ก
ข ำ ำ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอโกสุมพิสัย ได้จัดทำรายงานสรุปผลการนิเทศ ติดตามการดำเนินงาน ตามแนวทางของสำนักงาน สกร. ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖7 รอบ 6 เดือน (ไตรมาสที่ 1 – 2) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสรุปผลการนิเทศ ติดตามการดำเนินจัดกิจกรรม และโครงการตามนโยบาย สำนักงาน สกร.ประจำปี งบประมาณ ๕๖๒7 โดยคณะกรรมการนิเทศได้ให้คำแนะนำ ชี้แนะแนวทางเพื่อแก้ไขปรับปรุงและพัฒนา เพื่อให้ การดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ขอขอบคุณผู้บิหาร คณะกรรมการนิเทศ คณะผู้จัดทำ และผู้ที่เกี่ยวข้องที่มีส่วนทำให้เอกสารฉบับนี้มีความ สมบูรณ์หวังเป็นอย่ายิ่งว่ารายงานเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้สนใจในการนำไปพัฒนาคุณภาพการศึกษาใน ทุกระดับ และเป็นข้อมูลในการวางแผนปฏิบัติการพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพต่อไป ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอโกสุมพิสัย
ค ัญ ื่อ ห ้ คำนำ สารบัญ ่ ำ สภาพทั่วไปของสถานศึกษา 1 ่ เอกสารที่เกี่ยวข้อง 8 นโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ จุดเน้นการดำเนินงานสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ การนิเทศภายในสถานศึกษา ่ 3 แ ว ดำ 25 ่ 4 ผ ๑. การเรียนรู้ตลอดชีวิต โครงการการส่งเสริมการอ่านในห้องสมุดประชาชน 32 โครงการห้องสมุดสำหรับชาวตลาด 38 โครงการบ้านหนังสือชุมชน 42 2. การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน 46 โครงการการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต 80 โครงการการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน 82 โครงการการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 84 3. การเรียนนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ การส่งเสริมการรู้หนังสือไทย 86 การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบ 61 4. โครงการตามนโยบาย โครงการสถานศึกษาปลอดภัยเพื่อป้องกันภัยคุกคามทางสังคม MOE Safety Center 103 โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข 106 โครงการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล การใช้งานดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต)109 ผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practicce) 111 ภาคผนวก คณะผู้จัดทำ
1 ่ว ่ ำ ข้อ ู พื้ ฐ . อำ อโ พ ั จั หวัด ห ข้อ ู ั่วไ ขอ ชื่อสถานศึกษา : ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโกสุมพิสัย ที่อยู่ : หมู่ที่ 13 ตำบลหัวขวาง ถนน มหาสารคาม – โกสุมพิสัย อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัด : มหาสารคามรหัสไปรษณีย์: 44140 เบอร์โทรศัพท์: 0–4376–1496เบอร์โทรสาร : 0–4376–1496 E-mail ติดต่อ : [email protected] Website: http://sarakham.nfe.go.th/4108/ สังกัด : สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดมหาสารคาม สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ วั ว ็ ขอ . อำ อโ พ ั จั หวัด ห ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโกสุมพิสัยิ เดิมเป็นหน่วยบริการอาชีพเคลื่อนที่ หน่วยที่ 24 ของศูนย์ การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดมหาสารคาม ต่อมาได้ถูกประกาศจัดตั้งให้เป็น “ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ โกสุมพิสัย” เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2536 เพื่อให้บริการการศึกษานอโรงเรียนแก่ประชาชน ซึ่งเป็นไปตาม นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งต้องการให้มีหน่วยบริการการศึกษานอกโรงเรียนซึ่งสามารถบริการประชาชน และกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยโดยอาศัยห้องสมุดประชาชนอำเภอโกสุมพิสัย เป็นสถานที่ทำการ แต่เนื่องจากอาคารห้องสมุดประชาชนอำเภอโกสุมพิสัย ตั้งอยู่ภายในบริเวณที่ว่าการอำเภอ อีก ทั้งด้านหลังยังติดกับอาคารหอประชุมอำเภอโกสุมพิสัย(หลังเดิม) ทำให้ไม่สะดวกในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ จึงได้ขอ ที่ดินทางฝั่งทิศเหนือของโรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ จำนวน 1 ไร่ เพื่อสร้างเป็นห้องสมุดประชาชนแห่งใหม่ โดย ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกรมการศึกษานอกโรงเรียนจำนวน510,000บาท (ห้าแสนหนึ่งหมื่นบาทถ้วน) และงบสมทบจากการบริจาคของนักศึกษานอกโรงเรียน วิธีเรียนทางไกล ก่อสร้างจำนวน 610,000 บาท (หกแสน หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,120,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนสองหมื่นบาทถ้วน) และได้เริ่ม ก่อสร้างห้องสมุดประชาชนตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนพ.ศ. 2537 ถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 และเริ่ม ปฏิบัติราชการในห้องสมุดประชาชนแห่งใหม่ ในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2538ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ โกสุมพิสัย ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม โดยการประสานงานของนาย สมศักดิ์ เพียสุระ สมาชิกสภาจังหวัดเขตอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เป็นเงิน จำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) รวมกับเงินสมทบจากการบริจาคของนักศึกษานอกโรงเรียนอำเภอโกสุมพิสัยอีกจำนวนหนึ่ง จึงได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอโกสุมพิสัย และเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจึงย้าย ออกจากห้องสมุดประชาชน มาให้บริการนักศึกษาที่อาคารหลังใหม่ตั้งแต่ ปลายปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา
2 พ.ศ. 2541 เปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอโกสุมพิสัย และต่อมาได้มีการ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานของกระทรวงศึกษาธิการ และเมื่อมีการประกาศใช้ “พระราชบัญญัติส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551” จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น“ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอโกสุมพิสัย” เมื่อวันที่ 4 เดือนมีนาคม พ.ศ.2551 มีสถานะเป็นสถานศึกษาในสังกัด สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดมหาสารคาม สำนักงานส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการพ.ศ. 2554 ได้ ดำเนินการปรับปรุงอาคารชั่วคราว ซึ่งเดิมใช้เป็นสถานที่จัดประชุมและที่พบกลุ่มของนักศึกษา สกร. ให้เป็นอาคาร สำนักงาน เนื่องจากมีบุคลากรผู้ปฏิบัติงานเพิ่มมากขึ้น ทำให้อาคารหลังเดิม คับแคบ โดยเมื่อแล้วเสร็จจึงได้ย้ายมา ทำการที่อาคารหลังใหม่ จนถึงปัจจุบัน อาณาเขตที่ตั้งสถานศึกษา : ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอโกสุมพิสัย ตั้งอยู่ถนน มหาสารคาม – โกสุมพิสัย หมู่ที่ 13 ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ทิศเหนือติดกับโรงพยาบาลโกสุมพิสัย และทิศใต้ ติดกับโรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ สภาพของชุมชน : อำเภอโกสุมพิสัย เป็นจุดศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของภาคคะวันออกเฉียงเหนือ หรือสะดืออีสาน (ISAN CORE AREA)มีเนื้อที่ประมาณ 956.351 ตารางกิโลเมตร (527,719ไร่) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง มีอาณาเขตติดกับพื้นที่ข้างเคียง ดังนี้ ทิศเหนือ ติดกับ อำเภอเชียงยืนและอำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ทิศใต้ ติดกับ อำเภอบรบือ และอำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม ทิศตะวันออก ติดกับ อำเภอกันทรวิชัย และอำเภอเมืองมหาสารคาม ทิศตะวันตก ติดกับ อำเภอบ้านแฮด อำเภอบ้านไผ่ และอำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น อำเภอโกสุมพิสัย แบ่งเขตการปกครองเป็น 1 เทศบาลตำบล กับ 17 องค์การบริหารส่วนตำบล ครอบคลุมพื้นที่ 17 ตำบล แยกเป็น 233 หมู่บ้าน (อยู่ในเขตเทศบาล 10 หมู่บ้าน นอกเขตเทศบาล 223 หมู่บ้านรวม 31,457 หลังคาเรือน) ดังนี้ ตำบลหัวขวาง จำนวน 24 หมู่บ้าน ตำบลหนองบอน จำนวน 11 หมู่บ้าน ตำบลแพง จำนวน 16 หมู่บ้าน ตำบลหนองกุงสวรรค์ จำนวน 10 หมู่บ้าน ตำบลหนองเหล็ก จำนวน 20 หมู่บ้าน ตำบลเหล่า จำนวน 11 หมู่บ้าน ตำบลยางน้อย จำนวน 14 หมู่บ้าน ตำบลแก้งแก จำนวน 10 หมู่บ้าน ตำบลเลิงใต้ จำนวน 12 หมู่บ้าน ตำบลเขื่อน จำนวน 11 หมู่บ้าน ตำบลหนองบัว จำนวน 10 หมู่บ้าน ตำบลยางท่าแจ้ง จำนวน 10 หมู่บ้าน ตำบลวังยาว จำนวน 12 หมู่บ้าน ตำบลดอนกลาง จำนวน 11 หมู่บ้าน ตำบลเขวาไร่ จำนวน 20 หมู่บ้าน ตำบลโพนงาม จำนวน 12 หมู่บ้าน ตำบลแห่ใต้ จำนวน 19 หมู่บ้าน
3 การคมนาคมในอำเภอโกสุมพิสัยสามารถติดต่อระหว่างจังหวัด– อำเภอ โดยอาศัยทางหลวงแผ่นดินตัด ผ่าน 3 สาย คือ สายมหาสารคาม – ท่าพระ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 208) สายโกสุมพิสัย – เชียงยืน (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2237) และสายโกสุมพิสัย – โสกขุ่น (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2322) อำเภอโกสุมพิสัยมีประชากรทั้งสิ้น 120,502 คน แยกเป็น หญิง 60,707คน และชาย 59,795คน (ข้อมูลจาก สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง : http://stat.bora.dopa.go.th/xstat/popyear.html) ส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพทำนาข้าวรองลงมาทำไร่มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ถั่วลิสง ผัก ไม้ดอก และสวนผลไม้ เป็นบางส่วน เนื่องจากมีสภาพพื้นที่เป็นที่ราบสูง ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ไม่มีภูเขา พื้นที่ป่าถูกบุกรุกทำลาย จนกลายเป็นป่าที่ เสื่อมโทรม โดยพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำชี ด้านทิศเหนืออยู่เขตชลประทาน สามารถทำนาได้ทั้งนาปีและนาปรังส่วนฝั่งแม่น้ำชีด้านทิศ ใต้ เป็นแหล่งไม่ค่อยมีความอุดมสมบูรณ์เนื่องจากขาดน้ำทำนาต้องอาศัยน้ำธรรมชาติจากน้ำฝน ประชาชนด้านนี้มี ความยากจน ประกอบอาชีพทำนา เลี้ยงสัตว์ และทำไร่ มันสำปะหลัง รายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัวต้องอพยพ แรงงานไปในบางฤดูกาล ลักษณะดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำการเกษตร ประชากรส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพทำการเกษตร (ทำนา) ทำไร่ และปลูกผัก โดยมีแหล่งน้ำที่สำคัญ คือ มีแม่น้ำชี น้ำไหลผ่าน มีแหล่งเก็บน้ำ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ บึงกุย อ่างเก็บน้ำห้วยขอนสัก และฝายมหาสารคาม (บ้านคุยเชือก) และมีแหล่งน้ำบาดาล สามารถใช้การได้ 495 บ่อ ดำ ขอ ว ั ั ์ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโกสุมพิสัย จัดการศึกษาเพื่อให้ผู้รับบริการมีความรู้ตามมาตรฐานการศึกษา และมีอาชีพที่ยั่งยืน พั ธ จ 1.จัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2.จัดโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน 3.จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต 4.จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน 5.จัดกระบวนการเรียนรู้ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 6.จัดการศึกษาตามอัธยาศัย อั ั ์ มีความรู้ สู่อาชีพ อ ั ์ สถานศึกษาพัฒนาอาชีพ
4 จำ ว ำแห ่ จำ ว ่ำ ว่ . . .โ . อ ว จำ ว ข้าราชการครู - - 1 - 1 บุคลากรทางการศึกษา - - - - - ลูกจ้างประจำ - - - - - พนักงานราชการ - 21 - - 21 ครูศูนย์การเรียนชุมชน - 10 - - 10 บรรณารักษ์จ้างเหมาบริการ - 1 - - 1 ว จำ ว 3 33 . ำ /แขว / ู ์ ช ช . ำ ่ ั้ ผู้ ั ผ ดชอ 1. กศน.ตำบลหัวขวาง หมู่ที่ 13 คุ้มกลางต.หัวขวาง นายไกรศรทอง สีฟุยเดช 2. กศน.ตำบลแก้งแก อบต.แก้งแก หมู่ที่ 2 ต. แก้งแก นางสาวพรทิพย์ แสงแก้วเขียว 3. กศน.ตำบลเลิงใต้ อบต.เลิงใต้ หมู่ที่ 3 นายวิเศษสันต์ สุพรรณ 4. กศน.ตำบลยางน้อย อบต.ยางน้อย หมู่ที่ 1 ต.ยางน้อย นางมยุรี สิงห์ลอยลม 5. กศน.ตำบลแห่ใต้ อบต. แห่ใต้ หมู่ที่ 1 ต. แห่ใต้ นางรุจีรัตน์ ถิ่นจันดา 6. กศน.ตำบลเขื่อน อบต. เขื่อน หมู่ที่ 2 ต. เขื่อน นางดรุณี หลักธรรม 7. กศน.ตำบลยางท่าแจ้ง บ้านโนนเมือง หมู่ที่ 5 ต.ยางท่าแจ้ง นางสาวกมลธิดา สารสวัสดิ์ 8. กศน.ตำบลหนองบัว อบต.หนองบัว หมู่ที่ 5 ต.หนองบัว นางสาวดารินทร์ พันธ์จันทร์ 9. กศน.ตำบลหนองบอน ศาลากลางบ้าน หมู่ที่ 1 ต.หนองบอน นางธนวรรณ ชุมนุม 10. กศน.ตำบลแพง OTOP บ้านแพง หมู่ที่ 1 ต.แพง นางสาวปิยะมาศ วิชัยวงค์ 11. กศน.ตำบลโพนงาม บ้านโพนงาม หมู่ที่ 10 ต.โพนงาม นางสาวศศิมาพร เสมามิ่ง 12. กศน.ตำบลเหล่า สถานีอนามัย หมู่ที่ 3 ต. เหล่า นางจิราภรณ์ บัวคำโคตร 13. กศน.ตำบลหนองเหล็ก อบต. หนองเหล็ก หมู่ที่ 1 14. กศน.ตำบลหนองกุงสวรรค์ บ้านหนองสวรรค์ หมู่ที่ 2 นางวิภาวดี จันทร์โท 15. กศน.ตำบลวังยาว อบต.วังยาว หมู่ที่ 9 ต.วังยาว นางอารีรัตน์ นามมุงคุณ 16. กศน.ตำบลเขวาไร่ อบต.เขวาไร่ หมู่ที่ 15 ต.เขวาไร่ นางสมศรี ศิริสม 17. กศน.ตำบลดอนกลาง อบต.ดอนกลาง หมู่ที่ 1 ต.ดอนกลาง นายสาโรจน์ เสาวรส
5 ู ์ ช ช ู ์ ช ช ่ ั้ ผู้ ั ผ ดชอ 1. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านคุยโพธิ์ บ้านคุยโพธิ์ หมู่ที่ 15 ต.หัวขวาง นายเด่นพงษ์ สุวลักษณ์ 2. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านยางเหนือ บ้านยางเหนือ หมู่ที่ 4 ต.ยางน้อย นายจตุพร พิมพ์บึง 3. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านแห่ใต้ บ้านแห่ใต้ หมู่ที่ 1 ต.แห่ใต้ น.ส.ปาริชาต ถิ่นจันดา 4. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านเขื่อน บ้านเขื่อน หมู่ที่ 6 ต. เขื่อน นายวันชัย ดีละอ่อน 5. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านยางท่าแจ้ง บ้านยางท่าแจ้ง หมู่ที่ 10 ต.ยางท่าแจ้ง น.ส.ธันยพร ศิรินาค 6. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองบอน บ้านหนองบอน หมู่ที่ 9 ต. หนองบอน - 7. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านโนนเมือง บ้านโนนเมือง หมู่ที่ 15 ต. แพง นางพงษ์ศักดิ์ สิงหาบุตร 8. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านเหล่าโพธิ์ บ้านเหล่าโพธิ์ หมู่ที่ 1 ต.หนองกุงสวรรค์ นายสุวิชญ์ วรรณลี 9. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านดู่เหนือ บ้านดู่เหนือ ตำบลหนองเหล็ก นางภรณ์ทิพย์ สิงหาบุตร 10. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านโนนเมืองน้อย บ้านโนนเมืองน้อย หมู่ที่ 5 ตำบลหนองบัว นายศาสตรา นามถมทอง 11. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองไร่ บ้านหนองไร่ ตำบลวังยาว - 12. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองกุงวันดี บ้านหนองหนองกุงวันดี ตำบลแก้งแก - 13. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านแท่นนคร บ้านแท่นนคร ตำบลเหล่า - 14.ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองเขื่อนน้อย บ้านหนองเขื่อน ตำบลเขวาไร่ นางชลดา จุลสาสนะ แห ่ ู้ แห ่ ู้อื่ แห ่ ู้ ่ ั้ 1. สวนดาวเรืองคำพอง สอนการปลูกดาวเรือง ม. 5 บ้านยางใหญ่ ต.ยางน้อย 3. เศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง บ้านโนนสูง ม.3 ต.ดอนกลาง 4. นายอินทร์ งามโคกกลาง อุปกรณ์ทำประมง 45 ม.3 ต.ดอนกลาง 5.นายกฤษดา เขื่อนนาดี เศรษฐกิจพอเพียง บ้านปลาปัด ม.3 ต.ยางท่าแจ้ง 6. ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงฟาริดา ไร่นาสวนผสม ม.15 บ้านคุยโพธิ์ ต.หัวขวาง 7. ประติมากรรม CENTER การหล่อรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ ม.10 บ้านสุขสวัสดิ์ ต.แก้งแก 8. หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านเหล่าโพธิ์ชัย เศรษฐกิจพอเพียง บ้านเหล่าโพธิ์ ม.4,5 ต.หนองกุงสวรรค์ 9. ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านโนนทัน เศรษฐกิจพอเพียง บ้านครูกุล ม. 11 ต.วังยาว 10. ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านดอนตูม เศรษฐกิจพอเพียง บ้านดอนตูม ม.5 ต.เหล่า 11 ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เกษตรอินทรีย์ 23 ม.10 บ้านหนองผือ ต.หนองบัว 12. ไร่แสนดี เศรษฐกิจพอเพียง บ้านหนองยาง ม. 9 ต.หัวขวาง 13. ห้องสมุดประชาชนอำเภอโกสุมพิสัย ห้องสมุด ต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย 14. ศูนย์ OTOP บ้านแพง ศูนย์ OTOP ต. แพง อ.โกสุมพิสัย 15. สะดืออีสาน สถานที่ท่องเที่ยว ต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย 16. วนอุทยานโกสัมพี สถานที่ท่องเที่ยว ต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย 17.ศูนย์เรียนรู้บ้านหนองเหล็ก เศรษฐกิจพอเพียง ม.12 ตำบลหนองเหล็ก 18.ศูนย์เรียนรู้ภักดีฟาร์ม การถนอม/การแปรรูปกล้วย ม.3 ตำบลวังยาว 19.ศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ โคกหนองนาโมเดล ม.ตำบลยางน้อย
6 แห ่ ู้อื่ แห ่ ู้ ่ ั้ 20.ศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่(นายพรรลี คำลือ) เศรษฐกิจพอเพียง ม.6 ตำบลเลิงใต้ 21.ศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ โคกหนองนาโมเดล ม.10 ตำบลเลิงใต้ 22.ศูนย์เรียนรู้นางอำไพ นามฤทธิ์ เศรษฐกิจพอเพียง ม.5 ตำบลเขื่อน 23.ศูนย์เรียนรู้นายสมชัย โพธิ์เจริญ เศรษฐกิจพอเพียง ม.9 ตำบลแพง ว 3 แห่ 3 แห่ ือข่ ือข่ ่ ั้ 1. ปกครองอำเภอโกสุมพิสัย ที่ว่าการอำเภอโกสุมพิสัย 2. พัฒนาชุมชนอำเภอโกสุมพิสัย ที่ว่าการอำเภอโกสุมพิสัย 3. โรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ หมู่ที่ 13 คุ้มกลาง ต.หัวขวาง 4. สถานีตำรวจภูธรโกสุมพิสัย หมู่ที่ 13 คุ้มกลาง ต.หัวขวาง 5. โรงพยาบาลโกสุมพิสัย หมู่ที่ 13 คุ้มกลาง ต.หัวขวาง 6. สาธารณสุขอำเภอโกสุมพิสัย หมู่ที่ 13 คุ้มกลาง ต.หัวขวาง 7. สถานีวิทยุชุมชน 105 Mhz. หมู่ที่ 13 คุ้มกลาง ต.หัวขวาง 8. สำนักงานเกษตรอำเภอโกสุมพิสัย คุ้มใต้ หมู่ 2 ต.หัวขวาง 9. องค์การบริหารส่วนตำบลหัวขวาง บ้านโชคชัย ตำบลหัวขวาง 10. องค์การบริหารส่วนตำบลแก้งแก บ้านโนนใหญ่ ตำบลแก้งแก 11. องค์การบริหารส่วนตำบลเลิงใต้ ตำบลเลิงใต้ อำเภอโกสุมพิสัย 12. องค์การบริหารส่วนตำบลยางน้อย ตำบลยางน้อย อำเภอโกสุมพิสัย 13. องค์การบริหารส่วนตำบลแห่ใต้ ตำบลแห่ใต้ อำเภอโกสุมพิสัย 14. องค์การบริหารส่วนตำบลเขื่อน ตำบลเขื่อน อำเภอโกสุมพิสัย 15. องค์การบริหารส่วนตำบลยางท่าแจ้ง ตำบลยางท่าแจ้ง อำเภอโกสุมพิสัย 16. องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว ตำบลหนองบัว อำเภอโกสุมพิสัย 17. องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบอน ตำบลหนองบอน อำเภอโกสุมพิสัย 18. องค์การบริหารส่วนตำบลแพง ตำบลแพง อำเภอโกสุมพิสัย 19. องค์การบริหารส่วนตำบลโพนงาม ตำบลโพนงาม อำเภอโกสุมพิสัย 20. องค์การบริหารส่วนตำบลเหล่า ตำบลเหล่า อำเภอโกสุมพิสัย 21. องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเหล็ก ตำบลหนองเหล็ก อำเภอโกสุมพิสัย 22. องค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุงสวรรค์ ตำบลหนองกุงสวรรค์ อำเภอโกสุมพิสัย 23. องค์การบริหารส่วนตำบลวังยาว ตำบลวังยาว อำเภอโกสุมพิสัย 24. องค์การบริหารส่วนตำบลเขวาไร่ ตำบลเขวาไร่ อำเภอโกสุมพิสัย 25. องค์การบริหารส่วนตำบลดอนกลาง ตำบลดอนกลาง อำเภอโกสุมพิสัย 26.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการจังหวัดมหาสารคาม ตำบลแวงน่าง 27.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ว จำ ว แห่
7 ู ัญญ ู ัญญ ้อ ่ ว ู้ ว ่อ ู่ 1. นายคำเรียง ไชยศรีจันทร์ หมอสูตร เลขที่ 50 หมู่ที่ 9 ต.เลิงใต้ 2. นางทองคำ อันหนองกุง การทำบายศรีสู่ขวัญ เลขที่ 61 หมู่ที่ 2 ต.หนองกุงสวรรค์ 3. นางสาวพิมย์พา กินนารี การทำบายศรีสู่ขวัญ เลขที่ 46 หมู่ที่ 8 ต.วังยาว 4. นายพรรลี คำลือ ไร่นาสวนผสม เลขที่ 140 หมู่ที่ 69 ต.เลิงใต้ 5. นางวาสนา ดียะนาม การทอผ้า บ้านหนองบอน หมู่ที่ 9 ตำบลหนองบอน 6. นางรุจิรา กุลาสี การสานตะกร้าด้วยเส้นใยสังเคราะห์ บ้านแห่ใต้ หมุ่ที่ 2 ตำบลแห่ใต้ 7. นางพิมพา กินนาส การทำบายศรีสู่ขวัญ เลขที่ 140 หมู่ที่ 8 ต.วังยาว 8. นายคำพอง คงคำ เครื่องจักสาน เลขที่ 48 หมู่ที่ 4 ต.ยางท่าแจ้ง 9. นางทองมี สีวอคำ เครื่องจักสาน เลขที่ 36 หมู่ที่ 1 ต.เขวาไร่ 10.นางทองพูน ศรีรักษา การทำบายศรีสู่ขวัญ เลขที่ 34 หมู่ที่ 1 ต.เขวาไร่ 11. นายทองดี จันทเดช หมอสูตร เลขที่ 10 หมู่ที่ 2 ต.แก้งแก 12. นายสุวิทย์ สีจันโท การทอผ้าไหม เลขที่ 125 หมู่ที่ 11 ต.ยางน้อย 13. นางทองม้วน ศรีพรมใต้ การทอผ้าไหม เลขที่ 38 หมู่ที่ 4 ต.ดอนกลาง 14. นางเย็ก ศรีอุบล การทอผ้าไหม เลขที่ 42 หมู่ที่ 2 ต.เขื่อน 15. นางชวนพิศ อวบอ้วน การทอเสื่อกก ศูนย์ OTOP ต. แพง 16. นางอุดม พินหอม การทอเสื่อกก เลขที่ 6 หมู่ที่ 1 ต. แพง 17. นางเข็มพร สอนคำหาร การทอเสื่อกก เลขที่ 68 หมู่ที่ 10 ต.ยางน้อย 18. นางแก่นจันทร์ เพียสุระ ยาสมุนไพร เลขที่ 122 หมู่ที่ 6 ต.ยางท่าแจ้ง 19. นางยุพิน โสภาวรรณ การนวดแผนไทย เลขที่ 126หมู่ที่ 9 ต.ยางท่าแจ้ง 20. นางทองดำ ก้านขุนทด ทอเสื่อลายขิด 48 ม.6 ตำบลหนองบัว 21. นายประยูร บุญครอง หมอสูตร 47 ม. 6 บ้านสว่าง ต.ยางท่าแจ้ง 22. นายณัฐฐินันท์ เดยะดี พานบายศรี 219 ม.9 ต.หัวขวาง 23. นางวาสนา ดียะตาม ทอผ้าพื้นเมือง 127 หมู่ 9 ต.หนองบอน 24.นางสุดา ดวงก้อน หมอสูตร 123 ม.4 ต.หนองกุงสวรรค์ 25. นางทองคำ อันหนองกุง หมอยาสมุนไพร 61 ม.2 ต.หนองกุงสวรรค์ 26. นายประสิทธิ์ เจริญใจ จักสาน 38 ม.3 ต.หนองกุงสวรรค์ 27. นายวิชิต ศรีสุมาตย์ หมอสูตร บ้านหนองโน ม.2 ต.วังยาว 28. นายไสว พันธ์ทอง หมอน้ำมนต์ บ้านหนองโน ม.2 ต.วังยาว 29. นายคณิต แสนองอาจ หมอดิน 88 ม.6 ต.เหล่า 30. นายสุนทร สีทน หมอน้ำมนต์ 8 ม. 6 ต.เหล่า 31.นางทองผัด ไชยทุม ทอผ้าพื้นเมือง 102 ม.10 ต.หนองบัว 32. นายทรงพล สุวรรณสม เกษตรอินทรีย์ 23 ม.10 ต.หนองบัว 33. นายสำราญ ดวงชมพู ทอผ้าพื้นเมือง 42 ม.10 ต.หนองบัว ว 33
8 ่ โ นโยบายการศึกษาของ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ “เรียนดีมีความสุข” การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต ด ูแ ๑. ั ว ธ ว ฐ ูแ ดขั้ อ ่ ผ ั ฤ ธ ์ขอ ผู้ ๑.๑ ปรับระบบการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เน้นตามสภาพจริงลดการทำ เอกสาร ลดขั้นตอนการประเมิน ไม่ซับซ้อน ไม่ยุ่งยาก และเป็นธรรม โดยเน้นผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนตามช่วงวัยเป็น สำคัญ คำนึงถึงสภาพบริบทของสถานศึกษาและสอดคล้องกับการเรียนรู้ที่หลากหลายเพื่อไม่ให้เป็นการสร้างภาระ งานให้แก่ครูจนเกินไป ๑.๒ ปรับระบบการประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนและการประเมินวิทยฐานะ ให้มีความเชื่อมโยงกันและ ออกแบบการประเมินให้สามารถนำ ไปใช้กับการประเมินต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ๑.๓ นำ เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินวิทยฐานะ และสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับ ใช้ใน การประเมินให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา . ูแ ื ่ (โยกย้ายกลับภูมิลำ เนาด้วยความโปร่งใส ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง) ๒.๑ กำหนดหลักเกณฑ์การย้าย การช่วยราชการ ให้มีความชัดเจนและยืดหยุ่นตามแต่กรณี รวมทั้งการใช้บทลงโทษอย่างเข้มงวดและเด็ดขาดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการเรียกรับผลประโยชน์ในการโยกย้าย หรือแต่งตั้ง ๒.๒ สถาบันผลิตครูและหน่วยใช้ครู ร่วมกันสำรวจความต้องการครูในแต่ละสาขาวิชาที่ขาดแคลน ใน แต่ละพื้นที่ รวมทั้งพิจารณาให้ผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษากลับมาเป็นครูหรือครูผู้ช่วยในภูมิลำเนาเดิมของตน ๓. แ ้ไข ัญห ห ้ ูแ ๓.๑ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการวางแผนการใช้เงินและการเก็บออมเงินให้ครูและบุคลากร ทาง การศึกษา รวมทั้งปลูกฝังผู้ที่ได้รับการบรรจุใหม่ ให้มีความรู้ สร้างวินัยการบริหารจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๓.๒ หน่วยงานต้นสังกัดประสานการจัดการ ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รีไฟแนนซ์ (Refinance) หรือรวมหนี้เป็นก้อนเดียว เพื่อลดภาระการผ่อนชำระหนี้จากหลายที่ โดยลดดอกเบี้ยให้ถูกลง ระยะเวลาผ่อนส่งยาวขึ้น สามารถชำระเงินต้นเพิ่มเติมจากเงินที่ผ่อนชำระเป็นรายงวดได้ ๓.๓ พักชำระดอกเบี้ยให้แก่ครูทุกคนที่เป็นลูกหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูและสถาบันการเงินโดยรัฐบาล จ่ายดอกเบี้ยให้แก่ผู้มีวงเงินกู้ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยลูกหนี้ชำระเพียงเงินต้นเพื่อสร้าง ขวัญกำลังใจและลดภาระค่าใช้จ่ายของครูไทยทั่วประเทศ ๔. จัดห อ ์ อ แ วั ด ๑ ู ๑ Tablet) ๔.๑ สนับสนุน จัดหาอุปกรณ์ ในการช่วยจัดการเรียนการสอนต่าง ๆ ๔.๒ สนับสนุนจัดหาแท็บเล็ต (Tablet) ที่มีประสิทธิภาพ สามารถเชื่อมโยงระบบออนไลน์ รองรับการใช้งานให้เพียงพอกับจำนวนครูผู้สอน เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ และส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
9 ๔.๓ บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน (ผู้เป็นเจ้าของสัมปทานสัญญาณอินเทอร์เน็ต ความเร็ว สูง และภาครัฐ ในการพัฒนาเครือข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่มีการสอน) ๔.๔ สนับสนุนงบประมาณ เป็นงบลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อพัฒนาให้ครอบคลุมทั้งด้าน Hardware, Software และ Peopleware ด ั แ ผู้ อ ๑. ได้ ่ ว Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (๑ นักเรียน ๑ Tablet) ๑.๑ ส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนให้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและจัดการศึกษา และการให้ ค่าตอบแทนที่เหมาะสมในระหว่างการเรียนหรือฝึกอาชีพ สร้างโอกาสการมีงานทำ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญ ในการผลักดันแรงงานเข้าสู่ตลาดได้เร็วยิ่งขึ้น ๑.๒ ส่งเสริมการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีอย่างจริงจัง ออกแบบระบบการเรียนการสอน ในแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เรียนที่ไหนก็ได้ และร่วมกับสถานประกอบการ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ และสมรรถนะตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ รวมทั้งสื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสถานประกอบการ ผู้ปกครอง ชุมชน นักเรียน นักศึกษา ให้เห็นถึงความสำคัญในการจัดการศึกษา อาชีวศึกษาระบบทวิภาคีอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ๑.๓ สนับสนุน จัดหาอุปกรณ์ ในการช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ๑.๔ สนับสนุนจัดหาแท็บเล็ต (Tablet) ที่มีประสิทธิภาพ สามารถเชื่อมโยงระบบออนไลน์รองรับ การ ใช้งานให้เพียงพอกับจำ นวนผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖ และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ ๑-๓ เพื่อ สนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนให้สอดคล้องกับพัฒนาการของโลกยุคดิจิทัล ๑.๕ บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน (ผู้เป็นเจ้าของสัมปทานสัญญาณอินเทอร์เน็ต ความเร็วสูง และภาครัฐ ในการพัฒนาเครือข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกพื้นที่) ๑.๖ พัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ โดยจัดทำ เนื้อหาสาระการเรียนรู้ ให้ ครอบคลุมหลักสูตรการเรียนรู้และวิธีการจัดการเรียนการสอน ๑.๗ จัดทำ ระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ ที่ ผู้เรียนสามารถเข้าสู่แหล่งความรู้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำนำแพลตฟอร์มการเรียนรู้แห่งชาติ มา ผสมผสานการเรียนการสอนแบบเดิมในห้องเรียน กับการเรียนการสอนออนไลน์ (Hybrid Education) ผู้เรียนจะมี โอกาสเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ และขยาย การเรียนรู้ ไปถึงประชาชนทุกช่วงวัย ทั่วประเทศ ให้มีโอกาสทางการศึกษา เข้าถึงเนื้อหาสาระที่มีคุณภาพและมี ประโยชน์อันจะนำ ไปสู่การเกิดผลสัมฤทธิ์ทางด้านการศึกษาของผู้เรียน รวมถึง การพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ประชาชนในภาพรวมของประเทศ ๑.๘ พัฒนาการศึกษาผ่านระบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank System) เพื่อเปิดโอกาส ให้ ผู้เรียนและประชาชนได้เรียนและทำงานไปในเวลาเดียวกัน สามารถวางแผนการเรียนรู้ได้ตามความต้องการ ของ ผู้เรียนตามเวลา สถานที่ที่เหมาะสมกับสภาพและความสนใจ โดยสามารถนำความรู้หรือความสามารถที่ได้จาก ทักษะประสบการณ์การทำงาน การฝึกอบรม หรือการเรียนรู้ ทั้งจากสถานศึกษาหรือสถาบันการศึกษา การเรียนรู้ ด้วยตนเอง ซึ่งเทียบโอนเป็นหน่วยกิตมาสะสมไว้สำหรับเทียบคุณวุฒิหรือความสามารถ ในการทำงาน ทั้งในระบบ การศึกษาและนอกระบบการศึกษาได้
10 ๑.๙ ผู้เรียนสามารถเปลี่ยนสาขาที่เรียนในขณะที่เข้ารับการศึกษาแล้ว เพื่อให้ตรงกับความถนัด และความต้องการของผู้เรียน และตรงตามตลาดแรงงานที่ปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของสังคมโดยอิสระ . ๑ อำ อ ๑ โ พ ๒.๑ จัดให้มีการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพต้นแบบอย่างน้อย ๑ โรงเรียนในแต่ละอำเภอหรือเขตพื้นที่ การศึกษา เพื่อนำร่องการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สื่อ อุปกรณ์ และงบประมาณในการ ปรับปรุงสภาพแวดล้อม และบริบทของโรงเรียนให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ปัจจุบัน เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาค ส่วน เช่น บ้าน (ครอบครัว) ผู้นำ ทางศาสนา และโรงเรียน เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ๒.๒ จัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่องทุกปีงบประมาณ เพื่อให้การดำเนินงานและการวางแผนเกิด ความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ๒.๓ จัดสรรครูและบุคลากรทางการศึกษาเพิ่มเติมโดยใช้เกณฑ์พิเศษหรือมีงบประมาณครูอัตราจ้าง เพิ่มเติมในวิชาเอกที่ขาดแคลน ๒.๔ สร้างเสริมประสบการณ์การเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอน ๓. แ แ ว Coaching) แ ้ ห ช ว ๓.๑ พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลกโดยมุ่งพัฒนา ผู้เรียนทุกระดับการศึกษาให้มีทักษะที่เหมาะสมและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และมีหลักสูตรที่ตอบสนอง ต่อความ สนใจและความต้องการของผู้เรียน เพื่อให้มีรายได้ระหว่างเรียนจบแล้วมีงานทำสอดคล้องกับความต้องการของ ตลาดแรงงาน ๓.๒ จัดให้มีระบบแนะแนวทางสำหรับผู้เรียน (Coaching) ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบแนวทางการเรียนและเป้าหมายชีวิตที่ตนเองชอบ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดระยะเวลาการเรียน ๓.๓ เน้นนวัตกรรมการเรียนรู้แบบ STEM Education (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น มุ่งเน้นทักษะจากการปฏิบัติจริง และเสริมความสามารถ ด้าน Soft Skill ควบคู่กับการพัฒนา ๓.๔ ประสานความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาสุขภาพจิตของ ผู้เรียน เพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนให้สามารถอยู่ในสถานศึกษาได้อย่างมีความสุข ๔. จัด ำ วัดผ ั อ ฐ ว ช ช พ Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถเรียนเพิ่ม เพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ ๔.๑ ผู้เรียนและประชาชนสามารถนำหน่วยกิตที่สะสมมาใช้สำหรับเทียบคุณวุฒิรับรองมาตรฐาน วิชาชีพ เพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพนำไปใช้ต่อยอดในการเรียนและความก้าวหน้าในการทำงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยื่นข้อเสนอขอรับเงินเดือนที่เหมาะสมกับประสบการณ์ที่มี ๔.๒ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสายอาชีวศึกษาสามารถขอการรับรองมาตรฐานวิชาชีพได้ในระหว่าง ที่กำลังศึกษาอยู่ในระบบ เพื่อให้ผู้เรียนมีทางเลือกที่จะมีรายได้ระหว่างเรียนควบคู่กับการทำงานไปพร้อมกัน และ สามารถที่จะขอการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อยกระดับศักยภาพของตนเอง รวมทั้งการลดระยะเวลาในการเข้าสู่ ตลาดแรงงาน และเปิดโอกาสทางการศึกษาที่ยืดหยุ่นต่อการประกอบอาชีพ . จัด ำ วัดผ ดั แ ผ พื่อ ห้ผู้ ่ ว ็ ไ ่ ้อ ว ห ัด ว ห ัด ่ ช้จ่
11 ๕.๑ จัดทำระบบการเทียบเคียงหรือเทียบโอนผลการเรียนทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ หรือสมรรถ นจากระบบเดียวกันแต่ต่างสถานศึกษา หรือจากระบบหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่ง หรือจากต่างประเทศ เพื่อใช้ ประโยชน์ในการเข้าศึกษา หรือการรับรองระดับการศึกษาต่างสถานศึกษาหรือต่างระบบได้หรือไปสะสมเพื่อ ประโยชน์ในการได้รับการรับรองคุณวุฒิ หรือเพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ และผู้เรียนที่มีความ สามารถเป็นเลิศ สามารถเรียนในระดับที่สูงขึ้นโดยไม่ยึดติดกับระยะเวลาในการศึกษา ๕.๒ จัดระบบวัดแววและความถนัดของผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยสามารถปรับเปลี่ยน แผนการเรียนในระหว่างเรียนได้ รวมทั้งการแนะแนวเลือกเรียนตามเส้นทางอาชีพ ความถนัดและความสนใจ เพื่อ ส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนในอนาคต . ได้ หว่ จ แ ้ว ำ Learn to Earn) ๖.๑ การจัดการอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ต่อเนื่อง) เป็นการจัดการศึกษา วิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาสมรรถนะกำลังคนระดับเทคนิคโดยมุ่งเน้นการผลิตและพัฒนากำลังคนในสาขาที่มี ความจำเป็นเร่งด่วนที่ตรงความต้องการของตลาดแรงงาน สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และกรอบคุณวุฒิ อาชีวศึกษาแห่งชาติ ด้วยความร่วมมืออย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องกับภาคประกอบการองค์กรวิชาชีพ และภาคี เครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นรูปแบบการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างทักษะอาชีพและทักษะชีวิตให้ผู้สำเร็จ การศึกษาอาชีวศึกษามีความพร้อมในการเข้าสู่อาชีพได้ทันต่อความต้องการกำลังคนของประเทศ และอยู่ร่วมกันใน สังคม ได้อย่างมีความสุข ๖.๒ จัดหาเงินกองทุนเพิ่มนักเรียนสายอาชีวศึกษา นำเข้าสู่ตลาดแรงงานโดยประสานกับกระทรวง แรงงาน เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาที่จบมามีตลาดรองรับ สามารถประกอบอาชีพได้ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ ๖.๓ จัดให้มีการเชื่อมโยงหลักสูตรของสายอาชีวศึกษากับมาตรฐานวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อเป็น การเสริมศักยภาพแก่ผู้เรียน (Upskill) หรือเพิ่มพูนทักษะใหม่ (Reskill) โดยได้รับการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐาน วิชาชีพ และผู้เรียนจะได้รับใบประกาศนียบัตรตามสมรรถนะอาชีพ เพื่อนำไปใช้ประกอบการสมัครงานและการขอ ขึ้นเงินเดือน และการประกอบวิชาชีพ ทั้งนี้ผู้เรียนอาจเป็นผู้ที่อยู่ในระบบการศึกษาหรือนอกระบบการศึกษาก็ได้ ๖.๔ จัดให้มีการอบรมอาชีพเสริมในชุมชน เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะใหม่ (New Skill) เพิ่มสมรรถนะ (Upskill) หรือทบทวนทักษะ (Reskill) ให้แก่ผู้เรียนและประชาชนทั่วไป เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างแอร์การค้าขาย การเกษตร ฯลฯ เพื่อเป็นเครื่องมือในการช่วยผู้เรียนและประชาชนลดรายจ่ายใน ครัวเรือน และอาจสร้างเป็นอาชีพเสริมให้แก่ครอบครัวได้
12 ธ ์ช 0 – 80) สถานการณ์แนวโน้มในการพัฒนาประเทศในปัจจุบันประเทศไทยยังคงมีประเด็นความท้าทาย การ พัฒนาในหลายมิติทั้งในมิติเศรษฐกิจที่โครงสร้างเศรษฐกิจยังไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างเต็มที่ ผลิต ภาพการผลิตของภาคบริการและภาคเกษตรยังอยู่ในระดับต่ำ คุณภาพและสมรรถนะของแรงงานที่ยังไม่สอดคล้อง กับความต้องการในการขับเคลื่อนการพัฒนาของประเทศ มิติทางสังคมที่การยกระดับรายได้ของประชาชน การ แก้ปัญหาด้านความยากจนและความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาคุณภาพการให้บริการ และการขยายโอกาสในการ เข้าถึงระบบบริการสาธารณะยังคงมีช่องว่างที่สามารถพัฒนาต่อไปได้มิติสิ่งแวดล้อมที่การฟื้นฟูและรักษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังเป็นประเด็นสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และมิติของการ บริหารจัดการภาครัฐที่ยังขาดความต่อเนื่องและความยืดหยุ่นในการตอบสนองความต้องการในการแก้ปัญหาของ ประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่มีสัดส่วนประชากรวัยแรงงานลดลงและประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด ความท้าทายใหม่ ๆ ซึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงเชิง โครงสร้างของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อนจาก การรวมกลุ่มภายในภูมิภาคและการเปิดเสรีด้านต่าง ๆ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเสื่อม โทรม ของระบบนิเวศ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะก่อให้เกิดความท้าทายในการพัฒนาประเทศทั้งใน มิติความมั่นคง เศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ประเทศไทยจ่าเป็นต้องมีการวางแผนยุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ ที่รอบคอบและครอบคลุมเพื่อเป็นกรอบในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ว ั ั ์ ้ ห แ ัวช ้วัด ว ั ั ์คือ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนา ตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ้ ห คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุก ช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาสและ ความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโต บนคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม โดยการประเมินผลการ พัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบด้วย 1) ความอยู่ดีมีสุขของคนไทยและสังคมไทย 2) ขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ 3) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ 4) ความเท่าเทียมและความเสมอภาคของสังคม 5) ความหลากหลายทางชีวภาพ คุณภาพสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ 6) ประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการเข้าถึงการให้บริการของภาครัฐการพัฒนาประเทศ ในช่วงระยะเวลาของยุทธศาสตร์ชาติ จะมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ยุทธศาสตร์ชาติด้านการ สร้างความสามารถในการแข่งขัน ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโต บนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหาร จัดการภาครัฐ
13 ธ ์ช ด้ ว ั่ ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญ คือประเทศชาติมั่นคง ประชาชน มีความสุข เน้นการบริหารจัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความมั่นคง ปลอดภัย เอกราช อธิปไตย และมี ความสงบเรียบร้อยในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ สังคม ชุมชน มุ่งเน้นการพัฒนาคน เครื่องมือ เทคโนโลยี และ ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ให้มีความพร้อมสามารถรับมือกับภัยคุกคามและภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบ และทุกระดับความรุนแรง ควบคู่ไปกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ใช้กลไกการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการทั้งกับส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาสังคม และองค์กรที่ไม่ใช่รัฐรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศทั่วโลกบนพื้นฐานของหลักธรรมา ภิบาล ตัวชี้วัด ประกอบด้วย (๑) ความสุขของประชากรไทย (๒) ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ (๓) ความพร้อม ของกองทัพ หน่วยงานด้านความมั่นคง และการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคง (๔) บทบาทและการยอมรับในด้านความมั่นคงของไทยในประชาคมระหว่าง ประเทศ และ (๕) ประสิทธิภาพการบริหารจัดการความมั่นคงแบบองค์รวม โดยประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านความ มั่นคง ประกอบด้วย ๕ ประเด็น ได้แก่ ๑. การรักษาความสงบภายในประเทศ เพื่อสร้างเสริมความสงบเรียบร้อยและสันติสุขให้เกิดขึ้นกับ ประเทศชาติบ้านเมือง โดย (๑) การพัฒนาและเสริมสร้างคนในทุกภาคส่วนให้มีความเข้มแข็ง มีความพร้อม ตระหนักในเรื่องความมั่นคง และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา (๒) การพัฒนาและเสริมสร้างความจงรักภักดี ต่อ สถาบันหลักของชาติ (๓) การพัฒนาและเสริมสร้างการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขที่มีเสถียรภาพและมีธรรมาภิบาล เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าประโยชน์ส่วนตน และ (๔) การ พัฒนาและเสริมสร้างกลไกที่สามารถป้องกันและขจัดสาเหตุของประเด็นปัญหาความมั่นคงที่สำคัญ ๒. การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง เพื่อแก้ไขปัญหาเดิม และป้องกันไม่ให้ปัญหา ใหม่เกิดขึ้น โดย (๑) การแก้ไขปัญหาความมั่นคงในปัจจุบัน (๒) การติดตาม เฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่ อาจอุบัติขึ้นใหม่(๓) การสร้างความปลอดภัยและความสันติสุขอย่างถาวรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และ (๔) การรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งทางบก และทางทะเล ๓. การพัฒนาศักยภาพของประเทศให้พร้อมเผชิญภัยคุกคามที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคง โดย (๑) การพัฒนาระบบงาน ข่าวกรองแห่งชาติแบบบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ (๒) การพัฒนาและผนึกพลังอ่านาจแห่งชาติ กองทัพและหน่วยงานความมั่นคง รวมทั้งภาครัฐและภาคประชาชน ให้พร้อมป้องกันและรักษาอธิปไตย ของประเทศ และเผชิญกับภัยคุกคามได้ทุกมิติทุกรูปแบบและทุกระดับ และ (๓) การพัฒนาระบบเตรียมพร้อม แห่งชาติและการบริหารจัดการภัยคุกคามให้มีประสิทธิภาพ ๔. การบูรณาการความร่วมมือด้านความมั่นคงกับอาเซียนและนานาชาติรวมถึงองค์กรภาครัฐ และที่มิใช่ภาครัฐ เพื่อสร้างเสริมความสงบสุข สันติสุข ความมั่นคงและความเจริญ ก้าวหน้า ให้กับประเทศชาติ ภูมิภาค และโลก อย่างยั่งยืน โดย (๑) การเสริมสร้างและรักษาดุลยภาพสภาวะแวดล้อมระหว่างประเทศ (๒) การเสริมสร้างและธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค และ (๓) การร่วมมือทางการพัฒนา กับประเทศเพื่อนบ้าน ภูมิภาค โลก รวมถึงองค์กรภาครัฐและที่มิใช่ภาครัฐ ๕. การพัฒนากลไกการบริหารจัดการความมั่นคงแบบองค์รวม เพื่อให้กลไกสำคัญต่าง ๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการใช้หลักธรรมาภิบาล และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดย (๑) การพัฒนากลไกให้พร้อมส่าหรับการติดตาม เฝ้าระวัง แจ้งเตือน ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบ องค์รวมอย่างเป็นรูปธรรม (๒) การบริหารจัดการความมั่นคงให้เอื้ออ่านวยต่อการพัฒนาประเทศในมิติอื่น ๆ และ (๓) การพัฒนากลไกและองค์กรขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง
14 ธ ์ช ด้ ้ ว แข่ ขั ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้น การยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพื้นฐานแนวคิด ๓ ประการ ได้แก่ (๑) “ต่อยอดอดีต” โดย มองกลับไปที่รากเหง้าทางเศรษฐกิจอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติที่ หลากหลาย รวมทั้งความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของประเทศในด้านอื่น ๆ นำมาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อให้สอดรับกับบริบทของเศรษฐกิจและสังคมโลกสมัยใหม่ (๒) “ปรับปัจจุบัน” เพื่อปูทางสู่ อนาคต ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในมิติต่าง ๆ ทั้งโครงข่ายระบบคมนาคมและขนส่งโครงสร้าง พื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และดิจิทัล และการปรับสภาพแวดล้อม ให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและ บริการอนาคต และ (๓) “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่นใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการ ของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่รองรับ อนาคต บนพื้นฐานของการต่อยอดอดีตและปรับปัจจุบัน พร้อมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ ให้ประเทศ ไทยสามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงานใหม่ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนในเวทีโลก ควบคู่ไปกับการ ยกระดับรายได้และการกินดีอยู่ดี รวมถึงการเพิ่มขึ้น องคนชั้นกลางและลดความเหลื่อมล้ำของคนในประเทศได้ใน คราวเดียวกัน ตัวชี้วัด ประกอบด้วย (๑) รายได้ประชาชาติ การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ และการ กระจายรายได้ (๒) ผลิตภาพการผลิตของประเทศทั้งในปัจจัยการผลิตและแรงงาน (๓) การลงทุนเพื่อการวิจัยและ พัฒนา และ (๔) ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถ ในการแข่งขัน ประกอบด้วย ๕ ประเด็น ได้แก่ ๑. การเกษตรสร้างมูลค่า ให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลิตภาพการผลิตทั้งเชิงปริมาณและมูลค่า และความ หลากหลายของสินค้าเกษตร ประกอบด้วย (๑) เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น (๒) เกษตรปลอดภัย (๓) เกษตรชีวภาพ (๔) เกษตรแปรรูปและ (๕) เกษตรอัจฉริยะ ๒. อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต โดยสร้างอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อน ประเทศไทยไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ประกอบด้วย (๑) อุตสาหกรรม ชีวภาพ (๒) อุตสาหกรรมและบริการการแพทย์ครบวงจร (๓) อุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล ข้อมูล และ ปัญญาประดิษฐ์ (๔) อุตสาหกรรมและบริการขนส่งและโลจิสติกส์และ (๕) อุตสาหกรรมความมั่นคงของประเทศ ๓. สร้างความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว โดยการรักษาการเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญ ของการท่องเที่ยวระดับโลกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกระดับและเพิ่มสัดส่วนของนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูง ประกอบด้วย (๑) ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม (๒) ท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (๓) ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความ งามและแพทย์แผนไทย (๔) ท่องเที่ยวส่าราญทางน้ำ และ (๕) ท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาค ๔. โครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมไทย เชื่อมโลก ครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพในด้านโครงข่าย คมนาคม พื้นที่และเมือง รวมถึงเทคโนโลยี ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดย (๑) เชื่อมโยงโครงข่าย คมนาคมไร้รอยต่อ (๒) สร้างและพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (๓) เพิ่มพื้นที่ และเมืองเศรษฐกิจ (๔) พัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานเทคโนโลยีสมัยใหม่ และ (๕) รักษาและเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค ๕. พัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานผู้ประกอบการยุคใหม่ สร้างและพัฒนาผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่มีทักษะและจิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการที่มีความสามารถในการแข่งขันและมีอัตลักษณ์ชัดเจน โดย (๑) สร้างผู้ประกอบการอัจฉริยะ(๒) สร้างโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงิน (๓) สร้างโอกาสเข้าถึงตลาด (๔) สร้าง โอกาสเข้าถึงข้อมูล และ (๕) ปรับบทบาทและโอกาสการเข้าถึงบริการภาครัฐ
15 ธ ์ช ด้ พัฒ แ ้ ั พ ัพ ์ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์มีเป้าหมายการพัฒนา ที่สำคัญ เพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่งและมีคุณภาพ โดยคนไทยมีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคม และผู้อื่น มัธยัสถ์อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จ่าเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาที่ ๓ และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรัก การเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มีทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่น ๆ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง ตัวชี้วัด ประกอบด้วย (๑) การพัฒนาคุณภาพชีวิต สุขภาวะ และความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย (๒) ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต และ (๓) การพัฒนาสังคมและครอบครัวไทยโดยประเด็น ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ประกอบด้วย ๗ ประเด็น ได้แก่ ๑. การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม มุ่งเน้นให้สถาบันทางสังคมร่วมปลูกฝังค่านิยม และวัฒนธรรมที่พึงประสงค์โดย (๑) การปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมผ่านการเลี้ยงดูในครอบครัว (๒) การบูรณาการเรื่องความซื่อสัตย์ วินัย คุณธรรมจริยธรรม ในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา (๓) การสร้างความเข้มแข็งในสถาบันทางศาสนา (๔) การปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (๕) การสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมที่พึงประสงค์จากภาคธุรกิจ (๖) การใช้สื่อและสื่อสารมวลชนในการปลูกฝัง ค่านิยมและวัฒนธรรมของคนในสังคม และ (๗) การส่งเสริมให้คนไทยมีจิตสาธารณะและมีความรับผิดชอบ ต่อส่วนรวม ๒. การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต มุ่งเน้นการพัฒนาคนเชิงคุณภาพในทุกช่วงวัย ประกอบด้วย (๑) ช่วงการตั้งครรภ์/ปฐมวัย เน้นการเตรียมความพร้อมให้แก่พ่อแม่ก่อนการตั้งครรภ์ (๒) ช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น ปลูกฝังความเป็นคนดี มีวินัยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่สอดรับกับศตวรรษที่ ๒๑ (๓) ช่วงวัยแรงงาน ยกระดับ ศักยภาพ ทักษะและสมรรถนะแรงงานสอดคล้องกับความต้องการของตลาด และ (๔) ช่วงวัยผู้สูงอายุ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศ ๓. ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ มุ่งเน้นผู้เรียน ให้มีทักษะการเรียนรู้และมีใจใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา โดย (๑) การปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้ให้เอื้อต่อการพัฒนา ทักษะส่าหรับศตวรรษที่ ๒๑ (๒) การเปลี่ยนโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ (๓) การเพิ่มประสิทธิภาพระบบ บริหารจัดการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภท (๔) การพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (๕) การสร้างความตื่นตัวให้ คนไทยตระหนักถึงบทบาท ความรับผิดชอบ และการวางตำแหน่งของประเทศไทยในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์และ ประชาคมโลก (๖) การวางพื้นฐานระบบรองรับการเรียนรู้โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และ (๗) การสร้างระบบการศึกษาเพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ ๔. การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย โดย (๑) การพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญา ผ่าน ครอบครัว ระบบสถานศึกษา สภาพแวดล้อม รวมทั้งสื่อตั้งแต่ระดับปฐมวัย (๒) การสร้างเส้นทางอาชีพ สภาพแวดล้อมการท่างาน และระบบสนับสนุน ที่เหมาะสมส่าหรับผู้มีความสามารถพิเศษผ่านกลไกต่าง ๆ และ (๓) การดึงดูดกลุ่มผู้เชี่ยวชาญต่างชาติและคนไทยที่มีความสามารถในต่างประเทศให้มาสร้างและพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมให้กับประเทศ ๕. การเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี ครอบคลุมทั้งด้านกาย ใจ สติปัญญา และสังคม โดย (๑) การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะ (๒) การป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามสุขภาวะ (๓) การสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี (๔) การพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่ทันสมัยสนับสนุนการสร้างสุขภาวะ ที่ดีและ (๕) การส่งเสริมให้ชุมชนเป็นฐานในการสร้างสุขภาวะที่ดีในทุกพื้นที่
16 ๖. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์โดย (๑) การสร้างความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทย (๒) การส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครอบครัวและชุมชนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (๓) การปลูกฝังและพัฒนาทักษะ นอกห้องเรียน และ (๔) การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ๗. การเสริมสร้างศักยภาพการกีฬาในการสร้างคุณค่าทางสังคมและพัฒนาประเทศ โดย (๑) การส่งเสริมการออกกำลังกาย และกีฬาขั้นพื้นฐานให้กลายเป็นวิถีชีวิต (๒) การส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในกิจกรรมออกกำ ลังกาย กีฬาและนันทนาการ (๓) การส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาสู่ระดับอาชีพ และ (๔) การพัฒนาบุคลากรด้านการกีฬาและนันทนาการเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมกีฬา ธ ์ช ด้ ้ โอ แ ว อ ั ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญ ที่ให้ความสำคัญการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชนประชาสังคม ชุมชนท้องถิ่น มาร่วมขับเคลื่อน โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชนในการร่วมคิดร่วมท่าเพื่อส่วนรวม การกระจายอ่านาจและ ความรับผิดชอบไปสู่กลไกบริหารราชการแผ่นดินในระดับท้องถิ่น การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ในการจัดการตนเอง และการเตรียมความพร้อมของประชากรไทยทั้งในมิติสุขภาพเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ สามารถพึ่งตนเอง และทำประโยชน์แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้นานที่สุด โดยรัฐให้หลักประกันการเข้าถึงบริการและสวัสดิการที่มีคุณภาพอย่างเป็นธรรม และทั่วถึง ตัวชี้วัด ประกอบด้วย (๑) ความแตกต่างของรายได้และการเข้าถึงบริการภาครัฐระหว่างกลุ่มประชากร (๒) ความก้าวหน้าของการพัฒนาคน (๓) ความก้าวหน้าในการพัฒนาจังหวัดในการเป็นศูนย์กลางความเจริญทาง เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี และ (๔) คุณภาพชีวิตของประชากรสูงอายุ โดยประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านการ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ประกอบด้วย ๔ ประเด็น ได้แก่ ๑. การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในทุกมิติ โดย (๑) ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก (๒) ปฏิรูประบบภาษีและการคุ้มครองผู้บริโภค (๓) กระจายการถือครองที่ดินและการเข้าถึงทรัพยากร (๔) เพิ่มผลิตภาพและคุ้มครองแรงงานไทยให้เป็นแรงงานฝีมือที่มีคุณภาพและความริเริ่มสร้างสรรค์ มีความ ปลอดภัยในการท่างาน(๕) สร้างหลักประกันทางสังคมที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับคนทุกช่วงวัย ทุกเพศภาวะ และทุกกลุ่ม (๖) ลงทุนทางสังคมแบบมุ่งเป้าเพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนยากจนและกลุ่มผู้ด้อยโอกาสโดยตรง (๗) สร้าง ความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขและการศึกษา โดยเฉพาะส่าหรับผู้มีรายได้น้อยและกลุ่ม ผู้ด้อยโอกาส และ (๘) สร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างทั่วถึง ๒. การกระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยีโดย (๑) พัฒนาศูนย์กลางความ เจริญทางเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยีในภูมิภาค (๒) กำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละกลุ่ม จังหวัดในมิติต่าง ๆ(๓) จัดระบบเมืองที่เอื้อต่อการสร้างชีวิตและสังคมที่มีคุณภาพและปลอดภัย ให้สามารถ ตอบสนองต่อสังคมสูงวัยและแนวโน้มของการขยายตัวของเมืองในอนาคต (๔) ปรับโครงสร้างและแก้ไขกฎหมาย ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อวางระบบและกลไกการบริหารงานในระดับภาค กลุ่มจังหวัด (๕) สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่บนฐานข้อมูลความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และ (๖) การพัฒนากำลังแรงงานใน พื้นที่ ๓. การเสริมสร้างพลังทางสังคม โดย (๑) สร้างสังคมเข้มแข็งที่แบ่งปันไม่ทอดทิ้งกัน และมีคุณธรรม โดย สนับสนุนการรวมตัวและดึงพลังของภาคส่วนต่าง ๆ (๒) การรองรับสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
17 (๓) สนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาครัฐภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคมและภาคประชาชน (๔) ส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศและบทบาทของสตรีในการสร้างสรรค์สังคม (๕) สนับสนุนการพัฒนาบนฐาน ทุนทางสังคมและวัฒนธรรม และ (๖) สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสร้างสรรค์ เพื่อรองรับ สังคมยุคดิจิทัล ๔. การเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนา การพึ่งตนเองและการจัดการตนเอง โดย (๑) ส่งเสริมการปรับพฤติกรรมในระดับครัวเรือนให้มีขีดความสามารถในการจัดการวางแผนชีวิต สุขภาพ ครอบครัว การเงินและอาชีพ(๒) เสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในการพึ่งตนเองและการพึ่งพากันเอง (๓) สร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างประชาธิปไตยชุมชน และ (๔) สร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญาให้กับ ชุมชน ธ ์ช ด้ ้ โ พช ว ่ ็ ่อ ่ แวด ้อ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมาย การพัฒนาที่สำคัญเพื่อน่าไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างกันทั้งภายในและภายนอกประเทศ บูรณาการ ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการกำหนดกลยุทธ์และแผนงาน และการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วมใน แบบทางตรงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเป็นการด่าเนินการบนพื้นฐานการเติบโตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทาง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตโดยให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลทั้ง ๓ ด้าน อันจะน่าไปสู่ความยั่งยืน เพื่อคนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง ตัวชี้วัด ประกอบด้วย (๑) พื้นที่สีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (๒) สภาพแวดล้อม และ ทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรมได้รับการฟื้นฟู (๓) การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ (๔) ปริมาณก๊าซเรือน กระจก มูลค่าเศรษฐกิจฐานชีวภาพโดยประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ๖ ประเด็น ได้แก่ ๑. สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว โดย (๑) เพิ่มมูลค่าของเศรษฐกิจฐานชีวภาพให้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน (๒) อนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทาง ชีวภาพในและนอกถิ่นกำเนิด (๓) อนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำลำคลองและแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ (๔) รักษาและเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ (๕) ส่งเสริมการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน ๒. สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจภาคทะเล โดย (๑) เพิ่มมูลค่าของเศรษฐกิจฐานชีวภาพ ทางทะเล (๒) ปรับปรุง ฟื้นฟู และสร้างใหม่ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทั้งระบบ (๓) ฟื้นฟูชายหาดที่เป็นแหล่ง ท่องเที่ยว ชายฝั่งทะเลได้รับการป้องกันและแก้ไขทั้งระบบ และมีนโยบายการจัดการชายฝั่ง แบบบูรณาการอย่าง เป็นองค์รวม และ (๔) พัฒนาและเพิ่มสัดส่วนกิจกรรมทางทะเลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ๓. สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศโดย (๑) ลดการปล่อยก๊าซเรือน กระจก (๒) มีการปรับตัวเพื่อลดความสูญเสียและเสียหายจากภัยธรรมชาติและผลกระทบที่เกี่ยวข้อง กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (๓) มุ่งเป้าสู่การลงทุนที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศในการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานของภาครัฐและภาคเอกชน และ (๔) พัฒนาและสร้างระบบรับมือปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำที่ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ๔. พัฒนาพื้นที่เมือง ชนบท เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ มุ่งเน้นความเป็นเมืองที่เติบโตอย่าง ต่อเนื่อง โดย (๑) จัดท่าแผนผังภูมินิเวศเพื่อการพัฒนาเมือง ชนบท พื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม รวมถึงพื้นที่ อนุรักษ์ตามศักยภาพและความเหมาะสมทางภูมินิเวศอย่างเป็นเอกภาพ (๒) พัฒนาพื้นที่ เมืองชนบทเกษตรกรรม และ อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ที่มีการบริหารจัดการตามแผนผังภูมินิเวศอย่างยั่งยืน (๓) จัดการมลพิษที่มีผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม และสารเคมีในภาคเกษตรทั้งระบบ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและค่ามาตรฐานสากล (๔) สงวน
18 รักษา อนุรักษ์ฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ มรดกทางสถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรมอัตลักษณ์ และวิถี ชีวิตพื้นถิ่นบนฐานธรรมชาติ และฐานวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน (๕) พัฒนาเครือข่ายองค์กรพัฒนาเมืองและชุมชน รวมทั้งกลุ่มอาสาสมัคร ด้วยกลไกการมีส่วนร่วมของ ทุกภาคส่วนในท้องถิ่น และ (๖) เสริมสร้างระบบสาธารณสุข และอนามัยสิ่งแวดล้อมและยกระดับความสามารถในการป้องกันโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำ ๕. พัฒนาความมั่นคงน้ำ พลังงาน และเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดย (๑) พัฒนาการจัดการน้ำเชิง ลุ่มน้ำทั้งระบบเพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ (๒) เพิ่มผลิตภาพของน้ำทั้งระบบในการใช้น้ำอย่างประหยัด รู้คุณค่า และสร้างมูลค่าเพิ่มจากการใช้น้ำให้ทัดเทียมกับระดับสากล (๓) พัฒนาความมั่นคงพลังงานของประเทศ และส่งเสริมการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (๔) เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยลดความเข้มข้นของการใช้พลังงาน และ (๕) พัฒนาความมั่นคงด้านการเกษตรและอาหารของประเทศ และชุมชน ในมิติปริมาณ คุณภาพ ราคาและการเข้าถึงอาหาร ๖. ยกระดับกระบวนทัศน์เพื่อกำหนดอนาคตประเทศ โดย (๑) ส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรม ที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย (๒) พัฒนาเครื่องมือ กลไกและระบบยุติธรรม และ ระบบประชาธิปไตยสิ่งแวดล้อม (๓) จัดโครงสร้างเชิงสถาบันเพื่อจัดการประเด็นร่วม ด้านการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ และ (๔) พัฒนาและด่าเนินโครงการที่ยกระดับกระบวนทัศน์ เพื่อ กำหนดอนาคตประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม บนหลักของการมีส่วนร่วม และธรร มาภิบาล ธ ์ช ด้ ั ด แ พัฒ ห จัด ัฐ มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อปรับเปลี่ยนภาครัฐที่ยึดหลัก “ภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชนและ ประโยชน์ส่วนรวม” โดยภาครัฐต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ แยกแยะบทบาทหน่วยงานของรัฐที่ท่า หน้าที่ในการกำกับหรือในการให้บริการยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการทำงานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์และ ผลประโยชน์ส่วนรวม มีความทันสมัย และพร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ของโลกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการน่านวัตกรรม เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบการท่างานที่เป็นดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้ อย่างคุ้มค่า และปฏิบัติงานเทียบได้กับมาตรฐานสากล รวมทั้งมีลักษณะเปิดกว้าง เชื่อมโยงถึงกันและเปิดโอกาสให้ ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาช ได้อย่างสะดวก รวดเร็วและโปร่งใส โดยทุก ภาคส่วนในสังคมต้องร่วมกันปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต ความมัธยัสถ์ และสร้างจิตส่านึกในการปฏิเสธไม่ ยอมรับการทุจริตประพฤติมิชอบอย่างสิ้นเชิง นอกจากนั้น กฎหมายต้องมีความชัดเจน มีเพียงเท่าที่จ่าเป็น มีความ ทันสมัยมีความเป็นสากล มีประสิทธิภาพ และน่าไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและเอื้อต่อการพัฒนา โดยกระบวนการ ยุติธรรมมีการบริหารที่มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติและการอ่านวยความยุติธรรมตามหลักนิติธรรม ตัวชี้วัด ประกอบด้วย (๑) ระดับความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการสาธารณะของภาครัฐ (๒) ประสิทธิภาพของการบริการภาครัฐ (๓) ระดับความโปร่งใสการทุจริต ประพฤติมิชอบและ (๔) ความเสมอภาคในกระบวนการยุติธรรม โดยประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการ บริหารจัดการภาครัฐประกอบด้วย ๘ ประเด็น ได้แก่ ๑. ภาครัฐที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตอบสนองความต้องการ และให้บริการอย่างสะดวกรวดเร็ว โปร่งใส โดย (๑) การให้บริการสาธารณะของภาครัฐได้มาตรฐานสากลและเป็นระดับแนวหน้าของภูมิภาค และ (๒) ภาครัฐมีความเชื่อมโยงในการให้บริการสาธารณะต่าง ๆ ผ่านการน่าเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ ๒. ภาครัฐบริหารงานแบบบูรณาการโดยมียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายและเชื่อมโยงการพัฒนา ในทุกระดับ ทุกประเด็น ทุกภารกิจ และทุกพื้นที่ โดย (๑) ให้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนา ประเทศ (๒) ระบบการเงินการคลังประเทศสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและ (๓) ระบบติดตาม ประเมินผลที่สะท้อนการบรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติในทุกระดับ
19 ๓. ภาครัฐมีขนาดเล็กลง เหมาะสมกับภารกิจ ส่งเสริมให้ประชาชนและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ในการพัฒนาประเทศ โดย (๑) ภาครัฐมีขนาดที่เหมาะสม (๒) ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ และ (๓) ส่งเสริมการกระจายอ่านาจและสนับสนุนบทบาทชุมชนท้องถิ่นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่มี สมรรถนะสูง ตั้งอยู่บนหลักธรรมาภิบาล ๔. ภาครัฐมีความทันสมัยโดย(๑) องค์กรภาครัฐมีความยืดหยุ่นเหมาะสมกับบริบทการพัฒนาประเทศ และ (๒) พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย๕. บุคลากรภาครัฐเป็นคนดีและเก่ง ยึดหลัก คุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึกมีความสามารถสูง มุ่งมั่น และเป็นมืออาชีพ โดย (๑) ภาครัฐ มีการบริหารกำลังคน ที่มีความคล่องตัว ยึดระบบคุณธรรม และ (๒) บุคลากรภาครัฐยึดค่านิยมในการทำงานเพื่อประชาชน มีคุณธรรม และมีการพัฒนาตามเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ ๖. ภาครัฐมีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดย(๑) ประชาชนและภาคีต่าง ๆ ในสังคมร่วมมือกันในการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ (๒) บุคลากรภาครัฐยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต (๓) การปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบมีประสิทธิภาพมีความเด็ดขาด เป็น ธรรมและตรวจสอบได้ และ (๔) การบริหารจัดการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นระบบ แบบบูรณาการ ๗. กฎหมายมีความสอดคล้องเหมาะสมกับบริบทต่าง ๆ และมีเท่าที่จำเป็นโดย (๑) ภาครัฐจัดให้มี กฎหมายที่สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลง(๒) มีกฎหมายเท่าที่จ่าเป็น และ (๓) การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เท่าเทียมมีการเสริมสร้างประสิทธิภาพการใช้กฎหมาย ๘. กระบวนการยุติธรรมเคารพสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติต่อประชาชนโดยเสมอภาค โดย (๑) บุคลากรและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมเคารพและยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย เคารพศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ที่พึงได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม(๒) ทุกหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม มีบทบาทเชิงรุก ร่วมกันในทุกขั้นตอนของการค้นหาความจริง (๓) หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งทางแพ่ง อาญาและปกครอง มีเป้าหมายและยุทธศาสตร์ร่วมกัน (๔) ส่งเสริมระบบยุติธรรมทางเลือกระบบยุติธรรมชุมชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการยุติธรรม และ (๕) พัฒนามาตรการอื่นแทนโทษทางอาญา
20 จ ด ้ ดํ ่ ู้ จำ พ. . ๗ พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. ๒๕๖๖ กําหนดให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ มีหน้าที่ในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ หรือการเรียนรู้รูปแบบอื่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคคลให้มีความสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และ สติปัญญา เป็นคนดี มีวินัย รู้จักสิทธิควบคู่กับหน้าที่และความรับผิดชอบ ภูมิใจและตระหนักในความสําคัญ ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จัก รักษา ประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติ รู้จักความพอเพียง มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ใฝ่เรียนรู้ มีความ รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง มีคุณธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริต อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 32 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับความในมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. ๒๕๖๖ และคําสั่งสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๒๒๒๓/๒๕๖๖ ลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ อธิบดีกรมส่งเสริม การเรียนรู้ จึงได้ประกาศจุดเน้นการดําเนินงาน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕6๗ ดังนี้ ว ั ั ์ “ประชาชนได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ พร้อมเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต" พั ธ จ ๑. จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้ เพื่อ คุณวุฒิตามระดับ ที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และยกระดับการศึกษาของประชาชน ให้สามารถ ปรับตัวในการดํารงชีวิตได้อย่างเหมาะสม และมีสมรรถนะพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ ๒. ผลิตและพัฒนาหลักสูตร โปรแกรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ วิธีการจัดกระบวนการ เรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน สอดคล้องกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้และ สภาวการณ์การพัฒนาของประเทศ ๓. ส่งเสริมการนําเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดและส่งเสริมการเรียนรู้ ให้ ประชาชนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ และทุกเวลา ๔. สร้างและประสานความร่วมมือเชิงรุกกับภาคีเครือข่าย ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ มีสิ่ง อํานวยความสะดวกและแหล่งเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกรูปแบบ ทุกที่และ ทุกเวลา ๕. พัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีความทันสมัย โดยยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อการส่งเสริม การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ๖. พัฒนาและยกระดับศักยภาพบุคลากรทุกประเภท ทุกระดับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และการส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
21 จ ด ้ ดํ จํ พ. . ๗ ๑. ้ โอ ข้ ู้อ ่ ั่ว แ ่ ๑.๑ จัด ํ ห ือแพ ฟอ ์ ู้ Digital Learning Platform) รวมทั้งแอปพลิเคชั่น หรือ สื่อดิจิทัลที่มีคุณภาพครบวงจรเพื่อการเรียนรู้ในช่องทางเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ ทั้ง Online On-site และ On-air ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) ๑. พัฒ ห ่ว ู้ ธ ห ่ว Credit Bank System) ที่สามารถ เชื่อมโยงการศึกษาและการเรียนรู้ในทุกระดับและประเภท สร้างความคล่องตัวและเปิดทางเลือกให้กับ ผู้เรียนทุก ระดับเพื่อประโยชน์ในการรับรองคุณวุฒิ หรือการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพต่อไป ๑.๓ พัฒ ดั ห ือ โอ ผ ั ว ู้ ์ แ ห้ ฐ เชื่อมโยงกับการศึกษาและการเรียนรู้ทุกรูปแบบ เพื่อใช้ประโยชน์ใน การเข้าศึกษา การสะสมความรู้ หรือการรับรองคุณวุฒิระดับการศึกษาต่างสถานศึกษาหรือต่างระบบได้ . ดั พ จัด ู้ .๑ พัฒ แ ั ห ั ู โ แ ู้ ื่อ ู้ แ ว ธ จัด ว ู้ ่ พแ ฐ เหมาะสมและเป็นไปตามสภาพ ความต้องการ และความถนัด สอดคล้อง กับ สภาวการณ์ของประเทศและทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก โดยมุ่งพัฒนาประชาชนทุกช่วงวัยให้มีทักษะที่เหมาะสม และจําเป็นต่อการดํารงชีวิต จบแล้วมีงานทําสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน . จัด ่ แ ั ู้แ STEM Education (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ทั้งในสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ .๓ จัด ห้ แ แ ว ํ ห ั ผู้ Coaching) และวางแผนทางเลือกทางการศึกษา และ การเรียนรู้ที่หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง ในการเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบแนวทางการเรียนและเป้าหมายชีวิตที่ตนเองชอบ รวมทั้ง การดูแล เฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาสุขภาวะทางจิตของผู้เรียน เพื่อให้สามารถอยู่ในสถานศึกษาได้อย่างมีความสุข ๓. ่ แ ั ้ ั แห่ ู้ อดช ว ๓.๑ พัฒ ว ่ ห้ ช ช ั ั ู้มีกระบวนการทางสังคม ที่ส่งเสริมให้ บุคคล กลุ่มบุคคล และชุมชนเกิดการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อม ของชุมชน ท้องถิ่น สังคม ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และสนับสนุนการสร้างกลไกการขับเคลื่อนชุมชนในการปลูกฝัง และพัฒนา ทักษะการเรียนรู้ของประชาชน ๓. ่ จัด ู้ พื่อ ้ ว ั่ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ อุดมการณ์ ความยึดมั่นใน สถาบันหลักของชาติ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติและท้องถิ่น เสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็น พลเมืองและมี ศีลธรรมที่เข้มแข็ง รวมถึงการมีจิตอาสา โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการเพิ่มทักษะที่จําเป็น ต่อการดํารงชีวิต ๓.๓ พัฒ ู แ ดํ ่ อ่ ห้ ั ช ช พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ ที่มี บรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่าน และพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง และ ทั่วถึง อาทิ การพัฒนาความพร้อมของบุคลากรและการให้บริการของหน่วยจัดการเรียนรู้ ห้องสมุดประชาชน มีการ บริการที่ทันสมัย ส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน การสร้างเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน พร้อมทั้ง พัฒนาสื่อและจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลายให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆอย่าง ทั่วถึง
22 ๓.๔ จัดให้มีการฝึกอบรมอาชีพในชุมชน เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะใหม่ (New Skill) เพิ่มสมรรถนะ (Upskill) หรือทบทวนทักษะ (Reskill) ให้แก่ประชาชน อาทิ อาชีพเกษตรกร อาชีพค้าขาย อาชีพบริการชุมชน อาชีพหัตถกรรม อาชีพอุตสาหกรรม ช่างก่อสร้าง ช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างแอร์ ฯลฯ เพื่อเป็นเครื่องมือในการ ยกระดับทักษะความรู้ ช่วยประชาชนลดรายจ่ายในครัวเรือน สามารถประกอบอาชีพหลัก หรือเป็นอาชีพเสริมให้แก่ครอบครัวได้ ๓. ่ ั ้ โอ ห้ ด Soft Power เพื่อเปิดโอกาสในการต่อยอดสร้างมูลค่า และ สร้างรายได้ รวมทั้งการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาต่อยอดศิลปะ วัฒนธรรม ภาษา และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้ เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ด้านการท่องเที่ยว/งานเทศกาลประเพณีไทย ด้านดนตรีและศิลปะ ด้านวรรณกรรม/หนังสือ ด้านสินค้าและบริการ (อาหารไทย ผ้าไทย เครื่องหอมและสมุนไพรไทย ฯลฯ) รวมทั้ง การใช้พื้นที่เป็นสถานที่เรียนรู้วัฒนธรรม ศิลปะ และประวัติศาสตร์ ๓. พัฒ ั ฝ ือ พัฒ ่ แ จ จ ่ ผู้ ู อ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ สามารถดําเนินชีวิตได้เต็มตามศักยภาพ ๔. พัฒ ห จัด แ ัฐ ๔.๑ ว ั ฎห ข้อ ั ั แ อื่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงาน ภายใต้ พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อให้การบริหารจัดการในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุน การ เรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ๔. จัด ํ ข้อ ู ขอ ผู้ ็ โดยการสํารวจข้อมูลครัวเรือน (ปักหมุด) เกี่ยวกับสถานภาพการศึกษาและความต้องการในการเรียนรู้ และจัดเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการแก้ปัญหา เด็กตกหล่น และออกกลางคัน ติดตามและส่งต่อไปยังสถานศึกษาในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งเป็นข้อมูลใช้ประกอบ ในการส่งเสริม การเรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย 4.3 พัฒ ว พ ้อ ่ จัด ู้อาทิ การสนับสนุนงบประมาณ ในการลงทุน ด้านเทคโนโลยี บูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนในการสร้างความพร้อมด้านเทคโนโลยี และการสื่อสารของ หน่วยจัดการเรียนรู้ ให้ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการประชาชน รวมทั้งสนับสนุนความร่วมมือ ในการสร้างมาตรการส่งเสริมภาคเอกชนเพื่อการลงทุนด้านการศึกษาและการเรียนรู้ . ่ แ ั ด้ .๑ แ ้ไข ัญห ห ้ ูแ และส่งเสริมให้ความรู้ด้านการเงิน และการออม (Financial Literacy) การวางแผนและสร้างวินัยทางการเงินให้กับบุคลากร โดยบูรณาการการทํางาน ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง ธนาคาร สหกรณ์ และสถาบันการเงินต่าง ๆ . พัฒ ขอ ูแ ให้มีความพร้อมด้านวิชาการและทักษะ การจัดการเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ รวมทั้งให้คําปรึกษาเส้นทาง การเรียนรู้ การประกอบอาชีพ และการดําเนินชีวิตของผู้เรียนได้ตามความสนใจและความถนัดของแต่ละบุคคล .๓ พัฒ ข ด ว ขอ ข้ ช พ ือ ั ัด ให้มีสมรรถนะที่สอดคล้องและเหมาะสม ตามสายงาน ประเภท ระดับ และมาตรฐานตําแหน่ง ข้อ ั่ แ แ ว ฏ ั ขอ ัฐ ว่ ว ธ พ . .อ. พ ่ พู ช ดขอ ๑. ให้นำนโยบายด้านการศึกษาของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ไปดําเนินการอย่างเป็นรูปธรรม (Action Plan) ๒. ดําเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เช่น การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย (ห้ามซื้อ-ขายตําแหน่ง) ห้ามทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุ ครุภัณฑ์ ชุดนักเรียน อาหารกลางวัน ฯลฯ และต้องจัดซื้อจัดจ้างวัสดุครุภัณฑ์ที่มี คุณภาพ
23 ๓. น้อมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ ๔. ให้ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาด ๕. ส่งเสริมการอ่านอย่างเป็นกระบวนการ โดยครูต้องเป็นต้นแบบในการรักการอ่าน 6. การลงพื้นที่ตรวจราชการหรือตรวจเยี่ยม ให้เฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องมาร่วมรับการตรวจราชการ หรือตรวจเยี่ยม โดยให้มีการดำเนินการอย่างเรียบง่ายและประหยัด เช่น ไม่ต้องติดป้ายต้อนรับ ไม่มีของที่ระลึก หรือของฝาก ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2545 กำหนดให้สถานศึกษาต้องดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐาน ตัวบ่งชี้ ที่กำหนด ซึ่งการ นิเทศภายในเป็นกิจกรรมหลักกิจกรรมหนึ่งของระบบการประกันคุณภาพ ซึ่งกิจกรรมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย และมีการดำเนินงานอยู่ในทุกสภาพพื้นที่ และสภาพสังคมที่ แตกต่างกัน รวมทั้ง ครู กศน.ในสังกัด มีหลายประเภท ทั้งที่ผ่านการอบรม และไม่ผ่านการอบรม ดังนั้น การนิเทศ จะสามารถช่วยพัฒนาศักยภาพครูให้เป็นมืออาชีพ ซึ่งสำนักงาน กศน.ได้กำหนดให้การนิเทศภายใน เป็นนโยบาย และจุดเน้นให้มีการนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผล โดยส่งเสริมและพัฒนาการนิเทศทั้งระบบ การนิเทศภายใน เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการ และระบบการประกันคุณภาพ ที่สถานศึกษาต้อง ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการนิเทศจะสะท้อนการปฏิบัติงานที่จะนำไปสู่การพัฒนาสถานศึกษาตามระบบ ประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง การนิเทศโดยบุคลากรภายในหน่วยงาน หรือภายในหน่วยปฏิบัติของหน่วยงาน นั้น ๆ ผู้นิเทศอาจเป็นผู้บริหาร หัวหน้าฝ่าย หัวหน้างาน หรือผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะผู้ทำการนิเทศภายใน หน่วยงานนั้น ๆ การนิเทศภายใน เป็นกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างผู้บริหารผู้ทำการนิเทศ และผู้ปฏิบัติงานใน หน่วยงานเดียวกัน ร่วมพิจารณาปัญหา แสวงหาแนวทางในการแก้ปัญหา หาทางในการทำงานร่วมกัน จัดระบบ นิเทศที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีการพัฒนาเจตคติและคุณภาพของบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งจะส่งผลไปถึงคุณภาพ ของงาน ขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน และความพึงพอใจของประชาชนที่รับบริการ การนิเทศภายในสถานศึกษา มีความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีการนิเทศในลักษณะของ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และการนิเทศแบบมีส่วนร่วม โดยใช้กระบวนการ PDCA เป็นแนวทางการนิเทศ ตั้งแต่ การวางแผนร่วมกัน การชี้แจงคณะกรรมการนิเทศและผู้เกี่ยวข้อง การอบรมพัฒนาศักยภาพและสร้างความเข้าใจ แก่บุคลากร การจัดทำเครื่องมือนิเทศ การกำหนดบทบาทหน้าที่ของผู้นิเทศ ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการนิเทศ ภายในสถานศึกษา และเครือข่ายนิเทศในพื้นที่ ผู้นิเทศภายในสถานศึกษา กศน. ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรของสถานศึกษาคณะ กรรมการสถานศึกษา คณะกรรมการ กศน.ตำบล อาสาสมัคร กศน. และหรือภาคีเครือข่าย ห ั 1. ดำเนินการนิเทศภายในโดยยึดความถูกต้องตามหลักวิชาการ การนิเทศจะต้องดำเนินการตาม กระบวนการอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอนอย่างต่อเนื่อง สามารถตรวจสอบเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้
24 2. เป็นกระบวนการพัฒนาและส่งเสริมให้ครูและผู้เกี่ยวข้องทุกคนมีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็น ร่วมปฏิบัติ และร่วมรับผิดชอบ เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสร้างความเชื่อมั่น ให้มี ทัศนคติและอุดมการณ์ในการสอน 3. มีความเป็นวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้ถึงเหตุและผล รวมทั้งข้อเท็จจริงต่างๆ มีการเก็บรวบรวม ข้อมูลและรองรับด้วยข้อมูลสารสนเทศ มีการสรุปผล สามารถอ้างอิงได้และมีความน่าเชื่อถือ 4. มีความยืดหยุ่น สามารถที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกระบวนการ วิธีนิเทศให้สอดคล้องกับ สภาพแวดล้อมต่างๆเพื่อให้การดำเนินงานไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้มากที่สุด 5. เป็นกิจกรรมที่เคารพในความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้รับการนิเทศ 6. เป็นกิจกรรมที่ดึงศักยภาพของผู้รับการนิเทศมาใช้และให้การยกย่อง 7. กิจกรรมการนิเทศตรงกับความต้องการจำเป็นในการพัฒนาครู 8. จัดสภาพแวดล้อมและแหล่งวิทยาการให้เอื้อต่อการทำงาน ตลอดจนบรรยากาศที่เป็นกันเองมี กระบวนการทำงานเป็นทีม 9. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีที่จะสร้างความคุ้นเคย และเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ครู
25 ่ 3 แ ว ดำ โ ช ์ขอ 1. มีการใช้ทรัพยากรบุคคลในแต่ละหน่วยงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นการสนับสนุนหลักการพัฒนาเพื่อ การพึ่งพาตนเอง 2. บุคลากรผู้นิเทศภายในเป็นผู้ที่รู้ปัญหาจริงมากกว่าผู้นิเทศภายนอก ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ 3. เป็นการเสริมขวัญกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานที่ทำงานร่วมกันเป็นทีมของหน่วยงาน ว มี 2 ลักษณะ ดังนี้ 1. นิเทศแบบเป็นทางการ มีการวางแผนการนิเทศอย่างเป็นระบบ ประชุมสร้างความเข้าใจ การ ทำงานเป็นทีม มีความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน การพูดคุยระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ การแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการนิเทศภายใน รวมทั้งการรายงานผลการนิเทศ 2. การนิเทศแบบไม่เป็นทางการ เป็นการนิเทศในระหว่างการจัดกิจกรรมนอกแผนที่กำหนด การ พูดคุยแบบไม่เป็นทางการ และมีการใช้เครือข่ายร่วมนิเทศ เช่น คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำท้องถิ่น องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และหรือนักศึกษาที่ร่วมนิเทศ แ ว /ขั้ อ 1. ผู้บริหารต้องชี้แจง และสร้างความเข้าใจกับบุคลากรภายในหน่วยงานและภาคีเครือข่าย ให้เกิด ความเข้าใจ เห็นความสำคัญ และรับทราบปัญหาร่วมกัน ยอมรับให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน เกี่ยวกับนโยบาย เป้าหมายวิธีดำเนินงาน กศน. กระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษา เทคนิค วิธีการนิเทศ ฯลฯ 2. ผู้บริหารทำคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้นิเทศภายในของหน่วยงาน และจัดให้มีการเสริมความรู้แก่บุคลากร ผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้บริหารด้วย ให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อการนิเทศภายใน ร่วมกัน 3. คณะผู้นิเทศภายใน ดำเนินการวางแผนการนิเทศร่วมกัน โดยศึกษาข้อมูล สภาพปัญหา ความ ต้องการ ความจำเป็นของการนิเทศ จากผลการดำเนินงาน รายงานผลการนิเทศที่ผ่านมา รายงานการประเมิน ตนเอง หรืออื่น ๆ ที่เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการนิเทศ ซึ่งประกอบด้วย การระบุสภาพปัญหาความต้องการ การจัดลำดับความสำคัญและกำหนดประเด็นการนิเทศ วิเคราะห์สาเหตุ แนวทางการแก้ปัญหา และจัดสรร มอบหมายงานให้บุคลากรที่เป็นคณะกรรมการนิเทศภายในได้รับผิดชอบ 4. กำหนดโครงการ/กิจกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษาในแผนปฏิบัติการประจำปี 5. จัดทำแผนการนิเทศรายเดือน/รายไตรมาส/รายปี 6. จัดเตรียมสื่อ/วัสดุ/อุปกรณ์/เครื่องมือนิเทศ 7. ปฏิบัติการนิเทศ คณะผู้นิเทศภายในและผู้ปฏิบัติงานของหน่วยงานร่วมกัน ร่วมกันนิเทศติดตาม ตามข้อตกลงโดยใช้ความรู้ เทคนิค วิทยาการต่าง ๆ มาดำเนินการ 8. สร้างเสริมกำลังใจแก่ผู้นิเทศ โดยผู้บริหารของหน่วยงาน ซึ่งมีทั้งการใช้หลักมนุษยสัมพันธ์ ให้ความ สนใจ และสนับสนุนการปฏิบัติงาน 9. ประเมินผลการนิเทศและพัฒนาการนิเทศต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดของการ นิเทศคือ ผู้ปฏิบัติงานสามารถช่วยตนเองได้
26 ฏ ั การปฏิบัติการนิเทศ แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ การนิเทศใน กศน.อำเภอ และการนิเทศใน กศน.ตำบล โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. การนิเทศการบริหารจัดการใน กศน.อำเภอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้ - จัดการประชุมเป็นรายสัปดาห์/รายเดือน เพื่อติดตามผลการดำเนินการตามแผนการปฏิบัติงาน และ ซักซ้อมความเข้าใจ ให้คำปรึกษา แนะนำเพื่อแก้ปัญหาการปฏิบัติงานของกลุ่มงาน/ฝ่ายต่าง ๆ ตามโครงสร้าง สถานศึกษา - ติดตามความก้าวหน้า ผลการปฏิบัติงาน ปัญหา อุปสรรค และให้คำปรึกษา แนะนำ ช่วยเหลือ เพื่อ แก้ปัญหาเป็นกรณีแต่ละกลุ่มงาน โดยการพูดคุยสอบถาม สอนงาน ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ - อบรม/ประชุมปฏิบัติการ เพื่อแก้ปัญหาหรือเสริมความรู้เฉพาะด้านแก่ผู้ปฏิบัติงาน - มอบหมายให้ข้าราชการครู ครู อาสาสมัคร กศน. ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง สอนงาน ให้คำปรึกษา แนะนำ การปฏิบัติงานแก่ครู กศน.ตำบล - สรุปและบันทึกผลการนิเทศจากร่องรอย หลักฐานผลการนิเทศในแบบบันทึกการนิเทศ เพื่อการ พัฒนาปรับปรุงการปฏิบัติงาน 2. การนิเทศ กศน.ตำบล สามารถดำเนินการได้ดังนี้ การนิเทศ กศน.ตำบล จะต้องมีการเตรียมการนิเทศตามระยะเวลาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใน กศน. ตำบล ตลอดจนวางแผนและประสานผู้รับการนิเทศ ปฏิบัติการนิเทศตามแผนที่กำหนด ในบางกรณีอาจนิเทศ นอกเหนือจากแผนที่กำหนด โดยเป็นการนิเทศตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย หรือนิเทศเร่งด่วนตามสถานการณ์ ดังนี้ 2.1 การนิเทศการบริหารจัดการ กศน.ตำบล - ศึกษาวิเคราะห์แผนการปฏิบัติงาน แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาว่าเป็นไปตามเกณฑ์ มาตรฐานที่กำหนดและมีความเป็นปัจจุบัน - นิเทศสภาพทั่วไป บริบท สถานที่ สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ข้อมูลพื้นฐานของชุมชน ข้อมูลการจัด กิจกรรม ข้อมูลแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญา มุมส่งเสริมอาชีพ มุมแนะแนว ฯลฯ ตามเกณฑ์มาตรฐาน กศน.ตำบล 2.2 การนิเทศกิจกรรม กศน. ในกศน.ตำบล เป็นการนิเทศกิจกรรมตามโครงสร้างการปฏิบัติงาน ได้แก่ การศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง การศึกษาตามอัธยาศัย การส่งเสริมการรู้หนังสือ การจัดกิจกรรม การศึกษาร่วมกับภาคีเครือข่ายและอื่น ๆ ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยให้เป็นไปตามมาตรฐาน ตัวบ่งชี้ คุณภาพ กศน. และการนิเทศ กศน.ตำบลตามบทบาทที่ได้รับมอบหมายในการเป็นศูนย์ข่าวสารของชุมชน ศูนย์ สร้างโอกาสการเรียนรู้ ศูนย์การเรียนชุมชน และศูนย์ชุมชน ซึ่งผู้นิเทศภายในควรดำเนินการนิเทศให้ ครอบคลุมทุก ภารกิจและทุกกิจกรรม ู แ รูปแบบการนิเทศ เป็นแบบแผนของการดำเนินงานนิเทศด้วยความสัมพันธ์เชิงระบบ เพื่อประโยชน์ในการ ดำเนินงานนิเทศให้บรรลุวัตถุประสงค์ ซึ่งมีหลายรูปแบบให้ยึดเป็นหลักในการปฏิบัติ งานการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยที่นิยมใช้กัน ได้แก่ 1. รูปแบบการนิเทศ PIDRE 2. รูปแบบการนิเทศวงจรคุณภาพ PDCA 3. รูปแบบการนิเทศ IPO
27 4. รูปแบบการนิเทศแบบคลินิก ู แ PIDRE ขั้ ่ การวางแผนการนิเทศ (P-Planing) ขั้นนี้ผู้นิเทศจะประชุมปรึกษาหารือ เพื่อให้ได้มาซึ่ง ปัญหา ความต้องการ ความจำเป็นของสิ่งที่จะต้องมีการนิเทศ รวมทั้งวางแผนถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับ การนิเทศที่จะจัดขึ้นอีกด้วย ขั้ ่ ให้ความรู้ในสิ่งที่จัดทำ (I-Informing) เป็นขั้นตอนของการให้ความรู้ความเข้าใจถึงสิ่งที่จะ ดำเนินการว่าจะต้องอาศัยความรู้ ความสามารถอย่างไรบ้าง จะมีขั้นตอนในการดำเนินการอย่างไรบ้าง และจะทำ อย่างไรจึงจะทำให้ผลงานออกมาอย่างมีคุณภาพ ขั้นนี้จำเป็นทุกครั้งสำหรับการเริ่มการนิเทศที่จัดขึ้นใหม่ ู แ PDCA กระบวนการนิเทศการศึกษา ได้ใช้กระบวนการ PDCA ในการดำเนินการมีขั้นตอนของการวางแผนการ นิเทศ เป็นส่วนสำคัญ ดังนี้ ขั้ อ ่ ดำเนินการวางแผน เป็นขั้นเตรียมการนิเทศ โดยศึกษาข้อมูลสารสนเทศ ประมวลสภาพ ปัญหาและความต้องการในการพัฒนาการศึกษา กำหนดจุดมุ่งหมายการนิเทศ จัดทำแผนการนิเทศ กำหนดเนื้อหา การนิเทศ ออกแบบการนิเทศ สื่อนิเทศ จัดเตรียมเครื่องมือนิเทศ กำหนดกรอบการประเมิน วิธีการติดตามและการ รายงานผลการนิเทศ และขออนุมัติโครงการ งบประมาณ ขั้ อ ่ ดำเนินการตามแผนนิเทศ โดยประชุมเพื่อทบทวนจุดมุ่งหมายการนิเทศ แบ่งหน้าที่ ภารงานในการนิเทศ ประสานงานบุคคลที่เกี่ยวข้อง และนิเทศตามแผนด้วยรูปแบบ เทคนิควิธีการที่กำหนด ขั้ อ ่ 3 ดำเนินการตรวจสอบและประเมินผล เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานว่าเป็นไปตาม จุดมุ่งหมายหรือไม่ และมีสภาพการจัดการเรียนการสอนที่ครูปฏิบัติจริง ปัญหา อุปสรรค ที่เป็นข้อมูลสารสนเทศที่ ต้องตรวจสอบดูใหม่ แล้วปรับปรุงการนิเทศต่อไป ขั้ อ ่ 4 การนำผลการประเมินมาปรับปรุง เมื่อสิ้นสุดผลการนิเทศแต่ละครั้ง ควรรายงานผลให้ ผู้บังคับบัญชาทราบโดยทำเป็นบันทึกข้อความ หรือแบบรายงานที่กำหนดไว้ในหัวข้อประเด็นต่าง ๆ เช่น ผู้นิเทศ ผู้รับการนิเทศ วันเดือนปีที่นิเทศ กิจกรรมที่นิเทศ เนื้อหาสาระที่นิเทศ การประเมินผลของผู้รับการนิเทศ และข้อ ควรพัฒนา
28 ่ 4 ผ ขอ จ ด ้ ดํ ่ ู้ จำ พ. . ๗ พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. ๒๕๖๖ กําหนดให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ มีหน้าที่ในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ หรือการเรียนรู้รูปแบบอื่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคคลให้มีความสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และ สติปัญญา เป็นคนดี มีวินัย รู้จักสิทธิควบคู่กับหน้าที่และความรับผิดชอบ ภูมิใจและตระหนักในความสําคัญ ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จัก รักษา ประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติ รู้จักความพอเพียง มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ใฝ่เรียนรู้ มีความ รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง มีคุณธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริต อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 32 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับความในมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. ๒๕๖๖ และคําสั่งสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๒๒๒๓/๒๕๖๖ ลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ อธิบดีกรมส่งเสริม การเรียนรู้ จึงได้ประกาศจุดเน้นการดําเนินงาน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕6๗ ดังนี้ ว ั ั ์ “ประชาชนได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ พร้อมเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต" พั ธ จ ๑. จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้ เพื่อ คุณวุฒิตามระดับ ที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และยกระดับการศึกษาของประชาชน ให้สามารถ ปรับตัวในการดํารงชีวิตได้อย่างเหมาะสม และมีสมรรถนะพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ ๒. ผลิตและพัฒนาหลักสูตร โปรแกรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ วิธีการจัดกระบวนการ เรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน สอดคล้องกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้และ สภาวการณ์การพัฒนาของประเทศ ๓. ส่งเสริมการนําเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดและส่งเสริมการเรียนรู้ ให้ ประชาชนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ และทุกเวลา ๔. สร้างและประสานความร่วมมือเชิงรุกกับภาคีเครือข่าย ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ มีสิ่ง อํานวยความสะดวกและแหล่งเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกรูปแบบ ทุกที่และ ทุกเวลา ๕. พัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีความทันสมัย โดยยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อการส่งเสริม การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ๖. พัฒนาและยกระดับศักยภาพบุคลากรทุกประเภท ทุกระดับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และการส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
29 จ ด ้ ดํ จํ พ. . ๗ ๑. ้ โอ ข้ ู้อ ่ ั่ว แ ่ ๑.๑ จัด ํ ห ือแพ ฟอ ์ ู้ Digital Learning Platform) รวมทั้งแอปพลิเคชั่น หรือ สื่อดิจิทัลที่มีคุณภาพครบวงจรเพื่อการเรียนรู้ในช่องทางเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ ทั้ง Online On-site และ On-air ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) ๑. พัฒ ห ่ว ู้ ธ ห ่ว Credit Bank System) ที่สามารถ เชื่อมโยงการศึกษาและการเรียนรู้ในทุกระดับและประเภท สร้างความคล่องตัวและเปิดทางเลือกให้กับ ผู้เรียนทุก ระดับเพื่อประโยชน์ในการรับรองคุณวุฒิ หรือการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพต่อไป ๑.๓ พัฒ ดั ห ือ โอ ผ ั ว ู้ ์ แ ห้ ฐ เชื่อมโยงกับการศึกษาและการเรียนรู้ทุกรูปแบบ เพื่อใช้ประโยชน์ใน การเข้าศึกษา การสะสมความรู้ หรือการรับรองคุณวุฒิระดับการศึกษาต่างสถานศึกษาหรือต่างระบบได้ . ดั พ จัด ู้ .๑ พัฒ แ ั ห ั ู โ แ ู้ ื่อ ู้ แ ว ธ จัด ว ู้ ่ พแ ฐ เหมาะสมและเป็นไปตามสภาพ ความต้องการ และความถนัด สอดคล้อง กับ สภาวการณ์ของประเทศและทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก โดยมุ่งพัฒนาประชาชนทุกช่วงวัยให้มีทักษะที่เหมาะสม และจําเป็นต่อการดํารงชีวิต จบแล้วมีงานทําสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน . จัด ่ แ ั ู้แ STEM Education (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ทั้งในสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ .๓ จัด ห้ แ แ ว ํ ห ั ผู้ Coaching) และวางแผนทางเลือกทางการศึกษา และ การเรียนรู้ที่หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง ในการเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบแนวทางการเรียนและเป้าหมายชีวิตที่ตนเองชอบ รวมทั้ง การดูแล เฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาสุขภาวะทางจิตของผู้เรียน เพื่อให้สามารถอยู่ในสถานศึกษาได้อย่างมีความสุข ๓. ่ แ ั ้ ั แห่ ู้ อดช ว ๓.๑ พัฒ ว ่ ห้ ช ช ั ั ู้มีกระบวนการทางสังคม ที่ส่งเสริมให้ บุคคล กลุ่มบุคคล และชุมชนเกิดการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อม ของชุมชน ท้องถิ่น สังคม ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และสนับสนุนการสร้างกลไกการขับเคลื่อนชุมชนในการปลูกฝัง และพัฒนา ทักษะการเรียนรู้ของประชาชน ๓. ่ จัด ู้ พื่อ ้ ว ั่ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ อุดมการณ์ ความยึดมั่นใน สถาบันหลักของชาติ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติและท้องถิ่น เสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็น พลเมืองและมี ศีลธรรมที่เข้มแข็ง รวมถึงการมีจิตอาสา โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการเพิ่มทักษะที่จําเป็น ต่อการดํารงชีวิต ๓.๓ พัฒ ู แ ดํ ่ อ่ ห้ ั ช ช พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ ที่มี บรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่าน และพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง และ ทั่วถึง อาทิ การพัฒนาความพร้อมของบุคลากรและการให้บริการของหน่วยจัดการเรียนรู้ ห้องสมุดประชาชน มีการบริการที่ ทันสมัย ส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน การสร้างเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน พร้อมทั้งพัฒนาสื่อ และจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลายให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆอย่างทั่วถึง
30 ๓.๔ จัดให้มีการฝึกอบรมอาชีพในชุมชน เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะใหม่ (New Skill) เพิ่มสมรรถนะ (Upskill) หรือทบทวนทักษะ (Reskill) ให้แก่ประชาชน อาทิ อาชีพเกษตรกร อาชีพค้าขาย อาชีพบริการชุมชน อาชีพหัตถกรรม อาชีพอุตสาหกรรม ช่างก่อสร้าง ช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างแอร์ ฯลฯ เพื่อเป็นเครื่องมือในการ ยกระดับทักษะความรู้ ช่วยประชาชนลดรายจ่ายในครัวเรือน สามารถประกอบอาชีพหลัก หรือเป็นอาชีพเสริมให้แก่ครอบครัวได้ ๓. ่ ั ้ โอ ห้ ด Soft Power เพื่อเปิดโอกาสในการต่อยอดสร้างมูลค่า และ สร้างรายได้ รวมทั้งการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาต่อยอดศิลปะ วัฒนธรรม ภาษา และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้ เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ด้านการท่องเที่ยว/งานเทศกาลประเพณีไทย ด้านดนตรีและศิลปะ ด้านวรรณกรรม/หนังสือ ด้านสินค้าและบริการ (อาหารไทย ผ้าไทย เครื่องหอมและสมุนไพรไทย ฯลฯ) รวมทั้ง การใช้พื้นที่เป็นสถานที่เรียนรู้วัฒนธรรม ศิลปะ และประวัติศาสตร์ ๓. พัฒ ั ฝ ือ พัฒ ่ แ จ จ ่ ผู้ ู อ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ สามารถดําเนินชีวิตได้เต็มตามศักยภาพ ๔. พัฒ ห จัด แ ัฐ ๔.๑ ว ั ฎห ข้อ ั ั แ อื่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงาน ภายใต้ พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อให้การบริหารจัดการในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุน การ เรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ๔. จัด ํ ข้อ ู ขอ ผู้ ็ โดยการสํารวจข้อมูลครัวเรือน (ปักหมุด) เกี่ยวกับสถานภาพการศึกษาและความต้องการในการเรียนรู้ และจัดเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการแก้ปัญหา เด็กตกหล่น และออกกลางคัน ติดตามและส่งต่อไปยังสถานศึกษาในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งเป็นข้อมูลใช้ประกอบ ในการส่งเสริม การเรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย 4.3 พัฒ ว พ ้อ ่ จัด ู้อาทิ การสนับสนุนงบประมาณ ในการลงทุน ด้านเทคโนโลยี บูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนในการสร้างความพร้อมด้านเทคโนโลยี และการสื่อสารของ หน่วยจัดการเรียนรู้ ให้ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการประชาชน รวมทั้งสนับสนุนความร่วมมือ ในการสร้างมาตรการส่งเสริมภาคเอกชนเพื่อการลงทุนด้านการศึกษาและการเรียนรู้ . ่ แ ั ด้ .๑ แ ้ไข ัญห ห ้ ูแ และส่งเสริมให้ความรู้ด้านการเงิน และการออม (Financial Literacy) การวางแผนและสร้างวินัยทางการเงินให้กับบุคลากร โดยบูรณาการการทํางาน ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง ธนาคาร สหกรณ์ และสถาบันการเงินต่าง ๆ . พัฒ ขอ ูแ ให้มีความพร้อมด้านวิชาการและทักษะ การจัดการเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ รวมทั้งให้คําปรึกษาเส้นทาง การเรียนรู้ การประกอบอาชีพ และการดําเนินชีวิตของผู้เรียนได้ตามความสนใจและความถนัดของแต่ละบุคคล .๓ พัฒ ข ด ว ขอ ข้ ช พ ือ ั ัด ให้มีสมรรถนะที่สอดคล้องและเหมาะสม ตามสายงาน ประเภท ระดับ และมาตรฐานตําแหน่ง ข้อ ั่ แ แ ว ฏ ั ขอ ัฐ ว่ ว ธ พ . .อ. พ ่ พู ช ดขอ ๑. ให้นำนโยบายด้านการศึกษาของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ไปดําเนินการอย่างเป็นรูปธรรม (Action Plan) ๒. ดําเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เช่น การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย (ห้ามซื้อ-ขายตําแหน่ง) ห้ามทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุ ครุภัณฑ์ ชุดนักเรียน อาหารกลางวัน ฯลฯ และต้องจัดซื้อจัดจ้างวัสดุครุภัณฑ์ที่มี คุณภาพ
31 ๓. น้อมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ ๔. ให้ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาด ๕. ส่งเสริมการอ่านอย่างเป็นกระบวนการ โดยครูต้องเป็นต้นแบบในการรักการอ่าน 6. การลงพื้นที่ตรวจราชการหรือตรวจเยี่ยม ให้เฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องมาร่วมรับการตรวจราชการ หรือตรวจเยี่ยม โดยให้มีการดำเนินการอย่างเรียบง่ายและประหยัด เช่น ไม่ต้องติดป้ายต้อนรับ ไม่มีของที่ระลึก หรือของฝาก
32 ผ ดำ ู้ อดช ว จำ พ. . ๗ ไ ่ ๑ - – ๗ จ ่ อ่ แ ู้ ห้อ ด ช ช 1. อด ้อ ั โ แ จ ด ้ ๓. ่ แ ั ้ ั แห่ ู้ อดช ว ๓.๑ พัฒ ว ่ ห้ ช ช ั ั ู้มีกระบวนการทางสังคม ที่ส่งเสริมให้ บุคคล กลุ่มบุคคล และชุมชนเกิดการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อม ของชุมชน ท้องถิ่น สังคม ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และสนับสนุนการสร้างกลไกการขับเคลื่อนชุมชนในการปลูกฝัง และพัฒนา ทักษะการเรียนรู้ของประชาชน ๓. ่ จัด ู้ พื่อ ้ ว ั่ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ อุดมการณ์ ความยึดมั่นใน สถาบันหลักของชาติ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติและท้องถิ่น เสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็น พลเมืองและมี ศีลธรรมที่เข้มแข็ง รวมถึงการมีจิตอาสา โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการเพิ่มทักษะที่จําเป็น ต่อการดำรงชีวิต ๓.๓ พัฒ ู แ ดํ ่ อ่ ห้ ั ช ช พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ ที่มี บรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่าน และพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง และทั่วถึง อาทิ การพัฒนาความพร้อมของบุคลากรและการให้บริการของหน่วยจัดการเรียนรู้ ห้องสมุดประชาชน มีการ บริการที่ทันสมัย ส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน การสร้างเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน พร้อมทั้ง พัฒนาสื่อและจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลายให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆอย่าง ทั่วถึง 2. พ ่พ บรรณารักษ์ดำเนินการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของห้องสมุดประชาชน สำรวจข้อมูลความต้องการของ ผู้รับบริการในการเลือกสื่อหนังสือที่สนใจ พัฒนาห้องสมุดประชาชนเป็น Co- learning Space ทุกแห่ง ให้มีความ พร้อมในการบริการ จัดกิจกรรมที่หลากหลายทั้งในและนอกห้องสมุด ในรูปแบบที่หลากหลาย และพัฒนา นวัตกรรมส่งเสริมการอ่านการเรียนรู้ ที่สามารถอ่านและเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา กศน.ตำบลทุกแห่ง รวมทั้งภาคี เครือข่าย มีส่วนร่วมในการดำเนินงานส่งเสริมการอ่านการเรียนรู้ ทุกแห่ง 3. ัจจั ้อ 1. มีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของห้องสมุดประชาชน เช่น ฐานข้อมูลหนังสือ/สื่อ ฐานข้อมูลสมาชิก ห้องสมุด ฐานข้อมูลการ ยืมคืน 2. มีการสำรวจข้อมูลความต้องการของผู้รับบริการ/กลุ่มเป้าหมาย 3. มีการวิเคราะห์ข้อมูล (SWOT) เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการดำเนินงาน 4. มีการจัดทำแผนดำเนินงาน 5. มีการออกแบบกิจกรรมที่หลากหลายสอดคล้องกับสภาพความต้องการ ของกลุ่มเป้าหมาย 6. สภาพของห้องสมุดประชาชนมีความพร้อมในการบริการ ประกอบด้วย 7. หนังสือ/สื่อออนไลน์/สื่อสำหรับเด็ก และสื่อการเรียนรู้อื่น มีความทันสมัยตรงตามความต้องการ 8. มีมุมเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น มุมข้อมูลท้องถิ่น มุมเด็ก มุมหนังสือใหม่ เป็นต้น
33 9. มีคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ การเรียนรู้อื่น ๆ 10. มีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โต๊ะ เก้าอี้, ระบบสืบค้น และสัญญาณ Wifi 11. มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูล จดหมายข่าว ความรู้หน้าเดียว หรือข่าวสารอื่นๆอย่างเป็นระบบและ ต่อเนื่อง 12. มีการใช้เว็บไซต์ระบบเชื่อมโยงแหล่งการเรียนรู้ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรม แฟนเพจ 4. ว 1. ผู้บริหารมีการสนับสนุน ส่งเสริม ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาของบรรณารักษ์/เจ้าหน้าที่ห้องสมุด 2. การดำเนินงานมีความเป็นไปตามแผนงาน/โครงการที่กำหนด 3. การดำเนินงานมีความสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย/หน่วยงาน/ชุมชน 4. มีการจัดกิจกรรมที่มีความครอบคลุม ทุกกลุ่มเป้าหมาย เช่น นักศึกษา กศน. เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป 5. มีภาคีเครือข่าย/อาสาสมัครมีส่วนร่วมในการจัดและพัฒนากิจกรรมส่งเสริมการอ่าน 6. มีการใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมการอ่าน 7. บรรณารักษ์/เจ้าหน้าที่ห้องสมุดมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน หน่วยงานอื่นอย่าง ต่อเนื่อง 8. มีการดำเนินงานเป็นไปในลักษณะการบริการทั้งเชิงรับและเชิงรุก ทั้งในรูปแบบ offline Online 5. ผ ผ 1. ผู้รับบริการมีความพึงพอในรูปแบบการให้บริการต่างๆ อยู่ในระดับดีหรือดีมาก ขึ้นไป ทุกแห่ง 2. มีจำนวนสมาชิกห้องสมุดประชาชน เพิ่มขึ้น ทุกแห่ง 3. มีกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่ดำเนินการสามารถเป็นแบบอย่างได้ (Good Practice) ทุกแห่ง 4. มีการปรับปรุงพัฒนาห้องสมุดให้มีบรรยากาศของ Co-leaning space ทุกแห่ง 5. มีการสรุปผล รายงาน การดำเนินกิจกรรม อย่างเป็นปัจจุบัน 6. ัจจั ่ ่ ผ ่อ ว ำ ็จ 1. บรรณารักษ์ ห้องสมุด มีความสามารถในการจัดกิจกรรมและด้านเทคโนโลยี สามารถนำสื่อ เทคโนโลยี ที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ให้การปฏิบัติงาน และการให้บริการได้อย่างเหมาะสม 2. ห้องสมุดมีการปรับปรุงภูมิทัศน์และจัดมุมที่หลากหลายขึ้น 3. ผู้รับบริการให้ความร่วมมือและหน่วยงานภาคีเครือข่ายให้การสนับสนุนในการจัดกิจกรรม 7. ัญห อ 1. พฤติกรรมในการอ่านของประชาชน ที่เปลี่ยนไปตามจากการอ่านหนังจากเล่มเป็นการอ่านออนไลน์ ทำ ให้อัตราการยืมหนังสือลดลง 2. ห้องสมุดประชาชนบางแห่งอยู่ห่างไกลชุมชน และบางแห่ง ภายในอาคารชำรุด ขาดงบประมาณ สนับสนุนซ่อมแซม 3. กลุ่มเป้าหมายมีความหลากหลายของช่วงอายุ และมีข้อจำกัดด้านเวลา ส่งผลทำให้ การจัดกิจกรรมไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร 8. ข้อ อแ 1. เพิ่มสื่อ นวัตกรรมการอ่าน มาใช้ในการจัดการความรู้และการบริการสมาชิกที่สามารถเข้าถึงข้อมูล ห้องสมุดง่ายขึ้น 2. จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านนอกพื้นที่ ร่วมกับภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมเพิ่มขึ้น 3. ควรมีการจัดกิจกรรมให้ต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนการให้บริการที่มีชีวิต
34 4. ระมัดระวังในการใช้สื่อการเรียนรู้ออนไลน์ที่มีลิขสิทธิ์ พ จ กิจกรรมนักศึกษา สกร.รักการอ่าน
35 พ จ กิจกรรมบ้านหลังเรียน
36 พ จ กิจกรรมครอบครัวรักการอ่าน รับสมัครสมาชิกห้องสมุดรายใหม่
37 ประชาสัมพันธ์กิจกรรมผ่านเพจห้องสมุดประชาชนอำเภอโกสุมพิสัย แชร์สาระน่ารู้ผ่านเพจห้องสมุด ประชาชนอำเภอโกสุมพิสัย จัด ำข้อ ู ชื่อ โ แห ่ ู้จัดทำข้อมูลสารสนเทศของห้องสมุดประชาชน โดยใช้ระบบ เชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้หรือ LRLS
38 ผ ดำ ู้ อดช ว จำ พ. . ๗ ไ ่ ๑ - – ๗ โ ห้อ ด ื่อ ่ ำห ั ช ว ด 1. อด ้อ ั โ แ จ ด ้ ๓. ่ แ ั ้ ั แห่ ู้ อดช ว ๓.๑ พัฒ ว ่ ห้ ช ช ั ั ู้มีกระบวนการทางสังคม ที่ส่งเสริมให้ บุคคล กลุ่มบุคคล และชุมชนเกิดการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อม ของชุมชน ท้องถิ่น สังคม ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และสนับสนุนการสร้างกลไกการขับเคลื่อนชุมชนในการปลูกฝัง และพัฒนา ทักษะการเรียนรู้ของประชาชน ๓. ่ จัด ู้ พื่อ ้ ว ั่ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ อุดมการณ์ ความยึดมั่นใน สถาบันหลักของชาติ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติและท้องถิ่น เสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็น พลเมืองและมี ศีลธรรมที่เข้มแข็ง รวมถึงการมีจิตอาสา โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการเพิ่มทักษะที่จําเป็น ต่อการดำรงชีวิต ๓.๓ พัฒ ู แ ดํ ่ อ่ ห้ ั ช ช พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ ที่มี บรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่าน และพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง และทั่วถึง อาทิ การพัฒนาความพร้อมของบุคลากรและการให้บริการของหน่วยจัดการเรียนรู้ ห้องสมุดประชาชน มีการ บริการที่ทันสมัย ส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน การสร้างเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน พร้อมทั้ง พัฒนาสื่อและจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลายให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆอย่าง ทั่วถึง 2. พ ่พ บรรณารักษ์ดำเนินการจัดกิจกรรมที่หลากหลายทั้งในและนอกห้องสมุด ในรูปแบบที่หลากหลาย และ พัฒนานวัตกรรมส่งเสริมการอ่านการเรียนรู้ ที่สามารถอ่านและเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ตระหนักถึงความสำคัญของ การอ่านและมีนิสัยรักการอ่านเพื่อส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต กศน.ตำบลทุกแห่ง รวมทั้งภาคีเครือข่าย มีส่วนร่วมในการดำเนินงานส่งเสริมการอ่านการเรียนรู้ ทุกแห่ง 3. ัจจั ้อ 1. มีการสำรวจข้อมูลความต้องการของผู้รับบริการ/กลุ่มเป้าหมาย 2. มีการวิเคราะห์ข้อมูล (SWOT) เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการดำเนินงาน 3. มีการจัดทำแผนดำเนินงาน 4. มีการออกแบบกิจกรรมที่หลากหลายสอดคล้องกับสภาพความต้องการ ของกลุ่มเป้าหมาย 5. สภาพของห้องสมุดประชาชนมีความพร้อมในการบริการ ประกอบด้วย 3. ว 1. ผู้บริหารมีการสนับสนุน ส่งเสริม ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาของบรรณารักษ์/เจ้าหน้าที่ห้องสมุด 2. การดำเนินงานมีความเป็นไปตามแผนงาน/โครงการที่กำหนด
39 3. การดำเนินงานมีความสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย/หน่วยงาน/ชุมชน 4. มีการจัดกิจกรรมที่มีความครอบคลุม ทุกกลุ่มเป้าหมาย เช่น นักศึกษา กศน. เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป 5. มีภาคีเครือข่าย/อาสาสมัครมีส่วนร่วมในการจัดและพัฒนากิจกรรมส่งเสริมการอ่าน 6. บรรณารักษ์/เจ้าหน้าที่ห้องสมุดมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน หน่วยงานอื่นอย่าง ต่อเนื่อง 5. ผ ผ ห้องสมุดประชาชนอำเภอโกสุมพิสัยร่วมกับ ศกร.ตำบล ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ณ ตลาดนัดคลองถมบ้านคุ้มใต้ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม มีดังนี้ ๑. มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน ๔๒๐ คน ๒. รูปแบบการจัดกิจกรรม ได้แก่ ๑. เกมปริศนาคำทายสุภาษิตไทย ๒. บริการการอ่าน ๓. กิจกรรมหมุนเวียนสื่อส่งเสริมการอ่าน 6. ัจจั ่ ่ ผ ่อ ว ำ ็จ 1. บรรณารักษ์ ห้องสมุด มีความสามารถในการจัดกิจกรรมและด้านเทคโนโลยี สามารถนำสื่อ เทคโนโลยี ที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ให้การปฏิบัติงาน และการให้บริการได้อย่างเหมาะสม 2. ผู้รับบริการให้ความร่วมมือและหน่วยงานภาคีเครือข่ายให้การสนับสนุนในการจัดกิจกรรม 7. ัญห อ 1. กลุ่มเป้าหมายมีความหลากหลายของช่วงอายุ และมีข้อจำกัดด้านเวลา ส่งผลทำให้ การจัดกิจกรรมไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร 8. ข้อ อแ 1. ให้สมัครเป็นสมาชิกห้องสมุดเพื่อให้บริการในการยืมหนังสือ
40 พ จ กิจกรรมหมุนเวียนสื่อส่งเสริมการอ่าน
41 พ จ หมุนเวียนสื่อส่งเสริมการอ่าน
42 ผ ดำ ู้ อดช ว จำ พ. . ๗ ไ ่ ๑ - – ๗ โ ้ ห ั ือช ช 1. อด ้อ ั โ แ จ ด ้ ๓. ่ แ ั ้ ั แห่ ู้ อดช ว ๓.๑ พัฒ ว ่ ห้ ช ช ั ั ู้มีกระบวนการทางสังคม ที่ส่งเสริมให้ บุคคล กลุ่มบุคคล และชุมชนเกิดการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อม ของชุมชน ท้องถิ่น สังคม ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และสนับสนุนการสร้างกลไกการขับเคลื่อนชุมชนในการปลูกฝัง และพัฒนา ทักษะการเรียนรู้ของประชาชน ๓. ่ จัด ู้ พื่อ ้ ว ั่ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ อุดมการณ์ ความยึดมั่นใน สถาบันหลักของชาติ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติและท้องถิ่น เสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็น พลเมืองและมี ศีลธรรมที่เข้มแข็ง รวมถึงการมีจิตอาสา โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการเพิ่มทักษะที่จําเป็น ต่อการดำรงชีวิต ๓.๓ พัฒ ู แ ดํ ่ อ่ ห้ ั ช ช พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ ที่มี บรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่าน และพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง และทั่วถึง อาทิ การพัฒนาความพร้อมของบุคลากรและการให้บริการของหน่วยจัดการเรียนรู้ ห้องสมุดประชาชน มีการ บริการที่ทันสมัย ส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน การสร้างเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน พร้อมทั้ง พัฒนาสื่อและจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลายให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆอย่าง ทั่วถึง 2. พ ่พ ห้องสมุดประชาชนอำเภอโกสุมพิสัย เห็นความสำคัญของการส่งเสริมการอ่าน ตามนโยบายด้านการ ส่งเสริมการเรียนรู้ของชุมชน จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมบ้านหนังสือชุมชน เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านใน ชุมชน เป็นการพัฒนาประชาชนในชุมชน ให้มีหนังสือสื่อการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ มีสื่อเข้าไปกระจายอยู่ในชุมชน อำนวยความสะดวกให้กับชุมชนมีแหล่งเรียนรู้ด้านการอ่านเพิ่มขึ้น จึงได้ดำเนินการ บ้านหนังสือชุมชนต้นแบบ ทั้ง ๑๗ ตำบล จำนวน ๓๔ แห่ง ขึ้นเป็นต้นแบบในปีงบประมาณ ๒๕๖7 และจะขยาย ผลไปยังบ้านหนังสือชุมชนในปีต่อไป 3. ัจจั ้อ 1. มีการสำรวจข้อมูลความต้องการของผู้รับบริการ/กลุ่มเป้าหมาย 2. มีการวิเคราะห์ข้อมูล (SWOT) เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการดำเนินงาน 3. มีการจัดทำแผนดำเนินงาน 4. มีการออกแบบกิจกรรมที่หลากหลายสอดคล้องกับสภาพความต้องการ ของกลุ่มเป้าหมาย 5. สภาพของห้องสมุดประชาชนมีความพร้อมในการบริการ ประกอบด้วย
43 3. ว 1. ผู้บริหารมีการสนับสนุน ส่งเสริม ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาของบรรณารักษ์/เจ้าหน้าที่ห้องสมุด 2. การดำเนินงานมีความเป็นไปตามแผนงาน/โครงการที่กำหนด 3. การดำเนินงานมีความสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย/หน่วยงาน/ชุมชน 4. มีการจัดกิจกรรมที่มีความครอบคลุม ทุกกลุ่มเป้าหมาย เช่น นักศึกษา กศน. เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป 5. มีภาคีเครือข่าย/อาสาสมัครมีส่วนร่วมในการจัดและพัฒนากิจกรรมส่งเสริมการอ่าน 6. บรรณารักษ์/เจ้าหน้าที่ห้องสมุดมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน หน่วยงานอื่นอย่าง ต่อเนื่อง 5. ผ ผ ห้องสมุดประชาชนอำเภอโกสุมพิสัยร่วมกับ กศน.ตำบล ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านบ้าน หนังสือชุมชน ในพื้นที่ ๑๗ ตำบล จำนวน ๓๔ แห่ง รูปแบบการจัดกิจกรรม ได้แก่ 1.รับสมัครสมาชิกห้องสมุดรายใหม่ 2.กิจกรรมหมุนเวียนสื่อส่งเสริมการอ่าน 3.กิจกรรมการพับเหรียญโปรยทานจากลอตเตอรี่ 6. ัจจั ่ ่ ผ ่อ ว ำ ็จ 1. บรรณารักษ์ ห้องสมุด มีความสามารถในการจัดกิจกรรมและด้านเทคโนโลยี สามารถนำสื่อ เทคโนโลยี ที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ให้การปฏิบัติงาน และการให้บริการได้อย่างเหมาะสม 2. อาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน 7. ัญห อ 1. สถานที่บ้านหนังสือชุมชนบางแห่งเป็นบ้านของผู้นำ บางครั้งมีข้อจำกัดด้านเวลาการให้บริการ ไม่ สามารถเปิดบริการได้ตลอดเวลา 8. ข้อ อแ 1. ควรพิจารณาสถานที่ ที่สามารถเปิดให้บริการได้ตลอดเวลา
44 พ จ กิจกรรมหมุนเวียนสื่อส่งเสริมการอ่าน
45 พ จ ให้บริการการอ่าน
46 ผ ดำ ู้ พื่อพัฒ อ จำ พ. . ๗ ไ ่ ๑ - – ๗ โ ู ์ฝึ อ ช พช ช 1. อด ้อ ั โ แ จ ด ้ ดำ ำ ั . จำ พ. . 2567 ๓. ่ แ ั ้ ั แห่ ู้ อดช ว ๓.๔ จัด ห้ ฝึ อ อ ช พ ช ช เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะใหม่ (New Skill) เพิ่ม สมรรถนะ (Upskill) หรือทบทวนทักษะ (Reskill) ให้แก่ประชาชน อาทิ อาชีพเกษตรกร อาชีพค้าขาย อาชีพ บริการชุมชน อาชีพหัตถกรรม อาชีพอุตสาหกรรม ช่างก่อสร้าง ช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างแอร์ ฯลฯ เพื่อเป็น เครื่องมือในการยกระดับทักษะความรู้ ช่วยประชาชนลดรายจ่ายในครัวเรือน สามารถประกอบอาชีพหลัก หรือเป็นอาชีพเสริมให้แก่ครอบครัวได้ ๓. ่ ั ้ โอ ห้ ด Soft Power เพื่อเปิดโอกาสในการต่อยอดสร้างมูลค่า และสร้างรายได้ รวมทั้งการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาต่อยอดศิลปะ วัฒนธรรม ภาษา และส่งเสริมภูมิปัญญา ท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ด้านการท่องเที่ยว/งานเทศกาลประเพณีไทย ด้าน ดนตรีและศิลปะ ด้านวรรณกรรม/หนังสือ ด้านสินค้าและบริการ (อาหารไทย ผ้าไทย เครื่องหอมและสมุนไพร ไทย ฯลฯ) รวมทั้งการใช้พื้นที่เป็นสถานที่เรียนรู้วัฒนธรรม ศิลปะ และประวัติศาสตร์ 2. สภาพที่พบ การดำเนินงานโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน เนื้อหาหลักสูตรบูรณาการสภาพ ปัญหา ความ ต้องการของผู้เรียนชุมชน มีกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและ ตลาดแรงงาน 3. ัจจั ้อ Input 1) หลักสูตรมีองค์ประกอบครบถ้วนตามกระบวนการพัฒนาหลักสูตร 2) เนื้อหาหลักสูตรบูรณาการสภาพ ปัญหา ความต้องการของผู้เรียนชุมชนและแนวโน้ม การพัฒนา 3) มีแผนงาน/ โครงการ / กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการ ของประชาชนและตลาดแรงงาน 4) มีแผนการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร 5) วิทยากรมีความรู้ความสามารถตามเนื้อหาหลักสูตร 6) วัสดุ อุปกรณ์ มีเพียงพอและสถานที่มีความเหมาะสม 4. จัด ว ู้ Process 1. วิทยากร มีความรู้ ความสามารถและมีเทคนิคการถ่ายทอดเหมาะสม 2. วิทยากร จัดการเรียนรู้ตามแผนที่กำหนด 3. ใช้สื่อ แหล่งเรียนรู้ /ภูมิปัญญาท้องถิ่นประกอบการสอน
47 .ผ ผ Output 3.1 ผู้เรียนที่จบหลักสูตร สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการประกอบอาชีพ ต่อยอดอาชีพเดิม สร้างรายได้เสริม หรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อลดรายจ่าย - ผ ผ Output) จ ู ์ฝึ อ ช พช ช ่จัด ศกร.ระดับตำบล จำนวน 17 ตำบล อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ - มีนาคม 2567 (ไตรมาส 1-2) . จ ฝึ อ ช พช ช 1 อำ อ 1 อ ช พ หลักสูตร 40 ชั่วโมง หลักสูตรการทอผ้าพื้นเมือง (ลายดอกมะคำป่า) บ้านหนองบอน หมู่ที่ 9 ตำบลหนองบอน . จ พื่อพัฒ อ ช พ ู แ ชั้ หลักสูตร 40 ชั่วโมง 1. Colorful Bag บ้านโนนสูง ม.3 ต.ดอนกลาง 107 ม.4 ต.แพง ศกร.ตำบลแก้งแก 2. การสานตะกร้าหวายเทียม ศกร.ตำบลโพนงาม ศกร.ตำบลยางท่าแจ้ง ศกร.ตำบลเขื่อน 72 ม.8 บ้านหนองโน ต.วังยาว 23 บ้านยางน้อย ม.1 ต.ยางน้อย บ้านแห่ใต้ ม.2 ต.แห่ใต้ 3. การทอผ้าคลุมไหล่ย้อมสีจากธรรมชาติ บ้านนาล้อม ม.9 ตำบลหนองเหล็ก 4. การทำกระเป๋าจากผ้าขาวม้า บ้านหนองสืม ม.11 ต.เขวาไร่ 5. การทอผ้าขาวม้า บ้านเหล่าโพธิ์ชัย ม.4 ต.หนองกุงสวรรค์ 6. การทอผ้าคลุมไหล่ลายคลีก 15 ม.4 บ้านหนองแคน ตำบลเหล่า 7. การทอผ้าพื้นเมือง (ลายดอกมะคำป่า) 127 ม.9 ตำบลหนองบอน ร้านค้าชุมชนบ้านน้ำจ้อย ม.9 ต.เลิงใต้ 13 บ้านหนองยาง ต.หัวขวาง 8. การสานตะกร้าอเนกประสงค์จาก เส้นพลาสติก บ้านหนองผือ ม.1 ต.หนองบัว