แบบฝึกหัด รายวิชาภาษาไทย
วรรณคดวี ิจักษ์ ม.๑
บทวิเคราะห์สุภาษิตพระร่วง
ความเป็นมาของสุภาษิตพระรว่ ง
สุภาษติ พระรวง เปน ขอ คิดคําสอนเพ่ือสัง่ สอนประชาชนท่สี ืบตอ กนั ทางมขุ ปาฐะ
เชอ่ื กันวาเกิดข้ึนมาในสมัย สภุ าษิตพระรวงมหี ลายสํานวนแตทแี่ พรห ลาย
คอื สํานวนฉบบั จารึกวดั พระเชตพุ นวิมลมังคลาราม (วดั โพธ)์ิ
ประวตั ผิ แู้ ตง่
สมเด็จพระมหาสมณเจา กรมพระปรมานุชติ ชโิ นรส
พระนามเดิม พระองคเจา วาสกุ รี เปน พระราชโอรส
พระองคท ่ี ๒๘ ในพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา
จุฬาโลกมหาราช ( )
38 สุภาษิตพระรว่ ง
ลักษณะค�ำประพันธ์
รา่ ยสภุ าพ คือ คำ� ประพนั ธท์ ่ไี มก่ �ำหนดจำ� นวนบทหรือบาท สามารถแตง่ ยาวไดต้ ามตอ้ งการ
และจบเรือ่ งดว้ ยโคลงสองสภุ าพ
แผนผงั ฉันทลกั ษณ์รา่ ยสุภาพ
้้ ้้ ้้ ( )
แผนผงั ฉันทลักษณ์โคลงสองสุภาพ ้้
()
้้
้้
ตวั อย่างตวั บท
...สบสงิ่ สรรพโอวาท ผู้เปน็ ปราชญพ์ ึงสดับ
ตรบั ตรติ รองปฏบิ ตั ิ โดยอรรถอนั ถ่องถว้ น
แถลงเลศเหตเุ ลือกล้วน เลศิ อา้ งทางธรรม แลนา ฯ
39สุภาษิตพระร่วง
แบบฝึกหัด รายวชิ าภาษาไทย
วรรณคดวี ิจักษ์ ม.๑
คําสอนในสุภาษิตพระรว่ ง ๓. ความสาํ คญั ๔. ทาํ ส่ิงทเ่ี หมาะแก
ของญาตพิ น่ี อง กาลเทศะ
๑. ความสาํ คัญของความรู
๒. ทาํ ตามประเพณี
๖. อยาประมาท
๕. มองการณไกล
๗. มีใจหนักแนน
สํานวนภาษาในสุภาษิตพระรว่ ง
ใชค าํ ส้นั ๆ เพ่ือส่ือความมาก ใชก ารสอนแบบหา มมากที่สุด สังเกตจากคําวา “อยา ”
40 สุภาษิตพระรว่ ง
น้ องลองทาํ
คําชแี้ จง ตอนท่ี ๑ ใหน กั เรยี นเลอื กคาํ ตอบทถี่ กู ทส่ี ดุ เพยี งขอ เดยี ว
๑. ใครคอื ผูช าํ ระเรื่องสุภาษิตพระรวงฉบับจารึกวัดพระเชตุพนวมิ ลมงั คลาราม
๑. สมเด็จพระเจา อยหู ัวบรมโกศ
๒. พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลาเจาอยหู ัว
๓. พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟาจฬุ าโลกมหาราช
๔. สมเด็จพระมหาสมณเจา กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
๒. สภุ าษติ พระรวงฉบบั จารกึ วัดพระเชตุพนวมิ ลมงั คลารามแตงดว ยคาํ ประพันธชนิดใด
๑. รายสภุ าพ
๒. กลอนสภุ าพ
๓. โคลงสีส่ ุภาพ
๔. กาพยสุรางคนางค ๒๘
41สภุ าษิตพระร่วง
แบบฝึกหัด รายวิชาภาษาไทย
วรรณคดีวจิ กั ษ์ ม.๑
๓. ขอ ใดกลาวถงึ ฉันทลักษณข องโคลงสองสภุ าพไดถ กู ตอ ง
๑. โคลงสองสภุ าพ ๑ บท มี ๒ วรรค
๒. โคลงสองสุภาพ ๑ บท มี ๓ วรรค
๓. โคลงสองสุภาพไมปรากฏบงั คับคาํ เอก คาํ โท
๔. โคลงสองสุภาพมบี งั คับคําเอก ๗ คาํ คาํ โท ๔ คาํ
42 สภุ าษิตพระร่วง
ททบบททววนน
กก่ออ่ นนจจาากก....
ความเป็นมาของ ประวตั ผิ แู้ ตง่
สุภาษิตพระรว่ ง
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า
สุภาษติ พระร่วงเปน็ วรรณคดี กรมพระปรมานุชติ ชโิ นรส
ท่เี ชอื่ ว่าเป็นวรรณคดมี ุขปาฐะมาตัง้ แต่ เป็นพระราชโอรสพระองคท์ ี่ ๒๘
สมัยสโุ ขทยั ปรากฏหลายส�ำนวน แตท่ ่ี ในพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้
แพรห่ ลายคือสำ� นวนของสมเด็จพระมหาสมณเจา้ จุฬาโลกมหาราช (รัชกาลท่ี ๑)
กรมพระปรมานชุ ติ ชโิ นรส ท่ีจารกึ
วัดพระเชตุพนวมิ ลมังคลาราม (วดั โพธ)ิ์ ลกั ษณะค�ำประพันธ์
ค�ำสอนท่ปี รากฏ สภุ าษิตพระร่วงแตง่ ด้วยค�ำประพันธ์ประเภท
ร่ายสุภาพ กำ� หนด ๑ วรรค มี ๕ ค�ำ แตล่ ะวรรคส่ง
เปน็ แนวทางในการด�ำเนินชวี ติ สััมผัสั ไปวรรคต่อ่ ไป เมื่�อจบเรื่�องต้อ้ งลงท้้ายด้ว้ ย
เน้้นใช้ค้ ำำ�สั้้�น ๆ เพื่�อสื่�อความมาก โคลงสองสุภุ าพ ๑ บท มีี ๓ วรรค วรรคที่่� ๑ และ
ใชก้ ารสอนแบบห้ามมากท่ีสุด ๒ มีี ๕ คำำ� วรรคที่่� ๓ มีี ๔ คำำ� และมีบี ังั คับั คำำ�เอก
สังเกตจากค�ำวา่ “อย่า” และคำำ�โท
43สภุ าษิตพระรว่ ง
จดให้จาํ นํ าไปใช้
จดให้จาํ นํ าไปใช้
แบบฝึกหัด รายวิชาภาษาไทย
วรรณคดีวิจักษ์ ม.๑
บทอา่ นสภุ าษิตพระรว่ ง
ครงั้ ท่ี ๑
คําศัพทน์ ่ ารู้
คนขํา = คนที่มเี ลหเหลี่ยม ทอด = วาง
เคียด = โกรธ ประภาษ = พดู
ไซ = เคร่อื งสานอยางหน่งึ ใชดักปลา มลกั = เหน็
ตรับ = ฟง ยงั = มี
ตริ = คิด เรอื ก = ไมท่ีถักใชกน้ั เปนรัว้
ถาก = ทาํ ใหเ จบ็ ใจจากการมองดวย สุวาน = สนุ ัข
สายตาดูหม่ิน
เถื่อน = ปา
เรอื่ งย่อ
กลา วถงึ ทีม่ าของเร่อื ง เนื้อความทส่ี อนกลาวถึง สรุปความท้ังหมดวา ควรทาํ ใน
กลาววา เปน คําสอนจาก ๑. การพดู สงิ่ ทีพ่ งึ กระทาํ ผูที่เปน ผรู ูค วรที่
พระเจา อยูหัวในแผนดนิ ๒. การฟง จะไดฟ ง คําสอนท้ังหมดน้ีแลว นาํ
สโุ ขทัยทใ่ี หแกป ระชาชน ๓. การวางตวั ในสังคม ไปคิด ไปปฏบิ ตั ติ อ เพื่อใหเกิด
๔. การพัฒนาตนเอง ผลดีแกต นเอง
๕. การเปน ผมู ีธรรมะในจิตใจ
46 สภุ าษิตพระร่วง
ตัวบทอ่านสุภาษิตพระรว่ ง
ท่มี าของเรอื่ ง ตัวบท ความหมาย
ป่า่ งสมเด็็จพระร่่วงเจ้้า สมััยที่�พระเจ้า้ อยู่่�หััว
เผา้ แผน่ ภพสุโขทัย ผู้�ครองสุุโขทัยั ได้้
มลกั เหน็ ในอนาคต มองการณ์์ไกล จึงึ มีี
จึงึ ผายพจนประภาษ พระราโชวาทมอบให้แ้ ก่่
เปน็ อนสุ าสนกถา ประชาชน
สอนคณานรชน
การวางตวั ตวั บท ความหมาย
ในสั งคม อยา่ ประกอบกจิ เป็นพาล อย่าท�ำสิ่งทไ่ี มด่ ี
อยา่ อวดหาญแกเ่ พือ่ น อยา่ อวดเก่งกบั เพอ่ื น
เขา้ เถือ่ นอย่าลมื พร้า เขา้ ปา่ อยา่ ลมื พกอาวธุ
หน้าศกึ อยา่ นอนใจ เวลาคับขันอย่านิ่งนอนใจ
ไปเรือนทา่ นอย่านั่งนาน ไปบา้ นผ้อู ืน่ ไม่ควรอยูน่ าน
การเรือนตนเร่งคิด งานบ้านของตนเองต้องรบี ทำ�
การระวงั ตัวบท ความหมาย
ความประพฤติ อย่าขุดคนดว้ ยปาก อยา่ พดู จาเหนบ็ แนมคนอ่ืน
ทางกาย วาจา ใจ อย่าถากคนด้วยตา อยา่ มองผู้อื่นด้วยสายตาดถู กู
อยา่ พาผดิ ดว้ ยหู อย่่าฟัังข่า่ วลืือผิดิ ๆ
อย่าเลยี นครเู ตือนด่า อยา่ ล้อเลียนคุณครู
อยา่ ริกล่าวคำ� คด อย่าโกหก
คนทรยศอย่าเช่ือ อยา่ เชอ่ื คนทไ่ี ม่ซือ่ สตั ย์
47สภุ าษิตพระร่วง
แบบฝึกหัด รายวิชาภาษาไทย
วรรณคดวี จิ ักษ์ ม.๑
น้ องลองทาํ
คาํ ชี้แจง ตอนที่ ๑ ใหน กั เรยี นเลอื กคาํ ตอบทถี่ กู ทสี่ ดุ เพยี งขอ เดยี ว
๑. “คนขาํ อยา รวมรัก” ตรงกบั ความหมายขอ ใด
๑. ไมคบคนผวิ คลํ้า
๒. ไมคบคนอารมณดี
๓. ไมค บคนท่ีมเี ลห เ หลีย่ ม
๔. ไมคบคนหนาตาคมคาย
๒. “อยาจบั ลนิ้ แกคน” ตรงกบั ความหมายในขอ ใด
๑. อยาพูดโกหกกับผอู น่ื
๒. อยา ฟงคาํ ยกยอจากผอู น่ื
๓. อยา จบั ผิดคําพดู ของผอู ืน่
๔. อยา รบั ประทานอาหารของผูอ่นื
48 สุภาษิตพระรว่ ง
๓. ขอ ใดมใี จความตา งกับขอ อื่น
๑. อยา รกิ ลาวคําคด
๒. อยามีปากวาคน
๓. อยา ยนิ คําคนโลภ
๔. อยาขุดคนดวยปาก
49สุภาษิตพระรว่ ง
แบบฝึกหัด รายวิชาภาษาไทย
วรรณคดวี จิ ักษ์ ม.๑
ททบบททววนน
กก่ออ่ นนจจาากก....
สุภาษิตพระรว่ ง
แบ่งเนื้ อความเป็น ๓ ตอน
เน้ือความบอกทีม่ า คําสอนเก่ยี วกับความ สรุปความทัง้ หมดวา
ของเร่ือง ประพฤตทิ างกาย วาจา ควรทาํ ในสง่ิ ท่พี ึงกระทาํ
ผทู เี่ ปนผูรูควรทจ่ี ะไดฟ ง
ใจ และการวางตน คาํ สอนทั้งหมดน้ีแลว
ในการอยรู วมกับผูอื่น นําไปคิด ไปปฏิบัตติ อ
เพ่ือใหเ กดิ ผลดีแกต นเอง
อยา พาผดิ ดว ยหู
อยา เลียนครูเตอื นดา
อยาริกลาวคําคด
คนทรยศอยา เชอ่ื
ไปเรือนทานอยาน่งั นาน
การเรอื นตนเรงคิด
50 สุภาษิตพระรว่ ง
จดให้จาํ นํ าไปใช้
แบบฝึกหัด รายวิชาภาษาไทย
วรรณคดวี ิจักษ์ ม.๑
บทอ่านสุภาษิตพระร่วง
ครงั้ ท่ี ๒
คุุณค่่าด้า้ นวรรณศิิลป์์ของสุภุ าษิิตพระร่ว่ ง
การใชค้ �ำน้ อย คุณค่าทางด้านวรรณศิ ลป์
แตก่ ินความมาก
เผา่ กษัตรยิ ์เพลิงงู
อย่าดูถูกวา่ น้ อย
นอบตนตอ่ ผเู้ ฒา่
มีสินอย่าอวดมงั่
การใชค้ �ำศัพทค์ �ำเดียว
การสรรค�ำ การเล่นเสี ยง
สัมผสั อักษร
การเล่นค�ำ พึงผนั เผอื่ ตอ่ ญาติ
ยอครูยอต่อหน้ า ยอข้าเมื่อแล้วกจิ เมตตาตอบตอ่ มิตร
ยอมติ รเม่อื ลับหลัง
สัมผสั สระ
52 สภุ าษิตพระรว่ ง อย่าตีปลาหน้ าไซ
อย่ากอปรจิตรษิ ยา
น้ องลองทาํ
คําชี้แจง ตอนท่ี ๑ ใหน กั เรยี นเลอื กตวั อกั ษรคาํ ตอบมาเตมิ ในชอ งวา งใหเ หมาะสม
๑. มสี นิ อยาอวดมงั่ ก. ใชคํานอ ยกนิ ความมาก
๒. อยาตีปลาหนา ไซ ข. ใชคําศัพทคาํ เดยี ว
๓. อยา กริว้ โกรธเนืองนิตย ค. การเลนสมั ผสั เสยี งอักษร
๔. เผากษตั ริยเ พลิงงู อยา ดูถกู วา นอ ย ง. การเลน เสียงสมั ผสั สระ
๕. อยารักเหากวา ผม อยา รกั ลมกวา น้ํา จ. การเลน คําซ้ํา
อยารกั ถ้ํากวา เรอื น
53สุภาษิตพระร่วง
แบบฝึกหัด รายวชิ าภาษาไทย
วรรณคดวี จิ กั ษ์ ม.๑
น้ องลองทำ�
คำ� ชแ้ี จง ตอนที่ ๒ ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำ� ตอบทถี่ กู ทส่ี ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว
๑. ข้อ้ ใดปรากฏการเล่่นเสียี งสัมั ผััสพยัญั ชนะ
๑. ภักั ดีีจงอย่่าเกียี จ
๒. พึึงผันั เผื่�อต่่อญาติิ
๓. อย่่าใฝ่ส่ ูงู ให้พ้ ้้นศัักดิ์�
๔. อย่า่ อวดหาญแก่เ่ พื่�อน
๒. พรรคพวกพึึงทำำ�นุุก ปลุกุ เอาแรงทั่�วตน ยลเยี่�ยงไก่น่ กกระทา พาลููกหลานมากินิ
บทประพัันธ์ข์ ้้างต้้นปรากฏการเล่่นเสีียงสััมผััสพยััญชนะกี่่�คำำ�
๑. ปรากฏการเล่่นเสีียงสััมผััสพยัญั ชนะ ๓ คำำ�
๒. ปรากฏการเล่น่ เสียี งสัมั ผััสพยัญั ชนะ ๕ คำำ�
๓. ปรากฏการเล่น่ เสีียงสััมผััสพยัญั ชนะ ๗ คำำ�
๔. ปรากฏการเล่น่ เสีียงสััมผััสพยััญชนะ ๙ คำำ�
54 สุภาษิตพระรว่ ง
๓. ขอใดไมป รากฏการเลนเสยี งสมั ผัสสระ
๑. คดิ ขางหนาอยาเบา
๒. อยา ตปี ลาหนา ไซ
๓. อยา ใฝตนใหเ กนิ
๔. อยา ขุดคนดว ยปาก
55สภุ าษิตพระรว่ ง
แบบฝึกหัด รายวิชาภาษาไทย
วรรณคดีวิจักษ์ ม.๑
ททบบททววนน
กก่อ่อนนจจาากก....
คุุณค่่าด้า้ น คุณค่าด้านวรรณศิ ลป์
วรรณศิิ ลป์์
ของสุภุ าษิิต การใช้คำ� น้อยกนิ ความมาก
ใช้คำ� ศัพทค์ ำ� เดียว
พระร่ว่ ง สัมผัสสระ
สัมผัสพยญั ชนะ
เล่นคำ� ซำ�้
56 สภุ าษิตพระรว่ ง
จดให้จาํ นํ าไปใช้
แบบฝึกหัด รายวิชาภาษาไทย
วรรณคดีวจิ กั ษ์ ม.๑
บทอ่านสุภาษิตพระรว่ ง
ครงั้ ท่ี ๓
คุุณค่่าด้้านเนื้้� อหาของสุุภาษิิตพระร่ว่ ง
อย่า่ ประกอบกิิจเป็็นพาล ไปเรอื นท่านอยา่ นัง่ นาน
ข้อคิดและคตทิ างโลก
อย่าจบั ลนิ้ แกค่ น
เม่อื น้อยใหเ้ รยี นวชิ า
58 สภุ าษิตพระรว่ ง
คุุณค่่าด้า้ นเนื้�้ อหาของสุุภาษิิตพระร่ว่ ง
สอนเร่ืองการมธี รรมะ
และความเมตตา
อย่ามวั เมาเนอื งนิตย์
เดนิ ทาง
อย่าเดนิ เปลย่ี ว
ข้อคิดและคตทิ างธรรม
สอนเรื่องความ สอนเรอื่ ง
โอบออ้ มอารี ความกตัญญู
ปลูกไมตรี
อยา่ ชงั ครู
อยา่ ร้รู ้าง ชังมติ ร
อย่าใฝ่ตนให้เกนิ 59สุภาษิตพระร่วง
แบบฝึกหัด รายวิชาภาษาไทย
วรรณคดวี จิ ักษ์ ม.๑
น้ องลองทาํ
คาํ ชี้แจง ตอนท่ี ๑ ใหน กั เรยี นเลอื กคาํ ตอบทถี่ กู ทส่ี ดุ เพยี งขอ เดยี ว
๑. ขอใดจัดเปนขอคิดและคติทางโลก
๑. สรา งกศุ ลอยารูโ รย
๒. อยาใฝเอาทรัพยท าน
๓. อยาประกอบกจิ เปนพาล
๔. อยากร้ิวโกรธเนืองนติ ย
๒. ขอใดไมไ ดสอนเรอื่ งความไมประมาท
๑. อยา จบั ล้นิ แกคน
๒. จงเรง ระมัดฟน ไฟ
๓. เขาเถื่อนอยา ลืมพรา
๔. เดินทางอยาเดนิ เปลีย่ ว
60 สุภาษิตพระร่วง
๓. ขอใดเปน คําสอนทีแ่ ตกตา งจากขออ่นื
๑. อยามัวเมาเนืองนติ ย
๒. อยาใฝเ อาทรพั ยท าน
๓. อยากรว้ิ โกรธเนอื งนติ ย
๔. ทดแทนคณุ ทานเมอ่ื ยาก
61สภุ าษิตพระรว่ ง
แบบฝึึกหััด รายวิชิ าภาษาไทย
วรรณคดีวี ิจิ ักั ษ์์ ม.๑
ททบบททววนน
กก่อ่ อ่ นนจจาากก....
คุุณค่่าด้้าน ข้อคิดและคติทางโลก
เนื้�้ อหาของ
สุภาษิตพระร่วงมเี นอ้ื หาม่งุ สอนใหร้ ้วู ธิ ีด�ำเนินชีวิตและการ
สุภุ าษิิต ปฏบิ ัติทงั้ ต่อตนเองและผอู้ ่นื เพือ่ การอยรู่ ่วมกันอยา่ งสงบสขุ
พระร่ว่ ง ในสงั คม เช่น ความส�ำคญั ของการศกึ ษาหาความรู้
ข้อคดิ ในการท�ำงาน มารยาทในการเข้าสงั คม ความสำ� คัญ
ของการพดู เปน็ ต้น
ข้อคิดและคตทิ างธรรม
เป็็นคำำ�สอนที่�เชื่�อมโยงกัับหลักั ศาสนา จริิยธรรม และ
คุณุ ธรรม เช่่น สอนให้ม้ ีธี รรมะ และความเมตตา
สอนให้มีความโอบออ้ มอารี สอนใหม้ คี วามกตัญญู
สอนให้ไม่ประมาท และสอนให้รูจ้ กั ประมาณตน
62 สสุภุ าษษิิตพระรร่ว่ ง
จดให้จาํ นํ าไปใช้
ตวั ช้วี ดั
ท ๕.๑ ม.๑/๑ สรุปเน้ือหาวรรณคดแี ละวรรณกรรมทีอ่ า น
ท ๕.๑ ม.๑/๒ วิเคราะหวรรณคดแี ละวรรณกรรมทีอ่ า นพรอ มยกเหตผุ ลประกอบ
ท ๕.๑ ม.๑/๓ อธิบายคณุ คา ของวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอาน
ท ๕.๑ ม.๑/๔ สรปุ ความรแู ละขอคดิ จากการอานเพ่ือประยกุ ตใชในชวี ิตจริง
จุดประสงค์
๑. สามารถสรุปเนอ้ื หาเบอ้ื งตน ของวรรณคดเี ร่ือง โคลงโลกนิติ ไดอยางถูกตอง
๒. สามารถวเิ คราะหว รรณคดีเรือ่ ง โคลงโลกนติ ิ และสามารถยกเหตุผลประกอบ
ไดอ ยางเหมาะสม
๓. สามารถอธิบายคุณคา ดานเนือ้ หาของวรรณคดเี รอ่ื ง โคลงโลกนิติ ไดอยาง
ถกู ตอง
๔. สามารถอธบิ ายคุณคาดานวรรณศลิ ปของวรรณคดีเรอื่ ง โคลงโลกนิติ ไดอยาง
ถกู ตอง
๕. สามารถสรุปความรูและขอ คิดจากการอา นโคลงโลกนติ ิ เพื่อนําไปประยกุ ตใ ช
ในชีวติ ประจําวนั ไดอยางเหมาะสม
โคลงโลกนิ ติ
โคลงโลกนติ ิ (โลก-กะ-นดิ ) เปน โคลงทีม่ ีเนอ้ื หาเปนคําสอน คติเตอื นใจ และใหข อ
แนะนําที่เกีย่ วของกบั พฤติกรรมของคนในสังคม มงุ สอนใหเ ปนคนดแี ละปฏบิ ัติตนไดอ ยาง
ถกู ตอ ง เพือ่ ใหอยรู ว มกันในสังคมอยา งมคี วามสุข
จดให้จาํ นํ าไปใช้
ผงั มโนทศั น์
๑. บทวเิ คราะห์โคลงโลกนิ ติ
๒. บทอ่านโคลงโลกนิ ติ
บทอ่านโคลงโลกนิติ
คุุณค่่าด้้านวรรณศิลิ ป์ข์ องโคลงโลกนิิติิ
คุณุ ค่า่ ด้้านเนื้อ�้ หาของโคลงโลกนิิติิ
แบบฝึกหัด รายวชิ าภาษาไทย
วรรณคดีวิจกั ษ์ ม.๑
บทวิเคราะห์โคลงโลกนิ ติ
ความเป็นมาของเรอื่ งโคลงโลกนิ ติ
โลกนติ ิ เปนคัมภรี ค ําสอนของอินเดีย มีเนอ้ื หาเปนคติสอนใจ และใหแนวทางในการ
ดาํ เนินชีวติ ใหถ ูกตองดงี าม โคลงโลกนิติปรากฏทั้งสาํ นวนทเี่ ปน รอ ยกรองและรอยแกว หลาย
สาํ นวน ดังน้ี
สํานวนรอ้ ยกรอง
๑. โคลงโลกนิติ สํานวนเกา
๒. โคลงโลกนติ ิ พระนิพนธส มเด็จพระเจา บรมวงศเ ธอ กรมพระยาเดชาดิศร
๓. โคลงโลกนิติ สํานวนพระยาศรสี นุ ทรโวหาร (นอย อาจารยางกรู )
๔. โลกนิติคาํ ฉันท สํานวนของขนุ สุวรรณสารวดั
สํานวนรอ้ ยแก้ว
๑. โลกนิตไิ ตรพากย สํานวนของพระสารประเสรฐิ (ตรี นาคะประทีป)
๒. โลกนีตปิ กรณ สํานวนของแสง มนวิทูร
๓. โลกนีต-ิ สุตวัฑฒนนีติ ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน
68 โคลงโลกนิติ
สํานวนทป่ี รากฏในหนงั สือเรียนเปนสาํ นวนรอ ยกรองในพระนพิ นธสมเดจ็ พระเจา บรมวงศเ ธอ
กรมพระยาเดชาดศิ ร ทรงประพนั ธใ นรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกลา เจาอยหู ัว
()
ฉบบั ชําระ
๕๙๓ บท
ประวตั ผิ ปู้ ระพันธ์
สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเ ธอ กรมพระยาเดชาดิศร เปนพระเจา ลูกยาเธอลําดับท่ี ๑๕
ใน (รัชกาลท่ี ๒) กับเจา จอมมารดานิ่ม ทรงเปน หลานตา
ของเจา พระยาพระคลัง (หน)
69โคลงโลกนิ ติ
แบบฝึกหัด รายวิชาภาษาไทย
วรรณคดวี ิจกั ษ์ ม.๑
ลักษณะคําประพันธใ์ นโคลงโลกนิ ติ
โคลงสสี่ ุภาพ
()
( )
คาํ เอก คาํ โท คอื คาํ ที่มเี ครื่องหมายวรรณยุกตเ อกและโทกาํ กบั อยู
คําเอกโทษ คําโทโทษ คือ คาํ ทเี่ ดิมไมไดใ ชรปู วรรณยุกตเ อกและโท แตทําใหม ีรูปวรรณยกุ ต
เอกและโท เชน ลา -หลา ขา-คา
คาํ ตาย คือ คาํ ที่ทําหนาทแี่ ทนคําเอกได ประกอบดวย ท่ีประสมสระ
เสียงสั้น และคาํ ท่สี ะกดดวยแม
โคลงกระทู
โคลงทแ่ี ตง ตามคาํ หลักทต่ี ้ังไว โดยใหคําหลกั น้นั วางลงในแนวด่งิ ดานหนา ของแตละบาทของ
โคลง และยังอา นไดค วามหมาย จากนน้ั ก็แตง ขยายความคาํ แตละคําน้ันออกมา โดยเนอ้ื ความของ
โคลงน้นั ตองสอดคลองกบั หวั ขอกระททู ตี่ ั้งไวด วย นิยมแตง เปน โคลงส่ีสภุ าพ
รูหลบ พบเศิกเสยี้ น กลัวไกล
เปน ปก ปอ งกนั ภัย ผอ นชา
รูห ลีก เลด็ ลอดไป สุดเนตร
เปน หาง ไกลกลา วกลา ตอดวยดสั กร
70 โคลงโลกนิติ
น้ องลองทาํ
คําช้ีแจง ตอนท่ี ๑ ใหน กั เรยี นเลอื กคาํ ตอบทถี่ กู ทสี่ ดุ เพยี งขอ เดยี ว
๑. ใครคือผชู าํ ระโคลงโลกนิติสาํ นวนเกา
๑. พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยหู วั
๒. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา เจา อยหู ัว
๓. พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจาอยูหวั
๔. สมเด็จพระเจาบรมวงศเ ธอ กรมพระยาเดชาดิศร
๒. โคลงโลกนิตสิ าํ นวน สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเ ธอ กรมพระยาเดชาดิศร เปน คําประพันธ
ชนิดใด
๑. โคลงสองสภุ าพ
๒. โคลงสามสุภาพ
๓. โคลงส่ีสุภาพ
๔. รา ยสภุ าพ
71โคลงโลกนิ ติ
แบบฝึกหัด รายวชิ าภาษาไทย
วรรณคดีวจิ กั ษ์ ม.๑
๓. ข้้อใดใช้ค้ ำำ�ประพัันธ์ช์ นิดิ เดียี วกับั โคลงโลกนิติ ิิ
๑. พระฟังั ความลููกท้า้ ว ลาเสด็็จศึึกด้้าว
ดั่�งเบื้�้องบรรหาร
๒. ภูบู าลอื้น�้ อำำ�นวย อวยพระพรเลิิศล้้น
จงอยุุธย์อ์ ย่่าพ้น้ แห่่งเงื้อ� มมืือเทอญ พ่่อนา
๓. เสียี งฦๅเสีียงเล่า่ อ้า้ ง อัันใด พี่่�เอย
เสีียงย่่อมยอยศใคร ทั่่ว� หล้า้
สองเขืือพี่่ห� ลัับใหล ลืืมตื่น� ฤๅพี่่�
สองพี่่ค� ิิดเองอ้้า อย่า่ ได้ถ้ ามเผืือ
๔. เล็็งไศลลำำ�เนาพนัศั ดำำ�บล
วิิถีกี ็็ทั่่ว� ธิริ าชธยล ถนััดพลันั
72 โคลงโลกนิติ
ททบบททววนน ผปู้ ระพันธ์
พระนิพนธส์ มเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ
กกอ่ อ่ นนจจาากก.... กรมพระยาเดชาดิศร
ความเปน็ มา ประวัตแิ ละท่มี า
มาจากคัมภีรท์ าง ของโคลงโลกนิ ติ
ศาสนาของอนิ เดีย
มีสำ� นวนแตง่ ภาษา
ไทยหลายส�ำนวน
ลักษณะคำ� ประพันธ์
โคลงสี่สภุ าพและโคลงกระทู้
ท่อ่ งจำำ�
เสีียงฦๅเสียี งเล่่าอ้า้ ง อันั ใด พี่�เอย
เสีียงย่อ่ มยอยศใคร ทั่่�วหล้า้
สองเขือื พี่�หลัับใหล ลืืมตื่�น ฤๅพี่�
สองพี่่�คิิดเองอ้า้ อย่่าได้ถ้ ามเผืือ ฯ
73โคลงโลกนิ ติ
จดให้จาํ นํ าไปใช้
จดให้จาํ นํ าไปใช้
แบบฝึกหัด รายวิชาภาษาไทย
วรรณคดีวจิ กั ษ์ ม.๑
บทอา่ นโคลงโลกนิติ ครัง้ ท่ี ๑
คําศัพทน์ ่ ารู้
กลกบเกิดอยใู นสระจอย = เปรียบไดกับกบที่อยใู นสระเล็ก
กลางสนาม = ในทชี่ มุ ชน
ขรํา้ = คาํ โทโทษ ของ คร่ํา หมายถงึ เกา มาก
เคยี ด = เคือง, โกรธ
ชงั = เกลียด, ไมชอบ, ไมร กั
ชเล = ทะเล
เน้ื อความ
มิตรพาลอยาคบให สนทิ นัก
พาลใชม ติ รอยามัก กลาวใกล
คร้นั คราวเคยี ดคมุ ชัก เอาโทษ ใสน า
รเู หตสุ ิ่งใดไซร สอสน้ิ กลางสนาม
กลา วถงึ การคบเพ่อื นทหี่ ากเปน คนไมดีไมค วรคบหา เมือ่ ถงึ เวลาโกรธเคืองกันจะมภี ัยได
ความใด ๆ ทีค่ นพาลรอู าจจะถกู เปด เผย
รนู อ ยวา มากรู เริงใจ
กลกบเกิดอยูใ น สระจอ ย
ไปเ หน็ ชเลไกล กลางสมทุ ร
ชมวา นาํ้ บอ นอย มากลา้ํ ลกึ เหลือ
มคี วามรูเลก็ นอยก็อวดอางเหมอื นกบท่ีอยูในสระเลก็ ๆ ทไ่ี มเ คยเหน็ ทะเล จึงคดิ วานํ้าในสระ
มมี ากมาย
76 โคลงโลกนิติ
เนื้ อความ
พระสมุทรสดุ ลึกลน คณนา
สายดิง่ ทง้ิ ทอดมา หยั่งได
เขาสงู อาจวดั วา กาํ หนด
จติ มนุษยน ไี้ ซร ยากแทห ยง่ั ถงึ
ทะเลทดี่ ลู ึกกส็ ามารถวดั คาํ นวณความลกึ ได ภูเขาท่ดี สู งู กย็ ังสามารถวัดขนาดได แตจ ติ ใจ
ของมนุษย วัดอยางไรก็ไมอาจวดั ได
รักกนั อยูข อบฟา เขาเขยี ว
เสมออยหู อแหงเดียว รวมหอง
ชงั กนั บแ ลเหลียว ตาตอ กันนา
เหมือนขอบฟา มาปอ ง ปาไมม าบงั
เมอ่ื คนรกั กนั แมอยูไกลก็เหมือนอยใู กลก นั แตห ากคนเกลียดกันอยูใกลกันก็เหมอื นอยไู กล
77โคลงโลกนิ ติ
แบบฝึกหัด รายวชิ าภาษาไทย
วรรณคดีวจิ กั ษ์ ม.๑
น้ องลองทาํ
คําชี้แจง ตอนท่ี ๑ ใหน กั เรยี นเลอื กจบั คคู าํ กบั ความหมายใหถ กู ตอ ง
๑. ชเล เกา มาก
๒. เคียด ทะเล
๓. คราํ่ ท่ีชมุ ชน
๔. ชงั โกรธ
๕. กลางสนาม เกลยี ด
78 โคลงโลกนิติ
น้ องลองทาํ
คาํ ชีแ้ จง ตอนท่ี ๒ ใหน กั เรยี นเลอื กคาํ ตอบท่ีถ กู ท่สี ดุ เพยี งขอ เดยี ว
๑. โคลงบทท่ีย กมาน้ีตรงกบั สาํ นวนในขอใด
“มิตรพาลอยาคบให สนิทนกั
พาลใชมิตรอยา มัก กลา วใกล
ครัน้ คราวเคยี ดคุมชัก เอาโทษ ใสนา
รูเหตุส่ิงใดไซร สอ ส้ินกลางสนาม”
๑. จับปูใสกระดง
๒. วัวหายลอ มคอก
๓. นํ้ารอ นปลาเปน
๔. คบคนพาลพาลพาไปหาผิด
79โคลงโลกนิ ติ
แบบฝึกหัด รายวชิ าภาษาไทย
วรรณคดวี ิจกั ษ์ ม.๑
๒. บทประพันธในขอใดใหความหมายตรงกบั สํานวน “กบในกะลาครอบ”
๑. รูนอยวามากรู เรงิ ใจ
กลกบเกดิ อยูใน สระจอย
ไปเ ห็นชเลไกล กลางสมุทร
ชมวานํา้ บอนอย มากลา้ํ ลึกเหลือ
๒. หมาใดตัวรายขบ บาทา
อยาขบตอบตอหมา อยา ขึง้
ทรชนชาตชิ วงทา- รุณโทษ
อยาโกรธอยาหนา บง้ึ ตอบถอ ยถือความ
๓. ส่ังสอนสัตวจรเข คงคา
ใหแ หวกวนเวียนวา รชิ หวาย
เปรยี บปราชญสง่ั สอนสา นศุ ิษย พาลแฮ
มันเกง โกงย่ิงยาย อยาเยอ้ื งยักสอน
๔. ปาพึ่งพาลพยัคฆราย ราวี
เสือพง่ึ ไพรพงพี เถ่อื นถํ้า
ความชัว่ พ่งึ ความดี เท็จพงึ่ จริงนา
เรอื พงึ่ แรงนํา้ นาํ้ หากรูคณุ เรือ
80 โคลงโลกนิติ
ทบทวน
ก่อนจาก..
บทอ่านโคลงโลกนิ ติ
ครงั้ ท่ี ๑
คัดตวั บทมาจาก หนังสือโคลงโลกนติ ิ
พระนพิ นธสมเดจ็ พระเจา บรมวงศเ ธอ
กรมพระยาเดชาดศิ ร
โคลงจาํ นวน ๔ บท มิตรพาลอยาคบให. ..
รูนอยวามากรู. ..
คําสอน พระสมทุ รสุดลกึ ลน...
๑. สอนเรื่องการคบเพือ่ น รกั กันอยขู อบฟา...
๒. สอนเรอื่ งการประมาณตน
๓. สอนเร่อื งการพิจารณาคน
๔. สอนใหร ูเ ทา ทันวิสัยของมนษุ ย
81โคลงโลกนิ ติ
จดให้จาํ นํ าไปใช้
จดให้จาํ นํ าไปใช้
แบบฝึกหัด รายวิชาภาษาไทย
วรรณคดวี จิ ักษ์ ม.๑
บทอา่ นโคลงโลกนิติ ครัง้ ท่ี ๒
คําศัพทน์ ่ ารู้ = คําโทโทษ ของ คราํ่ หมายถึง เกามาก
= โง, เขลา
ขรํา้ = สายน้าํ , หวงนํา้
โฉด = เกลยี ด, ไมชอบ, ไมรัก
ชลธาร
ชัง
เน้ื อความ
สนิมเหล็กเกดิ แตเ น้อื ในตน
กนิ กัดเนือ้ เหลก็ จน กรอ นขรํ้า
บาปเกดิ แตตนคน เปนบาป
บาปยอมทําโทษซํา้ ใสผ ูบาปเอง
ทกุ สง่ิ มีสาเหตุมาจากตวั เอง การทาํ ผิดก็เริม่ จากจติ ใจตนเอง และผลรา ยก็ยอ นกลบั สูตนเอง
เชนกนั
นกนอ ยขนนอยแต พอตัว
รงั แตง จเุ มยี ผัว อยูได
มักใหญย อ มคนหวัว ไพเพดิ
ทําแตพอตวั ไซร อยา ใหคนหยัน
นกยอ มทาํ รงั แตเ พียงนอ ยพออยกู ันได คนเราก็เชนกัน
ไมควรคิดทําการใหญเ กินตัว ควรทาํ ใหพ อเหมาะพอดี
84 โคลงโลกนิติ
เน้ื อความ
เห็นทานมอี ยาเคลิม้ ใจตาม
เรายากหากใจงาม อยาคราน
อตุ สาหพยายาม การกจิ
เอาเย่ียงอยางเพือ่ นบา น อยา ทอทํากนิ
เมื่อเหน็ คนอื่นเขาม่ังมกี อ็ ยา ลืมตัวไปตามเขา แตจงอยา เกียจคราน ขยนั มานะทาํ งาน
และควรดูตัวอยางดี ๆ จากคนรอบขาง อยาทอเรื่องการทาํ มาหากิน
คณุ แมห นาหนกั เพี้ยง พสธุ า
คุณบดิ รดจุ อา- กาศกวา ง
คณุ พ่พี า งศขิ รา เมรุมาศ
คุณพระอาจารยอา ง อาจสสู าคร
พระคุณของแมน้ันย่งิ ใหญกวาแผนดิน พระคณุ ของพอเปรยี บ
ดั่งทองฟา พระคณุ ของพเี่ ปรยี บเหมอื นขุนเขาใหญ พระคุณของครู
นนั้ เปรยี บเหมอื นมหาสมุทร
กานบัวบอกลกึ ต้ืน ชลธาร
มารยาทสอ สันดาน ชาตเิ ช้อื
โฉดฉลาดเพราะคาํ ขาน ควรทราบ
หยอมหญา เห่ยี วแหง เรือ้ บอกรายแสลงดิน
ความยาวของกา นบัวสามารถบอกความลึกต้นื ของแหลงนํ้าท่มี นั อยไู ด มารยาทบอกใหทราบ
ถงึ ความเปนไปของชาติตระกูล คาํ พดู ของคนสามารถแสดงใหเ ห็นลักษณะของบคุ คลน้ัน
เหมือนกับทีห่ ญาเหีย่ วแหงบอกถึงความไมส มบรู ณของดนิ ตรงตามสาํ นวน
85โคลงโลกนิ ติ
แบบฝึกหัด รายวิชาภาษาไทย
วรรณคดวี จิ กั ษ์ ม.๑
น้ องลองทาํ
คําชแี้ จง ตอนท่ี ๑ ใหน กั เรยี นเลอื กคาํ ตอบทถี่ กู ทส่ี ดุ เพยี งขอ เดยี ว
๑. จากโคลงบทนี้ตรงกับสาํ นวนใด ในตน
“สนมิ เหล็กเกิดแตเนือ้ กรอนขรา้ํ
เปนบาป
กนิ กัดเนอื้ เหล็กจน ใสผูบ าปเอง”
บาปเกิดแตตนคน
บาปยอ มทาํ โทษซํ้า
๑. หวั ลา นไดห วี
๒. หวานพืชหวังผล
๓. เหยียบเรือสองแคม
๔. ทาํ ดีไดดี ทาํ ชั่วไดชว่ั
๒. ขอใดใหความหมายของคําไดถูกตอ ง
๑. ครา่ํ หมายถึง เกา มาก
๒. โฉด หมายถงึ แขง็ แรง
๓. ชลธาร หมายถงึ ภูเขา
๔. ชงั หมายถึง นา รัก
86 โคลงโลกนิติ
๓. ประพััน�ั ธ์ใ์ นข้้อ�้ ใดตรงกัั�บั สำ�ำ นวน “สำำ�เนีีีย� งส่่�่อภาษา กิิิ�ริ�ิยาส่่�อ่ สกุุ�ลุ ”
๑. รักั กัันั� อยู่�่ �ขอบฟ้้า เขาเขีีีย� ว
เสมออยู่่�หอแห่่�ง่ เดีีีย� ว ร่่วมห้้้�อง
ชัังกัััน� บ่่�แ่ ลเหลีี�ียว ตาต่่�่อ กัั�ันนา
เหมืืื�อนขอบฟ้า้ มาป้้อง ป่่าไม้้้ม� าบัังั�
๒. ก้้านบัั�ัวบอกลึึ�ึ กตื้้�น ชลธาร
มารยาทส่่อ่� สัััน� ดาน ชาติิิ�เชื้ อ�
โฉดฉลาดเพราะคำำ�ขาน ควรทราบ
หย่่อ�่ มหญ้้้�าเหี่่ย� วแห้้�ง้ เรื้อ� บอกร้้้�ายแสลงดิิ�นิ
๓. มิิตรพาลอย่่�่ าคบให้้�้ สนิิิท� นััั�ก
พาลใช่่�่มิิต� รอย่่�่ ามััั�ก กล่่�่ าวใกล้้�้
ครั้้�นคราวเคีีี�ยดคุุุ�มชััั�ก เอาโทษ ใส่่น่� า
รู้�เหตุุ�ุสิ่�งใดไซร้้้� ส่่อสิ้น� กลางสนาม
๔. โคควายวายชีีี�พได้้�้ เขาหนััั�ง
เป็็นสิ่ง� เป็็นอัั�ันยััง อยู่ไ�่ ซร้้�้
คนเด็็ด�็ ดัับ�ั สููู�ญสัััง� - ขารร่่่�าง
เป็็นชื่�อเป็็นเสีีีย� งได้้�้ แต่่่�ร้�้ ายกัั�ับดีีี�
87โคลงโลกนิ ติ