เป้าหมายการเรียนรู้/หลกั ฐานการเรียนรู้/การวดั ผลและประเมินผล
มาตรฐานการ เปา้ หมายตาม สิ่งทีต่ ้องรูแ้ ละ ผลงาน/ช้ินงาน การวัดผลและ
เรียนรูแ้ ละตัวชีว้ ัด กรอบ CEFR ปฏิบตั ไิ ด้ ประเมนิ ผล
ถอ้ ยคำพดู ถาม-
ต 1.2 ม.4-6/1 สามารถถามและ สนทนาโต้ตอบ ตอบเก่ียวกับ ประเมินผลโดยใช้
ตอบคำถามง่าย ๆ ข้อมูลเกย่ี วกับ เหตกุ ารณใ์ น เกณฑ์การประเมนิ
เก่ยี วกับบา้ น การ ตนเอง อนาคตของตนเอง ความสามารถใน
ทำงาน ในกจิ กรรมที่ 6 ใน การสนทนา และใช้
หนงั สือเรยี น หน้า เกณฑ์ผ่านระดับ
98 พอใช้
แนวการสอนภาษาเพ่อื การสื่อสาร (CLT)
Language Discovery/Analysis/Reflection: การเรียนภาษาเกิดจากการทำกจิ กรรมการเรยี นร้แู บบอุปนัย
(inductive learning) คือผ่านกระบวนการค้นพบกฎและรูปแบบของภาษาด้วยตนเอง และจากกิจกรรมการ
เรียนรูท้ ่ีสอนกฎและรูปแบบของภาษา (deductive learning)
ความรู้
- คำศพั ท์
กจิ กรรม Grammar
- polar bear (n.): a bear with white fur that lives in the Arctic (หมขี วั้ โลก)
- habitat (n.): the natural environment in which an animal or plant usually
lives (ถิน่ ที่อยู่อาศัย)
- feed (v.): to give food to a person, group, or animal (ใหอ้ าหาร)
- disappear (v.): to no longer exist (หายไป)
- century (n.): a period of 100 years (ศตวรรษ)
- หน้าที่ภาษา
- Talking about the future and predict future events
- โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
- Future simple tense with will
FACT FILE
หมีขาวหรือหมีขว้ั โลก (Polar bears) อาศยั อยใู่ นเขตอารก์ ตกิ แถบขว้ั โลกเหนอื ตวั ผมู้ ีนา้ หนกั มากสดุ ไดถ้ งึ 350-
700 กิโลกรมั ส่วนตวั เมยี นา้ หนกั จะนอ้ ยกวา่ ตวั ผปู้ ระมาณครง่ึ หนึง่ หมขี ว้ั โลกปรบั ตวั ใหส้ ามารถมชี ีวติ อยไู่ ดใ้ นสภาพ
อากาศหนาวเหน็บ มนั สามารถเดนิ บนพนื้ หิมะและนา้ แข็งอกี ทง้ั ว่ายนา้ ท่เี ย็นจดั มนั เกดิ บนบกแต่ใชช้ วี ติ ส่วนใหญ่ใน
ทะเล ดารงชวี ติ โดยการกนิ แมวนา้ เป็นหลกั รวมถงึ กวางเรนเดียร์ สตั วจ์ าพวกฟันกดั แทะ นก และไข่ หมีขว้ั โลกจดั เป็น
สตั วบ์ กชนดิ กินเนอื้ ท่มี ีขนาดใหญ่ท่สี ดุ ในโลก
กิจกรรมการเรยี นรู้
กิจกรรม Grammar
1. แจง้ ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั เม่ือจบบทเรียน
- นกั เรยี นรับทราบวา่ ในบทเรยี นน้ี นักเรยี นจะได้เรียนรู้การใช้ will เมื่อจบบทเรยี น นกั เรียนสามารถพูดถาม-
ตอบเกยี่ วกับเหตุการณใ์ นอนาคตของตนเองได้
2. นำเขา้ สู่บทเรียน
- ครถู ามนักเรยี นถงึ polar bears โดยอาจจะใช้แนวคำถามดังน้ี
- Are there polar bears in your country?
- Where do they live?
- นักเรียนทำกิจกรรมที่ 1 ในหนังสือเรียน หนา้ 98 โดยเลือกวงกลมลอ้ มรอบคำท่ีถูกต้องในข้อ 1-3 แลว้
อ่านบทอา่ นในหวั ข้อ Will there still be polar bears in the world in 2100? เพื่อตรวจสอบคำตอบ
3. เข้าใจและใช้ will
- นักเรียนทำกิจกรรมท่ี 2 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 98 โดยอ่านคำอธบิ ายการใช้ ใน GRAMMAR FOCUS 1
แลว้ นำคำกริยาที่พิมพ์ดว้ ยหมึกสีฟ้าในบทอ่านในกิจกรรมที่ 1 ไปเติมลงในชอ่ งว่างท่ี 2-4 เม่อื นักเรยี นทำ
เสร็จ นกั เรียนท่ีครสู ุ่มบอกคำตอบของตน แล้วให้นกั เรียนทงั้ ห้องช่วยกันเฉลยคำตอบ (ดูเฉลยท้ายเล่ม)
ครูให้นกั เรยี นดูตัวอย่างเพิ่มเติมใน GRAMMAR FOCUS ในหนังสอื เรียน หนา้ 118 หวั ข้อ 8.2: Future
with will และ ช่วยกนั สรุปวา่ เราใช้ will และ won’t เพือ่ การทำนายเหตกุ ารณ์ในอนาคต พร้อมทั้ง
สรปุ โครงสร้างของประโยคในรูปบอกเล่า ปฏิเสธ และ คำถาม และรูป can/can’t ในอนาคตคือ
will/won’t be able to นอกจากน้เี รายังใช้ will + get/become + comparative adjective เพือ่
บอกวา่ เหตุการณ์กำลงั จะเปล่ียนแปลง และให้ทำกจิ กรรมท่ี 1 ในหนงั สือเรยี น หนา้ 118 โดยให้นกั เรยี น
เตมิ คำตอบแบบสนั้ เกีย่ วกับเหตุการณ์อนาคตลงในข้อ 1-4 แลว้ ทำกจิ กรรมที่ 2 โดยเติม เหตกุ ารณใ์ น
อนาคตด้วย will และกรยิ าในกรอบ เม่ือทำเสร็จแลว้ นักเรยี นท่ีครสู ุ่มบอกคำตอบของตน และใหน้ กั เรียน
ท้งั หอ้ งช่วยกันเฉลยคำตอบ
- นักเรียนทำกจิ กรรมที่ 3 ในหนังสือเรียน หน้า 98 โดยเติม will หรอื won’t ลงในชอ่ งว่างในขอ้ 1-6 เพ่ือ
บอกว่าเหตุการณ์ใดจะเกดิ หรือไม่เกดิ ข้ึนใน 50 ปีข้างหนา้ แลว้ เปรียบเทยี บคำตอบกบั คู่ แล้วนกั เรียนที่
ครสู มุ่ บอกคำตอบของตน อ่านประโยคของตนใหเ้ พอื่ นในห้องฟัง
- นักเรียนทำกจิ กรรมท่ี 4 ในหนังสือเรยี น หน้า 98 โดยจับคพู่ ูดถาม-ตอบเหตกุ ารณ์ในอนาคตในข้อ 1-5
แล้วนกั เรียนทค่ี รูส่มุ บางคู่ถามตอบใหเ้ พื่อนในห้องฟัง
- นักเรยี นทำกิจกรรมที่ 5 ในหนงั สือเรยี น หน้า 98 โดยเขียนประโยคดว้ ยคำข้นึ ต้นท่กี ำหนดในขอ้ 2-5
ดว้ ยกรยิ า get หรอื become ต่อดว้ ยการเลอื กคำคณุ ศพั ท์ทกี่ ำหนดในกรอบ เพื่อบอกเหตกุ ารณ์กำลงั
จะเปลี่ยนแปลง แลว้ พดู ประโยคแลกเปลี่ยนกนั กับคู่ ครูใหแ้ นวทางโดยใหน้ ักเรยี นดตู ัวอยา่ งในขอ้ 1:
Summers will become hotter. เมอ่ื เสร็จแล้ว นักเรียนที่ครสู ุ่มบางคนอา่ นประโยคของตนให้เพอ่ื นใน
ห้องฟัง
4. พดู ถาม-ตอบเกยี่ วกบั เหตุการณใ์ น 10 ปีขา้ งหน้า
- นกั เรยี นทำกจิ กรรมท่ี 6 ในหนงั สือแบบฝกึ หัด FOCUS 1 หน้า 98 โดยจับคู่ถาม-ตอบเกี่ยวกับเหตุการณ์
ของตนเองใน 10 ปขี ้างหน้าด้วยวลแี ละแนวคำถาม คำตอบทกี่ ำหนด
A: Will you get married in the next ten years?
B: Yes, I will./ No, I won’t.
- นักเรียนทคี่ รูสมุ่ 4-5 คู่ ถามตอบใหเ้ พือ่ นในห้องฟงั
5. ประเมินผล
- ครูประเมินผลการพูดถาม-ตอบเกี่ยวกับสิ่งที่เคยทำในกิจกรรมที่ 6 โดยใช้เกณฑ์การประเมิน
ความสามารถในการสนทนา และใชเ้ กณฑผ์ ่านระดบั พอใช้
กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณท์ างภาษา
1. นกั เรียนทำกจิ กรรมท่ี 2 ในหนังสอื แบบฝึกหัด FOCUS 1 หนา้ 73 หลงั ทำกจิ กรรมข้อ 3 ในหนังสอื เรียน
หนา้ 98
2. นักเรียนทำกจิ กรรมท่ี 3-4 ในหนังสอื แบบฝกึ หดั FOCUS 1 หนา้ 73 หลังทำกิจกรรมข้อ 5 ในหนงั สอื เรียน
หนา้ 98
3. นักเรียนทำกิจกรรมท่ี 5-6 ในหนังสอื แบบฝึกหัด FOCUS 1 หน้า 73 หลังทำกิจกรรมข้อ 6 ในหนังสือเรียน
หนา้ 98
4. นกั เรียนทำกิจกรรม Photocopiable resource 45: In the future ในคมู่ อื ครู หน้า 464 ต่อไปน้ีหลังจาก
ทำกจิ กรรมข้อ 4 ในหนงั สือเรียน หนา้ 98
จุดประสงค์ : เพ่อื ฝึกการใชค้ ำบอกอนาคตด้วย will
ผทู้ ำกจิ กรรม : นกั เรียนกลุ่มละ 4 คน
ประเภทกจิ กรรม : เกมทใ่ี ช้กระดาน
เวลา : 15 นาที
วัสดุอปุ กรณ์ : ใบงานสำหรบั นักเรียนแต่ละกลุม่ ลกู เต๋า 1 ลูก และตัวหมากที่มสี แี ตกตา่ งกันสำหรบั
เดนิ เกม 4 ตวั ในหน่ึงกลมุ่
ข้นั ตอนการทำกจิ กรรม
1. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน แจกใบงานใหน้ ักเรียนกลุ่มละ 1 แผ่น ลูกเต๋า 1 ลูก
2. สมาชกิ ในกล่มุ แตล่ ะคนวางตัวหมากที่มสี ีแตกต่างกนั (อาจจะใช้ ยางลบ ที่เย็บกระดาษ ปลอกปากกา) ไว้
บนจุดเรม่ิ ต้น (start)
3. นกั เรียนผลดั กันโยนลกู เตา๋ คนทโ่ี ยนได้แตม้ สงู สดุ จะเร่ิมก่อน โดยโยนลูกเต๋าอกี คร้ังและนำตัวหมากเดนิ
ไปขา้ งหนา้ เท่ากับจำนวนแต้มของลกู เต๋าที่โยนได้ เม่ือเดินไปตามรูปสเ่ี หล่ียมจตั รุ ัสนักเรยี นต้องทำนาย
เหตุการณ์ในอนาคตเกี่ยวกับแตล่ ะรปู ภาพในรูปสเี่ หล่ยี มจตั ุรสั ทผ่ี ่านมา คำทำนายอาจจะเปน็ รปู บอกเลา่
หรอื ปฏิเสธก็ได้ เชน่ ภาพที่ 1 อาจจะทำนายวา่ I will be rich in ten years. I won’t spend all my
money next weekend. I will get some money for my next birthday.
4. นกั เรยี นพดู 1 ประโยคต่อ 1 รปู ภาพที่ตัวหมากเดินผา่ นมา ถ้านักเรยี นสามคนทเ่ี หลือเห็นสอดคลอ้ งกนั
วา่ ประโยคทพี่ ูดถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ์ก็ผา่ นมาได้ แต่ถา้ ไม่เห็นดว้ ยนักเรยี นตอ้ งเดินตวั หมาก
ย้อนกลบั ไปอยู่ทีเ่ ดิม และถ้ามนี กั เรยี นสองคนผ่านรูปภาพเดยี วกัน นักเรยี นคนที่ 2 ตอ้ งพูดประโยคที่ไม่
เหมอื นกบั นักเรยี นคนแรก
5. นักเรียนไม่จำเป็นตอ้ งโยนลกู เต๋าให้ได้ตวั เลขทเี่ ดินถงึ FINISH ทนั ทที น่ี ักเรยี นโยนลูกเตา๋ ได้ตวั เลขที่
มากกว่าตวั เลข
ท่ีเหลือในสีเ่ หล่ียมจตั รุ สั นักเรียนกส็ ามารถผา่ นเสน้ FINISH นกั เรยี นท่ีถึง FINISH เป็นคนแรกจะเป็นผู้ชนะ
และแต่ละกลมุ่ สามารถเร่มิ เกมใหม่ได้
6. นักเรียนตรวจสอบคำตอบกับเพือ่ นในห้องเรียน
ตวั อย่างคำตอบ
1. I will be rich. 2. I’ll learn French in the future. 3. I’ll buy a big house one day. 4. My sister
will go shopping at the weekend. 5. Pollution will destroy the coral reefs. 6. They will invent
a fantastic new mobile phone soon. 7. We’ll fly somewhere on holiday next year. 8. I won’t
get married in the next five years. 9 Penguins won’t die out. 10. It will be be very hot next
summer. 11. I’ll go to university and study Maths. 12. Polar bear’s habitat will get smaller.
13. I’ll go to the beach for my next holiday. 14. My brother will go to London for a year.
15. Pollution will get worse in cities. 16. The rainforest will disappear. 17. I work hard and
I’ll pass all my exams. 18. I won’t get a job in an office. 19. I think I’ll have two children.
20. My friend will go skiing next winter. 21. There will be flying cars soon. 22. I’ll have a
nice meal this evening. 23. I won’t play football next weekend. 24. I’ll go to the cinema
with my friends next week. 25. I’ll have a party for my next birthday. 26. I won’t go to the
beach next month. 27. I will never win a medal.
สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี น FOCUS 1 หนา้ 98
2. หนังสอื แบบฝึกหดั FOCUS 1 หน้า 73
3. กจิ กรรม Photocopiable resource 45: In the future ในคู่มอื ครู หน้า 464
4. สื่ออเิ ล็กทรอนิกส์
- https://polarbearsinternational.org/
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 21
รายวชิ า ภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน 2 รหัสวชิ า อ31102 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4 ชือ่ หน่วย Nature จำนวน 10 ช่ัวโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ เรือ่ ง Nature เวลาเรียน 2 ช่ัวโมง
ครูผู้สอน นายจิรศักดิ์ นิ่มมาระดี กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ
สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
หน่วยการเรียนรูน้ มี้ ีวตั ถปุ ระสงคใ์ หน้ กั เรยี นเรียนรูค้ าศพั ท์ สานวน โครงสรา้ ง และหนา้ ท่ที างภาษาท่เี กี่ยวขอ้ งกบั ภมู ิ
ทัศน์ สัตวป์ ่ า และปัญหาส่ิงแวดลอ้ ม ฟังคาพยากรณอ์ ากาศ พูดแสงความคิดเห็นดว้ ยและไม่เห็นดว้ ย อ่านบทอ่าน
เกี่ยวกบั อทุ ยานแหง่ ชาติและป่าสงวน และเขยี นแสดงความคดิ เหน็ และใหเ้ หตผุ ล
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชวี้ ัด
สาระท่ี 1 : ภาษาเพือ่ การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/3, ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/5
สาระที่ 2 : ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.4-6/1
สาระท่ี 4 : ภาษากับความสัมพนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.4-6/1
เปา้ หมายตามกรอบ CEFR:
สามารถเขา้ ใจใจความสำคัญในประกาศตา่ ง ๆ ถ้าผพู้ ดู พูดอย่างชัดเจน เชน่ การรายงานสภาพอากาศ เป็นตน้
สามารถเขา้ ใจประเดน็ สำคัญจากเร่ืองสั้นในหนังสือพิมพ์/นิตยสารทีม่ ีส่อื ประกอบ สามารถพดู ขอและให้ความ
คิดเหน็ แสดงความเหน็ ด้วยและไม่เห็นด้วยแบบงา่ ย ๆ สามารถเขยี นเกีย่ วกบั สิ่งของด้วยการใชภ้ าษางา่ ย ๆ
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ความสามารถในการส่ือสาร การคดิ การแก้ปญั หา มจี ิตสาธารณะ : ช่วยเหลือส่วนรวม
การใชท้ กั ษะชีวติ การใชเ้ ทคโนโลยี
ทกั ษะ/กระบวนการ ทักษะการคดิ
ทักษะเฉพาะวชิ า
การฟัง : ฟงั คำพยากรณ์อากาศและระบขุ อ้ มลู - การสังเกต
การพดู : พูดแสดงความเห็นด้วยและไม่เห็นดว้ ย - การตคี วาม
การอ่าน : อา่ นบทอ่านเก่ยี วกับอุทยานแห่งชาติและปา่ สงวน - การวเิ คราะห์
การเขียน : เขยี นแสดงความคิดเห็นและให้เหตุผล - การหาแบบแผน
- การสรุปย่อ
ความสัมพนั ธ์กับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่ืน - การให้เหตผุ ล
สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เป้าหมายการเรียนรู้/หลกั ฐานการเรียนรู้/การวดั ผลและประเมนิ ผล
มาตรฐานการ เปา้ หมายตาม สิ่งทตี่ ้องรูแ้ ละ ผลงาน/ชิน้ งาน การวัดผลและ
เรยี นรู้และตัวชวี้ ัด กรอบ CEFR ปฏบิ ัติได้ ประเมินผล
ต 1.1 ม.4-6/3 สามารถเขา้ ใจ ระบุสอื่ ไมใ่ ช่ความ คำตอบท่ีได้จาก ประเมนิ ผลจาก
ใจความสำคัญใน เรียงรูปแบบต่าง ๆ การ จำนวนคำตอบท่ี
ประกาศต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กับ ทำกจิ กรรมที่ 4 ใน ถูกต้องโดยใช้
ถ้าผู้พูดพดู ชัดเจน ข้อความทฟ่ี ัง หนังสือเรยี น หน้า เกณฑ์ผ่าน 2 จาก
เช่น การรายงาน 99 3 ขอ้
สภาพอากาศ เปน็ จบั ใจความ สรุป
ตน้ ความ ตคี วามจาก คำตอบทีไ่ ด้จาก ประเมนิ ผลจาก
การฟัง การ จำนวนคำตอบท่ี
ต 1.1 ม.4-6/4 สามารถเข้าใจ ทำกจิ กรรมท่ี 5 ใน ถกู ต้องโดยใช้
ใจความสำคัญใน หนังสอื เรียน หนา้ เกณฑ์ผา่ น 3 จาก
ประกาศตา่ ง ๆ 99 4 ขอ้
ถา้ ผพู้ ูดพดู ชดั เจน
เช่น การรายงาน
สภาพอากาศ เป็น
ตน้
แนวการสอนภาษาเพื่อการส่ือสาร (CLT)
Integration of Skills: การสื่อสารเป็นกระบวนการเน้นภาพรวม (holistic process) ที่ต้องใช้ทั้งทักษะทาง
ภาษาและหลายรปู แบบ
ความรู้
- คำศัพท์
กจิ กรรม Listening
- weather forecast (n.): a statement of what the weather is likely to be for the next
day or few days, usually broadcast on television or radio or
printed in a newspaper (การพยากรณ์อากาศ)
- sunshine (n.): light and heat that come from the sun (แสงแดด, แสงอาทติ ย์)
- cloud (n.): a grey or white mass in the sky, made up of very small floating
drops of water (เมฆ)
- shower (n.): a short period of rain or snow (ฝน/หิมะตกปรอย ๆ)
- snow (n.): the small, soft, white pieces of ice that sometimes fall from
the sky when it is cold, or the white layer on the ground and
other surfaces that it forms (หิมะ)
- thunder (n.): the sudden loud noise that comes from the sky especially
during a storm (ฟา้ ร้อง)
- lightning (n.): a flash of bright light in the sky that is produced by electricity
moving between clouds or from clouds to the ground (ฟ้าแลบ่ )
- wind (n.): a current of air moving approximately horizontally, especially
one strong enough to be felt (ลม)
- fog (n.): a weather condition in which very small drops of water come
together to form a thick cloud close to the land or sea ocean,
making it difficult to see (หมอก)
- late-night* (adj.): happening very late in the evening or at night (ตอนดกึ )
- detail* (n.): a single piece of information or fact about something
(รายละเอยี ด)
- temperature* (n.): science a measurement of how hot or how cold a place or
object is (อุณหภูมิ)
- foggy* (n.): full of, or covers with, fog (มหี มอกมาก)
- expect* (v.): to think that something will happen because it seems likely
or has been planned (คาดว่า)
- possibility* (n.): the chance that something might happen or be true (ความ
เป็นไปได้)
- rise* (v.): to become greater, larger, higher etc.; to increase (สงู ขึน้ ,
เพิม่ ข้นึ )
Note: * see in audioscript
- หนา้ ท่ภี าษา
- Identifying specific detail in a weather forecast
CULTURE CORNER
มณฑลภาคกลางของอังกฤษ (The Midlands) อยรู่ ะหวา่ งตอนเหนือและตอนใต้ ยงั แบง่ ออกไดเ้ ป็นฝ่ังตะวนั ตก
The West Midlands และฝ่ังตะวนั ออก The East Midlands มเี มอื งเบอรม์ งิ แฮม (Birmingham) เป็นเมอื งทม่ี ขี นาดใหญ่
ท่สี ดุ ดว้ ยประชากรมากกวา่ ลา้ นคน
มณฑลทางตอนเหนือขององั กฤษ (The Highlands) เป็นเขตภเู ขาสงู ของสกอ็ ตแลนด์ มที ิวทศั นท์ ่งี ดงามของทะเลสาบ
ภเู ขา และแมน่ า้ ประชากรไมค่ ่อยหนาแนน่ เน่อื งจากบางพนื้ ท่เี ขา้ ถงึ ไดย้ าก
กิจกรรมการเรยี นรู้
กิจกรรม Listening
กิจกรรมก่อนฟงั
1. แจง้ ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวังเมื่อจบบทเรียน
- นักเรียนรบั ทราบว่าในบทเรียนน้ีนักเรียนจะไดฟ้ ังการพยากรณ์อากาศ หลงั จากฟังแลว้ นักเรยี นสามารถ
ตอบคำถามเพ่ือระบุข้อมูลเฉพาะได้
2. นำเข้าสู่บทเรยี น
- ครูถามนักเรยี นเก่ยี วกบั สภาพอากาศ โดยอาจจะแนวคำถามดังนี้
- What’s the weather like today?
- Did it rain yesterday?
- Will it rain tonight?
3. เข้าใจคำศัพทท์ ี่เกยี่ วกบั สภาพอากาศ
- นักเรยี นทำกจิ กรรมท่ี 1 ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 99 โดยดรู ูปภาพเกีย่ วกับสภาพอากาศเล็ก ๆ ด้านขวามือ
หมายเลข 1-7 และคำศัพทป์ ระกอบภาพ แล้วครูเปดิ ซดี ีบันทึกเสียง CD 3 Track 41 ให้นกั เรียนฟังและ
พดู ตาม เสร็จแล้ว ครูใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ ความหมายของคำศัพท์จากรปู ภาพ
- นกั เรียนทำกิจกรรมท่ี 2 ในหนังสอื เรยี น หน้า 99 โดยเขียนคำคุณศัพท์ของคำบอกทิศ เมื่อนักเรยี นทำเสร็จ
แลว้ ครเู ปิดซีดบี ันทึกเสียง CD 3 Track 42 เพ่ือเปน็ การเฉลยคำตอบให้นักเรียนพูดตาม พร้อมท้ังใหน้ ักเรียน
ช่วยกนั สรปุ ความหมายและการใช้ของคำคุณศัพท์เหล่านวี้ า่ ใชข้ ยายหรือนำหน้าสถานที่ เชน่ Northern
Ireland, Southern England เป็นต้น
- นกั เรียนทำกจิ กรรมท่ี 3 ในหนังสือเรยี น หนา้ 99 โดยหาตำแหน่งของสถานที่ทีก่ ำหนดว่าอยูต่ รงไหนใน
แผนทีด่ า้ นขวามือ เสร็จแลว้ ให้ช่วยกันทำนายวา่ สถานที่ใดน่าจะหนาวทีส่ ุด เพราะเหตุใด เม่อื เสรจ็ แลว้
นกั เรียนทีค่ รสู ่มุ บอกคำตอบของตน แล้วใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันเฉลยคำตอบ
กจิ กรรมระหวา่ งฟัง
- นกั เรยี นทำกจิ กรรมที่ 4 ในหนงั สือเรยี น หนา้ 99 ครูเปิดซีดบี ันทกึ เสยี ง ซ่ึงการพยากรณ์อากาศของ
สถานทที่ ีก่ ำหนด 4 แห่ง ใหน้ กั เรยี นฟงั และจับคู่สถานที่กับรูปภาพท่ีบอกสภาพอากาศ ซ่ึงมีภาพที่ไม่
เกย่ี วข้อง 2 รูปภาพ โดยใสต่ ัวอกั ษรทกี่ ำกบั ภาพลงในรูปสเ่ี หลยี่ มเลก็ ท้ายสถานที่ทก่ี ำหนด ทง้ั น้ี ครใู ห้
นกั เรียนอ่านสถานทแ่ี ละทำความเขา้ ใจกับรูปภาพล่วงหน้า ครแู นะนำกลยทุ ธใ์ นการฟังว่า การฟังครั้งนี้
จดุ ประสงค์เฉพาะคือภาพสญั ลกั ษณ์ อุณหภูมทิ ี่อยใู่ นภาพ คำถามในข้อ A-F (นกั เรยี นสามารถกลบั ไป
ทบทวนได้ในกิจกรรมท่ี 1) ใหต้ ั้งใจฟงั ในสง่ิ ท่ีเรามุ่งหวงั ไมจ่ ำเปน็ ตอ้ งทราบความหมายของคำศัพท์ทุกตวั
ตอ่ จากนั้นครูเปดิ ซดี บี ันทกึ เสียง CD 3 Track 43 ใหน้ ักเรียนฟงั ทลี ะสถานท่ี จนครบสี่ นักเรยี นทค่ี รสู มุ่
บอกคำตอบของตน และใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั เฉลยคำตอบ (ดูเฉลยทา้ ยเล่ม)
- นักเรยี นทำกิจกรรมท่ี 5 ในหนังสือเรียน หน้า 99 ให้นกั เรยี นฟังการพยากรณ์อากาศจากซีดีบันทกึ เสยี งใน
กิจกรรมท่ี 3 อกี ครั้ง แลว้ บอกว่าประโยคในข้อ 1-4 ถูก (T) หรอื ผดิ (F) โดยใส่ตวั อักษร T หรอื F ลงใน
รูปสีเ่ หลยี่ มเลก็ ท้ายประโยคที่กำหนด ครูให้นักเรียนอา่ นและทำความเขา้ ใจกับประโยคในข้อ 1-4
ล่วงหนา้ ครูแนะนำกลยุทธใ์ นการฟงั ว่า การฟังครง้ั นี้เป็นการฟังเพื่อเก็บรายละเอยี ดและการตีความจงึ ควร
ต้ังใจฟังต้งั แต้ต้นจนจบ ต่อจากนั้นครูเปิดซีดีบันทึก
เสียง CD 3 Track 43 ให้นกั เรียนฟังทลี ะสถานทีจ่ นครบส่สี ถานที่ นกั เรียนทคี่ รสู มุ่ บอกคำตอบของตน
และให้นกั เรยี นชว่ ยกนั เฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยทา้ ยเลม่ )
กจิ กรรมหลงั ฟงั
1. ทบทวนคำศัพท์ในบทฟัง
- นกั เรียนทำกจิ กรรมท่ี 6 ในหนงั สือเรียน หนา้ 99 โดยเติมคำในประโยคการพยากรณ์อากาศดว้ ยคำศพั ท์
ที่กำหนดในกรอบ เม่ือนักเรียนเติมคำเสร็จแล้ว ครูให้นักเรียนฟงั ซีดีบันทกึ เสียง CD 3 Track 44 เพ่ือ
เป็นการตรวจสอบคำตอบและครูให้นักเรยี นชว่ ยกนั บอกความหมายและครบู อกนกั เรยี นวา่ คำเหล่านี้
เป็นคำคุณศพั ทท์ ่ีมาจากคำนามเตมิ -y
- นักเรยี นทำกิจกรรมท่ี 10 ในหนงั สือเรยี น หนา้ 99 โดยเปดิ หนังสอื เรยี น หน้า 144 ใน WORD STORE
8D และเติมคำศัพทเ์ กี่ยวกับสภาพอากาศท่ีเป็นคำนามและคำศัพท์ จากคำศัพทห์ รือคำนามที่กำหนดให้
เมอื่ นักเรียนเตมิ คำเสรจ็ แลว้ ครูใหน้ ักเรียนฟงั ซดี บี ันทึกเสยี ง CD 3 Track 47 เพื่อเป็นการตรวจสอบ
คำตอบ
2. พดู ถามตอบเก่ียวกับสภาพอากาศ
- นกั เรียนทำกจิ กรรมที่ 9 ในหนังสอื เรียน หนา้ 99 โดยจบั คู่ถาม-ตอบเกย่ี วกบั สภาพอากาศโดยใชค้ ำถาม
ทกี่ ำหนด เม่ือนักเรียนทำเสร็จแล้ว นักเรียนทค่ี รูสมุ่ บางคพู่ ูดถาม-ตอบใหเ้ พื่อนฟงั ในห้องเรยี น
3. ฟงั คำและออกเสยี งตาม
- นักเรียนทำกจิ กรรมท่ี 7 ในหนังสือเรยี น หนา้ 99 โดยครเู ปิดซีดบี นั ทกึ เสียง CD 3 Track 45 ใหน้ กั เรยี น
ฟงั เสยี งคำทเ่ี กี่ยวข้องกับการพยากรณอ์ ากาศแล้วให้นกั เรียนออกเสียงตาม
4. ฟงั ประโยคและออกเสียงตาม
- นักเรียนทำกจิ กรรมท่ี 8 ในหนังสือเรยี น หน้า 99 โดยครูเปดิ ซีดบี ันทกึ เสยี ง CD 3 Track 46 ใหน้ กั เรยี น
ฟังการออกเสยี งประโยคท่มี ีคำทีเ่ กย่ี วข้องกับการพยากรณ์อากาศแลว้ ออกเสยี งตาม
5. ประเมินผล
- ครูประเมินผลการระบุสื่อที่ไม่ใช่ความเรียงให้สัมพันธ์กับข้อความที่ฟังจากจำนวนคำตอบที่ถูกต้องของ
นักเรียนในการจับคู่ข้อความพยากรณ์อากาศที่ฟังกับรูปภาพสภาพอากาศ ในกิจกรรมที่ 4 ในหนังสือ
เรียน หนา้ 99 โดยใช้เกณฑผ์ ่าน 2 จาก 3 ขอ้
- ครปู ระเมนิ ผลการจับใจความสำคญั สรปุ ความ ตีความ จากจำนวนคำตอบท่ีถูกต้องของนกั เรยี น ใน
กจิ กรรมท่ี 5 ในหนังสือเรยี น หน้า 99 โดยใช้เกณฑ์ 3 จาก 4 ขอ้
กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณท์ างภาษา
1. หลังจากทำกจิ กรรมที่ 9 ในหนังสือเรียน หนา้ 99 ให้นักเรียนจบั คกู่ ันเขียนข้อความพยากรณ์อากาศใน
ประเทศของตนในอกี 2 วนั ข้างหนา้ แลว้ นำมารายงานผลในสปั ดาหถ์ ดั มาว่าคำพยากรณ์ใกลเ้ คยี งกบั ความ
เปน็ จรงิ มากน้อยเพยี งใด
สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือแบบเรียน FOCUS 1 หนา้ 99
2. ซดี ีบนั ทึกเสยี ง
3. เครื่องเล่นซดี ี
4. ส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์
- https://www.britannica.com/place/Midlands
- https://www.visitengland.com/destinations/central-england-and-midlands
- https://www.visitscotland.com/destinations-maps/highlands/
- https://www.britannica.com/place/Highlands-region-Scotland
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 22
รายวชิ า ภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน 2 รหัสวชิ า อ31102 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4 ชือ่ หน่วย Nature จำนวน 10 ช่ัวโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ เรือ่ ง Nature เวลาเรียน 2 ช่ัวโมง
ครูผู้สอน นายจิรศักดิ์ นิ่มมาระดี กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ
สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
หน่วยการเรียนรูน้ มี้ ีวตั ถปุ ระสงคใ์ หน้ กั เรยี นเรียนรูค้ าศพั ท์ สานวน โครงสรา้ ง และหนา้ ท่ที างภาษาท่เี กี่ยวขอ้ งกบั ภมู ิ
ทัศน์ สัตวป์ ่ า และปัญหาส่ิงแวดลอ้ ม ฟังคาพยากรณอ์ ากาศ พูดแสงความคิดเห็นดว้ ยและไม่เห็นดว้ ย อ่านบทอ่าน
เกี่ยวกบั อทุ ยานแหง่ ชาติและป่าสงวน และเขยี นแสดงความคดิ เหน็ และใหเ้ หตผุ ล
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชวี้ ัด
สาระท่ี 1 : ภาษาเพือ่ การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/3, ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/5
สาระที่ 2 : ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.4-6/1
สาระท่ี 4 : ภาษากับความสัมพนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.4-6/1
เปา้ หมายตามกรอบ CEFR:
สามารถเขา้ ใจใจความสำคัญในประกาศตา่ ง ๆ ถ้าผพู้ ดู พูดอย่างชัดเจน เชน่ การรายงานสภาพอากาศ เป็นตน้
สามารถเขา้ ใจประเดน็ สำคัญจากเร่ืองสั้นในหนังสือพิมพ์/นิตยสารทีม่ ีส่อื ประกอบ สามารถพดู ขอและให้ความ
คิดเหน็ แสดงความเหน็ ด้วยและไม่เห็นด้วยแบบงา่ ย ๆ สามารถเขยี นเกีย่ วกบั สิ่งของด้วยการใชภ้ าษางา่ ย ๆ
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ความสามารถในการส่ือสาร การคดิ การแก้ปญั หา มจี ิตสาธารณะ : ช่วยเหลือส่วนรวม
การใชท้ กั ษะชีวติ การใชเ้ ทคโนโลยี
ทกั ษะ/กระบวนการ ทักษะการคดิ
ทักษะเฉพาะวชิ า
การฟัง : ฟงั คำพยากรณ์อากาศและระบขุ อ้ มลู - การสังเกต
การพดู : พูดแสดงความเห็นด้วยและไม่เห็นดว้ ย - การตคี วาม
การอ่าน : อา่ นบทอ่านเก่ยี วกับอุทยานแห่งชาติและปา่ สงวน - การวเิ คราะห์
การเขียน : เขยี นแสดงความคิดเห็นและให้เหตุผล - การหาแบบแผน
- การสรุปย่อ
ความสัมพนั ธ์กับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่ืน - การให้เหตผุ ล
สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เป้าหมายการเรียนรู้/หลกั ฐานการเรียนรู้/การวดั ผลและประเมนิ ผล
มาตรฐานการ เป้าหมายตาม สงิ่ ทตี่ ้องร้แู ละ ผลงาน/ช้ินงาน การวดั ผลและ
เรยี นร้แู ละตวั ชวี้ ัด กรอบ CEFR ปฏิบตั ิได้ ประเมินผล
ต 1.1 ม.4-6/4 สามารถเข้าใจ จับใจความสำคญั คำตอบทไี่ ด้จาก ประเมินผลจาก
ต 1.2 ม.4-6/5
ประเด็นสำคัญที่ สรุปความ ตีความ การ จำนวนคำตอบท่ี
อ่านที่มสี ่ือ จากการอา่ นเรอ่ื งที่ ทำกจิ กรรมที่ 2 ใน ถกู ต้องและใช้
ประกอบ เป็นสารคดี หนังสือแบบฝึกหดั เกณฑผ์ ่าน 5 จาก
หนา้ 75 7 ข้อ
สามารถถามและ พดู บรรยายความ ถอ้ ยคำพูดแสดง ประเมนิ การพดู
ตอบคำถามง่าย ๆ คดิ เหน็ ของตน ความคดิ เหน็ แสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับ ความชอบ เกี่ยวกับเรื่องตา่ ง ๆ เก่ยี วกับ โดยใช้
และความไม่ชอบ พรอ้ มท้งั ใหเ้ หตผุ ล อุทยานแห่งชาติ/ เกณฑ์การประเมิน
ประกอบอยา่ ง ป่าสงวนที่นกั เรียน การพูด และใช้
เหมาะสม อยากไปในกิจกรรม เกณฑ์
ท่ี 4 ในหนงั สือ ผา่ นระดับพอใช้
เรยี น
หนา้ 100
แนวการสอนภาษาเพือ่ การสอ่ื สาร (CLT)
Effective Tasks: กิจกรรมภาษาหรือแบบฝึกหัดที่มีคุณภาพในชั้นเรียนจะทำให้ผู้เรียนมีโอกาสที่จะสื่อ
ความหมายในภาษา เพม่ิ พนู แหล่งการเรยี นรู้ภาษา สงั เกตการใชภ้ าษา และมสี ว่ นในการร่วมสื่อสาร
ความรู้ an area of a country that is protected by the government
- คำศัพท์ because of its natural beauty or because it has a special
history (อทุ ยานแห่งชาติ)
กจิ กรรม Reading an unpleasant emotion or thought that you have when you
- national park (n.): are frightened or worried by something dangerous, painful, or
bad that is happening or might happen (ความกลวั )
- fear (n.): something or someone that annoys you or causes trouble for
you (ความรำคาญ ส่งิ รบกวน)
- nuisance (n.): the act of working together with someone or doing what they
ask you (ความร่วมมอื )
- cooperation (n.): impossible, or very difficult, to believe (เหลอื เชือ่ )
extremely surprising (น่าประหลาด, นา่ สนเทห่ )์
- incredible (adj.): existing since the beginning, or being the earliest form of
- amazing (adj.): something (เร่ิมแรก, ด้งั เดมิ )
- original (adj.): extremely exciting, beautiful, or surprising (น่าท่ึง)
pleasant or enjoyable (สวยงาม, นา่ พอใจ)
- breathtaking (adj.):
- lovely (adj.):
- picturesque (adj.): attractive in appearance, especially in an old-fashioned way
(งดงามด่ังภาพวาด, สวย)
- birdwatching (n.): the practice of observing birds in their natural environment as
a hobby (การดูนก)
- หน้าที่ภาษา
- Finding specific detail in short texts about national parks
CULTURE CORNER
หมเู่ กาะฟารน์ (The Farne Islands) เป็นหม่เู กาะเลก็ ๆ ทางชายฝ่ังตอนเหนือขององั กฤษ ท่แี หล่งอาศัยของนก
นานาพนั ธุ์ ปัจจบุ นั หม่เู กาะนไี้ มม่ ีประชากรอยอู่ าศยั จะมีเพยี งนกั อนรุ กั ษ์และผชู้ ่ืนชอบในการดนู กแวะเวียนมาพกั เป็น
ครงั้ คราว
เหย่ียวเพเรกรนิ (The peregrine falcon) เป็นนกท่ีบนิ ไดเ้ รว็ มาก บนิ ไดเ้ รว็ ถงึ 320 กโิ ลเมตรต่อช่วั โมง พบไดห้ ลาย
ภมู ิภาคท่วั โลก ดารงชวี ติ ดว้ ยการล่าเหย่ือจาพวกนกและสตั วเ์ ลยี้ งลกู ดว้ ยนมท่ีมขี นาดเลก็ กวา่ เชน่ หนู กระรอก เป็นนก
ท่ฝี ึกงา่ ย สมยั โบราณจึงมกั นยิ มใชช้ ว่ ยลา่ สตั ว์ ปัจจบุ นั มกี ารนาเหย่ียวชนดิ นมี้ าชว่ ยไล่นกปอ้ งกนั ไมใ่ หม้ าบินชน
เคร่ืองบินในสนามบิน
ตรู เ์ ดอฟรอ็ งซ์ (The Tour de France) เป็นการแขง่ ขนั จกั รยานทางไกลท่มี ีช่อื เสียงมากท่ีสดุ ในโลก จดั ขึน้ ทกุ ปี ใช้
เวลานานราว 3 สปั ดาห์ เร่มิ จดั ขนึ้ ตงั้ แต่ ค.ศ. 1903 จนถึงปัจจบุ นั (เวน้ การจดั แขง่ ขนั ในชว่ งสงครามโลกครงั้ ท่หี นง่ึ และ
สอง) นกั ป่ันตอ้ งป่ันจกั รยานระยะทางไกลราว 3,500 กิโลเมตรโดยมีการแบง่ เป็นชว่ ง ๆ หลายชว่ ง ในปี ค.ศ. 2014 ตรู เ์ ด
อฟรองซม์ จี ดุ เรม่ิ ป่ันในองั กฤษ โดยการป่ันบนเกาะองั กฤษจะมสี ามชว่ ง ช่วงแรกจากเมอื งลีดส์ (Leeds) ไปเมืองฮารโ์ ร
เกต (Harrogate) ซง่ึ ตอ้ งผ่านชนบทท่สี วยงามและมชี ่ือเสียงในแถบยอรค์ เชยี รเ์ ดลส์ (Yorkshire Dales) ท่ชี าวองั กฤษ
นยิ มไปพกั ผอ่ น ชว่ งท่สี องจากเมืองยอรค์ (York) ท่มี ีความสาคญั ทางประวตั ิศาสตรผ์ ่านเมืองฮดั เดอรส์ ฟิลด์
(Huddersfield) ไปเมืองเชฟฟิลด์ (Sheffield) ซ่งึ เป็นเมอื งอตุ สาหกรรม และชว่ งท่ีสามจากเคมบรดิ จ์ (Cambridge)
เมืองมหาวิทยาลยั ท่ีมีช่อื เสยี งไปยงั กรุงลอนดอน (London)
กจิ กรรมการเรยี นรู้
กจิ กรรม Reading
กิจกรรมก่อนอ่าน
1. แจ้งผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั เม่ือจบบทเรียน
- นักเรยี นรบั ทราบว่าในบทเรยี นนนี้ ักเรียนจะได้อ่านบทอ่านเก่ียวกบั อุทยานแห่งชาติและป่าสงวน เมื่อจบ
บทเรียนแล้วนกั เรยี นจะสามารถหารายละเอยี ดเฉพาะ และพูดแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับอุทยานแห่งชาติ/
ป่าสงวนท่ีนักเรียนอยากไปได้
2. นำเขา้ สบู่ ทเรียน
- ครชู วนนกั เรียนพูดคุยเก่ียวกับอุทยานแห่งชาติ โดยอาจจะใช้แนวคำถามดังน้ี
- Do you know Khao Yai National Park?
- Where is it?
- Can you tell me the names of other national parks?
etc.
3. เตรยี มความพรอ้ มก่อนอา่ น
- นักเรยี นทำกจิ กรรมท่ี 1 ในหนงั สือเรียน หน้า 100 โดยนักเรียนจบั คู่กนั ตอบคำถามและพูดคุยตามหัวข้อ
ทก่ี ำหนด
กิจกรรมระหว่างอา่ น
- นักเรียนทำกิจกรรมท่ี 2 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 100 ให้นักเรียนดรู ปู ภาพและหัวเร่ืองของบทอา่ น A-C ใน
หนา้ 101 แล้วตอบคำถาม หลงั จากนัน้ นักเรียนอ่านบทอา่ นเพ่ือตรวจสอบคำตอบพร้อมทง้ั แนะนำกล
ยุทธว์ ่า การอา่ นเพ่ือเฉลยคำตอบในคร้ังน้ีวา่ เป็นการอา่ นเพื่อหาข้อมลู เฉพาะ (scanning) นกั เรยี นไม่
จำเป็นต้องอา่ นข้อความในบทอ่านทงั้ หมด เพยี งแต่กวาดสายตาเพ่ือคน้ หาข้อมูลที่ตรงกบั ส่ิงท่ีต้องการ
ทราบเท่านัน้ เม่ือนักเรยี นทำเสรจ็ นักเรยี นทีค่ รูสมุ่ บอกคำตอบของตน และใหน้ ักเรยี นทั้งห้องชว่ ยกัน
เฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยท้ายเล่ม)
กิจกรรมหลงั อ่าน
- นักเรียนทำกิจกรรมท่ี 3 ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 100 โดยนักเรียนอ่านบทอ่านอีกครง้ั แล้วบอกว่าประโยค
ในขอ้ 1-7 ถูก (R) ผิด (W) หรือไม่ได้กล่าวถงึ (DS) ในบทอ่าน แลว้ เขยี นตวั อักษร W, S หรอื DS ในกรอบ
คำตอบทา้ ยประโยค ครแู นะนำกลยุทธใ์ นการอ่านวา่ ควรอ่านและทำความเข้าใจกับประโยคแต่ละขอ้
กอ่ นเพอ่ื ให้มจี ดุ มุ่งหมายในอ่าน และจากนั้นก็อา่ นแบบ Details Reading คืออ่านอย่างละเอียดอีกที
เพราะต้องตีความเพื่อความชัดเจนและได้คำตอบที่ถกู ต้อง พรอ้ มท้ังยกตัวอยา่ งในข้อ 1: In … it is all
right to give fish to the seabirds. ซ่งึ ประโยคแรกของบทอา่ นคือ Water birds have a natural
diet of fish and sea plants. และหวั เรือ่ งประกาศคือ PLEASE DO NOT FEED SEA BIRDS ฉะน้ัน
คำตอบในข้อ 1 คอื W เมอื่ นักเรียนทำเสรจ็ แล้ว นักเรียนท่ีครสู ่มุ บอกคำตอบของตน และให้นักเรยี นทง้ั
ห้องช่วยกันเฉลยคำตอบ (ดูเฉลยทา้ ยเล่ม) ครูอธบิ ายเพิ่มเติมในกรณีท่ีนักเรยี นยังทำไมถ่ ูกต้อง
4. พดู แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับบทอา่ น
- นกั เรียนทำกิจกรรมที่ 4 ในหนังสือเรียน หน้า 100 ให้นักเรยี นจับคพู่ ูดแสดงความคิดเหน็ วา่ อุทยาน
แหง่ ชาต/ิ ป่าสงวน ท่นี ักเรียนอยากไปในบทอ่านคือท่ีไหน เพราะอะไร โดยเรม่ิ ตนั ประโยควา่ I would
like to see … because …
- นกั เรยี นทค่ี รูส่มุ พดู แสดงความคิดเหน็ พร้อมท้ังใหเ้ หตผุ ล
5. ประเมนิ ผล
- ครปู ระเมินการอ่านโดยใช้บทอา่ นและคำถามในหนังสือแบบฝกึ หดั FOCUS 1 หน้า 74-75 (ครูทำสำเนา
บทอา่ นและกจิ กรรมที่ 1-2 แจกนกั เรียนถ้านักเรยี นไมม่ หี นังสือแบบฝึกหดั ) แล้วประเมนิ ผลจากจำนวน
คำตอบที่ถูกต้องจากการทำกิจกรรมท่ี 2 และใช้เกณฑผ์ า่ น 5 จาก 7 ข้อ
- ครูประเมินการพูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ/ป่าสงวนที่ในบทอ่านที่นักเรียนอยากไป
โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมินการพดู และใช้เกณฑ์ผา่ นระดับพอใช้
กจิ กรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณท์ างภาษา
1. นักเรียนทำกิจกรรมท่ี 3-6 ในหนังสอื แบบฝึกหัด FOCUS 1 หนา้ 75 หลังจากทำกิจกรรมข้อ 10 ในหนังสือ
เรียน หนา้ 100
2. ครูให้นกั เรียนจับคชู่ ว่ ยกันเขยี นคำถามเกี่ยวกบั แตล่ ะบทอา่ น แล้วสลับคำถามกนั กับคู่อ่ืนเพ่ือผลดั เปล่ียนกนั
พูดถาม-ตอบหลงั จากทำกิจกรรมขอ้ 3 ในหนังสือเรียน หน้า 100
สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื แบบเรียน FOCUS 1 หนา้ 100-101
2. หนงั สอื แบบฝกึ หดั FOCUS 1 หนา้ 74-75
3. ซดี บี นั ทึกเสยี ง
4. เคร่ืองเล่นซดี ี
5. สอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส์
- https://www.nationaltrust.org.uk/farne-islands
- https://www.allaboutbirds.org/guide/Peregrine_Falcon#
- https://defenders.org/peregrine-falcon/basic-facts
- http://www.letouryorkshiredales.com/the-yorkshire-route.asp
- https://www.britannica.com/sports/Tour-de-France
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 23
รายวชิ า ภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน 2 รหัสวชิ า อ31102 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4 ชือ่ หน่วย Nature จำนวน 10 ช่ัวโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ เรือ่ ง Nature เวลาเรียน 2 ช่ัวโมง
ครูผู้สอน นายจิรศักดิ์ นิ่มมาระดี กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ
สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
หน่วยการเรียนรูน้ มี้ ีวตั ถปุ ระสงคใ์ หน้ กั เรยี นเรียนรูค้ าศพั ท์ สานวน โครงสรา้ ง และหนา้ ท่ที างภาษาท่เี กี่ยวขอ้ งกบั ภมู ิ
ทัศน์ สัตวป์ ่ า และปัญหาส่ิงแวดลอ้ ม ฟังคาพยากรณอ์ ากาศ พูดแสงความคิดเห็นดว้ ยและไม่เห็นดว้ ย อ่านบทอ่าน
เกี่ยวกบั อทุ ยานแหง่ ชาติและป่าสงวน และเขยี นแสดงความคดิ เหน็ และใหเ้ หตผุ ล
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชวี้ ัด
สาระท่ี 1 : ภาษาเพือ่ การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/3, ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/5
สาระที่ 2 : ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.4-6/1
สาระท่ี 4 : ภาษากับความสัมพนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.4-6/1
เปา้ หมายตามกรอบ CEFR:
สามารถเขา้ ใจใจความสำคัญในประกาศตา่ ง ๆ ถ้าผพู้ ดู พูดอย่างชัดเจน เชน่ การรายงานสภาพอากาศ เป็นตน้
สามารถเขา้ ใจประเดน็ สำคัญจากเร่ืองสั้นในหนังสือพิมพ์/นิตยสารทีม่ ีส่อื ประกอบ สามารถพดู ขอและให้ความ
คิดเหน็ แสดงความเหน็ ด้วยและไม่เห็นด้วยแบบงา่ ย ๆ สามารถเขยี นเกีย่ วกบั สิ่งของด้วยการใชภ้ าษางา่ ย ๆ
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ความสามารถในการส่ือสาร การคดิ การแก้ปญั หา มจี ิตสาธารณะ : ช่วยเหลือส่วนรวม
การใชท้ กั ษะชีวติ การใชเ้ ทคโนโลยี
ทกั ษะ/กระบวนการ ทักษะการคดิ
ทักษะเฉพาะวชิ า
การฟัง : ฟงั คำพยากรณ์อากาศและระบขุ อ้ มลู - การสังเกต
การพดู : พูดแสดงความเห็นด้วยและไม่เห็นดว้ ย - การตคี วาม
การอ่าน : อา่ นบทอ่านเก่ยี วกับอุทยานแห่งชาติและปา่ สงวน - การวเิ คราะห์
การเขียน : เขยี นแสดงความคิดเห็นและให้เหตุผล - การหาแบบแผน
- การสรุปย่อ
ความสัมพนั ธ์กับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่ืน - การให้เหตผุ ล
สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เป้าหมายการเรียนรู้/หลกั ฐานการเรียนรู้/การวดั ผลและประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรียนรู้ เปา้ หมายตาม สิง่ ท่ีต้องรแู้ ละ ผลงาน/ช้ินงาน การวดั ผลและ
และตวั ช้ีวดั กรอบ CEFR ปฏบิ ัตไิ ด้ ประเมนิ ผล
ต 1.2 ม.4-6/5 พดู แสดงความ
ต 2.1 ม.4-6/1
สามารถพูดขอและ คดิ เห็นของตน ถ้อยคำพดู แสดง ประเมินการพูดโดย
ให้ความคิดเห็น เก่ียวกับเร่ืองต่าง ๆ ความเหน็ ด้วย/ไม่ ใช้เกณฑ์การ
แสดงความเห็นดว้ ย เหน็ ดว้ ยในกจิ กรรม ประเมนิ การพูด
และไมเ่ ห็นด้วย เลือกใชภ้ าษา ที่ 6 ในหนังสือ และใชเ้ กณฑผ์ า่ น
แบบงา่ ย ๆ เหมาะกับโอกาส เรียน ระดับพอใช้
ตามมารยาทสังคม หน้า 103
และวฒั นธรรมของ
เจ้าของภาษา
แนวการสอนภาษาเพ่ือการสอ่ื สาร (CLT)
Interaction: การเรียนรู้ภาษาที่สองจะเกิดขึ้นได้ง่ายถ้าผู้เรียนได้ปฏิสัมพันธ์หรือสื่อสารในภาษานั้นอย่างมี
ความหมาย
ความรู้
- คำศพั ท์
กจิ กรรม Speaking
- exactly (adv.): used to increase emphasis (ใช่เลย)
- absolutely (adv.): used as a strong way of saying ‘yes’ (ใช่เลย)
- สำนวนภาษา
- to be honest หมายถึง พดู /บอกตรง ๆ ใช้เมื่อต้องการบอกเน้นถงึ ส่ิงท่ีพูดวา่ ผ้คู ิดอย่างนัน้ จริง ๆ
เชน่ To be honest, I don’t like him very much. (บอกตรง ๆ เลยนะวา่ ฉันไม่ชอบเขาเลย)
- หน้าทภี่ าษา
- Agreeing and disagreeing in a discussion and expressing opinion
FACT FILE
เอิรธ์ อาวเออร์ (Earth Hour) เป็นโครงการรว่ มมอื ระดบั นานาชาติ รณรงคใ์ หป้ ิดไฟเป็นเวลา 1 ช่วั โมง เพ่อื กระตนุ้
ใหค้ นหนั มาตระหนกั ถงึ ปัญหาเรอ่ื งภาวะโลกรอ้ นมากขึน้ รเิ รม่ิ โครงการโดย กองทนุ สตั วป์ ่าโลก (World Wildlife Fund:
WWF) โครงการนเี้ รม่ิ ตน้ ขนึ้ เม่ือปี พ.ศ. 2550 ท่นี ครซดิ นยี ์ ประเทศออสเตรเลีย ผลคือหลงั จากการปิดไฟเป็นเวลา 60
นาที คนจานวนประมาณ 2.2 ลา้ นคน ปิดไฟและสามารถลดการปล่อยก๊าซคารบ์ อนลงเท่ากบั ลดจานวนรถยนตใ์ นถนน
ไปถึง 48,000 คนั หรือช่วยลดปรมิ าณการใชไ้ ฟฟ้าลงได้ 10% เม่ือเทยี บกบั ชว่ งเวลาปกติ
กจิ กรรมการเรยี นรู้
กจิ กรรม Speaking
1. แจง้ ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวงั เม่ือจบบทเรยี น
- นักเรียนรับทราบว่าในบทเรียนนี้นักเรียนจะได้เรียนรู้ถ้อยคำและการแสดงความเห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย
เมอื่ จบบทเรียน นักเรียนจะต้องแสดงพูดบทสนทนาแสดงความเห็นดว้ ย/ไม่เหน็ ด้วยได้
2. นำเข้าสู่บทเรียน
- นักเรยี นทำกจิ กรรมที่ 1 ในหนงั สือเรียน หน้า 103 โดยจบั คูก่ ันอ่านประโยคขอ้ 1-2 ซงึ่ บอกเกีย่ วกับการ
ใชพ้ ลงั งานสญู เปล่าและประหยัดพลังงาน กับข้อ a-b ท่บี อกการกระทำเกี่ยวกับพลงั งาน เมอ่ื เสร็จ แลว้
ครูใหน้ ักเรียนท้ังห้องช่วยกนั เฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยทา้ ยเล่ม)
- นกั เรียนทำกิจกรรมที่ 2 ในหนังสือเรียน หน้า 103 โดยอ่านข้อความ แล้วแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
Earth Hour ในประเดน็ : Do you think it’s a good idea? Why? Why not? เมื่อเสร็จ นกั เรียนทค่ี รู
สุ่ม 2-3 คนบอกคำตอบของตน
3. เขา้ ใจและใชถ้ ้อยคำเกย่ี วกบั การแสดงความเหน็ ดว้ ยและไม่เห็นดว้ ย
- นักเรียนทำกิจกรรมที่ 3 ในหนังสอื เรียน หน้า 103 โดยครูเปดิ ซดี บี นั ทกึ เสียง CD 3 Track 51 ใหน้ กั เรยี น
ฟงั บทสนทนาพดู คุยกันระหวา่ ง Alice และ Leo เก่ียวกบั Earth Hour และใหน้ ักเรียนชว่ ยกันบอกว่า
ใครในสองคนนที้ ่ีคดิ วา่ โครงการ Earth Hour เปน็ ความคิดทด่ี ี และใครคดิ วา่ โครงการนเ้ี ปน็ ความคิดท่ีไม่
ดี (ดูเฉลยท้ายเล่ม)
- นกั เรยี นทำกิจกรรมท่ี 4 ในหนังสือเรยี น หนา้ 103 โดยอ่านถอ้ ยคำแสดงความเห็นด้วย ไมเ่ หน็ ด้วย ก่ึง
เห็นดว้ ย และก่งึ ไมเ่ ห็นด้วย ใน SPEAKING FOCUS และเตมิ คำในบทสนทนา เสร็จแลว้ ครูเปดิ ซีดี
บนั ทกึ เสยี ง CD 3 Track 51 ให้นักเรยี นฟงั เพ่ือเปน็ การตรวจสอบคำตอบ ครูใหน้ ักเรียนช่วยกนั สรปุ
ถอ้ ยคำและความหมายของถ้อยคำเกยี่ วกบั การแสดงความคดิ เหน็ ด้วยและไม่เห็นดว้ ย ครูอธิบาย
เพม่ิ เติมในกรณที น่ี ักเรยี นสรปุ ได้ไม่ชัดเจน
- ครเู ปดิ ซดี ีบนั ทึกเสียง CD 3 Track 51 อีกคร้งั ใหน้ ักเรยี นฟังทลี ะประโยคและพดู ตาม
- ครูตรวจสอบความเขา้ ใจโดยให้นักเรียนทำกิจกรรมท่ี 5 ในหนงั สอื เรียน หนา้ 103 โดยเลอื กวงกลม
ลอ้ มรอบถ้อยคำแสดงความเห็นดว้ ยและไม่เหน็ ดว้ ยในขอ้ 2-4 ทถี่ ูกตอ้ งสอดคล้องกับขอ้ ความใน
ประโยค เมื่อเสร็จแลว้ นักเรียนท่คี รสู ุ่มบอกคำตอบของตน และใหน้ กั เรยี นในห้องชว่ ยกันเฉลยคำตอบ
(ดเู ฉลยท้ายเล่ม) ครอู ธิบายเพิ่มเติมในกรณีท่ีนักเรียนทำไม่ถูกต้อง
4. พดู แสดงความเห็นดว้ ย/ไม่เห็นด้วย
- นักเรียนทำกิจกรรมที่ 6 ในหนังสอื เรียน หนา้ 103 โดยนักเรียนจบั ค่กู นั และผลัดกันอ่านคำพดู ของ A ใน
กจิ กรรมที่ 5 และใหน้ ักเรยี นทง้ั คู่พูดแสดงความเห็นดว้ ย/ไม่เหน็ ดว้ ยตามความคิดของนักเรียน โดยใช้
แนวคำพูดใน SPEAKING FOCUS เปน็ แนวทางในการพดู
- นักเรียนท่ีครูสุ่ม 3-4 คู่ พดู แสดงความเหน็ ดว้ ย/ไมเ่ หน็ ดว้ ย
5. ประเมนิ ผล
- ครูประเมินผลการพูดแสดงความเห็นด้วย/ไม่เห็นด้วยของนักเรียนแต่ละคู่ในกิจกรรมที่ 6 โดยใช้เกณฑ์
การประเมนิ การพูด และใชเ้ กณฑ์ผา่ นระดบั พอใช้
กจิ กรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
1. หลงั จากทำกิจกรรมที่ 4 ในหนงั สือเรียน หน้า 103 ครูให้นกั เรียนจบั คแู่ สดงบทบาทสมมตโิ ดยใชบ้ ทสนทนา
ในกจิ กรรมที่ 4
2. หลงั จากทำกจิ กรรมที่ 6 ในหนังสอื เรียน หนา้ 103 ครูให้นักเรียนชว่ ยกันหาหัวข้อปญั หาเก่ยี วกบั สง่ิ แวดล้อม
ท่ีอย่ใู นความสนใจของสังคมปัจจบุ นั เชน่ pollution, endangered, nuclear energy แลว้ เขยี นบน
กระดานดำ แล้วใหน้ กั เรยี นเตรียมแสดงความคิดเห็นของตน โดยทำโนต้ ย่อ แลว้ ใหจ้ ับกลุ่มเล็กอภิปราย โดย
ใช้พูดแสดงความเหน็ ด้วยและไมเ่ หน็
ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน FOCUS 1 หน้า 103
2. ซีดีบนั ทกึ เสียง
3. เครื่องเลน่ ซดี ี
4. ส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ - www.earthhour.org/what-is-earth-hour
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 24
รายวชิ า ภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน 2 รหัสวชิ า อ31102 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4 ชือ่ หน่วย Nature จำนวน 10 ช่ัวโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ เรือ่ ง Nature เวลาเรียน 2 ช่ัวโมง
ครูผู้สอน นายจิรศักดิ์ นิ่มมาระดี กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ
สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
หน่วยการเรียนรูน้ มี้ ีวตั ถปุ ระสงคใ์ หน้ กั เรยี นเรียนรูค้ าศพั ท์ สานวน โครงสรา้ ง และหนา้ ท่ที างภาษาท่เี กี่ยวขอ้ งกบั ภมู ิ
ทัศน์ สัตวป์ ่ า และปัญหาส่ิงแวดลอ้ ม ฟังคาพยากรณอ์ ากาศ พูดแสงความคิดเห็นดว้ ยและไม่เห็นดว้ ย อ่านบทอ่าน
เกี่ยวกบั อทุ ยานแหง่ ชาติและป่าสงวน และเขยี นแสดงความคดิ เหน็ และใหเ้ หตผุ ล
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชวี้ ัด
สาระท่ี 1 : ภาษาเพือ่ การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/3, ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/5
สาระที่ 2 : ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.4-6/1
สาระท่ี 4 : ภาษากับความสัมพนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.4-6/1
เปา้ หมายตามกรอบ CEFR:
สามารถเขา้ ใจใจความสำคัญในประกาศตา่ ง ๆ ถ้าผพู้ ดู พูดอย่างชัดเจน เชน่ การรายงานสภาพอากาศ เป็นตน้
สามารถเขา้ ใจประเดน็ สำคัญจากเร่ืองสั้นในหนังสือพิมพ์/นิตยสารทีม่ ีส่อื ประกอบ สามารถพดู ขอและให้ความ
คิดเหน็ แสดงความเหน็ ด้วยและไม่เห็นด้วยแบบงา่ ย ๆ สามารถเขยี นเกีย่ วกบั สิ่งของด้วยการใชภ้ าษางา่ ย ๆ
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ความสามารถในการส่ือสาร การคดิ การแก้ปญั หา มจี ิตสาธารณะ : ช่วยเหลือส่วนรวม
การใชท้ กั ษะชีวติ การใชเ้ ทคโนโลยี
ทกั ษะ/กระบวนการ ทักษะการคดิ
ทักษะเฉพาะวชิ า
การฟัง : ฟงั คำพยากรณ์อากาศและระบขุ อ้ มลู - การสังเกต
การพดู : พูดแสดงความเห็นด้วยและไม่เห็นดว้ ย - การตคี วาม
การอ่าน : อา่ นบทอ่านเก่ยี วกับอุทยานแห่งชาติและปา่ สงวน - การวเิ คราะห์
การเขียน : เขยี นแสดงความคิดเห็นและให้เหตุผล - การหาแบบแผน
- การสรุปย่อ
ความสัมพนั ธ์กับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่ืน - การให้เหตผุ ล
สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เป้าหมายการเรียนรู้/หลกั ฐานการเรียนรู้/การวดั ผลและประเมนิ ผล
มาตรฐานการ เป้าหมายตาม สง่ิ ทีต่ ้องรู้และ ผลงาน/ชน้ิ งาน การวัดผลและ
เรยี นร้แู ละตวั ชีว้ ัด กรอบ CEFR ปฏบิ ัติได้ ประเมินผล
ต 1.2 ม.4-6/5 สามารถเขยี น เขียนแสดง งานเขียนข้อความ ประเมนิ การเขียน
เก่ยี วกับสิง่ ของดว้ ย ความคิดเห็นของ
การใชภ้ าษางา่ ย ๆ ตนเกยี่ วกบั เรื่อง แสดงความคิดเหน็ โดยใช้เกณฑ์การ
ตา่ ง ๆ อย่างมี เกีย่ วกับ ประเมนิ การเขียน
เหตุผล
สิง่ แวดล้อมใน และใช้เกณฑผ์ ่าน
เว็บไซต์ในกจิ กรรม ระดบั พอใช้
ท่ี 10 ในหนังสือ
เรยี น
หนา้ 105
แนวการสอนภาษาเพอื่ การสอื่ สาร (CLT)
Accuracy & Fluency: การเรยี นภาษาเป็นการเรยี นรู้ทคี่ ่อยเป็นค่อยไป ท่ผี ู้เรยี นเรยี นร้จู ากการใช้ภาษาและ
จากการลองผิดลองถูกในภาษา และถึงแม้ความผิดพลาดในการใช้ภาษาจะเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นในการ
เรียนรู้ แต่เป้าหมายปลายทางของการเรียนภาษาคือการมีความสามารถในการใช้ภาษาอย่างถูกต้องและ
เหมาะสม
ความรู้
- คำศพั ท์
กิจกรรม Writing
- sort (v.): to put a number of things in an order or to separate them
into groups (แยกกลมุ่ , แยกประเภท)
- rubbish (n.): garbage, trash waste material or things that are no longer
wanted or needed (ขยะ)
- recycling (n.): the process of collecting and changing old paper, glass,
plastic, etc. so that it can be used again (การนำกลับมาใช้ใหม่)
- save (v.): to keep something, especially money, for use in the future
(ประหยัด)
- recycled (adj.): having been used before and then put through a process so
that it can form a new product (ท่ีถูกรไี ซเคิลหรอื แปรใช้ใหม)่
- throw away (v.): to get rid of something you do not want any more (ทง้ิ )
- หนา้ ที่ภาษา
- Expressing an opinion in writing with reasons and explanations
- Presenting arguments
- โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
- I think/I believe …, It seems (to me) …, In my opinion, …, In my view, …
กิจกรรมการเรยี นรู้
กจิ กรรม Writing
กจิ กรรมกอ่ นเขียน
1. แจง้ ผลการเรียนร้ทู ค่ี าดหวงั เม่ือจบบทเรยี น
- นกั เรยี นรบั ทราบวา่ ในบทเรยี นนน้ี ักเรียนจะได้อ่านตัวอยา่ งการเขยี นข้อความแสดงความคิดเห็นและได้
เรียนรู้สว่ น
ประกอบ ถ้อยคำ และลำดับความในการเขียนแสดงความคดิ เหน็ เม่ือจบบทเรียนแลว้ นกั เรยี นจะต้อง
เขียนขอ้ ความแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับสง่ิ แวดล้อมในเวบ็ ไซตไ์ ด้
2. นำเข้าสูบ่ ทเรียน
- ครูถามนักเรียนเกย่ี วกบั การซื้อขายของใชแ้ ลว้ เพอ่ื นำไปทำสิง่ ของให้กลบั มาใช้ไดอ้ ีกโดยอาจจะใชแ้ นว
คำถามดังนี้
- Have you ever sold used paper or used plastic bottles?
- Do you know why they bought them?
etc.
(ตอบไดห้ ลากหลาย)
- นกั เรยี นทำกิจกรรมที่ 1 ในหนังสอื เรียน หนา้ 104 โดยอ่านรายการแนะนำเกย่ี วการป้องกนั สงิ่ แวดล้อม
และทำความเข้าใจกับคำศัพท์ทีเ่ ป็นตวั อักษรสมี ่วง แลว้ ให้นักเรยี นจับคู่ทำเครื่องหมายถูกในกรอบคำตอบ
ทา้ ยรายการทนี่ ักเรยี นเห็นด้วย และเปรียบเทยี บคำตอบกบั นักเรยี นคอู่ น่ื ๆ
3. เข้าใจถ้อยคำและลำดบั ความในการเขยี นแสดงความคิดเหน็
- นักเรียนทำกิจกรรมที่ 2 ในหนังสอื เรียน หนา้ 104 โดยอ่านเว็บไซต์แสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกับ
ส่ิงแวดล้อม เสร็จแล้ว นักเรียนทคี่ รูสุม่ บอกคำตอบของตน และใหน้ ักเรยี นท้งั ห้องช่วยกันเฉลยคำตอบ
(ดูเฉลยท้ายเลม่ )
- นกั เรียนทำกจิ กรรมที่ 3 ในหนงั สือเรยี น หนา้ 104 โดยอา่ นเว็บไซต์ในกจิ กรรมที่ 2 อีกคร้ัง และให้
นกั เรยี นจบั คู่สว่ นตา่ ง ๆ ของขอ้ ความแสดงความคดิ เหน็ (A-E) กบั คำบอกลักษณะของขอ้ ความ (1-5)
เสร็จแลว้ นักเรียนท่ีครสู ่มุ บอกคำตอบของตน และใหน้ ักเรียนทงั้ หอ้ งช่วยกนั เฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยทา้ ย
เล่ม)
- นักเรียนทำกจิ กรรมท่ี 4 ในหนังสอื เรยี น หน้า 104 โดยเตมิ ถ้อยคำท่ีพมิ พ์ด้วยตวั อกั ษรสมี ่วงใน เวบ็ ไซต์
ในกจิ กรรมที่ 2 ลงในชอ่ งวา่ งใน WRITING FOCUS เสรจ็ แลว้ นกั เรียนท่คี รูสมุ่ บอกคำตอบของตน และ
ให้นักเรยี นทั้งห้องชว่ ยกนั เฉลยคำตอบ (ดูเฉลยท้ายเลม่ )
- ครูและนักเรยี นชว่ ยกนั สรุปการลำดับความ ในการเขยี นแสดงความคดิ เห็น ว่ามสี ่วนที่สำคญั 4 สว่ น
ตามลำดบั ซึ่งสว่ นแรกคือ Stating your opinion – เปน็ การกล่าวหรอื บอกความคิดเห็น สว่ นที่สองคือ
First argument – เปน็ การบอกเหตุผลหรอื ข้อโตแ้ ย้งท่ีสนบั สนุนความคิดเหน็ ส่วนทีส่ ามคือ Next
argument(s) - เป็นการบอกเหตผุ ลหรอื ข้อโต้แย้งต่อ ๆ ไปท่ีสนบั สนนุ ความคดิ เหน็ และส่คี อื Final
argument - เป็นการบอกเหตุผลหรือขอ้ โตแ้ ย้งสุดทา้ ยท่สี นบั สนนุ ความคดิ เหน็ และให้นกั เรียนช่วยกนั
สรุปถ้อยคำและบอกความหมายของถ้อยคำที่อยูใ่ นสว่ นตา่ ง ๆ
- นกั เรยี นทำกจิ กรรมท่ี 5 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 104 โดยหาคำใน WRITING FOCUS มาแทนท่ีถ้อยคำท่ี
พิมพด์ ว้ ยตวั อักษรสีม่วงในเว็บไซต์ในกิจกรรมท่ี 2 เสรจ็ แลว้ นกั เรียนที่ครูสุ่มบอกคำตอบของตน และให้
นักเรียนท้ังห้องช่วยกันเฉลยคำตอบ (ดูเฉลยท้ายเล่ม)
- นักเรียนทำกิจกรรมท่ี 6 ในหนงั สือเรยี น หนา้ 105 โดยลำดับข้อความ a-e ให้เปน็ ขอ้ ความแสดงความ
คิดเหน็ โดยใสต่ วั เลข 1-5 ตามลำดบั ก่อนหลงั ของข้อความลงในกรอบคำตอบ เสร็จแลว้ นกั เรียนทคี่ รูส่มุ
บอกคำตอบของตน และให้นักเรียนทงั้ ห้องช่วยกันเฉลยคำตอบ (ดเู ฉลยทา้ ยเล่ม)
- นกั เรียนทำกิจกรรมท่ี 7 ในหนังสอื เรียน หน้า 105 โดยอา่ นหัวขอ้ การแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั
สงิ่ แวดล้อมในเวบ็ ไซต์3 หัวข้อ (a-c) แล้วจับค่กู ับเหตผุ ลท่ีสนับสนนุ ความคิดเหน็ ในข้อ 1-9 โดยใส่
ตวั อักษร a-c ลงในกรอบคำตอบ เสรจ็ แล้วครสู ุ่มถามนักเรียนบางคนและใหน้ กั เรียนทั้งหอ้ งช่วยกันเฉลย
คำตอบ (ดเู ฉลยทา้ ยเลม่ ) ครูอธบิ ายเพ่มิ เตมิ ในข้อทีน่ ักเรยี นทำไม่ถกู ต้อง
กิจกรรมการเขียน
1. เขยี นเหตผุ ลสนบั สนุนความคิดเหน็
- นกั เรียนทำกิจกรรมที่ 8 ในหนงั สอื เรียน หนา้ 105 โดยเขียนเหตผุ ลเพมิ่ เติม (นอกเหนือจาก 1-9) เพ่ือ
สนบั สนนุ หัวขอ้ การแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั สิ่งแวดล้อมในเว็บไซต์ 3 หวั ข้อ (a-c) ในกจิ กรรมที่ 7
เสร็จแล้ว นักเรียนท่คี รูสุม่ 3-4 คน อ่านข้อความท่ีเขยี นให้เพ่อื นฟังในห้องเรยี น จบั คู่ข้อแนะนำกบั หวั ข้อ
การแสดงความคิดเห็น
- นักเรียนทำกจิ กรรมที่ 9 ในหนงั สอื เรียน หน้า 105 ให้นกั เรียนจบั คู่ขอ้ แนะนำข้อ 1-3 กับหวั ขอ้ การแสดง
ความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั สิ่งแวดล้อมในเว็บไซต์ 3 หวั ข้อ (a-c) ในกิจกรรมท่ี 7 เสรจ็ แล้ว นักเรยี นท่ีครูสมุ่ 3-
4 คนบอกคำตอบ และให้นักเรียนท้งั ห้องช่วยกนั เฉลยคำตอบ (ดูเฉลยทา้ ยเล่ม) ครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ ในข้อที่
นกั เรยี นทำไม่ถูกต้อง ครบู อกนักเรยี นว่าการเขียนแสดงความคิดเหน็ หลงั จากเสนอเหตผุ ลท่สี นับสนนุ
ความคิดเห็นนั้น ๆ หมดแล้ว มักจบด้วยการชวนให้ผอู้ า่ นร่วมมอื ร่วมใจกระทำเพ่ือให้สัมฤทธิผลตาม
ความคดิ เห็นน้นั ๆ ซง่ึ ข้อ 1-3 เปน็ ตวั อยา่ งหนงึ่ ของคำชวนเขยี นข้อความแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั
ส่ิงแวดลอ้ ม
- นกั เรียนทำกิจกรรมที่ 10 ในหนงั สอื เรียน หน้า 105 โดยเขยี นขอ้ ความแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกบั
สิ่งแวดล้อมในเว็บไซตโ์ ดยเลอื กเขยี นเก่ยี วกบั หวั ข้อใดหัวขอ้ หนงึ่ ใน 3 หัวข้อ (a-c) ในกิจกรรมท่ี 7 ดว้ ย
ความยาวประมาณ 100 คำ โดยเขียนแสดงความคดิ เหน็ ใหค้ รอบคลุมและมรี ปู แบบตามแนวทางท่ี
กำหนด ครเู ดินดูรอบ ๆ ขณะนักเรยี นทำงานเพ่ือให้คำแนะนำและความชว่ ยเหลือ
กจิ กรรมหลังเขียน
1. ตรวจสอบความครบถว้ น
- นักเรียนตรวจสอบข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของตนเองว่าครอบคลุมครบถ้วนตาม
รายการทแ่ี นะนำในกจิ กรรมท่ี 11 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 105 หรือไม่
- นกั เรียนแลกกันตรวจสอบกบั คู่
2. ประเมินผล
- นกั เรียนท่คี รสู ุ่ม 2-3 คนอา่ นขอ้ ความแสดงความคิดเห็นของตนใหเ้ พอ่ื นในห้องเรยี นฟัง
- ครปู ระเมินการเขียนข้อความแสดงความคดิ เหน็ โดยใชเ้ กณฑ์การประเมนิ การเขียน และใชเ้ กณฑ์ผ่าน
ระดับพอใช้
กิจกรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
1. นกั เรยี นทำกจิ กรรมท่ี 1 และ 2 ในหนังสอื แบบฝกึ หัด FOCUS 1 หน้า 77 หลงั จากทำกิจกรรมข้อ 4 ใน
หนงั สอื เรยี น หน้า 104
2. นกั เรยี นทำกจิ กรรมท่ี 3 ในหนังสอื แบบฝกึ หดั FOCUS 1 หน้า 77 หลังจากทำกจิ กรรมขอ้ 11 ในหนงั สือ
เรยี น หน้า 105
3. หลังจากทำกจิ กรรมข้อ 2 ในหนังสือเรยี น หนา้ 104 ให้นักเรียนจับคกู่ ันและปดิ หนังสือเรยี น ให้นกั เรยี น
เขียนเหตผุ ลท้งั หมดของผู้เขยี นท่ีเขียนเพ่ือสนับสนนุ ความคิดเหน็ ของตนในเว็บไซต์ (คำตอบ producing
meat causes waste of foodstuffs, also causes waste of water, will be able to feed more
people, uses a lot of land, tropical forests being destroyed, suffering of animals) หลงั จากนน้ั
นกั เรยี นแต่ละคูล่ ุกข้ึนพูดบอกขอ้ มูลของตนและดวู า่ คใู่ ดสามารถจำเหตผุ ลได้มากท่สี ุด
สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี น FOCUS 1 หน้า 104-105
2. หนังสอื แบบฝกึ หัด FOCUS 1 หน้า 77-78
เกณฑก์ ารประเมินการเขยี น
ระดบั คะแนน น้าหนกั
ความ
ประเด็น 4 321 สาคญั คะแนน
การประเมิน รวม
เขียนโดยใช้ เขียนโดยใช้ เขียนโดยใช้ เขียนโดยใช้ 2
โครงสร้างทาง โครงสรา้ ง โครงสรา้ ง โครงสรา้ ง โครงสรา้ ง 8
ไวยากรณ์ ไวยากรณไ์ ด้ ไวยากรณผ์ ดิ พลาด ไวยากรณผ์ ดิ พลาด ไวยากรณผ์ ดิ พลาด 1
ถกู ตอ้ ง เลก็ นอ้ ย หลายแห่ง เกินครง่ึ หน่งึ 4
การสะกดคา ทกุ ประโยค ของงานเขียน 1
และการใช้ สะกดคาและ สะกดคาและ สะกดคาและ 4
เคร่ืองหมาย ใชเ้ ครือ่ งหมาย ใชเ้ ครอื่ งหมาย ใชเ้ คร่อื งหมาย สะกดคาและ 2
วรรคตอน วรรคตอนถกู ตอ้ ง วรรคตอนผดิ พลาด วรรคตอนผดิ พลาด ใชเ้ ครอื่ งหมาย 8
ทง้ั หมด เลก็ นอ้ ย หลายแห่ง วรรคตอนผดิ พลาด 6
เกินครงึ่ หนึ่ง 24
การใช้คาศพั ท์ ใชค้ าศพั ท์ ใชค้ าศพั ทแ์ ละ มีปัญหาอย่บู า้ งใน ของงานเขียน
และสานวน สานวนเหมาะสม การใชค้ าศพั ทแ์ ละ
เหมาะสม แต่อา่ นแลว้ สานวน อ่านแลว้ ใชค้ าศพั ท์
อา่ นแลว้ เขา้ ใจ ไม่เขา้ ใจ ไมเ่ ขา้ ใจหลายแหง่ และสานวน
ชดั เจนทงั้ หมด บางแหง่ ผดิ พลาด
เขียนไมค่ ่อย หลายแห่ง อ่าน
การนาเสนอ เขยี นไดต้ รง เขยี นไดค้ อ่ นขา้ ง ตรงประเดน็ ตามที่ แลว้ ไมเ่ ขา้ ใจเป็น
เนือ้ หา ประเดน็ ตรงประเดน็ ตามท่ี กาหนด และเรยี บ ส่วนมาก
ตามทีก่ าหนด และ กาหนด และเรยี บ เรียงเนอื้ หาไมค่ ่อย
เรยี บเรียงเนือ้ หา เรยี งเนือ้ หาได้ เหมาะสมเท่าทีค่ วร เขียนไมต่ รง
ตามลาดบั คอ่ นขา้ งเหมาะสม ประเด็น
เหมาะสม ตามที่กาหนด และ
เรียบเรยี งเนือ้ หาไม่
เป็นไปตามลาดบั
รวม
เกณฑก์ ารประเมิน ดมี าก
20-24 คะแนน ดี
16-19 คะแนน พอใช้
12-15 คะแนน ควรปรบั ปรุง
นอ้ ยกวา่ 12 คะแนน
แบบประเมนิ การสนทนากจิ กรรมคู่ ผปู้ ระเมนิ
ครู
กล่มุ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) นกั เรียน
วิชา..................................................................................ภาคเรยี นท่ี.........................ปีการศกึ ษา................
ชนั้ .…….../……...... วนั ท่ี…….......เดอื น.……………..................พ.ศ. ………..….
เลขท่ี ช่ือ-สกลุ พูดได้ตรงประเด็น ขอ้ เสนอแนะ/
พูดถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ ขอ้ คดิ เหน็ เพิ่มเตมิ
น้าเ ีสยงชัดเจน ออกเ ีสยงถูกต้อง
พูดเน้นเสียงประโยค/คาได้ถูกต้อง
พูดค ่ลองแค ่ลว
รวม
5 5 4 3 3 20
เกณฑก์ ารประเมิน ดมี าก ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
16-20 คะแนน ดี ( )
13-15 คะแนน พอใช้
10-12 คะแนน ควรปรบั ปรุง
นอ้ ยกวา่ 10 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมนิ การพูด
ระดับคะแนน นา้ หนัก
ความ
ประเดน็ 4 3 2 1 สาคัญ คะแนน
การประเมิน รวม
- สือ่ สารได้ - สื่อสารได้ - สื่อสารได้ - ส่อื สารไม่ค่อย
ความถกู ต้อง ตรงประเด็น ตรงประเด็น ตรงประเด็น ตรงประเดน็ 28
ดา้ นเนือ้ หา เป็นสว่ นใหญ่ เป็นบางส่วน
- เนอื้ หาถกู ตอ้ ง - เนอื้ หาไมค่ อ่ ย 28
การออกเสียง ตามหวั ขอ้ - เนอื้ หาถกู ตอ้ ง - เนอื้ หาถกู ตอ้ ง ถกู ตอ้ ง
การใชค้ าศัพท์ ท่กี าหนด เป็นส่วนใหญ่ เป็นบางสว่ น 14
สานวน และ - ออกเสยี งถกู ตอ้ ง - ออกเสยี ง
- ออกเสยี งถกู ตอ้ ง - ออกเสียง เป็นบางส่วน ไมถ่ กู ตอ้ ง
โครงสร้าง - ใชค้ าศพั ท์ ไดถ้ กู ตอ้ ง - ใชค้ าศพั ท์
ภาษา เป็นสว่ นใหญ่ สานวน และ - ใชค้ าศพั ท์
สานวน และ โครงสรา้ งภาษา สานวน และ
ความสามารถ โครงสรา้ งภาษา - ใชค้ าศพั ท์ แบบงา่ ย ๆ และ โครงสรา้ งภาษา
ในการพดู ถกู ตอ้ งและ สานวน และ มขี อ้ ผดิ บา้ ง แบบง่าย ๆ และ
เหมาะสม โครงสรา้ งภาษา มีขอ้ ผิดมาก
ถกู ตอ้ งเป็น - พดู ได้
- พดู ได้ ส่วนใหญ่ คล่องแคลว่ แตไ่ ม่ - พดู เหมือน
คล่องแคลว่ - พดู ได้ เป็นธรรมชาติ ทอ่ งจา
- พดู เป็นธรรมชาติ คลอ่ งแคลว่ - ประสานสายตา - ประสานสายตา
- ประสานสายตา - พดู เป็นธรรมชาติ กบั ผฟู้ ังนอ้ ย กบั ผฟู้ ังบา้ ง
กบั ผฟู้ ัง - ประสานสายตา เป็นระยะ
- แสดงออกทาง กบั ผฟู้ ัง
สหี นา้ และทา่ ทาง - แสดงออกทาง
อย่างเหมาะสม สหี นา้ และท่าทาง
บา้ งเล็กนอ้ ย
5 20
รวม
เกณฑก์ ารประเมิน ดีมาก
16-20 คะแนน ดี
13-15 คะแนน พอใช้
10-12 คะแนน ควรปรบั ปรุง
นอ้ ยกวา่ 10 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมนิ การเขยี นจดหมาย/อเี มลส่วนตวั
ระดับคะแนน 4321 น้าหนกั คะแนน
ประเด็น ความ รวม
การประเมนิ สอดคลอ้ งกบั สอดคลอ้ งกบั สอดคลอ้ งกบั สอดคลอ้ งนอ้ ยกวา่ สาคญั
รูปแบบของการ รูปแบบของการ รูปแบบของการ รอ้ ยละ 75 ของ 4
รูปแบบ เขียนจดหมาย/ เขยี นจดหมาย/ เขยี นจดหมาย/ รูปแบบของการ 1
อเี มลส่วนตวั อเี มลส่วนตวั เกอื บ อเี มลสว่ นตวั หลาย เขยี นจดหมาย/ 4
การขนึ้ ตน้ และ ทง้ั หมด ทง้ั หมด ส่วน อีเมลสว่ นตวั 1
ลงท้าย ไมม่ ีคาขนึ้ ตน้ และ/ 8
ไมม่ ีขอ้ ผิดพลาดใน มีขอ้ ผิดพลาด 1- มขี อ้ ผิดพลาด 3 หรือลงทา้ ย 2 4
ไวยากรณแ์ ละ การใชอ้ กั ษรตวั 2 แหง่ ในการใช้ แห่งหรอื มากกวา่ 1
การสะกดคา ใหญแ่ ละ อกั ษรตวั ใหญแ่ ละ ในการใชอ้ กั ษรตวั มขี อ้ ผดิ พลาดทาง 8
เครือ่ งหมาย เครอ่ื งหมาย ใหญ่และ ไวยากรณ์ และ/ 2
การใชอ้ ักษร วรรคตอนใน วรรคตอนในคา เครอ่ื งหมาย หรอื การสะกดคา 28
ตัวใหญ่ คาขนึ้ ตน้ และ ขนึ้ ตน้ และลงทา้ ย วรรคตอนในคา มากกว่า 4 แหง่ 7
และ ลงทา้ ย ขนึ้ ตน้ และลงทา้ ย มีขอ้ ผิดพลาดใน
ไมม่ ขี อ้ ผดิ พลาด มขี อ้ ผิดพลาดทาง มขี อ้ ผิดพลาดทาง การใชอ้ กั ษรตวั
เคร่ืองหมาย ทางไวยากรณ์ ไวยากรณ์ และ/ ไวยากรณ์ และ/ ใหญแ่ ละ
วรรคตอน และ/หรือการ หรือการสะกดคา หรือการสะกดคา เครอื่ งหมาย
สะกดคา 1-2 แหง่ 3-4 แห่ง วรรคตอนมากกวา่
ความถกู ตอ้ ง ไมม่ ีขอ้ ผดิ พลาดใน มขี อ้ ผดิ พลาดใน มีขอ้ ผิดพลาดใน 4 แห่ง
ของเนือ้ หา การใชอ้ กั ษรตวั การใชอ้ กั ษรตวั การใชอ้ กั ษรตวั ไมม่ ีขอ้ เทจ็ จริงที่
ใหญแ่ ละ ใหญ่และ ใหญ่และ ถกู ตอ้ งเก่ยี วกบั
เครื่องหมาย เครอ่ื งหมาย เคร่อื งหมาย หวั ขอ้ เรื่องทีเ่ ขียน
วรรคตอน วรรคตอน วรรคตอน เลย
1-2 แหง่ 3-4 แหง่
มีขอ้ เท็จจริงท่ี มีขอ้ เท็จจรงิ ท่ี มขี อ้ เทจ็ จริงที่
ถกู ตอ้ งเก่ยี วกบั ถกู ตอ้ งเก่ยี วกบั ถกู ตอ้ งเก่ยี วกบั
หวั ขอ้ เรอื่ งท่เี ขยี น หวั ขอ้ เรอ่ื งท่เี ขียน หวั ขอ้ เรื่องทีเ่ ขียน
อยา่ งนอ้ ย 5 ขอ้ 3-4 ขอ้ 1-2 ขอ้
รวม
เกณฑก์ ารประเมิน ดมี าก
24-28 คะแนน ดี
19-23 คะแนน พอใช้
14-18 คะแนน ควรปรบั ปรุง
นอ้ ยกวา่ 14 คะแนน
แบบประเมินการแสดงบทบาทสมมติ ผปู้ ระเมิน
ครู
กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) นกั เรียน
วชิ า..................................................................................ภาคเรยี นท่ี.........................ปีการศกึ ษา................
ชน้ั .…….../……...... วนั ท่ี…….......เดือน.……………..................พ.ศ. ………..….
เลขท่ี ช่ือ-สกลุ พูดโต้ตอบได้ตรงประเด็น ขอ้ เสนอแนะ/
ใช้ภาษาถูกต้องเหมาะสมตามกาลเทศะ ขอ้ คดิ เหน็ เพ่มิ เติม
แสดงบทบาทและใช้น้าเ ีสยงสมจริง
น้าเ ีสยงชัดเจน ออกเ ีสยงถูกต้อง
พูดค ่ลองแค ่ลว
รวม
5 5 4 3 3 20
เกณฑก์ ารประเมิน ดีมาก ลงช่ือ ผปู้ ระเมนิ
16-20 คะแนน ดี ( )
13-15 คะแนน พอใช้
10-12 คะแนน ควรปรบั ปรุง
นอ้ ยกวา่ 10 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมนิ ความสามารถในการสนทนา
ระดับคะแนน นา้ หนัก
ความ
ประเด็น 4 3 2 1 สาคัญ คะแนน
การประเมิน รวม
ออกเสยี งถกู ตอ้ ง ออกเสยี งถกู ตอ้ ง ออกเสียงถกู ตอ้ ง ออกเสยี ง 1
การออกเสียง ตามหลกั การ ออก ตามหลกั การ เป็นบางส่วน ไมถ่ กู ตอ้ ง 4
เสียง มเี สียง ออกเสียงเป็น แต่พอเขา้ ใจ ทาใหไ้ มเ่ ขา้ ใจ 3
คาศพั ท์ เนน้ หนกั ในคา/ ส่วนใหญ่ 12
สานวน และ ประโยคอย่าง ใชค้ าศพั ท์ สานวน ใชค้ าศพั ท์ สานวน 3
โครงสร้าง สมบรู ณ์ ใชค้ าศพั ท์ สานวน และโครงสรา้ ง และโครงสรา้ ง 2 12
ใชค้ าศพั ท์ สานวน และโครงสรา้ ง ประโยคแบบ ประโยคแบบ 8
ภาษา และโครงสรา้ ง ประโยคถกู ตอ้ ง งา่ ย ๆ และมี งา่ ย ๆ และมี 1 4
ภาษาถกู ตอ้ งและ เป็นส่วนใหญ่ แต่ ขอ้ ผดิ บา้ ง ขอ้ ผดิ มาก
เนือ้ หา เหมาะสม ไมห่ ลากหลาย เนอื้ หาถกู ตอ้ ง เนอื้ หาไมถ่ กู ตอ้ ง 10 40
เนอื้ หาถกู ตอ้ ง เป็นบางส่วน หรอื มขี อ้ ผิดมาก
ความ เนอื้ หาถกู ตอ้ ง เป็นส่วนใหญ่
คล่องแคลว่ มีรายละเอียด พดู คลา้ ยแบบ พดู เป็นแบบทอ่ งจา
ครบถว้ นสมบรู ณ์ พดู ตดิ ขดั บางครงั้ ท่องจา พอสอื่ สาร ตะกกุ ตะกกั
การแสดง พดู ไดอ้ ยา่ ง แต่ยงั สามารถ ไดบ้ า้ ง สื่อสารไดน้ อ้ ยมาก
ทา่ ทาง และ เป็นธรรมชาติ ส่ือสารไดช้ ดั เจน หรือไม่ไดเ้ ลย
คลอ่ งแคลว่ พดู โดยไมแ่ สดง พดู โดยไม่แสดง
นา้ เสียง สอ่ื สารไดช้ ดั เจน แสดงทา่ ทางและ ท่าทางประกอบ ท่าทางประกอบ
ประกอบ แสดงทา่ ทางและ พดู ดว้ ยนา้ เสียงที่ นา้ เสยี งคลา้ ย นา้ เสียงเป็น
การพูด พดู ดว้ ยนา้ เสียงที่ เหมาะสมกบั การอา่ นหรอื การพดู แบบทอ่ งจา
เหมาะสมกบั บทบาทและ การท่องจา
บทบาทและ สถานการณ์
สถานการณ์ ในระดบั ดี
ดีมาก
รวม
เกณฑก์ ารประเมนิ ดีมาก
34-40 คะแนน ดี
27-33 คะแนน พอใช้
20-26 คะแนน ควรปรบั ปรุง
นอ้ ยกวา่ 20 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมินผลงานและการนาเสนอผลงาน นา้ หนัก
ความ
ระดับคะแนน สาคัญ
ประเด็น 4 3 2 1 3 คะแนน
การประเมนิ รวม
- ผลงานถกู ตอ้ ง - ผลงานถกู ตอ้ ง - ผลงานถกู ตอ้ ง - ผลงานถกู ตอ้ ง 2
ผลงาน/ชนิ้ งาน ตรงประเดน็ ตรงประเดน็ ตรงประเด็น ประเด็นท่ี 12
- เขยี นตวั สะกด - เขียนตวั สะกดผดิ - เขียนตวั สะกดผดิ นาเสนอมนี อ้ ย 5
การนาเสนอ ถกู ตอ้ ง บา้ ง 1-3 แหง่ บา้ ง 4-6 แหง่ - เขียนตวั สะกดผดิ 8
ผลงาน - เนอื้ หาต่อเน่ือง - เนอื้ หาตอ่ เน่ือง - เนอื้ หาสมั พนั ธ์ มากกวา่ 6 แห่ง
สมั พนั ธก์ นั สมั พนั ธก์ นั กนั เป็นสว่ นใหญ่ - เนอื้ หาสมั พนั ธ์ 20
- มสี ญั ลกั ษณห์ รือ - มสี ญั ลกั ษณห์ รือ - มีสญั ลกั ษณห์ รือ กนั บางส่วน
ภาพประกอบ ภาพประกอบ ภาพประกอบ - ไมม่ ภี าพหรอื
เหมาะสม ประกอบเป็นส่วน ประกอบบา้ ง สญั ลกั ษณ์
น่าสนใจ ใหญ่ - มคี วามประณีต ประกอบ
- มคี วามประณีต - มคี วามประณีต พอสมควร - ผลงานขาดความ
สวยงาม สวยงาม ประณีต
- การออกเสียง - การออกเสียง - การออกเสียง - การออกเสียง
Stress Stress Stress Stress
Intonation เสียง Intonation เสียง Intonation เสียง Intonation เสียง
พยญั ชนะตน้ คา พยญั ชนะตน้ คา พยญั ชนะตน้ คา พยญั ชนะตน้ คา
และทา้ ยคา และทา้ ยคา และทา้ ยคา และทา้ ยคา
ถกู ตอ้ งตาม ผดิ หลกั การ ผิดหลกั การ ผดิ หลกั การ
หลกั การ ออกเสียง ออกเสียง 4-6 ออกเสียง
ออกเสียง 1-3 แหง่ แห่ง มากกวา่ 6 แห่ง
- การพดู นาเสนอ - การพดู นาเสนอ - การพดู นาเสนอ - การพดู นาเสนอ
ตอ่ เน่อื งนา่ สนใจ น่าสนใจ ไมค่ ่อยตอ่ เน่ือง ไม่ต่อเน่อื งและ
หยดุ คดิ บา้ ง และไม่คอ่ ย ไม่น่าสนใจ
1-3 ครงั้ น่าสนใจ หยดุ คดิ
4-6 ครง้ั
รวม
เกณฑก์ ารประเมนิ ดมี าก
16-20 คะแนน ดี
13-15 คะแนน พอใช้
10-12 คะแนน ควรปรบั ปรุง
นอ้ ยกวา่ 10 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมินการจดั ทาโปสเตอร/์ แผน่ พับ/แผน่ ภาพ
ระดบั คะแนน นา้ หนกั
ประเดน็ 4 3 2 1 ความ คะแนน
การประเมิน สาคญั รวม
8
เนอื้ หาท่เี ขยี น เนอื้ หาท่เี ขยี น เนอื้ หาท่เี ขยี น เนอื้ หาท่เี ขยี น 2
8
เนือ้ หา มคี วามถกู ตอ้ ง มคี วามถกู ตอ้ ง มีขอ้ ผดิ บา้ ง มขี อ้ ผิดมาก
และครอบคลมุ และครอบคลมุ และไม่ และใหข้ อ้ มลู 4
อย่างสมบรู ณ์ เนอื้ หาเป็น ครอบคลมุ นอ้ ย 20
สว่ นใหญ่
ใชค้ าศพั ท์ ใชค้ าศพั ท์ ใชค้ าศพั ท์ ใชค้ าศพั ท์ 2
สานวน และ สานวน และ สานวน และ สานวน และ
คาศัพท์ โครงสรา้ งภาษา โครงสรา้ งภาษา โครงสรา้ งภาษา โครงสรา้ งภาษา
สานวน และ ถกู ตอ้ ง ถกู ตอ้ ง และมี แบบงา่ ย ๆ และ แบบงา่ ย ๆ และ
โครงสร้าง เหมาะสมและ ขอ้ ผิดนอ้ ย มขี อ้ ผดิ บา้ ง มีขอ้ ผิดมาก
ภาษา
องคป์ ระกอบ หลากหลาย องคป์ ระกอบ องคป์ ระกอบ 1
ของชนิ้ งาน องคป์ ระกอบ องคป์ ระกอบ ของงานไม่ ของงานไม่
ของงานแสดงให้ ของงานมคี วาม นา่ สนใจ น่าสนใจ
(เชน่ เห็นความคดิ น่าสนใจใน เทา่ ท่ีควร
ภาพประกอบ รเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์ ระดบั ธรรมดา
การตกแต่ง นา่ สนใจมาก
ฯลฯ)
รวม 5
เกณฑก์ ารประเมนิ ดมี าก
16-20 คะแนน ดี
13-15 คะแนน พอใช้
10-12 คะแนน ควรปรบั ปรุง
นอ้ ยกวา่ 10 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมินการอภปิ รายกลุ่ม
ระดบั คะแนน น้าหนัก
ความ
ประเดน็ 43 2 1 สาคัญ คะแนน
การประเมนิ รวม
มีสว่ นรว่ มในการ มสี ว่ นรว่ มในการ มสี ว่ นรว่ มในการ มีสว่ นรว่ มในการ 2
เนือ้ หา อภิปรายโดย อภิปรายโดย อภิปรายโดย อภิปรายโดย 8
สามารถนาเสนอ สามารถนาเสนอ สามารถนาเสนอ นาเสนอ 2
ความสามารถ ความคดิ เห็นได้ ความคดิ เห็นได้ ความคิดเหน็ ได้ ความคดิ เห็นนอ้ ย 8
ในการ ตรงประเด็น ตรงประเด็นเกอื บ ตรงประเดน็ เป็น มีความเขา้ ใจใน 1
อภปิ ราย ทง้ั หมด มคี วาม ทง้ั หมด มีความ บางสว่ น มีความ เนอื้ หานอ้ ย และไม่ 4
เขา้ ใจในเนอื้ หา เขา้ ใจในเนอื้ หา เขา้ ใจในเนอื้ หา สามารถวเิ คราะห์ 5
ความร่วมมอื และสามารถ และสามารถ และสามารถ ความคดิ เห็นของ 20
วเิ คราะห์ วิเคราะหค์ วาม วเิ คราะหค์ วาม ผอู้ ่นื ได้
ความคิดเหน็ ของ คิดเห็นของ คิดเห็นของผอู้ ืน่ ได้
ผอู้ ่นื ไดท้ งั้ หมด ผอู้ นื่ ไดเ้ กอื บ เป็นบางส่วน อธิบายแนวคดิ ให้
ทงั้ หมด ผอู้ ืน่ ฟังไดไ้ ม่
อธิบายแนวคดิ อธิบายแนวคิดให้ ชดั เจน และถาม
ใหผ้ อู้ ่นื ฟังได้ อธิบายแนวคดิ ให้ ผอู้ ื่นฟังไดไ้ ม่ค่อย คาถามเพอ่ื กระตนุ้
อยา่ งชดั เจน ผอู้ น่ื ฟังไดค้ ่อนขา้ ง ชดั เจน และถาม การอภิปรายไม่
สมเหตสุ มผล และ ชดั เจน และถาม คาถามเพอ่ื กระตนุ้ คอ่ ยตรงประเดน็
ถามคาถามตรง คาถามตรง การอภิปรายได้
ประเดน็ เพอ่ื กระตนุ้ ประเดน็ เพ่อื กระตนุ้ ค่อนขา้ งตรง มีการโตต้ อบ และ
การอภิปราย การอภปิ รายได้ ประเดน็ สง่ เสรมิ ใหผ้ อู้ น่ื มี
มีการโตต้ อบอยา่ ง เป็นส่วนใหญ่ มกี ารโตต้ อบ และ ส่วนรว่ มภายใน
เหมาะสม และ พยายามส่งเสรมิ กลมุ่ นอ้ ย
ส่งเสริมใหผ้ อู้ นื่ มี มกี ารโตต้ อบอยา่ ง ใหผ้ อู้ ื่นมสี ่วนรว่ ม
สว่ นรว่ มภายใน เหมาะสม และ ภายในกล่มุ
กล่มุ ตลอดเวลา พยายามส่งเสรมิ บางครง้ั บางคราว
ใหผ้ อู้ ่ืนมสี ว่ นรว่ ม
ภายในกล่มุ เกือบ
ตลอดเวลา
รวม
เกณฑก์ ารประเมนิ ดีมาก
16-20 คะแนน ดี
13-15 คะแนน พอใช้
10-12 คะแนน ควรปรบั ปรุง
นอ้ ยกวา่ 10 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมนิ ชิน้ งาน
ระดับคะแนน นา้ หนกั
ความ
ประเด็น 4 321 สาคัญ คะแนน
การประเมิน รวม
ความถูกตอ้ ง ตรงตามเนอื้ หาท่ี ตรงตามเนอื้ หาที่ ตรงตามเนอื้ หาที่ ตรงตามเนอื้ หาท่ี 4
กาหนด คาศพั ท์ กาหนด ผดิ ไม่เกนิ กาหนด ผดิ ไม่เกิน กาหนด 3 16
ของเนือ้ หา และโครงสรา้ ง 2 แหง่ 4 แห่ง ผิดมากกว่า 4 แห่ง 12
ภาษาสมบรู ณ์ 2
ความสามารถ ประโยคมสี ว่ น ประโยคมีสว่ น ประโยคมีใจความ ประโยคมใี จความ 8
ในการเขยี น ขยาย ใจความ ขยาย ใจความ ไม่ตอ่ เน่ือง ไม่ตอ่ เน่ือง 1
ต่อเน่อื งสมั พนั ธก์ นั ตอ่ เน่อื ง เขียน ใชเ้ คร่ืองหมาย ใชเ้ คร่อื งหมาย 4
ความสมบูรณ์ เขยี นตวั สะกด ใช้ ตวั สะกด ใช้ ตา่ ง ๆ ถกู ตอ้ งเป็น ไมถ่ กู ตอ้ ง 5
ของงาน เครื่องหมาย และ เครอ่ื งหมายต่าง ๆ สว่ นใหญ่ 20
เวน้ วรรคตอนได้ ไดถ้ กู ตอ้ งเป็นสว่ น ชนิ้ งานมี
ถกู ตอ้ ง ใหญ่ ชนิ้ งานมี รายละเอยี ด
ชนิ้ งานมี รายละเอยี ด ครอบคลมุ วง
รายละเอียด ชนิ้ งานมี ครอบคลมุ วง คาศพั ทท์ เ่ี รยี นนอ้ ย
ครอบคลมุ วง รายละเอยี ด คาศพั ทท์ ่เี รียน
คาศพั ทค์ รบถว้ น ครอบคลมุ วง พอสมควร เป็นชนิ้ งานที่
คาศพั ทท์ เี่ รยี นเป็น เป็นชนิ้ งานที่ เหมือนตวั อย่าง
ความคดิ เป็นชนิ้ งานที่ สว่ นใหญ่ ปรบั ปรุง รายละเอยี ดไมค่ รบ
สร้างสรรค์ แปลกใหม่ ไม่ ดดั แปลงเล็กนอ้ ย
เหมือนตวั อย่าง เป็นชนิ้ งานท่ีไม่ จากตวั อยา่ ง
ตกแตง่ สวยงาม แปลกใหมค่ ลา้ ย
ประณีต มี ตวั อยา่ ง ตกแต่ง
รายละเอยี ดมาก สวยงาม
รายละเอยี ด
ค่อนขา้ งสมบรู ณ์
รวม
เกณฑก์ ารประเมนิ ดีมาก
34-40 คะแนน ดี
27-33 คะแนน พอใช้
20-26 คะแนน ควรปรบั ปรุง
นอ้ ยกวา่ 20 คะแนน
แบบประเมนิ การจดั นิทรรศการ/การจัดบอรด์ ผปู้ ระเมิน
ครู
กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) นกั เรียน
วชิ า..................................................................................ภาคเรยี นท่ี.........................ปีการศกึ ษา................
ชน้ั .…….../……...... วนั ท่ี…….......เดอื น.……………..................พ.ศ. ………..….
ความถูกต้องของเ ืน้อหา
การนาเสนอ ่ีทเข้าใจง่าย
ความคิดสร้างสรรค์
ความสะอาดเรียบร้อย
ความสวยงาม
รวม
เลขท่ี ช่ือ-สกลุ ขอ้ เสนอแนะ/
ขอ้ คดิ เห็นเพม่ิ เตมิ
1. 5 5 4 3 3 20
1 2.
ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
3. ()
1.
2 2.
3.
1.
3 2.
3.
1.
4 2.
3.
เกณฑก์ ารประเมนิ ดีมาก
16-20 คะแนน ดี
13-15 คะแนน พอใช้
10-12 คะแนน ควรปรบั ปรุง
นอ้ ยกวา่ 10 คะแนน
แบบประเมินการปฏบิ ัตงิ านกลุ่ม ผปู้ ระเมิน
ครู
กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) นกั เรียน
วิชา..................................................................................ภาคเรียนท่ี.........................ปีการศกึ ษา................
ชนั้ .…….../……...... วนั ท่ี…….......เดอื น.……………..................พ.ศ. ………..….
การแ ่บงหน้า ่ีทซ่ึงกันและกัน
ความรับ ิผดชอบร่วมกันในก ่ลุม
การแสดงความคิดเ ็หนในก ่ลุม
การนาเสนองานของก ่ลุม
ความสามัคคีในก ่ลุม
รวม
เลขท่ี ช่ือ-สกลุ ขอ้ เสนอแนะ/
ขอ้ คิดเหน็ เพม่ิ เติม
1. 20 20 20 20 20 100
1 2.
ลงช่ือ ผปู้ ระเมิน
3. ()
1.
2 2.
3.
1.
3 2.
3.
เกณฑก์ ารประเมิน ดีมาก
80-100 คะแนน ดี
70-79 คะแนน พอใช้
60-69 คะแนน ควรปรบั ปรุง
นอ้ ยกวา่ 50 คะแนน