The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

MBCITHIM51-LE-1-V01_640512_รวมเล่ม_คู่มือครู หลักภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ม.5 เล่ม 1_TC_(BW250)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by surikrit.kon, 2021-06-09 05:42:02

คู่มือครู หลักภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ม.5 เล่ม 1_TC_(BW250)

MBCITHIM51-LE-1-V01_640512_รวมเล่ม_คู่มือครู หลักภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ม.5 เล่ม 1_TC_(BW250)

ตวั ช้วี ดั
ท ๔.๑ ม.๕/๑ อธบิ ายธรรมชาติของภาษา พลงั ของภาษา และลักษณะของภาษา

จุดประสงค์
๑. สามารถอธบิ ายความหมายของวฒั นธรรมได้
๒. สามารถบอกความแตกตา่ งและอธบิ ายความหลากหลายของแตล่ ะวฒั นธรรมได้
๓. สามารถบอกเอกลกั ษณข์ องวัฒนธรรมไทยได้
๔. สามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมได้
๕. สามารถบอกความสำ� คญั ของภาษามาตรฐานและภาษาถน่ิ ได้

ความเก่ยี วข้อง
ระหว่างวัฒนธรรมกับภาษา

ภาษาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่มนุษย์สร้างข้ึนเพื่อใช้เป็นเคร่ืองมือท่ีส�ำคัญ
ในการส่อื สารหรือส่อื ความเขา้ ใจระหวา่ งกัน อกี ทั้งยงั แสดงถงึ ความเจรญิ ร่งุ เรืองและ
สะท้อนวัฒนธรรมของกลุ่มชนน้ัน ๆ ได้อีกด้วย ภาษากับวัฒนธรรมมีความสัมพันธ์
ทแ่ี นบแนน่ กนั เปน็ อยา่ งมาก บางครง้ั ภาษามอี ทิ ธพิ ลตอ่ การถา่ ยทอดวฒั นธรรม ในขณะ
เดียวกันวัฒนธรรมกม็ อี ิทธิพลตอ่ การสรา้ งสรรค์ภาษาเช่นเดยี วกัน

จดให้จำ� น� ำไปใช้

ผังมโนทศั น์

๑. ความสัมพันธร์ ะหวา่ งมนษุ ย์กบั วฒั นธรรม
มนษุ ย์กับวัฒนธรรม
ความหลากหลายของวัฒนธรรม
เอกลกั ษณ์ทางวฒั นธรรม

๒. ความสัมพันธร์ ะหวา่ งภาษากบั วัฒนธรรม
ภาษากับวัฒนธรรม
ประเดน็ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกับภาษาและวฒั นธรรม
ศัพทท์ ีค่ วรทราบเกยี่ วกับวฒั นธรรม

คู่มือครู รายวิชาภาษาไทย

หลักภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร ม.๕

ความสัมพันธ์ระหวา่ ง
มนษุ ย์กบั วัฒนธรรม

มนษุ ย์กับวฒั นธรรม การแต่งกาย อาหาร ยานพาหนะ ศาสนา
คอื ...........ว..ฒั ..น...ธ.ร..ร..ม..............
คำ� วา่ “วัฒนธรรม” ตามความหมายของ
นักสงั คมศาสตร์ หมายถึง แบบแผนชีวิตหรอื ระบบ
การด�ำเนนิ ชวี ิตท่ีมนษุ ยส์ รา้ งขน้ึ เพ่อื ประโยชน์
ของสงั คม

“สิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาต.ิ ..ไ.ม..น่..ับ....เปน็ วัฒนธรรม”

มนษุ ย์แตกตา่ งจากสตั ว์ เพราะมคี วามเจริญและมวี ฒั นธรรมท่ีซับซ้อนกว่า
และมสี ถาบนั ต่าง ๆ เป็นสว่ นประกอบของวฒั นธรรม

....ก..า..ร.ป...ก..ค..ร..อ..ง..... .ศ..า..ล..ส..ถ..ติ ..ย..ุต..ธิ ..ร..ร.ม... ........ศ..า..ส..น..า.........

จดั ระเบียบสังคม ตดั สินขอ้ พพิ าท ขดั เกลาจิตใจ

2 ความเก่ยี วข้องระหว่างวฒั นธรรมกับภาษา

ความหลากหลายของวฒั นธรรม

ความแตกตา่ งทางวฒั นธรรมของแต่ละกลมุ่ ชนเกิดจากปจั จยั ต่าง ๆ ดังน้ี

เชน่ กลุ่มชนท่ีอาศยั อยใู่ น ภมู อิ ากาศ เช่น กลุ่มชนท่ีอาศยั อยใู่ น
เขตหนาวมีประเพณกี าร เขตขว้ั โลกสมาชิกใน
เล่นรอบกองไฟ กลุ่มชนท่ี ครอบครัวจะแยกกันหา
อาศัยอยรู่ ิมนำ�้ มปี ระเพณี อาหาร สว่ นกลมุ่ ชนในเขต
การแข่งเรือ มรสุมทีม่ ีอาหารสมบรู ณ์
ทีต่ ้ัง จะใหส้ มาชกิ คนใดคนหนงึ่
เปน็ ผู้หาอาหาร

เช่น กลุ่มชนทอี่ ยู่สุขสบาย เชน่ กลุม่ ชนทตี่ ้งั ถิ่นฐาน
ในท่อี ุดมสมบรู ณ์มกั จะมี ใกล้กลุ่มชนท่ีมีอำ� นาจ
ความเออื้ เฟ้อื เผื่อแผ่ มากกวา่ ต้องระมดั ระวงั
สว่ นกลุ่มชนทแ่ี รน้ แคน้ จะ ไมใ่ หเ้ กิดการกระทบ
หวงแหนทกุ อย่างทห่ี ามา กระท่งั กัน
ความอุดมสมบูรณ์ ได้ดว้ ยความยากลำ� บาก
หรือความแรน้ แคน้ กลมุ่ ชน
แวดลอ้ ม

เชน่ กลมุ่ ชนทีม่ ีนกั ปราชญ์
หรอื ผ้นู ำ� ท่ีมคี วามร้คู วาม
สามารถจะมีความเจริญ
ก้าวหน้ากว่ากลมุ่ ชนอื่น
นักปราชญห์ รือ
ประมขุ ของกลมุ่ ชน

ความเก่ียวข้องระหว่างวฒั นธรรมกับภาษา 3

คู่มือครู รายวิชาภาษาไทย

หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร ม.๕

เอกลักษณ์ทางวฒั นธรรม

คอื แบบแผนในการดำ� รงชีวติ ของมนษุ ยใ์ นวัฒนธรรมหนงึ่ ๆ ทมี่ คี วามโดดเดน่ เฉพาะตัว
เช่น เอกลกั ษณท์ างวฒั นธรรมของไทยทีม่ ที งั้ เปน็ รปู ธรรมและนามธรรม ดังตวั อยา่ งต่อไปนี้

ความไม่กดี กนั การมเี สรภี าพในการ
คนต่างชาติต่างภาษา นับถอื ศาสนา

ความรักสนุก เอกลกั ษณ์ การค�ำนึงถึงกาลเทศะ
ความรักสงบ ความเกรงใจ
ของ

วฒั นธรรมไทย

ความพอใจ ความมนี ้�ำใจ
การประนีประนอม เออ้ื เฟอ้ื เผ่ือแผ่

การไม่แบ่งชัน้ วรรณะ

4 ความเก่ียวข้องระหว่างวฒั นธรรมกับภาษา

หนั งสือแบบฝึกหัด ใชห้ น้ า ๕

น้ องลองทำ�

ค�ำชีแ้ จง ตอนที่ ๑ ใหน้ กั เรยี นเขยี นเครอ่ื งหมาย หนา้ ขอ้ ความทถ่ี กู ตอ้ ง และเขยี นเครอื่ งหมาย
หนา้ ขอ้ ความทไ่ี มถ่ กู ตอ้ ง

................. วัฒนธรรมเปน็ สงิ่ ทม่ี นุษย์สร้างขนึ้
................. สิ่งท่มี ีอยู่ตามธรรมชาตนิ ับเปน็ วัฒนธรรม
................. วฒั นธรรมคือแบบแผนในการดำ� เนินชวี ิตของมนษุ ย์
................. วฒั นธรรมของสตั วม์ ีความซบั ซ้อนกว่าวฒั นธรรมของมนุษย์

ค�ำชแี้ จง ตอนท่ี ๒ ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำ� ตอบทถี่ กู ทสี่ ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว

๑. ขอ้ ใดไม่จดั เป็นวฒั นธรรม
๑. เพลง
๒. ภาษา
๓. ภูเขาไฟ
๔. วรรณกรรม

เฉลยละเอยี ด
ตอบ ข้อ ๓. ภูเขาไฟ เพราะวัฒนธรรมคือสง่ิ ทีม่ นุษยส์ ร้างขนึ้ ภเู ขาไฟไม่นับเปน็ วฒั นธรรมเพราะเปน็
ส่งิ ทีม่ ีอยตู่ ามธรรมชาติไมใ่ ชส่ ิง่ ท่มี นุษยส์ รา้ งขนึ้ ส่วนตวั เลอื กในข้ออน่ื ๆ คอื เพลง ภาษา และวรรณกรรม
ลว้ นเปน็ สง่ิ ทมี่ นุษย์สรา้ งขึ้นทัง้ หมด

ความเก่ยี วข้องระหว่างวฒั นธรรมกับภาษา 5

คู่มือครู รายวิชาภาษาไทย

หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร ม.๕

๒. ความแตกต่างทางวัฒนธรรมของแต่ละกลมุ่ ชนเกิดจากปัจจยั ตา่ ง ๆ ต่อไปน้ี ยกเว้นข้อใด
๑. การหาอาหาร
๒. ความสามารถของผนู้ ำ�
๓. สภาพภมู อิ ากาศบริเวณที่อยู่อาศยั
๔. ลกั ษณะทางภมู ิศาสตร์บรเิ วณทีอ่ ยู่อาศัย

เฉลยละเอยี ด
ตอบ ข้อ ๑. การหาอาหาร เพราะการหาอาหารไม่ใชป่ ัจจยั ทที่ ำ� ใหว้ ฒั นธรรมของแตล่ ะกลมุ่ ชนมีความ
แตกต่างกัน แต่การหาอาหารเปน็ วฒั นธรรมทเ่ี กิดจากปัจจยั ในเรื่องของสภาพภมู ิอากาศ ในพน้ื ที่ทมี่ สี ภาพ
ภูมอิ ากาศตา่ งกันก็จะมวี ฒั นธรรมในการหาอาหารท่แี ตกต่างกันดว้ ย เช่น คนทอี่ าศัยอยู่ในเขตหนาวสมาชิก
ในครอบครวั จะแยกกนั หาอาหาร สว่ นคนในเขตมรสมุ ทม่ี อี าหารสมบรู ณจ์ ะใหส้ มาชกิ คนใดหนง่ึ เปน็ ผหู้ าอาหาร
ส่วนตวั เลือกข้อ
๒. ความสามารถของผ้นู �ำ การมผี นู้ ำ� ท่ีมีความรคู้ วามสามารถจะท�ำใหม้ คี วามเจรญิ ก้าวหนา้ กวา่
กล่มุ ชนอืน่
๓. สภาพภมู อิ ากาศ ภมู อิ ากาศทแี่ ตกตา่ งกนั สง่ ผลใหว้ ถิ กี ารดำ� เนนิ ชวี ติ ของกลมุ่ ชนมคี วามแตกตา่ งกนั
เช่น คนที่อาศัยอยใู่ นเขตหนาวก็จะมวี ัฒนธรรมในการหาอาหารแตกต่างจากคนในพ้นื ทีเ่ ขตร้อน
๔. ลกั ษณะทางภูมศิ าสตร์ การทบี่ รเิ วณท่อี ยอู่ าศยั มีลกั ษณะทางภูมศิ าสตรห์ รอื ท่ตี ัง้ ท่ีแตกตา่ งกัน
ส่งผลให้คนในแตล่ ะพ้นื ทมี่ วี ัฒนธรรมที่แตกตา่ งกนั เชน่ คนท่อี าศยั อยูบ่ รเิ วณแม่น�้ำก็จะมี
ประเพณที ่แี ตกตา่ งจากคนท่ีอาศยั อยใู่ นบริเวณภูเขา

6 ความเก่ียวข้องระหวา่ งวฒั นธรรมกบั ภาษา

ทบทวน

ก่อนจาก..

มนุษยก์ ับวัฒนธรรม ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง เอกลกั ษณท์ างวัฒนธรรม
วฒั นธรรม มนุษย์กบั วฒั นธรรม คือ แบบแผนในการด�ำรงชีวิต
หมายถงึ แบบแผนชวี ิตหรือระบบ ของมนษุ ย์ทมี่ คี วามโดดเดน่
การดำ� เนินชีวิตทีม่ นษุ ย์สรา้ งข้นึ เฉพาะตวั แตกต่างจากกลมุ่ ชนอื่น
และสงิ่ ที่มีอย่ตู ามธรรมชาตไิ มน่ ับ
เป็นวัฒนธรรม เอกลักษณ์ทางวฒั นธรรมของไทย
ความไมก่ ดี กนั คนต่างชาติ
มนุษย์มสี ถาบันตา่ ง ๆ เปน็ ส่วน ตา่ งภาษา
ประกอบของวัฒนธรรม การมีเสรีภาพในการนับถือ
ศาสนา
การปกครอง ความรกั สงบ
ศาลสถิตยตุ ธิ รรม ความพอใจการประนปี ระนอม
ศาสนา การไมแ่ บง่ ช้นั วรรณะ
ความมนี ้ำ� ใจเอ้ือเฟอื้ เผอ่ื แผ่
ความเกรงใจ
การค�ำนึงถึงกาลเทศะ
ความรักสนกุ

ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของ
แตล่ ะกลุม่ ชนเกิดจากปจั จัยตา่ ง ๆ ดังนี้

ท่ีตัง้ ภมู ิอากาศ ความอดุ มสมบรู ณ์ กลุ่มชนแวดลอ้ ม นักปราชญ์
หรือความแร้นแคน้ หรอื ประมุข

ความเก่ียวข้องระหวา่ งวฒั นธรรมกับภาษา 7

จดให้จำ� น� ำไปใช้

จดให้จำ� น� ำไปใช้

คู่มือครู รายวิชาภาษาไทย

หลักภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร ม.๕

ความสัมพันธ์ระหวา่ ง
ภาษากบั วัฒนธรรม

ภาษากบั วัฒนธรรม

ภาษากับวฒั นธรรมมคี วามสมั พนั ธ์กนั หลายมติ ิ สามารถสรุปเปน็ ประเด็นหลกั ๆ ไดด้ งั น้ี


๑. การใชภ้ าษาสืบทอดวัฒนธรรม

LAW ....พ...ัฒ...น..า.....

.....ส...ร.้า..ง...... ......ธ.ำ�..ร..ง...... มนุษยพ์ ฒั นาวัฒนธรรม
มนุษย์สรา้ งวัฒนธรรมโดย มนษุ ยธ์ �ำรงวัฒนธรรมไว้ โดยการคดิ ส�ำนวน สภุ าษิต
การใช้ภาษาในการบอกกล่าว โดยการมขุ ปาฐะ (บอกปาก ค�ำพังเพย เพ่ือให้วฒั นธรรม
เรอ่ื งท่เี ป็นประโยชนต์ ่าง ๆ ตอ่ ปาก) จารกึ และบันทกึ มคี วามซบั ซอ้ นมากยิ่งขน้ึ
เช่น การบญั ญตั ิกฎหมาย
และส�ำนวน สภุ าษิต
ค�ำพงั เพยนี้ ได้กลายเป็น
แง่คดิ ใหแ้ ก่คนร่นุ ต่อ ๆ ไป

10 ความเก่ยี วข้องระหวา่ งวฒั นธรรมกบั ภาษา

๒. ภาษาสะทอ้ นวัฒนธรรม

ภาษาจะพฒั นาไปตามคา่ นิยมของคนในกลมุ่ ชนนนั้ ๆ ดงั นนั้ เราจะเห็นวฒั นธรรมของกลุ่มชนสะท้อน
ออกมาผ่านการใชถ้ อ้ ยคำ� ส�ำนวนในภาษา เช่น ในภาษาไทย ดังน้ี

ค�ำแสดงความลดหลัน่ ชนั้ เชงิ ใชค้ �ำแทนตัว

เชน่ คำ� ท่ใี ชเ้ รยี กเครือญาติ เชน่ คำ� บอกเครอื ญาติ
ซง่ึ แสดงล�ำดบั อายหุ รือ ค�ำบอกอาชีพ ค�ำบอก
ค�ำราชาศัพท์ทีใ่ ชก้ บั บคุ คล ตำ� แหน่ง
ระดับต่าง ๆ

ค�ำไทยแทม้ ักจะใชใ้ นการสนทนา ค�ำศัพทแ์ สดงความละเอียด
หรอื การส่ือสารอย่างไม่เป็นทางการ ในการกล่าวถึงเรอื่ งใกล้ตัว

เช่น ใช้ค�ำวา่ กิน สือ่ สารใน เชน่ ค�ำแสดงความสมั พนั ธ์
ครอบครัวหรอื เพอ่ื นสนทิ ในครอบครัว เชน่ ปู่ ย่า
และใช้ค�ำว่า รบั ประทาน พ่อ แม่ ค�ำขยายรสอาหาร
ซึ่งเปน็ ค�ำในภาษาอืน่ ใน ต่าง ๆ เช่น ขม ฝาด ชืด
การสนทนาที่เป็นทางการ

ค�ำลักษณนามชว่ ยจ�ำแนก การเล่นกับภาษาใน
ลักษณะของส่ิงของตา่ ง ๆ รูปแบบตา่ ง ๆ

เชน่ ปากกา พูก่ ัน เชน่ การใช้คำ� ทม่ี ีสมั ผสั
ใชค้ �ำลักษณนามว่า ดา้ ม คลอ้ งจอง การซำ้� ค�ำ
การผวนคำ� เป็นต้น

11ความเก่ยี วข้องระหว่างวัฒนธรรมกบั ภาษา

คู่มือครู รายวชิ าภาษาไทย

หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร ม.๕

๓. การใชภ้ าษาสัมพันธก์ ับวฒั นธรรม

การใช้คำ� ราชาศัพท์

...ม..ีก..า..ร.แ..บ..่ง.ล..�ำ..ด.ับ...ช.น..ช..้ัน..ท..ลี่ ..ด..ห..ล..ั่น..ก.ัน..ไ..ป....

ภาษาและวัฒนธรรม ระดับภาษา

มีความสัมพันธ์กนั อย่าง .....ใ.ห..้ค..ว.า..ม..ส..�ำ.ค..ัญ..ก..บั..เ.ร..อ่ื ..ง.ก..า.ล..เ.ท..ศ..ะ.........
แนบแน่น ดังน้ันลักษณะ .....แ..ล.ะ..ค..ว..า.ม..เ.ห..ม..า.ะ..ส..ม........................
บางประการในวัฒนธรรม
จึงมีอิทธิพลต่อการใช้ภาษา การใชค้ ำ� ร่นื หู
เช่น ในภาษาไทย
ดังตัวอย่างต่อไปนี้ .........ม.ีส..งิ่..ต..อ้ .ง..ห..า้ .ม..แ..ล..ะ..ค.�ำ..ต..อ้ ..ง.ห..้า..ม.........

12 ความเก่ยี วข้องระหว่างวฒั นธรรมกับภาษา

ประเด็นท่เี ก่ียวข้องกบั ภาษาและวัฒนธรรม

....ภ..า..ษ..า..ม..า..ต..ร.ฐ..า..น.....
เปน็ ภาษาราชการท่ีใช้ในกิจการสำ� คญั ของ
ประเทศ เชน่ การตรากฎหมาย การทำ� หนังสือ
สญั ญา บางชาตอิ าจจะมภี าษาราชการมากกวา่
๑ ภาษา

...ภ..า..ษ..า..เ.ห..น..ือ.... คนแต่ละทอ้ งถนิ่ ในประเทศใช้ภาษามาตรฐาน
..........ใ.น...ก..า.ร..ส..่ือ..ส..า..ร..เ.พ..่อื..ใ..ห..้เ.ข..้า..ใ.จ..ต..ร..ง.ก..นั.......
...ภ..า.ษ...า.อ...สี ..า.น....

...ภ..า..ษ..า..ก..ล..า..ง... ....ภ...า.ษ...า.ถ..น่ิ......
เป็นภาษาของท้องถ่นิ ใดท้องถิ่นหนง่ึ ที่มี
ลกั ษณะเฉพาะตวั ทงั้ ถอ้ ยคำ� และสำ� เนยี ง
ภาษาถน่ิ เปน็ เคร่อื งมอื ในการสอ่ื สารที่สำ� คญั
ของคนในท้องถิ่นนั้น ๆ นอกจากนยี้ งั แสดง
ถงึ วฒั นธรรมของแตล่ ะทอ้ งถนิ่ ไดอ้ กี ดว้ ย

..ภ...า.ษ...า.ใ..ต..้ .

13ความเก่ียวข้องระหวา่ งวัฒนธรรมกับภาษา

คู่มอื ครู รายวชิ าภาษาไทย

หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร ม.๕

ค�ำศัพทท์ ่คี วรทราบเก่ยี วกบั วฒั นธรรม

ทางรปู ธรรม หมายถงึ ชุมชน สั งคม
รวมความถึงกล่มุ ชนทรี่ วมอยู่ สงิ่ ทส่ี งั คมจดั ตง้ั ขน้ึ เพราะเหน็ วา่ เปน็
ในบรเิ วณเดียวกัน สงิ่ ทมี่ ปี ระโยชนแ์ ละจำ� เปน็ ตอ่ วถิ ชี วี ติ
ของคนในสงั คม
ทางนามธรรม หมายถึง ความคิด
นกึ รวมกบั คา่ นยิ มของชมุ ชนหนง่ึ ๆ

สถาบัน

สง่ิ ทป่ี ฏบิ ตั สิ บื ทอดกนั มาตงั้ แต่ ประเพณี
บรรพบรุ ษุ และสง่ ตอ่ กนั มาจนถงึ
ลกู หลาน

ค่านิ ยม เปน็ ความรสู้ กึ ทไี่ มเ่ กย่ี วขอ้ งทางกาย
เชน่ ความพงึ พอใจ ความรงั เกยี จ
ซง่ึ เปน็ ไปตามยคุ สมยั และสามารถ
เปลย่ี นแปลงไดต้ ามกาลเวลา

14 ความเก่ียวข้องระหว่างวัฒนธรรมกับภาษา

หนั งสือแบบฝึกหัด ใชห้ น้ า ๑๓

น้ องลองทำ�

ค�ำชแ้ี จง ตอนท่ี ๑ ใหน้ กั เรยี นนำ� ตวั อกั ษรทางฝง่ั ขวามอื มาเตมิ หนา้ ขอ้ ความทสี่ มั พนั ธก์ นั ใหถ้ กู ตอ้ ง

.......ค........... มนษุ ยค์ ดิ สำ� นวน สภุ าษติ คำ� พงั เพย ก. ภาษาสรา้ งวฒั นธรรม
.......ก........... มนษุ ย์ใช้ภาษาในการบญั ญตั กิ ฎหมาย ข. ภาษาธำ� รงวฒั นธรรม
.......ข........... มนุษยจ์ ดบนั ทึก หรอื จารึกเรื่องราวตา่ ง ๆ ค. ภาษาพฒั นาวัฒนธรรม

ค�ำช้แี จง ตอนท่ี ๒ ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำ� ตอบทถี่ กู ทสี่ ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว

๑. ขอ้ ใดแสดงการใช้ภาษาอยา่ งไม่เหมาะสม
๑. ใช้ภาษาถูกกาลเทศะ
๒. ใชค้ ำ� ราชาศัพทส์ นทนากับพระสงฆ์
๓. ใช้ภาษาถ่ินในการรายงานต่อทป่ี ระชุม
๔. ใชค้ ำ� ลกั ษณนามของสิ่งของไดถ้ ูกตอ้ ง

เฉลยละเอียด
ตอบ ขอ้ ๓. ใชภ้ าษาถิ่นในการรายงานต่อท่ีประชุม เพราะ ในการรายงานตอ่ ทีป่ ระชมุ ควรใช้ภาษา
มาตรฐาน ซึ่งเป็นภาษาที่คนในประเทศเข้าใจตรงกนั ไมค่ วรใชภ้ าษาถนิ่ เพราะอาจจะทำ� ใหผ้ ฟู้ งั บางคนไม่
เขา้ ใจความหมายของคำ� ศพั ทห์ ากไมใ่ ชค่ นในทอ้ งถนิ่ นนั้ ๆ

15ความเก่ียวข้องระหวา่ งวัฒนธรรมกับภาษา

คู่มอื ครู รายวิชาภาษาไทย

หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร ม.๕

๒. หากตอ้ งการส่อื สารกบั คนในประเทศทอี่ าศัยอยู่ตา่ งภูมภิ าคกนั จะตอ้ งใช้ภาษาใดในการสื่อสาร
๑. ภาษาถ่นิ
๒. ภาษาปาก
๓. ภาษาสแลง
๔. ภาษามาตรฐาน

เฉลยละเอียด
ตอบ ๔. ภาษามาตรฐาน เพราะ เปน็ ภาษาทคี่ นแต่ละท้องถิ่นในประเทศใชส้ อ่ื สารเพือ่ ใหเ้ ข้าใจตรงกัน
สว่ นตัวเลอื กขอ้
๑. ภาษาถิ่น คอื ภาษาทใ่ี ชก้ ันเฉพาะในท้องถ่นิ ใดท้องถน่ิ หนงึ่ อาจไมเ่ หมาะในการสื่อสารกับ
คนต่างถิน่ เพราะอาจจไมเ่ ขา้ ใจความหมาย หรอื ส่อื สารผิดพลาดได้
๒. ภาษาปาก คอื ภาษาที่ไมเ่ ป็นทางการ มกั จะใชใ้ นการสนทนากับบุคคลทมี่ ีความสนทิ คุ้นเคยกัน
๓. ภาษาสแลง คือถอ้ ยคำ� หรือสำ� นวนท่ีใช้เขา้ ใจกันเฉพาะกลุ่มหรอื ชั่วระยะหน่งึ ไม่ใช่ภาษาท่ยี อมรบั
กันวา่ ถูกตอ้ ง

16 ความเก่ยี วข้องระหว่างวฒั นธรรมกับภาษา

ทบทวน ความสัมพันธ์ระหวา่ งภาษากับวัฒนธรรม

กอ่ นจาก..

ภาษากับวัฒนธรรม ธ�ำรง พัฒนา
การใช้ภาษาสบื ทอดวฒั นธรรม มนุษย์ธำ� รงวัฒนธรรมไว้ มนุษย์พัฒนาวฒั นธรรม

สรา้ ง เชน่ บนั ทึก เชน่ การคิดส�ำนวน
มนษุ ยส์ รา้ งวฒั นธรรม สภุ าษติ ค�ำพงั เพย
เช่น บัญญัตกิ ฎหมาย

ภาษาสะทอ้ นวฒั นธรรม การแบง่ ลำ� ดบั ชนชนั้
ภาษาสะท้อน ค�ำราชาศัพท์
วฒั นธรรมไทย ค�ำแสดงล�ำดับอายุ

ประเดน็ ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับภาษาและวฒั นธรรม กาลเทศะและความเหมาะสม
ภาษามาตรฐาน ระดับภาษา

ภาษาราชการท่คี นในประเทศ มสี ง่ิ ตอ้ งหา้ มและค�ำต้องหา้ ม
สามารถใช้สื่อสารเพอ่ื ให้เขา้ ใจตรงกัน เลยี่ งการใชค้ ำ� ไมส่ ภุ าพ

ภาษาถ่นิ
ภาษาทีใ่ ช้กนั เฉพาะใน
ท้องถ่ินใดท้องถน่ิ หนง่ึ

คำ� ศพั ทท์ คี่ วรทราบเกยี่ วกบั วฒั นธรรม

สังคม สถาบัน
ประเพณี คา่ นยิ ม

17ความเก่ียวข้องระหวา่ งวฒั นธรรมกบั ภาษา

จดให้จำ� น� ำไปใช้

จดให้จำ� น� ำไปใช้

ตวั ช้วี ัด
ท ๔.๑ ม.๕/๒ ใชค้ �ำและกลุม่ ค�ำสร้างประโยคตรงตามวตั ถปุ ระสงค์

จุดประสงค์
๑. สามารถอธบิ ายความรู้เบื้องตน้ เกี่ยวกบั การสร้างประโยคได้
๒. สามารถจ�ำแนกรูปแบบประโยคตามเจตนาของผู้ส่งสารได้
๓. สามารถอธบิ ายหลกั การรอ้ ยเรยี งประโยคได้
๔. สามารถอธบิ ายความรู้เบื้องตน้ เกีย่ วกับส�ำนวน ภาษิต และค�ำพงั เพยได้
๕. สามารถนำ� สำ� นวน ภาษิต และค�ำพังเพยไปประยุกตใ์ ช้ได้

การร้อยเรยี งถ้อยค�ำ

การศกึ ษาการรอ้ ยเรยี งถ้อยคําเป็นการสง่ เสรมิ ให้ผพู้ ดู เกิดทักษะการใชภ้ าษาได้
อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถส่ือสารได้อยา่ งชัดเจนมากย่ิงขึ้น สารท่ีต้องการสื่อ
ออกไปตรงตามวัตถุประสงค์ การส่ือสารก็จะเกิดความผิดพลาดได้น้อยหรือแทบ
จะไมเ่ กดิ ขนึ้ เลย

ผังมโนทศั น์

๑. ลักษณะของประโยค
ส่วนประกอบของประโยค
ล�ำดับคำ� ในประโยค
ความยาวของประโยค

๒. รูปแบบของประโยค
ประโยคตามเจตนาของผู้ส่งสาร
ชนิดของประโยค

๓. การรอ้ ยเรยี งประโยค
ข้อสังเกตเกยี่ วกบั ประโยค
หลักในการร้อยเรียงประโยค

๔. การใชส้ �ำนวน
สำ� นวน ภาษิต ค�ำพังเพย
ภาพสะทอ้ นจากส�ำนวน
ขควอ้ าสมังเยกาตวเขกอ่ยี งวปกรบั ะสโยำ� นควน

คู่มอื ครู รายวิชาภาษาไทย

หลักภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ม.๕

กลาักรษรณอ้ ยะขเรอยี งงปถระอ้ โยยคคำ�

ส่ วนประกอบของประโยค

ประโยคมสี ่วนประกอบทส่ี �ำคัญ ๒ ส่วน คือ ภาคประธานและภาคแสดง

ภาคประธาน ภาคแสดง
ผหู้ ญงิ คนนนั้ ถอื ร่มสีแดงคันใหญ่

ภาคประธาน คือ .......ผ..กู้..ร..ะ..ท..�ำ....... และอาจมคี ำ� ขยายประธานด้วย
ภาคแสดงเปน็ สว่ นทีบ่ อกวา่ .................ส..่งิ..ท..่กี..ล..่า..ว..ถ..งึ .น...นั้ ..ท..ำ�..อ..ะ..ไ.ร..ห..ร..อื ..อ..ย..ใู่.น...ส..ภ..า..พ..ใ.ด................

อาจเพิม่ รายละเอยี ดเข้าไปใหป้ ระโยคซับซอ้ นมากข้ึน และอาจมีการเพม่ิ คำ� เชอ่ื ม เชน่
...........แ..ล..ะ...ถ..้า...แ..ต..่ .ห..ร..อื ...จ..งึ.......... ระหวา่ งประโยคเพอื่ ใหร้ วู้ ่าประโยคท้งั ๒ เกีย่ วข้องกันอยา่ งไร

ประโยค ค�ำเชอื่ ม ประโยค
ภาคประธาน ภาคแสดง แต่ ภาคประธาน ภาคแสดง

ผ้หู ญิง สวมเส้ือสแี ดง ผชู้ าย สวมเสื้อสีเขียว

ประโยคทีม่ ีสว่ นประกอบแตกตา่ งกนั .....ป..ร..ะ..ธ..า.น....ก..ร..ิย..า..... เจ้านายใหเ้ งนิ โบนัสเขา
อาจมีความหมายเหมือนกัน ...แ..ล..ะ..ก..ร..ร..ม..ต..่า..ง.ก..นั..... เขาไดร้ บั เงินโบนัสจากเจา้ นาย

...ส..ว่..น..ข..ย..า..ย..ต..า่..ง.ก..นั..... เขาดูหนังอยา่ งต้ังใจ
เขาดหู นงั ดว้ ยความตง้ั ใจ

24 การรอ้ ยเรยี งถ้อยค�ำ

ล�ำดับค�ำในประโยค

การล�ำดับคำ� ในประโยคมีความสำ� คัญมากเพราะหากเรียงลำ� ดับคำ� สลับกัน
ความหมายของประโยคกจ็ ะเปลีย่ นไปจากเดิมและทำ� ให้การสอ่ื สารผิดพลาดได้

ฉนั สอนการบ้านนอ้ ง ฉัน เปน็ ........ผ..กู้ ..ร.ะ..ท...ำ� .........
นอ้ ง เปน็ ......ผ..ถู้ ..ูก..ก..ร..ะ..ท..�ำ.......

นอ้ งสอนการบ้านฉัน นอ้ ง เป็น ......ผ..กู้ ..ร..ะ.ท...ำ� ...........
ฉัน เปน็ ........ผ..ถู้ ..กู ..ก..ร..ะ..ท..�ำ.....

อย่างไรกต็ าม บางประโยคแมจ้ ะมีการเรยี งล�ำดบั ค�ำในประโยคสลับกัน
แต่ความหมายของประโยคจะเปลี่ยนไปนอ้ ยมากหรือแทบจะไม่เปลยี่ นไปเลย

เธอนา่ จะได้พบกบั เขาทบี่ า้ นคณุ พอ่ อย่างช้าวันพรงุ่ น ้ี
ที่บา้ นคณุ พอ่ พรุง่ นี้อย่างช้าเธอนา่ จะไดพ้ บกบั เขา

สิง่ ท่ีแตกตา่ งกนั ของ ๒ ประโยคนค้ี ือ ....ก..า.ร..เ.น..้น......
ผู้รับสารจะร้สู ึกวา่ คำ� ทอี่ ยตู่ ้นหรอื ทา้ ยประโยคสำ� คัญกว่าคำ� ที่อยกู่ ลางประโยค

ความยาวของประโยค

ประโยคจะยาวข้ึนเม่ือผู้พดู เพิ่ม ธาราไปรับประทานอาหารกบั ครอบครวั
รายละเอียดใหม้ ากขึ้น เช่น สถานท่ี เวลา ธาราไปรบั ประทานอาหารเย็นกบั ครอบครัวทรี่ า้ นประจำ�
หรอื อาจเพิม่ ค�ำขยายนามหรือกริยาใน
ประโยค

25การรอ้ ยเรยี งถ้อยค�ำ

คู่มือครู รายวชิ าภาษาไทย

หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร ม.๕

หนั งสือแบบฝึกหัด ใชห้ น้ า ๒๒

น้ องลองทำ�

คำ� ชีแ้ จง ตอนท่ี ๑ ใหแ้ ยกสว่ นประกอบของประโยคตอ่ ไปนใี้ หถ้ กู ตอ้ ง
๑. พีช่ ายของฉนั ชอบรับประทานขนมไทยท่คี ุณย่าเปน็ คนทำ�
ภาคประธาน ........พ...ช่ี ..า.ย..ข...อ..ง.ฉ..นั................................................................................................
ภาคแสดง ........ช..อ..บ...ร.บั..ป...ร.ะ..ท..า..น..ข..น..ม...ไ.ท..ย..ท..คี่..ณุ...ย..า่..เ.ป..น็..ค..น..ท...ำ� .......................................................
๒. หวั หนา้ ของเขาใชก้ ระเป๋าสานจากผักตบชวา
ภาคประธาน ........ห...ัว.ห...น..้า..ข..อ..ง.เ.ข..า.............................................................................................
ภาคแสดง ........ใ..ช..ก้ ..ร.ะ..เ.ป...๋า.ส..า..น..จ..า..ก..ผ..กั..ต..บ...ช..ว.า..........................................................................

26 การร้อยเรยี งถ้อยค�ำ

หนั งสือแบบฝึกหัด ใชห้ น้ า ๒๒

น้ องลองทำ�

ค�ำชี้แจง ตอนที่ ๒ ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำ� ตอบทถี่ กู ทสี่ ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว

๑. ประโยคในข้อใดมีสว่ นประกอบแตกตา่ งจากพวก
๑. เพื่อนของนริ าซอ้ื กระเป๋าใบใหญ่
๒. คุณยายของไนลเ์ ป็นคนภาคเหนอื
๓. พ่อของนทีเปน็ วิศวกรของบริษทั ช่อื ดงั
๔. พีส่ าวของนานะไปเทยี่ วทภี่ ูเขาท่ีสูงที่สุดในไทย

เฉลยละเอียด
ตอบ ข้อ ๒. เพราะ ประโยค “คุณยายของไนล์เปน็ คนภาคเหนอื ” ไม่มสี ว่ นขยายกรรม ส่วนตวั เลือก
ขอ้ อืน่ มีคำ� ขยายกรรมคือ
ขอ้ ๑. ใบใหญ่ ขยาย กระเป๋า
ข้อ ๓. ของบรษิ ัทชือ่ ดัง ขยาย วศิ วกร
ข้อ ๔. ที่สงู ที่สุดในไทย ขยาย ภเู ขา

๒. ขอ้ ใดเมื่อเปลี่ยนลำ� ดับคำ� ในประโยคแลว้ ความหมายของประโยคเปล่ียนไป
๑. ลลิ ินจะไปเท่ียวกบั ลลิ ล่ี ลลิ ลีจ่ ะไปเทีย่ วกับลลิ ิน
๒. ไลลาหนา้ ตาเหมือนน้อง น้องหนา้ ตาเหมอื นไลลา
๓. ลันนาเปน็ พ่ีของลันเตา ลันเตาเป็นพีข่ องลนั นา
๔. เลออนเอาผกั ใสใ่ นตะกร้า เลออนเอาตะกร้ามาใสผ่ ัก

เฉลยละเอยี ด
ตอบ ข้อ ๓. เพราะ ประโยคที่ว่า “ลนั นาเปน็ พ่ขี องลนั เตา” หมายถึงลันนามีอายุมากกว่า แตป่ ระโยค
“ลันเตาเปน็ พ่ขี องลนั นา” หมายถงึ ลนั เตามอี ายมุ ากกวา่ ดังนน้ั เม่อื เปลยี่ นล�ำดับคำ� แลว้ ท้ัง ๒ ประโยคนี้
จึงมคี วามหมายตา่ งกัน

27การร้อยเรียงถ้อยค�ำ

คู่มอื ครู รายวิชาภาษาไทย

หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ม.๕

ทบทวน ลักษณะของประโยค

ก่อนจาก..

ส่วนประกอบของประโยค
ประโยคมสี ว่ นประกอบ
ที่ส�ำคัญ ๒ สว่ น คอื

๑. ภาคประธาน ๒. ภาคแสดง
ผกู้ ระท�ำ กลา่ วถึงกริยา กรรม

และคำ� ขยาย และคำ� ขยาย

ลำ� ดบั คำ� ในประโยค
หากเรียงลำ� ดบั คำ�
ในประโยคสลบั กนั
ความหมายของประโยค
อาจจะเปลยี่ นแปลงได้

ความยาวของประโยค
ประโยคจะยาวขึน้ เมื่อผู้พูดเพ่ิมรายละเอียด
ให้มากขึ้น เชน่ สถานท่ี เวลา หรืออาจเพิ่ม

ค�ำขยายนามหรือกริยาในประโยค

28 การรอ้ ยเรยี งถ้อยค�ำ

จดให้จำ� น� ำไปใช้

คู่มอื ครู รายวชิ าภาษาไทย

หลักภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ม.๕

รกูปราูปแรแรบบอ้ บบยขขเรอยีงงงปปถรระอ้ ะโยยโคคยำ� ค

ประโยคตามเจตนาของผสู้ ่งสาร

สามารถแบง่ ได้ ๓ ประเภท คอื
.....แ..จ..ง้ ..ใ.ห..ท้ ..ร..า..บ.....

เป็นประโยคบอกเลา่ เรอ่ื งราวทผ่ี สู้ ง่ สารตอ้ งการแจ้งใหผ้ ูร้ ับสารทราบ
การบอกเลา่ เร่ืองราวอาจมเี นอ้ื ความปฏิเสธอยู่ในประโยคด้วย
เขาชอบอา่ นนวนิยายสยองขวญั เขาไม่ชอบอ่านนวนยิ ายสยองขวัญ

.....ถ..า..ม..ใ.ห..ต้...อ..บ......

เป็นประโยคทีผ่ พู้ ดู ใชถ้ ามเรอ่ื งราวเพ่ือให้ผ้ฟู งั ตอบ มักจะมีค�ำวา่ หรอื
หรอื ไม่ ใคร อะไร อยา่ งไร ฯลฯ อาจมเี นอ้ื ความปฏิเสธอยู่ในประโยค
ดว้ ย
เธอชอบฟงั เพลงเกาหลีหรือ เธอไม่ชอบฟังเพลงเกาหลหี รอื

.......บ..อ..ก..ใ.ห...ท้ ..ำ�......

เป็นประโยคที่ผู้พดู ใช้เพ่อื บอกผู้ฟงั ให้กระท�ำบางอยา่ งตามความ
ต้องการของผู้พดู อาจจะเรยี กว่า ประโยคค�ำสั่งหรอื ประโยคขอร้อง
ท้ายประโยคมกั มคี �ำว่า ซิ นะ เถอะ และอาจมเี นอ้ื ความปฏเิ สธอยใู่ น
ประโยคดว้ ย มักจะมีคำ� วา่ อยา่ ต้อง ไม่
เธอไปกินข้าวกบั เขาเถอะนะ เธอต้องไม่ไปกินขา้ วกบั เขา

30 การร้อยเรียงถ้อยค�ำ

ชนิ ดของประโยค

ประโยคแบ่งได้ ๓ ชนิด ตามใจความของประโยค ดงั นี้

ประโยคทม่ี คี ำ� กรยิ าส�ำคญั เพียงค�ำเดียว .........แ..ล..ะ..ไ..ม..่ม..ีค..�ำ..เ.ช..อ่ื ..ม..ป..ร..ะ..โ.ย..ค..........

ประโยค ฉันกำ� ลงั ทำ� งาน
ความเดยี ว แม่ทำ� อาหาร

ประโยคทีป่ ระกอบดว้ ยประโยคย่อยหลาย ๆ ประโยคเขา้ ด้วยกนั โดย
อาจมีค�ำเช่ือม เช่น ......แ..ล..ะ...แ..ต..่.ห...ร.อื....... เช่อื มประโยคเหลา่ นเ้ี ขา้ ด้วยกัน

ประโยค ฉนั และนอ้ งดูรายการโทรทัศน์
ความรวม เธอซือ้ รถจกั รยานยนตห์ รอื รถยนต์

ประโยคทปี่ ระกอบดว้ ยประโยคใจความส�ำคญั และอนปุ ระโยค
มักเชอ่ื มกนั ดว้ ยคำ� วา่ ท่ี ซง่ึ อัน ผู้ วา่ ให้ โดยจะอยู่ .....ห..น..้า...... อนปุ ระโยค

ประโยค เขาเปน็ ศัลยแพทยท์ ผ่ี า่ ตดั ได้เกง่ ทีส่ ุดในโรงพยาบาลนี้
ความซ้อน กระเปา๋ ซงึ่ ทำ� มาจากวัสดุธรรมชาตกิ �ำลงั เปน็ ทน่ี ยิ ม

31การร้อยเรยี งถ้อยค�ำ

คู่มือครู รายวชิ าภาษาไทย

หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร ม.๕

หนั งสือแบบฝึกหัด ใชห้ น้ า ๒๘

น้ องลองทำ�

ค�ำช้แี จง ตอนที่ ๑ ใหน้ กั เรยี นนำ� ตวั อกั ษรทางฝง่ั ขวามอื มาเตมิ หนา้ ขอ้ ความทสี่ มั พนั ธก์ นั ใหถ้ กู ตอ้ ง

๑. ........ข.......... เธอตอ้ งมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเองและผู้อนื่ ก. ประโยคความเดยี ว
๒. ........ก......... ฉันกำ� ลังจะรับประทานอาหาร ข. ประโยคความรวม
๓. ........ค.......... เขาเปน็ ศิลปนิ ท่กี ำ� ลงั โดง่ ดังมากในตา่ งประเทศ ค. ประโยคความซ้อน

เฉลยละเอียด

ตอบ ๑. เป็นประโยคความรวม เพราะมีประโยคยอ่ ยทัง้ หมด ๒ ประโยค คอื

- เธอตอ้ งมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเอง - เธอต้องมคี วามรบั ผิดชอบต่อผู้อน่ื

โดยใชค้ �ำว่า และ ในการเชื่อมประโยคเข้าด้วยกนั

๒. เป็นประโยคความเดียว เพราะมีกริยาหลักเพียงตัวเดียว คอื รับประทาน และไมม่ ีค�ำเช่อื ม

๓. เปน็ ประโยคความซอ้ น เพราะมปี ระโยคหลกั คอื เขาเปน็ ศลิ ปนิ และมอี นปุ ระโยค คอื กำ� ลงั โดง่ ดงั

มากในต่างประเทศ ที่มาขยาย เขา โดยมีคำ� วา่ ที่ เชอ่ื มทง้ั ๒ ประโยคเข้าดว้ ยกนั

32 การรอ้ ยเรียงถ้อยค�ำ

หนั งสือแบบฝึกหัด ใชห้ น้ า ๒๘

น้ องลองทำ�

คำ� ชแ้ี จง ตอนที่ ๒ ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำ� ตอบทถี่ กู ทสี่ ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว

๑. ประโยคในข้อใดผพู้ ูดมเี จตนาแตกตา่ งจากขอ้ อื่น
๑. คณุ ต้องไม่ไปชว่ ยเขาแลว้ นะ
๒ คุณต้องหัดควบคุมอารมณบ์ ้างนะ
๓. คุณต้องท�ำงานใหเ้ สร็จเรยี บร้อยก่อนกลับบา้ น
๔. คณุ ต้องออกจากบ้านกี่โมงหรือถึงจะไม่ไปทำ� งานสาย

เฉลยละเอยี ด
ตอบ ขอ้ ๔. เพราะ ตัวเลอื กขอ้ ท่ี ๑. - ๓. ผูพ้ ูดมีเจตนาตอ้ งการให้ผฟู้ งั กระทำ� ตาม แต่ตวั เลือกขอ้ ๔.
ผู้พูดมเี จตนาทีต่ อ้ งการและให้ผฟู้ ังตอบ

๒. ขอ้ ใดเป็นประโยคความเดยี ว
๑. เบตาแคโรทนี มีคณุ สมบัติในการตา้ นสารอนมุ ูลอิสระ
๒. เบตาแคโรทีนท�ำใหเ้ ซลลผ์ วิ ที่สรา้ งขน้ึ มาใหม่มสี ุขภาพดี
๓. เบตาแคโรทนี ซงึ่ พบมากในผักผลไมม้ ีส่วนชว่ ยบำ� รงุ สายตา
๔. การรับประทานฟักทองและมะละกอชว่ ยป้องกันจอประสาทตาเส่ือมได้

เฉลยละเอยี ด
ตอบ ข้อ ๑. เพราะ มีกริยาหลกั ตวั เดยี วคือ “มี” ส่วนตวั เลือกขอ้ ๒. และ ๓. เปน็ ประโยคความซ้อน
เพราะมคี ำ� ว่า “ที่” และ “ซึง่ ” เชอ่ื มอนุประโยค ตวั เลอื กข้อ ๔. เป็นประโยคความรวม มคี �ำวา่ “และ” เป็น
คำ� เชอ่ื ม

33การรอ้ ยเรียงถ้อยค�ำ

คู่มอื ครู รายวิชาภาษาไทย

หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ม.๕

ทบทวน รูปแบบของประโยค

กอ่ นจาก.. บอกใหท้ ำ�
ผ้พู ูดใชเ้ พื่อบอกผ้ฟู งั ให้ทำ� ตามความต้องการ

อาจจะเรียกวา่ ประโยคคำ� สงั่ หรือ
ประโยคขอรอ้ ง

แจ้งให้ทราบ ประโยค ถามใหต้ อบ
ผู้พูดใช้บอกเล่า ตามเจตนา ผูพ้ ดู ใช้

เร่อื งราว ของ ถามเรือ่ งราว
ท่ตี อ้ งการ ผสู้ ่งสาร เพอื่ ให้ผฟู้ ัง
แจ้งใหผ้ ูฟ้ ัง
ตอบ
ทราบ

ประโยคความเดยี ว ชนิ ด ประโยคความรวม
ประโยคท่ีมี ของ ประโยคย่อย
ค�ำกรยิ าส�ำคญั ประโยค
เพียงค�ำเดียว หลาย ๆ ประโยค
และไมม่ ี รวมกนั
คำ� เช่ือม
มคี �ำสันธาน
เช่ือมกัน
เช่นค�ำวา่
และ แต่ หรือ

ประโยคความซอ้ น
มีประโยคใจความสำ� คัญและอนุประโยค
เชอ่ื มกนั ด้วยคำ� ว่า ที่ ซึ่ง อนั ผู้ ว่า ให้
อยหู่ น้าอนุประโยค
34 การร้อยเรยี งถ้อยค�ำ

จดให้จำ� น� ำไปใช้

คู่มือครู รายวิชาภาษาไทย

หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร ม.๕

การร้อยเรียงประโยค

ข้อสังเกตเก่ียวกบั ประโยค

ประโยคอาจประกอบด้วยคำ� ทีเ่ รยี งตอ่ กันหลายบรรทดั หรือมีคำ� เดยี ว แล้วแต่ว่าผูส้ ่งสาร
ต้องการแสดงความคิดใหช้ ดั เจนเพียงใด

หา้ มเข้า
ผูท้ ่ไี มไ่ ดร้ บั อนุญาต ห้ามเขา้
ท่นี ่ีเป็นทรัพย์สนิ ส่วนบคุ คล ผู้ทีไ่ ม่ไดร้ ับอนญุ าต หา้ มเขา้

ประโยคมกั จะมีค�ำกรยิ า แต่บางประโยคก็ไม่มคี ำ� กริยา เรยี ก “ประโยคไรก้ รยิ า”
เธอชอ่ื หนูดี
คุณยายอายุ ๖๐ ปี

ประโยคทม่ี ลี ักษณะต่างจากประโยคท่ัวไป ขึน้ ตน้ ประโยคดว้ ยค�ำวา่
“เปน็ ” หรอื “มนั เปน็ ”

มันเปน็ หนา้ ท่ขี องเขาท่ีตอ้ งทำ� งานให้เสรจ็
มคี ำ� วา่ “ถกู ” อยู่หน้าคำ� กรยิ า โดยไมท่ �ำให้ความหมายเป็นไปในเชิงลบ

เขาถกู เลือกใหถ้ ือพานไหวค้ รู

36 การรอ้ ยเรียงถ้อยค�ำ

หลักในการรอ้ ยเรยี งประโยค

ในการร้อยเรียงประโยคเข้าด้วยกัน เนอ้ื ความจะตอ้ งมคี วามเปน็ อันหน่งึ อนั เดยี วกนั และแสดงความคิด
ของผ้สู ่งสารไดถ้ ูกตอ้ งตามล�ำดับ สว่ นถ้อยคำ� ในประโยคจะเกีย่ วเนอ่ื งกันดว้ ยวิธีตา่ ง ๆ ดังน้ี

การเชอ่ื ม

การทำ� ใหป้ ระโยคตอ่ เนื่องกนั โดยใช้คำ� สันธานเช่อื ม หรอื ใช้สันธานวลี ดังน้ี

คล้อยตามกัน ขัดแย้งกัน

...............แ..ล..ะ...ท..ง้ั...อ..กี ..ท..ง้ั...ร..ว.ม...ท..้งั ............... ...............แ..ต..่ .แ..ต..่ว..า่ ...ท..ว..่า...แ..ม..้ .แ..ม..้ว..า่ ............

เขาตัดสินใจลาออก และ ไปเรียนต่อท่ี ตำ� รวจรตู้ วั ผู้กระท�ำผดิ แลว้ แต่ ยังไมม่ ี
ตา่ งประเทศ หลักฐานเพยี งพอ

เลือกอย่างใดอย่างหน่ึ ง เป็นเหตเุ ป็นผล

.....................ห..ร..อื ...ห..ร..อื ..ไ.ม..ก่..็.................... .................จ.ึง...เ.ล..ย....จ.น....จ..น..ก..ร..ะ..ท..ั่ง..............
ฉนั อยากกินเค้ก หรือไม่ก็ เขาไม่ชอบกินข้าวเชา้ จงึ มกั จะ
ชานมไข่มุก ปวดท้องเปน็ ประจำ�

เก่ยี วข้องกนั ทางเวลา เงอื่ นไข

...........แ..ล..้ว..จ..ึง...แ..ล..ะ..แ..ล..้ว...ต..อ่ ..จ..า.ก..น...้ัน............ ...........ถ..้า...ถ..า้.......แ..ล..ว้...แ..ม..้ว..า่...ห..า..ก........ก..็ ..........
เขารอให้ทกุ คนกลับบา้ นกอ่ น แล้วจึง ถา้ เธออยากสอบไดค้ ะแนนดี ๆ ก็ ต้อง

ปดิ ไฟในอาคาร ต้งั ใจอ่านหนังสือ

37การร้อยเรียงถ้อยค�ำ

คู่มอื ครู รายวิชาภาษาไทย

หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร ม.๕

การซ้ำ�

การใช้ค�ำหรือวลที ีห่ มายถึงบุคคล ส่งิ เหตกุ ารณ์ การกระท�ำปรากฏซำ�้ ๆ
เพ่อื แสดงความเก่ียวขอ้ งกนั

แมบ่ า้ นกวาดใบไม้ทห่ี ลน่ ลงพื้นไปแค่พกั เดยี ว ใบไมก้ ็หล่นกองเต็มพืน้ อกี แล้ว

การละ

การละประโยคทก่ี ลา่ วถงึ บคุ คล เหตกุ ารณ์ หรอื การกระทำ� เดยี วกัน
โดยไม่จำ� เปน็ ตอ้ งกลา่ วซ�้ำ

เขาชอบเดนิ ทางไปท่องเที่ยวคนเดียว แตฉ่ ันไม่

การแทน

การใชค้ ำ� หรอื วลีอื่นแทนการกล่าวถึงบคุ คล เหตกุ ารณ์ หรือการกระท�ำ
เดยี วกัน

ทบี่ ้านของคณุ ปู่มหี ้องสมดุ เพราะท่านชอบอ่านหนังสือมาก

38 การรอ้ ยเรยี งถ้อยค�ำ

หนั งสือแบบฝึกหัด ใชห้ น้ า ๓๕

น้ องลองทำ�

คำ� ชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำ� ตอบทถี่ กู ทส่ี ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว

“นำ้� ผ้งึ เปน็ ผลผลติ ของน�ำ้ หวานจากดอกไมแ้ ละจากแหล่งอื่น ๆ ที่ผง้ึ นำ� มาเกบ็ สะสมไว้
น�ำ้ ผึง้ มีคุณคา่ ทางสารอาหารมากมายแต่ก็ให้โทษได้เชน่ เดยี วกนั หากรับประทานมากเกินไป
ก็เปน็ อนั ตรายต่อรา่ งกายได้ โดยเฉพาะผู้ทีเ่ ป็นโรคเบาหวาน เพราะอาจจะทำ� ใหร้ ะดบั น�ำ้ ตาล
ในเลอื ดสงู ขนึ้ ได”้

๑. บทความข้างตน้ ไมป่ รากฏการเชือ่ มความในลักษณะใด
๑. เงอื่ นไข
๒. ขัดแย้งกัน
๓. คลอ้ ยตามกนั
๔. เกี่ยวขอ้ งกนั ทางเวลา

เฉลยละเอยี ด
ตอบ ข้อ ๔ เพราะ ไมป่ รากฏข้อความท่ีเกีย่ วข้องกนั ทางเวลา
ข้อ ๑. ปรากฏคำ� แสดงเงอ่ื นไข คือ “หากรับประทานมากเกินไป...”
ขอ้ ๒. ปรากฏค�ำแสดงความขัดแย้งกัน คอื “...แตก่ ็ใหโ้ ทษไดเ้ ช่นเดียวกนั ”
ขอ้ ๓. ปรากฏคำ� แสดงความคลอ้ ยตามกนั คอื “นำ้� ผง้ึ เปน็ ผลผลติ ของนำ้� หวานจากดอกไมแ้ ละจากแหลง่ อนื่ ๆ”

39การรอ้ ยเรยี งถ้อยค�ำ

คู่มือครู รายวิชาภาษาไทย

หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร ม.๕

๒. ประโยคในขอ้ ใดปรากฏการละ
๑. แมต่ ้ังใจท�ำอาหาร เพราะทกุ คนชอบกนิ อาหารของแม่
๒. ทั้งเธอและเขาตา่ งก็ท�ำงานหนักจนไมม่ เี วลาดแู ลตัวเอง
๓. พี่สาวของฉันเคยไปเท่ียวประเทศจอร์แดนแล้ว ฉนั ยังไม่เคย
๔. วณี าร้องเพลงเพราะมาก เธอจึงได้เปน็ ตัวแทนไปประกวดรอ้ งเพลง

เฉลยละเอยี ด
ตอบ ข้อ ๓. เพราะ หลงั ประโยค “ฉนั ยงั ไม่เคย” จะมขี ้อความ ไปเท่ยี วประเทศจอรแ์ ดน ต่อท้าย
แตล่ ะไว้ สว่ นตวั เลือก ข้อ ๑. เปน็ การซ้�ำ ขอ้ ๒. เป็นการเชอื่ ม และข้อ ๔. เป็นการแทน

๓. ข้อใดปรากฏการร้อยเรียงประโยคลกั ษณะเดยี วกับประโยคต่อไปน้ี
“น้องชอบกินเคก้ รา้ นนี้ ฉนั ก็ด้วย”
๑. พ่ไี มช่ อบท่ีทม่ี ีคนเยอะ เขาไม่ไปดูคอนเสริ ์ตกบั ฉนั แน่
๒. คณุ นา้ ท�ำอาหารเกง่ มาก เคยเปน็ คุณครสู อนทำ� อาหารดว้ ย
๓. เขาผอมลงมาก เพราะเขาทำ� งานหนัก
๔. ฉนั และน้องชอบไปเดินดนู ิทรรศการภาพถ่าย

เฉลยละเอียด
ตอบ ข้อ ๒. เพราะ ประโยคดังกล่าวเป็นการละประโยคเตม็ ทก่ี ล่าวว่า “นอ้ งชอบกินเค้กร้านนี้
ฉันก็ชอบกินเค้กรา้ นน้”ี สว่ นขอ้ ๒. ละประโยคเต็มทีก่ ล่าววา่ “คุณน้าท�ำอาหารเกง่ มาก คุณน้าเคยเป็น
คุณครสู อนทำ� อาหารด้วย”

40 การร้อยเรยี งถ้อยค�ำ

ทบทวน

กอ่ นจาก..

การเชอื่ ม การซ้ำ�

การทำ� ใหป้ ระโยคตอ่ เนอ่ื งกนั โดยใช้ การใช้คำ� หรือวลที หี่ มายถงึ บคุ คล
คำ� สนั ธานเช่อื ม หรือใชส้ ันธานวลี ดังนี้ ส่ิง เหตุการณ์ การกระทำ� ปรากฏซ�้ำ ๆ
คลอ้ ยตามกนั เพ่ือแสดงความเกยี่ วขอ้ งกัน
ขัดแย้งกนั
เลอื กอย่างใดอย่างหนึ่ง
เป็นเหตเุ ป็นผล
เกีย่ วขอ้ งกนั ทางเวลา
เง่อื นไข

หลัก
ในการรอ้ ยเรยี ง

ประโยค

การละ การแทน

การละประโยคท่กี ลา่ วถงึ บุคคล การใช้คำ� หรือวลีอ่ืนแทนการกล่าว
เหตุการณ์ หรอื การกระทำ� เดียวกนั ถึงบุคคล เหตกุ ารณ์ หรือการกระท�ำ
โดยไม่จ�ำเปน็ ตอ้ งกลา่ วซำ้� เดียวกัน

41การรอ้ ยเรียงถ้อยค�ำ

จดให้จำ� น� ำไปใช้

จดให้จำ� น� ำไปใช้

คู่มอื ครู รายวชิ าภาษาไทย

หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ม.๕

การใช้ส� ำนวน

ส�ำนวน ภาษิต ค�ำพังเพย

...........ส..ำ� ..น..ว..น............ ถอ้ ยค�ำที่กล่าวสบื ต่อกันมาช้านาน มคี วามหมาย
ไมต่ รงตามตวั หรือมคี วามหมายอน่ื แฝงอยู่

ถ้อยค�ำที่กล่าวสบื ต่อกันมาชา้ นาน มคี วามหมาย ...........ภ...า.ษ...ิต.............
เป็นคติสอนใจ

..........ค..ำ� ..พ..งั ..เ.พ..ย.......... ถ้อยคำ� ที่กล่าวสบื ตอ่ กนั มาช้านาน มคี วามหมาย
กลาง ๆ เพื่อให้ตีความเขา้ กบั เร่อื ง

ภาษิตและคำ� พังเพยล้วนมคี วามหมายไมต่ รงตวั ดังนัน้ จึงถือวา่ เป็น ส�ำนวน

ภาพสะทอ้ นจากส�ำนวน

สำ� นวนสะท้อนวถิ ีชวี ติ สงั คมและวัฒนธรรม

การหาเล้ียงชพี ธรรมชาตริ อบตัว

วัวหายล้อมคอก ลกู ไม้หล่นไมไ่ กลต้น

ความเชอื่ ทศั นะเก่ยี วกับบคุ คล

กงเกวียนกําเกวียน ไม้ออ่ นดดั งา่ ย ไม้แก่ดัดยาก

44 การรอ้ ยเรยี งถ้อยค�ำ

ข้อสังเกตเก่ยี วกบั ส�ำนวน

มเี สียง ในบางส� ำนวนมีค�ำ มลี กั ษณะเปน็ กลมุ่ คำ�
สั มผสั ท่มี คี วามหมาย ประโยค หรอื กลุ่ม
ตรงข้ามกนั ประโยค

มอื ไวใจเร็ว เรียนผกู แลว้ ต้องเรียนแก้ ถา่ นไฟเกา่

45การรอ้ ยเรียงถ้อยค�ำ

คู่มือครู รายวชิ าภาษาไทย

หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร ม.๕

หนั งสือแบบฝึกหัด ใชห้ น้ า ๔๐

น้ องลองทำ�

ค�ำชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำ� ตอบทถ่ี กู ทส่ี ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว

๑. ขอ้ ใดกลา่ วผิด
๑. ภาษติ เปน็ คติสอนใจ
๒. ค�ำพงั เพยตอ้ งอาศัยการตคี วาม
๓. ภาษติ และคำ� พงั เพยถือวา่ เป็นส�ำนวน
๔. ส�ำนวนมีความหมายทตี่ รงตัวและเขา้ ใจงา่ ย

เฉลยละเอียด
ตอบ ข้อ ๔. เพราะ ส�ำนวน หมายถึง ถ้อยค�ำทีก่ ล่าวสืบต่อกันมาชา้ นาน และมคี วามหมายไมต่ รงตัว

๒. ส�ำนวนในข้อใดสะท้อนภาพการหาเลีย้ งชีพ
๑. ก้างขวางคอ
๒. ตีปลาหน้าไซ
๓. น้�ำซมึ บอ่ ทราย
๔. หมากัดอยา่ กัดตอบ

เฉลยละเอียด
ตอบ ขอ้ ๒. เพราะ ตีปลาหนา้ ไซ หมายถงึ การทำ� ให้กจิ การของผ้อู น่ื ซึง่ กำ� ลงั ดำ� เนนิ ไปดว้ ยดี
ต้องเสียหาย เหมือนกบั การทปี่ ลาก�ำลงั จะว่ายเขา้ ไปในไซ แตก่ ไ็ ปตีให้ปลาตายเสยี ก่อน
ไซ คอื เครื่องสานท่ใี ชส้ ําหรับดกั ปลา ซง่ึ สำ� นวนนไี้ ดส้ ะท้อนการหาเล้ยี งชพี ของคนในอดตี ทจี่ ับปลา
เพอื่ มาประกอบอาหารหรือเพ่ือน�ำไปขาย สว่ นตัวเลอื กข้ออน่ื ไม่ปรากฏภาพสะทอ้ นของการหาเลี้ยงชพี

46 การรอ้ ยเรยี งถ้อยค�ำ

๓. ข้อใดไม่ใชส่ ำ� นวน
๑. แก้เผ็ด
๒. กอ่ กวน
๓. ขนึ้ คาน
๔. ควำ่� บาตร

เฉลยละเอียด
ตอบ ขอ้ ๒. เพราะ สำ� นวนมคี วามหมายไมต่ รงตวั แตต่ วั เลอื กในขอ้ ๒. มคี วามหมายตรงตวั คอื หมายถงึ
ก่อใหเ้ กดิ ความรำ� คาญหรอื ไมส่ งบ แต่ตัวเลือกข้ออ่ืนมีความหมายโดยนัยแฝงอยู่
๑. แกเ้ ผ็ด หมายถึง ท�ำตอบแก่ผู้ท่เี คยท�ำความเจบ็ ปวดให้แก่ตัวไวเ้ พ่อื ให้สาสมกัน
๓. ขึ้นคาน หมายถึง หญงิ โสดทีม่ อี ายุแตย่ ังไม่มีสามี
๔. คว�่ำบาตร หมายถึง ไมย่ อมคบค้าสมาคมด้วย

47การร้อยเรียงถ้อยค�ำ


Click to View FlipBook Version