45 นันทะนา นามดี
256 นางสาวเนตรชนก พลโท เมืองพานบา นโกม วิทยา ธรุ การ 39 เนตรชนก พลโท
257 นายนิเวส โงน แกว เมืองพานบานโกมวทิ ยา พนกั งานราชการ 39 นิเวส โงน แกว
258 นางสาวเนตรนภา พลโท เมืองพานบา นโกมวิทยา ธรุ การ 63 เนตรนภา พลโท
259 นางทิพนภา นภรี งค บานดงหวาย ครู 39 ทพิ นภา นภรี งค
260 นางเมขลา บญุ สงค บานดงหวาย ครูอัตราจาง 39 เมขลา บญุ สงค
261 วา ทรี่ อ ยตรเี ฉลมิ ชยั โสมาศรี บานดงหวาย ครูอตั ราจาง 39 เฉลิมชยั โสมาศรี
262 นางอวยพร นาคสทุ ธ์ิ บานกดุ จบั ผูอำนวยการฯ 39 อวยพร นาคสุทธ์ิ
263 นางสาวประภาภรณ หอมโคกคอ บา นกุดจับ ครู 39 ประภาภรณ หอมโคกคอ
264 นางวลิ าสนี ี ทวีจนั ทร บานกุดจับ ครู 63 วิลาสนี ี ทวจี ันทร
265 นางสาวเกษร ชว ยแสง บา นกุดจับ ครู 39 เกษร ชว ยแสง
266 นางสาวสมหญงิ โนนสะอาด บา นกดุ จบั พนกั งานราชการ 45 สมหญงิ โนนสะอาด
267 นายจิรพงค พนั ธโุ สภา บานกดุ จับ ครพู ีเ่ ลย้ี งเดก็ พิการ 39 จริ พงค พนั ธุโสภา
268 นายรญั จวน จันทะพล บา นโนนฐานะ ผอู ำนวยการฯ 39 รญั จวน จนั ทะพล
269 นางสวุ โรพร สีตางคำ บานโนนฐานะ ครู 63 สวุ โรพร สตี างคำ
270 นางพวงพะยอม ปก อนิ ทรทรยี บา นโนนฐานะ ครู 39
271 นางสาวศศิธร กลุ วงษ บานโนนฐานะ ครอู ตั ราจาง 39 พวงพะยอม ปก อนิ ทรทรีย
272 นางสาวเมธนิ ี เผา พงษศิลป บา นโนนฐานะ พนักงานราชการ 45
273 นางสาวจตพุ ร เวยี นศรี บานโนนฐานะ ครธู ุรการ 63 ศศธิ ร กุลวงษ
274 นายศภุ ภมู ิ พลจางวาง บา นดงบัง ผอู ำนวยการฯ 39 เมธนิ ี เผา พงษศลิ ป
275 นางอำไพ พึ่งจติ ร บานดงบงั ครู 39 จตุพร เวยี นศรี
276 นางคำหยาด เหลืองกง่ิ บา นดงบัง ครู 39 ศุภภมู ิ พลจางวาง
277 นายแดนชยั พง่ึ จติ ร บา นดงบงั ครู 39 อำไพ พ่งึ จติ ร
278 นางพมิ พจุฑา เกษแกว บา นดงบงั ครู 45 คำหยาด เหลอื งกิ่ง
279 นางสาวรววี รรณ สำแดงชยั บา นดงบงั ครู 39 แดนชยั พึง่ จติ ร
280 นางสาวปณณหลิว เทพทอง บานดงบงั ครู 39 พิมพจ ุฑา เกษแกว
281 นายประหยัด ขนั ภิบาล บานโสกแกคำเจรญิ ผูอำนวยการฯ 39 รววี รรณ สำแดงชยั
282 นายพทิ กั ษ กาศลนุ บานโสกแกคำเจรญิ ครู 39 ปณณหลิว เทพทอง
283 นายอนรุ ักษ หม่ืนสาย บานโสกแกคำเจรญิ ครู 39 ประหยัด ขันภิบาล
284 นางหอมไกล โงน แกว บา นโสกแกคำเจรญิ ครู 63 พิทกั ษ กาศลนุ
285 นางนวลจันทร ชยั วนิ ติ ย บานโสกแกคำเจรญิ ครู 45 อนรุ ักษ หมน่ื สาย
63 หอมไกล โงน แกว
39 นวลจนั ทร ชยั วนิ ิตย
39
39
๔๑
ท่ี รายชอื่ สมาชกิ โรงเรียน/สังกดั ตำแหนง จำนวน ลายมอื ช่อื
ชั่วโมงเขา
286 นายสมหวัง ศรที อง บานโสกแกคำเจรญิ ครูผชู ว ย สมหวงั ศรที อง
287 วา ท่ีรอ ยตรณี ฐั กติ ติ์ วงษดี บา นโสกแกคำเจรญิ ครอู ตั ราจาง รว ม ณฐั กติ ติ์ วงษด ี
288 นาง วรรณษิ า ไชยสี บา นโสกแกคำเจรญิ ครู กิจกรรม วรรณิษา ไชยสี
289 นางสาวเพญ็ นภา ทองอุน บา นโสกแกคำเจริญ ธุรการ เพ็ญนภา ทองอุน
290 นางสุดา กาศลุน บา นโสกแกคำเจรญิ วทิ ยากรพิเศษ 39 สดุ า กาศลนุ
291 นายคำพนู วนั นา บานดงนอ ย ผูอำนวยการฯ 39 คำพูน วนั นา
292 นางสงวนวลั ย พฤษชาติ บา นดงนอ ย ครู 39 สงวนวัลย พฤษชาติ
293 นางสาวเสาวลักษณ พานทอง บานดงนอ ย ครู 39 เสาวลักษณ พานทอง
294 นางสาวศิรวิ รรณ พรมนสั บานดงนอ ย ครอู ัตราจาง 39 ศิริวรรณ พรมนสั
295 นายศวิ กร ทีปสวาง บา นดงนอ ย ครูอัตราจา ง 45 ศวิ กร ทปี สวาง
296 นายพงศธร มลี า บา นดงนอ ย ครูอัตราจา ง 39 พงศธร มลี า
297 นางสาวจารจุ ิต ตะแกว บานดงนอ ย ครธู ุรการ 39 จารุจติ ตะแกว
298 นางสาวกรสี ุชา สงิ หว สิ ทุ ธ์ิ บานเหลาตำแย ผอู ำนวยการฯ 39 กรสี ุชา สิงหวิสทุ ธ์ิ
299 นายอดศิ ร ศรชี ะนนท บา นเหลาตำแย ครู 63 อดิศร ศรีชะนนท
300 นางสาวจติ รนาถ เมืองคณุ บา นเหลาตำแย ครู 39 จิตรนาถ เมอื งคณุ
301 นางสาวสาวติ รี จอยจดี บานเหลาตำแย ครู 39 สาวติ รี จอ ยจีด
302 นางสาวอริสา หลกั คำ บานเหลา ตำแย ครูผชู วย 45 อริสา หลักคำ
303 นางอนลุ ักษณ สุขรมย บานเหลาตำแย ครู 63 อนุลกั ษณ สขุ รมย
304 นางสาวปรยิ ากร มนสั ศลิ า บา นเหลาตำแย ครู 39 ปรยิ ากร มนสั ศลิ า
305 นายชาตรี สงั ฆศรี บา นขา ผูอำนวยการฯ 39 ชาตรี สงั ฆศรี
306 นางรนิ ดา เดโชโชตพิ พิ ัฒน บานขา ครู 39 รินดา เดโชโชติพพิ ัฒน
307 นายวริษา จนั ธานี บานขา ครูผูชวย 39 วรษิ า จันธานี
308 นางสาวนภารนิ ทร แพงไทย บา นขา ครผู ูชว ย 39 นภารนิ ทร แพงไทย
309 นางสาวณฐั สุดา มาคะเคน บานขา ครอู ตั ราจา ง 45 ณัฐสุดา มาคะเคน
310 นางสาวรงุ ทพิ ย ชนะกาญจน บานขา พนักงานราชการ 39 รงุ ทพิ ย ชนะกาญจน
311 นายชนิ วุธ จนั นาหวา บา นลำภู ผอู ำนวยการฯ 63 ชินวุธ จนั นาหวา
312 นางสาวชนญิ ชฎิ า บัวทอง บานลำภู ครผู ูชว ย 39 ชนญิ ชฎิ า บัวทอง
313 นางสาวปน สุชา ศรีสังคม บานลำภู ครูผชู ว ย 39 ปนสุชา ศรีสงั คม
314 นางสาวรตั ติกาล ยศปญ ญา บานลำภู ครู 39 รตั ตกิ าล ยศปญญา
315 นางสาวกนกวรรณ โกกุล บานลำภู ธุรการ 45 กนกวรร โกกลุ
316 นางสาววรี ยา บานศริ ิ บา นลำภู ครอู ตั ราจา ง 39 วรี ยา บานศริ ิ
317 นายโพธ์ชิ ยั เจรญิ ธรรม บา นโคกวชิ ัยโนนไชยพร ผูอำนวยการฯ 63 โพธช์ิ ัย เจรญิ ธรรม
318 นางทิพวลั ย ชศู รที อง บานโคกวชิ ยั โนนไชยพร ครู 39 ทพิ วลั ย ชูศรที อง
319 นางสมควร นอ ยเสนา บานโคกวชิ ัยโนนไชยพร ครู 39 สมควร นอยเสนา
320 นางสาวพชั ราภรณ ลอื คำหาร บานโคกวชิ ยั โนนไชยพร ครูผูชว ย 39 พชั ราภรณ ลอื คำหาร
321 นางสาววชั ราภรณ กนั หาจร บา นโคกวชิ ัยโนนไชยพร ครู 45 วัชราภรณ กนั หาจร
322 นายอภชิ าต อรดี บา นโคกวชิ ัยโนนไชยพร ครู 39 อภิชาต อรดี
323 นายสอนชยั พรมประเสรฐิ บา นหนองฆอ งนาสีนวล ผูอำนวยการฯ 39 สอนชยั พรมประเสรฐิ
324 นางจิราภรณ เหล็กกลา บา นหนองฆองนาสีนวล ครู 39 จิราภรณ เหล็กกลา
325 นางนภาพร วงษพ รม บา นหนองฆองนาสีนวล ครู 39 นภาพร วงษพรม
326 นายธนโชติ ภูมชิ ยั บา นหนองฆองนาสีนวล ครู 63 ธนโชติ ภูมิชยั
327 นางสาวขนิษฐา แกว ยา บานหนองฆองนาสีนวล พนกั งานราชการ 45 ขนษิ ฐา แกว ยา
328 นางสาวกฤตพร วรรกั ษ บา นหนองฆอ งนาสีนวล ครูอัตราจาง 39 กฤตพร วรรกั ษ
39
39
39
63
๔๒
ที่ รายชื่อสมาชิก โรงเรียน/สงั กดั ตำแหนง จำนวน ลายมือช่ือ
ชัว่ โมงเขา
329 นายธนพล ศิริวิเศษ บา นเชียงเพง็ ผอู ำนวยการฯ ธนพล ศริ ิวเิ ศษ
330 นางประคอง แนนสถติ ย บา นเชยี งเพ็ง ครู รว ม ประคอง แนนสถิตย
331 นายสำราญ โยจำปา บานเชียงเพ็ง ครู กจิ กรรม สำราญ โยจำปา
332 นางเพยี รชยั เกยี ลน บา นเชียงเพ็ง ครู เพียรชัย เกยี ลน
333 นางบญุ เหลอื บำรงุ วงค บานเชียงเพ็ง ครู 45 บญุ เหลอื บำรุงวงค
334 นางสาวพรทพิ ย จนั ทรลา บานเชียงเพง็ ครู 39 พรทิพย จนั ทรลา
335 นางสาวศภุ ิสรา บุพตา บานเชยี งเพ็ง ครผู ูชว ย 39 ศุภสิ รา บุพตา
336 นางสาวอรอมุ า แนนสถติ ย บา นเชียงเพ็ง ครูอตั ราจาง 39 อรอุมา แนนสถติ ย
337 นางสาวอรวรรณ ชยั มณี บานเชียงเพ็ง ครอู ัตราจาง 63 อรวรรณ ชัยมณี
338 นางรพีพรรณ อินทนาม บานกานตสามัคคี ผูอำนวยการฯ 39 รพพี รรณ อนิ ทนาม
339 นางสาวอญั ชลี แนนสถติ ย บานกานตสามคั คี ครู 39 อญั ชลี แนนสถิตย
340 นางพนิดา ชยั มณี บา นกานตสามัคคี ครู 39 พนิดา ชัยมณี
341 นายปฏิพทั ธเกษรตั น บานกานตสามคั คี ครู 39 ปฏิพัทธ เกษรัตน
342 นางศริ วิ ชั รนิ ทร นาลอ ง บา นกานตส ามคั คี ครู 45 ศริ วิ ชั รนิ ทร นาลอ ง
343 นางณิชกานต หาโคตร บา นกานตส ามคั คี ครู 39 ณิชกานต หาโคตร
344 นางทพิ ยอษุ า ธรรมขนั ธ บานกานตสามคั คี ครู 39 ทพิ ยอ ุษา ธรรมขันธ
345 นายยงยทุ ธ คดิ จะทำ บานกานตส ามคั คี ครู 39 ยงยทุ ธ คิดจะทำ
346 นางสาวอมั พร ชาลีสวุ รรณดี บา นกานตสามัคคี ธุรการ 39 อัมพร ชาลีสวุ รรณดี
347 นายสวาง คณุ มี ชมุ ชนหนองแปนหนิ โงม ผูอำนวยการฯ 39 สวา ง คณุ มี
348 นางบุญชว ย สขุ หา ชมุ ชนหนองแปนหินโงม ครู 63 บุญชว ย สขุ หา
349 นางเรไร ปลัดกอง ชมุ ชนหนองแปนหนิ โงม ครู 39 เรไร ปลดั กอง
350 นายสมควร เปา ปาเถอื่ น ชมุ ชนหนองแปนหนิ โงม ครู 39 สมควร เปา ปาเถื่อน
351 นางบุญเรือน หมืน่ กุล ชุมชนหนองแปนหินโงม ครู 45 บุญเรอื น หมนื่ กุล
352 นายประธาน อนิ แสง ชุมชนหนองแปนหนิ โงม ครู 39 ประธาน อินแสง
353 นางจันทรฉ ตั ร ศริ โิ รจนภ ญิ โญ ชมุ ชนหนองแปนหนิ โงม ครู 39 จันทรฉตั ร ศริ ิโรจนภ ญิ โญ
354 นายบรรเจดิ พรศริ ริ ตั น บานโพธโ์ิ นนแดง ผูอำนวยการฯ 39 บรรเจดิ พรศิรริ ตั น
355 นางณฐั วรรณ ใจบญุ บานโพธโ์ิ นนแดง ครู 63 ณฐั วรรณ ใจบญุ
356 นางธนภร โสแสนนอ ย บา นโพธ์ิโนนแดง ครู 39 ธนภร โสแสนนอย
357 นางสุวิมล อางแกว บานโพธิ์โนนแดง ครู 39 สวุ ิมล อา งแกว
358 นายสรุ กานต นาลอง บา นโพธิ์โนนแดง ครู 45 สรุ กานต นาลอ ง
359 นายปย ะบุตร บุตรสาร บา นโพธโิ์ นนแดง พนักงานราชการ 63 ปย ะบตุ ร บุตรสาร
360 นางวรรณยา โมลา บา นโพธโ์ิ นนแดง ธุรการ 39 วรรณยา โมลา
361 นางสาวนภาพร ดอกทอง บา นโพธ์ิโนนแดง จติ อาสา 39 นภาพร ดอกทอง
362 นางฉววี รรณดอลบี้ บานถนิ่ ผูอำนวยการฯ 39 ฉวีวรรณ ดอลบี้
363 นางชลดา แกวดวงตา บา นถ่ิน ครู 39 ชลดา แกวดวงตา
364 นายชลมั พล ธูปกระแจะ บานถิ่น ครู 39 ชลมั พล ธปู กระแจะ
365 นายสำรอง โทวนั นงั บานถิน่ ครู 39 สำรอง โทวนั นงั
366 นายชาคริต กลางโยธี บานถน่ิ พนักงานราชการ 45 ชาคริต กลางโยธี
367 นางวไิ ลวรรณ สทุ ธโิ ชติ บา นถิ่น ธุรการ 39 วไิ ลวรรณ สุทธโิ ชติ
368 นางสาววรรณภา ลาภภณ บา นถ่นิ ครอู าสา 39 วรรณภา ลาภภณ
369 นายสำราญ หนอ สดี า บา นถิน่ ครอู ตั ราจาง 63 สำราญ หนอ สีดา
370 นายพนู ลาภ นาคสทุ ธ์ิ บา นโคกสวา ง ผอู ำนวยการฯ 39 พนู ลาภ นาคสุทธ์ิ
371 นางจรรยา พวงสวุ รรณ บานโคกสวา ง ครู 39 จรรยา พวงสุวรรณ
39
39
45
39
๔๓
ที่ รายช่อื สมาชิก โรงเรยี น/สังกัด ตำแหนง จำนวน ลายมอื ช่อื
ช่ัวโมงเขา
372 นางสาวทิพวลั ย อทุ ยั วัฒน บา นโคกสวาง ครู ทิพวัลย อุทยั วฒั น
ครู รวม รัชนี คงภริ มย
373 นางรชั นี คงภิรมย บานโคกสวา ง ครู กจิ กรรม รตั นห ทัย ใบงาม
ครู สภุ าภรณ ชัยชนะ
374 นางรตั นห ทยั ใบงาม บานโคกสวา ง พนักงานราชการ 39 สพุ มิ ล สดุ ตา
ผูอำนวยการฯ 39 กอ งตะวัน โสภณิ
375 นางสภุ าภรณ ชัยชนะ บานโคกสวาง ครู 63 พรสวรรค มาณะศลิ ป
ครู 39 พงศพ พิ ัฒน โทกุล
376 นางสาวสพุ มิ ล สุดตา บา นโคกสวา ง ครู 39 กิตตศิ กั ด์ิ ละสิลา
พนักงานราชการ 45 การณั ย บดุ ดีมี
377 นายกองตะวนั โสภณิ บานหนองสรางไพร ครู 63 ปวณี า สารวงษ
ครู 39 เมธนิ ี ระวิชยั
378 นางพรสวรรค มาณะศิลป บา นหนองสรา งไพร ครู 39 จรูญ ศิริวัฒนว ชิ าญ
ผอู ำนวยการฯ 39 ฐติ ิวรดา ปรชี าเชยี่ ว
379 นายพงศพพิ ฒั น โทกุล บานหนองสรา งไพร ครู 39 ประยรู เตม็ ใจ
ครู 39 ดวงเดอื น ยศหนองทมุ
380 นายกิตติศกั ด์ิ ละสิลา บานหนองสรางไพร ครู 63 จิตตมาส ตรีรัตน
ครู 45 วุฒิชัย พลกลา
381 นายการณั ย บุดดมี ี บานหนองสรา งไพร เจาหนา ท่ีธรุ การ 63 โสภา อินทรแ ตม
ผอู ำนวยการฯ 39 สยาม ตะวงษา
382 นางสาวปวีณา สารวงษ โนนสงู วิทยา ครูผูชวย 39 เบญจพล บญุ เรอื ง
ครู 39 พรทิพา บพุ ศิริ
383 นางเมธนิ ี ระวิชยั โนนสงู วทิ ยา ครู 39 ภญิ ญาภทั ร เกษหอม
ครู 45 วรี ะศกั ด์ิ พนั ธพ ฒั น
384 นายจรูญ ศริ ิวัฒนวิชาญ โนนสูงวทิ ยา ครู 39 ศภุ ชัย ธรรมมูลตรี
ครผู ชู วย 39 กฤษฎา บงุ ทอง
385 นางสาวฐิติวรดา ปรชี าเชยี่ ว บานเจรญิ สุข ครผู ชู วย 63 ศิวพันธ เทพิน
ครูธุรการ 39 มณรี ตั น แกว กัณหา
386 นายประยรู เตม็ ใจ บานเจรญิ สขุ ผูอ ำนวยการฯ 39 อดิเรก กลา หาญ
ครูผูชว ย 39 ศภุ รดา อรรถวลิ
387 นางดวงเดือน ยศหนองทมุ บา นเจรญิ สขุ ครู 39 ศศิพร ตน กนั ยา
ครู 39 จรัสรำไพ เจรญิ ศิลป
388 นางสาวจิตตมาส ตรรี ัตน บานเจรญิ สุข ผอู ำนวยการฯ 45 ประหยัด อนิ แปง
ครผู ูชวย 63 ศริ ลิ กั ษณ เล็งไทสงค
389 นายวฒุ ชิ ยั พลกลา บานเจริญสุข ครูผชู ว ย 39 ประกายกลุ คำคูณ
ครู 39 ผองศรี ทวสี ุข
390 นางสาวโสภา อนิ ทรแ ตม บา นเจรญิ สุข ครู 45 กญั ญาณฐั พลขอ
ครู 39 กาญจนา พานนอ ย
391 นายสยาม ตะวงษา ชายแดนประชาสรรค ครู 39 นุจรนิ ทร สรอยกุดเรอื
ผูอำนวยการฯ 39 สมชาย มหาฤทธิ์
392 นายเบญจพล บุญเรอื ง ชายแดนประชาสรรค ครู 39 พรสุดา พลศกั ดข์ิ วา
ครู 63 นิพาภรณ ละคร
393 นางพรทิพา บุพศิริ ชายแดนประชาสรรค ครผู ูช วย 39 ธนะศานต มาตรเลี่ยม
45
394 นางภญิ ญาภทั ร เกษหอม ชายแดนประชาสรรค 39
39
395 นายวีระศกั ด์ิ พนั ธพฒั น ชายแดนประชาสรรค 63
396 นายศภุ ชยั ธรรมมลู ตรี ชายแดนประชาสรรค
397 นายกฤษฎา บงุ ทอง ชายแดนประชาสรรค
398 นายศิวพนั ธ เทพิน ชายแดนประชาสรรค
399 นางสาวมณีรตั น แกวกัณหา ชายแดนประชาสรรค
400 นายอดิเรก กลาหาญ บา นนำ้ ขนุ โนนผางาม
401 นางสาวศุภรดา อรรถวลิ บานนำ้ ขนุ โนนผางาม
402 นางสาวศศิพร ตน กนั ยา บา นน้ำขนุ โนนผางาม
403 นางสาวจรสั รำไพ เจรญิ ศลิ ป บานน้ำขนุ โนนผางาม
404 นายประหยัด อนิ แปง บานสมประสงค
405 นางสาวศริ ลิ กั ษณ เล็งไทสงค บา นสมประสงค
406 นางสาวประกายกลุ คำคูณ บานสมประสงค
407 นางสาวผอ งศรี ทวีสุข บานสมประสงค
408 นางกญั ญาณฐั พลขอ บา นสมประสงค
409 นางกาญจนา พานนอ ย บา นสมประสงค
410 นางสาวนจุ รนิ ทร สรอยกุดเรอื บา นสมประสงค
411 นายสมชาย มหาฤทธ์ิ บา นนาตูม
412 นางสาวพรสุดา พลศักด์ิขวา บา นนาตูม
413 นางสาวนิพาภรณ ละคร บานนาตูม
414 นายธนะศานต มาตรเลยี่ ม บา นนาตมู
๔๔
ท่ี รายชอื่ สมาชกิ โรงเรียน/สงั กดั ตำแหนง จำนวน ลายมือชอื่
ชั่วโมงเขา
415 นางสาวฑิตยากร อบุ ลครุฑ บา นนาตูม ครู ฑติ ยากร อบุ ลครฑุ
ผูอำนวยการฯ รวม ประมวล นลิ รกั ษา
416 นายประมวล นลิ รกั ษา บา นนาคำ (ถริ ธมั โมอุปถมั ภ) ครผู ชู วย กิจกรรม เกษรา ตน ไทร
ครูผูชวย นุจวรรณ วงศจ นั ทร
417 นางสาวเกษรา ตน ไทร บา นนาคำ (ถริ ธมั โมอุปถมั ภ) ครู 39 เทยี นชยั จำปาแกว
ครู 45 อรรถพนธ ขุนเพ็ง
418 นางสาวนจุ วรรณ วงศจันทร บานนาคำ (ถิรธัมโมอปุ ถมั ภ) ครู 39 ธวัล ดวงจันทร
ครู 39 ธนโชติ สวุ รรณโคตร
419 นายเทยี นชยั จำปาแกว บานนาคำ (ถริ ธัมโมอุปถมั ภ) ครู 39 ชบาไพร แสงตรสี ุ
ครู 39 พมิ พว ลี อาวรณ
420 นายอรรถพนธ ขุนเพง็ บา นนาคำ (ถริ ธมั โมอุปถมั ภ) ครู 39 ทัศนีย ปด ถาวะโร
ครู 63 สมชาย จนั ทะวงษา
421 นางสาวธวัล ดวงจนั ทร บานนาคำ (ถริ ธัมโมอปุ ถมั ภ) ครู 39 ภากลุ จันทรท พิ ย
ครูผชู ว ย 39 ไอรดา แขนง
422 นายธนโชติ สุวรรณโคตร บานนาคำ (ถิรธมั โมอุปถมั ภ) ครู 39 เพญ็ นภา จันทะวงษา
ครู 39 จักรภพ แยมเกษม
423 นางสาวชบาไพร แสงตรีสุ บา นนาคำ (ถิรธมั โมอปุ ถมั ภ) ธรุ การ 39 อรอนงค คำไพ
พนกั งานราชการ 39 นจุ รี วงศพ ันธ
424 นางพิมพว ลี อาวรณ บานโสมเยย่ี มโนนพัฒนา ผอู ำนวยการฯ 63 วิทยา หงสศรี
ครู 39 ลกั คณา ทพั ภตู า
425 นางทัศนีย ปดถาวะโร บานโสมเยย่ี มโนนพัฒนา ครู 39 นารี ธนะแกว
ครูผชู วย 39 ฉัตรฑรกิ า จันทจติ ร
426 นายสมชาย จันทะวงษา บา นโสมเยย่ี มโนนพัฒนา ครู 45 รตั นา เยน็ ประโคน
ครผู ูชว ย 39 ธัญญรตั น ลาภสมทบ
427 นางเสาวภากุล จนั ทรท ิพย บา นโสมเยยี่ มโนนพฒั นา ครู 39 นาตยา ภูนามูล
พนกั งานราชการ 39 กัญธญิ า หางา นแทน
428 นางสาวไอรดา แขนง บา นโสมเยยี่ มโนนพัฒนา ธุรการ 63 ชฎาพร ใครน นุ ภา
ผูอำนวยการฯ 39 คงฤทธ์ิ ม่งิ พันธ
429 นางเพ็ญนภา จันทะวงษา บานโสมเยย่ี มโนนพฒั นา ครู 39 มยรุ ี สุเภาแสน
ครูผูชว ย 39 พชิ ามญช เสยี งล้ำ
430 นายจักรภพ แยม เกษม บา นโสมเยย่ี มโนนพฒั นา ครู 39 สมอง คำพรวน
ครผู ชู ว ย 45 อภษิ ฎา วิทยาบำรุง
431 นางสาวอรอนงค คำไพ บานโสมเยยี่ มโนนพฒั นา พนักงานราชการ 39 ภาณมุ าศ ผลเจรญิ
ครู 39 พิชญา อาวรณ
432 นางสาวนจุ รี วงศพนั ธ บา นโสมเยยี่ มโนนพัฒนา ธรุ การ 39 กรวิภา ภูนามูล
ผอู ำนวยการฯ 63 นิตยา อนิ ทรชนิ ี
433 นายวทิ ยา หงษศ รี เตชะไพบลู ย (๒) ครูผูชวย 39 รตั นาพร สวสั ด์เิ อ้ือ
ครู 39 นุตประวณี จอมคำศรี
434 นางลักคณา ทพั ภตู า เตชะไพบลู ย (๒) ครู 39 สนั ติ พยฆั กลุ
ครผู ูชวย 45 รฉตั ร บัตรรตั นะ
435 นางนารี ธนะแกว เตชะไพบูลย (๒) ผอู ำนวยการฯ 39 ทนงศกั ดิ์ ศาสนสุพินธ
ครู 39 อุถาพร คำสุนทร
436 นางสาวฉตั รฑรกิ า จนั ทจติ ร เตชะไพบลู ย (๒) ครู 39 สุพชั รี เคา แคน
63
437 นางรตั นา เยน็ ประโคน เตชะไพบลู ย (๒) 45
63
438 นางธญั ญรตั น ลาภสมทบ เตชะไพบูลย (๒) 39
439 นางนาตยา ภนู ามลู เตชะไพบูลย (๒)
440 นางสาวกญั ธญิ า หางา นแทน เตชะไพบูลย (๒)
441 นางสาวชฎาพร ใครนนุ ภา เตชะไพบูลย (๒)
442 นายคงฤทธิ์ ม่งิ พนั ธ บา นโคกสะอาด
443 นางสาวมยรุ ี สเุ ภาแสน บา นโคกสะอาด
444 นางสาวพิชามญช เสยี งล้ำ บา นโคกสะอาด
445 นายสมอง คำพรวน บานโคกสะอาด
446 นางสาวอภษิ ฎา วทิ ยาบำรงุ บา นโคกสะอาด
447 นางสาวภาณมุ าศ ผลเจรญิ บา นโคกสะอาด
448 นางสาวพิชญา อาวรณ บานโคกสะอาด
449 นางกรวภิ า ภนู ามลู บา นโคกสะอาด
450 นางสาวนติ ยา อนิ ทรชนิ ี บานวังแข
451 นางสาวรตั นาพร สวัสดเ์ิ อื้อ บานวังแข
452 นางสาวนตุ ประวณี จอมคำศรี บา นวงั แข
453 นายสนั ติ พยฆั กุล บา นวงั แข
454 นางสาวรฉัตร บตั รรัตนะ บา นวังแข
455 นายทนงศกั ด์ิ ศาสนสพุ ินธ บา นจำปาทอง
456 นางอุถาพร คำสนุ ทร บา นจำปาทอง
457 นางสาวสุพัชรี เคา แคน บา นจำปาทอง
๔๕
ท่ี รายชื่อสมาชิก โรงเรยี น/สงั กัด ตำแหนง จำนวน ลายมอื ชอื่
ชว่ั โมงเขา
458 นางจนิ ตนา โสมาศรี บานจำปาทอง ครู จนิ ตนา โสมาศรี
459 นางสาวรกั ษสดุ า ไชยราชา บา นจำปาทอง ครธู ุรการ รวม รกั ษสุดา ไชยราชา
460 นายสทิ ธโิ ชติ ไชยสิทธ์ิ บานน้ำทรง ผอู ำนวยการฯ กจิ กรรม สทิ ธโิ ชติ ไชยสิทธ์ิ
461 นางสาวจารวี ทองสมทุ ร บานนำ้ ทรง ครู จารวี ทองสมทุ ร
462 นางวาสนา รกั ษาภายใน บา นน้ำทรง ครู 39 วาสนา รกั ษาภายใน
463 นางสาวฉตั รธดิ า ธารเลศิ บานน้ำทรง ครู 39 ฉัตรธดิ า ธารเลศิ
464 นายภทั รพล ศรผี ู บานน้ำทรง ครูผูชวย 45 ภัทรพล ศรีผู
465 นางสพุ รรตั น บญุ โชติ บา นวงั บง ผูอำนวยการฯ 63 สุพรรตั น บุญโชติ
466 นายทศพล ยำยวน บา นวงั บง ครู 39 ทศพล ยำยวน
467 นางวชริ าภรณ จนั ทรา บา นวงั บง ครู 39 วชริ าภรณ จนั ทรา
468 นางสาวณฐั ธดิ า บุตรดี บา นวงั บง ครผู ูช ว ย 39 ณัฐธิดา บุตรดี
469 นายชาติชาย ไชยนนท บา นวังบง ครู 45 ชาตชิ าย ไชยนนท
470 นายนราธปิ จติ รแกว บานวังบง พนักงานราชการ 63 นราธปิ จติ รแกว
39
39
39
39
๔๖
ขนั้ ตอนกระบวนการขับเคลอ่ื น PLC กลุม สาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
ขนั้ ที่ 1. วิธกี ารดำเนินงาน/กระบวนการขบั เคล่อื น PLC กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
(ภาษาองั กฤษ)
1.1 รายละเอยี ดการวางแผนการขับเคลื่อน PLC ในระดับ สพป.อุดรธานี เขต 4 ปการศึกษา 2563
ตามตาราง ดังนี้
กจิ กรรม วนั เดอื น ป หมายเหตุ
1. การประชุมชีแ้ จงสมาชิกและการจดั ทีม PLC ครู วงรอบที่ 1 วงรอบที่ 2 วงรอบท่ี 3
ภาษาองั กฤษ (ทีมละประมาณ 2 – 8 คน) 26 มถิ นุ ายน 63
- ประชุมเพื่อชแี้ จงแนวทางการจดั ทำ PLC (แตละ
กลมุ เปา หมาย ผูบริหารสถานศึกษา และ ขาราชการครู ใน
19 โรงเรียน)
- แบงกลุมการจัดทมี โดยมี ศึกษานเิ ทศก ประจำกลมุ เปน ผู
ประสานงาน
2. การกำหนดเปาหมายการพฒั นาและเปา หมายนักเรียน 26 มถิ ุนายน
ผบู ริหารจำนวนในโรงเรยี นขนาดเลก็ จำนวน 19 คน จำนวน 2563
1 ครงั้
- ครูผูสอน 110 คน จำนวน 1 คร้งั
- ประชุมทำความเขา ใจกับ MT ทกุ โรงเรียน จำนวน 19 คน
3. การออกแบบแนวคดิ การออกแบบการสอนเพอ่ื พฒั นา 17 กรกฎาคม 63 1-9 1-9
นกั เรียน
4. การเปดช้นั เรยี น/ การสังเกตชั้นเรยี น กันยายน 63 ตลุ าคม 63
5. การสะทอ นคิดหลงั เปดชน้ั เรยี น 10-25 10-25 10-25
6. สรปุ ถอดบทเรียนเพื่อคน หานวัตกรรมการ สิงหาคม 63 กันยายน 63 ตุลาคม 63
แกปญหา
10-25 10-25 10-25
สิงหาคม 63 กนั ยายน 63 ตลุ าคม 63
- - กมุ ภาพันธ 64