The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๒
เรื่อง ครื้นเครงเพลงพื้นบ้าน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อภิชญา ญาดาพัชร์, 2021-06-27 10:22:57

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๒

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๒
เรื่อง ครื้นเครงเพลงพื้นบ้าน

๕๑

เฉลนใบงานท่ี ๓
ช่ือ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………
คาชี้แจง เลือกเพลงพ้นื บา้ นที่รู้จกั นามาเขียนเส้นโยงคาสัมผสั ระหวา่ งวรรคและเขียนแผนผงั

( อยใู่ นดุลพนิ ิจของครู )

๕๒

แบบประเมนิ พฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน

ความหมาย

๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )

๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )

๓. ความมีวินัย หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด

สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงตอ่ เวลา ( A,K )

๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาท่ีใช้

เหมาะสม (P – Product, K)

๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานได้ตามลาดบั และเน้ือหา

ถูกตอ้ ง ( P – Process, K )

เกณฑ์การประเมิน ๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี

๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง

ความต้งั ใจ ความ ความมี คุณภาพของ การนาเสนอ รวม

ชื่อ-สกลุ (๔) ร่วมมือ วนิ ยั ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)

(๔) (๔)

เดก็ หญิงวราภรณ์ หดั เอียด

เดก็ หญิงภคั จิรา เตะ๊ ยอ่

เดก็ ชายธีรกร แกว้ จิตตะ

เด็กหญิงอนุศรา แกว้ นพรัตน์

เด็กชายซาอุดี ราชการ

เดก็ ชายธนวฒั บินดุเหล็ม

เด็กชายศรัณ ละซอ

เดก็ ชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่

เดก็ ชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ

เด็กหญิงอจั ฉารีญา เมาะสนิ

เดก็ หญิงนิชานนั ท์ ดารากยั

เดก็ หญิงนิสรีน หีมเกะ

เด็กหญิงอสั มา แวยาเง๊าะ

เดก็ หญิงขวญั จิรา ติเอียดยอ่

เดก็ ชายพายุ สุวรรณโณ

เดก็ ชายสิทธิโชค สุวรรณโน

๕๓

แบบประเมินชิ้นงาน

รายชื่อสมาชิกกลุ่ม

๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….

ชิ้นงานเรื่อง……………………..

เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน ๓ ๔ ๕ คะแนนท่ีได้
๑๒

๑. รูปแบบถูกตอ้ ง

๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม

๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ

๔. การใชค้ าเหมาะสม

๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

๕๔

เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม

ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญ่มี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน

๒. การแบ่งหนา้ ที่ กระจายงานไดอ้ ย่างทว่ั ถึง กระจายงานได้ทั่วถึง กระจายงานไมท่ วั่ ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี
ที่ไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ

๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม

เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย

มอบหมาย ตามระยะเวลาที่ ที่กาหนด

กาหนด

ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วน

ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่

ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน

ผลงานเป็ นระยะ

๕๕

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

ท่ี รายการประเมิน คะแนน
๓ ๒ ๑ ขอ้ คิดเห็น

๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั

๒. การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบ

๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย

๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน

รวม

เกณฑ์การประเมิน ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
๑๑ – ๑๒
๘ – ๑๐ ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๕–๗
๐–๔ = ดีมาก
= ดี
= พอใช้
= ปรับปรุง

๕๖

แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๒ ครื้นเครงเพลงพืน้ บ้าน เวลา ๘ ช่ัวโมง

แผนการเรียนรู้ท่ี ๕ เร่ือง สร้างสรรค์เพลงพวงมาลยั เวลา ๑ ชั่วโมง

มาตรฐานการเรียนรู้

สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจ

แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวิตและมีนิสยั รักการอ่าน

สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียน

เรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย

อยา่ งเห็นคุณค่าและนามา ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง

ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป ๖/๓ อ่านเร่ืองส้ันๆ อยา่ งหลากหลาย โดยจบั เวลาแลว้ ถามเก่ียวกบั เร่ืองท่ีอา่ น
ท ๑.๑ ป ๖/๔ แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองที่อ่าน
ท ๒.๑ ป ๖/๘ เขียนเรื่องตามจินตนาการและสร้างสรรค์
ท ๕.๑ ป ๖/๒ เล่านิทานพ้ืนบา้ นทอ้ งถิ่นตนเองและนิทานพ้ืนบา้ นของทอ้ งถ่ินอื่น
ท ๕.๑ ป ๖/๓ อธิบายคุณคา่ ของวรรณคดี และวรรณกรรมที่อ่านและนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง

สาระสาคัญ

เพลงพ้นื บา้ น ถือเป็นภูมิปัญญาท่ีบรรพบุรุษของแต่ละทอ้ งถ่ินไดแ้ ต่งเอาไวม้ ีการร้องเพลงและสืบ
ทอดกนั มาหลายชวั่ อายคุ น จนหลายเพลงไมร่ ู้วา่ ใครเป็นคนแต่งท้งั น้ีเพราะไดร้ ้องต่อกนั มาเร่ือย ๆ เราควร
อนุรักษเ์ พลงพ้นื บา้ นเอาไวใ้ หด้ ี เพื่อเป็นการบูชาและเห็นคา่ ของภูมิปัญญาทอ้ งถ่ินของตนเอง

จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกความหมายของเพลงพ้ืนบา้ นไดถ้ ูกตอ้ ง
๒. นาคามาแต่งเป็ นคาคลอ้ งจองในลกั ษณะเพลงพ้นื บา้ นได้

๕๗

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. ลกั ษณะของเพลงพวงมาลยั K
๒. แต่งเพลงพ้นื บา้ นพวงมาลยั P
๓. เล่านิทานพ้นื บา้ นทอ้ งถ่ินตนเองและนิทานพ้ืนบา้ นของทอ้ งถิ่น P
๔. นาคุณค่าของวรรณคดี และวรรณกรรมท่ีอ่านและไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง A

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซ่ือสัตยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งมน่ั ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ

กระบวนการจัดการเรียนรู้

ข้นั นา
๑. เพอื่ กระตุน้ ความสนใจ และเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้นกั เรียนดูแผนภูมิเพลง “พวงมาลยั ”
ข้ันกระบวนการเรียนรู้
๒. ครูนาแผนผงั เพลงพ้ืนบา้ น มาเป็นสื่อ และยกใหด้ ู แลว้ สนทนาอภิปรายแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกบั ลกั ษณะเพลงพ้ืนบา้ นน้นั ครูใหค้ วามรู้เพิ่มเติมวา่ “เพลงพ้นื บา้ น” ถือเป็ นภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษ
ของแตล่ ะทอ้ งถิ่นไดแ้ ต่งเอาไว้ มีการร้องเพลงและสืบทอดกนั มาหลายชว่ั อายคุ น จนหลายเพลงไม่รู้วา่ ใคร
เป็นคนแต่ง ท้งั น้ีเพราะไดร้ ้องต่อกนั มาเร่ือย ๆ เราควรอนุรักษเ์ พลงพ้ืนบา้ นเอาไวใ้ หด้ ี เพ่อื เป็นการบูชา
และเห็นค่าของภูมิปัญญาทอ้ งถ่ินของตนเอง”
๓. นกั เรียนศึกษาความรู้ในหนงั สือ (หนา้ ๑๓๖) โดยใหร้ ้องเป็นเพลงแลว้ ร่วมกนั อภิปราย
ความหมาย และอภิปรายเพมิ่ เติม ดงั น้ีเพลงพวงมาลยั จะข้ึนตน้ เพลงในวรรคแรกวา่ “เอย้ ระเหยลอย…”
คาท่ีตอ่ จะเป็นคาใดก็ได้ เช่น เอร้ ะเหยลอยมา เอย้ ระเหยลอยไป เออ้ ระเหยลอยล่อง และจบดว้ ยวรรคแรก
ของบทสุดทา้ ยวา่ “พวงเจา้ เอ๋ย…” หรือ “เจา้ ช่อ…” คาท่ีตอ่ จะเป็ นคาที่สมั ผสั กบั ทา้ ยวรรคที่สองของบท
ก่อนบทสุดทา้ ยและลงทา้ ยวรรคที่สองของบทสุดทา้ ยวา่ “เอย”

๕๘

แผนผงั

เออ้ ระเหยลอย ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐

๐๐๐๐๐๐ ๐๐๐๐๐๐

๐๐๐๐๐๐ ๐๐๐๐๐๐

พวงเจา้ เอ๋ย ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ เอย

๔. ใหน้ กั เรียนช่วยกนั แตง่ เพลงพวงมาลยั ลงในใบงานที่ ๑ แลว้ ออกมาร้องใหเ้ พอ่ื นฟัง
๕. นกั เรียนหาชื่อผลไม้ ในแต่ละภาค ลงในใบงานท่ี ๒
๖. ใหน้ กั เรียนแตง่ เพลงพ้ืนบา้ นเก่ียวกบั การชมสินคา้ หน่ึงผลิตภณั ฑแ์ ลว้ ออกมาร้องใหเ้ พื่อนฟัง
ข้นั สรุป
๗. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปการทากิจกรรม
สื่อ / แหล่งเรียนรู้
๑. ใบงานท่ี ๑
๒. ใบงานท่ี ๒
๓. หนงั สือเรียน ชุดภาษาเพอื่ ชีวติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖

กระบวนการวดั ผลและประเมินผล

๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพดู
๑.๑.๒ การอ่าน
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน

๒.เครื่องมือการวดั และประเมนิ ผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบสังเกตพฤติกรรม

๕๙

๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมินผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป

บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตวั ชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง - คน คิดเป็ นร้อยละ ..........

กจิ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………………..............……………………...
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
ความเหน็ ของผ้อู านวยการโรงเรียน
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
..

ลงช่ือ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )

ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............

๖๐

บันทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา / อุปสรรค

…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
………………..................................................................................................................……

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข

…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
……...................................................................................................................………………

ลงช่ือ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….

๖๑

ใบงานที่ ๑
ช่ือ……………….....………นามสกุล……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง เลือกกลุ่มคาท่ีกาหนดใหไ้ ปใส่ไวใ้ นเพลงพวงมาลยั ใหถ้ ูกตอ้ งตามลกั ษณะบงั คบั

พวงเจา้ เอ๋ยมะไฟ หรรษา ตอบขอ้ สงสัย
“กวาง” นง่ั ไง นง่ั รถแล่นฉิว เหลือกลางแคว่ า
สารพดั อะไรเอ่ย

เออ้ ระเหยลอยลิ้ว ………………รับลมชื่นใจ
เรามาเท่ียวกนั …………… เล่นทายปัญหาลบั ปัญหาดีไหม
เร่ืองปริศนา……………… ฉนั น้นั ถนดั ………………..
…………ตดั หวั แลว้ กต็ ดั หาง เหลือตรงกลางแค่ “วา” เดียวไว้
ตดั หวั ตดั หาง……………… ฉนั ขอทายวา่ คือ……………..
……………………………. คิดไดอ้ ยา่ งไรช่างเก่งจริงเอย

๖๒

ใบงานที่ ๒
ชื่อ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง แต่งเพลงพ้นื บา้ นชมสินคา้ หน่ึงตาบนหน่ึงผลิตภณั ฑห์ รือสถานท่ีทอ่ งเที่ยวใน
ทอ้ งถ่ินของนกั เรียนอาจทาเป็ นงานกลุ่มก็ได้ แลว้ ฝึกร้องดว้ ย

……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………..

๖๓

เฉลยใบงานที่ ๑

ช่ือ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง เลือกกลุ่มคาท่ีกาหนดใหไ้ ปใส่ไวใ้ นเพลงพวงมาลยั ใหถ้ ูกตอ้ งตามลกั ษณะบงั คบั

พวงเจา้ เอ๋ยมะไฟ หรรษา ตอบขอ้ สงสยั
“กวาง” นง่ั ไง นง่ั รถแล่นฉิว เหลือกลางแค่วา
สารพดั อะไรเอ่ย

เออ้ ระเหยลอยลิ้ว นง่ั รถแล่นฉิวรับลมชื่นใจ
เรามาเท่ียวกนั หรรษา เล่นทายปัญหาลบั ปัญหาดีไหม
เร่ืองปริศนาสารพดั ฉนั น้นั ถนดั ตอบขอ้ สงสัย
อะไรเอ่ยตดั หวั แลว้ ก็ตดั หาง เหลือตรงกลางแค่ “วา” เดียวไว้
ตดั หวั ตดั หางเหลือกลางแค่วา ฉนั ขอทายวา่ คือ“กวาง” นงั่ ไง
พวงเจา้ เอ๋ยมะไฟ คิดไดอ้ ยา่ งไรช่างเก่งจริงเอย

๖๔

เฉลยใบงานที่ ๒
ช่ือ………………………นามสกุล……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง แต่งเพลงพ้นื บา้ นชมสินคา้ หน่ึงตาบนหน่ึงผลิตภณั ฑห์ รือสถานที่ทอ่ งเที่ยวใน
ทอ้ งถ่ินของนกั เรียนอาจทาเป็ นงานกลุ่มกไ็ ด้ แลว้ ฝึกร้องดว้ ย

( อยใู่ นดุลพนิ ิจของครู )

๖๕

แผนการจัดการเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ภาษาพาท)ี เวลาเรียน ๘ ช่ัวโมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๒ เร่ือง ครื้นเครงเพลงพืน้ บ้าน เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
แผนการเรียนรู้ท่ี ๖ เรื่อง อ่านเขยี นเรียนภาษา
สอนวนั ท…่ี ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจ

แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวิตและมีนิสยั รักการอ่าน

สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียน

เรื่องราวในรูปแบบตา่ งๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ

สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของ

ภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป ๖/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความท่ีเป็นโวหาร
ท ๑.๑ ป ๖/๙ มีมารยาทในการอา่ น
ท ๒.๑ ป ๖/๒ เขียนส่ือสารโดยใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน และเหมาะสม
ท ๒.๑ ป ๖/๙ มีมารยาทในการเขียน
ท ๔.๑ ป ๖/๔ ระบุลกั ษณะของประโยค

สาระสาคญั
๑. การอ่านออกเสียงเร่ืองต่าง ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง ชดั เจนรวดเร็ว ถูกวรรคตอนและใชน้ ้าเสียง

ไดเ้ หมาะสม ทาใหส้ ามารถส่ือสารไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
๒. การคดั เขียนคาหรือขอ้ ความไดถ้ ูกตอ้ งรวดเร็ว สวยงาม เป็นระเบียบเป็นการสร้าง

นิสัยที่ดีในการเขียนและใชส้ ื่อสารไดต้ รงตามความตอ้ งการ

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. ความหมายการใชค้ า กลุ่มคาหรือวลี K
๒. เขียนส่ือสาร P
๓. อา่ นคาใหม่ คายากในบทเรียน และการหาความหมายของคา P
๔. มีมารยาทในการอ่านและมีมารยาทในการเขียน A

๖๖

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซื่อสัตยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุง่ มน่ั ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ

กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. นกั เรียนเล่นเกมประกวดการอา่ น
๒. นกั เรียนและครูร่วมกนั ทบทวนบทเรียน โดยอภิปรายเรื่องลกั ษณะการอา่ นออกเสียงที่

ถูกตอ้ ง เช่น ทา่ ทางการอา่ น การอา่ นอยา่ งถูกตอ้ ง การอ่านอยา่ งคล่องแคล่ว การเวน้ จงั หวะวรรคตอน
การใชน้ ้าเสียงในการอ่าน เป็ นตน้

๓. ครูสาธิตการอา่ นออกเสียงบทเรียนบทที่ ๙ ใหน้ กั เรียนฟัง
ข้ันกระบวนการเรียนรู้

๔. แบง่ นกั เรียนออกเป็น 6 กลุ่ม โดยคละความสามารถ ( เก่ง ปานกลาง ออ่ น ) แลว้ ให้
เลือกประธาน และเลขานุการ ครูไดช้ ้ีแจงบทบาทหนา้ ท่ีของประธาน สมาชิก และเลขานุการ ใหน้ กั เรียน
ทุกคนเขา้ ใจ หลงั จากน้นั ครูแจกบตั รคาศพั ทท์ ี่ควรศึกษาบทท่ี ๙ ใหร้ ่วมกนั อ่านออกเสียง และแนะนา
เพอื่ นในกลุ่มใหอ้ ่านไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

๕. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มฝึกอ่านออกเสียง บทที่ ๙ เรื่อง คร้ืนเครงเพลงพ้นื บา้ น จากหนงั สือเรียน
ภาษาไทย ชุดภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ หนา้ โดยนกั เรียนเลือกเน้ือหาจากบทเรียนในตอนที่
กลุ่มนกั เรียนชอบ

๖. นกั เรียนแต่ละกลุ่มอ่านออกเสียงเน้ือหาการเรียนรู้ในตอนท่ีกลุ่มนกั เรียนเลือก และใหเ้ พอ่ื น
แนะนาขอ้ บกพร่อง แลว้ ปรับปรุงแกไ้ ข จากน้นั ผลดั เปลี่ยนกนั อา่ นออกเสียงทีละคนและเพอ่ื นท่ีเหลือใน
กลุ่มประเมินการอา่ นออกเสียง

๗. ตวั แทนกลุ่มออกมาอ่านออกเสียงหนา้ ช้นั เรียนใหเ้ พื่อนๆ ฟัง แลว้ เพ่อื นๆ ช่วยกนั วจิ ารณ์
การปฏิบตั ิตนในการอา่ น จุดเด่น จุดดอ้ ย และ ขอ้ บกพร่องท่ีควรแกไ้ ข ปรับปรุง

๘. นกั เรียนเขียนตามคาบอกเวลา ๑๐ คา โดยครูแจง้ เกณฑก์ ารประเมินการเขียนคาตาม
คาบอกใหน้ กั เรียนทราบ และวธิ ีการคดั ลายมือใหถ้ ูกตอ้ ง สวยงาม โดยครูกระตุน้ ใหน้ กั เรียนต้งั เป้าหมาย
การเขียนในใจ จากน้นั ครูอา่ นคาศพั ทใ์ หน้ กั เรียนฟังอยา่ งนอ้ ย ๒ รอบ แลว้ นกั เรียนเขียนตามคาบอกและ

๖๗

แลกเปล่ียนกนั ตรวจผลงาน พร้อมท้งั แกไ้ ขคาที่เขียนไม่ถูกตอ้ ง โดยครูติดบตั รคาเฉลยไวท้ ี่หนา้ กระดานดา
หนา้ ช้นั เรียน

๙. นกั เรียนทาใบงาน
ข้นั สรุป

๑๐. นกั เรียนและครูช่วยกนั สรุปบทเรียน เร่ือง แนวปฏิบตั ิการอ่านออกเสียง แนวทางใน
การแกไ้ ขการเขียนคาใหถ้ ูกตอ้ ง และแนวปฏิบตั ิในการคดั ลายมือใหส้ วยงามเป็นระเบียบ
ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้

๑. เกมประกวดการอ่าน
๒. ใบงาน
๓. แบบเรียนภาษาไทย ชุดภาษาเพ่อื ชีวติ ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ เล่ม ๑
๔. ใบความรู้เร่ือง การอา่ นออกเสียง

กระบวนการวดั ผลและประเมินผล

๑.วธิ ีการ
๑.๑ สงั เกต
๑.๑.๑ การฟัง การพูด
๑.๑.๒ การอา่ น
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน

๒.เคร่ืองมือการวดั และประเมนิ ผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบสังเกตพฤติกรรม

๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป

บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตวั ชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........

๖๘

– ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง - คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
ความเห็นของผ้อู านวยการโรงเรียน
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………

ลงช่ือ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )

ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............

บันทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….

๖๙

ใบความรู้
เร่ือง การอ่านออกเสียง

การอ่านออกเสียง เป็นการอ่านใหเ้ กิดเสียงดงั คือ เปล่งเสียงตามตวั อกั ษร ถอ้ ยคา
และเคร่ืองหมายตา่ งๆ ท่ีเขียนออกมาใหถ้ ูกตอ้ งชดั ถอ้ ยชดั คา และเป็นท่ีเขา้ ใจแก่ผฟู้ ัง

การอา่ นออกเสียงผอู้ ่านตอ้ งอาศยั การทางานท่ีสมั พนั ธ์กนั ระหวา่ งสายตา สมองและ
อวยั วะในการออกเสียง กล่าวคือ ผอู้ า่ นตอ้ งใชส้ ายตากวาดไปบนตวั อกั ษรคร้ังละหน่ึงวรรค
และตอ้ งแบ่งใจความไวแ้ ปลงความคิดเป็นเสียง แลว้ จึงเปล่งเสียงออกมาใหต้ รงตามความหมาย
ของถอ้ ยคา เพอื่ ใหผ้ ฟู้ ังเขา้ ใจขอ้ ความท่ีไดย้ นิ ผอู้ ่านเปล่งเสียงออกมา

หลกั ทวั่ ไปในการอ่านออกเสียง
การอ่านออกเสียงน้นั มุง่ ใหผ้ อู้ ่านอา่ นใหช้ ดั เจน ถูกตอ้ ง และมีผลทาใหผ้ ฟู้ ังเขา้ ใจเรื่องได้

ตรงตามที่ผเู้ ขียนตอ้ งการ การอา่ นออกเสียงแบง่ ออกไดอ้ อกไปเป็น ๒ อยา่ ง ตามลกั ษณะของ
ขอ้ ความท่ีอ่าน คือ อา่ นเรื่องท่ีเป็นร้อยแกว้ กบั เร่ืองที่เป็นบทร้อยกรองส่ิงที่ผอู้ ่านควรคานึงถึง
ในการอา่ นออกเสียงมีดงั น้ี

๑. ความชัดเจน ความชดั เจน หมายถึง การอ่านออกเสียงไดช้ ดั ถอ้ ยชดั คา
ท้งั เสียงสระ เสียงพยญั ชนะ เสียงวรรณยกุ ต์ และพยญั ชนะควบกล้า รวมท้งั ออกเสียงตวั ร ล
ใหช้ ดั เจน ไมส่ ับเสียงจากเสียง ร เป็น ล น้าเสียงท่ีเปล่งออกมาตอ้ งดงั ฟังชดั ไม่ดงั มากหรือ
คอ่ ยเกินไปเพื่อใหผ้ ไู้ ดย้ นิ ทวั่ ถึงกนั

๒. ความถูกต้อง คือ ผอู้ า่ นสามารถอ่านออกเสียงไดถ้ ูกตอ้ งตามอกั ขรวธิ ีของไทยหรือ
ตามอกั ขรวธิ ีของภาษาอื่นท่ีไทยนามาใช้ รวมท้งั การอา่ นถูกตอ้ งตามความนิยมดว้ ย ซ่ึงผอู้ า่ น
จะตอ้ งศึกษาหลกั การอ่านท่ีถูกตอ้ งจากหนงั สือตาราหลกั ภาษาไทย และหมน่ั สงั เกตศึกษารวบรวม
คา และคาอ่านที่ถูกตอ้ งอยา่ งสม่าเสมอ เม่ือสงสัยคาอา่ นใดใหย้ ดึ พจนานุกรมฉบบั
ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ เป็นหลกั เช่น การอา่ น คาพอ้ งรูป อกั ษรนา อกั ษรควบ
คาสมาส การอา่ นคาที่มีตวั ฤ ฑ การอา่ นตามความนิยม การอ่านไมย้ มก และการอา่ น
เคร่ืองหมาย วรรคตอน อ่ืน ๆ

๗๐

๓. ความคล่องแคล่ว หมายถึง ความคล่องตวั ในการอา่ นออกเสียงไดต้ ่อเนื่องกนั ไม่
ติดขดั หรือเสียจงั หวะในการอ่านออกเสียง ความคล่องแคล่วน้ีจะเกิดไดจ้ ากการฝึกฝนทกั ษะ
การอ่านออกเสียง รวมท้งั การฝึกทกั ษะการใชส้ ายตากวาดไปบนตวั อกั ษรใหไ้ ดจ้ งั หวะและ
ความเร็ว ส่ิงเหล่าน้ีผอู้ า่ นจะตอ้ งฝึกปฏิบตั ิโดยสม่าเสมอและฝึกบอ่ ย ๆ ก็จะเกิดทกั ษะในการ
อ่าน แลว้ กจ็ ะเกิดความคล่องแคล่วในการอ่านได้ และสามารถแบง่ วรรคตอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

๔. การใช้นา้ เสียงได้ตามเนื้อเร่ือง หรืออ่านถูกตอ้ งตามลกั ษณะของคาประพนั ธ์
(อา่ นร้อยกรอง) เช่น คาครุลหุในคาฉนั ท์ อ่านออกเสียงโท เสียงเอก ตามคาโคลงสี่สุภาพมี
การเอ้ือนเสียงระหวา่ งวรรค การอ่านท้งั ร้อยแกว้ และร้อยกรองมีการอา่ นจงั หวะทอดเสียงโดย
เวน้ จงั หวะ มีน้าเสียงหนกั เบาเพือ่ ใหเ้ กิดความไพเราะ

๕. การเว้นจังหวะวรรคตอน การเวน้ จงั หวะวรรคตอน เป็นส่ิงสาคญั มากในการอา่ น
ออกเสียง เพราะถา้ ผอู้ ่านเวน้ จงั หวะวรรคตอนท่ีผดิ ท่ี เช่น เวน้ วรรคตรงกลางประโยคหรือ
กลางขอ้ ความ หรือรวบคาจากวรรคแรกมาควบกบั คาตน้ ของวรรคถดั ไป ก็อาจจะทาให้
ความหมายผดิ ไปจากสารเดิม ทาใหผ้ ฟู้ ังเขา้ ใจความหมายคลาดเคล่ือนผดิ ไปจากความหมายท่ี
แทจ้ ริง หรือไมเ่ ขา้ ใจความหมายท่ีถูกตอ้ ง ผอู้ า่ นจึงควรไดท้ ดลองอา่ นทาความเขา้ ใจขอ้ ความ
ใหด้ ีก่อนวา่ ควรจะเวน้ วรรคตอนท่ีได อยา่ งไร จึงจะไม่ทาใหค้ วามหมายผดิ ไปจากสารเดิม
ตวั อยา่ ง เช่น

ตัวอย่างที่ ๑ “การชา เราจะตอ้ งหาท่ีเหมาะ ๆ ใตต้ น้ ไมย้ ิง่ ดี”

ตัวอย่างที่ ๒ “ยา น้ีกินแลว้ แขง็ แรง ไม่มีโรคภยั เบียดเบียน”

ถ้าผ้อู ่านอ่านเว้นวรรคผดิ ทกี่ อ็ ่านว่า

ตัวอย่างที่ ๑ “การชาเรา จะตอ้ งหาท่ีเหมาะ ๆ ใตต้ น้ ไมย้ ่งิ ดี”
และอ่านตวั อยา่ งที่ ๒ วา่
ตวั อย่างที่ ๒ “ยาน้ีกิน แลว้ แขง็ แรงไมม่ ี โรคภยั เบียดเบียน”
เช่นน้ีก็จะทาใหค้ วามหมายของสารเดิมเปลี่ยนไป

๗๑

เกม “ประกวดการอ่าน”
ใหน้ กั เรียนเล่นเกม “ประกวดการอ่าน” เพ่ือปลูกฝังและสร้างเสริมลกั ษณะนิสัยการอ่าน (ร้อยแกว้ ,
ร้อยกรอง) ใหก้ บั นกั เรียน
อุปกรณ์ มีดังนี้
- นาฬิกาจบั เวลา - นกหวดี - ตารางใหค้ ะแนน
วธิ ีเล่นเกม มดี ังนี้
แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ ๔-๕ คน ครูและนกั เรียนร่วมกนั กาหนดเกณฑก์ าร
อ่านท่ีดีเช่น

- อ่านร้อยแกว้
- อา่ นถูกวรรคตอน
- ไมต่ ะกุกตะกกั
- ออกเสียง ร ล คาควบกล้าชดั เจนและถูกตอ้ งตามอกั ขรวธิ ี
- อา่ นเหมือนเสียงพูด แสดงอารมณ์โดยใชน้ ้าเสียงเหมาะสมกบั เรื่องที่อา่ น

ต้งั กรรมการตดั สินการประกวดโดยใหแ้ ต่ละกลุ่มเลือกตวั แทนมากลุ่มละ ๑ คน จากน้นั ใหแ้ ตล่ ะ
กลุ่มอ่านออกเสียง (จะส่งใหต้ วั แทนอ่านออกเสียงหรืออ่านออกเสียงพร้อมกนั ท้งั กลุ่มกไ็ ด)้ แลว้ ให้
กรรมการให้คะแนน กลุ่มใดไดค้ ะแนนมากเป็นผชู้ นะ

หมายเหตุ กรรมการบอกเริ่มอา่ นโดยการเป่ านกหวดี และต้งั เวลาตามความเหมาะสม

ข้อเสนอแนะ
- เกมน้ีสามารถนาไปใชก้ ่อนการสอนอา่ นหรือก่อนการใหน้ กั เรียนอา่ นบทเรียน

ไดท้ ุกบท ไมว่ า่ จะเป็นการอา่ นในใจหรืออ่านออกเสียงร้อยแกว้ หรือร้อยกรอง
- นกั เรียนเป็นกรรมการอาจถูกกล่าวหาวา่ ลาเอียงเขา้ ขา้ งฝ่ ายตนครูอาจเป็นกรรมการ

เองก็ได้

๗๒

ใบงาน ๑
ช่ือ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนคดั ลายมือใหส้ วยงามเป็นระเบียบโดยนา บทเพลงพวงมาลยั ในหนงั สือภาษา
พาที หนา้ ๑๓๖

.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

๗๓

ใบงาน ๒
ช่ือ………………………นามสกุล……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนนากลุ่มคาตอ่ ไปน้ี มาเรียงตามลาดบั เหตุการณ์ใหเ้ ป็ นเรื่องราวและ
ไดค้ วามสมบูรณ์

การแสดงเพลงเก่ียวขา้ ว ร้องเพลงลามะลิลา
เขา้ หอ้ งเรียนภาษาไทยชา้ ชมอยา่ งสนุกสนาน
ออกกาลงั กาย คน้ ควา้ เพลงพ้ืนบา้ น
ถามเป็นคาคลอ้ งจอง ตอบเป็ นคาคลอ้ งจอง
ช่ืนชมและภูมิใจเพลงพ้นื บา้ น

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………..............................................................................................................
..........................................................................................................................................
.....................................................................................................................……………

๗๔

เฉลยใบงานท่ี ๑
ช่ือ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนคดั ลายมือใหส้ วยงามเป็นระเบียบโดยนา บทเพลงพวงมาลยั ในหนงั สือภาษา
พาที หนา้ ๑๓๖

( อยใู่ นดุลพนิ ิจของครู )

เฉลยใบงานที่ ๒
ชื่อ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนนากลุ่มคาตอ่ ไปน้ี มาเรียงตามลาดบั เหตุการณ์ใหเ้ ป็ นเรื่องราวและ
ไดค้ วามสมบูรณ์

ออกกาลงั กาย เขา้ หอ้ งเรียนภาษาไทยชา้ ถามเป็นคาคลอ้ งจอง
ตอบเป็ นคาคลอ้ งจอง ร้องเพลงลามะลิลา คน้ ควา้ เพลงพ้นื บา้ น
การแสดงเพลงเกี่ยวขา้ ว ชมอยา่ งสนุกสนาน ช่ืนชมและภูมิใจเพลงพ้นื บา้ น

๗๕

แบบประเมนิ พฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน

ความหมาย

๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )

๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )

๓. ความมีวินัย หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด

สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงตอ่ เวลา ( A,K )

๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาที่ใช้

เหมาะสม (P – Product, K)

๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานได้ตามลาดบั และเน้ือหา

ถูกตอ้ ง ( P – Process, K )

เกณฑ์การประเมิน ๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี

๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง

ความต้งั ใจ ความ ความมี คุณภาพของ การนาเสนอ รวม

ชื่อ-สกลุ (๔) ร่วมมือ วนิ ยั ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)

(๔) (๔)

เดก็ หญิงวราภรณ์ หดั เอียด

เดก็ หญิงภคั จิรา เตะ๊ ยอ่

เดก็ ชายธีรกร แกว้ จิตตะ

เด็กหญิงอนุศรา แกว้ นพรัตน์

เด็กชายซาอุดี ราชการ

เดก็ ชายธนวฒั บินดุเหล็ม

เด็กชายศรัณ ละซอ

เด็กชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่

เดก็ ชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ

เด็กหญิงอจั ฉารีญา เมาะสนิ

เดก็ หญิงนิชานนั ท์ ดารากยั

เดก็ หญิงนิสรีน หีมเกะ

เด็กหญิงอสั มา แวยาเง๊าะ

เดก็ หญิงขวญั จิรา ติเอียดยอ่

เดก็ ชายพายุ สุวรรณโณ

เดก็ ชายสิทธิโชค สุวรรณโน

๗๖

แบบประเมินชิ้นงาน

รายชื่อสมาชิกกลุ่ม

๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….

ชิ้นงานเรื่อง……………………..

เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน ๓ ๔ ๕ คะแนนท่ีได้
๑๒

๑. รูปแบบถูกตอ้ ง

๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม

๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ

๔. การใชค้ าเหมาะสม

๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

๗๗

เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม

ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญ่มี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน

๒. การแบ่งหนา้ ท่ี กระจายงานได้อย่างทว่ั ถึง กระจายงานได้ทั่วถึง กระจายงานไมท่ ว่ั ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี
ที่ไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ

๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม

เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย

มอบหมาย ตามระยะเวลาท่ี ท่ีกาหนด

กาหนด

ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไม่มีส่วน

ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่

ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน

ผลงานเป็ นระยะ

๗๘

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

ท่ี รายการประเมิน คะแนน
๓ ๒ ๑ ขอ้ คิดเห็น

๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั

๒. การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบ

๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย

๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน

รวม

เกณฑ์การประเมิน ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
๑๑ – ๑๒
๘ – ๑๐ ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๕–๗
๐–๔ = ดีมาก
= ดี
= พอใช้
= ปรับปรุง

๗๙

แผนการจัดการเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
เวลาเรียน ๘ ช่ัวโมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ภาษาพาท)ี เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๒ เรื่อง ครื้นเครงเพลงพืน้ บ้าน
แผนการเรียนรู้ที่ ๗ เร่ือง อ่านคล่องเขียนถูก
สอนวนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปตดั สินใจ

แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวิตและมีนิสยั รักการอา่ น

สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียน

เร่ืองราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ

สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ

ภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป ๖/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป ๖/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความที่เป็นโวหาร
ท ๒.๑ ป ๖/๑ คดั ลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทดั และคร่ึงบรรทดั
ท ๒.๑ ป ๖/๒ เขียนส่ือสารโดยใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน และเหมาะสม
ท ๔.๑ ป ๖/๑ วเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ที่ของคาในประโยค

สาระสาคญั
๑. การอ่านออกเสียงเรื่องตา่ ง ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง ชดั เจนรวดเร็ว ถูกวรรคตอนและใชน้ ้าเสียง

ไดเ้ หมาะสม ทาใหส้ ามารถสื่อสารไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ

๒. การคดั เขียนคาหรือขอ้ ความไดถ้ ูกตอ้ งรวดเร็ว สวยงาม เป็นระเบียบเป็นการสร้าง
นิสัยท่ีดีในการเขียนและใชส้ ่ือสารไดต้ รงตามความตอ้ งการ

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. อา่ นออกเสียงคาบทเรียนไดถ้ ูกตอ้ ง ชดั เจน ถูกวรรคตอน P
๒. เขียนคาตามคาบอก และ คดั ลายมือขอ้ ความสวยงาม และเป็นระเบียบ P

๘๐

๓. การอ่านออกเสียงคาท่ีมีบทเรียน K
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซื่อสัตยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุง่ มน่ั ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็น 6 กลุ่ม โดยคละความสามารถ ( เก่ง ปานกลาง อ่อน ) แลว้ ใหเ้ ลือก
ประธาน และเลขานุการ ครูไดช้ ้ีแจงบทบาทหนา้ ท่ีของประธาน สมาชิก และเลขานุการ ใหน้ กั เรียนทุก
คนเขา้ ใจ
ข้นั กระบวนการเรียนรู้
๒. ครูแจกใบความรู้ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มไดก้ ลุ่มศึกษา จนเขา้ ใจ
๓. นาบตั รคาใหมแ่ ละคายากในบทเรียน ติดท่ีกระดานหนา้ ช้นั เรียนและใหน้ กั เรียนทุกคนฝึกอา่ น
และร่วมกนั อภิปรายความหมายบนั ทึกลงสมุด
๔. หลงั จากที่นกั เรียนทุกกลุ่มศึกษาใบความรู้ แลว้ ใหร้ ่วมกนั สนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อทา
ความเขา้ ใจร่วมกนั
๕. นกั เรียนทุกกลุ่มหาคาศพั ทจ์ ากบทที่ ๙ แลว้ ช่วยกนั แตง่ ประโยคใหม่ โดยไมใ่ ห้ซ้ากบั
ตวั อยา่ งในหนงั สือเรียนกลุ่มละ ๕ คา แลว้ บนั ทึกลงสมุด แลว้ ส่งตวั แทนกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
๖. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจผลงานของแต่ละกลุ่ม พร้อมท้งั อภิปรายสรุป การเลือกใชค้ า
ใหถ้ ูกตอ้ งตามความหมาย ปรบมือและกล่าวใหค้ าชมเชยกลุ่ม ที่แตง่ ประโยค ไดถ้ ูกตอ้ ง
๗. มอบหมายใหน้ กั เรียนทากิจกรรมนอกเวลา โดยการรวบรวมคาใหม่และสานวนภาษา
หาความหมายจากพจนานุกรม และ แต่งประโยคแลว้ นาผลงานส่งใหค้ รูตรวจ
๘. นกั เรียนแข่งขนั กนั เขียนคา กลุ่มคา สานวนภาษา บนกระดานดากลุ่มใดเขียนไดม้ าก
เขียนถูกตอ้ ง เป็ นฝ่ ายชนะ
๙. นกั เรียนทาใบงาน

๘๑

ข้นั สรุป
๑๐. ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปบทเรียน จากการแขง่ ขนั กนั เขียนคา และกลุ่มคาบนกระดานดา
โดยใหน้ กั เรียนตอบคาถาม ดงั น้ี

- นกั เรียนรู้ไหมวา่ คาเหล่าน้ีเป็นคาชนิดใด
- คาเหล่าน้ีทาหนา้ ที่ในประโยคอะไรไดบ้ า้ ง
- คาเหล่าน้ีสามารถนาไปใชแ้ ตง่ ประโยคไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
- นกั เรียนคิดวา่ จะนาคาเหล่าน้ีไปใชเ้ ป็นประโยชน์ทางภาษาไดอ้ ยา่ งไรหรือไม่ ฃ
ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สือเรียนภาษาไทย ชุดภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖
๒. ใบงาน
๓. แบบฝึกหดั ทกั ษะภาษา ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖

กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล

๑.วธิ ีการ
๑.๑ สังเกต
๑.๑.๑ การฟัง การพูด
๑.๑.๒ การอ่าน
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน

๒.เคร่ืองมือการวดั และประเมินผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบสงั เกตพฤติกรรม

๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมินผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป

๘๒

บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตวั ชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง - คน คิดเป็ นร้อยละ ..........

กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
……………………………………………………………………………………………………….………
ความเห็นของผู้อานวยการโรงเรียน
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

ลงช่ือ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............./......................../..............

๘๓

บันทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ที่เกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน

……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………

ปัญหา / อุปสรรค
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………

ลงช่ือ……………………………….…ผสู้ อน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)

ตาแหน่ง ครู โณงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….

๘๔

ใบงานท่ี ๑
ช่ือ………………..........………นามสกุล……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง นกั เรียนนาคาไปแต่งประโยคใหไ้ ดใ้ จความสมบูรณ์

๑. นาฬิกา
แตง่ ประโยค……………………………...…………………………………………………………
๒. เก้ียวพาราสี
แต่งประโยค……………………………...…………………………………………………………
๓. ศิลปิ นแห่งชาติ
แต่งประโยค……………………………...…………………………………………………………
๔. มหกรรม
แต่งประโยค……………………………...…………………………………………………………
๕. ขอ้ มูล
แต่งประโยค……………………………...…………………………………………………………
๖. นมสั การ
แต่งประโยค……………………………...…………………………………………………………
๗. สารทุกขส์ ุกดิบ
แต่งประโยค……………………………...…………………………………………………………
๘. มหกรรม
แต่งประโยค……………………………...…………………………………………………………

๘๕

ใบงานท่ี ๒
ชื่อ………………………นามสกุล……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง นกั เรียนเขียนคาศพั ทต์ ามคาบอกของครู จานวน ๒๐ คา ใหถ้ ูกตอ้ งแลว้ เปลี่ยนกนั ตรวจ

.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

๘๖

เฉลยใบงานที่ ๑
ช่ือ………………………นามสกุล……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง นกั เรียนนาคาไปแต่งประโยคใหไ้ ดใ้ จความสมบูรณ์

( อยใู่ นดุลพนิ ิจของครู )

เฉลยใบงานที่ ๒
ชื่อ………………………นามสกุล……………………….……เลขท่ี…………. ช้นั ………………

คาชี้แจง นกั เรียนเขียนคาศพั ทต์ ามคาบอกของครู จานวน ๒๐ คา ใหถ้ ูกตอ้ งแลว้ เปล่ียนกนั ตรวจ

( อยใู่ นดุลพินิจของครู )

๘๗

แบบประเมินพฤตกิ รรมและผลงานระหว่างเรียน

ความหมาย

๑. ต้งั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทางานจนเสร็จ ( A )

๒. ความร่วมมือ หมายถึง สมาชิกในกลุ่มใหค้ วามร่วมมือทางานจนเสร็จ ( A )

๓. ความมีวินัย หมายถึง ผลงาน หรือการทางานเป็ นระบบระเบียบเรียบร้อย สะอาด

สวยงาม และไดเ้ น้ือหาครบถว้ น ทนั หรือตรงตอ่ เวลา ( A,K )

๔. คุณภาพของผลงาน หมายถึง ผลงานเรียบร้อย สวยงาม เน้ือหาครบถ้วน ภาษาท่ีใช้

เหมาะสม (P – Product, K)

๕. การนาเสนอผลงาน หมายถึง การพูดอธิบายนาเสนอผลงานได้ตามลาดบั และเน้ือหา

ถูกตอ้ ง ( P – Process, K )

เกณฑ์การประเมิน ๔ หมายถึง ทาไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทาไดด้ ี

๒ หมายถึง ทาไดพ้ อใช้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง

ความต้งั ใจ ความ ความมี คุณภาพของ การนาเสนอ รวม

ชื่อ-สกลุ (๔) ร่วมมือ วนิ ยั ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)

(๔) (๔)

เด็กหญิงวราภรณ์ หดั เอียด

เด็กหญิงภคั จิรา เตะ๊ ยอ่

เด็กชายธีรกร แกว้ จิตตะ

เด็กหญิงอนุศรา แกว้ นพรัตน์

เด็กชายซาอุดี ราชการ

เด็กชายธนวฒั บินดุเหลม็

เด็กชายศรัณ ละซอ

เด็กชายฮสั ซาน ติเอียดยอ่

เดก็ ชายอจั ฉริยะ เมาะสนิ

เดก็ หญิงอจั ฉารีญา เมาะสนิ

เดก็ หญิงนิชานนั ท์ ดารากยั

เดก็ หญิงนิสรีน หีมเกะ

เด็กหญิงอสั มา แวยาเง๊าะ

เดก็ หญิงขวญั จิรา ติเอียดยอ่

เด็กชายพายุ สุวรรณโณ

เดก็ ชายสิทธิโชค สุวรรณโน

๘๘

แบบประเมินชิ้นงาน

รายชื่อสมาชิกกลุ่ม

๑…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๒…………………………………….เลขที่……………ช้นั …………..
๓…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๔…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๕…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั …………..
๖.…………………………………….เลขท่ี……………ช้นั ………….

ชิ้นงานเรื่อง……………………..

เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน ๓ ๔ ๕ คะแนนท่ีได้
๑๒

๑. รูปแบบถูกตอ้ ง

๒. จดั รูปแบบน่าสนใจ สวยงาม

๓. ความครบถว้ นในเน้ือหาสาระท่ีเสนอ

๔. การใชค้ าเหมาะสม

๕. การสะกดคาถูกตอ้ ง

ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี

๘๙

เกณฑ์การให้คะแนนกระบวนการทางานกลุ่ม

ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั
๓ ๒๑
๑. การกาหนด – สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม สมาชิกส่วนใหญ่มี สมาชิกส่วนนอ้ ยมี
เป้าหมายร่วมกนั ในการกาหนดเป้าหมาย ส่วนร่วมในการกาหนด ส่วนร่วมในการกาหนด
การทางานอยา่ งชดั เจน เป้าหมายในการทางาน เป้าหมายในการทางาน

๒. การแบง่ หนา้ ที่ กระจายงานได้อย่างทวั่ ถึง กระจายงานได้ท่ัวถึง กระจายงานไมท่ วั่ ถึง
รับผดิ ชอบ
และตรงตามความสามารถ แ ต่ ไ ม่ ต ร ง ต า ม
๓. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี
ท่ีไดร้ ับมอบหมาย ของสมาชิกทุกคน ความสามารถของ

๔. การประเมินและ สมาชิก
ปรับปรุงผลงาน
ท า ง า น ไ ด้ ส า เร็ จ ต า ม ทางานไดส้ าเร็จตาม ท างาน ไ ม่ ส าเร็ จ ต าม

เ ป้ า ห ม า ย ท่ี ไ ด้ รั บ เป้าหมายแต่ชา้ กวา่ เวลา เป้าหมาย

มอบหมาย ตามระยะเวลาท่ี ที่กาหนด

กาหนด

ส ม า ชิ ก ทุ ก ค น ร่ ว ม สมาชิกบางส่วนมีส่วน สมาชิกบางส่วนไม่มีส่วน

ป รึ ก ษ าห ารื อ ติ ด ต าม ร่วมปรึกษาหารือแต่ไม่ ร่วมปรึกษาหารือและไม่

ตรวจสอบและปรับปรุ ง ช่วยปรับปรุงผลงาน ช่วยปรับปรุงผลงาน

ผลงานเป็ นระยะ

๙๐

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

ท่ี รายการประเมิน คะแนน
๓ ๒ ๑ ขอ้ คิดเห็น

๑. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั

๒. การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบ

๓. การปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย

๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน

รวม

เกณฑ์การประเมิน ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
๑๑ – ๑๒
๘ – ๑๐ ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
๕–๗
๐–๔ = ดีมาก
= ดี
= พอใช้
= ปรับปรุง

๙๑

แผนการจดั การเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ภาษาพาท)ี ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๒ เรื่อง ครื้นเครงเพลงพืน้ บ้าน เวลาเรียน ๘ ช่ัวโมง
แผนการเรียนรู้ที่ ๘ เร่ือง อ่านดมี ีวจิ ารณญาณ
เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง

สอนวนั ท…ี่ ………เดือน……………………..พ.ศ. ……………

มาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่ ๑ : การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจ

แกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวติ และมีนิสัยรักการอ่าน

สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู้

ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย

อยา่ งเห็นคุณค่าและนามา ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง

ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป ๖/๑ อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ท ๓.๑ ป ๖/๖ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
ท ๕.๑ ป ๖/๑ แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อา่ น
ท ๕.๑ ป ๖/๓ อธิบายคุณคา่ ของวรรณคดี และวรรณกรรมที่อ่านและนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง

สาระสาคญั
๑. การดูละครอยา่ งมีมรรยาทและสรุปสาระสาคญั ของเรื่องได้ ช่วยใหเ้ สริมความรู้

ความคิดอยา่ งกวา้ งขวาง
๒. การสรุปขอ้ คิดของเร่ืองท่ีอ่านไดช้ ดั เจนตรงตามเจตนารมณ์ของเร่ือง ทาใหส้ ามารถ

อภิปรายเรื่องไดด้ ี

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๑. การอภิปรายแสดงความคิดเห็นและขอ้ คิดจากเรื่องที่อา่ น K
๒. อภิปรายแสดงความคิดเห็นขอ้ คิดจากเรื่องที่อ่าน P
๓. มรรยาทท่ีดีในการดูละคร K
๔. ปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีมรรยาทที่ดีในการดูละคร A
๕. นาขอ้ คิดจากบทเรียนนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง A

๙๒

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซ่ือสัตยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งมนั่ ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ

กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นา
๑. ครูและนกั เรียนสนทนาทบทวนบทเรียน เก่ียวกบั ประสบการณ์เดิมของนกั เรียนใน

เร่ือง การตีความ สรุปความและหาขอ้ คิดจากเร่ืองที่อ่าน โดยการซกั ถามนกั เรียน
ข้ันกระบวนการเรียนรู้
๒. แบง่ นกั เรียนออกเป็น 6 กลุ่ม โดยคละความสามารถ ( เก่ง ปานกลาง อ่อน ) แลว้ ให้

เลือกประธาน และเลขานุการ ครูไดช้ ้ีแจงบทบาทหนา้ ท่ีของประธาน สมาชิก และเลขานุการ ใหน้ กั เรียน
ทุกคนเขา้ ใจ แลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มประเมินการกระทาของตวั ละครในบทเรียน

๓. ครูแจกใบความรู้ เรื่อง การตีความ สรุปความและหาขอ้ คิดจากเรื่องที่อ่าน ใหน้ กั เรียน
ไดศ้ ึกษา ใหเ้ ขา้ ใจ

๔. ครูนาแผนภูมิความหมายของการตีความ สรุปความและหาขอ้ คิดจากเร่ืองท่ีอ่าน
ติดท่ีกระเป๋ าผนงั ใหน้ กั เรียนทุกคนฝึกอ่าน ร่วมกนั อภิปรายแสดงความคิดเห็น แลว้ บนั ทึกลงสมุด

๕. หลงั จากที่นกั เรียนทุกกลุ่มศึกษาใบความรู้ แลว้ ใหร้ ่วมกนั สนทนาแลกเปล่ียนเรียน
เพื่อทาความเขา้ ใจร่วมกนั

๖. นกั เรียนส่งตวั แทนกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
๗. นกั เรียนทาใบงานที่ ๑
ข้นั สรุป

๘. นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน เร่ือง คร้ืนเครงเพลงพ้ืนบา้ น

สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบเรียนภาษาไทย ชุดภาษาเพ่ือชีวติ
๒. ใบงานท่ี ๑
๓. แบบทดสอบหลงั เรียน เร่ือง คร้ืนเครงเพลงพ้ืนบา้ น

๙๓

กระบวนการวดั ผลและประเมินผล

๑.วธิ ีการ
๑.๑ สังเกต
๑.๑.๑ การฟัง การพดู
๑.๑.๒ การอา่ น
๑.๑.๓ การตอบคาถาม
๑.๑.๔ การรายงาน
๑.๑.๕ การร่วมกิจกรรม
๑.๒ ตรวจผลงาน
๑.๒.๑ ใบงาน
๑.๒.๒ แบบทดสอบหลงั การเรียนรู้

๒.เคร่ืองมือการวดั และประเมินผล
๒.๑ ใบงาน
๒.๒ แบบทดสอบหลงั การเรียนรู้
๒.๓ แบบสงั เกตพฤติกรรม

๓.เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล
ใชก้ ารผา่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป

บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรียนรู้ตามตัวชี้วดั
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ......... คน
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ดี ........คน คิดเป็นร้อยละ ....................
– ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปานกลาง .......คน คิดเป็ นร้อยละ ..........
– ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั ปรับปรุง .......คน คิดเป็นร้อยละ ..........

๙๔

กจิ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………….............…………………………
……………………………………………………………………………………………………….………
ความเห็นของผ้อู านวยการโรงเรียน
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

ลงช่ือ...........................................................................
(นายธราเทพ แกว้ เกาะสะบา้ )

ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
............/......................../..............
บันทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนกบั ผเู้ รียน
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
ปัญหา / อุปสรรค
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………
……………………………………………………………………….………………………………………

ลงช่ือ……………………………….…ผสู้ อน

(นางสาวอภิชญา ญาดาพชั ร์)
ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นพรุหลุมพี
….…../…………./………….

๙๕

ใบความรู้

เรื่อง การหาข้อคดิ จากเรื่องทอี่ ่าน
การหาขอ้ คิดจากเร่ืองที่อา่ น จะช่วยใหผ้ อู้ า่ นเขา้ ใจเร่ืองท่ีอา่ นไดล้ ึกซ้ึงและเขา้ ใจความคิดของ
ผเู้ ขียนที่แฝงไวใ้ นเร่ือง เช่น คติธรรม คาสอน มุมมองตา่ งๆอนั เป็นประโยชน์ต่อการนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น
การดารงชีวติ ได้
การหาขอ้ คิดจากเร่ืองที่อ่าน ผอู้ ่านตอ้ งมีความเขา้ ใจความหมายของคาและประโยค ต้งั
จุดมุ่งหมายของการอ่านอยา่ งพนิ ิจพจิ ารณา ใชก้ ารวเิ คราะห์คา ความหมาย นยั ของคาและขอ้ ความ จด
บนั ทึกความรู้การแยกแยะขอ้ เทจ็ จริง การประเมินเหตุการณ์ โดยสามารถใชก้ ารเขียนแผนภาพความคิด
หรือแผนภาพโครงเรื่องมาลาดบั ความคิดได้

แผนภาพโครงเร่ือง แม่ปกู บั ลกู ป่ ู

ตวั ละคร : แมป่ ู ลูกปู
แม่ปูกบั ลูกปูเดินไปหากินในนา แม่ปูเห็นลูกลูกปู
เหตุการณ์ที่ ๑ : เดินไมต่ รงทางจึงร้องบอกให้ลูกเดินไปตรงทาง
ขอ้ บกพร่องของผูอ้ ื่นยอ่ มเห็นไดง้ ่ายกวา่ ขอ้ บกพร่องของตนเอง
ขอ้ คิด :

ภาพโครงเร่ือง แม่ปูกบั ลกู ปู

เหตุการณ์ที่ ๒ : ลูกปูขอใหแ้ มป่ ูเดินใหด้ ูซิวา่ เดินอยา่ งไรจึงจะเดินตรง
แมป่ ูเดินใหล้ ูกปูดูกเ็ ดินไมต่ รงทางเหมือนกนั
ขอ้ คิด : การที่จะบอกหรือสอนผใู้ ด ผบู้ อกหรือผสู้ อนควรปฏิบตั ิใหไ้ ด้
ก่อน
หรือ : การกระทาท่ีฝืนธรรมชาติยอ่ มทายาก

จากข้อคดิ ของเรื่อง ผอู้ า่ นอาจคิดเปรียบเทียบกบั สานวนท่ีสอดคลอ้ งกนั ได้ เช่น วา่ แตเ่ ขาอิเหนา
เป็นเอง เป็นตน้

๙๖

ใบงานที่ ๑
ชื่อ………………….......……นามสกุล……………………….เลขที่…………. ช้นั ……………

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามตอ่ ไปน้ี ใหถ้ ูกตอ้ ง

นกั เรียนคิดวา่ นกั เรียนจะช่วยกนั อนุรักษแ์ ละสืบทอดเพลงพ้ืนบา้ นไวไ้ ดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
………………………………………………………………………………...……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………...……………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………...……………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………...……………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………...……………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………...……………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

๙๗

แบบทดสอบหลังเรียน เร่ือง ครื้นเครงเพลงพืน้ บ้าน
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย × ทบั ตวั อกั ษร ก ข ค ง ที่ถูกท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว

๑ . ขอ้ ใดไม่ใช่ลกั ษณะของ เพลงพ้นื บา้ น
ก. ใชค้ าพ้นื บา้ นและใชภ้ าษาพดู ได้
ข. มีคาสมั ผสั คลอ้ งจอง
ค. เร่ืองมีความทนั สมยั
ง. มีการยวั่ เยา้ กระเซา้ แหย่

๒. คาวา่ “คร้ืนเครง” ขอ้ ใดไม่ถูกตอ้ งกบั ความหมายของคา
ก. สนุกสนาน
ข. สรวลเสเฮฮา
ค. คึกคร้ืน
ง. ต่ืนเตน้

๓. ขอ้ ใด ไม่ใช่ เพลงพ้ืนบา้ น
ก. เพลงลูกทุง่
ข. เพลงเรือ
ค. เพลงเก่ียวขา้ ว
ง. เพลงฉ่อย

๔. เพลงอีแซว เป็ นเพลงพ้นื บา้ นของภาคใด
ก. ภาคเหนือ
ข. ภาคกลาง
ค. ภาคใต้
ง. ภาคอีสาน

๕. เพลงอีแซว เล่นกนั ในท่ีใดบา้ ง
ก. ในไร่ในนา
ข. งานเทศกาลนกั ขตั ฤกษ์
ค. งานวดั
ง. ถูกทุกขอ้

๙๘

๖. เพลงอีแซว ต่างจากเพลงฉ่อยหรือเพลงเรืออยา่ งไร
ก. คาร้อง
ข. ทานองการร้อง
ค. ทานองการรับของลูกคู่
ง. ขอ้ ข และ ค ถูก

๗. แหล่งรวมเพลงท่ีใหญท่ ี่สุด อยทู่ ่ีใด
ก. วดั ป่ า
ข. วดั ป่ าเลไลย์
ค. วดั ประตูสาร
ง. ถูกทุกขอ้

๘. คาวา่ โฆษก หมายถึงอะไร
ก. ผรู้ ้าย
ข. ผเู้ คารพ
ค. ผปู้ ระกาศ
ง. ผเู้ ล่านิทาน

๙. ขอ้ ใดไม่ใช่เวลาในการละเล่นเพลงพ้นื บา้ นเพ่ือความสนุกสนาน
ก. งานเกี่ยวขา้ ว
ข. งานสงกรานต์
ค. งานเขา้ พรรษา
ง. เสร็จจากงาน

๑๐. ขอ้ ใดไมถ่ ูกตอ้ งเกี่ยวกบั เพลงพ้ืนบา้ น
ก. ภาคเหนือ มีเพลงคา่ วซอ ค่าวธรรม
ข. ภาคอีสาน มีเพลงลาแคน ลาเพลิน ลิเกโคราช
ค. ภาคใต้ มี ลิเกฮูลู หนงั ตะลุง โนรา
ง. ภาคกลาง มีละครนอก ละครใน

๙๙

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน เรื่อง ครื้นเครงเพลงพืน้ บ้าน
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนทาเคร่ืองหมาย × ทบั ตวั อกั ษร ก ข ค ง ที่ถูกที่สุดเพียงขอ้ เดียว

๑ . ขอ้ ใดไม่ใช่ลกั ษณะของ เพลงพ้นื บา้ น
ก. ใชค้ าพ้นื บา้ นและใชภ้ าษาพูดได้
ข. มีคาสัมผสั คลอ้ งจอง
ค. เรื่องมีความทนั สมยั
ง. มีการยวั่ เยา้ กระเซา้ แหย่

๒. คาวา่ “คร้ืนเครง” ขอ้ ใดไม่ถูกตอ้ งกบั ความหมายของคา
ก. สนุกสนาน
ข. สรวลเสเฮฮา
ค. คึกคร้ืน
ง. ต่ืนเตน้

๓. ขอ้ ใด ไม่ใช่ เพลงพ้ืนบา้ น
ก. เพลงลูกทุง่
ข. เพลงเรือ
ค. เพลงเกี่ยวขา้ ว
ง. เพลงฉ่อย

๔. เพลงอีแซว เป็ นเพลงพ้ืนบา้ นของภาคใด
ก. ภาคเหนือ
ข. ภาคกลาง
ค. ภาคใต้
ง. ภาคอีสาน

๕. เพลงอีแซว เล่นกนั ในท่ีใดบา้ ง
ก. ในไร่ในนา
ข. งานเทศกาลนกั ขตั ฤกษ์
ค. งานวดั
ง. ถูกทุกขอ้

๑๐๐

๖. เพลงอีแซว ตา่ งจากเพลงฉ่อยหรือเพลงเรืออยา่ งไร
ก. คาร้อง
ข. ทานองการร้อง
ค. ทานองการรับของลูกคู่
ง. ขอ้ ข และ ค ถูก

๗. แหล่งรวมเพลงท่ีใหญ่ท่ีสุด อยทู่ ่ีใด
ก. วดั ป่ า
ข. วดั ป่ าเลไลย์
ค. วดั ประตูสาร
ง. ถูกทุกขอ้

๘. คาวา่ โฆษก หมายถึงอะไร
ก. ผรู้ ้าย
ข. ผเู้ คารพ
ค. ผปู้ ระกาศ
ง. ผเู้ ล่านิทาน

๙. ขอ้ ใดไม่ใช่เวลาในการละเล่นเพลงพ้ืนบา้ นเพื่อความสนุกสนาน
ก. งานเก่ียวขา้ ว
ข. งานสงกรานต์
ค. งานเขา้ พรรษา
ง. เสร็จจากงาน

๑๐. ขอ้ ใดไมถ่ ูกตอ้ งเกี่ยวกบั เพลงพ้นื บา้ น
ก. ภาคเหนือ มีเพลงค่าวซอ ค่าวธรรม
ข. ภาคอีสาน มีเพลงลาแคน ลาเพลิน ลิเกโคราช
ค. ภาคใต้ มี ลิเกฮูลู หนงั ตะลุง โนรา
ง. ภาคกลาง มีละครนอก ละครใน


Click to View FlipBook Version