The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anchalee080127, 2020-10-27 02:37:12

หลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)

หลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)

โครงสร้ำงหลักสตู รชนั้ ปี ระดบั ประถมศกึ ษำ
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ(ภำษำอังกฤษ)

ชั้น รหสั วชิ ำ วิชำ ช่ัวโมง/ปี ช่วั โมง/สัปดำห์
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ต๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน๑ ๑๖๐ ๔
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ต๑๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร๑ ๔๐ ๑
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ ต๑๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน๒ ๑๖๐ ๔
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ ต๑๒๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร๒ ๔๐ ๑
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕ ต๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษพื้นฐาน๓ ๑๖๐ ๔
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ต๑๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร๓ ๔๐ ๑
ต๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน๔ ๘๐ ๒
ต๑๔๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสาร๔ ๑๒๐ ๓
ต๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน๕ ๘๐ ๒
ต๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร๕ ๑๒๐ ๓
ต๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษพื้นฐาน๖ ๘๐ ๒
ต๑๖๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร๖ ๑๒๐ ๓

๙๗

กำรวิเครำะห์ตัวช้ีวัดรำยวชิ ำพ้นื ฐำนสเู่ นือ้ หำ (วิชำพ้ืนฐำน)

ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ ๑
ชั้นประถมศึกษำปที ่ี ๑ ภำคเรยี นที่ ๑
มีจำนวน ๔ สำระ จำนวน ๘ มำตรฐำน และจำนวน ๑๖ ตวั ชวี้ ดั

หน่วย มำตรฐำนกำร ตวั ช้ีวัดและพฤติกรรมที่ต้องกำรใหเ้ กดิ หนว่ ยกำรเรียนร/ู้ เน้อื หำ/ เวลำ คะแนน
(ช่วั โมง) เก็บ
ท่ี เรียนรู้ แกน่ ักเรียน กจิ กรรม
๖ ๑๐
๑ ต ๑.๒ (๑) - พดู ทักทำยผู้อนื่ ได้ Welcome!

ต ๑.๓ (๑) - พดู แนะนำตวั เองและผอู้ ื่นได้ ผูเ้ รยี นไดฝ้ กึ พูดทกั ทำย พดู

ต ๒.๑ (๑,๓) - รอ้ งเพลงภำษำองั กฤษทก่ี ำหนดได้ แนะนำตนเองและผ้อู ื่นได้อยำ่ ง

ต ๔.๑ (๑) ถูกต้องและเหมำะสม

๒ ต ๑.๑(๑,๒) - พดู ทักทำย แนะนำตัวเองและผอู้ ื่นได้ First day at school ๑๘ ๑๐
๑๕
ต ๑.๒ อยำ่ งถกู ตอ้ งและเหมำะสม กำรเรยี นรู้คำและประโยคทใ่ี ช้
๑๕
(๑,๒,๔) - พดู ขอและให้ข้อมลู งำ่ ยๆ เกย่ี วกับ ในกำรทักทำย แนะนำตัวเอง

ต ๒.๑(๑,๓) ตัวเองและผูอ้ ่ืนได้ และผ้อู ่นื พร้อมทง้ั มำรยำท

ต ๒.๒(๑) - เลน่ เกมและรอ้ งเพลงภำษำอังกฤษได้ สงั คมและวัฒนธรรมของ

ต ๔.๑(๑) เจำ้ ของภำษำ เปน็ กำรเรียนรู้

ต ๔.๒(๑) ภำษำอังกฤษเพือ่ นำไปใชใ้ นกำร

สอื่ สำรในชีวิตประจำวนั

๓ ต ๑.๑ - อำ่ นออกเสียง สะกดคำ และบอก My school things ๑๘

(๒,๓,๔) ควำมหมำยคำศพั ท์เกยี่ วกบั ส่งิ ตำ่ งๆ ใน กำรเรยี นรู้คำศัพทเ์ กย่ี วกับสง่ิ

ต ๑.๓(๑) หอ้ งเรยี นได้ ตำ่ งๆ ในห้องเรียน และ

ต ๒.๑(๓) - พดู /เขยี นถำม-ตอบเกย่ี วกับช่อื เรยี กส่ิง โครงสร้ำงประโยค What’s

ต ๒.๒(๑) ต่ำงๆ โดยใชโ้ ครงสรำ้ ง What’s this? this? It’s …. ทำใหผ้ ูเ้ รียน

ต ๓.๑(๑) It’s a___.ได้ สำมำรถพูด/เขียนถำม-ตอบให้

ต ๔.๑(๑) - รอ้ งเพลงภำษำองั กฤษได้ ข้อมูลเก่ยี วกบั ส่ิงตำ่ งๆ ใน

ต ๔.๒(๑) ห้องเรียนได้ ซงึ่ เป็นกำรเรยี นรู้

ภำษำอังกฤษเพอ่ื นำไปใชส้ อื่ สำร

ในชวี ิตประจำวนั

๔ ต ๑.๑ - อำ่ นออกเสียง สะกดคำ และบอก My family ๑๘

(๒,๓,๔) ควำมหมำยคำศัพทเ์ กีย่ วกบั สมำชกิ กำรเรียนร้คู ำศัพทเ์ ก่ียวกบั

ต ๑.๒ ในครอบครัวได้ สมำชิกในครอบครัว กำรพดู

(๑,๔) - พูดถำม-ตอบเกย่ี วกับสมำชิกใน ขอและให้ข้อมลู เกย่ี วกับ

ต ๑.๓ (๑) ครอบครวั ได้ สมำชกิ ในครอบครวั เป็น

ต ๒.๑ - พดู แนะนำสมำชิกในครอบครัวได้ กำรเรยี นรภู้ ำษำอังกฤษเพ่อื

(๑,๓) - ทำแผนภูมิตน้ ไม้ครอบครวั นำไปใช้ในกำรสอ่ื สำรใน

ต ๒.๒ (๑) (Family tree) ของตนเองได้ ชวี ติ ประจำวัน

ต ๓.๑ (๑) - ร้องเพลงภำษำอังกฤษได้

ต ๔.๑ (๑)

ต ๔.๒ (๑)

๙๘

หน่วย มำตรฐำนกำร ตัวช้ีวดั และพฤติกรรมทต่ี ้องกำรให้เกดิ หน่วยกำรเรียนรู/้ เนอื้ หำ/ เวลำ คะแนน
(ชั่วโมง) เกบ็
ท่ี เรียนรู้ แก่นักเรียน กจิ กรรม
๒๐
สอบกลำงภำค ๓๐

สอบปลำยภำค ๑๐๐

ข้อสอบกลำง/ส่วนกลำงกำหนด

รวมตลอดภำคเรยี น

๙๙

ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ ๑

ชัน้ ประถมศึกษำปีท่ี ๑ ภำคเรยี นที่ ๒

มีจำนวน ๔ สำระ จำนวน ๘ มำตรฐำน และจำนวน ๑๖ ตัวชี้วดั

หนว่ ย มำตรฐำนกำร ตัวช้ีวัดและพฤติกรรมทีต่ ้องกำรให้ หนว่ ยกำรเรยี นรู/้ เนื้อหำ/กิจกรรม เวลำ คะแนน
ที่ เรียนรู้ เกิดแก่นักเรียน (ชั่วโมง) เกบ็

๕ ต ๑.๑ - อำ่ นออกเสียง สะกดคำ และ My face ๑๘ ๑๐

(๑,๓,๔) บอกควำมหมำยคำศัพท์ กำรเรียนร้คู ำศัพท์เกี่ยวกบั

ต ๑.๒(๔) เกย่ี วกบั อวัยวะบนใบหน้ำได้ อวัยวะบนใบหนำ้ กำรใช้

ต ๑.๓(๑) - พดู ให้ขอ้ มลู เก่ยี วกับอวัยวะ This/These เป็นกำรเรยี นรู้

ต ๒.๑(๓) ต่ำงๆ บนใบหน้ำของตนเองได้ ภำษำอังกฤษเพื่อนำไปใช้ในกำร

ต ๓.๑(๑) - ปฏิบตั ิตำมคำสั่งง่ำยๆ ได้ สอื่ สำรในชีวิตประจำวนั

ต ๔.๑(๑) - ใช้ This /These ประกอบ

ต ๔.๒(๑) ประโยคได้ถูกต้อง

- ร้องเพลงภำษำอังกฤษท่ี

กำหนดได้

๖ ต ๑.๑ - ออกเสียง สะกดคำ และ My pets ๑๘ ๑๕

(๒,๓,๔) บอกควำมหมำยคำศัพท์ เรียนรูค้ ำศัพท์เก่ียวกบั สตั วเ์ ลี้ยง

ต ๑.๓(๑) เกี่ยวกับสตั ว์เลยี้ งชนิดต่ำงๆได้ กริ ยิ ำอำกำรต่ำงๆ ของสัตว์ กำร

ต ๒.๑(๓) - ออกเสียงคำศัพทท์ ี่ลงทำ้ ย ใช้ can ประกอบประโยค ทำ

ต ๒.๒(๑) ดว้ ย -t ได้ ใหผ้ เู้ รยี นสำมำรถพูดให้ข้อมูล

ต ๔.๑(๑) - พดู และเขยี นบอกจำนวน เกีย่ วกับสัตวเ์ ล้ียง และ

ต ๔.๒(๑) และสขี องสตั ว์เลยี้ งได้ ควำมสำมำรถง่ำยๆ ของสัตว์ได้

- พดู ให้ข้อมลู เก่ยี วกับ

ควำมสำมำรถของสตั ว์เลยี้ งได้

- ฟงั และระบุภำพได้ถูกต้อง

- ร้องเพลงภำษำอังกฤษท่ี

กำหนดได้

๗ ต ๑.๑ - - อ่ำนออกเสยี ง สะกดคำศัพท์ My foods ๑๘ ๑๕

(๒,๓,๔) และบอกควำมหมำยคำศพั ท์ กำรเรียนรคู้ ำศัพทเ์ ก่ียวกับ

ต ๑.๒(๓,๔) เกีย่ วกับอำหำรได้ อำหำร โครงสร้ำงประโยค Do

ต ๑.๓(๑) - พูดบอกเกีย่ วกบั อำหำรทต่ี นเอง you like…….? Yes, I do. /

ต ๒.๑(๑,๓) ชอบได้ No, I don’t. ทำใหผ้ เู้ รียน

ต ๒.๒(๑) - พดู สนทนำถำม-ตอบเกยี่ วกับ สำมำรถใชภ้ ำษำอังกฤษในกำร

ต ๔.๑(๑) อำหำรท่ีชอบได้ พูดขอและใหข้ ้อมลู เกยี่ วกับ

ต ๔.๒(๑) - ออกเสยี งคำศัพทท์ ล่ี งทำ้ ย อำหำรทชี่ อบหรือไม่ชอบได้ ซ่งึ

ด้วย /k/ ได้ เป็นกำรเรยี นรูภ้ ำษำอังกฤษ

เพ่ือนำไปใช้สอื่ สำรใน

ชวี ิตประจำวัน

๑๐๐

หนว่ ย มำตรฐำนกำร ตัวชีว้ ัดและพฤติกรรมทต่ี อ้ งกำรให้ หนว่ ยกำรเรยี นร้/ู เนื้อหำ/กิจกรรม เวลำ คะแนน
ที่ เรยี นรู้ เกดิ แก่นกั เรยี น (ช่ัวโมง) เกบ็

๘ ต ๑.๑(๑) - อ่ำนออกเสยี ง สะกดคำ และ Festivals ๖ ๑๐

ต ๑.๒(๑) บอกควำมหมำยคำศัพท์ กำรเรยี นรูเ้ กี่ยวกับวัฒนธรรม

ต ๒.๑(๒,๓) เกีย่ วกับเทศกำลตำ่ งๆ ได้ ของเจ้ำของภำษำ ทำให้ผเู้ รียน

- พดู ทักทำยในวันคริสต์มำสได้ สำมำรถเข้ำใจและเรียนรภู้ ำษำ

- ร้องเพลง “Christmas”, “I ไดอ้ ย่ำงลึกซงึ้ มำกข้นึ และ

love daddy.”, “I love นำไปใชไ้ ด้อยำ่ งเหมำะสม

mommy.” ได้

- ประดิษฐบ์ ัตรอวยพรวัน

ครสิ ต์มำส และวนั แม่ได้

- ประดิษฐ์ภำพแขวนผนังวนั

พอ่ ได้

- เรยี นรเู้ ก่ยี วกบั วัฒนธรรมใน

วนั คริสต์มำส วันพอ่ และวนั แม่

ของเจ้ำของภำษำ

- ปฏบิ ตั ิตำมคำสั่งได้

สอบกลำงภำค ๒๐

สอบปลำยภำค ๓๐

ข้อสอบกลำง/ส่วนกลำงกำหนด ๐

รวมตลอดภำคเรียน ๑๐๐

๑๐๑

ช้นั ประถมศกึ ษำปีท่ี ๒
ช้นั ประถมศึกษำปที ่ี ๒ ภำคเรยี นที่ ๑
มจี ำนวน ๔ สำระ จำนวน ๘ มำตรฐำน และจำนวน ๑๖ ตวั ช้วี ัด

หนว่ ย มำตรฐำนกำร ตัวชีว้ ัดและพฤตกิ รรมทตี่ ้องกำร หนว่ ยกำรเรยี นร้/ู เน้อื หำ/กจิ กรรม เวลำ คะแนน
(ช่วั โมง) เกบ็
ที่ เรียนรู้ ใหเ้ กดิ แก่นกั เรียน

๑ ต ๑.๑ (๒,๔) - พดู ทกั ทำยผู้อ่ืน และโตต้ อบได้ Hello again! ๖ ๑๐

ต ๑.๒ (๑,๔) - ถำมชอ่ื ผู้อื่น และพูดตอบได้ กำรทกั ทำยแบบเปน็ ทำงกำรและไม่

ต ๑.๓ (๑) - รอ้ งเพลงภำษำอังกฤษตำมที่ เปน็ ทำงกำร กำรถำม-ตอบขอ้ มูล

ต ๒.๑ (๑.๓) กำหนดได้ สว่ นตัว กำรแนะนำช่อื ตนเองแก่

ต ๔.๑(๑) - พดู และเขำ้ ใจควำมหมำยของ ผู้อืน่ กำรทบทวนกำรเขียนตวั อักษร

ประโยคตำ่ งๆ ได้ A-Z ทัง้ ตวั พิมพเ์ ลก็ และตวั พิมพใ์ หญ่

และกำรฝกึ เขยี นตวั อกั ษรเพ่อื

ประกอบเปน็ คำ และประโยค

๒ ต ๑.๑(๒,๓,๔) - อำ่ นออกเสยี ง สะกดคำ และบอก Back to school ๑๘ ๑๐

ต ๑.๒(๔) ควำมหมำยของคำศัพทเ์ กีย่ วกบั กำรเรยี นร้คู ำศัพทท์ เี่ กีย่ วขอ้ งกบั

ต ๑.๓(๑) อุปกรณก์ ำรเรยี นต่ำงๆ ได้ อุปกรณก์ ำรเรยี นตำ่ งๆ โครงสร้ำง

ต ๒.๑(๑,๓) - พูด/เขียนถำม-ตอบเกยี่ วกบั ชอื่ ประโยคคำถำมและคำตอบ What

ต ๒.๒(๑) เรยี กของอปุ กรณ์กำรเรียนตำ่ งๆ have you got? I’ve got

ต ๔.๑(๑) - ใช้ article a/an ได้ถกู ตอ้ ง …..(noun)….. กำรใช้ article

ต ๔.๒(๑) - เลน่ เกมและรอ้ งเพลง a/an และกำรรอ้ งเพลง

ภำษำองั กฤษตำมทก่ี ำหนดได้ ภำษำอังกฤษซง่ึ เปน็ กิจกรรมทำง

ภำษำและวัฒนธรรม ทำให้ผเู้ รียน

สำมำรถพดู /เขียน เพ่อื ถำม-ตอบ

และใหข้ อ้ มลู เกี่ยวกับอุปกรณก์ ำร

เรียนตำ่ งๆ ของตนเอง ซง่ึ เป็นกำร

เรียนรภู้ ำษำองั กฤษเพอื่ นำไปใช้

สอื่ สำรในชวี ติ ประจำวนั และ

สำมำรถนำไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั รำยวชิ ำ

อนื่ ๆ

๓ ต ๑.๑(๒,๓,๔) - อ่ำนออกเสยี งคำ สะกดคำ และ At home ๑๘ ๑๕

ต ๑.๓(๑) บอกควำมหมำยคำศพั ทเ์ ก่ียวกับ กำรเรยี นรคู้ ำศพั ท์เกยี่ วกับห้องเรียน

ต ๒.๑(๓) บ้ำนพักที่อยอู่ ำศยั ได้ ต่ำงๆ ภำยในบำ้ นพักอำศยั

ต ๒.๒(๑) - พูด และเขยี นคำศัพทเ์ กยี่ วกบั โครงสรำ้ งประโยคบอกเลำ่ He/She’s

ต ๔.๑(๑) ห้องต่ำงๆ ภำยในบำ้ นพกั ทีอ่ ยู่ in the …(room)……. ประโยค

ต ๔.๒(๑) อำศัย คำถำมและคำตอบท่ผี เู้ รยี นสำมำรถ

- พูดบทสนทนำเพอ่ื ถำม และให้ ระบุห้องภำยในบ้ำนทผี่ ้ใู ดผหู้ น่งึ อยใู่ น

ขอ้ มูลเก่ียวกับห้องตำ่ งๆ ภำยใน นนั้ ซ่งึ เปน็ กำรเรยี นรู้ภำษำอังกฤษ

บ้ำน เพอ่ื ไปใช้ส่อื สำรในชวี ติ ประจำวนั

- ฟัง และระบภุ ำพไดถ้ กู ต้อง

- เล่นเกมและรอ้ งเพลง

ภำษำองั กฤษตำมที่กำหนดได้

๑๐๒

หนว่ ย มำตรฐำนกำร ตวั ชี้วดั และพฤตกิ รรมท่ีต้องกำร หน่วยกำรเรยี นรู้/เนอื้ หำ/กจิ กรรม เวลำ คะแนน
(ชว่ั โมง) เกบ็
ท่ี เรียนรู้ ให้เกดิ แก่นักเรยี น

๔ ต ๑.๑ - อ่ำนออกเสยี ง สะกดคำ และ All about me ๑๘ ๑๕

(๑,๒,๓,๔) บอกควำมหมำยของคำศัพท์ กำรเรยี นร้คู ำศัพทเ์ กย่ี วกับส่วนตำ่ งๆ

ต ๑.๒(๒,๔) เกย่ี วกบั ส่วนตำ่ งๆ ของรำ่ งกำย ของร่ำงกำยภำยนอก โครงสร้ำง

ต ๑.๓(๑) ภำยนอก ประโยคบอกเล่ำ เพื่อบรรยำย

ต ๒.๑(๑,๓) - พดู ให้ขอ้ มูลลกั ษณะเก่ยี วกับสว่ น ลกั ษณะของบคุ คล เช่น She’s got

ต ๒.๒(๑) ตำ่ งๆ ของรำ่ งกำยภำยนอกของ black hair and blue eyes.

ต ๔.๑(๑) ตนและของผู้อ่ืนได้ ลักษณะภำยนอกของบคุ คลท่ี

ต ๔.๒(๑) - เขยี นคำศัพทเ์ กย่ี วกบั ส่วนตำ่ งๆ แตกต่ำงกนั เชน่ blond hair,

ของร่ำงกำยภำยนอกได้ brown eyes ฯลฯ คำนำมพหพู จน์

- ฟังและระบุภำพไดถ้ ูกตอ้ ง กำรออกเสยี ง [s] ท้ำยคำนำม

- เปลย่ี นคำนำมเอกพจนใ์ ห้เปน็ พหพู จน์ ซงึ่ เป็นกำรเรยี นรู้

พหพู จนไ์ ด้ ภำษำอังกฤษเพือ่ นำไปใช้สอ่ื สำรใน

- ออกเสียง [s] ทำ้ ยคำนำม ชวี ิตประจำวนั

พหูพจนไ์ ด้

- เล่นเกมและรอ้ งเพลง

ภำษำอังกฤษตำมที่กำหนดได้

สอบกลำงภำค ๒๐

สอบปลำยภำค ๓๐

ข้อสอบกลำง/ส่วนกลำงกำหนด ๐

รวมตลอดภำคเรียน ๑๐๐

๑๐๓

ช้ันประถมศกึ ษำปีท่ี ๒
ชั้นประถมศกึ ษำปที ่ี ๒ ภำคเรยี นท่ี ๒
มจี ำนวน ๔ สำระ จำนวน ๘ มำตรฐำน และจำนวน ๑๖ ตัวชีว้ ดั

หน่วย มำตรฐำนกำร ตัวชี้วดั และพฤติกรรมทตี่ ้องกำร หน่วยกำรเรียนรู้/เนอื้ หำ/กิจกรรม เวลำ คะแนน
(ชัว่ โมง) เก็บ
ที่ เรียนรู้ ใหเ้ กดิ แก่นักเรียน

๕ ต ๑.๑(๒,๓,๔) - อ่ำนออกเสยี ง สะกดคำ และ On the farm ๑๘ ๑๐

ต ๑.๒(๔) บอกควำมหมำยของคำศัพท์ กำรเรยี นรคู้ ำศัพทเ์ กยี่ วกบั สตั วเ์ ลยี้ งใน

ต ๑.๓(๑) เกย่ี วกับสตั วเ์ ล้ยี งตำ่ งๆ ในฟำรม์ ฟำรม์ กำรใชค้ ำกริยำอำกำรต่ำงๆ

ต ๒.๑(๑,๓) และคำกรยิ ำได้ เพอ่ื บรรยำยควำมสำมำรถของสัตว์

ต ๒.๒(๑) - พูดใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกับ หรอื บคุ คลด้วยประโยคบอกเล่ำ เชน่

ต ๔.๑(๑) ควำมสำมำรถในกำรทำกรยิ ำตำ่ งๆ It can climb. รวมท้ังประโยค

ต ๔.๒(๑) ของสตั ว์เลย้ี งในฟำรม์ และ คำถำมและปฏเิ สธ กำรใช้

สำมำรถถำม-ตอบได้ Preposition: in, on, under และ

- เขยี นคำศพั ท์สตั วเ์ ล้ียงในฟำร์ม กำรออกเสียง [d] ซ่งึ เปน็ กำรเรยี นรู้

ได้ ภำษำอังกฤษเพ่ือนำไปใช้ส่ือสำร

- ฟัง และระบภุ ำพได้ถูกตอ้ ง ในชีวติ ประจำวนั

- ออกเสยี ง [d] ต้นคำศพั ทไ์ ด้

- ใช้ Preposition: in, on, under

ได้ถกู ตอ้ ง

- เล่นเกมและรอ้ งเพลง

ภำษำอังกฤษตำมทก่ี ำหนดได้

๖ ต ๑.๑ - อ่ำนออกเสยี งคำ สะกดคำ และ Nice weather ๑๘ ๑๕

(๑,๒,๓,๔) บอกควำมหมำยของคำศพั ท์ กำรเรยี นรูค้ ำศัพท์เกยี่ วกับสภำพ

ต ๑.๒(๒,๔) เก่ียวกบั สภำพอำกำศแบบตำ่ งๆ อำกำศแบบตำ่ งๆ โครงสรำ้ งประโยค

ต ๑.๓(๑) ได้ บอกเลำ่ เพอ่ื บอกสภำพอำกำศ เชน่

ต ๒.๑(๑,๓) - พดู ใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกับสภำพ It’s cold. บทสนทนำถำม-ตอบ

ต ๒.๒(๑) อำกำศแบบตำ่ งๆ ได้ เกี่ยวกับสภำพอำกำศ เช่น What’s

ต ๔.๑(๑) - เขียนคำศัพทเ์ กีย่ วกบั สภำพ the weather like today? It’s

ต ๔.๒(๑) อำกำศแบบต่ำงๆ ได้ sunny. กำรออกเสยี ง [s] ซึง่ เปน็ กำร

- ฟังและระบุภำพไดถ้ ูกต้อง เรยี นรภู้ ำษำอังกฤษเพื่อนำไปใช้

- ออกเสียงตำมตัวอักษร [s] ที่อยู่ สื่อสำรในชีวติ ประจำวัน

หน้ำคำศัพทไ์ ด้

- เล่นเกมและรอ้ งเพลง

ภำษำองั กฤษตำมทีก่ ำหนดได้

๗ ต ๑.๑(๒,๓,๔) - อำ่ นออกเสียงคำ สะกดคำ และ Play days ๑๘ ๑๕

ต ๑.๒(๔) บอกควำมหมำยของคำกิรยิ ำต่ำงๆ กำรเรยี นรู้คำศัพท์เกย่ี วกับคำกิริยำ

ต ๑.๓(๑) ได้ ตำ่ งๆ กำรใช้ Present Continuous

ต ๒.๑(๑,๓) - พูดใหข้ อ้ มูลเก่ียวกับกรยิ ำตำ่ งๆ Tense บทสนทนำถำม-ตอบเกี่ยวกับ

ต ๒.๒(๑) ทีต่ นและผู้อ่นื กำลงั กระทำใน กำรกระทำตำ่ งๆ เช่น What are you

ต ๔.๑(๑) ขณะน้ี doing? I’m dancing. และกำรออก

ต ๔.๒(๑) - เขยี นคำศพั ทเ์ กีย่ วกบั กริยำตำ่ งๆ เสียง [k] ซ่งึ เป็นกำรเรยี นรู้

ได้ ภำษำองั กฤษเพื่อนำไปใชส้ อ่ื สำรใน

๑๐๔

หน่วย มำตรฐำนกำร ตวั ชวี้ ดั และพฤติกรรมทีต่ ้องกำร หนว่ ยกำรเรยี นร/ู้ เนือ้ หำ/กิจกรรม เวลำ คะแนน
(ชัว่ โมง) เกบ็
ท่ี เรียนรู้ ใหเ้ กิดแกน่ กั เรียน

- ฟงั และระบุภำพไดถ้ ูกต้อง ชีวิตประจำวนั

- ออกเสียง [k] ท้ำยคำศพั ทไ์ ด้

- เล่นเกมและร้องเพลง

ภำษำอังกฤษตำมที่กำหนดได้

๘ ต ๑.๑(๑) - อ่ำนออกเสยี งคำ สะกดคำ และ Festivals ๖ ๑๐

ต ๑.๒(๑) บอกควำมหมำยของคำศพั ท์ กำรเรยี นรเู้ กีย่ วกับวัฒนธรรมของ

ต ๒.๑(๒,๓) เก่ียวกับเทศกำลตำ่ งๆ ได้ เจำ้ ของภำษำองั กฤษ และ

- พดู อวยพรผอู้ ่นื เน่ืองในวัน ชำวตะวนั ตก ทำให้ผู้เรยี นสำมำรถ

ครสิ ต์มำส วนั ขนึ้ ปใี หม่ และวนั เข้ำใจและเรียนรภู้ ำษำอังกฤษไดอ้ ย่ำง

แม่ได้ ลกึ ซ้งึ มำกขนึ้ และนำไปใช้ในชวี ิตจริง

- รอ้ งเพลง Our Christmas ไดอ้ ย่ำงเหมำะสม

Tree, Hello! New Year! และ

We love mummy. ได้

- ประดิษฐต์ ุ๊กตำนำงฟำ้ กระดำษได้

- ประดิษฐ์หมวกปใี หมท่ รงกรวยได้

- ประดษิ ฐ์บตั รอวยพรวันแมไ่ ด้

- เรียนรวู้ ัฒนธรรมเกีย่ วกับวัน

Christmas วันขน้ึ ปีใหม่ และวัน

แมไ่ ด้

- ปฏิบัตติ ำมคำสั่งได้

สอบกลำงภำค ๒๐

สอบปลำยภำค ๓๐

ขอ้ สอบกลำง/สว่ นกลำงกำหนด ๐

รวมตลอดภำคเรียน ๑๐๐

๑๐๕

ชั้นประถมศึกษำปที ่ี ๓
ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ ๓ ภำคเรยี นท่ี ๑
มีจำนวน ๔ สำระ จำนวน ๘ มำตรฐำน และจำนวน ๑๘ ตัวชว้ี ัด

หนว่ ย มำตรฐำนกำร ตวั ช้ีวัดและพฤตกิ รรมทต่ี ้องกำรให้ หนว่ ยกำรเรยี นรู/้ เนอ้ื หำ/ เวลำ คะแนน
กจิ กรรม (ชัว่ โมง) เก็บ
ท่ี เรียนรู้ เกิดแก่นกั เรียน
Hello friends! ๖ ๑๐
๑ ต ๑.๑ (๑) - พูดทักทำยและแนะนำตนเองได้ ทบทวนกำรพูดทักทำยและกำร
แนะนำตนเอง ซ่งึ เป็นพื้นฐำนใน ๑๘ ๑๐
ต ๑.๒ - รอ้ งเพลงภำษำอังกฤษตำมที่กำหนด กำรสอื่ สำรในชีวิตประจำวนั
๑๘ ๑๕
(๑,๒,๓) ได้ Back to school again
กำรเรยี นรู้คำศพั ทเ์ กย่ี วกบั ช่ือ
ต ๑.๓ (๑) ประเทศ และโครงสรำ้ งประโยค
ช่วยในกำรพดู ขอและให้ข้อมลู
ต ๒.๑ (๑.๓) เกี่ยวกับตนเองและผอู้ ่นื เช่น พดู
แนะนำตนเอง ประเทศ ซ่งึ เป็น
ต ๔.๑(๑) พ้นื ฐำนกำรเรียนรภู้ ำษำองั กฤษ
เพอ่ื นำไปใชใ้ นชีวิตประจำวัน
๒ ต ๑.๑ - อ่ำนออกเสียง สะกดคำ และบอก
All year round
(๑,๒,๓,๔) ควำมหมำยของคำศัพทเ์ กี่ยวกับชอ่ื กำรเรยี นรู้คำศัพทเ์ กยี่ วกบั สภำพ
อำกำศและชอ่ื เดือน ชว่ ยให้พูด
ต ๑.๒ ประเทศตำ่ งๆ ได้ และเขยี นขอและให้ขอ้ มลู
เก่ียวกบั สภำพอำกำศ ซ่งึ เปน็ กำร
(๑,๒,๓,๔,๕) - ออกเสียงคำศัพท์ทข่ี ้ึนตน้ ดว้ ยเสยี ง เรียนรภู้ ำษำอังกฤษเพ่ือนำไปใช้
สอ่ื สำรในชวี ิตประจำวัน
๑.๓(๑,๒) /dӠ/ ได้
ต ๒.๑ - ระบภุ ำพตรงตำมควำมหมำยของคำ
(๑,๒,๓) และประโยคได้
ต ๒.๒(๑) - พูดขอและให้ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง
ต ๓.๑(๑) และผ้อู ่นื ได้
ต ๔.๑(๑) ต

๔.๒(๑)

๓ ต ๑.๑ - อ่ำนออกเสียง สะกดคำ และบอก

(๑,๒,๓,๔) ควำมหมำยของคำศัพท์เกยี่ วกับสภำพ

ต ๑.๒ อำกำศ ชือ่ เดือน และคำศพั ทท์ ีล่ งท้ำย

(๑,๒,๕) ด้วย ld ได้

๑.๓(๑,๒) - ระบุภำพไดต้ รงตำมควำมหมำยของ

ต ๒.๑(๒,๓) คำและประโยค

ต ๓.๑(๑) - พดู และเขียนขอและให้ขอ้ มลู เกย่ี วกบั

ต ๔.๑(๑) ต สภำพอำกำศได้

๔.๒(๑)

๔ ต ๑.๑ -อำ่ นออกเสยี ง สะกดคำ และบอก Family and friends กำร ๑๘ ๑๕

(๑,๒,๓,๔) ควำมหมำยของคำศพั ท์เกี่ยวกับ เรยี นรคู้ ำศัพท์เก่ียวกับลักษณะ

ต ๑.๒ ลกั ษณะของบคุ คลสมำชิกในครอบครวั ของบุคคลและสมำชิกใน

(๑,๒,๔) และคำศัพท์ทลี่ งทำ้ ยด้วย l ได้ ครอบครวั รวมถงึ กำรใชป้ ระโยค

ต ๑.๓(๑,๒) -ระบุภำพไดต้ รงตำมควำมหมำยของคำ ในกำร

ต ๒.๑(๑,๓) และประโยคท่ีฟัง ถำมและตอบเกีย่ วกับลกั ษณะ

ต ๒.๒(๑) -ถำมและตอบคำถำมเกย่ี วกับลกั ษณะ ของบคุ คล ชว่ ยให้พูดขอและให้

ต ๓.๑(๑) ของบุคคลได้ ข้อมูลเกยี่ วกบั ลกั ษณะบคุ คลได้

ต ๔.๑(๑) ต เป็นกำรเรียนรภู้ ำษำองั กฤษเพื่อ

๔.๒(๑) นำไปใช้สอ่ื สำรในชีวติ ประจำวนั

๑๐๖

หนว่ ย มำตรฐำนกำร ตวั ชว้ี ัดและพฤตกิ รรมทต่ี ้องกำรให้ หน่วยกำรเรยี นรู้/เนอื้ หำ/ เวลำ คะแนน
ที่ เรยี นรู้ (ชั่วโมง) เกบ็
เกิดแก่นักเรียน กจิ กรรม
๒๐
สอบกลำงภำค ๓๐

สอบปลำยภำค ๑๐๐

ข้อสอบกลำง/ส่วนกลำงกำหนด

รวมตลอดภำคเรียน

๑๐๗

ชัน้ ประถมศกึ ษำปีที่ ๓
ช้นั ประถมศกึ ษำปที ่ี ๓ ภำคเรยี นท่ี ๒
มีจำนวน ๔ สำระ จำนวน ๘ มำตรฐำน และจำนวน ๑๘ ตัวชีว้ ัด

หนว่ ย มำตรฐำน ตัวช้ีวัดและพฤติกรรมที่ หน่วยกำรเรียนรู้/เนื้อหำ/ เวลำ คะแนน

ที่ กำรเรียนรู้ ต้องกำรให้เกดิ แก่นกั เรยี น กิจกรรม (ชั่วโมง) เก็บ

๕ ต ๑.๑ - อำ่ นออกเสียง สะกดคำ และ Around town ๑๘ ๑๐

(๑,๒,๓,๔) บอกควำมหมำยของคำศัพท์ กำรเรียนรคู้ ำศัพท์เกย่ี วกบั

ต ๑.๒ เกยี่ วกบั สถำนที่และคำศัพท์ที่มี สถำนที่และคำบุพบทบอก

(๑,๒,๔) s ประกอบได้ ตำแหน่ง รวมถงึ กำรใช้

ต ๑.๓(๑,๒) - ระบภุ ำพได้ตรงตำม ประโยคในกำรถำมและตอบ

ต ๒.๑(๑,๓) ควำมหมำยของคำและประโยค เก่ยี วกับที่ตัง้ ของสถำนที่ เปน็

ต ๒.๒(๑) ทฟี่ ัง กำรเรยี นรภู้ ำษำอังกฤษเพื่อ

ต ๔.๑(๑) - ถำมและตอบคำถำมเก่ยี วกับ นำไปใช้สอ่ื สำรแลกเปลี่ยน

ต ๔.๒(๑) ท่ีต้งั ของสถำนที่ต่ำงๆ ได้ ขอ้ มูลในชวี ติ ประจำวนั

๖ ต ๑.๑ - อำ่ นออกเสียง สะกดคำ และ Yummy food ๑๘ ๑๕

(๑,๒,๓,๔) บอกควำมหมำยของคำศัพท์ กำรเรียนรูค้ ำศัพท์เก่ียวกบั

ต ๑.๒ อำหำรและคำศัพท์ทล่ี งทำ้ ย อำหำร รวมถึงกำรใช้ประโยค

(๑,๓,๔) ดว้ ย s ได้ เพื่อบอกควำมต้องกำรของ

ต ๑.๓(๑,๒) - ระบุภำพได้ตรงตำม ตนเองเกย่ี วกบั อำหำร และ

ต ๒.๑ ควำมหมำยของคำและประโยค ประโยคในกำรถำมและตอบ

(๑,๒,๓) ที่ฟัง เก่ียวกบั อำหำรทต่ี ้องกำร

ต ๒.๒(๑) - ถำมและตอบคำถำมเกี่ยวกับ เป็นกำรเรยี นร้ภู ำษำอังกฤษ

ต ๓.๑(๑) อำหำรท่ตี ้องกำรได้ เพอ่ื นำไปใช้สื่อสำรใน

ต ๔.๑(๑) - พูดและเขียนประโยคบอก ชีวติ ประจำวนั

ต ๔.๒(๑) ควำมต้องกำรเก่ียวกบั อำหำรได้

๗ ต ๑.๑ - อ่ำนออกเสยี ง สะกดคำ และ Playtime ๑๘ ๑๕

(๑,๒,๓,๔) บอกควำมหมำยของคำศัพท์ กำรเรียนรูค้ ำศัพทเ์ กยี่ วกับ

ต ๑.๒ เก่ียวกบั กจิ กรรมท่ีทำในเวลำ กิจกรรมที่ทำในเวลำว่ำง

(๑,๔,๕) วำ่ งได้ รวมถงึ กำรใช้ประโยคในกำร

ต ๑.๓(๑,๒) - ถำมและตอบเกี่ยวกับ ถำมและตอบเกย่ี วกบั

ต ๒.๑(๓) กจิ กรรมที่ผู้อืน่ กำลงั ทำได้ กจิ กรรมที่ผู้อ่นื กำลังทำ เป็น

ต ๒.๒(๑) กำรเรียนรภู้ ำษำอังกฤษเพ่อื

ต ๓.๑(๑) นำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั

ต ๔.๑(๑)

ต ๔.๒(๑)

๑๐๘

หนว่ ย มำตรฐำน ตัวชว้ี ดั และพฤติกรรมท่ี หนว่ ยกำรเรียนร/ู้ เน้ือหำ/ เวลำ คะแนน

ที่ กำรเรียนรู้ ต้องกำรให้เกิดแก่นกั เรียน กจิ กรรม (ชั่วโมง) เกบ็

๘ ต ๑.๑(๑) - อำ่ นออกเสียง สะกดคำ และ Festivals ๖ ๑๐

ต ๒.๑(๒,๓) บอกควำมหมำยของคำศัพท์ท่ี กำรเรยี นรู้คำศัพท์ที่เก่ียวข้อง

เกี่ยวข้องกับวันปใี หม่ วันพ่อ กับวันปีใหม่ วนั พ่อ และวัน

และวันแม่ได้ แม่ ทำให้ผู้เรียนเข้ำใจ

- รอ้ งเพลงเก่ียวกบั เทศกำล วฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำ

ต่ำงๆ ตำมที่กำหนดได้- เรียนรู้ และปฏิบตั ิตัวในวนั สำคัญ

วฒั นธรรมเกีย่ วกบั วนั ดังกลำ่ วได้อย่ำงเหมำะสม

Christmas วนั ขนึ้ ปีใหม่ และ

วนั แมไ่ ด้

- ปฏิบตั ิตำมคำสั่งได้

สอบกลำงภำค ๒๐

สอบปลำยภำค ๓๐

ข้อสอบกลำง/สว่ นกลำงกำหนด ๐

รวมตลอดภำคเรียน ๑๐๐

๑๐๙

ช้ันประถมศึกษำปีที่ ๔
ช้ันประถมศึกษำปที ่ี ๔ ภำคเรยี นท่ี ๑
มีจำนวน ๔ สำระ จำนวน ๘ มำตรฐำน และจำนวน ๒๐ ตัวช้วี ดั

หน่วย มำตรฐำน ตัวชีว้ ัดและพฤตกิ รรมท่ี หนว่ ยกำรเรยี นรู้/เน้อื หำ/ เวลำ คะแนน

ที่ กำรเรียนรู้ ต้องกำรให้เกิดแก่ นกั เรียน กจิ กรรม (ชั่วโมง) เกบ็

๑ มฐ.ต ๑.๑(๑- - พดู ทักทำยใน Welcome back ๑ ๑๐

๔), ชวี ติ ประจำวันได้ กำรทบทวนคำศัพท์และ

มฐ.ต ๑.๒(๑), - พูดขอและให้ข้อมูลง่ำยๆ โครงสร้ำงจำกระดับทผี่ ำ่ นมำ

มฐ.ต ๒.๑ เกี่ยวกบั ตนเองได้ เปน็ กำรเสรมิ แรงใหเ้ กดิ ควำม

(๑,๓), - ร้องเพลงภำษำอังกฤษท่ี สนใจในกำรเรียนมำกขน้ึ

มฐ.ต ๔.๑(๑) กำหนดได้

- พดู และเข้ำใจควำมหมำย

ของประโยคคำส่งั ในช้นั เรียน

ได้

๒ มฐ.ต ๑.๑(๑- - ออกเสยี ง สะกดคำ และ School day ๑๓ ๑๐

๔), บอกควำมหมำยคำศัพท์ กำรฟัง พดู อ่ำน และเขียน

มฐ.ต ๑.๒ เกี่ยวกบั วชิ ำท่เี รียนและ เกยี่ วกบั ชวี ติ ประจำวัน

(๑,๔,๕), ห้องเรยี นได้ เพื่อน และวิชำทีเ่ รยี น เปน็

มฐ.ต ๑.๓(๑- - พดู และเขยี นเพื่อขอและให้ ข้อมลู สำคัญทนี่ ำไปใชก้ ำร

๓), ขอ้ มลู เกย่ี วกบั วชิ ำท่เี รียนได้ ส่ือสำรในชีวิตประจำวนั

มฐ.ต ๒.๑(๓), - พดู แสดงควำมรู้สึกเกีย่ วกบั

มฐ.ต ๒.๒(๑), วชิ ำทเ่ี รียนได้

มฐ.ต ๓.๑(๑), - อำ่ นออกเสยี งคำศพั ท์ที่ลง

มฐ.ต ๔.๑(๑) ทำ้ ยด้วย /l/ ได้

- ใช้ Present Simple

Tense ได้ถูกต้อง

- เล่นเกมภำษำองั กฤษที่

กำหนดได้

๓ มฐ.ต ๑.๑(๑- - ออกเสียง สะกดคำ และ The amazing body ๑๓ ๑๕

๔), บอกควำมหมำยคำศัพท์ กำรพดู คำศัพทเ์ กี่ยวกับ

มฐ.ต ๑.๒(๑- เกย่ี วกบั ส่วนต่ำงๆ ในร่ำงกำย ร่ำงกำย ตวั เลข และกำรใช้

๕), ได้ โครงสรำ้ งประโยคอย่ำง

มฐ.ต ๑.๓ - ออกเสยี งเนน้ หนัก-เบำ ถกู ต้องเป็นข้อมลู สำคัญท่ี

(๑,๒), คำศัพทต์ วั เลขหลักสบิ ได้ นำไปใชใ้ นกำรส่อื สำรใน

มฐ.ต ๒.๑(๓), - อำ่ นและพูดตัวเลขหลักรอ้ ย ชีวติ ประจำวนั และยงั

มฐ.ต ๒.๒(๑), ถึงหลักหม่นื ได้ นำไปใชใ้ นกำรเรยี นร้สู ำระ

มฐ.ต ๓.๑(๑), - ฟังจับใจควำมได้ กำรเรยี นรู้อ่ืนได้

๑๑๐

หนว่ ย มำตรฐำน ตวั ช้ีวดั และพฤตกิ รรมที่ หนว่ ยกำรเรียนรู้/เน้อื หำ/ เวลำ คะแนน
ท่ี กำรเรยี นรู้ ต้องกำรใหเ้ กดิ แก่ นักเรียน กจิ กรรม (ช่วั โมง) เกบ็

มฐ.ต ๔.๑(๑) - อำ่ นคำสั่งและปฏบิ ตั ิตำมได้
- เขียนบรรยำยง่ำยๆ
เก่ยี วกบั รำ่ ยกำยสตั ว์
ประหลำดได้
- เลน่ เกมภำษำองั กฤษได้

๔ มฐ.ต ๑.๑(-๑- - อำ่ นออกเสียง สะกดคำ At the market ๑๓ ๑๕

๔), และบอกควำมหมำยคำศัพท์ กำรสนทนำเก่ยี วกบั อำหำร ๒๐
๓๐
มฐ.ต ๑.๒(๑- เกี่ยวกับอำหำรได้ กำรบอกและถำมรำคำ ๐
๑๐๐
๔), - - ใช้ there is/there are ได้ รวมท้งั กิจวตั รประจำวัน

มฐ.ต ๑.๓(๑- ถกู ต้อง เป็นทักษะกำรสอื่ สำรใน

๓), - - ใช้ some/any ได้ถกู ต้อง ชวี ิตประจำวนั และยงั

มฐ.ต ๒.๑(๓), - พดู และเขยี นขอและให้ นำไปใชใ้ นกำรเรยี นรสู้ ำระ

มฐ.ต ๒.๒(๑), ขอ้ มูลเกย่ี วกบั อำหำรหรือ กำรเรียนรอู้ ืน่ ได้

มฐ.ต ๓.๑(๑), สินค้ำได้

มฐ.ต ๔.๑(๑-) - เขยี นบรรยำยเก่ียวกับ

อำหำรมื้อโปรดของตนเองได้

- - ออกเสยี งคำศัพท์ที่ขน้ึ ต้น

ดว้ ย c ได้

สอบกลำงภำค

สอบปลำยภำค

ขอ้ สอบกลำง/ส่วนกลำงกำหนด

รวมตลอดภำคเรียน

๑๑๑

ช้ันประถมศกึ ษำปที ่ี ๔

ชัน้ ประถมศกึ ษำปีท่ี ๔ ภำคเรยี นที่ ๒ฃ

มจี ำนวน ๔ สำระ จำนวน ๘ มำตรฐำน และจำนวน ๒๐ ตัวชว้ี ดั

หนว่ ย มำตรฐำน ตวั ชี้วดั และพฤติกรรมที่ต้องกำรให้เกดิ แก่ หนว่ ยกำร เวลำ คะแนน
ที่ กำรเรยี นรู้ นักเรยี น เรียนรู้/เนอ้ื หำ/ (ช่วั โมง) เก็บ

กจิ กรรม

๕ มฐ.ต ๑.๑ - อำ่ นออกเสียง สะกดคำ และบอก Wild animals ๑๓ ๑๐

(๑-๔), ควำมหมำยคำศัพท์เกี่ยวกับ สัตว์ป่ำได้ กำรบรรยำย

มฐ.ต ๑.๒ - ออกเสียงคำศัพทท์ ่ีมเี สียง /ea/ ได้ เก่ียวกับสตั ว์ปำ่

(๑,๔,๕), - ฟงั และอ่ำนจับใจควำมได้ พร้อมทอี่ ยู่อำศยั

มฐ.ต ๑.๓ - พูดและเขยี นเปรียบเทียบขั้นกว่ำได้ เปน็ ขอ้ มูลสำคัญ

(๑,๒), - เขยี นบรรยำยง่ำยๆ เกีย่ วกับสัตว์ปำ่ ได้ ทีน่ ำไปใชใ้ นกำร

มฐ.ต ๒.๑ - พดู ขอและให้ข้อมูลเกย่ี วกับสตั ว์ป่ำได้ ส่อื สำรและยัง

(๓) - ใช้ Present Simple Tense ได้ถกู ต้อง นำไปใชใ้ นกำร

มฐ.ต ๒.๒ เรยี นรูส้ ำระกำร

(๑), เรยี นรอู้ ื่นได้

มฐ.ต ๓.๑

(๑),

มฐ.ต ๔.๑

(๑),

มฐ.ต ๔.๒

(๑)

๖ มฐ.ต ๑.๑ - อ่ำนออกเสยี ง สะกดคำ และบอก City and ๑๓ ๑๕

(๑-๔), ควำมหมำยคำศัพทเ์ กยี่ วกบั สถำนท่ี space

มฐ.ต ๑.๒ - พดู /เขียนขอและให้ข้อมลู เก่ยี วกบั สถำนที่ กำรฟงั พูด อำ่ น

(๑), โดยใชโ้ ครงสร้ำงประโยค และเขียน

มฐ.ต ๑.๓ Where is the…..? It’s behind/next เกยี่ วกับสถำนที่

(๑,๒), to/opposite/in front of ………. . ในเมือง และสิ่ง

มฐ.ต ๒.๑ - เขียนให้ข้อมลู เกย่ี วกบั สถำนทีต่ ำ่ งๆ ใน ทอี่ ยูบ่ นท้องฟ้ำ

(๓), เมืองได้ เป็นขอ้ มลู ที่

มฐ.ต ๒.๒ - ออกเสยี ง /st/ ได้ถูกตอ้ ง นำไปใชใ้ นกำร

(๑), สือ่ สำรและยัง

มฐ.ต ๓.๑ นำไปใชใ้ นกำร

(๑), เรยี นรสู้ ำระกำร

มฐ.ต ๔.๑ เรยี นรูอ้ ่ืนได้

(๑),

มฐ.ต ๔.๒

(๑)

๑๑๒

หนว่ ย มำตรฐำน ตวั ชี้วัดและพฤติกรรมทีต่ อ้ งกำรใหเ้ กิดแก่ หนว่ ยกำร เวลำ คะแนน
ที่ กำรเรียนรู้ นักเรียน เรียนรู้/เนือ้ หำ/ (ชัว่ โมง) เกบ็

กจิ กรรม

๗ มฐ.ต ๑.๑- - ออกเสียงคำศัพท์ สะกดคำ และบอก Sports day ๑๓ ๑๕

(๑-๔), ควำมหมำยคำศัพท์เกย่ี วกบั กีฬำ และ กำรบรรยำย

มฐ.ต ๑.๒ อุปกรณ์กฬี ำได้ เกยี่ วกับกีฬำ

(๑,๔), - - พูดขอและให้ข้อมลู เก่ยี วกบั ควำมสำมำรถ และกำร

มฐ.ต ๑.๓ ในกำรเล่นกีฬำได้ เปรยี บเทียบคน

(๑,๒), - ตอบคำถำมจำกกำรอ่ำนได้ หรอื สตั ว์ เปน็

มฐ.ต ๒.๑ - ระบุภำพจำกกำรฟงั ได้ ทักษะกำร

(๓), - เขียนบรรยำยสน้ั ๆ เก่ียวกับเหตุกำรณใ์ น สอ่ื สำรใน

มฐ.ต ๒.๒ วนั กีฬำสีได้ ชวี ิตประจำวัน

(๑), - - เขยี นบรรยำยสัน้ ๆ ใหข้ ้อมูลเกย่ี วกับตวั เอง และยังนำไปใช้

มฐ.ต ๓.๑ ได้ ในกำรเรยี นรู้

(๑), - - เลน่ เกมภำษำอังกฤษทก่ี ำหนดได้ สำระกำรเรยี นรู้

มฐ.ต ๔.๑ อนื่ ได้

(๑),

มฐ.ต ๔.๒

(๑)

๘ มฐ.ต ๑.๒ - รอ้ งเพลง “Merry Christmas”, “I love Culture ๑ ๑๐

(๓), Mommy!”, “Happy New Year” ได้ กำรบรรยำย

มฐ.ต ๒.๑ - อ่ำนออกเสียง สะกดคำ และบอก เกย่ี วกบั

(๑-๓), ควำมหมำยคำศัพท์เกี่ยวกบั เทศกำลต่ำงๆ ได้ ประเพณี และ

มฐ.ต ๒.๒ - ประดิษฐถ์ ุงเท้ำยำววนั คริสตม์ ำส และบตั ร งำนฉลองตำ่ งๆ

(๒) อวยพรวันแม่ได้ เพ่ือให้ผู้เรยี น

- เรียนรู้เกย่ี วกับวัฒนธรรมในวนั คริสต์มำส ทรำบเกยี่ วกับ

วันแม่ และวนั ปใี หม่ของเจำ้ ของภำษำ กิจกรรมตำ่ งๆ ท่ี

- ปฏบิ ัตติ ำมคำส่ังได้ จัดทำในงำน

ฉลอง

แตล่ ะงำน

สอบกลำงภำค ๒๐

สอบปลำยภำค ๓๐

ข้อสอบกลำง/สว่ นกลำงกำหนด ๐

รวมตลอดภำคเรียน ๑๐๐

๑๑๓

ช้ันประถมศึกษำปที ี่ ๕
ช้ันประถมศกึ ษำปที ่ี ๕ ภำคเรียนที่ ๑
มจี ำนวน ๔ สำระ จำนวน ๘ มำตรฐำน และจำนวน ๒๐ ตัวช้วี ดั

หนว่ ย มำตรฐำน ตัวชวี้ ดั และพฤตกิ รรมท่ี หน่วยกำรเรยี นร/ู้ เน้อื หำ/ เวลำ คะแนน
ท่ี กำรเรียนรู้
ต้องกำรให้เกดิ แกน่ กั เรียน กจิ กรรม (ชว่ั โมง) เก็บ
๑ มฐ.ต ๑.๑
(๑-๓), - พูดทักทำยในชีวิตประจำวัน Are you ready? ๑ ๑๐
มฐ.ต ๑.๒
(๑, ๒, ๔), ได้ กำรทักทำยท่ีถูกต้อง
มฐ.ต ๒.๑
(๑, ๓), - พดู ขอและใหข้ ้อมลู ง่ำยๆ เหมำะสม เป็นส่งิ ทจ่ี ำเป็นใน
มฐ.ต ๒.๒
(๑), เกี่ยวกบั ตนเองได้ กำรส่อื สำร
มฐ.ต ๔.๑
(๑) - พูดและเข้ำใจควำมหมำย

๒ มฐ.ต ๑.๑ ของประโยคคำสง่ั ในชั้นเรยี น
(๑-๔),
มฐ.ต ๑.๒ ได้
(๑-๕),
มฐ.ต ๑.๓ - รอ้ งเพลงภำษำอังกฤษ
(๑),
มฐ.ต ๒.๑ ตำมท่กี ำหนดได้
(๑, ๓),
มฐ.ต ๒.๒ - ออกเสียง สะกดคำ และ At school ๑๓ ๑๐
(๑),
มฐ.ต ๓.๑ บอกควำมหมำยคำศัพท์ กำรพูดเกย่ี วกบั วธิ ีกำร
(๑),
มฐ.ต ๔.๑ เกย่ี วกับวิชำที่เรียนได้ เดนิ ทำง และกิจกรรมใน
(๑),
มฐ.ต ๔.๒ - พดู และเขียนเพ่ือขอและให้ โรงเรยี น เปน็ กำรสอ่ื สำรใน
(๑)
ขอ้ มลู เกีย่ วกับวิชำท่เี รียนได้ ชีวติ ประจำวัน
๓ มฐ.ต ๑.๑
(๑-๔), - เขยี นอีเมล์ถงึ เพื่อนเกย่ี วกบั
มฐ.ต ๑.๒
(๑-๕), โรงเรียนของตนได้
มฐ.ต ๑.๓
(๑), - อำ่ นออกเสียงประโยค

ตำมทกี่ ำหนดได้

- ใช้ประโยค Present

Simple Tense ไดถ้ ูกต้อง

- เล่นเกมทำงภำษำตำมที่

กำหนดได้

- ออกเสยี ง สะกด และบอก Who’s that? ๑๓ ๑๕

ควำมหมำยคำศัพทเ์ กย่ี วกบั กำรฟงั พูด อำ่ นและเขียน

สญั ชำติ และช่ือประเทศได้ เกี่ยวกับอำชีพ และ

- พดู และเขยี นเพ่ือขอและให้ เหตกุ ำรณท์ ีเ่ กิดขึ้นในอดตี

ข้อมูลเกย่ี วกับสญั ชำติ และ เปน็ ทักษะกำรส่ือสำรใน

ช่อื ประเทศของตนเองได้ ชวี ติ ประจำวนั

๑๑๔

หนว่ ย มำตรฐำน ตัวชว้ี ัดและพฤตกิ รรมที่ หน่วยกำรเรียนรู/้ เนื้อหำ/ เวลำ คะแนน
ที่ กำรเรียนรู้ ตอ้ งกำรให้เกิดแกน่ กั เรยี น กิจกรรม (ชั่วโมง) เกบ็

มฐ.ต ๒.๑ - อ่ำนออกเสยี งคำศพั ทต์ ำมที่ ๑๓ ๑๕
(๑, ๓), กำหนดได้
มฐ.ต ๒.๒ ๒๐
(๑), - พุดถำม-ตอบบทสนทนำ Healthy habits ๓๐
มฐ.ต ๓.๑ ๐
(๑), เกีย่ วกบั อำหำรและเครื่องด่ืมท่ี กำรฟงั และพดู เกี่ยวกับ ๑๐๐
มฐ.ต ๔.๑
(๑), บรโิ ภคได้ อำหำรทมี่ ีประโยชน์และสขุ
มฐ.ต ๔.๒
(๑) - พดู และเขยี นคำศัพท์ นสิ ัย เป็นทักษะกำรส่อื สำร

๔ มฐ.ต ๑.๑ อำหำร เครอ่ื งดมื่ ผักและ ในชวี ติ ประจำวันและยงั
(๑-๔),
มฐ.ต ๑.๒ ผลไม้ต่ำงๆ ได้ นำไปใชใ้ นกำรเรยี นรสู้ ำระ
(๑-๕),
มฐ.ต ๑.๓ - พดู และเข้ำใจควำมหมำย กำรเรียนรอู้ ืน่
(๑),
มฐ.ต ๒.๑ ของคำศัพท์ และประโยค
(๑, ๓),
มฐ.ต ๒.๒ ตำ่ งๆ ในบทนีไ้ ด้
(๑),
มฐ.ต ๓.๑ - อ่ำนจับใจควำมได้
(๑),
มฐ.ต ๔.๑ - เขยี นบรรยำยข้ันตอนกำร
(๑),
มฐ.ต ๔.๒ ทำอำหำรได้
(๑)
- เล่นเกมตำมท่ีกำหนดได้

- ออกเสยี งคำทีข่ ึน้ ต้นด้วย

พยัญชนะ g (เสยี ง [k]) ได้

สอบกลำงภำค
สอบปลำยภำค
ข้อสอบกลำง/สว่ นกลำงกำหนด
รวมตลอดภำคเรยี น

๑๑๕

ชนั้ ประถมศึกษำปีที่ ๕

ชั้นประถมศกึ ษำปีท่ี ๕ ภำคเรยี นท่ี ๒

มจี ำนวน ๔ สำระ จำนวน ๘ มำตรฐำน และจำนวน ๒๐ ตัวชีว้ ัด

หน่วย มำตรฐำน ตวั ชวี้ ดั และพฤติกรรมทต่ี อ้ งกำร หน่วยกำรเรยี นร/ู้ เนือ้ หำ/ เวลำ คะแนน

ท่ี กำรเรียนรู้ ให้เกิดแกน่ กั เรยี น กจิ กรรม (ชัว่ โมง) เก็บ

๕ มฐ.ต ๑.๑ - พดู ถำม-ตอบ และสนทนำถงึ Amazing animals ๑๓ ๑๐

(๑-๔), ข้อมูลของสัตว์ป่ำได้ กำรฟงั พูด อำ่ นและเขยี น

มฐ.ต ๑.๒ - พูด และเขยี นคำศัพท์ชือ่ สัตวป์ ่ำ เก่ียวกับสตั วป์ ำ่ และกำร

(๑-๕), - พดู และเขำ้ ใจควำมหมำยของ อนรุ กั ษส์ ตั ว์ป่ำ เปน็ ข้อมลู

มฐ.ต ๑.๓ คำศัพท์ และประโยคต่ำงๆ ในบท สำคญั ท่นี ำไปใช้ในกำรส่ือสำร

(๑-๓), นี้ได้ และยงั นำไปใชใ้ นกำรเรียนรู้

มฐ.ต ๒.๑ - ใช้ประโยคในกำรเปรยี บเทียบข้ัน สำระกำรเรียนรู้อ่นื

(๑, ๓), สูงสดุ ได้

มฐ.ต ๒.๒ - อ่ำนจับใจควำมได้

(๑), - เขยี นเรียงควำมได้

มฐ.ต ๓.๑ - เล่นเกมตำมท่ีกำหนดได้

(๑), - ออกเสยี งคำท่ขี น้ึ ตน้ ด้วยอักษร

มฐ.ต ๔.๑ b และลงทำ้ ยดว้ ย st ได้

(๑),

มฐ.ต ๔.๒

(๑)

๖ มฐ.ต ๑.๑ - พูดถำม –ตอบ สนทนำเก่ียวกบั Help our planet! ๑๓ ๑๕

(๑-๔), กำรอนุรักษ์โลกได้ กำรฟัง พดู อ่ำนและเขยี น

มฐ.ต ๑.๒ - พดู และเขียนคำศัพท์เกี่ยวกับ เก่ียวกับกำรอนุรกั ษ์

(๑, ๒, ๔, ส่งิ ของต่ำง ๆ ที่สำมำรถนำกลับมำ สิ่งแวดลอ้ ม เปน็ ประโยชน์

๕), มฐ.ต ใชไ้ ด้ใหม่ และคำกริยำ ต่อกำรสื่อสำรทำงสงั คม และ

๑.๓ (๑, - พูด และขำ้ ใจควำมหมำยของ ยงั นำไปใชใ้ นกำรเรียนร้สู ำระ

๓), คำศัพท์ และประโยคต่ำง ๆ ในบท กำรเรียนร้อู ื่น

มฐ.ต ๒.๑ นไี้ ด้

(๑, ๓), - ใชป้ ระโยคคำส่ังได้

มฐ.ต ๒.๒ - อำ่ นจับใจควำมได้

(๑), - เขียนเรียงควำมได้

มฐ.ต ๓.๑ - เลน่ เกมตำมท่ีกำหนดได้

(๑), - ออกเสยี งคำข้ึนต้นด้วยอกั ษร p

มฐ.ต ๔.๑ ได้

(๑),

มฐ.ต ๔.๒

(๑)

๑๑๖

หนว่ ย มำตรฐำน ตัวชวี้ ัดและพฤติกรรมท่ตี ้องกำร หนว่ ยกำรเรยี นรู/้ เนื้อหำ/ เวลำ คะแนน

ท่ี กำรเรียนรู้ ใหเ้ กดิ แก่นกั เรยี น กจิ กรรม (ช่ัวโมง) เก็บ

๗ มฐ.ต ๑.๑ - พูดถำม – ตอบสนทนำเกย่ี วกับ Free time ๑๓ ๑๕

(๑-๔), กิจกรรมสนั ทนำกำรในเวลำว่ำงได้ กำรฟงั พูด อ่ำนและเขียน

มฐ.ต ๑.๒ - ชกั ชวนผู้อื่น และตอบรบั /ปฏิเสธ เกี่ยวกบั กจิ กรรมในเวลำว่ำง

(๑-๕), ได้ เป็นขอ้ มลู สำคญั ทนี่ ำไปใช้ใน

มฐ.ต ๑.๓ - พูด และเขยี นคำศัพท์ หมวดหมู่ กำรสอ่ื สำร

(๑-๓), กิจกรรมสนั ทนำกำรได้

มฐ.ต ๒.๑ - อ่ำนจบั ใจควำมได้

(๑, ๓), - เขยี นบรรยำยขั้นตอนกำร

มฐ.ต ๒.๒ ทำอำหำรได้

(๑), - เลน่ เกมตำมที่กำหนดได้

มฐ.ต ๓.๑ - ออกเสียงคำทีข่ ึน้ ตน้ ดว้ ยอักษร s

(๑), ได้

มฐ.ต ๔.๑

(๑),

มฐ.ต ๔.๒

(๑)

๘ มฐ.ต ๑.๑ - รอ้ งเพลง Christmas time ได้ Culture ๑ ๑๐

(๑, ๒ , - อำ่ นบทกลอนเก่ยี วกบั วนั กำรทบทวนคำศัพท์ ประโยค

๔), มฐ.ต Halloween ได้ และสำนวนต่ำงๆ ที่ไดเ้ รียน

๑.๒ (๑, - อ่ำนออกเสยี ง สะกด และบอก มำแล้ว ทำให้ผเู้ รยี นไดน้ ำส่ิง

๒, ๕), ควำมหมำยคำศัพท์ทีเ่ ก่ียวกับ ที่เรยี นมำใช้ซำ้ ๆ ทำให้

มฐ.ต ๑.๓ เทศกำลตำ่ งๆ ได้ สำมำรถใช้ภำษำได้ดีข้ึน และ

(๑-๒), - ประดิษฐ์บตั รอวยพร เกดิ ควำมจำทค่ี งทน

มฐ.ต ๒.๑ Snowman ได้

(๑-๓), - ประดิษฐ์หมวกโจรสลัดได้-

มฐ.ต ๒.๒ ระบำยสีบรรยำกำศวัน

(๑-๒), Halloween ได้

มฐ.ต ๓.๑

(๑),

มฐ.ต ๔.๑

(๑)

สอบกลำงภำค ๒๐

สอบปลำยภำค ๓๐

ข้อสอบกลำง/สว่ นกลำงกำหนด ๐

รวมตลอดภำคเรยี น ๑๐๐

๑๑๗

ชัน้ ประถมศกึ ษำปที ี่ ๖

ชั้นประถมศึกษำปีท่ี ๖ ภำคเรียนที่ ๑

มีจำนวน ๔ สำระ จำนวน ๘ มำตรฐำน และจำนวน ๒๐ ตวั ชีว้ ดั

หน่วย มำตรฐำน ตัวช้ีวัดและพฤตกิ รรมที่ หน่วยกำรเรียนรู้/เน้ือหำ/ เวลำ คะแนน

ที่ กำรเรยี นรู้ ตอ้ งกำรให้เกดิ แก่นกั เรยี น กิจกรรม (ชวั่ โมง) เก็บ

๑ มฐ.ต ๑.๑ - พดู ถำมและตอบข้อมูลงำ่ ยๆ Can you remember? ๑ ๑๐

(๑, ๓, ๔), เกย่ี วกบั ตนเองได้ กำรทบทวนคำศัพท์และ

มฐ.ต ๑.๒ - บอกควำมหมำยของประโยค ประโยคทีเ่ รยี นมำแลว้ กำร

(๑, ๒, ๔, คำสั่งตำมที่กำหนดได้ ถำมและตอบขอ้ มลู สว่ นตวั

๕), - รอ้ งเพลงตรงตำมจงั หวะท่ี ประโยคคำสง่ั ขอร้อง และ

มฐ.ต ๑.๓ กำหนดได้ ขออนุญำต ทำให้ผ้เู รียน

(๑), สำมำรถใช้ภำษำองั กฤษ

มฐ.ต ๒.๑ สอ่ื สำรในชีวติ ประจำวนั ได้

(๑, ๓),

มฐ.ต ๔.๑

(๑)

๒ มฐ.ต ๑.๑ - ออกเสียง สะกดคำ และบอก What do you want to ๑๓ ๑๐

(๒, ๔), ควำมหมำยคำศัพท์บอกลักษณะ be?

มฐ.ต ๑.๒ ได้ กำรเรียนรู้คำศัพทบ์ อก

(๑, ๒, ๔), - พดู และเขียนเพื่อขอและให้ ลักษณะ ทำใหผ้ ู้เรียน

มฐ.ต ๑.๓ ขอ้ มูลเก่ยี วกับกำรบอกลักษณะ สำมำรถพดู ขอและให้ข้อมูล

(๑, ๓), บุคคลได้ สว่ นตัวของตนเองแก่ผู้อืน่

มฐ.ต ๒.๑ - อำ่ นออกเสียงคำศัพทต์ ำมท่ี ทรำบได้

(๑, ๓), กำหนดได้

มฐ.ต ๓.๑

(๑),

มฐ.ต ๔.๑

(๑)

๓ มฐ.ต ๑.๑ - ออกเสยี ง สะกดคำ และบอก Play safe ๑๓ ๑๕

(๒, ๓, ๔), ควำมหมำยคำศัพท์เกีย่ วกบั กีฬำ กำรเรยี นร้คู ำศัพทเ์ กี่ยวกับ

มฐ.ต ๑.๒ ต่ำงๆ ได้ กฬี ำ อปุ กรณ์กำรป้องกนั ตัว

(๑, ๔), - พูดและเขยี นเพ่ือขอและให้ และกำรใชป้ ระโยค If

มฐ.ต ๑.๓ ข้อมลู เกี่ยวกับกำรใชอ้ ปุ กรณ์ clause ทำให้ผเู้ รยี นสำมำรถ

(๑, ๓), กำรป้องกนั ตัวได้ พดู และเขยี นเก่ียวกบั กีฬำ

มฐ.ต ๒.๑ - เขยี นประโยคแสดงควำมรู้สึก และอุปกรณ์กำรปอ้ งกันตัวได้

(๓), ขณะเล่นกฬี ำแตล่ ะชนดิ ได้ โดยจะเปน็ พื้นฐำนควำมรู้

มฐ.ต ๒.๒ - อำ่ นออกเสียงประโยคตำมท่ี เกยี่ วกับกำรใชภ้ ำษำอังกฤษ

๑๑๘

หนว่ ย มำตรฐำน ตวั ช้ีวดั และพฤตกิ รรมท่ี หน่วยกำรเรียนรู้/เนอ้ื หำ/ เวลำ คะแนน

ท่ี กำรเรยี นรู้ ต้องกำรใหเ้ กดิ แก่นกั เรียน กจิ กรรม (ชั่วโมง) เกบ็

(๑), กำหนดได้ เพอื่ กำรสื่อสำรใน

มฐ.ต ๓.๑ - เลน่ เกมทำงภำษำตำมท่ี ชวี ติ ประจำวัน

(๑), กำหนดได้

มฐ.ต ๔.๑

(๑),

มฐ.ต ๔.๒

(๑)

๔ มฐ.ต ๑.๑ - ออกเสียง สะกดคำ และบอก It was great! ๑๓ ๑๕

(๒, ๓, ๔), ควำมหมำยคำศัพทเ์ กี่ยวกบั กำรเรียนรคู้ ำศัพทเ์ กยี่ วกับ

มฐ.ต ๑.๒ สงิ่ แวดลอ้ มรอบตวั ได้ ส่งิ แวดลอ้ มรอบตวั และสตั ว์

(๑, ๒, ๔, - อำ่ นประโยค และบทสนทนำ นำ้ กำรใชป้ ระโยค Past

๕), ท่ีกำหนด แล้วตอบคำถำมได้ Simple Tense เพ่อื ถำมถึง

มฐ.ต ๑.๓ - ใชป้ ระโยค Past Simple สถำนท่ที ่ีไป ควำมร้สู ึกทไี่ ด้ไป

(๑-๓), Tense ตำมรูปแบบที่กำหนดให้ ยงั สถำนทน่ี ้นั และลักษณะ

มฐ.ต ๒.๑ ได้ อำกำศของสถำนทีน่ ัน้ ในเวลำ

(๓), ท่ผี ำ่ นมำแล้ว ซง่ึ จะเป็นพืน้

มฐ.ต ๒.๒ ฐำนควำมร้เู ก่ยี วกับกำรใช้

(๑), ภำษำองั กฤษเพ่ือกำรส่ือสำร

มฐ.ต ๓.๑ ในชีวิตประจำวนั

(๑),

มฐ.ต ๔.๑

(๑),

มฐ.ต ๔.๒

(๑)

สอบกลำงภำค ๒๐

สอบปลำยภำค ๓๐

ขอ้ สอบกลำง/สว่ นกลำงกำหนด ๐

รวมตลอดภำคเรยี น ๑๐๐

๑๑๙

ชน้ั ประถมศึกษำปที ี่ ๖

ช้ันประถมศกึ ษำปที ี่ ๖ ภำคเรยี นที่ ๒

มจี ำนวน ๔ สำระ จำนวน ๘ มำตรฐำน และจำนวน ๒๐ ตวั ช้วี ดั

หน่ มาตรฐาน ตวั ชวี้ ัดและพฤตกิ รรมที่ หนว่ ยการเรยี นร้/ู เน้ือหา/กิจกรรม เวลา คะแ
วย การเรยี นรู้ ต้องการให้เกิดแกน่ ักเรียน (ชวั่ โ นน
ที่ มง) เกบ็

๕ มฐ.ต ๑.๑ - ออกเสยี ง สะกดคา และ On holiday ๑๓ ๑๐

(๑-๔), บอกความหมายคาศัพท์ การเรยี นรู้คาศัพทเ์ กยี่ วกับส่ิงท่ตี ้องใช้

มฐ.ต ๑.๒ เกี่ยวกับสิ่งทีต่ ้องใช้ในการ ในการเดนิ ทาง ทาให้ผเู้ รียนสามารถพูด

(๑, ๒, ๔, ๕), เดนิ ทางได้ และเขยี นเกยี่ วกบั สิง่ ทตี่ ้องใชใ้ นการ

มฐ.ต ๑.๓ - ใชค้ ากริยาทก่ี าหนด เดินทาง ซ่ึงจะเป็นพน้ื ฐานความรู้

(๑, ๓), ประกอบประโยคได้ เกยี่ วกับการใชภ้ าษาองั กฤษเพอื่ การ

มฐ.ต ๒.๑ - ใชป้ ระโยค Past สอื่ สารในชีวิตประจาวนั

(๑, ๓), Simple Tense ได้ถกู ต้อง

มฐ.ต ๒.๒

(๑),

มฐ.ต ๔.๑

(๑),

๖ มฐ.ต ๑.๑ - ออกเสยี งคาศัพท์ และ Out and about ๑๓ ๑๕

(๒, ๓, ๔), ประโยคตามทีก่ าหนดให้ การเรียนรคู้ าศัพท์เก่ยี วกับสถานทต่ี า่ งๆ

มฐ.ต ๑.๒ ได้ และการใชป้ ระโยคบอกความรู้สึกท่ี

(๑- ๕), - ใช้คาศัพทเ์ กี่ยวกบั ตอ้ งการไปและไมต่ อ้ งการไปยังสถานที่

มฐ.ต ๑.๓ สถานท่ปี ระกอบประโยค นน้ั ๆ เปน็ การเรียนรภู้ าษาองั กฤษเพ่ือ

(๑, ๓), ได้ นาไปใช้ส่ือสารในชีวติ ประจาวัน

มฐ.ต ๒.๑ - อ่านบทความที่กาหนด

(๓), และตอบคาถามได้

มฐ.ต ๒.๒ - เขยี นบทความตาม

(๑), โครงสรา้ งทีก่ าหนดได้

มฐ.ต ๔.๑

(๑),

มฐ.ต ๔.๒

(๑)

๗ มฐ.ต ๑.๑ - ออกเสยี ง สะกด และ What’s on? ๑๓ ๑๕

(๑-๔), บอกความหมายคาศัพท์ การเรยี นรคู้ าศัพทเ์ ก่ียวกับประเภท

มฐ.ต ๑.๒ เกย่ี วกบั ประเภทต่างๆ ต่างๆ ของรายการโทรทัศน์ และใช้

(๑, ๒, ๔, ๕), ของรายการโทรทัศน์ได้ ประโยคถามและตอบเกีย่ วกบั ประเภท

มฐ.ต ๑.๓ - พดู ถามและตอบ ของรายการโทรทัศน์ท่ชี อบ จะทาให้

(๑-๓), เก่ียวกบั ประเภทของ ผเู้ รยี นสามารถพดู และเขียนตาม

๑๒๐

หน่ มาตรฐาน ตัวชวี้ ดั และพฤตกิ รรมที่ หน่วยการเรยี นร้/ู เนอ้ื หา/กจิ กรรม เวลา คะแ
วย การเรียนรู้ ตอ้ งการให้เกดิ แก่นกั เรียน (ช่วั โ นน
ที่ มง) เก็บ

มฐ.ต ๒.๑ รายการโทรทัศน์ท่ีชอบได้ โครงสร้างประโยคที่กาหนด ซึ่งจะเปน็

(๑, ๓), - อ่านออกเสยี งคาศพั ทท์ ่ี พน้ื ฐานความรเู้ ก่ียวกับการใช้

มฐ.ต ๒.๒ ลงทา้ ยดว้ ย d, t ได้ ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสารใน

(๑), ชีวติ ประจาวัน

มฐ.ต ๓.๑

(๑),

มฐ.ต ๔.๑

(๑),

มฐ.ต ๔.๒

(๑)

๘ มฐ.ต ๑.๑ - ร้องเพลงทางภาษาได้ Culture ๑ ๑๐

(๑-๓), - อา่ นเร่อื งที่กาหนด และ การเรยี นรู้วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

มฐ.ต ๒.๑ ตอบคาถามได้ และคาศัพทท์ ีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั วันขอบคุณ

(๒, ๓), - อา่ นออกเสยี ง สะกด พระเจ้าและเทศกาล

มฐ.ต ๒.๒ และบอกความหมาย อีสเตอร์ ทาให้ผเู้ รียนเข้าใจและเรียนรู้

(๒) คาศัพทท์ ่ีเก่ียวกับเทศกาล ภาษาอังกฤษได้อยา่ งลกึ ซง้ึ และนาไปใช้

ตา่ งๆ ได้ ได้อย่างเหมาะสม

สอบกลางภาค ๒๐
สอบปลายภาค ๓๐
ข้อสอบกลาง/ส่วนกลางกาหนด ๐
รวมตลอดภาคเรยี น ๑๐๐

๑๒๑

โครงสร้ำงรำยวชิ ำ

รหัสวชิ ำ อ๑๑๒๐๑ รำยวชิ ำภำษำอังกฤษเพื่อกำรส่ือสำร ๑ กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำต่ำงประเทศ

(ภำษำอังกฤษ)

ชัน้ ประถมศึกษำปีท่ี ๑ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

หน่วยที่ ช่ือหน่วยกำรเรียนรู้ ผลกำรเรียนรู้ เวลำ นำ้ หนัก
๑ My ABC (ขอ้ ที)่ (ชว่ั โมง)

๑–๔–๕ ๗ ๑๑
๓ ๑๑
๒ Colors ๑–๒–๓–๔–๕ ๙ ๑๐
๑ ๑๑
๓ You and I ๑–๒–๓–๔–๕ ๗ ๑๐
๖ ๙
สอบกลำงปี ๖ ๗๐
๓๐
๔ My classroom ๑–๒–๓–๔–๕ ๑ ๑๐๐
๔๐
๕ My pets ๑–๒–๓–๔–๕

๖ Fruits ๑–๒–๓–๔–๕

รวมระหวำ่ งเรียน

สอบปลำยปี

รวม

หมำยเหตุ : สัดส่วนคะแนนระหวำ่ งเรียน : สอบปลำยปี ๗๐ : ๓๐

๑๒๒

โครงสร้ำงรำยวิชำ

รหัสวชิ ำ อ๑๒๒๐๑ รำยวิชำภำษำองั กฤษเพื่อกำรส่ือสำร ๒ กลมุ่ สำระกำรเรียนร้ภู ำษำตำ่ งประเทศ

(ภำษำองั กฤษ)

ช้นั ประถมศึกษำปีที่ ๒ เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง

หน่วยที่ ชอื่ หน่วยกำรเรยี นรู้ ผลกำรเรยี นรู้ เวลำ นำ้ หนัก
(ข้อท)่ี (ชัว่ โมง)
๑ My ABC ๖
๒ Color Numbers Days ๑–๓–๕ ๔ ๘
๕ ๘
๑–๒–๓–๔–๕ ๕ ๘
๕ ๑๐
๓ Word about things ๑–๒–๓–๔–๕ ๑ ๙
๗ ๙
๔ My food and drinks ๑–๒–๓–๔–๕ ๖ ๑๒
๖ ๗๐
สอบกลำงปี
๑ ๓๐
๕ My body and clothes ๑ – ๒ – ๓ – ๔ – ๕ ๔๐
๑๐๐
๖ My family ๑–๒–๓–๔–๕

๗ My house ๑–๒–๓–๔–๕

รวมระหว่ำงเรยี น

สอบปลำยปี

รวม

หมำยเหตุ : สดั ส่วนคะแนนระหว่ำงเรียน : สอบปลำยปี ๗๐ : ๓๐

๑๒๓

โครงสรำ้ งรำยวชิ ำ

รหสั วชิ ำ อ๑๓๒๐๑ รำยวชิ ำภำษำอังกฤษเพื่อกำรส่ือสำร ๓ กลุ่มสำระกำรเรียนร้ภู ำษำต่ำงประเทศ

(ภำษำองั กฤษ)

ช้ันประถมศึกษำปที ี่ ๓ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

หนว่ ยท่ี ชื่อหน่วยกำรเรียนรู้ ผลกำรเรียนรู้ เวลำ นำ้ หนัก
(ขอ้ ท่)ี (ชว่ั โมง)
๑ My meals ๑๐
๒ What are you doing? ๑–๒–๓–๔–๕ ๗ ๑๐
๖ ๑๐
๑–๒–๓–๔–๕ ๖ ๑๐
๑ ๑๐
๓ Telling about time ๑–๒–๓–๔–๕ ๖ ๑๐
๗ ๑๐
สอบกลำงปี ๖ ๗๐

๔ Friends ๑–๒–๓–๔–๕ ๑ ๓๐
๔๐
๕ Free time activities ๑–๒–๓–๔–๕ ๑๐๐

๖ Places around us ๑–๒–๓–๔–๕

รวมระหวำ่ งเรยี น

สอบปลำยปี

รวม

หมำยเหตุ : สัดส่วนคะแนนระหวำ่ งเรียน : สอบปลำยปี ๗๐ : ๓๐

๑๒๔

โครงสรำ้ งรำยวิชำ

รหัสวิชำ อ๑๔๒๐๑ รำยวิชำภำษำอังกฤษเพ่ือกำรส่ือสำร ๔ กลุ่มสำระกำรเรียนร้ภู ำษำต่ำงประเทศ

(ภำษำอังกฤษ)

ชน้ั ประถมศึกษำปีท่ี ๔ จำนวน ๑๒๐ ชั่วโมง

หน่วยท่ี ชอ่ื หน่วยกำรเรียนรู้ ผลกำรเรยี นรู้ เวลำ นำ้ หนัก
(ข้อท)่ี (ชว่ั โมง)
๑ ๑๐
๒ The amazing body ๑ – ๒ – ๓ – ๔ – ๕ ๒๐ ๑๐
๓ ๑๘ ๑๐
At the market ๑–๒–๓–๔–๕ ๒๐ ๑๐
๔ ๒ ๑๐
๕ Sports day ๑–๒–๓–๔–๕ ๒๐ ๑๐
๖ ๒๐ ๑๐
สอบกลำงปี ๑๘ ๗๐
๓๐
Daily activities ๑–๒–๓–๔–๕ ๒ ๑๐๐
๑๒๐
I can do it ๑–๒–๓–๔–๕

Visiting on the farm ๑ – ๒ – ๓ – ๔ – ๕

รวมระหวำ่ งเรียน

สอบปลำยปี

รวม

หมำยเหตุ : สัดส่วนคะแนนระหวำ่ งเรียน : สอบปลำยปี ๗๐ : ๓๐

๑๒๕

โครงสรำ้ งรำยวิชำ

รหัสวิชำ อ๑๕๒๐๑ รำยวชิ ำภำษำอังกฤษเพื่อกำรส่ือสำร ๕ กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำต่ำงประเทศ

(ภำษำองั กฤษ)

ช้นั ประถมศึกษำปที ่ี ๕ จำนวน ๑๒๐ ช่ัวโมง

หน่วยท่ี ช่อื หน่วยกำรเรยี นรู้ ผลกำรเรยี นรู้ เวลำ นำ้ หนัก
(ขอ้ ที่) (ชวั่ โมง)
๑ ๕
๒ Food Around Us ๑–๒–๓–๔–๕ ๑๕ ๕
๓ ๑๕ ๕
๔ At the Restaurant ๑–๒–๓–๔–๕ ๘ ๗
๕ ๑๐ ๘
The Kitchen ๑–๒–๓–๔–๕ ๑๐ ๑๐
๖ ๒ ๗
๗ Leisure Time ! ๑–๒–๓–๔–๕ ๑๕ ๗
๘ Things People Do ๑–๒–๓–๔–๕ ๑๕ ๘
๙ ๑๕ ๘
สอบกลำงปี ๑๓ ๗๐
๓๐
Fun Number ! ๑–๒–๓–๔–๕ ๒ ๑๐๐
๑๒๐
The Weekend ๑–๒–๓–๔–๕

Life is Learning ๑–๒–๓–๔–๕

The Journey Life ๑–๒–๓–๔–๕

รวมระหวำ่ งเรยี น

สอบปลำยปี

รวม

หมำยเหตุ : สดั สว่ นคะแนนระหวำ่ งเรียน : สอบปลำยปี ๗๐ : ๓๐

๑๒๖

โครงสรา้ งรายวชิ า

รหัสวิชา อ๑๖๒๐๑ รายวชิ าภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสาร ๖ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

(ภาษาอังกฤษ)

ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ จานวน ๑๒๐ ชั่วโมง

หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ เวลา นา้ หนกั
๑ (ข้อท)ี่ (ชั่วโมง)
๒ What do you want to be? ๗
๓ What can you see? ๑–๒–๓–๔–๕ ๑๕ ๗
๔ It was great. ๑–๒–๓–๔–๕ ๑๕ ๘
What did you do on ๑–๒–๓–๔–๕ ๑๓ ๘
๕ your holidays? ๑–๒–๓–๔–๕ ๑๕
๖ ๑๐
๗ สอบกลางปี ๑–๒–๓–๔–๕ ๒ ๑๐
OutandAbout! ๑–๒–๓–๔–๕ ๒๐ ๑๐
That’sentertainment ๑–๒–๓–๔–๕ ๒๐ ๑๐
OnVacation. ๑๘ ๗๐
๓๐
รวมระหวา่ งเรียน ๒ ๑๐๐
สอบปลายปี ๑๒๐
รวม

หมายเหตุ : สัดส่วนคะแนนระหวา่ งเรียน : สอบปลายปี ๗๐ : ๓๐

๑๒๗

ส่วนท่ี ๓
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ

ในส่วนของกำรจัดทำคำอธิบำยรำยวิชำของหลักสูตรสถำนศึกษำกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ สุขศึกษำและ
พละศกึ ษำ ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพืน้ ฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ นัน้ โรงเรียนได้ดำเนนิ กำรกลุ่ม
สำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและพละศึกษำของช้ันประถมศึกษำปีที่ ๑ ถึง ชั้นประถมศึกษำปีท่ี ๖ โดยเขียนใน
ลกั ษณะควำมเรยี งระบอุ งค์ควำมรู้ ทักษะ/กระบวนกำร คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ตำมธรรมชำติของวชิ ำเป็น
กำรเขียนในภำพรวมที่ต้องกำรให้เกิดกับผู้เรียนและสะท้อนตัวชี้วัดในรำยวิชำพื้นฐำนหรือผลกำรเรียนรู้ใน
รำยวิชำเพ่ิมเติม คำอธบิ ำยรำยวิชำจงึ ประกอบดว้ ยสว่ นประกอบดงั ตอ่ ไปน้ี

- รหสั วชิ ำ
- ชอื่ รำยวิชำ
- กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้
- ช้นั ปี
- จำนวนเวลำเรียน

๑๒๘

คำอธิบำยรำยวิชำพ้ืนฐำน

รหสั วชิ ำ อ ๑๑๑๐๑ รำยวิชำ ภำษำองั กฤษ๑ กลุ่มสำระกำรเรยี นร้ภู ำษำตำ่ งประเทศ
ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๑ เวลำ ๑๖๐ ชว่ั โมง

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ

ปฏิบัติตำม คำสั่งง่ำย ๆ ท่ีฟังตัวอักษรและเสียง และสะกดคำง่ำย ๆ ถูกต้องตำมหลักกำรอ่ำน เลือก
ภำพตรงตำมควำมหมำยของคำและกลุ่มคำที่ฟัง เรื่องใกล้ตวั คำส้ัน ๆ งำ่ ย ๆ ในกำรส่ือสำรระหว่ำงบุคคลตำม
แบบท่ีฟังคำสั่งง่ำย ๆ ตำมแบบที่ฟัง ควำมต้องกำรง่ำย ๆ ของตนเองตำมแบบที่ฟัง กำรขอและให้ข้อมูลง่ำย
ๆ เก่ียวกับตนเองตำมแบบที่ฟัง ข้อมูลง่ำย ๆ เก่ียวกับตนเองและเร่ืองใกล้ตวั ตำมวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ
ช่ือและคำศัพท์เกี่ยวกับเทศกำลสำคัญของเจ้ำของภำษำ กำรเข้ำร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรมท่ี
เหมำะสมกับวัย กำรระบุตัวอักษรและเสียงอักษรของภำษำต่ำงประเทศ(ภำษำอังกฤษ)และภำษำไทย
คำศัพท์ที่เก่ียวข้องกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้อ่ืน กำรฟัง/พูด ในสถำนกำรณ์ง่ำย ๆ ท่ีเกิดขึ้นในห้องเรียน กำรใช้ภำษำ
ต่ำงประเทศ(ภำษำอังกฤษ) เพื่อรวบรวมคำศัพท์ที่เก่ียวข้องใกลต้ วั

โดยกำรปฏิบัติตำม ระบุ อ่ำนออกเสียง เลือกภำพ ตอบคำถำม พูดโต้ตอบ ใช้ บอก พูดขอ ให้ข้อมูล
ทำท่ำประกอบ เข้ำร่วม ฟัง/พูด เพื่อให้ผู้เรียนมีควำมรู้ควำมเข้ำใจและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิต ประจำวัน
เกิดสมรรถนะตำมควำมต้องกำรของหลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ข้ึนในตัวของผู้เรียน และสำมำรถ
อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อย่ำงมีควำมสุข สำมำรถนำควำมรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญำของ
เศรษฐกจิ พอเพียงและสำมำรถนำไปประยุกต์ใชก้ ับชีวติ ประจำวนั ได้อย่ำงถูกต้องเหมำะสม

มำตรฐำน/ตัวชว้ี ัด

ต ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ต ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ต ๑.๓ ป.๑/๑
ต ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ต ๒.๒ ป.๑/๑
ต ๓.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๒ ป.๑/๑

รวม ๘ มำตรฐำน ๑๖ ตัวชี้วดั

๑๒๙

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพน้ื ฐำน

รหสั วชิ ำ อ ๑๒๑๐๑ รำยวิชำ ภำษำอังกฤษ ๒ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ
ชน้ั ประถมศึกษำปที ่ี ๒ เวลำ ๑๖๐ ชั่วโมง

คำอธิบำยรำยวิชำ

ปฏิบัติตำมคำสั่งง่ำย ๆ และคำขอร้องง่ำย ๆ ท่ีฟังระบุตัวอักษรและเสียง อ่ำนออกเสียงคำ สะกดคำ
และอำ่ นประโยคงำ่ ย ๆ ถูกต้องตำมหลักกำรอำ่ น เลอื กภำพตรงตำมควำมหมำยของคำและกล่มุ คำท่ีฟัง ตอบ
คำถำมจำกกำรฟังประโยค บทสนทนำหรือนิทำนง่ำย ๆ ท่ีมีภำพประกอบพูดโต้ตอบด้วยคำส้ัน ๆ ง่ำย ๆ ใน
กำรสอ่ื สำรระหว่ำงบุคคลตำมแบบที่ฟัง ใช้คำสั่งและคำขอร้องง่ำย ๆ ตำมแบบท่ีฟัง บอกควำมต้องกำรง่ำยๆ
ของตนเอง ตำมแบบที่ฟัง พูดขอและให้ข้อมูลง่ำย ๆ เกี่ยวกับตนเองตำมแบบท่ีฟัง พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
และเร่ืองใกล้ตัว พูดและทำท่ำทำงประกอบตำมวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ บอกช่ือและคำศัพท์เกี่ยวกับ
เทศกำลสำคัญของเจ้ำของภำษำ กำรเข้ำร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรมที่เหมำะสมกับวัย ระบุ
ตัวอักษรและเสียงอักษรของภำษำต่ำงประเทศ(ภำษำอังกฤษ)และภำษำไทย บอกคำศัพท์ท่ีเก่ียวข้องกับกลุ่ม
สำระกำรเรียนรูอ้ น่ื ฟัง/พดู ในสถำนกำรณ์งำ่ ย ๆ ท่ีเกิดข้นึ ในหอ้ งเรียน ใช้ภำษำต่ำงประเทศ(ภำษำอังกฤษ)เพ่ือ
รวบรวมคำศพั ท์ทเี่ ก่ยี วขอ้ งใกลต้ ัว

โดยกำรระบุ อ่ำนออกเสียง เลือกตอบคำถำม พูดโต้ตอบ ทำทำ่ ทำง เขำ้ ร่วมฟัง เพื่อให้ผู้เรียนมคี วำมรู้
ควำมเข้ำใจและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เกิดสมรรถนะตำมควำมต้องกำรของหลักสูตร มี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ข้ึนในตัวของผู้เรียน และสำมำรถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อย่ำงมีควำมสุข
สำมำรถนำควำมรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยใช้หลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงและสำมำรถนำไป
ประยกุ ตใ์ ช้กับชวี ติ ประจำวันไดอ้ ย่ำงถูกต้องเหมำะสม

มำตรฐำน/ตัวชีว้ ดั

ต ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ต ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ต ๑.๓ ป.๒/๑
ต ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ต ๒.๒ ป.๒/๑
ต ๓.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๒ ป.๒/๑

รวม ๘ มำตรฐำน ๑๖ ตวั ชี้วัด

๑๓๐

คำอธิบำยรำยวิชำพน้ื ฐำน

รหสั วิชำ อ ๑๓๑๐๑ รำยวิชำ ภำษำองั กฤษ ๓ กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำตำ่ งประเทศ
ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ ๓ เวลำ ๑๖๐ ช่ัวโมง

คำอธิบำยรำยวชิ ำ

ปฏิบัติตำมคำส่ังและคำขอร้องที่ฟังหรืออ่ำนคำ สะกดคำ อ่ำนกลุ่มคำประโยค และบทพูดเข้ำจังหวะ
(chant)ง่ำย ๆ ถูกต้องตำมหลักกำรอ่ำน เลือกภำพหรือสัญลักษณ์ตรงตำมควำมหมำยของคำกลุ่มคำและ
ประโยคที่ฟัง จำกกำรฟังหรอื อ่ำนประโยค บทสนทนำหรือนิทำนง่ำย ๆ คำสนั้ ๆ งำ่ ย ๆ ในกำรสื่อสำรระหวำ่ ง
บคุ คลตำมแบบท่ีฟัง คำส่ังและคำขอร้องงำ่ ย ๆ ตำมแบบท่ีฟัง ควำมต้องกำรง่ำย ๆ ของตนเองตำมแบบที่ฟัง
ขอและให้ข้อมูลง่ำย ๆ เกี่ยวกับตนเองและเพื่อนตำมแบบท่ีฟัง ควำมรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับสิ่งต่ำง ๆ ใกล้ตัว
หรอื กจิ กรรมต่ำง ๆ ตำมแบบท่ีฟงั ให้ขอ้ มูลง่ำย ๆ เก่ียวกับตนเองและเรอื่ งใกล้ตวั คำตำมประเภทของบุคคล
สัตว์ และสิ่งของ ตำมท่ีฟังหรืออ่ำน มำรยำทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ ชื่อและคำศัพท์ง่ำยๆ
เกี่ยวกับเทศกำล/วันสำคัญ/งำนฉลองและชีวิตควำมเป็นอยู่ของเจ้ำของภำษำ กิจกรรมทำงภำษำและ
วัฒนธรรมที่เหมำะสมกับวัย ควำมแตกต่ำงของเสียงตัว อักษร คำ กลุ่มคำและประโยคง่ำย ๆ ของ
ภำษำตำ่ งประเทศ(ภำษำอังกฤษ)และภำษำไทย คำศัพท์ทเ่ี กี่ยวข้องกับกลมุ่ สำระกำรเรยี นรอู้ ื่น สถำนกำรณ์งำ่ ย
ๆ ทีเ่ กดิ ขน้ึ ในห้องเรียน ภำษำต่ำงประเทศ(ภำษำอังกฤษ)เพ่ือรวบรวมคำศัพทท์ ่ีเก่ยี วขอ้ งใกลต้ ัว

โดยกำรอ่ำนออกเสยี ง สะกดคำฟังพูด เลอื ก ระบุ ตอบคำถำม พดู โต้ตอบ ใช้ บอก จัดหมวดหมู่ ทำท่ำ
ประกอบ เข้ำร่วมกิจกรรม เพื่อให้มีควำมรู้ ควำมคิด ควำมเข้ำใจ สำมำรถนำควำมรู้ไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์
ต่อตนเองและสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม สำมำรถนำควำมรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญำของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง และสำมำรถนำไปประยกุ ตใ์ ช้กับชวี ติ ประจำวันได้อยำ่ งถูกต้องเหมำะสม

มำตรฐำน/ตวั ชีว้ ัด

ต ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ต ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
ต ๑.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ต ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ต ๒.๒ ป.๓/๑
ต ๓.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๒ ป.๓/๑

รวม ๘ มำตรฐำน ๑๘ ตัวชี้วัด

๑๓๑

คำอธิบำยรำยวชิ ำพน้ื ฐำน

รหสั วชิ ำ อ ๑๔๑๐๑ รำยวิชำ ภำษำองั กฤษ๔ กลุ่มสำระกำรเรียนรภู้ ำษำตำ่ งประเทศ
ชน้ั ประถมศกึ ษำปีท่ี ๔ เวลำ ๘๐ ชวั่ โมง

คำอธิบำยรำยวชิ ำ

ปฏิบัติตำมคำสั่ง คำขอร้องและคำแนะนำ(instructions)ง่ำย ๆ ที่ฟังหรืออ่ำน อ่ำนออกเสียงคำ
สะกดคำ อ่ำนกลุ่มคำ ประโยค ข้อควำมง่ำย ๆ และบทพูดเข้ำจังหวะ ถูกต้องตำมหลักกำรอ่ำน เลือก/ระบุภำพ
หรือสัญลักษณ์ หรือเครอ่ื งหมำยตรงตำมควำมหมำยของประโยคและขอ้ ควำมสั้น ๆ ที่ฟังหรอื อ่ำน ตอบคำถำม
จำกกำรฟังหรืออ่ำนประโยค บทสนทนำ หรือนิทำนง่ำย ๆ พูด/เขียนโต้ตอบในกำรส่ือสำรระหว่ำงบุคคล ใช้
คำสั่ง คำขอร้อง และคำขออนุญำตง่ำย ๆ พูด/เขียนแสดงควำมต้องกำรของตนเอง และขอควำมช่วยเหลือใน
สถำนกำรณ์ง่ำย ๆ พูด/เขียน เพ่ือขอและให้ขอ้ มูลเกยี่ วกับตนเอง เพื่อนและครอบครวั พูดแสดงควำมรู้สึกของ
ตนเองเก่ียวกับเรื่องต่ำง ๆ ใกล้ตัว หรือกิจกรรมต่ำง ๆ ตำมแบบท่ีฟัง พูด/เขียนให้ข้อมูลง่ำย ๆ เก่ียวกับ
ตนเองและเร่ืองใกล้ตัว พูด/วำดภำพ แสดงควำมสัมพันธ์ของส่ิงต่ำง ๆ ใกล้ตัวที่ฟังหรืออ่ำน พูดแสดงควำม
คิดเห็นง่ำย ๆ เกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว พูดและทำท่ำประกอบอย่ำงสุภำพตำมมำรยำทสังคม/
วัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ ตอบคำถำมเกี่ยวกับเทศกำล/วันสำคัญ/งำนฉลองและชีวิตควำมเป็นอยู่ง่ำย ๆ
ของเจำ้ ของภำษำ เข้ำรว่ มกจิ กรรมทำงภำษำและวัฒนธรรมทีเ่ หมำะสมกับวัย บอกควำมแตกตำ่ งของเสียงตัว
อักษร คำ กลุ่มคำ ประโยคและข้อควำม ของภำษำต่ำงประเทศ(ภำษำอังกฤษ)และภำษำไทย บอกควำม
เหมือน/ควำมแตกต่ำงระหว่ำงเทศกำลและงำนฉลองตำมวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำกับของไทย ค้นคว้ำ
รวบรวม คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้อื่น และนำเสนอด้วยกำรพูด/กำรเขียน ฟัง/พูดใน
สถำนกำรณ์ท่ีเกิดขึ้นในห้องเรียนและสถำนศึกษำ ใช้ภำษำต่ำงประเทศ(ภำษำอังกฤษ)ในกำรสืบค้นและ
รวบรวมขอ้ มลู ต่ำงๆ

โดยกำรฟัง พูด อ่ำน เขียน ระบุ อ่ำนออกเสียง เลือกตอบคำถำม พูดโต้ตอบ ทำท่ำทำง เข้ำร่วม
เพื่อใหผ้ ู้เรียนมีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจและนำไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน เกดิ สมรรถนะตำมควำมต้องกำรของ
หลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ขึ้นในตัวของผู้เรียน และสำมำรถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่ำงมี
ควำมสุข สำมำรถนำควำมรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยใช้หลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงและสำมำรถนำไป
ประยกุ ต์ ใช้กับชวี ิตประจำวันได้อย่ำงถูกตอ้ งเหมำะสม

มำตรฐำน/ตัวชวี้ ดั
ต ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป๔/๔
ต ๑.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป๔/๔, ป๔/๕
ต ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ต ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ต ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ต ๓.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๒ ป.๔/๑

รวม ๘ มำตรฐำน ๒๐ ตัวชีว้ ดั

๑๓๒

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพื้นฐำน

รหัสวชิ ำ อ ๑๕๑๐๑ รำยวิชำภำษำองั กฤษ ๕ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ
ช้ันประถมศกึ ษำปที ่ี ๕ เวลำ ๘๐ ช่วั โมง

คำอธิบำยรำยวิชำ

ปฏิบัติตำมคำส่ัง คำขอร้อง และคำแนะนำ ที่ฟังหรืออ่ำน อ่ำนออกเสียง ประโยค ข้อควำมและบท
กลอนส้ัน ๆ ถูกต้องตำมหลักกำรอ่ำน ระบุ/วำดภำพสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมำยตรงตำมควำมหมำยของ
ประโยคและข้อควำมส้ัน ๆ ที่ฟังหรืออ่ำน บอกใจควำมสำคัญและตอบคำถำมจำกกำรฟังหรอื อ่ำนบทสนทนำ
และนทิ ำนง่ำย ๆหรอื เรอ่ื งสนั้ ๆ พูด/เขียนโต้ตอบในกำรสื่อสำรระหว่ำงบุคคล ใช้คำสั่ง คำขอร้อง คำขออนุญำตและ
ให้คำแนะนำง่ำย ๆ พูด/เขียนแสดงควำมต้องกำรของตนเอง ขอควำมช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธกำรให้
ควำมช่วยเหลือในสถำนกำรณ์ง่ำย ๆ พูด/เขียน เพือ่ ขอและให้ขอ้ มูลเก่ียวกับตนเองเพ่ือน ครอบครวั และเร่ืองใกล้ตัว
พูดแสดงควำมรู้สึก ของตนเองเกี่ยวกับเร่ืองต่ำง ๆ ใกล้ตัว หรือกิจกรรมต่ำง ๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลส้ัน ๆ
ประกอบ พูด/เขียนให้ข้อมูลง่ำย ๆ เก่ียวกับตนเองและเร่ืองใกล้ตัว เขียนภำพ แผนผัง และแผนภูมิ แสดง
ข้อมูลต่ำงๆตำมที่ฟังหรืออ่ำนพูดแสดงควำมคิดเห็น เก่ียวกับเร่ืองต่ำง ๆ ใกล้ตัว ใช้ถ้อยคำ น้ำเสียงและกิริยำ
ท่ำทำง อย่ำงสุภำพตำมมำรยำทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ ตอบคำถำม/บอกควำมสำคัญของ
เทศกำล/วันสำคัญ/งำนฉลองและชีวติ ควำมเป็นอยู่ง่ำย ๆ ของเจ้ำของภำษำ เข้ำร่วมกิจกรรมทำงภำษำและ
วัฒนธรรมตำมควำมสนใจ บอกควำมเหมือนควำมแตกต่ำงระหว่ำงกำรออกเสียงประโยคชนิดต่ำง ๆ กำรใช้
เคร่ืองหมำยวรรคตอน และกำรลำดับคำ(order) ตำมโครงสร้ำงของประโยคของภำษำต่ำงประเทศ(ภำษำอังกฤษ)และ
ภำษำไทย บอกควำมเหมอื น/ควำมแตกต่ำงระหวำ่ งเทศกำลและงำนฉลองตำมวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำกับ
ของไทย ค้นคว้ำ รวบรวม คำศัพท์ที่เก่ียวข้องกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้อ่ืน และนำเสนอด้วยกำรพูด/กำรเขียน
ฟัง พูด และอ่ำน/เขียนในสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถำนศึกษำ ใช้ภำษำต่ำงประเทศ
(ภำษำองั กฤษ) ในกำรสบื ค้นและรวบรวมขอ้ มลู ตำ่ ง ๆ

โดยกำรฟัง พูด อ่ำน เขียน ระบุ อ่ำนออกเสียง เลือกตอบคำถำม พูดโต้ตอบ ทำท่ำทำง เข้ำร่วม
เพ่อื ให้ผ้เู รียนมีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ และนำไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวัน เกิดสมรรถนะตำมควำมตอ้ งกำรของ
หลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ขึ้นในตัวของผู้เรียน และสำมำรถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อย่ำงมี
ควำมสุขสำมำรถนำควำมรไู้ ปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ โดยใช้หลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง และสำมำรถนำไป
ประยกุ ต์ใช้กบั ชวี ติ ประจำวันไดอ้ ยำ่ งถูกตอ้ งเหมำะสม

มำตรฐำน/ตวั ชีว้ ดั
ต ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ต ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ต ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ต ๓.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๒ ป.๕/๑

รวม ๘ มำตรฐำน ๒๐ ตวั ชี้วดั

๑๓๓

คำอธิบำยรำยวชิ ำพืน้ ฐำน

รหสั วชิ ำ อ ๑๖๑๐๑ รำยวิชำภำษำองั กฤษ ๖ กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำตำ่ งประเทศ
ช้นั ประถมศึกษำปีที่ ๖ เวลำ ๘๐ ชว่ั โมง

คำอธิบำยรำยวิชำ

ปฏิบัติตำมคำส่ัง คำขอร้อง และคำแนะนำ ท่ีฟังและอ่ำน อ่ำนออกเสียง ข้อควำม นิทำนและบท
กลอนส้ัน ๆ ถูกต้องตำมหลักกำรอ่ำน เลือก/ระบุ ประโยคหรือข้อควำมสั้น ๆ ตรงตำมภำพ สัญลักษณ์หรือ
เครื่องหมำยที่อ่ำน บอกใจควำมสำคัญ และตอบคำถำมจำกกำรฟังหรืออำ่ นบทสนทนำ หรอื นิทำนงำ่ ย ๆ และ
เร่อื งเล่ำ พูด/เขียนโตต้ อบ ในกำรสื่อสำรระหวำ่ งบุคคล ใช้คำส่ัง คำขอรอ้ ง และคำขออนุญำตและใหค้ ำแนะนำ
พดู /เขียน แสดงควำมต้องกำร ขอควำมช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธกำรใหค้ วำมช่วยเหลือในสถำนกำรณ์ง่ำย
ๆ พูด/เขียน เพ่ือขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัวและเรื่องใกล้ตัว พูด/เขียนแสดง
ควำมรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับเร่ืองต่ำง ๆ ใกล้ตัว หรือกิจกรรมต่ำง ๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลส้ัน ๆประกอบ พูด/
เขียน ให้ข้อมูลเกย่ี วกบั ตนเอง เพื่อนและสิง่ แวดล้อมใกล้ตัว เขยี นภำพ แผนผงั และแผนภมู ิ แสดงข้อมูลต่ำง ๆ
ตำมที่ฟังหรืออ่ำน พูด/เขียน แสดงควำมคิดเห็นเก่ียวกับเร่ืองต่ำง ๆ ใกล้ตัว ใช้ถ้อยคำ น้ำเสียงและกิริยำ
ท่ำทำงอย่ำงสุภำพ เหมำะสมตำมมำรยำทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ ให้ข้อมูลเก่ียวกบั เทศกำล/
วนั สำคัญ/งำนฉลอง/ชีวิตควำมเป็นอยู่ของเจ้ำของภำษำ เข้ำร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรมตำมควำม
สนใจ บอกควำมเหมือน/ควำมแตกต่ำงระหว่ำงกำรออกเสียงประโยคชนิดต่ำง ๆ กำรใช้เคร่ืองหมำยวรรคตอนและ
กำรลำดับคำ ตำมโครงสร้ำง ประโยคของภำษำต่ำงประเทศ(ภำษำอังกฤษ) และภำษำไทย เปรียบเทียบควำม
เหมือน/ควำมแตกต่ำง ระหว่ำงเทศกำลงำนฉลองและประเพณีของเจ้ำของภำษำกับของไทย ค้นคว้ำ
รวบรวม คำศัพท์ที่เก่ียวข้องกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้อื่นจำกแหล่งกำรเรียนรู้ และนำเสนอด้วยกำรพูด/กำร
เขียน ใช้ภำษำสื่อสำรในสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ ท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียนและสถำนศึกษำใช้ภำษำต่ำงประเทศ
(ภำษำองั กฤษ)ในกำรสบื คน้ และรวบรวมขอ้ มลู ต่ำง ๆ

โดยกำรฟัง พูด อ่ำน เขียน ระบุ อ่ำนออกเสียง เลือกตอบคำถำม พูดโต้ตอบ เข้ำร่วม เปรียบเทียบ
ค้นคว้ำ เพ่ือให้ผู้เรียนมีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เกิดสมรรถนะตำม
ควำมต้องกำรของหลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ขึ้นในตัวของผู้เรียน และสำมำรถอยู่ร่วมกับผู้อื่นใน
สังคมได้อย่ำงมีควำมสุข สำมำรถนำควำมรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยใช้หลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง
และ สำมำรถนำไปประยกุ ต์ใชก้ ับชวี ิตประจำวันไดอ้ ย่ำงถูกต้องเหมำะสม

มำตรฐำน/ตัวชว้ี ดั
ต ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ต ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ต ๑.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ต ๓.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๒ ป.๖/๑

รวม ๘ มำตรฐำน ๒๐ ตัวช้ีวัด

๑๓๔

คำอธิบำยรำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ

รหัสวิชำ อ๑๑๒๐๑ รำยวิชำภำษำองั กฤษเพ่ือกำรส่ือสำร ๑ กลมุ่ สำระกำรเรียนร้ภู ำษำต่ำงประเทศ

ชั้นประถมศกึ ษำปที ่ี ๑ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง

คำอธิบำยรำยวิชำ
อำ่ นและเขียนตวั อักษรภำษำองั กฤษ เข้ำใจและใช้ประโยคคำส่ังทีใ่ ช้ในหอ้ งเรียน กำรอ่ำนออกเสยี งคำ

กลุ่มคำ ประโยค ข้อควำมบทอ่ำน บทสนทนำ กำรพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และเร่ืองใกล้ตัว กำรขอบคุณ
ขอโทษ และกำรใช้ภำษำท่ำทำง กำรใช้ภำษำในกำรฟัง พูด ในสถำนกำรณ์ท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียนโดยใช้
กระบวนกำรเรียนรเู้ พ่ือกำรส่ือสำร ฝึกกำรใช้ภำษำ เพ่ือใหม้ คี วำมรู้ เข้ำใจวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ มที ักษะ
ทำงภำษำ เหน็ ประโยชน์ในกำรเรยี นร้ภู ำษำองั กฤษ และนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้อยำ่ งเหมำะสม

ผลกำรเรียนรู้
๑. อ่ำนและเขียนตวั อักษรภำษำอังกฤษออกเสยี งคำศัพท์ได้ถูกต้อง
๒. ใช้คำทกั ทำย ขอบคณุ ขอโทษ รวมถงึ คำส่งั ง่ำยๆเป็นภำษำองั กฤษได้ถูกต้อง
๓. ใชภ้ ำษำองั กฤษสอ่ื สำรและใหข้ ้อมลู เก่ยี วกับเร่อื งใกลต้ วั ได้อยำ่ งเหมำะสม
๔. ใช้ภำษำสื่อสำรไดต้ ำมวยั อยำ่ งมัน่ ใจ และกลำ้ แสดงออก
๕. ใช้ภำษำไดต้ ำมมำรยำททำงสังคมและวัฒนธรรมของเจำ้ ของภำษำ

รวมทั้งหมด ๕ ผลกำรเรียนรู้

๑๓๕

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพิ่มเติม

รหัสวิชำ อ๑๒๒๐๑ รำยวชิ ำภำษำอังกฤษเพ่ือกำรส่ือสำร ๒ กลุม่ สำระกำรเรยี นร้ภู ำษำต่ำงประเทศ

ชั้นประถมศกึ ษำปีท่ี ๒ เวลำ ๔๐ ชัว่ โมง

คำอธบิ ำยรำยวิชำ
เข้ำใจและใช้ประโยคคำสั่งง่ำยๆในห้องเรียน คำขอร้องอ่ำนและเขียนตัวอักษรภำษำอังกฤษ คำศัพท์

ส้นั ๆงำ่ ยๆ เข้ำใจควำมหมำยคำ กลมุ่ คำ และประโยคส้นั ๆที่มีควำมหมำยสัมพันธ์กับสิ่งต่ำงๆ ใกล้ตัว เข้ำใจบท
อ่ำน บทสนทนำงำ่ ยๆ และนทิ ำนที่มีภำพประกอบ ใหข้ ้อมูลและควำมตอ้ งกำรเกี่ยวกบั ตนเองสั้นๆ เซน่ กำรพูด
แนะนำตนเอง ขอบคณุ ขอโทษ เรียนรคู้ ำศัพทเ์ กีย่ วกับเทศกำล ขนบธรรมเนียม ประเพณี เทศกำล งำน ฉลอง
โดยใช้กระบวนกำรเรียนรู้เพ่ือกำรส่ือสำร ฝึกกำรใช้ภำษำเพื่อให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจวัฒนธรรมของเจ้ำของ
ภำษำ เหน็ ประโยชน์ในกำรเรยี นรู้ภำษำองั กฤษและนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้อย่ำงเหมำะสม

ผลกำรเรยี นรู้
๑. อำ่ นและเขยี นตัวอกั ษรภำษำองั กฤษ และคำศพั ทง์ ำ่ ยๆไดถ้ ูกตอ้ ง
๒. ใช้ภำษำอังกฤษในกำรแนะนำตนเอง ขอบคณุ ขอโทษ ขอและให้ข้อมูลเก่ยี วกับตนเอง
และเรื่องใกลต้ ัวได้อยำ่ งเหมำะสม
๓. บอกควำมหมำยของคำ กลมุ่ คำ และประโยคสั้นๆไดถ้ ูกตอ้ ง
๔. ตอบคำถำมจำกกำรฟงั หรืออ่ำนเรอื่ งง่ำยๆหรอื นิทำนทม่ี ภี ำพประกอบได้ถกู ต้อง
๕. ใชภ้ ำษำอังกฤษได้ตำมมำรยำททำงสงั คมและวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ

รวมทง้ั หมด ๕ ผลกำรเรียนรู้

๑๓๖

คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเตมิ

รหสั วิชำ อ๑๓๒๐๑ รำยวิชำภำษำอังกฤษเพื่อกำรส่ือสำร ๓ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำต่ำงประเทศ

ชน้ั ประถมศึกษำปที ่ี ๓ เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
อำ่ นออกเสยี งคำและประโยคง่ำยๆ ท่เี กี่ยวกับเร่ืองใกล้ตวั บอกควำมหมำยของคำ ตอบคำถำมจำกกำร

ฟังหรืออ่ำนได้ สำมำรถใช้ภำษำอังกฤษในกำรส่ือสำรระหวำ่ งบุคคลได้เหมำะสมตำมวัยใช้ภำษำในกำรพูดและ
ทำท่ำประกอบตำมมำรยำทสังคม วัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ ใช้บทสนทนำกำรทักทำยได้ถูกต้องตำมเวลำ
และถูกกำลเทศะ แนะนำตนเองได้ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บอกลักษณะของบุคคลรอบตัว พูดประโยคบอก
ควำมชอบ ไมช่ อบ บอกควำมต้องกำรของตนเองเกี่ยวกบั เร่ืองกีฬำ งำนอดเิ รก บอกสถำนทต่ี ่ำงๆ รอบตวั และ
ตำแหน่งของสถำนท่ีต่ำงๆ โดยใช้กระบวนกำรเรียนรู้ เพื่อกำรส่ือสำร ฝึกกำรใช้ภำษำ เพ่ือให้มีควำมรู้ เข้ำใจ
วัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ มีทักษะทำงภำษำ เห็นประโยชน์ในกำรเรียนรู้ภำษำอังกฤษและนำไปใช้ใน
ชีวติ ประจำวันได้อย่ำงเหมำะสม

ผลกำรเรยี นรู้
๑. อ่ำนออกเสียงคำและประโยคงำ่ ย ๆ ท่เี กย่ี วกบั เรือ่ งใกล้ตวั
๒. บอกควำมหมำยของคำและตอบคำถำมจำกกำรฟงั หรืออำ่ นได้
๓. ใชภ้ ำษำอังกฤษในกำรสอ่ื สำร สนทนำ ทักทำย และแนะนำตนเอง และใช้ภำษำทำ่ ทำง
ประกอบกำรพดู ไดเ้ หมำะสม
๔. ใหข้ ้อมูลเก่ียวกบั ตนเอง และอธบิ ำยเกี่ยวกับสงิ่ ตำ่ งๆใกล้ตวั โดยใชภ้ ำษำองั กฤษ
อยำ่ งง่ำยได้
๕. ใชภ้ ำษำอังกฤษได้ตำมมำรยำททำงสงั คมและวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ

รวมท้ังหมด ๕ ผลกำรเรียนรู้

๑๓๗

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม

รหัสวชิ ำ อ๑๔๒๐๑ รำยวิชำภำษำอังกฤษเพื่อกำรส่ือสำร ๔ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำต่ำงประเทศ

ช้ันประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ เวลำ ๑๒๐ ช่ัวโมง

คำอธิบำยรำยวิชำ
เข้ำใจคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำเร่ืองรำว บทสนทนำ นิทำน สำมำรถถ่ำยโอนเป็นภำพหรือ

สัญลักษณ์ อำ่ นออกเสียงคำ กลุ่มคำ ประโยค ข้อควำม บทอ่ำนได้ถูกต้องตำมหลักกำรออกเสียงและใช้ถ้อยคำ
น้ำเสียงได้เหมำะสม ใช้ภำษำอังกฤษในกำรสื่อสำรระหว่ำงบุคคลใช้คำสั่ง คำขอร้อง และให้คำแนะนำแสดง
ควำมต้องกำร แสดงควำมรู้สึก แสดงควำมช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธ ในสถำนกำรณ์ง่ำยๆ พูดและเขียน
เพ่ือขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัวซึ่งอยู่ในท้องถิ่นของตน โดยใช้
กระบวนกำรเรียนรเู้ พ่อื กำรสื่อสำร ฝกึ กำรใชภ้ ำษำเพื่อให้มคี วำมร้คู วำมเขำ้ ใจวฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำ เห็น
ประโยชน์ในกำรเรียนรู้ภำษำองั กฤษและนำไปใชใ้ นชีวิตประจำวันได้อยำ่ งเหมำะสม

ผลกำรเรียนรู้

๑. ปฏบิ ัติตำมคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำง่ำยๆ ตำมท่ีฟังและอ่ำนได้ถูกต้อง
๒. เข้ำใจเรอ่ื งรำว บทสนทนำ นทิ ำน สำมำรถถ่ำยโอนเป็นภำพหรอื สญั ลกั ษณ์ได้
๓. พูด/อำ่ นออกเสยี งคำ วลี ประโยค ขอ้ ควำมสน้ั ๆ บทสนทนำไต้ถกู ต้องตำมหลกั กำร

ออกเสยี ง
๔. ใช้ภำษำองั กฤษในกำรสื่อสำรระหวำ่ งบุคคลให้คำแนะนำแสดงควำมรู้สกึ ตอบรับ

และปฏิเสธ ในสถำนกำรณ์ง่ำยๆ ขอและให้ข้อมูลเก่ียวกบั ตนเอง และเรื่องใกลต้ ัว
๕. ใชภ้ ำษำอังกฤษได้ตำมมำรยำททำงสังคมและวฒั นธรรมของเจ้ำของภำษำ

รวมทั้งหมด ๕ ผลกำรเรยี นรู้

๑๓๘

คำอธิบำยรำยวชิ ำเพิ่มเติม

รหัสวิชำ อ๑๕๒๐๑ รำยวิชำภำษำองั กฤษเพื่อกำรสื่อสำร ๕ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำต่ำงประเทศ

ชั้นประถมศกึ ษำปีท่ี ๕ เวลำ ๑๒๐ ชั่วโมง

คำอธิบำยรำยวชิ ำ
เข้ำใจคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ เข้ำใจควำมหมำยของคำ กลุ่มคำ และประโยค รูปประโยคและ

โครงสร้ำงประโยค โดยสำมำรถตอบคำถำมจำกกำรฟังหรืออ่ำนข้อควำม บทสนทนำ เรื่องสั้น เรื่องเล่ำ นิทำน
บทกลอนส้ันๆ อ่ำนออกเสียงคำ กลุ่มคำ ประโยค ข้อควำม บทอ่ำนได้ถูกต้องตำมหลักกำรออกเสียง และกำร
ใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง กำรพูดและเขียนโต้ตอบในกำรสื่อสำรระหวำ่ งบุคคล ใช้คำสั่ง คำขอร้อง และให้คำแนะนำ
แสดงควำมต้องกำร แสดงควำมรู้สึก ขอควำมช่วยเหลือ ตอบรับ และปฏิเสธ ในสถำนกำรณ์ง่ำยๆ พูดและ
เขียน เพื่อขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเร่ืองใกล้ตัวซึ่งอยู่ในท้องถิ่นของตน โดยใช้
กระบวนกำรเรียนรู้ เพื่อกำรสื่อสำร ฝึกกำรใช้ภำษำ เพื่อให้มีควำมรู้ เข้ำใจวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ มี
ทกั ษะทำงภำษำ เหน็ ประโยชนใ์ นกำรเรยี นรภู้ ำษำองั กฤษและนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ไดอ้ ย่ำงเหมำะสม

ผลกำรเรียนรู้
๑. ปฏิบัติตำมคำส่ัง คำขอร้อง และคำแนะนำง่ำย ๆ ตำมท่ีฟงั และอ่ำนไดถ้ ูกต้อง
๒. พดู อำ่ นออกเสยี งคำ วลี ประโยค ขอ้ ควำมสนั้ ๆ บทสนทนำ/บทอ่ำน ได้ถูกต้องตำม
หลกั กำรอ่ำนออกเสยี ง
๓. ใชป้ ระโยคภำษำอังกฤษในกำรสอ่ื สำรระหวำ่ งบุคคล และแลกเปลี่ยนข้อมลู ต่ำงๆ ได้
ถูกต้อง
๔. ตอบคำถำมจำกกำรฟงั หรืออ่ำนขอ้ ควำม บทสนทนำ เรื่องส้นั เรือ่ งเล่ำ นทิ ำน บท
กลอนสน้ั ๆได้ถูกต้อง
๕. ใชภ้ ำษำองั กฤษไดต้ ำมมำรยำททำงสังคมและวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ

รวมทั้งหมด ๕ ผลกำรเรยี นรู้

๑๓๙

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม

รหสั วิชำ อ๑๖๒๐๑ รำยวิชำภำษำองั กฤษเพื่อกำรสื่อสำร ๖ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำต่ำงประเทศ
ชั้นประถมศึกษำปีท่ี ๖ เวลำ ๑๒๐ ช่ัวโมง

คำอธิบำยรำยวิชำ

เข้ำใจคำสั่ง คำขอร้อง รูปประโยคและโครงสร้ำงประโยค คำ กลุ่มคำ และประโยค วิเครำะห์และ
สรุปเรื่องรำว บทอ่ำน บทสนทนำ เร่ืองสั้น เร่ืองเล่ำ นิทำน บทกลอนส้นั ๆ สำนวนท่ีใช้ในเทศกำล กำรพูดและ
เขียนโต้ตอบในกำรส่ือสำรระหว่ำงบุคคล ใช้คำส่ัง คำขอร้อง และให้คำแนะนำ แสดงควำมต้องกำร แสดง
ควำมรู้สึก ขอควำมช่วยเหลือ ตอบรับ และปฏิเสธ ในสถำนกำรณ์ต่ำงๆ ขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง เพื่อน
ครอบครัว และเร่ืองใกล้ตัวซึ่งอยู่ในท้องถิ่นของตน โดยใช้กระบวนกำรเรียนรู้เพ่ือกำรสื่อสำร ฝึกกำรใช้ภำษำ
เพอื่ ให้มีควำมรู้ เข้ำใจวฒั นธรรมของเจ้ำของภำษำ มที ักษะทำงภำษำ เหน็ ประโยชนใ์ นกำรเรยี นรู้ภำษำอังกฤษ
และนำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้อย่ำงเหมำะสม

ผลกำรเรยี นรู้
๑. วิเครำะห์เรอ่ื งและสรปุ ควำมเรือ่ งท่ีฟงั และอ่ำนได้
๒. ใช้ประโยคคำส่งั คำขอรอ้ ง กำรขออนุญำต ประโยคบอกเล่ำ ประโยคคำถำม
ประโยคปฏเิ สธ ตำมโครงสร้ำงประโยคได้
๓. ใช้ภำษำอังกฤษในกำรขอและให้ข้อมลู เกี่ยวกบั ตนเอง เพื่อน ครอบครวั และเรื่องใกล้
ตวั ซ่ึงอย่ใู นท้องถ่นิ ของตนได้
๔. ใช้ภำษำอังกฤษในกำรพูดและเขียนโตต้ อบและสื่อสำรตำมสถำนกำรณต์ ่ำงๆได้อย่ำง
เหมำะสม
๕. ใชภ้ ำษำไดต้ ำมมำรยำททำงสงั คมและวัฒนธรรมของเจำ้ ของภำษำ

รวมท้ังหมด ๕ ผลกำรเรียนรู้

๑๔๐

สว่ นท่ี ๔

กำรวัดผลและประเมินผลกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ

ความสาคญั ของการวดั และการประเมนิ ผลการเรียนรู้

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
เป็นกระบวนการเก็บรวบรวม ตรวจสอบ ตีความผลการเรียนรู้และพัฒนาการด้านต่างๆ ของผู้เรียนตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวช้ีวัด ของหลักสูตร นาผลไปปรับปรงุ พัฒนาการจัดการเรียนรู้และใชเ้ ป็นข้อมูลสาหรับ
การตัดสินผลการเรียน โดยมีองค์ประกอบของการวัดผลและประเมินการเรียนรู้ที่หลักสูตรแกนกลาง

การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กาหนดจุดหมาย สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ และมาตรฐานการเรียนรู้ไว้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา
มีคุณภาพชีวิตท่ีดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับโลก กาหนดให้ผู้เรียนได้เรี ยนรู้ตาม
มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด ที่กาหนดในสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ มีความสามารถด้านการอ่าน คิด

วเิ คราะห์และเขียน มคี ณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์และเขา้ รว่ มกิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน
การวดั และประเมินผลภาษาองั กฤษ

การวัดและประเมนิ ผลตามหลักสตู รการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2544 ได้ระบุไว้ว่า สถานศกึ ษาใน
ฐานะผู้รบั ผดิ ชอบจดั การศกึ ษาจะต้องจัดทาหลกั เกณฑแ์ ละแนวปฏบิ ัติในการวัดและประเมนิ ผลการเรียนของ
สถานศึกษา เพื่อให้บุคลากรท่ีเกย่ี วข้องทกุ ฝา่ ยถือปฏิบตั ิร่วมกนั และเปน็ ไปในมาตรฐานเดยี วกัน สถานศึกษา
ต้องมผี ลการเรยี นรู้ของผู้เรยี นจากการวัดและประเมนิ ท้ังในระดบั ช้นั เรยี น ระดบั สถานศึกษา ระดบั เขต
การศกึ ษา และระดับชาติ ตลอดจนการประเมนิ ภายนอก เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ข้อมลู สรา้ งความมน่ั ใจเกย่ี วกบั คุณภาพ
ของผ้เู รยี นให้แกผ่ ู้เกี่ยวข้องทั้งภายในและนอกสถานศึกษา (กรมวิชาการ,2544: 24)

ลกั ษณะของการวดั และประเมนิ ผล
การประเมินผลการเรียนร้ทู ่ีมีประสิทธิภาพ ควรมลี ักษณะดังนี้
1. ต้องระบุสงิ่ ทมี่ ุ่งประเมินให้ชดั เจน ผ้ปู ระเมนิ ต้องทราบว่าผลการเรียนรูท้ ่ตี ้องการประเมนิ ประกอบด้วย
คุณลกั ษณะ (Traits) ทีส่ าคัญอะไรบา้ ง เพื่อทจ่ี ะเลือกใช้เคร่ืองมือและวธิ ีการที่เหมาะสม
2. เลอื กเทคนิคการวัดให้เหมาะสม ผปู้ ระเมินต้องเลอื กเครื่องมือ รูปแบบคาถามทีใ่ ชใ้ หส้ อดคล้องกบั
คุณลักษณะ หรือสมรรถภาพของผ้เู รยี น โดยเคร่ืองมือน้นั ต้องใหผ้ ลท่ีถูกต้อง มีความเปน็ ปรนัยและสะดวกตอ่
การนาไปใช้
3. ควรใช้วธิ ีการวัดหลายอย่างประกอบกนั เนื่องจากเคร่ืองมือแต่ละชนิดมขี ้อดี/ข้อเสยี ที่แตกตา่ งกัน ผู้
ประเมนิ จงึ ควรเลือกใช้วธิ กี ารวัดหลายอยา่ งใหค้ รอบคลุมผลสัมฤทธ์ิและพฒั นาการด้านต่าง ๆ ของผู้เรยี น และ
ต้องทาการวดั หลาย ๆ คร้งั
4. ควบคมุ ความคลาดเคลอื่ นจากการวัดให้เกดิ ขึน้ น้อยท่สี ดุ การวดั คุณลักษณะใดกต็ ามจะมีความคลาดเคลื่อน
เกดิ ข้ึนไดเ้ สมอ ผู้ประเมนิ ควรศกึ ษาถึงแหล่งของความคลาดเคลอื่ นและพยายามขจัดใหเ้ หลอื น้อยทสี่ ุด
5. ใชส้ ารสนเทศจากการประเมินสาหรบั การตดั สินใจ การประเมนิ เปน็ กระบวนการของการปรบั ปรุงและ
พฒั นาสูส่ งิ่ ที่ดีขนึ้ การประเมินมิได้สน้ิ สดุ เมื่อทราบผลการประเมนิ แต่การประเมนิ มีความสาคญั อยู่ท่ีการนาผล
ไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ต่อการตัดสินใจทดี่ ีในการจัดการศึกษา และพฒั นาประสิทธภิ าพของการเรยี นการสอน

๑๔๑

ประเภทของการวดั และประเมนิ การเรียนรู้
การวดั และประเมนิ เปน็ ส่วนหน่งึ ของกระบวนการเรียนการสอน กจิ กรรมการวัดและการประเมนิ ทาให้ผ้สู อน
ไดส้ ารสนเทศที่เปน็ ปรนยั และเป็นพืน้ ฐานสาหรบั การตัดสนิ ใจเก่ียวกบั การเรยี นร้ขู องผเู้ รียน ตลอดจน
ประโยชน์ต่อการปรับปรงุ ประสิทธภิ าพของการเรยี นการสอน
การวดั และการประเมินในกระบวนการเรยี นการสอนสามารถแบ่งเป็นประเภทตามขนั้ ตอนหรอื ชว่ งเวลาของ
การดาเนินการเรียนการสอนไดด้ งั น้ี
1. การวัดและประเมินก่อนเริ่มตน้ การเรยี นการสอน
2. การวดั และประเมนิ ระหว่างการเรียนการสอน
3. การวัดและประเมนิ หลงั สิ้นสดุ การเรียนการสอน

การวัดและประเมนิ ระหวา่ งการเรยี นการสอน
การวัดและประเมนิ ระหว่างการเรยี นการสอนเปน็ กจิ กรรมที่กระทาเพ่ือตรวจสอบความรู้ความสามารถของ
ผเู้ รยี นขณะที่การเรียนการสอนยงั คงดาเนินอยู่ การวดั และประเมินผลประเภทน้สี ามารถจาแนกออกเป็นการ
วดั และประเมินความก้าวหน้ากับการวดั และประเมินปญั หาอปุ สรรคของการเรียนรู้
1. การวดั และประเมนิ ความก้าวหนา้ ในการเรยี นรู้ (Formative Evaluation) เป็นการวัดและประเมินระหว่าง
การเรียนการสอนเพื่อตรวจสอบวา่ ผเู้ รยี นมีความรู้ความสามารถหรอื ทกั ษะตามจุดประสงค์ท่กี าหนดไว้ในแตล่ ะ
หนว่ ยการสอนหรือไม่ เครื่องมือที่ใช้วดั อาจเป็นแบบสอบประจาหน่วย แบบสอบย่อย การสงั เกต การ
สัมภาษณ์ เป็นต้น สารสนเทศที่ได้จากการวัดและประเมนิ ความก้าวหนา้ ในการเรียนรูน้ ้ีจะช่วยบ่งชพี้ ฒั นาการ
ความก้าวหน้าในการเรียนร้นู ี้จะช่วยบง่ ชี้พัฒนาการ ความกา้ วหนา้ ในการเรียนรู้ของผ้เู รียนแตล่ ะคน เพ่ือทา
การปรับปรุงการเรียน และเป็นขอ้ มูลย้อนกลับเกีย่ วกบั ประสิทธิภาพการสอน เพอ่ื ทาการปรับปรุงการสอน
ตลอดจนใชใ้ นการตัดสนิ ใจวา่ ผ้เู รียนคนใดสามารถผา่ นหรือไมผ่ ่านจุดประสงคป์ ระจาหนว่ ย ถา้ ทกุ คนผ่านจะได้
ทาการสอนหน่วยต่อไป แตถ่ า้ บางคนไมผ่ ่านจะได้ทาการสอนซอ่ มเสรมิ เพ่ือแก้ไขจดุ บกพร่องให้มีการเรยี นร้ทู ี่
เตมิ เต็มท่ีขาดหายไปทนั ทีหลังการสอน
2. การวัดและประเมนิ ปัญหาอปุ สรรคในการเรยี นรู้ (Diagnostic Evaluation) หลังจากจัดกิจกรรมเพอ่ื แก้ไข
จดุ บกพร่องของการเรยี นรูร้ ะหว่างท่ีการเรียนการสอนยงั คงดาเนินอยแู่ ลว้ ถ้าหากจุดบกพร่องหรือความ
ลม้ เหลวของการเรยี นรู้ยังคงมีอยู่ ซ่ึงการสอนซ่อมเสริมไม่สามารถแกไ้ ขหรอื ปรบั ปรุงการเรยี นการสอนใหด้ ีขนึ้
ก็ควรมีการศึกษาถึงอปุ สรรคปญั หานั้นอยา่ งลึกซึง้ โดยใช้แบบสอบวนิ ิจฉัย (Diagnostic Test) แบบสอบชนิดนี้
จะสร้างตามลาดับขัน้ ของตรรกศาสตร์ สาหรับการคดิ ท่ีถูกต้องในการแก้ปัญหานนั้ แล้วให้ผูเ้ รยี นทาเพ่ือสืบค้น
ถึงสาเหตุของปญั หา เพราะในเร่อื งนน้ั ปญั หาอาจมแี หล่งทเ่ี กิดแตกต่างกนั เชน่ ปญั หาเก่ียวกับผู้เรยี น
สง่ิ แวดล้อม เนอ้ื หาวิชา ผ้สู อน เปน็ ตน้ โดยอาจมกี ารใช้เทคนิคการสงั เกตและสมั ภาษณ์ประกอบการสืบค้น
ปญั หา สารสนเทศที่ไดจ้ ากการวัดและประเมนิ ปญั หาอปุ สรรคในการเรียนรู้จะทาให้ทราบถงึ สาเหตุแห่งปัญหา
อปุ สรรคของการเรยี นร้นู น้ั ๆ ซงึ่ จะช่วยให้ผู้สอนสามารถทาการปรบั ปรงุ แก้ไขได้ตรงจุด เช่น การปรบั ปรงุ
ยุทธวิธีการสอน การหามาตรการสอนเสรมิ การจัดเรียบลาดบั ขัน้ ของเน้ือหาและวธิ ีการสอนทีเหมาะสม เปน็
ตน้
การประเมนิ ระหว่างเรยี นเป็นการประเมินเพ่ือมงุ่ ตรวจสอบพฒั นาการของผเู้ รยี นวา่ บรรลุตามผลการเรียนรู้ผู้
คาดหวงั ในการสอนตามแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ครูได้วางแผนไวห้ รอื ไม่ ท้ังนส้ี ารสนเทศที่ได้จากการประเมิน

๑๔๒

ไปสูก่ ารปรับปรงุ แก้ไข ข้อบกพรอ่ งของผู้เรยี น และสง่ เสริมผ้เู รียนทมี่ ีความรู้ ความสามารถให้เกดิ พฒั นาการ
สงู สุดตามศักยภาพ การประเมนิ ผลระหวา่ งเรยี นมีแนวทางในการปฏิบตั ติ ามขน้ั ตอน ดังนี้
1. วางแผนการเรียนรแู้ ละการประเมินผลระหว่างเรียน ผูส้ อนจดั ทาแผนการเรียนรู้และแนวทางการ
ประเมินผลให้สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวงั ซ่ึงในแผนการเรียนรคู้ วรระบุภาระงานท่ีจะทาให้ผเู้ รียน
บรรลตุ ามผลการเรยี นรทู้ ่คี าดหวงั
2. เลอื กวิธกี ารประเมินทส่ี อดคลอ้ งกับภาระงานหรือกิจกรรมหลักที่กาหนดใหผ้ เู้ รยี นปฏิบัติ ทั้งน้วี ิธีการ
ประเมนิ ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสาหรบั การประเมนิ ระหวา่ งเรียน ไดแ้ ก่ การประเมินจากสิ่งที่ผเู้ รียนไดแ้ สดงให้เหน็
วา่ มคี วามรู้ ทักษะและความสามารถ ตลอดจนมคี ุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์อนั เปน็ ผลจากการเรยี นรู้ ตามที่
ผู้สอนไดจ้ ัดกระบวนการเรียนรใู้ ห้ วธิ กี ารประเมนิ ทีผ่ ู้สอนสามารถเลอื กใชใ้ นการประเมนิ ระหว่างเรยี น มดี ังนี้
2.1 การประเมินด้วยการส่ือสารสว่ นบุคคล ได้แก่
2.1.1 การถามตอบระหว่างทากจิ กรรมการเรยี น
2.1.2 การสนทนาพบปะพูดคุยกบั ผเู้ รียน
2.1.3 การสนทนาพบปะพูดคุยกบั ผเู้ กยี่ วข้องกบั ผู้เรยี น
2.1.4 การสอบปากเปลา่ เพ่ือประเมินความรู้ ความเข้าใจ และเจตคติ
2.1.5 การอ่านบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ของผเู้ รียน
2.1.6 การตรวจแบบฝึกหดั และการบา้ น พรอ้ มใหข้ ้อมูลป้อนกลบั
2.2 การประเมินจากการปฏิบัติ
เป็นวธิ กี ารประเมนิ ที่ผู้สอนมอบหมายงานหรอื กจิ กรรมใหผ้ ู้เรยี นปฏบิ ัตเิ พ่ือให้ไดข้ ้อมลู สารสนเทศว่าผู้เรยี นเกดิ
การเรียนรมู้ ากน้อยเพียงใด การประเมนิ การปฏบิ ตั ผิ ้สู อนต้องเตรยี มการในสง่ิ สาคัญ 2 ประการ คือ 1) ภาระ
งานหรอื กจิ กรรมที่จะใหผ้ ู้เรยี นปฏิบตั ิ (Tasks) 2) เกณฑ์การให้คะแนน (Rubrics) วธิ ีการประเมนิ การปฏบิ ัติ
จะเปน็ ไปตามลักษณะงาน ดงั น้ี
2.2.1 ภาระงานหรอื กิจกรรมที่ผสู้ อนกาหนดใหผ้ ้เู รยี นทาเป็นรายบคุ คล/กลมุ่ จะประเมินวิธีการทางานตาม
ขนั้ ตอนและผลงานของผเู้ รยี น
2.2.2 ภาระงานหรอื กิจกรรมทผ่ี ู้เรียนปฏิบัติเปน็ ปกติในชีวิตประจาวนั จะประเมนิ ดว้ ยวธิ กี ารสังเกต จดบันทึก
เหตุการณเ์ กี่ยวกบั ผ้เู รยี น
2.2.3 การสาธติ ได้แก่ การให้ผเู้ รยี นแสดงหรอื ปฏิบัตกิ จิ กรรมตามท่ีกาหนด เช่น การใช้เครอ่ื งมือปฏิบัติงาน
การทากายบริหาร การเลน่ ดนตรี จะประเมินวธิ ีการและขั้นตอนในการสาธิตของผ้เู รียนดว้ ยวธิ กี ารสงั เกต
2.2.4 การทาโครงงาน การจัดการเรยี นรตู้ ามหลักสูตรการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน กาหนดให้ผู้สอนตอ้ งมอบหมายให้
ผเู้ รียนไดป้ ฏิบัตโิ ครงงานอย่างน้อย 1 โครงงาน ในทุกชว่ งช้ัน ดงั น้นั ผสู้ อนจึงต้องกาหนดภาระงานในลกั ษณะ
ของโครงงานให้ผ้เู รยี นปฏบิ ัติในรปู แบบใด รปู แบบหน่งึ ใน 4 รูปแบบ ต่อไปนี้ โครงงานสารวจ โครงงาน
สิ่งประดิษฐ์ โครงงานแก้ปญั หาหรือการทดลองศกึ ษาคน้ คว้า และโครงงานอาชพี วิธกี ารประเมินผลโครงงาน
ควรประเมนิ 3 ระยะ คือ
2.2.4.1 ระยะก่อนทาโครงงาน โดยประเมนิ ความพรอ้ มการเตรยี มการและความเปน็ ไปได้ในการปฏบิ ตั งิ าน
2.2.4.2 ระยะทาโครงงาน โดยประเมินการปฏบิ ัตจิ รงิ ตามแผนวธิ กี ารและข้นั ตอนกาหนดไว้ และการปรับปรุง
งานระหวา่ งปฏิบตั ิ
2.2.4.3 ระยะส้ินสุดการทาโครงงาน โดยประเมนิ ผลงานและวธิ กี ารนาเสนอผลการดาเนินโครงงาน
2.2.4.4 การกาหนดให้ผ้เู รยี นทาโครงงาน สามารถทาได้ 3 แบบ คือ
1) โครงงานรายบุคคล เปิดโอกาสให้ผ้เู รียนได้เลือกปฏิบัติงานตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ

๑๔๓

2) โครงงานกลุ่ม เป็นการทาโครงงานขนาดใหญแ่ ละซับซ้อน ตอ้ งใหผ้ เู้ รียนทมี่ ีความสามารถตา่ งกันหลายด้าน
ช่วยกันทา การประเมินโครงงานควรเนน้ การประเมนิ กระบวนการกลุ่ม
3) โครงงานผสมระหว่างรายบุคคลกบั กลุม่ เปน็ โครงงานท่ีผ้เู รียนทารว่ มกนั แต่เม่อื เสร็จงานแลว้ ให้แต่ละคน
รายงานผลด้วยตนเอง โดยไม่ต้องได้รบั การชว่ ยเหลอื จากสมาชิกในกลุ่ม
การประเมนิ การปฏบิ ตั ิงานดงั กล่าวมาขา้ งต้น ผู้สอนจาเป็นตอ้ งสรา้ งเคร่ืองมอื เพือ่ ใชป้ ระกอบการปฏบิ ตั ิ เช่น
1. แบบวดั ภาคปฏิบัติ
2. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
3. แบบตรวจสอบรายการ
4. เกณฑ์การให้คะแนน เปน็ ตน้
2.3 การประเมินสภาพจริง
การประเมนิ สภาพจรงิ เป็นการประเมนิ จากการปฏิบัติงานหรอื กจิ กรรมอยา่ งใดอย่างหน่ึง โดยงานหรือกิจกรรม
ทม่ี อบหมายใหผ้ ูเ้ รียนปฏิบัติ จะเป็นงานหรอื สถานการณท์ ี่เป็นจรงิ หรอื ใกล้เคยี งกับชีวติ จริง จงึ เป็นงานท่ีมี
สถานการณซ์ ับซอ้ น และเปน็ องคร์ วมมากกว่างานปฏบิ ตั ิในกจิ กรรมการเรยี นท่ัวไป
วธิ กี ารประเมินสภาพจรงิ ไมม่ ีความแตกตา่ ง จากการประเมินจากการปฏิบัตเิ พยี งแต่อาจมีความยงุ่ ยากในการ
ประเมนิ มากกว่า เนื่องจากเป็นสถานการณ์จริง หรือต้องจัดสถานการณ์ใหใ้ กลจ้ ริง แตจ่ ะเกดิ ประโยชน์กบั
ผเู้ รยี นมาก เพราะจะทาใหท้ ราบความสามารถท่แี ท้จริงของผ้เู รียน วา่ มีจุดเด่นและข้อบกพรอ่ งในเรอื่ งใด อนั
จะนาไปสู่การแก้ไขทต่ี รงประเดน็ ที่สุด
2.4 การประเมนิ ด้วยแฟ้มสะสมงาน
การประเมินด้วยแฟ้มสะสมงาน เปน็ วิธกี ารประเมินทีช่ ่วยส่งเสริมให้การประเมินตามสภาพจรงิ มีความ
สมบูรณ์สะท้อนศักยภาพทีแ่ ท้จรงิ ของผูเ้ รยี นมากขึน้ โดยการให้ ผ้เู รยี นไดเ้ ก็บรวบรวมผลงานจากการปฏบิ ตั ิ
จริง ท้ังในช้นั เรยี นหรือในชวี ิตจริงท่ีเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ตามสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ มาจัดแสดงอยา่ งเปน็
ระบบโดยมีจุดประสงคเ์ พ่อื สะทอ้ นให้เหน็ ความพยายาม เจตคติ แรงจูงใจ พฒั นาการ และสัมฤทธ์ผิ ลของการ
เรียนรู้ของผู้เรียน การวางแผนดาเนนิ การประเมินดว้ ยแฟม้ ผลงานทส่ี มบรู ณ์ จะช่วยผู้สอนใหส้ ามารถประเมิน
จากแฟ้มสะสมงานแทนการประเมินจากการปฏิบัติจริงได้

แนวปฏบิ ตั ใิ นการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

ก า ร วั ด แ ล ะ ป ร ะ เมิ น ผ ล ก า ร เรี ย น รู้ ข อ ง ผู้ เรี ย น ต้ อ ง อ ยู่ บ น ห ลั ก ก า ร พื้ น ฐ า น ส อ ง ป ร ะ ก า ร คื อ

การประเมินเพ่ือพัฒนาผู้เรียนและเพ่ือตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้

ประสบผลสาเร็จนั้น นักเรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการ

เรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนซ่ึงเป็นเป้าหมายหลักในการวัด

และประเมินผลการเรียนรู้ในระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็น

กระบวนการพัฒนาคุณภาพนักเรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศท่ีแสดงพัฒนาการ

ความก้าวหน้า และความสาเร็จทางการเรียนของนักเรียน ตลอดจนข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้

นกั เรยี นเกดิ การพฒั นาและเรยี นรู้อยา่ งเต็มตามศกั ยภาพ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๒ ระดับ ได้แก่ ระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา มี

รายละเอยี ด ดังน้ี

๑๔๔

๑. การประเมินระดับช้ันเรียน เป็นการวัดและประเมินผลท่ีอยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ครู
ผู้สอนดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย
เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน แฟ้ม
สะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยครู ผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้นักเรียนประเมินตนเอง
เพอ่ื นประเมนิ เพื่อน ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณีท่ไี ม่ผ่านตัวชี้วัดให้มีการสอนซ่อมเสริม

การประเมินระดับชนั้ เรียนเป็นการตรวจสอบว่า นักเรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้
อนั เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรอื ไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งท่ีจะต้องได้รับการพัฒนา
ปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนดว้ ย ทั้งน้ี
โดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้ีวัด

๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินท่ีสถานศึกษาดาเนินการเพื่อตัดสินผล การ
เรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่า
ส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมท้ังสามารถนาผลการ
เรียนของผู้เรียนในสถานศกึ ษาเปรยี บเทยี บกบั เกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเปน็ ข้อมูล
และสารสนเทศเพ่ือการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อ
การจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการ
รายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา สานักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน ผู้ปกครองและชมุ ชน

ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบทบทวนพัฒนาคุณภาพ
นักเรียน ที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาเต็มตาม
ศักยภาพบนพ้ืนฐาน ความแตกต่างระหว่างบุคคลที่จาแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่ม
นกั เรียนทว่ั ไป กลมุ่ นักเรียนทม่ี ีความสามารถพเิ ศษ กลุ่มนักเรียนที่มีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนต่า กลุ่มผู้เรียนที่มี
ปัญหาดา้ นวนิ ัยและพฤติกรรม กลุ่มนักเรียนที่ปฏิเสธโรงเรยี น กลมุ่ นักเรียนท่ีมีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม
กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจาก การประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการ
ดาเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและประสบความสาเร็จในการ
เรยี น

สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทาระเบียบว่าด้วยการวดั และประเมนิ ผลการ
เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติท่ีเป็นข้อกาหนดของหลักสูตร
สถานศกึ ษา เพอื่ ให้บุคลากรท่เี กย่ี วขอ้ งทกุ ฝ่ายถือปฏิบัตริ ่วมกนั

๑๔๕

เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผลการเรียน

๑. การตดั สิน การใหร้ ะดบั และการรายงานผลการเรยี น
๑.๑ การตดั สนิ ผลการเรยี น
ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนน้ัน ผู้สอนต้องคานึงถึงการพัฒนานักเรียนแต่ละคนเป็น
หลัก และต้องเก็บข้อมูลของนักเรียนทุกด้านอย่างสม่าเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อมเสริม
ผู้เรยี นใหพ้ ัฒนาจนเตม็ ตามศกั ยภาพ

ระดับประถมศกึ ษา
(๑) ผูเ้ รยี นต้องมเี วลาเรยี นไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นทงั้ หมด
(๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของ
จานวนตวั ชว้ี ดั
(๓) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา ไม่น้อยกว่าระดับ “๑” จึงจะถือว่า
ผา่ นเกณฑ์ตามทีส่ ถานศึกษากาหนด
(๔) นักเรยี นต้องได้รับการประเมนิ และมีผลการประเมิน การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน ใน
ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป และมีผลการ
ประเมินกจิ กรรมพฒั นานักเรยี น ในระดับ “ผ่าน”

การพิจารณาเล่ือนช้ัน ถ้านักเรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และพิจารณาเห็นว่าสามารถ
พัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้ผ่อนผันให้เล่ือนชั้นได้ แต่หากนักเรียนไม่ผ่านรายวิชาจานวนมาก และมี
แนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชนั้ ทีส่ งู ขนึ้ ให้ต้ังคณะกรรมการพจิ ารณาให้เรียนซ้าชนั้ ได้ ทั้งนใ้ี ห้
คานงึ ถงึ วุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของนกั เรียนเปน็ สาคัญ

๑.๒ การให้ระดบั ผลการเรียน

ระดับประถมศึกษา ในการตัดสินเพ่ือให้ระดับผลการเรียนรายวิชา ให้ระดับผลการเรียนหรือระดับ

คุณภาพการปฏบิ ัติของนักเรียน เป็นระบบตัวเลขแสดงระดบั ผลการเรียนเป็น ๘ ระดับดงั นี้

ระดบั ผลการเรยี น ความหมาย ชว่ งคะแนนร้อยละ

๔ ผลการเรียนดีเยยี่ ม ๘๐ - ๑๐๐

๓.๕ ผลการเรียนดีมาก ๗๕ - ๗๙

๓ ผลการเรียนดี ๗๐ - ๗๔

๒.๕ ผลการเรียนคอ่ นขา้ งดี ๖๕ - ๖๙

๒ ผลการเรยี นน่าพอใจ ๖๐ - ๖๔

๑.๕ ผลการเรยี นพอใช้ ๕๕ - ๕๙

๑ ผลการเรยี นผา่ นเกณฑข์ นั้ ต่า ๕๐ - ๕๔

๐ ผลการเรยี นต่ากว่าเกณฑ์ ๐ - ๔๙

๑๔๖


Click to View FlipBook Version