The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน 2-64 Focus 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pondpc.044, 2022-09-19 12:22:22

แผนการสอน 2-64 Focus 1

แผนการสอน 2-64 Focus 1

LESSON PLAN

Foundamental English 2
(E31102)

2nd Semester, Academic Year 2021

By
JIRASAK NIMMARADEE

Foreign Languages Department
Nongnamsaipittayakom School
Secondary Educational Service Area Office Nakhon Ratchasima

คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน

รหัสวชิ า อ31102 รายวิชา ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2
เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง / ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต

ศึกษาข้อความ ข่าว ประกาศ โฆษณา บทร้อยกรอง และบทละครสั้น การใช้พจนานุกรม หลักการอ่าน
ออกเสียงเรื่องที่เป็นสารคดีและบันเทิงคดี การจับใจความสำคัญ การสรุปความ การวิเคราะห์ความ การตีความ
การใช้ skimming/ scanning/ guessing/ context clue ประโยคที่ใช้ในการแสดงความคิดเห็น การให้
เหตุผลและการยกตัวอยา่ ง การเลือกใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทาง ในการสนทนา ระดับของภาษา มารยาท
สงั คมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา เชน่ การขอบคุณ ขอโทษ การชมเชย การใชส้ ีหนา้ ทา่ ทางประกอบการพูด
ขณะแนะนำตนเอง การสัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงความรู้สึกชอบ/ ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดง
อาการ ตอบรบั หรือปฏเิ สธ กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เชน่ การเลน่ เกม การรอ้ งเพลง การเล่านิทาน/เรื่อง
จากภาพยนตร์ ละครสั้น วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ การอธิบาย/การ
เปรียบเทียบความแตกต่าง ระหว่างโครงสร้างประโยค ข้อความ สำนวน คำพังเพย สุภาษิต และบทกลอนของ
ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย การค้นคว้า/การสบื ค้น การบันทึก การสรุป การแสดงความคิดเห็นและนำเสนอ
ขอ้ มลู ที่เก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน จากแหลง่ การเรียนรู้ต่าง ๆ การใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/
สถานการณ์จำลองทเี่ กิดข้ึนในห้องเรยี น สถานศกึ ษา ชุมชนและสงั คม

โดยใช้ทักษะการอ่าน ทักษะการสื่อสาร การวิเคราะห์ การตีความ การเปรียบเทียบ การอธิบาย การ
นำเสนอ กระบวนการกลมุ่ การค้นควา้ รวบรวม และสรปุ ข้อมูล/ข้อเท็จจรงิ

เพื่อให้ผู้เรียนมีวินัย มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทยและอยู่อย่าง
พอเพยี ง

รหัสตัวช้ีวัด
ต 1.1 ม.4-6/1, ต 1.1 ม.4-6/2, ต 1.1 ม.4-6/3, ต 1.1 ม.4-6/4
ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/3, ต 1.2 ม.4-6/5
ต 1.3 ม.4-6/1
ต 2.1 ม.4-6/1
ต 4.1 ม.4-6/1

รวม 10 ตัวช้ีวัด

โครงสร้างรายวชิ าพื้นฐาน

รหสั วชิ า อ31101 รายวิชา ภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน 2 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง / ภาคเรยี น 1.0 หนว่ ยกติ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 2

ลำดับท่ี ชือ่ หน่วยการ มาตรฐาน สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
เรียนรู้ การเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด (ชว่ั โมง) คะแนน

1 Education ต 1.1 ม.4-6/1 - คำศัพท์ สำนวน โครงสรา้ ง และหน้าท่ี 9 15
ต 1.1 ม.4-6/2 ทางภาษาที่เก่ยี วข้องกับโรงเรยี น ฟังบท
ต 4.1 ม.4-6/1 พูดเกย่ี วกับสถานที่ในโรงเรียน พดู ขอ
และให้ข้อมูลเกย่ี วกับการจดั การ
เดินทาง อ่านบทอา่ นเก่ียวกับโรงเรียนท่ี
มีรูปแบบแปลกแตกต่างจากโรงเรยี น
ปกติ เขียนอเี มลเล่าเร่ืองเกีย่ วกบั
โรงเรยี นแห่งใหม่

2 Sport and ต 1.1 ม.4-6/4 - คำศพั ท์ สำนวน โครงสรา้ ง และ 9 15

health ต 1.2 ม.4-6/5 หน้าทท่ี างภาษาที่เก่ียวข้องกับกฬี า
ต 1.3 ม.4-6/1 และสุขภาพ ฟงั บทสนทนาแสดงความ

คดิ เห็นเกย่ี วกบั วชิ าพลศกึ ษา พูดขอ

และให้คำแนะนำเกี่ยวกับสขุ ภาพ อ่าน

บทอา่ นเก่ียวกับนกั กฬี าพิการ ศกึ ษา

ค้นควา้ ข้อมลู เกยี่ วกับวนั สำคัญตา่ ง ๆ

เพอื่ จดั นิทรรศการพร้อมท้ังตงั้ คำถาม

ถามผู้เข้าร่วมกจิ กรรม และเขียนอเี มล

เล่าเรือ่ งเก่ียวกับกีฬา

สอบกลางภาคเรียน 2 20

3 Travel ต 1.2 ม.4-6/1 - คำศัพท์ สำนวน โครงสรา้ ง และหน้าที่ 9 15

ต 1.2 ม.4-6/3 ทางภาษาทีเ่ กี่ยวข้องกับการท่องเท่ียว

แบบตา่ ง ๆ ยานพาหนะ และที่พกั ฟัง

บทสนทนาท่ีเก่ียวข้องกบั การเดินทาง ณ

สถานทีต่ ่าง ๆ พดู ขอและใหข้ ้อมลู บอก

ทิศทาง อ่านบทอ่านเก่ียวกับการผจญ

ภยั เพ่ือระดมทนุ ชว่ ยเหลือสังคม และ

เขยี นอเี มลแบบเป็นทางการเพื่อ

สอบถาม

4 Nature ต 1.1 ม.4-6/3 - คำศพั ท์ สำนวน โครงสร้าง และ 9 15

ต 2.1 ม.4-6/1 หนา้ ทีท่ างภาษาที่เกยี่ วข้องกับภมู ิทศั น์

สตั ว์ปา่ และปัญหาสิ่งแวดล้อม ฟังคำ

พยากรณอ์ ากาศ พูดแสงความคดิ เหน็

ด้วยและไมเ่ ห็นด้วย อา่ นบทอ่าน

เกย่ี วกบั อุทยานแห่งชาติและปา่ สงวน

และเขียนแสดงความคิดเหน็ และให้

เหตผุ ล

สอบปลายภาคเรียน 2 20
รวมตลอดภาคเรียน 40 100

แผนการวดั ผลและประเมนิ ผล

รายวชิ าภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน 2 รหัสวิชา อ31102

ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2562

หนว่ ยการเรียนรู้ จำนวน 4 หน่วย แผนการจดั การเรยี นรู้ จำนวน 24 แผน

ตัวชว้ี ดั /ผลการเรียนรู้ จำนวน 4 ข้อ

อัตราสว่ นของคะแนนวดั ผลระหว่างภาค : คะแนนวดั ผลปลายภาค = 80 : 20

อตั ราสว่ นของคะแนนวดั ผลตามตัวชี้วัด/ผลการเรยี นรู้: คะแนนวดั ผลระหวา่ งภาค = 80 : 20

ตัวชีว้ ัด/ผลการเรียนรู้

ต 1.1 ม.4-6/1 ปฏิบัติตามคำแนะนำในค่มู ือการใช้งานต่าง ๆ คำช้ีแจง คำอธบิ าย และคำบรรยายที่ฟังและอา่ น
ต 1.1 ม.4-6/2 อ่านออกเสยี งข้อความ ข่าว ประกาศ โฆษณา บทร้อยกรอง และบทละครสนั้ (skit) ถูกต้องตาม
หลักการอ่าน
ต 1.1 ม.4-6/3 อธบิ ายและเขียนประโยคและข้อความให้สมั พันธ์กับสอ่ื ท่ไี มใ่ ช่ความเรียงรปู แบบตา่ ง ๆ ท่อี ่าน
รวมทัง้ ระบแุ ละเขียนส่ือที่ไม่ใชค่ วามเรยี งรูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กบั ประโยค และข้อความท่ีฟงั หรืออ่าน
ต 1.1 ม.4-6/4 จับใจความสำคญั วเิ คราะห์ความสรปุ ความ ตีความ และแสดงความคดิ เหน็ จากการฟังและอ่าน
เรอื่ งทเ่ี ปน็ สารคดแี ละบันเทิงคดี พร้อมทั้งใหเ้ หตุผลและยกตัวอยา่ งประกอบ
ต 1.2 ม.4-6/1 สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมลู เกยี่ วกับตนเองและเรอื่ งต่าง ๆ ใกล้ตวั ประสบการณ์ สถานการณ์
ข่าว/ เหตุการณ์ ประเด็นท่ีอยู่ในความสนใจของสังคม และส่ือสาร อยา่ งต่อเน่ืองและเหมาะสม
ต 1.2 ม.4-6/3 พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอ ตอบรบั และปฏเิ สธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์
จำลองหรือสถานการณ์จริงอย่างเหมาะสม
ต 1.2 ม.4-6/5 พูดและเขียนบรรยายความรสู้ ึกและแสดงความคิดเหน็ ของตนเองเกี่ยวกับ เรือ่ งตา่ ง ๆ กิจกรรม
ประสบการณ์ และขา่ ว/เหตุการณ์อยา่ งมีเหตผุ ล
ต 1.3 ม.4-6/1 พูดและเขียนนำเสนอข้อมลู เกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตกุ ารณ์ เรือ่ งและประเดน็
ตา่ ง ๆ ตามความสนใจของสงั คม
ต 2.1 ม.4-6/1 เลอื กใช้ภาษา น้ำเสียง และกริ ยิ าทา่ ทางเหมาะกับระดับของบคุ คล โอกาส และสถานท่ี ตาม
มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
ต 4.1 ม.4-6/1 ใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณจ์ ำลองที่เกิดขึ้นในหอ้ งเรียน สถานศึกษา ชมุ ชน
และสังคม

การวัดผลก่อนกลางภาค คอื ตวั ชี้วัด/ผลการเรียนรู้ท่ี ต 1.1 ม.4-6/1, ต 1.1 ม.4-6/2, ต 1.1 ม.4-6/4,
การวดั ผลกลางภาค คอื ตัวช้ีวดั /ผลการเรียนรู้ที่ ต 1.2 ม.4-6/5, ต 1.3 ม.4-6/1, ต 4.1 ม.4-6/1
ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.3 ม.4-6/1,ต 4.1 ม.4-6/1
การวดั ผลหลังกลางภาค คอื ตวั ชี้วัด/ผลการเรียนรู้ที่
การวัดผลปลายภาค คอื ตัวชี้วดั /ผลการเรยี นรู้ที่ (สอบปฏิบตั )ิ

ต 1.1 ม.4-6/3, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/3,
ต 2.1 ม.4-6/1
ต 1.1 ม.4-6/3, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 2.1 ม.4-6/1

การวเิ คราะหต์ ัวชี้วดั /ผลการเรยี นรู้ (เพอื่ กำหนดนำ้ หนักคะแนนในการวดั และประเมนิ ผล)
รายวชิ าภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน 2 รหสั วิชา อ31102 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4

คะแนนเก็บระหว่างภาค

ด้านความรู้ ด้านทักษะ (P) คณุ ลักษณะ คะแนน คะแนน หมาย
(K) กลางภาค ปลาย เหตุ
ลำดบั ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ คะแนน ช้ินงาน/ (A) ภาค
ที่ ตัวชวี้ ดั /ผลการเรียนรู้ เตม็ แบบทดสอบ/
ใบงาน/ ภาระงาน ร้อยละ
1 Education แบบฝกึ หัด 60

ตัวชว้ี ัด 15 ผ่านเกณฑ์
ต 1.1 ม.4-6/2
15 - 15 - 10 -
2 Sport and health Brochure
รอ้ ยละ
ตัวช้วี ัด 15 60
ต 1.3 ม.4-6/1
ผ่านเกณฑ์
3 Travel
15 - 15 - 10 -
ตวั ชี้วัด Presentation
ต 1.2 ม.4-6/1 รอ้ ยละ
15 60

15 ผ่านเกณฑ์

15 - Postcard - - 10

4 Nature 15 รอ้ ยละ
ตัวช้วี ดั 60
ต 1.1 ม.4-6/3 15 - 15 -
Mind ผ่านเกณฑ์
รวมคะแนนดบิ
รวมคะแนนเฉล่ยี mapping - 10
60 - 60 -
60 - 60 - 20 20
20 20

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1

รายวชิ า ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 2 รหัสวชิ า อ31102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ชือ่ หน่วย Education จำนวน 10 ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรียนรู้ เรือ่ ง Education เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง

ครผู ู้สอน นายจริ ศกั ด์ิ นิ่มมาระดี กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ

สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

หน่วยการเรียนรูน้ ีม้ ีวตั ถุประสงคใ์ หน้ กั เรียนเรียนรูค้ าศพั ท์ สานวน โครงสรา้ ง และหนา้ ท่ีทางภาษาท่ีเก่ียวขอ้ งกับ
โรงเรียน ฟังบทพูดเก่ียวกับสถานท่ีในโรงเรียน พูดขอและใหข้ อ้ มลู เก่ียวกบั การจดั การเดินทาง อ่านบทอ่านเก่ียวกับ
โรงเรียนท่มี รี ูปแบบแปลกแตกต่างจากโรงเรียนปกติ เขยี นอีเมลเลา่ เรอื่ งเกี่ยวกบั โรงเรียนแหง่ ใหม่

มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้วี ดั

สาระท่ี 1 : ภาษาเพอื่ การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/1, ต 1.1 ม.4-6/2, ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/4, ต 1.3 ม.4-6/2, ต 1.3
ม.4-6/3
สาระท่ี 2 : ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.4-6/1
สาระที่ 4 : ภาษากบั ความสมั พันธ์กบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.4-6/1

เปา้ หมายตามกรอบ CEFR:

สามารถเข้าใจบทสนทนาสัน้ ๆ ง่าย ๆ ทผี่ ู้พูดพดู อยา่ งชา้ ๆ และชดั เจน สามารถเข้าใจประเด็นสำคัญจากเรื่องส้ัน
ในหนังสือ
พิมพ์/นิตยสารที่มีสอื่ ประกอบ สามารถใชภ้ าษาในการสอบถามเกย่ี วกับข้อมูล พื้นฐานในการเดินทาง และการซื้อ
ตวั๋ สามารถบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง สามารถเขยี นข้อความงา่ ย ๆ เชน่ การเชิญ และเขยี นขอ้ ความสั้น ๆ ถึง
เพอ่ื นเพื่อให้ข่าวสารข้อมูลสว่ นตวั

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การใช้ทักษะ ใฝ่เรียนรู้ = ต้งั ใจเรยี นและแสวงหาความรจู้ าก
ชวี ิต แหลง่ เรียนรู้ท้งั ภายในและนอกหอ้ งเรียน

ทักษะ/กระบวนการ ทกั ษะการคดิ
ทักษะเฉพาะวิชา

การฟัง : หารายละเอยี ดเฉพาะ - การสงั เกต
การพูด : พูดขอและให้ข้อมูล - การวเิ คราะห์
การอา่ น : ระบใุ จความสำคญั และรายละเอยี ดสนบั สนุน - การหาแบบแผน
การเขียน : เขยี นอีเมลตอบเพื่อนเกี่ยวกบั โรงเรียนแหง่ ใหม่ - การสรปุ ยอ่
- การใหเ้ หตุผล
ความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระการเรียนรอู้ ืน่
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

เป้าหมายการเรียนร้/ู หลกั ฐานการเรียนรู้/การวดั ผลและประเมินผล

มาตรฐานการ เปา้ หมายตาม สิง่ ที่ต้องรู้และ ผลงาน/ชนิ้ งาน การวัดผลและ
เรียนรู้และตวั ช้ีวัด กรอบ CEFR ปฏิบัตไิ ด้
ประเมนิ ผล
ต 1.2 ม.4-6/4 สามารถบรรยาย พดู เพ่ือให้ข้อมลู
เกีย่ วกบั ตนเอง บรรยาย อธิบาย ถอ้ ยคำพดู บรรยาย ประเมนิ การพูด
โรงเรียนในหวั ข้อ บรรยายโดยใช้

Schools in our เกณฑ์การประเมนิ
town หลงั จากทำ การพดู และใช้
กิจกรรมท่ี 2 ใน เกณฑผ์ ่านระดับ
หนังสอื แบบฝึกหัด พอใช้
หนา้ 44

แนวการสอนภาษาเพอ่ื การสื่อสาร (CLT)

Interaction: การเรียนรู้ภาษาที่สองจะเกิดขึ้นได้ง่ายถ้าผู้เรียนได้ปฏิสัมพันธ์หรือสื่อสารในภาษานั้นอย่างมี
ความหมาย

ความรู้ the science that is concerned with studying the structure of
- คำศัพท:์ substances and way that they change or combine with each
other (วชิ าเคม)ี
กจิ กรรม Vocabulary a book used by students when they do a particular course of
- chemistry (n.): study (หนงั สอื เรยี น)
the study of the countries, oceans, rivers, mountains, cities
- course book (n.): etc. of the world (วชิ าภูมศิ าสตร)์
someone who is in charge of a school (ครใู หญ)่
- geography (n.): the teacher who is responsible for all the students in the
same class at a school (ครูประจำชนั้ )
- head teacher (n.): buoyant or suspended in water or air (ทล่ี อยอยบู่ นน้ำ)
- form teacher (n.): to win against (เอาชนะ)
an international organization that was established in 1945 and
- floating (adj.): aims to solve world problems in a peaceful way (องค์การ
- beat (v.): สหประชาชาติ)
- United Nations (n.): something that you are morally, legally, or officially allowed
to do or have (สทิ ธิ)
- right (n.): a school that is free to go to because the government
provides the money for it (โรงเรยี นของรัฐ)
- state school (n.): a school for children between the ages of 4 and 11 (โรงเรียน
ประถมศกึ ษา)
- primary school (n.):

- secondary school (n.): a school where subjects are taught at a more advanced level

than at primary school (โรงเรียนมธั ยมศกึ ษา)

- leave (v.): to go away or depart from, often without intending to return

(ออกจาก)

- non-profit organization (n.): an organization that is not intended to make a profit,

especially one set up to provide a public service (องค์กรไม่

แสวงหาผลกำไร)

- solve (v.): to discover the answer to (a problem etc.) (แกป้ ญั หา)

- flood (n.): a great overflow of water (น้ำทว่ ม)

- mixed school (n.): a school that has boys and girls (โรงเรยี นสหศกึ ษา, โรงเรยี นทมี่ ที ้ัง

นกั เรียนชายและนักเรียนหญิง)

- nursery school (n.): a school for young children, mainly between the ages of 3

and 5 (โรงเรียนเตรยี มอนุบาล)

- biology (n.): the science of living things (วิชาชีววทิ ยา)

- สำนวนภาษา

- on time หมายถงึ ตรงเวลา เช่น Please arrive on time. (โปรดมาถึงใหต้ รงเวลา)

- หน้าทีภ่ าษา

- Talking about schools

FACT FILE

สหประชาชาติ (The United Nations) เป็นองคก์ ารระหวา่ งประเทศท่กี ่อตงั้ ขนึ้ หลงั สงครามโลกครงั้ ท่ี 2 สานกั งาน
ใหญ่ตงั้ อยทู่ ่นี ิวยอรก์ สหรฐั อเมริกา มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่อื ธารงไวซ้ ่งึ สนั ติภาพและความม่นั คงระหวา่ งประเทศในการแกป้ ัญหา
ระหว่างประเทศทางเศรษฐกจิ สงั คม วฒั นธรรมหรือมนษุ ยธรรม และส่งเสรมิ สนบั สนนุ การเคารพสิทธิมนษุ ยชนและ
อิสรภาพโดยไมเ่ ลือกปฏบิ ตั ิในเรอ่ื งเชือ้ ชาติ เพศ ภาษา หรือศาสนา

กิจกรรมการเรียนรู้

กิจกรรม Vocabulary

1. แจง้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั เม่ือจบบทเรยี น
- นักเรยี นรับทราบว่าในบทเรียนนี้ นักเรยี นจะไดเ้ รยี นรู้คำศัพท์เกย่ี วกับโรงเรยี น เมือ่ จบบทเรยี น นกั เรยี น
สามารถพูดบรรยายโรงเรยี นในเมอื งทนี่ กั เรียนอาศยั อยู่ได้

2. นำเขา้ สู่บทเรยี น
- ครถู ามคำศัพทเ์ ก่ียวกบั อุปกรณ์ในห้องเรยี น เชน่ โตะ๊ เรยี น กระดานดำ และถามว่า What’s this?
- นักเรยี นทำกจิ กรรมท่ี 1 ในหนังสอื เรยี น หน้า 60 โดยอ่านและทำความเขา้ ใจความหมายของคำศพั ท์
เกยี่ วกับโรงเรียนทีอ่ ยู่ในกรอบด้านบนและชอื่ หมวดหมขู่ องคำศัพทท์ ่ีอยู่บนหัวของตารางแล้วนำคำศัพท์
ท่ีอยใู่ นกรอบมาเขยี นลงในตารางใหส้ ัมพนั ธ์กับหมวดหมู่ เมื่อเสรจ็ แลว้ นกั เรียนเขียนคำศัพทเ์ พิ่มเติมลง
ในตาราง เม่ือนักเรียนทำเสรจ็ แล้ว นกั เรียนทค่ี รูสมุ่ บอกคำตอบของตน และนักเรยี นท้งั ห้องช่วยกันเฉลย
คำตอบ (ดเู ฉลยทา้ ยเล่ม)
- นกั เรยี นทำกจิ กรรมที่ 2 ในหนังสือเรียน หนา้ 60 เตมิ คำในประโยคให้สมบูรณ์และตรงกับความเป็นจรงิ
เสร็จแลว้ ใหเ้ ปรียบเทียบคำตอบกบั คู่ และนักเรียนทคี่ รสู ุม่ อา่ นประโยคให้เพื่อนในห้องเรียนฟงั

3. เข้าใจและใช้คำศัพท์

- นกั เรยี นทำกิจกรรมท่ี 3 ในหนงั สอื เรียน หนา้ 61 โดยอา่ นบทอา่ นในหัวข้อ ‘Boat Schools Beat the
Floods’ แล้วตอบคำถาม เมื่อนกั เรียนทำเสรจ็ แลว้ นกั เรียนท่คี รสู ุ่มบอกคำตอบของตน และนกั เรียนท้ัง
หอ้ งชว่ ยกนั เฉลยคำตอบ (ดูเฉลยท้ายเลม่ )

- นกั เรยี นทำกิจกรรมที่ 4 ในหนังสอื เรียน หน้า 61 โดยนำคำศพั ท์ทีเ่ ปน็ ตวั อักษรสีแดงในบทอ่าน หนา้ 61
ไปเตมิ ลงในกิจกรรม WORD STORE 5A หน้า 138 เม่ือนกั เรยี นเตมิ เสรจ็ แล้ว นกั เรยี นฟังซดี บี ันทึกเสียง
CD 2 Track 27 เพื่อตรวจสอบคำตอบและพูดตาม (ดูเฉลยทา้ ยเล่ม) และให้นักเรียนชว่ ยกันสรปุ
ความหมายของคำศัพทใ์ นแผนภมู ิ ครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ ในกรณที ่นี กั เรียนสรุปได้ไมช่ ดั เจน

- ครูตรวจสอบความเข้าใจในการใชค้ ำศพั ท์โดยใหน้ ักเรยี นทำกิจกรรมที่ 5 ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 61 ให้
นักเรียนนำคำศพั ทใ์ น WORD STORE 5A หน้า 138 เติมลงในช่องวา่ งของข้อความทก่ี ำหนด เม่ือ
นกั เรยี นทำเสร็จแล้ว นกั เรียนทีค่ รสู ุ่มบอกคำตอบของตน และให้นกั เรยี นทั้งห้องชว่ ยกันเฉลยคำตอบ (ดู
เฉลยท้ายเล่ม)

- นักเรยี นทำกิจกรรมที่ 6 ในหนังสือเรยี น หน้า 61 โดยนำวลที ่ีขดี เส้นใต้ในบทอ่านหน้า 61 ไปเตมิ ใน
กจิ กรรม WORD STORE 5B หนา้ 138 เมอื่ นักเรยี นเติมเสร็จแล้ว นกั เรยี นฟังซีดีบนั ทึกเสียง CD 2 Track
28 ให้เพื่อตรวจสอบคำตอบและพดู ตาม (ดเู ฉลยท้ายเล่ม) และให้นักเรยี นช่วยกันสรปุ ความหมายของ
คำศัพท์ ครูอธิบายเพ่ิมเติมในกรณีทีน่ ักเรยี นสรุปได้ไมช่ ดั เจน

- ครตู รวจสอบความเข้าใจในการใชว้ ลีโดยใหน้ ักเรยี นทำกิจกรรมที่ 7 ในหนงั สือเรยี น หน้า 61 ใหน้ ักเรียน
นำวลีใน WORD STORE 5B หนา้ 138 เตมิ ลงในชอ่ งว่างของประโยคทก่ี ำหนด เม่ือนักเรยี นทำเสร็จแลว้
นกั เรียนท่คี รสู ่มุ บอกคำตอบของตน และให้นกั เรยี นทั้งห้องช่วยกนั เฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยท้ายเล่ม)

- นกั เรียนทำกจิ กรรมที่ 8 ในหนังสอื เรยี น หน้า 61 โดยอ่านบทอ่าน หนา้ 61 อีกครงั้ แลว้ เตมิ คำว่า do,
get, หรอื be ลงช่องว่างในกิจกรรม WORD STORE 5C หน้า 138 เม่ือนกั เรยี นเติมเสรจ็ แล้ว นกั เรียน
ฟงั ซีดีบนั ทึกเสยี ง CD 2 Track 29 เพื่อตรวจสอบคำตอบและพูดตาม (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ ) และให้นักเรยี น
ช่วยกันสรปุ ความหมายของคำศพั ท์ ครูอธิบายเพม่ิ เติมในกรณที นี่ ักเรยี นสรปุ ได้ไม่ชัดเจน และย้ำว่าคำ
เหลา่ นี้เป็น Collocations ตอ้ งใชร้ ว่ มกนั จะใชค้ ำอื่นแทนไม่ไดแ้ มว้ ่าคำท่ีใชแ้ ทนจะมคี วามหมาย
เหมือนกันหรือใกล้เคยี งกันก็ตาม

- ครตู รวจสอบความเขา้ ใจในการใช้ do, get, be โดยให้นกั เรยี นทำกิจกรรมท่ี 9 ในหนังสือเรียน หน้า 61
ใหน้ กั เรียนเตมิ do, get, be ลงในชอ่ งว่างของประโยคที่กำหนด เมอื่ นักเรยี นทำเสรจ็ แล้ว นักเรยี นทค่ี รู
สุ่มบอกคำตอบของตน และนักเรียนท้ังห้องช่วยกนั เฉลยคำตอบ (ดูเฉลยท้ายเลม่ )

4. พดู บรรยายโรงเรยี น
- นกั เรยี นทำกจิ กรรมท่ี 2 ในหนังสือแบบฝกึ หัด หนา้ 44 (ครูทำสำเนาถา้ นักเรยี นไม่มีหนังสือแบบฝึกหดั )
ให้นักเรียนนำคำศพั ทท์ ่ีกำหนดซง่ึ อย่ตู ่อเนื่องกนั เปน็ ลูกโซ่เติมลงในข้อความทีก่ ำหนด เม่อื นกั เรยี นทำ
เสร็จแล้ว นกั เรยี นท่ีครสู มุ่ บอกคำตอบของตน และนักเรียนท้งั หอ้ งช่วยกันเฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยทา้ ยเลม่ )
- นกั เรยี นพูดบรรยายในหัวขอ้ Schools in our town โดยใชข้ อ้ ความในกิจกรรมที่ 2 ในหนงั สือ
แบบฝึกหดั หน้า 44 เป็นแนวทาง นักเรียนที่ครสู ุ่ม 3-4 คน พดู บรรยายให้เพื่อนในห้องฟัง

5. ประเมินผล
- ครูประเมินการพูดบรรยายในหัวข้อ Schools in our town โดยใชเ้ กณฑ์การประเมินการพูด และใช้
เกณฑ์ผา่ นระดับพอใช้

กิจกรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

1. นกั เรียนทำกิจกรรมที่ 1 ในหนงั สอื แบบฝึกหดั FOCUS 1 หน้า 44 หลังจากทำกจิ กรรมขอ้ 1 ในหนงั สือเรียน
หนา้ 60

2. นักเรยี นทำกิจกรรมที่ 5-6 ในหนังสือแบบฝกึ หัด FOCUS 1 หน้า 45 หลังจากทำกิจกรรมข้อ 7 ในหนงั สอื
เรียน หน้า 61

3. นักเรยี นทำกจิ กรรมท่ี 3, 4 และ 7 ในหนงั สอื แบบฝกึ หัด FOCUS 1 หน้า 44-45 หลงั จากทำกจิ กรรมข้อ 9
ในหนงั สือเรียน หนา้ 61

4. นกั เรียนทำกิจกรรม Photocopiable resource 25: School days ในค่มู ือครู หนา้ 444 หลังจากทำ
กจิ กรรมข้อ 3 ในหนงั สือเรยี น หนา้ 60
จุดประสงค์ : เพื่อฝึกใชค้ ำเกี่ยวกับโรงเรียนแบบตา่ ง ๆ
ผ้ทู ำกิจกรรม : นกั เรียนจับคู่กนั
ประเภทกจิ กรรม : เตมิ คำใหส้ มบรู ณ์และจบั คู่
เวลา : 5 นาที
วัสดุอุปกรณ์ : ใบงานสำหรับนกั เรยี นแต่ละคน (A หรือ B)
ขั้นตอนการทำกิจกรรม
1. นักเรยี นจบั คู่เปน็ Student A และ B และรบั ใบงานจากครูคนละ 1 แผ่น ใหต้ รงกับบทบาทที่เลือกไว้
และนกั เรียนทำกจิ กรรมเด่ียวในชว่ งตน้ ของกิจกรรม โดยพับใบงานตามรอยเส้นปะและดูแต่ภาพแลว้ เตมิ
ตวั อักษรที่อยู่ใตภ้ าพแตล่ ะภาพ
2. นักเรียนทำกจิ กรรมคู่ในขั้นต่อไป โดย Student A อา่ นออกเสียงคำจำกดั ความจากตารางอกี ส่วนหนงึ่
ของใบงาน และให้ Student B ตอบโดยพูดคำที่ถูกตอ้ งตามคำจำกัดความจากกลมุ่ ของรูปภาพ หลังจาก
นั้น Student A ตรวจสอบคำตอบว่าถูกต้องหรือไม่
5. Student B อ่านออกเสยี งคำจำกัดความจากตารางอกี สว่ นหนง่ึ ของใบงาน และให้ Student A ตอบโดย
พดู คำทถ่ี ูกตอ้ งตามคำจำกดั ความจากกล่มุ ของรูปภาพ หลงั จากนน้ั Student B ตรวจสอบคำตอบวา่
ถูกต้องหรือไม่
เฉลยคำตอบ
Student A: 1. nursery school 2. technical college 3. private school 4. middle school
Student B: 1. university 2. state school 3. secondary school 4. mixed school

5. นักเรียนทำกิจกรรม Photocopiable resource 53: Test yourself pairwork activities (Vocabulary,
Lesson 5.1) ในคมู่ อื ครู หนา้ 476 หลงั จากทำกจิ กรรมที่ 9 ในหนังสือเรียน หนา้ 61
จุดประสงค์ : เพอื่ ฝึกคำศัพท์และไวยากรณ์จากที่เรียนจากบทเรยี น
ผูท้ ำกิจกรรม : นกั เรียนจบั คู่กนั
ประเภทกจิ กรรม : เติมคำในช่องว่างและแลกเปลี่ยนข้อมลู
เวลา : 10 + 10 นาที
วสั ดอุ ปุ กรณ์ : ใบงานสำหรับนกั เรียนแตล่ ะคน (A หรือ B)

ขนั้ ตอนการทำกิจกรรม
1. นกั เรียนจับคู่กัน และรับใบงานคนละ 1 แผ่น นักเรียนทำกิจกรรมเดี่ยวโดยเติมคำใหส้ มบรู ณ์ เมอ่ื เสรจ็
แลว้ ให้นักเรียนแต่ละคู่แลกเปลย่ี นกันตรวจสอบคำตอบ

6. นกั เรยี นจบั คู่กนั เขียนประโยคโดยใช้คำศพั ทท์ ี่เปน็ ตัวอักษรสแี ดงในบทอ่าน หนา้ 61 แลว้ อา่ นให้เพื่อนใน
ห้องเรยี นฟังหลงั จากทำกิจกรรมขอ้ 5 ในหนังสอื เรียน หน้า 61

ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสอื เรยี น FOCUS 1 หน้า 60-61
2. หนังสอื แบบฝึกหดั FOCUS 1 หน้า 44-45
3. กจิ กรรม Photocopiable resource 25: School days และ Photocopiable resource 53: Test

yourself pairwork activities ในคู่มือครู หน้า 444, 476
4. ซดี บี ันทึกเสียง
5. เครอื่ งเลน่ ซีดี
6. สอื่ อิเล็กทรอนิกส์

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 2

รายวชิ า ภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน 2 รหัสวชิ า อ31102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ชือ่ หน่วย Education จำนวน 10 ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรียนรู้ เรือ่ ง Education เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง

ครูผู้สอน นายจิรศกั ด์ิ นิ่มมาระดี กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ

สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

หน่วยการเรียนรูน้ ีม้ ีวตั ถปุ ระสงคใ์ หน้ กั เรียนเรียนรูค้ าศพั ท์ สานวน โครงสรา้ ง และหนา้ ท่ีทางภาษาท่ีเก่ียวขอ้ งกับ
โรงเรียน ฟังบทพูดเกี่ยวกับสถานท่ีในโรงเรียน พูดขอและใหข้ อ้ มลู เก่ียวกบั การจดั การเดินทาง อ่านบทอ่านเก่ียวกับ
โรงเรียนท่มี ีรูปแบบแปลกแตกต่างจากโรงเรยี นปกติ เขยี นอีเมลเลา่ เรอ่ื งเกี่ยวกบั โรงเรยี นแห่งใหม่

มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชวี้ ดั

สาระท่ี 1 : ภาษาเพ่อื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/1, ต 1.1 ม.4-6/2, ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/4, ต 1.3 ม.4-6/2, ต 1.3
ม.4-6/3
สาระท่ี 2 : ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.4-6/1
สาระท่ี 4 : ภาษากบั ความสัมพันธ์กบั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.4-6/1

เปา้ หมายตามกรอบ CEFR:

สามารถเข้าใจบทสนทนาส้นั ๆ งา่ ย ๆ ท่ผี ู้พูดพูดอยา่ งชา้ ๆ และชัดเจน สามารถเข้าใจประเด็นสำคัญจากเรื่องส้ัน
ในหนงั สือ
พิมพ/์ นิตยสารที่มีสอ่ื ประกอบ สามารถใชภ้ าษาในการสอบถามเกย่ี วกับข้อมลู พื้นฐานในการเดินทาง และการซื้อ
ตั๋ว สามารถบรรยายเกี่ยวกับตนเอง สามารถเขยี นข้อความงา่ ย ๆ เชน่ การเชิญ และเขยี นขอ้ ความสั้น ๆ ถึง
เพอื่ นเพ่ือใหข้ ่าวสารข้อมลู สว่ นตวั

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การใช้ทักษะ ใฝเ่ รียนรู้ = ต้งั ใจเรยี นและแสวงหาความรจู้ าก
ชวี ติ แหลง่ เรียนรูท้ ั้งภายในและนอกหอ้ งเรียน

ทักษะ/กระบวนการ ทักษะการคิด
ทักษะเฉพาะวชิ า

การฟงั : หารายละเอยี ดเฉพาะ - การสังเกต
การพูด : พูดขอและให้ข้อมูล - การวเิ คราะห์
การอ่าน : ระบใุ จความสำคัญ และรายละเอยี ดสนบั สนุน - การหาแบบแผน
การเขยี น : เขียนอเี มลตอบเพ่อื นเกี่ยวกบั โรงเรียนแหง่ ใหม่ - การสรปุ ย่อ
- การใหเ้ หตผุ ล
ความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อนื่
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

เป้าหมายการเรยี นร้/ู หลักฐานการเรียนร้/ู การวดั ผลและประเมนิ ผล

มาตรฐานการ เปา้ หมายตาม สิง่ ทีต่ ้องรู้และ ผลงาน/ช้ินงาน การวัดผลและ
ประเมินผล
เรยี นรแู้ ละตวั ช้ีวัด กรอบ CEFR ปฏิบัติได้ ประโยคที่นกั เรยี น ประเมินการเขียน
เขียนบอก โดยใชเ้ กณฑ์การ
ต 1.2 ม.4-6/1 สามารถเขยี น เขยี นเกยี่ วกับ กฎระเบยี บของ ประเมินการเขียน
เก่ยี วกับตวั เอง ตนเอง โรงเรยี นใน และใชเ้ กณฑ์ผา่ น
กจิ กรรมท่ี 8 ใน ระดบั พอใช้
โดยใชภ้ าษาง่าย ๆ หนงั สอื เรียนหนา้
เชน่ ขอ้ มลู เก่ียวกบั 62 ประเมนิ ผลจาก
โรงเรยี น คำตอบในการ จำนวนคำตอบ
ปฏิบตั ติ าม ทีถ่ ูกต้อง และใช้
ต 1.1 ม.4-6/1 - ปฏบิ ัตติ าม คำแนะนำใน เกณฑผ์ า่ น 5 จาก
คำแนะนำ Worksheet 8 7 ข้อ

แนวการสอนภาษาเพ่ือการสอื่ สาร (CLT)

Language Discovery/Analysis/Reflection: การเรียนภาษาเกิดจากการทำกิจกรรมการเรียนรู้แบบอุปนัย
(inductive learning) คือผ่านกระบวนการค้นพบกฎและรูปแบบของภาษาด้วยตนเอง และจากกิจกรรมการ
เรยี นรูท้ สี่ อนกฎและรูปแบบของภาษา (deductive learning)

ความรู้

- คำศัพท์

กจิ กรรม Grammar

- stunt (n.): an exciting action, usually in a film, that is dangerous or

appears dangerous and usually needs to be done by

someone skilled: It's a typical action movie with plenty of

spectacular stunts. (การแสดงเสย่ี งอันตราย)

- stunt performer (n.): someone who substitutes for an actor in scenes requiring

hazardous or acrobatic feats (ผู้แสดงแทนในฉากเสย่ี งอนั ตราย)

- risk (n.): the possibility that something bad, unpleasant, or dangerous

mat happen (ความเสี่ยง)

- fit (n.): someone who is fit is strong and healthy, especially because

they exercise regularly (ทมี่ สี ุขภาพดี)

- สำนวนภาษา

- take a risk/ take risks หมายถงึ เสี่ยง พบ/เจอความเส่ียง เชน่ Don’t take any risks (อยา่ ไป

เสี่ยง)

- หน้าท่ภี าษา

- Talking about rules and giving advice

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- must/mustn’t, should/shouldn’t

CULTURE CORNER

ฮอลลวี ู้ด (Hollywood) อยทู่ ่เี มอื งลอสแอนเจลิส รฐั แคลิฟอรเ์ นยี สหรฐั อเมรกิ า เป็นท่ตี งั้ ของแหล่งอตุ สาหกรรม
ภาพยนตรข์ นาดใหญ่ท่สี ดุ ของประเทศ มหาเศรษฐีและบคุ คลท่มี ีช่อื เสียงมากมายอาศยั อยใู่ นละแวกนี้

กิจกรรมการเรียนรู้

กจิ กรรม Grammar

1. แจ้งผลการเรียนรูท้ ี่คาดหวังเมื่อจบบทเรียน
- นักเรยี นรับทราบวา่ ในบทเรยี นนี้ นักเรียนจะได้เรียนรู้การใช้ must/mustn’t และ should/shouldn’t
เม่ือจบบทเรยี น นักเรียนจะสามารถพดู บอกกฎระเบียบของโรงเรยี น เข้าใจคำแนะนำและปฏบิ ตั ติ ามได้

2. นำเขา้ สบู่ ทเรียน
- นักเรียนทำกจิ กรรมท่ี 1 ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 62 ใหน้ กั เรียนทีค่ รสู มุ่ ตอบคำถามดังน้ี
- Do you know any unusual schools?
- What do people learn there?

3. เขา้ ใจและใช้ must/mustn’t และ should/shouldn’t
- นกั เรยี นทำกิจกรรมท่ี 2 ในหนงั สือเรยี น หนา้ 62 โดยดภู าพ A และ B พรอ้ มทั้งอ่านกฎระเบยี บของ
โรงเรียนในข้อ 1-5 แล้วใหบ้ อกว่ากฎระเบียบดังกลา่ วเป็นของโรงเรียนในภาพ A หรอื B เม่ือนกั เรยี นทำ
เสร็จ นกั เรียนที่ครสู ุ่มบอกคำตอบของตน แล้วใหน้ ักเรยี นท้ังหอ้ งช่วยกนั เฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยทา้ ยเลม่ )
- นกั เรียนทำกจิ กรรมท่ี 3 ในหนงั สือเรยี น หน้า 62 โดยอ่านประโยคและคำอธบิ ายการใช้ must/mustn’t
ที่อย่ใู นกรอบ GRAMMAR FOCUS 1 เสรจ็ แลว้ ครูและนกั เรียนชว่ ยกนั สรุปการใช้ must/mustn’t และ
ขอ้ แตกต่างระหวา่ งการใช้ mustn’t (ต้องไม่) กบั don’t have to (ไม่จำเปน็ ตอ้ ง) ครูบอกนักเรียนวา่
ความเข้าใจเก่ยี วกบั การใช้ must/mustn’t จะช่วยให้นกั เรียนสามารถพูด เขียน และอ่านประโยคท่ีบอก
เกีย่ วกับกฎระเบยี บ/กติกาได้ถูกต้อง ต่อจากนั้น นักเรยี นเติมคำในประโยคทบี่ อกกฎกติกาของการเปน็ ผู้
แสดงแทนในฉากเสีย่ งอันตรายในขอ้ 1-5 ด้วย must/mustn’t เม่ือนกั เรยี นทำเสรจ็ แลว้ นักเรยี นทำ
กจิ กรรมที่ 4 ในหนงั สือเรียน หนา้ 62 โดยฟงั ซีดบี ันทึกเสยี ง CD 2 Track 30 แล้วเพ่ือเป็นการตรวจสอบ
คำตอบทน่ี ักเรียนทำในกจิ กรรมท่ี 3 (ดเู ฉลยท้ายเลม่ ) ครอู ธบิ ายเพม่ิ เติมในขอ้ ทน่ี กั เรียนทำไม่ถูกต้อง
และนักเรยี นท้ังหอ้ งช่วยกันเฉลยคำตอบ (ดูเฉลยท้ายเลม่ )
- นักเรยี นทำกจิ กรรมที่ 5 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 62 โดยเตมิ must/mustn’t หรอื don’t have to ลงใน
ประโยคท่กี ำหนดให้ตรงตามสภาพความเปน็ จรงิ ของนักเรียน เมอื่ ทำเสรจ็ แล้ว นักเรียนเปรยี บเทยี บ
คำตอบกบั คู่ของตน หลังจากน้นั นักเรยี นที่ครสู ุม่ อ่านคำตอบของตนให้เพอื่ นในห้องเรียนฟัง
- นักเรียนทำกจิ กรรมท่ี 6 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 62 โดยอา่ นบทสนทนาระหว่าง A กับ B และชว่ ยกันบอก
ว่า B เปน็ ผู้ใหค้ ำแนะนำทดี่ หี รือไม่ (ดูเฉลยท้ายเล่ม)
- นักเรยี นทำกิจกรรมที่7ในหนงั สือเรยี นหน้า62โดยอ่านประโยคและคำอธบิ ายการใช้
should/shouldn’t ท่อี ยใู่ นกรอบ GRAMMAR FOCUS 2 เสร็จแลว้ ครแู ละนกั เรยี นช่วยกันสรปุ การใช้
should/shouldn’t ครูบอกนักเรียนวา่ ความเข้าใจเกย่ี วกับการใช้ should/shouldn’t จะชว่ ยให้
นักเรียนสามารถพูด เขยี น และอา่ นประโยคท่ีให้คำแนะนำได้อยา่ งถูกต้อง ต่อจากนัน้ ครูใหน้ ักเรียนเตมิ
บทสนทนาโดยใช้ should/shouldn’t กบั คำกริยาท่ีกำหนดใหใ้ นวงเล็บ เมื่อนักเรียนทำเสรจ็ นักเรียนครู
สมุ่ บอกคำตอบของตน ครูอธิบายเพ่ิมเติมกรณีท่นี ักเรียนทำไม่ถกู ต้อง (ดูเฉลยท้ายเล่ม)

- นกั เรียนดูตัวอยา่ งเพม่ิ เตมิ ใน GRAMMAR FOCUS ข้อ 5.2 ในหนังสอื เรยี น หน้า 114 และตรวจสอบ
ความเขา้ ใจการใช้ must/mustn’t, don’t have to และ should/shouldn’t โดยให้นกั เรยี นทำ
กิจกรรมท่ี 1 และ 2 ในหนังสอื เรยี น หนา้ 115 โดยเลอื กคำเหล่านเี้ ตมิ ลงในประโยคท่ีกำหนด เม่ือ
นักเรยี นทำเสรจ็ นกั เรยี นครสู ่มุ บอกคำตอบของตน ครูอธบิ ายเพิ่มเติมกรณีท่นี กั เรยี นทำไม่ถกู ต้อง (ดู
เฉลยทา้ ยเลม่ )

4. เขียนบอกกฎระเบยี บของโรงเรยี น
- นกั เรียนทำกจิ กรรมที่ 8 ในหนังสอื เรียน หนา้ 62 ใหน้ ักเรียนเขยี นบอกสิ่งที่ต้องทำ/ไม่ทำ ไมจ่ ำเปน็ ตอ้ ง
ทำและควร/ไม่ควรทำท่โี รงเรียนโดยเลอื กคำท่ีกำหนดในกรอบข้างบนมาเตมิ ลงในประโยคให้สมบูรณแ์ ละ
ตรงตามความจริงเม่ือนกั เรยี นทำเสร็จ นักเรียนทีค่ รสู มุ่ อา่ นประโยคให้เพื่อนในห้องฟงั

5. เข้าใจและปฏบิ ัติตามคำแนะนำ
- นกั เรียนทำกิจกรรมท่ี 4 ในหนงั สือแบบฝกึ หัด หน้า 46 (ครูทำสำเนาถ้านักเรยี นไม่มีหนังสือแบบฝกึ หดั )
โดยนำวลที ่ีกำหนดไวใ้ ห้ในกรอบขา้ งบนไปเติมในบทสนทนาระหวา่ ง Mrs Green, Cathy และ Damien
เม่อื นักเรียนทำเสรจ็ แล้ว นกั เรียนครูส่มุ บอกคำตอบของตน และนักเรยี นท้ังห้องช่วยกันเฉลยคำตอบ (ดู
เฉลยท้ายเลม่ )
- นกั เรียนสมมติตัวเองว่าเป็น Cathy และตอบว่าตนเองต้องปฏิบตั ิตวั อย่างไรตามคำแนะนำของ Mrs Green
และ Damien บา้ งตามคำสั่งใน Worksheet 8 เมอ่ื นกั เรียนทำเสรจ็ แล้ว นักเรียนครูสุ่มบอกคำตอบของ
ตน และใหน้ ักเรียนท้ังห้องชว่ ยกนั เฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยท้ายเล่ม)

6. ประเมนิ ผล
- ครูประเมนิ การเขียนบอกกฎระเบียบของโดยใชเ้ กณฑ์การประเมินการเขียนและใช้เกณฑ์ผ่านระดับ
พอใช้
- ครปู ระเมนิ ผลความเข้าใจและปฏิบตั ิตามคำแนะนำจากจำนวนคำตอบทน่ี ักเรยี นทำ Worksheet 8
ถกู ต้อง และใช้เกณฑผ์ ่าน 5 จาก 7 ขอ้

กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณท์ างภาษา

1. นกั เรียนทำกิจกรรมท่ี 1 ในหนงั สอื แบบฝึกหดั FOCUS 1 หน้า 46 หลังจากทำกิจกรรมขอ้ 4 ในหนังสือเรยี น
หนา้ 62

2. นักเรยี นทำกจิ กรรมที่ 2 ในหนงั สือแบบฝกึ หัด FOCUS 1 หนา้ 46 หลงั จากทำกจิ กรรมขอ้ 5 ในหนงั สือเรยี น
หน้า 62

3. นกั เรียนทำกิจกรรมท่ี 3 และ 5 ในหนังสือแบบฝึกหัด FOCUS 1 หนา้ 46 หลังจากทำกิจกรรมข้อ 7 ในหนังสือ
เรยี น หน้า 62

4. นกั เรียนทำกจิ กรรม Photocopiable resource 53: Test yourself pairwork activities (Grammar,
Lesson 5.2) ในคมู่ อื ครู หนา้ 477 หลงั จากทำกิจกรรมข้อ 8 ในหนงั สอื เรียน หนา้ 62
จดุ ประสงค์ : เพ่ือฝึกคำศัพท์และไวยากรณ์จากท่เี รยี นจากบทเรยี น
ผูท้ ำกิจกรรม : นักเรียนจับค่กู นั
ประเภทกิจกรรม : เตมิ คำในช่องวา่ งและแลกเปลี่ยนขอ้ มลู
เวลา : 10 + 10 นาที
วัสดุอุปกรณ์ : ใบงานสำหรับนักเรยี นแต่ละคน (A หรือ B)
ข้นั ตอนการทำกิจกรรม
1. นกั เรยี นจบั คู่กัน
2. ครูแจกใบงานใหน้ ักเรยี นคนละ 1 แผน่
3. นกั เรียนควรทำกิจกรรมเดีย่ วในใบงาน
4. นักเรียนแต่ละคู่แลกเปล่ียนกันตรวจสอบคำตอบ

สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สอื เรียน FOCUS 1 หน้า 62
2. หนงั สอื แบบฝกึ หดั FOCUS 1 หนา้ 46
3. กิจกรรม Photocopiable resource 53: Test yourself pairwork activities ในค่มู ือครู หนา้ 477
4. ซดี ีบนั ทึกเสยี ง
5. เคร่ืองเล่นซดี ี
6. สอื่ อเิ ลก็ ทรอนิกส์

- https://www.britannica.com/place/Hollywood-California
- https://www.history.com/topics/roaring-twenties/hollywood
7. Worksheet 8

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3

รายวชิ า ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 2 รหัสวชิ า อ31102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ชือ่ หน่วย Education จำนวน 10 ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรียนรู้ เรือ่ ง Education เวลาเรยี น 2 ช่ัวโมง

ครผู ู้สอน นายจริ ศกั ด์ิ นิ่มมาระดี กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ

สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

หน่วยการเรียนรูน้ ีม้ ีวตั ถุประสงคใ์ หน้ กั เรียนเรียนรูค้ าศพั ท์ สานวน โครงสรา้ ง และหนา้ ท่ีทางภาษาท่ีเก่ียวขอ้ งกับ
โรงเรียน ฟังบทพูดเก่ียวกับสถานท่ีในโรงเรียน พูดขอและใหข้ อ้ มลู เก่ียวกบั การจดั การเดินทาง อ่านบทอ่านเก่ียวกับ
โรงเรียนท่มี รี ูปแบบแปลกแตกต่างจากโรงเรียนปกติ เขยี นอีเมลเลา่ เรอื่ งเกี่ยวกบั โรงเรียนแหง่ ใหม่

มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้วี ดั

สาระท่ี 1 : ภาษาเพอื่ การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/1, ต 1.1 ม.4-6/2, ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/4, ต 1.3 ม.4-6/2, ต 1.3
ม.4-6/3
สาระท่ี 2 : ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.4-6/1
สาระที่ 4 : ภาษากบั ความสมั พันธ์กบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.4-6/1

เปา้ หมายตามกรอบ CEFR:

สามารถเข้าใจบทสนทนาสัน้ ๆ ง่าย ๆ ทผี่ ู้พูดพดู อยา่ งชา้ ๆ และชดั เจน สามารถเข้าใจประเด็นสำคัญจากเรื่องส้ัน
ในหนังสือ
พิมพ์/นิตยสารที่มีสอื่ ประกอบ สามารถใชภ้ าษาในการสอบถามเกย่ี วกับข้อมูล พื้นฐานในการเดินทาง และการซื้อ
ตวั๋ สามารถบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง สามารถเขยี นข้อความงา่ ย ๆ เชน่ การเชิญ และเขยี นขอ้ ความสั้น ๆ ถึง
เพอ่ื นเพื่อให้ข่าวสารข้อมูลสว่ นตวั

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การใช้ทักษะ ใฝ่เรียนรู้ = ต้งั ใจเรยี นและแสวงหาความรจู้ าก
ชวี ิต แหลง่ เรียนรู้ท้งั ภายในและนอกหอ้ งเรียน

ทักษะ/กระบวนการ ทกั ษะการคดิ
ทักษะเฉพาะวิชา

การฟัง : หารายละเอยี ดเฉพาะ - การสงั เกต
การพูด : พูดขอและให้ข้อมูล - การวเิ คราะห์
การอา่ น : ระบใุ จความสำคญั และรายละเอยี ดสนบั สนุน - การหาแบบแผน
การเขียน : เขยี นอีเมลตอบเพื่อนเกี่ยวกบั โรงเรียนแหง่ ใหม่ - การสรปุ ยอ่
- การใหเ้ หตุผล
ความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระการเรียนรอู้ ืน่
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

เปา้ หมายการเรยี นร/ู้ หลักฐานการเรียนร/ู้ การวดั ผลและประเมนิ ผล

มาตรฐานการ เปา้ หมายตาม สงิ่ ที่ต้องรแู้ ละ ผลงาน/ชิน้ งาน การวัดผลและ
เรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ดั กรอบ CEFR ปฏิบตั ไิ ด้ ประเมนิ ผล
คำตอบท่ไี ด้จาก
ต 1.1 ม.4-6/4 สามารถเข้าใจ จบั ใจความ การ ประเมินการฟังจาก
บทสนทนาสนั้ ๆ สรปุ ความจากการ ทำกจิ กรรมที่ 6 จำนวนคำตอบที่
ง่าย ๆ ที่ผพู้ ูดพูด ฟงั ในหนังสอื เรียน ถกู ต้อง และใช้
อย่างช้า ๆ และ หน้า 63 เกณฑผ์ า่ น 3 จาก
ชัดเจน 5 ขอ้

แนวการสอนภาษาเพอื่ การสอื่ สาร (CLT)

Integration of Skills: การสื่อสารเป็นกระบวนการเน้นภาพรวม (holistic process) ที่ต้องใช้ทักษะทาง
ภาษาและหลายรปู แบบ

ความรู้ a place in a factory, office, etc. where food and meals are
- คำศพั ท์ sold, often at a lower than usual price (โรงอาหาร)
a long passage in a building or train, especially with rooms on
กจิ กรรม Listening either side (ทางเดนิ ยาวในตกึ , เฉลยี ง)
- canteen (n.): physical exercises and activities performed inside, often using
equipment, especially when done as a subject at school (โรง
- corridor (n.): พละศึกษา)
a building or large room used for events involving a lot of
- gym (n.): people (หอ้ งโถง หอประชมุ )
an area designed for children to play in outside, especially at
- hall (n.): a school or in a park (ลานสนามเด็กเลน่ )
a workplace for the conduct of scientific research
- playground (n.): (ห้องปฏิบัตกิ ารทางวิทยาศาสตร์)
an outdoor playing area for various sports (สนามกฬี า)
- science lab (n.): a room in a school that is for the use of the teachers when
they are not teaching (ห้องพักครู)
- sports field (n.):
- staff room (n.):

- overall (n.): a loose-fitting piece or clothing like a coat, that is worn over
- equipment (n.): clothes to protect them (เสื้อคลุมกันเปื้อนสำหรับทำงาน)
- experiment (n.): the set of necessary tools, clothing, etc. for a particular
purpose (อุปกรณ์ เครื่องมือ)
a test done in order to learn something or to discover if
something works or is true (การทดลอง)

- speech (n.): a formal talk given to a meeting etc. (คำปราศรัย, สุนทรพจน)์

- crowded* (adj.): having or containing a lot of people or things (คนแนน่ มาก,

เบียดเสยี ด, จอแจ)

- switch off* (phr. v.): to put or turn off (ปดิ )

- assembly* (n.): a meeting in a school of several classes, usually at the

beginning of the school day, to give information or to say

prayers together (การชมุ นมุ การประชุม)

Note: *see in audioscript

- หน้าที่ภาษา

- Identifying specific detail in conversations about schools

CULTURE CORNER

The Lord of the Ring เป็นนวนิยายแนวแฟนตาซที ่ีประพนั ธโ์ ดย เจ อาร์ อาร์ โทลคนี (J. R. R. Tolkien) ในระหว่างปี
ค.ศ. 1937-1949 เป็นเร่ืองตอ่ จากนวนยิ ายเรื่อง The Hobbit ภายหลงั มกี ารนามาทาเป็นภาพยนตร์ ละครวิทยุ และ
ละครเวที ภาพยนตรไ์ ตรภาค The Lord of the Ring ประกอบดว้ ย The Fellowship of the Ring, The Two Towers
และ The Return of the King ท่กี ากบั โดยปีเตอร์ แจค็ สนั (Peter Jackson) และถา่ ยทาในประเทศนวิ ซีแลนดป์ ระสบ
ความสาเรจ็ และไดร้ บั รางวลั มากมาย

กจิ กรรมการเรียนรู้

กิจกรรม Listening
กิจกรรมกอ่ นฟงั
1. แจง้ ผลการเรียนรูท้ ่ีคาดหวงั เม่ือจบบทเรียน

- นักเรียนรบั ทราบว่าในบทเรยี นนีน้ กั เรยี นจะได้ฟังบทสนทนาเกีย่ วกับสถานทีแ่ ละกจิ กรรมในโรงเรยี น
หลังจากฟงั แลว้ นกั เรียนจะสามารถหารายละเอยี ดเฉพาะได้

2. ครนู ำเข้าสบู่ ทเรียน
- ครูถามนักเรียนเกี่ยวกบั สถานทต่ี า่ ง ๆ ในโรงเรยี นโดยอาจจะใชแ้ นวคำถามดงั น้ี
- Where do we have lunch at school? (At the canteen)
- Where can we read and borrow books at school? (At the library)
etc.

3. เข้าใจคำศัพทเ์ ก่ยี วกับสถานท่ีในโรงเรยี นและสง่ิ ท่เี ก่ยี วขอ้ งในหอ้ งเรียน
- นักเรยี นทำกจิ กรรมท่ี 1 ในหนงั สือเรียน หนา้ 63 ให้นกั เรียนระบวุ ่าคำศัพท์ที่อยู่ในกรอบข้างบนตรงกบั
รูปภาพใด เมื่อเสร็จแลว้ นักเรียนทค่ี รูสุ่มบอกคำตอบของตน แล้วนักเรยี นชว่ ยกันเฉลยคำตอบ (ดูเฉลย
ทา้ ยเล่ม) ครูใหน้ กั เรยี นช่วยกันสรุปความหมายของคำศัพท์ทีเ่ หลืออยู่ในกรอบครูอธบิ ายเพิ่มเติมในกรณี
ทน่ี ักเรยี นตอบได้ไมช่ ดั เจน
- นกั เรยี นทำกิจกรรมที่ 2 ในหนังสือเรยี น หนา้ 63 นักเรยี นฟังซดี ีบันทกึ เสยี ง CD 2 Track 31 ซงึ่ เป็นสว่ น
แรกของการพดู คุยกนั ระหว่างที่ Jane พา Mark เดนิ ไปรอบ ๆ โรงเรยี น โดยฟังว่าพวกเขาอยสู่ ่วนใดของ
โรงเรยี นและร้ไู ด้อยา่ งไร เมอื่ ฟังจบนกั เรียนชว่ ยกนั เฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยทา้ ยเล่ม) หลงั จากน้ัน ครใู ห้
นักเรียนช่วยกนั สรปุ ความหมายของคำศัพท์ท่เี ป็นคำตอบ ครอู ธบิ ายเพ่ิมเติมในกรณีทนี่ ักเรียนตอบได้ไม่
ชดั เจน
- นกั เรยี นทำกิจกรรมที่ 3 ในหนงั สือเรียน หนา้ 63 โดยอ่านบทสนทนาแล้วนำคำอธบิ ายคำทีข่ าดหาย (ข้อ
a-c) มาเตมิ ลงในช่องว่าง (ข้อ 1-3) เม่ือเสรจ็ แล้ว นักเรียนที่ครูสมุ่ บอกคำตอบของตน แล้วนกั เรียน
ช่วยกนั เฉลยคำตอบ (ดูเฉลยทา้ ยเล่ม)

- นักเรยี นทำกจิ กรรมที่ 4 ในหนังสอื เรยี น หน้า 63 โดยฟงั ซีดบี นั ทกึ เสยี ง CD 2 Track 32 แล้วเติมคำศัพท์
ทีก่ ำหนด
ใหใ้ นชอ่ งว่างของบทสนทนาในกิจกรรมท่ี 3 เมื่อเสร็จแล้ว นกั เรยี นฟังซีดบี ันทึกเสยี งอีกคร้งั เพื่อเปน็ การ
ตรวจสอบคำตอบ และนักเรียนชว่ ยกนั สรุปความหมายของคำทเ่ี ตมิ

กิจกรรมระหวา่ งฟัง
1. ฟงั บทสนทนาพดู และระบรุ ายละเอยี ดเฉพาะ

- นักเรยี นทำกิจกรรมที่ 5 ในหนงั สอื เรียน หน้า 63 นักเรยี นทำความเข้าใจคำส่ังในกิจกรรมว่าจะต้องฟังซดี ี
บนั ทึกเสียงการพูดคุยกันระหว่าง Jane และ Mark ในสว่ นที่สอง แล้วบอกวา่ สถานท่ีในโรงเรยี นที่นักเรียน
ได้ยนิ เพ่ิมเตมิ มีอะไรบ้างครูแนะนำกลยุทธ์ในการฟังว่าการฟังครั้งนี้มีจดุ ประสงคเ์ ฉพาะคือสถานท่ีใน
โรงเรยี น จงึ ต้องต้ังใจฟังในสิ่งทเี่ รามงุ่ หวงั ไม่จำเปน็ ตอ้ งทราบความหมายของคำศัพท์ทุกตวั

- ตอ่ จากน้นั นกั เรียนฟังซีดีบนั ทึกเสียง CD 2 Track 32 เมอ่ื ฟังจบ นักเรียนทีค่ รูสุ่มบอกคำตอบของตน
และนกั เรยี นชว่ ยกันเฉลยคำตอบ (ดูเฉลยท้ายเลม่ )

- นกั เรยี นทำกจิ กรรมท่ี 6 ในหนงั สือเรียน หน้า 63 นักเรียนทำความเข้าใจคำสง่ั ในกจิ กรรมวา่ จะต้องฟงั
ซีดีบันทกึ
เสียงการพูดคยุ กนั ระหวา่ ง Jane และ Mark ในส่วนทส่ี องอีกครง้ั แล้วเตมิ ข้อมูลลงในขอ้ 1-5 ใหส้ มบรณู ์
นักเรยี นอ่านประโยคข้อ 1-5 ลว่ งหนา้ ครบู อกนักเรยี นว่าการฟังครง้ั นเี้ ปน็ การหารายละเอียดเฉพาะ
นกั เรียนตอ้ งตงั้ ใจฟงั ตงั้ แตต่ น้ จนจบเพอ่ื ไม่ให้คลาดจากจดุ มุ่งหมายเพราะคำตอบอาจจะอยตู่ รงทีใ่ ดที่
หนง่ึ

- ตอ่ จากนั้น นกั เรียนฟงั ซีดบี นั ทึกเสียง CD 2 Track 32 นักเรียนทคี่ รสู ุม่ บอกคำตอบของตน และนักเรยี น
ชว่ ยกันเฉลยคำตอบ (ดูเฉลยท้ายเลม่ )

กิจกรรมหลังฟัง
1. ตรวจสอบความเข้าใจคำศัพท์ในบทฟัง

- นักเรียนทำกิจกรรมที่ 7 ในหนังสอื เรยี น หนา้ 63 โดยนำคำศพั ท์ในกรอบขา้ งบนไปเติมลงในประโยคให้
สมบรู ณ์ โดยให้มีความหมายสอดคลอ้ งกนั เมื่อเสร็จแล้ว นกั เรียนทีค่ รูสุ่มบอกคำตอบของตน แลว้
นักเรียนทงั้ ห้องช่วยกนั เฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยทา้ ยเลม่ ) หลังจากน้ัน นักเรียนชว่ ยกนั สรปุ ความหมายของ
คำทีเ่ ตมิ

- นกั เรียนทำกจิ กรรมท่ี 10 ในหนังสือเรยี น หน้า 63 โดยทำกจิ กรรม WORD STORE 5D ในหนังสอื เรยี น
หน้า 138 และเติมสถานทีท่ ี่อยู่ในโรงเรยี นลงในช่องว่างตามพยัญชนะตน้ ทก่ี ำหนดมาให้ เมอื่ นักเรยี นเติม
คำเสร็จแล้ว นักเรียนฟังซดี ีบันทกึ เสียง CD 2 Track 35 เพื่อเป็นการตรวจสอบคำตอบและพูดตาม

2. ฟังและเขยี นคำในคอลัมน์ตามเสียงทไี่ ด้ยนิ
- นกั เรียนทำกจิ กรรมที่ 8 ในหนังสอื เรียน หนา้ 63 โดยฟังเสียง th ในคำที่กำหนดวา่ ออกเสียง /ð/ หรือ
/θ/ จากซดี บี ันทึกเสยี ง CD 2 Track 33 ให้นักเรยี น และเขยี นคำในคอลมั น์ตามเสียงท่ีไดย้ นิ

3. ฟังและออกเสียงตาม
- นกั เรียนทำกิจกรรมท่ี 9 ในหนงั สือเรยี น หน้า 63 โดยฟังซีดบี ันทกึ เสียง CD 2 Track 54 และตรวจสอบ
คำตอบในกิจกรรมที่ 8 และออกเสยี งตาม

4. ประเมินผล
- ครูประเมนิ การฟังจากจำนวนคำตอบทถี่ ูกตอ้ งของนกั เรยี นในการระบุข้อมูลเฉพาะและเติมคำในชอ่ งวา่ ง
ในกิจกรรมที่ 6 ในหนงั สือเรียน หน้า 63 โดยใชเ้ กณฑผ์ ่าน 3 จาก 5 ข้อ

กิจกรรมเสริมทักษะ/ประสบการณท์ างภาษา

1. ครถู ามนักเรยี นว่าสถานที่ท่ีอยู่ในโรงเรยี น (เชน่ ห้องสมดุ โรงยมิ ) ของนักเรยี นมีอะไรบ้าง ใหน้ กั เรียนชว่ ยกัน
เขียนรายการท้งั หมดบนกระดานดำ แลว้ ใหน้ ักเรียนจับคู่กนั เขียนบรรยายสถานที่ 3 รายการส้นั ๆ แลว้ ให้
แต่ละคู่อ่านคำบรรยายให้เพื่อนในห้องฟงั และช่วยกนั ทายว่าเป็นสถานทีใ่ ด นกั เรียนทำกิจกรรมนห้ี ลงั จาก
กิจกรรมท่ี 10 ในหนังสือเรียน หน้า 63

ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สอื เรียน FOCUS 1 หน้า 63
2. ซีดีบนั ทกึ เสยี ง
3. เคร่อื งเล่นซดี ี
4. สื่ออิเลก็ ทรอนิกส์

- https://www.britannica.com/topic/The-Lord-of-the-Rings

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 4

รายวิชา ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน 2 รหสั วิชา อ31102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ชื่อหน่วย Education จำนวน 10 ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรยี นรู้ เรอ่ื ง Education เวลาเรยี น 2 ช่ัวโมง

ครูผสู้ อน นายจริ ศกั ดิ์ น่ิมมาระดี กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ

สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

หน่วยการเรียนรูน้ ีม้ ีวตั ถปุ ระสงคใ์ หน้ กั เรียนเรียนรูค้ าศพั ท์ สานวน โครงสรา้ ง และหนา้ ท่ีทางภาษาท่ีเก่ียวขอ้ งกับ
โรงเรียน ฟังบทพูดเกี่ยวกับสถานท่ีในโรงเรียน พูดขอและใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกับการจดั การเดินทาง อ่านบทอ่านเก่ียวกับ
โรงเรยี นท่มี รี ูปแบบแปลกแตกต่างจากโรงเรยี นปกติ เขยี นอเี มลเล่าเรอื่ งเก่ียวกบั โรงเรยี นแหง่ ใหม่

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วดั

สาระที่ 1 : ภาษาเพ่ือการสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/1, ต 1.1 ม.4-6/2, ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/4, ต 1.3 ม.4-6/2, ต 1.3
ม.4-6/3
สาระที่ 2 : ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.4-6/1
สาระท่ี 4 : ภาษากบั ความสัมพนั ธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.4-6/1

เป้าหมายตามกรอบ CEFR:

สามารถเข้าใจบทสนทนาสัน้ ๆ งา่ ย ๆ ทผี่ ู้พดู พูดอย่างชา้ ๆ และชดั เจน สามารถเข้าใจประเด็นสำคัญจากเรื่องส้ัน
ในหนงั สือ
พิมพ/์ นิตยสารท่ีมีสอ่ื ประกอบ สามารถใชภ้ าษาในการสอบถามเกีย่ วกับข้อมลู พืน้ ฐานในการเดินทาง และการซื้อ
ตั๋ว สามารถบรรยายเก่ียวกบั ตนเอง สามารถเขียนข้อความงา่ ย ๆ เชน่ การเชญิ และเขยี นขอ้ ความสั้น ๆ ถึง
เพอ่ื นเพื่อใหข้ ่าวสารข้อมลู สว่ นตวั

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ความสามารถในการส่ือสาร การคดิ การใช้ทักษะ ใฝ่เรยี นรู้ = ต้งั ใจเรยี นและแสวงหาความรจู้ าก
ชวี ิต แหล่งเรยี นรู้ทั้งภายในและนอกหอ้ งเรียน

ทกั ษะ/กระบวนการ ทกั ษะการคดิ
ทักษะเฉพาะวชิ า

การฟัง : หารายละเอียดเฉพาะ - การสงั เกต
การพูด : พดู ขอและใหข้ ้อมูล - การวิเคราะห์
การอ่าน : ระบใุ จความสำคัญ และรายละเอยี ดสนบั สนนุ - การหาแบบแผน
การเขียน : เขยี นอเี มลตอบเพื่อนเกีย่ วกับโรงเรยี นแหง่ ใหม่ - การสรุปยอ่
- การให้เหตผุ ล
ความสมั พนั ธก์ บั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

เป้าหมายการเรียนร/ู้ หลักฐานการเรียนร้/ู การวัดผลและประเมนิ ผล

มาตรฐานการ เป้าหมายตาม สง่ิ ท่ีต้องรูแ้ ละ ผลงาน/ชนิ้ งาน การวัดผลและ
เรียนรูแ้ ละตวั ชวี้ ดั กรอบ CEFR ปฏิบัติได้ ประเมนิ ผล
คำตอบท่ีได้จาก
ต 1.1 ม. 4-6/4 สามารถเขา้ ใจ จบั ใจความสำคัญ การ ประเมนิ ผลจาก
ประเดน็ สำคัญจาก สรุปความ จากการ ทำกจิ กรรมที่ 4 ใน จำนวนคำตอบที่
เรื่องสัน้ ในหนงั สอื อา่ นเร่ืองทีเ่ ป็นสาร หนังสอื เรยี น หนา้ ถกู ต้อง และใช้
พิมพ/์ นติ ยสารท่ีมี คดี 64 เกณฑผ์ า่ น 5 จาก
สื่อประกอบ 7 ขอ้

แนวการสอนภาษาเพ่อื การส่อื สาร (CLT)

Effective Tasks: กิจกรรมภาษาหรือแบบฝึกหัดที่มีคุณภาพในชั้นเรียนจะทำให้ผู้เรียนมีโอกาสที่จะส่ือ
ความหมายในภาษา เพ่มิ พนู แหลง่ การเรียนรู้ภาษา สงั เกตการใช้ภาษา และมีส่วนในการร่วมสอ่ื สาร

ความรู้ something that you have to do (ท่ีจำเป็นตอ้ งทำ)
- คำศัพท์ used when you are giving or asking for information that is
completely correct (ถกู ต้อง แม่นยำ)
กจิ กกรม Reading floating on water (ลอยน้ำ)
- compulsory (adj.): having sufficient equipment, supplies, or abilities (มีอุปกรณ์
- exactly (adv.): เพียงพอ)
(of clothing, furniture, etc.) producing or affording physical
- afloat (adj.): comfort, support, or ease (สะดวก สบาย)
- well-equipped (adj.): a year between leaving school and starting university that a
young person spends travelling work experience (หนงึ่ ปหี ลงั จาก
- comfortable (adj.): ระดับมัธยมและก่อนเข้าเรยี นระดบั อุดมศึกษา)
to make or draw plans for something, for example clothes or
- gap year (n.): buildings (ออกแบบ)
related to the sea or sea transport (เก่ียวกบั ทะเล)
- design (v.): a type of holiday or visit in which you stay in the home of a
person you do not know (การท่องเทย่ี วรูปแบบหนงึ่ ท่ีนกั ท่องเท่ียว
- marine (adj.): ไดม้ ีโอกาสเข้าไปใชช้ ีวิตความเป็นอยรู่ ว่ มกบั คนในท้องถ่นิ อยบู่ ้าน
- home stay (n.): เดียวกัน ทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน)
events that relate to a specific culture (may be related to
- cultural event (n.): music, art or other similar things) (งานวฒั นธรรม)
to take part in or become involved in an activity (มีสว่ นรว่ ม)
- participate (v.): a subject or topic (เรอื่ ง)
- matter (n.): to make something better (ปรบั ปรุง)
- improve (v.):

- สำนวนภาษา
- make a change/make changes หมายถึง ปรบั เปลี่ยน/ทำการเปล่ียนแปลง ใช้เมื่อต้องการพูดถึงการ
ปรับเปลี่ยน
ในทางท่ดี ขี ้ึน เช่น It takes time for me to make changes in my lifestyle. (ฉนั ต้องใช้เวลาเพ่ือจะ
เปลย่ี นวิถีชวี ิต)

- หน้าท่ภี าษา
- Finding specific detail in an article about a different kind of school

กิจกรรมการเรยี นรู้

กิจกรรม Reading
กจิ กรรมกอ่ นอ่าน
1. แจ้งผลการเรยี นรู้ทีค่ าดหวงั เมื่อจบบทเรยี น

- นกั เรียนรับทราบว่าในบทเรยี นนน้ี ักเรยี นจะไดอ้ ่านบทอ่านเก่ยี วกบั โรงเรียนทอี่ ยู่ในเรอื เมอื่ จบบทเรียน
แลว้ นักเรยี นจะสามารถตอบคำถามเกี่ยวกบั เรื่องที่อ่านได้

2. ครนู ำเขา้ สู่บทเรยี น
- ครูชวนนกั เรยี นพดู คยุ เกยี่ วกับวิชาและกิจกรรมทน่ี ักเรยี นทำทโ่ี รงเรยี น โดยอาจจะใชแ้ นวคำถามดงั น้ี
- What subjects do you study at school?
- What activities can you do at school?
- Do you often study outside the school?
etc.
(ตอบได้หลากหลาย)

3. เตรยี มความพรอ้ มก่อนอา่ น
- นักเรยี นทำกจิ กรรมท่ี 1 ในหนงั สอื เรียน หน้า 64 โดยจบั คูก่ นั พูดอภปิ รายเพอ่ื ตอบคำถามข้อ 1-5 เมอ่ื
นักเรยี นทำเสร็จแลว้ นกั เรยี นท่คี รูส่มุ บอกคำตอบของตน (ตอบไดห้ ลากหลาย)

กิจกรรมระหว่างอา่ น
- นักเรยี นทำกจิ กรรมท่ี 2 ในหนงั สือเรยี น หน้า 64 โดยอ่านหัวเรอ่ื งและข้อความเกร่ินนำของบทอา่ นเร่ือง
School Ahoy! แลว้ ช่วยกนั บอกวา่ บทอา่ นนีน้ ่าจะกลา่ วเกี่ยวกบั เร่ืองใด แล้ววงกลมล้อมรอบตวั อักษรที่
เป็นข้อถูกเมื่อนักเรียนทำเสรจ็ แลว้ นกั เรยี นทคี่ รูสุ่มบอกคำตอบของตน แลว้ นักเรียนทง้ั ห้องช่วยกันเฉลย
คำตอบ (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )

กิจกรรมหลงั อา่ น
- นกั เรยี นทำกิจกรรมที่ 3 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 64 ใหน้ กั เรียนอ่านและทำความเขา้ ใจกบั ข้อมลู ในข้อ 1-6
แล้วอา่ นบทอ่านเร่ือง School Ahoy! เพอ่ื หาว่าข้อมูลดังกล่าวอยใู่ นยอ่ หน้าใด (A-F) ของบทอ่านโดย
เขยี นตวั อกั ษร A-F ลงในกรอบคำตอบในแต่ละข้อ ในการอ่านให้นกั เรียนใช้กลยุทธ์การอ่านเพอ่ื หาขอ้ มลู
เฉพาะ (scanning) เพ่ือให้ได้ข้อมูลตามต้องการอยา่ งรวดเร็ว เม่ือนกั เรยี นทำเสรจ็ แล้ว นักเรยี นทค่ี รสู มุ่
บอกคำตอบของตน แล้วนักเรียนทั้งหอ้ งช่วยกนั เฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยท้ายเลม่ )
- นกั เรียนทำกจิ กรรมที่ 4 ในหนงั สือเรยี น หนา้ 64 โดยอ่านและทำความเขา้ ใจกบั ข้อความในข้อ 1-7 แลว้
อ่านบทอ่านเรื่อง School Ahoy! อกี ครั้งเพือ่ หาว่าข้อความดงั กล่าว ถูก (R) ผดิ (W) หรือไมไ่ ดก้ ล่าว (DS)
ไว้ในบทอ่าน โดยเขียนตวั อักษร R, W หรือ DS ลงในกรอบคำตอบในแตล่ ะข้อ ครแู นะนำกลยุทธ์ในการ
อา่ นคร้งั นวี้ ่าเปน็ การอ่านเพื่อหารายละเอยี ดเฉพาะจึงต้องอ่านอย่างละเอียด เพราะรายละเอียดอาจจะ
อย่สู ่วนใดของบทอ่านก็ได้ เมื่อนักเรียนทำเสรจ็ แล้ว นกั เรียนท่คี รูสุ่มบอกคำตอบของตน แล้วนักเรยี นทง้ั
หอ้ งชว่ ยกันเฉลยคำตอบ (ดูเฉลยท้ายเลม่ )

4. ประเมินผล
- ครปู ระเมินการอ่านจากจำนวนคำตอบท่ถี ูกตอ้ งจากการทำกิจกรรมท่ี 4 และใช้เกณฑ์ผ่าน 5 จาก 7 ขอ้

ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรยี น FOCUS 1 หนา้ 64
2. ซีดีบันทึกเสยี ง
3. เคร่ืองเลน่ ซดี ี

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 5

รายวชิ า ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 2 รหัสวชิ า อ31102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ชือ่ หน่วย Education จำนวน 10 ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรียนรู้ เรือ่ ง Education เวลาเรยี น 2 ช่ัวโมง

ครผู ู้สอน นายจริ ศกั ด์ิ นิ่มมาระดี กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ

สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

หน่วยการเรียนรูน้ ีม้ ีวตั ถุประสงคใ์ หน้ กั เรียนเรียนรูค้ าศพั ท์ สานวน โครงสรา้ ง และหนา้ ท่ีทางภาษาท่ีเก่ียวขอ้ งกับ
โรงเรียน ฟังบทพูดเก่ียวกับสถานท่ีในโรงเรียน พูดขอและใหข้ อ้ มลู เก่ียวกบั การจดั การเดินทาง อ่านบทอ่านเก่ียวกับ
โรงเรียนท่มี รี ูปแบบแปลกแตกต่างจากโรงเรียนปกติ เขยี นอีเมลเลา่ เรอื่ งเกี่ยวกบั โรงเรียนแหง่ ใหม่

มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้วี ดั

สาระท่ี 1 : ภาษาเพอื่ การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/1, ต 1.1 ม.4-6/2, ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/4, ต 1.3 ม.4-6/2, ต 1.3
ม.4-6/3
สาระท่ี 2 : ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.4-6/1
สาระที่ 4 : ภาษากบั ความสมั พันธ์กบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.4-6/1

เปา้ หมายตามกรอบ CEFR:

สามารถเข้าใจบทสนทนาสัน้ ๆ ง่าย ๆ ทผี่ ู้พูดพดู อยา่ งชา้ ๆ และชดั เจน สามารถเข้าใจประเด็นสำคัญจากเรื่องส้ัน
ในหนังสือ
พิมพ์/นิตยสารที่มีสอื่ ประกอบ สามารถใชภ้ าษาในการสอบถามเกย่ี วกับข้อมูล พื้นฐานในการเดินทาง และการซื้อ
ตวั๋ สามารถบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง สามารถเขยี นข้อความงา่ ย ๆ เชน่ การเชิญ และเขยี นขอ้ ความสั้น ๆ ถึง
เพอ่ื นเพื่อให้ข่าวสารข้อมูลสว่ นตวั

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การใช้ทักษะ ใฝ่เรียนรู้ = ต้งั ใจเรยี นและแสวงหาความรจู้ าก
ชวี ิต แหลง่ เรียนรู้ท้งั ภายในและนอกหอ้ งเรียน

ทักษะ/กระบวนการ ทกั ษะการคดิ
ทักษะเฉพาะวิชา

การฟัง : หารายละเอยี ดเฉพาะ - การสงั เกต
การพูด : พูดขอและให้ข้อมูล - การวเิ คราะห์
การอา่ น : ระบใุ จความสำคญั และรายละเอยี ดสนบั สนุน - การหาแบบแผน
การเขียน : เขยี นอีเมลตอบเพื่อนเกี่ยวกบั โรงเรียนแหง่ ใหม่ - การสรปุ ยอ่
- การใหเ้ หตุผล
ความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระการเรียนรอู้ ืน่
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

เปา้ หมายการเรียนรู/้ หลักฐานการเรยี นร/ู้ การวดั ผลและประเมนิ ผล

มาตรฐานการ เป้าหมายตาม สิง่ ท่ตี ้องร้แู ละ ผลงาน/ชน้ิ งาน การวดั ผลและ
เรยี นรแู้ ละตัวชี้วัด กรอบ CEFR ปฏิบตั ิได้
ประเมินผล
ต 1.1 ม.4-6/2 สามารถใชภ้ าษา พูดบทละครสัน้
ต 2.1 ม.4-6/1 ในการสอบถาม ไดถ้ ูกต้องตาม ถอ้ ยคำพูดถาม- ประเมนิ การพูด
ต 4.1 ม.4-6/1 เก่ียวกับข้อมลู หลกั การอา่ น ตอบ สนทนาโดยใช้แบบ
พ้นื ฐานในการ ออกเสยี ง
เดินทาง การซ้ือตั๋ว เก่ียวกับการขอ ประเมนิ การแสดง
และให้ข้อมูล บทบาทสมมติ และ
เก่ยี วกับการ ใช้เกณฑ์ผา่ นระดบั
จัดการเดนิ ทางใน พอใช้
การแสดงบทบาท

สมมติในกิจกรรมท่ี
6 ในหนงั สอื เรยี น

หนา้ 67

แนวการสอนภาษาเพื่อการส่ือสาร (CLT)

Interaction: การเรียนรู้ภาษาที่สองจะเกิดขึ้นได้ง่ายถ้าผู้เรียนได้ปฏิสัมพันธ์หรือสื่อสารในภาษานั้นอย่างมี
ความหมาย

ความรู้ (คำยอ่ ของ application) a software program designed to do a
- คำศพั ท์ particular job especially one that can be downloaded to a
mobile device (แอปพลเิ คชั่น โปรแกรมประยุกต์)
กิจกรรม Speaking a strong wire going from a high place to a lower place, with a
- app (n.): pulley hanging from it. People hold onto the pully and travel
along the wire, usually for fun. (กิจกรรมโหนสลงิ )
- zip wire (n.): a reduction in the usual price (สว่ นลด)

- discount (n.):

- หน้าทีภ่ าษา
- Asking for information to organize a school trip

CULTURE CORNER

โครงการอีเดน (The Eden Project) อยทู่ ่แี ควน้ คอรน์ วอลล์ (Cornwall) ประเทศองั กฤษ สรา้ งใน ค.ศ. 2001 เป็น
เรอื นเพาะพนั ธไุ์ มข้ นาดใหญ่ ประกอบดว้ ยโดมหลายโดมซง่ึ แสดงพรรณพชื จากแหล่งตา่ ง ๆ ท่วั โลก เช่น โดมท่มี สี ภาพ
อากาศเขตรอ้ น โดมท่มี ีสภาพอากาศแบบเมดเิ ตอรเ์ รเนยี น เป็นตน้ นอกจากนน้ั ยงั มีการตกแตง่ สวนและจดั แสดง
ประตมิ ากรรมไวใ้ หช้ มโดยรอบ

แคว้นคอรน์ วอลล์ (Cornwall) อยทู่ างตะวนั ตกเฉียงใตข้ องประเทศองั กฤษ ขนึ้ ช่อื เรอื่ งหาดทรายและทวิ ทศั นท์ าง
ธรรมชาติท่งี ดงาม มปี ระวตั ศิ าสตรเ์ ช่ือมโยงกบั ประเพณีเคลติก (Celtic) ของชนเผา่ เคลต์ (Celt) ในสมยั โบราณ Land’s
End เป็นแหลง่ ทอ่ งเท่ยี วหนง่ึ ท่มี ชี ่ือเสียงในแควน้ คอรน์ วอลล์ ไดช้ ่ือว่าเป็นจดุ ท่ีตงั้ อยตู่ ะวนั ตกสดุ ขององั กฤษ

ทะเลเมดิเตอรเ์ รเนียน (The Mediterranean) เป็นทะเลท่อี ยรู่ ะหวา่ งทวีปยโุ รปตอนใตแ้ ละทวปี อเมรกิ าเหนอื หลาย
ประเทศมชี ายฝ่ังติดกบั ทะเลเมดเิ ตอรเ์ รเนียน เช่น สเปน อติ าลี กรซี โครเอเชยี ไซปรสั ฝร่งั เศส โมรอ็ คโค และตนู ิเซยี
สภาพอากาศดจี งึ เป็นท่นี ยิ มของนกั ท่องเท่ยี ว ทะเลเมดเิ ตอรเ์ รเนยี นเช่ือมต่อกบั มหาสมทุ รแอตแลนตกิ (the Atlantic
Ocean) ผา่ นทางชอ่ งแคบยิบรอลตาร์ (the straits of Gibraltar) ทางทิศตะวนั ตก เช่ือมตอ่ กบั ทะเลดา (the Black Sea) และ
ทะเลมารม์ ารา (the Sea of Marmara) ผา่ นชอ่ งแคบบอสฟอรสั (the Bosporus straits) และช่องแคบดารด์ าเนลส์ (the
Dardanelles straits) ทางทศิ ตะวนั ออก และยงั มีคลองสเุ อซ (the Suez Canal) เช่ือมทะเลเมดเิ ตอรเ์ รเนียนกบั ทะเลแดง
(the Red Sea)

วิลเลียม เชค็ สเปี ยร์ (William Shakespeare) (ค.ศ. 1564-1616) เป็นกวแี ละนกั ประพนั ธบ์ ทละครผยู้ ง่ิ ใหญช่ าว
องั กฤษ บทละครท่มี ชี ่ือเสียงไปท่วั โลก เช่น โรเมโอและจเู ลียต (Romeo and Juliet) เลา่ เรอื่ งราวความรกั ของหนมุ่ สาว
บนความขดั แยง้ ของสองตระกลู และลงเอยดว้ ยโศกนาฏกรรม

สเตรตฟอรด์ อัพพอน เอวอน (Stratford upon Avon) เป็นเมอื งการคา้ ท่ตี งั้ อย่รู มิ แม่นา้ เอวอน ประเทศองั กฤษ
และเป็นบา้ นเกิดของวลิ เลียม เชค็ สเปียร์ (William Shakespeare) ในแตล่ ะปีจะมีนกั ทอ่ งเท่ยี วมากกว่าหา้ ลา้ นคนเขา้
มาเท่ยี วชมเมืองนเี้ พราะช่ือเสียงของเชค็ สเปียร์

กิจกรรมการเรยี นรู้

กจิ กรรม Speaking

1. แจง้ ผลการเรยี นรทู้ ่ีคาดหวังเม่ือจบบทเรียน
- นักเรยี นรับทราบว่าในบทเรียนน้ีนกั เรียนจะได้เรียนรู้ ถอ้ ยคำ คำถาม คำตอบเก่ียวกับการขอและให้
ขอ้ มลู เกยี่ วกับการจัดการเดนิ ทาง เมื่อจบบทเรียน นักเรยี นจะตอ้ งแสดงบทบาทสมมติพูดบทสนทนาขอ
และใหข้ ้อมลู เกีย่ วกับการจัดการเดนิ ทางได้

2. นำเข้าสู่บทเรยี น
- ครชู ักชวนนักเรียนพดู คุยเก่ียวกับสถานท่ีทนี่ กั เรยี นอยากไปเย่ียมชมโดยอาจจะใชแ้ นวคำถามดังนี้
- What place do you want to visit?
- What can you do there?
etc.
(ตอบไดห้ ลากหลาย)
- นกั เรียนทำกิจกรรมที่ 1 ในหนังสือเรียน หน้า 67 โดยอ่าน the Eden Project และ Shakespeare’s
house ที่อย่ตู อนลา่ งในหน้า 67 แลว้ บอกว่าสถานท่ใี ดดที สี่ ุดสำหรบั การไปทศั นศกึ ษาของโรงเรยี น
พร้อมท้งั บอกเหตุผล เสรจ็ แล้ว นักเรยี นท่ีครสู ุ่มบอกคำตอบของตน (ตอบไดห้ ลากหลาย)

3. ฟงั บทสนทนา
- นกั เรยี นทำกจิ กรรมท่ี 2 ในหนงั สอื เรียน หนา้ 67 โดยฟงั ซีดบี ันทกึ เสียง CD 2 Track 40 โดยอ่านและ
ฟงั บทสนทนาไปพร้อม ๆ กนั แลว้ ตอบคำถาม : Which place do they want to visit? เสรจ็ แล้ว
นักเรียนทค่ี รสู มุ่ บอกคำตอบของตน แลว้ นักเรียนในห้องชว่ ยกันเฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยท้ายเล่ม)
- นกั เรยี นทำกิจกรรมที่ 3 ในหนังสือเรียน หนา้ 67 นักเรียนฟงั ซีดีบนั ทึกเสยี ง CD 2 Track 40 เปน็ คร้ังที่
2 แล้วเตมิ คำลงในชอ่ งวา่ งของบทสนทนาในกิจกรรมที่ 2 เสรจ็ แล้วนักเรียนฟังซดี บี ันทึกเสียงอีกครัง้ เพ่ือ
ตรวจสอบคำตอบต่อจากน้นั นักเรียนฟงั ซีดีบนั ทึกเสยี งทีละประโยคและพดู ตาม (ดเู ฉลยท้ายเล่ม)

4. เขา้ ใจและใชถ้ ้อยคำเก่ียวกับการขอและใหข้ ้อมูลเก่ยี วกบั การจัดการเดนิ ทาง
- นกั เรียนทำกิจกรรมท่ี 4 ในหนังสอื เรยี น หน้า 67 โดยอา่ นบทสนทนาในกิจกรรมท่ี 2 อีกคร้ัง และเติมคำใน
SPEAKING FOCUS ดว้ ยวลีที่ขีดเสน้ ใต้ เมื่อเสรจ็ แล้ว นกั เรียนท่ีครูสุ่มอา่ นคำตอบของตน แล้วนักเรียนใน
หอ้ งช่วยกันเฉลยคำตอบ (ดูเฉลยทา้ ยเล่ม)
- นกั เรยี นชว่ ยกันสรุปถอ้ ยคำพูด คำถาม คำตอบ และความหมายเกีย่ วกบั การขอและให้ข้อมูลเกยี่ วกับ
การจัดการเดนิ ทาง ครูอธิบายเพม่ิ เติมในกรณีทนี่ กั เรียนสรปุ ได้ไมช่ ดั เจน
- ครตู รวจสอบความเข้าใจโดยให้นกั เรยี นทำกิจกรรมที่ 5 ในหนังสอื เรยี น หน้า 67 ใหน้ ักเรยี นเรยี งคำที่
กำหนดให้ในขอ้ 1-5 ให้เปน็ ประโยคคำถามท่ถี ูกต้องแล้วให้นักเรยี นช่วยกนั เฉลยคำตอบ (ดูเฉลยท้ายเลม่ )
หลงั จากนน้ั ให้นักเรยี นจับคู่กันพูดถาม-ตอบเกย่ี วกบั เก่ียวกับสถานทที่ ีน่ ักเรยี นเคยเดินทางไปทัศนศึกษา
กบั โรงเรียนดว้ ยคำถามดังกล่าว

5. แสดงบทบาทสมมตใิ นการขอและให้ข้อมูลเกย่ี วกับ Eden Project
- นักเรียนทำกิจกรรมที่ 6 ในหนังสือเรียน หน้า 67 ให้นกั เรียนจบั คกู่ นั พูดบทสนทนาและแสดงบทบาท
สมมตใิ นการขอและให้ขอ้ มลู เก่ยี วกบั Eden Project ตามแนวคำพูดใน SPEAKING FOCUS เสร็จแล้ว
นักเรยี นแตล่ ะคอู่ อกมาแสดงบทบาทสมมติ

6. ประเมินผล
- ครูประเมนิ การพูดบทสนทนาในการขอและให้ข้อมลู เกยี่ วกบั Eden Project ของนักเรียนแตล่ ะคูโ่ ดยใช้
แบบประเมินการแสดงบทบาทสมมติ และใช้เกณฑผ์ ่านระดับพอใช้

กิจกรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

1. นกั เรยี นเขียนบทสนทนาเกีย่ วกบั สถานที่ที่น่าสนใจในประเทศไทยและเขียนคำถามและคำตอบเพ่ือขอและให้
ขอ้ มูลแล้วจับค่กู ันพดู บทสนทนาแสดงบทบาทสมมติ

ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรยี น FOCUS 1 หน้า 67
2. ซีดบี ันทึกเสียง
3. เครื่องเล่นซดี ี
4. สอื่ อเิ ลก็ ทรอนิกส์

- https://www.edenproject.com/eden-story
- https://www.visitcornwall.com/
- https://www.britannica.com/place/Mediterranean-Sea
- https://www.britannica.com/biography/William-Shakespeare
- https://www.bl.uk/people/william-shakespeare
- https://www.ducksters.com/biography/authors/william_shakespeare.php
- https://www.visitstratforduponavon.co.uk/
- http://www.stratford-upon-avon.co.uk/index.htm
- https://www.shakespeare.org.uk/visit/

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 6

รายวชิ า ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 2 รหัสวชิ า อ31102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ชือ่ หน่วย Education จำนวน 10 ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรียนรู้ เรือ่ ง Education เวลาเรยี น 2 ช่ัวโมง

ครผู ู้สอน นายจริ ศกั ด์ิ นิ่มมาระดี กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ

สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

หน่วยการเรียนรูน้ ีม้ ีวตั ถุประสงคใ์ หน้ กั เรียนเรียนรูค้ าศพั ท์ สานวน โครงสรา้ ง และหนา้ ท่ีทางภาษาท่ีเก่ียวขอ้ งกับ
โรงเรียน ฟังบทพูดเก่ียวกับสถานท่ีในโรงเรียน พูดขอและใหข้ อ้ มลู เก่ียวกบั การจดั การเดินทาง อ่านบทอ่านเก่ียวกับ
โรงเรียนท่มี รี ูปแบบแปลกแตกต่างจากโรงเรียนปกติ เขยี นอีเมลเลา่ เรอื่ งเกี่ยวกบั โรงเรียนแหง่ ใหม่

มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้วี ดั

สาระท่ี 1 : ภาษาเพอื่ การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/1, ต 1.1 ม.4-6/2, ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/4, ต 1.3 ม.4-6/2, ต 1.3
ม.4-6/3
สาระท่ี 2 : ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.4-6/1
สาระที่ 4 : ภาษากบั ความสมั พันธ์กบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.4-6/1

เปา้ หมายตามกรอบ CEFR:

สามารถเข้าใจบทสนทนาสัน้ ๆ ง่าย ๆ ทผี่ ู้พูดพดู อยา่ งชา้ ๆ และชดั เจน สามารถเข้าใจประเด็นสำคัญจากเรื่องส้ัน
ในหนังสือ
พิมพ์/นิตยสารที่มีสอื่ ประกอบ สามารถใชภ้ าษาในการสอบถามเกย่ี วกับข้อมูล พื้นฐานในการเดินทาง และการซื้อ
ตวั๋ สามารถบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง สามารถเขยี นข้อความงา่ ย ๆ เชน่ การเชิญ และเขยี นขอ้ ความสั้น ๆ ถึง
เพอ่ื นเพื่อให้ข่าวสารข้อมูลสว่ นตวั

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การใช้ทักษะ ใฝ่เรียนรู้ = ต้งั ใจเรยี นและแสวงหาความรจู้ าก
ชวี ิต แหลง่ เรียนรู้ท้งั ภายในและนอกหอ้ งเรียน

ทักษะ/กระบวนการ ทกั ษะการคดิ
ทักษะเฉพาะวิชา

การฟัง : หารายละเอยี ดเฉพาะ - การสงั เกต
การพูด : พูดขอและให้ข้อมูล - การวเิ คราะห์
การอา่ น : ระบใุ จความสำคญั และรายละเอยี ดสนบั สนุน - การหาแบบแผน
การเขียน : เขยี นอีเมลตอบเพื่อนเกี่ยวกบั โรงเรียนแหง่ ใหม่ - การสรปุ ยอ่
- การใหเ้ หตุผล
ความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระการเรียนรอู้ ืน่
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

เป้าหมายการเรียนร้/ู หลักฐานการเรียนร้/ู การวัดผลและประเมนิ ผล

มาตรฐานการ เป้าหมายตาม ส่ิงทตี่ ้องรแู้ ละ ผลงาน/ชนิ้ งาน การวดั ผลและ
เรียนรแู้ ละตวั ช้วี ัด กรอบ CEFR
ปฏบิ ตั ไิ ด้ ประเมินผล
ต 1.2 ม.4-6/1 สามารถเขยี น
ขอ้ ความส้นั ๆ เขียนโต้ตอบข้อมูล งานเขียนอีเมลตอบ ประเมินการเขยี น
ถงึ เพื่อนเพ่อื ให้ เกยี่ วกบั ตนเองและ เพ่อื นเก่ียวกับ โดยใช้เกณฑ์การ
ข่าวสาร
เรือ่ งต่าง ๆ ใกล้ตัว โรงเรยี นแหง่ ใหม่ ประเมินการเขยี น
ในกิจกรรมที่ 11 จดหมาย/อเี มล
หนังสอื เรียน หนา้ สว่ นตัว และใช้
69 เกณฑ์ผ่านระดับ
พอใช้

แนวการสอนภาษาเพ่ือการส่ือสาร (CLT)

Accuracy & Fluency: การเรยี นภาษาเป็นการเรียนรทู้ ี่คอ่ ยเป็นคอ่ ยไป ที่ผ้เู รียนเรียนร้จู ากการใช้ภาษาและ
จากการลองผิดลองถูกในภาษาและถงึ แม้ความผิดพลาดในการใชภ้ าษาจะเป็นเรอื่ งธรรมดาทเ่ี กิดขึ้นในการ
เรียนรูแ้ ต่เป้าหมายปลายทางของการเรียนภาษาคือการมคี วามสามารถในการใชภ้ าษาอยา่ งถูกต้องและ
เหมาะสม

ความรู้

- หนา้ ที่ภาษา
- Writing a personal email

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Conjunctions: and, but, because, so

กิจกรรมการเรียนรู้

กิจกรรม Writing
กิจกรรมก่อนเขยี น
1. แจง้ ผลการเรยี นรูท้ คี่ าดหวงั เม่ือจบบทเรียน

- นักเรยี นรบั ทราบว่าในบทเรียนนี้ นักเรยี นจะไดอ้ ่านตวั อยา่ งอีเมลสว่ นตวั และได้เรยี นรู้ประเด็น ลำดบั ความ
ถอ้ ยคำ วลี ประโยคท่อี ยู่ในประเดน็ ต่าง ๆ เม่ือจบบทเรียน นักเรยี นจะสามารถเขียนอีเมลตอบเพ่ือน
เกี่ยวกับโรงเรยี นแห่งใหม่ได้

2. นำเข้าสู่บทเรียน
- ครถู ามนักเรียนเก่ยี วกบั การเขียนอเี มลถึงเพ่ือนโดยอาจจะใชแ้ นวคำถามดังนี้
- Who often writes an email to your friends?
- What do you tell her/him about?
etc.
(ตอบไดห้ ลากหลาย)
- นกั เรียนทำกจิ กรรมที่ 1 ในหนังสอื เรยี น หนา้ 68 โดยอ่านหัวเรอื่ งทั้ง 5 รายการ แล้วให้นักเรยี นบอกว่า
รายการใดท่นี ักเรียนจะไม่เขียนลงในอีเมลถึงเพ่ือนเพอื่ เลา่ เก่ยี วกบั ขา่ วสารของโรงเรยี นแห่งใหม่ เสร็จ
แลว้ นกั เรียนทคี่ รูสุม่ บอกคำตอบของตน

3. เขา้ ใจประเดน็ ถ้อยคำ สำนวน และลำดับความในการเขยี นอีเมลส่วนตัว

- นกั เรยี นทำกิจกรรมท่ี 2 ในหนังสอื เรยี น หน้า 68 โดยอ่านอีเมลของ Jen แลว้ บอกวา่ หัวเรือ่ งใดใน 5

รายการในกจิ กรรมท่ี 2 ท่ีไม่ไดเ้ ขียนในอีเมล เม่ือนักเรียนทำเสรจ็ แลว้ นักเรยี นที่ครูสุ่มบอกคำตอบของ

ตน และนักเรยี นทั้งห้องช่วยกันเฉลยคำตอบ (ดูเฉลยทา้ ยเล่ม)

- นกั เรยี นทำกจิ กรรมท่ี 3 ในหนังสอื เรียน หน้า 68 โดยอ่านอีเมลในกิจกรรมที่ 2 อีกคร้ังแลว้ จบั คสู่ ว่ นต่าง

ๆ ของอีเมล (ข้อ A-E) กบั ประเด็นในส่วนต่าง ๆ (ข้อ 1-5) โดยให้นักเรยี นใส่ตัวอักษร A-E ลงในกรอบข้อท่ี

1-5เสรจ็ แลว้ นกั เรียนท่คี รูส่มุ บอกคำตอบของตน และใหน้ ักเรยี นท้ังห้องชว่ ยกันเฉลยคำตอบ (ดูเฉลย

ทา้ ยเล่ม)

- นกั เรยี นทำกจิ กรรมท่ี 4 ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 68 โดยเตมิ ถ้อยคำท่ีเปน็ ตัวอักษรสีมว่ งในอีเมลในกจิ กรรม

ท่ี 2 ลงในช่องวา่ งในกรอบ WRITING FOCUS เสร็จแลว้ นกั เรยี นท่ีครสู มุ่ บอกคำตอบของตน และให้

นักเรยี นท้ังห้องช่วยกันเฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยทา้ ยเล่ม)

- ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปประเดน็ ถอ้ ยคำที่อยใู่ นแต่ละประเด็น และลำดับความในการเขยี นอีเมล

ส่วนตวั วา่ จะมปี ระเด็นทส่ี ำคัญ 5 ประเด็นตามลำดบั ซึง่ ลำดบั แรกคือ greeting เปน็ คำกล่าวทักทาย

ลำดบั ท่สี องคือ asking how someone is เป็นการถามทุกขส์ ุข ลำดบั ทส่ี ามคอื giving your news เป็น

การบอกขา่ วสารของผเู้ ขยี นท่ีต้องการให้ผรู้ บั ทราบ ลำดับที่สคี่ อื asking about the other person เปน็

การถามข่าวคราวของผูร้ ับ และลำดับที่ห้าคือ signing off เปน็ ข้อความสดุ ทา้ ยถึงผู้รับ ต่อดว้ ยคำลงทา้ ย

และชื่อผเู้ ขียน และในแตล่ ะประเด็นจะมถี ้อยคำตามตวั อยา่ งใน WRITING FOCUS

- นกั เรยี นทำกจิ กรรมที่ 5 ในหนงั สือเรยี น หน้า 68 โดยเติมคำลงในช่องวา่ งของอีเมลที่กำหนด เมื่อ

นกั เรยี นทำเสร็จแล้ว นกั เรยี นทค่ี รสู ุ่มบอกคำตอบของตน และนักเรยี นท้งั ห้องช่วยกนั เฉลยคำตอบ (ดู

เฉลยทา้ ยเล่ม)

4. ทบทวนโครงสรา้ งประโยคทใ่ี ช้คำเช่อื ม and, but, so และ because

- นกั เรยี นทำกิจกรรมที่ 6 ในหนงั สอื เรียน หนา้ 69 โดยอ่านประโยคตวั อยา่ งในข้อ A-D แล้วให้เลอื ก

วงกลมลอ้ มรอบคำเชื่อมประโยคทีถ่ ูกต้องในข้อ 1-4 เสร็จแล้ว นักเรยี นทีค่ รสู มุ่ บอกคำตอบของตน และ

นกั เรยี นทงั้ ห้องชว่ ยกันเฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยทา้ ยเลม่ ) ครอู ธิบายเพมิ่ เตมิ ในกรณีทนี่ ักเรยี นยงั ทำไม่

ถูกต้องพร้อมทง้ั พูดทบทวนถึงการใชค้ ำเช่อื ม and, but, so และ because

5. เติมคำลงในข้อความสว่ นหน่ึงของอเี มล

- นกั เรยี นทำกิจกรรมที่ 7 ในหนังสือเรยี น หนา้ 69 โดยเติมคำในข้อความด้วย and, but, so และ

because เม่ือนกั เรียนทำเสรจ็ แลว้ นกั เรยี นท่ีครูส่มุ บอกคำตอบของตน และนักเรียนทั้งห้องชว่ ยกนั

เฉลยคำตอบ (ดูเฉลยท้ายเล่ม) ครอู ธบิ ายเพ่ิมเติมในกรณีท่ีนักเรยี นยังทำไม่ถูกต้อง

กิจกรรมการเขียน

1. เขยี นอเี มลตอบเพื่อนเกี่ยวกบั โรงเรียนแหง่ ใหม่

- นักเรยี นทำกิจกรรมที่ 8 ในหนงั สอื เรียน หนา้ 69 โดยสมมตติ ัวเองวา่ ได้รับอีเมลจากเพ่ือนชาวอังกฤษชื่อ

Carrie ใหน้ ักเรียนเขยี นอีเมลตอบดว้ ยความยาวประมาณ 100 คำและใช้ถ้อยคำจากกรอบ WRITING

FOCUS ในกิจกรรม

ที่ 4 ครูเดินดรู อบ ๆ ขณะนกั เรยี นทำงานเพื่อให้คำแนะนำช่วยเหลอื

กจิ กรรมหลงั เขยี น

1. ตรวจสอบความครบถว้ น

- นกั เรยี นตรวจสอบอเี มลของตนวา่ มีองค์ประกอบครบถว้ นหรือไม่ตามรายการตรวจสอบในกจิ กรรมท่ี 9 ใน

หนงั สือเรยี น หน้า 69

- นกั เรียนแลกกนั ตรวจสอบกบั คู่ของตน

- นักเรียนที่ครูสุม่ 2-3 คน อา่ นอเี มลของตนใหเ้ พ่ือนในห้องเรียนฟงั

2. ประเมินผล
- ครูประเมินการเขียนอีเมลโดยใช้เกณฑ์การประเมินการเขียนจดหมาย/อเี มลสว่ นตัว และใชเ้ กณฑผ์ ่าน
ระดับพอใช้

กิจกรรมเสริมทักษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

1. นักเรียนทำกิจกรรมท่ี 1 และ 4 ในหนังสือแบบฝึกหดั FOCUS 1 หน้า 50 หลังจากทำกิจกรรมข้อ 6 ในหนังสอื
เรียน หน้า 69

2. นกั เรยี นทำกิจกรรมที่ 2-3 ในหนงั สือแบบฝกึ หัด FOCUS 1 หนา้ 50 หลังจากทำกิจกรรมข้อ 4 ในหนังสอื
เรียน หนา้ 68

3. นกั เรียนทำกิจกรรมท่ี 5 ในหนงั สอื แบบฝกึ หดั FOCUS 1 หนา้ 50 หลังจากทำกิจกรรมขอ้ 9 ในหนงั สือเรียน
หนา้ 69

4. นักเรียนเขยี นประโยคทีถ่ ูกต้องและไมถ่ ูกต้องอยา่ งละ 2 ประโยคตามข้อความในอีเมลของ Jen ในกิจกรรม
ท่ี 2 หนังสอื เรียน หน้า 68 แล้วให้นักเรียนแตล่ ะคนอ่านประโยคให้เพื่อนในห้องฟังและตอบว่าถูกหรือผดิ
นกั เรยี นทำกิจกรรมนีห้ ลงั จากทำกิจกรรมข้อ 2 ในหนงั สือเรียน หน้า 68

สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสอื เรียน FOCUS 1 หนา้ 68-69
2. หนงั สือแบบฝึกหัด FOCUS 1 หน้า 50

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 7

รายวชิ า ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน 2 รหัสวชิ า อ31102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2
แผนการจดั การเรยี นรู้ เรอื่ ง Sport ช่ือหน่วย Sport and health จำนวน 10 ชั่วโมง
ครูผูส้ อน นายจิรศกั ด์ิ น่มิ มาระดี
เวลาเรียน 1 ชั่วโมง

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ

สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

หน่วยการเรียนรูน้ ีม้ ีวตั ถุประสงคใ์ หน้ กั เรียนเรียนรูค้ าศพั ท์ สานวน โครงสรา้ ง และหนา้ ท่ีทางภาษาท่ีเกี่ยวขอ้ งกับ
กีฬาและสขุ ภาพ ฟังบทสนทนาแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั วิชาพลศึกษา พูดขอและใหค้ าแนะนาเก่ียวกบั สขุ ภาพ อ่าน
บทอ่านเก่ียวกับนกั กีฬาพิการ ศกึ ษาคน้ ควา้ ขอ้ มลู เกี่ยวกบั วนั สาคญั ตา่ ง ๆ เพ่ือจดั นิทรรศการพรอ้ มทงั้ ตงั้ คาถามถาม
ผเู้ ขา้ รว่ มกิจกรรม และเขยี นอีเมลเลา่ เรอื่ งเก่ียวกบั กีฬา

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ัด

สาระท่ี 1 : ภาษาเพอ่ื การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/1, ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/5, ต 1.3 ม.4-6/1
สาระท่ี 2 : ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.4-6/1, ต 2.1 ม.4-6/3
สาระที่ 3 : ภาษากบั ความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่น
มาตรฐาน ต 3.1 ม.4-6/1
สาระที่ 4 : ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.4-6/1

เป้าหมายตามกรอบ CEFR:

สามารถเข้าใจบทสนทนาสั้น ๆ ที่ผู้พูดพูดอย่างช้า ๆ และชัดเจน สามารถเข้าใจประเด็นสำคัญที่อ่านที่มีส่ือ
ประกอบ สามารถถามและตอบคำถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ทผี่ า่ นมา สามารถเขยี นขอ้ ความสั้น ๆ ถงึ เพ่อื นเพ่ือให้
ขา่ วสาร

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ความสามารถในการส่ือสาร การคิด การแกป้ ัญหา มงุ่ มน่ั ในการทำงาน : นักเรียนทำกิจกรรมทไ่ี ด้รับ
การใชท้ กั ษะชีวติ การใช้เทคโนโลยี มอบหมายดว้ ยความต้ังใจใหไ้ ดผ้ ลดที ส่ี ุด

ทกั ษะ/กระบวนการ ทักษะการคดิ
ทกั ษะเฉพาะวิชา

การฟงั : ฟงั บทสนทนาและหารายละเอยี ดเฉพาะ - การสงั เกต - การใหเ้ หตผุ ล
การพดู : พูดบอกข้อมูล และพูดขอและใหข้ ้อมูล - การตีความ
การอ่าน : อา่ นบทอ่านและจับใจความ - การวเิ คราะห์
การเขียน : เขยี นอีเมลตอบเพอ่ื นเกี่ยวกบั กีฬา - การหาแบบแผน

ความสัมพันธก์ ับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่นื

สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

เป้าหมายการเรียนรู้/หลกั ฐานการเรียนรู้/การวัดผลและประเมินผล

มาตรฐานการ เป้าหมายตาม สงิ่ ที่ต้องรู้และ ผลงาน/ชน้ิ งาน การวัดผลและ
เรยี นรู้และตวั ชี้วดั กรอบ CEFR ปฏบิ ตั ิได้ ประเมนิ ผล

ต 1.3 ม. 4-6/1 สามารถบรรยาย พูดข้อมูลเกีย่ วกบั ขอ้ ความทน่ี กั เรียน ประเมนิ โดยใช้
เกี่ยวกับตนเอง ตัวเอง พูดเกย่ี วกับการเลน่ เกณฑ์ประเมินการ
ครอบครัวและ กีฬา และการดูแล พดู และใช้เกณฑ์
บุคคลอ่ืน สุขภาพในกจิ กรรม ผ่านระดบั พอใช้
ที่ 8 และ 12 ใน
หนงั สือเรยี น หน้า
73

แนวการสอนภาษาเพอ่ื การส่ือสาร (CLT)

Interaction: การเรียนรู้ภาษาที่สองจะเกิดขึ้นได้ง่ายถ้าผู้เรียนได้ปฏิสัมพันธ์หรือสื่อสารในภาษานั้นอย่างมี
ความหมาย

ความรู้

- คำศัพท์

กิจกรรม Vocabulary

- hockey (n.): a game played on ice between two teams of eleven players

who each have a curved stick with which the player tries to

put the puck (= small, hard, rubber disk) into the other team’s

goal (กีฬาฮ็อกก้ี คล้ายฟตุ บอล มีไม้ตโี คง้ เรียกว่า hockey stick ถา้ เล่น

บนสนาม เรียกวา่ field hockey ถา้ เล่นบนน้ำแข็ง เรียกวา่ ice hockey)

- karate (n.): a sport, originally from Japan, in which people fight using their

arms, legs, hands, and feet. The level of skill a person has is

shown by what colour belt they wear (คาราเต้ ศลิ ปะการป้องกนั

ตวั ของประเทศญ่ีปุ่น)

- kayaking (n.): the activity of travelling in a kayak (กจิ กรรมการเดินทางโดยใช้เรือ

คายัค)

- kung fu (n.): a Chinese method of fighting that involves using your hands

and feet and not using weapons (ศิลปะการป้องกันตวั แบบหน่งึ

ของจนี , มวยกงั ฟู, มวยจีน)

- yoga (n.): a type of exercise in which you move your body into various

positions in order to become more fit or flexible, to improve

your breathing, and to relax your mind (โยคะ)

- Zumba (n.): an exercise fitness program created by Colombian dancer and

choreographer, Zumba involves dance and aerobic

movements performed to energetic music (การเต้นซุมบา)

- หนา้ ทีภ่ าษา

- Talking about sport and health

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Verb collocations: play/go/do

CULTURE CORNER

โยคะ (Yoga) เป็นกิจกรรมการฝึกรา่ งกายและจติ ใจเพ่อื ใหเ้ กดิ สมดลุ ทางกายและใจ คาวา่ yoga หมายถงึ รวมเป็น
หน่ึง (union) โยคะถือกาเนดิ ขึน้ ในอนิ เดยี เม่ือนานนบั รอ้ ยนบั พนั ปีแลว้ ปัจจบุ นั นแี้ พรห่ ลายไปท่วั โลก การฝึกโยคะชว่ ย
ใหร้ า่ งกายมีความยืดหยนุ่ และสมาธิจากการฝึกกอ่ ใหเ้ กดิ ความสงบทางจติ

ซุมบา (Zumba) เป็นการออกกาลงั กายท่ผี สมผสานการเตน้ เขา้ กบั กจิ กรรรมแอโรบกิ เกิดขึน้ โดยบงั เอิญจากการท่ี
อลั เบอรโ์ ต เปเรซ (Alberto Perez) ผสู้ อนเตน้ เชือ้ สายโคลอมเบียลืมนาเพลงประกอบการสอนแอโรบิกมา จึงใชเ้ พลง
ละตนิ ท่มี ีติดกระเป๋ าอยเู่ ปิดสอนแทนแลว้ ออกแบบทา่ เตน้ ใหมใ่ หผ้ เู้ รียนในชนั้ เตน้ ตาม จึงเกดิ เป็นซุมบาขนึ้ มาและกลาย
เป็นท่นี ิยมในชนั้ ออกกาลงั กายฟิตเนสท่วั ไป

กิจกรรมการเรยี นรู้

กจิ กรรม Vocabulary

1. แจ้งผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวังเมื่อจบบทเรียน
- นักเรยี นรบั ทราบวา่ ในบทเรยี นนี้นักเรียนจะไดเ้ รียนรคู้ ำศพั ท์เก่ียวกับกีฬาและสขุ ภาพ เมื่อจบบทเรียน
นกั เรยี นสามารถพดู บอกเก่ียวกบั การเลน่ กีฬาและการดูแลสุขภาพของตนเองได้

2. นำเข้าสู่บทเรยี น
- ครูถามนักเรยี นเกีย่ วกบั กีฬาท่ีชอบและการออกกำลังกายโดยใชแ้ นวคำถามดังนี้
- What is your favourite sports?
- How often do you do exercises?
- Why should people do exercises?
etc.
- นักเรียนทำกิจกรรมที่ 1 ในหนังสือเรียน หน้า 72 โดยเขียนเตมิ ชอื่ กีฬาลงในตารางตามหวั ขอ้ ที่อยู่ซ้ายมือ
ให้มากทส่ี ุดเท่าที่จะทำได้ภายในเวลา 60 วินาที เมอ่ื นักเรียนทำเสรจ็ แล้วนกั เรยี นท่ีครูสุม่ บางคนอา่ น
คำศัพท์ที่เติมใหเ้ พือ่ นฟงั ส่วนคนลำดบั ตอ่ ไปอ่านเฉพาะคำท่ีไม่ซ้ำกับเพอื่ น
- นกั เรียนทำกจิ กรรมที่ 2 ในหนังสือเรยี น หน้า 72 โดยจับคู่ ผลดั กนั พูดถาม-ตอบวา่ ชอบหรอื ไมช่ อบกีฬา
อะไรท่ีอยู่ในตารางกจิ กรรมที่ 1 เสรจ็ แล้ว นกั เรียนทีค่ รูสมุ่ บอกคำตอบของตน

3. เขา้ ใจและใชค้ ำศัพท์เกยี่ วกับกีฬา
- นักเรียนทำกจิ กรรมท่ี 3 ในหนังสอื เรียน หน้า 72 โดยดูรปู ภาพของ Harry, Luke และSally แลว้ บอกว่า
แต่ละคนชอบกีฬาอะไรโดยเลือกคำศัพท์ที่อยู่ในกรอบใหส้ มั พนั ธก์ บั รูปภาพ และให้นกั เรยี นทัง้ ห้อง
ชว่ ยกันเฉลยคำตอบ (ดูเฉลยท้ายเลม่ ) ครใู หน้ ักเรยี นชว่ ยกันสรุปความหมายของคำศัพท์ที่เหลืออยู่ใน
กรอบ ครูอธบิ ายเพ่ิมเตมิ ในกรณที ่ีนกั เรยี นตอบไดไ้ ม่ชดั เจน
- นกั เรยี นทำกิจกรรมท่ี 4 ในหนังสอื เรยี น หนา้ 72 โดยดูรปู สญั ลักษณท์ ่ีอยใู่ นแตล่ ะรูปภาพในกจิ กรรมที่ 3
และเดาว่ากีฬาอนื่ ๆ ที่ Harry, Luke และ Sally ชอบคืออะไรพร้อมทั้งเตมิ คำลงในช่องวา่ ง เม่อื เสร็จ
แลว้ นกั เรยี นที่ครสู มุ่ บอกคำตอบของตน แล้วใหน้ กั เรียนช่วยกันเฉลยคำตอบ (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ ) ครูให้
นกั เรียนช่วยกันสรุปความหมายของคำศัพท์ท่เี ตมิ ครูอธิบายเพิ่มเติมในกรณที ีน่ ักเรียนตอบได้ไม่ชัดเจน
- นักเรยี นทำกิจกรรมที่ 5 ในหนงั สอื เรียน หน้า 72 โดยอา่ นและทำความเขา้ ใจประโยคท่ี 1-8 ไวล้ ่วงหน้า
ครเู ปิดซีดบี นั ทึกเสียง CD 3 Track 1 ให้นกั เรียนฟงั แลว้ เติมชอ่ื Harry, Luke หรอื Sally ลงในช่องว่าง
เสรจ็ แลว้ ครูเปิดซีดีให้นักเรยี นฟงั อีกครัง้ เพื่อเป็นการตรวจสอบคำตอบ ครูให้นักเรียนชว่ ยกันเดาและ
สรปุ ความหมายของวลีทีพ่ ิมพ์ด้วยหมึกสีแดงและขดี เสน้ ใต้ ครูอธบิ ายเพมิ่ เติมในกรณีที่นักเรียนตอบได้
ไม่ชัดเจน

- นักเรยี นทำกจิ กรรมท่ี 6 ในหนังสอื เรียน หนา้ 73 โดยนำคำศพั ท์กฬี าในกจิ กรรมที่ 1 และ 3 ไปเติมลงใน
ช่องวา่ งใน WORD STORE 6A หนา้ 140 ท่ีได้กำหนดพยญั ชนะต้นของคำศพั ทไ์ ว้ให้ เม่ือนกั เรียนทำเสรจ็
แลว้ ครูเปดิ ซดี ีบันทึก
เสยี ง CD 3 Track 2 ให้นกั เรยี นฟงั เพื่อเปน็ การตรวจสอบคำตอบและพูดตาม ครยู ้ำวา่ คำเหลา่ นี้เป็น
Collocations ต้องใช้ร่วมกันจะใชค้ ำอื่นแทนไม่ได้แม้วา่ คำท่ใี ช้แทนจะมีความหมายเหมอื นกนั หรือ
ใกล้เคยี งกันก็ตาม

- นกั เรียนทำกิจกรรมท่ี 7 ในหนงั สือเรียน หน้า 73 โดยนำวลที ี่พมิ พด์ ้วยหมึกสแี ดงในกิจกรรมท่ี 5 ไปเตมิ
ลงในชอ่ งวา่ งใน WORD STORE 6B หน้า 140 ดว้ ยคำว่า go, play และ do เมื่อนักเรยี นทำเสรจ็ แล้ว ครู
เปดิ ซีดบี ันทกึ เสียง CD 3 Track 3 ใหน้ กั เรยี นฟังเพ่ือเป็นการตรวจสอบคำตอบและพดู ตาม ครูย้ำว่าคำ
เหลา่ น้ีเปน็ Collocations ตอ้ งใชร้ ว่ มกนั จะใชค้ ำอ่ืนแทนไม่ได้แมว้ า่ คำท่ีใช้แทนจะมีความหมาย
เหมอื นกนั หรือใกลเ้ คยี งกนั ก็ตาม ครสู รปุ เพ่ิมเติมวา่ โดยทวั่ ไป go จะใชก้ บั กีฬาหรือกิจกรรมที่ลงท้าย
ดว้ ย -ing ซ่งึ คำกรยิ า go จะส่ือถึงว่าไปที่ไหนสกั แห่งเพื่อเล่นกีฬานี้ และ do ใช้กับกีฬาหรอื กิจกรรม
สนั ทนาการท่เี ล่นเพอื่ พกั ผ่อน กฬี าท่ีเลน่ ไดเ้ พยี งลำพัง ไม่ต้องเลน่ เปน็ ทีม กีฬาท่ีไม่ใชล้ ูกบอลกจิ กรรม
หรือกีฬาที่เหมือนเปน็ ศิลปะการตอ่ สู้ และโดยท่วั ไป play จะใชก้ ับกีฬาท่ีเล่นเป็นทมี มีกฎ กตกิ า เกม
และกีฬาทใ่ี ชล้ ูกบอล

- นกั เรยี นทำกิจกรรมที่ 9 ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 73 ใหน้ ักเรยี นนำวลีที่ขดี เส้นใตใ้ นกิจกรรมท่ี 5 ไปเติมลง
ในช่องวา่ งใน WORD STORE 6C หนา้ 140 เมื่อนักเรยี นทำเสรจ็ แล้วครูเปดิ ซดี บี ันทกึ เสยี ง CD 3 Track
4 ให้นกั เรยี นฟงั เพ่ือเป็นการตรวจสอบคำตอบและพดู ตาม ครยู ำ้ ว่าคำเหล่าน้ีเปน็ Collocations ต้องใช้
ร่วมกนั จะใชค้ ำอืน่ แทนไม่ไดแ้ ม้วา่ คำทีใ่ ช้แทนจะมีความหมายเหมือนกันหรอื ใกลเ้ คียงกันก็ตาม

- นกั เรยี นทำกิจกรรมที่ 10 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 73 โดยนำคำใน WORD STORE 6C หนา้ 140 มาเตมิ
คำในประโยคข้อ 2-6 ให้สอดคล้องกัน เม่ือนักเรยี นทำเสร็จแล้ว นักเรยี นที่ครสู มุ่ บอกคำตอบของตน และ
ให้นักเรียนทั้งห้องช่วยกนั เฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยทา้ ยเล่ม) ครอู ธบิ ายเพมิ่ เติมในกรณีท่ีนักเรยี นยงั ทำไม่
ถกู ต้อง

4. พูดเก่ยี วกบั การเลน่ กีฬา
- นกั เรียนทำกจิ กรรมที่ 8 ในหนังสอื เรียน หน้า 73 โดยจับคแู่ ละดำเนนิ การตามขนั้ ตอนคอื ข้ันตอนแรก
ใหน้ ักเรียนเขยี นรายชื่อกีฬาท่ีนกั เรียนและเพื่อนเล่นอยา่ งน้อย 6 ช่อื ขน้ั ตอนต่อไป ให้นกั เรยี นใชก้ ริยา
do, go and play กับกฬี าดังกลา่ ว ขั้นตอนสดุ ท้าย ให้นักเรียนผลดั กันพูดให้คู่ฟังเกีย่ วกับการเลน่ กฬี า
เหล่าน้นั วา่ นักเรียนเล่นเมือ่ ไรกบั ใครตามแนวประโยคตัวอย่าง: In winter I go skiing with my family.
I play tennis with my friend Daniel on Mondays.
- นักเรียนที่ครสู ุ่ม 3-4 คน พูดเกย่ี วกบั การเลน่ กีฬาใหเ้ พื่อนในหอ้ งฟัง

5. พูดเกย่ี วกบั สุขภาพ
- นักเรยี นทำกิจกรรมที่ 11 ในหนงั สือเรยี น หนา้ 73 โดยเติมคำในข้อความ Exams and your Health
ด้วยคำหน่งึ คำต่อหน่ึงชอ่ งวา่ งโดยใช้คำท่อี ย่ใู น WORD STORE 6B และ WORD STORE 6C เม่ือ
นกั เรยี นทำเสร็จแล้ว นักเรียนทคี่ รสู มุ่ บอกคำตอบของตน และใหน้ ักเรยี นท้ังหอ้ งช่วยกันเฉลยคำตอบ (ดู
เฉลยท้ายเลม่ ) ครูอธิบายเพิ่มเติมในกรณที น่ี ักเรยี นยังทำไม่ถูกต้อง
- นักเรยี นทำกจิ กรรมท่ี 12 ในหนงั สือเรียน หน้า 73 โดยหาส่งิ ตอ่ ไปนี้ทอี่ ยู่ในข้อความในกิจกรรมที่ 11 คือ
สิง่ แรก – สองอย่างทีน่ ักเรยี นไดท้ ำแลว้ (เชน่ I have a healthy diet. เป็นตน้ ) สิง่ ท่สี อง – สองอยา่ งท่ี
นักเรยี นอยากทำ (เช่น I’d like to do more exercise. เป็นต้น)
- นกั เรยี นท่คี รสู ุม่ 3-4 คน พูดเกยี่ วกบั สุขภาพใหเ้ พ่ือนในห้องฟัง

6. ประเมนิ ผล
- ครูประเมินการพูดเกยี่ วกบั การเลน่ กฬี าโดยใช้เกณฑ์การปะเมนิ การพดู และใช้เกณฑ์ผา่ นระดับพอใช้
- ครูประเมินผลการพูดเกี่ยวกับสุขภาพโดยใช้เกณฑก์ ารประเมินการพูด และใช้เกณฑ์ผ่านระดบั พอใช้

กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณท์ างภาษา

1. นักเรยี นทำกิจกรรมที่ 1 ในหนงั สอื แบบฝึกหัด FOCUS 1 หนา้ 53 หลงั จากทำกิจกรรมที่ 3 ในหนังสือเรียน
หนา้ 72

2. นักเรียนทำกิจกรรมที่ 2 และ 3 ในหนังสือแบบฝึกหัด FOCUS 1 หน้า 53 หลังจากทำกจิ กรรมท่ี 7 ในหนังสือ
เรยี น หน้า 73

3. นกั เรยี นทำกจิ กรรมท่ี 4 ในหนงั สอื แบบฝึกหัด FOCUS 1 หนา้ 54 หลังจากทำกิจกรรมขอ้ 10 ในหนังสือ
เรยี น หนา้ 73

4. นกั เรียนทำกิจกรรมที่ 5, 6 และ 7 ในหนังสือแบบฝกึ หัด FOCUS 1 หนา้ 54 หลงั จากทำกิจกรรมขอ้ 12 ใน
หนังสือเรียน หน้า 73

5. นกั เรยี นทำกิจกรรม Photocopiable resource 31: Sports crossword ในคมู่ อื ครู หนา้ 450 หลงั จากทำ
กิจกรรมข้อ 3 ในหนังสือเรียน หน้า 72
จดุ ประสงค์ : เพื่อฝึกคำทเี่ กีย่ วกบั กีฬา
ผ้ทู ำกิจกรรม : นกั เรียนจบั คู่
ประเภทกิจกรรม : ปรศิ นาอักษรไขว้และทายปัญหา
เวลา : 15 นาที
วสั ดุอปุ กรณ์ : ใบงานสำหรบั นักเรยี นแตล่ ะคน (A หรือ B)
ข้นั ตอนการทำกิจกรรม
1. นกั เรยี นจบั คู่ A และ B และแจกใบงานใหน้ ักเรียนคนละ 1 แผน่ ใหต้ รงชอื่ ใบงานและบอกไมใ่ หน้ ักเรยี นดู
ใบงานของคู่
2. นกั เรียนดูที่ภาพในใบงานท่ีตนได้รับและแตล่ ะคนจะเตมิ คำในสว่ น crossword ในใบงานที่ตนได้รับ อธิบาย
ให้นกั เรยี นฟงั วา่ นกั เรยี นแตล่ ะคนจะมแี ค่คำแนะในการเติมใน crossword บางส่วนเท่านัน้ สว่ นทีเ่ หลือ
ตอ้ งหาจากคู่ของตน
3. นกั เรียนทำงานเป็นคู่ ใหน้ กั เรียนผลดั กันใบห้ รอื ให้คำจำกัดความกีฬาในส่วนท่ีเหลือ เพอ่ื วา่ คู่ของตน
สามารถเตมิ crossword ในส่วนทีเ่ หลอื ได้ แตห่ า้ มบอกเปน็ คำตรง ๆ
4. นกั เรยี นตรวจสอบคำตอบกับเพื่อนในห้องเรยี น
เฉลยคำตอบ
Across: 1 kayaking 5 volleyball 6 ice skating 7 skiing 8 swimming 9 football
Down: 1 karate 2 badminton 3 jogging 4 tennis

6. ให้นักเรยี นทำกิจกรรม Photocopiable resource 54: Test yourself pairwork activities
(Vocabulary, Lesson 6.1) ในคู่มือครู หน้า 478 หลงั จากทำกิจกรรมข้อ 10 ในหนงั สือเรียน หนา้ 73
จดุ ประสงค์ : เพื่อฝึกคำศัพท์และไวยากรณ์จากทีเ่ รียนจากบทเรยี น
ผ้ทู ำกจิ กรรม : นกั เรียนจบั ค่กู นั
ประเภทกจิ กรรม : เติมคำในช่องว่างและแลกเปล่ียนขอ้ มูล
เวลา : 10 + 10 นาที
วัสดอุ ุปกรณ์ : ใบงานสำหรับนกั เรยี นแต่ละคน (A หรือ B)
ขน้ั ตอนการทำกจิ กรรม
1. นกั เรียนจับคู่
2. แจกใบงานใหน้ กั เรียนคนละ 1 แผ่น
3. อธบิ ายใหน้ กั เรียนฟังว่านักเรียนควรจะเตมิ คำให้สมบรู ณ์ทำดว้ ยตวั เอง
4. ให้แตล่ ะคู่แลกเปลี่ยนกันตรวจสอบคำตอบ

7. หลังจากทำกิจกรรมข้อ 5 ในหนังสอื เรยี น หนา้ 73 นกั เรียนจับคู่กันเขยี นประโยคโดยใชว้ ลที ข่ี ีดเสน้ ใตใ้ น
กจิ กรรมที่ 5 ดังตวั อยา่ งต่อไปนี้
- My brother takes part in lots of skiing competitions.

เมื่อเสร็จแล้ว นกั เรยี นที่ครูสมุ่ อา่ นประโยคให้เพื่อนในห้องเรียนฟงั

สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสอื เรยี น FOCUS 1 หน้า 72-73
2. หนังสอื แบบฝึกหดั FOCUS 1 หน้า 53-54
3. กิจกรรม Photocopiable resource 31: Sports crossword และ Photocopiable resource 54: Test

yourself pairwork activities ในคู่มือครู หน้า 450, 478
4. ซีดีบันทึกเสยี ง
5. เครือ่ งเลน่ ซดี ี
6. สื่ออิเล็กทรอนิกส์

- https://www.everythingyoga.com/what-is-yoga.htm
- https://www.naturalbalancefoods.co.uk/community/fitness/what-is-zumba/

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 8

รายวชิ า ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน 2 รหัสวชิ า อ31102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2
แผนการจดั การเรยี นรู้ เรอื่ ง Sport ช่ือหน่วย Sport and health จำนวน 10 ชั่วโมง
ครูผูส้ อน นายจิรศกั ด์ิ น่มิ มาระดี
เวลาเรียน 1 ชั่วโมง

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ

สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

หน่วยการเรียนรูน้ ีม้ ีวตั ถุประสงคใ์ หน้ กั เรียนเรียนรูค้ าศพั ท์ สานวน โครงสรา้ ง และหนา้ ท่ีทางภาษาท่ีเกี่ยวขอ้ งกับ
กีฬาและสขุ ภาพ ฟังบทสนทนาแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั วิชาพลศึกษา พูดขอและใหค้ าแนะนาเก่ียวกบั สขุ ภาพ อ่าน
บทอ่านเก่ียวกับนกั กีฬาพิการ ศกึ ษาคน้ ควา้ ขอ้ มลู เกี่ยวกบั วนั สาคญั ตา่ ง ๆ เพ่ือจดั นิทรรศการพรอ้ มทงั้ ตงั้ คาถามถาม
ผเู้ ขา้ รว่ มกิจกรรม และเขยี นอีเมลเลา่ เรอื่ งเก่ียวกบั กีฬา

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ัด

สาระท่ี 1 : ภาษาเพอ่ื การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/1, ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/5, ต 1.3 ม.4-6/1
สาระท่ี 2 : ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.4-6/1, ต 2.1 ม.4-6/3
สาระที่ 3 : ภาษากบั ความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่น
มาตรฐาน ต 3.1 ม.4-6/1
สาระที่ 4 : ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.4-6/1

เป้าหมายตามกรอบ CEFR:

สามารถเข้าใจบทสนทนาสั้น ๆ ที่ผู้พูดพูดอย่างช้า ๆ และชัดเจน สามารถเข้าใจประเด็นสำคัญที่อ่านที่มีส่ือ
ประกอบ สามารถถามและตอบคำถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ทผี่ า่ นมา สามารถเขยี นขอ้ ความสั้น ๆ ถงึ เพ่อื นเพ่ือให้
ขา่ วสาร

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ความสามารถในการส่ือสาร การคิด การแกป้ ัญหา มงุ่ มน่ั ในการทำงาน : นักเรียนทำกิจกรรมทไ่ี ด้รับ
การใชท้ กั ษะชีวติ การใช้เทคโนโลยี มอบหมายดว้ ยความต้ังใจใหไ้ ดผ้ ลดที ส่ี ุด

ทกั ษะ/กระบวนการ ทักษะการคดิ
ทกั ษะเฉพาะวิชา

การฟงั : ฟงั บทสนทนาและหารายละเอยี ดเฉพาะ - การสงั เกต - การใหเ้ หตผุ ล
การพดู : พูดบอกข้อมูล และพูดขอและใหข้ ้อมูล - การตีความ
การอ่าน : อา่ นบทอ่านและจับใจความ - การวเิ คราะห์
การเขียน : เขยี นอีเมลตอบเพอ่ื นเกี่ยวกบั กีฬา - การหาแบบแผน

ความสัมพันธก์ ับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่นื

สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

เป้าหมายการเรียนรู้/หลกั ฐานการเรียนรู้/การวัดผลและประเมินผล

มาตรฐานการ เปา้ หมายตาม ส่ิงท่ตี ้องรแู้ ละ ผลงาน/ชิน้ งาน การวัดผลและ
เรียนรแู้ ละตัวชี้วัด กรอบ CEFR ปฏิบัตไิ ด้ ประเมินผล
งานเขยี นบอก
ต 1.3 ม.4-6/1 สามารถเขียน เขียนนำเสนอ เหตุการณท์ ี่ตนเอง ประเมินการเขยี น
เกี่ยวกับตวั เองโดย ข้อมูลเกย่ี วกบั ทำในอดีตใน โดยใช้เกณฑ์การ
ใช้ภาษางา่ ย ๆ ตนเอง Worksheet 9 ประเมนิ การเขยี น
และใชเ้ กณฑ์ผา่ น
ระดับพอใช้

แนวการสอนภาษาเพ่อื การสอื่ สาร (CLT)

Language Discovery/Analysis/Reflection: การเรียนภาษาเกิดจากการทำกิจกรรมการเรียนรู้แบบ
อุปนัย (inductive learning) คือผ่านกระบวนการค้นพบกฎและรูปแบบของภาษาด้วยตนเอง และจากกิจกรรม
การเรยี นรทู้ ส่ี อนกฎและรูปแบบของภาษา (deductive learning)

ความรู้

- คำศพั ท์

กจิ กรรม Grammar

- passion (n.): very strong feeling, especially of anger or love (ความหลงใหล)

- glacier (n.): a large mass of ice that moves slowly (ธารน้ำแขง็ )

- paraglide (v.): to jump from an aircraft or off a hill or tall building while

wearing a special parachute which allows them to control the

way they float to the ground (โดดร่ม)

- paraglider (n.): a modified parachute used for paragliding (ร่มร่อน)

- glider (n.): a light aircraft that is designed to fly for long periods without

using an engine (เครื่องร่อน)

- rescue (v.): to help someone or something out of a dangerous, harmful, or

unpleasant situation (กู้ภัย, ช่วยชวี ติ )

- หน้าท่ีภาษา

- Talking about activities and events that happened in the past

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์

Past Simple: affirmatives
CULTURE CORNER

การาโกรัม (Karakoram) คอื แนวเทอื กเขาท่ที อดยาวผ่านอนิ เดยี ปากีสถาน และจนี เทอื กเขานมี้ ีภเู ขาหลายลกู ท่ี
สงู กว่า 8,000 เมตร เคทู (K2) ซง่ึ เป็นยอดเขาท่สี งู สดุ เป็นอนั ดบั สองของโลกรองจากยอดเขาเอเวอรเ์ รส (Everest) ก็เป็น
สว่ นหนง่ึ ของแนวเทือกเขานี้ Karakoram หมายถงึ กรวดสดี า (black gravel) แนวเขานขี้ รุขระและมปี ระชากรอย่อู าศยั
เบาบางมาก

กจิ กรรมการเรียนรู้

กิจกรรม Grammar

1. แจง้ ผลการเรยี นรู้ทีค่ าดหวังเมื่อจบบทเรยี น
- นักเรยี นรับทราบวา่ ในบทเรยี นนน้ี ักเรียนจะได้เรียนรู้การใช้ Past Simple เม่อื จบบทเรยี น นักเรียน
จะต้องพูดบอกสิ่งทที่ ำในวนั หยุดสดุ สปั ดาห์ที่ผ่านมาของตนเองได้

2. นำเขา้ ส่บู ทเรยี น
- ครถู ามนักเรยี นถึงเหตุการณ์ท่ีนา่ ต่ืนเตน้ โดยอาจจะใช้แนวคำถามดังน้ี
- Do you like exciting events? Why?
- Can you tell me about the exciting events?
(ตอบไดห้ ลากหลาย)
- นกั เรยี นทำกิจกรรมท่ี 1 ในหนังสอื เรียน หน้า 74 โดยอา่ นสว่ นแรกของบทอ่านในหวั ข้อ Passion or
Madness? แล้วตอบคำถาม: Who was the first person to climb Trango Towers? เสรจ็ แลว้
นกั เรยี นท่ีครูสมุ่ บอกคำตอบของตน แลว้ ใหน้ ักเรียนท้งั ห้องชว่ ยกันเฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยทา้ ยเลม่ )

3. เข้าใจและใช้ Past Simple
- นักเรยี นทำกิจกรรมท่ี 2 ในหนังสอื เรยี น หนา้ 74 โดยอ่านคำอธิบาย Past Simple: regular verbs ใน
GRAMMAR FOCUS 1 แล้วดคู ำกรยิ าในรูป Past Simple ทพ่ี มิ พ์ดว้ ยหมกึ สีฟ้าในบทอา่ นในหวั ข้อ
Passion or Madness? ไปเติมลงในชอ่ งว่างข้อ 2-11 เมื่อนักเรียนทำเสร็จ นักเรยี นทคี่ รสู ุ่มบอกคำตอบ
ของตน แลว้ ให้นักเรียนทง้ั ห้องชว่ ยกนั เฉลยคำตอบ (ดูเฉลยทา้ ยเล่ม) แลว้ ช่วยกันสรุปกริยาในรปู Past
Simple ท่เี ป็นไปตามกฎเกณฑ์ หรือเตมิ -ed วา่ สว่ นใหญเ่ ตมิ -ed ถ้ากรยิ านัน้ ลงท้ายด้วย -e ให้เติม -d
ถ้ากริยาน้ันลงท้ายด้วย -y ใหเ้ ปลี่ยน y เป็น i แลว้ เติม
-ed ถ้ากริยานน้ั มีสระตัวเดยี วตัวสะกดตัวเดยี วใหเ้ พ่ิมตัวสะกดอีกหนึ่งตัวก่อนเตมิ -ed
- นักเรยี นทำกิจกรรมที่ 3 ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 74 โดยฟังการออกเสยี งทา้ ยคำของคำกริยาท่ีเติม -ed ใน
กิจกรรมท่ี 2 โดยครเู ปิดซีดีบันทกึ เสียง CD 3 Track 5 ให้นักเรยี นฟังแล้ว ใหน้ ักเรยี นเขยี นคำกรยิ าท่ีออก
เสยี งท้ายคำในคอลัมน์ที่ออกเสยี งเหมือนกนั (ตามหัวคอลัมน์) จากนั้นนักเรยี นทำกิจกรรมท่ี 4 โดยครู
เปิดซดี บี ันทกึ เสยี ง CD 3 Track 6 ให้นกั เรียนฟัง แลว้ ตรวจสอบคำตอบที่นักเรียนทำในกิจกรรมท่ี 3 และ
พดู ตาม แล้วชว่ ยกนั สรุปออกเสียงทา้ ยคำของคำกริยาท่ีเตมิ -ed มกี ารออกเสียง 3 แบบคอื 1. ลงทา้ ย
ดว้ ยเสยี งกอ้ ง (b, g, h, j, l, m, n, r, v, w, y, z) เมอื่ เตมิ
-ed ออกเสยี งเปน็ ด 2. ลงทา้ ยด้วยเสยี งไมก่ ้อง (c, f, k, p, s, x, ch, sh) เม่ือเตมิ -ed ออกเปน็ ท และ
3. ลงท้ายดว้ ย t หรือ d เมื่อเตมิ -ed ออกเสยี งเป็น ถิด หรือ ดิด
- นักเรยี นทำกจิ กรรมท่ี 5 ในหนังสอื เรียน หนา้ 74 โดยอา่ นคำอธิบาย Past Simple: irregular verbs
ใน GRAMMAR FOCUS 2 แล้วดคู ำกริยาในรปู Past Simple ทข่ี ดี เส้นใตใ้ นบทอา่ นในหัวขอ้ Passion
or Madness? ไปเตมิ ลงในชอ่ งวา่ งข้อ 2-7 เม่ือนกั เรยี นทำเสรจ็ ครูเปิดซีดีบันทึกเสียง CD 3 Track 7
เพือ่ เป็นการตรวจสอบและให้นักเรยี นพดู ตาม
- นกั เรยี นดูตัวอย่างเพิ่มเติมใน GRAMMAR FOCUS ข้อ 6.2 ในหนังสือเรยี น หน้า 116 และช่วยกันสรปุ วา่
เราใชก้ ริยารปู Past simple กับเหตุการณห์ รอื กจิ กรรมในอดีต และทำกจิ กรรมที่ 1 ในหนังสอื แบบเรียน
หนา้ 116 โดยเขยี นกรยิ าที่กำหนด ให้อยใู่ นรูป Past Simple แล้วทำกิจกรรมที่ 2 โดยเขียนกรยิ าที่
กำหนดในแต่ละประโยคใหอ้ ยู่ในรูป Past Simple และกจิ กรรมที่ 3 ในหน้าเดียวกนั ให้นกั เรยี นเลือก
กริยาในกรอบไปเตมิ ช่องว่างในประโยคให้อยู่ในรปู Past Simple และให้สอดคลอ้ งกบั ข้อความใน
ประโยค
- ครูตรวจสอบความเขา้ ใจในการใช้กริยาในรปู Past Simple โดยให้นกั เรยี นทำกจิ กรรมที่ 6 ในหนังสือ
เรียน หน้า 74 โดยนำกริยาที่อยู่ในกรอบไปเติมลงในประโยคข้อ 2-7 ให้อยู่ในรูป Past Simple โดยให้
สอดคล้องกับข้อความในประโยค เสร็จแล้ว นักเรยี นท่คี รสู ุ่มบอกคำตอบของตน แล้วใหน้ กั เรียนทัง้ ห้อง
ชว่ ยกนั เฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยทา้ ยเลม่ )

- นกั เรียนทำกิจกรรมท่ี 7 ในหนังสอื เรยี น หนา้ 74 โดยอ่านส่วนที่สองของของบทอ่านในหัวข้อ Passion or
Madness? ซึง่ เป็นเรอื่ งราวของ Minamiura แลว้ เขยี นเติมกริยาในชอ่ งวา่ งดว้ ยรปู Past simple ของ
กริยาทีก่ ำหนดในวงเลบ็ เสร็จแลว้ นักเรียนท่ีครูสมุ่ บอกคำตอบของตน แลว้ ใหน้ ักเรยี นท้ังห้องช่วยกนั เฉลย
คำตอบ (ดูเฉลยทา้ ยเล่ม) ครูอธิบายเพม่ิ เติมกรณีท่นี กั เรียนยังทำไม่ถูกตอ้ ง

4. เขียนบรรยายเหตุการณ์ในอดีต
- นักเรยี นทำกจิ กรรมที่ 2 ในหนงั สือแบบฝึกหดั FOCUS 1 หน้า 55 (ครูทำสำเนาถ้านกั เรยี นไมม่ หี นงั สือ
แบบฝึกหดั ) โดยเติมกริยาในช่องวา่ งด้วยรูป Past simple ของกริยาท่ีกำหนดในวงเล็บเพ่ือบอกการ
กระทำของผู้เลา่ ในวันอาทิตย์ท่ผี ่านมา เมื่อนกั เรียนทำเสรจ็ นกั เรยี นที่ครสู ุ่มบางคนอ่านประโยคใหเ้ พ่ือน
ในห้องฟัง
- นักเรยี นเขยี นบรรยายเหตุการณข์ องตนเองในวนั อาทิตย์ท่ีผา่ นมาตามคำส่งั ใน Worksheet 9 โดยใช้
ข้อความในกจิ กรรมที่ 2 ในหนงั สือแบบฝึกหัด หน้า 55 เป็นแนวทาง เมื่อนกั เรยี นทำเสรจ็ นกั เรียนทีค่ รู
สมุ่ 4-5 คน อ่านข้อความของตนให้เพ่ือนในห้องฟงั

5. ประเมินผล
- ครูประเมนิ การเขยี นเล่าเร่ืองเหตกุ ารณใ์ นอดีตตามคำสั่งใน Worksheet 9 ถกู ต้อง โดยใช้เกณฑ์การ
ประเมนิ การเขยี น และใชเ้ กณฑ์ผา่ นระดบั พอใช้

กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณท์ างภาษา

1. นกั เรียนทำกิจกรรมท่ี 1, 3-6 ในหนงั สอื แบบฝึกหดั FOCUS 1 หน้า 55 หลงั จากทำกจิ กรรมใน Worksheet

9

2. นักเรยี นทำกจิ กรรม Photocopiable resource 54: Test yourself pairwork activities (Grammar,

Lesson 6.2) ในคู่มือครู หนา้ 479 หลงั จากทำกิจกรรมขอ้ 5 ในหนังสือเรียน หน้า 78

จดุ ประสงค์ : เพอ่ื ฝึกคำศัพท์และไวยากรณ์จากทีเ่ รยี นจากบทเรียน

ผู้ทำกิจกรรม : นกั เรยี นจบั คู่กัน

ประเภทกจิ กรรม : เติมคำในช่องวา่ งและแลกเปลี่ยนขอ้ มูล

เวลา : 10 + 10 นาที

วัสดอุ ุปกรณ์ : ใบงานสำหรับนักเรียนแต่ละคน (A หรือ B)

ขน้ั ตอนการทำกิจกรรม

1. นักเรยี นจับคู่

2. แจกใบงานใหน้ ักเรยี นคนละ 1 แผ่น

3. อธบิ ายให้นกั เรียนฟงั ว่า นกั เรียนควรจะเติมคำให้สมบรู ณ์และทำด้วยตวั เอง

4. นักเรยี นแต่ละคแู่ ลกเปลีย่ นกันตรวจสอบคำตอบ

3. นักเรียนทำกจิ กรรม Photocopiable Resource 32: Passion or madness? ในค่มู อื ครู หน้า 451

หลงั จากทำกจิ กรรมข้อ 7 ในหนงั สอื เรียน หน้า 74

จุดประสงค์: เพอ่ื ฝึกกรยิ าในรูป regular และ irregular ของ Past simple

ผ้ทู ำกิจกรรม: รายบคุ คล

ประเภทกจิ กรรม: เติมคำให้สมบูรณ์

เวลา: 10 นาที

วัสดอุ ุปกรณ์: ใบงานสำหรบั นักเรียนแต่ละคน

ขั้นตอนการทำกจิ กรรม

1. บอกนักเรยี นว่าจะให้นักเรียนทำงานเป็นรายบุคคลและแจกใบงานใหน้ ักเรยี นคนละ 1 แผ่น

2. บอกนักเรยี นว่าส่วนทีข่ าดหายในขอ้ ความในใบงานนนั้ เปน็ คำกรยิ าในรูป Past simple ซึ่งนักเรียนต้อง

เตมิ คำในช่องว่างเหล่านั้นโดยเปลี่ยนคำกรยิ าที่กำหนดมาให้ในวงเล็บในรูป Past simple (regular หรือ

irregular verbs) กำหนดเวลาใหน้ กั เรียน 8 นาที

3. นักเรยี นตรวจสอบคำตอบกับเพอื่ นในห้องเรียน
เฉลยคำตอบ 1. tried 2. died 3. became 4. climbed 5. wanted 6. jumped 7. hit

8. Fell 9. caught 10. saved 11. hung 12. broke 13. stopped 14. took
15. contacted 16. asked
4. หลังจากทำกิจกรรมข้อ 2 ในหนังสอื เรียน หนา้ 74 แล้วนักเรียนเขียนตามคำบอกในรปู infinitive ของกริยา
ประเภท regular verb จำนวน 20-30 คำ แล้วใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั เขียนรูป Past Simple ของกริยาดงั กลา่ ว
ตามแนว 3 คอลัมน์ คือ /t/ /d/ และ /ɪd/ แล้วนักเรยี นจบั คู่ผลดั กนั บอกรูป infinitive และรปู Past
Simple
5. หลงั จากทำกจิ กรรมข้อ 7 ในหนังสอื เรยี น หนา้ 74 ครนู ำภาพทน่ี ่าต่ืนเต้นหรืออันตรายในอดตี (ครบู อก
นกั เรียนเตรียมมาลว่ งหน้า) มารวมกัน แล้วครูคละรูปภาพและแจกใหน้ ักเรยี นคนละ 1 ภาพ ใหน้ กั เรยี นพูด
บรรยายภาพตามความคิดของนักเรยี นวา่ ไดเ้ กิดอะไรขน้ึ ในภาพนน้ั ๆ พรอ้ มทงั้ พูดใหเ้ พ่ือนในห้องฟัง และ
ให้เจา้ ของภาพเฉลยวา่ ส่งิ ที่ได้เกิดขึ้น
จริง ๆ คืออะไร ใหน้ กั เรยี นทำกจิ กรรมนี้หลังจากทำกิจกรรมขอ้ 7 ในหนังสอื เรยี น หน้า 78

ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน FOCUS 1 หนา้ 74
2. หนังสอื แบบฝกึ หดั FOCUS 1 หน้า 55
3. กิจกรรม Photocopiable Resource 32: Passion or madness? และ Photocopiable resource 54:

Test yourself pairwork activities ในคมู่ อื ครู หน้า 451, 479
4. ซีดบี นั ทึกเสยี ง
5. เครอื่ งเล่นซดี ี
6. Worksheet 9
7. สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์

- https://www.britannica.com/place/Karakoram-Range

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 9

รายวชิ า ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน 2 รหัสวชิ า อ31102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2
แผนการจดั การเรยี นรู้ เรอื่ ง Sport ช่ือหน่วย Sport and health จำนวน 10 ชั่วโมง
ครูผูส้ อน นายจิรศกั ด์ิ น่มิ มาระดี
เวลาเรียน 2 ชั่วโมง

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ

สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

หน่วยการเรียนรูน้ ีม้ ีวตั ถุประสงคใ์ หน้ กั เรียนเรียนรูค้ าศพั ท์ สานวน โครงสรา้ ง และหนา้ ท่ีทางภาษาท่ีเกี่ยวขอ้ งกับ
กีฬาและสขุ ภาพ ฟังบทสนทนาแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั วิชาพลศึกษา พูดขอและใหค้ าแนะนาเก่ียวกบั สขุ ภาพ อ่าน
บทอ่านเก่ียวกับนกั กีฬาพิการ ศกึ ษาคน้ ควา้ ขอ้ มลู เกี่ยวกบั วนั สาคญั ตา่ ง ๆ เพ่ือจดั นิทรรศการพรอ้ มทงั้ ตงั้ คาถามถาม
ผเู้ ขา้ รว่ มกิจกรรม และเขยี นอีเมลเลา่ เรอื่ งเก่ียวกบั กีฬา

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ัด

สาระท่ี 1 : ภาษาเพอ่ื การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/1, ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/5, ต 1.3 ม.4-6/1
สาระท่ี 2 : ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.4-6/1, ต 2.1 ม.4-6/3
สาระที่ 3 : ภาษากบั ความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่น
มาตรฐาน ต 3.1 ม.4-6/1
สาระที่ 4 : ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.4-6/1

เป้าหมายตามกรอบ CEFR:

สามารถเข้าใจบทสนทนาสั้น ๆ ที่ผู้พูดพูดอย่างช้า ๆ และชัดเจน สามารถเข้าใจประเด็นสำคัญที่อ่านที่มีส่ือ
ประกอบ สามารถถามและตอบคำถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ทผี่ า่ นมา สามารถเขยี นขอ้ ความสั้น ๆ ถงึ เพ่อื นเพ่ือให้
ขา่ วสาร

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ความสามารถในการส่ือสาร การคิด การแกป้ ัญหา มงุ่ มน่ั ในการทำงาน : นักเรียนทำกิจกรรมทไ่ี ด้รับ
การใชท้ กั ษะชีวติ การใช้เทคโนโลยี มอบหมายดว้ ยความต้ังใจใหไ้ ดผ้ ลดที ส่ี ุด

ทกั ษะ/กระบวนการ ทักษะการคดิ
ทกั ษะเฉพาะวิชา

การฟงั : ฟงั บทสนทนาและหารายละเอยี ดเฉพาะ - การสงั เกต - การใหเ้ หตผุ ล
การพดู : พูดบอกข้อมูล และพูดขอและใหข้ ้อมูล - การตีความ
การอ่าน : อา่ นบทอ่านและจับใจความ - การวเิ คราะห์
การเขียน : เขยี นอีเมลตอบเพอ่ื นเกี่ยวกบั กีฬา - การหาแบบแผน

ความสัมพันธก์ ับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่นื

สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

เป้าหมายการเรียนรู้/หลกั ฐานการเรียนรู้/การวัดผลและประเมนิ ผล

มาตรฐานการ เปา้ หมายตาม สงิ่ ทต่ี ้องรแู้ ละ ผลงาน/ช้นิ งาน การวัดผลและ
เรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั กรอบ CEFR
ปฏบิ ตั ไิ ด้ ประเมินผล
ต 1.1 ม.4-6/4 สามารถเข้าใจบท
สนทนาส้นั ๆ ทผี่ ู้ จบั ใจความ สรปุ คำตอบท่ีได้จาก ประเมินผลจาก
พูด พูดอยา่ งชา้ ๆ ความ ตคี วามจาก การทำกจิ กรรมที่ 5 จำนวนคำตอบท่ี
และชัดเจน
การฟัง ในหนังสอื เรยี น ถูกต้องโดยใช้

หนา้ 75 เกณฑผ์ า่ น 3 จาก

5 ขอ้

ต 1.2 ม.4-6/5 สามารถอธิบาย พดู แสดงความ ถอ้ ยคำพูดแสดง ประเมินการพูด
เหตุผลวา่ ชอบ
หรอื ไมช่ อบสิ่งใด คดิ เห็นของตน ความคิดเห็นจาก แสดงความคิดเห็น
เก่ยี วกับเร่อื งต่าง ๆ การฟงั ในกิจกรรม โดยใช้เกณฑ์การ

ท่ี 6 ประเมินการพดู
ในหนงั สอื เรยี น และใชเ้ กณฑผ์ า่ น
หน้า 75 ระดบั พอใช้

แนวการสอนภาษาเพอื่ การสือ่ สาร (CLT)

Integration of Skills: การสื่อสารเป็นกระบวนการเน้นภาพรวม (holistic process) ที่ต้องใช้ทั้งทักษะทาง
ภาษาและหลายรปู แบบ

ความรู้

- คำศัพท์

กิจกรรม Listening

- martial arts (n.): a sport that is a traditional Japanese or Chinese form of

fighting or defending yourself (ศิลปะการต่อสู้)

- PE (n.): (physical education) classes at school in which children do

exercise and learn to play sport, or the area of study relating

to such classes (วชิ าพลศกึ ษา)

- competition* (n.): the activities of companies are trying to be more successful

than others (การแขง่ ขนั )

- individual* (adj.): single; separate (เดย่ี ว)

- squash* (n.): sport played with a racquet and a rubber ball (กฬี าสควอช)

- instructor* (n.): someone who teaches a sport or practical skill (ครู, ผู้สอน)

Note:* see in audioscript

- หน้าท่ภี าษา

- Finding specific details in conversations

CULTURE CORNER

ศลิ ปะการต่อส้ปู ้องกนั ตัว (Martial arts) เป็นกีฬาท่ีถือกาเนิดจากรูปแบบการต่อสใู้ นประเทศแถบเอเชยี เช่น ยโู ด
(judo) เทควนั โด (taekwondo) คาราเต้ (karate) ซโู ม (sumo) จจู สุ ึ (jujitsu) บางชนดิ ใชก้ ารโจมตีโดยการเตะ การล็อค
ตวั การท่มุ Martial arts มีรากศพั ทม์ าจากภาษาละตนิ หมายถงึ ศิลปะของเทพเจา้ แหง่ การสงคราม (Mars) ของโรมนั
ผคู้ นนยิ มฝึกศลิ ปะการต่อสดู้ ว้ ยหลาเหตผุ ล เชน่ เพ่อื ปอ้ งกนั ตวั เพ่อื ต่อสู้ เพ่อื ความแข็งแรงของรา่ งกาย และเพ่อื ฝึก
จิตใจ

กจิ กรรมการเรยี นรู้

กิจกรรม Listening
กิจกรรมก่อนฟัง
1. แจง้ ผลการเรยี นรูท้ ี่คาดหวังเมื่อจบบทเรียน

- นักเรียนรับทราบวา่ ในบทเรียนนน้ี กั เรียนจะได้ฟังบทสนทนาแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับ วิชาพลศึกษา
หลงั จากฟังแล้ว นักเรียนสามารถตอบคำถามเพือ่ หารายละเอยี ดเฉพาะและแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั
เรอ่ื งที่ฟงั ได้

2. นำเขา้ ส่บู ทเรียน
- นกั เรียนทำกิจกรรมที่ 1 ในหนังสือเรยี น หน้า 75 โดยจับค่กู นั และทบทวนความจำเก่ยี วกบั ช่ือกีฬาที่อยู่
ในกลุ่มที่กำหนด 4 หมวด (team sports, individual sports, martial arts, water sports)ใหม้ าก
ท่สี ุดภายในเวลา 1 นาที เสรจ็ แล้ว นกั เรียนท่ีครูสุ่ม 2-3 ค่บู อกช่อื กีฬาทอี่ ยู่ในแต่ละหมวด
- นกั เรยี นทำกิจกรรมที่ 2 ในหนังสือเรียน หน้า 75 โดยจบั คู่กัน ดรู ูปภาพ แล้วผลัดกันพดู ถาม-ตอบ
เก่ยี วกบั วชิ าพลศึกษาและกจิ กรรมที่นกั เรยี นทำในโรงเรยี นตามคำถามที่กำหนด เสร็จแลว้ นกั เรียนท่ีครู
สุ่ม 2-3 คนบอกคำตอบของตน

3. เข้าใจคำศพั ท์ สำนวนทใี่ ช้พูดแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับกฬี า
- นกั เรียนทำกจิ กรรมท่ี 3 ในหนังสือเรียน หน้า 75 โดยอ่านคำถามขอ้ 1-8 ในกิจกรรมที่ 4 แลว้ จับคู่วลีท่ี
ขดี เส้นใตก้ ับวลขี ้อ a-f ของกจิ กรรมท่ี 3 เมอื่ เสร็จแล้ว นักเรียนทคี่ รูสมุ่ บอกคำตอบของตน แลว้ ให้
นักเรยี นช่วยกนั เฉลยคำตอบ (ดูเฉลยท้ายเลม่ ) ครูให้นกั เรยี นชว่ ยกันสรปุ ความหมายของวลีท่ีขดี เส้นใตค้ รู
อธบิ ายเพิม่ เตมิ ในกรณที น่ี ักเรียนสรปุ ได้ไม่ชัดเจน

กิจกรรมระหวา่ งฟงั
- นักเรยี นทำกจิ กรรม 4 ในหนังสือเรยี น หนา้ 75 โดยฟังซดี ีบนั ทกึ เสียงซ่ึงเป็นเป็นการสนทนาแสดงความ
คดิ เหน็ เกีย่ วกบั วิชาพลศกึ ษาของนักเรยี นสองคน คอื Alfie กบั Millie แลว้ ทำเครือ่ งหมายถกู ในตาราง
ให้ตรงกับช่อื คนพดู วา่ คำพูดในขอ้ 1-8 ใครเป็นคนพูด พร้อมทั้งอ่านและทำความเขา้ ใจข้อความในขอ้ 1-
8 ล่วงหนา้ ครแู นะนำกลยุทธ์ในการฟังว่าการฟงั ครัง้ นจี้ ดุ ประสงค์เฉพาะคือข้อความในข้อ 1-8 ให้ตั้งใจ
ฟงั ในสิง่ ท่เี ราม่งุ หวงั ไม่จำเป็นตอ้ งทราบความหมายของคำศพั ท์ทุกตวั ต่อจากน้นั ครูเปิดซดี ีบันทกึ เสยี ง
CD 3 Track 8 ใหน้ ักเรียนฟงั นักเรียนทีค่ รสู ่มุ บอกคำตอบของตน และให้นักเรียนช่วยกนั เฉลยคำตอบ
(ดเู ฉลยท้ายเลม่ )
- นกั เรียนทำกจิ กรรมท่ี 5 ในหนังสอื เรียน หนา้ 75 โดยฟังซีดีบนั ทกึ เสยี งการพดู คุยกนั ระหวา่ ง Alfie กับ
Millie อกี ครัง้ แล้วเลอื กวงกลมลอ้ มรอบตวั อักษรทีเ่ ปน็ ข้อถกู และให้นักเรยี นอ่านประโยคคำถามข้อ 1-
5 ลว่ งหน้า พร้อมท้งั บอกนักเรยี นวา่ การฟังครัง้ น้ีเป็นการหารายละเอียดเฉพาะ นกั เรียนต้องตงั้ ใจฟังต้ังแต่
ต้นจนจบเพอ่ื ไมใ่ ห้คลาดจากจุดมุ่งหมายเพราะคำตอบอาจจะอยู่ตรงท่ใี ดทีห่ นึ่ง
- นกั เรียนท่คี รสู ่มุ บอกคำตอบของตน และให้นักเรยี นช่วยกันเฉลยคำตอบ (ดูเฉลยท้ายเล่ม)

กจิ กรรมหลงั ฟัง
1. พดู แสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั บทฟัง

- นกั เรยี นทำกิจกรรมท่ี 6 ในหนงั สือเรียน หน้า 75 โดยอา่ นคำถามในกจิ กรรมท่ี 4 อกี ครัง้ และครถู าม
นกั เรยี นวา่ ใครเหน็ ดว้ ยกับคำพดู ของ Alfie ใครเหน็ ดว้ ยกับคำพูดของ Millie แล้วให้นกั เรียนจับคู่แสดง
ความคดิ เห็นโดยใชแ้ นวคำพูด: I agree with… I also…

- นักเรยี นที่ครสู ุ่ม 4-5 คนพูดแสดงความคดิ เหน็ ว่าเหน็ ดว้ ยกับใคร อย่างไร
2. ตรวจสอบความเขา้ ใจคำและวลใี นบทฟัง

- นักเรียนทำกจิ กรรมที่ 10 ในหนงั สือเรียน หนา้ 75 และเปิดหนงั สือเรยี น หนา้ 140 ใน WORD STORE
6D และเขยี นเตมิ คำท่ีทำให้คำ/วลีมีความหมายตรงกันข้ามกับคำ/วลีท่ีกำหนด เมอ่ื นกั เรียนเติมคำเสร็จ
แล้วครูให้นกั เรียนฟังซดี ีบันทึกเสียง CD 3 Track 12 เพื่อเป็นการตรวจสอบคำตอบและพูดตาม พร้อม
ทั้งให้นักเรียนช่วยกันสรุปว่าคำหรือวลีที่มีความหมายว่าชอบนั้น นอกจากคำว่า like แล้ว ยังมีคำว่า
love, enjoy, be into และ prefer ส่วนคำท่มี ีความหมายไมช่ อบน้ัน นอกจากใชค้ ำดังกล่าวเชิงปฏิเสธ
(not) ยังใช้คำวา่ hate และ can’t stand

- นักเรียนทำกิจกรรมที่ 11 ในหนังสอื เรยี น หน้า 75 โดยเขียนเติมคำในประโยคข้อ 1-5 ท่ีทำใหป้ ระโยคมี
ความหมายตรงตามความเปน็ จรงิ ของนักเรียน แล้วเปรยี บเทียบกบั คำตอบของคู่ โดยผลัดกนั อ่านและ
ฟงั เสรจ็ แลว้ นกั เรียนท่คี รูสุ่มบางคนอ่านประโยคใหเ้ พ่ือนฟังในห้องเรียน

3. ฟังและออกเสยี งตาม
- นกั เรียนทำกจิ กรรมท่ี 7 ในหนังสอื เรียน หน้า 75 โดยครเู ปิดซีดีบันทกึ เสยี ง CD 3 Track 9 ใหน้ กั เรยี น
ฟงั เสียง a ในคำซ่ึงออกเสยี งไดห้ ลายแบบคือ /ɔ:/ /æ/ /eɪ/ และ /ɑː/ แลว้ นกั เรยี นออกเสยี งตาม

4. ฟังและเขยี นคำท่อี อกเสยี งเหมือนกันให้ตรงกับคอลัมน์
- นกั เรยี นทำกิจกรรมที่ 8 ในหนงั สือเรยี น หน้า 75 โดยครเู ปิดซีดีบันทกึ เสยี ง CD 3 Track 10 ใหน้ ักเรียน
ฟงั การออกเสียงคำที่อยู่ในกรอบแลว้ เขียนคำทอ่ี อกเสยี งตัว a ให้ตรงกบั คำที่ออกเสยี งเหมอื นกนั ตาม
คอลัมนใ์ นกิจกรรมท่ี 7
- นกั เรยี นทำกจิ กรรมท่ี 9 ในหนงั สอื เรียน หน้า 75 โดยครูเปิดซีดีบันทกึ เสยี ง CD 3 Track 11 ใหน้ กั เรียน
ฟังใหน้ ักเรียนตรวจสอบคำตอบและออกเสียงตาม

5. ประเมินผล
- ครปู ระเมนิ การฟังจากจำนวนคำตอบทถ่ี ูกต้องของนกั เรยี นในการระบุผู้พูดและเลือกคำตอบที่ถูกใน
กิจกรรมที่ 5 ในหนงั สือเรียนหน้า 75 โดยใช้เกณฑผ์ า่ น 3 จาก 5 ขอ้
- ครปู ระเมนิ การพูดแสดงความคิดเหน็ โดยใชเ้ กณฑ์การประเมินการพูด และใช้เกณฑผ์ ่านระดับพอใช้

กิจกรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

1. ครเู ขยี นวลีตอ่ ไปน้บี นกระดานดำ: I love, I hate, I don’t care about, I’m into และ I can’t stand
และให้นกั เรียนชว่ ยกนั เขยี นประโยคตัวอย่างทม่ี ีวลีข้างต้นให้นกั เรียนรวมกล่มุ หมนุ เวยี นกนั สัมภาษณ์
นกั เรียน 5 คนด้วยคำถามทเ่ี ขียนไวบ้ นกระดานดำ เช่น What three things do you love the most?
What do you hate doing? What kind of music are you into? Is there anything you can’t
stand? แลว้ นำคำตอบมาพดู รายงานหนา้ ชั้นเรียน กจิ กรรมน้ที ำหลงั จากกิจกรรมที่ 11 ในหนังสอื เรียน หนา้
75

สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรยี น FOCUS 1 หน้า 75
2. ซดี บี นั ทกึ เสยี ง
3. เครอื่ งเล่นซดี ี
4. สื่ออิเลก็ ทรอนิกส์ - https://www.britannica.com/sports/martial-art

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 10

รายวชิ า ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน 2 รหัสวชิ า อ31102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 2
แผนการจัดการเรียนรู้ เรอ่ื ง Sport ช่อื หน่วย Sport and health จำนวน 10 ชั่วโมง
ครูผู้สอน นายจริ ศกั ดิ์ นมิ่ มาระดี
เวลาเรียน 2 ชั่วโมง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ

สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

หน่วยการเรียนรูน้ ีม้ ีวตั ถปุ ระสงคใ์ หน้ กั เรียนเรียนรูค้ าศพั ท์ สานวน โครงสรา้ ง และหนา้ ท่ีทางภาษาท่ีเกี่ยวขอ้ งกับ
กีฬาและสขุ ภาพ ฟังบทสนทนาแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับวิชาพลศกึ ษา พูดขอและใหค้ าแนะนาเก่ียวกบั สขุ ภาพ อ่าน
บทอ่านเก่ียวกับนกั กีฬาพิการ ศึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มลู เกี่ยวกบั วนั สาคญั ต่าง ๆ เพ่ือจดั นิทรรศการพรอ้ มทงั้ ตงั้ คาถามถาม
ผเู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรม และเขยี นอีเมลเลา่ เรอ่ื งเกี่ยวกบั กีฬา

มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชว้ี ัด

สาระท่ี 1 : ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/1, ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/5, ต 1.3 ม.4-6/1
สาระท่ี 2 : ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.4-6/1, ต 2.1 ม.4-6/3
สาระท่ี 3 : ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ืน่
มาตรฐาน ต 3.1 ม.4-6/1
สาระท่ี 4 : ภาษากับความสมั พนั ธก์ ับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.4-6/1

เป้าหมายตามกรอบ CEFR:

สามารถเข้าใจบทสนทนาสั้น ๆ ที่ผู้พูดพูดอย่างช้า ๆ และชัดเจน สามารถเข้าใจประเด็นสำคัญที่อ่านที่มีส่ือ
ประกอบ สามารถถามและตอบคำถามเกย่ี วกบั เหตุการณท์ ่ผี า่ นมา สามารถเขยี นขอ้ ความสั้น ๆ ถงึ เพ่อื นเพ่ือให้
ข่าวสาร

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแกป้ ญั หา มุ่งมัน่ ในการทำงาน : นักเรียนทำกิจกรรมทไ่ี ด้รับ
การใชท้ กั ษะชีวติ การใชเ้ ทคโนโลยี มอบหมายดว้ ยความต้ังใจใหไ้ ดผ้ ลดที ส่ี ุด

ทักษะ/กระบวนการ ทักษะการคดิ
ทกั ษะเฉพาะวิชา

การฟัง : ฟงั บทสนทนาและหารายละเอยี ดเฉพาะ - การสงั เกต - การใหเ้ หตผุ ล
การพดู : พดู บอกข้อมลู และพดู ขอและใหข้ ้อมูล - การตีความ
การอ่าน : อ่านบทอ่านและจับใจความ - การวเิ คราะห์
การเขยี น : เขยี นอเี มลตอบเพ่ือนเกี่ยวกบั กีฬา - การหาแบบแผน

ความสัมพันธก์ ับกลุ่มสาระการเรียนรู้อนื่

สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

เป้าหมายการเรียนรู้/หลกั ฐานการเรียนรู้/การวัดผลและประเมนิ ผล

มาตรฐานการ เปา้ หมายตาม สิ่งทตี่ ้องรู้และ ผลงาน/ชิ้นงาน การวัดผลและ

เรียนรู้และตวั ชว้ี ดั กรอบ CEFR ปฏิบัตไิ ด้ ประเมินผล

ต 1.1 ม. 4-6/4 สามารถเข้าใจ จับใจความสำคญั คำตอบทไี่ ด้จาก ประเมนิ ผลจาก

ประเด็นสำคัญที่ วิเคราะหค์ วาม การทำกิจกรรมที่ 2 จำนวนคำตอบท่ี

อา่ นจากเรื่องสนั้ ใน สรุปความจากการ ในหนังสือ ถูกต้อง และใช้

หนังสือพิมพ/์ อา่ นเรือ่ งทเี่ ป็นสาร แบบฝกึ หัด เกณฑ์ผ่าน 2 จาก

นติ ยสารทมี่ รี ปู ภาพ คดี หนา้ 57 3 ขอ้

ประกอบ

แนวการสอนภาษาเพ่ือการส่อื สาร (CLT)

Effective Tasks: กิจกรรมภาษาหรือแบบฝึกหัดที่มีคุณภาพในชั้นเรียนจะทำให้ผู้เรียนมีโอกาสที่จะส่ือ
ความหมายในภาษา เพ่มิ พนู แหล่งการเรียนร้ภู าษา สังเกตการใช้ภาษา และมสี ่วนในการรว่ มส่ือสาร

ความรู้ a disease of the body or mind (ความเจ็บป่วย)
- คำศพั ท์ the use of drugs, exercises, etc. to cure a person of an illness
or injury (การรักษา)
กิจกรรม Reading a competition for teams or single players in which a series of
- illness (n.): games is played, and the winners of each game play against
- treatment (n.): each other until only one winner is left (การแข่งขัน)
not having one or more of the physical or mental abilities that
- tournament (n.): most people have (พิการ)
a piece of metal with a design, inscription etc. stamped on it,
- disabled (adj.): given as a reward for bravery, long service, excellence etc., or
made to celebrate a special occasion (เหรยี ญรางวลั )
- medal (n.): a person who is very good at sports or physical exercise,
especially one who competes in organized events (นักกฬี า)
- athlete (n.):

- หนา้ ทีภ่ าษา
- Understanding the structure of a text


Click to View FlipBook Version