คู่มอื ครู รายวิชาภาษาไทย
หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ม.๕
ทบทวน การใช้ส�ำนวน
กอ่ นจาก.. ส�ำนวน
มีความหมายไมต่ รงตามตัวหรือมี
๑. ความหมายอน่ื แฝงอยู่
ภาษิต ๒.
มีความหมายเป็นคตสิ อนใจ
คำ� พงั เพย
๓. มคี วามหมายกลาง ๆ เพอ่ื ใหต้ คี วาม
เข้ากบั เร่อื ง
ภาพสะท้อนจากสำ� นวน ภาษติ และคำ� พังเพยมคี วามหมาย
ส�ำนวนจะสะท้อนวถิ ีชีวติ ไม่ตรงตวั ดังนั้นจึงถือวา่ เป็นสำ� นวน
สังคมและวัฒนธรรม เชน่ การ
หาเล้ียงชพี ความเชอื่ ค่านยิ ม ๔.
ธรรมชาติรอบตวั
ขอ้ สงั เกตเก่ยี วกบั สำ� นวน
๕. มีเสยี งสัมผัส
ในบางส�ำนวนจะมีคำ� ท่มี ีความหมายตรงขา้ มกัน
48 การรอ้ ยเรยี งถ้อยค�ำ มลี ักษณะเปน็ กลมุ่ ค�ำ
ประโยค หรือกล่มุ ประโยค
จดให้จำ� น� ำไปใช้
ตวั ช้วี ัด
ท ๔.๑ ม.๕/๒ ใชค้ ำ� และกลุ่มคำ� สรา้ งประโยคตรงตามวตั ถุประสงค์
ท ๔.๑ ม.๕/๕ วิเคราะห์อทิ ธิพลของภาษาต่างประเทศและภาษาถน่ิ
จุดประสงค์
๑. สามารถอธบิ ายความหมายและหลกั ในการสร้างคำ� ซำ้� ได้
๒. สามารถอธิบายความหมายและหลักในการสร้างคำ� ซ้อนได้
๓. สามารถอธิบายความหมายและหลกั ในการสร้างคำ� ประสมได้
๔. สามารถอธิบายความแตกตา่ งของค�ำซ้อนและค�ำประสมได้
๕. สามารถอธบิ ายและแยกแยะคำ� ที่มาจากภาษาอน่ื ได้
การเพ่ิมค�ำ
ค�ำในภาษาไทยมีท้ังค�ำท่ีเป็นค�ำไทยแท้ซ่ึงใช้กันมาต้ังแต่โบราณ และค�ำที่เกิด
ขึ้นใหม่บางค�ำอาจจะเปลี่ยนแปลงจากค�ำเดิมที่มีอยู่ หรือเป็นค�ำท่ีคิดข้ึนใหม่
ในแตล่ ะยคุ สมยั นอกจากนยี้ งั มกี ารรบั เอาคำ� จากภาษาอน่ื มาปรบั ใชใ้ หเ้ ขา้ กบั อกั ขรวธิ ี
ของภาษาไทย ท�ำให้ปัจจุบันในภาษาไทยมีค�ำมากมายให้เราได้เลือกใช้กันตาม
ความเหมาะสม
ผังมโนทัศน์
๑. คำ� ซ้ำ�
ค�ำซ�ำ้
ข้อสงั เกตเกี่ยวกบั คำ� ซำ�้
การใช้ไมย้ มก
๒. ค�ำซอ้ นและค�ำประสม
คำ� ซอ้ น
ขอ้ สงั เกตเกี่ยวกับค�ำซอ้ น
คำ� ประสม
ขคว้อาสมงั เยกาตวเขกอยี่ งวปกรบั ะคโยำ� ปคระสม
๓. ค�ำท่มี าจากภาษาอ่ืน
คำ� ที่มาจากภาษาอ่นื
ขอ้ สงั เกตเกี่ยวกับคำ� ที่มาจากภาษาอ่นื
คู่มอื ครู รายวชิ าภาษาไทย
หลักภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร ม.๕
ค�ำซ้�ำ
ค�ำซ้ำ�
คือ การเพิ่มค�ำโดยออกเสียงซ�้ำในค�ำเดิมต่อเน่ืองกนั และเมอื่ เขยี นจะใชเ้ ครอ่ื งหมาย ...ไ..ม..ย้ ..ม..ก...(.ๆ..)....
เตมิ หลังคำ� ทีต่ อ้ งการซำ้�
ถา้ เป็นคำ� เดียวกันแตท่ ำ� หนา้ ทต่ี ่างกันถอื วา่ ........ไ.ม..ใ่.ช..่...... ค�ำซ้�ำ
เชน่ นายด�ำดำ� นา ด�ำ ค�ำแรก เปน็ ค�ำ ..............ว..สิ ..า..ม..า.น...ย..น..า..ม..............
ด�ำ คำ� ทส่ี อง เป็นค�ำ ......................ก..ร.ยิ..า...................
ข้อสังเกตเก่ียวกบั ค�ำซ้ำ� เชน่
๑. ค�ำซ้ำ� อาจมหี น้ าท่แี ตกต่างกนั
ทำ� ให้คำ� นามกลายเปน็ พหพู จน์ เพ่มิ จ�ำนวน
เพอื่ น ๆ อยากไปเท่ียวทะเล ฉันขนของคนเดียวเป็นสบิ ๆ ถงุ
ทำ� กรยิ าให้ตอ่ เน่อื งกนั ท�ำใหน้ �้ำหนักของค�ำเบาลง
เขายืน ๆ อยู่กเ็ ป็นลมไป เธอกบั นอ้ งหนา้ ตาคลา้ ย ๆ กัน
เพิ่มน�ำ้ หนักของค�ำ บอกความหมายไมช่ ีเ้ ฉพาะ
แมข่ องเธอใจดีใ๊ จดี บ้านของเธออยแู่ ถว ๆ นี้หรอื
เปลย่ี นความหมาย
เธอจะทำ� งานลวก ๆ แบบน้ไี มไ่ ด้
54 การเพ่ิมค�ำ
๒. ค�ำซ้ำ� บางค�ำตอ้ งออกเสียงซ้ำ� เสมอ
คนทม่ี ายนื ทำ� ลบั ๆ ลอ่ ๆ อยหู่ น้าหม่บู ้านเมอ่ื วันก่อน
คือคนทถ่ี กู ต�ำรวจจบั เพราะเปน็ ขโมย
๓. ในปัจจุบันบทรอ้ ยกรองท่มี ีค�ำซ้ำ� จะไมน่ ิ ยมใชไ้ ม้ยมก
เรื่อยเร่ือยมาเรียงเรยี ง นกบนิ เฉยี งไปท้ังหมู่
(กาพยเ์ หเ่ รือ)
การใชไ้ ม้ยมก
หลักในการเขียนไม้ยมก
เวน้ วรรคขา้ งหนา้ และข้างหลงั ไมย้ มก
คำ� เวน้ วรรค ๆ เวน้ วรรค คำ�
วิธกี ารใชไ้ ม้ยมก
ซำ้� คำ�
เส้ือผ้ามแี ตต่ ัวสวย ๆ ทงั้ นนั้ เลย
ซำ้� วลี
เขาร้องตะโกนว่า “ไฟไหม้ ๆ”
กรณีท่ไี มใ่ ชไ้ มย้ มก
ค�ำท่ีมีเสยี งซ้�ำกนั แต่เป็นคำ� คนละชนดิ หรือมีหนา้ ที่ตา่ งกัน
ค�ำท่ไี ม่ใชไ้ มย้ มก เชน่ ค�ำท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ ไดแ้ ก่ ........น..า..น..า...เ.ช..า..เ.ช..า...อ..ัน..อ..ัน........
หรือเป็นคำ� เฉพาะทถ่ี ือว่าเป็นหนง่ึ คำ� คือ ......จ..ะ..จ..ะ......
ในปัจจบุ ันบทประพนั ธห์ รือบทร้อยกรอง ไม่นยิ มใชไ้ ม้ยมก
55การเพ่ิมค�ำ
คู่มอื ครู รายวชิ าภาษาไทย
หลักภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร ม.๕
หนั งสือแบบฝึกหัด ใชห้ น้ า ๕๐
น้ องลองทำ�
ค�ำชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำ� ตอบทถี่ กู ทสี่ ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว
๑. คำ� ซำ้� ในขอ้ ใดท่ที �ำให้ความหมายของคำ� เปลยี่ นแปลงไปจากเดิม
๑. เรอ่ื งงา่ ย ๆ แคน่ ้ี ยังต้องใหฉ้ ันชว่ ยอกี หรือ
๒. เธอแนใ่ จนะว่าทำ� โทรศพั ท์หล่นหายแถว ๆ น้ี
๓. หน้าเธอเด๊กเด็ก ใชค้ รมี ยหี่ ้ออะไร แนะน�ำฉนั บ้างสิ
๔. เขาทำ� งานลวก ๆ ไปส่งอาจารย์ เขาเลยได้คะแนนนอ้ ย
เฉลยละเอียด
ตอบ ขอ้ ๔. เขาท�ำงานลวก ๆ ไปส่งอาจารย์ เขาเลยไดค้ ะแนนนอ้ ย เพราะ ค�ำว่า ลวก หมายถึง
กริ ยิ าท่ีของเหลวหรือไอทร่ี ้อนจัดหรอื ไฟมากระทบ แต่ค�ำวา่ ลวก ๆ หมายถึง มักง่าย ยงั ไม่เรยี บร้อย จะเหน็
ได้ว่าเมื่อซ้ำ� ค�ำแล้วความหมายของคำ� เปลย่ี นแปลงไปจากเดมิ ส่วนตัวเลือกข้ออ่นื แมจ้ ะตดั คำ� ซ้ำ� ออกแต่
ความหมายกไ็ มเ่ ปล่ยี นแปลงไป
๒. ค�ำซำ้� ในขอ้ ใดตอ้ งออกเสยี งซ�้ำเสมอ
๑. ใครกช็ อบของสวย ๆ งาม ๆ ทงั้ น้ัน
๒. เขาต้องหลบ ๆ ซอ่ น ๆ เพราะหนเี จ้าหน้ี
๓. เขาเปน็ คนเกง่ ไมใ่ ชม่ คี วามร้แู ค่ งู ๆ ปลา ๆ
๔. คำ่� ๆ มดื ๆ ไม่ควรออกไปไหนมาไหนคนเดยี วนะ
เฉลยละเอียด
ตอบ ขอ้ ๓. เขาเป็นคนเก่ง ไมใ่ ชม่ คี วามรแู้ ค่ งู ๆ ปลา ๆ เพราะ หากตดั ไม้ยมกออกจะกลายเปน็
“เขาเปน็ คนเกง่ ไมใ่ ชม่ ีความรู้แค่งูปลา” ซง่ึ คำ� ว่า “งูปลา” น้นั ไม่มคี วามหมาย สว่ นตวั เลอื กข้ออน่ื แม้จะตัด
ไมย้ มกออกก็ยังคงความหมายเดมิ
56 การเพ่ิมค�ำ
๓. ข้อใดใชไ้ ม้ยมกไม่ถูกต้อง
๑. คน ๆ นไี้ ม่นา่ ไวใ้ จเลย
๒. เขาท�ำงานมาเปน็ ปี ๆ แตเ่ งนิ เดือนกไ็ มข่ ึ้นเลย
๓. อากาศรอ้ น ๆ แบบน้ีไดก้ นิ ไอศกรมี สักถ้วยก็คงดี
๔. เขาไดแ้ ต่พยักหนา้ หงกึ ๆ โดยไม่ออกความคดิ เห็นอะไรเลย
เฉลยละเอยี ด
ตอบ ข้อ ๑. คน ๆ น้ไี ม่น่าไวใ้ จเลย เพราะ ค�ำทมี่ หี น้าทต่ี า่ งกันหรือเปน็ ค�ำคนละชนิดกนั จะไม่สามารถ
ใชไ้ ม้ยมกเพอ่ื ซำ้� คำ� ได้ ตอ้ งเขยี นเปน็ คนคนนไี้ มน่ า่ ไวใ้ จเลย จงึ จะถกู ตอ้ ง เนอ่ื งจากคำ� วา่ คน คำ� แรก
เปน็ สามานยนาม แตค่ ำ� วา่ คน คำ� ที่สอง เป็นคำ� ลกั ษณนาม ดังน้ันจงึ ใช้ไม้ยมกไม่ได้ และไม่ถือวา่ เปน็ คำ� ซำ้�
57การเพ่ิมค�ำ
คู่มือครู รายวชิ าภาษาไทย
หลักภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ม.๕
ทบทวน ค�ำซำ�้
กอ่ นจาก..
ค�ำซำ้� ขอ้ สงั เกตเกยี่ วกบั คำ� ซำ้� การใชไ้ ม้ยมก
การน�ำค�ำมาเขยี นซ้ำ� คำ� ซำ้� อาจทำ� หนา้ ท่ี เขยี นเวน้ วรรคข้างหน้า
โดยเตมิ ไม้ยมก (ๆ) แตกตา่ งกัน เชน่ และขา้ งหลงั ไม้ยมก
หลังค�ำที่ต้องการซำ้� ถา้ เป็น ท�ำใหค้ �ำนามกลายเป็น ใชซ้ �้ำค�ำหรอื ซำ้� วลี
ค�ำเดยี วกนั แตท่ ำ� หนา้ ท่ี พหพู จน์ ท�ำใหน้ ำ�้ หนกั ของ คำ� คนละชนิดหรือต่าง
ตา่ งกนั ไมถ่ ือวา่ เปน็ คำ� ซ�้ำ คำ� เบาลงหรอื เพมิ่ ขน้ึ ฯลฯ หน้าท่กี นั ใช้ไมย้ มกไมไ่ ด้
คำ� ซ�้ำบางค�ำตอ้ งออกเสียง ค�ำที่ไมใ่ ชไ้ มย้ มก ได้แก่
ซ�้ำเสมอ นานา เชาเชา อันอัน
บทร้อยกรองท่ีมคี �ำซ้�ำจะ จะจะ
ไม่นยิ มใชไ้ ม้ยมกแตจ่ ะ
เขยี นคำ� คำ� นัน้ ซำ�้
58 การเพ่ิมค�ำ
จดให้จำ� น� ำไปใช้
คู่มือครู รายวิชาภาษาไทย
หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ม.๕
ค�ำซอ้ นและค�ำประสม
ค�ำซอ้ น
คือ การเพิ่มคำ� โดยนำ� ค�ำท่มี คี วามหมายเหมือนกัน ใกล้เคียงกัน หรือตรงขา้ มกนั มาวางซอ้ นกนั จนเกดิ
เปน็ คำ� ใหม่ ซงึ่ คำ� ใหมน่ อี้ าจจะมคี วามหมายไมต่ า่ งกบั คำ� เดมิ มากนกั แตอ่ าจมบี างคำ� ทค่ี วามหมายเปลยี่ นไปบา้ ง
ซอ้ นเพ่ือความหมาย ซอ้ นเพ่ือเสียง
เกดิ จากการนำ� คำ� ที่มคี วามหมาย เกิดจากการน�ำคำ� ที่มเี สยี งสมั ผสั
เหมอื นกนั ใกลเ้ คยี งกนั หรอื ตรงขา้ มกนั พยญั ชนะหรอื เสียงสระมาวางชิดกัน
มาวางชดิ กัน เพ่อื ใหเ้ กิดความไพเราะ
กดดนั ปลอดโปร่ง ขัดขวาง ทอ้ แท้ ซุบซิบ อา้ งวา้ ง
สูงต่ำ� ดชี ัว่ ขาดเหลือ ประเจดิ ประเจอ้ หวั จิตหวั ใจ
60 การเพ่ิมค�ำ
ข้อสังเกตเก่ียวกบั ค�ำซอ้ น
ค�ำ ๑ พยางค์หรือ ๒ พยางค์ ซอ้ นกนั กลายเป็น
คำ� ซ้อน ๔ พยางค์ (ไมน่ ยิ มซอ้ นค�ำ ๓ พยางค)์
แม่น้ำ� ลำ� คลอง
ค�ำซอ้ นบางคำ� มีคำ� ใดค�ำหนงึ่ เปน็ ค�ำภาษาถ่นิ
หรอื มาจากภาษาอื่นซ่ึงมคี วามหมายไปใน
ทิศทางเดยี วกนั กบั อีกค�ำหนึ่งทนี่ �ำมาซอ้ นกัน
ทองคำ�
คำ� ซ้อนบางค�ำบัญญตั ิขนึ้ เพอื่ ใชเ้ ทียบกบั ภาษา
ตา่ งประเทศ
ต้านทาน = resist
คำ� ซ้อนบางคำ� หากสลับต�ำแหน่งค�ำ ความหมายจะ
เปลยี่ นแปลงไป
แน่นหนา .......ม..นั่...ค..ง..แ..ข..ง็..แ..ร..ง...ใ.ช..ก้ ..บั ..ส..ิ่ง..ก..่อ..ส..ร..้า.ง.........
หนาแน่น จ..ำ�..น..ว..น..ม..า..ก..ใ.น...ท..่ีจ..ำ�..ก..ดั ...ใ.ช..ก้..บั...ค..น..ห..ร..ือ..ต..้น..ไ..ม..้
คำ� ซอ้ นส่วนใหญ่สลับตำ� แหนง่ ค�ำกนั ไมไ่ ด้
61การเพ่ิมค�ำ
คู่มือครู รายวิชาภาษาไทย
หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร ม.๕
ค�ำประสม
คือ การเพิม่ ค�ำโดยนำ� ค�ำตั้งแต่ ๒ คำ� ขน้ึ ไปมาประสมกันจนเกดิ เป็นค�ำใหม่ ความหมายใหม่
อาจจะมเี ค้าของความหมายเดิมหรือไม่กไ็ ด้
มีเค้าของความหมายเดิม ความหมายเปล่ียนไป
วิง่ เปยี้ ว ผเี ส้อื
รถยนต์ ลูกเสอื
คำ� ประสมเปน็ ค�ำค�ำเดียว หากแยกคำ� กันความหมายจะไม่เหมอื นเดมิ
ข้อสังเกตเก่ยี วกบั ค�ำประสม
มกั เปน็ ค�ำนาม ค�ำกรยิ า และคำ� วิเศษณ์
........ค..�ำ..น..า..ม........ .......ค..�ำ..ก..ร..ยิ ..า....... .....ค..�ำ..ว..เิ.ศ..ษ...ณ...์ ....
เคร่อื งซักผ้า วางทา่ เย่อหย่งิ จองหอง ใจดำ� ใจร้าย ใจจดื
นำ�้ ยาปรับผา้ นุ่ม
62 การเพ่ิมค�ำ
คำ� ประสมที่เปน็ ค�ำนาม ค�ำกรยิ า และคำ� วเิ ศษณ์ ไม่จำ� เป็นต้องขนึ้ ต้นด้วยค�ำประเภทนั้น ๆ เสมอไป
+=
ตม้ ย�ำ ตม้ ย�ำ
.......ค..ำ� ..ก..ร.ยิ..า........ .......ค..�ำ..ก..ร.ิย..า........ ........ค...�ำ.น..า..ม........
ค�ำประสมจำ� นวนมากเกิดจากคำ� ตงั้ แล้วมคี ำ� ตา่ ง ๆ มาเสริม
พ่อ พอ่ ค้า พอ่ ส่ือ พ่อครัว พ่อบา้ น
นัก นักรอ้ ง นกั แสดง นักดนตรี
คำ� ประสมจ�ำนวนมากมีความหมายเปรยี บเทยี บ
ตนี ผี มอื หนึ่ง
เรียกผูท้ ข่ี ับรถเรว็ จนนา่ หวาดเสียว ผมู้ ีความสามารถยอดเยี่ยม
และไม่รกั ษากฎจราจร ในทางใดทางหน่ึง
63การเพ่ิมค�ำ
คู่มือครู รายวชิ าภาษาไทย
หลักภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร ม.๕
หนั งสือแบบฝึกหัด ใชห้ น้ า ๕๘
น้ องลองทำ�
ค�ำชแี้ จง ตอนที่ ๑ ใหน้ กั เรยี นนำ� คำ� ในกรอบไปเตมิ ตามประเภทของคำ� ใหถ้ กู ตอ้ ง
เจา้ ชู้ มักมาก เท็จจริง มวั หมอง แขง็ ข้อ ยืนหยดั
ค�ำซอ้ น ค�ำประสม
...................เ.ท..จ็ ..จ..ร..ิง.................. ...................ม..ัก..ม..า..ก...................
..................ม..ัว..ห..ม..อ..ง.................. ...................แ..ข..ง็..ข..อ้ ...................
...................ย..ืน..ห..ย..ัด................... ....................เ..จ.า้..ช..ู้...................
ค�ำชี้แจง ตอนที่ ๒ ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำ� ตอบทถี่ กู ทสี่ ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว
๑. คำ� ที่ขีดเสน้ ใตใ้ นข้อใดไม่ใช่คำ� ซ้อน
๑. ไฟฟา้ ในอาคารขดั ขอ้ งจึงท�ำใหไ้ ฟดับ
๒. คนรา้ ยขดั ขนื การจับกมุ จากเจ้าหนา้ ทีต่ ำ� รวจ
๓. น้องไม่ชอบทีถ่ ูกขัดใจ จึงไม่ยอมไปโรงเรียน
๔. เขาท�ำทกุ วถิ ีทางเพ่ือขัดขวางไมใ่ หเ้ ธอเล่อื นต�ำแหน่ง
เฉลยละเอยี ด
ตอบ ขอ้ ๓. น้องไมช่ อบทถี่ ูกขัดใจ จึงไม่ยอมไปโรงเรียน เพราะ ขัดใจ ไมใ่ ชค่ ำ� ซ้อน แตเ่ ปน็ ค�ำประสม
ท่เี กิดจากการนำ� ค�ำวา่ ขัด กบั คำ� ว่า ใจ มาประสมกนั โดยทที่ ง้ั สองค�ำไมไ่ ด้มีความหมายเกีย่ วข้องกัน
แตค่ ำ� ซอ้ นคอื การนำ� คำ� ทม่ี คี วามหมายใกลเ้ คยี งกนั หรอื ตรงขา้ มกนั มาประกอบกนั ดงั ทปี่ รากฏในตวั เลอื กขอ้ อน่ื
64 การเพ่ิมค�ำ
๒. ค�ำในขอ้ ใดเปน็ ค�ำประสมทกุ คำ�
๑. ยกพ้ืน ยกเคา้ ยกทรง
๒. ลกู ชบุ ลูกหลาน ลูกคดิ
๓. ขาดทนุ ขาดตอน ขาดแคลน
๔. ปล่อยไก่ ปล่อยวาง ปลอ่ ยใจ
เฉลยละเอยี ด
ตอบ ข้อ ๑. ยกพ้นื ยกเค้า ยกทรง เพราะ ท้งั ๓ คำ� เป็นค�ำประสมทเี่ กดิ จากการน�ำค�ำทมี่ ีความหมาย
แตกต่างกันมาประกอบขึน้ เปน็ ค�ำใหม่ ความหมายใหม่ ส่วนตัวเลอื กในขอ้ อ่ืนมีปรากฏคำ� ซอ้ นอยู่ ดงั นี้
๒. ลกู หลาน
๓. ขาดแคลน
๔. ปลอ่ ยวาง
65การเพ่ิมค�ำ
คู่มอื ครู รายวิชาภาษาไทย
หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ม.๕
ทบทวน
ก่อนจาก..
ค�ำซอ้ น ข้อสังเกตเกย่ี วกับค�ำซอ้ น
นำ� ค�ำทีม่ ีความหมายใกลเ้ คียงกนั ค�ำซ้อนบางคำ� มี ๔ พยางค์
หรือตรงกันขา้ มมาวางซ้อนกันจน ค�ำซ้อนบางคำ� มีภาษาถน่ิ
เกดิ เป็นคำ� ใหม่ ค�ำซ้อนบางค�ำที่สลบั
ต�ำแหนง่ คำ� ความหมาย
ซ้อนเพ่อื ความหมาย เปลย่ี นไป
น�ำคำ� ท่มี ีความหมายเหมอื น ใกล้เคยี ง ค�ำซ้อนสว่ นใหญส่ ลบั
หรอื ตรงกันข้ามกันมาวางชดิ กนั ต�ำแหน่งคำ� กันไมไ่ ด้
ซ้อนเพ่อื เสียง ค�ำซ้อนและ
นำ� คำ� ที่มีเสียงสัมผัสพยญั ชนะ คำ� ประสม
หรือเสยี งสระมาวางชดิ กันเพอ่ื ให้
เกดิ ความไพเราะ
คำ� ประสม ขอ้ สงั เกตเก่ยี วกบั คำ� ประสม
น�ำค�ำต้งั แต่ ๒ คำ� ข้นึ ไปมาประสมกนั มกั เป็นคำ� นาม ค�ำกริยา และ
จนเกดิ เปน็ คำ� ใหม่ ความหมายใหม่ คำ� วิเศษณ์
อาจจะมีเค้าของความหมายเดิมหรอื ค�ำประสมเกิดจากคำ� ต้ังแล้ว
ไมก่ ไ็ ด้ มีคำ� ตา่ ง ๆ มาเสรมิ
คำ� ประสมเปน็ คำ� คำ� เดยี ว หากแยกกนั คำ� ประสมจ�ำนวนมากมี
ความหมายจะไมเ่ หมอื นเดิม ความหมายเปรยี บเทียบ
66 การเพ่ิมค�ำ
จดให้จำ� น� ำไปใช้
คู่มือครู รายวิชาภาษาไทย
หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร ม.๕
ค�ำท่มี าจากภาษาอืน่
ค�ำท่มี าจากภาษาอ่ืน
คือ การเพ่ิมคำ� โดยการนำ� คำ� จากภาษาอื่นมาใช้ คำ� จากภาษาอน่ื ที่ปรากฏในภาษาไทยมีมากถึง
๑๔ ภาษา เชน่ เขมร จนี ชวา บาลี สันสกฤต อังกฤษ ฯลฯ
.......ภ..า..ษ..า..เ.ข..ม..ร....... .......ภ...า.ษ...า.ช..ว..า........
มกั ขน้ึ ต้นดว้ ย บ�ำ บงั บนั บรร เปน็ คำ� ๒ พยางค์
เช่น ....ย..หิ..ว..า...บ..หุ...ง.า...บ..ุห...ร.ง..................
คำ� ชำ� ตำ� อ�ำ ทำ� สำ� ฯลฯ
เช่น .....บ...ำ� .เ.พ...็ญ....บ..ัง..ค..ม...บ..ัน...ด..า.ล............ ไมม่ ีเสยี งพยญั ชนะควบกล�ำ้
เชน่ ....ก..ัล..ป...งั .ห..า...ก..ะ..ป...ะ......................
มตี ัว จ ร ล ญ เป็นตวั สะกด
เชน่ .....เ.ส..ด..จ็....เ.พ..ญ็....ต..ำ�..ร.ว..จ.................. ไม่มรี ูปวรรณยุกต์
เช่น ....ก..ร..ิช...ก..ญุ...แ..จ...ท..ุเ..ร.ยี..น.................
เป็นค�ำแผลง
เชน่ .....ส..ำ�..เ.ร..จ็ ...(.เ.ส..ร..จ็ ..)..ด..ำ�..ร.สั....(.ต..ร..ัส..)..... แตบ่ างคำ� ตอ้ งปรับให้สอดคล้องกับ
ระบบเสียงในภาษาไทยจึงตอ้ งใส่
วรรณยุกต์กำ� กับดว้ ย
เชน่ ....ป..า..เ.ต..๊ะ...โ..ส..ร.ง่...บ..้า..บ..๋า..................
68 การเพ่ิมค�ำ
........ภ..า..ษ..า..จ..นี ......... .....ภ...า.ษ...า.อ..ัง..ก..ฤ..ษ......
เป็นค�ำโดด มักใช้วรรณยกุ ต์ตรี ใช้คำ� ตรงศัพท์ (ค�ำทับศพั ท)์
หรอื จตั วา มลี กั ษณะเปน็ คำ� หลายพยางค์
มกี ารสะกดตรงตามมาตรา เสียงพยญั ชนะบางเสียงไมม่ ใี น
สว่ นใหญเ่ ปน็ ชอื่ อาหาร ของใช้ ภาษาไทย เช่น ...เ.ส..ีย..ง...บ..ร...ฟ..ล....ด..ร.....
ระบบการคา้ ขาย
เช่น ....โ.จ..๊ก...เ.ก..ย๊ี..ว...ก..ว๋..ย..เ.ต..ย๋ี..ว...เ.ก..า..เ.ห..ล...า.... บรฟี แฟลต ดราฟต์
.............ต..ะ..ห..ล..วิ ...ป..ุ้ง..ก..ี๋ .เ.ก..๊ยี..ะ...ห..้า..ง...ห..้นุ....... คียบ์ อรด์ คอนเสริ ์ต เทนนิส
.......ภ..า..ษ..า..บ..า..ล..ี ...... ....ภ..า..ษ..า..ส..ัน..ส..ก..ฤ...ต....
นิยมใชต้ วั ฬ เช่น .........ก..ฬี...า.......... นยิ มใชต้ วั ฑ เชน่ .......ก..ร..ีฑ..า..........
ไม่นยิ มควบกล้�ำและอักษรนำ� นิยมควบกลำ�้ และอกั ษรนำ�
เช่น ......ป...ฐ.ม....ม..ัจ..ฉ..า...ส..า.ม...ี ................. เช่น ......ป..ร..ะ..ถ..ม...ม..ตั..ส..ย..า...ส..ว..า..ม..ี ..........
นยิ มใช้ “ริ” เชน่ .....จ..ร.ยิ..า...ภ...ร.ยิ..า....... นยิ มใช้ รร เช่น ...จ..ร..ร..ย..า...ภ..ร..ร.ย..า.....
มพี ยญั ชนะซำ�้ กนั เชน่ .....ป..ญั...ญ...า.....
มีตวั ศ ษ ที่ไมม่ ีในภาษาบาลี
เช่น ......เ.ศ..ร..ษ..ฐ..ี.ศ..ร..ี .โ.ศ..ก......................
ค�ำไทยที่ใช้ตัว “ศ” มี เพยี ง .....๔....... ค�ำ คือ ....ศ..อ..ก...ศ...กึ ...เ.ศ..กิ...เ.ศ..ร..้า.............
69การเพ่ิมค�ำ
คู่มอื ครู รายวิชาภาษาไทย
หลักภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร ม.๕
ข้อสั งเกต ค�ำทร่ี บั มาจากภาษาอนื่ มาใช้ในภาษาไทย
เก่ียวกับ จะดัดแปลงใหเ้ ข้ากับระบบเสยี งและระบบ
ค�ำท่ีมาจาก อักขรวิธีของภาษาไทย โดยรกั ษารปู ค�ำเอาไว้
ภาษาอื่น เพ่ือใหส้ งั เกตไดว้ า่ เป็นคำ� ทมี่ าจากภาษานน้ั ๆ
คำ� ที่รบั มาจากภาษาอ่นื จะเลีย่ งการเขยี นรปู
วรรณยกุ ต์ ( ่ ้ ๊ ๋) กำ� กบั ยกเวน้ ค�ำทใ่ี ช้กันจน
ชินแล้ว
ในภาษาไทยมีปรากฏคำ� ยมื ทีม่ าจากภาษา
...........บ..า..ล..ีแ..ล..ะ..ส..ัน..ส..ก...ฤ..ต.......... มากทส่ี ุด
ซึง่ จะผกู คำ� โดยใชว้ ธิ ีการ .....ส..ม..า..ส..ค..ำ�..... คือ
การนำ� คำ� มาประกอบกนั เป็นค�ำใหม่
บางค�ำก็มีการกลืนเสยี งทีเ่ รียกวา่ .....ส..น..ธ..ิ.....
ธน+กิจ = ธนกจิ ธน+อาคาร = ธนาคาร
เกิดจากการชนกนั มีการกลมกลนื เสียง
70 การเพ่ิมค�ำ
หนั งสือแบบฝึกหัด ใชห้ น้ า ๖๕
น้ องลองทำ�
ค�ำชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำ� ตอบทถ่ี กู ทสี่ ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว
๑. คำ� ในขอ้ ใดไมใ่ ชค่ �ำท่ีมาจากภาษาอื่น
๑. ศก
๒. ศกึ
๓. โศก
๔. ศักดิ์
เฉลยละเอียด
ตอบ ขอ้ ๒. ศึก เพราะ เป็นคำ� ไทย คำ� ไทยท่ีขึ้นต้นดว้ ย ศ มีทง้ั หมด ๔ ค�ำ คอื ศอก ศกึ เศิก เศร้า
สว่ นตวั เลือกขอ้ อื่น ๆ คือ ศก โศก ศกั ด์ิ เปน็ คำ� ที่รบั มาจากภาษาสนั สกฤตท้งั หมด
๒. ข้อใดกลา่ วถูกต้อง
๑. ในภาษาไทยไม่ปรากฏการน�ำคำ� ภาษาเขมรมาใช้
๒. ค�ำบาลีและสันสกฤตคอื คำ� ทมี่ าจากภาษาอนื่ ท่ีนำ� มาใช้ในภาษาไทยมากท่ีสุด
๓. คำ� ทม่ี าจากภาษาอนื่ แมจ้ ะไมม่ เี สยี งวรรณยกุ ต์ แตเ่ มอื่ นำ� มาใชใ้ นภาษาไทยจะเตมิ วรรณยกุ ต์
๔. คำ� ทมี่ าจากภาษาอนื่ ถกู ปรบั ใหเ้ ขา้ กบั ระบบอกั ขรวธิ ขี องภาษาไทยจนไมเ่ หลอื เคา้ โครงเดมิ
เฉลยละเอียด
ตอบ ขอ้ ๒. ค�ำบาลีและสันสกฤตคือค�ำท่มี าจากภาษาอืน่ ท่นี �ำมาใชใ้ นภาษาไทยมากทีส่ ุด เพราะ
ในบรรดาค�ำทีร่ บั มาจากภาษาอนื่ คำ� ท่มี าจากภาษาบาลีและสันสกฤตมใี ชอ้ ย่างกว้างขวางและมจี ำ� นวนมาก
ทส่ี ุด ส่วนตวั เลอื กขอ้ อืน่ ๆ กลา่ วไมถ่ ูกต้อง
71การเพ่ิมค�ำ
คู่มือครู รายวชิ าภาษาไทย
หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร ม.๕
๓. ข้อใดคือค�ำยมื ที่มาจากภาษาจนี ทุกคำ�
๑. หวย เกา้ อี้ เจดีย์
๒. ซาลาเปา บะหมี่ บุหงา
๓. โต๊ะ เฉาก๊วย เยน็ ตาโฟ
๔. ตะหลิว เตา้ เจี้ยว ต�ำรวจ
เฉลยละเอียด
ตอบ ขอ้ ๓. โต๊ะ เฉากว๊ ย เย็นตาโฟ เพราะ ทงั้ ๓ ค�ำน้ีเป็นค�ำทมี่ าจากภาษาจีนทกุ ค�ำ
สว่ นตัวเลอื กขอ้ อนื่ ๆ ปรากฏคำ� ท่ีมาจากภาษาอื่น ดงั นี้
๑. เจดยี ์ เป็นคำ� ภาษาบาลี
๒. บหุ งา เป็นคำ� ภาษาชวา
๔. ตำ� รวจ เปน็ คำ� ภาษาเขมร
72 การเพ่ิมค�ำ
ทบทวน ค�ำทม่ี าจากภาษาอืน่
ก่อนจาก.. การน�ำคำ� จากภาษาอน่ื มาใช้ในภาษาไทย
ภาษาชวา ภาษาเขมร
ไมม่ ีเสยี งพยัญชนะควบกลำ้� มกั ขนึ้ ตน้ ด้วย บำ� บัง บัน
ไมม่ รี ปู วรรณยุกตแ์ ตบ่ างคำ� ต้องปรับ บรร คำ� ชำ� ต�ำ อำ� ทำ� ส�ำ ฯลฯ
ใหส้ อดคล้องกบั ระบบเสยี งในภาษาไทย มตี วั จ ร ล ญ เปน็ ตวั สะกด
จึงต้องใส่วรรณยกุ ต์กำ� กบั ด้วย เปน็ ค�ำแผลง
ภาษาอังกฤษ ภาษาจนี
ใชค้ ำ� ตรงศัพท์ (ค�ำทับศพั ท)์ เปน็ ค�ำโดด มักใชว้ รรณยุกตต์ รี
มีลักษณะเปน็ ค�ำหลายพยางค์ หรอื จตั วา
เสียงพยญั ชนะบางเสียงไมม่ ี มีการสะกดตรงตามมาตรา
ในภาษาไทย เช่น ดร ฟร บร สว่ นใหญ่เป็นช่อื อาหาร ของใช้
ภาษาสันสกฤต ภาษาบาลี
นยิ มใช้ตัว ฑ นยิ มใชต้ วั ฬ
นยิ มควบกล้�ำและอกั ษรน�ำ ไมน่ ิยมควบกลำ�้ และอกั ษรนำ�
นยิ มใช้ รร นิยมใช้ ริ
มตี วั ศ ษ ท่ีไมม่ ใี นภาษาบาลี มีพยญั ชนะซ�้ำกัน
ขอ้ สังเกตเกี่ยวกับคำ� ท่มี าจากภาษาอนื่
ค�ำจะถูกดัดแปลงให้เข้ากบั อกั ขรวธิ ีของภาษาไทย แตย่ ังคงรปู ค�ำไวเ้ พื่อให้สังเกตได้
จะเลย่ี งการเขียนรปู วรรณยกุ ต์ ยกเวน้ ค�ำท่ใี ชก้ ันจนเคยชินแลว้
73การเพ่ิมค�ำ
จดให้จำ� น� ำไปใช้
จดให้จำ� น� ำไปใช้
ตวั ช้วี ัด
ท ๓.๑ ม.๕/๒ วิเคราะห์ แนวคิด การใช้ภาษา และความนา่ เช่อื ถอื จากเร่ืองทีฟ่ ัง
และดอู ย่างมีเหตผุ ล
จุดประสงค์
๑. สามารถอธบิ ายความสมั พันธข์ องภาษากบั ความคิดได้
๒. สามารถอธิบายและจำ� แนกประเภทของการคิดได้
๓. สามารถอธิบายการใชภ้ าษาแสดงเหตุผลได้
๔. สามารถบอกปจั จยั ทส่ี ง่ เสรมิ การคดิ และอปุ สรรคของการพฒั นาความคดิ ได้
ความคิดกบั ภาษา
ความคดิ กบั ภาษาเปน็ สง่ิ ทม่ี คี วามสมั พนั ธแ์ นบแนน่ กนั เปน็ อยา่ งมาก มนษุ ยเ์ ปน็
ผคู้ ดิ คน้ ภาษา และใชภ้ าษาเปน็ เครอ่ื งมอื ในการจดั ระบบ พฒั นา และถา่ ยทอดความคดิ
ของตน จนสามารถสรา้ งความเจรญิ งอกงามในสงั คมได้ ดงั นนั้ การศกึ ษาความสมั พนั ธ์
ของความคิดกับภาษาจึงจะช่วยให้เรามีทักษะการใช้ภาษาที่ดีข้ึน อีกท้ังยังจะช่วย
พฒั นาความคิดของเราใหม้ ปี ระสิทธิภาพมากขึน้ ดว้ ย
จดให้จำ� น� ำไปใช้
ผังมโนทัศน์
๑. ความคิดกบั ภาษา
การใช้ภาษากบั ความคดิ
ทศิ ทางในการคดิ
ประเภทของการคิด
๒. การพัฒนาความคิด
การใช้ภาษาแสดงเหตผุ ล
ปัจจัยทีส่ ง่ เสรมิ การคิด
อุปสรรคในการพัฒนาความคิด
คู่มอื ครู รายวิชาภาษาไทย
หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร ม.๕
ความคิดกับภาษา
การใชภ้ าษากบั ความคิด
๑. ภาษาเป็นเครอ่ื งมอื ในการ ความคิด
ส่ื อความคิด
...........น..า..ม..ธ..ร.ร..ม............
มนษุ ยถ์ า่ ยทอดความรสู้ กึ นกึ คดิ ภาษา
ของตนใหผ้ ูอ้ ่ืนรับร้ไู ดโ้ ดยการใช้ ............ร..ูป..ธ..ร.ร..ม.............
ภาษาพดู ภาษาเขียน และภาษา
ทา่ ทาง ซึง่ เราเรียกภาษาเหลา่ นี้ ๒. ภาษามีอิทธพิ ลต่อความคิด
ว่าเป็น และความคิดกม็ ีอิทธพิ ล
.........ร.ะ..บ...บ..ส..ัญ...ล..ัก..ษ..ณ...์ ...... ต่อภาษา
ภาษาชว่ ยกำ� หนดความคดิ
เชน่ คนไทยเชอ่ื วา่ การตง้ั ชอ่ื บคุ คล
จะตอ้ งตง้ั ใหม้ คี วามหมายดี
เพอื่ ความเปน็ สริ มิ งคล และเมอื่ ๓. ภาษาชว่ ยพัฒนาความคิด
ตอ้ งการถา่ ยทอดความรสู้ กึ ของ และความคิดก็ชว่ ยพัฒนา
ตนเองใหผ้ อู้ นื่ รบั รกู้ จ็ ะเลอื กใชค้ ำ� ภาษา
ทส่ี อื่ ความหมายตรงกบั ความคดิ มนษุ ยใ์ ชภ้ าษาในการสอ่ื
ความคดิ ใหผ้ อู้ น่ื เขา้ ใจโดยการนำ�
ภาษามารอ้ ยเรยี งตอ่ กนั ซง่ึ การ
ทำ� เชน่ นค้ี วามคดิ จะถกู ขดั เกลาให้
ชดั เจนมากขนึ้ ความคดิ กจ็ ะกา้ วไกล
และรจู้ กั ใชภ้ าษาไดก้ วา้ งขวางขน้ึ
80 ความคิดกบั ภาษา
ทศิ ทางในการคิด
ความคิดเป็นนามธรรมทไี่ ม่มตี วั ตน แตเ่ ราสามารถรับรูค้ วามคดิ ของผูอ้ ่นื ได้จากการสื่อสารออกมาเป็น
ภาษาพดู ภาษาเขยี น และภาษาทา่ ทาง
ทศิ ทางในการคิด
การคิดในทางวฒั นะ การคิดในทางหายนะ
การคดิ ในทางทีเ่ จริญงอกงาม การคิดในทางทท่ี ำ� ให้เกิดโทษ
เป็นประโยชน์แกต่ นเองและผู้อื่น หรอื สร้างความเดือดร้อนให้แก่
เชน่ การคิดชว่ ยเหลอื เก้อื กลู กัน ตนเองและผูอ้ ่นื
การคดิ หาทางประนปี ระนอมกนั
การคดิ มีผลตอ่ .....ก..า..ร.ก..ร.ะ..ท..ำ�..... ถ้าคิดดีกจ็ ะสง่ ผลให้มกี ารกระทำ� ทีด่ ี
แตถ่ า้ คิดไมด่ ีก็จะน�ำพาให้เรามีการกระท�ำท่ีไม่ดไี ปด้วย
81ความคิดกบั ภาษา
คู่มือครู รายวิชาภาษาไทย
หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร ม.๕
ประเภทของ การคิดอย่างมีเหตผุ ล
การคิด
เปน็ การคดิ โดยอาศยั หลกั การหรอื ขอ้ เทจ็ จรงิ
มาสนบั สนุนอยา่ งเพียงพอ จงึ ทำ� ให้มโี อกาส
ผิดพลาดนอ้ ย
ตวั อยา่ ง
ผมตดั สนิ ใจซ้ือรถใหม่ เพราะรถคนั เดิมท่ี
ใชอ้ ยเู่ คร่ืองยนตม์ สี ภาพเกา่ มากแล้ว หากซ่อม
ก็คงใชง้ านได้ไมน่ าน และเสี่ยงท่ีจะเกิดอบุ ตั ิเหตุ
ตวั อยา่ ง
ผมตดั สนิ ใจซอื้ รถใหม่ เพราะเปน็ รถรนุ่ ใหม่
ทมี่ เี ครอ่ื งยนตแ์ รง การออกแบบทง้ั ภายนอก
และภายในหรูหรา และมคี นบอกว่าถา้ ขับแล้ว
จะไม่เกดิ อบุ ตั ิเหตุ
การคิดอย่างไม่มีเหตุผล
เปน็ การคดิ ทข่ี าดขอ้ สนบั สนนุ ทม่ี นี ำ�้ หนกั
เพยี งพอ ผลของการคดิ จงึ มกั จะเกดิ ขอ้ ผดิ พลาด
และไมเ่ กดิ ประโยชน์
82 ความคิดกบั ภาษา
หนั งสือแบบฝึกหัด ใชห้ น้ า ๗๕
น้ องลองทำ�
ค�ำช้แี จง ตอนท่ี ๑ ใหน้ กั เรยี นนำ� ตวั อกั ษรในกรอบดา้ นลา่ งไปเตมิ หนา้ ขอ้ ความทส่ี มั พนั ธก์ นั ใหถ้ กู ตอ้ ง
ก. การคิดอยา่ งมเี หตุผล ข. การคดิ อยา่ งไม่มีเหตผุ ล
๑. .......ข.......... ฉันซื้อบา้ นหลงั นเ้ี พราะหมอดบู อกว่าถา้ อยแู่ ล้วจะไม่เจ็บป่วย
๒. .......ก.......... ฉนั บรจิ าคเงนิ ชว่ ยผปู้ ระสบอทุ กภยั เพราะอยากชว่ ยเหลอื ใหพ้ วกเขาผา่ นวกิ ฤตนไ้ี ปได้
๓. .......ก........... ฉันกินกล้วยหอมทกุ เช้าเพราะมีไฟเบอร์ทช่ี ่วยให้ขับถา่ ยได้ดี
๔. .......ข.......... ฉนั ซอ้ื ยาลดนำ�้ หนกั จากอินเทอรเ์ น็ตมากนิ เพราะเขาโฆษณาว่าถ้ากินแลว้ จะมหี ุ่นด ี
ภายใน ๗ วนั และไมเ่ ป็นอนั ตรายต่อร่างกาย
เฉลยละเอียด
๑. เป็นการคดิ อย่างไม่มเี หตผุ ล เพราะขอ้ สนับสนุนดังกล่าวเป็นไปไม่ได้ อาการเจบ็ ปว่ ยไมส่ ามารถ
ก�ำหนดหรือร้ลู ว่ งหน้าได้ และการซ้ือบ้านควรค�ำนงึ ถึงเรอื่ งการใช้งาน ความปลอดภยั การเดินทาง หรอื ราคา
ตามกำ� ลังทรพั ย์ เปน็ ตน้
๒. เป็นการคิดอย่างมเี หตผุ ล เพราะมขี ้อสนบั สนนุ ทต่ี ้ังอยใู่ นหลักความเปน็ จริงและสามารถพสิ ูจนไ์ ด้
ซึ่งการทบี่ รจิ าคเงนิ ให้ผปู้ ระสบภยั อุทกภยั เปน็ อกี ช่องทางหนึ่งที่จะชว่ ยเหลอื พวกเขา
๓. เปน็ การคิดอยา่ งมเี หตผุ ล เพราะมขี อ้ สนบั สนนุ ทตี่ ั้งอยใู่ นหลกั ความเป็นจริงและสามารถพิสจู น์ได้
เน่อื งจากกล้วยเป็นแหล่งอาหารทม่ี กี ากใยอาหารหรือไฟเบอรส์ งู จากการศกึ ษาวจิ ัยพบว่าการรบั ประทาน
กล้วยทุกวัน วนั ละ ๒ ผล จะท�ำให้ระบบการท�ำงานต่าง ๆ ในรา่ งกายดขี ้นึ โดยเฉพาะระบบขบั ถ่าย
๔. เป็นการคิดอย่างไมม่ ีเหตุผล เพราะขอ้ สนับสนนุ ดงั กล่าวไมม่ นี ้�ำหนักที่เพียงพอ และยังไม่มีงานวิจัย
ทีพ่ ิสูจนไ์ ด้ นอกจากน้กี ารรับประทานยาลดน�้ำหนักมักจะเกิดผลข้างเคียงจากการใชย้ าทเี่ ป็นอนั ตรายต่อ
รา่ งกายได้
83ความคิดกบั ภาษา
คู่มอื ครู รายวิชาภาษาไทย
หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร ม.๕
หนั งสือแบบฝึกหัด ใชห้ น้ า ๗๕
น้ องลองทำ�
คำ� ชี้แจง ตอนท่ี ๒ ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำ� ตอบทถี่ กู ทสี่ ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว
๑. ขอ้ ใดกลา่ วถูกตอ้ ง
๑. ความคดิ มอี ทิ ธิพลตอ่ ภาษา แตภ่ าษาไม่มอี ทิ ธิพลตอ่ ความคิด
๒. ความคดิ มีอทิ ธิพลตอ่ การเลือกใชภ้ าษา แตไ่ ม่มีผลต่อการกระทำ�
๓. ระบบสัญลกั ษณ์ทมี่ นษุ ยใ์ ช้ในการส่ือความคดิ มเี พยี งภาษาพูดและภาษาเขยี น
๔. ความคิดมลี ักษณะเปน็ นามธรรม และภาษาชว่ ยสื่อความคิดใหอ้ อกมาเปน็ รูปธรรม
เฉลยละเอียด
ตอบ ข้อ ๔. เพราะ ความคดิ เปน็ นามธรรมทีไ่ ม่มตี วั ตน เราสามารถท�ำให้ความคิดกลายเปน็ รปู ธรรม
ท่สี ามารถใหผ้ ู้อน่ื รบั ร้ไู ดโ้ ดยการใชภ้ าษาถา่ ยทอดออกมา
สว่ นตัวเลอื กข้ออนื่ ผิด เพราะ
๑. ภาษามีอทิ ธพิ ลต่อความคิดและความคดิ ก็มอี ิทธพิ ลต่อภาษา
๒. ความคดิ มีอทิ ธิพลทั้งต่อการเลอื กใชภ้ าษาและการกระท�ำ
๓. ระบบสญั ลกั ษณท์ ม่ี นษุ ยใ์ ชใ้ นการสอื่ ความคดิ คอื ภาษาพดู ภาษาเขยี น และรวมไปถงึ ภาษาทา่ ทางดว้ ย
84 ความคิดกับภาษา
๒. ข้อใดคือการคิดในทางหายนะ
๑. มารีญาคดิ ว่าจะก่อต้ังมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือคนไร้บา้ น
๒. เฌอเอมร้เู รือ่ งทธี่ นาได้ยกั ยอกเงนิ บริษทั จึงคิดจะเปิดเผยข้อมลู ให้ทกุ คนไดร้ ับรู้
๓. ซามนี ่าคิดอยากจะบรจิ าคเงนิ และส่งิ ของให้แก่ชาวบ้านทเี่ ดอื ดร้อนจากเหตเุ พลงิ ไหม้
๔. อแมนดาเปดิ รับบรจิ าคเงนิ ชว่ ยเหลอื ผูป้ ระสบอทุ กภยั แตค่ ิดวา่ จะเอาเงินไปใช้จา่ ย
ซอ้ื ของสว่ นตัว
เฉลยละเอยี ด
ตอบ ข้อ ๔. เพราะ การคดิ ในทิศทางหายนะ คอื การคดิ ในทางทท่ี �ำใหเ้ กดิ โทษ หรือสร้างความเดอื ด
รอ้ นให้แก่ตนเองและผู้อ่ืน การท่ีอแมนดาคิดว่าจะนำ� เงนิ บริจาคไปใชจ้ ่ายสว่ นตัวนัน้ จะสรา้ งความเดอื ดรอ้ น
ให้แก่ผู้ทป่ี ระสบภัย และเป็นการนำ� เงนิ ไปใช้ไม่ถกู ต้องตามเจตนารมณข์ องผู้บริจาค
ส่วนตัวเลือกในขอ้ อน่ื เป็นการคิดในทศิ ทางวฒั นะ คอื คดิ ในทางทจ่ี ะสรา้ งประโยชนใ์ ห้แกผ่ ูอ้ ่ืน
85ความคิดกับภาษา
คู่มอื ครู รายวชิ าภาษาไทย
หลักภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร ม.๕
ทบทวน ความคิดกับภาษา
ก่อนจาก..
การใชภ้ าษากบั ความคิด
ภาษาเปน็ เครอื่ งมือในการสอ่ื ความคิด
ภาษาและความคดิ มีอทิ ธพิ ลตอ่ กนั
ภาษาและความคิดช่วยพฒั นาซึ่งกนั และกัน
ทศิ ทางในการคิด
การคิดในทางวัฒนะ
เป็นประโยชน์แก่ตนเองและผูอ้ นื่
การคิดในทางหายนะ
ท�ำใหเ้ กดิ โทษ หรอื สรา้ งความเดือดรอ้ น
ใหแ้ กต่ นเองและผอู้ ื่น
ประเภทของการคิด
การคดิ อยา่ งมเี หตุผล
อาศัยหลักการหรอื ขอ้ เทจ็ จริงที่ถูกตอ้ ง
มาสนบั สนุนอย่างเพยี งพอ
การคิดอยา่ งไม่มีเหตุผล
ขาดขอ้ สนบั สนนุ ท่ีมนี ำ�้ หนักเพียงพอ
ผลของการคดิ จึงมกั จะไมเ่ กดิ ประโยชน์
86 ความคิดกบั ภาษา
จดให้จำ� น� ำไปใช้
คู่มอื ครู รายวชิ าภาษาไทย
หลักภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร ม.๕
การพัฒนาความคิด
การใชภ้ าษาแสดงเหตผุ ล
การใช้ภาษาแสดงเหตผุ ลตอ้ งประกอบดว้ ยส่วนสำ� คัญ ๒ สว่ น คือ เหตผุ ลหรือข้อสนับสนุน
และข้อสรปุ โดยจะใช้ ..........ค..ำ�..ส..ัน..ธ..า.น.......... ในประโยคเพอื่ แสดงเหตุผล เชน่
เพราะวา่ ...................เพราะฉะน้ัน....................
โดยท.่ี ..................ฉะนน้ั ....................................
เนื่องด้วย...................จึง...................................
...........................ท้งั นี้เพราะวา่ .........................
............................เหตุผลกค็ ือ...........................
สันธานท่ใี ชน้ � ำหน้ าข้อความท่เี ป็นเหตผุ ล สันธานท่ใี ชก้ ำ� กับข้อความท่เี ป็นข้อสรุป
เพราะ เพราะว่า เพราะเหตุที่ จึง ดังนั้น ฉะน้นั เพราะฉะน้ัน
โดยท่ี เนอ่ื งด้วย เนอ่ื งจาก ฉะนน้ั .....จงึ เพราะฉะน้ัน.....จึง
....เ.ห..ต..ุผ..ล..... ...ข...้อ..ส..ร.ปุ.....
เพราะวกิ ฤตเศรษฐกิจตม้ ยำ� กุ้งในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ จึงท�ำใหค้ รอบครัวของเขาล้มละลาย
......เ.พ...ร.า..ะ../...เ.พ..ร..า..ะ.ว..่า../...เ.น..่อื ..ง..จ.า..ก........ เขาตากฝนเมื่อวานนี้
......ฉ..ะ..น..นั้.../..เ.พ...ร.า..ะ..ฉ..ะ..น..้ัน.../..ด..ัง..น..ั้น........ วันน้เี ขาเลยไมส่ บาย หรอื วนั นี้เขา .....จ..งึ....... ไม่สบาย
88 ความคิดกับภาษา
ปัจจยั ท่สี ่งเสรมิ การคิด
การคิดจะมปี ระสิทธิภาพหรือไม่ข้นึ อยกู่ บั ปัจจัยตา่ ง ๆ ดงั น้ี
ความรู้ ทักษะในการใชภ้ าษา
ผ้ทู ี่หมัน่ ศึกษาหาความรู้ ผู้ท่ใี ช้ภาษาได้ดจี ะรจู้ ักเลือกใช้
จะสามารถหาขอ้ เทจ็ จรงิ มา ถอ้ ยค�ำที่ส่อื ความคดิ ไดอ้ ยา่ ง
สนับสนนุ ในเร่อื งทค่ี ิดไดม้ ากกวา่ ชดั เจน ทำ� ให้คดิ ได้กวา้ งไกลกว่า
คนทข่ี าดทักษะในการใช้ภาษา
ผทู้ ไ่ี มม่ ีความรู้
สขุ ภาพรา่ งกายและจติ ใจ สภาพแวดลอ้ ม
ผู้ที่มสี ุขภาพร่างกายและจติ ใจที่ การอยูใ่ นสภาพแวดล้อมทดี่ ี
แขง็ แรงสมบรู ณ์ ยอ่ มสง่ เสริมให้ เงียบสงบ บรรยากาศผ่อนคลาย
มีสมรรถภาพในการคดิ สง่ิ ตา่ ง ๆ จะทำ� ใหส้ ามารถคดิ ได้ฉบั ไว
มากกวา่ สภาพแวดลอ้ มท่มี ี
ไดม้ ากและละเอยี ดถ่ถี ว้ น
เสยี งดงั รบกวนการคิด
89ความคิดกับภาษา
คู่มอื ครู รายวิชาภาษาไทย
หลักภาษาเเละการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ม.๕
อุปสรรคในการพัฒนาความคิด
การคิดหรอื ทำ� สิง่ ใดสงิ่ หน่ึง
ซ�้ำซากเปน็ เวลานาน ย่อม
ทำ� ให้เกดิ ความเหน่ือยล้า
อคติ หรอื เบ่อื หนา่ ย ส่งผลให้ ความเรง่ รดั
ความสามารถในการคดิ
ลดนอ้ ยลง
ความล�ำเอยี งเข้าขา้ งฝา่ ยใด ความเหน่ื อยล้าและ การถกู เร่งรดั ใหค้ ิดหรอื ท�ำ
ฝา่ ยหน่ึงท�ำใหข้ าดเหตผุ ลใน ความซ้ำ� ซากจ�ำเจ ส่ิงใดในเวลาทจ่ี �ำกดั จะทำ� ให้
การคิดพิจารณาตามความ เกดิ ขอ้ ผิดพลาดไดม้ าก
เป็นจรงิ เพราะการคิดตอ้ งอาศยั เวลา
ในการไตรต่ รอง
90 ความคิดกบั ภาษา
หนั งสือแบบฝึกหัด ใชห้ น้ า ๘๑
น้ องลองทำ�
ค�ำชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำ� ตอบทถี่ กู ทส่ี ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว
๑. คำ� ที่ใชแ้ สดงเหตุผลในขอ้ ใดไมส่ ามารถใชแ้ ทนท่ีคำ� ทข่ี ดี เสน้ ใต้ในประโยคตอ่ ไปนีไ้ ด้
“เพราะเธอมาท�ำงานสาย ฉะนั้นเธอจะถกู หักเงินเดือน”
๑. เนื่องจาก......................เพราะฉะนัน้ ......................
๒. เน่ืองด้วย......................ดังนัน้ ................................
๓. เพราะว่า...........................จึง.................................
๔. เพราะว่า.......................เพราะฉะนน้ั .....................
เฉลยละเอยี ด
ตอบ ข้อ ๓. เพราะ ถา้ ต้องการใช้ค�ำวา่ “จึง” ก�ำกับข้อความทเี่ ปน็ ขอ้ สรุปจะตอ้ งวางไวห้ ลงั ประธาน
ไม่สามารถวางไวใ้ นต�ำแหน่งเดียวกับค�ำวา่ ฉะนัน้ ในโจทยไ์ ด้
สว่ นตัวเลอื กขอ้ อน่ื น้นั สามารถใช้แทนที่คำ� ทขี่ ดี เส้นใต้ได้
๑. เนือ่ งจากเธอมาท�ำงานสาย เพราะฉะนัน้ เธอจะถูกหักเงนิ เดือน
๒. เนือ่ งดว้ ยเธอมาทำ� งานสาย ดงั นน้ั เธอจะถกู หกั เงนิ เดอื น
๔. เพราะวา่ เธอมาท�ำงานสาย เพราะฉะน้นั เธอจะถกู หักเงินเดอื น
91ความคิดกับภาษา
คู่มือครู รายวชิ าภาษาไทย
หลกั ภาษาเเละการใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร ม.๕
๒. “วิภาวเี กดิ ความเครียดเพราะคิดหัวขอ้ วิจยั ท่จี ะต้องนำ� เสนออาจารย์ในวนั จันทร์หน้าไม่ออก
เธอจงึ เกบ็ กระเปา๋ และเดนิ ทางไปเทีย่ วทะเล บรรยากาศรมิ ทะเลที่เงียบสงบ ท�ำใหเ้ ธอ
ผอ่ นคลายลงและมเี วลาให้คดิ ทบทวนเร่ืองราวต่าง ๆ มากขนึ้ ในทสี่ ดุ เธอกส็ ามารถคดิ หวั ขอ้
วิจยั ไปนำ� เสนออาจารย์ไดท้ นั เวลา”
การท่ีวภิ าวีสามารถคิดหวั ข้อวิจัยได้เปน็ ผลทีเ่ กดิ จากปจั จัยใด
๑. ความรู้
๒. สภาพแวดล้อม
๓. ทกั ษะในการใชภ้ าษา
๔. สขุ ภาพร่างกายและจิตใจ
เฉลยละเอยี ด
ตอบ ขอ้ ๒. เพราะในตอนแรกวภิ าวีไมส่ ามารถคิดหัวข้อวจิ ยั ได้ แตห่ ลงั จากทเ่ี ธอไดไ้ ปอยใู่ นสภาพ
แวดลอ้ มทเี่ อือ้ อ�ำนวยและส่งเสรมิ การคดิ ของเธอ เธอจงึ มเี วลาไตร่ตรองและสามารถคิดหวั ข้อวจิ ัยไดส้ ำ� เร็จ
๓. พฤติกรรมของใครไมก่ ่อให้เกิดอุปสรรคในการพัฒนาความคดิ
๑. จอมขวญั ไม่ชอบจนั ทรเ์ จา้ จงึ ไม่ยอมฟงั ความคดิ เห็นของจันทร์เจ้า
๒. จอมทัพสง่ ตอ่ งานให้เจา้ ขาช้ากวา่ กำ� หนด จึงทำ� ให้เจ้าขามีเวลาท�ำงานนอ้ ยลง
๓. จบุ๊ แจงเรยี นและท�ำงานไปพร้อม ๆ กนั เธอจงึ มเี วลาพกั ผ่อนเพยี งวนั ละ ๔ ช่วั โมง
๔. จะ๊ จ๋ามักจะเริ่มท�ำงานที่อาจารยส์ ง่ั ในทันที เพ่อื ท่จี ะไดไ้ มต่ อ้ งมาเร่งทำ� ตอนใกลจ้ ะส่ง
เฉลยละเอยี ด
ตอบ ขอ้ ๔. เพราะ การที่จ๊ะจา๋ เรม่ิ ท�ำงานทนั ทหี ลงั จากท่อี าจารยส์ ัง่ เธอจะมเี วลาในการคิดและท�ำ
อย่างเตม็ ท่ีกว่าคนทีม่ าเรง่ ทำ� ในชว่ งเวลาใกลส้ ่ง
สว่ นตวั เลอื กในข้ออ่นื ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นพฤตกิ รรมทเี่ ป็นอุปสรรคต่อการพฒั นาความคิดทัง้ สิน้
92 ความคิดกับภาษา
ทบทวน การพัฒนาความคิด
กอ่ นจาก..
การใชภ้ าษาแสดงเหตุผล
ประกอบดว้ ยส่วนสำ� คญั ๒ สว่ น คือ
เหตผุ ลหรอื ข้อสนั บสนนุ ข้อสรุป
เพราะว่า..............เพราะฉะนน้ั ...............
โดยท.ี่ ..................ฉะน้ัน..............................
เน่อื งด้วย...................จงึ ..................................
..................ทั้งนเี้ พราะวา่ ..................................
...................เหตุผลก็คือ.....................................
ปจั จยั ท่สี ง่ เสรมิ การคิด อปุ สรรคในการพัฒนาความคิด
ความรู้ อคติ
ทกั ษะในการใช้ภาษา ความเหน่อื ยลา้
สภาพแวดล้อม และความซ�้ำซากจำ� เจ
สุขภาพร่างกายและจิตใจ ความเร่งรดั
93ความคิดกับภาษา
จดให้จำ� น� ำไปใช้
จดให้จำ� น� ำไปใช้
ตวั ช้วี ัด
ท ๓.๑ ม.๕/๓ ประเมินเร่อื งทฟ่ี ังและดู แลว้ กำ� หนดแนวทางน�ำไปประยุกตใ์ ช้
ในการดำ� เนินชีวติ
ท ๓.๑ ม.๕/๕ พูดในโอกาสตา่ ง ๆ พดู แสดงทรรศนะ โตแ้ ย้ง โนม้ นา้ วใจ
และเสนอแนวคิดใหมด่ ว้ ยภาษาถกู ตอ้ งเหมาะสม
ท ๓.๑ ม.๕/๖ มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพดู
จุดประสงค์
๑. สามารถอธบิ ายความรเู้ บอ้ื งตน้ เกยี่ วกบั มารยาทและคณุ ธรรมในการสอ่ื สารได้
๒. สามารถอธบิ ายหลกั ในการสอ่ื สารในชวี ติ ประจำ� วนั และนำ� ไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๓. สามารถอธิบายความรู้เบอ้ื งตน้ เกี่ยวกบั การปลูกฝงั คณุ ธรรมในรปู แบบต่าง ๆ ได้
มารยาทและคุณธรรม
ในการสื่ อสาร
ในการสื่อสารหรือถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ โดยการใช้ภาษา เราจ�ำเป็น
ตอ้ งมมี ารยาทและคุณธรรมในการสือ่ สาร เพือ่ ใหก้ ารส่อื สารมปี ระสทิ ธภิ าพ ลดความ
ขัดแย้งทอ่ี าจจะเกิดขึน้ และทำ� ให้สงั คมมีความเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ยมากยิ่งขึ้น