48 3. จัด จ ่ จ ห ั ู ชั่วโ 1. การทำพานบายศรี 312 ม.1 บ้านโพนงาม ต.โพนงาม บ้านสว่าง ม.6 ต.ยางท่าแจ้ง 26 บ้านโนนตุ่น ม.9 ต.เขื่อน บ้านหนองผือ ม.10 ต.หนองบัว 115 ม.3 บ้านยางสินไชย ต.เหล่า บ้านสวนกล้วย ม.7 ต.หนองเหล็ก บ้านวังยาว ม.1 ต.วังยาว บ้านโนนอุดม ม.5 ต.ดอนกลาง บ้านหนองสระพัง ม.1 ต.เขวาไร่ บ้านหนองสระพัง ม.15 ต.เขวาไร่ บ้านแพง ม.1 ต.แพง บ้านน้ำเที่ยง ม.8 ต.หนองกุงสวรรค์ ศกร.ตำบลหนองบอน ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านยางใหญ่ ม.5 ต.ยางน้อย 62 บ้านป่าเป้า ม.10 ต.ยางน้อย ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเลิงใต้ ม.5 ต.เลิงใต้ บ้านโนนใหญ่ ม.2 ต.แก้งแก บ้านหนองยาง ม.9 ต.หัวขวาง บ้านโพนทอง ม.15 ต.แห่ใต้ 2. การต่อเล็บแบบเจลและเพ็นท์เล็บ บ้านโนนอุดม ม.5 ต.ดอนกลาง ศกร.ตำบลหนองกุงสวรรค์ ศาลากลางบ้านหนองบอน ม.9 ตำบลหนอง บอน 3. การทำกระเป๋าสะพาย บ้านยางท่าแจ้ง ม.10 ต.ยางท่าแจ้ง บ้านหมากมาย ม.5 ต.หนองเหล็ก 4. การปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ในกล่องโฟม ร้านค้าชุมชนบ้านน้ำจ้อย ม.6 ต.เลิงใต้ ศกร.ตำบลแก้งแก 4. การเลี้ยงตั๊กแตนปาทังกา 65 บ้านโนนตุ่น ม.9 ต.เขื่อน 115 ม.3 บ้านยางสินไชย ต.เหล่า บ้านแก่งโกสุม ม.18 ตำบลหัวขวาง 5. ข่างตัดผมชาย บ้านหนองผือ ม.10 ต.หนองบัว ศกร.ตำบลแพง ศกร.ตำบลโพนงาม
49 6. การสานหวดจากไม้ไผ่ 7. การสานเปลจากเศษผ้า ศาลากลางบ้านดอนจำปา ม.8 ตำโพนงาม บ้านปลาปัด ม.3 ต.ยางท่างแจ้ง ศาลาประชาคมบ้านเขื่อน ม.7 ต.เขื่อน บ้านหนองผือ ม.1 ต.หนองบัว ศาลากลางบ้านยางสินไชย ตำบลเหล่า บ้านดู่เหนือ ม.5 ต.หนองเหล็ก บ้านหนองโน ม.8 ต.วังยาว บ้านเหล่า ม.9 ต.ดอนกลาง บ้านเหล่า ม.1 ต.ดอนกลาง บ้านเหล่าพ่อหา ม.9 ต.เขวาไร่ บ้านโนนพยอม ม.7 ต.เขวาไร่ บ้านหัวนาคำ ม.7 ต.แพง ศาลากลางบ้านเหล่ายาว ม.5 ต.หนองบอน ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านยางใหญ่ ม.3 ต.ยางน้อย ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านยางเหนือ ม.4 ต.ยางน้อย ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเลิงใต้ ม.12 ต.เลิงใต้ บ้านแก้งใหญ่ ม.3 ตำบลแก้งแก บ้านคุ้มสังข์ ม.23 ต.หัวขวาง บ้านแก่งโกสุม ม.16 ต.หัวขวาง บ้านแห่ใต้ ม.6 ต.แห่ใต้ 8. การทำหมวกจากผ้าขาวม้า ศาลากลางบ้านหนองบอน ม.9 ต.หนองบอน 9. การทำพรมเช็ดเท้าห่วงผ้ายืด ศกร.ตำบลโพนงาม บ้านสว่าง ม.6 ต.ยางท่าแจ้ง บ้านคุยแพง ม.4 ต.หนองบัว บ้านหนองไร่ ม.5 ต.วังยาว บ้านเหล่า ม.9 ต.ดอนกลาง บ้านหนองแสง ม.8 ต.แพง บ้านหนองกุงใต้ ม.3 ต.หนองกุงสวรรค์ บ้านหนองกุงพัฒนา ม.9 ต.หนองกุงสวรรค์ ศาสาประชาคมบ้านนน้ำจ้อย ม.6 ต.เลิงใต้ 10. การทำผ้ามัดย้อม บ้านโนนสะอาด ม.1 ตำบลหนองเหล็ก 11. การพับเหรียญโปรยทาน 15 ม.5 บ้านหนองแคน ต.เหล่า
50 12. การทำไม้กวาดดอกหญ้า บ้านคันจ้อง ม.2 ต.แห่ใต้ บ้านโพนทอง ม.6 ต.แห่ใต้ 13. การทำแจ่วบองแบบสุก ศาลากลางบ้านโพนสวาง ม.4 ต.โพนงาม บ้านโนนเมือง ม.9 ต.ยางท่าแจ้ง 42 บ้านเขื่อน ม.8 ต.เขื่อน 133 ม.11 บ้านยางสินไชย ต.เหล่า บ้านวังยาว ม.1 ต.วังยาว บ้านโนนงาม ม.16 ต.เขวาไร่ บ้านแพง ม.1 ตำบลแพง บ้านศาลา ม.6 ต.หนองกุงสวรรค์ ศาลากลางบ้านหัวหนอง ม.3 ต.หนองบอน บ้านแก้งใหญ่ ม.3 ต.แก้งแก 14. การทำปลาร้าบองสมุนไพรจากปลากรอบ ศาลากลางบ้านโพนงาม ม.12 ต.โพนงาม บ้านคุยแพง ม.4 ต.หนองบัว ศาลากลางบ้านเหล่ายาว หมู่ที่ 5 ศาลาประชาคมบ้านหนองหอย ม.10 ต.เลิงใต้ บ้านแก่งโกสุม ม.18 ต.หัวขวาง 15. การปลูกผักสวนครัวในกระถาง ศกร.ตำบลโพนงาม ศกร.ตำบลยางท่าแจ้ง ศกร.ตำบลหนองบัว 115 ม.3 บ้านยางสินไชย ต.เหล่า ศกร.ตำบลวังยาว บ้านวังจาน ม.6 ต.ดอนกลาง ศกร.ตำบลเขวาไร่ ศกร.ตำบลแพง ศรช.บ้านเหล่าโพธิ์ ม.5 ต.หนองกุงสวรรค์ ศกร.ตำบลหนองกุงสวรรค์ ศกร.ตำบลหนองบอน ศกร.ตำบลยางน้อย ศกร.ตำบลเลิงใต้ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเลิงใต้ ม.4 ต.เลิงใต้ ศกร.ตำบลแก้งแก ศกร.ตำบลหัวขวาง ศกร.ตำบลแหใต้
51 16. การทำหมวกจากเส้นกก ศาลากลางบ้านหนองบอน ม.9 ต.หนองบอน 17. การปลูกสวนครัวในตะกร้าพลาสติก ศกร.ตำบลโพนงาม ศกร.ตำบลยางท่าแจ้ง ศกร.ตำบลเขื่อน ศกร.ตำบลวังยาว บ้านดอนกลาง ม.1 ต.ดอนกลาง ศกร.ตำบลแพง ศกร.ตำบลยางน้อย ร้านค้าชุมชนบ้านน้ำจ้อย ม.6 ต.เลิงใต้ ศกร.ตำบลหัวขวาง 18. การทำเข็มกลัดจากผ้า บ้านโนนสะอาด ม.1 ต.หนองเหล็ก บ้านโนนสูง ม.3 ต.ดอนกลาง 19. การสานกระด้งจากเส้นพลาสติก ศาลากลางบ้านยางสินไชย ตำบลเหล่า บ้านหนองสระพัง ม.19 ต.หนองเหล็ก ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน บ้านผักหนอก ม.6 20. การทำไม้กวาดทางมะพร้าว บ้านหนองผือ ม.1 ต.หนองบัว บ้านสวยกล้วย ม.7 ต.หนองเหล็ก บ้านหนองสระพัง ม.15 ต.เขวาไร่ บ้านโนนใหญ่ ม.23 ตำบลแก้งแก บ้านแก่งโกสุม ม.16 ต.หัวขวาง บ้านดอนอิเอ็น ม.10 ต.แห่ใต บ้านแห่ศิลัย ม.3 ตำบลแห่ใต้ 21. การทำดอกไม้จันทน์ บ้านหนองโสน ม.9 ต.วังยาว บ้านแก้งใหญ่ ม.3 ตำบลแก้งแก 22. การทำฮอร์โมนนมสด 115 ม.3 บ้านยางสินไชย ต.เหล่า 23. การทำฮอร์โมนไข่ ศกร.ตำบลเขื่อน 6. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ 1) ผู้บริหารเห็นความสำคัญในการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง ให้การสนับสนุนงบประมาณ ช่วยส่งเสริม ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา ให้การดำเนินงานเป็นตามแผนงานโครงการ 2) มีการวางแผนและมีความรู้ความเข้าใจในนโยบาย ความสามารถในการจัดกิจกรรม ที่หลากหลาย เหมาะสม สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ 7.ปัญหา อุปสรรค - 1.) การจัดกิจกรรมกลุ่มเป้าหมายบางคนมีภารกิจในครัวเรือน ไม่สามารถร่วมกิจกรรมครบตาม หลักสูตร ทำให้ไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควร
52 ภาพ จ
53 ภาพ จ
54 Best Practice ู้ พื่อพัฒ อ Best Practice ศก . ำบลเขื อน ู้ พื่อพัฒ อ ชื อผลง น ก พัฒน อ ช พ ู่ก ย ด้ ยั งยืน ข้อ ูลพื้นฐ นบ้ นเขื อน ห ู่ ๒ อ ณ เข ดังน ้ ทิศเหนือ ติดต่อกับ หมู่ที่ ๑ ตำบลเขื่อน อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ทิศใต้ ติดต่อกับ หมู่ที่ ๖ ตำบลเขื่อน อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ทิศตะวันออก ติดต่อกับบ้านผักหนอก ตำบลยางน้อย อำเภอโกสุมพิสัย มหาสารคาม ทิศตะวันตก ติดต่อกับ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลเขื่อน อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ตำบลเขื่อน เป็นตำบลหนึ่งใน 17 ตำบลของอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม อยู่ห่างจากตัวอำเภอ โกสุมพิสัยไปทางทิศเหนือ ประมาณ 13 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๓๗ ถนน โกสุม – เชียงยืน จำนวนครัวเรือน ๑๕๑ ครัวเรือน จำนวนประชากรทั้งหมด ๕๘๓ คน แยกเป็น ชาย จำนวน ๒๘๑ คน หญิง จำนวน ๓๐๒ คน ภ พ งเศ ษฐกิจ ลักษณะภูมิประเทศของตำบลเขื่อน พื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม มีคลองชลประทานผ่านพื้นที่ทำการเกษตร ทั้งหมด ดินเป็นดินทรายบางส่วนมีสภาพดินเค็ม ประชากรส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 96.52 ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม ผลผลิตที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวนาปี และนาปรัง ก ค น ค การคมนาคมของตำบลเขื่อน มีการคมนาคมทางบกโดยใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นหลัก ซึ่งมีเส้นทางการคมนาคมดังนี้ - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2237 เชื่อมโยงระหว่างอำเภอโกสุม – เชียงยืน - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2391 เชื่อมโยงระหว่างอำเภอโกสุม – กู่ทอง ป ะวั ิคว เป็น บรรพบุรุษได้เล่าประวัติสืบทอดกันมานาน คนที่มาสร้างหลักปักฐานอยู่บ้านเขื่อนจนทุกวันนี้ อพยพมา จากจังหวัดอุบลราชธานี เป็นจังหวัดที่มีประชากรมาก การทำมาหากินก็ลำบากจึงได้ปรึกษาหารือกันเพื่อไป หาที่ทำกินใหม่เพื่อความสะดวก สบาย คนเหล่านั้นเดินทางมาเรื่อยๆสมัยนั้นไม่มียานพาหะนะ เดินมาจนถึง
55 หนองน้ำ คือหนองเขื่อนทุกวันนี้ ก่อนที่จะได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่าบ้านเขื่อน นั้น แต่ก่อนโคกเก่าค้ออุดมสมบูรณ์ มากมีสัตว์นานาชนิดอาศัยอยู่บริเวณหนองน้ำมีสัตว์น้อย ใหญ่ จะลงกินน้ำหนองนี้เป็นประจำ บางครั้งพวกสัตว์ เหล่านั้นแย่งกันกินน้ำและเกิดการต่อสู้กันที่บริเวณหนองแห่งนี้ พอดีพวกที่อพยพได้ยินเสียงสัตว์ที่ร้องและ คำรามก็ชวนกันไปดูที่ริมท่าน้ำที่สัตว์ลงกินน้ำแต่ไม่พบสัตว์เห็นแต่รอยเท้าเป็นขุดเขื่อน หลังจากไปดูที่ท่าน้ำคน เหล่านั้นก็คุยกัน”พวกเราจะเดินทางต่อไปอีกไหม” ปรึกษากันเสร็จจึงตัดสินใจอยู่ข้างหนองด้านทางทิศเหนือ แล้วพวกเราจะตั้งชื่อหมู่บ้านว่าบ้านอะไรจึงจะเป็นศิริมงคล ผู้ที่นำพาจึงเอ่ยขึ้นว่าผมเห็นสมควรตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ ว่า บ้านเขื่อน เพาะที่นี่เป็นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสภาพป่าที่สวยงามและสัตว์นาๆชนิดจะเดินรอบบริเวณหนอง น้ำก็พบแต่รอยสัตว์เป็นขุดๆเขื่อนๆ” บ้านเขื่อนจึงได้นามมาตราบเท่าทุกวันนี้ พวกนั้นตั้งหลักปักฐานและเป็น หมู่บ้านและก็มีคนหลายเหล่ามาอยู่เป็นกลุ่ม และมีหมู่บ้านขึ้นสมัยนั้น ๔๕ หมู่บ้าน และมีผู้นำหมู่บ้านคือ ๑. หลวงประเสริฐ วงษาวัตร ๒. นายขุนขจร เขื่อนเขต ๓. นายบุญ ทิพสุทธิ์ ๔. นายพุฒ ซ้อน ๕. นายพัน ไชโยราช ๖. นายสุพจน์ เถื่อนนาดี ๗. นายเคลือบ จันทะวิบูลย์ ๘. นายเรียน จันทะเขียน ๙. นายมงคุณ กันยาสุด ๑๐. นายบุญเลิศ นีนันทะรักษ์ ๑๑. นายมนตรี พลบำรุง ด้วยวิถีชีวิตของประชากรบ้านเขื่อน ซึ่งมีฐานการประกอบอาชีพด้านการเกษตร คือ ทำนาและในเวลา ว่างหลังฤดูเก็บเกี่ยวมีการรวมกลุ่มทำอาชีพที่หลากหลายแต่กิจกรรมไม่ต่อเนื่อง ต่อมาผู้นำชุมชน ภูมิปัญญา ท้องถิ่นและ กศน.ตำบลเขื่อน ร่วมกับหน่วยภาคีเครือข่ายเข้าไปส่งเสริมจัดกระบวนการเรียนรู้ตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และน้อมนำหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ประชาชนรู้จักการพึ่งตนเอง อยู่แบบพอเพียง อยู่ดี มีสุข และมีการ พัฒนาอย่างยั่งยืน บ ุปของคว ำเ ็จ บ้านเขื่อน หมู่ที่ ๒ ตำบลเขื่อน เป็นชุมชนที่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก จาก การจัดกิจกรรมของ กศน.ตำบลเขื่อน ชาวบ้านมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ ผู้นำมีความพร้อมในการ พัฒนา ภูมิปัญญาท้องถิ่นมีความพร้อมที่จะถ่ายทอดให้คำปรึกษาในการแก้ปัญหาใช้กระบวนการประชาคม เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการวิเคราะห์แก้ปัญหาทำให้เกิดความสามัคคีในชุมชนมีการช่วยเหลือซึ่งกัน และกัน มีการจัดการกับชีวิตตนเองอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบเศรษฐกิจในครอบครัว ระบบสังคมและ ระบบการเรียนรู้ สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง ตามแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ ตามแนวคิดเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองได้ตลอดไป ด้ นก ลด ยจ่ ย ๑. ค ัวเ ือนผลิ เพื อบ ิโภค ข ยห ือแลกเปล ยน ๑๑ บ้านเขื่อน มีการทำนา ปีละ ๒ ครั้ง นาปีและนาปรัง ผลการผลิตที่ได้มานั้นส่วนหนึ่งเก็บไว้ เพื่อบริโภคภายในครอบครัว ส่วนหนึ่งนำไปขาย
56 ๑๒ ครัวเรือนปลูกพืชผักสวนครัวไว้ใช้ในครัวเรือน เช่น ข่า ตะไคร้ มะเขือ พริก ผัก ฯลฯ ๑.๓ ครัวเรือนมีการเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ไว้บริโภคและขาย ๑.๔ ครัวเรือนมีการปลูกไม้ผล เช่น มะม่วง มะขาม น้อยหน่า ฯลฯ ๒. บ้านเขื่อน ได้จัดทำโครงการ ลด ละเลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ๓. ครัวเรือนมีการรณรงค์การใช้พลังงาน โดยมีการประชาสัมพันธ์ให้แต่ละครัวเรือนได้มีการใช้ไฟฟ้า ใช้ น้ำอย่างประหยัดและให้มีประโยชน์มากที่สุด ๔. บ้านเขื่อน หมู่ที่ ๒ ได้จัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในชุมชน ด้ นก เพิ ย ด้ - ครัวเรือนมีอาชีพหลัก คือการทำนา จำนวน ๑๕๑ ครัวเรือน รายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท/ปี -ครัวเรือน มีการปลูกผักสวนครัว ไว้กินเองและขาย รายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ ๑,๐๐๐ บาท/เดือน คว เป็น ของกลุ่ แ ่บ้ นก อเ ื อกก กลุ่มแม่บ้านการทอเสื่อกก บ้านเขื่อน จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๙ เกิดจากการรวมตัว ของสตรีที่ประกอบอาชีพที่คล้ายคลึงกันมารวมกลุ่มกันหลังจากการประกอบอาชีพหลัก ซึ่งกลุ่มมีอาชีพ การเกษตร ทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์ ฯลฯ ซึ่งมีรายได้ปีละ ๒ ครั้ง จากการทำนาปีและนาปรัง หลังจากเว้นจาก การทำนาก็จะว่างงาน กลุ่มแม่บ้านจึงคิดหาอาชีพเพื่อเสริมรายได้ และนำเส้นกกมาทอเสื่อ ในช่วงแรกก็ยังทำ กันไม่จริงจังแต่ต่อมามีผู้มาซื้อและติดต่อนำไปขาย จึงทำให้กลุ่มขยายงานมากขึ้น โดยได้ดำเนินการยึด หลักการทำงานแบบพึ่งตนเอง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของ สมาชิกมีความอบอุ่น พอมีพอกิน มีความรักสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หลักก และเห ุผลของก จัด ั้งกลุ่ ๑. เพื่อพัฒนาสมาชิกกลุ่มให้มีความรู้ประสบการณ์ในการทำงานร่วมกันและมีส่วนร่วมในกิจกรรม ๒. เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประสบการณ์ทำงานระหว่างสมาชิกกลุ่ม ๓. เพื่อเป็นพื้นฐานรองรับการพัฒนาการส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคเอกชน ๔.ส่งเสริมให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ๕.ร่วมกันพัฒนาและแก้ไขปัญหาทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ก จัด ั้งกลุ่ ๑.กลุ่มแม่บ้าน บ้านเขื่อน จัดตั้งขึ้น วันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๙ ๒.สมาชิกเริ่มก่อตั้ง ๒๒ คน ๓. ปัจจุบันสมาชิก ๒๒ คน วั ถุป ะ งค์ในก จัด ั้งกลุ่ ๑. ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
57 ๒. เพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบให้เกิดประโยชน์สูงสุด ๓. เพิ่มรายได้ให้ครัวเรือนและชุมชน ๔. ทำให้ชุมชนเข้มแข็งรู้รักสามัคคีพึ่งพาตนเองได้ ๕.สร้างความกลมเกลียวให้ครอบครัว กิจก กลุ่ แ ่บ้ น บ้ นเขื อน ดำเนินก ดังน ้ ๑. เสื่อกกทอลายขิด และลายมัดหมี่ ๒. เสื่อกกทอลายสองและสีพื้น ๓. เสื่อกกทอตามสีตลาดต้องการ ก บ ิห จัดก กลุ่ ๑.กลุ่มมีการบริหารจัดการกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา ๒ ปี โดยเริ่มก่อตั้งครั้งแรกที่ทำการกลุ่มเล็กๆ และใน ปี ๒๕๕๙ ได้รับเงินบริหารจัดการกลุ่มจากสมาชิกภายในกลุ่ม โดยการลงหุ้นร่วมกันมีระบบโครงสร้างการ บริหารและการจัดการกลุ่มที่ชัดเจน ๒.คณะกรรมการทุกคนมีความรู้ความสามารถและความถนัดในการบริหารงานแบ่งความรับผิดชอบตาม บทบาท และหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับของสมาชิกและองค์กรในท้องถิ่น เช่นการประสานงานกับ หน่วยงานราชการต่างๆ เป็นหน้าที่ของประธานและประชาชน ๓. มีการจดบันทึกรายรับ รายจ่าย การเงินของกลุ่มทุกเดือน และมีระเบียบข้อบังคับของกลุ่ม ุนดำเนินก ของวิ หกิจชุ ชน ทุนในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มได้จากการระดมหุ้นจากสมาชิกจำนวน ๑๑๐ หุ้นๆละ ๒๐ บาท และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กศน.อำเภอโกสุมพิสัย ในรูปแบบการฝึกอบรมอาชีพระยะสั้น งบประมาณ จำนวน ๗,๐๐๐ บาท แบ่งเป็น ค่าวัสดุ จำนวน ๓,๐๐๐ บาท ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน ๔,๐๐๐ บาท หมุนเวียนเป็นทุนในกลุ่ม ก บ ิห จัดก ผลป ะโยชน์ ผลกำ ด้จ กก ข ยผลิ ภัณฑ์จ กก อเ ื อกก ก บ ิห จัดก ผลป ะโยชน์ ดังน ้ ๑.ค่าดำเนินการ ๑๐ % ๒. ทุนสำรอง ๑๐ % ๓.ค่าวัสดุอุปกรณ์ ๕ % ๔. ปันผลกำไรให้สมาชิก ๗๕ %
58 ยชื อคณะก ก บ ิห กลุ่ ๑. นางสุคนธ์ เพชรก้อน ประธาน ๒. นางแสงจันทร์ นามรัตน์ศรี รองประธาน ๓. นางละคร อินทร์เสาร์ เหรัญญิก ๔. นางพร้อม บุระคำ เลขานุการ ๕. นางทองวัน สีโยราช ประชาสัมพันธ์ ยชื อ ป ึกษ ๑. นายบุญชิต ดวงทาทอน ผู้ทรงคุณวุฒิ ๒. นางสาวรวงพร ไตรคุ้มกันณ์ เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน ก นับ นุนของ ป ึกษ ๑.แนะนำการดำเนินงานของกลุ่ม ๒. ประสานงานด้านการตลาดผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ๓. ประชาสัมพันธ์งานกิจกรรมของกลุ่ม คว ั นคงและฐ นะ งเศ ษฐกิจของกลุ่ ๑. อาชีพหลักของสมาชิก ได้แก่ การทำนาต่อมาได้มีการรวมกลุ่มการทอเสื่อกก เพื่อเป็นอาชีพรองในการ พัฒนาคุณภาพชีวิต มีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ส่งเสริมให้สมาชิกเลิกใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหันมาใช้ชีวิตแบบพอเพียง ๒. มีการคัดเลือกและพัฒนาผลิตภัณฑ์การทอเสื่อกกแบบลายแปลกใหม่ที่ตลาดต้องการ เพื่อจำหน่ายสร้าง รายได้ให้กับสมาชิก ๓. สนับสนุนส่งเสริมประสานให้สมาชิกนำผลิตภัณฑ์ไปแสดงและจำหน่ายทั้งในจังหวัด ต่างจังหวัดตาม เทศกาลต่างๆเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกเฉลี่ย ๑,๐๐๐ บาท/เดือน/คน ๔. มีการระดมหุ้นจากสมาชิกกลุ่ม จำนวน ๑๑๐ หุ้นๆละ ๒๐ บาท และได้รับการสนับสนุน งบประมาณจากหน่วยงานของภาครัฐ
59 ภ พกิจก
60 Best Practice ศก . ำบลย งน้อย ก เ ยน ู้เพื อพัฒน นเอง ชื อผลง น ก แป ูปผลิ ภัณฑ์จ กเ ื อกก ข้อ ูลพื้นฐ นของบ้ นป่ เป้ ั้ง ทิศเหนือ จดบ้านยางน้อย ทิศใต้ จดตำบลหัวขวาง ทิศตะวันออก จดบ้านแห่ใต้ ทิศตะวันตก จดบ้านยางใหญ่ ระยะทางห่างจากอำเภอโกสุมพิสัย ประมาณ ๗ กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัดมหาสารคาม ประมาณ ๓๕ กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๘ (โกสุม – เชียงยืน ) จำนวนครัวเรือน ๑๑๘ ครัวเรือน จำนวนประชากรทั้งหมด ๔๘๖ คน แยกเป็น ชาย ๒๓๔ คน หญิง ๒๕๒ คน ภ พ งเศ ษฐกิจ ประชากรเกือบทั้งหมู่บ้านประกอบอาชีพหลักคือ เกษตรกรรม คือ การทำนา ปลูกพืชผักสวนครัว อาชีพรอง คือ การทอเสือกก และรับจ้างทั่วไป มีส่วนน้อยที่รับราชการ ป ะวั ิคว เป็น บ้านป่าเป้า หมู่ที่ ๑๐ ตำบลยางน้อย อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๗ โดยมีนายขุน ต้นตระกูลนนทะลี ได้ย้ายครอบครัวมาจากบ้านแห่ใต้เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยในนาของ ตนเองที่อยู่ใกล้เคียงกันได้ย้ายครอบครัวมาอาศัยอยู่ร่วมกันประมาณ ๑๒ ครัวเรือนและอาศัยอยู่รวมกัน เรื่อยมาต่อมาปี ๒๔๕๐ ทางราชการให้จัดตั้งเป็นหมู่บ้านและชาวบ้านได้ตั้งชื่อตามลักษณะพันธ์พืชที่เกิดขึ้น มากในบริเวณหมู่บ้านคือต้นเป้า จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่าบ้านป่าเป้าโดยมีนายชาลี ศิริโยธา เป็นผู้ใหญ่บ้านคน แรกของหมู่บ้านและชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาหมู่บ้านด้วยความสามัคคีส่วนการศึกษาของลูกหลาน ในหมู่บ้านนั้นเป็นไปอย่างยากลำบากมากต้องเดินทางฝ่าป่าดอนไปเรียนหนังสือที่บ้านแห่ใต้ ระยะทาง ประมาณ ๓ กิโลเมตร ต่อมาปี ๒๕๑๕ นางสอน แสนทา และนายบุญมี อับไพชา ได้บริจาคที่ดินเนื้อที่ จำนวน ๔ ไร่ ๓ งาน ๖๐ ตารางวา ให้แก่หมู่บ้านเพื่อสร้างอาคารเรียนหลังแรกโดยการร่วมแรงร่วมใจ บริจาคไม้แลแรงงานใช้งบประมาณจากการบริจาคของชาวบ้าน จำนวน ๕,๐๐๐ บาท และได้ขออนุญาต จากทางราชการเพื่อขอเปิดเป็นโรงเรียนแต่ทางราชการไม่อนุมัติ ต่อมาปี ๒๕๑๖ นายบุญมี อับไพชา ผู้ใหญ่บ้านร่วมกับชาวบ้านได้ทำการอนุญาตอีกครั้งจึงสำเร็จและได้เปิดเป็นโรงเรียน เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๑๖ โดยมีนักเรียน จำนวน ๓๒ คน ครู ๒ คน ครูใหญ่ชื่อนายเข็มชาติ จันทรโสภณ ชาวบ้านและ คณะครูได้ร่วมกันพัฒนาโรงเรียนและสร้างสรรค์หมู่บ้านรวมทั้งจัดสร้างวัดขึ้นมาเพื่อเป็นที่ทำบุญและยึดเหนี่ยว จิตใจ ปัจจุบันมี นายสายยนต์ สิมหาบุตร เป็นผู้ใหญ่บ้าน
61 จำนวนป ะช ก /ค ัวเ ือน บ้ น ห ู่ ค ัวเ ือน ช ย หญิง ว ป่าเป้า ๑๐ ๑๑๘ ๒๓๔ ๒๕๒ ๔๘๖ ด้วยวิถีชีวิตของประชากรบ้านป่าเป้า ซึ่งมีฐานการประกอบอาชีพด้านการเกษตร คือ ทำนา และปลูก พืชผักสวนครัวในยามว่างหลังฤดูเก็บเกี่ยว มีการรวมกลุ่มทำอาชีพที่หลากหลาย แต่กิจกรรมไม่ต่อเนื่อง ต่อมา ผู้นำชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ กศน.ตำบลยางน้อย ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าไปส่งเสริมจัด กระบวนการเรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดย จัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง และน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ประชาชนรู้จักการพึ่งตนเอง อยู่แบบพอเพียง อยู่ดี มีสุข และมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน บ ุปของคว ำเ ็จ บ้านป่าเป้า หมู่ที่ ๑๐ ตำบลยางน้อย เป็นชุมชนที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาเป็น อาชีพหลัก จากการจัดกิจกรรมของ กศน.ตำบลยางน้อย ชาวบ้านมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ ผู้นำมี ความพร้อมในการพัฒนา ภูมิปัญญามีความพร้อมที่จะถ่ายทอดให้คำปรึกษาในการแก้ปัญหาใช้กระบวนการ ประชาคม เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการวิเคราะห์แก้ปัญหาทำให้เกิดความสามัคคีในชุมชนมีการ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการจัดการกับชีวิตตนเองอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบเศรษฐกิจในครอบครัว ระบบสังคมและระบบการเรียนรู้สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง ตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงและตามแนวคิดเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองตลอดไป ด้ นก ลด ยจ่ ย ๑. ครัวเรือนผลิตเพื่อบริโภค เหลือขายหรือแลกเปลี่ยน ๑.๑ บ้านป่าเป้า มีการทำนา ปีละ ๒ ครั้ง ผลการผลิตที่ได้มานั้น ส่วนหนึ่งเก็บไว้เพื่อ บริโภคภายในครอบครัว ส่วนหนึ่งนำไปขาย ๑.๒ ครัวเรือนปลูกพืชผักสวนครัว ไว้ใช้ในครัวเรือน เช่น ข่า ตะไคร่ ผักบุ้ง พริก มะเขือ ฯลฯ ๑.๓ ครัวเรือนมีการเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ไว้บริโภคและขาย ๑.๔ ครัวเรือนมีการปลูกไม้ผล เช่น มะม่วง มะขาม ฯลฯ ๒. บ้านป่าเป้า ได้จัดทำโครงการ ลด ละเลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ๓. ครัวเรือนมีการรณรงค์การใช้ประหยัดพลังงาน โดยมีการประชาสัมพันธ์ให้แต่ละครัวเรือนได้มีการ ใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด ใช้น้ำอย่างประหยัดและให้มีประโยชน์มากที่สุด ๔. มีการผลิตสินค้าโดยใช้วัสดุในท้องถิ่น เช่น การทอเสื่อกก ด้ พ ่ ได้ ๑. ครัวเรือนมีอาชีพหลักคือการทำนา จำนวน ๑๑๔ ครัวเรือน รายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ ๓๘,๖๒๓ บาท / ปี
62 ๒. ครัวเรือนมีการรวมกลุ่ม ปลูกต้นกก และทอเสื่อกก รายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ ๓,๐๐๐ บาท / เดือน ๓. ครัวเรือน มีการปลูกผักสวนครัว ไว้กินเองเหลือขาย รายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ ๑,๕๐๐ บาท / เดือน ว ็ ขอ ่ แ ่ ้ แ ู ผ ั ฑ์จ ื่อ กลุ่มแม่บ้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเสื่อกก บ้านป่าเป้า จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เกิดจากการรวมตัวของสตรีที่มีลักษณะการประกอบอาชีพที่คล้ายคลึงกันมารวมกลุ่มกัน หลัก จากการประกอบอาชีพหลัก ซึ่งกลุ่มมีอาชีพทำนา ซึ่งมีรายได้ปีละ ๒ ครั้ง หลังจากเว้นจากการทำนาก็จะ ว่างงานกลุ่มแม่บ้านจึงคิดหาอาชีพเพื่อเสริมรายได้ และได้นำเสื่อกกมาแปรรูป ในช่วงแรกก็ยังทำกันไม่จริงจัง แต่ต่อมามีผู้มาซื้อและติดต่อนำไปขาย จึงทำให้กลุ่มขยายงานมากขึ้น โดยได้ดำเนินการโดยยึดหลักการ ทำงานแบบพึ่งตนเอง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่ออาชีพเสริมเพิ่มรายได้ จากหลักการทำงานดังกล่าวทำให้ ชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกมีความอบอุ่น พอมีพอกิน มีความรักสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ห ั แ ห ผ ขอ จัด ั้ ่ ๑. เพื่อรองรับการบริหารด้านการเกษตรและเคหกิจเกษตร ๒. ร่วมกันผลิตและร่วมกันขาย ๓. เป็นแกนนำในการพัฒนาการเกษตรและเคหกิจเกษตร ๔. ส่งเสริมให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ๕. ร่วมกันพัฒนาและแก้ไขปัญหาทำให้ชุมชนเข้มแข็ง จัด ั้ ่ ๑. กลุ่มแม่บ้านยางน้อย จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ๒. สมาชิกเริ่มก่อตั้ง ๑๓ คน ๓. ปัจจุบันสมาชิก ๒๕ คน วั ์ จัด ั้ ่ ๑. ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ๒. เพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบให้เกิดประโยชน์สูงสุด ๓. เพิ่มรายได้ให้ครัวเรือนและชุมชน ๔. ทำให้ชุมชนเข้มแข็งสมัครสมานสามัคคีสามารถพึ่งพาตนเองได้ ๕. สร้างความกลมเกลียวให้ครอบครัว
63 ว ำ ็จ 1. ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 2. เพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนและชุมชน 3. ชุมชนมีความเข้มแข็ง มีความสามัคคี สามารถพึ่งตนเองได้ 4. สร้างความกลมเกลียวในครอบครัว จ ่ แ ่ ้ ่ ้ ่ดำ ดั ้ ๑. กล่องกระดาษทิชชูรูปทรงสี่เหลี่ยม ๒. กล่องกระดาษทิชชูรูปทรงกลม ๓. กระเป๋าสะพาย ๔. แจกัญ ๕. เสื่อกก ว ห แ จัด ่ ๑. กลุ่มฯ มีการบริหารและการจัดการกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา ๒ ปี โดยเริ่มก่อตั้ง ครั้งแรกที่ทำการกลุ่มเล็กๆ และในปี ๒๕๕๔ ได้รับงบประมาณจากโครงการแปรรูปผลผลิตเกษตร จำนวน ๗,๕๐๐ บาท ซึ่งใช้เป็นที่ทำการกลุ่มในปัจจุบันนี้ ๒. มีระบบโครงสร้างการบริหารและจัดการกลุ่มที่ชัดเจน ๓. คณะกรรมการทุกคนมีความรู้ความสามารถและความถนัดในการบริหารงานแบ่งความ รับผิดชอบตามบทบาทและหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับของสมาชิกและองค์กรในท้องถิ่น เช่น การประสานงานกับหน่วยงานราชการต่างๆ เป็นหน้าที่ของประชาชนและรองประธาน ๔. มีการจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย การเงินของกลุ่มทุกเดือน ๕. มีระเบียบข้อบังคับของกลุ่ม ดำ ขอ ว ห จช ช ทุนในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มได้จากการระดมหุ้นจากสมาชิกจำนวน ๒๐ หุ้นๆละ ๕๐ บาท และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานของภาครัฐ ห จัด ผ โ ช ์ ผลกำไรที่ได้จากการขายผลิตภัณฑ์จากการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเสื่อกก มีการบริหารจัดการ ผลประโยชน์ ดังนี้ ๑. การปันผลแบ่งสมาชิก ๑๕ % ๒. ค่าตอบแทนกรรมการ ๑๕ % ๓. ค่าตอบแทนผู้จำหน่าย ร้อยละ ๒๐ ๔. ค่าตอบแทนผู้มาผลิต ร้อยละ ๒๐ ๕. ทุนสาธารณประโยชน์ ร้อยละ ๑๐ ๖. นำเข้ากองทุน ร้อยละ ๒๐ \
64 ชื่อ ห ่ ๑. นางบรรยา ศรีสารคาม ประธาน ๒. นางเข็มพร สอนคำหาร รองประธาน ๓. นางบุญถม สาสุนนท์ เหรัญญิก ๔. นางนคร แสนวิชัย เลขานุการ ๕. นางพิสมัย วังคะฮาด ประชาสัมพันธ์ ชื่อ ่ ๑. นายชูศักดิ์ หลุ่มศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางน้อย ๒. นายบุดดี แพนศรี กำนันตำบลยางน้อย ๓. นายสายยนต์ สิมหาบุตร ผู้ใหญ่บ้าน ๔. นายบุญสวน กลางโคตร เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน ั ขอ ่ ๑. แนะนำการดำเนินงานของกลุ่มแม่บ้าน ๒. ประสานงานด้านการตลาดผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้าน ๓. ช่วยประชาสัมพันธ์งานกิจกรรมของกลุ่มแม่บ้าน ว ั่ แ ฐ ฐ จขอ ่ อาชีพหลักของสมาชิกได้แก่ การทำนา ต่อมาได้มีการรวมกลุ่มการแปรรูปผลิตภัณฑ์จาก เสื่อกกเพื่อเป็นอาชีพรองในการพัฒนาคุณภาพชีวิตมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ส่งเสริมให้สมาชิกเลิกใช้จ่าย ฟุ่มเฟือยหันมาใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มได้มีการคัดและพัฒนาผลิตภัณฑ์การแปรรูปผลิตภัณฑ์จาก เสื่อกกแบบใหม่ๆ เพื่อจำหน่ายเป็นสร้างรายได้ให้กับสมาชิกสนับสนุนส่งเสริมประสานฝานให้สมาชิกนำ ผลิตภัณฑ์ไปแสดงและจำหน่ายทั้งในจังหวัด ต่างจังหวัดตามเทศกาลต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ สมาชิก เฉลี่ย ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ บาท/เดือน/คนจากจำหน่ายการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเสื่อกก มีการระดมหุ้น จากสมาชิกกลุ่ม จำนวน ๒๐ หุ้นๆละ ๕๐ บาท และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานของ ภาครัฐ
65 ภาพกิจกรรม
66 ภาพกิจกรรม
67 Best Practice ศก . ำบลแห่ใ ้ก เ ยน ู้เพื อพัฒน นเอง ชื อผลง น ก น ะก ้ ล ย ยด้วยเ ้นใย ังเค ะห์ ก พัฒน อ ช พ ู่ก ย ด้ ยั งยืน ข้อ ูล ั ว ป บ้านแห่ศิริวิลัย หมู่ที่ 3 ตำบลแห่ใต้ อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เกิดจากการรวมตัวของ กลุ่มแม่บ้านที่ว่างเว้นจากการประกอบอาชีพทำนา เลี้ยงปลา และเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน กศน. อำเภอโกสุมพิสัย ได้เล็งเห็นความสำคัญในการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนบ้าน แห่ใต้ ตำบลแห่ใต้ จึงมอบหมายให้ กศน.ตำบลแห่ใต้จัดกิจกรรมการศึกษาพัฒนาอาชีพขึ้น การจัดกิจกรรม การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพหลักสูตรระยะสั้น “ตามนโยบาย และ ภารกิจเร่งด่วน” การศึกษาเพื่อการมีงานทำ มีสัมมาชีพโดยชอบ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันยุคดิจิทัล ที่จะต้อง “จับต้องได้” ส่งเสริมสนับสนุนการฝึกอาชีพ เพื่อการมีงานทำ ReSkill UpSkill” และออกใบ ับ อง คว ู้คว ถ ReSkill คือ การ สร้างทักษะใหม่ที่จำเป็นในการทำงาน ให้สอดคล้องกับความต้องการขณะที่ UpSkill คือ การพัฒนาเพื่อ ยกระดับทักษะเดิมให้ดีขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต เพื่อให้การดำเนินงานสนองกับนโยบายและภารกิจ เร่งด่วน ดังกล่าว กศน.อำเภอโกสุมพิสัย ได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพระยะสั้นตาม ความสนใจของกลุ่มเป้าหมายประชาชนในพื้นที่ จึงมอบหมายให้ กศน.ตำบลแห่ใต้ จัดกิจกรรมการเรียนการ สอนการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพระยะสั้นรูปแบบกลุ่มสนใจให้กับประชาชนทั่วไปในเขตตำบลแห่ใต้ตามความ สนใจ เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครัวเรือน สามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมี ความสุข ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุน และ ตอบสนองกับความต้องการของประชาชน กลุ่มเป้าหมาย ในพื้นที่ จึงได้จัดโครงการศูนย์ฝึก อาชีพชุมชน และเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่มีในท้องถิ่นให้สูงขึ้นและให้เกิด ความสนใจของลูกค้าและนักท่องเที่ยว หลักสูตรพัฒนาอาชีพระยะสั้นรูปแบบชั้นเรียน วิชา การสานตะกร้า ลายไทยด้วยเส้นใยสังเคราะห์ จำนวน 35 ชั่วโมง เป็นการให้ความรู้ และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่มีแล้วในท้องถิ่น มี และพัฒนาอาชีพให้กับ ประชาชนกลุ่มเป้าหมายและผู้สนใจในตำบลให้สามารถนำไปประกอบเป็น อาชีพ พัฒนาอาชีพ เพื่อก่อให้เกิด รายได้กับตนเองและครอบครัว เป็นการสร้างอาชีพให้เกิดความมั่นคงต่อไป วั ถุป ะ งค์ ๖. เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในชุมชน ๗. ร่วมกันผลิตและร่วมกันขาย ๘. ส่งเสริมให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นและร่วมกันพัฒนาและแก้ไขปัญหาทำให้ชุมชน เข้มแข็ง
68 เป้ ห ย ก จัด ั้งกลุ่ กลุ่มการสานตะกร้าลายไทยด้วยเส้นใยสังเคราะห์ เป็นการรวมกลุ่มของแม่บ้านบ้านแห่ศิริวิลัย หมู่ที่ 3 จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ วันที่ 11 มกราคม 2562 สมาชิกเริ่มก่อตั้ง 15 คน เชิงคุณภ พ - ร้อยละ 80 ของประชาชนที่ร่วมกิจกรรม มีช่องทางในการประกอบอาชีพและยกระดับทักษะเดิม ให้ดีขึ้น และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในการเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนและชุมชนได้อย่างมีความสุข วั ดุอุปก ณ์ 1. โครงตะกร้า 2. ด้าย 3. เข็ม 4. ไม้ขีด 5. กรรไกร คว ำเ ็จ 1. ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 2. เพิ่มรายได้ให้ครัวเรือนและชุมชน 3. ทำให้ชุมชนเข้มแข็งสมัครสมานสามัคคีสามารถพึ่งพาตนเองได้ 4. สร้างความกลมเกลียวให้ครอบครัว กิจก กลุ่ ก น ะก ้ ล ย ยด้วยเ ้นใย ังเค ะห์ ดำเนินก ดังน ้ 1.จัดซื้อผ้าขาวม้าจากกลุ่มอาชีพที่มีในชุมชน 2.รวมกลุ่มเพื่อศึกษาเรียนรู้วิธีการทำของชำร่วย 3.การออกแบบผลิตภัณฑ์ 4.การตัดและเย็บผลิตภัณฑ์ คว ถในก บ ิห และจัดก กลุ่ 1.กลุ่มฯ มีการบริหารและการจัดการกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน โดยเริ่มก่อตั้งครั้งแรก ที่ทำการกลุ่มเล็กๆจากการรวมตัวกันและสนับสนุนจาก กศน.ตำบลแห่ใต้และงบประมาณปี 2564 2.มีระบบโครงสร้างการบริหารและจัดการกลุ่มที่ชัดเจน 3.คณะกรรมการทุกคนมีความรู้ความสามารถและความถนัดในการบริหารงานแบ่งความรับผิดชอบตามบทบาทและ หน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับของสมาชิกและองค์กรในท้องถิ่น เช่น การประสานงานกับหน่วยงานราชการต่างๆ เป็นหน้าที่ของประชาชนและรองประธาน 4.มีการจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย การเงินของกลุ่ม 5.มีระเบียบกฎกติกาที่ชัดเจน
69 ก บ ิห จัดก ผลป ะโยชน์ ผลกำไรที่ได้จากการขายผลิตภัณฑ์ มีการบริหารจัดการผลประโยชน์ ดังนี้ 1.การปันผลแบ่งสมาชิก 15 % 2.ค่าตอบแทนกรรมการ 15 % 3.ค่าตอบแทนผู้จำหน่าย ร้อยละ 20 4.ค่าตอบแทนผู้มาผลิต ร้อยละ 20 5.ทุนสาธารณประโยชน์ ร้อยละ 10 6.นำเข้ากองทุน ร้อยละ 20 ยชื อกลุ่ ก น ะก ้ ล ย ยด้วยเ ้นใย ังเค ะห์ซึ งเกิดจ กก ว ัวกับจำนวน 17 คน ดังน ้ 1. นางสาวรุจิดา กุลาศรี ประธานกรรมการ 2. นางสมดี ดรมายา รองประธานกรรมการ 3. นางเพชรมณี โสภาวัน กรรมการ 4. นางประยูร โพธิ์รุกข์ กรรมการ 5. นางต่าน อุทรส กรรมการ 6. นางสมพร สีพลไกร กรรมการ 7. นางละมัย ดวงมาฮุง กรรมการและเลขานุการ ป ึกษ 1.นายโอภาส รัฐวงษ์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านแห่ศิริวิลัย หมู่ที่ 3 2.นายทองสุข ถิ่นจันดา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่ศิวิลัย หมู่ที่ 3 3.นายสมพาน ดวงมา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่ศิวิลัย หมู่ที่ 3 4.นางรุจีรัตน์ ถิ่นจันดา ครู กศน.ตำบลแห่ใต้ 5.นางสาวปาริชาต ถิ่นจันดา ครูศรชบ้านแห่ใต้ ก นับ นุนของ ป ึกษ 1.แนะนำการดำเนินงานของกลุ่มแม่บ้าน 2.ประสานงานด้านการตลาดผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้าน 3.ช่วยประชาสัมพันธ์งานกิจกรรมของกลุ่มแม่บ้าน
70 รูปแบบผลิตภัณฑ์เด่น ราคาผลิตภัณฑ์/สินค้าดีเด่น 1.ตะกร้าขนาดเล็ก ใบละ 250 บาท 2.ตะกร้าขนาดกลาง ใบละ 450 บาท 3.ตะกร้าขนาดใหญ่ ใบละ 650 บาท วั ด /อ ์ ว /ขั้ อ ผ 1.วัสดุอุปกรณ์ในการสานตะกร้าด้วยเส้นใยสังเคราะห์ และการนำไปใช้ประโยชน์ 2.ขั้นตอนการสานตะกร้า และการทำลวดลายตะกร้า ลายไทย 3.การใช้สีเคลือบเงา 4.การจัดการด้านการตลาด
71 ภาพกิจกรรม
72 ภาพกิจกรรม
73 ภ พกิจก
74 ปัจจยัแห่งความส าเร็จ/ผลการด าเนินการ จากการงมุ่งเน้นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย “กศน.เพื่อ ประชาชน” โดยการจัดการเรียนการศึกษาอาชีพชีพระยะสั้นรูปแบบชั้นเรียน ให้กับประชาชนที่สอดคล้อง กับความต้องการของตลาดแรงงาน บริบทของพื้นที่ จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน หรือกลุ่มผู้สูงอายุ และการพัฒนาทักษะชีวิตในการเตรียม ความพร้อมรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และการเข้าสู่สังคมเศรษฐกิจ ที่ขับเคลื่อน ด้วยนวัตกรรม ที่ประชาชนใช้เวลา ว่างหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร โดยการรวมกลุ่มกันประกอบอาชีพเสริม ได้แก่ การสาน ตะกร้าด้วยเส้นเคราะห์สังเคราะห์ ซึ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ให้กับประชาชนบ้านแห่ใต้ เป็นอย่างดี
75 Best Practice ศก . ำบลหนองบอน ก เ ยน ู้เพื อพัฒน นเอง ชื อผลง น ก อผ้ ล ยดอก ะคำป่ ต ็ ตำบลหนองบอน หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 7 หมู่ที่ 9 เป็นชุมชนที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาเป็น อาชีพหลัก จากการจัดกิจกรรมของ กศน.ตำบลหนองบอน ชาวบ้านมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ ผู้นำมี ความพร้อมในการพัฒนา ภูมิปัญญามีความพร้อมที่จะถ่ายทอดให้คำปรึกษาในการแก้ปัญหาใช้กระบวนการ ประชาคม เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการวิเคราะห์แก้ปัญหาทำให้เกิดความสามัคคีในชุมชนมีการ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการจัดการกับชีวิตตนเองอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบเศรษฐกิจในครอบครัว ระบบสังคมและระบบการเรียนรู้สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง ตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงและตามแนวคิดเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองตลอดไป กลุ่มอาชีพทอผ้าพื้นเมือง เกิดจากการรวมกันของสมาชิกกลุ่มจำนวน 11 คน โดยนางสำรวย สังขะ พัฒน์ เป็นหัวหน้าในการรวมกลุ่ม โดยจัดตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 เกิดจากที่ กศน.อำเภอโกสุม พิสัย ได้จัดสรรงบประมาณให้กับ กศน.ตำบลเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการเรียนการสอนการศึกษาต่อเนื่องรูปแบบ กลุ่มอาชีพระยะสั้น และกลุ่มอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจ ให้กับกศน.ตำบลหนองบอน กศน.ตบลหนองบอน ได้ดำเนินการสำรวจและทำประชาคม ประชาชนบ้านหนองบอน ปรากฏว่า ประชาชนมีความสนใจในการทอผ้า ซึ่งบางคนมีพื้นฐานในการทอและอยากที่จะพัฒนาอาชีพให้ดีขึ้น ซึ่งตรงกัน นโยบายของผอ.กศน.อำเภอโกสุมพิสัย ที่จะสนับสนุนให้ประชาชนอำเภอโกสุพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ทอ ผ้าลายดอกมะคำป่า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ลายประจำอำเภอโกสุมพิสัย ดังนั้น กศน.ตำบลหนองบอน จึงได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนการทอผ้าพื้นเมือง(ลายดอกมะคำป่า) ขึ้นในวันที่ 3 – 14 กุมภาพันธ์ 2566 โดยนำเอาวิทยากรที่มีความสาสามารถหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นในหมู่บ้านที่ ผ่านการอบรมการทอผ้าพื้นเมืองและเชียวชาญในการมัดหมี่ลายดอกมะคำป่าเป็นวิทยาการ ลายดอกมะคำป่า เป็นลายสัญลักษณ์ของชาวอำเภอโกสุมพิสัย ซึ่งเป็นลายเก่าแก่ของบรรพบุรุษ ซึ่ง ชาวบ้านโดยเฉพาะอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ได้ทอใช้กันในงานพิธีต่างของชาวอำเภอโกสุมพิสัย และได้กำหนดเป็นลายเอกลักษณ์ของอำเภอ ดังนั้น กศน.อำเภอโกสุมพิสัย จึงได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ ประชาชนทั่วไป บ้านหนองบอนและผู้สนใจได้ทอเป็น เพื่อให้ประชาชนได้สวมใส่และรู้จักของผู้คนสนใจ กศน.ตำบลหนองบอน จึงได้ดำเนินตามนโยบายเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ เกิดอาชีพเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อย่างยั่งยืนตามวิถีชีวิตของคนในชุมชนต่อไป
76 / ณ ต ้ ล 1. กลุ่มแม่บ้านบ้านหนองบอน หมู่ที่1 9 จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 14- เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 2. สมาชิกเริ่มก่อตั้ง 11 คน 3. ปัจจุบันสมาชิก 11 คน ตถ ใ ต ้ ล 1. ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 2. เพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบให้เกิดประโยชน์สูงสุด
77 3. เพิ่มรายได้ให้ครัวเรือนและชุมชน 4. ทำให้ชุมชนเข้มแข็งสมัครสมานสามัคคีสามารถพึ่งพาตนเองได้ 5. สร้างความกลมเกลียวให้ครอบครัว ำ ็ 5. ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 6. เพิ่มรายได้ให้ครัวเรือนและชุมชน 7. ทำให้ชุมชนเข้มแข็งสมัครสมานสามัคคีสามารถพึ่งพาตนเองได้ 8. สร้างความกลมเกลียวให้ครอบครัว ล ผ ไ ่ ำ ้ 1.มัดหมี่ลายต่างๆ 2.มัดหมี่ลายต่างๆตามความต้องการของลูกค้า 3.ทอผ้าพื้นเมือง 4.ทอผ้าไหม ถใ แล ล 1.กลุ่มฯ มีการบริหารและการจัดการกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี โดยเริ่มก่อตั้งครั้งแรก ที่ทำการกลุ่มเล็กๆจากการรวมตัวกันและสนับสนุนจากกศน.ตำบลหนองบอน และงบประมาณปี 2562 จำนวน ๗,๐๐๐ บาท ซึ่งใช้เป็นที่ทำการกลุ่มในปัจจุบันนี้ 2.มีระบบโครงสร้างการบริหารและจัดการกลุ่มที่ชัดเจน 3.คณะกรรมการทุกคนมีความรู้ความสามารถและความถนัดในการบริหารงานแบ่งความรับผิดชอบตามบทบาทและ หน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับของสมาชิกและองค์กรในท้องถิ่น เช่น การประสานงานกับหน่วยงานราชการต่างๆ เป็นหน้าที่ของประชาชนและรองประธาน 4.มีการจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย การเงินของกลุ่มทุกเดือน 5.มีระเบียบกฎกติกาที่ชัดเจน ผล ช ผลกำไรที่ได้จากการขายผลิตภัณฑ์จากการทอผ้าท้นเมือง มีการบริหารจัดการ ผลประโยชน์ ดังนี้ 1.การปันผลแบ่งสมาชิก 15 % 2.ค่าตอบแทนกรรมการ 15 % 3.ค่าตอบแทนผู้จำหน่าย ร้อยละ 20 4.ค่าตอบแทนผู้มาผลิต ร้อยละ 20 5.ทุนสาธารณประโยชน์ ร้อยละ 10 6.นำเข้ากองทุน ร้อยละ 20 รายชื่อกลุ่มทอผ้าสไบ ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกับจำนวน 11 คน ดังนี้
78 8. นางสำรวย สังขะพัฒน์ ประธานกรรมการ 9. นางสมร โพธิ์ฤทธิ์ รองประธานกรรมการ 10. นางสาวอ่อนน้อม กองแสน กรรมการ 11. นางประดับศรี ศิริทรัพย์ กรรมการ 12. นางสุวรรณ ดวงบัณฑิต กรรมการ 13. นางสงัด คนตรง กรรมการ 14. นางสุบรรณ โพธิ์ปัดชา กรรมการ 15. นางประนอม แดนแก้วมูล กรรมการ 16. นางทองใส ทันแสน กรรมการ 17. นางบัวเรียน ชาวเกวียน กรรมการ 18. นางวาสนา ดียะตาม กรรมการและเลขานุการ ่ แล ฐ ฐ ข ล อาชีพหลักของสมาชิกได้แก่ การทำนาต่อมาได้มีการรวมกลุ่มการสานตะกร้าด้วยพลาสติกแข็ง เพื่อ เป็นอาชีพรองในการพัฒนาคุณภาพชีวิตมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ส่งเสริมให้สมาชิกเลิกใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหันมา ใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มได้มีการคัดและพัฒนาผลิตภัณฑ์การทอผ้าลายสร้อยดอกหมากให้ลายละเอียดสวยงามขึ้น เพื่อจำหน่ายเป็นสร้างรายได้ให้กับสมาชิกสนับสนุนส่งเสริมประสานฝานให้สมาชิกนำผลิตภัณฑ์ ไปแสดงและจำหน่ายทั้งในจังหวัด ต่างจังหวัดตามเทศกาลต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่สมาชิก เฉลี่ย 1,000 – 2,000 บาท/เดือน/คน จากจำหน่ายผ้าพื้นเมือง(ลายดอกมะคำป่า) มีการระดมหุ้นจาก สมาชิกกลุ่ม จำนวน 11 หุ้นๆละ 100 บาท และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานของภาครัฐ
79
80 ผ ดำ ู้ พื่อพัฒ อ จำ พ. . ๗ ไ ่ ๑ - – ๗ 1. โ อ ั ช ว ้อ ั จ ั ช ว ู แ ห ่ . อด ้อ ั โ แ จ ด ้ ดำ จำ . ดั พ จัด ู้ .๑ พัฒ แ ั ห ั ู โ แ ู้ ื่อ ู้ แ ว ธ จัด ว ู้ ่ พแ ฐ เหมาะสมและเป็นไปตามสภาพ ความต้องการ และความถนัด สอดคล้อง กับสภาวการณ์ของประเทศและทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก โดยมุ่งพัฒนาประชาชนทุกช่วงวัยให้มีทักษะที่ เหมาะสม และจําเป็นต่อการดำรงชีวิต จบแล้วมีงานททำสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ๓. ่ แ ั ้ ั แห่ ู้ อดช ว ๓.๑ พัฒ ว ่ ห้ ช ช ั ั ู้มีกระบวนการทางสังคม ที่ ส่งเสริมให้บุคคล กลุ่มบุคคล และชุมชนเกิดการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการสร้าง สภาพแวดล้อม ของชุมชน ท้องถิ่น สังคม ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และสนับสนุนการสร้างกลไกการขับเคลื่อนชุมชน ในการปลูกฝัง และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชน ๓. ่ จัด ู้ พื่อ ้ ว ั่ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการ ปกครองระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ อุดมการณ์ ความยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติและท้องถิ่น เสริมสร้างวิถีชีวิตของความ เป็น พลเมืองและมีศีลธรรมที่เข้มแข็ง รวมถึงการมีจิตอาสา โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการเพิ่มทักษะที่ จําเป็นต่อการดำรงชีวิต 2. สภาพที่พบ 1. มีการวางแผนในการดำเนินกิจกรรม วัสดุอุปกรณ์ในการจัดกิจกรรมมีความพร้อม 2. ครู สกร.อำเภอ มีแผนในการจัดกิจกรรมที่ชัดเจน มีการจัดโครงการและทำแผนการใช้จ่ายเงิน งบประมาณ 2.3 ภาคีเครือข่ายให้ความร่วมมือเป็นวิทยากรในการจัดกิจกรรม ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม 3. ัจจั ้อ Input 1) หลักสูตรมีองค์ประกอบครบถ้วนตามกระบวนการพัฒนาหลักสูตร 2) เนื้อหาหลักสูตรบูรณาการสภาพ ปัญหา ความต้องการของผู้เรียนชุมชน 3) มีแผนงาน/ โครงการ / กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการ ของประชาชน 4) มีแผนการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร 5) วิทยากรมีความรู้ความสามารถตามเนื้อหาหลักสูตร 6) วัสดุ อุปกรณ์ มีเพียงพอและสถานที่มีความเหมาะสม
81 4. ว Process 1) วิทยากร มีความรู้ ความสามารถและมีเทคนิคการถ่ายทอดเหมาะสม 2) วิทยากร จัดการเรียนรู้ตามแผนที่กำหนด 3) ใช้สื่อ แหล่งเรียนรู้ /ภูมิปัญญาท้องถิ่นประกอบการสอน . ผ ผ Output ผู้เรียนที่จบหลักสูตร สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน 6. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ 1) ผู้บริหารเห็นความสำคัญในการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง ให้การสนับสนุนงบประมาณ ช่วยส่งเสริม ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา ให้การดำเนินงานเป็นตามแผนงานโครงการ 2) มีการวางแผนและมีความรู้ความเข้าใจในนโยบาย ความสามารถในการจัดกิจกรรมเหมาะสม สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ มีทักษะการปฏิบัติงาน 7. ปัญหา อุปสรรค - 8. ข้อเสนอแนะ - ภาพกิจกรรม
82 ผ ดำ ู้ พื่อพัฒ อ จำ พ. . ๗ ไ ่ ๑ - – ๗ . พื่อพัฒ ั แ ช ช โ พัฒ ั แ ช ช “ อ ่ อ ั ์ แ ดูแ ่ แวด ้อ ” ่ ้ ห จำ ว 4 . อด ้อ ั โ แ จ ด ้ ดำ จำ . ดั พ จัด ู้ .๑ พัฒ แ ั ห ั ู โ แ ู้ ื่อ ู้ แ ว ธ จัด ว ู้ ่ พแ ฐ เหมาะสมและเป็นไปตามสภาพ ความต้องการ และความถนัด สอดคล้อง กับสภาวการณ์ของประเทศและทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก โดยมุ่งพัฒนาประชาชนทุกช่วงวัยให้มีทักษะที่ เหมาะสม และจําเป็นต่อการดำรงชีวิต จบแล้วมีงานททำสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ๓. ่ แ ั ้ ั แห่ ู้ อดช ว ๓.๑ พัฒ ว ่ ห้ ช ช ั ั ู้มีกระบวนการทางสังคม ที่ ส่งเสริมให้บุคคล กลุ่มบุคคล และชุมชนเกิดการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการสร้าง สภาพแวดล้อม ของชุมชน ท้องถิ่น สังคม ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และสนับสนุนการสร้างกลไกการขับเคลื่อนชุมชน ในการปลูกฝัง และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชน ๓. ่ จัด ู้ พื่อ ้ ว ั่ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการ ปกครองระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ อุดมการณ์ ความยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติและท้องถิ่น เสริมสร้างวิถีชีวิตของความ เป็น พลเมืองและมีศีลธรรมที่เข้มแข็ง รวมถึงการมีจิตอาสา โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการเพิ่มทักษะที่ จําเป็นต่อการดำรงชีวิต 2. สภาพที่พบ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโกสุมพิสัย ได้เล็งเห็นความสำคัญในการจัดการขยะในชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในวัสดุแต่ละประเภท การคัดแยกวัสดุ การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ และมีความรู้วิธีจัดการขยะโดยอาศัยหลัก 5 R ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการจัดการขยะในสังคมและชุมชนอย่างมี ประสิทธิภาพ สามารถลดปริมาณขยะในชุมชนได้ 3. ัจจั ้อ Input 1) หลักสูตรมีองค์ประกอบครบถ้วนตามกระบวนการพัฒนาหลักสูตร 2) เนื้อหาหลักสูตรบูรณาการสภาพ ปัญหา ความต้องการของผู้เรียนชุมชนและแนวโน้ม การพัฒนา 3) มีแผนงาน/ โครงการ / กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการ ของประชาชน 4) มีแผนการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร 5) วิทยากรมีความรู้ความสามารถตามเนื้อหาหลักสูตร 6) วัสดุ อุปกรณ์ มีเพียงพอและสถานที่มีความเหมาะสม
83 4. ว Process 1) วิทยากร มีความรู้ ความสามารถและมีเทคนิคการถ่ายทอดเหมาะสม 2) วิทยากร จัดการเรียนรู้ตามแผนที่กำหนด 3) ใช้สื่อ แหล่งเรียนรู้ /ภูมิปัญญาท้องถิ่นประกอบการสอน . ผ ผ Output เพื่อให้ประชาชนได้เล็งเห็นความสำคัญในการจัดการขยะในชุมชน มีความรู้ ความเข้าใจในวัสดุแต่ละ ประเภท การคัดแยกวัสดุ การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่และมีความรู้วิธีจัดการขยะ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการจัดการ ขยะในสังคมและชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดปริมาณขยะในชุมชนได้ 6. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ 1) ผู้บริหารเห็นความสำคัญในการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง ให้การสนับสนุนงบประมาณ ช่วยส่งเสริม ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา ให้การดำเนินงานเป็นตามแผนงานโครงการ 2) มีการวางแผนและมีความรู้ความเข้าใจในนโยบาย ความสามารถในการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการอ่านที่หลากหลาย เหมาะสม สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ มีทักษะการปฏิบัติงาน มีใจรักในการบริการ มีการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ และนำมาปรับปรุงพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งขึ้น 7. ปัญหา อุปสรรค - - 8. ข้อเสนอแนะ - ภาพกิจกรรม
84 ผ ดำ ู้ พื่อพัฒ อ จำ พ. . ๗ ไ ่ ๑ - – ๗ . โ จัด ู้ ห ั ัชญ ขอ ฐ จพอ พ โ ู ผั ว ัว ั้ว ได้แ พอ พ ัว ือ ๓. ่ แ ั ้ ั แห่ ู้ อดช ว ๓.๑ พัฒ ว ่ ห้ ช ช ั ั ู้มีกระบวนการทางสังคม ที่ ส่งเสริมให้บุคคล กลุ่มบุคคล และชุมชนเกิดการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการสร้าง สภาพแวดล้อม ของชุมชน ท้องถิ่น สังคม ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และสนับสนุนการสร้างกลไกการขับเคลื่อนชุมชน ในการปลูกฝัง และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชน ๓. ่ จัด ู้ พื่อ ้ ว ั่ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการ ปกครองระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ อุดมการณ์ ความยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติและท้องถิ่น เสริมสร้างวิถีชีวิตของความ เป็น พลเมืองและมีศีลธรรมที่เข้มแข็ง รวมถึงการมีจิตอาสา โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการเพิ่มทักษะที่ จําเป็นต่อการดำรงชีวิต 2. สภาพที่พบ 1. กลุ่มเป้าหมายและวัสดุอุปกรณ์ในการจัดกิจกรรมมีความพร้อมในการดำเนินกิจกรรม 2. ครู สกร.อำเภอ มีแผนในการจัดกิจกรรมที่ชัดเจน มีการจัดโครงการและทำแผนการใช้จ่ายเงิน งบประมาณ 3. ภาคีเครือข่ายให้ความร่วมมือเป็นวิทยากรในการจัดกิจกรรม และประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม 3. ัจจั ้อ Input 1) หลักสูตรมีองค์ประกอบครบถ้วนตามกระบวนการพัฒนาหลักสูตร 2) เนื้อหาหลักสูตรบูรณาการสภาพ ปัญหา ความต้องการของผู้เรียนชุมชนและแนวโน้ม การพัฒนา 3) มีแผนงาน/ โครงการ / กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการ ของประชาชน 4) มีแผนการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร 5) วิทยากรมีความรู้ความสามารถตามเนื้อหาหลักสูตร 6) วัสดุ อุปกรณ์ มีเพียงพอและสถานที่มีความเหมาะสม 4. ว Process 1) วิทยากร มีความรู้ ความสามารถและมีเทคนิคการถ่ายทอดเหมาะสม 2) วิทยากร จัดการเรียนรู้ตามแผนที่กำหนด 3) ใช้สื่อ แหล่งเรียนรู้ /ภูมิปัญญาท้องถิ่นประกอบการสอน
85 . ผ ผ Output เพื่อให้ประชาชนได้เล็งเห็นความสำคัญในการจัดการขยะในชุมชน มีความรู้ ความเข้าใจในวัสดุแต่ละ ประเภท การคัดแยกวัสดุ การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่และมีความรู้วิธีจัดการขยะ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการจัดการ ขยะในสังคมและชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดปริมาณขยะในชุมชนได้ 6. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ 1) ผู้บริหารเห็นความสำคัญในการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง ให้การสนับสนุนงบประมาณ ช่วยส่งเสริม ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา ให้การดำเนินงานเป็นตามแผนงานโครงการ 2) มีการวางแผนและมีความรู้ความเข้าใจในนโยบาย ความสามารถในการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการอ่านที่หลากหลาย เหมาะสม สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ มีทักษะการปฏิบัติงาน มีใจรักในการบริการ มีการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ และนำมาปรับปรุงพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งขึ้น 7. ปัญหา อุปสรรค - - 8. ข้อเสนอแนะ - ภาพกิจกรรม
86 ผ ดำ ู้ พื่อ ว ฒ ดั จำ พ. . ๗ ไ ่ ๑ - – ๗ ่ ู้ห ั ือไ 1. อด ้อ ั โ แ จ ด ้ ดำ ำ ั . จำ พ. . 2567 . ดั พ จัด ู้ .๑ พัฒ แ ั ห ั ู โ แ ู้ ื่อ ู้ แ ว ธ จัด ว ู้ ่ พแ ฐ เหมาะสมและเป็นไปตามสภาพ ความต้องการ และความถนัด สอดคล้อง กับสภาวการณ์ของประเทศและทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก โดยมุ่งพัฒนาประชาชนทุก ช่วงวัยให้มีทักษะที่เหมาะสม และจําเป็นต่อการดำรงชีวิต จบแล้วมีงานททำสอดคล้องกับความ ต้องการของตลาดแรงงาน ๓. ่ แ ั ้ ั แห่ ู้ อดช ว ๓.๑ พัฒ ว ่ ห้ ช ช ั ั ู้มีกระบวนการทางสังคม ที่ ส่งเสริมให้บุคคล กลุ่มบุคคล และชุมชนเกิดการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการสร้าง สภาพแวดล้อม ของชุมชน ท้องถิ่น สังคม ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และสนับสนุนการสร้างกลไกการ ขับเคลื่อนชุมชนในการปลูกฝัง และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชน ๓. ่ จัด ู้ พื่อ ้ ว ั่ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการ ปกครองระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ อุดมการณ์ ความยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติและท้องถิ่น เสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็น พลเมืองและมีศีลธรรมที่เข้มแข็ง รวมถึงการมีจิตอาสา โดยผ่าน กิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการเพิ่มทักษะที่จําเป็น ต่อการดำรงชีวิต . พ ่พ 1. กลุ่มเป้าหมายและวัสดุอุปกรณ์ในการจัดกิจกรรมมีความพร้อมในการดำเนินกิจกรรม 2. ครู สกร.อำเภอ มีแผนในการจัดกิจกรรมที่ชัดเจน มีการจัดโครงการและทำแผนการใช้ จ่ายเงินงบประมาณ 3. ัจจั ้อ Input 1. มีการสำรวจผู้ไม่รู้หนังสือโดยลงพื้นที่ทำการสำรวจ มีจำนวนผู้ลืมหนังสือจำนวน 144 คน 2. มีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้ไม่รู้หนังสือรายบุคคล 3. มีการประเมินสภาพการรู้หนังสือก่อนจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบบันทึกผลการประเมินหลักสูตร การรู้หนังสือไทย 5. มีการจัดทำแผนการเรียนรู้ 4. ว Process 1 ผู้จัดการเรียนรู้และจัดกระบวนการเรียนรู้โดยมอบหมายให้ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน
87 2. มีเครือข่าย อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ 3. มีการใช้สื่อที่เหมาะสมกับสภาพและพื้นที่ของกลุ่มเป้าหมาย 4. มีเครื่องมือแบบทดสอบการรู้หนังสือไทย แบบบันทึกข้อมูลผู้เรียน และเกณฑ์การวัดผล 5. มีการออกวุฒิบัตรให้กับผู้ผ่านการประเมิน . ผ ผ Output / ผ ัพธ์ Outcome 1. มีการสรุปรายงานผลการดำเนินงานเมื่อสิ้นสุดการจัดการเรียนรู้ และสถานศึกษามีการนำผลมา ศึกษา วิเคราะห์และกำหนดแนวทางการแก้ไข ปรับปรุง พัฒนา 2. ผู้รับบริการมีความรู้เพิ่มขึ้นสามารถ อ่านออก เขียนได้ จำนวน 144 คน 6. ัจจั ่ ่ ผ ่อ ว ำ ็จ - ครูอาสาสมัครฯ มีความรู้และกระบวนการถ่ายทอดกิจกรรม และนำกิจกรรมนันทนาการเข้ามา ร่วมกับการจัดการเรียนการสอน 7. ัญห อ - นักศึกษาบางส่วนมีปัญหาด้านสายตาไม่ดี การรับฟังมีปัญหา และกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็น ผู้สูงอายุ 8. ข้อ อแ พื่อ พัฒ - สนับสนุนการจัดการเรียนสอนการรู้หนังสือไทยและการสร้างนวัตกรรมส่งเสริมการอ่านสำหรับผู้ไม่รู้ หนังสือหรือผู้ลืมหนังสือ พโ
88 ผ ดำ ู้ พื่อ ว ฒ ดั จำ พ. . ๗ ไ ่ ๑ - – ๗ จัด อ ดั ขั้ พื้ ฐ พ ธ ั ช 1 ๑. ้ โอ ข้ ู้อ ่ ั่ว แ ่ ๑.๑ จัด ำ ห ือแพ ฟอ ์ ู้ Digital Learning Platform) รวมทั้งแอปพลิเคชั่น หรือสื่อดิจิทัลที่มีคุณภาพครบวงจรเพื่อการเรียนรู้ในช่องทางเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ ทั้ง Online On-site และ On-air ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) ๑. พัฒ ห ่ว ู้ ธ ห ่ว Credit Bank System) ที่สามารถ เชื่อมโยงการศึกษาและการเรียนรู้ในทุกระดับและประเภท สร้างความคล่องตัวและเปิดทางเลือกให้กับ ผู้เรียน ทุกระดับ เพื่อประโยชน์ในการรับรองคุณวุฒิ หรือการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพต่อไป ๑.๓ พัฒ ดั ห ือ โอ ผ ั ว ู้ ์ แ ห้ ฐ เชื่อมโยงกับการศึกษาและการเรียนรู้ทุกรูปแบบ เพื่อใช้ ประโยชน์ในการเข้าศึกษา การสะสมความรู้ หรือการรับรองคุณวุฒิระดับการศึกษาต่างสถานศึกษาหรือต่าง ระบบได้ . ดั พ จัด ู้ .๑ พัฒ แ ั ห ั ู โ แ ู้ ื่อ ู้ แ ว ธ จัด ว ู้ ่ พแ ฐ เหมาะสมและเป็นไปตามสภาพ ความต้องการ และความถนัด สอดคล้อง กับสภาวการณ์ของประเทศและทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก โดยมุ่งพัฒนาประชาชนทุกช่วงวัยให้มีทักษะที่ เหมาะสม และจําเป็นต่อการดำรงชีวิต จบแล้วมีงานททำสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน . จัด ่ แ ั ู้แ STEM Education (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ทั้งในสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ .๓ จัด ห้ แ แ ว ำห ั ผู้ Coaching) และวางแผนทางเลือกทางการศึกษา และการเรียนรู้ที่หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง ในการเข้าถึงการศึกษา การ เรียนรู้ และการฝึกอาชีพอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบแนวทางการเรียนและเป้าหมายชีวิตที่ตนเอง ชอบ รวมทั้งการดูแล เฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาสุขภาวะทางจิตของผู้เรียน เพื่อให้สามารถอยู่ในสถานศึกษาได้ อย่างมีความสุข 2. พ ่พ มีการศึกษาพื้นฐานนอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษา พื้นฐานนอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ทั่วถึง ครอบคลุม และเป็นธรรม และพัฒนาความรู้ ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้กับผู้เรียนผู้รับบริการ
89 3. ัจจั ้อ Input 1) หลักสูตรมีองค์ประกอบครบถ้วนตามกระบวนการพัฒนาหลักสูตร 2) เนื้อหาหลักสูตรบูรณาการสภาพ ปัญหา ความต้องการของผู้เรียนชุมชนและแนวโน้ม การพัฒนา 3) มีแผนการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร 4) วิทยากรมีความรู้ความสามารถตามเนื้อหาหลักสูตร 5) วัสดุ อุปกรณ์ มีเพียงพอและสถานที่มีความเหมาะสม 4. ว Process 1) ครูมีความรู้ ความสามารถและมีเทคนิคการถ่ายทอดเหมาะสม 2) วิทยากร จัดการเรียนรู้ตามแผนที่กำหนด 3) ใช้สื่อ แหล่งเรียนรู้ /ภูมิปัญญาท้องถิ่นประกอบการสอน . ผ ผ Output กลุ่มเป้าหมายสามารถนำความรู้ความสามารถนำไปศึกษาต่อ ประกอบอาชีพและสามารถดำรงชีวิตอยู่ใน สังคมได้อย่างมีความสุข 6. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ - วัสดุ อุปกรณ์ สื่อ เทคโนโลยี ที่สนับสนุน และเอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน - ครูมีความรู้ และพัฒนาตนเอง สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอน หลายรูปแบบ 7. ัญห อ - นักศึกษามีความหลากหลายด้านความต้องการทางการศึกษา จำเป็นต้องศึกษาผู้เรียนเป็น รายบุคคลก่อนจัดทำแผนการสอน จึงทำให้ยากต่อการจัดเรียนสอน 8. ข้อ อแ พื่อ พัฒ - สถานศึกษาส่งเสริม สนับสนับการจัดอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านต่างๆ เพื่อยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนให้สูงขึ้น
90 พ จ ครูกศน.ตำบล และครูศูนย์การเรียนชุมชน จัดกิจกรรมการเรียนการสอนนักศึกษาหลักสูตรการศึกษานอก ระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 การสอบวัดผลสัมฤทธิ์กลางภาค ประจำภาคเรียน 2/2566
91 จัด อ ขั้ พื้ ฐ ผ่ ออ ไ ์
92
93 จ อ ื่อ จ อ ื่อ
94
95 Best Practice ู้ พื่อ ว ฒ ดั best practice . ำ ห อ ัว ู้ พื่อ ว ฒ ดั ชื่อผ นักศึกษา ศกร.ตำบลหนองบัว เข้าสอบปลายภาคเรียนที่ 2/2566 สูงถึงร้อยละ 90 ชื่อ จ้ ขอ ผ นางสาวดารินทร์ พันธ์จันทร์ ศกร.ตำบลกนองบัว สกร.อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม 1. ว ำ ัญแ ว ็ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโกสุมพิสัย เห็นว่าเพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานจาก นโยบายเร่งด่วนเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ข้อที่ ๓ ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและ เสริมสร้างศักยภาพคนให้มีคุณภาพ และนโยบายและจุดเน้นการดาเนินงานของ สำนักงาน กศน. ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 3.1 พัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง กับการจัดกิจกรรมและการเรียนรู้ 3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ ให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการ เรียนรู้ 3.3 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ 3.4 เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคี เครือข่าย 3.5 พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาและกลุ่มเป้าหมาย ศกร.ตำบลหนองบัว ได้เห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้ติดตามนักศึกษาผู้เข้าสอบปลายภาค ร้อยละ 80 ของจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมด . วั ์ 1. เพื่อให้นักศึกษา ศกร.ตำบลหนองบัว เข้าสอบปลายภาคเรียนร้อยละ 80 ๓. ้ ห . ้ ห ช นักศึกษา ศกร.ตำบลหนองบัว เข้าสอบปลายภาคเรียนร้อยละ 80 . ้ ห ช พ นักศึกษา ศกร.ตำบลหนองบัว เข้าสอบปลายภาคเรียนมากกว่าหนึ่งรายวิชาขึ้นไป ตามที่ได้ ลงทะเบียนเรียน 4. ขั้ อ ดำ 1. ขั้นตอนการวางแผน - กำหนดและวางแผนในการติดตามนักศึกษา ของ ศกร.ตำบลหนองบัว 2. ขั้นตอนการปฏิบัติตามแผน - ติดต่อรายบุคคลทาง Online - เคาะประตูบ้าน
96 - ส่งตารางสอบทางผู้นำชุมชน - ใช้เทคนิคเพื่อนติดตามเพื่อน 3. ขั้นตอนการตรวจสอบการปฏิบัติตามแผน - ตรวจสอบกับแผน - ตรวจสอบผลร้อยละของงผู้เข้าสอบ 4. ขั้นตอนการปรับปรุงแก้ไข - ผลร้อยละ ๙0 เกินกว่าเป้าหมาย - ครั้งต่อไปกำหนดร้อยละ 100 . ผ ดำ - ผลการเข้าสอบของนักศึกษา ศกร.ตำบลหนองบัว เข้าสอบ ๕๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๙๖.๓๖ . ดั ว ำ ็จ เป็นไปตามเป้าหมาย สูงกว่าเป้าหมาย ต่ำกว่าเป้าหมาย ๗. อ - ระยะทางจากพื้นที่ตำบลหนองบัว ห่างจาก สกร.อำเภอโกสุมพิสัย 42 กม. เป็นอุปสรรคต่อการ เดินทางเข้าสอบปลายภาคเรียนของนักศึกษา 8. ข้อ อแ /แ ว พัฒ - ครั้งต่อไปกำหนดร้อยละของการเข้าสอบให้สูงขึ้น - หาวิธีการติดตามผู้เรียนเพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาเห็นความสำคัญของการเรียน และการสอบ
97 ห้องเ ยนออน ลน์ . ้น ห้องเ ยนออน ลน์ .ปล ย