การจัดการชีวิตกับสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมแบบยังยืน ่ 239 คําถาม 1. จงอธิบายขั้นตอนการบริ หารจัดการชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ร่วมกับนวัตกรรมชีวภาพและเทคโนโลยี ประกอบด้วยกี่ขั้ นตอน อะไรบ้าง? 2. จงอธิบายคุณสมบัติของนักบริหารจัดการชีวิตกับสิ่งแวดล้อมให้บรรลุเป้ าหมายตามมาตรฐาน ISO 14000 และบรรลุเป้ าหมายตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง? 3. จงอธิบายแนวคิดการบริหารจัดการชีวิตกับสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อทําให้ชีวิตกับ สิ่งแวดล้อมคืนสู่สภาพสมดุลธรรมชาติและสามารถนํากลับมาใช้ซํ้าหรือใหม่หรือขยะเหลือศูนย์แบบ ยังยืน ่ ? 4. จงอธิบายเป้ าหมายของการบริหารจัดการชีวิตกับสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในยุคศตวรรษ ที่21 ที่มีความสอดคล้องกับหลักการบริหารจัดการชีวิตกับสิ่งแวดล้อม? 5. จงอธิบายเทคโนโลยีสะอาด (CT) หรือเทคโนโลยีที่เหมาะสมคืออะไร? 6. จงอธิบายเหตุผลที่ต้องตรวจติดตามการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรื ออีไอเอ หลังการดําเนิน โครงการหรือกิจกรรม เพราะเหตุใด? 7. จงอธิบายเปรียบเทียบสถานภาพระบบนิเวศของชีวิตกับสิ่งแวดล้อมหลังการการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ มีกี่สถานภาพ ในแต่ละสถานภาพมีความแตกต่างของโครงสร้างและการทํางาน อย่างไร?
240 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ เอกสารอ้างอิง Ahemad, M. A. Malik 2011. Bioaccumulationof heavy metals by zinc resistant bacteria isolated from agricultural soils irrigated with wastewater Bacteriol. J.,2 (2011), pp.12-21 Aksornkoae, S. and Khemnark C., 1994. Nutrient cycling in mangrove forest of Thailand Proc. As. In Sump. MangroveRes&Manag, page13. Aiyuk.S.A. Van Haandel W. Verstrates2004. Environmental Technology: Remove of Ammonium Nitrogen from pretreated Domestic sewage using a Natural ion Exchange.25:1321-1330. Fabrice G. Renaud, Karen Sudmeier-Rieux, Marisol Estrella – 2016. Open-coast sandy beaches and coastal dunes. In: Lockwood JL, Maslo B (eds) Coastal conservation. Cambridge University Press, Cambridge, MA Spalding MD, Nature J Coast Conserve 11:31–52. Lacambra C et al (2014) The role of ecosystems in coastal protection and Adaptation in Practice, 597 pages. Frank, A. B. 2005. Mycorrhizae: the challenge to evolutionary and ecology theory Mycorrhiza, 15(4): 277-281. Liu, Q., P. Loganathan and M.J. Hedley. 2005. Influence of ectomycorrhizal hyphae on phosphate fractions and dissolution of phosphate rock in rhizosphere soils of Pinus radiate. Journal of Plant Nutrition. 28:1525-1540. Park Youngjin, Mohammad Moniruzzaman, Seunghan Lee, Jeongwhui Hong, Seonghun Won, Jong Min Lee, Hyeonho Yun, Kang-Woong Kim, Daegyun Ko, Sungchul C. Bai, 2016. Comparison of the effects of dietary single and multi-probiotics on growth, non-specific immune responses and disease resistance in starry flounder, Platichthys stellatus, Fish & Shellfish Immunology J., 59.page351-357. Rattanaloeadnusorn S 2017. Inoculants Fungal Trichoderma, Mucor and Bacillus for Community Development Based on sufficiency economy philosophy. International Journal of GEOMATE, Dec., 2017, Vol. 13, Issue 40, pp.16 – 23.Special Issue on Science, Engineering & Environment, ISSN: 2186-2990, Japan. DOI: https://doi.org/10.21660/2017.40.2517 Odum Howard T., 1983 . Ecological and General Systems: An Introduction to Systems Ecology, Revised Edition. University Press of Colorado; Revised, Subsequent edition (May 15, 1994) 644 pages. Wang, H.Y, Fan, B.Q, Hu, Q.X and Yin, Z.Y. 2011. Effect of inoculation with Penicillium expansum on the microbial community and maturity of compost. Bioresource technology 120: 11189-11193. ทัศนีย์ อัตตะนันท์ ประไพ อิสร บัญญัติเศรษฐิติ สมชาย กรีฑาภิรมย์2524.การศึกษาเปรียบเทียบซีโอไลท์กับ วัสดุอื่น ๆ ในระบบชั้นดินอิฐที่ใช้บําบัดนํ้ าเสียจากห้องสุขา,วารสารดินและนํ้ า ฉบับที่ 19 หน้าที่ 76-84. มณีวรรณ เกตะวันดี 2550.การกําจัดแอมโมเนียไนโตรเจนจากนํ้ าเสียโรงงานฟอกหนังด้วยแมงกานีสซ๊โอไลต์ วิทยานิพนธ์ปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กทม. นิตยา เลาหะจินดา2549. นิเวศวิทยา : พื้ นฐานสิ่งแวดล้อมศึกษา สํานักพิมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน.292 หน้า
การจัดการชีวิตกับสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมแบบยังยืน ่ 241 สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์, 2561. หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนและสารเสริมการเติบโตและป้ องกันและลดสารพิษ ปนเปื้อนเพื่อการเกษตรอินทรีย์Nano-microbe and plant growth promotion rhizobacteria-yeast-fungal: PGPR คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี28 หน้า. สุขุม เร้าใจและอิสริยา วุฒิสินธ์ 2552. การกําจัดแอมโมเนียไนโตรเจนจากนํ้ าเสียฟาร์มสุกรและไก่ด้วยแมงกานีส ซีโอไลต์ในแบบจําลองคลองวนเวียน Environmental and Natural Research Journal vol7 No1 June 2009 หน้าที่ 50-65. สุชาดา ยางเอม.2546. การกําจัดแอมโมเนียในนํ้ าเสียตู้เลี้ยงปลาโดยการกรองด้วยหินภูเขาไฟ วิทยานิพนธ์ ปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กทม. อารักษ์ดํารงสตยั กาญนถา ครองธรรมชาติสมชาย ดารารัตน์2006. การใช้ซิโอต์ร่วมกับทรายไม่คัดขนาดในการ กําจัดแอมโมเนียไนโตรเจนในนํ้ าเสียจากฟาร์มสุกร (Using Zeolite and ungraded sand to remove ammonia nitrogen from swine wastewater) KKU res Journal (4): oct-Dec. หน้าที่311-318.
242 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ บทที่ 6 เทคโนโลยีการใช้นวัตกรรมหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน เพื่อการเกษตรอินทรีย์ บทนํา เทคโนโลยีหัวเชื้อจุลินทรีย์และชีวภัณฑ์มาตรฐานสากลเพื่อการเกษตร เท คนิ ค การป ลูกข้าวอิ น ท รี ย์ร่ วม กับ ส ารชี วภาพเค ลื อบผส มหั ว เชื้อจุลินทรีย์และสารอาหารเสริม “เพิ่ มผลผลิต ลดทุน เพิ่ มรายได้ปรับ สภาพสิ่งแวดล้อม เพิ่ มโภชนาการอาหาร ลดสารอันตรายปนเปื้อน” เท คนิ คการป ลูกป าล์มนํ้ามัน ร่ วมกับ ส ารชี วภาพเคลื อบผสมหัว เชื้อจุลินทรีย์และสารอาหารเสริม เทคนิคการปลูกผักสลัดอินทรี ย์ ร่ วมกับสารชีวภาพเคลือบผสมหัว เชื้อจุลินทรีย์และสารอาหารเสริมแบบสมาร์ท “เพิ่ มผลผลิต ลดทุน เพิ่ ม รายได้ปรับสภาพสิ่งแวดล้อม เพิ่ มโภชนาการอาหาร ลดสารอันตราย ปนเปื้อน” ภายในโรงเรือนแบบสมาร์ท สรุป คําถาม เอกสารอ้างอิง หัวเชื้อจ ุ ลินทรีย์นาโนเพื่อการเกษตรอินทรีย์6 เทคโนโลยีการใช้นวัตกรรม
เทคนิคการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนเพื่อการเกษตรอินทรีย์ 243 บทนํา ในอดีตเกษตรกรของประเทศไทย และเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน อําเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี มัก นิยมปลูกพืชที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ข้าวผัก ปาล์มนํ้ามัน ผลไม้ อื่นๆโดยการใช้ปุ๋ ยเคมีและสารเคมีกําจัด วัชพืช ควบคุมโรคพืชและศัตรูแมลงมาอย่างยาวนาน จึงส่งผลให้สภาพดินแข็ง เซลล์รากพืชดูดธาตุอาหารได้น้อย กว่าปกติ จึงทําให้การเจริญเติบโตราก ใบ ลําต้น กอข้าว การออกดอกและติดผลน้อย ผลผลิตไม่คุ้มกับการลงทุน นอกจากนี้พบว่าผลผลิตทางการเกษตร มักมีสารเคมีอันตรายสะสมและปนเปื้อนเกินมาตรฐานสากลที่กําหนดไว้ ซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมดิน นํ้า อาหาร อื่นๆ ดังเห็นได้จากการสํารวจวิเคราะห์ผลผลิต ข้าวสาร มาตรฐานปลอดภัย มักมีสารเคมีโลหะหนักปรอท ตะกั่ วตกค้างและปนเปื้อนในผลผลิตเกษตร (Ahemad, 2011) ประกอบกับเกษตรกรชาวนามักนิยมเผาตอซัง ฟางข้าวเมื่อเกษตรกรต้องการปลูกข้าวในรอบ ต่อไป จึงส่งผลให้ความหลากหลายของจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ที่ดีในดินถูกทําลายและสภาพดินแข็ง (สุกาญจน์ 2561; สุกาญจน์และอัชฌานัท 2565) จากปัญหาและผลกระทบดังกล่าวข้างต้น ผู้เขียนจึงได้บูรณาการเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทันสมัยและ ศึกษาวิจัยต่อยอด ร่วมกับสถานประกอบการ วิสาหกิจชุมชนเพื่อผลิตนวัตกรรมจุลินทรีย์และชีวภัณฑ์เพื่อ การเกษตรได้แก่ หัวเชื้อราอัดเม็ด หัวเชื้อชีวภาพอัดเม็ด หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน สารอาหารเสริมสกัดอินทรีย์ สาร ปรุงดินผสมสารอินทรีย์ตัวเร่ง และสารชีวภาพอินทรีย์ที่ขนาดโลเลกุลเล็ก ๆสําหรับใช้เป็ นตัวเร่ง ตัวจับ ตัวเติม ตัวรักษาสภาพอินทรีย์ธรรมชาติ อื่นๆ ร่วมกับกลไกการทํางานของความหลากหลายทางชีวภาพจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ (antagonistic microbe) จุลินทรี ย์โพรไบโอติก (probiotic microbe) จุลินทรี ย์สังเคราะห์แสง (photosynthetic microbe)ได้แก่ รา แบคทีเรีย แอกติโนมัยซิส ยีสต์ เอ๊กโตมายคลอไรซา แอนโดมายคลอไรซา อื่น ๆ เพื่อเร่งและ กระตุ้นการเจริญเติบโต ช่วยป้ องกันโรคพืช ปรับสภาพดินนํ้าให้เหมาะสม เพิ่ มผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรอินทรีย์ สําหรับใช้เป็ นวัตถุดิบในกระบวนการแปรรูปชีวภัณฑ์สินค้าใหม่ๆ ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เพิ่ มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ของผลผลิตเกษตรและวัสดุเหลือทิ้ ง ดังนี้ 1. เทคโนโลยีไคโต (Chito technology) จัดเป็ นเทคโนโลยีสําหรับการผลิตไคติน ตัวเร่ งอินทรี ย์ (catalysts) สารซีโอไลด์ตัวเติม ตัวเร่ง ตัวรักษาสภาพ จากวัสดุเหลือทิ้ ง เปลือกกุ้ง เปลือกปูอื่นๆ สําหรับกลุ่ม จุลินทรีย์สามารถย่อยไคตินและลิกนิน โดยการหลัง่ เอนไซม์ทําให้ได้สารอินทรีย์นํ้ าตาลไคโตโอลิโกแซคคาไรด์ (chito-oligosacharide) ที่เรียกย่อ ๆ ว่า COS โดยนํา COS ที่มีส่วนประกอบธาตุอาหารเสริ มแมงกานีส เหล็ก สังกะสี อื่นๆเป็ นสายโมเลกุลยาวและโมเลกุลสั้น ไปใช้เป็ นส่วนประกอบการผลิตชีวภัณฑ์ทางการเกษตร (ingredients) สําหรับช่วยกระตุ้นเพิ่ มภูมิคุ้มกันพืช การควบคุมโรคและป้ องกันจุลินทรีย์ก่อโรค และการปรับ สภาพดินให้มีช่องว่างระหว่างเม็ดดินที่ร่วนซุยมากขึ้น 2. เทคโนโลยีชีวภาพและนาโนเทคโนโลยี (Bio technology และ Nano technology) จัดเป็ นเทคโนโลยี การหมัก เทคโนโลยีการสกัด ในการเร่งการย่อยสลายและสกัดสารอาหารหลัก สารอาหารรองและสารอาหาร เสริมอินทรีย์ได้แก่ กรดฮิวมิค กรดฟูกอิค กรดอะมิโน นํ้ าตาลรีดิวซ์ โปรตีน ฮอร์โมน ออกซิน ไซโตคิน สารต้าน อนุมูลอิสระฟลาโวนอยด์ เกลือแร่ วิตามิน อื่น ๆ ให้อยู่ในรูปสารประกอบโมเลกุลเล็ก ๆระดับนาโน สําหรับช่วย เร่งกระตุ้นการเจริญเติบโตและเพิ่ มภูมิคุ้มกัน ยับยั้ งสารเคมีอันตรายปนเปื้อนและมีผลต่อสุขภาพ
244 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ 3. เทคโนโลยีคีเลต (Chelation technology) จัดเป็ นเทคโนโลยีสกัดเพื่อผลิตสารคีเลตอินทรีย์ ได้แก่ สารอะมิโนคีเลต สําหรับช่วยเร่งและกระตุ้นการแตกตา ราก ใบ ดอกและติดผลดก เพิ่ มประสิทธิภาพการดูดซึม ธาตุอาหารเข้าสู่เซลล์ เพิ่ มการสังเคราะห์แสง เพิ่ มการเจริญเติบโตและเพิ่ มผลผลิต เป็ นต้น 4. เทคโนโลยีการเคลือบ (Encapsulation technology)จัดเป็ นเทคโนโลยีการเคลือบผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ นาโนและชีวภัณฑ์แปรรูป ด้วยสารรักษาสภาพ สารตัวเติม ตัวจับและตัวเร่งอินทรีย์ ก่อนการปั้นขึ้นเป็ นเม็ด การ อบแห้ง เพื่อทําให้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมชีวภาพ ยังคงคุณภาพและมีคุณสมบัติที่ได้มาตรฐานสากลยืดอายุการเก็บ รักษาไว้นาน ๆ และเพิ่ มความสะดวกและปลอดภัยต่อผู้ใช้นวัตกรรมชีวภาพจุลินทรีย์ ต่อมา กลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน และชุมชน ได้นําเทคโนโลยีนวัตกรรมชีวภาพจุลินทรีย์นี้ ไปใช้ ประโยชน์ในการพัฒนาการเกษตรอินทรีย์ การประมงอินทรีย์ การอุตสาหกรรมแบบขยะเป็ นศูนย์ ผลปรากฏว่า สามารถเพิ่ มผลผลิต ลดต้นทุน ปรับสภาพดินนํ้ า เพิ่ มวิตามินและเกลือแร่ อาหารปลอดภัยปราศจากโลหะหนัก และสารเคมีอันตรายปนเปื้อน ผลผลิตสินค้าได้มาตรฐานอินทรีย์(organic) เมื่อตรวจวิเคราะห์ผลผลิตเกษตรใน ห้องปฏิบัติการเคมี พบว่าผลผลิตข้าวเปลือกอินทรีย์ให้ปริมาณค่าโภชนาการของสารอาหารหลักสารอาหารรอง และสารอาหารเสริม วิตามิน เกลือแร่ ได้แก่ ไนอะซิน สารกาบา ในปริมาณที่มากกว่าผลผลิตข้าวเปลือกที่ปลูก ด้วยปุ๋ ยเคมี ผลผลิตเฉลี่ย 1,000 -1,500 กิโลกรัมต่อไร่ เพิ่ มรายได้มากขึ้นกว่าปกติ 30-50 เปอร์เซ็นต์ ลดต้นทุน 1,800-2,300 บาทต่อไร่ ลดปริมาณการใส่ปุ๋ ย 30-40 เปอร์เซ็นต์จากปกติปรับสภาพดินและนํ้ ามีความร่วนซุยเพิ่ ม มากขึ้น ดินร่วนซุยไม่แข็งและปรับค่าพีเอสเฉลี่ย 6.5 มีปริมาณความหลากหลายทางชีวภาพจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ เพิ่ มขึ้น ซึ่ งผลการศึกษานี้มีความสอดคล้องกับการศึกษาของ Frank, 2005 Wang et al., 2009Figueiredo et al. 2009 Park et al., 2016 และ Rattanaloeadnusorn, 2017 ดังนั้น จึงทําให้ปัจจุบัน กลุ่มเกษตรกรชาวนาได้ขยายพื้นที่การดําเนินการปลูกข้าวนาแปลงใหญ่ ร่วมกับสารชีวภาพผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์และสารอาหารเสริมนาโนหรือ PGPM แบบมีร่วมของเครือข่ายฯของ ภาครัฐบาล เอกชน และชุมชน เพื่อพัฒนาการจัดการเกษตรอินทรีย์ข้าวและพืชที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจต่างๆ ร่วมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยี ตั้ งแต่กิจกรรมต้นนํ้ า กิจกรรมกลางนํ้ า และกิจกรรมปลายนํ้ า ดังรายละเอียดดังนี้ คือ 1. กิจกรรมต้นนํ้า: เทคนิคการพัฒนาการปลูกข้าวอินทรีย์และพืชที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจต่างๆ ด้วย สารชีวภาพผสมสารอาหารเสริมนาโนและหัวเชื้อจุลินทรีย์หรือ PGPM ร่วมกับชุดเทคโนโลยีตรวจวิเคราะห์ สภาพดินภาคสนามแบบสมาร์ท ชุดเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ผลิตปุ๋ ยหมักชีวภาพสารชีวภาพผสมสารอาหารเสริมนา โนและหัวเชื้อจุลินทรีย์หรือ PGPM ภายในโรงเรือนแบบเติมออกซิเจนแบบสมาร์ท ชุดเทคโนโลยีหยอดต้นกล้า เทคโนโลยีโดรนหว่านฉีดพ่นเม็ดพันธุ์และสารอาหารเสริมพืช ชุดเทคโนโลยีเกี่ยวและมัดรวงข้าว ชุดเทคโนโลยี ฟัดข้าว เป็ นต้น 2. กิจกรรมกลางนํ้ า : เทคโนโลยีเครื่องสีข้าวผ่านเซ็นเซอร์คลื่นไมโครเวฟ ชุดบรรจุภัณฑ์ข้าวกล้อง สุญญากาศ เพื่อกําจัดไข่และตัวมอด ลดการใช้สารเคมีในขั้นตอนการเก็บรักษาและคงสภาพใหม่สดตลอดเวลา ปราศจากสารปนเปื้อน ในระดับเอสเอ็มอีชุมชน (SME) สําหรับจําหน่ายแก่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีการบูรณาการเทคโนโลยีต่างๆ ได้แก่ เทคโนโลยีการอบแห้ง เทคโนโลยีการหมัก เทคโนโลยีการ สกัดสารอาหารเสริมอินทรีย์ สารต้านอนุมูลอิสระ จากวัสดุเหลือทิ้ งที่เหลือจากการปลูกข้าวและผลผลิตเกษตร
เทคนิคการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนเพื่อการเกษตรอินทรีย์ 245 อินทรีย์ที่มีคุณสมบัติและสรรพคุณออกฤทธิ์สูงกว่าปกติ เพิ่ มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่ มประสิทธิภาพการลด มลพิษสิ่งแวดล้อม ที่ได้มาตรฐานสากลในเชิงพาณิชย์ ดังนี้ 2.1) ปุ๋ ยหมักเกรด 1 ผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์และสารอาหารเสริมชีวภาพ บนสารตัวเร่งอินทรีย์และ สารอาหารรอง และสารอาหารเสริมอินทรีย์หรือ PGPM ที่ช่วยเร่งการปรับสภาพพีเอสดินให้เหมาะสมต่อการ เจริ ญเติบโต ปรับสภาพดินให้ร่วนซุย เพิ่มปริ มาณค่าโภชนาการของสารอาหารหลัก สารอาหารรอง และ สารอาหารเสริมในผลผลิตเกษตรลดปริมาณสารโลหะหนัก สารเคมีอันตรายปนเปื้อนในผลผลิตเกษตร ดินและ นํ้ า 2.2) หัวเชื้อจุลินทรีย์ควบคุมโรคและศัตรูแมลงผสมตัวเติมแป้ งข้าวกล้องอินทรีย์ สารสกัดอะมิโนคี เลต โดโรไมท์ อื่นๆเพื่อยืดอายุชีวภัณฑ์ ประสิ ทธิภาพการละลายนํ้าได้ดี เพิ่มการดูดซึมสารอาหารหลัก สารอาหารรองและสารอาหารเสริมทางใบ และรากพืช เพิ่ มการเจริญเจริญเติบโต เพิ่ มนํ้ าหนัผลผลิตเกษตร 2.3) ตัวเร่งอินทรีย์ธรรมชาติเช่น แมงกานีส เหล็ก ซิลิกา สังกะสี ซิโอไลด์ ที่ช่วยกระตุ้นการ สังเคราะห์แสง ยับยั้ ง/กําจัดสารพิษโลหะหนักและสารเคมีอันตรายที่ปนเปื้อนในดินนํ้ า ไม่ให้เกิดการสะสมใน ผลผลิตเกษตร 2.4) ตัวเติมอินทรีย์นาโนเซลลูโลส ด้วยชุดเครื่องเตาเผาไร้ออกซิเจนจากพลังงานสีเขียว สําหรับการ ผลิตและสกัดนาโนเซลลูโลส อาหารเสริมและภูมิคุ้มกัน กลุ่มฟลาโวนอยด์ โฟลิก โปรตีน เกลือแร่ วิตามิน เบต้า แคโรทีน อื่นๆจากวัสดุเหลือทิ้ งเกษตร จากแกลบ ฟางข้าว อื่น ๆสําหรับใช้เป็ นวัตถุดิบ (ingredients) ในการ ผลิตภัณฑ์ต่อยอดด้านความความสวยความงาม สารอาหารเสริมพืชสัตว์ เป็ นต้น 3. กิจกรรมปลายนํ้ า:แอปพลิเคชันการบริหารจัดการตลาด และธุรกิจการจําหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์แปรรูปต่อยอดจากผลผลิตอินทรีย์และวัสดุเหลือทิ้ ง ที่ได้มาตรฐานสากล สําหรับจําหน่ายทั้งใน รูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ อันจะนําไปสู่ความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน สถานประกอบการและเครือข่ายฯ ทุก ภาคส่วน 4 ด้านหรือทุกมิติแบบยังยืน คือ ่ 3.1) มิติสิ่งแวดล้อม ลดมลสาร สารพิษ ขยะ ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติปราศจากการปนเปื้อนของ สารเคมี สารพิษปนเปื้อน และสามารถนํากลับมาใช้ประโยชน์ได้นอกจากนี้ ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติหรือ ชีวิตกับสิ่ งแวดล้อม ยังคงมีชนิดปริมาณและสัดส่วนของโครงสร้างและการทํางานเหมือนเดิม แบบขยะเหลือศูนย์ (zero waste) 3.2) มิติสังคมและสุขภาพ ทรัพยากรธรรมชาติหรือชีวิตกับสิ่งแวดล้อมปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ สุขภาพแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันสูงขึ้น 3.3) มิติเศรษฐกิจ สร้างงานสร้างอาชีพ ด้วยการแปรรูปและผลิต ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ชีวภาพจุลินทรีย์จากผลผลิตและวัสดุเหลือทิ้ งทางการเกษตรที่ได้มาตรฐานจีเอพีมาตรฐานอินทรีย์ลดต้นทุน เพิ่ มผลผลิตเกษตรและชีวภัณฑ์ 3.4) มิ ติ ก าร อ นุ รั ก ษ์ ศิ ล ป วัฒ น ธร ร ม ทําให้ ม นุ ษ ย์เห็ น ถึ งค วาม สํ าคัญ ข อ งก าร อ นุ รั ก ษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ การอนุรักษ์วิถีเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมชีวภาพจุลินทรีย์สร้างเอกลักษณ์ของชาติ เพิ่ มการแบ่งปั่ น เป็ นต้น
246 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ 6.1 เทคโนโลยีหัวเชื้อจุลินทรีย์และชีวภัณฑ์ต่อยอด เพื่อการเกษตร หัวเชื้อจุลินทรีย์และชีวภัณฑ์ต่อยอด เพื่อการเกษตร เกิดขึ้นจากสถานประกอบการได้ลงนามความและ วิจัยต่อยอด และขออนุญาตใช้สิทธิบัตรนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี(A Patent Owned by RMUTT) ได้แก่ หัวเชื้อชีวภาพอัดเม็ด หัวเชื้อรา หัวเชื้อราอัดเม็ด หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน สารอาหารเสริม อินทรีย์ อื่นๆ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยฯ โดยการนําเทคโนโลยีและนวัตกรรมชีวภาพจุลินทรีย์ต่างๆ (Technology & Innovation: T&I) ไ ด้ แ ก่ Chito technology, Biotechnology, Nanotechnology, Chelation technology และ Encapsulation technologyแปรรูปและผลิตนวัตกรรมชีวภาพจุลินทรีย์และชีวภัณฑ์ต่อยอด จากผลผลิตเกษตรและ วัสดุเหลือทิ้ งจากสถานประกอบการ ชุมชน เพื่อสกัดและผลิตชีวภัณฑ์ต่อยอด เพื่อการเกษตรที่ได้มาตรฐานไอเอฟ โอเอเอ็ม ม.ก.ท และมาตรฐาน Q กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความเป็ นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้และกําไร เพิ่มภูมิคุ้มกัน ผลผลิตทาง การเกษตรที่ปราศจากสารพิษ สารเคมีอันตรายปนเปื้อนและมีคุณภาพสูง ผลผลิตได้มาตรฐานอินทรีย์เพื่อ การเกษตร ดังนี้ภาพที่ 6.1-6.2 ภาพที่ 6.1 เทคโนโลยีนวัตกรรมชีวภาพหัวเชื้อจุลินทรีย์และชีวภัณฑ์ต่อยอด เพื่อการเกษตรการสร้างชุมชนนวัตกรรม ชุมชนนวัตกรรม “. ต้นแบบการเกษตรอินทรีย์ ไทยแบบสมาร์ทฟาร์ม” การประยุกต์ใช้T&I ที่เหมาะสม นวัตกรรมการจัดการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทย สภาพปัญหาของชุมชน (ดิน นํ้ า ขยะ การเกษตรอินทรีย์ ) แหล่ งเรียนรู ้ปฏิบัติการเกษตร ของชุ มชนและใกล้เคียง ช ุมชนนวัตกรรม “ต้นแบบการเกษตรอินทรีย์แบบสมาร์ทฟาร์ม” วิสาหกิจชุมชนตําบล บึงบา อําเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เพิ่มมูลค่ าทางเศรษฐกิจ สู งขึ้น40 % แผนการผลิ ต/แปรรูปผลผลิต อิ นทรี ย์ไทย/วัสดุเหลื อทิ้ง ในเชิง พาณิชย์ของชุมชน ชี วภัณฑ์จุ ลิ นทรี ย์และต่อยอด มาตรฐานอาหารและยาออร์แกนกิ 100% เครื่องบดผสม โรงเรือนหมักปุ๋ยชีวภาพผสมอาหารเสริมและ เชื้อจุ ลินทรีย์โพรไบโอติก แบบสมาร์ท เร่งการดูดซื มรวดเร็ว ยับยั้งโลหะหนัก ไนเตรตสะสม ถังหมักอาหารเสริม แบบเติมออกซิเจนแบบ สมาร์ท คอลัมบําบัดนํ้าและผลิตนํ้า อิเลคโตรไลน์ื เพื่อสกัดอาหาร เสริมชีวอินทรีย์ โรงเรือนอบแห้งพลังงาน แสงอาทิตย์ 1.ขายตรง(RDS) 2.ออนไลนB์2C B2B ถังขยายและชี วภัณฑ ์ หัวเชื้ อจุ ลิ นทรีย์เพื่อ เกษตรในเชิ งพาณิชย์ โรงเรือนการปลู กผ ักอินทรีย์ สมาร์ทฟาร์มผ่านแอปพลิเค ชันและแปลงปลู กพืชอินทรีย์ การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากผลผลิตเกษตรผัก ผลไม้สมุนไพร ข้าว/วัสดุเหลือทิ้ง/สินค้าแปรรูป มาตรฐานอินทรีย์ไทย เทคโนโลยีนวัตกรรมจุลินทรีย์โพรและฟรีไบโอติก เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรอินทรีย์/การกําจัดขยะเหลือศูนย์แบบขยะเหลือศูนย์(zero waste) วิสาหกิจชุมชนบึงบา ตําบลหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี
เทคนิคการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนเพื่อการเกษตรอินทรีย์ 247 6.1.1 หัวเชื้อจุลินทรีย์และชีวภัณฑ์มาตรฐานสากล เพื่อการเกษตร 1. THAN 1 หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน:การหมัก Nano-microbe: Fermentation ส่วนประกอบ : -จุลินทรีย์ปฏิปักษ์กลุ่มเร่งย่อยสลายเซลลูโลส ได้แก่ รา ยีสต์ แบคทีเรียและแอกติโนมัยซิสไม่น้อยกว่า 107 cfu/gm - สารประกอบอินทรีย์โมเลกุลเล็กและสารรักษาสภาพจุลินทรีย์ คุณสมบัติ: - เร่งกระบวนการหมัก(fermentation) และการย่อยสลาย(degradation) วัสดุเหลือทิ้ งหรือขยะจากชุมชน และโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยกระบวนการเทคโนโลยีไคโตและเทคโนโลยีการหมักร่วมกับ THAN1 ทําให้ได้ สารพีจีพีอาร์ในรูปสารประกอบโมเลกุลเล็กๆที่ช่วยเร่งการชักนําการเติบโต ลดการสูญเสียปริมาณธาตุอาหาร ระหว่างการใช้ปุ๋ ยชีวภาพ และช่วยปรับสภาพดินก่อนการเพาะปลูก เป็ นต้น วิธีการใช้: ใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน THAN1 ในสัดส่วน 3-5 เปอร์เซ็นต์ นําไปขยายเชื้อจุลินทรีย์ใน นํ้ าตาล1 เปอร์เซ็นต์ และนํ้ า 20 ลิตร หลังจากนั้นนําจุลินทรีย์ไปคลุกเคล้าผสมกับวัสดุเหลือทิ้ งในกระบวนการ หมักต่อไป 2. THAN 2 หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน:การเคลือบ & ผสม Nano-microbe: Coatings & mixes ส่วนประกอบ : -จุลินทรีย์ปฏิปักษ์กลุ่มจุลินทรีย์ที่ย่อยสลายสารอินทรีย์≥107 cfu /gm - สารประกอบอินทรีย์โมเลกุลเล็ก และสารรักษาสภาพจุลินทรีย์ คุณสมบัติ: - เพิ่ มประสิทธิภาพสารชีวภาพหรือปุ๋ ยชีวภาพหรือปุ๋ ยอินทรีย์ ในการช่วยเพิ่ มภูมิคุ้มกัน เร่งราก ตาดอก ยอด และติดผล เพิ่ มปริมาณธาตุอาหารหลักอาหารรองและอาหารเสริม ช่วยกําจัดสารโลหะหนักปนเปื้อนในดิน และนํ้ า วิธีการใช้: 1. นําหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน 300-500 กรัม ผสมกับนํ้ าตาลทรายแดง 100 กรัม และนํ้ า 20 ลิตร คนให้เข้า กัน 2. นําไปฉีดพ่นเม็ดปุ๋ ย 100 กิโลกรัม 3. นําเม็ดปุ๋ ยที่ผสมจุลินทรี ย์ THAN2 พร้อมหว่านสารอาหารเสริ มพืช THAN3 สัดส่ วน 0.3-0.5 เปอร์เซ็นต์ หว่านรอบ ๆ เรือนรากและรดนํ้ าพอชุ่ม 3. THAN 3 สารอาหารเสริม Nutrition supplements ส่วนประกอบ : -ธาตุอาหารเสริมธาตุอาหารหลักและธาตุอาหารรอง ได้แก่ กรดอะมิโน กรดฮิวมิก กรดฟูลวิก โปรตีน นํ้ าตาล oligosaccharide -ธาตุอาหารเสริมจากธรรมชาติ ได้แก่Fe Zn Mn Cu Na Br S -กลุ่มจุลินทรีย์ที่เร่งการย่อยสลายฟอสเฟต ไม่น้อยกว่า 107 cfu/gm
248 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ คุณสมบัติ: 1. เร่งการเจริญเติบโตในทุกระยะของพืชได้ทุกชนิด เร่งการเจริญเติบโตของเร่งรากเร่งใบเขียวเข้ม เร่ง แตกยอด ขยายกอ เร่งสีดอก ผลโต ขั้ วเหนียวผลดกเพิ่ มนํ้ าหนักผลผลิต หวาน กรอบแน่น 2. เร่งให้พืชสร้างฮอร์โมนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีการซ่อมแซมโครงสร้างพืชและการต้านทานต่อโรค แมลง ทนทานต่อภูมิอากาศที่แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ช่วยส่งเสริมการผสมละอองเกสรและการติดผล 3.อุดมด้วยสารอาหาร ตัวเติม ตัวเร่ง ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพดินให้มีโครงสร้างที่เหมาะสมกับการ เจริญเติบโตของพืช และจุลินทรีย์ในดินมีการขยายตัวเพิ่ มขึ้น พืชสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว 4. ช่วยในการสังเคราะห์แสงของพืชและบังคับการเปิ ด ปากใบของพืช เพื่อลดการสูญเสียนํ้าพืช ช่วย กระตุ้นการทํางานของฮอร์โมนพืช 5. สามารถใช้ทดแทนสารอาหารรอง สําหรับการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดินอินทรีย์ (organic hydroponic) วิธีการใช้: 1. ใช้สารอาหารเสริมสัดส่วน 0.3-0.5 เปอร์เซ็นต์(10 กรัมต่อนํ้ า20 ลิตร หรือ 100 กรัมต่อนํ้ า 200 ลิตร) โดยสามารถฉีดพ่นรวมกับธาตุอาหารเสริมและสารชีวภัณฑ์ทางใบ ทุก 10 -15 วัน 2. ใช้สารอาหารเสริม สัดส่วน 0.3-0.5 เปอร์เซ็นต์หว่านร่วมกับปุ๋ ย 25-50 กิโลกรัม/ไร่ นําไปหว่านใต้ เรือนพุ่ม เพื่อเพิ่ มสารอาหารเสริมทางราก เร่งการแตกตาใบ ตาดอกและผลนอกฤดูกาลและปรับสภาพดิน 3. ก่อนการปลูกพืชทุก ๆ ปี ควรใส่หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน THAN1 จํานวน 1 กิโลกรัมต่อไร่และ สารอาหารเสริม 0.3 เปอร์เซ็นต์ผสมกับสารอาหารเสริมชีวภาพ THAN 5-8 จํานวน 500-1,000 กิโลกรัม เพื่อปรับ สภาพดินก่อนปลูกและเร่งการย่อยสลายและเพิ่ มสารอาหารสําหรับการปลูก: ผลไม้/ไม้ยืนต้น พืชไร่ผัก พืชที่แนะนําให้ใช้THAN3 : ข้าว พืชไร่ พืชสวน ไม้ผล ไม้ยืนต้น ผัก ไม้ดอก ไม้ประดับ และพืชผัก สวนครัวทุก ๆ ชนิด 4. THAN 4 สารปรับปรุงดิน:Soil improvement ส่วนประกอบ : -กรดฮิวมิค สารอินทรีย์ (OM) ที่ผ่านกระบวนการหมัก จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ช่วยเร่งย่อยสลาย คุณสมบัติ: 1. ช่วยให้พืชทนแล้งได้ เนื่องจาก สารปรับปรุงดินมีประจุบวกจะจับกับประจุลบของไฮโดรเจนไอออน ซึ่งเป็ นส่วนประกอบของโมเลกุลนํ้ า (H2O) ไฮโดรเจนจะจับกับออกซิเจนแบบหลวม ๆ ทําให้การระเหยของนํ้ า จากดินลดลง เนื่องจากไฮโดรเจนบอนจับกันของพันธะประจุบวกและลบ ซึ่งเป็ นผลดีต่อการปลูกพืชที่ไม่มีระบบ นํ้ าในช่วงหน้าแล้ง เช่น อ้อย มันสําปะหลัง ปาล์มนํ้ ามัน ยางพารา ไม้ผลทุกชนิด พืชไร่ทุกชนิด เป็ นต้น 2. ป้ องกันนํ้ าระเหยตัวออกจากผิวดิน หรือดินมีลักษณะอุ้มนํ้ าได้ดีขึ้น ปรับสมดุลของดิน ช่วยฟื้นฟูให้ ดินร่วนซุย มีสภาพเหมาะแก่การเติบโตของพืช ลดค่าใช้จ่ายในการใช้ปุ๋ ยเคมี ไม่มีสารตกค้างในดิน เนื่องจากมี สารปรับปรุงอินทรีย์ในดินนั้นเอง 3. ช่วยดูดซับธาตุอาหารที่มีประจุลบไม่ให้สูญเสียจากดินและค่อย ๆ ปลดปล่อยธาตุเหล่านั้นให้แก่พืช อย่างช้า ๆ
เทคนิคการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนเพื่อการเกษตรอินทรีย์ 249 วิธีการใช้: 1. ใช้สารปรับปรุงดิน 1 กิโลกรัม ผสมหรือคลุกเคล้ากับปุ๋ ยอินทรีย์ 500 กิโลกรัม 2. กรณีใช้ระบบนํ้ าหรือระบบเวนจูรี่ ให้ใช้สารปรับปรุงดิน 1 กิโลกรัมต่อไร่ 3. นํา สารปรับปรุงดิน THAN4 นํ้ าหนัก50 กรัม ผสมนํ้ า 200 ลิตร ผสมให้เข้ากันแล้วนําไปสาดหรือราด ให้ทัวแปลงปลูกพืช ่ก่อนปลูก เพื่อควบคุมโรค 4. กรณีดินกรด ค่าพีเอสตํ่ากว่า 4.5 ต้องไถกลบหน้าดินก่อน หลังจากนั้นใช้ สารปรับปรุงดินนํ้าหนัก 500กรัมผสมนํ้า 200 ลิตร ราดบนหน้าดิน 3-4 ไร่ และหว่านฮิวมิคที่ผ่านกระบวนการหมักผสมกับดินภูเขาไฟ อัตราส่วน 50 :50 หัวเชื้อจุลินทรีย์จุลินทรีย์ สัดส่วน 0.3-0.5 เปอร์เซ็นต์ภูไมท์ 10 เปอร์เซ็นต์เพื่อเพิ่ มค่าพีเอสให้ ดินกรดและเพิ่ มจุลินทรีย์ในดิน 5. เมื่อปรับปรุงดินก่อนปลูกแล้ว ควรหว่านหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน: สารอาหารเสริม อัตราส่วน 0.3-0.5 เปอร์เซ็นต์ รอบ ๆ รากใต้เรือนพุ่มพืช เพื่อรากดูดซึมได้ทันทีและลดการสูญเสีย เร่งการชักนําการเติบโตพืช ภูมิคุ้มกัน ความแข็งแรง เร่งการออกดอกและผลให้มีความดก เพิ่ มผลผลิตต่อไร่ และลดต้นทุนการผลิตต่อไร่ พืชแนะนําใช้ THAN4 :ข้าว พืชไร่ พืชสวน ไม้ผล ไม้ยืนต้น ปาล์มนํ้ ามันและยางพารา พืช ผัก ไม้ดอก ไม้ประดับ สนามหญ้า 5. THAN 5- THAN8 สารอาหารชีวภาพนาโนเคลือบหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน (Biological Fertilizer) ส่วนประกอบ : - สารอาหารชีวภาพนาโนหรือพีจีพีอาร์ผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน คุณสมบัติ: - เพิ่ มสารอาหารรองและสารอาหารเสริมทางราก และลดการใช้ปุ๋ ยจากปกติ 25-40 เปอร์เซ็นต์ วิธีการใช้: หว่านสารอาหารชีวภาพนาโนผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนหรือพีจีพีอาร์ผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน ใน อัตรา0.3 เปอร์เซ็นต์โดยนํ้ าหนัก (W/W) หรือการใช้อาหารชีวภาพนาโนผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนหรือพีจีพีอาร์ ร่วมกับปุ๋ ยเคมีในอัตราส่วน 1:1จํานวน 25-50 กิโลกรัมต่อไร่หรือตามชนิดพืชที่ปลูก 6. THAN9- THAN12 สารสกัดจุลินทรีย์ (Microbial Extract) ส่วนประกอบ : -กรดอะมิโน ฮอร์โมน สารสกัด สารปฏิชีวนะ อื่น ๆ เพิ่ มอาหารเสริมและรองทางใบ เพิ่ มการสร้าง ภูมิคุ้มกันให้พืช เร่งการออกดอกและติดผล ดก เพิ่ มนํ้ าหนักของผลผลิต คุณสมบัติ: - เพิ่มอาหารรองและเสริมปลอดสารพิษที่เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด ได้แก่ กรดอะมิโน ฮอร์โมน สารสกัด สารปฏิชีวนะ อื่น ๆ สําหรับเร่งผลผลิตนอกฤดูกาล - เร่งการออกดอกและผลดก เพิ่ มนํ้ าหนักของผลผลิต
250 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ วิธีการใช้ : ฉีดพ่นสารสกัดจุลินทรีย์ 20 ซีซีผสมกับนํ้ า 20 ลิตร บริเวณส่วนที่ต้องการเพิ่ มผลผลิตทุก ๆ 15 วัน เพื่อ เร่งการออกดอกและผลให้มีความดกและขั้ วเหนียว เพิ่ มนํ้ าหนักของผลผลิต เพิ่ มกําไรสุทธิ 7. THAN13 หัวเชื้อจุลินทรีย์คุมโรคพืช (Microbe to Control Plant Diseases) ส่วนประกอบ : Trichoderma sp. ≤107 cfu/gm คุณสมบัติ: ใช้ในการป้ องกันและควบคุมโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา และแบคทีเรียหลายชนิด ดังนี้ เชื้อรา -Alternaria spp. -Phytophthora palmivora -Fusarium spp -Rhizoctonia sp. -Cercospora spp. -Acrocylindrium oryzae -Erwinia spp. -Pyricularia oryzae -Colletotrichum spp. แบคทีเรีย Ralstonia solanacearum Xanthomonas campestris วิธีการใช้: ใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์คุมโรคพืช THAN13 ในอัตรา 20-50 กรัม/นํ้า 20 ลิตร สารจับใบ 4-6 ซีซี ใส่ในถัง ผสมกวนให้เข้ากัน วางทิ้ งไว้ 1 ชัวโมง เทนํ่ ้ าใส ๆ หรือเทผ่านผ้ากรอง นําไปใส่ถังฉีดพ่น สําหรับฉีดพ่นจํานวน 3- 4 ครั้งเพื่อป้ องกันจุลินทรีย์ก่อโรค ส่วนกากตะกอนที่ก้นถัง สามารถนําไปผึ่งให้แห้ง สําหรับใช้ในการปรับ สภาพดินก่อนปลูกได้ ข้อแนะนํา : 1. ในการเตรียมแปลงเพาะปลูกหรือเพาะกล้าไม้ ให้ใช้สารชีวภาพ THAN13 ในอัตรา 100 กรัม (10 ช้อน โต๊ะ/นํ้ า 20 ลิตร) ฉีดพ่น 2 ครั้ง โดยฉีดห่างกัน 3 -5 วัน เพื่อป้ องกัน ควบคุม ทําลายโรคพืชทางดิน หรือปล่อยไป กับระบบการให้นํ้ า ใช้สารชีวภาพ THAN13 นํ้ าหนัก 500กรัมต่อพื้ นที่1ไร่ 2. ในกลุ่มพืชสวน พืชไร่ ผักสวนครัว ไม้ดอก ไม้ประดับ ใช้สารชีวภาพ THAN13 ในอัตรา 50 กรัม (5 ช้อนโต๊ะ/นํ้ า20 ลิตร) ฉีดพ่นทุก 7-10 วัน เพื่อป้ องกัน ควบคุม ทําลายโรคพืชทางดิน ปล่อยไปกับระบบการให้นํ้ า ใช้สารชีวภาพ THAN13 นํ้ าหนัก250 กรัมต่อพื้ นที่1ไร่ ทุก 1 เดือน 3.กลุ่มไม้ผล ไม้ยืนต้น ใช้สารชีวภาพ THAN13 นํ้ าหนัก50 กรัม (5 ช้อนโต๊ะ)/นํ้ า 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทัว่ ทรงพุ่มและโคนต้นทุก 15-20 วัน เพื่อป้ องกัน ควบคุม ทําลายโรคพืชทางดิน ปล่อยไปกับระบบการให้นํ้า หลังจากนั้นใช้สารชีวภาพ THAN13 นํ้ าหนัก200 กรัมต่อพื้ นที่1ไร่ ทุก 1 เดือน 4. นาข้าวหัวเชื้อจุลินทรีย์คุมโรคพืช THAN13 นํ้ าหนัก50 กรัม (5 ช้อนโต๊ะผสมกับนํ้ า 20 ลิตร) ฉีดพ่น ทุก ๆ 15-20 วัน 8. THAN14 หัวเชื้อจุลินทรีย์คุมศัตรูแมลง (Pest Control) ส่วนประกอบ : Bacillus substilis, Metharhizium ≤107 cfu/gm
เทคนิคการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนเพื่อการเกษตรอินทรีย์ 251 คุณสมบัติ: ใช้ในการป้ องกันและควบคุมโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา และแบคทีเรีย ไข่แมลง (efficiency) : insect eggs, worms atrophy) วิธีการใช้: 20 กรัมผสมกับนํ้า 20 ลิตรฉีดพ่น 3-4 ครั้ง (20 gram mixed with 20 liter of water. To spray 3-4 times. 9. Than15 หัวเชื้อจุลินทรีย์ไล่แมลง (Insect Repellent) วิธีการใช้: 20 กรัมผสมกับนํ้ า 20 ลิตรฉีดพ่น 3-4 ครั้ง หมายเหตุการใช้ผลิตภัณฑ์หัวเชื้อจุลินทรีย์คุมศัตรูแมลง/หัวเชื้อจุลินทรีย์ไล่แมลง ควรฉีดพ่น ในช่วง เช้ามืดหรือช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกดิน จํานวน 3-4 ครั้ง 10. THAN 16 หัวเชื้อจุลินทรีย์บําบัดคุณภาพนํ้าและดิน คุณสมบัติ: - ทําให้นํ้ ามีความใส และเหมาะสมต่อการเติบโตสัตว์นํ้ า วิธีการใช้: 20 กรัมผสมกับนํ้ า 20 ลิตร ใส่ลงในนํ้ าเสีย 100 ลิตร ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ บรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ 1. THAN 1 หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน:การหมัก Nano-microbe: Fermentation 2. THAN 2 หั วเชื้อจุลิ น ท รี ย์น าโน: การ เคลื อบ&ผสม Nano-microbe: Coatings & mixes
252 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ 3. THAN 3 ส ารอาห ารเสริ ม: Nutrition supplements 4. THAN 4 ส า ร ป รั บ ป รุ ง ดิ น : Soil improvement THAN 4 หัวเชื้อจุลินทรี ย์นาโน: เร่งราก ลําต้น ใบ
เทคนิคการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนเพื่อการเกษตรอินทรีย์ 253 5 .THAN 5-8 สารอาห ารชี วภาพ นาโน เคลือบหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนหรือสารเร่งพี จีพีอาร์ผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน -ข้าว THAN 5 -ปาล์มนํ้ ามัน THAN 6 -ยางพารา THAN 7 -ผักและผลไม้ THAN 8 - พืชป่ าชายเลน THAN 9-12 สารสกัดจุลินทรีย์ -ข้าว THAN 9 -ปาล์มนํ้ ามัน THAN 10 -ยางพารา THAN 11 -ผักและผลไม้ THAN 12 7. THAN 13 หัวเชื้อจุลินทรี ย์คุมโรคพืช Microbe to control plant diseases 8 .THAN 14 หัวเชื้อจุลินทรีย์คุมศัตรูแมลง Pest control
254 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ 9 .THAN 15 หัวเชื้อจุลิน ท รี ย์ไล่แมลง Insect repellent ภาพที่ 6.2 หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนและผลิตภัณฑ์ต่อยอด มาตรฐาน IFOAM ในเชิงพาณิชย์เพื่อการเกษตรอินทรีย์ 6.1.2 กลไกทางชีวภาพของจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ กลไกทางชีวภาพของจุลินทรีย์ปฏิปักษ์จํานวน 5 กลุ่ม ได้แก่1)กลุ่มจุลินทรีย์เร่งการย่อยสลาย 2)กลุ่ม สร้างสารสกัดโปรตีนและสารปฏิชีวนะ 3)กลุ่มจุลินทรีย์ควบคุมจุลินทรีย์ก่อโรค 4)กลุ่มจุลินทรีย์กําจัดโลหะหนัก และ 5)กลุ่มจุลินทรีย์ปรับสภาพความเป็ นกรดด่างหรือปรับพีเอสดิน เป็ นต้น โดยจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ยังสามารถ สร้างเอนไซม์ 1-Aminocyclopropane-1-carboxylate (ACC) deaminase เร่งการย่อยสลาย ACC ซึ่งเป็ นสารตั้งต้น ของวิถีการสังเคราะห์เอทิลีน ทําให้ระดับเอทิลีนในพืชลดน้อยลง (Lavakush et al. 2014 Choi และ Huber 2009 Govindasamy et al. 2008) การสร้างออร์โมนออกซิน (indole-3-acetic acid: IAA) (Glick et al.2007 Choi และ Huber 2009 Zahir et al. 2009) ความสามารถในการครอบครองรากพืช (Glick et al. 2007) ความสามารถในการ ละลายฟอสฟอรัส และการตรึงไนโตรเจน (Aiking, 1985) เป็ นต้น จึงทําให้เปอร์เซ็นต์นํ้ าหนักผลผลิตพืชที่มีการ ใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนบนสารชีวภาพนาโน เพิ่ มมากกว่าผลผลิตพืชที่ไม่ใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนบนสารชีวภาพ นาโนหรือพีจีพีอาร์30-127 เปอร์เซ็นต์ ลดต้นทุนค่าปุ๋ ย 10-47 เปอร์เซ็นต์(สุกาญจน์ 2561)ลดการสูญเสีย สารอาหารในสารพีจีพีอาร์ผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนหรือสารชีวภาพนาโนให้กับดินและนํ้ า และจุลินทรีย์ช่วย ค่อย ๆ ปลดปล่อยสารอาหารให้กับรากพืชดูดซึม นําไปช่วยในการเร่งการเจริญเติบโต เร่งการสังเคราะห์แสง เร่ง การแตกตาดอกติดผลดก เพิ่ มภูมิคุ้มกัน อื่น ๆ นอกจากนี้ กลุ่มจุลินทรีย์เหล่านี้ช่วยเร่งการย่อยสลายอินทรียสาร เพื่อทําให้ได้สารประกอบที่มีขนาดโมเลกุลเล็ก ๆ และเหมาะสม สําหรับการเติบโตของพืช เพิ่ มภูมิคุ้มกัน การ ปรับปรุงดิน การแปรรูป และกําจัดสารอินทรีย์ที่มีสารพิษปนเปื้อน อื่น ๆ 3 ช่วง ดังรายละเอียด คือ 1.การย่อยสลายเพื่อให้เกิดสารอินทรีย์เดไตรตัส (formation of particulate detritus) 2.การย่อยสลายเพื่อให้เกิดฮิวมัส (formation of humus) 3.การย่อยสลายฮิวมัสเป็ นแร่ธาตุ(mineralization of humus) ช่วงระยะที่1การปรับสภาพ (Restoration)โดยจุลินทรีย์ปฏิปักษ์หลังเอนไซม์เฉพาะหลากหลายชนิด ่ ออกมาอาธิลิกโนเซลลูเลส เซลลูเสล เฮมิเซลลูโลส เป็ นต้น เพื่อเร่งการย่อยสลายอินทรีย์สารในดิน ให้เกิด สารอินทรีย์เดไตรตัส (formation of particulate detritus) สําหรับปรับสภาพดินให้มีพีเอสที่เหมาะสม เพิ่ มช่องว่าง ระหว่างเม็ดดิน เพิ่ มปริมาณธาตุอาหารหลักรองเสริม และเพิ่ มการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ที่สามารถ อาศัยบริเวณเซลล์รากพืชได้
เทคนิคการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนเพื่อการเกษตรอินทรีย์ 255 ช่วงระยะที่2 การสร้างอาหารเสริมและภูมิค้มกันพืช ุ (Feed probiotic plants) โดยจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ เกิดกลไกการย่อยสลายอินทรียสาร และค่อย ๆ ปลดปล่อยเฮิวมัส (formation of humus) สารประกอบธาตุอาหาร หลักไนเตรท (NO3-)โพรแทตเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุอาหารรองแคลเซียม แมกนีเซียม โปรตีน ได้แก่ กรดอะมิโน ฮอร์โมน สารสกัดอินทรีย์สารปฏิชีวนะ สารอาหารเสริมและสารเพิ่ มภูมิคุ้มกัน ได้แก่ สังกะสี(Zn) เหล็ก (Fe) ทองแดง (Cu)แมงกานีส (Mn)โมลิปดินัม (Mo) ฟลาโวนอยด์ วิตามิน เกลือแร่ อื่นๆ สําหรับเซลล์พืชดูดซึมเข้าสู่ เซลล์ได้สําหรับกระบวนการโฟโตแคดตาไลซิส (photocatalyst)จึงส่งผลทําให้พืชเพิ่ มการเจริญติบโตมากกว่า ปกติ เพิ่ มภูมิคุ้มกันและความแข็งแรง ทนทานต่อโรคพืช ลดสารอันตรายที่มีผลต่อสุขภาพและเพิ่ มค่าโภชนาการ อาหารในผลผลผลิตเกษตร ดังสมการ กลไกย่อยสลายของจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ absorption photocatalyst อินทรียสาร+ O2 NO3- + Zn- + K+ พืช ผลผลผลิตเกษตรปลอดภัย ช่วงระยะที่3 การเพิ่มผลผลิต (Productivity or yield) เมื่อทําการหว่านสารชีวภาพผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ สารชีวภาพนาโนและสารอาหารเสริมหรือพีจีพีเอ็ม ใส่รอบ ๆ เรือนพุ่มรากพืชในปริมาณที่เพียงพอกับความ ต้องการของพืชแต่ละชนิด พร้อมการฉีดพ่น 0.3 เปอร์เซ็นต์ของสารสกัดจุลินทรีย์นาโนและธาตุอาหารเสริม ให้ พืชทางใบ ลําต้น ย่อมทําให้พืชได้รับธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริม สําหรับเร่งกระตุ้นให้ การเกิดกระบวนการสังเคราะห์แสงและเร่งการเจริญเติบโตและความแข็งแรงพืชเพิ่ มมากขึ้นกว่าปกติ2 - 3 เท่า ผลผลิตดก เพิ่มนํ้าหนักผลผลิต เพิ่มกําไรและรายได้ต่อไร่ เพิ่มค่าโภชนาการอาหาร และลดต้นทุนต่อไร่ (สุกาญจน์และคณะ 2557Frank 2005) 6.2 เทคนิคการปลูกข้าวอินทรีย์ร่วมกับสารชีวภาพเคลือบผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์และสารอาหารเสริม “เพิ่มผลผลิต ลดทุน เพิ่มรายได้ปรับสภาพสิ่งแวดล้อม เพิ่มโภชนาการอาหาร ลดสารอันตราย ปนเปื้ อน” ในปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความใส่ใจเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยเพิ่ มมากขึ้น และหันมารับประทาน อาหารหรือข้าวอินทรีย์ปลอดภัยที่ได้มาตรฐานจีพีเอ มาตรฐานอินทรีย์มาตรฐานยูเอสดีเอ(USDA) เนื่องจาก ผลผลิตเกษตรอินทรีย์จะให้ปริมาณค่าโภชนาการอาหารเกลือแร่วิตามิน ได้แก่ ไนอะซิน สารกาบา สารอาหาร หลัก สารอาหารรองและสารอาหารเสริม มากกว่าผลผลิตเกษตรที่มีการปลูกด้วยปุ๋ ยเคมีเพิ่ มการสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับร่างกายและป้ องกันการเกิดโรค (Rattanaloeadnusorn 2017 Parket al. 2016 Wang et al.2011Frank 2005 สุกาญจน์ 2560) ประกอบกับผู้เขียนได้ศึกษาวิจัยและผลิตนวัตกรรมหัวเชื้อราอัดเม็ด หัวเชื้อชีวภาพอัดเม็ด หัว เชื้อจุลินทรีย์นาโน จากความหลากหลายทางชีวภาพจุลินทรีย์ ได้แก่ รา แบคทีเรีย แอกติโนมัยซิส เอ๊กโตมายคลอ ไรซา แอนโดมายคลอไรซา อื่น ๆ บนสารอินทรีย์COS (chito-oligisacharide)ผสมกับสารอาหารอินทรีย์ ได้แก่
256 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ กรดฮิวมิค กรดฟูกอิค กรดอมิโน นํ้าตาลรีดิวซ์ โปรตีน ฮอร์โมน ออกซิน ไซโตคิน มาตรฐานไอเอฟโอเอเอ็ม ภายใต้เครื่องหมายการค้า THAN ที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตพืชป่ าชายเลน พืชที่คุณค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ข้าว ผัก สวนครัว ผลไม้ ปาล์มนํ้ามัน ยางพารา มันสําปะหลัง อื่น ๆ ให้มีระบบรากเป็ นกระจุก จํานวนใบ ขนาดลําต้น (GBH ) ความสูง เร่งการออก ดอก ผล เพิ่ มภูมิคุ้มกันในการควบคุมโรค และปรับสภาพดิน (Rattanaloeadnusorn 2017 Park et al. 2016; Wang et al. 2011; Frank 2005; สุ กาญจน์และคณะ 2561; อัชฌาณัท และคณะ 2566) ผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ให้ปริมาณโภชนาการอาหารหลักสารอาหารรองและสารอาหารเสริม วิตามิน เกลือแร่ มากกว่าปกติผลิตภัณฑ์ปลอดภัย มาตรฐานสินค้าจีเอพีสร้างรายได้แก่เกษตรกรมากกว่าปกติ30-50 เปอร์เซ็นต์ ลดต้นทุนในการใส่ปุ๋ ย 30-40 เปอร์เซ็นต์ สภาพดินมีความร่วนซุยเพิ่มมากขึ้น (สุกาญจน์และคณะ2560 ; Rattanaloeadnusorn 2017) ดังนั้น เกษตรกรนาแปลงใหญ่ได้ดําเนินการปลูกข้าวอินทรีย์ร่วมกับสารชีวภาพผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ และสารอาหารเสริมนาโนแบบมีส่วนร่วมของเครือข่ายฯแบบครบวงจรและสมาร์ท ตั้งแต่ต้นนํ้า กลางนํ้า และ ปลายนํ้ า ดังรายละเอียดต่อไปนี้ ตารางที่ 6.1 ขั้นตอนที่1 การตรวจสภาพกายภาพดินและชีวภาพของจุลินทรีย์ในดิน การตรวจสภาพกายภาพดินและชีวภาพของจุลินทรีย์ในดินด้วยชุดเทคโนโลยีระบบเซ็นเซอร์ผ่านแอพ พลิเคชันบนมือถือ การประยุกต์ใช้โปรแกรมสําเร็จรูป สําหรับการคํานวณปริมาณการใส่สารปรับปรุงดินผสมปุ๋ ย ชีวภาพและสารอาหารเสริมอินทรีย์ ปุ๋ ยชีวภาพผสมจุลินทรีย์และสารอาหารเสริมอินทรีย์ ต่อไร่ให้เพียงพอกับ ชนิดพืช ซึ่งจะทําให้เกษตรกรลดปริมาณการใช้ปุ๋ ย ลดต้นทุน ปรับสภาพดิน เพิ่ มผลผลิตข้าวต่อไร่ใกล้เคียงกับที่ คาดคะเน อื่น ๆ ขั้นตอนที่2 ขั้นตอนการปลูกข้าวอินทรีย์ด้วยป๋ ยชีวอินทรีย์ผสมุสารอาหารเสริมนาโนเคลือบหัวเชื้อจุลินทรีย์ 2.1 ขั้ นตอนการเตรียมนาปี 2.1.1 ช่วงเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม ปล่อยนํ้ าออก และทิ้ งตอซังในแปลงนา 1-2 เดือน 2.1.2 ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ปล่อยนํ้าเข้านา พร้อมหว่านหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน จํานวน 1 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อช่วยเร่งการย่อยสลายตอซัง เพิ่ มสารอาหารหลักสารอาหารรองและสารอาหารเสริม เพิ่ ม ภูมิคุ้มกันโรค ปรับสภาพดินให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต 2.1.3 ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ปล่อยนํ้าออก ปล่อยที่ดินให้แห้ง เพื่อตัดวงจรการเกิดโรคพืชและ ศัตรูแมลง 2.2 ขั้ นตอนการปลูกข้าวอินทรีย์ด้วยป๋ ยชีวอินทรีย์ผสมุสารอาหารเสริมนาโนเคลือบหัวเชื้อจุลินทรีย์ 2.2.1 ช่วงเดือนพฤษภาคม การเตรียมเม็ดพันธุ์ข้าว โดยการแช่เมล็ดพันธุ์ข้าวใน 0.3-0.5 เปอร์เซ็นต์ ของสารอาหารเสริมและสารสกัดอะมิโน โปรตีน 20 ซีซีผสมนํ้ า 20ลิตร นาน 3-4 ชัวโ่มง เพื่อเร่งการงอกของราก และเพิ่ มการรอดตาย หลังจากนั้น ย้ายเม็ดพันธุ์ข้าวไปแช่ในนํ้ า 24 ชัวโมง ผึ่งให้สะเด็จนํ ่ ้ า สําหรับนําไปหว่านใน แปลงนาข้าว ปริมาณ 8-25 กิโลกรัมต่อไร่ 2.2.2 การปลูกข้าวนาปี เริ่มปลูกในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคมหรือเมื่อย่างเข้าฤดูฝน
เทคนิคการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนเพื่อการเกษตรอินทรีย์ 257 2.2.3 การหว่านสารชีวภาพผสมสารอาหารเสริ มนาโนพืชเคลือบผสมหัวเชื้อจุลินทรี ย์25-50 กิโลกรัมต่อไร่และฉีดพ่น 0.3-0.5 เปอร์เซ็นต์ของหัวเชื้อจุลินทรีย์และสารอาหารเสริมนาโน ตัวเติม ตัวเร่ง ตัวจับ อินทรีย์ธรรมชาติ จํานวน 2 ครั้ง ขั้นตอนที่ 3เทคโนโลยีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร 3.1 เทคโนโลยีการสีข้าวเปลือก ด้วยเครื่องสีข้าว เพื่อทําให้ได้เม็ดข้าวสมบูรณ์ และเมื่อเสร็จ ภารกิจจากการสีข้าวทุกครั้งต้องทําความสะอาดเครื่องสีข้าวทุกครั้ง เพื่อลดการปนเปื้อนบนเม็ดข้าวในครั้งต่อไป ดังภาพที่ 6.3-6.4 3.2 เทคโนโลยีการแปรรูปวัสดุเหลือทิ้ งจากการทํานาและการสีข้าว ที่ได้มาตรฐาน Q กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ.2556 ดังนี้ 3.2.1 ข้าวหัก นําไปใช้ป ระโยชน์ สําห รับการต่อเชื้อจุลิ น ท รี ย์ ได้แก่สกุล Trichoderma, Metharhizium และ Beuvaria ด้วยเทคโนโลยีชุมชนระดับเอสเอ็มอีชุมชน พร้อมการใส่สารรักษาสภาพปรับ ความชื้น และใส่บรรจุภัณฑ์ผงสารชีวภาพ สําหรับนําใช้ประโยชน์ในการฉีดพ่นป้ องกันโรคและควบคุมศัตรู แมลง ในปริมาตร 200กรัม ผสมกับนํ้ า 20 ลิตรคนให้เข้ากันนําไปฉีดพ่นในแปลงนา 1 ไร่ในช่วงวันที่ 15-20 วัน และวันที่ 90-120วัน และวันที่ 150 วัน ตามลําดับ 3.2.2 ฟางข้าว รํา นําเทคโนโลยีการหมักปุ๋ ยชีวภาพเคลือบผสมจุลินทรีย์และสารอาหารเสริมนาโน แบบกองเตี้ยภายในโรงเรือน หรือภายในบริเวณโรงเรือนหมักแบบเติมออกซิเจน มาตรฐาน Q กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2556การกลับกองทุกๆ 7 วัน บ่มนาน 28 วัน หลังจากนั้น ดําเนินการรักษา สภาพ การปั่ นเม็ด การอบแห้งและการผสมเคลือบด้วย0.3 เปอร์เซ็นต์ หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน สารอาหารหลักรอง และเสริมอินทรีย์ ที่มีธาตุอาหาร Mg Fe Mn Ca Si Zn Br Mo อื่น ๆ สําหรับการเกษตรเพื่อช่วยเร่งการเจริญเติบโต ของต้นข้าวและกอข้าว ความกว้างของใบธงเขียวเข้ม เร่งการแตกรวง เพิ่ มนํ้ าหนักรวง เม็ดข้าวเต็ม ไม่ลีบเป็ นต้น 3.2.3 แกลบ นําเทคโนโลยีการเผา เทคโนโลยีการสกัด เพื่อผลิตเป็ นผงถ่านกัมมันต์หรือถ่านไบโอชา นํ้ าส้มควันไม้ซีโอไลด์แมงกานีส ผงเซลลูโลสนาโน อื่น ๆ สําหรับนําชีวภัณฑ์ตัวเร่งอินทรีย์ ไปใช้ประโยชน์เป็ น ส่วนประกอบ ในการผลิตชีวภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น สารชีวภาพนาโนผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน ที่ให้ปริมาณ สารอาหารไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) ดีกว่ามาตรฐาน Q กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ พ.ศ. 2556 ขั้นตอนที่4 เทคโนโลยีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ สติ๊กเกอร์และการตลาด การออกแบบบรรจุข้าวกล้องใส่ถุงขนาด 1 กิโลกรัม 5 กิโลกรัมแบบสุญญากาศและติดสติ๊ กเกอร์และใส่ ในกล่องบรรจุภัณฑ์พร้อมจําหน่ายให้แก่ผู้บริโภค เพื่อป้ องกันการเกิดมอด กลิ่ นหืน รักษาคุณภาพสารอาหาร วิตามินและเกลือแร่ แม้จะเก็บรักษาข้าวไว้นานๆ ซึ่งช่วยดึงดูดให้ผู้บริโภคสนใจซื้อและนําข้าวอินทรีย์ไปหุงเป็ น อาหารเพื่อสุขภาพอย่างแพร่หลายมากขึ้น ขั้นตอนที่5 เทคโนโลยีการบริหารจัดการตลาดด้วยแอปพลิเคชันหรือออนไลน์
258 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ 5.1การสร้างโปรแกรมสําเร็จรูป แอพพลิเคชันบนมือถือ Facebook ในการโฆษณาสรรพคุณผ่านระบบ ออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ การสั่ งซื้อ การจ่ายเงิน การขนส่งการสรุปยอดจําหน่าย รายชื่อลูกค้า อื่น ๆ ขั้นตอนที่6 เทคโนโลยีการตรวจติดตามการบริหารจัดการ 6.1 การสร้างโปรแกรมสําเร็จรูปหรือแอพพลิเคชันบนสื่อ มือถือ Facebook เพื่อให้เกษตรกรผู้ใช้ ผลิตภัณฑ์ทําการสอบถามความพึ่งพอใจ อื่น ๆ เพื่อนํามาวิเคราะห์พัฒนาการบริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพอย่าง มืออาชีพ ตารางที่ 6.1การปลูกข้าวอินทรีย์ด้วยสารชีวภาพเคลือบหัวเชื้อจุลินทรีย์และสารอาหารเสริมนาโน ตามมาตรฐาน ปลอดภัยจีเอพีมาตรฐานอินทรีย์(Organic Thailand) ช่วงวัน การดําเนินการ รายละเอียดการดําเนินการ ชื่อสินค้า ยี่ห้อสารชีวภาพ THAN วันที่ 1 ปล่อยนํ้ าเข้านา ตีเทือกแปลงนานําเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ ผึ่งสะเด็จนํ้ า นําไปหว่านในนาข้าว 8-25 กิโลกรัมต่อไร่ การบําบัดนํ้าด้วย ถัง ชี ว ภ าพ หั ว เชื้อจุลินทรีย์นาโน THAN13-14 เพื่อ กํ า จั ด อิ น ท รี ย์ส าร โ ล ห ะ ห นั ก เชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อน วันที่ 15-20 วัน -ปล่อยนํ้ าออก ตรวจวัดปริมาณสารอาหารในดินก่อนปลูก ด้วยเครื่องมือวัดภาคสนามและวิเคราะห์ บันทึกข้อมูลใน แอปพลิเคชัน สารอาหารในดิน การคํานวณเปอร์เซ็นต์ปริมาณผลผลิตที่ต้องการเพิ่ มขึ้น ศึกษาปริมาณการหว่านและฉีดสารชีวภาพนาโน หว่านและฉีดพ่นครั้งที่ 1 -หว่านสารชีวภาพนาโนเม็ด 25-50 กิโลกรัมต่อไร่ผสมกับ สารอาหารเสริมพืช 150-200 กรัม และฉีดสารสกัดจุลินทรีย์นาโน 20 ซีซี/ผสมนํ้า 20 ลิตรที่ ใบข้าวเพื่อเร่งการแตกกอต้นข้าวให้มากกว่าปกติ -การฉีดสารชีวภาพกําจัดวัชพืชในนาข้าว 200 ซีซีผสมนํ้า 20 ลิตร ฉีดพ่นที่พื้ นดินในช่วงใกล้เที่ยงวันเพื่อยับยั้ งการ เติบโตวัชพืชแย่งอาหารต้นข้าว3-4 ครั้ง -ป ล่ อ ยนํ้าเข้าแ ป ล งน า ห ลังจาก ห ว่าน แ ล ะฉี ด พ่ น สารชีวภาพแล้ว 7-14วัน 1.ส า ร ชี ว ภ า พ น า โ น ข้ า ว 25-50 กิโลกรัม/ไร่ 2.เติมสารอาหารเสริ มพืช 150-200 กรัม 3.สารสกัดจุลินทรีย์20 ซีซีผสมนํ้า 20 ลิตร 4.ส า ร ชี ว ภ า พ ป้ อ ง กั น โ ร ค พื ช THAN13 ปริมาตร 20 ซีซีผสมนํ้ า 20 ลิตร 5.ส ารชี วภ าพ ป้ อ งกัน ศัต รู แ ม ล ง THAN14 ปริมาตร 20 ซีซีผสมนํ้ า 20 ลิตร 6. สารชีวภาพป้ องกันวัชพืช ปริมาตร 200 ซีซีผสมนํ้ า 20 ลิตร หมายเหตุ: สารชีวภาพสามารถผสม และฉีดพร้อมกันได้
เทคนิคการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนเพื่อการเกษตรอินทรีย์ 259 วันที่45-60วัน หว่านและฉีดพ่นครั้งที่ 2 ปล่อยนํ้าออกจากแปลงนา หว่านสารชีวภาพนาโนเม็ด THAN525-50 กิโลกรัมต่อไร่ผสมกับสารอาหารเสริมพืช 150-200 กรัมและฉีดสารสกัดจุลินทรีย์20 ซีซี/ผสมนํ้ า 20 ลิตร ที่ใบข้าวเพื่อเร่งการออกรวงข้าวและฉีดสารชีวภาพ ป้ องกันโรคพืชและศัตรูแมลง หนอนที่ติดต้นข้าวและฉีด สารชีวภาพกําจัด วัชพืช 200 ซีซีผสมนํ้า 20 ลิตร ทําการ ฉีดช่วงใกล้เที่ยววันตรงใบและโคนต้นวัชพืชเพื่อเร่งการ คายนํ้ าของวัชพืช 1.สารชีวภาพนาโนข้าว THAN5 25- 50 กิโลกรัม/ไร่ 2. สารอาหารเสริมพืช THAN3 150- 200 กรัม 3.สารสกัดจุลินทรีย์20 ซีซีผสมนํ้า 20 ลิตร 4.ส า ร ชี ว ภ า พ ป้ อ ง กั น โ ร ค พื ช THAN1320 ซีซีผสมนํ้ า 20 ลิตร 5.ส ารชี วภ าพ ป้ อ งกัน ศัต รู แ ม ล ง THAN1420 ซีซีผสมนํ้ า 20 ลิตร วันที่ 75-90 วัน ฉีดพ่นครั้งที่ 3 ฉีดพ่นสารอาหารเสริ มพืช 150-200 กรัมและสารสกัด จุลินทรีย์ 20 ซีซีผสมนํ้ า 20 ลิตร เพื่อเร่งให้เม็ดข้าวเติบโต ได้นํ้ าหนักเต็มรวงตั้ งแต่โคนถึงปลายรวง เพิ่ มผลผลิต เครื่องโดรนฉีดพ่นสารสกัดจุลินทรีย์ หรือ THAN3 ปริมาตร20 ซีซีผสมนํ้า 20 ลิตร วันที่ 90-120วัน รวงข้าวได้นํ้าหนักขึ้นกว่าปกติ หลังจากนั้นให้ทําการ ปล่อยนํ้ าออกจากแปลงนา และปล่อยให้ดินแห้ง พร้อมลง แขกเก็บเกี่ยวข้าว ต่อมาทําการตากรวงข้าว 7 วัน นําไปฝัด ข้าว นวดข้าว วัดความชื้นเม็ดข้าว น้อยกว่า 25% เก็บ ข้าวเปลือกไว้ในยุ้งข้าวที่มีอากาศถ่ายเทดี นาน 1 เดือน เพื่อให้เม็ดข้าวไม่แตกหักขณะสีเป็ นข้าวกล้องหรือข้าว ขาวด้วยเครื่องสีข้าวที่ยังคงติดจมูกข้าวบนเม็ดข้าว เม็ด ข้าวเต็มเม็ด วันที่ 150 วัน การรวมกลุ่มเกษตรนาแปลงใหญ่ดําเนินการสีข้าว บันทึก ปริมาณข้าวกล้องที่ได้ทั้งหมด ทําการบรรจุภัณฑ์ในถุง สุ ญญากาศและบรรจุภัณฑ์เพื่อเก็บรักษาได้นานขึ้น ป้ องกันมอด และบันทึกปริมาณของวัสดุเหลือทิ้ ง ได้แก่ แกลบ รํา ข้าวหักที่ได้เพื่อนําไปแปรรู ปร่ วมกับหัว เชื้อจุลินทรีย์นาโน THAN1 ในกระบวนการผลิตสารเร่งพี จีพีอาร์สําหรับการปลูกข้าวอินทรี ย์ในรอบต่อไปตาม ขั้นตอนวันที่ 1และเพิ่มมูลค่า ลดต้นทุน ปรับสภาพดิน ลดสารพิษปนเปื้อน อื่นๆ
260 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ ภาพที่6.3 ชีวภัณฑ์สารชีวภาพหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน สารอาหารเสริมสกัด จากวัสดุเหลือทิ้ งเกษตร และผลผลิต ข้าวมาตรฐานอินทรีย์ เพิ่ มมูลค่าทางเศรษฐกิจ นวัตกรรมหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนและผลิตภัณฑ์แปรรูป ธัญTHAN 24/08/61 www.rmutt.ac.th 7 หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน ผลิตภัณฑ์แปรรูปเคลือบผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน เพื่อการเกษตรอินทรีย์ ภาพที่6.4 นวัตกรรมหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน สําหรับการเกษตรอินทรีย์
เทคนิคการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนเพื่อการเกษตรอินทรีย์ 261 6.3 เทคนิคการปลูกปาล์มนํ้ามัน ร่ วมกับสารชีวภาพเคลือบผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์และสารอาหาร เสริม เพิ่มผลผลิต ลดทุน เพิ่มรายได้เพิ่มผลผลิต ลดทุน เพิ่มรายได้ เทคนิคการปลูกปาล์มนํ้ ามันร่วมกับสารชีวภาพผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนผสมตัวเร่งอินทรีย์ธรรมชาติ ที่ผ่านเทคโนโลยีการแปรรูปทางปาล์มบดป่ นและอาหารเสริมอินทรีย์ เพื่อการเกษตร พบว่าเกษตรกรเพิ่ มผลผลิต ลดต้นทุน ปรับสภาพดิน ความร่วนซุยของดิน (สุกาญจน์และคณะ, 2561 Rattanaloeadnusorn Lavakush et al. 2014 Govindasamy et al. 2008) เนื่ องจาก หั วเชื้อจุลิ น ท รี ย์น าโน สร้างเอน ไซม์ 1-aminocyclopropane-1- carboxylate (ACC) deaminase ช่วยเร่งการย่อยสลาย ACC ซึ่ งเป็ นสารตั้งต้นของการสังเคราะห์เอทิลีน ทําให้ ระดับเอทิลีนในพืชลดน้อยลง (Kumar et al. 2009) เร่งการดูดซึมสารอาหาร ชักนําระบบความต้านทานในพืช ดังนั้น เกษตรกรควรนําแนวปฏิบัติการปลูกปาล์มนํ้ ามันร่วมกับสารชีวภาพผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์นาและสารอาหาร เสริมช่วยการเจริญเติบโตและป้ องกันและลดสารพิษปนเปื้อนเพิ่ มผลผลิต ลดทุน เพิ่ มรายได้เพิ่ มผลผลิต ลดทุน เพิ่ มรายได้แก่ เกษตรกรทั้ งปี ดังนี้ ขั้นตอนที่1 การปรับปรุงดินปลูกปาล์มนํ้ามันอายุ1-5 ปี 1.1 ดินปลูกปาล์มนํ้ ามันมักเป็ นดินเนื้อหยาบ จึงดูดซับธาตุอาหารจากปุ๋ ยเคมีได้ในปริมาณน้อย และมี โอกาสสูญเสียไปกับการชะล้างของนํ้ าฝน ดังนั้น ก่อนการปลูกปาล์มควรเติมอินทรียวัตถุ ได้แก่ สารปรับปรุงดิน THAN4 หรือปุ๋ ยหมักผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ THAN1 ใส่ลงดินก่อนปลูกหรือรอบๆต้นปาล์มที่มีอายุ1-3 ปี ทุก ๆ ปี เพื่อช่วยเพิ่ มการดูดซับความชื้นให้ดิน เพิ่ มช่องว่างเม็ดดิน หรือวางทางใบปาล์มเปล่าคลุมโคนต้นแถวสลับแถว 1.2 ใส่สารชีวภาพนาโนผสมปุ๋ ยหมักเกรด 1 ผสมหัวเชื้อจุลินทรี ย์ สารอาหารเสริ มพืชสัตว์ ที่มี แมงกานีสอะลูมิเนียมซีโอไลต์ THAN3 จํานวน 2 กิโลกรัมต่อต้นต่อครั้ง จํานวน 3 ครั้งต่อปี เพื่อทําให้ต้นปาล์ม นํ้ามันได้ธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม กํามะถัน ทองแดง สังกะสี แมงกานีส อะลูมิเนียมและซิลิกา ซึ่งธาตุอาหารเหล่านี้ปาล์มต้องการปริมาณมาก โดยการหว่านใส่รอบเรือนพุ่ม บนอินทรียวัตถุหรือบนกองทางใบปาล์มหรือปุ๋ ยหมักเกรด1ผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ THAN 1 โดยจุลินทรีย์จะช่วยเร่ง การย่อยสลายอินทรียวัตถุทางใบและตรึงปุ๋ ยชีวภาพ ปุ๋ ยเคมีและปุ๋ ยหมักเกรด 1ผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ THAN 2 ไม่ให้ถูกนํ้ าชะล้างไป ลดปริมาณการใส่ปุ๋ ย 1.3 หว่านธาตุอาหารเสริมหรือจุลธาตุ THAN 3 เช่น โบรอน ปริมาณ 50-100 กรัมต่อต้นต่อปี ทุกปี หรือ เมื่อใบแสดงอาการขาด หรือพิจารณาจากค่าวิเคราะห์เคมีของใบ โดยใส่ในรูปของปุ๋ ยทางดิน ขั้นตอนที่2 การใส่ป๋ ยต้นปาล์มอายุ ุ5 ปี หรือมากกว่า 5 ปี ถ้าต้นปาล์มที่อายุ 5 ปี หรื อมากกว่า 5 ปี จะให้ผลผลิตทะลายปาล์มต้องเติม THAN1-4 ปริมาณ 0.3 เปอร์เซ็นต์ร่วมกับปุ๋ ยหรือสารชีวภาพนาโนผสมปุ๋ ยหมักเกรด 1 ผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ ที่ให้ธาตุอาหารโพแทสเซียม 55.5 กิโลกรัม/ไร่/ปี ไนโตรเจน 37.5 กิโลกรัม.ไร่/ปี แคลเซียม 16.0 กิโลกรัม/ไร่/ปี แมกนีเซียม 9.5 กิโลกรัม/ไร่/ปี และฟอสฟอรัส 6.0 กิโลกรัม/ไร่/ปี เพื่อเร่งการเจริญเติบโต เนื่องจากเมื่อตัดทะลายสด 1,000 กิโลกรัม ปาล์มจะ สูญเสียธาตุโพแทสเซียม 3.71 กิโลกรัม สูญเสียไนโตรเจน 2.94 กิโลกรัม สูญเสียแคลเซียม 0.80 กิโลกรัม สูญเสีย
262 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ แมกนีเซียม 0.77 กิโลกรัม และสูญเสี ยฟอสฟอรัส 0.44 กิโลกรัม ซึ่ งธาตุอาหารที่สูญเสี ยไปมากที่สุ ดคือ โพแทสเซียม (K) รองลงมาได้แก่ ไนโตรเจน (N) แคลเซียม (Ca) แมกนีเซียม (Mg) และฟอสฟอรัส (P) 2.1 สูตรปุ๋ ยของปาล์มที่ให้ผลผลิต สัดส่วนของธาตุอาหารที่สูญเสียไปกับการเจริญเติบโต และสูญเสีย ไปกับทะลายปาล์ม คือ ไนโตรเจน 6.46 กก. แคลเซียม 2.27 กิโลกรัม แมกนีเซียม 1.68 กิโลกรัมฟอสฟอรัส 1.0 กิโลกรัม โพแทสเซียม 8.8 กิโลกรัม หรือถ้าเปรียบเทียบปุ๋ ยที่ใช้ (ปกติจะไม่มี Ca) อัตราธาตุอาหารของปุ๋ ยปาล์ม คือ N : P2O5 : K2O : MgO จะต้องมีค่าเท่ากับ 7 : 2 : 11 : 3 หรือเท่ากับสูตรปุ๋ ย 21 : 6 : 33 : 6 ซึ่ งปุ๋ ยสูตรนี้จะ คํานวณจากปริมาณธาตุอาหารที่ใช้ เพิ่ มขึ้นกว่าปกติ 20 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเร่งการเจริญเติบโตและชดเชยธาตุอาหารที่ สูญเสียไปกับทะลาย แต่ถ้าหากดินที่ปลูกปาล์มมีฟอสฟอรัส ควรเพิ่ มปริมาณฟอสฟอรัส 2.2 ชนิดปุ๋ ยที่ใช้ในสวนปาล์ม ปกติการใส่ปุ๋ ยเคมีสําหรับการปลูกปาล์มนํ้ ามัน มักเป็ นปุ๋ ยเชิงเดี่ยว เช่น ไนโตรเจน ใช้ 46-0-0 หรือ 21-0-0 ฟอสฟอรัสสูง ใช้ 18-46-0 และใช้ 0-0-60 เป็ นโพแทสเซียม ส่วนแมกนีเซียม อาจใช้โดโลไมท์ การใช้ปุ๋ ยเคมีเป็ นแบบปุ๋ ยเชิงเดี่ยวจะสะดวก กรณีที่ปาล์มแสดงอาการขาดธาตุอาหารจะสามารถ แก้ไขได้ง่าย เช่น ปี ที่ผ่านมามีใช้โพแทสเซียม 0-0-60 อัตรา 3 กิโลกรัม/ต้น/ปี แต่พบว่าปาล์มแสดงอาการขาดธาตุ โพแทสเซียม ก็ให้ใส่ปุ๋ ยโพแทสเซียม 0-0-60 เพิ่ มเป็ น 3.5-4.0 กิโลกรัม/ต้น/ปี แต่ถ้าเกษตรหันมาใช้สารชีวภาพ ผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน สารสกัดจุลินทรีย์ สารอหารเสริม THAN3 ในอัตราส่วน 0.3 เปอร์เซ็นต์ จะทําให้ต้น ปาล์มได้รับสารอาหารหลักรองและเสริม จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ที่เหมาะสม ลดขั้ นตอนการหว่านปุ๋ ยหลาย ๆ ครั้งได้ 2.3 ปริมาณการใช้ปุ๋ ยปาล์มนํ้ามัน ถ้าปี ที่ผ่านมามีการใส่ปุ๋ ย ในอัตรา 6 กิโลกรัม/ต้น/ปี และปาล์มมี อาการขาดโพแทสเซียม ดังนั้นจะต้องใส่ปุ๋ ยในปี ถัดไปเพิ่ มอีก 20 เปอร์เซ็นต์ เช่น ปกติมีการใส่ปุ๋ ย 6 กิโลกรัมต่อ ต้นต่อปี เพิ่ มเป็ น 6 X (120/100) = 7.2 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี 2.4 วิธีคิดที่ถูกต้องคํานวณธาตุอาหารปาล์ม การใช้ปุ๋ ยปาล์มนํ้ ามันต้องดําเนินการ ดังนี้ 1)คํานวณปริมาณธาตุอาหารแต่ละชนิดที่ใส่ปาล์มในปี ที่ผ่านมา 2) ดูอาการการขาดธาตุอาหาร โดยการวิเคราะห์ตัวอย่างใบ หรืออาการที่ใบปาล์มแสดง 3)กรณีที่ขาดธาตุให้เกษตรกรเพิ่ มธาตุอาหารที่ขาดอีก 25 เปอร์เซ็นต์ สําหรับกรณีที่มีการวิเคราะห์ ใบแล้วถ้ามีธาตุอาหารเกินต้องลดปริมาณธาตุอาหารลง 20 เปอร์เซ็นต์ 2.5 ระยะเวลา และการแบ่งใส่ การใส่สารชีวภาพผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ สารสกัดจุลินทรีย์ สารอาหาร เสริม ปริมาณ 0.3 เปอร์เซ็นต์ หรือใส่ร่วมกับปุ๋ ยเคมี ควรหว่านใส่เมื่อดินมีความชื้นเพียงพอ หลีกเลี่ยงการใส่ เมื่อ ดินแล้งจัดหรือฝนตกหนัก ในปี แรกของการปลูกควรใส่สารชีวภาพผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ สารสกัดจุลินทรีย์ สารอาหารเสริม ปริมาณ 0.3 เปอร์เซ็นต์ หรือใส่ร่วมกับปุ๋ ยเคมี 4-5 ครั้ง ตั้ งแต่ปี ที่ 2 เป็ นต้นไป ควรใส่สารชีวภาพ ผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ สารสกัดจุลินทรีย์ สารอาหารเสริม ปริมาณ 0.3 เปอร์เซ็นต์ หรือใส่ร่วมกับปุ๋ ยเคมี 3 ครั้ง/ปี ช่วงที่เหมาะสมในการใส่คือ ต้นฝน กลางฝน และปลายฝน ตั้ งแต่ปี ที่ 5 ขึ้นไป ใส่สารชีวภาพผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ สารสกัดจุลินทรีย์ สารอาหารเสริม อัตราส่วน 0.3 เปอร์เซ็นต์ โดยการใส่ร่วมกับปุ๋ ยเคมี เพียงปี ละ 2 ครั้ง ถ้า สภาพแวดล้อมเหมาะสมสามารถแบ่งใส่ปุ๋ ย ตามอัตราที่แนะนํา 3 ครั้ง/ปี ในสัดส่วน 50:25:25 เปอร์เซ็นต์ สําหรับการใส่ปุ๋ ยในช่วงต้นฝน กลางฝน และ ปลายฝน แต่ถ้าแบ่งใส่ 2 ครั้ง/ปี ใช้สัดส่วน 60:40 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงระยะต้นฝนและก่อนปลายฝน
เทคนิคการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนเพื่อการเกษตรอินทรีย์ 263 ตามลําดับ ดังนี้ช่วงต้นฝน คือ ประมาณเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน ช่วงกลางฝน คือ ประมาณเดือน กรกฎาคม -กันยายน ช่วงหลายฝน คือ ประมาณเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2.5.1 วิธีการใส่ปุ๋ ยเคมี 1) การใส่สารชีวภาพผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ สารสกัดจุลินทรีย์ สารอาหารเสริม อัตราส่วน 0.3 เปอร์เซ็นต์โดยใส่ร่วมกับปุ๋ ยเคมี อายุระหว่าง 1-4 ปี ใส่ปุ๋ ยภายในวงกลม (รัศมี 1.5-2 เมตร) บริเวณที่กําจัดวัชพืช รอบโคนต้น 2) การใส่สารชีวภาพผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ สารสกัดจุลินทรีย์ สารอาหารเสริม อัตราส่วน 0.3 เปอร์เซ็นต์ร่วมกับการใส่ร่วมกับปุ๋ ยเคมี อายุตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป ใส่ปุ๋ ยห่างจากโคนต้น 50 เซนติเมตร จนถึงบริเวณ ปลายทางใบ 3) การใส่ปุ๋ ยควรหว่านให้ทั่ วและสมํ่าเสมอ บริเวณทรงพุ่มใบรอบโคนต้น ยกเว้นปุ๋ ยหิน ฟอสเฟต แนะนําให้ใส่เป็ นแนวรอบทรงพุ่ม ภายในรัศมีวงกลมรอบโคนต้น และควรใส่ปุ๋ ยหลังจากกําจัดวัชพืช แล้ว 4) การใส่ THAN4 สารปรับปรุงดินหรือ ปุ๋ ยหินฟอสเฟต (0-3-0) อัตรา 250 กรัม/ต้น รองก้น หลุมตอนปลูก โดยใช้ดินชั้ นบน ผสมคลุกเคล้ากับปุ๋ ยหินฟอสเฟต ใส่รองก้นหลุมแล้วกลบหลุมให้เต็มด้วยดินชั้น ล่าง 2.5.2 วิธีการใส่ปุ๋ ยสําหรับปาล์มนํ้ ามัน 1)การใส่สารชีวภาพผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ สารสกัดจุลินทรีย์ สารอาหารเสริม THAN1-4 อัตราส่วน 0.3 เปอร์เซ็นต์ร่วมกับการใส่ร่วมกับปุ๋ ยเคมี ให้ปาล์มนํ้ ามัน เพิ่ มดอกตัวเมีย ขยายขนาดทะลาย ทะลาย รอบต้น ใช้ระบบชีวภาพดูแลปาล์มได้ประโยชน์ 2 ต่อ คือ ทั้งบํารุงต้นและผลปาล์ม และเร่งการสลายซากทาง ปาล์ม เนื่องจากปาล์มเป็ นพืชที่มีรากแขนงและรากฝอย อยู่ลึกไม่เกิน 30 เซนติเมตร แต่รากของปาล์มนํ้ามันมี ความสามารถในการดูดอาหารตํ่ากว่าพืชในตระกูลปาล์ม จึงจําเป็ นต้องให้ธาตุอาหารแก่ปาล์มบ่อยมากกว่าพืช อื่น ๆ เพื่อทําให้ปาล์มแข็งแรงทนทานต่ออุณหภูมิมากขึ้น โดยการหว่านสารปรับปรุงดิน THAN4 ปริมาณ 50-100 กิโลกรัม/ไร่ สารสกัดจุลินทรีย์ 200 ซีซี แช่ในนํ้า 200 ลิตร (0.3 เปอร์เซ็นต์) ทิ้ งไว้ 1 คืน นํามาฉีดพ่นหรือรดราด ในพื้นที่ดินประมาณ 1-2 ไร่ เพื่อปรับปรุงคุณภาพดิน และกําจัดเชื้อโรค ทําให้ดินมีภูมิต้านทาน หรือการขุดหลุม ปลูกปาล์มให้ใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ THAN 2 คลุกกับดินก้นหลุมประมาณ 1 กํามือ หรือ 20-30 กรัมต่อต้น คลุมรอบ โคนต้นปาล์ม เพื่อรักษาความชื้นในดิน ทําให้ปาล์มเจริญเติบโตได้ดี ช่วยเพิ่ มผลผลิตทะลายปาล์มให้ออกรอบ ๆ ต้น และสุกไล่ๆ กัน ลูกดก นํ้ าหนักดี ทางปาล์มอ่อนตัดแต่งได้ง่ายขึ้น ปาล์มจะมีภูมิต้านทานต่อโรคและแมลงดี มาก 2) การใส่สารชีวภาพผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ สารสกัดจุลินทรีย์ สารอาหารเสริม THAN1-4 หรือ การใส่ปุ๋ ยหินฟอสเฟตและโดโลไมท์ละลายนํ้าได้น้อย สําหรับต้นปาล์มที่ปลูกในที่ลาดชันมาก ๆ ที่มีนํ้ าไหลบ่า ควรป้ องกันการไหลบ่าของปุ๋ ยออกจากพื้ นที่ดิน 3)การใส่สารชีวภาพผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ สารสกัดจุลินทรีย์ สารอาหารเสริม THAN1-4 หรือ ปุ๋ ยแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือยูเรีย และปุ๋ ยโพแทสเซียมคลอไรด์ (0-0-60) เป็ นปุ๋ ยที่ละลายในนํ้ าได้มาก
264 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ ดังนั้นควรแบ่งใส่อย่างน้อยเป็ น 2 ครั้ง ครั้งแรกในช่วงต้นฝนและในช่วงปลายฝน คือ ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ของ ปริมาณปุ๋ ยที่ต้องใส่ทั้งปี หรือใส่ 3 ครั้งต่อปี คือ ต้นฝน 40 เปอร์เซ็นต์ กลางฝน 30 เปอร์เซ็นต์ และปลายฝน 30 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณปุ๋ ยที่ต้องใส่ทั้งปี เพราะเมื่อฝนตกต้นปาล์มจะได้นําปุ๋ ยไปใช้ได้ทันที ปุ๋ ยส่วนที่เหลือค่อย ใส่ตอนปลายฝน เพราะช่วงฝนจะลําบากในการเข้าไปใน โดยหว่านกระจายไปทัวกองทางปาล์มหรือรอบ ๆ ่ เรือน พุ่มให้ได้มากที่สุด จะช่วยให้ชิ้ นส่วนทางใบถูกย่อยสลายได้ง่ายขึ้นด้วย จะทําให้เกิดกิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน ได้มาก ซึ่งจะส่งเสริมการดูดใช้ธาตุอาหารของต้นพืชได้ผลดีกว่าการหว่านลงดินทัวบริเวณต้น (แบบหว่านรอบ ่ โคนต้น) ดินที่มีสภาพแห้งแล้งและจะทําให้การทํางานของจุลินทรีย์ช้าลง รากต้นปาล์มนํ้ามันจะขยายแผ่มาอยู่ อย่างหนาแน่น และยังคงมีชีวิตอยู่ได้ในช่วงแล้ง ถ้าหากใส่สารปรับปรุงดิน THAN 4 เนื่องจากสารตัวเติมมีรูพรุน มากช่วยเก็บกักความชื้นไว้ในดินได้นานกว่าปกติ ข้อควรระวัง : การหว่านสารปรับปรุงดิน THAN4 ดินที่มีระดับความเป็ นด่างสูง ร่วมกับภูไมท์ซัลเฟต แต่เกษตรกรจะหว่านปุ๋ ยไนโตรเจน พยายามอย่าให้ปุ๋ ยไนโตรเจน สัมผัสกับสารปรับปรุงดิน THAN4 หรือปูน โดโลไมท์โดยตรง เนื่องจากจะทําให้สารประกอบไนโตรเจนถูกเปลี่ยนเป็ นแก๊สแอมโมเนีย เกิดการระเหยสูญเสีย ไปจากดิน ดังนั้น ควรใส่ปูนโดโลไมท์ ให้โรยเป็ นทางด้านหนึ่ง ส่วนการใส่ปุ๋ ยแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือ ยูเรีย และปุ๋ ยโพแทสเซียมคลอไรด์ (0-0-60) ให้ใส่บนกองทางปาล์มซึ่งไม่หว่านทับกับสารปรับปรุงดิน THAN4 หรือปูนโดโลไมท์โดยตรง 1. อาการต้นปาล์มนํ้ ามันขาดธาตุอาหาร 2. ต้นปาล์มอาการขาดไนโตรเจน 3. ใบด้านล่าง (ใบแก่) จะมีสีเหลือซีด 4. ต้นปาล์มอาการขาดฟอสฟอรัส 5. ทางใบที่ออกใหม่จะสั้นกว่าทางใบเก่า 6. ลําต้นมีลักษณะเป็ นรูปทรงพีรามิด 7. พืชคลุมดินบริเวณใต้โคนปาล์มมีใบเล็กผิดปกติ หญ้าใบแคบจะมีกาบใบสีม่วง 8. อาการขาดโพแทสเซียม 9. ใบเป็ นจุดสีส้ม หากรุนแรงจะไหม้และแห้งตาย 10. อาการขาดแมกนีเซียม 11. ใบย่อยด้านบนของทางใบ ที่ได้รับแสงจะมีสีเหลืองอมส้ม ในขณะที่ใบย่อยด้านล่างจะมีสีเขียว 12. อาการขาดโบรอน 13. ปลายใบอ่อนที่เกิดใหม่เป็ นรูปตะขอ 14. ใบหยิกงอคล้ายตะขอ ใบเจริญผิดรูปร่าง 15. ทะลายปาล์มมีหนามมากผิดปกติ ขั้นตอนที่ 3 การบํารุงและดูแลหลังการปลูกปาล์มนํ้ามัน 3.1 การบํารุงและดูแลหลังการปลูกปาล์มนํ้ามัน ควรใส่หัวเชื้อจุลินทรีย์ THAN2 สารอาหารเสริ ม THAN3 สารปรับปรุงดิน THAN4อัตราส่วน 0.3 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 1-2 กํามือ /ต้นหรือ 20-30 กรัมต่อต้น ทุก ๆ เดือน สําหรับปาล์มต้นเล็ก และฉีดพ่นด้วยผลิตภัณฑ์สารชีวภาพนาโนเม็ด สารสกัดชีวภาพบํารุงต้น ผล
เทคนิคการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนเพื่อการเกษตรอินทรีย์ 265 และฉีดพ่นสารไล่แมลง 100 ซีซีผสมกับ นํ้ า 100 ลิตร ซึ่งสามารถฉีดรวมกันได้ คลุมโคนต้นสมํ่าเสมอจนกว่าจะ ได้อายุเก็บเกี่ยวปาล์ม หรือปาล์มเริ่มให้ผลผลิต 3.2 เมื่อปาล์มอายุประมาณ 3 ปี ต้องใส่ปุ๋ ยสารชีวภาพนาโนเม็ด สารสกัดชีวภาพ สารอาหารเสริ ม THAN3 สารปรับปรุงดิน THAN 4 อัตราส่วน 0.3 เปอร์เซ็นต์ บํารุงต้น ผล ใส่ทุกเดือน หรือใส่ต้นฤดูฝน กลางฤดู ฝน และปลายฤดูฝน ประมาณ 3 กิโลกรัม / ต้น / ปี หลังจากใส่ปุ๋ ยแล้ว ให้ฉีดสารสกัดชีวภาพบํารุงต้น ผล รวมกับ สารไล่แมลง รวมกันได้ 100 ซีซี / นํ้ า 100 ลิตร ฉีดพ่นสมํ่าเสมออย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง จะทําให้ได้ผลผลิตดี ซึ่งสามารถฉีดพ่นบ่อย ๆ ได้จะดีมาก 3.3 การใส่สารชีวภาพผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ สารสกัดจุลินทรีย์ สารอาหารเสริม ปริมาณ 0.3 เปอร์เซ็นต์ หรือใส่ร่วมกับปุ๋ ยเคมี ให้ปาล์มนํ้ ามัน ทําให้ได้ทะลายปาล์ม เพิ่ มดอกตัวเมีย ขยายขนาดทะลาย เกิดทะลายปาล์ม รอบต้นตลอดทั้ งปี เพิ่ มนํ้าหนักทะลาย หากมีการใช้ระบบชีวภาพดูแลต้นปาล์ม จะทําให้ได้ประโยชน์ 2 ต่อ คือ ทั้งบํารุงต้นและผลปาล์ม และเร่งการย่อยสลายสลายเศษซากทางปาล์ม ประกอบกับปาล์มเป็ นพืชที่มีรากแขนง และรากฝอย อยู่ลึกไม่เกิน 30 เซนติเมตร แต่รากของปาล์มนํ้ามันมีความสามารถในการดูดอาหารตํ่ากว่าพืช ตระกูลเดียวกัน ดังนั้นจึงต้องให้ธาตุอาหารแก่ปาล์มทีละน้อย ๆ เพื่อทําให้ปาล์มแข็งแรงทนทานต่ออุณหภูมิมาก ขึ้น 6.4 สรุป จากสภาพปัญหาและผลกระทบของเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน อําเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี จะเห็น ว่าการเกษตร ในพื้นที่บริเวณสภาพดินที่มีความเป็ นดินกรดสูง มักมรต้นทุนสูง ผลผลิตตํ่า รายได้ตํ่า ความ หลากหลายทางชีวภาพในดินลดลง แต่เมื่อเกษตรกรหันมาปลูกข้าวอินทรีย์ร่วมกับสารชีวภาพผสมจุลินทรีย์นาโน THAN สารตัวเร่งอินทรีย์พร้อมการนําเทคโนโลยีมาแปรรูปข้าวเปลือกเป็ นข้าวกล้องหรือข้าวสารในบรรจุภัณฑ์ สุญญากาศและวิเคราะห์เปรียบเทียบข้าวอินทรีย์และข้าวปลอดภัยที่ปลูกด้วยปุ๋ ยเคมีพบว่าข้าวอินทรีย์ มีปริมาณ วิตามินและเกลือแร่ได้แก่ ไนอะซิน กาบา นํ้าตาลมอลโตส แป้ ง มากกว่าข้าวปลอดภัย มาตรฐานจีเอพี กลุ่ม เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่ มผลผลิต ปรับสภาพดินกรดให้เหมาะสม เพิ่ มรายได้ เพิ่ มความหลากหลายทาง ชีวภาพในดินนา เมื่อกลุ่มเกษตรกรนํามีวัสดุเหลือทิ้งจากการสี ข้าวประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ซึ่ งจัดเป็ นแหล่งของ สารอินทรีย์ ได้แก่คาร์บอน ไนโตรเจน ธาตุอาหารรอง แมกนีเซียม แคลเซียม และธาตุอาหารเสริม แมงกานีส ทองแดง สังกะสี เหล็ก ซิลิกา โบรอน อื่น ๆไปผ่านเทคโนโลยีกระบวนการแปรรูปร่วมกับนวัตกรรมชีวภาพ จุลินทรีย์ในการผลิตชีวภัณฑ์เพื่อการเกษตร เช่น สารชีวภาพผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ สารอาหารเสริมสกัด อื่น ๆ สําหรับช่วยเร่งการเจริญเติบโตและเร่งการออกดอกติดผลรวงข้าว ต่ อ ม า ผู้เขี ย น ร่ ว ม กั บ ส ถ าน ป ร ะ ก อ บ ก าร นํ าเท ค โ น โ ล ยี Chito technology Biotechnology nanotechnology Chelation technology และ Encapsulation technology เพื่อการผลิตนวัตกรรมชีวภาพผสมความ หลากหลายทางชีวภาพจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ที่ได้ตามมาตรฐาน Q กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และ มาตรฐานไอเอฟโอเอเอ็ม สําหรับการเกษตรอินทรีย์เพิ่ มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่ มผลผลิต ปรับสภาพดินกรดให้
266 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ เหมาะสม เพิ่ มรายได้ เพิ่ มความหลากหลายทางชีวภาพในดิน ผลิตอินทรีย์ได้มาตรฐานจีเอพี สําหรับจําหน่ายให้ ผู้บริโภค ลดต้นทุนและที่สําคัญโครงสร้างและการทํางานในระบบนิเวศเหมือนเดิมตามหลักนิเวศวิทยา ดังนั้น จึงถ่ายทอดเทคโนโลยีและการใช้นวัตกรรมชีวภาพนี้ อาทิ หัวเชื้อรา หัวเชื้อชีวภาพอัดเม็ด หัว เชื้อจุลินทรีย์นาโน สารอาหารเสริม เพื่อพัฒนาการดําเนินการปลูก การแปรรูปวัสดุเหลือใช้จากการปลูกข้าว อินทรีย์ ได้แก่ ฟางข้าว ลูกข้าว ตอซัง แกลบ รํา ข้าวหัก ทางปาล์มแห้ง อื่น ๆ ซึ่งเป็ นแหล่งธาตุอาหารฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ค่อนข้างสูงและธาตุอาหารหลักรอง และเสริม ได้แก่ แมงกานีส อะลูมิเนียม เหล็ก สังกะสี มาผลิตเป็ นสารเร่งพีจีพีอาร์ สําหรับนําไปใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาของเกษตรกรชาวนา การปลูกข้าว อินทรีย์ที่ได้มาตรฐานจีเอพีหรือจีไอ เพิ่ มผลผลิต ลดต้นทุน เพิ่ มกําไร เพิ่ มรายได้ ดินมีความร่วนซุย ปรับสภาพดิน กรด เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพจุลินทรี ย์ปฏิปักษ์ดิน การเพิ่มมูลค่าเพิ่มของวัสดุเหลือทิ้ ง ลดปัญหา สิ่งแวดล้อมขยะ อื่น ๆ อันจะสร้างความเข้มแข็งแก่กลุ่มเกษตรชาวนา ชุมชน สถานประกอบการและเครือข่ายฯ ทุกภาคส่วน ให้บรรลุตามเป้ าหมายตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงยังยืน ่ในทุกมิติ คือ มิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม มิติเศรษฐกิจและมิติวัฒนธรรม ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ดังภาพที่ 6.5
เทคนิคการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนเพื่อการเกษตรอินทรีย์ 267 ภาพที่ 6.5การบริหารจัดการพัฒนาข้าวอินทรีย์ ร่วมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมปุ๋ ยชีวภาพผสมสารตัวเร่งผสม หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนและสารอาหารเสริม มาตรฐานอินทรีย์ เพิ่ มผลผลิต ลดต้นทุน ปรับสภาพแวดล้อม ลดสารอันตรายปนเปื้อนแบบยังยืน ่ 1. การเพิ่ มผลผลิตและลดต้นทุนการปลูกข้าวอินทรีย์ด้วยปุ๋ ย ชีวภาพ หัวเชื้อจุลินทรีย์ สารอาหารเสริมและตัวเร่ง ตัวเติม ตัว จับอินทรีย์ด้วยระบบเซ็นเซอร์ผ่านแอพพลิเคชันนแบบสมาร์ท 2. ระบบเซ็นเซอร์สมาร์ทเพื่อตรวจวัดธาตุในดินและ จุลินทรีย์และการคํานวณปุ๋ ยให้เหมาะสมกับสภาพดิน 3. เทคโนโลยีสมาร์ทการผลิตปุ๋ ยชีวภาพพิจีอาร์ร่วมกับ หัวเชื้อจุลินทรี ย์นาโนและสารอาหารเสริ มเห ล็ก แมงกานีส ทองแดงอินทรีย์และการแปรรูปวัสดุเหลือ ทิ้ ง ในเชิงพาณิชย์ 5. การสีข้าวและการพัฒนาแป้ งจากข้าวหักหอมปทุม อินทรีย์เพื่อใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม 6. เทคโนโลยีสมาร์ทพัฒนาวัตถุดิบจากขี้เถ้าแกลบข้าว หอมปทุมอินทรีย์ 8. การตลาดบนสื่อสังคมออนไลน์สําหรับสินค้า เกษตรอินทรีย์ ชื่อผู้รับผิดชอบ เบอร์โทร Email: 9. การสร้างจิตสํานึกการอนุรักษ์การปลูกข้าว อินทรีย์สู่เชิงพาณิชย์ และการตลาดบนสื่อสังคม ออนไลน์สําหรับสินค้าเกษตร 7. การพัฒนาสื่อความรู้ในรูปแบบ Info graphic และ ประชาสัมพันธ์กิจกรรมบนเว็บไซต์ 4.เทคโนโลยีสมาร์ทการปลูกข้าว การแปร รูปและการตลาดข้าว แบบมีส่วนร่วมของ เครือข่ายฯ ในเชิงพาณิชย์ “เพิ่ มวินามิน เกลือ แร่ ลดโลหะหนักปนเปื้อน ปรับสภาพดินนํ้ า เพิ่ มผลผลิต ลดดต้นทุน เพิ่ มการอนุรักษ์” กระบวนการผลิต ต้นนํ้ า กลางนํ้ า กระบวนการแปรรูป ปลายนํ้ า กระบวนการประชาสัมพันธ์และ ส่งออก
268 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ คําถาม 1. จงอธิบายเทคโนโลยีที่เหมาะสมและนวัตกรรม (Technology & Innovation) สําหรับการดําเนินการ ผลิตผลทางการเกษตรอินทรีย์ และวัสดุเหลือทิ้ ง ในกิจกรรมต้นนํ้ า กิจกรรมกลางนํ้ าและกิจกรรมปลายนํ้ า ที่มีความสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักนิเวศวิทยา?
เทคนิคการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนเพื่อการเกษตรอินทรีย์ 269 เอกสารอ้างอิง Ahmad, F. I. Ahmad, M.S. Khan 2008. Screening of free-living rhizospheric bacteria for their multiple plant growth promoting activities Microbiol. Res.,163 (2008), pp.173-181 Ahemad, M. A. Malik 2011. Bioaccumulationof heavy metals by zinc resistant bacteria isolated from agricultural soils irrigated with wastewater Bacteriol. J., 2(2011), pp.12-21 Ahemad, M. M.S. Khan 2012. Effect offungicides on plant growth promoting activities of phosphate solubilizing Pseudomonas putida isolated from mustard (Brassica compestris) rhizosphere Behera, B.C. H. Yadav,S.K.Singh, R.R. Mishra, B.K.Sethi,S.K. Dutta, H.N. Thatoi2017.Phosphate solubilization and acid phosphatase activity of Serratia sp. isolated from mangrove soil of Mahanadi River delta, Odisha, India. Journal of Genetic Engineering and Biotechnology, Volume 15, Issue 1, 2017, pp. 169-178 Choi S. T. and Huber D. J. 2009. Differential sorption of-methylcyclopropene to fruit and vegetable tissues, storage and cell wall polyseccharides, oils, and lignin. Postharvest Biology and Technology 52: 62-70. Glick, B.R., Cheng, Z., Czarny, J., Cheng, Z. and Duan, J., 2007 , Promotion of plant growth by ACC deaminase-producing soil bacteria, Eur. J. Plant. Pathol. 119: 329339. Frank, A. B. 2005. Mycorrhizae: the challenge to evolutionary and ecology theory Mycorrhiza, 15(4): 277-281. Figueiredo, M.V.B., Burity, H.A., Martınez, C.R. and Chanway, C.P., 2008, Alleviation of drought stress in the common bean (Phaseolus vulgaris L.) by co-inoculation with Paenibacillus polymyxa and Rhizobium tropici, Appl. Soil Ecol. 40: 182-188. Liu, Q., P. Loganathan and M.J. Hedley. 2005. Influence of ectomycorrhizal hyphae on phosphate fractions anddissolution of phosphate rock in rhizosphere soils of Pinus radiate. Journal of Plant Nutrition. 28:1525-1540. Lavakush, Yadav, J., Verma, J. P., Jaiswal, D. K.and Kumar, A., 2014, Evaluation of PGPR and different concentration of phosphorus level on plant growth, yield and nutrient content of rice (Oryza sativa), Eco. Eng. 62: 123-128. Park Youngjin, Mohammad Moniruzzaman, Seunghan Lee, Jeongwhui Hong, Seonghun Won, Jong Min Lee, Hyeonho Yun, Kang-Woong Kim, Daegyun Ko, Sungchul C. Bai, 2016. Comparison of the effects of dietary single and multi-probiotics on growth, non-specific immune responses and disease resistance in starry flounder, Platichthys stellatusวารสารFish & Shellfish Immunology, 59.page351-357. Rattanaloeadnusorn S.2015. Inoculants FungalTrichoderma and Bacillus for Improving Acidic Soils and Community Development Based on Philosophy of Sufficiency Economy, proceeding 2015 International Conference on Science and Technology TICST 2015, November 4 - November 6, 2015
270 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ Faculty of Science and Technology, Rajamagala University of Technology Thanyaburi Pathumtani, Thailand page 24. (Poster presentation) Rattanaloeadnusorn Sukhan. 2017. Inoculants FungalTrichoderma, Mucor and Bacillus for Community Development based on sufficiency economy philosophy. International Journal of GEOMATE, Dec., 2017, Vol. 13, Issue 40, pp.16 – 23. Special Issue on Science, Engineering & Environment, ISSN: 2186-2990, Japan. DOI:https://doi.org/10.21660/2017.40.2517 Sofia, G., 1998. Growth models and their use in ecological modelling: an application to a fish population. Ecological Modelling 113, 83–94. Vladimir V. Zverlov and Wolfgang H. Schwarz 2008. Bacterial cellulose hydrolysis in anaerobic environmental subsystems Clostridium thermocellum and Clostridium Stercorarium, Thermophillic Plant-fiber Degraders. Ann. N.Y. Acad. Sci, 1125, 298-307 Xie, H., Pasternak, J.J. and Glick, B.R., 1996, Isolation and characterization of mutants of the plant growthpromoting rhizobacterium Pseudomonas putida GR12-2 that overproduce indole acetic acid, Curr. Microbiol. 32: 67-71. Wang, H.Y, Fan, B.Q, Hu, Q.X and Yin, Z.Y. 2011. Effect of inoculation with Penicillium expansum on the microbial community and maturity of compost. Bioresource technology 120: 11189-11193. สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์ สายัณต์สมฤทธิ์ ผลและอัชฌาณัท รัตนเลิศนุสรณ์. 2560.การพัฒนาการฟื้นฟูป่ าชายเลน และพัฒนาชุมชนด้วยหัวเชื้อราผสม ตําบลโคกขาม อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร, 137 หน้า สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์ กรวินท์วิชญ์ บุญพิสุทธินันท์ อัชฌานัท รัตนเลิศนุสรณ์2561.การพัฒนาการปลูกปาล์ม นํ้ ามันและการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ด้วยหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว)และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรี114 หน้า. สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์. 2561. การปลูกข้าวหอมมะลิปทุมธานี 1 ด้วยสารชีวภาพเคลือบหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน เพิ่ มผลผลิต เพิ่ มกําไร ลดต้นทุนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม PATHUMTHANI RICE 1 CULTIVATION WITH NANO- MICROORGANISM OR PGPR ENCAPSULATION INCREASE PRODUCTIVITY, INCREASE PROFITS, REDUCE COSTS AND CONSERVE ENVIRONMENT การประชุมวิชาการ ชมรมคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 8 “ทรัพยากรไทย : ศักยภาพมากล้นมีให้เห็น” ภาค นิทัศน์ หน้า 398-410.
บรรณานุกรม 271 บรรณานุกรม Ahmad, F. I. Ahmad, M.S. Khan 2008. Screening of free-living rhizospheric bacteria for their multiple plant growth promoting activities Microbiol. Res.,163 (2008), pp.173-181. Ahemad, M. A. Malik 2011. Bioaccumulationof heavy metals by zinc resistant bacteria isolated from agricultural soils irrigated with wastewater Bacteriol. J., 2(2011), pp.12-21. Ahemad, M. M.S. Khan 2012. Effect offungicides on plant growth promoting activities of phosphate solubilizing Pseudomonas putida isolated from mustard (Brassica compestris) rhizosphere Aksornkoae, S. and Khemnark C., 1994. Nutrient cycling in mangrove forest of Thailand Proc. As. In Sump. MangroveRes&Manag, page 13. Aiyuk.S.A. Van Haandel W. Verstrates2004. Environmental Technology: Remove of Ammonium Nitrogen from pretreated Domestic sewage using a Natural ion Exchange.25:1321-1330. Behera, B.C. H. Yadav,S.K.Singh, R.R. Mishra, B.K.Sethi,S.K. Dutta, H.N. Thatoi2017.Phosphate solubilization and acid phosphatase activity of Serratia sp. isolated from mangrove soil of Mahanadi river delta, Odisha, India. Journal of Genetic Engineering and Biotechnology, Volume 15, Issue 1, 2017, pp. 169-178 Choi S. T. and Huber D. J. 2009. Differential sorption of-methylcyclopropene to fruit and vegetable tissues, storage and cell wall polyseccharides, oils, and lignin. Postharvest Biology and Technology 52: 62-70. Glick, B.R., Cheng, Z., Czarny, J., Cheng, Z. and Duan, J., 2007 , Promotion of plant growth by ACC deaminase-producing soil bacteria, Eur. J. Plant. Pathol. .329339 :119 Fabrice G. Renaud, Karen Sudmeier-Rieux, Marisol Estrella – 2016. Open-coast sandy beaches and coastal dunes. In: Lockwood JL, Maslo B (eds) Coastal conservation. Cambridge University Press, Cambridge, MA Spalding MD, Nature J Coast Conserve 11:31–52. Lacambra, C., Friess, D., Spencer, T., & Moller I., 2013. Bio shields: mangrove Ecosystems as resilient natural coastal defenses. In F. Renaud, K. Sudmeier-Rieux, &M. Estrella (Eds.), the role of ecosystems, pp. 82-108. Frank, A. B. 2005. Mycorrhizae: the challenge to evolutionary and ecology theory Mycorrhiza, 15(4): 277-281. Figueiredo, M.V.B., Burity, H.A., Martınez, C.R. and Chanway, C.P., 2008, Alleviation of drought stress in the common bean (Phaseolus vulgaris L.) by co-inoculation with Paenibacillus polymyxa and Rhizobium tropici, Appl. Soil Ecol. 40: 182-188. Lavakush, Yadav, J., Verma, J. P., Jaiswal, D. K.and Kumar, A., 2014, Evaluation of PGPR and different concentration of phosphorus level on plant growth, yield and nutrient content of rice (Oryza sativa), Eco. Eng. 62: 123-128.
272 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ Liu, Q., P. Loganathan and M.J. Hedley. 2005. Influence of ectomycorrhizal hyphae on phosphate fractions and dissolution of phosphate rock in rhizosphere soils of Pinus radiate. Journal of Plant Nutrition. 28:1525-1540. Park Youngjin, Mohammad Moniruzzaman, Seunghan Lee, Jeongwhui Hong, Seonghun Won, Jong Min Lee, Hyeonho Yun, Kang-Woong Kim, Daegyun Ko, Sungchul C. Bai, 2016. Comparison of the effects of dietary single and multi-probiotics on growth, non-specific immune responses and disease resistance in starry flounder, Platichthys stellatus, Fish & Shellfish Immunology J., 59 .page351-357. Rattanaloeadnusorn S.2015. Inoculants FungalTrichoderma and Bacillus for Improving Acidic Soils and Community Development Based on Philosophy of Sufficiency Economy, proceeding 2015 International Conference on Science and Technology TICST 2015, November 4 - November 6, 2015 Faculty of Science and Technology, Rajamagala University of Technology Thanyaburi Pathumtani, Thailand page 24. (Poster presentation) Rattanaloeadnusorn S 2017. Inoculants Fungal Trichoderma, Mucor and Bacillus for Community Development Based on sufficiency economy philosophy. International Journal of GEOMATE, Dec., 2017, Vol. 13, Issue 40, pp.16 – 23.Special Issue on Science, Engineering & Environment, ISSN: 2186-2990, Japan. DOI: https://doi.org/10.21660/2017.40.2517 Rattanaloeadnusorn S.2019.1 Efficiencyof Using Trichoderma, Mucor and Aspergillus Antimicrobial Pellets to Rhizophora mucronata Poir.Planting at Abandoned Shrimp Farm in Khanom District, Nakhon Si Thammarat Province, Thailand, Naresuan University Journal:Science and Technology. l27(4) :10-19. Raychaudhuri, S.P. and D.K. Mitra. 1993. Mollicute Disease of Plants. International Science Publisher, New York. 113 p. Sofia, G., 1998. Growth models and their use in ecological modelling: an application to a fish population. Ecological Modelling 113, 83–94. Vladimir V. Zverlov and Wolfgang H. Schwarz 2008. Bacterial cellulose hydrolysis in anaerobic environmental subsystems Clostridium thermocellum and Clostridium Stercorarium, Thermophillic Plant-fiber Degraders. Ann. N.Y. Acad. Sci, 1125, 298-307 Xie, H., Pasternak, J.J. and Glick, B.R., 1996, Isolation and characterization of mutants of the plant growthpromoting rhizobacterium Pseudomonas putida GR12-2 that overproduce indole acetic acid, Curr. Microbiol. 32: 67-71. Odum Howard T., 1983 . Ecological and General Systems: An Introduction to Systems Ecology, Revised Edition. University Press of Colorado; Revised, Subsequent edition (May 15, 1994) 644 pages. Wang, H.Y, Fan, B.Q, Hu, Q.X and Yin, Z.Y. 2011. Effect of inoculation with Penicillium expansum on the microbial community and maturity of compost. Bioresource technology 120: 11189-11193.
บรรณานุกรม 273 ทัศนีย์ อัตตะนันท์ ประไพ อิสร บัญญัติเศรษฐิติ สมชาย กรีฑาภิรมย์2524.การศึกษาเปรียบเทียบซีโอไลท์กับวัสดุ อื่น ๆ ในระบบชั้นดินอิฐที่ใช้บําบัดนํ้ าเสียจากห้องสุขา,วารสารดินและนํ้ า ฉบับที่ 19 หน้าที่ 76-84. มณีวรรณ เกตะวันดี 2550.การกําจัดแอมโมเนียไนโตรเจนจากนํ้ าเสียโรงงานฟอกหนังด้วยแมงกานีสซ๊โอไลต์ วิทยานิพนธ์ปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กทม. นิตยา เลาหะจินดา 2549. นิเวศวิทยา : พื้นฐานสิ่งแวดล้อมศึกษา สํานักพิมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน. 292 หน้า สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์ สายัณต์สมฤทธิ์ ผลและอัชฌาณัท รัตนเลิศนุสรณ์. 2560.การพัฒนาการฟื้นฟูป่ าชายเลน และพัฒนาชุมชนด้วยหัวเชื้อราผสม ตําบลโคกขาม อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร, 137 หน้า สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์ กรวินท์วิชญ์ บุญพิสุทธินันท์ อัชฌานัท รัตนเลิศนุสรณ์2561.การพัฒนาการปลูกปาล์ม นํ้ ามันและการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ด้วยหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว )และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช มงคลธัญบุรี114 หน้า. สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์, 2561. หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโนและสารเสริมการเติบโตและป้ องกันและลดสารพิษ ปนเปื้อนเพื่อการเกษตรอินทรีย์Nano-microbe and plant growth promotion rhizobacteria-yeast-fungal: PGPR คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี28 หน้า. สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์, 2560. หัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน nano-microbial Than, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี12 หน้า. สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์ สายัณต์สมฤทธิ์ ผล และอัชฌาณัท รัตนเลิศนุสรณ์. 2560. การพัฒนาการฟื้นฟูป่ าชายเลน และพัฒนาชุมชนด้วยหัวเชื้อราผสม ตําบลโคกขาม อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร137 หน้า. สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์ 2560. การปลูกข้าวหอมมะลิปทุมธานี 1 ด้วยสารชีวภาพเคลือบหัวเชื้อจุลินทรีย์นาโน เพิ่ มผลผลิต เพิ่ มกําไร ลดต้นทุนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อม Phathumtani Rice 1 Cultivation with Nano- Microorganism Encapsulation Increase productivity, Increase profits, Reduce costs and Conserve Environment การประชุมวิชาการชมรมคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ ครั้งที่8 “ทรัพยากร ไทย: ศักยภาพล้นมีให้เห็น” 29 พฤศจิกายน 2560-1ธันวาคม 2560 ณ ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อ ภูมิภาค จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย จังหวัดสระบุรี. หน้าที่ 398-410. สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์ 2561.การบริการวิชาการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกข้าวอินทรีย์ร่วมกับสารชีวภาพ เคลือบผสมหัวเชื้อจุลินทรี ย์นาโน Than “ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้และปรับสภาพดิน กรด ”Academic Service Transfer Technology of Organic Rice Growing with Bio-fertilizer Coating with Than Nano-microbe “Reduce Cost, Increase Productivity, Increase Income and Recondition Acid”โครงการประชุมสัมมนาเครือข่ายการจัดการความรู้ฯ ครั้งที่11“การจัดการความรู้สู่การขับเคลื่อน Thailand 4.0” (Knowledge Management through the Driven of Thailand 4.0), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลอีสานจังหวัดนครราชสีมา 20-22 กุมภาพันธ์ 2561. สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์. 2566. การปลูกข้าวปทุมธานี 1อินทรีย์แบบใหม่ร่วมกับสารชีวภาพ ผสมหัว
274 สิ่ งแวดล้อมและการจัดการแบบยังยืน ่ เชื้อจุลินทรีย์นาโน นาแปลงใหญ่ของเครือข่ายชุมชน กรณีศึกษาอําเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี วารสารวิทยาศาสตร์ศรีวิชัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิจัย1. 13(3): สุขุม เร้าใจและอิสริยา วุฒิสินธ์ 2552. การกําจัดแอมโมเนียไนโตรเจนจากนํ้ าเสียฟาร์มสุกรและไก่ด้วยแมงกานีส ซีโอไลต์ในแบบจําลองคลองวนเวียน Environmental and Natural Research Journal vol7 No1 June 2009 หน้าที่ 50-65. สุชาดา ยางเอม. 2546. การกําจัดแอมโมเนียในนํ้าเสียตู้เลี้ยงปลาโดยการกรองด้วยหินภูเขาไฟ วิทยานิพนธ์ ปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กทม. อารักษ์ ดํารงสัตยกาญนถา ครองธรรมชาติสมชาย ดารารัตน์2006. การใช้ซิโอไลต์ร่วมกับทรายไม่คัดขนาดใน การกําจัดแอมโมเนียไนโตรเจนในนํ้ าเสียจากฟาร์มสุกร (Using Zeolite and ungraded sand to remove ammonia nitrogen from swine wastewater) KKU res Journal (4): oct-Dec. หน้าที่ 311-318. อัชฌาณัท รัตนเลิศนุสรณ์ สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์ สายัณต์ สมฤทธิ์ ผล. 2560. การพัฒนาการปลูกข้าวอินทรีย์ และพัฒนาชุมชนด้วยหัวเชื้อราผสม ตําบลบึงกาสาม จังหวัดปทุมธานี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 140 หน้า.
บรรณานุกรม 275 บรรณานุกรมอ่านเพิ่มเติม Ahrens, U. and E. Seemuller. 1992. Detection of DNA of plant pathogenic mycoplasma-like organisms by a polymerase chain reaction that amplified a sequence of 16S rDNA gene. Phytopathol. 82: 828-832. Alma, A., R.E. Davis, M. Vibio, A. Danielli, D. Bosco, A. Arzone and A. Bertaccini. 1996. Mixed infection of grapevines in Northern Italy by phytoplasma including 16s rRNA RFLP subgroup 16srl-B strains previously unreported in this host. Plant Dis. 80: 418- 421. Arnaud, G., S.M. Maher, P. Salar, P. Bonnet, M. Maixner, C. Macrone, E.B. Padieu and X. Foissac. 2007. Multilocus sequence typing confirms the close genetic interrelatedness of three distinct Flavescence Dorée Phytoplasma Strain Clusters and Group 16SrV Phytoplasmas Infecting Grapevine and Alder in Europe. Appl Environ Microbiol. 73(12): 4001–4010. Bos, L. 1983. Introduction to Plant Virology. Longman, London and New York. 160 p. Davies, D.L. and M.F. Clark. 1994. Maintenance of mycoplasma-like organism occurring in Pyrus species by micropropagation and their elimination by tetracycline therapy. Plant Path. 43:819-823. Doi, Y.M. Teranaka and H. Asuyama. 1967. Mycoplasma or PLT group-like microorganism found in the phloem elements of plant infected with mulberry dwarf, potato witches’ broom. Ann. Phytopath. Soc. Japan. 33:259-266. Freundt, E.A. 1981. Isolation, characterization and identification of spiroplasma and MLOs, pp. 1-34. In K. Maramorosch and S.P. Raychaudburi (eds.). Mycoplasma Diseases of Tree andShrubs. Academic Press Inc., New York. Gibb, K.S., B. Schneider and A.C. Padovan. 1998. Differential detection and genetic relatedness of phytoplasma in papaya. Plant Path. 47: 325-332. Takolpuckdee P (2014). Transformation of Agricultural Market Waste Disposal to Biochar Soil Amendments. Procedia Environ Sci. 20: 64-70. สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์, 2561. นวัตกรรมชีวภาพและการนําไปใช้ประโยชน์ และคู่มือเล่มที่ 1-6 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีปทุมธานี