95 โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี) จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕1 โดยแบ่งออกเป็น ๓ ลักษณะ ดังนี้ 1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริม และพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิด แก้ปัญหา กําหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คําปรึกษาแก่ผู้ปกครองใน การมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน วัตถุประสงค์ 1. เพื่อผู้เรียนค้นพบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักละเห็นคุณค่าในตนเองและ ผู้อื่น 2. เพื่อให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้จากข้อมูล ข่าวสาร แหล่งเรียนรู้ ทั้งด้านการศึกษา อาชีพส่วนตัว สังคม เพื่อนําไปใช้ในการวางแผน เลือกแนวทางการศึกษาอาชีพได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับศักยภาพ ของตนเอง 3. เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาบุคลิกภาพ และปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ๔. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะ มีความคิดสร้างสรรค์ ในงานอาชีพและมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต ๕. เพื่อให้ผู้เรียนมีค่านิยมที่ดีงามในการดําเนินชีวิต สร้างเสริมวินัย คุณธรรมและจริยธรรมแก่นักเรียน 6. เพื่อให้ผู้เรียนมีจิตสํานึกในการรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ 2. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นําผู้ตามที่ดี ความรับผิดขอบการทํางาน ร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอื้ออาทร และ สมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้ปฏิบัติด้วย ตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมิน และปรับปรุงการทํางาน เน้นการทํางานร่วมกันเป็นกลุ่ม ตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน บริบทของ สถานศึกษาและท้องถิ่น ประกอบด้วย ๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บ าเพ็ญประโยชน์ วัตถุประสงค์ พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕1 มาตรา ๘ ได้กําหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม เพื่อพัฒนา ลูกเสือทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรมให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอน และช่วยสร้างสรรค์ สังคม เพื่อให้เกิดความสามัคคีและความเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้เพื่อความสงบสุข และความมั่งคงของ ประเทศชาติตามแนวทางดังต่อในนี้ 1. ให้มีนิสัยในกานทั้งภาค จดจํา เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง ๒. ให้มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ๓. ให้รู้จักป้าเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ 4. ให้รู้จักทําการฝีมือและฝึกฝนการทํากิจกรรมต่างๆ ตามความเหมาะสม 5. ให้รู้จักรักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม และความมั่นคงของชาติ
96 แนวการจัดกิจกรรม กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 เปิดประชุมกอง ดําเนินการตามกระบานการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการปฏิบัติ กิจกรรม ปิดประชุมกอง โดย ให้ผู้เรียนศึกษาและฝึกปฏิบัติดังนี้ 1. เตรียมลูกเสือสํารอง นิยายเรื่องเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจกรรมลูกเสือสํารอง การทําความ เคารพเป็นหมู่ (แกรนด์ฮาวล์) การทําความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือผู้ชาย ระเบียบแถวเบื้องต้น คํา ปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสํารอง 2. ลูกเสือสารองดาวดวงที่ 1, ๒ และ ๓ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสํารวจ การค้นหา ธรรมชาติ ความปลอดภัย บริการ ธง และประเทศต่างๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิง การผูก เงื่อน คําปฏิญาณ และกฎของลูกเสือสํารองโดยใช้กระบานการทํางาน กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการ กลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติ ทางลูกเสือ กระบวนการ ทางเทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าโจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคําปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ ลูกเสือสํารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจํา เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง ซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอก เห็นใจผู้อื่น บําเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ รู้จักทําการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ทั้งนี้โดยไม่ เกี่ยวข้องกับลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นําไปใช้ในชีวิตประจําวันได้ อย่างมีประสิทธิภาพ กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ เปิดประชุมกอง ดําเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษาวิเคระห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยให้ผู้เรียนศึกษา และปฏิบัติในเรื่อง 1. ลูกเสือตรี ความรู้เกี่ยวกับนบวนการลูกเสือ ค่าปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญ กิจกรรม กลางแจ้ง ระเบียบแถว 2. ลูกเสือโท การรู้จักดูแลตนเอง การช่วยเหลือผู้อื่น การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทักษะทางวิชา ลูกเสือ งานอดิเรกและเรื่องที่น่าสนใจ คําปฏิญาณ และกฎของลูกเสือ ระเบียบแถว ๓. ลูกเสือเอก การพึ่งพาตนเอง การบริการ การผจญภัย วิชาการของลูกเสีย ระเบียบแถว โดยใช้ กระบวนการทํางาน กระบวนการแก้ปัญหา ระบวนการกล่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่าง เหมาะสม เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคําปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ ลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจํา เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง ซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอก เห็นใจผู้อื่น บําเพ็ญตนเพื่อสารธารณประโยชน์ รู้จักทําการฝีมีอ พัฒนากาย จิตใจ และ ศีลธรรม ทั้งนี้โดยไม่ เกี่ยวข้องกันลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนําไปใช้ในชีวิตประจําวัน ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ หมายเหตุผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรม และผ่านการทดสอบแล้ว จะได้รับเครื่องหมายลูกเสือตรี ลูกเสือ โท และลูกเสือเอก
97 กิจกรรมการอยู่ค่ายพักแรมของลูกเสือ-เนตรนารี การอยู่ค่ายพักแรม เป็นหัวใจของลูกเสือ ลูกเสือทุกคนต่างก็มีโอกาสที่จะอยู่ค่ายพักแรม เนื่องจาก ตามข้อบังคับของคณะลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยการปกครอง หลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือ พ.ศ.๒๕09 ข้อ 273 - 279 กําหนดไว้ว่า ให้ผู้กํากับกลุ่มหรือผู้กํากับลูกเสือนําลูกเสียไปฝึกเดินทางไกลและแรมคืน ในปี หนึ่งไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง ครั้งหนึ่งให้พักแรมอย่างน้อย 4 คืน การเดินทางไกลและแรมคืน มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกให้ลูกเสือมีความอดทน อยู่ในระเบียบวินัย รู้จัก ช่วย ตัวเอง รู้จักอยู่และทํางานร่วมกับผู้อื่น ตลอดจนเรียนวิชาลูกเสือเพิ่มเติม ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ จําเป็นต้องวางแผนนําลูกเสือไปเดินทางไกลและแรมคืนไว้ให้พร้อมก่อนและเนิ่นๆ ดังนั้น บทบาท ผู้บังคับบัญชาลูกเสือที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อลูกเสือ ต่องานการอยู่ค่ายพักแรมและตามหน้าที่ของตนเอง จึง จําเป็นต้องหาโอกาสให้ลูกเสือของตนได้มีโอกาสในการอยู่ค่ายพักแรมเสมอ อนึ่ง ผู้บังคับบัญชาลูกเสือต้องเข้าใจว่า กิจกรรมการอยู่ค่ายพักแรมนี้เป็นกิจกรรมสําหรับเด็ก มิใช่ กิจกรรมของผู้ใหญ่ ความสําเร็จคือกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการของเด็ก ได้แก่ การผจญภัย การได้ เพื่อน ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ได้ความสนุกและความสุข พร้อมทั้งเกิดทัศนคติที่ดีต่อการไปอยู่ค่ายพักแรมด้วย ถือ ว่าสิ่งนี้เป็น จุดหมายที่สําคัญ วิชาพิเศษลูกเสือ ลูกเสือทั้ง ๔ ประเภทที่เรียนหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือสํารอง ลูกเสือสามัญ ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ และลูกเสือวิสามัญ อาจสอบวิชาพิเศษใต้ตามหลักสูตรที่กําหนดไว้ วิชาเหล่านี้ มุ่งหมายให้ลูกเสือได้ แสดงออก ซึ่งทักษะและความสนใจของตนเองกับเพื่อให้ได้มีส่วนในการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกับลูกเสืออื่นๆ ด้วย ๒.๒ กิจกรรมชุมนุม ชมรม วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน ๒. เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิด ประสบการณ์ทั้งทางวิชาการและวิชาชีพตามศักยภาพ ๓. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม ๔. เพื่อให้ผู้เรียนทํางานร่วมกับผู้อื่น ได้ตามวิถีประชาธิปไตย แนวการจัดกิจกรรม การจัดกิจกรรมตามความสนใจ (ชุมนุม) ผู้เรียนสามารถเลือกเข้าเป็นสมาชิกชมรม วางแผนการ ดําเนินกิจกรรมร่วมกัน โดยมีชมรมที่หลากหเทาย เหมาะสมกับเพศ วัย และความสนใจของผู้เรียน ประกอบด้วย กิจกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมการเรียนรู้ และค่ายวิชาการ การศึกษาดูงาน การฝึกปฏิบัติ การบรรยายพิเศษดังตัวอย่างพอสังเขป ต่อไปนี้ ๑. กิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ์ศีลธรรมและจริยธรรม จัดสอนจริยธรรมในห้องเรียน จัด ให้มีการปฏิบัติกิจกรรมเนื่องในวันสําคัญทั้งทางขาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยผู้เรียนมีส่วนร่วมในการ จัดกิจกรรมทั้งในด้านวัฒนธรรม ประเพณี ก็ฬา และศิลปะ ๒. กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต จัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีทุกช่วงชั้น โดยผู้เรียนได้ฝึกทักษะการ ทํางานและการแก้ปัญหาทุกขั้นตอน
98 ๓. กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการทํางาน จัดกิจกรรมวันวิชาการโดยผู้เรียนมีโอกาสปฏิบัติจริง ฝึก ทักษะการจัดการ 4. กิจกรรมเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม โดยจัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทย เช่น ประเพณีไหว้ครู ประเพณีลอยกระทง ๕. กิจกรรมส่งเสริมการปกครองระบอบประชาศิปไตย จัดให้มีการเลือกคณะกรรมการ นักเรียน โดยให้นํากระบวนการประชาธิปไตยไปใช้ในการร่วมวางแผนดําเนินงานพัฒนาโรงเรียน ๖. กิจกรรมคนดีของสังคม จัดให้มีการบรรยายให้ความรู้ เพื่อป้องกันปัญหาโรคติดต่อ ร้ายแรง ปัญหายาเสพติด ปัญหาวัยรุน ให้ความรู้เพื่อปลูกฝังให้เป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี 7. กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยจัดแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ห้องเทคโนโลยีสารสนเทศ ๘. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและอนามัย ให้บริการห้องพยาบาล มีบริการให้ความรู้แก่ผู้เรียน เพื่อ ป้องกันโรคระบาดอย่างทันเหตุการณ์ ๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตาม ความ สนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิต สาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่างๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนยึดหลัก การบูรณาการและสนองตามความสนใจ หาความต้องการของผู้เรียนเป็นสําคัญ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เรียนบําเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และประเทศชาติ ๒. เพื่อให้ผู้เรียนออกแบบกิจกรรมเพื่อสังคมและสารารประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความถนัด และความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร ๓. เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ๔. เพื่อให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตาม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕. เพื่อให้ผู้เรียนมีจิตสาธารณะและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แนวการจัดกิจกรรม การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาลารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทําประโยชน์ ตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดี งาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งทําประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม กิจกรรมสําคัญ ได้แก่ กิจกรรมบําเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม คือกรรมตํารงรักษา สืบสานศาสนา ศิลปะและ วัฒนธรรม กิจกรรม พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี เวลาเรียนสําหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในส่วนกิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณประโยชน์ จัดสรรเวลาให้ผู้เรียนระดับประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ รวม ๖ ปี จํานวน ๖๐ ชั่วโมง (เฉลี่ยปี ละ ๑๐ชั่วโมง)
99 การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ในระดับประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ เป็นการจัด กิจกรรมภายในเวลาเรียน โดยให้ผู้เรียนรายงานแสดงกรเข้าร่วมกิจกรรมลงในสมุดบันที่ก และมีผู้รับรองผล การ เข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้ง การประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การประเมินผลการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นเงื่อนไขสําคัญประการหนึ่ง สาหรับการผ่านช่วงชั้น หรือ จบหลักสูตรผู้เรียนต้องเข้าร่วมและปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตลอดจน ผ่านการประเมินตามเกณฑ์ ที่สถานศึกษากําหนดตามแนวประเมิน ดังนี้ 1. ประเมินการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามวัตถุประสงค์ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ตามสภาพ จริงให้ได้ผลการประเมินที่ถูกต้อง ครบถ้วน ๒. ครูที่ปรึกษากิจกรรม ผู้เรียนและผู้ปกครอง จะมีบทบาทในการประเมินดังนี้ ๒.๑ ครูที่ปรึกษากิจกรรมวัฒนาผู้เรียน - ต้องดูแลและพัฒนาผู้เรียนให้เกิดคุณลักษะตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรม - ต้องรายงานเวลา และพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม - ต้องศึกษาติดตาม และพัฒนาผู้เรียนในกรณีผู้เรียนไม่เข้าร่วมกิจกรรม ๒.๒ ผู้เรียน - ปฏิบัติกิจกรรมให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ - มีหจักฐานแสดงการเข้ารวมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 80% หรือตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา กําหนด พร้อมทั้งแสดงการปฏิบัติกิจกรรม และพัฒนาการด้านต่างๆ - ถ้าไม่เกิดคุณลักษณะตามวัตถุประสงค์ ต้องปฏิบัติกิจกรรมเพิ่มเติมตามที่ครูที่ปรึกษา กิจกรรมอบรม หรือให้ความเห็นชอบตามที่ผู้เรียนเสนอ - ประเมินตนเองและเพื่อนร่วมกิจกรรม ๒.๓ ผู้ปกครองนักเรียน - ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการติดตามพัฒนาการของผู้เรียนกับสถานศึกษาเป็นระยะๆ - ผู้ปกครองบันทึกความเห็น สรุปพัฒนาการและการปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียน ๓. เกณฑ์การผ่านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 3.1 ผู้เรียนมีเวลาเข้ารวมกิจกรรมไม่ต่ํากว่า ร้อยละ ๘๐ หรือตามที่สถานศึกษากําหนด ๓.๒ ผู้เรียนผ่านจุดประสงค์ที่สําคัญของแต่ละกิจกรรม
100 ตอนที่ ๕ เกณฑ์การจบการศึกษา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ หลักสูตรโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี) พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) จัดทําขึ้นภายใต้กรอบของ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) บริบทของสภาพ ชุมชนและสังคมภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษาเพื่อใช้จัดในการศึกษาของสถานศึกษาเพื่อพัฒนาให้ ผู้เรียนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศชาติจากความมูลเหตุดังกล่าวการวัดและ ประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี) พุทธศักราช 2566 จึงต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดการประเมินผลตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑(ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) เป็นหลัก ซึ่งการดําเนินการในการวัดและประเมินผล การเรียนรู้ของหลักสูตรสถานศึกษาได้กําหนดแนวทางในการดําเนินการดังต่อไปนี้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้หลักสูตรโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯ และโรงเรียน บ้านกาซ้อง พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) ๑. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ผู้สอนวัดและประเมินผลการเรียนรู้ผู้เรียนเป็นรายวิชาตามตัวชี้วัดในรายวิชาพื้นฐาน และตามผล การเรียนรู้ในรายวิชาเพิ่มเติม ตามที่กําหนดในหน่วยการเรียนรู้ ผู้สอนใช้วิธีการที่หลากหลาย จากแหล่งข้อมูลหลาย ๆแหล่งเพื่อให้ได้ผลการประเมินที่สะท้อนความรู้ ความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียน โดยวัดและประเมินการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับการจัดการเรียนการสอน โดยสังเกตพัฒนาการและ ความประพฤติของผู้เรียน สังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม การประเมินตามสภาพจริง เช่น การประเมินการปฏิบัติงาน การประเมินจากโครงงานหรือการประเมินจากแฟ้มสะสมงาน ฯลฯ ควบคู่ไปกับ การใช้การทดสอบแบบต่างๆ อย่างสมดุล การประเมินระหว่างเรียนสําคัญมากกว่าการประเมินปลายปี/ ปลายภาค และใช้เป็นข้อมูลเพื่อประเมินการเลื่อนชั้นเรียน เกณฑ์การประเมินแบ่งออกเป็น ๘ ระดับ ระดับผลการเรียน ความหมาย ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ ๔ ผลการเรียนดีเยี่ยม ๘๐ - ๑๐๐ ๓.๕ ผลการเรียนดีมาก ๗๕ – ๗๙ ๓ ผลการเรียนดี ๗๐ – ๗๔ ๒.๕ ผลการเรียนค่อนข้างดี ๖๕ - ๖๙ ๒ ผลการเรียนน่าพอใช้ ๖๐ - ๖๔ ๑.๕ ผลการเรียนพอใช้ ๕๕ - ๕๙ ๑ ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ํา ๕๐ - ๕๔ ๐ ผลการเรียนต่ํากว่าเกณฑ์ขั้นต่ํา ๐ - ๔๙
101 ๒. การประเมินการอ่านคิด วิเคราะห์และเขียน การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน เป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในการอ่าน หนังสือ เอกสาร และสื่อต่าง ๆ เพื่อหาความรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์ เพื่อความสุนทรียะและประยุกต์ใช้ แล้วนําเนื้อหาสาระที่อ่านมาคิดวิเคราะห์ นําไปสู่การแสดงความคิดเห็น การสังเคราะห์ สร้างสรรค์ การแก้ปัญหาและถ่ายทอดความคิดด้วยการเขียนที่มีสํานวนภาษาถูกต้อง มีเหตุผลและลําดับขั้นตอน ในการนําเสนอสร้างความเข้าใจแก่ผู้อ่านได้อย่างชัดเจนตามระดับความสามารถในแต่ละระดับชั้น การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน มีการดําเนินการอย่างต่อเนื่องและสรุปผลเป็นรายปี / รายภาค เพื่อวินิจฉัยและใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาผู้เรียนและประเมินการเลื่อนชั้นเรียนตลอดจน การจบการศึกษาระดับต่าง ๆ เกณฑ์การประเมิน ระดับ หมายถึง ดีเยี่ยม มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนที่มีคุณภาพดี เลิศอยู่เสมอ ช่วงคะแนนร้อยละ 8๐ - 100 ดี มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนที่มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับ ช่วงคะแนนร้อยละ 70 – ๗๙ ผ่าน มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนที่มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับแต่ยังมีข้อบกพร่องบางประการ ช่วงคะแนนร้อยละ 50 - 69 ไม่ผ่าน มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนหรือถ้ามี ผลงาน ผลงานนั้นยังมีข้อบกพร่องที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขหลายประการ ช่วงคะแนนร้อยละ 0 - 49 ๓. การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นการประเมินคุณลักษณะที่ต้องการให้เกิดขึ้น กับผู้เรียน อันเป็นคุณลักษณะที่สังคมต้องการในด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสํานึก สามารถ อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ทั้งในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก หลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) กําหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะใน การประเมินให้ประเมินแต่ละคุณลักษณะแล้วรวบรวมผลการประเมินจากผู้ประเมินทุกฝ่ายและแหล่งข้อมูล หลายแหล่งเพื่อให้ได้ข้อมูลนํามาสู่การสรุปผลเป็นรายปี รายภาค และใช้เป็นข้อมูลเพื่อประเมินการเลื่อนชั้น เรียนและการจบการศึกษาระดับต่าง ๆ เกณฑ์การประเมิน ระดับ หมายถึง ดีเยี่ยม ผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัย และนําไปใช้ในชีวิตประจําวัน เพื่อประโยชน์สุขของตนเองและสังคมโดยพิจารณาจากการมีผลการประเมิน ช่วงคะแนนร้อยละ 8๐ – 100
102 ระดับ หมายถึง ดี ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อให้เป็นการยอมรับของ สังคม โดยพิจารณาจากการมีผลการประเมินช่วงคะแนนร้อยละ 65 – ๗๙ ผ่าน ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากําหนดโดย พิจารณาจากการมีผลการประเมินช่วงคะแนนร้อยละ 50 - 64 ไม่ผ่าน ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากําหนดโดย พิจารณาจากการมีผลการประเมินช่วงคะแนนร้อยละ 0 - 49 ๔. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นการประเมินการปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน และเวลาในการเข้าร่วมกิจกรรมตามเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในแต่ละกิจกรรมและใช้เป็นข้อมูลประเมินการเลื่อน ชั้นเรียนและการจบการศึกษาระดับต่าง ๆ ผู้เรียนมี ๓ ลักษณะคือ ๑. กิจกรรมแนะแนว ๒. กิจกรรมนักเรียน ซึ่งประกอบด้วย ๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี ๒.๒ กิจกรรมชุมนุม ๑ กิจกรรม ๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เกณฑ์การประเมิน ระดับ ระดับหมายถึง ผ มีเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมการปฏิบัติกิจกรรม ร้อยละ ๘๐ และมีผลงานตาม เกณฑ์ที่ครูผู้สอนกําหนด มผ มีเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมการปฏิบัติกิจกรรม ร้อยละ ๘๐ แต่มีผลงานไม่ เป็นไปตามเกณฑ์ครูผู้สอนกําหนด เกณฑ์การเลื่อนชั้น ๑. ผู้เรียนมีเวลาเรียนตลอดปีการศึกษาไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด ๒. ผู้เรียนมีผลการประเมินผ่านทุกรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม ๓. ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากําหนด เกณฑ์การจบระดับชั้นประถมศึกษา ๑. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม ตามโครงสร้างเวลาเรียนที่หลักสูตรโรงเรียน ชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี)กําหนด 2. ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม ผ่านเกณฑ์ การประเมินตามที่ หลักสูตรโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี)กําหนด
103 3. ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามที่หลักสูตรโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี)กําหนด 4. ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่ หลักสูตรโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี)กําหนด 5. ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่ โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี)กําหนด 6. ผู้เรียนมีผลการประเมินสมรรถนะสําคัญในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่ สถานศึกษา กําหนด เกณฑ์การจบการศึกษา หลักสูตรโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี) พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) กําหนดเกณฑ์สําหรับการจบ การศึกษา ระดับประถมศึกษา ดังนี้ ๑. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จํานวน ๘๔๐ ชั่วโมงและรายวิชาเพิ่มเติมจํานวน 8๐ ชั่วโมง และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จํานวน ๑๒๐ ชั่วโมง รวม 1,040 ชั่วโมง ๒. ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม ระดับ ๑ ขึ้นไปทุกรายวิชา ๓. ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน ในระดับดีเยี่ยม / ดี / ผ่าน ๔. ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์ การประเมินใน ระดับดีเยี่ยม / ดี / ผ่าน ๕. ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและได้ผลการประเมิน “ผ” ทุกกิจกรรม 6. ผู้เรียนมีผลการประเมินสมรรถนะสําคัญ ผ่านเกณฑ์การประเมินใน ระดับดีเยี่ยม / ดี / ผ่าน การรายงานผลการเรียน การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้าในการ เรียนรู้ ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมิน และจัดทําเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะๆ หรืออย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนที่สะท้อน มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ เอกสารหลักฐานการศึกษา เอกสารหลักฐานการศึกษาเป็นเอกสารที่สําคัญที่ใช้บันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศ ที่ เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการของผู้เรียนในด้านต่างๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1. เอกสารหลักฐานการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการก าหนด ๑.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) เป็นเอกสารสําหรับบันทึกข้อมูลผลการเรียนของ ผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕1 ได้แก่ ผลการเรียนตามกลุ่มสาระ การเรียนรู้ แสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของผู้เรียนตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา และผลการประเมินกิจกรรม
104 พัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาต้องจัดทําบันทึกข้อมูล และออกเอกสารนี้ให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เมื่อผู้เรียนจบ การศึกษาระดับหรือเมื่อผู้เรียนออกจากสถานศึกษาในทุกกรณี เพื่อใช้แสดงผลการเรียนตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕51 ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6) จบ การศึกษาภาคบังคับ(ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓) และจบการศึกษาขั้นพื้นฐานชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖) หรือเมื่อ ลาออกจากสถานศึกษาในทุกกรณี ๑.๒ ประกาศนียบัตร (ปพ.2) เป็นเอกสารแสดะวุฒิการศึกษาที่มอบให้แก่ผู้จบการศึกษา ภาค บังคับ และผู้สําเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕1 เพื่อรับรองศักดิ์และสิทธิ์ของผู้สําเร็จการศึกษาตามุฒิมีแห่งประกาศนียบัตรนั้น ๑.๓ แบบรายงานผู้ส าเร็จการศึกษา (ปพ.๓) เป็นเอกสารสําหรับอนุมัติการจบหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕1 ของผู้เรียนในแต่ละรุ่นการศึกษา โดยบันทึกรายชื่อ และข้อมูลทางการศึกษาของผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6) ผู้จบการศึกษาบังคับ (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3) และผู้จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6) ใช้เป็นเอกสารสําหรับตัดสิน และอนุมัติผลการเรียนให้ผู้เรียนเป็นผู้สําเร็จการศึกษา และใช้ในการตรวจสอบยืนยันและรับรอง ความสําเร็จ และวุฒิการศึกษาของผู้สําเร็จการศึกษาแต่ละคนตลอดไป โดยบันทึกรายชื่อและข้อมูลของผู้จบ การศึกษาระดับประถมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3) และผู้ จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6) ๒. เอกสารหลักฐานการศึกษาที่สถานศึกษาก าหนด เอกสารที่สถานศึกษาจัดทําขึ้นเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสําคัญ เกี่ยวกับ ผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจําตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจํารายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรองผลการเรียน และเอกสารอื่นๆ ตามวัตถุประสงค์ของการนําเอกสารไปใช้ ๒.๑ แบบบันทึกผลการเรียนประจ ารายวิชา เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทําขึ้นเพื่อให้ผู้สอน ใช้บันทึกข้อมูลการวัดและประเมินผลการเรียนตามแผนการจัดการเรียนรู้และประเมินผลการเรียน และใช้ เป็นข้อมูลในการพิจารณาตัดสินผลการเรียนแต่ละรายวิชา เอกสารนี้ควรจัดทําเพื่อบันทึกข้อมูลของผู้เรียน เป็นรายห้อง ๒.๒ แบบรายงานประจ าตัวนักเรียน เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทําขึ้นเพื่อบันทึกข้อมูล การประเมินผลการเรียนรู้ และพัฒนาการด้านต่างๆ ของผู้เรียนแต่ละคนตามเกณฑ์การตัดสินการผ่าน ระดับชั้น ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ รวมทั้งข้อมูลด้านอื่นๆ ของ ผู้เรียนทั้งที่บ้าน และโรงเรียน เป็นเอกสารรายบุคคล สําหรับสื่อสารให้ผู้ปกครองของผู้เรียนแต่ละคนได้ ทราบผลการเรียนและพัฒนาการด้านต่างๆ ของผู้เรียน และร่วมมือในการพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ๒.๓ ใบรับรองผลการเรียน เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทําขึ้นเพื่อรับรองสถานภาพความเป็น ผู้เรียนในสถานศึกษาที่กําลังศึกษาอยู่หรือรับรองผลการเรียน หรือวุฒิของผู้เรียนเป็นการชั่วคราวตามที่ ผู้เรียนร้องขอ ทั้งกรณีที่ผู้เรียนกําลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนหรือเมื่อจบการศึกษาไปแล้ว แต่กําลังรอรับ หลักฐานการศึกษา ระเบียนแสดงผลการเรียนเป็นต้น ใบรับรองผลการเรียนมีอายุการใช้งานชั่วคราว โดยปกติประมาณ ๓๐ วัน ซึ่งผู้เรียน สามารถ นําไปใช้เป็นหลักฐานแสดงคุณสมบัติของผู้เรียนในการสมัครเข้าศึกษาต่อ สมัครเข้าทํางาน หรือเมื่อมี กรณี อื่นใดที่ผู้เรียนแสดงคุณสมบัติเกี่ยวกับวุฒิความรู้ หรือสถานภาพการเป็นผู้เรียนของตน ๒.๔ ระเบียนสะสม เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทําขึ้นเพื่อบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการ ของผู้เรียนในด้านต่างๆ เป็นรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงระยะเวลาการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลาง
105 การศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๒ ปี ระเบียนสะสมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการแนะแนวทางการศึกษาและการ ประกอบอาชีพของผู้เรียน การพัฒนาปรับปรุงบุคลิกภาพ การปรับตัวของผู้เรียน และผลการเรียน ตลอดจน รายงานกระบวนการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนระหว่างสถานศึกษากับบ้าน และใช้เป็นหลักฐานในการ ตรวจสอบ คุณสมบัติของผู้เรียนตามความเหมาะสม การเทียบโอนผลการเรียน สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนจากสถานศึกษาได้ในกรณีต่างๆ ได้แก่ การ ย้าย สถานศึกษา การเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคัน และการขอกลับเข้ารับ การศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศ และขอเข้าศึกต่อในประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถเทียบโอน ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้อื่นๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันการศาสนา สถาบัน การฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศึกษาโดยครอบครัว เป็นต้น การเทียบโอนผลการเรียนควรดําเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียน หรือต้นภาคเรียนที่สถานศึกษา รับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทั้งนี้ ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องในสถานศึกษา ที่รับเทียบโอนอย่างน้อย 1 ภาคเรียน โดยสถานศึกษาที่รับผู้เรียนจากการเทียบโอนควรกําหนดรายวิชา/ จํานวน หน่วยกิต ที่จะรับเที่ยบโอนตามความเหมาะสม การพิจารณาการเทียบโอน สามารถดําเนินการได้ ดังนี้ ๑. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา และเอกสารอื่นๆ ที่ให้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถของ ผู้เรียน ๒. พิจารณาจากความรู้ความสามารถของผู้เรียน โดยการทดสอบด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งภาคความรู้ และภาคปฏิบัติ ๓. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบัติในสภาพจริงการเทียบโอนผลการเรียนให้ดําเนินการ ในรูปของคณะกรรมการการเทียบโอน จํานวนไม่น้อยกว่า ๓. คน แต่ไม่ควรเกิน ๕ คน และให้เป็นไปตาม ประกาศ หรือแนวปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการ
106 ภาคผนวก
107 ค าสั่งส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต ๑ ที่ ๒๙๘ / ๒๕๖๖ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี) ************************************************* เพื่อให้การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 4 มาตรา 27 ที่ กําหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทําสาระของหลักสูตรเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดํารงชีวิต และการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพของปัญหาในชุมชน และ สังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ อาศัยอ านาจตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 1 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร หลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) ของโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี) ดังนี้ 1. นางกนกพรรณ จันทร์เดช ผู้อํานวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ ๒. นางวราพร พงศ์อนันตกูล หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กรรมการ ๓. นายไกรศักดิ์ มีวรรณสุขกุล หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กรรมการ และเทคโนโลยี ๔. นางสาวศิริญญา แสนเสมอ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา กรรมการ ศาสนาและวัฒนธรรม ๕. นางสาวชนากานต์ เจตสิริโรจน์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ กรรมการ 6. นางสาวนฤพร กันสืบ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ กรรมการ 7. นางสาวพิชญาณี อิ่นคํา หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาพลศึกษา กรรมการ 8. นางปราณฤทัย ปรีดี หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ กรรมการ 9. นางอาภัสรา ปัญญาไว หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กรรมการ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารวิชาการ กรรมการและเลขานุการ ให้คณะกรรมการตามคําสั่งมีหน้าที่ดังนี้ ๑. วางแผนการดําเนินงานวิชาการ กําหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษา และแนวการ จัดสัดส่วนสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้น พื้นฐาน สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และความรู้ทาง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของคนของชาติให้ มีคุณภาพและมาตรฐานสากล สอดคล้องกับประเทศไทย ๔.๐ โลกศตวรรษที่ ๒๑ และทัดเทียมกับนานาชาติ ดํารงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ ในประชาคมโลก ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
108 (๒) 2. จัดทําคู่มือการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของสถานศึกษา นิเทศ กํากับ ติดตาม ให้ คําปรึกษา เกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผล และการแนะ แนว ให้สอดคล้องและเป็นไปตามมาตรฐานหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การ วัดผลและประเมินผลและการแนะแนวให้เป็นไปตามจุดหมายและแนวทางการดําเนินการของหลักสูตร 4. ประสานความร่วมมือจากบุคคล หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ และชุมชน เพื่อให้การใช้หลักสูตร เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพ 5. ประชาสัมพันธ์หลักสูตร และการใช้หลักสูตรแก่นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้เกี่ยวข้อง และนํา ข้อมูลป้อนกลับจากฝ่ายต่าง ๆ มาพิจารณาเพื่อการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 6. ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ 7. ติดตามผลการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นรายบุคคล ระดับช่วงชั้นและระดับกลุ่มสาระการเรียนรู้ใน แต่ละปีการศึกษา เพื่อปรับปรุง และพัฒนาการดําเนินงานด้านต่าง ๆ ของสถานศึกษา 8. ตรวจสอบ ทบทวน ประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานของครู และการบริหารหลักสูตรระดับ สถานศึกษาในรอบปีที่ผ่านมา แล้วใช้ผลการประเมินเพื่อวางแผนพัฒนาการปฏิบัติงานของครูและการบริหาร หลักสูตรในปีการศึกษาต่อไป 9. รายงานผลการปฏิบัติงานและผลการบริหารหลักสูตรของสถานศึกษา โดยเน้นผลการพัฒนา คุณภาพนักเรียนต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับเหนือ สถานศึกษา สาธารณชนและผู้เกี่ยวข้อง ให้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มกําลัง ความสามารถสําเร็จตามวัตถุประสงค์ เกิดประสิทธิภาพและบังเกิดผลดีแก่ทางราชการต่อไป ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๑๕ เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ (นายอภิรักษ์ อิ่มจิตอนุสรณ์) ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 1
109 ค าสั่ง โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี) ที่ 36 / ๒๕๖6 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน …………………………………………… เพื่อให้การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้อง กับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 4 มาตรา 27 ที่กําหนดให้ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทําสาระของหลักสูตรเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติการ ดํารงชีวิต และการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพของปัญหาในชุมชน และ สังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และ ประเทศชาติ อาศัยอ านาจตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 1 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร หลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) ของโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี) ดังนี้ 1. นางกนกพรรณ จันทร์เดช ผู้อํานวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ ๒. นางวราพร พงศ์อนันตกูล หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กรรมการ ๓. นายไกรศักดิ์ มีวรรณสุขกุล หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กรรมการ และเทคโนโลยี ๔. นางสาวศิริญญา แสนเสมอ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา กรรมการ ศาสนาและวัฒนธรรม ๕. นางสาวชนากานต์ เจตสิริโรจน์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ กรรมการ 6. นางสาวนฤพร กันสืบ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ กรรมการ 7. นางสาวพิชญาณี อิ่นคํา หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาพลศึกษา กรรมการ 8. นางปราณฤทัย ปรีดี หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ กรรมการ 9. นางอาภัสรา ปัญญาไว หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กรรมการ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารวิชาการ กรรมการและเลขานุการ ให้คณะกรรมการตามคําสั่งมีหน้าที่ดังนี้ ๑. วางแผนการดําเนินงานวิชาการ กําหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษา และแนวการ จัดสัดส่วนสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้น พื้นฐาน สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และความรู้ทาง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของคนของชาติให้ มีคุณภาพและมาตรฐานสากล สอดคล้องกับประเทศไทย ๔.๐ โลกศตวรรษที่ ๒๑ และทัดเทียมกับนานาชาติ ดํารงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ ในประชาคมโลก ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
110 (๒) 2. จัดทําคู่มือการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของสถานศึกษา นิเทศ กํากับ ติดตาม ให้ คําปรึกษา เกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผล และการแนะ แนว ให้สอดคล้องและเป็นไปตามมาตรฐานหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การ วัดผลและประเมินผลและการแนะแนวให้เป็นไปตามจุดหมายและแนวทางการดําเนินการของหลักสูตร 4. ประสานความร่วมมือจากบุคคล หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ และชุมชน เพื่อให้การใช้หลักสูตร เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพ 5. ประชาสัมพันธ์หลักสูตร และการใช้หลักสูตรแก่นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้เกี่ยวข้อง และนํา ข้อมูลป้อนกลับจากฝ่ายต่าง ๆ มาพิจารณาเพื่อการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 6. ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ 7. ติดตามผลการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นรายบุคคล ระดับช่วงชั้นและระดับกลุ่มสาระการเรียนรู้ใน แต่ละปีการศึกษา เพื่อปรับปรุง และพัฒนาการดําเนินงานด้านต่าง ๆ ของสถานศึกษา 8. ตรวจสอบ ทบทวน ประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานของครู และการบริหารหลักสูตรระดับ สถานศึกษาในรอบปีที่ผ่านมา แล้วใช้ผลการประเมินเพื่อวางแผนพัฒนาการปฏิบัติงานของครูและการบริหาร หลักสูตรในปีการศึกษาต่อไป 9. รายงานผลการปฏิบัติงานและผลการบริหารหลักสูตรของสถานศึกษา โดยเน้นผลการพัฒนา คุณภาพนักเรียนต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับเหนือ สถานศึกษา สาธารณชนและผู้เกี่ยวข้อง ให้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มกําลัง ความสามารถสําเร็จตามวัตถุประสงค์ เกิดประสิทธิภาพและบังเกิดผลดีแก่ทางราชการต่อไป ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๑6 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ลงชื่อ (นางกนกพรรณ จันทร์เดช) ตําแหน่ง ผู้อํานวยการโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี) รักษาการผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านกาซ้อง
111 ค าสั่ง โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี) ที่ 37 / ๒๕๖6 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อ สามัคคี) พุทธศักราช ๒๕๖6 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) ................................................... เพื่อให้การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในปีการศึกษา ๒๕๖๕ โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อ สามัคคี)-โรงเรียนบ้านกาซ้อง ต้องด าเนินการจัดการศึกษาตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ จึงมีความ จ าเป็นต้องด าเนินการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ อาศัยอ านาจตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และมาตรา ๒๗ (๑) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๑ และพ.ศ. ๒๕๕๓ จึงแต่งตั้งครูและบุคลากรทางการ ศึกษาท าหน้าที่ปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี)- โรงเรียนบ้านกาซ้องพุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ดังต่อไปนี้ 1. นางกนกพรรณ จันทร์เดช ผู้อํานวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ ๒. นางวราพร พงศ์อนันตกูล หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กรรมการ ๓. นายไกรศักดิ์ มีวรรณสุขกุล หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กรรมการ และเทคโนโลยี ๔. นางสาวศิริญญา แสนเสมอ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา กรรมการ ศาสนาและวัฒนธรรม ๕. นางสาวชนากานต์ เจตสิริโรจน์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ กรรมการ 6. นางสาวนฤพร กันสืบ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ กรรมการ 7. นางสาวพิชญาณี อิ่นคํา หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาพลศึกษา กรรมการ 8. นางปราณฤทัย ปรีดี หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ กรรมการ 9. นางอาภัสรา ปัญญาไว หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กรรมการ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารวิชาการ กรรมการและเลขานุการ มีหน้าที่ ๑. วางแผนการดําเนินงานวิชาการ กําหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษาและ แนวทางการจัดสัดส่วนสาระการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน สภาพเศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของท้องถิ่น
112 -๒- ๒. จัดทําคู่มือการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของสถานศึกษา นิเทศ กํากับ ติดตาม ๓. ให้คําปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และการแนะแนวให้สอดคล้องและเป็นไปตามมาตรฐานหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๔. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการ เรียนรู้ การวัดและประเมินผลและการแนะแนวให้เป็นไปตามจุดหมายและแนวทางการดําเนินการของ หลักสูตร ๕. ประสานความร่วมมือจากบุคคล หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ และชุมชน เพื่อให้การใช้หลักสูตร เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ ๖. ประชาสัมพันธ์หลักสูตรและการใช้หลักสูตรแก่นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง และนําข้อมูลป้อนกลับจากฝ่ายต่าง ๆ มาพิจารณาเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา ๗. ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ ๘. ติดตามผลการเรียนของนักเรียนรายบุคคล ระดับชั้น ระดับช่วงชั้น และระดับกลุ่มสาระการ เรียนรู้ในแต่ละปีการศึกษา เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการดําเนินงานด้านต่าง ๆ ของสถานศึกษา ๙. ตรวจสอบ ทบทวน ประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานของครูและการบริหารหลักสูตรระดับ สถานศึกษาในรอบปีที่ผ่านมา แล้วใช้ผลการประเมินเพื่อวางแผนพัฒนาการปฏิบัติงานของครูและการ บริหารหลักสูตรปีการศึกษาต่อไป ๑๐. รายงานผลการปฏิบัติงานและผลการบริหารหลักสูตรสถานศึกษา โดยเน้นผลการพัฒนา คุณภาพนักเรียนต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับเหนือ สถานศึกษา สาธารณชนและผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุตาม วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 16 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖6 ลงชื่อ (นางกนกพรรณ จันทร์เดช) ตําแหน่ง ผู้อํานวยการโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี) รักษาการผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านกาซ้อง
113 ค ารับรองการอนุมัติให้ใช้หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี) พุทธศักราช ๒๕๖6 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี) พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) ได้รับความ เห็นชอบเป็นอย่างดียิ่งจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมือง หม้อสามัคคี)และโรงเรียนบ้านกาซ้อง ในการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน ครั้ง ที่ 1 /๒๕๖6 วันที่ 26 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ลงชื่อ ผู้เห็นชอบ ( นายสังคม เสนะสุทธิพันธุ์ ) ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯ ลงชื่อ ผู้เห็นชอบ ( นายทองอินทร์ จุมพิต ) ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านกาซ้อง
114 คณะผู้จัดท า คณะกรรมการที่ปรึกษา ๑. นายพิภพ ถานะวุฒิพงศ์ ประธานที่ปรึกษา ที่ปรึกษา ๒. นายพรมมา ค าแปน ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษา ๓. นายโชติ อินแสน ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษา ๔. นายเนาวรัตน์ คณะนัย ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษา ๕. นายสาคร ศรีคุณ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษา ๖. นายทรงศักดิ์ เสนานุรักษ์วรกุล ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษา ๗. นายสุวัฒ วงศ์สุวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษา ๘. นายนพดล ปัญญาไว ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษา ๙. นายประหยัด พรินทรากุล ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษา ๑๐. นายสุวภร ผิวบัวค า ก านันต าบลเหมืองหม้อ ที่ปรึกษา ๑๑. นายเอกชัย วงศ์บิดา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ ที่ปรึกษา ๑๒. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ปรึกษา ๑๒.๑ นายสังคม เสนะสุทธิพันธุ์ ประธานกรรมการ ๑๒.๒ นายสุวิทย์ สืบแสน ผู้แทนผู้ปกครอง ๑๒.๓ นางสาวธัญญลักษณ์ มั่นเหมาะ ผู้แทนครู ๑๒.๔ นายสุวภร ผิวบัวค า ผู้แทนองค์กรชุมชน ๑๒.๕ นายบุญปลูก ดวงแก้ว ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑๒.๖ นางสุจิตรา แสงดอก ผู้แทนศิษย์เก่า ๑๒.๗ พระครูรัตนสุขวัฒก์ ผู้แทนพระภิกษุสงฆ์ ๑๒.๘ นายวุฒิพงศ์ กาซ้อง ผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๒.๙ นายพิภพ ถานะวุฒิพงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๒.๑๐ นายประเสริฐ ค าน้ าปาด ผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๒.๑๑ นายอุดม ค าสุข ผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๒.๑๒ นางอัญชรี วงศ์สุวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๒.๑๓ นายวีรวัฒน์ อุดมทวี ผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๒.๑๔ นายพรหมพันธุ์ กองพลพรหม ผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๒.๑๕ นางกนกพรรณ จันทร์เดช กรรมการและเลขานุการ
115 คณะท างาน ๑. นางกนกพรรณ จันทร์เดช ผู้อํานวยการโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯ ประธานคณะทํางาน ๒. นางสาวธัญญลักษณ์ มั่นเหมาะ ครูชํานาญการพิเศษ คณะทํางาน ๓. นางเยาวเรศ ศรีมงคล ครูชํานาญการพิเศษ ,, ๔. นางปราณฤทัย ปรีดี ครูชํานาญการ ,, ๕. นางวราพร พงศ์อนันตกูล ครูชํานาญการ ,, ๖. นางไกรศักดิ์ มีวรรณสุขกุล ครูชํานาญการ ,, ๗. นางสาวชนากานต์ เจตสิริโรจน์ ครู ,, ๘. นางสาวพิชญาณี อิ่นคํา ครูจ้างสอน ,, ๙. นางสาวศิริญญา แสนเสมอ ครูจ้างสอน ,, ๑๐. นางมัชฉิมา เหมืองหม้อ ธุรการ ,, ๑๑. เด็กหญิงกานต์ธิดา อุเทน ประธานนักเรียน ,, ๑๒. นางอาภัสรา ปัญญาไว ครู คณะทํางานและเลขานุการ ๑๓. นางสาวนฤพร กันสืบ ครู คณะทํางานและผู้ช่วยเลขานุการ
116