46 จำนวนประชากรจำแนกตามเพศและเขตพื้นที่ตำบลคอทราย หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน จำนวนประชากร(คน) จำนวนครัวเรือนในพื้นที่ ชาย หญิง รวม เขต อบต. เขตเทศบาล 1 บ้านวังกระจับ 325 354 679 151 2 บ้านหนองบัว 218 282 500 126 3 บ้านคอทรายใหญ่ 141 172 313 67 4 บ้านคอทรายน้อย 274 268 542 117 5 บ้านหอคอย 189 173 362 72 6 บ้านดอนโพธิ์ 66 72 138 30 รวม 1,213 1,321 2,534 563 ตำบลคอทราย มีครัวเรือนอาศัยอยู่ จำนวน 563 ครัวเรือน อยู่ในเขตพื้นที่การปกครอง องค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด มีประชากรทั้งสิ้น 2,534 คนแยกเป็นประชากรชาย จำนวน 1,213 คน คิดเป็นร้อยละ 47.87 และประชากรหญิง จำนวน 1,321 คน คิดเป็นร้อยละ 52.13
47 จำนวนประชากรจำแนกตามเพศและเขตพื้นที่ตำบลโพสังโฆ ตำบลโพสังโฆ มีครัวเรือนอาศัยอยู่ จำนวน 2,462 ครัวเรือน อยู่ในเขตพื้นที่การปกครอง องค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด 1,348 ครัวเรือน และอยู่ในเขตการปกครองเทศบาลทั้งหมด 1,114 ครัวเรือน มีประชากรทั้งสิ้น 6,366 คน แยกเป็นประชากรชาย จำนวน 3,049 คน คิดเป็น ร้อยละ 47.89 และประชากรหญิง จำนวน 3,317 คน คิดเป็นร้อยละ 52.10 หมู่ ที่ ชื่อหมู่บ้าน จำนวนประชากร(คน) จำนวนครัวเรือนในพื้นที่ ชาย หญิง รวม เขต อบต. เขตเทศบาล 1 ท้องคุ้งเหนือ 404 429 833 259 - 2 ท้องคุ้งกลาง 121 138 259 - 91 3 ท้องคุ้งใต้ 73 81 154 - 51 4 ท่าข้ามเหนือ 427 454 881 - 328 5 ท่าข้ามกลาง 329 366 695 - 414 6 ท่าข้ามใต้ 121 149 270 - 104 7 วัดพริก 136 153 289 - 126 8 วัดฟูกเหนือ 200 208 408 166 - 9 วัดฟูกใต้ 215 209 424 148 - 10 ม่วงเหนือ 144 189 333 114 - 11 ม่วงใต้ 166 166 332 125 - 12 สิงห์ใต้ 359 376 735 254 - 13 สิงห์กลาง 182 199 381 147 - 14 สิงห์ใต้ 172 200 372 135 - รวม 3,049 3,317 6,366 1,348 1,114
48 จำนวนประชากรจำแนกตามช่วงอายุ ช่วงอายุ ชาย หญิง รวม อายุน้อยกว่า 1 ปี 59 62 121 1-5 ปี 563 490 1,053 6-10 828 873 1,701 10-15 761 555 1,316 16-20 738 722 1,460 21-25 903 896 1,799 26-30 716 838 1,554 31-35 1,007 1,010 2,017 36-40 1,152 1,115 2,267 40-45 1,046 1,009 2,055 46-50 760 911 1,671 51-55 880 1,105 1,985 56-60 831 937 1,768 61-65 841 875 1,716 66-70 772 865 1,637 71-75 640 618 1,258 76-80 340 361 701 81-85 226 342 568 86-90 151 230 381 91-95 34 76 110 96-100 14 21 35 อายุมากกว่า 100 ปี 1 2 3 รวม 13,263 13,913 27,176 จำนวนประชากรจำแนกตามช่วงอายุ ในพื้นที่อำเภอค่ายบางระจัน จำแนกจำนวนประชากร ตามช่วงอายุ ส่วนใหญ่มีช่วงอายุ 31-45 ปี คิดเป็นร้อยละ 23.32 %
49 จำนวนผู้พิการจำแนกตามประเภทความพิการ ตำบล จำนวนผู้พิการ (คน) คิดเป็นร้อยละ ชาย หญิง รวม โพทะเล 76 74 150 3.27 บางระจัน 110 89 199 2.79 โพสังโฆ 432 387 819 18.62 ท่าข้าม 79 69 148 3.35 คอทราย 52 51 103 4.06 หนองกระทุ่ม 50 44 94 3.80 รวม 799 714 1,513 6.40 กลุ่มผู้พิการ เป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในการที่จะเข้ารับบริการทางการศึกษาหรือเข้าร่วมกิจกรรม การเรียนรู้ด้อยกว่าคนปกติทั่วไป อันเนื่องมาจากข้อจำกัดทางด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญาหรือ ความสามารถในการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ 6.40 จากประชากรทั้งหมดของอำเภอค่ายบางระจัน ข้อมูลด้านสังคม 1. การศาสนา ศิลปะวัฒนธรรมและประเพณี มีวัด จำนวน 20 แห่ง ตำบล ชื่อวัด ที่ตั้ง ตำบลโพทะเล วัดคลองระมาน ม. 3 ต.โพทะเล อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี วัดดอนตะโหนด ม. 7 ต.โพทะเล อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี วัดบ้านกลับ ม. 6 ต.โพทะเล อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี วัดโพธิ์ทะเลใต้ ม. 5 ต.โพทะเล อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี วัดราษฎร์บำรุง ม.1 ต.โพทะเล อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ตำบลบางระจัน วัดขุนสงฆ์ ม. 11 ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี
50 ตำบล ชื่อวัด ที่ตั้ง วัดประดับ ม. 10 ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี วัดโพธิ์เก้าต้น ม. 8 ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี วัดยายสร้อย ม. 3 ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี วัดสี่เหลี่ยม ม. 1 ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ตำบลโพสังโฆ วัดโพธิ์สังฆาราม ม. 7 ต.โพสังโฆ อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี วัดฟูก(ฟูกทอง) ม. 1 ต.โพสังโฆ อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี วัดม่วง ม. 12 ต.โพสังโฆ อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี วัดสิงห์สุทธาวาส ม.13 ต.โพสังโฆ อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ตำบลท่าข้าม วัดกลางท่าข้าม ม. 3 ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี วัดโพธิ์ศรี ม. 1 ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี วัดสาธุการาม ม. 12 ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี วัดพระแก้ว ม. 9 ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี วัดท้ายเมือง ม.12 ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี วัดสละบาป ม. 14 ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ตำบลคอทราย วัดตะโกรวม ม. 4 ต.คอทราย อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี วัดวังกะจับ ม.1 ต.คอทราย อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ตำบล หนองกระทุ่ม วัดหนองกระทุ่ม ม.3 ต.คอทราย อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี
51 2. การสาธารณสุข 1. โรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง จำนวน 2 แห่ง 2. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 6 แห่ง 3. คลินิกเอกชน จำนวน 3 แห่ง 4. ร้านขายยา จำนวน 12 แห่ง 5. อาสาสมัครสาธารณสุข จำนวน 312 คน ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ อาชีพหลัก ได้แก่ อาชีพเกษตรกรรม 1. ทำนา ประมาณ ร้อยละ 87.53 2. ทำสวน ทำไร่ ร้อยละ 12.47 พืชเศรษฐกิจ คือ ข้าว อ้อย ข้าวโพด สัตว์เศรษฐกิจ คือ ไก่ เป็ด โค ข้อมูลด้านการศึกษา สถานศึกษาของรัฐ 1. ระดับประถม จำนวน 14 แห่ง 2. ระดับมัธยม จำนวน 4 แห่ง 3. ระดับอุดมศึกษา จำนวน - แห่ง 4. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 2 แห่ง 5. กศน.ตำบล จำนวน 6 แห่ง
52 จำแนกตามระดับการศึกษา ที่ การศึกษา เพศชาย เพศหญิง รวม คน ร้อยละ คน ร้อยละ คน ร้อยละ 1. อนุบาล/ศูนย์เด็กเล็ก 320 4.14 342 3.78 662 3.95 3 ประถมศึกษา (ป.4,ป.7,ป.6) 2,702 34.95 3,653 40.37 6355 37.87 4 ม.ต้น 1,666 21.55 1,756 19.41 3422 20.39 5 ม.ปลาย 1,472 19.04 1,693 18.71 3165 18.86 6 อนุปริญญา หรือเทียบเท่า ปวส. 666 8.61 709 7.84 1375 8.19 7 ป.ตรี 794 10.27 756 8.36 1550 9.24 8 สูงกว่า ป.ตรี 112 1.45 139 1.54 251 1.50 รวม 7,732 46.07 9,048 53.92 16,780 100 จากตารางข้อมูลระดับการศึกษาของประชาชนในตำบล พบว่า อยู่ในช่วง ระดับประถมศึกษา (ป.4,ป.7,ป.6) ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอบางระจันในรอบปีที่ผ่านมามีจำนวนนักศึกษาทั้งหมด....594...คน แยกตามระดับ ดังนี้ ภาคเรียนที่ 2/2565 -ระดับประถมศึกษา จำนวน...........10..............คน -ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน..........101..............คน -ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน..........190..............คน รวม จำนวน..........301.............คน ภาคเรียนที่ 1/2566 -ระดับประถมศึกษา จำนวน............4...............คน -ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน...........99..............คน -ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน..........190.............คน รวม จำนวน..........293.............คน
53 ในการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ภาคเรียนที่ 2/2565 มีนักศึกษาผู้จบหลักสูตรทั้งหมด........61..........คน แยกตามระดับ ดังนี้ - ระดับประถมศึกษา จบหลักสูตร จำนวน........1....คน - ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จบหลักสูตร จำนวน.......19...คน - ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จบหลักสูตร จำนวน......41....คน ในการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ภาคเรียนที่ 1/2566 มีนักศึกษาผู้จบหลักสูตรทั้งหมด.........24.........คน แยกตามระดับ ดังนี้ - ระดับประถมศึกษา จบหลักสูตร จำนวน......-.......คน - ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จบหลักสูตร จำนวน.......9.....คน - ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จบหลักสูตร จำนวน......15....คน
54 ปัญหาและความต้องการทางการศึกษาของประชาชนที่จำแนกตามลักษณะของภารกิจในการจัด การศึกษา ภารกิจ ปัญหาและความต้องการ แนวทางการแก้ไข 1. ด้านการศึกษา 1.1 การศึกษาสำหรับผู้ไม่รู้ หนังสือ/ผู้ลืมหนังสือ 1 เป็นกลุ่มผู้สุงอายุและไม่ค่อย ให้ความสนใจต่อการเรียนรู้ - จัดการส่งเสริมการเรียนรู้ใน รูปแบบกิจกรรมส่งเสริมการ อ่านและส่งเสริมด้านอาชีพเพื่อ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 1.2 การศึกษาขั้นพื้นฐาน - การเรียนฟรีทำให้ผู้เรียนไม่ กระตือรือร้นเท่าที่ควร - เศรษฐกิจในยุคปัจจุบันทำให้ ผู้เรียนให้ความสำคัญกับการหา รายได้มากกว่าการศึกษา - พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ให้มีความเหมาะสม สอดคล้อง กับความต้องการของผู้เรียน 1.3 การศึกษาตามอัธยาศัย - กลุ่มเป้าหมายมีทุกช่วงวัย - งบประมาณจัดซื้อวัสดุมีน้อย - จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ให้ความรู้ในรูปแบบที่ หลากหลายเพื่อตอบสนอง ความต้องการ ผู้รับบริการทุก ช่วงวัย 2. ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม - ขาดงบประมาณในการจัดซื้อ/ บำรุงรักษา สื่อวัสดุ อุปกรณ์ที่ เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ เนื่องจากมีราคาสูง - สร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกับ ภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ในการจัดกิจกรรม ร่วมกัน 3. ด้านการอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรม - วัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาจึง ทำให้ค่านิยมเปลี่ยนไป ตาม กระแสของสังคม - จัดการเรียนรู้ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียน/ผู้รับบริการ เห็นความสำคัญของการใช้ชีวิต อย่างพอเพียง
55 ภารกิจ ปัญหาและความต้องการ แนวทางการแก้ไข 4. ด้านสุขภาพอนามัย - สถานศึกษามีระบบดูแล ช่วยเหลือผู้เรียนในการบริหาร จัดการ 1. พัฒนาผู้เรียนให้มี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตาม หลักสูตรที่กำหนดไว้ 2. จัดกิจกรรมให้ความรู้ใน รูปแบบที่หลากหลายเพื่อ ตอบสนองความต้องการ ผู้รับบริการทุกช่วงวัย 5. ด้านอาชีพ - จัดสรรงบประมาณค่าวัสดุฝึก ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และตามระยะเวลาที่จะต้อง ดำเนินการตามแผน ฯ - นโยบายกำหนดมาจาก ส่วนกลาง โครงการ/ กิจกรรม ยังไม่เป็นไปตามสภาพปัญหา และความ ต้องการของท้องถิ่น - จัดการเรียนรู้ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียน/ผู้รับบริการ เห็นความสำคัญของการใช้ชีวิต อย่างพอเพียง - สร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกับ ภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ในการจัดกิจกรรม ร่วมกัน
56 ตารางวิเคราะห์ข้อมูลสภาพปัญหาสาเหตุและแนวทางแก้ไข สภาพปัญหา/ความต้องการ สาเหตุของปัญหา แนวทางแก้ไข 1.ด้านเศรษฐกิจ - เศรษฐกิจในยุคปัจจุบันทำให้ ผู้เรียนให้ความสำคัญกับการหา รายได้มากกว่าการศึกษา - จัดการเรียนรู้ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียน/ผู้รับบริการ เห็นความสำคัญของการใช้ชีวิต อย่างพอเพียง 2.ด้านสังคม - วัฒนธรรมตะวันตกเข้ามา จึงทำให้ค่านิยมเปลี่ยนไป ตามกระแสของสังคม - จัดการเรียนรู้ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียน/ผู้รับบริการ เห็นความสำคัญของการใช้ชีวิต อย่างพอเพียง 3.ด้านการศึกษา 1. การเรียนฟรีทำให้ผู้เรียนไม่ กระตือรือร้นเท่าที่ควร 2. มีการเปลี่ยนแปลงด้านการ บริหาร ทำให้นโยบาย เปลี่ยน ตามรัฐบาลด้วย 3. เศรษฐกิจในยุคปัจจุบันทำให้ ผู้เรียนให้ความสำคัญกับการหา รายได้มากกว่าการศึกษา - พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะ อึงพึงประสงค์ตามหลักสูตรที่ กำหนดไว้ - จัดการเรียนรู้ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียน/ผู้รับบริการ เห็นความสำคัญของการใช้ชีวิต อย่างพอเพียง
57 ตารางวิเคราะห์การประเมินผลและปัญหาอุปสรรคการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา ผลการประเมินปัญหาและอุปสรรค แนวทางการพัฒนา 1. การเรียนฟรีทำให้ผู้เรียนไม่กระตือรือร้น เท่าที่ควร 1. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ให้มีความ เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน 2. นโยบายกำหนดมาจากส่วนกลาง โครงการ/ กิจกรรม ยังไม่เป็นไปตามสภาพปัญหาและความ ต้องการของท้องถิ่น 1. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ให้มีความ เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน 3. จัดสรรงบประมาณไม่สอดคล้องกับความเป็น จริง และตามระยะเวลาที่จะต้องดำเนินการตาม แผน ฯ 1. จัดกิจกรรมให้ความรู้ในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการ ผู้รับบริการ ทุกช่วงวัย นโยบายที่เกี่ยวข้อง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์มีเป้าหมายการพัฒนา ที่สำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดีเก่งและมีคุณภาพ โดยคนไทยมีความพร้อม ทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบ ต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์อดออม โอบอ้อมอารีมีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติมีหลัก คิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จ่าเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาที่ 3 และอนุรักษ์ ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มี ทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่น ๆ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัด ของตนเอง ตัวชี้วัด ประกอบด้วย (1) การพัฒนาคุณภาพชีวิต สุขภาวะ และความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย (2) ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต และ (3) การพัฒนาสังคมและครอบครัวไทย โดย ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ประกอบด้วย 7 ประเด็น ได้แก่
58 1. การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม มุ่งเน้นให้สถาบันทางสังคมร่วมปลูกฝังค่านิยมและ วัฒนธรรมที่พึงประสงค์โดย (1) การปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมผ่านการเลี้ยงดูในครอบครัว (2) การบูรณาการเรื่องความซื่อสัตย์วินัย คุณธรรมจริยธรรม ในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา (3) การสร้างความเข้มแข็งในสถาบันทางศาสนา (4) การปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมโดยใช้ชุมชน เป็นฐาน (5) การสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมที่พึงประสงค์จากภาคธุรกิจ (6) การใช้สื่อและ สื่อสารมวลชนในการปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมของคนในสังคม และ (7) การส่งเสริมให้คนไทย มีจิตสาธารณะและมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม 2. การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต มุ่งเน้นการพัฒนาคนเชิงคุณภาพในทุกช่วงวัย ประกอบด้วย (1) ช่วงการตั้งครรภ์/ปฐมวัย เน้นการเตรียมความพร้อมให้แก่พ่อแม่ก่อนการตั้งครรภ์ (2) ช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น ปลูกฝังความเป็นคนดีมีวินัยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่สอดรับกับศตวรรษที่ 21 (3) ช่วงวัยแรงงาน ยกระดับศักยภาพ ทักษะและสมรรถนะแรงงานสอดคล้องกับความต้องการ ของตลาด และ (4) ช่วงวัยผู้สูงอายุส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศ 3. ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นผู้เรียนให้ มีทักษะการเรียนรู้และมีใจใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา โดย(1) การปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้ให้เอื้อต่อการ พัฒนาทักษะส่าหรับศตวรรษที่ 21 (2) การเปลี่ยนโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ (3) การเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภท (4) การพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอด ชีวิต (5) การสร้างความตื่นตัวให้คนไทยตระหนักถึงบทบาท ความรับผิดชอบ และการวางตำแหน่งของ ประเทศไทยในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์และประชาคมโลก (6) การวางพื้นฐานระบบรองรับการเรียนรู้โดย ใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และ (7) การสร้างระบบการศึกษาเพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ 4. การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย โดย (1) การพัฒนาและส่งเสริมพหุ ปัญญาผ่านครอบครัว ระบบสถานศึกษา สภาพแวดล้อม รวมทั้งสื่อตั้งแต่ระดับปฐมวัย (2) การสร้าง เส้นทางอาชีพ สภาพแวดล้อมการท่างาน และระบบสนับสนุน ที่เหมาะสมส่าหรับผู้มีความสามารถ พิเศษผ่านกลไกต่าง ๆ และ (3) การดึงดูดกลุ่มผู้เชี่ยวชาญต่างชาติและคนไทยที่มีความสามารถใน ต่างประเทศให้มาสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับประเทศ 5. การเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีครอบคลุมทั้งด้านกาย ใจสติปัญญา และสังคม โดย (1) การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะ (2) การป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามสุขภาวะ
59 (3) การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี(4) การพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่ทันสมัย สนับสนุนการสร้างสุขภาวะที่ดีและ (5) การส่งเสริมให้ชุมชนเป็นฐานในการสร้างสุขภาวะที่ดีในทุกพื้นที่ 6. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์โดย (1) การสร้างความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทย (2) การส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครอบครัวและชุมชนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (3) การปลูกฝังและพัฒนาทักษะนอกห้องเรียน และ (4) การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ 7. การเสริมสร้างศักยภาพการกีฬาในการสร้างคุณค่าทางสังคมและพัฒนาประเทศ โดย (1) การส่งเสริมการออกกำลังกาย และกีฬาขั้นพื้นฐานให้กลายเป็นวิถีชีวิต (2) การส่งเสริมให้ประชาชน มีส่วนร่วมในกิจกรรมออกกำลังกาย กีฬาและนันทนาการ (3) การส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาสู่ระดับ อาชีพ และ (4) การพัฒนาบุคลากรด้านการกีฬาและนันทนาการเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม กีฬา แผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) กรอบแนวคิดแผนการศึกษาแห่งชาติ วิสัยทัศน์ “คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ด้ารงชีวิตอย่าง เป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21” พันธกิจ 1. พัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่คนไทยทุกคนเข้าถึงโอกาสใน การศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างความเสมอภาคด้านการศึกษาแก่ผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย ยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของการจัดการศึกษาทุกระดับ และจัดการศึกษาที่สอดคล้องและ รองรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 2. พัฒนาคุณภาพของคนไทยให้เป็นผู้มีความรู้คุณลักษณะ และทักษะการเรียนรู้ใน ศตวรรษที่ 21สามารถพัฒนาศักยภาพและเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 3. สร้างความมั่นคงแก่ประเทศชาติโดยสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และ สังคมคุณธรรม จริยธรรมที่คนไทยทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย สงบสุข และพอเพียง
60 4. พัฒนาศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย เพื่อการก้าวข้าม กับดักประเทศรายได้ปานกลาง สู่การเป็นประเทศในโลกที่หนึ่ง และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมด้วยการ เพิ่มผลิตภาพของกำลังแรงงาน (productivity) ให้มีทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการ ของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นพลวัตของโลกศตวรรษที่ 21 ภายใต้ยุคเศรษฐกิจและสังคม 4.0 หลักการ/แนวคิดแผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2560 - 2579 แนวคิดของการจัดการศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติยึดหลักการ เป้าหมาย และแนวคิด ต่อไปนี้ 1. หลักการจัดการศึกษา 1) หลักการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) เป็นการจัดการศึกษาเพื่อให้ประชาชนทุกคน ทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กปฐมวัยวัยเรียน วัย ทำงาน และผู้สูงวัยมีโอกาสในการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้แต่ละบุคคลได้พัฒนาตาม ความพร้อมและความสามารถให้บรรลุขีดสูงสุด มีความรู้ทักษะ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในการ ดำรงชีวิต และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม รวมทั้งมีสมรรถนะในการทำงานเพื่อการประกอบอาชีพตาม ความถนัดและความสนใจ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศ อันจะนำไปพัฒนาตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติแผนการศึกษาแห่งชาติจึงต้อง กำหนดเป้าหมายการจัดการศึกษาที่ครอบคลุม โดยไม่ปล่อยปละละเลยหรือทิ้งใครไว้ข้างหลัง (No one left behind) 2) หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) เป็นการจัดการศึกษาสำหรับผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้เรียนกลุ่มปกติกลุ่ม ด้อยโอกาสที่มีความยากลำบากและขาดโอกาสเนื่องด้วยสภาวะทางเศรษฐกิจและ ภูมิสังคม ซึ่งรัฐ ต้องดูแลจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาสนับสนุนผู้เรียนกลุ่มนี้ให้ได้รับการศึกษาตามศักยภาพและ ความพร้อมอย่างเท่าเทียม กลุ่มที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ซึ่งหมายรวม กลุ่มผู้มีความบกพร่องทาง ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา สังคม อารมณ์การสื่อสารและการเรียนรู้หรือร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพ รวมทั้งบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้หรือไม่มีผู้ดูแล รัฐต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับ การศึกษาร่วมกับเด็กปกติในกรณีที่สามารถเรียนได้เพื่อให้เขาได้มีโอกาสเรียนรู้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดและปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นในสังคม หรือจัดให้เป็นพิเศษตามระดับความบกพร่อง นอกจากนี้
61 บุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ รัฐต้องจัดรูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงความสามารถของ บุคคลนั้น ด้วยเหตุผลสำคัญคือบุคคลที่มีความสามารถพิเศษเป็นทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ หากจัด การศึกษารูปแบบปกติอาจทำให้ไม่สามารถพัฒนาบุคคลดังกล่าวให้มีความรู้ความสามารถตามศักยภาพ ของเขาได้รัฐจึงมีหน้าที่ลงทุนพิเศษสำหรับบุคคลเหล่านี้และถือเป็นสิทธิของบุคคลซึ่งมีความสามารถ พิเศษที่จะได้รับบริการทางการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาศักยภาพของตน แผนการศึกษา แห่งชาติจึงต้องกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนา ที่ครอบคลุมการดูแลและพัฒนาบุคคลทุก กลุ่มเป้าหมายอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง 3) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางการดำรงชีวิตและการประพฤติปฏิบัติตนของประชาชนทุกระดับเพื่อการ ดำรงชีวิตในสังคมอย่างพอเพียง เท่าทันและเป็นสุข การศึกษาจึงต้องพัฒนาผู้เรียนให้มีความรอบรู้มี ทักษะที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอก โดยยึดหลัก ความพอประมาณ ที่เป็นความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น มีการตัดสินใจที่มีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ และมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ซึ่งเป็นการเตรียมตัวให้พร้อมรับ ผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล โดยใช้ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างรอบด้าน มีความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการ วางแผนและความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติมีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต อดทน พากเพียร และใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต 4) หลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคม (All for Education) การจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพให้กับประชาชนทุกคนเป็นพันธกิจที่ ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของสังคมทุกภาคส่วน เนื่องจากรัฐต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการจัด การศึกษาที่ต้องครอบคลุมทุกช่วงวัย ทุกระดับการศึกษาและทุกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยรูปแบบวิธีการที่ หลากหลาย สนองความต้องการและความจำเป็นของแต่ละบุคคลและสนองยุทธศาสตร์ชาติและความ จำเป็นในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รัฐจึงต้องให้ความสำคัญและสนับสนุนการมีส่วน ร่วมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่นในการจัดการศึกษา โดยบุคคล
62 กลุ่มบุคคล หรือองค์กรต่าง ๆ จะได้รับการส่งเสริมให้เข้าร่วมจัดการศึกษา เสนอแนะ กำกับติดตาม และสนับสนุนการจัดการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆตามความพร้อมเพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม 2. เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs 2030) เป็นเป้าหมายที่ประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติจำนวน 193 ประเทศได้ลงมติรับรอง ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในปีพ.ศ. ๒2558 โดยจะใช้เป็นวาระแห่งการพัฒนาของ โลกในอีก 15 ปีข้างหน้า (ค.ศ. 2016 – 2030) มีทั้งหมด 17 เป้าหมาย โดยเป้าหมายด้านการศึกษา คือ เป้าหมายที่ 4สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และ สนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต แผนการศึกษาแห่งชาติจึงต้องพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพ การจัดการศึกษาของประเทศ เพื่อสร้างหลักประกันว่า เด็กปฐมวัยทุกคนจะได้รับการเตรียมความพร้อม ก่อนเข้าเรียนประถมศึกษา ทุกคนสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่มีคุณภาพและมี ผลลัพธ์ทางการเรียนที่มีประสิทธิผล ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ด้วยค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมและมีคุณภาพ กำลังแรงงานมีทักษะที่จำเป็น รวมถึงทักษะทางเทคนิคและ อาชีพสำหรับการจ้างงาน การมีงานที่ดีและการเป็นผู้ประกอบการ กลุ่มผู้พิการและด้อยโอกาสเข้าถึง การศึกษาและการฝึกอาชีพทุกระดับอย่างเท่าเทียม มีการเพิ่มจำนวนครูที่มีคุณภาพ เพื่อการศึกษา สำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืน 3. ประเด็นภายในประเทศ (Local Issues) อาทิคุณภาพของคนทุกช่วงวัย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศ ความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม 4. ยุทธศาสตร์ชาติ(National Strategy) ระยะ 20 ปี(พ.ศ. 2560 – 2579) ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบใน การจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมาย ดังกล่าว กรอบยุทธศาสตร์ชาติดังกล่าว ครอบคลุมนโยบายการพัฒนาประเทศไทยสู่อุตสาหกรรม4.0 การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (Growth & Competitiveness)การสร้างโอกาส บนความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม (Inclusive Growth) และการปรับสมดุลและพัฒนา ระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
63 วัตถุประสงค์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ(Objectives) 1. เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดีมีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติและ ยุทธศาสตร์ชาติ 3. เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคีและ ร่วมมือผนึกกำลังมุ่งสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. เพื่อนำประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้ำ ภายในประเทศลดลง เป้าหมายด้านผู้เรียน (Learner Aspirations) แผนการศึกษาแห่งชาติมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ ๒๑ (3Rs 8Cs) ประกอบด้วย ทักษะและคุณลักษณะต่อไปนี้ • 3Rs ได้แก่การอ่านออก (Reading) การเขียนได้(Writing) และการคิดเลขเป็น(Arithmetics) • 8Cs ได้แก่ ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา(Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativityand Innovation) ท ั ก ษ ะ ด ้ า น ค ว า ม เ ข ้ า ใ จ ต ่ า ง ว ั ฒ น ธ ร ร ม ต ่ า ง ก ร ะ บ ว น ท ั ศ น์ ( Cross – culturalUnderstanding) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration,Teamwork and Leadership) ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และการรู้เท่าทัน สื่อ(Communications, Information and Media Literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills) และความมีเมตตา กรุณา มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม(Compassion) เป้าหมายของการจัดการศึกษา (Aspirations) แผนการศึกษาแห่งชาติได้กำหนดเป้าหมายของการพัฒนาการศึกษาในระยะ 20 ปี ไว้ 5 ด้าน ประกอบด้วย 1) ประชากรทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐานอย่างทั่วถึง (Access) 1.1 เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัย
64 1.2 ประชากรทุกคนมีโอกาสได้รับบริการทางการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัยถึงมัธยมศึกษาตอน ปลาย หรือเทียบเท่าที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 1.3 ประชากรที่อยู่ในกำลังแรงงานได้รับการพัฒนาทักษะ ความรู้ความสามารถ และ สมรรถนะที่ตอบสนองความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ 1.4 ประชากรสูงวัยได้เรียนรู้ฝึกฝนเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถ และทักษะเพื่อการ ทำงานหรือการมีชีวิตหลังวัยทำงานอย่างมีคุณค่าและเป็นสุข 2) ผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการทางการศึกษาอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม(Equity) ผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งกลุ่มปกติผู้มีความสามารถพิเศษ ผู้มีความบกพร่องด้านต่าง ๆ ผู้ พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีภูมิหลังทางสังคมหรือฐานะทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันได้รับโอกาสและการ บริการทางการศึกษาอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม 3) ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ สามารถพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุขีดความสามารถและเต็มตาม ศักยภาพ (Quality) ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อพัฒนาคุณลักษณะ ทักษะ ความรู้ความสามารถ และสมรรถนะของแต่ละบุคคลให้ไปได้ไกลที่สุดเท่าที่ศักยภาพและ ความสามารถของแต่ละบุคคลพึงมีภายใต้ระบบเศรษฐกิจสังคมฐานความรู้สังคมแห่งปัญญา และการ สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ที่ประชาชนสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต มี คุณธรรม จริยธรรมและสามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นสุขตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4) ระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อการพัฒนาผู้เรียนอย่างทั่วถึงและมี คุณภาพ และการลงทุนทางการศึกษาที่คุ้มค่าและบรรลุเป้าหมาย (Efficiency) หน่วยงาน สถานศึกษาและสถาบันการศึกษาทุกแห่งสามารถบริหารและจัดการศึกษาอย่าง มีประสิทธิภาพ ด้วยคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล จัดให้มีระบบการจัดสรรและใช้ทรัพยากรทาง การศึกษาที่ก่อประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนให้บรรลุศักยภาพและขีดความสามารถของ ตน และส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนของสังคมที่มีศักยภาพและความพร้อมเข้ามามีส่วนร่วมในการ ระดมทุนและร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษา โดยเฉพาะสถานประกอบการ สถาบันและองค์กรต่าง ๆ ในสังคม และผู้เรียน ผ่านมาตรการทางการเงินและการคลังที่เหมาะสม
65 5) ระบบการศึกษาที่สนองตอบและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นพลวัตและบริบทที่ป ลี่ยนแปลง (Relevancy) ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐาน สนองตอบและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ศตวรรษที่ 21 สามารถพัฒนาทักษะ คุณลักษณะและสมรรถนะในการทำงานของกำลังคนในประเทศให้ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงาน สังคม และประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปีและ ยุทธศาสตร์ประเทศไทย ๔4.0 ที่จะนำประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มรายได้ปานกลางสู่การเป็น ประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการศึกษาที่สร้างความมั่นคงในชีวิตของประชาชนสังคมและประเทศชาติและ การสร้างเสริมการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์เป้าหมาย ตัวชี้วัด และแนวทางการพัฒนา ยุทธศาสตร์ที่1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ เป้าหมายที่ 1: คนทุกช่วงวัยมีความรักสถาบันหลักของชาติและยึดมั่นการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป้าหมายที่ 2 : คนทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่ พิเศษได้รับการศึกษาและเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ เป้าหมายที่ 3 : คนทุกช่วงวัยได้รับการศึกษา การดูแลและป้องกันจากภัยคุกคามในชีวิต รูปแบบใหม่ แนวทางการพัฒนา 1. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติและการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3. ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่พิเศษ(พื้นที่สูง พื้นที่ตาม แนวตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล ทั้งกลุ่มชนต่างเชื้อชาติศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มชนชายขอบ และแรงงานต่างด้าว) 4. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อการจัดระบบการดูแลและป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ อาทิ อาชญากรรมและความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ ยาเสพติด ภัยพิบัติจากธรรมชาติภัยจากโรคอุบัติใหม่ ภัยจากไซเบอร์เป็นต้น
66 ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ เป้าหมายที่ 1: กำลังคนมีทักษะที่สำคัญจำเป็นและมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาด งานและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เป้าหมายที่ 2 : สถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่จัดการศึกษาผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญ และเป็นเลิศเฉพาะด้าน เป้าหมายที่ 3 : การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิตและ มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ แนวทางการพัฒนา 1. ผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในสาขาที่ตรงตามความต้องการของตลาดงานและ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 2. ส่งเสริมการผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศเฉพาะด้าน 3. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิตและมูลค่าเพิ่ม ทางเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป้าหมายที่ 1 : ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทยและทักษะและ คุณลักษณะที่จ้าเป็นในศตวรรษที่ 21 เป้าหมายที่ 2 : คนทุกช่วงวัยมีทักษะความรู้ความสามารถและสมรรถนะตามมาตรฐาน การศึกษาและมาตรฐานวิชาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ตามศักยภาพ เป้าหมายที่ 3 : สถานศึกษาทุกระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้ตาม หลักสูตรอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน เป้าหมายที่ 4 : แหล่งเรียนรู้สื่อต้าราเรียน นวัตกรรม และสื่อการเรียนรู้มีคุณภาพและ มาตรฐานและประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่จ้ากัดเวลาและสถานท เป้าหมายที่ 5 : ระบบและกลไกการวัด การติดตามและประเมินผลมีประสิทธิภาพ เป้าหมายที่ 6 : ระบบการผลิตครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาได้มาตรฐานระดับสากล เป้าหมายที่ 7 : ครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาสมรรถนะตาม มาตรฐาน
67 แนวทางการพัฒนา 1. ส่งเสริม สนับสนุนให้คนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ความสามารถ และการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตอย่างเหมาะสม เต็มตามศักยภาพในแต่ละช่วงวัย 2. ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งเรียนรู้สื่อตำราเรียน และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที 3. สร้างเสริมและปรับเปลี่ยนค่านิยมของคนไทยให้มีวินัย จิตสาธารณะ และพฤติกรรมที่ พึงประสงค์ 4. พัฒนาระบบและกลไกการติดตาม การวัดและประเมินผลผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพ 5. พัฒนาคลังข้อมูล สื่อ และนวัตกรรมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 6. พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา 7. พัฒนาคุณภาพครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา เป้าหมายที่ 1 : ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มี คุณภาพ เป้าหมายที่ 2 : การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา สำหรับคน ทุกช่วงวัย เป้าหมายที่ 3 : ระบบข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุม ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน เพื่อการวางแผน การบริหารจัดการศึกษา การติดตามประเมิน และรายงานผล แนวทางการพัฒนา 1. เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ 2. พัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย 3. พัฒนาฐานข้อมูลด้านการศึกษาที่มีมาตรฐาน เชื่อมโยง และเข้าถึงได้ ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป้าหมายที่ 1 : คนทุกช่วงวัย มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และน้าแนวคิด ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ เป้าหมายที่ 2 : หลักสูตร แหล่งเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม คุณธรรม จริยธรรม และการน้าแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ
68 เป้าหมายที่ 3 : การวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนวทางการพัฒนา 1. ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และน้าแนวคิด ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในการดำเนินชีวิต 2. ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้แหล่งเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 3. พัฒนาองค์ความรู้งานวิจัย และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ที่ ๖ การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา เป้าหมายที่ 1 : โครงสร้าง บทบาทและระบบการบริหารจัดการการศึกษามีความคล่องตัว ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ เป้าหมายที่ 2 : ระบบการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ส่งผลต่อ คุณภาพและมาตรฐานการศึกษา เป้าหมายที่ 3 : ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการ ของประชาชนและพื้นที่ เป้าหมายที่ 4 : กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรับลักษณะ ที่แตกต่างกันของผู้เรียน สถานศึกษา และความต้องการกำลังแรงงานของประเทศ เป้าหมายที่ 5 : ระบบบริหารงานบุคคลของครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษามีความ เป็นธรรม สร้างขวัญกำลังใจ และส่งเสริมให้ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มตามศักยภาพ แนวทางการพัฒนา 1. ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษา 2. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา 3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา 4. ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับระบบการเงินเพื่อการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพ การจัดการศึกษา 5. พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา
69 การขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติสู่การปฏิบัติ 1. สร้างความรู้ความเข้าใจให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงความสำคัญและพร้อมเข้า ร่วมผลักดันแผนการศึกษาแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติ 2. สร้างความเชื่อมโยงระหว่างแผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2560 – 2579 ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล แผนพัฒนาการศึกษาระยะ 5 ปีแผนปฏิบัติราชการระยะ 4 ปีและแผนปฏิบัติการประ จ้าปีของหน่วยงาน องค์กร 3. ปรับปรุงกฎ ระเบียบ และกฎหมายต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาใน ระดับต่าง ๆ 4. สร้างช่องทางให้ประชาสังคมมีโอกาสแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา อย่างกว้างขวาง ทั้งระดับนโยบายและพื้นที ปัจจัยและเงื่อนไขความสำเร็จ (Key Success Factors) 1. การสร้างการรับรู้ความเข้าใจและการยอมรับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาสังคมในการ สนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาในลักษณะต่างๆ อย่างกว้างขวาง 2. การสร้างความเข้าใจในเป้าหมายและยุทธศาสตร์การดำเนินงานของแผนฯ ของผู้ปฏิบัติ 3. การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการจัดการศึกษา จากการเป็นผู้จัดการศึกษาโดยรัฐมาเป็น การจัดการศึกษาโดยทุกภาคส่วนของสังคม 4. การจัดให้แผนการศึกษาแห่งชาติเป็นเสมือนแผนงบประมาณด้านการจัดการศึกษาของรัฐ 5. การปรับระบบการบริหารจัดการภาครัฐให้เกิดประสิทธิภาพ โดยปรับโครงสร้างการ บริหารงานให้มีความชัดเจน 6. การสร้างระบบข้อมูลและสารสนเทศที่บูรณาการและเชื่อมโยงกับระบบการประกันคุณภาพ ภายในและการประเมินคุณภาพภายนอกผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 7. การปฏิรูประบบทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา เพื่อให้รัฐสามารถใช้เครื่องมือทาง การเงินในการกำกับการดำเนินงานของสถานศึกษา
70 ส่วนที่ 3 ทิศทางการดำเนินงาน นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 กำหนดให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ มีหน้าที่ในการ จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อ คุณวุฒิตามระดับ หรือการเรียนรู้รูปแบบอื่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคคลให้มีความสมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและ สติปัญญา เป็นคนดี มีวินัย รู้จักสิทธิควบคู่กับหน้าที่และความ รับผิดชอบ ภูมิใจและตระหนักในความสำคัญของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษา ประโยชน์ส่วนรวมและของ ประเทศชาติ รู้จักความพอเพียง มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ใฝ่เรียนรู้ มีความรอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง มีคุณธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริต อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ แผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับความในมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริม การเรียนรู้ พ.ศ. 2566 และคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 2223/2566 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2566 อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ จึงได้ประกาศจุดเน้นการดำเนินงาน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ดังนี้ วิสัยทัศน์ “ประชาชนได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ พร้อมเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอด ชีวิต" พันธกิจ 1. จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้ เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และยกระดับการศึกษาของประชาชน ให้สามารถ ปรับตัวในการดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม และมีสมรรถนะพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของ โลกยุคใหม่
71 2. ผลิตและพัฒนาหลักสูตร โปรแกรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ วิธีการจัด กระบวนการ เรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน สอดคล้องกับรูปแบบ การจัดการเรียนรู้และสภาวการณ์การพัฒนาของประเทศ 3. ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดและส่งเสริมการ เรียนรู้ ให้ประชาชนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ และทุกเวลา 4. สร้างและประสานความร่วมมือเชิงรุกกับภาคีเครือข่าย ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการ เรียนรู้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกและแหล่งเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ ได้ทุกรูปแบบ ทุกที่และทุกเวลา 5. พัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีความทันสมัย โดยยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อการส่งเสริม การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ 6. พัฒนาและยกระดับศักยภาพบุคลากรทุกประเภท ทุกระดับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ ปฏิบัติงาน และการส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ จุดเน้นการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 1. สร้างโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม 1.1 จัดทำระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ (Digital Learning Platform) รวมทั้ง แอปพลิเคชั่น หรือสื่อดิจิทัลที่มีคุณภาพครบวงจรเพื่อการเรียนรู้ในช่องทางเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ ทั้ง Online On-site และ On-air ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) 1.2 พัฒนาระบบสะสมหน่วยการเรียนรู้ในธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank System) ที่สามารถเชื่อมโยงการศึกษาและการเรียนรู้ในทุกระดับและประเภท สร้างความคล่องตัวและเปิด ทางเลือกให้กับ ผู้เรียนทุกระดับเพื่อประโยชน์ในการรับรองคุณวุฒิ หรือการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ ต่อไป 1.3 พัฒนาระบบเทียบระดับการศึกษา เทียบเคียงหรือเทียบโอนผลการเรียน ทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ และสมรรถนะ ให้มีมาตรฐาน เชื่อมโยงกับการศึกษาและการเรียนรู้ทุกรูปแบบ เพื่อใช้ประโยชน์ในการเข้าศึกษา การสะสมความรู้ หรือการรับรองคุณวุฒิระดับการศึกษาต่าง สถานศึกษาหรือต่างระบบได้
72 2. ยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ 2.1 พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร โปรแกรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ และวิธีการจัด กระบวน การเรียนรู้ ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เหมาะสมและเป็นไปตามสภาพ ความต้องการ และ ความถนัด สอดคล้อง กับสภาวการณ์ของประเทศและทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก โดยมุ่งพัฒนา ประชาชนทุกช่วงวัยให้มีทักษะที่เหมาะสม และจำเป็นต่อการดำรงชีวิต จบแล้วมีงานทำสอดคล้องกับ ความต้องการของตลาดแรงงาน 2.2 จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้แบบ STEM Education (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จาก การลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ทั้งในสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ 2.3 จัดให้มีระบบแนะแนวทางสำหรับผู้เรียน (Coaching) และวางแผนทางเลือก ทางการศึกษา และการเรียนรู้ที่หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง ในการ เข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบแนวทางการเรียน และเป้าหมายชีวิตที่ตนเองชอบ รวมทั้งการดูแล เฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาสุขภาวะทางจิตของผู้เรียน เพื่อให้สามารถอยู่ในสถานศึกษาได้อย่างมีความสุข 3. ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต 3.1 พัฒนากระบวนการส่งเสริมให้ประชาชนมีนิสัยรักการเรียนรู้มีกระบวนการทาง สังคม ที่ส่งเสริมให้บุคคล กลุ่มบุคคล และชุมชนเกิดการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการ สร้างสภาพแวดล้อม ของชุมชน ท้องถิ่น สังคม ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และสนับสนุนการสร้างกลไกการ ขับเคลื่อนชุมชนในการปลูกฝัง และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชน 3.2 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ อุดมการณ์ ความยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติและท้องถิ่น เสริมสร้าง วิถีชีวิตของความเป็น พลเมืองและมีศีลธรรมที่เข้มแข็ง รวมถึงการมีจิตอาสา โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ เป็นการเพิ่มทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต 3.3 พัฒนารูปแบบการดำเนินงานส่งเสริมการอ่านให้กับประชาชน พัฒนาแหล่งการ เรียนรู้ ที่มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่าน และพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น อย่างกว้างขวาง และทั่วถึง อาทิ การพัฒนาความพร้อมของบุคลากรและการให้บริการของหน่วยจัดการ
73 เรียนรู้ ห้องสมุดประชาชน มีการบริการที่ทันสมัย ส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน การสร้างเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน พร้อมทั้งพัฒนาสื่อและจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่ หลากหลายให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆอย่างทั่วถึง 3.4 จัดให้มีการฝึกอบรมอาชีพในชุมชน เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะใหม่ (New Skill) เพิ่มสมรรถนะ (Upskill) หรือทบทวนทักษะ (Reskill) ให้แก่ประชาชน อาทิ อาชีพเกษตรกร อาชีพ ค้าขาย อาชีพบริการชุมชน อาชีพหัตถกรรม อาชีพอุตสาหกรรม ช่างก่อสร้าง ช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างแอร์ ฯลฯ เพื่อเป็นเครื่องมือในการยกระดับทักษะความรู้ ช่วยประชาชนลดรายจ่ายในครัวเรือน สามารถประกอบอาชีพหลักหรือเป็นอาชีพเสริมให้แก่ครอบครัวได้ 3.5 ส่งเสริม สนับสนุน สร้างโอกาสให้เกิด Soft Power เพื่อเปิดโอกาสในการต่อยอด สร้างมูลค่า และสร้างรายได้ รวมทั้งการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาต่อยอดศิลปะ วัฒนธรรม ภาษา และ ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ด้านการท่องเที่ยว/งาน เทศกาลประเพณีไทย ด้านดนตรีและศิลปะ ด้านวรรณกรรม/หนังสือ ด้านสินค้าและบริการ (อาหารไทย ผ้าไทย เครื่องหอมและสมุนไพรไทย ฯลฯ) รวมทั้งการใช้พื้นที่เป็นสถานที่เรียนรู้วัฒนธรรม ศิลปะ และ ประวัติศาสตร์ 3.6 พัฒนาทักษะฝีมือ พัฒนาการทางร่างกายและจิตใจกลุ่มผู้สูงอายุให้สามารถพึ่งพา ตนเองได้สามารถดำเนินชีวิตได้เต็มตามศักยภาพ 4. พัฒนาระบบการบริหารจัดการ และการบริการภาครัฐ 4.1 ทบทวน ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการ ดำเนินงาน ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 เพื่อให้การบริหารจัดการในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุน การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 4.2 จัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยการสำรวจข้อมูล ครัวเรือน (ปักหมุด) เกี่ยวกับสถานภาพการศึกษาและความต้องการในการเรียนรู้ และจัดเก็บข้อมูลเพื่อ ใช้ในการแก้ปัญหา เด็กตกหล่นและออกกลางคัน ติดตามและส่งต่อไปยังสถานศึกษาในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งเป็นข้อมูลใช้ประกอบ ในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย 4.3 พัฒนาความพร้อมในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้อาทิ การสนับสนุนงบประมาณ ในการลงทุนด้านเทคโนโลยี บูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนในการสร้างความพร้อมด้าน เทคโนโลยี และการสื่อสารของหน่วยจัดการเรียนรู้ ให้ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการประชาชน รวมทั้ง
74 สนับสนุนความร่วมมือในการสร้างมาตรการส่งเสริมภาคเอกชนเพื่อการลงทุนด้านการศึกษาและการ เรียนรู้ 5. ส่งเสริมและสนับสนุนด้านบุคลากร 5.1 แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา และส่งเสริมให้ความรู้ด้านการเงิน และการออม (Financial Literacy) การวางแผนและสร้างวินัยทางการเงินให้กับบุคลากร โดยบูรณา การการทำงาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง ธนาคาร สหกรณ์ และสถาบัน การเงินต่าง ๆ 5.2 พัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความพร้อมด้านวิชาการและ ทักษะการจัดการเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ รวมทั้งให้ คําปรึกษาเส้นทาง การเรียนรู้ การประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิตของผู้เรียนได้ตามความสนใจและ ความถนัดของแต่ละบุคคล 5.3 พัฒนาขีดความสามารถของข้าราชการพลเรือนในสังกัด ให้มีสมรรถนะที่สอดคล้อง และเหมาะสมตามสายงาน ประเภท ระดับ และมาตรฐานตำแหน่ง ข้อสั่งการและแนวทางการปฏิบัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดขอบ) 1. ให้นำนโยบายด้านการศึกษาของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา และนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ไปดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม (Action Plan) 2. ดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เช่น การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย (ห้ามซื้อ-ขาย ตำแหน่ง) ห้ามทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุ ครุภัณฑ์ ชุดนักเรียน อาหารกลางวัน ฯลฯ และต้องจัดซื้อจัด จ้างวัสดุครุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ 3. น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ 4. ให้ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาด 5. ส่งเสริมการอ่านอย่างเป็นกระบวนการ โดยครูต้องเป็นต้นแบบในการรักการอ่าน 6. การลงพื้นที่ตรวจราชการหรือตรวจเยี่ยม ให้เฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องมาร่วมรับการตรวจ ราชการ หรือตรวจเยี่ยม โดยให้มีการดำเนินการอย่างเรียบง่ายและประหยัด เช่น ไม่ต้องติดป้ายต้อนรับ ไม่มีของที่ระลึก หรือของฝาก
75 ทิศทางการด าเนินงานของส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดสิงห์บุรี วิสัยทัศน์(Vision) “ส านักงานส ่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสิงห์บุรีให้ โอกาสผู้เรียน ผู้รับบริการ เข้าสู่การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ สามารถด ารงชีวิตที่ เหมาะสมในสังคมอย่างมีความสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” พันธกิจ(Mission) 1. เป็นหน ่วยงานธุรการของคณะกรรมการส านักงานส ่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสิงห์บุรี 2. จัดท ายุทธศาสตร์แผนพัฒนาและมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยในจังหวัดสิงห์บุรี ให้สอดคล้องกับนโยบาย มาตรฐานการศึกษา แผนการศึกษาชาติ แผนพัฒนา การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และความต้องการของท้องถิ่น และชุมชน 3. ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ ด้านการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย (เก็บรวบรวมข้อมูล) 4. วิเคราะห์ จัดตั้ง จัดสรร เงินงบประมาณ ให้แก ่สถานศึกษาและภาคีเครือข ่ายที ่จัด การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 5. ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยและ ภาคีเครือข่าย 6. จัดระบบการประกันคุณภาพการศึกษานอกระบบตามที่กฎหมายก าหนด (จังหวัดเป็น แม่งาน) 7. ส่งเสริม สนับสนุนการเทียบโอนผลการเรียน การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ และเทียบระดับการศึกษา 8. พัฒนาหลักสูตร สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษาและภาคีเครือข่าย 9. ระดมทรัพยากรด้านต่าง ๆ รวมทั้งทรัพยากรบุคคล เพื่อการมีส่วนร่วมในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 10. พัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และภาคี เครือข่าย
76 11. ส่งเสริม สนับสนุน ติดตามและรายงานผลการด าเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชด าริ 12. ส่งเสริม สนับสนุนงานนโยบายพิเศษ และงานเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ 13. ก ากับ ดูแล นิเทศ ติดตามผลและประเมินผลการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยของสถานศึกษา และภาคีเครือข่าย 14. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ทิศทางการด าเนินงานของ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อ าเภอค่ายบางระจัน ปรัชญา “คิดเป็น เน้นความรู้ คู่คุณธรรม น าชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง” วิสัยทัศน์ สกร. อ าเภอค่ายบางระจัน จัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อย่างมีคุณภาพและทั่วถึงคลอบคลุมทุกพื้นที่ให้กับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อยกระดับการศึกษาให้สูงขึ้น ตาม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อัตลักษณ์ ชีวิตดี มีสุข หมายความว่า ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการ มุ่งให้ผู้เรียน ผู้รับบริการมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างดีและ มีความสุข เอกลักษณ์ ชีวิตดี มีสุข พันธกิจ 1. จัดกิจกรรมส่งเสริมการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 2. จัดกิจกรรมส่งเสริมการศึกษาต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทักษะการประกอบอาชีพ ลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ 3. จัดกิจกรรมส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้ประชาชนผู้รับบริการใฝ่เรียนรู้ แสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย
77 4. ส่งเสริม สนับสนุน ประสานภาคีเครือข่ายให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย 5. จัดและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้ 6. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง และจัดท าแผนการศึกษา ตามอัธยาศัย 7. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพ ในการปฏิบัติงาน กลยุทธ์การด าเนินงาน สกร. อ าเภอค่ายบางระจัน ได้ด าเนินงานตามกลยุทธ์ของส านักงานส่งเสริมการเรียนรู้สู่การ ปฏิบัติซึ่งมุ่งเน้นตอบสนองโครงการ / กิจกรรม และกลุ่มเป้าหมายในการสร้างสังคม / ชุมชนแห่งการ เรียนรู้ส าหรับประชาชนและเยาวชน นอกโรงเรียน บนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงการพัฒนา อาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนการยกระดับการศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายแรงงาน และการสร้าง พันธมิตร / เครือข่ายการจัดการศึกษานอกโรงเรียน รวมถึงด าเนินงานตามผลผลิตของหน่วยงาน คือ การจัดการศึกษานอกระบบ และการส ่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ ่ง สกร.อ าเภอค ่ายบางระจัน มีภารกิจและบทบาทท าหน้าที ่บริหารจัดการ ก ากับดูแลส ่งเสริมสนับสนุนประสานงานในพื้นที่ รับผิดชอบ จัดและให้บริการการศึกษานอกโรงเรียนส าหรับประชาชนให้ ได้รับการศึกษาเทียบเท่าการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ การศึกษาเพื่อ พัฒนาทักษะชีวิต การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน การจัดกระบวนการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารด้านอาชีพ โครงการ Smart ONIE เพื่อสร้าง Smart Farmer และ การให้บริการข่าวสารข้อมูลในรูปแบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นศูนย์การ เรียนรู้และให้บริการการศึกษาแก่ประชาชนครอบคลุมทุกพื้นที่กลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นการประสานงาน ร่วมกับชุมชนและเครือข่ายในการจัดการศึกษาเพื่อให้ประชาชนได้รับการศึกษา และเข้าถึงโอกาสการ เรียนรู้ตลอดชีวิต ที ่มีคุณภาพอย ่างทั ่วถึงและต ่อเนื ่อง ในการด าเนินงานการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยเพื ่อให้บรรลุผลส าเร็จตามยุทธศาสตร์การด าเนินงาน ปีงบประมาณ 2564 ด้านการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของประชาชน ด้านการเพิ่มศักยภาพการจัดการความรู้ของชุมชน และด้านการเพิ ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขององค์กรและภาคีเครือข ่าย ให้ด าเนินการตาม กลยุทธ์ดังต่อไปนี้
78 กลยุทธ์ที่ 1 ลุยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย หลักการ ด าเนินการเจาะลึกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายวิธีการเพื่อปลุกกระแสให้ประชาชน สนใจ ใฝ่เรียนรู้และเห็นความส าคัญของการศึกษา วิธีการด าเนินงาน 1. ปลุกกระแสให้ประชาชนสนใจใฝ่เรียนรู้ เห็นความส าคัญของการศึกษาและต้องการ ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น - จัดท าประกาศประชาสัมพันธ์ รายการวิทยุชุมชนเพื่อการศึกษา - น าเสนอทางเลือกในการศึกษาที่หลากหลายหลักสูตร/กิจกรรม - รณรงค์โดยใช้สื่อต่างๆในท้องถิ่น สนับสนุนให้ผู้น ากระตือรือร้นในการศึกษา 2. เจาะลึกเป็นรายหมู่บ้าน / รายครัวเรือน - ส ารวจข้อมูลการศึกษาของประชากรวัยแรงงาน 15 – 59 ปี - จัดท าเวทีชาวบ้านเพื่อเสนอทางเลือกให้ประชาชนเป็นรายหมู่บ้าน - สรุปประเด็นทางเลือกการศึกษารูปแบบต่าง ๆ เป็นรายหมู่บ้าน 3. จัดท าระบบฐานข้อมูล - จัดท าฐานข้อมูลเป็นรายหมู่บ้าน / รายครัวเรือน/รายบุคคล - รวบรวมและท าทะเบียน เพื่อเชื่อมโยงระบบสารสนเทศทั้งอ าเภอ กลยุทธ์ที่ 2 จัดกิจกรรมหลากหลายโดนใจผู้เรียน หลักการ เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มุ่งส่งเสริมการเรียนเพื่อแก้ปัญหา ต่าง ๆของครอบครัวและชุมชนให้เข้มแข็งพึ่งตนเองได้โดยเน้นหลักคุณธรรม จริยธรรมและมีชีวิตที่เป็น สุขวิธีการด าเนินงาน 1. จัดท าหลักสูตร โดยบูรณาการให้สอดคล้องกับหลักสูตรท้องถิ่นและวิถีชีวิตของคนใน ชุมชน - พัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน - รวบรวมหลักสูตรจากท้องถิ่นต่างๆ - จัดท าทะเบียนข้อมูลภูมิปัญญาชาวบ้าน
79 - จัดท าระบบบริการให้ความรู้เรื่องหลักสูตรโดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นแหล่งศึกษา หาความรู้ 2. จัดท าคลังรวบรวมหลักสูตร - ใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดเก็บรวบรวมหลักสูตร และให้บริการแก่ประชาชน ทั่วไป 3. จัดวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย - เรียนแบบทางไกล และพบกลุ่ม - เรียนรู้จากชุมชนหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น - มีครูศูนย์การเรียนชุมชนคอยให้ค าแนะน าช่วยเหลือ - ใช้ภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนช่วยจัดกระบวนการเรียนการสอน - จัดแหล่งเรียนรู้ต่างๆในชุมชนโดยยึดแนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียง การผลิตเพื่อใช้ เองและเพิ่มรายได้ในครัวเรือน เช่นการจักสาน การท าไม้กวาดทางมะพร้าว การท าปุ๋ยชีวภาพ การ แปรรูปผลิตภัณฑ์จากเปลือกหอย ฯลฯ . 4. วัดและประเมินผลด้วยวิธีการที่หลากหลาย - ประเมินจากการปฏิบัติจริง รู้จริง - สัมภาษณ์ / สอบถาม / สังเกต - ประเมินจากแฟ้มงาน / โครงงาน - ใช้บทเรียนในการทดสอบ 5. เทียบโอนความรู้และประสบการณ์เพื่อสะสมหน่วยกิต - จัดให้มีการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ - ส่งเสริมให้นักศึกษาน าความรู้และประสบการณ์มาเทียบโอน กลยุทธ์ที่ 3 ขยายแหล่งเรียนรู้และเทคโนโลยี หลักการ ด าเนินงานพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพครอบคลุมพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเปิด โอกาสช่องทางการเรียนรู้สู่ชุมชนอย่างกว้างขวาง ทั่วถึง และหลากหลายหลักสูตร มีการพัฒนาอย่าง ต่อเนื่องด้วยระบบเทคโนโลยีและมีประสิทธิภาพพร้อมให้บริการกลุ่มเป้าหมาย
80 วิธีการด าเนินงาน พัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพพร้อมให้บริการกลุ่มเป้าหมายด้วยระบบเทคโนโลยี ดังนี้ - ห้องสมุดประชาชนประจ าอ าเภอ 1 แห่ง - ศกร. ต าบล 6 แห่ง กลยุทธ์ที่ 4 ผลึกก าลังภาคีเครือข่าย และกระจายบริการการศึกษา หลักการ ส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคีเครือข่ายร่วมจัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียน โดยยึดหลัก “บ-ว-ร” บ้าน – วัด – โรงเรียน และองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนจัดองค์ความรู้มุ่งสู่ ชุมชนเป็นรายครัวเรือน รายกลุ่ม และรายบุคคล - ส ารวจภาคีเครือข่าย - ขึ้นทะเบียนเครือข่าย / และประสานความร่วมมือ - จัดท ากรอบข้อตกลงร่วมกันจัดกิจกรรม - ประชุมชี้แจงแนวทางการท างาน - ด าเนินการจัดกิจกรรมตามกรอบข้อตกลง - ศึกษาดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างภาคีเครือข่าย - ประกาศเกียรติคุณ โล่ รางวัล จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย - การศึกษาขั้นพื้นฐาน - การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ - การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต - การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน กลยุทธ์ที่ 5 พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการ หลักการ เป็นการด าเนินงานให้สังคมเกิดความศรัทธาและเชื ่อมั ่นในสถานศึกษาประกันคุณภาพ การศึกษา และปรับปรุงการบริหารจัดองค์กรให้มีคุณภาพ มีการตรวจสอบและประเมินตนเองของ สถานศึกษาอยู่ตลอดเวลา เพื่อพัฒนาและปรับปรุงงานการศึกษานอกโรงเรียนทุกด้านให้มีคุณภาพ
81 วิธีการด าเนินงาน - ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานบริการแบบกัลยาณมิตร - จัดระบบอัตราก าลังบุคลากรให้เหมาะสมกับภารกิจของงาน - จัดอบรมพัฒนาบุคลากร เพิ่มความสามารถในการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ - ศึกษาดูงานนอกสถานที่เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ น าความรู้มา พัฒนาองค์กร - ปรับโครงสร้าง และการบริหารงานที่มีคุณภาพ เน้นความโปร่งใส มีคุณธรรม - พัฒนาบุคลากรให้มีวิสัยทัศน์ในการปฏิบัติงาน แนวทางปฏิบัติและมอบอ านาจ ความไว้วางใจในการปฏิบัติงานตามแนวทางการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ - พัฒนาระบบงานที่ทันสมัย โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการปฏิบัติงาน เป้าประสงค์ 1. จัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีทักษะที่จำเป็นในโลกศตวรรษที่ 21 2. หน่วยงานและสถานศึกษาจัดทำหลักสูตร รูปแบบการจัดการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรม การ วิจัย การวัดผลและประเมินผล ให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย 3. ส่งเสริมสนับสนุนการนำเทคโนโลยีทางการศึกษาและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการจัดการ เรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้ประชาชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม 4. ครูและบุคลากรมีความรู้ มีทักษะในการจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนการ สอน และการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. ส่งเสริมการพัฒนา ศกร. ตำบล ห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ในสังกัดสำนักงาน สกร. ให้เอื้อต่อ การเรียนรู้ 6. ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายจัดส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ 7. มีระบบการบริหารจัดการ การจัดทำฐานข้อมูล การนิเทศติดตามผล เพื่อส่งเสริมการจัดการ เรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับให้มีประสิทธิภาพ
82 เป้าประสงค์และตัวชี้วัดความสำเร็จ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ 1. จัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อ พัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตาม ระดับภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง และมีทักษะที่จำเป็นในโลกศตวรรษ ที่ 21 1. ร้อยละของประชาชนจัดการเรียนรู้ตลอด ชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการ เรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับที่มีคุณภาพและ การเรียนรู้ตลอดชีวิตภายใต้หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงและมีทักษะที่จำเป็นในโลก ศตวรรษที่ 21 2. หน่วยงานและสถานศึกษาจัดทำหลักสูตร รูปแบบการจัดการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรม การวิจัย การวัดผลและประเมินผล ให้ สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของ กลุ่มเป้าหมาย 2. ร้อยละของสถานศึกษามีหลักสูตร รูปแบบ การจัดการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรม การวิจัย การวัดผลและประเมินผล ให้สอดคล้องกับ บริบทและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย 3. ส่งเสริมสนับสนุนการนำเทคโนโลยีทางการ ศึกษาและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการจัดการ เรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้ประชาชนใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม 3. ร้อยละของสถานศึกษาและประชาชนนำ เทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้ เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิ ตามระดับได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ 4. ครูและบุคลากรมีความรู้ มีทักษะในการจัด กระบวนการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียน การสอน และการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 4. ร้อยละของครู และบุคลากรมีความรู้ มี ทักษะในการจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอนและการปฏิบัติหน้าที่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. ส่งเสริมการพัฒนา ศกร.ตำบล ห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ในสังกัดสำนักงาน สกร. ให้เอื้อ ต่อการเรียนรู้ 5. จำนวนศกร.ตำบล ห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ ในสังกัดสำนักงาน กศน. ที่ได้รับการพัฒนา 6. ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย จัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อ 6. ร้อยละของภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการ จัดส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
83 เป้าประสงค์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ พัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตาม ระดับ ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และ การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ 7. มีระบบการบริหารจัดการ การจัดทำ ฐานข้อมูล การนิเทศติดตามผล เพื่อส่งเสริม การจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อ พัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตาม ระดับให้มีประสิทธิภาพ 7. ร้อยละของหน่วยงานและสถานศึกษามี ระบบการบริหารจัดการ การจัดทำฐานข้อมูล การนิเทศติดตามผล เพื่อส่งเสริมการจัดการ เรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับให้มี ประสิทธิภาพ ตามหลัก ธรรมาภิบาล กลยุทธ์ 1. ขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ (S1O3) 2. ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และส่งเสริมการจัด การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงผ่านรูปแบบที่ หลากหลาย (S3S8O2) 3. ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถจัดกระบวนการ เรียนรู้และปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (W2O3) 4. พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กรตามหลักธรรมาภิบาลโดยการมีส่วนร่วมของ ภาคีเครือข่าย (W2O6) 5. พัฒนาการดำเนินงาน ติดตามประเมินผล การประกันคุณภาพและการวิจัย (S6S7O6) เป้าหมายหลักของการบริหารและจัดการศึกษาของหน่วยงาน 1. กลุ่มเป้าหมายมีความรู้พื้นฐาน เพื่อการศึกษาต่อ พัฒนาอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต 2. กลุ่มเป้าหมายมีทักษะกระบวนการคิด ทักษะการแสวงหาความรู้ เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และ สามารถ นำไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต
84 3. กลุ่มเป้าหมายมีสมรรถนะและทักษะในการดำรงชีวิตที่เหมาะสมกับช่วงวัย สอดคล้องกับ หลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 4. กลุ่มเป้าหมายหรือผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการประกอบ อาชีพ สามารถ นำความรู้ไปใช้ในการลดรายจ่าย หรือเพิ่มรายได้ หรือประกอบอาชีพ หรือพัฒนาต่อ ยอดอาชีพ หรือเพิ่มมูลค่าของ สินค้าหรือบริการ 5. กลุ่มเป้าหมายหรือผู้เข้ารับการอบรม มีความรู้ในการใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม และ สามารถนำ ความรู้มาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาและพัฒนาการดำรงชีวิต หรือการประกอบอาชีพได้ 6. ภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัด ส่งเสริม สนับสนุนการจัดกิจกรรมการศึกษา นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างต่อเนื่อง 7. ระบบบริหารจัดการมีประสิทธิภาพเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม สกร.อำเภอค่ายบางระจัน (SWOT Analysis) 1. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน 1.1 จุดแข็ง (Strength - S) 1. มีการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โดยให้ชุมชนผู้เรียนมีส่วนร่วมที่ตอบสนองความต้องการ ของกลุ่มเป้าหมาย 2. มีการจัดการเรียนรู้โดยส่งเสริมกระบวนการคิดเป็น 3. มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย 4. มีการบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยใช้หลักธรรมมาภิบาล 5. ครูและบุคลากรมีความสามารถในการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 6. ครูและบุคลากรมีความสามารถในการประสานงานเครือข่ายในการจัดกระบวนการเรียนรู้ 7. ครูและบุคลากรเข้ารับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเป็นบุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรม 8. ผู้เรียนมีทักษะในการเรียนรู้ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และตัดสินใจ แสวงหา ความรู้ด้วยตนเอง และใช้แหล่งเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม มีทักษะในการสื่อสาร 9. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสาธารณะ มีสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดี ปฏิบัติตาม ระบอบประชาธิปไตย
85 1.2 จุดอ่อน (Weakness - W) 1. ขาดการประชาสัมพันธ์แหล่งเรียนรู้ สกร.ตำบล ห้องสมุดประชาชน และดำเนินการ ปรับปรุงให้ทันสมัยในการให้บริการ 2. ครูบุคลากรของสถานศึกษามีน้อย แต่ภาระงานค่อนข้างมาก 3. การจัดกลุ่มฝึกประสบการณ์ด้านอาชีพ บางหลักสูตรยังขาดวิทยากรที่มีความรู้ ความสามารถด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ เช่น ด้านสื่อเทคโนโลยีในการให้ความรู้ 2. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก 2.1 โอกาส (Opportunity - O) 1. สถานศึกษาได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการสถานศึกษา องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น องค์กรนักศึกษา ชุมชน และภาคีเครือข่ายเป็นอย่างดี 2. ชุมชนมีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย มีภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ความรู้ กระจายอยู่ตามตำบล และศูนย์การเรียนชุมชน 3. มีตลาดชุมชนรองรับสินค้าของกลุ่มเป้าหมาย ที่ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะอาชีพ เกิด รายได้ต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชน 2.2 อุปสรรค/ความเสี่ยง (Threat - T) 1. กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ ไม่เห็นความสำคัญและความจำเป็นในการจัดการศึกษา 2. สถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงบ่อย เศรษฐกิจตกต่ำ กลุ่มเป้าหมายต้องประกอบ อาชีพเพื่อเลี้ยงครอบครัว จึงไม่มีเวลาเข้าร่วมในการจัดกิจกรรม 3. มีหน่วยงานอื่นจัดกิจกรรมซ้ำซ้อนกับ สกร. แต่มีงบประมาณในการจัดกิจกรรมที่มาก และให้ค่าตอบแทนในการเข้าร่วมกิจกรรม
86 ส่วนที่ 4 รายละเอียดแผนงาน/โครงการ ประกอบด้วย 4.1 บัญชีแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม 4.2 ตารางวิเคราะห์ความสอดคล้องของแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 4.3 แผนการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 4.4 โครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
84.1 บัญชีแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมตามแผศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอคล าดับ ชื่องาน/โครงการ/กิจกรรม เป้าหมาย (คน/แห่ง) การศึกษาขั้นพื้นฐาน 1 โครงการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 - ค่าจัดการเรียนการสอน - ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน - ค่าหนังสือเรียน 480 คน การศึกษาต่อเนื่อง 2 โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ - กิจกรรม 1 อ าเภอ 1 อาชีพ - กลุ่มสนใจไม่เกิน 30 ชั่วโมง - ชั้นเรียนวิชาชีพ 31 ชั่วโมงขึ้นไป 12 คน 246 คน 68 คน
7 ผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี พื้นที่ด าเนินการ งบประมาณ (บาท) ห้วงระยะเวลา ด าเนินงาน หมายเหตุ ต าบล ชื่อต าบล 6 ต าบล - โพสังโฆ / บางระจัน / หนองกระทุ่ม / โพทะเล / คอทราย / ท่าข้าม 486,288 179,574 134,420 1 ต.ค. 66 – 30 ก.ย. 67 - โพสังโฆ / บางระจัน / หนองกระทุ่ม / โพทะเล / คอทราย / ท่าข้าม 10,800 172,200 61,200 1 ต.ค. 66 – 30 ก.ย. 67
8ล าดับ ชื่องาน/โครงการ/กิจกรรม เป้าหมาย (คน/แห่ง) 3 โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต 76 คน 4 โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน 46 คน 5 โครงการการเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 20 คน การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย 2,600 / 7 6 โครงการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนโดยการ ส่งเสริมการอ่าน - กิจกรรมในห้องสมุดประชาชน 1,000 / 1 บ - กิจกรรมใน ศกร.ต าบล 540 / 6 - กิจกรรมในบ้านหนังสือชุมชน 300 / 6 - กิจกรรมหน่วยบริการเคลื่อนที่ (รถโมบาย) 100 / 4 - กิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาดฯ 600 / 6 - กิจกรรมอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน 60 / 6
8 พื้นที่ด าเนินการ งบประมาณ (บาท) ห้วงระยะเวลา ด าเนินงาน หมายเหตุ ต าบล ชื่อต าบล 6 ต าบล - โพสังโฆ / บางระจัน / หนองกระทุ่ม / โพทะเล /คอทราย / ท่าข้าม 8,740 1 ต.ค. 66 – 30 ก.ย. 67 6 ต าบล 18,400 6 ต าบล 8,000 1 ต.ค. 66 – 30 ก.ย. 67 บางระจัน ห้องสมุดประชาชน อ าเภอค่าย บางระจัน 337,480 6 ต าบล 9,000 6 ต าบล - 6 ต าบล 6 ต าบล 6 ต าบล
8ล าดับ ชื่องาน/โครงการ/กิจกรรม เป้าหมาย (คน/แห่ง) 7 โครงการพัฒนาห้องสมุดประชาชน และแหล่ง เรียนรู้ในชุมชนให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอด ชีวิต - ห้องสมุดประชาชนอ าเภอค่ายบางระจัน - ศกร.ต าบล - บ้านหนังสือชุมชน 1 แห่ง 6 แห่ง 11 แห่ง 8 โครงการพัฒนาบุคลากรด้านคุณภาพและ มาตรฐานการจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย 13 คน 9 โครงการนิเทศ ติดตาม การด าเนินงานกิจกรรม สกร.อ าเภอค่ายบางระจัน 12 คน / 10 แห่ง 10 โครงการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุนภาคีเครือข่าย และอาสาสมัคร กศน. 43 คน / 60 แห่ง 11 โครงการพัฒนาการทางกาย จิต และสมอง ของผู้สูงอายุ 120 คน / 6 แห่ง
9 พื้นที่ด าเนินการ งบประมาณ (บาท) ห้วงระยะเวลา ด าเนินงาน หมายเหตุ ต าบล ชื่อต าบล - โพสังโฆ / บางระจัน / หนองกระทุ่ม / โพทะเล / คอทราย / ท่าข้าม - 1 ต.ค. 66 – 30 ก.ย. 67 - 1 ต.ค. 66 – 30 ก.ย. 67 - 1 ต.ค. 66 – 30 ก.ย. 67 6 ต าบล - 1 ต.ค. 66 – 30 ก.ย. 67 6 ต าบล 8,400 1 ต.ค. 66 – 30 ก.ย. 67
9ล าดับ ชื่องาน/โครงการ/กิจกรรม เป้าหมาย (คน/แห่ง) 12 โครงการภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสาร ด้านอาชีพ 15 คน / 6 แห่ง 13 โครงการการประกันคุณภาพการศึกษา 13 คน / 7 แห่ง 14 โครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับต าบล 60 คน / 6 แห่ง
0 พื้นที่ด าเนินการ งบประมาณ (บาท) ห้วงระยะเวลา ด าเนินงาน หมายเหตุ ต าบล ชื่อต าบล 6 ต าบล 17,700 1 ต.ค. 66 – 30 ก.ย. 67 6 ต าบล - 1 ต.ค. 66 – 30 ก.ย. 67 6 ต าบล 43,200 1 ต.ค. 66 – 30 ก.ย. 67
94.2 ตารางวิเคราะห์ความสอดคล้องของแผนโครงการ/กิจกรรม ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) แผนการศึกษา แห่งชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) การศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. โครงการจัดการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง 2. โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนา อาชีพ 3. โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนา ทักษะชีวิต 4. โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนา สังคมและชุมชน