๑
๒
แผนการจดั การเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
เวลาเรียน ๘ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ภาษาพาท)ี เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๒ เร่ือง ครื้นเครงเพลงพืน้ บ้าน
แผนการเรียนรู้ท่ี ๑ เร่ือง อ่านคดิ พนิ ิจเรื่องราว
สอนวนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปตดั สินใจ
แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวิตและมีนิสยั รักการอ่าน
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพูดแสดงความรู้
ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์
สาระสาคัญ
การอ่านในใจให้เกิดความเข้าใจชัดเจนลึกซ้ึงจะต้องอ่านแล้วสามารถต้ังคาถาม ตอบคาถาม
อภิปรายแสดงความคิดเห็นเน้ือเร่ือง ลาดบั เหตุการณ์ และสรุปใจความสาคญั ของเรื่องได้
ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป ๖/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป ๖/๙ มีมารยาทในการอ่าน
ท ๓.๑ ป ๖/๑ พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจจุดประสงคข์ องเรื่องท่ีฟังและดู
ท ๓.๑ ป ๖/๒ ต้งั คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเรื่องท่ีฟังและดู
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง K
๒. พูดแสดงความรู้ ความเขา้ ใจในจุดประสงคข์ องเรื่องที่ฟังและดูจากส่ือตา่ งๆ และตอบคาถาม
จากเร่ืองที่อา่ นได้ P
๓. อภิปรายแสดงความคิดเห็นเร่ืองที่อ่านได้ P
๔. มีมารยาทในการอา่ น A
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซ่ือสตั ยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๓
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุง่ มน่ั ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน
๒. นกั เรียนดูรูปภาพจากบทเรียน แลว้ สนทนากบั นกั เรียนเรื่อง “คร้ืนเครงเพลงพ้นื บา้ น” วา่ มีเน้ือ
เรื่องกล่าวถึงอะไรบา้ ง
ข้นั กระบวนการเรียนรู้
๓. นกั เรียนร่วมกนั ตอบคาถามและแสดงความคิดเห็น เรื่อง “คร้ืนเครงเพลงพ้ืนบา้ น” ดงั ตอ่ ไปน้ี
- เพลงพ้นื บา้ นมีลกั ษณะอยา่ งไร
- เพลงพ้ืนบา้ นมีลกั ษณะแตกต่างจากเพลงทวั่ ปอยา่ งไร
- เพลงพ้ืนบา้ น อะไรบา้ ง ยกตวั อยา่ ง
- คาวา่ “คร้ืนเครงเพลงพ้ืนบา้ น”นกั เรียนคิดวา่ น่าจะเป็นเรื่องราวเก่ียวกบั อะไร
๔. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม โดยคละกนั ตามความเหมาะสม เก่ง ปานกลาง ออ่ น จากน้นั ร่วมกนั
อภิปรายเพื่อแบง่ เน้ือหาของบทเรียนออกเป็ น ๔ ตอน โดยส่งตวั แทนจบั ฉลากเพื่อเลือกเน้ือหาของบทเรียน
กลุ่มละ ๑ ตอน แลว้ ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มอ่านในใจตอนที่รับผดิ ชอบ ร่วมกนั อภิปรายเพือ่ ลาดบั
เหตุการณ์สาคญั ของเรื่อง สรุปใจความสาคญั ของเร่ือง และผลดั กนั ต้งั คาถาม ตอบคาถามจากเร่ืองท่ีอา่ น
๕. ตวั แทนแตล่ ะกลุ่มออกมารายงานผลการอภิปรายหนา้ ช้นั เรียน
๖. นกั เรียนทาใบงาน
ข้นั สรุป
๗. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปบทเรียน เร่ือง แนวปฏิบตั ิในการอ่านในใจที่ถูกตอ้ ง แลว้ ร่วมกนั
สรุปลาดบั เหตุการณ์สาคญั และสรุปใจความสาคญั ของเรื่อง จากน้นั นกั เรียนบนั ทึกลงสมุด
ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. แบบเรียนภาษาไทย ชุดภาษาเพ่ือชีวติ ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ เล่ม ๑
๓. ใบงาน
๔
กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล
๑.วธิ ีการ
๑.๑ สังเกต
๑.๑.๑ การฟัง การพูด
๑.๑.๒ การอ่าน
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๑.๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.เคร่ืองมือการวดั และประเมนิ ผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้
๒.๓ แบบสงั เกตพฤติกรรม
๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๘๐ ข้ึนไป
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตัวชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง .......คน คิดเป็นร้อยละ ..........
๕
กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
ความเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
ลงชื่อ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............
บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….
๖
แบบทดสอบก่อนเรียน เร่ือง ครื้นเครงเพลงพืน้ บ้าน
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย × ทบั ตวั อกั ษร ก ข ค ง ที่ถูกท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว
๑ . ขอ้ ใดไม่ใช่ลกั ษณะของ เพลงพ้นื บา้ น
ก. ใชค้ าพ้นื บา้ นและใชภ้ าษาพดู ได้
ข. มีคาสมั ผสั คลอ้ งจอง
ค. เรื่องมีความทนั สมยั
ง. มีการยวั่ เยา้ กระเซา้ แหย่
๒. คาวา่ “คร้ืนเครง” ขอ้ ใดไมถ่ ูกตอ้ งกบั ความหมายของคา
ก. สนุกสนาน
ข. สรวลเสเฮฮา
ค. คึกคร้ืน
ง. ตื่นเตน้
๓. ขอ้ ใด ไม่ใช่ เพลงพ้ืนบา้ น
ก. เพลงลูกทุ่ง
ข. เพลงเรือ
ค. เพลงเก่ียวขา้ ว
ง. เพลงฉ่อย
๔. เพลงอีแซว เป็ นเพลงพ้ืนบา้ นของภาคใด
ก. ภาคเหนือ
ข. ภาคกลาง
ค. ภาคใต้
ง. ภาคอีสาน
๕. เพลงอีแซว เล่นกนั ในที่ใดบา้ ง
ก. ในไร่ในนา
ข. งานเทศกาลนกั ขตั ฤกษ์
ค. งานวดั
ง. ถูกทุกขอ้
๗
๖. เพลงอีแซว ตา่ งจากเพลงฉ่อยหรือเพลงเรืออยา่ งไร
ก. คาร้อง
ข. ทานองการร้อง
ค. ทานองการรับของลูกคู่
ง. ขอ้ ข และ ค ถูก
๗. แหล่งรวมเพลงท่ีใหญ่ที่สุด อยทู่ ่ีใด
ก. วดั ป่ า
ข. วดั ป่ าเลไลย์
ค. วดั ประตูสาร
ง. ถูกทุกขอ้
๘. คาวา่ โฆษก หมายถึงอะไร
ก. ผรู้ ้าย
ข. ผเู้ คารพ
ค. ผปู้ ระกาศ
ง. ผเู้ ล่านิทาน
๙. ขอ้ ใดไม่ใช่เวลาในการละเล่นเพลงพ้ืนบา้ นเพ่ือความสนุกสนาน
ก. งานเก่ียวขา้ ว
ข. งานสงกรานต์
ค. งานเขา้ พรรษา
ง. เสร็จจากงาน
๑๐. ขอ้ ใดไม่ถูกตอ้ งเก่ียวกบั เพลงพ้นื บา้ น
ก. ภาคเหนือมีเพลงค่าวซอ คา่ วธรรม
ข. ภาคอีสานมีเพลงลาแคน ลาเพลิน ลิเกโคราช
ค. ภาคใตม้ ีลิเกฮูลู หนงั ตะลุง โนรา
ง. ภาคกลางมีละครนอก ละครใน
๘
เฉลย แบบทดสอบก่อนเรียน เร่ือง ครื้นเครงเพลงพืน้ บ้าน
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนทาเคร่ืองหมาย × ทบั ตวั อกั ษร ก ข ค ง ท่ีถูกที่สุดเพยี งขอ้ เดียว
๑ . ขอ้ ใดไม่ใช่ลกั ษณะของ เพลงพ้นื บา้ น
ก. ใชค้ าพ้นื บา้ นและใชภ้ าษาพดู ได้
ข. มีคาสมั ผสั คลอ้ งจอง
ค. เรื่องมีความทนั สมยั
ง. มีการยว่ั เยา้ กระเซา้ แหย่
๒. คาวา่ “คร้ืนเครง” ขอ้ ใดไมถ่ ูกตอ้ งกบั ความหมายของคา
ก. สนุกสนาน
ข. สรวลเสเฮฮา
ค. คึกคร้ืน
ง. ตื่นเตน้
๓. ขอ้ ใด ไม่ใช่ เพลงพ้ืนบา้ น
ก. เพลงลูกทุ่ง
ข. เพลงเรือ
ค. เพลงเก่ียวขา้ ว
ง. เพลงฉ่อย
๔. เพลงอีแซว เป็ นเพลงพ้ืนบา้ นของภาคใด
ก. ภาคเหนือ
ข. ภาคกลาง
ค. ภาคใต้
ง. ภาคอีสาน
๕. เพลงอีแซว เล่นกนั ในที่ใดบา้ ง
ก. ในไร่ในนา
ข. งานเทศกาลนกั ขตั ฤกษ์
ค. งานวดั
ง. ถูกทุกขอ้
๙
๖. เพลงอีแซว ต่างจากเพลงฉ่อยหรือเพลงเรืออยา่ งไร
ก. คาร้อง
ข. ทานองการร้อง
ค. ทานองการรับของลูกคู่
ง. ขอ้ ข และ ค ถูก
๗. แหล่งรวมเพลงท่ีใหญท่ ่ีสุด อยทู่ ่ีใด
ก. วดั ป่ า
ข. วดั ป่ าเลไลย์
ค. วดั ประตูสาร
ง. ถูกทุกขอ้
๘. คาวา่ โฆษก หมายถึงอะไร
ก. ผรู้ ้าย
ข. ผเู้ คารพ
ค. ผปู้ ระกาศ
ง. ผเู้ ล่านิทาน
๙. ขอ้ ใดไม่ใช่เวลาในการละเล่นเพลงพ้นื บา้ นเพ่ือความสนุกสนาน
ก. งานเกี่ยวขา้ ว
ข. งานสงกรานต์
ค. งานเขา้ พรรษา
ง. เสร็จจากงาน
๑๐. ขอ้ ใดไม่ถูกตอ้ งเก่ียวกบั เพลงพ้ืนบา้ น
ก. ภาคเหนือ มีเพลงคา่ วซอ คา่ วธรรม
ข. ภาคอีสาน มีเพลงลาแคน ลาเพลิน ลิเกโคราช
ค. ภาคใต้ มีลิเกฮูลู หนงั ตะลุง โนรา
ง. ภาคกลาง มีละครนอก ละครใน
๑๐
ใบงาน
ช่ือ………………………นามสกุล……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง นกั เรียนตอบคาถามตอ่ ไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง
๑. นกั เรียนคิดวา่ คาวา่ “เพลงพ้นื บา้ น” มีหมายความวา่ อยา่ งไร
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
๒. นกั เรียนคิดวา่ “เพลงพ้ืนบา้ น” มีอะไรบา้ ง และในทอ้ งถ่ินของนกั เรียนมีการละเล่นเพลงพ้นื บา้ น
อะไรบา้ ง
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
๓. นกั เรียนคิดวา่ เพลงพ้ืนบา้ น ในชุมชนหรือทอ้ งถ่ินแต่ละภาค มีความเหมือนกนั หรือแตกต่างกนั อยา่ งไร
บา้ ง ยกตวั อยา่ งประกอบ
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
๔. ลกั ษณะของ “เพลงพ้นื บา้ น” เป็นอยา่ งไร
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
๕. “ลกั ษณะของ “เพลงทวั่ ไป” เป็นอยา่ งไร
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
๑๑
เฉลย ใบงาน
ชื่อ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง นกั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง
๑. ลกั ษณะของ “เพลงพ้นื บา้ น” เป็นอยา่ งไร
มีคาคลอ้ งจอง มีการเล่นโตต้ อบกนั ระหวา่ งพอ่ เพลงแมเ่ พลง มีการเยา้ แหยก่ นั ถามทุกขส์ ุก และเกี่ยว
พาราสีกนั มีลูกคู่ร้องรับ ทาท่าทางและปรบมือเป็ นจงั หวะ
๒. “เพลงพ้นื บา้ น” คืออะไร และในทอ้ งถิ่นของนกั เรียนมีการละเล่นเพลงพ้ืนบา้ น อะไรบา้ ง
คือ การละเล่นของคนในแตล่ ะทอ้ งถิ่น ร้องกนั เล่นในยามท่ีเสร็จงานหรืองานประเพณี เช่นหมอลา
เพลงโคราช
๓. นกั เรียนคิดวา่ เพลงพ้นื บา้ น ในชุมชนหรือทอ้ งถ่ินแตล่ ะภาค มีความเหมือนกนั หรือแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
บา้ ง ยกตวั อยา่ งประกอบ
มีความตา่ งกนั ท้งั ๔ ภาค เช่น ภาคใตแ้ ละภาคอีสานสาเนียงภาษาต่างกนั ภาคอีสานเล่นหมอลา ภาค
กลางเล่นเพลงฉ่อย เป็นตน้
๔. ลกั ษณะของ “เพลงพ้นื บา้ น” เป็นอยา่ งไร
เป็นเพลงท่ีนิยมร้องเล่นเพ่อื ความสนุกสนานรื่นเริงในยามท่ีเสร็จจากงานหรืองานในประเพณี เช่น งาน
เก่ียวขา้ ว งานสงกรานต์ งานทาบุญต่างๆ
๕. ลกั ษณะของ “เพลงทวั่ ไป” เป็นอยา่ งไร
มีความทนั สมยั เปล่ียนแปลงไปตามยคุ สมยั
๑๒
เกณฑ์การประเมนิ สาหรับประเมนิ ผลงานของผู้เรียน
( Rubric Assessment)
ระดับคะแนน
เกณฑ์การประเมิน ๒ (ดี) ๑ (ปานกลาง) ๐ (ปรับปรุง)
๑. สนใจร่วม กระตือรือร้นสนใจร่วม กระตือรือร้นสนใจร่วม ร่วมกิจกรรมเมื่อ
กิจกรรม กิจกรรม พร้อมท้งั ชกั ชวน กิจกรรม ไดร้ ับคาส่ังหรือถูก
๒. มีความสนใจใน ใหผ้ อู้ ื่นปฏิบตั ิตามได้ บงั คบั
เรื่องที่เรียน มีความกระตือรือร้นปฏิบตั ิ สนใจศึกษาคน้ ควา้ หา ปฏิบตั ิตนในเร่ืองที่
ในเรื่องท่ีเรียน สนใจ ขอ้ มูลดว้ ยตนเองและ เรียน ศึกษาคน้ ควา้
๓. กลา้ แสดงออก ศึกษาคน้ ควา้ หาขอ้ มูล นาไปปฏิบตั ิ เม่ือไดร้ ับคาสัง่
นาไปปฏิบตั ิพร้อมท้งั
๔. ตอบคาถามและ ชกั ชวนใหผ้ อู้ ่ืนปฏิบตั ิตาม ร่วมกิจกรรมเมื่อ
แสดงเหตุผล มีความกระตือรือร้น กลา้ มีความกระตือรือร้น ไดร้ ับคาสง่ั หรือถูก
แสดงออกในการร่วม กลา้ แสดงออกในการ บงั คบั
๕. มีความสามคั คี กิจกรรม พร้อมท้งั ชกั ชวน ร่วมกิจกรรม
ใหผ้ อู้ ื่นปฏิบตั ิตามได้ ตอบคาถามได้
ตอบคาถามและแสดงเหตุ ตอบคาถามและแสดง ตอ่ เน่ืองครบถว้ น
ผลไดต้ อ่ เน่ืองครบถว้ น เหตุผลไดต้ อ่ เนื่อง สัมพนั ธ์กบั หวั ขอ้ ท่ี
สมั พนั ธ์กบั หวั ขอ้ ท่ีกาหนด ครบถว้ น สมั พนั ธ์กบั กาหนดแต่ยงั ไม่
และตอบคาถามไดถ้ ูกตอ้ ง หวั ขอ้ ท่ีกาหนด สามารถแสดง
เหตุผลประกอบได้
กระตือรือร้นศึกษา คน้ ควา้ ศึกษา คน้ ควา้ ทางาน ศึกษา คน้ ควา้
ทางานดว้ ยความชื่นชอบ ตามที่ผอู้ ื่นบอกหรือทา ทางานเม่ือไดร้ ับ
สนุก สนาน และสามารถ ตามคาชกั ชวนของเพื่อน คาสง่ั หรือถูกบงั คบั
ชกั ชวนใหผ้ อู้ ่ืนปฏิบตั ิตาม
๑๓
แบบประเมินพฤตกิ รรมและผลงานระหว่างเรียน
ความหมาย
๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )
๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )
๓. ความมีวินัย หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด
สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงตอ่ เวลา ( A,K )
๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาท่ีใช้
เหมาะสม (P – Product, K)
๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานได้ตามลาดบั และเน้ือหา
ถูกตอ้ ง ( P – Process, K )
เกณฑ์การประเมนิ
๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี
๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง
ชื่อ-สกลุ ความต้งั ใจ ความร่วมมือ ความมีวนิ ยั คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
(๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)
เด็กหญิงวราภรณ์ หดั เอียด
เด็กหญิงภคั จิรา เตะ๊ ยอ่
เด็กชายธีรกร แกว้ จิตตะ
เด็กหญิงอนุศรา แกว้ นพรัตน์
เดก็ ชายซาอุดี ราชการ
เดก็ ชายธนวฒั บินดุเหล็ม
เด็กชายศรัณ ละซอ
เด็กชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่
เด็กชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ
เดก็ หญิงอจั ฉารีญา เมาะสนิ
เดก็ หญิงนิชานนั ท์ ดารากยั
เดก็ หญิงนิสรีน หีมเกะ
เดก็ หญิงอสั มา แวยาเงา๊ ะ
เดก็ หญิงขวญั จิรา ติเอียดยอ่
เด็กชายพายุ สุวรรณโณ
เด็กชายสิทธิโชค สุวรรณโน
๑๔
แบบประเมินชิ้นงาน
รายชื่อสมาชิกกลุ่ม
๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….
ชิ้นงานเรื่อง……………………..
เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน ๓ ๔ ๕ คะแนนท่ีได้
๑๒
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง
ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๑๕
เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม
ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญ่มี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน
๒. การแบง่ หนา้ ที่ กระจายงานได้อย่างทวั่ ถึง กระจายงานได้ทั่วถึง กระจายงานไมท่ วั่ ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี
ท่ีไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ
๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม
เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย
มอบหมาย ตามระยะเวลาท่ี ที่กาหนด
กาหนด
ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน
ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่
ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน
ผลงานเป็ นระยะ
๑๖
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
ท่ี รายการประเมิน คะแนน
๓ ๒ ๑ ขอ้ คิดเห็น
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน
รวม
เกณฑ์การประเมิน ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
๑๑ – ๑๒
๘ – ๑๐ ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๕–๗
๐–๔ = ดีมาก
= ดี
= พอใช้
= ปรับปรุง
๑๗
แผนการจดั การเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ภาษาพาท)ี ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๒ เร่ือง ครื้นเครงเพลงพืน้ บ้าน เวลาเรียน ๘ ชั่วโมง
แผนการเรียนรู้ท่ี ๒ เรื่อง คดิ วเิ คราะห์ด้วยแผนภาพโครงเรื่อง เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง
สอนวนั ท…่ี ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจ
แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวิตและมีนิสยั รักการอา่ น
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียน
เร่ืองราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพูดแสดงความรู้ ความคิด
และความรู้สึกในโอกาสต่างๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์
ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป ๖/๔ แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองท่ีอ่าน
ท ๑.๑ ป ๖/๕ อธิบายการนาความรู้และความคิดจากเร่ืองที่อา่ นไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการ
ดาเนินชีวติ
ท ๒.๑ ป ๖/๓ เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพ่ือใชพ้ ฒั นางานเขียน
ท ๒.๑ ป ๖/๙ มีมารยาทในการเขียน
ท ๓.๑ ป ๖/๑ พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจจุดประสงคข์ องเรื่องที่ฟังและดู
สาระสาคัญ
การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง จะช่วยใหน้ กั เรียนเขา้ ใจเร่ืองและจาเรื่องท่ีอา่ นไดแ้ ม่นยายงั เป็นการ
ช่วยฝึกทกั ษะ และพฒั นาในดา้ นการเขียน การพูดต่อไป
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. การเขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิด K
๒. เขียนแผนภาพโครงเร่ืองที่อ่าน P
๓. การพูดแสดงความรู้ ความเขา้ ใจในจุดประสงคข์ องเรื่องที่ฟังและดูจากส่ือต่างๆ P
๔. มีมารยาทในการเขียน A
๑๘
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซื่อสตั ยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งมน่ั ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. นกั เรียนเล่นเกม “เกมแข่งขนั กนั ต่อเรื่อง”
ข้นั กระบวนการเรียนรู้
๒. สนทนาทบทวนเร่ือง “คร้ืนเครงเพลงพ้นื บา้ น” โดยนกั เรียนช่วยกนั เล่าเรื่องลาดบั
เหตุการณ์สาคญั สรุปใจความสาคญั และขอ้ คิดจากบทเรียน
๓. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปแนวคิดของบทเรียน
๔. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายวเิ คราะห์โครงเรื่องตามเหตุการณ์สาคญั ของเร่ือง
๕. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม ๔ กลุ่ม โดยคละกนั ตามความสามารถ เก่ง ปานกลาง ออ่ น จากน้นั ครู
อธิบายวธิ ีการเขียนแผนภาพโครงเรื่องใหน้ กั เรียนฟัง
๖. นกั เรียนซกั ถามแสดงความคิดเห็น อภิปรายสรุปร่วมกนั เกี่ยวกบั หลกั ในการเขียนแผนภาพ
โครงเร่ือง
๗. นกั เรียนทุกกลุ่มอา่ นในใจ จากหนงั สือเรียนภาษาไทย ชุดภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖
หน่วยท่ี ๙ แลว้ ร่วมกนั เขียนแผนภาพโครงเร่ือง
๘. ตวั แทนนกั เรียนแตล่ ะกลุ่ม นาเสนอผลงานการเล่าเร่ืองตามแผนภาพโครงเรื่องหนา้ ช้นั เรียน
๙. นกั เรียนแต่ละกลุ่มไดน้ าไปเปรียบเทียบ ปรับปรุงแกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง และนาผลงานกลุ่ม
ไปติดแสดงไวท้ ่ีป้ายนิเทศ เพ่อื ใหน้ กั เรียนทุกคนไดศ้ ึกษา
๑๐. นกั เรียนทาใบงาน
ข้นั สรุป
๑๑. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปบทเรียน เร่ือง การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง และแนวทาง
ปฏิบตั ิท่ีถูกตอ้ งในการเล่าเร่ือง
\
๑๙
ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
๑. ใบงาน
๒. แบบเรียนภาษาไทย ชุดภาษาเพือ่ ชีวติ ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ เล่ม ๑
กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล
๑.วธิ ีการ
๑.๑ สังเกต
๑.๑.๑ การฟัง การพดู
๑.๑.๒ การอา่ น
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๒.เครื่องมือการวดั และประเมนิ ผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบสงั เกตพฤติกรรม
๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑร์ ้อยละ ๘๐ ข้ึนไป
บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตัวชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง - คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
๒๐
กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………...............…………
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………….........................
ความเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
ลงช่ือ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............
บันทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ที่เกิดข้ึนกบั ผเู้ รียน
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………...............................................…………
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./…………
๒๑
เกม “แข่งขันกนั ต่อเร่ือง
อุปกรณ์
- ขอ้ ความที่ครูเตรียมมาเป็ นเหตุการณ์ในเร่ือง เดียวกนั มีเน้ือเรื่องต่อเน่ืองกนั แต่ไดจ้ ดั คละกนั ไว้
จดั ทาไวเ้ ป็น ๒ ชุด – นกหวดี – นาฬิกาจบั เวลา
วธิ ีการเล่นเกม มีดงั น้ี
๑. แบง่ นกั เรียนออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มละ ประมาณ ๑๐ – ๑๕ คน
๒. ครูอธิบายกติกาการเล่นโดย
- ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มมารับขอ้ ความซ่ึงเป็นขอ้ ความชนิดเดียวกนั กลุ่มละ ๑ ชุด
- ครูจะใหเ้ วลาเล่นเกมประมาณ ๑๐ นาที โดยจะใหส้ ัญญาณเริ่มเล่นดว้ ยการ
เป่ านกหวดี และใหส้ ัญญาณหยดุ เล่นดว้ ยการเป่ านกหวีดเช่นกนั
- เม่ือไดย้ ินสญั ญาณใหน้ กั เรียนเร่ิมเล่นเกมทนั ที โดยการจดั ลาดบั ขอ้ ความที่ไดร้ ับ
ใหเ้ น้ือความต่อเนื่องกนั จากขอ้ ความท่ีนกั เรียนคิดวา่ น่าจะอยอู่ นั ดบั แรก หรือ
เริ่มตน้ ไปจนถึงขอ้ ความที่คิดวา่ น่าจะอยสู่ ุดทา้ ย
- ใหน้ กั เรียนช่วยกนั เขียนเร่ืองราวเพิ่มเติมจากขอ้ ความแรกจนถึงขอ้ ความสุดทา้ ย
ใหเ้ ป็นเรื่องราวท่ีสัมพนั ธ์ตอ่ เน่ืองกนั
- เมื่อไดย้ นิ สัญญาณหมดเวลา ใหต้ วั แทนของกลุ่มมาจบั สลากกนั ออกมารายงาน
โดยเล่าเรื่องใหเ้ พ่อื น ๆ ฟัง
- ใหแ้ ต่ละกลุ่มติดขอ้ ความที่ไดร้ ับและส่วนที่ไดต้ ่อเติมแตง่ ต่อเร่ืองราวเสร็จไว้
บนกระดานดาใหเ้ พือ่ นดู
จากน้นั ครูนาขอ้ ความมาเฉลยใหน้ กั เรียนดู แลว้ พจิ ารณาวา่ กลุ่มใดลาดบั เรื่องไดถ้ ูก และตอ่ เติมได้
ดีสมบูรณ์เหมาะสม เป็นฝ่ ายชนะ
ข้อเสนอแนะ
๑. เกมน้ีอาจนามาดดั แปลง ใชเ้ ป็นแบบฝึกหดั ในการเขียนเรียบเรียงขอ้ ความหรือ
ประโยชนห์ รือฝึกการเขียนเรียบเรียงความได้
๒. เม่ือเกมจบลงหรือหมดเวลา ครูกพ็ ดู โยงเขา้ สู่บทเรียนตอ่ ไป
๒๒
ใบงาน
เร่ือง การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง
ชื่อ……………….......………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนแผนภาพโครงเร่ือง “เร่ือง ครื้นเครงเพลงพืน้ บ้าน”
ตัวละครสาคัญ……………………………………………………………………………………….............
ตวั ละครประกอบ……………………………………………………………………………………............
เรื่องเกดิ ขึน้ ทไ่ี หน…………………………………………………………………………………............…
ปัญหาที่เกิดข้ึนในเรื่อง………………………………………………………………………….............……
เหตุการณ์ท่ี……………………………………………………………………………….............……..……
สถานท่ี………………………………………………………………………………………..............……...
ตวั ละคร…………………………………………………………………………………..............……….….
การกระทา........................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
ผลของการกระทา............................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
๒๓
เหตุการณ์ท่ี……………………………………………………………………………….............……..……
สถานท่ี…………………………………………………………………………………..............…………...
ตวั ละคร…………………………………………………………………………………..............……….….
การกระทา........................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
ผลของการกระทา............................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
ขอ้ คิดท่ีได…้ ……………………………………………………………………………............……………
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
๒๔
เฉลยใบงาน
เร่ือง การเขยี นแผนภาพโครงเรื่อง
ช่ือ…………………........……นามสกุล……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนแผนภาพโครงเรื่อง “เรื่อง ครื้นเครงเพลงพืน้ บ้าน”
ตัวละครสาคัญ พกิ ุล
ตัวละครประกอบ อานวลเสน่ห์ ขอทาน
เรื่องเกดิ ขึน้ ทไี่ หน สวนสาธารณะ
ปัญหาที่เกิดข้ึนในเรื่อง เสียงเพลงที่มีทานองน่าฟังของขอทาน
เหตุการณ์ท่ีเกิด
การจดั งานแสดงเพลงพ้นื บา้ น
ผลของการกระทา
ข้อคดิ ทไ่ี ด้จากเร่ือง
เพลงพ้ืนบา้ นเป็นภูมิปัญญาทางภาษาที่ควรรักษาไว้
๒๕
แบบประเมนิ พฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน
ความหมาย
๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )
๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )
๓. ความมีวินัย หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด
สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงตอ่ เวลา ( A,K )
๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาท่ีใช้
เหมาะสม (P – Product, K)
๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานได้ตามลาดบั และเน้ือหา
ถูกตอ้ ง ( P – Process, K )
เกณฑ์การประเมนิ ๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี
๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง
ความต้งั ใจ ความ ความมี คุณภาพของ การนาเสนอ รวม
ชื่อ-สกุล (๔) ร่วมมือ วนิ ยั ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)
(๔) (๔)
เดก็ หญิงวราภรณ์ หดั เอียด
เด็กหญิงภคั จิรา เตะ๊ ยอ่
เดก็ ชายธีรกร แกว้ จิตตะ
เด็กหญิงอนุศรา แกว้ นพรัตน์
เด็กชายซาอุดี ราชการ
เดก็ ชายธนวฒั บินดุเหล็ม
เด็กชายศรัณ ละซอ
เดก็ ชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่
เดก็ ชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ
เด็กหญิงอจั ฉารีญา เมาะสนิ
เดก็ หญิงนิชานนั ท์ ดารากยั
เดก็ หญิงนิสรีน หีมเกะ
เด็กหญิงอสั มา แวยาเง๊าะ
เด็กหญิงขวญั จิรา ติเอียดยอ่
เดก็ ชายพายุ สุวรรณโณ
เดก็ ชายสิทธิโชค สุวรรณโน
๒๖
แบบประเมินชิ้นงาน
รายชื่อสมาชิกกลุ่ม
๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….
ชิ้นงานเรื่อง……………………..
เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน ๓ ๔ ๕ คะแนนท่ีได้
๑๒
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง
ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๒๗
เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม
ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญ่มี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน
๒. การแบ่งหนา้ ท่ี กระจายงานได้อย่างทว่ั ถึง กระจายงานได้ทั่วถึง กระจายงานไมท่ ว่ั ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี
ที่ไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ
๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม
เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย
มอบหมาย ตามระยะเวลาท่ี ท่ีกาหนด
กาหนด
ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไม่มีส่วน
ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่
ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน
ผลงานเป็ นระยะ
๒๘
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
ท่ี รายการประเมิน คะแนน
๓ ๒ ๑ ขอ้ คิดเห็น
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน
รวม
เกณฑ์การประเมิน ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
๑๑ – ๑๒
๘ – ๑๐ ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๕–๗
๐–๔ = ดีมาก
= ดี
= พอใช้
= ปรับปรุง
๒๙
แผนการจัดการเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
เวลาเรียน ๘ ช่ัวโมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ภาษาพาท)ี เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๒ เรื่อง ครื้นเครงเพลงพืน้ บ้าน
แผนการเรียนรู้ท่ี ๓ เรื่อง ชวนคิดพนิ ิจภาษา
สอนวนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจ
แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวติ และมีนิสัยรักการอ่าน
สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป ๖/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป ๖/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความที่เป็นโวหาร
ท ๔.๑ ป ๖/๑ วเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ท่ีของคาในประโยค
ท ๔.๑ ป ๖/๒ ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล
สาระสาคญั
การเรียนรู้คา คายาก ขอ้ ความและสานวนภาษาไทยในบทเรียนและนาไปใชใ้ หถ้ ูกตอ้ ง ถือเป็นการ
พฒั นาทกั ษะทางภาษาที่ผเู้ รียนควรไดร้ ับการฝึกฝน เพ่ือพฒั นาทกั ษะใหถ้ ูกตอ้ ง จึงจะทาใหก้ ารเรียนรู้ภาษา
เป็นไปดว้ ยดีและเกิดการพฒั นาตามมา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง K
๒. อ่าน และเขียนคา คายาก ขอ้ ความ และสานวนในบทเรียน P
๓. นาคา คายาก ขอ้ ความและสานวนภาษาในบทเรียนไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ P
๔. วเิ คราะห์ชนิดของคาในบทเรียน P
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซ่ือสัตยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๓๐
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุ่งมนั่ ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. นกั เรียนเล่มเกม “การเลือกใชค้ าแตง่ ประโยค”
ข้นั กระบวนการเรียนรู้
๒. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม ๔ กลุ่ม โดยคละกนั ตามความสามารถ เก่ง ปานกลาง อ่อน
๓. นาบตั รคาใหม่และคายากในบทเรียน ติดที่กระดานหนา้ ช้นั เรียนและใหน้ กั เรียนทุกคนฝึกอ่าน
ร่วมกนั อภิปรายความหมายบนั ทึกลงสมุด
๔. แจกบตั รคาใหม่คายากในบทเรียนใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มไดศ้ ึกษาและฝึกอ่าน
๕. นกั เรียนทุกกลุ่มหาคาใหม่ศพั ทจ์ ากบทที่ ๙ แลว้ ช่วยกนั แต่งประโยคใหม่ โดยไมใ่ หซ้ ้ากนั
กลุ่มละ ๕ คา แลว้ บนั ทึกลงสมุด
๖. ตวั แทนนกั เรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนองานหนา้ ช้นั เรียน
๗. นกั เรียนทาใบงาน
ข้นั สรุป
๘. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจผลงานของแต่ละกลุ่ม พร้อมท้งั อภิปรายสรุป การเลือกใชค้ าให้
ถูกตอ้ งตามความหมาย ปรบมือและกล่าวใหค้ าชมเชยกลุ่ม ท่ีแตง่ ประโยคไดถ้ ูกตอ้ ง
สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
๑. ใบความรู้
๒. แบบเรียนภาษาไทย ชุดภาษาเพอื่ ชีวติ
๓. ใบงาน
๔. เกม “การเลือกใชค้ าแต่งประโยค”
๕. หนงั สือเรียนภาษาไทย ชุดภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖
๖. แบบฝึกหดั ภาษาไทย ชุดทกั ษะภาษา ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖
๗. บตั รคา
กระบวนการวดั ผลและประเมินผล
๑.วธิ ีการ
๑.๑ สังเกต
๑.๑.๑ การฟัง การพูด
๓๑
๑.๑.๒ การอ่าน
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๒.เครื่องมือการวดั และประเมินผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบสงั เกตพฤติกรรม
๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมินผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป
บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตวั ชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง - คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
กจิ กรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ความเหน็ ของผ้อู านวยการโรงเรียน
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............
๓๒
บันทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนกบั ผเู้ รียน
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….
๓๓
เกม การเลือกใช้คาแต่งประโยค
จุดประสงค์
เลือกใชค้ าแต่งประโยคไดถ้ ูกตอ้ งตามความหมาย
อปุ กรณ์
กระดานดา
ชอลค์
วธิ ีเล่น
1. แบง่ นกั เรียนออกเป็นกลุ่ม แตล่ ะกลุ่มไม่ควรต่ากวา่ ๔ คน
2. แบ่งพ้นื ที่กระดานดาออกเป็ นส่วน ๆ มอบพ้นื ที่ใหแ้ ต่ละกลุ่มรับผดิ ชอบ
3. ใหแ้ ต่ละกลุ่มที่พร้อมที่จะเล่นอยหู่ ่างจากกระดานดาในระยะที่เทา่ กนั และมอบชอลก์
ใหก้ บั ทุกกลุ่ม
4. ครูใหส้ ญั ญาณเริ่มการเล่นเกม ตวั แทนนกั เรียนแต่ละกลุ่มรีบออกมาหนา้ กระดานดา
เขียนคาลงบนกระดานดา ๑ คา แลว้ รีบกลบั เขา้ กลุ่มส่งชอลก์ ใหเ้ พ่อื นคนต่อไปออกไปเขียนคาจนถึงคน
สุดทา้ ย ใหเ้ รียงคาหรือเชื่อมคา ที่เพ่ือนเขียนไวใ้ หเ้ ป็ นประโยค เช่น
คนที่ ๑ คนที่ ๒ คนที่ ๓ คนที่ ๔ คนท่ี ๕
ยาย ใบตอง ใช้ อาหาร ห่อ
5. กลุ่มที่เขียนไดร้ วดเร็ว ส่ือความถูกตอ้ ง เรียงประโยคไดส้ ละสลวย เป็นผชู้ นะ
การวดั ประเมนิ ผล
พิจารณาจากความสามคั คี การเขียนคาถูกตอ้ ง ส่ือความได้ เรียงประโยคถูกตอ้ ง
สละสลวย
๓๔
บัตรคา
ครื้นเครง เพลงพืน้ บ้าน พลศึกษา
สารวจ อนุญาต สภาพ
พฤกษา เจรจา อาสาสมคั ร
พระสังข์ อภัย ขนมจีน
รจนา คู่นวล ศิลปิ น
๓๕
ใบงานท่ี ๑
ชื่อ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่ม นาคาศพั ท์ ไปแตง่ ประโยคใหถ้ ูกตอ้ ง
๑. คร้ืนเครง
แต่งประโยค......................................................................................................................................
๒. เพลงพ้ืนบา้ น
แตง่ ประโยค......................................................................................................................................
๓. โฆษก
แตง่ ประโยค......................................................................................................................................
๔. จงั หวะ
แตง่ ประโยค......................................................................................................................................
๕. ขอทาน
แตง่ ประโยค......................................................................................................................................
๖. ไหวพริบ
แตง่ ประโยค......................................................................................................................................
๗. ชาวนา
แตง่ ประโยค......................................................................................................................................
๘. ประกาศ
แต่งประโยค......................................................................................................................................
๙. เพลิดเพลิน
แต่งประโยค......................................................................................................................................
๑๐. สนุกสนาน
แต่งประโยค......................................................................................................................................
๓๖
เฉลยใบงานที่ ๑
ช่ือ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่ม นาคาศพั ท์ ไปแต่งประโยคใหถ้ ูกตอ้ ง
( อยใู่ นดุลพินิจของครู )
๓๗
แบบประเมินพฤตกิ รรมและผลงานระหว่างเรียน
ความหมาย
๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )
๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )
๓. ความมีวินัย หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด
สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงตอ่ เวลา ( A,K )
๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาที่ใช้
เหมาะสม (P – Product, K)
๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานได้ตามลาดบั และเน้ือหา
ถูกตอ้ ง ( P – Process, K )
เกณฑ์การประเมนิ ๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี
๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง
ความต้งั ใจ ความ ความมี คุณภาพ การ รวม
ชื่อ-สกลุ (๔) ร่วมมือ วนิ ยั ของผลงาน นาเสนอ (๒๐)
(๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔)
เดก็ หญงิ วราภรณ์ หดั เอยี ด
เด็กหญิงภัคจริ า เตะ๊ ยอ่
เด็กชายธรี กร แก้วจิตตะ
เดก็ หญงิ อนุศรา แก้วนพรตั น์
เดก็ ชายซาอดุ ี ราชการ
เดก็ ชายธนวัฒ บนิ ดุเหลม็
เด็กชายศรณั ละซอ
เด็กชายฮัสซาน ตเิ อยี ดยอ่
เด็กชายอัจฉริยะ เมาะสนิ
เด็กหญงิ อจั ฉารญี า เมาะสนิ
เดก็ หญงิ นิชานนั ท์ ดารากัย
เด็กหญงิ นสิ รนี หีมเกะ
เดก็ หญิงอสั มา แวยาเงา๊ ะ
เด็กหญิงขวัญจริ า ติเอียดย่อ
เด็กชายพายุ สุวรรณโณ
เดก็ ชายสทิ ธิโชค สุวรรณโน
๓๘
แบบประเมินชิ้นงาน
รายชื่อสมาชิกกลุ่ม
๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….
ชิ้นงานเร่ือง……………………..
เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน ๓ ๔ ๕ คะแนนท่ีได้
๑๒
๑. รูปแบบถูกตอ้ ง
๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม
๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ
๔. การใชค้ าเหมาะสม
๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง
ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๓๙
เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม
ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญ่มี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน
๒. การแบง่ หนา้ ที่ กระจายงานได้อย่างทวั่ ถึง กระจายงานได้ท่ัวถึง กระจายงานไมท่ วั่ ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี
ท่ีไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ
๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม
เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย
มอบหมาย ตามระยะเวลาท่ี ที่กาหนด
กาหนด
ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไม่มีส่วน
ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่
ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน
ผลงานเป็ นระยะ
๔๐
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
ท่ี รายการประเมิน คะแนน
๓ ๒ ๑ ขอ้ คิดเห็น
๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
๒. การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบ
๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน
รวม
เกณฑ์การประเมิน ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
๑๑ – ๑๒
๘ – ๑๐ ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๕–๗
๐–๔ = ดีมาก
= ดี
= พอใช้
= ปรับปรุง
๔๑
แผนการจัดการเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
เวลาเรียน ๘ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ภาษาพาท)ี เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๒ เร่ือง ครื้นเครงเพลงพืน้ บ้าน
แผนการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง ภูมใิ จภูมิปัญญาท้องถน่ิ
สอนวนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจ
แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย
อยา่ งเห็นคุณคา่ และนามา ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง
ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป ๖/๓ อ่านเร่ืองส้ันๆ อยา่ งหลากหลาย โดยจบั เวลาแลว้ ถามเก่ียวกบั เร่ืองที่อ่าน
ท ๑.๑ ป ๖/๔ แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองที่อ่าน
ท ๕.๑ ป ๖/๒ เล่านิทานพ้ืนบา้ นทอ้ งถ่ินตนเองและนิทานพ้ืนบา้ นของทอ้ งถ่ินอื่น
ท ๕.๑ ป ๖/๓ อธิบายคุณค่าของวรรณคดี และวรรณกรรมท่ีอ่านและนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง
สาระสาคญั
เพลงพ้ืนบา้ น คือภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน ที่บรรพบุรุษของแตล่ ะทอ้ งถ่ินไดแ้ ต่งเอาไว้ มีการร้องเพลง
และสืบทอดกนั มาหลายชว่ั อายคุ น จนหลายเพลงไม่รู้วา่ ใครเป็นคนแตง่ ท้งั น้ีเพราะไดร้ ้องตอ่ กนั มาเรื่อย ๆ
เราควรอนุรักษเ์ พลงพ้ืนบา้ นเอาไวใ้ หด้ ี เพื่อเป็ นการบูชาและเห็นคา่ ของภูมิปัญญาทอ้ งถ่ินของตนเอง
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. ลกั ษณะของเพลงพ้ืนบา้ น K
๒. รวบรวมเพลงพ้นื บา้ นในทอ้ งถิ่น P
๓. เล่านิทานพ้ืนบา้ นทอ้ งถ่ินตนเองและนิทานพ้ืนบา้ นของทอ้ งถ่ิน P
๔. นาคุณคา่ ของวรรณคดี และวรรณกรรมท่ีอา่ นและไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง A
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซื่อสตั ยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔๒
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุง่ มน่ั ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. ครูและนกั เรียนสนทนาทบทวนเก่ียวกบั เร่ือง เพลงพ้ืนบา้ น โดยครูต้งั คาถามใหน้ กั เรียนตอบ
คาถาม ดงั น้ี
- นกั เรียนรู้จกั เพลงพ้ืนบา้ นไหม
- นกั เรียนเคยร้องเพลงพ้ืนบา้ นไหม
- นกั เรียนเคยเห็น เคยไดย้ นิ คนแก่เฒ่าร้องเพลงพ้นื บา้ นไหม
- นกั เรียนคิดวา่ ใครเป็นคนแต่งเพลงพ้นื บา้ น
- นกั เรียนอยากทราบไหมวา่ ใครเป็นคนเก่งเพลงพ้นื บา้ น
ข้ันกระบวนการเรียนรู้
๒. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม ๔ กลุ่ม โดยคละกนั ตามความสามรถ เก่ง ปานกลาง อ่อน
๓. ครูแจกใบความรู้ เร่ือง เพลงพ้นื บา้ นใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มไดก้ ลุ่มศึกษา จนเขา้ ใจ
๔. แผนภูมิเพลงพ้ืนบา้ น (ภาคใดภาคหน่ึง) ติดท่ีกระเป๋ าผนงั และใหน้ กั เรียนทุกคนฝึกอา่ น สงั เกต
แลว้ ร่วมกนั อภิปราย แลว้ บนั ทึกลงสมุด
๕. หลงั จากที่นกั เรียนทุกกลุ่มศึกษาใบความรู้ แลว้ ใหร้ ่วมกนั สนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อทา
ความเขา้ ใจร่วมกนั
๖. ตวั แทนนกั เรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
๗. นกั เรียนแขง่ ขนั กนั เขียนช่ือเพลงพ้ืนบา้ นของแต่ละทอ้ งถิ่นบนกระดานดา กลุ่มใดเขียน
ไดม้ ากเขียนถูกตอ้ ง เป็ นฝ่ ายชนะ
๘. ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปบทเรียนจากการแข่งขนั กนั เขียนช่ือเพลงพ้นื บา้ น บนกระดาน
โดยใหน้ กั เรียนตอบคาถาม ดงั น้ี
- นกั เรียนรู้ไหมวา่ เพลงพ้นื บา้ นเหล่าน้ีเป็ นของภาคใดใด
- เพลงพ้ืนบา้ นเหล่าน้ีมีประโยชนอ์ ยา่ งไรบา้ ง
- นกั เรียนคิดวา่ จะนาเพลงพ้นื บา้ นเหล่าน้ีไปใชเ้ ป็ นประโยชนท์ างภาษาไดห้ รือไม่
๙. นกั เรียนทาใบงาน
๔๓
ข้ันสรุป
๑๐. ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุป การนาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียนนกั เรียนปรบมือและ
กล่าวใหค้ าชมเชย
ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบเรียนภาษาไทย ชุดภาษาเพือ่ ชีวติ
๒. ใบงาน
๓. แบบฝึกหดั ทกั ษะภาษา ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖
๔. ใบความรู้
๕. แผนภูมิเพลงพ้ืนบา้ น
กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล
๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพดู
๑.๑.๒ การอ่าน
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๒.เคร่ืองมือการวดั และประเมินผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบสังเกตพฤติกรรม
๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมินผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป
บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตัวชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง - คน คิดเป็นร้อยละ ..........
๔๔
กจิ กรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ความเหน็ ของผ้อู านวยการโรงเรียน
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............
บันทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ที่เกิดข้ึนกบั ผเู้ รียน
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
ปัญหา / อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…….…………………………………………………………………………………………………………
…….……………………..............................................................................................…………………
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
ลงช่ือ ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….
๔๕
ใบความรู้
เรื่อง เพลงพื้นบ้าน
เพลงพืน้ บ้าน เป็นท่ีนิยมร้องเล่นกนั ในยามที่เสร็จจากงานหรือในงานประเพณีที่มีคนหมู่มากมา
ร่วมกนั ทางาน เช่น งานเก่ียวขอ้ ง งานสงกรานต์ ฯลฯ เพ่อื ความสนุกสนานร่ืนเริง
เพลงพืน้ บ้านมีในทกุ ถนิ่ ทุกภาพ เช่น
ภาคเหนือ มี ค่าวซอ คา่ วธรรม
ภาคกลาง มี เพลงฉ่อย เพลงพวงมาลยั เพลงเกี่ยวขา้ ว เพลงอีแซว
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ มี ลาแคน ลาเพลิน ลิเกโคราช
ภาคใต้ มี ลิเกฮูลู หนงั ตะลุง โนรา
การกาหนดจานวนคา การใชค้ าสัมผสั และลกั ษณะการร้องของเพลงพ้นื บา้ น จะต่างกนั ตรง
ทานองและการร้องรับของลูกคู่ เช่น
กลอนเพลงพวงมาลยั
เพลงมวงมาลยั จะข้ึนตน้ เพลงในวรรคแรกวา่ “เออ้ ระเหยลอย…” คาท่ีตอ่ จะเป็ นคาใดกไ็ ด้ เช่น
เออ้ ระเหยลอยมา เออ้ ระเหยลอยไป เออ้ ระเหยลอยล่อง และจบดว้ ยวรรคแรกของบทสุดทา้ ยวา่ “พวงเจา้
เอ๋ย…” หรือ “เจา้ ช่อ…” คาที่ต่อจะเป็นคาที่สมั ผสั กบั ทา้ ยวรรคที่สองของบทก่อนบทสุดทา้ ย และลง
ทา้ ยวรรคท่ีสองของบทสุดทา้ ยวา่ “เอย”
แผนผงั ๐๐๐๐๐๐
๐๐๐๐๐๐
เออ้ ระเหยลอย ๐ ๐๐๐๐๐๐
๐๐๐๐๐๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ เอย
๐๐๐๐๐๐
พวงเจา้ เอ๋ย ๐ ๐
๔๖
เออ้ ระเหยลอยลม ช้นั ประถมปี ที่หกเศร้าใจ ๑ บทกลอน
ตอ้ งจากเพ่ือนท่ีแสนรัก
ตอ้ งจากครูบาอาจารย์ ยากจะหกั ความอาลยั ๑ บทกลอน
จากกนั เพราะเราเรียนจบ
พวงเจา้ เอ๋ยมาลยั สถานศึกษาใหร้ ้าวฤทยั ๑ บทกลอน
แลว้ จะพบกนั ไดเ้ มื่อไร ๑ บทกลอน
ตวั จากไปไกลใจไม่ห่างเอย…(ลูกคู่รับ)
เพลงพวงมาลยั บทหน่ึงจะมีความยาวก่ีคากลอนก็ได้
๑ คากลอนมี ๒ วรรค ในแตล่ ะวรรคมี ๖ คา ยกเวน้ วรรคแรกของบทตน้ จะมี ๕ คา
คาสมั ผสั คาสุดทา้ ยของวรรคหนา้ สัมผสั กบั คาที่ ๑ ,๒ หรือ ๓ ของวรรคหลงั คาทา้ ยของวรรค
หลงั ทุกคากลอนจะมีเสียงสระเดียวกนั จนจบบทเพลง
การร้องเล่นโตต้ อบระหวา่ งชาย – หญิง ลูกคูจ่ ะรับคากลอนแรก “เออ้ ระเหย..” และคากลอน
สุดทา้ ย “พวงเจา้ เอ๋ย…” หรือ “เจา้ ช่อ…” ท้งั คากลอนส่วนคากลอนอ่ืนลูกคู่จะรับ ๒ คาทา้ ยของวรรค
หลงั เท่าน้นั
๔๗
ใบงานที่ ๑
ชื่อ………………………นามสกุล……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนไปศึกษาความรู้เก่ียวกบั เพลงพ้ืนบา้ นจากแหล่งเรียนรู้ในชุมชนทอ้ งถ่ิน เช่น
สอบถามจากผรู้ ู้ ภูมิปัญญาในทอ้ งถิ่น ปราชญช์ าวบา้ น แลว้ รวบรวม จดบนั ทึก ทาเป็ น
สมุดรายงาน“เพลงพ้ืนบา้ นของพวกเรา”
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
๔๘
ใบงานท่ี ๒
ชื่อ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนคาคลอ้ งจอง ๔ พยางค์ ต่อจากคาท่ีกาหนดใหม้ ีความ
สมั พนั ธก์ นั
๑. ………………………………..โกรธา
๒. เตน้ แร้ง………………………………
๓. ระหก………………..………………
๔. ………………….………..อาจารย์
๕. เหง่ือไหล ………………………………
๖. ……………………….…………ราเคียว
๗. ……………….………………..กินปลา
๘. ทรวดทรง……………….……………..
๙. ชมนก…………..……………………
๑๐. อ่ิมหมี………………………………..
๔๙
ใบงานที่ ๓
ช่ือ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง เลือกเพลงพ้ืนบา้ นที่รู้จกั นามาเขียนเส้นโยงคาสัมผสั ระหวา่ งวรรคและเขียนแผนผงั
ตวั อย่าง เพลง “ลา มะลิลา” ส่วนนายนครน้นั อยากเป็นดารา (สร้อย)
พิเชษฐอ์ ยากเป็นนกั ฟุตบอล ชดชอ้ ยคมขาชอบทาการคา้ (สร้อย)
แกม้ แหม่มชอบร้องชอบรา
แผนผงั ๐๐๐๐๐๐๐
๐๐๐๐๐๐๐ ๐๐๐๐๐๐๐๐๐
๐๐๐๐๐๐
เพลง…………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………...........................…..............................................
แผนผงั
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………........................................................................
๕๐
เฉลยใบงานที่ ๑
ชื่อ………………………นามสกุล……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนไปศึกษาความรู้เกี่ยวกบั เพลงพ้นื บา้ นจากแหล่งเรียนรู้ในชุมชนทอ้ งถิ่น เช่น
สอบถามจากผรู้ ู้ ภูมิปัญญาในทอ้ งถิ่น ปราชญช์ าวบา้ น แลว้ รวบรวม จดบนั ทึก ทาเป็ น
สมุดรายงาน“เพลงพ้นื บา้ นของพวกเรา”
( อยใู่ นดุลพินิจของครู )
เฉลยใบงานท่ี ๒
ช่ือ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนคาคลอ้ งจอง ๔ พยางค์ ตอ่ จากคาท่ีกาหนดใหม้ ีความ
สัมพนั ธ์กนั
๑. โมโหโกรธา
๒. เตน้ แร้งเตน้ กา
๓. ระหกระเหิน
๔. ครูบาอาจารย์
๕. เหง่ือไหลไคลยอ้ ย
๖. เตน้ การาเคียว
๗. กินขา้ วกินปลา
๘. ทรวดทรงองเอว
๙. ชมนกชมไม้
๑๐. อ่ิมหมีพมี นั